Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สกร.จังหวัดนครปฐม แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผล.docx

สกร.จังหวัดนครปฐม แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผล.docx

Published by Natnicha, 2023-08-11 09:32:58

Description: สกร.จังหวัดนครปฐม แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผล.docx

Search

Read the Text Version

1 แบบ รต.66 แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมนิ ผลการจดั การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำนักงานส่งเสริมการเรยี นรู้จงั หวัดนครปฐม ขอรายงานผลการติดตามประเมินผล ตามประเด็นการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัด การศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2566 ดังนี้ นโยบายที่ 1 การจดั การศกึ ษาเพือ่ ความปลอดภยั 1.1 การดำเนินงานตามแผน/มาตรการดา้ นความปลอดภัยให้แกผ่ ูเ้ รยี น ครู และบุคลากร ในการปอ้ งกันภยั คกุ คามรูปแบบใหม่ 1.1.1 ความกา้ วหนา้ ของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศึกษาดำเนินการตามมาตรการการป้องกันเพื่อให้เกิดความปลอดภัยใน สถานศึกษา (มาตรการการป้องกัน หมายถึง การดำเนินการเกี่ยวกับการวางแผนความปลอดภัยของ สถานศึกษา การจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศของสถานศึกษา การสร้างระบบการส่วนร่วมของเครือข่าย ระบบการดแู ลช่วยเหลอื และการประเมินความเส่ียงอย่างรอบด้าน เพื่อใหเ้ กิดความปลอดภัย ในสถานศึกษา) สถานศึกษามีความตระหนักในความสำคัญ และเล็งเห็นความสำคัญในการดูแลช่วยเหลือ ผู้เรียนให้ได้เรียนรู้อย่างมีความสุข เป็นไปตามหลักสูตร มีทักษะชีวิตที่จะดูแลตนเองให้ปลอดภัยท่ามกลาง สภาพแวดล้อมทางสังคม อุบัติเหตุ และอุบัติภัยที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เรียน สถาน ศึกษาได้ ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย ภายใต้การดำเนินงานร่วมกับการบริหาร จัดการระบบมาตรฐานความปลอดภัย (MOE Safety Center) ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยสถานศึกษา แต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ความปลอดภัย และตั้งเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ เจ้าหน้าที่ SC-Operator (Safety Center Operator) และ SC-Action : Safety Center Action เพอ่ื ใหม้ รี ปู แบบและวธิ ีการ หรือกระบวนการ ในการดูแล และช่วยเหลือนักศกึ ษา และคู่มือแนวทางการปฏิบัตมิ าตรการรักษาความปลอดภยั ในสถานศึกษา หากนักศึกษามีความเสี่ยงหรือได้รับผลกระทบจากยาเสพติดและอบายมุข สถานศึกษาจะทำการช่วยเหลือใน เบื้องต้นและส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลช่วยเหลือต่อไป โดยรายงานข้อมูลผ่านระบบ MOE Safety Center 2) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการวางระบบการคุ้มครองดูแลให้ทุกกลุ่มได้รับความปลอดภัย และมีชอ่ งทางการประชาสมั พนั ธ์อยา่ งทว่ั ถงึ สถานศึกษาได้ประชุมชี้แจงครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ และองค์กรนักศึกษาของสถานศึกษา องค์กรนักศึกษาในแต่ละตำบล และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินงานตามแนวทางการวางแผน การรักษาความปลอดภัยให้กับผู้เรียน เน้นการมีส่วนร่วมระหว่างผู้เรียน ครู ชุมชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และ เครือข่าย โดยร่วมกันวางแผนป้องกัน แก้ไข ควบคุม กำกับติดตาม ประเมินผล และรายงาน และจัดทำ มาตรการรักษาความปลอดภัย การดูแลช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เรียน โดยกำหนดเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1) ด้าน การปอ้ งกันและแก้ไขอบุ ัตเิ หตุ 2) ดา้ นการปอ้ งกันและแก้ไขอุบัติภยั 3) ด้านการปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาทาง สังคม ดังน้ี - สถานศึกษามกี ารประเมนิ ปจั จยั เส่ียงดา้ นความปลอดภยั และจัดทำแผนความปลอดภัยสถานศึกษา - สถานศึกษามกี ารจัดสภาพแวดลอ้ มและบรรยากาศทม่ี คี วามปลอดภัย - สถานศกึ ษามกี ารจัดระบบคดั กรองดูแลช่วยเหลือนักศึกษา

2 - สถานศึกษามีช่องทางสอื่ สารด้านความปลอดภยั - สถานศึกษาจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ความรู้ความเข้าใจ กับนักศึกษาให้มีความปลอดภัย ทกุ รูปแบบโดยมีคู่มอื แนวทางการปฏบิ ัตมิ าตรการรกั ษาความปลอดภยั ในสถานศึกษา 3) หน่วยงาน/สถานศกึ ษามีเครือข่ายความรว่ มมือในชมุ ชน รว่ มกบั หน่วยงานทเี่ ก่ียวข้อง กบั การดำเนินงานดา้ นความปลอดภัยสถานศึกษา สถานศึกษาจดั ตั้งอยู่ในพื้นทีท่ เี่ ป็นศนู ย์กลางของชุมชน ซึ่งมหี นว่ ยงานภาครฐั และภาคเอกชน และภาคประชาชนในพืน้ ที่ มหี นว่ ยงานท่เี ปน็ สถานศึกษาของรฐั เช่น โรงเรยี นระดบั ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา หน่วยงานสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลของรัฐ และสถานี ตำรวจ องคก์ รปกครองท้องถนิ่ สถานศึกษาได้ประสานความร่วมมือ ในการสรา้ งเครือขา่ ยการมีส่วนร่วม ในพน้ื ที่และ ภาคส่วนต่าง ๆ มีการดำเนินงานร่วมกัน ซึ่งมีความร่วมมือที่จะให้ผู้เรียน นักเรียน ในทุกสถานศึกษามาเรี ยน อยา่ งมคี วามสขุ และปลอดภยั 1.1.2 ปจั จยั ขบั เคล่อื นสูค่ วามสำเรจ็ สถานศึกษามีปจั จยั ในการขบั เคลื่อนสู่ความสำเร็จ คือ สถานศึกษามีแนวทางและการวางแผน ทมี่ ีประสทิ ธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยร่วมกันสรา้ งรูปแบบแนวทางการรักษาความ ปลอดภัยของสถานศึกษาด้านอุบัติเหตุ ด้านอุบัติภัย และด้านปัญหาทางสังคม โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของ ผู้บริหาร ครู ผู้เรียน ผู้ปกครองชุมชน เครือข่ายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และยึดประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน เป็นสำคัญ สร้างความเข้มแข็งของระบบการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา ให้มีความพร้อม สามารถ ปอ้ งกนั และแก้ไขสถานการณป์ ัญหาของผู้เรียน ทัง้ ดา้ นอุบัติเหตุ อุบัตภิ ยั และปญั หาทางสังคมท่ีจะเกิดขึ้นกับ ผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้เรียนทุกคนได้รับการปกป้อง และคุ้มครองความปลอดภัย ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ ผู้เรียนจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัย และมีความสุข และสร้างความตระหนักในการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ท่ี รบั ผิดชอบ และผูท้ มี่ ีส่วนเกยี่ วข้องกบั การรักษาความปลอดภยั ในโรงเรียน 1.1.3 ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนนิ งาน ปัญหา/อปุ สรรค วิธีการ/แนวทางการแก้ไขปัญหา 1. ขาดงบประมาณในการดำเนินงาน 1. หาเครอื ข่ายสนับสนุน 2. เนอื่ งจากภาระงานและภารกจิ เร่งด่วนของครูสอน 2. การปรบั เปล่ยี นกจิ กรรมให้สามารถดำเนิน ทำให้ขาดการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง กจิ กรรมได้สะดวกและรวดเร็วมากยง่ิ ขน้ึ เช่น การทำกจิ กรรมในรูปแบบกจิ กรรมออนไลน์ เป็นตน้

3 1.1.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัย ให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) (ถ้าม)ี ** ระบุรายละเอียดพอสงั เขป และแนบรูปภาพ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอนครชัยศรี ได้รับรางวัลชนะเลิศ และได้รับการคัดเลือก ให้เป็นสถานศึกษา “เสริมสร้างความปลอดภัยที่เป็นเลิศ\" (The Best Safety Practice) ระดับกลุ่ม สำนกั งานสง่ เสรมิ การเรียนร้จู ังหวัด กลมุ่ ลมุ่ น้ำเจา้ พระยา ประจำปี 2566 และได้ระดับดเี ด่น ระดับภาค 1.1.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนินงาน ระดับพ้ืนที่ (หน่วยงาน/สถานศึกษา) ควรมีการประชุมอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจกับบุคลากรในสถานศึกษา เกี่ยวกับภัย ต่าง ๆ ท่ีเกดิ ข้ึนได้ ทง้ั ทางตรงและทางอ้อม ระดับนโยบาย ควรสนับสนุนงบประมาณ วัสดอุ ุปกรณใ์ หเ้ พยี งพอ 1.2 การจดั การเรียนร้เู พื่อส่งเสริมคณุ ลกั ษณะและพฤตกิ รรมทพี่ ึงประสงคข์ องผเู้ รียน 1.2.1 ความก้าวหนา้ ของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศึกษาดำเนินการตามมาตรการการปลูกฝังเพื่อให้เกิดความปลอดภัยใน สถานศึกษา (มาตรการการปลูกฝัง หมายถึง การดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเสริมสร้าง คุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในด้านความปลอดภัย ให้แก่ นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ใหเ้ กดิ ความย่ังยนื เช่น การสร้างเจตคติท่ีดี การมีจิตบรกิ าร และเสริมสรา้ งทักษะความปลอดภัย) สถานศึกษามีการการดำเนินการเกี่ยวกับการเสริมสร้างความปลอดภัย ให้กับนักศึกษา โดยพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาผ่านการจัดการเรียนการสอน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ที่มุ่งเน้ น

4 กิจกรรมทักษะชีวิต โดยจัดกิจกรรมให้ความรู้กับนักศึกษาในด้านความปลอดภัยต่าง ๆ มีการบูรณาการใน การจดั การเรียนการสอนในสาระวิชาต่าง ๆ และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน พร้อมปลูกฝังทักษะชีวิต สร้าง ภมู คิ ุม้ กัน เสรมิ สรา้ งความปลอดภยั ให้เกิดการเรยี นรอู้ ย่างมคี ณุ ภาพ และรเู้ ทา่ ทนั ส่อื และเทคโนโลยี - กำหนดนโยบาย ใหช้ ดั เจน จัดทำแผน แนวปฏบิ ตั ิเก่ยี วกับความปลอดภยั ของนกั ศกึ ษา - ประชุมชี้แจง ซักซ้อม สร้างความรู้ ความเข้าใจ ครู นักศึกษา องค์กรนักศึกษา ผปู้ กครอง บุคลากรอ่ืน ๆ และผเู้ กี่ยวขอ้ ง การดำเนนิ การเก่ียวกบั การเสรมิ สร้างความปลอดภัยของสถานศึกษา เพอ่ื ใหป้ ฏบิ ัตใิ นการดูแลความปลอดภัย - ดำเนินการเฝ้าระวังเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจะเกิดขึ้น ในรูปแบบพี่ดูแลน้อง เพื่อนดูแล เพอ่ื น หรอื คนโตดแู ลคนเลก็ - อบรมให้ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ มาตรการป้องกันยาเสพติด มาตรการการขับขี่ปลอดภยั สรา้ งวินยั จราจร มาตรการการปอ้ งกนั และระงับอคั คีภัย มาตรการการปอ้ งกนั มิให้นักศึกษาท้องก่อนวัยอันควร มาตรการป้องกันภัยจากสื่อและเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับเพศวิถี การปฐมพยาบาลเบื้องต้น จิตอาสา เสริมสร้างคุณธรรมนำความรู้สู่ศตวรรษที่ 21 สายธารแห่งความดี ทำดีด้วยหัวใจ กิจกรรมลูกเสือส่งเสริมการ เรียนรู้ เปน็ ตน้ 2) หน่วยงาน/สถานศึกษาดำเนนิ การ/การบูรณาการการจัดการเรยี นรเู้ พื่อสง่ เสริม คุณลักษณะและพฤติกรรมท่ีพงึ ประสงคข์ องผเู้ รยี น สถานศึกษาดำเนินการการบูรณาการการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน การจัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจ พัฒนาองค์ความรู้ เกี่ยวกับ ความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู บคุ ลากรทางการศึกษา โดยจัดประชุมครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อชี้แจง แนวทางเกี่ยวกบั ความปลอดภัยในสถานศึกษา จัดกิจกรรมเสริมหลกั สูตรโดยบูรณาการเนื้อหาความปลอดภัย สถานศึกษาในรายวชิ าต่าง ๆ การจัดทำส่ือประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ เพือ่ ใหค้ วามรแู้ ก่ผูป้ กครองและชุมชน ในสถานทพ่ี บกลุ่ม - ประชุมครู เพื่อวางแผนร่วมกันในการจัดกิจกรรมพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น และบูรณาการ ในการจดั การเรียนการสอน เพื่อสง่ เสรมิ คณุ ลักษณะและพฤตกิ รรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - มีการแต่งตง้ั คณะทำงานในแต่ละกิจกรรม - ดำเนนิ งานตามแผนที่กำหนดในการจัดกิจกรรม - ประเมนิ ผลการดำเนินงาน - สรปุ ผลการดำเนนิ งาน และนำปัญหาไปพัฒนา ปรบั ปรงุ 3) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการจัดกิจกรรม/โครงการพัฒนาผู้เรียนเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะ และพฤติกรรมท่พี ึงประสงคข์ องผู้เรียน สถานศึกษาได้ปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการ กระบวนการจัดการเรียนรู้ เพ่ือสรา้ งโอกาสในการเรยี นรู้ และสร้างภูมิคุ้มกนั ควบคู่กบั การใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในเชิงบวกและสร้างสรรค์ พร้อมทั้งหาแนวทางวิธีการปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ผ่านกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต และ การสอนสอดแทรกในการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม ทักษะชีวิตที่จำเป็นในด้าน ความปลอดภัย กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ กีฬา และการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ 1) โครงการพัฒนาผู้เรียน ส่งเสริมความรู้ป้องกัน และแก้ไข ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา (White Zone) 2) โครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ส่งเสริมการเรียนรู้เพศวิถีศึกษา และทักษะชีวิต นักศึกษา สกร.อำเภอ

5 3) โครงการอบรมอาสายุวกาชาดนอกโรงเรียนอำเภอสามพราน “หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด” 4) โครงการ คา่ ยพฒั นาคุณภาพผู้เรยี นส่งเสริมคณุ ธรรมจริยธรรม ปลูกฝงั จติ สำนึกที่ดี ตามคา่ นยิ มหลกั ของคนไทยและมีจิต อาสา 5) กิจกรรมจิตอาสา กศน. “เราทำดีด้วยหัวใจ” บริจาคโลหิต ร่วมกับภาคบริการโลหิต ราชบุรี 6) โครงการพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ส่งเสรมิ สุขภาพนักศึกษา สกร.อำเภอ 1.2.2 ปจั จยั ขบั เคลื่อนสู่ความสำเร็จ สถานศึกษามคี วามรว่ มมือระหว่างผู้บรหิ าร ครู บคุ ลากร เครือขา่ ยในชมุ ชน ผเู้ ก่ยี วข้อง และ องค์กรนักศึกษาในการขับเคลื่อนตามมาตรการการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย และมีกิจกรรมที่ หลากหลาย ให้กับนักศึกษาได้เรียนรู้ และจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน กิจกรรรพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อ เสริมสร้างคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในด้านความปลอดภัย ให้แก่นักศึกษา ครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา ให้เกิดความยัง่ ยืน เชน่ การสรา้ งเจตคติที่ดี การมจี ติ บรกิ าร และเสรมิ สร้างทักษะความปลอดภัย รวมถึงการกำกบั ติดตามในการดำเนนิ งานสถานศึกษาปลอดภัย 1.2.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ปัญหา/อุปสรรค วธิ กี าร/แนวทางการแก้ไขปัญหา 1. เนอ่ื งจากภาระงานและภารกจิ เรง่ ดว่ นของครสู อน 2. การปรบั เปล่ียนกจิ กรรมให้สามารถดำเนิน ทำให้ขาดการดำเนินกิจกรรมอยา่ งต่อเนอ่ื ง กิจกรรมได้สะดวกและรวดเร็วมากยงิ่ ข้ึน เช่น การทำกจิ กรรมในรปู แบบกจิ กรรมออนไลน์ เป็นตน้ 2. งบประมาณในการดำเนนิ กิจกรรมเพื่อส่งเสรมิ 2. ปรับเปลีย่ นรูปแบบการดำเนินกจิ กรรมเพอ่ื ลด คณุ ลักษณะและพฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ของผู้เรยี น ค่ายใช้จ่ายหรือดำเนินกิจกรรมที่ไม่เกิดค่าใช้จ่าย ไม่เพียงพอ 1.2.4 นวตั กรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนนิ งานการจัดการเรียนรูเ้ พ่อื ส่งเสริมคุณลักษณะ และพฤติกรรมทพ่ี ึงประสงค์ของผู้เรียน ทีค่ ิดว่าเป็นตน้ แบบหรอื แบบอย่างที่ดี (Best Practice) (ถา้ มี) ** ระบุ รายละเอยี ดพอสังเขป และแนบรูปภาพ การร่วมมือกบั เครือขา่ ยในการดำเนินการจดั กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจรยิ ธรรมกบั เครือขา่ ย ต่าง ๆ เช่น การนำนักศึกษาเข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชน ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ที่จัดโดยกรมการสัตว์ ทหารบก เพ่ือส่งเสริมดา้ นคุณธรรมจรธิ รรม และการใชส้ ่ือออนไลนท์ เี่ หมาะสม เปน็ ต้น

6 1.2.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนนิ งาน ระดบั พน้ื ท่ี (หน่วยงาน/สถานศกึ ษา) การจัดทำแผนการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและ พฤติกรรมท่พี ึงประสงคข์ องผเู้ รียนอย่างเป็นระบบ ระดบั นโยบาย การปรับรูปแบบและการรายงานผลการดำเนินงาน การจัดการเรียนรู้เพื่อ สง่ เสรมิ คุณลักษณะและพฤตกิ รรมท่ีพงึ ประสงค์ของผเู้ รยี น เพื่อลดภาระงานของสถานศึกษา และผู้ปฏบิ ตั ิงาน 1.3 การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณท์ ีเ่ กดิ ขนึ้ กับผเู้ รยี น ครู และบุคลากรทางการศกึ ษา 1.3.1 ความกา้ วหนา้ ของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศึกษาดำเนินการตามมาตรการการปราบปรามเพ่ือใหเกิดความปลอดภัย ในสถานศึกษา (มาตรการการปราบปราม หมายถึง การดำเนินงานเกี่ยวกับการเผชิญเหตุ การเข้าถึง สถานการณ์ การแก้ไขปัญหาความไม่ปลอดภัย และการดำเนินการกบั บุคคลทล่ี ะเมดิ หรือประพฤตไิ ม่เหมาะสม ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และเปน็ ธรรม รวมถงึ การชว่ ยเหลอื เยยี วยา ฟ้นื ฟูสภาพร่างกายและจิตใจ) สถานศึกษาดำเนินการตามมาตรการการปราบปรามเพื่อให เกิดความปลอดภัยใน สถานศึกษาได้ดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู และดำเนินการตามขั้นตอนของ กฎหมาย ไดแ้ ก่ - การจัดการแก้ไขปญั หาความไมป่ ลอดภัยในสถานศึกษา คือ กำหนดแนวทางปฏบิ ตั ิ การจัดการหรือการระงับเหตุ การชว่ ยเหลือเมือ่ เกดิ เหตุ - การชว่ ยเหลือ เยยี วยา ฟ้นื ฟู จิตใจบคุ คลผ้ปู ระสบเหตคุ วามไมป่ ลอดภัย - การดำเนนิ การตามขั้นตอนของกฎหมายทีเ่ กยี่ วขอ้ ง 2) หน่วยงาน/สถานศึกษามีแนวทาง/คูม่ ือกระบวนการปกป้องคุ้มครองตอ่ สถานการณ์ ที่เกดิ ขึน้ กับผ้เู รยี น ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา สถานศึกษามแี นวทางกระบวนการปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ท่ีเกดิ ข้ึนกับผู้เรยี น ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยมีการดำเนินงานความปลอดภัยสถานศึกษาตามมาตรการ 3 ป ได้แก่ การป้องกันการปลูกฝัง และการปราบปราม จัดทำเป็นคู่มือมาตรการความปลอดภัยการดูแลช่วยเหลือและ ค้มุ ครองผเู้ รียน 3) หน่วยงาน/สถานศึกษาการสื่อสารแนวทาง/คู่มือกระบวนการปกป้องคุ้มครองต่อ สถานการณท์ ่เี กิดข้ึนกับผู้เรยี น ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา และมชี ่องทางการเผยแพร่ประชาสมั พันธ์ สถานศึกษาการสื่อสารแนวทาง/คู่มือกระบวนการปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เ กิด ขึ้นกับผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และมีช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ในกลุ่มไลน์ สกร. กล่มุ องคก์ รนกั ศกึ ษา และกลุม่ ไลนผ์ เู้ รยี น เปน็ ตน้ 1.3.2 ปัจจัยขับเคล่ือนสูค่ วามสำเรจ็ สถานศึกษามีมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา และมาตรการสถานศึกษาสีขาว มีการประชุมชี้แจ้งให้ผู้เรียน บุคลากร ได้ทราบถึงมาตรการ และแนวทางการดำเนินงาน ความปลอดภัย สถานศกึ ษา และมาตรการสถานศึกษาสขี าว

7 1. การร่วมมือกันของผู้บริหาร คณะครู ผู้ปกครอง ชุนชน องค์การปกครองส่วน ท้องถิ่น และผู้เรียนที่ร่วมมือกันในการแจ้งเบาะแสหรือความสุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ โดยเรว็ 2. มีรายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ในการ ดำเนนิ ความชว่ ยเหลอื 3. กรณมี เี ด็กเส่ยี งต้องใหไ้ ดร้ ับการคุ้มครอง/การสงั เคราะห์เบื้องตน้ ไดท้ นั ที 4. มีภาคีเครือข่ายความร่วมมือในการช่วยเหลือและการระงับเหตุการณ์ความไม่ ปลอดภยั 5. สถานศึกษาได้รับสนับสนุนวิทยากรที่มีความรู้และความชำนาญในด้านการป้องกัน ภัย อันตรายตา่ ง ๆ จะส่งผลให้นักเรียนเกดิ การเรียนรทู้ ่ดี แี ละรจู้ กั กระบวนการปอ้ งกันภัยที่ถูกตอ้ งได้ 6. สถานศึกษาดำเนินงานของพนักงาน เจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและ นักศึกษาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการ ดำเนินงาน จะมีการกำกับติดตาม ประสานงานใน การแจ้งเหตุ 1.3.3 ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ปัญหา/อปุ สรรค วธิ ีการ/แนวทางการแก้ไขปญั หา 1. สกร.ตำบล บางตำบลยังขาดการพัฒนาแหลง่ 1. ครแู ละบคุ ลากรท่ีเกย่ี วข้องควรปรับปรุงภูมิทัศน์ เรยี นรู้ใหเ้ อื้อต่อการจัดการเรียนการสอนและ สงิ่ แวดล้อมให้มีความสะอาด ปลอดภยั เอ้อื ต่อการ การเรยี นรูอ้ ยู่ตลอดเวลา จดั การเรียนการสอน เพ่อื สง่ เสรมิ การเรียนรู้ 1.3.4 นวัตกรรม/รปู แบบ/แนวทางการดำเนินงานการปกป้องคุ้มครองตอ่ สถานการณ์ ท่ีเกิดข้นึ กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ทคี่ ิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอยา่ งทีด่ ี (Best Practice) (ถา้ มี) ** ระบุรายละเอยี ดพอสงั เขป และแนบรปู ภาพ สถานศึกษาได้ดำเนนิ การจดั กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โครงการส่งเสริมความรสู้ รา้ ง ภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด เพือ่ การปกป้องและป้องกนั ภยั จากยาเสพติดท่ีอาจเกิดขน้ึ กบั ผเู้ รียน ครู และ บคุ ลากรทางการศึกษา

8 1.3.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ระดบั พน้ื ที่ (หน่วยงาน/สถานศึกษา) - มเี ครือขา่ ยให้ความชว่ ยเหลือท่สี ามารถประสานงานได้ทนั ทว่ งที - ในการดำเนนิ มาตรการการปราบปรามเพื่อใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ในสถานศึกษา จำเปน็ จะตอ้ งศึกษาข้อมูลของภัยตา่ ง ๆ ให้ครบถว้ นก่อนทีจ่ ะนำมาจดั ทำเป็นแผนเผชิญเหตุในเรื่องนนั้ ๆ ได้ ระดับนโยบาย - รัฐบาลควรสนับสนุน เจ้าหน้าที่ ตำรวจนักเรียน เพื่อปราบปราม ระงับเหตุได้ ครอบคลมุ และท่วั ถึง - ควรมนี โยบายชว่ ยเหลอื ผเู้ รียน ครู และบุคลากรทางการศกึ ษา ในพ้นื ท่ที ุรกนั ดาร - ส่งเสริมให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินมาตรการการปราบปรามเพื่อให้เกิดความ ปลอดภัยในสถานศึกษา ใหค้ รบทกุ ภัยอนั ตรายต่าง ๆ และมีคู่มือการจดั ทำแผนเผชิญเหตุที่ครอบคลุมในทุก ๆ ดา้ น นโยบายที่ 2 การยกระดับคณุ ภาพการศกึ ษา 2.1 การสง่ เสริมสนับสนนุ การจัดการเรยี นรฐู้ านสมรรถนะของผู้เรียน 2.1.1 ความก้าวหนา้ ของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) หนว่ ยงาน/สถานศึกษามีแนวทางการจดั การเรียนร้ทู ส่ี ง่ เสรมิ สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ ฐานสมรรถนะของผ้เู รียนท่ีสอดคล้องกับความต้องการและบรบิ ทของสถานศึกษา สถานศึกษามีการสำรวจรูปแบบความต้องการของผู้เรียน เพื่อการจัดการเรียนการสอนท่ี มุ่งเนน้ ให้ผูเ้ รยี นทุกระดับมสี ว่ นรว่ มสร้างสรรค์การเรยี นรู้ เพอื่ ให้เกดิ สมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตาม ความถนดั และความสนใจ (Active Learning) 2) หน่วยงาน/สถานศึกษามีเครือข่ายความรว่ มมือในการดำเนนิ งานส่งเสรมิ สนบั สนุน การจัดการเรยี นร้ฐู านสมรรถนะของผเู้ รียน สถานศึกษามีการปรับเปลี่ยนมาตรการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยได้ ดำเนนิ งานรว่ มกับหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข กรมการปกครองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อสม. ในพ้นื ท่ี ในการ จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน เช่น การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ

9 0nline/On-Hand/On-Demand มีการประชุมระบบออนไลน์ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยดำเนินการตาม มาตรการป้องกนั และควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของสถานศึกษา 2.1.2 ปจั จยั ขบั เคลื่อนสู่ความสำเรจ็ มีการประชุมและวางแผนรวมกับภาคเี ครอื ข่าย รวมท้งั การทำ MOU ร่วมกบั หน่วยงานต่าง ๆ ในชุมชน เพื่อจัดการศึกษาด้านพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้ผู้เรียนและผูร้ ับ การบรกิ ารการศกึ ษานอกระบบมที างเลอื กในการเรยี นรทู้ ี่ครอบคลมุ มากข้นึ 2.1.3 ปัญหาและอปุ สรรคของการดำเนินงาน ปญั หา/อุปสรรค วิธีการ/แนวทางการแกไ้ ขปญั หา 1. การเขา้ ถงึ อินเตอรเ์ น็ตของผูเ้ รียนไม่ท่วั ถึง ทำให้ 1. ให้ครเู ตรยี มตัวท้ังความรู้ ส่อื อปุ กรณ์ กระบวนการเรยี นการสอนไม่ตอ่ เนื่อง การเช่อื มต่ออนิ เทอร์เนต็ ให้พรอ้ มใช้งาน และใหส้ อดคลอ้ งกับแผนการสอน 2. นักศึกษาส่วนใหญ่อย่ใู นกลุ่มวัยทำงาน ทำใหก้ าร 2. ให้ครูแจง้ นกั ศึกษาลงชือ่ เข้าเรียนในหอ้ งเรียน มาพบกลุ่มและแบบออนไลน์ไม่สม่ำเสมอ จงึ เป็นเหตุ ออนไลนท์ ุกคร้ัง และสรปุ จำนวนผูท้ ีม่ าเรียนและขาด ให้นักศึกษาไมม่ ีสิทธสิ์ อบ สง่ ผลใหน้ กั ศกึ ษาขาดสอบ เรยี นทุกครั้ง ให้ครูตกั เตือน ติดตามนักศึกษาทไ่ี ม่เขา้ มาก เรียน เรง่ หาสาเหตุและแก้ไขเพ่ือจะได้ทำให้ นักศกึ ษาเขา้ เรียนมากข้นึ 3. ความร้ทู างดา้ นเทคโนโลยขี องผู้เรยี น สำหรบั การ 3. ครูผู้สอนทำการสอนและแนะนำวิธกี ารใชง้ าน เรียนในรูปแบบออนไลน์ ระบบหอ้ งเรียนออนไลน์ เพื่อใหผ้ ้เู รียนเข้าใจระบบ การเรยี นออนไลนม์ ากย่ิงขึน้ 2.1.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนนิ งานการสง่ เสริมสนับสนนุ การจัดการเรียนรู้ฐาน สมรรถนะของผู้เรียน ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบุรายละเอียดพอ สงั เขป และแนบรปู ภาพ การสร้างระบบห้องเรียนออนไลน์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามความ สะดวกและความของผเู้ รยี น https://www.nfenptlearningonline.com/ บทเรียนออนไลน์1/2566 - ประเมินคุณธรรม ม.ปลาย (google.com)

10 2.1.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ระดับพนื้ ท่ี (หนว่ ยงาน/สถานศกึ ษา) การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียนที่เพียงพอ เพื่อให้ สถานศกึ ษาสามารถการเรยี นการสอนในรูปแบบทห่ี ลากหลายและตรงกบั ความตอ้ งการของผเู้ รยี นมากที่สดุ ระดับนโยบาย การได้รับการจัดสรรงบประมาณ ในการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ของผู้เรียนที่เพียงพอ เพื่อให้สถานศึกษสามารถการเรียนการสอนในรูปแบบท่ีหลากหลายและตรงกับความ ต้องการของผู้เรยี นมากทส่ี ดุ 2.2 การพัฒนาผู้เรยี นให้มสี มรรถนะและทกั ษะทจี่ ำเป็นในศตวรรษท่ี 21 2.2.1 ความก้าวหนา้ ของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) หนว่ ยงาน/สถานศึกษามีแนวทางการจัดการเรียนรทู้ ส่ี ่งเสรมิ สนบั สนุนการจัดการเรียนรู้ ฐานสมรรถนะของผู้เรียนท่ีสอดคลอ้ งกบั ความต้องการและบรบิ ทของสถานศึกษา ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2566 สถานศึกษามีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดการ เรยี นการสอนมากย่ิงข้นึ เพอื่ ให้ผู้เรยี นมีทักษะเท่าทนั เหตุการณป์ ัจจบุ ันมากข้ึน เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาตนเอง ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม สามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ สามารถประเมินความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีเหตุมีผล ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่าง มีความสุข มีความเป็นผู้นำและผู้ตาม แสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม สามารถสื่อสารกับเพื่อน ครูผู้สอนและบุคคลอื่น ๆ โดยใช้ภาษาที่ถูกต้องและสื่อสารได้อย่างชัดเจน เข้าใจ ได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน รวมถึงสามารถสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมได้ ตลอดจนมคี วามรู้เกี่ยวกับการใชเ้ ทคโนโลยีเพ่ือการคน้ ควา้ มีจริยธรรม ไม่ทำผดิ กฎหมายเกี่ยวกับ การใชเ้ ทคโนโลยี รวมถึงรจู้ กั ปรับตวั เพื่อรบั การเปลีย่ นแปลง สามารถจดั การกับปญั หา ต่าง ๆ ในทท่ี ำงาน และ การใชช้ วี ิตไดอ้ ยา่ งมเี หตมุ ีผล มคี วามรับผิดชอบ ประพฤติปฏบิ ัตติ นอยใู่ นศีลธรรมอยา่ งเคร่งครดั 2) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการจดั กิจกรรม/โครงการเพอ่ื พัฒนาผู้เรยี นให้มสี มรรถนะ และทักษะท่ีจำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 ในปีงบประมาณ 2566 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 สถานศึกษาได้ดำเนินการ พัฒนาผู้เรียน ให้มีสมรรถนะและทักษะทีจ่ ำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 ผ่านกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีผลการ ดำเนนิ งาน ดงั นี้ ชอ่ื โครงการ/กจิ กรรม ผู้เรยี นมสี มรรถนะ และทกั ษะที่จำเปน็ ในศตวรรษที่ 21 กิจกรรมจติ อาสา \"เราทำดี ด้วย หวั ใจ\" บรจิ าคโลหิต 1. มีทกั ษะในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและแก้ไขปญั หาได้ 2. ความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ 3. มีคุณธรรม มีเมตตากรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของ ทักษะข้นั ตน้ ท้งั หมดและเป็นคุณลักษณะที่เด็กไทยจำเปน็ ตอ้ งมี

11 ชื่อโครงการ/กิจกรรม ผเู้ รยี นมีสมรรถนะ และทักษะท่ีจำเปน็ ในศตวรรษที่ 21 โครงการพฒั นาผู้เรยี น ส่งเสริมความรู้ 1. มที กั ษะในการคดิ วเิ คราะห์ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ และแก้ไขปญั หาได้ ป้องกนั และแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ ใน 2. คดิ อยา่ งสร้างสรรค์ คิดเชิงนวัตกรรม สถานศึกษา (white Zone) 3. ความรว่ มมือการทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ 4. ทกั ษะในการสือ่ สาร และการร้เู ทา่ ทันส่อื 5. ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการร้เู ท่าทันเทคโนโลยี 6. มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นคุณลักษณะพื้นฐาน สำคัญของทักษะขัน้ ต้นท้งั หมด และเป็นคณุ ลกั ษณะท่เี ด็กไทยจำเปน็ ต้องมี โครงการยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิ 1. มีทกั ษะในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อย่างมวี ิจารณญาณ และแก้ไขปัญหาได้ การทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ ด้านการศกึ ษานอกระบบโรงเรยี น (N-NET) โครงการอบรมอาสายวุ กาชาด สกร. 1. มีทักษะในการคิดวเิ คราะห์ คิดอย่างมวี จิ ารณญาณ และแกไ้ ขปัญหาได้ อำเภอ \"หลักสูตรพื้นฐานยวุ กาชาด\" 2. ความรว่ มมือการทำงานเป็นทีม และภาวะผนู้ ำ 3. ทักษะในการส่ือสาร และการรเู้ ทา่ ทนั สื่อ 4. ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรู้ เท่าทนั เทคโนโลยี 5. มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบียบวินัย ซงึ่ เป็นคุณลกั ษณะพนื้ ฐาน สำคัญของทักษะขั้นตน้ ทั้งหมด และเป็นคุณลกั ษณะท่ีเดก็ ไทยจำเปน็ ตอ้ งมี โครงการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น 1. มีทักษะในการคดิ วเิ คราะห์ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณและแกไ้ ขปญั หาได้ ส่งเสริมการเรยี นรู้เพศวิถีศึกษาและ 2. คดิ อย่างสร้างสรรค์ คิดเชงิ นวตั กรรม ทักษะชีวิตนักศึกษา 3. ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ 4. ทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสอ่ื 5. ความเขา้ ใจความแตกตา่ งทางวัฒนธรรมกระบวนการคดิ ข้ามวฒั นธรรม 6. ทักษะการใชค้ อมพวิ เตอร์ และการร้เู ท่าทันเทคโนโลยี 7. มีคุณธรรมมีเมตตากรณุ ามีระเบียบวนิ ัยซง่ึ เป็นคุณลักษณะพน้ื ฐานสำคัญของ ทกั ษะขัน้ ตน้ ทัง้ หมดและเป็นคุณลกั ษณะท่ีเดก็ ไทยจำเป็นตอ้ งมี โครงการปฐมนเิ ทศนักศึกษา และพิธี 1. มที ักษะในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ และแก้ไขปญั หาได้ ไหว้ครู ของนักศึกษา หลักสตู ร 2. ความรว่ มมือการทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษา 3. ทักษะทางอาชพี และการเรียนรู้ ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 4. มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซ่ึงเป็นคุณลกั ษณะพ้ืนฐาน สำคัญของทักษะข้ันต้นท้ังหมด และเปน็ คุณลกั ษณะท่เี ด็กไทยจำเป็นต้องมี โครงการพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียนศึกษา 1. มที กั ษะในการคดิ วเิ คราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และแก้ไขปญั หาได้ เรียนรู้ เรื่องเล่าความเปน็ ไทย 2. ความร่วมมือการทำงานเปน็ ทีม และภาวะผูน้ ำ ส่งเสรมิ พทุ ธศาสนา อนรุ ักษส์ ืบสาน 3. ความเข้าใจความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมกระบวนการคดิ ขา้ มวฒั นธรรม ศลิ ปะและวฒั นธรรม 4. มคี ุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบยี บวินยั ซึง่ เปน็ คุณลกั ษณะพน้ื ฐาน สำคัญของทักษะข้ันต้นทั้งหมด และเปน็ คุณลักษณะท่ีเด็กไทยจำเปน็ ตอ้ งมี โครงการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นสง่ เสริม 1. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั การดูแลสุขภาวะอนามยั ของตนเอง สขุ ภาพนักศึกษาสกร.

12 ชอื่ โครงการ/กจิ กรรม ผู้เรียนมีสมรรถนะ และทกั ษะทีจ่ ำเปน็ ในศตวรรษที่ 21 2. มสี ขุ ภาพร่างกายแขง็ แรง และมที ักษะในการออกกำลงั กายให้ห่างไกล จากโรคภยั โครงการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นดว้ ย 1. มีทกั ษะในการคิดวเิ คราะห์ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และแกไ้ ขปญั หาได้ กระบวนการSTEMศกึ ษาดา้ นหุ่นยนต์ 2. ความร่วมมือการทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (ROBOT) 3. ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรเู้ ทา่ ทนั เทคโนโลยี 4. คิดอย่างสรา้ งสรรค์ คิดเชิงนวตั กรรม โครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกบั ภยั ไซเบอร์ 1. มที กั ษะในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมวี จิ ารณญาณ และแก้ไขปัญหาได้ และความผดิ พรบ.คอมพิวเตอร์ 2. ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์ และการรู้เท่าทนั เทคโนโลยี 3. ทักษะในการสือ่ สารและการรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ โครงการอบรมให้ความรูเ้ ทา่ ทันภยั 1. มีทกั ษะในการคดิ วิเคราะห์ คิดอย่างมวี ิจารณญาณ และแกไ้ ขปัญหาได้ จากโลกออนไลน์สำหรบั คนพิการ 2. ทกั ษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรเู้ ทา่ ทันเทคโนโลยี 3. ทกั ษะในการสอ่ื สารและการรเู้ ท่าทันสื่อ โครงการพัฒนาสนุ ทรยี ภาพการร้อง 1. ความเข้าใจความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม เพลงและเลน่ ดนตรสี ากล โครงการศึกษาดูงานสง่ เสริมการ 1. มีทกั ษะในการคดิ วเิ คราะห์ คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ และแกไ้ ขปญั หาได้ เรียนรเู้ พือ่ พัฒนาทักษะอาชีพ 2. ทกั ษะทางอาชีพ และการเรียนรู้ โครงการส่งเสรมิ สขุ ภาวะทางกาย 1. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั การดแู ลสุขภาวะอนามัยของตนเอง ด้วยการเล่นกีฬาตา้ นภัยยาเสพตดิ 2. มีสุขภาพรา่ งกายแข็งแรง และมีทักษะในการออกกำลังกายใหห้ ่างไกล จากโรคภัย 3. ความร่วมมือการทำงานเป็นทีม และภาวะผ้นู ำ 4. มคี ณุ ธรรมมีเมตตากรุณามรี ะเบยี บวินัยซ่งึ เปน็ คณุ ลกั ษณะพืน้ ฐานสำคัญของ ทกั ษะขน้ั ตน้ ทง้ั หมดและเป็นคณุ ลกั ษณะท่ีเดก็ ไทยจำเป็นต้องมี 3) หน่วยงาน/สถานศึกษามีเครือข่ายความร่วมมือในการดำเนินงานพัฒนาผู้เรียนให้มี สมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษท่ี 21 สถานศึกษา ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ของสถานศึกษาให้มปี ระสทิ ธิภาพ โดยส่งเสรมิ สนับสนุนให้ภาคีเครือขา่ ยเข้ามาส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษา ในด้านสื่อหรอื เทคโนโลยเี พื่อการศึกษาเพื่อพัฒนาด้านวชิ าการ ตลอดจนพัฒนาเนื้อหาหลักสูตร หรือกิจกรรม พฒั นาคุณภาพผูเ้ รียนใหส้ อดคลอ้ งตรงกับความต้องการ และเปน็ ไปตามหลกั สตู รฐานสมรรถนะ ซึ่งประกอบไป ด้วยภาคีเครือข่ายทางสังคมที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล องค์กร วัด โรงเรียน องค์กรชุมชน องค์กร ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ องค์กรเอกชน สถาบนั ศาสนา หนว่ ยงานราชการท่ีเกย่ี วข้องในทุกระดบั เพ่ือพัฒนาผู้เรียน ใหม้ ีสมรรถนะและทักษะทจ่ี ำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 ได้แก่ ภาคเี ครือขา่ ย ด้านทีส่ ง่ เสริม สนบั สนนุ สถานศึกษา บริษัท ทีโอที จำกดั (มหาชน) สอ่ื หรือเทคโนโลยเี พื่อการศึกษา สถานีวิทยุโทรทศั นเ์ พอ่ื การศึกษา (ETV) ส่ือ หรือเทคโนโลยีเพ่ือการศกึ ษา สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย สอ่ื หรอื เทคโนโลยีเพื่อการศกึ ษา

13 ภาคีเครอื ขา่ ย ด้านท่ีสง่ เสรมิ สนบั สนนุ สถานศึกษา การจัดการศกึ ษา หรือพฒั นาวิชาการและบคุ ลากร ขวญั กำลังใจแก่ผทู้ ่จี ดั การศึกษา หรอื ผเู้ รียน หรอื ผรู้ ับบริการ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั สอ่ื หรือเทคโนโลยเี พื่อการศกึ ษา วทิ ยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี การจัดการศกึ ษา หรอื พัฒนาวิชาการและบุคลากร บริษทั เทพผดุงพรมะพร้าว จำกดั สอ่ื หรือเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา การจัดการศึกษา หรอื พฒั นาวชิ าการและบุคลากร ขวญั กำลงั ใจแกผ่ ู้ทีจ่ ัดการศึกษา หรอื ผเู้ รียน หรอื ผูร้ ับบรกิ าร การส่งเสริม สนับสนนุ เพอ่ื สร้าง หรือพัฒนาแหลง่ การเรียนรู้ สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย สื่อ หรือเทคโนโลยเี พื่อการศกึ ษา การจัดการศกึ ษา หรือพฒั นาวชิ าการและบคุ ลากร สถาบันพฒั นาครู คณาจารย์ และบคุ ลากร การจดั การศึกษา หรือพัฒนาวิชาการและบุคลากร ทางการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการเลือกต้ัง สือ่ หรอื เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา การจัดการศึกษา หรือพัฒนาวชิ าการและบคุ ลากร การส่งเสรมิ สนับสนุนเพ่ือสร้าง หรือพฒั นาแหล่งการเรยี นรู้ สำนักงานคมุ้ ครองผบู้ ริโภค สื่อ หรอื เทคโนโลยเี พ่ือการศกึ ษา สำนกั งานศึกษาธกิ ารจังหวดั นครปฐม สื่อ หรือเทคโนโลยเี พื่อการศึกษา การจดั การศึกษา หรอื พฒั นาวิชาการและบคุ ลากร ขวัญกำลงั ใจแกผ่ ทู้ จ่ี ดั การศึกษา หรือผเู้ รียน หรอื ผู้รับบรกิ าร สำนักงานสาธารณสขุ จังหวัดนครปฐม สอื่ หรอื เทคโนโลยเี พ่ือการศึกษา การจัดการศึกษา หรือพัฒนาวิชาการและบุคลากร สำนกั งานพัฒนาชุมชนอำเภอสามพราน การจัดการศกึ ษา หรือพฒั นาวชิ าการและบุคลากร สาธารณสขุ สอ่ื หรอื เทคโนโลยีเพื่อการศกึ ษา การจัดการศึกษา หรือพฒั นาวิชาการและบคุ ลากร สำนกั งานเกษตร สอ่ื หรอื เทคโนโลยเี พ่ือการศึกษา การจัดการศึกษา หรือพัฒนาวิชาการและบคุ ลากร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทกุ สื่อ หรือเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา ตำบล การจัดการศกึ ษา หรือพฒั นาวิชาการและบุคลากร ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษ เขตการศกึ ษา 1 สื่อ หรอื เทคโนโลยเี พ่ือการศึกษา จงั หวดั นครปฐม การจัดการศึกษา หรือพฒั นาวชิ าการและบุคลากร ขวัญกำลังใจแกผ่ ทู้ ี่จดั การศึกษา หรือผูเ้ รียน หรอื ผูร้ บั บริการ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กหญิง บ้านปรานี การจดั การศึกษา หรือพัฒนาวิชาการและบุคลากร ศนู ยฝ์ ึกอาชีพหญิงตาบอด สื่อ หรอื เทคโนโลยีเพ่ือการศกึ ษา การจัดการศึกษา หรอื พฒั นาวิชาการและบคุ ลากร องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ การจัดการศกึ ษา หรือพฒั นาวิชาการและบคุ ลากร ขวญั กำลังใจแกผ่ ู้ท่ีจัดการศึกษา หรอื ผู้เรียน หรือผู้รับบรกิ าร การส่งเสรมิ สนบั สนุนเพื่อสร้าง หรือพัฒนาแหลง่ การเรยี นรู้

14 ภาคีเครือขา่ ย ด้านที่สง่ เสริม สนับสนุนสถานศึกษา วดั ในแต่ละตำบล การจัดการศึกษา หรือพัฒนาวชิ าการและบุคลากร แหลง่ เรียนรู้ภายในอำเภอ การส่งเสริม สนบั สนนุ เพอื่ สร้าง หรือพฒั นาแหลง่ การเรียนรู้ การจัดการศกึ ษา หรอื พัฒนาวิชาการและบคุ ลากร การสง่ เสรมิ สนับสนุนเพื่อสร้าง หรอื พฒั นาแหลง่ การเรยี นรู้ 2.2.2 ปจั จยั ขบั เคล่ือนสคู่ วามสำเรจ็ สถานศกึ ษามกี ระบวนการส่งเสริม สนับสนุนการจัด หรอื ร่วมจัดการศึกษาของภาคีเครือข่าย โดยมกี ารประสานงานทั้งท่เี ป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการ ได้แก่ การประชมุ การพูดคยุ หารือ การทำหนังสือ ราชการ เพื่อให้เครือข่ายเข้าใจบทบาทหน้าที่ของสถานศึกษา รวมทั้งหลักการ และวัตถุประสงค์ของการจัด การศึกษาแต่ละประเภท มีส่วนร่วมในการคิด วางแผน ดำเนินการ ประเมินผล และติดตามผล ตลอดจนให้ ข้อเสนอแนะ มีการจัดทำลงนามความร่วมมือ (MOU) กับเครือข่าย เพื่อทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง หนว่ ยงานอีกด้วย 2.2.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนนิ งาน ปญั หา/อปุ สรรค วธิ ีการ/แนวทางการแก้ไขปัญหา 1. งบประมาณในการดำเนินกิจกรรมเพ่ือส่งเสรมิ 1. ปรบั เปลยี่ นรปู แบบการดำเนินกจิ กรรมเพอื่ ลด คณุ ลักษณะและพฤติกรรมท่ีพงึ ประสงคข์ องผูเ้ รยี น ค่ายใช้จ่ายหรอื ดำเนนิ กิจกรรมทไี่ ม่เกดิ คา่ ใชจ้ า่ ย ไมเ่ พยี งพอ 2. ความพรอ้ มของวสั ดุ สือ่ และอุปกรณ์ สำหรบั การ 2. ครผู สู้ อนปรบั เปลี่ยนวิธกี ารเรยี นรู้ ตามความ เรยี นในรูปแบบออนไลน์ พร้อมและความสามารถของผเู้ รยี น 3. ระดับความรู้ และทักษะของผูเ้ รียนแตล่ ะรายไม่ 3. ครผู สู้ อนสง่ เสรมิ ความรู้ และทักษะของผเู้ รียน เท่ากัน โดยเนน้ ผ้เู รียนทมี่ ีความรแู้ ละทกั ษะระดับต่ำ เพื่อให้ ผู้เรยี นทม่ี คี วามรู้และทกั ษะในระดับต่ำ สามารถ เขา้ ใจและเรียนรูไ้ ด้เท่าเทยี มกับผูท้ ม่ี คี วามรแู้ ละ ทักษะในระดบั สงู 2.2.4 นวตั กรรม/รปู แบบ/แนวทางการดำเนินงานการพัฒนาผู้เรยี นใหม้ ีสมรรถนะและทักษะ ที่จำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 ท่ีคิดว่าเป็นต้นแบบหรอื แบบอย่างท่ีดี (Best Practice) (ถ้าม)ี ** ระบรุ ายละเอยี ด พอสังเขป และแนบรปู ภาพ กจิ กรรมพฒั นาคุณภาพผู้เรียนผเู้ รยี นเขา้ ร่วมโครงการค่ายตวิ เข้มเตมิ เต็มความรู้

15 โครงการอบรมใหค้ วามร้เู กย่ี วกบั ภยั ไซเบอรแ์ ละความผดิ พรบ.คอมพวิ เตอร์ กจิ กรรมเสรมิ สร้างคุณธรรม จริยธรรม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องสถานศึกษา ดว้ ยจิตอาสา ทำความดดี ้วยหวั ใจ โครงการสง่ เสริมสุขภาวะทางกายดว้ ยการเล่นกีฬาตา้ นภยั ยาเสพตดิ กจิ กรรมพฒั นาคุณภาพผู้เรยี นโครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารด้านเทคโนโลยดี ิจทิ ลั เรยี นรู้การใช้ แอพพลิเคชั่นในการจดั การเรียนรู้

16 2.2.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนินงาน ระดับพน้ื ท่ี (หนว่ ยงาน/สถานศกึ ษา) - ระดบั นโยบาย กรมสง่ เสริมการเรยี นรู้ ต้องมีการปรับปรุงหลักสตู ร หรือจดั ทำหลักสูตรฐานสมรรถนะให้ มคี วามสอดคลอ้ งทันสมยั กบั โลกศตวรรษที่ 21 ต่อไป 2.3 การพฒั นาครใู นดา้ นการวดั และประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรยี น (Assessment for Learning) 2.3.1 ความก้าวหน้าของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) หนว่ ยงาน/สถานศึกษาดำเนนิ การพฒั นาครดู ้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนา การเรียนรู้ของผ้เู รียน (Assessment for Learning) สภานศึกษาได้ส่งบุคลากรเข้าร่วมโครงการจัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน ร่วมกับสำนักงาน สกร.จังหวัดนครปฐม ดำเนินการจัดทำแบบทดสอบ ในรายวิชาเลือก ตามผังการสร้างแบบทดสอบ (Test Blueprint) แบ่งเป็น 6 ระดับ ได้แก่ ความจำความรู้ ความเข้าใจ นำไปใช้/ประยุกต์ใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์/ สรา้ งสรรค์ และประเมินคา่ ทกุ ภาคเรยี น เพือ่ ใชว้ ดั ระดับความรู้ของผู้เรยี นปลายภาค นอกจากน้ี สถานศึกษามี การดำเนินการวัดและประเมินผลตามแนวทางหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่สอดคล้องกับจดุ หมาย วัตถุประสงคข์ องหลักสูตรอย่างชัดเจน ประกอบด้วย 5 สาระการ เรียนรู้ ได้แก่ ทักษะการเรยี นรู้ สาระความรู้พ้ืนฐาน สาระการประกอบอาชีพ สาระทกั ษะการดำเนินชีวิต และ สาระการพัฒนาสังคม โดยได้กำหนดเกณฑ์การวัดผลระหว่างภาคเรียน และปลายภาคเรียน สัดส่วน 60 : 40 โดยมีการกำหนดเกณฑ์คะแนนระหว่างภาค 60 คะแนน แบ่งเป็น การเรียนรู้ต่อเนื่อง (กรต.) 20 คะแนน โครงงาน 20 คะแนน สอบกลางภาค 20 คะแนน และคะแนนสอบปลายภาคเรียน 40 คะแนน สำหรับใน รายวิชาบังคับ ผู้เรียนต้องมีคะแนนสอบปลายภาคไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 หรือไม่น้อยกว่า 12 คะแนน การ ตัดสินผลการเรียนรายวิชา ให้นำคะแนนระหว่างภาคเรียนมาร่วมกับคะแนนปลายภาคเรียน และจะต้องได้ คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 จึงจะถือว่าผ่านการเรียนในรายวิชานั้น และนำคะแนนที่ได้ไปเปรียบเทียบกับ เกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดเพื่อให้ค่าระดับผลการเรียน กำหนดเป็น 8 ระดับ ในการวัดและประเมินผลการ เรียนรายวิชา เพื่อให้ทราบความก้าวหน้าทั้งด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมจริยธรรม จากการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ของสถานศึกษา ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การสังเกต การสอบถาม การทำโครงงาน การปฏิบัติจริง ทดสอบย่อย แบบฝึกหัด เป็นต้น โดยเลือกให้เหมาะสมกับรายวิชา นอกจากน้ีสถานศึกษายัง มีการส่งเสริมให้ครูผู้สอนใช้ระบบ ITW Online เพื่อช่วยลดภาระของครู ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่มีความถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังลดระยะเวลาและการจัดทำเอกสารในการวัดและประเมินผล ผเู้ รียน 2) หนว่ ยงาน/สถานศึกษาสถานศึกษามีเคร่ืองมือการวดั และประเมินผลเพ่ือพัฒนาการ เรยี นรูข้ องผเู้ รยี น Assessment for Learning) ทส่ี ามารถวัดผลสมั ฤทธ์ิการเรยี นรู้ของผูเ้ รยี นได้อย่างเหมาะสม สอดคลอ้ งกับบริบทของผ้เู รียน สถานศึกษามีการจัดทำเครื่องมือการวัดและประเมินผลเป็นรายวิชาให้แก่ผู้เรียน ประกอบดว้ ย 1) แบบทดสอบกอ่ นเรียน เปน็ การตรวจสอบความรู้ ทักษะพ้นื ฐาน ไดแ้ ก่ การประเมินระดับการ

17 รู้หนังสือของผู้เรียน ทุกภาคเรียน และแบบทดสอบวัดความรู้พื้นฐานของผู้เรียนที่ครูจัดทำขึ้น 2) การวัดและ ประเมินผลระหว่างภาคเรียน โดยใช้แบบทดสอบ ท้ังแบบปรนัยและแบบอัตนัย โดยครูผู้สอนเป็นผู้ออกแบบ เช่น แบบเลือกตอบ, แบบเติมคำ แบบจับคู่, ใบงาน, แบบฝึกหัด และแบบถูก-ผิด และ 3) การวัดและ ประเมินผลปลายภาคเรียน โดยรายวิชาบังคับและรายวิชาเลือกบังคับ ใช้แบบทดสอบปรนัยของกรมส่งเสริม การเรียนรู้ ในส่วนรายวิชาเลือกเสรี ใช้แบบทดสอบของสำนักงาน สกร.จังหวัดนครปฐม ที่จัดทำขึ้นจาก คณะทำงานจากสถานศกึ ษาในสังกดั 2.3.2 ปจั จัยขบั เคล่ือนสคู่ วามสำเรจ็ สถานศกึ ษาได้นำผลการทดสอบการศึกษาระดบั ชาติด้านการศึกษานอกระบบ (N-NET) และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน มาวิเคราะห์รายวิชา ที่มีผลการเรียนหรือคะแนนต่ำ โดยนำมาวางแผน ร่วมกัน เพื่อดำเนินโครงการ/กิจกรรม อยา่ งต่อเนอ่ื ง ทกุ ภาคเรยี น เชน่ โครงการสอนเสริม เปน็ ต้น 2.3.3 ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนนิ งาน ไม่มี 2.3.4 นวตั กรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานการพฒั นาครูในดา้ นการวัดและประเมินผล เพือ่ พัฒนาการเรียนรขู้ องผเู้ รียน (Assessment for Learning) ทคี่ ิดวา่ เปน็ ต้นแบบหรือแบบอย่างท่ีดี (Best Practice) (ถา้ มี) ** ระบุรายละเอียดพอสงั เขป และแนบรูปภาพ การสร้างและจัดทำระบบ ITW Online เพื่อพัฒนาครใู นด้านการวดั และประเมนิ ผลเพื่อ พัฒนาการเรยี นรู้ของผู้เรียน โดยใชเ้ ทคโนโลยีในการวดั และประเมินผล https://nfenkp.info/nfe/login.php tattiya6.noonnfe.repl.co

18 2.3.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนินงาน ระดับพนื้ ที่ (หน่วยงาน/สถานศกึ ษา) ไม่มี ระดับนโยบาย ไม่มี 2.4 การจัดการเรยี นรูด้ ว้ ยการลงมือปฏบิ ตั จิ รงิ (Active Learning) 2.4.1 ความก้าวหน้าของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศึกษาดำเนินการจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) เพ่อื พัฒนาผเู้ รยี น สถานศึกษาได้ดำเนินการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนด้วยการลงมือปฏิบัติ ซึ่งเป็น กระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถต่อยอดความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างนิสัยให้รัก การเรียนรูต้ ลอดชีวิต ลงมอื ปฏิบัติได้ โดยมีครูผูส้ อน ออกแบบวางแผนการจัดการเรียนรู้ เนน้ ให้ผู้เรียนเกิดการ คิด ลงมือทำ เข้าใจ และปรับใช้ เพื่อส่งผลต่อพฤติกรรม เช่น จัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทำโครงงาน (Project Base Learning) เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียน เรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามความสนใจ โดยผ่าน กระบวนการคิดแก้ปัญหา และลงมือปฏิบัติเพื่อค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นการเรียนรูจ้ ากประสบการณ์ตรง จากแหล่งเรียนรู้ และเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการคิดวิเคราะห์ สังเกต ทำได้อย่างถูกต้อง และนำไปปรับใช้จริง รวมท้ังส่งเสรมิ กระบวนการทำงานเปน็ กลุ่ม การแบ่งหนา้ ท่ีความรับผิดชอบ ภาวะผู้นำและผตู้ าม ในปีงบประมาณ 2566 สถานศึกษาดำเนินการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไซด์ ครู ทุกคน ดำเนินการจัดกระบวนการเรียนรู้ สกร. หรือ ONIE MODEL ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จัดขึ้นอย่าง เปน็ ระบบตามปรัชญา “คิดเปน็ ” ประกอบด้วย 4 ขน้ั ตอน ดังน้ี ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O : Orientation) เป็น การเรียนรู้จากสภาพปัญหา หรือความต้องการของผู้เรียน และชุมชน สังคม โดยให้เชื่อมโยงกับประสบการณ์ เดิม และสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสตู ร ขั้นที่ 2 แสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N : New ways of learning) การแสวงหา ข้อมูล และจัดการเรียนรู้ โดยศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ และรวบรวมข้อมูลของตนเอง ข้อมูลของชุมชน สังคม และข้อมูลทางวิชาการ จากสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายมีการระดมความคิดเห็น วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูล และสรุปเป็นความรู้ ขั้นที่ 3 ปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) นำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติ และประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกบั สถานการณ์ เหมาะสมกบั วฒั นธรรมและสงั คม ขั้นตอนการเรียนรู้ ข้ันท่ี 4 ประเมินผลการเรยี นรู้ (E : Evaluation) ประเมิน ทบทวน แก้ไขขอ้ บกพร่อง ผล จากการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้แล้วสรุปเป็นความรู้ใหม่ พร้อมกับเผยแพร่ผลงาน โดยใช้สื่อการเรียนรู้ท่ี หลากหลาย เช่น สื่อเทคโนโลยี Google Classroom Line Facebook แบบเรียน แหล่งเรียนรู้ ผู้รู้ ภูมิปัญญา ใบงาน ใบความรู้ กรต. 2) ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาไดร้ ับการพัฒนาสมรรถนะในการจัดการเรียนร้ดู ้วยการลง มอื ปฏบิ ตั จิ รงิ (Active Learning) สถานศึกษาได้ส่งครูและบุคลากรเข้ารับการอบรมร่วมกับสำนักงาน สกร.จังหวัดนครปฐม ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการเรียนรู้รูปแบบออนไลน์ (On-Line) มีการจัดทำคู่มือ แนวทางการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับครู กศน. ในการนำไปใช้จัดการเรียนการสอน

19 ให้กบั นกั ศึกษา กศน. ทกุ ระดับ เพื่อให้นกั ศึกษาไดเ้ รยี นรู้ดว้ ยตนเอง สามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่าง บุคคล โดยผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต Google Site Facebook Live Line ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตาม ความสนใจและความสะดวก การเรียนรู้รูปแบบออนไซด์ (On-Site) ผู้เรียนสามารถมาเรียนที่สถานที่พบกลุ่ม ตามกศน.ตำบล และศูนย์การเรียนชมุ ชน การจัดการเรียนการสอนยังคงรูปแบบเวน้ ระยะห่าง โดยมีมาตรการ การป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 นอกจากน้ี ยังส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล โดยมีการประชาสัมพันธ์รับสมัครนักศึกษาผ่านระบบออนไลน์ควบคู่กับการรับสมัครนักศึกษาด้วย ตนเอง และมีการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผน มีการจัดกระบวนการ เรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่นตามความเหมาะสม โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง จากสื่อการเรยี นรู้ แหล่งการเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรูต้ ่าง ๆ ท้ังนี้ได้ส่งเสรมิ ให้ครูได้รบั การพัฒนาวิธีการ จดั กระบวนการเรียนรทู้ ่ีหลากหลาย โดยการนำเทคโนโลยดี จิ ทิ ัลมาใช้ในการจดั การเรียนการสอน ดงั น้ี (1) การเรียนรู้แบบพบกลุ่ม ได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียน การสอน ดังนี้ การใช้สื่อวิดีโอความรู้จากช่องทางออนไลน์ เช่น ETV YouTube ให้ผู้เรียนสืบค้นข้อมูลจาก อินเตอร์เน็ต แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการจัดทำรายงาน ชิ้นงาน โครงงานของผู้เรียน นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ในการจัดทำรายงาน ช้ินงาน โครงงานของผเู้ รียน มกี ารทำแบบทดสอบก่อน - หลังเรยี น ผา่ น Google Form (2) การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ เป็นการเรียนรู้ผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต เพื่อให้นักศึกษาได้ เรยี นรู้ด้วยตนเอง สามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมถงึ แก้ไขปัญหาทผ่ี ู้เรยี นไม่สามารถมาพบ กลุ่มในการเรียนการสอนในแต่ละสัปดาห์ได้ โดยได้มีการจัดทำบทเรียนออนไลน์ ผ่านการใช้โปรแกรม แอพพลิเคชั่น ทั้งในคอมพิวเตอร์และมือถือ เช่น Google Site Google Classroom ในการสร้างห้องเรียน ออนไลน์ ในหอ้ งเรียนออนไลน์ประกอบด้วย ใบงาน ใบความรู้ ใบกจิ กรรม และแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลัง เรียน ผ่าน Google Classroom และ Google Site ในการสร้างใบงาน ใบความรู้ ใบกิจกรรม และ แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน 2.4.2 ปจั จยั ขับเคลอ่ื นสคู่ วามสำเร็จ สถานศึกษาให้ความสำคญั กบั การพัฒนาสมรรถนะในการจัดการเรยี นรู้ของครูผู้สอน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วน ครูผู้สอนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งจากต้นสังกัด และ จากการเรียนรู้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล เช่น การอบรมครูผู้สอนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล หลักสูตร การพัฒนาสื่อการเรียนรู้โดยใช้ Line Official หรือหลักสูตรการจัดทำแผนการสอนออนไลน์ เพื่อนำไปใช้ใน การอำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน สามารถเรียนรู้ได้ตรงตามความต้องการในเนื้อหาวิชาต่าง ๆ ของผู้เรียนแต่ ละคน 2.4.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ปัญหา/อุปสรรค วธิ กี าร/แนวทางการแก้ไขปัญหา 1. งบประมาณในการจดั หาพัสดุ/ครภุ ณั ฑ์ ไม่ 1. ประสานงานกบั หน่วยงานภาคีเครือข่ายในพ้นื ที่ เพยี งพอต่อการจัดการเรียนการสอน เน่ืองจาก เพ่ือขอใชป้ ระกอบการจดั การเรียนการสอน เชน่ งบประมาณจากสว่ นกลางในส่วนของงบอุดหนนุ เครือ่ งเสียง เครอื่ งฉายโปรเจ็คเตอร์ เปน็ ต้น จะไม่สามารถจัดซ้ือพัสด/ุ ครภุ ัณฑ์ได้ 2.4.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ จริง (Active Learning) ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบุรายละเอียด พอสงั เขป และแนบรูปภาพ

20 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอดอนตูม ได้เข้าร่วมประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับ นักศึกษา กศน. ด้านการใช้และอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตและสังคม ระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วันท่ี 12 กรกฎาคม 2556 ณ ศนู ยว์ ิทยาศาสตรก์ าญจนบรุ ี โดยมผี ลงานประกวด ดงั น้ี - เคร่อื งรดนำ้ อจั ฉรยิ ะ รางวัลชนะเลิศ (กศน.ตำบลสามง่าม ม.ปลาย) - ลำโพงบลูทธู พลังงานแสงอาทติ ย์ รางวัลรองชนะเลิศอนั ดับ2 (กศน.ตำบลสามง่าม ม.ตน้ ) - เครือ่ งเตอื นก่อนล้น รางวลั ชมเชย (กศน.ตำบลบ้านหลวง) ศูนย์ส่งเสรมิ การเรียนรูอ้ ำเภอเมืองนครปฐม ได้รับรางวัลชมเชยสำหรับการประกวดโครงงาน วิทยาศาสตร์สำหรับนักศึกษา กศน. ด้านการใช้และอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตและสังคม ระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วันที่ 12 กรกฎาคม 2556 ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์กาญจนบุรี เป็นการส่งเสริม สนับสนุนการจดั การเรียนรฐู้ านสมรรถนะของผูเ้ รยี นด้านการทำโครงงานวิทยาศาสตร์

21 2.4.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ระดับพน้ื ที่ (หน่วยงาน/สถานศกึ ษา) - ควรมีการสนบั สนุน ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ในการจัดการเรยี นรูด้ ว้ ยการลงมอื ปฏบิ ัติ ที่เพยี งพอ ระดับนโยบาย ไม่มี 2.5 การพัฒนาทักษะดจิ ิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผเู้ รียน 2.5.1 ความกา้ วหนา้ ของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศึกษาดำเนนิ การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพวิ เตอร์ (Coding) ของผูเ้ รยี น สถานศึกษามีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ครูออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการ ความแตกต่างของผู้เรียน บริบทของแต่ละพื้นที่แต่ละชุมชนของผู้เรียน และ ดำเนนิ การจดั กระบวนการเรยี นรู้ กศน. หรือ ONIE MODEL ซง่ึ เปน็ กระบวนการเรยี นร้ทู ี่จัดขึ้นอยา่ งเป็นระบบ ตามปรชั ญา “คดิ เปน็ ” ที่เนน้ พฒั นาความคิดอย่างเป็นระบบ การแก้ปญั หา การใชเ้ หตผุ ล การรลู้ ำดับข้ันตอน และการคิดสร้างสรรค์นั้น จะทำให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดที่เป็นกระบวนการได้ดี สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ได้ ทัง้ ยังปรับตัวไดใ้ นสถานการณ์ต่าง ๆ 2) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการส่งเสริมสนับสนุนการใช้งานแพลตฟอร์มการเรียนรู้ให้แก่ นักเรียน ครู ศึกษานิเทศก์ บุคลากรทางการศึกษา (แพลตฟอร์มการเรียนรู้ หมายถึง แหล่งรวบรวมข้อมูลและ องค์ความร้ทู างวิชาการ วชิ าชพี ทักษะชวี ิต และดา้ นอ่ืน ๆ ทเี่ ก่ยี วข้องกบั การพัฒนาทักษะของผู้เรียนในระบบ ออนไลน์หรือออฟไลน์ ซึ่งผู้เรียนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านอุปกรณ์ ต่างๆ เช่น เว็บไซต์ Facebook Line YouTube แอปพลเิ คชันเพือ่ การศึกษา Google เป็นตน้ ) สถานศึกษาส่งเสริมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยดำเนินการจัดทำแพลตฟอร์มบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตด้วยโดยโปรแกรมเครือข่ายระบบ google เช่น google site, google form, google sheet และ google app script สร้างแพลตฟอร์มเป็นสื่อออนไลน์ให้ ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้ามาเรียนรู้ในบทเรียนออนไลน์ และยังเป็นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างแพลตฟอร์มท่ีเป็นส่ือออนไลนใ์ ห้ผเู้ รียนและครูในการใช้ระบบสารสนเทศเพ่ือใช้กับการศึกษาต่อเนื่อง เช่น เว็บไซต์รับสมัครวิทยากร เว็บไซต์สมัครผู้เรียนวิชาชีพ เว็บไซต์รายงานวิชาชีพ เว็บไซต์นิเทศออนไลน์ มีการประชาสัมพันธร์ ับสมัครนักศกึ ษาผา่ นระบบออนไลน์ควบคู่กบั การรับสมัครนักศึกษาดว้ ยตนเอง และมกี าร จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผน มีการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยให้มี ความยืดหยุ่นตามความเหมาะสม ทั้งด้านเวลา สาระการเรียนรู้ และผู้เรียน เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ให้ผู้เรียนได้ เรียนรูด้ ้วยการปฏบิ ัติจริงจากสื่อการเรยี นรู้ แหลง่ การเรียนรู้ และเครอื ข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งน้ีได้ส่งเสริมให้ ครูได้รับการพัฒนาวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างหลากหลาย โดยมีการนำ เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งรูปแบบการเรียนรู้แบบพบกลุ่ม และการจัดการเรียนรู้ ออนไลน์ ดังนี้ (1) การเรยี นรู้แบบพบกลุ่ม ได้มีการนำเทคโนโลยดี ิจิทลั มาประยุกตใ์ ชใ้ นการจดั การเรียน การสอน ดังนี้ การใช้สื่อวิดีโอความรู้จากช่องทางออนไลน์ เช่น ETV YouTube ให้ผู้เรียนสืบค้นข้อมูลจาก อินเตอร์เน็ต แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการจัดทำรายงาน ชิ้นงาน โครงงานของผู้เรียน นำเทคโนโลยีดิจิทลั

22 มาใช้ในการจัดทำรายงาน ชิ้นงาน โครงงานของผู้เรียน มีการทำแบบทดสอบก่อน - หลังเรียน ผ่าน Google Form (2) การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ เป็นการเรียนรู้ผ่านช่องทางอินเตอร์เนต็ เพื่อให้นักศึกษา ได้เรียนร้ดู ว้ ยตนเอง สามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างบคุ คล รวมถงึ แกไ้ ขปญั หาท่ผี ู้เรียนไม่สามารถมา พบกลุ่มในการเรียนการสอนในแต่ละสัปดาห์ได้ โดยได้มีการจัดทำบทเรียนออนไลน์ ผ่านการใช้โปรแกรม แอพพลิเคชั่น ทั้งในคอมพิวเตอร์และมือถือ เช่น Google Site Google Classroom ในการสร้างห้องเรียน ออนไลน์ ในหอ้ งเรยี นออนไลนป์ ระกอบดว้ ย ใบงาน ใบความรู้ ใบกจิ กรรม และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลัง เรียน ผ่าน Google Classroom และ Google Site ในการสร้างใบงาน ใบความรู้ ใบกิจกรรม และ แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน สถานศึกษา และครู กศน. ได้มีการประกาศ แจ้งข่าวสารกจิ กรรมต่าง ๆ ให้ผู้เรียนทราบ ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Website Facebook Line มีการสร้างกลุ่มห้องเรียนออนไลน์เพื่อใช้ใน การสื่อสาร ติดตามผู้เรียน พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล แก้ไขปัญหาการเรียน และแจ้งข่าวสารกิจกรรม ต่าง ๆ มีการรวบรวมหนังสือเรียนวิชาบงั คับ จัดทำเป็น E-Book และ QR-Code เพื่อให้ผู้เรียนสามารถอ่านผ่านทาง หน้าจอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ได้ทั้งในระบบออฟไลนแ์ ละออนไลน์ โดยครู กศน. ได้ให้ผู้เรยี นฝึกปฏบิ ัติการ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ สื่อออนไลน์ เป็นต้น ทำให้ผู้เรียนมีความสามารถใช้ เทคโนโลยดี ิจทิ ัล เพ่ือการเรยี นรู้ การพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม การสอื่ สาร การทำงาน และการดำรงชีวติ ได้ 2.5.2 ปัจจัยขับเคลอ่ื นสคู่ วามสำเร็จ ครูผู้สอนไดร้ บั การพฒั นาอย่างต่อเน่ืองทั้งจากต้นสังกัด และจากการเรยี นรตู้ ามความต้องการ ของแต่ละบุคคล เช่น การอบรมครูผู้สอนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล หลักสูตรการพัฒนาสื่อการเรียนรู้โดยใช้ Line Official หรือหลักสูตรการจัดทำแผนการสอนออนไลน์ ทำให้สามารถดำเนินจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนา ทกั ษะดิจทิ ลั และภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผ้เู รียนได้อยา่ งหลากหลาย 2.5.3 ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ไมม่ ี 2.5.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานการพัฒนาทักษะดิจิทัลและ ภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบรุ ายละเอียดพอสงั เขป และแนบรูปภาพ กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผู้เรียน โครงการอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ ารด้านเทคโนโลยดี ิจิทัล เรียนรกู้ ารใช้แอพพลิเคชน่ั ในการจดั การเรียนรู้ และโครงการคา่ ยพฒั นาทักษะดิจิทลั เพ่ือการเรยี นรู้

23 จัดทำแพลตฟอร์มบนเครือขา่ ยอินเตอรเ์ น็ตด้วยโดยโปรแกรมเครอื ขา่ ยระบบ google app script ในการลงทะเบยี นจองกิจกรรมเพอ่ื ให้ผู้เรียนลงชื่อและเลอื กกิจกรรมของกศน.ตำบล ท่ลี งทะเบียนเรยี น เมื่อผเู้ รียนบันทึก การจองกจิ กรรมจะแจ้งเตือนทางไลนค์ รู 2.5.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนนิ งาน ระดบั พนื้ ที่ (หน่วยงาน/สถานศึกษา) ไม่มี ระดบั นโยบาย ไม่มี

24 2.6 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการ เสริม สรา้ งวถิ ชี วี ติ ของความเปน็ พลเมือง ท่ที นั สมยั น่าสนใจ และเหมาะสมกับวยั ของผ้เู รยี น 2.6.1 ความกา้ วหน้าของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) หนว่ ยงาน/สถานศึกษามีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หนา้ ทพ่ี ลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสรา้ งวิถชี ีวิตของความเปน็ พลเมือง สถานศึกษามีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสรมิ สรา้ งวถิ ชี วี ติ ของความเปน็ พลเมือง โดยใชว้ ธิ กี ารจัดการเรยี นการสอนท่หี ลากหลาย เช่น การไปศึกษาดูงานที่สถานที่ต่าง ๆ ด้านประวัติศาสตร์ การสร้างระบบห้องเรียนออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ วิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองตามบริบทของ จังหวัดนครปฐม เช่น วิชาปฐมเจดีย์วิถีพุทธ ศาสนาและหน้าที่พลเมือง เป็นต้น และจัดโครงการส่งเสริมความ เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ บทบาทหน้าที่ของการเป็นพลเมืองที่ดีรู้จักสิทธิเสรีภาพและหน้าที่ตามระบบประชาธิปไตยอัน พระมหากษัตรยิ ์ ทรงเป็นประมขุ ได้อยา่ งถูกตอ้ งและนำไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอสามพราน ได้พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการ สอนประวัติศาสตร์ โดยห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอสามพราน ได้รับมอบหมายจาก พระธรรมวชริ านุวตั ร เจา้ คณะภาค 14 เจา้ อาวาสวัดไรข่ ิง พระอารามหลวง ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา ให้จดั ทำหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (E-Book) และเกยี รติบัตรออนไลน์เรอ่ื งหลวงพอ่ วดั ไร่ขิง มง่ิ มงคล คนสามพราน เพื่อประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัดไร่ขิงพระอารามหลวง ซึ่งชาวอำเภอสามพราน และชาว จังหวัดนครปฐม ให้การเคารพนับถือ มีประวัติความเป็นมาที่ควรได้ศึกษาเรียนรู้ โดยจัดทำ E-Book เรื่อง หลวงพ่อวัดไร่ขิง มิ่งมงคล คนสามพราน นำมาสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ออนไลน์ พร้อมจัดทำ แบบทดสอบออนไลน์ (Google Forms) และผู้ทผ่ี ่านเกณฑ์ 80% ขน้ึ ไป สามารถรับเกียรตบิ ัตรออนไลน์ 2) หน่วยงาน/สถานศึกษาส่งเสริมสนับสนุนให้ครูได้รับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ประวตั ิศาสตร์และหน้าที่พลเมอื ง ศีลธรรม และการเสรมิ สร้างวถิ ีชวี ิตของความเปน็ พลเมือง ในปีงบประมาณ 2566 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอสามพรานส่งเสริม สนับสนุนใหค้ รู กศน. และบุคลากรทางการศกึ ษา เข้ารับการอบรมพัฒนาสื่อการเรียนรู้โดยใช้ line official เพื่อให้สามารถใช้ สือ่ เทคโนโลยี line official ช่วยในการจดั การเรียนการสอน และการสง่ เสริมการเรยี นรู้ท่ีหลากหลายได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดการเรียนรูข้ อง ครู กศน.ทุกคน สามารถเลือกใชส้ ่ือเทคโนโลยที ี่เหมาะสมกับผูเ้ รียนใน ยุคดิจิทัล นอกจากนี้ ไดด้ ำเนนิ การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ศาสนาและหน้าท่ีพลเมือง โดยการนำ Application มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนการสอนผ่าน Facebook Live เพื่อแนะนำผู้เรียนในการเรียน ออนไลน์ ผ่านห้องเรียนออนไลน์ ส่วนใหญ่จะเรียนรู้ผ่าน Line กลุ่ม ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในคอมพิวเตอร์และ สมารท์ โฟน ทำให้สามารถเรียนรูไ้ ด้ตลอดเวลา 3) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการจดั กิจกรรม/โครงการ เพื่อเสรมิ สร้างความรู้ประวัติศาสตร์ และหน้าท่ีพลเมือง ศีลธรรม และวถิ ชี วี ิตของความเป็นพลเมอื ง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอสามพรานได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ได้ลงทะเบียนเรียนในรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและหน้าที่พลเมือง ในทุกระดับ นอกจากนี้ ยังได้มีการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องการปกครองในระบอบประช าธิปไตยอันมี

25 พระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข ประวตั ศิ าสตร์ชาติไทยในรชั สมัยรชั กาลที่ 1 ถงึ รชั กาลปจั จบุ ัน โดยมอบหมาย ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าสืบหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต และห้องสมุดประชาชน จัดทำใบงาน รายงาน เป็นต้น รวมทั้งจัดโครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้กับนักศึกษา สกร. กลุ่มผู้พิการทางสายตา ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตา บอดสามพราน ภายใต้โครงการพฒั นาคุณภาพผู้เรียนศึกษาเรียนรู้ เรอ่ื งเล่าความเป็นไทย สง่ เสริมพุทธศาสนา อนุรักษ์สืบสานศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อให้นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะใน การคดิ วเิ คราะห์ การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และแกไ้ ขปัญหาได้ มคี วามร่วมมอื การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ มคี วามเขา้ ใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม กระบวนการคดิ ข้ามวฒั นธรรม และมีคุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย ซึ่งเปน็ คุณลกั ษณะพื้นฐานสำคัญ และเปน็ คณุ ลักษณะทีเ่ ด็กไทยจำเป็นต้องมี อีกดว้ ย 2.6.2 ปจั จยั ขับเคลอื่ นสู่ความสำเรจ็ ผู้บริหารสถานศึกษา ให้ความสำคัญ ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดทำโครงการ/กิจกรรม การมีส่วนร่วมของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น นักศึกษา ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ ภูมิปัญญา หลักสูตรเป็น เรื่องราวเกี่ยวกับท้องถิ่น ความเชื่อ และความศรัทธาของประชาชนทั่วไปทั้งในและนอกพื้นท่ี มีการนำ เทคโนโลยมี าประยกุ ตใ์ ช้ได้อย่างเหมาะสม 2.6.3 ปัญหาและอปุ สรรคของการดำเนินงาน ไม่มี 2.6.4 นวตั กรรม/รปู แบบ/แนวทางการดำเนนิ งานการพฒั นารูปแบบการจดั การเรียนการ สอนประวตั ศิ าสตร์ หนา้ ที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสรา้ งวิถชี ีวิตของความเป็นพลเมอื ง ท่ีทันสมยั น่าสนใจ และเหมาะสมกับวยั ของผเู้ รียน ทีค่ ิดว่าเป็นตน้ แบบหรอื แบบอยา่ งท่ดี ี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบุ รายละเอยี ดพอสังเขป และแนบรปู ภาพ จัดทำ E-Book เรื่องหลวงพ่อวัดไร่ขิง มิ่งมงคล คนสามพราน นำมาสร้างหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ออนไลน์ พร้อมจัดทำแบบทดสอบออนไลน์ (Google Forms) และผู้ที่ผ่านเกณฑ์ 80% ขึ้นไป สามารถรบั เกียรติบตั รออนไลน์ คลปิ การสัมภาษณผ์ มู้ ีความ หอ้ งเรยี นออนไลน์ วชิ าหลวง เชอื่ และศรัทธาในวดั ไร่ขงิ พอ่ วดั ไรข่ งิ มงิ มงคล คนสาม

26 ผู้เรยี นวิชาศาสนาและหน้าท่ีพลเมืองระดับประถมศึกษา ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ และ ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลายโดยใชบ้ ทเรียนออนไลนเ์ ปน็ สื่อการเรียน การสอนให้กบั ผู้เรียน 2.6.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนนิ งาน ระดบั พืน้ ท่ี (หนว่ ยงาน/สถานศึกษา) ไม่มี ระดบั นโยบาย ไม่มี 2.7 การส่งเสริมการใหค้ วามรแู้ ละทกั ษะด้านการเงนิ และการออม (Financial Literacy) ให้กับ ผ้เู รยี น 2.7.1 ความก้าวหน้าของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) หนว่ ยงาน/สถานศกึ ษาดำเนนิ การปลูกฝังหรือสรา้ งจติ สำนึกในด้านการเงนิ และการออม (Financial Literacy) ให้กับผเู้ รียน สถานศึกษามีการสรา้ งจิตสำนึก ปลูกฝงั สรา้ งนิสยั ในด้านการเงินและการออม โดยเร่มิ ตน้ จากการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหรือหลักการดำเนินชีวิตที่จริงแท้ที่สุด กรอบแนวคิดของหลัก ปรัชญามุ่งเน้นความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา อันมีคุณลักษณะที่สำคัญคือ สามารถประยุกต์ใช้ใน ทุกระดับ ตลอดจนให้ความสำคญั กบั คำว่าความพอเพยี ง ท่ปี ระกอบดว้ ย พอประมาณ มีเหตมุ ีผล มีภูมิคุ้มกันที่ ดใี นตวั ภายใตเ้ งอ่ื นไขของการตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมที่ต้องอาศัยเง่ือนไขความรู้และเงื่อนไขคุณธรรม และมีการจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยมีการปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกให้กับนักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ การเงินและการออม ซึง่ มกี ารสอดแทรกเรื่องของการเงินและการออมในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนโดย เน้นในเร่ืองของ การวางแผนการใชเ้ งิน การเลอื กใชบ้ ริการการสินเชื่อทเี่ ชื่อถอื ได้ สทิ ธิและหนา้ ทีข่ องผูใ้ ชบ้ ริการ

27 ทางการเงิน ภัยทางการเงิน การสอนทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ซึ่งใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็น แนวทางในการจัดกจิ กรรมเพ่ือใหร้ ู้จักการออม วิธกี ารออม เชน่ หยอดกระปุกวันละบาท การสรา้ งนสิ ยั การเก็บ การออม และให้มีความรู้ในเรื่องของการลดรายจ่าย และส่งเสริมให้มีอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ และการนำวัสดุ เหลือใช้มาประดิษฐ์เป็นชิ้นงานไว้ใช้เอง และนำเงินส่วนต่างมาออมในรูปแบบที่ตนเองชอบและถนัดให้มี ประสิทธภิ าพและเกดิ ประสทิ ธผิ ลมากทส่ี ุด 2) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการจดั กจิ กรรม/โครงการ เพ่ือสง่ เสริมทักษะดา้ นการเงิน และการออม (Finance Literacy) ใหก้ บั ผู้เรยี น (1) มีการจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เรียนรายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง ทุกระดับ ส่วนในระดับ ม.ปลาย สถานศกึ ษาจัดให้มกี ารเรียนการสอนรายวชิ าคณิตศาสตร์กับการเงิน 1 โดยมีขอบข่ายเน้ือหา 5 หน่วย การเรียนรู้ประกอบด้วย ว่าด้วยเรื่องของเงิน การวางแผนการเงิน สินเชื่อ สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้บริการทาง การเงนิ ภยั ทางการเงนิ (2) สถานศึกษาดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โครงการออมทรัพย์ในยุค เศรษฐกิจตกต่ำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาที่เข้ารับการอบรมมีความรูใ้ นเร่ืองของการเงินและการออมเงิน การลดรายจ่าย และส่งเสริมให้มีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ การจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้ตนเองรู้ว่าตนเองมีการจ่าย ฟมุ่ เฟอื ย หรอื รายจ่ายที่ไมจ่ ำเปน็ หรอื ไม่ เพือ่ ให้เกดิ การออมได้มากข้ึน 2.7.2 ปัจจัยขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ สถานศึกษามีกลุ่มงานการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ ได้ดำเนินจัดกิจกรรม โครงการทส่ี อดคล้องกบั นโยบายของสำนักงาน สกร. ในเรอื่ งของการสง่ เสริมให้ความรู้ด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) การวางแผนและสร้างวินัยทางการเงินให้กับบุคลากรและผู้เรียน โดยมีครูอาสาสมัครฯ ครู กศน.ตำบล และครู ศรช ให้ความร่วมเมือในการดำเนินงานต่างๆ การทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ โรงเรยี น อบต. รพสต. ผา่ นกระบวนการเรียนรู้ โครงการ และกจิ กรรมตา่ ง ๆ ซง่ึ มุ่งเนน้ ให้นักศึกษาทกุ คน ทุก กลุ่มได้รับความรู้และสร้างนิสัยในการออมกันทุกคนทั้งในรูปแบบอบรม ฝึกปฏิบัติ การสาธิตต่างๆ และมี หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้มีการจัดการเรียนการสอน รายวิชา คณิตศาสตร์กับการเงิน 1 และเศรษฐกิจพอเพียง ส่งผลให้นักศึกษาทุกคนได้รับความรู้เพิ่มขึ้น และมี ความสนใจในการเรียนรู้มากขน้ึ 2.7.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนนิ งาน ปญั หา/อปุ สรรค วธิ กี าร/แนวทางการแกไ้ ขปัญหา 1. นักศกึ ษาบางคนมเี วลานอ้ ยหรอื ลางานไมไ่ ด้ ทำ 1. มกี ารจัดกจิ กรรม/โครงการใหค้ วามรใู้ นช่องทาง ให้ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการได้ ออนไลน์

28 2.7.4 นวัตกรรม/รปู แบบ/แนวทางการดำเนินงานการสง่ เสริมการใหค้ วามรูแ้ ละทักษะด้าน การเงนิ และการออม (Financial Literacy) ใหก้ ับผู้เรยี น ที่คิดวา่ เปน็ ตน้ แบบหรือแบบอย่างท่ีดี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบรุ ายละเอยี ดพอสังเขป และแนบรูปภาพ การส่งเสริมให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติและเห็นคุณค่าของการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงส่งผลให้นักศึกษาสามารถนำผักที่ปลูกไปใช้ในการประกอบอาหารเพื่อลดค่าใช้จ่ายใน ครัวเรอื น กจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโครงการส่งเสริมการประกอบอาชพี เพื่อสร้างรายได้ (ทำกระเปา๋ หนงั ) ณ กศน.ตำบลดอนรวก ต.ดอนรวก อ.ดอนตมู จ.นครปฐม 2.7.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนนิ งาน ระดับพื้นที่ (หนว่ ยงาน/สถานศึกษา) ควรจดั โครงการใหค้ วามรกู้ ับนักศกึ ษาอย่างท่ัวถงึ และทุกคน ระดับนโยบาย ควรมีการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์กับการเงิน 1 การเงินเพื่อชีวิต 2 ในหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ใหก้ บั นักศึกษาท่เี รม่ิ เข้าเรียนใน ปีการศึกษาปัจจุบัน เพราะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ อาจจะทำให้นักศึกษารู้จักการใช้เงิน การออม ชอ่ งทางการหาเงิน

29 2.8 การพฒั นาระบบการประเมินคณุ ภาพสถานศกึ ษาท่ีเนน้ สมรรถนะและผลลัพธท์ ่ตี ัวผูเ้ รียน 2.8.1 ความก้าวหน้าของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) หนว่ ยงาน/สถานศึกษาดำเนินการจดั ระบบประกันคุณภาพการศกึ ษาภายในสถานศกึ ษา ตามกฎกระทรวงการประกนั คุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 สถานศึกษาดำเนินการตามระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา โดยดำเนินการ ตามระบบบริหารงานคุณภาพ (PDCA) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการและการทำงานของบุคลากรทุกคนใน สถานศึกษา สถานศึกษาได้บรรจุโครงการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปี งบประมาณ 2566 และเตรียมความพร้อมของบุคลากร โดยการให้ความรู้เรื่องการประกันคุณภาพภายใน สถานศกึ ษาเป็นระยะ สถานศึกษามกี ารจดั ระบบการประกันคุณภาพภายใน โดยดำเนนิ การดังนี้ (1) การกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา สถานศึกษาได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรภายในสถานศึกษา ทกุ คน คณะกรรมกาสถานศึกษา รายละเอียด คำอธิบาย เกณฑก์ ารพจิ ารณา และระดบั คณุ ภาพของมาตรฐาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย แต่ละประเภทของมาตรฐานการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด และประกาศใช้มาตรฐานการศึกษาของ สถานศึกษาเพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และกำหนดค่าเป้าหมายของสถานศึกษาเพื่อใช้ใน การประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยนำผลการประเมนิ ตนเอง ปงี บประมาณ 2565 ของสถานศกึ ษา และขอ้ มูลผลการดำเนนิ งาน ปีงบประมาณ 2565 เป็นข้อมูลสารสนเทศ ในการกำหนดค่าเป้าหมาย โดยขอความเห็นชอบจากสำนักงาน สกร.จังหวัด นครปฐม (2) จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี พ.ศ. 2566 โดยนำการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ สาม (องค์การมหาชน) ปีงบประมาณ 2564 ผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2565 และผลการประเมินตนเอง ปีงบประมาณ 2565 ของสถานศึกษาเป็นข้อมูลสารสนเทศ เน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกคนใน สถานศึกษา และมุ่งพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาตามที่สถานศึกษากำหนด พร้อมกำหนดค่า เปา้ หมายของสถานศึกษาเพอื่ ใช้ในการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา (3) ดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา และแผนปฏิบัติการประจำ ปี และรวบรวมขอ้ มลู รอ่ งรอย หลกั ฐาน หรือผลการดำเนินงานไว้อยา่ งถกู ตอ้ ง เป็นปจั จบุ นั สามารถตรวจสอบได้ (4) จัดให้มีการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพการศึกษา สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการ นิเทศภายในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จัดทำแผนการนิเทศเสนออนุมัติ ดำเนินการนิเทศ ตามแผน สรปุ และรายงานผลการนเิ ทศเสนอต่อผเู้ กีย่ วข้อง และนำผลการนิเทศไปพฒั นาและปรับปรุงงานให้มี คณุ ภาพ (5) สถานศึกษารับการประเมินคุณภาพการศึกษาโดยต้นสังกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา พร้อมให้ ขอ้ เสนอแนะแก่สถานศึกษาเกยี่ วกับการพฒั นาคุณภาพการจัดการศึกษา (5) จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของ สถานศกึ ษา โดยแตง่ ตงั้ คณะกรรมการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปงี บประมาณ พ.ศ. 2566 ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรภายในสถานศึกษาทุกคน คณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบและประเมิน ตนเองตามสภาพบริบทของสถานศกึ ษา

30 (6) จัดทำรายงานการประเมินตนเองประจำปีงบประมาณ 2566 ตามมาตรฐานการศกึ ษา ของสถานศึกษา และนำข้อเสนอแนะของการประเมินประเมินภายนอก จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมนิ คุณภาพการศึกษา (องคก์ ารมหาชน) มาปรบั ปรุงการเขยี นรายงานการประเมนิ ตนเอง (7) เสนอรายงานการประเมินคุณภาพภายในต่อคณะกรรมการสถานศึกษา หน่วยงาน ต้นสังกดั ภาคีเครอื ข่าย และเผยแพรต่ อ่ สาธารณชน (8) นำผลการประเมินคุณภาพภายใน และการประเมินภายนอก มาเป็นส่วนหนึ่งของ การวางแผน เพอื่ พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา โดยนำขอ้ มลู ข้อเสนอแนะ และแนวทางการพฒั นา มาใช้เป็นขอ้ มูล ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา เน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกคนในสถานศกึ ษา คณะกรรมการสถานศึกษา และภาคีเครือข่าย เพ่อื ให้เกิดการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาอยา่ งตอ่ เนื่อง (9) จัดระบบบริหารและสารสนเทศของสถานศึกษา ให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และ สามารถตรวจสอบได้ เช่น งานการศึกษาขั้นพื้นฐานมีการบันทึกข้อมูลในโปรแกรม Itw 51 งานแผนงานและ งบประมาณบันทึกการใช้จ่ายเงินงบประมาณในระบบบริหารงานงบประมาณ (ระบบ e-budget) รายงานผล การดำเนินงานในระบบฐานข้อมูลเพือ่ การบริหารจัดการ สำนกั งาน สกร. (DMIS) เป็นต้น (10) ยึดหลกั การมีสว่ นร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษา บคุ ลากรทกุ คนในสถานศึกษา ภาคเี ครือข่าย และผรู้ บั บรกิ าร ในการดำเนินงานพฒั นาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา 2) หนว่ ยงานการศึกษามีการกำกับดูแลสถานศึกษาในสังกัด เพ่อื ให้สถานศึกษาสามารถ ดำเนนิ การตามข้อเสนอแนะของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศกึ ษา (องค์การมหาชน) สำนักงาน สกร.จังหวัดนครปฐมติดตามสถานศึกษาให้จัดส่งรายงานการประกันคุณภาพ ภายนอก ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) และเน้นย้ำให้ สถานศึกษานำผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาใช้ในการพัฒนา และนำผลการประเมินมาใช้เป็นข้อมูลใน การวางแผนสนับสนุน ชว่ ยเหลอื และพัฒนาสถานศกึ ษาในพืน้ ทีร่ ับผดิ ชอบ 2.8.2 ปัจจยั ขับเคลอื่ นสู่ความสำเรจ็ 1) บุคลากรทกุ คนในสถานศกึ ษามสี ว่ นเกีย่ วข้องกบั การประกนั คุณภาพ มีความตระหนักและ ให้ความสนใจกบั มาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย 2) สถานศึกษามีแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา แผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับนโยบาย จดุ เนน้ การจัดการศกึ ษาทุกระดบั และสามารถนำไปปฏบิ ัติได้ 3) คณะกรรมการสถานศึกษา เครือข่าย และชุมชนมีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอัธยาศัย และการประกนั คณุ ภาพการศึกษา 2.8.3 ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ปัญหา/อปุ สรรค วิธีการ/แนวทางการแก้ไขปญั หา 1. บุคลากรทรี่ บั ผดิ ชอบตวั ชี้วดั / ประเดน็ การ 1. ตอ้ งอบรมและใหค้ วามรใู้ นงานประกนั คุณภาพ พจิ ารณามีบางคนยังไมเ่ ข้าใจเนื้อหาเข้าเท่าควร ภายในสถานศกึ ษาเพื่อใหบ้ ุคลากรสามารถทำงานได้ เน่ืองจากเปน็ บุคลากรเขา้ มาใหม่ อยา่ งถูกต้อง และทันเวลา 2.8.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานการพัฒนาระบบการประเมนิ คุณภาพ สถานศกึ ษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ทต่ี วั ผ้เู รียนทีค่ ดิ ว่าเปน็ ตน้ แบบหรือแบบอยา่ งที่ดี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบุรายละเอยี ดพอสังเขป และแนบรปู ภาพ

31 ดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา และแผนปฏบิ ตั ิการประจำปี และ รวบรวมข้อมลู รอ่ งรอย หลกั ฐาน หรือผลการดำเนินงานไว้อยา่ งถูกต้อง เป็นปัจจบุ นั สามารถ ตรวจสอบได้ รายงานผลการดำเนนิ งานในระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ สำนกั งาน สกร. (DMIS)

32 งานแผนงานและงบประมาณบนั ทกึ การใชจ้ ่ายเงินงบประมาณในระบบบริหารงาน งบประมาณ (ระบบ e-budget) 2.8.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนนิ งาน ระดบั พื้นที่ (หน่วยงาน/สถานศกึ ษา) 1) สถานศึกษาควรวางแผนและจัดระบบการประกันคุณภาพให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยให้บุคลากรทุกคนมสี ่วนรว่ ม 2) สถานศึกษาควรดำเนินการประเมินกิจกรรม/โครงการเพื่อนำผลการประเมินไป วางแผนพฒั นางานตอ่ ไป ระดับนโยบาย สำนักงาน สกร.จังหวัด ควรนิเทศ กำกับ ติดตามการประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา อยา่ งต่อเนอ่ื ง เพอ่ื ใหก้ ารจัดการศกึ ษามคี ณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2.9 การขบั เคล่ือนโครงการโรงเรยี นคุณภาพ 2.9.1 ความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) ผลการขับเคล่ือนการดำเนินงานของโรงเรยี นคณุ ภาพในการยกระดบั คุณภาพการศกึ ษา ภายใต้จุดเน้น 8 ดา้ น 1.1) ความปลอดภยั ของผู้เรียน ........................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. 1.2) ระบบประกันคุณภาพ ........................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. 1.3) หลกั สตู รฐานสมรรถนะ ............................................................................................................ ...............

33 1.4) การพฒั นาครู ........................................................................................................................... ............................................................................................. ................................................................................. 1.5) การเรยี นการสอน ........................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .......................... 1.6) การวัดและประเมินผล ........................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. 1.7) การนเิ ทศ กำกบั และตดิ ตาม ........................................................................................................................... ............................................................................................................................ .................................................. 1.8) ขอ้ มลู สารสนเทศ (Big Data) ........................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....... 2) ผลกระทบเชงิ บวกของการขับเคล่อื นโครงการโรงเรียนคุณภาพ 4 ดา้ น 2.1) ด้านผ้เู รยี น ........................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. 2.2) ด้านครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา และผู้บริหารสถานศกึ ษา ........................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. 2.3) ด้านโรงเรียน ........................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. 2.4) ดา้ นภาคีเครือข่าย ................................................................................................................. .......... ............................................................................................................................. ................................................. 2.9.2 ปจั จยั ขบั เคลอื่ นสู่ความสำเรจ็ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2.9.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ปญั หา/อุปสรรค วิธกี าร/แนวทางการแกไ้ ขปัญหา 1. 1. 2. 2. 3. 3. 4. 4. 5. 5.

34 2.9.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานการขบั เคลือ่ นโครงการโรงเรยี นคณุ ภาพ ท่ีคิดวา่ เป็นต้นแบบหรือแบบอย่างทดี่ ี (Best Practice) (ถ้าม)ี ** ระบรุ ายละเอียดพอสังเขป และแนบรูปภาพ ...................................................................................... ............................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................ .............................. 2.9.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ระดบั พ้นื ที่ (หน่วยงาน/สถานศกึ ษา) ................................................................................................................................................... ระดับนโยบาย ............................................................................................................................ ....................... นโยบายที่ 3 การสรา้ งโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทยี มทางการศกึ ษาทกุ ช่วงวัย 3.1 การส่งเสริมสนบั สนุนการดำเนนิ การเพือ่ ป้องกนั เดก็ ตกหล่นและเด็กออกกลางคนั 3.1.1 ความกา้ วหนา้ ของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศกึ ษามกี ารกำหนดแนวทาง/มาตรการรว่ มกนั ในการป้องกนั เด็กตกหล่น เดก็ ออกกลางคนั และเด็กหลดุ ออกจากระบบ สำนักงาน สกรจังหวัดนครปฐม และสถานศึกษาในสังกัด ได้มีการจัดประชุมชี้แจงแนว ทางการดำเนินงานติดตามค้นหาผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบ การศกึ ษา โดยมอบหมายใหค้ รู กศน.ตำบล ดำเนินการตดิ ตามผู้เรียนกลบั เข้าสูร่ ะบบการศกึ ษา 2) การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนในการใช้เพื่อดูแลและป้องกันไม่ให้ผู้เรียนออกจาก ระบบการศกึ ษา สถานศึกษาในสังกัด สำนักงาน สกร.จังหวัดนครปฐม ได้มีการพัฒนาระบบข้อมูล สารสนเทศของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เป็นฐานข้อมูลในการป้องกันเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันในแต่ละ ภาคเรียน เพื่อปรับปรุงจัดทำเป็นฐานข้อมูลในการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพ่ือส่งต่อไปยงั สถานศึกษาทส่ี งู ขนึ้ ได้ 3) การนำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาใช้เพื่อดูแลและป้องกันไม่ให้ผู้เรียนออกจากระบบ การศกึ ษา สถานศึกษาได้นำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาใช้ในการดำเนินงาน ทำให้ทราบข้อมูล ของผู้เรียนรายบุคคล มีการจัดกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหา การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และติดตาม ผูเ้ รยี นรายบุคคคล โดยมีแบบบนั ทึกขอ้ มูลผูเ้ รียนรายคน และแบบติดตามผสู้ ำเร็จการศกึ ษา 3.1.2 ปจั จัยขับเคล่ือนส่คู วามสำเรจ็ สถานศึกษาไดใ้ ช้ระบบดแู ลช่วยเหลอื ผเู้ รยี น โดยมอบหมายให้ครรู ่วมกับภาคเี ครือข่ายติดตาม ผูเ้ รียน และจดั กิจกรรมแกไ้ ขปัญหาเพ่ือนำเขา้ สรู่ ะบบการศึกษา 3.1.3 ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนนิ งาน ปัญหา/อปุ สรรค วธิ กี าร/แนวทางการแกไ้ ขปัญหา 1. ผูเ้ รียนยา้ ยท่ีอยูอ่ าศยั และประกอบอาชีพตา่ งถ่นิ 1. ครูไดม้ กี ารโทรสอบถาม ติดตาม นักศึกษาในการ จงึ ไม่สามารถมาเรยี นได้ เขา้ สรู่ ะบบการศกึ ษา

35 3.1.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานการส่งเสรมิ สนับสนนุ การดำเนนิ การเพ่ือ ป้องกันเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคนั ท่ีคดิ ว่าเป็นตน้ แบบหรือแบบอย่างทด่ี ี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบุรายละเอียดพอสังเขป และแนบรปู ภาพ ไมม่ ี 3.1.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนินงาน ระดับพ้ืนที่ (หนว่ ยงาน/สถานศึกษา) 1. ควรจัดระบบการบริหารจัดการและระบบการติดตามนักเรียนที่ออกกลางคัน มาเข้าเรียน อย่างชดั เจนและจริงจงั 2. ควรจัดระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นครอบคลมุ ชัดเจน และสม่ำเสมอ ระดับนโยบาย ไม่มี 3.2 การส่งเสริมสนบั สนุนให้เดก็ ปฐมวัยทกุ คนได้รบั การพัฒนาการสมวัยอย่างมีคุณภาพ 3.2.1 ความก้าวหน้าของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศกึ ษาดำเนนิ การจัดการศกึ ษาระดับปฐมวัยเพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นไดร้ บั การ พฒั นาอยา่ งสมวยั ตามพัฒนาการ ทัง้ ดา้ นรา่ งกาย จิตใจ วนิ ัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ....................................................................................................... ........................................... ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................................... ........... 2) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการส่งเสรมิ สนบั สนนุ การพัฒนาองค์ความรู้ใหแ้ ก่ครูผู้สอน ผู้บริหาร ศกึ ษานิเทศก์ และผู้ปกครองในการสง่ เสรมิ สนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนไดร้ บั การพัฒนาอย่างสมวัย ............................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3) หนว่ ยงาน/สถานศึกษามีการพัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษาปฐมวัยตามมาตรฐาน สถานพฒั นาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาติ ................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................. . 3.2.2 ปจั จัยขบั เคลื่อนสคู่ วามสำเร็จ ........................................................................................... ....................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ...................................................................................................................................................... ........................ 3.2.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ปญั หา/อปุ สรรค วิธีการ/แนวทางการแกไ้ ขปัญหา 1. 1. 2. 2. 3. 3.

36 3.2.4 นวตั กรรม/รปู แบบ/แนวทางการดำเนนิ งานการส่งเสรมิ สนบั สนุนใหเ้ ดก็ ปฐมวัยทุกคน ไดร้ บั การพัฒนาการสมวัยอย่างมคี ณุ ภาพ ทค่ี ิดวา่ เปน็ ต้นแบบหรือแบบอยา่ งที่ดี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบรุ ายละเอยี ดพอสงั เขป และแนบรปู ภาพ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3.2.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ระดับพ้นื ที่ (หนว่ ยงาน/สถานศกึ ษา) ............................................................................................................................. ..................... ระดบั นโยบาย ........................................................................................... ....................................................... 3.3 การส่งเสริมสนับสนุนให้ผเู้ รียนกลุ่มเปา้ หมายพเิ ศษ และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกลมุ่ NEETs ได้รบั การศกึ ษา ทเี่ หมาะสม ตามความจำเป็นตามศกั ยภาพ 3.3.1 ความก้าวหนา้ ของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการส่งเสริมให้ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ได้รับการศึกษาที่ เหมาะสม ตามความจำเป็น ตามศักยภาพ (กลุ่มเป้าหมายพิเศษ หมายถึง ผู้เรียนในกลุ่มที่เป็นผู้ยากไร้ ผู้พกิ ารหรอื ทุพพลภาพ หรอื ผูอ้ ยู่ในสภาวะยากลำบาก) สถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน สกร.จังหวัดนครปฐม ประกอบด้วย สกร.อำเภอ สามพราน และ สกร.อำเภอกำแพงแสน มีแนวทางการดำเนินงานในการส่งเสริมให้ผูเ้ รียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม โดยมอบหมายให้ครูผู้สอนคนพิการไปจัดการศึกษาให้กับคนพิการทางสายตา ณ ศูนย์ฝึกอาชพี หญิงตาบอดสามพราน จำนวน 17 คน และ สกร.อำเภอกำแพงแสน จำนวน 70 คน 2) ผู้เรียนกลุ่มเปราะบาง ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ตามความจำเป็น ตามศักยภาพ (กลมุ่ เปราะบาง หมายถงึ ผู้เรยี นในกล่มุ ทีเ่ ปน็ กลุม่ ชายขอบ ไร้สญั ชาติ หรอื ประชากรโดยนัยทางสงั คมศาสตร์) สถานศึกษามีการดำเนินการที่ส่งเสริมผู้เรียนกลุ่มเปราะบางให้มีทักษะชีวิต ทักษะ วิชาการ และทักษะวิชาชีพ สอดคล้องกับความจำเป็น และพึ่งพาตัวเองได้ โดยวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล จากข้อมูลประวัติการสมัครเรียน การสัมภาษณ์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อจัดกลุ่มผู้เรียนตามแผนลงทะเบียน และจดั การศึกษาทีห่ ลากหลายใหเ้ หมาะสมกบั ผู้เรยี น 3) กลุ่ม NEETs ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ตามความจำเป็น ตามศักยภาพ (กลุ่ม Neets หรือ Not in Education, Employment or Training หมายถึง เยาวชนอายุ 15-24 ปี ผู้ไม่ได้อยู่ในระบบ การศึกษา การทำงาน หรอื การฝกึ อบรม) สถานศึกษาได้ประชาสัมพันธ์รับสมัครนักศึกษา เพื่อให้เยาวชนมาสมัครและลงทะเบียน เรียน โดยสถานศึกษามีโปรแกรมการเรียนที่หลากหลายสอดคล้องกับคุณลักษณะและการประกอบอาชีพของ ผู้เรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับการทำงาน และการประกอบอาชีพของตนเอง หรือต่อยอดการงาน อาชีพ ได้แก่ โปรแกรมพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับนักศึกษากลุ่มทั่วไป โปรแกรมพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับ นักศึกษากลุ่มผู้พิการทางสายตา โปรแกรมพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับนักศึกษากลุ่มเด็กและเยาวชนในสถาน พินจิ

37 3.3.2 ปัจจยั ขับเคลอื่ นสู่ความสำเรจ็ สถานศึกษาจัดการศึกษาให้กับประชาชนให้ครอบคลุมในเขตพื้นที่ และมีหน่วยงานที่ สนับสนุนและดูแลการจัดการศึกษา อาทิ ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอด ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิง บ้านปราณี ภาคีเครอื ข่ายอ่นื ๆ เปน็ ตน้ 3.3.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ปญั หา/อุปสรรค วิธีการ/แนวทางการแก้ไขปญั หา 1. ผพู้ กิ ารบางคนมีอายุมาก และมคี วามบกพร่อง 1. สำรวจขอ้ มูลพนื้ ฐานและความตอ้ งการชว่ ยเหลอื ทางสมอง ทำให้ไม่สามารถเข้าส่รู ะบบการศึกษาได้ ด้านอื่น ๆ ตอ่ ไป เชน่ อาชพี 2. ผ้พู ิการสว่ นใหญ่ยังไม่ได้รับการศกึ ษาจนจบ 2. รับผู้พกิ ารเข้าศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน 3. ผพู้ กิ ารและผู้ดูแลให้ข้อมูลว่าความพิการเป็น 3. จัดการศกึ ษาใหผ้ ูพ้ ิการแบบกงึ่ โฮมสคูล คือการท่ี อุปสรรคตอ่ การศึกษาจึงไมส่ ามารถเดนิ ทางไปเรียน ครูไปสอนให้ทบี่ า้ นผู้พิการ เองได้ 3.3.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกลุ่ม NEETs ได้รับการศึกษา ที่เหมาะสม ตามความจำเป็น ตามศักยภาพ ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบุรายละเอียดพอสังเขป และแนบรูปภาพ สกร.อำเภอสามพราน และ สกร.อำเภอกำแพงแสน ได้มกี ารส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนกลมุ่ เป้าหมาย พเิ ศษ ได้รบั การศกึ ษาท่ีเหมาะสม ตามความจำเป็น ตามศักยภาพ และส่งเสริมการสร้างอาชพี สำหรับผู้พิการ

38 3.3.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนนิ งาน ระดบั พนื้ ท่ี (หน่วยงาน/สถานศกึ ษา) ควรมีหนว่ ยงานที่ใหก้ ารศกึ ษาสำหรับคนพิการเพิ่มมากขนึ้ เพอ่ื ทำใหค้ นพิการเข้าถงึ การศึกษาได้งา่ ยขึ้น ระดับนโยบาย ควรมีการพัฒนา ปรบั ปรุงหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราชการ 2551 ให้สอดคล้องสำหรับนักศึกษาคนพิการโดยเฉพาะ และจำนวนช่ัวโมงกจิ กรรมพฒั นา คณุ ภาพชวี ิต (กพช.) ของนักศึกษาพิการควรนอ้ ยกวา่ นักศกึ ษากศน.ปกติ อีกท้ังควรส่งเสริมใหม้ ีการจ้างงาน สำหรบั คนพกิ ารมากข้ึน 3.4 การจัดการศึกษาในรูปแบบทหี่ ลากหลาย เพือ่ ใหท้ กุ กลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการ ฝกึ อาชีพ 3.4.1 ความก้าวหนา้ ของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศึกษา มีการจัดการศึกษาตามความถนัดความสนใจและศักยภาพของ ผเู้ รียน สถานศึกษามีการจัดการศึกษาตามความถนัด ความสนใจและศักยภาพของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้เรียน/ผู้รับบริการเป็นหลัก มีการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ทักษะต่าง ๆ ด้วยโครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน โครงการ พัฒนา นำมาสู่การออกแบบหลักสูตรการสอนในโรงเรียน ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ Active Learning เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียน การจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ด้วยวิธีการท่ี หลากหลาย เข้าถึงบทเรียนและองค์ความรู้ต่าง ๆ ดำเนินการตามนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วง วัย การเรียนรู้ตลอดชีวติ เพื่อการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทักษะการมีงานทำ การจัดการเรียนการสอน ในศตวรรษท่ี 21 เชน่ การจดั ทำโครงงาน การศึกษาตามอธั ยาศัย การเรียนร้ตู ลอดชวี ติ โดยการเรียนรจู้ ากวทิ ยา ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ในพื้นที่ เป็นต้น และมีการดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาด้านอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ ทักษะและคุณธรรมให้เป็นไปตามเกณฑ์การจบหลักสูตร ตรงตามความ ต้องการของผู้เรียนภายใต้นโยบายของหน่วยงานต้นสังกดั มีเน้ือหานำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตทีด่ ี กิจกรรม ส่งเสริมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก คือ 1) กิจกรรมการศึกษาแบบชั้นเรียนวิชาชีพ (31 ชั่วโมงขึ้นไป) 2) กิจกรรมการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะสั้น (กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง) และ 3) กจิ กรรมการศกึ ษา 1 อำเภอ 1 อาชพี โดยสถานศึกษามีวธิ กี ารดำเนนิ งานจัดการศกึ ษา ดงั นี้ 1. ประชมุ วางแผน สำรวจกลมุ่ เปา้ หมาย 1.1 สำรวจความต้องการของกลุ่มเปา้ หมายระดบั ตำบล 1.2 นำข้อมูลตำบลมาวเิ คราะห์ สงั เคราะห์เปน็ แผนจุลภาคระดบั ตำบล 1.3 ประชุมชแี้ จงการดำเนินการจดั กิจกรรมส่งเสริมศูนยฝ์ กึ อาชีพชมุ ชน ตาม นโยบายของสำนักงาน สกร.จังหวัดนครปฐม 1.4 จัดทำแผนการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมศูนยฝ์ กึ อาชีพชุมชน เพอื่ ขอความ เห็นชอบจากสำนักงาน สกร.จงั หวัดนครปฐม 1.5 แตง่ ต้งั คณะกรรมการดำเนินงาน และผรู้ บั ผิดชอบ

39 2. การปฏิบัติตามแผนดำเนินการจัดกิจกรรม โดยออกแบบกิจกรรมการฝึกทักษะด้าน อาชีพ การฝึกอบรมประชาชน ให้เป็นไปตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ตลาด แรงงาน บริบทของพื้นที่ ในแต่ละพื้นที่ของ สกร.ตำบล มีการประสานวิทยากรเพื่อร่วมออกแบบการจัดกิจกรรมการศึกษาด้านอาชีพ และฝึกทักษะอาชพี ให้เหมาะสมกบั ผเู้ รยี นและเนอ้ื หาหลักสูตร 2) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการจดั การศึกษาเพอ่ื การศึกษาตอ่ ดา้ นอาชพี และการประกอบ อาชีพ ตามความต้องการและความถนดั ของผู้เรียน สถานศึกษาได้มกี ารจัดการศึกษาเพื่อการศึกษาต่อดา้ นอาชีพและการประกอบอาชีพตาม ความต้องการและความถนดั ของผ้เู รยี น เชน่ มีการแนะแนวทางการศึกษาต่อ (การศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน) ในระดบั ที่ สูงขึ้น และแนะแนวทางการศึกษาต่อด้านการศึกษาสายอาชีพ อาชีวศึกษา ในระดับปวช. ปวส. และปริญญา ตรี มีระบบช่วยเหลอื ผู้เรยี น มีการติดตามผูเ้ รียนการศกึ ษาต่อเนื่อง การนำเสนอชอ่ งทางการตลาดต่อยอดการ เรียนรู้ด้านอาชีพให้กับผู้เรียน โดยการอบรมการขายของออนไลน์ ดิจิทัลชุมชน การจัดจำหน่ายมีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการดําเนินงานในการจัดกิจกรรมส่งเสริมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ การนำไปใช้ในชีวิตประจําวัน โดยมีการสำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ผ่าน สกร. ตำบล เพ่อื ทราบความตอ้ งการและความสนใจดา้ นอาชีพ 3.4.2 ปจั จยั ขับเคล่อื นสูค่ วามสำเรจ็ 1. สถานศึกษามีการสำรวจข้อมูลพื้นฐานและจัดทำแผนการดำเนินงานระดับตำบล เพ่ือนำมาใช้ในการวางแผนการจดั การศึกษาเพ่ือพฒั นาอาชีพท่ีหลากหลายสอดคลอ้ งกับความต้องการของผ้เู รียน 2. วิทยากรการศึกษาต่อเนื่อง หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ การถ่ายทอดการจัดกระบวนการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และนำไปประกอบอาชีพหรือพัฒนาอาชีพได้จริง มีแผนการจัดการเรียน รู้ที่สอดคล้องกับหลักสู ตร โดยสถานศึกษาให้วิทยากรออกแบบวิธีการสอนให้สอดคล้องกับสภาพความ ต้องการของผู้เรียน มีการใช้ส่ือ และเทคโนโลยี เอื้อต่อการเรียนรู้เหมาะสมกับหลักสูตรและกลุ่มผู้เรียน มาใช้จัดกระบวนการเรียนรู้ ทำให้ ผเู้ รียนเกดิ การเรยี นรู้ ได้หลายช่องทาง รวมทง้ั สรา้ งบรรยากาศเพือ่ แลกเปลยี่ นเรียนรภู้ ายในกลุ่มท่หี ลากหลาย 3. ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุนการจัด หรือ ร่วมจัดการศึกษามี การประสานงานทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ได้แก่ การประชุม การพูดคุย หารือ การทำหนังสือ ราชการ เพื่อให้เครือข่ายเข้าใจพันธกิจ และบทบาทหน้าที่ของสถานศึกษามีการร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการ ร่วมประเมนิ ผล ร่วมติดตามผล ใหข้ อ้ เสนอแนะผู้เรยี นและ สถานศกึ ษา 3.4.3 ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนนิ งาน ปัญหา/อุปสรรค วิธีการ/แนวทางการแกไ้ ขปญั หา 1. ขาดการตดิ ตามกลมุ่ ผู้เรียนหลงั จบหลักสตู ร 1. จัดให้มรี ะบบการนเิ ทศ ติดตาม และประเมินผล อย่างต่อเนื่อง ผู้เรยี นอย่างตอ่ เน่ือง 2. จดั อบรมวทิ ยากรท่เี ป็นภูมิปญั ญาท้องถ่นิ เพื่อ 2. วิทยากรส่วนใหญท่ มี่ าสอนจะเปน็ ภูมิปัญญา พฒั นาศักยภาพของวทิ ยากร ท้องถิน่ ท่ีมีความร้ใู นเนื้อหาหลกั สตู รนัน้ ๆ แต่ วิทยากรยังขาดความรใู้ นการวดั และประเมนิ ผล ผู้เรียน

40 3.4.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนนิ งานการจัดการศกึ ษาในรูปแบบทีห่ ลากหลาย เพื่อใหท้ กุ กลมุ่ เข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝกึ อาชีพ ท่ีคดิ วา่ เป็นต้นแบบหรือแบบอยา่ งที่ดี (Best Practice) (ถา้ มี) ** ระบรุ ายละเอียดพอสงั เขป และแนบรูปภาพ โครงการศนู ย์ฝึกอาชพี ชมุ ชนในทุก ๆ ตำบล รวมท้งั สิ้น 106 ตำบล ซง่ึ โครงการศนู ย์ฝึกอาชีพ ชุมชน ประกอบดว้ ย 3 กจิ กรรมหลกั คือ 1) กิจกรรมการศกึ ษาแบบช้นั เรียนวชิ าชีพ (31 ชวั่ โมงข้นึ ไป) 2) กจิ กรรมการศึกษาแบบพฒั นาอาชีพระยะสั้น (กลมุ่ สนใจ ไมเ่ กิน 30 ชว่ั โมง) และ 3) กจิ กรรมการศึกษา 1 อำเภอ 1 อาชีพ 3.4.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนินงาน ระดับพืน้ ที่ (หน่วยงาน/สถานศึกษา) ไมม่ ี ระดับนโยบาย ไม่มี

41 3.5 การยกระดับโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรยี นฟรี มีอาชีพ 3.5.1 ความกา้ วหน้าของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศกึ ษามีแนวทางในการส่งเสริมใหเ้ ดก็ เข้าร่วมโครงการอาชวี ะอยู่ประจำ เรยี นฟรี มีอาชพี ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการขับเคลอื่ นการดำเนนิ งานตามโครงการอาชวี ะอยู่ประจำ เรยี นฟรี มอี าชีพ ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................................................ .................. ................................................................................................................. ............................................................. 3.5.2 ปัจจยั ขับเคลอ่ื นสู่ความสำเร็จ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................. ............................................ ....................................................................................... ....................................................................................... 3.5.3 ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ปญั หา/อุปสรรค วิธกี าร/แนวทางการแกไ้ ขปญั หา 1. 1. 2. 2. 3. 3. 4. 4. 5. 5. 3.5.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนนิ งานการยกระดบั โครงการอาชวี ะอยปู่ ระจำ เรียนฟรี มอี าชีพ ทค่ี ดิ วา่ เป็นตน้ แบบหรอื แบบอยา่ งที่ดี (Best Practice) (ถา้ ม)ี ** ระบุรายละเอียด พอสังเขป และแนบรูปภาพ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3.5.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนนิ งาน ระดบั พ้นื ที่ (หน่วยงาน/สถานศึกษา) ..................................................................................................................................... ............. ..................................................................................................................... ......................................................... ระดับนโยบาย ............................................................................................................................. ..................... ................................................................................................................................................................ ..............

42 3.6 การขับเคลื่อนโครงการทวิศกึ ษาแนวใหม่ 3.6.1 ความก้าวหนา้ ของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) ความพร้อมของสถานศึกษา (ทงั้ โรงเรยี นและวิทยาลัย) ในการจัดหลกั สูตรทวศิ ึกษา ............................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2) แนวทางความร่วมมือในการจัดหลกั สูตรทวศิ กึ ษา ............................................................................................................................. ..................... ......................................................................................................................................................... ..................... .............................................................................................................. ................................................................ 3.6.2 ปจั จยั ขับเคลอื่ นสูค่ วามสำเร็จ ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3.6.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ปญั หา/อปุ สรรค วธิ กี าร/แนวทางการแก้ไขปัญหา 1. 1. 2. 2. 3. 3. 4. 4. 5. 5. 3.6.4 นวัตกรรม/รปู แบบ/แนวทางการดำเนนิ งานการขับเคลื่อนโครงการทวิศกึ ษาแนวใหม่ ทีค่ ิดวา่ เปน็ ต้นแบบหรือแบบอย่างท่ดี ี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบุรายละเอยี ดพอสังเขป และแนบรูปภาพ ............................................................................................................................. ..................... ...................................................................................................................................... ........................................ .......................................................................................... .................................................................................... 3.6.5 ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ระดับพนื้ ที่ (หน่วยงาน/สถานศึกษา) ................................................................................................... ............................................... ............................................................................................................................. ................................................. ระดับนโยบาย ............................................................................................................................................. ..... ............................................................................................................................. ................................................. 3.7 การจดั การอาชีวศกึ ษา รปู แบบการศึกษานอกระบบ 3.7.1 ความก้าวหน้าของการดำเนนิ งานตามนโยบาย 1) ผลการดำเนนิ งานของสถานศกึ ษาทจ่ี ดั การเรียนการสอนรปู แบบการศึกษานอกระบบ แบบมีช้นั เรียน

43 1.1) หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพเฉพาะ (ปวพ.) หรอื หลักสตู รวิชาชพี ระยะส้ัน ภาคปกต/ิ โครงการพเิ ศษ .................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. 1.2) โครงการอาชวี ะสรา้ งชา่ งฝมี อื ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ............................................................................................................................. ....... .............................................................................................................................................................................. 1.3) หอ้ งเรยี นอาชีพในสถานศกึ ษาระดับมธั ยมศกึ ษา ....................................................................................................... ............................. ............................................................................................................................. ................................................. 1.4) หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช.) ภาคปกติ โครงการอาชวี ศึกษาเพ่ือ การพัฒนาชนบท (อศ.กช.) ............................................................................................................................. ....... .............................................................................................................................................................................. 1.5) หลกั สตู รประกาศนียบัตรวชิ าชีพ (ปวช.) และหลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี ชน้ั สงู (ปวส.) ภาคสมทบ .................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. 1.6) หลักสตู รประกาศนียบตั รวชิ าชพี (ปวช.) และหลักสูตรประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชั้นสงู (ปวส.) ภาคพเิ ศษ (เทยี บโอนความรูแ้ ละประสบการณ์) ............................................................................................................................. ....... ............................................................................................................................... ............................................... 3.7.3 ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนนิ งาน ปัญหา/อปุ สรรค วิธีการ/แนวทางการแกไ้ ขปัญหา 1. 1. 2. 2. 3. 3. 4. 4. 5. 5. 3.7.4 นวตั กรรม/รปู แบบ/แนวทางการดำเนินงานการจัดการอาชวี ศึกษา รูปแบบการศกึ ษา นอกระบบ ท่ีคิดว่าเปน็ ต้นแบบหรือแบบอย่างทดี่ ี (Best Practice) (ถ้ามี) ** ระบุรายละเอียดพอสังเขป และ แนบรปู ภาพ ................................................................................................................................................... 3.7.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนินงาน ระดบั พน้ื ท่ี (หน่วยงาน/สถานศกึ ษา) ............................................................................................................................. ...................... ระดบั นโยบาย

44 ............................................................................................ ....................................................... นโยบายท่ี 4 การศึกษาเพอ่ื พัฒนาทักษะอาชีพและเพม่ิ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน 4.1 การพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคีอย่างมีคุณภาพ โดยส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับภาคี เครอื ขา่ ยและสถานประกอบการ 4.1.1 ความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) หนว่ ยงาน/สถานศึกษามีแนวทางการพฒั นาผูเ้ รียนทวภิ าคใี หม้ คี ุณภาพสูง และมี ทักษะดา้ นวิชาชีพ ด้านภาษา และด้านดิจิทลั ตามมาตรฐานสากล ....................................................................................... ............................................................ ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................. ............................ 2) หนว่ ยงาน/สถานศึกษามีการสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ใหค้ รูได้เข้ารับการฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชีพจากสถานประกอบการชั้นนำ ............................................................................................................................. ...................... .................................................................................................... .......................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. 3) หน่วยงาน/สถานศึกษามีแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนความรว่ มมือกับสถาน ประกอบการ เพ่ือพฒั นาการจัดการอาชีวศึกษาทวภิ าคีอย่างมีคุณภาพ ............................................................................................................................. ...................... ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 4.1.2 ปจั จยั ขับเคลือ่ นส่คู วามสำเรจ็ ............................................................................................................ ....................................... ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................................................... ....... 4.1.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนินงาน วธิ กี าร/แนวทางการแก้ไขปญั หา ปญั หา/อุปสรรค 1. 1. 2. 2. 3. 3. 4. 4. 5. 5. 4.1.4 นวตั กรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานการพัฒนาการจัดการอาชวี ศึกษาทวภิ าคอี ยา่ งมี คณุ ภาพ โดยส่งเสริมให้เกดิ ความร่วมมือกับภาคเี ครือข่ายและสถานประกอบการ ที่คดิ วา่ เป็นต้นแบบหรอื แบบอยา่ งทด่ี ี (Best Practice) (ถา้ มี) ** ระบรุ ายละเอยี ดพอสังเขป และแนบรูปภาพ ............................................................................................................................. ......................

45 ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 4.1.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนินงาน ระดบั พนื้ ท่ี (หน่วยงาน/สถานศึกษา) .............................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ระดบั นโยบาย ........................................................................................................................................ ........... ....................................................................................................................... ....................................................... 4.2 การพัฒนาขับเคลอ่ื นความเป็นเลศิ ทางการอาชีวศกึ ษา (Excellent Center) โดยความร่วมมอื กับ ภาคเอกชนและสถานประกอบการ 4.2.1 ความกา้ วหนา้ ของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) หน่วยงาน/สถานศึกษามีความพร้อมด้านตา่ งๆ ในการจัดการศึกษาตามมาตรฐาน อาชวี ศึกษาของสถานศึกษา ............................................................................................................................. ...................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2) หน่วยงาน/สถานศึกษามีแนวทางการจัดการสถานศึกษา ภายใตศ้ นู ยค์ วามเปน็ เลิศทาง การอาชีวศึกษา (Excellent Center) ................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................ .. 3) หน่วยงาน/สถานศึกษามีการดำเนินกิจกรรมทสี่ นบั สนุนการพัฒนาสถานศึกษาภายใต้ศนู ย์ บรหิ ารเครอื ข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management : CVM) ............................................................................................................................. ...................... ............................................................................................................ .................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 4.2.2 ปัจจยั ขับเคล่อื นส่คู วามสำเรจ็ ............................................................................................................................. ...................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 4.2.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนนิ งาน ปัญหา/อุปสรรค วิธกี าร/แนวทางการแก้ไขปญั หา 1. 1. 2. 2. 3. 3.

46 4. 4. 5. 5. 4.2.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานการพฒั นาขบั เคล่ือนความเปน็ เลศิ ทางการอาชวี ศกึ ษา (Excellent Center) โดยความร่วมมือกบั ภาคเอกชนและสถานประกอบการ ท่คี ิดว่าเป็น ต้นแบบหรือแบบอยา่ งท่ดี ี (Best Practice) (ถ้าม)ี ** ระบุรายละเอยี ดพอสังเขป และแนบรปู ภาพ ............................................................................................................................. ...................... ............................................................................................................ .................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 4.2.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนนิ งาน ระดบั พนื้ ท่ี (หน่วยงาน/สถานศกึ ษา) ............................................................................................................................. ...................... .............................................................................................................................................................................. ระดบั นโยบาย ...................................................................................................................... ............................. ............................................................................................................................. ................................................. 4.3 การพัฒนาสมรรถนะอาชพี โดยการ Re-skill , Up-skill และ New skill ในทุก กลมุ่ เปา้ หมาย รวมท้ังผสู้ ูงอายุ 4.3.1 ความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามนโยบาย 1) การพัฒนาสมรรถนะอาชีพ โดยการ Reskill, Upskill และ New skills ให้แกก่ ลุ่มผู้เรยี น ระดบั ประถมศึกษา/มัธยมศึกษา/อาชีวศกึ ษา .....................................-..................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2) การพัฒนาสมรรถนะอาชีพ โดยการ Reskill, Upskill และ New skills ให้แก่กลุ่ม ผู้สูงอายุ สถานศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรอาชีพ เน้น Re - skill Up - skill และ New skill ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และความสนใจ พร้อมทั้งสร้างช่องทางอาชีพในรูปแบบที่ความหลากหลายให้แก่ กลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุที่มีความสนใจด้านอาชีพ มีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการจัดกิจกรรม และมี การพัฒนาทักษะและสมรรถนะอาชีพให้กลุ่มผู้สูงอายุ โดยการขับเคล่ือการจัดกิจกรรมของครู กศน.ตำบลที่ ประจำอยู่ในพื้นที่แต่ละแห่ง ครู กศน.ตำบลมีการจัดทำแผนปฏิบัติงานประจำปีในเรื่องของโครงการศูนย์ฝึก อาชีพชุมชนตามที่งานการศึกษาต่อเนื่องได้จัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับอาชีพให้กับ ครูกศน.ตำบลเป็น ผรู้ บั ผิดชอบ ครู กศน.ตำบลมีการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลของตำบลจนได้แผนการจดั กิจกรรมโครงการศูนย์ ฝึกอาชีพชมุ ชน และครู กศน.ตำบลได้ดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชมุ ชน ได้แก่ 1) การศึกษา เพอื่ พฒั นาอาชีพระยะสัน้ (รูปแบบกลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ช่ัวโมง) 2) การศกึ ษาอาชีพชั้นเรยี นวิชาชีพ (หลกั สูตร 31 ชั่วโมงขึ้นไป) ใน 5 กลุ่มอาชีพ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพระยะสั้น (กลุ่มสนใจ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง)

47 หลักสูตรวิชาที่ได้ดำเนินการจัด ได้แก่ หลักสูตรวิชาการสานเส้นพลาสติก หลักสูตรวิชาการทำอาหารขนม หลกั สตู รวิชาการทำพรมเชด็ เทา้ เปน็ ต้น 3) การพัฒนาสมรรถนะอาชีพ โดยการ Reskill, Upskill และ New skills ให้แก่กลุ่ม ประชาชนท่วั ไป สถานศึกษาได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้นที่เน้น Re skill Up skill และ New skill ให้แก่ประชาชนทั่วไป ได้มีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการดําเนินงานในการจัด กิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในชีวิตประจําวัน โดยมีการสำรวจ ความตอ้ งการของประชาชนในพ้ืนที่ ผ่าน สกร. ตำบลเกี่ยวกับความต้องการและความสนใจด้านอาชีพ เพื่อให้ สอดคล้องกบั บริบท พื้นที่ ความตอ้ งการของกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการของตลาดแรงงาน และสถานการณ์ที่ เกิดขึ้นในปัจจุบัน ได้มีการจัดและส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิตที่เน้นการพัฒนาหลักสูตรที่มี ความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ มีการพัฒนาทักษะที่จําเป็นสําหรับแต่ละช่วงวัย และการจัดการศึกษาและ การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายและบริบทพื้นที่ ส่งเสริมให้มีการยกระดับผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการ ที่เน้นการ “ส่งเสริมความรู้ สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาด ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเพิ่ม ช่องทางประชาสัมพันธ์และช่องทางการจําหน่าย โดยมี กศน.ตำบลเป็นผู้ดำเนินการจัดกิจกรรมให้กับ ประชาชนกลมุ่ เปา้ หมาย โดยมหี ลกั การดำเนินงานและบทบาทหน้าท่ี ดังต่อไปน้ี 1. จัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุเป็นสำคัญ โดยยึดหลักความ สอดคล้องกับบริบท ศักยภาพและความพร้อมของกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งความหลากหลายตามความแตกต่าง ของกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งบูรณาการหลักปรัชญาคิดเป็น และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้ตามความ เหมาะสม 2. พัฒนารูปแบบกิจกรรมได้ตามความเหมาะสม โดยยึดหลักความสอดคล้องกับสภาพ ความต้องการและความจำเป็นของกลุ่มเป้าหมาย และให้เป็นไปตามบริบทของชุมชน สังคม รวมถึงนโยบาย ของทางราชการ 3. มุ่งเน้นให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้พื้นฐาน ทักษะ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตใน 4 มิติ (มติ ิสขุ ภาพ มติ ิสงั คม มิติเศรษฐกจิ และมติ ิสภาพแวดล้อม) ตามสภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 4. ยึดหลักการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือปราชญ์ชาวบ้านใน การดำเนินงาน 4.3.2 ปจั จัยขบั เคลื่อนสูค่ วามสำเรจ็ 1) สถานศึกษามีการสำรวจข้อมูลพื้นฐาน และจัดทำแผนการดำเนินงานระดับตำบล เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการจัดการศึกษาต่อเนื่องที่หลากหลายสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน/ ผู้รับบริการ และชุมชน พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียน ผู้เรียน ส่วนใหญ่ที่จบหลกั สูตรสามารถนำความรู้ไปใช้ในการพฒั นาตนเอง ชมุ ชนสังคม นำไปประกอบเป็นอาชีพ สร้าง รายได้เสรมิ หรอื พัฒนาตอ่ ยอดอาชีพ หรอื เพิม่ มลู ค่าของสนิ ค้าหรือบริการ เป็นการลดรายจ่าย หรือเพิ่มรายได้ ใหแ้ ก่ครอบครัว 2) สถานศึกษามีภาคเี ครอื ข่ายที่ใหก้ ารสนบั สนนุ และประสานงานในการจัดกจิ กรรมในพน้ื ที่ 3) วิทยากรการศึกษาต่อเนื่อง หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นมีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ การถ่ายทอดการจัดกระบวนการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และนำไปประกอบอาชีพหรือพัฒนาอาชีพได้จริง มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตร

48 มีการออกแบบวิธีการสอนให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการของผู้เรียน มีการใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เอื้อต่อ การเรียนรเู้ หมาะสมกับหลกั สูตรและกล่มุ ผ้เู รยี น 4.3.3 ปญั หาและอุปสรรคของการดำเนินงาน ปญั หา/อุปสรรค วิธีการ/แนวทางการแกไ้ ขปัญหา 1. เคร่อื งมือพน้ื ฐานและอปุ กรณ์ในการเรยี นวชิ าชพี 1. วัสดุอุปกรณ์บางอย่างให้ผเู้ รียนไดม้ ีสว่ นรว่ มใน มไี ม่เพยี งพอ เชน่ อปุ กรณ์ในการทำอาหาร หรือ เตรียมมาดว้ ยในการฝกึ อบรม เครอ่ื งมอื ชา่ งตา่ ง ๆ 2. ผู้จบหลกั สตู รอาชพี บางรายยังไมส่ ามารถนำ 2. เนน้ การจดั หลักสูตรอาชีพทส่ี ามารถนำความรไู้ ป ความรู้ไปประกอบอาชพี ได้ อีกท้ังไมม่ ีทุนในการ ประกอบอาชีพได้ สร้างงาน สร้างอาชพี สรา้ งรายได้ ดำเนินการประกอบอาชีพและขยายผลการประกอบ 3. แนะแนวชอ่ งทางแหล่งเงนิ ทุนในการประกอบ อาชีพเพื่อจำหนา่ ย อาชพี และประสานธนาคารมาให้ความรเู้ ร่ืองเงนิ ทุน ในการประกอบอาชีพ 3. ประชาชนมคี วามต้องการที่หลากหลายแตกต่าง กนั ทำให้ไม่อาจตอบสนองต่อความต้องการของ ประชาชนไดท้ งั้ หมด 4.ผู้เรยี นเข้าฝกึ อบรมไมค่ รบตามกำหนดระยะเวลา 4.ครู กศน.ตอ้ งสำรวจตามความตอ้ งการอยา่ ง เพราะมีภาระทตี่ ้องรับผิดชอบเกี่ยวกบั การประกอบ แทจ้ ริงด้านอาชีพท่ีจะเข้าฝึกอบรม อาชีพประจำ 4.3.4 นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการดำเนินงานการพัฒนาสมรรถนะอาชีพ โดยการ Re- skill, Up-skill และ New skill ในทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งผู้สูงอายุ ที่คิดวา่ เป็นต้นแบบหรือแบบอยา่ งที่ดี (Best Practice) (ถา้ ม)ี ** ระบรุ ายละเอียดพอสังเขป และแนบรปู ภาพ สกร. ตำบลกระทุ่มล้มได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาแบบพัฒนาอาชีพระยะส้ัน (กล่มุ สนใจ ไมเ่ กิน 30 ช่ัวโมง) ในหลักสูตรวชิ ากระเป๋าทรงถือ (หูไม้รปู ตวั C) จำนวน 20 ชว่ั โมง ซึ่งดำเนินการ จัดการเรียนการสอนระหว่างวันที่ 24,25,29,31 กรกฎาคม 2566 ณ สกร ตำบลกระทุ่มล้ม มีผู้เรียน จำนวน 6 คน โดยมีนางสาวนภาพร พัฒนนนั ทพันธ์ เปน็ วิทยากรผ้สู อน หลักสูตรเป็นการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์เดิมให้ เกิดรูปแบบใหม่ ๆ เป็นที่น่าสนใจ โดยการใช้เทคนิคการเย็บแบบงานด้นมือ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าของ ผลิตภัณฑ์และได้รูปแบบใหม่ ๆ เป็นที่ต้องการของตลาด วิทยากรใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมโดยให้ผู้เรียน มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการเรียนรู้ และผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติทำชิ้นงานตามข้ันตอนด้วยตนเองโดยมี วทิ ยากรคอยใหค้ ำแนะนำ

49 4.3.5 ขอ้ เสนอแนะในการดำเนินงาน ระดบั พ้นื ท่ี (หนว่ ยงาน/สถานศกึ ษา) ไมม่ ี ระดบั นโยบาย ควรเพิ่มงบประมาณในการจัดกิจกรรมชั้นเรียนวิชาชีพ (31 ชั่วโมงขึ้นไป) ให้มากข้ึน เพือ่ ให้เพียงพอต่อการจดั การเรียนการสอน โดยเฉพาะค่าจัดซ้อื วสั ดฝุ กึ อาชพี