Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ข้อตกลงการพัฒนา

ข้อตกลงการพัฒนา

Published by kittipakorn, 2022-05-27 04:12:08

Description: ข้อตกลงการพัฒนา

Search

Read the Text Version

ผลการพฒั นางานตามข้อตกลง รายงานโครงการพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนรายวิชาคณติ ศาสตร์ ของนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ นางอมุ าพร พิมพ์ภักดี ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการพเิ ศษ โรงเรยี นบา้ นไผ่ อำเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแกน่ สำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 25 สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร

ก คำนำ รายงานโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ฉบับนี้เป็นผลการพัฒนา งานตามข้อตกลงในแบบข้อเสนอในการพัฒนางาน (ด้านที่ 3 ส่วนที่ 3) ให้ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศกึ ษามวี ิทยฐานะหรือเล่ือนเปน็ วิทยฐานะเชี่ยวชาญ สายงานการสอน เนื้อหาในเล่มเกี่ยวกับ ผลการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนช้ัน มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ ซง่ึ สอดคล้องกบั ผลงานดีเด่นที่ ได้รับ มีเนื้อหาคือ 1) ประเด็นในการพัฒนา 2) เป้าหมายในการพัฒนา 3) วิธีการพัฒนา 4) แนวทาง การตรวจสอบและประเมนิ ผลการพัฒนา ขอขอบพระคุณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นไผ่ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนบา้ นไผ่ ที่ให้การสนับสนุนในการดำเนินงาน ขอขอบคุณคณะครู นักเรียน และบุคลากรโรงเรียนบ้านไผ่ทุก ท่านที่มสี ่วนร่วมในการปฏบิ ัตงิ าน ร่วมสร้างสรรค์ในการพัฒนานกั เรียน ให้มีคณุ ภาพและเป็นเยาวชน ทดี่ ีของชาตติ อ่ ไป อุมาพร พมิ พภ์ ักดี

สารบญั ข เร่อื ง หนา้ คำนำ ก สารบัญ ข สารบญั ตาราง ค สารบญั แผนภาพ ง ข้อมูลผู้ขอรับการประเมนิ 1 ชอื่ โครงการ 1 1. ความสำคัญในการพฒั นา 1 2. ประเดน็ ในการพฒั นา(สิ่งทจ่ี ะพฒั นา) 3 3. เป้าหมายในการพัฒนา 4 4 3.1 เปา้ หมายเชิงปรมิ าณ 4 3.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ 4 3.3 ระยะเวลาในการพฒั นา 4 4. วธิ ีการพฒั นา 4 4.1 ขน้ั ตอนการดำเนนิ การพัฒนา 6 4.2 ปฏิทนิ ในการดำเนินงาน 7 5. แนวทางการตรวจสอบและประเมินผลการพฒั นา 7 5.1 ขัน้ ตอนการสรา้ งและหาคณุ ภาพของเครื่องมือในการประเมิน 22 5.2 ประเมินผลการดำเนนิ งานตามโครงการ 25 5.3 สรปุ ผลการดำเนินงาน 26 6. คณุ ภาพของผลการปฏิบัตงิ านตามข้อตกลง 27 7. ประโยชนข์ องการพัฒนางาน 29 8. การเผยแพร่ผลงาน 30 บรรณานุกรม 31 ภาคผนวก 32 42 ภาคผนวก ก โครงการ คำสั่งโรงเรียน 63 ภาคผนวก ข คุณภาพของเครอื่ งมือในการพฒั นา 71 ภาคผนวก ค เคร่อื งมือในการตรวจสอบ 142 ภาคผนวก ง การจัดกิจกรรม ตัวอยา่ งผลงานนักเรยี น ภาคผนวก จ เผยแพรผ่ ลงาน เกียรติบตั รรางวัล

ค สารบญั ตาราง เรอื่ ง หนา้ ตารางท่ี 1 ปฏทิ นิ ปฏิบตั งิ านโครงการพฒั นาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน 6 รายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โดยใชก้ จิ กรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ 8 ตารางที่ 2 วิเคราะห์แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชา ค 23101 คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน 5 11 เรื่องพนื้ ทผี่ ิวและปริมาตร ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 โดยใชก้ ิจกรรม การเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ 16 23 ตารางท่ี 3 การวิเคราะห์เนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ และระดับการเรยี นรู้ จำนวนแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ 23 เรอื่ ง พืน้ ทผ่ี วิ และปริมาตร ของนกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 24 43 ตารางที่ 4 เกณฑก์ ารให้คะแนนการประเมินทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ 44 ตารางท่ี 5 คะแนนเฉลย่ี ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร์ เร่ือง พ้นื ทผี่ วิ 45 46 และปริมาตรของนักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 โดยการจัดกจิ กรรม 49 การเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ 50 ตารางที่ 6 ค่าเฉลย่ี คะแนนทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ โดยการจัดกจิ กรรม 56 การเรยี นร้แู บบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 62 ตารางที่ 7 ค่าเฉลี่ยคะแนนระดบั ความพึงพอใจของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรยี นรแู้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ตารางท่ี 8 ดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรยี นรู้ เรือ่ งพ้ืนทผ่ี วิ และปรมิ าตร โดยการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ตารางท่ี 9 ดัชนีความสอดคลอ้ งของแบบทดสอบกับจุดประสงค์การเรยี นรู้ เรื่องพนื้ ท่ีผวิ และปรมิ าตร ตารางท่ี 10 คา่ ความยากงา่ ย (p) คา่ อำนาจจำแนก (r) และคา่ ความเชื่อม่นั ของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น เรอ่ื ง พน้ื ทผ่ี ิวและปรมิ าตร ตารางที่ 11 ดชั นคี วามสอดคลอ้ งของแบบประเมินทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ตารางที่ 12 ดชั นีความสอดคลอ้ งของเนื้อหาแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี น ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ทม่ี ีตอ่ การจัดการเรยี นรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ตารางท่ี 13 คะแนนแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เรือ่ ง พืน้ ท่ีผิวและปริมาตร ตารางท่ี 14 คะแนนประเมินทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ตารางท่ี 15 ค่าเฉลย่ี คะแนนระดบั ความพึงพอใจของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ท่มี ีต่อ การจดั กจิ กรรมการเรียนรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์

สารบญั แผนภาพ ง เร่อื ง หนา้ 10 แผนภาพที่ 1 ขัน้ ตอนการสร้างแผนการจดั การเรยี นร้แู บบโครงงานคณติ ศาสตร์ 14 แผนภาพท่ี 2 ขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์ 19 แผนภาพที่ 3 ขน้ั ตอนการสร้างแบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 21 โดยจดั กจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง พนื้ ที่ผวิ และปริมาตร แผนภาพท่ี 4 ขัน้ ตอนการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ทมี่ ีต่อการจดั กิจกรรมการเรียนรูแ้ บบ โครงงานคณติ ศาสตร์

1 รายงานผลการพฒั นาตามข้อตกลง ให้ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษามีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวทิ ยฐานะ ครูเช่ียวชาญ สายงานสอน กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ ------------------------------------------- ข้อมูลผรู้ ับการประเมิน ช่ือ นางอมุ าพร นามสกุล พิมพภ์ ักดี ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ ตำแหน่งเลขที่ 59814 สถานศึกษา/หนว่ ยงาน โรงเรียนบา้ นไผ่ อำเภอบา้ นไผ่ จงั หวัดขอนแก่น สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 25 สว่ นราชการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร รบั เงนิ เดือนอนั ดบั คศ.3 ข้ัน 40,860 บาท เพอ่ื เลื่อนเปน็ วทิ ยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ ช่อื งาน/โครงการ/กจิ กรรมท่ีจะพฒั นา (ต้องสอดคลอ้ งกับผลงานดเี ด่นฯทไ่ี ด้รบั ) โครงการพัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ ของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษา ปที ่ี 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ 1. ความสำคญั ในการพฒั นา คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิด สรา้ งสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบระเบยี บ มีแบบแผน สามารถวเิ คราะห์ปัญหาและสถานการณ์ ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ทำให้สามารถคาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศาสตร์อื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้อง คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น การ เรียนรู้คณิตศาสตร์ได้กำหนดทักษะและกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น ได้แก่ ความสามารถ ด้านการแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลาย การให้เหตุผล การส่ือความหมายทาง คณิตศาสตร์และการนำเสนอ การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆทาง คณิตศาสตร์ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ ทั้งนี้ ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์สามารถพัฒนาผ่านเนื้อหาคณิตศาสตร์ใด ๆ ได้ และประสิทธิภาพของการพัฒนาทักษะ ส่วนหนึ่งนั้นขึน้ อยกู่ บั ลักษณะของงานหรอื กิจกรรมที่ครูให้นกั เรยี นลงมือปฏิบัติ

2 แนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้นนั้น ควรจัดการเรียนรู้ที่คำนึงถึงนักเรียนเป็นสำคัญ การจัดเนื้อหาสาระ และกจิ กรรมต้องสอดคล้องกับวฒุ ิภาวะ ความสนใจและความถนัดของนกั เรียน การจดั กิจกรรมการ เรียนรู้ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จากการฝึกปฏิบัติ ฝึกให้นักเรียนคิด วเิ คราะห์และแก้ปญั หา กิจกรรมการเรยี นการสอนตอ้ งผสมผสานสาระทั้งด้านเน้ือหา และด้านทักษะ กระบวนการ ตลอดจนปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ถูกต้อง และเหมาะสมให้แก่ ผู้เรียน ซึ่งการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญเป็นแนวทางให้นักเรียนได้ใช้ กระบวนการสร้างองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง การให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัตจิ รงิ นกั เรียนมีสว่ นรว่ มในการ เรียนการสอน การจัดกิจกรรมมีความสุขในการเรียน เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข และจะนำไปสู่ การค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองตลอดชีวติ ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ทีส่ ง่ เสริมให้นักเรียนมคี ุณลักษณะ ดังกล่าวได้ คือ การเรียนรู้โดยผ่านการปฏิบัติกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นกิจกรรมเรียนรู้ คณิตศาสตร์ที่นักเรียนมีโอกาสได้สำรวจ ศึกษาค้นคว้า ทำความเข้าใจ แก้ปัญหา หรือแก้ข้อสงสัย เชื่อมโยงความรู้ หรือขยายองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ในประเด็นทีส่ นใจ รวมทั้งการประดิษฐ์ คิดคน้ สร้างสรรค์สง่ิ ใหม่โดยประยุกต์ใช้ความรทู้ างคณิตศาสตร์ นกั เรยี นไดค้ ดิ และทำอยา่ งอิสระภายใต้การ ดูแลและใหค้ ำปรกึ ษาทป่ี รึกษาหรอื ผรู้ ู้ (ปรีชา เนาว์เย็นผล, 2554, น.6) สอดคลอ้ งกับพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 24 ข้อที่ 3 ว่า จัดกิจกรรมให้ ผู้เรียนได้เรียนจากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติ ให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการ ใฝ่รู้ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่อง (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2545, น.4) และกิจกรรม โครงงานคณิตศาสตร์เป็นการเรียนรู้ทีม่ ีการเชื่อมโยงหรอื บูรณาการระหว่างความรู้ ประสบการณ์เดมิ กับสิ่งใหม่ เป็นกระบวนการเรียนรทู้ เ่ี น้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (เจียมใจ จันทรศ์ รี, 2550, น.2) จากข้อมลู ดังกลา่ วข้างตน้ จะเห็นว่า การจัดการเรียนรูท้ จ่ี ะประสบผลสำเรจ็ น้ัน ครูผู้สอน จะต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเนื้อหาในบทเรียนและพัฒนาการของผู้เรียน ดังนั้นครผู ู้สอนจำเป็นต้องเลอื กวิธีการสอนทีเ่ หมาะสมกับสภาพการเรียนของนักเรียน ในการจัดการ เรียนการสอนจะต้องเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมหรือกระบวนการ เรียนรู้ นั่นคือการจัดการเรียนรู้ต้องให้ผู้เรียนรู้จักคิด สร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง โครงงาน คณติ ศาสตร์เป็นกิจกรรมทม่ี คี วามสำคญั ตอ่ การเรยี นการสอนคณติ ศาสตร์ในการชว่ ยพฒั นาทกั ษะและ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ไดแ้ ก่ การแก้ปญั หา การใหเ้ หตุผล การเชือ่ มโยงความรู้ การสือ่ สาร การ นำเสนอ การใช้ตวั แทนและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โครงงานคณติ ศาสตรช์ ว่ ยเสริมสร้างความเข้าใจ มโนมติ และการประยุกต์ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ สามารถนำมาใช้เป็นกิจกรรมพัฒนาตามความ ถนัดและความสนใจอยา่ งเต็มศกั ยภาพ รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น พบว่า นักเรียนมี ค่าเฉลี่ยคะแนนรายวิชาคณิตศาสตร์ ในปีการศึกษา 2556 - 2558 ตามลำดับดังนี้ ร้อยละ 24.98, 30.65, 34.49 ซึ่งค่าเฉลี่ยคะแนนอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง ผู้รายงานในฐานะที่เป็น ครูผสู้ อนวิชาคณิตศาสตร์ ไดต้ ระหนักถงึ ปัญหาดังกล่าว จงึ ไดร้ วบรวมสาเหตุของปัญหาพบว่า ผู้เรียน ไม่เข้าใจโจทย์ปัญหา ตีความโจทย์ไม่ได้ ขาดทักษะในการคิดคำนวณ และขาดความรู้พื้นฐานที่จะใช้ เรียนรู้ การจดั การเรียนการสอนในช้นั เรียนเป็นการจัดการเรียนการสอนที่มุง่ เนื้อหาเปน็ หลัก ขาดการ

3 ใหน้ ักเรยี นไดล้ งมือปฏิบัติการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ทำใหน้ ักเรยี นเกดิ ความเบื่อหนา่ ย และคิดว่า วชิ าคณติ ศาสตรเ์ ปน็ วิชาที่ยาก ท้ังน้เี นือ่ งจากคณิตศาสตรเ์ ป็นวชิ าทตี่ ้องใช้ทักษะ และเนือ้ หาส่วนใหญ่ เป็นนามธรรม ทำให้การสอนบางคร้งั ไม่บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์และส่งผลกระทบต่อการเรยี นรู้ของผู้เรยี น จากปัญหาดังกล่าว ผู้รายงานจึงสนใจนำผลงาน รางวัลครูผู้สอนนักเรียนได้รับรางวัล ระดับเหรยี ญทอง ชนะเลศิ กจิ กรรมโครงงานคณติ ศาสตร์ ระดบั ชนั้ ม.1 - ม.3 ในงานศลิ ปหัตถกรรม นักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 62 ปีการศึกษา 2555 มาจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สอดแทรกเข้าไปเป็นสว่ นหนึง่ ของบทเรียน เริ่มตน้ โดยการทำโครงงานทีม่ ีองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่สอด รบั กบั กิจกรรมการเรียน คลา้ ยการทำแบบฝึกหัดปกติ แลว้ คอ่ ย ๆ เพมิ่ องค์ประกอบการเขียนรายงาน เพื่อให้นักเรียนได้เพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจสาระสำคัญของบทเรียน และการเขียนเชื่อมโยงความรู้ ผ่านการทำโครงงาน ขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้การทำโครงงานในลักษณะที่มีการเชื่อมโยงกับสาระใน บทเรยี น และครอบคลมุ ถึงการประยุกต์ใชค้ วามรู้ทางสาระคณิตศาสตรท์ ่ีเกี่ยวข้อง โดยผู้รายงานได้ เลอื กจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนในระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 เรื่อง พื้นที่ผิวและปรมิ าตร เนื่องจาก นักเรียนส่วนใหญ่แก้โจทย์ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพื้นที่ผิวและปริมาตรไม่ได้ และการ เรียนรู้เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตร เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเป็นรูปธรรม สามารถเชื่อมโยงกับเรื่องท่ี เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน ลักษณะของโจทย์ปัญหาบางรูปแบบอยู่ในชีวิตประจำวัน สามารถพฒั นาความสามารถด้านทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ได้อีกด้วย ผรู้ ายงานจึงได้จัดทำ โครงการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 โดยใช้ กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ มาสอดแทรกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง พื้นท่ีผิวและปริมาตร เพ่ือเปน็ แนวทางในการพฒั นากจิ กรรมการเรยี นการสอนใหม้ ปี ระสิทธิภาพ มากขึ้นและส่งผลต่อการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์และทักษะกระบวนการ ทางคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ให้สูงขึ้น 2. ประเด็นในการพฒั นา (ส่ิงท่จี ะพัฒนา) โครงการพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปี ที่ 3 โดยใชก้ จิ กรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 2.1 เพอ่ื พัฒนาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษา ปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรมการเรยี นร้แู บบโครงงานคณติ ศาสตร์ 2.2 เพือ่ ประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ที่จัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ 2.3 เพอ่ื ประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดกจิ กรรมการ เรียนร้แู บบโครงงานคณิตศาสตร์

4 3. เป้าหมายในการพฒั นา 3.1 เปา้ หมายเชิงปริมาณ 3.1.1 นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรยี นบ้านไผ่ จำนวน 231 คน เรียนรายวิชา คณติ ศาสตร์ เรื่อง พื้นทีผ่ ิวและปริมาตร โดยใช้กจิ กรรมการการเรยี นร้แู บบโครงงานคณติ ศาสตร์ 3.1.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 รอ้ ยละ 80 มผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขน้ึ ไป 3.1.3 ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 80 มีทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ข้นึ ไป 3.2 เป้าหมายเชิงคณุ ภาพ 3.2.1 นักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ท่เี รยี นรายวิชาคณิตศาสตร์ เรอื่ ง พน้ื ทผ่ี ิวและ ปริมาตร โดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นและทักษะ กระบวนการ ผ่านตามเกณฑ์ท่กี ำหนด 3.2.2 นักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 มคี วามพึงพอใจต่อการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ 3.3 ระยะเวลาดำเนินการ ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2559 ( ระหว่างเดอื น มิถนุ ายน – สงิ หาคม 2559 ) 4. วธิ กี ารพฒั นา 4.1 ขั้นตอนการดำเนินการ ผู้รายงานดำเนินการพัฒนาโดยอาศยั วงจรเดมมงิ่ PDCA (Deming Cycle ) มีข้ันตอน ดังน้ี 1) ขนั้ วางแผน (Plan) 1.1 สำรวจ ศึกษา สภาพปัญหาปจั จบุ นั การเรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนักเรยี นช้ัน มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 1.2 ศึกษาแนวคดิ ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องกบั การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ทีส่ อดคล้องกับ กจิ กรรมโครงงานคณิตศาสตร์ เพ่ือนำมาเปน็ แนวทางในการแกป้ ัญหา 1.3 วางแผนการดำเนินโครงการ โดยจัดทำปฏิทินการดำเนินโครงการ ตดิ ต่อประสาน งานการจดั ทำโครงการเพ่อื พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 โดยใชก้ จิ กรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์กบั หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ และตดิ ต่อประสานงานกบั ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นเครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการพฒั นา

5 2) ขัน้ ดำเนนิ การ (Do) สร้างและพฒั นาเครื่องมือทใี่ ช้ในการพฒั นา ประกอบด้วย เครือ่ งมอื พัฒนา ไดแ้ ก่ 1) แผนการจดั การเรียนรโู้ ดยใช้กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบโครงงาน คณติ ศาสตร์ เรื่อง พ้นื ที่ผิวและปรมิ าตร เคร่ืองมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนเร่ือง พืน้ ทผี่ วิ และปรมิ าตร 2) แบบประเมินทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนทมี่ ีต่อการจัดกจิ กรรมการ เรียนร้แู บบโครงงานคณิตศาสตร์ 3) ข้นั ตรวจสอบและประเมินผล (Check) 3.1 เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ โดยจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณิตศาสตรส์ อดแทรกเขา้ ไปเปน็ ส่วนหนงึ่ ของบทเรยี น เลือก หนว่ ยการเรยี นรรู้ ายวิชา ค23101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 5 เรือ่ ง พืน้ ทีผ่ วิ และปรมิ าตร หลังจากนนั้ ดำเนินการทดสอบกับนักเรยี นกลุ่มเปา้ หมายทผี่ ู้รายงานสอน ประเมนิ ทักษะกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ และสอบถามความพงึ พอใจของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย 3.2 วิเคราะหข์ ้อมลู โดยวิเคราะหค์ ะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรือ่ ง พ้ืนทผ่ี ิวและ ปรมิ าตร ระดบั คุณภาพทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ และระดบั ความพึงพอใจ นำเสนอผล การวิเคราะห์ และแปลความหมายผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล 4) ข้นั สรุปและรายงานผล (Action) 4.1 สรุปผลการพัฒนา เสนอข้อค้นพบ 4.2 รายงานผลการดำเนนิ การ 4.3 เผยแพรผ่ ลงาน

6 4.2 ปฏทิ ินการดำเนินงาน ตารางท่ี 1 ปฏิทนิ ปฏบิ ัติงาน โครงการพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 โดยใช้กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ กจิ กรรม ระยะเวลาดำเนนิ การ ผรู้ ับผิดชอบ 1.ขนั้ วางแผน (Plan) 1.1 ประชมุ เตรยี มการ 1 มิถนุ ายน 2559 นางอมุ าพร พมิ พภ์ กั ดี 1.2 สำรวจ ศกึ ษา สภาพปัญหาปัจจุบันของ 2 มิถนุ ายน 2559 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ นกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คณติ ศาสตร์ 1.3 วิเคราะหป์ ญั หา 2 มถิ นุ ายน 2559 1.4 ศกึ ษาแนวคิดทฤษฎีท่เี กี่ยวกับการจัด 3 มถิ ุนายน 2559 กิจกรรมการเรียนรู้ 2.ข้ันดำเนินการ (Do) 2.1 จดั ทำแผนโครงการเพื่อขออนุมัติ 6 มิถุนายน 2559 นางอุมาพร พิมพภ์ กั ดี 2.2 จดั สร้างและพัฒนาเครือ่ งมือท่ีใชใ้ นการ 7 มิถนุ ายน – 15 นกั เรียนช้ัน พฒั นา กรกฎาคม 2559 มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 2.3 จัดกิจกรรมการเรยี นร้แู บบโครงงาน 18 กรกฎาคม - 19 หอ้ งท่ีทำการสอน คณติ ศาสตร์ สงิ หาคม 2559 3.ข้นั ตรวจสอบและประเมินผล (Check) 3.1 นำเครื่องมอื เกบ็ รวบรวมข้อมลู โดย 22-24 สงิ หาคม 2559 นางอมุ าพร พมิ พภ์ ักดี ดำเนินการทดสอบกบั นักเรียน กลุ่มเปา้ หมายที่ผู้รายงานสอน ประเมิน ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์และ สอบถามความพงึ พอใจของนักเรียน กลมุ่ เปา้ หมาย 3.2 วเิ คราะหข์ ้อมลู 25-26 สงิ หาคม 2559 4. ข้นั สรุปและรายงานผล (Action) 4.1 สรปุ ผลการจดั ทำโครงการ 29 สงิ หาคม 2559 นางอุมาพร พิมพ์ภักดี 4.2 รายงานผลการดำเนนิ การ 30 สิงหาคม 2559 4.3 เผยแพร่ผลงาน 31 สงิ หาคม 2559

7 5. แนวทางในการตรวจสอบและประเมนิ ผลการพัฒนา การดำเนินงานตามโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ได้กำหนดแนว ทางการตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนาด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ และความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ โดยใช้ เคร่ืองมอื ในการตรวจสอบดังน้ี 1) แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ า ค23101 คณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน 5 เรอ่ื ง พืน้ ท่ีผิวและ ปรมิ าตร ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ จำนวน 9 แผน เวลา 15 ชวั่ โมง 2) แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ เร่ือง พื้นทผี่ วิ และ ปริมาตร ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 3) แบบประเมินทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ของ นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรยี นรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ที่มตี ่อการจัดกิจกรรม การเรยี นรแู้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ 5.1 ขนั้ ตอนการสร้างและหาคณุ ภาพของเคร่อื งมือในการประเมนิ การสร้างและหาคุณภาพของแบบประเมนิ ทง้ั 4 แบบ ผรู้ ายงานได้สรา้ งและหาคุณภาพของ เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู เพือ่ ตรวจสอบและประเมนิ ผลการพัฒนา ดงั นี้ 5.1.1 การสร้างและหาคุณภาพของแผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชา ค23101 คณติ ศาสตร์ พื้นฐาน 5 เรื่อง พื้นที่ผิวและปรมิ าตร ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงาน คณิตศาสตร์ มขี ้นั ตอนดังนี้ 1) ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านไผ่ หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในด้านสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการ เรียนรู้แกนกลาง คำอธิบายรายวชิ า โครงสรา้ งรายวชิ า และหน่วยการเรยี นรู้ 2) ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฎี และวธิ ีการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ จากเอกสาร งานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาเป็นแนวทางและประยุกต์ใช้ในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน คณติ ศาสตร์ 3) วิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา เวลาเรียน เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตร และ แบ่งออกเป็น 9 แผนการจัดการเรยี นรู้ ดังแสดงในตารางท่ี 4

8 ตารางที่ 2 วเิ คราะหแ์ ผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ า ค 23101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 5 เร่ืองพน้ื ที่ผวิ และปริมาตร ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ แผนการจัดการ เน้ือหา จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จำนวน ช่ัวโมง เรยี นรู้ที่ เข้าใจแนวทางในการจัด กิจกรรมการเรียนรแู้ บบ 1 1 ปฐมนิเทศแนวการจัดกจิ กรรม โครงงานคณติ ศาสตร์ บอกลกั ษณะและสมบัติของ 1 การเรยี นรแู้ บบโครงงาน ปรซิ มึ พรี ะมดิ ทรงกระบอก กรวย และทรงกลมได้ 2 คณิตศาสตร์ หาพนื้ ทผ่ี ิวและปริมาตร 2 ของปรซิ ึมได้ 2 2 ลกั ษณะและสมบตั ิของปริซึม หาพื้นทผ่ี ิวและปริมาตร 2 ของทรงกระบอกได้ 2 ทรงกระบอก พีระมิด กรวย หาพื้นทีผ่ วิ และปริมาตร 1 ของพีระมดิ ได้ และทรงกลม หาพน้ื ท่ีผวิ และปริมาตร 2 ของกรวยได้ 3 การหาพนื้ ทผ่ี ิวและปริมาตร หาพื้นทผ่ี ิวและปริมาตร 15 ของทรงกลมได้ ของปริซึม เปรียบเทียบหน่วยความจหุ รือ หน่วยปรมิ าตรในระบบ 4 การหาพ้ืนทผ่ี วิ และปรมิ าตร เดยี วกนั หรือตา่ งระบบ แสดงผลงาน โครงงาน ของทรงกระบอก คณติ ศาสตร์ได้อยา่ ง สร้างสรรค์ 5 การหาพืน้ ทผ่ี ิวและปรมิ าตร ของพรี ะมดิ 6 การหาพน้ื ทีผ่ ิวและปรมิ าตร ของกรวย 7 การหาพืน้ ทผี่ ิวและปรมิ าตร ของทรงกลม 8 หน่วยความจุหรอื หน่วย ปริมาตร 9 การแสดงผลงานจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูแ้ บบ โครงงานคณติ ศาสตร์ รวม *บรู ณาการสาระท่ี 6 มาตรฐาน ค 6.1 ในทุกแผนการจัดการเรียนรู้ 4) สร้างแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา ค23101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 5 เรื่อง พื้นที่ผิว และปริมาตร ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยการจัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์สอดแทรก เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน เริ่มต้นโดยการทำโครงงานที่มีองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่สอดคล้องกับ กิจกรรมการเรียนคล้ายการทำแบบฝึกหดั ปกติ แล้วคอ่ ย ๆ เพ่ิมองค์ประกอบการเขียนรายงาน เพ่ือให้ นักเรียนได้เพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจสาระสำคัญของบทเรียน และการเชื่อมโยงความรู้ผ่านการทำ

9 โครงงาน ขณะเดียวกันก็ได้เรยี นรู้การทำโครงงานในลกั ษณะที่มกี ารเชื่อมโยงกับสาระในบทเรียนเป็น แนวทางในการจดั การเรียนรู้ จำนวน 9 แผนการจัดการเรียนรู้ ใชเ้ วลาสอน 15 ชวั่ โมง ดังนี้ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง ปฐมนิเทศ ความรู้เกีย่ วกับโครงงานคณติ ศาสตร์ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 เรอื่ ง ลักษณะและสมบตั ิของปรซิ มึ ทรงกระบอก พีระมิด กรวย และทรงกลม การเลอื กหัวข้อเร่ือง หรือปัญหาท่ีจะศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การหาพน้ื ทีผ่ วิ และปริมาตรของปรซิ มึ การวางแผนการทำโครงงาน (เขียนเคา้ โครง) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรอ่ื ง การหาพน้ื ที่ผิวและปริมาตรของทรงกระบอก การวางแผนทำโครงงาน (นำเสนอเค้าโครง) แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5 เรื่อง การหาพ้นื ที่ผวิ และปริมาตรของพรี ะมิด การลงมือทำโครงงาน (เขียนรายงาน) แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6 เร่ือง การหาพน้ื ท่ผี วิ และปรมิ าตรของกรวย การลงมอื ทำโครงงาน (การนำเสนอโครงงาน) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรือ่ ง การหาพ้ืนที่ผิวและปรมิ าตรของทรงกลม การประเมินโครงงานคณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 8 เร่ือง หนว่ ยความจุหรือหนว่ ยปริมาตร การนำเสนอโครงงานคณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรอ่ื ง การแสดงผลงานจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานคณิตศาสตร์ 5) นำแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ีสร้างข้นึ เสนอให้ผเู้ ชี่ยวชาญ ดา้ นเนื้อหา ดา้ นการจดั การ เรยี นรู้สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ดา้ นการวดั ผลประเมินผล จำนวน 3 คน พจิ ารณาความเท่ียงตรง เชงิ เนื้อหา (Content Validity) ความชัดเจนความถูกต้องเหมาะสมของภาษาทใี่ ช้ จากนั้นนำตาราง วิเคราะหค์ า่ ดชั นีความสอดคล้อง (IOC : Index of item Objective Congruence) ของผเู้ ชีย่ วชาญ มาคำนวณค่าดัชนีความสอดคลอ้ ง โดยใชเ้ กณฑป์ ระเมนิ ดังนี้ (สมนกึ ภทั ทยิ ธน,ี 2546, น. 220-221) เห็นว่าสอดคล้อง ให้คะแนน +1 ไม่แน่ใจ ให้คะแนน 0 เหน็ ว่าไม่สอดคล้อง ให้คะแนน -1 การวเิ คราะห์ข้อมูลความเหมาะสมสอดคล้องโดยใชด้ ชั นคี วามสอดคล้อง (IOC) คำนวณ จากสูตร IOC =  R N โดยท่ี IOC คอื ดชั นคี วามสอดคลอ้ งของแผนการจัดการเรียนรู้  R คอื ผลรวมของงคะแนนความคิดเหน็ ของผ้เู ช่ียวชาญ N คอื จำนวนผ้เู ชี่ยวชาญ

10 โดยพจิ ารณาจากเกณฑค์ า่ IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึน้ ไป ซง่ึ ได้ค่าดัชนคี วามสอดคล้อง เทา่ กบั 1.00 6) นำแผนการจดั การเรียนร้ทู ่ีไดร้ บั การพิจารณาตรวจสอบจากผเู้ ชีย่ วชาญ มาปรบั ปรงุ แก้ไขใหส้ มบรู ณ์ แลว้ นำไปทดลองใช้กับนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3/3 โรงเรียนบา้ นไผ่ อำเภอบา้ น ไผ่ จังหวดั ขอนแกน่ จำนวน 45 คน ทไี่ ม่ใช่กลุม่ เป้าหมาย เพื่อศึกษาสภาพปัญหา เวลาในการจัด กจิ กรรมการเรียนรู้ แลว้ นำมาปรับปรงุ แก้ไข 7) นำแผนการจดั การเรียนรู้ที่ปรบั ปรงุ แก้ไขแล้ว มาใชก้ บั กล่มุ เป้าหมาย สามารถสรุป ขั้นตอน ไดด้ ังแผนภาพที่ 1 ศกึ ษาหลักสตู รสถานศึกษา หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฎี และวิธกี ารเขยี นแผนการจัดการเรียนรู้ จากเอกสาร งานวิจัยทเ่ี กย่ี วข้องกบั การจัดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ วิเคราะห์จุดประสงค์การเรยี นรู้ เน้อื หา กำหนดเวลาเรียน สรา้ งแผนการจดั การเรียนรู้ เสนอแผนการจดั การเรียนรู้ต่อผูเ้ ชยี่ วชาญ ตรวจสอบความเท่ียงตรง ของแผนการจดั การเรยี นรู้ แล้วนำมาวิเคราะห์คา่ IOC ปรบั ปรุงแก้ไขแผนการจดั การเรียนรู้ นำแผนการจัดการเรียนรู้ไปทดลองใชก้ บั นักเรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3/3 จำนวน 45 คน ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อศกึ ษาสภาพปญั หา เวลาในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ แล้วนำมาปรบั ปรุงแก้ไข นำแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ปรับปรุงแล้วไปใช้กบั กลมุ่ เปา้ หมาย แผนภาพที่ 1 ขน้ั ตอนการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้

11 5.1.2 การสรา้ งและการหาคณุ ภาพแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นรายวิชา คณิตศาสตร์ เรอ่ื ง พนื้ ทผ่ี ิวและปรมิ าตร ของนักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 มีข้นั ตอนการสรา้ ง ดงั นี้ 1) ศึกษาหลกั สตู ร สาระการเรยี นรู้ ตัวช้วี ดั กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ชั้น มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 เร่ือง พนื้ ท่ีผวิ และปรมิ าตร 2) ศกึ ษาทฤษฎี หลกั การและวธิ ีการสร้างแบบทดสอบ และเครือ่ งมอื วดั ผลการศึกษา 3) วิเคราะหส์ าระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ดั ใหค้ รอบคลุมสาระการ เรียนรู้ เรื่อง พ้นื ทผ่ี วิ และปรมิ าตร ตารางที่ 3 การวิเคราะห์เน้อื หา จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ และระดับการเรียนรู้ จำนวนแบบทดสอบ วัดผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นรายวิชาคณติ ศาสตร์ เรือ่ ง พ้นื ท่ีผิวและปรมิ าตร ของนกั เรยี น ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ระดับการเรียนรู้ เน้อื หา จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ความ การ การ รวม เข้าใจ นำไปใช้ วเิ คราะห์ 1. ลกั ษณะและสมบัติ อธบิ ายลกั ษณะและสมบัติ 1 1 2 ของปรซิ ึม ทรงกระบอก ของปรซิ ึม ทรงกระบอก พีระมดิ กรวย และ พรี ะมิดกรวยและทรงกลม ทรงกลม 2. พื้นท่ผี วิ ของปรซิ มึ และ หาพ้ืนท่ผี วิ ของปรซิ มึ 1 12 ทรงกระบอก ทรงกระบอก 3. ปริมาตรของปรซิ มึ หาปริมาตรของปริซมึ 44 3 11 ทรงกระบอก พีระมดิ ทรงกระบอก พรี ะมิด กรวยและทรงกลม กรวย และทรงกลม 4. ปัญหาเก่ียวกับพ้นื ท่ผี วิ ใชค้ วามรเู้ ก่ยี วกบั พน้ื ที่ 1 1 13 และปรมิ าตรของปรซิ ึม พนื้ ทผี่ วิ และปริมาตรใน ทรงกระบอก พีระมดิ การแก้ปัญหาใน กรวย และทรงกลม สถานการณ์ ต่าง ๆ 5 หนว่ ยความจหุ รอื หนว่ ย เปรียบเทียบหน่วยความจุ 1 1 2 ปริมาตรในระบบเดียวกัน หรอื หน่วยปริมาตรใน ระบบเดียวกนั หรือตา่ ง ระบบ เลือกใช้หน่วยการ วัดได้อย่างเหมาะสม รวม 78 5 20

12 4) สร้างแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ เร่อื ง พื้นทผ่ี ิวและ ปรมิ าตร ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทต่ี ั้งไว้ ซึ่งแบบทดสอบมีลกั ษณะเป็นแบบปรนัย ชนดิ 4 ตวั เลือก จำนวน 30 ข้อ โดยให้ครอบคลุมเนอื้ หาและจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ตอบถูก ให้คะแนน 1 คะแนน ตอบผดิ ให้คะแนน 0 คะแนน 5) นำแบบทดสอบทส่ี รา้ งขนึ้ เสนอผูเ้ ช่ยี วชาญจำนวน 3 คน เพื่อตรวจความสอดคล้อง พิจารณาความเทีย่ งตรงเชงิ เน้ือหา (Content Validity) ความชัดเจนความถูกตอ้ งเหมาะสมของภาษา ที่ใช้ แล้วปรบั ปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ 6) หาคะแนนผลรวมคะแนนความคดิ เหน็ ของผู้เช่ียวชาญท้ังหมดเป็นรายข้อ หาค่าดชั นี ความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกบั จุดประสงค์การเรยี นรู้ (IOC : Index of item Objective Congruence)เพื่อหาคุณภาพของแบบทดสอบโดยใช้เกณฑ์ ดังนี้ (สมนึก ภัททิยธนี, 2546, น. 220- 221) เหน็ วา่ สอดคล้อง ให้คะแนน +1 ไม่แน่ใจ ใหค้ ะแนน 0 เหน็ วา่ ไม่สอดคล้อง ใหค้ ะแนน -1 การวิเคราะห์ขอ้ มลู ความเหมาะสมสอดคล้องของแบบทดสอบผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นวิชา คณติ ศาสตร์ เร่ือง พื้นทผ่ี วิ และปริมาตร ของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) คำนวณ จากสตู ร IOC =  R N โดยที่ IOC คอื ดัชนคี วามสอดคล้องระหวา่ งขอ้ สอบกับจดุ ประสงค์  R คือ ผลรวมของงคะแนนความคิดเห็นของผเู้ ช่ยี วชาญ N คอื จำนวนผู้เช่ียวชาญ พบว่า แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง พ้นื ที่ผวิ และปริมาตร ของนักเรยี น ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 มคี ่าดชั นีความสอดคล้องเท่ากบั 1.00 7) นำแบบทดสอบไปทดลองใช้กบั นักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4/5 โรงเรยี นบ้านไผ่ ปกี ารศกึ ษา 2559 จำนวน 45 คน ทเี่ คยเรยี นเนื้อหาพืน้ ท่ีผิวและปรมิ าตรมาแล้ว 8) นำผลทไี่ ด้จากการทดสอบมาวเิ คราะหร์ ายขอ้ เพอื่ หาคา่ ความยากง่าย (p) โดยเกณฑ์ ความยากงา่ ยของข้อสอบกำหนดไวร้ ะหวา่ ง 0.20 ถงึ 0.80 และวเิ คราะห์หาค่าอำนาจจำแนก ( r ) โดยเกณฑ์ของค่าอำนาจจำแนกไวท้ ่ี 0.20 ขึ้นไป เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลอื กขอ้ สอบ ปรากฏว่า ได้แบบทดสอบท่ีมีคา่ ความยากงา่ ย (P) ระหวา่ ง 0.31 - 0.77 คา่ อำนาจจำแนก (r) ระหวา่ ง 0.33 – 0.87 โดยใช้สตู ร ดังน้ี (บุญเรือง ขจรศิลป์, 2543)

13 p= n N โดยท่ี p คือ คา่ ความยากง่ายของขอ้ สอบแตล่ ะขอ้ n คอื จำนวนผู้ตอบถกู N คือ จำนวนผู้ตอบท้ังหมด rpbis = Mr − Mt p St q โดยท่ี rpbis คือ คา่ อำนาจจำแนก Mr คือ คา่ เฉลย่ี ของคะแนนรวมสำหรบั คนท่ีตอบถูก Mt คือ ค่าเฉลยี่ ของคะแนนรวมของทกุ คนท่สี อบ St คอื คา่ ความเบยี่ งเบนมาตรฐานของคะแนนรวม P คอื ค่าความยากง่ายของขอ้ สอบ q คอื 1-p 9) นำแบบทดสอบ จำนวน 20 ข้อ ไปใชก้ บั นกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4/9 ปกี ารศึกษา 2559 จำนวน 45 คน ทีเ่ คยเรยี นเร่อื งพ้ืนทผ่ี ิวและปริมาตรมาแลว้ เพื่อหาค่าความ เช่อื ม่ันของแบบทดสอบทั้งฉบับ ได้ค่าความเช่ือมน่ั เท่ากับ 0.93 โดยใช้สตู ร KR -20 ของ Kuder-Richardson ดงั นี้ (บุญเรือง ขจรศิลป,์ 2543, น. 124) rtt = n− 1 −  pq  n −1    S 2  t โดยที่ rtt คอื ความเชื่อมนั่ ของแบบทดสอบ n คือ จำนวนขอ้ สอบ p คอื สดั ส่วนของผู้ตอบถูกในแต่ละข้อหรือค่าความยากง่าย q คือ สดั สว่ นของผูต้ อบผดิ ในแตล่ ะข้อ = 1-p S 2 คอื ความแปรปรวนของคะแนนรวม t 10) นำแบบทดสอบทผี่ ่านเกณฑแ์ ลว้ ไปใชท้ ดสอบกบั นกั เรียนกลมุ่ เปา้ หมาย หลงั เรียน เรื่องพืน้ ที่ผวิ และปรมิ าตร สามารถสรุปข้ันตอน ได้ดังแผนภาพที่ 2

14 ศกึ ษาหลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง พ้ืนทผี่ วิ และปรมิ าตร ศึกษาทฤษฎี หลักการและวธิ ีการสร้างแบบทดสอบ และเคร่ืองมือวัดผลการศึกษา วเิ คราะหส์ าระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ัด สร้างแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น แบบปรนยั 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ขอ้ เสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเทย่ี งตรงเชิงเนื้อหา แล้วปรับปรงุ แก้ไขตามคำแนะนำ นำแบบทดสอบที่ปรบั ปรงุ แล้ว มาวเิ คราะห์โดยใชด้ ัชนีความสอดคล้องระหวา่ ง ขอ้ สอบกับจุดประสงค์การเรยี นรู้ ( IOC ) มคี า่ ความสอดคลอ้ งเท่ากับ 1.00 นำแบบทดสอบไปทดลองใช้กับนักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/5 โรงเรยี นบา้ นไผ่ ท่ีเคยเรียนเนอ้ื หา พ้นื ท่ผี ิวและปรมิ าตรมาแลว้ เพื่อวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก ( r ) คัดเลอื กขอ้ สอบ จำนวน 20 ขอ้ ทม่ี ีคา่ ความยากง่าย (p) ระหวา่ ง 0.31-0.77 และค่าอำนาจจำแนก ( r ) ระหวา่ ง 0.33-0.87 นำแบบทดสอบไปใช้กับนกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4/9 ทีเ่ คยเรียนเร่ืองพื้นทผี่ ิวและปริมาตร หาคา่ ความเช่อื ม่ันของแบบทดสอบ ไดเ้ ท่ากับ 0.93 โดยใช้สูตร KR 20 นำแบบทดสอบไปใช้ทดสอบกบั นกั เรยี นกลุ่มเป้าหมาย แผนภาพท่ี 2 ขน้ั ตอนการสร้างแบบทดสอบผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์

15 5.1.3 การสร้างและหาคุณภาพของแบบประเมินทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ เร่ือง พ้ืนทผี่ ิวและปริมาตร ของนักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 โดยการจัดกจิ กรรมการเรียนรูแ้ บบ โครงงานคณติ ศาสตร์ มขี ั้นตอนการดำเนนิ การ ดงั น้ี 1) ศึกษาหลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรูช้ ั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 2) วเิ คราะห์เนื้อหา ตวั ชี้วดั ให้ครอบคลุมเนื้อหา สร้างแบบประเมินทักษะ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ เร่อื งพืน้ ท่ผี วิ และปรมิ าตร เพ่ือวดั ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ 5 ด้าน ดงั น้ี ดา้ นท่ี 1 ความสามารถในการแก้ปญั หา ดา้ นที่ 2 ความสามารถในการใหเ้ หตุผล ดา้ นท่ี 3 ความสามารถในการส่อื สาร การสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์และการนำเสนอ ด้านท่ี 4 ความสามารถในการเชือ่ มโยงความรูต้ า่ งๆทางคณิตศาสตร์และเช่ือมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อน่ื ๆ ด้านที่ 5 ความคิดริเริม่ สรา้ งสรรค์ เกณฑ์การให้คะแนนเปน็ มาตราสว่ นประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ 4 หมายถงึ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อย่ใู นระดับ ดมี าก 3 หมายถงึ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์อยู่ในระดับ ดี 2 หมายถงึ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์อยู่ในระดับ พอใช้ 1 หมายถงึ ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อยใู่ นระดับ ตอ้ งปรบั ปรงุ 0 หมายถึง ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์อย่ใู นระดับ ไม่พยายาม สำหรับเกณฑ์การแปลความหมาย ให้คะแนนเฉลีย่ เป็นรายดา้ น ดังน้ี คา่ เฉลีย่ 3.50 – 4.00 ความหมาย ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ยใู่ นระดบั ดมี าก คา่ เฉลีย่ 2.50 – 3.49 ความหมาย ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรอ์ ยู่ในระดบั ดี ค่าเฉลย่ี 1.50 – 2.49 ความหมาย ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ยูใ่ นระดับ พอใช้ ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.49 ความหมาย ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรอ์ ย่ใู นระดบั ปรับปรุง คา่ เฉล่ีย 0 – 0.99 ความหมาย ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรอ์ ยู่ในระดับ ไม่พยายาม

16 ตารางท่ี 4 เกณฑก์ ารให้คะแนนการประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทกั ษะ ระดับคะแนน/แนวทางการให้คะแนน กระบวนการทาง ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ไม่พยายาม คณติ ศาสตร์ (4) (3) (2) (1) (0) 1.ความสามารถ ใช้ยทุ ธวิธี ใชย้ ุทธวธิ ี ใช้ยุทธวิธี มีร่องรอยการ ทำได้ไม่ถึง ในการ ดำเนินการ ดำเนนิ การ ดำเนนิ การ ดำเนินการ เกณฑ์ แก้ปัญหา แกป้ ญั หา แกป้ ญั หา แก้ปัญหา แก้ปัญหา ข้างตน้ สำเร็จ อย่าง สำเร็จแต่ สำเร็จเพยี ง บางสว่ น เริ่ม หรือไม่มี มี น่าจะอธิบาย บางส่วน คิดว่าทำไมจึง ร่องรอยการ ประสิทธิภาพ ถึงเหตุผลใน อธบิ ายถึง ต้องใชว้ ิธีการ ดำเนินการ อธบิ ายถึง การใช้วธิ กี าร เหตุผลในการ นนั้ แลว้ หยดุ แกไ้ ข เหตผุ ลใน ดังกลา่ วได้ ใชว้ ิธกี าร อธบิ ายต่อ การใช้วธิ กี าร ดีกวา่ น้ี ดงั กลา่ วได้ ไมไ่ ด้ ดังกลา่ วได้ บางสว่ น แกป้ ญั หาไม่ เขา้ ใจชดั เจน สำเรจ็ 2. ความสามารถ มีการอ้างอิง มีการอ้างอิง เสนอแนวคดิ มีความ ไมม่ ีแนวคดิ ในการให้ เสนอแนวคดิ ทถี่ กู ต้อง ไม่ พยายาม ประกอลการ เหตผุ ล ประกอบการ บางส่วน สมเหตุสมผล เสนอแนวคดิ ตัดสินใจ ตดั สนิ ใจ และเสนอ ในการ ประกอบการ อยา่ ง แนวคิด ประกอบการ ตัดสนิ ใจ สมเหตุสมผล ประกอบการ ตดั สินใจ ตดั สินใจ 3.ความสามารถ ใชภ้ าษาและ ใช้ภาษาและ ใช้ภาษาและ ใช้ภาษาและ ไมน่ ำเสนอ ในการสอื่ สาร สญั ลกั ษณ์ สัญลักษณ์ สญั ลักษณ์ สญั ลกั ษณ์ การสื่อ ทาง ทาง ทาง ทาง ความหมาย คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ คณติ ศาสตร์ คณติ ศาสตร์ ทาง ทถี่ ูกต้อง นำเสนอ พยายาม อย่างง่ายๆ คณิตศาสตร์ นำเสนอ ตามลำดับ นำเสนอโดย และเสนอ และการ อย่างเป็น ขนั้ ตอนได้ ใชก้ ราฟ ขอ้ มลู ไม่ นำเสนอ ระบบ ถกู ต้องแต่ แผนภาพ ชัดเจน กระชับ รายละเอียด หรอื ตาราง ชดั เจน และ ไม่สมบรู ณ์ แสดงข้อมูล มี ประกอบ รายละเอยี ด ชดั เจน สมบรู ณ์ บางส่วน

17 ตารางที่ 4 เกณฑก์ ารให้คะแนนการประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (ตอ่ ) ทกั ษะ ระดับคะแนน/แนวทางการใหค้ ะแนน กระบวนการทาง ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ไมพ่ ยายาม (0) คณิตศาสตร์ (4) (3) (2) (1) ไมม่ ีการ 4. ความสามารถ นำความรู้ นำความรู้ นำความรู้ นำความรู้ เชอ่ื มโยงกับ สาระอนื่ ใด ในการเช่ือมโยง หลักการ หลักการ และ หลกั การ และ หลักการ ไม่มผี ลงาน ความรู้ต่าง ๆ และวธิ กี าร วิธกี ารทาง วิธีการทาง และวิธีการ ทาง ทาง คณติ ศาสตร์ คณิตศาสตร์ ทาง คณติ ศาสตร์ คณิตศาสตร์ ในการ ในการ คณติ ศาสตร์ และเชอ่ื มโยง ในการ เช่อื มโยงกับ เช่อื มโยงกับ ในการ คณติ ศาสตร์ เช่ือมโยงกบั สาระการ สาระการ เชือ่ มโยงยงั กับ สาระการ เรยี นรู้ เรียนรู้ ไม่เหมาะสม ศาสตรอ์ ่ืน ๆ เรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ คณิตศาสตร์ คณติ ศาสตร์ สาระการ เพอ่ื ชว่ ยใน สาระการ เรียนรอู้ น่ื ๆ การแก้ปัญหา เรียนรอู้ ืน่ ๆ หรือใน หรอื หรอื ใน ชีวติ ประจำวัน ประยกุ ตใ์ ช้ได้ ชวี ิตประจำวั เพ่ือช่วยใหใ้ น บางสว่ น น เพ่อื ช่วย การแก้ปัญหา ใหใ้ นการ หรือ แก้ปญั หา หรือ 5.ความคิดรเิ ร่มิ มีแนวคิด/ มีแนวคิด/ มีแนวคิด/ มีแนวคดิ / สร้างสรรค์ วิธกี ารแปลก วธิ กี ารแปลก วิธกี ารไม่ วิธกี ารไม่ ใหมท่ ี่ ใหมท่ สี่ ามารถ แปลกใหม่ แต่ แปลกใหม่ สามารถ นำไปปฏิบัติได้ นำไปปฏิบตั ไิ ด้ และนำไป นำไปปฏิบัติ ถูกต้องแต่ ถูกต้อง ปฏบิ ัติแลว้ ได้ถูกตอ้ ง นำไปปฏบิ ตั ิ สมบรู ณ์ ยังไม่ แล้วไม่ถูกต้อง สมบูรณ์ สมบรู ณ์

18 3) เสนอแบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ เรือ่ ง พ้นื ทีผ่ ิวและปริมาตร ของนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ ให้ผูเ้ ชีย่ วชาญ จำนวน 3 คน เพื่อตรวจพจิ ารณาความเท่ยี งตรงเชงิ เนื้อหา (Content Validity) ความชดั เจนความ ถูกต้องเหมาะสมของภาษาท่ใี ช้ และความสอดคลอ้ ง ดว้ ยการหาดัชนีความสอดคล้อง (IOC : Index of item Objective Congruence)โดยกำหนดเกณฑ์พิจารณาดังน้ี (สมนึก ภัททยิ ธนี , 2546, น. 220-221) เห็นวา่ สอดคล้อง ใหค้ ะแนน +1 ไม่แน่ใจ ใหค้ ะแนน 0 เหน็ ว่าไมส่ อดคลอ้ ง ให้คะแนน -1 การวิเคราะห์ขอ้ มูลความเหมาะสมสอดคลอ้ งของแบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นทีผ่ วิ และปริมาตร ของนักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 โดยการจดั กจิ กรรมการ เรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) คำนวณจากสูตร IOC =  R N โดยท่ี IOC คอื ดัชนคี วามสอดคล้องของแบบประเมนิ  R คอื ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เช่ยี วชาญ N คอื จำนวนผูเ้ ชยี่ วชาญ 4) นำคะแนนท่ีไดจ้ ากผเู้ ช่ยี วชาญมาคำนวณหาคา่ ดัชนีความสอดคล้อง โดยพิจารณา เกณฑ์คา่ ดัชนคี วามสอดคล้องต้ังแต่ 0.5 ขนึ้ ไป และทำการปรบั ปรุงตามคำแนะนำของผูเ้ ชย่ี วชาญ ผล ปรากฏว่า แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เร่ือง พนื้ ท่ผี วิ และปรมิ าตร ของนักเรียน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรยี นร้แู บบโครงงานคณิตศาสตร์ มีค่าดัชนคี วาม สอดคลอ้ งเทา่ กบั 1.00 5) นำแบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เร่ือง พ้นื ท่ีผวิ และปริมาตร ของ นกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ไปประเมนิ กล่มุ เปา้ หมาย สามารถสรุปข้ันตอน ได้ดงั แผนภาพท่ี 3

19 ศึกษาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 วเิ คราะห์เนื้อหา ตัวชี้วัด ให้ครอบคลุมเนื้อหา สรา้ งแบบประเมินทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ เสนอแบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ให้ผเู้ ชยี่ วชาญพจิ ารณา ตรวจสอบความความสอดคล้องของแบบประเมิน แล้วนำมาวิเคราะห์ IOC ปรับปรงุ แบบประเมินทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ นำแบบประเมินทกั ษะกระบวนการไปใช้เป็นเครอื่ งมือในการเก็บข้อมลู กบั กลุ่มเป้าหมาย แผนภาพท่ี 3 ขัน้ ตอนการสร้างแบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ โดยจัดกจิ กรรม การเรยี นร้แู บบโครงงานคณิตศาสตร์เร่ือง พน้ื ท่ีผิวและปรมิ าตร 5.1.4 การสร้างและหาคณุ ภาพของแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษา ปีที่ 3 ท่ีมตี ่อการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ มีขนั้ ตอนดงั น้ี 1) ศึกษาเอกสาร ทฤษฎี งานวิจัยทเ่ี กี่ยวข้อง เพอ่ื นำมาเป็นแนวทางในการสรา้ ง แบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ที่มตี อ่ การจัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ บบ โครงงานคณติ ศาสตร์ 2) สรา้ งแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ท่มี ตี ่อการจัด กจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ดังน้ี แบบสอบถามความพึงพอใจเกย่ี วกับการจดั กิจกรรมการเรียนร้แู บบโครงงาน คณติ ศาสตร์ จำนวน 15 ข้อ ซง่ึ ถามในประเดน็ 1) บรรยากาศในการเรยี นรู้ จำนวน 5 ขอ้ 2) การ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 5 ขอ้ 3) ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากกการรว่ มปฎบิ ัตกิ จิ กรรมการเรียนรู้ จำนวน 5 ข้อ เปน็ แบบสอบถามแบบมาตรประเมินค่า (Rating Scale) มี 5 ระดบั โดยกำหนดเกณฑ์ คา่ ระดับความพึงพอใจและเกณฑ์ในการแปลผล ดงั น้ี

20 ระดับความพงึ พอใจเป็นดังนี้ 5 หมายถึง มีความพึงพอใจ อยู่ในระดบั มากที่สดุ 4 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจ อยใู่ นระดบั มาก 3 หมายถงึ มีความพึงพอใจ อยใู่ นระดบั ปานกลาง 2 หมายถึง มคี วามพึงพอใจ อยูใ่ นระดับ น้อย 1 หมายถึง มคี วามพึงพอใจ อยู่ในระดับ น้อยท่ีสดุ การอภปิ รายผลแบบสอบถามเป็นสเกลอันตรภาคช้นั (Interval Scale) (ศริ ิวรรณ เสรรี ตั น์ และคณะ, 2549, น. 129) ใช้สูตรการคำนวณความกวา้ งของอันตรภาคช้นั ดงั นี้ ความกวา้ งของอันตรภาคชั้น = ขอ้ มลู ที่มคี า่ สูงสุด- ข้อมูลที่มีคา่ ต่ำสดุ จำนวนช้ัน = 5−1 5 = 0.80 นำการคำนวณช่วงระดับคะแนนดังกล่าว มาแปลความหมายของคะแนนเฉลยี่ แบบสอบถามความพึง พอใจของนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ท่มี ตี ่อการจัดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ ใช้ เกณฑ์ในการประเมนิ โดยแบ่งคะแนน ดงั นี้ ค่าเฉลย่ี 4.21 – 5.00 หมายถึง มคี วามพึงพอใจมากทส่ี ดุ ค่าเฉลี่ย 3.41 – 4.20 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจมาก คา่ เฉลี่ย 2.61 – 3.40 หมายถึง มีความพงึ พอใจปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.81 – 2.60 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจน้อย คา่ เฉลย่ี 1.00 – 1.80 หมายถงึ มีความพึงพอใจนอ้ ยที่สุด 3) นำแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ทม่ี ีตอ่ การ จัดกจิ กรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ ใหผ้ ู้เชยี่ วชาญจำนวน 3 คน ตรวจสอบความถกู ต้อง พิจารณาด้านความครอบคลุมของพฤติกรรม ความเทยี่ งตรงของเน้ือหา (Content Validity) และ ความเหมาะสมของภาษาท่ใี ช้ โดยแบบสอบถามต้องได้ค่าดัชนคี วามสอดคล้องตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ถือว่ามีความสอดคลอ้ งกนั ในเกณฑ์ท่ยี อรบั ได้ ซึ่งแบบสอบถามความพึงพอใจได้ค่าดชั นคี วาม สอดคล้อง (IOC : Index of item Objective Congruence) เทา่ กบั 1.00 4) นำแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ทีม่ ีตอ่ การ จดั กจิ กรรมการเรียนรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ใช้กบั กลมุ่ เปา้ หมายต่อไป สามารถสรุปข้นั ตอน ได้ดงั แผนภาพที่ 4

21 ศกึ ษาเอกสาร ทฤษฎี งานวจิ ัยท่ีเกย่ี วข้อง เพ่ือนำมาเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม ความพึงพอใจท่ีมีตอ่ การจดั กิจกรรมการเรียนรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจท่ีมีตอ่ การจัดกจิ กรรมการเรียนร้แู บบโครงงานคณิตศาสตร์ นำแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีตอ่ การจัดกิจกรรมการเรียนร้แู บบโครงงานคณิตศาสตร์ ให้ผูเ้ ช่ียวชาญจำนวน 3 คน ตรวจสอบความถูกตอ้ ง เพอ่ื นำไปหาค่าดัชนคี วามสอดคล้องของเครอ่ื งมือ (IOC) ปรับปรุงแบบสอบถามตามคำแนะนำของผูเ้ ชยี่ วชาญ นำแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นไปใช้กบั กล่มุ เป้าหมาย แผนภาพที่ 4 ขั้นตอนการสรา้ งแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ท่มี ีต่อ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์

22 5.2 ประเมินผลการดำเนนิ งานตามโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวชิ า คณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรียนรแู้ บบโครงงาน คณติ ศาสตร์ ผรู้ ายงานได้ดำเนินงานตามโครงการพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 โดยใชก้ จิ กรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง พ้ืนที่ ผิวและปรมิ าตร ดงั น้ี 1) ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง พ้นื ทผ่ี ิวและ ปริมาตร ให้กับนักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามตารางเรยี น ท่ผี รู้ ายงานเป็นครผู ู้สอน ในภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2559 ระหว่างวันท่ี 20 มิถุนายน 2559 – 22 กรกฎาคม 2559 ใชแ้ ผนการจดั การ เรยี นรู้ จำนวน 9 แผน เวลา 15 ช่วั โมง กับนักเรยี นกล่มุ เป้าหมายไดแ้ กน่ กั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 หอ้ ง 2 ห้อง 4 ห้อง 6 ห้อง 8 และห้อง 9 จำนวน 5 หอ้ งเรียน จำนวนนกั เรียน 231 คน 2) จัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ บบโครงงานคณิตศาสตรส์ อดแทรกเข้าไปเปน็ ส่วนหน่งึ ของ บทเรยี น เรม่ิ ตน้ โดยการทำโครงงานท่ีมีองคป์ ระกอบเล็ก ๆ ทส่ี อดคล้องกบั กจิ กรรมการเรยี นคลา้ ย การทำแบบฝึกหดั ปกติ แลว้ ค่อย ๆ เพมิ่ องค์ประกอบการเขียนรายงาน เพอื่ ใหน้ กั เรยี นได้เพิ่มพูน ความรคู้ วามเข้าใจสาระสำคัญของบทเรยี น และการเชือ่ มโยงความรูผ้ ่านการทำโครงงานขณะเดียวกัน ก็ไดเ้ รียนรู้การทำโครงงานในลักษณะทีม่ ีการเช่อื มโยงกับสาระในบทเรียน ในขณะการดำเนินการจัด กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรยี นรู้ ครูประเมินทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ของนักเรียนในการ จดั กจิ กรรมการเรียนรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ 3) เมือ่ สิน้ สดุ การการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์แลว้ นำ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์ เรื่อง พนื้ ท่ีผิวและปรมิ าตร ไปทดสอบกบั นักเรียนกลมุ่ เป้าหมาย และให้นกั เรยี นทำแบบประเมนิ ความพงึ พอใจทม่ี ีต่อการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานคณิตศาสตร์ 4) นำผลทไ่ี ด้ไปวิเคราะหข์ ้อมูล หาค่ารอ้ ยละ (%) ค่าเฉล่ีย (������̅) และคา่ ส่วนเบ่ยี งเบน มาตรฐาน (S.D) ผลการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ ของ นักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ มีผลการดำเนนิ ดงั นี้ 5.2.1 ผลการทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง พ้ืนท่ผี วิ และปริมาตรของนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงาน คณติ ศาสตร์ การดำเนินงานตามโครงการพัฒนาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนรายวชิ าคณติ ศาสตรข์ อง นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ นักเรียนมีผล ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นรายวิชาคณติ ศาสตร์ ดงั นี้

23 ตารางท่ี 5 คะแนนเฉล่ยี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร์ เร่ือง พ้ืนที่ผวิ และปริมาตร ของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรยี นรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ จำนวน คะแนน คะแนน จำนวน จำนวนนักเรยี น คะแนนด้าน นักเรยี นทงั้ หมด เต็ม ท่ผี ่าน นกั เรียนท่ี ท่ี ความรู้ เกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ (N) 20 ร้อยละ 70 รอ้ ยละ70 ผา่ นเกณฑ์ x S.D คิดเปน็ ร้อยละ 231 14 198 15.80 1.90 85.71 จากตารางที่ 5 พบว่า คะแนนเฉล่ยี ของนักเรยี นเท่ากับ 15.80 คะแนน และมสี ว่ น เบี่ยงเบนมาตรฐานเทา่ กบั 1.90 นักเรยี นท้งั หมด จำนวน 231 คน ใช้เกณฑ์การผา่ นให้มีคะแนนร้อย ละ 70 ของคะแนนเต็ม 20 คะแนน คือ 14 คะแนน มีนักเรียนผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป จำนวน 198 คน คดิ เป็นร้อยละ 85.71 ของนักเรยี นท้งั หมด 5.2.2 ผลการประเมนิ ประเมินทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ โดยการจัดกิจกรรมการ เรียนรแู้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ เร่อื ง พืน้ ที่ผิวและปรมิ าตร ของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 การดำเนนิ งานตามโครงการ พัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรายวชิ าคณิตศาสตร์ของ นกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ นกั เรียนมีผลการ ประเมินทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ดงั น้ี ตารางที่ 6 ค่าเฉล่ียคะแนนทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ โดยการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ ของนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 คา่ เฉล่ยี จำนวน จำนวน ทักษะ จำนวน คะ ที่ผา่ น นักเรยี น นกั เรียนที่ กระบวนการ นกั เรยี น แนน เกณฑ์ ทีผ่ า่ น ผา่ น x SD ทางคณติ ศาสตร์ เต็ม รอ้ ยละ เกณฑ์ เกณฑค์ ิด 70 รอ้ ยละ เป็น 70 รอ้ ยละ 1. การแก้ปญั หา 231 4 2.8 204 88.31 3.52 0.70 2. การให้เหตผุ ล 231 4 2.8 210 90.90 3.43 0.65 3. การส่ือสาร การส่อื ความ 231 4 2.8 209 90.47 3.45 0.66 ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ 4. การเช่อื มโยง 231 4 2.8 212 91.77 3.35 0.63 5. ความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ 231 4 2.8 213 92.20 3.40 0.63 รวม 210 90.90 3.43 0.65 จากตารางท่ี 6 พบวา่ คา่ เฉลี่ยคะแนนทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เทา่ กับ 3.43 คะแนน และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.65 นกั เรียนทัง้ หมด 231 คน ใชเ้ กณฑก์ ารผา่ นใหม้ ี คะแนนร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม 4 คะแนน คือ 2.8 คะแนน มีนกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึน้ ไป จำนวน 210 คน คดิ เป็นร้อยละ 90.90 ของนักเรียนทั้งหมด

24 5.2.3 ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ท่มี ตี ่อการจัด กจิ กรรมการเรียนร้แู บบโครงงานคณติ ศาสตร์ การดำเนินงานตามโครงการ พัฒนาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ นักเรียนมี ความพึงพอใจต่อการจดั กิจกรรมการเรยี นร้แู บบโครงงานคณติ ศาสตร์ ดังนี้ ตารางที่ 7 ค่าเฉลีย่ คะแนนระดบั ความพึงพอใจของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ท่ีมีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ รายการประเมนิ x S.D. ความพึงพอใจ ดา้ นบรรยากาศในการเรียนรู้ 1. นกั เรยี นไดร้ ่วมแสดงความคดิ เห็นอย่างอสิ ระ 4.20 0.77 มาก 2. นักเรยี นไดแ้ ลกเปลี่ยนความคดิ เห็นร่วมกับเพ่ือน 4.34 0.78 มากที่สดุ 3. การทำโครงงานทำให้ไดช้ ่วยเหลือซึง่ กันและกนั 4.12 0.94 4. การทำโครงงานเป็นเรื่องท่ีสนกุ น่าสนใจ 4.02 0.90 มาก 5.การทำโครงงานเป็นเรอื่ งที่ท้าทายความสามารถ 3.71 1.02 มาก 4.08 0.91 มาก รวม มาก ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 6. นกั เรยี นไดว้ างแผนการทำงานอยา่ งเป็นระบบ 4.24 0.79 มากท่ีสดุ 7. นกั เรียนไดฝ้ กึ ความเปน็ ผู้นำและผตู้ ามทีด่ ี 3.61 0.98 มาก 8. นักเรยี นไดใ้ ชท้ ักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ 4.54 0.59 9. นกั เรียนไดใ้ ชค้ วามรู้ทางคณิตศาสตร์มาแกป้ ัญหา 4.46 0.67 มากทส่ี ุด 10. ทำให้นกั เรยี นสนใจในการเรยี นคณิตศาสตร์มากขนึ้ 3.90 0.96 มากทส่ี ดุ 4.15 0.88 รวม มาก ด้านประโยชน์ทไี่ ด้รบั จากการรว่ มปฏิบตั ิกจิ กรรมการเรียนรู้ มาก 11. สง่ เสริมใหน้ กั เรยี นเปน็ คนชา่ งสังเกตสงิ่ ท่ีอย่รู อบตวั 12. สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรียนใช้ความสามารถในการรวบรวมและ 4.20 0.77 มาก นำเสนอข้อมูลได้อยา่ งเป็นระบบ 4.59 0.62 มากทีส่ ดุ 13. ส่งเสรมิ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 14. สง่ เสริมใหน้ กั เรียนนำความร้ไู ปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้ 4.54 0.59 มากทส่ี ุด 15. ทำใหน้ กั เรียนสามารถเรียนคณิตศาสตร์ไดด้ ีข้นึ 3.85 0.93 มาก 3.80 1.02 มาก รวม 4.20 0.87 มาก 4.14 0.89 มาก โดยภาพรวมท้ัง 3 ดา้ น จากตารางที่ 7 พบวา่ ความพึงพอใจความพึงพอใจของนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ท่มี ีต่อ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ โดยภาพรวมทงั้ 3 ด้าน อยใู่ นระดับ มาก ( x =4.14 , S.D.=0.89 ) เม่ือพิจารณาเปน็ รายด้าน พบว่า นักเรยี นพึงพอใจอยู่ในระดบั มาก ทัง้ 3 ดา้ น คอื ดา้ นประโยชนท์ ไ่ี ด้รับจากการรว่ มปฏบิ ัติกิจกรรมการเรียนรู้ ( x =4.20 , S.D.=0.87 )

25 รองลงมาดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ( x =4.15 , S.D.=0.88 ) และดา้ นบรรยากาศในการเรยี นรู้ ( x =4.08 , S.D.=0.91 ) 5.3 สรุปผลการดำเนินงาน การดำเนินโครงการพฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ ของนกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สรุปผลการการดำเนินงานใน การพฒั นา ได้ดงั นี้ 1) ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นรายวิชาคณติ ศาสตร์ ของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 โดย ใช้กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ มีนักเรยี นผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม จำนวน 198 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 85.71 ซง่ึ ผา่ นตามเกณฑ์ทก่ี ำหนด ทัง้ น้ีอาจเน่ืองมาจากการจัด กจิ กรรมการเรยี นร้แู บบโครงงานคณิตศาสตรเ์ ป็นการจัดการเรยี นรู้ที่เนน้ ใหน้ ักเรยี นเรียนรูโ้ ดยการ ปฏบิ ัติ ทำใหส้ ามารถสร้างองคค์ วามรู้ได้ดว้ ยตนเองซึ่งจะทำใหเ้ กดิ การเรียนร้ทู ่ีคงทน เพราะวิธีการ จดั การเรยี นรทู้ ่นี ักเรยี นเรียนรู้ด้วยตนเองเปน็ วิธกี ารเรียนการสอนท่ไี ดผ้ ลดี ส่งผลใหน้ กั เรียนมี ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นผ่านตามเกณฑ์ท่ีกำหนด 2) ผลการประเมินทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ทีจ่ ดั กจิ กรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณติ ศาสตร์ ประเมินโดยครผู ู้สอน โดยภาพรวมพบวา่ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ของ คะแนนเต็ม จำนวน 210 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 90.90 ซ่งึ ผา่ นตามเกณฑท์ ่ีกำหนด ทงั้ น้ีอาจเป็น เพราะว่า การจัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตรเ์ ป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นใหน้ ักเรียน ไดค้ ้นคว้าและศึกษาได้ด้วยตนเอง ลงมือปฏิบัติตามความถนดั และความสนใจ ทำใหน้ ักเรยี นมอี ิสระ ทางความคิด รว่ มกนั แกป้ ัญหาโดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ จงึ ส่งผลใหท้ ักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรยี นผ่านเกณฑ์ท่ีกำหนด อยใู่ นระดับ ดี 3) ผลการประเมนิ ความความพึงพอใจของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ที่มีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนร้แู บบโครงงานคณติ ศาสตร์ พบว่า โดยภาพรวมนกั เรียนมีความพึงพอใจต่อการจดั กิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์อย่ใู นระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายดา้ น พบวา่ นกั เรียนพึงพอใจอยู่ในระดับมากทกุ ด้าน ท้งั น้ีอาจเปน็ เพราะการจัดกจิ กรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงาน คณิตศาสตร์ทำให้นักเรยี นได้มีโอกาสศึกษา สำรวจ คน้ คว้า ทดลอง หรอื แก้ปญั หาดว้ ยตนเอง จึงทำให้ เกดิ ความสนกุ สนาน ไดร้ ว่ มมือกนั ปฏิบตั ิกจิ กรรมเปน็ กลุ่ม ทำใหม้ ีโอกาสชว่ ยเหลือซง่ึ กนั และกนั ใน กลุ่มเพื่อน เม่ือมขี ้อสงสัยกส็ ามารถปรึกษาครทู ี่ปรกึ ษาได้ ทำให้นกั เรียนมีความสุข สนุกสนานใน การเรยี น ดา้ นบรรยากาศในการเรยี นรู้ นกั เรียนมคี วามพึงพอใจมากอันดับ 1 คอื นกั เรียนได้ แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ รว่ มกับเพื่อน ในการทำโครงงานคณติ ศาสตรส์ มาชิกทกุ คนในกลุ่มต้องทำงาน ร่วมกัน มีการระดมความคดิ วางแผนในการทำงานและลงมอื ปฏิบตั ิงานร่วมกัน จำทำให้เกิด ความสัมพนั ธก์ ันภายในกลมุ่ วางแผนในการทำงาน และลงมอื ปฏิบัตงิ านร่วมกัน จึงทำให้เกดิ ความสัมพนั ธ์กนั ในกลุม่ ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ นักเรียนพึงพอใจมากอนั ดบั 1 คอื นกั เรียนได้ใช้ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทั้งนี้อาจเปน็ เพราะวา่ ในการทำโครงงานนกั เรยี นต้องใช้ทกั ษะ

26 กระบวนการทางคณิตศาสตร์โดยเรม่ิ ตง้ั แตก่ ารคิดจะเลือกหวั เร่อื งหรือปญั หาท่ีจะศกึ ษา นักเรียน จะต้องคดิ ถึงปัญหา หาวธิ ีการแก้ปญั หา ใหเ้ หตุผลในการแก้ปัญหา ระดมความคดิ การส่อื สาร การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ เชอ่ื มโยงความร้ใู นวชิ าคณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ ื่น ๆ รวมทง้ั ตอ้ งมคี วามคดิ รเิ ร่มิ สร้างสรรค์ในการนำเสนอผลงาน ดา้ นประโยชนท์ ่ไี ด้รับจากการรว่ มกิจกรรม นกั เรียนมคี วามพึงพอใจมากอนั ดบั ท่ี 1 คือ ช่วยส่งเสริมใหน้ ักเรยี นใช้ความสามารถในการรวบรวมและนำเสนอข้อมลู ได้อย่างเป็นระบบ ทั้งน้ี อาจเป็นเพราะว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์เป็นการจัดการเรียนรูปแบบ หนึ่งที่เน้นนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ฝึกให้นักเรียนได้รู้จักคิดวิเคราะห์ รู้จักแก้ปัญหาและ สามารถวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ ในการทำโครงงานให้ประสบผลสำเร็จนักเรียนจะต้อง ทำงานอย่างเป็นระบบด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ต้องมีการวางแผน แผนการทำงาน โดยกำหนดขัน้ ตอนในการทำงาน 6. คณุ ภาพของผลการปฏบิ ัติงานตามขอ้ ตกลง ผลการดำเนนิ โครงการพัฒนาผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ ในส่วนทเี่ ป็นผลการพฒั นา ตามข้อตกลงทก่ี ำหนดไว้ สรุปผลการพัฒนาบรรลเุ ปา้ หมายขอ้ ตกลงทต่ี ้งั ไว้ทงั้ ทางด้านปรมิ าณ และ ด้านคุณภาพ ดงั น้ี 6.1 ดา้ นปรมิ าณ 1) นกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นบา้ นไผ่ จำนวน 231 คน เรียนรายวชิ า คณติ ศาสตร์ เร่ือง พน้ื ท่ีผิวและปริมาตร โดยใช้กิจกรรมการการเรยี นร้แู บบโครงงานคณติ ศาสตร์ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 80 มผี ลสมั ฤทธิ์ ทางการเรยี นผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขึน้ ไป 3) ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ นักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 รอ้ ยละ 80 มที กั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ข้นึ ไป 6.2 ด้านคณุ ภาพ 1) นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ท่ีเรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร์ เรื่อง พ้นื ท่ีผวิ และ ปริมาตร โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ ทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ผา่ นตามเกณฑท์ ่กี ำหนด 2) นักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 มีความพึงพอใจตอ่ การจัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ บบ โครงงานคณิตศาสตร์ อยูใ่ นระดบั มาก

27 7. ประโยชนข์ องการพฒั นางาน 7.1 ประโยชน์ท่ีเกิดกับนักเรียน จากการจัดทำ โครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ทำให้นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และมีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เพราะการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนเรียนรู้โดยการปฏิบัติ ทำให้ สามารถสร้างองคค์ วามรู้ไดด้ ้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรทู้ ่ีคงทน นักเรยี นไดค้ ้นคว้าและศึกษา ได้ด้วยตนเอง ลงมือปฏิบัติตามความถนัดและความสนใจ ทำให้นักเรียนมีอิสระทางความคิด ร่วมกัน แก้ปัญหาโดยใช้ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ นักเรียนได้มีโอกาสศึกษา สำรวจ ค้นคว้า ทดลอง หรือแก้ปัญหา จึงทำให้เกิดความสนุกสนาน ได้ร่วมมือกันปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่ม ทำให้มี โอกาสช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกลุ่มเพื่อน เมื่อมีข้อสงสัยก็สามารถปรึกษาครูที่ปรึกษาได้ สามารถ ขยายเครือข่ายในระดบั ช้ันเรยี นหรือต่างระดบั ชั้นเรียน เผยแพร่ดว้ ยการแสดงผลงานทางวิชาการของ นักเรียน ในกิจกรรมสัปดาห์คณิตศาสตร์ กิจกรรม Open House KK5 แล้วยังสามารถพัฒนา นักเรยี นไปสู่การเป็นตัวแทนนักเรียนโรงเรยี นบ้านไผ่ ร่วมแข่งขันกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ในงาน ศิลปะหตั ถกรรมนกั เรียน ครง้ั ท่ี 66 ปกี ารศกึ ษา 2559 จนได้รบั รางวลั ดงั นี้ ระดบั จงั หวัด ที่ ชื่อ-สกุล รางวลั ประเภท/หนว่ ยงาน 1 เดก็ หญงิ อภิญญา วันศรี 2 เด็กหญงิ ธวัลพร ไสยอินทรานรุ กั ษ์ เหรียญทอง กิจกรรมการประกวดโครงงาน 3 เด็กหญิงปัทมา เสนาเสถียร ชนะเลศิ คณติ ศาสตร์ ประเภทบรู ณาการ ความรู้ในคณติ ศาสตร์ไปประยกุ ตใ์ ช้ นกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ระดับช้ัน ม.1-ม.3 ในงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับจงั หวดั คร้ังที่ 66 ปีการศึกษา 2559 ณ จังหวัดขอนแก่น ระดบั ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ที่ ช่อื -สกุล รางวลั ประเภท/หน่วยงาน 1 เด็กหญิงอภิญญา วันศรี เหรียญทอง กิจกรรมการประกวดโครงงาน คณิตศาสตร์ ประเภทบูรณาการ 2 เด็กหญงิ ธวลั พร ไสยอินทรานุรกั ษ์ ความร้ใู นคณติ ศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ ระดับช้ัน ม.1-ม.3 ในงาน 3 เด็กหญิงปัทมา เสนาเสถียร ศิลปหัตถกรรมนักเรยี นภาค ตะวันออกเฉียงเหนอื คร้ังท่ี 66 นักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ปีการศกึ ษา 2559 ณ จังหวดั หนองคาย - บึงกาฬ

28 7.2 ประโยชน์ทเี่ กิดกบั ครู โครงการพัฒนาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ ส่งผลให้เกิดผลดตี ่อครดู งั น้ี 1) ครูได้แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ทส่ี ง่ ผลตอ่ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรายวชิ า คณติ ศาสตร์ 2) ครูได้รบั ประสบการณก์ ารฝึกซอ้ มนักเรยี นท่เี ป็นตัวแทนไปแขง่ ขันกจิ กรรมโครงงาน คณติ ศาสตร์ 3) ครูไดร้ บั การยอมรบั และยกยอ่ งชมเชยจากเพ่ือนครู ผบู้ ริหาร ชุมชนและหนว่ ยงาน ทเ่ี กยี่ วข้อง ใหเ้ ป็นผู้ทม่ี ีความรคู้ วามสามารถด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ เช่น การได้รบั มอบหมายให้เป็นกรรมการตดั สินในกิจกรรมการแข่งขนั โครงงานคณติ ศาสตร์ การ ไดร้ ับมอบหมายให้ร่วมจดั นิทรรศการนำเสนอผลงานของนักเรียน ในกิจกรรมต่าง ๆ ของทางโรงเรยี น รวมทงั้ เมอื่ มีการรับการประเมินของโรงเรยี นอย่างต่อเนื่อง 4) ครไู ด้รบั รางวัล ครูผู้ฝึกสอน ระดบั เหรยี ญทอง ชนะเลิศ กิจกรรมการประกวด โครงงานคณติ ศาสตร์ ประเภทบูรณาการความรู้ในคณิตศาสตร์ไปประยุกตใ์ ช้ ระดบั ชั้น ม.1-ม.3 ใน งานศิลปหตั ถกรรมนักเรียนระดับจงั หวัด ครัง้ ท่ี 66 ปกี ารศึกษา 2559 5) ครไู ด้รับรางวลั ครผู ้ฝู ึกสอน ระดับเหรียญทอง กจิ กรรมการประกวดโครงงาน คณติ ศาสตร์ ประเภทบูรณาการความร้ใู นคณติ ศาสตร์ไปประยุกตใ์ ช้ ระดับชน้ั ม.1-ม.3 ในงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรยี นภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื คร้งั ท่ี 66 ปีการศกึ ษา 2559 ณ จงั หวดั หนองคาย - บงึ กาฬ 6) ครมู ผี ลงาน สามารถนำไปอ้างองิ ดา้ นการพฒั นาตนเองได้ 7.3 ประโยชน์ทเี่ กิดกบั โรงเรียน โครงการพฒั นาผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ สง่ ผลใหเ้ กดิ ผลดตี ่อโรงเรียน ดงั น้ี 1) โรงเรียนบ้านไผ่ไดร้ ับการยอมรบั และสนบั สนนุ จากผปู้ กครอง ชุมชน หน่วยงาน องค์กรต่างๆ จะเห็นได้จากที่ผ้ปู กครองนำบตุ รหลานมาสมัครเรยี นท่โี รงเรยี นบ้านไผ่ จนทำใหเ้ ปน็ โรงเรียนยอดนิยม ในการเขา้ ศึกษาตอ่ มีนักเรยี นสนใจมาเรียนโรงเรียนบา้ นไผเ่ พ่มิ ขน้ึ ทุกปอี ยา่ ง ต่อเนอ่ื ง 2) โรงเรยี นบ้านไผ่ไดร้ ับการยอมรบั จากหนว่ ยงานองค์กร และชมุ ชน ในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนท่มี ีประสทิ ธภิ าพ 3) โรงเรยี นบา้ นไผ่ประสบผลสำเร็จในการประกวดการแขง่ ขนั ในรายการต่าง ๆ 4) โรงเรียนบา้ นไผ่เปน็ แหลง่ เรยี นรู้ของสถานศึกษาหรอื หน่วยงานต่าง ๆ 5) สร้างบรรยากาศท้งั ในและนอกห้องเรียนเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

29 7.3 ประโยชน์ท่เี กดิ กบั ผปู้ กครองและชุมชน โครงการพฒั นาผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ สง่ ผลใหเ้ กดิ ผลดีต่อผู้ปกครอง และชมุ ชน ดงั นี้ 1) ผู้ปกครองและชมุ ชน เห็นความสำคัญของการให้ความร่วมมือกบั ครู และโรงเรียน ในการส่งเสริมทักษะความสามารถของนกั เรียน 2) ผู้ปกครองและชุมชน มคี วามเช่อื ม่นั ในการจัดการศึกษาของโรงเรียนบา้ นไผ่ 3) ผู้ปกครองและชุมชน มคี วามภูมิใจต่อบุตรหลาน ท่ีสามารถสร้างผลงาน และสรา้ ง ช่ือเสยี งให้กับตนเอง และโรงเรียนบา้ นไผ่ 8. การเผยแพรผ่ ลงาน โครงการพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนชัน้ มัธยมศึกษา ปีที่ 3 โดยใชก้ จิ กรรมการเรียนรแู้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ผู้รายงานได้มีการเผยแพร่ผลงาน ดงั นี้ 1) สรุปผลการพฒั นางาน เสนอผ้บู รหิ าร คณะกรรมการบริหารโรงเรียน และคณะครู 2) เผยแพร่ความรู้เกีย่ วกับการทำโครงงานคณิตศาสตร์ ให้กบั ครแู ละนักเรียนทส่ี นใจ และจดั ให้โครงงานคณิตศาสตร์ เป็นสว่ นหน่ึงของกิจกรรมการแขง่ ขนั ในสัปดาหค์ ณติ ศาสตร์ นักเรยี นแตล่ ะ ห้องใหค้ วามสนใจและรว่ มการแขง่ ขันประกวดกจิ กรรมโครงงงานคณติ ศาสตร์ 3) จดั แสดงผลงานนักเรียนในกิจกรรม ดังนี้ 3.1) กิจกรรม สัปดาห์คณติ ศาสตร์ ประจำปกี ารศึกษา 2559 3.2) มหกรรมวชิ าการ สืบสานพระราชปณธิ านบรู ณาการการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษาและหอ้ งสมดุ ณ หอประชุมโรงเรียนบา้ นไผ่ 3.3) กจิ กรรม Open House KK5 ประจำปีการศึกษา 2559 โดยให้โรงเรยี น ในเขตพ้ืนทบี่ รกิ ารเป็นโรงเรียนประถมศกึ ษา และโรงเรียนในสหวิทยาเขตปราสาทพญาไผ่ โรงเรยี น ระดับมธั ยมศึกษา ไดแ้ ก่ โรงเรียนบ้านไผพ่ ิทยาคม โรงเรียนบ้านไผศ่ กึ ษา โรงเรยี นบ้านลาน วิทยาคม โรงเรยี นเปือยน้อยศึกษา โรงเรยี นกู่ทองพิทยาลัย และผู้ที่สนใจเข้าร่วมในกจิ กรรม 3.4) จดั นทิ รรศการผลงานรว่ มกับโรงเรยี นในการรับการประเมนิ ตา่ งๆ ไดแ้ ก่ 3.4.1) การประเมนิ สถานศึกษา เพื่อรับรางวลั ระบบดแู ลช่วยเหลือนักเรียน ปกี ารศึกษา 2559 ณ หอประชมุ โรงเรียนบา้ นไผ่ 3.4.2) การประเมินสถานศึกษาสขี าว ปลอดยาเสพตดิ และอบายมุข ประจำปี 2559 ณ หอประชุม โรงเรยี นบ้านไผ่ 3.4.3) การประเมินสถานศึกษาตน้ แบบการส่งเสรมิ คา่ นิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการเม่ือ วันท่ี 7 พฤศจกิ ายน 2559 ณ ห้องศตวรรษ ท่ี 21 โรงเรียนบ้านไผ่ 3.4.4) การประเมินโรงเรยี นส่งเสริมนิสยั รกั การอา่ น เมื่อ วนั ที่ 28 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์วิทยบรกิ ารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โรงเรยี นบ้านไผ่ 3.4.5) จัดแสดงผลงานในหอ้ งศูนยส์ อ่ื การเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ โรงเรียนบ้านไผ่ เพอื่ เปน็ แหลง่ เรียนรู้ให้นกั เรียน และผู้ท่ีสนใจ

30 บรรณานกุ รม กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรงศึกษาธกิ าร. เจียมใจ จันทร์ศรี. (2550). กจิ กรรมโครงงานคณติ ศาสตร์ เรื่อง ทศนิยมสำหรบั นักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นศรีจันทรว์ ทิ ยาคม รัชมังคลาภิเษก จงั หวดั เพชรบรู ณ.์ วทิ ยานพิ นธ์ กศ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมมาธิราช. ชยั ศักดิ์ ลลี าจรสั กลุ . (2542). โครงงานคณิตศาสตร.์ กรงุ เทพฯ : บริษทั เดอะมาสเตอร์กรุป แมเนจเม้นท์ จำกัด. ทศิ นา แขมมณี. (2553). ศาสตรก์ ารสอน. (พมิ พ์คร้ังท่ี 13). กรงุ เทพฯ: สำนักพมิ พ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั . บุญเรียง ขจรศิลป.์ (2543). วิธีวิจยั ทางการศกึ ษา. พิมพ์ครงั้ ท่ี 5. กรุงเทพฯ: พี.เอน็ .การพมิ พ.์ ปรีชา เนาว์เย็นผล. (2554). การพฒั นากิจกรรมการแกป้ ญั หาทางคณติ ศาสตร์ สำหรับนกั เรียนที่ มีความสามารถพิเศษ ช้นั มัธยมศกึ ษาปี ที่ 3 โรงเรียนราชสมี าวิทยาลัย. ยุทธ ไกยวรรณ์. (2544). เทคนิคการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนวิชาโครงงานระดบั มัธยมศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพ์บริษัท พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกัด. ศริ วิ รรณ เสรีรตั น์ และคณะ. (2549). การวจิ ยั การตลาด. กรุงเทพฯ: บรษิ ัทธรรมสาร จำกดั . สมาคมคณติ ศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป.์ (2541). คู่มือโครงงานคณตศิ าสตร.์ กรุงเทพฯ: บพธิ การพมิ พ์ จำกัด. สุวร กาญจนมยรู . (2547). โครงงานคณติ ศาสตรร์ ะดบั มธั ยมศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ไทย วัฒนาพานิช จำกดั . สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาต.ิ (2545). พระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พค์ ุรุสภา ลาดพรา้ ว. สมนึก ภทั ทยิ ธานีและคณะ. (2546). การวัดผลการศึกษา. พิมพค์ ร้ังที่ 4. กาฬสนิ ธ์ุ : ประสานการพมิ พ์ สมวงษ์ แปลงประสพโชคและคณะ. (2547). คมู่ อื การสอนโครงงานคณตศิ าสตร.์ กรงุ เทพฯ : กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร, 2547

31 ภาคผนวก

32 ภาคผนวก ก - โครงการ พัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษา ปที ่ี 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรูแ้ บบ โครงงานคณิตศาสตร์ - คำสั่งโรงเรยี นบา้ นไผ่ ท่ี 77/2559 เรอ่ื ง แตง่ ตั้งคณะกรรมการดำเนนิ งานและ ติดตาม โครงการพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์ - คำสัง่ ผูเ้ ช่ียวชาญ - รายนามผ้เู ช่ยี วชาญ

33 โครงการ พฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 โดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรูแ้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ หลกั การและเหตผุ ล คณติ ศาสตร์มบี ทบาทสำคัญย่ิงตอ่ การพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำใหม้ นษุ ยม์ ีความคิด สรา้ งสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบระเบียบ มีแบบแผน สามารถวเิ คราะห์ปัญหาและสถานการณ์ ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ทำให้สามารถคาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศาสตร์อื่น ๆ ท่ี เกี่ยวข้อง คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น การ เรยี นรคู้ ณติ ศาสตรไ์ ด้กำหนดทักษะและกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์ทจี่ ำเป็น ได้แก่ความสามารถ ด้านการแก้ปญั หาดว้ ยวธิ ีการทีห่ ลากหลาย การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์และการ นำเสนอ การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยง คณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อืน่ ๆ ทั้งนี้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์สามารถพัฒนาผ่านเน้ือหา คณิตศาสตร์ใด ๆ ได้ และประสิทธิภาพของการพัฒนาทักษะส่วนหนึ่งนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน หรือกิจกรรมท่คี รูให้นักเรียนลงมือปฏบิ ตั ิ แนวทางในการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนเพื่อพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชา คณิตศาสตร์ให้สูงขึ้นนั้น ควรจัดการเรียนรู้ที่คำนึงถึงนักเรียนเป็นสำคัญ การจัดเนื้อหาสาระและ กิจกรรมต้องสอดคล้องกับวุฒิภาวะ ความสนใจและความถนัดของนักเรียน การจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จากการฝึกปฏิบัติ ฝึกให้นักเรียนคิด วิเคราะหแ์ ละแก้ปัญหา กิจกรรมการเรียนการสอนต้องผสมผสานสาระทัง้ ด้านเนื้อหา และดา้ นทักษะ กระบวนการ ตลอดจนปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ถูกต้อง และเหมาะสมให้แก่ ผู้เรียน ซึ่งการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญเป็นแนวทางให้นักเรียนได้ใช้ กระบวนการสร้างองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง การให้นกั เรียนได้ลงมือปฏบิ ัตจิ รงิ นกั เรยี นมสี ่วนรว่ มในการ เรียนการสอน การจัดกิจกรรมมีความสุขในการเรียน เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข และจะนำไปสู่ การค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต ซึ่งกระบวนการเรียนรูท้ ี่ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะ ดังกล่าวได้ คือ การเรียนรู้โดยผ่านการปฏิบัติกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นกิจกรรมเรียนรู้ คณิตศาสตร์ที่นักเรียนมีโอกาสได้สำรวจ ศึกษาค้นคว้า ทำความเข้าใจ แก้ปัญหา หรือแก้ข้อสงสัย เชื่อมโยงความรู้ หรือขยายองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ในประเด็นที่สนใจ รวมทั้งการประดิษฐ์ คิดคน้ สรา้ งสรรค์สง่ิ ใหม่โดยประยุกต์ใช้ความรูท้ างคณติ ศาสตร์ นกั เรียนได้คดิ และทำอย่างอิสระภายใต้การ ดแู ลและใหค้ ำปรกึ ษาทีป่ รึกษาหรือผู้รู้ (ปรีชา เนาวเ์ ย็นผล, 2554, น.6) สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 24 ข้อที่ 3 ว่า จัดกิจกรรมให้ ผู้เรียนได้เรียนจากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติ ให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการ ใฝ่รู้ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่อง (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2545, น.4) และกิจกรรม โครงงานคณิตศาสตร์เป็นการเรียนรู้ทีม่ ีการเชื่อมโยงหรือบูรณาการระหว่างความรู้ ประสบการณ์เดิม กับสง่ิ ใหม่ เปน็ กระบวนการเรียนรทู้ เ่ี นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั (เจยี มใจ จันทรศ์ รี, 2550, น.2) จากข้อมูลดังกล่าวขา้ งตน้ จะเหน็ ว่า การจดั การเรียนรทู้ จ่ี ะประสบผลสำเรจ็ นัน้ ครผู ้สู อน จะต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเนื้อหาในบทเรียนและพัฒนาการของ ผู้เรียน

34 ดังนั้นครผู ู้สอนจำเป็นต้องเลือกวธิ ีการสอนทีเ่ หมาะสมกับสภาพการเรียนของนกั เรียน ในการจัดการ เรียนการสอนจะต้องเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมหรือกระบวนการ เรียนรู้ นั่นคือการจัดการเรียนรู้ต้องให้ผู้เรียนรู้จักคิด สร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง โครงงาน คณติ ศาสตร์เปน็ กจิ กรรมทมี่ คี วามสำคญั ตอ่ การเรยี นการสอนคณติ ศาสตรใ์ นการช่วยพฒั นาทกั ษะและ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ไดแ้ ก่ การแกป้ ัญหา การใหเ้ หตุผล การเชือ่ มโยงความรู้ การส่อื สาร การ นำเสนอ การใชต้ วั แทนและความคิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ โครงงานคณิตศาสตรช์ ว่ ยเสริมสรา้ งความเข้าใจ มโนมติ และการประยุกต์ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ โครงงานคณิตศาสตร์สามารถนำมาใช้เป็น กจิ กรรมพฒั นาตามความถนัดและความสนใจอยา่ งเตม็ ศักยภาพ รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น พบว่า นักเรียนมี ค่าเฉลี่ยคะแนนรายวิชาคณิตศาสตร์ ในปีการศึกษา 2556 - 2558 ตามลำดับดังนี้ ร้อยละ 24.98, 30.65, 34.49 ซึ่งค่าเฉลี่ยคะแนนอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง ผู้รายงานในฐานะที่เป็น ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ ไดต้ ระหนักถงึ ปัญหาดังกล่าว จึงไดร้ วบรวมสาเหตุของปัญหาพบว่า ผู้เรียน ไม่เข้าใจโจทย์ปัญหา ตีความโจทย์ไม่ได้ ขาดทักษะในการคิดคำนวณ และขาดความรู้พื้นฐานที่จะใช้ เรียนรู้ การจัดการเรยี นการสอนในช้นั เรียนเป็นการจัดการเรยี นการสอนท่ีมงุ่ เนื้อหาเป็นหลัก ขาดการ ให้นกั เรยี นไดล้ งมือปฏบิ ัติการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง ทำให้นกั เรยี นเกิดความเบื่อหน่าย และคิดว่า วชิ าคณติ ศาสตร์เปน็ วชิ าท่ียาก ทง้ั นีเ้ นือ่ งจากคณิตศาสตรเ์ ป็นวชิ าท่ีต้องใชท้ ักษะ และเนอื้ หาส่วนใหญ่ เป็นนามธรรม ทำใหก้ ารสอนบางครงั้ ไม่บรรลวุ ตั ถุประสงค์และส่งผลกระทบต่อการเรยี นรขู้ องผูเ้ รียน จากปัญหาดงั กล่าว ข้าพเจ้าจึงสนใจนำผลงานรางวลั ครผู ้สู อนนักเรียนได้รับรางวัลระดับ เหรียญทอง ชนะเลิศ กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ระดับชั้น ม.1 - ม.3 ในงานศิลปหัตถกรรม นักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 62 ปีการศึกษา 2555 มาจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สอดแทรกเขา้ ไปเป็นสว่ นหน่ึงของบทเรียน เร่มิ ตน้ โดยการทำโครงงานที่มีองคป์ ระกอบเลก็ ๆท่สี อดรับ กับกิจกรรมการเรียน คล้ายการทำแบบฝึกหัดปกติ แล้วค่อยๆเพิ่มองค์ประกอบการเขียนรายงาน เพื่อให้นักเรียนได้เพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจสาระสำคัญของบทเรียน และการเขียนเชื่อมโยงความรู้ ผ่านการทำโครงงาน ขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้การทำโครงงานในลักษณะที่มีการเชื่อมโยงกับสาระใน บทเรียน และครอบคลุมถึงการประยุกต์ใช้ความรู้ทางสาระคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยข้าพเจ้าได้ เลอื กจดั กิจกรรมการเรียนการสอนในระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 เรื่อง พื้นทีผ่ ิวและปรมิ าตร เนื่องจาก นักเรียนส่วนใหญ่แก้โจทย์ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับพื้นที่ผิวและปริมาตรไม่ได้ และการ เรียนรู้เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตร เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเป็นรูปธรรม สามารถเชื่อมโยงกับเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน ลักษณะของโจทย์ปัญหาบางรูปแบบอยู่ในชีวิตประจำวัน สามารถพัฒนาความสามารถด้านทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ได้อีกด้วย ข้าพเจ้าจึงได้จัดทำ โครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยใช้ กจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ มาสอดแทรกเขา้ ไปเป็นสว่ นหน่ึงของบทเรยี นเร่ือง พน้ื ที่ ผิวและปริมาตร เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์และทักษะกระบวนการทาง คณติ ศาสตร์ ของนกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ให้สูงข้นึ

35 2. วัตถุประสงคใ์ นการพัฒนา 2.1 เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรยี นรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ 2.2 เพื่อประเมินทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่จัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ 2.3 เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการ เรยี นรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ 3. เปา้ หมายในการพฒั นา 3.1 เปา้ หมายเชงิ ปรมิ าณ 3.1.1 นกั เรียนช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นบา้ นไผ่ จำนวน 231 คน เรียนรายวิชา คณิตศาสตร์ เรอ่ื ง พนื้ ท่ผี วิ และปริมาตร โดยใช้กจิ กรรมการการเรียนรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ 3.1.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 80 มี ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป 3.1.3 ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ของนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ร้อยละ 80 มีทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ข้ึนไป 3.2 เปา้ หมายเชงิ คณุ ภาพ 3.2.1 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและ ปริมาตร โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะ กระบวนการ ผ่านตามเกณฑท์ ่ีกำหนด 3.2.2 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ 4.ระยะเวลาในการพัฒนา ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2559 ระหวา่ งเดือน มถิ ุนายน – สงิ หาคม 2559 5. ข้ันตอนวิธกี ารพฒั นา 5.1 สำรวจ ศึกษา สภาพปญั หาปจั จบุ ันของนักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 5.2 ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี ที่เก่ยี วขอ้ งกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทสี่ อดคล้องกบั กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ เพือ่ นำมาเปน็ แนวทางในการแกป้ ัญหา 5.3 วางแผนการดำเนินโครงการ โดยจัดทำปฏิทนิ การดำเนินโครงการ ตดิ ต่อประสานงาน การจดั ทำโครงการเพื่อพฒั นาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรียนรแู้ บบโครงงานคณิตศาสตร์กับหวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ และติดต่อประสานงานกับผเู้ ช่ยี วชาญด้านเคร่ืองมือทใี่ ช้ในการพฒั นา 5.4 สร้างและพฒั นาเครอ่ื งมอื ทใี่ ช้ในการพัฒนา ประกอบด้วย เคร่ืองมือพฒั นา ได้แก่ แผนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบโครงงาน เครอื่ งมือเก็บรวบรวมข้อมูล ไดแ้ ก่ แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นเร่ือง พนื้ ที่ผิว และปริมาตร แบบประเมินทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และแบบสอบถามความพึงพอใจของ นักเรียนที่มีต่อการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์

36 5.5 เก็บรวบรวมข้อมูล โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตรส์ อดแทรก เขา้ ไปเปน็ สว่ นหนงึ่ ของบทเรียน โดยเลอื กหน่วยการเรยี นรู้รายวชิ า ค23101 คณิตศาสตร์พนื้ ฐาน เรื่อง พนื้ ทผ่ี วิ และปรมิ าตร หลงั จากน้ันดำเนนิ การทดสอบกับนักเรยี นกลุ่มตวั อยา่ งทีต่ นเองสอน และ ประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 5.6 วเิ คราะหข์ ้อมูล โดยวเิ คราะหค์ ะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นเร่ือง พ้ืนท่ีผิวและปรมิ าตร และทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และแปลความหมาย 5.7 สรปุ ผลการพัฒนา เสนอข้อค้นพบ เขียนรายงานโครงการ และเผยแพรผ่ ลงาน 6. ปฏทิ ินการดำเนินงานโครงการพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนกั เรยี น ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ กิจกรรม ระยะเวลาดำเนนิ การ ผ้รู บั ผิดชอบ 1.ข้ันวางแผน (Plan) 1.1 ประชุมเตรียมการ 1 มิถนุ ายน 2559 นางอุมาพร พิมพภ์ ักดี 1.2 สำรวจ ศึกษา สภาพปญั หาปัจจบุ นั ของ 2 มถิ นุ ายน 2559 กลุม่ สาระการเรียนรู้ นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 คณิตศาสตร์ 1.3 วิเคราะหป์ ัญหา 2 มถิ ุนายน 2559 1.4 ศกึ ษาแนวคิดทฤษฎีทเี่ กี่ยวกับการจดั 3 มถิ ุนายน 2559 กิจกรรมการเรยี นรู้ 2.ขน้ั ดำเนินการ (Do) 2.1 จัดทำแผนโครงการเพ่ือขออนุมตั ิ 6 มิถุนายน 2559 นางอมุ าพร พิมพภ์ ักดี 2.2 จัดสรา้ งและพัฒนาเครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการ 7 มถิ นุ ายน – 15 นกั เรียนช้ัน พัฒนา กรกฎาคม 2559 มัธยมศึกษาปีท่ี 3 2.3 จัดกิจกรรมการเรยี นรแู้ บบโครงงาน 18 กรกฎาคม - 19 หอ้ งท่ที ำการสอน คณิตศาสตร์ สิงหาคม 2559 3.ขัน้ ตรวจสอบและประเมนิ ผล (Check) 3.1 นำเครอ่ื งมือเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล โดย 22-24 สิงหาคม 2559 นางอุมาพร พมิ พ์ภักดี ดำเนินการทดสอบกบั นักเรยี น กล่มุ เป้าหมายท่ีผูร้ ายงานสอน ประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์และ สอบถามความพึงพอใจของนักเรยี น 3.2 วเิ คราะห์ข้อมูล 25-26 สิงหาคม 2559 4. ข้ันสรุปและรายงานผล (Action) 4.1 สรุปผลการจดั ทำโครงการ 29 สงิ หาคม 2559 นางอมุ าพร พิมพภ์ กั ดี 4.2 รายงานผลการดำเนนิ การ 30 สิงหาคม 2559 4.3 เผยแพร่ผลงาน 31 สงิ หาคม 2559

37 7. สถานทด่ี ำเนินการ 7.1 โรงเรียนบา้ นไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น 7.2 กลุม่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ โรงเรยี นบา้ นไผ่ 8. งบประมาณ ที่ กจิ กรรม/รายการ เงนิ บำรุงการศึกษา รวม (บาท) ตอบแทน ใชส้ อย วัสดุ 10,000 1 คา่ ใช้จ่ายในการจดั โครงการพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิ - - 10,000 10,000 ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ของ นกั เรยี น ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 โดยใช้ กิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ รวม (หนงึ่ หมนื่ บาทถ้วน) 9. หน่วยงานท่ีเก่ยี วข้อง 9.1 ฝา่ ยบริหารบคุ คลและงบประมาณ โรงเรียนบา้ นไผ่ 9.2 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ โรงเรยี นบ้านไผ่ 9.3 นกั เรยี นระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบา้ นไผ่ 10. ผลท่คี าดว่าจะได้รบั 10.1 นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ท่เี รียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ เรอื่ ง พ้ืนท่ผี ิวและปรมิ าตร มี ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรายวิชาคณิตศาสตร์สงู ขึ้น 10.2 นักเรียนมีทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 10.3 มีตัวแทนนักเรียน เพื่อส่งเสริมพัฒนาทักษะและต่อยอดสู่ความเป็นเลิศเข้าแข่งขัน กจิ กรรมโครงงานคณติ ศาสตร์ ในงานศิลปหตั ถกรรมนักเรียน และหน่วยงานอ่ืนๆทีเ่ ก่ียวข้อง 11. ผู้รับผดิ ชอบโครงการ นางอมุ าพร พิมพภ์ กั ดี ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการพเิ ศษ โรงเรยี นบา้ นไผ่ อำเภอบา้ นไผ่ จงั หวัดขอนแกน่ ลงชื่อ ผู้เสนอโครงการ (นางอมุ าพร พมิ พภ์ ักด)ี ลงชือ่ ผเู้ หน็ ชอบโครงการ (นายจรลั รตั นบญุ ทา) รองผอู้ ำนวยการฝ่ายบคุ คลและงบประมาณ ลงชื่อ ผอู้ นมุ ตั ิโครงการ (นายวทัญญู ภูชาดา) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นไผ่

38 คำสงั่ โรงเรยี นบ้านไผ่ ท่ี 78 / 2559 เรอ่ื ง แตง่ ต้ังคณะกรรมการดำเนนิ งานและตดิ ตาม โครงการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ า คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ ------------------------------------------- กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านไผ่ ได้ตระหนักถึงแนวทางและวิธีการในการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้นตาม นโยบายของทางโรงเรียน จึงกำหนดให้ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ จัดทำโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ดังนั้น เพื่อให้โครงการพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 โดยใช้กจิ กรรมการเรยี นรู้ แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยบรรลุตามวัตถุประสงค์ จึงแต่งต้ัง คณะกรรมการดำเนินงาน ดังต่อไปน้ี 1. คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย นายวทัญญู ภูชาดา ผ้อู ำนวยการโรงเรียน นายมนตรี เบา้ ศรี รองผอู้ ำนวยการฝ่ายการบริหารงานวชิ าการ นายจรัล รตั นบญุ ทา รองผ้อู ำนวยการฝ่ายการบรหิ ารงบประมาณ นายยุทธศิลป์ แกว้ ชูสกลุ รองผู้อำนวยการฝ่ายบรหิ ารงานกจิ การนักเรยี น นายพลสณั ห์ พมิ พ์ภักดี รองผอู้ ำนวยการฝ่ายบรหิ ารท่ัวไป มหี น้าท่ี ให้คำปรกึ ษา อำนวยความสะดวก และประสานงานกับทกุ ฝา่ ยใหก้ ารดำเนนิ งานเป็นไป ด้วยความเรยี บรอ้ ย ตลอดจนแก้ปญั หาท่อี าจเกิดขึน้ 2. คณะกรรมการดำเนินงาน ประกอบดว้ ย นางสาวสคุ นธรตั น์ กระพ้ีแดง หัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ประธานกรรมการ นางสาวนทนันทน์ ปาระมี รองหัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ รองประธานฯ นายฉชั วา ไขเหลาคำ รองหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ รองประธานฯ นางประยรู สันดี ครูกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ กรรมการ นางสาวราตรี ศรนี า ครกู ลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ กรรมการ นางอรวรรณ ตรนี อก ครูกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ กรรมการ นางอมุ าพร พิมพภ์ ักดี ครูกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ กรรมการและเลขานุการ มีหนา้ ท่ี ประชุมวางแผนการดำเนนิ งานตามโครงการที่ไดร้ ับมอบหมาย และประสานกบั บคุ ลท่ี เก่ยี วข้อง

39 3. คณะกรรมการช่วยสังเกตการณ์ ประกอบด้วย นางอุตทุมพร บุญภลิ ะ ครูกลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ประธานกรรมการ นายเสกสรร กองเกดิ ครูกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ รองประธานกรรมการ นางสาวอนงค์ ศริ ิมา ครกู ลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ กรรมการและเลขานกุ าร มีหนา้ ท่ี บนั ทึกข้อมลู สังเกตการณ์ระหว่างการดำเนินกิจกรรมตามโครงการจนแล้วเสร็จ 4. คณะกรรมการฝา่ ยกำกับตดิ ตาม ประกอบด้วย นายมนตรี เบา้ ศรี รองผ้อู ำนวยการฝา่ ยการบริหารงานวชิ าการ ประธานกรรมการ นางสาวสุคนธ์รตั น์ กระพ้แี ดง หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รองประธานฯ นายกิตตปิ กรณ์ อ้มเถื่อน ครกู ลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ กรรมการ นางสาวสุจติ รา นามจำปา หัวหนา้ งานแผนงาน กรรมการและเลขานกุ าร มีหนา้ ที่ กำกบั ตดิ ตามเป็นระยะ เพ่อื ให้การดำเนนิ งานตามโครงการบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ 5. คณะกรรมการฝ่ายสวสั ดิการ ประกอบดว้ ย นายจรัล รตั นบญุ ทา รองผอู้ ำนวยการฝ่ายการบริหารงบประมาณ ประธานกรรมการ นางชุมสาย ชาวงษ์ หัวหนา้ งานการเงนิ กรรมการ นายเสกสรรค์ กองเกิด หวั หน้างานพัสดุ กรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ เบิกจ่ายวัสดอุ ปุ กรณต์ ามโครงการ 6. คณะกรรมการประเมนิ ผลและสรปุ รายงานโครงการ ประกอบด้วย นางอมุ าพร พิมพภ์ กั ดี ผรู้ บั ผิดชอบโครงการ ประธานกรรมการ นางสวุ ารยี ์ โสภาชยั ครูกลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ กรรมการ นางคนึงนติ ย์ สมอหมอบ ครูกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กรรมการและเลขานุการ มีหนา้ ท่ี สรปุ ประเมนิ ผลการดำเนนิ งานเพื่อรายงานกลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ และโรงเรียน รับทราบ ขอให้ผทู้ ่ีไดร้ บั การแต่งตั้งตามคำส่งั น้ี จงตั้งใจปฏบิ ัติหน้าท่ีที่ไดร้ ับมอบหมายด้วย ความเอาใจใสอ่ ย่างเคร่งครดั เพ่อื ให้เกิดประโยชน์และผลดีต่อทางราชการสบื ไป ท้ังน้ี ต้งั แต่วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เปน็ ต้นไป ส่งั ณ วนั ท่ี 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 (นายวทัญญู ภูชาดา) ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นไผ่

40 คำสงั่ โรงเรียนบ้านไผ่ ที่ 79 / 2559 เรือ่ ง แตง่ ต้ังผู้เชยี่ วชาญในการตรวจสอบคณุ ภาพเคร่ืองมอื ในการพัฒนาผลงานทางวชิ าการ ------------------------------------------- ดว้ ย นางอุมาพร พมิ พภ์ กั ดี ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรยี น บ้านไผ่ ไดด้ ำเนินการจดั ทำข้อเสนอในการพฒั นางาน ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารให้ให้ขา้ ราชการ ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ผูม้ ีผลงานดีเด่นทป่ี ระสพผลสำเร็จเปน็ ทป่ี ระจักษ์มีวทิ ยฐานะหรอื เล่ือน เปน็ วทิ ยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ สายงานสอน (ว 13/2556 ลงวนั ที่ 1 สิงหาคม 2556) เรื่อง โครงการ พัฒนาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 โดยใชก้ จิ กรรมการ เรยี นรแู้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ เพื่อความถกู ต้องเหมาะสมของการพฒั นาผลงานทางวชิ าการ ดังกล่าว จึงขอแต่งตั้งบุคคลท่ีมรี ายชอ่ื และตำแหนง่ ต่อไปนีเ้ ปน็ ผ้ตู รวจสอบเครือ่ งมือในการพฒั นา ผลงานทางวชิ าการ ดงั มีรายชื่อต่อไปนี้ 1. นางสาวราตรี ศรนี า ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนบ้านไผ่ 2. นางประยูร สนั ดี ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนบ้านไผ่ 3. นางอรวรรณ ตรนี อก ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนบ้านไผ่ ขอใหผ้ ้ทู ี่ไดร้ ับการแต่งตั้งตามคำสงั่ นี้ จงต้งั ใจปฏิบัติหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมายด้วย ความเอาใจใสอ่ ยา่ งเคร่งครัด เพือ่ ใหเ้ กิดประโยชน์และผลดตี ่อทางราชการสืบไป ท้งั นี้ ตั้งแตว่ นั ท่ี 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เปน็ ต้นไป สง่ั ณ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 (นายวทัญญู ภชู าดา) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นไผ่

41 รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือ 1. นางสาวราตรี ศรนี า ตำแหนง่ ครชู ำนาญการพิเศษ 2. นางประยรู สันดี กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ โรงเรยี นบ้านไผ่ 3. นางอรวรรณ ตรีนอก วฒุ ิการศึกษา ปรญิ ญาโท สาขา วัดและประเมนิ ผล ตำแหนง่ ครชู ำนาญการพิเศษ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านไผ่ วุฒกิ ารศกึ ษา ปรญิ ญาโท สาขา วจิ ัยการศึกษา ตำแหน่ง ครชู ำนาญการพิเศษ กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านไผ่ วฒุ กิ ารศกึ ษา ปริญญาโท สาขา การสอนคณติ ศาสตร์

42 ภาคผนวก ข - ดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรยี นรู้ เรือ่ งพ้ืนทผ่ี วิ และปรมิ าตร โดยการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ - ดัชนีความสอดคลอ้ งของแบบทดสอบกบั จุดประสงค์การเรียนรู้ - ค่าความยากง่าย (p) คา่ อำนาจจำแนก (r) และค่าความเชื่อมน่ั ของแบบทดสอบ วัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน - ดัชนคี วามสอดคล้องของแบบประเมินทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ - ดัชนีความสอดคล้องของเนื้อหาแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ทมี่ ีต่อการจัดการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณติ ศาสตร์ - คะแนนแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น - คะแนนประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ - คา่ เฉลย่ี คะแนนระดับความพงึ พอใจของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ท่ีมตี ่อ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์

43 ตารางท่ี 8 ดชั นคี วามสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ เรอื่ งพ้นื ท่ีผวิ และปรมิ าตร โดยการจัด กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ รายการประเมิน ผู้เชย่ี วชาญคนท่ี  R IOC แปลผล 1 23 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ - สอดคล้องกบั ตัวชว้ี ดั +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคลอ้ ง 2. สาระสำคญั +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคลอ้ ง - สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคลอ้ ง - สอดคล้องกบั ตัวชวี้ ดั +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคลอ้ ง - สอดคล้องกับสาระการเรยี นรู้ +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคล้อง - สอดคล้องกบั กิจกรรมการเรยี นรู้ 4. สาระการเรยี นรู้ +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคล้อง - สอดคลอ้ งกบั สาระสำคัญและมาตรฐาน การเรยี นรู้ +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคล้อง 5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคล้อง - สอดคล้องกับตัวชี้วัด +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคล้อง - สาระการเรียนรู้ - สอดคล้องกบั การวัดและประเมนิ ผล +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคล้อง 6. ส่อื การเรียนร้แู ละแหลง่ เรยี นรู้ - สอดคลอ้ งกบั กจิ กรรมการเรยี นรู้ +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคล้อง 7. การวดั และประเมินผล +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคลอ้ ง - สอดคล้องกบั ตวั ช้ีวดั +1 +1 +1 +3 1.00 สอดคล้อง - สอดคลอ้ งกับสาระการเรยี นรู้ - สอดคล้องกับกจิ กรรมการเรียนรู้

44 ตารางที่ 9 ดัชนคี วามสอดคล้องของแบบทดสอบกบั จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เร่อื งพนื้ ท่ีผวิ และ ปริมาตร จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ข้อที่ ระดับ ผ้เู ช่ียวชาญคนที่ IOC แปลผล พฤติกรรม 123 1. บอกลักษณะและ สมบัติ ของปริซึม 1 ความเข้าใจ +1 +1 +1 1 สอดคล้อง พรี ะมิด ทรงกระบอก กรวย และทรงกลมได้ 2 การนำไปใช้ +1 +1 +1 1 สอดคล้อง 2. หาพื้นท่ผี วิ ของปริซมึ 3 การวิเคราะห์ +1 +1 +1 1 สอดคล้อง และทรงกระบอกได้ 4 การนำไปใช้ +1 +1 +1 1 สอดคล้อง 3. หาปรมิ าตรของปรซิ มึ 5 ความเข้าใจ +1 +1 +1 1 สอดคล้อง พีระมิด กรวย 6 ความเข้าใจ +1 +1 +1 1 สอดคล้อง ทรงกระบอก และทรง 7 การวเิ คราะห์ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง กลมได้ 8 การวเิ คราะห์ +1 +1 +1 1 สอดคล้อง 9 การวิเคราะห์ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง 10 ความเข้าใจ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง 11 ความเขา้ ใจ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง 12 ความเขา้ ใจ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง 13 การนำไปใช้ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง 14 การนำไปใช้ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง 15 การวเิ คราะห์ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง 4. ใชค้ วามร้เู ก่ียวกับ 16 ความเข้าใจ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง พื้นทผี่ ิวและปรมิ าตร 17 การนำไปใช้ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง แกป้ ัญหาในสถานการณ์ 18 การวิเคราะห์ +1 +1 +1 1 สอดคล้อง ต่าง ๆ ได้ 5. เปรยี บเทียบและ 19 การนำไปใช้ +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เลือกใช้ หนว่ ย 20 การนำไปใช้ +1 +1 +1 1 สอดคลอ้ ง ความจุ หรอื ปริมาตรได้ อยา่ งถูกต้อง

45 ตารางที่ 10 ค่าความยากงา่ ย (p) คา่ อำนาจจำแนก (r) และคา่ ความเช่อื มน่ั ของแบบทดสอบ วัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน เรอ่ื ง พนื้ ท่ีผวิ และปรมิ าตร ขอ้ สอบข้อที่ คา่ ความยากงา่ ย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) แปลผล 1 0.60 0.87 ใช้ได้ 2 0.53 0.58 ใช้ได้ 3 0.46 0.66 ใชไ้ ด้ 4 0.40 0.37 ใชไ้ ด้ 5 0.40 0.64 ใช้ได้ 6 0.66 0.77 ใช้ได้ 7 0.48 0.70 ใช้ได้ 8 0.62 0.72 ใช้ได้ 9 0.53 0.80 ใช้ได้ 10 0.48 0.65 ใชไ้ ด้ 11 0.64 0.82 ใชไ้ ด้ 12 0.53 0.73 ใชไ้ ด้ 13 0.57 0.76 ใชไ้ ด้ 14 0.35 0.60 ใชไ้ ด้ 15 0.75 0.46 ใชไ้ ด้ 16 0.62 0.62 ใช้ได้ 17 0.68 0.67 ใช้ได้ 18 0.77 0.45 ใช้ได้ 19 0.60 0.49 ใช้ได้ 20 0.48 0.33 ใชไ้ ด้ 21 0.55 0.39 ใช้ได้ 22 0.62 0.80 ใช้ได้ 23 0.55 0.38 ใช้ได้ 24 0.57 0.82 ใช้ได้ 25 0.55 0.72 ใชไ้ ด้ 26 0.62 0.71 ใชไ้ ด้ 27 0.57 0.85 ใช้ได้ 28 0.31 0.44 ใช้ได้ 29 0.66 0.72 ใช้ได้ 30 0.37 0.75 ใช้ได้ ค่าความเชือ่ มน่ั (Reliability) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นเท่ากบั 0.93


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook