Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง

แผนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง

Published by ชน นะ, 2022-04-03 16:06:13

Description: วิชาภาษาไทย

Search

Read the Text Version

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค หนว ยการเรียนรูท่ี ๓ เรื่อง กระตายไมต่นื ตมู (วรรณคดีลำนำ) แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๕ เรอ่ื ง นทิ าน กระตา ยแหยเ สือ คำช้ีแจง สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวางเรียน แลว ใหคะแนนที่ตรงตามเกณฑก ารประเมิน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค เลขที่ ช่ือ - นามสกุล ีม ิวนัย รวม สรปุ ผลการ ใ ฝเรียนรู ประเมิน ุมง ั่มนในการทำงาน ๓ ๓ ๓ ๙ ผาน ไมผ าน เกณฑร ะดบั คุณภาพ ๗ – ๙ คะแนน ระดบั คุณภาพ ดีเยย่ี ม เกณฑก ารตัดสนิ ใจ ๕ – ๖ คะแนน ระดับคุณภาพ ดี ๓ – ๔ คะแนน ระดบั คุณภาพ ผา น ๐ – ๒ คะแนน ระดบั คุณภาพ ไมผ า น ระดับพอใชข น้ึ ไป ผานเกณฑ ลงช่อื ............................................................................ (...................................................................) วันท่ี............เดือน.......................................พ.ศ. ..............

เกณฑก ารประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค คณุ ลกั ษณะอนั พึง เกณฑการใหค ะแนน ประสงค ดเี ยี่ยม (๓) ดี (๒) ผาน (๑) ไมผา น (๐) มวี นิ ยั ปฏิบัติตนตาม ปฏิบัติตนตาม ปฏิบัตติ นตาม ไมป ฏิบัตติ นตาม ใฝเรยี นรู ขอตกลงในระหวาง ขอตกลงในระหวาง ขอตกลงในระหวาง ขอตกลงในระหวาง มงุ มนั่ ในการทำงาน กิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมการเรียนรู กจิ กรรมการเรยี นรู ไดดี ได แตตองมีการ ตองมีการเตือนเปน เตอื นเปนบางคร้ัง สว นใหญ ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส ตัง้ ใจเรยี น เอาใจใส ต้งั ใจเรยี น ไมต ั้งใจเรยี น และมคี วามเพยี ร และมคี วามเพียร พยายามในการ พ ย า ย า ม ใ น ก า ร เรยี นและเขา รวม เรยี น กจิ กรรมการเรยี นรู ต้ังใจและ ต้งั ใจและ ตั้งใจปฏบิ ตั ิหนา ท่ีท่ี ไมต ้งั ใจปฏิบัติ รบั ผดิ ชอบในการ รับผดิ ชอบในการ ไดร บั มอบหมาย หนาทท่ี ีไ่ ดร ับ ปฏิบตั หิ นา ทที่ ่ี ปฏบิ ตั ิหนาทีท่ ่ี มอบหมาย ไดรับมอบหมาย ไดรับมอบหมาย ใหส ำเรจ็ มีการ ใหสำเรจ็ ปรับปรุงการ ทำงานใหดีขึ้น

แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ เรื่อง กระตา ยไมต ืน่ ตูม (วรรณคดีลำนำ) แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๕ เร่อื ง นทิ าน กระตายแหยเ สือ คำชี้แจง สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา งเรยี น แลวใหคะแนนทต่ี รงตามเกณฑป ระเมินสมรรถนะ สำคญั ของผูเรยี น เลขท่ี ชือ่ - นามสกุล ความสามารถในการ ่ืสอสาร รวม สรุปผลการ ความสามารถในการคิด ประเมนิ ความสามารถในการใ ช ัทกษะ ีช ิวต ๓ ๓ ๓ ๙ ผา น ไมผา น เกณฑระดบั คณุ ภาพ ๘ – ๙ คะแนน ระดับคุณภาพ ดี เกณฑการตัดสนิ ใจ ๕ – ๗ คะแนน ระดับคุณภาพ พอใช ๓ – ๔ คะแนน ระดับคุณภาพ ปรับปรงุ ระดบั พอใชข ้ึนไป ผานเกณฑ ลงชอื่ ............................................................................. (...................................................................) วนั ที่............เดือน.......................................พ.ศ. ..............

เกณฑการประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผูเรียน สมรรถนะสำคญั เกณฑการใหคะแนน ของผเู รียน ดี (๓) พอใช (๒) ปรับปรงุ (๑) ความสามารถใน ๑. สามารถปฏบิ ัตติ ามคำ ๑. สามารถปฏบิ ัตติ ามคำ ๑. ไมส ามารถปฏบิ ตั ติ ามคำ การสอ่ื สาร ชี้แจงทีร่ ะบใุ นใบงาน ได ช้แี จงทร่ี ะบใุ นใบงาน โดย ช้ีแจงทร่ี ะบุในใบงาน ดว ยตนเอง ใหครหู รอื สมาชิกภายใน เมื่อครูหรือสมาชิก ๒. สามารถปฏิบัตติ าม กลุมแนะนำซ้ำ ภายในกลมุ ไดให ขอ ตกลงทคี่ รูบอกใน ๒. สามารถปฏิบัตติ าม คำแนะนำซำ้ ระหวา งกิจกรรมการ ขอ ตกลงในระหวา ง ๒. ไมสามารถปฏบิ ัตติ าม เรยี นรูไ ดดี กิจกรรมการเรียนรู เมื่อ ขอตกลงในระหวา ง ๓. สามารถเขียนเรยี บเรียง ครพู ดู ซ้ำ กิจกรรมการเรยี นรู เมอ่ื เนือ้ หาเพื่อสอ่ื สารไดด ี ๓. สามารถเขยี นเรียบเรียง ครพู ูดซำ้ ๔. สามารถพดู ส่ือสารกับ เนือ้ หาเพ่ือส่ือสาร โดยให ๓. ไมส ามารถเขียนเรยี บ สมาชกิ ภายในกลุมและครู ครหู รอื สมาชกิ ภายในกลมุ เรยี งเนื้อหาเพอื่ สื่อสาร เมื่อครหู รือสมาชิก ไดดี แนะนำซ้ำ ภายในกลมุ ไดให ๔. สามารถพูดส่ือสารกบั สมาชิกภายในกลุมและครู คำแนะนำซำ้ แตมีติดขัดหรอื เรยี บเรยี ง ๔. พูดสอื่ สารกับสมาชกิ ภายในกลุม และครู มี แลว สอื่ สารไดไ มเ ขา ใจ ติดขดั หรอื เรยี บเรียง บางครงั้ แลว สื่อสารไดไมเขาใจ บอ ยครงั้ ความสามารถใน สามารถวิเคราะหเ หตกุ ารณ สามารถวิเคราะหเหตุการณ ไ ม  ส า ม า ร ถ ว ิ เ ค ร า ะ ห การคิด ตาง ๆ ทเี่ กิดขน้ึ ในบทเรยี น ตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในบทเรียน เหตุการณตาง ๆ ท่เี กิดขนึ้ ใน แลว ไดข อ คดิ เพอ่ื ไปใชใ น โดยใหครูหรือสมาชิกในกลุม บทเรียน เมื่อครูหรือสมาชิก ชีวติ ประจำวันได แนะนำซำ้ ในกลุม แนะนำ ความสามารถใน สามารถทำงานรว มกบั สมาชิก สามารถทำงานรว มกบั สมาชิก ไมส ามารถทำงานรวมกบั การใชทักษะชวี ติ ในกลมุ ไดดี รบั ฟง ความ ในกลุมได แตมีบางครง้ั ที่ยัง สมาชกิ ในกลมุ ได คดิ เห็นผูอื่น ขาดการรับฟง ความคดิ เห็น ผูอ่นื

















แผน ท่ี ๒.๖ ผังภาพการออกแบบการเรียนรูแบบยอนกลบั (Backward Design) กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู เรือ่ ง อานเสริม เพ่ิมความรู กระตายนอ ยนารัก ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓ เวลา ๑ ชั่วโมง ๑. เปา หมายการเรยี นรู สาระที่ ๑ การอาน มาตรฐานการเรียนรู ท.๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปตัดสินใจ แกปญ หาในการดำเนนิ ชีวติ และมีนิสัยรักการอาน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐานการเรียนรู ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอ ความ และเขยี น เร่ืองราวในรปู แบบตาง ๆ เขยี นรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสิทธภิ าพ ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๓/๓ ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตผุ ลเกี่ยวกบั เรือ่ งท่อี าน ท ๒.๑ ป.๓/๒ เขียนบรรยายเกย่ี วกบั ส่ิงใดสงิ่ หนง่ึ เปน ความเรียงไดอ ยางชดั เจน สาระสำคญั การอานจับใจความ ดวยการอา นในใจแลวสามารถต้งั คำถาม ตอบคำถาม และนำวิธีการ เขยี นแผนภาพความคิดมาใชในการจดบันทึกเพ่ือสรุปความรูเรื่องที่อาน เปนการพฒั นาทักษะการอานและการ คดิ อยางเปนระบบ จดุ ประสงคก ารเรียนรู ดานความรู (K) ๑. ตอบคำถามจากเรื่องทอ่ี านได ดานทักษะ/กระบวนการ (P) ๒. เขยี นแผนภาพความคิดจากเร่ืองทีอ่ า นได ดานเจตคติ (A) ๓. เปน ผมู คี วามรบั ผิดชอบตอตนเองและกลุม สาระการเรยี นรู การอานจับใจความบทอานเสรมิ เพมิ่ ความรู กระตายนอยนา รัก - การตอบคำถามเร่ืองทอี่ า น - การเขียนแผนภาพความคิด สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค ๑. มวี ินัย ๒. ใฝเ รยี นรู ๓. มงุ มนั่ การทำงาน ๒. หลักฐานการเรียนรู ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบกจิ กรรม กระตา ยนอ ยนา รกั - ใบงาน เร่อื ง กระตา ยนอยนารกั การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู ๑. จดุ ประสงคก ารเรียนรู จุดประสงคการเรยี นรู วธิ ีการวดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก ารประเมิน ดา นความรู (K) ๔. ตอบคำถามจากเรอ่ื งท่ีอา นได ตรวจใบงาน ใบงาน เรื่อง กระตายไม รอยละ ๗๐ ขึ้นไป ตื่นตูม ผา นเกณฑ ดา นทกั ษะ/กระบวนการ (P) ตรวจใบกจิ กรรม ใบกิจกรรม อานจับ เกณฑคุณภาพพอใช ๕. สรปุ เนอื้ หาและขอคิดจาก ใ จ ค ว า ม บ ท เ ร ี ย น ขึน้ ไปผา นเกณฑ กระตายไมต ื่นตูม เร่ืองท่ีอา นได ดา นเจตคติ (A) ๖. เปนผูมีความรับผิดชอบตอ สังเกตการมีสวนรว มใน แบบสังเกตพฤติกรรม เกณฑคุณภาพพอใช ตนเองและกลมุ การทำงานกลุม การทำงานกลมุ ขึน้ ไปผานเกณฑ ๒. สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงค ประเด็นการประเมนิ วธิ ีการวดั เคร่อื งมือวัด เกณฑการประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น สังเกตพฤติกรรม ๑. ความสามารถในการสื่อสาร แบบประเมินสมรรถนะ ระดับพอใชข ้นึ ไป ๒. ความสามารถในการคิด สงั เกตพฤตกิ รรม สำคัญของผูเ รียน ผานเกณฑ ๓. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั พอใชข ึ้นไป คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค ๔. มีวนิ ยั อนั พึงประสงค ผานเกณฑ ๕. ใฝเ รียนรู ๖. มุง ม่นั การทำงาน

กิจกรรมการเรยี นรู รปู แบบกจิ กรรมการเรยี นรู Active Learning 5 ขน้ั ตอน ขนั้ ท่ี ๑ การเรยี นรตู ัง้ คำถาม (Learning to Question) ข้ันท่ี ๒ การเรยี นรแู สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search) ขั้นที่ ๓ การเรยี นรูเ พื่อสรา งองคค วามรู (Learning to Construct) ขั้นท่ี ๔ การเรียนรูเพื่อการส่ือสาร (Learning to Communicate) ข้นั ท่ี ๕ การเรียนรเู พ่ือตอบแทนสงั คม (Learning to Service) สอ่ื และแหลงการเรียนรู ๑. หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชวี ติ วรรณคดลี ำนำ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๒. ใบงาน เร่อื ง กระตายนอ ยนารัก ๓. บตั รวาดภาพ – บัตรภาพ ๔. ดินนำ้ มันและจานกระดาษ ๕. วดี ทิ ศั น เรือ่ ง รูจกั กระตายกอนตัดสินใจเล้ียง : Animals Speak ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=TT9HTcGDT9A ๖. บัตรสะสมแตม

แผนท่ี ๓.๖ กจิ กรรมการเรยี นรูเพ่ือเสริมสรา งคุณลักษณะอยอู ยา งพอเพียง กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย แผนการจดั การเรียนรู เรอ่ื ง อา นเสริม เพ่มิ ความรู กระตายนอยนา รกั ระดับชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ เวลา ๑ ช่ัวโมง กิจกรรมการเรียนรู รปู แบบกิจกรรมการเรยี นรู Active Learning ๕ ขัน้ ตอน ขั้นที่ ๑ การเรยี นรูต งั้ คำถาม (Learning to Question) ๑. ครูกลาวทักทาย และใหนักเรียนวาดกระตายในความคิดของนักเรียน กำหนดเวลา ๕ นาที เม่ือ ครบเวลาที่กำหนด ชูภาพวาดขึ้นใหเพื่อน ๆ ไดรับชม แลวใหนักเรียนลงความเห็นภาพวาดกระตายของใคร เหมอื นกระตายมากที่สุด ๒. ครูตั้งคำถาม “จากการเรียนที่ผานมาไดเรียนรูนิทาน เรื่อง กระตายไมตื่นตูม กระตายแหยเสือ แลวกระตายตามธรรมชาตทิ มี่ ีชีวติ น้นั มีลักษณะอยา งไร ” (ความรกู อ นเรยี น เหตุผล : Q1) ขน้ั ท่ี ๒ การเรียนรูแสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search) ๓. นกั เรียนน่ังประจำกลุม เดิม เพ่อื ทำกจิ กรรมอา นเสริม เพม่ิ ความรู กระตายนอ ยนา รัก ๔. นักเรียนอานออกเสียง อานเสริม เพิ่มความรู กระตายนอยนารัก หนาที่ ๑๘ หนังสือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดลี ำนำ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ ๕. หลังจากจบการอา นออกเสียง ครแู ละนกั เรยี นสนทนารวมกันถงึ เนื้อหา กระตา ยนอยนารกั ครูตั้งคำถาม “นักเรียนคิดวากระตายนอยนารัก ท่ีนักเรียนเคยไดเห็นนั้นมีลักษณะตรงกับเนื้อหา หรือไม อยางไร” (ความรู เหตผุ ล : Q2) “นักเรยี นมีวิธีดแู ลสตั วเลีย้ ง หรืออนรุ กั ษสัตวป า อยา งไรบา ง” (ความรู เหตุผล สังคม : Q3) ๖. ครูใหนักเรียนวาดรูปลักษณะกระตายตามรายละเอียดที่ระบุในเนื้อหาบทเรียน กำหนดเวลา ๕ นาที เมอ่ื ครบเวลาท่ีกำหนดครูใหนักเรียนนำภาพกระตายทีว่ าดเม่ือตนชว่ั โมง เปรียบเทียบกับภาพกระตาย ทไ่ี ดห ลังจากอานเนอื้ หาบทเรยี น แลวติดบนบตั รภาพที่ครจู ัดเตรียมให ๗. ครใู หสมาชิกภายในกลุมอธิบายลักษณะกระตาย แลวตรวจสอบวาตรงกับขอมูลในเน้ือหาบทเรียน กระตา ยนอยนา รกั หรือไม เมื่อพบวาไมถกู ตอ งใหสมาชกิ ภายในกลมุ แนะนำใหไดร บั ความรูท่ีถูกตอ ง ขั้นที่ ๓ การเรยี นรเู พื่อสรา งองคความรู (Learning to Construct) ๘. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสรุปความรูที่ไดดวยการเขียนแผนภาพความคิด ลงในกระดาษเอสี่ กำหนดเวลา ๑๐ นาที ๙. เมื่อครบเวลาที่กำหนด นักเรียนแตละกลุมนำเสนอผลงาน แลวนำแผนภาพความคิดสงใหครูเพื่อ ประเมนิ ผล ๑๐. ครูเปดวีดิทัศน เรื่อง รูจักกระตายกอนตัดสินใจเลี้ยง : Animals Speak หลังจากจบวีดิทัศน ครแู ละนักเรียนสนทนารวมกัน ถึงลักษณะกระตายและการเลีย้ งดู ครูและนกั เรยี นรวมสนทนา “ถา นกั เรยี นเปน กระตา ยแลวโดนคนรังแก นักเรยี นจะรสู ึกอยา งไร ” (ความรู สังคม : Q4)

“นักเรยี นมีวธิ ชี ว ยสัตวทก่ี ำลงั โดนรังแกอยางไร ยกตวั อยางประกอบคำอธิบาย” (ความรู ภูมิคมุ กนั คณุ ธรรม: Q5) ๑๑. นักเรยี นทำใบงาน เร่ือง กระตา ยนอ ยนา รกั กำหนดเวลา ๕ นาที ๑๒. เมือ่ ครบเวลาทีก่ ำหนด ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั เฉลยใบงาน ข้นั ที่ ๔ การเรยี นรเู พ่อื การสอื่ สาร (Learning to Communicate) ๑๓. ครใู หนักเรียนแตล ะกลมุ นำเสนอวิธกี ารเขยี นแผนภาพความคดิ ของกลุมตนเอง ๑๔. นักเรียนแตละกลมุ นำเสนอหนา ชัน้ เรยี น ข้ันที่ ๕ การเรียนรเู พือ่ ตอบแทนสงั คม (Learning to Service) ๑๕. ครูใหนักเรียนปนรูปสัตวที่นักเรียนชอบ และตั้งชื่อใหนาสนใจ พรอมบอกเหตุผลประกอบ (ความรู เหตุผล : Q6) ๑๖. ครูใหนักเรียนนำผลงานวางบนโตะที่ครูจัดเตรียมหลังจากนั้นใหนักเรียนเลือกรูปปนที่นักเรียน ชอบมากที่สุด เขียนชื่อลงกระดาษแลวนำมาใหครูเพื่อนับคะแนน นักเรียนที่ไดคะแนนมากที่สุด จะไดรับแตม สะสมบนบตั รสะสมแตม หมายเลข ๒๕

แผน ท่ี ๔.๖ ชุดคำถามกระตนุ เพือ่ ปลกู ฝง หลักคดิ พอเพียง กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย แผนการจดั การเรยี นรู เรอ่ื ง อา นเสรมิ เพิ่มความรู กระตายนอยนารัก ระดับชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ เวลา ๑ ช่วั โมง คำถามกระตุนคดิ เพือ่ ปลูกฝง หลกั คิดพอเพยี งกอนเรียน “ จากการเรยี นที่ผา นมาไดเ รียนรนู ิทาน เร่ือง กระตา ยไมต่ืนตมู กระตา ยแหยเสอื แลวกระตา ยตามธรรมชาติท่ี มีชวี ิตน้นั มลี ักษณะอยา งไร ” (ความรูกอนเรยี น เหตผุ ล : Q1) คำถามกระตนุ คิดเพื่อปลูกฝงหลกั คดิ พอเพยี งระหวางเรียน “นักเรียนคิดวากระตายนอยนารัก ที่นักเรียนเคยไดเห็นนั้นมีลักษณะตรงกับเนื้อหาหรือไม อยางไร” (ความรู เหตุผล : Q2) “นกั เรียนมวี ธิ ีดแู ลสตั วเล้ยี ง หรืออนุรกั ษส ัตวป า อยางไรบา ง” (ความรู เหตผุ ล สังคม : Q3) “ถา นกั เรยี นเปน กระตา ยแลวโดนคนรังแก นักเรยี นจะรสู กึ อยางไร” (ความรู สงั คม : Q4) “นกั เรยี นมีวิธีชว ยสตั วท่ีกำลังโดนรงั แกอยา งไร ยกตวั อยางประกอบคำอธบิ าย” (ความรู ภูมคิ มุ กัน คุณธรรม: Q5) คำถามกระตนุ คดิ เพอ่ื ปลกู ฝงหลกั คดิ พอเพียงหลังเรียน “ครใู หนกั เรยี นปน รปู สัตวท ี่นักเรยี นชอบ และตั้งช่ือใหนาสนใจ พรอมบอกเหตุผลประกอบ” (ความรู เหตุผล : Q6)

แผนที่ ๕.๖ แนวทางทีค่ รูนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชจัดการเรยี นรู กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย แผนการจัดการเรยี นรู เรื่อง อานเสรมิ เพมิ่ ความรู กระตายนอ ยนารัก ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ เวลา ๑ ช่ัวโมง ครผู ูส อนนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาจัดกจิ กรรมการเรียนรู ดังนี้ ความรทู คี่ รูตองมกี อนสอน คณุ ธรรมของครูในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู ๑. หลักสตู รมาตรฐานตวั ชี้วัดและสาระแกนกลางตาม ๑. มคี วามรักและเมตตาศิษย หลักสูตรป ๒๕๕๑ ๒. มีความรบั ผดิ ชอบและตรงตอ เวลา ๒. มคี วามรเู ร่ืองอานจับใจความ ๓. มคี วามซ่อื สัตย ๔. มีวนิ ัยในตนเอง ปฏบิ ัตติ นเปนแบบอยางทดี่ ี ประเดน็ พอประมาณ มีเหตผุ ล มีภมู คิ ุม กันในตัวที่ดี เนอ้ื หา - วิเคราะหหลกั สูตร มาตรฐาน - ผูเรียนไดเ รยี นรอู ยางเขาใจ - ศกึ ษาหลักสตู ร มาตรฐาน และตัวชว้ี ดั และจดั เน้ือหาสาระให ตามลำดับงายไปยาก และบรรลุ ตวั ช้ีวดั จัดเรยี งลำดบั เน้อื หาจาก เหมาะสมกับวยั ของผเู รียน วตั ถุประสงค งายไปยาก เวลา - ใชเวลาในการจัดการเรียนการ - กำหนดเวลาเพ่ือใหผูเ รียนได - กำหนดขน้ั ตอน วางแผนการใช สอนตามกำหนด ปฏบิ ัติกจิ กรรมไดเ ตม็ ตาม เวลาในการทำงานและเผื่อเวลาไว ศักยภาพ รองรบั เหตกุ ารณท ่ีอาจ เปลี่ยนแปลง การจดั - ออกแบบการจัดการเรยี นรใู ห - ผเู รียนไดฝ กทักษะการสอ่ื สาร - ครูช้ีแจงข้ันตอนการทำกจิ กรรม กิจกรรม เหมาะสมกับผเู รียน การคดิ การวิเคราะห การ และใหคำแนะนำปรึกษา - กำหนดภาระงานใหมคี วาม แกป ญหาและการทางานรว มกบั เหมาะสมกบั เวลา ผอู ่ืน มวี นิ ัย มีความรับผดิ ชอบ สือ่ /อปุ กรณ - เลือกใชส ื่อ วสั ดุ ในการเรยี นการ - ใชส ่ือ วัสดุเพอื่ ใหผูเ รยี นมีความรู - จดั เตรยี มสอื่ อุปกรณใหสัมพนั ธ สอนที่มีความเหมาสมกับเนื้อหา ความเขาใจปฏิบัติกิจกรรมได กบั กิจกรรมและตรวจสอบสื่อให และวัยผเู รยี น บรรลุวตั ถปุ ระสงค พรอมใชงาน แหลงเรยี นรู - ใชแหลงเรยี นรทู ม่ี ีอยใู นโรงเรยี น - ผูเ รยี นไดเ รยี นรูตามสภาพจรงิ - จัดเตรยี มแหลง เรยี นรูสำรองไว และในทองถนิ่ (หองสมุด) กรณีท่ีแหลง เรียนรูน ั้นมีปญ หา ประเมินผล - ออกแบบวธิ กี ารวดั ประเมนิ ผล - เพื่อวดั และประเมนิ ผลไดตรง - วางแผนการวัดและประเมินผล ใหต รงมาตรฐานและตวั ชว้ี ัด ตามตัวชี้วดั ใหเปน ขั้นตอนอยา งชัดเจน - การประเมินผลมีความเหมาะสม - เพอื่ ใหผ ูเรยี นไดเ รียนรแู ละแสดง - มีเคร่ืองมือวัดผลและ กับเนือ้ หา วัยผเู รียนและเวลา ความสามารถเต็มตามศักยภาพ ประเมินผลเพียงพอกับจำนวน ผเู รยี น

แผนท่ี ๖.๖ ผลท่ีเกดิ ข้ึนกับผูเรยี นจากการจดั กจิ กรรมการเรียนรู กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู เรือ่ ง อานเสรมิ เพิม่ ความรู กระตายนอยนารัก ระดับชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๖.๑ ผเู รยี นจะไดฝ ก คิดและฝกปฏบิ ตั ิตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดงั น้ี ความรทู ี่นกั เรยี นตอ งมกี อนเรียน คุณธรรมของนักเรียนที่จะทำใหการเรยี นรูสำเรจ็ ๑. มคี วามรเู ร่อื งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ๑. มคี วามซอื่ สัตย ๒. มีความรแู ละความเขา ใจเก่ียวกับอานจับใจความ ๒. มคี วามใฝรู ใฝเรียน จากบทเรยี นกระตายไมตนื่ ตูม ๓. มีความรับผดิ ชอบ ตรงตอเวลา พอประมาณ มีเหตผุ ล มภี มู ิคุมกันในตัวท่ดี ี ๑. ฝกอา นเนอ้ื เรื่อง ๑. เพ่อื ใหนักเรียนไดเรียนรูบรรลุ ๑. ตรวจสอบความถกู ตองของการ ๒. ฝกตอบคำถามจากเร่ืองท่ีอา น ตามวัตถุประสงค มาตรฐาน จับใจความวา ตรงตามเน้อื หา ๓. ฝกสรุปขอ คิดท่ีไดจ ากการอา น ตัวชีว้ ดั หรือไม ๔. ฝกการคิดวางแผนใหเหมาะสมกับ ๒. เพือ่ ใหน กั เรยี นมีทักษะในการ ๒. มีทักษะกระบวนการคิดอยาง เวลาในการทำกิจกรรม สังเกต การดู การฟง อยา งมสี ติ รอบคอบกอนตดั สนิ ใจ ๓. เพอ่ื ใหนกั เรยี นสามารถ ๓. พูดแสดงความคิดเหน็ เลอื กใชว ิธกี ารจบั ใจความได วพิ ากยวจิ ารณผ ูอน่ื อยา งมเี หตผุ ล เหมาะสมถกู ตอง ๖.๒ ผูเรียนจะไดเรียนรูการใชชีวิตที่สมดุลและพรอมรับการเปลี่ยนแปลง ๔ มิติ ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ดงั นี้ ดาน สมดลุ และพรอมรบั การเปลยี่ นแปลงในดา นตา ง ๆ องคป ระกอบ วัตถุ สงั คม สง่ิ แวดลอม วฒั นธรรม ความรู - เลือกใชว สั ดทุ ่ี - มีการวางแผนการ - ใชว ัสดุ - มีความ ประหยดั ทำงานและแบง อุปกรณไดอยา ง รับผิดชอบตอ เหมาะสมกบั การ หนาที่รบั ผิดชอบ ถูกวธิ ี ตนเองและผูอนื่ จัดกจิ กรรม ทกั ษะ - ใชทกั ษะ - รบั ฟง ความคิดเห็น - ใชว ัสดุในการ - มีความเอ้ือเฟอ กระบวนการคิด ผอู ืน่ เกดิ ทักษะใน ฝก (ชดุ บตั รจับ แบง ปนความรู วิเคราะห และ การทำงานรว มกับ ประเด็น) และชวยเหลอื วางแผนการ ผูอืน่ -ตัวอยางจริง ผอู น่ื ดวยความ ทำงาน เต็มใจ

ดา น สมดลุ และพรอมรับการเปลยี่ นแปลงในดานตา ง ๆ องคป ระกอบ วตั ถุ สงั คม ส่ิงแวดลอม วฒั นธรรม คา นยิ ม - ตระหนกั ถึงผลที่ - มีความรับผิดชอบ - ใชวัสดอุ ยาง - การใชแหลง เกดิ จากการใช ตอการทำงานรวมกบั คุมคา และนำไป เรียนรูโดยใชภูมิ วสั ดุอุปกรณใน ผอู น่ื ประยุกตใ ชให ปญญาทองถิ่น การปฏิบตั งิ าน - ยอมรับความ เกดิ ประโยชนใ น คดิ เห็นซึง่ กันและกนั ดานอน่ื

แผนที่ ๗.๖ บนั ทึกผลการจดั การเรียนรู กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู เร่อื ง อานจบั ใจความบทเรียนกระตา ยไมตื่นตมู ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ เวลา ๑ ช่ัวโมง ๑. ผลการจัดการเรียนรู ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๒. ปญหา /อุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๓. แนวทางการแกไ ขปญหา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชอื่ ..................................................ผสู อน (นางสาวโศรญา มณี) ครผู ูชว ย โรงเรียนวัดทงุ หลอ ความคดิ เห็นผบู ริหาร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชอ่ื ................................................ผูตรวจ (นายอณชุ ณ สรุ พงศามาศ) ผูอำนวยการโรงเรียนวัดทุงหลอ

แบบประเมินแผนภาพความคดิ หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๓ เรื่อง กระตา ยไมต ื่นตมู (วรรณคดลี ำนำ) แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๖ เรื่อง อา นเสริม เพ่ิมความรู กระตา ยนอ ยนารกั คำช้แี จง ครูประเมนิ การเขียนแผนภาพความคดิ และใสค ะแนนในชองรายการประเมิน ท ๒.๑ ป.๓/๒ เลขท่ี ชื่อ-นามสกุล ๑. เ ีขยน ัหว ขอห ัลกและ ัหว ขอ ยอย รวม สรปุ ผลการ ๒. การเ ื่ชอมโยง ประเมิน ๓. ความคิดสรางสรรคในการเ ีขยน ๓ ๓ ๓ ๙ ผาน ไมผาน เกณฑระดับคุณภาพ ๘ – ๙ คะแนน ระดบั คุณภาพ ดี เกณฑก ารตัดสนิ ใจ ๖ – ๗ คะแนน ระดบั คุณภาพ พอใช ๓ – ๕ คะแนน ระดับคุณภาพ ปรับปรงุ ระดับพอใชข น้ึ ไป ผานเกณฑ ลงช่ือ........................................................................... (...................................................................) วันที่............เดือน.......................................พ.ศ. ..............

เกณฑก ารประเมินแผนภาพความคดิ รายการประเมิน ดี (๓) เกณณการใหค ะแนน ปรับปรุง (๑) ๑. เขียนหัวขอหลักและ ๑. ระบุหวั ขอ หลัก พอใช (๒) ๑. ระบหุ วั ขอหลกั หวั ขอ ยอ ย ๒. ระบุหัวขอ ยอ ยไดถ ูกตอ ง ๒.ระบหุ วั ขอยอยไม ครบถวนทง้ั หมดตามเน้ือหา ๑. ระบุหวั ขอหลัก ครบถวนขาดมากกวา ๒ บทเรียน ๒. ระบุหวั ขอยอยไม หัวขอยอ ย ครบถวนขาด ๑ หวั ขอ ยอ ย ๒. การเชอ่ื มโยง ๑. เนื้อหาหัวขอหลักและ ๑. เนื้อหาหัวขอหลักและ ๑. เนื้อหาหัวขอหลักและ หวั ขอยอยเชื่อมโยงกนั หวั ขอยอยเช่อื มโยงกนั หวั ขอ ยอยเช่ือมโยงกนั ๒. รายละเอียดที่ระบุใน ๒. รายละเอียดที่ระบุใน ๒. รายละเอียดที่ระบุใน หัวขอยอยสอดคลองกัน หัวขอยอยไมสอดคลอง ๑ หวั ขอยอยไมส อดคลอ ง ทง้ั หมด - ๒ รายการ ๓. ความคิดสรางสรรค สามารถเขียนผังความคิดได สามารถเขียนผังความคิด เขียนผังความคิดได แตไม ในการเขียนแผนภาพ ถูกตอง สวยงาม มีการวาด ไดถูกตอ ง สมบูรณค รบถว น ความคิด ภาพประกอบ

แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ เร่ือง กระตา ยไมตน่ื ตูม (วรรณคดลี ำนำ) แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๖ เรื่อง อา นเสรมิ เพม่ิ ความรู กระตายนอ ยนา รกั คำช้แี จง สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวางเรยี น แลวใหค ะแนนตามเกณฑก ารใหค ะแนน เลขท่ี ชื่อ - นามสกลุ ความรับ ิผดชอบตองาน ่ีทไดรับมอบหมาย รวม สรปุ ผลการ การ ชวยเห ืลอสมา ิชกภายในก ุลม ประเมนิ การ ีม สวนรวมในการวางแผนการทำงาน การรับ ฟงความคิดเ ็หนสมา ิชกในก ุลม ๓ ๓ ๓ ๓ ๑๒ ผา น ไมผา น เกณฑก ารใหค ะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอยางสม่ำเสมอ ๓ คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอยคร้ัง ๒ คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ๑ คะแนน เกณฑระดบั คุณภาพ ๑๐ – ๑๒ คะแนน ระดับคุณภาพ ดี ๗ – ๙ คะแนน ระดบั คุณภาพ พอใช ๔ – ๖ คะแนน ระดับคุณภาพ ปรบั ปรงุ เกณฑก ารตดั สินใจ ระดับพอใชข น้ึ ไป ผานเกณฑ ลงช่ือ........................................................................... (...................................................................) วนั ที่............เดือน.......................................พ.ศ. ..............

แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค หนว ยการเรียนรูท่ี ๓ เรื่อง กระตายไมต ่นื ตูม (วรรณคดีลำนำ) แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๖ เร่ือง อานเสริม เพ่ิมความรู กระตายนอยนา รกั คำชแี้ จง สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวางเรยี น แลวใหคะแนนทต่ี รงตามเกณฑก ารประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค เลขท่ี ช่อื - นามสกุล ีม ิวนัย รวม สรปุ ผลการ ใ ฝเรียนรู ประเมนิ ุมง ั่มนในการทำงาน ๓ ๓ ๓ ๙ ผา น ไมผา น เกณฑระดบั คณุ ภาพ ๗ – ๙ คะแนน ระดับคุณภาพ ดีเย่ยี ม เกณฑการตัดสนิ ใจ ๕ – ๖ คะแนน ระดับคุณภาพ ดี ๓ – ๔ คะแนน ระดับคุณภาพ ผาน ๐ – ๒ คะแนน ระดับคุณภาพ ไมผ า น ระดับพอใชขึ้นไป ผานเกณฑ ลงชอ่ื ............................................................................ (...................................................................) วันที่............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............

เกณฑก ารประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค คณุ ลกั ษณะอนั พึง เกณฑการใหค ะแนน ประสงค ดเี ยี่ยม (๓) ดี (๒) ผาน (๑) ไมผา น (๐) มวี นิ ยั ปฏิบัติตนตาม ปฏิบัติตนตาม ปฏิบัตติ นตาม ไมป ฏิบัตติ นตาม ใฝเรยี นรู ขอตกลงในระหวาง ขอตกลงในระหวาง ขอตกลงในระหวาง ขอตกลงในระหวาง มงุ มนั่ ในการทำงาน กิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมการเรียนรู กจิ กรรมการเรยี นรู ไดดี ได แตตองมีการ ตองมีการเตือนเปน เตอื นเปนบางคร้ัง สว นใหญ ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส ตัง้ ใจเรยี น เอาใจใส ต้งั ใจเรยี น ไมต ั้งใจเรยี น และมคี วามเพยี ร และมคี วามเพียร พยายามในการ พ ย า ย า ม ใ น ก า ร เรยี นและเขา รวม เรยี น กจิ กรรมการเรยี นรู ต้ังใจและ ต้งั ใจและ ตั้งใจปฏบิ ตั ิหนา ท่ีท่ี ไมต ้งั ใจปฏิบัติ รบั ผดิ ชอบในการ รับผดิ ชอบในการ ไดร บั มอบหมาย หนาทท่ี ีไ่ ดร ับ ปฏิบตั หิ นา ทที่ ่ี ปฏบิ ตั ิหนาทีท่ ่ี มอบหมาย ไดรับมอบหมาย ไดรับมอบหมาย ใหส ำเรจ็ มีการ ใหสำเรจ็ ปรับปรุงการ ทำงานใหดีขึ้น

แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ เรื่อง กระตา ยไมต นื่ ตมู (วรรณคดลี ำนำ) แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๖ เรื่อง อา นเสริม เพ่ิมความรู กระตายนอ ยนารัก คำช้แี จง สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวางเรียน แลวใหคะแนนท่ตี รงตามเกณฑการประเมินสมรรถนะ สำคัญของผูเรียน เลขที่ ชือ่ - นามสกุล ความสามารถในการ ่ืสอสาร รวม สรุปผลการ ความสามารถในการคิด ประเมนิ ความสามารถในการใ ช ัทกษะ ีช ิวต ๓ ๓ ๓ ๙ ผาน ไมผาน เกณฑระดบั คุณภาพ ๘ – ๙ คะแนน ระดบั คุณภาพ ดี เกณฑก ารตดั สนิ ใจ ๕ – ๗ คะแนน ระดบั คุณภาพ พอใช ๓ – ๔ คะแนน ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง ระดับพอใชขึน้ ไป ผา นเกณฑ ลงชื่อ............................................................................. (...................................................................) วนั ท่ี............เดือน.......................................พ.ศ. ..............

เกณฑก ารประเมินสมรรถนะสำคัญของผูเรยี น สมรรถนะสำคญั เกณฑก ารใหคะแนน ของผเู รียน ดี (๓) พอใช (๒) ปรบั ปรุง (๑) ความสามารถใน ๑. สามารถปฏิบตั ิตามคำ ๑. สามารถปฏบิ ตั ิตามคำ ๑. ไมสามารถปฏบิ ัตติ ามคำ การสอ่ื สาร ช้ีแจงท่ีระบใุ นใบงาน ได ชี้แจงท่รี ะบใุ นใบงาน โดย ชแี้ จงทรี่ ะบุในใบงาน ดว ยตนเอง ใหครหู รือสมาชกิ ภายใน เม่ือครหู รือสมาชิก ๒. สามารถปฏิบัติตาม กลมุ แนะนำซ้ำ ภายในกลมุ ไดให ขอตกลงทคี่ รูบอกใน ๒. สามารถปฏิบตั ิตาม คำแนะนำซำ้ ระหวางกจิ กรรมการ ขอ ตกลงในระหวา ง ๒. ไมส ามารถปฏิบตั ิตาม เรยี นรไู ดดี กจิ กรรมการเรยี นรู เมื่อ ขอตกลงในระหวา ง ๓. สามารถเขียนเช่ือมโยง ครพู ูดซ้ำ กจิ กรรมการเรยี นรู เม่ือ หวั ขอ หลกั และหัวขอ ยอย ๓. สามารถเขยี นเช่ือมโยง ครูพดู ซำ้ ได หวั ขอ หลกั และหวั ขอยอย ๓. ไมส ามารถเขียน เชือ่ มโยงหัวขอ หลกั และ ๔. สามารถพูดสื่อสารกบั โดยใหค รหู รือสมาชิก หัวขอยอย เมื่อครูหรือ สมาชิกภายในกลุมและครู ภายในกลมุ แนะนำซำ้ สมาชกิ ภายในกลุมไดให ไดดี ๔. สามารถพดู สื่อสารกับ สมาชกิ ภายในกลมุ และครู คำแนะนำซ้ำ แตม ีติดขัดหรอื เรยี บเรยี ง ๔. พูดสอ่ื สารกับสมาชิก ภายในกลุม และครู มี แลว สื่อสารไดไ มเขาใจ ติดขัดหรือเรียบเรียงแลว บางครง้ั สอ่ื สารไดไมเขาใจ บอ ยคร้งั ความสามารถใน สามารถวิเคราะหแยกแยะ สามารถวิเคราะหแยกแยะ ไ ม  ส า ม า ร ถ ว ิ เ ค ร า ะ ห การคิด หัวขอหลักหรือหัวขอยอย หัวขอหลักหรือหัวขอยอย แยกแยะหัวขอหลักหรือ รายละเอยี ดแตละหัวขอไดด ี รายละเอียดแตละหัวขอได หัวขอยอย รายละเอียดแต เมื่อครูหรือสมาชิกในกลุม ละหัวขอได เม่ือครูหรือ แนะนำซำ้ สมาชิกในกลมุ แนะนำซำ้ ความสามารถใน สามารถทำงานรว มกับสมาชิก สามารถทำงานรว มกับสมาชิก ไมส ามารถทำงานรว มกบั การใชทกั ษะชีวิต ในกลุมไดดี รับฟงความ ในกลุมได แตม ีบางครงั้ ที่ยัง สมาชิกในกลมุ ได คิดเหน็ ผอู ่นื ขาดการรับฟง ความคดิ เห็น ผูอื่น









แผนที่ ๒.๗ ผงั ภาพการออกแบบการเรียนรูแ บบยอ นกลบั (Backward Design) กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู เร่ือง การคดั ลายมอื ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๑. เปาหมายการเรียนรู สาระท่ี ๒ การเขียน มาตรฐานการเรียนรู ท.๑.๑ ใชกระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียน เรอื่ งราวในรปู แบบตา ง ๆ เขียนรายงานขอ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยา งมีประสิทธภิ าพ ตัวชวี้ ดั ท ๒.๑ ป.๓/๑ คดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทัด สาระสำคัญ การคดั ลายมอื เปน การฝกเขียนตัวอักษรไทยใหถูกตอ งตามหลักการเขยี นคำไทย จดุ ประสงคก ารเรียนรู ดา นความรู (K) ๑. บอกขอ ควรปฏบิ ตั ใิ นการคดั ลายมือได ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๒. คดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทดั ได ดานเจตคติ (A) ๓. เปนผมู ีความรบั ผดิ ชอบตอ ตนเอง สาระการเรียนรู - ขอควรปฏิบัติการคัดลายมือ - การคัดลายมอื ตัวบรรจงเตม็ บรรทดั สมรรถนะสำคญั ของผูเ รียน ๑. ความสามารถในการสือ่ สาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค ๑. มวี นิ ัย ๒. ใฝเ รยี นรู ๓. มงุ ม่นั การทำงาน

๒. หลกั ฐานการเรยี นรู ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบงาน เรอ่ื ง การคดั ลายมือ - แบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง การคัดลายมือ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู ๑. จุดประสงคก ารเรียนรู จดุ ประสงคก ารเรยี นรู วิธีการวัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก ารประเมิน ดา นความรู (K) ๑. ตอบคำถามจากเร่อื งทอ่ี านได ตรวจใบงาน ใบงาน เรื่อง กระตาย รอยละ ๗๐ ขึ้นไป ไมตน่ื ตมู ผานเกณฑ ดา นทักษะ/กระบวนการ (P) ตรวจใบกิจกรรม ใบกิจกรรม อานจับ เกณฑคุณภาพพอใชขึ้น ๒. สรปุ เน้อื หาและขอคิดจาก ใ จ ค ว า ม บ ท เ ร ี ย น ไปผา นเกณฑ กระตายไมต ่นื ตูม เร่อื งท่ีอา นได ดานเจตคติ (A) ๓.เปนผูมีความรับผิดชอบตอ สงั เกตการมสี ว นรว มใน แบบสังเกตพฤติกรรม เกณฑคุณภาพพอใชข้ึน ตนเองและกลมุ การทำงานกลมุ การทำงานกลุม ไปผา นเกณฑ ๒. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียนและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค ประเดน็ การประเมิน วิธกี ารวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑก ารประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น ๑. ความสามารถในการส่ือสาร สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมินสมรรถนะ ระดับพอใชขึ้นไป ๒. ความสามารถในการคิด สำคญั ของผูเรียน ผานเกณฑ ๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ๗. มีวินัย สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดบั พอใชขึ้นไป ๘. ใฝเ รยี นรู อนั พงึ ประสงค ผา นเกณฑ ๙. มงุ ม่นั การทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู รปู แบบกจิ กรรมการเรยี นรู Active Learning ๕ ขน้ั ตอน ข้ันที่ ๑ การเรยี นรตู ง้ั คำถาม (Learning to Question) ข้ันที่ ๒ การเรยี นรแู สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search) ขั้นที่ ๓ การเรยี นรเู พื่อสรา งองคความรู (Learning to Construct) ขัน้ ท่ี ๔ การเรยี นรเู พ่ือการส่ือสาร (Learning to Communicate) ขัน้ ที่ ๕ การเรยี นรเู พ่ือตอบแทนสงั คม (Learning to Service) สื่อและแหลงการเรียนรู ๑. หนังสือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ วรรณคดลี ำนำ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๒. แบบฝกหัด รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ติ ทกั ษะภาษา ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ ๓. แบบทดสอบหลงั เรียน เรอ่ื ง กระตา ยไมต นื่ ตูม ๔. ใบความรู เรือ่ ง การคัดลายมือ ๕. ใบงาน เรื่อง การคัดลายมือ ๖. ใบฝกหดั คัดลายมือ ๗. บัตรใชหรือไม ๘. บัตรแสดงความคิดเหน็ ๙. เกม กระจกวเิ ศษ ๑๐. วีดทิ ศั น เรื่อง เยาวชนคดั ลายมอื ไทยดีกรีชนะเลศิ ระดบั ประเทศ ท่มี า https://www.youtube.com/watch?v=Xaa9gwp01i4&t=1s ๑๒. วีดิทัศน เรอื่ ง ลูกเสอื สำรอง – นองทิวเทน ทีม่ า https://www.youtube.com/watch?v=4bIkp907Bb8 ๑๑. บัตรสะสมแตม

แผน ที่ ๓.๗ กิจกรรมการเรยี นรเู พ่อื เสริมสรางคุณลักษณะอยอู ยางพอเพยี ง กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู เรื่อง การคัดลายมือ ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓ เวลา ๑ ชั่วโมง กจิ กรรมการเรยี นรู รูปแบบกิจกรรมการเรยี นรู Active Learning ๕ ขนั้ ตอน ข้ันท่ี ๑ การเรยี นรตู ัง้ คำถาม (Learning to Question) ๑. ครูกลาวทักทาย และใหนักเรียนเลนเกม กระจกวิเศษ แบงกลุม จำนวน ๔ กลุม โดยใหนักเรียน ออกมาเขียนขอความตาง ๆ ครั้งละ ๔ คน โดยผูสอนแจกกระจกเงาและบัตรคำที่เขียนขอ ความตาง ๆ ที่สลับ ตัวอกั ษรซา ยเปนขวา ซึง่ ผเู ลน ท้งั ๔ คน แขงขนั การคัดขอ ความใหเ ปน ตัวอกั ษรทถ่ี ูกตอง ๒. ครูตง้ั คำถาม “ถาในอนาคตนกั เรียนฝก คดั ลายมือบอ ย ๆ ลายมอื จะสวยข้นึ หรอื ไม” (ความรูกอนเรยี น เหตผุ ล : Q1) ข้นั ท่ี ๒ การเรียนรแู สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search) ๓. ครูสาธติ การคดั ลายมือ โดยใชชื่อและนามสกุลของนักเรียน ทเี่ ปนหัวหนาหอง แลว สนทนารวมกัน ถึงวิธีการคัดลายมือ “ทำไมเราตองเขียนคัดลายมือภาษาไทยใหถูกตองตามหลักและวิธีการเขียน” (ความรู เหตผุ ล วฒั นธรรม : Q2) ๔. ครูแจกบัตรใชห รือไม กรณีทขี่ อ ความกลา วถูกตองเกี่ยวกบั วธิ กี ารปฏิบัติคดั ลายมือใหนักเรียนเขียน เครื่องหมาย หนาหมายเลขขอ และเมื่อวิธีการดังกลาวไมควรปฏิบัตใิ หนักเรียนเขียนเครื่องหมาย  หนา หมายเลขขอ โดยครูใชสื่อ PowerPoint ยกตัวอยางขอความ โดยกลุมที่ไดคะแนนมากที่สุด จะไดรับแตมบน บตั รสะสมแตม หมายเลข ๒๖ ๕. นำบัตรใชหรือไมส งคนื ครเู พื่อประเมินผล ขน้ั ท่ี ๓ การเรียนรเู พื่อสรา งองคความรู (Learning to Construct) ๖. ครูแจกใบความรู เรื่อง การคัดลายมือ หลังจากนั้นใหนักเรียนฝกคัดลายมือตามใบฝกหัด คัดลายมือ โดยนักเรียนรับชมวีดิทัศน เรื่อง ลูกเสือสำรอง – นองทิวเทน กอนทำการคัดลายมือ ท้ังนี้ครูอาจ เปด เพลงระหวา งคัดลายมือขนึ้ อยูกับดลุ ยพนิ จิ ครู ๗. นกั เรยี นทำใบงาน เร่อื ง การคัดลายมือ กำหนดเวลา ๑๐ นาที ๘. เมือ่ ครบเวลาที่กำหนด นักเรยี นนำใบงานสงคนื ครูเพ่ือประเมนิ ผล ข้นั ที่ ๔ การเรยี นรูเพือ่ การสื่อสาร (Learning to Communicate) ๙. นกั เรยี นรบั ชมวีดทิ ัศน เยาวชนคัดลายมือไทยดกี รชี นะเลศิ ระดบั ประเทศ ๑๐. หลังจากจบวีดิทัศน ครูใหนักเรียนแตละกลุม จับคูแลกเปลี่ยนเทคนิคการคัดลายมืออยางไรให สวยงาม ครูตงั้ คำถามนักเรยี นแตล ะกลมุ “นกั เรยี นมีเทคนคิ วธิ ีในการคัดลายมืออยางไรบา ง” (ความรู เหตุผล : Q3)

“นักเรียนคิดวาการคัดลายมือมีประโยชนตอนักเรียน และสามารถนำไปใชในชีวิตประจำวันได อยางไรบาง” (ความรู เหตุผล ภมู ิคมุ กนั : Q4) ขน้ั ที่ ๕ การเรียนรูเพือ่ ตอบแทนสังคม (Learning to Service) ๑๑. นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็น “ทำไมตองฝกคัดลายมือ” (ความรู เหตุผล : Q5) ลงในบตั รแสดงความคดิ เห็น แลว นำเสนอผลงานหนาชนั้ เรยี น ๑๒. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง กระตายไมตื่นตูม จำนวน ๑๐ ขอ โดยกากบาทเลือก คำตอบท่ีถูกตอ งทีส่ ดุ กำหนดเวลา ๑๐ นาที เม่ือครบเวลาทก่ี ำหนดสง คนื ครู ๑๓. ครูมอบหมายใหนักเรียนทำแบบฝกหัดที่ ๒ หนาที่ ๒๑ แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ เปน การบา นนำสง ในชวั่ โมงตอไป

แผนที่ ๔.๗ ชุดคำถามกระตนุ เพอ่ื ปลูกฝง หลักคดิ พอเพยี ง กลุม สาระการเรียนรู ภาษาไทย แผนการจดั การเรยี นรู เรอื่ ง การคัดลายมอื ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ เวลา ๑ ชั่วโมง คำถามกระตุนคดิ เพ่อื ปลกู ฝงหลกั คิดพอเพียงกอนเรยี น “ถาในอนาคตนักเรียนฝก คดั ลายมือบอย ๆ ลายมือจะสวยขนึ้ หรอื ไม” (ความรกู อนเรียน เหตผุ ล : Q1) คำถามกระตนุ คดิ เพื่อปลกู ฝงหลกั คิดพอเพียงระหวา งเรยี น “ทำไมเราตองเขยี นคดั ลายมือภาษาไทยใหถ ูกตองตามหลักและวธิ ีการเขยี น” (ความรู เหตผุ ล วฒั นธรรม : Q2) “นักเรียนมเี ทคนคิ วธิ ีในการคัดลายมอื อยา งไรบา ง” (ความรู เหตผุ ล : Q3) “นักเรยี นคิดวาการคดั ลายมอื มปี ระโยชนตอนกั เรยี น และสามารถนำไปใชใ นชวี ติ ประจำวันได อยางไรบาง” (ความรู เหตุผล ภมู ิคุม กัน : Q4) คำถามกระตุนคิดเพ่ือปลกู ฝงหลักคิดพอเพียงหลงั เรียน นักเรยี นเขยี นแสดงความคดิ เหน็ “ทำไมตองฝกคดั ลายมือ” (ความรู เหตุผล : Q5)

แผนที่ ๕.๗ แนวทางทีค่ รูนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชจ ัดการเรยี นรู กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย แผนการจดั การเรยี นรู เรือ่ ง การคัดลายมอื ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓ เวลา ๑ ช่วั โมง ครูผูสอนนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาจัดกจิ กรรมการเรยี นรู ดังน้ี ความรทู ่ีครตู อ งมกี อนสอน คณุ ธรรมของครใู นการจดั กิจกรรมการเรียนรู ๑. หลักสตู รมาตรฐานตัวชี้วัดและสาระแกนกลางตาม ๑. มีความรกั และเมตตาศิษย หลักสูตรป ๒๕๕๑ ๒. มีความรับผดิ ชอบและตรงตอ เวลา ๒. มคี วามรูเรือ่ งการเขยี นคัดลายมือใหถูกตอง ๓. มคี วามซอื่ สตั ย ๔. มวี ินัยในตนเอง ปฏิบัติตนเปน แบบอยา งทด่ี ี ประเดน็ พอประมาณ มเี หตผุ ล มีภมู ิคุมกันในตวั ทีด่ ี เนอื้ หา - วิเคราะหห ลักสูตร มาตรฐาน - ผเู รียนไดเ รยี นรอู ยา งเขาใจ - ศกึ ษาหลักสูตร มาตรฐาน และตวั ช้ีวัดและจัดเนอ้ื หาสาระให ตามลำดบั งายไปยาก และบรรลุ ตวั ช้ีวัด จัดเรียงลำดับเนอื้ หาจาก เหมาะสมกับวัยของผูเ รียน วัตถปุ ระสงค งา ยไปยาก เวลา - ใชเวลาในการจัดการเรยี นการ - กำหนดเวลาเพอื่ ใหผ เู รยี นได - กำหนดขั้นตอน วางแผนการใช สอนตามกำหนด ปฏบิ ัติกิจกรรมไดเตม็ ตาม เวลาในการทำงานและเผือ่ เวลาไว ศกั ยภาพ รองรบั เหตกุ ารณที่อาจ เปลย่ี นแปลง การจัด - ออกแบบการจัดการเรียนรใู ห - ผูเ รียนไดฝ กทักษะการสือ่ สาร - ครชู ีแ้ จงขั้นตอนการทำกิจกรรม กิจกรรม เหมาะสมกับผูเ รยี น การคิด การวเิ คราะห การ และใหค ำแนะนำปรกึ ษา - กำหนดภาระงานใหมีความ แกป ญ หาและการทางานรวมกับ เหมาะสมกบั เวลา ผูอ่ืน มีวินยั มคี วามรับผดิ ชอบ สอ่ื /อุปกรณ - เลือกใชส ่อื วสั ดุ ในการเรยี นการ - ใชสอ่ื วัสดุเพ่อื ใหผ ูเรยี นมีความรู - จัดเตรยี มส่ือ อปุ กรณใหส ัมพนั ธ สอนท่ีมคี วามเหมาสมกับเน้ือหา ความเขาใจปฏิบัติกิจกรรมได กบั กิจกรรมและตรวจสอบสื่อให และวัยผเู รยี น บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค พรอ มใชงาน แหลงเรยี นรู - ใชแหลง เรียนรทู ่ีมอี ยใู นโรงเรยี น - ผูเรยี นไดเรียนรูต ามสภาพจริง - จัดเตรียมแหลง เรียนรูสำรองไว และในทองถ่นิ (หองสมุด) กรณีท่แี หลงเรียนรนู น้ั มปี ญ หา ประเมินผล - ออกแบบวธิ กี ารวดั ประเมินผล - เพอ่ื วัดและประเมนิ ผลไดตรง - วางแผนการวดั และประเมนิ ผล ใหตรงมาตรฐานและตัวช้วี ัด ตามตัวชีว้ ดั ใหเปนขน้ั ตอนอยางชัดเจน - การประเมนิ ผลมีความเหมาะสม - เพื่อใหผ เู รยี นไดเรียนรแู ละแสดง - มีเครือ่ งมือวัดผลและ กับเนอื้ หา วยั ผูเรยี นและเวลา ความสามารถเต็มตามศกั ยภาพ ประเมนิ ผลเพยี งพอกับจำนวน ผเู รยี น

แผน ที่ ๖.๗ ผลทีเ่ กิดขนึ้ กับผเู รียนจากการจัดกิจกรรมการเรยี นรู กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย แผนการจัดการเรยี นรู เรอื่ ง การคดั ลายมือ ระดับชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๖.๑ ผูเ รยี นจะไดฝ กคดิ และฝกปฏบิ ัตติ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดงั นี้ ความรูทน่ี ักเรยี นตอ งมีกอนเรียน คุณธรรมของนักเรียนที่จะทำใหการเรียนรูส ำเร็จ ๑. มีความรูเ รอื่ งหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑. มีความซอื่ สัตย ๒. มีความรูและความเขาใจเกี่ยวกับอา นจบั ใจความ ๒. มคี วามใฝรู ใฝเ รียน จากบทเรียนกระตายไมต ่นื ตูม ๓. มีความรับผดิ ชอบ ตรงตอเวลา พอประมาณ มีเหตุผล มภี ูมิคมุ กนั ในตวั ทด่ี ี ๑. ฝก อานจับใจความ ๑. เพอื่ ใหน กั เรียนไดเรียนรบู รรลุ ๑. ตรวจสอบความถกู ตองของการ ๒. ฝกสังเกตและจบั ประเดน็ การอา น ตามวตั ถุประสงค มาตรฐาน จบั ใจความวาตรงตามเน้ือหา จับใจความ ตัวชี้วัด หรือไม ๓. ฝกสรปุ ขอคิดที่ไดจ ากการอาน ๒. เพ่ือใหน กั เรยี นมีทกั ษะในการ ๒. มีทักษะกระบวนการคิดอยาง ๔. ฝก การคิดวางแผนใหเ หมาะสมกับ สงั เกต การดู การฟงอยางมสี ติ รอบคอบกอนตดั สนิ ใจ เวลาในการทำกจิ กรรม ๓. เพอื่ ใหนักเรยี นสามารถ ๓. พดู แสดงความคิดเห็น เลือกใชว ิธกี ารจับใจความได วพิ ากยว จิ ารณผูอนื่ อยา งมเี หตุผล เหมาะสมถกู ตอง ๖.๒ ผูเรียนจะไดเรียนรูการใชชีวิตที่สมดุลและพรอมรับการเปลี่ยนแปลง ๔ มิติ ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง ดังน้ี ดาน สมดลุ และพรอมรับการเปลยี่ นแปลงในดา นตา ง ๆ องคประกอบ วตั ถุ สงั คม สงิ่ แวดลอม วฒั นธรรม ความรู - เลอื กใชว ัสดทุ ี่ - มีการวางแผนการ - ใชวัสดุ - มคี วาม ประหยัด ทำงานและแบง อุปกรณไดอยาง รบั ผดิ ชอบตอ เหมาะสมกับการ หนา ท่ีรบั ผิดชอบ ถูกวิธี ตนเองและผอู ่ืน จดั กจิ กรรม ทกั ษะ - ใชท กั ษะ - รบั ฟงความคดิ เหน็ - ใชวสั ดใุ นการ - มีความเอ้ือเฟอ กระบวนการคดิ ผูอน่ื เกิดทักษะใน ฝก (ชดุ บัตรจับ แบงปนความรู วเิ คราะห และ การทำงานรวมกับ ประเดน็ ) และชวยเหลือ วางแผนการ ผูอ่ืน -ตวั อยางจริง ผูอื่นดว ยความ ทำงาน เต็มใจ

ดา น สมดลุ และพรอมรับการเปลยี่ นแปลงในดานตา ง ๆ องคป ระกอบ วตั ถุ สงั คม ส่ิงแวดลอม วฒั นธรรม คา นยิ ม - ตระหนกั ถึงผลที่ - มีความรับผิดชอบ - ใชวัสดอุ ยาง - การใชแหลง เกดิ จากการใช ตอการทำงานรวมกบั คุมคา และนำไป เรียนรูโดยใชภูมิ วสั ดุอุปกรณใน ผอู น่ื ประยุกตใ ชให ปญญาทองถิ่น การปฏิบตั งิ าน - ยอมรับความ เกดิ ประโยชนใ น คดิ เห็นซึง่ กันและกนั ดานอน่ื

แผนที่ ๗.๗ บนั ทึกผลการจดั การเรียนรู กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู เร่อื ง อานจบั ใจความบทเรียนกระตา ยไมตื่นตมู ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ เวลา ๑ ช่ัวโมง ๑. ผลการจัดการเรียนรู ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๒. ปญหา /อุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๓. แนวทางการแกไ ขปญหา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชอื่ ..................................................ผสู อน (นางสาวโศรญา มณี) ครผู ูชว ย โรงเรียนวัดทงุ หลอ ความคดิ เห็นผบู ริหาร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชอ่ื ................................................ผูตรวจ (นายอณชุ ณ สรุ พงศามาศ) ผูอำนวยการโรงเรียนวัดทุงหลอ

แบบประเมนิ การคัดลายมือ หนว ยการเรียนรทู ่ี ๓ เรอื่ ง กระตา ยไมต น่ื ตูม (วรรณคดลี ำนำ) แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๗ การคัดลายมอื คำชี้แจง ครปู ระเมนิ การคดั ลายมือ แลวใหคะแนนลงในชองรายการประเมิน เลขที่ ชื่อ-นามสกุล ๑. ความถูกตองสวยงาม รวม สรุปผลการ ๒. ความสะอาดเรียบรอย ประเมนิ ๓. การตรงตอเวลา ๓ ๓ ๓ ๙ ผาน ไมผ าน เกณฑร ะดับคุณภาพ ๘ – ๙ คะแนน ระดบั คุณภาพ ดี เกณฑก ารตดั สินใจ ๕ – ๗ คะแนน ระดบั คุณภาพ พอใช ๓ – ๔ คะแนน ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ระดบั พอใชขนึ้ ไป ผานเกณฑ ลงชอ่ื ........................................................................... (...................................................................) วนั ท่ี............เดือน.......................................พ.ศ. ..............

เกณฑก ารประเมนิ การคัดลายมือ เกณณการใหคะแนน รายการประเมนิ ดี (๓) พอใช (๒) ปรบั ปรงุ (๑) ๑. ความถูกตอ ง สวยงาม คดั ลายมือเหมือนแบบรูปรา ง คัดลายมือไมเหมือนรูปแบบ ค ั ด ล า ย ม ื อ ไ ม  เ ห ม ือน ๒. ความสะอาด ตวั อักษร ตามแบบแผนของ ตัวอักษรตามแบบแผนของ รูปแบบตัวอักษรตามแบบ เรียบรอ ย ๓. การตรงตอเวลา กระทรวงศึกษาธิการ ขนาด กระทรวง ขนาดตัวอักษรท้ัง แผนของกระทรวง ขนาด ตัวอกั ษรทงั้ ความสงู และความ ความสูงและความกวางไม ตัวอักษรทั้งความสูงและ กวางสมสว น คณุ ภาพของเสน สมสวน หรือคุณภาพของ ความกวางไมสมสวน หรือ มีความสมำ่ เสมอ เสนไมสม่ำเสมอ ไมเกิน ๒ ค ุ ณ ภ า พ ข อ ง เ ส  น ไ ม ตำแหนง สม่ำเสมอ มากกวา ๒ ตำแหนง ไมมรี อยขูด ลบ ขีด ฆา มีรอยขูด ลบ ขีด ฆาไมเกิน มีรอยขูด ล บ ขีด ฆา ๒ ตำแหนง มากกวา ๒ ตำแหนง ทำงานเสรจ็ ทนั และสง งานตรง ทำงานเสร็จและสงงานเกิน ทำงานไมเสร็จภายใน ตามเวลาท่กี ำหนด เวลาที่กำหนด มากกวา ๕ ชวั่ โมงเรยี น นาที

แบบประเมนิ บตั รแสดงความคิดเหน็ หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๓ เรอื่ ง กระตา ยไมต ่ืนตูม (วรรณคดีลำนำ) แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๗ การคดั ลายมือ คำช้แี จง ครูประเมนิ การเขียนแสดงความคดิ เห็นที่มีตอการฝก คัดลายมือ แลวใหคะแนนลงในชองรายการ ประเมิน เลขท่ี ช่ือ-นามสกุล ๑. การเ ีขยนแสดงความคิดเ ็หน รวม สรุปผลการ ๒. ความสะอาดเรียบรอย ประเมนิ ๓. การตรงตอเวลา ๓ ๓ ๓ ๙ ผาน ไมผ าน เกณฑร ะดับคุณภาพ ๘ – ๙ คะแนน ระดับคุณภาพ ดี เกณฑก ารตัดสินใจ ๕ – ๗ คะแนน ระดับคุณภาพ พอใช ๓ - ๔ คะแนน ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ ระดบั พอใชขึน้ ไป ผานเกณฑ ลงชอ่ื ........................................................................... (...................................................................) วนั ท.่ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

เกณฑการประเมินการแสดงความคดิ เห็น เกณณก ารใหค ะแนน รายการประเมนิ ดี (๓) พอใช (๒) ปรบั ปรงุ (๑) ๑. การเขยี นแสดง ความคดิ เหน็ เขียนแสดงความคิดเหน็ ในเชงิ เขียนแสดงความคิดเห็น แต เขียนแสดงความคิดเห็นไม ๒. ความสะอาด บวกและสัมพันธกับหัวขอ ไมส อดคล องกับหัวขอ ตรงกบั หัวขอ คำถาม เรียบรอ ย ๓. การสะกดคำ ค ำ ถ า ม เ ช  น ก า ร บ อ ก คำถาม ประโยชนของการคัดลายมือ การสืบสานภาษาไทย การ อ น ุ ร ั ก ษ  ภ า ษ า ป ร ะ จ ำ ช า ติ ลายมือสวย อา นงา ย เปน ตน ไมม ีรอยขดู ลบ ขดี ฆา มีรอยขูด ลบ ขีด ฆาไมเกิน มีรอยขูด ล บ ขีด ฆา ๒ ตำแหนง มากกวา ๒ ตำแหนง เขียนสะกดคำถกู ตองทั้งหมด เขียนสะกดคำไมถูกตอง เขียนสะกดคำไมถูกตอง จำนวน ๑ - ๒ คำ มากกวา ๒ คำ

แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๓ เรอ่ื ง กระตายไมต่นื ตูม (วรรณคดลี ำนำ) แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๗ การคัดลายมอื คำช้แี จง สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวางเรียน แลว ใหคะแนนทต่ี ามเกณฑการประเมนิ คุณลกั ษณะ อนั พึงประสงค เลขท่ี ชื่อ - นามสกลุ ีม ิวนัย รวม สรปุ ผลการ ใ ฝเรียนรู ประเมนิ ุมง ั่มนในการทำงาน ๓ ๓ ๓ ๙ ผาน ไมผา น เกณฑระดับคณุ ภาพ ๗ – ๙ คะแนน ระดบั คุณภาพ ดีเยีย่ ม เกณฑการตดั สนิ ใจ ๕ – ๖ คะแนน ระดับคุณภาพ ดี ๓ – ๔ คะแนน ระดับคุณภาพ ผาน ๐ – ๒ คะแนน ระดับคุณภาพ ไมผา น ระดับพอใชข ้นึ ไป ผานเกณฑ ลงชอ่ื ............................................................................ (...................................................................) วันที.่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ. ..............

เกณฑการประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค คุณลกั ษณะอันพึง เกณฑการใหคะแนน ประสงค ดเี ยี่ยม (๓) ดี (๒) ผาน (๑) ไมผ าน (๐) มวี นิ ัย ปฏบิ ัติตนตาม ปฏบิ ัติตนตาม ปฏิบัติตนตาม ไมป ฏิบัตติ นตาม ใฝเ รียนรู ขอตกลงในระหวาง ขอตกลงในระหวาง ขอตกลงในระหวาง ขอ ตกลงในระหวาง มงุ ม่นั ในการทำงาน กิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมการเรยี นรู ไดด ี ได แตตองมีการ ตองมีการเตือนเปน เตือนเปนบางคร้ัง สว นใหญ ตั้งใจเรียน เอาใจใส ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส ตง้ั ใจเรียน ไมต ้ังใจเรียน และมคี วามเพียร และมคี วามเพียร พยายามในการ พ ย า ย า ม ใ น ก า ร เรียนและเขา รวม เรียน กิจกรรมการเรยี นรู ตง้ั ใจและ ตง้ั ใจและ ตง้ั ใจปฏิบตั ิหนาทีท่ ่ี ไมต ้งั ใจปฏบิ ัติ รบั ผดิ ชอบในการ รบั ผดิ ชอบในการ ไดร บั มอบหมาย หนา ทีท่ ่ีไดร ับ ปฏบิ ตั หิ นา ทที่ ี่ ปฏบิ ตั ิหนาทีท่ ่ี มอบหมาย ไดร ับมอบหมาย ไดร ับมอบหมาย ใหส ำเรจ็ มีการ ใหส ำเรจ็ ปรบั ปรุงการ ทำงานใหดีขนึ้

แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน หนวยการเรยี นรทู ี่ ๓ เรือ่ ง กระตายไมตืน่ ตูม (วรรณคดีลำนำ) แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๗ การคัดลายมอื คำช้ีแจง สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวางเรียน แลว ใหคะแนนตามเกณฑการประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน เลขท่ี ช่ือ - นามสกลุ ความสามารถในการ ่ืสอสาร รวม สรุปผลการ ความสามารถในการคิด ประเมนิ ความสามารถในการใ ช ัทกษะ ีช ิวต ๓ ๓ ๓ ๙ ผาน ไมผ า น เกณฑร ะดับคุณภาพ ๘ – ๙ คะแนน ระดบั คุณภาพ ดี เกณฑก ารตดั สนิ ใจ ๕ – ๗ คะแนน ระดับคุณภาพ พอใช ๓ – ๔ คะแนน ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง ระดับพอใชข ึ้นไป ผา นเกณฑ ลงชื่อ............................................................................ (...................................................................) วันท.ี่ ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook