Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ilovepdf_merged

ilovepdf_merged

Published by pawnin.chaiyabat, 2021-01-19 07:52:57

Description: ilovepdf_merged

Search

Read the Text Version

Digital Agency กัับการตอบสนอง ความกลััว ความฝัั น ความหวััง ที่่�เกิิดจากโครงสร้้างสัั งคม 100

มุุมมองหรืือทััศนคติิของชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ในประเทศไทยในแง่่มุุมของความกลััว ความฝััน และความหวััง ส่่วนหนึ่่�งเกิิดขึ้้�นจากประสบการณ์์ที่่�ชาวดิิจิิทััลไทยได้้พบเห็็น หรืือเผชิิญด้้วยตนเอง และอีีกส่่วนหนึ่่�งนั้้�นเป็็นความกลััว ความฝััน และความหวััง ที่่�เกิิดจากอิิทธิิพลและเงื่�อนไขทางเศรษฐกิิจ สัังคม วััฒนธรรม การเมืือง และการ เปลี่่�ยนแปลงทางเทคโนโลยีีการสื่่�อสาร มากไปกว่่านั้้�น การแสดงออกถึึงความกลััว ความฝััน และความหวัังของชาวดิิจิิทััลไทย ยัังได้้รัับอิิทธิิพลจากความเชื่�อหรืือค่่านิิยม เรื่�องใดเรื่�องหนึ่่�ง อัันมีีที่่�มาจากประสบการณ์์ของสมาชิิกกลุ่�มใดกลุ่�มหนึ่่�งในสัังคมที่่�ถููก ถ่า่ ยทอดและส่ง่ ต่อ่ กันั มาจนกลายเป็น็ บรรทัดั ฐานหรือื แบบแผนการปฏิบิ ัตั ิใิ ห้แ้ ก่ส่ มาชิกิ คนอื่่น� ๆ ด้ว้ ยเงื่อ� นไขเชิงิ โครงสร้า้ งและปัจั จัยั ทางด้า้ นความเชื่อ� ค่า่ นิยิ ม และบรรทัดั ฐาน ในสังั คม ทำำ�ให้เ้ กิดิ แนวความคิดิ และพฤติิกรรมในการตอบสนองต่อ่ ความฝัันและความ คาดหวังั รวมถึงึ แนวทางในการลดทอนหรือื หลีีกเลี่ย� งความน่า่ กลัวั จากสิ่ง� ที่่ไ� ม่พ่ ึงึ ประสงค์์ Hage (2003, p. 24) อธิิบายว่่า “ความหวััง” เป็็นสิ่่�งที่่�เกิิดขึ้้�นควบคู่�ไปกัับ “ความกลััว” การเกิิดขึ้้�นของทั้้�งสองสามารถเป็็นไปได้้ในสองลัักษณะคืือ มนุุษย์์เกิิด ความกลััวเมื่�อไม่่รู้้�สึึกมีีความหวััง และในแบบที่่�สองคืือ แม้้ว่่ามีีความกลััวแต่่ก็็ยัังมีี ความหวัังอยู่่�ด้้วย กระบวนการประกอบสร้้างความหวัังและความกลััวนัับว่่าเป็็นการ ผสมผสานกัันจากความรู้�้ สึึกภายในของมนุุษย์์ที่่�ปะทะกัันระหว่่างความรู้�้ สึึกด้้านลบคืือ ความกลััว และความรู้�้ สึึกด้้านบวกคืือความหวััง ในขณะที่่� Cook (2018, p. 8) อธิบิ าย เพิ่่�มเติิมว่่า การเกิิดความหวัังในลัักษณะที่่�ยัังมีีความกลััวในด้้านหนึ่่�งคืือความพยายาม ที่่�จะต่่อสู้�้ กัับความไม่่แน่่นอนด้้วยการสร้้างเป้้าหมายและทำำ�ให้้อนาคตของปััจเจกนั้้�น มีีความหมาย นอกจากนั้้�น “ความเสี่�ยง” คืือส่่วนประกอบสำำ�คััญที่่�เกี่�ยวข้้องกัับความกลััว ความฝันั และความหวังั โดยตรง เนื่่อ� งจากความเสี่ย� งคือื การคิดิ อย่า่ งมีีเหตุผุ ลของมนุษุ ย์์ ว่่าสิ่ง� ใดควรทำำ�หรืือไม่่ โดยมนุุษย์์จะมีีการคาดการณ์ไ์ ปถึึงผลที่่จ� ะเกิิดขึ้้น� ในอนาคตและ คำ�ำ นวณถึงึ ความคุ้�มค่่าก่่อนที่่จ� ะตัดั สินิ ใจ ทั้้ง� นี้�้ Cook (2018, p. 2) ได้น้ ำำ�เสนอประเด็น็ สำ�ำ คััญคืือ ความหวััง มีีบทบาทสำ�ำ คััญในการบริิหารจััดการความเสี่�ยงต่่ออนาคต และ เป็น็ สิ่่ง� ที่่ผ� ู้ค้� นใช้ต้ ่อ่ สู้้�กับั ความรู้้�สึกึ หวาดกลัวั หรือื สิ้น� หวังั ต่อ่ ปัจั จุบุ ันั ด้ว้ ยเหตุนุ ี้�้ ความหวังั 101

จึึงเกิิดขึ้้�นเมื่ �อมนุุษย์์มีีการคิิดคำำ�นวณเกี่�ยวกัับความเสี่�ยง มากไปกว่่านั้้�น การคำำ�นึึงถึึง ความคาดหวังั และการคำ�ำ นวณสิ่ง� ที่่จ� ะเกิดิ ขึ้้น� ในอนาคตสามารถพัฒั นาเพื่่อ� ให้ค้ รอบคลุมุ เฉพาะระดัับปััจเจกหรืือไปสู่่�ระดัับประเทศ โดยที่่�มโนทััศน์์เกี่�ยวกัับอนาคตอาจมีี ความแตกต่่างกัันไปในแต่่ละวััฒนธรรม ช่่วงเวลาทางประวััติิศาสตร์์ สัังคม และ ยุคุ สมัยั (Generation) จากการวิิเคราะห์์ข้้อมููลสััมภาษณ์์เจาะลึึกของชาวดิิจิิทััลทั้้�งในพื้้�นที่่�กรุุงเทพ- มหานคร เชีียงใหม่่ และนครพนม จะเห็็นได้้ว่่า การประกอบสร้้างความกลัวั ความฝััน และความหวังั มีีความเชื่�อมโยงสััมพันั ธ์ก์ ัันและถููกกำ�ำ กัับโดยกลไกทางสัังคม ความกลัวั นำำ�ไปสู่่�การสร้้างความฝัันและตั้�งความหวััง ทั้้�งนี้�้ ทััศนคติิ คุุณลัักษณะ และอััตลัักษณ์์ ของชาวดิจิ ิทิ ัลั ไทย มีีการปรับั ตัวั และเปลี่่ย� นแปลงไปตามโครงสร้า้ ง ทางสังั คม การเมือื ง และเศรษฐกิิจที่่�มีีอยู่�ดั้�งเดิิมและในสภาพการณ์์และบริิบทที่่�เปลี่่�ยนแปลงไป ดัังนั้้�น การเข้้าใจความรู้�้ สึึกและประสบการณ์์ที่่�เกี่�ยวกัับความกลััว ความฝััน และความหวััง จึึงสะท้้อนมุุมมอง ทััศนคติิ ค่่านิิยม และพฤติิกรรม ที่่�สะท้้อนค่่านิิยมและคุุณธรรม ในรููปแบบดั้�งเดิมิ และสะท้้อนค่า่ นิิยมและคุุณธรรมที่่อ� ุุบัตั ิิขึ้�นใหม่ใ่ นสัังคมไทย การศึึกษาครั้�งนี้�้ต้้องการศึึกษาและทำ�ำ ความเข้้าใจทััศนคติิของชาวดิิจิิทััลไทย ตอนต้้นซึ่�่งอยู่�ในวััยนัักเรีียนระดัับชั้�นมััธยมศึึกษาตอนต้้น (13-15 ปีี) ตอนกลางซึ่�่งอยู่� ในระดับั ชั้น� มััธยมศึึกษาตอนปลาย (16-18 ปี)ี และตอนปลายซึ่ง�่ อยู่�ในระดับั อุดุ มศึกึ ษา (19-23 ปี)ี ในประเด็น็ ที่่�เกี่ย� วข้อ้ งกัับความกลัวั ความฝันั และความหวังั โดยต้้องการ หาคำ�ำ ตอบว่่าชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่�นใหม่่ทั้้�งสามกลุ่�มอายุุมีีมุุมมองต่่ออนาคตอย่่างไร และ ปััจจััยเชิิงโครงสร้้าง อัันได้้แก่่ สัังคม เศรษฐกิิจ การเมืือง หลัักความเชื่�อทางศาสนา ค่่านิิยม และหลัักคุุณธรรม มีีอิิทธิิพลอย่่างไรต่่อทััศนคติิในการวิิเคราะห์์และคำ�ำ นวณ ความเสี่�ยงในอนาคต รวมถึึงปััจจััยทางเทคโนโลยีีช่่วยให้้ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ได้้นำำ�มา ประยุกุ ต์ใ์ ช้เ้ พื่่อ� นำ�ำ มารับั มือื กับั ความกลัวั จากความเสี่ย� งในปัจั จุบุ ันั หรือื ในอนาคตอย่า่ งไร การศึกึ ษาในส่ว่ นนี้ไ้� ด้ใ้ ช้ก้ รอบแนวคิดิ เกี่ย� วกับั โครงสร้า้ ง (Structure) และผู้ก้� ระทำ�ำ (Agency) ซึ่ง�่ พัฒั นาโดย Anthony Giddens (1971, 1979) เพื่่อ� นำำ�มาวิิเคราะห์์และ 102

ทำ�ำ ความเข้า้ ใจชาวดิิจิทิ ัลั ไทยรุ่่�นใหม่ใ่ นฐานะที่่เ� ป็น็ “ผู้ก�้ ระทำำ�การดิิจิทิ ัลั ” หรือื “Digital Agency” ที่่�สามารถตอบสนองต่่อความรู้�้ สึึกกลััวจากการเผชิิญกัับภาวะเสี่�ยงภััยหรืือ ความไม่่มั่ �นคงโดยอาศััยองค์์ความรู้้�ทางเทคโนโลยีีที่่�ทัันสมััยเป็็นเครื่ �องมืือในการเข้้าถึึง ทรัพั ยากร ความกลัวั ความฝันั และความหวัังที่่ถ� ููกกำ�ำ หนดโดยโครงสร้า้ งสัังคม หนึ่่�งในข้้อค้้นพบสำำ�คััญจากการศึึกษาครั้�งนี้�้คืือ เงื่�อนไขในด้้านศาสนาอาจไม่่ได้้มีี ความเชื่ �อมโยงโดยตรงในการประกอบสร้้างคุุณลัักษณะและอััตลัักษณ์์ของชาวดิิจิิทััล ตััวอย่่างเช่่น ไม่่พบว่่าชาวดิิจิิทััลมีีการแสดงออกถึึงความกลััว ความฝััน และความหวััง ที่่ม� ีีความสัมั พันั ธ์ก์ ับั ความเชื่อ� แนวคิดิ หรือื พิธิ ีีกรรมทางศาสนา กล่า่ วคือื พวกเขาไม่ไ่ ด้ม้ ีี ความหวัังหรืือความฝัันที่่�เกี่�ยวข้้องกัับศาสนา และแม้้ว่่าชาวดิิจิิทััลจะมีีความกลััวตาย และกลัวั ความเจ็บ็ ป่ว่ ย ชาวดิจิ ิทิ ัลั ไทยไม่ไ่ ด้ม้ องว่า่ หลักั ธรรมคำำ�สอนทางศาสนาจะมาช่ว่ ย แบ่ง่ เบาหรืือทำำ�ให้ค้ วามรู้�้ สึกึ กลััวนั้้น� หายไป อนึ่่ง� ข้้อมููลสัมั ภาษณ์เ์ จาะลึกึ ของประชากร ชาวดิิจิิทััลไทยในสามพื้้�นที่่�การวิิจััย พบว่่าคุุณธรรมพื้้�นฐานสำำ�คััญที่่�พััฒนามาจาก หลัักธรรมคำ�ำ สอนในศาสนาพุุทธเรื่�อง “ความกตััญญูู” ได้้รัับการยอมรัับและกล่่าวถึึง ในการอธิิบายถึึงความกลััว ความฝันั และความหวัังมากที่่ส� ุุด “ความกลััว” “ความฝันั ” และ “ความหวััง” ที่่เ� ชื่่อ� มโยงกับั “ความกตัญั ญูู” ความกตััญญูู หมายถึึงการตระหนัักถึึงความดีีหรืือประโยชน์์ที่่�ผู้้�อื่�นมาปฏิิบััติิต่่อ เราอยู่�เสมอและตอบแทนเมื่ �อมีีโอกาส การตอบแทนดัังกล่่าวอาจจะเป็็นไปได้้ทั้้�งการ ให้้เกีียรติิและให้ค้ วามเคารพ สร้า้ งความสุขุ หรือื ความสบายใจให้ผ้ ู้้�มีพระคุุณ รวมไปถึึง การช่่วยเหลืือหรืือเลี้�้ยงดููเมื่�อผู้้�มีีพระคุุณตกทุุกข์์ได้้ยากหรืือยามแก่่ชรา ซึ่่�งตามหลััก ความเชื่�อทางพุุทธศาสนาอธิิบายว่่า ความกตััญญููจะนำ�ำ มาซึ่่�งความรุ่�งเรืืองและสิ่�งดีี ๆ ในชีีวิิตของผู้้�ปฏิิบััติิและคนรอบข้้าง ในขณะเดีียวกััน การเป็็นคน “อกตััญญูู” หรืือ “เนรคุุณ” โดยไม่่ตอบแทนบุุญคุุณของบิิดามารดาหรืือบุุพการีีที่่�เลี้�้ยงดููเรามา นั้้�นถืือเป็็นการทำ�ำ บาป หรืือบุุคคลผู้�้นั้�นจะถููกตราหน้้าว่่าเป็็นคนเลว ดัังนั้้�นกล่่าวได้้ว่่า 103

หลัักธรรมคำำ�สอนในศาสนาพุุทธเรื่�องความกตััญญููนั้�นมีีอิิทธิิพลต่่อการกำ�ำ หนด คุุณลัักษณะของ “คนดีี” และ “คนไม่่ดีี” ในบริิบทของสัังคมไทย และกลายเป็็น ค่่านิิยมในสัังคมไทยที่่�ทุุกคนให้้คุุณค่่า ให้้การยกย่่องและชื่�นชมผู้้�ที่�มีีความกตััญญูู ในฐานะคนดีี เป็็นที่่�ยอมรัับในสัังคม และค่่านิิยมเหล่่านั้้�นถููกบ่่มเพาะ ปลููกฝััง และ ถ่่ายทอดจากรุ่่�นสู่่�รุ่่�น ทั้้�งในสถาบัันครอบครััวและสถาบัันการศึึกษา หรืือสื่�อต่่าง ๆ เช่่น หนัังสืือ ละคร โทรทััศน์์ พื้้�นฐานคุุณธรรมเรื่�องความกตััญญููได้้รัับการปลููกฝััง ในทุุกกลุ่�มประชากรของทั้้ง� สามพื้้น� ที่่�การวิิจััย จ า ก คุุ ณ ธรร ม พื้้� น ฐ า น ใ นสัั ง ค ม ไ ท ย ที่่� บ่่ ม เ พ า ะ ม า จ า ก ห ลัั ก ธรร ม คำำ� ส อ น ในศาสนาพุุทธเรื่�องความกตััญญูู นำำ�มาซึ่�่งการประกอบสร้้างความกลััวใน ลัักษณะที่่�ปััจเจกไม่่สามารถตอบแทนบุุญคุุณของบุุพการีี และจากการศึึกษาพบว่่า รููป แ บ บ ก า รต อ บ แ ท นบุุ ญ คุุ ณ พ่่ อ แ ม่่ ข อ ง ปร ะ ช า ก รรุ่่�นก่่ อ น ห น้้ า อ า จ มุ่ � ง เ น้้ น ไปที่่ก� ารปรนนิิบััติหิ รืือการทำ�ำ หน้้าที่่ต� ่่าง ๆ แทนบุพุ การีี เช่น่ การทำ�ำ งานบ้า้ น หรือื การ สร้้างความภาคภููมิิใจในลัักษณะการวางตััวให้้สอดคล้้องกัับหลัักคุุณธรรมและ ค่่านิิยมที่่�สัังคมยอมรัับ เช่่น การแต่่งงานมีีครอบครััวเพื่่�อสืืบสกุุล หรืือการวางตััว เป็็นคนดีี อย่่างไรก็็ดีี มุุมมองของชาวดิิจิิทััลไทยในปััจจุุบัันพบว่่า รููปแบบของการ แ ส ด ง ค ว า ม ก ตัั ญ ญูู โ ด ย ก า รต อ บ แ ท นบุุ ญ คุุ ณ ส่่ ว น ใ ห ญ่่ จ ะ เ ป็็ นลัั ก ษ ณ ะ การตอบแทนในเชิิงเศรษฐกิิจ ซึ่�่งในประเด็็นนี้�้ชััดเจนว่่าระบบเศรษฐกิิจแบบ ทุุนนิิยมมีีอิิทธิิพลต่่อการเปลี่่�ยนแปลงของคุุณค่่าและความหมายของการตอบแทน บุุญคุุณ ส่่งผลให้้สัังคมเริ่�มให้้ความสำำ�คััญกัับการศึึกษาที่่�นำ�ำ พาไปสู่่�การได้้มาซึ่�่งทุุน หรืือผลตอบแทนในรููปแบบของเงิินเดืือนที่่�มากขึ้�นในอนาคต อีีกทั้้�งยัังมีีเทคโนโลยีี เข้้ามาช่่วยกระจายค่่านิิยมเหล่่านั้้�นให้้รวดเร็็วยิ่�งขึ้�น ทำำ�ให้้ความหมายและค่่านิิยมต่่อ การตอบแทนบุญุ คุณุ ถููกนิิยามผ่่านการสร้า้ งความสำำ�เร็็จในการศึึกษา ข้้อมููลจากการสััมภาษณ์์เจาะลึึกพบว่่า ชาวดิิจิิทััลกลุ่�มอายุุตอนต้้น (13-15 ปีี) ตอนกลาง (16-18 ปีี) และตอนปลาย (19-23 ปี)ี ทั้้�งในเขตกรุงุ เทพฯ ชั้น� ในและชั้น� นอก จัังหวััดเชีียงใหม่่ และจัังหวััดนครพนม ทั้้�งสามกลุ่�มนี้้�ที่่�อยู่�ในวััยที่่�กำ�ำ ลัังศึึกษามองว่่า รููปแบบหนึ่่�งของการตอบแทนบุุญคุุณพ่่อแม่่และได้้แสดงออกถึึงความเป็็นลููกกตััญญูู 104

คืือ การประสบความสำำ�เร็็จทางการศึึกษาและการมีีทรััพยากรที่่�สามารถสนัับสนุุนการ ตอบแทนบุุญคุุณพ่่อแม่่ในทางเศรษฐกิิจ ได้้แก่่ เงิินและเวลา ด้้วยนิิยามและค่่านิิยม ในการตอบแทนบุุญคุุณบุุพการีีที่่�เปลี่่�ยนไป จึึงมีีผลให้้ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่�นใหม่่มีีการ แสดงออกถึึงความฝััน ความกลัวั และความหวังั ที่่ค� ล้า้ ยคลึงึ กันั เช่่น “ฝันั ที่่จ� ะได้้เลี้ย�้ งดูู พ่อ่ แม่”่ “กลัวั การไม่ไ่ ด้ท้ ำ�ำ ตามความหวังั ของครอบครัวั ” “กลัวั ทำ�ำ ให้พ้ ่อ่ แม่เ่ สีียใจผิดิ หวังั ” “กลััวจะทำำ�ผิิดพลาด” ดัังเช่่นชาวดิจิ ิทิ ัลั ในกรุุงเทพฯ สะท้อ้ นว่่า “ชีีวิิต ณ ตอนนี้้� มีีความฝัันต่่อตนเอง อยากที่่�จะช่่วยเหลืือคนอื่�น และเติิบโต ขึ้�นเป็็นคนที่่�ดีีของสัังคม เรีียนให้้จบและสอบติิดมหาวิิทยาลััย และต่่อจากนั้้�น ก็็ฝัันอยากที่่�จะจบปริิญญาตรีี เพื่่�อได้้ทำ�ำ งานอย่่างที่่�หวัังไว้้ หรืือได้้ทำำ�งานในสิ่�งที่่� ตนเองรััก แล้้วก็็ฝัันอยากที่่�จะทำ�ำ งานให้้มีีเงิินเก็็บจำ�ำ นวนมากเพื่่�อจะได้้เลี้�ยงดูู พ่่อแม่่ยามแก่่เฒ่่าและมีีครอบครััวได้้ โดยฝัันอยากที่่�จะมีีครอบครััวที่่�มีีความสุุข แบบพ่่อแม่่ลููกที่่�อยู่�กัันอย่่างพร้้อมหน้้าพร้้อมตากััน ส่่วนสำำ�หรัับในบั้้�นปลายชีีวิิต นั้้น� ก็็มีคี วามฝัันอยากที่่จ� ะไปเที่่�ยวต่่างประเทศ” (ชาวดิิจิิทัลั กลุ่�มอายุุ 13-15 ปีี) จากความฝันั ในการตอบแทนบุพุ การีีทางเศรษฐกิจิ นำำ�มาสู่�การเกิดิ ความกลัวั ของ ชาวดิิจิิทััลไทยที่่�จะไม่่ได้้ทำำ�หน้้าที่่�ลููกกตััญญูู ดัังที่่�มีีชาวดิิจิิทััลตอนกลางในกรุุงเทพฯ รายหนึ่่�งอธิิบายว่่า “ถ้้าเป็็นยุุคหนููรุ่�่นหนููตอนนี้้� กลััวการไม่่ได้้เข้้ามหาลััยดีี ๆ กลััวการไม่่ได้้ทำ�ำ ตาม ความคาดหวัังของครอบครััวได้้ขนาดนั้้�น เพราะพ่่อแม่่รุ่�่นหนููคาดหวัังสููงมากกัับ การเรีียนค่่ะ...เพราะว่่าเหมืือนเขาเจอโลกเขามาก่่อน เหมืือนเห็็นเพื่่�อนเขา การศึกึ ษาดีกี ว่่า ได้ง้ านดีกี ว่่า เงินิ ดีกี ว่่า ก็อ็ ยากให้ล้ ููกเราเป็น็ อย่่างนั้้น� บ้า้ ง อยากให้้ ลููกเราเรีียนสููง ๆ เพื่่�อที่่�จะเป็็นเหมือื นเพื่่�อนแม่เ่ ขา” (ชาวดิิจิิทััล กลุ่�มอายุุ 16-18 ปีี) ในขณะที่่�ชาวดิิจิิทััลในจัังหวััดเชีียงใหม่่สะท้้อนถึึงความฝัันและความกลััวที่่� 105

คล้้ายคลึึงกันั กัับประชากรดิิจิิทััลในพื้้�นที่่ก� รุุงเทพฯ “กลััวทำำ�ให้้พ่่อแม่่เสีียใจ ผิิดหวััง บางทีีก็็ไม่่อยากให้้เขาคาดหวัังเยอะ หนููบอก แล้ว้ ว่่าคาดหวัังเยอะไปก็็ไม่่ดีี เราต้อ้ งมองแบบว่่าลููกถนััดด้้วย แต่่จริิง ๆ พ่่อแม่ห่ นูู ไม่ไ่ ด้้ปิิดกั้้�นว่่าจะต้้องเป็น็ แบบนู้�้นแบบนี้้� แต่่ก็อ็ ยากให้ป้ ระสบความสำ�ำ เร็็จ เพราะ หนููเป็็นลููกสาวคนเดียี ว คือื ความหวังั เดีียวค่่ะ” (ชาวดิิจิทิ ััลรุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 16-18 ปี)ี และแม้้ว่่าชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่จะยัังอยู่�ในวััยเรีียนและไม่่มีีรายได้้ประจำ�ำ จากการ ทำ�ำ งาน แต่พ่ วกเขาก็แ็ สดงความกังั วลและความกลัวั ว่า่ จะไม่ส่ ามารถมีีเงินิ และทรัพั ยากร ที่่�เพีียงพอที่่�จะดููแลสุุขภาพของพ่่อแม่่ได้้ ดัังเช่่นกรณีีของชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ตอนกลาง และตอนปลายที่่�กล่่าวว่า่ “กังั วลว่่าจะดููแลคนในครอบครัวั ไม่ด่ ีคี ่่ะ มีเี วลาให้้ หนููอยากอยู่ด� ููแลเขา เผื่อ� มีอี ะไร จะได้้ช่่วยเขาทันั ” (ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 16-18 ปี)ี ในขณะที่่�ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ตอนปลายที่่�กำ�ำ ลัังศึึกษาอยู่�ในระดัับมหาวิิทยาลััยและ เริ่�มต้้นทำำ�งานในระยะเวลาสั้�น ๆ มีีความกลััวว่่า จะมีีกำ�ำ ลัังทรััพย์์หรืือเงิินทุุนไม่่พอ ที่่จ� ะนำ�ำ มาเลี้ย้� งดููเหล่า่ บุพุ การีีของพวกเขาในอนาคต ยกตัวั อย่า่ งเช่น่ ที่่ช� าวดิจิ ิทิ ัลั ยุคุ ใหม่่ ตอนปลายอธิบิ ายไว้้ว่่า “กลััวดููแลพ่่อแม่่ตอนป่่วยไม่่ไหว ไม่่มีเี งินิ ค่่ารักั ษาพยาบาล” (ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 19-23 ปีี) “กลััวเรื่�องสุุขภาพไม่่ดีี กลััวไม่่มีีสวััสดิิการค่่ารัักษาพยาบาล กลััวเรื่�องค่่าใช้้จ่่าย พวกสวััสดิิการหลัังเกษีียณ หรืือค่่าครองชีีพมัันสููงขึ้�น กลััวเงิินเดืือนที่่�เราได้้ มันั ไม่พ่ อใช้้ กลััวไม่เ่ พียี งพอให้้เราดููแลพ่่อแม่”่ (ชาวดิจิ ิิทัลั รุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 19-23 ปีี) 106

ความกลััวที่่�จะไม่่ได้้ตอบแทนบุุณคุุณพ่่อแม่่ หรืือความกลััวที่่�เกิิดจากค่่านิิยมร่่วม ในสัังคม เมื่�อวิิเคราะห์์เชิิงเปรีียบเทีียบกัับความกลััว ความฝััน และความหวัังในสัังคม ตะวัันตก จะเห็็นได้้ว่่า ความกลััวที่่�ถููกสร้้างจากคุุณธรรมเรื่่�องความกตััญญููนั้�น เป็น็ สิ่่�งที่่�ทำำ�ให้ช้ าวดิจิ ิิทััลไทยมีีความแตกต่า่ งจากชาวดิจิ ิิทััลในสังั คมตะวัันตก เมื่ �อชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ได้้แสดงออกถึึงความกตััญญููซึ่่�งแม้้จะมีีการปรัับเปลี่่�ยน รููปแบบในลัักษณะของการแลกเปลี่่�ยนและตอบแทนเชิิงเศรษฐกิิจ อย่่างไรก็็ดีี การ อธิิบายถึึงความกลัวั ความหวังั และความฝัันของชาวดิจิ ิิทััลรุ่่�นใหม่่ ที่่อ� ยู่�ในกรอบความ เชื่�อเรื่�องการได้้รัับผลจากการกระทำำ�ที่่�ดีีจากการแสดงออกถึึงความกตััญญูู ในด้้านหนึ่่�ง สะท้้อนถึึงความพยายามในการปรัับตััวและต่่อรองของชาวดิิจิิทััลระหว่่างชุุดคุุณธรรม ดั้�งเดิิมและชุุดคุุณธรรมใหม่่ การใช้ช้ ีีวิิตอยู่่�ท่่ามกลางคู่่�ตรงข้้ามของแนวคิิดเชิิงคุุณธรรม ทำ�ำ ให้ป้ ัจั เจกต้้องตั้�งคำ�ำ ถามว่า่ วิถิ ีีการดำ�ำ รงชีีวิติ แบบใดที่่เ� หมาะสมกับั ตน เปิิดโอกาสให้้ ประเมิินศัักยภาพและความสามารถของตน ทำ�ำ ให้้เขาได้้สะท้้อนว่่าอะไรคืือข้้อจำำ�กััด ของตนเอง พร้อ้ มทั้้ง� ค้น้ หาทรััพยากรและช่อ่ งทางต่่าง ๆ ในการลดทอนความกลัวั และ นำำ�ไปสู่่�การวางแผนและวางแนวทางการดำ�ำ เนิินชีีวิิตในอนาคตเพื่่�อพัฒั นาตนเองต่อ่ ไป ความเสี่ย� งในมุุมมองของชาวดิิจิิทัลั ไทยบนความคาดหวัังและข้้อจำ�ำ กัดั ทางสัังคม “ความเสี่�ยง” ในที่่�นี้้�หมายถึึงการคิิดและประเมิินสถานการณ์์อย่่างมีีเหตุุผลของ มนุษุ ย์์ว่า่ สิ่�งใดควรทำ�ำ หรือื ไม่่ โดยที่่ม� นุุษย์จ์ ะมีีการคำ�ำ นวณความคุ้�มค่า่ ก่อ่ นการตัดั สินิ ใจ ทั้้�งนี้�้ ความหวัังมีีบทบาทที่่�สำำ�คััญในการบริิหารจััดการความเสี่�ยงต่่ออนาคตและเป็็น สิ่�งที่่�ผู้�้คนใช้้ต่่อสู้้�กัับความรู้้�สึึกหวาดกลััวหรืือสิ้�นหวัังต่่อปััจจุุบััน (Cook 2018, p. 2) เมื่�อพิิจารณาคำ�ำ อธิิบายข้้างต้้นและนำำ�มาประกอบกัับข้้อมููลที่่�ได้้จากการสััมภาษณ์์ เจาะลึึกชาวดิิจิิทััลไทยที่่�อธิิบายเกี่�ยวกัับสภาพปััญหาที่่�เขาพบเจอ โดยความคาดหวััง จากสัังคมที่่�ชาวดิิจิิทััลได้้รัับการปลููกฝัังและบ่่มเพาะมาคืือ การที่่�เยาวชนไทยต้้องมีี คุุณลัักษณะในอุุดมคติิ โดยเฉพาะอย่่างยิ่�งความคาดหวัังที่่�ต้้องการให้้เยาวชนไทย ประสบความสำำ�เร็จ็ ทางวิชิ าชีีพ อย่า่ งไรก็ด็ ีี เยาวชนไทยกลุ่�มที่่เ� กิดิ และเติบิ โตมาพร้อ้ ม ๆ กัับความเจริิญทางด้้านเทคโนโลยีีอย่่างใกล้้ชิิด หรืือที่่�เรีียกว่่าชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่�นใหม่่ 107

กลัับสะท้้อนถึึงสภาพปััญหาเชิิงโครงสร้้างและความไม่่พร้้อมของสัังคมไทย ที่่�จะเอื้�อหรืือสนัับสนุุนให้้พวกเขาประสบความสำ�ำ เร็็จในการประกอบอาชีีพตามที่่�สัังคม คาดหวังั กับั พวกเขาไว้้ ในอดีีตที่่�ผ่่านมา ความคาดหวัังของสัังคมที่่�มีีต่่อประชากรรุ่่�นใหม่่คืือ ต้้องการให้้ เป็น็ บุคุ ลากรที่่ม� ีีคุณุ ภาพที่่ส� ามารถเป็น็ “ความหวังั ของชาติ”ิ ซึ่ง่� ต้อ้ งเป็น็ “คนเก่ง่ ” และ “คนดีี” ทั้้�งนี้้� ตามค่า่ นิิยมดั้�งเดิิมของสังั คมไทยอธิบิ ายว่่า “คนดีี” คืือบุุคคลที่่ม� ีีคุณุ ธรรม และมุ่�งกระทำ�ำ สิ่่�งที่่�สัังคมเห็็นว่่าดีี รวมถึึงมีีความซื่�อสััตย์์ มีีความพยายาม และมีีความ กตััญญูู ในขณะที่่� “คนเก่่ง” คืือบุคุ คลที่่�มีีสติปิ ััญญาดีี ประสบความสำ�ำ เร็จ็ ทางการศึกึ ษา และการทำำ�งาน และในบางครั้�งอาจหมายถึึงบุุคคลที่่�ประกอบอาชีีพเฉพาะทาง ได้้แก่่ แพทย์์ วิิศวกร หรืือนัักธุุรกิิจ เจ้้าของกิิจการ เป็็นต้้น ดัังที่่�ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่คนหนึ่่�ง เล่า่ ถึงึ คุณุ ลักั ษณะที่่พ� ึงึ ประสงค์์ของเยาวชนไทยในอดีีตว่า่ “เหมืือนกัับว่่ามัันเป็็นคำำ�สอนตั้�งแต่่เด็็ก เด็็กคืืออนาคตของชาติิ โตไปไม่่โกง แล้้วต้้องทำำ�งานดีี ๆ ต้้องเป็็นหมอ ต้้องเป็็นทหาร ต้้องเป็็นตำำ�รวจ ต้้องเป็็นครูู ถึงึ เป็็นอาชีีพที่่ป� ระสบความสำำ�เร็จ็ ” (ชาวดิจิ ิทิ ััลรุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 16-18 ปี)ี จากการศึึกษาพบว่่า ชาวดิจิ ิิทัลั ไทยรุ่่�นใหม่ท่ ี่่�ยัังอยู่�ในวััยเรีียนในสามพื้้�นที่่ก� ารวิจิ ััย รับั รู้แ�้ ละตระหนักั ถึงึ ความฝันั และความคาดหวังั ของรัฐั บาลที่่ม� ีีต่อ่ ตนเองว่า่ อยากให้เ้ ป็น็ คนดีี เป็น็ พลเมือื งดีี ปฏิบิ ัตั ิติ ามกรอบของศีีลธรรมอันั ดีีงาม และปฏิบิ ัตั ิติ ามกรอบที่่ร� ัฐั บาล กำำ�หนด รัักษาระเบีียบวิินััยในสัังคม และสามารถช่่วยพััฒนาประเทศในหลาย ๆ ด้้าน ในขณะเดีียวกัันชาวดิจิ ิทิ ัลั รุ่่�นใหม่ก่ ็็มีีความฝัันและความหวังั ต่อ่ รััฐบาลเช่่นกันั คือื ต้้องการให้้รััฐบาลเปิิดกว้้างและสร้้างพื้้�นที่่�ของการมีีส่่วนร่่วมเพื่่�อรัับฟัังความเห็็นของ คนรุ่่�นใหม่ใ่ ห้ม้ ากกว่า่ นี้�้ เพื่่อ� ที่่จ� ะเอื้อ� ต่อ่ การทำำ�ให้ค้ วามฝันั และความหวังั ที่่พ� วกเขาวาดไว้้ เป็น็ ความจริงิ นอกจากนี้้� เมื่อ� พููดถึงึ สภาพ “สังั คมไทยในอุดุ มคติ”ิ ชาวดิจิ ิทิ ัลั ไทยรุ่่�นใหม่่ ในวัยั เรีียนมีีการเติบิ โตทางความคิดิ ที่่เ� ริ่ม� เห็็นและตั้ง� คำำ�ถามกับั สิ่ง� ที่่เ� กิิดขึ้้�นในสังั คมและ 108

กล้้าที่่จ� ะวิิพากษ์ป์ ััจจัยั ต่่าง ๆ ที่่�ไม่่สนับั สนุุนให้้ความหวังั และความฝันั ของพวกเขาเป็็น ความจริิง ชาวดิิจิทิ ััลได้้สะท้้อนถึึงปััญหาและอุุปสรรคสำำ�คััญที่่ท� ำำ�ให้้พวกเขาไม่่สามารถ พััฒนาศัักยภาพของตนเองได้้อย่่างเต็็มที่่� และสามารถเลื่�อนระดัับไปสู่่�คุุณลัักษณะ ประชากรที่่ม� ีีคุณุ ภาพที่่จ� ะนำ�ำ พาประเทศไทยพัฒั นาไปสู่่�ยุุค 4.0 ได้้ โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่ง� คุณุ ลักั ษณะของความเป็น็ ผู้้�ประกอบการที่่ส� ามารถเข้า้ ถึงึ แหล่ง่ ทรััพยากรและสะสมทุนุ ด้ว้ ยตนเอง ได้้แก่่ ปััญหาความเหลื่อ� มล้ำำ��ในเศรษฐกิิจและสังั คม โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่ง� ปััญหาเรื่�องการกระจายของทรััพยากร และการขยายโอกาสทางการ ศึึกษาที่่�ไม่่เท่่าเทีียม ซึ่�่งชาวดิิจิิทััลไทยในพื้้�นที่่�จัังหวััดเชีียงใหม่่และนครพนมได้้สะท้้อน ว่า่ สภาพสังั คมไทยในปััจจุุบันั ไม่ไ่ ด้้สนับั สนุนุ ความฝันั ของพวกเขา โดยเฉพาะความฝััน ในการประกอบอาชีีพของชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ที่่�ต้้องอาศััยองค์์ความรู้้�และทัักษะทางด้้าน เทคโนโลยีี ดังั ที่่ช� าวดิจิ ิิทัลั รุ่่�นใหม่ค่ นหนึ่่ง� สะท้อ้ นว่่า “สำำ�หรับั เรามันั คืือสิ่�งที่่�เป็็นไปได้ด้ ้้วยมืือของเรา อย่่างเช่่น ถ้้าเราอยากเป็็นนัักบิิน อวกาศ แต่่เราไม่่มีีความรู้�้ เราก็็คงไม่่กล้้าหวััง มัันเป็็นไปไม่่ได้้ สำำ�หรัับคนอื่�น อาจมองว่่าความฝัันเป็็นสิ่�งที่่�ลอย ๆ แต่่ความหวัังสำำ�หรัับเรามัันควรจัับต้้องได้้ มันั ทำ�ำ ให้เ้ ราพยายาม สมมติเิ ราเชื่อ� ว่่าเรารวยได้้ นั่่น� หมายความว่่าเราก็ต็ ้อ้ งพยายาม หาเงิิน ถึึงแม้เ้ ราจะเหนื่่อ� ย แต่่เราก็็ยังั มีคี วามหวัังว่่ามันั จะเป็็นจริงิ ” (ชาวดิิจิทิ ัลั รุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 16-18 ปี)ี สอดคล้้องกัับชาวดิจิ ิทิ ััลในจัังหวัดั นครพนมที่่�กล่่าวว่า่ “สภาพสัังคมไทยตอนนี้้�ไม่่ค่่อยเอื้�อเท่่าไหร่่ ขณะนี้้�กลายเป็็นปััญหาใหญ่่ของ สัังคมไทยยุุคโลกาภิิวััตน์์ ปััญหาอัันยิ่�งใหญ่่ตามมาคืือปััญหาด้้านสัังคม จนอาจ สรุุปเป็็นข้้อความสั้้�น ๆ แต่่น่่าคิิดอย่่างยิ่�งว่่า เศรษฐกิิจก้้าวหน้้า สัังคมมีีปััญหา การพััฒนาไม่่ยั่ง� ยืนื ” (ชาวดิิจิทิ ัลั รุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 16-18 ปีี) 109

รวมถึงึ ระบบอุปุ ถัมั ภ์ใ์ นสังั คมไทย ซึ่ง�่ ปัญั หาและอุปุ สรรคดังั กล่า่ วทำ�ำ ให้ก้ ารเดินิ ตาม เส้้นทางความฝัันและความหวัังของเขาสะดุุดลง ซึ่�่งจะทำ�ำ ให้้เกิิดความไม่่เป็็นธรรมและ การกระจายทรัพั ยากรที่่ไ� ม่เ่ ท่า่ เทีียมในสังั คมไทย ดังั ที่่ม� ีีชาวดิจิ ิทิ ัลั ไทยคนหนึ่่ง� สะท้อ้ นว่า่ “ผมจึงึ ฝันั ว่่าในอนาคตจะมีเี จ้า้ หน้า้ ที่่ท� ี่่ม� ีรี ะบบจัดั การที่่ด� ีกี ว่่านี้้ห� รือื สามารถจัดั การ คนเหล่่านี้้ไ� ด้้ เพราะหากโยงไปถึงึ เจ้า้ หน้า้ ที่่ท� ี่่ถ� ููกซื้้อ� ด้ว้ ยเงินิ นั้้น� คลั่ง� อำ�ำ นาจ พวกเขา ไม่่สนใจเรื่�องถููกผิิด ไม่่มีีคุุณธรรม ไม่่มีีจิิตอาสา มองเห็็นเงิินสำ�ำ คััญกว่่าความ ถููกต้อ้ ง ไม่่มองเห็น็ สังั คมโดยรวม ถ้า้ พวกเขายึดึ ตรงนี้้ไ� ด้้ พวกเขาจะไม่เ่ ป็น็ แบบนี้้”� (ชาวดิจิ ิทิ ัลั รุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 19-23 ปีี) เมื่�อพิิจารณาถึึงมุุมมองและการอธิิบายของชาวดิจิ ิิทััลรุ่่�นใหม่่ในสามพื้้น� ที่่�การวิิจััย แล้ว้ พบว่า่ ส่ว่ นใหญ่่สะท้อ้ นถึึงข้อ้ จำ�ำ กััดด้้านทรััพยากรทางเศรษฐกิิจและสังั คม รวมถึงึ ระบบการกระจายทรััพยากรที่่�ไม่่เท่่าเทีียมและทั่่�วถึึง ปััญหาอุุปสรรคเหล่่านี้้�ไม่่เอื้�อให้้ ชาวดิิจิิทััลสามารถดำ�ำ เนิินชีีวิิตตามความหวัังและความฝัันที่่�ตั้�งไว้้ โดยเฉพาะอย่่างยิ่�ง การประกอบอาชีีพที่่ต� ้อ้ งอาศัยั องค์ค์ วามรู้ท้� างเทคโนโลยีี ข้อ้ จำ�ำ กัดั เหล่า่ นี้ท้� ำำ�ให้พ้ วกเขา ต้อ้ งหันั มาพึ่่ง� พาตนเอง และต้อ้ งการพัฒั นาความรู้แ�้ ละฝึกึ ฝนทักั ษะของตนในการทำ�ำ งาน ที่่�ตนวาดฝัันไว้้ มากกว่า่ ที่่จ� ะรอคอยรััฐบาลหยิบิ ยื่น� โอกาสหรือื ทรัพั ยากรให้้ อย่่างไรก็็ดีี ด้ว้ ยข้อ้ จำ�ำ กัดั ของสภาพสังั คมและเศรษฐกิจิ ของประเทศไทย กลับั กลายเป็น็ แรงผลักั ดันั และกระตุ้้�นให้ช้ าวดิจิ ิทิ ัลั ค้น้ หาแนวทางอื่น� ๆ ที่่จ� ะสามารถเข้า้ ถึงึ ทรัพั ยากรทางเศรษฐกิจิ และสัังคมที่่�มีีความจำำ�เป็็นที่่�สามารถทำ�ำ ให้้ความฝัันและความหวัังของตนเป็็นจริิงได้้ ซึ่�่งสะท้้อนให้้เห็็นว่่า ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่�นใหม่่มีีคุุณลัักษณะที่่�มีีศัักยภาพที่่�สามารถพััฒนา ไปสู่่�ความเป็็นผู้้�ประกอบการได้้ ได้้แก่่ การดำ�ำ เนิินชีีวิิตด้้วยความอิิสระ ความใฝ่่เรีียนรู้�้ ความต้้องการความสำำ�เร็็จ รวมถึงึ การคิิดค้น้ นวัตั กรรมสิ่ง� ใหม่่ Digital Agency as “Entrepreneur” ประเทศไทยพยายามผลัักดัันนโยบายไทยแลนด์์ 4.0 ในขณะเดีียวกัันก็็มีีการ นำ�ำ เสนอคุุณลัักษณะ 11 ประการของคนไทยที่่�จะช่่วยทำำ�ให้้ประเทศไทยพััฒนาไปสู่่� 110

ไทยแลนด์์ 4.0 และหนึ่่�งในคุุณลัักษณะสำ�ำ คััญนั้้�นคืือ “ความโน้้มเอีียงในการเป็็น ผู้�้ ประกอบการ” (Entrepreneurial Orientation) (อานนท์์ ศัักดิ์�วรวิิชญ์์, 2561) ทั้้�งนี้้� ความโน้้มเอีียงในการเป็็นผู้้�ประกอบการคืือลัักษณะนิิสััยและบุุคลิิกภาพที่่� โน้้มเอีียงไปในการเป็็นผู้้�ประกอบการ มีีกิิจการเป็็นของตััวเอง สามารถเริ่�มต้้นธุุรกิิจ เองได้้ (Start Up) บุุคลิิกภาพเหล่า่ นี้�้ ได้แ้ ก่่ ความใฝ่่เรีียนรู้�้ (Learning Orientation) ความต้้องการความสำ�ำ เร็็จ (Achievement) ความต้้องการเป็็นอิิสระในตััวเอง (Autonomy) มีีความทะเยอทะยาน ชอบการแข่่งขััน ชอบคิิดค้้นนวััตกรรมหรืือ สิ่�งใหม่่ กล้้าเสี่�ยง และมีีความริิเริ่�มในตนเองที่่�จะทำ�ำ สิ่่�งใหม่่ ๆ เกี่�ยวข้้องกัับนวััตกรรม ไม่่ว่่าจะเป็็น Product Innovation หรืือ Process Innovation ซึ่�่งหากมีี หััวธุุรกิิจเพีียงพอก็็สามารถนำ�ำ ไปต่่อยอดในเชิิงพาณิิชย์์ (Commercialization) และ สร้้างความสามารถในการแข่่งขััน (Competitive Advantage) ได้้ เมื่อ� วิเิ คราะห์ม์ ุมุ มองและทัศั นคติิ ตลอดจนประสบการณ์ข์ องชาวดิจิ ิทิ ัลั ในประเด็น็ ที่่�เกี่�ยวกัับความกลััว ความฝััน และความหวััง พบว่่า ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่�นใหม่่มีีความคิิด และพฤติิกรรมที่่�นัับเป็็นคุุณลัักษณะของความเป็็นผู้้�ประกอบการ ได้้แก่่ การมีีอิิสระ ในการวางแผนตัดั สินิ ใจเลือื กประกอบอาชีีพ ความใฝ่เ่ รีียนองค์ค์ วามรู้ใ้� หม่่ ๆ โดยเฉพาะ การเรีียนรู้�้เทคโนโลยีี และความคิดิ ริเิ ริ่�มในการคิิดค้น้ นวััตกรรมหรืือสิ่�งใหม่่ ผู้�ประกอบการดิิจิทิ ัลั กัับอิิสระในเส้น้ ทางสายอาชีพี ชาวดิจิ ิทิ ัลั ไทยรุ่่�นใหม่ส่ ่ว่ นใหญ่ใ่ นพื้้น� ที่่ก� รุงุ เทพฯ และจังั หวัดั เชีียงใหม่ม่ ีีความใฝ่ฝ่ ันั ถึงึ ชีีวิติ ที่่อ� ิสิ ระโดยที่่ไ� ม่ต่ ้อ้ งใช้ช้ ีีวิติ อยู่�พร้อ้ มหน้า้ กับั ครอบครัวั ตลอดเวลา กล่า่ วได้ว้ ่า่ ชาว ดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ต้้องการมีีชีีวิิตที่่�อิิสระและสามารถยืืนหยััดได้้ด้้วยตนเอง และคาดหวัังว่่า พ่่อแม่่จะสามารถดููแลตนเองได้้ในระดัับหนึ่่ง� ดังั ที่่�มีีชาวดิจิ ิทิ ััลตอนต้น้ รายหนึ่่ง� กล่่าวว่า่ “เราเกิิดมาคนเดีียวก็็สามารถตายไปคนเดีียวได้้ ควรยืืนด้้วยตััวเองให้้ได้้ และ พ่่อแม่่ก็็ควรยืืนได้้ด้้วยตััวเขาเอง แต่่มองว่่าเป็็นหน้้าที่่�ของรััฐบาลที่่�ควรมีีเบี้้�ย ซััพพอร์ต์ พวกท่่านเพื่่อ� เพิ่่ม� ความมั่่น� คงให้้แก่่เขาในอนาคต สามารถแยกกันั อยู่�กับั 111

ครอบครััวได้้ ชีวี ิติ ใครชีวี ิติ มััน ไม่ค่ าดหวััง ทุุกคนมีีทางของตนเองเสมอ” (ชาวดิจิ ิทิ ััลรุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 13-15 ปีี) ข้้อมููลจากการสััมภาษณ์์เจาะลึึกสะท้้อนว่่า ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ส่่วนใหญ่่มีีความ ต้้องการที่่�จะมีีอำ�ำ นาจในการเลืือกประกอบอาชีีพตามที่่�ตนถนััด ชื่�นชอบ หรืือมีีความ สนใจ หรืืออาชีีพที่่�พวกเขาคิิดว่่ามีีความเหมาะสมกัับตััวตนของเขามากที่่�สุุด การได้้ ทำ�ำ งานในอาชีีพที่่�พึึงปรารถนาจะทำำ�ให้้ปััจเจกมีีความสุุขและสนุุกไปกัับการประกอบ อาชีีพนั้้�น ๆ อย่่างไรก็็ตาม สำ�ำ หรัับคนรุ่่�นพ่่อแม่่ของชาวดิิจิิทััลให้้คุุณค่่ากัับการ ประกอบอาชีีพเป็็นข้า้ ราชการ เพราะเป็็นอาชีีพที่่�มีีเกีียรติแิ ละมีีความมั่�นคง ในขณะเดีียวกันั ชาวดิิจิทิ ัลั รุ่่�นใหม่ใ่ ห้ค้ วามสำำ�คัญั กับั ความเป็็นส่ว่ นตัวั ความอิสิ ระ และเสรีีภาพในการตััดสิินใจในชีีวิิตเรื่�องการประกอบอาชีีพ รวมถึึงการตั้้�งความหวััง ต่่อตนเองที่่�กำ�ำ ลัังอยู่�ในวััยเรีียนว่่าต้้องการหารายได้้พิิเศษระหว่่างเรีียน และหวัังว่่าการ ทำ�ำ งานที่่�มีีผลตอบแทนสููงช่่วยสร้้างคุุณค่า่ ในชีีวิติ “อยากเห็็นสัังคมที่่�มีีความเป็็น Individualistic มากกว่่านี้้� แต่่ก็็ยัังคงความเป็็น Unity คืือทุุกคนสามารถเป็น็ อะไรก็ไ็ ด้้ ทำำ�อะไรก็ไ็ ด้้ แต่่ไม่ไ่ ปเบีียดเบีียนชาวบ้า้ น ทุุกคนต่่างรู้้�หน้้าที่่�ของตััวเอง รู้้�ขอบเขตที่่�ตััวเองควรจะอยู่� ที่่�ควรจะทำ�ำ มัันถึึงจะ ทำ�ำ ให้้เราอยู่ร� ่่วมกันั ได้้อย่่างสงบสุุข มีีการเคารพผู้�้อื่�น” (ชาวดิจิ ิทิ ััลรุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 16-18 ปีี) “การใฝ่่หาความสำำ�เร็จ็ ” ในฐานะแรงผลัักดันั สู่่ค� วามเป็น็ ผู้้�ประกอบการดิิจิิทัลั การสะท้้อนมุุมมองและความเข้้าใจต่่อการเป็็นผู้�้ ประกอบการผ่่านการอธิิบายถึึง ความกลััว ความฝััน และความหวัังนั้้�น มีีความแตกต่่างกัันในแต่่ละกลุ่�มอายุุและพื้้�นที่่� การวิิจััย ชาวดิิจิิทััลไทยในพื้้�นที่่�กรุุงเทพฯ ทุุกกลุ่�มอายุุส่่วนใหญ่่มีีความฝัันและ ความหวัังที่่�ต้้องการที่่�จะประสบความสำำ�เร็็จ มีีความร่ำ��ำ รวย เพราะเข้้าใจว่่าการมีีเงิิน 112

จะทำ�ำ ให้้การเข้้าถึึงเทคโนโลยีีทำ�ำ ได้้ง่่ายยิ่�งขึ้�น อีีกทั้้�งก็็ยัังสร้้างความสะดวกสบายให้้กัับ ชีีวิิต ชาวดิิจิิทััลที่่�อาศััยในเขตกรุุงเทพฯ ส่่วนใหญ่่มีีความฝัันอยากที่่�จะประกอบธุุรกิิจ ส่่วนตััว ประชากรดิิจิิทััลในกรุุงเทพฯ ในกลุ่�มอายุุ 13-15 ปีี รัับรู้้�ได้้ถึึงความคาดหวััง ของสัังคมและพ่่อแม่่ต่่อตนเองว่่า อยากให้้พวกเขาประสบความสำำ�เร็็จในวิิชาชีีพ นัักเรีียนมััธยมในกรุุงเทพฯชั้�นในรายหนึ่่�งกล่่าวว่่า “พ่่อแม่่คาดหวัังให้้เราไปบริิหาร ธุุรกิิจ” ในขณะที่่�ชาวดิจิ ิิทัลั กลุ่�มอายุุ 16-18 ปีี มีีความคาดหวังั ว่่า ตนเองสามารถเป็็น ผู้�้ ประกอบการได้้ หรืือหารายได้ด้ ้้วยตนเองในลัักษณะหรืือเป็น็ เจ้า้ ของกิิจการ “ความคาดหวัังต่่ออนาคตตััวเองคืือ ไม่่อยากเป็็นลููกจ้้าง อยากตั้้�งตััวได้้ แต่่ว่่า ต้อ้ งไปฝึึกงานเป็น็ ลููกจ้้าง เป็น็ ลููกน้้องเขาก่่อน จึงึ จะต่่อยอดมาเป็็นหัวั หน้้างาน” (ชาวดิิจิทิ ัลั รุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 16-18 ปีี) ส่่วนชาวดิิจิิทััลในพื้้น� ที่่�เมืืองหลัักอย่า่ งจังั หวััดเชีียงใหม่่ กลุ่�มอายุุ 13-15 ปีี อธิบิ าย ถึึงความแตกต่่างในเรื่�องความฝัันและความคาดหวัังในการประกอบอาชีีพ โดยมีีผู้�้ให้้ สัมั ภาษณ์์คนหนึ่่�งกล่่าวว่่า ตนมีีความฝันั และหวังั ว่า่ อยากทำ�ำ งานที่่ไ� ด้ร้ ัับค่า่ ตอบแทนสููง โดยใช้้ระยะเวลาการทำำ�งานที่่�สั้ น� “ผมฝัันเป็็นแบบพวกทำ�ำ งานเป็็นช่่าง เป็็นเหมืือนพ่่อที่่�ทำ�ำ งานเป็็นก่่อสร้้างครัับ พ่่อผมก็็ก่่อสร้้าง ทำำ�ออกแบบแบบนี้้�ครัับ ก็็เลยอยาก...เพราะมัันได้้เงิินเยอะครัับ ทำำ�เสร็จ็ ทีีเป็็นล้้านแต่่ละงาน” (ชาวดิิจิทิ ััลรุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 13-15 ปี)ี ในขณะเดีียวกััน ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่บางคนยัังแสดงออกถึึงการสร้้างแรงบัันดาลใจ ให้้ทำำ�ตามความฝัันและความหวัังของตนให้้สำำ�เร็็จ โดยอาศััยพลัังจากความเชื่�อมั่ �นและ ความภาคภููมิิใจในตนเอง ดังั เช่น่ ชาวดิจิ ิิทััลรายหนึ่่ง� สะท้้อนว่า่ 113

“ผมมีีตััวเองเป็็นแรงบัันดาลใจ ผมอยากไปให้้สุุดทางของผม เพราะจะล้้มเหลว หรืือผิิดพลาดยัังไง ผมก็ม็ ีคี วามสุุขกับั มันั เพราะผมได้้ลองมัันแล้ว้ ” (ชาวดิจิ ิทิ ััลรุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 19-23 ปี)ี บทบาทของเทคโนโลยีีและนวััตกรรมกับั ความเป็น็ ผู้้�ประกอบการดิิจิทิ ััล สำำ�หรัับชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่นั้้�นมีีความสนใจในเรื่�องการทำำ�งานที่่�ใช้้เทคโนโลยีี เช่่น งานที่่�เกี่�ยวกัับคอมพิิวเตอร์์และยููทููบเบอร์์ และด้้วยปััจจััยทางเทคโนโลยีีที่่�ช่่วยขยาย มุุมมองการเรีียนรู้�้และประสบการณ์์ของชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ให้้มองโลกและโอกาสในการ ประกอบอาชีีพที่่�กว้้างขวางและหลากหลายมากยิ่ �งขึ้�น ทำำ�ให้้กลุ่�มชาวดิิจิิทััลตอนต้้น (13-15 ปีี) และตอนกลาง (16-18 ปีี) ของทั้้�งสามพื้้น� ที่่�การวิิจััยสามารถใช้้เทคโนโลยีี เพื่่อ� เข้า้ ถึงึ ความฝันั และสามารถค้น้ พบช่อ่ งทางต่า่ ง ๆ ในพื้้น� ที่่ข� องโลกเสมือื นจริงิ ในการ สืืบค้้นและทดลองทางเลืือกใหม่่ ๆ เพื่่�อเดิินทางไปสู่่�ความฝัันและความหวัังนั้้�น โดยที่่� ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ให้้ความสนใจประกอบอาชีีพโดยมีีการประยุุกต์์ใช้้ฐานข้้อมููลและ ข่่าวสารจากเทคโนโลยีีเป็็นฐานทรััพยากรหลักั สำำ�หรัับกลุ่�มประชากรดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ในเขตกรุุงเทพฯ คิิดว่่าเทคโนโลยีีช่่วยสร้้าง โอกาสให้ต้ นเองในอนาคตและช่ว่ ยให้ส้ ังั คมดีีขึ้้น� ได้้ “เทคโนโลยีีช่่วยอำ�ำ นวยความสะดวกเรา ให้้เราก้้าวไปถึึงสิ่�งที่่�ทำ�ำ ให้้ประโยชน์์ต่่อ สัังคมง่่ายยิ่่�งขึ้ �น...เราอาจจะใช้้เทคโนโลยีีในการศึึกษาเล่่าเรีียน...เราอาจจะใช้้ อิินเทอร์์เน็็ตเป็น็ ตััวช่่วยให้เ้ ราศึกึ ษามากขึ้้น� และกว้้างขึ้น� ” (ชาวดิิจิทิ ัลั รุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 13-15 ปีี) “เทคโนโลยีีอย่่างโซเชีียลมีีเดีียทำ�ำ ให้้ติิดต่่อกัันได้้ทุุกที่่�ทุุกเวลา...ช่่วยสร้้างความ สะดวกสบายให้้แต่่ละคน มีีการสื่่�อสารติิดต่่อกัันได้้ดีี แล้้วก็็มีีข้้อมููลไว้้ตลอดเวลา แค่่เสิิร์์ชครับั ” (ชาวดิจิ ิิทััลรุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 16-18 ปีี) 114

อย่่างไรก็็ดีี ข้้อมููลจากการสััมภาษณ์์เจาะลึึกพบว่่า ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ในจัังหวััด เชีียงใหม่่และนครพนมไม่่ได้้มองว่่าความเป็็นผู้�้ ประกอบการเกิิดจากการผลัักดัันหรืือ การส่่งเสริิมนโยบายไทยแลนด์์ 4.0 โดยภาครััฐ แต่่เกิิดจากการสืืบค้้นและแสวงหา ทดสอบและเรีียนรู้�้แบบอย่่างความสำ�ำ เร็็จและแนวทางเดิินไปสู่่�ความสำ�ำ เร็็จนั้้�น ๆ ด้ว้ ยตนเอง จากสื่อ� สัังคมออนไลน์์ เช่น่ เฟซบุ๊๊�กและยููทููบ “ผมหวัังเรื่�องการเรีียนก่่อน เรีียนจบแล้้วก็็ลองหางานทำำ� ก็็หวัังว่่าอยากเป็็น ยููทููบเบอร์์ ประมาณนั้้�น คืือหลายคน เราดููคลิิปของเขาแล้้วตลก สนุุกสนาน แล้ว้ เราก็อ็ ยากทำ�ำ ให้ค้ นอื่�นเห็็นบ้า้ ง อยากให้ค้ นอื่น� มีีความสนุุก” (ชาวดิจิ ิทิ ััลรุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 13-15 ปีี) นิิยามใหม่ข่ องผู้�ประกอบการดิิจิทิ ััลในพื้้�นที่่�เฉพาะ ในขณะที่่�ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ในพื้้�นที่่�กรุุงเทพฯ รวมถึึงในจัังหวััดเชีียงใหม่่และ นครพนมส่่วนใหญ่่สะท้้อนมุุมมองและทััศนคติิเกี่�ยวกัับความกลััว ความฝััน และความ หวััง ที่่�แสดงออกถึึงความพยายามในการแสดงศัักยภาพของความเป็็นผู้�้ ประกอบการ อย่่างไรก็็ดีี จากข้้อมููลการสััมภาษณ์์เจาะลึึกของชาวดิิจิิทััลไทยตอนกลาง (16-18 ปีี) ซึ่�่งกำ�ำ ลัังศึึกษาอยู่�ในระดัับมััธยมในพื้้�นที่่�จัังหวััดนครพนมจำำ�นวนหนึ่่�งที่่�ไม่่สามารถเลืือก ตััดสิินใจในการประกอบอาชีีพได้้อย่่างอิิสระ โดยมีีตััวอย่่างของผู้้�ให้้ข้้อมููลอธิิบาย เพิ่่�มเติิมว่่า เขามีีความคาดหวัังในการตััดสิินใจเลืือกประกอบอาชีีพตามกรอบของ ค่่านิิยมและการยอมรัับจากครอบครัวั สัังคม และหมู่่�บ้้าน แม้้จะพบว่่า ประชากรกลุ่�มนี้้�สะท้้อนค่่านิิยมบางประการในการยกย่่องและเชิิดชูู ผู้�้ที่�สอบได้้คะแนนสููงและประสบความสำำ�เร็็จหรืือมีีความเป็็นเลิิศในการศึึกษา ซึ่�่งมีี ความคล้้ายคลึึงกัับประชากรดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ส่่วนใหญ่่ในสามพื้้�นที่่�การวิิจััย อย่่างไรก็็ดีี ข้้อมููลจากการสััมภาษณ์์ชาวดิิจิิทััลในพื้้�นที่่�จัังหวััดนครพนมมีีความแตกต่่างจากพื้้�นที่่� อื่น� ๆ ที่่ส� ะท้อ้ นว่า่ การตัดั สินิ ใจเลือื กประกอบอาชีีพนั้้น� ได้ร้ ับั อิทิ ธิพิ ลจากค่า่ นิยิ มในสังั คม ที่่�มองว่่าการได้้ทำำ�อาชีีพเป็็นข้้าราชการคืือความภููมิิใจสููงสุุดของครอบครััว เพราะการ 115

รัับราชการสามารถสร้้างรายได้้ที่่�มั่�นคง ลดความเสี่�ยงเพราะไม่่มีีการลงทุุน และได้้รัับ การยอมรัับนัับหน้้าถืือตาจากสังั คม ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ในพื้้�นที่่�จัังหวััดนครพนมส่่วนใหญ่่มีีความหวัังและความฝััน ในการสอบบรรจุุเป็็นข้้าราชการครูู เพราะอาชีีพครููมีีบทบาทในการถ่่ายทอด คุณุ ธรรมแก่ค่ นรุ่่�นต่อ่ ๆ ไป ดังั ที่่ม� ีีผู้ใ้� ห้ส้ ัมั ภาษณ์์กล่า่ วไว้้ว่่า “ความฝัันในอนาคตของฉัันก็็คืือ การประสบความสำ�ำ เร็็จในชีีวิิต การเรีียนจบ ในระดับั มหาวิทิ ยาลัยั และได้ท้ ำำ�งานที่่อ� ยากทำ�ำ มากที่่ส� ุุด นั่่น� ก็ค็ ือื คุุณครูู อยากเป็น็ ครููเพราะมัันเป็็นความใฝ่่ฝัันของฉัันที่่�ฉัันตั้�งใจเอาไว้้ ได้้สอนถ่่ายทอดความรู้�้เเละ คุุณธรรมให้้เเก่่นักั เรีียน เเละยังั เป็น็ อาชีพี ที่่�มีีเกีียรติเิ เละศัักดิ์์ศ� รีีอีกี ด้้วย หากทำ�ำ ได้้ ดั่ง� ความฝันั ก็จ็ ะมีคี วามสุุขในการทำ�ำ งานที่่เ� รารักั และเราชอบ ทำ�ำ ให้เ้ ราประสบความ สำำ�เร็จ็ ได้้ดังั ฝััน ทำำ�ให้เ้ รา พ่่อแม่่ และทุุกคนในครอบครัวั ภููมิิใจในตััวของเราที่่�ตั้�งใจ เรีียน มีีความขยันั อดทน และมุ่ง�่ มั่น� ในการเรียี นที่่ต� ้อ้ งเจออุุปสรรคต่่าง ๆ ที่่เ� รา ฝ่่าฟัันไปได้้ ผลที่่อ� อกมาก็ค็ ือื ความสำำ�เร็็จในชีีวิิต” (ชาวดิจิ ิทิ ัลั รุ่่�นใหม่่ กลุ่�มอายุุ 16-18 ปีี) ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ในจัังหวััดนครพนมเล่่าให้้ฟัังว่่า เขาไม่่สามารถเข้้าถึึงทรััพยากร ในระบบเศรษฐกิจิ แบบทุุนนิยิ มได้้อย่่างเท่่าเทีียมกับั ชาวดิจิ ิิทัลั ในพื้้�นที่่ก� รุุงเทพฯ เขาจึึง เลือื กโอกาสจากเศรษฐกิิจที่่�มีีพื้้น� ฐานจากคุุณธรรม เช่น่ หลัักปรััชญาเศรษฐกิิจพอเพีียง มาเป็น็ เครื่อ� งมืือสำ�ำ คััญในการรัักษาสถานภาพทางสังั คมและเศรษฐกิิจของตนไว้้ ผู้�กระทำำ�การดิจิ ิทิ ััลกับั การจัดั การความเสี่�ยงและความกลัวั เชิิงโครงสร้า้ ง ก ร อ บ แ น ว คิิ ด เรื่ � อ ง โ ค ร ง ส ร้้ า ง แ ล ะ ผู้�้ ก ร ะ ทำำ� ก า รที่่� ถูู ก พัั ฒ น า แ ล ะ เ ส น อ โ ด ย Giddens (1979, 1984) นั้้�นมีีคุุณููปการต่่อการประนีีประนอมความขััดแย้้งระหว่่าง โครงสร้้างและผู้�้กระทำ�ำ Giddens เสนอมโนทััศน์์ที่่�ไปไกลกว่่าความขััดแย้้งและเสนอ แนวทาง “โครงสร้้างแบบทวิิลัักษณ์์” (Duality of Structure) โดยเสนอว่า่ โครงสร้้าง 116

ทางสัังคมเป็็นทั้้�งสื่�อกลางและผลลััพธ์์ของการกระทำ�ำ ทางสัังคม นอกจากนั้้�น ผู้�้กระทำ�ำ และโครงสร้้างมีีความสััมพัันธ์์และเป็็นส่่วนหนึ่่�งของการประกอบสร้้างกัันและกััน ด้ว้ ยศักั ยภาพที่่เ� ท่า่ เทีียมกััน สำำ�หรัับ Giddens แล้ว้ ผู้ก�้ ระทำ�ำ มีีปฏิสิ ััมพันั ธ์ก์ ับั โครงสร้า้ งอยู่่�ตลอดเวลาจนเป็น็ ส่ว่ นหนึ่่ง� ของระบบบรรทัดั ฐาน นั่่น� คือื จุดุ กำำ�เนิดิ ของโครงสร้า้ ง สะท้อ้ นถึงึ ประสบการณ์์ (Reflexivity) ถููกนำำ�มาใช้้เมื่�อผู้�้กระทำ�ำ สามารถที่่�จะกระทำ�ำ การใด ๆ ด้้วยมโนสำำ�นึึก ในบริิบทของโครงสร้้างนั้้�น ๆ ทั้้�งนี้�้กระแสโลกาภิิวััตน์์และกระแสการกลัับมาของ รููปแบบทางสัังคม “แบบหลัังธรรมเนีียมนิิยม (Post-traditional Society)” ที่่อ� นุญุ าต การสะท้้อนมุุมมองทางสัังคมที่่�ผสมผสานระหว่่างค่่านิิยมและบรรทััดฐานของสัังคม สมััยใหม่่และสังั คมดั้ง� เดิมิ ที่่เ� กิิดเป็็นการสะท้้อนความเข้า้ ใจในสัังคมกว้้างขวางมากขึ้น� ผู้�กระทำำ�การดิิจิิทััลกับั กระบวนการประเมินิ ความเสี่ย� ง กรอบแนวคิิดโครงสร้้างและผู้้�กระทำ�ำ สามารถนำ�ำ มาประยุุกต์์ใช้้ในการทำำ�ความ เข้้าใจมุุมมองหรืือทััศนคติิของชาวดิิจิิทััลไทยต่่อการประเมิินสถานการณ์์ความเสี่ �ยงที่่� เกิิดขึ้้�นในปััจจุุบัันและอนาคต ทั้้�งนี้�้ การสะท้้อนประสบการณ์์ของชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ ในประเด็็นที่่�เกี่�ยวกัับความกลััว ความฝััน และความหวััง ในด้้านหนึ่่�งคืือการสะท้้อน ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งชาวดิจิ ิทิ ัลั ในฐานะ “ผู้ก�้ ระทำ�ำ การดิจิ ิทิ ัลั ” หรือื “Digital Agency” ที่่�มีีความสามารถและศัักยภาพที่่�จะประเมิินความเสี่�ยง แสวงหา และทดสอบแนวทาง ต่่าง ๆ ที่่�จะสามารถนำำ�พาพวกเขาให้้เข้้าถึึงทรัพั ยากร และทำ�ำ ให้ค้ วามหวัังและความฝันั ที่่�พวกเขาวาดไว้้เป็็นความจริิง นอกจากนั้้�นการอธิิบายในรายละเอีียดถึึงรููปแบบความ กลััว การตั้้�งความหวัังและความฝััน รวมถึึงการพยายามพััฒนาศัักยภาพตนเองให้้มีี ความพร้้อมในการเป็็นผู้�้ ประกอบการในยุุคดิิจิิทััล ที่่�ต้้องอาศััยการศึึกษาค้้นคว้้าและ เรีียนรู้้�เทคโนโลยีีใหม่่ ๆ เพื่่�อพััฒนาทัักษะในการทำำ�งานของตน รวมถึงึ การตั้้ง� เป้า้ หมาย ความสำ�ำ เร็็จในรููปแบบของความหวัังและความฝัันที่่�จะสามารถสืืบทอดคุุณธรรม เรื่�องความกตััญญูู แต่่ในขณะเดีียวกัันก็็มีีการปรัับทััศนคติิให้้ตนเองสามารถอยู่่�รอดได้้ ในระบบเศรษฐกิิจแบบทุุนนิิยมได้้อย่่างอิิสระและไม่่ขึ้ �นอยู่่�กัับโครงสร้้างทางสัังคม 117

จนไม่ส่ ามารถพัฒั นาองค์ค์ วามรู้แ�้ ละคิดิ ค้น้ สิ่่ง� ใหม่ไ่ ด้้ กล่า่ วคือื ชาวดิจิ ิทิ ัลั คือื ผู้ก�้ ระทำ�ำ การ ที่่�สามารถต่่อรอง โต้้แย้้ง และเปลี่่�ยนแปลงโครงสร้้างทางสัังคม คุุณธรรม และ เศรษฐกิิจได้้ ดัังนั้้�นการสะท้้อนถึึงความกลััว ความฝััน และความหวััง ไม่่ได้้มีีเพีียงแค่่ การยอมรัับและสนัับสนุุนหรืือสืืบทอดชุุดคุุณธรรมดั้�งเดิิม แต่่ในขณะเดีียวกัันก็็พร้้อม ที่่�จะต่่อรองและโต้้แย้้งคุุณธรรม และสามารถกระทำำ�การเปลี่่�ยนแปลงโครงสร้้างได้้ ขึ้�นอยู่่�กัับฐานทรััพยากรที่่�จะโต้้แย้้งกัับหลัักคุุณธรรม ดัังนั้้�นผู้้�กระทำำ�การชาวดิิจิิทััล สามารถสะท้้อนอััตลัักษณ์์ของตนต่่อชุุดคุุณธรรมดั้ �งเดิิมได้้มากน้้อยต่่างกััน ขึ้�นอยู่่�กัับ ทรััพยากรทางเศรษฐกิจิ สัังคมและการเมือื งที่่แ� ต่ล่ ะคนสามารถเข้้าถึึงได้้ ทั้้�งนี้้� การปรัับตััวและต่่อรองกัับโครงสร้้างทางสัังคม เศรษฐกิิจ การเมืือง และ บรรทััดฐาน ตลอดจนคุุณค่่าและคุุณธรรมพื้้�นฐานในสัังคมไทย ปรากฏให้้เห็็นได้้จาก การสะท้้อนถึงึ ความกลัวั ความฝััน และความหวัังในกลุ่�ม ชาวดิิจิทิ ััลรุ่่�นใหม่ท่ ั้้�งสามกลุ่�ม สะท้้อนถึึงความเข้้าใจและความพร้้อมในการรัับมืือกัับความเสี่ �ยงและความกลััวได้้ แตกต่่างกััน ขึ้�นอยู่่�กัับทรััพยากรที่่�สามารถเข้้าถึึงได้้ ตััวชี้้�วััดสำำ�คััญประการหนึ่่�งที่่�จะ ช่่วยฉายภาพความพร้้อมและศัักยภาพของชาวดิิจิิทััลต่่อการรัับมืือกัับความเสี่ �ยง ดัังกล่่าวคืือ ความพร้้อมในการเป็็นผู้�้ ประกอบการของชาวดิิจิิทััลในระดัับที่่�แตกต่่างกััน ในแต่่ละช่่วงอายุุ ผู้�กระทำำ�การดิิจิทิ ัลั กัับทรัพั ยากรในการตอบสนองต่่อความเสี่�ยงและความกลัวั ประเด็น็ การรับั มือื กับั ความเสี่ย� งและความกลัวั ของชาวดิจิ ิทิ ัลั ที่่ก� ำำ�ลังั อยู่�ในวัยั เรีียน ระดัับมััธยมศึึกษาตอนต้้นซึ่่�งมีีอายุุระหว่่าง 13-15 ปีี และกลุ่�มอายุุ 16-18 ปีีนั้้�น ประชากรส่่วนใหญ่่มัักจะสะท้้อนมุุมมองเรื่�องความกลััว รวมถึึงการตั้้�งความฝัันและ ความหวังั ที่่เ� กี่ย� วข้อ้ งกับั ความกตัญั ญูแู ละการทดแทนคุณุ เนื่่อ� งจากเป็น็ วัยั ที่่ม� ีีการเรีียนรู้�้ และมีีประสบการณ์ท์ี่่เ� กิดิ จากสายสัมั พันั ธ์ภ์ ายในครอบครัวั ที่่เ� หนีียวแน่น่ จึงึ ได้ร้ ับั อิทิ ธิพิ ล จากค่่านิิยมและหลัักคุุณธรรมเรื่�องความกตััญญูู ดัังนั้้�นชาวดิิจิิทััลกลุ่�มนี้�้จึึงสะท้้อน มุมุ มองเรื่อ� งความกลัวั หรือื การตั้้ง� ความหวังั และความฝันั ของตนในรููปแบบของการต้อ้ ง 118

เป็็นลููกที่่�ดีี ทำำ�หน้้าที่่�ของตนเองให้้ดีีที่่�สุุดด้้วยการตั้้�งใจศึึกษาเล่่าเรีียน และสามารถ ดำำ�รงตนอยู่�ในกรอบของคุุณธรรมและค่่านิิยมที่่�สัังคมยอมรัับ สิ่�งเหล่่านี้้�คืือการ แสดงออกถึึงการเป็็นลููกที่่�มีีความกตััญญูู ดังั นั้้น� ความพยายามที่่จ� ะลดทอน “ความกลััว ที่่�จะไม่่ได้้ตอบแทนบุุญคุุณพ่่อแม่่” จะเป็็นไปในลัักษณะของการทำำ�หน้้าที่่�เป็็นลููกที่่�ดีี พยายามตั้�งใจเรีียนและสร้้างความภููมิิใจให้้แก่่พ่่อแม่่ ทั้้�งนี้�้ การทำำ�หน้้าที่่�เป็็นลููกกตััญญูู โดยการตอบแทนพ่่อแม่่อาจเป็็นแรงจููงใจและแรงผลัักดัันให้้ชาวดิิจิิทััลกลุ่ �มนี้้�สามารถ เข้า้ ถึึงทรััพยากรเพื่่�อสร้า้ งอนาคตที่่ม�ั่น� คงในอนาคต สำำ�หรับั ชาวดิจิ ิทิ ัลั ที่่อ� าศัยั อยู่�ในพื้้น� ที่่ก� รุงุ เทพฯ และจังั หวัดั เชีียงใหม่ท่ ี่่เ� ป็น็ เมือื งเอก ที่่�มีีการพัฒั นาทางเศรษฐกิจิ พบว่่า ชาวดิจิ ิิทััลรุ่่�นใหม่่กลุ่�มอายุุ 13-15 ปีี และ 16-18 ปีี มีีการสะท้้อนมุุมมองเรื่ �องความหวัังและความฝัันในลัักษณะที่่�สะท้้อนถึึงความใฝ่่ฝััน ความทะเยอทะยานที่่ต� ้อ้ งการคว้า้ ความสำำ�เร็จ็ ด้ว้ ยตนเองในระบบเศรษฐกิจิ แบบทุนุ นิยิ ม และในกลุ่�มอายุุ 16-18 ปีีในพื้้�นที่่�นครพนม พบว่่า มีีเรื่�องความกลััวในการหางานทำำ� กลััวการตกงาน และความกลััวเรื่�องความกิินดีีอยู่�ดี สิ่�งเหล่่านี้้�ชี้�้ชััดว่่าพวกเขาสะท้้อน ว่า่ ความอยู่่�รอดในชีีวิติ ทางสังั คมและเศรษฐกิิจของพวกเขาขึ้น� อยู่่�กับั ความอยู่่�รอดของ โครงสร้า้ งทางสังั คมและเศรษฐกิิจของประเทศ อย่่างไรก็็ดีี ในกลุ่�มอายุุชาวดิจิ ิิทััลรุ่่�นใหม่ก่ ลุ่�มอายุุ 13-15 ปีี และ 16-18 ปีี มีีความ ตื่�นตััวในการเรีียนรู้้�และประยุุกต์์ใช้้เทคโนโลยีีใหม่่ ๆ เพื่่�อการศึึกษาและการใช้้ชีีวิิต ประจำ�ำ วััน สื่�อสังั คมออนไลน์์เป็น็ ส่ว่ นหนึ่่�งของวิิถีีชีีวิติ และเป็็นพื้้�นที่่ใ� นการแสดงออกถึงึ ความต้อ้ งการตัวั ตน รวมไปถึงึ เป็น็ ที่่แ� บ่ง่ ปันั หรือื นำ�ำ เสนอประสบการณ์ส์ ่ว่ นตัวั ไปสู่่�ชุมุ ชน สาธารณะ ดัังนั้้�นประชากรดิิจิิทััลในสองกลุ่�มอายุุที่่�กำ�ำ ลัังศึึกษาในระดัับมััธยมเล็็งเห็็น ถึึงข้้อดีีและข้้อเสีียของเทคโนโลยีีโดยเฉพาะผลกระทบของการใช้้สื่ �อสัังคมออนไลน์์ แต่่ในขณะเดีียวกััน ประชากรกลุ่�มนี้้�มีีความคาดหวัังและความฝัันว่่าตนเองจะสามารถ นำ�ำ เอาด้้านดีีหรืือผลกระทบเชิิงบวกของเทคโนโลยีีมาใช้้ในการสร้้างโอกาสในการ ทำำ�งานของตนเองได้อ้ ย่า่ งอิสิ ระและไม่ข่ึ้�นอยู่่�กับั ความคาดหวังั หรือื แรงกดดันั จากสังั คม 119

ในขณะที่่�ความฝัันของชาวดิิจิทิ ััลรุ่่�นใหม่่ในกลุ่�มอายุุ 19-23 ปีี ในพื้้�นที่่�กรุุงเทพฯ และจังั หวัดั เชีียงใหม่น่ ั้้น� ให้ค้ ุณุ ค่า่ ต่อ่ ความเป็น็ ปัจั เจกและอัตั ลักั ษณ์ต์ ัวั ตนที่่ห� ลากหลาย มากยิ่ง� ขึ้น� และการที่่ส� ังั คมไทยไม่เ่ อื้อ� อำ�ำ นวยต่อ่ การสร้า้ งความฝันั ของคนในรุ่่�นนี้ใ�้ ห้เ้ ป็น็ จริงิ ได้น้ ั้้น� ก็ส็ ร้้างความอึดึ อััดให้้กับั คนรุ่่�นใหม่ไ่ ม่่มากก็น็ ้้อย แต่เ่ มื่�อชีีวิติ ของพวกเขาต้้อง ดำำ�เนิินต่่อไป การเลืือกสรรความฝัันที่่�คิิดว่่าพอจะทำ�ำ ได้้ ประกอบกัับการใช้้เทคโนโลยีี ที่่�จะช่่วยสร้้างทางเลืือกใหม่่ ๆ ให้้กัับชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ในวััยนี้้�ได้้ เพื่่�อเอื้�อให้้ชีีวิิตได้้ ดำำ�เนิินไปตามแนวความคิิดของ Work-Life Balance ที่่�ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ต้้องการนั้้�น ก็็คืือ การทำำ�งานอย่่างมีีความสุุข การมีีสุุขภาพที่่�ดีี ได้้งานที่่�ดีี มั่�นคง และงานที่่�แสดง ความพยายามของเขาให้เ้ กิดิ ผลลัพั ธ์ท์ ี่่ม� ีีความหมาย นอกจากนั้้น� ในช่ว่ งกลุ่�มอายุทุ ี่่ก� ำ�ำ ลังั ศึึกษาในระดัับมหาวิิทยาลััยยัังมีีความฝัันอยากที่่�จะประกอบธุุรกิิจส่่วนตััว ซึ่่�งเป็็นสิ่่�งที่่� สะท้้อนได้้ว่่า ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ส่่วนมากในงานวิิจััยนี้้�มีีความต้้องการที่่�จะประสบความ สำำ�เร็็จ อยากสร้้างความร่ำ�ำ� รวย เพราะพวกเขาไม่่สามารถที่่�จะปฏิิเสธได้้ว่่า การมีีเงิิน จะทำ�ำ ให้ก้ ารเข้า้ ถึงึ เทคโนโลยีีทำำ�ได้ง้ ่า่ ยยิ่ง� ขึ้น� อีีกทั้้ง� ยังั สร้า้ งความสะดวกสบายให้ก้ ับั ชีีวิติ ผลการศึึกษาวิิจััยยัังพบว่่า ประชากรชาวดิิจิิทััลกลุ่�มนัักศึึกษามหาวิิทยาลััยจาก กรุุงเทพฯ ต้้องการประกอบอาชีีพธุุรกิิจส่่วนตััว ในขณะที่่�ประชากรวััยเดีียวกัันใน จัังหวััดนครพนมส่่วนใหญ่่มีีความหวัังและความฝัันในการประกอบอาชีีพที่่�สามารถ สืืบทอดหลัักคุุณธรรมพื้้�นฐานและความดีีงามในสัังคมได้้ นั่่�นคืือการประกอบอาชีีพ เป็็นข้้าราชการครูู นอกจากนั้้�น การตั้้�งความหวัังของประชากรในกลุ่�มอายุุนี้้�ของพื้้�นที่่� นครพนมยัังสะท้้อนถึึงความต้้องการในการที่่�จะเห็็นความปรองดองและสมานฉัันท์์ ของประเทศ ซึ่่�งมีีส่่วนช่่วยให้้การพััฒนาทางเศรษฐกิิจในระดัับรากหญ้้าในพื้้�นที่่�ให้้ เป็น็ ไปโดยราบรื่�น จากข้้อค้้นพบในการศึึกษาครั้�งนี้้� สรุุปได้้ว่่า ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่�นใหม่่แม้้จะมีี ความกลััว ความหวััง และความฝััน ที่่�เกิิดจากอิิทธิิพลในเชิิงโครงสร้้างทางสัังคม เศรษฐกิิจ การเมืือง รวมถึึงกรอบของค่่านิิยมและคุุณธรรมพื้้�นฐาน ชาวดิิจิิทััลไทย ก็็ไม่่ยอมจำำ�นนหรืือยอมรัับต่่อข้้อจำำ�กััดในเชิิงโครงสร้้างที่่�ทำำ�ให้้มองได้้ว่่า สัังคมไทย ยัังมีีทรััพยากรที่่�ไม่่เพีียงพอที่่�จะสนัับสนุุนปััจเจกให้้ทำำ�ตามความหวัังและความฝััน 120

ของเขาให้้เป็็นจริิง ในทางกลัับกััน ชาวดิิจิิทััลไทยพยายามค้้นหาและทดลองแนวทาง ที่่�หลากหลายในการเข้้าถึึงแหล่่งทรััพยากร ซึ่�่งดำำ�เนิินการไปพร้้อม ๆ กัับการประเมิิน ศัักยภาพและความสามารถของตนเอง เพื่่�อนำำ�มารัับมืือกัับความเสี่�ยงหรืือสถานการณ์์ ใด ๆ ที่่�อาจเกิดิ ขึ้้�นนอกกรอบของความหวังั และความฝันั ที่่ต� นได้้วาดเอาไว้้ 121

ความเหลื่่� อมล้ำ�ำ �ในการรัั บมืื อ กัั บการเปลี่�่ ยนแปลง: เงาสะท้้อนเบื้�้องหลัังนโยบาย Thailand 4.0 122

การพัฒั นาเทคโนโลยีีได้ก้ ่อ่ ให้เ้ กิดิ การเปลี่่ย� นแปลงครั้ง� ยิ่ง� ใหญ่ใ่ นสังั คม โดยเฉพาะ เทคโนโลยีีสารสนเทศและการสื่่�อสารที่่�เข้้าสู่่�ยุุคสื่�อสัังคมออนไลน์์ ซึ่่�งส่่งผลให้้เกิิดการ เปลี่่�ยนแปลงในวิิถีีชีีวิิต พฤติิกรรม ตลอดจนความคิิดของคนในสัังคมอย่่างมาก ไม่่ว่่า จะเป็น็ การเปลี่่ย� นแปลงในรููปแบบการปฏิสิ ัมั พันั ธ์์ การส่ง่ ผ่า่ นข้อ้ มููลข่า่ วสารที่่ก� ว้า้ งขวาง และรวดเร็็ว การเกิิดขึ้้�นของบรรทััดฐานใหม่่ ๆ ไม่่ว่่าจะเป็็นการเลืือกปฏิิบััติิต่่อกััน การตััดสิินความผิิดชอบชั่�วดีี การใช้้ภาษา วิิธีีคิิดต่่อการใช้้ชีีวิิต การสร้้างและนำ�ำ เสนอ ตัวั ตน ตลอดจนปัญั หาสุขุ ภาพรููปแบบใหม่ท่ี่่ท� ้า้ ทายการบำำ�บัดั รักั ษา นอกจากนั้้น� สถาบันั ทางสังั คมต่า่ ง ๆ ยังั ได้ร้ ับั ผลกระทบจากการเปลี่่ย� นแปลง ทั้้ง� ในเชิงิ โครงสร้า้ ง สถานภาพ และบทบาท องค์์กรที่่เ� กี่ย� วข้้อง ตลอดจนการทำ�ำ หน้า้ ที่่� ไม่่ว่า่ จะเป็็นสถาบันั การศึกึ ษา ครอบครััว เศรษฐกิจิ การเมือื งการปกครอง รวมทั้้ง� ศาสนาและความเชื่อ� ของผู้ค�้ น อย่า่ งไรก็ต็ าม ผลการศึกึ ษาการเปลี่่ย� นแปลงและผลกระทบเหล่า่ นี้โ�้ ดยผ่า่ นมุมุ มอง ของประชากรดิจิ ิิทััลทั้้�ง 5 กลุ่�ม ได้ส้ ะท้อ้ นให้เ้ ห็น็ อย่า่ งชััดเจนว่่า ไม่่ใช่่เฉพาะประชากร ชาวดิิจิิทััลเท่่านั้้�นที่่�มีีวิิถีีชีีวิิตที่่�เปลี่่�ยนแปลงไปและได้้รัับผลกระทบจากการพััฒนา เทคโนโลยีีดัังกล่่าว แต่่หมายรวมถึึงประชากรทุุกกลุ่�มในสัังคมที่่�ใช้้ชีีวิิตอยู่�ร่่วมสมััย เดีียวกััน ซึ่่�งจะเห็็นได้้ว่่าประชากรร่่วมสมััยเหล่่านี้้�ได้้ถููกผลัักดัันให้้ต้้องเปลี่่�ยนแปลง พฤติกิ รรม ทัศั นคติิ และการดำำ�เนินิ ชีีวิติ ประจำ�ำ วันั โดยตกอยู่�ในภาวะพึ่่ง� พิิงเทคโนโลยีี มากขึ้�นอย่่างหลีีกเลี่�ยงได้้ยาก และถึึงแม้้ว่่าเทคโนโลยีีและการสื่่�อสารสมััยใหม่่เหล่่านี้�้ จะนำำ�ไปสู่่�การพััฒนาทัักษะชีีวิิตและการเรีียนรู้�้ รููปแบบใหม่่ก็็ตาม แต่่ในขณะเดีียวกััน ได้้นำ�ำ ไปสู่่�การลดศัักยภาพและทัักษะบางประการของชาวดิจิ ิทิ ัลั ไปด้ว้ ยเช่น่ กันั นอกจากนั้้น� ผลกระทบที่่ต� ามมาอีีกประเด็น็ หนึ่่ง� คือื การสร้า้ ง “ความเหลื่อ่� มล้ำ�ำ�” ในมิิติทิ างสังั คมรููปแบบต่่าง ๆ ซึ่�ง่ ไม่่เพีียงแต่ค่ วามเหลื่�อมล้ำ�ำ� อัันเกิิดจากการไม่ส่ ามารถ เข้้าถึึงเครื่�องมืือหรืือสื่�อกลางด้้านเทคโนโลยีีเท่่านั้้�น แต่่หมายรวมถึึงความเหลื่�อมล้ำ��ำ ในการจััดการชีีวิิตอัันได้้รัับผลกระทบจากปรากฏการณ์์ดัังกล่่าวด้้วยเช่่นกััน เพราะ ถึึงแม้้ประชากรในยุุคนี้�้ต่่างได้้รัับผลกระทบจากการเปลี่่�ยนแปลงอัันเนื่่�องมาจาก พััฒนาการทางเทคโนโลยีีในรููปแบบที่่ใ� กล้เ้ คีียงกัันก็ต็ าม แต่่ความสามารถและข้้อจำ�ำ กััด ของแต่่ละคนในการตอบสนองหรืือรัับมืือกัับการเปลี่่�ยนแปลงยัังแตกต่่างกัันไปตาม 123

เงื่�อนไขทางเศรษฐกิิจและสัังคม จึึงนัับเป็็นความเหลื่�อมล้ำำ��ในอีีกรููปแบบหนึ่่�งที่่�ไม่่ควร มองข้า้ ม โดยเฉพาะเมื่อ� สังั คมไทยกำ�ำ ลังั ถููกผลักั ดันั ให้เ้ ข้า้ สู่� “สังั คม 4.0” ภายใต้น้ โยบาย “Thailand 4.0” ที่่�ถููกใช้้เป็็นโมเดลในการขัับเคลื่�อนประเทศไทยไปสู่่�ความมั่�งคั่�ง มั่�นคง และยั่�งยืืน โดยกำ�ำ หนดเป้้าหมายให้้ครอบคลุุมทั้้�งมิิติิด้้านความมั่�งคั่�งทาง เศรษฐกิจิ ความอยู่่�ดีีมีีสุขุ ทางสังั คม การยกระดับั คุณุ ค่า่ มนุษุ ย์์ และการรักั ษ์ส์ิ่ง� แวดล้อ้ ม ทั้้�งนี้�้ ในทางปฏิิบััติิอาจไปถึึงเป้้าหมายดัังกล่่าวได้้ยากหากไม่่ได้้พิิจารณาความ เหลื่อ� มล้ำำ�� ในประเด็็นดัังต่อ่ ไปนี้�้เพิ่่ม� เติมิ การเรีียนรู้้�และรููปแบบการศึึกษาภายใต้ส้ ังั คม 4.0 ในการขัับเคลื่�อน Thailand 4.0 วาระหนึ่่�งที่่�สำ�ำ คััญอย่่างยิ่�งคืือ การตระเตรีียม เมล็็ดพัันธุ์์�ชุดุ ใหม่่ด้ว้ ยการเตรีียมคนไทย 4.0 ให้พ้ ร้้อมในการก้้าวสู่�โลกที่่�หนึ่่ง� ประชากร ดิจิ ิิทัลั จึงึ ถืือเป็น็ เป้้าหมายหลักั สำำ�คััญของการขัับเคลื่อ� นสังั คมไทยในยุคุ นี้�้ จนเรีียกได้้ว่า่ เป็็น “มนุุษย์์ที่่�สมบููรณ์์ในศตวรรษที่่� 21” ที่่�มีีปััญญาที่่�เฉีียบแหลม (Head) มีีทัักษะ ที่่�เห็็นผล (Hand) มีีสุุขภาพที่่�แข็็งแรง (Health) และมีีจิิตใจที่่�งดงาม (Heart) ทั้้�งนี้้� เครื่�องมืือสำำ�คัญั ที่่จ� ะสามารถบ่ม่ เพาะเมล็ด็ พันั ธุ์์�กลุ่�มนี้้�ได้้คือื การเรีียนรู้้�และรููปแบบการ ศึึกษาที่่�ต้้องปรัับเปลี่่�ยนให้้สามารถตอบสนองต่่อการเปลี่่�ยนแปลงและความต้้องการ จำำ�เป็็นของสัังคม เพื่่�อเปลี่่�ยนจากคนไทยที่่�มีีความรู้�้ ความสามารถ และทัักษะที่่�จำำ�กััด เป็น็ คนไทยที่่�มีีความรู้้แ� ละทัักษะสููง ตลอดจนมีีความสามารถในการรัังสรรค์์นวัตั กรรม จากเป้้าหมายของนโยบายดัังกล่่าว ประกอบกัับการเปลี่่�ยนแปลงทางสัังคมและ วััฒนธรรมอัันเนื่่�องมาจากพััฒนาการทางเทคโนโลยีี โดยเฉพาะเทคโนโลยีีสารสนเทศ และการสื่่อ� สาร ได้ท้ ำ�ำ ให้ท้ ั้้ง� ผู้เ้� รีียนและผู้ส�้ อนหรือื ผู้้�ที่เ� คยทำำ�หน้า้ ที่่ใ� นการถ่า่ ยทอดความรู้�้ ต้้องถููกผลัักดัันให้้ใช้้เทคโนโลยีีเป็็นเครื่ �องมืือทั้้�งในการเรีียนรู้้�และการถ่่ายทอดความรู้้� ในขณะที่่ก� ารแสวงหาความรู้ใ�้ นอดีีตได้้ถููกจำ�ำ กัดั ด้ว้ ยเงื่�อนไขเรื่�องเวลา สถานที่่� ประเภท ของแหล่ง่ เรีียนรู้�้ รููปแบบสื่อ� การเรีียนรู้�้ ตลอดจนเพศและวัยั ของผู้เ�้ รีียน แต่ป่ ัจั จุบุ ันั สังั คม ดิิจิิทััลได้้ปลดปล่่อย “ผู้�้เรีียน” ออกจากพัันธนาการเหล่่านี้้� ไม่่ว่่าจะเป็็นการแสวงหา 124

ความรู้้� “ในห้้องเรีียน” หรืือ “นอกห้้องเรีียน” ก็็ตาม โดยโลกอิินเทอร์์เน็็ตได้้กลาย เป็็น “ห้้องสมุุด” ที่่�ไม่่เคยมีีเวลาเปิิด-ปิิด สำ�ำ หรัับผู้้�เรีียนรู้�้ ทุุกคนที่่�สามารถเข้้าถึึงระบบ เครือื ข่า่ ยได้้ ในขณะเดีียวกันั “ผู้ส�้ อน” เองจำ�ำ ต้อ้ งเปลี่่�ยนแปลงบทบาทของตนจากผู้้�ที่�ผููกขาด ในฐานะศููนย์์กลางในการถ่่ายทอดความรู้�้มาเป็็นการทำำ�หน้้าที่่�ในฐานะศููนย์์กลางในการ ชี้�้แนะแหล่่งข้้อมููลและความรู้�้ที่�ผู้�้เรีียนจะสามารถเรีียนรู้�้ได้้ด้้วยตััวเองเป็็นหลััก อีีกทั้้�ง ในปััจจุุบัันผู้�้สอนเองได้้ถููกผลัักดัันให้้นำำ�เทคโนโลยีีมาใช้้กัับระบบการเรีียนการสอน ให้้ได้้มากที่่�สุุด ไม่่ว่่าจะเป็็นเอกสารประกอบการสอนในรููปแบบไฟล์์อิิเล็็กทรอนิิกส์์ การส่่งงาน การศึึกษาค้้นคว้้า หรืือการสร้้างระบบห้้องเรีียนออนไลน์์ เป็็นต้้น ทั้้�งนี้�้ เพื่่�อเพิ่่�มประสิิทธิิภาพในการจััดการเรีียนการสอนและลดการใช้้ทรััพยากรต่่าง ๆ เช่่น การลดการใช้้กระดาษในการจัดั ทำ�ำ เอกสารประกอบการสอน อย่า่ งไรก็็ตาม สิ่�งที่่�มาพร้อ้ มกัับประสิทิ ธิิภาพในการจััดการเรีียนการสอนและการ เรีียนรู้้�เหล่า่ นี้้� คือื การผลักั ภาระต้น้ ทุุนที่่เ� กิิดจากการใช้เ้ ทคโนโลยีีเพื่่อ� การเรีียนการสอน เหล่า่ นั้้น� ไปที่่ผ� ู้�้เรีียน เนื่่อ� งจากไม่่ใช่่ผู้เ้� รีียนทุกุ คนจะสามารถเข้า้ ถึงึ อุปุ กรณ์์สื่�อการเรีียนรู้้� เหล่า่ นี้้�ได้อ้ ย่า่ งเท่า่ เทีียม ดัังนั้้�นสิ่่�งที่่�ควรระมัดั ระวัังและคำ�ำ นึึงถึึงอย่่างยิ่�งคือื การที่่�ผู้ส�้ อน และสถาบัันการศึึกษาจะตกอยู่�ในฐานะผู้�้สร้้างความเหลื่�อมล้ำ��ำ ให้้เกิิดขึ้้�นในกลุ่�มผู้�้เรีียน โดยมิไิ ด้เ้ จตนา การจะดำำ�เนินิ การในสิ่่ง� เหล่า่ นี้จ�้ ึงึ จำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งมีีการวางแผนในการบริหิ าร จััดการ การเก็บ็ ข้้อมููลข้อ้ จำ�ำ กััดและเงื่อ� นไขของผู้�เ้ รีียนแต่่ละราย เพื่่อ� ลดความเหลื่อ� มล้ำ��ำ ในกระบวนการเรีียนรู้ใ�้ ห้้ได้้มากที่่�สุดุ ทั้้�งนี้�้ ความเหลื่�อมล้ำ��ำ ในการตอบสนองต่่อการเปลี่่�ยนแปลงในรููปแบบการเรีียนรู้�้ และการเรีียนการสอนตามมุมุ มองของประชากรดิจิ ิทิ ัลั และผู้เ�้ กี่ย� วข้อ้ งกับั ประชากรดิจิ ิทิ ัลั ทั้้�งในฐานะผู้�ส้ อน ผู้้�ปกครอง และผู้�้ บังั คัับบัญั ชา สามารถเกิิดขึ้้�นได้ใ้ นประเด็น็ ต่่อไปนี้้� 125

เมื่อ่� “การศึึกษา” คืือ “การลงทุุน” การลงทุุนด้้านเทคโนโลยีีสำำ�หรัับการศึึกษากลายเป็็นเงื่�อนไขสำ�ำ คััญส่่วนหนึ่่�งของ ความสำำ�เร็็จและประสิิทธิิภาพทางการศึึกษาอย่่างไม่่อาจปฏิิเสธได้้ เนื่่�องจากการเรีียน การสอนในปััจจุุบัันเน้้นการใช้้เทคโนโลยีีเป็็นส่่วนสำำ�คััญของกระบวนการเรีียนรู้�้ ในที่่�สุุดจะเห็็นได้ว้ ่่า ผู้เ�้ รีียนมีีความจำำ�เป็น็ ต้้อง “ลงทุุน” ซื้อ� หาอุปุ กรณ์์การเรีียนชิ้้�นแรก นั่่�นคืือเครื่�องคอมพิิวเตอร์์ ซึ่่�งมีีความแตกต่่างกัันในประสิิทธิิภาพและความสะดวก ในการใช้้งานไปตามรููปแบบของอุุปกรณ์์ เช่่น คอมพิิวเตอร์์แบบตั้�งโต๊๊ะ โน้้ตบุ๊๊�ก หรืือ แท็บ็ เล็ต็ เป็็นต้้น ทั้้�งนี้้� ขึ้�นอยู่่�กับั ข้้อจำำ�กััดในการเข้า้ ถึึงอุปุ กรณ์ข์ องแต่่ละบุคุ คล ถึึงแม้้ ปััจจุุบัันอุุปกรณ์์เหล่่านี้�้จะสามารถซื้้�อหาได้้ในราคาที่่�หลากหลายก็็ตาม ชาวดิิจิิทััลที่่�มีี ความสามารถและข้้อจำำ�กััดในด้้านงบประมาณที่่�แตกต่่างกัันจึึงสามารถเข้้าถึึงอุุปกรณ์์ ที่่�เชื่�อมโยงกัับประสิิทธิิภาพการเรีียนรู้�้ที่�แตกต่่างกัันด้้วย ถึึงแม้้ว่่าสถาบัันการศึึกษา แต่่ละแห่่งจะพยายามจััดสรรอุุปกรณ์์เหล่่านี้�้ไว้้เป็็นส่่วนกลางเพื่่�อให้้สิิทธิิแก่่ผู้�้เรีียนได้้ใช้้ อุุปกรณ์์ดัังกล่่าวอย่่างเท่่าเทีียมกัันก็็ตาม แต่่ในทางปฏิิบััติิแล้้ว ผู้้�เรีียนที่่�สามารถเข้้าถึึง อุุปกรณ์์อื่�น ๆ ที่่�มีีประสิิทธิิภาพเหนืือกว่่าได้้ด้้วยตนเองย่่อมมีีโอกาสเข้้าถึึงในสิ่่�งที่่� เอื้�อต่่อการเรีียนรู้้�ได้้มากกว่่า ตััวอย่่างเช่่น เมื่�อผู้�้เรีียนได้้รัับมอบหมายให้้ศึึกษาค้้นคว้้า และจััดทำ�ำ รายงาน โดยกำำ�หนดระยะเวลาในการดำำ�เนิินการไว้้อย่่างชััดเจน ผู้้�เรีียนที่่�มีี อุปุ กรณ์ส์ ่ว่ นตัวั ซึ่ง�่ สามารถใช้ง้ านได้ท้ ุกุ ที่่ท� ุกุ เวลา และสามารถเข้า้ ถึงึ ระบบเครือื ข่า่ ย เช่น่ ระบบ Wi-Fi ที่่�มีีประสิิทธิิภาพสููงกว่่า ย่่อมมีีโอกาสและเวลาในการค้้นคว้้าและจััดทำำ� รายงานดัังกล่่าวได้้มากกว่่าผู้�้เรีียนที่่�ต้้องอาศััยอุุปกรณ์์ที่่�จััดไว้้ให้้ในสถาบัันการศึึกษา ซึ่ง�่ สามารถเข้า้ มาใช้้งานได้้ในสถาบัันในวันั และเวลาที่่จ� ำ�ำ กัดั เท่า่ นั้้น� ทั้้�งนี้�้ จากการสััมภาษณ์์ผู้้�เกี่�ยวข้้องกัับชาวดิิจิิทััลซึ่่�งเป็็นอาจารย์์ในสถาบััน อุุดมศึึกษาหลัังจากได้้ทดลองใช้้การสอบโดยอนุุญาตให้้ผู้�้เรีียนได้้นำำ�อุุปกรณ์์ช่่วยในการ ค้น้ คว้า้ เข้า้ มาใช้ใ้ นการสอบได้้ พบว่า่ จากการประเมินิ ผลและสอบถามความคิดิ เห็น็ ของ ผู้เ้� รีียน การสอบโดยที่่ใ� ห้ม้ ีีการเปิดิ ตำ�ำ รา (Open Book) ได้น้ั้้น� มีีข้อ้ จำ�ำ กัดั เนื่่อ� งจากเอกสาร ส่่วนใหญ่่มีีลัักษณะเป็็นไฟล์์อิิเล็็กทรอนิิกส์์ ซึ่�่งถ้้าต้้องพิิมพ์์ออกมาเป็็นเอกสารจะทำ�ำ ให้้ สิ้�นเปลืืองค่่าใช้้จ่่ายอย่่างมาก แต่่หลัังจากมีีการอนุุญาตให้้เอาอุุปกรณ์์อิิเล็็กทรอนิิกส์์ 126

เข้้าสอบเพื่่�อค้้นคว้้าได้้โดยไม่่ได้้กำำ�หนดรููปแบบของอุุปกรณ์์ ทำำ�ให้้เห็็นอย่่างชััดเจนว่่า ลักั ษณะอุปุ กรณ์ท์ ี่่แ� ตกต่า่ งกันั ส่ง่ ผลต่อ่ ประสิทิ ธิภิ าพการค้น้ คว้า้ และความสะดวกในการ ใช้้งานในห้อ้ งสอบได้้แตกต่า่ งกััน ซึ่�่งผู้�เ้ รีียนเห็น็ ว่า่ ทำำ�ให้เ้ กิิดการได้เ้ ปรีียบเสีียเปรีียบกััน ขึ้ �น นอกจากนั้้�น ผู้้�เรีียนยัังประเมิินและตััดสิินใจที่่�จะลงทุุนกัับเครื่�องมืืออื่�น ๆ นอกเหนืือจากคอมพิิวเตอร์์ซึ่�่งถููกมองว่่าเป็็นการลงทุุนที่่�คุ้�มค่่ากว่่า เช่่น การลงทุุนซื้้�อ เครื่อ� งอ่า่ นอีีบุ๊๊ก� แทนการอ่า่ นเอกสารหรือื หนังั สือื ในรููปแบบกระดาษและแทนการลงทุนุ ซื้�อหนัังสืือในแบบรููปเล่่ม เนื่่�องจากสามารถพกพาง่่ายกว่่าและลดค่่าใช้้จ่่ายที่่�เกิิดจาก การใช้ก้ ระดาษ เช่น่ การถ่า่ ยเอกสาร เพื่่�อนำำ�เงิินมาลงทุุนกัับเครื่�องมืือที่่�ประเมิินแล้้วว่า่ สามารถใช้้งานได้้ยาวนานกว่่า อีีกทั้้�งการเรีียนการสอนในปััจจุุบัันถููกออกแบบให้้เป็็น ห้้องเรีียนออนไลน์์ ทำ�ำ ให้้เอกสารต่่าง ๆ ที่่�เกี่�ยวข้้องกัับการเรีียนถููกเผยแพร่่และส่่งต่่อ ในรููปแบบไฟล์์อิิเล็็กทรอนิิกส์์แทนการพิิมพ์์เอกสารประกอบการสอน ซึ่่�งอาจจะ กลายเป็็นภาระสำ�ำ หรัับผู้เ�้ รีียนที่่ไ� ม่่มีีอุปุ กรณ์์สำำ�หรัับจััดเก็บ็ เอกสารเหล่า่ นี้แ�้ ทน ดัังนั้้�นจะเห็็นได้้ว่่า เครื่�องมืืออิิเล็็กทรอนิิกส์์ที่่�มีีความหลากหลาย นอกจากจะมีี ความแตกต่า่ งในแง่ข่ องการใช้ง้ านแล้ว้ แน่น่ อนว่า่ ยังั สร้า้ งความรู้้�สึกึ ได้เ้ ปรีียบเสีียเปรีียบ ระหว่่างผู้�้เรีียนในการเข้้าถึึงองค์์ความรู้้�ที่�แตกต่่างกัันด้้วย ซึ่่�งทำ�ำ ให้้บางครั้�งการกำำ�หนด รููปแบบการเรีียนการสอนที่่�ต้้องอาศััยเทคโนโลยีีเหล่่านี้้�ถููกตั้�งคำ�ำ ถามว่่า อาจยุุติิธรรม สำำ�หรัับกลุ่�มคนกลุ่�มหนึ่่�ง แต่่เกิิดช่่องว่่างและสร้้างความไม่่เท่่าเทีียมสำ�ำ หรัับคนอีีก กลุ่�มหนึ่่�งที่่�เข้้าไม่่ถึึงอุุปกรณ์์เหล่่านี้�้ ซึ่�่งเป็็นการสร้้างความเหลื่�อมล้ำ�ำ� ในกระบวนการ เรีียนรู้�้ อัันเนื่่�องมาจากเทคโนโลยีีและสื่�อการสอนสมััยใหม่่ที่่�ผู้้�มีีส่่วนเกี่�ยวข้้องใน กระบวนการดัังกล่่าวพึงึ ให้ค้ วามสำ�ำ คััญ เมื่อ�่ “การเรีียนรู้้�” จำ�ำ เป็น็ ต้้องมีี “ผู้�สนับั สนุุน” นอกจากข้้อจำำ�กััดในการเข้้าถึึงอุุปกรณ์์การเรีียนรู้้�ดัังที่่�กล่่าวมาแล้้ว รููปแบบการ เรีียนรู้�้ในปััจจุุบัันที่่�อยู่�บนพื้้�นฐานการใช้้งานเทคโนโลยีี นอกจากจะสร้้างความแตกต่่าง 127

ด้้วยการเข้้าถึงึ อุปุ กรณ์์ที่่แ� ตกต่า่ งกันั แล้ว้ ในกระบวนการเรีียนรู้�้ ของผู้้�เรีียนที่่จ� ำ�ำ เป็็นต้้อง มีีผู้้�ช่่วยหรืือผู้�้สนัับสนุุนยัังเป็็นอีีกประเด็็นหนึ่่�งที่่�ควรให้้ความสำ�ำ คััญ ทั้้�งนี้�้เนื่่�องจาก ความพร้้อมของบรรยากาศหรืือบริิบทการเรีียนรู้�้ ของผู้้�เรีียนเป็็นส่่วนหนึ่่�งที่่�ส่่งผล กระทบต่่อประสิิทธิิภาพการเรีียนรู้�้ในปััจจุุบััน โดยเฉพาะผู้้�เรีียนชาวดิิจิิทััลในระดัับชั้�น มัธั ยมศึกึ ษาทั้้�งตอนต้้นและตอนปลาย ถึึงแม้้ว่่าเด็็กกลุ่�มนี้้�จะเรีียกได้้ว่่าเป็็นกลุ่�มที่่�เกิิดมาพร้้อมกัับยุุคเทคโนโลยีี มีีความ คุ้้�นเคย ตลอดจนมีีทัักษะการใช้้เทคโนโลยีีอยู่�ในระดัับที่่�พึ่่�งพาตนเองได้้ก็็ตาม แต่่ สำ�ำ หรัับการเรีียนรู้�้ในบางรููปแบบที่่�อาจจำ�ำ เป็็นต้้องอาศััยผู้�้ชี้�แนะหรืือแนะนำำ�โดยเฉพาะ ในครอบครััว ซึ่่�งแต่่ละครอบครััวต่่างมีีความพร้้อมในการดููแลและรัับภาระในส่่วนนี้�้ ได้้แตกต่่างกัันไป เช่่น ในครอบครััวที่่�มีีผู้้�ปกครองซึ่่�งมีีทัักษะในการใช้้เทคโนโลยีีในการ ทำำ�งานค่อ่ นข้า้ งสููงจะมีีโอกาสที่่จ� ะช่ว่ ยชี้แ�้ นะเด็ก็ ในการเรีียนรู้�้สิ่ง� เหล่า่ นี้ไ้� ด้ด้ ีีกว่า่ เป็น็ ต้น้ ทั้้ง� นี้้� จะเห็น็ ได้ว้ ่า่ บทเรีียนหรือื สาระการเรีียนรู้้�ของนักั เรีียนในระดับั ชั้น� มัธั ยมศึกึ ษา ในปััจจุุบัันได้้มีีการปรัับเปลี่่�ยนเพื่่�อรองรัับกัับสัังคมแห่่งเทคโนโลยีี เช่่น มีีรายวิิชาที่่� เกี่�ยวข้้องกัับคอมพิิวเตอร์์และการเขีียนโปรแกรมจำ�ำ นวนมากเพื่่�อเป็็นพื้้�นฐานสำำ�หรัับ การเรีียนรู้�้ในระดัับที่่�สููงขึ้�น หรืือการกำ�ำ หนดให้้ทำ�ำ โครงงานในลัักษณะการสร้้างสรรค์์ นวััตกรรมรููปแบบต่่าง ๆ ซึ่่�งจากการสััมภาษณ์์นัักเรีียนในระดัับชั้�นมััธยมศึึกษาทำำ�ให้้ เห็็นได้้ว่่า ความแตกต่่างในพื้้�นฐานการเรีียนรู้�้จากคนในครอบครััวทำ�ำ ให้้เด็็กมีีศัักยภาพ และโอกาสในการเรีียนรู้้�ได้้แตกต่่างกััน ซึ่่�งเด็็กที่่�มีีข้้อจำ�ำ กััดในแง่่ของผู้�้สนัับสนุุน ในครอบครัวั จำำ�เป็็นต้้องอาศััยการเรีียนรู้�้ ด้ว้ ยตนเองเป็น็ ส่ว่ นใหญ่่ นอกจากนั้้�น เด็็กบางคนยัังจำ�ำ เป็็นต้้องรัับภาระอื่�น ๆ ในครอบครััว เช่่น ภาระ ในเรื่�องค่่าใช้้จ่่ายในบ้้าน หรืือไม่่ได้้อยู่�ร่่วมกัับบิิดามารดา โดยเฉพาะเด็็กในต่่างจัังหวััด หลายคนที่่�บิิดามารดาต้้องเข้้าไปทำำ�งานที่่�กรุุงเทพฯ หรืือจัังหวััดอื่่�นและต้้องอาศััยอยู่� ร่่วมกัับสมาชิิกในรุ่่�นปู่่�ย่่าตายายซึ่่�งค่่อนข้้างมีีข้้อจำ�ำ กััดในการทำ�ำ หน้้าที่่�เป็็นผู้้�สนัับสนุุน และให้ค้ ำ�ำ แนะนำ�ำ เกี่ย� วกับั บทเรีียนเหล่า่ นี้้� จึงึ จำำ�เป็น็ ต้อ้ งพึ่่ง� พาตนเองและแสวงหาความรู้�้ และสร้้างความเข้้าใจในกระบวนการเรีียนรู้�้สิ่�งเหล่่านี้้�ด้้วยตนเอง ข้้อจำำ�กััดในเรื่�องของ 128

ความพร้้อมของผู้้�สนัับสนุุนจึึงเป็็นอีีกประเด็็นหนึ่่�งซึ่่�งทำ�ำ ให้้ชาวดิิจิิทััลแต่่ละกลุ่�มมีีความ เหลื่ �อมล้ำ�ำ�ในการได้้รัับประโยชน์์จากพััฒนาการทางเทคโนโลยีีเหล่่านี้้�เพิ่่�มเติิมจาก ข้้อจำ�ำ กัดั ในด้า้ นเศรษฐกิิจซึ่ง�่ เป็็นความเหลื่อ� มล้ำ��ำ ในรููปแบบเดิิมที่่�ยังั คงมีีอยู่�เช่น่ กััน รููปแบบการทำ�ำ งานและองค์ก์ ร 4.0 เนื่่�องจากเศรษฐกิจิ ยุุค 4.0 เป็็นเศรษฐกิจิ ที่่�กำ�ำ ลัังอยู่�ในช่ว่ งเปลี่่�ยนผ่่านจากรููปแบบ อุุตสาหกรรมไปสู่่�ธุุรกิิจที่่�ต้้องผสมผสานความรู้�้ความคิิด นวััตกรรมซึ่่�งจำำ�เป็็นต้้องอาศััย คนรุ่่�นใหม่่ในองค์์กรที่่�เป็็นประชากรดิิจิิทััลรุ่่�นเก่่าอายุุระหว่่าง 24-38 ปีี มาเป็็นกำำ�ลััง สำ�ำ คััญ จึึงเป็็นความท้้าทายขององค์์กรว่่า จะทำ�ำ อย่่างไรที่่�จะสามารถทำำ�ให้้คนกลุ่�มนี้้� ทำ�ำ งานร่่วมกัับกลุ่�มคนอาวุุโสในองค์์กรได้้อย่่างลงตััวและอยู่่�กัับองค์์กรให้้ได้้อย่่างยั่�งยืืน ซึ่�่งจำำ�เป็็นต้้องมีีการเตรีียมความพร้้อมในแง่่ของการพััฒนาทัักษะสำำ�คััญที่่�จำ�ำ เป็็นและ เป็็นที่่�ต้้องการขององค์์กร ไม่่ว่่าจะเป็็นทัักษะด้้านเทคโนโลยีี ทัักษะด้้านการจััดการ ข้้อมููล ทัักษะด้้านภาษา และทัักษะด้้านการสื่่�อสาร เป็น็ ต้น้ อย่่างไรก็็ตามในขณะที่่�ประชากรกลุ่ �มนี้�้ถููกคาดหวัังจากองค์์กรและสัังคมให้้ต้้องมีี ทัักษะเหล่่านี้้�เพื่่�อตอบสนองความต้้องการภายนอก แต่่ตลอดเส้้นทางในการพััฒนา ทัักษะดัังกล่่าวกลัับพบว่่า ยัังมีีช่่องว่่างและข้้อจำ�ำ กััดที่่�ทำ�ำ ให้้ประชากรกลุ่�มนี้้�บางส่่วน ไม่่สามารถที่่�จะพััฒนาตนเองเพื่่�อไปถึึงเป้้าหมายดัังกล่่าวได้้ ซึ่�่งถืือเป็็นความเหลื่�อมล้ำ�ำ� ในการเข้้าถึึงโอกาสในการพััฒนาทัักษะที่่�จำำ�เป็็นสำำ�หรัับการทำ�ำ งานในองค์์กรยุุคดิิจิิทััล ดังั ประเด็็นต่่อไปนี้้� เมื่�่อเส้น้ แบ่ง่ ระหว่า่ ง “เวลางาน” กับั “เวลาส่่วนตัวั ” ช่่างเบาบาง เนื่่�องจากการทำ�ำ งานในปััจจุุบัันนอกจากจะถููกคาดหวัังให้้สามารถทำำ�งานโดย ผ่า่ นการใช้้เทคโนโลยีีได้้อย่่างคล่่องแคล่ว่ แล้้ว ความก้้าวหน้้าของเทคโนโลยีีการสื่่อ� สาร ยังั ทำ�ำ ให้้การทำำ�งานไม่จ่ ำำ�เป็็นต้้องยึดึ ติิดกับั ทั้้�งพื้้�นที่่แ� ละเวลาอีีกต่่อไป นั่่�นหมายความว่่า การทำ�ำ งานสามารถเกิิดขึ้้�นได้้ทุุกสถานที่่�ทั้้�งในและนอกพื้้�นที่่�ทางกายภาพขององค์์กร 129

และทุุกเวลาที่่�สามารถเข้้าถึึงเทคโนโลยีีเพื่่�อช่่วยการทำ�ำ งานได้้ ดัังนั้้�นคำำ�ว่่า Office Hour ที่่�เคยหมายถึึงเวลาทำ�ำ งานของออฟฟิิศหรืือเวลาสำ�ำ หรัับการทำำ�งานในองค์์กร จึงึ เปลี่่�ยนแปลงไป นอกจากนั้้�น ในบางองค์ก์ รยัังสามารถให้้พนักั งานทำำ�งานจากที่่บ� ้า้ น แล้้วส่่งผลงานผ่่านทางระบบเครืือข่่ายให้้กัับองค์์กรได้้ ในขณะที่่�การติิดต่่อเกี่�ยวกัับ เรื่�องงานก็็สามารถดำำ�เนิินการได้้นอกเวลางานปกติิด้้วยเช่่นกััน เนื่่�องจากการเชื่�อมโยง ข้้อมููลองค์์การผ่่านระบบออนไลน์์และการบริิการงานผ่่านระบบออนไลน์์ที่่�สามารถ ดำ�ำ เนินิ การได้ใ้ นทุุกพื้้�นที่่� สิ่�งที่่�ตามมาคืือ การไม่่มีีเส้้นแบ่่งระหว่่างงาน (Work Time) กัับเวลาส่่วนตััว (Leisure Time) ซึ่�่งส่่งผลให้้ Work-Life Balance ของคนทำำ�งานเปลี่่�ยนไป เพราะ ต้อ้ งรัับภาระงานที่่�ทำำ�ได้้ทุุกที่่ท� ุุกเวลา ทั้้�งนี้้� หมายรวมถึึงทั้้ง� งานในองค์ก์ รและงานอาชีีพ อิิสระอื่น� ๆ ที่่�สามารถดำ�ำ เนินิ การผ่่านระบบออนไลน์ไ์ ด้้ เช่น่ การค้้าขายสิินค้า้ ออนไลน์์ หรืืองานบริิการที่่ด� ำำ�เนินิ การผ่่านระบบแอปพลิเิ คชันั ออนไลน์์ต่า่ ง ๆ เช่่น บริกิ ารรัับ-ส่ง่ สิินค้า้ และการให้้บริิการรัับ-ส่ง่ ผู้โ�้ ดยสาร นอกจากนั้้�น ชาวดิิจิิทััลกลุ่�มนี้้�ยัังถููกคาดหวัังว่่าจะต้้องมีีทัักษะการทำำ�ได้้ หลายอย่่างในคราวเดีียวกััน (Multitasking Skills) ซึ่่�งตลาดแรงงานส่่วนใหญ่่ มีีแนวโน้้มที่่�จะนำำ�คอมพิิวเตอร์์และเทคโนโลยีีเข้้ามาอำำ�นวยความสะดวกเพื่่�อให้้การ ทำำ�งานหลายอย่่างในคราวเดีียวกัันมีีความเป็็นไปได้้มากขึ้�น ซึ่�่งเป็็นการลดขั้้�นตอนและ เวลาลง ในขณะที่่�ทัักษะการทำำ�งานแบบซ้ำ�ำ� ๆ (Routine Work) อย่่างเช่่นในอดีีต ไม่่เพีียงพอที่่จ� ะตอบโจทย์อ์ งค์ก์ รในยุุคดิิจิิทััลอีีกต่่อไป อย่า่ งไรก็ต็ าม ชาวดิจิ ิทิ ัลั ซึ่ง่� เป็น็ กลุ่�มวัยั ทำำ�งาน โดยเฉพาะกลุ่�มวัยั ทำ�ำ งานตอนปลาย อายุุระหว่่าง 24-38 ปีี ซึ่�่งมีีภาระหน้้าที่่�รัับผิิดชอบในชีีวิิตด้้านอื่่�น ๆ โดยเฉพาะภาระ ในครอบครััว เห็็นว่่า ตนเองค่่อนข้้างมีีข้้อจำำ�กััดในการได้้มีีโอกาสพััฒนาทัักษะเพื่่�อ เพิ่่�มขีีดความสามารถและศัักยภาพของตน ไม่่ว่่าจะเป็็นการพััฒนาทัักษะด้้านภาษา หรืือความชำ�ำ นาญพิิเศษอื่�น ๆ อัันจะนำำ�มาซึ่่�งโอกาสในการทำำ�งานที่่�เปิิดกว้้างมากขึ้�น และโอกาสก้้าวหน้า้ ในหน้า้ ที่่�การงาน ซึ่ง�่ ปััจจุุบันั ได้้รับั การพิิจารณาจากการมีีศัักยภาพ 130

และทัักษะที่่�ตอบสนองคุุณประโยชน์์ต่่อองค์์กรได้้อย่่างเต็็มที่่� ตััวอย่่างเช่่น ชาวดิิจิิทััล รุ่่�นเก่่ารายหนึ่่�งซึ่่�งทำำ�งานในองค์์กรมาเป็็นเวลานานหลายสิิบปีี แต่่ยัังไม่่มีีโอกาสได้้ เข้้ารัับการฝึึกอบรมการใช้้โปรแกรมสำำ�เร็็จรููปที่่�จำ�ำ เป็็นต้้องใช้้ในการทำ�ำ งาน เช่่น การ จััดทำำ�เว็็บไซต์์ การตััดต่่อคลิิปวิิดีีโอ และการทำำ�อิินโฟกราฟิิก เพื่่�อให้้ตนเองมีีโอกาส ในความก้้าวหน้้าหรืืออาจเปลี่่�ยนแปลงงานในอนาคต เนื่่�องจากต้้องรัับภาระแต่่เพีียง ผู้�้เดีียวในการดููแลบิดิ าซึ่่ง� ช่่วยเหลือื ตนเองไม่ไ่ ด้้และมารดาซึ่�ง่ เป็็นผู้�้สูงอายุุ ในขณะที่่ค� นทำ�ำ งานรุ่่�นใหม่ย่ ังั สามารถใช้เ้ วลาที่่ว� ่า่ งเว้น้ จากการทำำ�งานในการเรีียนรู้�้ ทัักษะที่่�ตนสนใจเพิ่่�มเติิมผ่่านทางสื่�อออนไลน์์รููปแบบต่่าง ๆ เช่่น การฝึึกฝนทัักษะ ด้้านภาษาอัังกฤษ ซึ่่�งปััจจุุบัันสามารถเรีียนรู้้�ด้้วยตนเองผ่่านสื่่�อออนไลน์์ได้้ เป็็นต้้น ปรากฏการณ์์ดัังกล่่าวสะท้้อนให้้เห็็นว่่า ในขณะที่่�ชาวดิิจิิทััลถููกคาดหวัังและผลัักดััน จากนโยบายขององค์์กรที่่ต� ้อ้ งการคนทำ�ำ งานที่่ม� ีีประสิทิ ธิภิ าพภายใต้แ้ นวคิดิ องค์ก์ ร 4.0 ซึ่ง�่ ใช้เ้ ทคโนโลยีีเป็น็ ฐานการขับั เคลื่อ� นเศรษฐกิจิ ในรููปแบบเดีียวกันั แต่บ่ ุคุ ลากรในองค์ก์ ร ไม่่สามารถเข้้าร่่วมแข่่งขัันเพื่่�อพััฒนาศัักยภาพตนเองได้้อย่่างเท่่าเทีียม เนื่่�องจากฐาน ของทรััพยากรที่่�แต่่ละคนมีีแตกต่่างกััน ซึ่�่งในกรณีีนี้�้คืือโอกาสในการพััฒนาศัักยภาพ ของตนอัันเนื่่�องมาจากข้้อจำ�ำ กััดด้้านภาระความรัับผิิดชอบอื่�น ๆ ซึ่่�งยัังไม่่มีีระบบที่่� สามารถรองรับั หรืือช่่วยจััดการภาระเหล่่านี้�ไ้ ด้อ้ ย่า่ งเต็ม็ ที่่� เช่่น ระบบการดููแลผู้�้สูงอายุุ และผู้�้ พิกิ ารในบ้า้ นที่่�ไม่ม่ ีีผู้�้ดูแล เมื่อ่� “แรงบันั ดาลใจ” และ “ความคิดิ สร้้างสรรค์”์ ถููกปิดิ กั้้�น การจะพััฒนาทัักษะความสามารถของชาวดิิจิิทััลเพื่่�อตอบสนององค์์กรและการ ทำำ�งานในยุคุ 4.0 ได้จ้ ำ�ำ เป็็นต้อ้ งมีีการวางรากฐานการเรีียนรู้้�ที่เ� หมาะสมและสอดคล้อ้ ง กับั การพัฒั นาศักั ยภาพดังั กล่า่ ว โดยผ่า่ นรููปแบบการเรีียนรู้แ�้ บบ Purposeful Learning เพื่่�อเสริิมสร้้างแรงบัันดาลใจและความมุ่ �งมั่ �นผ่่านรููปแบบการเรีียนรู้�้ ที่ �เน้้นการเรีียน ด้้วยความกระตืือรืือร้้น (Active Learning) ควบคู่�ไปกัับการเรีียนรู้้�ที่�เกิิดจากความ ต้้องการหรืือความอยากรู้�้ ของตัวั ผู้เ�้ รีียนเอง (Passion Driven) และควรเป็น็ การเรีียนรู้้� เพื่่อ� ตอบโจทย์ข์ องแต่ล่ ะบุคุ คล (Personalized Learning) เช่น่ เดีียวกับั การส่ง่ เสริมิ การ 131

เรีียนรู้�้ในรููปแบบ Generative Learning ที่่�เน้้นการบ่่มเพาะความคิิดสร้้างสรรค์์และ ความสามารถในการรังั สรรค์น์ วัตั กรรม โดยเปลี่่ย� นการเรีียนรู้เ้� ดิมิ ๆ เป็น็ การเรีียนรู้้�นอก ห้้องเรีียน นอกโรงเรีียน และนอกระบบ อีีกทั้้�งปรัับเปลี่่�ยนจากการเรีียนจากข้้อเท็จ็ จริิง (Fact-Based) เป็็นการเรีียนที่่เ� ริ่�มจากการใช้้ความคิิด (Idea-Based) และปรัับเปลี่่�ยน จากการคิดิ ในกรอบ (In the Box) เป็น็ การคิิดนอกกรอบ (Out of the Box) ตลอดจน ปรัับเปลี่่�ยนจากการเรีียนแบบถ่่ายทอด (Transmitting) เป็็นการเรีียนแบบชี้้�แนะ (Mentoring) ซึ่ง่� รููปแบบการเรีียนรู้เ้� หล่า่ นี้ม้� ีีส่ว่ นสำำ�คัญั อย่า่ งยิ่ง� ในการวางรากฐานในการ พััฒนาทัักษะและขีีดความสามารถให้ช้ าวดิจิ ิิทััลรุ่่�นใหม่่สามารถเข้้าสู่่�ชีีวิิตการทำำ�งาน จากผลการศึึกษาผ่่านการสััมภาษณ์์ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ทั้้�งในระดัับมััธยมศึึกษาและ ระดับั อุุดมศึกึ ษาสะท้อ้ นให้เ้ ห็น็ ว่่า ชาวดิจิ ิทิ ัลั ได้้รับั การส่ง่ เสริิมและสนับั สนุนุ ให้เ้ กิิดการ เรีียนรู้้�ในรููปแบบดัังกล่่าวแตกต่่างกัันไปตามบริิบทของพื้้�นที่่�สถาบัันการศึึกษาและ พื้้�นฐานครอบครััว สำำ�หรัับชาวดิิจิิทััลซึ่่�งศึึกษาอยู่�ในเมืืองใหญ่่และอยู่�ในสถาบัันที่่�มีี ชื่�อเสีียง ซึ่่�งมีีการแข่่งขัันกัันในระบบการศึึกษาค่่อนข้้างสููง ด้้วยระบบการจััดลำ�ำ ดัับ สถาบันั และการจัดั การแข่ง่ ขันั ต่า่ ง ๆ เพื่่อ� ใช้เ้ ป็น็ ตัวั ชี้ว�้ ัดั ในการจัดั อันั ดับั ผู้เ�้ รีียนในสถาบันั ดัังกล่่าว จึึงมีีแนวโน้้มที่่�จะมีีโอกาสได้้รัับการปลููกฝัังทัักษะผ่่านกระบวนการเรีียนรู้้� ในรููปแบบนี้�้ เนื่่อ� งจากเป็น็ การเพิ่่�มศักั ยภาพในการแข่่งขันั ของสถาบันั อย่่างไรก็็ตาม ไม่่ใช่่ว่่าชาวดิิจิิทััลทุุกรายจะมีีความพร้้อมสำ�ำ หรัับการเรีียนรู้้�ใน รููปแบบดัังกล่่าว เนื่่�องจากข้้อจำำ�กััดของแต่่ละคน เช่่น พื้้�นฐานครอบครััวซึ่�่งไม่่ได้้มีี ความพร้้อมในการสนัับสนุุน อย่่างไรก็็ตาม การมีีกรอบในเรื่�องของการแข่่งขัันและ การจััดอัันดัับสถาบัันการศึึกษาอาจเป็็นส่่วนหนึ่่�งในการปิิดกั้้�นโอกาสในการคิิด นอกกรอบ และโอกาสในการเรีียนรู้้เ� พื่่�อตอบสนองความต้้องการของตนเองของผู้้เ� รีียน เป็็นไปได้้ยากขึ้�นเมื่�อเป็็นการเรีียนรู้�้ในห้้องเรีียน จึึงทำำ�ให้้ผู้้�เรีียนที่่�ยัังคงมีีความใฝ่่ฝััน และความต้้องการส่่วนตััวจำำ�เป็็นต้้องแสวงหาแหล่่งเรีียนรู้้�นอกห้้องเรีียนด้้วยตนเอง ซึ่�่งเด็็กแต่่ละคนอาจจะมีีโอกาสและทรััพยากรที่่�ช่่วยสนัับสนุุนการเรีียนรู้้�นอกห้้องเรีียน ได้แ้ ตกต่า่ งกันั ดังั ประเด็น็ ที่่ก� ล่า่ วถึงึ ไปแล้ว้ ในเรื่อ� งของความเหลื่อ� มล้ำำ�� ในแง่ข่ องอุปุ กรณ์์ และการเข้า้ ถึึงเทคโนโลยีีสนับั สนุุนการเรีียนรู้้�ทั้ง� ในระดัับมัธั ยมศึกึ ษาและอุุดมศึกึ ษา 132

นอกจากนั้้�น รููปแบบของสถาบัันการศึึกษายัังมีีผลต่่อการกำำ�หนดกรอบในการ เรีียนรู้้�ของผู้้�เรีียนด้้วยเช่่นกััน โดยเฉพาะในระดัับชั้�นมััธยมศึึกษา ในขณะที่่�สถาบััน การศึึกษาของรััฐมีีแนวโน้้มที่่�จะกำ�ำ หนดกรอบตามกฎเกณฑ์์หรืือกรอบของกระทรวง ศึึกษาธิิการในการจััดการเรีียนการสอนอย่่างเคร่่งครััด ด้้วยระบบการจััดการหลัักสููตร และเอกสารที่่เ� กี่�ยวข้อ้ งในรููปแบบที่่เ� ป็็นมาตรฐานเดีียวกััน แต่ส่ ถาบันั การศึกึ ษาเอกชน อาจมีีโอกาสที่่จ� ะเลือื กสื่อ� การเรีียนรู้�้และการจัดั กิิจกรรมเสริิมทัักษะ ตลอดจนหลัักสููตร การจััดการศึึกษาที่่�มีีความหลากหลายและเป็็นอิิสระมากกว่่าภายใต้้กรอบมาตรฐาน เดีียวกััน ดัังนั้้�นจึึงมีีความเป็็นไปได้้ที่่�ผู้้�เรีียนจากสถาบัันการศึึกษาในแต่่ละรููปแบบจะมีี โอกาสในการพััฒนาทัักษะที่่�จำ�ำ เป็็นต้้องการทำ�ำ งานในอนาคตเหล่่านี้้�ได้้แตกต่่างกััน ในระดัับหนึ่่�ง ตััวอย่่างเช่่น การตััดสิินใจเลืือกศึึกษาต่่อในสายอาชีีพแทนการศึึกษาต่่อในสาย สามััญ ซึ่่�งแทบไม่่มีีการพููดถึึงสำำ�หรัับนัักเรีียนชั้้�นมััธยมศึึกษาตอนต้้นในเขตกรุุงเทพฯ ส่ว่ นหนึ่่ง� เนื่่อ� งจากระบบค่า่ นิยิ มในการเรีียนระหว่า่ งสายอาชีีพกับั สายสามัญั ในกรุงุ เทพฯ ค่่อนข้้างเข้้มข้้นและมีีอิิทธิิพลต่่อเด็็กมากกว่่า แต่่สำ�ำ หรัับจัังหวััดเชีียงใหม่่เด็็กระดัับ มััธยมศึึกษาชั้�นปีีที่่� 3 หลายคนคิิดว่่า ตนเองจะเลืือกศึึกษาต่่อในสายอาชีีพแทนการ เรีียนต่่อในสายสามััญที่่�สถาบัันการศึึกษาเดิิม ถึึงแม้้ว่่าสถาบัันเดิิมจะเป็็นสถาบัันที่่�มีี ชื่�อเสีียงและมีีมาตรฐานการจััดการเรีียนการสอนในระดัับดีีก็็ตาม โดยให้้เหตุุผลไว้้ หลากหลาย ทั้้�งเห็็นว่่าการศึึกษาสายสามััญที่่�เรีียนมาไม่่ได้้ตอบโจทย์์ความต้้องการ และการใช้้ชีีวิิตในอนาคตของตน และการให้ค้ ุณุ ค่า่ ในการเรีียนสายอาชีีพไม่ไ่ ด้แ้ ตกต่่าง จากการเรีียนสายสามััญ ซึ่่�งเป็็นความแตกต่่างในเชิิงค่่านิิยมที่่�มีีต่่อรููปแบบการศึึกษา ระหว่า่ งเด็ก็ ในกรุงุ เทพฯ กับั จังั หวัดั อื่่น� เป็น็ ต้้น อีีกทั้้�งตลาดแรงงานในกรุงุ เทพฯ ยัังคง ให้้ความสำำ�คััญกัับการคััดเลืือกบุุคคลโดยวััดจากสถาบัันการศึึกษาและผลสััมฤทธิ์ �ทาง การศึึกษาเป็็นหลััก จึึงทำำ�ให้้เด็็กในกรุุงเทพฯ ไม่่สามารถหลุุดพ้้นจากกรอบดัังกล่่าวได้้ ถึึงแม้้ตนเองจะมีีโอกาสในการพัฒั นาทักั ษะในด้้านต่า่ ง ๆ มากกว่่าก็็ตาม 133

กิจิ กรรมและความสััมพัันธ์์ของครอบครััวในยุคุ เทคโนโลยีชี ี้้�นำ�ำ จากรููปแบบการทำำ�งานโดยผ่่านเทคโนโลยีีการสื่่�อสารทำ�ำ ให้้กิิจกรรมของงานไม่่ได้้ ถููกแยกออกจากกิจิ กรรมส่ว่ นตัวั อย่า่ งชัดั เจน เช่น่ เดีียวกับั การที่่เ� วลาส่ว่ นตัวั ไม่ไ่ ด้ถ้ ููกแยก ออกจากเวลาทำ�ำ งานด้้วยเช่่นกััน ทำำ�ให้้รููปแบบความสััมพัันธ์์ของผู้�้คนที่่�เกี่�ยวข้้องกัับ ทั้้�งมิิติิการทำ�ำ งานและมิิติสิ ่ว่ นตััวของคนในยุคุ นี้ม�้ ีีการเปลี่่ย� นแปลงไป สำ�ำ หรัับชาวดิิจิิทัลั รุ่่�นใหม่่ซึ่่�งอยู่�ในวััยเรีียนเป็็นหลััก โดยเฉพาะชาวดิิจิิทััลที่่�กำ�ำ ลัังเรีียนอยู่�ในระดัับมััธยม ศึึกษามีีความเห็็นพ้้องต้้องกัันว่่า นอกจากเทคโนโลยีีจะมีีผลต่่อการเปลี่่�ยนแปลงวิิธีีคิิด และวิถิ ีีชีีวิติ ของตนแล้ว้ ยังั มีีผลต่อ่ การเปลี่่ย� นแปลงชีีวิติ และพฤติกิ รรมของคนรุ่่�นพ่อ่ แม่่ ด้้วยเช่่นกััน โดยเฉพาะในมิิติิของกิิจกรรมและความสััมพัันธ์์ระหว่่างกัันในครอบครััว ถึึงแม้้เทคโนโลยีีจะเข้้ามาช่่วยสร้้างโอกาสทางเศรษฐกิิจให้้กัับคนในสัังคมและอำ�ำ นวย ความสะดวกในการจััดการกิิจกรรมต่า่ ง ๆ โดยเฉพาะการเกิดิ ขึ้้น� ของการทำำ�งานที่่บ� ้า้ น (Work From Home) เพื่่�อลดเวลาจากการเดิินทาง การทำ�ำ ธุุรกิิจออนไลน์์ ซึ่่�งไม่่ใช่่ เฉพาะการค้้าขายสินิ ค้า้ ผ่่านสื่่อ� ออนไลน์์ อย่่างเฟซบุ๊๊�ก ไลน์์ หรืืออิินสตาแกรม ที่่จ� ะช่ว่ ย ลดต้้นทุุนค่่าใช้้จ่่ายในเรื่�องค่่าเช่่าหรืือการหาสถานที่่�เพื่่�อเปิิดเป็็นหน้้าร้้านเท่่านั้้�น แต่่ รวมทั้้�งบริิการต่่าง ๆ บนแอปพลิิเคชัันด้้วย เช่่น การให้้บริิการผ่่าน Grab ทั้้�งใน รููปแบบ Grab Car, Grab Bike และ Grab Food เป็็นต้น้ ทั้้ง� ในรููปแบบของอาชีีพเสริมิ อาชีีพหลักั และบางรายอาจปรัับเปลี่่ย� นจากอาชีีพเสริิมจนกลายเป็็นอาชีีพหลัักในที่่�สุุด อย่า่ งไรก็ต็ าม ภาวะดังั กล่า่ วได้ก้ ่อ่ ให้เ้ กิดิ การเปลี่่ย� นแปลงในวิถิ ีีชีีวิติ ของผู้�้ที่เ� กี่ย� วข้อ้ งกับั กระบวนการดัังกล่่าว โดยเฉพาะสมาชิิกในครอบครััวเดีียวกััน ซึ่�่งรายได้้ที่่�เพิ่่�มขึ้�นจาก โอกาสทางเศรษฐกิิจอาจต้อ้ งแลกมากัับความสัมั พันั ธ์ใ์ นครอบครััวที่่เ� ปลี่่ย� นไป ซึ่�ง่ แต่ล่ ะ ครอบครัวั ต่า่ งมีีโครงสร้า้ งครอบครัวั และความสัมั พันั ธ์เ์ ดิมิ ที่่ไ� ม่ไ่ ด้เ้ อื้อ� ต่อ่ การเปลี่่ย� นแปลง ดังั กล่่าว เช่น่ ครอบครััวเลี้้�ยงเดี่�ยว หรือื ครอบครััวที่่ม� ีีข้อ้ จำำ�กััดในเรื่�องของเวลา เป็็นต้้น ในขณะที่่�เรื่�องปากท้้องของคนในครอบครััวก็เ็ ป็น็ เรื่อ� งสำำ�คัญั เช่่นกััน 134

เมื่อ�่ “ปากท้อ้ ง” เป็น็ เรื่่�องสำำ�คััญ ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่หลายรายพยายามทำำ�ความเข้้าใจเมื่�อคนในครอบครััว ไม่่ว่่า จะเป็น็ พ่่อหรือื แม่่ มีีความจำ�ำ เป็็นต้้องทำำ�กิจิ กรรมอื่�น ๆ ในบ้า้ นไปพร้้อมกัับการทำำ�งาน มีีชาวดิิจิิทััลจำำ�นวนไม่่น้้อยที่่�ยัังคงมีีความต้้องการทำำ�กิิจกรรมร่่วมกัับผู้้�ปกครองหรืือ ต้้องการมีีโอกาสได้้ออกไปทำ�ำ กิิจกรรมร่่วมกัับคนในครอบครััวนอกบ้้านในวัันหยุุด แต่่เนื่่�องจากเทคโนโลยีีช่่วยทำำ�ลายขอบเขตในเชิิงเวลาและพื้้�นที่่�ลง ทำ�ำ ให้้กิิจกรรม ต่่าง ๆ ที่่�พ่่อแม่่เคยต้้องกระทำ�ำ บนพื้้�นที่่�และเวลาที่่�จำำ�กััด เช่่น ต้้องไปทำ�ำ งานที่่�ทำ�ำ งาน ต้้องออกไปธนาคารเพื่่�อจััดการเรื่�องค่่าใช้จ้ ่า่ ย ต้้องออกไปประชุุม เป็็นต้น้ เมื่อ� สิ่ง� เหล่า่ นี้�้ สามารถจััดการให้้สำ�ำ เร็็จได้้โดยไม่่จำำ�เป็็นต้้องก้้าวเท้้าออกจากบ้้าน ทำำ�ให้้ชาวดิิจิิทััล รุ่่�นใหม่่มองว่า่ มีีโอกาสที่่จ� ะได้้เห็น็ พ่่อแม่่อยู่่�ติิดบ้้านมากขึ้น� อย่่างไรก็็ตาม การอยู่่�ติิดบ้้านที่่�ว่่าอาจไม่่ได้้หมายความว่่าเป็็นการอยู่่�บ้้านเพื่่�อมีี ปฏิสิ ััมพัันธ์ก์ ัับลููกได้้มากขึ้�น เพราะลููก ๆ หลายคนตััดพ้อ้ ว่า่ พ่่อแม่ย่ ัังคงให้้ความสนใจ กัับกิิจกรรมที่่�เคยต้้องทำำ�นอกบ้้าน แต่่สามารถทำำ�ได้้ที่่�บ้้านแทน โดยที่่�ยัังคงไม่่มีีโอกาส ได้้มีีปฏิิสััมพัันธ์์กัับลููกอยู่�ดี เช่่น การทำำ�งาน หรืือในบางรายก็็ยอมรัับว่่า พ่่อแม่่สนใจ สื่ �อและข้้อมููลตลอดจนการติิดต่่อพููดคุุยกัับคนภายนอกที่่�ต้้องติิดต่่อในเรื่ �องงานผ่่าน อุุปกรณ์ส์ื่อ� สารมากกว่่าปฏิิสัมั พันั ธ์ก์ ัับตนแม้้จะอยู่่�ติดิ บ้้านกัันก็็ตาม ปรากฏการณ์์ดัังกล่่าวนอกจากจะเกิิดขึ้้�นกัับลัักษณะครอบครััวโดยทั่่�วไปแล้้ว เป็็นที่่�น่่าสัังเกตว่่า ชาวดิิจิิทััลที่่�อยู่�ในครอบครััวซึ่่�งมีีโครงสร้้างครอบครััวเลี้้�ยงเดี่�ยว หรืือมีีพ่่อหรืือแม่่เลี้้�ยงลููกตามลำำ�พัังไม่่ว่่าจะชั่�วคราวหรืือถาวรก็็ตาม มัักพููดถึึงหรืือให้้ ความสำ�ำ คััญกัับประเด็็นดัังกล่่าวค่่อนข้้างมาก ถึึงแม้้จะเป็็นการพููดถึึงด้้วยความเข้้าใจ ก็ต็ าม ซึ่่�งการพยายามปรัับตััวเพื่่�อรองรัับกัับสถานการณ์์ที่่�เกิิดขึ้้น� ส่่วนใหญ่่เด็็กเหล่่านี้�้ จะพยายามพึ่่�งพาตนเองเมื่ �อต้้องอยู่ �ในบ้้านหรืือหากิิจกรรมในบ้้านซึ่�่งส่่วนใหญ่่เป็็น กิิจกรรมบนหน้้าจอมืือถืือเป็น็ หลััก ซึ่ง�่ มีีส่ว่ นทำ�ำ ให้เ้ ด็ก็ กลุ่�มนี้้ม� ีีกิจิ กรรมนอกบ้า้ นน้อ้ ยลง อันั เนื่่อ� งมาจากข้อ้ จำ�ำ กัดั ในเรื่อ� งเวลาทำำ�งานของสมาชิกิ ในบ้า้ นถึงึ แม้จ้ ะอยู่�ในบ้า้ นเดีียวกันั ก็็ตาม ทั้้�งนี้้� แสดงให้้เห็็นว่่า การเปลี่่�ยนแปลงรููปแบบการทำำ�งานโดยผ่่านเครื่�องมืือ 135

เทคโนโลยีีการสื่่อ� สารได้น้ ำำ�ไปสู่่�การเปลี่่ย� นแปลงและปรับั เปลี่่ย� นวิิถีีชีีวิติ ของผู้เ�้ กี่ย� วข้อ้ ง อย่่างไรก็็ตาม ชาวดิจิ ิิทัลั ซึ่่�งอยู่�ในโครงสร้า้ งครอบครัวั ที่่�แตกต่่างกันั อาจได้้รัับผลกระทบ ในระดัับและรููปแบบที่่�แตกต่่างกันั ได้้ ซึ่�ง่ การเปลี่่ย� นแปลงดัังกล่่าวยังั ส่ง่ ผลให้ช้ าวดิิจิิทัลั ในกลุ่�มนี้�้ให้้ความสำ�ำ คััญกัับกิิจกรรมในโลกออนไลน์์เป็็นส่่วนใหญ่่ เนื่่�องจากเป็น็ หนทาง หนึ่่ง� ในการจััดการกับั การเปลี่่ย� นแปลงความสััมพัันธ์์ภายในบ้า้ น เมื่่อ� “ความสััมพัันธ์์” ผันั แปรไปตาม “เครื่อ่� งมืือ” นอกเหนืือจากรููปแบบการทำ�ำ งานของสมาชิิกในครอบครััวจะส่่งผลต่่อการ เปลี่่�ยนแปลงกิิจกรรมและความสััมพัันธ์์ในบ้้านแล้้ว การใช้้เทคโนโลยีีเพื่่�อความบัันเทิิง ภายในบ้้านยัังถืือเป็็นเงื่�อนไขหนึ่่�งซึ่�่งนำ�ำ ไปสู่่�การเปลี่่�ยนแปลงในประเด็็นดัังกล่่าวได้้ เช่่นกััน ซึ่�่งครอบครััวที่่�มีีความสามารถในการเข้้าถึึงเทคโนโลยีีได้้แตกต่่างกัันมีีโอกาส ที่่ค� วามสัมั พัันธ์์ภายในบ้้านจะปรัับเปลี่่ย� นไปตามรููปแบบเทคโนโลยีีที่่�ใช้้ด้ว้ ยเช่่นกันั สำำ�หรัับคนในรุ่่�นพ่่อแม่่ของชาวดิิจิิทััลจะมีีความรู้้�สึึกคุ้้�นเคยกัับการใช้้พื้้�นที่่�หน้้าทีีวีี ร่่วมกัันของคนในครอบครััวเพื่่�อรัับชมข่่าวสารความบัันเทิิงร่่วมกัันของสมาชิิกในบ้้าน ซึ่่�งมีีทางเลืือกไม่่มาก แต่่เป็็นพื้้�นที่่�ที่่�ทุุกคนในบ้้านได้้มีีโอกาสเรีียนรู้�้ ทั้้�งเรีียนรู้้�ที่�จะ แบ่่งปััน เรีียนรู้้�รสนิิยม ความชอบของสมาชิิกแต่่ละคนในแง่่ของความบัันเทิิง หรืือ แม้้แต่่แลกเปลี่่�ยนถกเถีียงกัันในสิ่่�งที่่�กำำ�ลัังนำ�ำ เสนอในทีีวีี ซึ่่�งบรรยากาศเหล่่านี้�้กำ�ำ ลััง หายไปหรืือได้้หายไปแล้้วในหลายครอบครััวของชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ เนื่่�องจากปััจจุุบััน มีีเครื่อ� งมือื ที่่จ� ะทำำ�ให้แ้ ต่ล่ ะคนสามารถเข้า้ ถึงึ ความบันั เทิงิ ข่า่ วสารที่่ส� ามารถเลือื กเองได้้ ตามต้อ้ งการ ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ การอ่า่ นหรือื รับั ชมข่า่ วผ่า่ นทางสื่อ� สังั คมออนไลน์ค์ วามบันั เทิงิ รููปแบบใหม่่ ๆ ทั้้�งการดููหนััง ฟังั เพลง ชมซีีรีีส์์ ทำำ�ให้้ต่่างคนต่่างเลือื กจับั จองพื้้�นที่่�ของ ตนเองภายในบ้้านที่่ส� ามารถเข้า้ ถึงึ ความบันั เทิิงเหล่่านี้้�ได้้โดยไม่่ต้้องพึ่่�งพาทีีวีีอีีกต่อ่ ไป แม้้แต่่คนรุ่่�นพ่่อแม่่เองก็็อาศััยความบัันเทิิงผ่่านทีีวีีน้้อยลงเช่่นกััน พื้้�นที่่�หน้้าทีีวีี ที่่ห� ายไปของครอบครัวั จึงึ ส่ง่ ผลต่อ่ ความสัมั พันั ธ์ห์ น้า้ ทีีวีีที่่ห� ายตามไปด้ว้ ย ในทางกลับั กันั ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่หลายรายได้้ชี้้�ให้้เห็็นว่่า ได้้ดึึงพื้้�นที่่�หน้้าจอทีีวีีกลัับมาได้้โดยอาศััย เทคโนโลยีีของทีีวีีสมัยั ใหม่่ (Smart TV) ซึ่�ง่ สามารถเชื่�อมต่่อช่่องความบันั เทิงิ ผ่่านระบบ 136

ออนไลน์์ได้้ ครอบครััวของตนจึึงกลัับมามีีกิิจกรรมและความสััมพัันธ์์ใหม่่ที่่�ไม่่เคยทำ�ำ ร่ว่ มกัันมาก่อ่ น ชาวดิิจิทิ ัลั บางคนเพิ่่ง� ค้น้ พบว่า่ ตนเองมีีสิ่่�งที่่�ชื่น� ชอบเช่น่ เดีียวกัับพ่่อแม่่ โดยการเลืือกรัับชมผ่่านยููทููบ ซึ่�่งเข้้าถึึงสื่�อได้้หลากหลายมากกว่่า รวมทั้้�งมีีโอกาส ดึึงโลกภายนอกที่่�เคยห่่างกัันระหว่่างตนเองกัับคนรุ่่�นพ่่อแม่่ให้้มาอยู่ �ในโลกโซเชีียล ที่่�ใกล้้ชิิดกัันมากขึ้�นได้้ เนื่่�องจากการรัับชมผ่่านหน้้าจอทีีวีีขนาดใหญ่่มีีความสะดวก มากกว่่าการดููผ่่านเครื่�องโทรศััพท์์ขนาดเล็็กหรืือแท็็บเล็็ตเท่่านั้้�น สะท้้อนให้้เห็็นว่่า รููปแบบของอุุปกรณ์์หรืือเครื่ �องมืือที่่�ใช้้ในการสร้้างความสััมพัันธ์์มีีผลไม่่น้้อยต่่อรููปแบบ ความสััมพัันธ์์ของคนในครอบครััว อุุปกรณ์์สื่�อสารขนาดเล็็กเหมาะสมกัับการใช้้งาน ส่่วนบุุคคล จึึงทำ�ำ ให้้เกิิดการแยกตััวเพื่่�อต่่างคนต่่างสร้้างความบัันเทิิงผ่่านอุุปกรณ์์ของ ตนเอง ในขณะที่่อ� ุปุ กรณ์ข์ นาดใหญ่่เอื้อ� ต่อ่ การรับั ชมร่ว่ มกันั ได้้สะดวกกว่่า จึึงมีีโอกาส ดึึงคนกลุ่�มใหญ่ใ่ นครอบครััวเข้้ามามีีกิิจกรรมร่่วมกันั ได้ม้ ากกว่า่ ความกลัวั ความฝันั และความหวังั ที่่ถ� ููกผลักั ดันั ด้้วยเทคโนโลยีี เมื่�อพััฒนาการทางสัังคมและเทคโนโลยีีได้้นำำ�ชาวดิิจิิทััลไปสู่่�ความกลััว ความฝััน และความหวัังรููปแบบใหม่่ ๆ แต่่ยัังคงมีีพื้้�นฐานมาจากหลัักคุุณธรรมพื้้�นฐานเดิิมที่่�ถููก ปลููกฝััง โดยเฉพาะในเรื่�อง “ความกตััญญูู” “ความสำ�ำ เร็็จ” และ “ความเป็็นปััจเจก” ซึ่�่งมีีความสััมพัันธ์์กัันอย่่างแยกออกได้้ยาก อย่่างไรก็็ตาม ในขณะที่่�เทคโนโลยีีและ สื่�อสัังคมออนไลน์์ได้้สร้้างภาพความกลััว ความฝััน และความหวัังเหล่่านั้้�น ให้้กัับชาว ดิิจิิทััลได้้เฝ้้าใฝ่่ฝััน แต่่สัังคมกลัับไม่่ได้้วางรากฐานหรืือสนัับสนุุนทรััพยากรเพื่่�อให้้ชาว ดิิจิิทััลได้้หลีีกหนีีจากความกลััว ตอบสนองความฝััน และผลัักดัันให้้ความหวัังเหล่่านั้้�น เป็น็ จริงิ ได้ก้ ับั ชาวดิจิ ิทิ ัลั ทุกุ คนอย่า่ งเท่า่ เทีียมกันั เนื่่อ� งจากเงื่อ� นไขทั้้ง� ในระดับั บุคุ คลและ สัังคมที่่เ� อื้�ออำำ�นวยแตกต่า่ งกันั โดยเฉพาะเงื่�อนไขทางเศรษฐกิิจสัังคม เมื่�่อ “ความกลััว” ถููกทำ�ำ ให้้เป็น็ ส่ว่ นหนึ่่�งของชีวี ิติ ถึึงแม้้ชาวดิิจิิทััลจะเล่่าถึึงเรื่ �องความกลััวโดยพููดถึึงความกลััวในรููปแบบที่่�แตกต่่าง กัันไปก็็ตาม แต่่เมื่�อพิิจารณาถึึงรากฐานความกลััวเหล่่านั้้�นแล้้ว กลัับพบว่่าความกลััว 137

เหล่่านั้้�นของชาวดิิจิิทััลยัังคงมีีรากฐานมาจากค่่านิิยมพื้้�นฐานของสัังคมไทยในเรื่ �อง “ความกตััญญู”ู “ความสำ�ำ เร็จ็ ” และ “ความเป็น็ ปัจั เจก” เช่่น ชาวดิจิ ิิทััลที่่�กลัวั ทำำ�ให้้ พ่่อแม่่ผิิดหวััง กลััวดููแลพ่่อแม่่ไม่่ได้้ เนื่่�องจากค่่านิิยมเรื่�องความกตััญญููยัังคงทำ�ำ งาน อยู่�ในมโนสำำ�นึึก จึึงมีีความวิิตกกัังวลเกี่�ยวกัับชีีวิิตในวัันข้้างหน้้าซึ่่�งไม่่ได้้มีีเพีียงการ รัับผิิดชอบชีีวิิตของตนเองเท่่านั้้�น แต่่ยัังคงมีีหน้้าที่่�ในการดููแลพ่่อแม่่อยู่�ในแผนชีีวิิต ในวัันข้้างหน้้าด้้วย หรืือกรณีีของชาวดิิจิิทััลที่่�กลััวผิิดพลาด พ่่ายแพ้้ ไม่่มีีความสุุข และความจน ซึ่�่งมีีพื้้�นฐานมาจากวิิธีีคิิดในการใช้้ชีีวิิตแบบทุุนนิิยมที่่�ต้้องการประสบ ความสำ�ำ เร็็จ โดยเฉพาะความสำำ�เร็็จที่่�มีีตััวชี้้�วััดด้้วยฐานะทางเศรษฐกิิจ ในขณะที่่� ความกลััวในมิิติิของปััจเจกได้้เริ่�มปรากฏในห้้วงคิิดของชาวดิจิ ิิทััล ไม่่ว่่าจะเป็็นการกลััว ถููกวิิจารณ์์ กลััวการดููถููก และกลััวไม่่ได้้เป็น็ ตััวของตััวเอง อย่่างไรก็ต็ าม จะเห็น็ ได้ว้ ่่า ถึงึ แม้้ชาวดิจิ ิทิ ัลั จะมีีความกลััวบนพื้้น� ฐานจากค่่านิยิ ม เดีียวกััน แต่่กลัับมีีความพร้้อมในการตอบสนองหรืือจััดการต่่อความกลััวเหล่่านี้้�ได้้ แตกต่่างกัันไป อีีกทั้้�งให้้ความสำ�ำ คััญกัับความกลััวแต่่ละส่่วนแตกต่่างกัันด้้วยเช่่นกััน ตััวอย่่างเช่่น ชาวดิิจิิทััลที่่�ค่่อนข้้างมีีข้้อจำำ�กััดทางเศรษฐกิิจในปััจจุุบัันมีีแนวโน้้มที่่�จะมีี ความวิิตกกัังวลหรืือพููดถึึงความกลััวที่่�จะไม่่สามารถดููแลพ่่อแม่่ได้้มากเป็็นอัันดัับต้้น ๆ ในขณะที่่ช� าวดิจิ ิทิ ัลั ที่่ไ� ม่ไ่ ด้ม้ ีีข้อ้ จำ�ำ กัดั ทางเศรษฐกิจิ พููดถึงึ ความกลัวั บนพื้้น� ฐานของความ กตััญญููในแง่่ของความกลััวที่่�จะทำ�ำ ให้้พ่่อแม่่ผิิดหวัังมากกว่่า ถึึงแม้้จะเป็็นความกลััว บนพื้้�นฐานของความกตััญญูเู หมืือนกััน ในขณะที่่ช� าวดิจิ ิิทััลในเมืืองใหญ่่อย่า่ งกรุงุ เทพฯ และเชีียงใหม่่มีีการพููดถึึงความกลััวในระดัับบุุคคลหรืือในมิิติิความเป็็นส่่วนตััวให้้เห็็น ค่่อนข้้างมาก ไม่่ว่่าจะเป็็นการกลััวการถููกดููถููกจากคนอื่่�น เช่่น กรณีีชาวดิิจิิทััลที่่�ไม่่ ต้้องการให้้เพื่่�อนดููถููกฝีีมืือการเล่่นเกมออนไลน์์ของตนเอง หรืือดููถููกผลงานที่่�เป็็นของ ตนเอง ในขณะที่่�ชาวดิิจิิทััลในเมืืองรองอย่่างนครพนมมัักพููดถึึงความกลัวั ที่่เ� ชื่�อมโยงกัับ ความไม่่มั่ �นคงทางเศรษฐกิิจของสัังคมไทยที่่�จะส่่งผลต่่อชีีวิิตความเป็็นอยู่่�ของตนเอง และครอบครััวจนอาจทำำ�ให้้ไม่่สามารถดููแลพ่่อแม่่ได้้ และกลััวความยากจน แทนที่่� จะกลััวล้้มเหลวหรืือไม่่ประสบความสำำ�เร็็จเหมืือนอย่่างชาวดิิจิิทััลในเมืืองใหญ่่ เป็็นต้้น การจััดการกัับความกลััวเหล่่านี้้�จึึงขึ้ �นอยู่่�กัับความแตกต่่างในวิิถีีชีีวิิตความเป็็นอยู่ � ซึ่�่งผููกติิดกัับเงื่�อนไขทางเศรษฐกิิจและสัังคมเป็็นหลััก จึึงทำำ�ให้้ชาวดิิจิิทััลแต่่ละคน มีีโอกาสในการตอบสนองต่อ่ ความกลัวั เหล่า่ นี้ไ้� ด้้แตกต่่างกััน 138

เมื่่�อ “ความฝันั ” ถููกจัับใส่ก่ รอบ เห็็นได้้อย่่างชััดเจนว่่า โลกดิิจิิทััลได้้สร้้างความฝัันรููปแบบใหม่่ๆ ให้้กัับเด็็กยุุค ดิิจิิทััล ที่่�เห็็นได้้อย่่างชััดเจนคืือ ความฝัันในด้้านอาชีีพที่่�แตกต่่างจากคนรุ่่�นก่่อน อย่่างเห็็นได้ช้ ััด ทั้้ง� นี้�้ เมื่อ� ถามชาวดิิจิิทัลั รุ่่�นใหม่่ โดยเฉพาะในระดับั มัธั ยมศึกึ ษา ถึงึ สิ่�งที่่� อยากเป็น็ ในอนาคต พบว่า่ อาชีีพหนึ่่ง� ที่่ม� ีีการพููดถึงึ ค่อ่ นข้า้ งมากคือื การได้เ้ ป็น็ ยููทููบเบอร์์ ซึ่�่งในปััจจุุบัันมีีเด็็กหลายคนที่่�มีีช่่องยููทููบของตััวเองและเรีียกได้้ว่่าเป็็น “ยููทููบเบอร์์” ได้้แล้้วตั้�งแต่่ตอนนี้้� โดยรููปแบบของการนำำ�เสนอที่่�พบเจอในเด็็กผู้�้ชายมัักจะเป็็นการ นำ�ำ เสนอผ่่านการเล่่นเกม หรืือการรีีวิิวเกม ตลอดจนสิ่่�งที่่�เป็็นความสนใจของกลุ่�ม เดีียวกันั อย่า่ งไรก็ต็ าม เมื่อ� สอบถามถึงึ ความเห็น็ หรือื มุมุ มองที่่�ผู้้�ปกครองแสดงออกต่อ่ สิ่ง� ที่่� พวกเขาเป็็น พบว่่าหลายรายยอมรัับว่่าผู้้�ปกครองไม่่เห็็นด้้วยและยัังเห็็นว่่าการเล่่นเกม เป็็นเรื่�องไร้ส้ าระ แต่ใ่ นมุมุ มองของเด็็กเหล่า่ นี้้ก� ลัับเห็น็ ว่่า เป็น็ เรื่�องจริิงจัังและเป็็นพื้้�นที่่� ที่่ท� ำ�ำ ให้ไ้ ด้ส้ ร้า้ งคอนเทนต์ข์ องตนเอง และแสดงความสามารถและความสนใจของตนเอง ได้อ้ ย่า่ งเต็ม็ ที่่� บางรายจริงิ จังั จนถึงึ ขั้น� อยากทำำ�เป็น็ อาชีีพเลี้ย�้ งครอบครัวั ในอนาคต เพราะ คิิดว่่าสิ่�งเหล่่านี้�้สามารถสร้้างรายได้้ได้้เช่่นเดีียวกัับอาชีีพอื่�น ๆ จะเห็็นได้้ว่่าเงื่�อนไข ในเรื่�องของการยอมรัับจากครอบครััวเป็็นสิ่่�งสำ�ำ คััญในการตอบสนองความฝัันของเด็็ก เหล่า่ นี้�้ ทั้้ง� นี้เ้� งื่อ� นไขของครอบครัวั หมายรวมทั้้ง� มุมุ มองหรือื ค่า่ นิยิ มของครอบครัวั ที่่ม� ีีต่อ่ อาชีีพ ตลอดจนรููปแบบการเลี้�้ยงดููและการใช้้อำำ�นาจในครอบครััวซึ่่�งจะเป็็นตััวกำ�ำ หนด ความเป็็นไปได้้ในความฝันั ของเด็็กเหล่า่ นี้�้ นอกจากนั้้�น เงื่�อนไขทางเศรษฐกิิจยัังนัับเป็็นข้้อจำ�ำ กััดสำ�ำ คััญที่่�ทำ�ำ ให้้เด็็กหลายคน กล้้าที่่�จะฝัันทั้้�ง ๆ ที่่�รู้�้อยู่�แล้้วไม่่มีีทางเป็็นไปได้้ในปััจจุุบััน ด้้วยสถานะของครอบครััว ที่่�ทำำ�ให้้ไม่่สามารถเข้้าถึึงทรััพยากรที่่�จะตอบสนองความฝัันเหล่่านั้้�น ในขณะที่่�เด็็ก ที่่�มีีฐานะอาจไม่่สามารถเลืือกเรีียนเต้้นเพราะอยากเป็็นนัักเต้้น เนื่่�องจากครอบครััว ไม่ส่ นับั สนุนุ เพราะอยากให้ต้ั้ง� ใจเรีียนและได้ผ้ ลการเรีียนดีีมากกว่า่ เด็ก็ ที่่ม� ีีข้อ้ จำำ�กัดั ทาง เศรษฐกิิจของครอบครััวอาจจะได้้รัับการสนัับสนุุนจากครอบครัวั อย่่างเต็ม็ ที่่�ในการเป็็น 139

ยููทููบเบอร์์ แต่ย่ ังั ไม่ส่ ามารถทำำ�ได้เ้ พราะไม่ม่ ีีอุปุ กรณ์ห์ รือื เครื่อ� งไม้เ้ ครื่อ� งมือื ในการถ่า่ ยทำ�ำ ที่่ม� ีีคุณุ ภาพเพื่่อ� ตอบสนองความฝันั ของตนเอง จนเรีียกได้ว้ ่า่ “ฝันั ได้ไ้ กล แต่ค่ งไปไม่ถ่ ึงึ ” เป็็นที่่�น่่าสัังเกตว่่า หากถามถึึงความฝัันของเด็็กในเมืืองใหญ่่อย่่างกรุุงเทพฯ และ จัังหวััดเชีียงใหม่่ ความฝัันเหล่่านั้้�นยัังสะท้้อนให้้เห็็นความเป็็นปััจเจกหรืือความฝััน ที่่�มีีความเป็็นตัวั ของตััวเองอย่่างชัดั เจน เช่น่ ความฝัันถึึงชีีวิติ ที่่เ� ป็็นอิิสระ ในขณะที่่เ� ด็็ก ในต่่างจัังหวััดอาจฝัันถึึงชีีวิิตที่่�ได้้อยู่�พร้้อมหน้้ากัับครอบครััว เด็็กในกรุุงเทพฯ กลัับคิิด ว่่าอยากอยู่�แยกตััวอย่่างอิิสระแต่่ไม่่ได้้ตััดขาดจากคนในครอบครััว หรืือการฝัันถึึงชีีวิิต ที่่�มีีความสุุข ซึ่่�งไม่่ใช่่ความสุุขที่่�มาจากการได้้อยู่�อย่่างพอกิินพอใช้้เท่่านั้้�น แต่่ต้้องมีี เหลืือพอให้้ตนเองได้้ใช้้ชีีวิิตในแบบที่่�ต้้องการด้้วย เช่่นเดีียวกัับเด็็กในจัังหวััดเชีียงใหม่่ ที่่�มีีความฝัันเกี่�ยวกัับอาชีีพในอนาคตที่่�ถึึงแม้้จะยัังทำำ�ไม่่ได้้ในปััจจุุบัันก็็ตาม เช่่น อยาก เป็็นยููทููบเบอร์์ นัักร้้อง นัักเต้้น และเจ้้าของร้้านอาหาร เป็็นต้้น ในขณะที่่�ชาวดิิจิิทััล ในจัังหวััดนครพนมมัักผููกติิดความฝัันของตนเองไว้้กัับความเป็็นไปได้้หรืือพื้้�นฐานทาง เศรษฐกิิจของครอบครััวและสัังคม เนื่่�องจากเห็็นว่่าสภาพสัังคมที่่�เป็็นอยู่�ไม่่ได้้เอื้�อหรืือ สนัับสนุนุ ให้้ได้้ทำำ�ตามความฝััน อย่่างไรก็็ตาม สิ่�งที่่�ยัังคงเป็็นจุุดร่่วมในประเด็็นเรื่�องความฝัันของชาวดิิจิิทััล ไม่ว่ ่า่ จะในพื้้น� ที่่�ไหนก็ต็ าม คืือความฝัันเหล่่านี้้ย� ังั คงไม่่หลุดุ พ้น้ ไปจากกรอบของค่า่ นิยิ ม ที่่�กล่่าวมา ไม่่ว่่าจะเป็็นกรอบของ “ความกตััญญูู” “ความสำำ�เร็็จ” และ “ความเป็็น ปััจเจก” แต่่ยัังคงมีีความแตกต่่างกัันไปตามบริิบทและสภาพแวดล้้อมที่่�มีีผลต่่อวิิธีีคิิด ในการกำ�ำ หนดความฝัันของตนเอง ภายใต้้เงื่�อนไขทรััพยากรที่่�สามารถตอบสนองต่่อ ความฝัันของชาวดิจิ ิิทัลั แต่่ละคนได้แ้ ตกต่่างกันั เมื่�อ่ “ความหวังั ” มาพร้้อมกัับ “ความคาดหวััง” สำำ�หรัับชาวดิิจิิทััลแล้้ว “ความหวััง” ดููเหมืือนจะมีีความเป็็นไปได้้มากกว่่า “ความฝััน” แต่่ไม่่ใช่่ชาวดิิจิิทััลทุุกคนที่่�จะกล้้าหวััง เนื่่�องจากความหวัังส่่วนใหญ่่มัักมา พร้้อมกับั ความคาดหวััง ซึ่�ง่ หลายครั้�งไม่ใ่ ช่่ความคาดหวัังที่่ม� าจากชาวดิจิ ิทิ ััลเอง แต่่เป็น็ 140

ความคาดหวังั จากบุคุ คลที่่เ� กี่ย� วข้อ้ งกับั ชาวดิจิ ิทิ ัลั ที่่ถ� ููกทำำ�ให้เ้ ป็น็ ความหวังั ของชาวดิจิ ิทิ ัลั ไปโดยปริิยาย ซึ่่�งที่่�มาของการยอมรัับความคาดหวัังเหล่่านั้้�นมาเป็็นความหวัังของตน ยัังคงอยู่�ภายใต้้เงื่�อนไข 3 ประการดัังกล่่าว นั่่�นคืือ “ความกตััญญ” “ความสำ�ำ เร็็จ” และ “ความเป็็นปััจเจก” นั่่�นเอง ทำำ�ให้้ชาวดิิจิิทััลแต่่ละคนมีีโอกาสกำำ�หนดความหวััง ของตนเองได้้ต่่างกัันและมีีโอกาสในการทำ�ำ ตามความหวังั นั้้น� ได้แ้ ตกต่า่ งกันั ด้้วย จากผลการศึึกษาจะเห็็นได้้ว่่า เมื่�อถามถึึง “ความหวััง” ของเด็็กในพื้้�นที่่�จัังหวััด เชีียงใหม่่และนครพนม ความหวัังอย่่างหนึ่่�งที่่�ปรากฏเด่่นชััดในชาวดิิจิิทััลกลุ่�มนี้้�คืือ ความหวัังที่่�จะสามารถทำ�ำ ตาม “ความคาดหวััง” ของครอบครััวรวมถึึงชุุมชนที่่�ตนเอง เติบิ โตมา เด็ก็ บางคนถึงึ กัับกล่่าวว่่า “ผมเป็็นความหวัังของหมู่่�บ้้าน” ซึ่่�งเกิดิ จากความ คาดหวัังของครอบครััวและคนในพื้้�นที่่� ซึ่�่งคาดหวัังว่่าเด็็กเหล่่านี้�้ที่่�ได้้รัับการศึึกษา สมััยใหม่่จากสถาบัันการศึึกษาที่่�มีีชื่่�อเสีียงในจัังหวััดจะสามารถมาเป็็นกำำ�ลัังสำ�ำ คััญ ในการจุนุ เจือื ครอบครัวั และพัฒั นาชุุมชนบ้า้ นเกิดิ ของตนเองได้้ เช่น่ เดีียวกับั ชาวดิิจิทิ ััล ในพื้้�นที่่�จัังหวััดนครพนม เห็็นได้้ว่่าความคาดหวัังของอนาคตตนเองของคนกลุ่�มนี้้�คืือ อยากเห็็นคนในครอบครััวได้้ใช้ช้ ีีวิิตอย่า่ งสบายและมั่�นคง และเป็น็ ที่่�น่า่ สัังเกตว่า่ ความ คาดหวัังในการตััดสิินใจเลืือกประกอบอาชีีพในอนาคตนั้้�นถููกกำำ�หนดโดยครอบครััว สัังคม และชุุมชนด้้วยเช่่นกััน เช่่น การได้้เป็็นข้้าราชการถืือเป็็นความภููมิิใจสููงสุุด ของครอบครััว เพราะมองว่่าจะมีีรายได้้ที่่�มั่�นคงและมีีเกีียรติิ ได้้รัับการยอมรัับ นัับหน้้าถืือตาจากสัังคม และเช่่นเดีียวกัับความฝัันของเด็็กกลุ่�มนี้้�ที่่�ความหวัังนอกจาก จะผููกติิดกัับค่่านิิยม “ความกตััญญูู” แล้้ว ยัังคงผููกติิดกัับความมั่�นคงทางเศรษฐกิิจ ทั้้�งของตนเองและสัังคมด้้วยเช่น่ กันั ในขณะที่่�เมื่�อพิิจารณาความหวัังของชาวดิิจิิทััลในเขตกรุุงเทพฯ ซึ่่�งพบว่่า ยัังคง ตั้�งอยู่�บนพื้้�นฐานของค่่านิิยม “ความกตััญญูู” ด้้วยเช่่นกััน เนื่่�องจากเด็็กกลุ่�มนี้้�ยัังมีี ความหวังั ที่่ค� าบเกี่ย� วกับั ความต้อ้ งการในการดููแลบุพุ การีีเป็น็ พื้้น� ฐาน แต่ใ่ นขณะเดีียวกันั เด็ก็ กลุ่�มนี้ม�้ ีีโอกาสได้พ้ ููดถึงึ ความหวังั เกี่ย� วกับั ชีีวิติ ที่่ป� ระสบความสำ�ำ เร็จ็ ของตนเอง โดยมีี แนวโน้ม้ ที่่จ� ะหลุดุ จากกรอบของความคาดหวังั จากครอบครัวั ได้ใ้ นระดับั หนึ่่ง� ซึ่ง่� อาจจะ แตกต่า่ งจากวิธิ ีีคิดิ เกี่ย� วกับั ชีีวิติ ในแบบเดิมิ โดยเริ่ม� มีีการพููดถึงึ ความสำ�ำ เร็จ็ ที่่ม� าพร้อ้ มกับั 141

ความสมดุุลในการใช้้ชีีวิิต โดยเฉพาะชาวดิิจิิทััลในระดัับอุุดมศึึกษาที่่�กำำ�ลัังจะก้้าวข้้าม ไปสู่่�ชีีวิิตของการทำ�ำ งานในอนาคต ซึ่่�งจะเห็็นว่่าเป็็นความหวัังที่่�ค่่อนข้้างมีีอิิสระจาก รากฐานเดิิม และเริ่�มคิิดถึึงความหวัังต่่อชีีวิิตในอนาคตที่่�ไม่่ได้้ผููกติิดกัับแค่่ตััวชี้�้วััดหรืือ เงื่�อนไขเรื่�องรายได้้เท่่านั้้�น แต่่มีีความหวัังถึึงชีีวิิตที่่�ได้้ทำ�ำ ในสิ่่�งที่่�คิิดหวัังไว้้ เช่่น การได้้ ท่อ่ งเที่่ย� ว การได้ใ้ ช้ช้ ีีวิติ อย่า่ งอิสิ ระและคุ้�มค่า่ และการได้ท้ ำำ�ตามแรงบันั ดาลใจที่่ส� ่ว่ นหนึ่่ง� อาจจะมาจากคนในครอบครัวั แต่ส่ ุดุ ท้า้ ยได้ถ้ ููกหลอมรวมเป็น็ ส่ว่ นหนึ่่ง� ของแรงบันั ดาลใจ ของตนเอง เช่น่ ชาวดิจิ ิทิ ัลั รายหนึ่่ง� ที่่ม� องเห็น็ แม่เ่ ป็น็ ต้น้ แบบของความสำำ�เร็จ็ เนื่่อ� งจากแม่่ สามารถบุกุ เบิกิ และสร้า้ งธุรุ กิจิ ด้ว้ ยความสามารถและความมุ่�งมั่น� ของตน จึงึ เห็น็ แม่เ่ ป็น็ แบบอย่า่ งและคิดิ ว่า่ ตนเองอยากจะประสบความสำ�ำ เร็จ็ และมีีสิ่่ง� ที่่ส� ร้า้ งขึ้น� เองได้เ้ ช่น่ กันั ความหวังั ของชาวดิจิ ิทิ ัลั เหล่า่ นี้น้� อกจากมีีพื้้น� ฐานมาจากบริบิ ทของครอบครัวั และ ชุุมชนที่่�ตนเติิบโตมาแล้้ว ส่่วนหนึ่่�งคงปฏิิเสธไม่่ได้้ว่่าเกิิดขึ้้�นจากการรัับรู้้�ข้้อมููลข่่าวสาร ผ่า่ นสื่่อ� สังั คมรููปแบบต่า่ ง ๆ ชาวดิจิ ิทิ ัลั บางรายพููดถึงึ การสร้า้ งแรงบันั ดาลใจให้ก้ ับั ตนเอง โดยผ่า่ นการรับั ชมรับั ฟังั บุคุ คลที่่�ประสบความสำ�ำ เร็จ็ หรือื มีีประสบการณ์ใ์ นการก้า้ วข้า้ ม ผ่่านความยากลำำ�บากต่่าง ๆ หรืือที่่�เรีียกว่่า “นัักสร้้างแรงบัันดาลใจ” ต่่าง ๆ ที่่�มีีการ เผยแพร่่ผ่่านทางช่่องยููทููบทั้้�งชาวไทยและต่่างประเทศ สิ่�งเหล่่านี้�้ล้้วนเป็็นตััวกระตุ้้�น ให้้ชาวดิิจิิทััลมองเห็็นเส้้นทางในการสร้้างความหวัังของตนเอง ถึึงแม้้ว่่าเงื่�อนไขในการ ไปสู่่�ความมุ่�งหวัังเหล่า่ นั้้�นจะมีีเงื่�อนไขและข้อ้ จำำ�กััดแตกต่า่ งกันั ไปก็็ตาม การโต้แ้ ย้ง้ ต่่อหลัักคุุณธรรมที่่�ถููกรื้�อสร้้างในยุุคดิิจิทิ ัลั ด้้วยอััตลัักษณ์์ของชาวดิิจิิทััลที่่�ค่่อนข้้างเปิิดรัับสิ่�งใหม่่ได้้ง่่าย ตลอดจนตื่่�นตััวต่่อ การรัับข้้อมููลข่่าวสารใหม่่ ๆ อย่่างต่่อเนื่่�อง ทำำ�ให้้บรรทััดฐานด้้านคุุณธรรมในมุุมมอง ของชาวดิิจิิทััลมีีความเป็็นพลวััตไม่่หยุุดนิ่่�งตายตััวและมีีความหลากหลาย ซึ่่�งอาจจะ แตกต่่างไปจากสิ่�งที่่�ผู้�้ มีีอำ�ำ นาจต่่อชาวดิิจิิทััล ไม่่ว่่าจะเป็็นครอบครััวหรืือสถาบัันอื่่�น ๆ พยายามกำำ�หนดหลักั คุณุ ธรรมเหล่า่ นี้เ้� พื่่อ� ให้ช้ าวดิจิ ิทิ ัลั ใช้เ้ ป็น็ แนวทางในการดำ�ำ เนินิ ชีีวิติ เนื่่�องจากเห็็นว่่า “ดีี” และ “มีีคุุณค่่า” ควรแก่่การประพฤติิปฏิิบััติิ โดยพยายาม สอดแทรกสิ่ง� เหล่า่ นี้ใ�้ ห้ก้ ับั ชาวดิจิ ิทิ ัลั โดยผ่า่ นกลไกของแต่ล่ ะสถาบันั เช่น่ ผ่า่ นการอบรม 142

ในครอบครัวั ผ่า่ นการสอนโดยสถาบัันการศึกึ ษา และผ่่านนโยบายการพัฒั นาประเทศ ชาวดิิจิิทััลจึงึ เรีียนรู้�แ้ ละยอมรัับหลัักคุุณธรรมต่่าง ๆ โดยผ่่านข้้อมููลหลายชุุด ประกอบ กัับวิิธีีการเรีียนรู้�้ที่�ถููกฝึึกให้้ตั้�งคำำ�ถามและคิิดเชิิงวิิพากษ์์ ทำำ�ให้้เมื่ �อถามถึึงวิิธีีคิิดต่่อ หลัักคุณุ ธรรม 4 ประการ ได้้แก่่ วินิ ััย สุุจริติ จิติ อาสา และพอเพีียง จึงึ พบว่่าชาวดิจิ ิทิ ััล ส่่วนหนึ่่�งของการวิิจััยนี้�้มีีแนวโน้้มที่่�จะมีีวิิธีีคิิดในการตีีความที่่�อาจจะแตกต่่างไปจาก คนรุ่่�นก่่อน และคิิดเชิิงวิิพากษ์์ต่่อหลัักคุุณธรรมเหล่่านี้�้ได้้หลากหลายรููปแบบแตกต่่าง กัันไป โดยเฉพาะเมื่อ� มีีข้อ้ มููลจากสื่�อออนไลน์์เป็น็ เครื่�องมือื ในการแพร่ก่ ระจาย เมื่่�อคิดิ “โต้้แย้ง้ ” แต่่ “ต่อ่ รองไม่ไ่ ด้”้ การตั้้�งคำ�ำ ถามต่่อปฏิิบััติิการของหลัักคุุณธรรมปรากฏโดยทั่่�วไปในกลุ่�มชาวดิิจิิทััล ทั้้�งนี้�้ ไม่่ได้้หมายความว่่าชาวดิิจิิทััลเหล่่านี้�้ไม่่ยอมรัับในหลัักคุุณธรรมเหล่่านั้้�น แต่่ เห็็นว่่าควรถููกตีีความใหม่่และนำำ�ไปใช้้ในบริิบทที่่�แตกต่่างจากสิ่ �งที่่�ได้้รัับการปลููกฝัังมา และควรมีีความสมเหตุสุ มผลในการปฏิบิ ัตั ิมิ ากขึ้น� อีีกทั้้ง� มีีลักั ษณะเป็น็ คุณุ ธรรมในระดับั ปัจั เจกมากขึ้น� กล่า่ วคือื ถึงึ แม้ช้ าวดิจิ ิทิ ัลั จะได้ร้ ับั การปลููกฝังั คุณุ ธรรมจากสถาบันั ต่า่ ง ๆ มาในรููปแบบใดก็ต็ าม แต่่ชาวดิจิ ิทิ ััลเหล่่านี้ต้� ่า่ งตีีความและเลือื กรับั เฉพาะส่่วนที่่เ� ห็น็ ว่า่ เหมาะสมสอดคล้อ้ งและเป็น็ ประโยชน์ต์ ่อ่ การใช้้ชีีวิติ ของตนเอง ที่่�เห็็นได้ช้ ััดเจนคืือการ ประยุุกต์์หลัักคุุณธรรมเหล่่านี้�้กัับความสำำ�เร็็จในการเรีียนซึ่่�งเป็็นเรื่�องใกล้้ตััวที่่�สุุด เช่่น การตั้้�งคำำ�ถามกับั เรื่อ� ง “วิินััย” โดยเฉพาะวิินัยั เกี่�ยวกัับการแต่่งกายด้้วยเครื่อ� งแบบของ สถาบันั การศึึกษา ซึ่ง�่ ปรากฏทั้้ง� ในระดัับมัธั ยมศึึกษาและระดัับอุดุ มศึกึ ษา เช่น่ การตั้้ง� คำำ�ถามเกี่ �ยวกัับการใช้้ถุุงเท้้าซึ่�่งจำำ�เป็็นต้้องใช้้เฉพาะถุุงเท้้าที่่�เป็็นสััญลัักษณ์์ของโรงเรีียน เท่่านั้้�น ไม่่สามารถใช้้ถุุงเท้้าทั่่�วไปที่่�หาซื้�อได้้จากแหล่่งอื่�น หรืือการตั้้�งคำำ�ถามกัับความ จำำ�เป็็นในการแต่่งชุุดนิิสิิต/นัักศึึกษาในระดัับมหาวิิทยาลััย ซึ่่�งมองว่่าไม่่มีีความจำ�ำ เป็็น และไม่ไ่ ด้ส้ ะท้้อน “วิินััย” แต่่มองว่่ากลับั ขัดั กับั หลััก “ความพอเพีียง” เพราะเป็็นการ เพิ่่�มค่า่ ใช้้จ่า่ ยที่่ไ� ม่จ่ ำำ�เป็็นให้ก้ ัับผู้เ�้ รีียน เป็น็ ต้น้ อีีกทั้้ง� “วินิ ัยั ” ควรถููกปรัับใช้ก้ ับั เรื่�องอื่�น ที่่ส� ำ�ำ คัญั ต่อ่ ชีีวิติ มากกว่า่ เช่น่ วินิ ัยั ในการปฏิบิ ัตั ิหิ น้า้ ที่่ต� ามความรับั ผิดิ ชอบ ซึ่ง่� ชาวดิจิ ิทิ ัลั เห็็นว่่า หากไม่่มีีวิินััยจะไม่่สามารถปฏิิบััติิหน้้าที่่�ตามความรัับผิิดชอบได้้ คำ�ำ ว่่า “วิินััย” 143

จึงึ ถููกตีีความจากชาวดิจิ ิิทัลั ในเชิงิ อรรถประโยชน์ม์ ากกว่า่ การบังั คับั หรือื การปฏิบิ ััติเิ พื่่อ� สะท้อ้ นความเป็็นพวกเดีียวกัันหรืือเพื่่อ� ให้้ง่่ายต่อ่ การควบคุุม อย่่างไรก็็ตาม การคิิดโต้้แย้้งเหล่่านี้�้ส่่วนหนึ่่�งเกิิดจากการที่่�ชาวดิิจิิทััลถููกขััดเกลา จากสถาบัันการศึึกษาให้้รู้�้ จัักคิิดตั้้�งคำำ�ถาม คิิดเชิิงสร้้างสรรค์์ และคิิดเชิิงวิิพากษ์์ แต่่ ในขณะเดีียวกััน การปฏิิบััติิเพื่่�อแสดงออกถึึงความคิิดเชิิงโต้้แย้้งเหล่่านั้้�นกลัับปรากฏ ให้้เห็็นไม่่ชััดเจน กล่่าวคืือ ถึึงแม้้จะไม่่เห็็นด้้วยแต่่ยัังคงปฏิิบััติิตามเพื่่�อหลีีกเลี่�ยงผล กระทบที่่�อาจเกิิดขึ้้�นหากแสดงออกถึึงการโต้้แย้้งดัังกล่่าว ซึ่่�งการแสดงออกถึึงการ โต้้แย้้งดัังกล่่าวมีีแนวโน้้มที่่�จะผัันแปรไปตามเงื่�อนไขของสถาบัันการศึึกษา เช่่น หาก เป็น็ สถาบัันการศึึกษาของรัฐั ที่่ม� ีีชื่่�อเสีียงหรือื อยู่�ในระดัับชั้น� นำ�ำ ทั้้�งในระดับั มัธั ยมศึึกษา และระดับั อุดุ มศึกึ ษา ชาวดิจิ ิทิ ัลั กลับั มีีแนวโน้ม้ ที่่จ� ะพยายามรักั ษาสถานภาพของตนเอง เอาไว้โ้ ดยยอมปฏิบิ ัตั ิติ ามเงื่อ� นไขดังั กล่า่ ว ถึงึ แม้จ้ ะไม่ย่ อมรับั ในวิธิ ีีคิดิ เรื่อ� งวินิ ัยั ที่่ก� ำ�ำ หนด ให้้ก็็ตาม หรืือพยายามแสดงออกเพื่่�อต่่อรองเพีียงเล็็กน้้อย เช่่น เลืือกปฏิิบััติิตามและ โต้้แย้้งบ้้างตามสถานการณ์์ที่่�เห็็นว่่าสามารถหลีีกเลี่�ยงผลกระทบได้้ ซึ่่�งปรากฏการ กระทำ�ำ ในลัักษณะดัังกล่่าวกัับชาวดิิจิิทััลในกรุุงเทพฯ และจัังหวััดเชีียงใหม่่ ในขณะที่่� ชาวดิจิ ิทิ ัลั ในจังั หวัดั นครพนมไม่ค่ ่อ่ ยปรากฏการโต้แ้ ย้ง้ ในประเด็น็ เหล่า่ นี้�้ ทั้้ง� นี้ส�้ ่ว่ นหนึ่่ง� สะท้้อนให้้เห็็นถึึงโอกาสในการคิิดและแสดงออกถึึงการโต้้แย้้งต่่อหลัักคุุณธรรมที่่� แตกต่่างกััน โดยชาวดิิจิิทััลเลืือกที่่�จะประเมิินถึึงผลกระทบจากการกระทำำ�โต้้แย้้ง ก่อ่ นจะตััดสิินใจปฏิิบััติติ ่่อ “วินิ ััย” ในแบบที่่�ควรจะเป็็น กัับ “วิินัยั ” ในแบบที่่อ� ยากเป็น็ นอกจากการประเมิินผลกระทบแล้้ว วััยวุุฒิิและความเอื้�ออำำ�นวยในการ แสดงความคิิดเห็็นในบริิบทที่่�แตกต่่างกัันยัังเป็็นเงื่ �อนไขอีีกประการหนึ่่�งที่่�เอื้ �อต่่อ การแสดงออกถึึงการโต้้แย้้งคุุณธรรมได้้ เช่่น ชาวดิิจิิทััลในระดัับอุุดมศึึกษามีี โอกาสที่่�จะแสดงออกถึึงการโต้้แย้้งได้้มากกว่่าชาวดิิจิิทััลในระดัับมััธยมศึึกษา ซึ่�่งมีีกรอบของคุุณธรรม โดยเฉพาะเรื่�องของ “วิินััย” ที่่�เข้้มข้้นกว่่า และ สถาบัันการศึกึ ษามีีอำำ�นาจเบ็็ดเสร็็จมากกว่่าในการควบคุุม ในขณะที่่ส� ถาบันั อุดุ มศึึกษา เ ป็็ นพื้้� นที่่� ที่่� เ ปิิ ด โ อ ก า ส ใ ห้้ ช า ว ดิิ จิิ ทัั ล ไ ด้้ มีีอิิ ส ร ะ ใ น ก า รคิิ ด เ ชิิ ง วิิ พ า ก ษ์์ แ ล ะ แสดงออกได้้หลากหลายรููปแบบ ทั้้�งการแสดงความคิิดเห็็นและแสดงออกในรููปแบบ 144

ที่่�ไม่่สร้้างผลกระทบต่่อผู้้�อื่�น อีีกทั้้�งกิิจกรรมการเรีียนการสอนในระดัับอุุดมศึึกษา มีีแนวโน้้มที่่�จะเอื้�อต่่อการคิิดและการแสดงออกเชิิงวิิพากษ์์ได้้มากกว่่า โดยเฉพาะ การวิิพากษ์์ถึึงหลัักคุุณธรรมเรื่�อง “ความสุุจริิต” ซึ่่�งถููกผููกโยงเข้้ากัับปรากฏการณ์์ ทางการเมืืองในสัังคมไทยที่่�ชาวดิจิ ิทิ ััลมีีแนวโน้ม้ ที่่�จะนำ�ำ ไปเชื่�อมโยงกัับพฤติกิ รรมทุจุ ริิต ที่่�ปรากฏให้เ้ ห็น็ เป็็นรููปธรรมชัดั เจนในแวดวงการเมืืองไทย เมื่่อ� สิ่ง� ที่่� “เห็็น” ไม่่สอดคล้้องกัับสิ่�งที่่� “เป็็น” การคิิดโต้้แย้้งต่่อหลัักคุุณธรรมมีีแนวโน้้มที่่�จะปรากฏให้้เห็็นชััดเจนขึ้้�นในกลุ่ �ม ชาวดิิจิิทััลที่่�มีีประสบการณ์์ชีีวิิตที่่�ขััดแย้้งกัับหลัักคุุณธรรมในรููปแบบดั้ �งเดิิมที่่�ได้้รัับการ ปลููกฝัังมา ตััวอย่่างเช่่น ชาวดิิจิิทััลที่่�เติิบโตในครอบครััวที่่�มีีผู้�้เลี้�้ยงดููเพีียงคนเดีียวคืือ พ่่อหรืือแม่่ มีีวิิธีีคิิดโต้้แย้้งกัับหลััก “ความกตััญญูู” ชุุดเดิิมที่่�ระบุุว่่าลููกควรกตััญญููต่่อ พ่่อแม่่ จึึงเริ่�มตั้�งคำ�ำ ถามว่่า ตนเองจำำ�เป็็นต้้องกตััญญููต่่อพ่่อแม่่หรืือไม่่หากพ่่อแม่่ไม่่เคย ส่ง่ เสีียเลี้ย้� งดูู ตนเองก็ค็ งไม่จ่ ำ�ำ เป็็นต้อ้ งเลี้ย้� งดููพ่อ่ แม่ใ่ นอนาคตได้เ้ หมือื นกันั เงื่อ� นไขเรื่อ� ง ประสบการณ์์และโครงสร้้างของครอบครััวจึึงเป็็นตััวกำ�ำ หนดที่่�สำ�ำ คััญต่่อวิิธีีคิิดในการ โต้้แย้้งและความชอบธรรมในการเลืือกปฏิิบััติิต่่อหลัักคุุณธรรมในทางปฏิิบััติิที่่�มีีความ สมเหตุุสมผลมากกว่า่ ปรากฏการณ์์เกี่ย� วกัับการโต้้แย้ง้ ทางคุุณธรรมยัังเกิิดขึ้้น� กัับกรณีี ของคุณุ ธรรมด้า้ น “ความพอเพีียง” ซึ่ง�่ ผลการศึกึ ษาวิจิ ัยั นี้�้ชี้ใ้� ห้เ้ ห็น็ ว่า่ ชาวดิจิ ิทิ ัลั รุ่่�นใหม่่ โดยเฉพาะในเขตพื้้�นที่่�ที่่�มีีความเป็็นเมืืองสููง ยัังมีีความเข้้าใจที่่�ไม่่รอบด้้านเกี่�ยวกัับ หลักั คิดิ เรื่อ�่ งปรัชั ญาเศรษฐกิจิ พอเพียี ง อีกี ทั้้ง� ยังั มีภี าพจำ�ำ เกี่ย� วกับั แนวคิดิ นี้้ท� ี่่ค� ่อ่ นข้า้ ง จำ�ำ กััด เช่่น เข้้าใจว่่าเป็็นเรื่�องของการประหยััด ห้้ามใช้้จ่่ายของที่่�มีีราคาสููง ห้้ามมีี รายได้้มาก ห้้ามใช้้ชีีวิิตสะดวกสบาย และยัังเชื่�อมโยงเศรษฐกิิจพอเพีียงเข้้ากัับการทำำ� การเกษตรเป็น็ หลักั ซึ่�ง่ อาจเป็็นเพราะสภาพแวดล้อ้ มและกระแสทุนุ นิยิ มในสังั คมเมือื ง ที่่ไ� ด้ป้ ลููกฝังั ให้ค้ นมุ่่�งเน้น้ เรื่อ� งการต่อ่ สู้�้ การแข่ง่ ขันั และความทันั สมัยั ประกอบกับั ตัวั อย่า่ ง ที่่�เคยได้้รัับรู้�้มาถึึงการประยุุกต์์ใช้้แนวคิิดเศรษฐกิิจพอเพีียงอย่่างเป็็นรููปธรรมคืือด้้าน การเกษตร จึงึ ส่่งผลให้ช้ าวดิจิ ิิทัลั รุ่่�นใหม่ใ่ นสังั คมเมืืองมีีความคิดิ เชิิงโต้แ้ ย้ง้ กัับคุุณธรรม ด้้านความพอเพีียงว่่าไม่่สอดคล้้องหรืือไม่่สามารถประยุุกต์์ใช้้ได้้ในบริิบทของตนเอง ทั้้ง� ที่่ใ� นความเป็น็ จริงิ แล้ว้ แนวคิดิ เรื่อ� งความพอเพีียงมีีความหมายที่่ล� ึกึ ซึ้ง� และกว้า้ งขวาง 145

โดยให้้ความสำำ�คััญกัับการใช้้ความรู้้�ประกอบกัับหลัักเหตุุผลในการคิิดพิิจารณาถึึงความ พอเหมาะพอดีี ไม่ส่ ุดุ โต่ง่ ไม่เ่ บีียดเบีียนตนเองและสังั คม โดยไม่ไ่ ด้ป้ ิดิ กั้้น� การสร้า้ งความ เจริญิ หรือื การพัฒั นา หากแต่เ่ ป็น็ การส่ง่ เสริมิ การพัฒั นาที่่ต� ้อ้ งไม่อ่ ยู่�บนพื้้น� ฐานที่่อ� ่อ่ นแอ พึ่่�งพาตนเองไม่่ได้้ หรืือก่่อให้้เกิิดความเสีียหายต่่อสภาพแวดล้้อมทางธรรมชาติิและ สัังคม อีีกทั้้�งปรััชญาเศรษฐกิิจพอเพีียงยัังเน้้นย้ำ�ำ�เรื่�องการสร้้างภููมิิคุ้�มกัันต่่อความเสี่�ยง และผลกระทบที่่�อาจเกิิดจากการเปลี่่�ยนแปลงทั้้�งภายในและภายนอกอีีกด้้วย (สุุเมธ ตัันติิเวชกุุล, 2551) ดัังนั้้�นจากการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกในงานวิิจััยนี้�้ที่่�พบว่่า ชาวดิิจิิทััล รุ่่�นใหม่่ในสัังคมเมืืองไม่่ได้้กล่่าวถึึงแง่่มุุมที่่�แท้้จริิงของหลัักปรััชญาเศรษฐกิิจพอเพีียง เหล่่านี้�้ จึึงเป็็นการสะท้้อนให้้เห็็นว่่า ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ไม่่ได้้รัับความเข้้าใจที่่�ถููกต้้อง และไม่่ได้้เห็็นภาพแนวทางการประยุุกต์์ใช้้หลัักปรััชญาเศรษฐกิิจพอเพีียงอย่่างเป็็น รููปธรรมในบริิบทสังั คมเมืือง เช่น่ เดีียวกับั กรณีีของหลักั คุณุ ธรรมเรื่อ� ง “จิติ อาสา” ที่่ถ� ููกตั้ง� คำำ�ถามจากชาวดิจิ ิทิ ัลั ทั้้�งในเขตกรุุงเทพฯ และจัังหวััดเชีียงใหม่่ถึึงความสมััครใจในการแสดงออกถึึงจิิตอาสา เนื่่�องจากสถาบัันการศึึกษามัักปลููกฝัังสิ่ �งเหล่่านี้้�ผ่่านทางกิิจกรรมเสริิมหลัักสููตรที่่�มีีการ ประเมิินผลหรืือให้้คะแนนกิิจกรรม โดยมีีการมอบหมายให้้ผู้�้เรีียนเข้้าร่่วมกิิจกรรม ต่่าง ๆ ในเชิิงกิจิ กรรมเสริิมหลัักสููตร ในขณะที่่�ภาพที่่เ� ห็น็ จากสื่�อออนไลน์ซ์ ึ่่�งเป็็นข้อ้ มููล เชิิงประจัักษ์์ได้้ชี้�้ให้้เห็็นว่่า เมื่�อสัังคมไทยต้้องการความช่่วยเหลืือ คนในสัังคมก็็พร้้อม ที่่จ� ะร่ว่ มกันั สนับั สนุนุ ถึงึ แม้จ้ ะไม่ไ่ ด้ร้ ับั ผลตอบแทนใด ๆ ก็ต็ าม สิ่ง� เหล่า่ นี้ท้� ำำ�ให้ช้ าวดิจิ ิทิ ัลั ตั้ง� คำ�ำ ถามกับั การปลููกฝังั หลักั คุณุ ธรรมเรื่อ� งจิติ อาสาของสถาบันั การศึกึ ษาและเลือื กที่่จ� ะ เรีียนรู้้�สิ่�งเหล่่านี้�ผ้ ่า่ นทางปรากฏการณ์แ์ ละประสบการณ์ท์ างสัังคมของตนเองมากกว่า่ ในทางกลัับกััน ผลการวิจิ ััยกลับั พบว่่า ชาวดิจิ ิทิ ัลั ในพื้้น� ที่่�เมือื งรอง ได้แ้ ก่่ จัังหวััด นครพนม มีีความคิิดเชิิงโต้้แย้้งคุุณธรรมในด้้านความพอเพีียงและจิิตอาสาค่่อนข้้าง น้้อย ยกตััวอย่่างเช่่น ชาวดิิจิิทััลรุ่่�นใหม่่ในจัังหวััดนครพนมมีีทััศนคติิต่่อหลัักคุุณธรรม ด้้านความพอเพีียงว่่า มีีความสอดคล้้องและสามารถประยุุกต์์ใช้้ได้้จริิงในบริิบทของ ตนเอง จึึงสะท้้อนให้้เห็็นว่่าสภาพบริิบทสัังคมที่่�มีีความเป็็นเมืืองน้้อยอาจมีีวิิถีีชีีวิิต ความเป็็นอยู่�ที่�สอดคล้้องกัับแนวคิิดเรื่�องความพอเพีียงอยู่�เดิิมแล้้ว ประกอบกัับ ตััวอย่่างที่่�เป็็นรููปธรรมของหลักั ปรััชญาเศรษฐกิิจพอเพีียงที่่�เป็็นด้า้ นการเกษตร จึึงอาจ 146

จะทำ�ำ ให้้ชาวดิิจิิทััลที่่�ไม่่ได้้อยู่�ในสัังคมเมืืองสามารถเชื่�อมโยงหลัักปรััชญาเศรษฐกิิจ พอเพีียงกัับวิิถีีความเป็็นอยู่�ในสภาพสัังคมของตนได้้ชััดเจนกว่่า รวมไปถึึงคุุณธรรม ด้้านจิิตอาสาที่่�หลอมรวมอยู่ �ในชีีวิิตความเป็็นอยู่ �ที่ �เน้้นการช่่วยเหลืือพึ่่�งพากัันในชุุมชน ซึ่่�งล้้วนเป็็นบริิบทที่่�คุ้้�นเคยของชาวดิิจิิทััลยุุคใหม่่ในพื้้�นที่่�นี้�้ จึึงเป็็นการปลููกฝัังให้้ สามารถมองเห็น็ ความเกี่�ยวข้้องและการประยุกุ ต์์ใช้ค้ ุุณธรรมพื้้�นฐานเหล่่านี้ไ�้ ด้้ไม่่ยาก ในขณะที่่�ชาวดิิจิิทััลในเขตกรุุงเทพฯ และจัังหวััดเชีียงใหม่่มัักพููดถึึงและให้้ความ สำำ�คััญกัับหลัักคุุณธรรมในระดัับสากลนอกเหนืือจากหลัักคุุณธรรมพื้้�นฐานของสัังคม ไทย เช่่น สิทิ ธิิ เสรีีภาพ และความเท่่าเทีียม เนื่่อ� งจากวิิถีีชีีวิติ ที่่ท� ำ�ำ ให้้เริ่ม� คิดิ โต้้แย้้งกัับ หลัักคุุณธรรมเดิิมและเริ่�มนำ�ำ หลัักคุุณธรรมสากลเหล่่านี้้�ที่่�คิิดว่่าสอดคล้้องกัับวิิถีีชีีวิิต และการปฏิบิ ัตั ิมิ ากกว่า่ อีีกทั้้ง� สามารถนำ�ำ มาใช้ต้ ่อ่ รองกับั หลักั คุณุ ธรรมดั้ง� เดิมิ ที่่ต� นคิดิ ว่า่ ขััดกับั หลัักการใช้ช้ ีีวิติ เช่น่ การนำำ�หลักั คิดิ เรื่อ� งสิิทธิแิ ละเสรีีภาพมาใช้เ้ ป็็นกรอบในการ โต้้แย้้งกัับหลัักคุุณธรรมในเรื่�อง “วิินััย” ที่่�มาในรููปแบบของการถููกบัังคัับและควบคุุม หรืือการเรีียกร้้องให้้มีีการตรวจสอบการทุุจริิตคอร์์รััปชัันของนัักการเมืือง เพื่่�อแสดง ให้้เห็็นถึึงหลัักคุุณธรรมด้้านความสุุจริิตและเห็็นว่่าเป็็นสิิทธิิเสรีีภาพที่่�ประชาชน พึึงกระทำ�ำ ได้้ เป็็นต้้น ซึ่่�งชาวดิิจิิทััลในจัังหวััดนครพนมยัังไม่่ได้้กล่่าวถึึงหลัักคุุณธรรม สากลในส่่วนนี้�้มากนััก เนื่่�องจากยัังเห็็นว่่าเป็็นเรื่�องไกลตััวและหลัักคุุณธรรมพื้้�นฐาน ของสังั คมยัังสามารถนำำ�มาปรับั ใช้้ได้้ในชีีวิติ ของชาวดิจิ ิทิ ััลกลุ่�มนี้�้ การสร้้างและนำำ�เสนอตััวตนผ่่านโลกดิจิ ิทิ ัลั อััตลัักษณ์์ส่่วนหนึ่่�งของประชากรดิิจิิทััลซึ่�่งแตกต่่างกัันไปตามแต่่ละรุ่่�นของ ประชากรคืือ ความมีีอิิสระในตนเองในการค้้นหาและสร้้างตััวตน ซึ่�่งปััจจุุบัันสื่่�อสัังคม ออนไลน์์ได้้กลายเป็็นเครื่ �องมืือสำำ�คััญส่่วนหนึ่่�งในการเสนอตััวตนของชาวดิิจิิทััล สู่�สาธารณะ โดยเงื่�อนไขที่่�มีีผลต่่อการสร้้างและนำ�ำ เสนอตััวตนของคนกลุ่�มนี้�้ส่่วนหนึ่่�ง มาจากการอาศัยั ภาพของต้น้ แบบ แรงบันั ดาลใจ และวิิธีีคิดิ ต่่อสังั คมที่่�ผ่่านการประเมิิน เลืือกสรร และตััดสิินใจ นำ�ำ มาใช้้เป็็นแนวทางในการสร้้างและนำำ�เสนอตััวตนของชาว ดิิจิิทััล โดยมีีข้้อมููลจากสื่�อสัังคมออนไลน์์เป็็นตััวกระตุ้้�นสำำ�คััญในการสร้้างทางเลืือก ในการนำ�ำ เสนอตััวตนให้ก้ ับั ชาวดิิจิิทััล 147

อย่่างไรก็็ตาม ถึึงแม้้สัังคมจะมีีแนวโน้้มที่่�จะเปิิดกว้้างต่่อการยอมรัับความ หลากหลายในตััวตนของคนในสัังคมได้้มากกว่่าสัังคมในอดีีต แต่่ยัังคงแตกต่่างไปตาม บริิบทและเงื่ �อนไขของสัังคมและบรรทััดฐานในแต่่ละกลุ่ �มสัังคมที่่�ประชากรดิิจิิทััล เป็็นสมาชิิกอยู่� จึึงทำำ�ให้้ถึึงแม้้ว่่าปััจจุุบัันชาวดิิจิิทััลจะถููกกระตุ้้�นและผลัักดัันให้้คิิดว่่า การสร้้างและนำำ�เสนอตััวตนนั้้�นเป็็น “หน้้าที่่�” และ “ความรัับผิิดชอบ” ของบุุคคล ในการที่่�จะค้้นหาและนำำ�เสนอตััวตนในแบบฉบัับของตััวเอง ซึ่�่งแตกต่่างจากสัังคม ในอดีีตที่่�ตััวตนของบุุคคลถููกกำ�ำ หนดไว้้อย่่างเคร่่งครััดภายใต้้กรอบบรรทััดฐานของ สัังคมและไม่่ได้้มีีความหลากหลายเหมืือนในปััจจุุบััน แต่่ในขณะเดีียวกััน ชาวดิิจิิทััล ที่่�อยู่�ในบริิบทหรืือสถานะแตกต่่างกัันต่่างมีีโอกาสในการนำ�ำ เสนอตััวตนตามความ ต้อ้ งการได้้มากน้อ้ ยแตกต่่างกันั ไป เมื่อ�่ “ปกปิิด” อาจจะดีกี ว่า่ “เปิดิ เผย” ในกลุ่�มประชากรดิิจิทิ ัลั ด้ว้ ยกันั เองมีีแนวโน้ม้ ที่่จ� ะมีีอัตั ลักั ษณ์ท์ ี่่เ� ปิดิ รับั และยอมรับั สิ่�งใหม่่ที่่�แตกต่่างจากบรรทััดฐานเดิิมได้้ไม่่ยาก อีีกทั้้�งเข้้าใจและเปิิดใจยอมรัับในความ หลากหลายทางสังั คมวัฒั ธรรมซึ่ง�่ รวมทั้้ง� “ความหลากหลายทางเพศ” ด้ว้ ย มีีชาวดิจิ ิทิ ัลั จำ�ำ นวนไม่่น้้อยที่่�ยอมรัับว่่า ตนเองอยู่�ในกลุ่�มคนที่่�มีีความหลากหลายทางเพศ และ บางคนแสดงออกให้้เห็็นอย่่างชััดเจนโดยไม่ป่ กปิิด ซึ่�ง่ ปรากฏทั้้�งในพื้้�นที่่ก� รุุงเทพฯ และ จัังหวััดเชีียงใหม่่ อย่่างไรก็็ตาม เมื่�อสอบถามถึึงการเปิิดเผยหรืือยอมรัับจากคนใกล้้ชิิด กลับั มีีเด็ก็ บางส่ว่ นยอมรับั ว่า่ สามารถเปิดิ เผยตัวั ตนในรููปแบบนี้ไ้� ด้ก้ ับั กลุ่�มเพื่่อ� นเท่า่ นั้้น� แต่่ยัังไม่่สามารถเปิิดเผยตััวตนกัับคนในครอบครััวหรืือครููอาจารย์์ได้้ โดยเฉพาะชาว ดิิจิิทััลในระดัับชั้�นมััธยมศึึกษาและชาวดิิจิิทััลที่่�เป็็นเพศหญิิงรัักหญิิง เพราะเพศสภาพ ดัังกล่่าวยัังคงไม่่สามารถสัังเกตเห็็นจากภายนอกได้้ชััดเจนหากไม่่ได้้เจตนาจะนำ�ำ เสนอ ตััวตนดัังกล่่าวต่่อสาธารณะ สิ่�งเหล่่านี้้�สะท้้อนให้้เห็็นว่่า ถึึงแม้้ข้้อมููลข่่าวสารที่่�สะท้้อนการเปลี่่�ยนแปลงของ สัังคมจะทำ�ำ ให้้ประชากรชาวดิิจิิทััลมีีวิิธีีคิิดเกี่�ยวกัับตััวตนที่่�หลากหลายและสามารถ ยอมรัับตััวตนที่่�หลากหลายของตนเองได้้ แต่่ยัังไม่่ใช่่ชาวดิิจิิทััลทุุกคนที่่�จะกล้้าเปิิดเผย 148

ตััวตนดัังกล่่าวต่่อสาธารณะ โดยเฉพาะกัับประชากรในรุ่่�นอื่่�นซึ่�่งอยู่�ในบริิบทของสัังคม วััฒนธรรมที่่�อาจไม่่สามารถยอมรัับความหลากหลายดัังกล่่าวได้้ เช่่นเดีียวกัับตััวตน ในด้้านอาชีีพและความใฝ่่ฝัันต่่ออาชีีพในอนาคตของชาวดิิจิิทััล ที่่�บางอาชีีพยัังคงเป็็น อาชีีพที่่�ไม่่ได้้รัับการยอมรัับจากประชากรรุ่่�นก่่อน อย่่างการเป็็นผู้�้ผลิิตรายการบนยููทููบ (YouTuber) หรืือนักั รีีวิวิ สิินค้า้ (Reviewer) ที่่ท� ำำ�ให้ค้ นธรรมดาทั่่�วไปกลายเป็็นคนดังั ในชั่่ว� ข้้ามคืนื ได้้ ซึ่่ง� คนรุ่่�นก่่อนยัังมองว่า่ เป็็นอาชีีพที่่ไ� ม่ม่ั่น� คงและไม่ย่ั่ง� ยืนื ในขณะที่่�ชาว ดิิจิิทััลมองว่่าสิ่ �งเหล่่านี้้�สามารถยึึดเป็็นอาชีีพเลี้้�ยงดููตนเองและครอบครััวในอนาคตได้้ โอกาสในการนำำ�เสนอตััวตนของชาวดิิจิิทััลจึึงแตกต่่างกัันไปตามบริิบทของครอบครััว และสัังคมที่่�ชาวดิจิ ิทิ ัลั ดำ�ำ รงอยู่่�ด้้วย นอกจากนั้้�น โอกาสในการนำำ�เสนอตััวตนเหล่่านี้้�ยัังขึ้�นอยู่่�กัับความเป็็นปััจเจก ของชาวดิิจิิทััลเองด้้วยสำ�ำ หรัับชาวดิิจิิทััลในเมืืองใหญ่่ โดยเฉพาะในกรุุงเทพฯ ที่่�เติิบโต มาพร้้อมกัับบริิบทที่่�ส่ง่ เสริมิ ความเป็น็ ปัจั เจก สามารถเลือื กคิดิ เลืือกทำ�ำ และเลืือกเป็น็ ในสิ่่�งที่่�เป็็นไปตามความต้้องการของตนเองได้้ โดยสนใจหรืือให้้ความสำ�ำ คััญกัับกรอบ ของสัังคมน้้อยกว่่าชาวดิจิ ิทิ ัลั ที่่�ใช้ช้ ีีวิติ อยู่�ในจังั หวัดั อื่่�น ๆ และถึึงแม้เ้ ชีียงใหม่่จะถืือเป็น็ เมืืองใหญ่่ แต่่ด้้วยบริิบททางสัังคมวััฒนธรรมที่่�ประเพณีีนิิยมดั้�งเดิิมยัังคงมีีบทบาท สำำ�คััญต่่อวิิถีีชีีวิิตชาวเชีียงใหม่่และถููกผนวกเข้้ากัับวิิถีีชีีวิิตสมััยใหม่่ในแบบฉบัับของ เมืืองเชีียงใหม่่เอง ทำ�ำ ให้้กรอบของสัังคมยัังคงมีีอิิทธิิพลต่่อการตััดสิินใจในการเลืือก นำ�ำ เสนอตััวตนของชาวดิิจิิทััล เช่่นเดีียวกัับในจัังหวััดนครพนมซึ่่�งจะปรากฏชาวดิิจิิทััล ที่่�ยึึดความเป็็นปััจเจกในการนำำ�เสนอตััวตนได้้น้้อยกว่่าอย่่างเห็็นได้้ชััด ดัังนั้้�น ถึึงแม้้ ชาวดิจิ ิทิ ัลั เหล่า่ นี้จ�้ ะถููกเหมารวมว่า่ เป็น็ คนรุ่่�นใหม่ท่ ี่่ม� ีีตัวั ตนหลากหลาย แต่ก่ ลับั มีีโอกาส ในการแสดงออกถึึงตััวตนตามปััจเจกได้้ในระดัับที่่�แตกต่่างกัันไปตามเงื่ �อนไขดัังที่่�กล่่าว มา เมื่อ่� ฉันั ก็็ “อยากมีี” และ “อยากเป็็น” เหมืือนคนอื่�่น นอกจากสื่อ� สังั คมออนไลน์จ์ ะเป็น็ พื้้น� ที่่ใ� นการนำ�ำ เสนอตัวั ตนของชาวดิิจิทิ ัลั รวมทั้้ง� ประชากรในรุ่่�นอื่่�น ๆ อย่่างกว้้างขวางผ่่านการนำ�ำ เสนอภาพการใช้้ชีีวิิตหลากหลาย 149


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook