144 บทท่ี 4 การดแู ลรักษาตามระยะท่ีก�ำ หนด ใบ4งา.6นท่ี การบรกิ ารระบบหลอ่ ลน่ื เครอ่ื งยนต์ ปฏบิ ตั งิ านวนั ท่ี ................. เดอื น ................................ พ.ศ. ................................. จดุ ประสงคก์ ารปฏบิ ตั ิ บริการระบบหล่อลื่นเคร่ืองยนต์ เช่น การตรวจระดับน�้ำมันเคร่ือง การเปล่ียนถ่ายน้�ำมันเคร่ือง และเปลี่ยนกรองนำ�้ มนั เครอื่ งได้ เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ 4. ตวั ถอดกรองน้�ำมนั เคร่ือง (ไมม่ กี ไ็ ด้) 1. รถยนต์ 5. ถาดรอง 2. เครื่องมอื ประจำ� ตัวชา่ งยนต์ 6. ผ้าเชด็ มือ 3. นำ�้ มันเครือ่ ง ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน ก) การตรวจสอบระดบั นำ้� มนั เครือ่ ง : มขี ัน้ ตอนดงั นี้ 1. จอดรถบนพืน้ ราบ 2. กอ่ นการตรวจระดบั นำ้� มนั เครอ่ื ง ใหต้ ดิ เครอื่ งยนตใ์ หร้ อ้ นขนึ้ จนกระทงั่ ถงึ อณุ หภมู ทิ ำ� งานปกติ แลว้ ดับเครือ่ ง ท้งิ ไว้ประมาณ 2 - 3 นาที เพอื่ ให้น้ำ� มันเคร่อื งไหลกลับลงอา่ งเสียกอ่ น 3. ชักก้านวัดน้�ำมันเครื่องออกมาตรวจน�้ำมันเคร่ืองที่ติดกับก้านวัด แล้วเช็ดออกด้วยผ้า เสร็จแลว้ สอดกา้ นวดั นำ�้ มนั เครื่องกลบั จนสดุ 4. ชักก้านวัดออกมาอีกครั้งหน่ึงเพ่ือตรวจระดับน้�ำมันเคร่ืองท่ีปลายก้านวัด ถ้าระดับน�้ำมัน อยทู่ ่ี “F” หรอื อยรู่ ะหวา่ งขดี “F” และ “L” แสดงวา่ ระดบั นำ�้ มนั เครอ่ื งปกติ แตถ่ า้ ระดบั นำ�้ มนั อยทู่ ี่ “L” หรือต่�ำกวา่ ใหค้ อ่ ย ๆ เตมิ นำ�้ มันเคร่อื งเพิ่มทลี ะนอ้ ยจนกระทง่ั นำ้� มันเคร่อื งอยใู่ นระดบั ปกติ ข) การเปลยี่ นถ่ายนำ้� มันเครอ่ื ง : มขี น้ั ตอนดงั นี้ 1. จอดรถบนทพี่ น้ื ราบ อนุ่ เครอื่ งทง้ิ ไวอ้ ยา่ งนอ้ ยใหม้ าตรวดั ความรอ้ น ขน้ึ มาเลก็ นอ้ ยแลว้ ดบั เครอ่ื ง 2. เปิดฝาเตมิ นำ้� มันเครื่องออกและนำ� ถาดมารองไวใ้ ตป้ ลั๊กถ่ายน�้ำมันเคร่อื ง 3. ถอดปลก๊ั ถา่ ยนำ้� มนั เครื่องออก และปล่อยให้นำ�้ มันเครอ่ื งไหลออกจนหมด
งานบำ�รุงรกั ษารถยนต์ 145 4. ใช้ประแจถอดไส้กรองน�้ำมันเครื่องออก โดยหมุนทวนเข็มนาฬิกาและหงายไส้กรองไว้ เพื่อปอ้ งกนั น้ำ� มนั หก 5. ทำ� ความสะอาดและตรวจดผู วิ หนา้ ของแท่นยึดไสก้ รอง ระวงั ปะเก็นยางของเกา่ ตดิ อยู่ทผี่ ิว หนา้ แท่นยึดไส้กรอง 6. ทาน�ำ้ มนั เคร่ืองทปี่ ะเก็นยางของไส้กรองตัวใหม่ 7. ประกอบไส้กรองเข้ากบั แทน่ ยึด ขันไสก้ รองเข้าจนกระทง่ั ปะเก็นสัมผัสกับแทน่ ยึดไสก้ รอง แล้วขนั เข้าอีก 3/4 รอบดว้ ยประแจ เครือ่ งมือพเิ ศษ
146 บทที่ 4 การดแู ลรักษาตามระยะท่กี �ำ หนด 8. ทำ� ความสะอาดปลก๊ั ถา่ ยนำ้� มนั เครอ่ื งแลว้ ประกอบเขา้ ทเี่ ดมิ พรอ้ มปะเกน็ ใหม่ ขนั ดว้ ยประแจ ใหแ้ นน่ 9. เติมน�้ำมันเคร่ืองเข้าไปในเครื่องตามปริมาณที่ระบุของรถแต่ละคัน แล้วปิดฝาท่ีเติม น�้ำมันเครื่อง 10. ตดิ เครอื่ งยนต์ เพอื่ ตรวจดวู า่ มนี ำ้� มนั เครอ่ื งรวั่ บรเิ วณปลกั๊ ถา่ ยนำ�้ มนั เครอ่ื งหรอื ไสก้ รองหรอื ไม่ 11. ดบั เครอ่ื ง แลว้ ตรวจสอบระดบั นำ้� มนั เครื่องอีกครง้ั ถา้ น้อยไปให้เติมจนถึงขดี “F” ขอ้ ควรระวงั ในการเปลยี่ นถา่ ยนำ้� มนั เครอื่ ง การที่สัมผัสกับน�้ำมันเครื่องบ่อย และเป็นเวลานานจะเกิดผลในการท�ำลายไขมันธรรมชาติ ออกจากผิวหนังท�ำให้ผิวหนังแห้ง เน่ืองจากน�้ำมันเครื่องท่ีใช้แล้วจะมีสิ่งสกปรกท่ีเป็นอันตรายเจือปน อยู่ภายใน ซึ่งเป็นเหตุทำ� ใหเ้ กดิ โรคมะเร็งผวิ หนังได้ เพือ่ เปน็ การปอ้ งกนั อนั ตรายที่อาจจะเกิดกับผิวหนัง จงึ ควรจดั เตรยี มอา่ งลา้ งและอปุ กรณป์ อ้ งกนั ผวิ หนงั ไวใ้ หเ้ พยี งพอ เชน่ ถงุ มอื ชนดิ ทนี่ ำ้� มนั เครอื่ งซมึ เขา้ ไมไ่ ด้ ส�ำหรับสวมเวลาเปล่ียนถ่ายน้�ำมันเคร่ือง ในกรณีที่ผิวหนังสัมผัสถูกน�้ำมันเคร่ืองต้องล้างออกด้วยสบู่ แล้วล้างน�้ำตามไม่ควรลา้ งดว้ ยนำ�้ มนั เบนซนิ ทนิ เนอร์หรือตัวทำ� ละลายอ่ืน ๆ บนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ิ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................
งานบำ�รงุ รักษารถยนต์ การลา้ งหมอ้ น�ำ้ เครอ่ื งยนต์ 147 ใบ34งา.27นท่ี ปฏบิ ตั งิ านวนั ท่ี ................. เดอื น ................................ พ.ศ. ................................. จดุ ประสงคก์ ารปฏบิ ตั ิ สามารถล้างทำ� ความสะอาดระบบนำ�้ หลอ่ เยน็ เครอื่ งยนตไ์ ด้ เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ 1. นำ้� ยาลา้ งหมอ้ นำ้� 5. นำ�้ สบ ู่ 2. สายยางฉดี นำ�้ 6. เคร่ืองมือช่างยนต์ท่ัวไป 3. ถุงมอื กันนำ�้ 7. ผา้ ขี้ร้ิว 4. แปรงลา้ งขวด 8. รถยนต์ทดสอบ ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน วธิ ีการตรวจสอบสภาพหม้อนำ้� เบอ้ื งตน้ ใหต้ รวจสอบระดับนำ�้ และสีของน้ำ� ในหมอ้ นำ�้ รวมถงึ ตรวจการรัว่ ของหม้อนำ�้ ขน้ั ตอนการท�ำความสะอาดมดี งั น้ี 1. ปล่อยให้เคร่ืองยนต์และสารหล่อเย็นคลายความร้อน เปิดกระโปรงหน้ารถเพ่ือเปิดฝาหม้อน้�ำ และมุดลงใตท้ อ้ งรถเพือ่ เปดิ หางปลาใต้หม้อนำ้� ออก ถ่ายเอานำ�้ เดิมออกจนหมด นำ� ภาชนะมารองนำ�้ ดว้ ย เนอ่ื งจากสารหลอ่ เยน็ มีพษิ แถมมีกลนิ่ หอมเรียกแมลงได้ จงึ ควรต้องก�ำจัดใหถ้ ูกวธิ ี เมือ่ นำ�้ ในหม้อนำ�้ ออก จนหมดแลว้ ก็ให้ปิดหางปลาหลวม ๆ ไว้ หางปลาในบางรนุ่ อาจเปน็ หวั นอต
148 บทท่ี 4 การดแู ลรักษาตามระยะท่กี �ำ หนด 2. ท�ำความสะอาดด้านในหม้อน้�ำด้วยการเติมน�้ำยาล้างหม้อน้�ำและน�้ำสะอาดลงไปในหม้อน้�ำ แลว้ จงึ ตดิ เครอื่ งยนต์เพือ่ ให้น้�ำเขา้ ไปทำ� ความสะอาดในระบบประมาณ 5 - 10 นาที 3. รอจนเคร่ืองยนต์เย็นลงแล้วปล่อยน้�ำออกมาจากหม้อน้�ำ จากนั้นเติมน�้ำสะอาดและติดเครื่อง อกี คร้งั ท�ำซ�้ำสกั 2 รอบ จนกวา่ นำ้� ทีอ่ อกมาจะใส ไม่มีสแี ละคราบใด ๆ หลุดออกมา 4. เม่ือหม้อน้�ำสะอาดแล้ว ให้ถอดหม้อพักน�้ำและท่อยางมาท�ำความสะอาดด้านในให้เรียบร้อย ด้วยน�้ำสบูแ่ ละแปรงล้างขวด
งานบำ�รุงรักษารถยนต์ 149 5. ตดิ ตงั้ หมอ้ พกั นำ�้ และทอ่ นำ้� เขา้ ท่ี จากนนั้ เตมิ นำ้� ยาหลอ่ เยน็ ผสมนำ้� กลนั่ ในอตั ราสว่ นทเ่ี หมาะสม จนเตม็ โดยนำ้� ยาหลอ่ เยน็ จะช่วยถ่ายเทความร้อนของเครอ่ื งไดด้ ีกวา่ นำ้� ปรกติ ควรล้างหม้อน้�ำประมาณ 6 เดือนต่อครั้ง เพื่อให้ระบบท�ำงานเต็มประสิทธิภาพ ก�ำจัดสารเคมี อนั ตรายอยา่ งน้�ำยาหล่อเย็นใหเ้ รยี บรอ้ ย บนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ิ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................
บทท่ี การประมาณราคา 5 งานช่างยนต์ จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม (Behavioral Objectives) หลงั จากจบบทเรยี นนแี้ ลว้ นักศึกษาจะมคี วามสามารถดังน้ี 1. บอกวธิ กี ารใช้ค่มู อื ชัว่ โมงงานมาตรฐาน 2. คำ�นวณค่าแรงในการซอ่ ม 3. คำ�นวณประสทิ ธิภาพของศูนยบ์ รกิ ารและประสทิ ธภิ าพของช่าง 4. เขยี นตารางกำ�หนดเวลาตรวจซ่อมเพือ่ คิดราคาคา่ ซ่อมรถยนต์
บทที่ การประมาณราคา 5 งานชา่ งยนต์ การใช้คมู่ ือช่วั โมงงานมาตรฐาน คู่มือชั่วโมงงานมาตรฐาน คือ คู่มือท่ีใช้ส�ำหรับการประมาณระยะเวลาที่ใช้ในการคิดค่าซ่อม อปุ กรณต์ ่าง ๆ ของรถยนต์ โดยประเมินจากเวลาการท�ำงานของชา่ งระดับมาตรฐานที่จะสามารถท�ำเสรจ็ ไดภ้ ายในระยะเวลาที่ไดก้ �ำหนดไว้ ซงึ่ ประกอบด้วย 1. รายละเอียดหวั ขอ้ ในการตรวจซอ่ มรถยนต์ได้ ประเมนิ จากระยะทาง เช่น 5,000 กิโลเมตร 10,000 กิโลเมตร 20,000 กโิ ลเมตร เปน็ ต้น 2. รายละเอียดก�ำหนดระยะเวลาท่ีใช้ในการด�ำเนินการ ซึ่งสามารถแบ่งหมวดหมู่ออกเป็น หมวดเคร่ืองยนต์ หมวดส่งก�ำลัง หมวดคลัตช์ โดยในแต่ละหมวดจะแบ่งออกเป็นรายการตรวจซ่อม ซ่ึงสว่ นใหญม่ กั นิยมก�ำหนดเวลาเป็นเลขทศนยิ ม เชน่ 0.1 ช่ัวโมง เทา่ กบั 6 นาที 0.5 ชวั่ โมง เท่ากบั 30 นาที 1.0 ช่วั โมง เท่ากับ 1 ช่ัวโมง จะเห็นได้ว่า คู่มือช่ัวโมงงานมาตรฐาน สามารถน�ำมาใช้ใน 2 ลักษณะ คือ ใช้ส�ำหรับคิดค่าแรง ในการซอ่ ม และใช้ส�ำหรบั ค�ำนวณประสทิ ธภิ าพของศนู ยบ์ รกิ ารและประสิทธภิ าพของชา่ ง ใช้ส�ำหรบั คิดค่าแรงงานในการซอ่ ม 1. โดยพนักงานต้อนรับหรือผู้จัดการศูนย์บริการจะต้องค�ำนวณรายจ่ายของศูนย์บริการ ทั้งหมด แล้วคิดออกมาเปน็ รายจา่ ยต่อช่ัวโมงแรงงานที่ชา่ งท้งั หมดท�ำได้
152 บทท่ี 5 การประมาณราคางานชา่ งยนต์ ต้นทนุ ของศนู ย์บรกิ ารต่อชั่วโมง = รายจา่ ยของศนู ย์บรกิ ารท้งั หมดใน 1 ปี ชวั่ โมงของชา่ งท้ังหมดที่ท�ำไดใ้ น 1 ปี รายจา่ ยของศนู ยบ์ รกิ าร หมายถงึ เงนิ เดอื นชา่ ง เงนิ เดอื นพนกั งาน คา่ เชา่ สถานท่ี คา่ นำ้� คา่ ไฟ ค่าโทรศพั ท์ ค่าเสอ่ื มราคา ภาษี ฯลฯ ตัวอย่างที่ 5.1 สมมติให้รายจ่ายของศูนย์บริการรถยนต์แห่งหน่ึงในหน่ึงปีเป็น 1.2 ล้านบาท มีช่าง จ�ำนวน 10 คน ท�ำงาน 8 ชว่ั โมงตอ่ วนั และในหน่ึงปที �ำงาน 250 วนั จงหาตน้ ทุนต่อชัว่ โมงแรงงานของ ศนู ยบ์ ริการนี้ วธิ ีท�ำ ชั่วโมงแรงงานทัง้ หมด หมายถึง ชัว่ โมงแรงงานทช่ี า่ งท�ำได้ เชน่ ชา่ ง 1 คน ท�ำงาน 1 วนั คดิ แรงงานได้ 8 ชวั่ โมง ชา่ ง 10 คน ท�ำงาน 1 วัน คิดแรงงานได้ 80 ช่ัวโมง ชา่ ง 10 คน ท�ำงาน 250 วนั คดิ แรงงานได้ 20,000 ช่วั โมง 1,200,000 ดงั นน้ั ต้นทุนของศนู ย์บรกิ ารต่อชั่วโมง = 20,000 = 60 บาท ∴ จะต้องคิดค่าแรงสูงกว่า 60 บาท ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะคิดค่าแรงเป็น 2 เท่าของ ราคาตน้ ทนุ ดังนั้น คา่ แรงจะอยูท่ ีป่ ระมาณ 120 บาท 2. วิธคี ิดค่าแรง ในกรณที ศ่ี นู ยบ์ รกิ ารคดิ คา่ แรงทชี่ วั่ โมงละ 120 บาท เมอื่ ลกู คา้ น�ำรถมาใชบ้ รกิ ารตรวจสภาพ เครอื่ งยนต์ ซงึ่ ในคมู่ อื ก�ำหนดไวว้ า่ ใชเ้ วลาซอ่ ม 1.5 ชว่ั โมง ดงั นน้ั คา่ แรงทจ่ี ะคดิ กบั ลกู คา้ คอื 1.5 x 120 = 180 บาท ใช้ส�ำหรบั คำ� นวณประสทิ ธิภาพของศูนยบ์ ริการ และประสทิ ธภิ าพของช่าง ประสทิ ธภิ าพของศนู ย์บริการ = จ�ำนวนช่วั โมงทชี่ า่ งท�ำจริง 1 เดือน x 100% จ�ำนวนชัว่ โมงงานท้งั หมด 1 เดือน ประสิทธภิ าพของศนู ย์บริการ ควรอยรู่ ะหว่าง 85 - 95% ถา้ ประสทิ ธภิ าพตำ่� กว่านแ้ี สดงว่า ชา่ งใชเ้ วลาในการด�ำเนินการสญู เปลา่ มากเกินไป จ�ำนวนชั่วโมงงานมาตรฐาน ประสิทธิภาพของช่าง = จ�ำนวนช่ัวโมงงานทีช่ ่างท�ำจริง x 100%
งานบำ�รงุ รกั ษารถยนต์ 153 ประสทิ ธภิ าพของชา่ งควรอยรู่ ะหวา่ ง 100 - 125% ถา้ ประสทิ ธภิ าพของชา่ งตำ่� กวา่ น้ี แสดงวา่ ช่างมีปญั หาในการท�ำงาน ซ่ึงจ�ำเป็นต้องปรบั ปรงุ แก้ไขต่อไป ตัวอย่างที่ 5.2 ศูนย์บริการแห่งหน่ึงมีช่ัวโมงงานในหน่ึงเดือนเป็น 80 ช่ัวโมง ตรวจสอบพบว่าช่าง ปฏิบัติงานจริงในหนงึ่ เดอื น 60 ชวั่ โมง จงหาประสิทธภิ าพของศูนยบ์ รกิ ารนี้ วิธีท�ำ จ�ำนวนช่วั โมงทชี่ า่ งท�ำจรงิ 1 เดอื น ประสทิ ธิภาพของศูนย์บริการ = จ�ำนวนช่ัวโมงงานท้งั หมด 1 เดอื น x 100% ประสทิ ธภิ าพของศูนยบ์ รกิ าร = 60 x 100% 80 ประสิทธิภาพของศูนย์บริการ อยู่ท่ี 75% ถอื ว่าประสิทธิภาพตำ�่ แสดงวา่ ช่างใช้เวลาในการ ด�ำเนนิ การสูญเปลา่ มากเกินไป ตัวอย่างที่ 5.3 ศูนย์บริการแหง่ หนึ่งมชี ว่ั โมงงานมาตรฐานในหน่งึ ปีเปน็ 20,000 ชัว่ โมง ตรวจสอบพบวา่ ช่างปฏบิ ัติงานใช้เวลาจริงในหนึง่ ปเี ปน็ 16,000 ช่วั โมง จงหาประสิทธภิ าพของชา่ งของศูนยบ์ ริการนี้ วิธีท�ำ ประสิทธิภาพของช่าง = จ�ำนวนชัว่ โมงงานมาตรฐาน x 100% จ�ำนวนชว่ั โมงงานทช่ี า่ งท�ำจริง ประสทิ ธิภาพของช่าง = 20,000 x 100% 16,000 ประสิทธิภาพของช่างอย่ทู ่ี 125% ถอื ว่าประสทิ ธิภาพของชา่ งของศูนยบ์ รกิ ารน้ีดเี ยีย่ ม ตารางกำ�หนดเวลาตรวจซ่อมเพ่ือคดิ ราคาคา่ ซอ่ มรถยนต์ ตารางดงั กลา่ วน้ี แสดงรายละเอยี ดก�ำหนดระยะเวลาด�ำเนนิ การในงานซอ่ มบ�ำรงุ รถยนตม์ าตรฐาน แบง่ ออกเป็นหมวดหมู่ตา่ ง ๆ ส�ำหรับค�ำนวณคา่ แรงในการซ่อม ดังนี้
154 บทที่ 5 การประมาณราคางานช่างยนต์ ตารางกำ� หนดเวลาตรวจซอ่ มเพอื่ คดิ ราคาค่าซ่อมรถยนต์ รายการ รถนง่ั ปกิ อัพ บรรทกุ 1. ตัวถัง (1) กันชน (หนา้ หรือหลงั ) 1.5 1.5 1.5 - แบบโครเมีย่ มหรอื ธรรมดา........... ถอด - ประกอบหรือเปลี่ยน 2.0 - - - แบบยูรเี ทน................................... ถอด - ประกอบหรอื เปลย่ี น 1.0 1.0 1.0 (2) เฟอื งกระจกประตู (1 ขา้ ง).................................................... เปลยี่ น 1.0 1.0 1.0 (3) กระจกประตู (1 ขา้ ง)............................................................เ ปลี่ยน 1.0 1.0 1.0 (4) กระจกหชู า้ งประตู (1 ขา้ ง)...................................................เปลย่ี น 4.0 - - (5) กระจกบงั ลม (หน้าหรอื หลงั ) 2.5 2.5 2.5 - แบบซีลเลอร.์ .................................................................. เปลย่ี น 1.5 1.5 1.5 - แบบยาง.......................................................................... เปลย่ี น 3.0 1.5 1.5 (6) กระจกหลัง............................................................................เ ปลย่ี น 0.7 0.7 0.7 (7) กญุ แจล็อกทง้ั ชดุ ................................................................... เปลี่ยน 0.5 0.5 - (8) กุญแจลอ็ กประตู (1 ข้าง)......................................................เ ปล่ยี น 0.7 0.5 - (9) กุญแจล็อกฝาท้าย ................................................................เ ปลี่ยน 0.5 0.5 0.5 (10) กุญแจลอ็ กประตทู ้าย ...........................................................เปลีย่ น 0.3 - - (11) ยางขอบประตู (1 ข้าง)..........................................................เปล่ยี น 0.5 0.5 - (12) ยางขอบฝาทา้ ย..................................................................... เปลี่ยน 0.5 0.5 - (13) ยางขอบประตูทา้ ย................................................................ เปลีย่ น 0.5 0.5 0.5 (14) ฝาท้ายหรือประตทู า้ ย........................................................... ปรับตง้ั - 3.0 3.0 (15) ประตู (1 บาน)......................................................................ป รับตงั้ - 6.0 6.0 2. ชุดสง่ กำ� ลงั เพลาหน้า - 6.0 6.0 (1) ชดุ ห้องเกยี ร์ ......................................................................... เปลยี่ น - 3.5 3.5 (2) ชุดห้องเกียร์ ............................................................................ ซอ่ ม - 0.7 0.7 (3) ชุดเส้อื เกียร์ .......................................................................... เปล่ยี น - 0.7 0.7 (4) ซลี กันน�้ำมนั หนา้ เกียร์ .......................................................... เปลีย่ น - 0.4 0.4 (5) ยางแท่นเกียร์ (1 อนั ) ........................................................... เปลย่ี น - 0.4 0.4 (6) รเี ลย์ควบคุมเกียร์ 5 ............................................................. เปลี่ยน (7) หม้อสุญญากาศ..................................................................... เปลีย่ น (8) สวิตชค์ วบคุมวาล์ว................................................................ เปล่ยี น
งานบำ�รงุ รกั ษารถยนต์ 155 ตารางก�ำหนดเวลาตรวจซ่อมเพือ่ คดิ ราคาคา่ ซอ่ มรถยนต์ (ต่อ) รายการ รถนัง่ ปิกอัพ บรรทุก (9) นำ้� มนั เกียร์............................................................................ เปลยี่ น - 0.3 0.3 (10) เฟืองตวั ใดตวั หนง่ึ ในห้องเกียร์...............................................เ ปล่ียน - 4.0 0.4 3. เพลาหน้าและกนั สะเทือนหน้า (1) กนั สะเทอื นหนา้ - 8.0 - - แบบปีกนกสองช้นั .............................................................. ซอ่ ม 6.7 - - - แบบแมคเฟอร์สนั ............................................................... ซ่อม -- 7.4 - แบบคานแข็ง...................................................................... ซอ่ ม 5.7 5.7 4.5 (2) ชุดเพลาหน้าและกนั สะเทือนหนา้ ...........................ถ อด - ประกอบ 0.8 1.0 1.0 (3) หนา้ แปลนคมุ ลอ้ (1 ล้อ)....................................................... เปล่ยี น 1.0 1.0 1.0 (4) สกรูยึดหน้าแปลนคุมล้อ (1 ลอ้ )........................................... เปล่ยี น 1.2 1.2 1.2 (5) ลูกปนื คุมล้อและ/หรือจาระบีลกู ปนื ล้อ (1 ล้อ).....................เ ปล่ียน 0.3 0.3 0.5 (6) ยางกันกระแทกหน้า/หรือหลัง.............................................. เปลยี่ น 0.8 0.8 - (7) เสอื้ ยืดหนวดกงุ้ หนา้ (1 ข้าง)................................................ เปลย่ี น 3.5 3.5 - (8) คานหนา้ ............................................................................... เปลีย่ น 0.3 0.3 0.3 (9) ลกู ปืนคมุ ลอ้ หน้าหรือคมุ ลอ้ หลัง (1 ขา้ ง)..............................ป รบั ต้ัง 4. ชดุ ส่งก�ำลังเพลาหลัง 3.0 3.0 5.0 (1) ชดุ หอ้ งเกียร.์ ......................................................................... เปล่ียน 6.5 4.0 10.1 (2) ชุดหอ้ งเกยี ร์.............................................................................. ซ่อม - 6.0 - (3) ชดุ หอ้ งเกียร์สโลว์.................................................................. เปลีย่ น - 8.9 - (4) ชุดหอ้ งเกยี รส์ โลว.์ .....................................................................ซ อ่ ม 2.0 2.0 2.5 (5) ชุดเส้ือท้ายเกียร.์ ................................................................... เปลยี่ น 0.8 0.8 2.0 (6) ซลี กนั นำ้� มัน.......................................................................... เปลี่ยน 3.5 3.5 5.5 (7) ซีลกนั นำ�้ มนั เพลาหนา้ เกียร์................................................... เปลีย่ น 0.5 0.5 1.0 (8) ยางแท่นเกยี ร.์ ....................................................................... เปลยี่ น 0.3 0.3 0.3 (9) น้�ำมนั เกียร.์ ........................................................................... เปลยี่ น 5. เพลาหลัง 4.0 4.0 6.2 (1) เสอื้ เพลา................................................................. ถอด - ประกอบ 1.2 1.2 0.5 (2) เพลาขา้ ง (1 ขา้ ง).................................................................. เปล่ียน -- 1.5 (3) ลกู ปืนล้อนอก - ใน (1 ข้าง)...................................................เ ปลยี่ น
156 บทท่ี 5 การประมาณราคางานช่างยนต์ ตารางกำ� หนดเวลาตรวจซ่อมเพื่อคิดราคาคา่ ซ่อมรถยนต์ (ตอ่ ) รายการ รถน่งั ปกิ อพั บรรทุก (4) ลกู ปนื เพลาขา้ ง (1 ขา้ ง)...................................................... เปลยี่ น (5) จาระบลี ูกปนื ล้อ (1 ลอ้ )........................................................ เปล่ียน 1.7 1.7 - (6) ซีลเพลาขา้ ง (1 ข้าง)............................................................. เปลยี่ น -- 2.0 (7) หน้าแปลนคมุ ลอ้ (1 ล้อ)....................................................... เปลี่ยน 1.4 1.4 1.0 (8) สกรหู นา้ แปลนคมุ ล้อทั้งหมด (1 ข้าง)................................... เปลี่ยน -- - (9) ลกู ปืนเพลาขา้ ง (2 ข้าง)....................................................ต รวจสอบ 2.0 2.0 4.0 6. เพลากลาง -- - (1) แบบทอ่ นเดยี ว...................................................................... เปลย่ี น (2) ทอ่ นหน้า.............................................................................. เปลี่ยน 0.3 - - (3) ท่อนหลัง............................................................................... เปล่ยี น 0.5 0.5 0.5 (4) กากบาทเพลากลาง (1 ชดุ ).................................................. เปลี่ยน 0.4 0.5 0.5 (5) กากบาทเพลากลาง (2 ชดุ ).................................................. เปลี่ยน 0.8 1.0 1.3 (6) กากบาทเพลากลาง (3 ชุด).................................................. เปลี่ยน 1.6 1.6 1.8 (7) ลกู ปนื ตวั กลาง...................................................................... เปลีย่ น 2.0 2.0 2.3 7. เฟอื งทา้ ย 1.0 1.5 2.0 (1) ชดุ เฟืองทา้ ย......................................................................... เปล่ียน (2) ชุดเฟืองทา้ ย............................................................................. ซ่อม 2.0 2.0 2.0 (3) เฟืองท้ายชดุ หนา้ ...................................................................... ซ่อม 5.3 5.3 6.3 (4) เฟอื งทา้ ยชดุ หลัง....................................................................... ซ่อม -- - (5) ระยะฟร.ี ...............................................................................ป รบั ตั้ง -- - (6) ซลี เดอื ยหมู........................................................................... เปลีย่ น 3.0 3.0 3.0 (7) น�้ำมันเฟืองทา้ ย..................................................................... เปล่ียน 1.1 1.1 1.1 (8) นำ�้ มนั เฟอื งทา้ ยชุดหน้าและหลงั ........................................... เปลี่ยน 0.3 0.3 0.3 8. คลตั ช์ -- - (1) คลัตช.์ ...................................................................................ป รบั ต้ัง (2) คลัตช์....................................................................................... ซอ่ ม 0.2 0.2 0.5 คา่ แรงพิเศษ 3.7 4.0 5.6 - ซลี หน้าเกยี ร์.................................................................... เปลี่ยน - ซีลท้ายเกยี ร.์ ................................................................... เปลยี่ น 0.5 0.5 0.8 0.8 0.8 0.8
งานบำ�รงุ รักษารถยนต์ 157 ตารางก�ำหนดเวลาตรวจซ่อมเพื่อคิดราคาคา่ ซ่อมรถยนต์ (ต่อ) รายการ รถนง่ั ปิกอพั บรรทุก (3) ลกู ปืนคลตั ช.์ ......................................................................... เปลี่ยน (4) ลูกปนื ปลายเกยี ร.์ ................................................................. เปลย่ี น 3.5 3.5 5.0 (5) สายคลัตช.์ ............................................................................ เปล่ียน 3.7 4.0 5.6 (6) แม่ปั๊มคลตั ช.์ ............................................................................. ซอ่ ม 0.5 0.5 - (7) ลูกป๊ัมคลัตช์.............................................................................. ซอ่ ม - 1.0 1.0 (8) ขาคลตั ช์............................................................................... เปลยี่ น - 0.8 0.8 9. พวงมาลัย 1.0 1.0 1.0 (1) ฝาครอบคอพวงมาลัย........................................................... เปลีย่ น (2) แกนพวงมาลัย...................................................................... เปลย่ี น 0.3 0.3 0.3 (3) ลกู ปนื คอพวงมาลยั ............................................................... เปล่ียน 2.5 2.5 2.5 (4) กระปุกพวงมาลัย.................................................... ถอด - ประกอบ 1.7 1.7 1.7 (5) กระปุกพวงมาลัย 1.5 1.5 1.5 - แบบลูกปนื หมุนรอบแกน..................................................... ซ่อม - แบบแรก็ แอนด์พเิ นยี น......................................................... ซ่อม 2.5 2.5 2.9 (6) ลูกหมากคันสง่ (1 ลกู ) ........................................................ เปลย่ี น -- - (7) ตวั ช่วยเลย้ี วพวงมาลยั หรอื บุช.............................................. เปลย่ี น 0.5 0.5 0.8 (8) ขาไก่พวงมาลยั ..................................................................... เปลย่ี น 0.7 0.7 1.0 (9) ซีลแกนกระปกุ พวงมาลยั ...................................................... เปลี่ยน 1.0 1.0 1.0 (10) วงพวงมาลัย......................................................................... เปล่ยี น 1.2 1.2 1.2 (11) เพลาคันสง่ ........................................................................... เปลยี่ น 0.5 0.5 0.5 (12) ข้อตอ่ พวงมาลยั .................................................................... เปลี่ยน -- - 10. เฟอื งท้าย 0.7 0.7 0.7 (1) ไซดส์ ลิป............................................................................... ปรบั ตัง้ (2) ศนู ย์ล้อหนา้ .......................................................................... ปรบั ต้ัง 0.5 0.5 0.5 (3) ยาง (1 ลอ้ ) 1.0 1.0 - - ล้อธรรมดา........................................................................... ถ่วง - ลอ้ แมก็ ................................................................................. ถ่วง 0.4 0.4 0.4 0.6 0.6 -
158 บทที่ 5 การประมาณราคางานช่างยนต์ ตารางกำ� หนดเวลาตรวจซ่อมเพ่ือคดิ ราคาคา่ ซ่อมรถยนต์ (ตอ่ ) รายการ รถนง่ั ปิกอัพ บรรทกุ 11. ระเบรก (1) เบรกเทา้ .............................................................................. ปรับตง้ั ดสิ ก์ 0.5 ดรมั 1.0 1.2 (2) เบรกมือ............................................................................... ปรบั ตง้ั 0.3 - 0.5 0.3 (3) วาล์วปรับแรงดนั น้ำ� มันเบรกเบรกเทา้ ................................. ปรับตง้ั - 0.6 12. เบรกมอื (1) สายเบรกมือ (หนา้ )................................................................ เปลี่ยน 1.0 1.0 1.0 (2) สายเบรกมือ (หลงั )................................................................ เปลี่ยน 2.0 2.0 - (3) ผ้าเบรกมือ............................................................................. เปลีย่ น -- 2.0 13. ผา้ เบรกและจานเบรก (1) ผ้าเบรก (หนา้ และหลัง....ท�ำความสะอาดปรับตัง้ ) ดิสก์ 1.5 ดรมั 2.0 2.5 (2) ผา้ เบรก - ทั้งหมด........................................................................... เปลย่ี น 3.5 3.5 4.0 - หน้า................................................................................ เปล่ียน 1.5 1.5 2.0 - หลงั ................................................................................ เปลี่ยน 1.5 1.5 2.5 (3) ระบบเบรก................................................................................ซ อ่ ม 5.5 5.5 5.5 14. ดสิ ก์เบรก (1) จานเบรก (1 จาน)................................................................ เปล่ียน 1.3 1.3 - (2) จานเบรก (2 จาน)............................................................. เจียระไน 0.7 0.7 - (3) ก้ามดิสกเ์ บรก (1 ลอ้ )........................................................... เปลย่ี น 0.8 0.8 - (4) ผา้ ดสิ กเ์ บรก (2 ลอ้ )............................................................. เปล่ียน 1.5 1.5 - (5) ลูกยางดสิ กเ์ บรก (1 ลอ้ )....................................................... เปลีย่ น 1.2 1.2 - 15. ระบบทางเดนิ น�้ำมนั เบรก (1) ทางเดินนำ�้ มนั เบรก................................................................. ไลล่ ม 0.5 0.5 0.5 (2) แมป่ มั๊ เบรก ......................................................................... เปลีย่ น 1.0 1.7 1.7 (3) แมป่ ๊มั เบรก............................................................................... ซอ่ ม 1.4 2.0 2.0 (4) กระบอกเบรกทั้งหมด............................................................... ซอ่ ม 4.8 4.8 4.8 (5) กระบอกเบรก (หนา้ หรือหลัง).................................................. ซอ่ ม 2.4 2.4 2.4 (6) ทอ่ นำ้� มนั เบรก (1 ทอ่ ).......................................................... เปล่ยี น 0.5 0.5 0.5 (7) หม้อลมเบรก........................................................................ เปลยี่ น 1.5 1.5 2.0
งานบำ�รงุ รักษารถยนต์ 159 ตารางกำ� หนดเวลาตรวจซ่อมเพื่อคดิ ราคาค่าซอ่ มรถยนต์ (ตอ่ ) รายการ รถนง่ั ปิกอัพ บรรทกุ (8) หม้อลมเบรก............................................................................ ซ่อม 3.0 3.0 3.0 (9) หมอ้ สญุ ญากาศ................................................................... เปลี่ยน -- - 16. พวงมาลัย (1) แบตเตอรี.่ ........................................................ ตรวจสอบ, ชาร์จไฟ 0.5 0.5 (2) แบตเตอรี่ ........................................................... เปลยี่ น - ชารจ์ ไฟ 0.5 0.5 (3) สายแบตเตอรี่ (+)................................................................ เปลย่ี น 0.5 0.5 (4) สายแบตเตอร่ี (-) ................................................................ เปลี่ยน 0.3 0.3 17. อลั เทอร์เนเตอร์ และเรกกเู รเตอร์ (1) อลั เทอรเ์ นเตอร์ ................................................................... เปลี่ยน 1.0 1.0 (2) อัลเทอร์เนเตอร์ ........................................................................ซ อ่ ม 1.5 1.5 (3) เรกกูเรเตอร์ ........................................................................ เปล่ยี น 0.5 0.5 (4) เรกกูเรเตอร์ ........................................................................ ปรับต้งั 1.0 1.0 18. มอเตอร์สตาร์ต (1) มอเตอร์สตารต์ ................................................................... เปลี่ยน 1.0 1.0 (2) มอเตอร์สตารต์ ........................................................................ ซอ่ ม 1.5 1.5 (3) โซลนี อยด์ ......................................................... ปรับตัง้ หรอื เปล่ียน 1.0 1.0 19. สวติ ช์ (1) สวิตช์สตาร์ต ....................................................................... เปลี่ยน 0.5 - 0.5 (2) สวิตช์ไฟแสงสว่าง ............................................................... เปลย่ี น 1.3 - 1.3 (3) สวติ ชไ์ ฟเบรก ...................................................................... เปลี่ยน 0.5 - 0.5 (4) สวติ ช์ไฟถอยหลงั ................................................................ เปลย่ี น 0.5 - 0.5 (5) สวติ ชไ์ ฟเก๋ง ........................................................................ เปลย่ี น 0.5 - 0.5 (6) สวติ ชไ์ ฟเบรกมอื ................................................................. เปลยี่ น 0.7 - 0.4 (7) สวติ ช์ไฟเตือนน้�ำมันเครอื่ ง................................................... เปล่ียน 0.5 - 0.5 (8) สวิตช์ไฟฉุกเฉนิ ................................................................... เปล่ยี น 0.8 - 0.8 20. หนา้ ปดั บอกระยะทางและเกจ (1) ชุดหน้าปัด........................................................................... เปล่ยี น 1.5 - 1.5 (2) สายวัดความเร็ว................................................................... เปลย่ี น 1.0 1.0 1.0 (3) เฟอื งขับสายวัดความเร็ว...................................................... เปล่ยี น 0.5 0.5 0.5
160 บทที่ 5 การประมาณราคางานชา่ งยนต์ ตารางกำ� หนดเวลาตรวจซอ่ มเพอื่ คดิ ราคาคา่ ซ่อมรถยนต์ (ต่อ) รายการ รถน่งั ปิกอพั บรรทุก (4) เกจวัดน้�ำมนั เช้อื เพลงิ (หนา้ ปดั ) ......................................... เปลยี่ น (5) เกจวดั นำ้� มนั เชอื้ เพลงิ (ถังน้�ำมนั ) ....................................... เปลีย่ น 1.5 1.5 1.5 (6) เกจวัดอณุ หภมู ิ (เครอื่ งยนต์) .............................................. เปลย่ี น 0.5 0.5 0.5 (7) เกจวดั อุณหภมู ิ (หนา้ ปัด) ................................................... เปลย่ี น 0.4 0.4 0.4 21. พวงมาลยั 1.5 1.5 1.5 (1) ไฟใหญ่ ............................................................................... ปรับต้งั (2) หลอดไฟใหญ่ (1 หลอด) ..................................................... เปลย่ี น 0.3 0.3 0.3 (3) ไส้หลอดไฟใหญ่ (1 หลอด) ................................................. เปลย่ี น 0.5 0.5 0.5 (4) หลอดไฟอนื่ ๆ (1 หลอด) ................................................... เปลย่ี น 0.3 0.3 0.3 22. ปัดนำ้� ฝน 0.3 0.3 0.3 (1) กา้ นขอ้ ตอ่ ปัดน�้ำฝน ........................................................... เปลี่ยน (2) มอเตอรป์ ดั น�้ำฝนหนา้ หรือหลงั .......................................... เปลย่ี น 1.0 1.0 1.0 (3) มอเตอร์ปัดน้ำ� ฝนหนา้ หรอื หลงั ............................................... ซ่อม 0.5 0.5 0.5 (4) ใบปดั น�้ำฝน (2 ใบ) ............................................................. เปลย่ี น 1.5 1.5 1.5 (5) ก้านปดั น้ำ� ฝน (2 ข้าง) ........................................................ เปล่ยี น 0.2 0.2 0.2 23. น้�ำล้างกระจก 0.4 0.4 0.4 (1) หมอ้ น้ำ� ล้างกระจกหน้าหรือหลงั ........................................ เปลย่ี น (2) หัวฉีดน้ำ� ล้างกระจก ........................................................... เปลย่ี น 0.3 0.3 0.3 (3) มอเตอรฉ์ ีดนำ�้ ล้างกระจกหน้าหรอื หลัง .............................. เปล่ยี น 0.3 0.3 0.3 24. แตร 0.4 0.4 0.4 (1) แตร (2 ลกู ) ........................................................................ ปรบั ตั้ง (2) แตร (1 ลกู ) ........................................................................ เปลยี่ น 0.8 0.8 0.8 25. สว่ นประกอบสำ� คัญของเคร่ืองยนต์ 0.4 0.4 0.4 (1) เครอื่ งยนต์ .......................................................................... เปล่ยี น (2) เคร่อื งยนต์ ........................................................................ซอ่ มใหญ่ 7.0 12.5 12.5 (3) ค่าแรงพเิ ศษ 20.5 42.0 61.0 - กระบอกสูบ ..................................................................... คว้าน - ปลอกสบู ........................................................................ เปลย่ี น งานโรงกลึงภายนอก + 15% - ฝาสูบ .......................................................................... เจียระไน
งานบำ�รงุ รกั ษารถยนต์ 161 ตารางก�ำหนดเวลาตรวจซ่อมเพ่อื คิดราคาคา่ ซ่อมรถยนต์ (ตอ่ ) รายการ รถน่งั ปิกอัพ บรรทกุ - เพลาข้อเหว่ยี ง.............................................................. เจยี ระไน - ปลอกล้ิน ........................................................................ เปลยี่ น งานโรงกลึงภายนอก + 15% - บ่าลิน้ ....................................................... เจียระไน/หรือเปลี่ยน - คาร์บเู รเตอร์ (1 ลูก)............................................................ ซ่อม 1.0 - - - จานจ่าย ............................................................................. ซอ่ ม 0.5 - - - ป๊มั หัวฉดี ............................................................................ ซ่อม - 6.5 6.8 - หัวฉีด (ทั้งหมด) ......................................... ปรบั ตงั้ หรอื เปล่ยี น - 1.5 2.0 - มอเตอร์สตารต์ ................................................................... ซ่อม 1.0 1.0 1.0 - อลั เทอร์เนเตอร์ .................................................................. ซ่อม 1.0 1.0 1.0 (4) แหวนลกู สบู และ/หรือแบริ่งกา้ นสบู ..................................... เปล่ียน 6.6 8.0 13.0 (5) ล้ิน.....บดและเปลยี่ นลูกสบู ................................................ เปลย่ี น 12.0 14.0 23.0 (6) ปะเกน็ ฝาครอบลิ้น ............................................................. เปล่ียน 0.3 0.3 0.5 (7) ปะเก็นฝาสูบ ....................................................................... เปล่ยี น 3.5 7.2 7.2 (8) ฝาสบู .................................................................................. เปลี่ยน 6.6 7.0 11.0 (9) เสอ้ื สูบ ................................................................................ เปลย่ี น 14.0 30.0 46.0 (10) ซลี หน้าเคร่อื ง ..................................................................... เปล่ียน 2.5 3.0 5.0 (11) ซลี ทา้ ยเครอ่ื ง ...................................................................... เปลี่ยน 4.4 5.8 10.0 (12) เพลาลกู เบ้ยี ว ...................................................................... เปลี่ยน 1.4 - 3.6* 16.0 22.5 26. ระบบจุดระเบดิ (1) หัวเทยี น .............................................. ท�ำความสะอาดหรอื เปลย่ี น 0.3 - - (2) คอนแทกต.์ ........................................... ท�ำความสะอาดหรือเปล่ยี น 0.6 - - (3) จานจา่ ย .............................................................................. เปลย่ี น 0.6 - - (4) จานจา่ ย .................................................................................. ซ่อม 1.5 - - (5) คอยล์หรอื รีซสิ แตนท์ ............................................................ เปลี่ยน 0.3 - - (6) หัวเผา (1 หวั ) ...................................................................... เปลีย่ น - 03 0.3 27. ระบบน�้ำมันเชอ้ื เพลงิ (1) คารบ์ ูเรเตอร์ .............................................................................. ล้าง 1.5 - - (2) ระดับลกู ลอย ........................................................................ ปรับต้งั 0.4 - - (3) สายคนั เรง่ ............................................................................. เปลยี่ น 0.5 - -
162 บทท่ี 5 การประมาณราคางานชา่ งยนต์ ตารางกำ� หนดเวลาตรวจซอ่ มเพ่อื คดิ ราคาคา่ ซอ่ มรถยนต์ (ตอ่ ) รายการ รถนัง่ ปกิ อัพ บรรทกุ (4) ปัม๊ นำ�้ มันเชื้อเพลิง .................................................................. ซอ่ ม 1.0 - - (5) ไสก้ รองน�้ำมนั เช้อื เพลงิ ....................................................... เปลย่ี น 0.3 0.5 0.6 (6) ถงั น้ำ� มนั เชื้อเพลงิ ................................ ท�ำความสะอาดหรือเปลี่ยน 1.5 0.9 0.9 (7) ปม๊ั หวั ฉีด ................................................................................. ซ่อม - 5.4 7.3 (8) หัวฉีด (ท้ังหมด) ................................................ ปรบั ตงั้ หรอื เปล่ยี น - 2.0 2.3 (9) ท่อหวั ฉีด (1 เส้น) ............................................................... เปล่ยี น - 0.3 0.3 (10) ปั๊มมอื ................................................................................. เปล่ยี น - 1.5 2.0 (11) ทอ่ น�ำ้ มนั เช้อื เพลิง .............................................................. เปลีย่ น 2.3 2.3 1.9 28. ระบบน�้ำระบายความร้อน 0.4 0.4 (1) สายพานปัม๊ นำ้� .................................................................... เปลี่ยน 0.4 - 0.7* 1.6 1.6 (2) ปั๊มน�ำ้ ................................................................... เปล่ียนหรือซ่อม 1.5 - 4.5(1) 1.5 2.0 (3) หม้อนำ�้ ............................................................................... เปลีย่ น 1.0 0.3 0.8 (4) หม้อนำ้� ส�ำรอง .................................................................... เปล่ยี น 0.2 0.8 0.3 (5) ท่อยางหมอ้ น�้ำ (น้�ำเขา้ ) ...................................................... เปลี่ยน 0.5 0.5 0.5 (6) ท่อยางหม้อน้�ำ (น้ำ� ออก) .................................................... เปลย่ี น 0.5 0.8 0.8 (7) ใบพัดลม ............................................................................. เปลีย่ น 0.4 0.5 0.5 29. ระบบท่อร่วมและทอ่ ไอเสีย 0.6 0.6 (1) ปะเกน็ ทอ่ ไอเสีย ................................................................. เปลีย่ น 0.5 0.6 0.5 (2) ท่อไอเสียทอ่ นหน้า/หรือทอ่ นหลงั ...................................... เปล่ียน 0.6 1.5 1.8 (3) ท่อไอเสียท่อนกลาง ............................................................ เปลี่ยน 0.8 0.3 0.3 (4) ท่อไอเสยี ทงั้ ชุด ................................................................... เปลย่ี น 1.5 0.3 0.5 (5) ขายึดท่อไอเสีย/หรือเหล็กรดั ............................................. เปลยี่ น 0.3 1.5 2.2 30. ระบบน�้ำมนั เช้อื เพลงิ 0.3 0.5 (1) นำ้� มันเครื่อง ........................................................................ เปลี่ยน 0.3 0.5 0.7 (2) อ่างนำ�้ มนั เคร่อื งและ/หรอื ปะเกน็ ....................................... เปลย่ี น 2.0 (3) ไสก้ รองน้ำ� มันเคร่อื ง ............................................................ เปลย่ี น 0.3 (4) นำ�้ มนั เครอื่ งและไสก้ รอง ..................................................... เปลยี่ น 0.5
งานบำ�รงุ รกั ษารถยนต์ 163 แบบทดสอบและกิจกรรมการฝกึ ทกั ษะ 5บทที่ ตอนท่ี 1 จงเลือกคำ�ตอบท่ถี ูกตอ้ งทีส่ ุดเพยี งขอ้ เดยี ว 1. การประมาณราคาหมายถึงอะไร ก. การค�ำนวณหาคา่ อะไหล่ ข. การค�ำนวณหาค่าแรงงาน ค. การค�ำนวณหาคา่ อะไหลแ่ ละค่าแรงงานโดยหลกั วชิ า ง. การคิดคา่ บริการโดยประมาณ 2. ราคาคา่ บรกิ ารเปน็ ราคาแบบใด ก. เป็นราคาทีต่ ายตวั ข. เปน็ ราคาที่ไมแ่ น่นอน ค. เป็นราคาท่ีต้ังก�ำหนดไว้แล้ว ง. เปน็ ราคาส่มุ 3. ท�ำไมราคาคา่ บรกิ ารโดยทว่ั ไปไม่มีมาตรฐาน ก. ความยากงา่ ยในการปฏิบัตงิ าน ข ความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกจิ ค. สว่ นลดของลกู คา้ จรและลกู ค้าประจ�ำ ง. ถกู ทกุ ขอ้ 4. การคดิ คา่ บรกิ ารไมข่ นึ้ อยู่กับเงอ่ื นไขใด ก. เวลาของการท�ำงานจรงิ ข. เวลาของการท�ำงานตามเวลามาตรฐาน ค. การตรวจสอบและทดสอบการท�ำงาน ง. ความพอใจสว่ นตวั 5. สมมติให้รายจ่ายของศูนย์บริการรถยนต์แห่งหน่ึงในหนึ่งปีเป็น 1.5 ล้านบาท มีช่างจ�ำนวน 12 คน ท�ำงาน 8 ชวั่ โมงตอ่ วนั และในหนง่ึ ปที �ำงาน 240 วนั จงหาตน้ ทนุ ตอ่ ชว่ั โมงแรงงานของศนู ยบ์ รกิ ารนี้ ก. 65 บาท ข. 75 บาท ค. 130 บาท ง. 150 บาท 6. จากขอ้ 5. จงค�ำนวณหาค่าแรงต้นทุน ก. 65 บาท ข. 75 บาท ค. 130 บาท ง. 150 บาท
164 บทท่ี 5 การประมาณราคางานชา่ งยนต์ 7. จากขอ้ 5. จงค�ำนวณหาคา่ แรงทคี่ ดิ กบั ลกู คา้ ในการซอ่ มกนั สะเทอื นหนา้ แบบปกี นกสองชนั้ ของรถปกิ อพั ก. 195 บาท ข. 260 บาท ค. 650 บาท ง. 1,040 บาท 8. ศนู ยบ์ ริการแหง่ หน่ึงมีชวั่ โมงงานในหนง่ึ เดือนเป็น 120 ช่วั โมง ตรวจสอบพบว่าช่างปฏบิ ัตงิ านจริงใน หนง่ึ เดือน 90 ชว่ั โมง จงหาประสิทธภิ าพของศูนย์บริการนี้ ก. 133% ข. 93% ค. 87% ง. 75% 9. ศนู ยบ์ รกิ ารแหง่ หนง่ึ มชี วั่ โมงงานมาตรฐานในหนงึ่ ปเี ปน็ 24,000 ชวั่ โมง ตรวจสอบพบวา่ ชา่ งปฏบิ ตั งิ าน ใช้เวลาจรงิ ในหนึ่งปีเปน็ 21,000 ชวั่ โมง จงหาประสทิ ธิภาพของชา่ งของศนู ยบ์ รกิ ารนี้ ก. 114% ข. 103% ค. 87% ง. 75% 10. รถบรรทกุ คนั หนงึ่ ประมาณตน้ ทนุ ของการซอ่ มเฟอื งหนง่ึ ตวั ในชดุ สง่ ก�ำลงั เพลาหนา้ ของรถบรรทกุ เปน็ 600 บาท ควรคดิ คา่ แรงกับลกู ค้าเท่าใด ก. 680 บาท ข. 720 บาท ค. 840 บาท ง. 1,160 บาท ตอนที่ 2 จงตอบคำ�ถามต่อไปนี้ 1. จงบอกสตู รการค�ำนวณประสิทธิภาพของศูนย์บริการ 2. จงบอกสูตรการค�ำนวณประสิทธภิ าพของศูนย์บริการของช่าง 3. จงบอกความหมายของคมู่ ือชว่ั โมงงานมาตรฐาน และประกอบด้วยอะไรบา้ ง 4. คมู่ ือชัว่ โมงงานมาตรฐาน สามารถน�ำมาใชไ้ ด้กล่ี ักษณะ อะไรบา้ ง 5. เตมิ ตารางตอ่ ไปนใ้ี หส้ มบูรณ์ รายการ รถน่งั ปกิ อพั บรรทกุ ระบบน้�ำมันเชื้อเพลิง 1) นำ�้ มนั เครอ่ื ง ........................................................................ เปล่ียน 2) อ่างน�้ำมนั เครื่องและ/หรือปะเกน็ ..................................... เปลย่ี น 3) ไส้กรองน�ำ้ มันเครือ่ ง ........................................................... เปลี่ยน 4) นำ�้ มนั เครื่องและไส้กรอง ................................................... เปลยี่ น
งานบำ�รุงรกั ษารถยนต์ 165 ค�ำ ถามเพ่ือการทบทวน จงเลือกคำ�ตอบที่ถกู ต้องทส่ี ุดเพยี งขอ้ เดียว 1. แบตเตอรคี่ วรมีฉนวนหุ้มทข่ี ้วั แบตเตอรข่ี ว้ั ใด ข. ข้ัวลบ ก. ขว้ั บวก ค. ไมจ่ �ำเปน็ ต้องมีฉนวนหมุ้ ง. หมุ้ ท้ังสองข้ัว 2. สาเหตุไฟไม่ชารจ์ เขา้ แบตเตอรเี่ กดิ จากอะไร ก. เปิดเคร่ืองเสียงมากเกนิ ไป ข. ฉนวนหมุ้ ขว้ั แบตเตอรีห่ ลุด ค. เปดิ สัญญาณไฟเลย้ี วมากเกินไป ง. ไดชารจ์ ชำ� รดุ หรอื สายพานไดชารจ์ หยอ่ นหรอื ขาด 3. สาเหตุรถสตาร์ตไม่ติดเกิดจากสาเหตุใด ก. กรองอากาศตัน ข. น้ำ� มันเบรกหมด ค. น้�ำในหมอ้ น้�ำแห้ง ง. แบตเตอรไี่ มม่ ีไฟ 4. การตรวจแบตเตอรี่แบบงา่ ย ๆ วา่ มีไฟปกติหรือไม่ กระท�ำไดอ้ ย่างไร ก. บบี แตรและฟงั เสียงว่าปกติหรอื เบาลง ข. ออกรถ 2 - 3 เมตร แลว้ ทดสอบเบรก ค. เหยยี บคลตั ชแ์ ละเข้าเกียร์ให้ครบ ง. หมุนพวงมาลัยไปดา้ นซา้ ยและขวา 5. ผ้ขู บั ขคี่ วรใช้สญั ญาณไฟฉกุ เฉินเมอ่ื ใด ก. เม่ือมีหมอก ฝน ฝนุ่ ควนั ในทางเดินรถ ข. เมอ่ื ขับรถผ่านทางรว่ มทางแยก ค. เมอ่ื จะกลบั รถหรือเปล่ยี นช่องทางเดินรถ ง. เม่อื รถเสียหรอื เกิดอุบัตเิ หตุ 6. วิธใี ดเป็นวธิ กี ารแก้ไขเบือ้ งต้นเมื่อเกิดไฟลัดวงจร ก. รีบเปิดฝาหม้อน�ำ้ ทันที ข. ดับเครอื่ งยนตแ์ ละถอดขวั้ แบตเตอรีอ่ อก ค. รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลงิ ง. ใช้นำ้� สาดทันที 7. ถา้ ข้ัวแบตเตอรี่มีคราบขีเ้ กลือ วธิ กี ารใดเปน็ การแกไ้ ขที่ดีท่ีสดุ ก. ใช้นำ้� อุ่นล้างและทาจาระบ ี ข. ใชน้ ้ำ� ส้มสายชลู ้าง ค. ใช้น�้ำมะนาวลา้ ง ง. ใช้นำ้� กลนั่ ล้าง
166 คำ�ถามเพ่อื การทบทวน 8. ในการถอดขวั้ แบตเตอร่ี ควรถอดขวั้ ใดก่อน ข. ขว้ั บวก ก. ข้วั ไหนก่อนก็ได้ ค. ทั้งสองขว้ั พร้อมกัน ง. ขัว้ ลบ 9. นำ�้ ทีใ่ ช้เติมในแบตเตอร่ี ควรใชน้ ้�ำชนดิ ใด ก. นำ�้ กลัน่ ข. นำ�้ ฝน ค. นำ้� บาดาล ง. น้ำ� สบู่ 10. การเตมิ นำ้� กลนั่ ควรให้อยรู่ ะดบั ใดของแบตเตอรี่ ก. ให้อยู่ระหว่างขดี ท่กี �ำหนด ข. เตมิ ให้อย่รู ะดับขีดต่ำ� กว่าทก่ี ำ� หนดเลก็ น้อย ค. เตมิ ใหอ้ ย่รู ะดับสงู กว่าที่กำ� หนดเลก็ นอ้ ย ง. เตมิ จนล้นแลว้ ปดิ ฝา 11. ขณะขบั รถ ไฟเตอื นสใี ดไมค่ วรแสดงอย่บู นแผงหน้าปัด ก. สีเขยี ว ข. สเี หลอื ง ค. สีแดง ง. สีน้ำ� เงิน 12. คราบข้ีเกลอื ทีข่ ั้วแบตเตอร่เี กดิ จากสาเหตใุ ด ก. ฝนุ่ ละอองไปเกาะ ข. น้�ำกรดทำ� ปฏกิ ริ ยิ ากับอากาศ ค. น�้ำไปโดนทขี่ ว้ั แบตเตอรี ่ ง. ฉนวนหุม้ ข้วั แบตเตอรสี่ กปรก 13. แบตเตอรรี่ ถยนตม์ หี น้าที่อย่างไร ก. เกบ็ รกั ษาไฟฟ้าและจ่ายกระแสไฟฟ้า ข. ใช้เวลาดับเครื่องยนต์ ค. ตดั กระแสไฟฟ้า ง. ท�ำหน้าทผี่ ลิตไฟฟ้าในรถยนต์ 14. แบตเตอรี่รถยนต์จะมขี นาดแรงดนั ไฟฟา้ กี่โวลต์ ก. 12 โวลต ์ ข. 15 โวลต์ ค. 24 โวลต์ ง. 220 โวลต์ 15. มอเตอร์สตารต์ ท�ำหน้าทอี่ ะไร ก. ท�ำใหห้ มนุ พวงมาลยั ได้ด ี ข. ท�ำให้เครื่องยนต์ตดิ ค. ทำ� ใหร้ ะบบเบรกทำ� งานดขี นึ้ ง. ท�ำใหแ้ อรใ์ นรถเย็นขึ้น 16. ข้อใดคอื ความตงึ ของสายพานพัดลมและไดชารจ์ (Alternater) ที่ถกู ต้อง ก. 5 - 15 มิลลเิ มตร ข. 20 - 25 มิลลเิ มตร ค. 25 - 30 มิลลิเมตร ง. 30 - 35 มลิ ลเิ มตร 17. ขณะขับรถไปได้ระยะหนงึ่ ปรากฏวา่ ไฟเตอื นสแี ดง แสดงเกิดจากสาเหตใุ ด ก. ไดชารจ์ ช�ำรดุ ข. แบตเตอรีเ่ สีย ค. แบตเตอรีใ่ กล้หมดอายุ ง. น้ำ� กลน่ั แห้ง
งานบำ�รุงรกั ษารถยนต์ 167 18. การเติมนำ�้ กล่ันแบตเตอรี่ควรเติมใหท้ ่วมแผ่นธาตุประมาณเท่าไร ก. 1 นว้ิ ข. 2 นวิ้ ค. 3 นว้ิ ง. 4 นวิ้ 19. ไดชารจ์ ทำ� หนา้ ที่อะไร ก. ท�ำหน้าทส่ี ตารต์ เครอ่ื งยนต์ ข. ทำ� หน้าทีผ่ ลิตไฟฟ้าในรถยนต์ ค. ทำ� หน้าท่ดี บั เคร่อื งยนต ์ ง. ทำ� หนา้ ทเ่ี ชก็ อุณหภูมคิ วามร้อนในรถยนต์ 20. ท่านควรเตมิ นำ�้ มนั เชือ้ เพลิงรถเคร่ืองยนตเ์ บนซนิ อยา่ งไร ก. เติมค่าทตี่ �่ำกวา่ คา่ ทกี่ �ำหนดเพอื่ ความประหยดั ข. เติมสูงกว่าคา่ ทีก่ ำ� หนดเพ่ือป้องกนั เคร่อื งยนต์เสียหาย ค. เตมิ น�้ำมนั ท่มี คี ่าออกเทนตามทร่ี ะบไุ ว้ในค่มู อื รถ ง. เติมค่าเทา่ ใดกไ็ ด้ตามความสะดวก 21. น้ำ� มนั แกส๊ โซฮอล์ มคี วามหมายอย่างไร ก. นำ้� มันที่มีสว่ นผสมของเอทานอล ข. น�้ำมันทม่ี ีสว่ นผสมของสารตะก่ัว ค. นำ้� มันท่ไี ดจ้ ากพชื 100 เปอรเ์ ซ็นต ์ ง. นำ้� มนั ทม่ี ีสว่ นผสมของนำ้� มนั หลอ่ ล่นื 22. ในการตรวจน�้ำมนั เช้ือเพลิงในห้องเครือ่ งยนตเ์ ราควรตรวจส่งิ ใดเปน็ หลัก ก. การเผาไหม้ของเคร่อื งยนต ์ ข. การปลอมปนของนำ้� มัน ค. สภาพของท่อน�ำ้ มันและรอยรั่วซมึ ง. ปริมาณนำ้� มนั เชอื้ เพลิง 23. หากทา่ นเตมิ น้ำ� มนั ผดิ ประเภทควรปฏิบตั อิ ยา่ งไร ก. เติมชนดิ ที่ถกู เข้าไปเพื่อทำ� ใหเ้ จือจาง ข. ขบั ไปใหห้ มดถงั แลว้ เติมชนิดทีถ่ ูกเข้าไป ค. ท�ำการเปลยี่ นถ่ายออกทันที ง. ขบั ไปถา้ มผี ลต่อเครื่องยนตค์ อ่ ยถา่ ยออก 24. หากทา่ นตรวจพบวา่ ทอ่ น�้ำมันเรมิ่ มีรอยน�ำ้ มนั ซมึ ออกมาทา่ นควรท�ำอยา่ งไร ก. สลับท่อไปไวใ้ นท่อแรงดนั ต่�ำ ข. ใช้เทปรดั ให้แนน่ ขนึ้ ค. ใชไ้ ปได้จนกว่าจะมรี อยหยดของน้�ำมนั ง. ทำ� การเปลี่ยนทอ่ ใหม่ 25. หากรถของท่านเกิดท่อน้�ำมันร่วั ทา่ นควรทำ� อยา่ งไร ก. ดบั เคร่อื งยนต์และไม่ควรขับรถต่อไปเน่อื งจากอาจเกดิ ไฟไหมไ้ ด้ ข. ขบั ไปหาศูนย์บรกิ ารเพื่อท�ำการซอ่ ม ค. ใช้เทปรัดและขบั ไปหาชา่ ง ง. น�ำขวดมารองนำ้� มนั ทรี่ ่วั และขบั ต่อไป
168 คำ�ถามเพื่อการทบทวน 26. ข้อใดกล่าวถกู ตอ้ ง ก. ไมค่ วรเตมิ นำ�้ มันหลอ่ ล่ืนลงไปผสมในนำ้� มนั เช้อื เพลงิ ข. การเตมิ นำ�้ มันควรเติมในช่วงกลางวนั ค. เราไมส่ ามารถเติมนำ้� มนั คา่ ออกเทน 95 แทนออกเทน 91 ได้ ง. น�ำ้ มันทีแ่ พงคอื น้ำ� มนั ทด่ี ีทส่ี ดุ 27. เครื่องยนต์เบนซนิ กับเคร่ืองยนตด์ เี ซลมขี อ้ แตกตา่ งอยา่ งไร ก. มรี ะบบการสตาร์ตต่างกัน ข. มีระบบการใชน้ ำ�้ ระบายความรอ้ นต่างกนั ค. เครอ่ื งยนต์เบนซินใช้หวั เทียนในการจุดระเบดิ ง. มรี ะบบไฟต่างกนั 28. ในกรณที ่ีรถใหใ้ ชน้ �ำ้ มันออกเทน 95 เท่าน้นั ถ้าหากเราเติมน�ำ้ มนั ค่าออกเทน 91 จะมผี ลอย่างไร ก. ใช้งานไดต้ ามปกต ิ ข. เครือ่ งยนตเ์ กิดการสะดดุ (น็อก) ค. เครอื่ งยนตพ์ ังทันทหี ากใชง้ าน ง. ไม่มีผลต่อการใชง้ าน 29. ในกรณที ่เี ตมิ นำ�้ มันที่มคี า่ ออกเทนสงู กวา่ ในคู่มอื การใช้จะมผี ลอยา่ งไร ก. เครอ่ื งยนตร์ ้อนขน้ึ กว่าเดมิ ข. ไม่มผี ลตอ่ การใชง้ าน ค. เครื่องยนต์สกึ หรอกว่าปกต ิ ง. รอบเครื่องยนต์สงู ขน้ึ กวา่ ปกติ 30. ในขณะทีท่ ่านเตมิ นำ�้ มนั เชอื้ เพลงิ ทา่ นควรปฏบิ ัติอยา่ งไร ก. ดับเคร่ืองยนต์ ข. ลงจากรถและเดนิ ออกให้ไกล ค. ไมต่ ้องทำ� อะไร ง. ตดิ เครื่องยนตไ์ ว้ 31. การตรวจรอยรัว่ ซึมระบบเช้ือเพลิงทา่ นควรปฏิบัติอยา่ งไร ก. ใชน้ ำ้� สบเู่ ช็ดหาคราบน้ำ� มนั ข. ใชไ้ ฟฉายหรอื ไฟแช็กสอ่ งดถู ้ามองไมเ่ หน็ ค. ใชจ้ ากการสังเกตและการดมกล่ิน ง. ใช้มือหมนุ ทอ่ ยางหาความบกพรอ่ ง 32. หากทา่ นใชก้ ๊าชธรรมชาติ CNG จะมผี ลตอ่ เคร่อื งยนต์อย่างไร ก. ไมม่ ีผลต่อเครื่องยนต ์ ข. เคร่อื งยนตส์ ึกหรอเรว็ กวา่ การใช้นำ้� มนั ค. เครอ่ื งยนต์จะเยน็ กว่าปกติ ง. อายุการใชง้ านหวั เทยี นมากกว่าการใช้นำ้� มนั 33. นำ้� มนั เบนซนิ E85 หมายความวา่ ก. มีส่วนผสมของเมทานอล 15 ส่วน ข. มสี ว่ นผสมของเอทานอล 15 ส่วน ค. มีสว่ นผสมของน�้ำมนั 85 สว่ น ง. มีสว่ นผสมของเอทานอล 85 ส่วน 34. รถเคร่อื งยนตด์ ีเซลหากมสี ญั ญาณเตอื นในระบบกรองดักน้�ำ ทา่ นควรทำ� อย่างไร ก. ถอดกรองดักน้�ำออกมาท�ำความสะอาด ข. ใหช้ ่างเปลี่ยนกรองดักนำ้� ค. ถ่ายนำ้� ออกจากกรองดกั น�้ำ ง. ดับเครอ่ื งยนต์และสตารต์ เครอ่ื งใหม่
งานบำ�รงุ รักษารถยนต์ 169 35. รถเคร่อื งยนตด์ เี ซลหากมีควนั ดำ� มากผิดปกติเกิดจากสาเหตุใด ก. กรองอากาศตัน ข. เติมนำ้� มันผดิ ประเภท ค. เตมิ น�ำ้ มันปลอม ง. ในน�้ำมันเชอื้ เพลิงมีนำ�้ ผสมอยู่ 36. ขอ้ ใดไม่ใชห่ นา้ ทข่ี องน�้ำมันเครื่องยนต์ ก. ระบายความรอ้ น ข. รองหรือคน่ั หนา้ ผวิ สัมผสั ค. สร้างความหนืด ง. ช�ำระส่งิ สกปรกเครอ่ื งยนต์ 37. การเปลีย่ นถา่ ยนำ้� มันเครื่องยนต์ ควรตอ้ งเปลยี่ นอปุ กรณช์ นิ้ ส่วนใดของเคร่อื งยนต์ด้วย ก. สายพานเครือ่ งยนต์ ข. หวั เทียน ค. กรองน้�ำมนั เช้ือเพลงิ ง. กรองน้�ำมันเครอ่ื ง 38. การตรวจเช็กระดบั นำ�้ มนั หลอ่ ล่ืนในเคร่อื งยนตต์ รวจทอี่ ปุ กรณส์ ่วนใดของเครอื่ งยนต์ ก. อ่างน้�ำมันเครือ่ ง ข. ฝาเติมน้�ำมนั เครือ่ ง ค. กรองน้�ำมันเคร่ือง ง. ก้านวดั น้ำ� มนั เครอ่ื ง 39. ขอ้ ใดเปน็ ขัน้ ตอนกอ่ นตรวจและเตมิ ระดับน�ำ้ มนั หล่อลนื่ เครอ่ื งยนต์ ทถ่ี ูกต้อง ก. จอดรถบนพื้นราบ เชก็ น้�ำมันขณะยงั ติดเคร่ืองยนตอ์ ยู่อยา่ งน้อย 10 - 15 นาที ข. จอดรถบนพน้ื ราบ เชก็ น�้ำมันขณะยังไมต่ ิดเคร่ือง หรือดบั เครือ่ งยนตอ์ ยา่ งนอ้ ย 10 - 15 นาที ค. จอดรถบนพนื้ ราบ เชก็ น้ำ� มันหลงั ดบั เครื่องยนตท์ นั ที ง. จอดรถบนพน้ื ราบ เช็กน้�ำมนั ขณะยงั ติดเคร่อื งยนต์ หรือดับเคร่อื งยนต์ทันที 40. ขอ้ ใดคือวธิ ีการสงั เกตรอยรวั่ ซมึ ของน�ำ้ มนั หลอ่ ลนื่ เครอ่ื งยนต์ ก. สงั เกตท่ีพืน้ ที่รถจอด และตามรอยตอ่ หรอื ข้อตอ่ เคร่ืองยนต์ ข. สงั เกตท่อี าการเสยี งดงั ของเคร่ืองยนต์ ค. สงั เกตไดจ้ ากการดมกลิ่นน�้ำมันหลอ่ ลนื่ เครือ่ งยนต์ ง. สังเกตจากความรอ้ นทขี่ ึน้ สงู ของเครอ่ื งยนต์ 41. หากลมยางลอ้ หนา้ ด้านซา้ ยออ่ น เวลาขับรถจะมผี ลอย่างไร ก. ยางล้อหลังสกึ หรอไมส่ ม�ำ่ เสมอ ข. รถกนิ นำ้� มนั นอ้ ยกวา่ ปกติ ค. พวงมาลยั กินไปดา้ นขวา ง. พวงมาลัยกนิ ไปด้านซ้าย 42. ถา้ เติมลมยางอ่อนเกินไป จะมีผลกับยางอย่างไร ก. ดอกยางตรงกลางจะสึกเร็วกว่าปกติ ข. การขบั ขี่จะแขง็ กระด้าง ค. ท�ำใหด้ อกยางทางด้านข้างทงั้ สองสึกหรอ ง. ทำ� ให้กนิ นำ้� มนั นอ้ ยลง 43. ถา้ เติมลมยางแขง็ เกินไป จะมผี ลกับยางอย่างไร ก. ดอกยางตรงกลางจะสึกหรอเร็วกว่าปกต ิ ข. การขบั ข่จี ะน่มุ นวลขึน้ ค. ท�ำใหก้ นิ นำ�้ มันเชือ้ เพลงิ ง. ดอกยางด้านข้างจะสกึ เรว็ กวา่ ปกติ
170 คำ�ถามเพอ่ื การทบทวน 44. การตรวจสอบลมยางขอ้ ใดถกู ต้อง ก. 1 เดอื น ข. 2 เดอื น ค. 3 เดอื น ง. อย่างนอ้ ยสัปดาหล์ ะครง้ั 45. การเตมิ ลมยางขอ้ ใดถกู ตอ้ ง ก. เตมิ ในขณะยางยงั รอ้ นอยู่ ข. ควรเตมิ ลมยางในขณะทยี่ างยังเยน็ อยู่ ค. ควรเตมิ ลมยางใหแ้ ข็งมาก ๆ ง. ควรเตมิ ลมยางให้ออ่ นมาก ๆ 46. โดยปกตกิ ารสลับยางควรสลับทุกระยะทางก่ีกิโลเมตร ก. 10,000 กโิ ลเมตร ข. 25,000 กิโลเมตร ค. 30,000 กิโลเมตร ง. 35,000 กโิ ลเมตร 47. ข้อใดไมใ่ ชส่ าเหตทุ ที่ �ำใหย้ างระเบดิ ก. ใช้ยางเก่าเกบ็ ข. ใช้ยางหมดอายุ ค. บรรทุกน้ำ� หนกั มากเกนิ ไป ง. เติมลมยางให้พอดีตามท่ีกำ� หนด 48. ยางมหี น้าทีอ่ ยา่ งไร ก. ตัดตอ่ เคร่ืองยนต ์ ข. ทำ� ให้รถมกี ำ� ลังขับเคล่อื น ค. ชว่ ยยดึ เกาะถนนไม่ให้ล่นื ไถล ง. ระบายความรอ้ น 49. การเติมลมยางส�ำหรับรถยนต์ ควรปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร ก. ใช้วธิ เี คาะแล้วฟงั เสยี งยาง ข. คาดคะเนดว้ ยสายตา ค. ปฏิบัติตามคมู่ ือการใชร้ ถ ง. เตมิ เท่าไรก็ได้ 50. ฝาปดิ จบุ๊ ลมยางมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร ก. ป้องกนั ลมรว่ั ซึมและสงิ่ สกปรกต่าง ๆ ข. ปอ้ งกนั ยางแตก ค. ปอ้ งกันการขโมยยาง ง. ป้องกนั ไม่ให้ใครมาเตมิ ลม 51. การเปลีย่ นขนาดยางเล็กเกนิ ไปจะเกดิ ผลเสียอย่างไร ก. ท�ำให้กนิ นำ้� มันมากกวา่ เดมิ ข. พวงมาลัยหนกั ขณะใช้ความเรว็ ต�ำ่ ค. ยางจะเสยี ดสกี ับตัวถงั รถ ง. ความสามารถในการรับน้�ำหนกั ลดนอ้ ยลง 52. การเปลยี่ นขนาดยางใหญเ่ กินไปจะเกดิ ผลเสยี อย่างไร ก. สนิ้ เปลืองน้�ำมนั เชือ้ เพลงิ ข. ความสามารถในการรบั นำ้� หนกั ลดนอ้ ยลง ค. การสกึ หรอของดอกยางจะมากข้นึ ง. พวงมาลยั จะเบามากเม่อื ความเรว็ ต่�ำ
งานบำ�รงุ รักษารถยนต์ 171 ข. สปั ดาห์ของปีท่ผี ลติ ยาง 53. ตัวเลขสองตัวแรก 29 บ่งบอกถึงอะไร ง. วันทย่ี างหมดอายุ ก. วันท่ผี ลิตยาง ค. เดือนทีผ่ ลิตยาง 54. ตวั เลขสองตัวหลงั 10 บ่งบอกถึงอะไร ก. ปี ค.ศ. ท่ีผลิต ข. วันที่ผลติ ค. สัปดาห์ท่ผี ลติ ง. ปี ค.ศ. ท่ยี างหมดอายุ 55. 195/60 R 14 85H ตวั R หมายถงึ ข. โครงสร้างยางแบบเรเดียล ก. ขดี จำ� กดั ความเรว็ ค. การรบั น�้ำหนกั ง. เสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางล้อ 56. การตรวจความตงึ ของสายพานควรทำ� อยา่ งไร ก. ใชไ้ มเ้ คาะ ข. ดดู ้วยสายตากพ็ อ ค. ใชม้ อื กดท่ีก่ึงกลางสายพาน ง. ถอดสายพานออกเพ่อื น�ำมาวดั 57. อปุ กรณ์ของรถส่วนใดไมเ่ ก่ยี วกบั ระบบสายพาน ก. แอร ์ ข. ไดชาร์จ ค. ปม๊ั นำ�้ ง. กรองอากาศ 58. ข้อใดไมใ่ ชส่ าเหตุของสญั ญาณแตรไม่ดงั ก. ฟวิ สข์ าด ข. สายไฟขาด ค. แบตเตอรีห่ มด ง. สายพานขาด 59. ขอ้ ใดคอื เสียงดังปกติ ก. เสียงสายพานหยอ่ น ข. เสยี งยางรถเสียดสกี บั ถนน ค. เสียงทีด่ ังจากทีป่ ดั น�้ำฝน ง. เสยี งคอมเพรสเซอรแ์ อร์ 60. ข้อใดคอื ผลเสียของการไมต่ รวจสอบรถก่อนใช้งาน ก. ค่าใช้จา่ ยในการซอ่ มรถยนตม์ ากข้ึน ข. ประหยัดเชอื้ เพลงิ ค. ลดมลพษิ ง. ปลอดภัย
172 คำ�ถามเพ่ือการทบทวน 61. ถา้ เกดิ เสยี งดังแหลม ๆ (เอ๊ียด ๆ หรอื จี๊ด ๆ) ดงั จากหอ้ งเครอื่ งเกิดจากอะไร ก. หมอ้ น�ำ้ แหง้ ข. แบตเตอรห่ี มด ค. เครื่องยนต์ท�ำงานผดิ ปกติ ง. สายพานหย่อน 62. ขอ้ ใดไม่ใชส่ าเหตทุ ีค่ วรจะเปลย่ี นสายพาน ก. สายพานหยอ่ น ข. รอ่ งสายพานไมม่ ี ค. สายพานแตก กรอบ ง. สายพานขาดครงึ่ เส้น 63. เสียงใดคือเสียงท่ีผดิ ปกติจากรถยนต์ ก. เสยี งไฟฉกุ เฉิน ข. เสียงไฟเลี้ยว ค. เสยี งเบรกดงั ง. เสียงไฟถอยหลงั 64. ขอ้ ใดไม่ใชส่ าเหตขุ องการเกิดควันไอเสยี สขี าว ก. กรองอากาศตนั ข. แหวนลูกสบู หลวม ค. เติมนำ้� มันเคร่ืองมากเกินไป ง. เครือ่ งยนต์สึกหรอมาก 65. ข้อใดไมใ่ ชส่ าเหตขุ องการสตาร์ตรถไมต่ ดิ ก. ขัว้ แบตเตอร่หี ลวม ข. สายพานหย่อน ค. น้ำ� มนั เชอ้ื เพลิงหมด ง. มอเตอร์สตารต์ เสยี 66. ข้อใดไม่ใชส่ าเหตทุ ่ีทำ� ให้เครอ่ื งยนตร์ ้อนจดั ก. น้�ำในหม้อน้ำ� แห้ง ข. น�ำ้ กล่ันแบตเตอรแ่ี ห้ง ค. สายพานพดั ลมขาด ง. น�้ำมันเครือ่ งแห้ง 67. ในขณะขบั รถมีไฟเตือนสแี ดงรูปแบตเตอรปี่ รากฏขึ้นทแ่ี ผงหนา้ ปดั แสดงวา่ อะไร ก. ไดชาร์จช�ำรดุ ข. แบตเตอร่ีเสีย ค. นำ้� กลั่นในแบตเตอรแ่ี ห้ง ง. แบตเตอรี่ไม่มไี ฟ 68. เบรกมือไม่ควรใชใ้ นสถานการณ์ใด ก. ใช้หยุดรถบนทางลาดชัน ข. ใชเ้ มอื่ หยุดรถขณะตดิ ไฟแดง ค. ใช้จอดรถบนทางลาดชัน ง. ใชเ้ มื่อขับรถลงทางลาดชนั 69. เบรกมือควรใชใ้ นสถานการณ์ใด ก. ใชจ้ อดหรือหยุดรถบนทางลาดชนั ข. ใชเ้ พอ่ื ชะลอความเร็ว ค. ใชเ้ มอื่ ตอ้ งการหยุดรถกะทนั หนั ง. ใช้เมือ่ ขบั รถลงทางลาดชนั
งานบำ�รุงรักษารถยนต์ 173 70. ควรหลกี เล่ียงการใชเ้ บรกอยา่ งรุนแรงเมอื่ อย่ใู นสถานการณ์ใด ก. ทางข้ึนลาดชัน ข. ทางรว่ ม ทางแยก ค. ทางโค้ง ง. ทางลงลาดชนั 71. วิธยี ดื อายกุ ารใช้งานของผ้าเบรกควรทำ� อยา่ งไร ก. ควรกะระยะในการหยดุ รถและเบรกอย่างนมุ่ นวล ข. ควรเบรกแบบกระชน้ั ชดิ ค. ควรเบรกและหมนุ พวงมาลยั ไปทางซา้ ยและขวาเล็กนอ้ ย ง. ควรใชเ้ บรกมอื และเบรกเท้าพร้อมกันเมือ่ ตอ้ งการหยุดรถ 72. อปุ กรณ์ใดทไ่ี ม่มีสว่ นชว่ ยเพม่ิ ประสิทธภิ าพในการทำ� งานของเบรกรถ ก. ยางรถยนต ์ ข. พวงมาลัย ค. เกียร ์ ง. ระบบช่วงล่าง 73. ถา้ ไมป่ ลดลอ็ กเบรกมอื เมื่อเคล่ือนรถจะมีอาการอยา่ งไร ก. เม่ือรถเคลื่อนตัวจะรสู้ กึ ว่ารถเร่งความเรว็ ไม่ข้ึน ข. เมื่อรถเคลือ่ นตัวจะรูส้ ึกว่ารถออกตวั เร็วขึ้น ค. เม่อื หมนุ พวงมาลัยจะรูส้ กึ หนกั ง. เคร่อื งยนตม์ ีอาการสะดดุ 74. เบรกเทา้ จะทำ� งานทล่ี อ้ ใดบา้ ง ก. ล้อหน้าซา้ ย ลอ้ หลงั ขวา ข. ล้อค่หู นา้ ค. ล้อคหู่ ลงั ง. ทง้ั 4 ลอ้ 75. สขี องน้ำ� มันเบรกทม่ี คี ุณภาพคือสีอะไร ก. สเี หลืองใส ข. สีด�ำข้น ค. สแี ดง ง. สีนำ�้ ตาลเข้ม 76. สขี องน�้ำมนั เบรกที่เสอ่ื มสภาพคอื สใี ด ก. สฟี ้า ข. สแี ดง ค. สดี ำ� ง. สีเหลือง 77. เบรกมือใช้ควบคุมล้อใดของรถ ก. ล้อคู่หลัง ข. ล้อค่หู น้า ค. ทง้ั ส่ีล้อ ง. ล้อหลังขวา ล้อหนา้ ซา้ ย
174 ค�ำ ถามเพอื่ การทบทวน 78. เมอ่ื เหยยี บเบรกแล้วเกิดเสยี งดังเป็นเพราะสาเหตใุ ด ก. ผา้ เบรกหมดหรือหมดอาย ุ ข. ยางหมดอายุ ค. ลมยางออ่ น ง. ลมยางแข็ง 79. ผา้ เบรกจะทำ� งานเสียดสกี บั อุปกรณ์ส่วนใดของรถยนต์ ก. ยางรถยนต์ ข. ลอ้ รถยนต์ ค. กระทะล้อ ง. จานเบรก 80. ข้อใดคือหน้าท่ีของนำ้� มนั เคร่อื งยนต์ ก. ระบายความรอ้ นออกจากหม้อน้ำ� ข. ระบายความรอ้ นออกจากเครื่องยนต์ ค. ระบายความร้อนจากผ้าเบรก ง. ทำ� ความสะอาดหมอ้ นำ�้ 81. ข้อใดไม่ใชห่ น้าท่ีของนำ้� มนั เครือ่ งยนต์ ก. ระบายความรอ้ นออกจากหมอ้ น�้ำ ข. หลอ่ ล่นื ชนิ้ สว่ นท่เี คล่ือนท่ีเพอื่ ลดการสกึ หรอ ค. ท�ำความสะอาดชน้ิ สว่ นภายในเครอื่ งยนต์ ง. ระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์ 82. การเตรียมความพร้อมของรถยนต์กอ่ นการตรวจวดั ระดับน�ำ้ มนั เครื่องยนต์ ข้อใดถูกตอ้ ง ก. จอดรถยนตบ์ นพืน้ ราบและดับเครื่องยนต์ ข. จอดรถยนตบ์ นพืน้ ลาดเอียงและติดเครอื่ งยนต์ ค. จอดรถยนตท์ ีใ่ ดกไ็ ดแ้ ละติดเครอ่ื งยนต ์ ง. ล้างอัดฉดี รถยนต์ให้สะอาดก่อน 83. การตรวจระดบั นำ�้ มันเครอ่ื งยนตด์ ูได้จากส่งิ ใด ก. ก้านวัดระดับน�้ำมันเครื่องยนต ์ ข. กา้ นวัดระดบั นำ้� มนั เกียรอ์ อโต้ ค. ก้านวดั ระดับนำ�้ มันเพาเวอร์ ง. กรองนำ้� มันเครื่องยนต์ 84. การตรวจวดั ระดับนำ้� มันเครอ่ื งยนตใ์ นข้อใดมรี ะดบั น�้ำมนั ทีด่ ีทส่ี ดุ ก. นำ�้ มันเครอ่ื งยนตอ์ ยู่ระดับ F ข. น�้ำมันเครอ่ื งยนตอ์ ย่รู ะดับ L ค. น�้ำมนั เครือ่ งยนตอ์ ยู่ระดบั ตำ่� กว่า L ง. นำ้� มันเครอ่ื งยนตอ์ ยู่ระดับตำ่� กวา่ F 85. ถา้ ระดบั น้ำ� มันเคร่อื งยนตส์ งู เกนิ ไปจะมผี ลอยา่ งไร ก. ลดความรอ้ นของเครอ่ื งยนต์ ข. ยืดอายกุ ารใชง้ านของเครอื่ งยนตใ์ ห้ยาวกวา่ ปกติ ค. ทำ� ให้เกดิ แรงดันสูงในห้องเคร่อื งยนต์ และมคี วันขาว ง. เกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ลดมลพษิ 86. ถา้ ระดับน�ำ้ มันเครือ่ งยนต์ต่�ำเกินไปจะมผี ลอยา่ งไร ก. ประหยดั นำ้� มนั เชื้อเพลิง ข. ยดื อายุการทำ� งานของชิน้ สว่ นเคร่ืองยนต์ ค. เครือ่ งแรงสตาร์ตติดงา่ ย ง. ท�ำให้ชน้ิ ส่วนของเครอ่ื งยนต์สึกหรออยา่ งรวดเรว็
งานบำ�รุงรักษารถยนต์ 175 87. เพอื่ ความปลอดภัยในการใชร้ ถ ควรตรวจวดั ระดับน�้ำมนั เครื่องยนต์อยา่ งนอ้ ยทีส่ ดุ อยา่ งไร ก. สปั ดาห์ละ 1 ครง้ั ข. เดอื นละ 2 ครัง้ ค. เดือนละ 1 ครง้ั ง. สองเดอื น 1 ครง้ั 88. น�้ำมันเบรกควรเปลีย่ นเมือ่ ใด ก. ควรเปลี่ยนทุก 3 เดอื น ข. ควรเปล่ียนทกุ 6 เดอื น ค. ควรเปล่ยี นทุก 1 ปี ง. ควรเปลยี่ นทกุ คร้งั ท่เี ปล่ียนนำ�้ มันเครื่อง 89. คณุ สมบัตขิ องน้�ำมนั เบรกคือข้อใด ก. ของเหลวทท่ี ำ� หน้าทเี่ ปน็ ตวั กลางในการถ่ายทอดกำ� ลังจากแปน้ เบรก ข. น�้ำมันหลอ่ ลนื่ ท่ีมีจดุ เดือดตำ่� ค. สารเคมีทใ่ี ชไ้ ลค่ วามชื้น ง. นำ้� มนั หล่อลน่ื ทรี่ ะเหยไดง้ ่าย 90. ขอ้ ใดคือการตรวจวดั ระดับนำ้� มนั เครื่องยนต์ ก. ฟังเสียงเครื่องยนต ์ ข. ดงึ ก้านวัดน้�ำมันเครอ่ื งออกมาตรวจสอบ ค. ดูรอยหยดของน�ำ้ มนั เคร่อื ง ง. เปิดฝาน�้ำมนั เคร่อื งดู 91. หากระดับน�้ำมันเพาเวอร์ต่�ำกวา่ กำ� หนด จะมผี ลอย่างไรตอ่ การขับรถของทา่ น ก. พวงมาลยั จะหนกั มากกว่าปกต ิ ข. ขับรถแล้วจะเอยี งซ้าย ค. ขับรถแลว้ จะเอียงขวา ง. ขับรถแล้วส่ายไปมา 92. ควรเปลีย่ นน้�ำมันเบรกเมื่อใด ก. ควรเปล่ียนทุก 2 ปี ข. ควรเปล่ียนทกุ 5 ปี ค. ควรเปลย่ี นทกุ ปี ง. ไม่ต้องเปลี่ยน คอยเตมิ ใหไ้ ด้ระดับเท่านน้ั 93. ข้อใดไม่ใชค่ ุณสมบตั ิของน้ำ� มนั เครอ่ื งยนต์ ก. ประหยดั น้�ำมนั เชอื้ เพลิง ข. ช่วยหล่อล่ืน ลดการเสียดสแี ละการสกึ หรอ ค. ปอ้ งกันการเกิดสนมิ ในเครอ่ื งยนต ์ ง. ปอ้ งกนั ฝุน่ ละออง 94. ขอ้ ใดไม่ใชก่ ารตรวจสอบน้�ำมนั เคร่ืองยนต์ ก. ดมกลน่ิ ข. สี ค. ปรมิ าณ ง. ความหนืด สงิ่ เจือปน 95. การเตมิ น้ำ� มันเคร่ืองควรเติมปรมิ าณเท่าไหร่ ก. เติมให้สูงกว่าขดี บนของก้านวัด ข. ปริมาณเสมอขีดบนของก้านวัด ค. เตมิ ใหต้ �่ำกว่าขดี ล่างของก้านวัด ง. เตมิ ใหเ้ ตม็ เครื่องยนต์
176 ค�ำ ถามเพือ่ การทบทวน 96. หม้อน�้ำรถยนตม์ ีหน้าทอ่ี ะไร ก. ระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ข. ท�ำใหร้ ถวิ่งเร็วขน้ึ ค. ระบายความรอ้ นใหห้ ้องผู้โดยสาร ง. ท�ำให้ประหยัดน้�ำมนั 97. การเติมน�ำ้ ในหมอ้ พกั นำ�้ ควรเตมิ ให้อย่ใู นระดบั ใด ก. เติมใหอ้ ยรู่ ะหว่าง Full กับ Low ข. เตมิ ให้เลยระดบั Full ค. เติมใหต้ �่ำกว่า Low ง. เตมิ ใหถ้ งึ ฝาปิด 98. อณุ หภูมิเครื่องยนตท์ ที่ �ำงานปกตคิ วรอย่เู ทา่ ไร ก. 60 - 70 องศาเซลเซียส ข. 50 - 60 องศาเซลเซยี ส ค. 40 - 50 องศาเซลเซยี ส ง. 80 - 95 องศาเซลเซยี ส 99. ถา้ เครื่องยนตร์ ้อนจัดไมค่ วรปฏิบัติอยา่ งไร ก. เติมน้ำ� เมอ่ื เครอื่ งยนต์เยน็ ลง ข. เอานำ�้ ราดลงไปทีเ่ ครอ่ื งยนต์จะทำ� ใหเ้ ครอื่ งยนตเ์ ย็น ค. เปิดฝากระโปรงเพื่อระบายความรอ้ น ง. ปดิ แอร์ เปิดหน้าตา่ งและจอดรถ 100. ถ้าพัดลมหมอ้ นำ�้ เสียจะเกิดอะไรขน้ึ ก. อุณหภมู ิของน�้ำและเครื่องยนต์จะเพ่มิ ข้นึ ข. อณุ หภูมิของน�้ำและเคร่อื งยนตจ์ ะลดลง ค. อุณหภูมขิ องนำ้� และเครือ่ งยนต์จะคงที่ ง. ประหยดั น้�ำมัน 101. พดั ลมหม้อน�้ำมหี น้าท่อี ะไร ก. ชว่ ยระบายความรอ้ นของเบรก ข. ทำ� ให้น้�ำรอ้ นเรว็ ขึ้น ค. ช่วยระบายความร้อนของหม้อน้�ำ ง. ท�ำให้ประหยัดนำ�้ มนั เชื้อเพลิง 102. ไมค่ วรเปิดฝาหมอ้ นำ�้ ในกรณีใด ก. เปิดตอนเช้าขณะยงั ไม่ติดเครื่องยนต์ ข. เครอื่ งเยน็ ค. เครอ่ื งร้อนจัด ง. เปิดถังพกั ส�ำรองหมอ้ นำ�้ เพอ่ื เติมน้ำ� 103. สภาพท่อยางหม้อน้ำ� ท่ียงั ใชง้ านไดด้ ีตอ้ งมลี กั ษณะอย่างไร ก. บีบแล้วตอ้ งมีความยืดหยุ่น ข. บบี แล้วตอ้ งแข็งกระดา้ ง ค. มรี อยบวมท่ที อ่ ยาง ง. มีรอยฉกี ขาด 104. ปั๊มนำ�้ รถยนตม์ ีหน้าที่อยา่ งไร ก. ท�ำใหน้ �ำ้ หมนุ เวียนจากเคร่ืองไปยังหมอ้ น้ำ� แลว้ ไหลกลับเข้าเคร่อื งยนต์ ข. ทำ� ใหน้ ้ำ� มนั เชอ้ื เพลงิ หมุนเวียนจากเครอ่ื งไปยังถงั นำ้� มันเช้อื เพลิง ค. ท�ำให้น้�ำมนั เคร่ืองหมนุ เวียนภายในเครือ่ งยนต์ ง. ป๊ัมน้ำ� จากภายนอกเวลานำ้� ในหมอ้ นำ�้ ขาดหายไป
งานบำ�รุงรักษารถยนต์ 177 105. ขอ้ ใดคือวธิ ีป้องกนั ไม่ให้เครื่องยนตร์ ้อนจดั ข. เปิดเครอื่ งปรบั อากาศรถยนต์ใหแ้ รง ก. เติมยางรถยนตใ์ หม้ ากกว่าปกติ ค. เปล่ียนพดั ลมใหใ้ หญข่ น้ึ ง. ตรวจระดับน�้ำในหม้อนำ้� ก่อนใช้งานทกุ วัน 106. ตรวจสอบลมยางลอ้ รถ จะตอ้ งตรวจสอบทลี่ อ้ ใด ก. เฉพาะลอ้ หน้า ข. เฉพาะลอ้ หลงั ค. ท้ังสล่ี ้อ ง. ทัง้ สีล่ ้อและล้ออะไหล่ 107. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ตอ้ ง ก. แม่แรง ค้�ำยัน ใชใ้ นการยกรถ ข. ยางอะไหลไ่ มจ่ �ำเปน็ ตอ้ งมีก็ได้ ค. ไฟฉาย ชว่ ยในการหาจดุ ช�ำรุดในเวลากลางคนื ง. อปุ กรณด์ ับเพลิง ใช้เม่ือเกดิ เพลงิ ไหมเ้ คร่อื งยนต์ 108. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกตอ้ งเกย่ี วกับการตรวจรถก่อนใชง้ าน ก. ตรวจการช�ำรดุ ของสัญญาณไฟโดยการเปดิ ไฟกะพรบิ รอบตัวรถ ข. เพื่อยดื อายุการใชง้ านของแบตเตอรี่ ควรใชน้ ้�ำบาดาลเติมอยเู่ สมอ ค. ควรดับเครื่องก่อนเชก็ นำ้� มนั หล่อลน่ื ง. ตรวจวัดแรงดันลมยางเป็นประจ�ำ 109. ข้อใดเป็นการตรวจและบ�ำรงุ รักษาอปุ กรณร์ ถยนตท์ ่ีไมถ่ กู ต้อง ก. เตมิ น�ำ้ ฉีดกระจกดว้ ยน้ำ� สะอาดผสมน้�ำยาลา้ งจาน เพื่อเพิม่ ประสิทธภิ าพในการล้างส่งิ สกปรก ข. เตมิ นำ�้ มนั เครอื่ งโดยเตมิ ให้อยรู่ ะดับบนเสมอ ค. ควรใชน้ ้�ำกล่นั เติมลงในแบตเตอร่ีทุกครั้ง ง. ควรตรวจสอบการรัดตรงึ ของหวั ขวั้ แบตเตอรี่ใหม้ ีสภาพพร้อมใชง้ านเสมอ 110. การตรวจสอบระดบั นำ้� มันเครือ่ งในเครอื่ งยนต์ ควรตรวจสอบเม่ือใด ก. หลงั ดับเครื่องยนตท์ ันที ข. ขณะที่เคร่อื งยนตท์ �ำงาน ค. หลงั ดบั เครือ่ งยนตอ์ ย่างนอ้ ย 10 นาที ง. ขณะทจ่ี อดรถบนเนิน 111. ระดบั ของเหลวในขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี หากอยู่ในระดับที่ต่�ำจะมีโอกาสทำ� ใหเ้ กดิ อบุ ตั เิ หตุ ก. ระดบั น้�ำมันเบรก ข. ระดับนำ�้ ในแบตเตอรี่ ค. ระดับนำ้� ยาหลอ่ เยน็ ง. ระดบั น้ำ� ฉีดกระจก
178 ค�ำ ถามเพอ่ื การทบทวน 112. เพราะเหตใุ ดจึงไม่ควรเตมิ น�้ำในถังพักหมอ้ น้ำ� ใหเ้ ต็มถงั ก. เพราะตอ้ งส�ำรองเน้ือท่ใี นการขยายตัวของนำ�้ เม่อื เกดิ ความร้อน ข. เพราะนำ้� ในหม้อนำ้� จะรอ้ นมากยิ่งข้นึ ค. เพราะจะทำ� ให้เครื่องยนตช์ �ำรุด ง. เพราะจะท�ำให้หมอ้ นำ้� เปน็ สนิมมากยิง่ ขึน้ 113. ข้อใดต่อไปนีป้ ฏบิ ตั ิไมถ่ ูกตอ้ ง ก. ควรอ่นุ เครื่องยนต์กอ่ นออกเดนิ ทางทุกครง้ั ข. ฟงั เสียงเครอ่ื งยนตท์ ุกคร้งั ว่ามีความผดิ ปกตหิ รือไม่ ค. ดับเคร่อื งยนต์แลว้ เชก็ ระดับน�้ำมันเครอื่ งทนั ที ง. ตรวจสอบระบบส่งก�ำลังทกุ ครงั้ ว่าใชง้ านไดอ้ ย่างปกตหิ รือไม่ 114. การตรวจสอบลมยางท่ถี ูกต้องควรปฏิบัตอิ ยา่ งไร ก. เอาเหล็กมาตที ่ีหน้ายาง ข. ใชเ้ ครือ่ งวดั ลมยาง ค. ดูด้วยตาเปลา่ ง. ใชม้ ือคล�ำ 115. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีไม่ใช่สาเหตุทีท่ ำ� ใหเ้ ครอื่ งยนต์สตารต์ ไมต่ ิดหรือตดิ ยาก ก. แบตเตอรีม่ ีไฟไม่เพียงพอ ข. เตมิ น้�ำมนั เครือ่ งมากเกนิ ไป ค. น้ำ� มนั เช้อื เพลงิ หมด ง. ฟวิ ส์ขาด
งานบำ�รงุ รกั ษารถยนต์ 179 ค�ำ ศัพท์ บทที่ 1 พน้ื ฐานเก่ยี วกบั รถยนต์ การจดุ ระเบดิ Ignition การอดั ระเบดิ Compression รถซดี าน Sedan รถคเู ป้ Coupe รถสปอรต์ Sport Car รถลฟิ ตแ์ บก็ Lift Back รถฮารด์ ทอ็ ป Hard Top รถเปดิ ประทนุ Convertible รถปคิ อพั Light Truck รถต/ู้ รถตรวจการณ์ Vans, Wagon สว่ นประกอบของรถยนต์ Automobile Part ตวั ถงั Body เครอื่ งยนต์ Engine ระบบสง่ กำ� ลงั หรอื ระบบขบั เคลอื่ น Power Train System ระบบเบรก Brake System ระบบบงั คบั เลยี้ ว Steering System ระบบรองรบั นำ�้ มนั Suspention System ระบบไฟฟา้ ในรถยนต์ Electrical System โครงอสิ ระ Frame Body โครงในตวั Monocoque Body เชอื่ มแบบจดุ Spot Welding โครงรถแบบตวั เอกซ์ X - Frame Type
180 ค�ำ ศพั ท์ Stub Frame Ladder Frame Type โครงรถแบบชว่ งหนา้ แขง็ Perimeter Frame Type โครงรถแบบขนั้ บนั ได Clutch โครงรถแบบปดิ ทา้ ย Gear ชดุ คลตั ช์ Intermediate Shaft เกยี ร์ Differential เพลากลาง Driveaxle ชดุ เฟอื งทด Wheel เพลาขบั Hydraulic Brake ลอ้ Drum Brake เบรกไฮดรอลกิ Caliper ดรมั เบรก Disc Brake กา้ มปเู บรก Steering Wheel ดสิ กเ์ บรก Steering Column ลอ้ พวงมาลยั Steering Gear แกนพวงมาลยั Tierod กระปกุ พวงมาลยั Spindle คนั ชกั - คนั สง่ Power Steering Pump แกนลอ้ ปม๊ั นำ�้ มนั พวงมาลยั กำ� ลงั บทที่ 2 การดแู ลรถยนต์ประจ�ำ วนั นำ้� หลอ่ เยน็ Coolant ระยะฟรี Freeplay หนา้ สมั ผสั Contact นำ�้ มนั Oil อดั ประจุ CHG, Charging สงู สดุ Maximun ตำ�่ สดุ Minimum
งานบำ�รงุ รักษารถยนต์ 181 บทที่ 3 การดูแลรถยนตป์ ระจ�ำ สปั ดาห์ Toe มมุ โท Camber มมุ แคมเบอร์ Caster มมุ คาสเตอร์ Shock Absorber โชค้ อพั Sulfate ขเี้ กลอื บทที่ 4 การดูแลรกั ษาตามระยะท่ีกำ�หนด Torque Wrench ประแจวดั แรงบดิ Single Over Head Camshaft, SOHC เพลาลกู เบยี้ วเดยี่ ว Double Over Head Camshaft, DOHC เพลาลกู เบยี้ วคู่ Vacuum Advance เครอื่ งเรง่ องศาไฟจดุ ระเบดิ Rotor หวั นกกระจอก Timing Light ไทมม์ ง่ิ ไลต์ Dwell Tachometer ดเวล เทคอมเิ ตอร์ Kerosene นำ้� มนั กา๊ ด Oil Bath อา่ งใสน่ ำ้� มนั เครอ่ื ง Manual Choke โชค้ แบบใชม้ อื ดงึ Automatic Choke โชค้ แบบอตั โนมตั ิ Idle Screw สกรเู ดนิ เบา Steering Column Universal Joint ขอ้ ตอ่ ออ่ นแกนพวงมาลยั Probe Rubber - Bonded Joint ขอ้ ตอ่ แบบแผน่ ประกบยาง
182 บรรณานุกรม พงษว์ ฒุ ิ สิทธพิ ล. (2545). งานเคร่ืองยนต์. ปทุมธานี : สกายบกุ๊ ส์. รามจิตติ ฤทธศิ ร. (2549). งานส่งกำ�ลงั รถยนต์ (พิมพค์ ร้งั ท่ี 1). กรุงเทพฯ : วังอกั ษร. เสน่ห์ วิรยิ ะกลุ . (2538). งานบำ�รุงรักษารถยนต.์ ปทมุ ธานี : สถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล ธญั บรุ ี. Crouse, Anglin. (1993). Automotive Mechanics (10th International Edition). New York : McGraw - Hill. Herbert E. Ellinger. (1977). Automotive Mechanics (2nd Edition). New Jersey : Prentice - Hall. John B. Heywood. (1988). Internal Combustion Engine Fundalmentals (International Edition). New York : McGraw - Hill. Pulkrabek W.W. (2004). Engineering Fundamentals Of The Internal Combustion Engine. (2nd SI Edition). New Jersey : Prentice Hall.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190