Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการจัดกระบวนการเรียนการสอน ม.ต้น

คู่มือการจัดกระบวนการเรียนการสอน ม.ต้น

Published by siwakorn099, 2021-05-22 06:52:39

Description: คู่มือการจัดกระบวนการเรียนการสอน ม.ต้น ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2563

Search

Read the Text Version

คำนำ ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอลำทบั ไดด้ ำเนินการจดั ทำ คู่มือ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา ๒๕63 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพ่ือสำหรับ ใช้ในการเป็นคู่มือครูในการจัดกระบวนการเรียนการสอนในรายวิชาที่ลงทะเบียนตามหลักสูตร การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พ้นื ฐานพุทธศักราช 2551 โดยมีวัตถุประสงคเ์ พ่ือให้ครูใช้ใน การจัดการเรียนการสอน ตามแผนวิชาที่ลงทะเบียนของ กศน.อำเภอลำทับ เพื่อให้เป็นไปในรูปแบบ เดียวกัน โดยครูสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรม มี สติปัญญาและ ศักยภาพ ในการประกอบอาชีพ การศึกษาต่อ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ ในครอบครัว ชุมชน สังคม ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอลำทับ หวงั เปน็ อย่างยิง่ วา่ คู่มือ เลม่ นี้จะเปน็ ประโยชน์ ในการจดั กระบวนการเรยี นรู้ตามสมควร หากมีข้อเสนอแนะ ประการใด ศูนย์ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอลำทับ ขอนอ้ มรับไว้ดว้ ยความขอบคุณยงิ่

สารบญั หนา้ ๑ เรือ่ ง รายวิชาท่ลี งทะเบยี น ปฏทิ นิ การจดั การเรียนการสอนรายสัปดาห์ แผนการจดั การเรียนการสอนรายสัปดาห์ ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งท่ี ๓ ครั้งที่ ๔ ครง้ั ที่ ๕ คร้ังที่ ๖ ครง้ั ท่ี ๗ ครง้ั ที่ ๘ ครง้ั ที่ ๙ ครง้ั ที่ ๑๐ คร้ังท่ี ๑๑ ครง้ั ท่ี ๑๒ ครั้งท่ี ๑๓ ครั้งท่ี ๑๔ ครั้งท่ี ๑๕ ครั้งท่ี ๑๖ ครั้งท่ี ๑๗ ครั้งที่ ๑๘ กจิ กรรมการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง(กรต)

รายวิชาลงทะเบียนเรียน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น ภาคเรยี นที่ 2 ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕63 กศน.อำเภอลำทับ ท่ี รหัสรายวิชา รายวิชา หน่วยกติ จำนวนการพบกล่มุ (ครง้ั ) 1 พท21001 ภาษาไทย 4 4 2 พต21001 ภาษาองั กฤษในชวี ิตประจำวัน 4 3 ทช21001 เศรษฐกจิ พอเพียง 1 4 4 ทช21002 สุขศกึ ษา พลศึกษา 2 5 ทช21003 ศลิ ปศึกษา 2 2 6 พว22002 การใช้พลังงานไฟฟ้าในชวี ติ ประจำวัน2 3 2 2 3

ปฏทิ นิ การพบกลุม่ ประจำภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ กศน. อำเภอลำทบั ครง้ั ท่ี กิจกรรมการเรยี นรู้ 1 ปฐมนเิ ทศนักศึกษาระดับตำบล 2 วชิ า ภาษาไทย พท21001 3 วชิ า ภาษาไทย พท21001 4 วชิ า ภาษาไทย พท21001 5 วิชา ภาษาไทย พท21001 6 วิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสงั คม พต21001 7 วชิ า ภาษาองั กฤษเพ่ือชีวติ และสังคม พต21001 8 วิชา ภาษาองั กฤษเพ่ือชวี ติ และสงั คม พต21001 9 วชิ า ภาษาอังกฤษเพ่ือชีวติ และสังคม พต21001 10 วิชา เศรษฐกิจพอเพียง ทช21001 11 วชิ า เศรษฐกิจพอเพยี ง ทช21001 12 วชิ า สขุ ศึกษา พลศกึ ษา ทช21002 13 วิชา สขุ ศกึ ษา พลศึกษา ทช21002 14 วิชา ศลิ ปศึกษา ทช21003 15 วิชา ศลิ ปศกึ ษา ทช21003 16 วชิ า การใชพ้ ลงั งานไฟฟ้าในชีวติ ประจำวนั 2 พว22002 17 วชิ า การใช้พลงั งานไฟฟ้าในชีวิตประจำวนั 2 พว22002 18 วิชา การใชพ้ ลงั งานไฟฟ้าในชีวติ ประจำวัน2 พว22002

แผนการจดั การเรยี นรู้ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ ครงั้ ท่ี ๑ วนั ที่……………………………………………………………….. วิชา เรอื่ งการปฐมนเิ ทศนักศึกษาแตล่ ะตำบล / พร้อมตรวจสุขภาพ จำนวน 3 ชวั่ โมง สถานทีพ่ บกลุ่ม กศน............................................................ ตัวช้ีวัด 1. รแู้ ละเข้าใจหลกั สูตร / วธิ เี รยี น /การจัดการเรียนการสอน 2. รูแ้ ละเขา้ ใจ การทำกจิ กรรม กพช. 3. อธิบายกระบวนการการเรียนรู้ ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขั้น พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 เนือ้ หา - หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 - วธิ ีเรียน - กระบวนการจดั การเรยี นการสอน - การวัดผลประเมนิ ผล คุณธรรม ความซ่อื สตั ย์ การตรงตอ่ เวลา การจดั กระบวนการเรียนรู้ ขน้ั นำ ๑. ครพู ดู คยุ เกี่ยวกบั การเข้ามาเรียน กศน. ๒. ครูยกตวั อยา่ งกรณีศึกษาเกี่ยวกับความซื่อสตั ยต์ ่อตนเอง ให้ผเู้ รียนร่วมกนั แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น ขน้ั จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ครู แนะนำตนเอง แนะนำสถานศกึ ษา หน่วยงานทีเ่ กี่ยวขอ้ งและภารกจิ กศน.ตำบล คลองพนและ การละลายพฤติกรรมผู้เรยี น ๒. อธิบายรายละเอียดการเรียนรูด้ ้วยหลกั สูตร กศน. ๒๕๕๑ แกน่ ักศึกษา กศน. เช่น แบบ ตนเอง พบกลุ่ม ทางไกล ฯลฯ และแนะแนวการประเมินผลการเรียน รวมถงึ ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม รว่ มกับภาคเี ครือข่ายในชมุ ชน สังคม ๓. ครแู ละผู้เรียนรว่ มกนั จดั ทำข้อตกลงการอย่รู ว่ มกันในการเรยี นการสอน ภาคเรียนที่ ๑/ ๒๕๕9 ๔. ครูอธบิ ายชี้แจงชอ่ งทางการสอ่ื สารกับผู้เรยี น เชน่ อเี มล์ เวบ็ ไซต์ โทรศัพท์ SMS ไปรษณีย์ และชอ่ งทางอ่นื ๆ ท่ีผเู้ รยี นตอ้ งการ ๕. ครใู ห้ผู้เรียนคัดเลอื กตวั แทนนกั ศึกษาเป็นประธานกลมุ่ รองประธาน อาสาสมคั ร กศน. ตำบล เพอื่ ปฏบิ ัติงานก่อนและหลังการพบกลมุ่ แต่ละสปั ดาห์ รวมทง้ั อธิบายหนา้ ที่และภารกจิ ดา้ น ต่าง ๆ ขัน้ สรุป - ครแู ละผู้เรยี นสรปุ สาระสำคญั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ สอ่ื และแหล่งเรียนรู้

๑. คูม่ อื นักศึกษา / เอกสารปฐมนเิ ทศ ๒. ปฏทิ ินการเรยี นรู้ ๓. ตารางการลงชอ่ื พบกล่มุ รายสัปดาห์ การวดั และประเมนิ ผล - การมีสว่ นรว่ มของผเู้ รียนต่อกจิ กรรมตา่ งๆ ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของ ...........................เสนอแผนการจดั การเรยี นรู้ คณะกรรมการประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ (นายพรพล พุทธวิโร) พิจารณาแล้ว .............................................. ตำแหนง่ ครผู ู้ชว่ ย ................................................ ........./ ............. / ................ (นายพรพล พุทธวโิ ร) ................/............................./................. .. ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศึกษา พจิ ารณาแลว้ ................................................................. .................................................................. (นางโสภา สมหวัง) ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอลำทบั ................/....................................../...................

แผนการเรยี นรู้ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น ครง้ั ท่ี 2 วนั ที.่ .............................................................. ครง้ั ที่ ๑ วนั ท.ี่ ................................................................................. วิชา ภาษาไทย เร่อื ง การฟัง การดู จำนวน 3 ชว่ั โมง สถานทพี่ บกลมุ่ กศน.ตำบล............................................................. ตัวชวี้ ัด ๑. สรปุ ความ จบั ประเด็นสำคัญของเรื่องทฟี่ ังและดู ๒. วเิ คราะหค์ วามเชอ่ื ถือจากการฟัง และดสู ือ่ โฆษณาและข่าวสาร ประจำวนั อย่างมีเหตุผล เนอ้ื หา ๑. สรุปความ จบั ประเดน็ สำคัญของเร่ืองท่ฟี งั และ ดู ๒. หลักการจับใจความสำคัญของเรื่องท่ีฟังและดู คณุ ธรรม มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ มั่นในการทำงาน การจดั กระบวนการเรียนรู้ ➢ ข้นั นำ (15 นาที ) 1. ครูพดู คุยทักทายนักศกึ ษา และเกริน่ นำเกยี่ วกับเรื่องการฟัง การดู ที่ใช้ใน ชีวติ ประจำวนั 2. ครู จดั กจิ กรรม เกมส์กระซิบขา่ ว ใชป้ ระกอบการสอนเรอ่ื งการฟังเพื่อจบั ใจความ สำคัญ วิธเี ล่น ( ๑.) แบง่ นกั ศกึ ษาออกเปน็ ๕ แถว แถวละ ๕ คน (หรอื ปรบั ตาม ความเหมาะสม) ( ๒.) คนแรกของแตล่ ะแถวมารบั กระดาษที่เขียนข้อความท่ีกำหนดให้ จากครไู ปทอ่ งจำ โดยกำหนดเวลาให้ทอ่ งจำ ๑ นาที แลว้ สง่ กระดาษขอ้ ความคืนครู ( ๓.) คนแรกของแต่ละแถวกระซิบบอกข้อความคนที่ ๒ คนที่ ๒ กระซิบบอกตอ่ คนที่ ๓ คนที่ ๓ กระซบิ บอกตอ่ คนที่ ๔ และคนที่ ๔ กระซิบบอกคนสดุ ท้าย (๔. ) ให้คนสุดท้ายของแตล่ ะแถวเขียนข้อความลงในกระดาษนำสง่ ครู (๕.) ให้คนแรกของแต่ละแถวอ่านกระดาษทเี่ ขียนขอ้ ความที่ครู กำหนดให้ และข้อความท่เี ขียนโดยคนสดุ ท้ายของแต่ละแถวให้เพ่ือน ๆ ฟงั (๖.) ให้เพอ่ื นๆ ในชน้ั เรียนตัดสินวา่ แถวใดที่ข้อความของคนแรกและคน สุดท้ายเขียนข้อความไดต้ รงกันหรือใกล้เคียงท่สี ดุ ซ่งึ จะเปน็ ผชู้ นะ ข้อความท่ีกำหนดให้คนแรกของ แตล่ ะแถวอา่ น เพื่อกระซบิ สง่ สาร แถวท่ี ๑ บา้ นนายขวัญอยู่ทางฝ่งั ขวาของแม่น้ำโขงใกล้ๆกับรา้ นขายลาบ แถวที่ ๒ ตำรวจจับตายโจรหลายศพที่แอบแฝงอยู่แขวงเมืองกาญจน์ แถวที่ ๓ เสยี งฟา้ ร้องเกิดจากรามสูรขว้างขวานไปรงั ควานเมขลา แถวที่ ๔ เรอื ลอยเควง้ คว้างอยู่ท่ามกลางสายฝนทำใหผ้ คู้ นอกส่นั ขวัญแขวน แถวที่ ๕ ไฟกำลังไหมล้ าม เขาจึงควา้ ขันตกั น้ำสาดไฟที่ไหม้ข้างฝา

➢ ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ 1 ๑. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ใหน้ ักศึกษาทราบ ๒. นกั ศึกษาและครรู ่วมกันแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั ข้อผิดพลาดในการรว่ ม กจิ กรรม เกมส์กระซิบข่าว ๓. ครชู ่วยช้ีแนะใหน้ ักศึกษาเหน็ ว่าการฟัง การพดู เป็นการสง่ -รับสารที่มี ความสำคัญ ดงั นน้ั จงึ ควรให้ความสำคญั เกย่ี วกับทักษะการพูดและการฟัง รวมทั้ง ทักษะอน่ื ๆ ด้วย ๔. ให้นกั ศึกษาศึกษาความรเู้ ร่ือง การฟงั การดู จากหนงั สอื เรียน ภาษาไทย มัธยมศกึ ษาตอนต้น หนา้ ที่ 1-6 ๕. ให้นักศึกษาสรปุ สาระสำคญั ลงในสมดุ บนั ทึก ➢ ข้นั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 2 1. ครซู ักถามนกั ศึกษาศึกษาเปน็ รายบุคคลเกยี่ วกับการสภาพปัญหาหรือเรือ่ งเกิดข้นึ ใน ชุมชน หรือในสงั คมปัจจุบนั ท่ีได้รับรจู้ ากสื่อตา่ งๆ ที่คิดวา่ มีความสำคญั 2. นักศึกษาศึกษาเล่าเร่ืองราวต่าง ๆทนี่ า่ สนใจที่ไดพ้ บเห็นและแสดงความคดิ เหน็ ใน เร่ืองราวที่ไดเ้ ลา่ ออกมาใหค้ รูและเพื่อนได้รับฟัง(ฝึกทักษะการคิด) 3. ครใู ห้นักศึกษาศึกษาไดแ้ สดงความคดิ เหน็ ถึงการท่ไี ด้รบั ฟังจากเพื่อนรว่ มกลมุ่ ทลี ะคน ตามความคดิ เห็นของนกั ศึกษาศึกษาและมีหลกั การหรือวธิ ีการอยา่ งไรในการท่จี ะรบั ฟงั หรอื ดูเรื่องราวตา่ งๆแลว้ และสรุปไดว้ า่ เรอ่ื งราวน้นั เปน็ เรือ่ งจรงิ เท็จ ดี หรือไม่ดี อยา่ งไร 4. ครูให้นักศึกษาศกึ ษาไดจ้ บั กลุ่ม ๆ ละ 5-7 คน (หรือตามความเหมาะสม) จากนั้น แจกใบงาน เรื่องการฟัง ดู 5. นกั ศกึ ษาศึกษาไดแ้ บ่งกล่มุ ตามเงอ่ื นไขของครู จากนน้ั รับใบงานเร่อื งการฟัง การดู มาศกึ ษาและปฏิบตั ติ ามใบงาน 6. นักศกึ ษาศึกษาแตล่ ะกลุ่มไดน้ ำเสนอผลงานตามใบงานเร่อื งฟงั ดู 7. ครูให้นกั ศึกษาทำแบบทดสอบหลังเรยี น เรือ่ งการฟงั การดู จำนวน 10 ขอ้ ➢ ขน้ั สรุป ๑. ครูและนักศึกษารว่ มกนั สรปุ เรื่อง การฟัง การดู ๒. เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เรือ่ งการฟัง การดู จำนวน 10 ข้อ ๓. นกั ศกึ ษาซักถามข้อสงสัย หรือแสดงว่าคิดเห็น ส่อื และแหล่งเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรียนวชิ าภาษาไทย พท.๒๑๐๐๑ 2. ใบงาน เรอ่ื งการฟัง ดู 3. แบบทดสอบหลังเรยี น เรื่องการฟัง การดู 4. สมดุ บนั ทึก การวดั และการประเมนิ ผล ๑. การมสี ่วนร่วมของผเู้ รียนในการจดั กจิ กรรมตา่ งๆ ๒. ตรวจสมดุ บันทึกของนักศึกษาท่ีสรปุ สาระสำคญั เรื่องการส่ือสารจากการฟงั และการ ดู

๓. แบบประเมินใบงานการฟงั ดู ๔. แบบทดสอบหลงั เรียน เรื่องการฟัง การดู ๕. สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรรู้ ายบุคคล(ตามสภาพจรงิ ) ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของคณะกรรมการ ประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ ......................................ผูเ้ สนอแผนการจดั การเรียนรู้ พิจารณาแลว้ ....................................................... (นายวชิ ัย จำนงค์รตั น์) ................................................... ตำแหนง่ ครู กศน.ตำบล (นายพรพล พุทธวิโร) ................/............................../................. ................/............................../................. ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา พิจารณาแล้ว ................................................................. .............................................................. (นางโสภา สมหวัง) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอลำทับ ................/....................................../...................

ใบงาน เรื่องการฟัง ดู คำชี้แจง ๑. ใหผ้ เู้ รยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ๕ – ๗ คน (หรอื ตามความเหมาะสม) โดยให้มีท้งั วัยร่นุ ผสู้ งู วยั และเพศหญิง เพศชาย ในกลุ่ม ตามความเหมาะสมและแต่งตั้งคณะกรรมการการทำงานร่วมกัน ๒. ให้ผ้เู รยี นแต่ละกลุ่มไดศ้ ึกษาเนื้อหาสาระจากเร่ืองการฟงั ดู ในบทเรยี นหรอื จากส่ือ การเรยี นรทู้ ่ีมี จากนั้นใหป้ ฏบิ ัติดังนี้ ๒.๑ ศึกษาขา่ วจากหนังสือพมิ พ์ ๑ ขา่ ว ๒.๒ ศึกษาบทร้อยกรองท่ีสนใจ ๑ เร่อื ง ๒.๓ ศกึ ษาละครจาก VCD ท่สี นใจ ๑ เรื่อง ๓. ใหส้ รุป และวเิ คราะหเ์ รื่องท่ีศกึ ษาลงในแผ่นชารด์ ตามหลกั การท่ไี ดเ้ รียนรู้มา ๔. ให้ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน

แบบทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง การฟงั การดู วิชา ภาษาไทย พท 21001 1. ขอ้ ใดคือทักษะทสี่ ำคัญท่สี ุดในการสรปุ ความ จับประเด็นสำคัญ จากการฟงั และการดูส่ือตา่ ง ๆ 1. สังเกตผ้สู ่งสาร 2. การจับใจความสำคัญ 3. การแยกขอ้ เท็จจริง ข้อคดิ เห็น 4. การประเมินประโยชน์ คุณค่าจากสารทไ่ี ดร้ ับจากการฟงั และดู 2. ข้อใด \"ไม่ใช่\" คุณสมบัติของการฟังการดู 1. มีสมาธิ มคี วามตัง้ ใจ 2. มคี วามจำดี 3. มคี วามรคู้ วามเข้าใจดี 4. รจู้ ักประเมนิ ใชเ้ หตผุ ลแยกแยะ 3. การฟังขา่ วควรใช้หลกั การตามข้อใด 1. ตอบคำถามหรือปฏบิ ัติตามได้ 2. แสดงความคดิ เหน็ หรอื ขัดแยง้ ได้ 3. จับใจความสำคัญแล้วจดบนั ทึกได้ 4. วนิ ิจฉยั ไดว้ า่ ควรเชอื หรอื ไมแ่ ละมปี ระโยชนอ์ ย่างไร 4. ขอ้ ใดแสดงถึงมารยาทในการฟงั และการดูทดี่ ี 1. แนนอ่านหนงั สือพิมพ์ขณะนง่ั ฟงั สมั มนา 2. นิดวาดรูปเลน่ ขณะครกู ำลังอธิบาย 3. นกฟังและจดบันทึกขณะเขา้ ร่วมประชมุ 4. ฝนฟงั เพลงขณะทเ่ี พื่อนออกไปรายงานหนา้ ชั้นเรียน 5. การฟังเพื่อให้เกิดความรู้ ความคดิ ใหม่ ๆ ควรเลือกฟังเรื่องใด 1. นิทานก่อนนอน 2. ขา่ วสัน้ ประจำวัน 3. พระธรรมเทศนา 4. นทิ านอีสป 6. ลักษณะใดเป็นการฟังอย่างมีประสิทธภิ าพ 1. ฟงั ได้นาน 2. ฟงั ได้ชัดเจน 3. ฟังแลว้ วิเคราะห์ 4. ฟงั แลว้ วิจารณ์ 7. ขอ้ ใดเปน็ การฟงั อย่างวิเคราะห์เรื่อง 1. ฟงั หไู วห้ ู้ 2. ฟังเขา้ หูซา้ ยทะลหุ ขู วา 3. สซี อให้ควายฟงั 4. ฟังไม่ได้ศพั ทจ์ บั มากระเดียด

8. การแยกแยะเรื่องทฟี่ ังวา่ ใคร ทำอะไร ท่ีไหน เมื่อไร เป็นการฟงั อยา่ งมวี ิจารณญาณ 1. วินิจฉยั 2. วิเคราะห์ 3. ประเมินค่า 4. สงั เคราะห์ 9. ถา้ ผฟู้ งั สามารถบอกได้ว่า ข้อความท่ฟี ังนนั้ มีเนื้อหาสาระหรอื แงค่ ดิ ท่ีดีหรือไม่ อาจนำไปใช้ ประโยชน์ไดเ้ พียงไร แสดงวา่ ผฟู้ งั น้นั ใช้วจิ ารณญาณในการฟงั ข้นั ใด 1. วิเคราะห์ 2. ประเมินค่า 3. ตคี วาม 4. วนิ จิ ฉัย 10. \"ให้เธอไดก้ ับเขาและจงโชคดี อยา่ มีอะไรให้เสยี ใจ สว่ นตวั ฉนั จะลืมว่าเคยร้องไห้ ลืมว่าเคยต้อง เปน็ ใครท่ีเธอไมเ่ อา\" เนอื้ เพลงนม้ี ีความหมายใกลเ้ คยี งกบั สำนวนใด 1. กรวดน้ำคว่ำขนั 2. ควำ่ บาตร 3. ปรบมือ 4. ลืมตาอา้ ปาก

แผนการจดั การเรยี นรู้ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ครัง้ ที่ 3 วนั ที่.................................................................................. วิชา ภาษาไทย เรื่อง การพดู การอ่าน จำนวน 3 ช่วั โมง สถานท่พี บกลุ่ม กศน.ตำบล............................................................. ตัวชว้ี ดั ๑. พดู นำเสนอความรู้ ความคิดเห็น สรา้ งความเข้าใจ โนม้ นา้ วใจ ปฏิเสธ เจรจาต่อรองดว้ ย ภาษา กิริยาท่าทางทีส่ ุภาพ ๒. อา่ นออกเสยี งและอา่ นทำนองเสนาะได้อยา่ งถกู ต้องตามลักษณะคำประพนั ธ์ ๓. วิเคราะห์ วิจารณ์ แยกแยะข้อเทจ็ จรงิ ข้อคดิ เห็นและจุดมุ่งหมายของเรอื่ งท่ีอ่าน เน้ือหา ๑. สรปุ ความ จับประเดน็ สำคัญของเรื่องที่พูดได้ ๒. การพูดนำเสนอความรู้ความคิดเห็น และการพูดในโอกาสต่าง ๆ เช่น ๒.๑ พูดแนะนำตนเอง ๒.๒ พดู กลา่ วต้อนรับ ๒.๓ พดู โนม้ น้าว ๒.๔ พูดปฏเิ สธ ๒.๕ พดู ปฏเิ สธ ๒.๖ พูดเจรจาต่อรอง ๒.๖ พดู แสดงความคิดเห็น ๓. หลักการอ่านออกเสยี งที่เป็นทั้งรอ้ ยแก้วและรอ้ ยกรอง ๔. หลักการวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ คณุ ธรรม มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ➢ ขน้ั นำ (15 นาที ) ๑. ครพู ูดคุยทกั ทายนกั ศกึ ษา และเกรนิ่ นำเกยี่ วกับเรื่องการพูด การอา่ น ถงึ ความสำคัญ และความจำเปน็ ในชวี ติ ประจำวนั วัฒนธรรมการพูดคยุ กันของวยั รุ่นและบุคคลทว่ั ไป ในยคุ IT และให้ผูเ้ รยี นไดแ้ สดงความคิดเหน็ ถงึ ประเดน็ ปัญหาท่ีได้พูดคุยกันวา่ มี ผลกระทบสงั คมไทยและขนบธรรมเนียมความเปน็ ไทยอย่างไร ๒. ครูพดู เช่ือมโยงจากประเดน็ ปัญหาที่ได้พูดคุยกันถึงความสำคญั ทีจ่ ำเป็นจะต้องมกี าร เรยี นรเู้ กย่ี วกับการพดู ประเภทต่าง ๆ ท่ีทุกคนต้องใช้ในชวี ิตประจำวนั ไมว่ า่ จะเปน็ ภาษาไทยเองและภาษาตา่ งประเทศทีค่ วรศึกษาเรยี นรู้ ข้นั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1 ๑. ครใู หผ้ ู้เรียนศกึ ษาเรือ่ งการพูดของประเภทตา่ ง ๆ และมารยาทในการพดู จากตำรา เรียนและสื่อ ๒. ผูเ้ รียนศกึ ษารปู แบบการพดู จาส่อื วีดีทัศน์

๓. ผู้เรยี นจบั สลากเพอ่ื แสดงบทบาทสมมติเก่ยี วกบั การพูดในโอกาสต่าง ๆ ตามใบงาน เรอื่ งการพดู ๔. ครสู ุ่มเลอื กผเู้ รยี นเพ่ือแสดงบทบาทสมมุติหน้าช้ันเรียน ๕. ผเู้ รยี นออกมาแสดงบทบาทสมมุตติ ามหัวข้อทจี่ บั ฉลากไดห้ น้าชั้นเรยี น ๖. ครแู ละผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาสาระรว่ มกนั และครูเพม่ิ เติมสว่ นทีข่ าดหายไปใน ประเด็นดงั กลา่ วท่ีได้เรยี นรู้มา ➢ ขนั้ จดั กิจกรรมการเรียนรู้ 2 ๑. ใหผ้ ู้เรยี นศึกษาความรู้เรื่อง หลักการอ่านในใจ จากส่ือประเภทต่าง ๆ หลักการอ่าน ออกเสียงที่เปน็ ท้งั รอ้ ยแกว้ รอ้ ยกรอง หลกั การวิเคราะหว์ ิจารณ์ มารยาทในการอา่ น และนสิ ยั รักการอา่ น จากแบบเรยี น และทำใบงาน เร่อื งการอ่าน ๒. ผูเ้ รียนอา่ นคำประพันธจ์ ากใบงาน เร่ืองนิราศภูเขาทอง ถอดความจากเรื่องท่ีอา่ นเป็น ร้อยแกว้ ๓. ครูส่มุ ผู้เรียนนำเสนอการถอดความจาก ใบงาน เรือ่ งนิราศภเู ขาทอง ➢ ข้ันสรปุ ๑. ครแู ละนักศึกษาร่วมกันสรปุ เรอ่ื ง การพดู การอ่าน ๒. นักศึกษาซักถามขอ้ สงสัย หรือแสดงความคิดเห็น ๓. ครอู ธบิ ายถงึ แนวทางในการศึกษาเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง 3.1 มอบหมายงานการเรยี นรตู้ ่อเนือ่ ง (กรต.) เร่ืองมารยาทในการพูด สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. หนงั สือเรยี นวิชาภาษาไทย พท.๒๑๐๐๑ 2. ใบงาน เรื่องการพูด 3. ใบงาน เรื่องการอ่าน 4. ใบงาน เรอ่ื งนิราศภูเขาทอง การวดั และการประเมนิ ผล ๑. การมีสว่ นร่วมของผู้เรียนในการจัดกิจกรรมตา่ งๆ ๒. ตรวจสอบใบงานต่าง ๆ ๓. สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรรู้ ายบคุ คล(ตามสภาพจรงิ )

ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของคณะกรรมการ ประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ ......................................ผู้เสนอแผนการจัดการเรยี นรู้ พจิ ารณาแลว้ ................................................... (นายวิชยั จำนงค์รตั น)์ ................................................... ตำแหนง่ ครู กศน.ตำบล (นายพรพล พทุ ธวโิ ร) ................/............................../................. ................/............................../................. ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา พจิ ารณาแล้ว ................................................................. .............................................................. (นางโสภา สมหวงั ) ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอลำทับ ................/....................................../...................

ใบงานเร่อื ง การพูด ให้ผเู้ รียนศึกษาความรูจ้ ากสื่อเรอ่ื งการพดู ประเภทต่าง ๆ และมารยาทในการพดู จากนัน้ ใหผ้ ูเ้ รยี นจับคู่เพอื่ แสดงบทบาทสมมตหิ น้าชั้นเรียนพรอ้ มใหผ้ ูเ้ รยี นในกลุม่ ทีเ่ รยี นด้วยกัน เป็นผปู้ ระเมินตามหัวขอ้ ต่อไปนี้ ๑. การพูดแนะนำตนเอง ๒. การกล่าวต้อนรับ ๓. การกล่าวขอบคุณ ๔. การพูดโน้มน้าวใจคน ๕. การพดู ปฏิเสธ ๖. การต่อรอง ๗. การพูดแสดงความคิดเหน็ ใบงานเร่อื ง การอ่าน กจิ กรรมที่ 1 ให้ผ้เู รียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1.1 การอา่ นในใจมีจุดมงุ่ หมายอยา่ งไร 1.2 การอา่ นออกเสยี งมีลกั ษณะอยา่ งไร 1.3 จงยกตวั อยา่ งการอ่านออกเสยี งที่เปน็ ทางการมา 5 ตัวอย่าง กิจกรรมท่ี 2 การจบั ใจความสำคัญ คอื การอ่านอยา่ งไร กิจกรรมท่ี 3 สือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ชว่ ยให้เกดิ การเรยี นรู้ตลอดชีวิตไดแ้ ก้อะไรบา้ ง กจิ กรรมท่ี 4 การอา่ นอยา่ งไร จงึ จะเรยี กว่าเปน็ การอ่านวเิ คราะห์วจิ ารณ์ กจิ กรรมท่ี 5 ผอู้ ่านทด่ี ี ควรมีมารยาทอย่างไร

ใบงาน เร่อื งการถอดความจากการอา่ น คำช้ีแจง ใหผ้ ู้เรียนอ่านคำประพันธต์ ่อนี้ แลว้ ถอดความเป็นร้อยแกว้ ถงึ บางพดู พูดดเี ป็นศรีศักดิ์ มีคนรกั รสถ้อยอร่อยจติ แม้นพดู ชัว่ ตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา เป็นมนุษยส์ ดุ นิยมเพียงลมปาก จะไดย้ ากโหยหวิ เพราะชิวหา แมพ้ ดู ดีมคี นเขาเมตตา จะพูดจาจงพเิ คราะห์ใหเ้ หมาะความ อนั อ้อยตาลหวานลน้ิ แลว้ สน้ิ ซาก แต่ลมปากหวานหูมิรหู้ าย แม้เจ็บอ่นื หม่ืนแสนจะแคลนคลาย เจบ็ จนตายนน่ั เหมาะเหน็บให้เจ็บใจ ใบงาน เรือ่ งมารยาทในการพดู (กรต.) คำชแ้ี จง ๑. ใหผ้ ู้เรียนศกึ ษาค้นคว้าเร่อื งมารยาทในการพูดจากสือ่ และแหล่งเรยี นรู้ตา่ ง ๆ เชน่ Internet (www.google.com) ตำราเรยี น ฯลฯ ๒. ผู้เรียนจัดทำ Mind Mapping (กรอบแนวคิด) ในเร่อื งมารยาทท่ดี ีในการพูด จาก การศึกษา คน้ คว้า

แผนการจดั การเรยี นรู้ จำนวน 3 ชว่ั โมง ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ครัง้ ที่ 4 วันที่.................................................................................. วิชา ภาษาไทย เรอ่ื ง หลกั การใชภ้ าษา วรรณคดี วรรณกรรม สถานทพ่ี บกล่มุ กศน.ตำบล............................................................. ตวั ช้วี ดั ๔. อธิบายความแตกต่างของคำพยางค์ วลี ประโยค การสะกดคำได้ถกู ต้อง ๕. อธบิ ายความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาพดู และภาษาเขียน ๖. อธิบายความแตกต่างและคุณค่าของวรรณคดวี รรณกรรมปัจจบุ ันและวรรณกรรม ท้องถน่ิ เน้อื หา 1. ความหมายของคำ พยางค์ วลี ประโยค และการสะกดคำ 2. หลักในการสะกดคำ 3. การใช้คำและการสร้างคำในภาษาไทย ๓.๑ การสร้างคำ ๓.๒ คำประสม ๓.๓ คำซอ้ น ๓.๔ คำสมาส คำสนธิ ๓.๕ หลักการสังเกตคำภาษาอ่นื ๆ ทีใ่ ชใ้ นภาษาไทย 4. หลกั การพจิ ารณาวรรณคดี 5. หลักการหัวใจวรรณกรรม 6. ประวัติความเป็นมา ลักษณะและคณุ คา่ ของเพลงพน้ื บ้าน เพลงกลอ่ มเด็ก 7. หลกั การพิจารณาวรรณคดีด้านวรรณศลิ ป์และดา้ นสังคม โดยศกึ ษาเรอ่ื ง สามกก๊ ราชาธิราช กลอนเสภาขุนชา้ งขนุ แผน กลอนบทละครเรื่องรามเกียรต์ิ คุณธรรม มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน การจัดกระบวนการเรยี นรู้ ➢ ขัน้ นำ (15 นาที ) ๓. ครพู ูดคยุ ทักทายนกั ศกึ ษา และเกรน่ิ นำเกีย่ วกบั เรื่องการใช้ภาษา ในชีวติ ประจำวัน ถกู ต้องตามหลักภาษารว่ มกันวเิ คราะห์ ๔. ครสู ุ่มตัวอยา่ งผู้เรียนใหเ้ ขยี นชอ่ื บนกระดาน จำนวน ๑๐ คน และใหผ้ ้เู รียนในกล่มุ ช่วยกนั บอกคำรายชอ่ื ทง้ั ๑๐ คนมีก่ีพยางค์ จากน้ันครจู งึ สอบถามผู้เรยี นถึงวธิ กี ารนบั พยางค์วา่ มีวธิ ีการอยา่ งไรเพื่อท่ีจะวดั ความรเู้ บื้องตน้ ของผเู้ รยี น ➢ ขน้ั จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (1) 1. ครูอธิบายความหมายของคำ พยางค์ วลี ประโยค การสะกดคำ หลักการสะกดคำและ การใช้คำการ สร้างคำในภาษาไทย คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน คำสมาส คำสนธิ

2. ให้ผเู้ รียนเลอื กบทความที่เกี่ยวกบั คุณธรรมพร้อมบอกว่าในบทความดงั กลา่ วใช้ มาตราตวั สะกดในและใหข้ ้อคิดอะไรกับเราบ้าง 3. ใหผ้ ู้เรียนแบ่งกลุม่ ๆ ละ ๕ – ๗ คน จำนวน ๔ กลุ่ม (หรอื แบ่งตามความเหมาะสม) ดังน้ี ๓.๑ กลุ่มคำประสม ๓.๒ กลุ่มคำซอ้ น ๓.๓ กลุ่มคำสมาส คำสนธิ โดยให้แต่ละกล่มุ สร้างบตั รคำให้ตรงตามชนดิ ของคำทตี่ นเองได้รับตามชื่อกลมุ่ จำนวน ๑๐ คำ 4. ครูผู้สอนนำบัตรคำมารวมกันและใหผ้ เู้ รยี นทำกจิ กรรมการเรยี นรูช้ นดิ ของคำโดย วิธีการ ดังน้ี ๔.๑ ผ้เู รยี นแต่ละกลุ่มแข่งขันนำบตั รคำไปติดไว้ท่ีบอรด์ ให้ประเภทเชน่ แม่ยาย เปน็ คำประสม นำไปตดิ ให้ถูกตอ้ ง ๔.๒ กลมุ่ ไหนทำเวลาได้ดีและไดจ้ ำนวนบัตรท่ีตดิ ถูกต้องที่สดุ คอื ทีมผู้ชนะ ๕. ครูสรุปผลกิจกรรมการเรยี นรู้ และขอ้ คดิ /ความรูน้ ี้ได้จากกิจกรรมการเรยี นรู้ ➢ ขน้ั จดั กิจกรรมการเรียนรู้ (2) ๔. ครูให้ผเู้ รียนศึกษาเรื่องหลักการพิจารณาและพินิจวรรณกรรม ประวตั ิความเปน็ มา ลักษณะและคณุ คา่ เพลงพ้ืนบ้าน เพลงกลอ่ มเดก็ หลักการพนิ ิจวรรณคดดี ้านวรรณศิลป์ และดา้ นสงั คมจากหนังสือเรียนและแหลง่ เรยี นรู้ ๕. ผ้เู รียนศึกษาหาความร้ใู นเร่ืองที่ปรากฏในข้อ ๑ เพิม่ เติมจาก Internet แหล่งเรยี นรู้ และสอื่ ๖. ทำใบงาน ท่ีมอบหมาย ใหผ้ ู้เรียนเลอื กศึกษาวรรณคดี ๑ เร่ือง สามก๊ก ราชาธริ าช ขุน ช้างขนุ แผน หรอื รามเกยี รต์ิ และวรรณกรรมท้องถน่ิ ๑ เร่ืองและพนิ ิจวรรณคดีและ วรรณกรรมดงั กลา่ ว ตามหลักการทไี่ ดศ้ ึกษาจากแบบเรียนและแหล่งเรยี นร้สู ่งครู ๗. ผเู้ รยี นทำใบงานท่ีมอบหมายใหผ้ ู้เรียนเขียนเน้ือหาเพลงพื้นบา้ น และเพลงกล่อมเด็กท่ี ผู้เรยี นเคยได้ยิน ได้ฟงั มา ครูส่มุ และนำเสนอแกเ่ พ่อื น ๆ ➢ ข้ันสรุป ๔. ครูและนักศกึ ษาร่วมกนั สรปุ เรอ่ื ง หลกั การใช้ภาษา วรรณคดี วรรณกรรม ๕. นกั ศกึ ษาซักถามขอ้ สงสัย หรือแสดงความคิดเหน็ ๖. ครอู ธิบายถึงแนวทางในการศึกษาเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง 3.2 มอบหมายงานการเรียนรู้ต่อเน่อื ง (กรต.) เร่ืองการปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผ้มู ีมารยาทใน การเขียนและมนี ิสัยรักการเขียน 3.3 มอบหมายงานการเรยี นรู้ต่อเนอื่ ง (กรต.) เรื่อง ชนิดของประโยค 3.4 มอบหมายงานการเรยี นรูต้ ่อเน่ือง (กรต.) เร่ือง หลกั การแต่งคำประพันธ์ 3.5 มอบหมายงานการเรยี นรตู้ ่อเน่อื ง (กรต.) เร่ือง หลักการใช้ภาษา 3.6 มอบหมายงานการเรยี นร้ตู ่อเนื่อง (กรต.) เรื่องการปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ ีมารยาทใน การเขียนและมนี ิสัยรักการเขียน สื่อและแหล่งเรยี นรู้ 5. หนังสอื เรยี นวชิ าภาษาไทย พท.๒๑๐๐๑ 6. ใบงาน เร่ือง หลกั การใช้ภาษา วรรณคดี วรรณกรรม ต่างๆ

การวัดและการประเมินผล ๔. การมสี ว่ นรว่ มของผู้เรยี นในการจดั กิจกรรมตา่ งๆ ๕. ตรวจสอบใบงานต่าง ๆ ๖. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้รายบุคคล(ตามสภาพจริง) ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ ......................................ผู้เสนอแผนการจัดการเรยี นรู้ พิจารณาแลว้ ................................................... (นายวิชัย จำนงค์รัตน.์ ) ................................................... ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล (นายพรพล พุทธวโิ ร) ................/............................../................. ................/............................../................. ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารสถานศึกษา พจิ ารณาแล้ว ................................................................. .............................................................. (นางโสภา สมหวงั ) ตำแหนง่ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอลำทับ ................/....................................../...................

ใบงาน เร่ืองหลักการใช้ภาษา คำชแ้ี จง ๑. ผ้เู รียนแต่ละกลมุ่ แขง่ ขันนำบัตรคำไปติดไวท้ ่บี อรด์ ใหป้ ระเภทเชน่ แม่ยาย เป็นคำ ประสม นำไปตดิ ให้ถูกตอ้ ง ๒. ให้ผเู้ รยี นเลอื กบทความเก่ยี วกบั คุณธรรมพรอ้ มบอกว่าในบทความใชม้ าตราตัวสะกดใด และใหข้ ้อคิดอะไรกับเราบ้างโดยอธบิ ายโดยสังเขป ๓. กล่มุ ไหนทำเวลาไดด้ แี ละไดจ้ ำนวนบัตรทีต่ ดิ ถกู ต้องท่สี ุดคือทีมผชู้ นะ ๔.๓ ครมู อบของรางวัลแก่กลุ่มผชู้ นะ ใบงาน เร่ืองการพนิ ิจวรรณคดี วรรณกรรม ให้ผู้เรียนเลือกศึกษาวรรณคดี ๑ เรอื่ ง จากเรอ่ื ง สามก๊ก ราชาธิราช ขนุ ช้างขุนแผน และ รามเกยี รต์ิ และวรรณกรรมท้องถน่ิ ๑ เรอ่ื ง แลว้ พินจิ วรรณคดแี ละวรรณกรรมตามหัวข้อตอ่ ไปน้ี ๑. โครงสร้างของวรรณคดีและวรรณกรรม ๑.๑ รูปแบบของการแต่งและลกั ษณะคำประพันธ์ ๑.๒ เนือ้ เร่ืองและโครงเร่ือง ๑.๓ แนวคดิ ของเรอ่ื งหรือสาระของเร่ือง ๑.๔ ลกั ษณะตวั ละคร ๑.๔ ฉาก ๑.๕ การดำเนินเรื่อง ๒. ความงดงามทางวรรณคดีและวรรณกรรม ๒.๑ การใช้ถ้อยคำ ๒.๒ การสร้างภาพพจน์ ๒.๓ การสร้างอารมณ์ หมายเหตุ ผูเ้ รยี นสามารถศึกษาข้อมลู เพิม่ เติมจาก www.google.com ใบงาน เร่ืองเพลงพนื้ บ้านและเพลงกลอ่ มเด็ก ใหผ้ เู้ รยี นเขยี นเน้ือหาเพลงพน้ื บา้ นและเพลงกล่อมเดก็ ในท้องถิน่ ของผูเ้ รียนหรือทผี่ ้เู รยี น เคยได้ฟังมา และควรเปน็ เพลงที่ไมป่ รากฏในแบบเรยี นและนำสง่ ครผู ู้สอน โดยผู้เรียนสามารถศึกษา เพม่ิ เติมจาก www.google.com

ใบงาน เร่อื งชนดิ ของประโยค (กรต.) คำช้ีแจง ให้ผเู้ รียนเขยี นเรียงความเรอ่ื งเศรษฐกจิ พอเพยี ง มคี วามยาวประมาณ ๑ หน้ากระดาษ A ๔ โดยใหเ้ รยี งความดังกล่าวประกอบไปดว้ ยประโยคความเดยี ว ประโยคความรวม และประโยค ความซอ้ น พรอ้ มทงั้ แยกใหเ้ ห็นชดั เจนและอธิบายว่าประโยคทเี่ ขียนเป็นประโยคชนดิ ใด ใบงาน เร่ืองหลักการแตง่ คำประพนั ธ์ (กรต.) ๑. ใหผ้ ูเ้ รียนแต่งคำประพนั ธ์ประเภทกาพยย์ านี ๑๑ หรือกลอนแปดสภุ าพ ในหวั ข้ออาเซยี นน่ารู้ โดยตอ้ งสัมผสั คำให้ถูกต้องตามรปู แบบของบทร้อยกรองประเภทนั้น ๆ อยา่ งน้อย ๒ บท ๒. ให้ผู้เรยี นบอกลกั ษณะบังคบั ของบทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ ดังน้ีโดยสรปุ มาโดยละเอยี ด ๒.๑ กาพยย์ านี ๑๑ ๒.๒ กาพย์ฉบงั ๑๖ ๒.๓ กลอนแปด ๓. ใหผ้ เู้ รยี นศึกษาบทประพันธต์ อ่ ไปนี้แลว้ บอกวา่ เป็นบทประพนั ธ์ประเภทใด ๓.๑ ไม่เมาเหลา้ แต่เรายงั เมารกั สดุ จะหักห้ามจติ คิดไฉน ถงึ เมาเหล้าเช้าสายกห็ มายไป แต่เมาใจนี้ประจำทกุ คำคืน ๓.๒ หมูยา่ งอร่อยล้ินตะละชิ้นอร่ามเหลือง เกย๊ี วซ่ากะแหนมเนืองมะระต้มจะสมกัน ๓.๓ เม่อื คนื ฉนั ฝนั ว่าเธอกับฉนั ชวนกนั ข่ีควายมันไลข่ วิด หลดุ หวิดเจยี นตายฝันดีหรือรา้ ย ทำนายให้ที ๓.๔ ปรารถนาแห่งนำ้ ใสถักสายใยทีสดสวยระลอกน้ำระรนิ รายละยบั พรบิ ระยบิ พราว ๓.๕ อันทจี่ รงิ คนเรขอยากใหเ้ ราดี แต่ถ้าเด่นข้นึ ทุกทีเขาหม่ันใส้ จงทำดแี ต่อยา่ เด่นจะเปน็ ภยั ไมม่ ใี คร อยากเห็นเราเดน่ เกิน

ใบงานเร่ือง หลักการใชภ้ าษา (กรต.) คำช้แี จง ๑. ให้ผู้เรียนจบั คคู่ ำโดยนำคำท่ีกำหนดให้ไปเติมให้ตรงกบั ชนิดของคำให้ถกู ต้อง วโรดม คนสวน เข้าใจ จิตใจ นติ ยสาร ชวี ประวัติ ดำๆ ยากงา่ ย ศิวภรณ์ ชาตภิ ูมิ เรื่อง ๆ วิทยาคม ดาวเรือง บา้ นเรือน พ่ี ๆ คำประสม = ............................................................................................................................. ............ คำซ้อน = ............................................................................................................................. ............ คำซำ้ = .................................................................................... ..................................................... คำสมาส = ............................................................................................................................. ............ คำสนธิ = ........................................................................................................................................ ๒. ให้ผู้เรยี นศึกษาประโยคต่อไปน้ี แลว้ บอกว่าเป็นประโยคความเดียว ความรวม หรือ ความซ้อน ๒.๑ คุณครรู กั นกั เรียนทุกคน ตอบ ............................................................................................................................. .. ๒.๒ คุณครูรกั นักเรียนและนักเรยี นก็รักคุณครู ตอบ .............................................................................................................................. ๒.๓ คณุ ครูรักนักเรยี นทกุ ๆ คน ที่ตง้ั ใจเรยี นและใสใ่ จในการเรยี นอาเซียนศึกษา ตอบ .......................................................................................................................... ๓. ใหผ้ ู้เรียนตอบคำถามต่อไปนใ้ี ห้ถูกต้อง ๓.๑ ภาษาทางการหมายถึงอะไร และควรใชใ้ นโอกาสใด ๓.๒ ภาษากงึ่ ทางการ หมายถงึ อะไร และควรใช้ในโอกาสใด ๓.๓ ภาษาไม่เป็นทางการหมายถึงอะไร และควรใชใ้ นโอกาสใด ๔. ใหผ้ ู้เรยี นเติมคำในชอ่ งว่างใหถ้ ูกต้อง ๔.๑ สำนวน หมายถงึ .................................................................................................... เช่น........................................................................................................................ ๔.๒ สภุ าษติ หมายถงึ ................................................................................................... เชน่ ....................................................................................................................... ๔.๓ คำพังเพย หมายถึง ............................................................................................... เช่น........................................................................................................................

๕. ใหผ้ ู้เรยี นตอบคำถามต่อไปนีใ้ หถ้ ูกต้อง ๕.๑ คำประพนั ธ์ท่ีดจี ะตอ้ งประกอบด้วยลักษณะ ๓ ประการคือ ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................. ๕.๒ ลักษณะบงั คบั ในคำประพันธม์ ีอยู่ ๘ อยา่ งคอื ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................................. .................. ................................................................................................................ ............................................... ใบงาน เรือ่ งการปฏบิ ตั ติ นเป็นผ้มู มี ารยาทในการเขียนและมีนสิ ยั รกั การเขยี น (กรต.) คำสงั่ ๑. ใหผ้ ู้เรยี นเขียนเรยี งความประวตั ิตนเองพอสังเขป ๒. ใหผ้ เู้ รียนเขียนยกตัวอย่างบทกลอนสี่ กลอนสีส่ ภุ าพ พรอ้ มถอดคำประพันธเ์ ป็น ประเภทร้อยกรอง 1 บทความ ๓. ผ้เู รียนเขียนวธิ ีการปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ มี ารยาทในการเขียนและมีนสิ ัยรกั การเขยี นและวธิ ี ทางการนำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้จรงิ ในชีวติ ประจำวัน อยา่ งละ 5 ข้อ

แผนการจัดการเรียนรู้ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ ครงั้ ที่ 5 วันท.ี่ ................................................................................. วิชา ภาษาอังกฤษในชีวติ ประจำวัน เร่อื ง การพดู แสดงความคิดรปู แบบตา่ งๆ(Expression of opinion,ideas,wishes,offering helps,etc) จำนวน 3 ชัว่ โมง สถานทีพ่ บกลุ่ม กศน.ตำบล............................................................. ตวั ชี้วดั เขา้ ใจและใช้ภาษาในการสื่อสารในชีวิตประจำวนั สาระสำคัญ ภาษาเพ่ือแสดงความคดิ เห็นความต้องการ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ พูดแสดงความคิดเหน็ และแสดงความต้องการในสถานการณ์ตา่ งๆ สาระการเรยี นรู้ ข้ันที่ 1 การกำหนดสภาพปัญหา ครูทกั ทายผ้เู รยี น พูดคยุ สนทนาเกย่ี วกับการดำเนนิ ชีวิตในสงั คมปัจจบุ ันนี้ ซ่งึ เป็นสิ่งท่ีสำคญั ของการ ดำเนนิ ชวี ติ ประจำวันจะตอ้ งอาศยั หลักปัจจยั พน้ื ฐาน ท่านมคี วามคดิ เหน็ อย่างไรบา้ งเกี่ยวกับการพดู แสดงความคิดเหน็ และความต้องการในสถานการณ์ตา่ งๆ มีความสำคญั สำหรบั บคุ คลแตล่ ะ บุคคล เปน็ อยา่ งมากจะตอ้ งมีการพูดแสดงความคดิ เห็นและความต้องการเพ่ือเปน็ การ แลกเปลยี่ นเรียนรู้ ดังนนั้ ถา้ หากทา่ นไดร้ ับมอบหมายให้พดู แสดงความคดิ เหน็ และแสดงความ ต้องการ กบั บุคคลต่างชาติในสถานการณต์ ่างๆ ทา่ นคิดวา่ จะต้องใชภ้ าษาในการพดู แสดงความ คิดเหน็ เหน็ ด้วย /ไม่เห็นดว้ ย /ยอมรับ/ และการแสดงความต้องการ และตอบรับอย่างไรบา้ ง โดย ตอบคำถามดังตอ่ ไปน้ี 1. การแสดงความคิดเหน็ 1.1 เหน็ ดว้ ย ท่านจะพดู อย่างไร.o 1.2 ไม่เหน็ ดว้ ย ท่านจะพดู อย่างไร 2. การแสดงความต้องการ และตอบรับ ท่านจะพูดแสดงความต้องการ และตอบรบั อย่างไร 3. แสดงความช่วยเหลือและบรกิ ารผู้อ่นื รวมท้งั การตอบรับ ทา่ นจะพูดอยา่ งไร ขน้ั ท่ี 2 การแสวงหาขอ้ มูลและการเรียนรู้ 1. ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าจากใบความรู้ และสบื ค้นข้อมลู เพมิ่ เติมจากอินเตอร์เน็ต / แหล่งเรยี นรู้ เกย่ี วกบั การแสดงความคดิ เห็น ความต้องการและตอบรบั ดงั นี้ 1.1 การแสดงความเห็นดว้ ย/การแสดงความไมเ่ ห็นด้วย 1.2 การแสดงความต้องการ และตอบรับ 1.3 การแสดงความชว่ ยเหลือและบริการผ้อู น่ื รวมทัง้ การตอบรับ 2. ผู้เรียนคน้ ควา้ ตัวอยา่ งการพูดสนทนาเกยี่ วกับการแสดงความคดิ เห็น ความตอ้ งการและตอบรับ การแสดงความชว่ ยเหลอื และบรกิ ารผอู้ ่นื รวมท้ังการตอบรับ

ขัน้ ท่ี 3 การปฏิบตั ิและการนำไปประยกุ ต์ใช้ 1. ผู้เรียนอ่านการพูดสนทนาเก่ียวกบั การแสดงความคิดเห็น ความต้องการและตอบรับ การ แสดงความช่วยเหลอื และบริการผู้อน่ื รวมทัง้ การตอบรบั 2. ผู้เรียนและครูร่วมกันพดู สนทนาโต้ตอบ การแสดงความคดิ เหน็ ความต้องการและตอบ รบั การแสดงความช่วยเหลือและบรกิ ารผู้อื่น รวมทง้ั การตอบรบั 3. ผเู้ รยี นจับคแู่ สดงบทบาทสมมตใิ นการพดู แสดงความคดิ เห็น ความตอ้ งการและตอบรับ การแสดงความชว่ ยเหลือและบรกิ ารผู้อน่ื รวมทัง้ การตอบรับ 4. ผเู้ รียนทำใบงานเรอ่ื งการพูดแสดงความคิดเห็นและแสดงความต้องการและตอบรับ การ แสดงความชว่ ยเหลอื และบริการผู้อน่ื รวมทัง้ การตอบรบั 5. ผู้เรียนและครรู ่วมกนั สรุปเนื้อหาเรอื่ งการพูดแสดงความคิดเหน็ และแสดงความตอ้ งการ และตอบรับ การแสดงความชว่ ยเหลอื และบริการผูอ้ ่นื รวมทัง้ การตอบรับ 6. ครูเฉลยใบงานการพดู แสดงความคดิ เห็นและแสดงความต้องการและตอบรับ การแสดง ความชว่ ยเหลอื และบรกิ ารผู้อ่ืน รวมท้ังการตอบรบั ขัน้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล 1. แบบสงั เกตพฤติกรรม 2. ใบงาน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝร่ ใู้ ฝ่เรียน ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรยี น 2. มีวนิ ยั ทำงานตามที่ครูมอบหมายได้ทนั เวลา 3. ขยัน มุง่ มัน่ ในการทำงาน ทำใบงาน ทำกิจกรรมกลมุ่ 4. มีความสามคั คี มีนำ้ ใจ มีความรบั ผดิ ชอบ ชว่ ยเหลือกนั ทำกจิ กรรมกลุ่ม ชนิ้ งาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น - ครูพดู ถึงความจำเป็นของภาษาองั กฤษท่ีมีในชีวิตประจำวัน ขนั้ สอน - ผ้เู รียนเรยี นรูด้ ้วยการสอนเสริมจากครูในระบบโรงเรียน หรือเรยี นรจู้ ากหนงั สือ แบบเรยี น ส่อื ,แหล่งเรียนรอู้ นื่ ๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง - ผู้เรียนศกึ ษาใบความรู้ - ครมู อบหมายให้ผเู้ รยี นฝกึ ปฏบิ ัตดิ ว้ ยการทำแบบฝกึ หดั ขน้ั สรปุ ครูผู้สอนสรุปเนอ้ื หาและเติมเต็มองคค์ วามรู้พร้อมมอบหมายงานให้ไปศกึ ษาดว้ ย ตนเองเพ่มิ เติม ส่อื การเรียนการสอน 1. หนังสอื เรยี น/สอื่ /ส่ิงพมิ พ์ 2. อนิ เตอร์เนต็

3. ใบความรู้ เรอ่ื งการพดู แสดงความคดิ เหน็ และแสดงความต้องการในสถานการณ์ ตา่ งๆ 4. ใบงาน การวัดผลประเมนิ ผล วิธีการวดั 1. สังเกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรยี นร้แู ละกระบวนการกลุ่ม 2. วดั ความรู้จากการทำกิจกรรมในใบงาน เครือ่ งมือ 1. ใบงาน เกณฑก์ ารวดั ผลประเมินผล 1. นกั ศกึ ษามีผลคะแนนในการทดสอบไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 50 2. การมีสว่ นร่วมในกิจกรรมกลมุ่ แหล่งการเรียนร/ู้ สืบคน้ ข้อมูลเพิม่ เตมิ 1. ห้องสมดุ ประชาชน 2. กศน.ตำบล 3. internet ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของ ...........................เสนอแผนการจดั การเรียนรู้ คณะกรรมการประเมินแผนการจดั การเรยี นรู้ (นางวิรมล ชโู ลก) พจิ ารณาแลว้ .............................................. ตำแหนง่ ครกู ศน.ตำบล ................................................ ........./ ............. / ................ (นายพรพล พุทธวิโร) ................/............................./................. .. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา พจิ ารณาแล้ว ................................................................. .................................................................. (นางโสภา สมหวงั ) ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอลำทบั ................/....................................../...................

ใบงาน Choose the best answers 1. Albert : My mother is sick.She is in a hospital. Bob : …………………………………………………………….. a.It’s surprising. b.It’s a shame. c.I didn’t know that. d.I’m sorry to hear that. ๒. Rose : It’s very lovely doll.I like your present very much. Marry : ……………………………………………………………………………….. a.Don’t worry about it. b.I’m glad you like it. c.What a shame! d.That’s too bad. ๓. Suda : My house was burnt last night. William : ………………………………………………….. a. I have no idea. b.How interesting! c. Spendid! d.How unfortunate! ๔. Som : I got good marks in English test. Mother : ………………………………………………….. a. How awful b.I have no comments. c.I’m so pleased for you. d. What a pity! ๕. Tono : I won a prize in singing contest. Ritz : ………………………………………………….. a. Pardon me! b.Excuse me! c. I’m sorry to hear that. d.Congratulations! ๖. Peter : You look upset today.What happened? Sam : I lost my wallet. Peter : ……………………………………………………………. a. What a pity! b.How interesting! c.Well done! d.That’s great! ๗. A : Nathalie is the most beautiful woman.I’d like to meet her. B : ……………………………………………………………………………………………… a.Take it easy! b.That.s a good idea. c.Don’t be depressed. d.Let me congratulate you.

๘. A : I’m going to take the exam tomorrow. B : ……………………………………………………………. a. I’m sorry to hear that. b. Take care for yourself. c. Have a good luck. d. How awful. ๙. A : You’re wearing a nice blouse. B : ……………………………………………… a.Thank you b.That’s right c.Not at all d.Yes,I know. ๑๐. Son : …………………………………………………………… Mother : I’m so pleased to hear that. a. I had an accident yesterday. b. I get good marks in English test. c. I lost my money. d. My friend fail the examination.

แผนการจดั การเรยี นรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ คร้งั ที่ 6 วันท่.ี ................................................................................. วชิ า ภาษาองั กฤษในชีวติ ประจำวนั เรอ่ื ง ประโยคตา่ งๆ ในภาษาองั กฤษ ( Different Types of English Sentences) จำนวน 3 ชัว่ โมง สถานที่พบกลุ่ม กศน.ตำบล............................................................. ตวั ชวี้ ัด รจู้ ักลกั ษณะของประโยคในภาษาอังกฤษ (ประโยคบอกเลา่ /ประโยคคำถาม/ประโยค ปฏเิ สธ/ประโยคคำส่ัง/ประโยคอุทาน) และสามารถนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั สาระสำคัญ ประโยคต่างๆ ในภาษาอังกฤษ (Different Types of English Sentences) • ประโยคบอกเลา่ (Affermative sentence) • ประโยคคำถาม (Question Form) • ประโยคปฏิเสธ (Negative Sentence) • ประโยคคำสัง่ (Imperative Sentence) • ประโยคอุทาน (Interjection) จุดประสงค์การเรยี นรู้ รู้จักลกั ษณะของประโยคในภาษาองั กฤษ (ประโยคบอกเลา่ /ประโยคคำถาม/ประโยค ปฏเิ สธ/ประโยคคำสงั่ /ประโยคอุทาน) และสามารถนำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน สาระการเรียนรู้ ขนั้ ท่ี 1 การกำหนดสภาพปัญหา ครูทกั ทายผเู้ รยี น พดู คยุ สนทนาเกย่ี วกับการสอบถามข้อมูลสว่ นตวั ของผู้เรยี น ท่านมีความคดิ เห็น อย่างไรบ้าง เกีย่ วกบั ประโยคคำถามในสถานการณ์ตา่ งๆ มีความสำคัญสำหรับบคุ คลแต่ละบุคคลเป็น อยา่ งมาก เพ่ือเป็นสร้างความรู้จักกบั เพ่ือนชาวตา่ งชาติ ดังนน้ั ถา้ หากท่านได้รับมอบหมายใหพ้ ูด สนทนา กับบคุ คลต่างชาติ ท่านคิดว่าจะต้องใชป้ ระโยคคำถาม การพูดสนทนาโตต้ อบอย่างไรบา้ ง โดยใช้ประโยคคำถามดังต่อไปนี้ ประโยคการใช้ Who ทา่ นจะใช้ประโยคในการ ตัง้ คำถามอย่างไร ประโยคการใช้ When ทา่ นจะใช้ประโยคในการ ตง้ั คำถามอยา่ งไร

ประโยคการใช้ Where ทา่ นจะใช้ประโยคในการ ตงั้ คำถามอยา่ งไร ประโยคการใช้ Why ทา่ นจะใช้ประโยคในการ ตง้ั คำถามอยา่ งไร ประโยคการใช้ What ทา่ นจะใชป้ ระโยคในการ ตง้ั คำถามอย่างไร ประโยคการใช้ Whom ท่านจะใชป้ ระโยคในการต้งั คำถามอย่างไร ประโยคการใช้ How ทา่ นจะใชป้ ระโยคในการ ตงั้ คำถามอย่างไร ขั้นท่ี 2 การแสวงหาข้อมลู และการจัดการเรียนรู้ 1. ผเู้ รียนศกึ ษาคน้ คว้าจากใบความรู้ และสืบค้นขอ้ มูลเพ่มิ เติมจากอนิ เตอรเ์ น็ต / แหลง่ เรยี นรู้เก่ยี วกบั ประโยคคำถาม คำท่ใี ชใ้ นการตั้งคำถาม ได้แก่ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 2. ผู้เรยี นค้นคว้าตัวอย่างประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How ขั้นท่ี 3 การปฏบิ ัติและนำไปประยุกตใ์ ช้ 1. ผูเ้ รยี นอ่านประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 2. ผเู้ รียนและครรู ่วมกันพูดสนทนาโตต้ อบประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 3. ผเู้ รียนจับคูแ่ สดงบทบาทสมมตใิ นการพูดสนทนาประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 4. ผู้เรียนทำใบงานเร่ืองการพูดสนทนาประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 5. ผเู้ รียนและครูร่วมกันสรปุ เน้ือหาเรอ่ื ง การพูดสนทนาประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 6. ครูเฉลยใบงานการพูดสนทนาประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How ขนั้ ที่ 4 การประเมนิ ผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรม 2. ใบงาน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝร่ ู้ใฝ่เรยี น ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรียน 2. มวี นิ ยั ทำงานตามท่ีครูมอบหมายได้ทันเวลา 3. ขยนั มุง่ มน่ั ในการทำงาน ทำใบงาน ทำกจิ กรรมกลมุ่ 4. มคี วามสามคั คี มนี ้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ ชว่ ยเหลอื กันทำกจิ กรรมกลุ่ม ใบงาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจดั การเรียนรู้ ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น - ครูพดู ถงึ ความจำเปน็ ของภาษาอังกฤษท่ีมีในชีวิตประจำวัน ขัน้ สอน - ผูเ้ รยี นเรียนร้ดู ้วยการสอนเสริมจากครูในระบบโรงเรยี น หรือเรียนรจู้ ากหนงั สือ แบบเรยี น ส่ือ,แหลง่ เรยี นรู้อื่น ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง - ผเู้ รยี นศึกษาใบความรู้ - ครมู อบหมายให้ผเู้ รยี นฝกึ ปฏิบัติดว้ ยการทำแบบฝึกหัด ขัน้ สรุป ครผู สู้ อนสรุปเน้อื หาและเติมเต็มองค์ความรู้พร้อมมอบหมายงานให้ไปศึกษาดว้ ย ตนเองเพมิ่ เติม ส่อื การเรียนการสอน 1. หนงั สือเรยี น/สือ่ /สงิ่ พมิ พ์ 2. อินเตอร์เนต็ 3. ใบความรู้ เรอื่ งการพูดแสดงความคดิ เหน็ และแสดงความตอ้ งการในสถานการณ์ ตา่ งๆ 4. ใบงาน การวดั ผลประเมนิ ผล วิธีการวดั 1. สงั เกตพฤติกรรมระหว่างการเรียนรู้และกระบวนการกลุ่ม 2. วดั ความรูจ้ ากการทำกจิ กรรมในใบงาน เครือ่ งมือ 1. ใบงาน เกณฑก์ ารวัดผลประเมินผล 1. นกั ศึกษามผี ลคะแนนในการทดสอบไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 50

2. การมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมกลมุ่ แหลง่ การเรยี นรู้/สบื ค้นข้อมูลเพ่มิ เตมิ 1. หอ้ งสมุดประชาชน 2. กศน.ตำบล 3. internet ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของ ...........................เสนอแผนการจัดการเรยี นรู้ คณะกรรมการประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ (นางวริ มล ชูโลก) พจิ ารณาแล้ว .............................................. ตำแหนง่ ครูกศน.ตำบล ................................................ ........./ ............. / ................ (นายพรพล พทุ ธวโิ ร) ................/............................./................. .. ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา พจิ ารณาแล้ว ................................................................. .................................................................. (นางโสภา สมหวัง) ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอลำทับ ................/....................................../...................

ใบงาน Rearrange the words into Simple Sentences. 1. a policeman /is / he …………………………………………………….. 2. they /soldiers / are ……………………………………………………. 3. she / eating /is / rice ……………………………………………………. 4. rats/cats/eat …………………………………………………… 5. beautiful /flowers /are …………………………………………………… 6. Dang /friends / with / is /some …………………………………………………… 7. they /wait / must /here …………………………………………………… 8. calling /she /them / is …………………………………………………… 9. shall / we / again /here /come …………………………………………………… 10.speak / we/ now / can /English ……………………………………………………

แผนการจดั การเรียนรู้ จำนวน 3 ชว่ั โมง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น คร้ังที่ 7 วันท่ี.................................................................................. วชิ า ภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจำวัน เร่อื ง สถานท่พี บกลมุ่ กศน.ตำบล............................................................. ตวั ชี้วัด ภาษาตามมารยาทสังคมเพื่อสร้างความสมั พันธร์ ะหว่างบคุ คลเก่ยี วกับ การทักทาย การ กลา่ วลา สาระสำคัญ ภาษาตามมารยาทสงั คมเพื่อสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คลเก่ยี วกบั การทักทาย การ กล่าวลา จุดประสงค์การเรียนรู้ เขา้ ใจและใชภ้ าษาในการส่อื สารในชีวติ ประจำวัน สาระการเรียนรู้ ขั้นท่ี 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความตอ้ งการในการเรยี นรู้ ขน้ั ที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความตอ้ งการในการเรยี นรู้ ภาษาตามมารยาทสงั คมเพ่ือสร้างความสมั พันธร์ ะหวา่ งบุคคลในสถานการณ์ตา่ งๆ เก่ียวกบั การ ทกั ทาย และการกล่าวลา มคี วามสำคัญสำหรบั บคุ คลแต่ละบุคคลเป็นอย่างมากซ่ึงจะต้องมกี ารพูดคยุ สนทนาให้เกิดความเขา้ ใจอนั จะเปน็ การสร้างความสัมพันธท์ ด่ี ีต่อกัน ดงั น้ันหากท่านไดร้ บั มอบหมาย ให้ทักทายกับชาวต่างชาติเพื่อการสร้างความสัมพนั ธ์กบั บุคคลทัง้ ในเร่ืองการทักทาย และการกล่าว ลา ท่านคิดว่าจะต้องใชภ้ าษาในการทักทาย และการกลา่ วลา อย่างไรบา้ ง โดยตอบคำถามดังต่อไปนี้ 1. การทักทาย 1.1 การทักทายแบบเป็นทางการ 1.1.1 การทกั ทายช่วงเชา้ ท่านจะทักทายดว้ ยประโยคอะไร 1.1.2 การทกั ทายช่วงบ่ายท่านจะทักทายด้วยประโยคอะไร 1.1.3 การทักทายชว่ งเย็น ทา่ นจะทกั ทายด้วยประโยคอะไร 2.1 การทักทายแบบไมเ่ ปน็ ทางการ ท่านจะทักทายอยา่ งไร 2. การกล่าวลา การกลา่ วลา ก่อนจะจบสน้ิ การสนทนาตามมารยาทและธรรมเนียมปฏบิ ัตขิ องคนทวั่ โลก ไม่ ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตามสงิ่ สำคัญประการหนึ่งที่ไมส่ ามารถละเลยได้ คือการกล่าวลา ท่านจะใช้ สำนวนในการกล่าวลาอยา่ งไร

ข้ันที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและการจดั การเรียนรู้ 1. ใหผ้ ้เู รยี นศึกษาคน้ คว้าข้อมูลจากอินเตอร์เนต็ / แหลง่ เรียนรู้ เก่ยี วกับภาษาตามมารยาท สงั คมเพ่ือสร้างความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คลและภาษาท่าทางท่ใี ช้ในโอกาสตา่ งๆ ดังนี้ 1.1 การทกั ทาย 1.2 การกลา่ วลา 2. คน้ คว้าตัวอย่างการทกั ทายในสถานการณ์ตา่ งๆ 3. ใหผ้ เู้ รียนนำข้อมูลท่ีไดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ จัดทำเปน็ รูปเล่มรายงาน ข้ันท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละนำไปประยุกต์ใช้ 1. ฝึกอา่ น พดู ให้ครูบุคคลที่รู้ ผ้รู ฟู้ ัง จากแบบฟอร์มใหน้ กั ศึกษาบันทึกตามตาราง แบบฝึก การพูด อา่ น เขยี น (แนบท้ายแผนการสอน) ขน้ั ท่ี 4 การประเมินผล 1. ประเมินผลงาน 2. ความคิดเหน็ ของผู้รู้ 3. แบบทดสอบ 4. รปู เลม่ รายงาน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝร่ ้ใู ฝ่เรยี น ศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรยี น 2. มีวนิ ัย ทำงานตามที่ครูมอบหมายไดท้ นั เวลา 3. ขยัน ม่งุ ม่ันในการทำงาน ทำใบงาน ทำกิจกรรมกลมุ่ 4. มคี วามสามัคคี มนี ำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ ชว่ ยเหลอื กนั ทำกจิ กรรมกลุ่ม ช้นิ งาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจดั การเรียนรู้ ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน - ครพู ดู ถึงประโยคปฏิเสธและคำกรยิ า ประโยคคำส่งั และประโยคอุทาน ขัน้ สอน - ผเู้ รยี นเรยี นรดู้ ว้ ยการสอนเสริมจากครู หรอื เรียนร้จู ากหนังสอื แบบเรียน สื่อ, แหลง่ เรยี นรอู้ นื่ ๆ ท่เี กีย่ วข้อง

- ผู้เรยี นศกึ ษาใบความรู้ - ครมู อบหมายใหผ้ ู้เรยี นฝกึ ปฏิบัตดิ ว้ ยการทำแบบฝกึ หัด ขน้ั สรปุ ครูผูส้ อนสรปุ เน้ือหาและเตมิ เต็มองคค์ วามรู้พรอ้ มมอบหมายงานให้ไปศึกษาด้วย ตนเองเพิ่มเติม สอ่ื การเรยี นการสอน 1. หนงั สอื เรียน/สอ่ื /ส่ิงพิมพ์ 2. อินเตอรเ์ น็ต 3. ใบความรู้ เร่อื งการพูดแสดงความคดิ เหน็ และแสดงความตอ้ งการในสถานการณ์ ต่างๆ 4. ใบงาน การวัดผลประเมินผล วิธีการวัด 1. สงั เกตพฤติกรรมระหว่างการเรยี นรู้และกระบวนการกลุ่ม 2. วัดความร้จู ากการทำกิจกรรมในใบงาน เคร่อื งมือ 1. ใบงาน เกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผล 1. นกั ศึกษามีผลคะแนนในการทดสอบไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 50 2. การมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมกลมุ่ แหล่งการเรยี นรู/้ สืบค้นขอ้ มูลเพิ่มเตมิ 1. ห้องสมดุ ประชาชน 2. กศน.ตำบล 3. internet ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะของ ...........................เสนอแผนการจัดการเรียนรู้ คณะกรรมการประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ (นางวริ มล ชูโลก) พจิ ารณาแลว้ .............................................. ตำแหนง่ ครูกศน.ตำบล ................................................ ........./ ............. / ................

(นายพรพล พทุ ธวิโร) ................/............................./................. .. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา พจิ ารณาแล้ว ................................................................. .................................................................. (นางโสภา สมหวัง) ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการ กศน.อำเภอลำทับ ................/....................................../................... ใบงาน Write a sentence to describe each picture.Use the sentences in the box to help you.(เขยี นประโยคอธบิ ายรูปภาพแตล่ ะรูป โดยใช้ประโยคทีใ่ ห้ไวใ้ นกรอบสเ่ี หล่ียม)

A. It’s enough. B. I can’t hear. C. Wait a second. D. Good luck. E. Oh. I forgot. F. I don’t agree. G. Ok. H. Come here. I. I don’t know. J. Just kidding. K. Hello. L. Something a bit suspicious.

แผนการจดั การเรยี นรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครัง้ ท่ี 8 วันที่.................................................................................. วิชา ภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวัน เร่ือง ประโยคตา่ งๆ ในภาษาอังกฤษ ( Different Types of English Sentences) จำนวน 3 ชั่วโมง สถานทีพ่ บกลมุ่ กศน.ตำบล............................................................. ตัวชว้ี ดั รจู้ กั ลกั ษณะของประโยคในภาษาองั กฤษ (ประโยคบอกเล่า/ประโยคคำถาม/ประโยค ปฏเิ สธ/ประโยคประโยคปฏเิ สธ/ประโยคคำสง่ั / ประโยคอุทาน) และสามารถนำไปใชใ้ น ชีวิตประจำวนั สาระสำคญั ประโยคตา่ งๆ ในภาษาอังกฤษ (Different Types of English Sentences) • ประโยคบอกเล่า (Affermative sentence) • ประโยคคำถาม (Question Form) • ประโยคปฏิเสธ (Negative Sentence) • ประโยคคำสง่ั (Imperative Sentence) • ประโยคอุทาน (Interjection) จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ รจู้ ักลกั ษณะของประโยคในภาษาองั กฤษ (ประโยคบอกเล่า/ประโยคคำถาม/ประโยค ปฏิเสธ/ประโยคคำสั่ง/ประโยคอทุ าน) และสามารถนำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน สาระการเรยี นรู้ ขัน้ ที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ ครูทักทายผ้เู รยี น พูดคุยสนทนาเกย่ี วกบั การโต้ตอบและการปฏเิ สธ คำสั่ง และคำอทุ าน ทา่ น มีความคิดเห็นอยา่ งไรบา้ ง เกี่ยวกับประโยคปฏเิ สธและคำกรยิ า ประโยคคำส่ัง และประโยคอุทาน ที่ ใช้ในสถานการณ์ตา่ งๆ มคี วามสำคัญสำหรบั บุคคลแตล่ ะบุคคลเปน็ อย่างมาก เพื่อเปน็ สร้างความรูจ้ ัก กบั เพ่ือนชาวต่างชาติ ดงั นั้น ถ้าหากท่านได้รับมอบหมายใหพ้ ดู สนทนา กบั บุคคลต่างชาติ ทา่ นคดิ วา่ จะต้องใชป้ ระโยคปฏเิ สธและคำกรยิ า ประโยคคำส่งั และประโยคอุทานอยา่ งไรบ้าง โดยใช้ประโยค ปฏเิ สธและคำกริยา ประโยคคำส่ัง และประโยคอุทานดงั ต่อไปน้ี ประโยคปฏเิ สธและคำกริยา ท่านจะใชป้ ระโยคในการปฏเิ สธและคำกริยา ประโยคคำสัง่ และประโยค อทุ าน อย่างไร ข้นั ที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ 1. ผเู้ รยี นศกึ ษาคน้ ควา้ จากใบความรู้ และสบื คน้ ข้อมูลเพิ่มเตมิ จากอนิ เตอรเ์ นต็ / แหล่งเรียนรู้ เกย่ี วกบั ประโยคปฏิเสธและคำกรยิ า ประโยคคำสง่ั และประโยคอุทาน 2. ผู้เรยี นคน้ ควา้ ตวั อยา่ งประโยคปฏิเสธและคำกรยิ า ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน

ข้นั ท่ี 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ 1. ผู้เรียนอา่ นประโยคปฏเิ สธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอทุ าน 2. ผู้เรียนและครรู ่วมกันพดู สนทนาโต้ตอบประโยคปฏเิ สธและคำกรยิ า ประโยคคำส่ัง และ ประโยคอุทาน 3. ผูเ้ รียนจับคูแ่ สดงบทบาทสมมตใิ นการพูดสนทนาประโยคปฏเิ สธและคำกริยา ประโยค คำส่ังและประโยคอุทาน 4. ผูเ้ รียนทำใบงานเรือ่ งการพูดสนทนาประโยคปฏเิ สธและคำกรยิ า ประโยคคำสั่ง และ ประโยค อทุ าน 5. ผูเ้ รียนและครูร่วมกันสรปุ เนอื้ หาเรื่อง การพูดสนทนาประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำส่ัง และประโยคอุทาน 6. ครเู ฉลยใบงานการพดู สนทนาประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยค อทุ าน ขัน้ ที่ 4 การประเมินผล 1. แบบสงั เกตพฤติกรรม 2. ใบงาน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ใฝร่ ใู้ ฝเ่ รียน ศึกษาใบความรู้ จากแบบเรยี น 2. มวี ินัย ทำงานตามที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3. ขยัน มุ่งมั่นในการทำงาน ทำใบงาน ทำกิจกรรมกลุ่ม 4. มีความสามัคคี มีน้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ ชว่ ยเหลือกันทำกิจกรรมกลุ่ม ช้นิ งาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น - ครพู ดู ถงึ ประโยคปฏเิ สธและคำกรยิ า ประโยคคำสั่งและประโยคอุทาน ขั้นสอน - ผูเ้ รยี นเรยี นรดู้ ว้ ยการสอนเสรมิ จากครู หรอื เรียนรจู้ ากหนังสือแบบเรยี น ส่ือ, แหลง่ เรียนรู้อนื่ ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง - ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ - ครูมอบหมายให้ผเู้ รียนฝึกปฏบิ ตั ดิ ้วยการทำแบบฝึกหัด ขนั้ สรปุ ครผู ้สู อนสรุปเน้อื หาและเติมเต็มองค์ความรู้พรอ้ มมอบหมายงานใหไ้ ปศึกษาด้วย ตนเองเพิ่มเติม

สอื่ การเรียนการสอน 1. หนงั สอื เรียน/สือ่ /สิง่ พมิ พ์ 2. อนิ เตอร์เน็ต 3. ใบความรู้ เร่ืองการพูดแสดงความคดิ เห็นและแสดงความตอ้ งการในสถานการณ์ ตา่ งๆ 4. ใบงาน การวัดผลประเมินผล วิธีการวัด 1. สงั เกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรยี นรแู้ ละกระบวนการกลุ่ม 2. วัดความรูจ้ ากการทำกจิ กรรมในใบงาน เครอื่ งมือ 1. ใบงาน เกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผล 1. นกั ศกึ ษามผี ลคะแนนในการทดสอบไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 50 2. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลมุ่ แหลง่ การเรยี นรู/้ สืบค้นข้อมูลเพ่ิมเตมิ 1. หอ้ งสมุดประชาชน 2. กศน.ตำบล 3. internet ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของ ...........................เสนอแผนการจัดการเรยี นรู้ คณะกรรมการประเมินแผนการจดั การเรยี นรู้ (นางวริ มล ชโู ลก) พจิ ารณาแล้ว .............................................. ตำแหนง่ ครูกศน.ตำบล ................................................ ........./ ............. / ................ (นายพรพล พุทธวิโร) ................/............................./................. .. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา พจิ ารณาแล้ว ................................................................. .................................................................. (นางโสภา สมหวงั ) ตำแหนง่ ผูอ้ ำนวยการ กศน.อำเภอลำทับ ................/....................................../................... ใบงาน

Write the sentence patterns.Use the abbreviations.(เขียนโครงสร้างประโยค โดยใช้ ตวั อักษรย่อ) 1.The new secretary is smart …………………………………………………….. ๒.The teacher gives me the assignment. ………………………………………………………. ๓. Jane puts some sugar in the pot. ………………………………………………………. ๔. The good manager arrives. ………………………………………………………. ๕. One piece of the cake is eaten. ………………………………………………………. ๖. He has a good memory. ………………………………………………………. ๗. The early bird catches the worm. ……………………………………………………….. ๘.Bad habits grow unconsciously. ………………………………………………………… ๙.The boys stand on the bench. ………………………………………………………… ๑๐.The shepherd hears a barking sound. ………………………………………………………...

แผนการจดั การเรียนรู้ จำนวน ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น ครั้งท่ี 9 วนั ท่ี.................................................................................. วชิ า ภาษาอังกฤษในชวี ิตประจำวัน เรื่อง ภาษาทา่ ทางในการสอ่ื สารในชีวิตประจำวนั 3 ชว่ั โมง สถานที่พบกล่มุ กศน.ตำบล............................................................. ตวั ชวี้ ดั ภาษาตามมารยาทสังคมเพ่ือสร้างความสมั พนั ธร์ ะหว่างบุคคลเกีย่ วกบั การทักทาย การ กล่าวลา สาระสำคัญ ภาษาตามมารยาทสังคมเพ่ือสร้างความสมั พนั ธ์ระหวา่ งบุคคลเกี่ยวกบั การทักทาย การ กล่าวลา จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เขา้ ใจและใช้ภาษาในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน สาระการเรียนรู้ ข้ันที่ 1 การกำหนดสภาพ ปญั หา ความตอ้ งการในการเรยี นรู้ ขั้นที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ ภาษาตามมารยาทสังคมเพ่ือสร้างความสมั พนั ธร์ ะหว่างบุคคลในสถานการณต์ ่างๆ เก่ียวกบั การ ทักทาย และการกลา่ วลา มคี วามสำคญั สำหรับบุคคลแตล่ ะบุคคลเป็นอย่างมากซงึ่ จะต้องมีการพูดคุย สนทนาให้เกิดความเขา้ ใจอันจะเป็นการสร้างความสัมพนั ธท์ ี่ดีต่อกัน ดงั นนั้ หากทา่ นได้รับมอบหมาย ใหท้ กั ทายกบั ชาวต่างชาติเพือ่ การสรา้ งความสัมพนั ธ์กบั บุคคลทั้งในเรื่องการทกั ทาย และการกล่าว ลา ท่านคิดว่าจะต้องใชภ้ าษาในการทักทาย และการกลา่ วลา อย่างไรบ้าง โดยตอบคำถามดงั ต่อไปน้ี 1. การทกั ทาย 1.1 การทกั ทายแบบเป็นทางการ 1.1.1 การทกั ทายช่วงเชา้ ท่านจะทักทายด้วยประโยคอะไร 1.1.2 การทกั ทายช่วงบ่ายทา่ นจะทักทายด้วยประโยคอะไร 1.1.3 การทักทายช่วงเย็น ท่านจะทักทายดว้ ยประโยคอะไร 2.1 การทกั ทายแบบไมเ่ ป็นทางการ ทา่ นจะทักทายอย่างไร 2. การกล่าวลา

การกล่าวลา ก่อนจะจบสน้ิ การสนทนาตามมารยาทและธรรมเนียมปฏบิ ัตขิ องคนท่ัวโลก ไม่ วา่ จะเป็นประเทศใดกต็ ามส่ิงสำคัญประการหนึง่ ท่ีไม่สามารถละเลยได้ คือการกล่าวลา ทา่ นจะใช้ สำนวนในการกลา่ วลาอยา่ งไร ขนั้ ที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและการจดั การเรียนรู้ 1. ให้ผเู้ รยี นศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต / แหล่งเรียนรู้ เกี่ยวกับภาษาตามมารยาท สังคมเพื่อสร้างความสัมพนั ธร์ ะหว่างบุคคลและภาษาทา่ ทางที่ใช้ในโอกาสตา่ งๆ ดังนี้ 1.1 การทกั ทาย 1.2 การกลา่ วลา 2. คน้ คว้าตวั อย่างการทักทายในสถานการณต์ า่ งๆ 3. ให้ผเู้ รียนนำข้อมลู ท่ีไดจ้ ากการศึกษาค้นควา้ จัดทำเปน็ รูปเล่มรายงาน ขน้ั ที่ 3 การปฏบิ ัติและนำไปประยกุ ต์ใช้ 1. ฝึกอา่ น พูด ให้ครูบุคคลที่รู้ ผรู้ ู้ฟัง จากแบบฟอร์มใหน้ กั ศึกษาบนั ทึกตามตาราง แบบฝึก การพดู อ่าน เขยี น (แนบทา้ ยแผนการสอน) ขน้ั ที่ 4 การประเมนิ ผล 1. ประเมินผลงาน 2. ความคิดเห็นของผู้รู้ 3. แบบทดสอบ 4. รปู เล่มรายงาน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ใฝ่รใู้ ฝเ่ รียน ศกึ ษาใบความรู้ จากแบบเรียน 2. มีวินยั ทำงานตามท่ีครูมอบหมายไดท้ ันเวลา 3. ขยัน มงุ่ มั่นในการทำงาน ทำใบงาน ทำกิจกรรมกลมุ่ 4. มีความสามคั คี มีน้ำใจ มีความรบั ผิดชอบ ช่วยเหลือกนั ทำกิจกรรมกลมุ่ ชนิ้ งาน/ภาระงาน 1. ใบงาน 2. รายงาน กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น - ครพู ดู ถึงประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสัง่ และประโยคอุทาน ขนั้ สอน - ผูเ้ รยี นเรยี นรู้ด้วยการสอนเสรมิ จากครู หรือเรยี นรจู้ ากหนังสอื แบบเรยี น สอ่ื , แหล่งเรียนรอู้ ื่น ๆ ทเี่ กีย่ วข้อง - ผู้เรียนศกึ ษาใบความรู้

- ครมู อบหมายใหผ้ เู้ รยี นฝึกปฏบิ ัติดว้ ยการทำแบบฝึกหัด ขัน้ สรปุ ครผู ู้สอนสรุปเนอื้ หาและเตมิ เต็มองคค์ วามรู้พรอ้ มมอบหมายงานใหไ้ ปศกึ ษาดว้ ย ตนเองเพิม่ เติม สอ่ื การเรยี นการสอน 1. หนังสือเรยี น/สอ่ื /สงิ่ พิมพ์ 2. อนิ เตอร์เน็ต 3. ใบความรู้ เร่อื งการพดู แสดงความคิดเห็นและแสดงความต้องการในสถานการณ์ ต่างๆ 4. ใบงาน การวดั ผลประเมนิ ผล วธิ กี ารวัด 1. สงั เกตพฤติกรรมระหว่างการเรยี นรูแ้ ละกระบวนการกลุ่ม 2. วัดความรจู้ ากการทำกจิ กรรมในใบงาน เครื่องมือ 1. ใบงาน เกณฑ์การวัดผลประเมินผล 1. นักศึกษามผี ลคะแนนในการทดสอบไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 50 2. การมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมกลุ่ม แหลง่ การเรียนร/ู้ สบื คน้ ขอ้ มูลเพิ่มเติม 1. ห้องสมดุ ประชาชน 2. กศน.ตำบล 3. internet ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะของ ...........................เสนอแผนการจดั การเรยี นรู้ คณะกรรมการประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ (นางวิรมล ชโู ลก) พิจารณาแลว้ .............................................. ตำแหน่ง ครกู ศน.ตำบล ................................................ ........./ ............. / ................

(นายพรพล พทุ ธวิโร) ................/............................./................. .. ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา พิจารณาแล้ว ................................................................. .................................................................. (นางโสภา สมหวงั ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอลำทบั ................/....................................../...................

ใบงาน Write a sentence to describe each picture.Use the sentences in the box to help you.(เขียนประโยคอธบิ ายรูปภาพแต่ละรปู โดยใชป้ ระโยคทีใ่ ห้ไว้ในกรอบสี่เหลย่ี ม) A. It’s enough. B. I can’t hear. C. Wait a second. D. Good luck. E. Oh. I forgot. F. I don’t agree. G. Ok. H. Come here. I. I don’t know. J. Just kidding. K. Hello. L. Something a bit suspicious.

แผนการจดั การเรียนรู้ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ คร้งั ท่ี 10 วนั ท่ี.................................................................................. วิชา เศรษฐกจิ พอเพียง เรื่อง ความพอเพียง จำนวน 3 ชวั่ โมง สถานท่ีพบกลมุ่ กศน.ตำบล............................................................. ตัวชี้วดั - อธิบายความเปน็ มา ความหมาย หลักการของปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เน้ือหา -. ความเปน็ มาความหมาย หลกั การแนวคดิ ของปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง คณุ ธรรม ตรงตอ่ เวลา การจัดกระบวนการเรยี นรู้ ➢ขัน้ นำ ๑. ครพู ูดเร่อื งการมาเรียนตรงเวลา ๒. ครูอธิบายรายละเอียดสาระสำคญั และผลการเรยี นรูท้ ี่คาดหวงั ในรายวชิ า ทช๒๑๐๐๑ เศรษฐกิจพอเพียง พร้อมท้งั แจกเอกสารใบความรู้ท่ี ๑ ใหผ้ เู้ รยี นทำความเข้าใจเกีย่ วกับเนือ้ หาสาระ ของรายวิชาน้ี ๓. ครแู บ่งกลุ่มผเู้ รยี นกลุ่มละ ๓ คน ใหศ้ ึกษาคน้ คว้า“ความหมายและความเป็นมาหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง” จากหนังสือแบบเรียนวชิ า ทช๒๑๐๐๑ เศรษฐกิจพอเพยี ง ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ และตอบคำถามจากใบงานที่ ๑ เรอื่ ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง คืออะไร ➢ขัน้ จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ครใู หผ้ เู้ รยี นดูวดี ที ศั น์เก่ยี วกับเศรษฐก์ จิ พอเพยี ง เร่ือง พอเพียง..ตามรอยพ่อ สารคดี โทรทัศน์ขับเคลอ่ื นเศรษฐกิจพอเพียง ผลิตโดยโครงการสนับสนนุ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพยี ง ดา้ นการศึกษาและเยาวชน สำนักงานทรัพยส์ ินส่วนพระมหากษัตรยิ ์ เปน็ เวลา ๒๐ นาที ๒. ครูชกั ชวนผเู้ รยี นพูดคยุ ถงึ เร่ืองราวจากการชมวดี ที ศั น์ โดยยกตวั อย่างบางชว่ งบ้างตอน ของวีดีทัศน์มากล่าวถึงอาทิเช่น “เศรษฐกิจพอเพยี งเปน็ เสมือนรากฐานของชวี ิต รากฐานความมนั่ คง ของแผ่นดิน เปรยี บเสมือนเสาเขม็ ที่ถูกตอกรองรบั บ้านเรือนตวั อาคารไวน้ ่ันเอง สิ่งก่อสร้างจะม่นั คง ไดก้ ็อยูท่ เี่ สาเข็ม แตค่ นสว่ นมากมองไม่เหน็ เสาเขม็ และลืมเสาเขม็ เสยี ด้วยซำ้ ไป..”(พระราชดำรสั จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว : ๔ ธันวาคม ๒๕๔๒) ๓. ครูให้ผเู้ รยี นสรปุ ความรทู้ ไ่ี ด้รบั จากการชมวดี ีทัศน์เก่ียวกบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง เรอื่ ง พอ เพยี ง... ตามรอยพ่อ โดยเขยี นเป็นเรียงความลงบนกระดาษทคี่ รูแจกให้ ๔. ครใู ห้ผู้เรียนทำใบงานเรอื่ ง เพือ่ นบ้าน...พอเพียง โดยให้ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งเพอื่ นบ้านหรือ บุคคลทีผ่ เู้ รียนร้จู กั ที่นำหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นชีวติ ประจำวนั จากน้นั ตอบคำถาม ตามหัวขอ้ ท่คี รูกำหนดให้ ๕. ครูพรอ้ มผู้เรียนสรปุ เน้ือหาร่วมกนั พรอ้ มใหท้ ุกคนนำผลงานไปตดิ ไว้ท่ีบอรด์ หนา้ ห้องเรยี น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook