Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการเรียนรู้ขนมไทย1 ปัณชดา

แผนการเรียนรู้ขนมไทย1 ปัณชดา

Published by lady-anny1, 2020-03-18 04:15:35

Description: แผนการเรียนรู้ขนมไทย1 ปัณชดา

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรยี นรู รายวชิ าขนมไทย1 รหัสวิชา ง 20229 ระดบั ชัน้ ม.1-2-3 จัดทําโดย นางสาวปณชดา ไชยมงคล ตําแหนง ครู คศ.2 โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31 ต.ชางเคง่ิ อ.แมแ จม จ.เชยี งใหม

คาํ อธบิ ายรายวชิ า รายวชิ า ขนมไทย 1 รหสั วชิ า 20229 ชน้ั ม. 1 -2-3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมง จาํ นวน 1.0 หนว ยกิต ศกึ ษาวิเคราะหประเภทของขนมไทย วัตถดุ บิ การเลือกใชเ ก็บรกั ษาวัสดุ อุปกรณ การวางแผนการ จดั การ ฝก ทักษะการชัง่ ตวง เตรียมวัสดุอปุ กรณใหถกู ตองเหมาะสม วางแผนการทํางาน บันทึกการปฏบิ ัตงิ าน และประเมนิ ผล โดยใชทรัพยากรอยางประหยัดคุม คา เพื่อใหม ีความรูความเขา ใจและมีทักษะในการทําขนมไทย และ สามารถนําไปใชในการดําเนนิ ชีวติ ได คณุ ธรรมจรยิ ธรรม มคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค มีวนิ ยั ใฝรรู ักความเปนไทยและมจี ิตสาธารณะ ผลการเรียนรู 1. อธิบายประวัติความเปน มาและความหมายของขนมไทยได 2. อธิบายประโยชนและความสาํ คัญของขนมไทยได 3. บอกชอ่ื ขนมไทยในเทศกาลตางๆได 4. จัดประเภทของขนมไทยได 5. เลอื กใชวัตถุดบิ และอุปกรณท ี่ใชใ นการทําขนมไทยได 6. ปฏิบตั ขิ นมไทยไดตามแผนการทํางาน 7. ประเมินผลและรายงานผลได รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

ผงั มโนทัศน รายวิชาขนมไทย รหสั วชิ า ง20229 ระดับชนั้ ม.1/2/3 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2562 ชอ่ื หนว ยความรทู วั่ ไปเกยี่ วกบั ขนมไทย ชอ่ื หนว ย วตั ถดุ บิ วสั ดอุ ปุ กรณใ นการทาํ จาํ นวน 6 ช่วั โมง : 20 คะแนน ขนมไทย จํานวน 4 ชว่ั โมง : 20 คะแนน รายวิชาขนมไทย ช้นั ม. 1/2/3 จํานวน 40 ชัว่ โมง ชอ่ื หนว ยปฏบิ ตั แิ ละประเมนิ ผล จํานวน 26 ชวั่ โมง :60 คะแนน

ผงั มโนทัศน รายวชิ าขนมไทย รหสั วชิ า ง 20229 ระดับช้ัน ม.1/2/3 ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา 2562 หนว ยการเรียนรูท่ี 1 เรอื่ ง ความรูท วั่ ไปเกยี่ วกับขนมไทย จาํ นวน 4 ช่ัวโมง : 20 คะแนน ชอ่ื เรอ่ื งประวตั คิ วามเปน มาของขนมไทย จํานวน 2 ชว่ั โมง : 10 คะแนน หนวยการเรยี นรูท่ี 1 เร่อื ง ความรูท่วั ไปเกี่ยวกับขนมไทย จาํ นวน 4 ช่ัวโมง ชอื่ เรื่องขนมไทยแตล ะภาค ชอื่ เรอ่ื งประเภทของขนมไทย จํานวน 2 ชว่ั โมง : 5 คะแนน จํานวน 2 ชัว่ โมง : 5 คะแนน

แผนการจดั การเรียนรู หนว ยการเรียนรูท่ี 1 เรื่องความรทู ั่วไปเก่ยี วกับขนมไทย แผนจัดการเรยี นรูท ี่ 1 เรือ่ ง ประวตั ิความเปนมาของขนมไทย รายวชิ า ขนมไทย1 รหัสวิชา ง20229 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 1-2-3 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2562 น้าํ หนักเวลาเรยี น 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห เวลาท่ีใชใ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 2 ชว่ั โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสาํ คัญ (ความเขา ใจทีค่ งทน) การทาํ ขนมหวานไทยเปนเรือ่ งทต่ี อ งศึกษาและฝก ฝนตองใชศ ิลปะ วทิ ยาศาสตรและ ความอดทน และความ เปน ระเบียบ ความพิถีพิถันในการประกอบ ขนมไทยแทๆตองมีกลิน่ หอม หวาน มัน มคี วามประณตี ท่เี กดิ ขน้ึ ตงั้ แตการ เตรยี มสวนผสม จนกระท่งั วิธีการทาํ ขนมไทยสามารถจดั แบงเปน ชนดิ ตางๆ ไดตามลกั ษณะของเครอ่ื งปรุง ลักษณะ กรรมวธิ ีในการทํา และลกั ษณะการหุงตม 2. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชี้วัดช้ันป/ ผลการเรยี นรู/ เปาหมายการเรยี นรู 1. อธิบายประวัตคิ วามเปน มาและความหมายของขนมไทยได 2. อธิบายประโยชนแ ละความสาํ คญั ของขนมไทยได 3. สาระการเรียนรู 3.1 เน้อื หาสาระหลกั : Knowledge - ประวัติความเปนมาของขนมไทย - ความหมายของขนมไทย - ประโยชนแ ละความสําคญั ของขนมไทย 3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process - 3.3 คุณลกั ษณะที่พึงประสงค : Attitude - ใฝเรยี นรู - มุง ม่นั ในการทาํ งาน 4. สมรรถนะสําคญั ของนกั เรียน 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแกปญหา 5. คุณลักษณะของวิชา - ความรับผิดชอบ - กระบวนการกลมุ - การตรงตอเวลา

6. คณุ ลักษณะที่พึงประสงค 1. ใฝเ รยี นรู 2. มงุ มน่ั ในการทํางาน 7. ภาระงาน : - ใบกิจกรรมท่ี 1 เร่อื ง ประวตั คิ วามเปนมาและความหมายของขนมไทย - ใบงานที่ 1.1 เร่ือง เขียนสรุปประวตั ิความเปน มาและความหมายของขนมไทยตามความเขาใจ 8. กิจกรรมการเรยี นรู (จัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชก ระบวนการใด แสดงตามขั้นตอน : เวลาทใ่ี ช 2 ชวั่ โมง ข้นั นาํ เขา สูบทเรียน/ขนั้ ต้ังคําถาม 1. ครูแนะนํารายวชิ า และผลการเรียนรขู องรายวิชา 2. แจง ผลการเรยี นรูในหนว ยท่ี 1 เรอื่ งประวตั คิ วามเปน มาของขนมไทย 3. ทาํ แบบทดสอบกอนเรียน 10 ขอ ขัน้ สาํ รวจและคนพบ/ขั้นการเตรียมการคน หาคาํ ตอบ 1. แบงกลุม นร. กลุมละ 5 คน ครูแจกใบความรเู รอื่ งประวตั ิความเปน มาและความหมายของขนมไทย ใหน ร.แตละกลุมศึกษา 2. ครู อธิบายเพิ่มเติมโดยใช ส่อื ppt. 3. ครใู หนักเรียนแตละกลมุ ชว ยกนั สรปุ ประวตั ิความเปน มาและความหมายของขนมไทย ขนั้ อธบิ ายและลงขอสรุป/ข้ันดาํ เนินการคน หาคําตอบและตรวจสอบคาํ ตอบ 1. นร.สง ตวั แทนนาํ เสนองานเร่ืองประวตั ิความเปนมาและประโยชนข องขนมไทย 2. ครูและนักเรยี นรว มกนั สรุปประวัติความเปนมาและประโยฃนข องขนมไทย ข้ันสรปุ และประเมินผล 1. ทําแบบทดสอบหลังเรียน 10 ขอ ครูตรวจแลว นาํ ผลการเรยี นมาเปรยี บเทียบกับแบบทดสอบกอนเรยี น 9. สอ่ื การเรียนการสอน / แหลง เรียนรู รายการสอ่ื จาํ นวน สภาพการใชส ื่อ 1. แบบทดสอบกอนเรยี น 1 ชดุ ขน้ั ตรวจสอบความรูเ ดิม 2. ใบงาน 1.1 เรอื่ ง ประวตั ิความเปน มาของขนมไทย 1 ชดุ ขนั้ สรา งความสนใจ 3. สอื่ พาวเวอรพอยทเร่ืองประวัติความเปน มาของขนม 1 ชุด ขน้ั ขยายความรู ไทย 10. การวดั ผลและประเมินผล

เปาหมาย หลกั ฐานการเรยี นรู วธิ วี ดั เครอื่ งมอื วัดฯ ประเด็น/ การเรียนรู ชน้ิ งาน/ภาระงาน เกณฑการใหค ะแนน 1. อธบิ ายประวัติ 1.ขอ สอบกอนเรียน 1.วดั ความรู ตรวจขอสอบ 0-4 ปรับปรุง ความเปน มาและ พนื้ ฐานของ 5-6 พอใช 7-8 ดี ความหมายของขนม นักเรียนกอนเรียน 9-10 ดีมาก ไทยได 2. อธบิ ายประโยชน 2.ใบงานท่ี 1.1 เรอื่ ง 2.ประเมินใบงาน 2.แบบประเมินการเขียน 3.แบบประเมิน ใบงาน และความสาํ คัญของ เขยี นสรปุ ประวตั คิ วาม การทํางานกลมุ 3. แบบประเมนิ การ 4. ประเมินการ ทํางานกลมุ ขนมไทยได เปน มาและความหมาย นําเสนองาน 4.แบบประเมินการ นาํ เสนองาน ของขนมไทยตามความ 1.วัดความรู หลังจากการเรยี น ตรวจขอสอบ เขาใจ 3.ขอ สอบหลงั เรยี น 11. การบรู ณาการตามจดุ เนน ของโรงเรยี น ผูเรียน หลักปรชั ญาเศรษฐกิจ ครู พอดีดา นจติ ใจ พอเพยี ง มีจิตสาํ นกึ ท่ีดี เอื้ออาทร 1. ความพอประมาณ พอดีดา นเทคโนโลยี รจู ักขนมไทยท่ีมีในทองถ่ิน โดยการ นาํ ผลผลติ ทางการเกษตรมาใชทําขนม ประนปี ระนอม นกึ ถึงประโยชน ไดอ ยางเหมาะสมและสอดคลอง สว นรวม/กลมุ เนอื้ หาเปนประโยชนตอผเู รียนและ พัฒนาจากภูมิปญญาของผูเรียน 2. ความมเี หตผุ ล - ยดึ ถือการประกอบอาชพี ดวยความ ไมห ยดุ นิง่ ทหี่ าหนทางในชีวิต หลุดพน ถูกตอง สุจริต แมจะตกอยใู นภาวะขาด จากความทุกขย าก (การคนหาคําตอบ แคลน ในการดํารงชวี ิต เพ่ือใหหลดุ พน จากความไมรู) 3. มภี ูมคิ ุมกันในตัวทีด่ ี ภูมปิ ญ ญา : มีความรู รอบคอบ และ ภมู ปิ ญ ญา : มคี วามรู รอบคอบ และ ระมดั ระวัง ระมดั ระวัง สรา งสรรค 4. เงือ่ นไขความรู ความรอบรู เรื่อง ประวัติความ ความรอบรู เร่อื ง ประวัติความ เปนมาของขนมไทย ทเี่ ก่ียวของรอบ เปนมาของขนมไทย กรณีทเี่ กดิ งาน ดา น ความรอบคอบท่ีจะนาํ ความรู ปรมิ าณทีเ่ กยี่ วของ การคํานวณสูตรท่ี เหลานนั้ มาพจิ ารณาใหเช่อื มโยงกัน ตองใช สามารถนําความรูเหลานน้ั มา

เพอื่ ประกอบการวางแผน การ พจิ ารณาใหเ ชื่อมโยงกนั สามารถ ดําเนนิ การจดั กิจกรรมการเรียนรูใ หก ับ ประยุกต ผูเรยี น ใชในชวี ติ ประจําวัน 5. เง่อื นไขคุณธรรม มคี วามตระหนักใน คุณธรรม มี มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซอ่ื สตั ยสุจริตและมีความอดทน ความซือ่ สัตยสจุ ริตและมีความอดทน มคี วามเพียร ใชสตปิ ญญาในการ มีความเพยี ร ใชสติปญ ญาในการ ดาํ เนนิ ชวี ติ ดําเนนิ ชีวติ ลงชือ่ ..................................................ผสู อน ( นางสาวปณ ชดา ไชยมงคล ) แบบทดสอบกอ นเรียน เร่อื งประวัตคิ วามเปนมาของขนมไทย 1.หลกั ฐานเกาแกทีส่ ดุ ที่เสนอความสัมพันธร ะหวา งขนมไทยกบั คนไทยคือวรรณคดีมรดกสโุ ขทัยคือเรื่องอะไร

ก.อิเหนา ข.รามเกยี รต์ิ ค. พระอภยั มณี ง. ไตรภูมพิ ระรว ง 2.ขนมไทยเรมิ่ แพรหลายมากข้นึ ในสมยั อ ยธุ ยาในจดหมายเหตุบางฉลับกลาวถงึ “ ยานปาขนม ” หรอื เรียกชื่ออีกอยา ง วา อะไร ก. ตลาดขนม ข. ตลาดชมุ ชน ค. ตลาดกับขา ว ง. ตลาดบา นหมอ 3.ขนมครก และขนมเบอ้ื งเปนขนมไทยท่ีแพรหลายในสมยั ใด ก. สมัยสุโขทัย ข. สมยั อยธุ ยา ค. สมัยพระมหาธรรมราชา ง. สมยั พระนารายณม หาราช 4.สมยั สมเด็จพระนารายณมหาราชมีชาวโปรตเุ กส คือทา นผูหญงิ วิชาเยนทร มีบรรดาศักดิ์วาอะไร ก. ทาวสุรนารี ข. ทา วศรีสุนทร ค. ทาวทองกีบมา ง. ทาวเทพกระษัตรี 5. ขนมอะไรบา งท่ที านผูห ญงิ วิชาเยนทรทาขึ้นและยังเปนท่ีนยิ มจนถึงปจ จุบนั ก. ขนมตม ขาว ข. ขนมทองหยิบ ค. ขนมหยกมณี ง. ขนมเลบ็ มือนาง 6.ความหมายของคําวา “ ตม ” หมายถึงอะไร ก. การทาํ อาหารใหส กุ ดว ยน้าํ มัน ข. การนาํ อาหารใหสุกโดยใชไ อนา ค.การทาํ ขนมใหสกุ ในกระทะโดยใชน ํ้ามันแตนอย ง. การทําอาหารใสห มอพรอ มกบั นาตงั้ ไฟใหเ ดอื ดจนสุก 7.ความหมายของคํา “ หงุ ” หมายถึง ก. การทาํ อาหารใหสกุ ดว ยน้ํามัน ข. การทําใหเคร่ืองปรงุ เหลอื งกรอบโดยใชน้ํามนั

ค. การนาํ อาหารใสห มอพรอมนาหรอื กะทิตั้งไฟใหเ ดือดจนสุก ง. การทําอาหารใหส กุ โดยนาของทต่ี อ งการใสล งในหมอพรอมกบั นาต้งั ไฟจนแหง ลดไฟ ใหออ น 8. มาลตี อ งการจ่ีขนมใหสุกคําวา “ จี่ ” ในความหมายของคําท่ีใชในขนมไทย หมายถึงอะไร ก. การทาํ อาหารใหสุกโดยใชไอนา ข. การทําใหเ คร่ืองปรุงเหลอื งกรอบโดยน้ํามนั ค. การทาํ ขนมใหสุกในกระทะโดยใชน า้ํ มันแตน อย ง. การทาํ อาหารใหสกุ โดยการวางขนมท่ีตองปงไวเหนอื ไฟ 9. คาํ วา “ คลุก ” ความหมายที่ใชใ นขนมไทยหมายถึงอะไร ก. การทําใหวัตถุที่จบั เปนกอนกระจายออกจากกนั ข. การผสมของต้งั แตส องอยางขึน้ ไปใหเ ขา กันโดยการใชชอนสอมพอใหขนมรวมกนั ค. การทําใหส กุ โดยใชอาหารลงในกระทะแลวใชตะหลิวเขี่ยวตั ถนุ น้ั ใหก ลับไปกลบั มา ง. การคนขนมทปี่ ระกอบดวยเครอ่ื งปรงุ ทเี่ ปน แปง สว นผสมชนดิ อน่ื ๆ จะกวนหรือน่ึง 10. คาํ วา “ รอ น ” ความหมายทีใ่ ชในขนมไทยหมายถงึ อะไร ก. การกระจายของเหลวใหแ ผอ อกเปน วงกวาง ข. การทาํ ใหว ตั ถุท่ตี ิดอยูกับภาชนะหลุดออก ค. การแยกวัตถุทมี่ เี น้ือหยาบออกจากสวนละเอยี ดจากภาชนะ ง. การทําใหส กุ โดยใหอาหารลงในกระทะแลวใชต ะหลวิ เขี่ยวัตถนุ ้นั ๆ กระดาษคาํ ตอบกอ นเรยี น แบบทดสอบกอ นเรียน เรือ่ ง ประวตั ิความเปน มาขนมไทย ขอ ก ข ค ง

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10  ทาํ แบบทดสอบได 9-10 ขอจาก 10 ขอ ไดค ะแนน 9-10 คะแนน อยใู นระดับดีมาก ทาํ แบบทดสอบได 7-8 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 7-8 คะแนน อยูในระดับดี ทาํ แบบทดสอบได 5-6 ขอจาก 10 ขอ ไดคะ แนน 5-6 คะแนน อยูในระดบั พอใช ทาํ แบบทดสอบได 0-4 ขอจาก 10 ขอ ไดคะ แนน 0-4 คะแนน อยูในระดับปรบั ปรุง แบบทดสอบหลังเรียน เร่อื งประวัติความเปน มาของขนมไทย 1.ความหมายของคําวา “ ตม “ หมายถึงอะไร

ก. การทาํ อาหารใหสุกดวยนา้ํ มนั ข. การนาํ อาหารใหส ุกโดยใชไ อนํา้ ค.การทําขนมใหส กุ ในกระทะโดยใชน ํา้ มันแตนอย ง. การทําอาหารใสห มอพรอมกับนํา้ ตั้งไฟใหเ ดอื ดจนสุก 2.ความหมายของคํา “ หงุ “ หมายถึง ก. การทาํ อาหารใหส ุกดว ยนํ้ามนั ข. การทําใหเ คร่ืองปรุงเหลอื งกรอบโดยใชนํ้ามัน ค. การนําอาหารใสหมอ พรอมนาํ้ หรอื กะทิตั้งไฟใหเ ดือดจนสุก ง. การทาํ อาหารใหส กุ โดยนาํ ของท่ตี องการใสล งในหมอ พรอมกับนํ้าต้ังไฟจนแหง ลดไฟ ใหออน 3.มาลตี องการจ่ขี นมใหส ุกคาํ วา “ จี่ ” ในความหมายของคาํ ท่ใี ชใ นขนมไทย หมายถึงอะไร ก. การทาํ อาหารใหสุกโดยใชไ อนํา้ ข. การทําใหเคร่ืองปรงุ เหลืองกรอบโดยนา้ํ มนั ค. การทาํ ขนมใหสุกในกระทะโดยใชน ้าํ มันแตนอย ง. การทาํ อาหารใหสกุ โดยการวางขนมทต่ี องปงไวเ หนือไฟ 4.คําวา “ คลกุ ” ความหมายที่ใชใ นขนมไทยหมายถงึ อะไร ก. การทาํ ใหว ตั ถุท่จี ับเปนกอนกระจายออกจากกนั ข. การผสมของตง้ั แตสองอยางขน้ึ ไปใหเขา กนั โดยการใชช อนสอ มพอใหขนมรวมกัน ค. การทําใหสุกโดยใชอาหารลงในกระทะแลวใชต ะหลวิ เขี่ยวัตถนุ ั้นใหก ลับไปกลับมา ง. การคนขนมทปี่ ระกอบดว ยเครื่องปรุงทเี่ ปน แปงสว นผสมชนิดอน่ื ๆ จะกวนหรอื นึ่ง 5.คําวา “ รอน ” ความหมายทใ่ี ชใ นขนมไทยหมายถึงอะไร ก. การกระจายของเหลวใหแผอ อกเปนวงกวาง ข. การทาํ ใหว ัตถุทีต่ ดิ อยูกับภาชนะหลุดออก ค. การแยกวตั ถุทีม่ เี นื้อหยาบออกจากสวนละเอียดจากภาชนะ ง. การทาํ ใหสกุ โดยใหอาหารลงในกระทะแลว ใชตะหลวิ เขี่ยวตั ถุนนั้ ๆ 6.หลักฐานเกาแกที่สุดทเี่ สนอความสัมพันธร ะหวา งขนมไทยกับคนไทยคือวรรณคดีมรดกสุโขทัยคอื เรอื่ งอะไร ก.อิเหนา ข.รามเกียรต์ิ ค. พระอภยั มณี ง. ไตรภมู พิ ระรว ง 7.ขนมไทยเร่ิมแพรห ลายมากข้นึ ในสมยั อยธุ ยาในจดหมายเหตุบางฉลบั กลา วถึง “ ยานปา ขนม ” หรือเรยี กชอ่ื อีกอยางวาอะไร

ก. ตลาดขนม ข. ตลาดชุมชน ค. ตลาดกบั ขา ว ง. ตลาดบา นหมอ 8.ขนมครก และขนมเบื้องเปนขนมไทยท่แี พรห ลายในสมัยใด ก. สมัยสโุ ขทยั ข. สมยั อยุธยา ค. สมยั พระมหาธรรมราชา ง. สมยั พระนารายณม หาราช 9.สมัยสมเด็จพระนารายณมหาราชมชี าวโปรตเุ กส คอื ทานผูหญงิ วิชาเยนทร มีบรรดาศักดิ์วา อะไร ก. ทา วสรุ นารี ข. ทาวศรีสุนทร ค. ทา วทองกบี มา ง. ทา วเทพกระษตั รี 10.ขนมอะไรบา งท่ีทานผูหญงิ วชิ าเยนทรทาํ ข้ึนและยังเปนท่ีนยิ มจนถงึ ปจจุบัน ก. ขนมตมขาว ข. ขนมทองหยบิ ค. ขนมหยกมณี ง. ขนมเลบ็ มือนาง กระดาษคาํ ตอบกอ นเรียน แบบทดสอบหลงั เรียน เรอื่ ง ประวัติความเปน มาขนมไทย ขอ ก ข ค ง

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10  ทําแบบทดสอบได 9-10 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 9-10 คะแนน อยใู นระดับดมี าก ทาํ แบบทดสอบได 7-8 ขอจาก 10 ขอ ไดคะ แนน 7-8 คะแนน อยูในระดับดี ทาํ แบบทดสอบได 5-6 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 5-6 คะแนน อยูในระดับพอใช ทาํ แบบทดสอบได 0-4 ขอจาก 10 ขอ ไดคะแนน 0-4 คะแนน อยูในระดับปรบั ปรุง ใบกิจกรรมท่ี 1 เรอ่ื ง เขียนสรปุ ความหมายและประวัตขิ องขนมไทย

กลมุ ท่.ี ....................;วนั ท.่ี ..................เดือน.................................พ.ศ............................ คาํ ชแ้ี จงใหน ักเรียนแตล ะกลุม สรุปองคความรเู กย่ี วกับ ประวัติความเปน มาขนมไทย บันทกึ ผล กลุม ที.่ ...............สมาชิก 1............................................................. เลขท่ี............................ประธาน 2............................................................เลขท่ี............................. 3............................................................เลขท.่ี ............................ 4............................................................เลขท.ี่ ...........................เลขานกุ าร ประวัติความเปน มาของขนมไทย ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… เฉลยใบงาน

คาํ ชแ้ี จง ใหนกั เรยี นแตล ะกลุม สรปุ องคความรูเ กี่ยวกับ ประวัตคิ วามเปน มาขนมไทย บนั ทกึ ผล กลมุ ท่.ี ...............สมาชิก 1............................................................. เลขที่............................ประธาน 2............................................................เลขที.่ ............................ 3............................................................เลขท.ี่ ............................ 4............................................................เลขที.่ ...........................เลขานุการ ประวตั ิความเปนมาของขนมไทย 1. สรปุ องคความรู 1.\" ขาวนม \" \" เขา หนม \" \" ขา วหนม \" ลวนเปนคาํ อนั เปนท่ีมาของคําวา \"ขนม\" 2. ขนมไทยใชมะพรา วหรือกะททิ ําขนม 3. \"เขา หนม\" นนั้ พระราชวรวงศเ ธอกรมหมน่ื จรัสพรปฏญิ าณไดทรงตง้ั ขอสนั นิษฐาน\"หนม\" เพี้ยนมาจาก \"เขา หนม\" 4. \"ขนม\" อาจมาจากคําในภาษาเขมรวา \"หนม\" ทห่ี มายถงึ อาหารทีท่ ํามาจากแปงโดยมีนํ้าตาลและกะทเิ ปน สวนผสม ดังน้ี นั้ จึงอาจกลาวไดว า \"ขนม\" เพย้ี นมาจาก\"ขนม\" ในภาษาเขมรกเ็ ปน ไดไ มวาขนมจะมีรากศัพทมาจากคาํ ใดหรือ ภาษาใด ขนมกไ็ ดเขามามบี ทบาทสาํ คญั ในสังคมไทยดวยฐานะของขนมไทยอยา งเต็มภาคภูมิ และคนไทยเองกไ็ ดช่อื วา เปนชนชาตหิ น่งึ ทีช่ อบกนิ ขนมเปน ชวี ติ จิตใจหลกั ฐานเกาแกท ี่สุดท่ีแสดงถงึ ความสมั พนั ธระหวา งขนมไทยกับคนไทยก็คอื วรรณคดีมรดกสโุ ขทยั เรอ่ื งไตรภมู ิพระรวง ซึ่งกลาวถงึ ขนมตม ทเ่ี ปนขนมไทยชนิดหนึง่ ไว แบบบันทึกการประเมินการเขียน

ท่ี ช่ือ - สกุล ประเด็น/คะแนน การใชภาษา เน้อื หา รวมคะแนน 12 8 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ลงชอื่ .........................................................ผูประเมิน (................................................................) วนั ท.่ี .........เดือน.................................พ.ศ. .................

เกณฑการใหคะแนนการเขยี น คะรแะนดบัน เกณฑการใหคะแนน น้าํ หนัก/ คะแนน ความสําคัญ รวม ประเดน็ 4 3 2 1 การประเมนิ 3 12 การใชภ าษา การสะกด การสะกด สะกดคําผดิ สะกดคําผดิ คาํ ศัพท คาํ ศัพทผ ดิ มาก แตพอ มาก ถกู ตอง เล็กนอ ย พอ เดา เขียนรูป การเลือกใชคาํ เดาวามหมาย ความหมายได ประโยคไม ตรงกับเนือ้ หา ไดเ ขยี นรปู รปู ประโยค ถูกตอง ไมมี ประโยค ประโยคผิด ผดิ พลาดมาก เคร่อื งหมาย ถกู ตอง หลกั ไวยากรณ เคร่ืองหมาย วรรคตอน มเี คร่อื งหมาย เลก็ นอย วรรคตอนไม วรรคตอนท่ี เครือ่ งหมาย ครบหรอื ไม ถกู ตอง วรรคตอนผิด ถูกตอง เล็กนอ ย เน้ือหา มรี ายละเอียด รายละเอียด มรี ายละเอียด มรี ายละเอยี ด เน้อื หาตรง ข อ ง เ นื้ อ ห า ของเนื้อหา ของเนอื้ หา 28 กับลกั ษณะที่ มากแตยังไม นอ ย นอ ยมาก กําหนดมาก ครอบคลุม ทส่ี ดุ ทั้งหมด รวม 5 20

แบบบนั ทกึ การประเมินการทํางานกลมุ เลขที่ ชอื่ - สกุล ปรคะะเแดนน็ น/ ความรวมมือ ขนั้ ตอน แสดงความ ความ รวม 4 8 คิดเห็น รบั ผิดชอบ คะแนน 1 4 2 4 20 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงชือ่ .........................................................ผูประเมิน (................................................................) วนั ท่ี..........เดอื น.................................พ.ศ. .................

คะรแะนดับน เกณฑก ารใหคะแนนการทาํ งานกลมุ นํ้าหนัก/ คะแนน กาปรรปะรเดะเน็ มิน เกณฑก ารใหค ะแนน ความสําคัญ รวม ความรวมมอื 4 321 1 4 ขั้นตอนการทาํ งาน สมาชิกในกลุมทุก สมาชกิ ในกลมุ ทุก สมาชกิ ในกลมุ สมาชิกในกลุม 2 8 คนรว มมือกันทาํ งาน คนรว มมอื ทุกคนทํางานท่ไี ดร ับ บางคนไมทํางาน 1 4 การแสดงความ มกี าร กันทํางาน มอบหมาย แตย ัง กลุม ขาดการ คิดเหน็ ประสานงานทีด่ เี ปด สว นใหญม กี าร ขาดการ ประสานงาน โอกาสใหส มาชกิ ประสานงาน ประสานงานในกลุม สมาชกิ กลุม อน่ื ไมม ี กลมุ อื่น ท่ีดี เปดโอกาสให เปด โอกาสใหส มาชกิ โอกาสเขา รว ม มีสว นรว มใน สมาชกิ กลมุ อื่นมี กลุมอนื่ มสี ว นรวม กิจกรรมในชว งของ กจิ กรรมตลอดเวลา สว นรวมในกจิ กรรม นอยมากในชว งของ การนําเสนอ การนําเสนอ บางชวงของการ การนาํ เสนอ นาํ เสนอ มกี ารกาํ หนด มกี ารกาํ หนด มีการกาํ หนด ขัน้ ตอนการ ขน้ั ตอนการ มกี ารกําหนด ขั้นตอนการ ทาํ งานไมชัดเจน ทาํ ทํางานทชี่ ัดเจน ขั้นตอนการ ทาํ งานแตยังมี ใหผลงานไม ต้ังแตเ ร่มิ ทาํ งาน ทํางานคอนขาง ความสาํ เร็จของงาน สมบูรณ จนกระทง่ั เหน็ ชดั เจนตัง้ แต ไมคอ ยสมบรู ณ ผลงานสมบูรณ เร่ิมการทํางาน สมาชกิ ไมใ ห จนกระทั่งเห็น สมาชกิ มากกวา ความรว มมอื ใน สมาชกิ ทกุ คน ผลงานสมบูรณ คร่งึ รว มแสดง การแสดงความ รวมแสดงความ ความคดิ เห็น คิดเห็น คดิ เห็น สมาชิกสว นใหญรว ม แสดง ความคิดเห็น ความรับผิดชอบ สมาชิกทุกคน สมาชิกสวนใหญ สมาชกิ บางคน สมาชิกไมม ี ทํางานท่ไี ดร บั ทํางานท่ีไดร บั เล่ียงงาน ไมทาํ ความรับผิดชอบ มอบหมายจน มอบหมายจนเสร็จ หนา ที่ตามทไ่ี ด ทาํ ใหง านไม 14 งานเสรจ็ สมบูรณ สน้ิ สมบรู ณ รับมอบหมาย บรรลุเปาหมาย ทนั เวลา งานเสรจ็ แตไ มค อย 5 20 รวม สมบูรณท นั เวลา

ใบความรู ประวตั ิขนมไทย ขนมไทย เปน ขนมหวาน มีมาตั้งแตสมัยโบราณ ถือเปน เอกลกั ษณแ ละวฒั นธรรมของชาติซ่ึงอยูคูกบั สงั คมไทยมาชานาน ในสมยั กอนขนมไทยจะทําเฉพาะเวลามีงานสําคัญเทาน้ัน ไมว า จะเปน ในงานเทศกาล งานประเพณี งานทางศาสนา หรือการประกอบพธิ ีกรรมตา งๆ แตที่เหน็ มีขนมหลากหลายกินทุกวนั หลงั สาํ รับคาวหวานหรือกินเปน ของวาง กล็ วนแต คิดประดิดประดอยขึน้ ภายหลังแลว ทง้ั ส้ิน รวมถงึ ขนมจากตางชาตทิ เี่ ขา มาโดยผา นความสมั พันธทางการเมือง ก็ถูกดแั ป ลง ใหม ีรปู รส ลกั ษณะเปน แบบไทยๆจนบางทนี ึกกันไปวาเปนขนมไทยแทดั้งเดิมก็มี แตแททจี่ รงิ แลวขนมไทยแทๆ นน้ั จะมสี ว นประกอบเพยี งสามอยา ง คอื แปง นํ้าตาล มะพรา ว โดยการทาํ ขนมไทยน้เี ปนการบง บอกถึงลักษณะนิสยั ของ คนไทย ในเรื่องความอดทนใจเยน็ ละเอยี ดลออ และชา งสังเกต ทง้ั ยังไดแฝงความหมายอันลกึ ซ้งึ ไวใ นช่ือของขนมไทย แตละชนิดดว ย ประวัติขนมไทย สมัยสุโขทัย ขนมไทยมที ี่มาคูกับชนชาตไิ ทย จากประวตั ิศาสตรท่ตี ิดตอคา ขายกบั ตา งประเทศคือ จนี และอินเดยี ใน สมัยสโุ ขทยั มีสวนชวยสง เสรมิ การแลกเปลยี่ นวฒั นธรรม ดา นอาหาร การกนิ รวมไปดวย สมัยอยธุ ยา เริ่มมีการเจริญสัมพันธไมตรีกับตางประเทศท้ังชาติตะวันออกและตะวันตก ไทยเราย่ิงรับเอาวัฒนธรรม ดานอาหารของชาติตางๆ มาดัดแปลงใหเหมาะสมกับสภาพความเปนอยู เครื่องมือเคร่ืองใช วัตถุดิบที่หาได ตลอดจนนสิ ัยการบริโภคของคนไทยเอง จนบางทีคนรุน หลังแทบจะแยกไมออกเลยวา อะไรคือขนมไทยแทๆ อะไร ทเี่ รายืมเคา มา เชน ทองหยบิ ทองหยอดและฝอยทอง หลายทา นอาจคิดวา เปนของไทยแทๆ แตความจริงแลว มตี น กาํ เนดิ จากประเทศโปรตุเกส โดย \"มารี กมี าร\" หรือ \"ทาวทองกบี มา \" \"มารี กีมาร\" หรือ \"ทาวทองกีบมา\"เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๑ หรือ พ.ศ. ๒๒๐๒ แตบางแหงก็วา พ.ศ. ๒๒๐๙ โดยยึดหลักจากการแตงงานของเธอท่ีมีขึ้นในป พ.ศ. ๒๒๒๕ และขณะนั้น มารี กีมาร มีอายุเพียง ๑๖ ป บิดาช่ือ \"ฟานิก (Phanick)\" เปนลูกคร่ึงญ่ีปุนผสมแขกเบงกอล ผูเครงศาสนา สวนมารดาช่ือ \"อุรสุลา ยามาดา (Ursula Yamada)\" ซ่ึงมีเช่ือสายญ่ีปุนผสมโปรตุเกส ท่ีอพยพมาตั้งถ่ินฐานในอยุธยา ภายหลังจากพวกซามูไรชุดแรกจะเดิน ทางเขามาเปนทหารอาสา ในแผน ดนิ พระบาทสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชไมน านนกั ชีวิตชว งหนึ่งของ \"ทา วทองกบี มา \" ไดเขาไปรับราชการในพระราชวังตาํ แหนง \"หวั หนาหองเครื่องตน\" ดูแล เครื่องเงินเคร่ืองทองของหลวง เปนหัวหนาเก็บพระภูษาฉลอง พระองค และเก็บผลไมของเสวย มีพนักงานอยูใต บังคบั บัญชาเปนหญงิ ลว น จํานวน ๒,๐๐๐ คน ซ่งึ เธอกท็ าํ งานดวยความซ่ือสตั ยส จุ ริต เปนท่ี ชนื่ ชม ยกยอ ง มีเงนิ คืนทองพระคลังปละมากๆ ระหวางที่รับราชการนี่เอง มารี กีมาร ไดสอนการทําขนมหวานจําพวก ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปรง ขนมผิงและอื่นๆ ใหแกผูทํางานอยูกับเธอและสาวๆ เหลานั้น ไดนํามา ถา ยทอดตอมายงั แตละครอบครวั กระจายไปในหมคู นไทยมาจนปจ จุบันน้ี ถงึ แมวา \"มารี กมี าร\" หรอื \"ทา วทองกีบ มา\" จะมชี าตกิ ําเนิดเปนชาวตางชาติ แตเธอกเ็ กิด เตบิ โต มชี ีวิตอยใู นเมืองไทยจวบจนหมดสิ้นอายุขยั นอกจากนั้น ยังไดท้ิงส่ิงท่ีเธอคนคิด ใหเปนมรดกตกทอดมาสูคนรุนหลัง ไดกลาวขวัญถึงดวยความภาคภูมิ \"ทาวทองกีบมา เจา

ตํารับอาหารไทย\" ขนมจัดเปนอาหารที่คูสํารับกับขาวไทยมาตั้งแตค รั้งโบราณ โดยใชคําวาสํารับกับขาวคาว-หวาน โดยท่ัวไปประชาชนจะทําขนมเฉพาะในงานเลี้ยง นับต้ังแตการทําบุญ เลี้ยงพระ งานมงคลและงานพิธีการ อาหาร หวานที่จัดเปนสํารับจะตองประกอบดวย ของหวานอยางนอย ๕ สิ่ง ซึ่งตองเลือกใหมีรสชาติ สีสัน ชนิด ตลอดจน ลกั ษณะท่กี ลมกลนื กนั แตล ะสํารับจะตองมีผลไม ๑๐ ที่ และขนมเปนน้ํา ๑ ท่เี สมอ ภาพท่ี ๑ ทาวทองกบี มา ขนมไทยที่นิยมทํากันทุก ๆ ภาคของประเทศไทย ในพิธีการตาง ๆ เนื่องในการทําบุญเลี้ยงพระ ก็คือขนม จากไข และมักถือเคลด็ จากช่ือและลักษณะของขนมนน้ั ๆ งานสริ มิ งคล ตา ง ๆ เชน งานมงคลสมรส ทาํ บญุ วนั เกิด หรือทําบุญข้ึนบานใหม สวนใหญก็จะมีการเล้ียงพระกับแขกที่มาในงาน เพ่ือเปนศิริมงคลของงานขนมก็จะมี ฝอยทอง เพื่อหวังใหอยูดวยกัน ยืดยาวมีอายุยืน ขนมช้ัน ก็ใหไดเลื่อนขั้นเงินเดือน ขนมถวยฟูก็ขอใหเฟองฟู ขนม ทองเอกก็ขอใหไดเปน เอก เปน ตน ความหมายคําท่ีใชในการประกอบอาหาร การประกอบขนมหวานไทย มีหลายวธิ ีดวยกัน ซึ่งขน้ึ อยูกับชนิดของขนมน้นั ๆ วา จะประกอบดวยวธิ ี การ แบบใดใหขนมสาํ เรจ็ ออกมาแลวนารับประทาน ตวั อยางวธิ ีการประกอบขนมหวานไทย คือ ๑. ตม หมายถึง การนําอาหารใสหมอ พรอมกับนํ้าหรือกะทิ ต้ังไฟใหเดือดจนสุกตามความ ตองการ การ ทําขนมที่ตองตม และเปนขนมที่ใชใบตองหอ ตองหอใหสนิท ใบตองตองไมแตก เชน ขาวตม นํ้าวุน แกงบวด ถ่ัว เขียวนํา้ ตาล ฯลฯ ๒. หุง หมายถึง การทําอาหารที่ใหสุก โดยนําของท่ีตองการหุงใสลงในหมอพรอมกับนํ้าตั้งไฟ จนน้ําแหง จึงลดไฟใหอ อ นลง แลวดงใหแหงสนิท

๓. นึง่ หมายถึง การทําอาหารใหสกุ โดยใชไ อนํ้า โดยใสข นมลงในลงั ถงึ ปด ฝาตง้ั ไฟใหน้ําเดือด น่ึงจนขนม สกุ สว นมากจะเปนขนมที่มีไขเปน สวนผสม เชน ขนมสาลี ขนมทราย ขนมชนั้ ขนมสอดไส ฯลฯ การใชเวลาน่งึ และความรอนตา งกันขึน้ อยูกบั ชนิดของขนมนัน้ ๆ ๔. ทอด หมายถึง การทําอาหารใหสุกดวยนา้ํ มัน โดยใสน้ํามันลงในกระทะ ตั้งไฟใหรอนทั่วแลวจึงใสข นม ท่ีจะทอดลงไป ขนมบางชนิดใชน้ํามันมาก เรียนกวา ทอดน้ํามันลอยใชไฟปานกลางสมํ่าเสมอ บางชนิดใชน้ํามัน นอย ใชกระทะกน ตน้ื ดังนน้ั การทอดจึงใชกระทะตามลักษณะของขนมแตล ะชนิด การทอดถาใชไฟออนมาก ขนม จะอมนาํ้ มันจึงควรจะระมดั ระวงั ดว ย ขนมทท่ี อดเชน ขนมฝก บัว ขนมทองพลุ ขา วเมาทอด ฯลฯ ๕. จี่ คือ การทําขนมใหสุกในกระทะโดยใชน้ํามันแตนอย ใชนํ้ามันทากระทะพอลื่น กระทะที่ใชจะเปน กระทะเหลก็ หลอ แบน กวาง เนือ้ เหล็กหนา การจีใ่ ชไฟออน ตั้งกระทะใหความรอนรมุ อยตู ลอดเวลา และกลบั ขนม ใหเ หลืองเสมอกันทง้ั สองดา น เชน ขนมแปงจี่ ๖. เจียว คือ การทําใหเคร่ืองปรุงเหลืองกรอบโดยน้ํามัน เชน หอมเจียว การเจียวหอมเพ่ือโรยหนาขนม หัวหอมควรซอยช้ินใหเสมอกัน เวลาเจียวจะสุกพรอมกัน มีสีเหลืองสวยนํ้ามันที่เจียวไมควรมากเกินไป กะพอใส ของลงไปแลวพอดี ใชตะหลิวกลับไปกลับมาจนกรอบเหลืองทั่วกัน จะไดนํ้ามันเหลือติดกนกระทะเล็กนอย ใชเปน สว นผสมของขนมได ๗. ปง หมายถึง การทําอาหารใหสุกโดยการวางขนมที่ตองการปงไวเหนือไฟ มีตะแกรงรองรับ ไฟไมตอง แรงนัก กลับไปกลับมาจนขนมสุก อาหารบางชนิดใชใบตองหอ แลวปงจนใบตองที่หอเกรียมหรือกอรบ เชน ขนม จาก ขาวเหนยี วปง กอนทจี่ ะปงใชขี้เถากลบไว เพื่อใหไฟรอนสมาํ่ เสมอกัน ๘. ผิงและอบ ขนมท่ีใชผิงมีหลายชนิด จะใชผิงดวยไฟบนและไฟลาง ไฟจะตองมีลักษณะออนเสมอกัน ปจ จุบันใชเ ตาอบแทนการผงิ เชน ขยมหมอแกง ขนมสาลี่กรอบขนมผงิ ฯลฯ ๙. กวน เริ่มตนตั้งแตกวนขนมยงั เปนของเหลว ในขณะที่ขนมยังเหลว สวนท่ีควรระมัดระวงั เวลากวนคือ กนกระทะตองหมั่นใชพายขูดกลับไปกลับมา เพื่อไมใหสวนผสมติดกนกระทะ ระยะขนมรวมกันแลวใหคนไปทาง เดียวกัน ตองคอยระวังกนกระทะ ขนมจะไหวหากกวนไมทั่ว ไมควรปลอยใหขนมจับปากกระทะ หมั่นขูดอยูเสมอ พายที่ใชควรมีขนาดพอเหมาะกับสวนผสมในกระทะ และความถนัดในการใชงาน เชน ถ่ัวกวน เผือกกวน กลวย กวน ๑๐. คลกุ คือ การผสมของต้งั แตส องอยา งขนึ้ ไปใหเ ขา กนั เชน ขา วเมาคลกุ การคลุกควรใชชอน สอมพาย ไม คลุกเบาๆ พอใหข นมรวมกัน และมรี สเสมอกัน ๑๑. ตีไข คือ การทําไขใหขึ้น มีหลายขนาด การตีไขใหไดผล ควรตีใหมีจังหวะสมํ่าเสมอ ไมหยุดมือ จนกวา ไขจ ะขน้ึ ฟู และอยตู วั ตามตอ งการ ถาตีแลว หยุดบอ ยๆ จะทําใหไขเ สยี ได ๑๒. คน หมายถงึ การคนขนมท่ีประกอบดวยเคร่ืองปรุงที่เปนแปง สวนผสมชนิดอื่นๆจะกวนหรือนึ่ง ควร ไดมีการคนเสยี กอ น เพอื่ ใหแปง รวมตัวกบั สว นผสมอืน่ แลว จึงตักใสภาชนะน่ึง หรือใสกระทะกวน ๑๓. คั่ว หมายถึง การทําใหสุก โดยใชอาหารลงในกระทะ แลวใชตะหลิวเขี่ยวัตถุนั้นๆ ใหกลับไปกลับมา เชน คว่ั งา ไฟท่ใี ชในการค่วั ไมค วรใชไฟแรง จะทาํ ใหอาหารไหม ๑๔. แซะ คือ การทําใหว ัตถุท่ีตดิ อยูกับภาชนะหลดุ ออกจากภาชนะ โดยใชเคร่ืองมือทม่ี ลี กั ษณะ ปากแบน ปลายคม เชน แซะขนมเบอื้ ง คอ ยๆแซะแผนแปง ใหห ลุดจากกระทะโดยแซะไปรอบๆขนม

๑๕. ละเลง คือ การกระจายของเหลวใหแผออกเปนวงกวาง เชนละเลงขนมเบื้อง โดยจะใชกระจาท่ีทํา ดวยกะลามะพราวแบนๆมีดามถือ ตักแปงท่ีมีลักษณะเหลว หยดลงในกระทะใชกระจา วางลงตรงกลางแปง ใชมือ กดใหวนไปโดยรอบ จนแปงจบั กระทะเปน แผน ตามทีต่ องการ ๑๖. ยี คือ การทําใหวัตถุที่จับเปนกอนกอนกระจายออกจากกัน เชน การยีแปงขนมขี้หนู หลังจากใส นาํ้ เช่ือม จนแปงระอุ และอิ่มน้าํ เชอื่ มแลว ตองทาํ ขนมใหฟ ู โดยการยเี บาๆมอื ใหแปงกระจายออกจากกัน ๑๗. รอน คือ การแยกวัตถุท่ีมีเนื้อหยาบ ออกจากสวนละเอียดหรือเกี่ยวกับการทําขนมเชน ขนมละออง ลําเจียก ใชแ ปง ขาวเหนียวท่นี วดกับหวั กะทิหมาด ๆ ใสแรงรอนในกระทะใหจ บั เปน แผน บรรจไุ สม วนใหสวย

แผนการจดั การเรียนรู หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 เรอื่ งความรทู ั่วไปเกี่ยวกบั ขนมไทย แผนจัดการเรยี นรูท ่ี 2 เรื่อง ประเภทของขนมไทย รายวชิ า ขนมไทย1 รหัสวชิ า ง20229 ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 1-2-3 ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2562 นํ้าหนักเวลาเรยี น 1.0 (นน./นก.) เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห เวลาที่ใชใ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู 2 ช่วั โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคญั (ความเขา ใจที่คงทน) ขนมไทย นอกจะมปี ระวัติความเปน มาอันยาวนานแลว นอกจากจะรับประทานตบทายม้ืออาหารหรือทาน ระหวางมือ้ แลวนนั้ ก็ยงั นยิ มใชใ นงานมงคลตางๆ เชน งานบวช งานแตง งาน และงานข้นึ บานใหม เนอื่ งจาก?ขนมไทยมี ช่อื และความหมายทีด่ ี เปน มงคล 2. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชวี้ ัดชนั้ ป/ผลการเรียนร/ู เปา หมายการเรยี นรู 3. บอกชื่อขนมไทยในเทศกาลตางๆได 4. จัดประเภทของขนมไทยได 3. สาระการเรยี นรู 3.1 เน้ือหาสาระหลกั : Knowledge - ขนมไทยเทศกาลตางๆ - ประเภทของขนมไทย 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - 3.3 คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค : Attitude - ใฝเรยี นรู - มงุ ม่ันในการทาํ งาน 4. สมรรถนะสําคัญของนักเรยี น 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแกป ญหา 5. คุณลกั ษณะของวชิ า - ความรบั ผิดชอบ - กระบวนการกลุม - การตรงตอเวลา

6. คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค 1. ใฝเรียนรู 2. มุงมัน่ ในการทํางาน 7. ภาระงาน : - ใบความรู เรือ่ ง ขนมไทยตามเทศกาล - ใบความรเู รอื่ ง ประเภทของขนมไทย - ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง เขยี นผงั Mild Mapping สรปุ เรือ่ ง ชนมไทยตามเทศกาล - ใบงานที่ 2.2 เรอื่ ง แบบฝกหดั เร่อื งประเภทของขนมไทย 8. กจิ กรรมการเรยี นรู (จดั กิจกรรมการเรยี นรูโ ดยใชก ระบวนการใด แสดงตามขน้ั ตอน : เวลาท่ใี ช 2 ช่ัวโมง ขน้ั นาํ เขา สบู ทเรียน/ข้ันต้ังคําถาม 1. แจง ผลการเรยี นรูในหนวยที่ 1 เรือ่ งขนมไทยตามเทศกาล และประเภทของขนมไทย ขัน้ สาํ รวจและคน พบ/ขนั้ การเตรียมการคนหาคาํ ตอบ 1. ครูใหน ักเรียนบอกชือ่ ขนมไทยท่ีมใี นทองถิน่ และ ขนมไทยทน่ี ร.ใชใ นเทศกาลตางๆ 2. ครใู หนร.ดรู ปู ภาพขนมไทยที่ใชใ นเทศกาล แลวใหนร.ทายชื่อขนม 3. ครแู จกใบความรูเร่อื ง ขนมไทยตามเทศกาล และประเภทของขนมไทย ใหนักเรยี นศึกษา แลว ใหนร.ทําใบ งานท่ี 2.1 เขียนผัง Mild Mapping สรปุ เรอื่ ง ชนมไทยตามเทศกาล สง 4. ครใู หนักเรียนเลนเกมบตั รภาพ โดยมีรปู ภาพขนม ประเภทตางๆ แจกคนละ 1 รปู แลวใหนกั เรยี นนําบตั ร รูปภาพมาใส ใหตรงกบั ประเภทของขนมไทย 5. ใหนกั เรียนทําแบบฝก หัดเร่ืองประเภทของขนมไทย ข้ันอธบิ ายและลงขอสรปุ /ขั้นดําเนินการคน หาคาํ ตอบและตรวจสอบคาํ ตอบ 1. ครูและนักเรยี นชวยกันดคู วามถูกตองของบัตรภาพ ของขนมไทยแตล ะประเภทวา เพื่อนแตล ะคน สามารถ นาํ บัตรภาพมาใสในประเภทของขนมไทยถูกตองหรือไม ข้ันสรปุ และประเมินผล 1. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั สรุปขนมไทยตามเทศกาลและประเภทของขนมไทย 9. ส่อื การเรียนการสอน / แหลงเรยี นรู รายการสื่อ จาํ นวน สภาพการใชส่อื 1. รปู ภาพขนมไทยตามเทศกาล 1 ชดุ ข้นั ตรวจสอบความรูเดิม 1 ชดุ ขัน้ สรางความสนใจ 2. บัตรภาพ 1 ชดุ ขั้นขยายความรู 3. ใบความรเู รอ่ื ง ขนมไทยตามเทศกาลและ ประเภท ของขนมไทย

10. การวดั ผลและประเมนิ ผล เปาหมาย หลกั ฐานการเรยี นรู วธิ วี ดั เคร่ืองมอื วัดฯ ประเดน็ / การเรยี นรู ชิ้นงาน/ภาระงาน เกณฑก ารให 3. บอกชอ่ื ขนมไทย ดูคะแนนจากแบบ แบบประเมินชิ้นงาน ในเทศกาลตางๆได เขียนผัง Mild ประเมินชน้ิ งาน คะแนน Mapping สรุปเรอ่ื ง 20 4.จดั ประเภทของ ชนมไทยตามเทศกาล การตรวจ แบบฝกหัด 10 ขนมไทยได แบบฝก หัด ทาํ แบบฝก หัดเร่ือง ประเภทของขนมไทย 11. การบรู ณาการตามจุดเนน ของโรงเรยี น ครู ผูเรียน หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ พอดดี า นจติ ใจ พอเพียง มจี ติ สํานกึ ทด่ี ี เอื้ออาทร 1.ความพอประมาณ พอดีดานเทคโนโลยี รจู กั ขนมไทยท่ีมีใชใ นเทศกาลตางๆ โดยการนําผลผลิตทางการเกษตรมาใช ประนปี ระนอม นกึ ถงึ ประโยชน ทาํ ขนมไดอ ยางเหมาะสมและ สวนรวม/กลุม สอดคลองเน้ือหาเปนประโยชนตอ ผูเรยี นและพฒั นาจากภูมิปญ ญาของ ผเู รียน 2.ความมีเหตุผล - ยดึ ถือการประกอบอาชีพดวยความ ไมห ยุดนง่ิ ทีห่ าหนทางในชวี ติ หลดุ พน ถกู ตอง สุจรติ แมจะตกอยูในภาวะขาด จากความทุกขยาก (การคน หาคําตอบ แคลน ในการดํารงชวี ติ เพอ่ื ใหห ลุดพนจากความไมร ู) 3.มีภมู ิคุมกนั ในตัวทด่ี ี ภมู ปิ ญญา : มคี วามรู รอบคอบ และ ภมู ปิ ญ ญา : มคี วามรู รอบคอบ และ ระมัดระวงั ระมัดระวัง สรา งสรรค 2. เงอ่ื นไขความรู ความรอบรู เรือ่ ง ขนมไทย ความรอบรู เร่อื งขนมไทยเทศกาล เทศกาลตางและประเภทของขนม ตางและประเภทของขนมไทย กรณี ไทย ทเี่ กย่ี วของรอบดา น ความ ท่ีเกดิ งาน ปริมาณท่เี ก่ียวของ การ รอบคอบทจ่ี ะนาํ ความรเู หลา น้นั มา คํานวณสูตรที่ตองใช สามารถนํา พจิ ารณาใหเช่ือมโยงกนั เพื่อ ประกอบการวางแผน การดําเนนิ การ ความรเู หลานั้นมาพิจารณาใหเชื่อมโยง กนั สามารถประยุกต จดั กิจกรรมการเรียนรูใหก บั ผเู รยี น ใชใ นชีวิตประจําวนั

3. เงื่อนไขคุณธรรม มคี วามตระหนกั ใน คุณธรรม มี มคี วามตระหนักใน คุณธรรม มี ความซ่ือสัตยสจุ รติ และมีความอดทน ความซอ่ื สัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพยี ร ใชส ตปิ ญ ญาในการ มีความเพยี ร ใชสติปญ ญาในการ ดาํ เนินชวี ิต ดาํ เนินชวี ิต ลงชือ่ ..................................................ผสู อน ( นางสาวปณ ชดา ไชยมงคล )

ใบความรู เร่ือง ขนมไทยท่ีใชกบั ประเพณีไทย ขนมไทย นอกจะมีประวัติความเปนมาอันยาวนานแลว นอกจากจะรบั ประทานตบทายมื้ออาหารหรอื ทานระหวางมอื้ แลวนั้น กย็ งั นิยมใชในงานมงคลตา งๆ เชน งานบวช งานแตงงาน และงานขน้ึ บานใหม เน่ืองจาก?ขนมไทยมีชอื่ และ ความหมายที่ดี เปน มงคล งานบวช เปน งานสําคัญในชีวติของลูกผชู ายท่จี ะแสดงออกถึงความกตัญตู อบดิ ามารดา และผูม พี ระคุณ โดยเจาภาพ จะตอ งตอนรับดวยการเลี้ยงอาหารคาว-หวาน ใหเปนทป่ี ระทบั ใจของแขกเหรื่อ และจัดขนมไทยที่มชี ่ือเปน มงคลเพอื่ ความรุง เรืองของตัวเจา ภาพและผบู วช เชน ขนมชนั้ ทองหยบิ ทองหยอด ฝอยทอง ถวยฟู ฯลฯ ขนมชั้น งานแตง คนโบราณจะใหความสําคญั อยางมากวตั ถุดบิ ท่นี ํามาจัดเล้ยี งจะเลือกสรรเปน อยางดี ขนมไทย?กเ็ ชนกัน มัก เลือกท่ีมีช่ือและความหมายท่ีดี เปน สริ มิ งคล ตอ คบู า วสาว เชน – ขนมกง หมายถงึ มีความเปนอยูอยา งเปน สุข เปรยี บเสมือนใหค บู าวสาวไดใชช วี ตเิ คยี งขา งกันดว ยใจคอทหี่ ลกั แนน มี ความรักใหกันตลอดกาล เหมือนกงลอเกวยี น – ขนมสามเกลอ หมายถึง ใหอยูดว ยกันยง่ั ยนื นาน ไมแยกจากกนั – ขนมโพรงแสม เปรยี บเสมอื นเสาบา นอนั เปนที่พกั พังใหความมง่ั คงกบั ทัง้ คู – ขนมนมสาว เปรียบเสมอื นแสงสวางนาํ ทางการใชช ีวติ – ขนมฝก บัว ท่ีมคี วามหมายแสดงความสูงสงของการใชชวี ติ สมรส

ขนมกง นอกจากนยี้ งั ใชขนมไทยทมี่ ีช่ือเปน มงคลอีกหลายชนดิ ไดแ ก ขนมสอดไส ขนมผิง ขนมเสนหจันทนข นมช้ัน ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง

ขนมไทย ท่ีใชในงานแตง ประเพณสี งกรานตส มยั กอนเมือ่ จะถงึ วนั สงกรานตหรืองานขึ้นปใหมของคนไทย ชาวบานจะชวยกนั กวน ขนมเปย ก ขาว เหนียวแดง และกะละแม เพ่อื เตรียมไวส าํ หรับทาํ บญุ และแจกจา ยใหเพ่ือนบาน เพอ่ื แสดงน้ําใจไมตรี และถือเปน โอกาส ในการอวดฝมือการทาํ ขนมไทย ไปในตัว ในการทําขา วเหนยี วแดงและกะละแม จะตอ งอาศยั ความรวมแรงรว มใจกันทํา จนสาํ เรจ็ ซ่งึ นอกจากจะไดข นมเพื่อนาํ ไปทําบุญแลว ยงั เปนการสรา งสมั พันธไมตรี อีกดวย การท่ีเรียก กะละแม ขนม ไทย ชนิดน้ี วา “กะละแม” นั้น เคยมผี ูรหู ลายทา ยกลาวไวว า กะละแมเปน?ขนมไทย?ท่ไี ดรับอิทธพิ ลจากตางประเทศ เพีย้ นมาจากคําวา “คาราเมล” ทเ่ี ปนของเหลวสนี ํา้ ตาล ทมี่ ีความเหนยี วและมรี สหวาน บางคนวามาจากภาษามลายู คือ “เกอะลาไม” หรอื “เคอะลาไม” อยางไรก็ตาม ท่ีกลาวมาน้ันเปนเพยี งขอสนั นษิ ฐานและบอกตอๆ มากนั เทานัน้ ขา วเหนยี วแดง ประเพณสี ารทไทย ประเพณีนี้ชาวบานจะรว มกันทาํ บญุ ตกั บาตรและแจกจาย ขนมไทย ท่มี ีช่อื วา กระยาสารท คาํ วา “สารท” มาจากภาษา บาลี ที่แปลวา “ฤดู” อนั เปนชวงเวลาทพี่ ืชพันธผุ ลไมออกดอกออกฝล แสดงถงึ ความร่นื เริงยนิ ดี งาน วนั สารทเดอื น 10 ของคนไทยในภาคใตน ั้นจะมี ขนมไทย ท่ีแตกตา งจากภาคอ่ืนๆ เชน – ขนมลา เปน ขนมทท่ี าํ จากแปงขา วเจา เคย่ี วรวมกบั นํ้าตาลจนขน แลวนาํ มาโรยเปนเสน ละเอยี ด คลา ยกบั ผืนผา ท่ีทอ เปน แผน – ขนมพอง ทที่ าํ มาจากขาวเหนียวน่ึง นํามาอัดใสพิมพแลวตากแดดจนแหงกอ นทอดใหพองฟู

ขนมพอง ทอดกฐิน ขนมไทย ท่ีนิยมนํามาใชไ ดแกข นมประเภททอด เชน กลว ยแขกและขา วเมาทอด (ตามหลักฐานจาก จติ รกรรมฝาผนงั ในพระอะโบสถวดั ราชประดิษฐสถติ มหาสีมาราม ซึ่งเปน ศิลปะยุครัตนโกสินทรสมยั รชั กาลท่ี 5) ขา วเมาทอด งานพิธีการ ตา งๆ เชน งานเล่ือนยศ เล่ือนตําแหนง ถือเปนการแสดงความยนิ ดี และอวยพร จึงนยิ มจะทาํ – ขนมจา มงกุฏ เพราะเปน ขนมไทย ที่ทาํ ยากอีกอยางหน่ึง ซึง่ มีขน้ึ ตอน การทําสลบั ซับซอน – ขนมเม็ดขนนุ หมายถงึ ใหมีคนเก้ือหนนุ – ขนมทองเอก ขนมไทย ชนิดนจ้ี ะมคี วามสงางามตา งจาก ขนมไทย อน่ื ๆ เน่ืองจากจะมีทองคําเปลว ติดไวท ดี่ า นบน จงึ ทําใหนห้ี มายถึง ความเปน ที่หนงึ่

ขนมเสนหจันทน ทองเอก และจา มงกุฏ โดยการทาํ ขนมไทย นัน้ ผูทท่ี ําจะตอ งใสใ จลงไปดวย อีกทั้งตองมีใจรัก อดทน ต้งั ใจพิถีพิถนั ใหข นมมีรปู รางลักษณะที่ สวยงาม สมัยกอ นผทุ ี่ทําขนมไทยจะตองมีประสบการณแ ละความชํานาญอยา งมาก เพราะในการทําแตละคร้งั จะใชการ กะสว นผสมดวยสายตา และสัมผดั ดวยมือ แตในปจจุบันมอี ุปกรณท ใี่ ชสาํ หรับ ชัง่ ตวง เกิดข้นึ จึงทําให ขนมไทย มี รสชาติไดม าตรฐานและระบุสวนผสมไดช ดั เจน ประเภทของขนมไทย ขนมหวานไทย หมายถงึ อาหารชนดิ หนึ่งท่ีไมใ ชกับขา ว แตเปน อาหารทร่ี ับประทานตามหลงั ของคาว เชน ในอาหารม้ือ กลางวนั มกี วยเตยี๋ วไกเปนของคาว ผูรบั ประทานอาจจะรับประทานทับทิมกรอบเปน ของหวาน เปนตน เมื่อบรโิ ภค อาหารมื้อสําคญั ๆ เชน ม้ือเชา มอื้ กลางวัน มื้อเย็นควรบริโภคทั้งของคาวและของหวาน ส่งิ ท่ีใชเปน ของหวานอาจเปน ขนมหรอื ผลไมก ็ไดนอกจากจะรับประทานขนมหวานหลงั ของคาว เราอาจรับประทานขนมหรอื ขนมหวานในเวลาทม่ี ไิ ด รบั ประทานอาหารคาว แตจ ะรบั ประทานขนมหรอื ขนมหวานเปน ของวา ง หรือรบั ประทานขนมหวานกบั เคร่อื งด่ืม ขนมหวานไทยจะมีความหวานนาํ หรอื มีความหวานจนรสู ึกในลน้ิ ของผรู ับประทานการทาํ ขนมหวานไทยเปน เรื่องท่ตี อง ศึกษาและฝกฝนตองใชศ ลิ ปะ วิทยาศาสตรแ ละ ความอดทน และความเปนระเบียบ ความพิถีพิถนั ในการประกอบ ขนม ไทยแทๆตองมกี ลิน่ หอม หวาน มัน มคี วามประณีต ทเ่ี กิดข้ึนตง้ั แตก ารเตรียมสวนผสม จนกระท่ังวธิ ีการทํา ขนมไทย สามารถจัดแบงเปนชนดิ ตางๆ ไดต ามลกั ษณะของเครื่องปรุง ลกั ษณะกรรมวิธีในการทาํ และลักษณะการหุงตม คอื ๑. ขนมประเภทไข เชน ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด สงั ขยา ฯลฯ ๒. ประเภทน่งึ เชน ขนมชนั้ ขนมสาลี่ ขนมนาํ้ ดอกไม ขนมทราย ฯลฯ ๓. ขนมประเภทตม เชน ขนมตม แดง ขนมตม ขาว มันตมนํา้ ตาล ฯลฯ ๔. ขนมประเภทกวน เชน ขนมเปยกปนู ซาหริ่ม ขนมตะโก ฯลฯ

๕. ขนมประเภทอบและผิง เชน ขนมดอกลาํ ดวน ขนมบา บ้ิน ขนมหนา นวล ฯลฯ ๖. ขนมประเภททอด เชน ขนมกง ขนมฝกบัว ขนมสามเกลอ ฯลฯ ๗. ขนมประเภทปง เชน ขาวเหนียวปง ขนมจาก ฯลฯ ๘. ขนมประเภทเช่ือม เชน กลว ยเชือ่ ม สาเกเชื่อม ฯลฯ ๙. ขนมประเภทฉาบ เชน เผอื กฉาบ กลว ยฉาบ มันฉาบ ฯลฯ ๑๐. ขนมประเภทน้ํากะทิ เชน เผือกนาํ้ กะทิ ลอดชองนํา้ กะทิ ฯลฯ ๑๑. ขนมประเภทนา้ํ เช่อื ม เชน ผลไมลอยแกว วุน นา้ํ เชือ่ ม ฯลฯ ๑๒. ขนมประเภทบวด เชน กลว ยบวดชี แกงบวดเผือก ฯลฯ ๑๓. ขนมประเภทแชอม่ิ เชน มะมว งแชอม่ิ มะเขือเทศแชอิ่ม สะทอ นแชอ ิ่ม ฯ ใบงานท่ี 2.1

คาํ ชี้แจง ใหน กั เรียนเขียนสรุป Mild Mapping เรือ่ ง ขนมไทยในเทศกาลตา งๆ ขนมไทยทใี่ ชใ นเทศกาลตางๆ งานบวช ขนมไทยทีใ่ ชใ นเทศกาลตางๆ ขนมชน้ั ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ถวยฟู

งานแตง ขนมกง โพรงแสม นมสาว ฝกบวั กลว ยแขก ขาวเมาทอด งานทอดกฐนิ ขนมลา ขนมพอง งานประเพณี จา มงกุฎ เม็ดขนุน ทองเอก สารทไทย พิธกี ารตางๆ แบบฝก หัดเร่อื ง ประเภทของขนมไทย

คําชแ้ี จง ใหน กั เรียนใสช่ือขนมไทยในชองวางใหถูกประเภท ๑. ขนมประเภทไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๒. ประเภทน่ึง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๓. ขนมประเภทตม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๔. ขนมประเภทกวน ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๕. ขนมประเภทอบและผงิ ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๖. ขนมประเภททอด ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๗. ขนมประเภทปง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๘. ขนมประเภทเชื่อม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๙. ขนมประเภทฉาบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๐. ขนมประเภทนา้ํ กะทิ ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๑. ขนมประเภทนํา้ เช่อื ม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๒. ขนมประเภท บวด………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๓. ขนมประเภทแชอ ่ิม ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ช่อื -สกุล........................................................................................ชน้ั ...............................................

แบบฝกหัดเรอ่ื ง ประเภทของขนมไทย คําชแี้ จง ใหนกั เรียนใสช ือ่ ขนมไทยในชอ งวางใหถ กู ประเภท ๑. ขนมประเภทไข เชน ฝอยทอง ทองหยบิ ทองหยอด สงั ขยา ฯลฯ ๒. ประเภทน่ึง เชน ขนมชนั้ ขนมสาล่ี ขนมน้าํ ดอกไม ขนมทราย ฯลฯ ๓. ขนมประเภทตม เชน ขนมตม แดง ขนมตมขาว มนั ตมนํ้าตาล ฯลฯ ๔. ขนมประเภทกวน เชน ขนมเปย กปูน ซาหร่มิ ขนมตะโก ฯลฯ ๕. ขนมประเภทอบและผิง เชน ขนมดอกลาํ ดวน ขนมบา บ้ิน ขนมหนานวล ฯลฯ ๖. ขนมประเภททอด เชน ขนมกง ขนมฝก บัว ขนมสามเกลอ ฯลฯ ๗. ขนมประเภทปง เชน ขาวเหนียวปง ขนมจาก ฯลฯ ๘. ขนมประเภทเชือ่ ม เชน กลวยเช่อื ม สาเกเช่อื ม ฯลฯ ๙. ขนมประเภทฉาบ เชน เผือกฉาบ กลว ยฉาบ มนั ฉาบ ฯลฯ ๑๐. ขนมประเภทนาํ้ กะทิ เชน เผอื กน้าํ กะทิ ลอดชองน้าํ กะทิ ฯลฯ ๑๑. ขนมประเภทน้ําเชอ่ื ม เชน ผลไมลอยแกว วุนนาํ้ เชือ่ ม ฯลฯ ๑๒. ขนมประเภทบวด เชน กลวยบวดชี แกงบวดเผอื ก ฯลฯ ๑๓. ขนมประเภทแชอ ม่ิ เชน มะมวงแชอิม่ มะเขือเทศแชอิ่ม สะทอนแชอ มิ่ ฯ

แบบบันทึกการประเมนิ คณุ ภาพช้นิ งาน / ภาระงาน ประเด็น/คะแนน ความสมบูรณ เลขท่ี ช่อื - สกลุ ของช้นิ งาน ความคิดสรางสรรค รวมคะแนน 8 20 12 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงช่อื .........................................................ผูป ระเมิน (................................................................) วันท.่ี .........เดอื น.................................พ.ศ. .................

เกณฑการใหค ะแนนคุณภาพชนิ้ งาน / ภาระงาน ระดับคะแนน เกณฑการใหคะแนน นํา้ หนัก/ คะแนน ปการระปเดร็นะเมนิ ความสาํ คญั รวม ความสมบรู ณข อง 4 32 1 12 3 ชิ้นงาน ชน้ิ งานมีราย ชนิ้ งานมรี าย ช้ินงานมรี าย ชน้ิ งานมรี าย 8 ละเอยี ด ละเอียด ละเอยี ด ละเอยี ด 2 20 ความคดิ ครอบ ครอบ ครอบ ครอบ 5 สรา งสรรค คลุมวง คลุมวง คลมุ วง คลมุ วง คําศัพท คาํ ศัพท คาํ ศัพท คําศัพท ท่เี รยี น ทเี่ รียนเปน ทเ่ี รยี นพอ ที่เรยี นนอ ย สมบูรณ สวนใหญ สมควร เปนชนิ้ งาน เปน ชิ้นงานท่ี ที่แปลกใหม เปน ชนิ้ งาน เปน ชิ้นงาน เหมอื นกบั คดิ ขน้ึ เอง ทีแ่ ปลกใหม ทป่ี รับปรงุ ตัวอยาง ไมเหมือน แตมบี างสว น ดดั แปลง ตวั อยาง คลายกบั เล็กนอยจาก ตัวอยา ง ตวั อยาง รวม

แบบบนั ทกึ คะแนนการสงั เกตพฤติกรรมในการเรยี นดา นเจตคติ (แบบสาํ รวจรายการ) เรอ่ื ง.......................................................................................................... ชนั้ ............................... ครง้ั ท.่ี ...................................วนั ท.ี่ ....................เดอื น.......................................พ.ศ......................... ความ รายการพฤติกรรม ความสนุกสนาน กระตอื รือรน ความ ความเช่ือมัน่ สนใจใน และกลา การเรยี น แสดงออก เลขที่ ชอื่ -สกุล อาสา ํทางานในการรวม ิกจกรรม ขอเสนอแนะ กระ ตุนผูรวมงาน ํทางานใหเสร็จตาม ในการประเมิน ชวยเหลือผูรวมงาน ํทางานใหเสร็จตาม เ ็ตมใจเชารวม ิกจกรรม ไ มรบกวนผูอ่ืนในเวลา ํทางาน กลาถาม-ตอบเปนภาษาอังกฤษ อาสาเปน ัตวแทนแสดง ิกจกรรมหนาชั้น ปฏิบั ิต ิกจกรรมดวยความเต็มใจ รวม ิกจกรรมอยางไ มเบื่อหนาย ชวย ํทางาน ักบผูอ่ืนดวยความพอใจ ผลการประเ ิมน 1. ผสู งั เกตพจิ ารณา จากรายงาน พฤติกรรมของ นกั เรียนแตละ ระดับแลวเขียน เครื่องหมายลง ในชอ งรายการ พฤติกรรมท่ี นกั เรียนผาน 2. นกั เรียนผาน รายการพฤตกิ รรม ทุกรายการถอื วา ผาน

ผังมโนทศั น รายวชิ าขนมไทย 1 รหัสวิชา ง 20229 ระดับชั้น ม.1/2/3 ภาคเรยี นที่ 1 ปการศึกษา 2562 หนว ยการเรียนรูท่ี 2 เรื่อง วัตถดุ ิบและอุปกรณในการทาํ ขนมไทย จํานวน 4 ชั่วโมง : 20 คะแนน หนวยการเรียนรูท่ี 2 เรื่อง วัตถุดิบและอปุ กรณในการทําขนมไทย จาํ นวน 4 ชั่วโมง ชอ่ื เร่ืองวตั ถดุ บิ ในการทาํ ขนมไทย ชอ่ื เรือ่ งอปุ กรณใ นการทาํ ขนมไทย จํานวน 2 ชั่วโมง : 10 คะแนน จาํ นวน 2 ชัว่ โมง : 10 คะแนน

แผนการจัดการเรียนรู หนว ยการเรยี นรูท ่ี 2 เรือ่ งวัตถดุ บิ อุปกรณใ นการทาํ ขนมไทย แผนจดั การเรียนรทู ่ี 3 เรอื่ ง วัตถุดบิ และอปุ กรณใ นการทําขนมไทย รายวิชา ขนมไทย1 รหสั วชิ า ง20229 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 1-2-3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปการศึกษา 2562 นา้ํ หนกั เวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห เวลาทใ่ี ชใ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู 4 ช่วั โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสาํ คัญ (ความเขาใจที่คงทน) การเลอื กใชว ตั ถดุ บิ และอุปกรณใหถูกตองน้ันเปน สว นสาํ คัญ ซ่ึงจะสงผลตอ ลกั ษณะของขนม ฉะน้ันกอนทํา ขนมไทยจงึ ควรศึกษาเรื่องวตั ถุดบิ หลักๆและอุปกรณในการทําขนมไทย 2. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชี้วดั ชัน้ ป/ผลการเรียนร/ู เปาหมายการเรยี นรู 4. เลอื กใชวัตถดุ ิบและอปุ กรณท ่ีใชในการทําขนมไทยได 3. สาระการเรียนรู 3.1 เน้อื หาสาระหลกั : Knowledge -วัตถดุ บิ ในการทําขนมไทย -อุปกรณในการทําขนมไทย 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - -ถอดองคความรูเ ร่ืองการเลือกใชวตั ถุดิบในการทาํ ขนมไทย - ปฏบิ ัติการทําจากธรรมชาติ - ปฏิบตั กิ ารชั่งตวงวตั ถุดบิ 3.3 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค : Attitude - ใฝเ รยี นรู - มุงมั่นในการทํางาน 4. สมรรถนะสําคญั ของนักเรียน 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแกปญหา 5. คณุ ลกั ษณะของวิชา - ความรบั ผิดชอบ - ความต้ังใจ 6. คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค 1. ใฝเรยี นรู 2. มุงม่นั ในการทาํ งาน

7. ภาระงาน : - -ถอดองคความรเู ร่อื งการเลือกใชวตั ถุดบิ ในการทาํ ขนมไทย - ปฏิบตั ิการทาํ สจี ากธรรมชาติ - ปฏบิ ตั ิการช่งั ตวง วตั ถุดบิ 8. กิจกรรมการเรียนรู (จัดกิจกรรมการเรยี นรโู ดยใชก ระบวนการใด แสดงตามขนั้ ตอน : เวลาท่ใี ช 4 ชว่ั โมง ขัน้ นาํ เขาสบู ทเรียน/ข้ันต้ังคาํ ถาม 1. แจง ผลการเรยี นรใู นหนวยท่ี 2 เร่อื งวตั ถุดบิ และอปุ กรณในการทําขนมไทย ข้ันสํารวจและคนพบ/ขั้นการเตรียมการคนหาคําตอบ 1. ครูใหนักเรยี นศึกษาใบความรูเรอ่ื งวัตถดุ บิ และอปุ กรณในการทาํ ขนมไทย ครูอธบิ ายเพ่ิมเติมโดยใชส่ือของ จริงจากหอ งปฏิบตั ิการ 2. แจกใบงานใหน ักเรยี นถอดองคความรูจากการเรยี นเร่ืองวัตถดุ บิ ในการทําขนมไทย ( 15 นาที ) 3. แบง กลมุ นร. กลุมละ 3-4 คน ใหนกั เรียนเดนิ สาํ รวจหาสมนุ ไพร และดอกไมท ี่สามารถนํามาเปน สีในการ ผสมอาหารและขนมได กลุมละ 3 ชนิด ใหเ วลาในการสํารวจ ( 15 นาที ) 4. ปฏิบัตกิ ารทาํ ลองการทําสจี ากธรรมชาติ ( ใหเวลา 30 นาที) 5. ครูแจกใบความรเู รอ่ื งวสั ดอุ ปุ กรณใ นการทาํ ขนมไทย อธบิ ายเพิม่ เติมโดยใหน ักเรยี นดูของจรงิ จาก หองปฏิบตั กิ าร 6. แบง กลมุ นักเรยี น ในการช่ังตวง วตั ถดุ ิบโดยใชอ ุปกรณของจริง ขนั้ อธบิ ายและลงขอสรปุ /ขั้นดาํ เนนิ การคน หาคาํ ตอบและตรวจสอบคาํ ตอบ 1. บนั ทกึ ผลการปฏิบัติงานจากการยอ มสีธรรมชาติ 2. นักเรยี นสงตัวแทนกลุมออกมานาํ เสนอผลการยอมสจี ากธรรมชาติ ข้ันสรุปและประเมนิ ผล 1. ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ในสวนของเนอ้ื หาตา งๆท่ไี ดเ รยี นผา นมา 9. ส่ือการเรยี นการสอน / แหลงเรยี นรู รายการส่ือ จํานวน สภาพการใชส่อื 1. ใบความรูเ ร่อื ง วตั ถดุ ิบและอปุ กรณในการทาํ ขนมไทย 1 ชดุ ข้ันตรวจสอบความรู 2.ส่อื ของจริงเรือ่ งวัตถดุ บิ ในการทําขนมไทย 1 ชุด ข้นั สรา งความสนใจ 3.สือ่ ของจริงเร่ืองอุปกรณในการทําขนมไทย 1 ชดุ ขั้นขยายความรู

10. การวัดผลและประเมนิ ผล เปา หมาย หลักฐานการเรียนรู วิธีวัด เครือ่ งมอื วัดฯ ประเด็น/ การเรยี นรู ชนิ้ งาน/ภาระงาน เกณฑก ารใหค ะแนน 4. เลอื กใชว ัตถดุ บิ - ถอดองคค วามรเู รื่อง 1.ประเมินใบงาน 1.แบบประเมนิ การเขียน ใบงาน และอปุ กรณท ่ีใชใ น การเลอื กใชวัตถดุ ิบใน 1.แบบประเมินใบงาน การทําขนมไทยได การทาํ ขนมไทย 2.แบบประเมนิ การ ทํางานกลุม - ปฏิบตั กิ ารทําสจี าก 1.ประเมนิ ใบงาน 3. ประเมินการนําเสนอ ธรรมชาติ 2.ประเมินการ งาน ทาํ งานกลมุ 1.แบบประเมนิ ใบงาน - ปฏบิ ตั ิการช่ังตวง 3. ประเมินการ 2.แบบประเมินการ วตั ถุดบิ นําเสนองาน ทาํ งานกลมุ 3. ประเมินการนาํ เสนอ 1.ประเมนิ ใบงาน งาน 2.ประเมนิ การ ทาํ งานกลมุ 3. ประเมนิ การ นาํ เสนองาน 11. การบรู ณาการตามจุดเนน ของโรงเรยี น ครู ผูเรยี น หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจ พอดดี า นจติ ใจ พอเพยี ง มจี ติ สํานึกที่ดี เอื้ออาทร 6. ความพอประมาณ พอดดี านเทคโนโลยี รจู ักวัตถดุ ิบและสมนุ ไพรที่มใี น ทองถิน่ โดยการนาํ ผลผลติ ทางการ ประนีประนอม นกึ ถงึ ประโยชน เกษตรมาใชทาํ ขนมไดอยา งเหมาะสม สว นรวม/กลมุ และสอดคลองเน้ือหาเปนประโยชนตอ ผูเ รียนและพัฒนาจากภูมปิ ญญาของ ผเู รียน 7. ความมเี หตุผล - ยึดถือการประกอบอาชพี ดวยความ ไมหยุดนิ่งที่หาหนทางในชวี ิต หลดุ พน ถูกตอง สุจริต แมจะตกอยใู นภาวะขาด จากความทุกขยาก (การคนหาคาํ ตอบ แคลน ในการดาํ รงชวี ิต เพอ่ื ใหหลุดพน จากความไมร ู) 8. มีภมู คิ ุมกนั ในตวั ท่ีดี ภูมปิ ญ ญา : มคี วามรู รอบคอบ และ ภูมปิ ญญา : มคี วามรู รอบคอบ และ ระมัดระวงั ระมัดระวงั สรางสรรค

9. เงื่อนไขความรู ความรอบรูเรอ่ื ง วตั ถดุ ิบและ ความรอบรู เรือ่ ง วัตถดุ ิบและ 10. เงอ่ื นไขคุณธรรม อปุ กรณในการทาํ ขนมไทยทเ่ี กยี่ วขอ ง อุปกรณใ นการทําขนมไทย กรณีทเ่ี กดิ รอบดาน ความรอบคอบทีจ่ ะนาํ ความรู งาน ปริมาณทีเ่ กี่ยวของ การคํานวณ เหลา นนั้ มาพจิ ารณาใหเ ชอื่ มโยงกัน สูตรท่ีตองใช สามารถนาํ ความรู เพ่อื ประกอบการวางแผน การ เหลา นัน้ มาพิจารณาใหเ ชื่อมโยงกนั ดาํ เนินการจดั กิจกรรมการเรยี นรใู หกบั สามารถประยุกต ผเู รยี น ใชใ นชวี ิตประจําวัน มคี วามตระหนกั ใน คุณธรรม มี มคี วามตระหนกั ใน คุณธรรม มี ความซอ่ื สัตยส ุจริตและมีความอดทน ความซือ่ สตั ยสุจรติ และมีความอดทน มคี วามเพยี ร ใชสติปญญาในการ มคี วามเพยี ร ใชสติปญ ญาในการ ดาํ เนนิ ชวี ิต ดําเนนิ ชวี ติ ลงชอื่ ..................................................ผสู อน ( นางสาวปณ ชดา ไชยมงคล )

ใบความรูเรอื่ ง วตั ถดุ ิบและอปุ กรณในการทําขนมไทย วัตถุดบิ ในการทาํ ขนมไทย ขนมหวานไทยมรี สหวานเปนหลัก บางชนิดกม็ รี สหวานจดั บางชนิดก็มีรสหวานออนๆ วตั ถดุ ิบท่ีใชในการ ประกอบขนมหวานไทย สว นใหญจ ะประกอบไปดว ย ๑. นา้ํ ตาล ๑. น้ําตาล ชนิดของน้ําตาลที่ใชในการประกอบอาหารมีหลายลักษณะ ความสําคัญของน้ําตาลกับขนมหวาน โดยคือ ทําใหอาหารมีรสหวาน เชน เพิ่มความอรอย ทําใหแปงนุมอาหารอรอยใสขึ้น ตกแตงใหอาหารสวยงาม เคลือบ ไมใ หอ าหารแหง ทําใหอ าหารมีสีสวย มีกล่ินหอม นํา้ ตาลที่ใชประกอบขนมหวาน คือ ๑.๑ น้ําตาลทราย เปน น้ําตาลทีเ่ ปนผลกึ ทาํ จากออย นา้ํ ตาลทรายจะมีสองสี สีขาว คือนํ้าตาลที่ถูกฟอกจนมีสี ขาวและแข็งสะอาดละลายนํ้ายาก สวนน้าํ ตาลทรายสแี ดง คอื นํ้าตาลทรายทีไ่ มไดฟอกใหขาวจึงมีกล่ินหอม จะมเี กลือแร และวิตามินเหลืออยูบาง สวนใหญจะไมนิยมใชนํ้าตาลทรายแดง ย่ิงสีเขม แสดงวามีสารอ่ืนปนอยูมาก สวนใหญจะไม นิยมใชนํ้าตาลทรายแดงทําขนมหวาน นอกจากขนมบางอยาง เพ่ือใหการทําอาหารสะดวกขึ้น น้ําตาลทรายออกมาขาย ในรูปแบบตาง ๆ เพ่ือสะดวกในการใช เชน นํ้าตาลไอซ่ิง ไดจากน้ําตาลทรายขาวธรรมดา นํามาบดใหละเอียดออน เอา เฉพาะสวนที่ปนละเอียดเหมือน แปง ใสแปงขาวโพดหรือแปงมันมันลงไป ๓ เปอรเซนต เพ่ือกันไมใหนํ้าตาลจับกันเปน กอน นาํ้ ตาลปน คอื นํ้าตาลทรายธรรมดาทเ่ี อามาปนใหละเอียด แตไมเ ทา กับน้าํ ตาลไอซ่ิง การปนนํา้ ตาลเพอ่ื ให ผสมเขา กบั เครือ่ งปรงุ ไดง า ย ๑.๒ น้าํ ตาลไมตกผลึก(น้ําตาลปบ) ไดแ ก น้าํ ตาลโตนด นํา้ ตาลมะพรา ว นํ้าตาลทงั้ สองชนดิ น้ี นยิ มทําขนมหวาน ไทย เชน แกงบวด ขนมหมอ แกงสงั ขยา ฯลฯ เปน ตน เพราะใหค วามหอมหรือเค่ยี วทําน้าํ เช่ือมชนดิ ขนไวหยอดหนาขนม โดยบางชนดิ เชน ขนมเหนียว ขนมนางเลด็ ฯลฯ ๑.๓ นาํ้ เชอื่ ม ในการทําขนมหวานไทย เราจะทํานํ้าเชือ่ มเองไมน ิยมชือ้ น้ําเช่อื มเปน ขวดมาใช จะเริ่มตน ต้ังแตล ะลายนาํ้ ตาลกับนํ้า ตัง้ ไฟเคี่ยวใหเดือดการทํานํ้าเชื่อมใหขาว คือฟอกสีนํา้ ตาล โดยใชเ ปลือกไขฟ อกกับน้าํ ตาลตง้ั ไฟพอละลายแลวกรองนําไปต้ังไฟตอ เคี่ยวจนไดน า้ํ เช่ือมเหนยี วขน ตามตอ งการเพอ่ื นํามาทาํ ขนมชนดิ ตาง ๆ ๒. แปง ๒. แปงท่ีใชในการประกอบขนมหวาน ๒.๑ แปงขาวเจา (Riceflour) เปนแปง ทท่ี าํ จากเมลด็ ขาวเจา มลี ักษณะเปน ผงมีสขี าวจับแลว สากมือเล็กนอย เม่ือทําใหสุกจะมีลักษณะขุนรวน ถาท้ิงใหเย็นจะอยูตัวเปนกอน รวนไมเหนียว จึงเหมาะที่จะประกอบ อาหาร ท่ีตองการความอยูตัวรวนไมเหนียวหนืด เชน ขนมขี้หนู ขนมกลวย เสนขนมจีน ฯลฯ สมัยกอนนิยมโมกันเอง โดยลางขา วสารกอนแชขาวโดยใสน ํ้าใหทว มแชจนขา วนุม จะโมงา ยในปจจุบันนยิ มบดดว ยเคร่ืองบดไฟฟาบดใหละเอียด แลวจงึ หอผา ขาวบางทับนํา้ ทิ้งจะไดแปง ขา วเจาเรียกแปง สด ๒.๒ แปงขาวเหนียว (Glutinous Riceflour) เปนแปงท่ีทํามาจากเมลด็ ขาวเหนียว ท่ีมีลักษณะเปนผง สขี าว จบั แลว สากมือเล็กนอย เม่ือนําไปทําใหส ุกจะมลี ักษณะขนุ ขน เหนอะหนะ พอแปง ถูกความรอนจะจับตัวเปนกอน คอนขางเหนยี ว เหมาะในการนํามาประกอบอาหารทตี่ องการความเหนียวเกาะตวั เชน ขนมเทยี น ขนมถั่วแปบ ขนมตม ฯลฯ

๒แปงมันสาํ ปะหลัง (Cassave Starch) ทํามาจากหัวมนั สําปะหลงั มลี กั ษณะเปนผงสีขาว จับผิวสัมผัสของแปงจะเนียน ลื่นมือ เมื่อทําใหสุกจะเหลวเหนียวหนืด และใช เม่ือพักใหเย็นจะมีลักษณะเหนียว เหนอะหนะคงตัว นยิ มนาํ มาผสมกับอาหารท่ีตองการความเหนียวหนืดและใส เชน ทบั ทิมกรอบ เตา สว น ฯลฯในการทํา ขนมหวานไทยนยิ มนําแปง มนั สําปะหลังมาผสมกับแปงชนิดอ่ืน ๆ เพ่ือใหข นมมคี วามเหนยี วนุมกวาการใชแปงชนิดเดียว เชน ขนมชน้ั ขนมฟกทอง ขนมกลว ย ฯลฯ ๒.๔ แปง ขา วโพด (Corn Starch) เปนแปง ที่สกัดมาจากเมล็ดขา วโพด มีลักษณะเปน ผงสีขาวเหลอื ง นวลจบั แลว ผิวสัมผสั ของแปง เนยี นลื่นมือเม่ือทําใหส กุ จะมีลกั ษณะขน และใสไมคนื ตัวงาย เมอื่ เปน ตัวแปง จะอยูตัวจับ เปนกอ นแขง็ รวนเปนมันวาว ในขนมหวานไทย นยิ มนํามาผสมกับอาหารเพื่อตองการความขน อยตู วั เม่ือสัมผสั ดูเนื้อ แปงเนยี นละเอียดลืน่ ๒.๕ แปงถ่วั เขียว (Mung bean Starch) เปน แปง ท่สี กดั มาจากถั่วเขยี ว เมลด็ แหง มีลักษณะเปนเม็ด เล็ก ๆ จบั ผิวสัมผัสแลวจะสากมือ กอนใชค วรนํามาบดใหเ ปน ผงกอ น เมื่อทาํ ใหสกุ จะมลี ักษณะขนคอ นขา งใสเมือ่ พกั ให เยน็ จะจับตวั เปน กอนแข็งอยูตัวคอ นขางเหนยี ว เหมาะในการทําอาหารที่ตอ งการความใสอยตู ัว เชน ซาหร่ิม ขนมลมื กลืน ฯลฯ ๒.๖ แปง ทา วยายมอม (Arrowroot Starca) สกดั มาจากหัวมันทาวยายมอม มลี ักษณะเปนเม็ดเลก็ ๆ สีขาวเปน เงา เวลาใชตองบดใหละเอียดเปนผงเมอื่ นาํ ไปประกอบอาหาร จะใหค วามขน เหนียวหนดื และใส เม่อื ทาํ ใหเยน็ จะเหนยี วตัวกวา แปงมนั สาํ ปะหลงั นิยมนํามาใชร ว มกบั แปงชนิดอื่น ๆ เพอ่ื ใหไ ดอาหารที่มคี วามขน เหนียว เปน มนั วาว เชน ขนมชั้น ขนมนาํ้ ดอกไม ฯลฯ ๒.๗ แปง สาลี (Wheat Flour) ทําจากเมลด็ ขาวสาลี ลกั ษณะเปน ผงมสี ขี าวเมือ่ ทําใหสกุ จะมลี กั ษณะ รว นเหลว ไมอยตู ัวคุณภาพของแปงสาลีขึ้นอยูกบั ปรมิ าณโปรตีนในเมลด็ ขา วสาลี ซง่ึ ทําใหไ ดล กั ษณะของขนมตางกนั แปง สาลียงั แบง ออกเปนชนิดตา ง ๆ ตามคุณสมบัตขิ องแปง คอื  แปงสาลีสาํ หรบั ทาํ ขนมปง (Bread Flour) ทําจากขาวสาลีชนดิ หนกั มีปรมิ าณ โปรตนี ๑๒-๑๓เปอรเซนต แปง มสี ขี าวนวล เม่ือสัมผัสผวิ แปงจะหยาบกวา แปง สาลีชนดิ อนื่ ปรมิ าณโปรตีนสูง ทําใหแปง ขนมปง สามารถดูดน้ําไดมาก มีความยดื หยนุ เหนียว เหมาะสาํ หรับการทาํ ขนมปง ปาทองโก (แตแปงชนดิ น้ไี มน ิยม นาํ มาขนมหวานไทย สวนใหญใชท าํ ขนมอบ)  แปงสาลีอเนกประสงค (All purpose Flour) ทาํ จากขาวสาลชี นดิ หมัก และชนิดเบา ผสมรวมกนั มโี ปรตีน ๙-๑๐ เปอรเซนต แปงมีสีขาวนวล ลักษณะหยาบแตน อยกวา แปงขนมปง ใหความเหนียว พอควร แตคณุ ภาพจะสูแปงขนมปงไมได ใชท ําผลิตภณั ฑไ ดหลายชนิด เชน คุกก้ี พาย กรอบเค็ม กะหรพ่ี ัฟ  แปง สาลสี าํ หรับทาํ เคก (Care Flour) ทาํ จากขาวสาลีชนิดเบา มปี รมิ าณโปรตีน ๖-๙ เปอรเ ซนตสขี าวเน้ือแปงละเอียด เมือ่ นาํ มาผสมนาํ้ จะดดู ซึมน้ําไดน อยไดกอนแปง ท่ี เหนยี วตดิ คอื เหมาะสําหรับทํา ขนมสาลี ขนมฝรั่ง ขนมเคก ฯลฯ

๓. กะทิ กะทิ กะทิไดจากมะพราว ขนมไทยนิยมใชกะทิท่ีคั้นเองจากมะพราวขูดใหมๆ ถาคั้นกะทิจากมะพราวที่มีกล่ิน จะทําใหกล่ินของขนมเสีย ท้ังกลิ่นและรสอาเปร้ียว แกไขไดยาก ไมสามารถจะกลบกล่ินของกะทิได แมแตนําไปต้ังไฟ กวน มะพรา วเมือ่ ซื้อมา ถา ยังไมใ ช ควรเกบ็ ในตูเยน็ หรอื ตอ งคนั้ เปนกะทิทนั ที และทาํ ใหร อ นหรือใหสุกกอนถาตองการ เก็บไวยังไมใชทันที การคั้นมะพราวเพื่อใหไดหัวกะทิ จะนวดมะพราวกอนใสน้ํารอนหรือน้ําสุกแตนอยนวดน้ําใน มะพราวออกมาจะไดหัวกะทิขนขาวในการทําขนมหวานโดยตองการใชหัวกะทิขน ๆ เพื่อใหขนมนารับประทาน ผู ประกอบขนมหวานไทยจึงควรมีความรูเรือ่ งการคน้ั มะพราวใหไดก ะทิทขี่ น ๔. สารชวยใหชนื้ สารที่ชวยใหช้ืน ขนมโดยมีความจําเปนในการใชสารชวยข้ึนนอย วิธีการทํา และสวนผสม มีสวนชวยทําให ขนมขึ้นโดยธรรมชาติ เชนการทําปุยฝาย ขนมตาล ฯลฯ แตปจจุบันลักษณะด้ังเดิมของขนมหวานไทยในทองตลาด เปลี่ยนไปเพื่อธุรกิจการคา หนาตาขนมจะมีความนารับประทานขึ้น โดยอาศัยสารทางวิทยาศาสตร ซึ่งไดแก ผงฟู เพ่ือ ทาํ ใหขนมข้นึ เร็ว และมลี กั ษณะนารบั ประทาน ๕.กลิน่ กล่ิน กล่ินท่ีใชในการทําขนมหวานไทย แตกอนจะใชดอกไมสดท่ีมีกล่ินหอม เชน ดอกมะลิ กระดังงา ฯลฯ นํามาอบรํ่าในนํ้าสะอาด เพ่ือใหน้ํามีกลิ่นหอม แตในปจจุบันภาวะส่ิงแวดลอมไดเปล่ียนไป ดอกไมชนิดตาง ๆ ใชยาฆา แมลงฉีด เพื่อใหมีความคงทนและนํามาซึ่งอันตรายตอผูบริโภค จึงมีกล่ินวิทยาศาสตรเขามาชวย เชน กล่ินมะลิกลิ่น ใบเตย ฯลฯ ๖.เกลือ เกลอื ในขนมหวานไทย เกลอื ใหร สเค็มมีบทบาทสําคญั ทําใหข นมเกิดรสชาตนิ ารับประทานข้นึ เพราะเมื่อ นําไปผสมกบั กะทิ หรือมะพราว ๗. สีใชตกแตงอาหาร สีทใ่ี ชต กแตงอาหาร ขนมหวานไทยบางอยางไมจะเปนตองใสสี กใ็ หความสวยตามธรรมชาติ เชน ขนมปยุ ฝาย จะมีสีเหมือนชอื่ แตถา เปนขนมท่ีตอ งมีสจี ะใชส ธี รรมชาติ เชน สเี ขียวของใบเตย สมี วงจากดอกอญั ชัน สีเหลืองจาก ขม้นิ สแี ดงของคร่งั ฯลฯ ปจ จุบันไดม สี ีผสมอาหารทสี่ ามารถรับประทานไดแ ลว ไมเปนอันตรายตอ รางกาย โดยใชใ น อัตราสวนทเ่ี หมาะสม ทําขนมหวานไทยใหดูนารับประทานโดยใชสีออน ๆ ๘. ไข . ไข ไขท่ใี ชในการทาํ ขนมหวานไทย จะใชท ั้งไขไกและไขเปด การนําไขม าตีใหข้นึ ฟูมากจะเปนตัวเก็บ ฟองอากาศชวยทาํ ใหขนมโปรงฟู การเลือกใชไข ควรใชไขท่ีใหมแ ละสด

เทคนิคในการทาํ ขนม การทําขนมหวานไทยใหดี ตองประกอบดวยปจจัยหลายอยาง คือ ตองมีใจรัก ชอบทํามีความอดทนต้ังใจมี ความพิถีพิถันในการประดิษฐใหขนมมีรูปรางท่ีนารับประทาน ขนมหวานไทยบางชนิดตองฝกทําหลายๆ คร้ังจึงจะได ลักษณะที่ดี ประสบการณ และความชาํ นาญในการทําบอย ๆ ผูประกอบขนมหวานไทย จะประสบความสําเรจ็ ในการทํา การทาํ ขนมหวานไทยของคนรุนกอนๆ จะใชก ารกะสว นผสมจากความเคยชินที่ทาํ บอย ๆ สดั สว นของขนมจะไมแนนอน และยงั เปน การถา ยทอดความรใู หก นั เฉพาะภายใน ครอบครัวเทาน้ัน แตในปจจุบันขนมหวานไทยไดวิวัฒนาการใหทัดเทียมกับขนมนานาชาติ มีสูตรที่แนนอน มีสัดสวน ของสว นผสม และวิธีทําท่ีบอกไวอยางชัดเจน ผูป ระกอบขนมหวานไทยเปน ท่จี ะตองใชอปุ กรณที่เปนมาตรฐานในการช่ัง การตวง มีถวยตวง ชอนตวง ใชภาชนะใหถูกตองกับชนิดของอาหาร เชน การกวนจะใชกระทะทองดีกวาหมอ หรือ กระทะเหล็ก การทอดใชกระทะเหล็กดีกวากระทะทอง ทําตามตํารับวิธีทําขั้นตอน อุณหภูมิท่ีใชในการทํา ตลอดจน เลอื กเครอื่ งปรงุ ที่ใหม ฉะนั้นการทาํ ขนมหวานไทย ควรคาํ นึงถงึ สิ่งตอ ไปน้คี ือ ๑. อุปกรณในการทาํ ขนม ๒. เคร่ืองปรุงตา ง ๆ ๓. เวลา ๔. สตู ร เคร่ืองปรงุ และวธิ ีการทาํ ขนม ๕. ชนดิ ของขนม ๖. วิธกี ารจดั ขนม อุปกรณทใ่ี ชในการทําขนม อปุ กรณท่ใี ชในการทาํ ขนม สามารถแบง ไดใ หญๆเปน๓ปรเภท ๑. อปุ กรณที่ใชใ นการชงั่ ตวง อปุ กรณที่ใชในการช่ังตวง o ถว ยตวงของแหง ถว ยตวงมีเปน ชดุ ทําดวยอลมู ิเนียม พลาสตกิ หรอื สแตนเลท ขนาด มาตรฐานมี ๔ ขนาด คือ ๑ ถวยตวง ๑/๒ ถวยตวง ๑/๓ ถวยตวง และ ๑/๔ ถวยตวง ใชสําหรับตวงของแหง เชน แปง น้ําตาล มะพราวขูด ฯลฯ ไมควรใชถวยตวงตักลงไปในวัสดุที่ตองการตวง เพราะถวยจะกดลงไปในเนื้อของวัสดุที่ตวง ทําใหเ นอื้ แนน ปริมาณทไ่ี ดจ ะไมแ นน อน o ถว ยตวงของเหลว ถว ยตวงของเหลวทาํ ดวยแกว ทนไฟหรอื พลาสตกิ ใส มหี ูจับอยูดานขาง และที่ปากแกวจะมีท่ีเทนํ้าไดสะดวก ตวงตามปริมาตรซึ่งมีบอกไวอยูดาน นอกของถวยเปนออนซ หรือขนาดถวย ใช สําหรบั ตวงของเหลว เชน น้ํา นาํ้ มนั กะทิ ฯลฯ ที่นิยมใชจะมีขนาด ๘ ออนซ หรือ ๑๖ ออนซ o ชอ นตวง ชอนตวงมลี ักษณะคลา ยชอน ทําจากอลมู ิเนยี มอยางดี พลาสติก หรือสแตนเลท ๑ ชุดมี ๔ ขนาด คือ ๑/๔ ชอนชา ๑/๒ ชอนชา ๑ ชอนชา และ ๑ ชอนโตะ จะใชตวงวัสดุที่ใชปริมาณไมมากนัก เชน เกลือกลิ่น หรือเคร่ืองเทศ ฯลฯ ลักษณะการใชใหตักวัสดุที่ตองการตวงใสลงในชอนตวงใหพูนแลวปาดใหเสมอกับขอบ ของชอนตวง ไมค วรใชชอนตักลงในวสั ดุที่ตองการตวง เพราะจะทําใหไดปรมิ าณท่ีไมแนน อนและเปนการกระทําท่ีไมถูก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook