Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ครูปล่อยแสง ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

ครูปล่อยแสง ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

Description: ครูปล่อยแสง ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

Search

Read the Text Version

สนับสนุนเขาอย่างเต็มท่ี ส่วนเด็กบางคนที่ไม่เน้นวิชาการ ครูปุ้ยก็ไม่ได้ทอดทิ้ง แตจ่ ะชว่ ยใหเ้ ดก็ ค้นหาความถนัดดา้ นอื่นๆ ของตัวเอง “ถ้าเด็กถนัดดนตรีก็ผลักให้ไปอยู่วงดนตรี ถ้าดนตรีไม่เอา เรียนไม่เอา ก็ เนน้ ไปทางอาชพี งานช่าง อะไรแบบนี้” การท่ีครูจะสรา้ งความเช่อื มน่ั ต้องทำ� ให้เดก็ เชอื่ ให้ได้กอ่ นวา่ ครูใส่ใจเขา “เมอื่ เขามน่ั ใจ เขากจ็ ะไปเลา่ ใหพ้ อ่ แมฟ่ งั วา่ เขาเรยี นได้ ทำ� ได้ แลว้ เสยี งจาก พอ่ แม่ก็จะสะทอ้ นกลับมาเอง” อกี หนง่ึ วิธงี ่ายๆ ทชี่ ่วยสรา้ งความเชือ่ มัน่ ในตวั ครู นน่ั คอื การ ‘เช็คชือ่ ’ เรอ่ื งนผ้ี อู้ ำ� นวยการไมไ่ ดส้ อนไว้ แตท่ ำ� ใหเ้ หน็ เปน็ ตวั อยา่ ง แลว้ ครปู ยุ้ กจ็ ดจำ� มาใช้กับเดก็ ๆ “เมื่อก่อนไม่เข้าใจว่าท�ำไมจะต้องเช็คชื่อ เราแอนตี้ด้วยซ้�ำกับอะไรเล็กๆ น้อยๆ แบบน้ี แต่จริงๆ แล้วการเชค็ ชอ่ื ทำ� ให้เราจ�ำเด็กคนนั้นได้ แล้วยังมผี ลตอ่ วิชาแนะแนว ถ้าเราจ�ำเด็กคนนั้นได้ จำ� สญั ลักษณ์ จำ� เอกลกั ษณเ์ ขาได้ ก็จะท�ำให้ จำ� ไดว้ า่ ลกั ษณะครอบครวั และเรอื่ งอน่ื ๆ ของเดก็ คนนนั้ เปน็ อยา่ งไร เพอ่ื เปน็ ขอ้ มลู ประกอบใหเ้ ราวางแผนร่วมกบั เขาเร่อื งการเรยี นต่อได”้ ดังนั้น ไม่ว่าครปู ุย้ จะยา้ ยไปสอนทไี่ หน เทคนิคเล็กๆ นอ้ ยๆ เหลา่ นีจ้ ึงกลาย เปน็ อาวธุ ติดตัวไปใช้ประกอบการสอนทกุ ครัง้ 150 ครูปลอ่ ยแสง: ครูบนั ดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

ครูแนะแนว ไมใ่ ชใ่ ครก็ได้ ครูปุ้ยไม่ปฏิเสธประโยคที่ว่า “ไม่ว่าครูวิชาไหนก็สอนแนะแนวได้” แต่ครู แบบไหนมากกว่าท่ีจะสอนแนะแนวไดด้ ี สำ� หรบั ครปู ยุ้ ความยากไมไ่ ดอ้ ยทู่ เี่ นอื้ หาวชิ า แตเ่ ปน็ การทำ� ความเขา้ ใจเดก็ แตล่ ะหอ้ งมากกวา่ เพราะคาแรคเตอรข์ องเดก็ แตล่ ะหอ้ งตา่ งกนั มหาศาล ไลต่ งั้ แต่ เด็กเรียนเกง่ เดก็ หอ้ งคิง เด็กปานกลาง ไปจนถึงหอ้ งที่ไมเ่ น้นวชิ าการเลย หน้าท่ี ของครแู นะแนวคอื การปรบั โหมดให้ได้กับความหลากหลายเหลา่ นี้ ส่ิงหน่ึงที่ครูปุ้ยสังเกตเห็นคือ เด็กห้องต้นๆ หรือเด็กที่ผลการเรียนดี มัก ไม่ร้จู กั ตัวเอง กลับกันกับเด็กหอ้ งทา้ ยทรี่ ู้ตวั เองมากกว่า “เพราะเด็กในห้องท้ายๆ เขารู้ว่า เขาเรียนได้เท่านี้ เขาอยากเป็นช่างยนต์ ชา่ งไฟ อยากเรยี นในสง่ิ ทจ่ี ะประกอบอาชพี ได้ แตถ่ า้ เปน็ หอ้ งเรยี นระดบั ตน้ ๆ เปน็ อารมณแ์ บบว่า ฉนั จะเปน็ หมอ เพราะฉนั ไดเ้ กรดสูง ฉนั จะต้องเปน็ แบบนไี้ ด้ แต่ พอเอาเข้าจริงๆ มันไมไ่ ด้เป็นไปตามบคุ ลิกทเ่ี ขาเป็น “ในคาบเรยี นแนะแนว เราจะใหเ้ ขาเขียนเปา้ หมายในอนาคต เดก็ หอ้ งต้นๆ มักไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร ค�ำตอบจะคล้ายๆ กัน เช่น เป็นหมอเหมือนกัน หมด แตส่ ดุ ทา้ ยกไ็ มใ่ ช่ แตเ่ ดก็ หอ้ งทา้ ยๆ ตดั สนิ ใจไดท้ นั ทวี า่ จะไปตอ่ สายอาชพี ” ครูปยุ้ บอก นบั เปน็ รายละเอยี ดสำ� คญั ทค่ี รแู นะแนวไมใ่ ชแ่ คต่ อ้ งรู้ แตต่ อ้ งทำ� ความเขา้ ใจ ในตวั เดก็ ทกุ คน ครปู ยุ้ จงึ พยายามจดั ตารางการสอนใหเ้ ดก็ ระดบั ชน้ั เดยี วกนั หรอื วัยใกลเ้ คียงกนั ได้เรยี นในวนั เดียวกนั โดยท่วั ไปวิชาแนะแนวของชั้น ม.1 มักสอนเรื่องการปรับตวั เรือ่ งเพศ ม.2 สอนเรอ่ื งเพื่อน และ ม.3 จะเปน็ การแนะแนวการศึกษาต่อ “สว่ น ม.4 วนลปู เขา้ เรอ่ื งการปรบั ตัว เร่ืองการวางแผนตา่ งๆ ในชีวิต สว่ น ม.5 ก็กลับมาเน้นเรื่องเพ่ือน และพอ ม.6 ก็เริ่มคล้ายๆ กับ ม.3 แต่เพ่ิมการ ตัดสนิ ใจให้ชัดขนึ้ ” โลกน้ตี อ้ งมคี รแู นะแนว 151

วิชานไ้ี มม่ คี ะแนน โรงเรยี นอา่ งทองปทั มโรจนว์ ทิ ยาคม ถอื เปน็ โรงเรยี นมธั ยมขนาดใหญ่ มเี ดก็ ระดับชัน้ ม.1-6 มีครูแนะแนว 2 คน หนา้ ท่ขี องครปู ุ้ยคอื การรับผิดชอบสอนเด็ก วิชาแนะแนวเดก็ ระดับ ม.ต้น ทงั้ หมด แน่นอนว่าครูปุ้ยจ�ำเด็กไมไ่ ดท้ ุกคน ครจู งึ พยายามสรา้ งความใกลช้ ดิ หนง่ึ ในวธิ กี ารนน้ั คอื การอา่ นขอ้ ความบอกเลา่ ทเี่ ดก็ ๆ เขียนจากการทบทวนตัวเองในคาบวชิ า “อย่าง ม.3 ตอนเราเจอเขาคร้ังแรก จะให้เขาพูดถึงจุดมุ่งหมายทางการ ศึกษา กใ็ ห้เขาเขียนไปวา่ ตวั เองเป็นอยา่ งไร เป็นใคร ทำ� อะไรอยตู่ อนน้ี พน้ื ฐาน เป็นอย่างไร และมีวิธีการวางแผนไปสู่อนาคตอย่างไร พอวางแผนได้แล้วจะหา วิธไี ปสู่ตรงน้นั อยา่ งไร ถ้าได้ค�ำตอบมาแลว้ จะเช่อื มโยงไปสู่เปา้ หมายนัน้ ไดจ้ ริงๆ ไหม ให้เขาวเิ คราะหต์ ัวเอง “ต่อมาคือฝึกให้เขาวางแผนจากเกรด วางเป้าหมายของเขาให้เชื่อมโยงกับ เกรดท้ังสองเทอม ฝึกวางแผนต้ังแต่คาบแรกเทอมหนึ่ง พอเทอมสองคาบแรกก็ ให้กลับไปเช็คว่าท่ีวางแผนไว้นั้นตรงตามเป้าหมายไหม ถ้าไม่ตรง เกิดอะไรข้ึน ให้เขาทบทวนตัวเขาเอง” ครูปยุ้ บอกเสมอว่า วิชาแนะแนวของครูจะไม่มคี ะแนน... “จะเขยี นหรือไม่เขยี นกเ็ รอ่ื งของเธอ ไม่ได้บงั คบั แตจ่ �ำไวอ้ ยา่ งหน่ึงวา่ สงิ่ ที่ ครูให้ท�ำคือการทบทวนตัวเองและเป้าหมายในอนาคตของตัวเอง สิ่งท่ีเธอเขียน คือเร่อื งของเธอและอนาคตเธอ ซ่งึ เดก็ สว่ นใหญก่ ็จะเขยี น พอเขาเขียน ก็เขยี นได้ ครใู หผ้ ่านหมด สว่ นเด็กทีต่ กคือเด็กท่ีไมเ่ ขา้ เรียน” ‘เป็นทุกอยา่ ง’ อย่างครูแนะแนว ย้อนไปถึงความสงสัยในวัยเด็กของครูปุ้ยท่ีว่า “ครูแนะแนวท�ำไมว่างจัง?” แต่พอมาเป็นครูแนะแนวจริงๆ กลับพบสารพันปัญหาสารพัดหน้าท่ี นอกเหนือ จากการสอนที่ครูทุกคนต้องแบกไว้ ทั้งงานสวัสดิการ งานพัสดุ เอกสารทุนจาก มหาวิทยาลยั ทุน กยศ. ให้คำ� ปรกึ ษาเดก็ จัดสอบ งานธรุ การตา่ งๆ มากมาย 152 ครูปล่อยแสง: ครบู นั ดาลใจ จุดไฟการเรยี นรู้

ถา้ เชน่ น้นั ครแู นะแนวต้องทำ� อะไรบ้าง? “โห...เยอะค่ะ” ครปู ุ้ยบอก หน่ึง คือ การสอนตามปกติ สอง งานบริการของแนะแนว ไม่วา่ จะเปน็ การจัดวางตวั บคุ คล ให้คำ� ปรึกษา ตดิ ตามผลเดก็ การใหข้ อ้ มลู สารสนเทศ หลายงานอาจเขา้ ขา่ ยหยมุ หยมิ แตค่ รปู ยุ้ ยืนยันวา่ ตอ้ งมี “เรามีหน้าที่ในการหาข้อมูล แม้เด็กเด๋ียวน้ีเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย แต่บางคน ก็ไม่เลือกเสพข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์กับตัว อย่างเช่นเรื่องการศึกษาต่อ เราแจก หนงั สอื คมู่ อื ฉบบั เดยี วกนั กบั ทเ่ี ดก็ มี แตเ่ ดก็ เดนิ มาถามวา่ ครู หนตู อ้ งทำ� อะไรบา้ ง แสดงใหเ้ หน็ วา่ เขาไมไ่ ดศ้ กึ ษาขอ้ มลู อยา่ งจรงิ จงั หนา้ ทข่ี องครจู งึ จะตอ้ งสรปุ ขอ้ มลู ยาวๆ ใหเ้ ขาเขา้ ใจมากขน้ึ “การให้ค�ำปรึกษาเป็นเรื่องส�ำคัญ เพราะบางคร้ังเด็กก็ไม่รู้จะเล่ากับใคร บอกกบั ใคร ไม่ว่าจะเป็นปญั หาการเรยี น ครอบครัว หรือเพ่ือน เชน่ ถา้ เขาอยาก เป็นหมอ เราต้องหาข้อมูล ไปหาศิษย์เก่าที่จบไปแล้ว เอาข้อมูลจากพ่ีๆ ที่มี ประสบการณม์ าถ่ายทอดใหน้ อ้ งฟัง หรอื จดั ค่ายทีเ่ ป็นตัวเช่อื มใหร้ ่นุ น้องกับรุ่นพ่ี ไดม้ าเจอกัน” โลกนต้ี อ้ งมีครูแนะแนว 153

กอ่ การแบบครแู นะแนว การก้าวเท้ามาร่วมโครงการ ‘ก่อการครู’ ของครูปุ้ยอาจแตกต่างจากเพื่อน ครูคนอ่ืน จ�ำนวนไม่น้อยเข้ามาเพราะอึดอัดกับปัญหาระบบการศึกษา อยากหา ทางออกเพ่อื นำ� กลบั ไปแก้ไข และอีกมากเข้ามาเพ่อื เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทีห่ าไมไ่ ด้ ในโรงเรียน ครูปุ้ยน่าจะจัดอยู่กลุ่มหลัง เพราะไม่ได้มาพร้อมกับปัญหาหรือภาระครู ที่เกินแบก แต่มาพร้อมกับดักช้ินใหญ่ที่เข้ามาขวางจนคล�ำหาทางออกไม่ได้ น่ันคือ เสียงในหวั ที่เริ่มตงั้ คำ� ถามดังข้ึนเรอ่ื ยๆ วา่ “ส่ิงที่เราสอน เด็กได้ประโยชน์ จริงๆ ไหม และการที่เราให้เดก็ ไปแบบนี้ เดก็ ไดเ้ อาไปใชจ้ ริงๆ หรอื ” ครูปุ้ยจึงอยากฉุดตัวเองออกจากหลุมพรางให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมๆ กับ การกลบั มาสำ� รวจตวั เอง ตง้ั คำ� ถามกบั ตวั เองวา่ อยากเปลยี่ นอะไรจากขา้ งในบา้ ง จึงตัดสินใจเข้าโครงการกอ่ การครู (รุน่ 1) “เรอ่ื งทพ่ี คี ทส่ี ดุ คอื ทงั้ ชวี ติ การเปน็ ครู เราไมเ่ คยเขา้ ใจคำ� วา่ วจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ มากอ่ น เพง่ิ ไดม้ าเรียนรู้ครงั้ แรกในโครงการน้”ี หนึ่งห้องเรียนท่ีครูปุ้ยเลือกคือ ‘ห้องการวิจัยเพ่ือสร้างความหมายใหม่ ในการเรยี นร’ู้ เพราะคดิ วา่ เปน็ ประโยชนก์ บั อาชพี ครแู ละไดน้ ำ� ไปใชอ้ ยา่ งแนน่ อน ครูปุ้ยได้เรียนรู้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อพัฒนางานวิจัยของตัวเองเป็น อนั ดบั แรก หากในอนาคตมกี ารขยบั ขยายตำ� แหนง่ หนา้ ที่ สง่ิ นคี้ อื เครอ่ื งมอื สำ� คญั เชน่ เดียวกบั ‘ห้องทกั ษะการโคช้ ’ ทีไ่ ด้ใช้ในการเขา้ หานกั เรยี น รับฟังและ ให้คำ� ปรึกษากบั เด็กๆ ซงึ่ เป็นหวั ใจหลกั ของหน้าทค่ี รแู นะแนว อีกหนึ่งห้องเรียนสนุกสนานท่ีครูปุ้ยน�ำไปประยุกต์ใช้ได้คือ ‘ห้องเรียนสื่อ สรา้ งสรรค’์ ประโยชนจ์ ากหอ้ งเรยี นนคี้ รปู ยุ้ นำ� มาปรบั ใช้โดยเนน้ ฝกึ ใหเ้ ดก็ เลา่ เรอื่ ง ผ่านภาพ นำ� สิง่ ท่ีอยูใ่ นธรรมชาติ สองขา้ งทาง ตามพ้ืน หิน ก่งิ ไม้ เอามาเลา่ เปน็ เรื่อง เพือ่ ใหเ้ ขาทบทวนตัวเอง รจู้ ักตวั เอง แลว้ ใหเ้ ขาเลา่ วา่ สิง่ เหลา่ นน้ั เกย่ี วข้อง กับตวั เขาอยา่ งไร นคี่ ือหน่งึ ในเป้าหมายของวิชาแนะแนว สุดท้ายท่ี ‘ห้องเรียนสะเต็มศึกษา’ หัวใจหลักอยู่ที่การออกแบบการเรียนรู้ สกดั เรอื่ งยากๆ ใหเ้ ขา้ ใจงา่ ยขนึ้ รวมถงึ การบรู ณาการรายวชิ าตา่ งๆ โดยความรทู้ ่ี ไดจ้ ากหอ้ งเรยี นนคี้ รปู ยุ้ บอกวา่ ตวั เองเอามาปรบั ใชก้ บั เดก็ ไดอ้ ยา่ งรอ้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์ 154 ครูปลอ่ ยแสง: ครูบันดาลใจ จดุ ไฟการเรียนรู้

ไมม่ คี าบวา่ งอกี ตอ่ ไป เม่ือโต๊ะม้าหินกลางลานต้นไทรในโรงเรียนกลายเป็นพื้นท่ีเรียนรู้ท่ีครูปุ้ย พาเด็ก ม.1 มารวมตัวกันเล่นบอร์ดเกม ใครจะเช่ือว่านี่คือกิจกรรมที่เกิดข้ึนใน คาบเรียนวิชาแนะแนว บอร์ดเกมเป็นดอกผลท่ีเกิดจาก ‘ห้องเรียนสะเต็มศึกษา’ ในโครงการก่อการครู ครูปุ้ยบอกว่า ก่อนหน้านั้นได้โยนโจทย์ให้เด็กแต่ละกลุ่ม คิด และสร้างบอร์ดเกมข้ึนมาภายใต้หัวข้อ ‘ปัญหาสังคม’ โดยปล่อยให้ดีไซน์ รูปแบบ หน้าตา วธิ ีการเลน่ ไดอ้ ย่างอสิ ระ จากนนั้ ให้แตล่ ะกล่มุ น�ำเกมของตวั เอง มาแชรแ์ ละผลดั กนั เล่น ลานต้นไทรวันนั้นจึงเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และเสียงหัวเราะอย่าง สนุกสนาน บางกลุ่มใช้เน้ือหาของวิชาสุขศึกษามาท�ำเป็นเกม บางกลุ่มใช้เน้ือหา ในวชิ าวทิ ยาศาสตร์ บางกลมุ่ เลือกวชิ าสงั คม เชน่ เกมใบค้ ำ� ที่ต้องใบ้ใหอ้ ีกฝา่ ย พูดคำ� วา่ ‘ฝุ่น PM2.5’ หรอื คำ� วา่ ‘เลือกต้งั ’ ออกมาให้ได้ ครูปุ้ยบอกว่า ส่ิงที่เห็นชัดเจนหลังกลับมาจากโครงการก่อการครูคือ เด็ก เรียนสนุกข้ึน มีกิจกรรมให้ท�ำหลากหลาย และได้เห็นว่าวิชาแนะแนวไม่ใช่ คาบว่างอกี ต่อไป การใหค้ ำ�ปรึกษาเป็นเรอ่ื งสำ�คัญ เพราะบางครัง้ เดก็ ก็ไมร่ ้จู ะเลา่ กับใคร บอกกบั ใคร ไมว่ า่ จะเป็นปญั หาการเรยี น ครอบครวั หรอื เพ่ือน เช่น ถา้ เขาอยากเปน็ หมอ เราต้องหาข้อมลู ไปหาศษิ ยเ์ ก่าท่ีจบไปแล้ว เอาขอ้ มูล จากพีๆ่ ท่ีมปี ระสบการณ์มาถา่ ยทอด ใหน้ อ้ งฟงั หรือจัดคา่ ยทีเ่ ป็นตวั เชอื่ ม ให้รนุ่ นอ้ งกบั ร่นุ พไ่ี ดม้ าเจอกัน โลกน้ตี อ้ งมคี รูแนะแนว 155

“ถา้ ถามวา่ เปา้ หมายของบอรด์ เกมคอื อะไร แคอ่ ยากใหเ้ ขารวู้ า่ สงิ่ ทเี่ ขาเรยี น ในวิชาตา่ งๆ ทเี่ ขาบ่นวา่ ยาก แต่พอเอามาทำ� เปน็ เกมกจ็ ะง่ายขน้ึ เมื่อเขาสนกุ กับ ส่ิงที่ท�ำ อย่างน้อยพอเขาสนุก เขาก็จะได้เร่ิมคิดแล้วว่าก่อนจะสนุก เนื้อหาที่เขา จะเอามาใส่เกม เขาเอามาจากไหน เขาตอ้ งหาความรมู้ าก่อน อยา่ งบางเกมท่เี ปน็ เรอ่ื งเฉพาะมากๆ เขาจะคดิ คำ� ถามไดก้ ต็ อ่ เมอ่ื อา่ นเนอื้ หามา เหมอื นไดท้ วนความรู้ ไปในตวั ” นอกจากการน�ำเทคนิคที่ได้จากห้องเรียนก่อการครูมาแทรกให้เด็กๆ แล้ว เทคนิคเหลา่ นนั้ ยงั แผซ่ มึ ไปถึงเพ่อื นครูดว้ ยกนั อกี ดว้ ย เพราะเม่ือครูคนอนื่ ๆ เหน็ การสอนแบบพาเดก็ ทำ� กจิ กรรมนอกหอ้ งเรยี น และเดก็ ๆ สนกุ กม็ กั จะมาถามและ ขอค�ำแนะนำ� จากครูปุ้ย “แต่ครูหลายๆ คนยังติดกับดัก เพราะกลัวสอนไม่ทัน ถ้าเอากระบวนการ เขา้ ไปใสจ่ ะยง่ิ แลว้ ใหญ่ ฉะนนั้ จะวา่ เปน็ ขอ้ ดขี องวชิ าแนะแนวกไ็ ด้ ทตี่ วั ชวี้ ดั ทง้ั 4 ขอ้ เอือ้ ไปกบั การเรยี นรูแ้ บบผา่ นกระบวนการ” ตัวช้ีวัดท้ัง 4 ข้อที่ครปู ุย้ พดู ถงึ คือ 1. เด็กรจู้ ักและเข้าใจตัวเองและผอู้ นื่ 2. เดก็ สามารถแสวงหาข้อมูลได้ 3. เดก็ สามารถทจี่ ะตดั สินใจ แกป้ ญั หาได้ 4. เด็กจะตอ้ งชว่ ยเหลอื เพ่ือนได้ ทำ�ไมโลกน้ตี ้องมวี ิชาแนะแนว ถ้าถามว่าท�ำไมจึงต้องมีวิชาแนะแนว ค�ำถามนี้ครูปุ้ยเองก็ยากที่จะตอบได้ แต่อย่างน้อยถ้ามีใครสักคนพอจะเป็นที่พ่ึงให้เด็ก มีใครสักคนท่ีคอยตอบค�ำถาม เขา ทำ� หน้าท่ีเหมอื น ‘อบั ดลุ ถามอะไรตอบได้’ คนคนนน้ั ก็น่าจะเป็นครแู นะแนว “บางเร่ืองเขาอาจจะคุยหรอื ปรกึ ษากับเพือ่ น พ่อแม่ หรอื ญาติทไ่ี ว้ใจได้ แต่ ถ้ามีใครรับฟังเขา พร้อมตอบเเชทเขาได้ตอนเที่ยงคืน ตีหน่ึง ตีสอง ก็คงจะดี (หัวเราะ)” และคนนน้ั คือครูปยุ้ เรือ่ งเพศ เร่อื งแฟน มักเปน็ หัวข้อยอดฮิตท่เี ดก็ มาปรกึ ษา เพราะไม่กล้าคุย 156 ครปู ล่อยแสง: ครูบนั ดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

กับพ่อแม่โดยตรง ด้วยสังคมที่ชอบตีกรอบความคิด พร้อมค�ำอ้างว่าเด๋ียวโตไป กร็ เู้ อง “ซ่งึ มนั ไม่ใช่ เด็กควรจะมีข้อมูลกอ่ นที่จะไปเจอของจรงิ ” ครูปยุ้ แยง้ สว่ นเรอ่ื งเรยี น ถา้ เดก็ ตอ้ งการขอ้ มลู ทน่ี อกเหนอื ไปจากพอ่ แม่ เขาจะถามใคร ได้บา้ ง หรอื บางคนคยุ กบั พอ่ แม่แล้วทะเลาะกัน ความคดิ เหน็ ไม่ตรงกนั เนื่องจาก พ่อแม่มคี วามคาดหวัง “ครูน่ีแหละจะต้องเข้าไปช่วย” แต่ต้องเป็นครูแนะแนวในความหมายของ ครแู นะแนวจรงิ ๆ “เพราะบางโรงเรยี น ครแู นะแนวกไ็ มไ่ ดท้ ำ� ใหเ้ ดก็ รสู้ กึ วา่ มคี รแู นะแนว ขณะที่ หลายโรงเรยี นมคี รวู ชิ าอน่ื มาทำ� หนา้ ทค่ี รแู นะแนวไดด้ กี วา่ คนทจ่ี บแนะแนวเสยี อกี ” อยากตน่ื มาทำ�งานทกุ วัน นับจากปี 2552 ท่คี รูปยุ้ รบั ข้าราชการครูอยา่ งจรงิ จงั จนวนั นผี้ ่านไป 10 ปี ยงั ไม่มวี ันไหนทร่ี ูส้ กึ เบอื่ กบั การเป็นครูเลยสกั วัน โลกนต้ี ้องมคี รแู นะแนว 157

“ไมร่ สู้ ิ ไมเ่ คยรสู้ กึ เหนอ่ื ยกบั การมาสอน ไมเ่ คยไมอ่ ยากตน่ื มาทำ� งาน เพราะ มีความสุขเม่ือได้สอน ได้อยู่ในห้องเรียนและได้อยู่กับเด็กๆ แต่ท่ีเบื่อสุดๆ คง เป็นการประชุมทไ่ี ม่มเี ปา้ หมาย รู้สกึ เสียเวลาเปลา่ ถ้าประชมุ 2 ชว่ั โมงแล้วไม่ได้ อะไรที่คบื หนา้ สู้ประชมุ แค่ 5 นาทีแลว้ ได้เนือ้ หา เออ...อันนัน้ นา่ สนใจ” เม่ือก่อนครูปุ้ยก็เคยสงสัยเหมือนกันว่า ความสุขในอาชีพครูของตัวเองคือ อะไร ใชค่ วามรสู้ กึ ในวนั สดุ ทา้ ยทเ่ี ดก็ รบั ใบประกาศนยี บตั รหรอื ใบเกยี รตบิ ตั ร แลว้ เราเหน็ เขามีความสุขแบบน้นั หรอื เปลา่ ? ค�ำตอบคอื “ใช่ นี่แหละคือความสุข” “พอเหน็ เขาไปรอด นัน่ คอื สขุ ทีส่ ดุ แล้วสำ� หรบั ชวี ติ ครแู บบเรา ไม่อยากเจอ เดก็ ที่ตดิ 0 ตดิ ร. เพราะนน่ั หมายความวา่ เขามีโอกาสท่ีจะไมจ่ บพรอ้ มกบั เพอ่ื น ร่นุ เดยี วกนั เราก็ตอ้ งลงไปลุย พยายามตดิ ตาม ช่วยกันแก้ 0 แก้ ร. จนวนั ท่ีเขา รับใบประกาศฯ ได้ทันพร้อมเพ่อื น เรารู้สกึ วา่ สงิ่ ที่เราช่วยและรว่ มทำ� กบั เด็ก มนั ทำ� ใหเ้ ดก็ คนหนงึ่ ได้ไปตอ่ นอกจากโอกาสของเดก็ เองแลว้ ครอบครวั เขา พอ่ แมเ่ ขา กย็ ิ้มได”้ จบประโยคนีค้ รปู ้ยุ กย็ ้ิมด้วย หากยอ้ นเวลากลบั ไป นกึ ถงึ วนั แรกทเ่ี ปน็ ครู ครปู ยุ้ กจ็ ะตอบแบบเดมิ วา่ การ 158 ครปู ล่อยแสง: ครบู นั ดาลใจ จดุ ไฟการเรียนรู้

เปน็ ครไู มย่ าก และการเป็นครูเป็นเรือ่ งสนกุ “เราวางตวั ชิลล์มาก เหมือนคนบ้าคนหนง่ึ เดินอยูใ่ นโรงเรยี น เหมือนเปน็ ครู ท่ีไม่เหมอื นครู บางทีนกึ จะนัง่ สอน เดก็ กบ็ อกครูน่งั ไม่ไดน้ ะ อา้ ว แลว้ ทำ� ไมครนู ัง่ ไม่ได้วะ (หวั เราะ)” วนั นี้ พอถามถงึ อาชพี อนื่ นอกจากครู ‘โปปยุ้ ’ กน็ กึ ไมอ่ อกเลยวา่ จะเปน็ อะไร ไดอ้ กี ถึงแมก้ ารเป็นครูแนะแนวจะต้องทำ� สารพัดอยา่ ง แตถ่ า้ เปา้ หมายคือเด็กได้ ประโยชน์ ครูโปปยุ้ ไมล่ ังเลเลยท่จี ะทำ� “ครูแนะแนว ใครก็แนะได้ แต่จะท�ำอยา่ งไรท่ใี ห้เด็กรู้สึกว่าเปน็ ทพี่ ่งึ ได้ คือ ตอ้ งเปดิ ตอ้ งไมป่ ดิ หรอื คดิ วา่ ตวั เองถกู อยคู่ นเดยี วในโลกนี้ บางทเี รากค็ ดิ ผดิ แต่ ไม่เปน็ ไร เรากไ็ ปเรียนรู้พรอ้ มๆ กับเด็กน่นั แหละ เราอาจจะไดข้ ้อมลู ใหม่ๆ จาก เดก็ ด้วยซำ�้ เพราะฉะนนั้ ตอ้ งเปดิ ใจก่อน” เปา้ หมายตอ่ จากน้ี ครปู ยุ้ วางเอาไวว้ า่ ตอ้ งพยายามหาวธิ ใี หมๆ่ มาสอนเดก็ ใหส้ นกุ ขึ้นเรอ่ื ยๆ “ส่วนในอาชีพครูก็คงเป็นแบบนี้ไปเร่ือยๆ อาจจะมีการขยับความก้าวหน้า ไปเป็นครูชำ� นาญการพิเศษ แต่ถ้าในเร่ืองของความสุข เท่าที่เป็นทุกวันน้ีถือว่ามี ความสขุ มากแล้ว เรอ่ื งความสำ� เรจ็ กเ็ ชน่ กนั ถา้ ใหค้ รปู ยุ้ ประเมินตวั เอง... ครถู อื ว่า ตวั เองประสบความสำ� เรจ็ ในการเปน็ ครูแล้ว” โลกนต้ี อ้ งมีครแู นะแนว 159



เรื่อง: กนกอร แซ่เบ ๊ ภาพ: ณฐั ชานันท์ กล้าหาญ ถ้าไม่ไดแ้ นะแนวชีวิต ก็ไมร่ ู้จะเปน็ ครไู ปทำ�ไม “เป็นครูแนะแนวที่มีเป้าหมายอยากให้เด็กได้เห็นตัวเอง รู้ว่าจะพัฒนา ตวั เองไปในทศิ ทางไหน มเี ปา้ ทช่ี ดั มากขน้ึ แตส่ ง่ิ นจี้ ะเกดิ ขนึ้ ไดต้ อ้ งไมใ่ ช่ การนัง่ จดตามสไลด์หนา้ หอ้ งหรอื อา่ นตามหนงั สอื เรียน” ประโยคข้างตน้ คอื ความต้ังใจของ ‘ครูมิน้ ’ สุรัสวดี นาคะวะรัง ครแู นะแนว วยั 24 ปี สอนอยทู่ โี่ รงเรียนบดนิ ทรเดชา (สงิ ห์ สงิ หเสน)ี 2 มาเป็นเวลา 2 ปี ทกุ ครง้ั ทเ่ี ขา้ สอน เธอจะมาพรอ้ มกบั กจิ กรรมทที่ ำ� ใหเ้ ดก็ ๆ รสู้ กึ สนกุ ไมเ่ บอื่ ผ่อนคลาย เพราะเข้าใจดีว่า ทุกๆ วนั เด็กต้องเจอวิชาการมาหนกั หนว่ งพอแลว้ “ทุกสิ่งอย่างกดดันเขามากอยู่แล้ว เราอยากให้คาบเรียนของเราเป็นคาบที่ เขาไดป้ ลดปลอ่ ย รูส้ ึกสบายๆ ไมต่ อ้ งมานงั่ เครยี ด เทา่ นกี้ ็พอแล้ว”

จากเด็ก ม.ปลายสายวิทย์ สคู่ รแู นะแนว ครูม้ินฝันอยากจะเป็นครูมาตั้งแต่อยู่ ป.5 แต่หลังจากความตั้งใจวันน้ัน หนทางสู่การเป็นครู ‘ไม่ง่าย’ เธอต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเองไม่รู้กี่คร้ังต่อกี่ครั้ง ระหวา่ งทางครมู น้ิ เคยคดิ เปลย่ี นใจไปเปน็ หมอเหมอื นกบั เพอื่ นๆ ทต่ี า่ งกต็ งั้ เปา้ ไว้ พอมธั ยมปลายจงึ ตามเพือ่ นไปเรียนสายวทิ ย์-คณิต จนขน้ึ ม.5 ความฝนั ทอ่ี ยากเปน็ หมอเรม่ิ สะกดกลายเปน็ คำ� วา่ ‘ไมใ่ ช’่ พอยง่ิ คน้ ไปลกึ ๆ กพ็ บวา่ ความเปน็ ครยู งั คงอยใู่ นกน้ บง้ึ ของหวั ใจ เธอจงึ ตดั สนิ ใจเดด็ ขาด วา่ จะมุง่ มั่นเป็นครูอกี คร้ัง สุดท้าย...ก็สอบติดคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย สมความต้งั ใจ “เหมือนเป็นความฝันในวัยเด็กท่ียังค้างคาใจ มีคนถามว่าท�ำไมอยากเป็น ครู เรารสู้ ึกว่าครเู ป็นเหมือนฟันเฟืองเลก็ ๆ หนง่ึ ในระบบใหญท่ ที่ ำ� ใหท้ ุกอยา่ งเดนิ ไปได้ เราได้รับการปลูกฝงั กันวา่ เดก็ และเยาวชนคอื อนาคตของชาติ ฉะน้ันครจู ึง เป็นอาชีพท่ียิ่งใหญ่ ท�ำใหเ้ ด็กคนหนึง่ เตบิ โตเปน็ ผู้ใหญท่ ีม่ คี ณุ ค่า การเปน็ ครเู ลย มคี วามหมายกับชีวิตเรา เราเลยอยากทำ� อาชพี นี”้ ความตง้ั ใจแรกของครมู นิ้ คอื เปน็ ครสู อนวชิ าสงั คมศกึ ษา แตโ่ ชคชะตานำ� พา ให้เธอได้ร้จู ักกบั วชิ าแนะแนว ระหวา่ งเรยี นมหาวทิ ยาลยั เธอจงึ ตดั สนิ ใจเลือกวชิ า เอกสังคมควบจติ วิทยา จนเมอ่ื ครูมน้ิ มารับหนา้ ทค่ี รฝู กึ สอน ความฝันท่อี ยากเป็น ครสู อนสังคมเร่ิมนอ้ ยลง แตค่ วามอยากเปน็ ครแู นะแนวกลบั เพิ่มข้นึ “เราเองทอี่ าจจะไมเ่ กง่ เรอื่ งเนอ้ื หาวชิ าสงั คม เราตอ้ งพยายามหนกั กวา่ คนอน่ื อย่างเพอ่ื นเตรยี มการสอนชวั่ โมงเดยี วเสรจ็ แต่เราต้องเริ่มจากศูนย์ ตอ้ งเดนิ ไกล กวา่ เขา เวลาสอนกไ็ มม่ น่ั ใจ สอนไปกต็ ดิ ขดั ไมเ่ หมอื นกบั วชิ าแนะแนวทเี่ ปดิ กวา้ ง เสรี อิงเน้ือหาจากชีวิตประจำ� วัน และเราคิดว่าเด็กได้ใชม้ ากกว่าดว้ ย” จุดเปล่ียนส�ำคัญท่ีท�ำให้ครูมิ้นตัดสินใจมาเป็นครูแนะแนว ก็เกิดข้ึนตอน ฝกึ สอนทโี่ รงเรียนเชน่ เดียวกนั “สมัยฝกึ สอน นักเรยี นทเี่ ราสอนเปน็ เดก็ ในชมุ ชนแออัด เขาไมร่ วู้ ่าจะเรยี น ไปเพ่ืออะไร เขาไม่ได้ใช้วิชาสังคมไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะหลายคนจบ แค่ตรงนั้น ไม่ได้เรียนต่อ แล้วจะมีอะไรที่ท�ำให้เขาเอาไปใช้ในชีวิตประจ�ำวันได้ ส�ำหรับเรา เราคดิ ว่าแนะแนวตอบโจทย์ตรงน้มี ากกว่า” 162 ครูปลอ่ ยแสง: ครูบันดาลใจ จดุ ไฟการเรยี นรู้

เราทกุ คนต่างมี ‘วงกลม’ ของตัวเอง โดยทว่ั ไป วชิ าแนะแนวในความทรงจำ� ของหลายๆ คนคงไมต่ า่ งจากวชิ าหลกั ที่ออกจะน่าเบ่ือ บางวันครูก็ปล่อยให้นั่งอ่านหนังสือเรียนบ้าง นั่งสมาธิบ้าง หรือ อบรมเร่ืองระเบียบวินัยบ้าง แต่วิชาแนะแนวของครูม้ินกลับ ‘ผิดทุกข้อ’ เพราะ ทุกครั้งครูม้ินจะมาพร้อมกับกิจกรรมสนุกๆ หรือไม่ก็รูปแบบการสอนท่ีแตกต่าง ออกไป ทำ� ใหน้ ักเรยี นสนุกและกระตอื รือร้นท่จี ะเรยี น กวา่ 2 ปแี ลว้ ทค่ี รมู น้ิ รบั ผดิ ชอบสอนวชิ าแนะแนวใหเ้ ดก็ ๆ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ในแตล่ ะหวั ขอ้ ทส่ี อน ครมู นิ้ จะหากจิ กรรมทส่ี อดคลอ้ งกบั เนอ้ื หาเพอื่ ใหน้ กั เรยี น สนุก ไม่เบื่อ และผ่อนคลาย ซ่ึงไอเดียแต่ละกิจกรรมมาจากทั้งประสบการณ์ ส่วนตัวของครูม้ินเอง บ้างก็หากิจกรรมใหม่ตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค เว็บไซต์ หรือแมก้ ระทั่งจากเพ่อื นครูด้วยกัน “ยกตัวอย่างเทอมล่าสุด เร่ือง ‘เป้าหมาย’ เราดีไซน์เป็นเกมแปะกระดาษ ก่อนเร่ิมกิจกรรมเด็กแต่ละคนจะมีกระดาษเป็นของตัวเอง 3 ใบ และต้องน�ำไป แปะบนกระดานที่มีโปรเจ็คเตอร์ฉายภาพอยู่ ซึ่งจะปรากฏเป็นภาพวงกลม หาก ����������������������� ����������� ���������� 163

ใครแปะอยภู่ ายในวงกลมจะได้คะแนน “รอบแรกวงกลมจะปรากฏขึ้นชัดมาก เด็กไปแปะในวงได้เลย รอบที่สอง วงกลมขนึ้ มาแปบ๊ หนงึ่ แลว้ หายไป จากนน้ั กใ็ หเ้ ดก็ ไปแปะ พอแปะเสรจ็ กข็ น้ึ วงกลม อกี รอบ แลว้ ดวู า่ ใครอยใู่ นวงบา้ ง คนทอ่ี ยใู่ นวงกไ็ ดค้ ะแนน และรอบสดุ ทา้ ยคอื ไมม่ ี วงกลมปรากฏกอ่ นแปะ คอื ใหเ้ ดก็ เดนิ ไปแปะทก่ี ระดานตรงไหนกไ็ ด้ พอทกุ คนแปะ เสร็จ วงกลมถึงจะปรากฏ จากนนั้ ก็มาดูวา่ ใครอยู่ในวงกลมบา้ ง” เม่ือแปะกระดาษครบ 3 ครั้ง ครูมิ้นจะถามความรู้สึกเด็กว่า ตอนท่ีมีภาพ วงกลมชดั รู้สึกอยา่ งไรบา้ ง เดก็ บอกว่างา่ ย แปะได้เลย ส่วนทีม่ ีวงกลมขน้ึ มาและ หายไปกเ็ รมิ่ ไมม่ นั่ ใจวา่ จะอยใู่ นวงหรอื เปลา่ แตพ่ อรอบสดุ ทา้ ย ไมม่ วี งกลมกำ� กบั ไม่รูเ้ ลยวา่ วงกลมอยตู่ รงไหน ลุ้นวา่ จะอยหู่ รือไมอ่ ย่ใู นวง “กิจกรรมน้ีเราพยายามสะท้อนว่า ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัด ก็เปรียบเหมือน กับรอบท่ีหน่งึ ซึง่ เหน็ วงกลมชดั เจน เดนิ ไปตามทางได้ง่าย แต่ถ้าไม่มวี งกลมหรอื มีแล้วกห็ ายไป โอกาสท่ีเราจะประสบความสำ� เร็จก็มีน้อยลง” แม้ครูมิ้นจะบอกกติกาว่า คะแนนจะได้ก็ต่อเมื่อแปะกระดาษให้อยู่ภายใน วงกลม แต่มีเด็กอีกหลายคนเลือกออกไปแปะนอกวง พร้อมค�ำอธิบายท่ีครูม้ิน รู้สกึ ว่า เดก็ พาไปไกลกว่าสงิ่ ทีเ่ ตรียมมา “เรามีค�ำตอบในใจว่าเด็กจะต้องตอบอย่างไร แต่บางทีเด็กก็พาเราไปไกล กวา่ อย่างเรือ่ งน้ี เดก็ พาไปเรอื่ งการออกนอกกรอบ มีทกุ หอ้ งเลยท่ีเด็กเลอื กท่ีจะ 164 ครูปล่อยแสง: ครูบนั ดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

ไม่อยูใ่ นวงกลม ท้งั ท่ไี มไ่ ดค้ ะแนน เราบอกว่าถา้ อยูใ่ นวงกไ็ ดค้ ะแนน แตถ่ ้าไม่อยู่ กโ็ อเค แล้วกม็ เี ดก็ บางคนไปแปะนอกวง” คำ� ตอบของเดก็ ๆ กลมุ่ นค้ี ือ อดึ อดั มองเข้าไปในวงกลม คนอยกู่ ันเต็มเลย ทำ� ไมต้องเอาตัวเขา้ ไปเบยี ดด้วย “ทกุ คนกไ็ ดแ้ สดงความเปน็ ตวั เองออกมา ทงั้ ทบี่ ทเรยี นนเี้ ราไมไ่ ดเ้ ตรยี มมา แตม่ นั เกดิ ขนึ้ แลว้ เราคดิ วา่ มนั เวริ ค์ สำ� หรบั การทำ� กจิ กรรม คำ� ตอบจากตรงนนั้ พา ให้เราไปไกลกวา่ เดมิ เลยใช้โอกาสนั้นชวนเด็กๆ ใหก้ ลับมามองว่าเพอื่ นคนนีผ้ ิด ไหม ทเี่ ขาไม่ตดั สินใจอยใู่ นวง” สิง่ ที่เกิดข้ึนหลงั จากน้นั คอื เด็กในห้องต่างช่วยกนั แสดงความเหน็ ว่า “กไ็ ม่ ผดิ นะ เพราะอาจารย์ไม่ไดบ้ อกว่าผิด” วนั นน้ั จงึ สรปุ ทา้ ยคาบใหเ้ ขา้ ใจรว่ มกนั วา่ วงกลมทปี่ รากฏเปน็ แคว่ งกลมเดยี ว ท่ีทุกคนบอกว่าดี แต่อาจจะไม่ดีส�ำหรับคนอื่นก็ได้ แต่ละคนอาจมีวงกลมของ ตวั เองอยู่แลว้ เพยี งแต่เราเองท่ีไม่เห็น เป้าหมายของครูมน้ิ ในทกุ ๆ คาบคอื เด็กจะต้องรบั รู้ใน ‘แผน’ ทค่ี รวู างเอา ไว้ แตพ่ อเอาเขา้ จรงิ หลายครง้ั เดก็ กลับพาออกนอกแผน และไดส้ ิง่ ใหมๆ่ เขา้ มา นัน่ เพราะวา่ การทำ� กิจกรรมร่วมกันท�ำใหท้ ุกคนได้รบั ความคดิ เหน็ ที่แตกต่างจาก การพดู คุยแลกเปลีย่ นกัน “อยากใหเ้ ขาไดเ้ ขา้ ใจตวั เองและเขา้ ใจคนอนื่ วา่ ทกุ คนบนโลกแตกตา่ งกนั น่ี เป็นกิจกรรมที่มินท์คดิ วา่ ให้อะไรกบั เดก็ มากกว่าสอนตามสไลด์” นอกจากเรอ่ื งเรยี นและการคน้ หาเปา้ หมายชวี ติ แลว้ ปญั หาอนั ดบั ตน้ ๆ ของ เด็ก ม.5 คือ ‘เพื่อน’ กิจกรรม ‘แผ่นมหศั จรรย์’ ในคาบแนะแนวจึงเกดิ ขึ้น “ด้วยความทน่ี กั เรียน ม.5 ต้องเจองานกีฬาสี ตอ้ งทำ� งานด้วยกนั เราจึงท�ำ กิจกรรมที่ให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ท�ำให้เห็นมุมมองความคิดของคนอ่ืนมากขึ้น กจิ กรรมท่ีใช้คือ ‘แผ่นมหศั จรรย’์ เปน็ เกมท่ีเราเจอในเว็บไซต์แลว้ เอามาประยกุ ต์ กับเนอ้ื หาทเ่ี ราอยากทำ� เรม่ิ จากแบง่ นกั เรียนออกเปน็ 2 กลมุ่ จากนัน้ จะแจกแผ่น ฟิวเจอรบ์ อร์ดใหก้ ลุม่ ละใบเพอ่ื นำ� ไปวางบนหัว ถา้ กล่มุ ไหนเดินไปถึงเสน้ ชัยก่อน กลมุ่ นน้ั ชนะ โดยมขี อ้ แมว้ า่ ถา้ ฟวิ เจอรบ์ อรด์ ตก คนนน้ั จะเคลอ่ื นตวั ไมไ่ ดเ้ ดด็ ขาด จะตอ้ งให้ ‘เพื่อน’ มาชว่ ยเอากลับมาไว้ท่ีหัวถงึ จะเดนิ ตอ่ ไปได”้ ระหว่างการแข่งขัน ถ้าทีมไหนท�ำตก เด็กๆ ก็จะเฮโลไปช่วยเพื่อน เพ่ือ ������������������������������������������ �� 165

สมยั ฝึกสอน นกั เรียนท่ีเราสอน เป็นเดก็ ในชมุ ชนแออัด เขาไม่รู้ ว่าจะเรยี นไปเพอ่ื อะไร เขาไม่ไดใ้ ช้ วชิ าสังคมไปสอบเขา้ มหาวิทยาลยั เพราะหลายคนจบแคต่ รงนน้ั ไมไ่ ดเ้ รียนต่อ แลว้ จะมีอะไรทท่ี ำ�ให้ เขาเอาไปใชใ้ นชวี ติ ประจำ�วันได้ สำ�หรบั เรา เราคิดวา่ แนะแนว ตอบโจทย์ตรงนีม้ ากกวา่ 166 ครูปลอ่ ยแสง: ครูบนั ดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

เอาชนะอกี ทมี ให้ได้ เพราะกฎข้อหนึ่งมอี ย่วู า่ ถา้ ตก คะแนนจะติดลบ “พอจบกิจกรรม เราก็ถามเขาว่า ค�ำว่าเพื่อน นับเฉพาะเพ่ือนที่เราแบ่งฝั่ง เหรอ แลว้ กค็ อ่ ยๆ โยงไปท่ีกีฬาสวี ่า เราถกู แบง่ ออกเป็นสตี า่ งกัน แต่จริงๆ แล้ว เราคอื ม.5 ท้งั หมด เราคือเพือ่ นกนั ครูไมไ่ ด้บอกใหแ้ ค่คนในทมี ชว่ ยกนั แต่บอก ว่าใหเ้ พอ่ื นช่วยกัน แลว้ พวกเราเปน็ เพอ่ื นกนั หรอื เปล่า พอบอกอยา่ งน้ี เดก็ ๆ ก.็ .. โอ้โห อาจารย์ขนาดนเี้ ลยเหรอ” ส่ิงที่ครูม้ินท�ำคือ ให้ประโยคค�ำถามเหล่านั้นถูกน�ำไปต่อยอดในใจของเด็ก แตล่ ะคน ซึง่ ดกี วา่ การไปบอกเดก็ ตรงๆ วา่ คุณตอ้ งรกั กนั สามคั คกี นั รับฟงั ไม่ออกคำ�สั่ง เพราะเราเทา่ กนั นอกคาบเรียน นักเรียนบางคนเลือกที่จะเดินตรงไปหาครูมิ้นท่ีห้องพักครู เพ่ือขอค�ำปรึกษา ครูมิ้นเล่าว่าปัญหาส่วนใหญ่ของเด็ก ม.5 จะมี 2 ประเด็นคือ เพ่อื นกับการเรียน ฉะนัน้ เนื้อหาในหอ้ งจงึ ต้องสอดคล้องกบั สถานการณท์ ีเ่ ด็กเจอ ส�ำหรับครูมิ้น การช่วยให้เด็กออกจากปัญหา ไม่ใช่เขียนเป็นสไลด์แล้วพูด หน้าห้องว่านักเรียนควรท�ำอย่างไรบ้าง แต่ต้องเลือกใช้กิจกรรมให้นักเรียนได้ เรียนร้ดู ว้ ยตวั เอง และสิ่งที่จะไมท่ ำ� แน่ๆ คือบอกให้ทำ� ตาม หน่งึ สอง สาม สี่ “ถ้าเป็นปัญหาเร่ืองเรียน เด็กอาจจะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกเรียนอะไรดี ไมร่ จู้ กั ตวั เองวา่ ชอบอะไร แตค่ ำ� วา่ ไมร่ จู้ กั ตวั เอง จรงิ ๆ แลว้ เขามี choice ในใจหมด ทกุ คน แคย่ งั ไมต่ ดั สนิ ใจออกมาเปน็ one choice ซง่ึ ไมใ่ ชเ่ รอื่ งผดิ ปกติ ทกุ คนกำ� ลงั คน้ หาเหมอื นกนั คนทต่ี ดั สนิ ใจแลว้ วา่ เขาจะเลอื กอนั นี้ สดุ ทา้ ยเขาอาจไมเ่ ลอื กอนั น้ี ก็ได้ ส่วนเรอื่ งเพอื่ นก็จะออกแนวไม่ชอบคนนนั้ ไม่ชอบคนน้ี เขาทำ� ตัวไมด่ กี ับเรา แลว้ กไ็ ม่รู้วา่ จะจัดการอย่างไร” ตอนเรียนมหาวทิ ยาลยั สำ� หรบั ครมู นิ้ การใหค้ �ำปรึกษาคอื การแนะแนวทาง แต่ครจู ะไม่ใหค้ ำ� ตอบสำ� เรจ็ รูปแกเ่ ดก็ “เพราะวา่ เราไมร่ บู้ รบิ ทจรงิ ๆ เดก็ อาจจะเปดิ เผยเรอ่ื งราวสกั 20 เปอรเ์ ซน็ ต์ แต่ทเ่ี หลอื ไม่ได้บอกอะไรเราเลย เรากท็ ำ� ไดแ้ คเ่ สนอทางเลอื กใหเ้ ขาไป” หลักที่ครูมิน้ ยึดแนน่ คือ ให้เดก็ ๆ ชดั เจนกับตัวเอง เพราะหลายครง้ั เด็กจะ ���������������������������������� �������� �� 167

คิดวนไปวนมาเป็นภาพไม่ชัดอยู่ในหัว สเต็ปของครูม้ินคือ ค�ำถามแรก - ในใจ เลือกอะไรเอาไว้บ้าง ค�ำถามสอง - ในแต่ละตัวเลือกมีอะไรเป็นทุนเดิมหรือเป็น ข้อได้เปรยี บ คำ� ถามสาม - ถ้าเลือกทางน้ี ลองไปหาขอ้ มูลเพมิ่ เตมิ ไหม “ถ้าเปน็ เร่อื งเรยี น เราจะใหเ้ ดก็ ไปหาขอ้ มลู เอง” ถ้าเป็นเรื่องเพื่อน ครูจะถามเด็กว่า ในสถานการณ์ท่ีเกิดข้ึน เด็กอยากท�ำ อย่างไร ถ้าเด็กอยากท�ำแบบนี้ สิ่งท่ีเกิดขึ้นตามมาจะมีอะไรบ้าง เด็กจะยอมรับ ทางเลอื กไหน และถา้ เลอื กทางนั้นแล้วจะเกดิ อะไรตามมาบา้ ง “สุดท้ายเขาก็จะกลับไปตัดสินใจเอง ไปเลือกเอาเอง เราจะไม่มีหน้าที่ มาบอกว่า หนูต้องเลอื กอันนส้ี ิ หนูตอ้ งทำ� อนั น้ีสิ” คงจะจรงิ อยา่ งทค่ี รมู น้ิ วา่ เพราะบางทนี กั เรยี นกไ็ มไ่ ดต้ อ้ งการให้ใครมาชแ้ี นะ หรอื ขดี เส้นใหเ้ ดิน แต่เดก็ เพยี งตอ้ งการคนที่มานงั่ ขา้ งๆ รบั ฟัง พรอ้ มท่ีจะเขา้ ใจ และไม่ตัดสิน การปล่อยให้เขาได้ลองผิดลองถูก ก็เป็นวิธีหนึ่งท่ีท�ำให้เขาเติบโต เป็นผู้ใหญ่ท่แี ข็งแรงได้ “เวลาท่ีอยู่กับนักเรียน เรารู้สึกว่าเราเท่ากัน เขามีสิทธิแสดงความคิดเห็น ที่แตกต่าง เขาสามารถบอกว่าเราไม่ดีอย่างนน้ั อย่างนี้ เราให้อิสระ เพราะเราคอื มนษุ ย์ เรากต็ อ้ งการคำ� แนะน�ำจากทกุ ๆ คน แล้วกบั เด็กเองกเ็ ปน็ คนทเี่ ราท�ำงาน ดว้ ยมากทสี่ ดุ การฟงั เสยี งของเดก็ จงึ สำ� คญั กบั เรามาก ถา้ ในความสมั พนั ธ์ไมเ่ ปดิ โอกาสให้เด็กได้บอกเรา ไม่เปดิ โอกาสให้เราได้รบั ฟังเขา เราจะเปน็ ครูที่ดีไม่ได้” ครูม้ินยกตัวอย่างลูกศิษย์คนหนึ่งที่ใช้ยาเสพติด แม่เด็กเข้ามาปรึกษาและ ขอรอ้ งใหค้ รูไปช่วย “ถา้ เราเปดิ ประเดน็ หรอื ตง้ั คำ� ถามไปเลยวา่ เสพยาหรอื เปลา่ เดก็ จะเลกิ คยุ กบั เราทนั ที เราเลยเขา้ ไปชวนคยุ เรอื่ งอนื่ กอ่ น เชน่ คดิ เหน็ ตอ่ เรอื่ งพวกนี้ (ยาเสพตดิ ) อยา่ งไรบ้าง เขาก็พดู มากลางๆ ว่าเปน็ เร่อื งธรรมดาทีว่ ยั ร่นุ อยากรูอ้ ยากลอง แต่ การเสพตดิ เลย มันไม่ด”ี นน่ั แสดงวา่ เด็กรวู้ า่ ไมด่ ี ครมู ้ินไม่ไดพ้ ดู อะไรมากกวา่ น้ี ไดแ้ ตป่ ลอ่ ยให้เด็ก ไปใช้ชีวิตต่อ จนวันหนึ่งแม่ของเด็กก็เดินมาหาครูและบอกว่า ลูกตัดสินใจเองว่า จะไปบำ� บดั “เรารสู้ กึ วา่ มนั เจง๋ ทส่ี ดุ แลว้ วนั นนั้ เราใหเ้ ขาไดเ้ ตบิ โตดว้ ยตวั เอง รบั ผดิ ชอบ ตัวเอง ปล่อยให้เขาโต แล้วเขาก็จะเดินได้ แต่ถ้าเรามัวประคองเขา ไม่มีทางท่ี 168 ครปู ล่อยแสง: ครบู นั ดาลใจ จดุ ไฟการเรียนรู้

เขาจะเดนิ เองได”้ นีค่ อื ผลจากการรบั ฟัง เขา้ ใจ ไมส่ ัง่ ไมต่ ดั สนิ และเช่อื วา่ เดก็ มี แสงสว่างอยู่ในตัวเอง การเปน็ ครแู นะแนวจงึ เป็นสิง่ ท่มี ีคา่ มากสำ� หรับครมู ้ิน ทำ�ใจ = ดบั ไฟ การเป็นครู ไม่เพียงแค่ตอ้ งคลกุ คลกี ับนักเรียนเท่านั้น โดยเฉพาะครจู บใหม่ อย่างครูม้ิน ความสัมพันธ์และการวางตัวต่อเพื่อนครูและครูรุ่นพี่ในโรงเรียน ถือ เป็นโจทยส์ ำ� คัญ บางวนั กช็ นะ อกี หลายวนั กลบั แพจ้ นแทบอยากจะลาออก “เราผา่ นฝกึ สอนมากพ็ อจะเหน็ วา่ ระบบมปี ญั หาบางอยา่ งอยู่ ทำ� อะไรไดบ้ า้ ง ไมไ่ ดบ้ า้ ง ตอนนน้ั เราคดิ วา่ คงทำ� อะไรไมไ่ ดห้ รอก แตพ่ อเปน็ ครแู ลว้ อาจมจี ดุ ทเี่ รา พอขยบั ได้ ตอนทเ่ี ขา้ มาแรกๆ กม็ หี ลายอยา่ งทเ่ี รารสู้ กึ แยม่ ากๆ บางครง้ั รสู้ กึ อยาก ลาออก รสู้ กึ ว่าเราทำ� ไมไ่ ด้ เหมอื นอยใู่ นทุ่งระเบิดท่ีไมร่ ้วู า่ จะไปเหยียบกบั ระเบิด ตรงไหน เม่อื ไหร่” เล่าย้อนไปในเทอมแรกของการเป็นคุณครูวิชาแนะแนวเต็มตัว ครูม้ิน ไฟแรงทำ� กิจกรรมกับเด็กเยอะมาก จนเด็กๆ ทกุ คนบอกว่าสนุกและชอบ เพราะ มีอะไรใหม่ๆ ใหเ้ ดก็ ไดท้ ำ� ความสนทิ เลยตอ่ ติดง่าย แต่พอเข้าเทอมสอง ไฟท่ีมีกลับค่อยๆ ดับลง จนครูมิ้นใช้ค�ำว่า “ใจเรา ������������������������������������������ �� 169

ไม่ไหวแล้ว” เพราะเวลาคิดหรือริเริ่มท�ำกิจกรรมใดๆ สักอย่างในระดับนโยบาย กลับเจอแตก่ �ำแพง อะไรๆ กต็ ดิ ขัดไปหมด และคำ� ปลอบใจว่าให้ ‘ท�ำใจ’ คือการดับไฟทไี่ ดผ้ ล...มาก “รุ่นพี่ท่ีสนิทคนหนึ่งบอกว่า เขาอยู่มาตั้งแต่เร่ิมเข้าบรรจุจนจะเกษียณแล้ว ทกุ อยา่ งยังเหมือนเดมิ หัวข้อที่เคยอบรมเม่อื 20 ปที ่ีแลว้ กบั หัวขอ้ ในปัจจุบนั ยงั เป็นหัวขอ้ เดมิ เราคงทำ� ในสว่ นทเ่ี ราทำ� ได้ อยากท�ำอะไรก็ทำ� ในห้อง แตถ่ า้ หวงั จะ เปลีย่ นระบบใหญ่คงเป็นไปไมไ่ ด้ ฟังแล้วกห็ ดหู่ ความเปน็ ครขู องเราก็ยิง่ ดบั ไป” ‘กอ่ การครู’ เติมไฟให้เขา้ ใจ แล้ววนั หน่ึงครมู ิ้นกไ็ ดม้ ารู้จกั กับโครงการ ‘กอ่ การครู’ ท่ีไม่เพยี งแค่เตมิ ไฟ แต่ท�ำให้เขา้ ใจและอยเู่ ปน็ ‘เบ่ือไหม? กับการอบรมครูท่ีไม่เติมไฟในใจคุณ’ – ถ้อยค�ำเชิญชวนของ โครงการก่อการครูที่เลื่อนเจอบนฟีดเฟซบุ๊คกระแทกใจครูม้ินเต็มๆ จึงตัดสินใจ สมคั รเขา้ รว่ มโครงการ “โครงการเขา้ มาชว่ ยชวี ติ เรามากจรงิ ๆ ทำ� ใหเ้ ราไดเ้ จอหลายๆ คนทเ่ี คยผา่ น มากอ่ น จนรวู้ า่ เออ...ยงั มคี นทเี่ จบ็ หนกั กวา่ เราอกี เยอะ ทเี่ ขาอยกู่ นั มาหลายปี เขา กอ็ ยกู่ นั ได้ เราเลยรวู้ า่ มหี ลายอยา่ งทตี่ อ้ งทน และมหี ลายอยา่ งทเ่ี ราพอจะทำ� ได้ใน หอ้ งเรยี นของเรา เลยรู้สึกวา่ เออ...ไม่เปน็ ไร สตู้ ่อ” โมเมนท์ส�ำคัญคือการได้เข้า ‘ห้องเรียนแห่งอ�ำนาจ’ ของ ‘ก๋วย’ พฤหัส พหลกลุ บตุ ร แหง่ กลมุ่ ละครมะขามปอ้ ม ยงิ่ ทำ� ใหค้ รมู น้ิ ไดเ้ ขา้ ใจอะไรหลายๆ อยา่ ง มากข้นึ โดยเฉพาะการไดท้ ำ� ความเขา้ ใจคนท่ีเหนือกว่า เพราะห้องเรียนนอ้ี ธิบาย วา่ โครงสรา้ งทงั้ หมดของระบบเปน็ อยา่ งไร ไดร้ วู้ า่ ครคู อื คนทอ่ี ยตู่ รงกลาง ขา้ งบน คอื คนตวั ใหญ่กวา่ ส่วนข้างล่างคอื เดก็ “พอเหน็ ในมมุ เขา รวู้ า่ เขาตอ้ งแบกรบั อะไรบางอยา่ งเหมอื นกนั เลยไดแ้ งค่ ดิ วา่ ไมม่ ใี ครทส่ี บายหรอื ลอยตวั เขากม็ คี นทเี่ หนอื กวา่ ขนึ้ ไปทก่ี ดเขาอยเู่ หมอื นกนั ” นอกจากห้องเรียนแห่งอ�ำนาจ ครูแนะแนวสายกิจกรรมอย่างครูม้ิน ก็ไม่พลาดท่ีจะเข้าร่วมโมดูล 3.1 Demo class - Authentic learning ของ 170 ครูปล่อยแสง: ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

เวลาที่อยูก่ บั นักเรียน เรารสู้ ึกวา่ เราเทา่ กัน เขามีสทิ ธิแสดงความคดิ เหน็ ที่แตกตา่ ง เขาสามารถบอกวา่ เราไมด่ ีอยา่ งนน้ั อย่างนี้ เราใหอ้ สิ ระ เพราะเราคอื มนุษย์ เรากต็ อ้ งการคำ�แนะนำ�จากทุกๆ คน แลว้ กบั เด็กเองก็เป็นคนท่ีเราทำ�งาน ดว้ ยมากทสี่ ดุ การฟงั เสียงของเด็ก จงึ สำ�คญั กับเรามาก ���������������������������������� �������� �� 171

‘อาจารยเ์ ปยี๊ ก’ ดร.สทิ ธิชัย วชิ ยั ดิษฐ และ ‘มะโหนก’ ศภุ วิชช์ สงวนคมั ธรณ์ ซ่งึ ท�ำให้ครูมิ้นเข้าใจว่า การท�ำกิจกรรมไม่จำ� เป็นต้องโลดโผนหรือกร๊ีดกร๊าด เด็กก็ สนุกได้ “อย่างท่ีบอก เราเป็นคนที่ท�ำกิจกรรมมาตลอด เรายึดความสนุกของเด็ก เปน็ หลัก แตบ่ ุคลิกของอาจารยเ์ ป๊ียก เป็นคนนิม่ วชิ าการ และออกเนิรด์ ๆ แต่เขา สามารถทำ� กจิ กรรมใหส้ นุก ทา้ ทาย โดยไม่ตอ้ งเสียงดัง ไมต่ อ้ งวง่ิ วุ่นวาย ท�ำให้ เรารู้สึกว่าการท�ำกิจกรรมไม่ต้องเหนื่อยทุกคาบ เราแค่มีโจทย์ส�ำคัญโยนให้เด็ก ทำ� ใหเ้ กิดความท้าทายตอ่ เด็ก แคน่ ้นั ก็จะไหลเหมอื นโดมโิ นที่พรอ้ มลม้ 1 2 3 4” จากเวริ ค์ ชอ็ ปนคี้ รมู นิ้ ไดเ้ รยี นรวู้ า่ จดุ สำ� คญั ทจ่ี ะทำ� ใหน้ กั เรยี นเกดิ การเรยี นรู้ คอื การสรา้ งความทา้ ทาย ไมใ่ ชแ่ คค่ วามสนกุ พอกลบั มาสอนนกั เรยี นอกี ครง้ั จาก ที่เคยออกแบบกจิ กรรมทีเ่ น้นใหเ้ ดก็ เล่นเกม ทคี่ รคู ิด (เอาเอง) ว่าสนกุ กก็ ลับมา ตั้งค�ำถามตวั เองใหมว่ า่ “ถ้าเด็กท�ำกิจกรรมอนั น้ี จะมคี วามทา้ ทายอะไรเพ่ือดงึ ความสนใจใหเ้ ขามา ทำ� กจิ กรรมกบั เราได้โดยอตั โนมัติ” พูดงา่ ยๆ คอื มองในมุมของเด็กมากข้ึนนน่ั เอง - ครูมนิ้ สรุป บทบาทครทู ่เี ปล่ยี นไป เข้าใจโลกมากขน้ึ เมือ่ กลบั มาเรม่ิ ตน้ เทอมใหม่ การสอนของครูมนิ้ เปล่ยี นไป “แตก่ อ่ นเราเตรยี มการสอนมา แตเ่ ปน็ การสอนโดยไมไ่ ดเ้ กบ็ ทกุ คน คนไหน ฟังกฟ็ ัง คนไหนไม่ฟังกป็ ลอ่ ยไป พอหลงั จากเขา้ โครงการกอ่ การครู ส่ิงที่เปลยี่ น ในห้องท่ีรู้สึกได้คือเราเข้าใจเด็กมากขึ้น ที่เขาไม่ฟังเรา ไม่ใช่ว่าเขาเป็นเด็กไม่ดี ตอนนัน้ เรากแ็ อบตดั สินเดก็ เร็วไป แต่ตอนนก้ี ลายเป็นวา่ เด็กทไี่ มฟ่ ังเรา แสดงวา่ เขาตอ้ งมอี ะไรบางอย่าง แลว้ เรากใ็ ช้วธิ ีเขา้ ไปคุยกับเขาแทน” พอครมู นิ้ ไปคยุ กบั เดก็ จรงิ ๆ ถงึ ไดร้ วู้ า่ เดก็ มคี วามคดิ กวา้ งและไกลเกนิ คาด โดยเฉพาะค�ำถามจากเด็กท่ีว่า “กิจกรรมน้ีอาจารย์ท�ำไปเพื่ออะไร?” ครูมิ้น มีหน้าท่ีอธิบาย ผลสุดท้ายคือเด็กรับฟังและสนใจวิชาแนะแนวมากข้ึน ยอมท�ำ กจิ กรรมทีเ่ คยปฏเิ สธมาตลอด 172 ครูปลอ่ ยแสง: ครูบนั ดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

“เราเลยกลบั มาคดิ ไดว้ า่ จรงิ ๆ แลว้ อาจจะมาจากตวั เรามากกวา่ ทเี่ ราไมเ่ หน็ ไมส่ นใจ ไมร่ บั ฟังเขามากพอ” กับความสัมพันธ์ของครูด้วยกัน ครูม้ินยอมรับว่าต้องปรับตัวกันหลายคร้ัง การกลับมาด้วยใจที่พองโตจากโครงการก่อการครู ด้านหนึ่งก็ท�ำให้ครูมิ้นเผลอ คดิ วา่ ตวั เอง ‘ใหญ่กว่าคนอน่ื ’ “เรากลับมาพร้อมความมั่นใจเกินร้อย เราอาสาตั้งวง PLC (Professional Learning Community: ชุมชนการเรียนรูท้ างวชิ าชีพ - ครรู วมตัวกัน แลกเปลีย่ น เรยี นรจู้ ากประสบการณต์ รง) เราเปน็ โมดเู รเตอร์ แตด่ ว้ ยความสมั พนั ธท์ ไ่ี มไ่ ดถ้ กู ปูพ้ืนฐานให้คุ้นชินกับกระบวนการน้ีมาก่อน กลายเป็นว่าส่ิงที่ท�ำไปกระทบใจ กระทบความรสู้ ึก ฟดี แบ็คทกี่ ลับมาคือเกดิ ความรู้สึกไม่ดตี อ่ สงิ่ ทเี่ ราทำ� ” อะไรทค่ี ิดว่าดี กลับไม่ดี ช็อตน้ที ำ� เอาครมู ้นิ ช็อกไปพอสมควร “เหมือนถูกตบหนา้ เรยี กสตอิ กี คร้ัง เราถูกมองว่าเรายังเดก็ ควรจะท�ำอะไร เปน็ ลำ� ดบั ข้ันตอนตามการประชุมท่ีเคยมีมาก่อน แตเ่ ราโผลไ่ ปทำ� แบบนนั้ เหมอื น ����������������������� ������������������� �� 173

ไมไ่ ด้ใหเ้ กียรติเขา” คนรอบขา้ งต่างปลอบใจดว้ ยค�ำว่าเหตุการณ์ที่ครูมน้ิ เจอเปน็ เร่อื งปกติ เป็น ธรรมดาทมี่ คี นเหน็ ดว้ ยและไมเ่ หน็ ดว้ ย นน่ั ทำ� ใหค้ รมู นิ้ ปาดนำ้� ตาทง้ิ แลว้ มานงั่ นงิ่ ๆ ทบทวนตวั เองวา่ ‘เราเปน็ ใคร’ ณ ขณะน้นั ครูมิน้ คือครูท่มี ีอายุงานเพยี ง 2 ปี บางทีกต็ ้องกลับมาพจิ ารณา หนา้ งานตวั เองว่าทำ� ไดแ้ คไ่ หน นำ� มาสกู่ ารวางกลยุทธ์ใหมเ่ พ่ือเป้าหมายเดียวกัน ตา่ งแคว่ ิธีการ “ตอนนกี้ พ็ ยายามใหมอ่ ยนู่ ะ อาจจะยมื มอื ใครหลายๆ คนทเ่ี ขามปี ระสบการณ์ และวัยวฒุ ิมากกว่าเรา มาชว่ ยสร้างความเข้าใจแทนเรา (ย้มิ )” 174 ครปู ล่อยแสง: ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรยี นรู้

ทง้ิ เมล็ดให้งอกงามและเตบิ โต จากเร่ืองราวของครูม้ินบอกเราแทบทุกย่อหน้าว่า การเป็นครูไม่ได้มีเพียง หน้าที่สอน แตพ่ ว่ งมาด้วยความรับผดิ ชอบมากมาย แรงผลกั สำ� คญั คอื ‘จติ วญิ ญาณความเปน็ คร’ู ฟงั ดอู าจเปน็ คำ� พดู สวยหรู แต่ ครูมนิ้ เช่อื วา่ มีอยู่จริงและคอยดนุ หลังใหย้ งั เดนิ หนา้ ต่อด้วยรอยยม้ิ และคงเป็นอยา่ งทค่ี รูมน้ิ เชอื่ ว่า ครคู อื อาชพี ทม่ี คี ณุ คา่ ... “อาชพี ครเู ปน็ อาชพี ทม่ี คี ณุ คา่ ไดช้ ว่ ยเหลอื ทำ� ใหเ้ รารสู้ กึ มคี ณุ คา่ กบั ตวั เอง พอมคี ณุ คา่ เลยทำ� ใหเ้ ราเกดิ ความสขุ ขน้ึ วา่ เราไดท้ ำ� สง่ิ ทเี่ ปน็ ประโยชนก์ บั โลกใบน้ี ถ้าเราท�ำแล้วไม่มคี ุณค่า ไม่มีความหมาย เรากไ็ มร่ ูว้ ่าจะเปน็ ครูไปเพื่ออะไร” ยกตัวอย่างง่ายๆ การสวมบทคุณครูวิชาสังคม ท�ำให้ครูม้ินไม่มีความสุข ในการสอน เพราะต่อยอดไม่ได้ว่าเด็กๆ จะน�ำความรู้จากต�ำราไปใช้อะไรได้ มากกว่าการสอบ แต่พอเปลี่ยนมาเป็นครูแนะแนว แม้ไม่ได้สอนวิชาการอะไร มากมาย แตก่ ลับรู้สกึ ว่า ได้ปลกู อะไรบางอย่างที่งอกงาม “ทำ� ใหเ้ ดก็ ๆ เขา้ ใจตวั เองมากขนึ้ เหมอื นกบั เราไดท้ งิ้ เมลด็ อะไรบางอยา่ งให้ มันเติบโตในตัวเขา ได้ให้คุณคา่ อะไรบางอยา่ งกบั ชวี ิตเขา” คาบสุดท้ายของปีการศึกษาท่ีผ่านมา ครูม้ินให้นักเรียนเขียนขอบคุณ ตวั เอง ขอบคณุ ทกุ อยา่ งตลอดการเรยี นชนั้ ม.5 ลงกระดาษ สว่ นอกี ใบใหจ้ บั ฉลาก ชือ่ เพอ่ื น จับได้ช่อื ใครกใ็ หเ้ ขยี นขอบคุณคนน้ัน “พอทา้ ยคาบ จะมีเด็กประมาณ 2-3 คนท่ีเงยหน้ามาบอกเราว่า ขอบคุณ อาจารย์ด้วยนะคะที่จัดกิจกรรมแบบน้ีให้ แล้วมีเด็กคนหน่ึงทักมาว่า วันนี้เขา ขอบคุณตัวเองแล้ว ขอบคุณเพื่อนแล้ว แต่ยังมีอีกคนหนึ่งท่ีเขายังไม่ได้ขอบคุณ คือครู ต้องขอบคณุ ครูมากๆ ท่ีเปน็ แรงผลักดนั ให้เขาตงั้ ใจอ่านหนังสอื มากขึ้น มี เป้าหมายทชี่ ัดเจนในชวี ติ ... “มันเป็นความรู้สึกอ่ิมใจ ส่ิงท่ีเราท�ำลงไปมีคนเห็น มีคนได้รับรู้ มีคนรู้สึก อยู”่ ครูม้ินกลา่ วทงั้ รอยยิ้ม ���������������������������������� ���������� 175



9 786163 291097