Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ครูปล่อยแสง ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

ครูปล่อยแสง ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

Description: ครูปล่อยแสง ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

Search

Read the Text Version

อุดมการณ์และวิธีคิดในการศึกษาใกล้เคียงกับที่เธอฝัน แต่เธอไม่รอให้ ‘ความ โชคดี’ ได้เป็นคณะกรรมการคัดเลือกผู้ร่วมงานอีกต่อไป แต่ขอขยับไปสร้าง กระบวนการคัดเลือกและกระจายครูกลุ่มนี้ไปยังโรงเรียนในเครือข่ายเทศบาล นครขอนแกน่ เอง “การคัดเลือกครูมีข้อก�ำหนดเร่ืองการจัดจ้าง เราจึงไม่สามารถเลือกครูได้ อยา่ งอสิ ระมากนกั เทศบาลนครขอนแกน่ ชดุ นนั้ เหน็ ปญั หาตรงน้ี เลยใหต้ ง้ั สมาคม ใหมใ่ นชอื่ ‘สมาคมไทสกิ ขา: การเรยี นรเู้ พอ่ื ความเปน็ ธรรม’ มคี รอู ยา่ งเรานแ่ี หละ เปน็ คณะกรรมการ โดยเทศบาลสนบั สนนุ เชงิ นโยบายและคอยดแู ลองคก์ รในภาพ รวม การทำ� งานจงึ คอ่ นขา้ งอสิ ระระดบั หน่ึง “โครงการหนึ่งท่ีเราท�ำคือ ริเร่ิมการศึกษาแนวใหม่จังหวัดขอนแก่น หนึ่ง ในนัน้ คือการคัดเลือกครูฝรง่ั แลว้ ส่งไปยังโรงเรยี นเทศบาลในนครขอนแก่น จาก โรงเรียนเทศบาลจ�ำนวน 11 โรง มโี รงเรยี นเขา้ รว่ มกบั เราประมาณ 7-8 โรง เรา เปน็ คนประสานงานหลกั โดยมคี รใู นกลมุ่ ชว่ ยกนั ดอู กี 3-4 คน ครสู อญอ (สญั ญา มัครนิ ทร์) กเ็ ปน็ หนง่ึ ในน้นั “วิธีคิดในการคัดครูเข้าโครงการตอนนั้นคือ เราอยากท�ำงานกับคนที่มี ความคดิ ดา้ นการศกึ ษาคลา้ ยกนั ไมต่ อ้ งจบครกู ไ็ ด้ แตต่ อ้ งทมุ่ เท งานของเราไมม่ ี ตารางเวลาทำ� งานทช่ี ดั เจน เชน่ มาทำ� งานตอนเชา้ เลกิ สอนตอนเยน็ แลว้ กลบั บา้ น ไมใ่ ชแ่ บบนนั้ เลย ครทู ท่ี ำ� งานกบั เราเสยี สละเวลาสว่ นตวั เยอะมาก วนั เสาร-์ อาทติ ย์ ก็ตอ้ งมาท�ำแผนงานสอน มาประชมุ ” เปา้ หมายของผบู้ ริหารคือ การพฒั นาเด็ก แต่การพัฒนาเดก็ ต้องผา่ นผู้เกย่ี วข้องหลายส่วน ซงึ่ คนทใี่ กลก้ บั เดก็ มากทสี่ ุดก็คอื ‘คร’ู อกี สว่ นก็คือ ‘กระบวนการ’ ซึ่งกระบวนการท่ีวา่ เปน็ ทัง้ กระบวนการเพื่อพัฒนาครแู ละเดก็ 50 ครูปลอ่ ยแสง: ครบู ันดาลใจ จดุ ไฟการเรยี นรู้

ในแงน่ หี้ มายความวา่ นอกจากงานสอน ครอู อ้ มยงั ลยุ งานบรหิ าร ทงั้ บรหิ าร ก�ำลงั คน องค์ความรู้ และสร้างเครอื ข่ายตั้งแต่คร้งั ทำ� งานใหม่ๆ “การทำ� งานชว่ งนเ้ี รยี กวา่ ‘มนั ’ มากๆ เพราะไดร้ ว่ มงานกบั ครฝู รงั่ หลายคนท่ี มคี วามคดิ ทางการศกึ ษาใกลก้ นั และเพราะโครงการจะมคี รฝู รง่ั เขา้ มาผลดั เปลยี่ น ในโครงการเสมอ ทำ� ใหเ้ กดิ เครอื ขา่ ยขา้ มประเทศ ตลอดโครงการไดท้ ำ� งานกบั ครู ประมาณ 20-30 คน” การสร้างองค์ความรู้ในงานศึกษาและเครือข่ายครูกลุ่มนี้ ไม่ได้มีแค่การ ท�ำงานกับครูต่างชาติและการลงพ้ืนท่ี ส่วนหน่ึงยังเป็นความต้ังใจของเทศบาล นครขอนแกน่ เรือ่ งการปฏิรปู การศกึ ษา จงึ มโี ครงการพาผู้บริหารและครูไปดงู าน ยงั โรงเรยี นทางเลอื กตา่ งๆ ทว่ั ประเทศ ชมุ ชนครใู นขณะนน้ั จงึ คลา้ ยไดท้ ศั นศกึ ษา และรับเอาเครอื่ งมือหลายแบบมาปรบั ใช้ในพืน้ ที่ “เราต้ังหลักจากนโยบายเร่ืองการปฏิรูปการศึกษา แต่เราไม่รู้หรอกนะว่า เทศบาลเหน็ หรอื ตคี วามการปฏริ ปู วา่ อะไร แตเ่ ทศบาลชดุ นนั้ กพ็ าคณะครไู ปดงู าน ที่โรงเรียนทางเลือกต่างๆ ทั่วประเทศ ต้ังแต่โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนสัตยาไส โรงเรียนฉอื จี้ และอนื่ ๆ เรยี กวา่ เขาให้การสนับสนุนมาก” เม่ือถึงเวลา ครูอ้อมก็สอบย้ายข้ึนเป็นรองผู้อ�ำนวยการที่โรงเรียนเทศบาล โนนชัย ซ่ึงขณะนั้นก�ำลังสร้างชั้นเรียนใหม่คือ ม.1-3 ในชื่อโครงการ ‘โรงเรียน ขยายโอกาส’ ���� ���������������������� ������������������������� 51

เม่ือได้รับโอกาสให้ ‘ปรุง’ หลกั สูตรหอ้ งเรยี นใหม่ เคลด็ ลบั วิชาและแนวคดิ ทางการศกึ ษาทถี่ กู บม่ เพาะตลอด 7 ปี รวมกบั ไฟฝนั ของครหู นมุ่ สาวอกี หลายชวี ติ จึงกลายเป็นหลักสูตรเน้นวิถีชุมชนท้องถ่ิน ยึดแนวทางการเรียนแบบบูรณาการ ภายใตก้ ารนำ� ของอาจารยป์ ระชา หตุ านวุ ตั ร โดยมโี รงเรยี นรงุ่ อรณุ เปน็ ทมี พเ่ี ลยี้ ง “ถงึ บอกวา่ 7 ปีที่โรงเรยี นเทศบาลบา้ นหนองแวง เป็นอะไรทมี่ นั มากๆ ไม่ เคยเบื่อเลย” 7+2 ปีหลงั : สู่ยุคการเปลี่ยนแปลง ตำ�แหนง่ ผูเ้ ล่น ‘ฝา่ ยบริหาร’ หมุดหมายของการเปล่ียนบทบาทจากครูขึ้นเป็นฝ่ายบริหารท่ีโรงเรียน เทศบาลโนนชัย ประสบการณ์ที่ส�ำคัญในช่วงเวลาน้ันคือ การได้รับโอกาสไป ดูงานด้านการศึกษาที่สหรัฐอเมริกา เพราะการท�ำงานกับครูต่างชาติรุ่นต่อรุ่น ตลอด 7 ปีแรก ท�ำให้เกิดเครือข่ายครูต่างประเทศจ�ำนวนหน่ึง เม่ือครูเหล่านั้น เหน็ วา่ เครอื ขา่ ยครจู ากสมาคมไทสกิ ขายงั คงทำ� งานอยา่ งตอ่ เนอื่ ง เครอื ขา่ ยครฝู รงั่ จงึ อยากให้ครไู ทยได้ไปดูงานยงั ประเทศของพวกเขาบา้ ง “ครูฝรง่ั เป็นคนดำ� เนินการเรือ่ งค่าใชจ้ า่ ยทางฝ่งั นัน้ ทง้ั เรื่องทีพ่ ัก ค่าอาหาร และการเดนิ ทางในประเทศ สว่ นฝงั่ เรา เทศบาลเปน็ ผดู้ ูแลค่าใช้จา่ ยตา่ งๆ ให้ เช่น ตว๋ั เครื่องบิน เบี้ยเล้ยี งรายวัน และการประสานงานตา่ งๆ เราไม่ไดเ้ สยี คา่ ใชจ้ า่ ย อะไรเลย แตอ่ อกแรงและเตรียมสรรพกำ� ลงั ไปเรยี นรูง้ าน “เราไปดงู านหลายระดบั ทง้ั ระดบั อนบุ าล ประถม มธั ยม โดยเลอื กโรงเรยี นที่ เนน้ กจิ กรรมแตกตา่ งกนั เชน่ โรงเรยี นเนน้ ศลิ ปะ เนน้ ละคร สง่ิ ทสี่ รา้ งแรงบนั ดาลใจ มากๆ คือ เราเห็นครูเขาทุ่มเทมาก กลับถึงบ้านก็ยังต้องท�ำงาน ต่อบล็อก ท�ำ เวบ็ ไซตอ์ อนไลนเ์ พอ่ื สอ่ื สารกบั ผปู้ กครองอยู่ เหน็ เลยวา่ ที่เคยคิดวา่ เราเหนอ่ื ย ยงั ไม่เท่ากบั ท่พี วกเขาทำ� เลย “อีกเรอ่ื งคอื เรารสู้ ึกว่าการศึกษาบา้ นเขามนั สนกุ เขาตคี วามการศึกษาให้มี ความหมาย อยา่ งผอู้ ำ� นวยการโรงเรยี น เขาจะเดนิ มารอรบั เดก็ ๆ กอ่ นเขา้ หอ้ งเรยี น ตลอด เด็กๆ กอดเขาเหมือนกอดพ่อตัวเอง คือเอาขาเกี่ยวตัวผู้อ�ำนวยการเลย 52 ครปู ล่อยแสง: ครบู ันดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

พอตอนเทย่ี ง ผู้อำ� นวยการกเ็ สริ ฟ์ ข้าวให้คณุ ครู ซ่ึงปกติเราเหน็ แต่ครูเป็นคนดแู ล ผูบ้ ริหาร แตน่ ่ีผบู้ รหิ ารเปน็ คนดูแลคณุ ครู” นน่ั คอื ภาพผบู้ รหิ ารในอดุ มคติ เปน็ สงิ่ ทค่ี รอู อ้ มอยากสรา้ งบรรยากาศแบบน้ี ให้เกดิ ขน้ึ ในพน้ื ที่ของตวั เองหรือเปลา่ ? - เราถาม ครูอ้อมพยักหน้าพร้อมรอยย้ิม “อ้ืม อยากสร้างบรรยากาศดีๆ แบบน้ีให้ เกิดข้นึ ในทที่ ำ� งาน” สง่ิ ทย่ี งั สงสยั อาจเปน็ เพราะบรบิ ทการศกึ ษาบา้ นเขากบั บา้ นเราแตกตา่ งกนั ไมว่ า่ จะเปน็ โครงสร้างการบริหาร สภาพสังคม และแนวคิดเรอ่ื งการศึกษา ท�ำให้ เกิดบรรยากาศดๆี ครอู อ้ มตอบวา่ ... “เขาก็มรี ะเบยี บและหลักสูตรนะ เพียงแตเ่ ขาตคี วามหลักสูตรให้งา่ ยข้นึ ไม่ ตดิ กรอบ หลกั สูตรอาจเขียนไว้ประมาณหน่ึง แตถ่ า้ ทำ� แลว้ ไมไ่ ดผ้ ลกไ็ ปหาวธิ ี หา เทคนคิ ทส่ี นกุ ๆ และงา่ ยขนึ้ เหมอื นบา้ นเราแหละ นโยบายก็จะมกี รอบกวา้ งๆ ไว้ ประมาณหน่ึง แต่เราบดิ หรอื พลกิ แพลงได้ ไม่จำ� เปน็ ตอ้ งยึดตามกรอบหรอื วธิ คี ิด แบบเดิมๆ” 7 ปีผ่านไป ราวปี 2560 เธอย้ายจากโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัยมาเป็น รองผู้อ�ำนวยการโรงเรียนเทศบาลคุ้มหนองคู โรงเรียนขนาดกลางเปิดสอนระดับ อนบุ าลและประถมศกึ ษา แมจ้ ะผา่ นประสบการณ์เปน็ ฝ่ายบรหิ ารมากว่า 7 ปี แต่ การเริม่ ต้นในพน้ื ทใี่ หม่ ส่งิ แวดล้อม และเพือ่ นครใู หม่ นับเปน็ ความท้าทายเสมอ “จะบอกว่ายากก็ไม่ใช่ เพราะท่ีน่ีมีโครงสร้างการท�ำงานท่ีชัดอยู่แล้ว อย่าง ระดบั อนบุ าลเขาใชห้ ลกั สตู รมอนเตสซอรี (Montessori) ในภาพรวมโรงเรยี นเนน้ ความต้องการของชุมชนและส่ิงแวดล้อม และท่ีนี่ก็ใช้หลักสูตรบูรณาการอยู่แล้ว เพยี งแตเ่ รามาชว่ ยทำ� ให้ชดั ขนึ้ “แตค่ วามท้าทายของท่ีน่คี อื เราจะจูนกับครูอย่างไร จะดแู ลครู ช่วยพฒั นา คุณภาพครู ช่วยท�ำกระบวนการอย่างไร และจะส่ือสารกับผู้ปกครองให้เข้าใจได้ อยา่ งไร เรามที กั ษะกระบวนกรอยแู่ ลว้ ก็คอ่ ยๆ เริ่มทำ� ไปทีละขั้นตอน ถ้าความ ต้ังใจของเราคืออยากให้บรรยากาศในห้องเรียนสนุก เราจะยังไม่ท�ำในห้องเรียน แตเ่ ริ่มจากครูก่อน” ���� ����������������������������������������������� 53

ผู้เล่นฝ่ายบรหิ าร กับ 2 วงล้อทีผ่ กู และพันกนั กอ่ นจะพดู กนั ถงึ ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ ครอู อ้ มอธบิ ายเนอื้ งานทเี่ ธอตอ้ งดแู ลวา่ แบง่ ออกเปน็ 2 สว่ นหลกั ๆ คอื กระบวนการ ‘พฒั นาคร’ู และกระบวนการ ‘สอื่ สาร กับผูป้ กครอง’ ขน้ั แรก - กระบวนการพฒั นาครู พนื้ ฐานทส่ี ุดกค็ ือการ ‘วิเทศคร’ู แต่ด้วย ความเปน็ ‘ครอู อ้ ม’ แนน่ อนวา่ ตอ้ งไมใ่ ชก่ ารอบรมแบบทว่ั ไป เธอเลา่ ใหเ้ หน็ ภาพวา่ “เราใหเ้ ลน่ เกมเลย ร้อื โตะ๊ ในหอ้ งประชมุ ออกให้หมด เหลอื ไว้แตห่ อ้ งโลง่ ๆ แลว้ กเ็ ลน่ เกมกนั บางครง้ั กช็ วนครมู าแลกเปลยี่ นเทคนคิ การสอน จดั หอ้ งเรยี นกนั คนละมุมแล้วเวียนกันสอน หรือบางครั้งเป็นการจัดวงคุยเพื่อหล่อเล้ียงครูกันเอง ดูว่าครูมีความกังวลหรือกดดันต่อเร่ืองอะไรอยู่ไหม เราท�ำคนเดียวไม่ไหวก็ให้ เคร่ืองมือเร่ืองการโค้ช เร่ิมจากเราเป็นกระบวนกรเพ่ือโค้ชครูก่อน จากน้ันก็ให้ เขาโคช้ ครดู ว้ ยกนั เอง” 54 ครปู ลอ่ ยแสง: ครบู นั ดาลใจ จุดไฟการเรยี นรู้

นอกจากจดั กระบวนการเพอ่ื แลกเปลย่ี นเครอ่ื งมอื การสอน งานอกี สว่ นทเี่ ธอ ให้ความสำ� คญั คอื การหล่อเล้ียงหัวใจของครูด้วยกนั เอง “กระบวนการดูแลครูอย่างหน่ึงท่ีส�ำคัญมากๆ คือวงพูดคุย ให้พวกเขาได้ ฟังเสียงของกันและกัน ครูไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องของเด็กหรอก แต่ยังมีปัญหา ส่วนตัว ปัญหาชีวิต เพราะถึงอย่างไรพวกเราก็คือมนุษย์ ต้องมีวงแบบน้ีเพ่ือ หลอ่ เลี้ยงหวั ใจกัน “ถ้าอยากสร้างบรรยากาศการท�ำงานให้ดี ไมต่ อ้ งมอี ะไรมาก เอาแค่เช้าขน้ึ มา ให้ครรู ู้สกึ อยากไปทำ� งาน แค่นน้ั พอแลว้ ” ขน้ั ตอ่ มา - การเปน็ ทัพหนา้ ในการส่อื สารกบั ผปู้ กครอง แต่ตอ้ งสอ่ื สารด้วย กระบวนการท่ีชาญฉลาดและ ‘สนกุ ’ “คร้งั แรกทจี่ ัดประชมุ ผู้ปกครอง มีคนมาประชุม 30 คน จาก 80 คน แค่นั้น ก็เกินความคาดหมายของเราแล้วนะ วิธีการของเราไม่ได้ให้ผู้บริหารข้ึนพูด แลว้ ผู้ปกครองนั่งฟัง แตช่ วนผู้ปกครองเลน่ เกม เชน่ เราก�ำหนดกติกา ยืน่ ผา้ ให้ 1 ผืน แล้วให้ลองคิดว่า ‘ผ้าผนื น้ี จะเอาไปเลน่ กับลกู ได้อย่างไรบา้ ง?’ บางคนพบั บางคนเอาผา้ ไปโยน 30 คน ก็ 30 วธิ ี มผี ู้ปกครองคนหน่ึง เขาเอาผา้ มาเล่นคล้าย นักมายากล สนุกมาก เด็กๆ ท่ีติดสอยห้อยตามผู้ปกครองมาวนั น้นั ก็หัวเราะกัน สนกุ ครงั้ ตอ่ ไปทเี่ ราเชญิ ผปู้ กครองมาประชมุ กง็ า่ ยขน้ึ เพราะเขารแู้ ลว้ วา่ ไมใ่ ชก่ าร เชิญผู้ปกครองมานง่ั ฟังผอู้ ำ� นวยการพูด “โครงการท่ีเราอยากจะท�ำต่อไปก็คือ สร้างสนามเด็กเล่นที่โรงเรียน เรา ส่ือสารกับผู้ปกครองว่าการเล่นเป็นสิ่งจ�ำเป็นส�ำหรับเด็กวัยน้ี ท้ังพัฒนาการ กลา้ มเนอื้ มัดเล็กมดั ใหญ่ ท้งั จินตนาการของเดก็ และไมใ่ ช่เพยี งแค่เอาเครอื่ งเล่น มาตงั้ ทโ่ี รงเรยี น แตค่ อื สนามเดก็ เลน่ ทใ่ี กลช้ ดิ และเปน็ ธรรมชาติ ผปู้ กครองกเ็ ขา้ ใจ และมาชว่ ยกันสรา้ งสนามเด็กเล่นในโรงเรียน โรงเรียนซอ้ื ทรายให้ แต่ผู้ปกครอง มาชว่ ยกนั ขน ชว่ ยกนั ไปเอาไมจ้ ากบา้ นมาทำ� ชงิ ชา้ นกี่ เ็ ปน็ อกี เรอ่ื งท่ีคอ่ ยๆ ลงตวั ผปู้ กครองเข้าใจวา่ เราทำ� อะไรอยู่” น่ีเป็นเพียงตัวอย่างของกระบวนการท่ีครูอ้อมเลือกหยิบใช้ แน่นอนว่าคงมี วิธอี ีกมาก เพราะหากต้ังต้นจาก ‘จุดหมายปลายทาง’ ไมใ่ ช่ ‘พธิ กี าร’ กจิ กรรมท่ี คิดข้ึนอย่างสรา้ งสรรค์เพอื่ การส่อื สารท่ีเข้าใจตรงกนั กไ็ ม่จำ� เปน็ ตอ้ งน่าเบอื่ หรือ ประหตั ประหารกันเหมือนท่คี รูกับผ้บู รหิ ารส่วนใหญเ่ ปน็ กัน ���� ����������������������������������������������� 55

ก่อการคร:ู อำ�นาจ 3 ระดบั ห้องเรยี นเวทมนตร์ และศาสตร์แหง่ สมอง ชว่ งเวลาทค่ี รอู ้อมย้ายมาประจำ� การท่ีโรงเรยี นเทศบาลค้มุ หนองคู เป็นช่วง เวลาเดียวกับท่ีโครงการ ‘ก่อการครู’ ติดประกาศรับสมัคร แม้คุณสมบัติไม่ตรง กับเกณฑ์ที่คณะกรรมการต้ังไว้ว่า ผู้สมัครต้องเป็นครูจากโรงเรียนมัธยมเท่าน้ัน แต่ด้วยความต้ังใจอยากเป็นหน่ึงในขบวนการเปลี่ยนแปลง ใบสมัครของเธอจึง ถกู ร่างและส่งถึง “จรงิ ๆ เราพอมเี ครือ่ งมอื อยูแ่ ล้ว แต่สนใจเร่ืองเครือขา่ ย ถา้ ไดเ้ ข้าโครงการ กอ่ การครู จะทำ� ใหเ้ ราไดร้ จู้ กั กบั เครอื ขา่ ยใหมๆ่ ทจี่ ะมาชว่ ยกนั สนบั สนนุ งานดา้ น การศกึ ษาแนๆ่ และต้อง ‘มัน’ แนน่ อน (หวั เราะ) เราเองก็ยงั ต้องการเครือ่ งมือ อีกชุดเพือ่ มาทำ� งานต่อกับครทู โ่ี รงเรียนใหม่ดว้ ย โชคดที ีผ่ ้อู �ำนวยการ (ประสิทธิ์ สมศักด์ิ ผู้อ�ำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลคุ้มหนองคู) เข้าใจ ช่วย สนับสนุนความต้งั ใจของเรา “มนั มาก การไปเจอคนน่ีมนั มาก” เธอยำ้� เหน็ และเจออะไร ในก่อการครูบา้ ง? - เราถาม “เหน็ บางคนบาดเจบ็ บางคนไฟแรง เหน็ หวั ใจของครทู เี่ ตน้ ตบุ้ ๆ เพราะอยาก เปล่ียนแปลง อยากท�ำ แตต่ ิดกบั ดกั มนั รสู้ ึกแบบ... ‘ฮ้ยึ ’ (น�้ำเสยี งอดั อนั้ ) พอได้ แลกเปลี่ยนกัน ฟงั ส่งิ ท่เี ขาอยากทำ� แตต่ ดิ คำ� ว่า ‘ท�ำไมไ่ ด’้ เราบอก ‘ท�ำได้ ท�ำไม จะไม่ได้ มา... ลองมาคยุ กนั ดู’ ซง่ึ จังหวะทีไ่ ด้คยุ เราได้เสรมิ พลงั แรงใจซ่ึงกนั และ กนั มากๆ” ในฐานะผอู้ ำ� นวยการ ผทู้ วี่ างแผนพฒั นากลยทุ ธห์ รอื สนบั สนนุ ครู การไดฟ้ งั ความเหน็ เชน่ นนั้ ทำ� ใหฉ้ กุ คดิ และมองเหน็ ถึง ‘อ�ำนาจ’ ในหลายแง่มุม “โมดูลแรก ส่ิงท่ีติดใจเราคือเวิร์คช็อปในห้องหนึ่ง เขาพูดถึงอ�ำนาจใน ห้องเรียนและในองค์กร แบ่งอ�ำนาจเป็น 3 ระดับ คือ อ�ำนาจเหนือ อ�ำนาจร่วม และอ�ำนาจภายใน แมจ้ ะเป็นคำ� วา่ ‘อ�ำนาจ’ แตอ่ �ำนาจทง้ั 3 อยา่ งมคี วามหมาย ในตวั เอง ไมไ่ ดบ้ อกวา่ อะไรดหี รอื ไมด่ ี แตเ่ ราจะใชอ้ ำ� นาจอยา่ งไรใหม้ คี วามหมาย กบั นกั เรยี นและต่อเพือ่ นครู “การเขา้ ใจในอำ� นาจสามารถชว่ ยเตอื นคนทเี่ ปน็ ผบู้ รหิ ารอยา่ งเรานะ เพราะ มนั งา่ ยอยแู่ ลว้ ทจ่ี ะใชอ้ ำ� นาจเพอ่ื สงั่ การ เวลาพดู ถงึ อำ� นาจ กเ็ ปน็ เรอื่ งเดยี วกบั ความ 56 ครูปล่อยแสง: ครบู ันดาลใจ จดุ ไฟการเรียนรู้

มน่ั คงภายใน ไมใ่ ชแ่ คใ่ นบทบาทครนู ะ แตเ่ ราในฐานะคนธรรมดากจ็ ำ� เปน็ ตอ้ งรจู้ กั ใชเ้ หมอื นกนั อกี แงห่ นงึ่ การรจู้ กั อำ� นาจ ทำ� ใหเ้ รารตู้ วั ใชช้ วี ติ ชา้ ลง อยกู่ บั ปจั จบุ นั ขณะ เวลาท่ีไม่ได้ดั่งใจก็กลับมาดูตัวเองก่อนว่าเราขาดอะไร จะพัฒนาอะไรต่อ อันนก้ี ็ถอื เป็นอำ� นาจภายในในการกลับมาท่ีตวั เอง” ต่อมาในโมดูล 2 ครูอ้อมเลือกลงวิชา ‘เวทมนตร์คาถาในการสร้างการ เรียนรู้ที่เปี่ยมความหมาย’ (Magical Classroom: meaningful learning) และ ‘ศาสตร์แห่งสมอง ส่กู ารเรยี นรอู้ ยา่ งเปน็ องคร์ วม’ (Holistic Neuro-Education) “เราเป็นคนชอบศาสตร์แห่งจิตวิญญาณหรือศาสตร์ภายในอยู่แล้ว และช่ือ วชิ ากท็ ำ� ใหเ้ รา ‘เอะ๊ ’ ดว้ ยวา่ มนั คอื อะไร จะไปยงั ไงตอ่ อกี วชิ าเราเลอื กลง ‘ศาสตร์ แห่งสมอง’ ก็เพราะอยากให้สมดุลกันระหว่างวิทย์และศิลป์ แต่พอเรียนไปแล้ว กลบั พบวา่ ทงั้ สองเรอ่ื งไมไ่ ดห้ กั ลา้ ง แตร่ อ้ ยโยงเปน็ เหตเุ ปน็ ผล เปน็ เรอ่ื งเดยี วกนั ” หอ้ งเรียนเวทมนตรท์ ่ีครูออ้ มว่า ที่จริงแล้วก็คอื การอา่ นใจ อา่ นบริบท อ่าน พลังงานของพ้ืนที่ที่อยู่อาศัย เธอเล่าว่าน�ำเคล็ดวิชาไปใช้บ่อยเม่ือต้องควบคุม บรรยากาศในทปี่ ระชมุ หรอื การทำ� งานในฐานะกระบวนกร หลายครงั้ ยงั ใชศ้ าสตรน์ ้ี กับเพื่อนครูรุ่นน้องที่มักเกร็งเวลาเข้ามาพูดคุย เพราะเห็นว่าเธออยู่ในต�ำแหน่ง ผู้บริหาร “คงเลย่ี งไมไ่ ดเ้ นอะ เวลาเดก็ ๆ มาคยุ กบั เราเขากจ็ ะเกรง็ เรากใ็ ชท้ กั ษะนเี้ พอื่ ���� ���������������������� ����������������� �������� 57

กระบวนการดูแลครอู ย่างหนง่ึ ทส่ี ำ�คญั มากๆ คือวงพดู คุย ให้พวกเขาไดฟ้ ังเสยี งของ กนั และกัน ครไู ม่ไดม้ ปี ญั หา แคเ่ ร่ืองของเด็กหรอก แตย่ งั มีปัญหาสว่ นตัว ปัญหาชวี ติ เพราะถงึ อย่างไร พวกเรากค็ ือมนษุ ย์ ตอ้ งมี วงแบบนเ้ี พอื่ หลอ่ เลี้ยงหวั ใจกนั 58 ครูปล่อยแสง: ครูบนั ดาลใจ จดุ ไฟการเรียนรู้

รับรู้และจัดบรรยากาศใหเ้ ขาหายเกรง็ ไมใ่ หร้ สู้ กึ อึดอดั หรือบางทคี ุยงานแลว้ ไม่ เขา้ ใจกนั บางอยา่ ง เรากใ็ ชเ้ วทมนตร์ในการจดั บรรยากาศระหวา่ งกนั ได้ พดู งา่ ยๆ เหมอื นเปน็ ศาสตร์ทท่ี ำ� ให้เราอยกู่ บั คนรอบตวั ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข” ส่วน ‘ศาสตร์แห่งสมอง’ ย่ิงเป็นประโยชน์ต่อครูอ้อมเพราะต้องท�ำงานกับ เด็กเลก็ ทั้งชว่ ยใหน้ ำ� ไปออกแบบกจิ กรรมท่เี นน้ การพฒั นาสมองของเดก็ ๆ ได้ “อยา่ งทบี่ อก ตอนแรกเราตงั้ ใจลงสองวชิ านเ้ี พอื่ สรา้ งความสมดลุ ซง่ึ กนั และ กัน แต่เอาเข้าจริงแล้วกลับเป็นค�ำตอบของกันและกัน หลายศาสตร์ในห้องเรียน เวทมนตร์ยิ่งไปกระตุ้นการทำ� งานของสมองสว่ นต่างๆ ให้ท�ำงานดีขึน้ พอกลับมา ที่โรงเรียน แมเ้ ราไมไ่ ด้จัดกระบวนการเพื่อถา่ ยทอดเรื่องเหล่าน้อี ย่างเตม็ รปู แบบ เพยี งแตถ่ า่ ยทอดวา่ เราไปรบั รเู้ รอื่ งอะไรมาบา้ ง ชวนคยุ กนั วา่ จะพาเดก็ ทำ� กจิ กรรม แบบไหน จดั บรรยากาศในหอ้ งอยา่ งไรทจี่ ะไปกระตนุ้ ประสาทสว่ นหนา้ สว่ นกลาง ความทรงจ�ำระยะสัน้ ระยะยาว ของเด็กๆ” ครอู อ้ มยกตวั อยา่ งวาระสำ� คญั ของโรงเรยี น คอื ปญั หาการตดิ โทรศพั ทม์ อื ถอื ของเด็กๆ สิ่งที่ครูอ้อมน�ำเข้าท่ีประชุมไม่ใช่นโยบายห้ามเด็กๆ พกโทรศัพท์มา โรงเรยี น แตใ่ ชว้ ธิ ชี วนครๆู มาดขู อ้ มลู และงานวจิ ยั ชดุ หนง่ึ ทชี่ ว้ี า่ การเลน่ โทรศพั ท์ จะส่งผลต่อการหลั่งสารในสมองตัวเดียวกับการใช้สารเสพติด และถ่ายทอด กระบวนการและเคล็ดวิชาท่ีได้จากห้องเรียนเวทมนตร์และห้องเรียนศาสตร์แห่ง สมอง แตไ่ มไ่ ดก้ ำ� หนดนโยบายตรงๆ ว่าต้องทำ� อยา่ งไร “เราไมไ่ ดบ้ อกวา่ ครตู อ้ งทำ� อยา่ งไร เพยี งแตช่ วนครคู ยุ วา่ เปน็ เรอื่ งสำ� คญั นะ หลงั จากนน้ั เราเรมิ่ เหน็ การเปลยี่ นแปลง เวลากนิ ขา้ ว เดก็ ๆ ไมค่ อ่ ยหยบิ โทรศพั ท์ ขนึ้ มาเลน่ เราไมร่ หู้ รอกวา่ ครเู ขาพดู คยุ กบั เดก็ ๆ อยา่ งไร เพยี งแตบ่ อกเลา่ สงิ่ ทเี่ รา ได้มาจากในห้องเรียนทงั้ สองหอ้ งนแ้ี ก่ครูที่โรงเรียน” ครอู ้อม: เวลาที่เหลอื จะขอ ‘ทำ�สวนของเราตอ่ ไป’ เวลาท่ีคุยกัน ครูอ้อมมักไม่บอกว่าอะไรเป็นปัญหา หรือเล่าความทุกข์ยาก ของการเป็นครู ท�ำให้อยากรู้ว่าเคยมีเหตุการณ์ไหนที่ท�ำให้ครูอ้อมเจ็บจนไม่ลืม บา้ งไหม? �������������������������� ������������������������� 59

“โอ๊ย... มีมาตลอด ไมเ่ คยราบเรยี บเลยนะ” เธอตอบพรอ้ มเสียงหวั เราะและ ย้ำ� วา่ “อยา่ คดิ วา่ การเปน็ ผบู้ รหิ ารนั้นง่ายดายเชยี ว!” “ครั้งหนึ่งตอนเป็นครู ในวิชาบูรณาการของเด็กๆ ช้ัน ป.3-4 เราเรียน โครงสร้างการบริหารเทศบาลกัน เม่ือเรียนเนื้อหาแล้วก็ควรพาเด็กๆ ไปเจอ ประสบการณ์จริง อยากทำ� ความฝันของเดก็ หนองแวงดว้ ย เป็นความรูส้ ึกแบบ... อยากให้ไปลองน่ังเกา้ อี้นายกฯ ดวู า่ หนอู ยากทำ� งานแบบน้ีไหม แลว้ เทศบาลก็อยู่ ห่างจากโรงเรียนแค่นี้เอง เราประสานงานกับเทศบาลว่าเราจะพาเด็กไป ซึ่งเขา ยนิ ดใี หพ้ าเดก็ ๆ เขา้ ไปดู “แต่พอไปจริง เด็กๆ อะเนอะ เขาก็เฮละโลกัน คนที่ไม่เข้าใจก็ฉะเราเลย ‘ทนี่ เ่ี ปน็ ทคี่ นทำ� งาน ไมใ่ ชใ่ หเ้ ดก็ มาดงู าน’ อะไรแบบนี้ เรากช็ อ็ กเหมอื นกนั เพราะ คนที่พดู คือคนทำ� งานดา้ นการศกึ ษา เราหนา้ ชา ท�ำอะไรไมถ่ กู เลยเดินไปกนิ น�้ำ เพอ่ื ตง้ั สติ เสรจ็ แลว้ กพ็ าเดก็ ไปดตู อ่ ผา่ นไปนานแลว้ แหละ แตเ่ หตกุ ารณน์ ก้ี ฝ็ งั ใจ” ส่วนความยากล�ำบากในฐานะผู้บริหาร ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าการท�ำงาน คงซับซ้อนน้อยกว่า ทุกข์น้อยกว่าหน่วยปฏิบัติงานอย่างคนเป็นครู (แน่นอนว่า 60 ครปู ลอ่ ยแสง: ครูบันดาลใจ จดุ ไฟการเรยี นรู้

ความทุกข์ของคนเปรียบเทียบกันไมไ่ ด้) แตจ่ ริงๆ ไมใ่ ช่ ครูอ้อมถ่ายทอดว่าความยากอย่างหนึ่งของฝ่ายบริหาร คือการเป็นกันชน ระหว่างหน่วยปฏิบัติงานและผู้บริหารระดับสูงขึ้นไป การน�ำสิ่งท่ีทั้งตัวเองและ คณะครูอยากท�ำไปบิดพลิกเพ่ือให้คณะท�ำงานเชิงระบบเข้าใจได้ และแน่นอนว่า ความอดทนสงู ท่ีสุดคือ ความอดทนต้องทำ� งานบนพ้นื ฐานวัฒนธรรมแบบไทย “บางทีเราคดิ นะว่า ‘อะไรกันเนยี่ ’ ตอ้ งขนาดนีเ้ ลยเหรอ มีเรอื่ งทีต่ ้องปะทะ กันเป็นประจ�ำ ไม่มีอะไรราบเรียบ ต้องทน ต้องเพียร เวลาที่เจออะไรแบบน้ัน บอกตัวเองไว้วา่ เดี๋ยวก็ผา่ นไป ยงั มีหลายคนท่ีเขาเหน็ ด้วยและสนบั สนุนเรา ทีไ่ ม่ เห็นดว้ ยกไ็ ม่ต้องอยูใ่ นพ้นื ทนี่ ้นั นานๆ เด๋ยี วขาดทนุ ” เป็นอีกครัง้ ทเ่ี ธอตอบพรอ้ ม รอยย้มิ ทกุ วันนค้ี รูออ้ มยงั คง ‘สนกุ ’ กับการทำ� งานและยงั ขยนั ลกุ ข้นึ ดแู ลไฟฝันทงั้ ของตัวเองและเพื่อนร่วมงานไม่ให้ดับมอดลง นอกจากท�ำงานในเขตร้ัวโรงเรียน เทศบาลคมุ้ หนองคู ครอู อ้ มยงั ทำ� งานรว่ มกบั เครอื ขา่ ยครใู นพน้ื ทจ่ี งั หวดั ขอนแกน่ สร้างกิจกรรมเวิร์คช็อปเพ่ือแลกเปลี่ยนกับเพื่อนครูและจัดแสดงผลงานนักเรียน อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีแผนการจัด ‘ก่อการครู’ ในเขตพ้ืนที่ภาคอีสาน ต่อไปอกี ด้วย “หนึ่งในส่ิงท่ีชอบที่สุดในการเป็นครูคือ กัลยาณมิตร ไปตรงไหนก็มีแต่ เครือข่ายเพื่อนพ้องท�ำงานด้านการศึกษา ทั้งกาฬสินธุ์ มหาสารคาม ศรีสะเกษ และเราก็คงเป็นอีกคนท่ีไปเป็นกัลยาณมิตรของเขา การท�ำงานการศึกษาก็เลย สนกุ มาก” ถามว่าจะท�ำงานตรงน้ไี ปอีกนานเทา่ ไร? ครูออ้ มตอบอย่างหนกั แน่นว่า “ตอนนเ้ี หลืออายุราชการอีก 18 ปี ถือว่าไม่เยอะนะ กอ็ ยากใช้ 18 ปนี ี้ใหม้ ี คุณภาพ อยากสรา้ งประวัตศิ าสตรก์ บั งานท่ที ำ� อยู่ “เริ่มจากจุดเล็กๆ และค่อยๆ ไปด้วยกัน เราท�ำตรงนี้ สร้างเครือข่ายและ จบั มอื กนั เรมิ่ จากพนื้ ทขี่ องเรากอ่ น แลว้ คอ่ ยๆ ขยายขนึ้ ไป แตส่ งิ่ ทต่ี อ้ งทำ� ขอ้ แรก ตอ้ งเขา้ ใจตวั เองวา่ เปา้ หมายของเราคอื อะไร สอง ทำ� หอ้ งเรยี น ทำ� พน้ื ทข่ี องเราให้ ชัดเจน ใหม้ ีคณุ ภาพ แล้วคนอืน่ จะเหน็ เอง” ������������������������������������������� �������� 61



เรื่อง: ลีน่าร์ กาซอ  ภาพ: ธาตรี แสงมีอานุภาพ ห้องเรยี นไร้ผคู้ มุ ยงั จำ�ห้องเรียนวิชาภาษาไทยกนั ไดไ้ หม? ยืนตรง ท�ำความเคารพ นั่งลง เปิดหนังสือ และเงียบ – เป็นอย่างน้ันมา โดยตลอด จนหลายคนถอนหายใจเมือ่ ถงึ คาบวชิ าน้ี แตส่ ำ� หรับ ‘ครแู ข’ อมั พิกา ไกรอำ่� อาจารยป์ ระจำ� วชิ าภาษาไทยของนกั เรยี นชน้ั ม.5 โรงเรยี นเชยี งคำ� วทิ ยาคม จังหวัดพะเยา ไม่ปล่อยให้ห้องเรียนมีเพียงเสียงลมหายใจกับเสียงพลิกหน้า กระดาษเทา่ นนั้ “หอ้ งเรียนแบบนั้นลา้ สมัยไปแล้ว” เธอวา่ ส�ำหรับครูแข พ้ืนท่ีภายในห้องเรียนไม่ควรยึดนักเรียนติดกับท่ีนั่งหรือถูก ควบคุมด้วยค�ำสั่ง แต่ห้องเรียนควรเคล่ือนไหวอย่างมีชีวิตชีวาด้วยทุกคนในห้อง ไมว่ า่ จะเปน็ นกั เรยี นหรอื ครู ผา่ นสารพดั กจิ กรรมทค่ี รเู ลอื กมา ทำ� ใหเ้ วลา 1 ชว่ั โมง ผา่ นไปอยา่ งรวดเร็วเพราะความสนกุ บา่ ยวนั นนั้ ครแู ขมสี อน 2 หอ้ ง ครเู รม่ิ ตน้ หอ้ งแรกดว้ ยการพดู นม่ิ ๆ หลงั มอง ดูปฏกิ ริ ิยาของทุกคน

“ครอู ยากใหน้ กั เรยี นลองหลบั ตา แลว้ นกึ ถงึ ระดบั ความเครยี ดกอ่ นสอบของ ตัวเองในตอนนี้ว่าอยู่ที่คะแนนเท่าไหร่ระหว่าง 1 ถึง 4 แล้วค่อยๆ ยกน้ิวข้ึนมา ให้ 4 เปน็ จำ� นวนทเี่ ครียดมากทีส่ ดุ นะ” เสียงหัวเราะคิกคักเริ่มเงียบลง ขณะท่ีมือของแต่ละคนค่อยๆ ชูขึ้นมา ส่วนใหญ่ชู 3-4 น้ิว จากนั้นจึงค่อยๆ ลืมตาตามค�ำบอกของครูแขและส่งยิ้มให้ เพื่อนขา้ งๆ บางคนก็ตบบา่ กันเบาๆ กอ่ นทค่ี รแู ขจะบอกให้ทกุ คนจบั กลุม่ 4 คน ท่ีตวั เองไมค่ ่อยไดค้ ุยดว้ ยในชว่ งน้ี และใหแ้ บง่ ปนั เรือ่ งราวในหวั ขอ้ ‘3 สิ่งทต่ี ัวเอง ทำ� ไดด้ ที สี่ ดุ ’ กบั ‘1 สงิ่ ทที่ ำ� ใหว้ ติ กกงั วลมากทสี่ ดุ ในตอนน’ี้ กบั เพอื่ นในกลมุ่ กอ่ น จะให้ทุกคนร่วมกันพูดคยุ วา่ สองกิจกรรมนี้ให้ประโยชนอ์ ย่างไร “ห้องนี้เป็นห้องคิง เขามีความเครียดสูงโดยเฉพาะในช่วงใกล้สอบ ครูเลย อยากให้เขาหันกลับมาทบทวนตัวเอง อยู่กับตัวเองสักนิด ให้เขาได้รับรู้ว่าไม่ได้ ทุกขค์ นเดยี ว เหมอื นไดแ้ บง่ ปันกนั จะได้ลดความทุกข์ของตวั เองลงบ้าง” ขณะที่อีกห้อง ครูแขใช้กิจกรรมหลังจบละคร ‘มัทนะพาธา’ ของเด็กๆ 64 ครปู ล่อยแสง: ครบู นั ดาลใจ จดุ ไฟการเรยี นรู้

โดยชวนนักเรียน ม.5 ท้ังชายหญิงพูดคุยกันเรื่อง ‘ความรัก’ ในทัศนะของพวก เขา เชื่อมโยงเข้ากับเร่ืองราวของสุเทษณ์และนางมัทนา ท่ามกลางรอยยิ้มและ เสยี งหัวเราะ ซงึ่ ถ้าเปน็ เมื่อกอ่ น ห้องเรยี นจะมีแต่ความเงียบ นา่ อึดอดั และไมม่ ี บรรยากาศกระตือรือรน้ แบบนี้ “หอ้ งเรยี นทเ่ี งยี บ ใหเ้ ดก็ คอยฟงั แตค่ ำ� สง่ั ครู เปน็ การสรา้ งกรอบทที่ ำ� ใหเ้ ดก็ คดิ ไมเ่ ปน็ ” ครแู ขบอก “วธิ กี ารใหมท่ ค่ี รนู ำ� มาทดลองใช้ในหอ้ งเรยี นคอื ใหน้ กั เรยี น อา่ นวรรณกรรมมาสกั เรอื่ งหนงึ่ แลว้ ใหล้ องออกแบบตอนจบในแบบของตวั เอง ถา้ เราเป็นคนเขยี น เราอยากใหเ้ รือ่ งน้ีจบลงแบบไหน “ช่วงแรกเด็กๆ ท�ำไม่ได้เลย เพราะเขาเคยชินกับการถูกควบคุมความคิด ผ่านค�ำสั่งว่าต้องท�ำอย่างน้ันต้องท�ำอย่างน้ี เมื่อชีวิตมีแต่ค�ำว่า ‘ต้อง’ ก็ไปต่อ ไม่ถกู ” ครูแขบอกว่า ปีนี้เป็นปีท่ีเธอพลิกการสอนเป็นแบบใหม่เต็มรูปแบบ เพราะ ห้องเรยี นทีเ่ อาแต่เงยี บมนั ไม่สนกุ น่ะสิ – เธอวา่ หอ้ งเรียนภาษาไทย ใครวา่ สรา้ งสรรค์ไม่ได้ “เรยี นภาษาไทยกต็ ้องใชค้ วามคดิ สรา้ งสรรคน์ ะ” ครแู ขวา่ อยา่ งนัน้ วชิ าภาษาไทยของครแู ขอาศยั ความ ‘เนยี น’ โดยใชเ้ กมเขา้ มารว่ มในการเรยี น ซ่ึงส่วนหน่ึงมาจากไอเดียบรรเจิดของเด็กๆ ในหอ้ งเรยี นนนั่ เอง “เราให้พวกเขาลองออกแบบการเรยี นตามทต่ี วั เองตอ้ งการ” ครแู ขยิ้ม “ให้ เดก็ ๆ จบั กลุม่ และจบั ฉลาก แตล่ ะกลุ่มจะออกแบบเกมการเรยี นรเู้ รือ่ งนนั้ เพื่อมา สอนเพ่ือนๆ จากนั้นก็ให้เพ่ือนในห้องประเมินว่าบรรลุวัตถุประสงค์ไหม เกมน้ี มีจุดเด่นอย่างไร และถ้าเล่นคราวหน้าจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร ท้ังหมดนี้ให้ พวกเขาไดแ้ สดงความคิดเหน็ ออกมาอย่างเต็มท่ีในหอ้ งเรยี น” รวมถึงการแสดงละครตามหัวข้อที่ก�ำหนดให้ด้วย “ตอนเรียนเร่ือง ‘ลิลิต ตะเลงพ่าย’ เราให้แต่ละกลุ่มเอาแผนการสอนท่ีตัวเองคิดมาเสนอขายให้เพื่อนๆ หนา้ หอ้ ง และให้โหวตโดยใช้ไม้ไอศกรมี กลมุ่ ที่ได้รบั ไม้มากทสี่ ุดกท็ ำ� หนา้ ทแี่ ทน ครูไปเลย” ห้องเรยี นไรผ้ คู้ ุม 65

ถา้ เรานงั่ ในระนาบเดียวกบั เดก็ เราจะได้ สบตาและมองหน้าทกุ คน ระดับสายตา ทต่ี รงกนั จะทำ�ให้เราสามารถเชอื่ มโยง พลังงานบางอย่างกบั เขาได้ ไมอ่ ยา่ งนน้ั พลงั ของเดก็ จะมาไม่ถงึ แลว้ เรากจ็ ะ เขา้ ไม่ถึงความรสู้ ึกของเขาได้เลย 66 ครปู ลอ่ ยแสง: ครูบนั ดาลใจ จดุ ไฟการเรยี นรู้

ครูแขไม่ได้บอกว่าวิธีการนี้ท�ำให้เข้าใจเน้ือหาได้มากขึ้น แต่บรรยากาศ ในห้องเรยี นจะสนกุ กว่าเดิม และนั่นสำ� คญั กวา่ การท่องจ�ำ “สำ� คญั คอื เดก็ เขารจู้ กั เลอื กทจ่ี ะเอาบางอยา่ งมาใชก้ บั เพอ่ื น เชน่ ใช้โทรศพั ท-์ มอื ถอื มามสี ว่ นรว่ มในเกม ทำ� ใหเ้ ราไดเ้ หน็ และเรยี นรสู้ งิ่ ใหมๆ่ จากเดก็ ผา่ นวธิ กี าร ทเ่ี ขาเลือกมาใชก้ บั เพื่อนๆ” หลายคร้ังที่ ‘กิจกรรม’ กลายเป็นองค์ประกอบส�ำคัญในช้ันเรียนของครูแข เกมแรกสดุ ท่เี ธอนำ� มาใช้เป็นเกมนบั เลขงา่ ยๆ โดยใหน้ ักเรยี นน่ังเปน็ วงกลม นบั เลขผสมกบั ปรบมอื และจะมคี นทไี่ มว่ า่ กรี่ อบกย็ งั คงนบั ผดิ เธอจงึ ชวนคยุ ถงึ ความ รสู้ กึ ของนักเรยี นคนนน้ั ทา้ ยทส่ี ดุ เขาพดู ออกมาวา่ เสยี ความม่นั ใจในตวั เอง “ขณะเดียวกนั การยอมรับผิดของเขากลับทำ� ให้เพ่อื นๆ กล่าวโทษว่าท�ำให้ นบั เลขวนอยูท่ เี่ ดิม เจา้ ตัวก็โทษตัวเอง เราจงึ ชวนคยุ ว่าแลว้ จะโอเคไหมถา้ เรายงั กล่าวโทษคนอ่ืน ทั้งที่มีวิธีอื่นท่ีดีกว่าการมองว่าใครเป็นคนผิด และชวนคิดว่าจะ โอบอมุ้ เพอ่ื นอยา่ งไรแทนทีจ่ ะเอาแตก่ ล่าวโทษกัน” ครูแขบอกว่า กิจกรรมคือกลยุทธ์การสอน และบางคร้ังก็ไม่อาจใช้เพียง กลยุทธ์เดียว เพราะเด็กๆ และส่ิงแวดล้อมรอบตัวเขาล้วนเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน คนเปน็ ครจู ึงต้องแสวงหาสงิ่ ใหมม่ าปรับใช้เสมอ “ยกตัวอย่างนักเรียนห้อง ม.5/5 ชอบเล่นโทรศัพท์มือถือ เราก็ใช้มือถือ นั่นแหละเข้ามาเป็นส่วนหน่ึงของกิจกรรมในห้อง โดยให้เด็กๆ ถ่ายเซลฟี่ตัวเอง ทกุ อริ ยิ าบถในทกุ ๆ 2 ชวั่ โมง ตง้ั แตต่ นื่ จนเขา้ นอน จากนน้ั ใหป้ รนิ ทแ์ ลว้ แปะทห่ี ลงั ห้องเรยี น ใครอยากให้ครูดูรูปก็เสนอตัวแลว้ มาพดู คุยกนั ถงึ ความสมดลุ ในการใช้ ชวี ติ สง่ิ ทเ่ี ขาไดก้ ค็ อื การมองเหน็ ตวั ตนของตวั เองจากภาพถา่ ย จนตอนนเี้ ดก็ ๆ รู้ และวง่ิ มาหาเราครั้งละคนสองคน” กิจกรรมท่ีใช้โทรศัพท์มือถือ – อุปกรณ์ของคู่กายที่วัยรุ่นมีกันแทบทุกคน ไม่ไดม้ ีแคน่ น้ั “แม้แต่การสอนเขียนสารคดี เราก็ไม่ได้สอนแบบเดิม” ใช่...วิชาภาษาไทย ของครไู ม่ไดแ้ ค่เรียนรู้ภาษา แต่รวมถึงการสรา้ งนักเขียนตัวน้อยๆ ขึน้ มาดว้ ย “หัวขอ้ คือใหท้ ุกคนถา่ ยรูปพระอาทติ ย์ขน้ึ กับพระอาทติ ย์ตก และวถิ ชี ีวิตใน หมบู่ า้ นของตวั เอง ตงั้ แตต่ นื่ ตอนเชา้ ใหป้ น่ั จกั รยานรอบหมบู่ า้ น เหน็ ผคู้ นทำ� อะไร กถ็ า่ ยภาพเกบ็ ไว้ ไมว่ า่ เขาจะกนิ ขา้ ว ไปไรไ่ ปสวน กลบั จากทำ� งาน ทงั้ หมดไมเ่ กนิ ห้องเรยี นไรผ้ ู้คมุ 67

10 ภาพ แล้วท�ำเป็นอลั บมั้ ไว้ ชือ่ วา่ ‘หมูบ่ ้านอันเปน็ ทีร่ กั ของฉัน’ กอ่ นจะนำ� ไปสู่ การแสดงความเหน็ ในกลุ่ม เพือ่ เลือกหมู่บ้านทน่ี ่าสนใจและเขียนสารคดเี ก่ียวกบั เรอ่ื งราวในหม่บู า้ นนนั้ ” กลยุทธ์ของครูแขชว่ ยดงึ เด็กๆ ออกจากเสน้ ทางเดิมๆ ทีม่ ีแต่บ้าน โรงเรยี น ห้องนอน และโทรศัพท์มือถือ ให้ออกไปเดินรอบหมู่บ้าน เรียนรู้สังเกตชุมชน ตัวเองอยา่ งนอ้ ยหน่ึงรอบ “ใหเ้ ขาไดส้ มั ผสั ความรน่ื รมยอ์ น่ื ๆ ในชวี ติ บา้ ง อยา่ งนอ้ ยพระอาทติ ยข์ นึ้ กบั พระอาทติ ยต์ กกส็ วยดใี ชไ่ หมละ่ ” แต่หนึ่งกิจกรรมใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกๆ ห้อง เพราะเป็นเรื่องของพลังงานที่ นักเรียนในแต่ละห้องมีไม่เท่ากัน รวมถึงพลังงานจากตัวครูแขเองด้วย เธอบอก ว่าการเรียนรู้ในห้องเรยี นขึ้นอยกู่ ับพลงั งานท่ีจะสอ่ื ถึงกันระหวา่ งครูและนักเรยี น นนั่ ท�ำใหค้ รูแขมักเลือกที่จะนงั่ ในระดับเดยี วกับเด็กๆ โดยเฉพาะน่ังบนพ้ืน “ถ้าเรานั่งในระนาบเดียวกับเด็ก เราจะได้สบตาและมองหน้าทุกคน ระดับ สายตาที่ตรงกันจะท�ำให้เราสามารถเชื่อมโยงพลังงานบางอย่างกับเขาได้ ไม่ 68 ครปู ล่อยแสง: ครูบนั ดาลใจ จุดไฟการเรยี นรู้

การรับฟัง ไมใ่ ชเ่ พยี งแคใ่ นหมนู่ กั เรยี น ด้วยกนั เทา่ น้นั ทุกคนตอ้ งรับฟงั อยา่ งใหเ้ กียรตกิ นั ไมว่ า่ จะครูกับนกั เรยี น นกั เรียนกับครู หรือนักเรยี น กับเพื่อนรว่ มห้องกต็ าม เมอ่ื ทุกคน รับฟังกันอย่างใหเ้ กียรติ โดยไม่ตัดสิน ล่วงหน้าจากสง่ิ ท่ีได้ฟงั การเปิดใจ ท่ีจะเรียนรู้และพลังงานบวก ในห้องเรยี นกเ็ กดิ ข้ึนไดไ้ มย่ าก อยา่ งนนั้ พลงั ของเด็กจะมาไม่ถึง แล้วเราก็จะเข้าไม่ถงึ ความรสู้ ึกของเขาได้เลย” ครูแขจะให้ความส�ำคัญกับพลังงานในห้องเรียนเป็นอันดับแรก เพราะถือ เป็นใบเบิกทางให้เด็กๆ เข้าถึงการเรียนรู้ในแต่ละวัน เธอเคยสัมผัสได้ถึงความ อดึ อัดคับข้องใจในหอ้ งเรียนบางห้อง ซง่ึ ต้องสลายสิง่ เหลา่ นกี้ ่อนถงึ จะเรม่ิ สอนได้ ไม่อยา่ งน้ันเดก็ ๆ กจ็ ะปดิ กนั้ ตัวเองเหมอื นอยหู่ ลงั กำ� แพงทึบ เธอบอกว่า วิธีง่ายที่สุดคือลุกข้ึน ลองย้ายไปนั่งในที่ท่ีเราอยากน่ัง หรือไป ยืนจุดไหนสักจุดในห้อง เสร็จแล้วให้จับมือและหัวเราะดังๆ หรือกระโดดตบมือ อะไรก็ได้ที่ทำ� ให้เขาสามารถปลดปลอ่ ยและผอ่ นคลายพลงั งานตงึ เครยี ดเหลา่ นน้ั “เด็กๆ ตืน่ เตน้ มากกับวธิ ีการสอนแบบนี้ 3 สัปดาห์แรกของการเปล่ยี นวิธี สอน เราไม่เน้นวิชาการ ไมม่ ีเรอ่ื งตวั ชี้วดั ใดๆ เราทยอยใสเ่ ร่อื งกิจกรรมเพอื่ ปใู ห้ เดก็ รับร้วู า่ วชิ าภาษาไทยของครอู ัมพกิ าเปน็ แบบน”้ี นิยามการสอนของครูแขเปน็ แบบไหน? – เราถาม “แบบทที่ กุ คนเทา่ เทยี มและเสยี งของทกุ คนดงั เทา่ กนั ฉะนน้ั ครตู อ้ งฟงั อยา่ ง เปิดใจและใส่ใจโดยไม่แทรกแซง และตัวนักเรียนเองก็เช่นกัน เพราะหลายคร้ัง ที่นักเรียนพูดแทรกระหว่างเพ่ือนก�ำลังพูด จนท�ำให้คนพูดหยุดชะงัก ท้ังลืมและ หมดความต้งั ใจทจี่ ะพดู ต่อ ทั้งหมดนถ้ี อื เปน็ การเรยี นรกู้ ารใหเ้ กียรตคิ นอนื่ ด้วย” “การรับฟัง ไม่ใช่เพียงแค่ในหมู่นักเรียนด้วยกันเท่านั้น ทุกคนต้องรับฟัง อยา่ งใหเ้ กยี รตกิ นั ไมว่ า่ จะครกู ับนกั เรยี น นกั เรียนกบั ครู หรอื นกั เรียนกับเพอื่ น หอ้ งเรยี นไรผ้ ูค้ ุม 69

ร่วมห้องก็ตาม เมื่อทุกคนรับฟังกันอย่างให้เกียรติ โดยไม่ตัดสินล่วงหน้าจากสิ่ง ทไ่ี ด้ฟัง การเปดิ ใจท่ีจะเรยี นร้แู ละพลงั งานบวกในห้องเรียนก็เกดิ ขนึ้ ได้ไม่ยาก” เธอย้�ำว่า ห้องเรียนควรเป็นสถานท่ีท่ีเด็กๆ รู้สึกปลอดภัย ผ่อนคลายมาก พอท่ีจะเรียนรู้ส่ิงใหม่ๆ ซึ่งเกมและการสัมผัส ถือเป็นข้ันแรกท่ีจะปรับเปลี่ยน พลังงานในห้อง และทำ� ใหท้ กุ คนเปดิ ประตใู จถึงกันได้ ‘อิ่ม’ จนอยากเปลีย่ นแปลง เม่ือการเรียนการสอนไม่ขยับไปข้างหน้า ขณะที่โลกหมุนตลอดเวลา วันหน่ึงเมื่อ 5 ปีก่อน ความอิ่มในการสอนเกือบ 4 ทศวรรษ จึงเริ่มกัดกิน ความรูส้ กึ จนครูแขถามตัวเองวา่ “เกดิ อะไรขนึ้ ?” “เหมือนไมข่ ยบั ไปไหน กเ็ ลยเรม่ิ รู้สกึ วา่ การสอนแบบนไี้ ม่ถกู ทาง ผลทอ่ี อก มากลายเปน็ วา่ เด็กไม่กลา้ แสดงความคดิ เห็น เพราะกลัวผิด ทกุ คำ� ถามไม่เคยได้ ค�ำตอบกลับมา มีเพียงความเงียบท่ีรอค�ำสั่งอย่างเดียวโดยไม่ยอมเปิดเผยความ เปน็ ตัวเอง เพราะไมอ่ ยากถูกตดั สนิ ” แต่ก่อนที่จะเปล่ียนห้องเรียนและเด็กๆ ครูแขขอเริ่มเปลี่ยนจาก ‘ภายใน’ ของเธอเอง “เราเครียดเวลาสอนไปไมไ่ ดด้ ั่งใจ พลังงานลบจากเราก็ท�ำให้เด็กเครยี ดไป ด้วย แล้วกลายเป็นว่านักเรียนต้องเป็นฝ่ายผิดประจ�ำในบรรยากาศตึงเครียดน้ี ขณะทีเ่ ราใช้ค�ำพดู จิกกดั ต่อว่ากับความผิดพลาดของเด็ก จนเมอื่ มาลองคิดดูแล้ว เรากำ� ลงั สบื ทอดความคดิ วา่ ครคู อื ผคู้ วบคมุ หอ้ งเรยี น สบื ทอดความคดิ เรอื่ งอำ� นาจ ปกครอง ทำ� ใหเ้ กดิ คำ� พดู ทำ� นองวา่ ‘ครคู มุ หอ้ งเรยี นไมอ่ ย’ู่ ทงั้ ทจ่ี รงิ แลว้ หอ้ งเรยี น ไมใ่ ชส่ ถานทท่ี ตี่ ้องมีผ้คู มุ เลยด้วยซำ้� ” ความคดิ ภายในของครแู ขตอนนี้คอื “เราตา่ งดแู ลห้องเรยี นรว่ มกัน” ถึงอยา่ งน้ัน การเปลี่ยนแปลงกไ็ ม่ได้เกดิ ขน้ึ งา่ ยๆ ครูแขเลา่ ว่า เธอผา่ นการ ฝกึ ฝนตง้ั แตเ่ ขา้ ฝกึ อาณาปานสติ เกดิ ความคดิ อยากรวมกลมุ่ เดก็ วยั รนุ่ ในหมบู่ า้ น มาทำ� คา่ ยกิจกรรม จนไดส้ มั ผสั การทำ� กิจกรรมท่ีดูเข้าถึงเด็กๆ และเธอเองกเ็ ร่มิ สนใจจนได้เริ่มก้าวแรกจากการเรียนรู้เรื่องกระบวนกรของเสมสิกขาลัย มูลนิธิ 70 ครูปล่อยแสง: ครูบนั ดาลใจ จดุ ไฟการเรียนรู้

เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป สถานท่ีที่สอนให้เธอรู้จักฟังอย่างลึกซ้ึง ยอมรับ ความเห็นของคนอื่นด้วยหัวใจที่แท้จริงโดยไม่มีถูกผิด และน�ำไปสู่ ‘การส่ือสาร อยา่ งสนั ติ’ (Nonviolent Communication: NVC) หลักการของ NVC คือ ทุกคนต่างมีความต้องการที่นอกเหนือจากปัจจัยส่ี ไมว่ า่ จะเปน็ อสิ รภาพ เปา้ หมาย ความเอาใจใส่ ความไว้ใจ ความรว่ มมอื และความ เคารพ ซงึ่ ไมไ่ ด้ข้นึ อยู่กบั อายขุ องคน “ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน อคติต่างท�ำให้เราตัดสินคนและเรื่องราวก่อน ท่ีเขาจะพูดจบ แต่การสื่อสารอย่างสันติได้ทลายอคติลง ท�ำให้เราได้เร่ิมสังเกต พูดตามข้อเท็จจริงที่เห็นโดยไม่ตัดสินเหมือนมองผ่านกล้อง เช่น เม่ือเห็นคนใส่ เสื้อสีเขียวก็บอกว่าเขาใส่เส้ือสีเขียว แต่ไม่ตัดสินว่าเขาใส่แล้วสวยหรือน่าเกลียด สเี ขียวก็คอื สีเขียว” เช่นเดียวกบั การสง่ การบา้ นของนักเรยี น เธอเปลี่ยนจากคำ� พดู แกมบน่ แบบ เดมิ ๆ ว่า “ทำ� ไมไมส่ ่งการบ้าน หายไปต้ัง 3 ครัง้ อย่างนี้สอบตกแนๆ่ ” มาเปน็ “ครรู ู้สึกไม่สบายใจเลย เพราะคะแนนเธอหายไป 3 ช่อง ลองปรับแกง้ านได้ไหม หรือครูชว่ ยอะไรไดบ้ ้าง” “เรามักใช้ประโยคเนยี นๆ ไป เชน่ ถ้างานของเขาไมโ่ อเค เราจะบอกวา่ ครู เขา้ ใจนะว่าหนตู ัง้ ใจทำ� มาก แตค่ รูเสียใจทตี่ ้องบอกว่างานหนูไม่ผา่ น ลองไปปรบั หอ้ งเรยี นไรผ้ ้คู ุม 71

แก้หน่อยดไี หม ...ฟงั อย่างน้ีแลว้ ร่นื หกู วา่ ใช่ไหมล่ะ” ครแู ขยม้ิ “ครูไม่สบายใจเลย” - ครูแขมักใชป้ ระโยคทำ� นองน้ีเปิดบทสนทนา “เพราะการสอ่ื สารต้องเริม่ มาจากความรู้สึกกอ่ น บอกความรสู้ กึ แลว้ ก็บอก ความต้องการ และถ้าไม่ได้ตามความต้องการหรือความต้องการถูกปฏิเสธ เรา จะมีวิธีจัดการกับความรู้สึกอย่างไร แต่ในห้องเรียนเราโอเคนะ เพราะส่วนใหญ่ เวลาเราร้องขอเด็ก เด็กก็มักจะฟัง เช่น ครูรู้สึกไม่สบายใจเลยท่ีพวกเธอไม่ฟัง เขาก็จะเริม่ เงยี บลง” หยดุ บน่ เลกิ จกิ กดั พดู ตามขอ้ เทจ็ จรงิ โดยไมป่ รกั ปรำ� แลว้ การพฒั นาจะเกดิ ข้ึนท้ังภายในจิตใจของเดก็ ๆ รวมถงึ จิตใจของครดู ้วย – ครูแขบอก ฟังด้วยหัวใจ หอ้ งเรยี นของครแู ขบา่ ยวนั นมี้ ชี ว่ งเวลาการนำ� เสนอผลงานทง้ั สองหอ้ ง เสยี ง กระซิบพูดคุยลอยมาเป็นระยะ จนเม่ือเสียงเร่ิมดังเกินไป แทนที่ครูแขจะส่ังให้ ทง้ั หอ้ งเงยี บ เธอกลบั ปรบมอื หนง่ึ ครง้ั และบอกวา่ “ใหค้ วามสำ� คญั กบั เพอ่ื นหนอ่ ย คนหน้าหอ้ งคือคนสำ� คญั นะ” “คนท่ีก�ำลังพูดก็ย่อมหวังให้คนอื่นฟังใช่ไหมล่ะ โดยเฉพาะในห้องเรียน การไม่รับฟังจะท�ำให้พวกเขาเสียโอกาสท้ังในเนื้อหาและโอกาสในการรู้จักคนอ่ืน เหมือนเปน็ เรื่องง่ายๆ แต่จะมสี กั กีค่ รัง้ ทีเ่ ราใสใ่ จฟังคนตรงหน้าเราจรงิ ๆ” ในห้องเรียน ครูแขจะปล่อยเวลาให้เด็กๆ ได้ลองนึกและพูดถึงสถานะทาง อารมณ์ของตัวเองในขณะน้ัน เพ่ือชวนให้ทุกคนสะท้อนความรู้สึกตัวเองและ แบง่ ปันกนั ซ่งึ จะช่วยบรรเทาบรรยากาศตึงเครยี ดใหล้ ดลง เชน่ เดียวกนั กบั ฝง่ั ครู ก็สามารถเปดิ เผยความร้สู ึกตอ่ นกั เรียนได้ จากประสบการณ์การสอนมายาวนาน ครูแขบอกได้เลยว่า ค�ำด่าไม่ท�ำให้ เด็กเงียบและเปิดใจฟัง แม้ว่าครูหวังดีแค่ไหนก็ตาม แต่การบอกความรู้สึก ต่างหากท่ีจะท�ำให้เขารับรู้และยินดีที่จะเงียบเอง รวมถึงยังท�ำให้เด็กๆ กล้าแง้ม ประตูความรู้สึกใหค้ รูไดร้ ับรดู้ ้วย “เขากล้าบอกกบั เราวา่ วนั นีเ้ หนื่อยมาก เราก็ปรบั กจิ กรรมเรยี กพลงั ท�ำให้ 72 ครูปลอ่ ยแสง: ครบู ันดาลใจ จดุ ไฟการเรียนรู้

ความเหนอื่ ยหายไป การเปดิ เผยความรสู้ กึ ตรงนท้ี ำ� ใหเ้ ราเข้าใจสภาวะของเดก็ ๆ ตรงหน้า และคิดหาวิธีช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น บางคร้ังอาจเป็นการนอนเป็นวงกลม ผ่อนคลายสัก 10-15 นาที หลังจากน้ันจึงค่อยเรียกพลังกลับคืนมาและพร้อม เข้าสู่การเรยี นตอ่ ไป “ช่วงแรกๆ บางคนอาจมีท่าทีไม่ตอบรับกับวิธีของเราเท่าไหร่ ไม่ยอม เปดิ เผยตวั เอง เพราะยงั ตดิ ภาพครแู บบเดมิ ๆ แตผ่ า่ นไปสกั 2-3 เดอื น เขากเ็ ปลย่ี น จนเราสัมผัสได้ว่าเขาใกล้ชิดเรามากข้ึน กล้าถามค�ำถามบ่อยๆ และผ่อนคลาย ตัวเองลง คงด้วยความไว้ใจที่เพ่ิมขึ้นด้วยนั่นแหละ แม้จะยังไม่ใช่ทุกคนก็ตาม แต่ไม่เป็นไร เราแค่ท�ำต่อไป เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกคนได้อยู่แล้ว กต็ ้องเขา้ ใจในสว่ นน้ันดว้ ย” ครูแขมองว่า คนเราจะเผยความรู้สกึ ในพ้นื ท่ีท่รี ู้สกึ ปลอดภัย และการรับฟัง อย่างใส่ใจ เขา้ ใจ จงึ จะทำ� ให้เกดิ บรรยากาศทด่ี ีในหอ้ งเรียน ไม่ใช่เพยี งเขา้ หแู ล้ว ผา่ นเลย แตท่ งั้ หมดนจี้ ะเกดิ ขน้ึ ไดก้ ต็ อ่ เมอื่ ครเู ลกิ คดิ วา่ ตวั เองเปน็ ผคู้ มุ กฎและกำ� หนด กรอบความถูกต้องในห้องเรียน แต่เปล่ียนมาใช้หัวใจรับฟัง เคารพความคิดเห็น และความตอ้ งการโดยไมต่ ดั สนิ ว่าเดก็ ตรงหน้าเป็นเพยี งลูกศษิ ย์ในโอวาทหรอื แค่ เดก็ นอ้ ยดอ้ ยประสบการณ์ “ใหอ้ ะไรไปก็ได้กลับมาอยา่ งนัน้ เมื่อเราใหเ้ กยี รติเขา เดก็ ๆ ก็จะให้เกยี รติ เรากลบั มา” เวทมนตร์ ‘กอ่ การครู’ จก๊ิ ซอวเ์ ตมิ เตม็ ห้องเรยี น จรงิ อยทู่ คี่ วามเปลย่ี นแปลงของครแู ขเรมิ่ กอ่ ตวั กอ่ นพบโครงการ ‘กอ่ การคร’ู แตเ่ ธอบอกวา่ สงิ่ ทไ่ี ดร้ บั จากโครงการนี้ คอื สว่ นเตมิ เตม็ กระบวนการใหส้ มบรู ณข์ นึ้ “ช่วงนั้นเราก�ำลังร้อนวิชา คอยมองหาโครงการท่ีจะเพิ่มพูนแนวทางใหม่ๆ ใหเ้ ราได้นำ� มาใช้กบั นักเรียน และกอ่ การครกู ็ตอบโจทยท์ ่เี ราต้องการจรงิ ๆ” คอรส์ ‘เวทมนตร’์ ทีเ่ ธอไดเ้ ขา้ รว่ มช่วยเสรมิ กระบวนการออกแบบเกมการ หอ้ งเรยี นไรผ้ ้คู ุม 73

เรยี นรเู้ พอ่ื นำ� ไปใช้ในหอ้ งเรยี น เกดิ เปน็ หลายๆ กจิ กรรมทสี่ รา้ งความเปลย่ี นแปลง ในชน้ั เรยี นภาษาไทย เชน่ เรอ่ื งเลก็ ๆ อยา่ งการแบง่ กลมุ่ จากเดมิ ทเ่ี คยบอกใหแ้ บง่ กล่มุ 5 คน กเ็ ปลีย่ นมาเปน็ จับกลมุ่ คนที่ฝ่ามือเท่ากันมา 5 คนแทน “การแบ่งกลุ่มโดยใช้วิธีแบบนี้ท�ำให้เด็กๆ ต่ืนเต้นมากเลยนะ ท�ำให้เขาได้ เขา้ ถึงกนั จากทีเ่ คยมรี ะยะห่างมากเหมอื นมอี ะไรบางอยา่ งมากัน้ ไว้” ก่อการครเู พ่มิ พลังให้เรา – ครูบอกอย่างน้ัน “สงิ่ ที่ไดจ้ ากเสมสกิ ขาลัย คอื การฟงั อยา่ งสันติ แตส่ ่ิงท่ไี ด้จากกอ่ การครู คอื เรอื่ งของการแบง่ อำ� นาจการตดั สนิ ใจและอำ� นาจในการจดั การ อยา่ งการแบง่ กลมุ่ นเ่ี รากไ็ มใ่ ช่คนเลอื ก แตเ่ ปน็ เดก็ ๆ เอง เชน่ กลมุ่ ที่ฝา่ มือเท่ากนั เกิดวนั เดียวกัน สรา้ งความเช่ือมโยงใหเ้ กดิ ขึ้นในห้องเรียน” ครูแขเล่าพลางหัวเราะว่า ถ้าวันไหนเห็นว่าห้องเรียนเงียบเหงาเกินไปก็จะ บอกนักเรียนให้หันหน้าเข้าหากัน ท�ำตาหวานแล้วพูดชมเพื่อนในแบบที่อีก 3 ปี เขาก็จะยังไม่ลืม หรือถ้านักเรียนเก่ียงกันเรื่องใครจะออกไปน�ำเสนอผลงานก่อน ก็จะวางไม้ตรงกลางแล้วหมุน หยุดท่ีกลุ่มไหนกลุ่มน้ันก็ต้องออกมาน�ำเสนอ ทุกคนกย็ อมรับกฎนัน้ โดยไม่โต้แยง้ และออกมาอย่างเตม็ ใจ “ไม่มีขัดข้องอิดออดเพราะพลังจักรวาลเป็นคนเลือกแล้ว พอบอกอย่างน้ัน เดก็ ๆ ก็หัวเราะและออกไปนำ� เสนองานแต่โดยด”ี 74 ครูปลอ่ ยแสง: ครูบนั ดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

เช่นเดียวกับการให้นักเรียนเลือกระยะเวลาในการท�ำงานแต่ละชิ้นโดยไม่ ก�ำหนด เพียงแต่รักษากติกาของการเลือกน้ัน และให้ทุกคนร่วมสรุปหลังการน�ำ เสนองานของเพอ่ื นๆ ผา่ นตาราง 3 ชอ่ ง คือ สงิ่ ท่เี ราอยากชมเพือ่ น สง่ิ ที่อยากให้ เพื่อนปรับปรุง และความเช่อื มโยงต่อชีวติ ประจำ� วนั ของเรา และนน่ั คอื การแบง่ อำ� นาจการตดั สนิ ใจไปอยใู่ นมอื ของนกั เรยี น (รวมถงึ พลงั จักรวาล) ผลที่ได้กลับมาคือ ความตื่นตวั ของเด็กๆ ไม่มีค�ำว่า ‘ต้อง’ อีกแล้วหลังกลับมาจากโครงการก่อการครู ทุกอย่างใน ชน้ั เรยี นของครแู ขคอื การตดั สนิ ใจรว่ มกนั ไมเ่ วน้ แมแ้ ตเ่ รอื่ งวธิ กี ารเรยี นการสอน “ท้ังหมดนี้จะบอกว่าเด็กๆ เปล่ียนไปอย่างเดียวก็คงไม่ถูกหรอก ที่เปลี่ยน มากทส่ี ดุ คอื ตัวเรามากกวา่ ” ครแู ขช้ีตัวเอง “เราผอ่ นคลายมากขึ้น พอเราเปลย่ี น เด็กจึงเปลีย่ นไงล่ะ” ความรกั ในทศั นะของครแู ข ตอนทา้ ยของการแสดงละครมัทนะพาธา ครแู ขลงน่งั บนพ้ืน ห้อมลอ้ มด้วย นักเรียนท้ังหมดหลังขยับโต๊ะไปชิดหลังห้อง เธอถามทุกคนว่า “คิดว่าความรัก คืออะไร?” เดก็ ๆ วยั ใสหวั เราะเขินอาย แตก่ ็ทยอยตอบออกมาทลี ะคนตามความเขา้ ใจ ของตัวเองโดยไม่ขัดข้อง ครแู ขไดแ้ ต่ยมิ้ รบั พยักหนา้ และหัวเราะไปกับนกั เรียน ก่อนจะโยงเข้าถึงเรื่องราวของมัทนะพาธา ต�ำนานดอกกุหลาบในช่วงก่อนถึงวัน วาเลนไทน์ ความรักของครแู ขคืออะไร? – เราถามบา้ ง “การปล่อยวางล่ะม้ัง” เธอตอบหลังหยุดคิด “ความคาดหวังมากๆ จะยิ่ง ท�ำให้เราเป็นทุกข์ เหมือนท่ีเราเคยคาดหวังว่าส่ังงานไปแล้วเด็กต้องท�ำได้ หรือ ตงั้ เป้าหมายแลว้ เด็กตอ้ งไปถงึ คาดหวังกับการทำ� งานจนเสียสมดุลและปว่ ย จน ต้องกลับมามองดูตัวเอง โชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าคอร์สเร่ืองสมดุลธาตุ สมดุลชีวิต ทำ� ใหม้ องเหน็ คณุ ค่าของสุขภาพกายและใจของตัวเอง” ถึงตอนน้ี บทบาทของครูควรปฏบิ ัตอิ ยา่ งไรต่อเดก็ ๆ? – เราถาม หอ้ งเรียนไรผ้ ้คู มุ 75

“ไมใ่ ชผ่ คู้ มุ กแ็ ลว้ กนั ” ครแู ขตอบพลางหวั เราะ “เราวา่ ครคู วรเปน็ คนแบง่ ปนั ส่ิงดีๆ ใหก้ ับเดก็ ” ‘สิ่งดีๆ’ ของเธอไม่ใช่สิ่งของหรือรางวัล แต่เป็นพื้นที่แสดงศักยภาพตามท่ี เดก็ วัยน้ีตอ้ งการ เพือ่ การเรยี นรู้ส่งิ ใหมไ่ ปพร้อมๆ กนั “เวลาเขา้ ชนั้ เรยี นทกุ ครงั้ เราไมม่ องวา่ เปน็ การสอนเลย แตเ่ ปน็ พนื้ ทที่ เี่ ราได้ เรยี นรรู้ ว่ มกัน ครกู ไ็ ดเ้ รยี นรูจ้ ากนกั เรียน เขากไ็ ด้เรียนรจู้ ากเรา กลายเป็นพนื้ ที่ การเตบิ โตท้งั ของเด็กและครู” การจะเตบิ โตจากภายในไดต้ อ้ งอาศยั การชำ� ระสง่ิ ทต่ี ดิ คา้ งในใจแตล่ ะครงั้ เสยี กอ่ น ไมว่ า่ จะเปน็ เรอื่ งราวทกุ ขร์ อ้ นของเดก็ ๆ ปญั หาในหอ้ งเรยี น ความวติ กกงั วล ของกิจกรรมท่อี าจไมไ่ ด้ผลในบางหอ้ งหรอื กับเดก็ บางคน ครแู ขต้อง ‘เคลยี ร’์ ใจ ของตวั เองใหส้ งบก่อนทุกครง้ั “ครูก็ยงั เปน็ มนุษยค์ นหน่ึงทีม่ รี กั โลภ โกรธ หลง ตอ่ ให้เราสอนมา 30 กว่า ปี กไ็ มไ่ ด้หมายความวา่ จะเก่งฉกาจจนรองรบั ความรสู้ ึกของทกุ คนไดต้ ลอดเวลา การเคลียรส์ ง่ิ คัง่ คา้ งในใจแตล่ ะวันจงึ เปน็ เรื่องจำ� เป็นมาก 76 ครปู ลอ่ ยแสง: ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

“เคยมีนักเรียนชายคนหนึ่งเข้ามาปรึกษาส่วนตัวท้ายคาบเรียนถึงอารมณ์ โมโหรุนแรงของเขาและวธิ ีจดั การ” ครแู ขเล่า “เราแนะน�ำวธิ ีของเราไปวา่ ใหพ้ ดู กบั ตัวเองว่ากำ� ลงั โมโห รับรู้ความรสู้ กึ ของตัวเองและอยา่ ละท้ิงมันไป เราเข้าใจดี วา่ อาจทำ� ไมไ่ ด้ในครงั้ แรก แตท่ กุ อยา่ งในโลกนก้ี ต็ อ้ งใชค้ วามพยายาม เรยี นรู้ และ ฝกึ ฝนทัง้ นนั้ ” ...เช่นเดยี วกบั การ ‘เคลยี ร์’ จิตใจตัวเองดว้ ย “สอนมาตงั้ 37 ปแี ลว้ ถามวา่ เหนอ่ื ยไหมกบั การเปลย่ี นแปลงหอ้ งเรยี นตอน น้ี เหนอ่ื ยนะ เพราะเราเองกอ็ ายมุ ากแลว้ แตเ่ ราไมเ่ หน็ ดว้ ยหรอกเวลาใครกงั ขาวา่ เปลีย่ นแปลงไมไ่ ด้เพราะเกนิ กำ� ลัง ถ้าเปลย่ี นทั้งระดับโรงเรยี นยงั ไมไ่ ด้ กเ็ ร่มิ ตน้ กันในหอ้ งเรยี นเราเองนแ่ี หละ” ครูแขยังบอกอีกวา่ “เดก็ ๆ เขามี ‘ของ’ นะ ถา้ ท�ำห้องเรยี นให้ร้สู ึกปลอดภยั เปิดพ้ืนที่ให้เขาแสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมา รับรองว่าเขาปล่อยของออกมา เพียบเลยล่ะ” ห้องเรียนไรผ้ ู้คมุ 77



เรอื่ งและภาพ: ณัฐชานันท์ กลา้ หาญ ประชาธปิ ไตยเถียงกนั ได้ ในห้องเรยี น “คนไทยมาจากไหน?” ค�ำถามน้ีนักเรียนรุ่นสนิมยังไม่เคาะในวิชาสังคมศึกษาจะตอบว่า ‘เทือกเขา อลั ไต’ และเป็นคำ� ตอบทหี่ ลดุ ออกมาจากตำ� ราเดยี วกันกอ่ นวนั ทข่ี อ้ มูลใน Google จะมาเฉลยในการค้นหาลำ� ดับตน้ ๆ ว่า “ไมใ่ ช”่ แต่ก่อนที่จะมีชุดข้อมูล หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย และการ เข้าถึงข้อมูลที่ง่ายมากพออย่างทุกวันน้ี นักเรียนยุคก่อนอินเทอร์เน็ตก็เจ็บปวด กันมามากกบั ความไมร่ ู้ วิชาสังคมจงึ ไมต่ า่ งอะไรกบั การทอ่ งจ�ำแลว้ น�ำไปสอบ ที่ ช�้ำไปกว่าน้ันคือเด็กช่างสงสัยบางคนอยากรู้ อยากถกเถียง กระทั่งตั้งค�ำถามว่า รปู ขวานนนั้ เปน็ ดนิ แดนของเราทงั้ หมดจรงิ ไหม แตส่ ดุ ทา้ ยแมแ้ ตค่ ำ� อธบิ าย เดก็ ๆ ก็ไมไ่ ด้รบั อนญุ าต ต่างจากคาบสังคมและประวัติศาสตร์ของ ‘ครูไอซ์’ ศักดิ์นรินทร์ ยาวิชัย โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร จังหวัดระยอง คาบนี้นักเรียนเถียงได้ แย้งได้

สู้กันด้วยข้อมูลและหลักฐานอย่างแฟร์ๆ เพราะครูเองก็ผิดได้ และเด็กๆ ไม่ได้ มหี น้าที่แค่เชือ่ ฟงั แล้วปฏิบตั ติ าม อกี อย่าง...บางค�ำถามครูก็ยงั คงคน้ หาคำ� ตอบอยเู่ ช่นกัน เรียนประวตั ศิ าสตรจ์ ากตวั ของตัวเอง ความตั้งใจของครูไอซ์ตรงเหมือนไม้บรรทัดตั้งแต่แรกแล้วว่า จะไม่น�ำ หลัก ‘อ�ำนาจนิยม’ มาใช้กับเด็กนักเรียน เพราะครูไอซ์รู้สึกไม่โอเคกับระบบ การศึกษาในโรงเรียนมาตั้งแต่ช้ัน ม.6 หลายคร้ังถึงขั้นขมวดคิ้วกับครูท่ีเข้มงวด และใช้วาทกรรมท่ีว่าด้วยความหวังดีมาอ้าง จนกลายเป็นว่าบางครั้งตัดสินเด็ก อยา่ งไมส่ มเหตุสมผล “หวงั ดีนะ” ครไู อซ์เล่า แตค่ ำ� คำ� นก้ี ็ไม่ไดเ้ ปิดโอกาสให้เด็กไดค้ ดิ คยุ หรอื แลกเปลี่ยน ตอนนน้ั ครไู อซ์ไมไ่ ด้โผงผางขนาดทว่ี า่ จะเขา้ ไปเถยี งกบั ครซู ง่ึ ๆ หนา้ เขาได้ 80 ครปู ลอ่ ยแสง: ครบู ันดาลใจ จดุ ไฟการเรยี นรู้

แตต่ ง้ั คำ� ถาม ศกึ ษาเรอื่ งสงั คมและการเมอื ง เมอ่ื เจอสงิ่ ทแ่ี ปลกแปรง่ ไปจากขอ้ มลู ทีค่ รสู อนแล้วก็เกบ็ ไปสงสัยตอ่ วา่ ความรู้มันมีชดุ เดียวหรอื เปล่า เด็กชายศักด์ินรินทร์บ่มความสงสัยน้ันเร่ือยมา จนอุดมการณ์พัดมาให้เข้า เรียนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเจอเพื่อนร่วมสงสัยจ�ำนวน มากพอทีจ่ ะต้ังกลมุ่ ‘พลเรยี น’ “หัวใจหลกั ของกลุ่มพลเรยี นคอื การศึกษาเชงิ วพิ ากษ์ เราวิจารณ์ทกุ อย่าง เชน่ ตอนทเ่ี ราคดิ ขบถกบั อาจารยส์ าขาตวั เองในมหาวทิ ยาลยั การทเ่ี ราไมโ่ อเคกบั ระบบโซตสั แตค่ ณะอาจารยเ์ องกโ็ ซตสั และพยายามสรา้ งภาพใหเ้ ปน็ เบา้ ครดู ด๊ี ี ทง้ั ในกระบวนการสอนและการผลิตครู ซง่ึ มนั ยอ้ นแยง้ ในตวั “เราไมโ่ อเคกบั การทอ่ี าจารย์ไมร่ บั ฟงั เสยี งนกั ศกึ ษา เราไมโ่ อเคกบั การทคี่ ณุ บอกวา่ active learning แต่คณุ กย็ ังไม่ active มนั ทำ� ใหเ้ ห็นเลยว่าสถาบันผลติ ครู ยังยึดติดกรอบเดิมมากๆ “การศกึ ษานอกระบบหรอื การศกึ ษารปู แบบอน่ื ไมไ่ ด้ให้โอกาสทค่ี นจะเขา้ ไป ในร้ัวมหาวิทยาลัยเพ่ือไปโชว์ศักยภาพหรือจัดการการเรียนรู้แบบอ่ืนได้เลย เรา ถูกออกแบบมาให้ผลิตครูท่ีอยู่ในระบบเท่าน้ัน จึงไม่มีความหลากหลายเกิดขึ้น เราจงึ พยายามวิพากษ์ระบบ สถาบันตัวเอง คณะตัวเอง การสอนสังคมศึกษาหรอื หลกั สตู รกเ็ ป็นประเด็นมาเรือ่ ยๆ” จนท�ำให้วันน้ีเขาต้องมายืนอยู่หน้านักเรียนช้ัน ม.2 ชวนท�ำกิจกรรมเฮฮา ภายใตเ้ น้อื หาเชิงประวตั ศิ าสตร์เข้มขน้ ทโี่ รงเรยี นมาบตาพดุ พนั พิทยาคาร “ถา้ เราเป็นคนนอกแลว้ บอกวา่ การศกึ ษามนั ไมด่ แี บบไหนบ้าง นำ�้ หนกั การ พดู อาจจะนอ้ ย แต่การทเี่ ราเขา้ มาอยูใ่ นระบบ เราอาจจะค่อยๆ เปลยี่ นวัฒนธรรม การเรยี นรเู้ ชงิ อำ� นาจทคี่ รมู อี ำ� นาจเหนอื ในขณะทนี่ กั เรยี นมอี ำ� นาจนอ้ ยในหอ้ งเรยี น ได้ เราจึงพยายามจะปรับทิศทางให้มีพื้นท่ีและพลังการเรียนรู้ท่ีแชร์กันระหว่าง ครูกับเด็กได้ พอมองเห็นจุดน้ีแลว้ จึงตดั สนิ ใจมาเป็นครูท่ีสรา้ งจดุ เปลี่ยน ทา้ ทาย ตวั เองดว้ ย แลว้ กท็ า้ ทายระบบอย่างคอ่ ยเป็นค่อยไปด้วย” เช่นนั้นแล้ว ครั้งแรกของการเข้ามาท�ำงานเป็นครูอย่างจริงจังเป็นอย่างไร ไฟลกุ สมใจไหม? “ภาพทค่ี ดิ ไวค้ อื เราตอ้ งมเี วลาวางแผนหากจิ กรรม ทำ� กระบวนการใหเ้ ตม็ ที่ ตอ้ งไดค้ ยุ กบั เดก็ และศกึ ษาเปน็ รายๆ ไป แยกแยะไดว้ า่ ใครชอบหรอื ใครถนดั แบบ ประชาธปิ ไตยเถียงกันได้ในห้องเรยี น 81

ไหน แต่พอเจอสถานการณ์การสอนจริงๆ ก็พบว่าเวลาที่เราจะจัดการการเรียน การสอนขนาดน้ันมนั มีขอ้ จำ� กัดมาก เพราะพอเร่มิ ลงตัวกับการท�ำงานก็มกั มีงาน เสรมิ อ่ืนๆ เข้ามาแทรก “อีกอย่างจ�ำนวนเด็กต่อห้องเยอะมาก เราสอนท้ังหมด 14 ห้อง การที่เรา จะโฟกัสเด็กแต่ละห้อง แต่ละกลุ่ม หาความชอบหรือหาสิ่งท่ีเป็นความสามารถ ของเขาออกมามันยาก เพราะปรมิ าณและเวลามนั ถกู จำ� กัด” ครูไอซ์เลยจัดแบ่งสรรปันส่วน ใช้วิธีการท่ีว่าบางคาบเน้นเน้ือหาไปเลย สำ� หรบั คนทีช่ อบบรรยายเป๊ะๆ อกี คาบหน่งึ ก็สลับมาทำ� กิจกรรม งานกลุม่ หรือดู วดิ ีโอบา้ ง เพือ่ ให้เกดิ ความหลากหลายในการสอน และหวงั ว่าสง่ิ เหล่านจี้ ะไปตรง กบั เด็กท่อี าจจะถนัดไม่เหมอื นกนั คาแรคเตอรข์ องเดก็ ทีต่ า่ งกนั กเ็ ปน็ อีกหนง่ึ โจทยท์ ท่ี ำ� ใหค้ รสู งั คมซึง่ เนน้ การ ปรับจากรากฐานอย่างเขาต้องท�ำงานหนักขึ้น ท้ังในแง่ความคิดสร้างสรรค์เพ่ือ จูงใจผู้เรียน และข้อมูลทางประวัติศาสตร์ท่ีมีมิติมากกว่าการสนับสนุนชาตินิยม หรอื ความภมู ิใจในแผน่ ดนิ เกิด “ถา้ กบั กลมุ่ เดก็ ทเ่ี ลน่ กจิ กรรมแลว้ เวริ ค์ เรากจ็ ะเลน่ กบั กจิ กรรม กลมุ่ ไหนที่ เด็กอาจจะไมม่ ที กั ษะในการคิดต่อให้ลกึ ขึน้ เราก็ตอ้ งไปชว่ ยกระตุ้น ต้ังคำ� ถามให้ เขาลองคดิ เพม่ิ แตต่ อ้ งลดกจิ กรรมลงหนอ่ ย เนน้ เรอ่ื งของการคอ่ ยๆ ปพู น้ื ฐานกอ่ น “ถ้าเป็นกิจกรรมท่ีอยากได้คอนเซ็ปท์ เช่น จะท�ำอย่างไรให้เด็กเข้าใจ คอนเซป็ ทว์ า่ ขอ้ มลู จากอดตี มาถงึ ปจั จบุ นั มนั เปลยี่ นแปลงไดน้ ะ ไมต่ อ้ งสนใจเรอื่ ง เนอื้ หามาก เราอาจใช้กจิ กรรมปริศนาทายภาพ ให้ 1 คน คอยดภู าพข้างหลังแล้ว พูดสง่ ต่อขอ้ มูลใหอ้ ีกคน ไปสู่คนที่ 2 3 4 5 แล้วคนสุดทา้ ยจะต้องวาดภาพออก มาให้มีลักษณะใกล้เคยี งกบั ภาพปริศนา” พอเฉลยภาพออกมา ภาพท่ีเด็กคนสุดท้ายของแต่ละกลุ่มวาด ปรากฏ ออกมาไมเ่ หมอื นกันเลย “เด็กจะเห็นว่าท�ำไมต่างกันจังเลย แค่การส่งต่อ 4-5 คน ในช่วงเวลา 30 นาที ขอ้ มลู มนั เปลยี่ นไปเยอะมาก แลว้ เรากช็ วนเดก็ ขยบั ไปคดิ ตอ่ วา่ ถา้ เปน็ ขอ้ มลู ทางประวัติศาสตร์ มันผ่านมาก่ปี ี ก่ีคนแลว้ คดิ ว่ามนั เปลีย่ นไปไหม และเปลี่ยน ไปมากแคไ่ หน” ความยากของการสอนวชิ าประวตั ศิ าสตรค์ อื พดู ถงึ เรอ่ื งทผ่ี า่ นมาแลว้ บางครง้ั 82 ครูปลอ่ ยแสง: ครบู นั ดาลใจ จดุ ไฟการเรยี นรู้

เราไมโ่ อเคกับการทีอ่ าจารย์ไม่รบั ฟงั เสยี งนกั ศกึ ษา เราไมโ่ อเคกบั การทค่ี ุณ บอกว่า active learning แต่คณุ กย็ งั ไม่ active มนั ทำ�ให้เหน็ เลยวา่ สถาบนั ผลติ ครยู ังยึดติดกรอบเดิมมากๆ ประชาธิปไตยเถียงกนั ได้ในหอ้ งเรยี น 83

เดก็ อาจจะจนิ ตนาการไปไมถ่ งึ วา่ เปน็ แบบไหน ครจู งึ ตอ้ งมภี าพหรอื สอื่ ทค่ี ดั มาเพอ่ื อธบิ ายบริบทท่ีผา่ นมาแล้วให้เดก็ ได้เหน็ หรืองา่ ยท่สี ุดกจ็ �ำลองใหเ้ ด็กเหน็ เลยจากการเรียนการสอน ณ ปจั จุบัน แม้ จะปรับจูนได้ยาก เพราะเจอเด็กแค่อาทิตย์ละคาบเดียว คาบหนึ่งกินเวลาเพียง 50 นาที ดงั นนั้ การเปลี่ยนวฒั นธรรมของท้งั ครแู ละเดก็ จงึ เปน็ สงิ่ ทีต่ อ้ งอาศยั เวลา “เราจะสร้างกติการ่วมกันในห้อง ต้ังแต่ครั้งแรกที่เจอกันเลย ว่าครูจะท�ำ อะไร หรอื นกั เรยี นท�ำอะไรไดบ้ ้าง แลว้ พยายามใช้ภาษาเชงิ บวกกบั เขา แต่ไมใ่ ช่ ว่าเราเสริมเขาอย่างเดียว ต้องลดค�ำว่า ห้าม อย่า รวมถึงท่าทางหรือค�ำพูดของ เราที่อาจไปกดทบั เขาอยู่ “เราจะให้แต่ละกลุ่มคิดมาแล้วโหวตกันว่า จะเลือกกฎข้อไหนมาใช้กับห้อง เรา ซ่ึงแต่ละห้องก็จะแตกตา่ งกัน เรากเ็ ขยี นชารต์ ขนึ้ มาเลย แล้วใหเ้ ขารว่ มแสดง ความเป็นเจ้าของโดยการลงชื่อร่วมกัน เปรียบเทียบให้เขาเห็นว่าน่ีก็เหมือนการ ร่างกฎหมายนะ ในสภาฯ เขาก็ท�ำประมาณนี้ ถ้าเด็กบอกว่าครูห้ามตี เราก็ต้อง ยอมรับตรงน้นั ด้วย” นอกจากการตงั้ กตกิ าหอ้ งเรยี นรว่ มกนั ครไู อซเ์ ชอ่ื วา่ การศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์ ทีเ่ ข้าถงึ ได้ดที ่สี ุดคอื การเรียนรู้จากตวั เอง “อยากให้เขาปูพ้ืนต้ังแต่ประวัติศาสตร์ส่วนตัวของเขาผ่านหลักการ ประวัติศาสตร์ เคยใหเ้ ด็กลองทำ� timeline ชีวิต ลองหาหลักฐานท่ีบง่ บอกตวั ตน วา่ เราเปน็ ใคร ไทยจรงิ หรอื เปลา่ แลว้ ทกุ วนั นไ้ี ทยจรงิ ไมจ่ รงิ เขาดกู นั อยา่ งไร หรอื มันผสมปนเปไปหมด ชวนเด็กคุย ดคู ลปิ วดิ ีโอสนั้ แล้วเอาหลกั ฐานมาลองคุยกัน “เราเคยได้ยินการศึกษาของฝั่งตะวันตกเหมือนกันนะ อย่างอเมริกาเขา บอกว่า พ้นื ฐานตอ้ งเรม่ิ จากตัวเองและครอบครัวแล้วค่อยขยายไปสชู่ มุ ชน ระดบั ประเทศ ระดับโลก จึงเป็นแนวคิดท่ีว่าเด็กจะต้องรู้จักตัวเองก่อนโดยใช้วิธีการท่ี นักประวัตศิ าสตรศ์ กึ ษา” หนทางในการเปน็ นกั ตงั้ คำ� ถามหรอื นกั ประวตั ศิ าสตรน์ อ้ ยทำ� ไดห้ ลากหลาย รปู แบบ ครไู อซล์ องใหเ้ ด็กวเิ คราะหก์ จิ กรรมเรอื่ งโครงสรา้ งทางอ�ำนาจ แล้วถอด ล�ำดับออกมาว่าคนเหล่าน้ีเป็นใครบ้างในสังคม สุดท้ายเด็กจะมองเห็นว่าท�ำไม ตวั เราเลก็ นดิ เดยี ว คำ� ถามท่จี ะเกดิ ข้นึ ตามมากค็ อื ... คดิ วา่ คนตวั เลก็ ตวั นอ้ ยจะมโี อกาสพดู อะไรได้ไหม หรอื มแี ตค่ นขา้ งบนทพี่ ดู ไดอ้ ยู่ฝ่ายเดียว 84 ครูปล่อยแสง: ครบู ันดาลใจ จุดไฟการเรยี นรู้

ต้ังคำ�ถามใหญๆ่ ในห้องเรยี นประชาธปิ ไตย น่ีคือการสอนหลกั ประชาธิปไตยอย่างเนียนๆ หรอื เปล่า? “การสอนเรื่องประชาธิปไตยไม่ใช่เป็นการสอนแค่เนื้อหา ท่ีผ่านมาวิชา สังคมถูกท�ำให้เป็นการเรียนการสอนแบบท่องจ�ำว่าประชาธิปไตยคืออะไร แต่ มันไม่ไดก้ ลายเป็นวิถีไง มนั อย่ทู วี่ ถิ ีท่คี รูปฏบิ ัตกิ ับเดก็ วา่ ในห้องเรยี นของเราเป็น ประชาธิปไตยไหม ฟังกันและกันไหม “ผมว่าเด็กจะมีทักษะในการพูดคุยและเจรจาต่อรอง ซ่ึงเป็นทักษะพื้นฐาน ของประชาธิปไตยทีว่ า่ ถา้ ฉนั รสู้ ึกกดดนั เสียเปรยี บ ฉนั มีสทิ ธพิ ูดได้ เปิดเผยได้ เหลา่ น้จี ะเปน็ สงิ่ ที่บม่ เพาะใหเ้ ดก็ กลา้ คิด กลา้ แสดงออก และไมท่ นตอ่ การกดขใ่ี น รปู แบบอ่ืนๆ โดยพ้ืนฐานของเหตุผลในมุมมองของเขา” ครูไอซ์มองเห็นว่า ศักยภาพท่ีจะท�ำให้การศึกษากับการเมืองเป็นเรื่อง เดยี วกันสามารถท�ำได้ “ใช่ มันคือเรื่องเดียวกัน การเมืองถ้ามองในเชิงความสัมพันธ์ทางอ�ำนาจก็ มองได้ทง้ั ในระดบั โรงเรยี น หอ้ งเรียน และทุกระดบั ครูกับเดก็ จะหาจุดสมดุลกัน อย่างไรในห้องเรยี น หรือครกู ับ ผอ. และครทู า่ นอน่ื จะหาจุดสมดลุ กนั อย่างไรใน โรงเรยี น” ครูไอซ์ยกตัวอย่างกิจกรรมที่ได้เข้าร่วมกับโครงการ ‘ก่อการครู’ ก็เป็น กิจกรรมที่ท�ำให้เขาเห็นอ�ำนาจในห้องเรียน เช่น ในคลาสของการแอคชั่นละคร ทใ่ี หช้ นี้ ้ิวเดนิ ตาม คนท่ี 1 ช้ีไปคนที่ 2 3 4 5 คนที่ 1 ขยับอย่างไร คนเหล่าน้นั กต็ ้องขยบั ตาม “จากนั้นเราก็ชวนให้เด็กสะท้อนว่า ในโรงเรียนคิดว่าใครเป็นหมายเลข 1 2 3 เดก็ ก็จะมองเห็นแน่นอน แล้วฉันล่ะอยู่ไหนหมายเลขอะไร อ๋อ ฉันอยลู่ า่ ง สุดเลย เด็กจะเห็นโครงสร้างอ�ำนาจในโรงเรียนแล้วว่า ฉันเป็นคนที่มีอ�ำนาจน้อย ที่สุดท้ังๆ ที่มีจ�ำนวนเยอะที่สุด แต่ไม่มีใครฟังเสียงฉันเลย แล้วชวนเขาเขยิบไป คิดตอ่ ว่า ในสังคมน้ใี ครมอี ำ� นาจสงู สดุ ” พดู ถึงผ้มู อี �ำนาจ ไม่ใชแ่ คต่ ัวเดก็ ครไู อซ์เองกม็ คี วามในใจกับหลกั สตู รทาง ประวตั ศิ าสตรท์ อ่ี อกแบบมาจากมุมของผูม้ ีอำ� นาจในสังคม จนเขารู้สกึ ว่าเด็กตอ้ ง ได้รับขอ้ มูลทีก่ วา้ งกวา่ น้นั ประชาธปิ ไตยเถียงกันได้ในห้องเรียน 85

“เอาเฉพาะตำ� ราประวตั ศิ าสตร์ กค็ อื ประวตั ศิ าสตรท์ เ่ี ขาบอกใหเ้ รยี นรู้ในมมุ ของชนชั้นน�ำเยอะมาก หรือชาตินิยมท่ีมุ่งเน้นความเกลียดชังกับเพื่อนบ้าน เรา อยากจะสรา้ งภาพการเรยี นประวตั ศิ าสตรท์ ไี่ มต่ อ้ งเอาเนอ้ื หามากองกนั เยอะขนาด นี้ ใหเ้ รียนเปน็ ประเดน็ กไ็ ด้ คอ่ ยๆ แตะไปทลี ะอยา่ งแลว้ ใหเ้ หน็ ความเชือ่ มโยงวา่ เรอื่ งราวประวตั ศิ าสตรม์ นั ไมไ่ ดต้ ายตวั เชน่ มแี ตพ่ มา่ ยดึ ไทย พมา่ เผาไทยเทา่ นนั้ มเี หตผุ ลอกี รอ้ ยแปดมากมายท่มี ีคนอธบิ ายไว้ อยากให้เดก็ เหน็ ความหลากหลาย ของชุดข้อมูลมากกว่า เด็กจะได้เห็นหลากหลายมุมมองของแต่ละคน ความเป็น มนุษยข์ องแตล่ ะคนกจ็ ะแตกตา่ งกนั ไป ประวตั ศิ าสตร์ไมค่ วรตายตวั ” แลว้ ตวั ครเู องพาเดก็ ไปถงึ จดุ ทต่ี งั้ คำ� ถามเชงิ วพิ ากษ์ไดห้ รอื ยงั ? ครไู อซต์ อบ ว่า แคเ่ ดก็ เรม่ิ สงสยั กน็ ่าชืน่ ใจแลว้ “เด็กเริม่ สงสยั วา่ แล้วประเทศไทยหรอื คนไทยจรงิ ๆ อยู่ทีไ่ หน หรอื แมแ้ ต่ จุดเล็กๆ น้อยๆ เด็กก็จะเริ่มตั้งค�ำถามข้ึนมาจากสิ่งที่เขาถูกกดขี่อยู่ แค่น้ีเราก็ โอเคแลว้ นะ แสดงวา่ เขาเริม่ เขา้ ใจแล้ววา่ มันมรี ะบบ โครงสรา้ งบางอย่างครอบง�ำ เขาอยู่ ส่งิ ที่อยากจะชวนทำ� ตอ่ ไปคอื แล้วเขาจะอยู่กบั มนั อย่างไร หรือจะเปลย่ี น มนั ไปอยา่ งไรในรนุ่ ของเขา” แล้วถ้ามีเด็กสักคนมาบอกว่า เขาสนับสนุนระบอบเผด็จการอ�ำนาจนิยมจะ อธบิ ายอยา่ งไร? ครไู อซ์บอกว่า หนา้ ท่ขี องครคู ือไม่ตดั สินถกู ผดิ แต่จะส่งค�ำถาม ไปให้เดก็ คิดตอ่ “สว่ นใหญเ่ ราจะใชค้ ำ� ถามใหเ้ ดก็ กลบั ไปคดิ ทบทวนเอง แตไ่ มไ่ ด้ไปยดั เยยี ด วา่ ความคดิ แบบนม้ี นั ชว่ั หรอื เลว เชน่ ถา้ เดก็ บอกวา่ แบบนม้ี นั สงบดนี ะครู เรากจ็ ะ ถามกลบั วา่ ทม่ี นั สงบอยู่ เหมอื นครสู ง่ั ใหเ้ ธอเงยี บ หอ้ งสงบ แลว้ เธอกดดนั ไหม ให้ เขาลองเปรยี บเทยี บจากเรอ่ื งใกลต้ วั ดวู า่ ทกุ วนั นมี้ นั สงบเพราะวา่ เขาสง่ั ใหม้ นั สงบ หรอื ว่าเราอยอู่ ยา่ งมีความสุข” ขบถต่อระบบ ต้องนงิ่ และแนน่ ดว้ ยเหตผุ ล การสอนสังคมและประวัติศาสตร์ที่ต่างออกไปของครูไอซ์ อาจจะท�ำให้ครู คนอื่นในโรงเรียนต้ังค�ำถามอยู่บ้าง แต่ครูไอซ์หนักแน่นกับคอนเซ็ปท์นี้มากพอที่ จะบอกว่า เด็กต้องลองวิพากษ์หรือหาข้อโต้แย้งกับข้อมูลท่ีมี เพื่อที่เขาจะน�ำไป 86 ครูปลอ่ ยแสง: ครบู นั ดาลใจ จดุ ไฟการเรียนรู้

เราจะใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ คิดมาแลว้ โหวตกันวา่ จะเลือกกฎขอ้ ไหนมาใช้กบั หอ้ งเรา ซึ่งแตล่ ะหอ้ งกจ็ ะแตกตา่ งกัน เรากเ็ ขียน ชาร์ตข้ึนมาเลย แล้วให้เขาร่วมแสดง ความเป็นเจา้ ของโดยการลงช่ือรว่ มกัน เปรยี บเทยี บใหเ้ ขาเหน็ วา่ นี่ก็เหมอื น การร่างกฎหมายนะ ในสภาฯ เขาก็ทำ� ประมาณน้ี ถา้ เดก็ บอกว่าครหู ้ามตี เรากต็ อ้ งยอมรับตรงนั้นด้วย ใช้ได้ในอนาคต แนน่ อนวา่ มนั ไมง่ า่ ยเลยสำ� หรบั ครทู เ่ี พง่ิ มชี วั่ โมงบนิ ได้ไมน่ านและ อยากเปล่ียนแปลงวัฒนธรรมที่ผลิตซ�้ำกันมาจนแทบจะเขียนเป็นประวัติศาสตร์ เล่มหนาไดอ้ กี หลายเล่ม “ครูคนอื่นก็คงเห็นความขบถบางอย่างในตัวเราแหละ แต่เราก็วางตัวแบบ เคารพให้เกียรติเขา โฟกัสท่ีงานและเด็ก เลยท�ำให้เขาไม่ต่อต้านหรือมองเรา ประชาธิปไตยเถียงกันได้ในหอ้ งเรยี น 87

แปลกแยก เรารบั ผดิ ชอบงานโรงเรยี นตามความสามารถ สว่ นงานสอนเรากท็ ำ� ไป ในสไตล์ของเรา ซึง่ เขากร็ บั รู”้ วันนี้ครูไอซ์ของเด็กๆ อาจจะยังไม่เจอแรงเสียดทานมหาโหดจากโรงเรียน แม้จะเบี้ยวแต่งตัวให้ถูกระเบียบในวันท�ำงานบ้าง หากในภาพใหญ่กว่าน้ัน เขาก็ ไมอ่ ยากเขยี นประวตั ศิ าสตรก์ ารเปน็ ครู (ทเ่ี พง่ิ มไี มก่ หี่ นา้ ) ของตวั เองดว้ ยเหมอื น กนั ว่าสดุ ทา้ ยจะโดนระบบการศึกษาแบบเกา่ กลืนลงไป “คดิ อย่กู บั ตวั เองเหมือนกนั ว่า เราจะโดนกลืนไปกับวฒั นธรรมเกา่ ไหม ถา้ ภาพรวมในบรบิ ทโรงเรยี น เราอาจจะไมม่ อี ำ� นาจไปทำ� อะไรไดม้ ากขนาดนน้ั แตถ่ า้ ในหอ้ งเรยี น เราสอ่ื สารกบั เดก็ ร้เู รือ่ งและตง้ั ใจที่จะสรา้ งวฒั นธรรมใหมไ่ ปดว้ ยกนั กบั เขา “แต่ก็ค่อนข้างหนักใจเพราะอยู่ในห้องที่เป็นกลุ่มเส่ียงค่อนข้างเยอะ ทาง โรงเรยี นและหัวหนา้ ระดบั คอ่ นข้างเขม้ งวดกับกฎระเบยี บ เรากต็ อ้ งดูในภาพรวม วา่ ถา้ เหตกุ ารณป์ กติ เรากป็ กตไิ ป แตถ่ า้ มเี หตกุ ารณน์ า่ เปน็ หว่ งขน้ึ มา เรากต็ อ้ งนงิ่ และพยายามคุยด้วยเหตผุ ลเป็นหลกั ก่อนที่เด็กจะถกู ส่งไปลงโทษ แต่เรากม็ องใน มมุ ของคนทเี่ ปน็ หวั หนา้ ระดบั เชน่ กนั วา่ ถา้ เขาไมท่ ำ� แบบนเี้ ขากค็ มุ เดก็ ไมไ่ ด้ กย็ งั เป็นภาวะยอ้ นแยง้ ทัง้ ในตัวของเราและระบบด้วย” การเปน็ ครทู ปี่ รกึ ษาประจำ� หอ้ งเดก็ ทพ่ี นื้ ฐานทางครอบครวั นา่ เปน็ หว่ ง หลาย ครั้งภาระหน้าที่ของการสอนจึงต้องขยายออกไปเป็นการแก้ปัญหาส่วนตัวหรือ ปัญหาใดๆ กต็ ามท่ีจะกระทบต่อภาพลกั ษณ์ของโรงเรียนอยา่ งหลีกเลีย่ งไมไ่ ด้ ครูไอซ์ต้องน่ังดีลกับประเด็นทางจารีตของเด็ก เช่น เด็กมัธยมต้นมี เพศสัมพันธ์กันแล้วครูต้องเข้าไปจัดการไกล่เกลี่ย วิธีการแก้ปัญหาละเอียดอ่อน และส่วนตัวมากๆ เหล่านี้คือการเปิดใจท้ังครูและเด็ก ท่ีส�ำคัญคือให้เกียรติเด็ก โดยการให้เขาแสดงความคิดเห็นต่อผลลัพธ์หรือต้นตอของเหตุการณ์ท่ีตัวเอง สร้างขนึ้ มา “เดก็ กม็ ที กั ษะในการคดิ เรอื่ งแบบนมี้ นั หา้ มกนั ไมไ่ ด้ เพราะเขากม็ ชี วี ติ ของ เขา แต่เราก็ต้องคุยร่วมกันกับครูแนะแนวตัวต่อตัวด้วยว่าต้องป้องกันหรืออะไร แลว้ เดก็ ก็สะทอ้ นว่าเปน็ เรอ่ื งของอารมณ์ เราก็เปรียบเทยี บใหเ้ ขาเหน็ ขอ้ ดีขอ้ เสยี หรอื อธบิ ายวา่ จะเดอื ดรอ้ นไปถงึ ใคร เรามคี วามสขุ แตถ่ า้ เราลองมองไปอกี นดิ มนั จะไปกระทบความรู้สึกใครอกี บ้าง พอเด็กรตู้ ัว ท้งั ผชู้ ายและผ้หู ญิงกจ็ ะเรม่ิ เขา้ ใจ 88 ครูปล่อยแสง: ครูบนั ดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

วา่ เขารกั กันได้ แตอ่ ยา่ งน้อยทส่ี ุดก็ตอ้ งเซฟ” ประเด็นทเ่ี กดิ ขึน้ ในโรงเรียนแต่ละวัน บางครงั้ หนักกว่าการต้องเตรียมสอน หรอื ถกเถยี งกับระบบใหญ่ ราวกับวา่ เป็นคำ� ถามท่ีเกิดขน้ึ ในวิชาชพี ตลอดไปไมม่ ี หยุด ต้องวิเคราะห์ว่าตัวเองท�ำหน้าท่ีครูได้ดีพอหรือยัง เพราะมีท้ังเคสที่เอาอยู่ และเอาไมอ่ ยู่ แนน่ อนวา่ ครไู อซต์ อ้ งใหค้ วามสำ� คญั กบั การเลา่ เรยี นไวก้ อ่ น หากมเี คสทเ่ี ดก็ ไมต่ อ้ งการมาเรยี น เขายอ่ มตอ้ งเดอื ดรอ้ น เพราะเชอ่ื มน่ั วา่ การไดร้ บั การศกึ ษาคอื ตน้ ทางทด่ี สี ำ� หรบั อนาคตเดก็ “มีเด็ก ม.2 คนหนงึ่ ไมอ่ ยากมาเรยี น ผมกต็ ามไปถึงบ้าน คยุ กับผ้ปู กครอง ต่อเน่ือง 3-4 คร้ัง เพื่อชักจูงให้กลับมาเรียน แต่ผลสุดท้ายเด็กก็ไม่กลับมา เรียน ผู้ปกครองกบ็ อกว่าชา่ งมนั เถอะ บทบาทของเราก็เลยหยดุ อยู่แค่น้ัน เพราะ ผปู้ กครองกบั เดก็ ปฏเิ สธแลว้ เรากก็ ลบั มาทำ� ใจวา่ เราเตม็ ทแี่ ลว้ นะ ถา้ เขาเลอื กวถิ ี อีกแบบกต็ ้องยอมรับการตดั สินใจ” เด็กนักเรียนว่ิงกันไปมาเจ๊ียวจ๊าวตามอาคาร แววตาของครูหนุ่มก็อ่อนแสง ประชาธปิ ไตยเถยี งกนั ได้ในห้องเรยี น 89

ลงบ้างหลังจากที่บอกว่านับต้ังแต่วันแรกจนถึงวันนี้ไฟก็ติดๆ ดับๆ ข้ึนๆ ลงๆ เหมอื นกนั ราวกับจะส่ือสารวา่ ในฐานะมนษุ ย์ เขาเองกล็ า้ กบั ปญั หานอกหอ้ งเรียน แต่การตอ่ สูก้ ย็ ังคงดำ� เนินตอ่ ไป ถา้ ครเู องมัน่ ใจวา่ จะไมป่ ล่อยมอื “ตอ้ งใชพ้ ลงั งานตวั เองใหเ้ ยอะขนึ้ ละเอยี ดในการดไี ซนแ์ ตล่ ะคาบเรยี นทเ่ี รา อยากจะใหม้ นั ดี พดู งา่ ยๆ คอื ตอ้ งยอมเหนอื่ ยกวา่ คนอนื่ กลบั บา้ นไปบางทกี ท็ ำ� ตอ่ “แต่ก็ไม่รู้ว่าวันหนึ่งถ้าเรามีครอบครัวแล้วเราจะไหวไหม ครูบางคนมี ครอบครวั แลว้ อาจจะหนกั กวา่ ครทู โี่ สดและมเี วลาไดด้ ไี ซนก์ ารสอน เพราะเขาตอ้ ง รบั ผดิ ชอบชีวิตครอบครัวและภาระหลายอย่าง แล้วครูยงั จะต้องมาเปน็ โมเดลท่ดี ี ใหก้ ับเด็ก ครใู นแบบ ‘ครดู ๊ีดี’ มนั จะเป็นภาระใหค้ รูไปอีกเยอะมากไหม เดก็ เขามี ไอดอลตัวเลอื กอีกตงั้ เยอะแยะ” เขียนประวตั ิศาสตร์ครใู ห้ ‘อยูก่ ับตัวเอง’ ปัญหาของระบบการศึกษาแบบไทยๆ หนึ่งในน้ันคือตัวชี้วัดจากกระทรวง ศกึ ษาธกิ าร และการวดั ผลทีล่ ้มครนื สวนทางกบั ความพยายามในการสร้าง ac- tive learning ของครูไอซ์ ซึง่ ตงั้ ธงไว้ทกี่ ารสร้างหลกั คดิ ในทางประชาธิปไตย พา 90 ครูปลอ่ ยแสง: ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรียนรู้

นกั เรียนไปให้ถึงดว้ ยกิจกรรมและการถกเถยี งทห่ี ลากหลายในชั้นเรยี น แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายให้กับข้อสอบปรนัย เน้นกากบาท ไม่เปิดโอกาสให้ อธิบาย... “ในแง่ของตัวชี้วัด เราว่าหลักสูตรกลางมันกว้าง เขาก็ไม่ได้ล็อคการสอน ไว้อย่างชัดเจน เช่น เขาก็เปิดกว้างให้ศึกษาประวัติศาสตร์เพ่ือให้ระลึกถึงว่าเกิด เหตกุ ารณ์อะไรขน้ึ มาและม่งุ ใหเ้ กดิ ความภาคภูมใิ จ แต่เรากส็ ามารถเอาหลกั ฐาน อะไรกไ็ ดม้ าใหเ้ ดก็ วเิ คราะหด์ ไู ด้ เชน่ เรอ่ื งศกึ ยทุ ธหตั ถี หลกั ฐานของไทยบอกแบบ หนง่ึ หลกั ฐานพม่ากบั ต่างชาติบอกแบบหนงึ่ เราลองมาคยุ กันสวิ า่ คดิ เหน็ อยา่ งไร “แตท่ สี่ ำ� คญั คอื ตอ้ งเปลยี่ นตง้ั แตก่ ระบวนการไปจนถงึ การวดั ประเมนิ ผล เรา active ใหเ้ ดก็ ไดค้ ดิ กจ็ รงิ แตผ่ ลสดุ ทา้ ยโรงเรยี นกบ็ อกวา่ ใชข้ อ้ สอบปลายภาคแบบ กากบาทนะ ก็ตกมา้ ตายอยู่ดี” เร่ืองราวยุ่งยากยังไม่หมดเพียงเท่านั้น หน้าที่ครูในบริบทของระบบการ ศกึ ษาไทยไม่ได้มเี พยี งแคเ่ ตรยี มการสอน แต่ตอ้ งแบง่ เวลาใหง้ านสารพัด ทง้ั งาน เอกสาร คมุ เดก็ ทำ� เวร กจิ กรรมโรงเรยี น และอน่ื ๆ อกี มากมายทจี่ ะคอ่ ยๆ ลบโฟกสั ต่อการสอนท่ีมีคุณภาพของครคู นหน่ึงใหด้ บั มอดลง “ตนื่ เช้ามา ตอ้ งมาคมุ เดก็ ทำ� เวรประมาณ 7 โมง ใชค้ �ำวา่ คุมเลยนะ เพราะ เขาเชค็ ชอ่ื ครู เสรจ็ แล้วคุมแถว เคารพธงชาติ แล้วกส็ อน ระหว่างสอนกจ็ ะมีงาน ผมทำ� งานฝ่ายบุคคล ท�ำงานหมวด หรือโครงการตา่ งๆ ซ่ึงจะดึงเวลาเราไป พอ เลิกงานก็ต้องตรวจการบ้าน ตรวจงานเด็ก เคลียร์โครงการ ท�ำงานฝ่ายตัวเอง 24 ชว่ั โมงเนี่ยใช้ค้มุ มากเลยนะ “ระบบประเมนิ ทบ่ี อกวา่ จะลดเอกสาร กก็ ลายเปน็ วา่ เรยี กหาหลกั ฐานมากขนึ้ มนั เลยบนั่ ทอนความใสใ่ จออกไปเยอะมาก ถา้ เราไมท่ ำ� กถ็ อื วา่ ไมป่ ฏบิ ตั หิ นา้ ที่ ถา้ เป็นเรื่องของผลงานความก้าวหน้า ระบบมันออกแบบมาให้เราต้องเก็บเอกสาร ทุกอย่าง ถ้าเราไม่เก็บแล้ววันหน่ึงที่เราอยากก้าวหน้า เงินเดือนเพิ่ม แต่เราไม่ ทำ� งานตามทโ่ี รงเรยี นสง่ั มา การประเมนิ ขน้ั เงนิ เดอื นเรากไ็ มไ่ ด้ เหมอื นถกู แชแ่ ขง็ ไว้ หรือถูกลอยแพไป” ประชาธปิ ไตยและโอกาสการไดร้ บั การศกึ ษาทด่ี ขี องเดก็ นนั้ สำ� คญั แตค่ รเู อง กต็ อ้ งมีชีวติ ทด่ี ดี ว้ ย นำ� ไปสู่คำ� ถามตรงๆ ว่า วนั นีค้ รูไอซ์ยังมไี ฟอยูไ่ หม? “ผมเข้าใจวา่ งานการศกึ ษาเพอื่ การเปล่ยี นแปลงต้องใช้เวลา แล้วกใ็ ช้ความ ประชาธิปไตยเถยี งกนั ได้ในหอ้ งเรยี น 91

อึด อาศัยเครือข่าย ความสัมพันธ์และแนวร่วม ถ้าในโรงเรียนมีคนท่ีคล้อยตาม มากข้ึนก็จะดี และในกลุ่มพลเรียนก็จัดกิจกรรมเร่ือยๆ โดยส่วนตัวเราจะลองจัด หอ้ งเรียนเชิง active learning หรอื สรา้ งบรรยากาศเชงิ ประชาธิปไตย สรปุ คอื เรา ทำ� งานสองสว่ น เปน็ ครดู ว้ ยและเป็นนักกจิ กรรมดว้ ย” ครไู อซย์ อมรบั วา่ พอไดเ้ ขา้ หอ้ งเรยี นกอ่ การครู ไฟลกุ โชนมาก จบโครงการฯ ครูไอซ์ได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง พร้อมๆ กับกลับมาทบทวนความเป็น มนษุ ย์ของตวั เอง “กอ่ การครทู ำ� ใหเ้ ราเชอ่ื มน่ั วา่ สงิ่ ทเี่ ราคดิ และทำ� มนั ถกู ตอ้ งและมคี นเหน็ รว่ ม กับเราเยอะ เราม่นั ใจได้ว่าการทเี่ ราไมไ่ ดเ้ ปน็ ครูแบบด้งั เดิมก็ไมไ่ ด้ผิดอะไร เป็น ธรรมชาตทิ ่ตี ้องเปลี่ยน ทำ� ใหค้ วามมน่ั ใจของเราเพมิ่ ข้นึ ไปอกี ” หากถามว่า ทำ� ไมการศกึ ษาตอ้ งออกนอกกรอบ? ครูไอซต์ อบว่า “ก็ตอ้ งยอ้ นถามเขาดูว่า แล้วเราอยูใ่ นกรอบมาก่ีปี แลว้ มันดีไหม เราอยใู่ น ลทู่ างเดมิ ๆ แลว้ เราบอกวา่ เราอยากไดผ้ ลลพั ธ์ใหม่ แตเ่ รากย็ งั ทำ� แบบเดมิ ๆ นมี่ นั ยงั โอเคอยู่ไหม ดงั น้ันถ้าเราต้งั เปา้ ใหม่ สรา้ งลูท่ างใหม่ แลว้ ทำ� ใหม้ นั สำ� เร็จขนึ้ มา ไมด่ ีกว่าหรือ” ในกอ่ การครู เราคอื เพอ่ื นกนั มากกวา่ นน้ั สำ� หรบั ครไู อซค์ วามพเิ ศษของการไดเ้ ขา้ รว่ มโครงการกอ่ การครู คือ การได้เห็นตัวตนของตนเอง และพลังของครูอีกหลายคนที่ก�ำลังท�ำสิ่งเล็กๆ แต่ย่งิ ใหญ่ เมอ่ื เหน็ วา่ มคี นทม่ี แี นวคดิ ขบถเชน่ เดยี วกนั ทว่ั ประเทศ นน่ั กค็ อื ความหมาย ท่วี ่า ‘เราคอื เพือ่ นกนั ’ มพี ลังท่ีไดเ้ ห็นคนมารว่ มเปา้ หมายเดียวกนั “ส่ิงส�ำคัญเลยก็คือการเปล่ียนแปลงการศึกษา ย่ิงเราอยู่ในระบบและระบบ ท�ำให้เรารู้สึกแปลกแยกโดดเด่ียว โครงการก่อการครูจะ empower ทำ� ให้เห็นว่า สิ่งที่เราเช่ือหรือคิด ไม่ใช่เรื่องผิด แต่กลับเป็นสิ่งที่ท้าทาย ซ่ึงโลกปัจจุบันและ อนาคตกเ็ รียกร้องว่าควรเปลี่ยนได้แลว้ นะ “ครูจะต้องเปล่ียนวัฒนธรรมของตัวเอง ปรับความเป็นมนุษย์ให้คิดบวก 92 ครูปล่อยแสง: ครบู นั ดาลใจ จุดไฟการเรยี นรู้

มากขนึ้ ให้ได้ ซ่งึ ส่งิ เหล่าน้ีจะเกิดข้นึ ระหวา่ งทางการเรียนการสอน” เหนือสิ่งใด ครูควรจะไดร้ ับการปลดล็อคจากสงั คมเสียกอ่ น หมายความว่า ครตู ้องเปน็ ตัวของตวั เองให้ไดก้ ่อนจะไปปลดปล่อยเดก็ ครไู อซพ์ ยายามตง้ั คำ� ถามว่า ทง้ั ตัวระบบเองและคา่ นิยมสงั คม ให้อิสระแก่ ครูมากแค่ไหน “พูดไปก็เหมือนวนอยู่ในอ่าง การศึกษาถูกท�ำให้เป็นปัญหาการเมือง การเมืองก็ยอ้ นมาสรา้ งปญั หาการศึกษาและสังคม” ครไู อซบ์ อกวา่ ‘ภาพจำ� ’ ของครถู กู กำ� หนดไวช้ ดั มากในสงั คมไทย ซง่ึ อาจจะ เป็นความจงใจของรัฐทตี่ อ้ งการสร้างให้พลเมอื งเปน็ แบบนน้ั แบบนี้ “เขา (รัฐ) ดีไซนฟ์ งั ก์ชั่นตา่ งๆ ของสงั คมให้เปน็ แบบนัน้ เขาต้องการทำ� ให้ เด็กเชื่อ อยู่ในระเบียบ ฟงั ไม่เถยี งไม่ถาม ทำ� ตามอย่างเดยี ว ซึง่ เขากต็ ้องดไี ซน์ ตง้ั แตว่ ธิ กี ารทว่ี า่ จะทำ� อยา่ งไรใหค้ รไู มเ่ ถยี งไมถ่ าม แลว้ ครกู จ็ ะถา่ ยทอดไปยงั ศษิ ย์ ให้ไมเ่ ถยี งไม่ถาม ทำ� ตามอย่างเดียว” ทุกอย่างถูกออกแบบมาหมดแล้ว ค�ำถามส�ำคัญคือ แล้วตัวครูเองมองเห็น หรอื เปลา่ ? “มอี ยสู่ องขว้ั คอื คนทเ่ี หน็ วา่ มปี ญั หาและยงั ทำ� อยู่ เขาอาจจะทำ� ไปตามหนา้ ที่ ก็ได้ กบั อีกคนหน่ึงเชือ่ สุดจติ สุดใจเลยวา่ มนั ดอี ยแู่ ล้ว ตอ้ งพิทักษร์ ักษาไว้ ซ่งึ ถา้ คดิ แบบนกี้ ็จะคอ่ นขา้ งอนั ตราย เพราะถกู กล่อมไปแลว้ จนมองไม่เหน็ อย่างอื่น ท่ี สำ� คญั ยงั กลายเปน็ ผู้ผลิตซ้�ำดว้ ยความเชื่อทว่ี า่ มันดี ฉนั หวงั ดนี ะ” ท่ามกลางความกว้างใหญ่ของรั้วโรงเรียน ปัญหาความเหล่ือมล้�ำทางการ ศกึ ษาและแผนการสอนจากผมู้ อี ำ� นาจทต่ี อ้ งการโรยขอ้ มลู ดา้ นเดยี วใหก้ บั นกั เรยี น ในฐานะพลเมอื งรัฐ หรอื การเมืองเรื่องครูทแ่ี สนยิบย่อยชวนปวดหวั อาจทำ� ให้ครู จ�ำนวนไม่น้อยต้องรู้สึกสับสนกับสมดุลในการเป็นครู แม้ในใจจะพยายามลบรื้อ ของเกา่ แตก่ ็ตอ้ งกม้ หน้ากม้ ตาทำ� หน้าที่ของตวั เองต่อไป ส�ำหรบั ครูไอซ์ เขาพยายามเขียนบทบันทกึ ของตัวเองในหน้าประวัตศิ าสตร์ ใหม่ของการเป็น ‘ผู้ให้ความรู้’ และเป็นผู้ช้ีชวนให้เด็กรู้จักสงสัยและไม่หยุด ตั้งค�ำถามกบั ระบบโครงสร้างการศึกษาและสังคมทบ่ี ดิ เบ้ียวอยู่ ณ ตอนน้ี จนกว่า จะเกิดความเปลย่ี นแปลงข้ึนสักวัน ประชาธิปไตยเถยี งกันได้ในห้องเรยี น 93



เร่ือง: ทิพย์พิมล เกียรติวาทรี ัตนะ  ภาพ: ณัฐชานันท์ กล้าหาญ ครูคอื คณุ อำ�นวย ไมใ่ ชค่ ณุ อำ�นาจ เปน็ เวลา 1 เทอมเตม็ แล้วท่ี ‘ครูยอรช์ ’ ณัฐพงศ์ อนสุ นธิ์ ไมไ่ ดต้ เี ด็ก จะวา่ รสู้ กึ ผดิ ก็ไมเ่ ชิง แตเ่ พราะถกู ‘อะไรบางอยา่ ง’ เขยา่ อยขู่ ้างในมากกวา่ ความต้ังใจที่จะไม่ตีของคุณครูวิชาวิทยาศาสตร์วัย 27 เป็นเพียงปลายทางของ ค�ำถามใหญ่ๆ ที่วนอยใู่ นหัวครยู อรช์ ตลอดเวลาว่า “ทผี่ า่ นมาเราสอนดีแลว้ จรงิ ๆ หรือ?” คำ�ถามของมนุษย์ครผู ู้ไม่เคยตั้งคำ�ถาม ย้อนกลับไป 3 ปที แ่ี ลว้ วนั แรกท่ไี ปเปน็ ครูอตั ราจา้ ง ณ โรงเรียนขนาดใหญ่ แห่งหนึง่ ในกรงุ เทพฯ ครูยอร์ชคิดวา่ ทุกหนา้ ทที่ ไ่ี ด้รบั มอบหมายเป็นสง่ิ ทต่ี ้องท�ำ

ไม่เคยคดิ ตั้งคำ� ถาม ทสี่ �ำคญั ครูยอร์ชไม่เคยคดิ ว่านั่นเปน็ ปญั หา “คดิ วา่ ถา้ เราทำ� ได้ ทำ� สง่ิ ทเี่ ขาสง่ั หรอื ทำ� ตามทเ่ี ขาปฏบิ ตั กิ นั มา เราจะเปน็ ครู ท่ีดีและเกง่ เปน็ ครทู ีม่ ีประสิทธิภาพคนหนง่ึ ทั้งทตี่ อนนั้นท�ำงานเยอะมาก ถึงขัน้ ตอ้ งท�ำพรอ้ มกนั 7-8 คำ� ส่งั ถงึ อย่างนน้ั ผมก็ไมร่ ้สู กึ เลยวา่ มันหนักไป” หนา้ ทขี่ องครยู อรช์ ในเวลานน้ั เปน็ ทง้ั หวั หนา้ ฝา่ ยไวนลิ ชว่ ยคยี ข์ อ้ มลู นกั เรยี น ลงระบบ หรือไปปฏิบตั ิหนา้ ที่นนั่ โนน่ น่ที ไ่ี ม่เก่ยี วกับงานสอน ผลลพั ธ์ท่ีเกิดขึน้ คอื ไม่ได้เตรียมการสอน ความเหน่ือยจากงานอ่ืนกินเวลาคุณภาพไปเสียหมด การ สอนท่ีดที ีส่ ดุ ณ ตอนนั้นของครูยอรช์ คือ ถอื หนังสือหนงึ่ เล่มไปอา่ นใหเ้ ด็กๆ ฟัง ว่าเรื่องนี้มีเนอื้ หาอะไรบ้าง จนเม่ือเดินมาถึงจุดที่เรียกว่า ‘เหน่ือยมาก’ ครูยอร์ชถึงเร่ิมต้ังค�ำถามว่า เพราะอะไร “ท�ำไมเราตอ้ งท�ำอะไรๆ เยอะมาก จนร้สู กึ ว่าค�ำสง่ั เยอะไปไหม พอคำ� ส่งั มา เราตอ้ งไปทำ� เลย ปรึกษาใครก็ไมไ่ ด้ ผมติดนสิ ยั ตอนมหา’ลยั ท�ำอะไรต้องคุยกัน ปรกึ ษากนั เพอ่ื นๆ ทเี่ รียนมาด้วยกนั ก็เจอปัญหาแบบน้ี บางคนเจอระบบแบบน้ี เขา้ ไปถงึ กบั เปน็ โรคซมึ เศรา้ นจ่ี งึ เปน็ จดุ เปลย่ี น ทำ� ใหเ้ ราเรมิ่ อยากหาพนื้ ทใี่ หมๆ่ ” เมอ่ื สนามสอบ ‘โครงการครคู นื ถน่ิ ’ เวยี นมาถงึ ครยู อรช์ ไมร่ อชา้ เพราะอยาก กลับไปเปน็ ครทู ี่บ้านเกดิ ...สพุ รรณบุรี 96 ครูปล่อยแสง: ครูบันดาลใจ จุดไฟการเรยี นรู้

เราเห็นโครงสรา้ งอำ�นาจระหวา่ งคนที่มี อำ�นาจมากกว่ากับคนทม่ี ีอำ�นาจนอ้ ยกวา่ ถามว่าเรา (คร)ู อยูใ่ นตำ�แหนง่ ไหนบ้าง ผมพบว่า ผมน่ีโคตรใช้อำ�นาจกับเดก็ เลย ท่เี ราอดั อน้ั กับระบบเพราะระบบกดเรา มาอีกทหี น่งึ แล้วเราก็ไปกดเด็กตอ่ โรงเรยี นวัดบางขวาก อำ� เภอสามชกุ คอื ท่ีท่คี รูยอร์ชไดม้ าบรรจุเมื่อเกอื บ 3 ปีท่ีแล้ว เริ่มตน้ ดว้ ยต�ำแหนง่ ครูผชู้ ่วยสอนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ช้นั ม.1-3 ควบสอน วิชาประวัตศิ าสตร์ สังคม และหน้าทพ่ี ลเมอื ง ดว้ ยความท่เี ปน็ โรงเรียนขนาดเลก็ ทำ� ใหภ้ าระหน้าทท่ี นี่ ีเ่ บาบางลง มีความ เป็นอิสระมากข้ึน มีเวลาให้กับงานสอนมากข้ึน แต่สิ่งหน่ึงท่ียังเหมือนเดิมคือ โครงสร้างการบริหาร การท�ำงานต้ังแต่ตัวใหญ่ไล่ไปจนถึงตัวเล็ก ท้ังหมดต้อง เปน็ ไปตามคำ� สัง่ นอกจากเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรยี นวัดบางขวากยงั เป็นโรงเรียนขยาย โอกาส ครอบครัวและชุมชนที่นี่ให้ความส�ำคัญเรื่องปากท้องมากกว่าจะให้ลูกมา โรงเรยี น “เขามาเรียนให้เราก็บุญแล้ว พ่อแม่ของเด็กท่ีนี่มีอาชีพร้อยพวงมาลัย ลูก กช็ ่วยรอ้ ย อาทิตยเ์ ดยี วไดเ้ งนิ 500-600 แล้ว ไปเที่ยวได้ ไม่เหน็ จำ� เปน็ ตอ้ งมา เรียนเลย พ่อแมบ่ างคนคา้ ยา บา้ นคอ่ นขา้ งมีปัญหา เด็กท้งั ห้องมี 26 คน มาเรียน ให้เราสกั 20 คน กถ็ ือว่าสดุ ยอดแลว้ ” สไตล์การสอนปีแรกๆ อะไรท่ีคิดว่าดี ถูกต้อง ครูยอร์ชจัดมาท้ังหมด แต่ นกั เรียนกลับไมส่ นุกด้วย ซำ�้ รา้ ย เด็กๆ ยงั ทยอยหายไปทลี ะคนสองคน “เด็กๆ ทกี่ รงุ เทพฯ เขาพร้อมทจี่ ะเรียน แตท่ ่ีนี่ไม่ เข้ามาใหม่ๆ ผมเลยทั้งตี ท้ังเคี่ยวเข็ญ ผมใช้อ�ำนาจอยู่คนเดียว บรรยากาศอึดอัดมากข้ึนเรื่อยๆ จนเด็ก เริม่ หลดุ จากเราไปทีละคนสองคน มีอยคู่ รงั้ หนึ่ง ผมตีเดก็ ผหู้ ญิงคนหนึ่ง เป็นเดก็ เรียนดี เรยี บร้อย เพราะไม่ไดเ้ อาแปรงสฟี ันมาแปรงหลังกินขา้ วกลางวนั ผมเดนิ ไปหยบิ กง่ิ ไมม้ า แล้วผมไม่เหน็ วา่ มันมีเส้ยี น ตลี งไป มอื เด็กแตก เลือดไหลเลย” ����������� ������������������� 97

แน่นอน ความตกใจเกิดขึน้ แตค่ รยู อร์ชตอบค�ำถาม “ทำ� ไมถึงต้องตี” ไวว้ ่า “ผดิ แล้วตีเลย คดิ วา่ ถูกต้องด้วยนะ แตต่ อนนัน้ เราเหมอื นคนเอาแตใ่ จ เดก็ จะเปน็ ยงั ไง เราไม่สนเลย คนไหนไมท่ ำ� ตามทเ่ี ราส่งั คนนั้นผดิ มหนั ต์ ต้องก�ำราบ ตอ้ งกดใหเ้ ขาเชอ่ื เราด้วยวธิ ใี ดก็ได”้ เพราะคำ� ว่า ‘ครูที่ดี’ ในความหมายของครยู อรช์ ตอนน้ันคอื ครทู เี่ คีย่ วเข็ญ เด็กจนเช่ือ ทำ� ตามคำ� สั่งอย่างเตม็ ที่ ท�ำจนล้นเกนิ ก็ยิง่ เป็นครทู ด่ี ี แต่ภายใต้การท�ำตามค�ำสั่ง ครูยอร์ชก็สงสัยและต้ังค�ำถามมาตลอดว่า ท�ำไมคำ� สั่งหลายอย่างๆ ครูมหี นา้ ทเี่ พียงรบั มาและปฏิบตั ไิ ป กระบวนการพดู คุย ปรกึ ษาหารอื หรือออกแบบรว่ มกนั มันอย่ตู รงไหน เอาจรงิ ๆ สามารถคุยกันกอ่ น ลงมอื ทำ� ไดห้ รือเปล่า “ความที่ตัวผมเองกเ็ ผดจ็ การ เจอเรื่องไม่เขา้ ใจกถ็ าม เพราะการทำ� งานมา จากการส่ังโดยท่ีเราไม่เข้าใจ ผมอึดอัดมากๆ เลยทะเลาะกับผู้ใหญ่หลายเรื่อง ถึงข้นั มปี ัญหากนั ไม่คุยด้วย” ทงั้ ทตี่ วั เองกเ็ ผดจ็ การกบั เดก็ แตก่ ลบั วโี ตค้ ำ� สง่ั จากฝง่ั บรหิ าร ความยอ้ นแยง้ ท่ีว่าน้ีสะสมมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นความอึดอัดมากเข้าๆ ประกอบกับการได้ พูดคุยปรับทุกข์กับเพื่อนครูท่ีเรียนมาด้วยกัน ท�ำให้ครูยอร์ชเร่ิมกล้าต้ังค�ำถาม กับสง่ิ ที่เกดิ กับตัวเองมากขึ้น แต่ก็ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ และสรปุ ออกมาไมไ่ ด้ วา่ ‘ระเบิดเวลา’ ท่วี า่ นี้ คืออะไร ระเบิดท่ี ‘ห้องเรียนแหง่ อำ�นาจ’ ครยู อรช์ พยายามหาวธิ ปี ลดความอดึ อดั ทว่ี า่ นด้ี ว้ ยการไปอบรมตามทต่ี า่ งๆ จนไดม้ าค้นพบที่ ‘กอ่ การคร’ู ในหวั ข้อ ‘ห้องเรียนแหง่ อำ� นาจ’ ของ ‘กว๋ ย’ พฤหสั พหลกุลบุตร หวั เรอื ใหญ่แห่งกลุ่มละครมะขามป้อม “มีกระบวนการหน่ึงท่ีท�ำให้เราเห็นโครงสร้างอ�ำนาจระหว่างคนที่มีอ�ำนาจ มากกวา่ กบั คนทม่ี อี ำ� นาจนอ้ ยกวา่ พก่ี ว๋ ยถามวา่ เรา (คร)ู อยใู่ นตำ� แหนง่ ไหนบา้ ง ผมพบว่า ผมนี่โคตรใชอ้ �ำนาจกบั เดก็ เลย ท่เี ราอัดอ้ันกบั ระบบเพราะระบบกดเรา มาอกี ทีหน่งึ แล้วเราก็ไปกดเด็กตอ่ ” 98 ครปู ล่อยแสง: ครูบนั ดาลใจ จุดไฟการเรยี นรู้

ระเบิดเวลาทีว่ ่านั้นถูกจุดชนวน ณ ตอนน้ี ถ้าเปรียบเทียบความเสยี หาย ก็ เท่ากับระดบั ‘ทำ� ลายลา้ ง’ “มนั อิมแพคกบั ผมมากๆ รู้สึกวา่ กทู ั้งนน้ั ทุกอยา่ งมนั เรม่ิ จากเราทั้งนนั้ เลย จึงไม่แปลกเลยว่าท�ำไมเราถึงอึดอัดกับระบบ เพราะพี่ก๋วยขยายความให้เราเห็น ทลี ะเปลาะๆ ด้วยนำ้� เสียงการเล่าที่ธรรมดามาก” ����������� ������������������� 99