๕๑ ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง 3. ปฏบิ ัตติ นและมสี ว่ นสนับสนุนให้ผู้อื่น คุณลักษณะพลเมอื งดีของประเทศชาติ ประพฤติปฏิบัตเิ พื่อเป็นพลเมืองดีของ และสังคมโลก เช่น ประเทศชาติ และสังคมโลก - เคารพกฎหมาย และกติกาสังคม - เคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเองและ บุคคลอ่ืน - มีเหตุผล รบั ฟงั ความคิดเห็นของผู้อ่ืน - มคี วามรับผดิ ชอบต่อตนเอง สงั คม ชมุ ชน ประเทศชาตแิ ละสงั คม - เข้ารว่ มกจิ กรรมทางการเมือง การปกครอง - มสี ว่ นร่วมในการปอ้ งกนั แก้ไข ปญั หาเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื งการปกครอง ส่งิ แวดล้อม - มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม ใช้เปน็ ตัวกำหนดความคิด 4. ประเมนิ สถานการณส์ ทิ ธมิ นษุ ยชนใน ความหมาย ความสำคญั แนวคิดและ ประเทศไทย และเสนอแนวทางพัฒนา หลกั การของสิทธมิ นุษยชน บทบาทขององค์กรระหว่างประเทศ ในเวทโี ลกท่ีมผี ลต่อประทศไทย สาระสำคัญของปฏญิ ญาสากลวา่ ดว้ ยสทิ ธิ มนษุ ยชน บทบัญญตั ขิ องรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปจั จุบัน เกยี่ วกับสทิ ธมิ นุษยชน ปัญหาสิทธิมนษุ ยชนในประเทศ และแนวทางแกป้ ัญหาและพัฒนา 5. วิเคราะหค์ วามจำเป็นที่ต้องมีการ ความหมายและความสำคัญของวัฒนธรรม ปรบั ปรงุ เปลยี่ นแปลงและอนุรกั ษ์ ลกั ษณะและ ความสำคญั ของวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมไทยและเลือกรับวัฒนธรรม ที่สำคญั สากล การปรบั ปรงุ เปลี่ยนแปลงและอนุรักษ์ วฒั นธรรมไทย ความแตกตา่ งระหว่างวฒั นธรรมไทยกับ วฒั นธรรมสากล แนวทางการอนุรักษว์ ฒั นธรรมไทย ท่ี ดงี าม วธิ กี ารเลือกรบั วัฒนธรรมสากล
๕๒ สาระท่ี 2 หน้าท่ีพลเมือง วฒั นธรรม และการดำเนนิ ชีวติ ในสังคม มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจบุ นั ยดึ ม่ัน ศรัทธาและธำรงรักษา ไวซ้ ึ่งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ ชน้ั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.1 1. บอกโครงสร้าง บทบาทและหน้าทีข่ อง โครงสร้างของครอบครัวและความสมั พนั ธ์ สมาชกิ ในครอบครัวและโรงเรียน ของบทบาท หน้าท่ีของสมาชิกในครอบครวั โครงสร้างของโรงเรียน ความสมั พันธ์ของ บทบาท หน้าที่ของสมาชิกในโรงเรยี น 2. ระบบุ ทบาท สทิ ธิ หน้าที่ของตนเองใน ความหมายและความแตกต่างของอำนาจ ครอบครัวและโรงเรยี น ตามบทบาท สทิ ธิ หน้าท่ใี นครอบครัวและ โรงเรียน การใชอ้ ำนาจในครอบครวั ตามบทบาท สทิ ธิหน้าที่ 3. มสี ่วนร่วมในการตัดสนิ ใจและทำ กิจกรรมตามกระบวนการประชาธิปไตยใน กจิ กรรมในครอบครวั และโรงเรยี นตาม ครอบครวั เช่น การแบง่ หน้าทค่ี วาม กระบวนการประชาธปิ ไตย รบั ผิดชอบในครอบครัว การรับฟังและ แสดงความคดิ เห็น กิจกรรมตามกระบวนการประชาธปิ ไตยใน โรงเรยี น เช่น เลอื กหวั หน้าห้อง ประธาน ชมุ นมุ ประธานนักเรยี น ป.2 1. อธิบายความสมั พันธ์ของตนเอง และ ความสัมพนั ธ์ของตนเอง และสมาชิกใน สมาชกิ ในครอบครัวในฐานะเป็นสว่ นหนึง่ ครอบครัวกับชมุ ชน เชน่ การชว่ ยเหลอื ของชมุ ชน กิจกรรมของชมุ ชน 2. ระบผุ ูม้ บี ทบาท อำนาจในการตดั สินใจ ผมู้ ีบทบาท อำนาจในการตัดสินใจ ในโรงเรียน และชุมชน ในโรงเรียน และชมุ ชน เช่น ผบู้ รหิ าร สถานศกึ ษา ผ้นู ำท้องถน่ิ กำนนั ผใู้ หญบ่ ้าน ป.3 1. ระบุบทบาทหนา้ ที่ของสมาชกิ ของ บทบาทหนา้ ท่ีของสมาชกิ ในชุมชน ชุมชนในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง การมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมต่าง ๆ ตาม ๆ ตามกระบวนการประชาธปิ ไตย กระบวนการประชาธปิ ไตย 2. วิเคราะห์ความแตกต่างของ การออกเสียงโดยตรงและการเลอื กตวั แทน กระบวนการการตัดสินใจในชั้นเรียน/ ออกเสยี ง โรงเรยี นและชมุ ชนโดยวิธีการออกเสยี ง โดยตรงและการเลือกตวั แทนออกเสียง
๕๓ ชน้ั ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง 3. ยกตัวอย่างการเปลยี่ นแปลงในชั้น การตัดสนิ ใจของบุคคลและกลุ่มท่ีมผี ลตอ่ เรียน/โรงเรียนและชมุ ชนท่ีเป็นผลจากการ การเปล่ยี นแปลงในชนั้ เรียน โรงเรียน และ ตดั สินใจของบคุ คลและกลุ่ม ชมุ ชน - การเปลี่ยนแปลงในชั้นเรยี น เช่น การเลือกหัวหน้าห้อง การเลือก คณะกรรมการหอ้ งเรียน - การเปลยี่ นแปลงในโรงเรยี น เช่น เลือก ประธานนักเรียน เลอื กคณะกรรมการ นกั เรยี น การเปล่ยี นแปลงในชุมชน เชน่ การเลอื ก ผใู้ หญบ่ า้ น กำนนั สมาชิก อบต. อบจ. ป.4 1. อธิบายอำนาจอธปิ ไตยและความสำคัญ อำนาจอธิปไตย ของระบอบประชาธิปไตย ความสำคัญของการปกครองตามระบอบ ประชาธปิ ไตย 2. อธิบายบทบาทหนา้ ที่ของพลเมอื งใน บทบาทหน้าที่ของพลเมืองในกระบวนการ กระบวนการเลือกต้ัง เลอื กต้ัง ทั้งก่อนการเลือกต้ัง ระหว่างการ เลอื กตง้ั หลังการเลอื กต้งั 3. อธิบายความสำคญั ของสถาบนั สถาบันพระมหากษตั ริย์ในสงั คมไทย พระมหากษัตรยิ ์ตามระบอบประชาธิปไตย ความสำคัญของสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ใน อนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ สงั คมไทย ป.5 1. อธบิ ายโครงสรา้ ง อำนาจ หนา้ ทแี่ ละ โครงสร้างการปกครองในท้องถิน่ เช่น ความสำคญั ของการปกครองส่วนทอ้ งถิ่น อบต. อบจ. เทศบาล และการปกครอง พเิ ศษ เช่น พัทยา กทม. อำนาจหน้าท่แี ละความสำคัญของ การปกครองส่วนท้องถนิ่ 2. ระบบุ ทบาทหน้าที่ และวธิ กี ารเขา้ ดำรง บทบาทหนา้ ท่ี และวิธีการเข้าดำรงตำแหนง่ ตำแหน่งของผ้บู ริหารท้องถิ่น ของผู้บรหิ ารท้องถิ่น เช่นนายก อบต. นายกเทศมนตรี นายก อบจ. ผู้วา่ ราชการ กทม. 3. วิเคราะห์ประโยชน์ที่ชมุ ชน จะได้รับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ กับบรกิ าร จากองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ สาธารณประโยชน์ในชุมชน ป.6 1. เปรียบเทียบบทบาท หนา้ ทขี่ อง บทบาท หน้าที่ ขององค์กรปกครองสว่ น องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ และรฐั บาล ทอ้ งถิน่ และรัฐบาล 2. มสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมตา่ งๆ ที่ส่งเสริม กจิ กรรมตา่ งๆ เพื่อสง่ เสริม ประชาธิปไตย ประชาธปิ ไตยในท้องถนิ่ และประเทศ ในท้องถนิ่ และประเทศ
๕๔ ช้ัน ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง 3. อภิปรายบทบาท ความสำคญั ในการใช้ การมสี ่วนในการออกกฎหมาย ระเบียบ สิทธอิ อกเสยี งเลือกตัง้ ตามระบอบ กตกิ า การเลือกตั้ง ประชาธปิ ไตย สอดส่องดูแลผูม้ พี ฤติกรรมการกระทำผิด การเลอื กตั้ง และแจ้งตอ่ เจ้าหนา้ ท่ี ผ้รู บั ผิดชอบ ตรวจสอบคุณสมบัติ การใชส้ ทิ ธิออกเสียงเลือกต้งั ตามระบอบ ประชาธปิ ไตย ม.1 1. อธบิ ายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง หลักการ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และ และสาระสำคัญของรฐั ธรรมนูญแหง่ สาระสำคัญของรัฐธรรมนญู แห่ง ราชอาณาจกั รไทย ฉบบั ปัจจบุ ัน ราชอาณาจกั รไทย ฉบับปจั จุบัน โดยสงั เขป 2. วเิ คราะหบ์ ทบาทการถว่ งดุลของ การแบ่งอำนาจ และการถ่วงดุลอำนาจ อำนาจอธปิ ไตยในรฐั ธรรมนูญแห่ง อธปิ ไตยทั้ง 3 ฝา่ ย คอื นิตบิ ญั ญตั ิ บรหิ าร ราชอาณาจักรไทย ฉบับปจั จุบนั ตลุ าการ ตามทรี่ ะบุในรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทยฉบบั ปัจจุบัน 3. ปฏบิ ัติตนตามบทบัญญตั ขิ อง การปฏิบตั ิตนตามบทบัญญัติของ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย ฉบับ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ ปัจจุบันทีเ่ กี่ยวข้องกบั ตนเอง ปัจจบุ นั เกยี่ วกับสิทธิ เสรีภาพและหน้าท่ี ม.2 1. อธิบายกระบวนการในการตรา กระบวนการในการตรากฎหมาย กฎหมาย - ผูม้ สี ทิ ธเิ สนอรา่ งกฎหมาย - ขน้ั ตอนการตรากฎหมาย - การมีสว่ นร่วมของประชาชนใน กระบวนการตรากฎหมาย 2. วิเคราะห์ข้อมลู ข่าวสารทางการเมือง เหตุการณ์ และการเปลย่ี นแปลงสำคญั ของ การปกครองท่มี ผี ลกระทบต่อสงั คมไทย ระบอบการปกครองของไทย สมยั ปัจจบุ ัน หลักการเลอื กข้อมูล ขา่ วสาร ม.3 1. อธบิ ายระบอบการปกครองแบบตา่ งๆ ระบอบการปกครอง แบบต่างๆ ทใี่ ชใ้ นยคุ ที่ใชใ้ นยุคปัจจุบนั ปัจจบุ นั เช่น การปกครองแบบ เผดจ็ การ การปกครองแบบประชาธปิ ไตย เกณฑ์การตัดสินใจ 2. วิเคราะห์ เปรียบเทยี บระบอบการ ความแตกต่าง ความคล้ายคลึงของการ ปกครองของไทยกบั ประเทศอ่ืนๆ ท่ีมีการ ปกครองของไทย กับประเทศอ่นื ๆ ที่มี ปกครองระบอบประชาธปิ ไตย การปกครองระบอบประชาธิปไตย
๕๕ ชน้ั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง 3. วิเคราะห์รัฐธรรมนูญฉบับปัจจบุ ันใน บทบัญญตั ขิ องรัฐธรรมนูญในมาตราตา่ งๆ มาตราต่างๆ ที่เก่ยี วข้องกับการเลอื กตงั้ ท่ีเกี่ยวข้องกับการเลือกต้งั การมสี ่วนรว่ ม การมสี ่วนรว่ ม และการตรวจสอบการใช้ และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อำนาจรฐั อำนาจหน้าท่ีของรฐั บาล บทบาทสำคญั ของรัฐบาลในการบรหิ าร ราชการแผ่นดิน ความจำเปน็ ในการมรี ฐั บาลตามระบอบ ประชาธปิ ไตย 4. วเิ คราะหป์ ระเด็น ปญั หาที่เป็น ประเดน็ ปัญหาและผลกระทบที่เป็น อปุ สรรคตอ่ การพัฒนาประชาธิปไตยของ ประเทศไทยและเสนอแนวทางแกไ้ ข อปุ สรรคต่อการพฒั นาประชาธิปไตยของ ประเทศไทย แนวทางการแก้ไขปญั หา ม.4-ม.6 1. วิเคราะห์ปญั หาการเมอื งท่ีสำคัญใน ปญั หาการเมืองสำคัญท่เี กิดขึ้น ประเทศ จากแหลง่ ข้อมูลต่างๆ พร้อมท้ัง ภายในประเทศ เสนอแนวทางแก้ไข สถานการณ์การเมืองการปกครอง ของสงั คมไทย และสงั คมโลก และ การประสานประโยชน์ร่วมกนั อิทธิพลของระบบการเมอื งการปกครอง ทม่ี ีผลตอ่ การดำเนนิ ชีวติ และความสมั พนั ธ์ ระหวา่ งประเทศ 2. เสนอแนวทาง ทางการเมืองการ การประสานประโยชนร์ ่วมกันระหว่าง ปกครองทนี่ ำไปสคู่ วามเข้าใจ และ ประเทศ เชน่ การสร้างความสัมพนั ธ์ การประสานประโยชนร์ ่วมกนั ระหว่าง ระหวา่ งไทยกบั ประเทศต่าง ๆ ประเทศ การแลกเปลยี่ นเพ่อื ชว่ ยเหลือ และส่งเสรมิ ด้านวัฒนธรรม การศึกษา เศรษฐกจิ สังคม 3. วิเคราะห์ความสำคัญและ ความจำเป็น การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี ทตี่ อ้ งธำรงรักษาไว้ซง่ึ การปกครองตาม พระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข ระบอบประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตรยิ ์ - รปู แบบของรฐั ทรงเปน็ ประมุข - ฐานะและพระราชอำนาจของ พระมหากษตั รยิ ์
ช้นั ตัวชว้ี ัด ๕๖ 4. เสนอแนวทางและมีสว่ นร่วมในการ สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบบั ปจั จบุ ัน ท่มี ีผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงทาง สังคม เชน่ การตรวจสอบโดยองค์กรอสิ ระ การตรวจสอบโดยประชาชน สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส 3.1 เขา้ ใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลติ และการบริโภค การใช้ทรัพยากร ที่มอี ยู่จำกดั ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพและคมุ้ คา่ รวมทง้ั เข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพอ่ื การดำรงชีวติ อย่างมดี ุลยภาพ ช้ัน ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.1 1. ระบสุ นิ ค้าและบริการทใ่ี ช้ประโยชนใ์ น สินค้าและบริการท่ีใช้อยู่ในชวี ิตประจำวัน ชีวิตประจำวนั เช่น ดนิ สอ กระดาษ ยาสฟี นั สินค้าและบริการที่ไดม้ าโดยไม่ใช้เงนิ เช่น มี ผู้ให้หรือการใช้ของแลกของ สนิ ค้าและบริการที่ได้มาจากการใชเ้ งนิ ซ้ือ ใชป้ ระโยชน์จากสนิ ค้าและบริการให้คุม้ ค่า 2. ยกตวั อย่างการใชจ้ า่ ยเงนิ ในชีวติ การใช้จา่ ยเงนิ ในชีวิตประจำวันเพื่อซื้อสินคา้ ประจำวนั ท่ีไม่เกินตัวและเหน็ ประโยชน์ และบริการ ของการออม ประโยชนข์ องการใชจ้ ่ายเงนิ ท่ไี ม่เกนิ ตวั ประโยชน์ของการออม โทษของการใชจ้ ่ายเงินเกนิ ตวั วางแผนการใช้จ่าย 3. ยกตัวอยา่ งการใช้ทรัพยากรใน ทรพั ยากรทใี่ ชใ้ นชีวิตประจำวัน เช่น ดินสอ ชีวิตประจำวนั อย่างประหยัด กระดาษ เสือ้ ผา้ อาหาร ทรพั ยากรสว่ นรวม เชน่ โต๊ะ เก้าอี้ นักเรยี น สาธารณูปโภคตา่ ง ๆ วธิ ีการใช้ทรัพยากรทง้ั ของส่วนตวั และ
๕๗ ชั้น ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สว่ นรวมอยา่ งถกู ต้อง และประหยดั และ คมุ้ คา่ ป.2 1. ระบุทรัพยากรท่ีนำมาผลติ สินค้าและ ทรัพยากรทนี่ ำมาใชใ้ นการผลิตสนิ คา้ และ บริการท่ใี ช้ในชวี ิตประจำวนั บรกิ ารทใ่ี ชใ้ นครอบครวั และโรงเรียน เชน่ ดนิ สอและกระดาษทผ่ี ลติ จากไม้ รวมท้งั เครอ่ื งจักรและแรงงานการผลิต ผลของการใชท้ รัพยากรในการผลิตท่ี หลากหลายที่มตี ่อราคา คุณค่าและประโยชน์ ของสินค้าและบริการ รวมทั้งส่งิ แวดล้อม 2. บอกทีม่ าของรายไดแ้ ละรายจ่ายของ การประกอบอาชีพของครอบครัว ตนเองและครอบครัว การแสวงหารายไดท้ ่ีสจุ ริตและเหมาะสม รายไดแ้ ละรายจา่ ยในภาพรวมของครอบครัว รายไดแ้ ละรายจา่ ยของตนเอง 3. บนั ทึกรายรบั รายจ่ายของตนเอง วิธีการทำบัญชีรายรบั รายจา่ ยของตนเอง อย่างงา่ ย ๆ รายการของรายรับทเี่ ปน็ รายได้ทเ่ี หมาะสม และไมเ่ หมาะสม รายการของรายจา่ ยทเ่ี หมาะสมและ ไม่เหมาะสม 4. สรปุ ผลดขี องการใช้จ่ายทีเ่ หมาะสมกบั ที่มาของรายได้ทส่ี ุจรติ รายไดแ้ ละการออม การใชจ้ า่ ยที่เหมาะสม ผลดขี องการใช้จา่ ยท่เี หมาะสมกบั รายได้ การออมและผลดีของการออม การนำเงนิ ทีเ่ หลอื มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ เชน่ การชว่ ยเหลอื สาธารณกศุ ล ป.3 1. จำแนกความตอ้ งการและความจำเป็น สินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีวติ ที่ เรียกว่า ในการใช้สนิ ค้าและบริการในการดำรง ปจั จยั 4 ชีวติ สนิ คา้ ทีเ่ ป็นความต้องการของมนุษยอ์ าจ เป็นสินค้าทจ่ี ำเป็นหรือไม่จำเปน็ ต่อการ ดำรงชวี ติ ประโยชน์และคุณคา่ ของสนิ คา้ และบริการ ทส่ี นองความต้องการของมนุษย์
๕๘ ช้ัน ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง หลกั การเลือกสนิ ค้าทจ่ี ำเป็น ความหมายของผ้ผู ลติ และผู้บริโภค 2. วเิ คราะห์การใช้จา่ ยของตนเอง ใช้บญั ชีรับจ่ายวเิ คราะหก์ ารใช้จา่ ยทจ่ี ำเปน็ และเหมาะสม วางแผนการใช้จา่ ยเงินของตนเอง วางแผนการแสวงหารายได้ทส่ี จุ ริตและ เหมาะสม วางแผนการนำเงินท่ีเหลือจ่ายมาใช้อย่าง เหมาะสม 3.อธิบายไดว้ า่ ทรัพยากรท่ีมอี ยจู่ ำกัดมผี ล ความหมายของผผู้ ลติ และผ้บู ริโภค ตอ่ การผลิตและบริโภคสินค้าและบริการ ความหมายของสนิ คา้ และบรกิ าร ปญั หาพืน้ ฐานทางเศรษฐกจิ ที่เกิดจากความ หายากของทรัพยากรกับความตอ้ งการของ มนุษย์ทมี่ ไี ม่จำกัด ป.4 1. ระบุปจั จยั ท่ีมผี ลต่อการเลือกซื้อสนิ ค้า สินค้าและบริการที่มีอยูห่ ลากหลายในตลาดท่ี และบริการ มีความแตกตา่ งด้านราคาและคุณภาพ ปจั จยั ท่มี ีผลต่อการเลอื กซื้อสนิ คา้ และบรกิ าร ทม่ี มี ากมาย ซง่ึ ขนึ้ อยู่กับผซู้ ้ือ ผู้ขาย และ ตัวสนิ คา้ เช่น ความพงึ พอใจของผซู้ ื้อ ราคา 2. บอกสิทธิพื้นฐานและรักษา สินคา้ การโฆษณา คณุ ภาพของสนิ คา้ ผลประโยชน์ของตนเองในฐานะผบู้ รโิ ภค สทิ ธพิ ้ืนฐานของผ้บู ริโภค สนิ ค้าและบรกิ ารท่ีมเี ครื่องหมายรบั รอง คณุ ภาพ หลักการและวิธีการเลอื กบรโิ ภค 3. อธบิ ายหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพียง หลักการของเศรษฐกจิ พอเพียง และนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันของตนเอง การประยุกตใ์ ช้เศรษฐกิจพอเพยี งในการ ดำรงชีวิต เช่น การแตง่ กาย การกนิ อาหาร การใช้จ่าย ป.5 1. อธบิ ายปัจจัยการผลติ สินค้าและบริการ ความหมายและประเภทของปัจจัยการผลติ ประกอบดว้ ย ท่ีดนิ แรงงาน ทนุ และ ผูป้ ระกอบการ เทคโนโลยใี นการผลติ สินค้าและบริการ ปัจจยั อื่น ๆ เชน่ ราคาน้ำมนั วัตถุดบิ พฤติกรรมของผู้บรโิ ภค ตวั อยา่ งการผลิตสนิ ค้าและบรกิ ารท่ีมีอยู่ใน ทอ้ งถน่ิ หรอื แหลง่ ผลิตสินค้าและบริการใน
๕๙ ช้ัน ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ชมุ ชน 2. ประยุกต์ใช้แนวคดิ ของปรัชญาของ หลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกจิ พอเพยี งในการทำกิจกรรม การประยุกต์ใชป้ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ตา่ ง ๆ ในครอบครวั โรงเรยี นและชมุ ชน ในกิจกรรมต่าง ๆ ในครอบครัว โรงเรียนและ ชมุ ชน เช่นการประหยัดพลังงานและ คา่ ใช้จา่ ยในบา้ น โรงเรียน การวางแผนการ ผลติ สินคา้ และบริการเพื่อลดความสูญเสียทุก ประเภท การใช้ภปิ ัญญาท้องถน่ ตัวอยา่ งการผลติ สนิ ค้าและบริการในชมุ ชน เชน่ หน่งึ ตำบลหนง่ึ ผลิตภัณฑ์หรอื โอท๊อป 3. อธบิ ายหลักการสำคญั และประโยชน์ หลักการและประโยชน์ของสหกรณ์ ของสหกรณ์ ประเภทของสหกรณ์โดยสังเขป สหกรณ์ในโรงเรยี น (เน้นฝกึ ปฏิบัตจิ รงิ ) การประยุกต์หลักการของสหกรณ์มาใช้ใน ชีวติ ประจำวนั ป.6 1. อธบิ ายบทบาทของผผู้ ลติ ท่มี ีความ บทบาทของผผู้ ลิตท่ีมคี ณุ ภาพ เชน่ รับผดิ ชอบ คำนึงถึงสงิ่ แวดล้อม มจี รรยาบรรณ ความรับผดิ ชอบต่อสังคม วางแผนก่อนเรมิ่ ลง มอื ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพ่ือลดความผดิ พลาด และการสญู เสีย ฯลฯ ทัศนคตใิ นการใช้ทรพั ยากรอย่างมี ประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ล ประโยชน์ของการผลติ สินค้าทมี่ ีคณุ ภาพ 2. อธิบายบทบาทของผู้บรโิ ภค คุณสมบตั ขิ องผู้บรโิ ภคท่ีดี ท่รี ้เู ท่าทนั พฤติกรรมของผู้บรโิ ภคท่ีบกพร่อง คุณคา่ และประโยชนข์ องผู้บรโิ ภคที่รเู้ ท่าทนั ที่ มีต่อตนเอง ครอบครวั และสงั คม 3. บอกวิธแี ละประโยชน์ของการใช้ ความหมาย และความจำเปน็ ของทรัพยากร ทรพั ยากรอย่างยั่งยืน หลักการและวิธีใชท้ รัพยากรใหเ้ กิดประโยชน์ สูงสุด (ลดการสูญเสยี ทุกประเภท) วธิ ีการสรา้ งจิตสำนกึ ใหค้ นในชาตริ ู้คณุ ค่าของ ทรัพยากรทีม่ ีอย่จู ำกัด วางแผนการใช้ทรัพยากร โดยประยุกต์เทคนิค และวธิ ีการใหม่ ๆ ให้เกิดประโยชน์แกส่ งั คม และประเทศชาติ และทันกับสภาพทาง
๖๐ ช้ัน ตัวชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง เศรษฐกจิ และสังคม ม.1 1. อธบิ ายความหมายและความสำคญั ความหมายและความสำคัญของ ของเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ความหมายของคำวา่ ทรัพยากรมีจำกัดกับ 2. วเิ คราะห์คา่ นยิ มและพฤติกรรมการ ความต้องการมีไม่จำกัด ความขาดแคลน บริโภคของคนในสงั คมซึ่งส่งผลตอ่ เศรษฐกจิ ของชุมชนและประเทศ การเลือกและค่าเสียโอกาส ความหมายและความสำคญั ของการบริโภค อย่างมีประสิทธิภาพ หลกั การในการบรโิ ภคที่ดี ปจั จัยท่มี อี ิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภค ค่านิยมและพฤติกรรมของการบริโภคของคน ในสังคมปจั จุบนั รวมท้ังผลดแี ละผลเสยี ของ พฤติกรรมดังกลา่ ว 3. อธบิ ายความเปน็ มาหลักการและ ความหมายและความเป็นมาของปรชั ญาของ ความสำคัญของปรัชญาของเศรษฐกจิ เศรษฐกิจพอเพียง พอเพียงต่อสงั คมไทย ความเปน็ มาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และ หลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หวั รวมทั้งโครงการตาม พระราชดำริ หลักการของเศรษฐกิจพอเพียง การประยกุ ต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ใน การดำรงชวี ติ ความสำคญั คณุ ค่าและประโยชน์ของปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียงต่อสงั คมไทย ม.2 1. วิเคราะห์ปจั จยั ท่มี ีผลตอ่ การลงทุนและ ความหมายและความสำคัญของการลงทนุ การออม และการออมตอ่ ระบบเศรษฐกจิ การบริหารจดั การเงนิ ออมและการลงทุน ภาคครัวเรอื น ปัจจัยของการลงทุนและการออมคือ อัตรา ดอกเบี้ย รวมท้ังปัจจัยอื่น ๆ เชน่ ค่าของเงิน เทคโนโลยี การคาดเดาเก่ียวกับอนาคต ปญั หาของการลงทนุ และการออมใน สังคมไทย 2. อธบิ ายปัจจัยการผลิตสินค้าและบริการ ความหมาย ความสำคัญ และหลักการผลิต
๖๑ ช้นั ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง และปจั จัยท่ีมีอิทธิพลตอ่ การผลิตสินค้า สินคา้ และบรกิ ารอยา่ งมีประสิทธิภาพ และบรกิ าร สำรวจการผลิตสนิ ค้าในทอ้ งถน่ิ ว่ามีการผลติ อะไรบา้ ง ใช้วธิ ีการผลติ อย่างไร มีปญั หา ด้านใดบ้าง มีการนำเทคโนโลยีอะไรมาใช้ทีม่ ผี ลตอ่ การผลิตสินค้าและบริการ นำหลกั การผลิตมาวเิ คราะหก์ ารผลิตสินคา้ และบรกิ ารในท้องถิน่ ทั้งดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ ม 3. เสนอแนวทางการพฒั นาการผลติ ใน หลักการและเปา้ หมายปรัชญาของเศรษฐกจิ ท้องถ่ินตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง พอเพียง สำรวจและวิเคราะห์ปัญหาการผลติ สินคา้ และบรกิ ารในท้องถ่ิน ประยกุ ตใ์ ช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน การผลติ สนิ คา้ และบริการในท้องถ่ิน 4. อภปิ รายแนวทางการคุ้มครองสิทธิของ การรกั ษาและคมุ้ ครองสิทธิประโยชนข์ อง ตนเองในฐานะผ้บู รโิ ภค ผู้บริโภค กฎหมายคมุ้ ครองสิทธผิ ุ้บรโิ ภคและหน่วยงาน ทเ่ี กีย่ วข้อง การดำเนินกิจกรรมพทิ ักษส์ ทิ ธแิ ละ ผลประโยชน์ตามกฎหมายในฐานะผูบ้ ริโภค แนวทางการปกป้องสิทธิของผ้บู รโิ ภค ม.3 1. อธิบายกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ ความหมายและประเภทของตลาด ความหมายและตัวอย่างของอุปสงค์และอปุ ทาน ความหมายและความสำคญั ของกลไกราคา และการกำหนดราคาในระบบเศรษฐกจิ หลกั การปรบั และเปลยี่ นแปลงราคาสนิ ค้า และบริการ 2. มสี ว่ นรว่ มในการแก้ไขปญั หาและ สำรวจสภาพปัจจบุ ันปญั หาทอ้ งถน่ิ ทงั้ พฒั นาท้องถน่ิ ตามปรชั ญาของเศรษฐกิจ ทางดา้ นสงั คม เศรษฐกจิ และส่ิงแวดลอ้ ม พอเพียง วิเคราะหป์ ญั หาของท้องถิน่ โดยใช้ปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพียง แนวทางการแก้ไขและพัฒนาท้องถ่ินตาม ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 3. วิเคราะหค์ วามสมั พันธ์ระหว่างแนวคิด แนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพียงกบั การพฒั นาใน เศรษฐกิจพอเพยี งกับระบบสหกรณ์ ระดบั ต่าง ๆ
๖๒ ชน้ั ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง หลกั การสำคัญของระบบสหกรณ์ ม.4–ม.6 1. อภปิ รายการกำหนดราคาและค่าจ้าง ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคดิ เศรษฐกิ ในระบบเศรษฐกจิ พอเพียงกบั หลักการและระบบของสหกรณเ์ พื่อ 2. ตระหนกั ถึงความสำคญั ของปรัชญา ประยกุ ต์ใช้ในการพฒั นาเศรษฐกจิ ชมุ ชน ของเศรษฐกจิ พอเพียงทีม่ ตี ่อเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจของโลกในปจั จุบนั ผลดีและ สังคมของประเทศ ผลเสียของระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆ 3. ตระหนักถึงความสำคญั ของระบบ ตลาดและประเภทของตลาด ข้อดีและ สหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับ ชมุ ชนและประเทศ ขอ้ เสียของตลาดประเภทตา่ ง ๆ การกำหนดราคาตามอุปสงค์ และอุปทาน 4. วเิ คราะห์ปญั หาทางเศรษฐกิจ ในชมุ ชนและเสนอแนวทางแก้ไข การกำหนดราคาในเชิงกลยุทธ์ท่มี ีในสังคมไทย การกำหนดค่าจา้ ง กฎหมายท่เี ก่ยี วข้องและ อัตราคา่ จา้ งแรงงานในสงั คมไทย บทบาทของรฐั ในการแทรกแซงราคา และการ ควบคมุ ราคาเพอื่ การแจกจา่ ย และจัดสรรในทาง เศรษฐกจิ การประยุกต์ใชเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี ง ในการดำเนินชวี ติ ของตนเอง และครอบครวั การประยุกตใ์ ชเ้ ศรษฐกิจพอเพยี งใน ภาคเกษตร อุตสาหกรรม การค้าและบริการ ปัญหาการพฒั นาประเทศท่ผี า่ นมา โดย การศึกษาวิเคราะหแ์ ผนพัฒนาเศรษฐกิจ และ สงั คมฉบบั ทผี่ า่ นมา การพฒั นาประเทศทนี่ ำปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพียงมาใช้ ในการวางแผนพัฒนา เศรษฐกิจ และสงั คมฉบบั ปจั จุบัน วิวฒั นาการของสหกรณใ์ นประเทศไทย ความหมายความสำคัญ และหลักการของระบบ สหกรณ์ ตวั อยา่ งและประเภทของสหกรณใ์ นประเทศไทย ความสำคัญของระบบสหกรณ์ในการพัฒนา เศรษฐกิจในชมุ ชนและประเทศ ปัญหาทางเศรษฐกิจในชุมชน แนวทางการพฒั นาเศรษฐกจิ ของชมุ ชน ตวั อย่างของการรวมกลุ่มทีป่ ระสบ
ชั้น ตวั ชว้ี ัด ๖๓ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ความสำเรจ็ ในการแกป้ ญั หาทางเศรษฐกจิ ของชุมชน สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ต่าง ๆ ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ และความจำเปน็ ของการรว่ มมือกนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก ชน้ั ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ป.1 1. อธิบายเหตผุ ลความจำเป็นท่คี นต้อง ความหมาย ประเภทและความสำคัญของ ทำงานอย่างสจุ รติ การทำงาน เหตุผลของการทำงาน ผลของการทำงานประเภทต่าง ๆ ทม่ี ีต่อ
๖๔ ช้ัน ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ครอบครวั และสงั คม การทำงานอย่างสุจริตทำให้สงั คมสงบสขุ ป.2 1. อธิบายการแลกเปล่ยี นสินคา้ และ ความหมายและความสำคัญของการ บริการโดยวธิ ีต่าง ๆ แลกเปลยี่ นสินค้าและบรกิ าร ลักษณะของการแลกเปลย่ี นสินคา้ และ บรกิ ารโดยไม่ใชเ้ งนิ รวมทั้ง การแบง่ ปัน การชว่ ยเหลือ ลักษณะการแลกเปลย่ี นสนิ คา้ และบริการ โดยการใชเ้ งนิ 2. บอกความสัมพันธ์ระหว่างผูซ้ ้ือและ ความหมายและบทบาทของผูซ้ ื้อและ ผูข้ าย ผขู้ าย ผ้ผู ลติ และผบู้ ริโภคพอสังเขป ความสมั พนั ธร์ ะหว่างผูซ้ ื้อและผู้ขายใน การกำหนดราคาสนิ ค้าและบรกิ าร ความสัมพันธร์ ะหว่างผซู้ ื้อและผขู้ าย ทำใหส้ งั คมสงบสุข และประเทศม่ันคง ป.3 1. บอกสนิ ค้าและบรกิ ารทีร่ ฐั จัดหาและ สนิ ค้าและบริการท่ีภาครฐั ทุกระดบั จดั หา ให้บรกิ ารแก่ประชาชน และใหบ้ ริการแกป่ ระชาชน เชน่ ถนน โรงเรยี น สวนสาธารณะ การสาธารณสขุ การบรรเทาสาธารณภยั 2. บอกความสำคัญของภาษีและบทบาท ความหมายและความสำคัญของภาษที รี่ ฐั ของประชาชนในการเสยี ภาษี นำมาสร้างความเจริญและให้บริการแก่ ประชาชน ตวั อยา่ งของภาษี เชน่ ภาษรี ายได้บุคคล ธรรมดา ภาษมี ลู ค่าเพมิ่ ฯลฯ บทบาทหน้าทีข่ องประชาชนในการเสีย ภาษี 3. อธิบายเหตุผลการแข่งขันทางการค้า ที่ ความสำคัญและผลกระทบของการแข่งขัน มีผลทำใหร้ าคาสินค้าลดลง ทางการค้าทีม่ ีผลทำใหร้ าคาสินคา้ ลดลง ป.4 1. อธิบายความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ ของ อาชพี สนิ ค้าและบริการต่าง ๆ ทผี่ ลติ คนในชุมชน ในชุมชน การพึ่งพาอาศัยกนั ภายในชุมชนทาง ด้านเศรษฐกจิ เชน่ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง ผู้ซือ้ ผขู้ าย การกูห้ น้ียืมสิน การสร้างความเขม้ แข็งใหช้ มุ ชนด้วย
๖๕ ช้ัน ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง การใช้สง่ิ ของทผี่ ลติ ในชุมชน 2. อธบิ ายหน้าที่เบ้ืองตน้ ของเงิน ความหมายและประเภทของเงนิ หนา้ ท่ีเบื้องตน้ ของเงนิ ในระบบเศรษฐกจิ สกลุ เงินสำคญั ท่ใี ชใ้ นการซือ้ ขาย แลกเปล่ยี นระหว่างประเทศ ป.5 1. อธบิ ายบทบาทหนา้ ทเ่ี บ้ืองตน้ ของ บทบาทหนา้ ที่ของธนาคารโดยสังเขป ธนาคาร ดอกเบย้ี เงนิ ฝาก และดอกเบยี้ กูย้ มื การฝากเงนิ / การถอนเงิน 2. จำแนกผลดแี ละผลเสียของการกูย้ ืม ผลดแี ละผลเสียของการก้ยู ืมเงนิ ท้ังนอก ระบบและในระบบทมี่ ตี ่อระบบเศรษฐกจิ เช่น การเสยี ดอกเบี้ย การลงทุน การซ้ือของอปุ โภคเพ่มิ ขึ้น ทนี่ ำไปสูค่ วามฟงุ้ เฟ้อ ฟ่มุ เฟือย เปน็ ตน้ ป.6 1. อธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่างผผู้ ลิต ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผผู้ ลิต ผู้บริโภค ผูบ้ รโิ ภค ธนาคาร และรัฐบาล ธนาคาร และรัฐบาล ท่มี ีต่อระบบ เศรษฐกจิ อย่างสังเขป เช่นการแลก เปลย่ี นสินค้าและบรกิ าร รายไดแ้ ละ รายจ่าย การออมกบั ธนาคาร การลงทนุ แผนผังแสดงความสัมพันธ์ของ หนว่ ยเศรษฐกิจ ภาษีและหนว่ ยงานทีจ่ ัดเก็บภาษี สทิ ธิของผู้บรโิ ภค และสิทธขิ องผใู้ ช้ แรงงานในประเทศไทย การหารายได้ รายจ่าย การออม การลงทุน ซึง่ แสดง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง ผ้ผู ลิต ผ้บู ริโภค และรัฐบาล 2. ยกตัวอย่างการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ การรวมกลมุ่ เชงิ เศรษฐกิจเพื่อประสาน ภายในท้องถิ่น ประโยชน์ในทอ้ งถิน่ เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กล่มุ แมบ่ ้าน กองทุนหมบู่ ้าน ม.1 1. วิเคราะห์บทบาทหนา้ ที่และความ ความหมาย ประเภท และความสำคัญ แตกตา่ งของสถาบนั การเงนิ แต่ละประเภท ของสถาบันการเงนิ ท่ีมีต่อระบบเศรษฐกิจ และธนาคารกลาง บทบาทหน้าท่แี ละความสำคญั ของ ธนาคารกลาง การหารายได้ รายจ่าย การออม การ
๖๖ ช้นั ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ลงทนุ ซง่ึ แสดงความสัมพนั ธร์ ะหว่างผผู้ ลติ ผบู้ ริโภค และสถาบนั การเงนิ 2. ยกตวั อยา่ งทส่ี ะทอ้ นให้เห็นการพง่ึ พา ยกตวั อย่างทสี่ ะท้อนใหเ้ ห็นการพ่ึงพา อาศยั กนั และการแข่งขันกันทางเศรษฐกจิ อาศยั กันและกัน การแขง่ ขนั กันทาง ในประเทศ เศรษฐกิจในประเทศ ปญั หาเศรษฐกิจในชมุ ชน ประเทศ และ เสนอแนวทางแกไ้ ข 3. ระบุปจั จยั ท่มี ีอทิ ธิพลตอ่ การกำหนด อุป ความหมายและกฎอุปสงค์ อปุ ทาน สงค์และอุปทาน ปจั จยั ท่ีมีอิทธิพลตอ่ การกำหนดอปุ สงค์ และอปุ ทาน 4. อภิปรายผลของการมีกฎหมายเกยี่ วกบั ความหมายและความสำคัญของทรัพย์สิน ทรัพย์สินทางปัญญา ทางปญั ญา กฎหมายทเ่ี กย่ี วกบั การคุ้มครองทรพั ย์สนิ ทางปญั ญาพอสังเขป ตวั อยา่ งการละเมดิ แห่งทรพั ยส์ ินทาง ปญั ญาแต่ละประเภท ม.2 1. อภิปรายระบบเศรษฐกจิ แบบตา่ งๆ ระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆ 2. ยกตวั อย่างทีส่ ะท้อนใหเ้ ห็น หลกั การและผลกระทบการพึง่ พาอาศยั การพึ่งพาอาศยั กัน และการแขง่ ขันกัน กัน และการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจใน ทางเศรษฐกิจในภมู ิภาคเอเชยี ภูมิภาคเอเชยี 3. วิเคราะหก์ ารกระจายของทรัพยากร การกระจายของทรพั ยากรในโลกทีส่ ง่ ผล ในโลกทสี่ ง่ ผลตอ่ ความสัมพันธท์ าง ต่อความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจระหว่าง เศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ ประเทศ เช่น นำ้ มนั ปา่ ไม้ ทองคำ ถา่ นหนิ แร่ เป็นตน้ 4. วเิ คราะหก์ ารแข่งขนั ทางการค้า การแขง่ ขันทางการคา้ ในประเทศและ ในประเทศและตา่ งประเทศส่งผลต่อ ต่างประเทศ คุณภาพสนิ ค้า ปรมิ าณการผลติ และ ราคาสนิ ค้า ม.3 1. อธิบายบทบาทหนา้ ท่ีของรัฐบาลใน บทบาทหน้าทข่ี องรัฐบาลในการพัฒนา ระบบเศรษฐกจิ ประเทศในดา้ นตา่ ง ๆ บทบาทและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของ รัฐบาล เชน่ การผลิตสนิ ค้าและบรกิ าร สาธารณะท่ีเอกชนไม่ดำเนินการ เชน่ ไฟฟ้า ถนน โรงเรยี น
๖๗ ชัน้ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง - บทบาทการเก็บภาษีเพ่ือพฒั นา ประเทศ ของรฐั ในระดบั ตา่ ง ๆ - บทบาทการแทรกแซงราคาและ การควบคมุ ราคาเพื่อการแจกจ่ายและ การจัดสรรในทางเศรษฐกจิ บทบาทอ่นื ของรฐั บาลในระบบเศรษฐกิจ ในสงั คมไทย 2. แสดงความคดิ เห็นต่อนโยบาย และ นโยบาย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของ กจิ กรรมทาง เศรษฐกิจของรฐั บาลทีม่ ีต่อ รฐั บาล บคุ คล กลุ่มคน และประเทศชาติ 3. อภปิ รายบทบาทความสำคัญของ บทบาทความสำคัญของการรวมกลมุ่ ทาง การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ เศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ ลักษณะของการรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ กลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ในภูมภิ าคตา่ งๆ 4. อภิปรายผลกระทบทเี่ กิดจากภาวะ ผลกระทบทีเ่ กิดจากภาวะเงนิ เฟอ้ เงินฝดื เงนิ เฟ้อ เงนิ ฝดื ความหมายสาเหตแุ ละแนวทางแก้ไข ภาวะเงนิ เฟ้อ เงนิ ฝืด 5. วิเคราะหผ์ ลเสียจากการวา่ งงาน และ สภาพและสาเหตุปญั หาการวา่ งงาน แนวทางแกป้ ัญหา ผลกระทบจากปญั หาการวา่ งงาน แนวทางการแก้ไขปัญหาการวา่ งงาน 6. วิเคราะห์สาเหตแุ ละวธิ ีการกีดกันทาง การค้าและการลงทนุ ระหว่างประเทศ การค้าในการค้าระหว่างประเทศ สาเหตแุ ละวธิ ีการกดี กันทางการคา้ ใน การคา้ ระหวา่ งประเทศ ม.4–ม. 1. อธบิ ายบทบาทของรฐั บาลดา้ น บทบาทของนโยบายการเงินและการคลัง 6 นโยบายการเงนิ การคลงั ในการพัฒนา ของรฐั บาลในด้าน เศรษฐกจิ ของประเทศ - การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ - การสรา้ งการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจ - การรกั ษาดลุ การค้าระหว่างประเทศ - การแทรกแซงราคาและการควบคุม ราคา รายรับและรายจา่ ยของรัฐทมี่ ีผลต่อ งบประมาณ หนส้ี าธารณะ การพัฒนา ทางเศรษฐกจิ และคณุ ภาพชีวิตของ ประชาชน
๖๘ ช้ัน ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง - นโยบายการเก็บภาษปี ระเภทต่าง ๆ และการใชจ้ ่ายของรัฐ - แนวทางการแก้ปัญหาการวา่ งงาน ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบที่เกดิ จากภาวะทางเศรษฐกิจ เชน่ เงนิ เฟ้อ เงินฝืด ตัวชี้วดั ความเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ เชน่ GDP , GNP รายได้เฉล่ยี ต่อบุคคล แนวทางการแก้ปัญหาของนโยบายการเงิน การคลัง 2. วเิ คราะหผ์ ลกระทบของการเปดิ เสรี วิวัฒนาการของการเปิดเสรที างเศรษฐกจิ ทางเศรษฐกิจในยคุ โลกาภิวัตน์ท่มี ีผลตอ่ ในยุคโลกาภิวัตน์ของไทย สังคมไทย ปัจจัยทางเศรษฐกจิ ที่มผี ลตอ่ การเปดิ เสรี ทางเศรษฐกิจของประเทศ ผลกระทบของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ของประเทศทีม่ ีต่อภาคการเกษตร ภาคอตุ สาหกรรม ภาคการค้าและบรกิ าร การคา้ และการลงทุนระหว่างประเทศ บทบาทขององคก์ รระหว่างประเทศใน 3. วเิ คราะหผ์ ลดี ผลเสียของความรว่ มมอื เวทกี ารเงนิ โลกท่ีมีผลกบั ประเทศไทย ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศในรูปแบบ ตา่ ง ๆ แนวคดิ พืน้ ฐานทเ่ี กีย่ วข้องกับการค้าระหวา่ ง ประเทศ บทบาทขององคก์ ารความร่วมมือทาง เศรษฐกจิ ทสี่ ำคญั ในภูมภิ าคต่าง ๆ ของ โลก เช่น WTO , NAFTA , EU , IMF , ADB , OPEC , FTA , APECในระดับต่าง ๆ เขตสีเ่ หลย่ี มเศรษฐกจิ ปจั จัยตา่ ง ๆ ที่นำไปสูก่ ารพ่งึ พา การ แข่งขนั การขดั แยง้ และการประสาน ประโยชนท์ างเศรษฐกิจ ตวั อย่างเหตกุ ารณ์ที่นำไปสกู่ ารพึงพาทาง เศรษฐกิจ ผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมทาง เศรษฐกิจระหว่างประเทศ ปจั จยั ตา่ ง ๆ ทนี่ ำไปส่กู ารพงึ่ พาการ แข่งขนั การขดั แย้ง และการประ
ชน้ั ตัวชว้ี ดั ๖๙ สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง สารประโยชนท์ างเศรษฐกิจวิธกี ารกดี กัน ทางการค้าในการคา้ ระหวา่ งประเทศ สาระท่ี 4 ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลา และยคุ สมยั ทางประวัตศิ าสตร์ สามารถใชว้ ธิ กี าร ทางประวตั ศิ าสตรม์ าวิเคราะห์เหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ อย่างเป็นระบบ ช้นั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป.1 1.บอกวนั เดอื น ปี และการนับชว่ งเวลา ชื่อ วัน เดอื น ปี ตามระบบสรุ ิยคติทป่ี รากฏ ตามปฏทิ นิ ท่ีใช้ในชีวิตประจำวนั ในปฏิทิน ชอื่ วัน เดือน ปี ตามระบบจนั ทรคติใน ปฏทิ นิ ชว่ งเวลาท่ีใชใ้ นชวี ิตประจำวัน เชน่ เชา้ วนั น้ี ตอนเยน็ 2. เรยี งลำดบั เหตุการณใ์ นชีวติ ประจำวนั เหตุการณท์ ่ีเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของ ตามวันเวลาทเ่ี กิดขนึ้ นักเรยี น เชน่ รับประทานอาหาร ตืน่ นอน เขา้ นอน เรียนหนงั สือ เล่นกีฬา ฯลฯ ใช้คำบอกชว่ งเวลา แสดงลำดบั เหตุการณ์ ท่เี กิดขนึ้ ได้ 3. บอกประวัติความเปน็ มาของตนเองและ วธิ กี ารสบื ค้นประวตั คิ วามเปน็ มาของตนเอง ครอบครัวโดยสอบถามผู้เกย่ี วขอ้ ง และครอบครัวอยา่ งง่าย ๆ การบอกเลา่ ประวตั ิความเป็นมาของตนเอง และครอบครวั อยา่ งสั้น ๆ ป.2 1. ใช้คำระบุเวลาทแ่ี สดงเหตุการณ์ในอดตี คำท่ีแสดงช่วงเวลาในอดีต ปจั จุบนั และ
๗๐ ชน้ั ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง ปจั จบุ ัน และอนาคต อนาคต เชน่ วนั น้ี เมือ่ วานนี้ พรุ่งนี้ เดือนน้ี เดอื นหน้า เดอื นกอ่ น วนั สำคญั ท่ปี รากฏในปฏิทนิ ท่ีแสดง เหตกุ ารณส์ ำคัญในอดีตและปัจจุบัน ใช้คำบอกช่วงเวลา อดตี ปจั จุบัน อนาคต แสดงเหตกุ ารณ์ได้ 2. ลำดับเหตุการณ์ทเี่ กิดขน้ึ ในครอบครวั วธิ กี ารสบื ค้นเหตกุ ารณ์ทผี่ ่านมาแล้ว หรือในชีวติ ของตนเองโดยใช้หลักฐาน ที่เกิดขึ้นกบั ตนเองและครอบครัว ทเ่ี ก่ียวข้อง โดยใช้หลักฐานทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง เชน่ ภาพถา่ ย สตู ิบตั ร ทะเบยี นบา้ น ใช้คำทบ่ี อกชว่ งเวลาแสดงเหตุการณ์ ทเ่ี กิดขน้ึ ในครอบครวั หรือในชีวิตตนเอง ใช้เส้นเวลา (Time Line) ลำดบั เหตกุ ารณ์ ทีเ่ กิดขนึ้ ได้ ป.3 1. เทยี บศักราชทีส่ ำคญั ตามปฏทิ ินทใ่ี ช้ใน ทีม่ าของศักราชที่ปรากฏในปฏิทนิ เชน่ ชีวติ ประจำวัน พุทธศักราช คริสตศ์ ักราชอย่างสงั เขป (ถ้าเปน็ มุสลมิ ควรเรียนฮจิ เราะห์ศกั ราชดว้ ย ) วธิ ีการเทียบ พ.ศ. เปน็ ค.ศ. หรอื ค.ศ. เป็น พ.ศ. ตวั อย่างการเทียบศักราช ในเหตุการณ์ ทเ่ี กยี่ วข้องกับนักเรยี น เช่น ปีเกิดของ นกั เรยี น เป็นต้น 2. แสดงลำดับเหตุการณส์ ำคัญของโรงเรียน วิธีการสืบคน้ เหตุการณ์สำคัญของโรงเรยี น และชมุ ชนโดยระบุหลักฐานและแหล่งข้อมูล และชุมชนโดยใชห้ ลักฐาน และ ทเี่ กย่ี วข้อง แหล่งขอ้ มูล ทเี่ กยี่ วข้อง ใช้เสน้ เวลา (Time Line) ลำดับเหตุการณ์ ทเ่ี กิดข้ึนในโรงเรียนและชมุ ชน ป.4 1. นับช่วง เวลา เปน็ ทศวรรษ ศตวรรษ ความหมายและช่วงเวลาของทศวรรษ และสหัสวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ การใช้ทศวรรษ ศตวรรษ และสหสั วรรษ เพอ่ื ทำความเข้าใจชว่ งเวลาในเอกสารเช่น หนงั สอื พมิ พ์ 2. อธบิ ายยุคสมัยในการศึกษาประวัตขิ อง เกณฑ์การแบง่ ยุคสมยั ในการศกึ ษา มนษุ ยชาตโิ ดยสงั เขป ประวตั ศิ าสตรท์ ่ีแบง่ เป็นยคุ ก่อน
ช้นั ตวั ชว้ี ดั ๗๑ 3. แยกแยะประเภทหลักฐานทใ่ี ชใ้ น สาระการเรยี นร้แู กนกลาง การศึกษาความเป็นมาของท้องถน่ิ ประวัติศาสตรแ์ ละยคุ ประวัติศาสตร์ ยุคสมยั ท่ีใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย เชน่ สมัยก่อนสุโขทัย สมัยสโุ ขทัย สมัย อยธุ ยา สมยั ธนบรุ ี และสมัยรัตนโกสินทร์ ประเภทของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ที่ แบ่งเป็นหลักฐานช้นั ตน้ และหลกั ฐานช้ัน รอง ตวั อยา่ งหลกั ฐานทใ่ี ช้ในการศึกษา ความเป็นมาของท้องถนิ่ ของตน การจำแนกหลักฐานของท้องถ่ินเปน็ หลักฐานช้ันต้นและหลักฐานชนั้ รอง ป.5 1. สืบคน้ ความเปน็ มาของท้องถน่ิ โดยใช้ วิธีการสืบค้นความเปน็ มาของทอ้ งถน่ิ หลกั ฐานท่ีหลากหลาย หลกั ฐานทางประวัติศาสตรท์ ี่มีอยู่ในท้องถิน่ ท่ีเกดิ ข้ึนตามชว่ งเวลาตา่ งๆ เช่น เครอื่ งมือ เครื่องใช้ อาวุธ โบราณสถาน โบราณวัตถุ การนำเสนอความเป็นมาของทอ้ งถิน่ โดย อา้ งองิ หลักฐานทีห่ ลากหลายด้วยวธิ ีการต่าง ๆ เชน่ การเล่าเร่ืองการเขียนอยา่ งง่าย ๆ การจัดนิทรรศการ 2. รวบรวมข้อมลู จากแหลง่ ต่าง ๆ เพื่อ การต้งั คำถามทางประวัตศิ าสตร์เก่ียวกบั ตอบคำถามทางประวตั ิศาสตร์ อย่างมี ความเปน็ มาของท้องถ่นิ เช่น มีเหตกุ ารณ์ เหตุผล ใดเกดิ ขนึ้ ในช่วงเวลาใด เพราะสาเหตใุ ด และมีผลกระทบอยา่ งไร แหล่งข้อมลู และหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ ในท้องถนิ่ เพ่ือตอบคำถามดังกลา่ ว เช่น เอกสาร เร่อื งเลา่ ตำนานท้องถิน่ โบราณสถาน โบราณวตั ถุ ฯลฯ การใชข้ ้อมลู ที่พบเพื่อตอบคำถามไดอ้ ยา่ งมี เหตุผล 3. อธบิ ายความแตกตา่ งระหว่าง ตัวอยา่ งเรอื่ งราวจากเอกสารตา่ งๆ ท่ี ความจรงิ กับข้อเทจ็ จริงเกยี่ วกับเรอื่ งราว สามารถแสดงนัยของความคิดเหน็ กับข้อมูล ในทอ้ งถนิ่ เชน่ หนังสอื พมิ พ์ บทความจากเอกสารต่าง ๆ เปน็ ตน้ ตวั อยา่ งข้อมูลจากหลักฐานทาง
๗๒ ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ประวตั ิศาสตร์ ในท้องถิ่นทแี่ สดงความจรงิ กับข้อเท็จจรงิ สรปุ ประเด็นสำคัญเก่ยี วกับข้อมูลในท้องถิ่น ป.6 1. อธบิ ายความสำคัญของวธิ ีการทาง ความหมายและความสำคัญของวิธกี ารทาง ประวตั ิศาสตรใ์ นการศึกษาเร่ืองราวทาง ประวัตศิ าสตรอ์ ย่างง่าย ๆ ทเ่ี หมาะสมกบั ประวัตศิ าสตรอ์ ย่างงา่ ย ๆ นักเรียน การนำวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ไปใชศ้ กึ ษา เรื่องราวในท้องถนิ่ เช่น ความเป็นมาของ ภมู ินามของสถานที่ในท้องถิน่ 2. นำเสนอขอ้ มูลจากหลักฐานท่ีหลากหลาย ตัวอย่างหลกั ฐานท่ีเหมาะสมกับนักเรียนท่ี ในการทำความเข้าใจเรอ่ื งราวสำคัญในอดตี นำมาใช้ในการศกึ ษาเหตุการณ์สำคญั ใน ประวัติศาสตร์ไทย สมยั รตั นโกสนิ ทร์ เช่น พระราชหตั ถเลขาของรชั กาลท่ี 4 หรือ รชั กาลที่ 5 กฎหมายสำคญั ฯลฯ ( เชื่อมโยงกบั มฐ. ส 4.3 ) สรุปขอ้ มลู ท่ีได้จากหลักฐานทั้งความจริง และข้อเทจ็ จรงิ การนำเสนอขอ้ มลู ท่ไี ด้จากหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ด้วยวิธีการต่าง ๆ เชน่ การเล่าเร่ือง การจัดนทิ รรศการ การเขียน รายงาน ม.1 1. วิเคราะหค์ วามสำคัญของเวลาใน ตวั อยา่ งการใช้เวลา ช่วงเวลาและยคุ สมัย การศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์ ทีป่ รากฏในเอกสารประวัติศาสตรไ์ ทย ความสำคญั ของเวลา และช่วงเวลาสำหรบั การศึกษาประวัติศาสตร์ ความสมั พนั ธ์และความสำคญั ของอดตี ท่ีมี ต่อปัจจุบนั และอนาคต 2. เทียบศักราชตามระบบตา่ งๆท่ีใชศ้ ึกษา ท่ีมาของศกั ราชที่ปรากฏในเอกสาร ประวัตศิ าสตร์ ประวตั ิศาสตร์ไทย ได้แก่ จ.ศ. / ม.ศ. /ร. ศ./ พ.ศ. / ค.ศ. และ ฮ.ศ. วธิ กี ารเทียบศักราชต่างๆ และตัวอยา่ ง การเทยี บ ตัวอย่างการใช้ศักราชต่าง ๆ ทปี่ รากฏใน เอกสารประวตั ิศาสตร์ไทย
๗๓ ช้นั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง 3. นำวิธีการทางประวตั ศิ าสตร์มาใชศ้ ึกษา ความหมายและความสำคญั ของประวตั ศิ าสตร์ เหตุการณท์ างประวัติศาสตร์ และวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ที่มีความ สัมพันธเ์ ช่ือมโยงกัน ตวั อย่างหลักฐานในการศึกษาประวัติศาสตร์ ไทยสมัยสโุ ขทัย ท้ังหลกั ฐานชั้นตน้ และ หลักฐานชั้นรอง ( เชอื่ มโยงกับ มฐ. ส 4.3) เช่น ข้อความ ในศิลาจารึก สมยั สโุ ขทัย เปน็ ต้น นำวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตรไ์ ปใชศ้ กึ ษา เรื่องราวของประวัติศาสตร์ไทยท่ีมอี ยู่ใน ท้องถิน่ ตนเองในสมัยใดกไ็ ด้ (สมยั ก่อน ประวตั ศิ าสตร์ สมัยก่อนสุโขทัย สมยั สโุ ขทยั สมัยอยธุ ยา สมัยธนบรุ ี สมัยรตั นโกสินทร์ ) และเหตุการณส์ ำคัญใน สมัยสุโขทยั ม.2 1. ประเมินความนา่ เช่ือถอื ของหลกั ฐาน วธิ กี ารประเมินความนา่ เชื่อถอื ของ ทางประวัติศาสตรใ์ นลักษณะต่าง ๆ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในลกั ษณะ ต่าง ๆ อยา่ งงา่ ย ๆ เช่น การศึกษาภูมิหลังของ ผทู้ ำ หรือผเู้ ก่ยี วข้อง สาเหตุ ช่วงระยะเวลา รูปลักษณ์ของหลกั ฐานทาง ประวตั ิศาสตร์ เปน็ ต้น ตัวอยา่ งการประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือของ หลักฐานทางประวตั ิศาสตรไ์ ทยทอ่ี ยู่ ในทอ้ งถน่ิ ของตนเอง หรือหลักฐาน สมัยอยธุ ยา ( เชือ่ มโยงกับ มฐ. ส 4.3 ) 2. วิเคราะห์ความแตกตา่ งระหว่างความจรงิ ตัวอยา่ งการวิเคราะห์ขอ้ มูลจากเอกสาร กบั ข้อเท็จจรงิ ของเหตุการณ์ทาง ต่าง ๆ ในสมัยอยุธยา และธนบุรี ประวตั ิศาสตร์ ( เช่อื มโยงกบั มฐ. ส 4.3 ) เช่น ข้อความ 3. เห็นความสำคญั ของการตีความหลกั ฐาน บางตอน ในพระราชพงศาวดารอยุธยา / ทางประวัตศิ าสตร์ทีน่ ่าเชื่อถอื จดหมายเหตชุ าวต่างชาติ ตวั อยา่ งการตีความข้อมูลจากหลักฐานที่ แสดงเหตกุ ารณส์ ำคัญในสมัยอยุธยาและ ธนบรุ ี
๗๔ ชัน้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ม.3 การแยกแยะระหว่างข้อมูลกับความคดิ เหน็ 1. วิเคราะห์เร่อื งราวเหตกุ ารณส์ ำคญั ทาง ม.4 –ม. ประวตั ิศาสตรไ์ ด้อยา่ งมเี หตผุ ลตามวธิ ีการ รวมท้ังความจริงกับข้อเท็จจริงจากหลกั ฐาน 6 ทางประวตั ศิ าสตร์ ทางประวัตศิ าสตร์ 2. ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษา ความสำคัญของการวเิ คราะหข์ ้อมูล และ เร่ืองราวต่าง ๆ ทต่ี นสนใจ การตคี วามทางประวัตศิ าสตร์ ข้นั ตอนของวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ 1. ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของเวลาและ สำหรบั การศึกษาเหตกุ ารณ์ทาง ยคุ สมัยทางประวัติศาสตรท์ ี่แสดงถงึ การ ประวัติศาสตรท์ เี่ กิดข้ึนในท้องถน่ิ ตนเอง เปลย่ี นแปลงของมนุษยชาติ วเิ คราะห์เหตกุ ารณส์ ำคัญในสมัย รัตนโกสินทร์ โดยใช้วิธกี ารทาง ประวัติศาสตร์ นำวิธีการทางประวตั ิศาสตร์มาใช้ใน การศกึ ษาเร่ืองราวท่ีเกย่ี วข้องกบั ตนเอง ครอบครัว และท้องถ่ินของตน เวลาและยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตร์ท่ี ปรากฏในหลกั ฐานทางประวัติศาสตรไ์ ทย และประวัติศาสตร์สากล ตัวอยา่ งเวลาและยุคสมัยทาง ประวัตศิ าสตร์ของสงั คมมนุษย์ท่ีมปี รากฏ ในหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ (เชื่อมโยงกบั มฐ. ส 4.3) ความสำคัญของเวลาและยคุ สมยั ทาง ประวัติศาสตร์ 2. สรา้ งองค์ความร้ใู หมท่ างประวัติศาสตร์ ขัน้ ตอนของวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ โดย โดยใชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์อยา่ งเป็น นำเสนอตวั อยา่ งทลี ะขนั้ ตอนอยา่ งชดั เจน ระบบ คุณค่าและประโยชนข์ องวิธีการทาง ประวตั ศิ าสตรท์ ่ีมีตอ่ การศึกษาทาง ประวัติศาสตร์ ผลการศึกษาหรือโครงงานทาง ประวตั ิศาสตร์
๗๕ สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส 4.2 เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาตจิ ากอดตี จนถงึ ปจั จุบัน ในดา้ นความสัมพนั ธ์และ การเปล่ยี นแปลงของเหตุการณ์อยา่ งต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถ วเิ คราะห์ผลกระทบทเี่ กดิ ข้ึน ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป.1 1. บอกความเปลีย่ นแปลงของสภาพ ความเปล่ยี นแปลงของสภาพแวดล้อม แวดลอ้ ม สง่ิ ของ เคร่ืองใช้ หรือการดำเนนิ สิ่งของ เครื่องใช้ หรือการดำเนินชวี ิตของ ชวี ิตของตนเองกบั สมยั ของพ่อแม่ ปู่ยา่ อดีตกับปัจจุบันท่ีเป็นรูปธรรมและใกล้ ตายาย ตัวเด็ก เชน่ การใช้ควาย ไถนา รถไถนา เตารดี ถนน เกวยี น - รถอีแตน๋ สาเหตแุ ละผลของการเปล่ยี นแปลงของสง่ิ ต่างๆ ตามกาลเวลา 2. บอกเหตุการณ์ท่ีเกิดขึน้ ในอดตี เหตกุ ารณส์ ำคญั ทเ่ี กิดข้นึ ในครอบครวั ท่ีมผี ลกระทบตอ่ ตนเองในปัจจุบนั เชน่ การย้ายบา้ น การหยา่ ร้าง การสูญเสยี บุคคลในครอบครัว ป.2 1. สบื ค้นถึงการเปลี่ยนแปลง วธิ กี ารสบื คน้ ขอ้ มูลอยา่ งง่าย ๆ เช่น ในวถิ ีชวี ติ ประจำวันของคนในชุมชน ของ การสอบถามพ่อแม่ ผ้รู ู้ ตนจากอดีตถึงปจั จบุ ัน วิถชี วี ติ ของคนในชุมชน เช่น การประกอบอาชพี การแตง่ กาย การสอ่ื สาร ประเพณีใน ชุมชนจากอดีต ถึงปจั จุบัน สาเหตขุ องการเปล่ียนแปลงวถิ ีชวี ิตของคน ในชมุ ชน 2. อธบิ ายผลกระทบของการเปลย่ี นแปลง การเปลย่ี นแปลงของวถิ ีชีวติ ของคนใน ทีม่ ีตอ่ วถิ ชี วี ติ ของคน ชมุ ชนทางดา้ นต่าง ๆ ในชมุ ชน ผลกระทบของการเปลยี่ นแปลงทีม่ ตี ่อ วิถีชีวติ ของคนในชุมชน ป.3 1. ระบุปจั จยั ท่ีมีอทิ ธิพลต่อการตง้ั ถ่ินฐาน ปัจจัยการตัง้ ถนิ่ ฐานของชุมชนซง่ึ ขึ้นอยู่กบั และพฒั นาการของชมุ ชน ปจั จัยทางภูมศิ าสตรแ์ ละปัจจัยทางสงั คม เชน่ ความเจริญทางเทคโนโลยี การ คมนาคม ความปลอดภัย ปจั จัยทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อพัฒนาการของชมุ ชน ทั้งปัจจัยทางภูมิศาสตร์ และปจั จยั ทาง สงั คม
๗๖ ช้นั ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง 2. สรุปลกั ษณะทส่ี ำคัญของ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณีและวฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณี และวฒั นธรรม ชุมชนของตนท่เี กดิ จากปัจจัยทาง ของชุมชน ภมู ิศาสตรแ์ ละปัจจัยทางสงั คม 3. เปรียบเทยี บความเหมือนและความ ขนบธรรมเนยี มประเพณี และวัฒนธรรม ต่างทางวฒั นธรรมของชมุ ชนตนเองกับ ของชมุ ชน อน่ื ๆ ที่มีความเหมือนและ ชุมชนอ่นื ๆ ความต่างกับชุมชนของตนเอง ป. 4 1. อธบิ ายการตง้ั หลกั แหลง่ และ พัฒนาการของมนุษยย์ ุคก่อน พฒั นาการของมนุษยย์ ุคก่อน ประวัตศิ าสตร์และยคุ ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์และยคุ ประวตั ิศาสตร์ ในดินแดนไทย โดยสงั เขป โดยสงั เขป หลกั ฐานการต้งั หลกั แหลง่ ของมนุษย์ ยคุ ก่อนประวตั ศิ าสตร์ในดนิ แดนไทย 2. ยกตัวอยา่ งหลกั ฐานทาง โดยสงั เขป ประวตั ิศาสตร์ท่ีพบในท้องถนิ่ ท่แี สดง หลักฐานทางประวัตศิ าสตรท์ พ่ี บใน พฒั นาการของมนษุ ยชาติ ทอ้ งถิ่นท่แี สดงพัฒนาการของมนษุ ยชาติ ในดินแดนไทยโดยสงั เขป ป.5 1. อธบิ ายอทิ ธพิ ลของอารยธรรมอินเดยี การเข้ามาของอารยธรรมอนิ เดียและจนี ใน และจีนทมี่ ีต่อไทย และเอเชยี ตะวันออก ดินแดนไทยและภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออก เฉยี งใต้ โดยสังเขป เฉียงใตโ้ ดยสงั เขป อิทธพิ ลของอารยธรรมอนิ เดียและจนี ท่ีมตี อ่ ไทย และคนในภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ เชน่ ศาสนาและความ เชื่อ ภาษา การแต่งกาย อาหาร 2. อภิปรายอทิ ธพิ ลของวฒั นธรรม การเขา้ มาของวัฒนธรรมตา่ งชาตใิ น ตา่ งชาติที่มตี ่อสังคมไทยปจั จุบัน สังคมไทย เชน่ อาหาร ภาษา การแตง่ กาย โดยสังเขป ดนตรี โดยระบุลักษณะ สาเหตุและผล อิทธพิ ลทหี่ ลากหลายในกระแสของ วัฒนธรรมต่างชาตติ อ่ สังคมไทยในปจั จุบนั ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 1. อธิบายสภาพสังคม เศรษฐกิจและ ใช้แผนที่แสดงทต่ี งั้ และอาณาเขตของ การเมืองของประเทศเพ่ือนบ้านในปจั จบุ นั ประเทศต่าง ๆ ในภูมภิ าคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ สภาพสงั คม เศรษฐกจิ และการเมอื งของ ประเทศเพ่ือนบ้านของไทยโดยสังเขป ตัวอย่างความเหมือนและ ความตา่ ง ระหวา่ งไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น
๗๗ 2. บอกความสัมพันธ์ของกลุ่มอาเซียน ภาษา ศาสนา การปกครอง โดยสงั เขป ความเป็นมาของกลุ่มอาเซียนโดยสงั เขป สมาชกิ ของอาเซยี นในปจั จุบนั ความสมั พันธข์ องกลุ่มอาเซียนทาง เศรษฐกจิ และสังคมในปจั จบุ นั โดยสงั เขป ม.1 1. อธบิ ายพัฒนาการทางสงั คม เศรษฐกจิ ท่ตี ัง้ และสภาพทางภูมศิ าสตรข์ องประเทศ และการเมอื งของประเทศต่าง ๆ ใน ตา่ ง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ ทมี่ ผี ลต่อพัฒนาการทางดา้ นต่างๆ พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และ การเมืองของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ 2. ระบุความสำคัญของแหลง่ อารยธรรม ทตี่ ั้งและความสำคญั ของแหล่งอารยธรรม ในภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชน่ แหลง่ มรดกโลกในประเทศต่าง ๆของ เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ อทิ ธพิ ลของอารยธรรมโบราณในดินแดน ไทยที่มีตอ่ พัฒนาการของสังคมไทยใน ปจั จุบนั ม.2 1. อธบิ ายพฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกจิ ทตี่ ้งั และสภาพทางภมู ิศาสตร์ของภูมภิ าค และการเมืองของภูมิภาคเอเชีย ตา่ งๆในทวีปเอเชยี (ยกเวน้ เอเชีย ตะวนั ออกเฉียงใต)้ ที่มผี ลตอ่ พฒั นาการ โดยสงั เขป พฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกจิ และ การเมืองของภมู ิภาคเอเชีย (ยกเวน้ เอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้) ชน้ั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 2. ระบุความสำคัญของแหล่งอารยธรรม ทต่ี ้งั และความสำคัญของแหล่งอารยธรรม โบราณในภมู ภิ าคเอเชีย โบราณในภูมิภาคเอเชีย เชน่ แหล่งมรดก โลกในประเทศตา่ งๆ ในภมู ิภาคเอเชีย อทิ ธพิ ลของอารยธรรมโบราณทม่ี ตี ่อ ภมู ิภาคเอเชยี ในปจั จบุ ัน ม.3 1. อธบิ ายพฒั นาการทางสังคม เศรษฐกิจ ท่ตี ง้ั และสภาพทางภมู ศิ าสตร์ของภมู ภิ าค และการเมอื งของภูมิภาคตา่ งๆ ในโลก ต่างๆของโลก (ยกเวน้ เอเชยี ) ทมี่ ผี ลต่อ โดยสงั เขป พัฒนาการโดยสงั เขป
๗๘ 2. วเิ คราะห์ผลของการเปล่ยี นแปลงที่ พฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกิจ และ นำไปสูค่ วามร่วมมือ และความขดั แยง้ ใน การเมืองของภูมิภาคตา่ งๆของโลก ครสิ ต์ศตวรรษที่ 20 ตลอดจนความ (ยกเว้นเอเชีย)โดยสงั เขป พยายามในการขจัดปัญหาความขัดแย้ง อทิ ธิพลของอารยธรรมตะวนั ตกท่ีมีผลต่อ พฒั นาการและการเปลย่ี นแปลงของสงั คม โลก ความร่วมมือและความขดั แย้งใน คริสตศ์ ตวรรษที่ 20 เช่น สงครามโลกครง้ั ท่ี 1 คร้ังท่ี 2 สงครามเยน็ องค์การ ความร่วมมือระหว่างประเทศ ม.4-ม.6 1.วเิ คราะหอ์ ทิ ธพิ ลของอารยธรรรม อารยธรรมของโลกยุคโบราณ ได้แก่ โบราณ และการติดต่อระหว่างโลก อารยธรรมลุ่มแมน่ ำ้ ไทกรสี -ยูเฟรตีส ไนล์ ตะวันออกกับโลกตะวนั ตกท่ีมีผลต่อ ฮวงโห สินธุ และอารยธรรมกรีก-โรมัน พฒั นาการและการเปลย่ี นแปลงของโลก การตดิ ตอ่ ระหวา่ งโลกตะวันออกกบั โลก 2. วเิ คราะหเ์ หตุการณส์ ำคัญตา่ งๆที่ส่งผล ตะวันตก และอิทธิพลทางวฒั นธรรมท่มี ี ต่อการเปลีย่ นแปลงทางสังคม เศรษฐกจิ ต่อกันและกัน และการเมือง เข้าสโู่ ลกสมยั ปัจจุบัน เหตกุ ารณส์ ำคัญต่างๆที่ส่งผลต่อการ เปลยี่ นแปลงของโลกในปัจจบุ ัน เช่น ระบอบฟิวดสั การฟนื้ ฟู ศลิ ปวทิ ยาการ สงครามครเู สด การสำรวจทางทะเล การปฏิรูปศาสนา การปฏวิ ตั ิทาง ชน้ั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง 3. วเิ คราะหผ์ ลกระทบของการขยาย วทิ ยาศาสตร์ การปฏวิ ัติอุตสาหกรรม อิทธพิ ลของประเทศในยโุ รปไปยงั ทวีป อเมริกา แอฟรกิ าและเอเชยี จักรวรรดินิยม ลัทธิชาตินิยม เปน็ ต้น ความร่วมมอื และความขัดแยง้ ของ 4. วิเคราะห์สถานการณ์ของโลกใน ครสิ ต์ศตวรรษที่ 21 มนษุ ยชาตใิ นโลก สถานการณส์ ำคญั ของโลกใน ครสิ ต์ศตวรรษที่ 21 เช่น - เหตกุ ารณ์ 11 กันยายน 2001 (Nine Eleven ) - การขาดแคลนทรพั ยากร - การกอ่ การร้าย - ความขัดแย้งทางศาสนา ฯลฯ
๗๙ สาระท่ี 4 ประวตั ศิ าสตร์ มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มคี วามรกั ความภมู ิใจและธำรง ความเป็นไทย ชัน้ ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ป.1 1. อธบิ ายความหมายและความสำคญั ความหมายและความสำคัญของ ของสัญลกั ษณส์ ำคัญของชาติไทย และ สัญลักษณ์ทสี่ ำคัญของชาติไทย ไดแ้ ก่ ปฏบิ ตั ติ นได้ถูกต้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ (ธงชาติ เพลงชาติ พระพุทธรูป พระบรมฉายาลักษณ์) การเคารพธงชาติ การรอ้ งเพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี เคารพ ศาสนวัตถุ ศาสนสถาน เอกลักษณ์อ่ืน ๆ เชน่ แผนที่ประเทศไทย ประเพณีไทย อาหารไทย (อาหารไทย ทต่ี ่างชาติยกย่อง เชน่ ต้มยำกุ้ง ผัดไทย) ทม่ี ีความภาคภมู ิใจ และมสี ่วนร่วม ที่จะอนุรักษ์ไว้ 2. บอกสถานท่สี ำคัญซึง่ เปน็ แหลง่ ตัวอยา่ งของแหลง่ วฒั นธรรมในชมุ ชน วฒั นธรรมในชุมชน ที่ใกล้ตัวนกั เรียน เช่น วดั ตลาด พพิ ธิ ภณั ฑ์ มสั ยิด โบสถ์คริสต์ โบราณสถาน โบราณวตั ถุ คุณค่าและความสำคัญของแหล่ง
๘๐ ชน้ั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง วฒั นธรรมในชมุ ชนในดา้ นตา่ งๆ เช่น เป็น แหล่งท่องเท่ยี ว เปน็ แหลง่ เรียนรู้ 3. ระบสุ งิ่ ทีต่ นรัก และภาคภูมใิ จใน ตัวอยา่ งส่งิ ที่เป็นความภาคภูมใิ จใน ทอ้ งถ่นิ ท้องถนิ่ เชน่ ส่ิงของ สถานท่ี ภาษาถนิ่ ประเพณี และวัฒนธรรม ฯลฯ ท่ีเป็น สงิ่ ที่ใกลต้ ัวนกั เรียน และเป็นรูปธรรม ชดั เจน คุณค่าและประโยชน์ของสิง่ ตา่ งๆเหลา่ นน้ั ป.2 1. ระบุบุคคลทที่ ำประโยชนต์ อ่ ท้องถ่นิ บุคคลในท้องถ่ินท่ีทำคุณประโยชนต์ ่อการ หรือประเทศชาติ สร้างสรรคว์ ฒั นธรรม และความมน่ั คง ของทอ้ งถ่นิ และประเทศชาติ ในอดตี ทคี่ วรนำเปน็ แบบอยา่ ง ผลงานของบุคคลในทอ้ งถนิ่ ทน่ี า่ ภาคภูมิใจ 2. ยกตวั อย่างวัฒนธรรม ประเพณี และ ตัวอยา่ งของวฒั นธรรมประเพณีไทย ภูมปิ ญั ญาไทยท่ภี าคภมู ิใจและควร เช่น การทำความเคารพ อาหารไทย อนุรกั ษ์ไว้ ภาษาไทย ประเพณีสงกรานต์ ฯลฯ คณุ ค่าของวฒั นธรรม และประเพณีไทย ทีม่ ตี ่อสังคมไทย ภมู ิปญั ญาของคนไทยในท้องถิ่นของ นักเรยี น ป.3 1. ระบพุ ระนามและพระราชกรณยี กิจ พระราชประวัติ พระราชกรณียกจิ โดยสังเขปของพระมหากษัตริย์ไทยท่ี โดยสงั เขปของพ่อขุนศรอี ินทราทิตย์ เปน็ ผู้สถาปนาอาณาจกั รไทย สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี 1 (พระเจ้าอู่ทอง) สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช และ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ผ้สู ถาปนาอาณาจักรไทย สุโขทยั อยธุ ยา ธนบุรี และรัตนโกสนิ ทร์ ตามลำดับ อาณาจักรไทยอน่ื ๆท่ผี นวกรวมเข้าเป็น ส่วนหน่งึ ของชาติไทย เชน่ ลา้ นนา นครศรีธรรมราช 2. อธบิ ายพระราชประวัติและพระราช พระราชประวัตแิ ละพระราชกรณียกิจ กรณยี กจิ ของพระมหากษตั ริย์ ในรัชกาล ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั
๘๑ ชั้น ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ปัจจบุ นั โดยสงั เขป ภูมิพลอดุลยเดช และสมเดจ็ พระบรมราชนิ นี าถโดยสงั เขป 3. เล่าวีรกรรมของบรรพบุรุษไทย วรี กรรมของบรรพบุรุษไทยที่มสี ว่ น ที่มสี ว่ นปกป้องประเทศชาติ ปกป้องประเทศชาติ เชน่ ท้าวเทพสตรี ทา้ วศรสี ุนทร ชาวบ้านบางระจนั พระยาพชิ ยั ดาบหัก สมเดจ็ พระนเรศวร มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ป.4 1. อธิบายพัฒนาการของอาณาจกั ร การสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยโดยสังเขป สุโขทยั โดยสงั เขป พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทยั ทางด้าน การเมืองการปกครอง และเศรษฐกิจ โดยสงั เขป 2. บอกประวตั แิ ละผลงานของบุคคล ประวัติ และผลงานของบุคคลสำคัญ สำคัญสมยั สุโขทยั สมยั สโุ ขทัย เชน่ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พอ่ ขนุ รามคำแหงมหาราช พระมหาธรรมราชา ท่ี 1 (พระยาลไิ ทยโดยสงั เขป) 3. อธิบายภูมิปญั ญาไทยทส่ี ำคัญ ภมู ปิ ัญญาไทยในสมัยสุโขทยั เชน่ สมยั สโุ ขทยั ทนี่ ่าภาคภมู ิใจ และควรคา่ ภาษาไทย ศลิ ปกรรมสุโขทัยท่ีไดร้ บั แกก่ ารอนุรักษ์ การยกย่องเปน็ มรดกโลก เครื่อง สังคมโลก คุณคา่ ของภูมปิ ญั ญาไทยทีส่ ืบตอ่ ถึง ปจั จุบันทน่ี ่าภาคภมู ิใจและควรคา่ แกก่ ารอนุรักษ์ ป.5 1. อธิบายพัฒนาการของอาณาจักร การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา โดยสังเขป อยุธยาและธนบุรโี ดยสังเขป ปจั จยั ทส่ี ง่ เสรมิ ความเจรญิ รุ่งเรอื งทาง 2. อธบิ ายปจั จยั ท่สี ่งเสริมความเจริญ เศรษฐกจิ และการปกครองของ อาณาจักรอยุธยา รุง่ เรอื งทางเศรษฐกจิ และการปกครอง พฒั นาการของอาณาจักรอยุธยาการดา้ น ของอาณาจักรอยุธยา การเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจ 3. บอกประวัติและผลงานของบุคคล โดยสงั เขป สำคัญสมยั อยุธยาและธนบุรีที่นา่ ผลงานของบุคคลสำคญั ในสมัยอยธุ ยา เช่น ภาคภมู ิใจ สมเดจ็ พระรามาธิบดที ี่ 1 สมเดจ็ พระบรม ไตรโลกนาถ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช 4. อธิบายภมู ิปญั ญาไทยทสี่ ำคัญ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ชาวบา้ น สมยั อยุธยาและธนบรุ ีท่ีน่าภาคภูมใิ จ และควรค่าแกก่ ารอนุรักษ์ไว้ บางระจัน เป็นตน้ ภมู ิปญั ญาไทยสมยั อยธุ ยาโดยสงั เขป เชน่ ศิลปกรรม การค้า วรรณกรรม
๘๒ ชนั้ ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง การกอบกเู้ อกราชและการสถาปนา อาณาจักรธนบุรีโดยสงั เขป พระราชประวัติ และผลงานของ พระเจ้าตากสนิ มหาราชโดยสงั เขป ภูมปิ ญั ญาไทยสมัยธนบุรีโดยสงั เขป เช่น ศลิ ปกรรม การคา้ วรรณกรรม ป.6 1. อธบิ ายพฒั นาการของไทยสมยั การสถาปนาอาณาจกั รรัตนโกสินทร์ รตั นโกสินทร์ โดยสงั เขป 2. อธิบายปจั จัยท่ีส่งเสริมความ โดยสังเขป เจรญิ รุ่งเรืองทางเศรษฐกจิ และการ ปัจจยั ทีส่ ง่ เสริมความเจรญิ รุ่งเรอื งทาง ปกครองของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ 3. ยกตัวอย่างผลงานของบคุ คลสำคญั เศรษฐกจิ และการปกครองของไทย ในสมยั รัตนโกสนิ ทร์ ด้านตา่ งๆสมยั รตั นโกสนิ ทร์ พฒั นาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ 4. อธิบายภูมิปัญญาไทยท่สี ำคัญสมัย โดยสังเขป ตามชว่ งเวลาตา่ งๆ เช่น รตั นโกสินทร์ทีน่ า่ ภาคภมู ใิ จ และควรค่า สมัยรตั นโกสินทร์ตอนต้น สมัยปฏิรูป แก่การอนุรักษ์ไว้ ประเทศ และสมัยประชาธปิ ไตย ผลงานของบคุ คลสำคญั ทางด้านต่างๆ ใน สมัยรตั นโกสินทร์ เชน่ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้า- จุฬาโลกมหาราช สมเดจ็ พระบวรราชเจ้ามหาสุรสงิ หนาท พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยหู่ ัว ฯลฯ ภูมปิ ญั ญาไทยสมัยรัตนโกสินทร์ เชน่ ศิลปกรรม วรรณกรรม ม.1 1. อธิบายเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์ในดนิ แดนไทย สมยั ก่อนสุโขทยั ในดนิ แดนไทย โดยสังเขป โดยสงั เขป รัฐโบราณในดินแดนไทย เช่น ศรวี ชิ ัยตาม พรลงิ ค์ ทวารวดี เปน็ ต้น 2. วเิ คราะห์พฒั นาการของอาณาจกั ร รฐั ไทย ในดินแดนไทย เช่น ล้านนา สโุ ขทยั ในด้านต่าง ๆ
๘๓ ชั้น ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง 3. วิเคราะหอ์ ทิ ธพิ ลของวัฒนธรรม และ นครศรธี รรมราช สพุ รรณภูมิ เปน็ ต้น ภูมิปัญญาไทยสมัยสุโขทยั และสังคมไทย การสถาปนาอาณาจกั รสุโขทยั และ ในปจั จุบัน ปัจจัยที่เกย่ี วข้อง (ปจั จัยภายในและ ปัจจยั ภายนอก ) พฒั นาการของอาณาจักรสโุ ขทยั ในด้าน การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สงั คม และความสัมพนั ธ์ระหว่างประเทศ วัฒนธรรมสมัยสโุ ขทยั เชน่ ภาษาไทย วรรณกรรม ประเพณีสำคัญ ศิลปกรรม ไทย ภูมิปัญญาไทยในสมัยสโุ ขทัย เชน่ การชลประทาน เครื่องสังคมโลก ความเสือ่ มของอาณาจักรสโุ ขทยั ม.2 1. วเิ คราะหพ์ ฒั นาการของอาณาจักร การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา อยธุ ยา และธนบุรใี นด้านต่างๆ ปจั จยั ทส่ี ่งผลตอ่ ความเจริญร่งุ เรอื งของ 2. วเิ คราะห์ปัจจยั ทีส่ ่งผลตอ่ ความมั่นคง อาณาจักรอยธุ ยา และความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักร พัฒนาการของอาณาจักรอยธุ ยาในดา้ น อยุธยา การเมืองการปกครอง สงั คม เศรษฐกิจ 3. ระบุภมู ิปญั ญาและวฒั นธรรมไทย และความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศ สมัยอยธุ ยาและธนบุรี และอิทธพิ ลของ การเสียกรงุ ศรอี ยธุ ยาคร้ังที่ 1 และ ภมู ปิ ญั ญาดังกล่าว ต่อการพัฒนาชาติ การก้เู อกราช ไทยในยุคตอ่ มา ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยธุ ยา เช่น การควบคมุ กำลงั คน และ ศิลปวัฒนธรรม การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 การกู้ เอกราช และการสถาปนาอาณาจกั ร ธนบรุ ี ภูมปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทยสมัยธนบุรี วรี กรรมของบรรพบุรุษไทย ผลงาน ของบุคคลสำคัญของไทยและตา่ งชาติ ที่มีส่วนสร้างสรรค์ชาติไทย ม.3 1. วิเคราะห์พฒั นาการของไทย การสถาปนากรุงเทพมหานครเป็น สมัยรัตนโกสนิ ทรใ์ นด้านต่างๆ ราชธานขี องไทย 2. วิเคราะหป์ ัจจยั ทีส่ ่งผลต่อความ ปัจจัยทส่ี ง่ ผลตอ่ ความมัน่ คงและ ม่ันคงและความเจรญิ รงุ่ เรืองของไทยใน ความเจริญร่งุ เรอื งของไทยในสมัย สมัยรัตนโกสนิ ทร์
๘๔ ชนั้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง 3.วิเคราะห์ภมู ปิ ัญญาและวัฒนธรรม รัตนโกสนิ ทร์ ม.4 – ม. ไทยสมยั รัตนโกสนิ ทร์ และอิทธิพลตอ่ บทบาทของพระมหากษัตรยิ ์ไทยใน 6 การพัฒนาชาติไทย ราชวงศจ์ ักรีในการสร้างสรรค์ความเจรญิ 4.วเิ คราะห์บทบาทของไทยในสมยั และความมัน่ คงของชาติ ประชาธปิ ไตย พฒั นาการของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ทางดา้ นการเมอื ง การปกครอง สงั คม 1.วิเคราะห์ประเดน็ สำคัญของ เศรษฐกจิ และความสมั พันธร์ ะหวา่ ง ประวัตศิ าสตร์ไทย ประเทศตามชว่ งสมัยต่างๆ 2. วเิ คราะห์ความสำคัญของสถาบัน เหตุการณ์สำคัญสมัยรัตนโกสินทร์ที่มี พระมหากษัตริย์ตอ่ ชาติไทย ผลตอ่ การพัฒนาชาติไทย เช่น การทำ 3. วิเคราะหป์ ัจจยั ท่สี ง่ เสรมิ ความ สนธสิ ญั ญาเบาวร์ ิงในสมยั รชั กาลท่ี 4 สร้างสรรคภ์ ูมปิ ญั ญาไทย และ การปฏิรปู ประเทศในสมัยรัชกาลท่ี 5 วฒั นธรรมไทย ซึง่ มีผลตอ่ สังคมไทยใน การเข้าร่วมสงครามโลกครง้ั ที่ 1 และครงั้ ยคุ ปจั จบุ ัน ท่ี 2 โดยวิเคราะหส์ าเหตปุ ัจจยั และผล 4. วิเคราะหผ์ ลงานของบุคคลสำคัญท้งั ของเหตุการณต์ ่าง ๆ ชาวไทยและต่างประเทศ ทมี่ ีส่วน ภมู ปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทยในสมยั สร้างสรรคว์ ัฒนธรรมไทย และ รัตนโกสนิ ทร์ ประวัติศาสตร์ไทย บทบาทของไทยต้ังแตเ่ ปลีย่ นแปลง การปกครองจนถึงปัจจบุ ันในสงั คมโลก ประเดน็ สำคัญของประวัตศิ าสตรไ์ ทย เช่น แนวคดิ เก่ียวกับความเป็นมาของชาติ ไทย อาณาจกั รโบราณในดินแดนไทย และอิทธพิ ลท่ีมีตอ่ สังคมไทย ปจั จยั ท่มี ี ผลต่อการสถาปนาอาณาจักรไทยใน ชว่ งเวลาต่างๆ สาเหตแุ ละ ผลของการปฏริ ูป ฯลฯ บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ใน การพัฒนาชาติไทยในด้านต่างๆ เช่น การ ปอ้ งกันและรักษาเอกราชของชาติ การ สร้างสรรค์วัฒนธรรมไทย อทิ ธิพลของวัฒนธรรมตะวนั ตก และ ตะวนั ออกที่มีต่อสงั คมไทย ผลงานของบุคคลสำคญั ท้งั ชาวไทยและ ต่างประเทศ ท่ีมีสว่ นสร้างสรรค์ วฒั นธรรมไทย และประวัติศาสตรไ์ ทย ปจั จัยที่สง่ เสรมิ ความสร้างสรรค์ภูมิ ปัญญาไทย และวัฒนธรรมไทย ซงึ่ มผี ล
๘๕ ช้นั ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ต่อสังคมไทยในยุคปัจจุบนั 5. วางแผนกำหนดแนวทางและการมี สภาพแวดลอ้ มทีม่ ีผลต่อการสรา้ งสรรค์ สว่ นรว่ มการอนรุ ักษ์ภูมิปัญญาไทยและ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมไทย วิถีชวี ติ ของคนไทยในสมัยตา่ งๆ การสืบทอดและเปลี่ยนแปลงของ วัฒนธรรมไทย แนวทางการอนรุ ักษภ์ ูมิปัญญาและ วัฒนธรรมไทยและการมีสว่ นร่วมในการ อนุรักษ์ วิธีการมสี ว่ นร่วมอนรุ ักษภ์ ูมปิ ญั ญาและ วัฒนธรรมไทย สาระที่ 5 ภมู ิศาสตร์ มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสง่ิ ซึ่งมีผลต่อกันและ กนั ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนท่ีและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการคน้ หา วิเคราะห์ สรุป และใช้ขอ้ มูลภูมสิ ารสนเทศอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ชั้น ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.1 1. แยกแยะสงิ่ ต่างๆ รอบตวั ที่เกิดข้ึนเอง สิง่ ต่าง ๆ รอบตัว ที่เกดิ ขน้ึ เองตาม ตามธรรมชาติและที่มนุษยส์ ร้างขนึ้ ธรรมชาติและทมี่ นุษยส์ ร้างขึ้น 2. ระบคุ วามสมั พนั ธข์ องตำแหน่ง ความสัมพันธ์ของตำแหน่ง ระยะ ระยะ ทิศของส่ิงตา่ งๆ รอบตัว ทศิ ของสงิ่ ตา่ งๆ รอบตวั เชน่ ท่อี ย่อู าศัย บ้าน เพอ่ื นบา้ น ต้นไม้ ถนน ทุ่งนา ไร่ สวน ท่รี าบ ภูเขา แหลง่ น้ำ 3. ระบุทิศหลักและท่ตี ั้งของส่ิงตา่ งๆ ทิศหลัก (เหนอื ตะวนั ออก ใต้ ตะวันตก) และ ท่ตี ั้งของส่ิงต่าง ๆ รอบตัว 4. ใชแ้ ผนผงั งา่ ย ๆ ในการแสดง แผนผังแสดงตำแหนง่ สงิ่ ต่างๆใน ตำแหน่งของสิง่ ต่างๆในหอ้ งเรียน หอ้ งเรยี น
๘๖ ชัน้ ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง 5. สงั เกตและบอกการเปล่ยี นแปลงของ การเปลย่ี นแปลงของสภาพอากาศในรอบ สภาพอากาศในรอบวนั วนั เช่น กลางวนั กลางคนื ความรอ้ นของ อากาศ ฝน - เมฆ - ลม ป.2 1. ระบสุ งิ่ ตา่ งๆ ท่เี ป็นธรรมชาตกิ บั ท่ี สง่ิ ตา่ งๆ ทเี่ ป็นธรรมชาตกิ บั ทม่ี นุษยส์ ร้าง มนษุ ยส์ รา้ งข้นึ ซึ่งปรากฏระหว่าง ขน้ึ ซ่งึ ปรากฏระหวา่ งโรงเรยี นกับบ้าน โรงเรยี นกับบ้าน 2. ระบุตำแหน่งอย่างง่ายและลกั ษณะทาง ตำแหนง่ อย่างง่ายและลกั ษณะทางกายภาพของ กายภาพของส่ิงตา่ งๆท่ปี รากฏในลกู โลก แผน ส่งิ ตา่ งๆทป่ี รากฏในลกู โลก แผนท่ี แผนผงั ที่ แผนผัง และภาพถา่ ย และภาพถ่ายเช่น ภเู ขา ท่รี าบ แม่นำ้ ตน้ ไม้ อากาศ ทะเล 3. อธบิ ายความสัมพันธข์ อง ความสัมพันธข์ องปรากฏการณร์ ะหว่าง ปรากฏการณ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ โลก ดวงอาทิตย์และดวงจันทรเ์ ชน่ และดวงจันทร์ ข้างข้นึ ขา้ งแรม ฤดูกาลต่างๆ ป.3 1. ใชแ้ ผนท่ี แผนผงั และภาพถา่ ยใน แผนที่ แผนผัง และภาพถ่าย การหาข้อมูลทางภมู ิศาสตรใ์ นชุมชนได้ ความสัมพันธข์ องตำแหน่ง ระยะ ทิศทาง อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 2. เขยี นแผนผังง่ายๆ เพื่อแสดง ตำแหนง่ ทีต่ ้ังสมั พนั ธ์ของสถานทส่ี ำคัญใน ตำแหน่งท่ีตง้ั ของสถานที่สำคัญใน บริเวณโรงเรยี นและชมุ ชน เช่นสถานท่ี บรเิ วณโรงเรยี นและชุมชน ราชการ อำเภอ ตลาด โรงพยาบาล ไปรษณยี ์ ฯลฯ 3 .บอกความสัมพันธข์ องลกั ษณะ ภูมปิ ระเทศ และภูมิอากาศทีม่ ผี ลต่อ กายภาพกับลกั ษณะทางสงั คมของ สภาพสงั คมในชุมชน ชมุ ชน ป.4 1. ใชแ้ ผนที่ ภาพถ่าย ระบลุ ักษณะ แผนท่ี/ภาพถ่าย ลกั ษณะทางกายภาพ สำคัญทางกายภาพของจังหวดั ตนเอง ของจงั หวัดตนเอง 2. ระบแุ หลง่ ทรพั ยากรและส่ิงต่าง ๆ ตำแหน่ง ระยะทางและทศิ ของ ในจังหวดั ของตนเองด้วยแผนท่ี ทรัพยากรและสง่ิ ต่างๆ ในจังหวดั ของ ตนเอง 3. ใช้แผนท่อี ธิบายความสัมพันธข์ องสิง่ แผนที่แสดงความสมั พนั ธข์ องสง่ิ ตา่ งๆ ที่ ต่างๆ ที่มีอยใู่ นจังหวดั มีอยู่ในจังหวัด ลักษณะทางกายภาพ (ภูมิลักษณ์หรือ ภมู ปิ ระเทศและภมู ิอากาศ) ท่ีมผี ลตอ่ สภาพสงั คมของจังหวดั ป.5 1. รตู้ ำแหน่ง (พกิ ดั ภูมิศาสตร์ ละติจดู ตำแหน่ง (พกิ ดั ภมู ิศาสตร์ ละติจดู ลองจิจูด) ระยะ ทิศทางของภมู ภิ าค ลองจจิ ูด) ระยะ ทิศทาง ของภูมภิ าค ของตนเอง ของตนเอง
๘๗ ชนั้ ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง 2. ระบลุ ักษณะภมู ิลกั ษณท์ ี่สำคัญใน ภมู ลิ ักษณ์ที่สำคญั ในภูมิภาคของตนเอง ภมู ิภาคของตนเองในแผนท่ี เชน่ แม่นำ้ ภูเขา ปา่ ไม้ 3. อธบิ ายความสัมพนั ธข์ องลักษณะทาง ความสัมพันธข์ องลกั ษณะทางกายภาพ กายภาพกับลักษณะทางสงั คมในภมู ิภาค (ภูมิลักษณ์และภูมิอากาศ) และลกั ษณะ ของตนเอง ทางสังคม (ภูมสิ งั คม)ในภมู ภิ าคของ ตนเอง ป.6 1. ใชเ้ ครื่องมอื ทางภูมศิ าสตร์ (แผนท่ี เคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์ (แผนท่ี ภาพถา่ ย ภาพถา่ ยชนิดตา่ ง ๆ) ระบุลักษณะสำคัญ ชนดิ ต่าง ๆ ) ท่แี สดงลักษณะทางกายภาพ ทางกายภาพและสงั คมของประเทศ ของประเทศ 2. อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง ความสมั พนั ธ์ระหว่างลักษณะทาง ลกั ษณะทางกายภาพกบั ปรากฏการณ์ กายภาพกับปรากฏการณท์ างธรรมชาติ ทางธรรมชาติของประเทศ ของประเทศ เช่น อทุ กภยั แผ่นดนิ ไหว วาตภยั ภูมลิ ักษณท์ ่มี ตี ่อภูมสิ งั คมของประเทศไทย ม.1 1. เลอื กใช้เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ เครื่องมือทางภมู ิศาสตร์ (ลูกโลก แผนที่ (ลกู โลก แผนที่ กราฟ แผนภูมิ) ในการ กราฟ แผนภูมิ ฯลฯ) ทแี่ สดงลักษณะ สืบค้นขอ้ มูล เพ่ือวเิ คราะห์ลักษณะทาง ทางกายภาพ และสงั คมของประเทศไทย กายภาพและสงั คมของประเทศไทยและ และทวีปเอเชยี ออสเตรเลยี และ ทวปี เอเชยี ออสเตรเลยี และ โอเชยี เนีย โอเชียเนีย 2. อธบิ ายเส้นแบง่ เวลา และ เส้นแบ่งเวลาของประเทศไทยกับทวีปตา่ ง เปรียบเทยี บวนั เวลาของประเทศไทย ๆ กับทวปี ตา่ ง ๆ ความแตกตา่ งของเวลา มาตรฐานกบั เวลาทอ้ งถิ่น 3. วเิ คราะหเ์ ชื่อมโยงสาเหตแุ ละ ภยั ธรรมชาติและการระวงั ภยั ที่เกดิ ข้นึ ใน แนวทางป้องกนั ภัยธรรมชาตแิ ละการ ประเทศไทยและทวีปเอเชยี ออสเตรเลยี ระวังภัยทเี่ กิดข้นึ ในประเทศไทยและ โอเชียเนีย ทวปี เอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนยี ม.2 1. ใชเ้ ครือ่ งมือทางภมู ศิ าสตรใ์ นการ เครือ่ งมือทางภมู ศิ าสตร์ท่แี สดงลักษณะ รวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล ทางกายภาพและสังคมของทวีปยโุ รป เก่ียวกบั ลักษณะทางกายภาพและสังคม และแอฟริกา ของทวีปยุโรป และแอฟรกิ า 2. วเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ์ระหว่าง ลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีป ลกั ษณะทางกายภาพและสังคมของทวีป ยุโรปและแอฟริกา ยุโรปและแอฟรกิ า ช้นั ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๘๘ ม.3 1. ใช้เครือ่ งมือทางภูมิศาสตร์ในการ เคร่อื งมอื ทางภูมิศาสตร์ที่แสดงลกั ษณะ รวบรวม วเิ คราะห์ และนำเสนอข้อมลู ทางกายภาพและสังคมของทวีป อเมรกิ า เก่ียวกบั ลักษณะทางกายภาพและสงั คม เหนือ และอเมริกาใต้ ของทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ 2.วเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ์ระหว่าง ลกั ษณะทางกายภาพและสงั คมของทวปี ลกั ษณะทางกายภาพและสังคมของทวปี อเมรกิ าเหนือ และอเมริกาใต้ อเมรกิ าเหนือ และอเมริกาใต้ ม.4 – ม.6 1. ใช้เครือ่ งมือทางภมู ศิ าสตรใ์ นการ เคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์ ใหข้ อ้ มลู และ รวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล ข่าวสารภูมลิ กั ษณ์ ภูมิอากาศและภมู ิ ภูมิสารสนเทศอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ สงั คมของไทยและภูมภิ าคตา่ งๆทว่ั โลก 2. วิเคราะหอ์ ทิ ธพิ ลของสภาพ ปัญหาทางกายภาพหรือภยั พิบตั ทิ าง ภมู ศิ าสตร์ ซ่ึงทำใหเ้ กิดปัญหาทาง ธรรมชาตใิ นประเทศไทยและภูมภิ าคตา่ ง กายภาพหรอื ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาตใิ น ๆ ของโลก ประเทศไทยและภมู ิภาคต่าง ๆ ของโลก การเปลยี่ นแปลงลักษณะทางกายภาพ ในสว่ นต่าง ๆ ของ โลก การเกิดภูมสิ ังคมใหม่ของโลก 3. วิเคราะห์การเปลยี่ นแปลงของพนื้ ท่ี การเปลยี่ นแปลงของพน้ื ทีซ่ ง่ึ ไดร้ ับ ซง่ึ ได้รบั อิทธิพลจากปจั จัยทางภูมิศาสตร์ อทิ ธิพลจากปัจจยั ทางภูมิศาสตร์ ในประเทศไทยและทวีปตา่ งๆ ในประเทศไทยและทวปี ตา่ งๆ เชน่ การ เคลอื่ นตวั ของแผน่ เปลือกโลก 4. ประเมนิ การเปลีย่ นแปลงธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงธรรมชาติในโลก เชน่ ในโลกวา่ เป็นผลมาจากการกระทำของ ภาวะโลกร้อน ความแห้งแล้ง สภาพ มนุษย์และหรือธรรมชาติ อากาศแปรปรวน สาระที่ 5 ภมู ศิ าสตร์ มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏิสมั พนั ธร์ ะหว่างมนุษย์กบั สภาพแวดล้อมทางกายภาพทกี่ ่อใหเ้ กิด การสรา้ งสรรคว์ ฒั นธรรม มีจติ สำนึกและมสี ว่ นรว่ มในการอนรุ กั ษ์ทรัพยากร และสง่ิ แวดลอ้ ม เพื่อการพัฒนาท่ยี ั่งยนื ชน้ั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง ป.1 1. บอกสิ่งตา่ ง ๆ ท่เี กิดตามธรรมชาตทิ ี่ ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ ภูมิอากาศมผี ลตอ่ ส่งผลต่อความเป็นอยขู่ องมนุษย์ ความเป็นอยู่ของมนุษย์ เชน่ ทอ่ี ยู่อาศัย
๘๙ ชน้ั ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง เครือ่ งแต่งกายและอาหาร 2. สังเกตและ เปรยี บเทยี บการเปลย่ี น การเปลย่ี นแปลงของสภาพแวดลอ้ มทีอ่ ยู่รอบตัว แปลงของสภาพแวดลอ้ มที่อยู่รอบตวั 3. มสี ่วนรว่ มในการจัดระเบียบ การรู้เทา่ ทันสง่ิ แวดล้อมและปรบั ตวั เขา้ กบั ส่งิ แวดล้อมทีบ่ า้ นและช้ันเรียน สิ่งแวดลอ้ ม ป.2 1. อธิบายความสำคญั และคุณคา่ คณุ ค่าของส่ิงแวดลอ้ มทางธรรมชาติ เช่น ของสงิ่ แวดล้อมทางธรรมชาติและ ในการประกอบอาชีพ ทางสังคม คุณค่าของสง่ิ แวดลอ้ มทางสังคม เชน่ ส่งิ ปลูกสรา้ งเพื่อการดำรงชพี 2. แยกแยะและใช้ทรพั ยากรธรรมชาติที่ ความหมายของทรัพยากรธรรมชาติ ใชแ้ ลว้ ไมห่ มดไปและทใี่ ชแ้ ล้วหมดไปได้ ประเภททรัพยากรธรรมชาติ อยา่ งคุ้มคา่ -ใช้แลว้ หมดไป เช่น แร่ - ใช้แลว้ ไมห่ มด เช่น บรรยากาศ น้ำ - ใช้แล้วมีการเกดิ ขน้ึ มา ทดแทนหรอื รักษา ไว้ได้ เชน่ ดนิ ปา่ ไม้ สตั วป์ ่า - วิธีใชท้ รัพยากรอย่างค้มุ ค่า 3. อธบิ ายความสัมพันธข์ องฤดกู าลกับ ความสมั พันธข์ องฤดูกาลกับการดำเนิน การดำเนินชีวิตของมนุษย์ ชีวิตของมนษุ ย์ 4. มสี ่วนรว่ มในการฟน้ื ฟูปรับปรุง การเปลยี่ นแปลงของส่งิ แวดล้อม ส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรยี นและชมุ ชน การรักษาและฟนื้ ฟูสงิ่ แวดล้อม ป.3 1. เปรยี บเทียบการเปลยี่ นแปลง สภาพแวดลอ้ มในชมุ ชนในอดีตและ สภาพแวดลอ้ มในชมุ ชนจากอดีตถงึ ปจั จบุ นั ปัจจบุ นั 2. อธิบายการพ่ึงพาส่ิงแวดล้อม การพึ่งพาสง่ิ แวดล้อม ในการดำรงชีวิตของ และทรัพยากรธรรมชาติในการสนอง มนุษย์ เช่น การคมนาคม บ้านเรือน ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ และการประกอบอาชีพในชุมชน และการประกอบอาชีพ การประกอบอาชีพทเ่ี ป็นผลมาจาก สภาพแวดล้อมทางธรรมชาตใิ นชุมชน 3. อธบิ ายเกยี่ วกับมลพิษและการ มลพษิ ที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ กอ่ ใหเ้ กดิ มลพษิ โดยมนุษย์ 4. อธิบายความแตกตา่ งของเมอื งและ ลักษณะของเมอื งและชนบท ชนบท 5. ตระหนักถงึ การเปลี่ยนแปลงของ การเพมิ่ และสูญเสยี สิง่ แวดล้อมทำให้ สิ่งแวดลอ้ มในชุมชน ชุมชนเปลย่ี นแปลง
๙๐ ชน้ั ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ป.4 1. อธบิ ายสภาพ แวดลอ้ มทางกายภาพ สภาพ แวดล้อมทางกายภาพของชุมชนท่ี ของชุมชนทส่ี ง่ ผลต่อการดำเนินชวี ิตของ สง่ ผลต่อการดำเนนิ ชีวิตของคนในจงั หวดั คนในจงั หวัด เชน่ ลักษณะบ้าน อาหาร 2. อธบิ ายการเปลย่ี นแปลงสภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในจังหวัด แวดล้อมในจงั หวดั และผลทีเ่ กิดจากการ และผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง เช่น เปลย่ี นแปลงนน้ั การตง้ั ถิน่ ฐาน การยา้ ยถ่นิ 3. มีสว่ นรว่ มในการอนุรักษ์ส่ิงแวดลอ้ ม การอนุรักษส์ ง่ิ แวดล้อมและ ในจังหวัด ทรพั ยากรธรรมชาติในจงั หวดั ป.5 1. วเิ คราะห์สภาพแวดล้อมทางกายภาพ สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพทม่ี ีอทิ ธิพลตอ่ ท่มี ีอิทธพิ ลต่อลักษณะการตง้ั ถ่ินฐาน ลักษณะการตั้งถนิ่ ฐานและการยา้ ยถิน่ ของ และการยา้ ยถิ่นของประชากร ประชากรในภูมิภาค ในภมู ภิ าค 2. อธิบายอิทธิพลของสิ่งแวดลอ้ มทาง อิทธิพลของสงิ่ แวดลอ้ มทางธรรมชาตทิ ี่ ธรรมชาตทิ กี่ ่อให้เกดิ วถิ ชี วี ิตและการ ก่อใหเ้ กิดวิถชี วี ิตและการสรา้ งสรรค์ สร้างสรรคว์ ฒั นธรรมในภูมิภาค วฒั นธรรมในภมู ิภาค 3. นำเสนอตวั อย่างท่สี ะท้อนให้เหน็ ผล ผลจากการรักษาและการทำลาย จากการรักษาและการทำลาย สภาพแวดล้อม สภาพแวดลอ้ ม และเสนอแนวคดิ แนวทางการอนรุ ักษแ์ ละรกั ษา ในการรักษาสภาพแวดล้อมในภูมภิ าค สภาพแวดลอ้ มในภมู ภิ าค ป.6 1. วเิ คราะห์ความสัมพันธ์ระหวา่ ง สงิ่ แวดล้อมทางธรรมชาติ กับส่ิงแวดล้อม สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติกบั สิ่งแวดล้อม ทางสงั คมในประเทศ ทางสงั คมในประเทศ ความสมั พันธ์และผลกระทบ 2. อธิบายการแปลงสภาพธรรมชาตใิ น ผลทเ่ี กดิ จากการปรบั เปล่ียน หรือดัดแปลง ประเทศไทยจากอดตี ถึงปจั จุบัน และผล สภาพธรรมชาตใิ นประเทศจากอดีต ถึง ท่ีเกิดขน้ึ จากการเปลยี่ นแปลงน้นั ปัจจบุ ัน และผลทเี่ กดิ ขนึ้ (ประชากร เศรษฐกิจ สังคม อาชพี และวฒั นธรรม) 3. จัดทำแผนการใช้ทรัพยากรในชุมชน แนวทางการใชท้ รัพยากรของคนในชุมชน ใหใ้ ช้ได้นานข้นึ โดยมจี ิตสำนึกรคู้ ุณค่าของ ทรัพยากร แผนอนรุ ักษ์ทรัยากรในชมุ ชน หรือแผน อนรุ กั ษ์
๙๑ ช้ัน ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ม.1 1. วเิ คราะห์ผลกระทบจากการ การเปลีย่ นแปลงประชากร เศรษฐกิจ เปล่ยี นแปลงทางธรรมชาตขิ องทวีป สงั คม และวัฒนธรรมในทวปี เอเชยี เอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนยี ออสเตรเลยี และโอเชยี เนีย การก่อเกิดสิ่งแวดลอ้ มใหมท่ างสังคม แนวทางการใชท้ รพั ยากรของคนในชมุ ชน ใหใ้ ช้ได้นานขนึ้ โดยมีจติ สำนึกรู้คณุ ค่าของ ทรัพยากร แผนอนุรกั ษท์ รัยากรในทวีปเอเชยี 2. วิเคราะห์ความรว่ มมอื ของประเทศ ความร่วมมือระหวา่ งประเทศในทวปี เอเชีย ตา่ ง ๆที่มผี ลต่อสิ่งแวดลอ้ มทาง ออสเตรเลยี โอเชยี เนีย ท่มี ผี ลตอ่ ธรรมชาตขิ องทวีปเอเชยี ออสเตรเลยี ส่ิงแวดลอ้ มทางธรรมชาติ และโอเชยี เนยี 3. สำรวจ และอธบิ ายทำเลทต่ี งั้ ทำเลที่ต้งั กิจกรรมทางเศรษฐกจิ และสังคม กิจกรรมทางเศรษฐกจิ และสังคมในทวปี ในทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชยี เนีย เอเชยี ออสเตรเลยี และโอเชียเนยี โดย เชน่ ศนู ย์กลางการคมนาคม ใช้แหลง่ ขอ้ มลู ทห่ี ลากหลาย 4. วเิ คราะห์ปจั จัยทางกายภาพและ ปัจจยั ทางกายภาพและสังคมที่มผี ลต่อ สงั คมทีม่ ผี ลต่อการเล่ือนไหลของ การเลื่อนไหลของความคิด เทคโนโลยี ความคดิ เทคโนโลยี สนิ ค้า และ สินคา้ และประชากรในทวีปเอเชยี ประชากรในทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนยี และโอเชียเนยี ม.2 1. วิเคราะหก์ ารก่อเกิดส่งิ แวดลอ้ มใหม่ การเปลี่ยนแปลงประชากร เศรษฐกจิ ทางสงั คม อนั เปน็ ผลจากการ สงั คม และวฒั นธรรมของทวีปยุโรป เปล่ียนแปลงทางธรรมชาตแิ ละทางสงั คม และแอฟริกา ของทวปี ยโุ รป และแอฟริกา 2. ระบุแนวทางการอนุรกั ษ์ การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม สง่ิ แวดลอ้ มในทวีปยโุ รป และแอฟริกา ในทวปี ยุโรป และแอฟรกิ า 3. สำรวจ อภปิ รายประเดน็ ปญั หา ปัญหาเกี่ยวกับสงิ่ แวดล้อมทีเ่ กิดขนึ้ ในทวปี เก่ยี วกับสิ่งแวดล้อมท่เี กิดขึ้นในทวปี ยโุ รป ยโุ รป และแอฟรกิ า และแอฟริกา 4. วิเคราะห์เหตแุ ละผลกระทบที่ประเทศ ผลกระทบจากการเปล่ยี นแปลงของ ไทยไดร้ ับจากการเปลีย่ นแปลงของ ส่ิงแวดลอ้ มในทวีปยโุ รป และแอฟริกา สงิ่ แวดลอ้ มในทวปี ยโุ รป และ ต่อประเทศไทย แอฟริกา
๙๒ ชัน้ ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ม.3 1. วเิ คราะห์การก่อเกิดสิง่ แวดลอ้ มใหม่ การเปล่ียนแปลงประชากร เศรษฐกิจ ทางสงั คม อนั เป็นผลจากการ สังคม และวฒั นธรรมของทวีปอเมริกา เปลย่ี นแปลงทางธรรมชาตแิ ละ เหนอื และอเมริกาใต้ ทางสังคมของทวปี อเมรกิ าเหนือและ อเมรกิ าใต้ 2. ระบแุ นวทางการอนุรักษ์ทรพั ยากร ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมใน ธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มในทวีป ทวปี อเมรกิ าเหนือและอเมริกาใต้ อเมรกิ าเหนือและอเมรกิ าใต้ 3. สำรวจ อภิปรายประเด็นปัญหา ปญั หาเกี่ยวกับส่ิงแวดล้อมท่เี กิดข้นึ ในทวปี เก่ยี วกับสง่ิ แวดลอ้ มทีเ่ กิดข้นึ ในทวีป อเมรกิ าเหนือและอเมรกิ าใต้ อเมรกิ าเหนือและอเมริกาใต้ 4. วเิ คราะห์เหตุและผลกระทบต่อเน่อื ง ผลกระทบต่อเนื่องของสิ่งแวดล้อมในทวปี จากการเปลย่ี นแปลงของสง่ิ แวดล้อมใน อเมริกาเหนือและอเมรกิ าใต้ ที่สง่ ผลต่อ ทวีปอเมรกิ าเหนอื และอเมริกาใต้ ท่ี ประเทศไทย ส่งผลต่อประเทศไทย ม.4 –ม.6 1.วิเคราะห์สถานการณแ์ ละวิกฤตการณ์ การเปล่ียนแปลงลักษณะทางกายภาพ ด้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ในส่วนต่าง ๆ ของ โลก ของประเทศไทยและโลก การเกดิ ภมู ิสังคมใหม่ ๆ ในโลก วกิ ฤตการณ์ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดล้อมของประเทศไทยและโลก 2. ระบมุ าตรการป้องกนั และแกไ้ ข มาตรการป้องกนั และแก้ไขปัญหา ปัญหา บทบาทขององค์การและการ บทบาทขององค์การและการประสานความ ประสานความรว่ มมือทั้งในประเทศและ ร่วมมอื ทง้ั ในประเทศและนอกประเทศ นอกประเทศเกยี่ วกับกฎหมาย กฎหมายสงิ่ แวดล้อม การจัดการ สง่ิ แวดล้อม การจัดการทรัพยากร ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม 3. ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากร การอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและ ธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มในภมู ภิ าคต่าง ส่ิงแวดลอ้ มในภมู ิภาคต่าง ๆ ของโลก ๆ ของโลก 4. อธิบายการใช้ประโยชนจ์ าก การใช้ประโยชนจ์ ากสิ่งแวดลอ้ มในการ สิ่งแวดลอ้ มในการสร้างสรรค์วัฒนธรรม สร้างสรรค์วัฒนธรรม อันเป็นเอกลกั ษณ์ อันเป็นเอกลกั ษณข์ องทอ้ งถิน่ ทง้ั ใน ของท้องถนิ่ ทงั้ ในประเทศไทยและโลก ประเทศไทยและโลก
๙๓ ช้นั ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง 5. มสี ว่ นร่วมในการแกป้ ญั หาและ การแก้ปัญหาและการดำเนนิ ชีวติ ตาม การดำเนนิ ชวี ติ ตามแนวทางการอนุรกั ษ์ แนวทางการอนุรกั ษท์ รัพยากรและ ทรพั ยากรและสิ่งแวดล้อม เพ่ือการ สิง่ แวดลอ้ ม เพ่ือการพัฒนาที่ยัง่ ยนื พัฒนาทย่ี ัง่ ยนื อภธิ านศัพท์ กตญั ญูกตเวที ผรู้ ้อู ปุ การะท่ีท่านทำแล้วและตอบแทน แยกออกเป็น 2 ข้อ 1. กตัญญู รู้คณุ ท่าน 2. กตเวที ตอบแทนหรือสนองคณุ ท่าน ความกตัญญกู ตเวทวี า่ โดยขอบเขต แยกได้ เป็น 2 ระดบั คือ 2.1 กตัญญกู ตเวทตี ่อบคุ คลผู้มีคุณความดีหรืออุปการะต่อตนเป็นสว่ นตวั 2.2 กตัญญูกตเวทตี อ่ บคุ คลผู้ไดบ้ ำเพ็ญคณุ ประโยชนห์ รอื มคี ุณความดี เกอ้ื กูลแก่สว่ นร่วม (พ.ศ. หนา้ 2-3) กตัญญูกตเวทีตอ่ อาจารย์ / โรงเรยี น ในฐานะทเี่ ป็นศษิ ย์ พึงแสดงความเคารพนบั ถืออาจารย์ ผู้ เปรียบเสมือนทศิ เบ้ืองขวา ดงั น้ี 1. ลกู ต้อนรับ แสดงความเคารพ 2. เข้าไปหา เพือ่ บำรุง รบั ใช้ ปรกึ ษา ซกั ถาม รบั คำแนะนำ เปน็ ตน้ 3. ฟังดว้ ยดี ฟังเปน็ รู้จักฟัง ใหเ้ กิดปัญญา 4. ปรนนบิ ัติ ชว่ ยบรกิ าร 5. เรียนศิลปวทิ ยาโดยเคารพ เอาจรงิ เอาจงั ถือเป็นกจิ สำคัญด้วยดี กรรม การกระทำ หมายถงึ การกระทำทีป่ ระกอบดว้ ยเจตนา คอื ทำดว้ ยความจงใจ ประกอบด้วยความ จงใจหรอื จงใจทำดีกต็ าม ชวั่ กต็ าม เชน่ ขดุ หลมุ พรางดักคนหรือสตั วใ์ นตกลงไปตายเปน็ กรรม แต่ขุดบ่อน้ำไว้กินไวใ้ ช้ สัตวต์ กลงไปตายเองไมเ่ ป็นกรรม (แตถ่ า้ ร้อู ยู่วา่ บ่อน้ำที่ตนขุดไว้อยู่ในทซี่ ่งึ คน จะพลดั ตกได้งา่ ยแล้วปล่อยปละละเลย มคี นตกลงไปกไ็ มพ่ ้นกรรม) การกระทำท่ีดีเรยี กว่า “กรรมด”ี ท่ีชัว่ เรยี กวา่ “กรรมช่ัว” (พ.ศ. หน้า 4) กรรม 2 กรรมจำแนกตามคุณภาพ หรอื ตามธรรมทเ่ี ป็นมลู เหตมุ ี 2 คอื 1. อกศุ ลกรรม กรรมท่ีเปน็ อกุศล กรรมชัว่ คอื เกิดจากอกุศลมูล 2. กศุ ลกรรม กรรมทเี่ ปน็ กศุ ล กรรมดี คอื กรรมที่เกิดจากกศุ ลมลู กรรม 3 กรรมจำแนกตามทวารคือทางท่ีกรรมมี 3 คอื 3. กายกรรม การกระทำทางกาย 2. วจีกรรม การกระทำทางวาจา 3. มโนกรรม การกระทำทางใจ กรรม 12 กรรมจำแนกตามหลกั เกณฑเ์ กี่ยวกบั การใหผ้ ล มี 12 อยา่ ง คือ หมวดที่ 1 ว่าดว้ ยปากกาล คอื จำแนกตามเวลาที่ให้ผล ไดแ้ ก่ 1. ทิฏฐธิ รรมเวทนยี กรรม กรรมที่ ให้ผลในปัจจุบัน คือในภพน้ี 2. อุปัชชเวทนียกรรม กรรมทใี่ ห้ผลในภาพทจี่ ะไปเกิด คือ ในภพหนา้ 3. อปราบปรเิ วทนยี กรรม กรรมท่ีให้ผลในภพตอ่ ๆ ไป 4. อโหสิกรรม กรรมเลกิ ใหผ้ ล หมวดท่ี 2 วา่ โดยกจิ คือการใหผ้ ลตามหน้าท่ี ได้แก่ 5. ชนกกรรม กรรมแตง่ ให้เกิด หรอื กรรมท่ีเปน็ ตัวนำไปเกิด 6. อปุ ตั ถัมภกกรรม กรรมสนบั สนุน คอื เขา้ สนับสนนุ หรือซ้ำเติมตอ่ จากชนกกรรม 7. อุป ปฬี กกรรม กรรมบบี ค้ัน คือเข้ามาบีบค้ันผลแหง่ ชนกกรรม และอุปตั ถมั ภกกรรมน้นั ให้แปรเปลีย่ นทเุ ลา เบาลงหรือสน้ั เขา้ 8. อปุ ฆาตกกรรม กรรมตัดรอน คือ กรรมแรงฝา่ ยตรงขา้ มทเ่ี ขา้ ตดั รอนให้ผลของ กรรมสองอยา่ งนั้นขาดหรอื หยุดไปทีเดยี ว .................................................................. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ การจดั สาระการเรียนรู้พระพทุ ธศาสนา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กรงุ เทพฯ : โรงพิมพค์ รุ สภาลาดพรา้ ว ,ครงั้ ท่ี 2 2546 .
๙๔ *หมายเหตุ พ.ศ. หมายถึง พจนานกุ รมพทุ ธศาสน์ ฉบับประมวลศพั ท์ ; พ.ธ. หมายถงึ พจนานกุ รมพทุ ธศาสตร์ ฉบับประมาวลธรรม พิมพ์ครง้ั ที่ 9 พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยตุ ฺโต) กรงุ เทพฯ : โรงพิมพม์ หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ,2543. หมวดท่ี 3 ว่าโดยปานทานปรยิ าย คือจำแนกตามลำดับความแรงในการใหผ้ ล ได้แก่ 9. ครุกรรม กรรมหนัก ให้ผลก่อน 10. พหลุ กรรม หรอื อาจิณกรรม กรรท่ีทำมากหรือกรรมชนิ ใหผ้ ลรองลงมา 11. อาสนั นกรรม กรรมจวนเจยี น หรอื กรรมใกลต้ าย ถา้ ไม่มสี องข้อก่อนก็จะให้ผลก่อนอ่ืน 12. กตัตตากรรม หรือ กตตั ตาวาปนกรรม กรรมสักว่าทำ คือเจตนาอ่อน หรือมิใช่เจตนาอยา่ งน้นั ใหผ้ ลตอ่ เมื่อไม่มกี รรมอน่ื จะใหผ้ ล (พ.ศ. หนา้ 5) กรรมฐาน ทีต่ ั้งแห่งการงาน อารมณเ์ ป็นทีต่ ั้งแห่งการงานของใจ อุบายทางใจ วธิ ีฝกึ อบรมจิต มี 2 ประเภท คือ สมถกรรมฐาน คือ อุบายสงบใจ วปิ ัสสนากรรมฐาน อุบายเรืองปัญญา (พ.ศ. หนา้ 10) กุลจริ ฏั ตธรรม 4 ธรรมสำหรบั ดำรงความมนั่ คงของตระกูลใหย้ ัง่ ยืน เหตุทที่ ำให้ตระกูลมัง่ คง่ั ตง้ั อยู่ได้นาน (พ.ธ. หน้า 134) 1. นฏั ฐคเวสนา คือ ของหายของหมด รจู้ ักหามาไว้ 2. ชิณณปฏิสังขรณา คือ ของเก่าของชำรดุ รจู้ กั บูรณะซอ่ มแซม 3. ปรมิ ิตปานโภชนา คอื รู้จักประมาณในการกนิ การใช้ 4. อธิปัจจสีลวันตสถาปนา คือ ต้ังผู้มศี ลี ธรรมเป็นพ่อบา้ นแม่เรือน (พ.ธ. หนา้ 134) กศุ ล บญุ ความดี ฉลาด สง่ิ ท่ีดี กรรมดี (พ.ศ. หน้า 21) กศุ ลกรรม กรรมดี กรรมทเี่ ป็นกศุ ล การกระทำที่ดคี ือเกดิ จากกุศลมลู (พ.ศ. หน้า 21) กุศลกรรมบถ 10 ทางแห่งกรรมดี ทางทำดี กรรมดีอันเป็นทางนำไปส่สู คุ ติมี 10 อย่างไดแ้ ก่ ก. กายกรรม 3 (ทางกาย) 1. ปาณาตปิ าตา เวรมณี เวน้ จากการทำลายชีวิต 2. อทินนาทานา เวรมณี เวน้ จากถือเอาของทเี่ ขามิไดใ้ ห้ 3. กาเมสมุ จิ ฉาจารา เวรมณี เวน้ จากประพฤติผิดในกาม ข. วจกี รรม 4 (ทางวาจา) ได้แก่ 4. มสุ าวาทา เวรมณี เว้นจากพดู เทจ็ 5. ปิสณุ ายวาจาย เวรมณี เวน้ จากพูดส่อเสียด 6. ผรุสาย วาจาย เวรมณี เว้นจากพูดคำหยาบ 7. สัมผปั ปลาปา เวรมณี เว้นจากพดู เพอ้ เจ้อ ค. มโนกรรม 3 (ทางใจ) 8. อนภิชฌา ไม่โลกคอยจ้องอยากได้ของเขา 9. อพยาบาท ไม่คิดร้าย เบียดเบยี นเขา 10. สัมมาทฏิ ฐิ เหน็ ชอบตามคลองธรรม (พ.ศ. หน้า 21) กศุ ลมูล รากเหง้าของกุศล ตน้ เหตุของกุศล ต้นเหตขุ องความดี 3 อย่าง 1. อโลภะ ไมโ่ ลภ (จาคะ) 2. อโทสะ ไม่ คิดประทุษรา้ ย (เมตตา) 3. อโมหะ ไม่หลง (ปัญญา) (พ.ศ. หนา้ 22) กศุ ลวติ ก ความตรกึ ท่เี ป็นกุศล ความนกึ คดิ ที่ดีงาม 3 คือ 1. เนกขมั มวิตก ความตรกึ ปลอดจากกาม 2. อพยาบาทวิตก ความตรกึ ปลอดจากพยาบาท 3. อวหิ สิ าวิตก ความตรึกปลอดจากการเบยี ดเบียน (พ.ศ. หน้า 22) โกศล 3 ความฉลาด ความเชี่ยวชาญ มี 3 อยา่ ง 1. อายโกศล คอื ความฉลาดในความเจริญ รอบรู้ทางเจรญิ และเหตุของความเจรญิ 2. อปายโกศล คือ ความฉลาดในความเสอ่ื ม รอบรทู้ างเสื่อมและเหตขุ อง ความเส่อื ม 3. อุปายโกศล คือ ความฉลาดในอบุ าย รอบรู้วิธีแกไ้ ขเหตุการณแ์ ละวธิ ีทจ่ี ะทำใหส้ ำเร็จ ทง้ั ในการป้องกนั ความเสื่อมและในการสรา้ งความเจริญ (พ.ศ. หนา้ 24)
๙๕ ขันธ์ กอง พวก หมวด หมู่ ลำตัว หมวดหนึ่ง ๆ ของรปู ธรรมและนามธรรมทง้ั หมดท่ีแบ่งออกเป็นหา้ กอง ได้แก่ รปู ขันธ์ คอื กองรูป เวทนาขนั ธ์ คอื กองเวทนา สัญญาขนั ธ์ คือ กองสญั ญา สงั ขารขันธ์ คือ กอง สังขาร วญิ ญาณขนั ธ์ คือ กองวญิ ญาณ เรียกรวมว่า เบญจขันธ์ (พ.ศ. หน้า 26 - 27) คารวธรรม 6 ธรรม คือ ความเคารพ การถือเป็นสิ่งสำคญั ทจ่ี ะพึงใส่ใจและปฏบิ ตั ิดว้ ย ความเอ้ือเฟื้อ หรือ โดยความหนกั แน่นจรงิ จงั มี 6 ประการ คือ 1. สตั ถคุ ารวตา ความเคารพในพระศาสดา หรอื พุทธ คารวตา ความเคารพในพระพุทธเจ้า 2. ธัมมคารวตา ความเคารพในพระธรรม 3. สงั ฆคารวตา ความเคารพในพระสงฆ์ 4. สกิ ขาคารวตา ความเคารพในการศกึ ษา 5. อปั ปมาทคารวตา ความเคารพในความไมป่ ระมาท 6. ปฏสิ นั ถารคารวตา ความเคารพในการปฏิสนั ถาร (พ.ธ. หนา้ 221) คิหิสขุ (กามโภคสี ุข 4) สขุ ของคฤหัสถ์ สุขของชาวบา้ น สุขท่ีชาวบา้ นควรพยายามเข้าถงึ ใหไ้ ดส้ ม่ำเสมอ สุขอนั ชอบธรรมทผ่ี ูค้ รองเรือนควรมี 4 ประการ 1. อัตถสิ ขุ สุขเกดิ จากความมีทรัพย์ 2. โภคสขุ สขุ เกดิ จากการใชจ้ า่ ยทรัพย์ 3. อนณสุข สขุ เกิดจากความไมเ่ ปน็ หนี้ 4. อนวัชชสขุ สุขเกิดจากความ ประพฤติไมม่ ีโทษ (ไม่บกพร่องเสยี หายทง้ั ทางกาย วาจา และใจ) (พ.ธ. หนา้ 173) ฆราวาสธรรม 4 ธรรมสำหรับฆราวาส ธรรมสำหรบั การครองเรือน หลกั การครองชีวติ ของคฤหัสถ์ 4 ประการ ได้แก่ 1. สจั จะ คอื ความจรงิ ซ่ือตรง ซ่ือสัตย์ จริงใจ พดู จรงิ ทำจริง 2. ทมะ คือ การฝกึ ฝน การข่มใจ ฝึกนิสัย ปรบั ตัว รู้จกั ควบคุมจิตใจ ฝึกหัด ดดั นสิ ัย แก้ไขข้อบกพรอ่ ง ปรับปรงุ ตนใหเ้ จรญิ กา้ วหนา้ ดว้ ยสติปัญญา 3. ขันติ คือ ความอดทน ตง้ั หน้าทำหน้าที่การงานดว้ ยความ ขยันหมน่ั เพยี ร เข้มแข็ง ทนทาน ไม่หวนั่ ไหว ม่ันในจดุ หมาย ไม่ท้อถอย 4. จาคะ คอื เสยี สละ สละกเิ ลส สละความสขุ สบาย และผลประโยชนส์ ่วนตนได้ ใจกว้าง พรอ้ มทีจ่ ะรบั ฟัง ความทกุ ข์ ความคิดเห็นและความต้องการของผอู้ ่ืน พรอ้ มทจ่ี ะรว่ มมือช่วยเหลือ เอ้ือเฟ้อื เผ่ือแผ่ ไม่คับแคบเหน็ แกต่ วั หรอื เอาแต่ใจตัว (พ.ธ. หน้า 43) จติ ธรรมชาตทิ รี่ ู้อารมณ์ สภาพที่นึกคดิ ความคิด ใจ ตามหลกั ฝ่ายอภธิ รรม จำแนกจิตเปน็ 89 แบ่งโดย ชาติเป็นอกุศลจติ 12 กุศลจิต 21 วิปากจิต 36 และกิริยาจติ 8 (พ.ศ. หน้า 43) เจตสกิ ธรรมท่ีประกอบกบั จติ อาการหรือคุณสมบัติต่าง ๆ ของจิต เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ศรทั ธา เมตตา สติ ปัญญาเป็นต้น มี 52 อยา่ ง จัดเปน็ อญั ญสมานาเจตสกิ 13 อกุศลเจตสิก 14 โสภณเจตสิก 25 (พ.ศ. หนา้ 49) ฉนั ทะ 1. ความพอใจ ความชอบใจ ความยินดี ความต้องการ ความรักใคร่ในสิ่งนนั้ ๆ 2. ความยินยอม ความยอมให้ที่ประชุมทำกิจน้ัน ๆ ในเมอื่ ตนมิไดร้ ่วมอยู่ด้วย เปน็ ธรรมเนยี มของภกิ ษุทีอ่ ยู่ในวัดซ่งึ มีสีมา รวมกนั มสี ิทธทิ ่จี ะเข้าประชุมทำกจิ ของสงฆ์ เว้นแต่ภิกษนุ ้ันอาพาธ จะเข้าร่วมประชุมดว้ ยไม่ได้ ก็มอบ ฉนั ทะคือ แสดงความยนิ ยอมให้สงฆ์ทำกจิ นัน้ ๆ ได้ (พ.ศ. หน้า 52) ฌาน การเพ่ง การเพ่งพนิ ิจด้วยจติ ท่ีเป็นสมาธิแนว่ แน่ มี 2 ประเภท คือ 1. รปู ฌาน 2. อรูปฌาน (พ.ศ. หน้า 60) ฌานสมบตั ิ การบรรลฌุ าน การเข้าฌาน (พุทธธรรม หน้า 964) ดรุณธรรม ธรรมทเ่ี ปน็ หนทางแหง่ ความสำเร็จ คือ ข้อปฏบิ ัติทีเ่ ป็นดจุ ประตูชัยอนั เปิดออกไปสู่ความสุข ความ เจรญิ ก้าวหน้าแห่งชีวิต 6 ประการ คือ 1. อาโรคยะ คือ รักษาสุขภาพดี มิให้มโี รคท้งั จิต และ กาย 2. ศลี คือ มีระเบยี บวนิ ัย ไม่ก่อเวรภัยแก่สงั คม 3. พุทธานุมัติ คือ ได้คนดเี ป็นแบบอย่าง ศึกษา เยย่ี งนยิ มแบบอย่างของมหาบรุ ุษพทุ ธชน 4. สตุ ะ คือ ต้ังเรยี นรใู้ ห้จริง เลา่ เรียนค้นควา้ ให้รูเ้ ช่ยี วชาญ ใฝ่สดับเหตุการณ์ให้ร้เู ทา่ ทนั 5. ธรรมานุวตั ิ คือ ทำแต่สิง่ ที่ถกู ต้องดงี าม ดำรงมั่นในสจุ ริต ท้งั ชีวิต และงานดำเนนิ ตามธรรม 6. อลีนตา คอื มคี วามขยันหม่ันเพยี ร มกี ำลังใจแข็งกลา้ ไม่ท้อแท้ เฉอื่ ยชา เพียรกา้ วหนา้ เรอ่ื ยไป (ธรรมนูญชวี ิต บทที่ 15 คนสบื ตระกลู ขอ้ ก. หนา้ 55)
๙๖ หมายเหตุ หลักธรรมข้อน้เี รียกชือ่ อีกย่างหนึง่ ว่า “วัฒนมุข” ตรงคำบาลีว่า “อตั ถทวาร” ประตแู หง่ ประโยชน์ ตณั หา (1) ความทะยานอยาก ความดินรน ความปรารถนา ความแสห่ า มี 3 คือ 1. กามตัณหา ความทะยาน อยากในกาม อยากได้อารมณ์อันน่ารักนา่ ใคร่ 2. ภวตัณหา ความทะยานอยากในภพ อยากเปน็ นนั่ เป็น น่ี 3. วิภวตัณหา ความทะยานอยากในวิภพ อยากไม่เป็นนั่นไม่เป็นน่ี อยากพรากพ้นดบั สูญ ไป เสยี ตนั หา (2) ธดิ ามารนางหน่ึงใน 3 นาง ท่ีอาสาพระยามารผู้เป็นบิดา เขา้ ไปประโลมพระพุทธเจา้ ด้วยอาการ ตา่ ง ๆ ในสมยั ที่พระองคป์ ระทับอยู่ท่ีตน้ อชปาลนิโครธ ภายหลังตรสั รใู้ หม่ ๆ (อกี 2 นางคอื อรดี กบั ราคา) (พ.ศ. หน้า 72) ไตรลักษณ์ ลักษณะสาม คือ ความไมเ่ ทย่ี ง ความเปน็ ทุกข์ ความไมใ่ ช่ตวั ตน 1. อนิจจตา (ความเปน็ ของ ไมเ่ ท่ยี ง) 2. ทกุ ขตา (ความเปน็ ทกุ ข์) 3. อนัตตา (ความเป็นของไมใ่ ช่ตน) (พ.ศ. หน้า 104) ไตรสกิ ขา สกิ ขาสาม ข้อปฏบิ ัตทิ ต่ี ้องศกึ ษา 3 อยา่ ง คือ 1. อธิศลี สกิ ขา หมายถงึ สกิ ขา คือ ศีลอนั ยิ่ง 2. อธิจติ ตสิกขา หมายถึง สิกขา คือ จติ อนั ย่ิง 3. อธิปัญญาสกิ ขา หมายถงึ สกิ ขา คือ ปัญญา อนั ยิง่ เรียกกนั ง่าย ๆ ว่า ศลี สมาธิ ปญั ญา (พ.ศ. หนา้ 87) ทศพธิ ราชธรรม 10 ธรรม สำหรับพระเจ้าแผน่ ดิน คุณสมบัติของนักปกครองที่ดี สามารถปกครองแผน่ ดินโดย ธรรม และยังประโยชนส์ ุขใหเ้ กดิ แก่ประชาชน จนเกิดความชืน่ ชมยนิ ดี มี 10 ประการ คือ 1. ทาน การใหท้ รพั ย์สินส่งิ ของ 2. ศลี ประพฤติดีงาม 3. ปริจจาคะ ความเสียสละ 4. อาชชวะ ความซอื่ ตรง 5. มทั ทวะ ความอ่อนโยน 6. ตบะ ความทรงเดช เผากิเลสตัณหา ไม่หมกม่นุ ใน ความสุขสำราญ 7. อกั โกธะความไม่กร้ิวโกรธ 8. อวิหงิ สา ความไมข่ ่มเหงเบยี ดเบียน 9. ขนั ติ ความอดทนเข้มแข็ง ไม่ท้อถอย 10. อวโิ รธนะ ความไม่คลาดธรรม (พ.ศ. หน้า 250) ทิฏธมั มิกตั ถสังวตั ตนกิ ธรรม 4 ธรรมทเ่ี ปน็ ไปเพื่อประโยชนใ์ นปัจจบุ นั คอื ประโยชนส์ ขุ สามัญที่มองเหน็ กนั ใน ชาตนิ ้ี ท่ีคนทัว่ ไปปรารถนา เช่น ทรัพย์ ยศ เกยี รติ ไมตรี เป็นต้น มี 4 ประการ คือ 1.อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมน่ั 2. อารักขสัมปทา ถงึ พร้อมด้วยการรักษา 3. กัลยาณมิตตตา ความมีเพ่ือนเป็นคนดี 4. สมชวี ิตา การเล้ียงชพี ตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้ (พ.ศ. หนา้ 95) ทุกข์ 1. สภาพทีท่ นอยู่ไดย้ าก สภาพที่คงทนอย่ไู ม่ได้ เพราะถกู บีบค้ันด้วยความเกดิ ขนึ้ และดับสลาย เน่ืองจาก ต้องไปตามเหตปุ จั จัยที่ไม่ข้นึ ต่อตวั มันเอง 2. สภาพที่ทนไดย้ าก ความรสู้ กึ ไมส่ บาย ได้แก่ ทุกขเวทนา (พ.ศ. หนา้ 99) ทุกรกริ ยิ า กิริยาทท่ี ำได้ยาก การทำความเพียรอันยากทีใ่ คร ๆ จะทำได้ เชน่ การบำเพ็ญเพียรเพ่ือบรรลุธรรม วเิ ศษ ดว้ ยวธิ ที รมานตนตา่ ง ๆ เช่น กลั้นลมอสั สาสะ (ลมหายใจเข้า) ปัสสาสะ (ลมหายใจออก) และอด อาหาร เปน็ ต้น (พ.ศ. หนา้ 100) ทุจริต 3 ความประพฤติไม่ดี ประพฤติช่ัว 3 ทาง ได้แก่ 1. กายทุจรติ ประพฤตชิ ่วั ทางกาย 2. วจที จุ รติ ประพฤติชวั่ ทางวาจา 3. มโนทจุ ริต ประพฤตชิ ว่ั ทางใจ (พ.ศ. หนา้ 100) เทวทตู 4 ทูตของยมเทพ สื่อแจ้งข่าวของมฤตยู สัญญาณท่ีเตือนให้ระลึกถึงคตธิ รรมดาของชวี ิต มีให้มคี วาม ประมาท ได้แก่ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ 3 อยา่ งแรกเรยี กเทวทตู สว่ นสมณะเรยี กรวมเป็น เทวทตู ไปด้วยโดยปริยายเพราะมาในหมวดเดียวกนั แต่ในบาลีท่านเรียกว่านิมติ 4 ไม่ได้เรยี กเทวทตู (พ.ศ. หน้า 102) ธาตู 4 สิง่ ทท่ี รงภาวะของมั้นอยู่เองตามธรรมดาของเหตุปจจัย ได้แก่ 1. ปฐวธี าตุ หมายถึง สภาวะท่ีแผ่ไปหรอื กินเนื้อที่ เรียกชือ่ สามญั ว่า ธาตุเข้มแข็งหรอื ธาตุดนิ 2. อาโปธาตุ หมายถึง สภาวะที่เอิบอาบดดู ซึม
๙๗ เรียกสามญั วา่ ธาตเุ หลว หรือธาตุน้ำ 3. เตโชธาตุ หมายถึง สภาวะที่ทำให้ร้อน เรยี กสามัญว่า ธาตุไฟ 4. วาโยธาตุ หมายถึง สภาวะทที่ ำให้เคล่ือนไหว เรียกสามัญว่า ธาตุลม (พ.ศ. หน้า 113) นาม ธรรมทร่ี จู้ ักกันดว้ ยชอื่ กำหนดรู้ดว้ ยใจเปน็ เรื่องของจติ ใจ สิ่งที่ไม่มีรูปร่าง ไมม่ รี ูปแต่น้อมมาเป็นอารมณ์ ของจติ ได้ (พ.ศ. หน้า 120) นิยาม 5 กำหนดอนั แนน่ อน ความเป็นไปอันมีระเบียบแน่นอนของธรรมชาติ กฎธรรมชาติ 1. อุตนุ ยิ าม (กฎธรรมชาตเิ ก่ียวกบั อุณหภูมิ หรอื ปรากฏการณ์ธรรมชาติตา่ ง ๆ โดยเฉพาะ ดนิ นำ้ อากาศ และฤดูกาล อนั เปน็ ส่ิงแวดล้อมสำหรับมนุษย)์ 2. พชี นยิ าม (กฎธรรมชาตเิ ก่ียวกับการสบื พนั ธุ์ มี พันธุกรรมเปน็ ตน้ ) 3. จติ ตนิยาม (กฎธรรมชาติเกีย่ วกบั การทำงานของจติ ) 4. กรรมนิยาม (กฎธรรมชาติเก่ยี วกับพฤติกรรมของมนษุ ย์ คือ กระบวนการใหผ้ ลของการกระทำ) 5. ธรรมนยิ าม (กฎ ธรรมชาตเิ กี่ยวกับความสมั พันธ์และอาการที่เปน็ เหตุ เปน็ ผลแกก่ ันแห่งสิ่งทง้ั หลาย (พ.ธ. หนา้ 194) นิวรณ์ 5 ส่ิงที่ก้ันจิตไมใ่ ห้กา้ วหนา้ ในคุณธรรม ธรรมท่ีกนั้ จิตไมใ่ ห้บรรลคุ ุณความดี อกุศลธรรมท่ีทำจิตใหเ้ ศรา้ หมองและทำปัญญาให้อ่อนกำลัง 1. กามฉันทะ (ความพอใจในกาม ความต้องการกามคุณ) 2. พยาบาท (ความคิดรา้ ย ความขดั เคืองแคน้ ใจ) 3. ถีนมิทธะ (ความหดหแู่ ละเซ่อื งซมึ ) 4. อุทธจั จกุกกจุ จะ (คามฟุง้ ซ่านและร้อนใจ ความกระวนกระวายกลุ้มกงั วล) 5. วจิ กิ จิ ฉา (ความลังเลสงสยั ) (พ.ธ. หนา้ 195) นิโรธ ความดบั ทุกข์ คือดับตัณหาไดส้ ิน้ เชิง ภาวะปลอดทุกข์ เพราะไมม่ ีทุกข์ท่ีจะเกิดขน้ึ ได้ หมายถงึ พระนพิ พาน (พ.ศ. หน้า 127) บารมี คุณความดีท่บี ำเพญ็ อย่างย่ิงยวด เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงยิง่ มี 10 คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วริ ิยะ ขนั ติ สจั จะ อธิษฐาน เมตตา อเุ บกขา (พ.ศ. หนา้ 136) บญุ กิรยิ าวัตถุ 3 ที่ตั้งแหง่ การทำบุญ เรื่องทีจ่ ัดเป็นการทำความดี หลักการทำความดี ทางความดมี ี 3 ประการ คือ 1. ทานมยั คือทำบญุ ด้วยการให้ปนั ส่งิ ของ 2. ศลี มยั คือ ทำบญุ ด้วยการรักษาศีล หรือประพฤติดี มรี ะเบียบวินัย 3. ภาวนมยั คอื ทำบุญด้วยการเจรญิ ภาวนา คอื ฝกึ อบรมจติ ใจ (พ.ธ. หน้า 109) บญุ กิรยิ าวัตถุ 10 ท่ตี ง้ั แหง่ การทำบญุ ทางความดี 1. ทานมยั คือทำบุญด้วยการใหป้ ันสิง่ ของ 2. สลี มัย คือ ทำบญุ ดว้ ยการรักษาศลี หรือประพฤติดี 3. ภาวนมัย คอื ทำบุญดว้ ยการเจริญภาวนา คือฝึกอบรม จิตใจ 4. อปจายนมัย คอื ทบุญดว้ ยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน 5. เวยยาวจั จมยั คอื ทำบุญดว้ ย การชว่ ยขวนขวาย รับใช้ 6. ปัตตทิ านมยั คือ ทำบุญดว้ ยการเฉลีย่ ส่วนแหง่ ความดีให้แก่ผู้อนื่ 7. ปตั ตานุโมทนามัย คือ ทำบญุ ด้วยการยินดใี นความดีของผ้อู ื่น 8. ธัมมสั สวนมัย คอื ทำบุญดว้ ยการ ฟังธรรม ศกึ ษาหาความรู้ 9. ธัมมเทสนามยั คือทำบุญดว้ ยการส่ังสอนธรรมใหค้ วามรู้ 10. ทิฏฐชุ กุ รรม คือ ทำบุญดว้ ยการทำความเห็นใหต้ รง (พ.ธ. หน้า 110) บพุ นมิ ิตของมชั ฌมิ าปฏิปทา บพุ นิมิต แปลว่า ส่ิงที่เป็นเคร่ืองหมายหรอื สิ่งบง่ บอกล่วงหน้า พระพุทธองค์ตรัส เปรียบเทยี บวา่ กอ่ นที่ดวงอาทติ ยจ์ ะข้ึน ย่อมมแี สงเงนิ แสงทองปรากฏให้เหน็ ก่อนฉันใด ก่อนท่ี อรยิ มรรคซ่ึงเปน็ ข้อปฏิบตั สิ ำคัญในพระพทุ ธศาสนาจะเกิดขนึ้ ก็มธี รรมบางประการปรากฏขึน้ ก่อน เหมือนแสงเงินแสงทองฉนั นน้ั องค์ประกอบของธรรมดังกล่าว หรอื บุพนมิ ิตแหง่ มัชฌมิ าปฏิปทา ได้แก่ 1. กลั ปย์ าณมติ ตตา ความมีกัลยาณมิตร 2. สีลสมั ปทา ถงึ พรอ้ มดว้ ยศีล มวี นิ ยั มีความเป็นระเบียบ ในชวี ติ ของตนและในการอยรู่ ่วมในสงั คม 3. ฉันทสัมปทา ถงึ พร้อมดว้ ยฉันทะ พอใจใฝร่ กั ในปัญญา สจั ธรรม ในจริยธรรม ใฝ่ร้ใู นความจริงและใฝท่ ำความดี 4. อตั ตสมั ปทา ความถึงพร้อมด้วยการที่จะ ฝึกฝน พฒั นาตนเอง เหน็ ความสำคญั ของการท่จี ะตอ้ งฝึกตน 5. ทิฏฐสิ ัปทา ความถงึ พร้อมดว้ ยทิฏฐิ ยึดถอื เชือ่ ถือในหลกั การ และมีความเหน็ ความเขา้ ใจพ้นื ฐานที่มองสิ่งทัง้ หลายตามเหตุปัจจัย 6. อัปป
๙๘ มาทสัมปทา ถึงพร้อมดว้ ยความไมป่ ระมาท มีความกระตอื รอื ร้นอยู่เสมอ เหน็ คณุ คา่ ของ กาลเวลา เห็นความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งกระต้นุ เตอื นให้เร่งรดั การค้นหาใหเ้ ขาถึงความจรงิ หรอื ในการ ทำชวี ติ ทีด่ งี ามให้สำเร็จ 7. โยนโิ สมนสิการ รู้จดั คดิ พจิ ารณา มองสง่ิ ทั้งหลายให้ได้ความรแู้ ละได้ ประโยชน์ท่ีจะเอามาใช้พฒั นาตนเองยงิ่ ๆ ขึ้นไป (แสงเงินแสงทองของชีวติ ท่ี ดงี าม: พระธรรมปิฎก) (ป.อ. ปยตุ โฺ ต) เบญจธรรม ธรรม 5 ประการ ความดี 5 อย่าง ท่ีควรประพฤติคกู่ ันไปกบั การรักษาเบญจศีลตามลำดับข้อ ดังนี้ 1. เมตตากรุณา 2. สมั มาอาชวี ะ 3. กามสังวร (สำรวมในกาม) 4. สัจจะ 5. สติสัมปชญั ญะ (พ.ศ. หนา้ 140 – 141) เบญจศลี ศีล 5 เว้นฆ่าสตั ว์ เว้นลักทรัพย์ เวน้ ประพฤตผิ ิดในกาม เว้นพูดปด เว้นของเมา (พ.ศ. หนา้ 141) ปฐมเทศนา เทศนาครั้งแรก หมายถึง ธมั มจกั รกปั ปวัตตนสตู รท่ีพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระปัญจวัคคียใ์ นวนั ข้ึน 15 คำ่ เดือน 8 หลงั จากวันตรัสรูส้ องเดือน ทป่ี ่าอิสปิ ตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี (พ.ศ. หน้า 147) ปฏจิ จสมุปบาท สภาพอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น การท่ีสิ่งทั้งหลายอาศยั กนั จึงมขี ึ้น การทที่ ุกข์เกดิ ขึ้นเพราะอาศัยปจั จัย ตอ่ เนื่องกันมา (พ.ศ. หนา้ 143) ปริยัติ พุทธพจน์อันจะพึงเล่าเรยี น ส่งิ ท่ีควรเล่าเรียน การเล่าเรยี นพระธรรมวินยั (พ.ศ. หน้า 145) ปธาน 4 ความเพยี ร 4 อยา่ ง ได้แก่ 1. สังวรปธาน คือ การเพยี รระวังหรือเพียรปิดกั้น (ยบั ยงั้ บาปอกุศลธรรมทยี่ งั ไม่เกิด ไมใ่ ห้เกิดข้ึน) 2. ปหานปธาน คือ เพยี รละบาปอกุศลทีเ่ กิดขนึ้ แล้ว 3. ภาวนาปธาน คือ เพียรเจริญ หรือทำกศุ ลธรรมที่ยงั ไมเ่ กดิ ให้เกิดขึ้น 4. อนรุ ักขนาปธาน คือ เพยี รรักษากุศลธรรมทเ่ี กิดข้ึน แลว้ ไม่ให้เสือ่ มไปและทำให้เพ่ิมไพบูลย์ (พ.ศ. หนา้ 149) ปปัญจธรรม 3 กิเลสเครื่องเน่ินชา้ กิเลสทเ่ี ป็นตัวการทำให้คิดปรงุ แต่งยึดเย้ือพสิ ดาร ทำให้เขาหา่ งออกไปจาก ความเป็นจริงงา่ ย ๆ เปดิ เผย ก่อใหเ้ กิดปัญหาต่าง ๆ และขัดขวางไม่ให้เข้าถึงความจริง หรือทำให้ ไม่อาจแกป้ ัญหาอย่างถกู ทางตรงไปตรงมา มี 3 อย่าง คือ 1. ตัณหา (ความทะยานอยาก ความปรารถนา ทจ่ี ะบำรุงบำเรอ ปรนเปรอตน ความยากได้อยากเอา) 2. ทิฏฐิ (ความคิดเหน็ ความเช่ือถือ ลกั ธิ ทฤษฎี อุดมการณ์ตา่ ง ๆ ที่ยดึ ถือไวโ้ ดยงมงายหรือโดยอาการเชิดชูว่าอย่างน้ีเท่านัน้ จริงอยา่ งอ่ืนเท็จท้ังน้นั เป็น ต้น ทำให้ปิดตัวแคบ ไม่ยอมรับฟังใคร ตัดโอกาสทีจ่ ะเจริญปัญญา หรือคิดเตลิดไปข้างเดยี ว ตลอดจน เปน็ เหตแุ ห่งการเบียดเบียนบบี ค้นั ผูอ้ ่ืนที่ไม่ถืออย่างตน ความยึดตดิ ในทฤษฎี ฯลฯ คือความคิดเห็นเป็น ความจริง) 3. มานะ (ความถือตัว ความสำคัญตนวา่ เปน็ น่ันเป็นน่ี ถือสงู ถือต่ำ ย่ิงใหญ่ เท่าเทียม หรือด้อยกว่าผู้อน่ื ความอยากเดน่ อยากยกชูตนใหย้ ิ่งใหญ)่ (พ.ธ. หนา้ 111) ปฏเิ วธ เข้าใจตลอด แทงตลอด ตรัสรู้ รู้ทะลุปรุโปร่ง ลุล่วงด้วยการปฏบิ ัติ (พ.ศ. หน้า 145) ปฏิเวธสัทธรรม สทั ธรรม คือ ผลอนั จะพึงเข้าถึงหรือบรรลดุ ้วยการปฏบิ ตั ิได้แก่ มรรค ผล และนิพพาน (พ.ธ. หนา้ 125) ปัญญา 3 ความรอบรู้ เข้าใจ รู้ซ้ึง มี 3 อยา่ ง คือ 1. สตุ มยปญั ญา (ปัญญาเกิดแตก่ ารสดับการเล่าเร่ือง) 2. จินตามนปัญญา (ปญั ญาเกดิ แตก่ ารคิด การพจิ ารณาหาเหตผุ ล) 3. ภาวนามยปัญญา (ปัญญาเกดิ แตก่ ารฝึกอบรมลงมือปฏบิ ตั )ิ (พ.ธ. หนา้ 113) ปญั ญาวุฒิธรรม ธรรมเปน็ เคร่ืองเจริญปัญญา คุณธรรมท่ีก่อให้เกิดความเจริญงอกงามแห่งปัญญา 1. สัปปรุ สิ สังเสวะ คบหาสัตบุรษุ เสวนาท่านผู้ทรง 2. สัทธัมมสั สวนะ ฟงั สัทธรรม เอาใจใส่ เล่าเรียนหา ความรู้จริง 3. โยนิโสมนสิการ ทำในใจโดยแยบคาย คิดหาเหตผุ ลโดยถูกวิธี 4. ธัมมานธุ ัมมปฏิบัติ ปฏบิ ตั ิธรรมถูกต้องตามหลัก คือ ให้สอดคล้องพอดี ขอบเขตความหมาย และวัตถุประสงคท์ ่ีสัมพนั ธ์กับ ธรรมข้ออืน่ ๆ นำส่งิ ท่ีไดเ้ ลา่ เรียนและตรติ รองเห็นแล้วไปใชป้ ฏบิ ตั ิให้ถูกต้องตามความมุ่งหมายของสิ่งน้ัน ๆ (พ.ธ. หน้า 162 – 163)
๙๙ ปาปณิกธรรม 3 หลักพ่อค้า องค์คุณของพ่อค้ามี 3 อย่าง คอื 1 จักขุมา ตาดี (รู้จักสนิ ค้า) ดูของเปน็ สามารถ คำนวณราคา กะทุน เกง็ กำไร แมน่ ยำ 2. วิธูโร จัดเจนธุรกิจ (รู้แหล่งซื้อขาย รคู้ วามเคลือ่ นไหวความ ต้องการของตลาด สามารถในการจัดซื้อจัดจำหน่าย รู้ใจและร้จู ักเอาใจลูกค้า) 3. นสิ สยสัมปนั โน พร้อม ดว้ ยแหล่งทุนอาศัย (เปน็ ท่ีเชือ่ ถือไว้วางในในหมู่แหล่งทนุ ใหญ่ ๆ หาเงินมาลงทุนหรือดำเนินกจิ การ โดยง่าย ๆ) (พ.ธ. หนา้ 114) ผัสสะ หรือ สมั ผสั การถูกต้อง การกระทบ ความประจวบกนั แหง่ อายตนะภายใน อายตนะภายนอก และ วญิ ญาณ มี 6 คือ 1. จกั ขุสมั ผัส (ความกระทบทางตา คือ ตา + รปู + จักขุ - วิญญาณ) 2. โสตสัมผสั (ความกระทบทางหู คือ หู + เสียง + โสตวิญญาณ) 3. ฆานสัมผัส (ความกระทบทางจมกู คือ จมกู + กลนิ่ + ฆานวญิ ญาณ) 4. ชิวหาสมั ผสั (ความกระทบทางลน้ิ คอื ล้ิน + รส + ชวิ หาวิญญาณ) 5. กายสมั ผัส (ความกระทบทางกาย คือ กาย + โผฏฐัพพะ + กายวิญญาณ) 6. มโนสัมผัส (ความกระทบทางใจ คือ ใจ + ธรรมารมณ์ + มโนวิญญาณ) (พ.ธ. หน้า 233) ผูว้ ิเศษ หมายถึง ผู้สำเร็จ ผู้มีวิทยากร (พจนานกุ รมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525) พระธรรม คำสง่ั สอนของพระพุทธเจา้ ทั้งหลักความจริงและหลกั ความประพฤติ (พ.ศ. หน้า 183) พระอนุพุทธะ ผตู้ รสั รู้ตาม คือ ตรสั รดู้ ้วยไดส้ ดับเลา่ เรียนและปฏิบัติตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน (พ.ศ. หน้า 374) พระปัจเจกพุทธะ พระพทุ ธเจ้าประเภทหนึ่ง ซึ่งตรัสรู้เฉพาะตัว มิไดส้ ง่ั สอนผู้อื่น (พ.ศ. หน้า 162) พระพุทธคณุ 9 คุณของพระพทุ ธเจ้า 9 ประการ ไดแ้ ก่ อรหํ เปน็ ผไู้ กลจากกิเลส 2. สมมฺ าสัมฺพุทฺโธ เปน็ ผตู้ รัสรชู้ อบได้โดยพระองค์เอง 3. วชิ ชฺ าจรณสมฺปนฺโน เป็นผู้ถึงพร้อมดว้ ยวชิ ชาและ จรณะ 4. สุคโต เป็นผูเ้ สดจ็ ไปแลว้ ดว้ ยดี 5. โลกวทิ ู เปน็ ผ้รู ้โู ลกอยา่ งแจ่มแจ้ง 6. อนตุ ตฺ โร ปุริสทมฺมสารถิ เปน็ ผสู้ ามารถฝึกบรุ ุษท่สี มควรฝึกได้อยา่ งไม่มีใครยงิ่ กว่า 7. สตถฺ า เทวมนุสสฺ านํ เป็นครผู สู้ อนเทวดา และมนษุ ย์ท้งั หลาย 8. พทุ โฺ ธ เปน็ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน 9. ภควา เปน็ ผู้มโี ชค มีความเจริญ จำแนก ธรรมสง่ั สอนสตั ว์ (พ.ศ. หนา้ 191) พระพทุ ธเจา้ ผ้ตู รสั ร้โู ดยชอบแลว้ สอนผู้อื่นใหร้ ู้ตาม ท่านผู้รู้ดี รูช้ อบดว้ ยตนเองก่อนแล้ว สอนประชมุ ชนให้ ประพฤติชอบดว้ ยกาย วาจา ใจ (พ.ศ. หน้า 183) พระภิกษุ ชายผไู้ ด้อุปสมบทแลว้ ชายทบ่ี วชเป็นพระ พระผู้ชาย แปลตามรูปศัพทว์ ่า ผูข้ อหรอื ผมู้ องเหน็ ภยั ใน สังขารหรอื ผู้ทำลายกเิ ลส ดูบริษทั 4 สหธรรมกิ บรรพชิต อปุ สัมบัน ภกิ ษุสาวกรปู แรก ไดแ้ ก่ พระอัญญาโกณฑัญญะ (พ.ศ. หนา้ 204) พระรตั นตรัย รัตนะ 3 แก้วอันประเสริฐ หรอื สง่ิ ลำ้ คา่ 3 ประการ หลกั ที่เคารพบชู าสงู สุดของ พุทธศาสนกิ ชน 3 อย่าง คอื 1 พระพุทธเจา้ (พระผู้ตรัสรูเ้ อง และสอนใหผ้ ้อู ่นื รตู้ าม) 2.พระธรรม (คำสงั่ สอนของพระพุทธเจ้า ทั้งหลกั ความจรงิ และหลกั ความประพฤติ) 3. พระสงฆ์ (หมสู่ าวกผู้ ปฏิบตั ิตามคำสงั่ สอนของพระพทุ ธเจ้า) (พ.ธ.หนา้ 116) พระสงฆ์ หม่ชู นท่ฟี งั คำส่ังสอนของพระพทุ ธเจ้าแล้วปฏิบตั ิชอบตามพระธรรมวนิ ัย หมสู่ าวกของพระพุทธเจ้า (พ.ศ. หนา้ 185) พระสัมมาสมั พทุ ธเจา้ หมายถงึ ท่านผู้ตรสั รเู้ อง และสอนผู้อน่ื ให้รตู้ าม (พ.ศ. หน้า 189) พระอนุพทุ ธะ หมายถงึ ผู้ตรัสร้ตู าม คือ ตรัสรูด้วยไดส้ ดับเล่าเรยี นและปฏบิ ัติตามท่ีพระสัมมาสัมพุทธเจา้ ทรง สอน ไดแ้ ก่ พระอรหนั ตส์ าวกทงั้ หลาย (พ.ศ. หน้า 374) พระอรยิ บคุ คล หมายถงึ บุคคลผ้เู ป็นอรยิ ะ ท่านผู้บรรลุธรรมวิเศษ มโี สดาปตั ตผิ ล เป็นต้น มี 4 คอื ๑. พระโสดาบัน ๒. พระสกทาคามี (หรือสกิทาคามี)
๑๐๐ ๓. พระอนาคามี ๔. พระอรหันต์ แบ่งพสิ ดารเปน็ 8 คือ พระผตู้ ้ังอยใู่ นโสดาปตั ติมรรค และพระผตู้ ัง้ อยู่ในโสดาปตั ติผลคู่ 1 พระผู้ต้ังอยูใ่ นสกทาคามิมรรค และพระผตู้ ง้ั อยู่ในสกทาคามีผลคู่ 1 พระผ้ตู ัง้ อยู่ในอนาคามมิ รรค และพระผู้ตง้ั อย่ใู นอนาคามผิ ลคู่ 1 พระผูต้ ้ังอยใู่ นอรหตั ตมรรค และพระผู้ตงั้ อยู่ในอรหตั ตผลคู่ 1 (พ.ศ. หนา้ 386) พราหมณ์ หมายถึง คนวรรณะหนงึ่ ใน 4 วรรณะ คือ กษตั ริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ; พราหมณ์เปน็ วรรณะ นกั บวชและเปน็ เจา้ พิธี ถือตนวา่ เป็นวรรณะสงู สุด เกิดจากปากพระพรหม (พ.ศ. หนา้ 185) พละ 4 กำลัง พละ 4 คอื ธรรมอนั เป็นพลงั ทำใหด้ ำเนนิ ชีวติ ด้วยความมัน่ ใจ ไมต่ อ้ งหวาดหวั่นภัยต่าง ๆ ได้แก่ 1. ปัญญาพละ กำลงั คอื ปัญญา 2. วิรยิ พละ กำลงั คอื ความเพยี ร 3. อนวัชชพละ กำลังคือการกระทำ ท่ีไมม่ โี ทษ 4. สังคหพละ กำลังการสังเคราะห์ คือ เกื้อกูลอยู่ร่วมกับผอู้ ื่นไดด้ ี (พ.ศ. หนา้ 185 – 186) พละ 5 พละ กำลัง พละ 5 คือ ธรรมอนั เป็นกำลัง ซึ่งเปน็ เครอ่ื งเก้ือหนุนแก่อรยิ มรรค จัดอยู่ในจำพวก โพธปิ กั ขยิ ธรรม มี 5 คือ สัทธา วริ ยิ ะ สติ สมาธิ ปัญญา (พ.ศ. หน้า 185 – 186) พทุ ธกจิ 5 พระพุทธองค์ทรงบำเพญ็ พุทธกิจ 5 ประการ คือ 1. ปุพพฺ ณฺเห ปิณฑฺ ปาตญจฺ ตอนเชา้ เสด็จออก บณิ ฑบาต เพือ่ โปรดสตั ว์ โดยการสนทนาธรรมหรือการแสดงหลกั ธรรมให้เข้าใจ 2. สายณเฺ ห ธมมฺ เทสนํ ตอนเย็น แสดงธรรมแก่ประชาชนทมี่ าเฝา้ บรเิ วณทปี่ ระทบั 3. ปโทเส ภกิ ฺขโุ อวาทํ ตอนค่ำ แสดงโอวาทแก่พระสงฆ์ 4. อฑฒฺ รตฺเต เทวปญฺหนํ ตอนเท่ียงคืนทรงตอบปญั หาแกพ่ วก เทวดา 5. ปจจฺ เู สว คเต กาเล ภพพฺ าภพเฺ พ วิโลกนํ ตอนเชา้ มืด จวนสว่าง ทรงตรวจพจิ ารณาสัตวโ์ ลก วา่ ผู้ใดมอี ุปนิสัยที่จะบรรลุธรรมได้ (พ.ศ. หน้า 189 - 190) พุทธคณุ คุณของพระพุทธเจ้า คือ 1. ปญํ ญาคณุ (พระคุณ คือ ปญั ญา) 2. วสิ ทุ ธิคณุ (พระคุณ คือ ความ บริสทุ ธิ์) 3. กรุณาคุณ (พระคุณ คือ พระมหากรณุ า) (พ.ศ. หน้า 191) ภพ โลกเปน็ ทีอ่ ยู่ของสตั ว์ ภาวะชวี ิตของสตั ว์ มี 3 คือ 1. กามภพ ภพของผยู้ งั เสวยกามคุณ 2. รูปภพ ภพของผเู้ ข้าถงึ รูปฌาน 3. อรูปภพ ภพของผ้เู ขา้ ถึงอรปู ฌาน (พ.ศ. หนา้ 198) ภาวนา 4 การเจริญ การทำให้มีข้นึ การฝึกอบรม การพัฒนา แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1. กายภาวนา 2. สลี ภาวนา 3. จิตตภาวนา 4. ปญั ญาภาวนา (พ.ธ. หน้า 81 – 82) ภูมิ 31 1.พ้นื เพ พื้น ชนั้ ท่ดี นิ แผ่นดิน 2. ชั้นแหง่ จติ ระดับจติ ใจ ระดับชวี ติ มี 31 ภูมิ ไดแ้ ก่ อบายภมู ิ 4 (ภมู ิทีป่ ราศจากความเจริญ) - นิรยะ (นรก) – ตริ จั ฉานโยนิ (กำเนดิ ดิรัจฉาน) – ปิตติ วิสัย (แดนเปรต) - อสรุ กาย (พวกอสรู ) กามสุคติภูมิ 7 (กามาวจรภมู ิทเี่ ปน็ สคุ ติ ภมู ิที่เป็นสุคตซิ ึ่ง ยังเก่ยี วขอ้ งกับกาม) - มนุษย์ (ชาวมนุษย)์ – จาตมุ หาราชิกา (สวรรคช์ ้นั ทีท่ ้าวมหาราช 4 ปกครอง) - ดาวดึงส์ (แดนแห่งเทพ 33 มีทา้ วสักกะเปน็ ใหญ่) -ยามา (แดนแห่งเทพผปู้ ราศจากความทุกข์) - ดุสติ (แดนแหง่ ผเู้ อบิ อ่ิมด้วยสิริสมบัตขิ องตน) - นิมมานรดี (แดนแห่งเทพผ้ยู ินดีในการเนรมิต) - ปรนิมมิตวสวัตตี (แดนแห่งเทพผู้ยังอำนาจใหเ้ ป็นไปในสมบตั ทิ ผี่ ้อู ืน่ นริ มิตให)้ (พ.ธ. หนา้ 316-317) โภคอาทิยะ 5 ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์ ในการท่ีจะมหี รือเหตุผลในการทจ่ี ะมหี รอื ครอบครองโภค ทรัพย์ 1. เลี้ยงตวั มารดา บดิ า บุตร ภรรยา และคนในปกครองทั้งหลายใหเ้ ป็นสขุ 2. บำรุงมติ รสหาย และร่วมกิจกรรมการงานใหเ้ ป็นสขุ 3. ใชป้ ้องกนั ภยันตราย 4. ทำพลี คือ ญาติพลี สงเคราะหญ์ าติ อติถิ พลี ต้อนรับแขก ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทศิ ใหผ้ ู้ลว่ งลับ ราชพลี บำรุงราชการ เสียภาษี เทวตาพลี สกั การะ บำรงุ สิ่งที่เช่ือถือ 5. อุปถัมภ์บำรงุ สมณพราหมณ์ ผปู้ ระพฤติชอบ (พ.ธ. หน้า 202 -203)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124