125 ปราณี ศวิ พรพทิ กั ษ์. คณิตศาสตรส์ าหรบั ครมู ธั ยมศึกษา. ภาควชิ าการมธั ยมศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2539. ปรชี า เนาวเ์ ยน็ ผล. \" การพฒั นาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร,์ \" คณติ ศาสตร.์ 38 (434 - 435) : 64 - 74 ; พฤศจกิ ายน - ธนั วาคม, 2537. . กิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตรโ์ ดยใช้การแก้ปัญหาปลายเปิ ด สาหรบั นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่1. ปรญิ ญาการศกึ ษาดุษฎบี ณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร, 2544. ปรยี าพร วงศอ์ นุตรโรจน์. จิตวิทยาการศึกษา. กรงุ เทพฯ : สหมติ รออฟเซท, 2534. ผดงุ ขาวสาอางค.์ เศรษฐกิจพอเพียง. คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร.์ สานกั สง่ เสรมิ วชิ าการ สถาบนั ราชภฏั อุดรธานี, 2542. พรชยั สนิ เธาว.์ ผลของการเรยี นแบบรว่ มมอื กนั เรียนร้โู ดยใช้การแบ่งกล่มุ สมั ฤทธ์ิที่มีผล ต่อผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 3. ปรญิ ญาครศุ าสตรมหาบณั ฑติ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , 2533. พรรณี เจนจติ . จิตวิทยาการเรยี นการสอน. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 3. กรงุ เทพฯ : อมรการพมิ พ,์ 2528. . จิตวิทยาการเรยี นการสอน. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 4. กรงุ เทพฯ : บรษิ ทั ตน้ ออ้ แกรมมจ่ี ากดั , 2538. พรสมบตั ิ ศรไี สย. การพฒั นารปู แบบการสอนคณิตศาสตรโ์ ดยเน้นการสอนแบบร่วมมอื กนั เรยี นรู้ เรอื่ ง เศษส่วน ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 5. ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตร มหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2539. พรอ้ มพรรณ อุดมสนิ . การวดั และการประเมินผลการเรียนการสอนคณิตศาสตร.์ กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , 2538. พวงรตั น์ ทวรี ตั น์. วิธีการวิจยั ทางพฤติกรรมศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร.์ พมิ พค์ รงั้ ท่ี 7. กรงุ เทพฯ : ฟิงเกอรป์ รนิ ทแ์ อนดม์ เี ดยี , 2540. เพญ็ พไิ ล ฤทธาคณานนั ท์. พฒั นาการทางพทุ ธิปัญญา. กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , 2536. ไพจติ ร สดวกการ. การศึกษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนและความสนใจในการเรยี น วิชาคณิตศาสตรข์ องนักเรียน ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ท่ีเรียน เรือ่ ง การแปรผนั โดยการใช้เกมประกอบวิธีการสอนแบบค้นพบ. ปรญิ ญาการศกึ ษามหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร, 2530.
126 . ผลของการสอนคณิตศาสตรต์ ามแนวคิดของทฤษฎีคอนสตรคั ติวิสม์ ท่ีมี ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตรแ์ ละความสามารถในการถ่ายโยง การ เรยี นร้ขู องนักเรยี นระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น. ปรญิ ญาครศุ าสตร ดุษฎบี ณั ฑติ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , 2539. ไพพยอม พมิ พพ์ าเรอื . การศึกษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์ เร่ือง เศษส่วน ของ นักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 5 ท่ีได้รบั การสอนโดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอน ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรคั ติวิสมก์ บั การสอนปกติ. ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตร มหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2543. ไพศาล หวงั พานิช. การวดั ผลการศึกษา. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร, 2526. ภทั ราภรณ์ คมั ภริ า. การพฒั นากิจกรรมการเรยี นการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ชนั้ ประถม ศึกษาปี ที่ 2 เร่อื ง การคณู และการหารเบือ้ งต้นตามแนวคิด Constructivist และ Cooperative Learning. ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2543. มยรุ ี สาลวี งศ.์ การศึกษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตรแ์ ละความภาคภมู ิใจใน ตนเองของนักเรยี น ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 ที่ได้รบั การสอนโดยใช้กิจกรรม การเรยี นแบบ STAD กบั กิจกรรมการเรียนการสอนตามค่มู ือครขู อง สสวท. ปรญิ ญาการศกึ ษามหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรโรฒประสานมติ ร, 2535. มะลิ จลุ วงษ์. การศึกษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นซ่อมเสริมและแรงจงู ใจใฝ่ สมั ฤทธ์ิใน การเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 1 ที่เรียนจาก คอมพิวเตอรช์ ่วยสอน. ปรญิ ญาการศกึ ษามหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร, 2530. ยพุ ดี กะจะวงษ์. \" การเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์ เร่ือง การคณู และ การหาร ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 จากการสอนโดยใช้แบบฝึ กหดั ในแบบเรยี น และแบบฝึ กหดั ที่สรา้ งขึ้น,\" วารสารวจิ ยั ทางการศกึ ษา. 24 (4) : 22 - 23, 2535. ยพุ นิ พพิ ธิ กุล. การเรียนการสอนคณิตศาสตร.์ กรงุ เทพฯ : คณะครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั , 2539.
127 โรงเรยี นบา้ นอบู มงุ . รายงานผลการประเมินคณุ ภาพการศึกษาระดบั มธั ยมศึกษา ตอนต้น ปี การศึกษา 2543. ฝ่ายวชิ าการ โรงเรยี นบา้ นอูบมงุ อุดรธานี, 2543. ลว้ น สายยศ และองั คณา สายยศ. สถิติวิทยาทางการวิจยั . กรงุ เทพฯ : ชมรมเดก็ , 2538. . เทคนิคการวิจยั ทางการศึกษา. กรงุ เทพฯ : สวุ รี ยิ าสาสน์, 2538. . การวดั ด้านจิตพิสยั . กรงุ เทพฯ : ชมรมเดก็ , 2541. วรรณจรยี ์ มงั สงิ ห์. เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการ เรื่อง \" Constructivism and Application to Teaching,\". ระหว่างวนั ท่ี 6 - 8 กรกฎาคม 2541 ณ คณะศกึ ษาศาสตร์ : มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2541. วรรณทพิ า รอดแรงคา้ . Constructvism. ภาควชิ าการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร,์ 2540. วนั ดี เกษรมาลา. เปรียบเทียบเจตคติเชิงวิทยาศาสตรข์ องนักศึกษาระดบั ป.กศ.สงู ระหว่าง นักศึกษาท่ีเรียนเอกวิทยาศาสตรท์ วั่ ไปกบั นักศึกษาที่เรียนเอกสงั คมศึกษาใน กล่มุ วิทยาลยั ครภู าคตะวนั ตก. ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร,์ 2524. วนั เพญ็ ผลอุดม. การพฒั นากิจกรรมการเรยี นการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนิยม ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรคั ติวิสมแ์ ละการสอนแบบ รว่ มมือกนั เรียนร้.ู ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2543. วลั ลภา อารรี ตั น์. \" การสอนให้ค้นพบความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตรไ์ ด้อย่างไร,\" วารสารศกึ ษาศาสตร์ : มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. 9 (1) : 57 - 61 ; ตุลาคม 2527 - มกราคม, 2528. วชิ าการ, กรม. รายงานผลการประเมินคณุ ภาพการศึกษา ปี การศึกษา 2533. สานกั ทดสอบ ทางการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : คุรสุ ภาลาดพรา้ ว, 2533. , กรม. ค่มู ือการใช้หลกั สตู รประถมศึกษา พทุ ธศกั ราช 2521 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2533). กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พค์ ุรสุ ภาลาดพรา้ ว, 2534. , กรม. รายงานผลการประเมินคณุ ภาพการศึกษา ปี การศึกษา 2538. สานกั ทดสอบทางการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว, 2540. , กรม. หลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนต้น พทุ ธศกั ราช 2521 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2533). กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พก์ ารศาสนา, 2533.
128 วโิ ชติ พงษศ์ ริ .ิ การศึกษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นและเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนมธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 ท่ีได้รบั การสอนโดยใช้กิจกรรมการเรยี นการสอน แบบคอนสตรคั ติวิสซึมด้วยวิธีสอนแบบแก้ปัญหากบั การสอนตามค่มู ือคร.ู ปรญิ ญาการศกึ ษามหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร, 2540. วเิ มลอื ง ถนิ่ ปรุ. การเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 ระหว่างการสอนโดยวิธี Cooperative Mastery Learning กบั การสอนตามค่มู อื คร.ู ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2537. วริ ฬุ ห์ โภคาพนั ธ.์ ปัจจยั ที่ส่งผลต่อผลสมั ฤทธ์ิทางการแก้โจทยป์ ัญหาคณิตศาสตรข์ อง นักเรียน ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ในโรงเรียนสงั กดั สานักงานการประถมศึกษา จงั หวดั ภเู กต็ . รายงานการวจิ ยั สานกั งานการประถมศกึ ษาจงั หวดั ภเู กต็ , 2538. ศรภี รณ์ ณะวงศษ์ า. การศึกษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นและความสนใจในการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ที่ได้รบั การสอนโดยใช้ กิจกรรมการเรยี นแบบ TEAMS - GAMES - TOURNAMENT แบบ STUDENT TEAMS - ACHIEVEMENT DIVISION และการสอนตามค่มู อื คร.ู ปรญิ ญาการศกึ ษา มหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร, 2542. ศรยี า นิยมธรรม. \" การสอนซอ่ มเสรมิ ,\" ใน สารานุกรมศึกษาศาสตรฉ์ บบั ท่ี 7. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร, 2530. สงวนศกั ดิ ์โกสนิ นั ท.์ ผลของการใช้เทคนิคกล่มุ เพื่อนช่วยเพ่ือนในการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ ท่ีมตี ่อเจตคติและผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตรข์ องนักเรยี น ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3. ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2543. สมคดิ สรอ้ ยน้า. หลกั การสอน. ภาควชิ าหลกั สตู รและการสอน คณะครศุ าสตร์ สถาบนั ราชภฏั อุดรธานี, 2542. สมชาย วรกจิ เกษมสกุล. การพฒั นารปู แบบการสอนวิชาคณิตศาสตรโ์ ดยการสื่อสาร แนวความคิด เพ่ือเพิ่มทกั ษะการแก้ปัญหา. ปรญิ ญาการศกึ ษาดุษฎบี ณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร, 2540.
129 สมเดช บุญประจกั ษ์. การพฒั นาศกั ยภาพทางคณิตศาสตรข์ องนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 1 โดยใช้การเรยี นแบบร่วมมือ. ปรญิ ญาการศกึ ษาดุษฎบี ณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร, 2540. สมพรพงษ์ กนั ตามร. การเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นและความคงทนในการเรยี นรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็นและสถิติ ของนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ท่ีเรยี นโดยใช้ระยะเวลาที่สนั้ กบั ท่ีเรยี นโดยใช้ระยะเวลาปกติ. ปรญิ ญา ครศุ าสตรมหาบณั ฑติ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , 2531. สมศรี คงวงศ.์ การพฒั นากิจกรรมการเรียนการสอนการแก้โจทยป์ ัญหาคณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 6 ตามแนวคิดของทฤษฎีคอนสตรคั ติวิสมแ์ ละการสอนแบบ รว่ มมือกนั เรยี นร้.ู ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2542. สมศกั ดิ ์ สนิ ธุระเวชญ.์ \"การประเมนิ ผลระดบั ประถมศกึ ษา,\" สารพฒั นาหลกั สตู ร. 48 : 15 -17 ; มนี าคม, 2529. สงั เวยี น ปินะกาลงั . การเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง พืน้ ท่ี ผิวและปริมาตร ของนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ท่ีสอนโดยรปู แบบร่วมมือกนั เรยี นร้กู บั การสอนปกติ. ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2540. สาเรงิ เวชสุนทร. หลกั สตู รการสอนคณิตศาสตรร์ ะดบั มธั ยมศึกษา. ภาควชิ าการมธั ยม ศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2522. สุโขทยั ธรรมาธริ าช. มหาวทิ ยาลยั . เอกสารการสอนชุดวิชาการสอนคณิตศาสตร์ หน่วย ท่ี 1 - 7. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, 2526. . ประมวลสาระชุดวิชาสารตั ถะและวิทยวิธีทางวิชาคณิตศาสตร์ หน่วยที่ 12 -15. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, 2537. . จิตวิทยาทวั่ ไป. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 7. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, 2535. สนุ ีย์ เหมะประสทิ ธ.ิ ์ การพฒั นาชุดการเรยี นการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพรอ่ ง ในการแก้โจทย์ ปัญหาคณิตศาสตรข์ องนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4. ปรญิ ญาการศกึ ษาดุษฎี บณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร, 2533. . \" ความสามารถในการแก้โจทยป์ ัญหา : จดุ บอดของวงการคณิตศาสตรไ์ ทย,\" การศกึ ษากรุงเทพมหานคร. หน้า 10 - 15, 2534.
130 สพุ นิ บญุ ชวู งศ.์ หลกั การสอน. กรงุ เทพฯ : แสวงสุทธกิ ์ ารพมิ พ,์ 2535. สภุ าพ เพช็ รกอ. เอกสารแปล เร่ือง ปรชั ญาของการสอนแบบมีส่วนร่วม Constructivism : ปรชั ญาการเรยี นการสอนสมยั ใหมส่ าหรบั คนยคุ ข่าวสารข้อมลู . 2541. สุรางค์ โคว้ ตระกูล. จิตวิทยาการศึกษา. กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , 2533. . จิตวิทยาการศึกษา. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 4. กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , 2541. สุลดั ดา ลอยฟ้า. \" แนวโน้มของคณิตศาสตรร์ ะดบั ประถมศึกษา,\" วารสารศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ : มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. 9 กนั ยายน 2528 : 62-68, 2528. . คณิตศาสตรก์ บั การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค.์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2537. . รปู แบบการสอนรว่ มมือกนั เรียนร้.ู เอกสารประกอบการสอน วชิ า 215710 กระบวนการสอนในโรงเรยี นประถมศกึ ษาปีท่ี 1. คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2536. . ความรคู้ วามเข้าใจมโนมติทางคณิตศาสตร์ ระดบั ประถมศึกษาขอนแก่น. คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2539. สุลดั ดา ลอยฟ้า และคณะ. การพฒั นารปู แบบการสอนการแก้โจทยป์ ัญหาคณิตศาสตรร์ ะดบั ประถมศึกษา. คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2530. สามญั ศกึ ษา, กรม. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. ค่มู อื การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้น กระบวนการ วิชาคณิตศาสตร์ ตามหลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนต้น 2521 และ มธั ยมศึกษาตอนปลาย 2524 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2533). กรงุ เทพฯ : หน่วยศกึ ษา นเิ ทศก,์ 2534. สายชล มที รพั ย.์ การสอนคณิตศาสตรใ์ นระดบั ประถมศึกษา. คณะครศุ าสตร์ สถาบนั ราชภฏั สงขลา, 2542. โสภณ บารงุ สงฆ์ และสมหวงั ไตรตนั วงษ์. เทคนิคและวิธีการสอนคณิตศาสตรแ์ นวใหม่. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช, 2520. อรอนงค์ รบู้ ุญ. การพฒั นาการสอนตามทฤษฎีการสรา้ งความรโู้ ดยใช้รปู แบบการเรียนรู้ จากการแก้ปัญหาในวิชาวิทยาศาสตร์ เรือ่ ง เครอื่ งใช้ไฟฟ้าในบ้าน ชนั้ มธั ยม ศึกษาปี ท่ี 3. ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2542.
131 อารยี ์ พาวฒั นา. การพฒั นากิจกรรมการเรยี นการสอน เพ่ือพฒั นาความสามารถแก้ปัญหา คณิตศาสตร์ สาหรบั นักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 1. ปรญิ ญาการศกึ ษาศาสตร มหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2539. อานวย เลศิ ชยนั ต.ี การศึกษาความสมั พนั ธ์ระหว่างความสามารถทางสมองกบั ความสามารถทางด้านการศึกษาการแก้ปัญหาในวิชาคณิตศาสตรข์ องนักเรียน ระดบั มธั ยมศึกษา. ปรญิ ญาการศกึ ษามหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร, 2523. อุทยั เพชรชว่ ย. \" จะสรา้ งเสริมเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตรใ์ ห้เกิดแก่ผเู้ รยี นได้อย่างไร,\" ประชากรศึกษา. 43 : 3 - 7 ; กุมภาพนั ธ,์ 2536. Allport, Gardon W. \" Attitude,\" in C. Murchison, ed. Handbook of Social Psychology. Clark University Press, Worcester, 1985. Alsup, John Keough. \" The Effect of Mathematics Instruction Based on Constructivism on Prospective Teachers Conceptual Understanding ; Anxiety, and Confidence,\" Dissertation Abstracts International 56 (8) : 3038 - A, 1996. Anastasi, Anne. Psychological Testing. 5 th ed. New York : Macmillan Co., Inc., 1986. Artzt, Alice F. and Newman, Claire M. \" Cooperative Learning The Mathematics Teacher,\" 83 (6) : 448 - 452 ; September, 1990. . How to Use Cooperative Learning in The Mathematics Class. [n.p.],1990. Ausubel, David P. Education Psychology : A Cognitive View. New York : Holt Rinehart and Winston. Lnc, 1968. Balow, Iring H. \" Reading and Computational Ability as Determinants of Problem Solving,\" The Arithmetic Teacher. 1(7) : 18 - 22 ; June, 1964. Bell , B.F. Children 's science. Constructivism and Learning in Science Gelong : Deakin University Press, 1993. Bullock, Velma Lucille. \" The Influence of a Constructivist Teaching Approach on Students ' Attiudes toward Mathematics in a Preservice Elementary Teachers Mathematics Course,\" Dissertation Abstracts International. 57(2) : 61 - A, 1996.
132 Catherine M. Mulryan. Student Passivity During Cooperative Small Groups in Mathematics. The Journal of Education Research. 85 : 261 - 273, 1992. Chambers, Bottc and Abrami, Phlip C. Cooperative Learning Elementary Education Mathematics. Journal of Educational Research. 84 : 153 - 160, 1991. Chomsky, N. Sintatic Structures. The Hague and Paris Mouton, 1971. Cobb, P. Where is the Mind? Constructivist and Sociocultural Perspectives on Mathematical Development. Education Researcher. 23 (7) : 13 - 20, 1994. Cobb , P, Wood . I, and Yakel , E. Constructivist Approach to Second Grade Mathematics. In E. Von Glasersfeld(ed) Radical Constructivism in Mathematics Education, pp. 157 - 176. Dordrecht, the Natherlands : Kluwer Academic, 1994. Cook, Allen Peter. \" On the Creation of Constructivist Instructional Process for Selected Topics in Algebra,\" Dissertation Abstracts International. 55(10) : 3124 - A, 1995. Cruikshank, E. Douglas and Sheffield, Jensen Linda, Thinking Mathematically. Teaching Mathematics to Elementary School Children, 1992. Davidson, Neil. \" Small - Group Cooperative Learning in Mathematics,\" in Teaching and Learning Mathematics in the 1990 s. 1990 Yearbook. Edited by Thomas J. Cooney and Christian R. Hirsch. P. 52 - 61. Reston, Virginia : The National Council of Teachers of Mathematics, 1990. . Cooperative Learning in Mathematics : A Hand Book for Teachers. New York : Addison - Wesley Publishing Company, 1990. Dewey, J. How We Think. Chicago Company, 1971. Dunn, Rita. Team Learning and Circles of Knowledge. Practice Approach to Individualizing. West Nyach, New York : Packer Publishing Company Inc, 1972. Eiser J Richard. Cognitive Social Psychology. Maidenhead, Mc Graw - Hill (UK), 1980.
133 Fishbein, Martin. Readings in Attittude Theory and Measurement. John Wiley & Son Inc, 1967. Fosnot, C.T.(Ed.) Constructivism : Theory Perspectives and Practice. New York : Teacher College Press, 1996. Gagne. R.M. The Conditions of Learning. 2nd ed. Newyork : Holt, Rinehart and Winston, 1970. Good, C.V. Dictionary of Education. New York : McGraw - Hill, 1964. Hamsell, T. \" Increase Understanding in Content Reading,\" Journal of Reading. 19 : 307 - 310; April, 1976. Heimer, Ralph T. and Trueblood, Cecil R. Strategies for Teaching Children Mathematics. Reading, Massachusetts, Addison - Wesley Publishing Company, 1977. Henderson, J.G. Reflective Teaching : Becoming an Inquiring Educator. New York : Macmillan, 1992. Hornby, A.S. Oxford Advanced Learner ' s Dictionary of Current English. London : Oxford University Press, 1974. Johnson , David W. and Roger T. Johnson. \" Cooperative Learning in Mathematics Education,\" In New Directions for Elementary School Mathematics. 1989 Yearbook p. 234 - 245 . Reston, Virginia ; The National Council in Teachers of Mathematics, lnc,1989. Joyce , B. and Wiel , M. Model of Teaching. London /: Prentice / Hall International, 1986. Kelman, H.C. ” Compliance, Identification and Internalization : Three Processes of Attitude Change,” Journal of Conflict Resolution 2. 1958. Kutz, R. E. Teaching Elementary Mathematics : An Active Approach. Boston : Alln and Bacon, 1991. Lowrey. Blacnor Lane. \" The Effect of Four Drills and Practice Time Unit on the Decoding Performance of Student with Specific Learning Disabilities,\" Dissertation Abstracts International. 33(9) : 817 - A ; August, 1978.
134 Ma, X. Reciprocal Relationship between Attitude toward Mathematics and Achievement in Mathematics. Journal of Education Research. 4(90), 221 - 229, 1997. Piazza, Jenny Ann. \" An Inquiry into the Mathematics Culture of a Primary Constructivist Classroom : An Ethnographic Description,\" Abstracts International. 55(11) 3403 - A, 1995. Polya, G. How To Solve It. A New Aspect of Mathematical Method. Garden City, New York : Doubleday and Company, 1957. Roger , J.M. Theories of the Transfer of Learning. Education Psychologist. 14 : 53 - 69, 1979. Rowntree, D. A Dictionary of Education. London : Harper and Row, 1981. Shaver Kelly G. Principle of Social Psychology. Cambridge. Winthrop, 1977. Sheoran, Padmini. The Relationship between Student Attitudes, Student Achievement and Student Perceptions of Teaching in Mathematics Classes for Elementary Teachers. Disseration Abstracts Instructional, 1989. Singer, H. \" Active Comprehension : From Answering to Asking Question,\" The Reading Teacher. 901 - 908 ; December, 1978. Singer, H. and D. Donlan. \" Active Comprehension : Problem - Solving Schema with Question Generation for Comprehension of Complex Short Stories,\" Reading Research Quarterly. 17 : 166 - 186; June, 1982. Slavin , R.E. \" Student Teams and Achievement Divisions,\" Journal of Research and Development in Education. 12 (1), 1978. . \" Cooperative Learning,\" Review of Educational Research. 50 (2) : 315 - 342, 1980. . \" Cooperative Learning and Individualized Instruction,\" Arithmetic Teacher. November, 1987. ,M. Leavey , and N.A. Madden. \" Combining Effects on Student mathematics Achievement, Attitudes, and Behaviors,\" Elementary School Journal. 84 (4) : 409 - 422 ; march, 1984.
135 Slavin, R.E., N.A. Madden, and Robert J. Stevens. \" Cooperative Learning Models for the 3 R ' s,\" Education Leadership. 47 (4): 22 - 28 ; December 1989 / January, 1990. Swetman, Daniel Lce. Elementary Teachers \" Mathematics Anxiety and their Students,\" Attitude toward Mathematics. Dissertation Abstracts Instructional, 1991. Tomsic , l. J. The Relationship among Goal Accomplishment Style of Upper Elementary Gifted Students, Attitude towards Mathematics, Higher Thinking Skills and Mathematics Achievement. Dissertaion Abstracts International, 1990. Triandis , H.C. Attitude and Change. New York : Wiley, 1971. Tucker, Benny Francis. \" A Correlation Study of Three Primary Skills which Contribute to Arithmetic Problem Ability among Fourth Grade Students,\" Dissertation Abstracts International. 5 : 2620 - A, November, 1975. Underhill, R.G. Two layers of Constructivist Curricular Interaction. In E. Von Glasersfeld (ed), Radical Constructivist in Mathematics Education, pp. 229 - 248. Dordrecht, The Natherlands : Kluwer Academic, 1991. Vigotsky. Mind In Society : The Development of Higher Psychological Processes (M. Cole, V John - Steiner, S Scrbner, and E. Souberman. Eds.) Cambridge, MA : Harvard University Press, 1978. Voss, James, F. Learning and Transfer in Subject Matter Learning. A Problem - Solving Model. International Journal of Educational Research. 11 (1987) : 607 - 622, 1987. Wade, Eileen Gray. \" A Student of the Effects of a Constructivist - based Mathematics Problem - Solving Instructional Program on the Attitude, Self - Confidence, and Achievement of Post - Fifth - Grade Students,\" Dissertation Abstracts International. 55(11) : 3411 - A, 1995.
136 Webster, N. Webster ' s New Twentieth Century Dictionary of the English Language. 2 nd ed . London : William Collins, 1980. Wilson, James W, Maria L. Fermandez and Nelda Hadaway. \" Mathematics Problem Solving,\" Research ldeas for the Classroom : High School. San Francisco, Calit : Macmillan Publishing Company, 1993.
ภาคผนวก
138 ภาคผนวก ก รายช่ือผ้เู ชี่ยวชาญ
139 รายชื่อผ้เู ช่ียวชาญตรวจสอบเคร่อื งมือท่ีใช้ในการวิจยั 1. อาจารยด์ ร. สมชาย วรกจิ เกษมสกุล อาจารยภ์ าควชิ าวดั และประเมนิ ผล สถาบนั ราชภฏั อุดรธานี 2. ผชู้ ่วยศาสตราจารยศ์ รสี ุรางค์ ทนี ะกุล ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ สถาบนั ราชภฏั อุดรธานี 3. ผชู้ ่วยศาสตราจารยธ์ ญั ญา คาโตตนด ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ สถาบนั ราชภฏั อุดรธานี 4. นายมาโตนช กลนั่ ฤทธิ ์ อาจารย์ 2 ระดบั 7 สถาบนั ราชภฏั อุดรธานี 5. นางสาวอภญิ ญา องั คว์ ฒั นะ อาจารย์ 3 ระดบั 8 โตรงเรยี นอุดรพทิ ยานุกลู จงั หวดั อุดรธานี 6. นางสาวพานทพิ ย์ อมั พนั ธจ์ นั ทร์ อาจารย์ 3 ระดบั 8 โตรงเรยี นสตรรี าชนิ ูทศิ จงั หวดั อุดรธานี 7. นายกมล แขน้ า ศกึ ษานิเทศก์ 7 สานกั งานการประถมศกึ ษา จงั หวดั หนองบวั ลาภู 8. นายนยิ มชาติ รสโตสดา ศกึ ษานเิ ทศก์ 6 สานกั งานการประถมศกึ ษา จงั หวดั หนองบวั ลาภู
140 ภาคผนวก ข ค่าความยากงา่ ย (p) ค่าอานาจจาแนก (r) และความเช่ือมนั่ (KR-20) ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง ระบบสมการเชิงเส้น
141 ตารางท่ี 7 คา่ ความยากงา่ ย (p) คา่ อานาจจาแนก (r) และความเชอ่ื มนั่ (KR-20) แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง ระบบสมการเชงิ เสน้ ขอ้ ท่ี p r ขอ้ ท่ี p r 1 0.56 0.27 16 0.48 0.53 2 0.40 0.54 17 0.44 0.62 3 0.52 0.64 18 0.48 0.21 4 0.66 0.68 19 0.52 0.77 5 0.60 0.83 20 0.52 0.20 6 0.46 0.24 21 0.54 0.64 7 0.46 0.48 22 0.54 0.23 8 0.54 0.76 23 0.48 0.37 9 0.54 0.24 24 0.50 0.62 10 0.66 0.25 25 0.64 0.36 11 0.60 0.24 26 0.42 0.40 12 0.58 0.39 27 0.52 0.49 13 0.44 0.25 28 0.42 0.40 14 0.58 0.65 29 0.48 0.25 15 0.38 0.42 30 0.52 0.32 ความเช่อื มนั่ ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์ ทงั้ ฉบบั เท่ากบั 0.81
142 ภาคผนวก ค เครื่องมอื ที่ใช้ในการวิจยั
160 คาชี้แจง แบบวดั เจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ ตวั อย่าง วิชาคณิตศาสตร์ ค 011 ตามหลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนต้น พทุ ธศกั ราช 2521 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2533) ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ใหน้ กั เรยี นขดี เครอ่ื งหมาย ในชอ่ งทส่ี อดคลอ้ งกบั ความคดิ เหน็ ของนกั เรยี น ทม่ี ตี ่อวชิ าคณติ ศาสตร์ แบบวดั เจตคตฉิ บบั น้เี ป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า แบบ 5 ระดบั เหน็ ดว้ ยอยา่ งยงิ่ เหน็ ดว้ ย ไมแ่ น่ใจ ไมเ่ หน็ ดว้ ย และไมเ่ หน็ ดว้ ยอย่างยง่ิ ขอ้ ความ เหน็ ดว้ ย ความคดิ เหน็ ไมเ่ หน็ ดว้ ย 00. วชิ าคณติ ศาสตรม์ เี น้อื หาเหมาะสมกบั เวลา อยา่ งยงิ่ อยา่ งยงิ่ เหน็ ดว้ ย ไมแ่ น่ใจ ไมเ่ หน็ ดว้ ย
161 ขอ้ ความ เหน็ ดว้ ย ความคดิ เหน็ อยา่ งยง่ิ 1. วชิ าคณิตศาสตรเ์ ป็นวชิ าทไ่ี รส้ าระ เหน็ ไมแ่ น่ใจ ไมเ่ หน็ ไมเ่ หน็ ดว้ ย 2. วชิ าคณติ ศาสตรเ์ ป็นวชิ าทเ่ี รยี นรไู้ ดย้ าก ดว้ ย ดว้ ย อยา่ งยงิ่ 3. ขา้ พเจา้ ชอบศกึ ษาและทาความเขา้ ใจในเน้ือหา วชิ าคณติ ศาสตรท์ ค่ี รจู ะสอนลว่ งหน้า 4. วชิ าคณติ ศาสตรเ์ ป็นวชิ าทม่ี เี น้ือหาทา้ ทา้ ย ความคดิ ของมนุษย์ 5. ถา้ เลอื กไดข้ า้ พเจา้ จะเลอื กไมเ่ รยี นวชิ า คณิตศาสตร์ 6. ขา้ พเจา้ ชอบเลน่ เกมคณติ ศาสตร์ 7. ขา้ พเจา้ ชอบทาการบา้ นวชิ าคณติ ศาสตร์ ดว้ ยตนเอง 8. ถา้ เลอื กไดข้ า้ พเจา้ อยากเรยี นสายอน่ื ทไ่ี มม่ ี วชิ าคณติ ศาสตร์ 9. ขา้ พเจา้ ใฝ่ฝันทจ่ี ะเขา้ แขง่ ขนั ตอบปัญหา เกย่ี วกบั คณิตศาสตร์ 10. วชิ าคณติ ศาสตรท์ าใหน้ กั เรยี นมคี วามวติ กกงั วล 11. ขา้ พเจา้ ชอบทากจิ กรรมทางคณิตศาสตร์ มากกวา่ กจิ กรรมอน่ื 12. ขา้ พเจา้ ใหค้ วามสาคญั ในการสอบ วชิ าคณิตศาสตร์ 13. เป็นการเสยี เวลาโดยใชเ่ หตทุ ต่ี อ้ งมานงั่ แกส้ มการ 14. วชิ าคณติ ศาสตรท์ าใหน้ กั เรยี นมคี วามเครยี ด 15. วชิ าคณิตศาสตรไ์ มไ่ ดช้ ว่ ยในการประกอบอาชพี 16. วชิ าคณิตศาสตรช์ ว่ ยพฒั นาสมอง 17. วชิ าคณติ ศาสตรม์ ปี ระโยชน์สามารถนาไปใช้ ในชวี ติ ประจาวนั ได้ 18. วชิ าคณิตศาสตรท์ าใหน้ กั เรยี นมไี หวพรบิ ดี 19. วชิ าคณิตศาสตรท์ าใหน้ กั เรยี นหมดกาลงั ใจ 20. วชิ าคณิตศาสตรช์ ว่ ยพฒั นาความเจรญิ ทางดา้ นเทคโนโลยี
162 แบบบนั ทึกการสงั เกตการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน (ชดุ ท่ี 1) วิชาคณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 แผนการสอน………………………………เรอ่ื ง…………………………………………………… ครงั้ ท…่ี …..วนั ท…่ี ……เดอื น……………………….………พ.ศ. …………..เวลา…………….น. ช่อื ครผู สู้ อน นางสาวประภสั รา โคตะขนุ ช่อื ผสู้ งั เกต………………………………………….ตาแหน่ง…………………………………… โรงเรยี นบา้ นอบู มงุ อาเภอหนองววั ซอ จงั หวดั อุดรธานี ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาชี้แจง แบบบนั ทกึ การสงั เกตการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนชดุ น้ี เป็นเครอ่ื งมอื ใน การเกบ็ ขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วกบั พฤตกิ รรมการสอนของครผู สู้ อนในขณะทด่ี าเนิน กจิ กรรมการสอน โดยผสู้ งั เกตเป็นผบู้ นั ทกึ เหตุการณ์ทงั้ ทเ่ี ป็นส่วนดแี ละ ส่วนทค่ี วรปรบั ปรงุ แกไ้ ข เพ่อื เป็นขอ้ มลู ในการสะทอ้ นผลการปฏบิ ตั ิ เมอ่ื สน้ิ สดุ การสอนในแต่ละแผนการสอน ขอบข่ายของการสงั เกต 1. การเตรยี มการสอน ….……………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2. การดาเนินการสอน 2.1 ขนั้ นา ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2.2 ขนั้ สอน 1) ทาความเขา้ ใจและหาทางแกป้ ัญหา ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………
163 2) การดาเนินกจิ กรรมไตรต่ รอง กจิ กรรมไตรต่ รองระดบั กลุ่ม ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… กจิ กรรมไตรต่ รองระดบั ชนั้ ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2.3 ขนั้ สรปุ ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2.4 ขนั้ พฒั นาทกั ษะและการนาไปใช้ ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3. ขอ้ มลู ทพ่ี บเหน็ อ่นื ๆ 3.1 บรรยากาศในการเรยี น ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3.2 การใชส้ ่อื การสอนของครผู สู้ อน ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………
164 3.3 พฤตกิ รรมการแสดงออกของนกั เรยี น ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3.4 การแกป้ ัญหาเฉพาะหน้าของครผู สู้ อน ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3.5 บคุ ลกิ ของครผู สู้ อน ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3.6 ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ………………………………….ผสู้ งั เกต (…………..………………….………) ตาแหน่ง…………………………………………
165 แบบบนั ทึกการสงั เกตการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน (ชดุ ที่ 2) วิชาคณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 แผนการสอน………………………………เรอ่ื ง…………………………………………………… ครงั้ ท…่ี …..วนั ท…่ี ……เดอื น……………………….………พ.ศ. …………..เวลา…………….น. ช่อื ครผู สู้ อน นางสาวประภสั รา โคตะขนุ ชอ่ื ผสู้ งั เกต………………………………………….ตาแหน่ง…………………………………… โรงเรยี นบา้ นอบู มงุ อาเภอหนองววั ซอ จงั หวดั อุดรธานี ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาชี้แจง แบบบนั ทกึ การสงั เกตการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนชดุ น้ี เป็นเคร่อื งมอื ใน การเกบ็ ขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วกบั พฤตกิ รรมการสอนของครผู สู้ อนในขณะทด่ี าเนิน กจิ กรรมการสอน โดยผสู้ งั เกตเป็นผบู้ นั ทกึ เหตุการณ์ทงั้ ทเ่ี ป็นสว่ นดแี ละ ส่วนทค่ี วรปรบั ปรงุ แกไ้ ข เพอ่ื เป็นขอ้ มลู ในการสะทอ้ นผลการปฏบิ ตั ิ เมอ่ื สน้ิ สุดการสอนในแต่ละแผนการสอน โดยทาเคร่อื งหมาย ในชอ่ ง ทต่ี รงกบั พฤตกิ รรมทเ่ี กดิ ขน้ึ หวั ขอ้ ผลการประเมนิ ความคดิ เหน็ อ่นื ๆ/ 1. การนาเขา้ ส่บู ทเรยี น ดี พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรงุ ขอ้ เสนอแนะ 1.1 ความพรอ้ มของนกั เรยี น 1.2 ใชเ้ ทคนิคเรา้ ความสนใจนกั เรยี น … …… …………… …………………… 1.3 มคี วามสมั พนั ธก์ บั เน้อื หา … …… …………… …………………… 1.4 ลกั ษณะการแจง้ จดุ ประสงค์ … …… …………… …………………… 1.5 เหมาะสมกบั เวลา … …… …………… ……………………. 2. กจิ กรรมการสอน … ……. …………… .………………… 2.1 จดั กจิ กรรมไดต้ ามลาดบั ขนั้ เหมาะสม 2.2 ใหต้ วั อยา่ งไดเ้ หมาะสมกบั เน้อื หา … …… …………… …………………… 2.3 ใหเ้ น้อื หาไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน … …… …………… …………………… 2.4 ใหน้ กั เรยี นสรา้ งมโนทศั น์ดว้ ยตนเอง … …… …………… …………………… 2.5 ใชค้ าถามเพอ่ื พฒั นาความรู้ … …… …………… …………………… … …… …………… ……………………
166 หวั ขอ้ ผลการประเมนิ ผล ความคดิ เหน็ อ่นื ๆ / ดี พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรงุ ขอ้ เสนอแนะ 2.6 ใหเ้ น้อื หาเหมาะสมกบั เวลา … …… …………… …………………… 2.7 ใหน้ กั เรยี นทางานเป็นกล่มุ … …… …………… …………………… 2.8 เปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นไดน้ าเสนอผลงาน … …… …………… …………………… ของกลุ่ม 2.9 ใหโ้ อกาสนกั เรยี นไดซ้ กั ถามและแสดง … …… …………… …………………… ความคดิ เหน็ 2.10 ใหน้ กั เรยี นมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรม … ……. …………… …………..………. ทกุ ขนั้ ตอน 2.11 ใหค้ าแนะนาทเ่ี หมาะสม เมอ่ื นกั เรยี น … …… …………… ……….………….. มปี ัญหา 2.12 ใชค้ าพดู ท่าทางทเ่ี ป็นกาลงั ใจใหแ้ ก่ … …… …………… …………………… นกั เรยี น 3. การสรปุ บทเรยี น … …… …………… …………………... 3.1 มกี ารอภปิ รายก่อนการสรปุ … …… …………… …………………... 3.2 นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการสรปุ … …… …………… …………………... 3.3 ถูกตอ้ ง … …… ……………. …………………... 3.4 ครอบคลุม 4. การใชส้ อ่ื การสอน … …… …………… …………………… 4.1 สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละวธิ สี อน … …… ……………. …………………... 4.2 เหมาะสมกบั เน้อื หาและนกั เรยี น 5. การปกครองชนั้ เรยี น … …… …………… …………………... 5.1 สรา้ งบรรยากาศในชนั้ เรยี นไดน้ ่าเรยี น … …… ……………. …………………... 5.2 มคี วามสามารถในการคุมชนั้ เรยี น 6. การใชว้ ธิ วี ดั และประเมนิ ผล … …… …………… …………………… 6.1 ตรงตามทเ่ี ตรยี มไวใ้ นแผนการสอน … …… …………… …………………... 6.2 แจง้ ผลการประเมนิ ใหน้ กั เรยี นทราบ … ……. …………… ………………..…. 6.3 นาผลการประเมนิ ไปพจิ ารณา เพ่อื ปรบั ปรงุ การเรยี นการสอนต่อไป
167 หวั ขอ้ ผลการประเมนิ ความคดิ เหน็ อ่นื ๆ / 7. บุคลกิ ภาพของครผู สู้ อน ดี พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรงุ ขอ้ เสนอแนะ 7.1 การใชภ้ าษา … …… …………… ……………………. 1) ถูกตอ้ ง … …… …………… ……………………. 2) ชดั เจน … …… …………… ……………………. 3) เหมาะสม … …… …………… ……………………. 7.2 ระดบั น้าเสยี ง … …… …………… ……………………. 7.3 การตรงต่อเวลา … …… …………… ……………………. 7.4 การควบคุมอารมณ์ … …… …………… ……………………. 7.5 มนุษยสมั พนั ธ์ … ……. …………… ………………….… ส่วนดี ……………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… ส่วนทต่ี อ้ งปรบั ปรงุ ……………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ………………….………………ผสู้ งั เกต (…………………………………………)
168 แบบบนั ทึกการสะท้อนผลการใช้แผนการสอน วิชาคณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 แผนการสอน………………………………เรอ่ื ง…………………………………………………… ครงั้ ท…่ี …..วนั ท…่ี ……เดอื น……………………….………พ.ศ. …………..เวลา…………….น. ช่อื ครผู สู้ อน นางสาวประภสั รา โคตะขนุ โรงเรยี นบา้ นอบู มงุ อาเภอหนองววั ซอ จงั หวดั อดุ รธานี ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาชี้แจง แบบบนั ทกึ การสะทอ้ นผลการใชแ้ ผนการสอน ใชส้ าหรบั ครผู สู้ อนบนั ทกึ เหตุการณ์ต่างๆทเ่ี กดิ ขน้ึ ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนในแต่ละ แผนการสอนเพ่อื เป็นขอ้ มลู สาหรบั ปรบั ปรุงแผนการสอน การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน 1. ขนั้ นา ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2. ขนั้ สอน 2.1 ทาความเขา้ ใจและหาทางแกป้ ัญหา ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2.2 การดาเนินกจิ กรรมไตรต่ รอง 2.2.1 กจิ กรรมไตรต่ รองระดบั กลุ่ม ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………
169 2.2.2 กจิ กรรมไตรต่ รองระดบั ชนั้ ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3. ขนั้ สรปุ ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 4. ขนั้ พฒั นาทกั ษะและการนาไปใช้ ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… เสนอแนะเพม่ิ เตมิ หลงั การสอนแลว้ ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ………………………………….ผบู้ นั ทกึ (นางสาวประภสั รา โคตะขนุ )
170 แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน วิชาคณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 แผนการสอน………………………………เรอ่ื ง…………………………………………………… ครงั้ ท…่ี …..วนั ท…่ี ……เดอื น……………………….………พ.ศ. …………..เวลา…………….น. ช่อื ครผู สู้ อน นางสาวประภสั รา โคตะขนุ ช่อื ผสู้ งั เกต……………………………………………………ตาแหน่ง…………………………… โรงเรยี นบา้ นอูบมงุ อาเภอหนองววั ซอ จงั หวดั อุดรธานี ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาชี้แจง แบบบนั ทกึ การสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นของนกั เรยี น ใชบ้ นั ทกึ พฤตกิ รรม การเรยี นของนกั เรยี นโดยเขยี นวจิ ารณ์ และเสนอแนะในสง่ิ ทค่ี วรปรบั ปรงุ แกไ้ ข จากการสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี เมอ่ื สน้ิ สุดการเรยี นในแต่ละแผน ซง่ึ ผใู้ ชค้ อื ผสู้ งั เกตการณ์ พฤติกรรมของนักเรยี นในแต่ละชนั้ 1. ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรยี น ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2. ขนั้ สอน 1) ทาความเขา้ ใจและหาทางแกป้ ัญหา ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2) กจิ กรรมไตรต่ รองระดบั กลุม่ ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………
171 3) กจิ กรรมไตรต่ รองระดบั ชนั้ ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 4) ขนั้ พฒั นาทกั ษะและการนาไปใช้ โดยแยกเป็น 3 กล่มุ ดงั น้ี 4.1 เดก็ เก่ง ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 4.2 เดก็ ปานกลาง ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 4.3 เดก็ อ่อน ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ………………………………….ผบู้ นั ทกึ (………………………..……………..)
172 แบบสงั เกตพฤติกรรมการมีทกั ษะทางสงั คม วิชาคณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 แผนการสอนท…่ี …เรอ่ื ง……………………………………………ช่อื กลุ่มทส่ี งั เกต……………… ช่อื ผสู้ งั เกต……………………………………………ตาแหน่ง……………………………………. โรงเรยี นบา้ นอบู มงุ อาเภอหนองววั ซอ จงั หวดั อุดรธานี ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาชี้แจง พจิ ารณาพฤตกิ รรมทกั ษะทางสงั คมท่กี าหนดให้ แลว้ สงั เกตพฤตกิ รรม ของนกั เรยี นในขณะทเ่ี ขา้ กลมุ่ ทากจิ กรรมว่า ไดม้ พี ฤตกิ รรมต่างๆทแ่ี สดงออก ถงึ การมที กั ษะทางสงั คมตามทก่ี าหนดใหท้ งั้ 5 หวั ขอ้ หรอื ไม่ อยา่ งไรหรอื มพี ฤตกิ รรมดา้ นทกั ษะทางสงั คมอ่นื ๆ นอกเหนอื จาก 5 ขอ้ น้หี รอื ไม่ อยา่ งไร ใหผ้ สู้ งั เกตทาเครอ่ื งหมาย ลงในช่องตรงกบั พฤตกิ รรมของนกั เรยี น พฤตกิ รรม การอภปิ ราย การรบั ฟัง การใหค้ าแนะนา ความเป็น การให้ แลกเปลย่ี น และแสดง ชว่ ยเหลอื สมาชกิ ผนู้ าหรอื ความ ชอ่ื - สกุล ความคดิ เหน็ ความ ในกล่มุ ผตู้ ามของกลุ่ม รว่ มมอื 1. คดิ เหน็ 2. 3. 4. 5. พฤตกิ รรมอ่นื ๆทส่ี งั เกตเหน็ …………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………….
173 แบบบนั ทึกสมั ภาษณ์นักเรียนเก่ียวกบั การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน วิชาคณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 วนั ท…่ี ……เดอื น…………………………………….………พ.ศ. …………..เวลา…………….น. ชอ่ื ผสู้ มั ภาษณ์ นางสาวประภสั รา โคตะขนุ ช่อื นกั เรยี นผใู้ หส้ มั ภาษณ์………………………………………….ระดบั ผลการเรยี น…………… โรงเรยี นบา้ นอูบมงุ อาเภอหนองววั ซอ จงั หวดั อุดรธานี ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาชี้แจง แบบสมั ภาษณ์ชดุ น้เี ป็นแบบสมั ภาษณ์แบบเลอื กตอบ เพ่อื ใชส้ มั ภาษณ์ นกั เรยี น โดยนกั เรยี นไดแ้ สดงออกซง่ึ ความคดิ เหน็ และความรสู้ กึ ของตนเอง ต่อกจิ กรรมการเรยี นการสอนทผ่ี ่านมาในแต่ละแผนการสอน โดยผวู้ จิ ยั เป็น ผสู้ มั ภาษณ์ เพ่อื นาขอ้ มลู ไปปรบั ปรงุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนใน แต่ละแผนการสอน กรอบคาถามในการสมั ภาษณ์นักเรยี นมคี วามรสู้ ึกอย่างไรต่อกิจกรรมการเรยี นที่ ครผู สู้ อนจดั ให้ 1. เน้อื หาทเ่ี รยี นเป็นอย่างไร ยาก ปานกลาง งา่ ย อ่นื ๆ ……………………………………………………………………………………… 2. นกั เรยี นเขา้ ใจเน้อื หาทเ่ี รยี นดหี รอื ไม่ อยา่ งไร เขา้ ใจดมี าก เขา้ ใจดี เขา้ ใจบางส่วน ไมเ่ ขา้ ใจเลย อ่นื ๆ ……………………………………………………………………………………… 3. กจิ กรรมทใ่ี ชเ้ หมาะสมหรอื ไม่ อยา่ งไร เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม อ่นื ๆ .……………………………………………………………………………………… 4. ส่อื การสอนเป็นอยา่ งไร เรา้ ความสนใจและทาใหเ้ ขา้ ใจง่ายขน้ึ มากเกนิ ไปทาใหเ้ สยี เวลา น้อยเกนิ ไปทาใหไ้ มเ่ ขา้ ใจ อ่นื ๆ ………………………………………………………………………………………
174 5. เวลาในการทากจิ กรรมเหมาะสมหรอื ไม่ อยา่ งไร เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม เพราะมากเกนิ ไป ไมเ่ หมาะสม เพราะน้อยเกนิ ไป อ่นื ๆ ……………………………………………………………………………………… 6. บรรยากาศในการเรยี นเป็นอยา่ งไร ส่งเสรมิ และกระตุ้นความสนใจ นกั เรยี นมสี ว่ นในการทากจิ กรรม สนบั สนุนใหน้ กั เรยี นกลา้ แสดงความคดิ เหน็ และมคี วามเชอ่ื มนั่ ในตนเอง เปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นไดอ้ ภปิ รายแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ สนุกสนานน่าเรยี น น่าเบ่อื ไมอ่ ยากเรยี น อ่นื ๆ ……………………………………………………………………………………. 7. นกั เรยี นมคี วามคดิ เหน็ ต่อครผู สู้ อนอยา่ งไร ควบคมุ เครง่ ครดั ชแ้ี นะอานวยความสะดวก อ่นื ๆ ………………………………………………………………………………………. 8. นกั เรยี นตอ้ งการใหค้ รผู สู้ อนปรบั เปลย่ี นหรอื เพม่ิ เตมิ กจิ กรรมใดบา้ ง ………………………………………………………………………………………….…………… …………………………………………………………………………….………………………… ……………………………………………………………….……………………………………… ………………………………………………….…………………………………………………… …………………………………….………………………………………………………………… ……………………….……………………………………………………………………………… ………….………………………………………………………………………………………….… ……………………………………………………………………………………….……………… ………………………………………………………………………….…………………………… …………………………………………………………….………………………………………… ……………………………………………….……………………………………………………… ………………………………….…………………………………………………………………… ………………………………………………………….…………………………………………… …………………………………………….…………………………………………………………
ภาคผนวก ง 1. ตารางวิเคราะหเ์ นื้อหาและจดุ ประสงคก์ ารเรียนรปู้ ระจาบทเรียน 2. แผนการสอนโดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอน ตามแนวคิดของทฤษฎีคอนสตรคั ติวิสม์
176 ตารางท่ี 8 วเิ คราะหเ์ น้อื หาและจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรปู้ ระจาบทเรยี น เรอ่ื ง ระบบสมการเชงิ เสน้ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 จานวน 14 คาบ คาบละ 50 นาที เน้อื หา จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม เวลา (คาบ) 1. สมการเชงิ เสน้ จดุ ประสงคป์ ลายทาง 2 สองตวั แปร นกั เรยี นสามารถหาคาตอบของสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรได้ จดุ ประสงคน์ าทาง นกั เรยี นสามารถ 1. กาหนดตวั แปรแทนจานวนไมท่ ราบค่าได้ 2. เขยี นสมการจากประโยคภาษาได้ 3. หาคาตอบของสมการเมอ่ื กาหนดค่าของตวั แปรมาหน่งึ ตวั ได้ 4. เขยี นคาตอบของสมการในรปู ค่อู นั ดบั ได้ 5. เขยี นคาตอบของสมการในรปู ของกราฟได้ 2. กราฟของสมการ จดุ ประสงคป์ ลายทาง 3 เชงิ เสน้ สองตวั แปร นกั เรยี นสามารถบอกลกั ษณะต่างๆของกราฟสมการเชงิ เส้น สองตวั แปรได้ จดุ ประสงคน์ าทาง นกั เรยี นสามารถ 1. จดั สมการทก่ี าหนดใหใ้ นรปู y = ax + b และ บอกคา่ a , b ได้ 2. เขยี นกราฟของสมการ y = ax + b ได้ 3. บอกลกั ษณะต่างๆของกราฟของสมการ y = ax + b ได้ 4. บอกไดว้ ่ากราฟของสมการ 2 สมการทก่ี าหนดใหม้ ลี กั ษณะ ขนานกนั หรอื ตงั้ ฉากกนั หรอื ตดั แกน Y
177 ตารางท่ี 8 วเิ คราะหเ์ น้อื หาและจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรปู้ ระจาบทเรยี น เรอ่ื ง ระบบสมการเชงิ เสน้ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 จานวน 14 คาบ คาบละ 50 นาที (ต่อ) เน้อื หา จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม เวลา (คาบ) 3. การหาคาตอบระบบ จดุ ประสงคป์ ลายทาง 2 สมการเชงิ เสน้ สอง ตวั แปรโดยใชก้ ราฟ นกั เรยี นสามารถหาคาตอบของระบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร โดยวธิ กี ารเขยี นกราฟได้ จดุ ประสงคน์ าทาง นกั เรยี นสามารถ 1. เขยี นกราฟของระบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรได้ 2. สรปุ คาตอบของระบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร จากการเขยี นกราฟได้ 4. การแกร้ ะบบสมการ จดุ ประสงคป์ ลายทาง 3 เชงิ เสน้ สองตวั แปร นกั เรยี นสามารถแกร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรได้ จดุ ประสงคน์ าทาง นกั เรยี นสามารถ 1. แกร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร\"โดยใชส้ มบตั กิ ารบวกและ สมบตั กิ ารคณู ได้ 2. สรปุ คาตอบของระบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรทก่ี าหนดใหไ้ ด้ 5. โจทยส์ มการเชงิ เสน้ จดุ ประสงคป์ ลายทาง 4 สองตวั แปร นกั เรยี นสามารถใชส้ มการเชงิ เสน้ สองตวั แปรแกโ้ จทยป์ ัญหาได้ จดุ ประสงคน์ าทาง นกั เรยี นสามารถ 1. เขยี นประโยคภาษาเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ได้ 2. แกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรได้ 3. ตรวจคาตอบของโจทยส์ มการเชงิ เสน้ สองตวั แปรได้
178 โครงการสอน เร่อื ง ระบบสมการเชิงเส้น ……………………………………………………. รายวิชา คณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค 011 ระดบั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 1.5 หน่วยการเรียน เวลา 14 คาบ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาอธิบาย สมการเชงิ เสน้ คอื สมการทเ่ี ขยี นไดใ้ นรปู a1x1 + a2x2 + … + anxn = b และมี ai ( I = 1 , 2 , 3 , … , n) อยา่ งน้อยหน่งึ ตวั ทม่ี คี ่าไมเ่ ท่ากบั ศูนย์ การทเ่ี รยี กว่า \"เชงิ เสน้ \" มไิ ดห้ มายความว่า กราฟของสมการจะตอ้ งเป็นเสน้ ตรงเพราะในกรณที ม่ี ตี วั แปร 3 ตวั กราฟของ สมการจะเป็นระนาบ ขอ้ ทค่ี วรสงั เกตคอื เลขชก้ี าลงั ของตวั แปรทกุ ตวั ตอ้ งเป็นหน่งึ และไมอ่ ยใู่ น รปู ผลคณู เช่น สมการ ax + bxy + y = c ไมเ่ รยี กว่า เป็นสมการเชงิ เสน้ สมการเชงิ เสน้ ทม่ี ตี วั แปรสองตวั จะมคี าตอบมากมายนบั ไมถ่ ว้ น แต่ระบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรนนั้ อาจมคี าตอบเดยี วหรอื หลายคาตอบหรอื ไมม่ คี าตอบเลยกไ็ ด้ ระบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรทม่ี คี าตอบคาตอบเดยี ว มปี ระโยชน์ในการแกโ้ จทยป์ ัญหาหลายประเภท เชน่ โจทยเ์ รอ่ื งระยะทาง อตั ราเรว็ (กระแสน้า รถไฟ ฯลฯ) โดยใหว้ ธิ คี ดิ ทห่ี ลกั เกณฑแ์ ละ งา่ ยกวา่ วธิ เี ลขคณติ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ใหน้ กั เรยี นสามารถ 1. หาคาตอบของสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรได้ 2. บอกลกั ษณะต่างๆของกราฟสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรได้ 3. หาคาตอบของระบบสมการเชงิ เส้นสองตวั แปรโดยวธิ กี ารเขยี นกราฟได้ 4. แกร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรได้ 5. ใชส้ มการเชงิ เสน้ สองตวั แปรแกโ้ จทยป์ ัญหาได้
172 ภาคผนวก จ - ตวั อยา่ งแบบบนั ทกึ การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน - ประวตั ยิ อ่ ของผวู้ จิ ยั
173
174 ประวตั ิย่อของผวู้ ิจยั ชื่อ นางสาวประภสั รา โคตะขนุ วนั เกิด 5 กนั ยายน พ.ศ. 2517 สถานที่เกิด อ.หนองววั ซอ จ.อุดรธานี สถานท่ีอยู่ปัจจบุ นั บา้ นเลขท่ี 17 / 28 ถ.อาเภอ อ.เมอื ง จ.อุดรธานี 41000 โทรศพั ท์ 082-236-4928 ตาแหน่งหน้าที่การงาน อาจารย์ 2 ระดบั 6 สถานที่ทางานปัจจบุ นั โรงเรยี นบา้ นอบู มงุ อ.หนองววั ซอ จ.อุดรธานี 41220 ประวตั ิการศึกษา 2528 ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โรงเรยี นบา้ นหนองเมก็ จ.อุดรธานี 2531 มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นเซนตเ์ มร่ี อ.เมอื ง จ.อุดรธานี 2534 มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 (แผนกวทิ ย-์ คณติ ) โรงเรยี นอุดรพทิ ยานุกูล อ.เมอื ง จ.อุดรธานี 2538 ครศุ าสตรบณั ฑติ คบ. (คณติ ศาสตร์ ) สถาบนั ราชภฏั อุดรธานี อ.เมอื ง จ.อุดรธานี 2545 ครศุ าสตรมหาบณั ฑติ (ค.ม.) สาขาหลกั สตู รและการสอน(คณติ ศาสตร)์ สถาบนั ราชภฏั อุดรธานี อ.เมอื ง จ.อุดรธานี :: pla-prapasara E-mail :: [email protected]
175
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191