ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ยิ่งการจัดเลี้ยงใดมีการทุ่มเทให้ กับการประติดประดอยอาหารการกินให้เลิศหรูมากเท่าไหร่ ห้องครัวยิ่งกลายเป็นห้องที่มีการล้างผลาญทรัพยากรชนิดกิน ทิ้งกินขว้างอย่างมากที่สุด ทำ ลายสุขภาพอย่างหนักที่สุด เตรียมการเตรียมงานมากที่สุด สิ้นเปลืองงบประมาณมากที่สุด และกระตุ้นให้เกิดกำลังในการเสพกามราคะมากที่สุด แต่ห้องครัวในสายดาของพระสัมมาล้มพุทธเจ้านั้น กสับ ตรงกันข้าม คือเป็นห้องเพื่อการควบคุมกามกิเลส พระองค์จึงกำหนดให้พระภิกษุเลี้ยงชีวิดด้วยการบิณฑบาต และกำหนดให้ฉันภัตตาหารเพียงมื้อเดียวหรีอสองมื้อ คือเข้า กับเพลเท่านั้น เพื่อตัดเสบียงกาม และให้รู้จักประมาณในการรับ พิจารณาในการใข้ โดยด้องคำนึงถึงสุขภาพ ความพอดี และ ความเหมาะสมเป็นหลัก แล้วเอาเรี่ยวแรงที่ได้รับจากข้าวปลา อาหาร มาประพฤติปฏิบีตธรรม ญาติโยมกิได้บุญ ดนเองกิ เป็นเนื้อนาบุญ เมื่อถึงคราวเผยแผ่พระพุทธศาสนากิเป็นกำล้ง สำ ด้ญที่ไม่ด้องสิ้นเปลืองงบประมาณมากมายในการเลี้ยงดูนื้คือ ห้องครัวของพระอริยเจ้าที่ใข้สำหรับเพาะนิสัยทุ่มชีวิตเป็นเติม พันเพื่อการบรรลุธรรม ห้า คือ ห้องทำงาน ดามความเข้าใจของชาวโลกนั้น ห้องทำงานคือห้องแห่ง การหาทรัพย์สมบิติมาเลี้ยงชีวิต กัามีนิสัยดีกิหาสมบิตไดไม่ยาก แต่ล้าทำงานแบบมักง่ายกิได้แต่ความวิบิต พระพทธศาสนาเจริญรุ่งทองไรํ' ส์'องทุ่มชริตใ'พถูกธรรม ©๔๗ www.kalyanamitra.org
ห้องทำงานของใครก็เป็นไปตามลักษณะอาชีพของคนๆ นั้น ถ้าเป็นเกษตรกร ห้องทำงานก็คือ เรือกสวนไร่นา ถ้าเป็นพนักงานบริษัท ห้องทำงานก็อยู่ในตึก ในอาคาร ถ้าเป็นมอเตอร์ไชด์ร้บจ้าง ห้องทำงานก็อยู่บนหลังมอ เตอร์ไซด์ สิ่งที่ล้างผลาญให้เศรษฐกิจของชาวโลกถึงกาลวอตวาย ได้รวดเร็วที่สุต ไม่มีอะไรเกินอบายมุข สถานที่ทำงานใตที่ปล่อยให้อบายมุขบุกครอบครองเมื่อไหร่ สมป้ตที่คิดว่าจะได้จะกลายเป็นวิบตทันที กิจการที่เคยดี ก็จะ ยิ่งล่มจมอย่างหนัก ยิ่งประกอบมิจฉาอาชีพชํ้าหนักเข้าไป ด้วยแล้ว ไม่นานนักทั้งอบายมุขและมิจฉาอาชีพก็จะช่วยกัน ถล่มทลายให้หนัาที่การงานล้มละลายถึงแก่กาลฉิบหายเร็ว หนักขึ้นกว่าเดิม สำ หริบห้องทำงานในสายตาของพระสัมมาล้มพุทธเจ้านั้น คือ ห้องแห่งการแกสติและ{โญญาที่ใช้สำหรับเพาะนิสัยพุ่ม ชีวิตเป็นเติมพันเพื่อการบรรลุธรรม พระองค์ทรงสอนว่า ภิกษุทั้งหลาย ทุกย่างกัาวที่เธอนั้ง นอน ยืน เดินไปนั้น ด้องพึงระวังให้ดี อย่าให้มีสิ่งใตที่เป็น ข้าศึกต่อการประพฤติพรหมจรรย์มาจ้บด้วเธอไปได้ พึงระวังข้าศึกทางตา คือรูปสวยๆ ที่มาทิ่มตาแล้วทำให้ ใจหลงใหลติดอยู่ในรูปสวยๆ «๔๔ 9วํทไ1รไว้ชุ่มเดนพัน www.kalyanamitra.org
พึงระวํโงข้าศึกทางหู คือเสียงหวานๆ ที่มาทิ่มหูแล้ว ทำ ให้ใจหลงใหลติดอยู่ในเสียงเพราะๆ พึงระวังข้าศึกทางจมูก คือกลิ่นหอมๆ ที่มาทิ่มจมูกแล้ว ทำ ให้ใจหลงใหลติดอยู่ในกลิ่นหอมๆ พึงระวังข้าศึกทางลิ้น คือ รสอร่อยๆ ที่มาทิ่มลิ้นแล้ว ทำ ให้ใจหลงใหลไปกับรสอร่อยๆ พึงระวังข้าศึกทางกาย คือ สัมผัสที่ถูกใจมาทิ่มกายแล้ว ทำ ให้ใจหลงใหลไปกับล้มผัสที่ถูกใจนั้น และพึงระวังข้าศึกทางใจ คือ อกุศลจิดที่เกิดขี้นมาทิ่มใจ แล้วทำให้ใจหลงใหลไปกับอกุศลจิต ถ้าเธอพึงระวังข้าศึกต่อการประพฤติพรหมจรรย์อย่างนี้ ได้ทุกย่างถ้าว ใจของเธอก็จะปลอดภัย การดำเนินชีวิดของ เธอย่อมมีสติ ไม่นานนักสัมมาสมาธิย่อมเกิด เธอย่อมเข้าถึง ธรรมไดไม่ยาก ทุกย่างกัาวที่ดำเนินไปด้วยสติและปัญญา ระแวงกัยทิ่ น่าระแวงมองเห็นโทษภัยในสิ่งเล็กนัอยที่จะนำไปสู่อกุศลจิดนี่คือ ห้องทำงานของพระอริยเจ้าที่ใข้สำหรับเพาะนิสัยทุ่มชีวิตเป็น เดิมพันเพื่อการบรรลุธรรม เพราะฉะนั้น การดำเนินชีวิดอยู่ในห้องแห่งการพิฆาต กิเลสทุกลมหายใจเข้าออกเช่นนี้ คือ การดำเนินชีวิตที่ไม่ ประมาทต่อการประพฤติพรหมจรรย์ พระทุฑธศาสนาเจริญรุ่งเรองไต้ ต้องทุ่มชริดใต้ถูกธรรม ๑๔๙ www.kalyanamitra.org
๕.สรุป ะ การทุ่มรวิตให้ถูกธรรม จากการที่หลวงพ่อได้แสดงธรรมมาตั้งแต่ต้นจนกระทั่งบัดนี้ ก็ขอสรุปว่า ใครก็ดามที่จะนำความเจริญรุ่งเรืองในธรรมมาสู่ ดนเองและพระพุทธศาสนาได้นั้น ๑) ต้องเป็นผู้ที่มีพระสัมมาส้มพุทธเจ้าเป็นด้นแบบ ในการสร้างบารมี เพื่อมุ่งรื้อวัฏสงสารอย่างทุ่มชีวิตเป็นเดิมพัน ๒) ต้องเป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบแห่งความ เจริญในชีวิด ๓ ประการ คือ ๒.๑) มีครูดีเป็นด้นแบบ ๒.๒) มีนิสัยพื้นฐานแห่งการบรรลุธรรม ๒.๓) ดำ เนินชีวิดด้วยความไม่ประมาทในการ ประพฤดิพรหมจรรย์ ๓) ต้องเป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยความรูพื้นฐานในการสร้าง ทีมงานสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาทั่ง ๕ประการ คือ ๓.๑) วุฒิธรรม ๔ หสักการแสวงหาปัญญา ๓.๒) บารมี ๑๐ ทัศ เส์นทางแห่งการดร้สรู้ธรรม ๓.๓) นิสสัย ๔ บทแกพุทธบุดรให้มีนิสัยทุ่มชีวิด เป็นเดิมพัน ๓.๔) มรรคมีองค์๘ หัวใจแห่งการบรรลุธรรม ๓.๕) การบริหารวัดให้เป็นสถานที่เหมาะแก่การ บรรลุธรรม «tfo ใ!นไว้ชุ่มเทินพัน www.kalyanamitra.org
หากเขาทุ่มชีวิตเป็นเดิมพนปฏิบ้ตไปตามเส้นทางของ พระสัมมาส้มพุทธเจ้าตลอตชีวิต แน่นอนว่า เขาย่อมเป็นผู้ที่ ทุ่มชีวิตได้ถูกธรรม เขาย่อมบรรลุธรรมได้ไม่ยาก เขาย่อม สามารถเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอตอายุพระพุทธศาสนา เขาย่อมสามารถสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ และยิ่งกว่านั้น เขาย่อมเป็นผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองในธรรมให้แก่ตนเอง หมู่ คณะ และพระพุทธศาสนาไปอีกนานแสนนาน เมื่อนั้นทุกย่าง ก้าวที่เขายิ่าไปย่อมมีแต่การแผ่ขยายพระพุทธศาสนาไปสู่ใจ ชาวโลกทั่วทุกมุมโลกได้สำเร็จอย่างแน่นอน พระทุทฬาสนาIจริญพุ่เใองไต้ ต้องทุ่ม?วิflใต้ถูก!ทาม «๕® www.kalyanamitra.org
www.kalyanamitra.org
พระภาวนาวิริยคุณ(เผด็จ ทตฺตชีโว) ปัจจุบันดำรงสมณกิจ รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย รองประธานมูลนิธิธรรมกาย และ President of Dhammakaya International Meditation Center (U.S.A.) เกิดเมื่อวันที่ ๒๑ ธ้นวาคม พ.ศ.๒๔๘๓ สำ เร็จการศึกษาปริญญาตรีคณะกสิกรรมและส้ตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน และ Diploma of Dairy Technology Hawkesbury College, Australia อุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๔ ณพัทธสีมาวัตปากนํ้า ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พระภาวนาวิริยคุณ(เผด็จ ท?!ทปีโว) 0๕01 www.kalyanamitra.org
www.kalyanamitra.org
วิธีแกสมาธิเบื้องต้น สมาริ คือ ความสงบ สบาย และความรูสึกเป็นสุขอย่าง ยิ่ง ที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่พระพุทธ- ศาสนา กำ หนดเอาไว้เป็นข้อควรปฏิบัติ เพื่อการดำรงชีวิต ประจำวันอย่างเป็นสุข ไม่ประมาท เต็มไปด้วยสติสัมปชัญญะ และปัญญา อันเป็นเรื่องไม่เหลือวิสัย ทุกคนสามารถปฏิป้ติได้ ง่ายๆ ด้งวิธีปฏิบัติที่พระเตชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สต จนฺทสโร)หลวงปูวัตปากนํ้า ภาษีเจริญ ได้เมตตาสั่งสอนไว้ด้งนี้ ๑. กราบบูชาพระรัตนตรัย เป็นการเตรียมด้วเตรียม ใจให้นุ่มนวลไว้เป็นเบื้องด้น แล้วสมาทานศีล ๕ หรีอศีล ๘เพื่อยํ้าความมั่นคงในคุณธรรมของตนเอง าธฟิกรมาธิ «(£๕ www.kalyanamitra.org
๒. ดุกเข่าหรือนั่งพับเพึยบ สบายๆ ระลึกถึงความดี ที่ได้กระทำแล้วในวันนี้ในอดีต และที่ตั้งใจจะทำ ต่อไปในอนาคต จนราวกับว่า ร่างกายทั้งหมต ประกอบขึ้นด้วยธาตุแห่งคุณงามความดีล้วนๆ ๓. นั่งขัดสมาร เท้าขวาทับเท้าซ้ายมือขวาทับมือซ้าย นี้วขึ้ของมือข้างขวาจรตนี้วหัวแม่มือข้างซ้าย นั่ง ใหัอยู่ในท่าที่พอดี ไม่แนร่างกายมากจนเกินไป ไม่ถึงกับเกร็ง แต่อย่าใหัหล้งโด้งงอ หลับตาพอ สบายคล้ายกับกำล้งพ้กผ่อน ไม่บีบกล้ามเนี้อตา หรือรเมวตคิ้ว แล้วตั้งใจมั่น วางอารมณ์สบาย สร่างความรู้สึกให้พร้อมทั้งกายและใจว่า กำ ลังจะ เข้าไปสู่ภาวะแห่งความสงบ สบายอย่างยิ่ง ๔. นึกกำหนดนิมิต เป็น \"ตวงแก้วกลมใส\" ขนาต เท่า แก้วตาดำ ใสบริสุทธิ้ ปราศจากรอยตำหนิใตๆ ขาวใส เย็นตาเย็นใจ ด้งประกายของตวงตาว ตวงแก้วกลมใสนี้เรืยกว่า บริกรรมนิมิต นึกสบาย ๆ นึกเหมือนตวงแก้วนั้นมานิ่งสนิทอยู่ ณ ศูนย์กลาง กายฐานที่ ๗ นึกไปภาวนาไปอย่างนุ่มนวล เป็น พุทธานุสติว่า \"สัมมา อรหัง\" หรือค่อยๆ น้อมนึก ตวงแก้วกลมใส ให้ค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ศูนย์กลาง กายตามแนวฐาน โตยเริ่มด้นตั้งแต่ฐานที่ ๑ เป็นด้นไป น้อมนึกอย่างสบายๆใจเย็นๆไปพร้อมๆ กับดำภาวนา e(fb ^ทนปีไว้'ชุ่มเคมพัน www.kalyanamitra.org
J , / หญิงข้างฟ้าย ^ ฐานท ® ปากช่องจมก I f0.\".-\"..2Uf \" ขายข้างขวา f „iriJ J หญิงข้างฟ้าย ฐานท ๒ เพลาดา I V ขายข้างขวา ฐานที่ ๓ จอมประสาท ฐานที่ or ช่องเพดาน ฐานที่ (t ปากช่องสำคอ ฐานที่ <?/ ดูนย์กลางกายที่ตั้งจิตถาวร ) ๒ นวมอ ฐานที่ ๖ คูนย์กลางกายระดับสะดอ อนึ่ง เมื่อนิมิตดวงแก้วกลมใสปรากฏแล้ว ณ กลางกาย ให้วางอารมณ์สบายๆ ก้มนิมิตนั้น จนเหมือนกับว่า ดวงนิมิต เป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์ หากตวงนิมิตนั้นอ้นตรธานหายไป ก็ไม่ต้องนึกเสียตาย ให้วางอารมณ์สบาย แล้วนึกนิมิตนั้นขึ้น มาใหม่แทนตวงเก่า หรือเมื่อนิมิตนั้นไปปรากฏที่อื่น ที่มิใช่ ศูนย์กลางกาย ให้ค่อยๆ น้อมนิมิตเข้ามาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีการบังคับ และเมื่อนิมิตมาหยุตสนิท ณ ศูนย์กลางกาย ให้ วางสติลงไปอ้งจุตศูนย์กลางของดวงนิมิต ต้วยความรู้สึก คล้ายมีดวงตาวตวงเล็กๆ อีกตวงหนึ่ง ช้อนอยู่ตรงกลางตวง นิมิตตวงเติม แล้วสนใจเอาใจใส่แต่ดวงเล็กๆ ดรงกลางนั้นไป เรื่อยๆ ใจจะปร้บจนหยุดไต้ถูกส่วน เกิดการดกศูนย์ และเกิด ดวงสว่างขึ้นมาแทนที่ ดวงนี้เรืยกว่า \"ดวงธรรม\" หรือ วิธรกสมาธิ «๕๗ www.kalyanamitra.org
\"ดวงปฐมมรรค\" อันเป็นประตูเบื้องด้นที่จะเปีดไปสู่หนทาง แห่งมรรคผลนิพพาน การระลึกนึกถึงนิมิตสามารถทำได้Iน ทุกแห่งทุกที่ฑุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน เดิน หรือขณะ ทำ ภารกิจใด ๆ ข้อแนะนำ คือ ด้องทำให้สมาเสมอเป็นประจำ ทำ เรื่อยๆ ทำ อย่างสบายๆ ไม่เร่ง ไม่บังคับ ทำ ได้แค่ไหนให้พอใจแค่นั้น ซึ่งจะเป็นการป้องกันมิให้เกิดความอยากจนเกินไป จนถึงกับ ทำ ให่ใจด้องสูญเสียความเป็นกลางและเมื่อการ'ฝึกสมาธิบังเกิดผล จนได้ \"ดวงปฐมมรรค\" ที่ใสเกินใส สวยเกินสวย ดิดสนิท มนคงอยู่ที่ศูนย์กลางกายแล้วให้หมั่นดรืกระลึกนึกถึงอยู่เสมอ «๕๘ ปีวิทนมไว้ชุ่มเคํนพัน www.kalyanamitra.org
อย่างนี้แล้ว ผลแห่งสมาธิจะทำให้ชีวิตดำรงอยู่บนเส้น ทางแห่งความสุข ความสำเร็จ และความไม่ประมาทได้ตลอดไป ทั้งยังจะทำไห้สมาธิละเอียดลุ่มลึกไปตามสำด้บอีกด้วย ข้อควรระวัง ๑. อย่าใข้กำลัง คือไม่ไซ้กำลังไตๆ ทั้งสิน เช่นไม่บีบ กล้ามเนี้อตา เพื่อจะไห้เห็นนิมิตเร็วๆ ไม่เกร็งแขน ไม่เกร็ง กล้ามเนี้อหน้าห้อง ไม่เกร็งตัว ฯลฯ เพราะการไซ้กำลัง ตรงส่วนไดของร่างกายก็ตาม จะทำไห่จิตเคลื่อนจากศูนย์กลางกายไปสู่จุตนั้น ไ3. อย่าอยากเห็น คือ ทำ ไจไห้เป็นกลาง ประคองสติ มิไห้เผลอจากบริกรรมภาวนาและบริกรรมนิมิต ส่วนจะเห็นนิมิตเมื่อไดนั้น อย่ากังวล ถ้าถึงเวลา แล้วย่อมเห็นเอง การบังเกิดของตวงนิมิตนั้น อุปมาเสมือนการขึ้นและตกของตวงอาทิตย์ เราไม่ อาจจะเร่งเวลาได้ ๓. อย่ากังวลถึงการกำหนดลมหายไจเข้าออก เพราะการ ?1กสมาธิเพื่อไห้เซ้าถึงพระธรรมกาย ภายไน อาศัยการนึกถึง \"อาโลกกสิณ\" คือ กสิณ ความสว่าง เป็นบาทเบื้องด้น เมื่อ?เกสมาธิจนเซ้าถึงตวงปฐมมรรคแล้ว ฟิกสมาธิต่อไป ผ่านกายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม จนกระทั้งเซ้าถึงพระธรรมกายแล้ว จึงเจริญวิปัสสนาไนภายหลัง วิธึฝืทรมาธิ «๕๙ www.kalyanamitra.org
ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องกำหนดลมหายใจเข้าออกแต่ ประการใด ๔. เมื่อเลิกจากนั๋งสมาธิแล้วให้ตั้งใจไว้ที่ศูนย์กลาง กายที่เดียวไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ดาม เช่นยืน เดิน นอน หรือนั้ง อย่าย้ายฐานที่ตั้งจิดไปไว้ที่อื่น เป็นอันขาด ให้ตั้งใจบริกรรมภาวนา พร้อมอับนึก ถึงบริกรรมนิมิดเป็นดวงแอัวใสควบคู่อันดลอดไป ๕. นิมิตตำงๆ ที่เกิดขึ้น จะต้องน้อมไปตั้งไว้ที่ ศูนย์กลางกายทั้งหมด อัานิมิดเกิดขึ้นแล้วหายไป ก็ไม่ต้องดามหาให้ภาวนาประคองใจต่อไปดามปกติ ในที่สุดเมื่อจิดสงบ นิมิดย่อมปรากฏขึ้นใหม่อีก การ'ฝืกสมาธิเบื้องต้นเท่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ย่อม เป็นปัจจัยให้เกิดความสุขไต้พอสมควร เมื่อชักข้อมปฏิปัดอยู่ เสมอๆ ไม่ทอดทิ้ง จนไต้ดวงปฐมมรรคแล้ว ก็ให้หมั่น ประคองรักษาดวงปฐมมรรคนั้นไว้ดลอดชีวิด ดารงดนอยู่ใน ศีลธรรมอันดี ย่อมเป็นหลักประอันไต้ว่า ไต้ที่พึ่งของชีวิดที่ ถูกต้องดีงาม ที่จะส่งผลให้เป็นผู้มีความสุขความเจริญ ทั้งใน ภพชาตินี้และภพชาติหน้า เด็กเคารพผูใหญ่ ผู1หญ่เมดดาเด็ก ทุกคนมีความรักใคร่สามัคคี เป็นนํ้าหนึ่งใจเดียวอัน หาก สามารถแนะนาต่อๆ อันไป ขยายไปยังเหล่ามนุษยชาติอย่าง ไม่จำอัดเขึ้อชาดิ ศาสนา และเผ่าพันธุ สันติสุขอันไพบูลย์ที่ ทุกคนใฝ่ฝันก็ย่อมบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน «๖0 ปีวํทนมเว้'!]มเทมท้น www.kalyanamitra.org
ประโยชน์ของการแกสมาธิ ๑. ผลต่อตนเอง ๑.๑ ด้านสุขภาพจิต ส่งเสริมให้คุณภาพของใจดีขึ้น คือ ทำ ให้จิตใจผ่องใส สะอาด บริสุฑธ สงบ เยือกเย็น ปลอดโปร่ง โล่ง เบา สบาย มี ความจำและสติปัญญาดีขึ้น ส่งเสริมสมรรถภาพทางใจทำ ให้คิดอะไรได้รวดเร็วถูกด้อง และเลือกคิดแต่ในสิ่งที่ดีเท่านั้น ๑.ไอ ด้านพัฒนาบุคลิกภาพ ทำ ให้เป็นผู้มีบุคลิกภาพดีกระฉับกระเฉงกระปรี้กระเปร่า มีความองอาจสง่าผ่าเผย มีผิวพรรณผ่องใส มีความมั่งคงทางอารมถเหนักแน่นเยือกเย็นและเชื่อมั่น มีมนุษยสัมพันธ์ดี วางตัวได้เหมาะสมกับกาลเทศะ เป็นผู้ มีเสน่ห์เพราะไม่มักโกรธ มีความเมดดากรุณาต่อบุคคลทั่วไป ๑.๓ ด้านสิวิตประจำวัน ช่วยให้คลายเครียด เป็นเครื่องเสริมประสิทธิภาพใน การทำงาน และการศึกษาเล่าเรียน ช่วยเส่ริมให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เพราะร่างกายกับ จิดใจย่อมมีอิทธิพลต่อกัน กัาจิดใจเข้มแข็ง ย่อมเป็นภูมิ ด้านทานโรคไปในตัว วิรฝืทสมาริ ebe www.kalyanamitra.org
๑.๔ ด้านสืลธรรมจรรยา ทำ ให้เป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิเชื่อกฎแห่งกรรมสามารถคุ้มครอง ตนให้พ้นจากความชั่วทั้งหลายได้ และเนื่องจากจิตใจดี จึง ทำ ให้ความประพฤติทางกาย และวาจาดีตามไปด้วย ทำ ให้เป็นผู้มีความมักน้อย สันโดษ รักลงบ และมีขันติ เป็นเลิศ ทำ ให้เป็นผู้มีความเอื้อเฟือเผื่อแผ่ เห็นประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนด้ว เป็นผู้มีสัมมาคารวะ และมีความ อ่อนน้อมถ่อมตน ไอ. ผลต่อครอบครัว ไอ.๑ ทำ ให้ครอบครัวมีความสงบสุข เพราะลมาชิกใน ครอบครัวเห็นประโยชน์ของการประพฤติธรรมทุกคน ตั้งมั่น อยู่ในศีลปกครองกันด้วยธรรม เด็กเคารพผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เมตตาเด็ก ทุกคนมีความรักใคร่ลามัคคีเป็นนํ้าหนื่งใจเดียวกัน ไอ.ไอ ทำ ให้ครอบครัวมีความเจริญก้าวหน้า เพราะ ลมาชิกต่างก็ทำหน้าที่ของตนโดยไม่บกพร่อง เป็นผู้มีใจคอ หน้กแน่น เมื่อมีปัญหาครอบครัว หรือมีอุปสรรคอันใด ย่อม ร่วมใจกันแกไขปัญหานั้นให้ลุล่วงไปได้ ๓. ผลต่อสังคมและประเทศชาติ ๓.๑ ทำ ให้สังคมสงบสุข ปราศจากปัญหาอาชญากรรม และปัญหาสังคมอื่นๆ เพราะปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นในสังคม ๑๖๒ ปีวํทนมไว้ชุ่มเดินพัน www.kalyanamitra.org
ไม่ว่าจะเป็นฟ้ญหาการฆ่า การข่มขืน โจรผู้ร้าย การทุจริต คอรัปชั่น ล้วนเกิดขื้นมาจากคนที่ขาดคุณธรรม เป็นผู้ที่มีจิดใจ อ่อนแอ หวนไหวต่ออำนาจสิ่งชั่วยวนหริอกิเลสได้ง่าย ผู้ที่รก สมาธิย่อมมีจิดใจเข้มแข็ง มีคุณธรรมในใจสูง ถ้าแต่ละคนใน สังคมต่างรกฝนอบรมใจของดนให้หนักแน่นมนคง ปัญหา เหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้สังคมสงบสุขได้ ๓.๒ ทำ ให้เกิดความมีระเบียบวินัยและเกิดความ ประหยัด ผู้ที่รกใจให้ดีงามด้วยการทำสมาธิอยู่เสมอ ย่อมเป็นผู้ รักความมีระเบียบวินัย รักความสะอาด มีความเคารพ กฎหมายของบ้านเมือง ทำ ให้บ้านเมืองของเราสะอาดน่าอยู่ ไม่มีคนมักง่ายทิ้งขยะลงบนพื้นถนน จะข้ามถนนกิเฉพาะดรง ทางข้าม เป็นด้น เป็นเหตุให้ประเทศชาติไม่ด้องสิ้นเปลือง งบ ประมาณ เวลา และกำสังเจ้าหนัาที่ที่จะไปใข้สำหรับแถ้ปัญหา ที่เกิดขึ้นจากความไม่มีระเบียบวินัยของประชาซน ๓.๓ ทำ ให้สังคมเจริญก้าวหนัา เมื่อสมาชิกในสังคมมี สุขภาพจิดดี รักความเจริญถ้าวหนัา มีประสิทธิภาพในการ ทำ งานสูง ย่อมส่งผลให้สังคมเจริญถ้าวหนัาตามไปด้วย และ เมื่อมีกิจกรรมของส่วนรวม สมาชิกในสังคมกิย่อมพร้อมที่จะ สละความสุขส่วนตนให้ความร่วมมือกับส่วนรวมอย่างเต็มที่ แมัมีผูไม่ประสงค์ดีต่อสังคม จะมายุแหย่ให้เกิดความแดกแยก กิจะไม่เป็นผลสำเร็จเพราะสมาชิกในสังคมเป็นผู้มีจิตใจหนักแน่น มีเหตุผล และเป็นผรักสงบ วรฝืก{เมาร «๖๓ www.kalyanamitra.org
๔. ผลต่อศาสนา ๔.๑ ทำ ให้เข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกตอง และ รู้ซึ้งถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนา รวมทั้งรู้เห็นด้วยตัวเองว่า การ'ฝึกสมาธิไม่ใช่เรื่องเหลวไหล หากแต่เป็นวิธีเดียวที่จะ ทำ ให้พ้นทุกข์เข้าสู่นิพพานได้ ๔.}a ทำ ให้เกิดศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย พร้อมที่ จะเป็นทนายแก้ต่างให้กับพระพุทธศาสนา อันจะเป็นกำลัง สำ คัญในการเผยแผ่การปฎิบ้ตธรรมที่ถูกด้องให้แพร่หลายไป อย่างกว้างขวาง ๔.๓ เป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ตลอดไป เพราะตราบใดที่พุทธศาสนิกชนอังตั้งใจปฎิบ้ดีธรรม เจริญภาวนาอยู่พระพุทธศาสนาก็จะเจริญรุ่งเรืองอยู่ตราบนั้น ๔.๔ จะเป็นกำลังส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เพราะเมื่อเข้าใจซาบซึ้งถึงประโยชน์ของการปฏิบ้ดีธรรมด้วย ตนเองแลัว ย่อมจะชักชวน^นให้ทำทาน รักษาศีล และเจริญ ภาวนาตามไปด้วย เมื่อใตที่ทุกคนในลังคมตั้งใจปฎิบํดีธรรม ทำ ทาน รักษา ศีล และเจริญภาวนา เมื่อนั้นย่อมเป็นที่หวังได้ว่า ลันติสุข ที่แห้จริงก็จะบังเกิตซึ้นอย่างแน่นอน ๑๖๔ ปีวิทนรไว้'!iมเคิมพัน www.kalyanamitra.org
บรรณานุกรม ๑.พระไตร!เฎก มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.๒๕๒๙. เสนาสนสูตร,พระสุดตันต ปีฎก อังคุตรนิกาย ทศกนิบาต. กรุงเทพฯ ะ โรงพิมพ์มหา จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.๒๕๒๙.ปุพพังคสูตร,พระสุตตันต ปีฏก อังคุตรนิกาย ทศกนิบาต. กรุงเทพฯ ะ โรงพิมพ์มหา จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.๒๕๒๙.พัมัญฌูสูตร,พระสุตตันต ปีฏก อังคุตรนิกาย อัตตกนิบาต. กรุงเทพฯ ะ โรงพิมพ์มหา จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย. ๒๕๒๙. ปฐมกัลยาณมิตตสูตร, พระสุตตันตป็ฏก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค. กรุงเทพฯ ะ โรง พิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.๒๕๒๙.วุฒิธรรมสูตร,พระสุตตันต ปีฏก จัตคุกนิกาย จคุกกนิบาต. กรุงเทพฯ ะ โรงพิมพ์มหา จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.๒๕๒๙. สิงคาลกสูตร,พระสุตตันต ปีฏกทีฆนิกายปาฏิกวรรค.กรุงเทพฯ ะโรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ A^ ราชวิทยาลิย «๖<£ www.kalyanamitra.org
มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.๒๕๒๙.มหาจัดตารีสกสูตร, พระ สูตตันตป็ฏกมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์.กรุงเทพฯ ะ โรงพิมพ์ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.๒๕๒๙. นิสสัย ๔, พระวินัยปีฏก มหาวรรค.กรุงเทพฯ ะ โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ๒.หนังสีอธรรมะ พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัตตชีโว). สูขภาพนักสริางบารมี. กรุงเทพฯ ะ รุ่งศิลป๋การพิมพ์(๑๙๙๗)จำ กัด,๒๕๕๐ พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัดตชีโว). ตัมภี{ปฏิรูปมนุษย์. กรุงเทพฯ ะ รุ่งศิลป็การพิมพ์(๑๙๙๗)จำ กัด,๒๕๔๗ พระภาวนาวิริยคุณ(เผด็จ ทัดดชีโว). เข้าไปอยู่ในใจ.กรุงเทพฯ :บริษัท เชอรี่กราฟหิเค ๑๙๙๑ จำ กัด.๒๕๔๖ พระภาวนาวิริยคุณ(เผด็จ ทัดตชีโว). ปฏิรูปเทส ๔ สูตรสำเร็จ การบริหารวัต.กรุงเทพฯ ะ บริษัท เพาเสอร์พรินท์จำกัด.๒๕๔๔ พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัดดชีโว). แด่...นักสรางบารมี เล่ม ๑.กรุงเทพฯ ะ บริษัท ฟองทองเอ็นเดอร์ไพรส์จำ กัด.๒๕๓๙ พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัดตชีโว). แด่...นักสร้างบารมี เล่ม ๒.กรุงเทพฯ ะ บริษัท ฟองทองเอ็นเตอร็ไพรส์จำกัด.๒๕๓๙ พระมหาดอกเดอร์ สมชาย ฐานรุฑโฒ. มงคลชีวิต ๓๘ ประการ ฉบับธรรมทายาท.กรุงเทพฯ ะ บริษัท บีเอ็นเค บุ๊ค จำ กัด.๒๕๓๓ พ.อ.ปีนมุทุกัณฑ์.แนวสอนธรรมะนํกธรรมตรี.กรุงเทพฯ ะ สำ นัก พิมพ์คลังวิทยา,๒๕๑๔ «๖๖ ปีวิทนมไว้ชุ่มเคํมทน www.kalyanamitra.org
๓.พระธรรมเทศนาในวาระโอกาสต่าง ๆ ห้องแห่งนิสัยดี-ชั่ว, พระภาวนาวิริยคุณ,ในโอกาสประชุมพระ ภิกษุศูนย์สาขาต่างประเทศ.,ว.ันศ.ู.กรก์ที่ ๑๕ธ้นวาคม พ.ศ.๒๕๕๐, ๆฃ่ ชุ่ เวลา ๐๘.๐๐ - ๐๙,๓๐ น. หลักการฟังธรรม, พระภาวนาวิริยคุณ, ในโอกาสเทศน์อบรม สาธุชน,วันอาทิตย์ที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๐, เวลา ๑๖.๐๐ - จ ๑๗.๐๐ น. หลักการบริหารวัดพระธรรมกาย,พระภาวนาวิริยคุณ,ให้การ ต้อนรับและถวายความรู้พระอาคันตุกะ,วันอังคารที่๒๙สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐, เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. กำ เนิดศาสนา, พระภาวนาวิริยคุณ, ในโอกาสอบรมพระภิกษุ นวกะ, วันอังคารที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐, เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. บทแกนิสัย,พระภาวนาวิริยคุณ,ในโอกาสอบรมพระภิกษุนวกะ, วันจันทร์ที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐,เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. จิตวิทยาการสอนพระพุทธศาสนา, พระภาวนาวิริยคุณ, ใน โอกาสอบรมถวายความรู้เจัาสำนักเรียนบาลี, วันเสาร์ที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐, เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๑.๐๐ น. มรรคมีองค์๘,พระภาวนาวิริยคุณ,ให้โอวาททีมงานอบรมชาว ต่างประเทศ,วันอังคารที่ ๑๔สิงหาคมพ.ศ.๒๕๕๐,เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. วิวัฒนาการวัดไทยสู่ยุค!โจจุบัน,พระภาวนาวิริยคุณ,ในโอกาส ประชุมสมาชิกองค์กร,วันจันทร์ที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๖, เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๑.๐๐ น. 0๖๗ www.kalyanamitra.org
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171