151 ๕. ธะชัคคะสุตตะ ขึ้น เอวัมเม สุตัง เอกัง สะมะยัง ภะคะวา ฯเปฯ ภะยงั วา ฉัมภติ ัตตัง วา โลมะหังโส นะ เหสสะตตี .ิ ระเบยี บสวด ธะชคั คะสตุ ตะ มนี ิยมข้นึ ในระหวา่ งตามลำดบั ดงั น้ี ก. ข้นึ เอวมั เม สุตงั แลว้ ลง ภะคะวา เอตะทะโวจะ. ข. ขึ้น ภูตะปุพพัง ภิกขะเว แล้วลง มะเมวะ ตัส๎มิง สะมะเย อะนุสสะเรยยาถะ. ค. ข้นึ อติ ปิ ิ โส ภะคะวา แลว้ ลง อะนตุ ตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกสั สาต.ิ ง. ขึ้น สงั ฆัง หิ โว ภะคะวา อะนุสสะระตงั แลว้ ลง ภะยัง วา ฉัมภติ ัตตงั วา โลมะหังโส นะ เหสสะตตี ิ. ๖. อาฏานาฏยิ ะปะรติ ตะ ขน้ึ วปิ สั สสิ สะ นะมตั ถุ จกั ขมุ นั ตสั สะ สิรมี ะโต ฯเปฯ จัตตาโร ธัมมา วฑั ฒนั ติ อายุ วณั โณ สขุ ัง พะลงั . ๗. อังคุลิมาละปะรติ ตะ ขึน้ ยะโตหงั ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต ฯเปฯ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา. ท้ายเจ็ดตำนาน ๑. ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ ฯเปฯ สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ. ๒. สกั กตั วา พุทธะระตะนงั ฯเปฯ โรคา วปู ะสะเมนตุ เต แล้ว สวด นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง และยังกิญจิ ระตะนงั โลเก ต่อไป www.kalyanamitra.org
152 โดยไม่ตอ้ งหยดุ ในระหวา่ ง ดงั นี้ นตั ถิ เม สะระณัง อัญญัง ฯเปฯ โหตุ เต ชะยะมงั คะลัง ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก ฯเปฯ ตัส๎มา โสตถี ภะวันตุ เต. ๓. ทกุ ขัปปัตตา จะ นิททุกขา ฯเปฯ คจั ฉนั ตุ เทวะตาคะตา. ๔. สัพเพ พุทธา พะลัปปัตตา ฯเปฯ รักขงั พนั ธามิ สพั พะโส ๕. ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง ฯเปฯ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เต. ๖. นักขตั ตะยักขะภูตานัง ฯเปฯ หันตวา เตสงั อุปทั ทะเว. ๔. ระเบียบสวดเจ็ดตำนานอย่างปานกลาง ระเบียบสวดต้นเจ็ดตำนานอย่างปานกลาง เหมือนกับระเบียบ สวดอยา่ งเตม็ ทท่ี กุ ประการ เมอ่ื ผเู้ ปน็ ประธานนำสวดตน้ เจด็ ตำนาน จบลงแลว้ พงึ นำสวดเจด็ ตำนานอยา่ งปานกลางต่อไปอยา่ งนี้ ๑. มังคะละสุตตะ ขึ้น อะเสวะนา จะ พาลานังฯ ตันเตสัง มงั คะละมตุ ตะมนั ต.ิ ๒. ระตะนะสตุ ตะ ขึ้น ยงั กญิ จิ วติ ตงั อิธะ วา หรุ งั วา ฯเปฯ เย สุปปะยุตตา มะนะสา ทัฬเหนะ ฯเปฯ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง เอตเนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ. แล้วข้ามไปสวด ขีณัง ปุราณงั นะวงั นัตถิ สมั ภะวงั ฯเปฯ เอตเนะ สจั เจนะ สุวตั ถิ โหตุ. ๓. กะระณียะเมตตะสุตตะ ขึ้น กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ฯเปฯ นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ. (สวดเตม็ ) www.kalyanamitra.org
153 ๔. ขันธะปะริตตะ ขึ้น วิรูปักเขหิ เม เมตตัง ฯเปฯ นะโม สตั ตันนงั สมั มาสัมพุทธานัง (สวดเตม็ ) ๕. ธะชคั คะสตุ ตะ ขึน้ อิติปิ โส ภะคะวา ฯเปฯ อะนตุ ตตะรงั ปญุ ญกั เขตตงั โลกสั สาต.ิ ๖. อาฏานาฏิยะปะริตตะ ขึ้น วิปัสสิสสะ นะมัตถุ ฯเปฯ วชิ ชาจะระณะสัมปันนงั พุทธัง วันทามะ โคตะมันติ. ๗. อังคุลิมาละปะริตตะ ถ้าเป็นงานคฤหัสถ์ ขึ้น ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต ฯเปฯ ถา้ เปน็ งานบรรพชติ ขน้ึ โพชฌงั โค สะตสิ งั ขาโต ฯเปฯ เอเตนะ สัจจะวชั เชนะ โสตถิ เต โหนตุ สพั พะทา. แล้วสวดท้ายเจ็ดตำนาน เหมือนระเบียบสวดเจ็ดตำนานอย่าง เตม็ ทท่ี กุ ประการ ๕. ระเบียบสวดมนต์เจ็ดตำนานอย่างย่อ ระเบยี บสวดตน้ เจด็ ตำนานอยา่ งยอ่ เหมอื นกบั ระเบยี บสวดตน้ เจ็ดตำนานอย่างเต็มที่ และอย่างปานกลางทุกประการ เมื่อผู้เป็น ประธานนำสวดตน้ เจด็ ตำนานจบลงแลว้ พงึ นำสวดเจด็ ตำนานอยา่ ง ยอ่ ตอ่ ไปน้ี ๑. มงั คะละสตุ ตะ ขึน้ อะเสวะนา จะ พาลานงั ฯเปฯ ตันเตสัง มงั คะละมตุ ตะมนั ต.ิ (หรือขนึ้ พหู เทวา ฯ ) www.kalyanamitra.org
154 ๒. ระตะนะสตุ ตะ ข้นึ ยงั กญิ จิ วติ ตัง อธิ ะ วา หรุ ัง วา ฯเปฯ ขา้ มและลงเหมอื นอยา่ งปานกลาง ๓. กะระณยี ะเมตตะสตุ ตะ ขน้ึ เมตตญั จะ สพั พะโสกสั มงิ ฯเปฯ นะ หิ ชาตุ คพั ภะเสยยัง ปุนะเรตีต.ิ ๔. ขันธะปะริตตะ ขึ้น อัปปะมาโณ พุทโธ ฯเปฯ นะโม สัตตันนงั สมั มาสมั พุทธานัง. ๕. ธะชคั คะสุตตะ ข้นึ อิติปิ โส ภะคะวา ฯเปฯ อะนตุ ตะรงั ปญุ ญกั เขตตัง โลกสั สาต.ิ (หรอื ขึ้น อะรัญเญ รกุ ขะมเู ล วา ฯเปฯ โลมะหงั โส นะ เหสสะตีติ.) ๖. อาฏานาฏิยะปะริตตะ ขึ้น สัพพะโรคะวินิมุตโต สัพพะสันตาปะวชั ชโิ ต ฯเปฯ จัตตาโร ธัมมา วฑั ฒันติ อายุ วณั โณ สุขงั พะลัง ๗. องั คลุ มิ าละปะรติ ตะ ถา้ เปน็ งานคฤหสั ถ์ ขน้ึ ยะโตหงั ภะคนิ ิ อะรยิ ายะ ชาติยา ขาโต ถ้าเป็นงานบรรพชิต ขึ้น โพชฌังโค สะติสังขาโต ฯเปฯ ลงเหมอื นกัน คอื เอเตนะ สัจจะวชั เชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา. ท้ายเจ็ดตำนานย่อ ๑. นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ญเปฯ โหตุ เต ชะยะมังคะลัง ยังกญิ จิ ระตะนงั โลเก ฯเปฯ ตสั มา โสตถี ภะวันตุ เต. ๒. ทุกขัปปตั ตา จะ นทิ ทกุ ขา ฯเปฯ คจั ฉนั ตุ เทวะตาคะตา. www.kalyanamitra.org
155 ๓. สัพเพ พุทธา พะลัปปตั ตา ฯเปฯ รักขัง พนั ธามิ สพั พะโส ๔. ภะวะตุ สพั พะมงั คะลัง ฯเปฯ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต. ๕. นักขตั ตะยักขะภูตานัง ฯเปฯ หันตวา เตสงั อปุ ัททะเว. ตามระเบยี บทอ่ี ธบิ ายมาแลว้ นยิ มใชส้ วดในงานมงคล ทม่ี กี ารสวด มนต์เวลาเย็นแลว้ มีการฉนั เช้าหรือฉันเพลในวนั รุ่งขนึ้ จะสวดเต็ม หรอื อย่างกลาง อย่างยอ่ สุดแท้แตโ่ อกาสหรือวิสยั ของเจา้ ของงาน แตถ่ า้ เปน็ งานสวดมนตแ์ ลว้ ฉนั ในเวลาเดยี วกนั กม็ กั ใชส้ วดอยา่ งยอ่ แลว้ สวดถวายพรพระตอ่ ไปตามควรแกเ่ วลา ถา้ มเี วลานอ้ ยกส็ วดเจด็ ตำนานแตต่ อนตน้ แลว้ สวดถวายพรพระตอ่ เลยดงั น้ี เมอ่ื ทายกอาราธนาพระปรติ รจบแลว้ พระภกิ ษรุ ปู หนง่ึ ตง้ั พดั ขดั ชุมนุมเทวดาขึ้น ผะริตวา นะ เมตตัง สะเมตตา ฯเปฯ ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา วางพัดไว้แล้ว ประธานนำ สวดดงั น้ี ๑. นะมะการะปาฐะ คอื นะโม ๓ จบ ๒. สะระณะคะมะนะปาฐะ คือ พุทธัง สะระณงั คัจฉามิ ฯเปฯ ตะตยิ ัมปิ พทุ ธงั สะระณัง คัจฉามิ ๓. นะมะการะสิทธคิ าถา คือ โย จักขมุ า โมหะมะลาปะกัฏโฐ ฯเปฯ สพั พันตะรายา จ วินาสะเมนตุ ๔. นะโมการะอัฏฐะกะคาถา คือ นะโม อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯเปฯ นะโมการัสสะ เตเชนะ วิธิมหิ โหมิ เตชวา. www.kalyanamitra.org
156 ๕. มังคะละสุตตะ ขึ้น อะเสวนา จะพาลานัง ฯเปฯ ตันเตสัง มงั คะละมตุ ตะมนั ต.ิ ๖. ระตะนะสุตตะ ขึ้น ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา ฯเปฯ เย สุปปะยุตตา มะนะสา ทัฬเหนะ ฯเปฯ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง เอตเนะ สัจเจนนะ สุวัตถิ โหตุ แล้วข้ามไปสวด ขีณัง ปรุ าณัง นะวงั นัตถิ สมั ภะวัง ฯเปฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ เริ่มหยดเทียนนํ้ามนต์ที่ ขีณัง ปุราณัง ฯเปฯ พอสวดถึง นิพพันติ ธีรา ยะถายัมปะทีโป ให้จุ่มเทียนลงที่น้ำมนต์พร้อมๆ กับคำว่า นพิ พนั ต.ิ ๗. กะระณยี ะเมตตะสตุ ตะ ขน้ึ เมตตญั จะ สพั พะโสกสั มงิ ฯเปฯ นะ หิ ชาตุ คภั พะเสยยัง ปนุ ะเรตตี .ิ (หรือจะขึน้ บทเต็มกไ็ ด้) ๘. ขนั ธปั ะรติ ตะ ขน้ึ อปั ปะมาโณ พทุ โธ ฯเปฯ นะโม สตั ตนั นงั สัมมาสมั พทุ ธานงั .(หรอื จะข้นึ บทเตม็ กไ็ ด้) ๙. สวดถวายพรพระตอ่ ขน้ึ อติ ปิ ิ โส ภะคะวา ฯเปฯ อะนตุ ตะรงั ปญุ ญกั เขตตงั โลกสั สาต.ิ ๑๐. พาหงุ สะหัสสะมะภินมิ มิตะสาวุธันตัง ฯเปฯ โมกขงั สขุ ัง อธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ. ๑๑. มะหาการณุ โิ ก นาโถ ฯเปฯ ละภนั ตตั เถ ปะทกั ขเิ ณ แลว้ สวด ภะวะตุ สัพพะมงั คะลัง ตอ่ ไปจนถึง สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เต. www.kalyanamitra.org
157 ๖. ระเบียบสวดถวายพรพระก่อนฉัน เมอ่ื ประธานใหศ้ ลี เสรจ็ แลว้ นำสวดดงั ตอ่ ไปน้ี ๑. นะมะการะปาฐะ คอื นะโม ฯเปฯ ๓ จบ ๒. อิติปิ โส ภะคะวา ฯเปฯ อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกสั สาต.ิ ๓. พาหงุ สะหสั สะมะภินมิ มติ ะสาวุธันตัง ฯเปฯ โมกขัง สขุ ัง อะธคิ ะเมยยะ นะโร สะปญั โญ. ๔. มะหาการณุ ิโก นาโถ ฯเปฯ ละภนั ตัตเถ ปะทกั ขเิ ณ ภะวะตุ สัพพะมังคะลงั ฯเปฯ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต. ๗. ระเบียบสวดมนต์ในงานพิธีอวมงคล ระเบียบสวดมนต์ในงานอวมงคลนั้น โดยมากมีดังนี้ คือ งานทำบญุ ศพ ๗ วนั ๕๐ วนั ๑๐๐ วนั และงานสตั ตะมะวารทท่ี ำทกุ ๗ วัน ในระหว่าง ๗ วันถึง ๕๐ วัน และ ๕๐ วันถึง ๑๐๐ วัน นอกจากนี้ก็มีงานปรารภวันตายของบรรพบุรุษบุรพาจารย์ ซึ่งมีนิยมทำกันอยู่โดยตลอดมา ระเบียบการสวดมนต์ในงานพิธี เช่นนี้ มีต้นสวดมนต์และท้ายสวดมนต์เป็นระเบียบเดียวกัน ต่างแต่พระสูตรที่นำมาสวดให้เหมาะสมแก่งาน หรือให้ถูก กบั ความปรารถนาของเจา้ ของงานเทา่ นน้ั ดังจะแนะไว้ต่อไปน้ี www.kalyanamitra.org
158 ๑. งานทำบญุ ศพ ๗ วนั หรอื ทเ่ี รยี กวา่ งานสตั ตะมะวาร ใชส้ วด อะนตั ตะลกั ขะณะสตุ ตะ ๒.งานทำบญุ ศพ ๕๐ วนั หรอื ที่เรยี กวา่ ปญั ญาสมวาร ใช้สวด อาทิตตะปะริยายะสุตตะ ๓. งานทำบุญศพ ๑๐๐ วัน หรือที่เรียกว่า สตมาหะ ใช้สวด สะติปัฏฐานะปาฐะ ๔. งานทำบุญศพ สัตตมวาร ที่ ๒-๓ เป็นต้น นิยมใช้สวด ธมั มะนยิ ามะสตุ ตะ แตจ่ ะสวดสตู รอน่ื สตู รหนง่ึ สตู รใดกไ็ ดส้ ดุ แตผ่ ู้ เปน็ ประธานจะพจิ ารณาเหน็ สมควร หรอื เจา้ ภาพงานนมิ นตเ์ จาะจง ไว้จะทำระเบยี บสวดมนตท์ ำบญุ ศพ ๗ วนั ไวเ้ ปน็ ตวั อย่างดงั นี้ การสวดมนตง์ านอวมงคล ไมต่ ้องขดั ชมุ นุมเทวดา เมื่อทายก อาราธนาพระปรติ รจบแลว้ พระเถระผเู้ ปน็ ประธานนำสวดดงั น้ี ๑. นะมะการะปาฐะ นะโม ฯเปฯ ๓ จบ ๒. สะระณะคะมะนะปาฐะ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ฯเปฯ ตะติยัมปิ สงั ฆังสะระณงั คัจฉามิ ๓.ปพั พะโตปะมะคาถา และ อะรถิ ยะธะนะคาถา สวดตอ่ กนั ขน้ึ ยะถาปิเสลา วิปุลา นะภัง อาหัจจะ ปัพพะตา ฯเปฯ อะนยุ ญุ เชถะ เมธาวี สะรัง พทุ ธานะ สาสะนันต.ิ ๔. พระภิกษุรูปหนึ่งตั้งพัดขัด อะนัตตะลักขะณะสุตตะ ขึ้น ยนั ตัง สตั เตหิ ทุกเขนะ เญยยัง อะนัตตะลกั ขะณงั ฯเปฯ สาธูนัง อัตถะสทิ ธัตถัง ตัง สตุ ตันตัง ภะณามะ เส. www.kalyanamitra.org
159 ๕. สวดอะนัตตะลักขะณะสุตตะ ประธานขึ้นต้นบท เอวัมเม สุตัง เอกัง สะมะยัง ภะคะวา ฯเปฯ เอวัง เม วิญญาณัง มา อะโหสีติ. ลงตรงนี้แล้วประธานขึ้นต่อไป ตัง กิง มัญญะถะ ภิกขะเว ฯเปฯ เอวะเมตัง ยะถาภูตัง สัมมัปปัญญายะ ทัฏฐัพพัง ลงตรงนีอ้ ีกวาระหน่งึ แล้วประธานข้นึ ตอ่ ไป เอวัง ปสั สัง ภกิ ขะเว สตุ วา อริยะสาวะโก ฯเปฯ ปัญจะวคั คิยานัง ภิกขูนงั อะนุปาทายะ อาสะเวหิ จิตตานิ วิมุจจงิ สูต.ิ ๖. สวดปะฏิจจะสะมุปปาทะ ขึ้น อะวิชชาปัจจะยา สังขารา ฯเปฯ เอะวะเมวะ ตสั สะ เกวะลสั สะ ทุกขกั ขันธัสสะ นโิ รโธ โหติ ธมั มา ฯเปฯ สูโรวะ โอภาสะยะ มนั ตะลกิ ขันติ. ๗. สวดภัทเทกะรัตตะคาถา ขึ้น อะตีตัง นานวาคะเมยยะ นัปปะฏิกังเข อะนาคะตัง ฯเปฯ ตังเว ภัทเทกะรัตโตติ สันโต อาจกิ ขะเต มนุ ตี .ิ ๘. สวด ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง ฯเปฯ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต สว่ นการสวดมนต์ ๕๐ วนั ๑๐๐ วัน หรือ สัตตมวาร ที่ ๒-๓ เป็นต้น มีระเบียบสวดต้นพระสูตรและท้ายพระสูตรเหมือนกัน ทกุ ประการ แปลกแตเ่ ปลย่ี นสวดพระสตู รตามทก่ี ำหนดไวเ้ ทา่ นน้ั การสวด อาทติ ตะปะรยิ ายะสตุ ตะ มนี ิยมขน้ึ ลงในระหวา่ งดงั น้ี เมื่อขดั จบแลว้ ข้ึน เอวมั เม สุตงั เอกัง สะมะยงั ภะคะวา ฯเปฯ ลง มะโน อาทติ โต ธมั มา อาทิตตา ฯเปฯ โสเกหิ ปะรเิ ทเวหิ ทุกเขหิ www.kalyanamitra.org
160 โทมะนสั เสหิ อปุ ายาเสหิ อาทิตตันติ วะทามิ. แล้วข้ึน เอวงั ปสั สัง ภิกขะเว สุตวา อะริยะสาวะโก ฯเปฯ ตัสสะ ภิกขุสะหัสสัสสะ อะนปุ าทายะ อาสะเวหิ จิตตานิ วมิ ุจจงิ สูติ การสวด สะตปิ ฏั ฐานะปาฐะ ไมม่ นี ยิ ม หยดุ ในระหวา่ งสวดจบ ทอดเดียว คือ เมื่อขัดจบแล้วก็ขึ้น อัตถิ โข เตนะ ภะคะวะตา ชานะตา ปัสสะตา อะระหะตา สัมมาสัมพุทเธนะ ฯเปฯ เอเตนะ มัคเคนะ ตะริงสุ ปพุ เพ ตะรสิ สะเร เจวะ ตะรนั ติ โจฆนั ติ การสวดธมั มะนยิ ามะสตุ ตะ เมอ่ื ขดั จบแลว้ ขน้ึ เอวมั เม สตุ งั ฯเป ฯ ลงภะคะวา เอตะทะโวจะ แล้วขึ้นต่อ อุปปาทา วา ภิกขะเว ตะถาคะตานัง ฯเปฯ อัตตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภนิ นั ทนุ ติ อธิบายระเบียบสวดมนต์พิเศษ การสวดมนตใ์ นวาระพธิ ตี ่างๆ น้นั ความมุ่งหมายก็เพ่ือให้สำ- เรจ็ เปน็ สริ สิ วสั ดมิ งคลแกเ่ จา้ ภาพงาน และเพอ่ื จะเปน็ วบิ ากกศุ ล แด่ ทา่ นผมู้ พี ระคณุ แกเ่ จา้ ภาพงานซง่ึ ลว่ งลบั ไปแลว้ ดงั นน้ั งานพธิ สี วด มนตจ์ งึ ถอื เปน็ พธิ ที ม่ี คี วามสำคญั ยง่ิ ประการหนง่ึ ถา้ งานศาสนพธิ ใี ด ไมม่ ีการสวดมนตอ์ ยู่ดว้ ย ก็ถอื วา่ งานนั้น ไม่มคี วามสำคัญ เมอื่ เป็น ดังน้ี พระภกิ ษซุ ึ่งถกู นิมนต์ไปสวดมนต์ ในงานพิธีตา่ งๆน้นั จึงจำ เป็นจะต้องสวดมนต์ให้ถูกต้อง ตามระเบียบและมีความเรียบร้อย เป็นเครอ่ื งเจรญิ ศรทั ธาปสาทะ ของเจ้าภาพ เพ่ือความเปน็ ระเบียบ www.kalyanamitra.org
161 เรียบร้อย และสำเร็จเปน็ สิริมงคล ตามความมงุ่ หมาย ต้องมีการฝกึ ซ้อมรว่ มกันเสมอ นอกจากฝึกซ้อม ให้สวดพรอ้ มกัน ฝึกทำเสียง ใหเ้ ขา้ กนั อยา่ งสมา่ํ เสมอแลว้ พระภกิ ษจุ ะตอ้ งฝกึ ตนในการนง่ั การ ประนมมอื การถอื พดั ตลอดถงึ การลกุ การยนื เดนิ ในสมาคมนน้ั ๆ ใหช้ อบดว้ ย พระธรรมวนิ ยั และเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยตามกาลเทศะ ด้วย เชน่ พยายามรักษากิริยามารยาทในเวลาสวดมนต์ ไม่พูดกนั ไมส่ อดส่ายตาไปในท่ีน้นั ๆ สำรวมทอดสายตาลงแตพ่ อดี น่ังเรียบ รอ้ ยไมเ่ อนและไมท่ อดตวั มากเกนิ พอดี ประนมมอื ตรงอยเู่ พยี งหนา้ อก ไมล่ ดมือลงมาก ไมย่ กข้ึนสูงกวา่ น้ัน และสำรวมไม่กระดิกนิว้ ไปมา มีสติสัมปชัญญะ ควบคุมจิตให้ตั้งใจ สวดด้วยความเคารพ เออ้ื เฟอ้ื ในพระพทุ ธมนตน์ น้ั ๆ ตามทส่ี วดไป ระเบียบพิเศษ การทำนํ้าพุทธมนต์ ส่วนระเบียบพิเศษที่ยังมิได้อธิบาย จักนำมาอธิบายไว้ พอเปน็ แบบอยา่ งดงั ตอ่ ไปน้ี :- ๑. การสวดมนต์ในงานมงคลน้ัน นยิ มใชท้ ำนา้ํ พระพทุ ธมนต์ และใช้ด้ายสายสิญจน์ด้วย ดังนั้นเมื่อเริ่มพิธีสวดมนต์ พอทายก อาราธนาศีลพระเถระผูเ้ ป็นประธานหยิบด้ายสายสิญจน์ สง่ ไปยัง พระอนเุ ถระตอ่ ๆ ไปตามลำดบั จนถงึ สุดท้าย www.kalyanamitra.org
162 ๒. เมื่อมีการทำนา้ํ พระพุทธมนต์ บงั คับต้องสวด นมการสิทธิ คาถา คอื นะโม อะระหะโต สมั มาสมั พุทธัสสะ ฯเปฯ ด้วย ถา้ ไมม่ ี การทำนา้ํ พระพทุ ธมนต์ คอื เจา้ ภาพงานไมป่ ระสงค์ มไิ ดจ้ ดั ภาชนะ นำ้ มนตไ์ ว้ ไม่ต้องสวด นมการสิทธิคาถา ๓. การสวดมนต์ ถ้าใช้ด้ายสายสิญจน์ให้สวดบท นักขัตตะ- ยักขะภูตานัง ฯเปฯ เป็นบทสุดท้ายต่อจาก ภะวะตุ สัพพะ- มงั คะลงั ฯเปฯ ถอื เปน็ บทสำหรบั เกบ็ ดา้ ยสายสญิ จน์ เมอ่ื ประธาน เรม่ิ ขน้ึ บท นกั ขตั ตะยกั ขะภตู านงั ใหภ้ กิ ษรุ ปู สดุ ทา้ ย เตรยี มเกบ็ มว้ น ด้ายสายสิญจน์ แล้วส่งคืนต่อๆ ไปจนถึงประธาน เก็บม้วนให้ได้ จงั หวะ คือ พอสวดจบ ดา้ ยสายสญิ จนก์ ็ถงึ ประธานพอดี ถ้าพระ ภกิ ษสุ วดมนตม์ มี ากรปู ใหเ้ รม่ิ เกบ็ มว้ น ดา้ ยสายสญิ จนต์ ง้ั แตข่ น้ึ บท ภะวะตุ สพั พะมงั คะลงั เปน็ ตน้ ไป ถา้ ไมม่ กี ารใชด้ า้ ยสายสญิ จน์ ไม่ ตอ้ งสวดบท นกั ขตั ตะยกั ขะภตู านงั คงจบลงเพยี งบท ภะวะตุ สพั พะ มังคะลงั ฯเปฯ เทา่ นั้น ๔. การหยดเทยี นพระพทุ ธมนตล์ งในนำ้ พระพทุ ธมนต์ปกตเิ ปน็ หนา้ ทข่ี องพระเถระผเู้ ปน็ ประธานสวดมนต์ มนี ยิ มใชห้ ยดเทยี นใน เมอ่ื สวดถงึ บท ระตะนะสตุ ตะ คอื พอสวดไปถงึ บท มงั คะละสตุ ตะ ให้เจ้าภาพงานเริ่มจุดเทียน พระพุทธมนต์ติดไว้ที่ภาชนะ น้ำพระ พุทธมนต์แล้วยกภาชนะนั้น ประเคนพระเถระผู้เป็นประธานพอ สวดไปถงึ บท ระตะนะสตุ ตะ ขน้ึ เย สปุ ปะยตุ ตา มะนะสา ทฬั เ๎ หนะ ฯเปฯ ประธานเรม่ิ หยดเทยี น ลงในนำ้ พระพทุ ธมนต์ พอสวดถงึ บท www.kalyanamitra.org
163 ขีณัง ปุราณัง นะวัง นัตถิ สัมภะวัง วิรัตตะจิตตายะติเก ภะวัส๎มิง เต ขีณะพีชา อะวิรุฬ๎หิฉันทา นิพพันติ ธีรา ให้จุ่มเทียนลงในน้ำ พร้อมๆ กับคำสวดว่า นิพพันติ แล้วติดเทียนไว้ที่ภาชนะตามเดิม ๕. งานพิธีใดมีสวดมนต์ มีการแสดงธรรมไว้ท้ายสวดมนต์ ในงานเชน่ นน้ั พระสวดมนตไ์ มใ่ หศ้ ลี เจา้ ภาพงานไมต่ อ้ งรบั ศลี กอ่ น ฟังสวดมนต์ เรม่ิ ดว้ ยอาราธนา สวดพระปรติ รเลยทเี ดียว เม่อื สวด จบแล้ว รับศีลเสียก่อนจึงฟังเทศน์ การให้ศีลในงานพิธีเช่นนั้น เปน็ ภาระของพระธรรมกถกึ ผแู้ สดงธรรม. ๖. บทขดั ชมุ นมุ เทวดานน้ั ถา้ เปน็ พระราชพธิ ี และสวดมนตใ์ น พระราชสถานใหข้ ้ึนตน้ บทขดั ตัง้ แต่ สะรัชชงั สะเสนัง สะพันธงุ นะรนิ ทงั ฯเปฯ ธมั มสั สะวะนะกาโล อะยมั ภะทนั ตา. ถา้ เปน็ งานพธิ ี อื่นๆ นอกจากพระราชพิธี ให้ขึ้นบทขัดชุมนุมเทวดา เริ่มแต่ ผะริต๎วานะ เมตตัง สะเมตตา เป็นต้นไป จงระมดั ระวังมกั เผลอไป ขน้ึ บทตน้ ปะรติ ตานภุ าโว ฯเปฯ ๗. ถ้าการสวดมนต์ไม่มีขัดบทชุมนุมเทวดา ไม่ต้องสวด เทวะตาอุยโยชะนะ คาถา คือ ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา ฯเปฯ คัจฉันตุ เทวะตาคะตา. ถ้ามีเชิญชุมนุมเทวดาแล้ว ต้องสวด เทวะตาอยุ โยชะนะคาถา เสมอ คือบท สะรชั ชงั สะเสนัง สะพันธุง นะรนิ ทัง ฯเปฯ เป็นบทเชิญเทวดา มาชมุ นุมอนุโมทนาในงานพธิ ี www.kalyanamitra.org
164 บท ทกุ ขัปปัตตา จะ นทิ ทกุ ขา ฯเปฯ เปน็ บทส่งเทวดากลับคนื เป็น คตถิ อื สบื กนั มาดงั นแ้ี ตโ่ บราณกาล. ระเบียบถวายพรพระ ตามธรรมเนยี ม ในงานพธิ ที ม่ี กี ารสวดมนตเ์ ยน็ และฉนั เชา้ หรอื ฉันเพลน้ัน สำหรับระเบียบสวดมนตเ์ ย็น ได้อธิบายมาแล้ว ท้ังงาน มงคลและงานอวมงคล ส่วนเวลาก่อนแต่จะฉันเช้าหรือฉนั เพลใน วนั รงุ่ ขน้ึ นน้ั มรี ะเบยี บทจ่ี ะปฏบิ ตั ดิ งั น้ี กอ่ นแตจ่ ะฉนั ภตั ตาหารนน้ั มธี รรมเนยี มตอ้ งสวดถวายพรพระ เสียก่อน คือ เมื่อได้เวลาแล้ว เจ้าภาพงานจุดธูปเทียนบูชาพระ รตั นตรยั แลว้ สมาทานศลี ตอ่ แตน่ น้ั พระสงฆเ์ รม่ิ สวดถวายพรพระ ไมต่ อ้ งอาราธนาพระปรติ ร ดงั น้ี ๑. สวดนะมะการะปาฐธ คอื นะโม ๓ จบ ๒. สวดพทุ ธคณุ ธรรมคณุ สงั ฆคณุ ขน้ึ อติ ปิ ิ โส ภะคะวา ฯเปฯ อะนตุ ตะรงั ปญุ ญกั เขตตงั โลกสั สาต.ิ ๓. สวด ชัยมงคลคาถา ขึ้น พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะ- สาวุธันตงั ฯเปฯ โมกขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปญั โญ. ๔. สวด มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณีนัง ฯเปฯ ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ สวด ภะบะตุ สัพพะมังคะลัง ฯเปฯ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ต่อรวดเดียว ไม่ต้องหยุดขึ้นใหม่ เม่อื สวดจบแลว้ จงึ เตรยี มการฉนั ภตั ตาหารตอ่ ไป www.kalyanamitra.org
165 ระเบียบอนุโมทนา เป็นธรรมเนียมของพระ เมื่อฉันเสร็จแล้วสวดอนุโมทนาเป็นการ ใหศ้ ลี ใหพ้ รอกี ครง้ั หนง่ึ ระเบยี บอนโุ มทนานน้ั ดงั น้ีเมอ่ื ฉนั เสรจ็ แลว้ หรือเจ้าภาพถวายเคร่อื งไทยธรรมเสร็จแลว้ เร่ิมอนโุ มทนา ดังนี้ ๑. พระสงฆท์ ง้ั หมดตง้ั พดั (ถา้ ม)ี ขน้ึ พรอ้ มกนั จบั พดั ถอื ดว้ ยมอื ขวา พระเถระผ้เู ป็นประธาน ข้ึน ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะรปิ ูเรนติ สาคะรัง ฯเปฯ ลงมะณิ โชติระโส ยะถา ทอดเสียงยาวเล็กน้อย รองประธานรบั สัพพีติโย นอกน้ันสวดพรอ้ มกนั ต่อไป ววิ ัชชนั ตุ ฯเปฯ อายุ วัณโณ สุขัง พะลงั ๒. ประธานขึ้น ภะวะตุ นอกนั้นรับพร้อมกันต่อไปว่า สพั พะมงั คะลงั ฯเปฯ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เต นี้เปน็ ระเบียบอนุโมทนาปกติ ถา้ เป็นงานพิธีตา่ งๆ ก็นยิ มสวดพระ คาถา หรอื พระสตู รตา่ งๆ โดยสมควรแกง่ านพธิ นี น้ั ๆ สวดแทรกลง ในระหว่าง ยะถา ฯเปฯ กับ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง เรียกว่า “อนโุ มทนาวเิ สส ดังน้”ี ๑.ถา้ เปน็ งานมงคล สวดพระคาถาหรอื พระสตู รทม่ี คี วามหมาย เกี่ยวกบั งานมงคล เช่น เทวะตาทสิ สะทักขิณานโุ ทฃมทะนาคาถา วิหาระทานะคาถา กาละ ทานะสุตตะคาถา อัคคัปปะสาทะสุตตะ มงคลจักรวาลน้อยเป็นต้น ต่อจาก ยะถา-สัพพี- แล้วจึงสวด www.kalyanamitra.org
166 ภะวะตุ สพั พะมงั คะลงั ฯเปฯ ตอ่ ไป ตวั อยา่ งเชน่ อนโุ มทนาในงาน พิธีทำบุญฉลองอายุ เมื่อสวด ยะถา-สัพพี-จบแล้ว สวด เทวะตาทสิ สะทกั ขณิ านโุ มทะนาคาถา และเทวะตาภสิ มั มมนั ตะนะ คาถา ต่อกับรวดเดียว คือขึ้น ยัสมิง ปะเทเส กัปเปติ ฯเปฯ ตัสมา หิ เน รักขะถะ อัปปะมัตตา แล้วสวด โส อัตถะลัทโธ สำหรับเจา้ ภาพเป็นบุรษุ หรือ สาอัตถะลทั ธา สำหรบั เจา้ ภาพเปน็ สตรี หรอื เต อตั ถะลทั ธา สำหรบั เจา้ ภาพหลายคน สวด ๓ จบ แลว้ สวดมงคลจกั รวาลน้อยอย่างพสิ ดาร หรอื อยา่ งย่อ สวดขนึ้ สัพพะพุทธานภุ าเวนะ ฯเปฯ สวด ภะวะตุ สัพพะมังคะลงั ต่อรวด เดียว ไมต่ อ้ งหยดุ ขน้ึ ใหม่ ๒. ถ้าเป็นงานอวมงคลเมื่อสวด ยะถา-สัพพี แล้วสวด ติโรกุฑฑะกณั ฑะคาถา ขึ้นที่ อะทาสิ เม อะกาสิ เม ฯเปฯ บา้ งท่ี อะยญั จะ โข ทกั ขิณา ทนิ นา ฯเปฯ บ้าง แล้วลงที่ ตมุ เหหิ ปญุ ญัง ปะสุตัง อะนัปปะกนั ติ ต่อจากน้ีสวด ภะวะตุ สพั พะมงั คะลัง ฯเปฯ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต. ในขณะที่พระเถระผู้เป็นประธานเริ่ม อนุโมทนา ขึ้น ยะถา วาริวะหา ฯเปฯ นั้นให้เจ้าภาพกรวดน้ำแผ่ กุศลให้บรรพบุรุษ บุรหาจารย์ตลอดถึงสรรพสัตว์ทั่วไป พอพระเถระวา่ ไปถงึ มะณิ โชตริ ะโส ยะถา กใ็ หเ้ สรจ็ กรวดนำ้ พอดี แลว้ ประนมมือข้ึนฟังพระสวดอนุโมทนาจนจบแลว้ กราบ ๓ หน เปน็ อัน เสรจ็ พิธ.ี www.kalyanamitra.org
167 ระเบียบบังสุกุล ธรรมเนียมบังสุกุลเพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั้น ถา้ ทำอยา่ งเตม็ แบบพระสงฆต์ อ้ งสวดเสยี กอ่ น เรยี กวา่ สวดมาตกิ า มรี ะเบยี บดงั น้ี ถา้ เปน็ งานบงั สกุ ลุ โดยเฉพาะ ใหเ้ จา้ ภาพรบั ศลี เสยี กอ่ นพระสงฆ์ จงึ สวดมาตกิ าถา้ เปน็ บงั สกุ ลุ เนอ่ื งตอ่ จากพธิ อี ยา่ งหนง่ึ เชน่ งานทำ บญุ ศพ ๗ วัน เป็นตน้ เจ้าภาพไม่ตอ้ งรับศีลอกี เพราะรบั มากอ่ นแต่ สวดมนตห์ รอื ฟงั เทศนแ์ ลว้ พระสงฆเ์ รม่ิ สวดมาตกิ าเลย ดงั น้ี พระสงฆท์ ง้ั หมดตง้ั พดั ขน้ึ พรอ้ มกนั แลว้ ผเู้ ปน็ ประธานนำสวด ตามลำดบั คือ ๑. นะมะการะปาฐะ คอื นะโม ๓ จบ ๒. ธัมมะสังคะณีมาติกาปาฐะ ขึ้น กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธมั มา อัพฺยากะตา ธมั มาฯเปฯ อะนิทัสสะนาปปะฏิคา ธมั มา ๓.วิปัสสะนาภูมิปาฐะ ขึ้น ปัญจักขันธา รูปักขันโธ ฯเปฯ ทกุ ขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสจั จัง ๔.ปัฏฐานะมาติกาปาฐะขึ้น เหตุปัจจะโย ฯเปฯ อะวิคะตะปัจจะโย เมื่อสวดจบแล้วให้วางพัดไว้ตามเดิม และเมื่อพระสวดถึง ปัฏฐานะ มาติกาปาฐะ เจา้ ภาพหรอื เจา้ หนา้ ที่เตรยี มจดั ลาดผ้าภูษา www.kalyanamitra.org
168 โยงหรอื ด้ายสายสิญจนซ์ ง่ึ ใชแ้ ทน ไปวางไว้ดา้ นหนา้ พระสงฆต์ ัง้ แต่ต้นแถวถึงปลายแถว พอพระสงฆ์สวดจบลง เจ้าภาพทอดผ้า บังสุกุลซึ่งเตรียมไว้ลงบนผ้าภูษาโยงหรือด้ายสายสิญจน์นั้น ให ้ตรงกับหน้าพระสงฆ์เป็นรายรูป พระสงฆ์ทั้งหมดจับพัดด้วยมือ ข้างซ้ายตั้งขึ้น แล้วใช้มือขวาจับที่ผ้าบังสุกุลที่เจ้าภาพทอดไว้นั้น พรอ้ มกนั แลว้ ประธานขน้ึ ตน้ บทบงั สกุ ลุ ทเ่ี จา้ ภาพทอดไวน้ น้ั พรอ้ ม กัน แลว้ ประธานข้นึ ตน้ บทบงั สุกุลวา่ อะนิจจา วะตะ สงั ขารา ฯเปฯ เตสงั วูปะสะโม สโุ ข ธรรมเนยี มเกา่ วา่ ๓ หน ธรรมเนยี ม ปจั จุบนั วา่ หนเดียว เม่อื ว่าบทบังสกุ ุลจบแลว้ พระสงฆถ์ อื เอาผา้ ที่ ชกั นน้ั ไป ถา้ เจา้ ภาพถวายไทยธรรมอยา่ งอน่ื อกี กใ็ หถ้ วายเสยี ตอน นี้ต่อกันไป ถวายเสร็จแล้ว พระสงฆ์สวดอนุโมทนากถา เจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล คือ สวด ยะถา-สัพพี-จบแล้ว สวดติโรกฑุ ฑะกณั ฑะ ข้ึน อะทาสิ เม อะกาสิ เม หรือ อะยญั จะ โข ทกั ขณิ า ฯเปฯ ตมุ เฺ หหิ ปญุ ญงั ปะสตุ งั อะนปั ปะกนั ติ ขน้ึ ภะวะตุ สพั พะมงั คะลงั ตอ่ จนจบเปน็ อนั เสรจ็ พธิ บี งั สกุ ลุ อธิบายประกอบ การสวดมาตกิ าบังสุกุลตามระเบียบน้ี คือสวดอย่างเตม็ ท่ถี ้าจะ ย่อสวดใหต้ ัด วปิ ัสสะนาภมู ปิ าฐะ ออกเสยี สวด ธัมมะสังคิณีมา- ตกิ า แลว้ สวด ปฏั ฐานะมาตกิ า เลย www.kalyanamitra.org
169 ๑. ในฐานะที่ไม่มีผ้าภูษาโยง ให้ใช้ด้ายสายสิญจน์แทนถ้าไม่ มผี า้ สำหรบั ทอดบงั สกุ ลุ ใหพ้ ระจบั ผา้ ภษู าโยงหรอื ดา้ ยสายสญิ จน์ บงั สกุ ลุ ๒. ขณะสวดมาตกิ าบงั สกุ ลุ นน้ั ถา้ มพี ดั ใหต้ ง้ั พดั สวดและตง้ั พดั บังสุกลุ ตา่ งแตเ่ ม่อื ตัง้ พัดสวดจับมือขวา เม่ือบังสุกุลจับพัดมือซา้ ย เพื่อจะได้จับชักผ้าด้วยมือขวา เมื่ออนุโมทนาก็จับพัดด้วยมือขวา ตามปกติ ๓. พึงมีสติสมั ปชัญญะว่า เม่ือจับผา้ ชักบังสุกุลแลว้ ตอ้ งหงาย มอื จบั อยา่ ควา่ํ มอื จบั ครน้ั ชกั แลว้ ใหห้ ยบิ เอาผา้ นน้ั ไปเกบ็ ไวข้ า้ งตวั เสร็จแล้วถือเอาติดตัวไปด้วย ผ้าภูษาโยงหรือด้ายสายสิญจน์นี้ หา้ มหยบิ ของขา้ มเปน็ อนั ขาด ๔.การชกั ผา้ มหาบงั สกุ ลุ ทเ่ี จา้ ภาพนำไปทอดไวท้ ห่ี บี ศพในเวลา กอ่ นทจ่ี ะทำฌาปนกจิ ไมม่ กี ารสวดมาตกิ าแตอ่ ยา่ งใด ถอื พดั มอื ซา้ ย ตรงขึ้นไปชักบังสุกุลเลย ชักเสร็จแล้วถือเอาผ้านั้นลงมา ส่วนเจ้า ภาพผทู้ อดผา้ ตอ้ งยนื รออยจู่ นกวา่ พระจะชกั บงั สกุ ลเุ สรจ็ ขณะพระ กลา่ วคำชกั บงั สกุ ลุ ประนมมอื ฟงั อทุ ศิ สว่ นกศุ ลใหแ้ กผ่ ตู้ ายดว้ ย www.kalyanamitra.org
170 คำชกั ผา้ ปา่ ทเ่ี ขาทอดทง้ิ ไว้ อิทัง วัตถัง อัสสามิกัง ปังสุกุละจีวะรัง มัยหัง ปาปุณาติ ฯ ผ้าบังสุกุลจีวร อนั หาเจา้ ของมไิ ด้น้ี ยอ่ มถงึ แก่เรา ฯ คำชักผ้าป่าทม่ี เี จา้ ของคอยรับพร อิทัง วัตถัง สัสสามิกัง ปังสุกุละจีวะรัง มัยหัง ปาปุณาติ ฯ ผ้าบังสุกุลจีวรอันมีเจ้าของนี้ ย่อมถึงแก่เรา ฯ กจิ วตั ร ๑๐ อยา่ ง ๑. ลงอุโบสถ ๒. บิณฑบาตเลี้ยงชีพ ๓. สวดมนต์ไหวพ้ ระ ๔. กวาดอาวาสวหิ ารลานพระเจดยี ์ ๕. รักษาผา้ ครอง ๖. อยู่ปริวาสกรรม ๗. โกนผมปลงหนวดตัดเล็บ ๘. ศึกษาสิกขาบทและปฏิบัติพระอาจารย์ ๙. เทศนาบตั ิ ๑๐. พจิ ารณาปจั จเวกขณะท้ัง ๔ เป็นตน้ กิจวัตร ๑๐ เหล่านี้เป็นใหญ่ควรที่ภิกษุจะต้องศึกษาให้ทราบ ความชัดและจำไว้เพื่อปฏิบัติสมควรแก่สมณสารูปแห่งตน ฯ www.kalyanamitra.org
171 ภิกษุไม่ควรฉันเนื้อ ๑๐ อย่าง ๑. เนื้อมนุษย์ ๒. เน้ือช้าง ๓. เน้อื มา้ ๔. เนอ้ื สนุ ัข ๕. เนื้องู ๖. เนือ้ ราชสีห์ ๗. เน้อื หมี ๘. เนอ้ื เสอื โครง่ ๙. เนอ้ื เสอื ดาว ๑๐. เนอ้ื เสอื เหลอื ง มังสะ ๑๐ อยา่ งน้ี ห้ามฉนั และหา้ มรบั ประเคน คำให้ศีล เมอ่ื คฤหสั ถอ์ าราธนาศลี แลว้ พระพงึ ใหศ้ ลี ดงั น้ี นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พทุ ธสั สะ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสัมพุทธสั สะ www.kalyanamitra.org
172 พทุ ธงั สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทตุ ยิ ัมปิ พทุ ธงั สะระณัง คัจฉามิ ทตุ ยิ ัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทตุ ยิ ัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะตยิ ัมปิ พทุ ธงั สะระณัง คัจฉามิ ตะตยิ มั ปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะตยิ ัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ (พระว่า-ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง) ๑. ปาณาตปิ าตา เวระมะณี สกิ ขาปะทงั สะมาทิยามิ ๒. อะทินนาทานาเวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ ามิ ๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ๕. สุราเมระยะมชั ชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (สรุป) อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสมั ปะทา สเี ลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สลี ัง วโิ สธะเย ฯ ถ้าให้ศีล ๘ ก็ว่าเหมือนกันเปลี่ยนแต่ข้อ กาเม เป็น อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ เท่านั้น www.kalyanamitra.org
173 แล้วตอ่ จากขอ้ สุรา ไปดงั น้ี ๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สกิ ขาปะทงั สะมาทิยามิ ๗. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนะ มาลาคันธะวิเลปะนะ- ธาระณะ มัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ๘. อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (สรุปเหมือนศลี ๕ เปล่ียนแต่ ปัญจะ เปน็ อฏั ฐะ เท่านนั้ ) ถา้ ใหอ้ โุ บสถศลี ใชน้ ำวา่ ตอ่ จากขอ้ สดุ ทา้ ย ทลี ะตอน ดงั น้ี อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง, อิมัญจะ รัตติง อิมัญจะ ทิวะสัง, สัมมะเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ (สรุป) อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ อุโปสะถะสีละ- วะเสนะ สาธุกัง กัตวา อัปปะมาเทนะ รักขิตัพพานิ ฯ สีเลนะ สคุ ะตงิ ยนั ติ สเี ลนะ โภคะสมั ปะทา สเี ลนะ นพิ พุตงิ ยนั ติ ตัสมา สลี งั วิโสธะเย คำบอกศักราชเทศนา อิทานิ ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ปะรินิพพานะโต ปัฏฐายะ อัฏฐาระสุตตะระปัญจะสะตาธิกานิ เทวสัง วัจฉะระสะหัสสานิ อะติกกันตานิ ปัจจุปปันนะกาละ- www.kalyanamitra.org
174 วะเสนะ อาสาฬะหะมาสัสสะ โสฬะสะมัง ทินัง วาระวะเสนะ ปะนะ จันทะวาโร โหติ เอวัง ตัสสะ ภะคะวะโต ปะรินิพพานา สาสะนายกุ าละคะณะนา สลั ลักเขตพั พาติ ฯ (คำแปล) ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนายกุ าล จำเดิมแต่ปรินิพพาน แหง่ องคส์ มเดจ็ พระผมู้ พี ระภาคอรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธเจา้ นน้ั บดั น้ี ลว่ งแล้วได้ ๒๕๑๘ พรรษา ปจั จบุ นั สมยั กรกฎาคมมาส สรุ ทินท่ี ๑๖ จันทวาร พระพุทธศาสนายุกาลจำเดิมแต่ปรินิพพานแห่งองค์ สมเดจ็ พระผมู้ พี ระภาคเจา้ นน้ั มนี ยั อนั จะพงึ กำหนดนบั ดว้ ยประการ ฉะนี้ คำเปลี่ยน พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๑๗ เปลี่ยนว่า สตั ตะระสตุ ตะระปญั จะสะตาธกิ านิ พ.ศ. ๒๕๑๘ เปลี่ยนว่า อฏั ฐาระสตุ ตะระปญั จะสะตาธกิ านิ พ.ศ. ๒๕๑๙ เปลี่ยนว่า อนู ะวสี ตุ ตะระปญั จะสะตาธกิ านิ พ.ศ. ๒๕๒๐ เปลี่ยนว่า วสี ตุ ตะระปญั จะสะตาธกิ านิ พ.ศ. ๒๕๒๑ เปลี่ยนว่า เอกะวสี ตุ ตะระปญั จะสะตาธกิ านิ พ.ศ. ๒๕๒๒ เปลี่ยนว่า พาวสี ตุ ตะระปญั จะสะตาธกิ านิ พ.ศ. ๒๕๒๓ เปลี่ยนว่า เตวสี ตุ ตะระปญั จะสะตาธกิ านิ พ.ศ. ๒๕๒๔ เปลี่ยนว่า จะตวุ สี ุตตะระปญั จะสะตาธกิ านิ www.kalyanamitra.org
175 คำเปลี่ยนเดือน มกราคม เปลี่ยนว่า ปุสสะมาสัสสะ กมุ ภาพนั ธ์ เปลี่ยนว่า มาฆะมาสัสสะ มีนาคม เปลี่ยนว่า ผัคคุณะมาสัสสะ เมษายน เปลี่ยนว่า จิตตะมาสัสสะ พฤษภาคม เปลี่ยนว่า วิสาขะมาสัสสะ มิถุนายน เปลี่ยนว่า เชฏฐะมาสัสสะ กรกฎาคม เปลี่ยนว่า อาสาฬะหะมาสัสสะ สงิ หาคม เปลี่ยนว่า สาวะนะมาสัสสะ กันยายน เปลี่ยนว่า โปฏฐะปะทะ หรอื ภทั ทะปะทะมาสสั สะ ตลุ าคม เปลี่ยนว่า อัสสะยุชะมาสัสสะ พฤศจกิ ายน เปลี่ยนว่า กตั ตกิ ะมาสสั สะ ธันวาคม เปลี่ยนว่า มิคะสิระมาสัสสะ คำเปลี่ยนวันที่ วันท่ี ๑ เปลี่ยนว่า ปะฐะมัง ทนิ งั วนั ที่ ๒ เปลี่ยนว่า ทตุ ยิ งั ทนิ งั วนั ท่ี ๓ เปลี่ยนว่า ตะตยิ งั ทนิ งั วนั ท่ี ๔ เปลี่ยนว่า จะตตุ ถงั ทนิ งั วันท่ี ๕ เปลี่ยนว่า ปัญจะมัง ทนิ งั www.kalyanamitra.org
176 เปลี่ยนว่า ฉัฏฐัง ทนิ งั เปลี่ยนว่า สตั ตะมงั ทนิ งั วนั ท่ี ๖ เปลี่ยนว่า อัฏฐะมัง ทนิ งั วนั ที่ ๗ เปลี่ยนว่า นะวะมัง ทนิ งั วนั ที่ ๘ เปลี่ยนว่า ทะสะมัง ทนิ งั วันท่ี ๙ เปลี่ยนว่า เอกาทะสะมัง ทนิ งั วนั ท่ี ๑๐ เปลี่ยนว่า ทวาทะสะมัง ทนิ งั วนั ท่ี ๑๑ เปลี่ยนว่า เตระสะมัง ทนิ งั วนั ท่ี ๑๒ เปลี่ยนว่า จะตุททะสะมัง ทนิ งั วันท่ี ๑๓ เปลี่ยนว่า ปัณณะระสะมัง ทนิ งั วันท่ี ๑๔ เปลี่ยนว่า โสฬะสะมงั ทนิ งั วนั ท่ี ๑๕ เปลี่ยนว่า สตั ตะระสะมงั ทนิ งั วนั ที่ ๑๖ เปลี่ยนว่า อัฏฐาระสะมัง ทนิ งั วันท่ี ๑๗ เปลี่ยนว่า อนู ะวสี ะตมิ งั ทนิ งั วนั ท่ี ๑๘ เปลี่ยนว่า วีสะติมัง ทนิ งั วันท่ี ๑๙ เปลี่ยนว่า เอกะวีสะติมัง ทนิ งั วนั ท่ี ๒๐ เปลี่ยนว่า ทวาวีสะติมัง ทนิ งั วนั ท่ี ๒๑ เปลี่ยนว่า เตวีสะติมัง ทนิ งั วันท่ี ๒๒ เปลี่ยนว่า จะตุวีสะติมัง ทนิ งั วันที่ ๒๓ เปลี่ยนว่า ปัญจะวีสะติมัง ทนิ งั วนั ที่ ๒๔ เปลี่ยนว่า ฉพั พสี ะตมิ งั ทนิ งั วนั ที่ ๒๕ วนั ที่ ๒๖ www.kalyanamitra.org
177 วันที่ ๒๗ เปลี่ยนว่า สตั ตะวสี ะตมิ งั ทนิ งั วนั ที่ ๒๘ เปลี่ยนว่า อัฏฐะวีสะติมัง ทนิ งั วนั ท่ี ๒๙ เปลี่ยนว่า อนู ะตงิ สะตมิ งั ทนิ งั วนั ท่ี ๓๐ เปลี่ยนว่า ตงิ สะตมิ งั ทนิ งั วนั ท่ี ๓๑ เปลี่ยนว่า เอกะตงิ สะตมิ งั ทนิ งั คำเปลี่ยนวัน วันอาทติ ย์ เปลี่ยนว่า ระววิ าโร วนั จนั ทร์ เปลี่ยนว่า จนั ทะวาโร วนั องั คาร เปลี่ยนว่า ภุมมะวาโร วนั พธุ เปลี่ยนว่า วุธะวาโร วนั พฤหสั บดี เปลี่ยนว่า คะรวุ าโร วนั ศกุ ร์ เปลี่ยนว่า สกุ กะวาโร วันเสาร์ เปลี่ยนว่า โสระวาโร คำสมาทานธุดงค์ ๑. ถอื ทรงผา้ บงั สกุ ลุ เปน็ วตั รวา่ คะหะปะตจิ วี ะรงั ปะฏกิ ขปิ ามิ ปังสุกูลิกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดคหบดีจีวรเสีย สมาทานองคข์ องผถู้ อื ซง่ึ ผา้ บงั สกุ ลุ เปน็ วตั ร ๒. ถือทรงเพียงไตรจีวรเป็นวัตรว่า จะตุตถะจีวะรัง ปะฏิกขิปามิ www.kalyanamitra.org
178 เตจวี ะริกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดจีวรผืนที่สี่เสีย สมาทาน องคข์ องผถู้ อื ซง่ึ ไตรจวี รเปน็ วตั ร ๓. ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรว่า อะติเรกะลาภัง ปะฏิกขิปามิ ปณิ ฑะปาตกิ งั คงั สะมาทยิ ามิ แปลวา่ เรางดอตเิ รกลาภเสยี สมาทาน องคข์ องผถู้ อื บณิ ฑบาตเปน็ วตั ร ๔. ถือเที่ยวบิณฑบาตไปตามแถวเป็นวัตรว่า โลลุปปะจารัง ปะฏิกขิปามิ สะปะทานะจารกิ งั คงั สะมาทยิ ามิ แปลว่า เรางดการ เที่ยวโลเลเสีย สมาทานองค์ของผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตไปตามแถว เปน็ วตั ร ๕. ถือนั่งฉันอาสนะเดียวเป็นวัตรว่า นานาสะนะโภชะนัง ปะฏิกขิปามิ เอกาสะนิกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดฉันต่าง อาสนะเสยี สมาทานองคข์ องผถู้ ือนง่ั ฉนั อาสนะเดยี วเปน็ วตั ร ๖. ถือฉันเฉพาะในบาตรเดียวเป็นวัตรว่า ทุติยะภาชะนัง ปะฏิกขปิ ามิ ปตั ตะปิณฑิกังคงั สะมาทยิ ามิ แปลวา่ เรางดภาชนะท่ี สองเสยี สมาทานองคข์ องผถู้ อื การฉนั เฉพาะในบาตรเปน็ วตั ร ๗. ถือห้ามภัตอันนำมาถวายเมื่อภายหลังเป็นวัตรว่า อะติรติ ตะโภชะนัง ปะฏิกขปิ ามิ ขะลุปัจฉาภตั ตกิ งั คัง สะมาทิยามิ แปลวา่ เรางดโภชนะอนั เหลอื เฟอื เสยี สมาทานองคแ์ หง่ ผหู้ า้ มภตั ร อันนำมาถวายเมื่อภายหลังเป็นวัตร www.kalyanamitra.org
179 ๘. ถืออยู่ป่าเป็นวัตรว่า คามันตะเสนาสะนัง ปะฏิกขิปามิ อารัญญิกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดเสนาสนะชายบ้านเสีย สมาทานองคแ์ หง่ ผถู้ อื การอยปู่ า่ เปน็ วตั ร ๙. ถอื อยโู่ คนไมเ้ ปน็ วัตรว่า ฉนั นัง ปะฏกิ ขิปามิ รกุ ขะมลู กิ งั คัง สะมาทยิ ามิ แปลวา่ เรางดทม่ี ุงท่บี งั เสีย สมาทานองค์ของผูถ้ ือการ อยโู่ คนไมเ้ ปน็ วตั ร ๑๐. ถืออยู่ในที่แจ้งเป็นวัตรว่า ฉันนัญจะ รุกขะมูลัญจะ ปะฏิกขปิ ามิ อัพโภกาสิกังคัง สะมาทิยามิ แปลวา่ เรางดทมี่ งุ ทบี่ ัง และโคนไมเ้ สยี สมาทานองคข์ องผถู้ อื การอยใู่ นทแ่ี จง้ เปน็ วตั ร ๑๑. ถอื อยูป่ า่ ช้าเป็นวัตรว่า อะสุสานงั ปะฏิกขิปามิ โสสานิกัง คัง สะมาทิยามิ แปลวา่ เรางดท่ีมิใช่ป่าช้าเสยี สมาทานองคข์ องผู้ ถอื การอยปู่ า่ ชา้ เปน็ วตั ร ๑๒. ถือการอยู่ในเสนาสนะอันท่านจัดให้อย่างไรเป็นวัตรว่า เสนาสะนะโลลุปปงั ปะฏิกขปิ ามิ ยะถาสันถะตกิ ังคงั สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดโลเลในเสนาสนะเสีย สมาทานองค์ของผู้อยู่ใน เสนาสนะอนั ทา่ นจดั ใหอ้ ยา่ งไร ๑๓. ถือการนั่งเป็นวัตรว่า เสยยัง ปะฏิกขิปามิ เนสัชชิกังคัง สะมาทยิ ามิ แปลวา่ เรางดการนอนเสยี สมาทานองคข์ องผถู้ อื การนง่ั เปน็ วตั ร www.kalyanamitra.org
180 วิธีบูชาพระรัตนตรัย กล่าวก่อนนั่งสมาธิ อนั ดบั ตอ่ แตน่ ไ้ี ปใหท้ า่ นทง้ั หลายพงึ ตง้ั ใจกลา่ วคำบชู าพระพรอ้ ม ๆ กนั ตอ่ ไป ยะมะหัง สัมมาสัมพุทธัง, ภะคะวันตัง สะระณัง คะโต, ( ท่าน หญิงว่า...สะระณัง คะตา ) อิมินา สักกาเรนะ, ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ, ข้าพเจ้าบูชาบัดนี้, ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้ตรัสรู้แล้วเอง โดยชอบ, ซึ่งข้าพเจ้าถึง, ว่าเป็นที่พึ่ง, กำจัดทุกข์ได้จริง, ด้วย สกั การะน,้ี ยะมะหัง สวากขาตัง, ภะคะวะตา ธัมมัง สะระณัง คะโต, ( ท่านหญิงว่า...สะระณัง คะตา ) อิมินา สักกาเรนะ, ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ, ข้าพเจา้ บูชาบัดน้ี, ซงึ่ พระธรรม, อนั พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสดีแลว้ , ซึ่งขา้ พเจา้ ถึง, วา่ เป็นทพี่ ึ่ง, กำจดั ภัยไดจ้ ริง, ดว้ ยสักการะน้,ี ยะมะหัง สุปะฏิปันนัง, สังฆัง สะระณัง คะโต, ( ท่านหญิง ว่า...สะระณงั คะตา ) อิมินา สกั กาเรนะ, ตงั สงั ฆัง อะภปิ ูชะยาม,ิ ข้าพเจ้าบูชาบัดนี้, ซึ่งพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี, ซึ่งข้าพเจ้าถึง, วา่ เป็นท่ีพึ่ง, กำจดั โรคได้จรงิ , ดว้ ยสกั การะนี,้ www.kalyanamitra.org
181 อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภวิ าเทมิ, (กราบ ๑ หน) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมสั สาม,ิ (กราบ ๑ หน) สุปะฏปิ นั โน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ, สังฆัง นะมามิ, (กราบ ๑ หน) (กล่าวนำ) หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต, ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะเส ฯ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธัสสะ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พุทธสั สะ คำขอขมาลาโทษ อุกาสะ อัจจะโย โน ภันเต, อัจจัคคะมา, ยะถาพาเล, ยะถา มฬุ ฬะเห, ยะถา อะกุสะเล, เย มะยงั กะรัมหา, เอวัง ภันเต มะยัง, อัจจะโย โน, ปะฏคิ คณั หะถะ, อายะตงิ สังวะเรยยามะ, ข้าพระพุทธเจ้าขอวโรกาส, ที่ได้พลั้งพลาดด้วยกาย วาจา ใจ, ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์, เพียงไร แต่ข้าพระพุทธเจ้า, เป็นคนพาลคนหลง, อกุศลเข้าสิงจิต, ให้กระทำความผิต, ตอ่ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ,์ ขอพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ,์ จงงดความผดิ ทง้ั หลายเหลา่ นน้ั , แกข่ า้ พระพทุ ธเจา้ , จำเดมิ แตว่ นั น้ี www.kalyanamitra.org
182 เปน็ ตน้ ไป, ขา้ พระพุทธเจ้า, จกั ขอสำรวมระวงั , ซง่ึ กาย วาจา ใจ, สบื ตอ่ ไปในเบอ้ื งหนา้ , คำอาราธนา อุกาสะ, ข้าพระพุทธเจ้าขออาราธนา, สมเด็จพระพุทธเจ้า, ทไ่ี ดต้ รสั รลู้ ว่ งไปแลว้ , ในอดตี กาล, มากกวา่ เมลด็ ทรายในทอ้ งพระ มหาสมุทรทั้ง ๔, และสมเด็จพระพุทธเจ้า, อันจักได้ตรัสรู้, ใน อนาคตกาลภายภาคเบอื้ งหนา้ , และสมเด็จพระพทุ ธเจ้า, อันจกั ได้ ตรัสรู้, ในปัจจุบันนี้, ขอจงมาบังเกิด, ในจักขุทวาร โสตทวาร, ฆานทวาร ชวิ หาทวาร, กายทวาร มโนทวาร, แห่งข้าพระพุทธเจา้ , ในกาลบดั เดย่ี วนเ้ี ถดิ , อกุ าสะ, ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขออาราธนา, พระนพโลกตุ ตรธรรมเจา้ , ๙ ประการ, ในอดีตาลที่ล่วงลับไปแล้ว, จะนับจะประมาณมิได้, และพระนพโลกตุ ตรธรรมเจา้ , ๙ ประการ, ในอนาคตกาลภายภาค เบอ้ื งหนา้ , และพระนพโลกตุ ตรธรรมเจา้ , ๙ ประการ, ในปจั จบุ นั น,้ี ขอจงมาบังเกิด, ในจักขุทวาร โสตทวาร, ฆานทวาร ชิวหาทวาร, กายทวาร มโนทวาร, แห่งข้าพระพทุ ธเจา้ , ในกาลบดั เดย่ี วน้ีเถิด, อุกาสะ, ข้าพระพุทธเจ้าขออาราธนา, พระอริยสงฆ์กับสมมติ สงฆ์, ในอดีตกาลที่ล่วงลับไปแล้ว, จะนับจะประมาณมิได้, พระอริยสงฆ์กับสมมติสงฆ์, ในอนาคตกาลภายภาคเบื้องหน้า, พระอริยสงฆ์กับสมมติสงฆ์, ในปัจจุบันนี้, ขอจงมาบังเกิด, www.kalyanamitra.org
183 ในจักขุทวาร โสตทวาร, ฆานทวาร ชิวหาทวาร, กายทวาร มโนทวาร, แหง่ ขา้ พระพุทธเจา้ , ในกาลบัดเดยี่ วน้เี ถดิ , คำอธิษฐาน ขอเดชคุณพระพุทธเจ้า, คุณพระธรรมเจ้า, คุณพระสงฆเจ้า, คุณครูอุปัชฌาย์อาจารย์ (ท่านหญิงว่า...คุณครูบาอาจารย์นะ), คุณมารดาบิดา, คุณทานบารมี ศีลบารมี, เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี, วิริยบารมี ขันติบารมี, สัจจบารมี อธิษฐานบารมี, เมตตาบารมี อุเบกขาบารมี, ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา, นับตั้งแต่ร้อยชาติพันชาติ, หมื่นชาติแสนชาติก็ดี, ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา, ในปัจจุบันนี้, ตั้งแต่เล็กแต่น้อย, จะระลึกได้ก็ดี มิระลึกได้ก็ดี, ขอบุญบารมีทั้งหลายเหล่านั้น, จงมาช่วยประคับประคองข้าพเจ้า, ขอให้ข้าพระพุทธเจ้า, ได้สำเร็จมรรคและผล, ในกาลปัจจุบันนี้เทอญ ฯ นพิ พานะปจั จะโย โหตุ ฯ (กราบ ๓ ครง้ั ) www.kalyanamitra.org
184 คำให้พรเป็นภาษาบาลีเมื่อจะเลิกนั่งสมาธิ สัพเพ พุทธา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยัง พะลัง, อะระหันตานัญจะ เตเชนะ รักขัง พันธามิ สัพพะโส, (สว่ นนเ้ี พม่ิ ตามความชอบใจ = เต อตั ถะลทั ธา สขุ ติ า วริ ฬุ หา พทุ ธะสาสะเน, อะโรคา สขุ ติ า โหถะ สะหะ สพั เพหิ ญาติภิ,) สพั พะพทุ ธานุภาเวนะ, สพั พะธัมมา นุภาเวนะ, สพั พะสังฆานภุ าเวนะ, สะทา โสตถี, ภะวันตุ เต ฯ (สาธุชนรบั วา่ สาธุ...) www.kalyanamitra.org
185 เบด็ เตลด็ ,คำอาราธนาตา่ งๆ ตัวอย่างการกล่าวสัมโมทนียกถา เมอ่ื พระภกิ ษฉุ นั ภตั ตาหารเรยี บรอ้ ยแลว้ ทา่ นทานบดผี หู้ วงั บญุ กจ็ ะถวายเครอ่ื งไทยธรรมเป็นลำดับต่อไป จากน้ันพระภิกษุผเู้ ปน็ ประธานสงฆ์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย พึงกล่าวสัมโมทนียกถา เพอ่ื ความบันเทงิ ใจในบญุ กศุ ลที่ไดบ้ ำเพ็ญ ดังนี้ว่า.... เรอื นทก่ี ำลงั ถกู ไฟไหม้ สง่ิ ของทเ่ี จา้ ของบา้ นนำออกมาได้ ยอ่ ม จะเปน็ ประโยชน์ แกเ่ จา้ ของ สว่ นสง่ิ ของทถ่ี กู ไฟไหมอ้ ยใู่ นเรอื นนน้ั ย่อมหาประโยชน์ไม่ได้ฉันใด ร่างกายของมนุษย์ทั้งหลาย ก็เป็น ประดจุ ดงั เรอื นทก่ี ำลงั ถกู ไฟไหมอ้ ยฉู่ นั นน้ั ไฟ คอื ความชรา ความ เจบ็ และความตาย ซึ่งแผดเผารา่ งกายมนษุ ย์ทง้ั หลายอยูเ่ นอื งนติ ย์ เพราะฉะนน้ั ควรกระทำกศุ ลควรปฏบิ ตั ธิ รรมควรนำสง่ิ ของออก ด้วยการบำเพ็ญทาน สิ่งที่ให้ไปแล้วก็เป็นการนำออกมาดีแล้ว ยอ่ มเปน็ ไปเพอ่ื ประโยชนส์ ขุ ในโลกทง้ั สอง และประโยชนอ์ ยา่ งยง่ิ คอื พระนพิ พาน คณะสงฆ์ (หลวงพ่ีหรอื อาตมภาพ) ขออนุโมทนาสาธุการ ใน ความเปน็ ผมู้ ปี ญั ญาของทา่ นทานบดที ง้ั หลายผไู้ ดช้ อ่ื วา่ เปน็ ผฉู้ ลาด ในการฝงั ทรพั ย์ คอื บญุ ไวด้ ีแลว้ www.kalyanamitra.org
186 ในโอกาสนี้คณะสงฆ์ จะได้พร้อมใจกันอาราธนาบารมีธรรม ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและ พระ อรหนั ตเจา้ ทง้ั ปวง บารมธี รรมของครบู าอาจารยท์ เ่ี ราเคารพนบั ถอื ตลอดจนบารมธี รรมของทกุ ทา่ นในทน่ี ท้ี ไ่ี ดส้ ง่ั สมอบรมมาดแี ลว้ ขอบุญบารมที ัง้ หลายเหล่านี้ จงมาประมวลรวมกันเขา้ ใหเ้ ปน็ ตบะ เดชะ พลวปจั จยั สง่ ผลดลบนั ดาลอภบิ าลปกปอ้ งคมุ้ ครองรกั ษา ใหท้ กุ ๆ ทา่ น จงเปน็ ผปู้ ราศจากเสยี ซง่ึ สรรพทกุ ข์ สรรพโศก สรรพ โรค สรรพภยั สรรพเคราะห์ อปุ ทั วอนั ตรายใด ๆอยา่ ไดม้ าพอ้ งพาน ใหเ้ จรญิ ยง่ิ ยนื นานอยใู่ นรม่ เงาแหง่ บวรพระพทุ ธศาสนา ตราบใดที่ยังเวียนว่ายตายเกิด ถือกำเนิดอยู่ในวัฏฏสงสาร ขอใหถ้ งึ พรอ้ มดว้ ยจตรุ พธิ พรชยั คอื อายุ วรรณะ สขุ ะ พละ ปฏภิ าณ ธรรมสาร บริวาร สมบัติ ปรารถนาสิ่งหนึ่งประการใด อันเป็นไปในทางที่ชอบประกอบด้วยกุศล ขอจงสัมฤทธิผล ดังกมลที่มุ่งมาดปราถนาแล้วจงทุกประการ ให้ทุกท่าน เข้าถึงฐานะแห่งความเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐีผู้ใจบุญ คา้ํ จนุ พระพทุ ธศาสนา เม่อื ถึงคราวเจริญภาวนาปฏิบตั ธรรม ขอใหม้ ดี วงตาเห็นธรรม เข้าถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าได้โดยง่าย โดยเร็วพลัน จนกระทง้ั ถงึ พระนพิ พานจงทกุ ทา่ นเทอญ www.kalyanamitra.org
187 พิธีปล่อยสัตว์ปล่อยปลา คำเกร่นิ กอ่ นนำปลอ่ ยสตั ว์ปลอ่ ยปลา (ตัวอยา่ ง) ท่านสาธุชนทั้งหลาย บางคน ถึงจะมีทรัพย์สมบัติ มากมายสักเพียงใดก็ตามที มีสมบัติเป็นพันล้านก็ตามเถิด แต่ถ้าชีวิตของเขาเหล่านั้น เป็นชีวิตที่สั้นเสียแล้ว กไ็ มม่ ปี ระโยชนใ์ นการใชจ้ า่ ยสมบตั เิ หลา่ นน้ั และโอกาสทจ่ี ะไดใ้ ช้ สมบัติเหล่านั้นก็มีน้อย เพราะฉะนั้นชีวิตและอายุที่ยืนนาน จงึ เปน็ สง่ิ ทพ่ี งึ ปรารถนาสำหรบั ทกุ คน การใหช้ วี ติ ยอ่ มไดช้ วี ติ ท่านทั้งหลายได้เดินทางออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้า เพื่อมาสั่ง สมบุญให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เราได้มาใช้เวลาให้กับตัวเราอย่างเต็มที่ ในการสรา้ งบารมใี หก้ บั ตวั เอง โดยเฉพาะการปลอ่ ยสตั วป์ ลอ่ ยปลา ใหช้ วี ติ สตั วเ์ ปน็ ทาน เปน็ การตอ่ อายใุ หก้ บั เราเพราะฉะนน้ั เมอ่ื ทา่ น ไดท้ ราบถงึ อานสิ งสแ์ ลว้ ตอ่ จากนไ้ี ป ขอเรยี นเชญิ ทกุ ทา่ น ตง้ั ใจกลา่ วคำปลอ่ ยสตั วป์ ลอ่ ย ปลา โดยพรอ้ มเพรยี งกนั คำปล่อยสัตว์ปล่อยปลา (นำ) หนั ทะ มะยัง พุทธสั สะ ภะคะโต ปุพพะภาคะนะมะ- การัง กะโรมะ เสฯ (รับ) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา- www.kalyanamitra.org
188 สมั พุทธสั สะ ฯ (วา่ ๓ หน) พทุ ธะบูชา, มะหาเตชะวันโต, ข้าพเจา้ , บูชาพระพทุ ธเจา้ , ขอใหม้ ีเดช, มีอำนาจ,มวี าสนา, ธัมมะบูชา, มะหาปญั โญ, ขา้ พเจ้า, บชู าพระธรรม, ขอใหม้ ปี ญั ญา, สังฆะบูชา, มะหาโภคะ วะโห, ข้าพเจา้ , บชู าพระสงฆ,์ ขอใหม้ โี ภคะทรัพย์สมบัต,ิ อมิ นิ า สกั กาเรนะ , พุทธงั , ธมั มัง, สงั ฆัง, ปเู ชมิฯ ข้าพเจ้า, ขอนอบน้อมถึง, คุณพระพุทธเจ้า, คุณพระธรรมเจ้า, คณุ พระสงฆเจา้ , อกี ท้งั คณุ มารดาบดิ า, คุณครูอุปัชฌาย์ อาจารย,์ คณุ ทานบารมี ศลี บารม,ี เนกขมั มบารมี ปญั ญาบารม,ี วริ ยิ ะบารมี ขันติบารมี, สัจจะบารมี อธิษฐานบารมี, เมตตาบารมี อเุ บกขาบารมี, ท่ีขา้ พเจา้ ไดบ้ ำเพญ็ มา, นับตัง้ แต่รอ้ ยชาตพิ นั ชาต,ิ หมื่นชาติแสนชาติก็ดี, ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา, ในปัจจุบันนี้, ตั้งแต่เล็กแต่น้อย, จะระลึกได้ก็ดี, มิระลึกได้ก็ดี, ขอบญุ บารมที ง้ั หลายเหลา่ นน้ั , จงมาชว่ ยประคบั ประครองขา้ พเจา้ , ใหส้ ิ้นสรรพเคราะห,์ ใหส้ ้นิ สรรพโศก, ใหส้ ิ้นสรรพโรค, ใหส้ ้นิ สรรพภัย, ศัตรูใด ๆ อยา่ พ้องพาล, สพั เพ สตั ตา, อะเวรา, อพั พะยาปชั ชา, อะนฆี า, สขุ ี อตั ตานงั , ปะรหิ ะรนั ตุ ฯ ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง, จงเป็นผู้ไม่มีเวร, จงเป็นผู้ไม่มีภัย, www.kalyanamitra.org
189 ขอให้พ้นทุกข์พ้นภัย, ปลาทั้งหลายเหล่านี้, หากข้าพเจ้า ไม่ช่วยชีวิตไว้, ก็จะถึงซึ่งความตาย, ในวันนี้หรือพรุ่งนี้, ขอบุญกุศล, ที่ข้าพเจ้าช่วยให้, สัตว์พ้นจากความตาย, สัตว์พ้นจากที่คุมขัง, จงมาช่วยประคับประคองข้าพเจ้า, ให้สิ้นสรรพเคราะห์, ให้สิ้นสรรพโศก, ให้สิ้นสรรพโรค, ให้สิน้ สรรพภัย, ให้ไดส้ ำเรจ็ มรรคผลนพิ พาน, ในกาลปัจจบุ นั น้ี เทอญ นพิ พานะปจั จะโย โหตุ ฯ คำแผ่เมตตา สัพเพ สัตตา สัตว์ทง้ั หลายท่ีเป็นเพอ่ื นทกุ ขเ์ กิดแก่เจบ็ ตายดว้ ย กนั หมดทง้ั สน้ิ อะเวรา จงเปน็ สขุ ๆ เถดิ อยา่ ได้มีเวรแก่กนั และกันเลย สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย ดว้ ยกนั หมดทง้ั สน้ิ อัพยาปัชฌา จงเป็นสุข ๆ เถิด อย่าได้มีความเจ็บไข้ลำบาก กายลำบากใจเลย สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย ดว้ ยกนั หมดทง้ั สน้ิ อะนีฆา จงเป็นสขุ ๆ เถิด อย่าไดม้ คี วามทุกข์กายทกุ ขใ์ จเลย สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย ดว้ ยกนั หมดทง้ั สน้ิ www.kalyanamitra.org
190 สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รกั ษาตนใหพ้ น้ จากทกุ ขภ์ ยั ทง้ั สน้ิ เถดิ วิธีกรวดน้ำ เมอ่ื จะกรวดน้ำเพือ่ อุทิศส่วนบญุ ตอ้ งคำนงึ ถงึ ประเพณีทม่ี ีมา ตั้งแต่โบราณกาลด้วย วิธีนิยมทำกันดังนี้ คือเริ่มต้นเตรียมนํ้า สะอาดใส่ภาชนะไว้พอสมควร จะเป็น คณฑีขวดเล็ก แก้วนํ้า หรอื ขนั อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ กไ็ ด้ พอสงฆเ์ รม่ิ สวดอนโุ มทนา ดว้ ยบท ยะถา ก็เริ่มกรวดน้ำ โดยตั้งใจนึกถึงอุทิศส่วนบุญมือขวา จับภาชนะน้ำริน ใช้มือซ้ายประคอง แล้วว่าบทกรวดน้ำในใจ ไปจนจบ การหลั่งน้ำกรวดถ้าเป็นพื้นดินควรหลั่งลงในที่สะอาด หมดจด ถา้ อยบู่ นเรอื นหรอื สถานทท่ี ไ่ี มใ่ ชพ่ น้ื ดนิ ตอ้ งหาภาชนะ อื่นท่ีสมควร เช่น ถาดหรอื ขันเป็นตน้ รองน้ำกรวดไว้ เสร็จแลว้ จงึ นำไปเทลงดนิ ตรงทส่ี ะอาด อยา่ ใชก้ ระโถนหรอื ภาชนะสกปรก รองเปน็ อนั ขาด เพราะนำ้ ทก่ี รวดเปน็ สกั ขพี ยานในการทำบญุ ของ ตนว่าทำดว้ ยใจสะอาดจริง ๆ คำกรวดนำ้ ท่ีนยิ มว่ากันในเวลากรวดทว่ั ๆ ไป มอี ย่หู ลายแบบ คือ แบบสั้น แบบย่อ และแบบยาว ว่าเฉพาะคำบาลีแบบสั้น เปน็ ตน้ ดงั น้ี www.kalyanamitra.org
191 คำกรวดน้ำแบบสั้น (เปน็ คำอทุ ศิ ของพระเจา้ พมิ พสิ าร) อทิ ัง เม ญาตีนัง โหตุ (ว่า ๓ จบ) ขอบญุ นจ้ี งสำเรจ็ แกญ่ าตทิ ง้ั หลายของขา้ พเจา้ เถดิ หากจะเตมิ พุทธภาษิตต่อว่า “สขุ ติ า โหนตุ ญาตะโย” กไ็ ด้ ขอญาตทิ ั้งหลายจงเป็นสุข ๆ เถิด คำอาราธนาศลี ๕ ปกติ มะยงั ภันเต วสิ งุ วิสุง รกั ขะณตั ถายะ ตสิ ะระเณนะ สะหะ ปญั จะ สีลานิ ยาจามะ ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสงุ วิสงุ รักขะณตั ถายะ ตสิ ะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ตะตยิ ัมปิ มะยงั ภันเต วสิ งุ วิสงุ รักขะณัตถายะ ตสิ ะระเณนะ สะหะ ปญั จะ สลี านิ ยาจามะ คำอาราธนาศลี ๘ ปกติ มะยงั ภันเต วสิ งุ วิสงุ รกั ขะณตั ถายะ ติสะระเณนะ สะหะ อฏั ฐะ สลี านิ ยาจามะ ทุตยิ ัมปิ มะยัง ภันเต วสิ งุ วสิ ุง รกั ขะณัตถายะ ตสิ ะระเณนะ สะหะ อฏั ฐะ สลี านิ ยาจามะ www.kalyanamitra.org
192 ตะติยมั ปิ มะยัง ภนั เต วสิ ุง วสิ ุง รกั ขะณตั ถายะ ติสะระเณนะ สะหะ อฏั ฐะ สีลานิ ยาจามะ คำอาราธนาศลี ๘ พิเศษ คืออโุ บสถศลี มะยัง ภนั เต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถงั ยาจามะ ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะ- สะมนั นาคะตัง อโุ บสะถัง ยาจามะ ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะ- สะมันนาคะตงั อุโบสะถงั ยาจามะ คำอาราธนาสวดพระปริตร วิปัตติปะฏิพาหายะ สพั พะสมั ปตั ตสิ ทิ ธยิ า สัพพะทุกขะวินาสายะ ปะริตตงั พ๎รถู ะ มงั คะลัง วิปัตติปะฏิพาหายะ สพั พะสมั ปตั ตสิ ทิ ธยิ า สัพพะภะยะวินาสายะ ปะริตตงั พ๎รถู ะ มงั คะลงั www.kalyanamitra.org
193 วิปัตติปะฏิพาหายะ สพั พะสมั ปตั ตสิ ทิ ธยิ า สพั พะโรคะวนิ าสายะ ปะรติ ตัง พร๎ ูถะ มังคะลงั คำอาราธนาแสดงธรรม พรหมา จะ โลกาธปิ ะตี สะหมั ปะติ กัตอัญชะลี อนั ธวิ ะรงั อะยาจะถะ สนั ตธี ะ สตั ตาปปะระชกั ขะชาตกิ า เทเสตุ ธมั มงั อะนุกัมปิมัง ปะชัง ฯ www.kalyanamitra.org
194 วธิ ถี วายทานตา่ งๆ คำถวายข้าวพระพุทธ (วา่ นโม ๓ จบ) อิมัง สูปะพยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง โอทะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ธมั มัสสะ สงั ฆัสสะ ปูเชมิ ฯ คำแปล ข้าพเจ้าขอถวายภัตร พร้อมด้วยสูปะพยัญชนะ ทั้งน้ำดื่ม อันเป็นโภชนะประเสริฐนี้ แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ณ บัดนี้ ฯ คำถวายทานทั่วไป (ว่า นโม ๓ จบ) สุทนิ นงั วะตะ เม ทานัง อาสะวกั ขะยาวะหงั นิพพานะสงั ขาตัง โหตุ อะนาคะเต กาเลฯ ทุติยัมปิ สุทินนัง วะตะ เม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง นิพพานะสังขาตงั โหตุ อะนาคะเต กาเลฯ ตะติยัมปิ สุทินนัง วะตะ เม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง นิพพานะสงั ขาตงั โหตุ อะนาคะเต กาเลฯ www.kalyanamitra.org
195 คำแปล ทานอนั ขา้ พเจา้ ใหด้ ีแลว้ หนอ ขอจงเปน็ ทน่ี ำมาซง่ึ ความส้นิ ไป แหง่ อาสวะ คอื พระนพิ พาน ในอนาคตกาล เทอญฯ แม้ในวาระท่ี ๒ ฯลฯ แมใ้ นวาระที่ ๓ ฯลฯ คำกล่าวนำก่อนถวายสังฆทาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า, สัปปุรุษย่อมให้ทาน, เช่นข้าว และน้ำ, ที่สะอาดประณีต, ตามกาลสมควรอยู่เป็นนิจ, แด่ ผปู้ ระพฤตพิ รหมจรรย,์ ซง่ึ เปน็ บญุ เขตอนั เยย่ี ม, สำหรับผู้ให้เครื่องบริโภคนั้น, ได้ชื่อว่า, ให้ฐานะห้าประการ, แกป่ ฏิคาหก, ดังต่อไปน้คี อื , ให้อาย,ุ ให้วรรณะ, ให้สุขะ, ใหพ้ ละ, และใหป้ ฏิภาณ, ผู้ใหก้ ็ย่อมได้รบั ฐานะห้าประการนน้ั ด้วย, ทา่ นสาธชุ นทง้ั หลาย, บญุ เทา่ นน้ั , เปน็ ทพ่ี ง่ึ ของพวกเราทง้ั หลาย, ดังน้นั , ขอเรียนเชญิ ทกุ ทา่ น, พงึ ต้งั ใจ, กลา่ วคำถวายภตั ตาหาร เปน็ สงั ฆทาน, โดยพรอ้ มเพรยี งกนั นะครบั www.kalyanamitra.org
196 คำถวายสังฆทาน (วา่ นโม ๓ จบ) อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สขุ ายะ นิพพานายะ จะ ฯ คำแปล ขา้ แตพ่ ระภกิ ษสุ งษผ์ เู้ จรญิ , ขา้ พเจา้ ทง้ั หลาย, ขอนอ้ มถวาย, ภตั - ตาหาร, พร้อมด้วยบริวารทั้งหลายเหล่านี้, แด่พระภิกษุสงฆ์, ขอพระภิกษุสงฆ์, จงรับ, ภัตตาหาร, พร้อมด้วยบริวาร ทง้ั หลายเหลา่ น,้ี ของขา้ พเจา้ ทง้ั หลาย, เพอ่ื ประโยชน,์ เพอ่ื ความสขุ , เพอ่ื มรรคผลนพิ พาน, แกข่ า้ พเจา้ ทง้ั หลาย, ตลอดกาลนานเทอญ คำถวายสังฆทานอุทิศ (ว่า นโม ๓ จบ) อมิ านิ มะยัง ภนั เต ภัตตานิ สะปะรวิ ารานิ ภิกขสุ งั ฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณฺหาตุ อัมหากัญเจวะ มาตาปิตุอาทีนัง ญาตะกานญั จะ ทีฆะรตั ตงั หติ ายะ สุขายะ นิพพานายะ จะ ฯ www.kalyanamitra.org
197 คำแปล ขา้ แตพ่ ระภกิ ษสุ งฆผ์ เู้ จรญิ , ขา้ พเจา้ ทง้ั หลาย, ขอนอ้ มถวาย, ภตั - ตาหาร, พร้อมด้วยบริวารทั้งหลายเหล่านี้, แด่พระภิกษุสงฆ์, ขอพระภิกษุสงฆ์, จงรับ, ภัตตาหาร, พร้อมด้วยบริวารทั้งหลาย เหล่านี้, ของข้าพเจ้าทั้งหลาย, เพื่อประโยชน์, เพื่อความสุข, เพื่อมรรคผลนิพพาน, แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย, แก่ญาติทั้งหลาย มมี ารดาและบดิ าเปน็ ตน้ ดว้ ย, ตลอดกาลนานเทอญ คำถวายสลากภัต (ว่า นโม ๓ จบ) เอตานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, อะสุกัฏฐาเน, ฐะปิตานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, เอตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ทฆี ะรัตตัง, หติ ายะ, สุขายะ, นพิ พานายะ จะ ฯ คำแปล ข้าแต่พระภิกษุสงษ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ขอน้อมถวาย, ซง่ึ สลากภตั กบั ทง้ั เครอ่ื งบรวิ ารทง้ั หลายเหลา่ น้ีอนั ขา้ พเจา้ ทง้ั หลาย, ตั้งไว้แล้ว ณ ศาลาโน้น, (หรือที่โน้น) แด่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับ, ซึ่งสลากภัต กับทั้งเครื่องบริวารทั้งหลาย เหล่านี้, ของข้าพเจ้าทั้งหลาย, เพื่อประโยชน์, เพื่อความสุข, เพอ่ื มรรคผลนพิ พาน, แกข่ า้ พเจา้ ทง้ั หลาย, สน้ิ กาลนานเทอญ www.kalyanamitra.org
198 คำถวายมตกภัตๆ เพื่อผู้ตาย (วา่ นโม ๓ จบ) อิมานิ มะยัง ภันเต, มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขสุ งั ฆัสสะ, โอโณชยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภกิ ขุสงั โฆ, อิมาน,ิ มะตะกะภัตตานิ, มะตะกัสสะเจว, อัมหากัญจะ, ทีฆะรัตตัง, หติ ายะ, สุขายะ. คำแปล ข้าแต่พระภิกษุสงษ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ขอน้อมถวาย, ซึ่งมตกภัตกับทั้งเครื่องบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับ, ซึ่งมตกภัตกับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย, เพื่อประโยชน์, เพื่อความสุข, แก่ผู้ตายด้วย แก่ขา้ พเจา้ ทงั้ หลายด้วย, สน้ิ กาลนานเทอญ คำถวายข้าวสาร (วา่ นโม ๓ จบ) อมิ านิ มะยัง ภนั เต, ตัณฑุลานิ, สะปะรวิ าราน,ิ ภกิ ขสุ งั ฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภกิ ขุสังโฆ, อิมาน,ิ ตัณฑลุ านิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ, นพิ พานายะ จะ ฯ www.kalyanamitra.org
199 คำแปล ข้าแต่พระภิกษุสงษ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ขอน้อมถวาย, ซึ่งข้าวสาร กับทั้งเครื่องบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับ, ซึ่งข้าวสาร กับทั้งเครื่องบริวารทั้งหลาย เหล่านี้, ของข้าพเจ้าทั้งหลาย, เพื่อประโยชน์, เพื่อความสุข, เพอ่ื มรรคผลนพิ พาน, แกข่ ้าพเจา้ ท้งั หลาย, สน้ิ กาลนาน เทอญ คำถวายเภสัช ๕ เนยใส เนยข้น น้ำมนั ยำ้ ผึ้ง นำ้ ออ้ ย (ว่า นโม ๓ จบ) สะระโท นามายงั ภนั เต กาโล สมั ปตั โต ยตั ถะ โส ภะคะวา, อะระหงั สัมมาสัมพุทโธ สะระทิกาพาเธน, อาพาธิกานัง ภกิ ขนู งั , ปัญจะเภสัชชานิ, อะนุญญาสิ, สัปปิง นะวะนีตัง เตลัง มะธุง ผาณติ งั , มะยนั ทานิ ตกั กาละสะทสิ ัง อิมงั กาลงั สมั ปตั ตา ตสั สะ ภะคะวะโต ปัญญัตตานุคะตัง ทานัง ทาตุกามา เตสุ ปะริยาปันนานิ มะธุผาณิตาทีนิ ภิกขูนัญเจวะ สามะเณรานัญจะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต อัยยา ยะถาอาภะตานิ มะธุผาณิตาทีนิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ. www.kalyanamitra.org
200 คำแปล ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ, กาลชื่อว่าสรทะ, มาถึงแล้ว, ในสรทะกาลไรเลา่ , สมเดจ็ พระผมู้ พี ระภาคเจา้ , ผเู้ ปน็ พระอรหนั ต สมั มาสมั พทุ ธเจา้ นน้ั , ไดท้ รงอนญุ าต เภสชั ๕ ประการ คอื เนยใส, เนยข้น, น้ำมัน, น้ำผึ้ง, น้ำอ้อย, แก่ภิกษุทั้งหลาย, ผู้ป่วยไข้, เพราะอาพาธอนั เกิดขึน้ ในสรทกาล, บดั น,้ี มาถงึ สรทกาลนัน้ แลว้ , ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ปรารถนาจะถวายทาน, อันพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น, ทรงบัญญัติแต่งตั้งแล้ว, จึงได้ถวายเภสัชทั้งหลาย, มีนํ้าผึ้งและน้ำอ้อยเป็นต้น, ซึ่งนับเข้าในเภสัช ๕ อย่างนั้น, แก่ ภิกษุทั้งหลาย, ขอพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายจงรับ, ซึ่งเภสัชทั้งหลาย, มนี า้ํ ผง้ึ และนำ้ ออ้ ยเปน็ ตน้ นน้ั , ของขา้ พเจา้ ทง้ั หลาย, เพอ่ื ประโยชน,์ เพือ่ ความสุข, แกข่ ้าพเจา้ ทงั้ หลาย, สิน้ กาลนานเทอญ คำถวายผ้าไตรจีวร (วา่ นโม ๓ จบ) อมิ านิ มะยัง ภันเต ติจีวะรานิ สะปะริวารานิ ภกิ ขสุ งั ฆสั สะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ ติจีวะรานิ สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ. www.kalyanamitra.org
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237