ในที่สุด ทั้งลูกผู้หญิงและลูกผู้ชายก็เลยไปขายบริการ ไปเป็น www.kalyanamitra.org เอเยนต์ขายยาเสพติดไปเล่นการพนันอยูในปอนไปหากินอยู่ในช่อง บาร์ ผับ ผลสุดท้ายก็คือตัวเด็กเองก็ติดนิสัยเอาเปรียบ และนิสัยเลวๆ อีก สารพัด ติดยาเสพติด ติดหนี้สิน และติดโรคเอดส์ ฯลฯ ได้เงินมาก็เก็บ ออมไม่ได้ เพราะด้องเอาไปชื้อยาเสพติด เอาไปรักษาโรคเอดส์ เอาไปใช้ หนี้สิน กลายเป็นทาสอบายมุขไปตลอดชีวิตอย่างเต็มตัว ด้องเสียความ เป็นมนุษย์ไปชาติหนึ่ง นี่คือผลของการใช้อบายมุขสร้างคน ปูย่าตายายได้ชื้ข้อคิดส่งท้ายไว้อีกว่าในยุคปัจจุบันการเลี้ยงดูบุตร หลานของไทย เราได้ยึดเอาต้นแบบจากประเทศในตะวันตกมากเกินไป จึงทำให้เอกลักษณ์ของประเทศไทยสูญหาย และสังคมไทยต้องเผชิญ กับปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่ประเทศในตะวันตกแกัไม่ตกมา แล้ว จึงทำให้ปัญหาบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเยาวชนไทยมาก่อน ก็ เกิดขึ้นมากับเยาวชนไทยในปัจจุบัน เช่น ปัญหาอาชญากรรมทางเพศ ปัญหาโส๓ณีเด็ก ปัญหานักศึกษาขายตัว เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เกิดจากการ ใช้อบายมุขสfไงประเทศนั่นเอง อะไรฬิดเน ! เมื่อคนไทยตัดคำว่า \"นปงปีน\" และ \"รู้จักพอ\" ทั้งไป ปูย่าตาทวดของเรา ท่านยังเล่าต่อไปอีกว่า แต่เดิมบ้านเมืองในยุค ของท่าน ไม่ค่อยมืปัญหาที่แกัไม่ตกมากมายเหมือนเดี๋ยวนี้ เพราะในยุค ของท่านไม่ได้สอนให้คนโลภมาก ไม่ได้สอนให้แสวงหาด้วยการ แก่งแย่งแข่งขัน ไม่ได้สอนให้ลุ่มหลงมัวเมาด้วยอบายมุข เพราะท่านถือ คติในการดำเนินชีวิตว่า ๑๐๒ ^ ศชนฟ้งรเภ่งไ!ใพ้น็ieงไฑยนผู้น่■๓»! ก-/!^^ ระบบททศ71ง»1นในป!»ท»1ไทย
\"เขํ[าใดยังไม่ทำทาน อย่าเพิ่งทานข้าว www.kalyanamitra.org วันใดยังไม่รักษาสืล อย่าเพิ่งออกจากบ้าน คืนใดยังไม่ทำภาวนา อย่าเพิ่งเข้านอน\" สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของปูย่าตายายเป็นอย่างนี้บ้านเมืองเราจึง ได้คนที่ไม่แล้งนํ้าใจ เพราะฝึกให้ทานทุกเช้า ได้คนที่ไม่แสบ เพราะฝึก รักษาคืลตลอดวัน และได้คนที'ไม่โง่ เพราะทำภาวนาทุกคืน ครั้นเมื่อเด็กรุ่นหลังเกิดขึ้นมา ก็ถูกหล่อหลอมจากทั้งในครอบครัว และสภาพลังคมที่ผูกอยู่กับวิถีชีวิตด้งกล่าวนี้ เมื่อเด็กเติบโตขึ้น ต้องไป รับผิดชอบหน้าที่การงานทั้งภาครัฐและเอกชนของประเทศ บ้านเมือง ของเราจึงเกิดผู้นำที่ดี มืวินิจฉัยอยู่ในคืลธรรมขึ้นมาไม่ขาดลาย เป็นผล ให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในความเป็นลยามประเทศที่สูงส่ง ด้วยพระพุทธศาลนาและคืลปวัฒนธรรมที่ดีงามในลายตาชาวโลก จนกระทั่ง เราได้รับสมญานามว่า \"Land of Smile\" หรือ \"สยามเมือง ยิ้ม\" นั่นเอง การที่บ้านเมืองไหนมืแต่รอยยิ้ม แสดงว่าบ้านเมืองนั้นต้องมีความ สุขมากเป็นสุขที่เกิดจากวิถีชีวิตที่ดีงามตลอดวันที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง แต่ต่อมา เมื่อมืคนจำนวนมากได้ไปเรืยนจบจากต่างประเทศ ก็ได้ไปรับแนวคิดทางเศรษฐกิจที่ไม่เหมาะกับลภาพลังคมบ้านเราเข้ามา นั่นคือทฤษฎีที่ว่า\"เราจะต้องเอาทรัพยากรที่มือย่อย่างจำกัดไปตอบสนอง ความต้องการที่มือย่างไม่จำกัดของมใ*ษย์ให!ต้\"เราก็เลยตัดแนวคิดเรื่อง \"ป้นกันกินป้นกันใข้\" ของปูย่าตายายที่ถีอปฎิบ้ติกันมาเป็นพันปีทิ้งไป สอนร่:อย่■พไร ใฟ้!รพไทยไ#'พุ้น่'เทึ๋ส็ ๑๐๓ ^ n รท;บทท!สพ้ทนไนihnททไทย
๏นใJๆ'ลคูท เราเริ่มใช้ทฤษฎีดังกล่าวในการทำมาหากินให้แก่คนในประเทศ www.kalyanamitra.org (ฟัฬญ่ก็เริ่มสอนให้เด็กโลภ สอนให้เด็กแก่งแย่ง สอนให้เด็กลุ่มหลง อบายมุขเพราะคิดร่าเป็นของทันสมัยยอมรับกันทั่วโลกในเวลานั้น ใน ที่สุด ผ่านมาไม่ถึงร้อยปี คนรุ่นหลังแทบจะไม่รู้จักคำว่า \"แบ่งปัน\" ในที่สุด คนรุ่นหลังที่เกิดขึ้นมา จึงไม่รู้จักคำว่า \"พอ\" มีแต่ความ อยากได้อยากรวยให้เร็วที่สุดโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทางด้านสืลธรรม แล้ว ปัญหาอาชญากรรมที่รุนแรง ปัญหาคอร้ปชั่นที่รุนแรง ปัญหาการ ค้ายาเสพติดที่รุนแรง ปัญหาโส๓ณีข้ามชาติ และอื่นๆ อีกสารพัด ก็ หลั่งไหลเช้ามาในแผ่นดินไทย ๑๐๔ ^ (1อฬ่:อรท่1ไรใพ้เรองใพเ'น;ยู้นํ-ma pj wutjmiafunuใฟรเฑศไทข
เพียงแค่ตัดคำว่า \"แบ่งป้น\" และ \"เจักพอ\"ทิ้งไปจากเด็กเท่านั้น www.kalyanamitra.org บ้านเมืองก็หวิดจะล่มสลาย ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่ผ่านมานั้น ถ้าช่วงนั้น หากเราไม่มืพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัจภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงมองเรื่อง นี้ออก และคิดหาทางแก้ไขได้ทันท่วงที ด้วยคำว่า \"เศรษฐกิจพอเพียง\" วันนี้ เศรษฐกิจของไทยคงจะล้มจมดินในช่วงวิกฤตไปแล้ว แต่เพราะ พระองค์พระราชทานแนวคิดนี้มาให้ ประเทศไทยจึงแค่ล้มบนดิน ยังตั้ง ลำ ด้นขึ้นมาใหม่ได้ เพราะเศรษฐกิจรากฐานของเรายังดีอยู่ นี่คือความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงที่เกิดจากการดูถูกภูมิปัญญา ของยู่ย่าตายาย และรับแนวคิดของต่างชาติเข้ามาโดยไม่ไตร่ตรองดูว่า เรามืคำสอนในพระพุทธศาสนาที่ประเล่ริฐกว่าสิงใดในโลกอยู่แล้ว คำ สอนในพระพุทธศาสนานี่แหละ ที่ควรใข้เป็นหลักในการพัฒนาโลก เพราะเป็นคำสอนที่สามารถพัฒนาจิตใจของมนุษย์ให้สะอาดบริสุทธื้ยิ่งๆ ขึ้นไป สามารถเปลี่ยนปุถุชนไปส่ความเป็นอริยบุคคลได้ ซึ่งเพียงเท่านี้ก็ เป็นเครื่องยืนยันว่าหลักธรรมของพระองค์เหนือกว่าทฤษฎีทั้งมวลใน โลกนี้ที่ยังไม่สามารถท่าให้คนหมดกิเลสได้ บ้านเมือฬิกฤติ เพราะอบายมุขเติบโด ระบบการสร้าง คนติล้มเหลว ยู่ย่าตายายยังเล่าต่อไปอีกว่า เมื่อคำว่า \"รู้จักพอ\" และ \"แบ่งปัน\" ถูกตัดทิ้งไปจากการเลี้ยงดูบุตรหลาน แนวคิดเรื่อง \"ทำดีไม่ได้ดี ทำ ชั่ว ไม่ได้ชั่ว\" ก็ระบาดไปทั่วสังคมไทย จนบางครั้งบางบ้านยึดคติสอนลูก ;7ร ©๐๕ สอนฟ้งอม่■พไ■ร 1นฒ็องใ>1ขใ«พุ้น1หํ่รํ \\p รรบบทฑสร้!พนในปพเนศไพย
หลานว่า \"เสียสละคือโง่ อยากโก้ต้องโกง\" แนวคิดนี้เอง ที่ทำ ให้เกิด www.kalyanamitra.org ตัวอย่างเลวๆ ขึ้นมากมายในสังคมไทย เช่น ให้เพี่อหวังผลประโยชน์ ฉ้อโกงผู้มีพระคุณ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักแบ'งปัน ซึ่งสิงเหล่านี้ผิดหลัก พระพุทธศาสนาที่สอนให้คนรู้จักการให้ รู้จักแบ่งไว้ใต้เฉพาะที่จำเป็น และปันส่วนเกินให้คนอื่นๆ ทั้งสิน เมื่อเป็นอย่างนี้เข้า ความหายนะที่เกิดจากความโลภก็ครอบงำใจ คนเต็มที่ แล้วคนๆนั้นก็เริ่มแสวงหารายได้บนความฉิบหายของผู้อื่นเช่น ค้าประเวณี ค้ายาเสพติด เล่นการพนัน เป็นต้น ซึ่งสิงเหล่านี้ พระสัมมา รรนสงอพ่ไ!ไท้ฟ้องไพยไViพุ้พํ'เทึ๋ด็ A^ i1ะsบuบuทาn1n1m11'างคนไนปาะเพศไทช
สัมพุทธเจ้า เรียกว่า อบายมุข แปลว่า ปากทางแห่งความฉิบหาย แล้ว www.kalyanamitra.org ก็เกิดเป็นวงจรของผู้มีอิทธิพลขึ้นมา เป็นเหตุให้บางยุคสมัยประเทศ ไทยก็ติดอันดับคอรัปชั่นโลกกับเขาเหมือนกัน ซึ่งไม่น่าภาคภูมิใจอะไร เลยแม้แต่น้อย เพราะไปตรงไหนๆ ไนโลก เขาก็ชี้หน้าเอาว่า ประเทศแก มันเโกง ก็ได้แต่อดทนเก็บไว้ไนไจ ไม่รู้จะไปเถียงกับเขาอย่างไร ครั้นต่อมา เมื่อคนโลภเพิ่มมากยิ่งขึ้น อาชีพอบายมุขก็เริ่มมืเพิ่ม มากขึ้น ประชาชนก็เริ่มคุ้นชินกับภาพของอบายมุขมากขึ้น จากเดิมที่ ต้องไปแอบทำ แต่ต่อมาก็ทำกันอย่างเปิดเผย และผู้ที่ทำอาชีพอบายมุข น็้ ก็ดูเหมือนจะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งๆ ที่ทำ มาหากินบน ความวิบัติเสิยหายของผู้อื่นไนที่สุด ผู้ที่รู้จักรับผิดชอบชั่วดี ประกอบแต่ ล้มมาอาชีพ ก็เริ่มท้อแท้ และรู้สิกว่า ทำ ดีคงจะไม่ไต้ดีเสิยแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่พูดถึงกลไกการทำลายชาติบ้านเมืองของ อบายมุขไว้บ้าง บางท่านก็อาจจะเห็นภาพไต้ไม่ชัด และอาจจะยังคง เห็นดีเห็นงามกับรายไต้ที่เกิดจากอาชีพอบายมุขอยู่อีก ป่ย่าตายายท่านจึงขยายความเรื่องนี้ไห้ชัดขึ้นว่า ตลอดระยะเวลา หลายพันปีมานี้ มืฃ้อผิดพลาดที่มนุษย์เราทำซํ้าแล้วชำอีก และข้อ ผิดพลาดนั้น ไต้ทำไห้อาณาจักรที่เคยรุ่งเรีองถึงขีดสุด แต่กล้บต้องมา ล่มสลาย พังพินาศลงมาทั้งด้านล้งคม เศรษฐกิจ และสิงแวดล้อมไน พริบตามาหลายครั้งหลายหน ข้อผิดพลาดที่ว่าก็คือ \"การพัฒนาระบบเศรษฐกิจ โดย ไม่แยกแยะว่า อะไรคือสัมมาอาชีพ และมิจฉาชีพ\"! (J: ๑๐๗ 30นร่«0£ท่)ไ1ไฟ้น่ป้พใทยนผุ้น่พร็ P ■BVlinnfllWulน ไทน
ผลของการส่งเสริมโดยขาดการแยกแยะดังกล่าว ย่อมทำให้ www.kalyanamitra.org อบายมุขขยายตัวได้เร็รกว่า เพราะอบายมุขเ!เนอาสิพที่ยั่วยุกิเลสคน ยิ่งยั่วยุกิเลสคนได้มากเท่าไหร่ ก็ได้เงิาเมากเท่านั้น ในที่สุด ก็เกิดเ!!น เครือข่ายอบายมุขข้ามชาดิเ!เมา เมื่อรูปการเป็นเช่นนี้เข้าผลสุดท้ายอบายมุขก็กลายเป็นสิงที่ส่งเส่ริม ให้มีการชื้อขายอย่างถูกกฎหมายทั่วบ้านทั่วเมือง คำ ว่า \"แบ่งป้น\" คำ ว่า \"รู้จักพอ\" ก็เริ่มจางหายไปจากใจของคนส่วนไหญในสังคม เหลือแต่คำ ว่า \"เห็นแก่ตัว\" \"เห็นแก่ได้\" \"ขาดความรับผิดชอบ\" \"กอบโกย\" \"มือใครยาวสาวได้สาวเอา\" เข้ามาแทนที่จิตใจคนส่วนใหญในประเทศ จากกลไกเครือข่ายทางมิจฉาอาชีพอันนี้เองทำให้ผู้ที่ประกอบสัมมา อาชีพได้เงินมาเท่าไหร่ พอถูกยั่วยุเข้า ทนกิเลสตนเองไม่ไหว ก็จะเอาไป ลงที่อบายมุขหมด แล้วอบายมุขก็โตเอาๆ เมื่อประชาชนส่วนใหญ่หาเงินมาได้ ก็เอาไปจมกับอบายมุขหมด ผลที่ออกมา ก็คือการงานอื่นๆ ที่ก่อรายได้ให้ประเทศ ก็กำ สังจะส่มสลาย เพราะคนส่วนใหญ่เมาขาดสติกันทั้งบ้านทั้งเมือง จึงไม่มืใครคิดเอาจริง เอาจังในเริ่องงาน เพราะวันๆ หมกมุ่นอยู่กับอบายมุข เมื่อคนติดอบายมุขหนักขนาดนี้ วันหนึ่งเงินที่เคยเก็บสะสมไว้ก็ ต้องหมดลง เมื่อเงินหมดลงก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินพวกที่ประกอบอาชีพ อบายมุข เมื่อกู้หนี้ยืมสินมาไต้แล้ว ก็ไม่คิดไปลงทุน เพราะติดอบายมุข เหมือนนกติดยา ที่ถึงเวลาก็ต้องบินกสับมาเข้ากรง เพื่อขอยาเสพติดกิน ความล้มเหลวในการใช้เงินของประชาชนก็เกิดตามมา ปัญหา ความยากจนก็ระบาดไปทั่วประเทศ ๑๐๘ ระบบฑทสTijfwluihsiwfllทย สรฬ่)Btwliใ'ส้น!พไ*แพพุ้นํ■ทิพ! r\\ if
p กทภู www.kalyanamitra.org ต่อมาวงจรหนี้สูญก็ตามมา จากนั้น ก็เกิดระบบการทวงหนี้ด้วยผู้ มีอิทธิพลก็ตามมา และในที่สุด ก็เกิดตามล้างตามฆ่ากันเองในท้องถิ่น อย่างไม่สินสุดก็เกิดขึ้นตามมา นัยวันผู้มีอิทธิพลนอกเหนือกฎหมายก็เกิดเนไม่หยุดหย่อนและ พวกนี้เอง เมื่อหลุดขึ้นไปส่ระดับการบริหารของประเทศ ก็จะหาทาง ผลักดันให้อบายมุขเป็นสิงที่ถูกต้องตามกฎหมาย rTn, ®0๙ .. . v.
ถ้าหากอบายมุขเป็นสิงที่ถูกกฎหมายเมื่อไร ก็เท่ากับว่า วินิจฉัยที่ www.kalyanamitra.org ดีงาม ก็จะหมดไปจากคนทั้งประเทศ ในที่สุด ผู้ที่ประกอบสัมมาอาดีพ ก็จะเริ่มหมดจากประเทศตามไปด้วย เหลือแต่ผู้ที่ประกอบมิจฉาอาดีพ ที่งนับวันจะมีแต่เพิ่มขึ้นทวีคูณ หากสภาพการณ์ของประเทศเป็นอย่างนี้เมื่อไร ก็เรียกได้ว่า ระบบ การสร้างคนดีของประเทศล้มครืนลงแล้ว!ถ้าเป็นอย่างนี้ ต่อให้อัญเชิญ เทวดาลงมาหมดจากสวรรค์ชั้นฟ้า ก็หมดทางเยียวยาแกไข ครั้นเมื่อมิจฉาอารพ ขึ้งเป็นอารพที่ขาดความเมตตา หากินบน ความวิบัติของผู้อื่นเติบโตเต็มที่เรนนี้ ดีลธรรมของคนในประเทศชาติ ก็ถึงกาลล่มสลายอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อวิกฤตศีลธรรมล่มสลายอย่างสมบูรณ์แบบบ้านเมืองก็อ่อนแอ ลงทุกวันๆ เพราะคนในประเทศชาติจะมัวแต่โกงกันเอง เบียดเบียนกันเอง ทำ ลายกันเอง ตามวิถีทางที่มิจฉาอาชีพเป็น ในที่สุด ผู้มีอิทธิพลใน ระดับบริหารบ้านเมือง ก็จะอาด้ยภาวะเห็นแก่ด้วของคนทั้งประเทศนี้ ทยอยขายประเทศชาติบ้านเมืองให้ติางชาติไปทีละน้อยจนกระทั่งมารู้ตัว อีกที ก็ถีงกาลสินชาติ กลายเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจของต่างชาติไป โดยไม่ทันรู้ตัว ในที่สุด เจ้าของประเทศ ก็เปลี่ยนสถา'แภาพไปเป็นผู้อยู่ อาตัย เมื่อเป็นเช่นนี้ แผ่นดินไทยที่ บรรพชนหวงแหนรักษาไว้ให้คนรุ่น หลัง ก็ศงจะเลือนหายไปจากแผนที่โลกอย่างแน่นอนนี่คือสิงที่ปูย่าตาทวด ให้ประสบการณ์เอาไวั เหตุการณ์ทำนองนี้ มิใช่จะไม่เคยเกิดขึ้นแก่ประเทศไทย แต่ที่ รอดมาได้ ก็เพราะในแต่ละยุคสมัย ประเทศไทยยังไม่สินคนดี สาเหตุที่ ร)ร)0 ไฟ้น่!ผโrยใ*พุ้นํพริ 'าy'li t
ยังไม่สินคนดีก็เพราะเรายังมีระบบการสร้างคนดี ทำ ให้เกิดผู้นำที่ดีฃึ้น www.kalyanamitra.org มาอย่างไม่ขาดสายนั่นเอง ดังนั้น สิงที่คนรุ่นปัจจุบันต้องคิดคำนึงกันต่อ ก็คิอ ทำ อย่างไรให้ ระบบการสร้างคนด้วยคุณธรรมกลับมาส่ความเข้มแข็งในสังคมไทย อีกครั้งนั่นเอง ลอนสั5£!ท่3ไ-)ใฟ้ฟ้ผใV.mfwuTทึ่ร ฟ้^/^'
I www.kalyanamitra.org
ทำ ไมลูกจึงเป็นคนดีไม่ได้ ตลอดรอดฝืง จากที่เคยได้กล่าวไว้แต่แรกว่า www.kalyanamitra.org อบายมุขเป็นตัวทำลายความดีของคน และเป็นตัวทำลายสัมมาอาชีพในระบบ เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอบายมุข เหล่านี้มากับคนพาล ดังนั้น สาเหตุที่ทำให้คนดีเปลี่ยนไปคนพาล ก็เพราะว่าเขาไปคบคนพาลมาเป็นมิตร การคบคนพาลจึงเป็นการทำลายอนาคตของตนเอง และอนาคตของประเทศ ศ!!ฟ(งรฬ่ไ1 ใศ้!j5oJโKยใศ้ผู้นาทํ่ด็ 6)Sicn \"า1น5\"พเ8นทน»!พ1<>าศอ»ท0«!ฝึง
เดิมทีคนพาลอาจจะดูจริงใจในตอนแรก แต่เมื่ออยู่ร่วมกับคน www.kalyanamitra.org พาลนานๆ เข้า ก็เอาอบายมุขมาให้ลอง ปลูกวินิจฉัยผิดๆ เข้าไป คนดีก็ เริ่มเสียคน คนดีแทนที่จะกลายเป็นผู้โน้มน้าวผู้อื่นให้ละเว้นความชั่ว มาทำความดีเหมือนตนเอง ก็กลับเป็นว่าถูกคนพาลโน้มน้าวให้ทิ้งดีไป เอาชั่วแทน เลยกลายเป็นว่าเอาความรู้ความสามารถที่มือยู่ไปทำชั่วได้ ยิ่งกว่าเจ้าคนพาลที่มาชวนเสียอีก เพราะด้านทานกระแสวินิจฉัยเห็นผิด เป็นชอบของหมู่คนพาลไม่ได้ ด้งนั้นสิงที่คุณพ่อคุณแม่จะได้เรียนรู้จากปูย่าตาทวดในบทนี้ก็คือ แหล่งที่มาของอบายมุซนั้น มาได้จากทางไหน และแหล่งที่มาของ ความดีนั้น มาได้จากทางไหน ปูย่าตาทวด ท่านชี้ประเด็นเรื่องนั้!ว้ว่า แหล่งที่มาของอบายมุข และแหล่งที่มาของความดีล่ตัวเด็ก มาจากแหล่งเดียวกัน ๔ แหล่งใหญ่ ต่างกันแต่ว่า แหล่งนั้น จะนำอบายมุขหรีอวินิจฉัยที่ดีมาให้ได้แก่ ๑) ได้จากด้วอย่างความประพฤติของพ่อแม่ ๒) ได้จากเพื่อนที่ลูกคบหาสมาคม ฅ) ได้จากสิอต่างๆ ที่ลูกดู เล่น หนังสีอ โทรทัศน์ วิทยุ วิดีโอ เป็นด้น ๔) ได้จากบุคคลที่อยู่แวดล้อมด้วลูก ความคิดของเด็กจะถูกหล่อหลอมจากสิงแวดล้อม ๔ แหล่งใหญ่ นี้ ถ้าทั้ง ๔ แหล่งนี้ดี เด็กก็จะมืโอกาสเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง แต่ ถ้าทั้ง ๔ แหล่งนี้ ไม่ดี มือบายมุขเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ๑๑๔ ใพ้ช่!พไทบไ*ยู้น่■ท!* ก-^r ฟ่■เไม;ทsjiSlufm*ไ}jlfesDmBuSj
เด็กก็มีสิทธิมีวินิจฉัยเลวถึงขั้นหมดอนาคตเลยทีเดียว เพื่อให้เห็นภาพ www.kalyanamitra.org ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็จะอธิบายในหัวข้อต่างๆ ต่อไปนี้ แหล่งวินิจฉัยที่ ๑ ดวามประพฤติของพ่อแม่ มีนิทานโบราณอยู่เรื่องหนึ่ง ชื่อ\"นกแขกเต้าสองพี่น้อง\"พระท่าน เล่าเปรียบเทียบความประพฤติของลูกนกสองพื่น้องที่แตกต่างกัน ตัว หนึ่งเลี้ยงโดยพระฤๅษีก็เป็นแบบพระฤๅษี อีกตัวหนึ่งเลี้ยงโดยพวกโจร นิสัยก็เป็นแบบพวกโจร เรื่องนี้จะเป็นภาพสะท้อนอย่างดีว่า ความ ประพฤติของพ่อแม่เป็นแหล่งที่มาของวินิจฉัยลูกได้อย่างไร ... นานมาแล้ว มีลูกนกแขกเด้าสองตัวอาศัยอยู่ในปางิ้วเชิงเขา ด้านทิศเหนือของราวปาเป็นหยู่บ้านของกลุ่มโจร ส่วนด้านทิศใด้มี อาศรมอันเป็นที่อยู่ของเหล่าฤๅษี ในขณะที่พ่อแม่นกแขกเต้าออกไปหาอาหารมาเลี้ยงดูลูก ชื่งลูก นกยังมีปีกและขนที่อ่อนอยู่ ได้เกิดลมพายุใหญ่ พัดพาเอารังของลูกนก ทั้งสองให้ล่องลอยไปในอากาศ ลูกนกตัวหนึ่งถูกกระแสลมพัดไปตกที่กองอาวุธในหมู่บ้านโจร โจรได้เลี้ยงดูและสั่งสอนในทางพาล และให้ชื่อว่า \"สัตติคุมพะ\" แปลว่า \"พุ่มหอก\" ลูกนกอีกตัวหนึ่งไปตกที่ดงดอกไม้ใกล้อาศรมฤๅษี ฤๅษีได้เลี้ยงดู และสั่งสอนในทางปราชญ์ และให้ชื่อว่า \"ปุบผกะ\" แปลว่า \"ดอกไม้\" jjx ร)®(ร HO'jjjDshili ใพ้น่ร&!ไทยไ»[พุ้นํพร ^ mljjลูกพฟ้นทพ่!ไยไท้oBDmafSo
วันหนึ่งพระราชาแห่งปัญจาลนครออกประภาสปา เพื่อล่าเนื้อทราย www.kalyanamitra.org รับสังให้หมู่ข้าราชบริพารตีวงล้อมแนวพุ่มปาไว้ ถ้าเนื้อทรายหนีไปทางผู้ ใดจะปรับค่าไหมผู้นั้น เนื้อทรายตัวหนึ่งตกอยู่ในวงล้อม มันวิ่งหนีออกไปทางพระราชา พระองค์ทรงขัดพระทัยยิ่งนัก เสด็จขึ้นราชรถพร้อมนายสารถีขับไล่ตาม ไป แต่เนื้อก็หนีรอดไปได้ทรงเหน็ดเหนึ่อยและหยุดสรงสนานพระวรกาย เสวยนํ้าในลำธารใกล้หมู่บ้านโจรแล้วบรรทมหลับไป นกแขกเด้าลัตติคุมพะเห็นพระราชาผู้ประดับด้วยเครื่องทรงอัน สวยงามบรรทมหลับอยู่ ได้เอ่ยขึ้นว่า \"เราจะไปตามพวกโจรมาฆ่าบุรุษ นื้ให้ตาย แล้รเปเองเอาเครื่องประตับ จับสองเท้าลากไปทิ้งในที่ไกล\"ว่า แล้วก็บินกลับเข้าไปในหมู่บ้านโจร พระราชาได้สดับด้งนั้นก็รีบเสด็จขึ้นรถหนีมาจนถึงอาศรมพระฤๅษี ได้พบนกแขกเต้าปุบผกะ กล่าวให้การต้อนรับว่า \"มหาราชาผู้ประเสริฐ เป็นการตีแท้ที่พระองค์เสด็จมา ขอเป็ญประท้บพักผ่อนพระวรกายให้ สบายเถิดพระเจ้าข้า แล้วค่อยเสด็จไปเบื๊องหน้า\" พระราชาได้สดับถ้อยค่าอันไพเราะก็มีพระทัยโสมนัสทรงสรรเสริญ นกแขกเด้าที่อยู่กับฤๅษีเป็นอันมาก และตรัสติเตียนนกแขกเต้าที่อยู่ใน หมู่โจร นกแขกเต้าปุบผกะกราบทูลว่า \"ข้าแต่พระราชา นกแขกเต้าที่อยู่ในหมู่โจรนั้น เป็นพื่น้องท้อง เดียวกับข้าพระพุทธเจ้า โจรทั้งหลายได้ลังสอนในทางพาลจนกลายเป็น นกใจพาลหยาบข้า ส่วนข้าพระองค์นื้ พระฤๅษีได้ลังสอนในทางปราชญ์\" ๑๑๖ ^ 'ทรทร่ง ร8นร่ร8พ่ใ1 ใ!?ฟ้พไทขนยู้Uliis
\"ดูก่อนพระราชา คนพาลเปรียบเสมือนปลาเน่า เอาใบไม้มาห่อ www.kalyanamitra.org ใบไม้ก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วย บุคคลใดคบคนพาลก็จะมืนิสัยพาล มื สันดานหยาบช้า น่ามาซึ่งความพินาศทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ชักพาให้ ไปส่อบายภูมิ\" พระราชาได้สดับแล้วก็บังเกิดความเลึ่อมใส ตรัสสรรเสรีญ นกแขกเด้าด้วยถ้อยคำนานาประการ ขณะนั้น ฤๅษีทั้งหลายกล้บมาถึงอาศรม พระราชาถวายอภิวันทา อาราธนาพระฤๅษีไปส่พระราชอุทยานของพระองค์ เมื่อพระฤๅษีรับ อาราธนาแล้ว ทรงขึ้นราชรถเสด็จกลับพระนคร รับสังห้ามมิให้ผู้ใด (ฐท ๑๑๗ ส!แป้^!!!™ไTใฟ้นิ;รงไทยไส้พุ้น')ทํ่ร ^^-0 ฟ้าไนjnWlOนทนทพท้ตสรทรรทฮ่ง
เบียดเบียนนกแขกเต้าทั้งหลาย www.kalyanamitra.org พระฤๅษีพากันเดินทางไปส่พระราชอุทยาน พระราชาถวายการ ต้อนรับ ทรงถวายเครื่องสักการะและอาหารอันประณีต นับแต่นั้นมาพระองค์ก็ดำรงอยู่ในธรรม ทรงครองราชย์ด้วย ความผาสุก ครั้นสินพระชนม์แล้วไดไปบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์ จากนิทานโบราณดังกล่าว ถ้าเรามองว่าเป็นนิทานตามความรู้สืก ของผู้ใหญ่ที่ไม่ได้อ่านนิทานมานานแล้ว ก็อาจจะไม่ไต้อะไร หรือรู้สิกว่า ไร้สาระ แต่ถ้ามองว่า นี่คือภาพสะท้อนการเลี้ยงลูกที่ใJย่าตายายมอบไว้ ให้คนรุ่นหสัง เราก็จะพบข้อคิดว่า\"ถ้าไต้โจรเลี้ยงดูลูก ลูกก็คงจะคิดพูด และทำอย่างโจร แต่ถ้าได้บัณฑิตเลี้ยงดูลูก ลูกก็จะคิด พูด ทำ อย่าง บัณฑิด\"เพราะเด็กย่อมยึดเอาพ่อแม่ เ!]นแบบอย่างแรกที่ถูกด้องเสมอ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกดีไปไต้ตลอดรอดฝัง \"สิงแรกที่ด้องทำคือ ทำ ตัวอย่างดีๆให้ลูกดู\"เรื่มต้นตั้งแต่ลูกยังแบเบาะ อยู่ในเปล แต่ปัญหาก็อยู่ตรงที่ว่า พ่อแม่จะวัดผลตัวเองได้อย่างไรว่า เราดีหรือยัง ก็ทำ ง่ายๆได้ด้วยการเป็น\"ด้นแบบครามไม่แสบ\"คืออย่าง น้อยต้องมี \"คืล ๔\"นั่นเอง แหล่งวินิจฉัยที่ ๒ เพื่อนที่ลูกคบ ปูย่าตาทวดท่านกล่าวว่า \"ไม่มีพ่อแม่คนไหน สอนลูกให้ดื่มเหล้า ไม่มีพ่อแม่คนไหนสอนลูกให้ต่า ไม่มีพ่อแม่คนไหนสอนลูกให้เล่นการ พนัน\" สCนสื3อย่างไร ให้ฟ้องไทนไต้พนาที่*! >^าไมคูทจงเ15น«น1แพไต้*1ลอ*1ร&*1ฝืง
แต่ทั้งๆ ที่ไม่ได้สอน พอลูกบางคนโตขึ้น เหล้าก็ดื่ม ด่าก็เก่ง ติดการพนันงอมแงม ถ้าถามว่านิสัยไม่ดีเหล่านี้มาจากไหน ตอบได้ทันที ว่ามาจากเพิอน เพราะฉะนั้น มีวิธีเดียวที่จะประคับประคองให้ลูกมีนิสัยดีๆ อย่าง ที่พ่อแม่สอน และไม่เอานิสัยเลวๆ มาจากเพื่อนก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้อง คัดเพื่อนดีๆ ให้ลูกคบ ซึ่งเรื่องนี้ พระมหาเถระท่านได้เล่าถึงวิธีคัดเลือก เพื่อนให้ลูกคบของโยมพ่อของท่านให้ฟังว่า www.kalyanamitra.org อ สอนฟ้งรบ่นไ'!ไพ1&!ไทยใส่iพุ้นพ* ©osf «111ชุพเ3น1!นร|1«ใส่«ร0»1รอ«ฝ็ง
\"เมื่อสมัยหลวงพ่อเป็นนักเรียน โยมพ่อจะอนุญาตให้พาเพี่อนๆ www.kalyanamitra.org ไปเที่ยวที่บ้าน ซึ่งเป็นสวนผลไม้ มีทั้งขนุน ฝรั่ง กล้วย อ้อย ฯลฯ ให้ เก็บกินได้ตามชอบใจ แต่มีข้อเม้ว่า ต้องเป็นเพี่อนที่สนิทๆ กันเท่านั้น\" \"หลวงพ่อมักพาเพี่อนๆ มาที่บ้านคราวละ ๗ คนบ้าง ๑๐ คนบ้าง ปรากฏว่า เมื่อเพี่อนกลับกันหมดแล้ว ด้วยสายตาของโยมพ่อที่ฝาน ประสบการณ์มามาก ท่านจะเรียกมาล้งว่า คนนั้นคนนั้มีนิสัยไม่ดีโกหก เก่ง ด่าเก่ง ชอบหนโรงเรียน ห้ามชวาเมาอีก มิฉะนั้นจะถูกดี ให้เลิก คบเสิย ท่านยังกำชับด้วยว่า นอกจากไม่ให้พามาบ้านแล้ว แม้ที่โรงเรียน ก็ห้ามเล่นกับเขาด้วย ส่วนคนนั้นๆ นิสัยดี เรียบร้อย เคารพพ่อแม่ ท่าน ล้งให้พามาอีก ซึ่งขณะนั้นอาตมาก็ไม่เข้าใจว่า ทำ ไมท่านจึงรู้หมดว่า คน นั้นเลวอย่างนั้นๆ คนนี้ดีอย่างนี้ๆ ได้แต่แปลกใจ\" \"เพี่อนที่โยมพ่อลังไม่ให้คบ ล้วนเป็นเพี่อนที่แสนสนิท แต่ก็ต้อง เชื่อโยมพ่อ เพราะกลัวถูกตี ซึ่งปรากฏต่อมาในภายหลังว่า บรรดาเพี่อน ที่ท่านห้ามคบ เป็นคนไม่ดีเอาจริงๆ ติดคุกติดตะรางทั้งนั้น\" \"มีปอยครั้งที่หลังจากเพี่อนๆ กลับไปแล้ว หลวงพ่อถูกโยมพ่อตี เพราะหนีโรงเรียนบ้าง ไม่ทำการบ้านบ้าง ฯลฯ เรื่องเหล่านี้ หลวงพ่อ ปกปิดท่านแต่เหตุใดท่านจึงรู้หลวงพ่อรู้สืกว่าโยมพ่อเป็นผู้วิเศษรู!ปหมด ภายหลังจึงรู้ว่า ในขณะที่หลวงพ่อกับเพี่อนๆ ปีนต้นไม้ และล่งเสียง ตะโกนคุยกัน เป็นเหตุให้โยมพ่อล่วงรู้ความลับทั้งหมด\" \"ส่วนโยมแม่ก็เช่นกัน เวลาหลวงพ่อพาเพี่อนๆ ไปบ้าน ท่านจะ เรียกเพี่อนๆไปช่วยทำขนม สำ หรับหลวงพ่อท่านไลให้!ปผ่าฟืนอยู่ห่างๆ เมื่อหลวงพ่อคุยกับเพี่อนๆ ไม่คิดว่าโยมแม่จะได้ยิน แต่ท่านก็ได้ยิน iiiwSjDthjliใท้เรฟ่ทย 'ก/^ M ทำ ใม5n»Ji3unuSl«1*CRO»«i»iS)
ความลับที่หลวงพ่อทำไว้ที่โรงเรียน ท่านเลยทราบหมด\" www.kalyanamitra.org \"บางครั้งมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนที่โรงเรียน เจ็บตัวกลับมามาก บ้างใโอยบ้าง เวลารายงานทางบ้าน มักอ้างคนนั้นคนนี้ผิดอยู่เรื่อยไป แมัหลวงพ่อเป็นฝ่ายผิดก็ต้องบอกว่า คนอื่นผิด แต่โยมพ่อไม่หูเบา ท่านจะรีบไปซักถามความจริงจากเพื่อนสนิทของหลวงพ่อพอได้ความจริง ถ้าปรากฎว่าหลวงพ่อมาเป็นผู้ก่อเหตุ ท่านกลับถึงบ้าน ก็จะถูกตีชํ้า\" \"ท่านมีวิธีเอาใจใส่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ต้วยวิธีตรวจสอบจาก เพื่อนสนิทของหลวงพ่อ และท่านไต้เอาใจใส่อย่างดีเช่นนี้จนหลวงพ่อ เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๖ เพราะหลังจากนั้น หลวงพ่อได้เข้ามาศึกษาต่อ ในกรุงเทพฯ จึงห่างท่านโดยปริยาย\" คุณพ่อคุณแม่คงเห็นแล้วว่า จากวิธีคัดเลือกเพื่อนดีๆ ให้ลูกคบที่ หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังนี้ ก็พอทำให้เห็นภาพได้ว่า เพื่อนดีๆ ที่ควรคัด ให้ลูกคบ ก็คึอ เพื่อนที่มีคุณสมบัติชั้นพื้นฐานของคนดี ๓ ประการ คือ เป็นคนไม่แสบ ไม่โง่ ไม่แล้งนํ้าใจ เด็กที่ไม่แสบ คือ เด็กที่มีระเบียบวินัย มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เกะกะเกเร มีมารยาทดี เด็กที่ไม่โง่ คือ เด็กที่มีความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ใครเห็นก็นึกเอ็นดู อยากให้ความรู้ เด็กที่ไม่แล้งนํ้าใจ คือ เด็กที่มีความอดทน หนักเอาเบาล้ จึง ทำ ให้พื่งตัวเองได้ และไปช่วยคนอื่นได้ ถ้าเพื่อนของลูกคนใด มีคุณสมบัติเหล่านี้ ก็แสดงว่า คุณพ่อคุณ qy ©๒๑
เฌ่ ปูย่าตายายของเพื่อนลูก เขามีวินิจฉัยดี เขาเลี้ยงลูกเป็น เพราะฉะนั้น www.kalyanamitra.org ลูกของเราก็จะพลอยได้ร้!!วินิจฉัยดีๆ จากเพื่อนของลูกไปด้วย คือชวน กันดี ไม่ชวนกันเสีย เพราะฉะนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกดีไปได้ตลอดรอดฝัง สิง ที่ต้องทำคือ\"คัดเพื่อนดีๆให้ลูกคบ\"เพราะนี่คือทางมาของแหล่งวินิจฉัย ที่ ๒ ของลูก แหล่งวินิจฉัยที่ ฅ สิอต่างๆ ที่ลูกดู เด็กๆ ยังไม่รู้ว่า อะไรดี อะไรชั่ว ได้แต่ดูแบบอย่างรอบๆ ตัวจาก พ่อแม่ เพื่อนฝูง และหนังสือ หรือสีอต่างๆ เห็นแบบอย่างไหนล่อน ก็ จะยึดเป็นมาตรฐาน ถ้าแบบนั้นเป็นแบบดีๆ ก็รอดตัว หนังสือก็เป็น แบบอันหนี่งที่สำคัญมากต่อเด็ก พ่อเฌ่ที่ต้องการให้ลูกดีต้องหาหนังสือ ดีๆ ให้ลูกอ่าน หรือคัดเลือกสือดีๆ ให้ลูกดูนั่นเอง สือต่างๆ ที่ลูกดูในยุคนี้ นอกจากหนังสือแล้ว ยังได้แล่ โทรทัศน์ วิทยุวิดีโอ อินเตอร์เน็ต เป็นตันซึ่งสิงเหล่านี้ถ้าไม่คัดเสือกเรื่องดีๆให้ลูกดู หรือไม่อธิบายให้ลูกแยกแยะว่าอะไรผิดอะไรถูกได้ แล้วลูกเลือกรับเอา เนี้อหาสาระผิดๆ มาดู เช่น เอาพวกสื่อโปัๆ เปลือยๆ มาดูเป็นด้น ลูกก็ จะมีวินิจฉัยผิดๆ ตามสื่อที่ดูไป ยกตัวอย่างเช่น สื่อต่างๆ ในปัจจุบัน นิยมเผยแพร่ภาพอบายมุข เช่นการกินเหล้าเป็นสื่งผิดแต่กลับได้ร้บการล่งเสริมอย่างหนักผ่านหนังสือ วิทยุ โทรทัศน์ จนเดี๋ยวนี้ ทำ ให้มีทั้งสิงมึนเมาสำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ วางขายให้เกลื่อนเมีองเต็มไปหมด ๑๒๒^ สอนSjEtท่งไร Iwa-DJไพไสพุ้นํพส็ ^>.(^ fn
เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อเด็กเดินจะไปโรงเรียน พอออกนอกบ้าน ก็ www.kalyanamitra.org พบว่าตลอดสองข้างทางนั้น เต็มไปด้วยแผ่นป้ายยักษ์โฆษณาขายเหล้า เบียร์เต็มไปหมด พอตกเย็น เลิกโรงเรียน ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ก็ เห็นวงเหลัาวงเบียร์ตั้งเป็นระยะตลอดสองข้างทางชํ้าหนักเข้าไปอีก ยิ่ง กว่านั้น เด็กบางคนพอกลับถึงบ้าน ก็ปรากฎวงเหล้าตั้งอยู่ในบ้านเสียอีก เมื่อลิงแวดล้อมเป็นอย่างนี้แล้วจะให้เด็กคิดว่า เหล้าเป็นลิงไม่ดีได้อย่างไร แล้วจะให้คำพูดของพ่อแม่ที่ห้ามลูกไม่ให้ท่าความชั่วมีนํ้าหนักได้อย่างไร เมื่อสืออบายมุขแวดล้อมรอบตัวอย่างนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ท่าไมเด็กๆ สมัยนี้จึงมีค่านิยมกลางวันดูดยา กลางคืนกินเหล้า เที่ยวบาร์ รs'cujjEthol'!ใพ้เJojVuViuivร ๑๒๓ f\\ ท่าไ><^ก?แใ5น
เที่ยวผับ แล้วก็เลยเถิดจากผับไปปาร์ตี้ยาเสพติดต่างๆ นานาที่นำเข้า www.kalyanamitra.org จากต่างประเทศแล้วก็ไปสรุปลงตรงการมีเพศสัมพันธ์กับใครที่ไม่เคยรู้จัก สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาทำแท้ง สำ ส่อนทางเพศ โรคเอดส์ และปัญหา สังคมอื่นๆ เกลื่อนเมือง พระมหาเถระได้เส่าถึงความสำคัญของการไข้ลื่อสร้างชาติให้ฟังว่า \"ซนชาติต่างๆเขาไข้ตัวละครในวรรณกรรมเป็นต้นแบบการสร้าง ชาติในการปลูกฝืงคุณธรรมให้กับเยาวชนของเขา อย่างเช่นคนจีนถ้าพูด ถึงความชื่อสัตย์ ก็ต้องชื่อสัตย์เหมือนกวนอู ถ้าพูดถึงความยุติธรรม ก็ ต้องเหมือนเปาบุ้นจิ้น\" \"ชาวจีนไต้สร้างเปาบุ้นจิ้นขึ้นมาให้เป็นต้นแบบแห่งความยุติธรรม สำ พังเรื่องยุติธรรมตลอดช่วิตของเปาบุ้นจิ้น อาจมีเพียงแค่ร้อยเรื่อง แต่อะไรที่เป็นความยุติธรรมในยุคนั้น ชาวจีนก็จับยกให้เป็นของเปา บ้นจิ้นหมด เพื่อให้ลูกหลานจำง่าย สืกษาง่าย นี่ก็เป็นอัจฉริยะของคนจีน ขณะที่ของฝรั่งก็มืเช็คสเปียร์ ที่สร้างวรรณกรรมไว้หลายเรื่อง ให้ เป็นต้นแบบปลูกผังคุณธรรมของเยาวชน\" \"แต่ของไทยถามว่าชื่อสัตย์เหมือนใคร ก็ตอบไม่ได้ แต่ถ้าถามว่า กะส่อนเหมือนใคร ก็ต้องตอบว่าเหมือนค่รีธนญชัย\" \"ส่วนข้อเสียจากวรรณคดีไทยของเราก็มื เช่น เรื่องรามเกียรตี้ เรื่องชุนข้างขุนแผน เรื่องพระอภัยมณี คึอ อ่านแล้วถึงแม้จะไต้ความรู้ ทางต้านอักษรศาสตร์ ไต้วิธีใช้ภาษาที่ไพเราะ และไต้สืกษา ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในยุคนั้นๆ\" ๑๒๙^ ส8นร่3อ!ท่งไ1ใฟ้นํ!!Mไทนไ«พุ้นพ»1 o./f^ ท่11ม5ก«เ5นคน»1พ^111ร£1*!อ»ฝึง
\"แต่ว่าข้อเสียก็คือตัวละครเด่นๆ ในเรื่อง ได้กลายเป็นต้นแบบ www.kalyanamitra.org ความประพฤติที่ไม่ดีในเรื่องเสาวให้กับเยาวชนคนอ่านไป เช่นชุนแผน เป็นพระเอกที่กามราคะท่วมห้ว หนุมานก็เหมือนกัน รบไปถึงไหน มื เมืยไปถึงนั่น พระอภัยมณียิ่งแล้วใหญ่ ตลอดชีวิตไม่เคยทำการงาน อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไปถึงไหนก็มืเมืยเรื่อยไป มืเมืยเป็นคนยังไม่พอ แถมมืเมืยเป็นยักษ์บ้าง มืเมืยเป็นล้ตว์ เป็นเงือกบ้าง คือมืเพลย์บอย เป็นพระเอก\" \"เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้ว เมืองไทยเรายังไม่มืวรรณกรรมที่ เป็นต้นแบบคุณธรรมอย่างเด่นชัด ถ้าจะมี ก็คือชาดก ที่งเป็นบันทึกผล กรรมดีในอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่เดี๋ยวนี้เราก็แทบจะไม่รู้ จักกันแล้ว เพราะถึอว่าเป็นเรื่องทางศาสนา\" นี่คือ ทัศนคติของพระมหาเถระที่ให้ความสำคัญของวรรณกรรม สร้างชาติ นอกจากเรื่องของหนังสีอแล้ว ปัญหาน่าเป็นห่วงของผู้เป็นพ่อแม่ ในยุคนี้อีกอย่างก็คือ พ่อแม่ไม่ค่อยจะมืเวลาให้กับลูกมากนัก เพราะ เวลาส่วนใหญ่ต้องหมดไปกับการทำมาหาเลี้ยงครอบครัว ทางออกของ พ่อแม่ก็คือ การแก้ปัญหาด้วยการให้ลูกดูโทรทัศน์ฆ่าเวลา หรือจะพูดว่า \"ปล่อยให้โทรทัศน์เลี้ยงลูกก็คงไม่ผิด\" จากการแก้ปัญหาด้วยศวามรู้เทำไม่ถึงการณ์นี้ ก็เป็นผลให้พ่อแม่ บางคนต้องมานั่งกลุ้มอกกลุ้มใจกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในทาง ก้าวร้ไวของลูกมีการใช้คำพูดหยาบคายพูดจาทะลี่งลามกเกินเด็ก เป็นต้น โดยพ่อแม่เองก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไรลูกจึงเป็นเช่นนี้ (^ ๑๒๕ รรพ่(3รพ่ไใใฟ้เรองโทยไ*พุ้น่■เพ่ mLXP 'ฑโ3'?\"53เ3พ^'''พ^*?อ*:อ*ฮ่3
กว่าจะรู้ว่า มีสาเหตุมาจากการปล่อยใฟ้ทรทัศน์เลี้ยงลูก ซึ่งลูก www.kalyanamitra.org ยังเป็นเด็ก แยกแยะไม่ได้ว่า อะไรบ้างที่ถูก-ผิด ดี-ชั่ว บุญ-บาป ควร- ไม่ควรทำ เด็กก็เลยร้บเอาพฤติกรรมที่ไม่ดีมาจากละครบ้าง เกมฟ้ชว์บ้าง ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะกับเด็ก ทำ ไห้นิสัยของเด็กเสียไป คนเป็นพ่อแม่ก็ เลยต้องมาแอบนั่งนํ้าตาตก กลุ้มอกกลุ้มใจว่า ทำ ไมลูกถึงได้แย่อย่างนื้ และเริ่มรู้สีกว่า อุตล่าห์หาเงินทองมาให้ลูกใช้อย่างสุขลบาย กลับมาเสีย ลูกดีๆ ไปนี่ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันหรือแก้ไขพฤติกรรมลอกเลียนแบบสิง ที่ไม่เหมาะลมกับเด็กจากโทรทัศน์ พ่อแม่ควรตระหนักในใจไว้เลมอว่า ประการที่ ๑ พ่อแม่ต้องแปงเวลาให้ลูกบ้าง ถ้าไม่แบ่ง ลูกจะต้อง มีวินิจฉัยเสียแน่ๆ เพราะรายการโทรทัศน์ส่วนใหญ่ จะเน้นไปที่การ แต่งตัวรัดรูป เด็กดูแล้วย่อมหมกมุ่นในกาม เพราะคิดว่าสิงที่เห็นนั้น คือความถูกต้องเหมาะลม ประการที่๒พ่อแม่ควรคัดรายการโทรทัศน์ที่ประเทืองป้ญญาและ แปงเวลาดูให้ชัดเจน ยิ่งตั้งเป็นระเบียบวินัยประจำบ้านได้ยิ่งดี ประการที่ ฅ พ่อแม่ควรใชัหลักการคัดรายการโทรทัศน์ให้ลูกดู ดังนื้ ฅ.๑) ต้องไม่ทำให้เสียงาน คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ปล่อยให้ลูกดูทีวีตามอำ๓อใจโดยแบ่งเวลา ไว้สำหรับการทำการบ้าน ทบทวนบทเรืยน อ่านตำราหรือช่วยงานบ้าน พ่อแม่ควรจัดเวลาให้เหมาะลม อย่าปล่อยให้ดูทีวีจนดึก เพราะจะทำให้ ๑๒๖ รอฬ่งอพ่ไ!ไท้นํ;ผพไ ฑํ!ไม
ลูกพักผ่อนไม่เพียงพอ และยังก่อให้เกิดนิสัยไม่ดีต่างๆ ตามมาอีกมากมาย www.kalyanamitra.org เช่น ชอบตื่นสาย เจ้ามารยา โกหกเก่ง เป็นต้น เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะ เมื่อลูกพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือทำการบ้านไม่สำเร็จ ลูกจะไม่อยากไป โรงเรืยน เลยหาทางโกหกพ่อแม่ว่า ไม่สบายบ้าง ปวดท้องบ้าง ปวดห้ว บ้าง พ่อเฌ่รู!ม่ทัน ลูกก็ยิ่งจะไดใจ หาอุบายต่างๆ นานา มาโกหกพ่อ เฌ่เพอจะเด เม่ต้อง เปเรงเรยน ฅ.๒) ต้องไม่ทำให้เสียสีลธรรม เรื่องที่ให้ลูกดูต้องไม่เป็นเรื่องที่ไร้ดีลธรรมไร้สาระเช่นเรื่องเกี่ยว กับการจองเวรล้างแค้น ตื่นเต้นน่ากลัว ยั่วยุอารมณ์ทางเพศ เป็นต้น ฅ.ฅ) ต้องส่งเฝึรืมสีลธรรม คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นผู้เลือกกำหนดให้ลูกดู ในเรื่องที่ส่งเสรืม คุณธรรมและประเทืองปัญญา เช่น เรื่องเกี่ยวกับการเสียสละ ความ เมตตากรูณา ความกต้ญญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาการ ความรู้ค้าน ดีลปวัฒนธรรม เป็นต้น เพราะจะทำให้เด็กรู้จักประเทคชาติของตัวเอง เผ่าพันธ์ของตัวเองชัดเจนขึ้น และจะเป็นพื้นฐานให้เด็กมีวิสัยทัคน์กว้าง ไกลในอนาคต แต่การที่ลูกจะเชื่อฟังคำสอนนั้น พ่อแม่ต้องทำตัวให้เป็น แบบอย่างที่ดีของลูกก่อน ลูกจึงจะเชื่อฟังคำสอน ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่ ยังติดโทรทัคน์งอมแงม ก็คงจะห้ามลูกไม่ให้ติดโทรทัคน!ด้ยาก ดังนั้น ระหว่างนิสัยของลูกรักกับรายการโทรทัคน์สุดโปรด พ่อแม่ก็ควรจะ เลือกการปลูกฝังนิสัยที่ดีให้แก่ลูกเป็นอันดับแรก (7T ©๒๗ สรพ่(1ร!พ่ไ1ใVii!พไ>1ยไfพุ้น่าทั๋ร็ เ^ ท่!!>1รูๆพเ5นคน5|1ม1พ้1ร1)«1£».ฝ็ง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ต้องระมัดระวังการดู www.kalyanamitra.org สิอต่างๆ ของลูกด้วย เพราะนี่คึอแหล่งวินิจฉัยที่ ๓ ที่จะทำให้ลูกเรา เป็นคนดีได้ตลอดรอดฝังหรือไม่ ก็อยู่ที่ตรงนี้ คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องคัด d v ร' V น่ แหล่งวินิจฉัยที่ ๔ บุคคลที่อยู่แวดล้อมตัวลูก บุคคลที่อยู่แวดล้อมรอบตัวลูกก็สำคัญ เด็กยังไม่รู้ว่าอะไรดี อะไร ชั่ว เมื่อวับสิงใดเป็นสิงแรกเข้าไป ก็จะยึดเอาสิงนั้นเป็นมาตรฐาน ยู่ย่า ตาทวดมีนิทานโบราณเรื่อง \"คนขาเป๋เลื้ยงม้า\"ซึ่งให้ข้อคิดในเรื่องบุคคล แวดล้อมลูกไว้อย่างดี ท่านเล่าว่า \"...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีพระราชาอยู่เมีองหนึ่ง ทรงมีม้า ที่โปรดปรานอยู่ตัวหนึ่ง จัดเป็นม้ามงคลประจำเมืองทีเดียว ต่อมาวันหนึ่ง คนเลี้ยงม้าคนก่อนได้ลาออกไป ก็ได้วับสมัครคน เลี้ยงม้าคนใหม่ ซึ่งเป็นคนขาเป๋เข้ามา คนเลี้ยงม้าคนใหม่นี้ ก็เอาใจใส่ดูแลม้าอย่างดี หาหญ้าให้กิน หานํ้าให้ดื่ม แล้วก็พาไปอาบนํ้า ยังโรงอาบนํ้าม้า ระหว่างที่พาเดินไปโรงอาบนั้านั้น ม้าเห็นคนเลี้ยงม้าขาเป๋ เดินขา กะเผลกๆ ก็เข้าใจว่า คนเลี้ยงม้ากำลังสอนให้เดินขากะเผลก จึงเริ่มเดิน ขากะเผลกตามคนขาเป๋บ้าง หลายเดีอนต่อมา พระราชาทรงคิดถึงม้าคู่พระทัย จึงตรัสวับลัง ๑๒๘^ สแน(ijillholl ใพ้น็!iMไทยพพุ้น'!ทํ่# ท่าไม5 'Suf.uJilMUllflDfl'JWiSj
ให้อำมาตย์ไปพาม้ามา พระองค์จะขี่ม้าไปตรวจบ้านเมือง อำ มาตย์ร้ปคำ สังแล้ว ก็รีบไปนำม้าของพระราชมา แต่เมื่ออำมาตย์นำม้ามาถึง พระองค์ก็ต้องตกพระทัย เพราะม้า ตัวโปรด บัดนี้กลับเดินเหมือนม้าพิการ พระองค์จึงรับลังถามว่าเกิด อะไรขึ้น ครั้นเมื่อสาวหาเหตุไต้ความแล้วว่า เกิดจากม้าเลียนแบบการ เดินตามอย่างคนเลี้ยงม้าขาเป๋ พระองค์ก็ทรงไหโอวาทแก่เหล่าข้าราชบริพารว่า www.kalyanamitra.org ใพผโท!jVi-Ulr* ๑๒๙ ทํ!ไเชุทพเ3ufเนทไมไท้saDfiBpiij
\"พวกท่านทั้งหลายจงดูเถิด ม้าชั้นเยี่ยม แต่ถ้าไม่คัดคนชั้นเยี่ยม www.kalyanamitra.org มาแยงดู ก็อาจกลายเป็นม้าขากระจอกไปได้ ฉันใด \"คนเรา แม้จะมีสติปัญญาขนาดไหน ถ้าไม่หมั่นเข้าใกล้บัณฑิต เพื่อฟ้งธรรมแล้ว ก็อาจกลายเป็นคนโง่ไปได้ ฉันนั้น\" ปูย่าตาทวดเอาเรื่องนี้มาเล่าไว้ เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจคุณ พ่อคุณเฌ่ว่า การแยงดูลูกให้เป็นคนดี ด้องดูให้ทั่วถึงบุคคลที่แวดล้อม ลูกด้วย เพราะคนเหล่านี้ ก็มีอิทธิพลต่อวินิจฉัยทั้งดีและไม่ดีของลูกด้วย เช่นกัน และประการสำคัญคือ \"ด้องสืกให้ลูกดูคนให้เป็น\" ปูย่าตาทวดมีวิธีฝ็กให้ลูกหลานดูคนให้เป็นควบคู่ไปกับการฝ็ก ปฏิภาณไหวพริบอย่างนี้ คือเมื่อลูกยังเล็กๆ เวลาลุงป้าน้าอา หรือครูบาอาจารย์ที่สอนที่ โรงเรียนมาเยี่ยมบ้าน สิงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องฝ็กให้ลูกทำคือ ไม่ว่าลูก จะไปวิ่งเล่นอยู่ที่ไหนก็ตาม จะต้องใช1ห้พื่ ให้น้อง หรือใช้คนโน้นคนนี้ ไปตามกลับมาพอถึงบ้านแล้ว ก็ให้รีบมากราบ มาไหว้ตามสมควรแก่ฐานะ แล้วให้ไปตักนํ้าดื่มมาให้แขก เสร็จแล้วก็รายงานตัวด้วยว่า ผมชื่อนั้น นามสกุลนั้น เรียนอยู่ที่โรงเรียนนั้น อยู่ชั้นนั้น ครูประจำชั้นชื่ออะไร สอบเทอมที่แล้วเป็นอย่างไร ปูย่าตาทวดท่านฝึกให้เด็กทำอย่างนี้ ดูผิวเผินเหมีอนไม่ไต้อะไร แต่จริงๆ แล้วไต้มาก เพราะ ตรงนี้ ถ้าผู้ใหญ่ที่เขาเอ็นดูเด็ก เขาจะชัก เรื่องการเรียนชักเรื่องนั้นเรื่องนี้บางทีมีปัญหาเรื่องสนุก เขาก็เอามาแหย่ เอามาเล่นสารพัดเรื่อง เด็กก็ต้องตอบให้เป็น และแสดงให้เห็นว่ายังให้ สเ;นสั่:อขาทไ ๑๓๐ นํพึ่ตี เ'^ f
ความเคารพเกรงใจท่านอยู่ด้วย ตรงนี้เองที่ไหวพริบปฏิภาณของเด็กจะ เริ่มเกิดขึ้นมา เมื่อฝ็กรับแขกชำนาญเข้าก็จะมีไหวพริบดีตามมา ยิ่งกว่านั้น ก็คือ เด็กจะได้รับการฝ็กสังเกตคนไปด้วยในตัว โดย ปูย่าตาทวดได้วางหลักวางแนวในการฝึกลูกหลานไว้อย่างนี้ คือ หลังจากที่ถูกแขกชักถามเสร็จแล้ว เดี๋ยวผู้ใหญ่จะบอกเลยว่าคุณลุง คุณป้าคนนี้ มีคุณสมบัติดีอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น ท่านเป็นนายอำ๓อชั้น เยิ่ยมเลย เป็นผู้พิพากษาชั้นเยิ่ยม เป็นแพทย์ชั้นเยิ่ยม เป็นนักธุรกิจชั้น เยิ่ยม ภาพของความดีในแต่ละท่านจะประทับลงไปในใจของเด็กโดย แล้วเมื่อเด็กรู้ความมากขึ้น เด็กก็จะเริ่มดูบุคลิกของคนออกว่า www.kalyanamitra.org นายอำเภอชั้นดี ผู้พิพากษาชั้นดี นายแพทย์ชั้นดี ต้องมีบุคลิก อย่างนั้นอย่างนี้ ถึงแม้รายละเอียด เด็กอาจจะไม่ได้ แต่จะได้ภาพจริงๆ แล้วก็เป็นภาพรวมที่จะท่าให้ดูคนออกว่า คนนั้นดี คนนี้!ม่ดี เป็นคน ฉลาดทันคน เลือกคบคนเป็นตามมา ส่วนถ้าวันไหน พรรคพวกแสบๆ มาที่บ้าน หากลูกกำลังอ่าน หนังลืออยู่ใกล้ๆ ปูย่าตาทวด ท่านจะรีบทำเสียงคุลูกหลานให้ออกไป จากแถวนั้น พอทำนทำเสียงคุ เด็กก็ต้องรีบไป อยู่ไม่ได้ วันหลังพอเด็ก โตขึ้น พอเห็นคนท่าทางไม่เข้าท่ามาที่บ้าน เด็กก็จะรีบไป ไม่ต้องรอให้ ปูย่าตาทวดใส่อีก เด็กจะเริ่มดูคนไม่ดีออกตั้งแต่ตรงนี้ นี่คือบทฝึกง่ายๆ ที่ปูย่าตาทวดให้เอาไว้ แต่คุณพ่อคุณแม่สมัยนี้ ไม่ค่อยทราบ จึงไม่ค่อยได้ใส่ใจในเริ่องนี้ เมื่อไม่ทราบจึงไม่ได้ฝึกลูก ไม่ได้ฝึกคนงาน ไม่ได้ฝึกเด็กรับใช1นบ้าน แล้วก็มานั่งบ่นว่า ลูกของเรา '■.■asi'vcli'พุ้;-r\" (ร)รท(ร) \\f rikpnsiiU-.if'UjiWlf't.iiEi.-.Cfร:
มันโง่ \"คนรับใช้มันโง่ มันไม่ทันคนบ้าง มันไล่แขกบ้าง www.kalyanamitra.org เพราะฉะนั้น เมื่อคุณพ่อคุณแม่มองเห็นภาพนี้แล้ว ก็ควรฝ็กให้ ลูกต้อนรับปฏิสันถารให้เป็น เพราะจะเป็นทางมาของการมีไหวพริบดี การดูคนออก และการเลือกคบคนเป็นนั่นเอง คุณพ่อคุณแม่ที่อ่านมาถึงตรงนี้ คงจะเห็นแล้วว่า งานเลี้ยงลูก เป็นงานหนัก ล้าไม่ตามดู ตามเคี่ยวเข็ญอบรมกันจริงๆ ก็ยากที่ลูกจะ คงมั่นอยู่ในความดี มีภูมีต้านทานความเลวไปไต้ตลอดรอดฝัง เพราะฉะนั้น การประคับประคองลูกให้มีความไม่แสบ ไม่โง่ ไม่แล้งนํ้าใจ ไปจนกระทั่งมั่นคงนั้น ก็ต้องควบคุมแหล่งวินิจฉัยทั้ง ๔ เรื่องนี้ให้ดี ด้วยการ ๑) ทำ ตัวอย่างดีๆ ให้ลูกดู ๒) คัดเพื่อนดีให้ลูกคบ ๓) คัดลือดีๆ ให้ลูกดู หรือหาหนังลือดีให้ลูกอ่าน ๔) พาลูกไปกราบครูอาจารย์หรือญาติพื่นัองที่ดีๆ เมื่องานเลี้ยงลูกต้องเอาใจใส่มากอย่างนี้ ยู่ย่าตาทวดจึงไต้บอกว่า ถ้าไม่แต่งงานได้ดีที่สุด ถ้าคิดจะแต่งงาน แต่ยังหาพ่อที่ดีของลูก หรือ แม่ที่ดีของลูกไม่ไต้ ก็อย่าไปแต่ง แต่ถ้าหลวมตัวแต่งงานไปแล้ว ก็อย่า เพื่งไปรืบมีลูก ถ้ามีลูกไปแล้ว ก็อย่ามีเพื่ม ตั้งใจอบรมเลี้ยงดูลูกให้ดี เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็คงพอเห็นภาพรวมใน การช่วยประคับประคองลูกในวัยเด็กแล้ว สิงที่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ ได้ทราบต่อไปก็คีอ การฝ็กลูกให้เป็นผู้นำในการทำความดี เพราะตรงนี้ ๑๓๒ ^ สอฟ ใฟ้ฟ้อ)ไทยไ?พุ้น่าทึ๋ท็ »511ยดูทจงเรพท4ท็'1ม่1^[ทรอ»110»1ฟ้:
จะเป็นมุมสะท้อนกลับมาทำให้เรารู้จักตัวเองเพิ่มมากขึ้นว่าพ่อแม่ในฐา•แะ ที่เป็นครูคนแรกของลูกมีความพร้อมในการเป็นครูที่ดีของลูกขนาดไหน และการแกลูกให้มีพื้นฐานการเติบโตมาเป็นผู้นำที่ดีและเก่งนื้ คุณ พ่อคุณแม่มีความเข้าใจถูกในเรื่องนื้มากน้อยขนาดไหน ที่งจะได้กล่าว ในบทต่อไป www.kalyanamitra.org (7^ ๑๓๓ สร?แร่jetiiA นฟ้ผไทยไ แพส็ ท่าไมดูทจ^เป็นคนร่ไแใส้คสอรทอฬ่ง
พ่อแม่ www.kalyanamitra.org ครูสอนสีลธรรมคนแรกของลูก
4- www.kalyanamitra.org
หัวใจสำคัญของการ เป็นพ่อแม่ที่ดี จากบทที่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ได้เห็น www.kalyanamitra.org ภาพรวมของสาเหตุที่เลี้ยงลูก ให้เป็นคนดีไปได้ไม่ตลอดรอดฝังมาแล้ว สิงที่ต้องทำต่อไป ก็คือ การสอนลูก ให้มีหลักธรรมที่ทำให้เป็นคนดีไป ได้ตลอดรอดฝืง เพื่อเป็นผู้นำในการ ทำ ความดี ซึ่งเป็นจุดเด่นของระบบ การสร้างคนด้วยคุณธรรม ดังที่ปูย่าตาทวดท่านสอนเอาไว้ .yr ๑๓๗ สรเนร่พย่ใงไ!ไท้เร ไทชไ^ผู้นํ\"ฟ็ท็ ท้5ไจส์!ทัญtajnn.Jluwอแม่ทั๋ท็
ปูย่าตาทวดของเรา ท่านเข้าใจธรรมชาติชีวิตของคนเราดีว่า www.kalyanamitra.org \"ชีวิตคนเราก็เปรียบเสมือนเรือที่แล่นไปท่ามกลางมหาสมุทร ที่ง เต็มไปด้วยกระแสดลื่น กระแสลม ที่ไม่แน่นอน บางครั้งก็สงบนิ่ง บาง ครั้งก็บ้าคลั่งรุนแรง การที่เรือลำใดลำหนึ่ง จะสามารถแล่นฝ่าคลื่นลมต่างๆ ไปใน มหาสมุทร จนกระทั่งไปถึงที่หมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย ก็จำ เป็น ด้องมืหางเสิอคอยบ้งด้บทิศทาง ฉันใด การจะมืชีวิดอยู่อย่างสงบสุขในโลกนี้ ก็จำ เป็นด้องอาด้ยครูบา อาจารย์ ผู้มืความเห็นถูก รู้ถูก และปฏิบ้ดิถูกในเรื่องโลกและชีวิดดาม ความเป็นจริง เป็นผู้ชีแนะหนทางที่ถูกด้องให้ ฉันนั้น\" ๑๓๘ ด้วไ^สํได้EinB!fmi?ht«aiเม่ทํ่ร สอฬ่50น่1งใ'!ใพเมีอ-!ไทยได้พุ้น่รไร QY*
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรับรองหลักการนี้ ไว้ในธรรมะข้อหนึ่ง www.kalyanamitra.org ชื่อว่า \"วุฒิธรรม\"พระพุทธองค์ให้เหตุผลว่าใครก็ตามที่ปฏิบัติตามธรรม นี้ เขาย่อมเป็นผู้ที่ได้ปัญญามาก และสามารถหมดกิเลสเป็นพระ อรห้นต์ได้เลยทีเดียว เพราะว่าธรรมะข้อนี้สอนให้เราได้พบ \"ครูดี\" ใ^ย่าตาทวดของเราจับทิศทางตรงนี้!ด้ ท่านจึงได้กล่าวว่า \"พ่อแม่ คือ ครูคนแรกของลูก\"จึงได้สรุปความเข้าใจในชีวิตด้วยอุปมาของเรือกับ หางเสือ และยังพูดสั้นๆ ต่อไปอีกว่า \"สืษย์จะดีได้ ก็เพราะว่ามีครูดี\" การเรืยนสมัยก่อน ไม่ได้แยกโรงเรียนออกมาตั้งเดี่ยวๆ เหมือน เดี่ยวนี้ แต่เรียนกันที่วัด เรียนกันที่บ้านของครู หรือบางทีก็เชิญครูมา เรียนหนังสือกันที่กุฏิของหลวงพ่อ พูดง่ายๆ โรงเรียนก็คือบ้านครู บ้าน ครูก็คือโรงเรียน ครูในสมัยของปูย่าตาทวด ท่านจึงมืความรู้สีกว่า \"สืษย์ คือ ลูกของท่าน\" จึงเรียกว่า \"ลูกคืษย์\" ไม่รู้สีกว่าเป็นเพียง \"คืษย์ที่ไม่ ใท่ลูก\" ท่านจึงเข้มงวดกวดข้นเหมือนอย่างกับลูกตนเอง คืษย์คนใดอยากจะได้วิชาความรู้จะต้องไปกราบครูถึงบ้าน เข้าไป ร้บใช้ครูช่วยงานบ้านให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนเมื่อครูเห็นคุณธรรมในตัวแล้ว จึงค่อยสอนวิชาความรู้ให้ เพราะท่านมืความรู้สืกว่าคืษย์เป็นลูก และ ท่านถือคติของพระพุทธองค์ที่ว่า\"ความเที่เกิดแก่คนพาล ย่อมนำความ เดีอดร้อนเสิยหายมาให้\"ท่านใส่!จเรึ่องคุณธรรมของคืษย์มากกว่าเงินทอง และความรู้ของท่านที่จะให้คืษย์เสืยอีก ด้งนั้น เราจึงต้องคืกษา \"วุฒิธรรม\"ให้ลึกซึ้งเหมือนที่ปูย่าตาทวด ท่านเข้าใจ คุณฟอคุณแม่จึงจะมองทะลุในภาคปฏิบ้ติว่า .q\\ ๑๓๙ ศอนฟ้!อย่แไ-!ไท้น่3ท!ไทขไฟ้ฟ้นํ■เท!! f P'l ท้วใอส์าท้ญTอ!nniiluพ่อแม่หํ่ท็
๑) หลักการสร้างคนด้วยคุณธรรมเป็นอย่างไร www.kalyanamitra.org ๒) ใครบ้างที่เป็นครูในชีวิตของลูกเรา ๓) ครูที่ดีของลูกต้องมีคุณสมบัติอย่างใร ๔) หน้าที่หลักของพ่อแม่มีอะใรบ้าง ๕) ทำ อย่างใรลูกจึงจะเป็นติษย์ที่ดีของครูดี โดยสามารถเริ่มด้นสืกษาจากง่ายใปหายากตามที่ป่ย่าตาทวดสอน ใว้ ด^งน^ี้ หลักการสร้างคนด้วยคุณธรรม วุฒิธรรม คือ หลักธรรมที่ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติ เกิดแต่ความ เจริญก้าวหน้าแต่เพียงอย่างเดียว ใม่มีคำว่าเร่อมเลย ยิ่งกว่านั้น ก็คือ หากใครปฏิบัติใต้เคร่งครัด ยังทำให้สามารถเ!เนผู้นำในการทำความดี ซักซวนให้ผู้อื่นกลัาคิด กล้าพูด กล้าทำความดีตามมา และเป็นคนดีใป ไต้ดลอดรอดฝืงพรัอมก้บดนเองอีกต้วย วุฒิธรรม ประกอบด้วยหลักธรรม ๔ ข้อ คือ ๑) สัปปุริสลังเสวะ ในทางอักษรศาสตร์ แปลว่า คบลัดบุรุษ ในทางปฏิบัติ หมายถึง หาครูดีให้เจอ ๒) ธัมมัสสวน)ะ ในทางอักษรศาสตร์ แปลว่า ฟังธรรม ในทางปฏิบัติ หมายถึง ฟังคำครู ๑๔๐ ศอฬ่งatnAiใฟ้เรองไทยพพุ้น่•เทั๋รี ('ff; ฟ้วใพองกทเป็นฟอ!ฟรีรี
ฅ) โยนิโสมนสิการ ในทางอักษรศาสตร์ แปลว่า พิจารณาโดยแยบคาย ในทางปฏิบัติ หมายถึง ตรองตามคำครู ๔) ธ้มมานุธัมมปฏิป็ดดิ ในทางอักษรศาสตร์ แปลว่า ทำ ตามธรรมสมควรแก่ธรรม ไบัติ หมายถึง ทำ ตามคำครด้วยความรอบคอบ www.kalyanamitra.org ร (J\\ <S)(£g> สอนสังอย่างโ') ใพน่ง่องไทอไส้พุ้น'!ทํ่ร งทใจชองททเรนพ่อเฟทึ๋ท็
เพราะฉะนั้น วุฒิธรรม ๔ ประการนี้ ถ้าพูดกันในเชิงใช้งานของ www.kalyanamitra.org คุณพ่อคุณแม่แล้วก็สามารถพูดแบบภาษาชาวบ้านที่จำได้คล้องจองกันว่า \"หาครูดีให้เจอ ฟ้งคำครู ตรองตามคำครู และทำตามคำครูด้วยความ รอบคอบ\" ซึ่งไม่ว่าใครก็ตาม หากต้องการมีปัญญา ก็ต้องมาในเล้นทาง นี้เท่านั้น เส้นทางอื่นไม่มี และที่สำด้ญก็คือ ครูดีที่ลูกด้องเจอเป็นคนแรก ไม่ใฟ้คร ก็คือคุณพ่อคุณแม่บังเกิดเกล้าของลูกนั่นแหละ ที่ด้อง คืกษาให้รู้ว่า ครูคืด้องมีคุณสมบัติอะไร และครูคืคนแรกของลูกด้อง สอนอะไรให้ลูกบ้าง เป้าหมายการสืกษาที่แท้จริงของมหาวิทยาลัยสิวิตที่พ่อ แม่ต้องรู้ ก่อนที่จะไปสืกษาเรื่องการเตรียมตัวเป็นครูคนแรกของลูกอยากจะ ให้คุณพ่อคุณแม่ไต้เห็นภาพนี้ก่อน คือเรื่องของการตั้งเป้าหมายทางการ ศึกษาที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้ลูกออกไปเผชิญชีวิตจริงไต้ ตั้งแต่ โบราณมานั้นปูย่าตาทวดท่านไต้ตั้งมาตรฐานขั้นตํ่าสุดของการศึกษาไว้ว่า เรียนแล้วด้องทำได้ ๕ เป็าหมายนี้ คือ ๑) รู้จักความจริงของโลกและชีวิตของตนเองว่า โลกและชีวิตนี้ มีความจริงอยู่ว่า ถูกกำหนดด้วยกฎแห่งกรรม ตายแล้วไม่สูญ ยังต้อง เวียนว่ายตายเกิดท่องเที่ยวไปในภพภูมิต่างๆ อย่างไม่รู้จบ รู้ว่าตนเอง เกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต ท่าให้สามารถควบคุม ตนเองให้ละชั่ว ทำ ความดี และกลั่นจิตใจให้ผ่องใสยิ่งๆ ขึ้นไปด้วย ตนเองไต้ ๑๔๒^, iSaupjcwijไ-!ใฟ้jitolทยไ^พุ้4พํ่^ เ\"y พัวใจสํ!ตัธุ;tcงกทเรนพ่cuji™
ตนนบบvili www.kalyanamitra.org คว'^ม'ท]ฬิตtfeu ๒) รู้จักวิธีดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้แข็งแรงอย่าง เหมาะสมแก่วัย เพราะตระหนักดีว่า แม้จะมีปัญญามากขนาดไหน มี อุดมการณ์ยิ่งใหญ่เพียงใด แต่ถ้าไม่รู้จักดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง อยู่เสมอ ปัญญาก็ไม่สามารถออกฤทธได้เต็มที่ ฅ) สามารถรับผิดชอบตนเองได้ เริ่มตั้งแต่สามารถประกอบ สัมมาอาชีพ หาเลี้ยงตนเองด้วยความชื่อสัตย์สุจริต เป็นผู้ที่ยืนหยัดอยู่ ในโลกกว้างนี้อย่างภาคภูมิใจและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองให้ถ้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปในหน้าที่การงานต่างๆ ที่เหมาะสมกับวัย และขอบเขตความ ร้บผิดชอบของตน rJi ®«tn ทโเนสังBliull ใท้นไองไทยiBWilriJ P ท้ว'นฝ่•เอ้ญTผก■ทแไนพ่อ.ฟท็ท็
๔) สามารถตอบแทนพระดุณของพ่อแม่และครูบาอาจารย์ของ www.kalyanamitra.org ตนได้อย่างดีเยี่ยมด้วยความ^อสัตย์สุจริต ไม่ก่อปีญหาให้ท่านด้อง ย้อนกลับมาร{วยแลํไขใ!เภายหสัง เพราะตระหนักดีว่า บุคคลที่หาได้ยาก ในโลกนี้ คือบุพการี หรือบุคคลที่ทำอุปการคุณแก่เราก่อนด้วยความ บริสุทธิ้ใจ ไม่หวังสิงใดๆ จากเราเป็นการตอบแทน แม้แต่ชีวิตของท่าน ก็ยอมแลกเพื่อเราได้ ขอเพียงให้เราอยู่ดีมีสุข มีความเจริญก้าวหน้า มี ความปลอดภัยในชีวิต เพราะฉะนั้น เมื่อถึงคราวที่ตนสามารถตอบแทน พระคุณท่านได้ ก็ด้องหาทางตอบแทน หาทางประกาศพระคุณของ ท่านให้เต็มที่ให้สมกับที่ท่า!เมีพระคุณของเราโดยด้องไม่ให้ผิดดีลธรรม จารีตประเพณี และกฎหมายของบ้านเมือง ๙) สามารถสร้างเครีอข่ายคนดี มาข่วยกันร้บผิดชอบสังคม เศรษฐกิจ และสิงแวดล้อมในระด้บใดระด้บหนึ่งของชาติให้ดียิ่งๆขึ้นไป จนกระทั่งเหมาะสมแก่การละชั่ว ทำ ความดี กลั่นจิตใจให้ผ่องใสได้ ตลอดชีวิต ทั้ง ๕ ข้อนี้ คือเป็าหมายทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยชีวิต ที่ คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องลังสอน-ฝึกฝน-อบรมลูกให้สามารถเล่าเรืยน จนกระทั่งบรรลุเป้าหมายนี้ให้ได้ เขาจึงจะสามารถได้ปริญญาชีวิต ส่วน ว่าเนี้อหาสาระของเป้าหมายทางการศึกษาแต่ละประการนั้นจะเป็นอย่างไร ก็จะขอนำมากล่าวใ!๓ายหลัง สำ หรับตอนนี้ ข้อควรระวังของคุณพ่อคุณแม่ก็คือ อย่าฝากงาน ทั้งหมดไว้ที่ระบบการศึกษาในปัจจุบัน เพราะตั้งแต่ระดับประถม มัธยม จนถึงมหาวิทยาลัย ส่วนมากจะเน้นเฉพาะเบ้าหมายที่ ฅ คือสอนเรื่องการ สcwtetrwl? ใ ,Q 'ก พ้ใ'ส์■พ่!ะ',nitwiniSunBนฟ้™
ทำ มาหากิน แต่ไม่เน้นเป้าหมายอื่นๆ จึงทำให้เราได้เห็นข่าวคราวของ www.kalyanamitra.org เยาวชนรุ่นลูกรุ่นหลานที่จบการสืกษามาสูงๆ เมื่อไปเจอความผิดพลาด ที่ไม่คาดฝันเพราะความอ่อนโลก หรือพลาดเพราะยับยั้งชั่งใจไม่ได้ จึง คิดสันฆ่าตัวตาย เพราะขาดหลักคิดที่ถูกต้องในการสอนตัวเอง เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องตระหนักว่า การส่งลูกให้เรืยน ในโรงเรืยน หรือมหาวิทยาลัยสูงๆ ยังไม่ใช่หลักประกันว่า ลูกจะสอบ ผ่านมหาวิทยาลัยชีวิต มีชีวิตเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง จนกว่าพ่อเฌ่ จะลงมีอปลูกฝังคิลธรรมให้เขาด้วยคอยให้การลังสอนอบรมอย่างใกล้ชีด จนกระทั่งเข้าใจกฎแห่งกรรม และรู้จักดูแลสุขภาพของตนเอง จึงจะ เป็นคนที่รับผิดชอบความคิด คำ พูด การกระทำของตนเอง จึงจะ สามารถเป็นผู้นำในการทำความดี สร้างคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง เป็นอันว่าจากๅฒิธรรมที่เราได้คิกษาไปตอนต้นนี้ทำให้เราเห็นภาพ ว่า ก้าวแรกของความเจรืญก้าวหน้าในชีวิตของคนเรานั้น ก็คือ ต้องได้ครู ดีก่อน ส่วนว่าใครบ้างที่จะมาเป็นครูดีในทางโลกและครูดีที่จะสอนลูก ของเราให้มีความรู้และคุณธรรมให้เป็นคนเก่ง และคนดีเข้าเป้าหมาย การคิกษาทั้ง ๕ ประการข้างต้นนั้น ปูย่าตาทวดได้อธิบายไร้ในห้วข้อต่อ ไปแล้ว ขอเชิญคุณพ่อคุณเฝได้คิกษาต่อไปเถิด ใครบ้างที่เป็นครูในสิวิตของลูกเรา สำ หรับเรื่องนี้ ปูย่าตาทวด ท่านสอนให้เรามองย้อนกลับมาที่ชีวิต ของตัวเราเอง โดยท่านให้ข้อคิดว่า สอนสังฮย่างไ'J ใฟ้เ>3ผใทเ1ไ*พุ้นพ»1 ๑๙๕ พ่อนฬ่ส็ ฟ้วใจส์า
การที่ใครสักคนหนึ่ง จะยืนหยัดขึ้นมาในโลกกว้างนี้ อย่างประสบ www.kalyanamitra.org ความสำเร็จในชีวิตครอบครัว หน้าที่การงาน และการเลี้ยงลูก ด้วย ตนเองอย่างภาคภูมิใจมิใช่ของง่าย เพราะทันทีลูกที่มาเกิดในครรภ์มารดา เขาก็ยังช่วยตัวเองไม่ได้ เขาจำต้องอาตัยมือของคุณแม่ มือของคุณพ่อ คอย ทนุถนอมดูแล และเมื่อคลอดออกมา ก็ได้มือของใครหลายๆ คน มาคอยประคับประคอง ซึ่งเขาเหล่านั้น บางคนก็สอนด้วยการทำให้ดู บางคนก็สอนด้วยการพูดให้ฟัง บางคนไม่ทำให้ดูไม่พูดให้ฟัง แต่ไปคว้า ตัวเราขึ้นมาจากเหวอบายมุข บางคนทั้งที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ก็สารพัดจะ ให้โอกาสเราแก้ไขตัวเอง บางคนเอาเงินทองมาช่วยเหลือโดยไม่หวังผล ตอบแทน เพียงเพราะต้องการเห็นเราดีไปได้ตลอดรอดฝัง หลายๆ มือของหลายๆ คนที่เข้ามาช่วยประคับประคองชีวิตของ เรา ในยามที่พลาดพลั้งทั้งโดยตรงและโดยอ้อมนึ่แหละ ที่ให้ความรู้ จากชีวิตจริงแก่เรา สอนเราด้วยความจริงใจ สอนให้เรามืความรู้ ผึเกฝนให้เรามืความสามารถ อบรมให้เรามืดีลธรรม จนกระทั่งเรา สามารถพี่งตนเองได้ และท่านเหล่านี้จึงค่อยๆ ปล่อยมือจากการ ประคับประคองตัวเรา แล้วให้เราค่อยๆ ก้าวเดินห่างออกไปด้วยความ ภาคภูมิใจ ซึ่งท่านผู้อบรมสังสอนเราให้เป็นคนดีนี้ พระพุทธองค์ทรง เรียกว่า \"กัลยาณมิตร\" นึ่คือเส้นทางที่ปูย่าตาทวด ต้องการให้เราย้อนกสับไปมองชีวิตให้ ออก เราจึงจะเห็นภาพชัดเจนว่า ชีวิตของลูกเรานั้น ต้องอาคัยครูอยู่กี่ ประ๓ท จึงจะสามารถก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางความดีได้ตลอดรอดฝัง ซึ่งในที่สุด เราก็จะพบเหมือนดั่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านสอนไว้แล้ว ในเรื่องทิศ ๖ ว่า บุคคลที่สัมพันธ์กับตัวเรานั้น มื ๖ กลุ่ม ที่เป็นแหล่ง scujicth)\";'!'ivads'iisjIpพุ้;■พั๋r ๆ/^]
แห่งความดีและความชั่วมาส่ตัวเราโดยท่านให้เราเอาตัวเราเป็นแกนกลาง www.kalyanamitra.org แล้วพิจารณาตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งมาเป็นพ่อแม่คน ซึ่งโดยปกติทั่วไป ก็จะมีเล้นทางมาดังนี้ เริ่มตั้งแต่ เมื่อเราเกิดมาลืมตาดูโลก ครูคนแรกของสืวิต ก็คือ คุณ พ่อคุณแม่ของเรา ต้องทำหน้าที่ป้อนนมให้เราดูด หาอาหารให้เรากิน ฝ็กห้ดให้เราเดิน สอนเราให้พูดได้ อีกทั้งปกป้องภัยอันตรายอีกสารพัด ที่จะมาถึงตัวเรา เราจำเป็นต้องมีท่านดูแลอยู่ใกล้ชิด ไม่ห่างสายตา อย่างน้อยใช้เวลากว่า ๕- ๗ ปี ถ้าน้อยกว่านี้ เราจะไม่รู้ลืกถึงความ ผูกพันต่อพ่อแม่ สเ,นชั่; ไไ ไถ้ ' พัว'พสํ!
www.kalyanamitra.org ต่อมา พอเราเริ่มจำความได้ เริ่มช่วยเหลือตัวเองได้เล็กๆ น้อยๆ คุณพ่อคุณแม่ก็พาไปรู้จักครูคนที่๒ก็คือ ครูที่โรงเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย แล้วเราก็ได้อาตัยครูแต่ละท่าน สอน ให้เราเล่าเรียนเขียนอ่าน จนกระทั่งมีความรู้วิชาการ จบปริญญาตรี ปริญญาโทปริญญาเอกซึ่งสุดแล้วแต่ว่า เราจะเรียนไปให้สูงในระดับไหน แต่โดยทั่วไปแล้วจากชั้นอนุบาลถึงมหาวิทยาลัยก็คือตั้งแต่ช่วงอายุตังแต่ ๕ ขวบ ถึง ๒๒ ปี เป็นอย่างน้อย ๑๙๘ ^ สอนร่!Ethjli ไฟ้น่รองไทยไ^^าทํ่ร พ้งใจ!พ;ญรอ!การฟ็นท่อแม่พ!
ในระหว่างที่เราสืกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนจนกระทั่งจบ www.kalyanamitra.org มหาวิทยาลัยนั้น เราก็มีเพึ่อนฝูงจำนวนไม่น้อยที่อยู่ร่วมกับเรา นิลัยดี เลวบางอย่าง เราก็ได้จากเพื่อน และบางอย่างเพื่อนก็ได้จากเรา ก็เท่ากับว่า เราได้พบครูคนที่ ฅ ใน^วิต ก็คือเพื่อนของเราเอง ได้เรียนรู้นิลัยไจคอ ทั้งดีและไม่ดีร่วมกัน โดยที่เราเองอาจจะไม่รู้ตัวว่านั่นคือครูที่อยู่ไนคำ ว่าเพื่อน การเรียนรู้จากเพื่อนไนด้านเลวก็เช่น ถ้าเลือกคบเพื่อนเลว เหล้า กินไม่เป็น ก็มาหัดกินกับเพื่อนเลว ไฟเล่นไม่เป็น ก็มาหัดเล่นกับเพื่อน เลว เที่ยวกลางคืนไม่เคยไป เพื่อนเลวก็พาไป เป็นด้น seuiijsawไ!ไ (^ ©๔๙ นพร P ฟ้าใ!ส์!ร!;n&irmifiiwBiumS
ส่วนการเรียนรู้จากเพื่อนในด้านดีก็เช่น ถ้าเราเลีอกคบเพื่อนดี www.kalyanamitra.org วัดไม่เคยเข้าก็ได้เพื่อนดีชวนเข้าวัดปฏิบัติธรรมหนังสือธรรมะไม่เคยอ่าน ก็ได้เพื่อนดีแนะนำมาให้อ่านสมาธิไม่เคยนั่งก็ได้เพื่อนดีชวนมานั่ง เป็นต้น จะเห็นได้ว่า ในช่วงเริ่มด้นของชีวิตนั้น เราอยู่กับครูที่บ้านและครู ที่โรงเรียนควบคู่กันไป กล่าวคือ เราอยู่ใกล้ชิดกับคุณพ่อคุณแม่ไม่ตํ่ากว่า ๖ ปี อยู่กับคุณครูที่โรงเรียนประถมและมัธยมไม่ตํ่ากว่า ๑๒ ปี และอยู่ กับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยไม่ตํ่ากว่า ๔ ปี อยู่ร่วมกับเพื่อนฝูงในชั้นเรียน ไม่ตํ่ากว่า ๑๖ ปี เพราะฉะนั้น คุณภาพการคิด การพูด การกระทำของ ตัวเรานั้น จะดีหรือร้าย จึงอยู่ที่ช่วง ๒๔ปีนี้ทั้งนั้น หากได้รับการลังสอน ฝึกฝน อบรมที่ดี เราก็เป็นคนดี แต่ถ้าได้รับการสั่งสอน ฝึกฝน อบรม ไม่ดี เราก็เป็นคนไม่ดี พื้นฐานความดีชั่วของคนเกิดจากการเลี้ยงดูในช่วงนี้ เพราะฉะนั้น ในตอนต้น จึงกล่าวไว้ว่า แหล่งวินิจฉัยความดีชั่วมาสู่ตัว เด็กนั้น มี ๔ ประการ คือ ๑) ได้จากตัวอย่างความประพฤติซองพ่อแม่ ๒) ได้จากสิอต่างๆ ที่ลูกลู เช่น หนังสือ โทรทัศน์ วิทยุ วิดีโอ เป็นตัน ฅ) ได้จากเพื่อนที่ลูกคบหาสมาคม ๔) ได้จากบุคคลที่อยู่แวดล้อมตัวลูก เพราะฉะนั้น ถ้าตัวเราได้ต้นทุนตรงนี้มาดี เราก็จะเริ่มต้นการ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ต่อมาเมื่อเราเข้ามาสู่ชีวิตการทำงาน พื้นฐานความดีและชั่วที่ ติดตัวมาไม่ตํ่ากว่า ๒๕ ปีที่เราได้จากแหล่งวินิจฉัย ๔ แหล่งนี้เอง ก็จะ ๑๕๐ ส!!นพ่ใ■รใฟ้เพิงโทยใ#พุ้นํ!ทั๋ค็ 'ว/โ.^ ท่ทใจส์IfivtOCTTOllUWEUini*
กลายมาเป็นอุปนิสัยประจำตัวที่ทำให้หัวหน้างานของเราพิจารณาว่า \"เรา www.kalyanamitra.org เป็นคนไวใจได้ หรือไม่ได้\" ถ้าเขาเห็นว่า เราพอจะไว้ใจได้ เขาก็ร้บเราเข้ามาทดลองทำงานก่อน แล้วจึงเริ่มสอนงาน มอบหมายงาน และประเมินผลงานของเราว่าผ่าน เกณฑ์หรือไม่ผ่าน จุดนี้เอง เราจึงได้เริ่มรู้จักกับครูคนที่ ๔ในข้วิต ก็คือ หัวหน้างาน โดยตอนนี้ชีวิตของเราก้าวเข้ามาส่ห้องเรืยนที่ใหญ่ขึ้นอย่าง เต็มตัวแล้ว นั่นคือ หัองเรืยนชีวิตในที่ทำงานนั่นเอง แต่ขณะเดียวกัน ถ้าเราเข้าไปทำงานในตำแหน่งหัวหน้า ที่มี ลูกน้องซึ่งทำงานในแผนกนี้มาก่อนนานแล้วบางทีเราก็ด้องอาด้ยลูกน้อง SBuSaDiAjlT'vlฌ็ผ่.ทนไfiฟ้นํ-mJi ๑๕® พ้^\"'!\"ญ\"
คนนี้เรนครูในภาคปฏิบัติด้วยเหมือนกัน เราอาจจะไม่ได้อาด้ยให้เขา สอนโคยตรง แต่เราก็ด้องฟังข้อมูลจากเขา ถ้าได้ลูกน้องดี ก็เหมือนมื ที่ปรึกษาที่ดี ทำ ให้ทำงานง่ายขึ้น ระหว่างที่เราทำงานหาเลี้ยงตัวเองอยู่นี้ ก็คิดจะมีครอบครัว การ เสือกคู่ครองจึงเกิดขึ้นมา ซึ่งระหว่างนี้ ก็ต้องการคิกษาดูใจกันให้ดี ครั้นเมื่อตกลงปลงใจว่าจะแต่งงานกันแล้ว การใช้ชีวิตคู่ก็เริ่มตันขึ้น ซึ่ง ระหว่างที่คบหาดูใจกัน หรือหลังจากแต่งงานไปแล้วนี้เอง ที่ทำ ให้เราพบ ครูคนที่ ๔ในชีวิต ก็ดีอ คู่รัก หรือ \"สามื\"หรือ \"ภรรยา\"นั่นเอง www.kalyanamitra.org ๑๕๒ ฟ้ว่ไรส์ใ#!ญรพrrnเป็นพ่นย่ทั๋ร ส!ฟ!JDlhjไร ใฟ้น่JEMไทยไ#[พุ้นํ■พร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195