Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือ สอนสั่งอย่างไรให้เมืองไทยได้ผู้นำที่ดี ภาคที่ ๑ การเตรียมตัวเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูก

หนังสือ สอนสั่งอย่างไรให้เมืองไทยได้ผู้นำที่ดี ภาคที่ ๑ การเตรียมตัวเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูก

Description: หนังสือ สอนสั่งอย่างไรให้เมืองไทยได้ผู้นำที่ดี ภาคที่ ๑ การเตรียมตัวเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูก

Search

Read the Text Version

อย่างไรก็ตาม ปูย่าตาทวดได้ให้ข้อคิดในเรื่องการเลือกคู่ครองนั้น www.kalyanamitra.org ถ้าจะหาภรรยาหรือสามีนั้นหาง่าย แต่ถ้าจะหาแม่หรือฟอที่ดีของลูก นั้นหายาก แล้วถ้ามีลูกแล้ว ก็ต้องมีธรรมะไปสอนลูกด้วย การเลือกคู่ครองเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าเลือกผิดตรงนี้ก็จะอยู่ด้วย กันไปไม่ตลอด เพราะเป็นคู่ชีวิตที่ไม่มีความดีเสมอกัน ไม่สามารถเป็น พ่อแม่ที่ดีของลูกไต้ ไม่สามารถดูแลปูย่าตายายเพื่อทำเป็นตัวอย่างลูกที่ ดีให้ลูกดูไต้ ดังนั้น ปูย่าตายายจึงล้งนักสังหนาว่า ก่อนจะเลือกคู่ครอง ก่อนจะ มีครอบครัวให้!ปดีกษาธรรมะกับครูคนที่ ๖ ในชีวิตก่อน ครูคนที่๖ในชีวิต ก็ดีอพระภิกษุเพราะท่านอยู่ในฐานะของครูบา อาจารย์สอนดีสิธรรม ท่านคือคนที่สอนให้เรารู้จักแยกแยะตัดสินได้ว่า อะไรถูก-ผิด อะไรดี-ชั่ว อะไรบุญ-บาป อะไรควร-ไม่ควรทำ เพราะลำพัง ความรู้ผิดชอบชั่วดีที่เราได้จากพ่อเฌ่และครูอาจารย์อื่นๆ นั้น ต้องบอก ว่า ยังไม่พอ ยังมีธรรมะอีกมากมายหลายประการที่เราจะต้องดีกษา และปฏิบัติให้เข้าใจลึกซึ้ง เช่นการทำหน้าที่เป็นพ่อเฌ่คนการเลือกคู่ครอง การสร้างฐานะการประคับประคองชีวิตครอบครัว ชึ่งก็คือหมวดธรรมชื่อ คิหิปฏิบัติ หรือธรรมะลำหรับผู้ครองเรือนนั่นเอง นอกจากนี้ เรายังจะต้องมาดีกษาหมวดธรรมอื่นๆ ที่สอนให้เราเข้าใจ โลกและชีวิตด้วยว่า เราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เพราะว่าวันหนึ่งเราต้องตายจากโลกนี้!ป หากเราไม่ดีกษาธรรมะเหล่านี้ ให้แต่เนึ่นๆ แล้ว ในที่สุด เราก็จะไม่รู้ว่า สิงที่มีความหมายต่อชีวิต มนุษย์นั้นคืออะไรกันแน่ ๑๕๓ สอนjjอย่ฬไ-!ใฟ้ฟ้รรไทยใค้ยู้น'mfi

ทาน บฃวาจา 'อพถ-^ซา มาน«\\0พใา www.kalyanamitra.org เพราะฉะนั้น ถ้าเราได้คุณพ่อคุณแม่ประ๓ทชอบสีกษๆธรรมะ มี ความรู้เรื่องธรรมะ เช่น กฎแห่งกรรม และตัดสินใจด้วยหลักธรรมแล้ว เราจะได้ต้นทุนธรรมะตรงนี้ จากคำสอนของท่านไว้มากพอสมควร เมี่อ เราโตขึ้นมา และสืกษาธรรมะด้วยตัวเอง ถ้าอยู่ทางธรรม มาเป็นพระ ก็มีพื้นฐานของการฝึกตนมาเป็นครูสอนสืลธรรมที่ดีของประชาชนต่อไป แต่ถ้าอยู่ทางโลก คิดจะแต่งงาน ก็จะมีธรรมะที่เคยสอนตัวเอง เอาไว้ สอนลูกด้วย แล้วลูกของเราที่มาเกิด ก็จะเป็นเด็กที่มีบุญมากๆ เพราะ ©๕๔ พ้ใ'!ส์•พ้ชุ;JOjriniSuriaujni* พ่ใ'! ใท้น่!พใrขไ*พุ้;•พั๋ร

เขามีครูที่สามารถปลูกฝังเรื่องกฎแห่งกรรม และความจริงของโลกและ www.kalyanamitra.org ชีวิตได้ตั้งแต่อ้อนแต่ออดทีเดียว ซึ่งเป้าหมายข้อแรกนี้ เป็นเป้าหมายที่ สำ คัญที่สุดในการดีกษา แต่ความรู้เหล่านี้ได้มารอเขาอยู่ในบ้านตังแต่ ยังไม่เกิดเลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า ลูกของเรา ได้พ่อแม่ที่พร้อมจะ เป็นพ่อคนแม่คนนั่นเอง มาถึงตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่คงจะเห็นเส้นทางชีวิตของตนเองแล้ว และเห็นภาพอนาคตของลูกแล้วว่า ครูในชีวิตของลูกเรา ก็คือ ๑)พ่อแม่ ๒)ดรูอาจารย์ ฅ)เพื่อน ๔)คู่ครอง ๔)หัวหน้างานหรือลูกน้อง และ ๖) พระภิกษุ ครูทั้ง ๖ กลุ่มนี้แหละ คือผู้ที่กำหนดชะตาชีวิตของลูกเรา ประเด็นต่อมาก็คือว่า แล้วเราจะรู!ด้อย่างไรว่า ใครบ้างจึงจะเป็น ครูที่ดีและครูที่ไม่ดี เพราะกลุ่มคนทั้ง ๖ กลุ่มรอบตัวนี้ ก็ปะปนทั้งคนดี และคนไม่ดีอยู่ด้วยกัน ด้วยเหตุนี้ ปูย่าตาทวดท่านจึงบอกว่า เมื่อเรารู้ว่าใครบ้าง คือครู ในชีวิตของลูกเราแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าเพิ่งรีบไปมองดูครูคนอื่นๆ อย่าเพิ่งห่วงว่า คนนั้นคนนี้ที่จะมาเป็นครูของลูกเรา จะเป็นครูที่ไม่ดี ขอให้คุณพ่อคุณแม่สำรวจตัวเราเองก่อนว่า ในฐานะของพ่อแม่ เรามี คุณสมบัติครูคนแรกที่ดีของลูกหรีอยัง เราพร้อมที่จะให้การเลี้ยงดูลูก ของเราให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการดีกษาทั้ง ๔ ข้อ ที่กล่าวไว้ตอน แรกแล้วหรีอยัง คุณพ่อคุณแม่ต้องประเมินตัวเองตรงนี้ให้ออกก่อน จึงเป็นความ พร้อมต่อการเป็นพ่อแม่ที่ดี จึงจะสามารถคัดคนดีๆ มาเป็นครูของลูก และเตรียมพร้อมลูกให้เป็นศิษย์ที่ดีไปกราบครูดีทั้งในทางโลกและใน สะ!นสั:อย่■บ!ว !ฟ้ ๑๕๕ เ^ไ' p, vh!?สํพ้ญชพ\"''\"ร\"''®\"'

ทางธรรมได้ถูกต้อง และเมื่อถึงคราวที่ลูกของเราเติบโตมาอยูในวัยที่จะ มีคู่ครอง การเลือกคู่ของเขา ลูกของเราก็จะเลือกเป็น เลือกคนดีมาเป็น สะใภ้ มาเป็นเขยของพ่อแม่ได้เอง โดยที่ไม่กลายมาเป็นปัญหา ครอบครัวให้คุณพ่อคุณแม่ต้องย้อนมาช่วยแก!ขในยามบั้นปลายชีวิต คุณสมบัติของดรูที่ดีเป็นอย่างไร www.kalyanamitra.org ในการตรวจสอบความพร้อมของคุณพ่อคุณแม่ที่จะเป็นครูคนแรก ของลูก ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกไปเสาะแสวงหาครูดีท่านอื่นๆ ให้ ลูกฝากเนื้อฝากตัว สืกษาเล่าเรียนเขียนอ่านกับท่านต่อไปนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมครูของชาวโลก ได้ทรงจัดหมวดธรรมอันเป็น คุณสมบัติของ \"ครูแท้\"ไว้ทั้งหมด ๗ ประการ เพื่อให้คุณพ่อคุณเฌ่ได้ ใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินและเตรียมตัวเป็นครูดีคนแรกของลูกไว้ด้งนื้ ๑) ปีโย หมายถึง น่ารัก ๒) ครุ หมายถึง น่าเคารพ ๓) ภาวนีโย หมายถึง น่าเทิดทูน ๔) รัตตา หมายถึง ฉลาดตักเตือนพรํ่าสอน ๕) วจนักขโม หมายถึง อดทนในถ้อยคำของลูก ๖) ตัมภีรัญจะถ้ตถ้ง กัดตา หมายถึง แถลงเรื่องลึกลํ้าได้ ๗) โนจัฏฐาเน นิโยชะเย หมายถึง ไม่ซักนำไปในทางเลึอม ทั้ง ๗ ช้อนื้ มีอยูในคุณพ่อคุณแม่ท่านใด ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่ของ ลูกท่านนั้น จะเรียนจบปริญญา หรีอมีความรู้เพียงแค่อ่านออกเขียนได้ ©๕๖ ^ ท£1นฟ้«)พ่ไ1ใพผไทยไ*ยู้(รใพ่ ก, พ้ไ^ส์าพ้^รพๆ-ทฟ็นท่ณฟทท็

ก็ตาม ลูกของคุณพ่อคุณแม่ท่านนั้น จัดว่าเป็นลูกที่มีต้นทุนชีวิตเหนือ www.kalyanamitra.org กว่าลูกคนอื่นเพราะเป็นลูกที่มาเกิดอยู่กับนักปราชญ์บัณฑิตในทางธรรม และเป็นผู้ที่จะสามารถสอนให้ลูกประสบความสำเร็จทางการต้กษาตาม เป้าหมายทั้ง ๕ ประการที่กล่าวไปแล้วนั้นไต้ พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า การที่พ่อแม่ท่านใดจะทรงคุณสมบัติของ ครูดี ๗ ข้อนั้!ต้ ต้องสามารถเป็นต้นแบบคนดีทั้ง ๓ ประการนี้ก่อน นั่น คือ ๑) ต้นแบบทางป้ญญๆ ๒) ต้นแบบทางความบริสุทธ ฅ) ต้นแบบทางความกรุณา (รายละเอียดอยู่ใหนังสือเลี้ยงลูกอย่างไรให้เมืองไทยได้ เยาวชนดี) เพราะคุณธรรมทั้ง ๓ ประการนี้ จะรองรันคุณสมบัติของครูดีทั้ง ๗ ประการไต้อย่างหนักแน่น ซึ่งพระมหาเถระท่านได้กรุณาอธิบายราย ละเอียดไว้โดยย่อ ด้งนี้ ๑) น่ารัก (ป็โย) คำ ว่า \"น่ารัก\" หมายถึง น่ารักในฐานะเป็นที่สบายใจ ชวนให้เข้า ใกล้เพื่อปรึกษาไต่ถาม มองครั้งใดก็มืแต่ความชื่นใจ มืความแจ่มใส ร่าเริงเบิกบานเป็นนิจ เหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ มืความสว่างไสว ชุ่มเย็น เป็นที่ชึ่นชอบของชาวโลกทุกคน (7< ๑๕๗ รธนสืพม่างไร ไฟ้เรองไทยพผุ้น่พึ๋ค็ P พ้ใ๗าค้ญtองriTsiJvmauJmS

พ •vvVttr • www.kalyanamitra.org \\o,i -?-ร4เน่>•^ -^เ<1 คนที่จะได้ลักษณะอย่างนี้ต้องฝ็กกิริยามารยาทให้เรียบร้อย'พุ่มนวล สง่างามในทุกอิริยาบถ การที่คนใดคนหนึ่งจะ'ทำตัวให้'น่ารัก ไม่จำเป็น ต้องหล่อต้องสวย ขอเ'พียงให้มีความสะอาด'ทั้งกาย วาจา ใจ คำ ว่า กายสะอาดไม่ได้หมายความว่าสะอาดด้วยการฟอกสบู่ถูตัว แต่หมายถึง การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักขโมย ไม่เจ้าเจริตจะก้านแพรวพราว แม้แต่เสือผ้าที่สวมใล่ก็ไม่จำเป็นต้องหรูหรา ราคาแพง สืลันฉูดฉาด ขอ ให้สะอาดเรียบร้อยก็พอ ©๕๘ พัวใ'!สำอ้ญญ?'ร:ๆ\"!แบนพอเพทิ^ สอนสั.'อย่างไ'!ไฟ้ฟ้&งไทนไ^นุ้นํ■ทํใ»! C

วาจาสะอาด คือรู้จักสำรวมในการพูดไม่พูดเพ้อเจ้อ ส่อเสียดร้อน ชุร้อนใจ พูดให้ถูกกาลเทศะ และบุคคล ใจสะอาดเป็นความบริสุทธื้อยู่ภายในไม่มีใครเห็นแต่รู!ด้จากกิริยา อาการที่แจ่มใส ร่าเริง องค์ประกอบทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดความประทับใจแก่ ลูกคืษย์เป็น อันดับแรก ถ้าครูอาจารย์คนใดขาดคุณสมบัติข้อนี้ เช่น เคร่งขรึม หรึอ เคร่งเครึยดเกินไป คืษย์ก็ไม่อยากเข้าใกล้ หรึอแม้แต่ตลกคะนองเกิน ไปก็ไม่น่ารัก ไม่สมบุคลิกครู ๒) น่าเคารพ (ครุ) www.kalyanamitra.org คำ ว่า\"ครู\"ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้มาจากคำว่า\"ครุ\"ในภาษาบาลี คำ ว่า \"ครุ\" มีคำ แปลได้ ๒ อย่าง คำ แปลอย่างที่ ๑ \"ครุ\" แปลว่า \"หนัก\" เช่น ครุกรรม แปลว่า กรรมหนัก กรรมหนักในทางบุญกุคล ก็ได้แก่ การบรรลุมรรคผลนิพพาน เป็น พระอรห้นต์ กรรมหนักในฝ่ายอกุคล คือ ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำ สงฆ์ ให้แตกแยก ทำ ร้ายพระพุทธเจ้า คำ แปลอย่างที่ ๒ \"ครุ\" แปลว่า \"ตระหนัก\" คือ อุดมด้วยปัญญา ทั้งทางโลกและทางธรรมอย่างพร้อมมูล จนกระทั่งตระหนักหรือชาบซึ้ง ได้ว่า อะไรผิด อะไรถูก อะไรดี อะไรชั่ว อะไรควร อะไรไม่ควร อะไร (p ๑๕๙ ส•วน^£ย่'บไ'I ใท้ช่;ผไทยไfiผุ้นํพ^ P ท้วใจสํพ้Jซอ^ก1รเรนฟอ1ฟที51

www.kalyanamitra.org เป็นบุญ อะไรเป็นบาป แล้วดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกที่ควรที่เป็นบุญ \"ครุ\" คำ นี้ เป็นคำเดียวกับคำว่า \"คารวะ\" แล้วแผลงมาเป็น\"เคารพ\" เพราะฉะนั้น คุณสมบัติของครูในข้อนี้ จึงแปล ครุ ว่า \"น่าเคารพ\" คือ คืษย์ตระหนักในคุณความดีของท่านจนอดเสิยไม่ได้ที่จะแสดงความเคารพ เป็นความน่าเคารพที่ท่านประพฤติตัวสมควรแก่ความเป็นครูบาอาจารย์ ทำ ให้ลูกคืษย์เกิดความมั่นใจ อบอุ่นใจ เป็นทั้งที่พึ่ง ที่ปรึกษา ไม่ว่าจะมี อะไรเกิดขึ้นก็เชื่อสนิทใจว่าท่านจะให้ความปลอดภัยแก่เขาได้ ๑๖๐ ^ ศ0แร่jbuhItไ!รเรพไทย่พยู้น่ใ^ 'วg #1ใ«สำ«ญ*EnrniaJwwauinm

อุปมาความมั่นคง เข้มแข็งของครูอาจารย์ เสมือนขุนเขาไม่มีวัน www.kalyanamitra.org จะถล่มทลายเพราะแรงลม ยึดเกาะพึ่งพิงได้อย่างปลอดภัยทุกเมื่อ การที่ครูบาอาจารย์คนใดคนหนึ่งจะได้ลักษณะอย่างนี้มาต้องเรน ผู้ที่เตรียมการสอนมาอย่างดีทุกครั้งที่เข้าสอน ถึงท่านจะไม่ฉลาด เฉลียวขนาดได้เกียรตินิยม แต่เวลาสอนท่านสามารถทำให้ศิษย์เกิด ความมั่นใจว่า คำ สอนของท่านไม่ผิดพลาดมีภูมิรู้พอตัว โตัตอบปัญหา ไดีไม่ติดขัด และยังมีอุปกรณ์การสอนพร้อมมูล ยิ่งกว่านั้น ท่านจะต้องเป็นคนไม่มีอคติลำเอียงเพราะรัก เพราะ เกลียด เพราะหลง หรีอเพราะกลัวภัยอำนาจมีด ท่านท่าอะไรคงเส้นคงวา ต่อหน้าอย่างไร ลับหลังก็อย่างนั้น ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม มีความฌตตากรุณา ต่อศิษย์สมเป็นครู มีความหนักแน่น มั่นคง ไม่หวั่นไหว ด้วยลาภ ยศ สรรเล่ริญ สุข หรือความเลี่อมลาภ เลี่อมยศ นินทา ทุกข์ เรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว และหน้าที่ความรับผิดชอบของท่านไม่มีบกพร่องเลย ลักษณะอย่างนี้จะท่าให้ศิษย์เคารพท่านเกิดความประทับใจที่ลึกซึ้ง เพึ่มขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง คือท่านมีทั้งความน่ารักและน่าเคารพ ครูบางคน น่ารักแต่ไม่ถึงกับน่าเคารพ ความประทับใจจึงไม่นานนัก ฅ) น่าเทิดทูน(ภาวนึโย) เป็นความรู้ลีกที่เกิดขึ้นในฐานะที่ท่านเป็นครูผู้ทรงความรู้มี ภูมิปัญญาเป็นเลิศ ความฉลาดปราดเปรื่องของท่านมีมากจนเป็นที่ ยอมรับของทุกคนในวงการ คุณสมบัติประการนี้ ท่าให้ศิษย์เกิดความ ๑๖® สเฬ่งร!พ่ไร ใพรพไทขไ^พุ้พ่พ}! f^Xr^ เ^นส์พ้ญ*รพพ&นท่ร!umfl

เลื่อมใสว่า ท่านไม่เพียงแต่เปียมไปด้วยคุณธรรมเท่านั้น ยังมีความ www.kalyanamitra.org สามารถยอดเยี่ยมเป็นหนึ่งไม่มีสอง ชาตินั้!ม่มีวันที่ท่านจะเป็นรองใคร อุปมาเสมือนท่านมีเดชมีฤทธื้ดังดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน โชติช่วงชัชวาล เป็นใหญ่ในท้องฟ้า ไม่มีเมฆหมอกมาบดบัง เห็นท่านแล้วก็มีความ เชื่อมั่นว่า ไม่ว่าเราจะมีปัญหายุ่งยากซับช้อนเพียงใด ท่านย่อมแกไขให้ เราได้หมดทั้งสิ้น การที่ใครจะมีคุณสมบัติอย่างนี้ได้ต้องเพียบพร้อมไปด้วย ภูมิปัญญาทางโลก และเต็มเปียมไปด้วยภูมิปัญญาทางธรรม เมื่อจะพูด \\เ ๑๖๒ ทอนสื30ย่างใใใฟ้ฌ็องไทยไ«พุ้น1«»1 'ว-บั^ ฟ้วใจส์าพ้องกทฟ็นพ่อนม่ทท็

ก็พูดดี เมื่อลงมือทำก็ยิ่งทำได้ดีกว่าพูดเสียอีก นอกจากนี้ยังเป็นผู้ตั้งใจ www.kalyanamitra.org ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ยิ่งประวัติของท่านดีเด่นมาตลอดในเรื่องการเรียน เราก็ยิ่งเชื่อถือในคำสอนมากขึ้น ถึงแม้จะยังไม่ได้นำคำสอนของท่านไป ปฏิบัติก็ปักใจเชื่อ๑๐๐% เสียแล้วว่าทำเมื่อไรต้องได้ผลเป็นเยิ่ยมเมื่อนั้น คุณสมบัติข้อนี้ย่อมทำให้ติษย์เกิดความประทับใจเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่ง คือทั้งรักทั้งเคารพทั้งเทิดทูนอยากประกาศให้ซาวโลกรู้ด้วยความภูมิใจว่า เราเป็นลูกศิษย์ของท่าน หากทำได้ก็อยากให้ชาวโลกทั้งหมดมิความ เคารพเทิดทูนท่านเช่นเดียวกับเราด้วย ๔) ฉลาดตักเตือนพรํ่าสอน(วัตตา) คือรู้จักพูดชี้แจงให้เข้าใจ มิความสามารถพูดโน้มน้าวให้ทำตามใน สิงที่ดี เมื่อคราวศิษย์เหสิง ชุกซน เกเร ก็ดุว่าชี้แจงแสดงเหตุผลให้เข้าใจ สู้อดทนจํ้าจี้จํ้าไช พรํ่าสอน ขนาบแล้วขนาบอีกไม่ยอมหยุด เหมือนดังที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสเล่าว่า พระองค์ทรงเอาใจไล่ดูแลพระ ภิกษุสงฆ์อย่างใกล้ชิด ทรงเคี่ยวเข็ญไม่ยอมลดราวาศอก เพิ่อให้ พระสงฆ์สาวกของพระองค์เค้นความสามารถทุกหยดหยาดที่มิอยู่ในตัว เอาออกมาใช้งานให้เต็มที่ ทรงกล่าวยืนยันว่า \"อานนท์...เราไฝพยายามทำกับพวกเธออย่างทะนุถนอมเหมือน พวกย่างหม้อที่ทำแก่หม้อที่ยังเปียกยังดิบอยู่ อานนท์...เราจักขนาบแล้วขนาบอีกไฝมืหยุด อานนท์...เราจักที่โทษแล้วปีโทษอีกไฝมืหยุด ผูใดมืมรรดผลเป็น แก่นสาร ม้นั้นจักทนอยู่ได้\" ทเานสืงอบนใ-!ใฟ้ฟ้อ!โทยนผู้น่!ทั๋?! ๑๖๓ -ท้วใรส์!ทัญรองก!'!!ร-^พ่อเนง่ทั๋®

การรู้จักพูดพรํ่าสอนให้ได้ผลอย่างนี้ เป็นความสามารถในการ www.kalyanamitra.org ถ่ายทอดความรู้ คุณสมบัติประการนี้เป็นสิงที่หาได้ยากยิ่งทั้งในบุคคล ทั่วไปและในหยู่ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ถ้าใครมีคุณสมบัติเช่นนี้อยู่กับ ตัวก็ต้องถือว่ามีวิญญาณแห่งความเป็นครูอยู่โดยเฉพาะ อย่าว่าแต่บุคคลธรรมดาเลย แม้พระพุทธเจ้ายังแปงออกเป็น ๒ ประ๓ท - ประ๓ทหนึ่งเรียกว่า พระปัจเจกพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ แล้วไม่สอนใคร เพราะขาดคุณสมบัติความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ส่วนประ๓ทที่สองเรียกว่า พระสัพพัญฌูพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้า ที่ตรัสรู้แล้วทรงถ่ายทอดความรู้นั้นให้รู1ดยทั่วกัน และทรงถ่ายทอด ความรู!ด้เก่งที่สุดในโลกอีกด้วย พระสัพพัญญพุทธเจ้านั้นกว่าจะบังเกิดขึ้นสักพระองค์ก็นานเป็น อสงไขยกัป' และเกิดขึ้นทีละพระองค์ เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถรื้อสัตว์ ขนสัตว์ ให้พ้นจากกองทุกข์ได้ หมดกิเลสเข้าพระนิพพานตามพระองค์ ไปด้วย แต่พระปัจเจกพุทธเจ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ บางทีนับเป็นพ้น เป็นหมื่น เป็นแสน แต่ท่านไม่สอนใครเลย ' อสงไขย แปลว่า นับไม่ได้. กัป หมายถึง หน่วยIวลาที่ใช้นับอายุการเกิดดับของโลก, เวลา นาน ๑ กัป ก็เริ่มตั้งแตโลกยังเป็นหมอกเพลิง จนกระทั่งเย็นตัวลง กลายเป็นแผ่นดิน และ กลับมาเผาไหม้เป็นหมอกเพลิงอีกครั้ง อสงไขยกัป หมายถึง ระยะเวลายาวนา'พมากๆ นานจนขนาดที่ว่าโลกเกิดการแตกดับมาจน นับครั้งไม่ได้ ๑๖๔ สอนม่อพ่ไ!ใ!?ฟ้รงไฑนไส้ยู้น่•เทสิ r\\fJn 1?5ใจส์าส้ญ!อ๓■ทนํเนท่อนน่ทึ๋สิ

i การรู้จักพรํ่าสอนให้ได้ผลอย่างนี้ ท่านทำอย่างสมํ่าเสมอกับ www.kalyanamitra.org ลูกด้ษย์ทุกวัย เมื่อยังเด็ก เราชน เราดื้อ เกเรสารพัด นอกจากทำนจะดุ ว่าแล้ว ยังแถมหวดด้วยไม้เรียวเข้าให้อีก แต่ละขวับของท่านได้ผลชะงัด ภาษาไม้เรียวของท่านทำให้เรากลัวลนลานราวกับหนูกลัวแมว ตอนนั้น เราไม่รักท่านเลย แต่พอโตขึ้นจึงสำนึกได้ว่า ที่เราได้ดิบได้ดีมาทุกวันนี้ เพราะไม้เรียวของท่านแท้ๆ ท่านไม่ห่วงไม่เคยกลัวเลยว่าดิษย์จะไม่รัก แต่กลัวดิษย์จะโง่ ส่วนดิษย์นั้นทั้งกลัว ทั้งเกรง แต่ก็ไม่เคยโกรธท่าน ผู้ปกครองในปัจจุบันไม่ค่อยเข้าใจ โกรธแค้นเมื่อเด็กของเขาถูก เฆี่ยนตี เรื่องนี้ขอให้พิจารณาให้ดีครูนั้นท่านเฆี่ยนก็เฆี่ยนด้วยความเอ็นดู 0^ BBwioath-ili ใพ้ฟ้ผไหขใต้!ยู้น่■พร P ฟ้าใฬ■เต้11^10งกฬเ1น«0น>พร

ท่านใช1ม้เรียวไม่ได้ใช1ม้ตะพด ไม่ท่าให้ถึงบาดเจ็บสาหัสหรอก อย่า www.kalyanamitra.org กลัวเลย ในความรู้สิกของท่าน ลูกด้ษย์ก็เหมือนเลือดเนื้อเชื้อไข ถึงคราวลงโทษท่านไม่ยั้งมือแต่เมื่อตกทุกข!ด้ยากท่านก็ติดตามช่วยเหลือ เมื่อเราเจ็บปวยหายหน้าไป ครูประ๓ทนื้กลับตามไปดูแลถึงบ้าน มืครูบางประเภทไม่เอาเรื่องเอาราว ลูกติษย์จะท่าดีหรือไม่ดีก็ไม่ ใส่ใจ ครูพวกนื้เรารักท่านเมื่อเรายังเด็ก แต่พอโตแล้วเรากลับคิดถึงครู ที่ว่ากส่าวเฆี่ยนตี รอยไม้เรียวที่ประหับกายเรา ยํ้าเติอนให้ระลึกถึง พระคุณของท่านจนวันตาย เพราะฉะนั้น ถ้าใครได้พบครูบาอาจารย์ที่มืความสามารถในการ พูดตักเตือนพรํ่าสอนอย่างนื้ก็น้บว่าเป็นบุญตัว อย่าด่วนหลบหนีหน้าไป จากท่าน \"วิสัยคเดูอย่างเหมือนช่างยัน ต้องดาดคั้นโขลกสับแทบจับไข้ ไม่สันทัดข้ดแต่งรุนแรงไป ก็บรรลัยแยกร้าวลงแหลกราญ อันภูมิครูดูไต้จากลูกสืษย์ เหมือนดูช่างชาญประดิษฐ์จากเข้งสาน มืลูกดิษย์พัวรั้นอันธพาล เขาประจานต่าครูไม่ดูแล\" ๕) อดทนต่อถ้อยคำซองสิษฃ์(วจนักฃโม) คือพร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษาชักถามอยู่เสมออดทนฟังได้แม้เรื่อง ไร้สาระไม่เบื่อไม่รำคาญ แม้จะเป็นคำถามโง่ๆไม่น่าถามก็สู้ทนอธิบาย เพราะท่านกลับมองเห็นเป็นอาการของความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่งเรื่มเกิด เห็นอกเห็นใจพร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้คิษย์ปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งชื้น สรฟtiaพ่ไ!ใท้แพไทยใส่!พุ้พ่' เ^, ส่ท่เใ?สํ'1ท้ธุ/1ร3กฑเร«ท่รน»ท1ที

สิษย์บางคนสติปัญญาโง่ทึบก็อุตส่าห์ตามสอนบางคนพูดจาก้าวร้าว www.kalyanamitra.org กระด้าง หยาบคาย เพราะพ่อแม่ไม่อบรม หรือเคยชินมาอย่างนั้น ก็ อดทนให้อภัย แม้ติษย์เกเรจะแกล้งพูดยอกย้อน ยียวน ยโสโอหัง ก็ไม่ ถือโทษ อุปมาใจท่านหนักแน่นเสมือนแผ่นดินไม่สะทกสะเทือนเพราะ ของสกปรกมาราดรด ฉันใด ใจของครูบาอาจารย์เหส่านี้ก็หนักแน่น อดทนต่อก้อยคำของดิษย์ได้เยี่ยงเดียวก้น ครูบาอาจารย์ในระดับชั้นอนุบาล และชั้นประถม ยี่งต้องมืความ อดทนในสิงเหล่านี้มากที่สุด เพราะเด็กเล็กๆ ยังไม่รู้อะไรควรอะไรไม่ควร (7} ๗ สอพ่เ!CU•พไร ไส้เรผไร!ยไสพุ้น่พํ่ส็ ท้าใจส์าส้tyรอรทรฟ้ฟอแพเส็

เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ หวนนึกถึงคำพูดที่ไม่สมควรต่อท่านแล้วเรา www.kalyanamitra.org ยังนึกละอาย ในขณะเดียวกันก็อดชื่นชมในความดีของท่านไม่ได้ เพราะถ้าเป็นเรา เจอคำพูดแบบนี้เข้า ไม่แน่ว่าจะอดทนได้ แต่อย่างไรก็ดี ขอเตือนครูที่ไม่อดทน มักฉุนเฉียว ด่าทอพล่อยๆ อยู่เสมอ ว่าแทนที่เด็กจะกลัว อาจกลายเป็นตัวตลกของลูกดีษย์ก็ได้ ๖) สามารถแถลงเรื่องที่ลึกลํ้า (ด้มภีเญจะกะถัง ถัตตา) คือสามารถน่าเรื่องที่ยากมาอธิบายให้เกิดภาพพจน์เข้าใจง่ายทั้งนี้ รวมไปถึงการนำเรื่องราวที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิตเกี่ยวกับหัวข้อธรรมะที่ยากๆ มาอธิบายเปรียบเทียบให้คืษย์เข้าใจได้อย่างง่ายดาย เกิดความชาบซึ้งใน คุณธรรม เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องนรกสวรรค์ เรื่องบุญ เรื่องบาป ท่าให้คืษย1ด้เป็นคนประ๓ทที่มีความรู้คู่คุณธรรมเป็นหลักประกันได้ว่าจะ ไม่นำความรู!ปใช[นทางที่ผิดๆ ชีวิตไม่มีตกตํ่ามีแต่จะเจริญรุ่งเรีองลึบไป การทำให้คืษย์เข้าใจเรื่องราวทั้งทางโลกและทางธรรมอย่าง แจ่มแจ้งนี้อุปมาเสมีอนเราจุดคบเพลิงในที่มีด หงายของที่ควํ่า เปิดของ ที่ปิด สินความเคลึอบแคลงสงสัยใดๆ ทั้งสินพร้อมที่จะเดินไปลู่หนทาง พ้นทุกข์ได้อย่างมั่นใจ ครั้งใดที่ได้ยินใครกล่าวยกย่องชมเชยความรู้ความสามารถของเรา คืษย์ที่ดีย่อมไม่ผยองคิดว่าตัวเก่งขึ้นมาเอง แต่กลับรำลึกถึงพระคุณ ครูบาอาจารย์ที่ท่านอุตส่าห์ปันเรามาจนได้ดิบได้ดีอย่างนี้ ถ้าท่านไม่ เคี่ยวเข็ญเรามาคงเอาตัวไม่รอด สaนสัรอย่างไร ใพ้ฟ้ผ่1«ยไ<พ้นไพ่! f พ้)ใจสํพ!ญttMnTOik*!อlunis

www.kalyanamitra.org แน่นอนการที่ท่านทำอย่างนื้!ด้ย่อมแสดงว่า ทุกลมหายใจเข้าออก ของท่านมีแต่เรื่องของลูกสิษย์ คิดแต่จะแสวงหาความรู้มาสังสอนให้ เรื่องส่วนตัว เรื่องทางบ้าน เรื่องครอบครัว ไม่มืโอกาสเข้ามาแผ้วพานใน ใจท่านเลย ส!!นร่!0£ก่งไ'! ใ1?&>งไทยไส้พุ้นํ1«ร ๑๖๙ ฟ้วไฬเส้iytiHITRl5)u«8U»i«ji

(คๆ'ไพเ?\\'ไร Vl www.kalyanamitra.org 13น1กาง vn ใ!'®ฯ tftutun ๗) ไมชกนำไปทางเสือม(โนจัฏฐาเน นิโยซะเย) คือประพฤติตัวอยูในทำนองคลองธรรมไม่ยอมทำเรื่องที่เป็นความ เสื่อม ความเสียหายใดๆ ทั้งสิน ลูกคืษย์สามารถยึดถือท่านเป็น แบบอย่างได้ โดยเฉพาะในเชิงปฏิบัติ ถ้าอุปมาท่านเสมือนเครื่องชั่งตวง วัด ท่านก็เป็นเครื่องชั่ง ตวง วัด ที่มืมาตรฐานคงเส้นคงวา ไม่มืนอก ไม่ มืใน ไม่มืเบื้องหน้า ไม่มืเบื้องหลัง สอนสั!aน่พไร ^.(■^ าพ้jnwnwihwiaiujritl

พฤติกรรมของท่านบริสุทธื้ผุดผ่อง ใสสะอาด สามารถประกาศ www.kalyanamitra.org ให้ชาวโลกรู้และท้าทายให้มาพิสูจน!ด้ ท่านไม่ใช่พระ ก็เหมือนพระ แม้ที่สุด สิ่งใดที่รู้ว่าผิด รู้ว่าชั่ว เนื่องจากสภาพต่างๆ บีบบังคับ ยังงด เว้นไม่ได้ ถึงกระนั้นหัวเด็ดตีนขาดอย่างไร ก็ไม่ยอมท่าสิ่งเหล่านี้ ประเจิดประเจ้อให้ติษย์เห็น นอกจากไม่สนับสนุนให้ศิษย์ท่าตามแล้วยังห้ามปรามไมให้ท่าอีกด้วย พระสัมมาล้มพุทธเจ้าทรงกำชับไว้ว่า ครูบาอาจารย์ที่มืคุณสมบัติ ครบทั้ง ๗ ประการนี้ หากใครได้พบเห็นให้รีบไปผ่ากตัวเป็นลูกศิษย์ ลูกหา และแม้แต่เราท่าผิด ท่านลงโทษถึงขับไล่ ก็อย่าได้หนี ให้พยายามติดตามงอนง้อ ขอโทษท่านจนกว่าท่านจะกสับเมตตาสงสาร หากได้ครูอย่างนี้ ที่จะเสิ่อมไม่มื มืแต่จะเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป และถ้าเราสามารถผ่าหัวใจของครูที่ดีออกดูได้ก็พบว่าในใจของ ท่านเต็มไปด้วยคำว่า ป้ญญๆ บริสุทธ กรุณา ท่านมืคุณธรรมนี้อย่างครบ บริบูรณ์ พร้อมที่จะทุ่มเทให้กับเราทุกรูปแบบ จึงไม่ยากเลยที่ท่านจะมื คุณสมบัติครบทั้ง ๗ ประการ ปัญญา ที่ท่านมือย่างมากมายลึกลํ้า ย่อมท่าให้เกิดมีคุณสมบัติ ความน่าเคารพ ความน่าเทิดทูน ความฉลาดพูดตักเตีอนพรํ่าสอน และ สามารถน่าเรื่องลึกลํ้ามาแถลงให้เข้าใจได้ ความบริสุทธ ที่มืประจำอยูในหัวใจ ท่าให้เกิดความน่ารัก ความกรุณา แผ่งไว้ด้วยความบริสุทธื้ย่อมท่าให้ผู้นั้นไม่อยากชักนำ ใครไปในทางเสิ่อม (^ ๑๗๑ รอนร่พย่ฬไ■รteaoltiulfiyuwพี P ฟ้าใ!)ส์ใค้ญtองกฑเรน'ท่อเฟนั๋พี

ถึงตอนนี้ คุณพ่อคุณแม่คงทราบแล้วว่า ทำ ไมครูบาอาจารย์บาง www.kalyanamitra.org คนจึงประทับอยู่ในความทรงจำของเรามาเนิ่นนานเต็มที และทำไมจึงมี ครูบาอาจารย์จำนวนมากที่ถูกลืม เพราะฉะนั้นในเมื่อวันหนึ่งลูกของเราจะต้องเติบโตมาพบครู และ ทำ หน้าที่ของครูให้แก่ชีวิตของคนอื่นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะผ่านการเป็น พ่อแม่ ครูอาจารย์ เพื่อนฝูง คู่ครอง เจ้านาย ลูกน้อง พระภิกษุ หรึอ ผู้ทรงสืลก็ตาม ในฐานะของคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นครูคนแรกของลูก จึง ควรตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง ๗ ประการนี้ ว่าเรายังขาดข้อไหนไปบ้าง แล้วเร่งสืกผ่นให้เกิดมีฃึ้นในต้ว ซึ่งนั่นก็จะเป็นเหตุผลที่ทำให้ \"คุณพ่อคุณ แม่มีความพร้อมต่อการเป็นครูสอนสืลธรรมคนแรกของลูก\" ดังที่พระ ล้มมาล้มพุทธเจ้าทรงให้หลักการไว้นั่นเอง หน้าที่หลักของพ่อแม่ ที่มีผลต่อการเป็นผู้นำที่เก่งและดี ของลูก เมื่อไต้ครูดีที่มีคุณสมบัติทั้ง ๗ ประการนี้แล้ว แต่เนิ่องด้วยครูใน แต่ละกลุ่ม มีฐานะแตกต่างกัน จึงมีหน้าที่ไม่เหมีอนกัน เช่น ครูคนแรก ของลูก คือ พ่อแม่ ก็มีหน้าที่ไม่เหมีอนกับครูในโรงเรียน และพระ อาจารย์ในวัด ซึ่งหน้าที่โดยรายละเอียดของครูแต่ละกลุ่มนี้ จะนำเสนอ ในภายหลัง ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะหน้าที่ของพ่อแม่ที่มีคุณสมบัติ ของครูดีทั้ง ๗ ข้อ จะต้องปฏิบัติต่อลูกก่อน พระล้มมาล้มพุทธเจ้าทรงให้หน้าที่ของพ่อแม่ที่ดีไว้ ๕ ประการ อย่างชัดเจน คือ ๑๗๒ .-T) สรเนสังอย่างไ'J ใฟ้ฟ้»งไทนไ^[ยู้น่า{ใ»1 ฟ้วใอส์าสัญtองทแรปีนพ่อนย่ทึ๋ร

๑. สอนให้ลูกเว้นจากความชั่ว www.kalyanamitra.org ๒. สอนให้ลูกตั้งอยูในความดี ๓. ส่งเสริมให้ลูกได้ดีกษาเล่าเรียน จะได้มีวิชาความรู้ในการ ประกอบอาชีพ ๔. เมื่อถึงคราวที่ลูกจะมีคู่ครอง ให้ช่วยคัดเลือก ช่วยอธิบาย ให้เข้าใจว่าลักษณะนิสัยเหมาะสมกับลูกหรีอไม่เพียงไร ๕. เมื่อถึงเวลาสมควร ก็ยกทรัพย์สมบัติ ยกมรดกให้ลูกไป บริหารให้เกิดดอกเกิดผลเอาเอง จากหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ทั้ง ๕ ประการนี้ ก็พบว่า คุณพ่อคุณ แม่สมัยนี้ทำหน้าที่กันไม่ค่อยครบถ้วน ปูย่าตาทวดท่านได้กล่าวอย่าง เป็นห่วงเป็นใยว่า \"คุณพ่อคุณแม่สมัยนี้ ไม่ค่อยสนใจดีกษาธรรมะ อย่าว่าแต่จะไป สอนให้ลูกเว้นความชั่วตั้งอยู่ในความดีเลย แม้ตัวคุณพ่อคุณแม่เอง บางท่านก็ยังแยกไม่ออกว่าอะไรถูกผิด อะไรดีชั่ว และไม่รู้แมักระทั่ง เรื่องบุญบาปว่าเป็นอย่างไร บางคนจึงทำตัวอย่างไม่ดีให้ลูกดูเลืยด้วย อย่างนี้แหละที่น่ากสัวที่สุด \"ล่วนคุณพ่อคุณแม่บางคนแยกออกได้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว แต่ว่า ไม่ค่อยได้สั่งสอนอบรมลูกเท่าที่ควรจะเป็น ความรักความห่วงใยมีมากก็ เลยทำให้ละล้าละสังห้ามลูกไมให้!ปโน่นไปนี่เอาแต่ห้ามๆไม่อธิบายเหตุผล \"คุณพ่อคุณแม่ควรคิดพิจารณาว่า เราจะตามห้ามตามดูลูกได้สักกี่ ครั้ง ในที่สุดเขาก็แอบไปอีกจนได้ เพราะฉะนั้น แทนที่จะเอาแต่ห้ามว่า ลูกอย่าไปที่โน่นที่นี่ สัเอาเวลาไปสอนให้ลูกรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก (1อฟ(08พ่ไ1 ใฟ้ฟ้฿งไทนไ^ผุ้น่าทึ๋ด็ 0๗๓ ฟ้าใจพญtD๓TJlfiuiiailม่ทํ่ร

อะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร จะดีกว่า แล้วต้องสอนบ่อยๆ แบบพรํ่า www.kalyanamitra.org สอนทีเดียว แล้วก็ทำสิ่งที่ดีๆ ตามที่สอนนั้น ให้ลูกดูด้วย \"ส่วนในเรื่องของการส่งเสริมให้ลูกเส่าเรียนเขียนอ่านนั้น คุณ พ่อคุณแม่บางทำนรู้ต้วว่า ไม่ค่อยมีเวลาสอนให้ลูกรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว แต่ว่าก็มีความเป็นห่วงลูกมาก อยากให้ลูกไต้ดี รีบเอาลูกไปฝากตาม โรงเรียนต่างๆ ที่มีชึ่อเสิยงว่าเป็นชั้นเยี่ยมของเมีองไทย ไบ่ แย่งกันฝาก ลูกเข้าโรงเรียน จะเสียค่าแปัะเจี๊ยะเป็นหมื่นเป็นแสนก็ไม่เกี่ยง ขอให้ลูก ฉันเข้าไต้เถอะ พอให้เข้าได้แล้ว ก็คิดว่าลูกจะเป็นคนดีคนเก่ง เพราะครู เขาคงจะ \"ท่านก็เตือนว่า คุณพ่อคุณแม่กำลังคิดผิดแล้ว เพราะการสอน เด็กให้รู้ดี รู้ชั่ว รู้บุญ รู้บาบ่ เป็นเรื่องยาก ต้องอธิบายมากและต้อง สอนเดี่ยวๆ หรีอสอนกลุ่มเล็กๆ เพียง ๒-๓ คน ต้องอธิบายกันไบ่ บ่ระคบบ่ระหงมกันไบ่ จึงจะสามารถให้ซึมซับเข้าไบ่ในใจ ที่จะหวังให้ คุณครูที่โรงเรียนสอนนั้น ขอบอกว่าหวังมากเกินไบ่ สู้ทำ ตามที่พระ สัมมาล้มพทธเจ้าสอนดีกว่าคือสอนลูกให้ละชั่วตั้งอย่ในความดีให้!ด้ก่อน แล้วจึงมุ่งมาที่เรื่องโรงเรียน เรื่องหาคู่ครอง และเรื่องมอบสมบัติ\" ทั้งหมดนี้ ก็เป็นข้อคิดของปูย่าตาทวดที่พูดด้วยความเป็นห่วง เป็นใยคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกหลานไทยของท่านเติบโตมาอย่างถูกต้อง พร้อมจะรับผิดชอบสังคมไทย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดว่า คุณพ่อคุณเฌ่จะต้องสอนอะไรบ้าง จึงจะสามารถทำหน้าที่ของพ่อแม่ได้ครบถ้วนทั้ง ๕ ข้อนี้ จะขอไบ่กล่าว โดยละเอียดในหัวข้อ \"สอนส์งอะไรลูกจึงจะเป็นผู้นำที่เก่งและดี\"ต่อไบ่ ส•ทฟ้:รบ่แใใ ใพ้เร ๑๗๔ พุ้นํพ* .'^ ('f,\" พ้ใะ)สำคัญtBjnniSnwBiamB

สิกลูกอย่างไร ให้เป็นสิษย์ที่ดีของครูดี www.kalyanamitra.org มาถึงตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่คงเห็นภาพตรงกันแล้วว่า ประการที่ ๑ หลักการสร้างคนด้วยคุณธรรม คือ หาครูดีให้เจอ ฟังคำครู ตรองตามคำครู ทำ ตามคำครู ประการที่ ๒ ใครบ้างที่เป็นครูในชีวิตของลูกเรา ก็ได้แก่ พ่อแม่ ครูอาจารย์ เพื่อน คู่ครอง หัวหน้างาน และพระภิกษุ ประการที่ ฅ คุณสมบัติของครูดีมี ๗ ข้อ คือ น่ารัก น่าเคารพ น่า เทิดทูน ฉลาดในการพรํ่าสอน อดทนต่อถ้อยคำของคืษย์ แถลงเรื่อง ลึกลํ้าได้ไม่ชักน่าไปในทางเลึอม neuffoeih^ไร ให้;มืเฬ่ไทยได้^แาที่ดี ห้าใจสำfttyของก■ท;ปีนท่อนม่ทึ่ดี

ประการที่ ๔ พ่อเฌ่ที่อยากได้ลูกดี ก็มีหน้าที่จะต้องพึงปฏิบัติต่อ ลูก ๕ประการ ซึ่งได้กล่าวโดยย่อไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึง ประการที่ ๔การเตรียมตัวลูกของเราให้เป็นลูกติษย์ ที่ดีของครูดี ซึ่งเรื่องนี้ เราก็ต้องฝึกนิสัยลูกให้มีความเคารพ มีวิน้ย และความอดทน ซึ่งก็คือไม่โง่ ไม่แสบ ไม่แล้งนํ้าใจ ที่เคยเล่าให้คุณ พ่อคุณแม่ และผู้อ่านฟังมาแล้ว ทำ ไมเมื่อลูกมีคุณสมบัติ ๓ ข้อนี้แล้ว คือ เคารพ วินัย อดทน จึง จะจัดเป็นคืษย์ที่ดีของครูดี ? คำ ตอบก็คือ จากๅฒิธรรม ๔ ประการ ซึ่งเป็นหลักธรรมที่ทำให้ www.kalyanamitra.org พบแต่ความเจริญก้าวหน้าแต่ฝ่ายเดียว เมื่อลูกของเราได้ครูดีมาเป็นต้น ทางของความก้าวหน้าของชีวิตแล้ว แต่การที่เด็กจะฟังคำครู และตรอง ดามคำครูได้เข้าใจนั้น เด็กต้องถูกฝึกเรื่องความเคารพในการดีกษามา อย่างดี ตั้งแต่อยู่บ้าน แต่การที่เด็กจะทำตามคำครูด้วยความรอบคอบได้ เด็กก็ต้องเป็นคนมีวินัย และมีความอดทนที่ถูกฝึกผ่านงาน ผ่านความ รับผิดชอบตั้งแต่ที่บ้านเช่นก้น ด้งนั้น ลูกของเราจะเป็นคืษย์ของครูดี พร้อมจะรับความรู้จากครู ได้เต็มที่ ก็ต่อเมื่อ เด็กมีความเคารพ มีวินัย มีความอดทนนั่นเอง ถ้าหากคุณสมบัติพื้นฐานของคนดีทั้ง ๓ ประการนี้ ไม่มีติดตัวลูก มาอย่างครบถ้วนก่อนไปโรงเรียนแล้ว แม้ลูกจะได้ครูดีแสนวิเศษขนาด ไหน ลูกก็ยากที่จะรับความรู้จากครูได้เต็มที่ ซึ่งสิงเหล่านี้ หากคุณ พ่อคุณแม่ท่านใด ยังเห็นภาพไม่ชัดเจน คงต้องย้อนกลับไปคืกษาราย ละเอียดเพิ่มเติมในหนังสือเลี้ยงลูกอย่างไรให้เมีองไทยได้เยาวชนดีต่อไป มิฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่จะไม่ได้เตรียมคืษย์ที่ดีให้แก่ครูดี แล้วก็ ๑๗๖ ^ สอฬํงรพ่ไร ไฟ้น่รองไทยไ*ผู้นํTri« ฟ้วใรส์พ่[ญ*องการเรนพ่อเฌ่ทํ่ร

จะมาหนักแรงครูดี ผลสุดท้าย เมื่อลูกไปโรงเรียนที่ดีแล้วได้ครูดีๆ แล้ว www.kalyanamitra.org แต่เด็กไม่ฟังคำครู เด็กไม่ตรองดามคำครู เด็กไม่ทำตามคำครู ลูกก็ เลยดีไม่ได้อย่างที่คิด คุณพ่อคุณแม่ก็จะมานั่งโทษนั่งว่าครูที่เราหามาให้ ลูกนั้น เป็นครูไม่ดี ลูกจึงได้แย่อย่างนี้ ก็เตรียมเข้าตำรา \"พ่อแม่รังแก ฉัน\"ในอนาคต ทั้งๆ ที่ความจริงคือ งานหลักเรื่องการเลี้ยงลูก คือ งาน ของพ่อแม่ เพราะลูกอยู่กับคุณพ่อคุณแม่วันละ ๑๖ ชั่วโมง แต่ลูกอยู่ กับครูที่โรงเรียนเพียงวันละ ๘ ชั่วโมง เท่านั้น เมื่อเทียบลัดส่วนเวลากันอย่างนี้แล้ว ก็จะเห็นได้ว่า คุณพ่อคุณ แม่นั่นแหละ ที่มีหน้าที่เตรียมคืษย์ที่ดีให้แก่ครู แล้วครูก็จะได้สอนลัง อย่างเต็มที่ ไม่ต้องย้อนกลับมาทำหน้าที่ทดแทนคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็น งานที่หนักเกินไป เพราะครูหนึ่งคน บางทีต้องดูแลลูกคืษย์ถึง ๔๐ คน ขณะที่สมัยนี้ คุณพ่อคุณแม่ ๒ คน ดูแลลูกอย่างมากก็ไม่เกิน ๑๐ คน ดีวิดของครูเป็นดีวิดที่ด้องทำงานหนัก ต้องเสิยสละ ต้องเป็นครูทั้งใน เวลาและนอกเวลา แถมยังได้ค่าตอบแทนนัอย คุณพ่อคุณแม่จึงควร ดีวยคุณครูด้วยการเตรียมลูกคิษย์ที่ดีให้แก่ครูนั่นจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง หรีออย่างน้อยที่สุด ก็เพี่อตัวของคุณพ่อคุณเฝเอง คือเป็นการป้องกัน ลูกของเราว่า เขาจะไม่เติบโตมาเป็นคืษย์คิดล้างครู ด้งนั้น โดยสรุปแล้วจะเห็นได้ว่า วุฒิธรรม ๔ ประการนี้ คือ รากฐานสำคัญของการคืกษามหาวิทยาลัยชีวิต ที่จะช่วยให้ลูกของเรา ต้องสอบผ่านตามเป้าหมายทางการคืกษาชีวิตทั้ง ๕ ประการ ซึ่งจะเป็น ฐานไปส่การเป็นผู้นำในการทำความดีที่ดีเยี่ยมนั่นเอง สรฬ่งอพ่ไ!ใฟ้ฒ็องไทยไสัพุ้ง่งร่ร ®๗๗ ฟ้งไฬา^โชุเชองกพป็นท่อเฟทํ่ท็

www.kalyanamitra.org li Mi Lturt^&U)U)M M เ^ M^ LUU น)tu?t.[t —

ข้อคิดก่อนส่งลูกไปโรงเรียน www.kalyanamitra.org จากบทที่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ และท่านผู้อ่านคงพอมองเห็นหลัก การเลี้ยงลูกให้เป็นผู้นำที่ดี และเก่งไปแล้ว ว่าจำเป็นต้องได้ครูดี ที่มีคุณสมบัติ ๗ ประการ เป็นต้นแบบ ทางปัญญา ความบริสุทธ และความกรุณา มาคอยปลูกฝังคุณธรรมความดี ควบคู่กับวิชาการทางโลก จึงจะสามารถสอบผ่านเป้าหมาย มหาวิทยาลัยชีวิตทั้ง ๕ ข้อได้ ๑๗๙ ส(1นร่36ย่นไ'!ใฟ้ฌ็03ใทขไ#[ยู้น่w»i '^\\^' ร้อ#พ่อโฟง5ทไปโร3l3tm

แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากครูดีท่านก็อยู่ปะปนกับคนทั่วไปในสังคม ชึ่งก็มีทั้งดีและไม่ดี หากลูกเรารู้จักวิธีการคัดเลือกครูดีแล้ว แต่ไม่ได้ สอนวิธีการวางตัวในสังคม ลูกของเราก็อาจจะจับผิดครูท่านอื่นๆ ได้ แล้วก็จะท่าให้ไม่เป็นคนที่น่ารักในสายตาครูท่านอื่นๆ ดังนั้น คุณ พ่อคุณแม่ต้องทราบถึงข้อคิดต่างๆ เหล่านี้ก่อน จะได้ไม่ผิดพลาดใน ภายหลัง ซึ่งปูย่าตาทวด ท่านได้ให้ข้อคิดไว้ดังนี้ ครูบาอาจารย์แบบไหนที่พ่อแม่ควรพาลูกไปฝากเป็นสิษย์ www.kalyanamitra.org เนื่องด้วยงานของครูนั้น มีอยู่ ๒ งบด้วยกัน คิอ งบแนะ งบน่า งบแนะ คือ การสอนทั้งด้านวิชาการและคุณธรรม งบนำ คือ การสอนสาธิตความรู้ และประพฤติเป็นตัวอย่างที่คืให้ คืษย์ดู โดยไม่มีคำว่า นอกเวลา หรือในเวลา แต่เพราะครูแต่ละท่า1เมีคุณสมบัติของครูดีทั้ง ๗ ประการไม่เท่า กัน จึงท่าให้ทำหน้าที่ครูได้ในปริมาณที่ยิ่งหย่อนต่างกัน ปูย่าตาทวดจึง ได้แปงครูออกเป็น ๓ ประ๓ท คือ ๑) ครูที่แนะดี และนำดี ปูย่าตาทวด ท่านยกย่องให้เป็น\"ปูซนียบุคคล\"เป็นบุคคลที่สมควร ได้รับยกย่องเทิดทูน ถ้าเป็นพ่อแม่ ลูกก็ต้องยกย่องกราบไหว้ก่อนไป โรงเรียนเสมอ ในกรณี ถ้าเป็นครูอาจารย์ในโรงเรียน ลูกคิษย์ต้องหมั่นกราบ ไหว้อยู่เสมอ ๑๙๐ ^ รโฟเง01ทงไ1 ใ*!รองไฑยไรพุ้น่าทํ่ร ช้อร^ก่อนส่งยูเาไปโงง!ง็อใง

บางท่านอาจถามว่า ทำ ไมต้องกราบไหว้ท่านด้วย ทั้งๆ ที่ท่านก็ได้ www.kalyanamitra.org ร้บค่าสอนอยู่แล้ว จะไม่เป็นการเอาเปรียบลูกด้ษย์หรือ ? ยู่ย่าตาทวด ท่านก็ตอบว่า ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะคนเราต้องกิน ต้องใช้เงินเดือนที่ได้รับเป็นค่าตอบแทนสำหรับงบแนะ เป็นค่าวิชาจะได้ มีกินมีไช้ แต่งบนำ คือ ความประพฤติดืที่ท่านทำเป็นตัวอย่าง เนื่องจาก ท่านทำงบส่วนนี้ด้วยใจ เราจึงควรตอบแทนท่านด้วยใจเช่นกันคือ หมั่น กราบไหว้บูชาด้วยความชาบชึ้งในพระคุณแม้แผ่นดินกลบหน้าก็ยังไม่ลืม แล้วยู่ย่าตาทวดท่านยังกำชับอีกว่าถ้าลูกของเราได้พบได้รํ่าเรืยนกับ ครูบาอาจารย์ประเภทนี้แล้ว ไม่ตั้งใจให้ความเคารพ ไม่ตั้งใจเส่าเรียน เขียนอ่าน ถอดแบบความดืงาม ความสามารถมาจากท่าน ก็น้บว่า เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ เช้าขั้นเป็นลูกศิษย์ที่ใซ้ไม่ได้ เป็น ลูกศิษย์เลวๆ กันทีเดืยว ๒) ครูที่แนะดี แต่นำไม่ดี ยู่ย่าตาทวดท่านบอกว่า ครูประ๓ทนี้ถ้าเป็นพ่อเฌ่ เมื่ออยู่ต่อหน้า ลูก ก็ให้การสังสอนอบรมดื แต่ว่าพอเลิกให้ค่าอบรมล้งสอนลูกแล้ว ท่านก็ทำตัวอย่างที่ไม่ดืให้ลูกดู เช่น เหล้าเป็นของไม่ดื สอนลูกว่าอย่า กินเหล้า แต่พออยากกินขึ้นมา ก็เรียกหาลูกให้ไปชื้อหามาให้ ถ้าอย่างนี้ เด็กก็ยากจะเชื่อว่า เหล้าเป็นของไม่ดื เพราะเห็นพ่อแม่กินประจำ เป็นต้น แต่ถ้าเป็นครูในโรงเรียน เมื่ออยู่ในห้องเรียน ท่านก็ตั้งใจสอนดื แต่เวลาอยู่นอกห้องเรียนความประพฤติของท่านยังถือเป็นตัวอย่างไม่ได้ ทำ นองเดืยวกัน คือ เวลาสอนก็สอนว่าเหล้าไม่ดื การพนันไม่ดื แต่พอ สรฬ่งcihirt ไท้นิ!sKไ'!ยไ^พุ้น่ใทั๋* ก ท้อพิ'ก่อฟง8\"ไJil'M'itm

ออกนอกเขตโรงเรียนเหล้าก็ดื่มจนฌาแประการพนันทุกชนิดชํ่าชองหมด www.kalyanamitra.org วันดีคืนดีอาจจะพาลูกสืษย์ไปเข้าบาร์เข้าคลับเสียเอง ซึ่งเป็นการขัดกับ คำ สอนของท่านในห้องเรียน คือ ท่านสามารถแนะความรู!ด้อย่างดี แต่ ความสามารถในการนำความประพฤติของท่านหย่อนไป ใครได้พบได้เรียนกับครูบาอาจารย์ประเภทนี้ ก็มีความจำเป็นว่า ความรู้ของท่านมีมากเท่าไร ให้พยายามกวาดเรียนมาให้หมด และขณะ ที่เข้าไปกวาดความรู้มาจากท่าน ก็ต้องระวัง อย่าไปติดความประพฤติ นักดื่มเหล้าของท่านมา หรีอแม้แต่วิชาลูกเต่า ช่อนไพ่ของท่าน ก็ไม่เอา ทั้งนั้น เพราะเป็นวิชาท่าความเสือมให้เกิดกับตัวเอง เป็นอบายมุขที่ ท่าให้เราถึงกับเสียผู้เสียคนรู้จักคัดเลือกอย่างนี้แล้วจึงจะรอดตัว ปูย่าตาทวด ท่านเรียกครูประ๓ทนี้ว่า\"ลูกจ้างสอนหนังสิอ\"เพราะ ธรรมดาลูกจ้างมักจะไม่ท่าอะไรให้เต็มกำลังความสามารถ เหตุที่ปูย่าตาทวดท่านพูดแรงขนาดนี้ ก็เพื่อต้องการเตือนสติว่า ครู คือ ผู้รบผิดชอบอนาคตของชาติ คนในชาติจะมีคุณภาพ ห่รือด้อย คุณภาพก็อยู่ที่ประสิทธิภาพของครู เพราะฉะนั้น ครูที่ดีจึงต้องทั้งสอนให้ ดี และนำให้ดี จึงจะได้ลูกคืษย์ดี และเป็นครูที่ลูกคืษย์ไม่ลืม ฅ) ครูที่แนะก็ไม่ดี นำ ก็ไม่ดี ปูย่าตาทวดท่านบอกว่า ครูประ๓ทนี้คือครูที่ทั้งสอนก็ไม่รู้เรื่องไม่ ตั้งใจสอน ไม่เตรียมการสอน ความประพฤติก็เสียหาย เกะกะเกเร ถือ เป็นแบบอย่างไม่ได้ไม่มีแม้แต่ความน่ารักเคารพ ๑๘๒ สอใฟ้!อtกงไ'!ไพฟ้องไทยไค้ยู้น่■ทำร 0^^ tอคิทก่อา*iiงรูกไปโ'รงพ็ยพ

ปูย่าตาทวดท่านบอกว่า ครูบาอาจารย์ประเภทนี้ โบราณท่านเรียก www.kalyanamitra.org ว่า \"โจรปล้นลูกสิษย์\" คือปล้นเอาคุณธรรมความดี ที่ครูบาอาจารย์คน ก่อนเขาปลูกฝังเอาไว้ให้ไปจนหมดสิน แล้วถ่ายทอดนิสัยเลวๆ เข้าไปไว้ แทนที่ พ่อแม่ส่งลูกมาอยู่กับครูประ๓ทนี้1ม่นาน ความดีของลูกเราก็จะ ถูกล้างผลาญจนหมดสิน กลับไปถึงบ้าน พ่อแม่อาจจำไม่ได้ เพราะนึก ไม่ถึงว่าลูกจะเลวทรามลงถึงปานนี้ แล้วท่านก็ก่าซับอีกว่า ถ้าเด็กได้ครูคนแรกคือพ่อแม่ เป็นครูแบบ ประ๓ทที่ ๓ นี้ เด็กคนนั้น ก็จะยิ่งถูกกระหนํ่าชํ้าเติมเข้าไปอีก เพราะ เกิดมาพบพ่อแม่ที่ปลูกฝังความเลวให้แก่ลูก เป็นพ่อแม่ที่เตรียมทางไป คุกตาราง เตรียมทางไปส่อบายภูมิให้แก่ลูกโดยแท้จริง เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคืกษาธรรมะให้มากๆ แล้วต้องแปงเวลามาสอนลัง ให้ลูกสามารถละเว้นความชั่ว ทำ ความดี กลั่นจิตใจให้ผ่องใสด้วยตัว เองต่อไปได้ด้วย ครูไม่ดีสิษย์ควรทำครามเดารพห่รือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ก็อาจมีคุณพ่อคุณแม่บางท่านสงลัยว่า ล้าครูไม่ ดีลูกสิษย์ควรเคารพห่รือไม่ ปูย่าตาทวดก็สอนว่า แม้ว่าความประพฤติของ ท่านจะไม่ดี ก็ควรสอนลูกให้ความเคารพ และการแสดงความเคารพ ก็ เป็นสิงที่ลูกจะต้องกระทำ เพื่อรักษาความดีของตนไว้ซึ่งถ้ากระทำได้อย่าง สมบูรณ์แล้ว ลูกก็จะสามารถถ่ายทอดความรู้มาส่ตัวของเขาได้อย่างดี เยี่ยมเป็นหลักประกันว่าเกิดมากับเขาชาติหนึ่ง ยังไงๆ ก็ไม่โง่ ลอนสืงรย่างไ■ร ใฟ้ฟ้องใหยไล้^าหี่ด <3)c«cn ข้ออีคท่อนส่งดูกไปโรงเายน

ท ก rt n www.kalyanamitra.org เพราะฉะนั้น ปูย่าตาทวด ท่านก็เตือนให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ด้วยความหวังดีว่า ครูบาอาจารย์ของลูกเรานั้น ท่านก็มีความดีอยู่ในตัว ของท่าน แต่ว่าดีแบบสมใ^รณ์ กับแบบดีบ้างไม่ดีบ้าง ถ้าลูกของเราไปพบครูท่านที่มีความดีแบบสมบูรณ์ ก็ต้องสอนให้ เขาเข้าไปใกล้ท่าน ไปรับถ่ายทอดความรู้และความประพฤติที่ดีงามจาก ร<ทฟ้50ย่'เงใ•ร ใฟ้ฟ้รงไทนไ#!ยู้น1!ง่ท1ทึึ๋5ร1 0 ช้รพพิิเเทท่i่รฟงรูกไปไรงเงิยน

แต่ถ้าลูกของเราไปพบครูบาอาจารย์ประ๓ทความรู้ดี แต่ความ www.kalyanamitra.org ประพฤติยังหย่อนอยู่ ก็สอนให้ลูกของเรา เอาแต่ความรู้ของท่านมา อย่าไปเอาอบายมุขที่ติดตัวท่านอยู่มาด้วย ถ้าท่าอย่างนี้แล้ว ลูกของเราย่อมได้ชื่อว่าได้ทำหน้าที่ของคุณสมบัติ คนดีขั้นพื้นฐานทั้ง ๓ ข้อ คือไม่แสบ ไม่โง่ ไม่แล้งนํ้าใจ ซึ่งจะทำให้เป็น ผู้ที่รักษาความดีของตนเองไว้ได้ คือ ฝึกให้มีความเคารพเกิดขึ้นทั้งทาง กาย วาจา ใจ จะกราบ จะไหว้ จะคำน้บ ก็ถูกต้องเหมาะสมงดงาม คำ พูดก็ไพเราะ อ่อนหวาน จริงใจ จริงจัง ครูบาอาจารย์ได้ฟังแล้วก็เกิด กำ ลังใจที่จะถ่ายทอดความรู้ให้จนหมดไส้หมดพูง วิชาความรู้สูญไป เพราะสิษย์ขาดความเคารพครู อีกห้วข้อหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบ ก็คือพระมหาเถระท่านให้ ข้อคิดเรื่องความเคารพครูเอาไว้ว่า วิชาความรูในโลกนี้สูญไปเพราะสืษย์ ขาดความเคารพครู ทำ ไมท่านจึงพูดเช่นนั้นท่านบอกว่าในกรณีที่คุณพ่อคุณแม่ส่งลูก ไปเรียนหนังสือ แล้วได้เจอครูบาอาจารย์ที่เป็น\"ปูชนียาจารย์\"ก็มีความ จำ เป็นต้องอธิบายให้ลูกเข้าใจหัวอกครูที่น่าเคารพยกย่องประ๓ทนี้ ปูย่าตาทวดท่านบอกว่า โดยทั่วไปครูบาอาจารย์ในโลกนี้ แปงเป็น ประ๓ทใหโยู่ๆ ได้ ๒ ประ๓ท ตามความรู้และฐานะคือ ประ๓ทที่ ๑ ครูบาอาจารย์ที่มีทั้งความรูดี ความประพฤติดี และ มีฐานะดี (^, ๑๘๕ ส0«jiงอนนไ'!ไพ้เรองไทยไ»[ผู้ฟ้าทํ่ร LiiXr* {อทิทก่อฟงดูกไปโ'!งท็ยน

ครูบาอาจารย์ประเภทนี้ ที่มาสอนลูกสืษย์นั้น ไม่ได้เห็นแก่ www.kalyanamitra.org เงินดาวน์เงินเดือนเลย แต่ที่มาสอนให้เพราะสงสารว่าลูกดืษย์จะโง่ ไม่มี วิชาติดตัวไปทำมาหากิน จึงได้ทุ่มเทสละเวลามาสอน บางท่านก็เล่าให้ท่านพระมหาเถระฟังตรงๆ ว่า เงินเดือนที่ท่านได้ รับไม่ค่อยพอกับค่านํ้ามันรถ และค่าภาษีสังคม ในฐานะเป็นครูบา อาจารย์เสียด้วยชํ้า แต่ที่มาสอนอยู่ทุกวันนี้ เพราะสงสาร เกรงว่า ประเทศชาติบ้านเมีองจะไปไม่รอด เพราะมีแต่เยาวชนโง่ๆ ล่วนรายได้ที่เลี้ยงครอบครัวอยู่นั้น ได้อาศัยจากกิจการอื่น เช่น เป็นห้นล่วนทำการค้าบ้าง มีสมบัติเดิมเอาไว้ให้เช่าให้ขายกินบ้าง เพราะฉะนั้นท่านก็ยังยืนหยัดของท่านอยู่ได้ลำพังเงินเดือนครูแล้วไม่ พอใช้เลย อีกอย่างที่อดทนสอนอยู่ได้ เพราะรู้ว่าความรู้ชนิดนั้นๆ ใน ประเทศไทยมีคนที่รู้อย่างท่านเพียงไม่กี่คน ท่านตั้งใจถ่ายทอดความรู้ นั้นไว้ให้คนรุ่นหสังๆ ครูบาอาจารย์ที่มีนํ้าใจประเสริฐเช่นนี้มีอยู่ไม่น้อย เหมีอนกัน แต่อย่างไรก็ดื มีข้อที่ควรระวังก็คีอ ครูบาอาจารย์ประ๓ทนี้ เมื่อ ไม่ได้รับการเคารพเท่าที่ควรจะเป็น จะหยุดสอน เพราะไม่รู้จะมาง้อ สอนไปทำไม จะยืดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวก็ไม่ได้ เพราะเห็นอยู่แล้วว่าต้อง ควักเงินตัวเองออกมาเพี่อทำการสอน เมื่อหยุดสอนก็เก็บความรู้เอาไว้ กับตัวเอง แล้วในที่สุด ความรู้ก็ตายไปกับท่านด้วย แค่ความเคารพของ ลูกศัษย์ ที่หายไปจากใจ ก็ทำ ให้วิชาการเสีอมหายไปด้วยประการฉะนี้ ©๘๖ ^ โ!;ท็บน สรนร่^รย่างไ!ไฟ้!น่!ะงไทบนผุ้น่าทึ๋ค็ 0,/f คู

เพราะฉะนั้นขอให้คุณพ่อคุณแม่สอนลูกเข้าใจหัวอกครูบา- www.kalyanamitra.org อาจารย์ด้วย ประเภทที่ ๒ ครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ดี ความประพฤติดี แต่ฐาาเะ ของท่านไม่ดี ยังต้องอาด้ยเงินเดีอนสำหรับแยงดีพ ครูบาอาจารย์ประ๓ทนี้มีอยู่จำนวนมาก แล้วหัวอกของท่านเป็น อย่างไรบ้าง ครูบาอาจารย์ประ๓ทนี้ เมื่อไม่ได้รับความเคารพเท่าที่ควรจะเป็น ท่านจะออมความรู!ว้ มีความรู้ ๑๐๐ ท่านก็ไม่สอนให้หมดทั้ง ๑๐๐ .(jr ๑๘๗ ร£นรั่:รข่บใ1 ใ!?น่;ผไr.ยไ^พุ้นํ•ทัพ {อรพ่อนส่^ยูฑไปโรพิขน

เพราะท่านเห็นลูกสืษย์ไม่มีอาการน้อมรับความรู้ เหมือนโอ่งนํ้าที่ตั้ง www.kalyanamitra.org เอียงกระเท่เร่ คนตักนํ้ามาใส่ก็ไม่กล้าเทนํ้าหมดถัง เพราะกลัวโอ่งจะ ควํ่าเสียนํ้าไปเปส่าๆ ครูบาอาจารย์เหส่านี้ท่านจะสอนแบบเนึอยๆ เพราะไม่มืกำลังใจสอน มืความรู้ ๑๐๐ อาจจะสอนแค่ ๕๐ หรือสอน ตามหลักสูตรเท่านั้น แม้เทคนิคการสอนที่จะพลิกแพลงให้สนุกสนานน่าเรืยนน่าติดตาม ท่านก็ไม่มือารมณ์ที่จะแสดงเสียแล้ว ยิ่งความรู้ใหม่ๆ ที่ท่านค้นคว้ามา ได้เองนอกหลักสูตรท่านก็ไม่อยากที่จะสอนให้เพราะขนาดยังรู!ม่เท่าท่าน ยังไม่เคารพเสย นี่ถ้ารู้เท่าท่านมิเหยียบท่านคอหักตายหรือ เพราะฉะนั้น ท่านก็สอนแบบหย่อนๆ ไม่เต็มมือ เมื่อเป็นอย่างนี้ ลูกติษย์ทั้งชั้นก็เสยไค้รับความรู้จากท่านมาเพียง ครึ่งๆ ส่วนที่จำเอาไว้ไปใชั้!ค้ก็ยิ่งน้อยกว่านั้นลงไปอีก ถึงคราวตัวเอง ไปเป็นครูบาอาจารย์บ้าง กงเกวียนกำเกวียนก็มาแทนที่ ลูกติษย์ลูกหาก็ ไม่เคารพตัวเองเหมือนถัน เพราะตัวไม่เคารพครู จึงถ่ายทอดความ รู้ความน่าเคารพไปจากท่านไม่ได้ เพราะฉะนั้น ตัวเองก็ไม่มืกำลังใจที่จะสอนให้เต็มที่อีก ผ่านไป อย่างนี้!ม่กี่ชั่วคนหรอก ความรู้ทางด้านวิชาการก็อันตรธานหายไป มิ แต่คนโง่เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด เพราะฉะนั้น ความเคารพนั่นแหละเป็นต้นทางของวิชาความรู้ ทั้งหลาย ฃาคความเคารพเมื่อไร เมื่อนั้นความรู้จะค่อยๆ อันตรธานไป แล้วความโง่ก็จะคลุมบ้านคลุมเมือง ใ*'นิ!ผไ>โยใ*ยู้น่■ฟ้ร ieiifininuijรูยใปโ:งฟ้ยน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อคิดสำคัญ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบก่อนส่งลูก www.kalyanamitra.org ไปโรงเรียน ลูกของเราจะได้วางตัวเป็น และได้รับความรู้กลับมาเต็มที่ สรุปภาพรวมของหนังสิอเล่มนี้ เมื่อมาถึงตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่คงได้เห็นภาพรวมของการเตรียม ตัวเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกเอง ก่อนจะฝ็กลูกให้เป็นคนดีไปได้ตลอดรอด ฝังมาหลายภาพแล้ว เริ่มตั้งแต่ ภาพที่ ๑ ; คู่มือปลูกฝังคุณธรรมลูกอยู่ที่ไหน? ภาพที่ ๒ : ปัญหาศีลธรรมกับการเลี้ยงลูกไห้เป็นคนดี ภาพที่ ๓ : ลูกเสิยคนเพราะอะไร? ภาพที่ ๔ ; พ่อแม่ ครูสอนศีลธรรมคนแรกของลูก คราวนี้ก็มาถึงประเด็นสำคัญของการสร้างผู้นำที่ดี นั่นคือ\"พ่อแม่ ต้องสอนสังอะไร สอนส์งทำไม และสอนสังอย่างไร ลูกรักจึงจะเป็น ผู้นำ ที่ณีเละเก่งของสังคม\"ซึ่งจะขอยกเริ่องนี้!ปเล่าต่อใน\"เล่มที่ ๒\"ของ หนังสือเล่มนี้ ขอให้ผู้อ่านได้ติดตามอ่านกันต่อไป และขอขอบคุณที่ทุก ท่านให้เกียรติอ่านมาจนจบเล่มที่ ๑ มา ณ โอกาสนี้ หากมืสิงใดขาดตก บกพร่องไปขอให้ท่านแจ้งกลับมาได้ตามที่อยู่ท้ายเล่ม f;7j, ®«•<* \"ไปไ'' ย่■พไ!ใฟ้เมิผไทยไพ้พุ้น่พั๋ที

บรรณานกรม www.kalyanamitra.org ๑. พระสูตรและอรรถกถาแปล อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่มที่ ๓๕ จัด พิมพ์โดย มหามกุฎราชวิทยาลัย ๒. กรอบความคิดในการจัดทำสาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนาใน หลักสูตรใหม่ จัดพิมพ์โดย โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เขียนโดย พระเทพโสภณ{ประยูร ธมฺมจิตฺโต) ๓. หนังสือ \"แนวสอนนักธรรม ตามหลักสูตรนักธรรมตรี\" จัดพิมพ์โดย สำ นักพิมพ์คลังวิทยา เขียนโดย พ.อ. ปีน มุทุกัณฑ์ ๔. หนังสือ\"ธรรมวิภาคและคิหิปฏิบัติฉบับมาตรฐาน\"หลักสูตรนักธรรมตรี จัดพิมพ์โดย โรงพิมพ์เลี่ยงเชียง เรียบเรียงโดย คณาจารย์แห่ง โรงพิมพ์เลี่ยงเชียง ๕. หนังสือ \"ธรรมวิภาค\" หลักสูตรนักธรรมโท จัดพิมพ์โดย โรงพิมพ์ เลี่ยงเชียง ๖. หนังสือมงคลชีวิต ฉบับธรรมทายาท จัดพิมพ์โดย ชมรมพุทธศาสตร์ สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เรียบเรียงโดย พระ สมชาย ฐานวฑโฒ ๗. หนังสือ \"แด่คุณครูด้วยดวงใจ\" จัดพิมพ์โดย ชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังศลาจารย์ เขียนโดย พระเผด็จ ทัตต สอนSjbพ่ไร ใท้ฟ้อนิทยไ#^พุ้น่พํ่สิ 0.r ร imtuufnu

๘. หนังสือ \"แด่นักสร้างบารมี\" จัดพิมพ์โดย บริษ้ทฟองทองเอนเตอร!พรช์ www.kalyanamitra.org จำ กัด เขียนโดย พระเผด็จ ทัตตช!ว ๙. หนังสือ \"กว่าจะรู้ว่าฟอรัก\" จัดพิมพ์โดย บริษัทกราฟฟิคอาร์ต 28 เขียนโดย พระเผด็จ ทัตตชีโว ๑๐. หนังสือ \"ทำอย่างไรจึงจะเรียนเก่ง\" จัดพิมพ์โดย บริษัทกราฟฟิคอาร์ต 28 เขียนโดย พระเผด็จ ทัตตชีโว ๑๑. หนังสือ \"สืล ๕กับเยาวชน\"จัดพิมพ์โดย บริษัทฟองทองเอนเตอร์ไพรซ์ จำ กัด เรียบเรียงโดย ทีมงานพระไตรปิฎก ๑๒. หนังสือ\"เลี้ยงลูกอย่างไรให้เมืองไทยได้เยาวชนดี\"จัดพิมพ์โดย นฤมิต โซล(เพรส) เรียบเรียงโดย วิริยะ ดุสิตพงส์ ชมรมนักคิดนักเขียนเพื่อ สันติภาพโลก ๑๓. บทสัมภาษณ์บุคคลที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงดูบุตรด้วยหลัก ธรรม ๑๙. ๑๕. หนังสือพิมพ์มติชน ๑๖. หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ๑๗. หนังสือพิมพ์ข่าวสด ๑๘. หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ๑๙. หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ๒๐. หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ ๒๑. หนังสือพิมพ์อาทิตย์รายวัน ๒๒. หนังสือมติชนสุดสัปดาห์ (^๑«'๑ น สอนสื:Etr.jliใ!?jj&jlruVพุ้นํ■ทำสิ ะP

บันทึก www.kalyanamitra.org ๑6(10 ส!]นร่]รพ่ไ!ไสัน่ระพไฑยไ^ยู้น่พท็ 0^^^.

www.kalyanamitra.org

www.kalyanamitra.org

www.kalyanamitra.org

คณะผู้จัดทำ ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสืมุดแพ่®าติ สอนสังอย่างโร โห้เมีองไทยได้ผู้น่าทีดี ภาคท ๑ การเตรยมตัวเป็นพ่อแม่ทคของลูก. ฟ้มพ์ครั้งที่ ๒ ะ เมษายน ๒๕(£๗ กรุงเทพฯ :บริษ้ท นฤมิต โขล รส)จำ กัด ที่อหนงสิอ สอนสังอย่างไร ให้เมีองไทยได้ผู้น่าที่ดี ภาคที่ ๑ การเตรียมตัวเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูก ISBN 974-91738-6-4 www.kalyanamitra.org รวบรวมนลรเรียบเรียง ชมรมนักคิดนักเขียนเพื่อสืนติภาพโลก ลิขสิทธ มูลนิธิพัฒนาการคิกษาเพื่อคิลธรรม พิมพ์ทเงนรก พฤศจกายน พ.ศ. totf<£๖ จำ นวน ๕.©๐๐ เล่ม พิมพ์ฬั๊งfi to เออเฟ็อฟ้ายสีลปกรรม เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ จำ นวน ๕,000 เล่ม ภาพปรรกอบ บริษัท ครีเอท โชน จำ กัด ออกแบบจัดทำปก ภู!ริต พูดสงคราม ออกแบบจัดทำรูปเล่ม ธาดา วงคิคุณานนท์ แยกสี / ทำ เพลท สันทัด ตักดสาคร สุนทรฟิล์ม โทร. ๐-๒๙๓®-®๗๑๔ จำ นวน ๑®ไอ หนา จัดพิมพ์โดย ชมรมนักคิดนักเขียนเพื่อสันติภาพโลก มูลนิธิพัฒนาการคิกษาเพื่อคิลธรรม ๑๖/๑๙ หมู่ ๖ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ๑๒๑๒๐ โทร. ๐-๒๙๓๑-๑๗๑๒,๐-๙๖๙๗-๒๑๗๖ โทรสาร ๐-๒๙๓®-®๗๑๔ www.punraksa.com e-mail; [email protected] , [email protected] ราคาเล่มล: บริษัท นฤมิต โชล (เพรส)จำ กัด โทร- ๐-๑๙๐๒-๑๕๖๕ พิมพ์ที่ รายได้mหมดนำมาสนับศนุนทาวเผยแพร่พระทุทธศาสนา ๑๙๖ ^ ส3น518!ท่งไ1 ใฟ้น่เองไทย่นยู้น่พร

www.kalyanamitra.org ราคา 130 บาท ^\"I i< 5 cร ^^ Iร ;i ง 1 (ร^ i- Is <>^ §> I^ **& 'I I ^*. \"1\"»c^ o cc> p I-J \"'i I ■^ 5 ^ ^■'1 iI