Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กฎหมายธุรกิจ บทที่ 2

กฎหมายธุรกิจ บทที่ 2

Published by kanjana281119, 2019-06-19 06:49:00

Description: กฎหมายธุรกิจ บทที่ 2

Search

Read the Text Version

บทที่ 2 กฎหมายลกั ษณะนิตกิ รรม

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม 1. อธิบายความหมายของนิตกิ รรมได้ 2. บอกวตั ถุประสงค์ของนิตกิ รรมได้ 3. บอกแบบต่าง ๆ ของนิติกรรมได้ 4. บอกบุคคลทกี่ ฎหมายคุ้มครองเกยี่ วกบั การแสดงเจตนาได้ 5. อธิบายข้อแตกต่างระหว่างการแสดงเจตนาลวงและนิติกรรมอาพรางได้ 6. อธิบายเร่ืองความสาคญั ผดิ ในสิ่งซ่ึงเป็ นสาระสาคญั แห่งนิติกรรมได้ 7. อธิบายเรื่องความสาคญั ผดิ ในคุณสมบตั ขิ องบุคคลหรือทรัพย์สินได้

8. อธิบายเรื่องการแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลได้ 9. อธิบายเรื่องการแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่ได้ 10. อธิบายความหมายของโมฆะกรรมและโมฆยี ะกรรมได้ 11. อธิบายผลของโมฆะกรรมได้ 12. บอกบุคคลผู้มีสิทธิบอกล้างโมฆยี ะกรรมได้ 13. อธิบายผลของการบอกล้างโมฆยี ะกรรมได้ 14. อธิบายเร่ืองการให้สัตยาบนั แก่โมฆยี ะกรรมได้ 15. บอกข้อแตกต่างระหว่างเงื่อนไขบงั คบั ก่อนและเงื่อนไขบังคบั หลงั ได้

ความหมายของนติ ิกรรม นิติกรรม หมายความว่าการใด ๆ อนั ทาลงโดย ชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อ การผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลยี่ นแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ

1. นิตกิ รรมเกดิ ขนึ้ ด้วยการแสดงเจตนากระทาการของ บุคคล 2. ต้องเป็ นการกระทาทช่ี อบด้วยกฎหมาย 3. ต้องเป็ นการกระทาด้วยใจสมคั ร 4. ต้องเป็ นการกระทาทมี่ ุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติ สัมพนั ธ์ขนึ้ ระหว่างบุคคล 5. ต้องเป็ นการกระทาเพื่อให้เกดิ การเคล่ือนไหวในสิทธิ

1. นิตกิ รรมเกดิ ขนึ้ ด้วยการแสดงเจตนากระทา การของบุคคล 1.1 การแสดงเจตนาโดยชัดแจ้งหรือโดยตรง 1.2 การแสดงเจตนาโดยปริยาย 1.3 การน่ิงหรือการงดเว้นไม่กระทา

5. ต้องเป็ นการกระทาเพ่ือให้เกดิ การเคล่ือนไหวในสิทธิ 5.1 ก่อสิทธิ 5.2 เปลยี่ นแปลงสิทธิ 5.3 โอนสิทธิ 5.4 สงวนสิทธิ 5.5 ระงบั สิทธิ

ประเภทของนิติกรรม 1. นิติกรรมฝ่ ายเดยี ว 2. นิติกรรมสองฝ่ าย 3. นิตกิ รรมทมี่ ผี ลเมื่อผู้ทายงั มชี ีวติ อยู่ 4. นิตกิ รรมทม่ี ผี ลเม่ือผู้ทาตายแล้ว 5. นิตกิ รรมทมี่ คี ่าตอบแทน 6. นิตกิ รรมท่ไี ม่มคี ่าตอบแทน

นิติกรรม 2 ฝ่ าย - สัญญาซื้อขาย - สัญญาแลกเปลย่ี น - สัญญาเช่าทรัพย์ - สัญญาเช่าซื้อ - สัญญาจ้างแรงงาน

- สัญญาจ้างทาของ - สัญญาจานา - สัญญาจานอง - สัญญาให้โดยเสน่หา - สัญญายืมใช้คงรูป - สัญญายืมใช้สิ้นเปลือง เป็ นต้น

นิตกิ รรมฝ่ ายเดยี ว - พนิ ัยกรรม - คาม่ันว่าจะซื้อจะขาย เป็ นต้น

นิติกรรมที่มคี ่าตอบแทน - สัญญาซื้อขาย - สัญญาแลกเปลยี่ น - สัญญาเช่าทรัพย์ - สัญญาเช่าซื้อ

- สัญญาจ้างแรงงาน - สัญญาจ้างทาของ - สัญญาจานา - สัญญาจานอง เป็ นต้น

นิตกิ รรมท่ไี ม่มคี ่าตอบแทน - สัญญาให้โดยเสน่หา - สัญญายืมใช้คงรูป - สัญญายืมใช้สิ้นเปลือง เป็ นต้น

นิตกิ รรมทมี่ ผี ลเม่ือผู้ทายงั มชี ีวติ อยู่ - สัญญาซื้อขาย - สัญญาแลกเปลยี่ น - สัญญาเช่าทรัพย์ - สัญญาเช่าซื้อ - สัญญาจ้างแรงงาน

- สัญญาจ้างทาของ - สัญญาจานา - สัญญาจานอง - สัญญาให้โดยเสน่หา - สัญญายืมใช้คงรูป - สัญญายืมใช้สิ้นเปลือง เป็ นต้น

นิตกิ รรมทม่ี ผี ลเมื่อผู้ทาตายแล้ว - พนิ ัยกรรม

วตั ถุประสงค์ของนิตกิ รรม การใดมีวัตถุประสงค์ เป็ นการต้องห้ามชัดแจ้ง โดยกฎหมาย เป็ นการพ้นวิสัย หรือเป็ นการขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอนั ดีของประชาชน การน้ันเป็ นโมฆะ

นิตกิ รรมจะเป็ นโมฆะ ถ้ามวี ตั ถุประสงค์ดงั นี้ 1. เป็ นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย 2. เป็ นการอนั พ้นวสิ ัย 3. เป็ นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม อนั ดขี องประชาชน

แบบของนิตกิ รรม การใดมไิ ด้ทาให้ถูกต้องตามแบบท่ี กฎหมายบังคบั ไว้ การน้ันเป็ นโมฆะ

1. แบบท่ตี ้องทาเป็ นหนังสือและ จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

2. แบบที่ต้องจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าท่ี เช่ น การจด ทะเบยี นสมรส

3. แบบท่ีต้องทาเป็ นหนังสือ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น การทา พนิ ัยกรรมแบบเอกสารฝ่ ายเมือง การทา พนิ ัยกรรมแบบเอกสารลบั

4. แบบท่ีต้องทาเป็ นหนังสือ ลงลายมือชื่อคู่กรณีท้ังสองฝ่ าย เช่น การเช่าซื้อ การตกลงคดิ ดอกเบยี้ ทบต้น

บุคคลท่ีกฎหมายคุ้มครองเกี่ยวกับ การแสดงเจตนา การใดมิได้ เป็ นไปตามบทบัญญัติของ กฎหมายว่าด้วยความสามารถของบุคคล การ น้ันเป็ นโมฆยี ะ

1. ผู้เยาว์ จะทานิตกิ รรมใด ๆ ต้อง ได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบ ธรรมก่อน มิฉะน้ันนิติกรรมน้ันจะเป็ น โมฆียะ แต่ มีนิติกรรมบางประเภทท่ี ผู้เยาว์สามารถทาได้ตามลาพงั ตนเอง

2. คนไร้ความสามารถ ทา นิติกรรมใด ๆ ไม่ได้เลย ถ้าทาไปนิติ กรรมน้ันจะเป็ นโมฆียะ ต้องให้ผู้ อนุบาลทาแทนท้งั สิ้น

3. คนเสมือนไร้ความสามารถ ถ้าจะทานิติกรรมตามท่ีบัญญัติไว้ในมาตรา 34 ต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ เสียก่อน มิฉะน้ันนิติกรรมน้ันจะตกเป็ น โมฆยี ะ

การแสดงเจตนาออกมาไม่ตรงกบั ใจจริง การแสดงเจตนาใด แม้ในใจจริงผู้แสดงจะ มิไ ด้ เ จ ต น า ใ ห้ ต น ต้ อ ง ผู ก พัน ต า ม ท่ีไ ด้ แ ส ด ง ออกมาก็ตาม หาเป็ นมูลเหตุให้การแสดงเจตนา น้ันเป็ นโมฆะไม่ เว้นแต่คู่กรณอี กี ฝ่ ายหน่ึงจะได้ รู้ถงึ เจตนาอนั ซ่อนอยู่ในใจของผู้แสดงน้ัน

การแสดงเจตนาลวงและนติ ิกรรมอาพราง การแสดงเจตนาลวง โดยสมรู้กับคู่กรณีอีก ฝ่ ายหนึ่งเป็ นโมฆะ แต่จะยกขึน้ เป็ นข้อต่อสู้ บุคคลภายนอกผู้กระทาการโดยสุจริต และต้อง เสียหายจากการแสดงเจตนาลวงน้ันมิได้

ถ้าการแสดงเจตนาลวงตามวรรคหน่งึ ทาขนึ้ เพ่ืออาพรางนติ ิกรรมอื่น ให้นา บทบญั ญตั ิของกฎหมายอนั เกย่ี วกบั นิติ กรรมทถี่ ูกอาพรางมาใช้บงั คบั

1. การแสดงเจตนาลวง เป็ นเรื่องคู่กรณี สมคบกันแสดงเจตนาออกมาโดยในใจจริงต่างไม่ ประสงค์จะให้ตนต้องผูกพันตามท่ีได้แสดงออกมา น้ัน แต่สมคบกนั แสดงเจตนาออกมาเพ่ือลวงบุคคล อ่ืน การแสดงเจตนาเช่นนี้เป็ นโมฆะ แต่ห้ามมิให้ ยกขึน้ เป็ นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ทาการโดยสุจริต และต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงน้ัน

2. นิติกรรมอาพราง เป็ นเจตนาลวงที่ แสดงออกมาเพื่อปกปิ ด หรือพรางตาคนภายนอก ท้งั หลายไม่ให้รู้เห็นนิตกิ รรมอนั แท้จริง กฎหมายไม่ ยอมรับว่านิติกรรมที่แสดงออกมาน้ันมีอยู่ เพราะ แท้จริงคู่กรณไี ม่มเี จตนาทจ่ี ะทานิตกิ รรมน้ันเลย แต่ ให้ใช้บงั คบั ตามนิตกิ รรมทถ่ี ูกปกปิ ดอาพรางไว้

ความสาคญั ผดิ ในสิ่งซ่ึงเป็ นสาระ สาคญั แห่งนิติกรรม การแสดงเจตนาโดยสาคญั ผดิ ในส่ิงซึ่ง เป็ นสาระสาคญั แห่งนิติกรรม เป็ นโมฆะ

ความสาคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็ นสาระสาคัญ แห่งนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ความสาคัญ ผิดในลกั ษณะของนิตกิ รรม ความสาคัญผิดใน ตัวบุคคลซ่ึงเป็ นคู่กรณีแห่ งนิติกรรม และ ความสาคญั ผดิ ในทรัพย์สินซึ่งเป็ นวตั ถุแห่งนิติ กรรม เป็ นต้น

1. ความสาคัญผดิ ในเหตุชักจูงใจให้ทานิติ กรรม ไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของ นิติกรรมเลย เป็ นความสาคัญผิดในเหตุการณ์ อย่ างใดอย่ างหนึ่งว่ าจะเกิดเหตุการณ์ เช่ นน้ันขึ้น และเหตุน้ันได้ชักจูงให้มีเจตนาทานิตกิ รรม แล้ว การกลบั ไม่เป็ นไปตามทค่ี ดิ

2. ความสาคญั ผดิ ในส่ิงซึ่งเป็ นสาระ สาคญั แห่งนิติกรรม ส่ิงซ่ึงเป็ นสาระสาคญั แห่งนิติกรรม หมายถึงส่ิงท่ีจาเป็ นต้องมีในนิติ กรรมน้ัน ถ้าส่ิงน้ันไม่มีก็ไม่เกิดเป็ นนิติกรรม ความสาคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็ นสาระสาคัญแห่งนิติ กรรมน้ันทาให้นิตกิ รรมเป็ นโมฆะ

2.1 ความสาคัญผดิ ในลกั ษณะของนิตกิ รรม เป็ นกรณีท่ีคู่กรณีฝ่ ายหน่ึงต้องการแสดงเจตนาทา นิติกรรมลกั ษณะหน่ึง แต่ด้วยความสาคญั ผิดคู่กรณี ฝ่ ายน้ันเองกลับไปแสดงเจตนาทานิติกรรมอีก ลกั ษณะหน่ึง การแสดงเจตนาตกเป็ นโมฆะ

2.2 ความสาคญั ผดิ ในตวั บุคคลซึ่งเป็ น คู่กรณใี นการทานิติกรรม เป็ นกรณีทีต่ ้องการ ทานิติกรรมกับบุคคลคนหน่ึง แต่กลับไปทานิติ กรรมกับบุคคลอีกคนหน่ึง โดยสาคัญผิดคิดว่า บุคคลอีกคนหน่ึงน้ันเป็ นบุคคลท่ีเราประสงค์จะทา นิติกรรมด้วย การแสดงเจตนาตกเป็ นโมฆะ

2.3 การสาคญั ผิดในทรัพย์สินซึ่งเป็ น วตั ถุแห่งนิติกรรม เป็ นการทานิติกรรมซ่ึงมี วัตถุแห่งนิติกรรมเป็ นทรัพย์สินประเภทหน่ึง แต่มีการสาคัญผิด วัตถุแห่งนิติกรรมน้ันกลับ กลายเป็ นทรัพย์สินอกี ประเภทหนึ่ง การแสดง เจตนาตกเป็ นโมฆะ

3. ความสาคญั ผดิ ซึ่งเกดิ ขึน้ โดยความ ประมาทเลนิ เล่ออย่างร้ายแรง ความสาคัญผิดตามมาตรา 156 หรือมาตรา 157 ซึ่งเกิดขึน้ โดยความประมาทเลินเล่ออย่าง ร้ ายแรงของบุคคลผู้แสดงเจตนา บุคคลน้ันจะ ถือเอาความสาคญั ผดิ น้ันมาใช้เป็ นประโยชน์แก่ตน ไม่ได้

ความสาคัญผิดซ่ึงเกิดขึ้นโดยความ ประมาทเลินเล่ ออย่ างร้ ายแรงของ บุคคลผู้แสดงเจตนา การแสดง เจตนาน้ันไม่เป็ นโมฆะ

ความสาคญั ผดิ ในคุณสมบัติของ บุคคลหรือทรัพย์สิน ก า ร แ ส ด ง เ จ ต น า โ ด ย ส า คั ญ ผิ ด ใ น คุณสมบัติของบุคคล หรือทรัพย์สิน เป็ น โมฆยี ะ

ความสาคัญผิดตามวรรคหนึ่ง ต้อง เป็ นความสาคัญผิดในคุณสมบัติซึ่ง ตามปกติถือว่าเป็ นสาระสาคัญ ซ่ึงหาก มิได้มีความสาคัญผิดดังกล่าว การเป็ น โมฆยี ะน้ันคงจะมิได้กระทาขนึ้

1. ความสาคญั ผิดในคุณสมบัติ ของบุคคล เป็ นการทานิติกรรมกับ บุ ค ค ล ที่เ ร า ป ร ะ ส ง ค์ จ ะ ท า นิ ติก ร ร ม ด้ ว ย แต่ บุคคลน้ันไม่ มีคุณสมบัติตามที่เรา ต้องการ การแสดงเจตนาตกเป็ นโมฆยี ะ

2. ความสาคญั ผิดในคุณสมบัติ ของทรัพย์สิน เป็ นการทานิติกรรมซ่ึง มีวัตถุแห่ งนิติกรรมเป็ นทรัพย์สิน แต่ ทรัพย์ สิ นน้ันไม่ มีคุณสมบัติตามท่ีเรา ต้องการ การแสดงเจตนาตกเป็ นโมฆยี ะ

3. ความสาคญั ผิดซ่ึงเกดิ ขึน้ โดยความ ประมาทเลนิ เล่ออย่างร้ายแรง ความสาคัญผิดตามมาตรา 156 หรือมาตรา 157 ซ่ึงเกิดขึน้ โดยความประมาทเลินเล่ออย่าง ร้ายแรงของบุคคลผู้แสดงเจตนา บุคคลน้ันจะถือเอา ความสาคญั ผดิ น้ันมาใช้เป็ นประโยชน์แก่ตนไม่ได้

การแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉล การแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลเป็ นโมฆยี ะ การถูกกลฉ้อฉลที่จะเป็ นโมฆียะตามวรรคหนึ่ง จะต้องถึงขนาดซึ่งถ้ามิได้มีกลฉ้อฉลดังกล่าว การ อนั เป็ นโมฆียะน้ันคงจะมไิ ด้กระทาขนึ้

ถ้าคู่กรณีฝ่ ายหน่ึงแสดงเจตนาเพราะ ถูกกลฉ้อฉลโดยบุคคลภายนอก การ แสดงเจตนาน้ันจะเป็ นโมฆยี ะต่อเมื่อ คู่กรณีอีกฝ่ ายหนึ่งได้รู้ หรือควรจะ ได้รู้ถงึ กลฉ้อฉลน้ัน

1. กลฉ้อฉลต้องถึงขนาด กลฉ้ อฉลจะต้ องถึงขนาดซึ่ งถ้ ามิได้ มี กลฉ้อฉลดังกล่าว นิติกรรมอนั เป็ นโมฆยี ะ น้ันคงจะมไิ ด้กระทาขนึ้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook