Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอนเทคโนโลยีม.5

แผนการสอนเทคโนโลยีม.5

Published by ความสุข ของทุกคน, 2023-06-20 05:47:55

Description: แผนการสอนเทคโนโลยีม.5

Search

Read the Text Version

คำนำ ตามท่ีกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด สาระเทคโนโลยี กลุ่มสาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพือ่ ให้สถานศกึ ษานำไปใชเ้ ป็นกรอบทิศทางในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา วางแผนการจดั การเรียนการสอนและ จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเป้าหมายของ หลักสูตร ตลอดจนให้เกิดผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา ดังน้ัน ขั้นตอนการนำหลักสูตร สถานศึกษาไปปฏบิ ตั ิจรงิ ในชั้นเรียนของครผู สู้ อน จงึ จดั เปน็ หัวใจสำคัญในการพฒั นาผเู้ รยี น บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด ได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบ และเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ข้ึน เพ่ือให้ครูผู้สอนใช้เป็นแนวทางวางแผนจัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียน โดยจัดทำ เป็นหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ตลอดจนเน้นกิจกรรมแบบ Active Learning อันจะช่วยให้ผู้ปกครองและหน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการ ประเมินคุณภาพการศึกษา สามารถมั่นใจในผลการเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียนท่ีมีหลักฐานตรวจสอบผลการ เรียนรู้อย่างเป็นระบบ ผสู้ อนสามารถนำแผนการจัดการเรียนรู้เล่มน้ี ไปเป็นแนวทางวางแผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ประกอบการ ใชห้ นงั สือเรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ที่ทางบริษัทจัดพิมพ์ จำหนา่ ย โดยทง้ั นีก้ ารออกแบบการเรยี นรู้ (Instructional Design) ไดด้ ำเนนิ การตามกระบวนการ ดงั นี้ 1 หลักการจดั การเรียนรูอ้ ิงมาตรฐาน หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยจะกำหนดผลการเรียนรู้ไว้เป็นเป้าหมายในการจัดการเรียนการสอน ผู้สอน จะต้องศึกษาและวเิ คราะหร์ ายละเอยี ดของมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวดั ทกุ ขอ้ ว่า ระบุใหผ้ เู้ รียนต้องมีความรูค้ วาม เข้าใจเกี่ยวกับเร่ืองอะไร และต้องสามารถลงมือปฏิบัติอะไรได้บ้าง และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ีเกิดข้ึนกับ ผู้เรียนจะนำไปสู่การเสรมิ สร้างสมรรถนะสำคญั และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านใดแก่ผู้เรยี น มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชวี้ ดั ผู้เรยี นรู้อะไร ผู้เรยี นทำอะไรได้ นำไปสู่ 2 หลกั การจัดสมกรจิ รกถนระรสมำคกญั าขรอเรงผยี เู้ รนยี รนูท้ ่เี น้นผเู้ รียนคเปณุ น็ลักสษำณคะญั อันพึงประสงค์

เมื่อผู้สอนวิเคราะห์รายละเอยี ดของมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัด และได้กำหนดเป้าหมายการจัดการเรียน การสอนเรียบร้อยแล้ว จึงกำหนดขอบข่ายสาระการเรียนรู้และแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนลงมือ ปฏิบัติตามข้ันตอนของกิจกรรมการเรยี นรทู้ อี่ อกแบบไวจ้ นบรรลมุ าตรฐานและตัวชวี้ ดั ทุกข้อ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด เป้าหมาย หลักการจดั การเรียนรู้ การเรยี นรู้ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน และการพัฒนา เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั คณุ ภาพ สนองความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ของผู้เรียน เน้นพัฒนาการทางสมอง ของผ้เู รียน กระตุ้นการคิด เน้นความรูค้ คู่ ณุ ธรรม 3 หลกั การบูรณาการกระบวนการเรียนรู้ส่ผู ลการเรียนรู้ เม่ือผู้สอนกำหนดขอบข่ายสาระการเรียนรู้ และแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไว้แล้ว จึงกำหนด รูปแบบการเรียนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ ท่ีจะฝึกฝนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด โดยเลือกใช้กระบวนการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่เป็นเป้าหมายในหน่วย นัน้ ๆ เช่น กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการเรยี นรู้ด้วยตนเอง กระบวนการ เผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคดิ วิเคราะห์อย่างมวี ิจารณญาณ กระบวนการทางสังคม ฯลฯ กระบวนการเรียนรทู้ ่ี มอบหมายให้ผเู้ รียนลงมอื ปฏิบัติน้ันจะตอ้ งนำไปสู่การเสริมสรา้ งสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ ผู้เรียนตามสาระการเรยี นรทู้ ี่กำหนดไว้ในแตล่ ะหน่วยการเรียนรู้ 4 หลักการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละหน่วย ผู้สอนต้องกำหนดขั้นตอนและ วิธีปฏิบตั ใิ ห้ชดั เจน โดยเนน้ ใหผ้ ู้เรียนได้ลงมอื ฝึกฝนและฝกึ ปฏบิ ัติมากทสี่ ดุ ตามแนวคดิ และวิธีการสำคญั คอื 1) การเรียนรู้ เป็นกระบวนการทางสติปัญญา ที่ผู้เรียนทุกคนต้องใช้สมองในการคิดและทำความเข้าใจ ในสิ่งต่างๆ ร่วมกับการลงมือปฏิบัติ ทดลองค้นคว้า จนสามารถสรุปเป็นความรู้ได้ด้วยตนเอง และ สามารถนำเสนอผลงาน แสดงองค์ความรทู้ ีเ่ กิดข้ึนในแต่ละหนว่ ยการเรยี นรู้ได้

2) การสอน เป็นการเลือกวิธีการหรอื กิจกรรมท่ีเหมาะสมกับการเรียนรใู้ นหน่วยน้ัน ๆ และท่ีสำคญั คือ ต้อง เป็นวธิ ีการทีส่ อดคล้องกับสภาพผู้เรยี น ผูส้ อนจึงต้องเลือกใชว้ ิธกี ารสอน เทคนิคการสอน และรูปแบบการ สอนอย่างหลากหลาย เพอื่ ช่วยใหผ้ เู้ รยี นปฏิบัตกิ ิจกรรมการเรียนรู้ไดอ้ ย่างราบร่นื จนบรรลตุ ัวชวี้ ัดทกุ ขอ้ 3) รูปแบบการสอน ควรเป็นวิธีการและขั้นตอนฝึกปฏิบัติท่ีส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ผู้เรียนสามารถคิดอย่าง เป็นระบบ เช่น รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รูปแบบการสอนโดยใช้การคิดแบบ โยนิโสมนสิการ รูปแบบการสอนแบบ CIPPA Model รูปแบบการเรียนการสอนตามวัฏจักรการเรียนรู้ แบบ 4MAT รปู แบบการเรยี นการสอนแบบรว่ มมอื เทคนคิ JIGSAW, STAD, TAI, TGT 4) วิธกี ารสอน ควรเลือกใช้วธิ ีการสอนที่สอดคล้องกับเนื้อหาของบทเรียน ความถนัด ความสนใจ และสภาพ ปัญหาของผู้เรียน วิธสี อนท่ีดจี ะช่วยใหผ้ ู้เรียนสามารถบรรลุผลการเรียนรตู้ ามในระดบั ผลสัมฤทธท์ิ ี่สงู เช่น วิธีการสอนแบบบรรยาย การสาธิต การทดลอง การอภิปรายกลุ่มย่อย การแสดงบทบาทสมมติ การใช้ กรณตี ัวอย่าง การใช้สถานการณจ์ ำลอง การใชศ้ นู ยก์ ารเรยี น การใช้บทเรียนแบบโปรแกรม เป็นต้น 5) เทคนิคการสอน ควรเลือกใชเ้ ทคนคิ การสอนทส่ี อดคลอ้ งกับวิธกี ารสอน และช่วยให้ผู้เรยี นเข้าใจเน้ือหาใน บทเรียนได้ง่ายข้ึน สามารถกระตุ้นความสนใจและจูงใจให้ผู้เรียนร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพ เช่น เทคนิคการใช้ผังกราฟิก (Graphic Organizers) เทคนิคการเล่านิทาน การเล่นเกม เทคนิคการใช้คำถาม การใช้ตัวอยา่ งกระตนุ้ ความคิด การใช้ส่อื การเรียนรู้ที่นา่ สนใจ เป็นต้น 6) สื่อการเรียนการสอน ควรเลือกใช้ส่ือหลากหลายกระตุ้นความสนใจ และทำความกระจ่างให้เน้ือหา สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ และเป็นเคร่ืองมือช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุตัวช้ีวัดอย่างราบรื่น เช่น ส่ือส่ิงพิมพ์ เอกสารประกอบการสอน แถบวีดิทัศน์ แผ่นสไลด์ คอมพิวเตอร์ VCD LCD Visualizer เปน็ ต้น ควรเตรียมส่อื ใหค้ รอบคลุมทงั้ สอ่ื การสอนของครูและสือ่ การเรยี นรู้ของผ้เู รียน 5 หลกั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้แบบย้อนกลับตรวจสอบ เมื่อผู้สอนวางแผนออกแบบการจัดการเรียนรู้ รวมถึงกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนไว้เรียบร้อยแล้ว จึงนำ เทคนิควิธีการสอน วิธีจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ไปลงมือจัดการเรียนการสอน ซ่ึงจะนำผู้เรียนไปสู่ การสร้างช้ินงานหรือภาระงาน เกิดทักษะกระบวนการและสมรรถนะสำคัญตามธรรมชาติวิชา รวมทั้งคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่เป็นเป้าหมายของหน่วยการเรียนรู้ ตามลำดับข้ันตอน การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ ดงั น้ี

จากเปา้ หมายและ เป้าหมายการเรียนรขู้ องหน่วย หลักฐาน คดิ ยอ้ นกลบั หลักฐานช้ินงาน/ภาระงาน แสดงผลการเรยี นรขู้ องหนว่ ย สู่จดุ เรม่ิ ต้น ของกจิ กรรมการเรียนรู้ 4 กจิ กรรม คำถามชวนคดิ แสดงผลการเรียนรูข้ องหนว่ ย 3 กิจกรรม คำถามชวนคิด จากกิจกรรมการเรียนรู้ 2 กิจกรรม คำถามชวนคดิ ทลี ะขน้ั บันได 1 กิจกรรม คำถามชวนคิด สู่หลักฐานและ เปา้ หมายการเรยี นรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงแล้ว จะต้อง ฝึกฝนกระบวนการคิดทุกข้ันตอน โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถามกระตุ้นความคิด และใช้ระดับคำถามให้สัมพันธ์กับ เน้ือหาการเรียนรู้ ตั้งแต่ระดับความรู้ ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การประเมินค่า และ การสร้างสรรค์ นอกจากจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจบทเรียนอย่างลึกซึ้งแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อม เพอื่ สอบ O-NET ซงึ่ เป็นการทดสอบระดบั ชาตทิ เี่ น้นกระบวนการคิดระดับวิเคราะหด์ ว้ ย และในแตล่ ะแผนการเรยี นรู้ จึงมีการระบุคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดของผู้เรียนไว้ด้วยทุกกิจกรรม ผู้เรียนจะได้ฝึกฝนวิธีการทำข้อสอบ O-NET ควบคไู่ ปกบั การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการเรยี นรตู้ ามผลการเรยี นรู้ทส่ี ำคญั ทั้งนี้การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละหน่วยจะครอบคลุมกิจกรรมการเรียนรู้ และการ ประเมินผลด้านความรู้ความเข้าใจ (K) ด้านทักษะกระบวนการ (P) และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตาม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั สาระเทคโนโลยี กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตาม หลักสูตรแกนกลางฯ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พร้อมทั้งออกแบบเคร่ืองมือการวัดและประเมินผล ตลอดจนแบบบันทึกผลการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ไว้ครบถ้วน สอดคล้องกับมาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียน เช่น แบบบันทึกผลด้านการคดิ วิเคราะห์ ดา้ นการอ่านและแสวงหาความรู้ ด้านสมรรถนะและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตร เป็นต้น ผู้สอนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ และใช้ประกอบการจัดทำรายงานการ ประเมินตนเอง (Self Assessment Reports) จึงม่ันใจอย่างย่ิงว่า การนำแผนการจัดการเรียนรเู้ ลม่ น้ไี ปเปน็ แนวทาง จัดการเรียนการสอนจะช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้นตามมาตรฐานการศึกษาและการ ประกันคณุ ภาพภายในสถานศึกษาทุกประการ คณะผู้จัดทำ

สารบญั สรปุ หลกั สูตรฯ วิทยาศาสตร์ หน้า พิเศษ 1-3 มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง วิทยาศาสตร์ พิเศษ 4 คำอธบิ ายรายวชิ า เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 พิเศษ 5 โครงสรา้ งรายวิชา เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 พเิ ศษ 6 Pedagogy พิเศษ 7-8 โครงสร้างแผนการจดั การเรยี นรู้ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 พเิ ศษ 9-11 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพอ่ื การพัฒนาอย่างย่ังยนื แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 นวัตกรรมคอื อะไร 12 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 การพัฒนาอยา่ งย่ังยืน 23 31 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 โครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบทางเทคโนโลยี 53 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 โครงงานการออกแบบเทคโนโลยี 66 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 โครงงานสะเตม็ 74 88

สรุปหลักสูตร วิทยาศาสตร์* ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 น้ี ได้กำหนดสาระการเรียนรู้ออกเป็น 4 สาระ ได้แก่ สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ และสาระท่ี 4 เทคโนโลยี มีสาระเพิ่มเติม 4 สาระ ได้แก่ สาระชีววิทยา สาระเคมี สาระฟิสิกส์ และสาระโลก ดาราศาสตร์ และ อวกาศ องค์ประกอบของหลักสูตร ท้ังในด้านของเน้ือหา การจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้น้ันมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของผู้เรียนในแต่ละระดับช้ันให้มีความ ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ได้กำหนดตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลางที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนเปน็ พื้นฐาน เพื่อให้สามารถนำ ความรู้น้ีไปใช้ในการดำรงชีวิต หรือศึกษาต่อในวิชาชีพท่ีต้องใช้วิทยาศาสตร์ได้ โดยจัดเรียงลำดับความยากง่ายของ เน้ือหาในแต่ละระดับช้ันให้มีการเช่ือมโยงความรู้กับกระบวนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีส่งเสริมให้ ผู้เรียนพัฒนาความคิด ท้ังความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญทั้งทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบ เสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานท่ี ตรวจสอบได้ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 น้ี ได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกัน ภายในสาระการเรียนรู้เดียวกัน และระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตลอดจนการ เชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ด้วย นอกจากน้ี ยังได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัยต่อการ เปล่ยี นแปลง และความเจรญิ ก้าวหน้าของวทิ ยาการตา่ ง ๆ และทัดเทยี มกับนานาชาติ ซ่ึงสรปุ ได้ดงั แผนภาพ *สรปุ และลดทอนจาก สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, ตัวชวี้ ดั และสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง กลุ่มสาระการ เรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551, (กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั , 2560). พเิ ศษ 1

พเิ ศษ 2

พเิ ศษ 3

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง วิทยาศาสตร์ สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยเี พอ่ื การดำรงชีวิตในสังคมท่มี ีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใชค้ วามรแู้ ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ่ืน ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือ พฒั นางานอยา่ งมีความคดิ สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยี อย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ม.5 1. ประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะจากศาสตร์  การทำโครงงาน เปน็ การประยุกตใ์ ช้ความรู้ และทักษะ ตา่ ง ๆ รวมทัง้ ทรัพยากรในการทำโครงงาน จากศาสตรต์ ่าง ๆ รวมท้งั ทรัพยากรในการสร้างหรือ เพื่อแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน พัฒนาชนิ้ งานหรือวธิ กี าร เพื่อแก้ปญั หาหรืออำนวย ความสะดวกในการทำงาน  การทำโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยีสามารถ ดำเนนิ การได้ โดยเริ่มจาก การสำรวจสถานการณป์ ญั หา ทส่ี นใจ เพอ่ื กำหนดหวั ข้อโครงงาน แลว้ รวบรวมขอ้ มูล และแนวคดิ ที่เกี่ยวข้องกบั ปัญหา ออกแบบแนวทาง การแก้ปัญหา วางแผน และดำเนนิ การแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงแกไ้ ขวิธกี ารแกป้ ัญหาหรอื ชิ้นงาน และนำเสนอวิธกี ารแก้ปญั หา พเิ ศษ 4

คำอธิบายรายวิชา รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 เวลา 40 ชัว่ โมง ศกึ ษาเกีย่ วกับความหมายของนวตั กรรม ความสัมพนั ธ์ของเทคโนโลยีและนวัตกรรม รูปแบบของเทคโนโลยี การพฒั นาอย่างยงั่ ยนื หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงเพ่อื การพัฒนาอย่างยงั่ ยนื ระบบทางเทคโนโลยี กระบวนการ เทคโนโลยี องคป์ ระกอบท่ีสมั พนั ธ์กับกระบวนการทางเทคโนโลยี การออกแบบเชงิ วิศวกรรม สะเต็มศึกษา โครงงาน สะเตม็ การทำโครงงาน การประยกุ ตใ์ ช้ความรู้และทักษะจากศาสตรต์ ่าง ๆ รวมท้ังทรัพยากรในการสรา้ งหรือพัฒนา ช้ินงาน เพือ่ แก้ปัญหาในการทำงาน การทำโครงงานออกแบบและเทคโนโลยี ผลงานโครงงานการออกแบบและ เทคโนโลยี โดยอาศัยกระบวนการเรียนรโู้ ดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรูแ้ บบใช้ โครงงานเป็นฐาน (Project–based Learning) เน้นใหผ้ ูเ้ รียนได้ลงมือปฏบิ ตั ิ ฝึกทกั ษะการคิด เผชญิ สถานการณ์การ แกป้ ัญหาวางแผนการเรียนรู้ และ นำเสนอผ่านการทำกจิ กรรมโครงงาน เพ่อื ใหเ้ กดิ ทักษะ ความรู้ ความเขา้ ใจ และทกั ษะในการวิเคราะหป์ ญั หา นำไปสกู่ ารสรา้ งต้นแบบ ตลอดจน สามารถนำกระบวนการเทคโนโลยี สรา้ งเทคโนโลยวี ธิ กี ารเพ่ือเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการดำรงชีวิต รวมท้ังคำนึงถึง ทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา ตลอดจนนำความรคู้ วามเข้าใจในวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ต่อสังคม และการดำรงชีวิต จนสามารถพฒั นากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแกป้ ญั หาและการจดั การ ทักษะในการสอื่ สาร และความสามารถในการตดั สินใจ อกี ทัง้ ยังเปน็ ผู้ทีม่ ีจติ วทิ ยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมในการใช้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรค์ ตัวช้วี ดั ว 4.1 ม.5/1 รวม 1 ตัวชีว้ ดั พเิ ศษ 5

โครงสรา้ งรายวิชา เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้น ม.5 ลำดับท่ี ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน มโนทศั น์สำคญั เวลา 1. เทคโนโลยแี ละ การเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด (ชม.) นวัตกรรมเพ่ือ ว 4.1 ม.5/1 การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื นวัตกรรม คือ การสร้างส่ิงใหม่ หรือการนำ 12 ว 4.1 ม.5/1 2. โครงงานการออกแบบ ของเก่ามาปรับปรุงให้แตกต่างจากของเดิม และเทคโนโลยี โดยใช้ ความคิดสร้างสรรค์ และความรู้ใน แขนงต่างๆ ทำการทดสอบการใช้งาน และ ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีข้ึน หรืออาจ ก ล่ าว ได้ ว่า น วัต ก รรม ม าจ าก ก ารน ำ เทคโนโลยีและความรู้หลายด้านมารวมกัน อย่างประหยัดและคุ้มค่าตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นปรัชญาท่ีช้ีถึงแนว ทางการดำรงอยแู่ ละปฏิบัติตนของประชาชน ในทุกระดับ ในการพัฒนาประเทศและ บริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง นอกจากนั้น หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยังทำให้เกิดการพัฒนาอย่างย่ังยืนได้ เพราะ เปน็ แนวคดิ การใชช้ ีวิตทสี่ มดุลกบั ธรรมชาติ ระบบทางเทคโนโลยี เปน็ ระบบท่ีมนษุ ยส์ รา้ ง 28 ข้ึนมาเพื่อแก้ปัญหาหรือความต้องการ โดย ส่วนประกอบภายในระบบจะทำงานสัมพันธ์ กันเพ่ือจุดมุ่งหมายเดียวกัน นอกจากนั้นเรา ยังสามารถนำการออกแบบและเทคโนโลยมี า ประยุกต์ใช้ในการทำโครงการออกแบบ ส่วน สะเต็มศึกษา คือ แนวทางการจัดการศึกษา ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณา การศาสตร์ความรู้ทั้ง 4 ศาสตร์วิชาเชื่อมโยง ไปยังการนำความรู้ไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิต ประจำวัน รวมทั้งการพัฒนากระบวนการ หรือผลผลิตใหม่ควบคู่ไปกบั การพฒั นาทกั ษะ แหง่ ศตวรรษท่ี 21 พิเศษ 6

Pedagogy ส่ือการเรียนรู้รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 ผู้จัดทำได้ออกแบบการสอน (Instructional Design) อันเป็นวิธีการจัดการเรียนรู้และเทคนิคการสอนที่เป่ียมด้วยประสิทธิภาพและมีความ หลากหลายให้กับผู้เรียน เพ่ือให้ผเู้ รยี นสามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด รวมถึงสมรรถนะ และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของผู้เรยี นท่ีหลักสูตรกำหนดไว้ โดยครสู ามารถนำไปใช้สำหรับจัดการเรยี นรใู้ นช้ันเรียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซ่ึงในรายวิชาน้ี ได้นำรูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) และรูปแบบการสอนแบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project–based Learning) มาใช้ในการออกแบบการสอน ดงั นี้ กระบวนการเรียนรู้ เลือกใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เนื่องจากเป็นรูปแบบการ สอนแบบที่มุ่งให้ผู้เรียนไดส้ รา้ งองค์ความรู้ใหม่ โดยเชอ่ื มโยงสิ่งที่เรียนรเู้ ข้ากับประสบการณ์หรือความเดิมให้เป็นองค์ ความรู้หรือแนวคิดของผู้เรียนเอง ดงั นน้ั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้จึงสามารถพัฒนาผเู้ รียนให้มคี วามสามารถในการ แก้ปัญหาโดยเน้นการปฏิบัติจริง มีการแลกเปล่ียนความรู้ระหว่างกัน เสริมสร้างความรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการ ขัน้ ตอนอยา่ งเปน็ วัฏจักร ซึ่งกระบวนการปฏิบัตมิ ีขัน้ ตอนดังน้ี 1. กระตุ้นความสนใจ ใหผ้ ้เู รยี นสนใจใคร่รใู้ นเรอ่ื งที่เรียน มีลักษณะเปน็ การนำเขา้ ส่บู ทเรยี น 2. สำรวจและคน้ หา เปิดโอกาสใหผ้ ้เู รยี นไดร้ ับประสบการณ์ตรง รว่ มกนั สร้างและพฒั นาความคิดรวบยอด 3. อธิบายความรู้ นำเอาความรู้จากการสำรวจและค้นหา ที่พัฒนาเป็นความคิดรวบยอดมาอภิปราย แลกเปลีย่ นความคดิ เห็นซึ่งกนั และกัน 4. ขยายความเขา้ ใจ ผู้เรยี นไดข้ ยายความรู้ความเข้าใจในความคิดรวบยอดใหก้ ว้างขวางและลึกซง้ึ ยง่ิ ขน้ึ 5. ตรวจสอบผล ผู้เรยี นได้ตรวจสอบแนวความคิดทไี่ ด้เรียนรู้มาแล้วว่าถูกต้องและไดร้ บั การยอมรับเพียงใด เลือกใช้รูปแบบการสอนแบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project–based Learning) เพ่ือเน้นให้ผู้เรียนได้ ศึกษาค้นคว้ากระทำในส่ิงท่ีตนสนใจ และเป็นผูว้ างแผนการทำงานได้ด้วยตนเอง โดยมผี ้สู อนเป็นผู้ใหค้ ำปรึกษาหารือ หรือเสนอแนะแนวทาง โดยผา่ นกระบวนการจัดกจิ กรรมท่สี ำคัญ ดงั นี้ 1. ขั้นให้ความรู้พ้ืนฐาน ครูให้ความรู้พื้นฐานเก่ียวกับการจัดทำโครงงานก่อนการเรียนรู้ เน่ืองจากการทำ โครงงานมีรูปแบบและข้นั ตอนท่ชี ัดเจน ดงั น้นั นักเรยี นจงึ ตอ้ งมคี วามรเู้ กย่ี วกบั โครงงานไวเ้ ปน็ พ้นื ฐาน 2. ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ ครูเตรยี มกจิ กรรมท่จี ะกระตนุ้ ความสนใจของนกั เรยี น ที่บ่งบอกถึงความสนุกสนาน ในการทำโครงงานหรือกิจกรรมร่วมกัน โดยกิจกรรมนั้นอาจเป็นกิจกรรมที่ครูกำหนดขึ้น หรืออาจเป็นกิจกรรมที่ นักเรยี นมคี วามสนใจตอ้ งการจะทำ เพ่อื เปิดโอกาสให้นักเรยี นได้เสนอแนวคดิ ในการจัดการเรียนรู้ของครู 3. ข้ันจัดกลุ่มร่วมมือ นักเรียนแบ่งกลุ่มกันแสวงหาความรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่มในการวางแผนดำเนิน กิจกรรม นักเรียนจะเป็นผู้วางแผนกิจกรรมการเรียนของตนเอง ระดมความคิดเห็นและปรึกษาหารือร่วมกันภายใน กลุ่มเพอ่ื แบ่งหน้าทกี่ ารทำงานร่วมกัน พิเศษ 7

4. ขัน้ แสวงหาความรู้ นักเรยี นลงมอื ปฏบิ ัติกิจกรรมโครงงาน ตามหวั ขอ้ ทก่ี ลุ่มสนใจ ปฏบิ ัตหิ น้าทข่ี องตนเอง ตามขอ้ ตกลงของกลุ่ม พร้อมทง้ั ร่วมมือขณะปฏิบตั กิ ิจกรรม โดยสามารถขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำจากครูไดเ้ ป็น ระยะเม่อื มีขอ้ สงสัยหรอื มปี ัญหาเกิดขึน้ 5. ขั้นสรุปสิ่งท่ีเรียนรู้ ครูให้นักเรียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้จากการทำกิจกรรม โดยครูใช้คำถามต่าง ๆ เพื่อนำ นักเรยี นไปส่กู ารสรปุ ส่ิงทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ 6. ขั้นนำเสนอผลงาน ครูให้นักเรียนนำเสนอผลการเรียนรู้ โดยครูออกแบบกิจกรรมหรือจัดเวลาให้นักเรียน ไดน้ ำเสนอผลการเรยี นรู้ตามความเหมาะสม เพื่อให้ครูและเพือ่ นร่วมช้นั ไดช้ ื่นชมผลงานและศึกษาเรียนรู้จากข้อมลู ท่ีนกั เรียนได้จัดทำโครงงาน วิธกี ารสอน (Teaching Method) ผู้จัดทำเลือกใช้วิธีสอนท่ีหลากหลาย เช่น การอภิปราย การใช้สถานการณ์จำลอง การใช้เกม เป็นต้น เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) และการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project– based Learning) ให้เกิดประสิทธิภาพมากท่ีสุด และยังมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้จากประสบการณ์ต่าง ๆ โดยการคดิ และลงมอื ปฏิบัติ ซ่งึ จะชว่ ยให้ผูเ้ รียนมีความรู้และเกดิ ทักษะท่คี งทน เทคนิคการสอน (Teaching Technique) ผู้จัดทำเลือกใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายและเหมาะสมกับเรื่องท่ีเรียน เช่น การต้ังคำถาม การยกตัวอย่าง การใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เพ่ือส่งเสริมวิธีการสอนและรูปแบบการสอนให้มีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ให้ มากข้ึน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข สามารถปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถฝึกทักษะการเรยี นรู้และทักษะการปฏิบัติเกี่ยวกับงานตา่ ง ๆ ในศตวรรษที่ 21 ได้ พิเศษ 8

โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าเท หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ วิธีสอน/วิธีการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. เทคโนโลยีและนวตั กรรม แผนท่ี 1 นวตั กรรมคอื อะไร แบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es เพื่อการพัฒนาอยา่ งย่งั ยนื (5Es Instructional Model) แผนท่ี 2 การพฒั นาอย่างยั่งยนื แบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) พเิ ศ

ทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 เวลา 40 ชวั่ โมง ทักษะท่ีได้ การประเมนิ เวลา (ชวั่ โมง) 1. ทกั ษะการสอ่ื สาร 1. ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 2. ทกั ษะการแลกเปล่ียนข้อมลู เรอื่ ง เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพอ่ื การพฒั นา 4 3. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ อยา่ งยงั่ ยนื 4. ทกั ษะการสังเกต 5. ทักษะการทำงานรว่ มกนั 2. ประเมินการนำเสนอผลงาน 6. ทักษะการสบื คน้ ขอ้ มลู 3. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล 4. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ 5. สงั เกตความมีวนิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ มน่ั ในการทำงาน 1. ทกั ษะการส่ือสาร 1. ตรวจใบงานท่ี 1.2.1 เรือ่ ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง 8 2. ทักษะการแลกเปล่ยี นขอ้ มลู 2. ตรวจใบงานท่ี 1.2.2 เร่อื ง เป้าหมายการพฒั นา 3. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 4. ทักษะการสงั เกต อยา่ งยั่งยนื 5. ทกั ษะการทำงานร่วมกนั 3. ประเมนิ การนำเสนอผลงาน 6. ทกั ษะการสืบคน้ ข้อมลู 4. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล 5. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินยั ความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มั่นในการทำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรือ่ ง เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพ่อื การพัฒนา อย่างยง่ั ยนื ศษ 9

หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ วธิ ีสอน/วธิ ีการจัด กจิ กรรมการเรียนรู้ 2. โครงงานการออกแบบ แผนที่ 1 ระบบทางเทคโนโลยี แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es และเทคโนโลยี (5Es Instructional Model) แผนท่ี 2 โครงงานการออกแบบ แบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es และเทคโนโลยี (5Es Instructional Model) แผนที่ 3 โครงงานสะเต็ม แบบใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project - based Learning) พิเศ

ทกั ษะทไี่ ด้ การประเมิน เวลา (ชั่วโมง) 1. ทกั ษะการสอื่ สาร 8. ตรวจชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) 2. ทกั ษะการแลกเปลีย่ นข้อมลู เรอ่ื ง การปฏิบตั ติ นตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ 4 3. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ พอเพียง 4. ทกั ษะการสงั เกต 14 5. ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 6. ทกั ษะการสบื คน้ ข้อมลู โครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี 1. ทกั ษะการสอ่ื สาร 2. ประเมนิ การนำเสนอผลงาน 2. ทกั ษะการแลกเปลีย่ นขอ้ มลู 3. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล 3. ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 4. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ 4. ทักษะการสังเกต 5. สังเกตความมีวินยั ความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ 5. ทักษะการทำงานรว่ มกนั 6. ทกั ษะการสบื ค้นขอ้ มลู มุง่ มน่ั ในการทำงาน 1. ทักษะการสอ่ื สาร 2. ทักษะการแลกเปลยี่ นขอ้ มลู 1. ประเมนิ การนำเสนอผลงาน 3. ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ 2. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล 4. ทักษะการสังเกต 3. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ 5. ทกั ษะการทำงานร่วมกนั 4. สังเกตความมีวนิ ยั ความรับผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ 6. ทักษะการสืบคน้ ขอ้ มลู มงุ่ มั่นในการทำงาน 1. ตรวจใบงานท่ี 2.3.1 เรือ่ ง การระบปุ ญั หา 10 2. ตรวจใบงานที่ 2.3.2 เรื่อง การรวบรวมข้อมลู และ แนวคิดทเ่ี ก่ียวขอ้ ง 3. ตรวจใบงานท่ี 2.3.3 เรอ่ื ง ออกแบบวิธีการ แก้ปัญหา 4. ตรวจใบงานท่ี 2.3.4 เร่ือง วางแผนและ ดำเนนิ การแก้ปญั หา ศษ 10

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ วิธีสอน/วิธีการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ พิเศ

ทกั ษะท่ไี ด้ การประเมนิ เวลา (ชัว่ โมง) 5. ตรวจใบงานที่ 2.3.5 เร่อื ง ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรงุ แก้ไขวิธีการแก้ปญั หา 6. ตรวจใบงานท่ี 2.3.6 เรอ่ื ง นำเสนอวิธีการ แก้ปญั หา ผลการแก้ปญั หา 7. ประเมินการนำเสนอผลงาน 8. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล 9. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ 10. สังเกตความมีวินยั ความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมัน่ ในการทำงาน 11. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 โครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี 12. ตรวจชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เร่อื ง โครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี ศษ 11

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพอื่ การพัฒนาอย่างยง่ั ยนื หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพ่ือการพฒั นาอยา่ งยง่ั ยืน เวลา 12 ช่ัวโมง 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชวี ิตในสงั คมท่มี กี ารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเรว็ ใช้ความรู้และทกั ษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนา งานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยี อย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สงั คม และส่ิงแวดล้อม ว 4.1 ม.5/1 ประยุกตใ์ ช้ความรูแ้ ละทักษะจากศาสตรต์ า่ ง ๆ รวมทั้งทรัพยากร ในการทำโครงงานเพื่อแกป้ ญั หาหรือพฒั นางาน 2. สาระการเรียนรู้ 2.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง 1) การทำโครงงาน เปน็ การประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ และทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมทัง้ ทรัพยากร ในการสร้างหรอื พัฒนาชิน้ งานหรือวธิ ีการ เพื่อแกป้ ญั หาหรอื อำนวยความสะดวกในการทำงาน 2) การทำโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยีสามารถดำเนินการได้ โดยเริ่มจาก การสำรวจ สถานการณป์ ัญหาทส่ี นใจ เพ่ือกำหนดหัวข้อโครงงาน แล้วรวบรวมข้อมูลและแนวคดิ ทเี่ ก่ียวข้อง กับปญั หา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา วางแผน และดำเนินการแกป้ ัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไขวิธีการแกป้ ัญหาหรอื ช้นิ งาน และนำเสนอวธิ ีการแกป้ ัญหา 2.2 สาระการเรียนรูท้ ้องถ่นิ (พจิ ารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา) 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด นวตั กรรม คอื การสรา้ งส่ิงใหม่ หรอื การนำของเกา่ มาปรับปรงุ ให้แตกต่างจากของเดมิ โดยใช้ ความคดิ สร้างสรรค์ และความรู้ในแขนงตา่ งๆ ทำการทดสอบการใช้งาน และปรับปรุงให้มปี ระสทิ ธิภาพดีข้ึน หรืออาจกลา่ วไดว้ ่า นวตั กรรมมาจากการนำเทคโนโลยีและความรหู้ ลายดา้ นมารวมกันอย่างประหยัดและ คมุ้ คา่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซง่ึ เป็นปรชั ญาท่ชี ีถ้ ึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบตั ติ นของ ประชาชนในทกุ ระดับ ในการพัฒนาประเทศและบรหิ ารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง ประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภมู ิคมุ้ กนั โดยมีเง่ือนไขความรู้ และเงือ่ นไขคุณธรรม นอกจากนน้ั หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังทำให้เกดิ การพัฒนาอย่างย่งั ยืนได้ เพราะเป็นแนวคดิ การใช้ชีวิตทีส่ มดลุ กับธรรมชาติ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 12

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพ่อื การพฒั นาอย่างยง่ั ยืน 4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี นิ ยั รบั ผิดชอบ - ทกั ษะการสื่อสาร 2. ใฝเ่ รยี นรู้ - ทักษะการแลกเปลย่ี นข้อมูล 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน 2. ความสามารถในการคิด - ทักษะการคดิ วิเคราะห์ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา - ทักษะการสังเกต 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ - ทกั ษะการทำงานร่วมกัน 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - ทกั ษะการสืบค้นขอ้ มลู 5. ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ชิ้นงาน/ภาระงาน(รวบยอด) เรือ่ ง การปฏบิ ัตติ นตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 6. การวัดและการประเมินผล วธิ วี ัด เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน - ตรวจชิน้ งาน/ภาระ - แบบประเมินชนิ้ งาน ระดบั คุณภาพ 2 รายการวัด งาน (รวบยอด) /ภาระงาน (รวบยอด) ผ่านเกณฑ์ 6.1 การประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น ประเมนิ ตามสภาพจริง (รวบยอด) เร่อื ง การปฏิบตั ิตน กอ่ นเรยี น ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ - ใบงานท่ี 1.2.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ พอเพียง - ตรวจใบงานที่ 1.2.1 6.2 การประเมินก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่ือง เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพอ่ื การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื 6.3 ประเมนิ ระหวา่ งการจดั กิจกรรม การเรียนรู้ 1) เศรษฐกจิ พอเพียง 2) เป้าหมายการพฒั นาอย่าง - ตรวจใบงานท่ี 1.2.2 - ใบงานที่ 1.2.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ยง่ั ยนื เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 13

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพอ่ื การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื รายการวัด วธิ ีวดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน 3) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 รายบคุ คล ผ่านเกณฑ์ 4) พฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ 5) การนำเสนอผลงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 6) คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ ระดบั คุณภาพ 2 6.4 การประเมินหลงั เรียน - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์ - แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ผลงาน การนำเสนอผลงาน เร่ือง เทคโนโลยีและ นวตั กรรมเพอื่ การพัฒนา - สังเกตความมีวินยั - แบบประเมิน อย่างย่ังยนื ความรับผิดชอบ คณุ ลกั ษณะ ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ ม่นั อนั พึงประสงค์ ในการทำงาน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรยี น ประเมินตามสภาพจรงิ หลังเรียน 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรือ่ ง เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา อย่างยัง่ ยนื เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 14

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพ่อื การพัฒนาอยา่ งยัง่ ยืน เร่ืองที่ 1: นวัตกรรมคอื อะไร เวลา 4 ช่ัวโมง วิธีการสอนโดยเนน้ รปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ขน้ั นำ ข้นั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) ครูถามคำถามกระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี นว่า“นวตั กรรมเปน็ สงิ่ ประดิษฐ์ทค่ี ดิ ค้นข้ึนมาใหม่ หรือเปล่ยี นแปลงไปจากเดิม” และถามคำถามประจำหวั ข้อกบั นกั เรียนว่า“นักเรยี นคิดวา่ ดินสอ จดั เป็นนวตั กรรมหรือไมเ่ พราะเหตุใด” ข้นั สอน ขั้นท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Exploration) 1. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 3-4 คน หรือตามความเหมาะสมเพ่อื ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสบื ค้น เกยี่ วกบั ความหมายของคำว่า“นวัตกรรม” จากหนงั สอื เรียนหรอื จากอินเทอร์เน็ตท่ี เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ของตนเอง 2. จากนัน้ ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอเกยี่ วกับความหมายของนวตั กรรม ตามทไ่ี ดส้ บื คน้ จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ พร้อมอภปิ รายรว่ มกันในห้องเรียน 3. ครยู กตัวอย่างนวัตกรรมของการพฒั นาของที่มีอยู่ใหด้ ยี ิ่งขนึ้ ตามหนังสือเรียน ไดแ้ ก่ หุ่นยนต์ Pepper และจรวด Falcon 9 4. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม (กล่มุ เดิม) เพื่อรว่ มกนั สังเกตและศึกษาวิวัฒนาการเทคโนโลยีการจดั เก็บ ขอ้ มลู จากหนังสือเรียน 5. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ เก่ียวกบั วิวัฒนาการของการนำเทคโนโลยมี าใช้ 6. จากน้นั ครูถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนว่า“นักเรียนคดิ วา่ ปัจจุบันมีววิ ัฒนาการใดอีกบา้ ง ทน่ี ำเทคโนโลยเี ข้ามาใช้งานในชีวติ ประจำวัน โดยให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นรว่ มกันและบนั ทึกขอ้ มลู ลงในสมุดประจำตวั ” 7. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอหน้าช้ันเรยี น 8. นกั เรยี นศึกษารปู แบบของเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากหนังสือเรยี นหรอื สบื ค้นเพ่ิมเติมจาก อนิ เทอรเ์ น็ตทีเ่ คร่ืองคอมพวิ เตอรข์ องตนเอง 9. ครสู มุ่ นักเรียน 2-3 คน ออกมาอธบิ ายความหมายของคำว่าเทคโนโลยหี นา้ ช้นั เรียน ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explanation) 10. ครอู ธิบายเพ่ิมเติมเกยี่ วกับเทคโนโลยี และยกตัวอย่างผลติ ภณั ฑ์ที่สรา้ งจากความรู้ทาง วิทยาศาสตรใ์ นหนังสือเรยี น เชน่ ดนิ สอ คอมพวิ เตอร์ รถยนต์ โทรศัพท์ ดาวเทยี ม เปน็ ต้น เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 15

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพือ่ การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยืน 11. เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนภายในช้ันเรยี นแสดงความคิดเหน็ รว่ มกันภายในช้นั เรยี นเกีย่ วกับ ผลติ ภณั ฑ์ทีส่ ร้างจากความรทู้ างวิทยาศาสตร์ และครตู ้งั คำถามเพอ่ื กระต้นุ ความคิดของ นักเรยี นว่า“นกั เรยี นคดิ ว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมแตกต่างกันอย่างไร” 12. ครูอธบิ ายเกร็ดเสริมความรูท้ ่เี ก่ียวข้องกบั เน้ือหา (Design Focus) เรอ่ื ง การสรา้ งนวัตกรรม ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration) 13. นกั เรยี นแตล่ ะคนทำกิจกรรมท่ีสอดคล้องกับเนอ้ื หา โดยให้ผู้เรียนฝกึ ปฏิบัติเพ่อื พัฒนาความรู้ และทักษะ (Design Activity) ลงในสมุดประจำตวั 14. ครสู ุ่มนักเรียน 4-5 คน หรือตามความเหมาะสม ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียน ขนั้ สรปุ ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation) 1. ครปู ระเมินผลนกั เรียนจากการนำเสนอผลงาน สงั เกตการตอบคำถาม และการให้ความร่วมมือ ทางการเรยี น 2. ครตู รวจสอบความถูกต้องของผลการทำกจิ กรรมท่ีสอดคลอ้ งกบั เนือ้ หา โดยให้ผเู้ รียนฝกึ ปฏบิ ตั ิ เพ่อื พฒั นาความร้แู ละทักษะ (Design Activity) 3. นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปเก่ียวกบั นวตั กรรมและเทคโนโลยีวา่ “นวตั กรรมและเทคโนโลยีล้วน เกดิ ขนึ้ จากความต้องการของมนษุ ยท์ ่ีต้องการสงิ่ ใหม่ท่ีดกี ว่ามาทดแทนสิง่ เดมิ เพ่ืออำนวยความ สะดวก ตัวอย่างเชน่ ในอดตี มนษุ ย์ใช้ไม้กวาดและที่ตดั ผงในการทำความสะอาดบ้านเรือน ตอ่ มามกี ารคิดค้นนวตั กรรมเครอื่ งดูดฝ่นุ เพื่อผ่อนแรงและประหยดั เวลา เป็นตน้ ” เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 16

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพือ่ การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื เร่ืองท่ี 2: การพัฒนาอยา่ งยง่ั ยืน เวลา 8 ชัว่ โมง วธิ กี ารสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขน้ั นำ ขน้ั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) 1. ครูทบทวนความรู้เดมิ จากช่วั โมงที่ผ่านมาเกยี่ วกบั เทคโนโลยีและนวัตกรรม 2. ครูเขยี นคำวา่ “การพัฒนาประเทศแบบย่ังยืน” ลงบนกระดานหน้าช้ันเรียน จากนั้นให้นักเรียน ออกมาเติมคำตอบว่ามีแนวทางในการพัฒนาประเทศอย่างไรบ้าง โดยเติมคำตอบในลักษณะ ของผังมโนทศั น์ (Mind Mapping) ใหถ้ กู ตอ้ ง และให้นักเรียนพจิ ารณาคำตอบร่วมกัน 3. ครูถามคำถามประจำหัวข้อกับนักเรียนว่า “นกั เรยี นรหู้ รอื ไมว่ ่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สัมพันธ์กับเทคโนโลยีอยา่ งไร” ข้ันสอน ข้นั ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Exploration) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน หรอื ตามความเหมาะสม เพื่อรว่ มกันสบื ค้นเก่ยี วกับ ความหมายของคำวา่ “หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง” จากอินเทอรเ์ นต็ ท่ีเครอ่ื ง คอมพิวเตอร์ของตนเอง จากน้นั นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนออกมานำเสนอเก่ยี วกับ ความหมายของคำวา่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พรอ้ มอภปิ รายรว่ มกันในห้องเรียน 2. นักเรยี นศึกษาเพ่มิ เติมเกี่ยวกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง จากหนงั สอื เรียน 3. ครูชีแ้ นะกบั นักเรยี นเกีย่ วกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 4. นักเรียนศกึ ษาทฤษฎีใหม่หัวใจเศรษฐกิจพอเพยี ง จากหนงั สอื เรียนเกยี่ วกับการจัดพน้ื ทดี่ ินเพ่อื การอยู่อาศัยและการมชี วี ติ ที่ยง่ั ยนื และให้นกั เรียนสงั เกตแผนภาพแสดงเกษตรทฤษฎีใหม่ ในการแบ่งสดั สว่ นพื้นท่ีออกเปน็ 30 : 30 : 30 : 10 ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explanation) 5. ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ เกี่ยวกบั ทฤษฎใี หม่หัวใจเศรษฐกจิ พอเพียง 6. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม (กลุ่มเดิม) พรอ้ มต้งั คำถามเพื่อให้นกั เรยี นได้สบื คน้ ข้อมูลจากทาง อินเทอร์เน็ตภายใตห้ ัวข้อเกษตรทฤษฎีใหม่สำคัญอยา่ งไร จากนัน้ ใหน้ กั เรยี นจัดทำออกมาใน รปู แบบของป้ายนิเทศให้ความรู้ และส่งตวั แทนออกมานำเสนอหนา้ ชั้นเรียน 7. นกั เรียนศึกษาคุณสมบัติของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ประการจากหนังสอื เรยี น ที่แบง่ ออกเปน็ ความพอประมาณ ความมเี หตุผล และมีภูมคิ มุ้ กัน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 17

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพ่อื การพฒั นาอย่างยัง่ ยืน 8. ครูวาดรปู 3 หว่ ง ของเศรษฐกิจพอเพยี งบนกระดานหนา้ ช้ันเรียน และอธิบายประกอบ เพื่อให้นักเรยี นเข้าใจเพิ่มข้นึ 9. นักเรยี นสังเกตและบันทึกผงั แสดงหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงของรัชกาลท่ี 9 ลงในสมุด ประจำตวั ของตนเอง 10. นกั เรยี นทำความเข้าใจกบั เกร็ดเสรมิ ความรทู้ ี่เกย่ี วข้องกับเนอื้ หา (Design Focus) เรือ่ ง เศรษฐกจิ พอเพียง และส่มุ นกั เรียนออกมาอภิปรายหน้าชัน้ เรยี น 11. นักเรียนทำใบงานท่ี 1.2.1 เร่ือง เศรษฐกจิ พอเพียง และสุ่มนกั เรยี น 2-3 คนออกมานำเสนอ หน้าช้นั เรยี น พร้อมกบั อภิปรายรว่ มกันในหอ้ งเรยี น 12. นักเรียนศกึ ษาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือการพัฒนาอย่างย่ังยนื ทไี่ ดร้ ับการเชิดชู เกยี รตสิ งู สุดจากองค์การสหประชาชาติ (UN) จากหนังสือเรยี นหรือสืบค้นเพิ่มติมจาก ทางอนิ เทอรเ์ นต็ 13. ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมเพ่ือให้นักเรียนเขา้ ใจเพ่ิมมากขึ้นเกย่ี วกับเป้าหมายการพฒั นาอย่างยัง่ ยืน 17 ประการ 14. นักเรยี นทำใบงานที่ 1.2.2 เรื่อง เป้าหมายการพฒั นาอย่างยัง่ ยืน และสุ่มนกั เรยี น 17 คน ออกมาเฉลยคำตอบ พร้อมกับอภปิ รายรว่ มกันในห้องเรียน โดยครูคอยให้คำแนะนำตาม ความเหมาะสม 15. นักเรยี นศึกษาเกยี่ วกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จากหนังสือเรยี น พร้อมสงั เกตตัวอย่างการผลติ พลงั งานทดแทนไบโอดเี ซลในหนงั สือเรียน ข้นั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration) 16. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คนหรือตามความเหมาะสม เพ่อื รว่ มกนั สบื ค้นตวั อยา่ งการใช้ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งกบั วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีจากอินเทอรเ์ น็ต และ คัดเลือกเนื้อหา 1 เร่ือง เพื่อนำเสนอหน้าชนั้ เรียน 17. ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยครคู อยให้คำแนะนำ ตามความเหมาะสม ขนั้ สรุป ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluation) 1. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี นจากการนำเสนอผลงาน สงั เกตการตอบคำถาม การให้ความรว่ มมือ ทางการเรยี น สมดุ ประจำตวั และการทำใบงาน 2. ครตู รวจสอบความถูกต้องของผลการทำใบงานที่ 1.2.1 และ ใบงานท่ี 1.2.2 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 18

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพอ่ื การพัฒนาอยา่ งยั่งยนื 3. นักเรียนและครรู ว่ มกันสรปุ เก่ียวกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเพื่อการพัฒนาอย่าง ย่งั ยนื 4. นักเรียนทำแบบฝึกหดั ทบทวนความรู้ ความเข้าใจ และพฒั นาการคิดของผู้เรียน (Unit Question) โดยการตอบคำถามลงในสมุดประจำตัว 5. ครสู ุม่ นักเรียน 5 คน ออกมาเฉลยการตอบคำถามจากการทำกิจกรรม Unit Question หนา้ ช้ันเรียน 6. นักเรียนตรวจสอบระดบั ความสามารถของตนเอง (Self - Check) โดยพิจารณาข้อความว่าถูก หรอื ผิด หากนกั เรียนพิจารณาข้อความไม่ถกู ต้องให้นกั เรยี นกลับไปทบทวนเน้ือหาตามหัวขอ้ ที่ กำหนดให้ 7. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพ่ือการ พฒั นาอยา่ งยัง่ ยนื เพื่อวดั ความรู้ท่นี กั เรียนได้รับหลงั จากผ่านการเรียนรู้ 8. มอบหมายให้นกั เรียนแตล่ ะคนทำชน้ิ งาน / ภาระงาน (รวบยอด) เรือ่ ง การปฏบิ ตั ิตนตามหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง จากนั้นนำมาส่งในชั่วโมงถดั ไป เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 19

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพอ่ื การพฒั นาอย่างยั่งยืน 8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สอื่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 เรอ่ื ง เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท่ยี ัง่ ยืน 2) ใบงานที่ 1.2.1 เร่อื ง เศรษฐกิจพอเพียง 3) ใบงานท่ี 1.2.2 เร่ือง เป้าหมายการพัฒนาอย่างยง่ั ยืน 4) เคร่ืองคอมพิวเตอร์ 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ 1) หอ้ งคอมพิวเตอร์ 2) อนิ เทอรเ์ นต็ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 20

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพ่อื การพฒั นาอยา่ งย่ังยนื แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 คำชี้แจง : ให้นักเรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมีความสำคญั อย่างไร 6. การกระทำของบุคคลในข้อใดจดั อยใู่ นคณุ สมบัติ ก. ทำใหป้ ระชาชนมคี วามรักใคร่ สามคั คี และ ความพอประมาณ ปรองดองกนั ก. โป้ ซ้ืออปุ กรณ์การเรยี นเท่าท่ีจำเป็น ข. ทำให้ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ ข. ปอ๋ ง ทำการบ้านตามทคี่ รมู อบหมาย แตกตา่ งกันมากนกั พออย่พู อกิน ค. แปม๋ เกบ็ เงินท้ังหมดที่ไดจ้ ากแม่เพือ่ ฝากธนาคาร ค. เป็นแนวทางใหป้ ระชาชนสามารถดำรงชวี ิตแบบ ง. แป้ง หางานทำชว่ งปิดเทอม พออยู่พอกิน และสามารถพึ่งพาตนเองได้ 7. การทำให้คนในชาติตระหนักถึงคุณธรรม ง. เป็นผลดตี อ่ การสง่ เสริมอาชีพใหก้ ับชาวไทย มคี วามซ่อื สตั ย์สุจรติ สอดคลอ้ งกับข้อใด ทุกคน โดยไม่เลอื กวยั ฐานะ และความเป็นอยู่ ก. ความมเี หตุผล ข. มีภมู ิคุ้มกัน 2. “ทฤษฎใี หม่” เปน็ แนวทางการปฏิบัติทเ่ี กย่ี วข้อง ค. เง่อื นไขความรู้ ง. เง่ือนไขคณุ ธรรม กบั เรอ่ื งใด 8. เง่ือนไขคณุ ธรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ ก. การคา้ ขาย ข. การเกษตร พอเพยี ง หมายถึงการปฏิบัตติ นในข้อใด ค. การอตุ สาหกรรม ง. การเมอื งการปกครอง ก. ไม่เบยี ดเบยี นตนเองและผู้อนื่ 3. หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งตงั้ อยบู่ นพื้นฐาน ข. มีเหตผุ ลในการใชช้ ีวติ ประจำวัน ของหลักธรรมในข้อใด ค. เตรยี มพร้อมรับผลกระทบทจี่ ะเกิดขน้ึ ก. อริยสจั 4 ข. อทิ ธบิ าท 4 ง. ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต อดทน มีความเพียร ค. เบญจธรรม ง. ทางสายกลาง 9. ความพอประมาณ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ 4. การตงั้ เป้าหมายการศึกษาท่ีเทา่ เทยี ม เกยี่ วข้องกบั พอเพยี งหมายถงึ การปฏบิ ัติตนในข้อใด ก. ไมเ่ บยี ดเบยี นตนเองและผู้อนื่ ดา้ นใด ข. มีเหตุมผี ล ก. ดา้ นสงั คม ข. ดา้ นเศรษฐกจิ ค. เตรียมตัวพรอ้ มรบั ผลกระทบ ค. ดา้ นสง่ิ แวดล้อม ง. ด้านการจัดการ ง. ซื่อสัตย์สุจรติ อดทน มีความเพียร 5. การตง้ั เปา้ หมายการใชป้ ระโยชนจ์ ากมหาสมุทรและ ทรัพยากรทางทะเล เกยี่ วขอ้ งกบั ดา้ นใด 10. ข้อใดไม่เกยี่ วข้องกับเกษตรทฤษฎใี หม่ ก. ด้านสังคม ข. ดา้ นเศรษฐกจิ ในการแบ่งสดั สว่ นพ้นื ท่ี ค. ดา้ นสง่ิ แวดล้อม ง. ด้านการจัดการ ก. พื้นทีน่ ้ำ 30% ข. พนื้ ท่ดี ินปลกู บา้ น 30% ค. พนื้ ทดี่ นิ ปลกู ข้าว 30% เฉลย ง. พ้ืนท่ดี นิ ปลูกพชื ไร่ 30% 1. ค 2. ข เท3ค. โนงโลยี 4(ก.ารกออกแ5บ.บคและเท6ค.โนกโลย)ี 7. ง 8. ง 9. ก 10. ข 21

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพ่ือการพฒั นาอย่างยงั่ ยนื แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่คุณสมบตั ิของเศรษฐกิจพอเพียง 6. พลังงานสะอาดท่ีทกุ คนเข้าถงึ ได้ จดั อยใู่ นด้านใด ก. ความพอประมาณ ก. ด้านสงั คม ข. ความมเี หตผุ ล ข. ด้านเศรษฐกิจ ค. ความรู้ ค. ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม ง. มภี มู คิ ้มุ กัน ง. ด้านการจดั การ 2. ขอ้ ใดไม่เก่ียวข้องกับการแบง่ สัดส่วนพ้นื ที่ 7. การทำให้คนในชาติมีความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการ ในเกษตรทฤษฎใี หม่ ตา่ ง ๆ สอดคลอ้ งกบั ข้อใด ก. พืน้ ทีด่ นิ ปลูกข้าว ก. มีเหตผุ ล ข. มีภมู คิ ุ้มกัน ข. พ้นื ทด่ี นิ ปลูกไม้ดอกไมป้ ระดบั ค. เงอื่ นไขความรู้ ง. เงอ่ื นไขคุณธรรม ค. พื้นที่ดนิ ปลูกพชื ไร่ 8. ความรู้ตา่ ง ๆ ทม่ี นุษยส์ รา้ งข้นึ มาและสามารถขายได้ ง. พ้ืนท่ดี ินปลูกบ้าน เรยี กวา่ อะไร 3. ข้อใดคือหลักธรรมของหลักปรชั ญาเศรษฐกิจ ก. เทคโนโลยี พอเพียง ข. อุปกรณ์ ก. ทางสายกลาง ข. อิทธิบาท 4 ค. เครือ่ งมือ ค. เบญจธรรม ง.อรยิ สจั 4 ง. นวัตกรรม 4. การตงั้ เปา้ หมายอตุ สาหกรรม นวัตกรรม 9. มภี ูมิคมุ้ กัน ตามหลกั ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง โครงสร้างพ้นื ฐานเกย่ี วขอ้ งกับดา้ นใด หมายถงึ การปฏบิ ตั ติ นในข้อใด ก. ด้านสังคม ก. ไม่เบยี ดเบยี นตนเองและผู้อน่ื ข. ด้านเศรษฐกจิ ข. มเี หตุผลในการใช้ชวี ติ ประจำวัน ค. ดา้ นสงิ่ แวดล้อม ค. เตรยี มพรอ้ มรับผลกระทบทีจ่ ะเกิดขึ้น ง. ด้านการจัดการ ง. ซือ่ สตั ย์สุจริต อดทน มีความเพยี ร 5. การตง้ั เปา้ หมายเมอื งและถ่ินฐานมนุษย์ 10. ข้อใดไม่เก่ยี วขอ้ งกับเกษตรทฤษฎีใหม่ อยา่ งยั่งยืน เกยี่ วขอ้ งกบั ด้านใด ในการแบ่งสดั ส่วนพ้นื ที่ ก. ดา้ นสงั คม ก. พื้นทนี่ ำ้ 30% ข. ด้านเศรษฐกิจ ข. พนื้ ทีด่ ินปลูกขา้ ว 30% ค. ด้านสิ่งแวดลอ้ ม ค. พ้นื ท่ีดินปลกู บา้ น 10% ง. ดา้ นการจดั การ ง. พน้ื ที่ดนิ ปลกู พชื ไร่ 10% เฉลย 1. ค 2. ข 3. ก 4. ข 5. ก 6. ค 7. ค 8. ง 9. ค 10. ง เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 22

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพ่อื การพฒั นาอย่างยัง่ ยืน แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1 เรือ่ ง นวตั กรรมคืออะไร แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1 นวัตกรรมคืออะไร เวลา 4 ชว่ั โมง 1. มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด 1.1 ตัวชว้ี ดั ว 4.1 ม.5/1 ประยกุ ต์ใช้ความรแู้ ละทกั ษะจากศาสตรต์ า่ ง ๆ รวมท้งั ทรัพยากรในการทำโครงงาน เพอ่ื แกป้ ญั หาหรือพฒั นางาน 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของนวัตกรรมและเทคโนโลยีไดถ้ ูกต้อง (K) 2. อธิบายความสัมพันธ์ของเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมไดถ้ ูกตอ้ ง (K) 3. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับตวั อย่างการสรา้ งนวัตกรรมได้ถูกต้อง (P) 4. เล็งเห็นถงึ ความสำคัญของการนำนวตั กรรมมาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถ่ิน - การทำโครงงาน เป็นการประยุกตใ์ ช้ความรู้ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา และทักษะจากศาสตร์ตา่ ง ๆ รวมทัง้ ทรพั ยากร ในการสร้างหรอื พัฒนาชิ้นงานหรอื วิธกี าร เพ่ือ แกป้ ัญหาหรอื อำนวยความสะดวกในการทำงาน - การทำโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี สามารถดำเนนิ การได้ โดยเรม่ิ จาก การสำรวจ สถานการณป์ ัญหาทีส่ นใจ เพอ่ื กำหนดหวั ขอ้ โครงงาน แล้วรวบรวมข้อมูลและแนวคดิ ที่ เกีย่ วข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการ แกป้ ัญหา วางแผน และดำเนนิ การแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมนิ ผล ปรบั ปรุงแกไ้ ขวธิ ีการ แก้ปัญหาหรือช้ินงาน และนำเสนอวิธกี าร แกป้ ญั หา เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 23

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพ่ือการพัฒนาอยา่ งย่งั ยืน แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 เรื่อง นวตั กรรมคืออะไร 4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด นวัตกรรม คือ การสรา้ งส่ิงใหม่ หรอื การนำของเกา่ มาปรับปรงุ ใหแ้ ตกต่างจากของเดิม โดยใช้ ความคดิ สร้างสรรค์ และความรใู้ นแขนงตา่ ง ๆ ทำการทดสอบการใชง้ าน และปรับปรงุ ใหม้ ีประสทิ ธิภาพ ดีขึน้ หรอื อาจกลา่ วได้วา่ นวัตกรรมมาจากการนำเทคโนโลยแี ละความรหู้ ลายด้านมารวมกัน 5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวินยั รบั ผดิ ชอบ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ - ทกั ษะการสื่อสาร 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน - ทักษะการแลกเปลยี่ นข้อมูล 2. ความสามารถในการคดิ - ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา - ทักษะการสงั เกต 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ - ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - ทักษะการสบื คน้ ขอ้ มูล 6. กิจกรรมการเรยี นรู้  วธิ ีการสอนโดยเนน้ รปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ชวั่ โมงท่ี 1 ขั้นนำ ขั้นท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1. นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรอ่ื ง เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม เพือ่ การพัฒนาอย่างย่ังยืน เพื่อวดั ความรู้เดิมของนักเรียนก่อนเข้าสกู่ จิ กรรม เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 24

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพือ่ การพัฒนาอย่างย่ังยนื แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอื่ ง นวตั กรรมคืออะไร 2. ครถู ามคำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรยี นว่า“นวัตกรรมเป็นส่งิ ประดิษฐ์ทคี่ ดิ คน้ ข้ึนมาใหม่ หรอื เปล่ียนแปลงไปจากเดิม” (แนวตอบ : นกั เรียนตอบตามความคดิ เหน็ ของตนเอง โดยคำตอบข้นึ อยกู่ ับดุลยพนิ ิจของ ครผู สู้ อน) 3. ครูถามคำถามประจำหวั ข้อกับนักเรยี นว่า“นกั เรยี นคิดวา่ ดินสอจัดเปน็ นวัตกรรมหรือไม่ เพราะเหตุใด” (แนวตอบ : นกั เรียนตอบตามความคิดเห็นของตนเอง โดยคำตอบข้นึ อยูก่ ับดลุ ยพนิ ิจของ ครผู ู้สอน) ขัน้ สอน ขั้นท่ี 2 สำรวจค้นหา (Exploration) 1. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน หรอื ตามความเหมาะสมเพือ่ ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ สบื ค้น เกี่ยวกับความหมายของคำว่า“นวตั กรรม” จากหนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.5 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 เร่อื ง เทคโนโลยีและ นวตั กรรมเพ่ือการพัฒนาอย่างยงั่ ยืน หรอื จากอนิ เทอรเ์ น็ตท่ีเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ของตนเอง 2. จากนั้นใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอเก่ยี วกับความหมายของนวตั กรรม ตามทีไ่ ด้สบื คน้ จากแหลง่ ข้อมูลตา่ ง ๆ พรอ้ มอภปิ รายรว่ มกันในห้องเรียน 3. ครเู นน้ ย้ำกับนักเรยี นเพื่อใหน้ ักเรียนเข้าใจมากย่งิ ขึ้นว่า“นวัตกรรม หมายถึง การสรา้ งส่งิ ใหม่ หรอื การนำของเก่ามาปรบั ปรุงใหแ้ ตกต่างจากของเดิม โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ และความรู้ ในแขนงตา่ ง ๆ แล้วมีการทดสอบการใช้งาน และปรบั ปรงุ ใหม้ ปี ระสิทธภิ าพดีข้ึน” 4. ครูยกตัวอยา่ งนวตั กรรมของการพฒั นาของที่มีอยู่ให้ดยี ่ิงข้ึนตามหนังสอื เรยี น ไดแ้ ก่ หุ่นยนต์ Pepper และอธบิ ายวา่ “หุ่นยนต์ Pepper เปน็ หุ่นยนต์ที่ถกู พัฒนาขึ้นให้มีรูปร่างและสตปิ ัญญา เทยี บเทา่ มนุษย์ สรา้ งขน้ึ มาเพอ่ื สรา้ งความสขุ ให้กบั คนรอบตวั มปี ัญญาประดิษฐท์ ช่ี ว่ ยใน การเรียนรู้อารมณแ์ ละความรู้สึกของมนุษย์จากสีหน้า และจรวด Falcon 9 เป็นนวัตกรรม การสร้างพาหนะสำหรบั เดนิ ทางในอวกาศโดยจรวดนีถ้ ูกออกแบบมาให้สามารถนำกลับมาใช้ ใหม่ได้อยา่ งน้อย 10 ครั้ง เป็นต้น” 5. ครชู ีแ้ นะกบั นักเรยี นวา่ “นวตั กรรมยังช่วยทำใหเ้ ศรษฐกจิ มีการเติบโต โดยการสรา้ งเศรษฐกจิ ต้องใชค้ วามรู้ในการแปลงทรัพยากรให้อย่ใู นรูปของผลิตภัณฑ์หรือรปู ของกระบวนการ หากใช้ ทรพั ยากรอยา่ งไมร่ ะมัดระวงั จะทำให้ทรัพยากรเกิดการเสียสมดลุ ส่งผลให้การเติบโต ทางเศรษฐกิจไมย่ ่ังยนื เกิดปัญหาในอนาคตได้” 6. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซักถามขอ้ สงสัย และครูให้ความรู้เพม่ิ เติมในสว่ นนั้น เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 25

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมเพื่อการพฒั นาอยา่ งยัง่ ยืน แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื ง นวตั กรรมคืออะไร ชว่ั โมงที่ 2 ข้นั สอน ข้นั ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Exploration) 7. ครูทบทวนเนือ้ หาการเรียนเมื่อชวั่ โมงทแ่ี ล้วเกย่ี วกบั ความหมายของนวตั กรรม และใหน้ กั เรียน แสดงความคิดเห็นพร้อมยกตัวอยา่ งนวัตกรรมตา่ ง ๆ ร่วมกับเพื่อนในชนั้ เรียน 8. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดมิ ) เพอื่ ร่วมกนั สังเกตและศึกษาวิวัฒนาการเทคโนโลยกี ารจดั เก็บ ขอ้ มูลจากหนังสอื เรยี น 9. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมเกี่ยวกบั ววิ ัฒนาการของการนำเทคโนโลยีมาใช้วา่ “ในด้านการคำนวณกม็ ี ววิ ัฒนาการมาตง้ั แตส่ มัยกอ่ นซง่ึ จะใช้ก้อนหนิ หรือก่งิ ไมม้ าช่วยในการคำนวณ ต่อมาก็พัฒนา มาเปน็ ลูกคิด เครอื่ งคิดเลข เคร่อื งบวกเลข และมาเปน็ คอมพวิ เตอร์ในปจั จุบัน” 10. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามข้อสงสยั และครูให้ความร้เู พ่ิมเตมิ ในสว่ นนั้น 11. จากนัน้ ครถู ามกระตุน้ ความคิดของนักเรียนว่า“นักเรียนคดิ ว่าปัจจุบนั มีววิ ฒั นาการใดอีกบา้ ง ท่ีนำเทคโนโลยเี ข้ามาใชง้ านในชีวติ ประจำวนั โดยใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มแลกเปลย่ี น ความคิดเหน็ ร่วมกนั และบันทึกข้อมลู ลงในสมุดประจำตวั ” 12. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอหน้าชัน้ เรยี น ชัว่ โมงที่ 3 ขน้ั สอน ขนั้ ที่ 2 สำรวจค้นหา (Exploration) 13. ครูทบทวนเน้อื หาการเรยี นเมื่อชั่วโมงท่แี ล้วเกี่ยวกับความสัมพนั ธ์ของเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม 14. นักเรียนศกึ ษารปู แบบของเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม จากหนงั สือเรยี นหรือสืบคน้ เพม่ิ เตมิ จาก อนิ เทอร์เนต็ ที่เคร่ืองคอมพิวเตอรข์ องตนเอง 15. ครสู ุ่มนักเรยี น 2-3 คน ออกมาอธิบายความหมายของคำวา่ เทคโนโลยีหน้าชน้ั เรียน ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explanation) 16. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เกี่ยวกับเทคโนโลยีวา่ “เทคโนโลยีมปี ระโยชน์สำหรับมนุษยใ์ นหลาย ๆ ด้าน เชน่ ช่วยยกระดับคุณภาพชวี ิตของมนษุ ย์ ช่วยให้มนุษย์มคี วามสะดวกสบายขน้ึ ช่วยให้มนษุ ย์ ทันสมยั ชว่ ยประหยดั เวลา และชว่ ยเหลือในการทำงานของมนุษย์” เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 26

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพอ่ื การพฒั นาอย่างยั่งยนื แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่ือง นวตั กรรมคืออะไร 17. ครยู กตัวอย่างผลติ ภัณฑท์ ี่สรา้ งจากความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ในหนงั สอื เรยี น เชน่ ดินสอ คอมพวิ เตอร์ รถยนต์ โทรศัพท์ ดาวเทยี ม เปน็ ต้น 18. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นภายในชัน้ เรยี นแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกนั ภายในชั้นเรยี นเก่ยี วกบั ผลิตภัณฑ์ท่ีสรา้ งจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 19. ครูตั้งคำถามเพอื่ กระตุ้นความคิดของนักเรยี นวา่ “นักเรียนคิดว่าเทคโนโลยแี ละนวตั กรรม แตกต่างกันอย่างไร” (แนวตอบ : นักเรียนตอบตามความคดิ เหน็ ของตนเอง โดยคำตอบข้ึนอยูก่ บั ดลุ ยพนิ จิ ของ ครูผูส้ อน เชน่ เทคโนโลยีคือการนำความรู้ไปใชใ้ ห้เกดิ ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการผลิต และผลผลติ ทสี่ ร้างข้ึนสามารถนำไปจัดจำหน่ายไดจ้ ะเรยี กว่า นวัตกรรม เปน็ ต้น) 20. ครูอธบิ ายเกรด็ เสริมความรู้ท่เี ก่ยี วข้องกับเนื้อหา (Design Focus) เร่ือง การสรา้ งนวตั กรรมว่า “การสรา้ งนวตั กรรม คอื การนำของเก่ามาปรับปรงุ เพ่ิมเติม โดยการใชค้ วามคิดสร้างสรรค์เปน็ สิง่ ใหม่นำมาซ่ึงผลติ ภณั ฑท์ ดี่ ีขึ้นกวา่ เดิม เชน่ ตวั เก็บข้อมลู โทรทัศน์ รถยนต์ ซ่ึงแตล่ ะผลิตภัณฑ์ มจี ุดประสงคห์ ลัก คือ ได้เพิ่มความสะดวกสบาย ทันสมัย ลดต้นทนุ แต่ได้มูลค่าทีส่ งู ข้นึ ” 21. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นซักถามขอ้ สงสัย และครใู ห้ความรเู้ พิ่มเติมในสว่ นนนั้ ชว่ั โมงที่ 4 ข้นั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration) 22. นกั เรยี นแตล่ ะคนทำกจิ กรรมท่ีสอดคล้องกับเนื้อหา โดยให้ผเู้ รียนฝึกปฏบิ ตั ิเพอ่ื พัฒนาความรู้ และทกั ษะ (Design Activity) ลงในสมุดประจำตวั 23. ครูสุม่ นักเรยี น 4-5 คน หรือตามความเหมาะสม ออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรยี น Note วตั ถุประสงคข์ องกจิ กรรมเพ่อื ใหน้ กั เรยี น - มีทักษะการทำงานร่วมกันโดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ ในการทำงานหรอื การทำ กิจกรรมเพ่อื ใหเ้ กิดการสอ่ื สารและแลกเปลยี่ นขอ้ มลู รว่ มกันภายในกลุ่ม - มที กั ษะการสืบค้นข้อมลู โดยใหน้ ักเรยี นแต่ละคนสืบคน้ ข้อมลู จากอนิ เทอร์เนต็ เพอื่ สืบเสาะหาความรตู้ ามหวั ข้อท่ีได้รบั มอบหมาย - มที กั ษะการสงั เกต โดยใหน้ ักเรยี นสังเกตววิ ัฒนาการเทคโลยีจากหนังสือเรียน เพื่อนำไปปรับใช้ในการเรียนไดอ้ ย่างเหมาะสม - มที กั ษะการคดิ วเิ คราะห์ โดยใหน้ กั เรยี นพิจารณาเนื้อหาจากการสบื ค้นหรือศึกษา ข้อมลู จากแหลง่ ข้อมูลตา่ ง ๆ เชน่ หนังสอื เรยี น อนิ เทอรเ์ น็ต เป็นต้น เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 27

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพอ่ื การพฒั นาอย่างยั่งยนื แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่ือง นวตั กรรมคอื อะไร ขั้นสรปุ ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation) 1. ครูประเมนิ ผลนกั เรียนจากการนำเสนอผลงาน สงั เกตการตอบคำถาม และการให้ความร่วมมอื ทางการเรยี น 2. ครตู รวจสอบความถูกต้องของผลการทำกิจกรรมท่สี อดคล้องกับเนอื้ หา โดยให้ผู้เรยี นฝึกปฏิบัติ เพ่ือพัฒนาความรแู้ ละทักษะ (Design Activity) 3. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรปุ เก่ียวกบั นวัตกรรมและเทคโนโลยีว่า“นวตั กรรมและเทคโนโลยลี ้วน เกิดขน้ึ จากความต้องการของมนษุ ยท์ ต่ี ้องการสิง่ ใหมท่ ่ีดกี ว่ามาทดแทนส่งิ เดิมเพื่ออำนวยความ สะดวก ตวั อยา่ งเช่น ในอดีตมนษุ ย์ใช้ไม้กวาดและท่ีตดั ผงในการทำความสะอาดบา้ นเรือน ต่อมามีการคิดคน้ นวัตกรรมเคร่ืองดูดฝุ่นเพือ่ ผ่อนแรงและประหยัดเวลา เปน็ ต้น” 7. การวดั และประเมินผล วิธีวดั เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น ประเมินตามสภาพจรงิ รายการวดั กอ่ นเรยี น 7.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 - ประเมินการนำเสนอ การนำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์ - แบบทดสอบก่อนเรียน ผลงาน - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ เรื่อง เทคโนโลยีและ การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 นวตั กรรมเพ่ือการพัฒนา - สงั เกตพฤติกรรม การทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์ อย่างยัง่ ยนื การทำงานกลุม่ 7.2 ประเมินระหว่างการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) การนำเสนอผลงาน 2) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล 3) พฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ 4) คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ - สงั เกตความมวี ินัย - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2 ความรบั ผดิ ชอบ คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์ ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มน่ั อนั พงึ ประสงค์ ในการทำงาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 28

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพ่ือการพัฒนาอย่างยั่งยนื แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่ือง นวตั กรรมคอื อะไร 8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สอ่ื การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เร่อื ง เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพ่ือการพฒั นาอยา่ งยง่ั ยืน 2) เครือ่ งคอมพิวเตอร์ 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ 1) ห้องคอมพิวเตอร์ 2) อนิ เทอร์เน็ต เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 29

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพอ่ื การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื . แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เรือ่ ง นวตั กรรมคอื อะไร ) ....... 9 ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ( ตำแหน่ง 10. บันทกึ ผลหลงั การสอน  ด้านความรู้  ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน  ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์  ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)  ด้านอืน่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมทีม่ ีปัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้ามี))  ปญั หา/อุปสรรค  แนวทางการแกไ้ ข เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 30

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพือ่ การพฒั นาอยา่ งย่งั ยืน แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 เรอื่ ง การพัฒนาอยา่ งยั่งยืน แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 การพฒั นาอย่างย่ังยืน เวลา 8 ช่ัวโมง 1. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด 1.1 ตัวชี้วดั ว 4.1 ม.5/1 ประยกุ ตใ์ ช้ความรแู้ ละทักษะจากศาสตร์ตา่ ง ๆ รวมทัง้ ทรัพยากรในการทำโครงงาน เพอ่ื แกป้ ญั หาหรือพฒั นางาน 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. บอกความหมายของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้ถูกต้อง (K) 2. อธิบายหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงได้ถกู ต้อง (K) 3. เขยี นแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตอ่ ด้านต่าง ๆ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงได้ (P) 4. เล็งเหน็ ถึงความสำคัญของการนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การทำโครงงาน เป็นการประยุกตใ์ ช้ความรู้ และทกั ษะจากศาสตร์ตา่ ง ๆ รวมทั้งทรัพยากร ในการสรา้ งหรอื พัฒนาชน้ิ งานหรอื วิธีการ เพื่อ แกป้ ัญหาหรอื อำนวยความสะดวกในการทำงาน - การทำโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี สามารถดำเนินการได้ โดยเร่ิมจาก การสำรวจ สถานการณ์ปัญหาที่สนใจ เพอ่ื กำหนดหัวข้อ โครงงาน แลว้ รวบรวมขอ้ มูลและแนวคิดที่ เกีย่ วข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการ แก้ปญั หา วางแผน และดำเนนิ การแกป้ ัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรบั ปรงุ แก้ไขวิธีการ แกป้ ญั หาหรือช้ินงาน และนำเสนอวธิ กี าร แก้ปัญหา เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 31

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพือ่ การพัฒนาอยา่ งย่ังยืน แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 เรอื่ ง การพฒั นาอย่างยั่งยืน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ ปรชั ญาทช่ี ้ถี ึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบตั ิตนของประชาชนในทุกระดับ ในการพฒั นาประเทศและบริหารประเทศให้ดำเนนิ ไปในทางสายกลาง ประกอบด้วยความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล และมภี ูมิคุม้ กัน โดยมเี งือ่ นไขความรู้ และเงื่อนไขคุณธรรม นอกจากนนั้ หลักปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพยี งยังทำใหเ้ กิดการพัฒนาอย่างยั่งยนื ได้ เพราะเปน็ แนวคิดการใชช้ วี ิตท่ีสมดุลกบั ธรรมชาติ 5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียนและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ - ทักษะการส่ือสาร 2. ใฝ่เรยี นรู้ - ทักษะการแลกเปล่ยี นข้อมลู 3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน 2. ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา - ทักษะการสังเกต 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต - ทักษะการทำงานร่วมกัน 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - ทักษะการสบื ค้นขอ้ มูล 6. กจิ กรรมการเรียนรู้  วธิ กี ารสอนโดยเน้นรปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ช่วั โมงท่ี 1 ขนั้ นำ ข้นั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1. ครทู บทวนความร้เู ดมิ จากชวั่ โมงทผี่ า่ นมาเกี่ยวกบั เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม 2. ครูเขียนคำวา่ “การพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน” ลงบนกระดานหน้าช้ันเรียน จากน้ันให้นักเรียน ออกมาเติมคำตอบว่ามีแนวทางในการพัฒนาประเทศอย่างไรบ้าง โดยเติมคำตอบในลักษณะ ของผังมโนทัศน์ (Mind Mapping) ให้ถูกต้อง เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 32

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพื่อการพฒั นาอย่างย่งั ยืน แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 เรื่อง การพฒั นาอย่างย่งั ยนื 3. จากนัน้ นักเรยี นและครพู ิจารณาคำตอบร่วมกัน โดยครอู ธิบายกับนกั เรียนว่า“หลกั ปรชั ญา เศรษฐกิจพอเพียง เปน็ ปรัชญาที่มปี ระโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ โดยสามารถยึด เปน็ แนวทางสกู่ ารพัฒนาประเทศทย่ี ั่งยืน” 4. ครูถามคำถามประจำหวั ข้อกับนักเรียนว่า “นกั เรยี นรหู้ รือไม่วา่ หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง สมั พนั ธ์กบั เทคโนโลยอี ยา่ งไร” (แนวตอบ : นกั เรียนตอบตามความคิดเหน็ ของตนเอง โดยคำตอบขึ้นอย่กู ับดุลยพนิ จิ ของ ครผู ูส้ อน) ขัน้ สอน ขัน้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Exploration) 1. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน หรอื ตามความเหมาะสม เพื่อรว่ มกนั สืบคน้ เกย่ี วกบั ความหมายของคำวา่ “หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง” จากอินเทอรเ์ นต็ ที่เครื่อง คอมพิวเตอร์ของตนเอง จากนัน้ นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานำเสนอเกยี่ วกับ ความหมายของคำวา่ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พรอ้ มอภิปรายรว่ มกนั ในห้องเรียน 2. นักเรยี นศกึ ษาเพ่ิมเตมิ เก่ียวกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง จากหนังสือเรยี นรายวชิ า พน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรือ่ ง เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพ่ือการพัฒนาอย่างย่งั ยืน 3. ครชู แี้ นะกับนักเรียนเก่ียวกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งว่า“เศรษฐกจิ พอเพียงเป็น ปรชั ญาทร่ี ชั กาลที่ 9 ทรงชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวติ แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด รวมถึงการพัฒนาและการบริหารประเทศท่ีต้ังอยบู่ นพนื้ ฐานของทางสายกลาง โดยคำนึง ถงึ ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การสร้างภมู คิ ุ้มกนั ที่ดีในตัว ตลอดจนใชค้ วามรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตดั สินใจ และการกระทำ” 4. นกั เรียนศึกษาทฤษฎใี หม่หวั ใจเศรษฐกิจพอเพียง จากหนังสือเรยี นเก่ียวกบั การจัดพื้นทดี่ ินเพอื่ การอยู่อาศัยและการมชี วี ิตที่ยง่ั ยืน และให้นักเรยี นสังเกตแผนภาพแสดงเกษตรทฤษฎใี หม่ ในการแบง่ สัดส่วนพนื้ ทอ่ี อกเปน็ 30 : 30 : 30 : 10 ข้ันท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explanation) 5. ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ เกยี่ วกบั ทฤษฎีใหมห่ วั ใจเศรษฐกิจพอเพียงว่า“เกษตรทฤษฎใี หม่ คือ ตวั อยา่ งทเี่ ปน็ รูปธรรมของการประยกุ ต์ใชเ้ ศรษฐกิจพอเพยี งท่ีเดน่ ชัดทีส่ ดุ ซ่ึงรัชกาลท่ี 9 ไดพ้ ระราชทานเพ่ือชว่ ยเหลอื เกษตรกรทม่ี ักประสบปญั หาท้ังภัยธรรมชาติ ใหส้ ามารถผ่านพน้ ชว่ งเวลาวิกฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำไดโ้ ดยไม่เดือดร้อนและยากลำบาก” เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 33

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เทคโนโลยีและนวตั กรรมเพือ่ การพัฒนาอยา่ งย่งั ยืน แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เรือ่ ง การพัฒนาอย่างย่ังยืน ชั่วโมงที่ 2 ข้ันท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explanation) 6. ครูทบทวนความรูเ้ ดิมเกี่ยวกับหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 7. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม (กลมุ่ เดิม) พรอ้ มต้ังคำถามเพ่ือใหน้ กั เรียนไดส้ ืบค้นข้อมูลจากทาง อนิ เทอร์เน็ตภายใต้หวั ข้อเกษตรทฤษฎีใหม่สำคัญอยา่ งไร จากน้นั ให้นกั เรยี นจดั ทำออกมาใน รูปแบบของป้ายนิเทศให้ความรู้ และส่งตวั แทนออกมานำเสนอในชัว่ โมงถัดไป ชัว่ โมงที่ 3 ข้ันที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explanation) 8. ครทู บทวนหวั ขอ้ เร่ืองทคี่ รูมอบหมายใหน้ ักเรียนไปสืบค้นข้อมลู จากทางอนิ เทอร์เน็ตว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่สำคญั อย่างไร” 9. เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าช้ันเรยี น โดยครูคอยใหค้ ำแนะนำ ตามความเหมาะสม ช่วั โมงท่ี 4 ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explanation) 10. นกั เรียนศกึ ษาคุณสมบตั ขิ องเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 ประการจากหนงั สือเรยี น ท่ีแบ่งออกเป็น ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมภี ูมิคมุ้ กัน 11. ครูวาดรูป 3 หว่ ง ของเศรษฐกจิ พอเพยี งบนกระดานหน้าชั้นเรยี น และอธบิ ายประกอบ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจเพิ่มข้นึ ว่า“เศรษฐกิจพอเพยี งประกอบด้วยคณุ สมบัติ 3 ประการ ดงั นี้ 1) ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีทีไ่ มน่ อ้ ยเกินไปและไมม่ ากเกนิ ไป โดยไม่เบียดเบยี นตนเองและผู้อ่นื 2) ความมเี หตผุ ล หมายถึง การตัดสนิ ใจเกี่ยวกับระดบั ความพอเพียงน้นั จะต้องเป็นไป อย่างมีเหตผุ ล 3) มีภูมคิ มุ้ กนั หมายถงึ การเตรียมตวั ให้พรอ้ มรับผลกระทบและการเปลีย่ นแปลงด้าน ตา่ ง ๆ ทจ่ี ะเกดิ ข้นึ โดยมีเง่ือนไขของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมให้อยู่ในระดับพอเพียง 2 ประการ คือ เง่อื นไขความรู้และเง่ือนไขคุณธรรม” เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 34

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพอ่ื การพัฒนาอย่างย่ังยนื แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 เรื่อง การพฒั นาอยา่ งยัง่ ยืน 12. นักเรียนสังเกตและบนั ทึกผงั แสดงหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงของรชั กาลที่ 9 ลงในสมุด ประจำตวั ของตนเอง 13. นักเรียนทำความเขา้ ใจกับเกร็ดเสริมความรทู้ เ่ี กีย่ วขอ้ งกบั เนื้อหา (Design Focus) เร่อื ง เศรษฐกิจพอเพยี ง และสุ่มนกั เรยี นออกมาอภปิ รายหนา้ ชนั้ เรยี นวา่ “เศรษฐกิจพอเพียงในระดับ บคุ คล คือ การดำรงชีวติ อยู่ได้อย่างไมเ่ ดือดร้อน ไม่หลงใหลไปตามกระแสของวัตถุนยิ ม มี เสรภี าพ ไมพ่ ันธนาการอยู่กับสิ่งใด สามารถพงึ่ ตนเองได้ทั้งทางจิตใจ สงั คม ประยุกตใ์ ช้ ภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ มาทดลองและศกึ ษาเพ่ือใหเ้ กิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ สอดคล้องกบั ภมู ิประเทศ และสังคม ทำให้เกิดเป็นเศรษฐกจิ พอเพียงทแี่ ม้จะไมม่ เี งินก็ยงั มีอาหารเพื่อยังชพี ซ่ึงสามารถ นำไปส่กู ารพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศในระดับมหภาคต่อไป” 14. ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามข้อสงสัย และครูให้ความรเู้ พม่ิ เติมในสว่ นนน้ั 15. นักเรียนทำใบงานที่ 1.2.1 เร่อื ง เศรษฐกจิ พอเพียง และสุ่มนกั เรยี น 2-3 คนออกมานำเสนอ หนา้ ชนั้ เรียน พร้อมกับอภิปรายรว่ มกันในหอ้ งเรยี น ช่วั โมงที่ 5 ขัน้ สอน ข้ันที่ 3 อธิบายความรู้ (Explanation) 16. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ทบทวนเนอ้ื หาการเรียนเม่ือช่ัวโมงท่ีผ่านมาเกี่ยวกับผังแสดง หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงของรัชกาลที่ 9 17. นกั เรยี นศกึ ษาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเพื่อการพัฒนาอยา่ งยัง่ ยนื ท่ีไดร้ ับการเชิดชู เกยี รติสูงสุดจากองค์การสหประชาชาติ (UN) จากหนงั สือเรยี นหรือสบื คน้ เพ่ิมติมจาก ทางอนิ เทอรเ์ น็ต 18. ครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ เพื่อใหน้ กั เรียนเขา้ ใจเพ่ิมมากขึ้นวา่ “รัชการท่ี 9 ได้พระราชทานหลักปรัชญา เพ่ือการพัฒนาอยา่ งย่ังยืนใหก้ ับโลก และไดร้ บั การเชดิ ชูเกยี รติสูงสุดจากองคก์ ารสหประชาชาติ (UN) ตอ่ มาองคก์ ารสหประชาชาติ (UN)ไดจ้ ัดทำเปา้ หมายการพฒั นาอยา่ งยัง่ ยนื หรือท่ีเรียกวา่ SDGs 17 ประการ ประกอบดว้ ย 1) ขจดั ความยากจน 2) ขจัดความหวิ โหย 3) มีสขุ ภาพและความเป็นอยทู่ ่ีดี 4) การศกึ ษาท่เี ทา่ เทียม เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 35

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมเพือ่ การพฒั นาอยา่ งย่ังยนื แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่อื ง การพัฒนาอย่างย่งั ยนื 5) ความเทา่ เทยี มทางเพศ 6) การจัดการน้ำและสุขาภิบาล 7) พลงั งานสะอาดที่ทกุ คนเขา้ ถึงได้ 8) การจา้ งงานที่มคี ุณคา่ และการเติบโตทางเศรษฐกิจ 9) อตุ สาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพน้ื ฐาน 10) ลดความเหล่ือมลำ้ 11) เมืองและถ่ินฐานมนษุ ย์อยา่ งยั่งยนื 12) แผนการบรโิ ภคและการผลิตท่ยี ง่ั ยืน 13) การรับมือการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ 14) การใชป้ ระโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล 15) การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก 16) สงั คมสงบสขุ ยตุ ธิ รรมไม่แบง่ แยก 17) ความร่วมมอื เพ่ือการพฒั นาท่ีย่งั ยืน 19. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามขอ้ สงสัย และครใู ห้ความรู้เพ่มิ เติมในสว่ นนน้ั ช่วั โมงท่ี 6 20. นกั เรียนทำใบงานท่ี 1.2.2 เรื่อง เป้าหมายการพัฒนาอยา่ งยั่งยืน และสมุ่ นักเรียน 17 คน ออกมาเฉลยคำตอบ พร้อมกับอภิปรายร่วมกันในห้องเรยี น โดยครคู อยใหค้ ำแนะนำตาม ความเหมาะสม ช่ัวโมงท่ี 7 ข้นั สอน ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explanation) 21. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ทบทวนเนือ้ หาการเรียนเมื่อชัว่ โมงที่ผา่ นมาเก่ยี วกบั เป้าหมายการพัฒนา อยา่ งยง่ั ยืน 17 ประการ 22. นักเรยี นศึกษาเกยี่ วกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงกับวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จากหนงั สอื เรียน พร้อมสงั เกตตวั อย่างการผลติ พลงั งานทดแทนไบโอดีเซลในหนงั สือเรยี น เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 36

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพือ่ การพัฒนาอย่างย่งั ยืน แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 เรื่อง การพัฒนาอย่างยัง่ ยนื ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration) 23. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คนหรอื ตามความเหมาะสม เพอื่ รว่ มกนั สบื ค้นตวั อย่างการใช้ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงกบั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากอนิ เทอร์เนต็ และ คดั เลือกเนอ้ื หา 1 เร่ือง เพื่อนำเสนอหน้าช้นั เรยี น 24. ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทนออกมานำเสนอหนา้ ชน้ั เรียน โดยครคู อยให้คำแนะนำ ตามความเหมาะสม Note วัตถุประสงค์ของกจิ กรรมเพ่ือใหน้ ักเรยี น - มที กั ษะการทำงานรว่ มกันโดยใช้กระบวนการกลุ่มในการทำงานหรือการทำ กิจกรรมเพ่อื ให้เกิดการส่อื สารและแลกเปลยี่ นขอ้ มูลรว่ มกันภายในกลุ่ม - มที ักษะการสบื ค้นข้อมูล โดยให้นกั เรยี นแต่ละคนสบื ค้นข้อมลู จากอนิ เทอร์เน็ต เพอื่ สบื เสาะหาความร้ตู ามหัวขอ้ ท่ีไดร้ บั มอบหมาย - มที ักษะการสงั เกต โดยให้นักเรยี นสังเกตแผนภาพเกษตรทฤษฎใี หม่ ผังแสดงหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง และตวั อย่างการผลิตพลังงานทดแทนไบโอดเี ซลจากหนงั สือเรียน เพอื่ นำไปปรบั ใชใ้ นการเรียนได้อย่างเหมาะสม - มีทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ โดยให้นกั เรียนพิจารณาเนื้อหาจากการสืบคน้ หรือศึกษา ข้อมลู จากแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ เชน่ หนังสือเรยี น อนิ เทอรเ์ น็ต เปน็ ต้น ช่ัวโมงที่ 8 ข้นั สรปุ ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation) 1. ครปู ระเมินผลนักเรยี นจากการนำเสนอผลงาน สังเกตการตอบคำถาม การให้ความรว่ มมือ ทางการเรียน สมุดประจำตวั และการทำใบงาน 2. ครตู รวจสอบความถูกต้องของผลการทำใบงานท่ี 1.2.1 และ ใบงานท่ี 1.2.2 3. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ เก่ียวกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเพ่ือการพฒั นาอย่าง ยง่ั ยืน 4. นกั เรียนทำแบบฝึกหัดทบทวนความรู้ ความเขา้ ใจ และพัฒนาการคดิ ของผู้เรียน (Unit Question) โดยการตอบคำถามลงในสมดุ ประจำตัว เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 37

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมเพื่อการพฒั นาอยา่ งยั่งยืน แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 เรื่อง การพัฒนาอย่างย่ังยนื 5. ครูสมุ่ นกั เรยี น 5 คน ออกมาเฉลยการตอบคำถามจากการทำกิจกรรม Unit Question หน้าชน้ั เรียน 6. นกั เรียนตรวจสอบระดับความสามารถของตนเอง (Self - Check) โดยพจิ ารณาขอ้ ความว่าถกู หรอื ผิด หากนักเรยี นพิจารณาขอ้ ความไม่ถูกต้องให้นกั เรยี นกลับไปทบทวนเนือ้ หาตามหัวขอ้ ท่ี กำหนดให้ 7. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอื่ ง เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพ่ือการ พฒั นาอยา่ งยงั่ ยืน เพ่ือวัดความรู้ที่นกั เรยี นไดร้ บั หลังจากผ่านการเรียนรู้ 8. มอบหมายใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนทำช้นิ งาน / ภาระงาน (รวบยอด) เร่อื ง การปฏบิ ัติตนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง จากนั้นนำมาสง่ ในชัว่ โมงถดั ไป เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 38

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมเพ่ือการพฒั นาอยา่ งยั่งยนื แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง การพัฒนาอยา่ งย่งั ยืน 7. การวดั และประเมนิ ผล รายการวัด วธิ ีวัด เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน 7.1 ประเมนิ ระหวา่ งการจัดกิจกรรม รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การเรียนรู้ ระดบั คุณภาพ 2 1) เศรษฐกจิ พอเพยี ง - ตรวจใบงานท่ี 1.2.1 - ใบงานท่ี 1.2.1 ผา่ นเกณฑ์ ระดับคุณภาพ 2 2) เป้าหมายการพัฒนา - ตรวจใบงานที่ 1.2.2 - ใบงานที่ 1.2.2 ผา่ นเกณฑ์ ระดบั คุณภาพ 2 อย่างยัง่ ยนื ผา่ นเกณฑ์ 3) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมิน ผลงาน การนำเสนอผลงาน 4) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล 5) พฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทำงานกลุม่ การทำงานกลมุ่ 6) คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2 ความรับผิดชอบ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ 7.2 การประเมินหลังเรียน ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่น อันพึงประสงค์ 1) แบบทดสอบหลงั เรียน ในการทำงาน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่อื ง เทคโนโลยแี ละ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรยี น ประเมินตามสภาพจริง นวัตกรรมเพ่ือการพฒั นา หลงั เรียน อยา่ งยง่ั ยืน 2) การประเมินชน้ิ งาน - ตรวจชิน้ งาน/ภาระ - แบบประเมินชิ้นงาน ระดบั คุณภาพ 2 /ภาระงาน (รวบยอด) งาน (รวบยอด) /ภาระงาน (รวบยอด) ผ่านเกณฑ์ เรอื่ ง การปฏิบตั ติ นตาม หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี 39

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพือ่ การพฒั นาอย่างยง่ั ยนื แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 เร่ือง การพัฒนาอย่างยง่ั ยนื 8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพ่ือการพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื 2) ใบงานที่ 1.2.1 เร่ือง เศรษฐกิจพอเพียง 3) ใบงานที่ 1.2.2 เร่ือง เป้าหมายการพฒั นาอยา่ งยั่งยนื 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ 1) หอ้ งคอมพิวเตอร์ 2) อินเทอร์เนต็ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 40

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพ่อื การพัฒนาอยา่ งย่ังยนื แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง การพฒั นาอยา่ งย่งั ยนื ใบงานท่ี 1.2.1 เรือ่ ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการใชจ้ า่ ยของนักเรียน โดยเขยี นตามหลัก 3 หว่ ง 2 เงื่อนไข พอประมาณ ........................................ ........................................ ........................................ มเี หตุผล ................................. มภี มู คิ ุ้มกนั ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ........................................ ................................. ................................. เงอื่ นไขความรู้ เง่อื นไขคณุ ธรรม ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. ................................................................. การใชจ้ ่ายของนกั เรียน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 41


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook