141 4. การค้า การคาในจักรวรรดิโรมันรุงเรืองมาก มีทั้งการคากับดินแดนภายในและนอกจักรวรรดิ ปจใ จยั สําคัญท่ีทําใหการคาเจริญรุงเรือง ไดแก ขนาดของดินแดนที่กวางใหญและจํานวนประชากร ซ่ึงเป็น ตลาดขนาดใหญสามารถรองรบั สนิ คา ตางๆไดมาก นอกจากน้ีการจัดเก็บภาษีการคาก็อยูในอัตราต่ําและยัง มีการใชเ งินสกุลเดยี วกนั ทั่วจกั รวรรดิ ประกอบกับภายในจักรวรรดิโรมันมีระบบคมนาคมขนสงทางบก คือ ถนนและสะพานท่ีติดตอเช่ือมโยงกับดินแดนตางๆ ไดสะดวก ทําใหการติดตอคาขายสะดวกรวดเร็ว การคากับดินแดนนอกจักรวรรดิโรมันที่สําคัญไดแก ทวีปเอเชีย โดยเฉพาะการคากับอินเดียซ่ึงสงสินคา ประเภทเครื่องเทศ ผาฝูาย และสินคาฟุมเฟือยตางๆ สําหรับชนชั้นสูงเขามาจําหนาย โดยมีกรุงโรมและ นครอะเล็กซานเดรียในอียปิ ตแเป็นศูนยแกลางการคาทสี่ ําคัญ 5. อุตสาหกรรม ความรุงเรืองทางกาคาของจักรวรรดิโรมันสงเสริมใหมีการผลิตสินคา อุตสาหกรรมอยางกวางขวาง ดินแดนที่มีการประกอบอุตสาหกรรมท่ีสําคัญไดแก แหลมอิตาลี สเปน และ แควนกอล ซ่ึงผลิตสินคาประเภทเคร่ืองปใ้นดินเผาและส่ิงทอ อยางไรก็ตาม อุตสาหกรรมในเขตจักรวรรดิ โรมนั สวนใหญเ ปน็ อุตสาหกรรมขนาดเล็กที่ใชแ รงงานคนเป็นหลัก 6. สังคม จกั รวรรดิโรมันมีความเจริญดานสังคมมาก ท่ีสําคัญไดแก ภาษา การศึกษา วรรณกรรม การกอสราง และสถาปตใ ยกรรม วิทยาการตา งๆ และวิถีดาํ รงชีวติ ของชาวโรมัน 7. ภาษาละติน ชาวโรมันพัฒนาภาษาละตินจากตัวพยัญชนะในภาษากรีกท่ีพวกอีทรัสคัน นํามาใชในแหลมอิตาลี ภาษาละตินมีพยัญชนะ 23 ตัว ใชกันแพรหลายในมหาวิทยาลัยของยุโรปสมัย กลาง และเป็นภาษาทางราชการของศาสนาคริสตแนิกายโรมันคาทอลิกมาจนถึงศตวรรษ 1960 นอกจากน้ี ภาษาละตินยังเป็นภาษากฎหมายของประเทศในยุโรปตะวันตกนานหลายรอยปีและเป็นรากของภาษาใน ยุโรป ไดแก ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และโรมาเนีย ภาษาละตินยังถูกนําไปใชเป็นช่ือทาง วิทยาศาสตรเแ ชน เดียวกับภาษากรีกดวย การศึกษา โรมันสงเสริมการศึกษาแกประชาชนของตนท่ัวจักรวรรดิในระดับประถมและมัธยม โดยรัฐจัดใหเยาวชนทั้งชายและหญิงที่มีอายุ 7 ปี เขาศึกษาในโรงเรียนประถมโดยไมตองเสียคาเลาเรียน สวนการศึกษาระดับมัธยมเริ่มเมื่ออายุ 13 ปี วิชาท่ีเยาวชนโรมันตองศึกษาในระดับพ้ืนฐาน ไดแก ภาษา ละติน เลขคณิต และดนตรี ผูที่ตองการศึกษาวิทยาการเฉพาะดาน ตองเดินทางไปศึกษาตามเมืองที่เปิด สอนวิชานั้นๆ โดยเฉพาะ เชน กรุงเอเธนสแสอนวิชาปรัชญา นครอะเล็กซานเดรียสอนวิชาการแพทยแ สวน กรุงโรมเปิดสอนวิชากฎหมาย คณิตศาสตรแ และวิศวกรรมศาสตรแ 8. วรรณกรรม โรมันไดรับอิทธิพลดานวรรณกรรมจากกรีก ประกอบกับไดรับการสงเสริมจาก จักรพรรดิโรมัน จึงมีผลงานดานวรรณกรรมจํานวนมากท้ังบทกวีและรอยแกว มีการนําวรรณกรรมกรีกมา เขียนเป็นภาษาละตินเพ่ือเผยแพรในหมูชาวโรมัน และยังมีผลงานดานประวัติศาสตรแ นักประวัติศาสตรแ โรมันที่มีชื่อเสียงคือ แทซิอุส (Tacitus) ซึ่งวิพากษแการใชชีวิตฟุมเฟือยของชาวโรมัน สวนกวีที่มีชื่อเสียง
142 มากท่ีสุดคนหนึ่งของโรมันคือ ซิเซโร (Cicero) ซ่ึงมีผลงานจํานวนมากรวมท้ังการแสดงความคิดเห็น ทางการเมือง 9. การก่อสร้างและสถาปัตยกรรม ผลงานดานการกอสรางเป็นมรดกที่ย่ิงใหญของชาวโรมัน โรมันเรียนรูพื้นฐานและเทคนิคการกอสราง การวางผังเมืองและระบบระบายนํ้าจากกรีกจากน้ันไดพัฒนา ระบบกอสรางของตนเอง ชาวโรมันไดสรางผลงานไวเป็นจํานวนมาก เชน ถนน สะพาน ทอสงน้ําประปา อัฒจันทรแคร่ึงวงกลม สนามกีฬา ฯลฯ อน่ึง ในสมัยน้ีมีการใชปูนซีเมนตแเป็นวัสดุกอสรางอยางแพรหลาย นอกจากผลงานดานการกอสรางแลว โรมันยังมีผลงานดานสถาปใตยกรรมซ่ึงไดรับยกยองวาเป็นศิลปกรรม ท่ีงดงามจํานวนมาก เชน พระราชวัง วิหาร โรงละครสรางเป็นอัฒจันทรแครึ่งวงกลม ฯลฯ อยางไรก็ตาม แมวา โรมนั จะรบั สถาปใตยกรรมกรีกเป็นตนแบบงานสถาปใตยกรรมของตน แตชาวโรมันก็ไดพัฒนารูปแบบ ที่เป็นเอกลักษณแของตนดวย เชน ประตู วงโคง และหลังคาแบบโดม ภาพที่ 5.13 สถาปตใ ยกรรมโฟรมั ทีม่ า: https://sites.google.com 9.1 โฟรัม (Forum) เป็นยานชุมนุมชน สถานที่ราชการ ตลาด โฟรัมจะมีลักษณะเป็น ลานกวางแตบางแหงอาจจะมีหลังคา บริเวณรอบๆจะรายลอมดวย อาคาร สถานที่ราชการ วิหาร หอสมุด ที่มีชื่อเสียงในสมัยจักรวรรดนิ ีค้ ือ โฟรัมของทราจัน (Forum of Trajan)
143 ภาพที่ 5.14 อาคารบาซิลิกา ทมี่ า: https://sites.google.com 9.2 บาซลิ ิกา (Basilica) เป็นช่ือเรียกอาคารขนาดใหญซ่ึงใชเป็นศาลยุติธรรมและอาคาร พาณชิ ยแของรัฐ ทม่ี ชี ่ือเสยี งมากคือ บาซิลิกา อลุ ปิอา (Basilica Ulpia) และบาซลิ ิกาโนวา (Basilica Nova) ภาพท่ี 5.15 สะพานและทอสงน้าํ ท่มี า: https://sites.google.com 9.3 สะพานและทอสงนํา้ (Bridges and Aqueduct) การทําทอนํา้ มที ั่วไปในอาณาจักร โรมันเพื่อบริการน้ําสะอาดแกประชาชน บางแหงตองลําเลียงน้ําผานหุบเขาและที่ลุม ทอน้ําท่ีมีสะพาน รองรับยกระดับนํ้าผานหุบเขาและที่ลุมท่ีมีชื่อเสียงมากคือ Pont Du Gard ที่เมืองนิมสแทางตอนใตของ ฝรงั่ เศส มีชวงที่ขามชอ งเขาหลายตอนดว ยกนั การกอสรางแบบประตโู คง
144 ภาพที่ 5.16 โรงละครและสนามกีฬา ท่มี า: https://sites.google.com 9.4 โรงละครและสนามกีฬา (Theatres and Amphitheatres) เป็นสถานที่พักผอน ชมกีฬา ชาวโรมันมีดวยกันหลายแหงแหงท่ีมีชื่อคือ Colosseum เป็นโรงมหรสพรูปวงกลมท่ีมี อัฒจันทรลแ อ มรอบ สําหรับเกมกฬี าตอ สูและความบันเทงิ ของสาธารณชน ภาพที่ 5.17 ประตูชัย ทมี่ า: https://sites.google.com 9.5 ประตูชัย (Triumphal Arch) สรางขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะจากสงคราม สราง โดยจักรพรรด์ิ นิยมสรางครอมถนนโดยทําเป็นแทงสี่เหลี่ยม ตรงกลางทําเป็นทางลอดและประตูโคง บริเวณสวนหนาและหลังประดับดวยประติมากรรมและขอความจารึกเหตุการณแหรือวีรกรรมของผูสราง ทไ่ี ดชัยชนะจากสงคราม
145 10. จิตรกรรม จิตรกรรมของโรมัน อาศัยจากการคนควาขอมูลจากเมืองปอมเปอี สตาบิเอ และ เฮอรแคิวเลนุม ซึ่งถูกถลมทับดวยลาวาจากภูเขาไฟวิสุเวียส เม่ือ ค.ศ. 622 และถูกขุดคนพบในสมัย ปใจจบุ นั จิตรกรรมฝาผนงั ประกอบดว ยแผงรูปสี่เหล่ียมผืนผา ซ่ึงมักเลียนแบบหินออน เป็นภาพทิวทัศนแ ภาพคน และภาพเก่ียวกับสถาปใตยกรรมมีการใชแสงเงา และกายวิภาคของมนุษยแชัดเจน เขียนดวยสีฝุน ผสมกับกาวนํ้าปูนและสีขี้ผึ้งรอน นอกจากการวาดภาพ ยังมีภาพประดับดวยเศษหินสี (Mosaic) ซึ่งใช กนั อยา งกวา งขวาง ทง้ั บนพื้นและผนงั อาคาร ภาพท่ี 5.18 ภาพจิตกรรมฝาผนงั ท่ีมา: https://sites.google.com 11. ประติมากรรม ประติมากรรมของโรมัน รับอิทธิพลมากจากชาวอีทรัสกันและกรีกยุคเฮเลนิ สติก แสดงถึงลักษณะท่ีถูกตองทางกายภาพ เป็นแบบอุดมคติที่เรียบงาย แตดูเขมแข็งมาก ประตมิ ากรรมอกี ชนดิ หนง่ึ ทีเ่ ปน็ ท่ีนยิ มคือ ประติมากรรมรูปนูนเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตรแ มีรายละเอียด ของเรื่องราว เหตุการณแถูกตอง ชัดเจน ประติมากรรมโรมันในยุคหลัง ๆ เร่ิมเป็นเร่ืองราวเกี่ยวกับ พิธกี รรมทางศาสนามากเป็นพิเศษ วัสดุที่ใชสรางประติมากรรมของโรมันมักสรางข้ึนจาก ขี้ผ้ึง ดินเผา หิน และสาํ รดิ .
146 บทสรปุ อารยธรรมกรกี กาํ เนิดบริเวณชายฝใ่งทะเลอเี จยี น หมูเกาะตาง ๆ และดินแดนกรีซ สภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขา ทําใหแตละรัฐจึงเป็นอิสระตอกัน เป็นรัฐเล็ก ๆ มากมาย เกาะครีต เป็นเกาะใหญและมีความสําคัญ ของกรีก กรีกสมัยกอนประวัติศาสตรแ 4000 กอนคริสตกาล มีการคนพบเครื่องมือ และหลักฐานการ ต้งั ถ่นิ ฐานบา นเรือน รวมถงึ ปูอมปราการ บนเกาะครีต มีการใชโ ลหะทองแดง สําริด กรีกสมัยประวัติศาสตรแ 2000 กอนคริสตกาล. กําเนิดอารยธรรมไมนวน การคนพบดินเผาจารึก ตัวอักษรบนเกาะครีต มีการกอสรางวังใหญโต ตอมาถูกรุกรานจากพวกไมซิเนียน และตอมาเป็นพวก ดอเรียน ในปี 1120-800 กอนคริสตการล ถือเป็น “ยุคมืด” การคาขายถูกพวกฟินิเชียนเขามาขยาย อิทธิพล โฮเมอรแ และอิเลียด โอดิสซียแ เกิดในชวงนี้ ในปี 800 กอนคริสตกาลคือ ยุคคลาสสิค มีลักษณะ เป็นนครรัฐ เรียกวา “โพลิส” มีกษัตริยแ และขุนนางปกครองนคร เริ่มใชระบอบประชาธิปไตย ในปี 500 กอนคริสตกาล ศูนยแกลางอยูท่ี เอเธนสแ แควนแอตติก Attica ไดรวมกันกับนครรัฐกรีกอื่น ปูองกันการ รุกรานจากเปอรแเซีย กลายเป็นยุคทองแหงเอเธนสแ และตอมา 431-404 กอนคริสตกาล สงครามเพโล พอนนีเชียน ระหวางเอเธนสแ กับสปารแตา ผลทําให มาซีโดเนีย เขาครอบครองกรีก สมัยพระเจาอเล็กซาน เดอรมแ หาราช เรยี กวา ยคุ “เฮลเลนิสตกิ ” ขยายดนิ แดนครอบคลุมถึงอยี ปิ ตแ และอนิ เดีย มรดกทีส่ าคัญของกรีก สถาปใตยกรรม ชาวกรีกใหความสําคัญกับเทพเจา เชื่อวาพลังธรรมชาติจะใหคุณและโทษได อํานาจลึกลับน้ีมาจากเทพเจาเป็นผูบันดาล วิหารบูชาเทพเจา“พารแเธนอน” สรางดวยหินออน หลังคา หนาจวั่ มีเสาหิน ประตมิ ากรรม สะทอนใหเห็นถึงลักษณะธรรมชาติ เทพเจาจึงเหมือนมนุษยแ งานในยุคแรกจะตรง ๆ แขง็ ทอ่ื และในสมัยคลาสสิคเร่ิมมีลักษณะพริ้วไหว และสมัยหลังจะแสดงถึงความปวดราว ความทรมาน ของมนุษยแ จิตรกรรม ภาพวาดในยุคแรก นิยมพ้ืนสีแดง คนสีดํา วาดบนภาชนะ และยุคเฮลเลนิสติก มีการ นํากระเบื้องสีมาประดับ เรยี กวา โมเสก Mosaic นาฏกรรม เป็นการละครของกรีก รองประสานเสียง ในเทศกาลบวงสรวงและเฉลิมฉลองเทพเจา เป็นละครประเภทโศกนาฎกรรม และสขุ นาฏกรรม วรรณกรรม โฮเมอรแ กวีนกั เลาเร่ืองไดแตง “อีเลยี ด” และ “โอดสิ ซี” เป็นเรอื่ งเกยี่ วกบั สงครามทรอย
147 นักปราชญแท่ีสําคญั ของโลก ไดแ ก เฮโรโดตสุ โซเครตีส อริสโตเต้ลิ และเพลโต อารยธรรมโรมัน โรมกอ ตัวจากหมบู า นทางภาคกลางของอติ าลี อุปนสิ ัยของโรมันคอื ความเครงขรึมและสรางสรรคแ สิ่งตางๆ อยางชาๆ แตม่ันคง ความสามารถทางทหารของโรมันอยูที่ความอดทนมากกวายุทธวิธีที่ฉลาด ปราดเปรอื่ ง ประมาณ 600 ปี กอนคริสตกาล บรรดาผูอพยพตางรวมตัวกันตั้งนครรัฐแหงโรมข้นึ ทางเหนือของ โรมติดตอกับ อีทรูเนีย เป็นท่ีอยูอาศัยของพวกที่มีอารยธรรมสูงเรียกวา อีทรัสกัน ซ่ึงเป็นพวกท่ีวางรูป วฒั นธรรมของชาวโรมันแตเ ริ่มแรก ในราว 509 กอนคริสตกาล ขุนนางโรมันประสบความสําเร็จในการลมกษัตริยแอีทรัสกัน และ เปลีย่ นแปลงระบอบกษตั ริยแมาเป็นสาธารณรัฐปกครองโดยชนชน้ั ขุนนาง ชนชน้ั สูง คือ แพทริเชียน สวนชน ชนั้ ตา่ํ หรอื เพลเบียน นน้ั เกือบไมมสี ทิ ธทิ างการเมอื งเลย พวก เพลเบยี น ยกฐานะของตน เพ่ือเขามามีสวนรวมในการปกครอง พวกเพลเบียนเลือกตัวแทน ของตนเรยี กวา ทรีบนู ใหเป็นปากเสยี งและเป็นตัวแทนผลประโยชนขแ องตนในรฐั บาลซ่ึงคมุ โดยแพทริเชียน 450 ปีกอนคริสตกาล ไดมีการนํากฎหมายเขียนเป็นลายลักษณแอักษร คือ กฎหมายสิบสองโต฿ะ กฎหมายนี้ชวยพิทักษแบรรดาเพลเบียน ใหพนจากอํานาจตามอําเภอใจของชนชั้นแพทริเชียน กฎหมายสิบ สองโตะ฿ น้ีนับวามีความสาํ คัญมากตอพัฒนาการทางกฎหมายรฐั ธรรมนญู ของ โรมัน การปกครอง รูปสมบูรณาญาสิทธิราช สืบสันตติวงศแ เริ่มตั้งแตออกุสตุสเป็นตนราชวงศแ คนที่ดู เสมือนหนึ่งเป็นผูฝใงระบอบการปกครอง คือ ออกเตเวียน ทําหนาท่ี “ออกุสตุส” ซ่ึงมีความหมายวา “สงู สดุ ” ในยุคของออกุสตสุ น้ี ไดรบั การยกยองวา “ Roman s golden Age” และในสมัยออกุสตุสน่เี อง ที่ ฐานะของจักรพรรดไิ ดร ับการยกยอ งเชิดชูช้นึ เปน็ เจา และมสี ิทธเิ ลอื รัชทายาทดวยพระองคแเองดวย สําหรับ ในรชั สมยั ของพระเจาออกุสตสุ น้มี เี หตุการณสแ าํ คัญอันหน่ึงเกิดข้นึ ก็ คือ พระเยซูคริสตแ ประสูติที่นครเบธเล เฮม ในมลฑลจเู ดียของโรมนั มรดกสาคญั ของโรมนั 1. ถนนโรมนั โดยการนาํ หนิ ศลิ า มาทําเปน็ พื้นถนน สามารถรองรบั นํ้าหนักของรถมาได 2. ทอสงนา้ํ และประตูชัย 3. กองกําลังทหารฟาลังสแ เป็นกองทหารรบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในยุโรป ทหารเม่ือออกรบก็จะ ไดร ับคา จาง เมื่อพักรบกลับบานประกอบอาชีพด้งั เดมิ 4. โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬาอัฒจันทรแลอมรอบ เดิมทีสรางเพื่อเป็นการพบปะระหวางรัฐ กับ ประชาชน ตอมากลายเป็นสังเวียนการตอสูของทาส หรือพวกกลาดิเอเตอรแ (นักรบ) เป็นลานประหาร นกั โทษทถี่ กู ตัดสนิ ประหารชีวติ โดยนํามาสกู ับสงิ โต ขณะเดยี วกนั เป็นทีแ่ ขง มา ศึกดวย
148 ลักษณะของโรมนั เปรียบเทียบกับกรกี 1. โรมนั เขม งวดเรื่องความยตุ ิธรรม การลงโทษอยา งโหดราย ไมคอ ยมเี มตตา 2. กรกี บูชาเหตผุ ล แตโ รมนั เคารพในอาํ นาจ 3. กรีก เรียกรองความรูสึกสว นตัวและเสรีภาพสวนบคุ คล โรมันใหความสําคัญพิเศษในเร่ืองความ สารถควบคมุ ตัวเอง และความอยูในระเบยี บแบบแผน 4. กรีก เปน็ นกั ทฤษฎแี ละศิลปนิ ท่ีปราดเปรอ่ื ง ในขณะทโ่ี รมันสนใจทางนิตธิ รรมศาสตรแและทฤษฎี รฐั ศาสตรแ ความเสอ่ื มของจักรวรรดโิ รมนั เม่ือพระจักรพรรดิคอนสแตนติน ยายเมืองหลวงจากตะวันตก ไป ตะวันออก ก็ไดกอใหเกิด ความรสู กึ แตกแยกระหวา ง 2 ฝง่ใ จกั รวรรดิตะวันตก น้นั ไดถูกพวกอนารยชนเยอรมนั (Teutonic) ลม ลางไป ต้ังแตปี ค.ศ. 476 ขณะท่ีจักรวรรดิตะวันออก มีอายุยืนยาวมาจนถึงสมัยท่ีถูกพวกเตอรแกรุกรานในปี ค.ศ. 1453 สาํ หรบั สาเหตคุ วามเสอื่ มของจักรวรรดิ 1. หลังปี ค.ศ. 180 ไมมีกําหนดการสืบตําแหนงไวในรัฐธรรมนูญ ทําใหเกิดการแยงอํานาจใน หมนู ายพล 2. การถกู โจมตีจากศัตรูภายนอก และเกดิ รัฐอิสระขึน้ ตามชายแดนท่ถี กู คกุ คาม 3. ท่ีดินแทบทั้งจักรวรรดิตกอยูในเงื้อมมือชนชั้นสูงสวนนอยเทาน้ัน ชาวนาท่ีส้ินเนื้อประดาตัว กลายเป็นโคโลนุส ซ่ึงจะไดรับท่ีดินช้ินหนึ่งจากเจาของที่ดิน เพื่อทําการเพาะปลูกโดยเสรี แตจะตองชดใช เจาของทีด่ นิ ดว ยแรงงานของตน เมอ่ื นานวันเขาก็เปลยี่ นสภาพเปน็ กงึ่ ทาส 4. สงครามกลางเมอื ง ทาํ ใหก ระทบกระเทือนระบบการคา จกั รพรรดิที่สาคญั ของโรมัน 1. จูเลียส ซีซารแ รัฐบุรุษสถาปนาตนเองปกครองโรมัน เป็นผูนําทางทหารท่ีสําคัญท่ีสุด สมัยที่ เป็นสาธารณรฐั เปน็ ตน กาํ เนิดคาํ วา ไกเซอรแ-เยอรมนั ซารแ-รัสเซีย ซซี ารแ-โรมัน 2. ซีซารแ ออกุสตสุ 30 ปกี อ น ค.ศ.–ค.ศ. 14 นบั เปน็ “ยคุ ทองของโรม” 3. ทิเบริอุส ค.ศ. 14-37 เพ่ิมอํานาจจักรพรรดิและลดอํานาจของสภาราษฎร 4. เนโร ค.ศ. 54-68 เป็นจักรพรรดิที่โหดเห้ียม เพราะฆาพระมารดา พระอนุชา ชายา 2 องคแ รวมทั้งพระอาจารยแของพระองคแเองคือ เซเนคา (Seneca) รวมท้ังเป็นผูท่ีทําการจุดไฟเผากรุงโรม เพียง เพื่อความบันเทิงของตัวเอง ปูายความผิดใหพวกคริสเตียน และประหารชีวิตเป็นจํานวนมาก จักรพรรดิเน โรปลงพระชนมแพระองคแเอง ใน ค.ศ. 68
149 5. มารแคสุ ออเรลีอุส ค.ศ. 161-180 นับวาเป็นกษัตริยแพระองคแสุดทายท่ีไดรับการยกยองวาเป็น จักรพรรดิที่มี 5 พระองคแ (ค.ศ. 96-180) รัชสมัยของพระองคแนี้ถือวาเป็นสมัยสุดทายของ สันติภาพโรมัน (Pax Romana) ซ่ึงคงอยูระหวาง 27B.C.–180A.D. นับเป็นปีแหงสันติสุขโรมัน และเป็นชวงระยะท่ีอารย ธรรมเฮลเลนิสติคแผขยายออกไปในจักรวรรดมิ ากทีส่ ุด 6. คอนสแตนติน ค.ศ. 312-337 รวมจักรวรรดิโรมันเป็นจักรวรรดิเดียวกันไดช่ัวระยะเวลาหนึ่ง และยายเมืองหลวงจากโรมไป ไบแซนติอุม เปล่ียนเรียกช่ือใหมวา “คอนสแตนติโนเปิล” ตามพระนามของ พระองคแ โดยเจตนาจะใหเป็นศูนยแกลางของการปกครองดินแดนท้ังภาคตะวันตกและตะวันออก แตการ ท้ังนี้กลับทําใหประชาชนเร่ิมรูสึกแบงแยกทางจิตใจ ทางตะวันตกซ่ึงมีอิตาลี สเปน โลกยังยึดอารยธรรม โรมนั อยู แตทางตะวนั ออกซึ่งมีคอนสแตนตโิ นเปิล และเอเชียโมเนอรแตางรับอารยธรรมกรีก และเมื่อคอนส แตนตนิ ประกาศ “กฤษฎีกาแหงมลิ าน” แลว คริสตศาสนาก็สามารถเผยแพรใ นอาณาจักรโรมได
บรรณานกุ รม กาํ จร สุนพงษศแ รี.(2559). ประวตั ิศาสตร์ศิลปะจนี . กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณมแ หาวิทยาลัย. คอสมอส. (2552). บันทึกโลก ฉบับรวมเล่ม 1–2. กรุงเทพฯ: ไทยควอลิตบ้ี ฿ุคสแ. คอสมอส. (2560). แกะรอยอารยะโรม:Traces of Roman Civilization. กรุงเทพฯ: ไทยควอลิตบี้ ฿ุคสแ. คอสมอส. (2560). บนั ทึกโลก ฉบับรวมเล่ม 1–2. กรุงเทพฯ: ไทยควอลติ บ้ี คุ฿ สแ. คลอ ง ศริ ประภาธรรม.(2556).ประวตั ศิ าสตรจ์ ีนกาเนิดมนุษย์ดึกดาบรรพถ์ ึงอารยธรรมใหม่.กรงุ เทพ : ตถาตาพับลิเคชน่ั . คณะกรรมการวชิ าการมรดกอารยธรรมโลก ศนู ยวแ ชิ าบรู ณาการ.( 2553). มรดกอารยธรรมโลก.กรุงเทพฯ :มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร.แ คุณากรณแ วาณชิ ยแวิรฬุ หแ (แปล). (2551). ปรศิ นาพธิ ีกรรมของอารยธรรมโบราณ.กรุงเทพฯ: เนช่ันแนล จโี อกราฟฟกิ . ฐิตขิ วัญ เหล่ียมศิรวิ ัฒนา. 2559. อัจฉริยะ 100 หนา้ พระพุทธศาสนา. กรงุ เทพฯ: อมรินทรแพร้ินติ้ง แอนดแพบั ลิซซ่ิน. ณกมล ชาวปลายนา. (ม.ป.ป.).พื้นฐานอารยธรรม.กรงุ เทพฯ: ศุนยแเทคโนโลยที างการศึกษา มหาวิทยาลัย ศรีปทมุ .พมิ พแคร้ังที่ 2 ปรับปรงุ . ณฐั พล เดชขจร. (2560). ตานานเทพเจ้าอียปิ ต์. กรงุ เทพฯ : ยปิ ซี กรป฿ุ . ณฐั พล เดชขจร. (2560). 100 นครมหศั จรรยบ์ ันลอื โลก ตะวันออกกลาง แอฟริกา นครโบราณใต้ สมทุ ร.กรงุ เทพฯ: พี วาทนิ พบั ลเิ คชน่ั . ณัฐ อมรบวรวงศ.แ (2559). อยี ิบตโ์ บราณ. กรงุ เทพฯ : ยปิ ซี กรุป฿ . ดวงธดิ า ราเมศวรแ . (2555). จีน อารยธรรมย่งิ ใหญ่แต่โบราณแห่งตะวันออก. กรุงเทพฯ: แพรธรรม. ดวงธดิ า ราเมศวรแ . (2559). ประวตั ศิ าสตร์กรกี โบราณ. กรุงเทพฯ : สํานกั พมิ พกแ อแกว . ดาณภุ า ไชยพรธรรม. (2560). จากรงุ่ เรืองสูล่ ม่ สลายของจักรวรรดิโรมนั . กรงุ เทพฯ: สนพ.กอแกว . บรรจบ บรรณรจุ ิ. (2555). ประวัติศาสตรอ์ นิ เดยี โบราณ. กรงุ เทพฯ: ตถาตา พับลเิ คช่ัน. บรรพต กาํ เนิดศริ .ิ (2554). ประวตั ศิ าสตรก์ ารทตู ยุโรป ตง้ั แต่ยคุ โบราณจนถงึ ยุคฟ้ืนฟูศิลปะ วิทยาการ:การถ่ายทอดประเพณีทางการฑูต. กรงุ เทพฯ :โครงการตําราและสิ่งพิมพแ คณะ รัฐศาสตรแ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.แ ปญใ ญา ววิ ฒั นานันท.แ (2558). เหตุการณส์ าคญั เปล่ียนแปลงโลก.กรงุ เทพฯ : ยิปซี กร฿ปุ . ปรีชา ศรีวาลยั .(2542). ประวตั ิศาสตรส์ ากลสมัยโบราณสมัยกลางสมยั ใหม. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตรแ. ฝาุ ยวชิ าการ พีบีซี.(2552). เจาะลกึ 10 อาณาจกั รโบราณ.กรงุ เทพฯ : พีบซี .ี
152 พงษแลดา อิทธเิ มฆนิ ทร.แ (2559). Greece กรีก ประวัตศิ าสตร์และมรดกล้าคา่ ของอารยธรรมโบราณ. กรงุ เทพฯ : ยปิ ซี กร฿ุป. ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา. (2559). Greco-Eoman (ปัญญากรีก-โรมัน). กรุงเทพฯ : สํานักพิมพแโอ เพนบุค฿ .มหาวทิ ยาลัยราชภัฎสวนดุสิต. 2542. วถิ ีโลก. กรเุ ทพฯ: เธริ แดเวฟ เอด็ ดูเคชัน่ . รงรอง วงศโแ อบออม.(2560). ประวัติศาสตรจ์ นี . กรงุ เทพฯ : ธรรมสาร. วรรณเฉลมิ กันติพงศพแ ิพัฒนแ. (2551). ไขปริศนาอารยธรรมโบราณ. กรงุ เทพฯ: เพอลงั อิ พบั ลิชชิง่ . วีณา ศณธี ญั รัตนแ. (2545). อารยธรรมตะวันออกและตะวนั ตก. กรุงเทพฯ : ศลิ ปาบรรณาคาร. ศ.ศรสี รุ างคแ พลู ทรพั ยแ และคณะ. 2542. อารยธรรมตะวันออก. กรุงเทพฯ: ศูนยหแ นังสือธรรมศาสตร.แ สันตแ สวุ ทันพรกลู .(2552). อารยธรรมตะวันออกกลาง. กรงุ เทพฯ: สนพ.พบี ีซ.ี สุกัญญา มกราวุธ. (2560). อัจฉริยะ 100 หน้า เทพเจ้า. กรงุ เทพฯ: อมรินทรพแ ริน้ ตงิ้ แอนดแพับลิซซ่ิน. สุทัศนแ ยกสาน. (2558). อายธรรมสุดยอด.กรุงเทพฯ : สารคดี. หลวงวจิ ิตรวาทการ. (2561). ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ. กรงุ เทพฯ : แสงดาวจาํ กัด. อภชิ ยั เรื่องศิริปิยะกลุ . (2559). AR Book มหศั จรรย์อยี ปิ ตโ์ บราณ. กรุงเทพฯ : บงกชเอด็ ดเู ทนเมนท.แ อัจจนา ผลานวุ ตั ร. 2551. คน้ พบอารยธรรมโลก อารยธรรมแรก. กรุงเทพฯ: เอเธนสแ พบั ลชิ ชง่ิ . อนนั ชัย จินดาวัฒน.แ (2552). กาเนินมหาอาณาจกั รโบราณ. กรงุ เทพฯ: ออฟเซท็ ครเี อช่นั . เอกชัย จนั ทรา. (2557). เมโสโปเตเมีย ถึงจักรวรรดเิ ปอร์เซียเส้นทางอารยธรรมย่งิ ใหญ่ของโลก . กรุงเทพฯ: ยิปซ.ี เอมอร เอาฬาร. (2551). อารยธรรมโบราณ โลกตะวนั ตก. กรงุ เทพฯ: สาํ นกั พมิ พปแ าเจรา. ภาณุพงษแ ตอ สกลุ . (2559).หลกั คาสอนเรือ่ งจรยิ ธรรมของขงจื้อ. สบื คนเม่อื 5 สิงหาคม 2561,จาก http://worldcivil14.blogspot.com. ปรีชา เหรียญทองดี.(2560). ประวัติเข็มทิศ .สืบคน เม่ือ 5 สงิ หาคม 2561,จาก https://sites.google.com. รวมหลกั ธรรม.(ม.ม.ป.). สืบคนเม่อื 5 สิงหาคม 2561,จาก https://dhamma.mthai.com. วรรณคดมี หาภาระตะ(ม.ม.ป.) สบื คน เม่ือ 10สิงหาคม 2561,จาก https://www.se-ed.com. อารยธรรมอินเดีย.(ม.ม.ป.). สบื คนเม่อื 2 สงิ หาคม 2561,จาก https://supawann096.wordpress.com. อารยธรรมเมโสโปเตเมีย.(ม.ม.ป.). สืบคน เมื่อ 2 สงิ หาคม 2561,จาก https://sites.google.com. อารยธรรมจีนโบราณ.(2559). สบื คนเม่ือ 5 สงิ หาคม 2561,จาก https://writer.dek-d.com. อารยธรรมโบราณ .(2555).สืบคน เม่อื 5 สงิ หาคม 2561,จาก https://panupong088.files.wordpress.com. วกิ ิพีเดยี สารานุกรมเสรี.(2561).พระถังซัมจ๋ัง. สบื คน เมื่อ 5 สงิ หาคม 2561,จาก https://th.wikipedia.org ปกั กิง่ - พระราชวังตอ้ งห้าม หรือ พระราชวงั กู้กง.(2555).สบื คน เมื่อ 5 สงิ หาคม 2561,จาก http://reviewchina.blogspot.com.
153 วราภรณแ จันทะขอ.(2559). ความรู้เกี่ยวกับประว้ตศิ าสตร์ประเทศมหาอานาจในเอเชีย. สบื คน เมือ่ 5 สงิ หาคม 2561,จากhttp://faiwaraporn999.com. เฉงิ เต๋อ เมืองวัฒนธรรมโบราณของจนี . (2554) สบื คน เม่ือ 5 สิงหาคม 2561,จาก https://travel.thaiza.com. อารยธรรมกรีก. (2549).สืบคน เมอ่ื 5 สิงหาคม 2561,จาก https://writer.dek-d.com อารยธรรมตะวันตกสมยั โบราณ. (2553).สบื คน เม่อื 6 สิงหาคม 2561,จาก https://yosocial.wordpress.com. อารยธรรมกรกี โบราณ( 2559)สืบคนเม่ือ 5 สงิ หาคม 2561,จาก https://sites.google.com. อารยธรรมโรมัน.( 2559).สืบคน เมื่อ 5 สงิ หาคม 2561,จาก https://sites.google.com. krissanasirisom. (2559). อารยธรรมกรกี .สืบคน เมื่อ 6 สงิ หาคม 2561,จาก http://krissana40.blogspot.com. Nakee Wathakarn.(2556).ปรัชญาจีนหลกั จริยปรัชญาของขงจ๊ือ.สืบคนเม่ือ 5 สิงหาคม 2561,จาก https://sites.google.com SAHABURAPA (2560). เปดิ บันทกึ ประวตั ิ จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิผยู้ ่งิ ใหญข่ องจีน. สบื คนเมอ่ื 6 สงิ หาคม 2561,จาก http://plodlock.com. อารยธรรมอยี ิปต์โบราณ.(ม.ม.ป). สืบคน เมอื่ 5 สิงหาคม 2561,จากhttp://www.archaeologyonline.com. ท่องอยี ิป์.(ม.ม.ป). สบื คนเมื่อ 5 สิงหาคม 2561,จากhttp://www.thaigoodview.com. อารยธรรมโบราณ.(ม.ม.ป). สืบคน เมอื่ 10 สงิ หาคม 2561,จาก http://wathakarn.blogspot.com.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165