Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1

แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1

Published by Whan Whan, 2022-09-21 07:37:10

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1

Search

Read the Text Version

กิจกรรมที่ 6.8 ไดโอดมีหน้าทอ่ี ะไร? ตอนที่ 2 ไดโอดเปลง่ แสง 1. ต่อวงจรไฟฟา้ ท่ปี ระกอบด้วยถา่ นไฟฉาย 4 ก้อน สวิตซ์ สายไฟฟา้ หลอดไฟฟา้ และตัวต้านทานคงที่ กดสวติ ซ์ลง เพือ่ ใหว้ งจรปิด สงั เกตผลการเปลยี่ นแปลงของ หลอดไฟฟ้า บนั ทกึ ผล แลว้ ยกสวติ ซข์ ึ้น 2. สังเกตรูปร่างลักษณะและความยาวของขาไดโอดเปลง่ แสง บันทกึ ผล 3. ต่อไดโอดเปล่งแสงแทรกเขา้ ในวงจรไฟฟ้าแบบอนกุ รม กดสวติ ซ์ลง เพื่อให้วงจรปดิ สงั เกตการเปลยี่ นแปลงของหลอดไฟฟ้าและไดโอดเปลง่ แสง บนั ทึกผลแล้วยกสวติ ซ์ขึ้น 4. ทาซา้ ในข้อ 3 แตส่ ลบั ขาของไดโอดเปล่งแสง สงั เกตการณเ์ ปลีย่ นแปลงของ หลอดไฟฟ้าและไดโอดเปลง่ แสง บันทึกผล 5. วาดภาพวงจรไฟฟ้าทมี่ ไี ดโอดเปลง่ แสงท่ีทาให้หลอดไฟฟา้ สว่าง การเตรียมตวั ตอนที่ 1 ไดโอด ล่วงหนา้ สาหรบั ครู • ครูควรตรวจสอบอปุ กรณไ์ ฟฟ้าและชิน้ สว่ นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ให้อยใู่ นสภาพพรอ้ มใช้งาน • ครูควรทดลองต่อวงจรไฟฟ้าก่อนจดั กิจกรรม เพอ่ื ตรวจสอบว่าวงจรไฟฟ้าท่ีใช้ใน กจิ กรรมตอ่ อย่างไรและวงจรไฟฟ้าทางานได้ตามตอ้ งการหรอื ไม่ ข้อควรระวัง ตอนท่ี 2 ไดโอดเปลง่ แสง • ครูควรตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟา้ และช้นิ ส่วนอิเล็กทรอนิกสใ์ หอ้ ย่ใู นสภาพพรอ้ มใช้งาน • ครูควรทดลองตอ่ วงจรไฟฟ้าก่อนจัดกิจกรรม เพอื่ ตรวจสอบว่าวงจรไฟฟ้าทใ่ี ชใ้ น กิจกรรมตอ่ อยา่ งไรและวงจรไฟฟา้ ทางานได้ตามตอ้ งการหรือไม่ ตอนที่ 1 ไดโอด • ครคู วรยา้ เตอื นนกั เรียนเม่อื สังเกตการณเ์ ปลยี่ นแปลงของหลอดไฟฟา้ แลว้ ตอ้ งยกสวติ ชข์ ึ้นทกุ คร้ังทนั ที เพ่ือไม่ให้มกี ระแสไฟฟา้ ในวงจรเป็นเวลานาน เพราะจะทาใหอ้ ปุ กรณ์ไฟฟ้าและชน้ิ ส่วนอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ กดิ ความร้อนสูง ซ่งึ อาจทาใหเ้ สียหายได้ ตอนท่ี 2 ไดโอดเปลง่ แสง • ครูควรยา้ เตือนนกั เรยี นเม่ือสังเกตความเปลย่ี นแปลงของหลอดไฟฟ้าและ ไดโอดเปลง่ แสงแลว้ ตอ้ งยกสวติ ช์ข้ึนทุกครัง้ ทันทีเพ่ือไม่ใหม้ ีกระแสไฟฟา้ ในวงจรเป็น เวลานาน เพราะจะทาใหอ้ ุปกรณไ์ ฟฟ้าและช้นิ ส่วนอิเลก็ ทรอนิกส์เกดิ ความรอ้ นสงู ซึ่งอาจทาใหเ้ สยี หายได้

กจิ กรรมท่ี 6.8 ไดโอดมหี นา้ ทอ่ี ะไร? ข้อเสนอแนะใน ตอนที่ 1 ไดโอด การทากจิ กรรม • เม่ือต่อไดโอดแทรกเข้าในวงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รมและวาดภาพลกั ษณะการต่อไดโอด ในวงจรไฟฟา้ ครูควรแนะนาให้นกั เรียนสงั เกตการต่อไดโอดและวิเคราะหข์ ัว้ ไฟฟ้า ของแหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าท่ตี ่อกบั ขาของไดโอด เม่อื ตอ่ ไดโอดแล้วทาใหห้ ลอดไฟฟ้าสวา่ ง ตอนท่ี 2 ไดโอดเปลง่ แสง • เมอื่ ต่อไดโอดเปลง่ แสงแทรกเขา้ ในวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและวาดภาพลกั ษณะ การต่อไดโอดเปลง่ แสงในวงจรไฟฟา้ ครูควรแนะนาใหน้ กั เรียนสังเกตการต่อ ไดโอดเปล่งแสงและวเิ คราะหข์ วั้ ไฟฟ้าของแหล่งกาเนิดไฟฟา้ ท่ีต่อกับขาของ ไดโอดเปล่งแสง เมอื่ ต่อไดโอดเปลง่ แสงแลว้ ทาให้หลอดไฟฟา้ และไดโอดเปล่งแสงสวา่ ง คาถามทา้ ยกจิ กรรม ตอนท่ี 1 ไดโอด 1. การตอ่ วงจรไฟฟ้าตามขอ้ 1 กระแสไฟฟา้ มที ศิ ทางการเคลอ่ื นที่อยา่ งไร 2. การเพ่ิมไดโอดเขา้ ไปในวงจรไฟฟ้า มกี ระแสไฟฟา้ ในวงจรหรอื ไม่ ทราบไดอ้ ย่างไร 3. การสลบั ขาไดโอดในวงจรไฟฟ้า มีกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ หรอื ไม่ ทราบได้อยา่ งไร 4. การตอ่ ไดโอดใหห้ ลอดไฟฟา้ สว่างทาไดอ้ ยา่ งไร 5. จากกิจกรรม สรุปได้วา่ อยา่ งไร ตอนท่ี 2 ไดโอดเปลง่ แสง 1. การต่อไดโอดเปล่งแสงให้หลอดไฟฟา้ สวา่ งทาไดอ้ ยา่ งไร 2. จากกิจกรรมตอนท่ี 2 สรปุ ไดว้ า่ อยา่ งไร 3. จากกิจกรรมทั้ง 2 ตอน สรุปไดว้ า่ อยา่ งไร

สื่อการเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 21: แบบบันทึกการค้นคว้ากจิ กรรมท่ี 6.8 แบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ กจิ กรรมที่ 6.8 ไดโอดมหี น้าที่อะไร ชือ่ -นามสกลุ ..........................................................................................ชัน้ .................เลขท่ี...........กลุม่ ท.ี่ ...........  ผลการทากจิ กรรม ตอนที่ 1 ไดโอด ตารางแสดง การเปลย่ี นแปลงของหลอดไฟฟ้าเม่อื ต่อไดโอดในวงจรไฟฟ้า การตอ่ ไดโอดในวงจรไฟฟ้า การเปล่ยี นแปลงของหลอดไฟฟ้า ไม่ต่อไดโอดในวงจรไฟฟ้า ……………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………..  ผลการทากิจกรรม ตอนที่ 2 ไดโอดเปลง่ แสง ลกั ษณะของไดโอดเปลง่ แสง ตารางแสดง การเปล่ียนแปลงของหลอดไฟฟา้ เมือ่ ต่อไดโอดในวงจรไฟฟา้ เรยี กอกี ช่ือว่า การต่อไดโอดเปล่งแสง การเปล่ียนแปลง การเปล่ียนแปลง ........................................................ ในวงจรไฟฟา้ ของหลอดไฟฟา้ ของไดโอดเปล่งแสง ไม่ต่อไดโอดเปลง่ แสง ……………………….… ……………………….… ในวงจรไฟฟ้า ไดโอดเปลง่ แสงมีขา 2 ขา ……………………….… ……………………….… ทม่ี ลี กั ษณะ.................................. ……………………….… ……………………….…

 คาถามทา้ ยกิจกรรม ตอนท่ี 1 ไดโอด 1. การตอ่ วงจรไฟฟ้าตามข้อ 1 กระแสไฟฟา้ มที ศิ ทางการเคลือ่ นท่อี ย่างไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. การเพม่ิ ไดโอดเขา้ ไปในวงจรไฟฟ้า มีกระแสไฟฟา้ ในวงจรหรือไม่ ทราบได้อยา่ งไร ตอบ ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การสลบั ขาไดโอดในวงจรไฟฟ้า มีกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ หรอื ไม่ ทราบไดอ้ ยา่ งไร ตอบ ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. การต่อไดโอดให้หลอดไฟฟา้ สว่างทาได้อย่างไร ตอบ ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. จากกิจกรรม สรุปได้วา่ อยา่ งไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………  คาถามทา้ ยกิจกรรม ตอนท่ี 2 ไดโอดเปลง่ แสง 1. การต่อไดโอดเปลง่ แสงให้หลอดไฟฟา้ สวา่ งทาไดอ้ ย่างไร ตอบ ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จากกิจกรรมตอนที่ 2 สรุปไดว้ า่ อยา่ งไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. จากกจิ กรรมทง้ั 2 ตอน สรุปได้วา่ อยา่ งไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

แนบท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 21: การให้คะแนนดา้ นกระบวนการ (P) แนวทางบนั ทกึ การคน้ คว้ากจิ กรรมท่ี 6.8 ไดโอดมีหนา้ ทอี่ ะไร  ผลการทากิจกรรม ตอนที่ 1 ไดโอด ตารางแสดง การเปลย่ี นแปลงของหลอดไฟฟา้ เมอ่ื ตอ่ ไดโอดในวงจรไฟฟ้า การตอ่ ไดโอดในวงจรไฟฟ้า การเปลีย่ นแปลงของหลอดไฟฟ้า ไมต่ อ่ ไดโอดในวงจรไฟฟา้ …………………………………สวา่ ง……………………………. …………………………………สว่าง……………………………. …………………………………ไม่สวา่ ง…………………………….  ผลการทากจิ กรรม ตอนท่ี 2 ไดโอดเปล่งแสง ลักษณะของไดโอดเปล่งแสง ตารางแสดง การเปลยี่ นแปลงของหลอดไฟฟา้ เมื่อตอ่ ไดโอดในวงจรไฟฟา้ เรียกอีกช่ือว่า การต่อไดโอดเปลง่ แสง การเปลี่ยนแปลง การเปล่ยี นแปลง ในวงจรไฟฟา้ ของหลอดไฟฟ้า ของไดโอดเปล่งแสง LED (Light emitting diode) ไม่ตอ่ ไดโอดเปล่งแสง …………สว่ ่าง…….… ………………-……….… ในวงจรไฟฟา้ ไดโอดเปลง่ แสงมขี า 2 ขา …………ส่ว่าง…….… …………ส่ว่าง…….… ทม่ี ลี กั ษณะปลายขา2ขา้ งไม่เทา่ กนั ……..ไม่สว่ ่าง…….… ……..ไม่สว่ า่ ง…….…

แนบทา้ ยแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 21: การใหค้ ะแนนด้านความรู้ (K) เฉลยใบกจิ กรรมท่ี 6.8 ไดโอดมหี นา้ ทอ่ี ะไร เฉลยคาถามทา้ ยกิจกรรม ตอนท่ี 1 ไดโอด 1. การต่อวงจรไฟฟ้าตามขอ้ 1 กระแสไฟฟา้ มที ศิ ทางการเคลอื่ นท่ีอยา่ งไร แนวคาตอบ กระแสไฟฟา้ มที ศิ ทางการเคลือ่ นทจี่ ากข้วั บวกของถ่านไฟฉายผา่ นหลอดไฟฟา้ แลว้ กลบั เข้าสขู่ ั้วลบของถา่ นไฟฉาย 2. การเพิ่มไดโอดเขา้ ไปในวงจรไฟฟ้า มีกระแสไฟฟ้าในวงจรหรอื ไม่ ทราบไดอ้ ย่างไร แนวคาตอบ การต่อไดโอดแทรกเข้าในวงจรไฟฟา้ อาจเกิด 2 กรณีคอื กรณี 1 มกี ระแสไฟฟ้าในวงจร เนื่องจากหลอดไฟฟา้ สวา่ ง โดยกระแสไฟฟา้ เคลอ่ื นทจ่ี ากขัว้ บวกของถา่ นไฟฉายผา่ นหลอดไฟฟา้ ไดโอด และ ตวั ตา้ นทานแล้วกลบั เขา้ ส่ขู ว้ั ลบของถา่ นไฟฉาย กรณี 2 ไม่มกี ระแสไฟฟา้ ในวงจรเน่ืองจากหลอดไฟฟา้ ไม่สวา่ ง 3. การสลบั ขาไดโอดในวงจรไฟฟ้า มีกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้าหรอื ไม่ ทราบได้อยา่ งไร แนวคาตอบ การสลบั ขาไดโอดในวงจรไฟฟ้ามผี ลต่อกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ อาจเกดิ 2 กรณี คือ กรณี 1 วงจรไฟฟา้ ที่มีกระแสไฟฟา้ และหลอดไฟฟ้าสว่างเปลี่ยนเป็นไมม่ กี ระแสไฟฟ้าในวงจรและหลอดไฟฟ้า ไมส่ วา่ ง กรณี 2 วงจรไฟฟ้าทไี่ ม่มีกระแสไฟฟ้าและหลอดไฟฟ้าไมส่ วา่ งเปลย่ี นเป็นมีกระแสไฟฟ้าในวงจรและ หลอดไฟฟา้ สว่าง 4. การตอ่ ไดโอดใหห้ ลอดไฟฟา้ สว่างทาได้อย่างไร แนวคาตอบ การตอ่ ไดโอดต่อแทรกเข้าในวงจรไฟฟา้ ทาไดโ้ ดยตอ่ ขาทมี่ แี ถบคาดสเี ขา้ กับดา้ นทต่ี อ่ กับ ขวั้ ลบของถ่านไฟฉาย และตอ่ ขาทีเ่ หลอื ของไดโอดเข้ากับดา้ นทต่ี ่อกบั ข้ัวบวกของถา่ นไฟฉาย 5. จากกิจกรรมตอนที่ 1 สรปุ ได้วา่ อยา่ งไร แนวคาตอบ การตอ่ ไดโอดแบบอนุกรมในวงจรไฟฟา้ ไดโอดจะยอมให้กระแสไฟฟา้ ผ่านไดห้ รือ มกี ระแสไฟฟ้าในวงจร เมอื่ ตอ่ ขาที่มีแถบคาดสเี ขา้ กับดา้ นท่ีต่อกับขั้วลบของถ่านไฟฉายและตอ่ ขาท่ีเหลือ ของไดโอดเข้ากับดา้ นทต่ี ่อกับขวั้ บวกของถ่านไฟฉาย ถ้าต่อสลับขาของไดโอดจะไม่มีกระแสไฟฟา้ ในวงจร

แนบท้ายแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 21: การใหค้ ะแนนด้านความรู้ (K) เฉลยใบกิจกรรมที่ 6.8 ไดโอดมหี น้าท่ีอะไร เฉลยคาถามท้ายกิจกรรม ตอนท่ี 2 ไดโอดเปลง่ แสง 1. การต่อไดโอดเปลง่ แสงให้หลอดไฟฟ้าสว่างทาไดอ้ ยา่ งไร แนวคาตอบ การตอ่ ไดโอดเปลง่ แสงตอ่ แทรกเข้าในวงจรไฟฟ้า แล้วทาใหห้ ลอดไฟฟ้าสว่างทาได้ โดยต่อขาสั้น ซง่ึ มีขอบบากของไดโอดเปลง่ แสงเข้ากับด้านที่ตอ่ กบั ขว้ั ลบของถ่านไฟฉายและต่อขายาวของ ไดโอดเปล่งแสงเขา้ กับดา้ นที่ตอ่ กับข้วั บวกของถา่ นไฟฉาย 2. จากกิจกรรมตอนท่ี 2 สรุปได้ว่าอยา่ งไร แนวคาตอบ การต่อไดโอดเปลง่ แสงแบบอนกุ รมในวงจรไฟฟ้า ไดโอดเปลง่ แสงจะยอมใหก้ ระแสไฟฟ้า ผา่ นได้หรอื มกี ระแสไฟฟา้ ในวงจร เมือ่ ต่อขาสน้ั ของไดโอดเปล่งแสงซ่ึงมีขอบบากเขา้ กบั ด้านที่ตอ่ กับขว้ั ลบของ ถ่านไฟฉาย และตอ่ ขายาวของไดโอดเปลง่ แสงเข้ากับดา้ นท่ีตอ่ กบั ขว้ั บวกของถ่านไฟฉาย 3. จากกจิ กรรมทัง้ 2 ตอน สรปุ ได้วา่ อยา่ งไร แนวคาตอบ ไดโอดเป็นชนิ้ ส่วนอิเลก็ ทรอนิกสท์ ีย่ อมใหก้ ระแสไฟฟ้าผ่านไดท้ างเดยี ว ซึ่งการต่อไดโอด เขา้ ในวงจรไฟฟ้าตอ้ งตอ่ ขว้ั หรือขาของไดโอดให้ถูกต้องกับขัว้ ของแหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ ถ้าสลับขาของไดโอดแล้ว วงจรไฟฟา้ จะไมท่ างาน

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 22 เรื่อง ตัวเก็บประจุ รหัสวิชา ว23102 เวลา 1 ช่ัวโมง รวม 22 ชัว่ โมง หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ไฟฟ้า ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 มาตรฐาน ว 2.3 กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระที่ 2 ชอื่ สาระ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชวี้ ัด ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชวี ิตประจาวัน ธรรมชาติของคลน่ื ปรากฏการณ์ท่ีเก่ยี วข้องกบั เสยี ง แสง และคล่ืน แม่เหล็กไฟฟา้ รวมท้งั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ตวั ชี้วัด ว 2.3 ม.3/6 บรรยายการทางานของชิน้ สว่ นอิเลก็ ทรอนิกสอ์ ยา่ งง่ายในวงจรจากข้อมูลทรี่ วบรวมได้ 2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด 1) ชน้ิ ส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น ตวั ต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ตวั เก็บประจุ โดยช้ินส่วน แต่ละชนิด ทาหน้าที่แตกต่างกนั เพือ่ ให้วงจรทางานได้ตามต้องการ 2) ตัวต้านทานทาหน้าท่ีควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า ไดโอดทาหน้าท่ีให้กระแสไฟฟ้า ผ่านทางเดียว ทรานซิสเตอร์ทาหน้าท่ีเป็นสวิตช์ปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้าและควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้า ตัวเก็บ ประจุทาหนา้ ท่ีเก็บและคายประจุไฟฟา้ 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ นกั เรยี นบรรยายหนา้ ทขี่ องตวั เกบ็ ประจุในวงจรไฟฟ้าได้ 1) ด้านความรู้ (K) นกั เรยี นใชท้ กั ษะการสังเกต โดยการสังเกตการทางานของตัวเกบ็ ประจุ 2) ด้านทกั ษะ (P) นักเรียนตระหนักถงึ ความสาคญั ของการใช้อปุ กรณ์การทากิจกรรมได้ 3) ดา้ นเจตคติ (A) 4. คณุ ลกั ษณะผู้เรยี น ซื่อสัตยส์ จุ ริต  มุ่งม่ันในการทางาน 4.1 คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์  ใฝเ่ รียนรู้  มจี ติ สาธารณะ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มีวินยั รักความเปน็ ไทย 5. ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น  ความสามารถในการสอื่ สาร: นกั เรยี นสามารถสือ่ สาร โดยการนาเสนอขอ้ มลู จากการสังเกต การ ปฏิบัตกิ ิจกรรมการสืบค้นขอ้ มูล และการอภิปราย มาอธิบายเกย่ี วกับหน้าท่ีของชน้ิ สว่ นอเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ตล่ ะชนดิ

6. สาระการเรยี นรู้ เม่ือต่อตัวเก็บประจุท่ียังไม่ได้ต่อกับถ่านไฟฉายเข้ากับไดโอดเปล่งแสงพบว่า ไดโอดเปล่งแสงไม่สว่าง นั่นคือไม่มีประจุไฟฟ้าเก็บอยู่ในตัวเก็บประจุจึงไม่มีกระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ผ่านไดโอดเปล่งแสง แต่เม่ือต่อตัวเก็บ ประจุท่ีต่อกับถ่านไฟฉายแล้วเข้ากับไดโอดเปล่งแสงพบว่า ไดโอดเปล่งแสงจะสวา่ งชั่วขณะหน่ึงแล้วดับลง น่ันคือ เม่ือต่อตัวเก็บประจุกับถ่านไฟฉายจะมีประจุไฟฟ้าเก็บอยู่ในตัวเก็บประจุ และเม่ือต่อตัวเก็บประจุกับ ไดโอดเปล่งแสง ตัวเก็บประจุจะคายประจุไฟฟ้าออกมา ทาให้มีกระแสไฟฟ้าจากตัวเก็บประจุเคลื่อนท่ีผ่านไปยัง ไดโอดเปลง่ แสง ดงั นน้ั ตัวเกบ็ ประจุ (capacitor) ทาหนา้ ทเี่ ก็บและคายประจไุ ฟฟ้า สัญลักษณ์ของตวั เกบ็ ประจุ ในวงจรไฟฟ้าคือ หรือ หรอื ความสามารถในการเกบ็ ประจุไฟฟา้ ของตัวเกบ็ ประจุ เรียกว่า ความจุไฟฟ้า (capacitance) มีหน่วยเป็นฟารัด (F) โดยตัวเก็บประจุบางชนิดมีดความจุคงท่ีและบาง ชนดิ สามารถปรับคา่ ความจไุ ด้ โดยทวั่ ไปตัวเกบ็ ประจุมีทั้งชนดิ มขี ้ัวและชนิดไมม่ ีข้ัว ดงั น้นั การตอ่ ตวั เกบ็ ประจใุ นวงจรไฟฟ้าจงึ ตอ้ งตอ่ ให้ ถูกข้ัว ซึ่งเราสามารถสังเกตข้ัวของตัวเก็บประจุได้ เมื่อต่อตัวเก็บประจุเข้ากับแหล่งกาเนิดไฟฟ้า ตัวเก็บประจุจะ รับประจุไฟฟ้าเข้ามาเก็บในตัว เรียกว่า การประจุ (charging) และเม่ือนาลวดตัวนาหรือตัวต้านทานมาต่อคร่อม ขั้วของตัวเก็บประจุท่ีมีประจุไฟฟ้าอยู่ ตัวเก็บประจุจะคายประจุไฟฟ้าออกมา เรียกว่า การคายประจุ (dischagng) โดยตัวเก็บประจุสามารถนามาใช้ในการเก็บประจุไฟฟ้าในอปุ กณ์ต่าง ๆ เช่น ไฟให้แสงสวา่ งในห้อง โดยสารรถยนด์ ซึ่งใช้ตัวเก็บประจุที่อยู่ในวงจรหน่วงเวลาทาให้ไฟในห้องโดยสารสว่างอยู่เม่ือปิดประตูรถ และใช้ ในแฟลชของกลอ้ ง ตัวเกป็ ระจุเป็นชน้ิ ส่วนอเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ ท่ี าหน้าทเี่ กบ็ และคายประจไุ ฟฟา้ ใช้สญั ลักษณ์ในวงจรไฟฟ้า คอื หรือ หรอื 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ใช้รปู แบบการจัดการเรยี นการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (1 ช่ัวโมง; 60นาท)ี ขั้นท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี 1) ครเู ชือ่ มโยงไปสกู่ ิจกรรมที่ 6.9 ตวั เก็บประจมุ หี น้าทอ่ี ะไร โดยใชค้ าถามวา่ ชนิ้ สว่ น อเิ ลก็ ทรอนิกสท์ ี่สาคญั อกี ชนิ้ ส่วนหนงึ่ คือตวั เก็บประจุ นกั เรียนคิดว่าตวั เกบ็ ประจมุ หี นา้ ทีแ่ ละทางานอยา่ งไรใน วงจรไฟฟ้า (นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง) ข้ันที่ 2 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration) (20 นาท)ี 2) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 131 และครูตรวจสอบความ เข้าใจการอา่ น โดยใชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี - กจิ กรรมนี้เกยี่ วกับเร่อื งอะไร (หนา้ ทีข่ องตัวเกบ็ ประจใุ นวงจรไฟฟ้า) - กจิ กรรมนมี้ ีจดุ ประสงคอ์ ะไร (สังเกตและบรรยายหน้าท่ขี องตัวเก็บประจุในวงจรไฟฟา้ )

- วิธีดาเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (สังเกตรูปร่างลักษณะของตัวเก็บประจุ ตรวจสอบประจุไฟฟ้าในตัวเก็บประจโุ ดยวัดค่าความตา่ งศักย์ไฟฟ้าและตอ่ เข้ากับไดโอดเปล่งแสงตอ่ ตัวเก็บประจุ กับถ่านไฟฉายนาน 5 วนิ าที ตรวจสอบประจุไฟฟ้าในตัวเก็บประจุโดยวดั ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าต่อตัวเก็บประจุ เข้ากับถ่านไฟฉายอีกคร้ัง แล้วต่อตัวเก็บประจุเข้ากับไดโอดเปล่งแสง ตรวจสอบประจุไฟฟ้า ในตัวเก็บประจุ โดยวัดค่าความต่างศกั ยไ์ ฟฟา้ ) - นกั เรยี นต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมลู อะไรบ้าง (นกั เรียนตอ้ งสังเกตและบันทกึ ขอ้ มลู เกี่ยวกับ รูปร่างลักษณะของตัวเก็บประจุ ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าของตัวเก็บประจุ การเปล่ียนแปลงของไดโอดเปล่งแสง ก่อนต่อและหลังต่อเข้ากับถ่านไฟฉาย วงจรไฟฟ้าท่ีแสดงการต่อตัวเก็บประจุกับถ่านไฟฉายและการต่อตัวเก็บ ประจุกบั ไดโอดเปล่งแสงทัง้ ทที่ าให้ไดโอดเปล่งแสงสวา่ งและไมส่ ว่าง) 3) ขณะทนี่ กั เรยี นแต่ละกล่มุ ทากิจกรรม โดยครูสงั เกตการตอ่ วงจรไฟฟ้าของนักเรียนแตล่ ะกลุ่ม และให้คาแนะนา หากนักเรียนมีข้อสงสัยครูควรรวบรวมปัญหา และข้อสงสัยที่พบจากการทากิจกรรม ของนกั เรยี น เพ่ือใชเ้ ปน็ ข้อมลู ประกอบการอภปิ รายหลงั จากการทากิจกรรม ข้นั ที่ 3 ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (10 นาท)ี 4) ให้นักเรียนนาเสนอผลการทากิจกรรม ตอบคาถามท้ายกิจกรรม และร่วมกันอภิปราย สรุปผลของกิจกรรมโดยใช้คาถามท้ายกิจกรรมเป็นแนวทาง เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า ตัวเก็บประจุ สามารถเก็บประจุไฟฟ้า เมื่อต่อเข้ากับถ่านไฟฉายและคายประจุไฟฟ้าเมื่อต่อเข้ากับไดโอดเปล่งแสง ทาให้ ไดโอดเปลง่ แสงสวา่ งได้ ขนั้ ท่ี 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาที) 5) ให้นักเรียนเรียนรู้เพมิ่ เติมเก่ยี วกับหน้าท่ีของตัวเก็บประจุในวงจรไฟฟ้าโดยอา่ นหนังสือเรียน หน้า 132-133 และตอบคาถามระหวา่ งเรียน จากน้นั รว่ มกนั อภปิ รายเกี่ยวกับคาตอบของนักเรยี น - จากกิจกรรมที่ 6.9 จะเขียนแผนภาพการตอ่ ตัวเก็บประจุในวงจรไฟฟ้าขณะที่มีการประจุและ มีการคายประจุได้อย่างไร (แนวคาตอบ เราสามารถเขียนแผนภาพการต่อตัวเก็บประจุกับถ่านไฟฉายใน วงจรไฟฟา้ ขณะที่มกี ารประจไุ ด้ ดงั ภาพ และแผนภาพการต่อตวั เก็บประจกุ ับไดโอดเปลง่ แสงในวงจรไฟฟา้ ขณะที่มกี ารคายประจุได้ ดังภาพ)

ข้ันท่ี 5 ข้ันประเมิน (Evaluation) (10 นาที) 6) ครูและนักเรียนอภิปรายผลการทากิจกรรมท่ี 6.9 หน้าที่ของตัวเก็บประจุในวงจรไฟฟ้าเป็น อย่างไร จะไดข้ อ้ สรปุ วา่ - ตวั เกบ็ ประจทุ าหน้าท่ีเก็บและคายประจุไฟฟ้า ซึ่งความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้าของตัว เกบ็ ประจุเรยี กว่า ความจไุ ฟฟ้า มหี นว่ ยเป็นฟารดั (F) ตัวเกบ็ ประจุในกิจกรรมเป็นชนิดมขี ัว้ ใช้สัญลักษณ์ในวงจร คือ หรือ หรือ เม่ือต่อตัวเก็บประจุเข้ากับแหล่งกาเนิดไฟฟ้า ตัวเก็บประจุจะรับ ประจุไฟฟ้ามาเก็บในตัว เรียกว่า การประจุ (charging) และเม่ือต่อลวดตัวนาหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าและช้ินส่วน อเิ ล็กทรอนิกส์เข้ากับตวั เก็บประจุท่ีไดร้ ับการประจุแล้ว ตัวเก็บประจุจะคายประจุไฟฟ้าออกมาเรียกว่า การคาย ประจุ (discharging) 7) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์ การประเมนิ (Rubrics Score) 8. ส่ือการเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้ 8.1 อุปกรณท์ ากิจกรรม: จานวน 6 รายการ ดงั แสดงแนบไว้ในใบกิจกรรมท่ี 6.9 8.2 ใบกจิ กรรม: ใบกจิ กรรมที่ 6.9 ตวั เกบ็ ประจมุ หี นา้ ที่อะไร 8.3 แบบบันทกึ กจิ กรรม: แบบบนั ทึกการคน้ คว้ากจิ กรรมท่ี 6.9 ตวั เกบ็ ประจมุ ีหน้าท่อี ะไร 8.4 แหล่งเรียนรู้: หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 เล่ม 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ 9. การวัดและการประเมิน ตวั ช้ีวดั /ผลการเรียนรู้ วธิ กี ารวดั เครื่องมือวดั เกณฑ์ที่ใชใ้ นการประเมิน 1. บรรยายหนา้ ท่ีของตัว - ตรวจการตอบคาถาม - คาถามทา้ ยกจิ กรรมที่ 6.9 - ไดไ้ ม่น้อยกวา่ 2 คะแนน เก็บประจใุ นวงจรไฟฟา้ ได้ ท้ายกิจกรรมท่ี 6.9 ตัวเก็บประจมุ ีหน้าทีอ่ ะไร ระดับคณุ ภาพดี ถอื ว่า (ด้านความรู้: K) จานวน 6 ข้อ ผา่ นการประเมนิ - ตรวจการทาแบบ ดา้ นความรู้ 2. การใช้ทกั ษะสงั เกต โดย บันทึกการค้นควา้ - แบบบันทกึ การค้นควา้ - ได้ไม่น้อยกวา่ 2 คะแนน การสงั เกตการณท์ างาน กจิ กรรมท่ี 6.9 กจิ กรรมท่ี 6.9 ระดบั คณุ ภาพดี ถอื วา่ ของชิ้นส่วนอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ตวั เก็บประจมุ หี นา้ ที่อะไร ผ่านการประเมิน (ตัวเก็บประจุ) - สงั เกตการใช้งาน ดา้ นกระบวนการ (ดา้ นกระบวนการ: P) อุปกรณ์ในกิจกรรม - เกณฑ์การประเมินการใช้ ของนักเรยี น งานอุปกรณใ์ นกิจกรรม - ไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ 2 คะแนน 3. ตระหนกั ถึงความสาคญั ของนักเรยี น ระดบั คุณภาพดี ถือว่า ของการใช้อุปกรณ์ ผ่านการประเมนิ การทากิจกรรมได้ ดา้ นเจตคติ (ด้านเจตคต:ิ A)

9.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลนักเรยี น เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score) ประเดน็ การประเมิน ค่านา้ หนกั แนวทางการให้คะแนน คะแนน การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคาถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 6.9 ถูกตอ้ ง จานวน 5-6 ขอ้ คาถามทา้ ย 2 ตอบคาถามท้ายกจิ กรรมท่ี 6.9 ถกู ต้อง จานวน 3-4 ข้อ กิจกรรมท่ี 6.9 1 ตอบคาถามท้ายกิจกรรมที่ 6.9 ถูกต้อง จานวน 1-2 ขอ้ หรอื ไมถ่ ูกตอ้ ง การให้คะแนนการบันทกึ บันทึกผลการทากิจกรรม จากการสงั เกตการทางานของชน้ิ สว่ น แบบบนั ทึกการค้นควา้ 3 อเิ ลก็ ทรอนกิ สต์ ามความเปน็ จรงิ โดยไม่เพม่ิ ความคดิ เหน็ สว่ นตัว และ กจิ กรรมที่ 6.9 สอดคล้องกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรทู้ ถ่ี กู ต้อง ชดั เจน 2 บันทกึ ผลการทากจิ กรรม จากการสังเกตการทางานของชน้ิ ส่วน อเิ ลก็ ทรอนกิ สต์ ามความเป็นจรงิ แต่ไม่สอดคล้องกบั จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 บันทึกผลการทากจิ กรรม จากการสังเกตการทางานของชิน้ สว่ น อเิ ล็กทรอนิกสไ์ มถ่ กู ตอ้ งและไมส่ อดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ การให้คะแนน ใช้งานอุปกรณก์ ารทดลองในกจิ กรรมได้ถกู วิธี หยิบ เคลือ่ นย้ายอุปกรณ์ การใช้งานอุปกรณ์ 3 อย่างระมดั ระวัง ไมห่ ยอกลอ้ หรอื แกลง้ เพ่อื นขณะกาลงั ใชง้ านอุปกรณ์ ในกจิ กรรม และหลังการใชง้ านอุปกรณ์มีการเกบ็ รักษาอยา่ งถูกวิธี ใช้งานอุปกรณ์การทดลองในกจิ กรรมไดถ้ กู วิธี หยิบ เคลื่อนยา้ ยอปุ กรณ์ 2 อย่างระมดั ระวัง ไม่หยอกล้อหรือแกล้งเพ่ือนขณะกาลังใชง้ านอุปกรณ์ แตห่ ลงั การใชง้ านอปุ กรณ์ไม่มีการเก็บรกั ษาอย่างถูกวิธี หรือไม่เกบ็ อปุ กรณ์ เข้าตเู้ ก็บอปุ กรณต์ ามประเภทของอุปกรณ์ ใช้งานอปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ แตข่ ณะหยิบ เคลอื่ นย้ายอปุ กรณ์ 1 หรือกาลงั ใชง้ านอปุ กรณ์ จะหยอกลอ้ หรือแกล้งเพอ่ื น อาจทาให้อุปกรณ์ เสยี หายได้ และหลังการใชง้ านอุปกรณไ์ ม่มกี ารเกบ็ รักษาอยา่ งถกู วธิ ี 9.2 ระดบั คณุ ภาพ คะแนนรวมเฉล่ีย 6.00 - 5.00 หมายถงึ ดีมาก คะแนนรวมเฉลย่ี 4.00 - 3.00 หมายถงึ ดี คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 1.00 หมายถึง พอใช้ ดงั นั้น นักเรียนต้องได้คะแนนเฉลยี่ ทกุ ประเดน็ การประเมิน ไมต่ า่ กวา่ 2.00 แสดงระดับ คณุ ภาพ ดี ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์การประเมินในแผนการจัดการเรียนที่ 22

บนั ทึกหลงั การสอน หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 ไฟฟา้ .... ...... ... ... แผนการสอนเรอ่ื ง 22 ตัวเก็บประจุ วันท่ี...............................เดือน...............................................................พ.ศ................. 1. สรุปผลการเรียนการสอน 1. นกั เรียนจานวน....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ ..........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ............. ไม่ผ่านจุดประสงค.์ ......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ............. ไดแ้ ก่.................................................................................................. 2. สรปุ ผลตามรายจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 นักเรียนมีความรู้ความเขา้ ใจ ( K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 นกั เรยี นมเี จตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ขอ้ เสนอแนะหลังการจัดการเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื ............................................ครผู สู้ อน ลงชือ่ .............................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ () () ตาแหน่ง................................................... ลงช่อื .............................................ผ้ชู ่วย/รองฯวชิ าการ …………./……………./………… () ลงช่ือ............................................ผอู้ านวยการ ()

แบบบันทกึ การประเมินคุณภาพการเรียนรูข้ องนกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 รายวิชาวทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 ไฟฟา้ I แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 22 เร่อื ง ตวั เกบ็ ประจุ . คาช้แี จง: ทาเครื่องหมาย  ในชอ่ งค่านา้ คะแนนแต่ละดา้ นตามจุดประสงค์การเรยี นรู้ โดยประเมินตามเกณฑ์ (Rubrics Score) เลข ช่อื -นามสกลุ / ด้านความรู้ (K) ด้านกระบวนการ (P) ด้านเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรียน คา่ นา้ หนกั คะแนน คา่ น้าหนกั คะแนน คา่ น้าหนกั คะแนน ระ ัดบ ุคณภาพ 321 32 1 32 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22

เลข ชื่อ-นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น ค่าน้าหนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่าน้าหนักคะแนน ระดับคุณภาพ 321 32 1 32 1 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ ดมี าก - คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมายถึง ดี - คะแนนรวมเฉลีย่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ พอใช้ - คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมายถึง ต้องได้คะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ ่ากวา่ 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้นึ ไปเทา่ นั้น ถึงจะผ่านการเรยี นรู้ตามตัวชี้วัด ผลการประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียน ผเู้ รยี นท่ี ผ่าน ตวั ชว้ี ดั มีจานวน…………………………คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………………………………….. ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่าน ตวั ชี้วัด มีจานวน…………………………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ……………………………………………….. 1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................

สอ่ื การเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 22: ใบกจิ กรรมท่ี 6.9 ใบกิจกรรมท่ี 6.9 ตัวเก็บประจมุ ีหน้าท่อี ยา่ งไร หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 เล่ม 2 ตามหลักสตู รแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร หน้า 131 กิจกรรมท่ี 6.9 ตวั เกบ็ ประจุมีหน้าท่ีอย่างไร? จดุ ประสงค์ วัสดุอุปกรณ์ วัดค่ากระแสไฟฟา้ ด้วยแอมมิเตอรพ์ รอ้ มระบหุ นว่ ย วิธดี าเนินกจิ กรรม วสั ดุที่ใชต้ อ่ กลมุ่ 1. โวลต์มิเตอร์ 1 เคร่อื ง 2. สายไฟฟ้า 2 เสน้ 3. ถา่ นไฟฉายขนาด 1.5 V 2 ก้อน 4. กระบะถา่ นแบบ 2 ก้อน 1 อัน 5. ไดโอดเปลง่ แสงสีเขยี ว 1 อัน 6. ตวั เกบ็ ประจุขนาด 470 μF 1 อนั 1. สังเกตรูปร่างลักษณะของตัวเก็บประจุ บันทกึ ผล 2. วัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมขาของ ตัวเก็บประจุ โดยต่อข้ัวลบของโวลต์มิเตอร์ กับขาที่มีแถบสีและต่อขั้วบวกของโวลต์ มิเตอรก์ ับขาอีกขาหน่งึ ของตัวเกบ็ ประจุ ภาพการจัดอปุ กรณ์ในกจิ กรรม ดังภาพ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของโวลต์ มิเตอร์ บนั ทกึ ผล 3. ต่อตัวเก็บประจุกับไดโอดเปล่งแสง โดยต่อขาด้านท่ีมีแถบสีเข้ากับขาแคโทดของ ไดโอดเปลง่ แสงและขาของตวั เกบ็ ประจุที่ ภาพการจดั อปุ กรณใ์ นกจิ กรรม เหลือเขา้ กบั ขาแอโนด ดังภาพ สังเกตการเปลย่ี นแปลงของไดโอดเปลง่ แสงบนั ทกึ ผล 4. ต่อตวั เกบ็ ประจุเขา้ กบั ถ่านไฟฉาย 2 ก้อน โดยตอ่ ขาด้านทีม่ แี ถบสีเขา้ กับข้วั ลบของ ถา่ นไฟฉาย และขาอกี ดา้ นต่อกับขวั้ บวกของถา่ นไฟฉาย เพื่อให้วงจรปิดเปน็ เวลานาน 5 วนิ าที 5. ทาซ้าในขอ้ 2 อา่ นค่าความตา่ งศักย์ไฟฟ้า บนั ทกึ ผล 6. ทาซ้าในข้อ 4 จากนน้ั ทาซ้าในข้อ 3 สงั เกตการเปล่ยี นแปลงของไดโอดเปล่งแสง บนั ทกึ ผล 7. วัดคา่ ความต่างศักย์ไฟฟา้ คร่อมขาของตัวเกบ็ ประจอุ คี ร้ัง สังเกตการเปลย่ี นแปลง ของโวลตม์ ิเตอร์ บนั ทึกผล

กิจกรรมท่ี 6.9 ตวั เกบ็ ประจมุ หี น้าทอี่ ยา่ งไร? การเตรียมตัว • ครูควรตรวจสอบอปุ กรณ์ไฟฟ้าและชน้ิ ส่วนอิเลก็ ทรอนิกส์ใหอ้ ยใู่ นสภาพพร้อมใช้งาน ล่วงหนา้ สาหรับครู • ครคู วรเตรียมตัวเก็บประจโุ ดยใหต้ วั เกบ็ ประจุคายประจุไฟฟา้ ออกใหห้ มดก่อน นามาใช้ทากิจกรรม เชน่ การนาขาของตวั เก็บประจุมาแตะกนั • ครูควรทดลองต่อวงจรไฟฟา้ ก่อนจัดกจิ กรรม เพ่ือตรวจสอบวา่ วงจรไฟฟา้ ทใ่ี ชใ้ น กิจกรรมต่ออยา่ งไรและวงจรไฟฟา้ ทางานไดต้ ามต้องการหรอื ไม่ ข้อควรระวงั ไมค่ วรใช้ไดโอดเปล่งแสงสีแดง เพราะทนความตา่ งศักยไ์ ฟฟ้าไดน้ อ้ ย ขอ้ เสนอแนะใน • ไดโอดเปลง่ แสงที่สามารถใชไ้ ดค้ วรมีความตา่ งศักยไ์ ฟฟ้าระหว่าง 2.2-3 โวลต์ การทากจิ กรรม • การวดั คา่ ความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ คร่อมขาของตัวเกบ็ ประจใุ หไ้ ด้ค่าท่ถี กู ต้องและแมน่ ยา ครูควรแนะนาใหน้ กั เรียนเลือกขั้วบวกทร่ี องรับความต่างศักยไ์ ฟฟา้ สงู สดุ ทีม่ ีค่าใกล้เคยี ง กบั ค่าความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ ของแหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ คาถามทา้ ยกจิ กรรม 1. เมอ่ื นาตวั เกบ็ ประจุท่ยี งั ไม่ไดต้ อ่ กับถา่ นไฟฉายมาวัดค่าความต่างศักยไ์ ฟฟ้า ค่าทอ่ี า่ นไดเ้ ป็นอยา่ งไร เพราะเหตุใด 2. เมื่อนาตวั เก็บประจุทต่ี อ่ กบั ถ่านไฟฉายแลว้ มาวดั ค่าความต่างศกั ยไ์ ฟฟา้ คา่ ทีอ่ ่านได้เปน็ อยา่ งไร เพราะเหตใุ ด 3. เม่ือนาตวั เกบ็ ประจทุ ต่ี อ่ กบั ถ่านไฟฉายแล้วมาตอ่ กบั ไดโอดเปลง่ แสง ไดโอดเปล่งแสงเกดิ การเปลยี่ นแปลง อยา่ งไร เพราะเหตใุ ด 4. การต่อตัวเกบ็ ประจุใหไ้ ดโอดเปล่งแสงสว่างทาไดอ้ ยา่ งไร 5. เมื่อนาตวั เก็บประจทุ ่ีต่อกบั ไดโอดเปล่งแสงแล้วมาวดั คา่ ความตา่ งศักย์ไฟฟ้า คา่ ทอ่ี ่านได้เป็นอยา่ งไร เพราะเหตุใด 6. จากกจิ กรรม สรุปไดว้ ่าอยา่ งไร

สือ่ การเรยี นรแู้ ผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 22: แบบบนั ทึกการคน้ ควา้ กจิ กรรมที่ 6.9 แบบบันทึกการคน้ คว้ากิจกรรมท่ี 6.9 ตวั เกบ็ ประจุมีหน้าท่อี ย่างไร ชอื่ -นามสกลุ ..........................................................................................ช้นั .................เลขที่...........กลมุ่ ท.่ี ...........  บันทึกผลการทากิจกรรม .................................... .................................... ส่วนประกอบของตวั เกบ็ ประจุ - ตวั เกบ็ ประจุมีขา 2 ขาท่มี ีความยาวไมเ่ ท่ากัน  ตารางบันทกึ ผลการทากิจกรรม .................................... ตาราง ความต่างศกั ยไ์ ฟฟ้าของตัวเกบ็ ประจุและการเปลยี่ นแปลงของไดโอดเปลง่ แสง กอ่ นและหลังตอ่ ถ่านไฟฉาย การต่อตวั เก็บประจุกบั ถ่านไฟฉาย ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า (V) การเปลย่ี นแปลงของไดโอดเปล่งแสง กอ่ นต่อ หลังต่อ หมายเหตุ : การวัดค่าความตา่ งศักยไ์ ฟฟ้าครอ่ มขาของตัวเกบ็ ประจหุ ลังจากต่อกบั ไดโอดเปลง่ แสงพบวา่ อ่านค่าได้ 0 โวลต์  คาถามท้ายกจิ กรรม 1. เมื่อนาตวั เก็บประจทุ ี่ยังไมไ่ ดต้ ่อกับถ่านไฟฉายมาวัดคา่ ความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ ค่าทอี่ ่านไดเ้ ป็นอยา่ งไร เพราะเหตใุ ด ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เมอ่ื นาตัวเกบ็ ประจุท่ตี ่อกบั ถ่านไฟฉายแล้วมาวัดคา่ ความต่างศกั ยไ์ ฟฟา้ คา่ ทอ่ี ่านไดเ้ ปน็ อย่างไร เพราะเหตใุ ด ตอบ ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เมื่อนาตัวเกบ็ ประจทุ ่ีตอ่ กบั ถ่านไฟฉายแลว้ มาตอ่ กบั ไดโอดเปลง่ แสง ไดโอดเปล่งแสงเกิดการเปล่ียนแปลงอยา่ งไร เพราะเหตุใด ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. การตอ่ ตวั เก็บประจุใหไ้ ดโอดเปล่งแสงสว่างทาไดอ้ ยา่ งไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. เมื่อนาตัวเกบ็ ประจทุ ีต่ อ่ กบั ไดโอดเปล่งแสงแล้วมาวัดคา่ ความต่างศักย์ไฟฟา้ ค่าที่อา่ นได้เป็นอยา่ งไร เพราะเหตใุ ด ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. จากกจิ กรรม สรปุ ได้ว่าอย่างไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนบทา้ ยแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 22: การใหค้ ะแนนด้านกระบวนการ (P) แนวทางบันทกึ การค้นควา้ กจิ กรรมที่ 6.9 ตัวเกบ็ ประจุมหี น้าทอี่ ยา่ งไร  บันทกึ ผลการทากจิ กรรม ..........แถบส.ี ........... ............ขาสั้น......... ส่วนประกอบของตวั เก็บประจุ - ตัวเก็บประจุมขี า 2 ขาที่มคี วามยาวไมเ่ ท่ากนั ...........ขายาว........  ตารางบนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม ตาราง ความต่างศักย์ไฟฟา้ ของตวั เกบ็ ประจแุ ละการเปลีย่ นแปลงของไดโอดเปลง่ แสง ก่อนและหลงั ต่อถ่านไฟฉาย การตอ่ ตวั เกบ็ ประจกุ บั ถา่ นไฟฉาย ค่าความตา่ งศักย์ไฟฟา้ (V) การเปลี่ยนแปลงของไดโอดเปลง่ แสง ก่อนต่อ 0 ไมส่ ว่าง หลงั ตอ่ 3 สว่างแลว้ ดับ หมายเหตุ : การวัดคา่ ความต่างศักย์ไฟฟา้ คร่อมขาของตัวเกบ็ ประจหุ ลงั จากต่อกับไดโอดเปล่งแสงพบว่าอา่ นค่าได้ 0 โวลต์

แนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22: การใหค้ ะแนนดา้ นความรู้ (K) เฉลยใบกิจกรรมที่ 6.9 ตัวเก็บประจุมีหน้าท่ีอยา่ งไร เฉลยคาถามทา้ ยกิจกรรม 1. เม่อื นาตวั เก็บประจุท่ียังไมไ่ ดต้ อ่ กบั ถา่ นไฟฉายมาวัดค่าความต่างศักยไ์ ฟฟา้ ค่าทอ่ี ่านไดเ้ ป็นอยา่ งไร เพราะเหตใุ ด แนวคาตอบ ความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ ของตวั เก็บประจทุ ย่ี ังไมไ่ ด้ตอ่ กบั ถ่านไฟฉายมคี า่ เปน็ ศนู ย์ เพราะ ไมม่ ปี ระจไุ ฟฟ้าอย่ใู นตวั เก็บประจุ 2. เมอ่ื นาตัวเกบ็ ประจุที่ต่อกบั ถ่านไฟฉายแลว้ มาวดั คา่ ความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟ้า คา่ ท่ีอ่านไดเ้ ป็นอย่างไร เพราะเหตุใด แนวคาตอบ ความตา่ งศักย์ไฟฟา้ ของตวั เก็บประจทุ ีต่ อ่ กบั ถ่านไฟฉายมคี ่าเทา่ กบั 3 โวลต์ ซึง่ มีค่าเท่ากบั ความต่างศกั ย์ไฟฟ้าระหวา่ งขวั้ บวกและข้วั ลบของถา่ นไฟฉาย 2 กอ้ น 3. เมื่อนาตวั เกบ็ ประจุทีต่ อ่ กบั ถา่ นไฟฉายแล้วมาตอ่ กับไดโอดเปลง่ แสง ไดโอดเปล่งแสงเกดิ การเปลี่ยนแปลง อยา่ งไร เพราะเหตใุ ด แนวคาตอบ เมอ่ื นาตัวเก็บประจุที่ต่อกับถา่ นไฟฉายแล้วมาตอ่ กับไดโอดเปล่งแสง ไดโอดเปล่งแสง จะสวา่ งแลว้ ดับลง เพราะมีกระแสไฟฟา้ เคลอ่ื นท่จี ากตัวเก็บประจุไปยงั ไดโอดเปลง่ แสง 4. การต่อตวั เกบ็ ประจุให้ไดโอดเปลง่ แสงสว่างทาไดอ้ ยา่ งไร แนวคาตอบ การต่อตวั เกบ็ ประจุเขา้ กบั ไดโอดเปลง่ แสงทาได้โดยต่อขาทม่ี ีแถบสขี องตัวเก็บประจุเขา้ กับ ขัว้ แคโทดของไดโอดเปลง่ แสง และต่อขาท่ีเหลอื ของตัวเกบ็ ประจเุ ข้ากับขาแอโนดของไดโอดเปลง่ แสง 5. เม่อื นาตัวเกบ็ ประจุท่ีตอ่ กับไดโอดเปลง่ แสงแล้วมาวดั ค่าความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ ค่าทีอ่ า่ นได้เป็นอยา่ งไร เพราะเหตุใด แนวคาตอบ เมื่อนาตัวเก็บประจทุ ต่ี อ่ กับไดโอดเปล่งแสงแล้วมาวดั ค่าความตา่ งศกั ย์ไฟฟา้ คา่ ที่ได้ จะมคี า่ เปน็ ศนู ย์ เพราะตวั เกบ็ ประจคุ ายประจุไฟฟา้ ใหแ้ กไ่ ดโอดเปล่งแสง ทาใหไ้ ม่มีประจไุ ฟฟา้ เหลืออย่ใู น ตวั เกบ็ ประจุ 6. จากกิจกรรม สรุปได้ว่าอยา่ งไร แนวคาตอบ ตวั เกบ็ ประจเุ ป็นช้นิ สว่ นอเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ ่ีเกบ็ ประจไุ ฟฟา้ เม่ือตอ่ ตัวเก็บประจกุ บั แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ และคายประจไุ ฟฟ้าออกเมอ่ื ตอ่ ตัวเก็บประจุกับไดโอดเปล่งแสงหรอื ช้ินส่วนอิเลก็ ทรอนกิ สอ์ ืน่

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 23 เรื่อง ทรานซสิ เตอร์ รหสั วิชา ว23102 เวลา 2 ชัว่ โมง รวม 22 ช่วั โมง หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6 ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ ไฟฟ้า ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 มาตรฐาน ว 2.3 กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระที่ 2 ชอื่ สาระ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชวี ติ ประจาวัน ธรรมชาตขิ องคล่ืน ปรากฏการณ์ท่ีเกย่ี วข้องกบั เสียง แสง และคล่ืน แม่เหล็กไฟฟา้ รวมท้ังนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ตวั ชี้วัด ว 2.3 ม.3/6 บรรยายการทางานของชนิ้ สว่ นอเิ ล็กทรอนิกส์อยา่ งง่ายในวงจรจากข้อมูลทรี่ วบรวมได้ 2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด 1) ชน้ิ ส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น ตัวต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ตวั เก็บประจุ โดยชิ้นส่วน แต่ละชนิด ทาหน้าทแ่ี ตกต่างกนั เพือ่ ให้วงจรทางานได้ตามตอ้ งการ 2) ตัวต้านทานทาหน้าท่ีควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า ไดโอดทาหน้าที่ให้กระแสไฟฟ้า ผ่านทางเดียว ทรานซิสเตอร์ทาหน้าท่ีเป็นสวิตช์ปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้าและควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้า ตัวเก็บ ประจุทาหนา้ ท่ีเก็บและคายประจไุ ฟฟา้ 3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ นกั เรยี นบรรยายหนา้ ทข่ี องทรานซสิ เตอรใ์ นวงจรไฟฟา้ ได้ 1) ด้านความรู้ (K) นกั เรยี นใชท้ ักษะการสงั เกต โดยการสังเกตการทางานของทรานซสิ เตอร์ 2) ด้านทักษะ (P) นักเรียนตระหนักถึงความสาคญั ของการใช้อปุ กรณก์ ารทากิจกรรมได้ 3) ดา้ นเจตคติ (A) 4. คณุ ลกั ษณะผู้เรียน ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ  มุ่งมนั่ ในการทางาน 4.1 คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์  ใฝเ่ รยี นรู้  มีจติ สาธารณะ รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มีวินยั รักความเป็นไทย 5. ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น  ความสามารถในการสอื่ สาร: นกั เรยี นสามารถสอ่ื สาร โดยการนาเสนอข้อมูลจากการสงั เกต การ ปฏิบัตกิ ิจกรรมการสืบค้นขอ้ มูล และการอภิปราย มาอธบิ ายเกี่ยวกบั หนา้ ท่ขี องชนิ้ สว่ นอิเล็กทรอนิกส์แตล่ ะชนดิ

6. สาระการเรียนรู้ ช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์นอกจากตัวต้านทาน ไดโอด และตัวเก็บ ประจุแล้ว ยังมีทรานซิสเตอร์ซ่ึงทาจากสารก่ึงตัวนาประกอบด้วยขา 3 ขา คือ ขาเบส (bese: B) ขาอิมิตเตอร์ (emitter : E) และขาคอลเล็กเตอร์ (collector : C) ภาพแสดง การระบุขาของทรานซสิ เตอร์ การต่อทรานซิสเตอร์เข้าไปในวงจรไฟฟ้า ถ้าค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างขาเบสและขาอิมิตเตอร์ ไมเ่ หมาะสม ทรานซิสเตอร์จะไมท่ างาน ทาใหว้ งจรไฟฟ้าเปิดจึงไม่มีกระแสไฟฟา้ ในวงจรน้ัน ไดโอดเปล่งแสงจึงไม่ สว่าง แต่ถ้าป้อนกระแสไฟฟ้าให้เคลื่อนที่ผ่านขาเบส เมื่อปรับค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างขาเบสและขา อมิ ิตเตอร์ให้เหมาะสม โดยมีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าค่าหนึ่ง ทรานซิสเตอร์จะเริ่มทางน ทาให้วงจรไฟฟ้าเป็นวงจร ปิดจึงมีกระแสไฟฟ้าในวงจรน้ัน ไดโอดเปล่งแสงจึงสว่างดังน้ันทรานซิสเตอร์ (transistor) ทาหน้าท่ีควบคุมการ ปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้าเมื่อมีกระแสไฟฟ้าเคล่ือนท่ีผ่านขาเบส โดยมีความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างขาเบสและขา อิมิตเตอร์ที่เหมาะสม โดยทั่วไปทรานซิสเตอร์จะเร่ิมทางานท่ีความตา่ งศักย์ไฟฟ้าระหวา่ งขาเบสและขาอิมิตเตอร์ ประมาณ 0.65 โวลต์ ซ่ึงที่ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้านี้ กระแสไฟฟ้าท่ีเคลื่อนที่ผ่านขาเบสจะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย ในที่นี้ตัวต้านทานแปรค่าได้ จะทาหน้าท่ีปรับค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างขาเบสและขาอิมิตเตอร์ให้เหมาะสม และจากัดปริมาณกระแสไฟฟ้าท่ีผ่านขาเบส เม่ือทรานซิสเตอร์ทางานจะสามารถควบคุมการปิดหรือเปิด วงจรไฟฟ้าทีม่ กี ระแสไฟฟ้าปรมิ าณมากให้เคลอ่ื นท่ีผา่ นขาคอลเล็กเตอร์และอิมิตเตอร์ได้ ทรานซิสเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดเอ็นพีเอ็น (NPN) เช่น ทรานซิสเตอร์เบอร์ BC547 และ ชนิดพเี อ็นพี (PNP) เช่น ทรานซิสเตอร์เบอร์ BC557 ซง่ึ ทรานซสิ เตอรท์ ั้งสองชนิดใชส้ ัญลกั ษณใ์ นวงจร สัญลักษณ์ ของทรานซิสเตอรจ์ ะแสดงทศิ ทางของกระแสไฟฟ้า โดยทรานซิสเตอร์ชนิดเอน็ พีเอน็ กระแสไฟฟ้าจะเคลอื่ นที่ออก จากทรานซิสเตอร์ทางขาอิมิตเตอร์ ส่วนทรานซิสเตอร์ชนิดพีเอ็นพีกระแสไฟฟ้าจะเคลื่อนท่ีเข้าทรานซิสเตอร์ทาง ขาอมิ ติ เตอ์ร์ โดยทั่วไปทรานซิสเตอร์เป็นช้นิ ส่วนอิเล็กรอนิกส์พน้ื ฐานที่สามารถไปประยุกต์ใช้ในวงจรไฟฟ้าพ้ืนฐานได้ มากมาย เช่น เครื่องขยายเสียงที่ใช้วงจรขยายเสียง ไฟกะพริบจราจรท่ีใช้วงจรไฟกะพริบ ไฟถนนที่วงจรสวิตช์ ทางานด้วยแสง ตลอดจนเครอ่ื งวดั ความชื้นในดนิ ที่ใช้วงจรตรวจสอบความชน้ื ทรานซิสเตอรเ์ ป็นข้ึนสว่ นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ทที่ าหน้าท่เี ป็นสวิตชอ์ ัตโนมตั ปิ ิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้าและควบคุม ปริมาณกระแสไฟฟ้าแบง่ เป็น 2 ชนิด คือ ชนดิ เอน็ พเี อ็น ใช้สัญลักษณ์ในวงจรไฟฟ้าคอื ชนิดพีเอน็ พี ใชส้ ญั ลกั ษณ์ในวงจรไฟฟา้ คอื การออกแบบวงจรไฟฟ้าให้ทางานได้ตามต้องการในบางคร้งั จาเปน็ ต้องใช้ช้ินส่วนอเิ ล็กทรอนกิ ส์หลายชน้ิ พร้อมกันจึงมีการประดิษฐ์วงจรรวม (integrated circuit) หรือเรียกว่า ไอซี (IC) ซ่ึงภายในจะมีวงจรหรือส่วน ของวงจรขนาดเล็กท่ีรวบรวมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น ทรานซิสเตอร์ ไดโอด ตัวต้านทานลงบนชิพ (chip) ท่ีสร้างจากซิลิกอน โดยไอซีหน่ึงๆ อาจมีวงจรที่ประกอบด้วยขึ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพียงไม่กี่ชิ้นส่วนไป

จนถึงหลายร้อยข้ึนส่วนแต่ใช้พื้นท่ีน้อย เราจึงนาไอซีมาต่อในวงจรไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ได้ เช่น วีดโิ อเกมส์ สมารต์ โฟน คอมพวิ เตอร์ จากการเรียนรู้ที่ผ่านมาจะพบว่า ช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น ตัวต้านทาน ไดโอด ตัวเก็บประจุ ทรานซิสเตอร์ โดยช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์แต่ละชนิดทาหน้าท่ีแตกต่างกัน บางชนิดมีขั้ว บางชนิด ไม่มีขั้ว ดงั นั้นการตอ่ วงจรไฟฟา้ เพ่ือใชง้ านต้องเลือกใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้เหมาะสมตามหน้าที่ของช้ินส่วน นนั้ ๆ และต้องตอ่ วงจรให้ถกู ตอ้ งจึงจะสามารถทาใหว้ งจรไฟฟ้าทางานไดต้ ามตอ้ งการ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ใช้รปู แบบการจัดการเรยี นการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (1 ชว่ั โมง; 60นาท)ี ขนั้ ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี 1) ครเู ชื่อมโยงไปสู่กจิ กรรมท่ี 6.10 ทรานซิสเตอรม์ ีหนา้ ทีอ่ ะไร โดยร่วมกันอภิปรายว่า นอกจากตวั ตา้ นทาน ไดโอด และตวั เก็บประจแุ ลว้ ยงั มีชน้ิ สว่ นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อกี ชนิดหนง่ึ เรยี กว่า ทรานซสิ เตอร์ ซึ่งประกอบดว้ ยขา 3 ขา คือ ขาเบสหรือขา B ขาอิมติ เตอร์หรอื ขา E และขาคอลเล็กเตอรห์ รือขา C นกั เรยี นคิด ว่าทรานซสิ เตอร์มหี นา้ ที่อะไรในวงจรไฟฟ้าและทางานอยา่ งไร (นกั เรียนตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง) ข้นั ท่ี 2 ขั้นสารวจและคน้ หา (Exploration) (20 นาท)ี 2) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา พ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 131 และครูตรวจสอบความ เขา้ ใจการอา่ น โดยใช้คาถามดังต่อไปน้ี - กิจกรรมนเ้ี ก่ยี วกับเรอ่ื งอะไร (หน้าท่ขี องทรานซิสเตอรใ์ นวงจรไฟฟา้ ) - กิจกรรมน้มี จี ดุ ประสงคอ์ ะไร (สังเกตและบรรยายหน้าที่ของทรานซสิ เตอรใ์ นวงจรไฟฟ้า) - วิธีดาเนินกิจกรรมมีข้ันตอนโดยสรุปอย่างไร (ต่อสวิตช์ ตัวต้านทาน ไดโอดเปล่งแสง และ ถ่านไฟฉายแบบอนุกรมต่อทรานซิสเตอร์แทรกในวงจรไฟฟ้าให้ขาคอลเล็กเตอร์ต่อกับขาแคโทดของ ไดโอดเปล่งแสง ขาเบสและอิมิตเตอร์ต่อกับข้ัวลบของถ่านไฟฉาย ตรวจสอบการทางานของทรานซิสเตอร์ เมื่อป้อนกระแสไฟฟ้าผ่านที่ขาเบส ตรวจสอบการทางานเร่ิมต้นของทรานซิสเตอร์เมื่อควบคุมค่าความต่าง ศักย์ไฟฟ้าระหวา่ งขาเบสและขาอิมิตเตอร์ด้วยตัวต้านทานแปรค่าได้ แล้วหมุนปุ่มปรับค่าของตัวต้านทานแปรค่า ไดเ้ พ่ือให้ความต่างศักย์ไฟฟา้ ระหว่างขาเบสและขาอิมติ เตอรเ์ พมิ่ ทีละ 0.1 โวลต)์ - นกั เรยี นต้องสังเกตหรอื รวบรวมข้อมลู อะไรบ้าง (นักเรียนตอ้ งสังเกตและบันทึกข้อมลู เกี่ยวกับ การเปล่ียนแปลงของไดโอดเปล่งแสงของวงจรไฟฟ้าทั้งท่ีไม่ต่อและต่อทรานซิสเตอร์ ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า ระหวา่ งขาเบสและขาอมิ ติ เตอรเ์ มื่อหมุนปุ่มปรับค่าของตวั ต้านทานแปรคา่ ไดท้ ท่ี าใหท้ รานซิสเตอร์ทางาน) - ข้อควรระวังในการทากิจกรรมมีอะไรบ้าง (เมื่ออ่านค่ากระแสไฟฟ้าและสังเกตความ เปลี่ยนแปลงของไดโอดเปล่งแสงแล้วต้องยกสวิตช์ข้ึนทุกคร้ังทันทีเพื่อไม่ให้มีกระแสไฟฟ้าในวงจรเป็นเวลานาน ซ่ึงจะทาให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกิดความร้อนสูงหรือเกิดความเสียหาย และระวังไม่ให้ลวด ตวั นาของสายไฟฟ้าทตี่ อ่ กบั ขาของตวั ต้านทานแปรคา่ ได้แตะกันเพราะจะทาใหเ้ กดิ ไฟฟา้ ลัดวงจร)

3) ขณะท่ีนักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรม โดยครูสังเกตการต่อวงจรไฟฟ้า การใช้งานโวลต์ มิเตอร์ และการอ่านค่าความตา่ งศกั ย์ไฟฟ้าของนักเรียนของนักเรียนแตล่ ะกลุ่ม และให้คาแนะนา หากนักเรียนมี ขอ้ สงสัยครูควรรวบรวมปญั หา และข้อสงสัยทพ่ี บจากการทากจิ กรรมของนักเรยี น เพอ่ื ใช้เปน็ ข้อมูลประกอบการ อภปิ รายหลงั จากการทากิจกรรม ขั้นที่ 3 ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (10 นาท)ี 4) ให้นักเรียนนาเสนอผลการทากิจกรรม ตอบคาถามท้ายกิจกรรม และร่วมกันอภิปราย สรุปผลของกิจกรรมโดยใชค้ าถามท้ายกิจกรรมเป็นแนวทาง เพ่ือให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า ทรานซิสเตอร์ทา หน้าท่ีเสมือนเป็นสวิตช์อัตโนมัติปิดหรือเปิดวงจรไฟฟา้ และควบคุมกระแสไฟฟ้าให้เคล่ือนท่ีจากขาคอลเล็กเตอร์ ไปขาอมิ ิตเตอร์ได้ หากมีกระแสไฟฟ้าปริมาณน้อยค่าหนึ่งเคลื่อนท่ีผ่านขาเบสไปขาอิมิตเตอร์ หรือทรานซิสเตอร์ จะเริ่มทางานเม่อื มคี วามตา่ งศักย์ไฟฟา้ ระหว่างขาเบสและขาอมิ ิตเตอรป์ ระมาณ 0.65 โวลต์ ขน้ั ที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาที) 5) ให้นักเรียนเรียนรู้เพิม่ เติมเก่ยี วกับหน้าที่ของตวั เก็บประจุในวงจรไฟฟ้าโดยอา่ นหนังสอื เรียน หน้า 132-133 และตอบคาถามระหว่างเรยี น จากนนั้ รว่ มกนั อภปิ รายเก่ียวกับคาตอบของนกั เรียน - จากกิจกรรมท่ี 6.10 จะเขียนแผนภาพการต่อทรานซิสเตอร์ในวงจรไฟฟ้าในขณะท่ี ทรานซิสเตอร์ทางานได้อย่างไร (แนวคาตอบ เราสามารถเขียนแผนภาพการต่อทรานซิสเตอร์ในวงจรไฟฟ้า ขณะทท่ี รานซิสเตอร์เริม่ ทางานได้ ดงั ภาพ ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ (Evaluation) (10 นาที) 6) ครูและนักเรียนอภิปรายผลการทากิจกรรมที่ 6.10 หน้าที่ของทรานซิวเตอร์ในวงจรไฟฟ้า เป็นอยา่ งไร จะได้ขอ้ สรปุ วา่ - ทรานซิสเตอร์ทาหน้าท่ีควบคุมการปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้าเม่ือกระแสไฟฟ้าปริมาณน้อย เคลอ่ื นที่ผ่านขาเบส ขณะเดียวกันก็ทาหนา้ ท่ีควบคุมกระแสไฟฟา้ ท่มี ปี รมิ าณมากใหเ้ คล่ือนทผ่ี า่ นขาคอลเลก็ เตอร์ และขาอมิ ิตเตอร์ - ทรานซิสเตอร์จะเร่ิมทางาน เม่ือความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างขาเบสและขาอิมิตเตอร์หรือสาย รว่ มหรอื กราวดป์ ระมาณ 0.65 โวลต์ - ทรานซิสเตอร์แบ่งเปน็ 2 ชนิด คือ ชนิดเอ็นพีเอน็ และชนิดพีเอน็ พี ใช้สัญลักษณ์ในวงจรไฟฟา้ ดังภาพ

- สัญลักษณ์ของทรานซิสเตอร์ที่ขาอิมิตเตอร์จะมีลูกศรแสดงทิศทางการเคล่ือนท่ีของ กระแสไฟฟ้า โดยทรานซิสเตอร์ชนิดเอ็นพีเอ็น กระแสไฟฟ้าจะเคล่ือนท่ีออกจากขาคอลเล็กเตอร์เข้าไปยังขา อิมิตเตอร์ หรืออาจกล่าวได้ว่ากระแสไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ออกทางขาอิมิตเตอร์ ส่วนทรานซิสเตอร์ชนิดพีเอ็นพี กระแสไฟฟา้ จะเคลอื่ นทอ่ี อกจากอิมติ เตอร์เขา้ ไปยังขาคอลเล็กเตอร์ หรอื อาจกลา่ วได้วา่ กระแสไฟฟ้าจะเคลื่อนท่ี เข้าทางขาอมิ ติ เตอร์ 7) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์ การประเมิน (Rubrics Score) 8. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้ 8.1 อปุ กรณท์ ากจิ กรรม: จานวน 10 รายการ ดงั แสดงแนบไว้ในใบกจิ กรรมท่ี 6.10 8.2 ใบกจิ กรรม: ใบกิจกรรมท่ี 6.10 ทรานซสิ เตอรม์ ีหน้าทอ่ี ะไร 8.3 แบบบันทกึ กจิ กรรม: แบบบันทึกการคน้ ควา้ กิจกรรมที่ 6.10 ทรานซสิ เตอรม์ ีหน้าท่อี ะไร 8.4 แหลง่ เรียนร้:ู หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ 9. การวัดและการประเมนิ ตัวชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้ วิธีการวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์ท่ใี ช้ในการประเมิน 1. บรรยายหนา้ ทข่ี อง - ตรวจการตอบคาถาม - คาถามทา้ ยกจิ กรรมที่ 6.10 - ได้ไมน่ อ้ ยกวา่ 2 คะแนน ทรานซสิ เตอรใ์ นวงจรไฟฟา้ ทา้ ยกจิ กรรมท่ี 6.10 ทรานซิสเตอรม์ ีหน้าที่ ระดบั คณุ ภาพดี ถือวา่ (ดา้ นความรู้: K) อะไรจานวน 4 ข้อ ผ่านการประเมิน ด้านความรู้ 2. การใช้ทักษะสังเกต โดย - ตรวจการทาแบบ - แบบบนั ทึกการค้นคว้า - ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน การสังเกตการณท์ างานของ บนั ทึกการคน้ ควา้ กจิ กรรมที่ 6.10 ระดับคณุ ภาพดี ถอื วา่ ชิ้นส่วนอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ กจิ กรรมท่ี 6.10 ทรานซิสเตอรม์ หี น้าที่อะไร ผา่ นการประเมิน (ทรานซิสเตอร)์ ดา้ นกระบวนการ (ดา้ นกระบวนการ: P) 3. ตระหนกั ถงึ ความสาคัญ - สงั เกตการใช้งาน - เกณฑ์การประเมนิ การใช้ - ไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ 2 คะแนน ของการใชอ้ ุปกรณ์ อปุ กรณ์ในกิจกรรม งานอุปกรณใ์ นกิจกรรม ระดับคณุ ภาพดี ถือวา่ การทากจิ กรรมได้ ของนกั เรียน ของนกั เรียน ผา่ นการประเมิน (ดา้ นเจตคต:ิ A) ด้านเจตคติ

9.1 เกณฑก์ ารประเมนิ ผลนกั เรียน เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score) ประเดน็ การประเมนิ คา่ นา้ หนัก แนวทางการให้คะแนน คะแนน การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคาถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 6.10 ถูกตอ้ ง จานวน 4 ข้อ คาถามทา้ ย 2 ตอบคาถามท้ายกจิ กรรมท่ี 6.10 ถูกต้อง จานวน 3 ข้อ กิจกรรมท่ี 6.10 1 ตอบคาถามทา้ ยกิจกรรมที่ 6.10 ถูกต้อง จานวน 1-2 ข้อ หรอื ไมถ่ กู ต้อง การให้คะแนนการบันทึก บันทึกผลการทากิจกรรม จากการสงั เกตการทางานของชน้ิ สว่ น แบบบนั ทึกการคน้ คว้า 3 อเิ ล็กทรอนิกสต์ ามความเปน็ จรงิ โดยไมเ่ พ่ิมความคิดเห็นสว่ นตัว และ กิจกรรมที่ 6.10 สอดคล้องกับจุดประสงคก์ ารเรียนร้ทู ่ีถูกต้อง ชดั เจน 2 บันทึกผลการทากิจกรรม จากการสังเกตการทางานของช้นิ สว่ น อเิ ล็กทรอนิกสต์ ามความเป็นจริง แต่ไม่สอดคลอ้ งกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1 บนั ทึกผลการทากจิ กรรม จากการสังเกตการทางานของช้นิ สว่ น อเิ ลก็ ทรอนิกสไ์ มถ่ ูกตอ้ งและไม่สอดคลอ้ งกับจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ การให้คะแนน ใช้งานอุปกรณ์การทดลองในกจิ กรรมไดถ้ กู วิธี หยิบ เคล่อื นยา้ ยอปุ กรณ์ การใชง้ านอปุ กรณ์ 3 อย่างระมดั ระวงั ไมห่ ยอกลอ้ หรอื แกลง้ เพอ่ื นขณะกาลงั ใชง้ านอปุ กรณ์ ในกิจกรรม และหลงั การใชง้ านอุปกรณม์ ีการเก็บรักษาอยา่ งถูกวิธี ใชง้ านอปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ถูกวธิ ี หยบิ เคลื่อนย้ายอปุ กรณ์ 2 อยา่ งระมดั ระวงั ไมห่ ยอกล้อหรือแกล้งเพือ่ นขณะกาลังใช้งานอุปกรณ์ แตห่ ลงั การใชง้ านอปุ กรณ์ไมม่ กี ารเก็บรกั ษาอยา่ งถกู วธิ ี หรอื ไมเ่ ก็บอุปกรณ์ เข้าตู้เกบ็ อุปกรณ์ตามประเภทของอุปกรณ์ ใช้งานอปุ กรณก์ ารทดลองในกิจกรรมได้ แตข่ ณะหยิบ เคลอื่ นย้ายอปุ กรณ์หรือ 1 กาลังใชง้ านอุปกรณ์ จะหยอกล้อหรอื แกลง้ เพอ่ื น อาจทาใหอ้ ุปกรณ์เสียหายได้ และหลังการใช้งานอปุ กรณไ์ มม่ กี ารเก็บรกั ษาอย่างถูกวธิ ี 9.2 ระดบั คุณภาพ คะแนนรวมเฉลยี่ 6.00 - 5.00 หมายถงึ ดีมาก คะแนนรวมเฉลี่ย 4.00 - 3.00 หมายถงึ ดี คะแนนรวมเฉล่ีย 2.00 - 1.00 หมายถึง พอใช้ ดงั นนั้ นักเรยี นตอ้ งไดค้ ะแนนเฉลีย่ ทุกประเด็นการประเมนิ ไม่ต่ากวา่ 2.00 แสดงระดบั คุณภาพ ดี ถอื วา่ ผ่านเกณฑก์ ารประเมินในแผนการจดั การเรยี นท่ี 23

บนั ทึกหลงั การสอน หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 6 ไฟฟ้า.... ...... ... ... แผนการสอนเรอ่ื ง 23 ทรานซสิ เตอร์ วันท่ี...............................เดือน...............................................................พ.ศ................. 1. สรุปผลการเรียนการสอน 1. นกั เรียนจานวน....................คน ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ ..........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ............. ไม่ผ่านจุดประสงค.์ ......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ............. ไดแ้ ก่.................................................................................................. 2. สรปุ ผลตามรายจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 นักเรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ ( K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 นกั เรยี นมเี จตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะหลังการจดั การเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ............................................ครูผสู้ อน ลงชือ่ .............................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ () () ตาแหน่ง................................................... ลงช่อื .............................................ผ้ชู ่วย/รองฯวิชาการ …………./……………./………… () ลงช่ือ............................................ผอู้ านวยการ ()

แบบบันทกึ การประเมินคุณภาพการเรยี นรู้ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 รายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน (ว23102) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ไฟฟา้ I แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 23 เรือ่ ง ทรานซสิ เตอร.์ คาช้แี จง: ทาเครื่องหมาย  ในชอ่ งค่านา้ คะแนนแต่ละดา้ นตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้ โดยประเมนิ ตามเกณฑ์ (Rubrics Score) เลข ช่อื -นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ด้านกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น ค่านา้ หนกั คะแนน คา่ น้าหนกั คะแนน คา่ นา้ หนกั คะแนน ระ ัดบ ุคณภาพ 321 32 1 32 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22

เลข ชื่อ-นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น ค่าน้าหนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่าน้าหนักคะแนน ระดับคุณภาพ 321 32 1 32 1 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ ดมี าก - คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมายถึง ดี - คะแนนรวมเฉลีย่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ พอใช้ - คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมายถึง ต้องได้คะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ ่ากวา่ 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้นึ ไปเทา่ นนั้ ถึงจะผ่านการเรยี นรู้ตามตัวชี้วัด ผลการประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียน ผเู้ รยี นท่ี ผ่าน ตวั ชว้ี ดั มีจานวน…………………………คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………………………………….. ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่าน ตวั ชี้วัด มีจานวน…………………………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ……………………………………………….. 1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................

ส่อื การเรียนรแู้ ผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 23: ใบกิจกรรมท่ี 6.10 ใบกิจกรรมท่ี 6.10 ทรานซสิ เตอร์มีหนา้ ทอ่ี ะไร หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 เล่ม 2 ตามหลักสตู รแกนกลาง การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร หนา้ 134 กิจกรรมท่ี 6.10 ทรานซสิ เตอรม์ ีหน้าทอ่ี ะไร? จุดประสงค์ วัสดุอุปกรณ์ วัสดุที่ใช้ตอ่ กลุม่ วิธดี าเนินกจิ กรรม 1. โวลตม์ ิเตอร์ 1 เครอื่ ง 2. สายไฟฟา้ 13 เส้น 3. ถ่านไฟฉายขนาด 1.5 V 4 ก้อน 4. กระบะถ่านแบบ 4 ก้อน 1 อัน 5. สวติ ชแ์ บบโยก 1 อนั 6. ทรานซิสเตอรช์ นดิ NPN เบอร์ BC547 1 อนั 7. ตวั ตา้ นทานคงที่ขนาด 330 Ω 1 อนั 8. ตัวตา้ นทานคงทข่ี นาด 20 kΩ 1 อัน 9. ตวั ต้านทานแปรค่าไดข้ นาด 10 kΩ 1 อัน 10. ไดโอดเปลง่ แสงสเี ขียว 1 อัน 1. ตอ่ วงจรไฟฟ้าท่ีประกอบดว้ ยถ่านไฟฉาย 4 ก้อน สวติ ซ์ สายไฟฟา้ ตวั ต้านทานคงที่ ขนาด 330 โอห์ม และไดโอดเปล่งแสง ดังภาพ กดสวติ ซ์ลงเพ่ือให้วงจรปิด สังเกตการ เปล่ยี นแปลงของไคโอดเปล่งแสงบันทกึ ผลแลว้ ยกสวติ ซ์ขน้ึ 2. นาทรานซิสเตอรต์ ่อแทรกเข้าในวงจรไฟฟา้ โดยให้ขาคอลเล็กเตอ์ร์เข้ากับขา แคโทดของไคโอดเปลง่ แสง จากนน้ั ต่อขาเบสและขาอมิ ติ เตอรเ์ ขา้ กบั ขว้ั ลบของ ถา่ นไฟฉายท่ีจุด ก ให้เป็นสายรว่ ม ดังภาพ กดสวิตซ์ลงเพื่อให้วงจรปิด สังเกตการ เปล่ียนแปลงของไคโอดเปลง่ แสง บันทึกผล แล้วยกสวิตซข์ ึ้น ภาพการจดั อปุ กรณใ์ นกจิ กรรม (1) ภาพการจดั อุปกรณ์ในกิจกรรม (2)

กิจกรรมที่ 6.10 ทรานซสิ เตอรม์ หี นา้ ท่ีอะไร? 3. นาตัวต้านทานคงที่ ขนาด 20 กิโลโอห์ม ภาพการจดั อปุ กรณใ์ นกิจกรรม ตอ่ ขนานเขา้ กบั วงจรโดยปลายด้านหน่ึง ตอ่ เข้ากับจุด ข และปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้า กับขาเบสของทรานซิสเตอร์ เพื่อป้อน กระแสไฟฟ้าท่ีขาเบส ดังภาพ กดสวิตซ์ลง เพ่ือให้วงจรปิด สังเกตการเปล่ียนแปลงของ ไดโอดเปล่งแสง บนั ทกึ ผล แลว้ ยกสวติ ซ์ขึ้น 4. ต่อตัวต้านทานแปรค่าได้ 10 กิโลโอห์ม ภาพการจดั อปุ กรณใ์ นกิจกรรม แทรกในวงจรโดยต่ออนุกรมกับตัวต้านทาน คงที่ 20 กิโลโอห์ม ดังภาพ กดสวิตซ์ลง เพ่อื ให้วงจรปดิ หมุนป่มุ ปรบั ค่ากลับไปกลับมา สังเกตการเปลี่ยนแปลงของไดโอดเปล่งแสง บันทกึ ผล แล้วยกสวิตซ์ขึ้น 5. ตอ่ โวลต์มิเตอรค์ รอ่ มระหวา่ งขาเบสและขาอิมิตเตอร์ของทรานซิสเตอร์ กดสวติ ซ์ ลงเพือ่ ให้วงจรปดิ จากนน้ั หมุนปุ่มปรบั คา่ ของตัวต้านทานแปรค่าไดใ้ ห้เขม็ ของโวลต์ มเิ ตอรข์ ี้เริ่มต้นที่ 0 แลว้ หมนุ ปรับค่าความตา้ นทานไฟฟา้ ทีละน้อย จนไดโอดเปลง่ แสง เรมิ่ เปลง่ แสง อ่านคา่ ความต่างศักยไ์ ฟฟา้ บันทกึ ผล แลว้ ยกสวติ ซ์ขึ้น ภาพการจัดอปุ กรณ์ในกจิ กรรม การเตรยี มตัว • ครูควรเตรียมทรานซิสเตอรใ์ ห้มจี านวนมากกว่าท่ีกาหนดในกิจกรรม เพราะขาของ ล่วงหนา้ สาหรับครู ทรานซิสเตอรห์ กั ง่าย • ครคู วรตรวจสอบอุปกรณไ์ ฟฟ้าและชนิ้ ส่วนอิเล็กทรอนิกสใ์ หอ้ ยใู่ นสภาพพรอ้ มใชง้ าน • ครูควรทดลองต่อวงจรไฟฟ้าก่อนจดั กจิ กรรม เพื่อตรวจสอบว่าวงจรไฟฟ้าที่ใช้ใน กิจกรรมต่ออย่างไรและวงจรไฟฟ้าทางานไดต้ ามต้องการหรือไม่

กิจกรรมที่ 6.10 ทรานซิสเตอรม์ หี น้าท่อี ะไร? ข้อควรระวัง การต่อวงจรไฟฟ้าข้อ 1-3 มีจุดประสงค์เพ่ือตรวจสอบว่าทรานซิสเตอร์จะทางาน เมื่อมีกระแสไฟฟ้าปริมาณเล็กน้อยเคลื่อนที่ผ่านขาเบส และการต่อวงจรไฟฟ้าข้อ 4 ข้อเสนอแนะใน มีจุดประสงคเ์ พอื่ ตรวจสอบวา่ ทรานซิสเตอร์จะทางานเมอื่ ความตา่ งศักย์ไฟฟ้าระหว่าง การทากจิ กรรม ขาเบสและขาอิมิตเตอร์เป็นเทา่ ใด • ครูควรยา้ เตอื นนกั เรยี นเมื่อสังเกตความเปลยี่ นแปลงของไดโอดเปลง่ แสงแลว้ ต้อง ยกสวิตช์ขึ้นทกุ ครง้ั ทันทเี พอ่ื ไม่ให้มกี ระแสไฟฟ้าในวงจรเปน็ เวลานาน เพราะจะทาให้ อปุ กรณไ์ ฟฟ้าและชน้ิ ส่วนอิเล็กทรอนกิ สเ์ กดิ ความร้อนสงู ซึ่งอาจทาให้เสยี หายได้ • เน่ืองจากขาของทรานซสิ เตอร์อยู่ชิดกนั ครคู วรยา้ เตอื นให้นักเรยี นระวงั ไมใ่ หล้ วด ตัวนาของสายไฟฟา้ ท่ีตอ่ กับขาของทรานซิสเตอร์แตะกนั เพราะจะทาใหเ้ กดิ ไฟฟา้ ลัดวงจร • ครคู วรยา้ เตอื นนักเรียนไม่ควรดัดขาของทรานซสิ เตอรไ์ ปมาเนอ่ื งจากขาของ ทรานซสิ เตอรห์ กั ง่าย • ก่อนต่อทรานซสิ เตอร์แทรกในวงจรไฟฟา้ ครูควรแนะนาใหน้ ักเรยี นสงั เกตและ วิเคราะหข์ าของทรานซสิ เตอรเ์ พื่อให้การต่อวงจรไฟฟา้ ถูกตอ้ ง • ครสู ามารถใชท้ รานซสิ เตอรเ์ บอร์ BC546 BC548 BC549 หรือ BC550 แทน ทรานซิสเตอร์ เบอร์ BC547 ได้

คาถามท้ายกจิ กรรม 1. วงจรไฟฟา้ ท่ีไมม่ ที รานซสิ เตอร์และวงจรไฟฟ้าที่มที รานซสิ เตอร์ในวธิ ีการดาเนนิ กจิ กรรมข้อ 2 มีผลให้ ไดโอดเปลง่ แสงมีการเปล่ียนแปลงแตกตา่ งกันหรือไม่ อยา่ งไร 2. เมอ่ื ต่อตัวตา้ นทานคงท่ี 20 กิโลโอหม์ เขา้ ในวงจรไฟฟ้าและต่อเขา้ ทข่ี าเบสของทรานซิสเตอร์ มผี ลตอ่ ไดโอดเปล่งแสงหรือไม่ อยา่ งไร ทาไมจึงเปน็ เช่นนนั้ 3. การปรบั ตวั ตา้ นทานแปรค่าไดม้ ผี ลต่อคา่ ความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟ้าคร่อมขาเบสและขาอมิ ิตเตอร์ และมผี ลต่อ การเปล่งแสงของไดโอดเปลง่ แสงอยา่ งไร 4. จากกิจกรรม สรุปได้วา่ อย่างไร

สอ่ื การเรยี นรแู้ ผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 23: แบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ กิจกรรมที่ 6.10 แบบบันทกึ การค้นคว้ากิจกรรมที่ 6.10 ทรานซสิ เตอร์มหี นา้ ท่อี ะไร ช่อื -นามสกลุ ..........................................................................................ชน้ั .................เลขที่...........กล่มุ ท.่ี ...........  ตารางบนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม ตารางแสดง การเปลี่ยนแปลงของไดโอดเปลง่ แสงในวงจรไฟฟา้ การต่อวงจรไฟฟ้า การเปล่ียนแปลงของไดโอดเปลง่ แสง ……………………………………………………………………. ……………………………………………………………………. ……………………………………………………………………. ตารางแสดง การเปลีย่ นแปลงของไดโอดเปลง่ แสงในวงจรไฟฟา้ เมอื่ ความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟา้ ครอ่ มระหว่างขาเบสและ ขาอมิ ติ เตอรข์ องทรานซิสเตอรเ์ พ่มิ ขนึ้ ความต่างศกั ยร์ ะหวา่ ง การเปลย่ี นแปลงของ หมายเหตุ ขาเบสเทียบกบั สายร่วม (V) ไดโอดเปล่งแสง 0 0.1 0.2 0.3 0.4 0.5 0.6 0.7

 คาถามท้ายกจิ กรรม 1. วงจรไฟฟ้าท่ไี ม่มีทรานซสิ เตอร์และวงจรไฟฟ้าทีม่ ที รานซิสเตอรใ์ นวิธีการดาเนนิ กจิ กรรมข้อ 2 มผี ลให้ ไดโอดเปล่งแสงมกี ารเปลีย่ นแปลงแตกตา่ งกนั หรือไม่ อยา่ งไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เมอื่ ตอ่ ตวั ต้านทานคงท่ี 20 กิโลโอห์มเขา้ ในวงจรไฟฟ้าและตอ่ เข้าที่ขาเบสของทรานซิสเตอร์ มผี ลตอ่ ไดโอดเปลง่ แสงหรอื ไม่ อยา่ งไร ทาไมจึงเปน็ เช่นน้ัน ตอบ ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การปรับตัวตา้ นทานแปรค่าไดม้ ีผลตอ่ คา่ ความต่างศักย์ไฟฟา้ คร่อมขาเบสและขาอิมิตเตอร์ และมผี ลต่อ การเปลง่ แสงของไดโอดเปลง่ แสงอยา่ งไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. กจิ กรรม สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนบท้ายแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 23: การใหค้ ะแนนด้านกระบวนการ (P) แนวทางบนั ทกึ การคน้ ควา้ กจิ กรรมท่ี 6.10 ทรานซสิ เตอร์มหี น้าที่อะไร  ตารางบันทกึ ผลการทากจิ กรรม ตารางแสดง การเปลย่ี นแปลงของไดโอดเปลง่ แสงในวงจรไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟา้ การเปลยี่ นแปลงของไดโอดเปล่งแสง ……………………………สวา่ ง………………………. …………………………ไม่สว่าง………………………. ……………………………สวา่ ง………………………. ตารางแสดง การเปลีย่ นแปลงของไดโอดเปลง่ แสงในวงจรไฟฟ้าเมอ่ื ความตา่ งศกั ย์ไฟฟา้ คร่อมระหว่างขาเบสและ ขาอมิ ิตเตอรข์ องทรานซสิ เตอร์เพิม่ ขน้ึ ความต่างศักยร์ ะหวา่ ง การเปลีย่ นแปลงของ หมายเหตุ ขาเบสเทียบกบั สายร่วม (V) ไดโอดเปล่งแสง 0 ไมส่ ว่าง 0.1 ไม่สว่าง 0.2 ไม่สวา่ ง 0.3 ไม่สวา่ ง 0.4 ไมส่ ว่าง 0.5 ไม่สว่าง 0.6 ไม่สวา่ ง ไดโอดเปล่งแสงเรมิ่ สว่างท่ี 0.65 V 0.7 สว่างมาก หมนุ ปุ่มปรับคา่ สดุ สเกลวดั ได้ 0.74 V ไดโอดเปล่งแสงยงั คงสวา่ งมาก

แนบทา้ ยแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 23: การใหค้ ะแนนดา้ นความรู้ (K) เฉลยใบกิจกรรมท่ี 6.10 ทรานซสิ เตอร์มหี น้าทีอ่ ะไร เฉลยคาถามทา้ ยกิจกรรม 1. วงจรไฟฟ้าที่ไมม่ ที รานซสิ เตอร์และวงจรไฟฟา้ ท่มี ที รานซสิ เตอร์ในวธิ กี ารดาเนนิ กิจกรรมขอ้ 2 มผี ลให้ ไดโอดเปล่งแสงมีการเปล่ยี นแปลงแตกตา่ งกนั หรือไม่ อย่างไร แนวคาตอบ การเปลย่ี นแปลงของไดโอดเปล่งแสงในวงจรทง้ั สองแตกต่างกนั โดย วงจรไฟฟ้าท่ไี มม่ ี ทรานซิสเตอรห์ รือวงจรที่ไมไ่ ดต้ อ่ ทรานซิสเตอร์ตามวิธีการดาเนนิ กจิ กรรมในข้อ 1 ไดโอดเปลง่ แสงจะสวา่ ง เพราะ มกี ระแสไฟฟ้าเคล่ือนทีค่ รบวงจร ส่วนวงจรไฟฟ้าท่มี ที รานซสิ เตอร์ในวิธกี ารดาเนนิ กจิ กรรมขอ้ 2 ไดโอดเปล่งแสง จะไม่สวา่ ง แสดงวา่ ไม่มกี ระแสไฟฟ้าในวงจร น่ันคือ ทรานซสิ เตอร์ไม่ยอมให้กระแสไฟฟ้าเคลอ่ื นท่ี 2. เม่อื ตอ่ ตัวต้านทานคงที่ 20 กโิ ลโอห์มเขา้ ในวงจรไฟฟ้าและต่อเขา้ ทข่ี าเบสของทรานซิสเตอร์ มผี ลต่อ ไดโอดเปล่งแสงหรอื ไม่ อยา่ งไร ทาไมจึงเป็นเชน่ นั้น แนวคาตอบ เมอ่ื ต่อตวั ตา้ นทานคงที่ 20 กโิ ลโอห์มเขา้ ในวงจรไฟฟ้าและตอ่ เขา้ ทข่ี าเบสของทรานซิสเตอร์ ทาให้ไดโอดเปล่งแสงมกี ารเปล่ยี นแปลง โดยพบว่าไดโอดเปล่งแสงจะสวา่ ง แสดงวา่ มีกระแสไฟฟ้าในวงจร นน่ั คอื ทรานซิสเตอรย์ อมให้กระแสไฟฟา้ เคลื่อนทีค่ รบวงจรเม่อื มกี ารปอ้ นกระแสไฟฟา้ เขา้ กับขาเบสของทรานซสิ เตอร์ ครบวงจร 3. การปรบั ตัวตา้ นทานแปรค่าไดม้ ผี ลต่อคา่ ความตา่ งศกั ย์ไฟฟ้าคร่อมขาเบสและขาอมิ ิตเตอร์ และมีผลต่อ การเปล่งแสงของไดโอดเปลง่ แสงอยา่ งไร แนวคาตอบ เม่ือหมุนปมุ่ ปรบั คา่ ของตัวต้านทานแปรคา่ ได้มีผลต่อความตา่ งศักยไ์ ฟฟ้าครอ่ มขาเบสและ ขาอมิ ติ เตอรแ์ ละมผี ลต่อการเปลง่ แสงของไดโอดเปล่งแสง โดยเมอ่ื ความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมขาเบสและขา อมิ ิตเตอรม์ ีคา่ ประมาณ 0.65 โวลต์ ทรานซสิ เตอร์จะยอมใหก้ ระแสไฟฟา้ เคลือ่ นท่คี รบวงจร สงั เกตจาก ไดโอดเปล่งแสงเรมิ่ สว่าง 4. จากกิจกรรม สรปุ ไดว้ ่าอย่างไร แนวคาตอบ ทรานซิสเตอรค์ วบคมุ การปดิ หรอื เปดิ วงจรไฟฟา้ ได้ โดยเม่อื ความตา่ งศักย์ไฟฟ้าครอ่ ม ขาเบสและขาอมิ ติ เตอร์ของทรานซิสเตอรม์ ีค่าน้อยกวา่ 0.65 โวลต์ วงจรไฟฟ้าจะเปดิ ไมม่ ีกระแสไฟฟ้าในวงจร แต่ถ้าความต่างศักย์ไฟฟ้าเทา่ กับหรือมากกวา่ 0.65 โวลต์ ทรานซิสเตอร์จะทาใหว้ งจรไฟฟา้ ปิด มีกระแสไฟฟา้ ในวงจรน้ัน

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 24 เรื่อง ออกแบบ Smart Farming รหสั วชิ า ว23102 เวลา 2 ชัว่ โมง หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6 ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ ไฟฟ้า กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวม 22 ช่ัวโมง สาระท่ี 2 ชอ่ื สาระ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 มาตรฐาน ว 2.3 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวนั ธรรมชาติของคล่นื ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคล่ืน แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมทั้งนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ ตวั ชว้ี ัด ว 2.3 ม.3/7 เขยี นแผนภาพและตอ่ ช้นิ สว่ นอิเล็กทรอนิกสอ์ ยา่ งง่ายในวงจรไฟฟา้ 2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด 1) เคร่ืองใช้ไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบด้วยช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดที่ทางานร่วมกัน การต่อวงจร อิเล็กทรอนิกส์ โดยเลือกใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมตามหน้าท่ีของชิ้นส่วนนั้น ๆ จะสามารถทาให้ วงจรไฟฟา้ ทางานได้ตามตอ้ งการ 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ นกั เรยี นบรรยายวธิ กี ารเขยี นแผนภาพการตอ่ ชิน้ ส่วนอเิ ลก็ ทรอนกิ สอ์ ย่างง่าย 1) ดา้ นความรู้ (K) ในวงจรไฟฟา้ นกั เรยี นใชท้ ักษะการสรา้ งแบบจาลอง โดยการเขยี นแผนภาพและ 2) ดา้ นทักษะ (P) ต่อชิ้นสว่ นอเิ ล็กทรอนิกสอ์ ย่างง่ายในวงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย นกั เรยี นตระหนักถงึ ความสาคญั ของการใช้อุปกรณก์ ารทากิจกรรมได้ 3) ด้านเจตคติ (A) 4. คุณลักษณะผู้เรียน ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ  มงุ่ มนั่ ในการทางาน 4.1 คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์  ใฝเ่ รียนรู้  มีจติ สาธารณะ รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มวี นิ ัย รกั ความเปน็ ไทย

5. ด้านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น  ความสามารถในการส่อื สาร: นกั เรยี นสามารถสอ่ื สาร โดยการนาเสนอข้อมูลจากการสังเกต การ ปฏิบัติกจิ กรรมการสืบค้นข้อมูล และการอภปิ ราย มาอธิบายเก่ียวกับหนา้ ทข่ี องช้นิ สว่ นอิเล็กทรอนกิ สแ์ ต่ละชนดิ  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี: นักเรยี นสามารถใชเ้ ทคโนโลยี โดยการใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รูปใน การจาลองการต่อวงจรอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ สมอื นจริง 6. สาระการเรียนรู้ การออกแบบวงจรไฟฟ้าให้ทางานไดต้ ามต้องการในบางคร้ังจาเปน็ ตอ้ งใช้ชน้ิ ส่วนอเิ ล็กทรอนิกสห์ ลายชิน้ พร้อมกันจึงมีการประดิษฐ์วงจรรวม (integrated circuit) หรือเรียกว่า ไอซี (IC) ซ่ึงภายในจะมีวงจรหรือส่วน ของวงจรขนาดเล็กที่รวบรวมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น ทรานซิสเตอร์ ไดโอด ตัวต้านทานลงบนชิพ (chip) ท่ีสร้างจากซิลิกอน โดยไอซีหนึ่งๆ อาจมีวงจรท่ีประกอบด้วยขึ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพียงไม่ก่ีชิ้นส่วนไป จนถึงหลายร้อยขึ้นส่วนแต่ใช้พ้ืนที่น้อย เราจึงนาไอซีมาต่อในวงจรไฟฟ้าของเคร่ืองใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ได้ เช่น วดี โิ อเกมส์ สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ จากการเรียนรู้ที่ผ่านมาจะพบว่า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น ตัวต้านทาน ไดโอด ตัวเก็บประจุ ทรานซิสเตอร์ โดยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แต่ละชนิดทาหน้าท่ีแตกต่างกัน บางชนิดมีขั้ว บางชนิด ไม่มีข้ัว ดงั นั้นการตอ่ วงจรไฟฟา้ เพ่ือใชง้ านต้องเลือกใช้ชิ้นส่วนอเิ ล็กทรอนิกส์ให้เหมาะสมตามหน้าท่ีของชิ้นส่วน น้นั ๆ และตอ้ งตอ่ วงจรใหถ้ ูกต้องจงึ จะสามารถทาให้วงจรไฟฟา้ ทางานไดต้ ามต้องการ ตวั อย่างวงจรไฟฟา้ วงจรที่ใช้ทรานซิสเตอร์หน่ึงตัวร่วมกับ LDR โดยมี LDR ทาหน้าท่ี วงจรสวติ ชท์ างานดว้ ยแสง เสมือนเซ็นเซอร์แสงและไดโอดเปล่งแสงเป็นส่วนแสดงผล ซ่ึงในภาวะแสง ปกติ LDR จะมคี ่าความต้านทานไฟฟา้ นอ้ ยมากทาให้ทรานซิสเตอรไ์ ม่ทางาน จนกระทงั่ ภาวะแสงนอ้ ยจนมดื LDR จะมีค่าความต้านทานไฟฟา้ สงู ขึ้น จงึ ทา ให้ศักย์ไฟฟ้าท่ีขาเบสสูงไปด้วย เม่ือศักย์ไฟฟ้าท่ีขาเบสสูงเพียงพอ โดยประมาณ 0.65 ถึง 0.75 โวลต์ จะมีกระแสไฟฟ้าปริมาณที่เหมาะสม ภาพวงจรสวิตซ์ทางานด้วยแสง เคลื่อนท่ีผ่านขาเบส ทาให้ทรานซิสเตอร์ทางาน น่ันคือมีกระแสไฟฟ้า เคลื่อนท่ีผ่านไดโอดเปล่งแสง ทาให้ไดโอดเปล่งแสงสว่าง วงจรสวิตช์ทางาน ดว้ ยแสงสามารถนาไปใช้งาน เชน่ เครอ่ื งวดั ความสวา่ งของแสง วงจรตรวจสอบความชนื้ วงจรท่ีใช้ทรานซิสเตอร์หน่ึงตัว เพื่อควบคุมการทางานของ วงจรไฟฟ้า โดยมีไดโอดเปล่งแสงเป็นส่วนแสดงผล และใช้เส้นลวดตัวนาเป็น ส่วนรับความช้ืน ซึ่งในภาวะความชื้นมากจะทาให้วงจรปิด กระแสไฟฟ้า เคลื่อนที่ครบวงจรจึงทาให้มีกระแสไฟฟ้าเคล่ือนที่ผ่านขาเบสในปริมาณท่ี เหมาะสม ส่งผลให้ทรานซิสเตอร์ทางาน นั่นคือมีกระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ผ่าน ไดโอดเปล่งแสง ทาให้ไดโอดเปล่งแสงสวา่ ง วงจรตรวจสอบความชื้นสามารถ ภาพวงจรตรวจสอบความชนื้ นาไปใชง้ าน เช่น เครือ่ งวดั ความขน้ึ ในดิน

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ใช้รูปแบบการจดั การเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชวั่ โมง; 120นาท)ี ขัน้ ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี 1) ครแู ละนกั เรยี นสนทนารว่ มกนั เพ่ือกระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี น โดยครูใช้สอ่ื คลิปวดี ทิ ัศน์ เรอ่ื ง ตวั อย่างการตอ่ วงจรไฟฟา้ ของวงจรตั้งเวลาอย่างง่าย สืบคน้ ได้จาก https://youtu.be/4t7Fm9yKG-g และ ตวั อย่างการตอ่ วงจรไฟฟ้าของวงจรไฟกะพริบอยา่ งงา่ ย สืบคน้ ได้จาก https://youtu.be/GK3cb85k8S0 เพ่อื ให้นกั เรียนเรียนร้ตู ัวอยา่ งการต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย ขั้นท่ี 2 ขัน้ สารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาที) 2) ครูเช่ือมโยงเข้าสู่กิจกรรมท้ายบท Smart Farming ทาได้อย่างไร โดยใช้คาถามว่า การ วางแผนสร้างชิ้นงาน โดยประยุกต์ใชค้ วามรู้เร่ืองการต่อวงจรไฟฟ้าและหน้าที่ของช้นิ ส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้น ควร ประกอบไปดว้ ยอุปกรณ์อะไรบา้ ง (นกั เรยี นตอบตามเขา้ ใจของนกั เรยี น) 3) นักเรียนอ่านช่ือกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 142 และครูตรวจสอบความ เขา้ ใจการอา่ น โดยใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี - กจิ กรรมนีเ้ กยี่ วกับเร่อื งอะไร (ออกแบบชิน้ งานโดยประยกุ ต์ใช้ความรเู้ ร่ืองการต่อวงจรไฟฟ้า และหน้าท่ีของช้ินส่วนอิเลก็ ทรอนิกส)์ - กจิ กรรมนีม้ จี ุดประสงคอ์ ะไร (สร้างชน้ิ งานโดยประยกุ ตใ์ ชค้ วามรเู้ รื่องการต่อวงจรไฟฟ้าและ หน้าทีข่ องชิน้ ส่วนอเิ ล็กทรอนกิ ส์ เพื่อแก้ปญั หาในสถานการณ์ทก่ี าหนด) - วิธีดาเนินกิจกรรมมีข้ันตอนโดยสรุปอย่างไร (อ่านสถานการณ์ที่กาหนดให้ ระบุปัญหาและ ความตอ้ งการท่พี บในสถานการณ์ รวบรวมข้อมูลและสบื ค้นแนวคดิ เกี่ยวกับหน้าท่ขี องชิน้ ส่วนอิเล็กทรอนกิ สแ์ ละ การต่อวงจรไฟฟา้ ออกแบบช้ินงาน วางแผนการทางาน ต่อวงจรไฟฟา้ และสร้างช้ินงานตามทีอ่ อกแบบไว้ จากนัน้ ทดสอบการทางานและวิเคราะหป์ ญั หาและนาเสนอวิธีการปรบั ปรงุ แกไ้ ขชิน้ งาน) 4) ขณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรม ครูเดินสังเกตการทากิจกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม และให้คาแนะนา ถ้านักเรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ท่ีอาจเป็นปัญหา ซ่ึงครูควรรวบรวมปัญหา และ ขอ้ สงสยั ทพ่ี บจากการทากจิ กรรมของนกั เรียนเพือ่ ใชเ้ ป็นข้อมลู ประกอบการอภปิ รายหลังจากการทากิจกรรม ขน้ั ที่ 3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (20 นาท)ี 5) นักเรียนบันทึกการทากิจกรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมท้ายบท Smart Farming ทาได้อย่างไร โดยการตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม และร่วมกันสรุปผลของกจิ กรรม

ข้นั ท่ี 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที) 6) ให้นักเรียนเรียนรู้เพ่ิมเติมเกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย และร่วมกันอภิปราย เกี่ยวกับส่ิงที่นักเรียนได้ออกแบบจากการทากิจกรรมท้ายบท เพ่ือให้ได้ข้อสรุปว่า ในการต่อวงจรไฟฟ้าต้อง เลือกใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้เหมาะสมตามหน้าที่ของช้ินส่วนน้ันและต่อวงจรไฟฟ้าให้ถูกต้อง วงจรไฟฟ้าจึง ทางานไดต้ ามต้องการ เช่น การนาความรู้เก่ียวกับช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์และวงจรไฟฟ้ามาใช้สร้างเคร่ืองวดั แสงอัตโนมัติ คือ ตัวตา้ นทานแปรค่าตามแสงมาใช้เป็นส่วนรบั ความเข้มแสง ไดโอดเปล่งแสงเป็นส่วนแสดงผล ทรานซสิ เตอร์เป็น สวิตช์อัตโนมัติ และตัวต้านทานคงที่ควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า เม่ือภาวะแสงน้อยจนมืด ไดโอดเปล่งแสงจะสว่างเพ่ือเตือนว่าบริเวณน้ันมีความสว่างของแสงน้อย เน่ืองจากที่ภาวะแสงน้อยจนมืด ตัวต้านทานแปรค่าตามแสงจะมีค่าความต้านทานไฟฟ้าสูงข้ึนจนส่งผลต่อค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าของขาเบส เทียบกับสายร่วมมีค่าระหว่าง 0.65-0.75 โวลต์ ทรานซิสเตอร์จึงยอมให้กระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ผ่าน ขาคอลเลก็ เตอร์ไปยังขาอมิ ติ เตอรไ์ ดค้ รบวงจร ไดโอดเปล่งแสงจึงสวา่ งเตอื น 7) นักเรียนเรียนรู้การใช้สถานการณ์จาลอง ส่ืออินเตอร์แอ็กทีฟซิมูเลชัน ตอนการต่อชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้โปรแกรมออนไลน์ ตาม link ดังน้ี http://ipst.me/10655 เพ่ือช่วยให้นักเรียนสามารถ เข้าใจเก่ียวกับการทางานของช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในวงจรไฟฟ้า เช่น วงจรสวิตช์ทางานด้วยแสง วงจร ตรวจสอบความช้นื วงจรต้งั เวลาอย่างงา่ ย และวงจรไฟกระพริบอย่างง่าย โดยสามารถสร้างวงจรไฟฟา้ จาลอง ขนั้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation) (20 นาที) 8) นกั เรยี นตรวจสอบการทาแบบบนั ทกึ การทากจิ กรรมและส่งตามกาหนดทว่ี างไว้ 9) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์ การประเมนิ (Rubrics Score) 8. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้ 8.1 อุปกรณท์ ากจิ กรรม: จานวน 20 รายการ ดงั แสดงแนบไวใ้ นใบกจิ กรรมท้ายบท 8.2 คลิปวีดทิ ศั น:์ - ตวั อยา่ งการตอ่ วงจรไฟฟา้ ของวงจรตง้ั เวลาอยา่ งงา่ ย สืบคน้ ได้จาก: https://youtu.be/4t7Fm9yKG-g - ตัวอยา่ งการต่อวงจรไฟฟา้ ของวงจรไฟกะพรบิ อยา่ งง่าย สืบคน้ ได้จาก: https://youtu.be/GK3cb85k8S0 8.3 สถานการณจ์ าลอง: ส่ืออินเตอรแ์ อ็กทีฟซมิ ูเลชนั ตอนการตอ่ ชิ้นสว่ นอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 8.4 ใบกจิ กรรม: ใบกิจกรรมท้ายบท Smart Farming ทาไดอ้ ยา่ งไร 8.5 แบบบันทกึ กิจกรรม: แบบบันทกึ การคน้ คว้ากิจกรรมทา้ ยบท Smart Farming ทาได้อย่างไร 8.6 แหลง่ เรียนร้:ู หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร

9. การวัดและการประเมนิ ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้ วธิ กี ารวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมนิ - ได้ไมน่ อ้ ยกวา่ 2 คะแนน 1. บรรยายวิธีการเขียน - ตรวจการตอบคาถาม - คาถามท้ายกจิ กรรม ระดบั คณุ ภาพดี ถอื ว่า แผนภาพการต่อชนิ้ สว่ น ทา้ ยกิจกรรมทา้ ยบท ทา้ ยบท Smart Farming ผ่านการประเมิน ด้านความรู้ อเิ ล็กทรอนิกสอ์ ยา่ งง่ายใน ทาไดอ้ ย่างไร - ไดไ้ มน่ อ้ ยกว่า 2 คะแนน ระดับคุณภาพดี ถอื ว่า วงจรไฟฟา้ (ด้านความร:ู้ K) จานวน 2 ข้อ ผ่านการประเมนิ ด้านกระบวนการ 2. การใช้ทกั ษะการสรา้ ง - ตรวจการทาแบบ - แบบบันทกึ การค้นคว้า - ไดไ้ ม่นอ้ ยกวา่ 2 คะแนน ระดบั คุณภาพดี ถอื วา่ แบบจาลอง โดยการเขยี น บันทกึ การค้นควา้ กจิ กรรมทา้ ยบท ผ่านการประเมนิ ด้านเจตคติ แผนภาพวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย กจิ กรรมท้ายบท Smart Farming ทาได้ (ดา้ นกระบวนการ: P) อย่างไร 3. ตระหนกั ถงึ ความสาคัญ - สงั เกตการใชง้ าน - เกณฑก์ ารประเมินการใช้ ของการใช้อุปกรณ์ อุปกรณใ์ นกจิ กรรม งานอปุ กรณใ์ นกจิ กรรม การทากิจกรรมได้ ของนกั เรียน ของนกั เรยี น (ด้านเจตคต:ิ A) 9.1 เกณฑก์ ารประเมนิ ผลนักเรยี น เกณฑ์การประเมนิ (Rubrics Score) ประเดน็ การประเมิน คา่ นา้ หนัก แนวทางการให้คะแนน คะแนน การใหค้ ะแนนตอบ ตอบคาถามท้ายกจิ กรรมท้ายบท ถกู ต้อง จานวน 2 ข้อ คาถามท้าย 3 ตอบคาถามท้ายกิจกรรมทา้ ยบท ถูกตอ้ ง จานวน 1 ข้อ 2 ตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรมทา้ ยบท ไม่ถกู ตอ้ ง กจิ กรรมทา้ ยบท 1 บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม จากการสร้างแบบจาลอง โดยออกแบบวธิ กี าร การให้คะแนนการบันทกึ สร้างเครอื่ งมืออเิ ลก็ ทรอนิกสอ์ ยา่ งง่ายในวงจรไฟฟ้าไดถ้ กู ตอ้ ง และ แบบบนั ทึกการคน้ ควา้ 3 สอดคลอ้ งตามประเด็นคาถามในแบบบันทกึ การค้นควา้ บันทกึ ผลการทากจิ กรรม จากการสร้างแบบจาลอง โดยออกแบบวธิ กี าร กจิ กรรมทา้ ยบท 2 สรา้ งเครื่องมืออิเลก็ ทรอนกิ สอ์ ย่างง่ายในวงจรไฟฟ้าได้แตไ่ มส่ อดคล้อง ตามประเดน็ คาถามในแบบบนั ทึกการค้นควา้ 1 บันทึกผลการทากจิ กรรม จากการสร้างแบบจาลอง โดยออกแบบวิธีการ สร้างเครือ่ งมืออิเลก็ ทรอนกิ สอ์ ยา่ งง่ายในวงจรไฟฟ้าไดไ้ ม่ถกู ต้อง และไม่ สอดคล้องตามประเด็นคาถามในแบบบนั ทกึ การค้นควา้

ประเดน็ การประเมิน ค่านา้ หนัก แนวทางการใหค้ ะแนน คะแนน การให้คะแนน ใช้งานอุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมได้ถกู วิธี หยบิ เคลือ่ นย้ายอปุ กรณ์ การใชง้ านอปุ กรณ์ 3 อยา่ งระมัดระวัง ไมห่ ยอกลอ้ หรอื แกล้งเพื่อนขณะกาลงั ใชง้ านอปุ กรณ์ และหลังการใชง้ านอุปกรณม์ ีการเก็บรกั ษาอย่างถูกวธิ ี ในกิจกรรม 2 ใช้งานอุปกรณก์ ารทดลองในกจิ กรรมไดถ้ ูกวิธี หยบิ เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ อย่างระมัดระวงั ไม่หยอกล้อหรอื แกลง้ เพ่อื นขณะกาลงั ใช้งานอปุ กรณ์ 1 แตห่ ลงั การใชง้ านอุปกรณไ์ มม่ กี ารเกบ็ รักษาอย่างถกู วิธี หรอื ไมเ่ ก็บ อปุ กรณ์เข้าตู้เกบ็ อุปกรณ์ตามประเภทของอุปกรณ์ ใชง้ านอุปกรณก์ ารทดลองในกจิ กรรมได้ แตข่ ณะหยบิ เคลอื่ นย้ายอปุ กรณ์ หรอื กาลงั ใช้งานอปุ กรณ์ จะหยอกล้อหรอื แกลง้ เพื่อน อาจทาใหอ้ ปุ กรณ์ เสยี หายได้ และหลงั การใช้งานอุปกรณ์ไม่มีการเก็บรกั ษาอยา่ งถูกวิธี 9.2 ระดบั คณุ ภาพ คะแนนรวมเฉล่ีย 6.00 - 5.00 หมายถึง ดีมาก คะแนนรวมเฉล่ยี 4.00 - 3.00 หมายถงึ ดี คะแนนรวมเฉลีย่ 2.00 - 1.00 หมายถงึ พอใช้ ดงั นน้ั นักเรียนต้องได้คะแนนเฉล่ยี ทุกประเด็นการประเมิน ไม่ตา่ กวา่ 2.00 แสดงระดบั คณุ ภาพ ดี ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ในแผนการจดั การเรยี นท่ี 24

บันทกึ หลังการสอน หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 ไฟฟา้ .... ...... ... ... แผนการสอนเรื่อง 24 ออกแบบ Smart Farming วันท่ี...............................เดอื น...............................................................พ.ศ................. 1. สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรยี นจานวน....................คน ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นร.ู้ ..........คน คดิ เปน็ ร้อยละ............. ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค.์ ......................คน คิดเปน็ ร้อยละ............. ไดแ้ ก่.................................................................................................. 2. สรปุ ผลตามรายจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 นักเรยี นมีความร้คู วามเขา้ ใจ ( K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 นกั เรยี นมเี จตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ขอ้ เสนอแนะหลังการจัดการเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื .............................................หัวหน้ากลมุ่ สาระ () () ตาแหนง่ ................................................... ลงชือ่ .............................................ผู้ชว่ ย/รองฯวิชาการ …………./……………./………… () ลงชอ่ื ............................................ผูอ้ านวยการ ()

แบบบันทึกการประเมนิ คณุ ภาพการเรียนรขู้ องนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 รายวชิ าวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (ว23102) หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 6 ไฟฟา้ I แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 24 เรอ่ื ง ออกแบบ Smart Farming . คาช้แี จง: ทาเครื่องหมาย  ในชอ่ งค่าน้าคะแนนแตล่ ะดา้ นตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ โดยประเมินตามเกณฑ์ (Rubrics Score) เลข ช่อื -นามสกลุ / ด้านความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ด้านเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นักเรียน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่าน้าหนักคะแนน คา่ นา้ หนกั คะแนน ระ ัดบ ุคณภาพ 321 32 1 32 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22

เลข ชื่อ-นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น ค่าน้าหนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่าน้าหนักคะแนน ระดับคุณภาพ 321 32 1 32 1 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ ดมี าก - คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมายถึง ดี - คะแนนรวมเฉลีย่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ พอใช้ - คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมายถึง ต้องได้คะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ ่ากวา่ 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้นึ ไปเทา่ นั้น ถึงจะผ่านการเรยี นรู้ตามตัวชี้วัด ผลการประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียน ผเู้ รยี นท่ี ผ่าน ตวั ชว้ี ดั มีจานวน…………………………คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………………………………….. ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่าน ตวั ชี้วัด มีจานวน…………………………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ……………………………………………….. 1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................

สอ่ื การเรียนรแู้ ผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 24: ส่ือวดี ทิ ศั น์ คลิปวีดที ศั น:์ ตัวอยา่ งการต่อวงจรไฟฟา้ ของวงจรตง้ั เวลาอยา่ งงา่ ย ส่ือวดี ิทศั นเ์ รอ่ื ง ตวั อยา่ งการตอ่ วงจรไฟฟ้าของวงจรตงั้ เวลาอย่างงา่ ย อธิบายเก่ยี วกบั การตอ่ วงจร ช้นิ สว่ นอเิ ล็กทรอนกิ ส์อยา่ งง่ายในวงจรต้งั เวลาอย่างง่าย แหล่งที่มา: เว็บไซต์อา้ งอิง https://youtu.be/4t7Fm9yKG-g เผยแพร่เมอ่ื 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562 (ช่องYouTube: Compulsory Science IPST)

สอ่ื การเรียนรแู้ ผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 24: ส่ือวดี ทิ ศั น์ คลปิ วีดที ศั น:์ ตัวอย่างการตอ่ วงจรไฟฟา้ ของวงจรไฟกะพรบิ อยา่ งง่าย สื่อวีดิทัศน์เร่ือง ตัวอย่างการต่อวงจรไฟฟ้าของวงจรไฟกะพริบอย่างง่าย อธิบายเก่ียวกับการต่อวงจร ช้นิ ส่วนอิเลก็ ทรอนกิ สอ์ ย่างง่ายในวงจรไฟกะพรบิ อยา่ งงา่ ย แหล่งที่มา: เว็บไซต์อา้ งองิ https://youtu.be/GK3cb85k8S0 เผยแพรเ่ มอ่ื 23 ตลุ าคม พ.ศ. 2562 (ชอ่ งYouTube: Compulsory Science IPST)

สือ่ การเรียนรแู้ ผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 24: ส่อื อนิ เตอร์แอก็ ทฟี ซมิ ูเลชัน สอ่ื อนิ เตอรแ์ อ็กทีฟซิมเู ลชัน ตอน การตอ่ ชิ้นสว่ นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ สอื่ อินเตอรแ์ อ็กทีฟซิมูเลชนั ตอน การต่อช้ินส่วนอเิ ล็กทรอนิกส์ เป็นสือ่ ประกอบการจัดการเรียนการ สอนวิชาวทิ ยาศาสตร์ ในระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ ที่จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจเก่ียวกับการทางานของชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ในวงจรไฟฟ้า เช่น วงจรสวิตช์ทางานดว้ ยแสง วงจรตรวจสอบความชื้น วงจรต้ังเวลาอย่างง่าย และวงจรไฟกระพรบิ อยา่ งงา่ ย โดยสามารถสร้างวงจรไฟฟ้าจาลอง แหลง่ ทม่ี า: เว็บไซต์อา้ งอิง http://ipst.me/10655 เผยแพร่เม่อื 2 กันยายน พ.ศ. 2562 (เจา้ ของผลงาน สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.))

สอื่ การเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 24: ใบกจิ กรรมทา้ ยบท ใบกจิ กรรมท้ายบท Smart Farming ทาได้อย่างไร หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 เล่ม 2 ตามหลกั สูตรแกนกลาง การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ หน้า 142 กจิ กรรมท้ายบท Smart Farming ทาได้อย่างไร? จดุ ประสงค์ สร้างช้ินงานโดยประยกุ ต์ใชค้ วามร้เู รอื่ งการตอ่ วงจรไฟฟ้าและหน้าทข่ี องชิน้ ส่วน อิเลก็ ทรอนิกส์ เพ่อื แก้ปัญหาในสถานการณท์ ่กี าหนด วัสดุอปุ กรณ์ วสั ดทุ ใี่ ช้ตอ่ กลุ่ม 1. ทรานซสิ เตอร์ชนิด NPN เบอร์ BC547 5 อัน 2. ตัวเกบ็ ประจุขนาด 100 μF 3 อัน 3. ตวั ต้านทานคงทข่ี นาด 220 Ω 2 อัน 4. ตัวต้านทานคงทีข่ นาด 330 Ω 4 อนั 5. ตัวต้านทานคงที่ขนาด 680 Ω 2 อนั 6. ตัวตา้ นทานคงที่ขนาด 1 kΩ 1 อัน 7. ตัวต้านทานคงท่ีขนาด 4.7 kΩ 1 อนั 8. ตัวตา้ นทานคงที่ขนาด 10 kΩ 3 อนั 9. ตวั ต้านทานคงทข่ี นาด 20 kΩ 1 อนั 10. ตวั ตา้ นทานคงท่ีขนาด 100 kΩ 2 อนั 11. ตวั ตา้ นทานแปรคา่ ตามแสง 1 อนั 12. ไดโอดเปล่งแสงสแี ดง 1 อนั 13. ไดโอดเปล่งแสงสเี ขยี ว 1 อัน 14. สายไฟฟา้ 1 มว้ น 15. ถา่ ยไฟฉายขนาด 1.5 V 2 ก้อน 16. แบตเตอร่ขี นาด 9 V 1 ก้อน 17. กระบะถา่ นแบบ 2 กอ้ น 1 อนั 18. สวติ ชก์ ดติดปล่อยดับ 1 อนั 19. เบรดบอรด์ 4 อนั สถานการณ์ท่ี แหล่งท่องเท่ียวเชิงเกษตรแห่งหน่ึงมุ่งเน้นการท่องเท่ียวควบคู่ไปกับการเรียนรู้ กาหนดให้ ด้านการเกษตรและวถิ ีการดารงชีวิตภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่ แต่เน่ืองจากพื้นท่ีเกษตร มีพืชจานวนมาก เช่น ข้าว พืชดอก พืชสวนผลไม้ พืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพร ทาให้เกษตรกรประสบปัญหาในการดูแล เช่น รดน้าไม่ตรงเวลา รดน้าปริมาณมากไป หรอื น้อยเกินไป ซง่ึ พืชบางชนิดต้องการความชนื้ ในดนิ และความเขม้ แสงไมเ่ ท่ากนั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook