Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอน ภาคเรียนที่ 1

แผนการสอน ภาคเรียนที่ 1

Published by Whan Whan, 2022-09-22 03:01:14

Description: แผนการสอน ภาคเรียนที่ 1

Search

Read the Text Version

แนบท้ายแผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 15: การใหค้ ะแนนดา้ นความรู้ (K) เฉลยใบกจิ กรรมที่ 6.4 วงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รมเป็นอยา่ งไร เฉลยคาถามท้ายกิจกรรม 1. ในการต่อหลอดไฟฟา้ สองหลอดแบบอนุกรม คา่ กระแสไฟฟา้ ที่จุด A B และ C เป็นอย่างไร แนวคาตอบ คา่ กระแสไฟฟ้าท่จี ดุ A B และ C มคี ่าเท่ากนั 2. ค่าความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟ้าระหวา่ งจุด AB BC และ AC สมั พนั ธ์กนั อยา่ งไร แนวคาตอบ คา่ ความต่างศักย์ไฟฟา้ ไม่เท่ากนั โดยค่าความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟ้าระหว่างจุด AB และ BC จะนอ้ ยกว่าAC แต่ผลรวมของค่าความต่างศกั ยไ์ ฟฟา้ ระหว่างจดุ AB และ BC จะเทา่ กบั ความตา่ งศักย์ไฟฟา้ ระหวา่ งจดุ AC 3. จากกิจกรรม สรปุ ไดว้ า่ อยา่ งไร แนวคาตอบ ในการตอ่ หลอดไฟฟ้าสองหลอดแบบอนุกรม กระแสไฟฟ้าทผ่ี ่านหลอดไฟฟ้าท้งั สอง จะเท่ากนั สว่ นความตา่ งศกั ย์ไฟฟ้าท่ีครอ่ มหลอดไฟฟา้ แต่ละหลอดรวมกนั จะเทา่ กับความตา่ งศักยไ์ ฟฟ้ารวม ของวงจร

แนบท้ายแผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 15: เฉลยทบทวนความรู้กอ่ นเรยี น เฉลยกิจกรรมทบทวนความร้กู อ่ นเรยี น จานวน 3 ข้อ หนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ม.3 เล่ม2 สสวท. หน้า 81-82

แนบทา้ ยแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 15: ตารางแสดงสัญลักษณ์ในวงจรไฟฟา้ ตารางแสดง สัญลกั ษณ์ทส่ี าคญั ในวงจรไฟฟ้า สัญลกั ษณแ์ ทนตัวอุปกรณ์จะถูกใช้ในแผนภาพวงจร เพอื่ แสดงใหเ้ หน็ การต่อเขา้ ดว้ ยกันของวงจร แตร่ ปู แบบตัวอุปกรณ์จรงิ จะแตกตา่ งจากแผนภาพวงจร ฉะนนั้ ในการสรา้ งวงจรจึงจาเป็นตอ้ งมีแผนภาพแสดง สายและการต่อ สัญลักษณ์วงจร หน้าทีข่ องอุปกรณ์ อปุ กรณ์ ให้กระแสผ่านได้ง่ายมากจากส่วนหนึง่ ไปยงั ส่วนอนื่ ของ สาย(wire) วงจร จดุ ตอ่ สาย เขยี นหยดจดุ ทสี่ ายตอ่ กัน ถ้าสายตอ่ และตดั กันเปน็ สีแ่ ยก ตอ้ งเลื่อนใหเ้ หล่อื มกันเล็กน้อยเปน็ รูปตวั ทีสองตวั ตอ่ กลบั หัว เชน่ จดุ ต่อด้านขวามือ ในวงจรทีซ่ ับซอ้ นมสี ายมากจาเป็นต้องเขียนสายตดั กนั แต่ ไมต่ ่อกนั นยิ มใชส้ องวิธีคือเส้นตรงตัดกนั โดยไม่มจี ดุ หยด สายไมต่ ่อกัน หรือเสน้ หนง่ึ เขียนโค้งข้าม อีกเสน้ ที่เปน็ เส้นตรงดงั รูป ทางขวา อยากแนะนาใหใ้ ชแ้ บบหลังเพ่อื ปอ้ งกนั การเขา้ ใจผิดวา่ เปน็ จุดต่อทลี่ ืมใสจ่ ุดหยด แหลง่ จา่ ยกาลงั อุปกรณ์ สญั ลกั ษณ์วงจร หนา้ ทีข่ องอุปกรณ์ เซลล์ แหล่งจา่ ยพลังงานไฟฟ้า เซลลต์ วั เดยี วจะไม่เรยี กว่าแบตเตอรี่ แบตเตอร่ี แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า แบตเตอร่จี ะมีมากกว่า 1 เซลลต์ อ่ เข้าด้วยกนั ปอ้ นไฟตรง (DC) ปอ้ นพลังงานไฟฟา้ DC = ไฟกระแสตรง ไหลทศิ ทางเดียวเสมอ ปอ้ นไฟ สลับ(AC) ป้อนพลังงานไฟฟ้า AC = ไฟกระแสสลบั เปลยี่ นทศิ ทางการไหลตลอด

ฟิวส์ ปอ้ งกันอุปกรณเ์ สยี หาย โดยตัวมนั จะละลายขาดหากมกี ระแส ไหลผา่ นเกนิ คา่ กาหนด หมอ้ แปลง ขดลวดสองขดเชอ่ื มโยงกนั ด้วยแกนเหลก็ หม้อแปลงใชแ้ ปลง แรงดนั กระแสสลับใหส้ ูงข้นึ หรอื ลดลง พลงั งานจะถา่ ยโอน ระหว่าง ขดลวดโดยสนามแม่เหลก็ ในแกนเหล็ก และไมม่ กี าร ต่อกันทางไฟฟา้ ระหว่างขดลวด ท้งั สอง ดนิ (earth) ตอ่ ลงดนิ สาหรบั วงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์ทั่วไปนี่คอื 0V (ศูนย์ (กราวด์) โวลท)์ ของแหลง่ จ่ายกาลัง แตส่ าหรบั ไฟฟ้าหลกั และวงจรวทิ ยุ บางวงจรหมายถงึ ดนิ บางทเี่ ราเรียกว่ากราวด์ อุปกรณ์ดา้ นออก: หลอดไฟ, ไส้ความรอ้ น, มอเตอร์ ฯลฯ อุปกรณ์ สญั ลกั ษณ์วงจร หนา้ ทีข่ องอุปกรณ์ หลอด (แสง ตวั แปลงพลังงานไฟฟา้ เปน็ แสง สญั ลักษณน์ เ้ี ป็นหลอด สว่าง) ใหแ้ สงสวา่ ง ตวั อยา่ งเช่นหลอดไฟหน้ารถยนต์ หรือ หลอดไฟฉาย หลอด(ตัวช้ี) ตัวแปลงพลังงานไฟฟา้ เปน็ แสง สญั ลักษณน์ ใี้ ชส้ าหรบั (indicator) เปน็ หลอดตวั ชบี้ อก ตวั อย่างเช่นหลอดไฟเตือนบน หน้าปดั รถยนต์ ตวั ทาความร้อน ตวั แปลงพลังงานไฟฟา้ เป็นความรอ้ น (heater) มอเตอร์ ตัวแปลงพลงั งานไฟฟ้าเป็นพลังงานจล (หมนุ ) กระดิ่ง(bell) ตัวแปลงพลังงานไฟฟา้ เป็นเสียง ออด (buzzer) ตวั แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นเสียง

สวทิ ช์ สญั ลกั ษณ์วงจร หน้าท่ขี องอปุ กรณ์ อปุ กรณ์ สวทิ ชก์ ดต่อ สวิทชก์ ด ยอมใหก้ ระแสไหลผา่ นเม่อื สวทิ ช์ถกู กด เชน่ สวิทช์กรง่ิ ประตบู า้ น สวทิ ชก์ ดตัด สวิทช์ปิดเปิด สวทิ ช์แบบกด ซง่ึ ปกติจะต่อ (on) และเมอ่ื ถกู กดจะตัด (off) (SPST) SPST(Single Pole Single Throw) สวิทช์สองทาง สวิทชป์ ดิ เปดิ ยอมให้กระแสไหลผ่านที่ตาแหน่งต่อ (on) (SPDT) SPDT(Single Pole Double Throw) สวทิ ช์ปิดเปดิ คู่ (DPST) สวทิ ช์สองทาง เปลย่ี นสลบั การต่อเพอื่ ให้กระแสไหล สวทิ ชส์ องทางคู่ ผ่านได้ ไปทางตาแหน่งท่เี ลือก สวิทชส์ องทางบาง (DPDT) แบบจะมีสามตาแหนง่ โดยตาแหนง่ กลางไมต่ อ่ (off) ตัวต้านทาน อุปกรณ์ ตาแหนง่ จงึ เป็น เปดิ -ปดิ -เปดิ (on-off-on) ตัวต้านทาน DPST(Double Pole Single Throw) สวทิ ช์ปดิ เปดิ แบบคู่ ปดิ เปิดพร้อมกัน เหมาะสาหรบั ตัด- ตอ่ หรือปิด-เปดิ วงจรพรอ้ มกนั สองเสน้ เชน่ ไฟเมน DPDT(Double Pole Double Throw) สวิทช์สองทางแบบคู่ เปล่ยี นสลับการตอ่ พร้อมกัน เช่น ใชใ้ นการตอ่ เพ่ือกลบั ทิศทางการหมุนของมอเตอร์ดซี ี สวทิ ชบ์ างแบบจะมสี ามตาแหนง่ คอื ตาแหน่งไมต่ ่อ (off)ตรงกลางดว้ ย สัญลักษณ์วงจร หนา้ ทขี่ องอุปกรณ์ ตัวต้านทานทาหนา้ ท่ตี า้ นการไหลของกระแส เชน่ การ ใชต้ วั ต้านทานตอ่ เพ่ือจากัดกระแสท่ไี หลผ่าน LED

ตัวต้านทาน ตวั ตา้ นทานปรับค่าไดช้ นดิ นี้มีสองคอนแทค (รีโอสตาท) ปรับคา่ ได้ ใช้สาหรับปรบั กระแส ตัวอยา่ งเชน่ ปรบั ความสว่างของ (รีโอสตาท) หลอดไฟ, ปรับความเร็วมอเตอร์, และปรับอตั ราการไหล ของประจุเขา้ ในตวั เกบ็ ประจุ เป็นต้น ตัวต้านทาน ปรบั คา่ ได้ ตวั ต้านทานปรบั คา่ ได้ชนดิ น้มี ีสามคอนแทค (โพเทนชิออ (Potentiometer) มเิ ตอร)์ ใช้สาหรบั ควบคมุ แรงดัน สามารถใชเ้ หมือนกับ ตวั แปลงเพ่อื แปลง ตาแหน่ง(มมุ ของการหมนุ )เปน็ ตัวเกบ็ ประจุ สัญญาณไฟฟา้ เช่น วอลมุ่ ปรบั ความดัง โทนคอนโทรล อปุ กรณ์ ปรับทุ้มแหลม ตวั เกบ็ ประจุ สญั ลกั ษณว์ งจร หนา้ ทข่ี องอุปกรณ์ สญั ลักษณ์วงจร ตัวเกบ็ ประจุมีข้ัว ตวั เกบ็ ประจุ เกบ็ สะสมประจไุ ฟฟ้า ใช้ต่อร่วมกบั ตัว ตา้ นทานเป็นวงจรเวลา สามารถใช้เป็นตัวกรอง เป็น ตัวเกบ็ ประจปุ รับ ตัวก้นั ไฟดีซไี ม่ให้ผา่ น แต่ยอมใหส้ ัญญาณเอซีผ่านได้ คา่ ได้ ตวั เก็บประจชุ นิดมขี ั้ว เก็บสะสมประจุไฟฟา้ เวลาใช้ ทรานซสิ เตอร์ อปุ กรณ์ ต้องตอ่ ให้ถูกข้วั ใช้ตอ่ ร่วมกบั ตัวต้านทานเป็นวงจร ทรานซิสเตอร์ NPN เวลา สามารถใชเ้ ปน็ ตัวกรองเป็นตัวกั้นไฟดีซีไมใ่ หผ้ ่าน แตย่ อมให้สญั ญาณ เอซีผา่ นได้ ตวั เก็บประจปุ รบั คา่ ไดใ้ ช้ในจนู เนอร์วิทยุ หน้าทีข่ องอปุ กรณ์ ทรานซิสเตอรอ์ ปุ กรณส์ ารก่งึ ตัวนาชนดิ NPN สามารถ ตอ่ รว่ มกบั อปุ กรณอ์ ่นื ๆเพื่อเป็นตัวขยาย (Amplifier)หรือวงจรสวทิ ช่งิ (Switching)

ทรานซิสเตอร์ PNP ทรานซสิ เตอรอ์ ุปกรณ์สารกึง่ ตวั นาชนดิ PNP สามารถ ต่อรว่ มกบั อุปกรณอ์ ่ืนๆเพือ่ เป็นตวั ขยาย ทรานซิสเตอร์ (Amplifier)หรือวงจรสวทิ ชง่ิ (Switching) พลงั แสง ทรานซสิ เตอรท์ มี่ ีความไวตอ่ แสง อุปกรณเ์ สียงและวทิ ยุ หนา้ ทขี่ องอุปกรณ์ อุปกรณ์ สัญลกั ษณ์วงจร ตัวแปลงสญั ญาณเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้า ไมโครโฟน หฟู ัง ตัวแปลงพลังงานไฟฟา้ เป็นเสียง ลาโพง ตัวแปลงพลงั งานไฟฟา้ เป็นเสียง มิเตอรแ์ ละออสซลิ โลสโคป อุปกรณ์ สัญลักษณว์ งจร หน้าทข่ี องอุปกรณ์ โวลทม์ เิ ตอร์ โวลทม์ เิ ตอร์ใชว้ ดั แรงดนั ชอ่ื ท่ีถูกตอ้ งของแรงดนั คือ ความต่างศกั ยแ์ ตค่ นสว่ นใหญช่ อบเรียกวา่ แรงดนั แอมป์มเิ ตอร์ แอมป์มิเตอร์ใช้วัดกระแส โอห์มมิเตอร์ โอหม์ มิเตอรใ์ ช้วดั ความตา้ นทาน เครื่องมลั ตมิ เิ ตอรส์ ว่ น ใหญส่ ามารถตงั้ วัดความต้านทานได้ ตารางแสดง: สญั ลักษณท์ ี่ใช้ในวงจร(Circuit Symbols) (ที่มา : https://sites.google.com/site/ electronicisfun/hnwy-thi-6-saylaksn-thang-fifa-laea-xilekthrxniks)

แนบทา้ ยแผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 15: VDO ปฏบิ ัตกิ ารทางวทิ ยาศาสตร์สาหรบั ครผู สู้ อน อา้ งอิงจาก https://ipst.me/9530 เวบ็ ไซตค์ ลงั ความรู้ SciMath สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศกึ ษาธิการ เผยแพร่เมอ่ื : วนั ท่ี 28 พฤศจกิ ายน 2561 สาธติ การทดลองเร่อื ง วงจรไฟฟ้าแบบอนกุ รมและขนานเปน็ อย่างไร ตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนหาคาตอบว่าวงจรไฟฟ้า แบบอนุกรมและขนานเป็นอย่างไร โดยให้นักเรียนทาต่อวงจรไฟฟ้าเพื่ออธิบายค่ากระแสไฟฟ้าและค่าความต่าง ศกั ย์ไฟฟ้าของวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนาน เหมาะสาหรบั นกั เรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ลิขสิทธ์ิ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ผูแ้ ต่ง หรือ เจา้ ของผลงาน สาขาวทิ ยาศาสตรภ์ าคบงั คับ สาขาวิชา/กลมุ่ สาระวชิ า วิทยาศาสตร์ทัว่ ไป ระดับชั้น ม.3 กลุ่มเปา้ หมาย ครู

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 16 เรอ่ื ง วงจรไฟฟ้าแบบขนาน รหสั วิชา ว23102 เวลา 2 ชวั่ โมง รวม 22 ช่ัวโมง หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 6 ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ ไฟฟา้ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 มาตรฐาน ว 2.3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระท่ี 2 ชอื่ สาระ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ดั ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชวี ติ ประจาวนั ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณท์ ี่เกยี่ วข้องกบั เสียง แสง และคลื่น แม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมทงั้ นาความร้ไู ปใช้ประโยชน์ ตัวช้ีวดั ว 2.3 ม.3/4 วิเคราะห์ความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ และกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ เมอื่ ตอ่ ตวั ตา้ นทานหลายตวั แบบอนกุ รมและแบบขนานจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ ว 2.3 ม.3/5 เขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าแสดงการตอ่ ตัวต้านทานแบบอนุกรมและแบบขนาน 2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด 1) ในวงจรไฟฟ้าประกอบด้วยแหล่งกาเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละ ชิ้นมีความต้านทานในการต่อตัวต้านทานหลายตัว มีท้ังต่อแบบอนุกรมและแบบขนาน 2) การต่อตัวต้านทานหลายตัวแบบอนุกรมในวงจรไฟฟ้า ความต่างศักย์ท่ีคร่อมตัวต้านทานแต่ละตัว มีค่าเท่ากับผลรวมของความต่างศักย์ท่ีคร่อมตัวต้านทานแต่ละตัว โดยกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวต้านทานแต่ละตัว มีค่าเท่ากนั 3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ นกั เรยี นวิเคราะห์ความต่างศักยไ์ ฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ 1) ดา้ นความรู้ (K) เม่อื ต่ออปุ กรณไ์ ฟฟ้าหลายตวั แบบขนานได้ นกั เรยี นใชท้ ักษะการสร้างแบบจาลอง โดยการเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้า 2) ดา้ นทักษะ (P) แสดงการต่ออุปกรณไ์ ฟฟ้าแบบขนาน นักเรยี นมีลักษณะจติ สาธารณะรว่ มกับผู้อน่ื 3) ดา้ นเจตคติ (A)

4. คณุ ลักษณะผ้เู รยี น ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต  ม่งุ มนั่ ในการทางาน 4.1 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์  ใฝ่เรยี นรู้  มจี ิตสาธารณะ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มวี นิ ัย รกั ความเปน็ ไทย 5. ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน  ความสามารถในการสื่อสาร: นักเรียนสามารถสื่อสาร โดยการนาเสนอข้อมูลจากการสังเกต การวัด การปฏิบัติกิจกรรม และการอภิปราย มาอธิบายเก่ียวกับความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและ กระแสไฟฟ้าของการต่อตัวต้านทานแต่ละแบบ 6. สาระการเรียนรู้ ในวงจรไฟฟ้ามีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลาย ๆ ตัวต่อเข้าด้วยกัน ซึ่งการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่าน้ันต่อได้หลาย แบบ เช่น ต่อเรียงกันไปจนครบวงจร เรียกว่า การต่อแบบอนุกรม หรืออาจต่อแบบคร่อมกัน เรียกว่า การต่อ แบบขนาน ถ้าต้องการออกแบบหรืออธิบายการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า อาจวาดภาพเพ่ืออธิบาย ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า และเพื่อให้ง่ายต่อการส่ือสาร จึงมีการใช้สัญลักษณ์ท่ีเป็นสากลแทนอุปกรณ์ไฟฟ้า และส่วนประกอบต่าง ๆ ในวงจรไฟฟ้าโดยเขียนเป็นแผนภาพวงจรไฟฟ้า การเขีนแผนภาพวงจรไฟฟ้านอกจาก จะทาให้ง่ายตอ่ การส่ือสารแล้วยงั ทาให้เข้าใจตรงกนั และต่อวงจรได้อยา่ งถกู ต้อง สัญลกั ษณ์ทสี่ าคญั ในวงจรไฟฟ้า แสดงดงั ตาราง (แนบทา้ ยแผนการจัดการเรียนร)ู้ การเขียนสัญลักษณ์ในวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวจะเช่ือมต่อกันด้วยเส้นท่ีแทนสายไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าจะครบวงจรเม่ือไม่มีเส้นใดขาดจากกัน ตัวอย่างแผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายที่ประกอบด้วย แหลง่ กาเนิดไฟฟ้า สวิตซ์ สายไฟฟา้ หลอดไฟฟา้ และแอมมเิ ตอร์ ดงั ภาพ่ ก. ตัวอย่างการเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ย ข. ตวั อย่างการเขียนแผนภาพวงจรไฟฟา้ ท่ีต่อแอมมเิ ตอร์ ภาพแสดง วงจรไฟฟ้าและแผนภาพวงจรไฟฟ้า (ท่ีมา: หนงั สอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ม.3 เลม่ 2 สสวท. หน้า 84)

การเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา้ จะช่วยให้ออกแบบหรอื สอื่ สารการต่อวงจรไฟฟา้ ทมี่ อี ปุ กรณ์ไฟฟา้ หลาย ตัวได้ง่ายข้ึน การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าหลายตัวแบบอนุกรมหรือแบบขนานมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแตกต่างกัน นอกจากรูปแบบการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีต่างกันแล้ว ค่ากระแสไฟฟ้าและความต่างศักย์ไฟฟ้าในการต่ออุปกรณ์ ไฟฟ้าทงั้ สองแบบกแ็ ตกต่างกนั วงจรไฟฟ้าท่ีมีการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบเรียงต่อกัน เรียกว่า วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม (series circuit) กระแสไฟฟ้าท่ีผ่านอุปกรณ์ฟฟ้าแต่ละตัวจะเท่ากัน แต่ความต่างศกั ย์ไฟฟ้าคร่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัว อาจไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความต้านทานไฟฟา้ ของอุปกรณ์น้ัน อุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีมีความต้านทานไฟฟา้ มากกวา่ ก็จะมี ความต่างศักย์ไฟฟ้าท่ีคร่อมอุปกรณ์น้ันมากกว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีมีความต้านทานไฟฟ้าน้อยกว่า โดยความต่าง ศักย์ไฟฟ้าทีค่ ร่อมอุปกรณไ์ ฟฟา้ แตล่ ะตวั รวมกันจะเท่ากับความต่างศกั ย์ไฟฟ้ารวมของวงจร ในการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าตัวใดตัวหน่ึงเสียหายหรือไม่ทางานก็จะทาให้ เป็นวงจรเปิดไม่มีกระแสไฟฟ้าในวงจร อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เหลือก็จะไม่ทางาน ดังน้ันการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบ อนุกรมจึงใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีมีหน้าที่ควบคุมวงจรไฟฟ้า ช่น สวิตช์ การต่อแอมมิตอร์เพื่อวัดค่ากระแสไฟฟ้าที่ ผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องต่อแบบอนุกรมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าน้ัน เพราะค่ากระแสไฟฟ้าท่ีผ่านแอมมิตอร์จะเท่ากับ ค่ากระแสไฟฟ้าท่ีผ่านอุปกรณ์ไฟฟา้ วงจรไฟฟ้าท่ีมีการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบคร่อมกัน เรียกว่า วงจรไฟฟ้าแบบขนาน (parallel circuit) ความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวจะเท่ากัน เนื่องจากอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกตัวจะมีจุดที่มี ศักย์ไฟฟ้าสูงร่วมกันและจุดท่ีมีศักย์ไฟฟ้าต่าร่วมกัน แต่กระแสไฟฟท่ีผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวอาจไม่เท่ากัน โดยกระแสไฟฟ้าจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความต้านทานไฟฟ้าของอุปกรณ์นั้น อุปกรณไฟฟ้าท่ีมีความ ตา้ นทานไฟฟ้ามากจะมีกระแสไฟฟ้าผ่านน้อยกวา่ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความต้านทานไฟฟ้าน้อย โดยกระแสไฟฟ้าที่ ผา่ นอปุ กรณ์แตล่ ะตวั รวมกันจะเทา่ กับกระแสไฟฟา้ รวมของวงจรไฟฟ้า ดังภาพ ก. กระแสไฟฟา้ ทผี่ ่านอปุ กรณ์ไฟฟ้า ข. ความต่างศักย์ไฟฟา้ คร่อมอปุ กรณไ์ ฟฟา้ ภาพแสดง ปรมิ าณทางไฟฟา้ ของวงจรไฟฟ้าแบบขนาน (ทีม่ า: หนงั สอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล่ม 2 สสวท. หนา้ 88)

ในการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบขนาน ถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าตัวใดตัวหนึ่งเสียหายหรือไม่ทางานจะยังมี กระแสไฟฟ้าในวงจรผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีเหลือให้ทางานต่อไปได้ ดังนั้นการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบขนานจึงใช้กับ การต่ออุปกรณไ์ ฟฟา้ ตา่ ง ๆ ภายในบา้ น สาหรับการต่อโวลตม์ ิเตอร์เพ่อื วดั ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ จะ เป็นการตอ่ แบบขนานเช่นกนั โดยตอ่ ครอ่ มระหว่างจดุ ท่ตี อ้ งการวดั ความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ วงจรไฟฟ้าโดยทั่วไปอาจมีการตอ่ อุปกรณ์ไฟฟา้ แบบผสม คือ มีการต่อท้ังแบบอนุกรมและแบบขนาน ทงั้ นข้ี นึ้ อยกู่ บั ความตอ้ งการในการใช้งาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ใชร้ ูปแบบการจดั การเรยี นการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชัว่ โมง; 120นาท)ี ขนั้ ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี 1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน ครูสนทนาร่วมกับนักเรียนโดยใช้คาถามกระตุน้ ความคิด วา่ วงจรไฟฟา้ แบบอนุกรมและวงจรไฟฟา้ แบบขนาน แบบใดเหมาะสมกับการต่อหลอดไฟในห้องเรยี น (นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง) 2) นักเรียนเรียนรู้การใช้สถานการณ์จาลอง สื่ออินเตอร์แอ็กทีฟซิมูเลชัน ตอน วงจรไฟฟ้า โดยใชโ้ ปรแกรมออนไลน์ ตาม link ดงั น้ี http://ipst.me/10653 เพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างวงจรไฟฟ้าจาลอง ไดต้ ามต้องการ และสามารถวดั คา่ ทางไฟฟา้ ได้ ขัน้ ท่ี 2 ข้ันสารวจและคน้ หา (Exploration) (40 นาที) 3) ครูเช่ือมโยงเข้าสู่กิจกรรมที่ 6.5 วงจรไฟฟ้าแบบขนานเป็นอย่างไร โดยใช้คาถามว่า วงจรไฟฟา้ ทมี่ ีการต่ออุปกรณไ์ ฟฟ้าแบบขนานเปน็ อยา่ งไร (นกั เรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง) 4) นักเรียนอ่านช่ือกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 87 และครูตรวจสอบความ เข้าใจการอา่ น โดยใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี - กิจกรรมนี้เกย่ี วกับเร่ืองอะไร (วงจรไฟฟ้าแบบขนาน) - กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (วิเคราะห์ความต่างศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าของวงจรไฟฟ้า แบบขนานและเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้า) - วิธีดาเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (ต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน วัดค่ากระแสไฟฟ้า และความตา่ งศักย์ไฟฟ้าท่ตี าแหนง่ ต่าง ๆ เขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา้ ) - นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบา้ ง (นักเรียนต้องสังเกตค่าของกระแสไฟฟ้าและ ความต่างศักย์ไฟฟา้ ทตี่ าแหน่งตา่ ง ๆ)

5) ขณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรม ครูเดินสังเกตการทากิจกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม และให้คาแนะนา หากนักเรียนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้า การวัดค่ากระแสไฟฟ้าและความต่าง ศักย์ไฟฟ้า และการเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้า ซ่ึงครูควรรวบรวมปัญหา และข้อสงสัยท่ีพบจากการทากิจกรรม ของนักเรยี นเพื่อใชเ้ ป็นข้อมลู ประกอบการอภปิ รายหลงั จากการทากิจกรรม ขัน้ ท่ี 3 ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (20 นาท)ี 6) นักเรียนบันทึกการทากิจกรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมท่ี 6.5 วงจรไฟฟ้าแบบ ขนานเป็นอย่างไร โดยสรุปผลของกิจกรรมและตอบคาถามท้ายกิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า วงจรไฟฟ้าแบบขนาน ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมหลอดไฟฟ้าแต่ละหลอดจะเท่ากันและเท่ากับความต่าง ศักย์ไฟฟ้ารวมของวงจร โดยกระแสไฟฟ้าที่ผ่านหลอดไฟฟ้าแต่ละหลอดรวมกันจะเท่ากับกระแสไฟฟ้ารวม ของวงจร ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที) 7) นักเรียนเรียนรู้เพ่ิมเติมในหนังสือเรียนหน้า 88 จากน้ันร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับวงจรไฟฟ้า แบบขนาน โดยใชป้ ระเด็นคาถามเพ่มิ เตมิ ดงั น้ี - จากภาพ ถ้าหลอดไฟฟ้าทั้ง 3 หลอด เหมือนกันทุกประการ นักเรียนคิดว่าค่ากระแสไฟฟ้า และความตา่ งศกั ย์ไฟฟ้าของหลอดไฟฟา้ แตล่ ะหลอดจะเปน็ เท่าใด (แนวคาตอบ เนื่องจากหลอดไฟฟ้าทั้ง 3 หลอดเหมือนกันทุกประการ แต่ละหลอดจึงมี ความต้านทานไฟฟ้าเท่ากัน ดังน้ันกระแสไฟฟ้าท่ีผ่านหลอดไฟฟ้าแต่ละหลอดจะเท่ากัน โดยจะเท่ากับ กระแสไฟฟ้ารวมแบ่ง 3 ส่วน เท่ากับ 0.2 แอมแปร์ ส่วนความต่างศักย์ไฟฟ้าของหลอดไฟฟ้าแต่ละหลอดจะมี ขนาดเทา่ กันและเท่ากบั ความตา่ งศกั ย์ไฟฟา้ รวมของวงจรคือ 9 โวลต์) ขัน้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ (Evaluation) (20 นาที) 8) ครูและนักเรียนอภิปรายผลการทากิจกรรม วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมเป็นอย่างไร จะได้ ข้อสรุปว่า วงจรไฟฟ้าแบบขนาน ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวจะเท่ากัน กระแสไฟฟ้าที่ ผา่ นอปุ กรณ์ไฟฟ้าแตล่ ะตัวรวมกนั จะเทา่ กบั กระแสไฟฟ้ารวมของวงจร 9) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์ การประเมิน (Rubrics Score)

8. ส่ือการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้ 8.1 อุปกรณท์ ากจิ กรรม: 1) ถ่านไฟฉายขนาด 1.5 V 2) กระบะถา่ นแบบ 4 กอ้ น 3) สายไฟฟา้ 4) หลอดไฟฟ้าขนาด 2.5 V พรอ้ มฐาน 5) หลอดไฟฟ้าขนาด 6 V พรอ้ มฐาน 6) สวิตช์แบบโยก 7) แอมมิเตอร์ 8) โวลต์มิเตอร์ 8.2 สถานการณ์จาลอง: ส่อื อินเตอร์แอก็ ทฟี ซิมูเลชัน ตอน วงจรไฟฟ้า 8.3 ใบกจิ กรรม: ใบกิจกรรมที่ 6.5 วงจรไฟฟ้าแบบขนานเปน็ อยา่ งไร 8.4 แบบบนั ทกึ กจิ กรรม: แบบบนั ทกึ การค้นควา้ กิจกรรมที่ 6.5 วงจรไฟฟ้าแบบขนานเปน็ อย่างไร 8.5 แหลง่ เรียนรู้: หนังสอื เรียนรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ 9. การวัดและการประเมนิ ตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ วิธกี ารวัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน 1. วิเคราะห์ความต่าง - ตรวจการตอบคาถาม - คาถามท้ายกจิ กรรมท่ี 6.5 - ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน ศกั ยไ์ ฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ ท้ายกจิ กรรมท่ี 6.5 วงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม ระดบั คุณภาพดี ถอื วา่ ในวงจรไฟฟา้ เมอ่ื ต่ออปุ กรณ์ เปน็ อยา่ งไร จานวน 3 ข้อ ผ่านการประเมิน ไฟฟ้าหลายตวั แบบขนานได้ ดา้ นความรู้ (ด้านความร:ู้ K) 2. การใช้ทกั ษะการสร้าง - ตรวจการทาแบบ - แบบบันทึกการค้นคว้า - ได้ไม่น้อยกว่า 2 คะแนน แบบจาลอง โดยการเขียน บนั ทึกการคน้ ควา้ กิจกรรมท่ี 6.5 ระดบั คณุ ภาพดี ถือวา่ แผนภาพวงจรไฟฟา้ แสดง กิจกรรมท่ี 6.5 วงจรไฟฟา้ แบบขนาน ผา่ นการประเมิน ต่ออุปกรณ์ไฟฟา้ แบบขนาน เป็นอยา่ งไร ด้านกระบวนการ (ดา้ นกระบวนการ: P) 3. คุณลักษณะการมี - สงั เกตพฤติกรรมการ - เกณฑก์ ารประเมนิ - ได้ไม่นอ้ ยกว่า2 คะแนน จิตสาธารณะ เรียนรรู้ ว่ มกบั ผู้อ่ืน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพดี ถอื วา่ ผา่ น (ด้านเจตคต:ิ A) ดา้ นการมีจติ สาธารณะ การประเมนิ ด้านเจตคติ 9.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลนักเรียน เกณฑก์ ารประเมนิ (Rubrics Score) ประเดน็ การประเมนิ ค่านา้ หนกั แนวทางการให้คะแนน คะแนน การใหค้ ะแนนตอบ 3 ตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรมที่ 6.5 ถกู ตอ้ ง จานวน 3 ขอ้ คาถามท้าย 2 ตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรมท่ี 6.5 ถกู ตอ้ ง จานวน 2 ข้อ กิจกรรมท่ี 6.5 1 ตอบคาถามท้ายกิจกรรมท่ี 6.5 ถูกตอ้ ง จานวน 1 ข้อ หรอื ไม่ถกู ตอ้ ง

ประเดน็ การประเมนิ ค่านา้ หนกั แนวทางการให้คะแนน การให้คะแนนการบนั ทึก คะแนน แบบบันทึกการค้นคว้า บันทึกผลการทากิจกรรม จากการสรา้ งแบบจาลอง โดยเขียนแผนภาพ 3 แสดงการตอ่ ตัวตา้ นทานแบบขนานได้อยา่ งถูกตอ้ ง ระบุสญั ลักษณ์ได้ กิจกรรมที่ 6.4 2 สอดคลอ้ งกบั กจิ กรรมทีก่ าหนดให้ 1 บนั ทกึ ผลการทากิจกรรม จากการสรา้ งแบบจาลอง โดยเขยี นแผนภาพ การให้คะแนนพฤตกิ รรม แสดงการตอ่ ตวั ต้านทานแบบขนานได้ แต่มขี ้อผดิ พลาด โดยระบุสัญลกั ษณ์ คุณลักษณะการมีจติ 3 ไม่สอดคลอ้ งกบั กจิ กรรมทก่ี าหนด สาธารณะ บันทึกผลการทากิจกรรม จากการสรา้ งแบบจาลอง โดยเขยี นแผนภาพ 2 แสดงการตอ่ ตวั ตา้ นทานแบบขนานและระบุสัญลกั ษณ์ ไม่สอดคล้องกับ กจิ กรรมทกี่ าหนด 1 1) ดูแลรักษาอปุ กรณท์ างวทิ ยาศาสตรแ์ ละทรพั ยส์ ินภายในห้องเรียน ของนักเรยี นทกุ ครง้ั หลังการใชง้ าน 2) มีจิตอาสาช่วยเหลือการทางานกลุ่มรว่ มกบั ผู้อ่ืน จงึ ไมเ่ กิดปัญหา ภายในกลุ่ม 1) ดูแลรักษาอปุ กรณ์ทางวทิ ยาศาสตร์และทรพั ย์สนิ ภายในห้องเรยี น แตเ่ กดิ อบุ ตั ิเหตุ ทาใหอ้ ปุ กรณเ์ สยี หาย 2) ไมม่ ีจติ อาสาและไมช่ ว่ ยเหลอื การทางานกลุม่ ทาใหเ้ กดิ ปญั หาภายในกลมุ่ แต่สามารถแกป้ ญั หาได้ 1) ไมด่ แู ลอปุ กรณท์ างวทิ ยาศาสตร์และและทรพั ยส์ นิ ภายในห้องเรยี นหลัง การใช้งาน 2) ไมม่ จี ติ อาสาและไมช่ ว่ ยเหลอื การทางานกลุ่ม ทาใหเ้ กดิ ปัญหาภายในกลุ่ม 9.2 ระดับคุณภาพ คะแนนรวมเฉล่ีย 6.00 - 5.00 หมายถงึ ดมี าก คะแนนรวมเฉลี่ย 4.00 - 3.00 หมายถงึ ดี คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 1.00 หมายถึง พอใช้ ดงั น้ัน นกั เรยี นตอ้ งได้คะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไม่ตา่ กวา่ 2.00 แสดงระดับ คณุ ภาพ ดี ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ในแผนการจัดการเรยี นท่ี 16

บนั ทึกหลงั การสอน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 ไฟฟา้ .... ...... ... ... แผนการสอนเรือ่ ง 16 วงจรไฟฟ้าแบบขนาน วันที่...............................เดอื น...............................................................พ.ศ................. 1. สรุปผลการเรยี นการสอน 1. นักเรียนจานวน....................คน ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ..........คน คิดเป็นรอ้ ยละ............. ไมผ่ ่านจุดประสงค.์ ......................คน คดิ เป็นร้อยละ............. ได้แก่.................................................................................................. 2. สรุปผลตามรายจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 นักเรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจ ( K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 นกั เรยี นมเี จตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะหลังการจดั การเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชอื่ .............................................หวั หนา้ กลุ่มสาระ () () ตาแหน่ง................................................... ลงชอื่ .............................................ผู้ช่วย/รองฯวิชาการ …………./……………./………… () ลงชอ่ื ............................................ผ้อู านวยการ ()

แบบบันทึกการประเมนิ คุณภาพการเรยี นรู้ของนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 รายวิชาวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน (ว23102) หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 6 ไฟฟา้ I แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 15 เรื่อง วงจรไฟฟ้าแบบขนาน . คาช้แี จง: ทาเครื่องหมาย  ในช่องคา่ นา้ คะแนนแต่ละด้านตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ โดยประเมินตามเกณฑ์ (Rubrics Score) เลข ช่อื -นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ด้านกระบวนการ (P) ด้านเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรียน ค่านา้ หนักคะแนน คา่ นา้ หนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ระ ัดบ ุคณภาพ 321 32 1 32 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22

เลข ชื่อ-นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น ค่าน้าหนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่าน้าหนักคะแนน ระดับคุณภาพ 321 32 1 32 1 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ ดมี าก - คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมายถึง ดี - คะแนนรวมเฉลีย่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ พอใช้ - คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมายถึง ต้องได้คะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ ่ากวา่ 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้นึ ไปเทา่ นนั้ ถึงจะผ่านการเรยี นรู้ตามตัวชี้วัด ผลการประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียน ผเู้ รยี นท่ี ผ่าน ตวั ชว้ี ดั มีจานวน…………………………คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………………………………….. ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่าน ตวั ชี้วัด มีจานวน…………………………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ……………………………………………….. 1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................

สือ่ การเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 16: ส่ืออินเตอร์แอ็กทีฟซมิ ูเลชัน สื่ออินเตอร์แอ็กทฟี ซิมูเลชนั ตอน วงจรไฟฟ้า ส่ืออินเตอร์แอ็กทีฟซิมูเลชัน ตอน วงจรไฟฟ้า เป็นส่ือประกอบการจัดการเรียนการสอนวิชา วิทยาศาสตร์ ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจวงจรไฟฟ้ามากข้ึน โดยนักเรียนสามารถ สรา้ งวงจรไฟฟ้าจาลองไดต้ ามต้องการ และสามารถวัดค่าทางไฟฟา้ ได้ แหล่งทมี่ า: เว็บไซต์อา้ งองิ http://ipst.me/10653 เผยแพรเ่ ม่ือ 2 กนั ยายน พ.ศ. 2562 (เจา้ ของผลงาน สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.))

สอื่ การเรียนรแู้ ผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 16: ใบกิจกรรมท่ี 6.5 ใบกจิ กรรมที่ 6.5 วงจรไฟฟา้ แบบขนานเป็นอย่างไร หนงั สือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 เลม่ 2 ตามหลักสตู รแกนกลาง การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร หนา้ 87 กิจกรรมท่ี 6.5 วงจรไฟฟ้าแบบขนานเปน็ อยา่ งไร? จดุ ประสงค์ วิเคราะหค์ วามตา่ งศกั ย์ไฟฟา้ และกระแสไฟฟ้าของวงจรไฟฟา้ เมอ่ื ตอ่ อปุ กรณไ์ ฟฟา้ หลายตัวแบบขนาน และเขียนแผนภาพวงจรไฟฟา้ การต่ออุปกรณไ์ ฟฟา้ แบบขนาน วสั ดุอปุ กรณ์ วสั ดทุ ใ่ี ชต้ ่อกล่มุ 1. ถ่านไฟฉายขนาด 1.5 V 2. กระบะถ่านแบบ 4 กอ้ น 2 กอ้ น 3. สายไฟฟา้ 1 อัน 4. หลอดไฟฟา้ 2.5 V พร้อมฐาน 9 เส้น 5. หลอดไฟฟา้ ขนาด 6 V พร้อมฐาน 1 ชดุ 6. สวิตช์แบบโยก 1 ชดุ 7. แอมมิเตอร์ 1 อัน 8. โวลต์มเิ ตอร์ 1 เครอื่ ง 1 เคร่อื ง วธิ ีดาเนนิ กจิ กรรม 1. ต่อวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยถ่านไฟฉาย 2 ก้อน สายไฟ ฟ้ า ห ลอดไฟ ฟ้ า ก ขนาด 2.5 โวลต์ หลอดไฟฟา้ ข ขนาด 6 โวลต์ และสวิตช์ ดังภาพ 2. กดสวิตซ์ลงเพื่อให้วงจรปิด นาโวลต์มิเตอร์วัด ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุด BC ดังภาพ ภาพการจัดอุปกรณใ์ นกจิ กรรม บันทกึ ผล จากนัน้ วดั ค่าความต่างศักยไ์ ฟฟ้า ระหวา่ งจุด DE และ AF บันทึกผลแลว้ ยกสวติ ช์ขึน้ 3. นาแอมมิเตอร์วัดค่ากระแสไฟฟ้าที่จุด A ดังภาพ กดสวิตซ์ลง เพื่อให้วงจรปิด บันทึกผล แลว้ ยกสวติ ช์ข้ึน จกนั้นวดั ค่ากระแสไฟฟ้าท่จี ดุ B ภาพการจัดอุปกรณ์ในกจิ กรรม D และ F บันทึกผล 4. เขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าในข้อ 1 พร้อมระบุ ขนาดและทิศทางของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านจุด A B D และ F และค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุด BC DE และ AF นาเสนอ ภาพการจัดอปุ กรณ์ในกจิ กรรม

กจิ กรรมที่ 6.5 วงจรไฟฟา้ แบบขนานเปน็ อยา่ งไร? การเตรยี มตวั • ครคู วรตรวจสอบคุณภาพของอปุ กรณ์ไฟฟ้าใหอ้ ยูใ่ นสภาพพรอ้ มใชง้ าน ลว่ งหนา้ สาหรับครู • ครคู วรฝึกการใช้แอมมิเตอรแ์ ละโวลตม์ ิเตอร์จนเกดิ ความมน่ั ใจ ขอ้ เสนอแนะใน • ครูสามารถทดลองเสมือนจรงิ ดว้ ยส่อื อินเตอรแ์ อ็กทีฟซมิ เู ลชันสาหรบั ทากจิ กรรมใน การทากจิ กรรม กรณีที่ อปุ กรณไ์ มเ่ พยี งพอ หรือในกรณที ่ตี ้องการใหน้ กั เรยี นไปฝึกฝนนอกเวลาเรียน • ไม่ควรใช้ถ่านไฟฉายมากกวา่ 2 กอ้ น เพราะจะทาใหค้ วามต่างศกั ย์ไฟฟ้ามากกว่า หลอดไฟฟ้า ขนาด 2.5 V อาจทาใหห้ ลอดไฟฟา้ เสียหายได้ สอ่ื การเรยี นร/ู้ • ส่อื การเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟ้า CircutiLab แหลง่ เรยี นรู้ https://www.circuitlab.com/ • สอ่ื อนิ เตอร์แอ็กทฟี ซมิ เู ลชนั ตอน วงจรไฟฟา้ http://ipst.me/10653 คาถามท้ายกจิ กรรม 1. ในการตอ่ หลอดไฟฟา้ สองหลอดแบบขนาน คา่ กระแสไฟฟา้ ท่ีจุด A B D และ F เปน็ อยา่ งไร 2. คา่ ความตา่ งศักยไ์ ฟฟ้าระหวา่ งจดุ BC DE และ AF เปน็ อยา่ งไร 3. จากกิจกรรม สรุปได้วา่ อยา่ งไร

ส่ือการเรียนรแู้ ผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 16: แบบบันทกึ การคน้ ควา้ กจิ กรรมท่ี 6.5 แบบบนั ทกึ การค้นควา้ กจิ กรรมที่ 6.5 วงจรไฟฟา้ แบบขนานเป็นอย่างไร ชอ่ื -นามสกลุ ..........................................................................................ชน้ั .................เลขที่...........กลมุ่ ท.่ี ...........  ตารางบันทกึ ผลการทากจิ กรรม ตารางแสดง คา่ ความตา่ งศักยไ์ ฟฟ้าระหวา่ งจดุ ตา่ ง ๆ คา่ ความต่างศกั ย์ไฟฟา้ ระหวา่ งจุดต่าง ๆ (V) BC DE AF ………………….………. ………………….………. ………………….………. ตารางแสดง ค่ากระแสไฟฟ้าทจ่ี ุดตา่ ง ๆ ค่ากระแสไฟฟา้ ท่ีจดุ ตา่ ง ๆ (A) ABDF ………………….………. ………………….………. ………………….………. ………………….……….  แผนภาพวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม  คาถามทา้ ยกจิ กรรม 1. ในการต่อหลอดไฟฟ้าสองหลอดแบบขนาน คา่ กระแสไฟฟา้ ท่จี ุด A B D และ F เป็นอยา่ งไร ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ค่าความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ ระหวา่ งจดุ BC DE และ AF เป็นอยา่ งไร ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. จากกิจกรรม สรปุ ไดว้ า่ อยา่ งไร ตอบ ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………

แนบท้ายแผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 16: การใหค้ ะแนนด้านกระบวนการ (P) แนวทางบนั ทกึ การคน้ คว้ากจิ กรรมที่ 6.5 วงจรไฟฟา้ แบบขนานเปน็ อย่างไร  ตารางบันทึกผลการทากจิ กรรม ตารางแสดง คา่ ความตา่ งศกั ย์ไฟฟ้าระหวา่ งจุดตา่ ง ๆ ค่าความต่างศักยไ์ ฟฟา้ ระหวา่ งจดุ ตา่ ง ๆ (V) BC DE AF ……………2.3...………. ……………2.3...………. ……………2.3...………. ตารางแสดง คา่ กระแสไฟฟา้ ทจี่ ดุ ตา่ ง ๆ F ……………0.6………. ค่ากระแสไฟฟา้ ท่ีจดุ ตา่ ง ๆ (A) ABD ……………0.6….………. ……………0.25.………. ………..0.35….……….  แผนภาพวงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม

แนบท้ายแผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 16: การใหค้ ะแนนด้านความรู้ (K) เฉลยใบกิจกรรมท่ี 6.5 วงจรไฟฟา้ แบบขนานเป็นอยา่ งไร เฉลยคาถามท้ายกิจกรรม 1. ในการต่อหลอดไฟฟ้าสองหลอดแบบขนาน ค่ากระแสไฟฟา้ ทจ่ี ดุ A B D และ F เป็นอยา่ งไร แนวคาตอบ คา่ กระแสไฟฟา้ ทีจ่ ดุ A จะเทา่ กบั F ซึ่งมีคา่ มากกว่าจุด B และ D โดยค่ากระแสไฟฟ้าท่ีจดุ B และ D รวมกนั จะเทา่ กับจุด A และ F 2. คา่ ความตา่ งศกั ย์ไฟฟา้ ระหวา่ งจุด BC DE และ AF เป็นอย่างไร แนวคาตอบ คา่ ความต่างศกั ย์ไฟฟ้าเทา่ กัน 3. จากกจิ กรรม สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร แนวคาตอบ ในการต่อหลอดไฟฟ้าสองหลอดแบบขนาน ความต่างศักยไ์ ฟฟ้าของหลอดไฟฟา้ ทงั้ สอง จะเทา่ กันและเทา่ กบั ความต่างศักยไ์ ฟฟา้ รวมของวงจร กระแสไฟฟา้ ท่ีผ่านหลอดไฟฟา้ แตล่ ะหลอดรวมกันจะ เทา่ กับกระแสไฟฟ้ารวมของวงจร

แนบทา้ ยแผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 16: VDO ปฏบิ ัตกิ ารทางวิทยาศาสตร์สาหรบั ครผู สู้ อน อา้ งอิงจาก https://ipst.me/9530 เวบ็ ไซตค์ ลงั ความรู้ SciMath สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศกึ ษาธิการ เผยแพร่เมอ่ื : วนั ท่ี 28 พฤศจกิ ายน 2561 สาธติ การทดลองเร่อื ง วงจรไฟฟ้าแบบอนกุ รมและขนานเปน็ อย่างไร ตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนหาคาตอบว่าวงจรไฟฟ้า แบบอนุกรมและขนานเป็นอย่างไร โดยให้นักเรียนทาต่อวงจรไฟฟ้าเพื่ออธิบายค่ากระแสไฟฟ้าและค่าความต่าง ศกั ย์ไฟฟ้าของวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนาน เหมาะสาหรบั นกั เรยี นระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ลิขสิทธ์ิ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ผูแ้ ต่ง หรือ เจา้ ของผลงาน สาขาวทิ ยาศาสตรภ์ าคบงั คับ สาขาวิชา/กลมุ่ สาระวชิ า วิทยาศาสตร์ทัว่ ไป ระดับชั้น ม.3 กลุ่มเปา้ หมาย ครู

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 17 เรอ่ื ง ออกแบบวงจรไฟฟ้าในหอ้ ง รหสั วชิ า ว23102 เวลา 2 ชวั่ โมง รวม 22 ชัว่ โมง หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ ไฟฟา้ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 มาตรฐาน ว 2.3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระที่ 2 ช่อื สาระ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชวี ิตประจาวัน ธรรมชาตขิ องคล่ืน ปรากฏการณท์ ี่เกี่ยวข้องกับเสยี ง แสง และคล่ืน แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมท้งั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ตวั ชีว้ ัด ว 2.3 ม.3/4 วเิ คราะหค์ วามตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ และกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ เม่อื ตอ่ ตัวตา้ นทานหลายตัว แบบอนกุ รมและแบบขนานจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์ ว 2.3 ม.3/5 เขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าแสดงการตอ่ ตัวต้านทานแบบอนกุ รมและแบบขนาน 2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด 1) ในวงจรไฟฟ้าประกอบด้วยแหล่งกาเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละ ชิน้ มีความตา้ นทานในการตอ่ ตวั ต้านทานหลายตวั มีทงั้ ตอ่ แบบอนกุ รมและแบบขนาน 2) การต่อตัวต้านทานหลายตัวแบบอนุกรมในวงจรไฟฟ้า ความต่างศักย์ท่ีคร่อมตัวต้านทานแต่ละตัว มีค่าเท่ากับผลรวมของความต่างศักย์ท่ีคร่อมตัวต้านทานแต่ละตัว โดยกระแสไฟฟ้าท่ีผ่านตัวต้านทานแต่ละตัว มีค่าเท่ากนั 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ นกั เรยี นบรรยายวิธกี ารเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟ้าแสดงการตอ่ ตวั ต้านทาน 1) ดา้ นความรู้ (K) แบบอนุกรมและขนานได้ นกั เรยี นใชท้ ักษะการสรา้ งแบบจาลอง โดยออกแบบวงจรไฟฟา้ ในหอ้ ง 2) ดา้ นทกั ษะ (P) นักเรยี นมีความมุ่งมั่นและรบั ผิดชอบในการทางาน 3) ด้านเจตคติ (A)

4. คุณลักษณะผู้เรยี น 4.1 คุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซอ่ื สัตย์สุจริต  ม่งุ มัน่ ในการทางาน  มวี ินยั รกั ความเปน็ ไทย  ใฝ่เรียนรู้ มจี ติ สาธารณะ 5. ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน  ความสามารถในการส่ือสาร: นักเรียนสามารถสื่อสาร โดยการนาเสนอข้อมูลจากการสังเกต การวัด การปฏิบัติกิจกรรม และการอภิปราย มาอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและ กระแสไฟฟา้ ของการต่อตวั ตา้ นทานแต่ละแบบ 6. สาระการเรยี นรู้ วงจรไฟฟ้าโดยท่ัวไปอาจมีการตอ่ อปุ กรณ์ไฟฟา้ แบบผสม คือ มีการตอ่ ท้ังแบบอนุกรมและแบบขนาน ท้ังนี้ข้นึ อยกู่ ับความตอ้ งการในการใชง้ าน วงจรไฟฟ้าในบ้าน จะมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด ประกอบด้วยแผงควบคุมไฟฟ้า ซงึ่ มีสะพานไฟและฟวิ ส์อยภู่ ายใน สวติ ซ์ เต้ารบั และเตา้ เสียบท่เี ช่อื มตอ่ อยู่กับอปุ กรณไ์ ฟฟ้าหรอื เครอื่ งใช้ไฟฟา้ การต่อวงจรไฟฟ้าภายในบ้านแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนท่ี 1 เป็นการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ใน วงจรไฟฟ้า เชน่ ฟวิ ส์ สะพานไฟ สวิตซ์ ซึ่งใชก้ ารตอ่ แบบอนุกรม การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้แบบอนุกรม ช่วยให้ราสามารถควบคุมวงจรไฟฟ้าภายในบ้านหรือควบคุม เฉพาะส่วนให้วงจรปิดหรือเปิดตามความต้องการ น่ันคือเราสามารถจ่ายไฟฟ้าให้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าทางานและหยุด จ่ายไฟฟ้าเม่อื เลิกใช้งานเคร่อื งใช้ไฟฟ้าน้ัน ถ้าวงจรไฟฟา้ มกี ระแสไฟฟ้าผ่านในปรมิ าณมากเกินปกติหรอื เกิดไฟฟา้ ลัดวงจร เราก็สามารถตัดวงจรไฟฟ้าในบ้านท้ังหมดหรือบางส่วนเพื่อความปลอดภัยได้ด้วยการใช้ฟิวส์และ สะพานไฟได้ วงจรไฟฟ้าภายในบ้านส่วนที่ 2 เป็นการ ต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น หม้อหุงข้าว ตู้เย็น พัดลม หลอดไฟฟ้า ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่าน้ีใช้การ ตอ่ เขา้ กับวงจรภายในบ้านแบบขนาน เมอื่ เครอื่ งใช้ ไฟฟ้าชนิดใดชนิดหน่ึงเกิดขัดข้องหรือขารุดเสียหาย เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอ่ืน ๆ ยังคงใช้งานได้ตามปกติ นอกจากนี้การต่อเคร่ืองใช้ไฟฟ้าในบ้านแบบขนาน ยังทาให้สามารถเพ่ิมเคร่ืองใช้ไฟฟ้าเข้าไปในวงจรได้ โดยไม่มผี ลต่อเครือ่ งใช้ไฟฟา้ เครอ่ื งอนื่ ดงั ภาพ ภาพแสดง การตอ่ เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ เขา้ กบั เม่ือเราสังเกตการต่อวงจรไฟฟ้าภายใน วงจรไฟฟ้าในบา้ นแบบขนาน บา้ นจะพบวา่ สายไฟฟา้ จะมีฉนวนหมุ้ เพื่อปอ้ งกัน

ไม่ให้ลวดตัวนาในสายไฟฟ้าแตะกัน ถ้าลวดตัวนาแตะกันจะทาให้กระแสไฟฟ้าจานวนมากเคล่ือนท่ีผ่านส่วน ที่แตะกันโดยไม่ผ่านเคร่ืองใช้ไฟฟ้า เรียกว่า ไฟฟ้าลัดวงจร (short circuit) ซ่ึงจะส่งผลให้เกิดความร้อนสูง และเป็นต้นเหตุให้เกิดไฟไหม้ ดังนั้นควรตรวจสภาพสายไฟฟ้าอยู่เสมอ ถ้าพบว่าสายไฟฟ้าชารุดควรปล่ียน สายไฟฟา้ ใหม่เพ่ือความปลอดภัย 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ใช้รปู แบบการจดั การเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชวั่ โมง; 120นาท)ี ขัน้ ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี 1) ครูและนักเรียนสนทนารว่ มกัน เพ่ือกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยครูใช้คาถามกระตุ้น ความคิดดังนี้ - ถา้ เราตอ้ งการต่ออปุ กรณไ์ ฟฟา้ เพม่ิ ในวงจรไฟฟา้ ในบ้าน ควรตอ่ แบบใด เพราะเหตใุ ด (แนวคำตอบ ควรตอ่ แบบขนำน เพรำะเม่อื อปุ กรณ์ไฟฟ้ำตัวใดตัวหนึ่งชำรดุ อุปกรณท์ ่ีเหลอื ก็ยงั ทำงำนต่อไปได้และเพรำะต้องกำรให้ควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำคร่อมอุปกรณ์ไฟฟ้ำเท่ำกัน เท่ำกับควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำ ของบำ้ นคือ220 โวลต์) 2) ครใู ชส้ ่อื คลิปวดี ิทัศน์ เร่อื ง ไฟฟ้าลัดวงจรเป็นอยา่ งไร สบื คน้ ได้จาก http://ipst.me/9879 เพ่อื ให้นกั เรยี นตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของการใช้งานไฟฟ้าภายในบา้ น ทอ่ี าจเกดิ อนั ตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร ถา้ ไมร่ ู้จกั วธิ ีการใชง้ านไฟฟ้าภายในบา้ น ขน้ั ท่ี 2 ข้ันสารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาที) 3) ครูเช่ือมโยงเข้าสู่กิจกรรมที่ 6.5 วงจรไฟฟ้าแบบขนานเป็นอย่างไร โดยใช้คาถามสาคัญของ บทและอภปิ รายร่วมกนั ซงึ่ นกั เรยี นควรตอบคาถามสาคัญดงั กลา่ วได้ ดังนี้ - กระแสไฟฟา้ ความต่างศกั ยไ์ ฟฟา้ และความตา้ นทานไฟฟ้ามคี วามสมั พันธ์กนั อยา่ งไร (แนวคำตอบ กระแสไฟฟ้ำและควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำของตัวนำไฟฟ้ำชนิดหนึ่งจะมีควำมสัมพันธ์ กันโดยเม่ือควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำมีค่ำมำกข้ึน กระแสไฟฟ้ำก็มำกขึ้นด้วย เขียนกรำฟระหว่ำงควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำ และกระแสไฟฟ้ำได้เป็นกรำฟเส้นตรง โดยอัตรำส่วนระหว่ำงควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำและกระแสไฟฟ้ำมีค่ำคงที่ เรียกวำ่ ควำมตำ้ นทำนไฟฟ้ำ) - วงจรไฟฟ้าแบบอนกุ รมและแบบขนานแตกต่างกนั อย่างไร (แนวคำตอบ วงจรไฟฟ้ำแบบอนุกรมจะต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ำแบบเรียงกันไป ค่ำกระแสไฟฟ้ำที่ จุดต่ำง ๆ จะเท่ำกัน ส่วนค่ำควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำแต่ละจุดจะไม่เท่ำกัน โดยควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำคร่อมอุปกรณ์ ไฟฟ้ำแต่ละตัวรวมกันจะเท่ำกับควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำรวมของวงจร ส่วนวงจรไฟฟ้ำแบบขนำนจะต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ำ แบบคร่อมกันไป ค่ำควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำคร่อมอุปกรณ์ไฟฟ้ำแต่ละตัวจะเท่ำกัน และกระแสไฟฟ้ำที่ผ่ำนอุปกรณ์ ไฟฟำ้ แต่ละตัวรวมกนั จะเทำ่ กบั กระแสไฟฟ้ำรวมของวงจร)

4) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 93 และครูตรวจสอบความ เข้าใจการอ่าน โดยใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี - กจิ กรรมน้ีเก่ียวกบั เรื่องอะไร (ออกแบบวงจรไฟฟำ้ ) - กิจกรรมน้ีมีจุดประสงค์อะไร (ออกแบบวงจรไฟฟ้ำในห้องโดยใช้ควำมรู้เก่ียวกับวงจรไฟฟ้ำ อย่ำงง่ำย) - วิธีดาเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (ออกแบบและเขียนแผนภำพวงจรไฟฟ้ำตำม เง่ือนไขท่ีกำหนด โดยใช้ถ่ำนไฟฉำยแทนแหล่งจ่ำยไฟฟ้ำและใช้หลอดไฟฟ้ำขนำด 6 โวลต์ แทนหลอดไฟฟ้ำใน ห้อง แล้วต่อวงจรไฟฟ้ำตำมท่ีได้ออกแบบไว้ บันทึกผล นำเสนอและเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของกำรต่อ วงจรแต่ละแบบ) 5) ขณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรม ครูเดินสังเกตการทากิจกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม และให้คาแนะนา ถ้านักเรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ที่อาจเป็นปัญหา ซึ่งครูควรรวบรวมปัญหา และ ข้อสงสยั ท่พี บจากการทากจิ กรรมของนักเรียนเพื่อใช้เปน็ ข้อมูลประกอบการอภิปรายหลงั จากการทากิจกรรม ขนั้ ที่ 3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (20 นาท)ี 6) นักเรียนบันทึกการทากิจกรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมท้ายบท ออกแบบ วงจรไฟฟ้าในหอ้ ง โดยการตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม และรว่ มกนั สรุปผลของกิจกรรม ขน้ั ท่ี 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที) 7) นักเรียนทดสอบการต่อวงจรไฟฟา้ จากการเขียนแผนผังวงจรไฟฟ้าท่ีออกแบบไว้ โดยใช้การ ต่อวงจรไฟฟา้ ในสถานการณ์จาลอง สอ่ื อนิ เตอรแ์ อ็กทีฟซิมูเลชัน ตอน วงจรไฟฟา้ โดยใชโ้ ปรแกรมออนไลน์ ตาม link ดังนี้ http://ipst.me/10653 เพ่ือให้นักเรียนทดสอบการสร้างวงจรไฟฟ้าจาลองได้ตามต้องการ และ สามารถวัดค่าทางไฟฟา้ ได้ ขน้ั ท่ี 5 ข้ันประเมิน (Evaluation) (20 นาที) 8) ครูและนักเรียนอภิปรายผลการทากิจกรรม ออกแบบวงจรไฟฟ้าในห้อง และสรุปประเด็น เร่ืองวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย โดยใช้แผนผังมโนทัศน์ (แนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้) จะได้ข้อสรุปว่า การออกแบบวงจรไฟฟ้าในห้อง ควรใช้การต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน เพราะเม่ือหลอดไฟฟ้าหลอดใดหลอดหนึ่ง เสียหาย หลอดที่เหลือก็ยังใช้งานได้ และในแต่ละหลอดจะต่อกับสวิตช์แบบอนุกรม เพื่อควบคุมการปิดเปิด ของวงจรไฟฟา้ 9) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์ การประเมนิ (Rubrics Score)

8. สื่อการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้ 8.1 อปุ กรณท์ ากจิ กรรม: 1) ถ่านไฟฉายขนาด 1.5 V 2) กระบะถ่านแบบ 4 ก้อน 3) สายไฟฟา้ 4) หลอดไฟฟา้ ขนาด 6 V พร้อมฐาน 5) สวติ ช์แบบโยก 8.2 สถานการณจ์ าลอง: ส่ืออินเตอรแ์ อ็กทีฟซิมูเลชัน ตอน วงจรไฟฟา้ 8.3 แผนภาพ: แสดงผงั มโนทศั น์ เรอื่ งวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย 8.4 ใบกจิ กรรม: ใบกจิ กรรมท้ายบท ออกแบบวงจรไฟฟา้ ในหอ้ งได้อย่างไร 8.5 แบบบนั ทกึ กจิ กรรม: แบบบันทกึ การคน้ ควา้ กิจกรรมทา้ ยบท ออกแบบวงจรไฟฟ้าในหอ้ งได้อยา่ งไร 8.6 แหล่งเรียนรู้: หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เล่ม 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ 9. การวดั และการประเมนิ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ วธิ ีการวดั เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ 1. บรรยายวิธีการเขียน แผนภาพวงจรไฟฟา้ แสดง - ตรวจการตอบคาถาม - คาถามท้ายกจิ กรรมทา้ ยบท - ได้ไม่นอ้ ยกวา่ 2 คะแนน การต่อตัวต้านทานแบบ อนกุ รมและขนานได้ ทา้ ยกิจกรรมทา้ ยบท ออกแบบวงจรไฟฟ้าใน ระดับคุณภาพดี ถือว่า (ดา้ นความร:ู้ K) 2. การใช้ทักษะการสร้าง ห้องไดอ้ ยา่ งไร ผ่านการประเมิน แบบจาลอง โดยออกแบบ วงจรไฟฟ้าในห้อง จานวน 3 ข้อ ดา้ นความรู้ (ด้านกระบวนการ: P) 3. ความมงุ่ มน่ั ในการ - ตรวจการทาแบบ - แบบบนั ทึกการคน้ ควา้ - ได้ไมน่ อ้ ยกว่า 2 คะแนน ทางานและความ บันทึกการค้นควา้ กจิ กรรมท้ายบท ระดับคุณภาพดี ถือว่า รบั ผิดชอบ (ด้านเจตคต:ิ A) กจิ กรรมท้ายบท ออกแบบวงจรไฟฟา้ ใน ผา่ นการประเมิน หอ้ งได้อยา่ งไร ดา้ นกระบวนการ - สังเกตพฤตกิ รรมของ - เกณฑ์การประเมนิ ความ - ไดไ้ ม่น้อยกวา่ 2 คะแนน นกั เรยี นระหวา่ งและ มุง่ มน่ั และความรับผิดชอบ ระดับคณุ ภาพดี ถือว่า หลังการจัดกจิ กรรม ในการทากจิ กรรมการ ผา่ นการประเมิน การเรยี นรู้ เรียนรู้ ดา้ นเจตคติ 9.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลนกั เรยี น เกณฑก์ ารประเมนิ (Rubrics Score) ประเดน็ การประเมิน ค่านา้ หนัก แนวทางการใหค้ ะแนน คะแนน การใหค้ ะแนนตอบ 3 ตอบคาถามท้ายกจิ กรรมท้ายบท ถกู ต้อง จานวน 3 ขอ้ คาถามท้าย 2 ตอบคาถามท้ายกิจกรรมทา้ ยบท ถูกต้อง จานวน 2 ข้อ 1 ตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรมทา้ ยบท ถูกตอ้ ง จานวน 1 ขอ้ หรอื ไม่ถกู ตอ้ ง กจิ กรรมทา้ ยบท

ประเดน็ การประเมิน ค่านา้ หนกั แนวทางการใหค้ ะแนน การให้คะแนนการบันทกึ คะแนน แบบบันทกึ การค้นควา้ บันทกึ ผลการทากจิ กรรม จากการสรา้ งแบบจาลอง โดยเขียนแผนภาพ 3 ได้ถกู ต้อง แสดงวงจรไฟฟ้าในหอ้ งโดยใชค้ วามรเู้ ก่ยี วกับวงจรไฟฟา้ อย่าง กจิ กรรมท้ายบท 2 ง่าย ระบุสัญลกั ษณไ์ ดส้ อดคล้องกบั กจิ กรรมทีก่ าหนดให้ 1 บันทึกผลการทากิจกรรม จากการสรา้ งแบบจาลอง โดยเขียนแผนภาพ การใหค้ ะแนนพฤติกรรม แสดงวงจรไฟฟา้ ในห้องโดยใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกับวงจรไฟฟา้ อย่างง่ายได้ ความมุ่งมนั่ และความ 3 แตม่ ีข้อผิดพลาด โดยระบสุ ญั ลักษณไ์ ม่สอดคล้องกับกจิ กรรมที่กาหนด รับผิดชอบในการทา บนั ทึกผลการทากจิ กรรม จากการสรา้ งแบบจาลอง โดยเขยี นแผนภาพ กิจกรรมการเรยี นรู้ 2 แสดงวงจรไฟฟ้าในหอ้ งโดยใชค้ วามรูเ้ กี่ยวกับวงจรไฟฟา้ อย่างง่าย ไม่สอดคลอ้ งกับกิจกรรมท่กี าหนด 1 1) นกั เรยี นมคี วามสนใจและมงุ่ มน่ั ในการทากจิ กรรม ใหค้ วามรว่ มมอื และปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอนการเรยี นรูเ้ ปน็ อย่างดี 2) นกั เรยี นมคี วามรบั ผิดชอบทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายไดต้ รงเวลาท่ี กาหนดเปน็ อย่างดี 1) นกั เรยี นสนใจและมงุ่ มน่ั ในการทากจิ กรรมเปน็ บางครง้ั และมกี ารคยุ กนั เล่นขณะการเรียนรู้ แต่ไมก่ ระทบผู้อืน่ 2) นกั เรยี นมคี วามรบั ผิดชอบทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายตรงตามเวลาท่ี กาหนด แต่เกิดปัญหาระหว่างการทางาน 1) นกั เรยี นขาดความมุ่งมน่ั และไมส่ นใจในการเรยี น มพี ฤตกิ รรมชอบคยุ ชอบเล่นหรือนอนหลับขณะการเรียนการสอน 2) นกั เรยี นขาดความรบั ผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายไมต่ รงตาม กาหนดเวลาท่ีตกลงไว้ 9.2 ระดบั คุณภาพ คะแนนรวมเฉลี่ย 6.00 - 5.00 หมายถงึ ดมี าก คะแนนรวมเฉล่ยี 4.00 - 3.00 หมายถึง ดี คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 1.00 หมายถงึ พอใช้ ดงั นนั้ นักเรยี นต้องไดค้ ะแนนเฉลี่ยทุกประเดน็ การประเมิน ไม่ต่ากวา่ 2.00 แสดงระดับ คุณภาพ ดี ถอื ว่าผ่านเกณฑ์การประเมนิ ในแผนการจัดการเรยี นที่ 17

บนั ทกึ หลังการสอน หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 ไฟฟ้า.... ...... ... ... แผนการสอนเร่ือง 17 ออกแบบวงจรไฟฟา้ ในบ้าน วนั ที่...............................เดือน...............................................................พ.ศ................. 1. สรปุ ผลการเรยี นการสอน 1. นักเรยี นจานวน....................คน ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นร.ู้ ..........คน คดิ เป็นรอ้ ยละ............. ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค.์ ......................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ............. ได้แก่.................................................................................................. 2. สรปุ ผลตามรายจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ( K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 นกั เรยี นมเี จตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะหลงั การจดั การเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ.............................................หัวหน้ากลมุ่ สาระ () () ตาแหนง่ ................................................... ลงชือ่ .............................................ผู้ช่วย/รองฯวชิ าการ …………./……………./………… () ลงชอ่ื ............................................ผอู้ านวยการ ()

แบบบันทึกการประเมนิ คณุ ภาพการเรียนรขู้ องนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 รายวิชาวทิ ยาศาสตร์พ้นื ฐาน (ว23102) หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6 ไฟฟา้ I แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 17 เร่ือง ออกแบบวงจรไฟฟา้ ในบา้ น . คาช้แี จง: ทาเครื่องหมาย  ในช่องค่าน้าคะแนนแต่ละดา้ นตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ โดยประเมินตามเกณฑ์ (Rubrics Score) เลข ช่อื -นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ด้านกระบวนการ (P) ด้านเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นักเรียน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่านา้ หนักคะแนน ค่านา้ หนักคะแนน ระ ัดบ ุคณภาพ 321 32 1 32 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22

เลข ชื่อ-นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น ค่าน้าหนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่าน้าหนักคะแนน ระดับคุณภาพ 321 32 1 32 1 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ ดมี าก - คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมายถึง ดี - คะแนนรวมเฉลีย่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ พอใช้ - คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมายถึง ต้องได้คะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ ่ากวา่ 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้นึ ไปเทา่ นนั้ ถึงจะผ่านการเรยี นรู้ตามตัวชี้วัด ผลการประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียน ผเู้ รยี นท่ี ผ่าน ตวั ชว้ี ดั มีจานวน…………………………คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………………………………….. ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่าน ตวั ชี้วัด มีจานวน…………………………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ……………………………………………….. 1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................

สอื่ การเรียนรแู้ ผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 17: ส่ือวดี ทิ ศั น์ คลิปวีดีทัศน:์ ไฟฟ้าลดั วงจรเป็นอยา่ งไร ส่อื วีดิทัศน์เรื่อง ไฟฟ้าลัดวงจรเปน็ อย่างไร อธบิ ายเกี่ยวขอ้ งกบั การเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเป็นอย่างไร โดยให้ นกั เรยี นตอ่ วงจรไฟฟา้ จาลองการเกดิ ไฟฟา้ ลดั วงจร แหล่งที่มา: เวบ็ ไซต์อา้ งองิ ipst.me/9879 เผยแพรเ่ มือ่ 27 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2562 (เจ้าของผลงาน สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.))

ส่อื การเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 17: แผนภาพแสดงผงั มโนทศั น์ แผนผังมโนทศั น์ เร่ืองวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย

ส่อื การเรยี นรแู้ ผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 17: ใบกจิ กรรมทา้ ยบท ใบกจิ กรรมทา้ ยบท ออกแบบวงจรไฟฟา้ ในหอ้ งไดอ้ ย่างไร หนงั สือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เลม่ 2 ตามหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ หนา้ 93 กจิ กรรมท้ายบท ออกแบบวงจรไฟฟ้าในหอ้ งได้อยา่ งไร? จดุ ประสงค์ วัสดอุ ปุ กรณ์ ออกแบบวงจรไฟฟ้าในหอ้ งโดยใช้ความรเู้ ก่ยี วกบั วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วิธดี าเนินกิจกรรม วสั ดุทใี่ ชต้ ่อกลุ่ม 1. ถ่านไฟฉายขนาด 1.5 V 4 ก้อน 2. กระบะถ่านแบบ 4 กอ้ น 1 อัน 3. สายไฟฟ้า 14 เส้น 4. หลอดไฟฟ้าขนาด 6 V พรอ้ มฐาน 5 ชดุ 5. สวิตชแ์ บบโยก 4 อนั ถา้ นักเรยี นเปน็ วศิ วกร ได้รบั การวา่ จ้างจากเจ้าของโรงแรมแหง่ หนง่ึ ใหอ้ อกแบบ วงจรไฟฟ้าที่ให้แสงสวา่ งในห้องพกั โดยมีรายละเอียดดงั นี้ มีหลอดไฟฟ้าทัง้ หมด 5 หลอด แตล่ ะหลอดกาหนดใหต้ ดิ ตัง้ ในตาแหนง่ ตา่ ง ๆ ดงั นี้ อยทู่ ่เี พดานบริเวณทางเข้าหอ้ งพัก ในห้องนา้ เหนอื เตยี งนอน เหนือโตะ๊ ทางน และระเบยี ง หลอดไฟฟ้าแตล่ ะหลอดมสี วิตช์ ยกเว้นหลอดไฟฟา้ บรเิ วณเหนือเตยี ง นอนและโตะ๊ ทางานทใ่ี ช้สวิตชต์ วั เดยี วกนั แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ มาจากแหลง่ จ่ายไฟฟ้า ทีอ่ ยู่นอกหอ้ ง 1. ออกแบบและเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา้ ตามเงอ่ื นไขทีก่ าหนด โดยใชถ้ ่านไฟฉาย แทนแหลง่ จา่ ยไฟฟ้าและใช้หลอดไฟฟ้า ขนาด 6 โวลต์ แทนหลอดไฟฟ้าในห้อง 2. ต่อวงจรไฟฟ้าตามทไี่ ดอ้ อกแบบไว้ บันทกึ ผล 3. นาเสนอแผนภาพการต่อวงจรและ เปรียบเทียบขอ้ ดีและข้อจากัดของการ ตอ่ วงจรแตล่ ะแบบ ภาพ แผนผังหอ้ ง

กิจกรรมทา้ ยบท ออกแบบวงจรไฟฟา้ ในหอ้ งไดอ้ ย่างไร? การเตรียมตัว ครูควรตรวจสอบคุณภาพของอปุ กรณ์ไฟฟ้าให้อยใู่ นสภาพพรอ้ มใช้งาน ล่วงหนา้ สาหรบั ครู ข้อเสนอแนะใน ครูสามารถทดลองเสมือนจริงดว้ ยสอื่ อนิ เตอรแ์ อก็ ทีฟซิมเู ลชนั สาหรับทากจิ กรรม การทากจิ กรรม ในกรณที อ่ี ุปกรณไ์ ม่เพียงพอ หรือในกรณที ตี่ อ้ งการให้นักเรียนไปฝึกฝนนอกเวลาเรียน สอ่ื การเรยี นรู/้ • สื่อการเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟ้า CircutiLab แหล่งเรียนรู้ https://www.circuitlab.com/ • ส่ืออนิ เตอรแ์ อก็ ทีฟซมิ เู ลชัน ตอน วงจรไฟฟ้า http://ipst.me/10653 คาถามทา้ ยกิจกรรม 1. การออกแบบวงจรไฟฟา้ ในห้อง ใช้การต่อวงจรไฟฟา้ แบบใดบา้ ง เพราะเหตใุ ด 2. การต่อหลอดไฟฟ้าท่ีอยู่เหนอื เตยี งนอนและอย่เู หนอื โตะ๊ ทางานโดยใชส้ วติ ช์ตัวเดยี วกันตอ่ ได้ก่ีแบบ แต่ละแบบมีขอ้ ดีหรอื ข้อจากัดอย่างไร

ส่อื การเรยี นรแู้ ผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 17: แบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ กิจกรรมท้ายบท แบบบันทกึ การค้นควา้ กจิ กรรมท้ายบท ออกแบบวงจรไฟฟ้าในห้องไดอ้ ย่างไร ชอื่ -นามสกลุ ..........................................................................................ช้ัน.................เลขท่ี...........กลมุ่ ท.่ี ...........  สถานการณ์ที่กาหนดให้ - ให้นกั เรยี นออกแบบ เรื่อง ............................................................................................................................... - กาหนดให้มหี ลอดไฟฟ้า ท้งั หมด จานวน .......................... หลอด - แตล่ ะหลอดกาหนดใหต้ ิดตง้ั ในตาแหน่งบริเวณ ได้แก่ ...................................................................................... ..........................................................................................................................................................................  ออกแบบแผนภาพวงจรไฟฟา้ ในหอ้ ง  คาถามทา้ ยกิจกรรม 1. การออกแบบวงจรไฟฟา้ ในหอ้ ง ใช้การตอ่ วงจรไฟฟ้าแบบใดบ้าง เพราะเหตุใด ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. การตอ่ หลอดไฟฟา้ ทอ่ี ยูเ่ หนอื เตียงนอนและอยู่เหนอื โตะ๊ ทางานโดยใชส้ วติ ชต์ ัวเดยี วกันตอ่ ได้ก่แี บบ แตล่ ะ แบบมีข้อดีหรือขอ้ จากัดอย่างไร ตอบ ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนบทา้ ยแผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 17: การใหค้ ะแนนดา้ นกระบวนการ (P) แนวทางบนั ทกึ การค้นคว้ากจิ กรรมทา้ ยบท ออกแบบวงจรไฟฟ้าในหอ้ งได้อย่างไร  สถานการณท์ ่กี าหนดให้ - ใหน้ กั เรยี นออกแบบ เรอ่ื ง ................ออกแบบวงจรไฟฟา้ ทใี่ หแ้ สงสวา่ งในหอ้ งพัก..................... - กาหนดใหม้ ีหลอดไฟฟา้ ทง้ั หมด จานวน ...........5........... หลอด - แตล่ ะหลอดกาหนดใหต้ ิดต้งั ในตาแหน่งบริเวณ ไดแ้ ก่ ..............อยูท่ ีเ่ พดานบรเิ วณทางเข้าห้องพกั ในห้องนา้ เหนือเตยี งนอน เหนือโตะ๊ ทางน และระเบยี ง..................  ออกแบบแผนภาพวงจรไฟฟา้ ในหอ้ ง แผนผงั วงจรไฟฟา้ ทีอ่ อกแบบ วงจรไฟฟ้าทต่ี อ่ ตามทีอ่ อกแบบ หมายเหตุ : นกั เรยี นอาจออกแบบใหห้ ลอดไฟฟา้ เหนอื เตยี งนอนและโตะ๊ ทางานตอ่ กันแบบอนกุ รม ดงั ภาพ ซงึ่ วิธีนีต้ รงตามเง่อื นไข แตม่ ขี อ้ เสยี คือถ้าหลอดไฟฟ้าหลอดใดหลอดหนึ่งเสียหาย หลอดท่ีเหลอื จะไม่ทางาน ครูอาจใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายไดใ้ นคาถามทา้ ยกจิ กรรมขอ้ ท่ี 2

แนบท้ายแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 17: การให้คะแนนดา้ นความรู้ (K) เฉลยใบกิจกรรมท้ายบท ออกแบบวงจรไฟฟา้ ในหอ้ งได้อย่างไร เฉลยคาถามทา้ ยกจิ กรรม 1. การออกแบบวงจรไฟฟา้ ในหอ้ ง ใช้การต่อวงจรไฟฟา้ แบบใดบ้าง เพราะเหตุใด แนวคาตอบ ตอ่ หลอดไฟฟ้าท้ังหมดแบบขนาน เพราะเมื่อหลอดไฟฟ้าหลอดใดหลอดหนึง่ เสยี หาย หลอดท่ีเหลอื กย็ งั ใชง้ านได้ โดยแต่ละหลอดจะต่อกบั สวิตช์แบบอนกุ รมเพื่อควบคุมการปิดเปิดของวงจรไฟฟ้า 2. การตอ่ หลอดไฟฟา้ ทอี่ ยูเ่ หนอื เตียงนอนและอยเู่ หนือโต๊ะทางานโดยใช้สวิตช์ตัวเดียวกันตอ่ ได้กี่แบบ แต่ละ แบบมขี อ้ ดีหรอื ข้อจากัดอย่างไร แนวคาตอบ ต่อได้ 2 แบบ คือ ตอ่ หลอดไฟฟา้ ทงั้ สองหลอดใหข้ นานกันแลว้ จึงต่ออนุกรมกับสวิตช์ โดยเมอื่ กดสวิตชก์ ็จะสามารถควบคุมการปดิ เปิดหลอดไฟฟ้าทงั้ สองหลอดพร้อมกนั ซ่ึงมขี ้อดีคือถา้ หลอดไฟฟ้า หลอดใดหลอดหนง่ึ เสียหาย หลอดที่เหลือกย็ ังใช้งานได้ หรอื ตอ่ หลอดไฟฟ้าทั้งสองหลอดและสวติ ช์แบบอนกุ รมกนั โดยเม่อื กดสวิตชก์ ็จะควบคมุ การปดิ เปิดหลอดไฟฟา้ ทงั้ สองหลอดไดเ้ ชน่ กนั แตม่ ีข้อจากัดคือถ้าหลอดไฟฟา้ หลอดใดหลอดหนึ่งเสยี หาย หลอดที่เหลือจะไมท่ างาน

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 18 เรอื่ ง คำนวณพลงั งำนไฟฟ้ำของเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้ำ รหสั วชิ า ว23102 เวลา 1 ชั่วโมง หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ ไฟฟ้ำ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวม 22 ชว่ั โมง สาระท่ี 2 ช่ือสาระ วทิ ยำศำสตร์กำยภำพ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 มาตรฐาน ว 2.3 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั ว 2.3 เข้ำใจควำมหมำยของพลังงำน กำรเปล่ียนแปลงและกำรถ่ำยโอนพลังงำน ปฏิสัมพันธ์ระหว่ำง สสำรและพลังงำน พลังงำนในชีวิตประจำวนั ธรรมชำตขิ องคล่ืน ปรำกฏกำรณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคล่ืน แมเ่ หล็กไฟฟำ้ รวมทั้งนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ ตวั ช้วี ัด ว 2.3 ม.3/8 อธิบำยและคำนวณพลงั งำนไฟฟำ้ โดยใช้สมกำร W = Pt รวมทง้ั คำนวณคำ่ ไฟฟ้ำของ เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้ำในบำ้ น 2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด 1) เคร่ืองใช้ไฟฟ้ำจะมีค่ำกำลังไฟฟ้ำและควำมต่ำงศักย์กำกับไว้ กำลังไฟฟ้ำมีหน่วยเป็นวัตต์ ควำมต่ำง ศักย์มีหน่วยเป็นโวลต์ ค่ำไฟฟ้ำส่วนใหญ่คิดจำกพลังงำนไฟฟ้ำท่ีใช้ท้ังหมด ซึ่งหำได้จำกผลคูณของกำลังไฟฟ้ำใน หน่วยกิโลวัตตก์ ับเวลำในหนว่ ยชว่ั โมง พลงั งำนไฟฟำ้ มีหนว่ ยเปน็ กโิ ลวัตต์ชั่วโมงหรือหนว่ ย 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ นกั เรยี นอธบิ ำยและคำนวณพลังงำนไฟฟ้ำโดยใช้สมกำร W = Pt ได้ 1) ด้านความรู้ (K) นกั เรยี นใชท้ กั ษะกำรใช้จำนวน โดยกำรนำข้อมูลจำกสถำนกำรณต์ วั อย่ำง 2) ด้านทกั ษะ (P) มำคำนวณคำ่ พลงั งำนไฟฟ้ำของเครอ่ื งใช้ไฟฟ้ำได้ นักเรียนมคี วำมม่งุ มัน่ และรบั ผดิ ชอบในกำรทำงำน 3) ดา้ นเจตคติ (A) 4. คณุ ลกั ษณะผู้เรียน 4.1 คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ รักชำติ ศำสน์ กษตั ริย์ อยอู่ ยำ่ งพอเพียง ซือ่ สตั ย์สุจรติ  มงุ่ มน่ั ในกำรทำงำน  มวี ินัย รักควำมเป็นไทย  ใฝ่เรียนรู้ มจี ติ สำธำรณะ

5. ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน  ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร: นักเรียนสำมำรถส่ือสำร โดยกำรนำเสนอข้อมูลจำกกำรสืบค้นข้อมูล มำอธิบำยเก่ียวกบั กำรคำนวณค่ำไฟฟ้ำ 6. สาระการเรียนรู้ กำรเปรยี บเทยี บพลังงำนไฟฟ้ำท่ีเครือ่ งใชไ้ ฟฟำ้ แตล่ ะเคร่ืองใช้ จะมกี ำรกำหนดเวลำทใ่ี ชใ้ นเวลำหนง่ึ หน่วยเท่ำกัน ซึ่งกำรคิดพลังงำนไฟฟ้ำท่ีใช้ไปในหน่ึงหน่วยเวลำเรยี กว่ำ กาลังไฟฟ้า (electric power) มีหน่วย เปน็ จลู ต่อวนิ ำที (J/s) หรือ วตั ต์ (W) กำลงั ไฟฟ้ำจะเขียนควำมสมั พันธร์ ะหว่ำงพลงั งำนไฟฟำ้ ท่เี คร่อื งใช้ไฟฟำ้ ใชแ้ ละเวลำได้ดังนี้ ������ = ������ ������ เม่อื ������ แทน พลงั งำนไฟฟ้ำท่เี ครื่องใช้ไฟฟ้ำใช้ มหี น่วยเป็น จลู (J) ������ แทน เวลำท่ีใช้ มีหนว่ ยเป็น วนิ ำที (S) ������ แทน กำลงั ไฟฟำ้ มหี นว่ ยเป็น จูลตอ่ วินำที (J/s) หรือวัตต์ (W) จำกภำพ ท่ีระบุกำลังไฟฟ้ำของหลอดไฟเป็น 100 วัตต์ หมำยควำมว่ำ ในเวลำ 1 วิ หลอดไฟน้ีใช้พลังงำนไฟฟ้ำ 100 จูล จำกค่ำ กำลังไฟฟ้ำที่ระบุไว้บนเคร่ืองใช้ไฟฟ้ำ สำมำรถคำนวณพลังงำนไฟฟ้ำ ทั้งหมดที่เครื่องใช้ไฟฟ้ำใช้ไปได้จำกสมกำร ������ = ������ ซึ่งจะเขียนเป็น ������ สมกำรควำมสมั พนั ธไิ ด้ใหมเ่ ปน็ ภาพ กาลงั ไฟฟา้ ทรี่ ะบบุ นครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ ������ = ������������ กำรคำนวณปริมำณต่ำง ๆ ที่เก่ียวข้องกับพลังงำนไฟฟและกำลังไฟฟ้ำสำมำรถศึกษำได้จำกตัวอย่ำง โจทยต์ อ่ ไปนี้ ตวั อยา่ งโจทย์ ห้องของเด็กชำย ก มีหลอดไฟฟ้ำขนำด 28 วัตต์ จำนวน 2 หลอด และมพี ดั ลมขนำด 70 วตั ต์ จำนวน 1 เครือ่ ง ถ้ำเดก็ ชำย ก ใชห้ ลอดไฟฟำ้ ทง้ั สองหลอดพรอ้ ม ๆ กนั เป็นเวลำ 45 นำที และใชพ้ ัดลมปน็ เวลำ 30 นำที พลงั งำนไฟฟำ้ ท้ังหมดท่ีใชไ้ ป จะมีค่ำเท่ำใด แนวคดิ หาพลงั งานไฟฟา้ ท่หี ลอดไฟฟ้าใช้ โจทย์กำหนด กำลังไฟฟำ้ ของหลอดไฟฟำ้ มขี นำด 28 วตั ต์ เดก็ ชำย ก ใชห้ ลอดไฟฟ้ำเปน็ เวลำ 45 นำที นั่นคือ เด็กชำย ก ใชห้ ลอดไฟฟำ้ นำน 45 x 60 วนิ ำที เท่ำกบั 2,700 วินำที

จำกควำมสัมพันธ์ W = Pt = 28 W x 2,700 s = 75,600 J หรือ 75.6 KJ หลอดไฟฟ้ำ จำนวน 1 หลอด ใชพ้ ลงั งำนไฟฟำ้ 75.6 กโิ ลจูล ถ้ำหลอดไฟฟ้ำ จำนวน 2 หลอด จะใช้พลงั ำนไฟฟ้ำ 75.6 กิโลจลู x 2 หลอด เท่ำกับ 151.2 กิโลจลู หาพลังงานไฟฟา้ ท่พี ดั ลมใช้ โจทยก์ ำหนด กำลังไฟฟำ้ ของพัดลมมขี นำด 70 วตั ต์ เดก็ ชำย ก ใช้พดั ลมเป็นเวลำ 30 นำที นั่นคือ เดก็ ชำย ก ใชพ้ ดั ลมนำน 30 x 60 วนิ ำที เทำ่ กบั 1,800 วนิ ำที จำกควำมสัมพนั ธ์ W = Pt = 70 W x 1,800 s = 126,000 J หรอื 126 kJ พัดลมใชพ้ ลงั งำนไฟฟ้ำ 126 กโิ ลจลู ดงั นน้ั พลังงำนไฟฟ้ำที่เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้ำท้งั 2 ชนดิ ใช้มคี ำ่ 151,2 + 126.0 กิโลจลู เทำ่ กับ 277.2 กิโลจูล กำรคำนวณค่ำไฟฟ้ำที่ต้องจ่ำยในแต่ละเดือนน้ัน ค่ำไฟฟ้ำส่วนหนึ่งคิดจำกพลังงำนไฟฟ้ำท้ังหมดที่ใช้ ซ่ึงสำมำรถคำนวณพลังงำนไฟฟ้ำท้ังหมดที่ใช้จำกสมกำร W = Pt โดยให้ P มีหน่วยเป็นกิโลวัตต์ t มีหน่วยเป็น ช่วั โมง ดงั นน้ั W จึงมหี นว่ ยเปน็ กโิ ลวัตต์-ชว่ั โมง หรอื หนว่ ย (unit) ตวั อยำ่ งเช่น ใช้เตำรีด 2,400 วตั ต์ รดี ผ้ำนำน 3 ชั่วโมง พลังงำนไฟฟ้ำท่ีเตำรีดใช้คิดเป็น 7.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง หรือ 7.2 หน่วย ท้ังนี้ค่ำไฟฟ้ำในบ้ำนจะคำนวณ เปน็ รำคำต่อหน่วย กำรคิดค่ำไฟฟ้ำท่ีใช้ในแต่ละเดือนน้ัน นอกจำกจะคิดจำกพลังงำนไฟฟำ้ ทงั้ หมดท่ีใช้ซ่งึ คือคำ่ ไพฟำ้ ฐำน แล้ว ยงั รวมคำ่ บรกิ ำรรำยเตือน คไ่ ฟฟำ้ ผนั แปร (Ft) และภำษมี ูลค่ำเพิม่ เขำ้ ไปด้วย ดงั สมกำร คำ่ ไฟฟำ้ = ค่ำไฟฟำ้ ฐำน + คำ่ บรกิ ำรรำยเดอื น + ค่ำไฟฟ้ำผนั แปร + ภำษีมูลค่ำเพิม่ ค่ำไฟฟ้ำฐำนหำจำกพลังงำนไฟฟ้ำที่เคร่ืองใช้ไฟฟ้ำท้ังหมดใช้ในหน่ึงเดือน แล้วคูณด้วยค่ำไฟฟ้ำต่อ หน่วย ในอัตรำก้ำวหน้ำ ซ่ึงเมื่อใช้พลังงำนไฟฟ้ำเพิ่ม ค่ำอัตรำต่อหน่วยก็จะเพิ่มข้ึนด้วย ขณะที่ค่ำไฟฟ้ำผันแปร เป็นค่ำใช้จ่ำยท่ีกำรไฟฟ้ำไม่สำมำรถควบคุมได้ เช่น รำคำเชื้อเพลิงที่เปล่ียนแปลงไปตำมตันทุนกำรผลิต แล้ว นำไปคูณกับจำนวนหน่วยของพลังงำนไฟฟ้ำท้ังหมดที่ใช้ในเดือนนั้น ส่วนภำษีมูลค่ำเพ่ิมเป็นภำษีท่ีผู้ใช้ต้องจ่ำย ตำมท่ีกฎหมำยกำหนด นอกจำกนีผ้ ใู้ ชไ้ ฟฟ้ำยังตอ้ งรับผดิ ชอบค่ำบรกิ ำรรำยเดือนซงึ่ จะขนึ้ อยู่กบั ปริมำณกำรใช้ พลงั งำนไฟฟำ้ โดยในปจั จบุ ันกำรใช้พลังงำนไฟฟ้ำไมเ่ กนิ 150 หน่วยต่อเดือน คิดค่ำบรกิ ำรรำยเดอื น 8.19 บำท ถำ้ ใช้เกนิ 150 หนว่ ยตอ่ เดอื น คิดค่ำบริกำรรำยเดอื น 38.22 บำท

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ใชร้ ูปแบบกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (1 ชวั่ โมง; 60นำท)ี ขน้ั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี 1) ครูสนทนำร่วมกับนักเรียน โดยแสดงฉลำกสินค้ำหรือเอกสำรที่ระบุกำลังไฟฟ้ำบน เครื่องใช้ไฟฟ้ำ แล้วใช้คำถำมกระตุ้นควำมคิดว่ำ ตัวเลขแสดงกำลังไฟฟ้ำ เช่น 100W 900W 2,400W ที่ระบุไว้ บนเครื่องใช้ไฟฟ้ำน้ัน สำมำรถหำได้จำกกำรคำนวณของค่ำใดท่ีเกี่ยวข้อง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของ ตนเอง) ข้นั ท่ี 2 ขัน้ สารวจและคน้ หา (Exploration) (20 นาที) 2) ให้นักเรียนอ่ำนเน้ือหำในหนังสือเรียนหน้ำ 102 เพื่อทบทวนควำมรูเ้ รอ่ื งกำรเปล่ียนพลังงำน จำกนน้ั กำหนดสถำนกำรณก์ ำรใช้เตำรดี A และ B เพอื่ เช่อื มโยงเขำ้ สเู่ รื่องกำลังไฟฟ้ำ ดงั นี้ - กรณที ี่ 1 เตำรีด A ใชพ้ ลงั งำนไฟฟ้ำ 5,000 จลู และเตำรดี B ใชพ้ ลังงำนไฟฟำ้ 12,000 จูล - กรณีท่ี 2 เตำรีด A ใช้พลังงำนไฟฟ้ำ 5,000 จูล ในเวลำ 2 วินำที และเตำรีด B ใช้พลังงำน ไฟฟำ้ 12,000 จลู ในเวลำ 10 วินำที จำกสถำนกำรณ์ร่วมกันอภิปรำยโดยใช้คำถำมว่ำ กรณีใดสำมำรถเปรียบเทียบได้ว่ำเตำรีดใดมี อุณหภูมิสูงกว่ำกันเพรำะเหตใุ ด โดยให้นักเรียนอธบิ ำยคำตอบ เชน่ กรณี 1 ไม่สำมำรถเปรยี บเทียบได้เพรำะเหตุ ใด และกรณี 2 สำมำรถเปรยี บเทียบไดเ้ พรำะเหตุใด ตำมควำมเข้ำใจของตนเอง 3) ให้นักเรียนอ่ำนเน้ือหำในหนังสือเรียนหน้ำ 103 เพ่ือหำคำตอบท่ีถูกต้องจำกสถำนกำรณ์ที่ กำหนด ซ่ึงนักเรียนจะสำมำรถสรปุ ได้วำ่ กรณีท่ี 1 ไม่สำมำรถสรปุ ได้วำ่ เตำรีดใดมอี ุณหภมู ิสูงกว่ำกัน เพรำะไมไ่ ด้ ระบรุ ะยะเวลำในกำรใช้งำน กรณที ี่ 2 สำมำรถสรปุ ได้วำ่ เตำรดี A มอี ุณหภูมิสูงกว่ำ B เพรำะมีกำรระบุระยะเวลำ ในกำรใช้งำนเตำรีดท้ังสองอัน เมื่อคิดพลังงำนไฟฟ้ำที่ใช้ไปในเวลำ 1 วินำทีเท่ำกัน เตำรีด A ใช้พลังงำนไฟฟ้ำ 2,500 จลู ขณะท่เี ตำรดี B ใช้พลงั งำนไฟฟ้ำ 1,200 จลู ดังนัน้ เตำรดี A ใชพ้ ลงั งำนไฟฟำ้ ในเวลำ 1 วินำทมี ำกกว่ำ เตำรีด B เตำรีด A จะมีอุณหภูมิสูงกว่ำ จำกน้ันร่วมกันอภิปรำย เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า พลังงำนไฟฟ้ำที่ เคร่ืองใชไ้ ฟฟำ้ ใช้ในหนงึ่ หน่วยเวลำ เรียกวำ่ กำลังไฟฟำ้ ซึ่งมีควำมสัมพนั ธก์ ับพลังงำนไฟฟ้ำและเวลำตำมสมกำร P = W/t หรือ W = Pt โดยกำลงั ไฟฟำ้ มีหนว่ ยเปน็ จลู ตอ่ วินำที (J/s) หรือวตั ต์ (W) ขนั้ ท่ี 3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (10 นาท)ี 4) ให้นักเรียนศึกษำกำรคำนวณหำพลังงำนไฟฟ้ำและกำลังไฟฟ้ำจำกตัวอย่ำงโจทย์ โดยอ่ำน เน้ือหำในหนังสือเรียนหน้ำ 104-105 แล้ววิเครำะห์ว่ำโจทย์ตัวอย่ำงต้องกำรให้หำอะไร และโจทย์ตัวอย่ำง กำหนดอะไรให้บ้ำง จำกนั้นตอบคำถำมโจทย์ชวนคิดจำนวน 2 ข้อ (หนังสือเรียนรำยวิชำพ้ืนฐำนวิทยำศำสตร์ และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล่ม 2 สสวท. หน้ำ 106) (เฉลยแนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้) และร่วมอภิปรำย เกย่ี วกบั คำตอบร่วมกัน

ขั้นที่ 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาที) 5) ให้นักเรียนอ่ำนเนื้อหำในหนังสือเรียนหน้ำ 106 และร่วมกันอภิปรำยเก่ียวกับกำรคำนวณ ค่ำไฟฟ้ำท่ีต้องจ่ำยในแตล่ ะเดือน โดยใช้คำถำมวำ่ ค่ำไฟฟ้ำแต่ละเดือนจะมำกน้อยเพียงใดเกี่ยวข้องกับอะไรบำ้ ง เพือ่ ให้ได้ขอ้ สรปุ ว่า คำ่ ไฟฟ้ำจะมำกหรือน้อยขึ้นอยูก่ ับพลังงำนไฟฟำ้ ที่ใช้ทั้งหมด ซึ่งเกีย่ วข้องกบั กำลังไฟฟำ้ ของ เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้ำและชว่ งเวลำหรอื ระยะเวลำทใ่ี ช้ 6) ให้นักเรียนศึกษำกำรคำนวณพลังงำนไฟฟ้ำท่ีเคร่ืองใช้ไฟฟ้ำใช้ไปในหน่ึงเดือนจำกโจทย์ ตัวอย่ำงและเกร็ดน่ำรู้ โดยอ่ำนเน้ือหำในหนังสือเรียนหน้ำ 107-109 และร่วมกันอภิปรำย เพ่ือให้ได้ข้อสรุปว่า ค่ำไฟฟ้ำในแต่ละเดือนคำนวณจำกผลรวมของค่ำไฟฟ้ำฐำน ค่ำบริกำรรำยเดือน ค่ำไฟฟ้ำผันแปร และ ภำษีมูลค่ำเพ่ิม โดยค่ำไฟฟำ้ ฐำนเป็นพลังงำนไฟฟ้ำท้ังหมดที่เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ำใช้โดยคิดในรำคำตอ่ หน่วย ค่ำบริกำร รำยเดือนเป็นค่ำบริกำรท่ีกำรไฟฟ้ำเป็นผู้เรียกเก็บจำกผู้ใช้บริกำรตำมปริมำณกำรใช้พลังงำนไฟฟ้ำ ค่ำไฟฟ้ำผัน แปรเป็นค่ำใช้จ่ำยที่กำรไฟฟ้ำไม่สำมำรถควบคุมได้ เช่น ค่ำเช้ือเพลิงในกำรผลิตกระแสไฟฟ้ำ ต้นทุนในกำร กอ่ สรำ้ งโรงไฟฟำ้ และระบบสำยส่งไฟฟ้ำ และภำษมี ูลค่ำเพิม่ เปน็ ภำษีท่ผี ู้ใช้ตอ้ งจ่ำยตำมกฎหมำยกำหนด ขนั้ ที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (10 นาที) 7) นกั เรยี นตรวจสอบกำรทำแบบฝกึ หดั คำถำมชวนคิดและสง่ ตำมกำหนดทว่ี ำงไว้ 8) ครูตรวจสอบกำรส่งแบบบันทึกกำรค้นคว้ำของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตำมเกณฑ์ กำรประเมิน (Rubrics Score) 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรยี นรู้ 8.1 อปุ กรณท์ ำกิจกรรม: ฉลำกสินคำ้ หรอื เอกสำรที่ระบกุ ำลังไฟฟำ้ บนเคร่ืองใชไ้ ฟฟำ้ 8.2 แบบฝึกหดั : คำถำมชวนคิด จำนวน 2 ข้อ (หนังสอื เรยี นรำยวชิ ำพน้ื ฐำนวิทยำศำสตร์และ เทคโนโลยี ช้นั ม.3 เล่ม 2 สสวท. หน้ำ 106) 8.3 แหลง่ เรยี นร้:ู หนังสือเรยี นรำยวิชำพ้ืนฐำนวทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษำปที ่ี 3 เล่ม 2 ตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พ้นื ฐำน พุทธศกั รำช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษำธิกำร 9. การวัดและการประเมิน ตัวช้ีวดั /ผลการเรียนรู้ วิธีการวดั เครือ่ งมือวัด เกณฑท์ ี่ใชใ้ นการประเมนิ 1. อธิบำยและคำนวณพลงั งำน - ตรวจกำรตอบคำถำม - คำถำมชวนคดิ - ไดไ้ มน่ อ้ ยกวำ่ 2 คะแนน ไฟฟำ้ โดยใช้สมกำร W = Pt ชวนคดิ กำรคำนวณหำพลงั งำนไฟฟ้ำ ระดับคุณภำพดี ถือวำ่ (ดำ้ นควำมร:ู้ K) และกำลงั ไฟฟำ้ เปน็ อย่ำงไร ผ่ำนกำรประเมนิ จำนวน 2 ข้อ ด้ำนควำมรู้

ตวั ช้วี ดั /ผลการเรียนรู้ วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑท์ ใี่ ชใ้ นการประเมิน 2. กำรใช้ทกั ษะกำรใช้จำนวน - ตรวจกำรตอบคำถำม - คำถำมชวนคดิ - ได้ไมน่ อ้ ยกว่ำ 2 คะแนน โดยกำรนำขอ้ มูลจำก ชวนคดิ กำรคำนวณหำพลังงำนไฟฟ้ำ ระดบั คณุ ภำพดี ถอื วำ่ สถำนกำรณต์ ัวอยำ่ งมำ และกำลงั ไฟฟำ้ เป็นอยำ่ งไร ผำ่ นกำรประเมนิ คำนวณค่ำพลงั งำนไฟฟำ้ จำนวน 2 ข้อ ด้ำนกระบวนกำร (ด้ำนกระบวนกำร: P) 3. ควำมมุง่ ม่ันในกำร - สงั เกตพฤตกิ รรมของ - เกณฑ์กำรประเมินควำม - ได้ไมน่ ้อยกวำ่ 2 คะแนน ทำงำนและควำม นกั เรยี นระหวำ่ งและ มุง่ มัน่ และควำมรับผดิ ชอบ ระดบั คุณภำพดี ถอื วำ่ รับผดิ ชอบ หลงั กำรจัดกจิ กรรม ในกำรทำกจิ กรรมกำร ผ่ำนกำรประเมนิ (ด้ำนเจตคต:ิ A) กำรเรยี นรู้ เรียนรู้ ด้ำนเจตคติ 9.1 เกณฑ์การประเมินผลนกั เรยี น เกณฑก์ ำรประเมนิ (Rubrics Score) ประเดน็ การประเมิน ค่านา้ หนัก แนวทางการใหค้ ะแนน คะแนน กำรให้คะแนนตอบ 3 ตอบคำถำมชวนคดิ ไดถ้ ูกต้อง จำนวน 2 ข้อ คำถำมชวนคดิ 2 ตอบคำถำมชวนคิด ไดถ้ กู ตอ้ ง จำนวน 1 ข้อ 1 ตอบคำถำมชวนคดิ ไดแ้ ต่มีขอ้ ผดิ พลำดตอ้ งปรับปรงุ แก้ไขให้ถกู ตอ้ ง กำรใหค้ ะแนนกำรบันทกึ 3 บันทึกผลกำรคำนวณตำมโจทย์ที่กำหนดไดอ้ ยำ่ งถกู ต้อง มีกำรระบสุ ูตร คำตอบลงในแบบฝกึ หดั และแสดงวธิ ที ำไดอ้ ย่ำงชดั เจน สอดคลอ้ งกลบั ในกิจกรรม 2 บนั ทกึ ผลกำรคำนวณตำมโจทย์ทก่ี ำหนดไดอ้ ยำ่ งถกู ตอ้ ง มีกำรระบุสูตร และแสดงวิธีทำ สอดคล้องกลบั ในกิจกรรม แต่ยงั มขี อ้ ผดิ พลำดไมถ่ กู ต้อง 1 บนั ทกึ ผลกำรคำนวณตำมโจทย์ทกี่ ำหนดไมถ่ ูกตอ้ ง ไมม่ ีกำรระบสุ ูตร และ แสดงวิธีทำ ตอ้ งปรับปรงุ แก้ไขให้ถกู ต้อง กำรใหค้ ะแนนพฤตกิ รรม 1) นกั เรยี นมคี วำมสนใจและมงุ่ มน่ั ในกำรทำกจิ กรรม ใหค้ วำมรว่ มมอื ควำมมงุ่ มัน่ และควำม 3 และปฏบิ ตั ิตำมขน้ั ตอนกำรเรยี นรู้เป็นอยำ่ งดี 2) นกั เรยี นมคี วำมรบั ผิดชอบ รบั ผิดชอบในกำรทำ ทำงำนทไ่ี ดร้ บั มอบหมำยได้ตรงเวลำทก่ี ำหนดเป็นอยำ่ งดี กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ 1) นกั เรยี นสนใจและมงุ่ มน่ั ในกำรทำกจิ กรรมเปน็ บำงครง้ั และมกี ำรคยุ กนั 2 เลน่ ขณะกำรเรยี นรู้ แต่ไม่กระทบผู้อืน่ 2) นกั เรยี นมคี วำมรบั ผิดชอบทำงำน ท่ีไดร้ ับมอบหมำยตรงตำมเวลำทีก่ ำหนด แต่เกิดปัญหำระหว่ำงกำรทำงำน 1) นกั เรยี นขำดควำมมุ่งมน่ั และไมส่ นใจในกำรเรยี น มีพฤตกิ รรมชอบคยุ 1 ชอบเล่นหรอื นอนหลับขณะกำรเรยี นกำรสอน 2) นกั เรยี นขำดควำม รบั ผิดชอบในงำนทีไ่ ดร้ บั มอบหมำยไมต่ รงตำมกำหนดเวลำทีต่ กลงไว้

9.2 ระดบั คณุ ภาพ คะแนนรวมเฉลี่ย 6.00 - 5.00 หมำยถึง ดีมำก คะแนนรวมเฉลยี่ 4.00 - 3.00 หมำยถึง ดี คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมำยถงึ พอใช้ ดงั น้ัน นักเรยี นตอ้ งได้คะแนนเฉล่ียทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ า่ กวา่ 2.00 แสดงระดบั คุณภาพ ดี ถอื ว่าผ่านเกณฑ์การประเมนิ ในแผนการจัดการเรยี นท่ี 18

บันทกึ หลงั การสอน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 ไฟฟำ้ .... ...... ... ... แผนการสอนเร่ือง 18 คำนวณพลังงำนไฟฟ้ำของเครอื่ งใชไ้ ฟฟำ้ วนั ท่ี...............................เดอื น...............................................................พ.ศ................. 1. สรุปผลการเรยี นการสอน 1. นักเรยี นจำนวน....................คน ผ่ำนจุดประสงคก์ ำรเรยี นร.ู้ ..........คน คดิ เปน็ ร้อยละ............. ไมผ่ ่ำนจดุ ประสงค.์ ......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ............. ได้แก่.................................................................................................. 2. สรุปผลตามรายจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 2.1 นกั เรยี นมีควำมร้คู วำมเขำ้ ใจ ( K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นกั เรยี นมคี วำมรเู้ กดิ กระบวนกำร (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 นกั เรยี นมเี จตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะหลงั การจดั การเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอื่ ............................................ครผู ้สู อน ลงชอ่ื .............................................หวั หน้ากลุ่มสาระ () () ตำแหนง่ ................................................... ลงช่ือ.............................................ผชู้ ่วย/รองฯวิชาการ …………./……………./………… () ลงชื่อ............................................ผู้อานวยการ ()

แบบบันทึกการประเมนิ คุณภาพการเรยี นรู้ของนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 รายวิชาวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน (ว23102) หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 6 ไฟฟำ้ I แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 18 เรื่อง วงจรไฟฟ้ำแบบขนำน . คาช้แี จง: ทำเครื่องหมำย  ในช่องคำ่ นำ้ คะแนนแต่ละด้ำนตำมจุดประสงคก์ ำรเรยี นรู้ โดยประเมินตำมเกณฑ์ (Rubrics Score) เลข ช่อื -นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ด้านกระบวนการ (P) ด้านเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรียน ค่านา้ หนักคะแนน คา่ นา้ หนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ระ ัดบ ุคณภาพ 321 32 1 32 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook