เลข ชื่อ-นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น ค่าน้าหนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่าน้าหนักคะแนน ระดับคุณภาพ 321 32 1 32 1 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ ดมี ำก - คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมำยถึง ดี - คะแนนรวมเฉลีย่ 4.00 - 3.00 หมำยถงึ พอใช้ - คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมำยถึง ต้องได้คะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ ่ากวา่ 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้นึ ไปเทา่ นั้น ถึงจะผ่านการเรยี นรู้ตามตัวชี้วัด ผลการประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียน ผเู้ รยี นท่ี ผ่ำน ตวั ชว้ี ดั มีจำนวน…………………………คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………………………………….. ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่ำน ตวั ชี้วัด มีจำนวน…………………………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ……………………………………………….. 1)………………………………………………........……….สำเหต…ุ ……………......................................................... 2)………………………………………………........……….สำเหต…ุ ……………......................................................... 3)………………………………………………........……….สำเหต…ุ …………….........................................................
สอื่ การเรียนรแู้ ผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 18: แบบฝกึ หัด แบบฝึกหัดคาถามชวนคดิ การคานวณหาพลังงานไฟฟ้าและกาลงั ไฟฟา้ เปน็ อยา่ งไร จานวน 2 ข้อ หนังสือเรียนรำยวิชำพืน้ ฐำนวทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 3 เลม่ 2 ตำมหลักสูตรแกนกลำง กำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พทุ ธศกั รำช 2551 (ฉบับปรับปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร หน้ำ 106 1. บ้านหลงั หนง่ึ ใชโ้ ทรทศั น์ขนาด 125 วตั ตน์ าน 4 ชวั่ โมง และใช้หมอ้ หุงข้าวขนาด 450 วตั ตน์ าน 40 นาที ในแตล่ ะวนั เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ใดใช้พลังงานมากกว่าและใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ มากกวา่ เท่าใด …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2. ถา้ ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟา้ ในแต่ละคืนประกอบดว้ ยหลอดไฟฟา้ ขนาด 35 วัตตน์ าน 2 ชว่ั โมง โทรทัศนข์ นาด 150 วตั ต์นาน 3 ชวั่ โมง และพดั ลมตงั้ พน้ื ขนาด 75 วตั ต์นาน 30 นาที เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ทง้ั หมดใช้พลังงานไฟฟา้ เทา่ ใดในเดอื นกนั ยายน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
แนบทา้ ยแผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 18: กำรให้คะแนนด้ำนควำมรู้ (K) และดำ้ นกระบวนกำร (P) เฉลยแบบฝึกหดั คาถามชวนคิด การคานวณหาพลงั งานไฟฟา้ และกาลังไฟฟา้ เป็นอย่างไร 1. บา้ นหลงั หน่ึงใช้โทรทศั น์ขนาด 125 วตั ตน์ าน 4 ช่ัวโมง และใช้หม้อหงุ ข้าวขนาด 450 วตั ตน์ าน 40 นาที ในแตล่ ะวันเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ใดใชพ้ ลงั งานมากกวา่ และใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ มากกวา่ เทา่ ใด แนวคาตอบ หาพลังงานไฟฟ้าทโี่ ทรทัศนใ์ ชใ้ นแต่ละวนั โจทย์กำหนด โทรทัศนม์ กี ำลังไฟฟ้ำขนำด 125 วตั ต์ ใช้โทรทศั นเ์ ปน็ เวลำ 4 ชวั่ โมง นนั่ คอื ใชโ้ ทรทศั นน์ ำน 4 ชวั่ โมง x 60 นำที x 60 วินำที เทำ่ กบั 14,400 วินำที จำกควำมสมั พนั ธ์ W = Pt = 125 W x 14,400 s = 1,800,000 J หรอื 1,800 kJ พลงั งำนไฟฟ้ำที่โทรทศั นใ์ ช้ในแต่ละวัน เท่ำกบั 1,800 กโิ ลจลู หาพลงั งานไฟฟา้ ทหี่ ม้อหุงข้าวใชใ้ นแต่ละวนั โจทยก์ ำหนด หม้อหุงขำ้ วมีกำลังไฟฟำ้ ขนำด 450 วตั ต์ ใช้หมอ้ หุงขำ้ วเปน็ เวลำ 40 นำที นัน่ คอื ใช้หมอ้ หุงขำ้ วนำน 40 นำที x 60 วินำที เท่ำกบั 2,400 วินำที จำกควำมสมั พันธ์ W = Pt = 450 W x 2,400 s = 1,080,000 J หรอื 1,080 kJ พลังงำนไฟฟำ้ ที่หมอ้ หงุ ขำ้ วใช้ในแตล่ ะวัน เท่ำกบั 1,080 กิโลจลู ดงั น้ัน ในแตล่ ะวนั โทรทัศน์ใช้พลงั งำนมำกกวำ่ หม้อหงุ ขำ้ วมีคำ่ 1,800 – 1,080 เทำ่ กับ 720 กิโลจูล
แนบทา้ ยแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 18: กำรใหค้ ะแนนดำ้ นควำมรู้ (K) และดำ้ นกระบวนกำร (P) เฉลยแบบฝึกหดั คาถามชวนคิด การคานวณหาพลังงานไฟฟา้ และกาลังไฟฟา้ เปน็ อย่างไร 2. ถา้ ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในแตล่ ะคนื ประกอบดว้ ยหลอดไฟฟา้ ขนาด 35 วตั ตน์ าน 2 ชัว่ โมง โทรทศั นข์ นาด 150 วตั ตน์ าน 3 ชว่ั โมง และพัดลมตง้ั พืน้ ขนาด 75 วัตตน์ าน 30 นาที เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าทัง้ หมดใชพ้ ลังงานไฟฟา้ เทา่ ใดในเดอื นกนั ยายน แนวคาตอบ หาพลงั งานไฟฟ้าท่ีหลอดไฟฟา้ ใช้ในเดอื นกันยายน โจทย์กำหนด หลอดไฟฟำ้ ขนำด 35 วตั ต์ / ใช้หลอดไฟฟำ้ เป็นเวลำ 2 ชัว่ โมง นัน่ คอื ใชห้ ลอดไฟฟำ้ นำน 2 ช่วั โมง x 60 นำที x 60 วนิ ำที เทำ่ กับ 7,200 วนิ ำที จำกควำมสมั พันธ์ W = Pt = 35 W x 7,200 s = 252,000 J หรอื 252 kJ หลอดไฟฟ้ำใช้พลังงำนไฟฟ้ำต่อวัน 252 กิโลจูล ใน 30 วัน หลอดไฟฟำ้ ใช้พลังงำนไฟฟำ้ 30 วนั X 252 กโิ ลจลู เทำ่ กบั 7,560 กโิ ลจลู หรอื 7.56 เมกะจูล หาพลังงานไฟฟา้ ที่โทรทัศน์ใชใ้ นเดือนกนั ยายน โจทยก์ ำหนด โทรทศั นข์ นำด 150 วตั ต์ / ใชโ้ ทรทัศนเ์ ปน็ เวลำ 3 ชั่วโมง นัน่ คอื ใชโ้ ทรทศั นน์ ำน 3 ชั่วโมง x 60 นำที x 60 วินำที เท่ำกบั 10,800 วนิ ำที จำกควำมสมั พันธ์ W = Pt = 150 W x 10,800 s = 1,620,000 J หรอื 1,620 kJ โทรทศั นใ์ ช้พลังงำนไฟฟ้ำต่อวนั 1,620 กิโลจูล ใน 30 วนั โทรทศั น์ใช้พลงั งำนไฟฟำ้ 30 วัน X 1,620 กิโลจูล เทำ่ กบั 48,600 กิโลจลู หรือ 48.6 เมกะจูล หาพลงั งานไฟฟา้ ทีพ่ ัดลมตั้งพน้ื ใชใ้ นเดอื นกนั ยายน โจทย์กำหนด พดั ลมตั้งพืน้ ขนำด 75 วตั ต์ ใช้พดั ลมตัง้ พื้นเป็นเวลำ 30 นำที นน่ั คอื ใชพ้ ดั ลมตงั้ พน้ื นำน 30 นำที x 60 วนิ ำที เท่ำกับ 1,800 วนิ ำที จำกควำมสมั พันธ์ W = Pt = 75 W x 1,800 s = 135,000 J หรอื 135 kJ พดั ลมต้งั พนื้ ใช้พลังงำนไฟฟ้ำต่อคนื 135 กโิ ลจูล ใน 30 วัน พดั ลมตัง้ พื้นใชพ้ ลงั งำนไฟฟำ้ 30 วัน X 135 กิโลจลู เท่ำกบั 4,050 กิโลจูลหรือ 4.05 เมกะจูล ดังนั้น พลงั งานไฟฟา้ ทั้งหมดทีเ่ ครื่องใชไ้ ฟฟ้าใชใ้ นเดอื นกันยายน มีค่า 7,560 + 48,600 + 4,050 เทา่ กบั 60,210 กิโลจลู หรือ 60.21 เมกะจูล
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 19 เร่ือง การใช้เครือ่ งใช้ไฟฟ้าอยา่ งประหยดั และปลอดภัย รหสั วิชา ว23102 เวลา 2 ช่ัวโมง หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ ไฟฟ้า กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวม 22 ช่ัวโมง สาระท่ี 2 ชอ่ื สาระ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 มาตรฐาน ว 2.3 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ัด ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชีวติ ประจาวนั ธรรมชาติของคลน่ื ปรากฏการณ์ที่เกีย่ วข้องกับเสียง แสง และคล่ืน แม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมท้ังนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.3/9 ตระหนักในคณุ ค่าของการเลอื กใชเ้ ครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ โดยนาเสนอวิธีการใช้เครอื่ งใช้ไฟฟ้าอย่าง ประหยดั และปลอดภัย 2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด 1) วงจรไฟฟ้าในบ้านมีการต่อเคร่ืองใช้ไฟฟ้าแบบขนาน เพื่อให้ความต่างศักย์เท่ากัน การใช้ เคร่ืองใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจาวัน ต้องเลือกใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์และกาลังไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้ งาน และการใช้เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าและอปุ กรณ์ไฟฟ้าตอ้ งใช้อยา่ งถูกตอ้ ง ปลอดภัย และประหยดั 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ นกั เรยี นวางแผนการใชเ้ ครื่องใชไ้ ฟฟ้าในบา้ นอยา่ งถกู ตอ้ ง ประหยดั 1) ดา้ นความรู้ (K) และปลอดภยั นกั เรยี นใชท้ ักษะการสื่อสาร โดยนาเสนอวิธีการใช้เคร่อื งใช้ไฟฟา้ อย่าง 2) ด้านทกั ษะ (P) ประหยัดและปลอดภยั นกั เรยี นตระหนกั ในคณุ ค่าของการเลือกใช้เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า โดยนาเสนอแนะ 3) ดา้ นเจตคติ (A) วิธกี ารใช้เคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยัดและปลอดภยั 4. คณุ ลกั ษณะผ้เู รียน ซื่อสตั ย์สุจริต ม่งุ มนั่ ในการทางาน 4.1 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มีวินัย รักความเป็นไทย
5. ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร: นักเรียนสามารถส่ือสาร โดยการนาเสนอข้อมูลจากการสังเกต การวัด การปฏิบัติกจิ กรรม และการอภิปราย เกย่ี วกบั การคานวณค่าไฟฟา้ และแนวทางการลดคา่ ไฟฟา้ ในบ้าน 6. สาระการเรยี นรู้ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต้องคานึงถึงค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้ให้ถูกต้อง เน่ืองจาก ระบบไฟฟ้าแต่ละประเทศ อาจมีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าแตกต่างกัน เช่น ประเทศไทยใช้ความต่างศักย์ไฟฟ้า เหมือนกับประเทศจนี ในขณะทป่ี ระเทศญีป่ ุ่นใชค้ วามตา่ งศกั ยไ์ ฟฟ้า 100 โวลต์ ในการผลติ เครือ่ งใช้ไฟฟ้าหรือ อุปกรณ์ไฟฟ้าของแต่ละประเทศจะต้องผลิตให้ตรงกับค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าของประเทศนั้น ๆ ดังนั้นการใช้ เคร่ืองใช้ไฟฟ้าก็ต้องใช้ใช้ให้ตรงกับค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าท่ีระบุไวบ้ นเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ทั้งนี้เนื่องจากความต่าง ศักย์ไฟฟ้า ซ่ึงมีค่าเท่ากับผลคูณระหว่างกระแสไฟฟ้ากับความต้านทานไฟฟ้า แต่ความต้านทานไฟฟ้าของ เคร่ืองใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีค่าคงท่ีค่าหน่ึง ทาให้ปริมาณกระแสไฟฟ้าท่ีผ่านเคร่ืองใช้ไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าของแหล่งจ่ายไฟฟ้า น่ันคือถ้าใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟฟ้าท่ีมีความต่าง ศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าท่ีระบุไว้ จะทาให้กระแสไฟฟ้าผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้ามากกว่าที่เคร่ืองใช้ไฟฟ้าจะทนได้ ส่งผลให้ เครื่องใช้ไฟฟ้าน้ันเกิดความร้อนสูง ซึ่งอาจชารุดเสียหายหรือเกิดไฟไหม้ได้ แต่ถ้าใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้ากับแหล่งจ่าย ไฟฟ้าท่ีมีความต่างศักย์ไฟฟ้าต่ากวา่ ท่ีระบุไว้ให้กระแสไฟฟ้าผ่านเคร่ืองใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าท่ีเคร่ืองใช้ไฟฟ้าต้องการ เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้านัน้ ก็จะไม่ทางาน การใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต้องคานึงถึงความประหยัด เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายใน แต่ละเดือนคิดจากพลังงานไฟฟที่เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีใช้ทั้งหมด ซ่ึงพลังานไฟฟ้าที่ใช้ขึ้นอยู่กับกาลังไฟฟ้าของ เครื่องใช้ไฟฟ้าและระยะเวลาท่ีเราใช้งานเคร่ืองใช้ไฟฟ้าเหล่านั้น ดังนั้นการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าให้ประหยัดจึงควร พิจารณากาลงั ไฟฟ้าของเคร่ืองใช้ไฟฟ้าใหเ้ หมาะสมกับการใช้งาน เช่น การเลือกใช้หลอดไฟฟา้ ควรเลือกใช้หลอด แอลอีดี ซ่ึงมีกาลังไฟฟ้าต่ากว่าหลอดไส้แตม่ ีประสิทธิภาพในกรส่องสว่างมากและมีอายุการใชง้ านยาวนาน หรือ การเลือกใช้หลอดฟลูออเรสเชนต์แบบผอมขนาด 18 วัตต์ ซึ่งมีความสว่างเท่ากับหลอดไฟฟ้าขนาด 20 วัตต์ แต่ใชพ้ ลังงานไฟฟา้ น้อยกว่าเม่ือใช้ในระยะเวลาที่เท่ากัน อย่างไรก็ตามการใช้เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าควรเปิดเฉพาะเวลา ใชง้ านเท่านั้น และควรถอดปกหรือเต้าเสยี เมื่อไม่ได้ใช้งานการใช้ครอื่ งใชไ้ ฟฟ้า นอกจากตอ้ งใชง้ านให้ถูกต้องและ ประหยัดแล้ว ยังต้องคานึงถึงความปลอดภัยด้วย ซึ่งการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยมีวิธีปฏิบัติดังภาพ (แนบท้าย แผนการจดั การเรยี นร)ู้ ซ่ึงการคานวณหาพลังงานไฟฟ้าที่เคร่ืองใช้ไฟฟ้าใช้ไปและค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน ตลอดจน การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ปลอดภัยและประหยัด เพื่อให้สามารถนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่าง มีคุณภาพ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ ใชร้ ปู แบบการจดั การเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ช่ัวโมง; 120นาท)ี ขนั้ ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี 1) ครูและนกั เรียนสนทนาร่วมกัน เพือ่ กระต้นุ ความสนใจของนักเรียน โดยครูใช้แผนภาพแสดง วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย แล้วให้นักเรียนร่วมกันตอบว่า สัญลักษณ์ภาพท่ีเห็นนั้น มีการระบุถึงวิธีการหรือ แนวทางการใชไ้ ฟฟา้ ทป่ี ลอดภยั อยา่ งไร 2) ครูใช้ส่ือคลิปวีดิทัศน์ เรื่อง การใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยในบ้านอยู่อาศัย สืบค้นได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=gVpXXdJVbn0 เพ่ือให้นักเรียนตระหนักในคุณค่าของการเลือกใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าอยา่ งประหยัดและปลอดภัย ขนั้ ที่ 2 ข้นั สารวจและคน้ หา (Exploration) (20 นาที) 3) ครูเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมที่ 6.6 ใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัยได้อย่างไร โดยใช้คาถามว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้อยูใ่ นบ้านมีจานวนมาก โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนดิ จะมฉี ลากแสดงปริมาณ ทางไฟฟ้ากากับไว้ เราจะมีวิธีการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นให้ถูกต้อง ปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่าย ได้อย่างไร 4) นักเรียนอ่านช่ือกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา พ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 112 และครูตรวจสอบความ เขา้ ใจการอ่าน โดยใช้คาถามดงั ต่อไปนี้ - กิจกรรมน้เี กี่ยวกบั เรือ่ งอะไร (การใช้เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย) - กิจกรรมน้ีมีจุดประสงค์อะไร (วางแผนการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่างถูกต้อง ประหยัด และปลอดภัย เปรียบเทียบค่าไฟฟ้าก่อนและหลังการปฏิบัติเพ่ือการประหยัดพลังงานไฟฟ้า นาเสนอวิธีการใช้ เคร่ืองใช้ไฟฟ้าอย่างประหยดั และปลอดภยั ) - วิธีดาเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (นักเรียนต้องสังเกตและรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับ พลังงานไฟฟ้าในใบแจ้งค่าไฟฟ้า เช่น จานวนหน่วยท่ีใช้ไปในครั้งก่อน จานวนหน่วยที่ใช้ไปในครั้งหลัง จานวน หน่วยที่ใช้ในเดือนน้ัน ซึ่งเป็นผลต่างของจานวนหน่วยที่ใช้ไปในครั้งหลังและคร้ังก่อน กาลังไฟฟ้าของ เครื่องใช้ไฟฟ้าและพฤติกรรมการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และวิธีการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีถูกต้อง ประหยัด และปลอดภยั ) 5) ขณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรม ครูเดินสังเกตการทากิจกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม และให้คาแนะนา ถ้านักเรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ท่ีอาจเป็นปัญหา ซึ่งครูควรรวบรวมปัญหา และ ข้อสงสยั ที่พบจากการทากจิ กรรมของนกั เรยี นเพื่อใชเ้ ป็นข้อมูลประกอบการอภิปรายหลังจากการทากิจกรรม
ขน้ั ที่ 3 ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (10 นาท)ี 6) ให้นักเรียนแต่ละคนสังเกตค่าพลังงานไฟฟ้าในใบแจ้งค่าไฟฟ้า สืบค้นและวางแผนการใช้ เครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าให้ถกู ต้อง ประหยัดและปลอดภัย โดยครสู ังเกตการทากิจกรรมของนักเรียน พรอ้ มทง้ั ให้คาแนะนา หากนกั เรียนมขี ้อสงสัยเกีย่ วกบั ค่าพลงั งานไฟฟา้ ทร่ี ะบุในใบแจ้งคา่ ไฟฟ้าและการวางแผนการใช้เครอื่ งใช้ไฟฟา้ 7) ร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้อง ประหยัดและปลอดภัย โดยอาจใช้คาถามว่า การเลือกใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้องควรพิจารณาจากอะไร มีหลักการเลือกใช้อย่างไร การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ประหยัดควรพิจารณาจากอะไร มีหลักการเลือกใช้อย่างไร และการใช้ เครื่องใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งปลอดภัยทาได้อย่างไร 8) หลังจากนักเรียนปฏิบตั ติ ามแผนครบ 1 เดือนแลว้ ใหน้ ักเรียนเปรยี บเทียบจานวนหน่วยของ พลังงานไฟฟ้าก่อนและหลังการปฏิบัติ พร้อมนาเสนอผลและวิธีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกต้อง ประหยัดและ ปลอดภยั ขั้นที่ 9) ให้นักเรียนตอบคาถามท้ายกิจกรรม จากนั้นร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรม โดยการใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าใหถ้ ูกตอ้ ง ประหยัด และปลอดภยั ขนึ้ อยู่กับการทากิจกรรมของนักเรยี น 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาที) 10) ให้นักเรียนเรียนรู้เพ่ิมเติมเก่ียวกับการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้อง ประหยัดและปลอดภัย ตลอดจนเกร็ดน่ารู้ โดยอ่านเน้ือหาในหนังสือเรียนหน้า 113-115 และร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนได้ เรียนรู้นอกเหนือจากการทากิจกรรมท่ี 6.6 เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า การใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าควรใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าให้ ถูกต้องและปลอดภัย โดยการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องเลือกใช้ให้ตรงกับค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าท่ีระบุไว้บน เคร่ืองใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าท่ีเหมาะสมกับการใช้งานและต้องใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าให้ถูกวิธี รวมท้ัง ตอ้ งเลือกใชเ้ คร่ืองใช้ไฟฟ้าท่มี กี าลงั ไฟฟา้ ใหเ้ หมาะสมกบั การใช้งานเพื่อความประหยัด ขั้นที่ 5 ขัน้ ประเมิน (Evaluation) 1 นาที) 11) นกั เรยี นตรวจสอบการทาแบบบันทกึ การทากิจกรรมและสง่ ตามกาหนดทีว่ างไว้ 12) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์ การประเมิน (Rubrics Score) 8. ส่ือการเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้ 8.1 อุปกรณท์ ากจิ กรรม: 1) ใบแจง้ ค่าไฟฟา้ ก่อนการปฏิบตั ิ 2) ใบแจง้ คา่ ไฟฟา้ หลงั การปฏบิ ตั ิ 8.2 คลิปวีดิทัศน์: เรอ่ื ง การใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งปลอดภยั ในบา้ นอยอู่ าศยั 8.3 แผนภาพ: แสดงผังมโนทศั น์ เร่ืองวงจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ย 8.4 ใบกิจกรรม: ใบกจิ กรรมทา้ ยกิจรรมท่ี 6.6 วธิ ีการใช้ไฟฟา้ อยา่ งปลอดภยั 8.5 แบบบันทกึ กจิ กรรม: แบบบนั ทกึ การค้นคว้ากจิ กรรมท่ี 6.6 วิธีการใชไ้ ฟฟา้ อย่างปลอดภัย 8.6 แหลง่ เรยี นรู:้ หนังสอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 เล่ม 2 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ
9. การวัดและการประเมนิ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ วธิ กี ารวดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์ท่ีใชใ้ นการประเมนิ - คาถามท้ายกจิ กรรมที่ 6.6 - ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน 1. วางแผนการใช้ - ตรวจการตอบคาถาม ใช้เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ อยา่ ง ระดับคุณภาพดี ถือวา่ เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ในบ้านอย่าง ทา้ ยกจิ กรรมท่ี 6.6 ประหยัดและปลอดภยั ได้ ผ่านการประเมิน อยา่ งไร จานวน 3 ข้อ ด้านความรู้ ถูกตอ้ ง ประหยดั และ - แบบบันทกึ การค้นคว้า - ไดไ้ ม่น้อยกวา่ 2 คะแนน กจิ กรรมท่ี 6.6 ระดับคณุ ภาพดี ถือว่า ปลอดภัย (ด้านความร:ู้ K) ใชเ้ ครื่องใชไ้ ฟฟา้ อยา่ ง ผ่านการประเมิน ประหยัดและปลอดภัยได้ ด้านกระบวนการ 2. การใช้ทกั ษะการสือ่ สาร - ตรวจการทาแบบ อยา่ งไร - คาถามท้ายกจิ กรรมท่ี 6.6 - ไดไ้ ม่นอ้ ยกวา่ 2 คะแนน โดยนาเสนอวิธีการใช้ บันทกึ การคน้ คว้า ใชเ้ คร่อื งใช้ไฟฟ้าอยา่ ง ระดบั คุณภาพดี ถอื ว่า ประหยัดและปลอดภัยได้ ผา่ นการประเมนิ เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าอยา่ ง กจิ กรรมที่ 6.6 อย่างไร จานวน 3 ข้อ ด้านเจตคติ ประหยดั และปลอดภยั (ดา้ นกระบวนการ: P) 3. ตระหนกั ในคณุ คา่ ของการ - ตรวจการตอบคาถาม เลือกใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า ท้ายกิจกรรมที่ 6.6 โดยนาเสนอแนะวธิ กี ารใช้ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าอยา่ ง ประหยัดและปลอดภยั (ดา้ นเจตคต:ิ A) 9.1 เกณฑก์ ารประเมินผลนักเรยี น เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score) ประเดน็ การประเมิน คา่ นา้ หนกั แนวทางการให้คะแนน คะแนน การใหค้ ะแนนตอบ 3 ตอบคาถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 6.6 ถูกต้อง จานวน 3 ข้อ คาถามท้าย 2 ตอบคาถามทา้ ยกิจกรรมที่ 6.6 ถกู ต้อง จานวน 2 ข้อ กจิ กรรมที่ 6.6 1 ตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรมท่ี 6.6 ถกู ตอ้ ง จานวน 1 ข้อ หรอื ไมถ่ กู ต้อง การให้คะแนนการบนั ทกึ บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม จากการนาเสนอ โดยนาเสนอวธิ ีการใช้ แบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ 3 เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งประหยัดและปลอดภยั ไดอ้ ย่างอย่างรวดเร็ว กจิ กรรมท่ี 6. ชดั เจน และถูกต้อง สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาในกิจกรรม บันทกึ ผลการทากิจกรรม จากการนาเสนอ โดยนาเสนอวิธีการใช้ 2 เครื่องใช้ไฟฟา้ อย่างประหยดั และปลอดภัยได้ถูกตอ้ ง สอดคล้องกบั เนื้อหาในกิจกรรม 1 บันทึกผลการทากิจกรรม จากการนาเสนอ โดยนาเสนอวธิ ีการใช้ เครอื่ งใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภยั ได้ แต่ไม่สอดคล้องกบั เนื้อหา
ประเดน็ การประเมิน คา่ นา้ หนัก แนวทางการให้คะแนน คะแนน การให้คะแนน ตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรมท่ี 6.6 ถูกตอ้ ง จานวน 3 ขอ้ 3 ตอบคาถามท้ายกิจกรรมที่ 6.6 ถูกตอ้ ง จานวน 2 ข้อ การตระหนกั ในคุณค่า 2 ตอบคาถามท้ายกจิ กรรมที่ 6.6 ถกู ต้อง จานวน 1 ขอ้ หรอื ไม่ถกู ต้อง ของการเลอื กใช้ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า 1 9.2 ระดับคุณภาพ คะแนนรวมเฉล่ีย 6.00 - 5.00 หมายถึง ดมี าก คะแนนรวมเฉลยี่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ ดี คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 1.00 หมายถึง พอใช้ ดงั นนั้ นักเรียนตอ้ งได้คะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมิน ไม่ตา่ กว่า 2.00 แสดงระดับ คณุ ภาพ ดี ถอื ว่าผา่ นเกณฑก์ ารประเมินในแผนการจดั การเรียนท่ี 19
บนั ทกึ หลังการสอน หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 ไฟฟ้า.... ...... ... ... แผนการสอนเร่ือง 19 ออกแบบวงจรไฟฟา้ ในบ้าน วนั ที่...............................เดือน...............................................................พ.ศ................. 1. สรปุ ผลการเรยี นการสอน 1. นักเรยี นจานวน....................คน ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นร.ู้ ..........คน คดิ เป็นร้อยละ............. ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค.์ ......................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ............. ได้แก่.................................................................................................. 2. สรปุ ผลตามรายจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ( K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 นกั เรยี นมเี จตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ขอ้ เสนอแนะหลงั การจดั การเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ.............................................หัวหน้ากลมุ่ สาระ () () ตาแหนง่ ................................................... ลงชือ่ .............................................ผ้ชู ่วย/รองฯวชิ าการ …………./……………./………… () ลงชอ่ื ............................................ผู้อานวยการ ()
แบบบันทึกการประเมนิ คุณภาพการเรยี นรู้ของนักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน (ว23102) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6 ไฟฟา้ I แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 19 เร่ือง การใชเ้ ครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งประหยดั และปลอดภัย. คาชแ้ี จง: ทาเคร่อื งหมาย ในชอ่ งค่านา้ คะแนนแตล่ ะด้านตามจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยประเมินตามเกณฑ์ (Rubrics Score) เลข ชอ่ื -นามสกลุ / ด้านความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ด้านเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นักเรยี น ค่าน้าหนักคะแนน ค่านา้ หนกั คะแนน คา่ น้าหนักคะแนน ระ ัดบ ุคณภาพ 321 32 1 32 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22
เลข ชื่อ-นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น ค่าน้าหนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่าน้าหนักคะแนน ระดับคุณภาพ 321 32 1 32 1 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ ดมี าก - คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมายถึง ดี - คะแนนรวมเฉลีย่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ พอใช้ - คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมายถึง ต้องได้คะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ ่ากวา่ 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้นึ ไปเทา่ นั้น ถึงจะผ่านการเรยี นรู้ตามตัวชี้วัด ผลการประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียน ผเู้ รยี นท่ี ผ่าน ตวั ชว้ี ดั มีจานวน…………………………คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………………………………….. ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่าน ตวั ชี้วัด มีจานวน…………………………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ……………………………………………….. 1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
สอื่ การเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 19: สื่อวดี ทิ ศั น์ คลิปวดี ที ศั น:์ การใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งปลอดภยั ในบา้ นอยู่อาศยั สือ่ วีดทิ ัศน์เรอ่ื ง การใช้ไฟฟ้าอยา่ งปลอดภัยในบา้ นอยอู่ าศยั อธบิ ายเกีย่ วขอ้ งกับสญั ลกั ษณ์ทแ่ี สดง เพื่อระวังการใช้ชีวติ ประจาวนั แหลง่ ท่มี า: เวบ็ ไซต์อ้างอิง https://www.youtube.com/watch?v=gVpXXdJVbn0 เผยแพร่เมื่อ 25 สงิ หาคม พ.ศ. 2559 (ชอ่ งYouTube: PEA CHANNEL)
ส่อื การเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 19: แผนภาพแสดงผังมโนทศั น์ แสดงแผนภาพแสดงผงั มโนทศั น์ เร่อื งวงจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ย (ทม่ี า: https://www.pea.co.th/)
สือ่ การเรียนรแู้ ผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 19: ใบกจิ กรรมท่ี 6.6 ใบกิจกรรมท่ี 6.6 ใชเ้ ครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าอย่างประหยดั และปลอดภยั ไดอ้ ยา่ งไร หนังสือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 เลม่ 2 ตามหลกั สูตรแกนกลาง การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ หนา้ 112 กิจกรรมท่ี 6.6 ใชเ้ ครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยัดและปลอดภยั ได้อยา่ งไร? จุดประสงค์ 1. วางแผนการใช้เครื่องใชไ้ ฟฟ้าในบ้านอย่างถกู ตอ้ ง ประหยัด และปลอดภัย 2. เปรยี บเทยี บค่าไฟฟ้าก่อนและหลังการปฏบิ ตั ิเพ่อื การประหยัดพลงั งานไฟฟ้า 3. นาเสนอวิธีการใช้เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ อย่างประหยัดและปลอดภัย วสั ดุอุปกรณ์ 1. ใบแจ้งคา่ ไฟฟา้ ก่อนการปฏิบตั ิ 1 ใบ 2. ใบแจ้งคา่ ไฟฟา้ หลงั การปฏิบัติ 1 ใบ วธิ ดี าเนนิ กิจกรรม 1. สงั เกตขอ้ มลู และระบจุ านวนหน่วยของพลงั งานไฟฟ้าท่ีใช้ในเดอื นนน้ั ในใบแจ้ง ค่าไฟฟา้ บนั ทกึ ผล 2. บันทึกข้อมลู เก่ียวกับกาลงั ไฟฟ้าของเคร่อื งใช้ไฟฟา้ ทใี่ ช้ภายในบา้ นของตนเอง และ บันทึกพฤติกรรมจริงในการใช้เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดและระยะเวลาท่ีใช้ เช่น ใชเ้ ตารีดกาลังไฟฟ้า 2,400 วตั ต์รีดผ้าวนั ละ 30 นาที โดยใช้ระดับความร้อนสงู เท่ากัน ทกุ ชน้ิ และพรมน้าทีผ่ ้าก่อนการรีด 3. สบื คน้ วธิ ีการใชเ้ ครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งถูกตอ้ ง ประหยัด และปลอดภยั แลว้ อภปิ ราย รว่ มกันและวางแผนการใช้เครือ่ งใช้ไฟฟา้ ในบา้ นใหถ้ กู ต้อง ประหยัด และปลอดภัย ลงมือปฏิบัติตามทว่ี าแผนไวเ้ ปน็ เวลา 1 เดอื น และสังเกตจานวนหนว่ ยของพลังงาน ไฟฟา้ ในใบแจ้งคา่ ไฟฟ้าทใ่ี ชใ้ นเดือนหลังการปฏิบตั ิ บันทกึ ผล 5. เปรียบเทยี บจานวนหน่วยของพลังงานไฟฟ้าท่ใี ชก้ อ่ นและหลงั การปฏบิ ตั ิ 6. นาเสนอวิธีการใชเ้ คร่อื งใช้ไฟฟา้ ทถ่ี กู ตอ้ ง ประหยัด และปลอดภัย การเตรยี มตัว ครตู ้องแจ้งให้นักเรยี นเตรียมใบแจง้ คา่ ไฟฟ้าของบา้ นตนเองในเดือนก่อนปฏิบตั ิ ล่วงหนา้ สาหรับครู กิจกรรม หรือครอู าจใชใ้ บแจง้ คา่ ไฟฟ้าของโรงเรียนเพ่อื ใหน้ ักเรยี นวางแผนการใช้ เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าของโรงเรียนแทนบ้านตนเอง ข้อเสนอแนะใน • เนื่องจากกจิ กรรมน้ี นกั เรียนต้องปฏิบตั กิ ิจกรรมเปน็ เวลานาน 1 เดอื น ครูสามารถ การทากจิ กรรม เลือกจดั กิจกรรมได้ 2 แนวทาง แนวทางที่ 1 ใหน้ ักเรยี นสบื คน้ ขอ้ มลู เก่ยี วกบั การใชเ้ ครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าอย่างถูกต้อง ประหยดั และปลอดภัย จากนนั้ วางแผนการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟา้ อย่างถูกตอ้ ง ประหยดั และปลอดภัย และปฏิบัติงานตามแผนทวี่ างไว้เปน็ เวลา 1 เดอื น ซง่ึ ในระหว่างท่ี นกั เรยี นปฏบิ ตั ิงานตามแผน ครูสามารถจดั การเรยี นรอู้ น่ื ๆ ได้ แลว้ จัดกจิ กรรมน้ี อกี คร้งั เพอ่ื ให้นกั เรยี นได้เปรยี บเทยี บจานวนหนว่ ยของพลังงานไฟฟา้ กอ่ นและหลังได้
กิจกรรมที่ 6.6 ใช้เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภยั ไดอ้ ยา่ งไร? ขอ้ เสนอแนะใน แนวทางที่ 2 ในระหวา่ งการจัดการเรยี นร้บู ทที่ 1 ปริมาณทางไฟฟ้า มอบหมายให้ การทากิจกรรม นกั เรยี นสบื คน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั การใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งถูกตอ้ ง ประหยดั และ ปลอดภยั ลว่ งหน้า และวางแผนการประหยดั ไฟฟา้ ในบ้านของตนเอง จากน้นั ปฏิบัติ ส่ือการเรียนร/ู้ ตามแผนทวี่ างไว้เป็นเวลา 1 เดอื น เพือ่ เตรยี มสาหรับการทากจิ กรรมที่ 6.6 แหล่งเรียนรู้ • เนือ่ งจากกิจกรรมนี้ต้องใชใ้ บแจ้งคา่ ไฟฟา้ ก่อนและหลังการปฏบิ ตั ิ เพอื่ ใหส้ ามารถ เปรยี บเทียบจานวนหน่วยของพลังงานไฟฟา้ ได้ ครคู วรแนะนาให้นักเรียนปฏบิ ัติ กิจกรรมตามแผนทีว่ างไว้ไปจนกวา่ จะไดร้ ับใบแจง้ ค่าไฟฟ้าในรอบถัดไป • การบนั ทกึ ขอ้ มลู เก่ยี วกบั พฤตกิ รรมการใชเ้ ครอื่ งใช้ไฟฟ้า ครคู วรแนะนาให้นกั เรยี น บันทกึ รายละเอยี ดของพฤติกรรม เช่น วธิ กี ารใชง้ าน ระยะเวลาทใ่ี ช้ เพือ่ เปน็ ข้อมูล ประกอบการวางแผนการใชเ้ คร่อื งใชไ้ ฟฟ้าให้ถูกต้อง ประหยดั และปลอดภยั • การไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าค : วิธีใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยดั https://www.pea.co.th/ • การไฟฟ้าฝา่ ยผลิตแห่งประเทศไทย : รู้ไวใ้ ช่ว่า ไฟฟ้าใกล้ตวั “การใช้ไฟฟ้า อย่างปลอดภัย” https://www.egat.co.th/ คาถามท้ายกิจกรรม 1. เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านชนดิ ใดที่ใช้พลงั งานไฟฟา้ มากท่ีสดุ ทราบไดอ้ ยา่ งไร 2. นักเรียนวางแผนการใชเ้ ครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ในบา้ นใหถ้ ูกตอ้ ง ประหยัด และปลอดภยั อย่างไร 3. จากกิจกรรม สรุปไดว้ า่ อยา่ งไร
ส่ือการเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 19: แบบบันทกึ การคน้ คว้ากจิ กรรมท่ี 6.6 แบบบนั ทกึ การค้นคว้ากิจกรรมที่ 6.6 ใช้เคร่ืองใช้ไฟฟา้ อยา่ งประหยดั และปลอดภยั ได้อย่างไร ชื่อ-นามสกลุ ..........................................................................................ช้ัน.................เลขท่ี...........กล่มุ ท.่ี ........... ตารางบนั ทึกผลการทากจิ กรรม การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การใชเ้ ครือ่ งใชไ้ ฟฟ้า การใช้เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ การใช้เครือ่ งใช้ไฟฟา้ ให้ถูกตอ้ ง ใหป้ ระหยดั ให้ปลอดภยั ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… ………………………………..…… คาถามท้ายกจิ กรรม 1. เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ในบ้านชนิดใดทใี่ ชพ้ ลังงานไฟฟ้ามากทสี่ ดุ ทราบได้อย่างไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. นกั เรยี นวางแผนการใช้เครอื่ งใช้ไฟฟา้ ในบ้านให้ถกู ตอ้ ง ประหยดั และปลอดภยั อยา่ งไร ตอบ ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. จากกิจกรรม สรุปไดว้ ่าอยา่ งไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนบท้ายแผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 19: การใหค้ ะแนนดา้ นกระบวนการ (P) แนวทางบันทกึ การค้นคว้ากจิ กรรมท่ี 6.6 ใช้เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าอยา่ งประหยัดและปลอดภยั ไดอ้ ย่างไร ตารางบันทึกผลการทากจิ กรรม การใช้เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ การใช้เคร่ืองใช้ไฟฟา้ การใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า การใช้เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ใหถ้ กู ต้อง ใหป้ ระหยดั ใหป้ ลอดภยั - ใชเ้ ครอ่ื งใช้ไฟฟ้าท่มี ี ความตา่ งศกั ย์ไฟฟ้าตรง - ใช้เครอื่ งใช้ไฟฟา้ ทีม่ ฉี ลาก - ต่อสายดนิ เม่ือใช้ กับความตา่ งศักย์ไฟฟา้ ของแหล่งกาเนิดไฟฟา้ แสดงประสิทธภิ าพอปุ กรณ์ เครือ่ งใช้ไฟฟ้าทเี่ ปน็ โลหะ หรอื แหล่งจา่ ยไฟฟ้า ไฟฟ้าหรือฉลากประหยัดไฟ - ใชอ้ ปุ กรณไ์ ฟฟา้ หรอื เบอร์ 5 ซง่ึ บอกคุณภาพ เครื่องใชไ้ ฟฟา้ ท่ีผ่าน ในการใชพ้ ลงั งานไฟฟ้า มาตรฐานอตุ สาหกรรม ของเครอื่ งใช้ไฟฟ้า - ศกึ ษาคมู่ อื วิธีการใช้ - เลอื กใช้เครอื่ งใช้ไฟฟ้าท่มี ี เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ และปฏิบัติ กาลังไฟฟา้ เหมาะสมกับ ตามเพอื่ ปอ้ งกันอันตราย การใช้งาน เช่น เลือกใช้ - ไม่เสยี บปล๊กั หรอื เตา้ เสยี บ เคร่อื งปรบั อากาศท่ีมี ของเครื่องใช้ไฟฟ้าทมี่ ี กาลังไฟฟ้านอ้ ย มขี นาดบีทยี ู กาลังไฟฟ้าสูงหลายชนิด เหมาะสมกบั ขนาดของหอ้ ง ท่ีเตา้ รับเพียงอันเดยี ว และติดตัง้ ในตาแหนง่ ท่ี - ใช้สายไฟฟา้ ทม่ี ขี นาด เหมาะสมกับการใชง้ าน เหมาะสมเพือ่ รองรับ เพอ่ื ใหอ้ ากาศเย็นหมุนเวียน ปริมาณกระแสไฟฟ้า ในห้องได้อย่างท่วั ถงึ - ติดตง้ั สวิตช์ตัดไฟอตั โนมตั ิ
แนบท้ายแผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 19: การให้คะแนนด้านความรู้ (K) และดา้ นเจตคติ (A) เฉลยใบกจิ กรรมที่ 6.6 ใชเ้ คร่ืองใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยัดและปลอดภยั ได้อย่างไร เฉลยคาถามท้ายกจิ กรรม 1. เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าในบ้านชนิดใดท่ใี ชพ้ ลงั งานไฟฟ้ามากทีส่ ดุ ทราบไดอ้ ย่างไร แนวคาตอบ เครือ่ งใช้ไฟฟ้าทีใ่ ช้พลังงานไฟฟา้ มากท่ีสดุ พิจารณาได้ 2 กรณี คือ กรณี 1 พิจารณาจากกาลงั ไฟฟา้ ของเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ โดยเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ทม่ี กี าลงั ไฟฟา้ มากจะใช้พลงั งานไฟฟา้ มาก ซง่ึ เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีใหค้ วามรอ้ นและให้พลังงานกลบางชนดิ เปน็ เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ที่ใช้กาลังไฟฟา้ มาก เชน่ เคร่ืองทาน้าอนุ่ ไฟฟา้ มีกาลังไฟฟา้ 2,500-12,000 วัตต์ เตารดี ไฟฟา้ มกี าลงั ไฟฟ้า 750-2,000 วัตต์ เคร่ืองซกั ผ้า มกี าลังไฟฟา้ 3,000 วัตต์ กรณี 2 พิจารณาจากเวลาทีใ่ ชเ้ ครอื่ งใชไ้ ฟฟ้า ถา้ เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ทมี่ กี าลังไฟฟ้าน้อยแตใ่ ชง้ านเป็นระยะเวลานาน เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ นน้ั ก็จะใช้พลงั งานไฟฟา้ มากเช่นกนั 2. นกั เรียนวางแผนการใชเ้ ครอ่ื งใช้ไฟฟ้าในบา้ นใหถ้ กู ต้อง ประหยัด และปลอดภัยอยา่ งไร แนวคาตอบ ข้นึ อยูก่ ับการทากิจกรรมของนักเรียน - การใช้เครอื่ งใช้ไฟฟา้ ใหถ้ ูกต้อง เช่น ใชเ้ คร่อื งใช้ไฟฟา้ ที่มีความต่างศกั ย์ไฟฟา้ ตรงกบั ความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟา้ ของแหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ หรอื แหล่งจ่ายไฟฟา้ - การใช้เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ให้ประหยดั เช่น ใชเ้ ครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ทีม่ ฉี ลากแสดงประสทิ ธิภาพอปุ กรณ์ไฟฟ้าหรอื ฉลากประหยดั ไฟ เบอร์ 5 และเลอื กใช้เคร่อื งใช้ไฟฟา้ ทม่ี กี าลังไฟฟ้าเหมาะสมกับการใช้งานของตนเอง - การใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าให้ปลอดภัย เช่น ต่อสายดินเม่ือใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีเป็นโลหะ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า หรอื เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ทีผ่ า่ นมาตรฐานอุตสาหกรรม และใช้เครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ ใหถ้ ูกต้องตามคมู่ อื การใชง้ าน 3. จากกจิ กรรม สรปุ ได้ว่าอย่างไร แนวคาตอบ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้อง ประหยัด และปลอดภัย ข้ึนอยู่กับการทากิจกรรมของ นกั เรยี น โดยใชเ้ ครื่องใช้ไฟฟ้าให้ถูกตอ้ ง เชน่ ใช้เครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ ที่มคี วามตา่ งศักย์ไฟฟ้าตรงกับความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟา้ ของแหล่งกาเนิดไฟฟ้าหรือแหล่งจ่ายไฟฟ้า การใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าให้ประหยัด เช่น ใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่มีฉลาก แสดงประสิทธิภาพอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือฉลากประหยัดไฟ เบอร์ 5 และเลือกใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีมีกาลังไฟฟ้า เหมาะสมกับการใช้งานของตนเอง ทั้งน้ีเครื่องใชไ้ ฟฟา้ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากพิจารณาจากกาลังไฟฟ้าและเวลาที่ ใช้ ส่วนการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ปลอดภัย เช่น ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม และใชเ้ ครอื่ งใช้ไฟฟ้าให้ถกู ตอ้ งตามคมู่ อื ปฏิบตั ิ และเมอื่ ใช้เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ทเ่ี ป็นโลหะจะต้องตอ่ สายดนิ ในการวาง แผนการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นให้ถูกต้อง ประหยัด และปลอดภัย จะช่วยให้การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามีความ ปลอดภัยแลว้ ยงั ชว่ ยลดการใช้พลงั งานไฟฟ้าภายในบ้านไดใ้ นปริมาณมาก
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 20 เรื่อง ตัวตา้ นทานไฟฟ้า รหัสวิชา ว23102 เวลา 2 ชวั่ โมง รวม 22 ชวั่ โมง หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ ไฟฟา้ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 มาตรฐาน ว 2.3 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระที่ 2 ช่อื สาระ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ัด ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชวี ิตประจาวัน ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณ์ท่ีเกย่ี วข้องกับเสียง แสง และคลื่น แม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมทัง้ นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ตวั ชวี้ ดั ว 2.3 ม.3/6 บรรยายการทางานของช้ินส่วนอิเล็กทรอนกิ สอ์ ยา่ งงา่ ยในวงจรจากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้ 2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด 1) ช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น ตวั ต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ตัวเก็บประจุ โดยชิ้นส่วน แตล่ ะชนิด ทาหน้าท่แี ตกต่างกันเพอื่ ให้วงจรทางานไดต้ ามต้องการ 2) ตัวต้านทานทาหน้าที่ควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า ไดโอดทาหน้าที่ให้กระแสไฟฟ้า ผ่านทางเดียว ทรานซิสเตอร์ทาหน้าท่ีเป็นสวิตช์ปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้าและควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้า ตัวเก็บ ประจุทาหน้าทเ่ี ก็บและคายประจไุ ฟฟ้า 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ นกั เรยี นบรรยายหน้าท่ขี องตวั ต้านทานในวงจรไฟฟ้าได้ 1) ด้านความรู้ (K) นกั เรยี นใชท้ ักษะการสงั เกต โดยการสงั เกตการทางานของตัวตา้ นทาน 2) ด้านทกั ษะ (P) นักเรยี นตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของการใชอ้ ุปกรณก์ ารทากิจกรรมได้ 3) ด้านเจตคติ (A) 4. คุณลักษณะผู้เรยี น ซือ่ สตั ย์สุจรติ มงุ่ มนั่ ในการทางาน 4.1 คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ มีจติ สาธารณะ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มวี นิ ัย รักความเป็นไทย
5. ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ความสามารถในการส่ือสาร: นกั เรยี นสามารถส่อื สาร โดยการนาเสนอข้อมลู จากการสังเกต การ ปฏิบตั ิกิจกรรมการสืบค้นข้อมลู และการอภปิ ราย มาอธิบายเก่ยี วกบั หนา้ ท่ีของช้ินส่วนอิเลก็ ทรอนิกสแ์ ตล่ ะชนิด 6. สาระการเรยี นรู้ ภายในเครื่องใช้ไฟฟ้ามีวงจรไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างก็มีชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์อยู่ใน วงจรไฟฟ้า เพื่อควบคุมการเคล่ือนท่ีของกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า ทาให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทางานได้ตามต้องการ เช่น ตวั ต้านทาน ไดโอด ตัวเก็บประจุ ทรานซสิ เตอร์ ตัวต้านทานเป็นช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ตัวต้านทานคงที่และ ตัวต้านทานแปรค่าได้ ซ่ึงสามารถอ่านค่าความต้านทานไฟฟ้าของตัวต้านทานคงท่ีได้จากแถบสีรอบตัวต้านทาน สว่ นตวั ตา้ นทานแปรค่าได้ จะระบคุ า่ ความต้านทานไฟฟ้าสูงสดุ ไว้บนตวั ต้านทานนั้น ก. ตัวตา้ นทานคงท่ี ข. ตัวต้านทานแปรค่าได้ ภาพแสดง ตัวต้านทาน เมอ่ื ตอ่ ตัวต้านทานเข้าในวงจรไฟฟ้า ปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรจะเปลยี่ นไปเม่ือเทยี บกบั วงจรไฟฟ้า ท่ีไม่ได้ต่อตัวต้านทาน ดังนั้นตัวต้านทาน (resistor) จึงทาหน้าที่ควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจร โดยเม่ือ คา่ ความต้านทานไฟฟ้าสูงขึ้น ปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรจะมีค่าลดลง ตวั ต้านทานเป็นช้ินส่วนอเิ ล็กทรอนิกส์ที่ ไม่มีข้ัว การสลับขาของตัวต้านทานท่ีต่อในวงจรไฟฟ้าไม่มีผลต่อปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า ตัวต้านทาน จะมคี วามต้านทานไฟฟ้า ซง่ึ มีหนว่ ยเป็นโอหม์ () การที่ตัวต้านทานทาหน้าท่ีควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจร จึงสามารถนาตัวต้านทานมาต่อ อนุกรมกับชิ้นส่วนอิล็กทรอนิกส์อื่น เพ่ือป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าท่ีผ่านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีค่ามากเกินไป จนเกดิ ความเสียหายแกช่ ิ้นสว่ นอเิ ลก็ ทรอนิกสน์ ้ัน ๆ ในวงจรไฟฟา้ ได้ ตัวต้านทานคงที่เปน็ ตวั ตา้ นทานท่ีมีค่าความตา้ นทานไฟฟ้าไม่เปล่ียนแปลง การเขียนตวั ต้านทานคงท่ี ในแผนภาพวงจรไฟฟ้าใช้สญั ลักษณใ์ นวงจรคือ ตัวต้านทานแปรค่าได้เป็นตัวต้านทานท่ีค่าความต้านทานไฟฟ้าสามารถปล่ียนแปลงได้ด้วยการหมุน ปุม่ ปรับคา่ เพ่มิ หรอื ลดคา่ ความต้านทานไฟฟ้าทตี่ ้องการ ตัวต้านทานแปรค่าได้ใช้สญั ลักษณ์ในวงจรไฟฟ้าคอื หรือ
ตัวต้านทานแปรค่าได้ประกอบด้วยขา 3 ขา ในการใช้งานตัวต้านทานแบรค่าได้สามารถเปลี่ยนค่า ความต้านทานไฟฟ้าจากค่าต่าสุด คือ 0 โอห์ม ไปยังค่าสูงสุดตามท่ีกาหนดไว้ เช่น ตัวต้านทานแปรค่าได้ขนาด 10 กโิ ลโอหม์ จะสามารถเปลีย่ นค่าจาก 0 โอห์ม ถึง 10 กโิ ลโอห์มไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่อื ง ภาพแสดง ขาของตัวต้านทานแปรค่าได้ ตัวต้านทานแปรค่าได้สมารถนามาใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าในลักษณะเป็นปุ่มหมุนเพ่ือ ปรับลดหรือเพ่ิมความต้านทานไฟฟ้า เช่น ปุ่มปรับความดังของเสียงในครื่องเสียง ปุ่มปรับระดับความร้อนของ เตารดี ปมุ่ ปรบั ความสว่างในวงจรหรี่ไฟ (dimmer) 7. กจิ กรรมการเรียนรู้ ใชร้ ูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชวั่ โมง; 120นาท)ี ขั้นท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (20 นาท)ี 1) ให้นกั เรียนสังเกตภาพนาเรอื่ ง หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ม.3 เล่ม2 สสวท. หน้า 116) หรอื ใชส้ ่อื วดี ทิ ศั น์ (https://www.youtube.com/watch?v=yTGSy-79eHc) รว่ มกบั การนาเสนอภาพนาเร่ือง จากนน้ั ใหน้ กั เรียนอา่ นเนอ้ื หานาเร่อื ง และรว่ มกันอภปิ รายโดยใช้คาถามตอ่ ไปนี้ - องค์การบริหารการบนิ และอวกาศแห่งชาตหิ รอื นาซาพัฒนาหุ่นยนตม์ าเพอ่ื ช่วยปฏบิ ัตภิ ารกจิ บนดาวอังคารห่นุ ยนตด์ ังกล่าวมีชอ่ื ว่าอะไร (หนุ่ ยนต์ R5 หรือเรยี กชอ่ื อีกอยา่ งว่า Valkyrie) - ห่นุ ยนต์ R5 มลี ักษณะพเิ ศษอยา่ งไร (หุน่ ยนต์ R5 มีลกั ษณะพิเศษ คอื สามารถเคลอ่ื นไหวได้ อย่างอสิ ระคล้ายมนุษย์ โดยใช้เซน็ เซอร์ควบคมุ การเคล่ือนไหวกว่า 200 จุดทั่วร่างกาย) - หุ่นยนต์ R5 มคี วามสามารถดา้ นใดบ้าง (หนุ่ ยนต์ R5 มีความสามารถในการตดั สินใจเรอ่ื ง ตา่ ง ๆ ดว้ ยตนเองเนือ่ งจากมีระบบปญั ญาประดิษฐ์ มคี วามสามารถในการซอ่ มแซมอปุ กรณ์ที่เสียหายและ บรรเทาภัยพิบัตเิ นอ่ื งจากมีระบบปฏบิ ัติการเม่ือเกดิ เหตุฉกุ เฉิน และมคี วามสามารถในการสารวจเนื่องจากมี ระบบการสารวจในพ้นื ที่ที่ยากต่อการเข้าถงึ ) - นกั เรยี นคิดวา่ ภายในหนุ่ ยนต์ R5 มวี งจรไฟฟ้าหรอื ไม่ อยา่ งไร (ห่นุ ยนต์ R5 มวี งจรไฟฟา้ ท่ี ซับซ้อนอยู่ภายในซง่ึ ประกอบด้วยสว่ นรบั คาสั่ง สว่ นปฏบิ ตั กิ าร และสว่ นแสดงผลท่ีทางานสมั พนั ธก์ ันเปน็ ระบบ) - นกั เรยี นคิดวา่ ภายในวงจรไฟฟา้ ของหนุ่ ยนต์ R5 จะมกี ารใชง้ านชน้ิ สว่ นอเิ ล็กทรอนกิ ส์หรือไม่ หากมีชน้ิ ส่วนอเิ ลก็ ทรอนกิ สจ์ ะมหี น้าท่อี ย่างไร (นักเรียนตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง)
2) ให้นักเรียนทากิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ช้ันม.3 เล่ม2 สสวท. หน้า 117) จานวน 2 ข้อ (เฉลยแนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้) เกี่ยวกับ วงจรไฟฟ้าและการต่อวงจรไฟฟ้า โดยวิเคราะห์ความต่างศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า และการต่อ หลอดไฟฟา้ ใหส้ ว่าง แล้วร่วมกันอภิปรายเพ่ือใหไ้ ดค้ าตอบท่ีถูกตอ้ ง 3) ครูตรวจสอบการทากิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน ถ้าไม่ถูกต้องให้แก้ไขความเข้าใจ คลาดเคลื่อนของนักเรียน ความรู้พ้ืนฐานเรื่องส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าท่ีถูกต้องและเพียงพอที่จะเรียนเร่ือง อเิ ล็กทรอนกิ สต์ ่อไป 4) กระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยครูใช้ส่ือวีดิทัศน์เก่ียวกับวงจรไฟกะพริบ (https://youtu.be/GK3cb85k8S0) หรืออาจใชส้ อ่ื จริงให้นกั เรยี นดู และรว่ มกันอภปิ รายโดยใชค้ าถาม เชน่ - วงจรไฟฟ้าท่ีเห็นประกอบด้วยอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ถา่ นไฟฉาย สายไฟฟ้าหลอดไฟฟา้ และช้นิ ส่วนอน่ื ๆ) - วงจรไฟฟา้ น้ที างานอย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง) - วงจรไฟฟ้าน้ีแตกต่างจากวงจรไฟฟา้ ท่ีนักเรียนเคยต่อมาแล้วอย่างไร (นักเรียนตอบตามความ เขา้ ใจของตนเอง) - ส่วนประกอบใดในวงจรไฟฟ้าทาให้หลอดไฟฟ้าสว่างสลับกัน (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ ของตนเอง) 5) ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาในหนังสือเรียนหน้า 118 จากนั้นครูนาเสนอช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และร่วมกนั อภิปราย เพ่ือใหไ้ ด้ข้อสรุปว่า ช้ินสว่ นอิเล็กทรอนกิ ส์พ้นื ฐานทีส่ าคัญ เชน่ ตัวตา้ นทาน ไอโอด ตัวเก็บ ประจุ และทรานซิสเตอร์ เป็นชนิ้ สว่ นท่มี หี นา้ ทคี่ วบคุมการเคลื่อนทขี่ องกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ ขนั้ ที่ 2 ขั้นสารวจและค้นหา (Exploration) (40 นาท)ี 6) ครเู ชอื่ มโยงเขา้ สกู่ จิ กรรมที่ 6.7 ตวั ตา้ นทานมหี นา้ ทีอ่ ะไร โดยใช้คาถามว่า นกั เรยี นคิดวา่ ตัวต้านทานทาหนา้ ทค่ี วบคมุ กระแสไฟฟา้ อยา่ งไรหรอื ทาหน้าที่อะไรในวงจรไฟฟา้ (นกั เรียนตอบตามความเข้าใจ ของตนเอง) 7) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา พ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 119 และครูตรวจสอบความ เข้าใจการอา่ น โดยใช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี ตอนท่ี 1 ตัวต้านทานคงที่ - กิจกรรมนีเ้ ก่ยี วกบั เรอ่ื งอะไร (หนา้ ทีข่ องตัวต้านทานคงที่ในวงจรไฟฟ้า) - กจิ กรรมนี้มีจดุ ประสงคอ์ ะไร (สังเกตและบรรยายหน้าท่ขี องตวั ต้านทานคงท่ใี นวงจรไฟฟา้ )
- วิธีดาเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (ต่อสวิตช์ สายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า และ แอมมิเตอร์เข้ากับถ่านไฟฉายแบบอนุกรม สังเกตรูปร่างลักษณะของตัวต้านทานคงท่ีแล้วต่อแทรกในวงจรไฟฟ้า แบบอนุกรม สลับขาของตัวต้านทานคงท่ีเพ่ือตรวจสอบข้ัว เปลี่ยนตัวต้านทานคงท่ีมีค่าความต้านทานไฟฟ้า เพิ่มขน้ึ ) - นกั เรยี นต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมลู อะไรบา้ ง (นักเรียนต้องสังเกตและบันทึกข้อมลู เก่ียวกบั การเปลยี่ นแปลงของหลอดไฟฟ้าและปรมิ าณกระแสไฟฟ้าเม่อื ไมต่ ่อตวั ต้านทานคงทแ่ี ละเม่อื ต่อตวั ตา้ นทานคงท่ี) - ข้อควรระวังในการทากิจกรรมมีอะไรบ้าง (เม่ืออ่านค่ากระแสไฟฟ้าและสังเกตความ เปลี่ยนแปลงของหลอดไฟฟ้าแล้วต้องยกสวิตช์ขึ้นทุกคร้ังทันทีเพ่ือไม่ให้มีกระแสไฟฟ้าในวงจรเป็นเวลานาน ซ่ึงจะทาใหอ้ ุปกรณไ์ ฟฟ้าและช้นิ สว่ นอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ กดิ ความรอ้ นสูงหรือเกดิ ความเสยี หาย) 8) ขณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรม ครูเดินสังเกตการทากิจกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม และให้คาแนะนา หากนักเรียนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้า การใช้งานแอมมิเตอร์ และการอ่าน ค่ากระแสไฟฟ้าของนักเรียน ซ่ึงครูควรรวบรวมปัญหา และข้อสงสัยที่พบจากการทากิจกรรมของนักเรียนเพื่อใช้ เปน็ ขอ้ มูลประกอบการอภิปรายหลงั จากการทากิจกรรม 9) นักเรียนบันทึกการทากิจกรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมท่ี 6.7 ตัวต้านทานมี หน้าที่อะไร โดยสรุปผลของกิจกรรมและตอบคาถามท้ายกิจกรรม เพ่ือให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า เมอื่ ตอ่ ตวั ต้านทานคงที่แบบอนกุ รมในวงจรไฟฟ้าทาใหค้ วามสว่างของหลอดไฟฟ้าลดลงและปรมิ าณกระแสไฟฟ้า ในวงจรมคี า่ ลดลง การสลับขาของตวั ต้านทานคงทไ่ี ม่มีผลต่อความสวา่ งของหลอดไฟฟ้าและปริมาณกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้า และเม่อื เพมิ่ ค่าความต้านทานไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ ใหม้ ากขน้ึ กระแสไฟฟ้าจะย่งิ มีค่าลดลง 10) ครูนาเข้าสู่กิจกรรมที่ 6.7 ตอนท่ี 2 ตัวต้านทานแปรค่าได้ โดยใช้คาถามว่านักเรียนคิดว่า ตัวตา้ นทานแปรค่าได้จะทาหน้าทเ่ี หมอื นกบั ตัวตา้ นทานคงท่ีหรอื ไม่ อยา่ งไร 11) นักเรียนอ่านช่ือกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 119 และครูตรวจสอบความ เข้าใจการอา่ น โดยใชค้ าถามดังตอ่ ไปน้ี ตอนที่ 2 ตัวต้านทานแปรค่าได้ - กิจกรรมน้เี กย่ี วกับเรือ่ งอะไร (หน้าทขี่ องตวั ตา้ นทานแปรคา่ ไดใ้ นวงจรไฟฟา้ ) - กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (สังเกตและบรรยายหน้าท่ีของตัวต้านทานแปรค่าได้ใน วงจรไฟฟา้ ) - วิธีดาเนินกิจกรรมมีข้ันตอนโดยสรุปอย่างไร (ต่อสวิตช์ สายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า และ แอมมิเตอร์เข้ากับถ่านไฟฉายแบบอนุกรม สังเกตรูปร่างลักษณะของตัวต้านทานแปรค่าได้แล้วต่อแทรกใน วงจรไฟฟ้า หมุนปุม่ ปรับค่าของตวั ตา้ นทานไปช้า ๆ และหมุนกลับช้า ๆ จากน้ันย้ายสายไฟฟา้ ท่ีตอ่ กับขาริมขวา ไปตอ่ ท่ขี ารมิ ซ้ายของตัวต้านทานแปรคา่ ได้ แล้วหมุนปรบั คา่ ซ้า)
- นกั เรยี นต้องสังเกตหรอื รวบรวมข้อมูลอะไรบา้ ง (นกั เรียนตอ้ งสังเกตและบันทึกข้อมูลเก่ียวกบั การเปล่ยี นแปลงของหลอดไฟฟา้ และปรมิ าณกระแสไฟฟ้า) - ข้อควรระวังในการทากิจกรรมมีอะไรบ้าง (เม่ืออ่านค่ากระแสไฟฟ้าและสังเกตความ เปลี่ยนแปลงของหลอดไฟฟ้า แล้วต้องยกสวิตช์ขึ้นทุกคร้ังทันทีเพื่อไม่ให้มีกระแสไฟฟ้าในวงจรเป็นเวลานาน ซ่ึงจะทาให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกิดความร้อนสูงหรือเกิดความเสียหาย และระวังไม่ให้ลวด ตัวนาของสายไฟฟ้าท่ีตอ่ กับขาของตัวตา้ นทานแปรคา่ ไดแ้ ตะกนั เพราะจะทาให้เกิดไฟฟา้ ลดั วงจร) ขน้ั ท่ี 3 ข้นั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (20 นาท)ี 12) ขณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรม โดยครูสังเกตการต่อวงจรไฟฟ้า การใช้งาน แอมมิเตอร์ และการอ่านค่ากระแสไฟฟ้าของนักเรียน ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม และให้คาแนะนา หากนักเรียนมี ข้อสงสัยครูควรรวบรวมปญั หา และข้อสงสัยที่พบจากการทากิจกรรมของนักเรียนเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการ อภปิ รายหลงั จากการทากิจกรรม ข้ันที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที) 13) ให้นักเรียนนาเสนอผลการทากิจกรรม ตอบคาถามท้ายกิจกรรม และร่วมกันอภิปราย สรุปผลของกิจกรรมโดยใช้คาถามท้ายกิจกรรมเป็นแนวทาง เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า เมื่อต่อตัว ต้านทานแปรค่าได้แบบอนุกรมในวงจรไฟฟ้า การหมุนปุ่มปรับค่าทาให้สามารถปรับค่าความต้านทานไฟฟ้าใน วงจรให้เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามความต้องการได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าค่าความต้านทานไฟฟ้ามีค่ามากขึ้น จะทาให้ หลอดไฟฟ้าสว่างลดลง ปริมาณกระแสไฟฟ้าจะมีค่าน้อยลง แต่ถ้าหมุนปุ่มปรับไปในทิศทางตรงกันข้ามค่าความ ต้านทานไฟฟา้ จะมีค่าน้อยลง หลอดไฟฟา้ จะสวา่ งมากขึ้นและปรมิ าณกระแสไฟฟ้ากจ็ ะมคี ่ามากขนึ้ ข้นั ที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (20 นาที) 14) ครูและนักเรียนอภิปรายผลการทากิจกรรมท่ี 6.7 หน้าท่ีของตวั ต้านทานในวงจรไฟฟ้าเป็น อยา่ งไร จะได้ข้อสรปุ ว่า - ตัวต้านทานทาหน้าที่ควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า โดยถ้าความต้านทานไฟฟ้ามี คา่ มากข้ึน ปรมิ าณกระแสไฟฟ้าจะมคี า่ น้อยลง - ตัวต้านทานทาหน้าท่ีควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ตวั ตา้ นทานคงท่แี ละตวั ตา้ นทานแปรค่าได้ ซ่ึงความต้านทานไฟฟ้ามหี นว่ ยเป็นโอหม์ การเขยี นตัวต้านทานคงทใ่ี น แผนภาพ ใช้สญั ลักษณ์คอื และตวั ตา้ นทานแปรค่าไดใ้ ชส้ ัญลกั ษณ์คือ หรอื 15) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์ การประเมิน (Rubrics Score) 8. ส่ือการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 8.1 อุปกรณท์ ากิจกรรม: จานวน 10 รายการ ดงั แสดงแนบไว้ในใบกจิ กรรมท่ี 6.7 8.2 คลปิ วดี ทิ ศั น:์ Meet R5: Valkyrie (https://www.youtube.com/watch?v=yTGSy-79eHc) 8.3 ใบกิจกรรม: ใบกจิ กรรมท่ี 6.7 ตัวตา้ นทานมีหนา้ ท่อี ะไร
8.4 แบบบนั ทกึ กจิ กรรม: แบบบันทึกการคน้ คว้ากิจกรรมท่ี 6.7 ตวั ตา้ นทานมีหนา้ ทอี่ ะไร 8.5 แหล่งเรยี นรู้: หนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 เลม่ 2 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ 9. การวัดและการประเมนิ ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ วิธีการวดั เครือ่ งมือวัด เกณฑ์ทใี่ ชใ้ นการประเมิน - คาถามท้ายกจิ กรรมที่ 6.7 - ไดไ้ ม่น้อยกว่า 2 คะแนน 1. บรรยายหนา้ ทข่ี องตัว - ตรวจการตอบคาถาม ตัวต้านทานมีหนา้ ที่อะไร ระดบั คุณภาพดี ถอื ว่าผา่ น ต้านทานในวงจรไฟฟ้าได้ ทา้ ยกิจกรรมที่ 6.7 จานวน 8 ข้อ การประเมนิ ด้านความรู้ - แบบบนั ทึกการคน้ ควา้ - ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน (ดา้ นความรู้: K) กิจกรรมท่ี 6.7 ระดับคณุ ภาพดี ถือวา่ ตวั ตา้ นทานมีหนา้ ทอ่ี ะไร ผ่านการประเมนิ 2. การใช้ทักษะสงั เกต โดย - ตรวจการทาแบบ ด้านกระบวนการ - เกณฑ์การประเมนิ การใช้ การสังเกตการณท์ างานของ บนั ทึกการค้นคว้า งานอุปกรณ์ในกิจกรรม - ได้ไมน่ อ้ ยกวา่ 2 คะแนน ของนกั เรยี น ระดบั คณุ ภาพดี ถอื วา่ ชิ้นส่วนอิเลก็ ทรอนกิ ส์ กิจกรรมท่ี 6.7 ผ่านการประเมิน ด้านเจตคติ (ตวั ตา้ นทาน) (ดา้ นกระบวนการ: P) 3. ตระหนักถงึ ความสาคญั - สงั เกตการใช้งาน ของการใช้อปุ กรณ์ อุปกรณ์ในกจิ กรรม การทากิจกรรมได้ ของนักเรียน (ด้านเจตคต:ิ A) 9.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลนกั เรียน เกณฑก์ ารประเมนิ (Rubrics Score) ประเดน็ การประเมิน คา่ นา้ หนัก แนวทางการใหค้ ะแนน คะแนน การใหค้ ะแนนตอบ 3 ตอบคาถามท้ายกจิ กรรมที่ 6.7 ถูกต้อง จานวน 6-8 ขอ้ คาถามท้าย 2 ตอบคาถามท้ายกจิ กรรมที่ 6.7 ถกู ตอ้ ง จานวน 3-5 ขอ้ กจิ กรรมที่ 6.7 1 ตอบคาถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 6.7 ถูกต้อง จานวน 1-2 ข้อ หรอื ไม่ถูกตอ้ ง การให้คะแนนการบันทึก บันทึกผลการทากจิ กรรม จากการสังเกตการทางานของชิ้นสว่ น แบบบนั ทึกการค้นคว้า 3 อเิ ล็กทรอนิกสต์ ามความเป็นจรงิ โดยไม่เพม่ิ ความคิดเหน็ สว่ นตวั และ กิจกรรมที่ 6.7 สอดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรยี นรทู้ ่ีถกู ต้อง ชดั เจน 2 บันทึกผลการทากิจกรรม จากการสงั เกตการทางานของชน้ิ ส่วน อเิ ล็กทรอนกิ สต์ ามความเปน็ จรงิ แต่ไมส่ อดคล้องกับจุดประสงค์การเรยี นรู้ 1 บันทกึ ผลการทากิจกรรม จากการสงั เกตการทางานของชน้ิ ส่วน อเิ ล็กทรอนกิ สไ์ ม่ถกู ตอ้ งและไม่สอดคล้องกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ประเดน็ การประเมนิ คา่ นา้ หนัก แนวทางการให้คะแนน คะแนน การให้คะแนน ใช้งานอปุ กรณก์ ารทดลองในกจิ กรรมได้ถูกวธิ ี หยบิ เคลือ่ นยา้ ยอุปกรณ์ การใชง้ านอุปกรณ์ 3 อยา่ งระมดั ระวงั ไม่หยอกล้อหรอื แกล้งเพอ่ื นขณะกาลงั ใชง้ านอปุ กรณ์ และหลังการใช้งานอปุ กรณม์ ีการเก็บรักษาอยา่ งถกู วธิ ี ในกิจกรรม 2 ใชง้ านอปุ กรณก์ ารทดลองในกจิ กรรมได้ถูกวธิ ี หยบิ เคลอื่ นยา้ ยอปุ กรณ์ อย่างระมัดระวงั ไมห่ ยอกล้อหรอื แกล้งเพื่อนขณะกาลงั ใช้งานอปุ กรณ์ 1 แต่หลังการใช้งานอุปกรณไ์ ม่มีการเกบ็ รักษาอยา่ งถูกวธิ ี หรอื ไม่เก็บอุปกรณ์ เข้าตู้เก็บอุปกรณต์ ามประเภทของอปุ กรณ์ ใชง้ านอุปกรณ์การทดลองในกจิ กรรมได้ แตข่ ณะหยบิ เคลอ่ื นยา้ ยอุปกรณ์ หรอื กาลงั ใช้งานอุปกรณ์ จะหยอกล้อหรอื แกลง้ เพ่อื น อาจทาให้อุปกรณ์ เสียหายได้ และหลงั การใชง้ านอุปกรณ์ไมม่ กี ารเก็บรกั ษาอย่างถูกวิธี 9.2 ระดับคณุ ภาพ คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมายถึง ดมี าก คะแนนรวมเฉลย่ี 4.00 - 3.00 หมายถงึ ดี คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมายถงึ พอใช้ ดงั น้นั นักเรียนต้องได้คะแนนเฉลี่ยทกุ ประเด็นการประเมนิ ไม่ตา่ กว่า 2.00 แสดงระดบั คุณภาพ ดี ถอื ว่าผ่านเกณฑก์ ารประเมินในแผนการจัดการเรยี นท่ี 20
บนั ทึกหลงั การสอน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 ไฟฟา้ .... ...... ... ... แผนการสอนเร่ือง 20 ตวั ตา้ นทานไฟฟา้ วันที่...............................เดอื น...............................................................พ.ศ................. 1. สรุปผลการเรยี นการสอน 1. นักเรยี นจานวน....................คน ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ ..........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ............. ไม่ผา่ นจุดประสงค.์ ......................คน คดิ เปน็ ร้อยละ............. ได้แก่.................................................................................................. 2. สรปุ ผลตามรายจดุ ประสงค์การเรียนรู้ 2.1 นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจ ( K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 นกั เรยี นมเี จตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะหลังการจัดการเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ............................................ครผู ูส้ อน ลงชือ่ .............................................หวั หนา้ กลุ่มสาระ () () ตาแหน่ง................................................... ลงช่อื .............................................ผู้ช่วย/รองฯวิชาการ …………./……………./………… () ลงช่ือ............................................ผ้อู านวยการ ()
แบบบันทึกการประเมนิ คุณภาพการเรียนรขู้ องนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 รายวิชาวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน (ว23102) หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 6 ไฟฟา้ I แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 20 เร่ือง ตวั ต้านทานไฟฟา้ . คาช้แี จง: ทาเครื่องหมาย ในชอ่ งคา่ น้าคะแนนแตล่ ะด้านตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้ โดยประเมินตามเกณฑ์ (Rubrics Score) เลข ช่อื -นามสกลุ / ด้านความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ด้านเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น คา่ น้าหนักคะแนน คา่ นา้ หนกั คะแนน คา่ น้าหนกั คะแนน ระ ัดบ ุคณภาพ 321 32 1 32 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22
เลข ชื่อ-นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น ค่าน้าหนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่าน้าหนักคะแนน ระดับคุณภาพ 321 32 1 32 1 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ ดมี าก - คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมายถึง ดี - คะแนนรวมเฉลีย่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ พอใช้ - คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมายถึง ต้องได้คะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ ่ากวา่ 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้นึ ไปเทา่ นนั้ ถึงจะผ่านการเรยี นรู้ตามตัวชี้วัด ผลการประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียน ผเู้ รยี นท่ี ผ่าน ตวั ชว้ี ดั มีจานวน…………………………คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………………………………….. ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่าน ตวั ชี้วัด มีจานวน…………………………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ……………………………………………….. 1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
สอื่ การเรยี นรแู้ ผนการจดั การเรียนรู้ที่ 20: สอื่ วดี ทิ ัศน์ คลปิ วีดที ัศน:์ Meet R5: Valkyrie ส่ือวีดิทัศน์เรื่อง หุ่นยนต์ R5 หรือเรียกช่ืออีกอย่างว่า Valkyrie อธิบายเก่ียวข้องกับหุ่นยนต์ R5 มี ลักษณะพิเศษ คือสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระคล้ายมนุษย์ โดยใช้เซ็นเซอร์ควบคุมการเคล่ือนไหวกว่า 200 จดุ ท่วั ร่างกาย แหล่งที่มา: เว็บไซตอ์ ้างองิ https://www.youtube.com/watch?v=yTGSy-79eHc เผยแพรเ่ มื่อ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (ช่องYouTube: NASA Johnson)
ส่อื การเรียนรแู้ ผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 20: ใบกจิ กรรมที่ 6.7 ใบกิจกรรมที่ 6.7 ตัวตา้ นทานมหี นา้ ท่ีอะไร หนังสือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 เลม่ 2 ตามหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ หนา้ 119 กิจกรรมท่ี 6.7 ตวั ตา้ นทานมหี น้าทีอ่ ะไร? จดุ ประสงค์ วัสดอุ ุปกรณ์ สงั เกตและบรรยายหนา้ ที่ของตัวต้านทานในวงจรไฟฟา้ วิธดี าเนนิ กจิ กรรม วสั ดุทีใ่ ชต้ อ่ กลุ่ม 1. แอมมเิ ตอร์ 1 เครอ่ื ง 2. สายไฟฟา้ 5 เส้น 3. ถา่ นไฟฉายขนาด 1.5 V 4 กอ้ น 4. กระบะถา่ นแบบ 4 ก้อน 1 อัน 5. สวติ ช์แบบโยก 1 อัน 6. หลอดไฟฟา้ ขนาด 6 V พรอ้ มฐาน 1 ชดุ 7. ตัวต้านทานคงทข่ี นาด 10 Ω 1 อนั 8. ตวั ต้านทานคงทข่ี นาด 30 Ω 1 อนั 9. ตัวต้านทานคงท่ีขนาด 100 Ω 1 อัน 10. ตวั ตา้ นทานแปรค่าไดข้ นาด 1 kΩ 1 อนั ตอนที่ 1 ตวั ตา้ นทานคงที่ 1. ต่อวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยถ่านไฟฉาย 4 ก้อน สวิตช์ สายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า และแอมมิเตอร์ ดังภาพ กดสวิตช์ลงเพ่ือให้วงจรปิด สังเกตการเปลี่ยนแปลงของ หลอดไฟฟ้า อา่ นค่ากระแสไฟฟา้ บันทึกผล แล้วยกสวิตชข์ ึ้น 2. สังเกตรปู รา่ งลักษณะของตัวต้านทานคงท่แี ละบนั ทึกผล 3. ต่อตัวตา้ นทานคงท่ีขนาด 10 โอหม์ เขา้ ในวงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม ดงั ภาพ กดสวติ ซ์ ลงเพอื่ ใหว้ งจรปดิ สงั เกตการเปล่ียนแปลงของหลอดไฟฟ้า อ่านคา่ กระแสไฟฟา้ บนั ทึกผลแล้วยกสวติ ชข์ น้ึ ภาพการจัดอุปกรณ์ในกิจกรรม
กิจกรรมท่ี 6.7 ตัวตา้ นทานมหี น้าที่อะไร? 4. ทาซา้ ในขอ้ 2 แต่สลบั ขาตวั ต้านทานคงท่ี สังเกตการเปลย่ี นแปลงของหลอดไฟฟ้า อ่านคา่ กระแสไฟฟ้า บนั ทกึ ผล 5. ทาซ้าในข้อ 2 โดยเปลย่ี นตวั ต้านทานคงทเี่ ปน็ ขนาด 30 โอห์ม และ 100 โอห์ม ตามลาดับ สงั เกตการเปล่ียนแปลงของหลอดไฟฟ้า อ่านค่ากระแสไฟฟ้า บันทึกผล ตอนที่ 2 ตัวต้านทานแปรค่าได้ 1. ต่อวงจรไฟฟ้าท่ีประกอบดว้ ยถา่ นไฟฉาย 4 กอ้ น สวติ ช์ สายไฟฟา้ หลอดไฟฟ้า และแอมมเิ ตอร์ ดงั ภาพ กดสวิตซ์ลงเพอ่ื ให้วงจรปิด สังเกตการเปลย่ี นแปลง ของหลอดไฟฟา้ อา่ นค่ากระแสไฟฟ้า บันทึกผล แล้วยกสวติ ช์ขึน้ 2. สังเกตรูปรา่ งลักษณะของตัวต้านทานแปรค่าได้และบนั ทึกผล 3. ตอ่ ตัวตา้ นทานแปรคา่ ไดข้ นาด 1 กโิ ลโอหม์ เขา้ ในวงจรไฟฟ้า โดยตอ่ สายไฟฟ้าเข้า กบั ขาตรงกลางและสายไฟฟ้าอีกสายหน่งึ ต่อเขา้ กับขารมิ ขวาของตวั ต้านทานแปรค่าได้ ดังภาพ กดสวิตซ์ลง เพ่ือให้วงจรปดิ สงั เกตการเปล่ียนแปลงของหลอดไฟฟา้ อ่านคา่ กระแสไฟฟ้า บันทึกผล แลว้ ยกสวิตช์ขึ้น ภาพการจัดอปุ กรณใ์ นกจิ กรรม การเตรียมตวั ตอนท่ี 1 ตวั ตา้ นทานคงท่ี ล่วงหนา้ สาหรับครู • ครูควรตรวจสอบอปุ กรณไ์ ฟฟ้าและชิน้ สว่ นอิเลก็ ทรอนิกส์ใหอ้ ยู่ในสภาพพรอ้ มใชง้ าน • ครคู วรทดลองต่อวงจรไฟฟ้าก่อนจัดกิจกรรม เพอื่ ตรวจสอบว่าวงจรไฟฟา้ ท่ีใชใ้ น กจิ กรรมตอ่ อย่างไรและวงจรไฟฟา้ ทางานได้ตามตอ้ งการหรอื ไม่ ตอนท่ี 2 ตัวต้านทานแปรค่าได้ • ครคู วรตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและชิน้ สว่ นอิเล็กทรอนกิ สใ์ ห้อยูใ่ นสภาพพร้อมใชง้ าน • ครคู วรทดลองตอ่ วงจรไฟฟา้ กอ่ นจัดกจิ กรรม เพ่ือตรวจสอบว่าวงจรไฟฟ้าท่ใี ช้ใน กจิ กรรมต่ออยา่ งไรและวงจรไฟฟ้าทางานได้ตามตอ้ งการหรอื ไม่
กิจกรรมท่ี 6.7 ตวั ต้านทานมหี นา้ ทีอ่ ะไร? ขอ้ ควรระวัง ตอนท่ี 1 ตัวต้านทานคงที่ • ครคู วรยา้ เตอื นนักเรยี นเมื่ออ่านคา่ กระแสไฟฟ้าและสังเกตการเปลยี่ นแปลงของ ขอ้ เสนอแนะใน หลอดไฟฟ้า แล้วต้องยกสวติ ช์ขึน้ ทกุ ครัง้ ทนั ทีเพื่อไม่ให้มกี ระแสไฟฟา้ ในวงจรเปน็ การทากิจกรรม เวลานาน เพราะจะทาให้อปุ กรณ์ไฟฟา้ และชิน้ สว่ นอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ กดิ ความร้อนสูง ซง่ึ อาจทาใหเ้ สียหายได้ ตอนที่ 2 ตวั ต้านทานแปรค่าได้ • ครูควรย้าเตอื นนกั เรยี นเมื่ออ่านคา่ กระแสไฟฟ้าและสงั เกตความเปลี่ยนแปลงของ หลอดไฟฟ้าแลว้ ต้องยกสวิตช์ขึ้นทกุ ครัง้ ทนั ทีเพอ่ื ไมใ่ ห้มีกระแสไฟฟา้ ในวงจรเปน็ เวลานาน เพราะจะทาให้อปุ กรณ์ไฟฟ้าและชน้ิ ส่วนอิเลก็ ทรอนิกส์เกิดความร้อนสงู ซึง่ อาจทาใหเ้ สยี หายได้ • เนอ่ื งจากขาของตัวตา้ นทานแปรคา่ ไดอ้ ยู่ชิดกนั ครคู วรย้าเตือนให้นกั เรยี นระวัง ไม่ให้ลวดตัวนาหรอื ปากหนีบของสายไฟฟ้าทตี่ อ่ กับขาของตัวต้านทานแปรค่าได้ แตะกัน เพราะจะทาใหเ้ กิดไฟฟ้าลดั วงจร ตอนท่ี 1 ตวั ตา้ นทานคงที่ • หากครูไม่สามารถจัดหากระบะถ่านแบบ 4 ก้อน ครสู ามารถใช้กระบะถา่ นแบบ 2 ก้อน จานวน 2 อนั มาตอ่ แบบอนุกรมแทนกระบะถ่านแบบ 4 ก้อนได้ • หากครไู ม่สามารถจดั หาตวั ต้านทานขนาด 30 โอห์ม ครสู ามารถใชต้ วั ต้านทาน ขนาด 10 โอหม์ จานวน 3 อนั มาต่อแบบอนุกรม หรือใช้ตัวตา้ นทานขนาด 20 โอหม์ จานวน 1 อนั และ 10 โอหม์ จานวน 1 อันมาตอ่ แบบอนุกรมแทนตวั ต้านทานขนาด 30 โอห์มได้ ตอนท่ี 2 ตวั ตา้ นทานแปรค่าได้ • หากครูไม่สามารถจัดหากระบะถา่ นแบบ 4 กอ้ น ครูสามารถใชก้ ระบะถา่ นแบบ 2 ก้อน จานวน 2 อนั มาต่อแบบอนุกรมแทนกระบะถา่ นแบบ 4 กอ้ นได้ • หากครูไมส่ ามารถจดั หาตัวต้านทานแปรคา่ ไดต้ ามขนาด 1 กิโลโอห์ม ครสู ามารถใช้ ตัวตา้ นทานแปรคา่ ไดท้ ี่มขี นาดใกล้เคียงกบั ขนาดของตวั ต้านทานแปรคา่ ได้ทีก่ าหนด แทนได้ เช่น ใชต้ วั ตา้ นทานแปรคา่ ได้ขนาด 500 โอห์ม อยา่ งไรกต็ าม ครูไมค่ วรใช้ ตัวต้านทานแปรคา่ ได้ทม่ี ขี นาดสงู กว่าขนาด 1 กิโลโอห์ม เพราะจะทาใหส้ งั เกต ความสว่างของหลอดไฟฟ้าไมไ่ ดเ้ นื่องจากกระแสไฟฟา้ ในวงจรมีคา่ น้อยเกินไป • ครอู าจแนะนาให้นักเรยี นใชเ้ บรดบอร์ดชว่ ยในการตอ่ ตัวต้านทานแปรคา่ ได้ ซึง่ เบรดบอรด์ มกี ารต่อเชื่อมตาแหน่งตา่ ง ๆ บนบอร์ด ดงั ภาพ
คาถามท้ายกิจกรรม ตอนท่ี 1 ตัวตา้ นทานคงท่ี 1. วงจรไฟฟา้ ทไ่ี มม่ ตี ัวต้านทานคงท่แี ละวงจรไฟฟา้ ท่มี ีตัวตา้ นทานคงที่ เม่อื ต่อครบวงจร ผลทเ่ี กดิ ขนึ้ แตกตา่ งกันอย่างไร 2. การสลับขาตวั ต้านทานคงทีม่ ีผลตอ่ วงจรไฟฟา้ หรอื ไม่ อยา่ งไร 3. เมื่อเปลี่ยนตัวตา้ นทานคงท่ีทีม่ ีขนาดความต้านทานไฟฟา้ เพมิ่ ขนึ้ มีผลตอ่ วงจรไฟฟ้าอยา่ งไร 4. กจิ กรรมตอนท่ี 1 สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร ตอนที่ 2 ตัวต้านทานแปรค่าได้ 1. การหมนุ ปมุ่ ปรับคา่ ของตัวต้านทานแปรคา่ ได้ไปด้านหนงึ่ มผี ลต่อความต้านทานไฟฟ้าหรอื ไม่ ทราบไดอ้ ย่างไร 2. การหมนุ ปมุ่ ปรับคา่ ของตัวต้านทานแปรคา่ ไดใ้ นทิศทางตรงกนั ขา้ ม ทาให้ความตา้ นทานไฟฟา้ มกี ารเปลยี่ นแปลงต่างจากข้อ 1 หรอื ไม่ ทราบไดอ้ ย่างไร 3. จากกิจกรรมตอนที่ 2 สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร 4. จากกจิ กรรมทง้ั 2 ตอน สรปุ ได้ว่าอยา่ งไร
ส่ือการเรียนรแู้ ผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 20: แบบบนั ทึกการคน้ ควา้ กิจกรรมท่ี 6.7 แบบบันทกึ การค้นควา้ กจิ กรรมท่ี 6.7 ตัวต้านทานมีหนา้ ท่ีอะไร ชื่อ-นามสกลุ ..........................................................................................ชัน้ .................เลขท่ี...........กลมุ่ ท.่ี ........... ตารางบนั ทกึ ผลการทากิจกรรม ตอนท่ี 1 ตัวต้านทานคงท่ี ตารางแสดง การเปล่ียนแปลงของหลอดไฟฟ้าและปรมิ าณกระแสไฟฟ้าเมือ่ ตอ่ ตัวต้านทานในวงจรไฟฟา้ ความตา้ นทานไฟฟ้าของ การเปลยี่ นแปลงของหลอดไฟฟ้า ปรมิ าณกระแสไฟฟา้ (A) ตัวตา้ นทานในวงจรไฟฟา้ (Ω) - 10 โอห์ม 10 โอห์ม (สลับขา) 30 โอห์ม 100 โอหม์ ตารางบันทกึ ผลการทากจิ กรรม ตอนท่ี 2 ตัวต้านทานแปรคา่ ได้ ตารางแสดง การเปลี่ยนแปลงของหลอดไฟฟา้ และปริมาณกระแสไฟฟา้ เม่ือหมนุ ปมุ่ ปรับคา่ ของ ตวั ต้านทานแปรค่าได้ การตอ่ ตัวตา้ นทาน ลกั ษณะการหมุน การเปลย่ี นแปลง ปรมิ าณกระแสไฟฟ้า แปรค่าได้ใน ของหลอดไฟฟ้า วงจรไฟฟา้ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ตอ่ ขากลาง ............................................ ............................................ ............................................ และขาริมซ้าย ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ต่อขากลาง ............................................ ............................................ ............................................ และขาริมขวา ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................ ............................................
แนบท้ายแผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 20: การให้คะแนนดา้ นกระบวนการ (P) แนวทางบนั ทกึ การคน้ คว้ากจิ กรรมท่ี 6.7 ตัวต้านทานมหี น้าทอี่ ะไร ตารางบันทึกผลการทากจิ กรรม ตอนท่ี 1 ตัวตา้ นทานคงท่ี ตารางแสดง การเปลีย่ นแปลงของหลอดไฟฟ้าและปริมาณกระแสไฟฟา้ เมือ่ ตอ่ ตวั ตา้ นทานในวงจรไฟฟา้ ความตา้ นทานไฟฟ้าของ การเปล่ยี นแปลงของหลอดไฟฟ้า ปรมิ าณกระแสไฟฟ้า (A) ตัวตา้ นทานในวงจรไฟฟา้ (Ω) สว่าง 0.47 - สว่างลดลง 0.30 สว่างเท่ากับเมือ่ ไมไ่ ดส้ ลับขา 0.30 10 โอหม์ สวา่ งลดลงมาก 0.16 10 โอหม์ (สลับขา) ไม่สวา่ ง 0.06 30 โอห์ม 100 โอห์ม ตารางบนั ทึกผลการทากจิ กรรม ตอนท่ี 2 ตวั ตา้ นทานแปรคา่ ได้ ตารางแสดง การเปลี่ยนแปลงของหลอดไฟฟ้าและปรมิ าณกระแสไฟฟา้ เม่ือหมนุ ปมุ่ ปรบั คา่ ของ ตวั ต้านทานแปรค่าได้ การต่อตัวตา้ นทาน ลกั ษณะการหมุน การเปลีย่ นแปลง ปรมิ าณกระแสไฟฟา้ แปรคา่ ได้ใน ของหลอดไฟฟา้ คา่ กระแสไฟฟา้ ลดลง วงจรไฟฟา้ หมนุ ไปทีละนอ้ ยจนสดุ คา่ กระแสไฟฟา้ เพิ่มขึ้น หลอดไฟฟา้ สว่างลดลง ต่อขากลาง หมุนกลับทลี ะนอ้ ย จนไม่สว่าง ค่ากระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และขารมิ ซ้าย จนสุด หลอดไฟฟา้ จากไม่สวา่ ง คา่ กระแสไฟฟา้ ลดลง ตอ่ ขากลาง หมุนไปทลี ะนอ้ ยจนสุด มคี วามสว่างเพิ่มขน้ึ และขารมิ ขวา จนสวา่ งมาก หมนุ กลับทลี ะนอ้ ย จนสดุ หลอดไฟฟ้าจากไม่สว่าง มคี วามสวา่ งเพิ่มขน้ึ จนสวา่ งมาก หลอดไฟฟา้ สว่างลดลง จนไม่สวา่ ง
แนบท้ายแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 20: การใหค้ ะแนนด้านความรู้ (K) เฉลยใบกิจกรรมท่ี 6.7 ตวั ตา้ นทานมีหน้าท่อี ะไร เฉลยคาถามท้ายกจิ กรรม ตอนที่ 1 ตวั ต้านทานคงที่ 1. วงจรไฟฟ้าทไ่ี ม่มตี ัวต้านทานคงทแ่ี ละวงจรไฟฟา้ ทีม่ ตี วั ต้านทานคงที่ เม่ือตอ่ ครบวงจร ผลทเ่ี กิดขนึ้ แตกตา่ งกัน อย่างไร แนวคาตอบ วงจรไฟฟ้าทม่ี ตี วั ตา้ นทานคงทมี่ ปี รมิ าณกระแสไฟฟา้ นอ้ ยกวา่ และหลอดไฟฟ้าสว่างลดลง กวา่ วงจรไฟฟ้าทีไ่ มม่ ตี วั ต้านทานคงที่ 2. การสลับขาตัวตา้ นทานคงที่มผี ลต่อวงจรไฟฟ้าหรอื ไม่ อยา่ งไร แนวคาตอบ การสลบั ขาตัวตา้ นทานคงทไี่ มม่ ีผลต่อวงจรไฟฟา้ เนอ่ื งจากเมื่อสลับขาของตัวต้านทานคงท่ี ปริมาณกระแสไฟฟ้าและความสว่างของหลอดไฟฟา้ เหมอื นกับเมอ่ื ไม่สลบั ขาของตัวต้านทานคงที่ 3. เม่อื เปลีย่ นตวั ต้านทานคงที่ท่ีมีขนาดความตา้ นทานไฟฟา้ เพม่ิ ขนึ้ มีผลตอ่ วงจรไฟฟ้าอยา่ งไร แนวคาตอบ เมื่อเปลีย่ นตวั ต้านทานคงทท่ี ี่มขี นาดความตา้ นทานไฟฟา้ เพิม่ ขนึ้ มผี ลตอ่ วงจรไฟฟ้า โดยปริมาณกระแสไฟฟา้ ในวงจรมคี า่ ลดลงและหลอดไฟฟ้ามคี วามสวา่ งลดลง 4. กจิ กรรมตอนท่ี 1 สรปุ ได้วา่ อยา่ งไร แนวคาตอบ เมอ่ื ต่อตัวต้านทานคงทีแ่ บบอนกุ รมในวงจรไฟฟา้ ทาใหป้ รมิ าณกระแสไฟฟา้ ในวงจรมี คา่ ลดลงและความสว่างของหลอดไฟฟ้าลดลง การสลบั ขาของตัวตา้ นทานคงที่ไมม่ ผี ลต่อปริมาณกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ และความสวา่ งของหลอดไฟฟ้า
แนบทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20: การใหค้ ะแนนด้านความรู้ (K) เฉลยใบกิจกรรมท่ี 6.7 ตวั ตา้ นทานมหี น้าทอ่ี ะไร เฉลยคาถามท้ายกจิ กรรม ตอนท่ี 2 ตวั ต้านทานแปรคา่ ได้ 1. การหมนุ ปมุ่ ปรบั ค่าของตวั ต้านทานแปรคา่ ไดไ้ ปด้านหนง่ึ มผี ลตอ่ ความต้านทานไฟฟา้ หรือไม่ ทราบได้ อยา่ งไร แนวคาตอบ การหมนุ ปมุ่ ปรบั ค่าของตวั ต้านทานแปรค่าไดไ้ ปด้านหน่งึ มผี ลตอ่ ความตา้ นทานไฟฟา้ โดยทาให้ความตา้ นทานไฟฟ้ามีการเปล่ยี นแปลง สังเกตได้จากการเปลยี่ นแปลงของปรมิ าณกระแสไฟฟ้าและ ความสว่างของหลอดไฟฟา้ เช่น ปริมาณกระแสไฟฟา้ ลดลงและหลอดไฟฟ้ามีความสวา่ งลดลง 2. การหมนุ ปุ่มปรบั ค่าของตัวตา้ นทานแปรคา่ ได้ในทศิ ทางตรงกนั ข้าม ทาใหค้ วามตา้ นทานไฟฟ้ามีการ เปลี่ยนแปลงต่างจากข้อ 1 หรือไม่ ทราบไดอ้ ยา่ งไร แนวคาตอบ เมื่อหมุนปุ่มปรับค่าของตัวต้านทานแปรค่าได้ในทิศทางตรงกันข้าม ความต้านทานไฟฟ้ามี การเปลี่ยนแปลงต่างกับข้อ 1 โดยเปลี่ยนแบบตรงกันข้าม สังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงของปริมาณ กระแสไฟฟ้าและความสว่างของหลอดไฟฟ้า เช่น ปริมาณกระแสไฟฟ้าเพิ่มข้ึนและหลอดไฟฟ้ามีความสว่าง เพม่ิ ข้ึน 3. จากกิจกรรมตอนที่ 2 สรปุ ได้วา่ อย่างไร แนวคาตอบ เม่ือหมุนปุ่มปรับค่าความต้านทานไฟฟ้าของตัวต้านทานแปรค่าได้ท่ีต่อแบบอนุกรมใน วงจรไฟฟ้า ทาให้สามารถปรับค่าความต้านทานไฟฟ้าในวงจรให้เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามความต้องการได้อย่าง ต่อเน่ือง ถ้าค่าความต้านทานไฟฟ้ามีค่ามากขึ้น จะทาให้หลอดไฟฟ้าสว่างลดลง ปริมาณกระแสไฟฟ้าจะมีค่า น้อยลง แต่ถ้าหมุนปุ่มปรับค่าไปในทิศทางตรงกันข้าม ค่าความต้านทานไฟฟ้ามีค่าน้อยลง หลอดไฟฟ้าจะสว่าง มากขึ้นและปริมาณกระแสไฟฟ้ากจ็ ะมคี ่ามากขึ้น 4. จากกิจกรรมทั้ง 2 ตอน สรปุ ได้วา่ อยา่ งไร แนวคาตอบ ตวั ตา้ นทานทาหน้าที่ควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจร โดยเมื่อค่าความต้านทานไฟฟ้า มากข้นึ ปริมาณกระแสไฟฟ้าจะน้อยลง
แนบท้ายแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 20: เฉลยกิจกรรมทบทวนความรกู้ อ่ นเรยี น เฉลยกิจกรรมทบทวนความรู้กอ่ นเรยี น จานวน 2 ข้อ หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล่ม2 สสวท. หน้า 117 1. เขียนเคร่อื งหมาย หน้าขอ้ ความทถ่ี กู ต้อง และเขียนเครอ่ื งหมาย × หน้าข้อความทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง 1.1 วงจรไฟฟา้ ประกอบดว้ ยถา่ นไฟฉายและหลอดไฟฟา้ ท่เี หมือนกนั 3 ดวง คือ a b และ c เมือ่ หลอดไฟฟา้ b ขาด ถ้าวดั ค่าความตา่ ง ศักย์ไฟฟ้าคร่อมหลอดไฟฟ้า a และหลอดไฟฟา้ c คา่ ความต่าง ศกั ย์ไฟฟา้ ทวี่ ัดไดแ้ ตกตา่ งกัน ไมถ่ กู ต้อง เพราะหลอดไฟฟ้าท้งั 3 ดวงท่เี หมอื นกนั จะมีความ ต้านทานไฟฟา้ เทา่ กนั เม่อื หลอดไฟฟา้ b ขาด จะเสมอื นหลอดไฟฟา้ a และ c ตอ่ อนกุ รมกัน กระแสไฟฟา้ เคลือ่ นท่ีผา่ นจะเทา่ กนั และจากความสมั พนั ธ์ V = IR เม่ือค่าความต้านทานไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ ของหลอดไฟฟ้า a และ c เทา่ กัน ทาใหค้ า่ ความต่างศักย์ไฟฟ้าทวี่ ดั คร่อม หลอดไฟฟ้า a และ c เทา่ กนั 1.2 จากวงจรไฟฟา้ ข้อ 1.1 ถา้ หลอดไฟฟา้ c ขาด เมอ่ื วดั ค่ากระแสไฟฟา้ ทเ่ี คล่อื นท่ผี า่ นหลอดไฟฟ้า a และหลอดไฟฟ้า b ค่ากระแสไฟฟ้าท่ีวัดได้มีค่าเปน็ ศูนย์ ถูกตอ้ ง เพราะหลอดไฟฟา้ c ตอ่ เขา้ กับหลอดไฟฟา้ a และ b แบบอนุกรม ถ้าหลอดไฟฟา้ c ขาดก็จะทาใหว้ งจรไฟฟา้ เปน็ วงจรเปิด ไม่มกี ระแสไฟฟ้าในวงจร จงึ ไมม่ ีกระแสไฟฟ้าผา่ น หลอดไฟฟา้ a และ b 2. เขียนเครื่องหมาย หน้าวงจรไฟฟ้าท่ีทาให้หลอดไฟฟา้ สว่าง และเขยี นเคร่ืองหมาย × หน้าวงจรไฟฟา้ ทที่ าใหห้ ลอดไฟฟา้ ไมส่ วา่ ง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 21 เรื่อง ไดโอด รหัสวชิ า ว23102 เวลา 2 ช่วั โมง รวม 22 ชวั่ โมง หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 6 ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ ไฟฟา้ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 มาตรฐาน ว 2.3 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระท่ี 2 ชอ่ื สาระ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชีวติ ประจาวนั ธรรมชาติของคลน่ื ปรากฏการณ์ท่ีเก่ียวข้องกับเสียง แสง และคล่ืน แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมทง้ั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตวั ชีว้ ดั ว 2.3 ม.3/6 บรรยายการทางานของชน้ิ สว่ นอเิ ล็กทรอนิกส์อย่างง่ายในวงจรจากข้อมูลท่รี วบรวมได้ 2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด 1) ชิน้ ส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น ตัวต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ตัวเก็บประจุ โดยช้ินส่วน แตล่ ะชนดิ ทาหนา้ ที่แตกต่างกันเพอื่ ใหว้ งจรทางานได้ตามต้องการ 2) ตัวต้านทานทาหน้าท่ีควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า ไดโอดทาหน้าท่ีให้กระแสไฟฟ้า ผ่านทางเดียว ทรานซิสเตอร์ทาหน้าที่เป็นสวิตช์ปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้าและควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้า ตัวเก็บ ประจทุ าหน้าทเ่ี ก็บและคายประจไุ ฟฟา้ 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ นกั เรยี นบรรยายหนา้ ทข่ี องไดโอดในวงจรไฟฟ้าได้ 1) ดา้ นความรู้ (K) นกั เรยี นใชท้ ักษะการสังเกต โดยการสงั เกตการทางานของไดโอด 2) ดา้ นทกั ษะ (P) นกั เรียนตระหนักถึงความสาคัญของการใช้อปุ กรณก์ ารทากิจกรรมได้ 3) ดา้ นเจตคติ (A) 4. คณุ ลักษณะผ้เู รยี น ซือ่ สตั ย์สจุ รติ มุ่งมนั่ ในการทางาน 4.1 คุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ มีจติ สาธารณะ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มวี นิ ยั รักความเปน็ ไทย
5. ด้านสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน ความสามารถในการส่อื สาร: นกั เรยี นสามารถสื่อสาร โดยการนาเสนอข้อมูลจากการสงั เกต การ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการสืบค้นข้อมลู และการอภิปราย มาอธิบายเกย่ี วกบั หนา้ ทขี่ องชน้ิ สว่ นอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ์ ตล่ ะชนดิ 6. สาระการเรียนรู้ เมื่อให้กระแสไฟฟ้าผ่านไดโอดในทิศทางหนึ่ง กระแสไฟฟ้าสามารถผ่านได้ แต่เมื่อสลับขาของไดโอด กระแสไฟฟ้าจะไมส่ ามารถผ่านไดโอดนนั้ ได้ ดงั น้ัน ไดโอด (diode) จงึ ทาหนา้ ที่ให้กระแสไฟฟ้าผา่ นไดท้ างเดยี ว ไดโอดทามาจากสารกึ่งตัวนา มีรูปร่างหลายลักษณะ ไดโอดเป็น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขั้ว ซ่ึงทาให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทางเดียว โดย กระแสไฟฟ้าจะผ่านได้เมื่อต่อขั้วบวกของไดโอดเข้าทางข้ัวบวกของแหล่งกาเนิด ไฟฟ้า ซึ่งมีศักย์ไฟฟ้าสูง และต่อข้ัวลบของไดโอดเข้าทางขั้วลบของแหล่งกาเนิด ไฟฟ้าซ่ึงมีศักย์ไฟฟ้าต่าโดยขั้วบวกของไดโอดเรียกว่า ขั้วแอโนด (anode) และ ข้ัวลบของไดโอดเรียกวา่ ข้ัวแคโทด (Cathode) ทั้งนสี้ ังเกตข้ัวของไดโอดไดจ้ าก แถบคาดสีท่ีปลายหนึ่งซึ่งแสดงขาลบ และขาด้านตรงข้ามคือขาบวก สัญลักษณ์ ภาพแสดง สัญลกั ษณแ์ ละ ของไดโอดในวงจรไฟฟ้าคือ ซึ่งจะใช้ลูกศรสามเหล่ียม เพื่อแสดง ระบุขาของไดโอด ทิศทางของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านไดโอด โดยกระแสไฟฟ้าจะเคล่ือนที่จาก ขัว้ แอโนดไปยังขั้วแคโทด ดงั ภาพ การใช้งานไดโอดจึงตอ้ งตอ่ ข้ัวใหถ้ กู ตอ้ งตาม นอกจากน้ียังมีไดโอดที่สว่างได้เม่ือมีกระแสไฟฟ้าผ่าน เรียกว่า ไดโอดเปล่งแสง (light emitting diode : LED) ใช้สัญลักษณ์ในวงจรไฟฟ้า คือ โดยขั้วของไดโอดเปล่งแสง พิจารณาจากความยาวของขาหรือ ขอบท่ีมีรอยบาก ดังภาพ 6.34 ขายาวเป็นขาบวกที่ต่อจากขั้วบวกหรือ ขั้วแอโนด และขาสั้นซ่ึงอยู่ด้านเดียวกับขอบบากเป็นขาลบท่ีต่อจากข้ัวลบหรือ ภาพแสดง การระบุขาของ ขั้วแคโทด ทั้งน้ีการใช้งานไดโอดและไดโอดเปล่งแสงจะต้องใช้กับความต่าง ไดโอดเปล่งแสง ศกั ย์ไฟฟา้ ทเ่ี หมาะสม ไคโอดเปล่งแสงสามารถนาไปใช้บอกสถานะการทางานของเคร่ืองใช้ไฟฟ้าและใช้เป็นตัวแสดงผลด้วย เช่น แสดงสถานะการเปิดหรือปิดของคอมพิวเตอร์ ใช้แสดงข้อความหรือสัญลักษณ์ในป้ายโฆษณาและป้ายแสดง ข้อมลู ต่าง ๆ ไคโอดเป็นช้ินส่วนอิเลก็ ทรอนิกส์ ทท่ี าหนา้ ทีใ่ ห้กระแสไฟฟ้าเคล่อื นทผี่ า่ นทางเดยี ว ใช้สญั ลกั ษณ์ในวงจร ส่วนไคโอดที่ใหแ้ สงสว่างออกมาเม่ือมกี ระแสไฟฟา้ เคล่อื นท่ีผา่ น เรยี กว่า ไดโอดเปลง่ แสง ใชส้ ญั ลักษณ์ ในวงจรคอื
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ใช้รปู แบบการจัดการเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชั่วโมง; 120นาท)ี ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี 1) ครเู ชื่อมโยงไปสูก่ ิจกรรมที่ 6.8 ไดโอดมหี นา้ ท่อี ะไร โดยใชค้ าถามว่า นกั เรยี นคิดวา่ เราจะ กาหนดให้มกี ระแสไฟฟา้ ผ่านหรอื ไม่ผา่ นอปุ กรณไ์ ฟฟ้าใดอุปกรณไ์ ฟฟ้าหน่งึ ในวงจรไฟฟา้ นอกจากสวิตช์แล้วยงั มี ชิน้ ส่วนอเิ ล็กทรอนิกสใ์ ดท่ีทาหนา้ ท่นี ี้ในวงจรไฟฟา้ (นกั เรียนตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง) ข้นั ที่ 2 ขัน้ สารวจและค้นหา (Exploration) (50 นาท)ี 2) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 127 และครูตรวจสอบความ เข้าใจการอ่าน โดยใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้ ตอนที่ 1 ไดโอด - กจิ กรรมนีเ้ กีย่ วกบั เร่อื งอะไร (หน้าทข่ี องไดโอดในวงจรไฟฟ้า) - กิจกรรมนี้มจี ดุ ประสงคอ์ ะไร (สงั เกตและบรรยายการทางานของไดโอดในวงจรไฟฟา้ ) - วิธีดาเนินกิจกรรมมีข้ันตอนโดยสรุปอย่างไร (ต่อสวิตช์ สายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า และ ตัวต้านทานคงที่เข้ากับถ่านไฟฉายแบบอนุกรม สังเกตรูปร่างลักษณะของไดโอดแล้วต่อแทรกในวงจรไฟฟ้า สลับขา ของไดโอดเพ่อื ตรวจสอบขวั้ วาดภาพวงจรไฟฟ้าเม่ือตอ่ ไดโอดแล้วทาใหห้ ลอดไฟฟ้าสวา่ ง) - นักเรยี นต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมลู อะไรบา้ ง (นักเรียนตอ้ งสังเกตและบันทึกข้อมลู เก่ียวกบั การเปลี่ยนแปลงความสว่างของหลอดไฟฟ้า รูปร่างลักษณะของไดโอด การต่อไดโอดในวงจรไฟฟ้าทั้งวงจรที่ หลอดไฟฟ้าสว่างและไมส่ วา่ ง) - ขอ้ ควรระวงั ในการทากิจกรรมมีอะไรบา้ ง (เมือ่ อา่ นคา่ กระแสไฟฟา้ และสงั เกตความเปลยี่ นแปลง ของหลอดไฟฟ้าแล้วต้องยกสวิตช์ข้ึนทุกครั้งทันทีเพ่ือไม่ให้มีกระแสไฟฟ้าในวงจรเป็นเวลานาน ซึ่งจะทาให้ อุปกรณ์ไฟฟ้าและช้ินสว่ นอเิ ล็กทรอนกิ ส์เกดิ ความรอ้ นสูงหรอื เกิดความเสียหาย) 3) ให้นักเรียนวางแผนการทางานเพื่อต่อวงจรไฟฟ้า โดยครูสังเกตการต่อวงจรไฟฟ้าของ นักเรียน หากนักเรียนมีข้อสงสัย ครูควรรวบรวมข้อมูลเหล่าน้ันเพื่อใชป้ ระกอบการอภิปรายหลังการทากิจกรรม และยา้ เตอื นขอ้ ควรระวงั ในการทากิจกรรมแกน่ ักเรยี น 4) ให้นักเรียนนาเสนอผลการทากิจกรรม ตอบคาถามท้ายกิจกรรม และร่วมกันอภิปราย สรปุ ผลของกิจกรรมโดยใชค้ าถามท้ายกจิ กรรมเป็นแนวทาง เพื่อให้ไดข้ อ้ สรปุ จากกิจกรรมวา่ การตอ่ ไดโอดแบบ อนุกรมในวงจรไฟฟ้าจะทาให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้หรือมีกระแสไฟฟ้าในวงจร เมื่อต่อขาท่ีมีแถบคาดสีเข้ากับดา้ น ท่ีต่อกับข้ัวลบของถ่านไฟฉายและต่อขาที่เหลือของไดโอดเข้ากับด้านที่ต่อกับข้ัวบวกของถ่านไฟฉาย ถ้าต่อสลับ ขาจะไมม่ กี ระแสไฟฟา้ ในวงจร 5) นาเข้าสู่กิจกรรมท่ี 6.8 ตอนที่ 2 ไดโอดเปล่งแสง โดยอาจใช้คาถามว่า นอกจากไดโอดที่ นักเรียนใช้งานอยู่ยังมีไดโอดอีกแบบ เม่ือกระแสไฟฟ้าเคล่ือนที่ผ่านไดโอดจะเปล่งแสงออกมา เรียกว่า
ไดโอดเปล่งแสง นักเรียนคิดว่าไดโอดเปล่งแสงจะทาหน้าที่ต่างจากไดโอดหรือไม่ และไดโอดเปล่งแสงควบคุม กระแสไฟฟ้าอยา่ งไร 6) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา พ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 128 และครูตรวจสอบความ เขา้ ใจการอ่าน โดยใชค้ าถามดังต่อไปน้ี ตอนท่ี 2 ไดโอดเปลง่ แสง - กจิ กรรมน้ีเกีย่ วกบั เร่อื งอะไร (หน้าท่ขี องไดโอดเปลง่ แสงในวงจรไฟฟ้า) - กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (สังเกตและบรรยายการทางานของไดโอดเปล่งแสงใน วงจรไฟฟ้า) - วิธีดาเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (ต่อสวิตช์ สายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า และ ตัวต้านทานคงที่เข้ากับถ่านไฟฉายแบบอนุกรม สังเกตรูปร่างลักษณะและความยาวของขาไดโอดเปล่งแสงแล้ว ต่อแทรกเขา้ ในวงจรไฟฟ้าสลับขาของไดโอดเปล่งแสงเพอื่ ตรวจสอบขวั้ ) - นักเรยี นต้องสังเกตหรอื รวบรวมข้อมูลอะไรบา้ ง (นกั เรียนต้องสังเกตและบนั ทกึ ข้อมลู เก่ียวกบั การเปล่ียนแปลงของหลอดไฟฟ้า การเปล่ียนแปลงของไดโอดเปล่งแสง รูปร่างลักษณะของไดโอดเปล่งแสง การตอ่ ไดโอดเปลง่ แสงในวงจรไฟฟา้ ท้งั วงจรทไี่ ดโอดเปล่งแสงและหลอดไฟฟ้าสวา่ งและไม่สวา่ ง) - ข้อควรระวังในการทากิจกรรมมีอะไรบ้าง (เม่ืออ่านค่ากระแสไฟฟ้าและสังเกตความ เปลี่ยนแปลงของหลอดไฟฟ้าแล้วต้องยกสวิตช์ขึ้นทุกครั้งทันทีเพื่อไม่ให้มีกระแสไฟฟ้าในวงจรเป็นเวลานาน ซึ่งจะทาใหอ้ ปุ กรณแ์ ละชิน้ ส่วนอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ กดิ ความร้อนสูงหรอื เกดิ ความเสยี หาย) ขนั้ ที่ 3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) (20 นาท)ี 7) ขณะท่ีนักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรม โดยครูสังเกตการต่อวงจรไฟฟ้าของนักเรียนแต่ละ กลุ่ม และให้คาแนะนา หากนักเรียนมีข้อสงสัยครูควรรวบรวมปัญหา และข้อสงสัยที่พบจากการทากิจกรรม ของนักเรยี น เพอื่ ใช้เปน็ ขอ้ มูลประกอบการอภิปรายหลังจากการทากจิ กรรม ข้นั ที่ 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที) 8) ให้นักเรียนนาเสนอผลการทากิจกรรม ตอบคาถามท้ายกิจกรรม และร่วมกันอภิปราย สรุปผลของกิจกรรมโดยใช้คาถามท้ายกิจกรรมเป็นแนวทาง เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า การต่อ ไดโอดเปล่งแสงแบบอนุกรมในวงจรไฟฟ้าจะทาให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้หรือมีกระแสไฟฟ้าในวงจรเมื่อต่อขาสั้น ของไดโอดเปล่งแสงซึ่งขอบจะมีรอยบาก เข้ากับด้านที่ต่อกับข้ัวลบของถ่านไฟฉาย และต่อขายาวของ ไดโอดเปล่งแสงเข้ากบั ด้านทต่ี ่อกับขว้ั บวกของถา่ นไฟฉาย ถ้าตอ่ สลับขาจะไม่มีกระแสไฟฟา้ ในวงจร ขั้นท่ี 5 ข้นั ประเมนิ (Evaluation) (20 นาที) 9) ครแู ละนกั เรยี นอภิปรายผลการทากิจกรรมท่ี 6.8 หน้าท่ขี องไดโอดในวงจรไฟฟ้าเปน็ อย่างไร จะได้ข้อสรุปว่า
- ไดโอดเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ท่ีให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทางเดียว ซึ่งการต่อไดโอดเข้าใน วงจรไฟฟ้าต้องต่อขั้วหรือขาของไดโอดให้ถูกต้องกับขั้วของแหล่งกาเนิดไฟฟ้า ถ้าสลับขาของไดโอดแล้ว วงจรไฟฟา้ จะไมท่ างาน - ไดโอด ทาหน้าท่ีให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทางเดียวซึ่งเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ท่ีมีข้ัว โดยข้ัวบวกเรยี กวา่ ขวั้ แอโนด และขวั้ ลบเรยี กว่าข้ัวแคโทด การเขยี นไดโอดในแผนภาพใชส้ ญั ลกั ษณ์คอื ส่วนไดโอดที่สว่างเม่ือมีกระแสไฟฟ้าเคล่ือนท่ีผ่าน เรียกว่า ไดโอดเปล่งแสง โดยข้ัวของไดโอดเปล่งแสงพิจารณา จากความยาวของขาและขอบบาก ซ่ึงขาสั้นท่ีอยู่ด้านเดียวกับขอบบากคือขั้วลบขาตรงกันข้ามคือข้ัวบวก ไดโอดเปล่งแสงใช้สัญลักษณ์คือ ในการใช้งานไดโอดและไดโอดเปล่งแสงต้องต่อข้ัวให้ถูกต้อง คือ ต่อขั้วบวกของไดโอดเข้ากับขั้วบวกของแหล่งกาเนิดไฟฟ้าและต่อขั้วลบของไดโอดเข้ากับข้ัวลบของแหล่งกาเนิด ไฟฟา้ 10) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์ การประเมนิ (Rubrics Score) 8. ส่ือการเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้ 8.1 อุปกรณท์ ากิจกรรม: จานวน 8 รายการ ดงั แสดงแนบไวใ้ นใบกิจกรรมท่ี 6.8 8.2 ใบกิจกรรม: ใบกิจกรรมที่ 6.8 ไดโอดมหี น้าทอ่ี ะไร 8.3 แบบบนั ทกึ กิจกรรม: แบบบนั ทกึ การคน้ คว้ากิจกรรมท่ี 6.8 ไดโอดมีหนา้ ทีอ่ ะไร 8.4 แหล่งเรยี นรู:้ หนงั สือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 เลม่ 2 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 9. การวัดและการประเมิน ตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู้ วธิ กี ารวดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑท์ ี่ใชใ้ นการประเมิน 1. บรรยายหนา้ ทขี่ องไดโอด - ตรวจการตอบคาถาม - คาถามทา้ ยกจิ กรรมท่ี 6.8 - ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน ในวงจรไฟฟา้ ได้ ท้ายกิจกรรมที่ 6.8 ไดโอดมหี นา้ ท่อี ะไร ระดับคณุ ภาพดี ถือวา่ ผ่าน (ด้านความรู้: K) จานวน 8 ข้อ การประเมนิ ด้านความรู้ 2. การใช้ทกั ษะสงั เกต โดย - ตรวจการทาแบบ - แบบบนั ทกึ การค้นควา้ - ไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ 2 คะแนน การสงั เกตการณท์ างานของ บนั ทึกการค้นคว้า กจิ กรรมที่ 6.8 ระดบั คุณภาพดี ถอื ว่าผ่าน ช้นิ ส่วนอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ กิจกรรมท่ี 6.8 ไดโอดมีหนา้ ทอ่ี ะไร ประเมนิ ด้านกระบวนการ (ไดโอด) (ดา้ นกระบวนการ: P) 3. ตระหนักถงึ ความสาคญั - สงั เกตการใชง้ าน - เกณฑ์การประเมินการใช้ - ไดไ้ มน่ ้อยกว่า 2 คะแนน ของการใช้อปุ กรณ์การทา อุปกรณใ์ นกิจกรรม งานอุปกรณ์ในกิจกรรม ระดับคณุ ภาพดี ถอื วา่ ผา่ น กจิ กรรมได้ (ดา้ นเจตคติ: A) ของนกั เรียน ของนกั เรยี น การประเมนิ ดา้ นเจตคติ
9.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลนกั เรยี น เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score) ประเดน็ การประเมนิ ค่านา้ หนัก แนวทางการให้คะแนน คะแนน การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคาถามทา้ ยกิจกรรมที่ 6.8 ถกู ตอ้ ง จานวน 6-8 ข้อ คาถามทา้ ย 2 ตอบคาถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 6.8 ถกู ต้อง จานวน 3-5 ข้อ กิจกรรมท่ี 6.8 1 ตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรมท่ี 6.8 ถูกต้อง จานวน 1-2 ข้อ หรอื ไม่ถกู ต้อง การให้คะแนนการบนั ทกึ บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม จากการสงั เกตการทางานของชน้ิ ส่วน แบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ 3 อิเล็กทรอนกิ สต์ ามความเป็นจริง โดยไมเ่ พมิ่ ความคดิ เหน็ สว่ นตัว และ กจิ กรรมที่ 6.8 สอดคล้องกับจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ทถี่ กู ต้อง ชดั เจน 2 บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม จากการสังเกตการทางานของชนิ้ ส่วน อเิ ล็กทรอนกิ สต์ ามความเปน็ จรงิ แตไ่ มส่ อดคลอ้ งกบั จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1 บนั ทกึ ผลการทากิจกรรม จากการสังเกตการทางานของชน้ิ ส่วน อเิ ล็กทรอนกิ สไ์ มถ่ ูกตอ้ งและไม่สอดคลอ้ งกับจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ การให้คะแนน ใช้งานอปุ กรณก์ ารทดลองในกิจกรรมไดถ้ ูกวธิ ี หยบิ เคลื่อนยา้ ยอปุ กรณ์ การใช้งานอุปกรณ์ 3 อย่างระมดั ระวงั ไมห่ ยอกล้อหรอื แกลง้ เพื่อนขณะกาลงั ใช้งานอปุ กรณ์ ในกจิ กรรม และหลังการใชง้ านอุปกรณม์ กี ารเก็บรกั ษาอยา่ งถูกวิธี ใช้งานอปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรมไดถ้ กู วิธี หยิบ เคลอ่ื นย้ายอุปกรณ์ 2 อย่างระมดั ระวงั ไม่หยอกล้อหรือแกลง้ เพ่อื นขณะกาลังใชง้ านอปุ กรณ์ แต่หลงั การใช้งานอปุ กรณ์ไม่มีการเกบ็ รักษาอย่างถูกวิธี หรือไม่เก็บอปุ กรณ์ เข้าตเู้ กบ็ อปุ กรณ์ตามประเภทของอปุ กรณ์ ใช้งานอุปกรณก์ ารทดลองในกจิ กรรมได้ แตข่ ณะหยิบ เคลอ่ื นย้ายอุปกรณห์ รอื 1 กาลังใชง้ านอุปกรณ์ จะหยอกล้อหรอื แกล้งเพอื่ น อาจทาใหอ้ ปุ กรณเ์ สียหายได้ และหลังการใช้งานอปุ กรณ์ไมม่ กี ารเกบ็ รกั ษาอยา่ งถกู วธิ ี 9.2 ระดับคณุ ภาพ คะแนนรวมเฉล่ีย 6.00 - 5.00 หมายถึง ดมี าก คะแนนรวมเฉลยี่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ ดี คะแนนรวมเฉล่ีย 2.00 - 1.00 หมายถึง พอใช้ ดังนนั้ นกั เรียนตอ้ งได้คะแนนเฉล่ียทุกประเดน็ การประเมนิ ไมต่ า่ กวา่ 2.00 แสดงระดบั คณุ ภาพ ดี ถอื วา่ ผ่านเกณฑก์ ารประเมินในแผนการจดั การเรยี นที่ 21
บนั ทึกหลงั การสอน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 ไฟฟา้ .... ...... ... ... แผนการสอนเรือ่ ง 21 ไดโอด วันท่ี...............................เดือน...............................................................พ.ศ................. 1. สรปุ ผลการเรียนการสอน 1. นกั เรยี นจานวน....................คน ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ ..........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ............. ไม่ผา่ นจุดประสงค.์ ......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ............. ไดแ้ ก่.................................................................................................. 2. สรุปผลตามรายจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 นกั เรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ ( K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 นกั เรยี นมเี จตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะหลงั การจดั การเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื ............................................ครูผู้สอน ลงชือ่ .............................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ () () ตาแหนง่ ................................................... ลงช่อื .............................................ผ้ชู ่วย/รองฯวิชาการ …………./……………./………… () ลงช่ือ............................................ผอู้ านวยการ ()
แบบบนั ทึกการประเมนิ คณุ ภาพการเรียนรูข้ องนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน (ว23102) หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 ไฟฟา้ I แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 21 เรอื่ ง ไดโอด. คาช้แี จง: ทาเครื่องหมาย ในช่องคา่ น้าคะแนนแต่ละดา้ นตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ โดยประเมินตามเกณฑ์ (Rubrics Score) เลข ช่อื -นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นักเรียน ค่านา้ หนักคะแนน คา่ น้าหนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ระ ัดบ ุคณภาพ 321 32 1 32 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22
เลข ชื่อ-นามสกลุ / ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ดา้ นเจตคติ (A) คะแนนรวม ที่ รหสั นกั เรยี น ค่าน้าหนักคะแนน ค่าน้าหนกั คะแนน ค่าน้าหนักคะแนน ระดับคุณภาพ 321 32 1 32 1 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ ดมี าก - คะแนนรวมเฉลย่ี 6.00 - 5.00 หมายถึง ดี - คะแนนรวมเฉลีย่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ พอใช้ - คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 1.00 หมายถึง ต้องได้คะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ ่ากวา่ 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้นึ ไปเทา่ นนั้ ถึงจะผ่านการเรยี นรู้ตามตัวชี้วัด ผลการประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียน ผเู้ รยี นท่ี ผ่าน ตวั ชว้ี ดั มีจานวน…………………………คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……………………………………………….. ผู้เรยี นที่ ไมผ่ ่าน ตวั ชี้วัด มีจานวน…………………………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ……………………………………………….. 1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………......................................................... 3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 539
Pages: