Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้

Description: รายวิชาศิลปะพื้นฐาน 6 (สาระดนตรีสากล)

Search

Read the Text Version

ช่อื หนงั สอื เดอื น ชอ่ื ผแู้ ต่ง แบบบนั ทึกการอ่าน สาํ นกั พมิ พ์ สถานทพ่ี มิ พ์ อ่านวนั ท่ี พ.ศ. เวลา นามปากกา ปีทพ่ี มิ พ์ 1. สาระสาํ คญั ของเรอ่ื ง 2. วเิ คราะหข์ อ้ คดิ /ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากเรอ่ื งทอ่ี า่ น 3. สง่ิ ทส่ี ามารถนําไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจําวนั 4. ขอ้ เสนอแนะของครู ลงชอ่ื นกั เรยี น ลงชอ่ื ผปู้ กครอง ( )( ) ลงชอ่ื ครผู สู้ อน () เกณฑก์ ารให้คะแนน ผลงานมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานมีความสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องมาก ผลงานมีข้อบกพร่องเพียงเลก็ น้อย ให้ 3 คะแนน ให้ 1 คะแนน

วช.13 บนั ทกึ ความเหน็ ของผตู รวจแผนการจดั การเรยี นรู แผนการจัดการเรียนรูท ่.ี ..1.... เรือ่ ง ความเชอ่ื และศาสนากับการสรางสรรคง านดนตรี ความคดิ เห็น/ขอเสนอแนะของหัวหนา กลุมสาระการเรยี นรู ไดตรวจแผนการจัดการเรียนรแู ลว มีความคิดเห็น ดังน้ี 1. เปนแผนการจัดการเรยี นรูท ่ี  สอดคลอ งกบั มาตรฐานการเรียนรู ตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรูท่คี าดหวงั คณุ ลักษณะอนั พึง ประสงค สมรรถนะ และการเรียนรใู นศตวรรษที่ 21 ที่เนน ผเู รียนเปนสําคญั  ยงั ไมสอดคลอ งกนั ควรปรับปรุงเรือ่ ง ................................................................................. 2. การจดั กิจกรรมไดน ําเอากระบวนการเรยี นรู  เนน ผูเรียนเปน สาํ คัญมาใชใ นการสอนไดอยา งเหมาะสม  ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสําคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป 3. ความคดิ เหน็ /ขอเสนอแนะอน่ื ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ( นายทวศี ักด์ิ ชอ กระทุม ) หวั หนากลุม สาระการเรียนรูศลิ ปะ ............../............../.............. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะของงานพฒั นาหลักสตู ร 1. เปน แผนการจดั การเรียนรูที่  ถูกตองครบถว น  ไมถ ูกตอ ง/ไมค รบถว น เนือ่ งจาก......................................................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะอื่น ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ (นางสาวเพลนิ จติ กติ ตยิ งววิ ัฒน) หัวหนางานพัฒนาหลักสูตร

ความคิดเหน็ /ขอ เสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผทู ไ่ี ดรับมอบหมาย 1. เปน แผนการจัดการเรียนรทู ่ี  นาํ ไปใชไ ดจริง  ควรปรบั ปรงุ กอ นนําไปใชเ น่ืองจาก............................................................................ 2. ความคดิ เห็น/ขอเสนอแนะอน่ื ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ (นางสาวจันทรผอ ง สมุทรผอ ง) รองผอู าํ นวยการกลุม บรหิ ารงานวิชาการ

วช.14 แบบบันทกึ ผลหลังการสอน แผนการจัดการเรยี นรูที.่ ..1.... เรอ่ื ง ความเชอ่ื และศาสนากบั การสรางสรรคง านดนตรี ๑. เวลาในการสอน  ตรงตามแผน  นอ ยกวา แผน  มากกวา แผน ๒. ผลการสอน สอนไดตรงตามตวั ชีว้ ัดและจุดประสงคก ารเรียนรKู P A  มกี ารบูรณาการ เรอ่ื ง....................................................................................................................  สอนไมไ ดตามแผนการจัดการเรยี นรู เนื่องจาก ......................................................................... ๓. ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูแ ตละกจิ กรรม ดานความรู ความเขาใจ (K)……………………….................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผา นการประเมิน............คน คดิ เปน รอ ยละ............ ไมผา นการประเมิน............คน คดิ เปน รอยละ.................. เนอื่ งจาก .......................................................................................................................................................... ดานทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผา นการประเมิน............คน คิดเปน รอ ยละ............ ไมผา นการประเมิน............คน คิดเปนรอ ยละ.................. เนื่องจาก .......................................................................................................................................................... ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม (A) ………………………................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผานการประเมิน............คน คดิ เปน รอยละ............ ไมผ านการประเมนิ ............คน คดิ เปนรอยละ.................. เน่ืองจาก .......................................................................................................................................................... ๔. การใชสื่อ/แหลงเรยี นรู  ตรงตามแผน  ไมตรงตามแผน เพราะ......................................................................... ๕. การวัดและประเมนิ ผล  ตรงตามแผน  ไมตรงตามแผน เพราะ......................................................................... ๖. ปญ หา/อุปสรรค  กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู ไมเ หมาะสมกับเวลา  มีนักเรยี นทาํ ใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท ันตามกาํ หนดเวลา  มนี ักเรียนที่ไมส นใจเรียน  อ่นื ๆ ..........................................................................................................................................

๗. แนวทางแกไ ข  ควรนําแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง .....................................................................................................  แนวทางแกไขนักเรียนท่ไี มผา นการประเมิน.................................................................................  ไมม ขี อเสนอแนะ ลงชอื่ .....................................................ครผู สู อน (นายพฤทธพิ งษ ทรัพยม งคล) วนั ท่.ี .........../.............................../...........

วช.12 โรงเรียนวัดจันทราวาส(ศุขประสารราษฎร) กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะ แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี 2 เรือ่ ง........บทบาทของดนตรีสากลในการสะทอนสงั คม..........จํานวน 1 คาบ 60 นาที หนว ยการเรยี นรูที.่ .....1...... เรื่อง......................ดนตรีสากล.................................. ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่.ี ......6......... รายวิชา  พ้ืนฐาน  เพม่ิ เตมิ ชอื่ วิชา..........ศิลปะพน้ื ฐาน.6............................ รหัสวิชา........ศ33102............ ภาคเรยี นท.่ี ........2..... ปก ารศึกษา...........2564............. ครผู สู อน.............นายพฤทธพิ งษ..ทรัพยมงคล................ 1. มาตรฐานการเรยี นรู / ตัวชว้ี ัด / ผลการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรู ศ 2.2 เขาใจความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคาของดนตรีที่ เปน มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญญาทองถนิ่ ภูมปิ ญญาไทยและสากล ตวั ชี้วัด / ผลการเรยี นรู ศ 2.2 ม.4-6/4 อธิบายบทบาทของดนตรีในการสะทอนแนวความคิดและคานิยมที่เปลี่ยนไปของคนใน สงั คม 2. สาระสาํ คัญ / ความคิดรวบยอด ดนตรีสากลมีบทบาทในการสะทอนแนวความคิดและคานิยมที่เปลี่ยนไปของคนในสงั คมไทย 3. จุดประสงคการเรยี นรู ดานความรู ความเขาใจ (K) - อธบิ ายบทบาทของดนตรสี ากลในการสะทอนคา นิยมและความเชอื่ ของสังคมได ดา นทกั ษะกระบวนการ (P) - จําแนกบทบาทของดนตรสี ากลในการสะทอ นคานิยมและความเช่ือของสังคมได ดา นคณุ ลักษณะ (A) - ตระหนกั ถงึ บทบาทของดนตรสี ากลในการสะทอนคา นิยมและความเชื่อของสังคม 4. สาระการเรียนรู บทบาทดนตรีในการสะทอนสงั คม - คา นิยมของสงั คมในผลงานดนตรี - ความเชื่อของสงั คมในงานดนตรี 5. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น  1) ความสามารถในการส่ือสาร  2) ความสามารถในการคิด

 3) ความสามารถในการแกปญหา  4) ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ  5) ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 6. ทักษะของผเู รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R8C)  1) ทักษะการอาน (Reading)  2) ทักษะการ เขยี น (Writing)  3) ทักษะการคดิ คํานวณ (Arithmetic)  4) ทักษะดา นการคิดอยางมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป ญ หา (Critical thinking and problem solving)  5) ทกั ษะดา นการสรา งสรรคแ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)  6) ทกั ษะดานความรวมมอื การทาํ งานเปนทมี และภาวะผูน ํา (Collaboration, teamwork and leadership)  7) ทกั ษะดานความเขา ใจตา งวฒั นธรรมตา งกระบวนทัศน (Cross-culturalunderstanding)  8) ทกั ษะดานการสือ่ สารสารสนเทศและรเู ทาทันสือ่ (Communicationinformationand media literacy)  9) ทกั ษะดานคอมพวิ เตอรแ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICTLiteracy)  10) ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance,change)  11) มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวนิ ยั (compassion) 7. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค  5) อยูอยา งพอเพียง  1) รักชาติ ศาสน กษัตรยิ   6) มงุ มั่นในการทํางาน  2) ซอ่ื สัตย สจุ รติ  7) รักความเปน ไทย  8) มีจติ สาธารณะ  3) มวี ินยั  4) ใฝเรียนรู 8. การอาน คิด วเิ คราะห  มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย  1. สามารถอานเพอ่ื การศึกษา คนควา เพมิ่ พูนความรู ประสบการณและการประยุกตใช ใน ชีวติ ประจําวนั  2. สามารถจับประเด็นสําคัญลาํ ดับเหตกุ ารณจ ากการอา นสอื่ ทีม่ คี วามซบั ซอ น  3. สามารถวิเคราะหส ิง่ ท่ีผเู ขยี นตอ งการส่ือสารกบั ผูอา น และสามารถวิพากษ ใหขอเสนอแนะใน แงมุมตาง ๆ  4. สามารถประเมินความนาเชอ่ื ถอื คุณคา แนวคิดทีไ่ ดจากสงิ่ ท่ีอานอยา งหลากหลาย

 5. สามารถเขียนแสดงความคิดเห็นโตแยง สรุป โดยมขี อ มูลอธบิ ายสนับสนุนอยา งเพียงพอและ สมเหตุสมผล 9. บรู ณาการ  บูรณาการหลักสูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World Class Standard School)  บรู ณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง  บรู ณาการกับประชาคมอาเซียน  บรู ณาการกบั คานยิ ม ๑๒ ประการ  บูรณาการโรงเรยี นวิถพี ุทธ  บูรณาการเพศวถิ ีศึกษา  บรู ณาการขา มกลุมสาระการเรยี นรู วชิ า........................  บูรณาการหองเรียนสขี าว  อ่ืน ๆ (ระบุ).......................... 10. กลยทุ ธ/กิจกรรมการเรยี นรู วธิ กี ารสอนแบบ กระบวนการกลุมสมั พันธ ขนั้ นาํ เขาสบู ทเรยี น 1. ครเู ปดซีดเี พลงสากลใหน ักเรยี นฟง แลวใหน ักเรยี นชวยกันแสดงความ คดิ เห็นวา บทเพลงนี้สะทอนใหเห็นถึง ส่ิงใด 2. ครอู ธบิ ายเชือ่ มโยงใหน กั เรียนเขาใจเกี่ยวกบั บทบาทของดนตรสี ากลท่ีสะทอ นสังคม ขน้ั ท่ี 2 จัดการเรียนรู 1. นกั เรยี นกลมุ เดมิ (จากแผนการจัดการเรยี นรูท ี่ 1) รวมกันศกึ ษาความรูเ รือ่ ง บทบาทของดนตรสี ากลในการ สะทอนสังคม จากหนังสอื เรยี น 2. นกั เรยี นแตละกลุม รวมกนั อภปิ รายความรูท่ีไดจ ากการศกึ ษาและรว มกันสรปุ ประเดน็ สําคัญ 3. นักเรียนแตละกลุมชวยกันทําใบงานที่ 1.2 เรื่อง ดนตรีสะทอนความคิดของสังคม เสร็จแลวเก็บรวบรวม ใบงานสง ครู ขนั้ ที่ 3 สรุปและนําหลกั ไปประยกุ ตใ ช 1. ครูและนักเรยี นรว มกนั สรปุ ความรเู ก่ยี วกับบทบาทของดนตรีสากลในการสะทอนสังคม 2 .ครูใหน กั เรียนแตละกลมุ นาํ ความรูทไ่ี ดจ ากการศึกษามาวิเคราะหความเปล่ียนแปลงของคานิยมของสังคม และความเชื่อของสงั คมเกย่ี วกบั ผลงานดนตรใี นปจจบุ นั 3. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุนความคิด ดนตรีสามารถใชเปนเคร่ืองมือในการศึกษาประวัติศาสตรไดหรือไม อยางไร (ได เพราะดนตรีเปนศิลปะที่มีความเก่ียวพันกับประวัติศาสตรของมนุษยชาติมาอยางยาวนาน และยงั เปน ส่งิ สะทอ นใหผฟู งเหน็ สภาวะตา งๆ ทเี่ กิดขึ้นในแตละยุคสมัย)

ขน้ั ท่ี 4 วัดและประเมินผล 1. ครปู ระเมินผลนกั เรียนจากการทําใบงานท่ี 1.2 และจากการวิเคราะหความเปล่ียนแปลงของคานิยมและ ความเชื่อของสังคมเกีย่ วกบั ผลงานดนตรใี นปจ จุบนั 2. ครมู อบหมายใหน กั เรยี นแตล ะกลุม เขียนบทความเชงิ วิเคราะห เรอ่ื ง การสรางสรรคผลงานดนตรสี ากล โดยใหค รอบคลุมประเดน็ ตามที่กาํ หนด ดงั นี้ 1) การอธบิ ายเหตุผลทีค่ นตา งวัฒนธรรมสรางสรรคผลงานดนตรสี ากลทีแ่ ตกตา งกนั 2) การอธบิ ายบทบาทของดนตรีสากลในการสะทอนสงั คม 3. ใหน ักเรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียนหนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 11. สอ่ื / แหลง เรียนรู - สอ่ื 1) หนงั สอื เรยี น ดนตรี ม.4 - 6 2) ใบงานที่ 1.2 เรอื่ ง ดนตรีสะทอ นความคดิ ของสังคม 3) เพลงสากล - แหลงเรียนรู  DLIT Classroom (หองเรียนแหงคณุ ภาพ)  DLIT Resources (คลังส่ือการเรยี นรู)  DLIT Library (หองสมุดดิจทิ ัล)  DLIT Professional Learning Community : DLIT PLC (ชุมชนแหง การเรยี นรวู ิชาชพี )  DLIT Assessment (คลังขอสอบ)  อื่น ๆ 12. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1) ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ความเชื่อ ศาสนากับการสรางสรรคง านดนตรสี ากล 13. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู จุดประสงคการเรยี นรู ช้ินงาน/ภาระ/ วธิ ีการวัด เคร่อื งมอื ท่ีใชวัด เกณฑ ทีต่ องการวัด รองรอยหลกั ฐาน ดา นความรู ความเขา ใจ (K) ใบงานที่ 1.2 ตรวจใบงานที่ 1.2 ใบงานท่ี 1.2 รอ ยละ 60 ผา น อธบิ ายบทบาทของดนตรี เกณฑ สากลในการสะทอ นคานยิ ม และความเชือ่ ของสงั คมได ผลการทดสอบ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั (ประเมนิ ตาม เรียน สภาพจริง) ดา นทกั ษะกระบวนการ (P) หลังเรียน หลัง จาํ แนกบทบาทของดนตรี สากลในการสะทอนคานยิ ม และความเชอ่ื ของสังคมได

จุดประสงคการเรยี นรู ช้ินงาน/ภาระ/ วิธีการวดั เครอื่ งมือที่ใชว ดั เกณฑ ทตี่ องการวัด รองรอยหลกั ฐาน แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ ดา นคุณลกั ษณะ (A) การนําเสนอ ประเมกิ ารนําเสนอ นาํ เสนอผลงาน 2 ผา นเกณฑ ตระหนกั ถงึ บทบาทของ ผลงาน ผลงาน ดนตรสี ากลในการสะทอน คา นยิ มและความเชอื่

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินการเขียนบทความเชิงวิเคราะห์ เร่อื ง การสร้างสรรคผ์ ลงานดนตรีสากล ลาํ ดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การอธบิ ายเหตผุ ลทค่ี นตา่ งวฒั นธรรมสรา้ งสรรค์ ผลงานดนตรสี ากลทแ่ี ตกต่างกนั 2 การอธบิ ายบทบาทของดนตรสี ากลในการสะทอ้ น สงั คม รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ดมี าก = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ดี = 3 คะแนน พอใช้ = 2 คะแนน 8 ดมี าก 6 - 7 ดี ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 4 - 5 พอใช้ ต่าํ กวา่ 4 ปรบั ปรงุ

ใบงานที่ 1.2 ดนตรีสะท้อนความคิดของสงั คม คาํ ชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นเนอ้ื เพลงทผ่ี สู้ รา้ งสรรคต์ อ้ งการสะทอ้ นความคดิ ของสงั คม 1 เพลง ช่ือเพลง (เขยี นเน้อื เพลง)

แบบประเมินการนําเสนอผลงาน คาํ ชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนําเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าํ หนด แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาํ ดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 นําเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ กู ตอ้ ง 2 การลาํ ดบั ขนั้ ตอนของเน้ือเรอ่ื ง 3 การนําเสนอมคี วามน่าสนใจ 4 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลมุ่ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน 18 - 20 ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน 14 - 17 ดี ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องมาก 10 - 13 พอใช้ ให้ 1 คะแนน ต่ํากวา่ 10 ปรบั ปรงุ

วช.13 บันทึกความเหน็ ของผูตรวจแผนการจดั การเรยี นรู แผนการจัดการเรียนรูท่.ี ..2.... เรอ่ื ง บทบาทของดนตรีสากลในการสะทอ นสังคม ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะของหัวหนา กลุม สาระการเรยี นรู ไดต รวจแผนการจดั การเรียนรแู ลว มีความคิดเหน็ ดังน้ี 1. เปนแผนการจัดการเรยี นรูท ี่  สอดคลองกบั มาตรฐานการเรียนรู ตัวช้ีวดั /ผลการเรยี นรูทคี่ าดหวัง คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค สมรรถนะ และการเรยี นรูในศตวรรษที่ 21 ท่ีเนนผูเรียนเปน สําคัญ  ยังไมสอดคลองกัน ควรปรับปรงุ เรือ่ ง ................................................................................. 2. การจดั กจิ กรรมไดนาํ เอากระบวนการเรยี นรู  เนน ผูเรียนเปน สําคัญมาใชในการสอนไดอยางเหมาะสม  ยังไมเ นน ผูเ รยี นเปน สาํ คัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอไป 3. ความคิดเห็น/ขอ เสนอแนะอ่ืน ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ( นายทวีศกั ดิ์ ชอ กระทมุ ) หวั หนา กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ ............../............../.............. ความคดิ เห็น/ขอเสนอแนะของงานพฒั นาหลกั สตู ร 1. เปน แผนการจัดการเรียนรทู ี่  ถูกตอ งครบถว น  ไมถ ูกตอ ง/ไมครบถว น เน่ืองจาก......................................................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะอ่นื ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ (นางสาวเพลนิ จติ กติ ตยิ งวิวฒั น) หวั หนางานพฒั นาหลักสตู ร

ความคิดเหน็ /ขอ เสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผทู ไ่ี ดรับมอบหมาย 1. เปน แผนการจัดการเรียนรทู ่ี  นาํ ไปใชไ ดจริง  ควรปรบั ปรงุ กอ นนําไปใชเ น่ืองจาก............................................................................ 2. ความคดิ เห็น/ขอเสนอแนะอน่ื ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ (นางสาวจันทรผอ ง สมุทรผอ ง) รองผอู าํ นวยการกลุม บรหิ ารงานวิชาการ

วช.14 แบบบันทกึ ผลหลังการสอน แผนการจดั การเรยี นรทู ี่...2.... เรอื่ ง บทบาทของดนตรสี ากลในการสะทอ นสงั คม ๑. เวลาในการสอน  ตรงตามแผน  นอ ยกวาแผน  มากกวาแผน ๒. ผลการสอน สอนไดตรงตามตัวชีว้ ดั และจุดประสงคการเรยี นรKู P A  มีการบูรณาการ เร่อื ง....................................................................................................................  สอนไมไ ดต ามแผนการจัดการเรียนรู เนื่องจาก ......................................................................... ๓. ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรแู ตละกจิ กรรม ดา นความรู ความเขา ใจ (K)……………………….................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผานการประเมนิ ............คน คิดเปน รอ ยละ............ ไมผ า นการประเมนิ ............คน คิดเปน รอ ยละ.................. เน่อื งจาก .......................................................................................................................................................... ดา นทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผา นการประเมนิ ............คน คิดเปนรอยละ............ ไมผ านการประเมิน............คน คดิ เปนรอยละ.................. เนือ่ งจาก .......................................................................................................................................................... ดานคุณธรรม จริยธรรม (A) ………………………................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผา นการประเมนิ ............คน คดิ เปนรอ ยละ............ ไมผานการประเมนิ ............คน คดิ เปนรอยละ.................. เนื่องจาก .......................................................................................................................................................... ๔. การใชส่อื /แหลงเรียนรู  ตรงตามแผน  ไมต รงตามแผน เพราะ......................................................................... ๕. การวัดและประเมินผล  ตรงตามแผน  ไมต รงตามแผน เพราะ......................................................................... ๖. ปญ หา/อุปสรรค  กิจกรรมการจดั การเรยี นรู ไมเหมาะสมกบั เวลา  มนี กั เรียนทําใบงาน/ใบกจิ กรรมไมทันตามกาํ หนดเวลา  มีนักเรยี นท่ีไมสนใจเรยี น  อน่ื ๆ ..........................................................................................................................................

๗. แนวทางแกไ ข  ควรนําแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง .....................................................................................................  แนวทางแกไขนักเรียนท่ไี มผา นการประเมิน.................................................................................  ไมม ขี อเสนอแนะ ลงชอื่ .....................................................ครผู สู อน (นายพฤทธิพงษ ทรัพยม งคล) วนั ท่.ี .........../.............................../...........

แบบทดสอบ ก่อนเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 1 5 คาํ ชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคําตอบท่ถี ูกต้องท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว 1. เหตุใดชาวกรกี โบราณเชอ่ื วา่ “นกั รอ้ งและนกั ดนตร”ี 6. “อรรถกว”ี หมายถงึ อะไร เป็นทตู จากสวรรค์ ก. พวกทจ่ี าํ จากคนอ่นื มาแต่ง ก. มนุษยส์ ามารถเล่นกลได้ ข. พวกทม่ี คี วามคดิ ทเ่ี กดิ ฉบั ไว ข. พระเจา้ ชอบเสยี งดนตรี ค. พวกทเ่ี อาเหตุการณ์จรงิ มาแต่ง ค. พระเจา้ จะหายโกรธเม่อื ไดฟ้ ังดนตรี ง. พวกทป่ี ระดษิ ฐส์ าระขน้ึ ดว้ ยตนเอง ง. มนุษยร์ จู้ กั สรา้ งสรรคเ์ คร่อื งดนตรแี ละแต่งเพลง ขบั รอ้ งได้ 7. ตวั โน้ต เสยี งโด (Do) เร (Re) มี (Mi) มตี น้ กาํ เนิด มาจากอะไร 2. ดนตรที ช่ี าวยวิ ใชข้ บั รอ้ งและเต้นราํ ประกอบการบรรเลง ก. เสยี งของใบไม้ เครอ่ื งดนตรโี บราณมอี ะไรบ้าง ข. เสยี งของเดก็ แรกเกดิ ก. ไลร์ ไวโอลนิ ค. คาํ สวดพยางคแ์ รกในภาษาละตนิ ข. เปียโน ออรแ์ กน ง. คาํ สวดพยางคแ์ รกในภาษาอาหรบั ค. ไซโลโฟน มาราคสั ง. ทมิ บาเลส ซอลเทอรี 8. ดนตรสี ากลในปัจจุบนั มกี ารสะทอ้ นสงั คมในเร่อื งใดบา้ ง ก. ความเชอ่ื ค่านยิ ม ความคดิ 3. พระพุทธศาสนามกี ารนําเครอ่ื งดนตรเี ขา้ มาประกอบใน ข. สงั คม วฒั นธรรม ความรสู้ กึ พธิ ที างศาสนาเหมอื นศาสนาครสิ ต์หรอื ไม่ เพราะเหตุใด ค. การเมอื ง เศรษฐกจิ ครอบครวั ก. มี เพราะใชใ้ นการสอ่ื สารเรอ่ื งเวลา ง. การท่องเทย่ี ว คมนาคม ค่านิยม ข. มี เพราะตอ้ งออกมาเลน่ ดนตรกี นั ทุกเชา้ ค. ไม่มี เพราะพระพทุ ธศาสนาไม่มคี วามเช่อื เรอ่ื งดนตรี 9. ทาํ ไมในการแสดงต่างๆ จงึ ต้องมดี นตรเี ขา้ มาประกอบ ง. ไมม่ ี เพราะเป็นดนตรที เ่ี ลน่ เฉพาะราชสาํ นกั เท่านนั้ ก. เพอ่ื กาํ หนดเสยี งดนตรี ข. เพอ่ื กาํ หนดจงั หวะการแสดง 4. ดนตรมี สี ว่ นชว่ ยในการรกั ษาทางการแพทยอ์ ย่างไร ค. เพ่อื เป็นจดุ ขายของนกั แสดง ก. ทาํ ใหห้ ายจากมะเรง็ ง. เพอ่ื กาํ หนดลกู เล่นของการแสดง ข. ใชบ้ ําบดั ผปู้ ่วยลมชกั ค. ทาํ ใหผ้ ปู้ ่วยหายทรมาน 10. เทพธดิ าของซสุ องคใ์ ดมหี น้าทด่ี แู ลดา้ นดนตรี ง. ใชบ้ าํ บดั รกั ษาโรคทางจติ ก. คลโิ อ ข. ทาเลยี 5. ในปัจจบุ นั สง่ิ ทเ่ี ป็นปัจจยั ในการสรา้ งสรรคด์ นตรคี อื อะไร ค. ยเู ตอรป์ ี ก. ศาสนา ง. เมลโปเมนี ข. อารมณ์ ค. ความเช่อื มฐ. ศ 2.1 ม.4-6/3 ง. เทคโนโลยี มฐ. ศ 2.2 ม.4-6/4 ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็ เฉลย 10 1. ง 2. ง 3. ก 4. ง 5. ง 6. ค 7. ค 8. ก 9. ข 10. ค

แบบทดสอบ หลังเรียน 1หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี คาํ ชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาํ ตอบท่ถี ูกต้องท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว 1. เทพธดิ าของซสุ องคใ์ ดมหี น้าทด่ี แู ลดา้ นดนตรี 6. ในปัจจุบนั สง่ิ ทเ่ี ป็นปัจจยั ในการสรา้ งสรรคด์ นตรคี อื อะไร ก. เมลโปเมนี ก. เทคโนโลยี ข. ยเู ตอรป์ ี ข. ความเช่อื ค. ทาเลยี ง. คลโิ อ ค. อารมณ์ ง. ศาสนา 2. ทาํ ไมในการแสดงต่างๆ จงึ ต้องมดี นตรเี ขา้ มาประกอบ 7. ดนตรมี สี ่วนช่วยในการรกั ษาทางการแพทยอ์ ยา่ งไร ก. เพ่อื กาํ หนดลกู เล่นของการแสดง ก. ใชบ้ าํ บดั รกั ษาโรคทางจติ ข. เพ่อื เป็นจุดขายของนกั แสดง ข. ทาํ ใหผ้ ปู้ ่วยหายทรมาน ค. เพ่อื กาํ หนดจงั หวะการแสดง ค. ใชบ้ ําบดั ผปู้ ่วยลมชกั ง. เพอ่ื กาํ หนดเสยี งดนตรี ง. ทาํ ใหห้ ายจากมะเรง็ 3. ดนตรสี ากลในปัจจบุ นั มกี ารสะทอ้ นสงั คมในเรอ่ื งใดบา้ ง 8. พระพุทธศาสนามกี ารนําเคร่อื งดนตรเี ขา้ มาประกอบใน ก. การทอ่ งเทย่ี ว คมนาคม คา่ นยิ ม ข. การเมอื ง เศรษฐกจิ ครอบครวั พธิ ที างศาสนาเหมอื นศาสนาครสิ ต์หรอื ไม่ เพราะเหตุใด ค. สงั คม วฒั นธรรม ความรสู้ กึ ก. ไม่มี เพราะเป็นดนตรที เ่ี ลน่ เฉพาะราชสาํ นกั เท่านนั้ ง. ความเช่อื คา่ นยิ ม ความคดิ ข. ไมม่ ี เพราะพระพทุ ธศาสนาไม่มคี วามเช่อื เรอ่ื งดนตรี ค. มี เพราะต้องออกมาเล่นดนตรกี นั ทุกเชา้ 4. ตวั โน้ต เสยี งโด (Do) เร (Re) มี (Mi) มตี น้ กาํ เนิด มาจากอะไร ง. มี เพราะใชใ้ นการสอ่ื สารเร่อื งเวลา ก. คาํ สวดพยางคแ์ รกในภาษาอาหรบั 9. ดนตรที ช่ี าวยวิ ใชข้ บั รอ้ งและเต้นราํ ประกอบการบรรเลง ข. คาํ สวดพยางคแ์ รกในภาษาละตนิ ค. เสยี งของเดก็ แรกเกดิ เครอ่ื งดนตรโี บราณมอี ะไรบา้ ง ง. เสยี งของใบไม้ ก. ทมิ บาเลส ซอลเทอรี ข. ไซโลโฟน มาราคสั 5. “อรรถกว”ี หมายถงึ อะไร ค. เปียโน ออรแ์ กน ก. พวกทป่ี ระดษิ ฐส์ าระขน้ึ ดว้ ยตนเอง ง. ไลร์ ไวโอลนิ ข. พวกทเ่ี อาเหตุการณ์จรงิ มาแต่ง ค. พวกทม่ี คี วามคดิ ทเ่ี กดิ ฉบั ไว 10. เหตุใดชาวกรกี โบราณเช่อื วา่ “นกั รอ้ งและนกั ดนตร”ี ง. พวกทจ่ี าํ จากคนอ่นื มาแต่ง เป็นทตู จากสวรรค์ เฉลย ก. มนุษยร์ จู้ กั สรา้ งสรรคเ์ ครอ่ื งดนตรแี ละแต่งเพลง 1. ข 2. ค 3. ง 4. ข 5. ข ขบั รอ้ งได้ ข. พระเจา้ จะหายโกรธเม่อื ไดฟ้ ังดนตรี ค. มนุษยส์ ามารถเล่นกลได้ ง. พระเจา้ ชอบเสยี งดนตรี มฐ. ศ 2.1 ม.4-6/3 มฐ. ศ 2.2 ม.4-6/4 ได้คะแนน คะแนนเตม็ 10 6. ก 7. ก 8. ง 9. ก 10. ก

วช.10 โรงเรียนวัดจนั ทราวาส (ศขุ ประสารราษฎร) กลมุ สาระการเรยี นร.ู .............ศลิ ปะ............................. หนว ยการเรยี นรูท่.ี .....2....... รายวชิ า  พนื้ ฐาน  เพม่ิ เติม ช่อื วิชา...........ศลิ ปะพืน้ ฐาน.6................ รหสั วชิ า......ศ33102............... ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี.....6... จํานวน...........0.5............หนวยกติ จํานวน......1.......................คาบ/ภาคเรียน เวลา (ทใ่ี ชของหนวย)......................6.......................คาบ ภาคเรียนที.่ .....2....... ปก ารศึกษา.....2564....... 1. ชอื่ หนวยการเรยี นรู เร่ือง..........ความรพู ้ืนฐานเกีย่ วกับดนตรสี ากล.................... 2. มาตรฐานการเรียนรู / ตัวช้ีวดั / ผลการเรียนรู มาตรฐาน ศ 2.1 เขาใจและแสดงออกทางดนตรีอยางสรางสรรค วิเคราะห วิพากษวิจารณ คุณคาดนตรี ถายทอดความรูสึก ความคิดตอดนตรีอยางอิสระ ชื่นชม และประยุกตใชใน ชวี ติ ประจําวัน ศ 2.2 เขาใจความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคาของดนตรีที่ เปนมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถิ่น ภมู ิปญ ญาไทยและสากล ตัวชี้วดั ศ 2.1 ม.4-6/2 จาํ แนกประเภทและรปู แบบของวงดนตรที ้ังไทยและสากล ศ 2.2 ม.4-6/1 วเิ คราะหรูปแบบของดนตรไี ทยและดนตรีสากลในยคุ สมยั ตางๆ ม.4-6/2 วิเคราะหสถานะทางสังคมของนกั ดนตรใี นวัฒนธรรมตา งๆ 3. สาระสาํ คัญ ดนตรสี ากลในแตละยคุ สมัยจะมีรูปแบบและลกั ษณะเดนทแี่ ตกตา งกนั ไปตามการสรางสรรคผลงาน ของนักดนตรแี ละสถานะทางสงั คม อีกท้งั การเรียนรเู กี่ยวกับประเภทของเพลงสากลและประวัติสังคีตกวีดนตรี สากล จะทําใหเ ขา ใจภาษาของดนตรีและสามารถนาํ ดนตรสี ากลไปประยกุ ตใ ชก ับงานอน่ื ๆได 4. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ดานความรู ความเขา ใจ (K) 1) อธิบายรูปแบบบทเพลงและวงดนตรีสากลในแตละยุคสมัยได 2) อธบิ ายประวตั ิสังคตี กวีดานดนตรีสากลได 3) อธบิ ายประเภทของเพลงสากลตามรูปแบบของบทเพลงได 4) อธบิ ายความหมายของศพั ทสังคตี ในดนตรสี ากลได

ดานทกั ษะกระบวนการ (P) 1) จาํ แนกรปู แบบบทเพลงและวงดนตรสี ากลในแตละยุคสมัยได 2) บงบอกประวตั ิสังคีตกวดี า นดนตรีสากลได 3) จําแนกประเภทของเพลงสากลตามรปู แบบของบทเพลงได 4) จาํ แนกความหมายของศัพทสังคตี ในดนตรสี ากลได ดานคณุ ลกั ษณะ (A) 1) เหน็ คุณคา บบทเพลงและวงดนตรสี ากลในแตละยุคสมัย 2) เหน็ คุณคา ในสงั คีตกวีดานดนตรสี ากล 3) เห็นคุณคาของเพลงสากลตามรูปแบบของบทเพลง 4) เห็นคุณคา ของศพั ทสังคีตในดนตรีสากล 5. สาระการเรยี นรู 1) รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีสากลแตละยคุ สมยั 2) ประวัติสงั คตี กวี 3) ประเภทของวงดนตรี - ประเภทของวงดนตรสี ากล 4) ศพั ทส ังคตี ในดนตรสี ากล 6. สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น � 1) ความสามารถในการสอื่ สาร � 2) ความสามารถในการคิด � 3) ความสามารถในการแกปญ หา � 4) ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ � 5) ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี 7. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค � 5) อยูอยา งพอเพยี ง � 1) รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย � 2) ซือ่ สัตย สจุ รติ � 6) มงุ มั่นในการทางาน � 3) มวี นิ ัย � 7) รกั ความเปนไทย � 4) ใฝเ รียนรู � 8) มีจิตสาธารณะ 8. การอา น คดิ วิเคราะห  มัธยมศกึ ษาตอนปลาย  1. สามารถอานเพอ่ื การศกึ ษา คนควา เพิ่มพูนความรู ประสบการณและการประยกุ ตใ ช ในชีวิตประจาํ วนั

 2. สามารถจับประเดน็ สาํ คญั ลาํ ดับเหตุการณจ ากการอานสอื่ ทีม่ ีความซบั ซอ น  3. สามารถวเิ คราะหส ง่ิ ท่ีผูเขียนตองการสือ่ สารกบั ผูอาน และสามารถวิพากษ ให ขอเสนอแนะในแงมมุ ตาง ๆ  4. สามารถประเมนิ ความนาเชื่อถอื คณุ คา แนวคดิ ทไ่ี ดจากสิ่งที่อา นอยางหลากหลาย  5. สามารถเขียนแสดงความคิดเห็นโตแ ยง สรุป โดยมขี อมลู อธิบายสนับสนุนอยาง เพยี งพอและสมเหตสุ มผล 9. บรู ณาการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาทางไกลผานเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT)  DLIT Classroom …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………  DLIT Resource …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………  DLIT Library …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………  DLIT Professional Learning Community: DLIT PLC …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………  DLIT Assessment ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10. ช้ินงาน / ภาระงาน 8.1 ใบงานที่ 2.1 เร่อื ง ววิ ฒั นาการของดนตรสี ากล 8.2 ใบงานที่ 2.2 เรอื่ ง ประวตั ิสังคตี กวดี า นดนตรีสากล 8.3 ใบงานท่ี 2.3 เรือ่ ง ประเภทของเพลงสากล 8.4 ใบงานที่ 2.4 เรื่อง ศพั ทสงั คีตในดนตรสี ากล 8.5 ปายนิเทศ เรื่อง ววิ ฒั นาการของดนตรสี ากล 8.6 นทิ รรศการ เรอื่ ง ดนตรสี ากล 11. การวัดและประเมินผล จดุ ประสงคการเรยี นรูทตี่ อ งการวดั วธิ กี ารวัด เครอื่ งมอื ทใ่ี ชวัด เกณฑประเมนิ อธบิ าย จําแนก และเหน็ คณุ คา ของ ตรวจปายนิเทศ เร่ือง แบบประเมนิ ปา ย ระดบั คณุ ภาพ 2 วิวฒั นาการของดนตรีสากล ประวัติ วิวฒั นาการของดนตรี นเิ ทศและ แบบ ผา นเกณฑ สงั คตี กวดี า นดนตรีสากล ประเภท สากล และ ประเมินนิทรรศการ ของเพลงสากล และศัพทส งั คีตใน นทิ รรศการ เร่ือง ดนตรสี ากล ดนตรีสากล

12. สอ่ื / แหลง เรยี นรู - สือ่ 1) หนงั สอื เรียน ดนตรี ม.4-6 2) แผนผังววิ ัฒนาการของดนตรสี ากล 3) บทเพลงของวงดนตรสี ากลประเภทตา งๆ 4) ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง วิวัฒนาการของดนตรีสากล 5) ใบงานที่ 2.2 เรือ่ ง ประวัตสิ ังคตี กวดี านดนตรสี ากล 6) ใบงานที่ 2.3 เรื่อง ประเภทของเพลงสากล 7) ใบงานท่ี 2.4 เร่อื ง ศพั ทสังคีตในดนตรีสากล - แหลงเรยี นรู 1) หอ งสมดุ 2) แหลง ขอ มลู สารสนเทศ - http://www.vichekarn.triamudom.ac.th - http://www.youtube.com (การบรรเลงดนตรสี ากล) - http://www.student.ac.t - http://www.e-learning.triamudom.ac.th - http://www.tc.mengrai.ac.th 13. กิจกรรมการเรยี นรู แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 1 เร่อื ง ววิ ัฒนาการของดนตรีสากล จาํ นวน.....2......คาบ กลยุทธ/กระบวนการจัดการเรียนรู : สบื เสาะหาความรู (Inquiry Method : 5E) แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 2 เรื่อง ประวตั ิสังคตี กวดี านดนตรสี ากล จาํ นวน.....1......คาบ กลยทุ ธ/ กระบวนการจดั การเรยี นรู : โมเดลซิปปา (CIPPA Model) แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 3 เร่ือง ประเภทของเพลงสากล จํานวน.....2......คาบ กลยทุ ธ/กระบวนการจัดการเรียนรู : โมเดลซิปปา (CIPPA Model) แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 เร่ือง ศัพทสังคีตในดนตรสี ากล จํานวน.....1......คาบ กลยทุ ธ/ กระบวนการจัดการเรยี นรู : เทคนิคเลา เร่ืองรอบวง

วช.12 โรงเรยี นวัดจันทราวาส(ศุขประสารราษฎร) กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 1 เร่อื ง .................ววิ ฒั นาการของดนตรีสากล........................จาํ นวน 2 คาบ 120 นาที หนว ยการเรียนรูท่ี......2...... เร่อื ง.........ความรูพนื้ ฐานเก่ียวกับดนตรีสากล............. ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท.่ี ......6......... รายวชิ า  พ้ืนฐาน  เพมิ่ เติม ช่ือวิชา..........ศิลปะพนื้ ฐาน.6............................ รหสั วิชา........ศ33102............ ภาคเรยี นท.่ี ........2..... ปก ารศึกษา...........2564............. ครูผูส อน.............นายพฤทธพิ งษ..ทรัพยมงคล................ 1. มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรู ศ 2.2 เขาใจความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคาของดนตรีท่ี เปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญญาทอ งถ่นิ ภมู ิปญญาไทยและสากล ตัวช้วี ัด / ผลการเรยี นรู ศ 2.2 ม.4-6/1 วเิ คราะหร ปู แบบของดนตรไี ทยและดนตรีสากลในยคุ สมัยตา งๆ 2. สาระสาํ คัญ / ความคิดรวบยอด ดนตรีสากลที่ปรากฏในแตละยุคสมัย จะมรี ปู แบบบทเพลงและวงดนตรบี างอยา งที่เหมือนกนั และแตกตางกัน 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดานความรู ความเขา ใจ (K) - อธบิ ายรปู แบบบทเพลงและวงดนตรีสากลในแตละยุคสมยั ได ดานทักษะกระบวนการ (P) - จาํ แนกรปู แบบบทเพลงและวงดนตรีสากลในแตล ะยคุ สมยั ได ดานคุณลักษณะ (A) - เหน็ คุณคารปู แบบบทเพลงและวงดนตรสี ากลในแตล ะยคุ สมัย 4. สาระการเรียนรู รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีสากลแตละยคุ สมยั 5. สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น  1) ความสามารถในการสอื่ สาร  2) ความสามารถในการคิด  3) ความสามารถในการแกป ญหา  4) ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต  5) ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะของผูเรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C)  1) ทักษะการอาน (Reading)  2) ทกั ษะการ เขยี น (Writing)  3) ทักษะการคดิ คํานวณ (Arithmetic)  4) ทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป ญหา (Critical thinking and problem solving)  5) ทกั ษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)  6) ทกั ษะดา นความรวมมอื การทํางานเปน ทีมและภาวะผนู าํ (Collaboration, teamwork and leadership)  7) ทกั ษะดานความเขาใจตางวฒั นธรรมตางกระบวนทัศน (Cross-culturalunderstanding)  8) ทกั ษะดา นการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู ทาทนั สอื่ (Communicationinformationand media literacy)  9) ทักษะดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICTLiteracy)  10) ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance,change)  11) มคี ุณธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบยี บวินยั (compassion) 7. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค  5) อยูอยา งพอเพยี ง  1) รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ   6) มงุ มนั่ ในการทาํ งาน  7) รกั ความเปน ไทย  2) ซอ่ื สัตย สุจรติ  8) มีจิตสาธารณะ  3) มีวินยั  4) ใฝเรยี นรู 8. การอา น คดิ วิเคราะห  มัธยมศกึ ษาตอนปลาย  1. สามารถอานเพ่ือการศกึ ษา คนควา เพ่ิมพูนความรู ประสบการณและการประยุกตใช ใน ชวี ติ ประจาํ วนั  2. สามารถจับประเด็นสาํ คญั ลําดับเหตกุ ารณจ ากการอานสอื่ ทมี่ ีความซบั ซอ น  3. สามารถวเิ คราะหส ่งิ ที่ผูเ ขยี นตองการส่ือสารกบั ผูอ าน และสามารถวิพากษ ใหขอเสนอแนะใน แงม มุ ตาง ๆ  4. สามารถประเมินความนา เชอ่ื ถอื คุณคา แนวคิดที่ไดจากสง่ิ ทีอ่ านอยา งหลากหลาย  5. สามารถเขยี นแสดงความคดิ เหน็ โตแ ยง สรุป โดยมขี อมูลอธิบายสนบั สนนุ อยา งเพยี งพอและ สมเหตุสมผล

9. บูรณาการ  บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School)  บรู ณาการกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง  บรู ณาการกบั ประชาคมอาเซยี น  บูรณาการกับคานิยม ๑๒ ประการ  บรู ณาการโรงเรยี นวิถีพทุ ธ  บูรณาการเพศวถิ ีศึกษา  บูรณาการขา มกลมุ สาระการเรียนรู วชิ า........................  บูรณาการหอ งเรยี นสขี าว  อื่น ๆ (ระบ)ุ .......................... 10. กลยทุ ธ/ กิจกรรมการเรยี นรู วธิ ีการสอนแบบ สบื เสาะหาความรู (Inquiry Method : 5E) - นักเรยี นทาํ แบบทดสอบกอ่ นเรียนหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ขน้ั กระตนุ ความสนใจ 1. ครูเปด เพลงประเภทคลาสสกิ ทเี่ ปนทนี่ ยิ ม ใหน ักเรียนฟง แลว ถามนกั เรยี นวา - นักเรยี นเคยไดยนิ บทเพลงน้ีหรือไม และเคยไดยินจากทีใ่ ด - บทเพลงน้นี า จะเกิดขึ้นในยุคใด 2. ครใู หน กั เรียนดแู ผนผังวิวัฒนาการของดนตรีสากลแลวชว ยกนั บอกวา แผนผงั นต้ี องการส่ือใหเห็นถึงสิ่งใด ขั้นที่ 2 จัดการเรยี นรู 1. นกั เรียนแบง กลมุ กลมุ ละ 4 คน ตามความสมคั รใจ แลว ใหสมาชกิ แตละคนในกลุม เลือกหมายเลข ประจําตวั ต้งั แตห มายเลข 1-4 2. สมาชกิ แตล ะหมายเลขศกึ ษาความรูเร่ือง วิวัฒนาการของดนตรสี ากล จากหนงั สือเรยี น หอ งสมุด และ แหลงขอมลู สารสนเทศ ดังน้ี - หมายเลข 1 ศึกษาความรูเรือ่ ง ยุคกลาง และยุคฟนฟศู ลิ ปวิทยาการ - หมายเลข 2 ศกึ ษาความรูเ รอื่ ง ยคุ บาโรก และยุคโรโกโก - หมายเลข 3 ศกึ ษาความรูเ รือ่ ง ยคุ คลาสสกิ และยุคโรแมนติก - หมายเลข 4 ศึกษาความรเู รอ่ื ง ยคุ ศตวรรษท่ี 20 3. สมาชิกแตล ะหมายเลขนําความรทู ีไ่ ดจากการศึกษามาสรปุ และบนั ทึกลงในแบบบันทกึ การอา น ข้นั ท่ี 3 อธิบายความรู 1. สมาชกิ แตละหมายเลขผลดั กันอธบิ ายความรูท่ไี ดจ ากการศกึ ษาตามหัวขอท่ไี ดร บั มอบหมายใหสมาชกิ หมายเลขอน่ื ๆ ในกลุมฟง เรยี งตามลาํ ดบั หมายเลข 2. นกั เรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคิด ดนตรเี ปนส่ิงทถ่ี า ยทอดวฒั นธรรมในแตล ะยุคสมยั ไดอ ยางไร (ดนตรี มวี วิ ัฒนาการไปตามความเจริญและความคดิ สรา งสรรคข องมนุษย)

ขนั้ ที่ 4 ขยายความเขาใจ 1. ครใู หนกั เรยี นแตละกลมุ ชวยกันเปรียบเทียบวา ดนตรีสากลในแตละยคุ สมัยมรี ปู แบบของบทเพลงที่เหมือน และแตกตางกันอยางไรบาง 2. ครใู หนักเรยี นแตละกลุมเลอื กเปรยี บเทียบดนตรีสากล2 ยุคสมัย แลวนําเสนอผลการเปรียบเทียบหนาชั้น เรียน ครแู ละเพื่อนกลุมอืน่ ชว ยตรวจสอบความถกู ตอ ง 3. นกั เรยี นแตละคนทาํ ใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง ววิ ัฒนาการของดนตรีสากล ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล 1. ครคู ัดเลอื กตัวแทนของแตล ะกลุมนาํ เสนอคําตอบในใบงานที่ 2.1 หนาชัน้ เรยี น กลมุ ละ 1 ขอ 2. สมาชิกกลุมอ่ืนทไ่ี มไ ดนําเสนอใหช วยกันตรวจสอบความถกู ตอ งและเสนอแนะเพิม่ เตมิ ในสวนท่ีแตกตา ง 11. ส่ือ / แหลงเรียนรู - สือ่ 1) หนังสอื เรียน ดนตรี ม.4 2) แผนผงั ววิ ัฒนาการของดนตรสี ากล 3) ซีดเี พลงประเภทคลาสสิก 4) ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง วิวัฒนาการของดนตรีสากล - แหลง เรียนรู  DLIT Classroom (หอ งเรยี นแหงคุณภาพ)  DLIT Resources (คลงั ส่อื การเรียนร)ู  DLIT Library (หองสมดุ ดิจิทัล)  DLIT Professional Learning Community : DLIT PLC (ชุมชนแหง การเรยี นรวู ิชาชีพ)  DLIT Assessment (คลงั ขอ สอบ)  อื่น ๆ 12. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1) ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ความเชอ่ื ศาสนากับการสรางสรรคงานดนตรสี ากล 13. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู จดุ ประสงคการเรยี นรู ชิน้ งาน/ภาระ/ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือท่ีใชวัด เกณฑ ทีต่ อ งการวัด รองรอยหลกั ฐาน ดา นความรู ความเขาใจ (K) ใบงานที่ 2.1 ตรวจใบงานท่ี 2.1 ใบงานที่ 2.1 รอยละ 60 ผาน เกณฑ อธิบายรูปแบบบทเพลงและ วงดนตรีสากลในแตล ะยุค สมยั ได

จดุ ประสงคการเรยี นรู ช้ินงาน/ภาระ/ วิธกี ารวัด เคร่อื งมือทใ่ี ชว ดั เกณฑ ท่ตี องการวัด รองรอยหลกั ฐาน ดานทักษะกระบวนการ (P) ผลการทดสอบ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ (ประเมินตาม สภาพจริง) จาํ แนกรปู แบบบทเพลงและ วงดนตรสี ากลในแตละยุค สมยั ได ดา นคุณลักษณะ (A) บนั ทึกการอาน ตรวจบันทกึ การ ประเมินบันทกึ การ ระดบั คณุ ภาพ อาน 2 ผานเกณฑ เหน็ คุณคาของรูปแบบบท อา น เพลงและวงดนตรสี ากลใน แตล ะยคุ สมัยได เอกสารประกอบการสอน วิวฒั นาการของดนตรีสากลแบง่ ตามยคุ สมยั ยุคกลาง ยคุ ฟ้ืนฟูศลิ ปวทิ ยาการ ยุคบาโรก ยคุ ศตวรรษท่ี 20 ยุคโรแมนตกิ ยคุ คลาสสกิ ยุคโรโกโก

ใบงานที่ 2.1 วิวฒั นาการของดนตรีสากล คาํ ชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาํ ถามตอ่ ไปน้ี 1. สงิ่ ใดคอื ลกั ษณะเดน่ ของดนตรใี นยคุ กลาง 2. การบนั ทกึ โน้ตเพลงในยุคบาโรกมรี ปู แบบทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปจากเดมิ อยา่ งไร 3. ดนตรยี คุ โรโกโกจะเน้นดนตรใี หม้ ลี กั ษณะอยา่ งไร 4. เพราะเหตุใด จงึ มคี าํ กล่าววา่ ดนตรยี คุ คลาสสกิ เป็นดนตรบี รสิ ทุ ธิ ์ 5. เพราะเหตใุ ด ยคุ โรแมนตกิ จงึ มลี กั ษณะของแนวทาํ นองทเ่ี ตม็ ไปดว้ ยการบรรยายความรสู้ กึ

ช่อื หนงั สอื เดอื น ชอ่ื ผแู้ ต่ง แบบบนั ทึกการอ่าน สาํ นกั พมิ พ์ สถานทพ่ี มิ พ์ อ่านวนั ท่ี พ.ศ. เวลา นามปากกา ปีทพ่ี มิ พ์ 1. สาระสาํ คญั ของเรอ่ื ง 2. วเิ คราะหข์ อ้ คดิ /ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากเรอ่ื งทอ่ี า่ น 3. สง่ิ ทส่ี ามารถนําไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจําวนั 4. ขอ้ เสนอแนะของครู ลงชอ่ื นกั เรยี น ลงชอ่ื ผปู้ กครอง ( )( ) ลงชอ่ื ครผู สู้ อน () เกณฑก์ ารให้คะแนน ผลงานมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานมีความสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องมาก ผลงานมีข้อบกพร่องเพียงเลก็ น้อย ให้ 3 คะแนน ให้ 1 คะแนน

วช.13 บันทกึ ความเหน็ ของผตู รวจแผนการจดั การเรยี นรู แผนการจดั การเรยี นรทู ี่...1.... เรอ่ื ง วิวัฒนาการของดนตรสี ากล ความคิดเห็น/ขอเสนอแนะของหัวหนากลมุ สาระการเรียนรู ไดตรวจแผนการจดั การเรยี นรูแลว มีความคิดเหน็ ดังน้ี 1. เปน แผนการจดั การเรียนรูท ่ี  สอดคลองกบั มาตรฐานการเรยี นรู ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรียนรูที่คาดหวงั คุณลกั ษณะอันพึง ประสงค สมรรถนะ และการเรยี นรใู นศตวรรษที่ 21 ท่ีเนนผูเรยี นเปน สาํ คัญ  ยังไมส อดคลองกนั ควรปรับปรงุ เรื่อง ................................................................................. 2. การจัดกิจกรรมไดน ําเอากระบวนการเรียนรู  เนนผูเรียนเปนสาํ คัญมาใชในการสอนไดอยา งเหมาะสม  ยงั ไมเนนผเู รียนเปนสาํ คัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป 3. ความคดิ เหน็ /ขอ เสนอแนะอืน่ ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ( นายทวศี กั ดิ์ ชอ กระทุม ) หวั หนา กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ ............../............../.............. ความคดิ เห็น/ขอ เสนอแนะของงานพฒั นาหลกั สตู ร 1. เปน แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี  ถกู ตองครบถวน  ไมถ กู ตอ ง/ไมครบถวน เนอื่ งจาก......................................................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ความคิดเห็น/ขอเสนอแนะอ่ืน ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื (นางสาวเพลนิ จิต กติ ติยงวิวัฒน) หัวหนา งานพัฒนาหลกั สูตร

ความคิดเหน็ /ขอ เสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผทู ไ่ี ดรับมอบหมาย 1. เปน แผนการจัดการเรียนรทู ่ี  นาํ ไปใชไ ดจริง  ควรปรบั ปรงุ กอ นนําไปใชเ น่ืองจาก............................................................................ 2. ความคดิ เห็น/ขอเสนอแนะอน่ื ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ (นางสาวจันทรผอ ง สมุทรผอ ง) รองผอู าํ นวยการกลุม บรหิ ารงานวิชาการ

วช.14 แบบบันทึกผลหลังการสอน แผนการจัดการเรยี นรูท ี.่ ..1.... เรอ่ื ง วิวฒั นาการของดนตรสี ากล ๑. เวลาในการสอน  ตรงตามแผน  นอยกวาแผน  มากกวาแผน ๒. ผลการสอน สอนไดตรงตามตวั ชีว้ ดั และจุดประสงคการเรียนรKู P A  มกี ารบรู ณาการ เรื่อง....................................................................................................................  สอนไมไดต ามแผนการจัดการเรยี นรู เน่ืองจาก ......................................................................... ๓. ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรแู ตละกจิ กรรม ดา นความรู ความเขาใจ (K)……………………….................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผา นการประเมนิ ............คน คดิ เปนรอยละ............ ไมผ านการประเมิน............คน คิดเปนรอยละ.................. เน่อื งจาก .......................................................................................................................................................... ดานทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผานการประเมิน............คน คดิ เปนรอ ยละ............ ไมผ านการประเมิน............คน คดิ เปนรอยละ.................. เนอื่ งจาก .......................................................................................................................................................... ดา นคุณธรรม จรยิ ธรรม (A) ………………………................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผานการประเมนิ ............คน คิดเปนรอยละ............ ไมผ า นการประเมิน............คน คดิ เปนรอยละ.................. เนอื่ งจาก .......................................................................................................................................................... ๔. การใชสอื่ /แหลง เรยี นรู  ตรงตามแผน  ไมต รงตามแผน เพราะ......................................................................... ๕. การวัดและประเมนิ ผล  ตรงตามแผน  ไมตรงตามแผน เพราะ......................................................................... ๖. ปญหา/อปุ สรรค  กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู ไมเหมาะสมกบั เวลา  มีนกั เรยี นทาํ ใบงาน/ใบกจิ กรรมไมทันตามกําหนดเวลา  มีนกั เรียนที่ไมส นใจเรยี น  อ่ืน ๆ ..........................................................................................................................................

๗. แนวทางแกไ ข  ควรนําแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง .....................................................................................................  แนวทางแกไขนักเรียนท่ไี มผา นการประเมิน.................................................................................  ไมม ขี อเสนอแนะ ลงชอื่ .....................................................ครผู สู อน (นายพฤทธพิ งษ ทรัพยม งคล) วนั ท่.ี .........../.............................../...........

วช.12 โรงเรียนวดั จนั ทราวาส(ศุขประสารราษฎร) กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ แผนการจัดการเรียนรูท ี่ 2 เรื่อง ................ประวตั ิสงั คีตกวีดานดนตรีสากล.................. จํานวน 1 คาบ 60 นาที หนว ยการเรยี นรทู ี่......2...... เรอื่ ง.........ความรูพื้นฐานเกี่ยวกบั ดนตรีสากล............. ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี.......6......... รายวิชา  พืน้ ฐาน  เพิ่มเติม ชื่อวชิ า..........ศิลปะพ้ืนฐาน.6............................ รหสั วิชา........ศ33102............ ภาคเรยี นท.่ี ........2..... ปการศึกษา...........2564............. ครูผสู อน.............นายพฤทธพิ งษ..ทรัพยม งคล................ 1. มาตรฐานการเรยี นรู / ตัวชี้วดั / ผลการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนรู ศ 2.2 เขาใจความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคาของดนตรีท่ี เปน มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญ ญาทอ งถิ่น ภมู ิปญ ญาไทยและสากล ตวั ชวี้ ัด / ผลการเรียนรู ศ 2.2 ม.4-6/2 วเิ คราะหส ถานะทางสังคมของนกั ดนตรใี นวัฒนธรรมตางๆ 2. สาระสาํ คัญ / ความคิดรวบยอด ในแตล ะยคุ สมัยของดนตรีสากล จะมีสังคีตกวีท่ีมีชื่อเสียงเปนท่ีรูจักทั่วไปในยุคสมัยนั้น เพื่อชวยสรางสรรค ผลงานทางดนตรีที่มีคณุ ภาพสบื ตอ ไป 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดา นความรู ความเขา ใจ (K) - อธิบายประวัตสิ งั คตี กวีดานดนตรสี ากลได ดานทักษะกระบวนการ (P) - บงบอกประวตั ิสงั คีตกวีดา นดนตรสี ากลของแตละคนได ดานคณุ ลักษณะ (A) - เห็นคณุ คาสังคีตกวดี านดนตรีสากล 4. สาระการเรยี นรู - ประวัตสิ ังคีตกวี 5. สมรรถนะสําคัญของผูเรียน  1) ความสามารถในการสอื่ สาร  2) ความสามารถในการคดิ  3) ความสามารถในการแกปญหา  4) ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ  5) ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะของผูเรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C)  1) ทักษะการอาน (Reading)  2) ทกั ษะการ เขยี น (Writing)  3) ทักษะการคดิ คํานวณ (Arithmetic)  4) ทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป ญหา (Critical thinking and problem solving)  5) ทกั ษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)  6) ทกั ษะดา นความรวมมอื การทํางานเปน ทีมและภาวะผนู าํ (Collaboration, teamwork and leadership)  7) ทกั ษะดานความเขาใจตางวฒั นธรรมตางกระบวนทัศน (Cross-culturalunderstanding)  8) ทกั ษะดา นการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู ทาทนั สอื่ (Communicationinformationand media literacy)  9) ทักษะดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICTLiteracy)  10) ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance,change)  11) มคี ุณธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบยี บวินยั (compassion) 7. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค  5) อยูอยา งพอเพยี ง  1) รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ   6) มงุ มนั่ ในการทาํ งาน  7) รกั ความเปน ไทย  2) ซอ่ื สัตย สุจรติ  8) มีจิตสาธารณะ  3) มีวินยั  4) ใฝเรยี นรู 8. การอา น คดิ วิเคราะห  มัธยมศกึ ษาตอนปลาย  1. สามารถอานเพ่ือการศกึ ษา คนควา เพ่ิมพูนความรู ประสบการณและการประยุกตใช ใน ชวี ติ ประจาํ วนั  2. สามารถจับประเด็นสาํ คญั ลําดับเหตกุ ารณจ ากการอานสอื่ ทมี่ ีความซบั ซอ น  3. สามารถวเิ คราะหส ่งิ ที่ผูเ ขยี นตองการส่ือสารกบั ผูอ าน และสามารถวิพากษ ใหขอเสนอแนะใน แงม มุ ตาง ๆ  4. สามารถประเมินความนา เชอ่ื ถอื คุณคา แนวคิดที่ไดจากสง่ิ ทีอ่ านอยา งหลากหลาย  5. สามารถเขยี นแสดงความคดิ เหน็ โตแ ยง สรุป โดยมขี อมูลอธิบายสนบั สนนุ อยา งเพยี งพอและ สมเหตุสมผล

9. บูรณาการ  บรู ณาการหลกั สูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World Class Standard School)  บรู ณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง  บรู ณาการกบั ประชาคมอาเซียน  บูรณาการกับคานิยม ๑๒ ประการ  บรู ณาการโรงเรียนวถิ ีพุทธ  บรู ณาการเพศวิถีศึกษา  บรู ณาการขามกลมุ สาระการเรยี นรู วชิ า........................  บรู ณาการหองเรยี นสีขาว  อ่นื ๆ (ระบ)ุ .......................... 10. กลยุทธ/ กิจกรรมการเรยี นรู วิธกี ารสอนแบบ โมเดลซิปปา (CIPPA Model) ขั้นที่ 1 ทบทวนความรเู ดิม 1. ครูสุมนักเรียน 2-3 คน อธิบายรูปแบบของบทเพลงในแตละยุคสมัย พรอมยกตัวอยางผูที่สรางสรรค ผลงานทางดนตรีในแตละยคุ สมยั 2. ครอู ธิบายเชือ่ มโยงใหนกั เรยี นเห็นความสําคัญของสังคตี กวีทม่ี ีตอดนตรี ขน้ั ที่ 2 แสวงหาความรใู หม นกั เรียนแตละคนในกลุม (กลุมเดิมจากแผนการจัดการเรียนรูท่ี 1) ศึกษาความรูเรื่อง ประวัติสังคีตกวีดาน ดนตรีสากล จากหนงั สือเรียน และหอ งสมดุ โดยแบงหนา ทก่ี ันศกึ ษาคนละ 1 ทาน ดังน้ี 1) อันโตนิโอ ววิ ลั ดี 2) โยฮันน เซบาสเตยี น บาค 3) โวลฟกัง อะมาเดอสุ โมสารท 4) ลุดวิก ฟาน เบโทเฟน ข้ันท่ี 3 ศึกษาทําความเขาใจขอมลู /ความรูใ หม และเชื่อมโยงความรใู หมกับความรเู ดิม 1. สมาชิกแตละคนนําความรูที่ไดจากการศึกษาตามหัวขอที่เลือกมาอธิบายใหสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุมฟง จนเกดิ ความเขา ใจทชี่ ัดเจน 2. สมาชกิ แตละคนทํา ใบงานท่ี 2.2 เร่ือง ประวัตสิ ังคีตกวดี านดนตรสี ากล ขน้ั ท่ี 4 แลกเปล่ียนความรูความเขาใจกับกลุม สมาชิกแตละคนนําคําตอบในใบงานที่ 6.2 มาแลกเปล่ียนกับสมาชิกในกลุม เพ่ือชวยกันตรวจสอบความถูก ตองและแกไ ขเพิ่มเตมิ ในสวนท่บี กพรอง เสรจ็ แลวนําสง ครู ข้ันที่ 5 สรปุ และจดั ระเบยี บความรู สมาชิกแตล ะกลุมชวยกันสรปุ ประวัตแิ ละผลงานของสังคีตกวีดานดนตรีสากลแตละทาน บันทึกลงในสมุด

ข้นั ที่ 6 ปฏบิ ัติและ/หรอื แสดงผลงาน ตวั แทนแตละกลุม นาํ เสนอผลการสรุปประวตั แิ ละผลงานของสังคีตกวดี า นดนตรสี ากล กลมุ ละ 1 ทาน หนา ช้ันเรียน ครแู ละเพ่ือนกลมุ อ่ืนตรวจสอบความถกู ตอ ง ขนั้ ที่ 7 ประยุกตใชความรู 1. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตนุ ความคิด 2. ครใู หนกั เรยี นชวยกันแสดงความคิดเห็นวา นักเรยี นสามารถนําความรทู ี่ไดจ ากการศกึ ษาประวัตขิ องสงั คีต กวดี า นดนตรีสากลแตละทานมาปรบั ใชในชีวิตประจําวนั ของตนเองอยา งไร ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละกลุมจัดปายนิเทศ เร่ือง วิวัฒนาการของดนตรีสากล โดยใหครอบคลุม ประเดน็ ตามที่ กาํ หนด ดงั น้ี 1) การอธิบายรปู แบบบทเพลงของดนตรสี ากลในยคุ สมัยตางๆ 2) การอธบิ ายประวตั สิ งั คตี กวดี านดนตรีสากล 11. สอ่ื / แหลง เรยี นรู - ส่อื 1) หนงั สอื เรยี น ดนตรี ม.4 2) ใบงานที่ 2.2 เรือ่ ง ประวตั สิ ังคีตกวดี านดนตรีสากล - แหลง เรยี นรู  DLIT Classroom (หอ งเรียนแหงคณุ ภาพ)  DLIT Resources (คลังสื่อการเรียนร)ู  DLIT Library (หอ งสมุดดิจทิ ัล)  DLIT Professional Learning Community : DLIT PLC (ชุมชนแหง การเรียนรูวิชาชีพ)  DLIT Assessment (คลังขอสอบ)  อน่ื ๆ 12. ชนิ้ งาน/ภาระงาน 1) ใบงานท่ี 2.2 เร่ือง ประวัติสังคตี กวีดา นดนตรสี ากล 2) ปายนิเทศ เร่ืองววิ ฒั นาการของดนตรสี ากล 13. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู จุดประสงคการเรยี นรู ชนิ้ งาน/ภาระ/ วธิ กี ารวดั เครือ่ งมือทใี่ ชว ัด เกณฑ ทต่ี องการวัด รอ งรอยหลักฐาน ดานความรู ความเขาใจ (K) ใบงานท่ี 2.2 ตรวจใบงานที่ 2.2 ใบงานท่ี 2.2 รอ ยละ 60 ผาน เกณฑ อธบิ ายประวัติสงั คีตกวดี าน ดนตรสี ากลได

จดุ ประสงคการเรยี นรู ช้นิ งาน/ภาระ/ วิธกี ารวัด เครือ่ งมอื ท่ใี ชวดั เกณฑ ท่ีตอ งการวัด รองรอยหลกั ฐาน แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ ดานทกั ษะกระบวนการ (P) การนาํ เสนอ ประเมินการ นําเสนอผลงาน 2 ผานเกณฑ บงบอกประวัตสิ งั คตี กวีดา น ดนตรีสากลของแตละคนได นําเสนอผลงาน แบบประเมินปา ย ระดับคณุ ภาพ 2 นิเทศ เรอ่ื ง ผานเกณฑ ดานคณุ ลักษณะ (A) ปา ยนเิ ทศ เรื่อง ตรวจปายนิเทศ ววิ ัฒนาการ เหน็ คุณคาของสงั คีตกวีดาน วิวัฒนาการของ เรือ่ ง ววิ ัฒนาการ ของดนตรสี ากล ดนตรสี ากล ดนตรีสากล ของดนตรีสากล

ใบงานท่ี 2.2 ประวตั ิสงั คีตกวีด้านดนตรีสากล คาํ ชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาํ ถามตอ่ ไปน้ี 1. จุดเด่นของการประพนั ธเ์ พลงของอนั โตนีโอ ววิ ลั ดี คอื สง่ิ ใด จงอธบิ าย 2. เพราะเหตุใด จงึ มคี นเรยี กอนั โตนโี อ ววิ ลั ดี วา่ “นกั บวชแดง” 3. ผลงานของโยฮนั น์ เซบาสเตยี น บาค มคี วามโดดเดน่ ในเรอ่ื งใด 4. ผลงานชน้ิ สําคญั ของโยฮนั น์ เซบาสเตยี น บาค มอี ะไรบา้ ง 5. ผลงานชน้ิ สาํ คญั ของโวลฟ์ กงั อะมาเดอุส โมสารท์ มอี ะไรบา้ ง

6. เพราะเหตุใด จงึ มคี ํากล่าววา่ โวลฟ์ กงั อะมาเดอุส โมสารท์ คอื นกั ดนตรที อ่ี าภพั ทส่ี ดุ 7. เพราะเหตุใด จงึ มคี าํ กลา่ ววา่ ลุดวกิ ฟาน เบโทเฟน คอื สงั คตี กวอี จั ฉรยิ ะทเ่ี ป็นคนหูหนวก 8. บทเพลงใดของลุดวกิ ฟาน เบโทเฟน ทไ่ี ดร้ บั การยกยอ่ งเป็นอย่างมากกระทงั ่ ถงึ ปัจจบุ นั 9. นอกเหนือจากเพลงประเภทซมิ โฟนีแลว้ ลุดวกิ ฟาน เบโทเฟน ยงั คงแตง่ เพลงประเภทใดอกี บา้ ง 10. เพราะเหตใุ ด “บทเพลงแห่งความอภริ มย”์ จงึ ถกู เลอื กใหเ้ ป็นบทเพลงประจาํ ชาตยิ ุโรป

การแบบประเมินป้ายนิ เทศ เรื่อง วิวฒั นาการของดนตรีสากล ลาํ ดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 432 1 การอธบิ ายรปู แบบบทเพลงของดนตรสี ากล ในยคุ สมยั ต่างๆ 2 การอธบิ ายประวตั สิ งั คตี กวดี า้ นดนตรสี ากล รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ดมี าก = 4 คะแนน ดี = 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 8 ดมี าก พอใช้ = 2 คะแนน ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 6 - 7 ดี 4 - 5 พอใช้ ต่ํากวา่ 4 ปรบั ปรงุ

แบบประเมินการนําเสนอผลงาน คาํ ชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนําเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าํ หนด แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ลาํ ดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน 2 ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา 3 ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย 4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนําเสนอ 5 วธิ กี ารนําเสนอผลงาน รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ 18 - 20 ดมี าก ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน 14 - 17 ดี ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องมาก 10 - 13 พอใช้ ให้ 1 คะแนน ต่าํ กวา่ 10 ปรบั ปรงุ

วช.13 บันทึกความเห็นของผูตรวจแผนการจัดการเรยี นรู แผนการจดั การเรยี นรูท.ี่ ..2.... เรื่อง ประวัตสิ ังคีตกวีดา นดนตรสี ากล ความคิดเห็น/ขอเสนอแนะของหวั หนา กลมุ สาระการเรียนรู ไดตรวจแผนการจัดการเรยี นรูแลว มีความคดิ เหน็ ดังน้ี 1. เปนแผนการจัดการเรียนรูที่  สอดคลองกับมาตรฐานการเรยี นรู ตัวช้ีวดั /ผลการเรยี นรูท ่คี าดหวงั คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค สมรรถนะ และการเรยี นรูใ นศตวรรษท่ี 21 ท่ีเนน ผูเรยี นเปนสาํ คัญ  ยังไมส อดคลอ งกัน ควรปรบั ปรงุ เร่ือง ................................................................................. 2. การจดั กจิ กรรมไดน ําเอากระบวนการเรียนรู  เนน ผูเรยี นเปนสาํ คัญมาใชในการสอนไดอยางเหมาะสม  ยังไมเ นนผเู รียนเปน สําคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ ไป 3. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะอ่ืน ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ( นายทวีศกั ดิ์ ชอ กระทุม ) หวั หนา กลุม สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ ............../............../.............. ความคดิ เห็น/ขอเสนอแนะของงานพฒั นาหลกั สตู ร 1. เปนแผนการจดั การเรยี นรทู ี่  ถกู ตองครบถวน  ไมถ กู ตอง/ไมครบถว น เนื่องจาก......................................................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะอ่ืน ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ (นางสาวเพลินจิต กิตติยงวิวฒั น) หวั หนางานพัฒนาหลกั สูตร

ความคิดเหน็ /ขอ เสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผทู ไ่ี ดรับมอบหมาย 1. เปน แผนการจัดการเรียนรทู ่ี  นาํ ไปใชไ ดจริง  ควรปรบั ปรงุ กอ นนําไปใชเ น่ืองจาก............................................................................ 2. ความคดิ เห็น/ขอเสนอแนะอน่ื ๆ....................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ (นางสาวจันทรผอ ง สมุทรผอ ง) รองผอู าํ นวยการกลุม บรหิ ารงานวิชาการ

วช.14 แบบบันทึกผลหลงั การสอน แผนการจัดการเรียนรูท.่ี ..2.... เร่ือง ประวตั สิ ังคีตกวีดา นดนตรสี ากล ๑. เวลาในการสอน  ตรงตามแผน  นอยกวาแผน  มากกวา แผน ๒. ผลการสอน สอนไดตรงตามตวั ชี้วัดและจุดประสงคการเรยี นรKู P A  มกี ารบรู ณาการ เรอ่ื ง....................................................................................................................  สอนไมไดต ามแผนการจัดการเรยี นรู เน่อื งจาก ......................................................................... ๓. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรูแตล ะกิจกรรม ดานความรู ความเขาใจ (K)……………………….................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผา นการประเมิน............คน คดิ เปนรอ ยละ............ ไมผานการประเมิน............คน คิดเปน รอ ยละ.................. เนือ่ งจาก .......................................................................................................................................................... ดานทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผา นการประเมิน............คน คดิ เปน รอ ยละ............ ไมผ า นการประเมิน............คน คิดเปนรอยละ.................. เน่อื งจาก .......................................................................................................................................................... ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม (A) ………………………................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ผา นการประเมิน............คน คิดเปนรอ ยละ............ ไมผานการประเมิน............คน คิดเปนรอยละ.................. เน่อื งจาก .......................................................................................................................................................... ๔. การใชส ่อื /แหลง เรียนรู  ตรงตามแผน  ไมตรงตามแผน เพราะ......................................................................... ๕. การวัดและประเมินผล  ตรงตามแผน  ไมตรงตามแผน เพราะ......................................................................... ๖. ปญหา/อปุ สรรค  กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู ไมเ หมาะสมกบั เวลา  มนี กั เรยี นทําใบงาน/ใบกจิ กรรมไมทนั ตามกาํ หนดเวลา  มีนกั เรยี นท่ไี มสนใจเรียน  อน่ื ๆ ..........................................................................................................................................

๗. แนวทางแกไ ข  ควรนําแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง .....................................................................................................  แนวทางแกไขนักเรียนท่ไี มผา นการประเมิน.................................................................................  ไมม ขี อเสนอแนะ ลงชอื่ .....................................................ครผู สู อน (นายพฤทธิพงษ ทรัพยม งคล) วนั ท่.ี .........../.............................../...........

วช.12 โรงเรยี นวดั จันทราวาส(ศุขประสารราษฎร) กลุม สาระการเรยี นรูศลิ ปะ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 3 เรอ่ื ง ....................ประเภทของเพลงสากล........................ จาํ นวน 2 คาบ 120 นาที หนว ยการเรยี นรูที.่ .....2...... เร่อื ง.........ความรพู ้ืนฐานเกีย่ วกับดนตรสี ากล............. ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่.......6......... รายวชิ า  พน้ื ฐาน  เพ่มิ เตมิ ชื่อวิชา..........ศลิ ปะพ้นื ฐาน.6............................ รหสั วชิ า........ศ33102............ ภาคเรยี นท่.ี ........2..... ปก ารศึกษา...........2564............. ครผู สู อน.............นายพฤทธพิ งษ..ทรพั ยม งคล................ 1. มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชีว้ ัด / ผลการเรียนรู มาตรฐานการเรยี นรู ศ 21. เขาใจและแสดงออกทางดนตรีอยางสรางสรรค วิเคราะห วิพากษวิจารณ คุณคาดนตรีถายทอด ความรสู กึ ความคิดตอดนตรีอยางอสิ ระ ชน่ื ชม และประยุกตใ ชใ นชวี ิตประจาํ วัน ตวั ชวี้ ัด / ผลการเรยี นรู ศ 2.1 ม.4-6/2 จาํ แนกประเภทและรูปแบบของวงดนตรที ้งั ไทยและสากล 2. สาระสาํ คัญ / ความคิดรวบยอด เพลงสากลสามารถจําแนกประเภทตามรปู แบบของบทเพลงไดเปน กลุมเพลงบรรเลงดว ยเครื่องดนตรี กลุม เพลงขับรอ ง และกลมุ เพลงขับรอ งประสานเสยี ง 3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ดา นความรู ความเขา ใจ (K) - อธิบายประเภทของเพลงสากลตามรปู แบบของบทเพลงได ดา นทักษะกระบวนการ (P) - จําแนกประเภทของเพลงสากลตามรปู แบบของบทเพลงได ดานคุณลกั ษณะ (A) - เห็นคณุ คของเพลงสากลตามรูปแบบของบทเพลง - 4. สาระการเรียนรู ประเภทของวงดนตรี - ประเภทของวงดนตรสี ากล 5. สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น  1) ความสามารถในการสื่อสาร  2) ความสามารถในการคดิ  3) ความสามารถในการแกปญหา  4) ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ  5) ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะของผูเรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C)  1) ทักษะการอาน (Reading)  2) ทกั ษะการ เขยี น (Writing)  3) ทักษะการคดิ คํานวณ (Arithmetic)  4) ทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป ญหา (Critical thinking and problem solving)  5) ทกั ษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)  6) ทกั ษะดา นความรวมมอื การทํางานเปน ทีมและภาวะผนู าํ (Collaboration, teamwork and leadership)  7) ทกั ษะดานความเขาใจตางวฒั นธรรมตางกระบวนทัศน (Cross-culturalunderstanding)  8) ทกั ษะดา นการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู ทาทนั สอื่ (Communicationinformationand media literacy)  9) ทักษะดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICTLiteracy)  10) ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance,change)  11) มคี ุณธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบยี บวินยั (compassion) 7. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค  5) อยูอยา งพอเพยี ง  1) รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ   6) มงุ มนั่ ในการทาํ งาน  7) รกั ความเปน ไทย  2) ซอ่ื สัตย สุจรติ  8) มีจิตสาธารณะ  3) มีวินยั  4) ใฝเรยี นรู 8. การอา น คดิ วิเคราะห  มัธยมศกึ ษาตอนปลาย  1. สามารถอานเพ่ือการศกึ ษา คนควา เพ่ิมพูนความรู ประสบการณและการประยุกตใช ใน ชวี ติ ประจาํ วนั  2. สามารถจับประเด็นสาํ คญั ลําดับเหตกุ ารณจ ากการอานสอื่ ทมี่ ีความซบั ซอ น  3. สามารถวเิ คราะหส ่งิ ที่ผูเ ขยี นตองการส่ือสารกบั ผูอ าน และสามารถวิพากษ ใหขอเสนอแนะใน แงม มุ ตาง ๆ  4. สามารถประเมินความนา เชอ่ื ถอื คุณคา แนวคิดที่ไดจากสง่ิ ทีอ่ านอยา งหลากหลาย  5. สามารถเขยี นแสดงความคดิ เหน็ โตแ ยง สรุป โดยมขี อมูลอธิบายสนบั สนนุ อยา งเพยี งพอและ สมเหตุสมผล

9. บูรณาการ  บรู ณาการหลกั สตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School)  บรู ณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง  บูรณาการกบั ประชาคมอาเซยี น  บรู ณาการกับคานยิ ม ๑๒ ประการ  บรู ณาการโรงเรยี นวถิ ีพทุ ธ  บูรณาการเพศวิถีศึกษา  บรู ณาการขา มกลมุ สาระการเรียนรู วิชา........................  บูรณาการหอ งเรยี นสขี าว  อนื่ ๆ (ระบ)ุ .......................... 10. กลยุทธ/กิจกรรมการเรียนรู วธิ ีการสอนแบบ โมเดลซปิ ปา (CIPPA Model) ขน้ั ท่ี 1 ทบทวนความรเู ดิม 1. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุนความคิด ดนตรีสากลมีการแบงประเภทเหมือนหรือตางกับดนตรีไทยอยางไร (พิจารณาตามคําตอบของนกั เรียน โดยใหอ ยใู น ดุลยพนิ จิ ของครผู ูส อน) 2. ครเู ปดซดี เี พลงสากลประเภทตา งๆ ใหนกั เรียนฟง แลว ใหน ักเรียนชว ยกนั บอกวาเพลงที่ไดยินน้ันเปนเพลง ประเภทใด ขั้นท่ี 2 แสวงหาความรูใ หม 1. ครูอธบิ ายเกย่ี วกบั การจัดประเภทของเพลงสากลใหนกั เรียนฟง วา เพลงสากลสามารถจัดเปน กลุมใหญ ได เปน 3 กลุม ไดแ ก กลุมเพลงบรรเลงดวยเครื่องดนตรี กลุมเพลงขับรอง และกลมุ เพลงขับรองประสานเสียง ซ่ึงใน กลุมใหญสามารถจําแนกเปนกลมุ ยอยไดอ กี หลายกลมุ 2. นกั เรยี นแตล ะคนศกึ ษาความรูเ รือ่ ง ประเภทของเพลงสากล จากหนังสอื เรียน หอ งสมดุ และแหลง ขอมลู สารสนเทศ ดังนี้ 1) เพลงคลาสสิก 2) เพลงปอปปูลาร 3) เพลงศาสนา 4) เพลงฆราวาสหรือเพลงบันเทงิ 5) เพลงขบั รอ งแนวเดยี ว 6) เพลงขบั รอ งหมู 7) เพลงขับรองหลายแนว แลว บนั ทึกความรทู ไ่ี ดจากการศกึ ษาลงในแบบบันทกึ การอา น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook