Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอนครูหมี่สมบูรณ์

แผนการสอนครูหมี่สมบูรณ์

Published by mee140126, 2023-06-06 01:31:11

Description: แผนการสอนครูหมี่สมบูรณ์

Search

Read the Text Version

บนั ทกึ หลังการสอน หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 การดารงชีวติ ของพชื ... แผนการสอนเรอื่ ง 23 การสบื พนั ธแ์ุ บบไม่อาศยั เพศในพืชดอก เราเรยี ... วันท.่ี ..............................เดอื น...............................................................พ.ศ.......... ผลการสอน ปัญหา / อปุ สรรค ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกป้ ัญหา ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื .............................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ () () ลงชอ่ื .............................................ผู้ชว่ ย/รองฯวิชาการ () ลงชอื่ ............................................ผู้อานวยการ ()

ช่อื -สกุล..............................................เลขท่ี........ห้อง........ ใบงานที่ 4.1 การสบื พนั ธุ์แบบไมอ่ าศยั เพศของพืช คาชแี้ จง ให้นกั เรยี นวาดภาพหรอื ติดภาพการขยายพันธพ์ุ ชื แบบไม่อาศยั เพศที่สนใจมา 1 วิธี แลว้ บันทึกข้อมูล (วาดภาพหรอื ติดภาพ) 1. เป็นการขยายพันธพ์ุ ชื โดยวิธี ............................................................................................................................ 2. เปน็ การนาส่วน ....................................................................................................ของพืชมาใชใ้ นการขยายพันธ์ุ 3. มขี ั้นตอน ดังนี้ ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................

ชื่อ-สกลุ ..............................................เลขท่ี........ห้อง........ ใบงานที่ 4.1 การสืบพันธุ์แบบไมอ่ าศยั ตวั อยา่ ง เพศของพืช คาชแี้ จง ให้นักเรียนวาดภาพหรอื ตดิ ภาพการขยายพนั ธพุ์ ชื แบบไมอ่ าศยั เพศท่สี นใจมา 1 วิธี แล้วบันทึกข้อมลู 1. เป็นการขยายพันธ์พุ ืช โดยวธิ ี การเสียบยอด 2. เปน็ การนาสว่ น ยอดของตน้ พันธุ์ทด่ี ีทส่ี มบูรณ์ ของพชื มาใช้ในการขยายพนั ธุ์ 3. มีขั้นตอน ดังน้ี 1) ตดั ยอดตน้ ตอ่ ให้สูงจากพืน้ ดิน ประมาณ 10 เซนติเมตร แลว้ ผ่ากลางลาต้นของต้นตอให้ลึกประมาณ 3-4 เซนติเมตร 2) เฉอื นยอดพันธ์ดุ เี ป็นรูปล่มิ ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร 3) เสยี บยอดพนั ธุด์ ลี งในแผลต้นตอให้รอยแผลตรงกนั แล้วใชเ้ ชือกมัดด้านบนและด้านล่างของรอยแผล ต้นตอใหแ้ น่น 4) ทิ้งเอาไวป้ ระมาณ 5-8 สปั ดาห์ รอยแผลจะประสานกนั ดี แลว้ นาออกมาพักไว้ในโรงเรอื นเพือ่ รอการ ปลกู ตอ่ ไป

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 24 เร่ือง เมลด็ งอกไดอ้ ย่างไร รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา ว21101 เวลา 2 คาบ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ การดารงชีวติ ของพืช รวม 20 คาบ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 สาระที่ 1 ชอื่ สาระ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั มาตรฐานการเรียนรู้ - ว 1.2เข้าใจสมบัตขิ องสง่ิ มีชวี ติ หนว่ ยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทางานสัมพันธ์กัน รวมท้ังนาความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตวั ช้ีวดั - ม 1/12 อธิบายลักษณะโครงสร้างของดอกที่มีส่วนทาให้เกิดการถ่ายเรณูรวมท้ังบรรยายการ ปฏิสนธิของพืชดอก การเกิดผลและเมล็ดการกระจายเมล็ด และการงอกของเมลด็ 2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด สาระสาคญั ผลและเมล็ดมีการกระจายออกจากต้นเดิม โดยวิธีการต่าง ๆ เม่ือเมล็ดไปตกใน สภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสมจะเกดิ การงอกของเมล็ด โดยเอ็มบริโอภายในเมล็ดจะเจริญออกมา โดยระยะแรกจะ อาศยั อาหารทส่ี ะสมภายในเมลด็ จนกระท่งั ใบแทพ้ ฒั นา จนสามารถสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงได้เต็มที่และสร้างอาหาร ไดเ้ องตามปกติ 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) ดา้ นความรู้ (K) นกั เรียนสามารถอธิบายการงอกของเมล็ดพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและเมล็ดพืชใบเลี้ยง คู่ได้ 2) ดา้ นกระบวนการ (P) นกั เรียนสามารถปฏบิ ตั กิ ิจกรรมท่ี 4.2 เมล็ดงอกได้อยา่ งไรได้ 3) ด้านเจตคติ (A) นกั เรยี นต้ังใจเรยี นและเก็บอปุ กรณ์เข้าทเ่ี ม่อื ปฏบิ ตั ิกิจกรรมเสร็จ

4. คณุ ลักษณะผ้เู รียน 4.1 คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสตั ย์สจุ รติ มุ่งม่ันในการทางาน  ใฝเ่ รียนรู้ มจี ติ สาธารณะ  มีวินัย รกั ความเป็นไทย 5. ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น  ความสามารถในการคิด : นักเรียนสามารถอธิบายการการงอกของเมล็ดพืชใบเล้ียงเดี่ยวและเมล็ดพืชใบ เลีย้ งคูไ่ ด้ 6. สาระการเรยี นรู้ เมล็ดพืชมีส่วนประกอบแตกต่างกัน ส่วนประกอบต่างๆ ของเมล็ดทาหน้าที่แตกต่างกัน หรืออาจ เหมือนกัน ซ่ึงโดยท่ัวไปเมล็ดพืชประกอบด้วยเปลือกหุ้มเมล็ดที่เป็นส่วนห่อหุ้มส่วนประกอบอ่ืนๆของเมล็ด เอม็ บริโอทีเ่ ปน็ ต้นออ่ นภายในเมลด็ และเอนโดสเปิร์มเป็นอาหารสะสมภายในเมลด็ ตน้ เดิม 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ใชร้ ูปแบบการจดั การเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) ขนั้ ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) 1) ครูทบทวนความรู้เดมิ ของนกั เรียนเชือ่ มโยงความรู้ของนักเรียนที่ได้จากเร่ืองวิธีการถ่ายเรณู ของพชื ดอกและตรวจสอบความรเู้ ดมิ ในเร่อื งการปฏสิ นธขิ องพืชดอก โดยอาจใชค้ าถามดงั นี้ 1.1 การถา่ ยเรณูเรณจู ะไปตกท่สี ว่ นใดของเกสรเพศเมยี ( แนวการตอบ ยอดเกสรเพศ เมีย) 1.2 หลงั จากถา่ ยเรณูแลว้ เซลลส์ บื พันธ์เุ พศผทู้ ่อี ยูใ่ นเรณจู ะเข้าไปผสมกับเซลล์สืบพันธ์ุ เพศเมยี ไดอ้ ย่างไร ( แนวการตอบ นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจ) 2) ครูใหน้ ักเรียนอ่านจับใจความและสรุปเน้ือหาจากหนังสือเรียนเกี่ยวกับการปฏิสนธิของพืช ดอกจากนั้นซกั ถาม โดยอาจใช้คาถามดงั ต่อไปนี้ 2.1 ไซโกตเกดิ ขึน้ ไดอ้ ย่างไร ( แนวการตอบ ไซโกต เกิดจากการปฏิสนธิของสเปิร์มกับ เซลล์ไข)่ 2.2 ไซโกตมีความสาคัญอย่างไร ( แนวการตอบ ไซโกตเป็นเซลล์ท่ีจะพัฒนาไปเป็น เอม็ บริโอซึง่ เปน็ สว่ นท่มี ีลักษณะคลา้ ยต้นอ่อนอยู่ในเมลด็ ) 2.3 เอนโดสเปิร์มเกิดข้ึนได้อย่างไร และสาคัญอย่างไร (แนวการตอบ เอนโดสเปิร์ม เกดิ จากการปฏิสนธขิ องสเปริ ์มกับโพลาร์นวิ คลีไอมีความสาคัญเพราะเปน็ แหล่งสะสมอาหารในเมล็ด) 2.4 ผล และเมล็ดพัฒนามาจากส่วนใด (แนวการตอบ ผลพัฒนามาจากรังไข่ เมล็ด พัฒนามาจากออวลุ )

ข้ันที่ 2 ข้นั สารวจและค้นหา (Exploration) 1) ครใู หน้ ักเรยี นนั่งเป็นกลุ่มตามทไี่ ด้จดั ไว้ โดยจะมีสมาชกิ กลุ่มอยู่ประมาณ 4- 5 คนตอ่ กลุม่ 2) ครูให้นักเรียนศึกษาบทเรียนจากกิจกรรมที่ 4.2 เมล็ดงอกได้อย่างไร โดยก่อนการปฏิบัติ กจิ กรรม ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบดังน้ี เพ่ือสังเกต รวบรวมข้อมูล และระบุส่วนประกอบ และหน้าท่ีของส่วนประกอบของเมล็ดพืช เพื่อรวบรวมข้อมูล และระบุปัจจัยในการงอกของเมล็ด และเพื่อ อภปิ ราย ลงมอื ปฏิบตั เิ พือ่ สงั เกตการเปลี่ยนแปลงของเมล็ดขณะงอก 3) จากนนั้ ครูให้นกั เรยี นดาเนนิ กิจกรรมที่ 4.2 เมล็ดงอกไดอ้ ย่างไร ซ่ึงแบ่งออกเป็น 2 ตอน ให้ นักเรียนปฏิบัติตามใบงานที่ 4.2 หรืออาจจะศึกษาจากหนังสือเรียนหน้า 141 โดยครูได้เตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ นกั เรียนเรียบรอ้ ยแล้ว และใหน้ ักเรยี นดาเนินกจิ กรรมตามทใี่ บกจิ กรรมที่ 4.2 เมล็ดดงอกได้อย่างไร ในส่วนของ ตอนที่ 2 ใหน้ ักเรยี นทาการศึกษานอกเวลาเรยี น 4) เมื่อแต่ละกลุ่มดาเนินกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว ครูให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานของ นกั เรยี น ขั้นท่ี 3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) 1) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายในประเด็นดังตอ่ ไปน้ี - กิจกรรมนี้เก่ียวกับเรื่องอะไร ( แนวการตอบส่วนประกอบและหน้าท่ีของแต่ละ ส่วนประกอบของเมลด็ ) - กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร ( แนวการตอบ เพ่ือสังเกต รวบรวมข้อมูล และระบุ ส่วนประกอบและหนา้ ทีข่ องส่วนประกอบของเมล็ดพืช เพ่ือรวบรวมข้อมูล และระบุปัจจัยในการงอกของเมล็ด และเพอื่ อภิปราย ลงมือปฏบิ ัติเพอื่ สังเกตการเปลย่ี นแปลงของเมล็ดขณะงอก ) - วิธีการดาเนินกจิ กรรมโดยสรุปเป็นอย่างไร ( แนวการตอบ สังเกตลักษณะภายนอก และภายในของเมล็ดถ่วั แดงและเมลด็ ขา้ วโพดสืบค้นและรวบรวมข้อมูลเพ่ือระบุส่วนประกอบและหน้าท่ีของแต่ ละส่วนประกอบของเมล็ด) - ข้อควรระวังในกิจกรรมน้ีมีหรือไม่อย่างไร ( แนวการตอบ มีต้องใช้ใบมีดโกนอย่าง ระมดั ระวังเพราะใบมดี โกนคม อาจบาดได้) 2) จากกิจกรรมสรุปได้ว่าเมล็ดถ่ัวแดงและเมล็ดข้าวโพดมีส่วนประกอบแตกต่างกัน ส่วนประกอบตา่ งๆ ของเมล็ดทาหนา้ ท่ีแตกตา่ งกนั หรอื อาจเหมอื นกนั ซ่ึงโดยทว่ั ไปเมลด็ พชื ประกอบด้วยเปลือก หุม้ เมล็ดทเี่ ป็นสว่ นห่อหุ้มส่วนประกอบอืน่ ๆของเมล็ดเอม็ บริโอที่เป็นต้นอ่อนภายในเมล็ด และเอนโดสเปิร์มเป็น อาหารสะสมภายในเมล็ด ขั้นที่ 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) 1) ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนตง้ั คาถาม โดยใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ตง้ั คาถามมา 1 ขอ้ 2) ครูต้ังคาถามว่า การงอกของเมล็ดพืชใบเล้ียงเด่ียวและเมล็ดพืชใบเลี้ยงคู่ เหมือนและ แตกตา่ งกนั อย่างไร ( แนวการตอบ การงอกของเมล็ดพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและเมล็ดพืชใบเลี้ยงคู่ มีส่วนที่เหมือนกัน

คอื มีรากงอกออกมาจากเมลด็ กอ่ นสว่ นอื่นๆ แตแ่ ตกตา่ งกนั ที่การงอกของเมล็ดพืชใบเล้ียงเด่ียว เช่น ข้าวโพดใบ เล้ียงจะไมโ่ พลพ่ ้นออกจากเมล็ด มแี ต่ใบแทเ้ จริญออกมา สว่ นการงอกของเมล็ดพืชใบเลี้ยงคู่เช่น ถ่ัวแดง ใบเล้ียง จะเจรญิ งอกจากเมลด็ พร้อมกบั ตน้ อ่อน และเมอื่ ใบเลย้ี งขยายขนาดใหญ่ขน้ึ ก็จะกางออกทาให้เห็นใบแท้) 3) ครูถามนักเรยี นว่า 3.1 การสุกของผลมีผลตอ่ การกระจายของผลและเมล็ดหรือไมอ่ ย่างไร ( แนวการตอบ การสกุ ของผลมผี ลต่อการกระจายของเมล็ด โดยเฉพาะพืชที่มีผลเป็นอาหารของสัตว์ เมื่อผลสุกจะมีกล่ินในการ ดงึ ดูดสัตว์ให้เข้ามากิน และนาผลติดตัวออกไปด้วย หรือเมื่อสัตว์กินและจดจารสชาติได้ก็จะกลับมากินผลหรือ เมล็ดของพืชชนิดนั้นอีก) 3.2 ความสูงของลาต้นมีผลต่อการกระจายของผลและเมล็ดโดยลมหรือไม่อย่างไร (แนวการตอบ ความสูงของลาต้นพืชมีผลต่อการกระจายของผลและเมล็ดเพราะเกี่ยวข้องกับแรงโน้มถ่วงท่ีทา ใหผ้ ลทตี่ กลงมานน้ั อาจจะแตกหรอื กระจายออกไปได้ไกลหรือใกล้กบั ต้นเดิม) 4) ครูให้นักเรียนไปสืบค้นและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าท่ีของแต่ละ ส่วนประกอบของเมลด็ ถว่ั แดงและเมล็ดขา้ วโพดเพิม่ เตมิ ข้ันที่ 5 ขัน้ ประเมิน (Evaluation) 1) การตอบคาถามในชั้นเรียน 2) การทากจิ กรรมในช้นั เรียน 3) การตรวจสมดุ 8. สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งเรียนรู้ 8.1 ใบงานที่ 4.2 การสืบพันธแุ์ บบไมอ่ าศัยเพศของพืชดอก 8.2 สอื่ ออนไลน์ 8.3 หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน ม.1 9. การวดั และการประเมนิ ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้ วิธกี ารวัด เครื่องมือวดั เกณฑท์ ่ใี ชใ้ นการประเมนิ 1 ด้านความรู้ :นกั เรยี น - การตอบคาถามในชัน้ - แบบประเมินการตอบ ผ่านเกณฑร์ ะดับคุณภาพ 2 สามารถอธบิ ายการงอก เรียน คาถาม ของเมล็ดพชื ใบเลย้ี งเดยี่ ว ผ่านเกณฑร์ ะดบั คุณภาพ 2 และเมล็ดพืชใบเลย้ี งคูไ่ ด้ - การตรวจใบกิจกรรมที่ - แบบประเมินการทางาน 2. ดา้ นกระบวนการ : 4.2 เมล็ดงอกไดอ้ ยา่ งไรได้ กล่มุ นักเรียนสามารถปฏิบัติ กจิ กรรมท่ี 4.2 เมลด็ งอก

ได้อยา่ งไรได้ - การสังเกตพฤตกิ รรมใน - แบบประเมินการสังเกต ผ่านเกณฑร์ ะดับคุณภาพ 2 3. ดา้ นเจตคติ : นักเรียน ช้นั เรียน พฤติกรรม ตัง้ ใจเรียนและเกบ็ อุปกรณ์เขา้ ท่ีเมอ่ื ปฏบิ ัติ กจิ กรรมเสรจ็

บันทึกหลงั การสอน หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 4 การดารงชวี ิตของพชื ... แผนการสอนเรอ่ื ง 24 เมล็ดงอกไดอ้ ย่างไร เราเรยี ... วันท.่ี ..............................เดือน...............................................................พ.ศ.......... ผลการสอน ปัญหา / อุปสรรค ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ปญั หา ลงช่อื ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ.............................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ () () ลงชอ่ื .............................................ผชู้ ว่ ย/รองฯวิชาการ () ลงชอื่ ............................................ผ้อู านวยการ ()

ใบกจิ กรรมท่ี 4.2 เมล็ดงอกได้อย่างไร กลมุ่ ท.่ี ...... หอ้ ง…………. จุดประสงค์ 1. สังเกต รวบรวมขอ้ มลู และระบสุ ่วนประกอบและหนา้ ทีข่ องสว่ นประกอบของเมล็ดพืช 2. รวบรวมข้อมลู และระบุปัจจัยในการงอกของเมลด็ 3. อภิปราย ลงมอื ปฏบิ ัติเพ่ือสังเกตการเปลี่ยนแปลงของเมลด็ ขณะงอก วัสดอุ ปุ กรณ์ทใ่ี ชต้ ่อกล่มุ วสั ดุและอปุ กรณ์ รายการ ปริมาณ/กลมุ่ 1. เมล็ดถัว่ แดง 10 - 15 เมล็ด 2. เมล็ดข้าวโพด 10 - 15 เมลด็ 3. ใบมีดโกน เท่าจานวนคนในกลุ่ม 4. แว่นขยาย 2 อัน วิธีการดาเนนิ กิจกรรม ตอนท่ี 1 1. สังเกตลักษณะภายนอกและภายในของเมล็ดถ่ัวแดงและเมล็ดข้าวโพดโดยใช้ใบมีดโกนผ่าเมล็ด ตามยาว บันทกึ ผลการสงั เกตโดยการวาดภาพส่วนประกอบของเมลด็ 2. สืบค้นและรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของแต่ละส่วนประกอบของเมล็ดถั่วแดง และเมลด็ ข้าวโพด เปรียบเทยี บส่วนประกอบของเมลด็ และระบุส่วนประกอบของเมลด็ ตารางบนั ทกึ ผล ผลการสงั เกตลักษณะภายนอก และภายในของเมลด็ ถั่วแดงและเมล็ดขา้ วโพด เมลด็ พชื ลกั ษณะภายนอก ลกั ษณะภายใน

ตาราง ผลการสืบค้นและรวบรวมข้อมลู เก่ียวกับส่วนประกอบและหนา้ ท่ีของแตล่ ะส่วนประกอบของเมล็ดถั่วแดง และเมลด็ ข้าวโพด เมล็ดพืช ส่วนประกอบ หนา้ ที่ของส่วนประกอบ ตาราง ลกั ษณะภายนอก และภายในของเมล็ดถว่ั แดงและเมลด็ ข้าวโพด เมล็ดถวั่ แดง เมลด็ ข้าวโพด จากกจิ กรรมตอนท่ี 1 สรุปไดว้ า่ อย่างไร ................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................

ตอนที่ 2 ปจั จัยในการงอกของเมล็ด ไดแ้ ก่ ความชนื้ (นา้ ) แกส๊ ออกซเิ จน อุณหภมู ิที่เหมาะสม วิธีการเพาะเมลด็ เพ่ือสงั เกตการงอกของเมล็ดถวั่ แดงและเมล็ดข้าวโพด การเลอื กเมลด็ พชื 1. เลือกเมล็ดถัว่ แดง โดยนาเมล็ดถว่ั แดงไปแช่นา้ 1 คนื แลว้ เลือกเมล็ดทีจ่ มนา้ 10 เมล็ด 2. เลอื กเมล็ดข้าวโพด โดยเมล็ดต้องสมบูรณ์ ไม่มีรอยกดั แทะ จานวน 10 เมลด็ การเพาะเมลด็ 1. นาเมล็ดท่ีเลอื กมาเพาะในขวดพลาสติกใสตัดครึ่ง เจาะรทู ี่กน้ ขวด ใสท่ รายหยาบสูงประมาณ 2 เซนติเมตร วางเมลด็ ถว่ั แดงและเมลด็ ขา้ วโพดให้ติดผนงั ด้านในของขวดและใส่ทรายปิดทบั เมล็ดหนาประมาณ 2 เซนตเิ มตร 2. นาขวดไปวางในที่แดดสอ่ งถงึ อณุ หภูมิกลางวนั เฉลี่ยประมาณ 30 องศาเซลเซยี ส รดน้าทุกวนั ปริมาตร 5 ชอ้ นโตะ๊ 3. สงั เกตการเปลยี่ นแปลงของเมล็ด หลงั รดนา้ ทกุ วนั บนั ทกึ ผลโดยการถา่ ยภาพ ตารางบันทกึ ผลเพอ่ื บนั ทกึ การเปล่ียนแปลงของเมลด็ ถ่ัวแดงในแตล่ ะวัน วันท่ี ภาพวาด/ภาพถา่ ย การเปลย่ี นแปลง 1 2 3

วนั ที่ ภาพวาด/ภาพถ่าย การเปลย่ี นแปลง 4 5 6 7 ตารางบนั ทกึ ผลเพอ่ื บนั ทกึ การเปลี่ยนแปลงของเมลด็ ข้าวโพดในแต่ละวัน วนั ที่ ภาพวาด/ภาพถ่าย การเปลยี่ นแปลง 1 2

3 4 4 6 7 จากกิจกรรมตอนท่ี 2 สรุปไดว้ า่ อย่างไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................

ใบกิจกรรมท่ี 4.2 เมล็ดงอกได้อยา่ งไร กล่มุ ท.่ี ...... ห้อง…………. จดุ ประสงค์ 1. สงั เกต รวบรวมขอ้ มูล และระบสุ ว่ นประกอบและหนา้ ที่ของสว่ นประกอบของเมล็ดพชื 2. รวบรวมข้อมลู และระบุปจั จัยในการงอกของเมล็ด 3. อภิปราย ลงมอื ปฏบิ ตั ิเพ่อื สงั เกตการเปลีย่ นแปลงของเมลด็ ขณะงอก ตัวอยา่ ง วสั ดอุ ปุ กรณ์ทใี่ ชต้ อ่ กลุ่ม วัสดแุ ละอปุ กรณ์ รายการ ปรมิ าณ/กลุ่ม 1. เมลด็ ถั่วแดง 10 - 15 เมลด็ 2. เมล็ดข้าวโพด 10 - 15 เมล็ด 3. ใบมีดโกน เทา่ จานวนคนในกลุ่ม 4. แว่นขยาย 2 อัน วธิ ีการดาเนนิ กิจกรรม ตอนที่ 1 1. สังเกตลักษณะภายนอกและภายในของเมล็ดถั่วแดงและเมล็ดข้าวโพดโดยใช้ใบมีดโกนผ่าเมล็ด ตามยาว บันทกึ ผลการสงั เกตโดยการวาดภาพส่วนประกอบของเมลด็ 2. สืบค้นและรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับส่วนประกอบและหน้าท่ีของแต่ละส่วนประกอบของเมล็ดถั่วแดง และเมล็ดข้าวโพด เปรียบเทยี บส่วนประกอบของเมลด็ และระบสุ ่วนประกอบของเมลด็ ตารางบนั ทกึ ผล ผลการสงั เกตลักษณะภายนอก และภายในของเมลด็ ถว่ั แดงและเมล็ดขา้ วโพด เมล็ดพชื ลักษณะภายนอก ลักษณะภายใน ถั่วแดง ข้าวโพด

ตาราง ผลการสืบคน้ และรวบรวมขอ้ มูลเก่ยี วกับส่วนประกอบและหนา้ ท่ขี องแต่ละส่วนประกอบของเมลด็ ถ่ัวแดง และเมลด็ ข้าวโพด เมล็ดพชื สว่ นประกอบ หนา้ ทข่ี องสว่ นประกอบ ถว่ั แดง - เปลือกหมุ้ เมลด็ - หอ่ หุ้มส่วนประกอบอื่น ๆ ของเมลด็ - เอ็มบรโิ อประกอบดว้ ย > จะเจรญิ เติบโตตอ่ ไปเปน็ รากแกว้ > รากแรกเกดิ (radicle) > จะเจรญิ เตบิ โตเป็นตอ่ ไปลาต้น > ต้นออ่ น (caulicle) > เปน็ แหลง่ อาหารของตน้ อ่อนในขณะงอก > ใบเลย้ี ง (cotyledon) ข้าวโพด - เปลือกหมุ้ เมล็ด - หอ่ ห้มุ สว่ นประกอบอนื่ ๆ ของเมลด็ - เอ็มบรโิ อประกอบด้วย > จะเจรญิ เติบโตต่อไปเป็นรากแกว้ > รากแรกเกดิ (radicle) > จะเจรญิ เติบโตเปน็ ตอ่ ไปลาตน้ > ตน้ ออ่ น (caulicle) > สรา้ งเอนไซม์มาช่วยดงึ อาหารจาก > ใบเล้ียง (cotyledon) เอนโดสเปิร์มมาใชข้ ณะงอก - เป็นแหล่งอาหารของต้นออ่ นในขณะงอก - เอนโดสเปริ ม์ ตาราง ลักษณะภายนอก และภายในของเมล็ดถว่ั แดงและเมลด็ ข้าวโพด เมลด็ ถ่วั แดง เมล็ดขา้ วโพด จากกจิ กรรมตอนที่ 1 สรุปได้วา่ อย่างไร แนวการตอบ เมล็ดพชื ประกอบดว้ ย เปลอื กห้มุ เมลด็ เอ็มบริโอ และเอนโดสเปริ ์ม ซ่ึงแตล่ ะสว่ นมหี น้าท่แี ตกต่าง กนั

ตอนท่ี 2 ปจั จยั ในการงอกของเมลด็ ได้แก่ ความชืน้ (น้า) แกส๊ ออกซเิ จน อุณหภูมิท่ีเหมาะสม วิธกี ารเพาะเมล็ดเพื่อสังเกตการงอกของเมลด็ ถว่ั แดงและเมล็ดข้าวโพด การเลือกเมล็ดพชื 1. เลือกเมล็ดถ่ัวแดง โดยนาเมล็ดถว่ั แดงไปแชน่ า้ 1 คนื แล้วเลอื กเมล็ดท่จี มน้า 10 เมล็ด 2. เลือกเมล็ดข้าวโพด โดยเมล็ดตอ้ งสมบูรณ์ ไม่มรี อยกัดแทะ จานวน 10 เมลด็ การเพาะเมล็ด 1. นาเมลด็ ที่เลอื กมาเพาะในขวดพลาสติกใสตัดครึ่ง เจาะรูที่กน้ ขวด ใสท่ รายหยาบสงู ประมาณ 2 เซนติเมตร วางเมลด็ ถ่ัวแดงและเมลด็ ข้าวโพดให้ตดิ ผนงั ด้านในของขวดและใสท่ รายปิดทบั เมล็ดหนาประมาณ 2 เซนตเิ มตร 2. นาขวดไปวางในที่แดดสอ่ งถงึ อุณหภมู ิกลางวนั เฉลีย่ ประมาณ 30 องศาเซลเซียส รดน้าทุกวนั ปริมาตร 5 ช้อนโต๊ะ 3. สงั เกตการเปล่ียนแปลงของเมลด็ หลังรดน้าทกุ วนั บันทึกผลโดยการถ่ายภาพ ตารางบนั ทกึ ผลเพอ่ื บนั ทึกการเปลย่ี นแปลงของเมลด็ ถ่ัวแดงในแตล่ ะวนั วันที่ ภาพวาด/ภาพถ่าย การเปลี่ยนแปลง เมล็ดยงั ไม่มกี ารเปล่ียนแปลง 1 ตัวอย่าง 2 3

วันท่ี ภาพวาด/ภาพถ่าย การเปลย่ี นแปลง รากเจรญิ เตบิ โตยาวขน้ึ เมลด็ ดันทรายขึ้นไป 4 ด้านบน เรม่ิ เหน็ ใบเล้ยี งสีเขียว ตวั อย่าง 5 ลาตน้ เจริญเติบโตสงู ขึ้น และมีลาต้นสว่ นเหนือ ใบเล้ียง ใบเลี้ยงแยกจากกัน 2 ใบ มีใบแท้ 2 ใบ 6 7 ตารางบนั ทกึ ผลเพือ่ บนั ทกึ การเปลย่ี นแปลงของเมลด็ ข้าวโพดในแต่ละวนั วนั ที่ ภาพวาด/ภาพถา่ ย การเปล่ยี นแปลง 1 เมล็ดขยายขนาดข้ึน 2

3 รากเจรญิ เตบิ โตยาวข้ึน และมจี านวนรากเพิม่ ขึ้น ส่วนยอดเจริญเตบิ โตพ้นทราย 4 5 ตวั อยา่ ง 6 ลาตน้ เจริญเตบิ โตขึน้ มใี บแท้ 2 ใบ ขนาดใหญ่ ขน้ึ และแยกจากกันชัดเจน 7 จากกจิ กรรมตอนท่ี 2 สรุปได้วา่ อย่างไร แนวการตอบ ปจั จัยในการงอกของเมลด็ ไดแ้ ก่ น้า แก๊สออกซเิ จน และอุณหภมู ทิ เ่ี หมาะสม ซงึ่ ขณะทีง่ อกเมลด็ ข้าวโพดและเมล็ดถ่วั แดงจะมีการเปลย่ี นแปลงท่แี ตกตา่ งกัน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook