การส่งตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการ เพอ่ื ยนื ยนั การวนิ จิ ฉยั โรค /กรุ๊ปเลอื ด และ จองเลือด กรณีจ�ำเป็น การประเมนิ ความเส่ียง พจิ ารณาตามแนวทางของAmerican Society of Anesthesiologists (ASA classification) เนอ่ื งจากผู้รับ บริการ จะมคี วามเสยี่ งสูงข้ึนตาม ASA class ทมี่ ากขน้ึ การเตรียมผ้รู บั บริการกอ่ นผ่าตดั (preoperative preparation) การเตรยี มผูร้ ับบรกิ ารกอ่ นผ่าตดั เพื่อให้การผา่ ตัดเป็นไปอย่างราบร่นื และปลอดภัยมากท่สี ดุ มีแนวทางดงั น้ี 1. อธิบาย ให้ขอ้ มูลแกผ่ ู้รับบรกิ าร และญาติ เตรียมผู้รบั บริการทางดา้ นจติ ใจ โดยให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ เก่ยี วกบั วธิ ีการใหย้ าระงับความรูส้ ึก การดูแลหลังผ่าตดั และภาวะแทรกซอ้ นทอ่ี าจเกดิ ข้นึ รว่ มตดั สินใจ เลอื กวธิ ใี ห้ยาระงับความรู้สกึ ท่เี หมาะสมกับผูร้ บั บริการ และเปดิ โอกาสใหซ้ ักถามขอ้ สงสยั อธิบายให้ผ้รู บั บรกิ ารเข้าใจถึงขั้นตอนการรับบรกิ าร 2. เตรยี มสภาพร่างกายผ้รู บั บริการให้พร้อมผา่ ตดั 3. งดน�ำ้ และอาหารกอ่ นผ่าตัด 6 - 8 ชัว่ โมง เพือ่ ปอ้ งกนั การสำ� ลกั เศษอาหารเขา้ ปอด 4. เตรียมเลอื ด หรอื ส่วนประกอบของเลอื ด ในกรณที ่กี ารผ่าตดั ทค่ี าดวา่ จะเสียเลอื ดมาก วนั ทท่ี �ำผ่าตัด ผู้รับบริการจะได้รับการนัดมาโรงพยาบาลในวันเดียวกัน หรือวันก่อนวันผ่าตัด โดยผู้รับบริการต้องท�ำความ สะอาดผวิ หนงั และรา่ งกาย (ตดั เลบ็ , ลบสยี าทาเลบ็ และสระผม) งดดม่ื นำ�้ และอาหารทกุ ชนดิ หลงั เทย่ี งคนื วนั ทที่ ำ� ผา่ ตดั หอผูป้ ว่ ย วันท�ำผ่าตัดผู้รับบริการจะได้รับการแนะน�ำให้ถอดฟันปลอม ถอดคอนแทคเลนส์และ เครื่องประดับออก พยาบาลดูแลสวนอุจจาระ โกนขนบรเิ วณทีผ่ า่ ตดั ใหน้ ้�ำเกลอื เข้าหลอดเลือดด�ำ ใส่คาสายสวนปัสสาวะ เตรยี มเลือดและ ผลทางห้องปฏิบัติการ ใหพ้ รอ้ มก่อนสง่ ห้องผา่ ตดั ก่อนผ่าตดั เพอ่ื ให้การผ่าตัดเป็นไปอยา่ งราบรื่น และปลอดภัยมากท่สี ดุ มีแนวทางดังน้ี 1. อธิบายให้ขอ้ มูลแก่ผู้รบั บรกิ ารและญาติ เพอื่ เตรียมผูร้ ับบรกิ ารทางดา้ นจิตใจ ใหม้ คี วามรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับวิธีการให้ยาระงับความรู้สึก การดูแลหลังผ่าตัด และภาวะแทรกซ้อนท่ีอาจเกิดข้ึน ร่วมตัดสินใจเลือกวิธีให้ยา ระงบั ความรสู้ ึกทีเ่ หมาะสมกับผ้รู บั บริการ และเปิดโอกาสใหซ้ กั ถามขอ้ สงสยั ต่างๆ 2. เตรยี มสภาพรา่ งกายผู้รบั บรกิ ารให้พร้อมผา่ ตัด 3. งดนำ�้ และอาหารก่อนผ่าตดั 6 - 8 ชวั่ โมง เพ่ือป้องกันการสำ� ลักเศษอาหารเข้าปอด 4. เตรียมเลอื ด หรอื ส่วนประกอบของเลอื ด ในกรณีท่กี ารผ่าตัดท่ีคาดว่าจะเสยี เลือดมาก 123 BBLProof
ใบความรู้ที่ 2 การเตรยี มตวั เตรยี มใจเพ่อื รบั การผา่ ตดั คลอด เปน็ ขนั้ ตอนทม่ี คี วามสำ� คญั มาก ทที่ ำ� ใหก้ ารระงบั ความรสู้ กึ เปน็ ไปไดอ้ ยา่ งราบรน่ื ปลอดภยั และปอ้ งกนั /ลดภาวะ แทรกซอ้ นทงั้ ในชว่ งกอ่ น ระหวา่ ง และหลงั ผา่ ตดั จากการสรา้ งสมั พนั ธภาพทด่ี ี ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั วธิ กี ารใหย้ าระงบั ความ รสู้ กึ ภาวะแทรกซอ้ นทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ เตรยี มวางแผนใหย้ าระงบั ความรสู้ กึ และการดแู ลหลงั ผา่ ตดั กบั ผรู้ บั บรกิ ารและญาติ การเตรยี มของใช้ 1. เอกสารจดบนั ทึกประวตั ิ 2. วีดิทศั น์/ภาพพลกิ การเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อรบั การผา่ ตัดคลอด 3. บัตรค�ำพร้อมกระดานแม่เหล็กติดบตั รคำ� หลกั สำ� คัญในการเตรยี มตัวเตรียมใจเพื่อรับการผ่าตัดคลอด จุดสำ�คัญ ขน้ั ตอนสำ�คญั ขน้ั ตอนวันมานดั 1. เตรียมความพร้อม : ผู้สอนสร้างความคนุ้ เคย โดยแนะนำ� · สรา้ งบรรยากาศผ่อนคลาย ยิ้มแยม้ ไมเ่ ฉพาะ ตนเองท้งั ผู้รับบริการและผสู้ อน พร้อมต้งั คำ� ถามปลายเปดิ เจาะจง และสรา้ งความเป็นกันเอง ใหผ้ ูเ้ รียน เช่น“ท�ำไมคุณหมอต้องแนะนำ� ใหค้ ณุ แม่มารับการผ่าตดั รู้สึกอยากตอบหรืออยากเล่าประสบการณท์ ี่ คลอดคะ” เคยมมี า เปดิ สมอง : เปดิ โอกาสใหผ้ รู้ ับบรกิ ารเล่าความรู้สึก · สงั เกตสีหนา้ ท่าทางและความวิตก เพอื่ ประเมินความเขา้ ใจความวิตกกงั วล 124 BBLProof
ขัน้ ตอนสำ�คัญ จุดสำ�คัญ 2. การใหอ้ งค์ความรู้ : เปิดวดี ีทัศน์/ภาพพลกิ ให้ความรู้ · สถานทสี่ งบเงียบ วดี ีทศั น/์ ภาพพลกิ สัน้ เรอื่ งการเตรยี มตัวเตรียมใจเมือ่ รับการผ่าตดั คลอด(ตามใบ กะทดั รดั น่าสนใจผ้รู ับบริการอยากเรยี นรู้ ความรทู้ ่ี1) · สังเกตความพรอ้ มของผรู้ ับบริการ : แววตา สหี นา้ นำ้� เสยี งและท่าทาง ขณะชมวีดที ศั น์ / ภาพพลกิ 3. การปฏิบัติ : ผู้สอนใหผ้ รู้ ับบรกิ ารรว่ มกันต่อบัตรคำ� ความ · ผสู้ อนดูแลผู้รบั บริการอยา่ งใกลช้ ิด หากผู้รับ รู้ทีส่ �ำคญั เช่น การเตรยี มตวั เม่ือตอ้ งมารับการผ่าตัดคลอด บริการปฏิบัตไิ มถ่ ูกต้อง ผู้สอนต้องอธิบายและ อาการผดิ ปกตทิ ี่ต้องมาโรงพยาบาล สอบถามความรู้ความ ให้เหตผุ ล วา่ ทำ� ไมไม่ถูกตอ้ งพรอ้ มอธบิ ายชแี้ จง เขา้ ใจ ความถกู ต้อง และใหค้ ำ� แนะนำ� ใหถ้ ูกต้องทันที หากปฏิบตั ิถูกต้องให้เนน้ ยำ้� ในสงิ่ ทที่ ำ� ถูกต้องพรอ้ มใหเ้ หตุผล และกล่าวค�ำ ชมเชย ให้ก�ำลงั ใจ 125 BBLProof
ข้นั ตอนสำ�คญั จุดสำ�คัญ 4.การสรปุ : ผูร้ ับบรกิ ารรว่ มกันสรปุ ข้นั ตอนการปฏิบตั ิ · หากเนอ้ื หาทีส่ รุปไมค่ รบถ้วน ผูส้ อนตอ้ งสรุป (ตามใบความรู้ท1ี่ ) เพ่มิ เติมใหส้ มบรู ณ์ 5.ซกั ถามปัญหา : เปดิ โอกาสให้ผรู้ ับบริการซักถามปญั หา / · สรา้ งบรรยากาศใหเ้ ปน็ กนั เอง ตอบคำ� ถาม ข้อสงสยั ดว้ ยความเต็มใจและอารมณ์ท่ีเป็นบวก แก้ไข ปญั หาให้ถกู ตอ้ ง 6.เนน้ ย�้ำความร้แู ละการปฏบิ ตั ิ : ให้ทบทวนความรู้ตามคู่มอื · เนอ้ื หาครอบคลุมประเดน็ สำ� คญั และมภี าพ จบการสนทนาด้วยการตกลงบรกิ าร “ เราเจอกนั อีกครั้งใน ประกอบ วนั นัดผ่าตัด” พรอ้ มแจกแผ่นพบั 126 BBLProof
เอกสารอ้างองิ 1. ราชวิทยาลัยวสิ ัญญแี พทย์แห่งประเทศไทย. ความรสู้ �ำหรบั ประชาชน ข้อมลู ทค่ี วรรู้เก่ียวกบั วสิ ัญญ.ี 2. เรณู อาจสาล.ี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล. การพยาบาลผทู้ มี่ ารบั การผา่ ตดั . , 2553. กรงุ เทพฯ : เอน็ พี เพรส. 3. วรศรี ม่วงมิ่งสุข, อรลักษณ์ รอดอนันต์, สมรัตน์ จารุลักษณานันท์ และคณะ. การส�ำรวจความรู้ เกีย่ วกบั วิสัญญใี นผู้ปว่ ยกอ่ นการให้ยาระงับความรู้สึกในโครงการพัฒนาคณุ ภาพบรกิ าร. , 2555. จุฬาลงกรณ์เวชสาร ; 46(3) : 257-67. 4. วชิ ยั อทิ ธชิ ยั กลุ ฑล , รนื่ เรงิ ลลี านกุ รม , กำ� ธร ตนั ตวิ ทิ ยาทนั ต์ และคณะ. ตำ� ราฟน้ื ฟวู ชิ าการวสิ ญั ญี วทิ ยา., 2548. ราชวทิ ยาลยั วสิ ญั ญีแพทยแ์ ห่งประเทศไทย. 5. Charuluxananan S, kyokong O, Somboonviboon W. Nalbuphine versus ondansetron for prevention of intrathecal morphine-induced pruritus after cesarean delivery. Anesth Analg , 2003 : 96 : 1789 - 93. 6. การเพิม่ สมรรถภาพการหายใจในผปู้ ่วยหลงั ผ่าตัด : สืบค้นจาก http:// www.bangkokhealth.com/. 7. สืบค้นจาก http://www.gotoknow.org 8. สืบคน้ จาก http://www.google.co.th 127 BBLProof
หลังคลอด 128 BBLProof
แผนการสอนที่ 6 ก่อนกลับบา้ น ฝึกการดูแล พ่อแม่ทำ� ได้ เป้าหมายรวม: ลูกน้อยแข็งแรง ฉลาดเรียนรไู้ ว แมล่ ูกปลอดภัย พอ่ แมด่ แู ลลกู ได้ สานสายใยครอบครวั สาระส�ำคัญ 1 การอาบนำ้� และเช็ดสะดือทารก 2 การเลย้ี งลูกดว้ ยนมแม่ 3 การนวดสมั ผัสทารก 4 การปฏิบตั ติ ัวหลังคลอดและการเล้ียงดทู ารก กิจกรรมทก่ี �ำหนด กิจกรรมที่ 1 : ยืดหยุ่น เยือกเย็น สะอาดกาย ได้อาหารใจ กิจกรรมที่ 2 : อบอุ่น อิม่ ทอ้ ง สมองดดี ้วยนมแม่ กจิ กรรมที่ 3 : สอ่ื รัก ผสานใจใชน้ วดสมั ผสั กจิ กรรมที่ 4 : เพมิ่ ทุนสมอง ต้องใส่ใจดแู ลท้ังแม่ลูก ประโยชนท์ ่ไี ด้รับ ทารกได้รบั อาหารกาย อาหารใจและอาหารสมอง มีพัฒนาการทางร่างกายสมวยั และได้รับการกระตุน้ สมอง ท�ำให้มีความฉลาดและเรยี นรไู้ ดร้ วดเร็ว พอ่ แม่และผ้ดู แู ลเด็กได้รบั ความรู้ มีทักษะและทศั นคตทิ ด่ี ตี อ่ การเลยี้ งดู ทารก สามารถดแู ลสขุ ภาพมารดาและ ทารกได้อย่างม่นั ใจ เปน็ การสร้างเสรมิ สายสัมพนั ธ์ในครอบครัวใหอ้ บอุ่น ระยะเวลาทง้ั หมด 120 นาที รูปแบบ/วิธีการสอน 1. บรรยาย 2. สาธิตและฝึกปฏบิ ัต ิ 3. ทำ� กจิ กรรมกลุม่ 129 BBLProof
กจิ กรรมการสอน กจิ กรรมที่ 1: ยืดหยุน่ เยอื กเย็น สะอาดกาย ไดอ้ าหารใจ ชนิดา ภู่ทอง, สภุ าพรรณ อยู่ประเสริฐ, อัจฉรยิ า ทองฤทธ์ิ กจิ กรรมนท้ี �ำเพ่อื · ทารกมรี า่ งกายสะอาด สะดือสะอาด ปราศจากการติดเชื้อ · ความเยน็ และความนมุ่ นวลของนำ้� ชว่ ยกระตนุ้ สมองของทารกได้ ทำ� ใหจ้ ติ ใจออ่ นโยน ใจเยน็ มคี วามยดื หยนุ่ ในการแก้ปัญหา · พ่อแมแ่ ละผดู้ แู ลเด็กมีความรู้ เกิดความมั่นใจ และปฏบิ ัติไดจ้ รงิ ในการอาบนำ้� และเช็ดสะดือทารก · พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กได้มีส่วนร่วมในการดูแลบุตรหลานของตนเอง เป็นการสร้างเสริมสายสัมพันธ์ใน ครอบครัวเปรยี บเสมอื นเปน็ อาหารใจของทั้งแมแ่ ละลูก สิ่งที่ได้จากการท�ำกจิ กรรมนี้ · ทารกมีร่างกายสะอาด และปลอดภยั จากการติดเชอ้ื และการเกิดอบุ ตั ิเหตุตา่ งๆ และยังได้รับอาหารใจจาก การจอ้ งมอง การพูดคยุ และการสัมผสั ที่ออ่ นโยนจากผู้อาบ (มอง พดู คยุ สมั ผัส) · แม่มีความรู้ มน่ั ใจในการปฏิบตั ิไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง และการได้รับความช่วยเหลือ เอาใจใส่จากคนรอบขา้ งทำ� ให้ แมส่ บายใจ ไมม่ ีภาวะเครยี ด · พ่อ ได้รับรถู้ ึงความยากลำ� บากในการเลยี้ งดบู ตุ ร จึงมคี วามเห็นใจและเขา้ ใจแม่มากขึ้น พ่อสามารถอาบน้�ำ และเช็ดสะดือทารกแทนแมไ่ ด้ หลกั การและวิธกี ารส�ำคญั จุดสำ�คัญ ขน้ั ตอนสำ�คญั · ยมิ้ แย้ม ใหผ้ ู้เรยี นรู้สึกอยากตอบหรอื อยากเลา่ 1. การเตรียมความพร้อม : ผสู้ อนสร้างความคุ้นเคย ประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติไม่เฉพาะเจาะจง สร้าง โดยแนะนำ� ตนเองทง้ั ผู้เรียนและผสู้ อน พรอ้ มตง้ั ค�ำถาม ความเปน็ กนั เอง มา ปลายเปดิ เช่น “ท�ำไมเราตอ้ งอาบนำ้� และเช็ดสะดอื ให้ · สังเกตสีหนา้ ความผอ่ นคลาย และการมสี ว่ นรว่ ม ทารก” · เม่อื ลมื ตา ประเมนิ ว่าผูเ้ รยี นมีความพร้อมแลว้ หรือ ยัง โดยสงั เกตแววตา สหี น้า รอยยม้ิ ของผู้เรียน เปดิ สมอง : ใหแ้ ม่อ้มุ ลกู กอดไวแ้ นบอก และหลบั ตา ใหล้ ูกได้ฟังเสียงหัวใจแม่ กายลกู และแม่สัมผสั กนั แนบ · สน้ั กะทัดรดั นา่ สนใจ ผู้เรยี นอยากเรยี นรู้ สนิท แม่หายใจเขา้ ออกลกึ อย่างผอ่ นคลายประมาณ 30 วนิ าที แลว้ ลืมตาขึน้ เปิดโอกาสให้เลา่ ความร้สู ึก 2. การน�ำเขา้ สูบ่ ทเรียน : ผู้สอนชีแ้ จงถงึ เหตุผล ความ จ�ำเปน็ รวมทง้ั ประโยชน์ของการอาบนำ้� และเช็ดสะดอื ทารก 130 BBLProof
ขนั้ ตอนสำ�คัญ จดุ สำ�คญั 3. การให้องคค์ วามรู้ : ผู้สอนอธบิ ายขน้ั ตอนการอาบ · เนน้ จดุ สำ� คญั ของการสาธิตความรวดเร็ว ความ น้�ำพรอ้ มสาธิต : ใช้ทารกแรกเกดิ จริง เน้นการพดู คุย และสบตาทารกในขณะอาบนำ้� สะอาด ปลอดภยั และไมเ่ กิดการติดเชือ้ (ตามใบความรู้ท่1ี ) 4. การสะท้อนกลับและทดสอบความรูค้ วามเข้าใจ : ผู้ · สังเกตความพร้อมของผูเ้ รียน จากแววตา สีหน้า เรยี นฝกึ ปฏิบตั ิอาบนำ�้ ลูกดว้ ยตนเอง ผสู้ อนเป็นผู้ดูแล น้�ำเสยี งและท่าทาง ไมค่ วรบังคบั ถ้าไมพ่ ร้อม ความถูกตอ้ ง เหมาะสม อยา่ งใกล้ชิด พร้อมให้คำ� แนะนำ� • ขณะปฏิบตั ิให้เฝ้าดูการทำ� กจิ กรรมอยา่ งใกลช้ ิด ขณะปฏบิ ัติ • กรณีทพ่ี ่อแมป่ ฏิบตั ิไมถ่ ูกตอ้ ง ทีจ่ ดุ ไหน ผสู้ อน ต้องอธบิ ายและใหเ้ หตุผลวา่ ท�ำไมไมถ่ ูกตอ้ งพรอ้ ม 5. การสรุป: ผูเ้ รยี นรว่ มกนั สรุปขน้ั ตอนการปฏบิ ัติ ช้ีแจงแกไ้ ขให้ถูกต้องทนั ที (ตามใบงานท่ี 1) · ถา้ ปฏิบตั ิถกู ต้อง ให้เน้นยำ้� ในสงิ่ ท่ที ำ� ถกู ตอ้ งพร้อม : เปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรยี น ซักถามปัญหา / ข้อสงสัย ให้เหตุผล และกล่าวค�ำชมเชย ให้ก�ำลงั ใจ : แนะน�ำให้ทบทวนความร้ตู ามคมู่ ือมารดาหลงั คลอด • อย่าลมื กระตุ้นให้ผอู้ าบน�้ำพูดคยุ และสบตา เรื่องการอาบนำ้� และเชด็ สะดอื ทารก ทารกไปด้วยในขณะที่อาบนำ้� ใหท้ ารก · หากเน้อื หาทีส่ รปุ ไม่ครบถ้วน ผูส้ อนตอ้ งสรปุ เพ่ิม เติมให้สมบูรณ์ · สร้างบรรยากาศให้เป็นกันเอง ตอบค�ำถามด้วยความ เตม็ ใจและอารมณท์ ี่เป็นบวก แกไ้ ขปญั หาตรงจดุ · เนื้อหาครอบคลุมประเด็นส�ำคญั และมภี าพ ประกอบ ความสอดคล้องของกิจกรรมตามหลักการพฒั นาสมอง Brain-based Learning (BBL) 1. ทารกมีความสุขได้อาหารใจจากการพูดคุย จ้องมอง และการสัมผัส การพูดคุยกับทารกของพ่อแม่ และ ผู้ดูแลเด็กขณะอาบน�้ำทารก ท�ำให้เกิดการพัฒนาสมองจากการได้ยิน การสบตากันท�ำให้เกิดการพัฒนา สมองจากการมองเหน็ และการจบั ตอ้ งสมั ผสั ทารกอยา่ งออ่ นโยน ทำ� ใหเ้ กดิ การพฒั นาสมองจากการสมั ผสั เปน็ การกระตุ้นพฒั นาการ เพ่มิ ความฉลาดทารกเกดิ การเรียนรทู้ รี่ วดเร็ว 2. จากการได้รับความช่วยเหลอื จากสามแี ละผู้ดูแลเด็ก ท�ำให้แม่มคี วามสุข ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและไมเ่ กดิ ภาวะ เครยี ดเปน็ อาหารใจของแม่ 3. ผู้เปน็ พอ่ และผู้ดูแลเด็กได้องคค์ วามรทู้ ีถ่ ูกตอ้ ง เหมาะสม เกิดความมัน่ ใจ ในกิจกรรมการอาบนำ้� และเช็ด สะดอื ทารกและเปน็ การสร้างเสริมสายสัมพันธใ์ นครอบครวั 4. เปน็ การจดั กระบวนการเรยี นรูท้ ่ีถูกต้องเหมาะสมกับวยั ทารก โดยผ่านกิจกรรมท่ีท�ำโดยพอ่ แม่ และผดู้ ูแล เด็ก ซึ่งเปน็ ผู้ทใี่ กลช้ ดิ กบั ทารก มีความรกั และผูกพนั ตอ่ ทารกเป็นพน้ื ฐาน ทารกได้พฒั นาสมองจากสมั ผัส ทอี่ อ่ นโยน ซง่ึ ไมใ่ ชส่ มั ผสั จากมารดาเทา่ นนั้ แตจ่ ะไดจ้ ากพอ่ ปยู่ า่ ตายาย และญาติ เกดิ การบนั ทกึ ในสมอง ซึ่งมผี ลตอ่ การเรยี นรู้และความจ�ำ แมจ้ ะยังพูดไม่ได้กต็ าม 131 BBLProof
ระยะเวลา 30 นาที สือ่ อปุ กรณ์ 1. ชดุ อุปกรณ์สาธติ การอาบนำ้� และเช็ดสะดอื 2. ภาพประกอบขนั้ ตอนการอาบน้�ำและเช็ดสะดือ 3. คู่มอื มารดาหลงั คลอด การประเมิน 1. การสังเกตจากการฝึกปฏิบตั ิ 2. ตอบข้อซกั ถาม 132 BBLProof
ใบความรทู้ ่ี 1 ยดื หยนุ่ เยือกเยน็ สะอาดกาย ไดอ้ าหารใจ การอาบนำ้� ท�ำความสะอาดร่างกาย ทำ� ใหล้ ูกรสู้ กึ สบาย ขณะอาบน�ำ้ ยงั สามารถสงั เกตส่งิ ผดิ ปกติต่างๆ ในตัว ลูก เช่น ผด ผ่ืน ส�ำหรบั เวลาในการอาบนำ�้ ท่ีเหมาะสมเปน็ เวลาที่มอี ากาศอบอุน่ ช่วงสาย หรือบา่ ย อีกทงั้ ยงั ท�ำใหท้ ารก มีความสุข ได้อาหารใจ จากการพดู คุย จ้องมองและการสมั ผสั ของพ่อแม่ และผู้ดแู ลเด็กขณะอาบน�้ำทารก ทำ� ให้เกดิ การกระตุ้นสมอง เพ่ิมความฉลาดแก่ทารก ทำ� ให้ทารกเกิดการเรียนรทู้ ่ีรวดเร็ว หลกั การอาบน้�ำและเช็ดสะดือทารก · การเตรียมของใช้ - ผ้าเชด็ ตัว หรอื ผ้าอ้อมหอ่ ตัวผนื ใหญ ่ - กะละมงั อาบน�้ำ - สบู่ แชมพู ส�ำหรบั เด็ก - สำ� ลกี อ้ นทฆี่ า่ เชอ้ื แลว้ - ไม้พนั สำ� ลีทีฆ่ ่าเช้ือแลว้ - น้ำ� ต้มสกุ ทีเ่ ย็นแลว้ - ฟองนำ้� หรือผา้ อาบน้ำ� (ควรหม่นั ตากแดดเพ่ือฆา่ เชอ้ื โรค) - เสือ้ ผ้า ผา้ ออ้ ม - นำ้� ยาเช็ดสะดือ (จะได้รับจากโรงพยาบาลที่คลอด) หลกั ส�ำคัญในการอาบนำ�้ และเช็ดสะดอื ทารก ข้นั ตอนสำ�คญั จุดสำ�คญั · น้�ำส�ำหรับอาบทารก ควรอุน่ ไมร่ อ้ นหรือเย็นเกนิ ไป · นำ้� ที่เย็นเกินไปอาจทำ� ใหท้ ารกตัวเย็นเป็นอันตราย ประมาณครึง่ กะละมงั ทดสอบโดยใชห้ ลงั มอื หรอื ได้ ข้อศอกของผู้อาบ · น�้ำทรี่ ้อนเกินไปอาจลวกทารกเป็นอนั ตรายต่อ ผวิ หนงั ของทารกได้ 133 BBLProof
ขัน้ ตอนสำ�คญั จดุ สำ�คัญ · การห่อตวั ทารกก่อนอาบน�ำ้ · การหอ่ ตัวทไี่ มแ่ น่นกระชบั จะท�ำใหผ้ ู้อาบนำ�้ ทารก - พบั ผ้าห่อตัวที่เป็นส่เี หล่ียม อุม้ ไมถ่ นดั ทารกอาจดนิ้ หลุดจากผา้ และเกดิ โดยพบั มุมใดมุมหนึ่ง ลงมาให้ อุบตั เิ หตุได้ เป็นสามเหลย่ี ม - ถอดเส้ือผ้าทารกออกเสียก่อน วางทารกให้ศีรษะเลยขอบผ้า ออกไป · ถา้ มอื ของทารกออกมาจากผา้ หอ่ อาจเปื้อนน้ำ� สบู่ หรอื แชมพู เมื่อดิ้นมืออาจปา้ ยตา ป้ายปาก น้�ำสบู่ - หอ่ ตงั้ แต่บริเวณไหล่ลงมา โดย หรอื แชมพู อาจเข้าตาและเป็นอนั ตรายต่อทารกได้ พบั แขนแนบลำ� ตัวทลี ะขา้ ง จับ ชายผ้าขา้ งหน่งึ พนั รอบตวั พร้อม แขนที่แนบไว้ อ้อมไปดา้ นตรง ขา้ ม พับผา้ สอดไปใตล้ ำ� ตวั ให้ ล�ำตัวทับผ้าไว้ - พบั แขนอีกข้างหน่ึงลงมา ใช้ ชายผา้ ทเ่ี หลือพนั ตงั้ แต่ไหล่ลง มา ออ้ มไปด้านตรงขา้ ม และพนั ทารกไวใ้ หแ้ น่น · การอ้มุ ทารก · ควรอมุ้ ทารกให้กระชบั เพราะทารกอาจด้ินตกได้ อุ้มทารกไว้ด้านข้างล�ำตัวของผู้ · ผ้าทสี่ ะอาดที่สดุ ควรเชด็ บริเวณตา แก้มและใบหนา้ อาบ ประคองทารกไวด้ ว้ ยมอื ขา้ ง กอ่ น อยา่ นำ� ผา้ ท่ีสระผมแล้วมาเช็ดหน้าหรือตา เดยี ว(ควรเปน็ ขา้ งทผี่ อู้ าบไมถ่ นดั เพราะศรี ษะของทารกคลอดใหม่ อาจมีคราบเลอื ด เพราะมอื ข้างทถี่ นดั จะได้ท�ำ สิ่งสกปรกอยู่ อาจทำ� ให้เกดิ การตดิ เชื้อบรเิ วณตา กิจกรรมตา่ งๆไดส้ ะดวก เช่นจบั ฟองนำ�้ ฟอกสบู่ เป็นต้น) และใบหนา้ ได้ และใหส้ ว่ นของศรี ษะและคออยเู่ หนอื กะละมงั อาบนำ้� การ ทำ� ความสะอาดใบหน้าใช้ฟองนำ้� หรือผ้าหมาด เชด็ ตาหน้า ผาก แก้ม จมกู และปาก แล้วจึงเชด็ รอบๆ ใบหนา้ ใหท้ ว่ั จน สะอาด 134 BBLProof
ข้ันตอนสำ�คัญ จุดสำ�คัญ · การสระผม · ระวังอย่าให้นำ้� เข้าตาหรือหูทารก เพราะอาจท�ำให้ - อมุ้ ทารกไวด้ ้านข้างใหก้ ระชบั เกิดการตดิ เชื้อได้ เหมอื นเดมิ แตใ่ หส้ ่วนของศรี ษะ · รีบเชด็ ผมใหแ้ ห้ง เพราะทารกกระหมอ่ มบางอยู่ ต�่ำลงเล็กน้อย ใช้นวิ้ หัวแม่มอื และนว้ิ กลางพบั ใบหขู องทารก อาจท�ำให้ทารกไมส่ บายได้ ไว้ นำ� ฟองนำ�้ หรอื ผ้าชบุ นำ�้ รดศีรษะใหเ้ ปยี ก ฟอกด้วยสบู่ หรือแชมพูใหท้ วั่ ศรี ษะแลว้ ลา้ งออกจนสะอาด - เช็ดผมให้แหง้ · การอาบตัวทารก · ขณะอาบนำ�้ ทารก ควรระมดั ระวงั อยา่ ใหท้ ารก - แกะผ้าท่ีห่อตวั ออก อุ้มแตต่ วั เปน็ อันตราย เช่น ตกหลน่ ไหลตกนำ้� ศรี ษะโขก ลงนำ�้ การอมุ้ ใหม้ อื หนง่ึ ประคอง กะละมัง และไมบ่ ีบรอบคอทารกจนแนน่ เพราะ บริเวณต้อคอและไหล่ มืออีก อาจขาดอากาศหายใจได้ ข้างประคองกน้ วางทารกลงใน นำ้� ยงั คงใหม้ อื ทปี่ ระคองบรเิ วณ · ไม่ควรทาแป้งใหท้ ารก เพราะผงแปง้ อาจเข้าไปใน ระบบทางเดินหายใจเกดิ อันตรายตอ่ ทารกได้ ตน้ คอและไหล่กระชับไว้ - อาบตวั ดา้ นหนา้ โดยใชฟ้ องนำ�้ หรือผ้าชุบน้�ำรดล�ำตัวด้านหน้า ฟอกสบู่ พยายามเน้นที่ซอกคอ ซอกรกั แร้ ขาหนบี แลว้ ใชน้ ำ้� ลา้ ง ออกใหส้ ะอาด - อาบตัวด้านหลัง ให้สอดมือประคองหน้าอกและรักแร้ ด้านนอก ทารกอยู่บนท่อนแขนของผู้อาบ ฟอกสบู่ด้าน หลงั ตั้งแตต่ ้นคอไล่ลงมาถึงขา แล้วลา้ งออกให้สะอาด - อุ้มทารกขึ้นจากน้�ำ โดยมือ หน่ึงประคองต้นคออีกมือหน่ึง ประคองก้นวางทารกลงบนผ้า อ้อมหรือผ้าขนหนู ซับตัวให้ แหง้ และเปลย่ี นผ้า วางทารกลง บนผ้าแหง้ อีกผืนหนึ่ง และเตรยี มเช็ด สะดอื โดยไมจ่ �ำเป็น ตอ้ งทาแปง้ 135 BBLProof
ข้ันตอนสำ�คญั จดุ สำ�คญั · วิธกี ารเชด็ สะดือ · ไม่ควรใช้แป้งฝุ่นโรยบรเิ วณสะดอื ของทารก เพราะ - จบั สายสะดือและยกใหส้ งู ขน้ึ จะเกิดการตกคา้ งของผงแป้ง อับชืน้ ทำ� ให้เกิด - ใช้ไม้พนั ส�ำลีชบุ นำ�้ ยาเช็ด สะดอื อักเสบได้ สะดอื สอดเขา้ ไปเช็ดบรเิ วณ โคนสะดอื (ข้อตอ่ ระหวา่ ง · ไม่ควรใช้ 70% alcohol เชด็ สะดอื ทารก สะดือกับสายสะดอื ) เน่ืองจากไมม่ ีประสิทธภิ าพในการปอ้ งกันการ อักเสบ และยงั ระคายเคืองต่อผิวทารก - ให้วนรอบเดยี วแลว้ ทิ้ง ไมเ่ ชด็ ยอ้ นไปมา ถ้าไม่ สะอาดให้ใช้ไมพ้ ันสำ� ลกี ้านใหม่ เช็ดตามข้ันตอน · การเช็ดสะดือควรท�ำเพยี งวันละครงั้ เพอื่ ให้สะดือ เดมิ หลุดเรว็ (ยกเวน้ เม่อื สะดือสกปรก) เนอ่ื งจากการ - เช็ดบริเวณรอยตัดดา้ นบนของสายสะดือ เช็ดสะดือบ่อยเกนิ ไปจะไปท�ำลายจลุ ินทรีย์ตาม ธรรมชาติทอี่ ยู่บริเวณขวั้ สะดอื ทำ� ใหส้ ะดอื หลุดช้า และเกิดต่ิงเนือ้ ซงึ่ ต้องจี้ออกในภายหลงั ข้อควรจ�ำ : “รวดเรว็ สะอาด ปลอดภยั อยา่ ใหต้ ดิ เชอ้ื ” รวดเรว็ คือ ไม่เปิดเผยร่างกาย หรอื ใหท้ ารกแช่น�้ำนานเกินไป เพราะอาจทำ� ใหต้ วั เย็น หรอื เขียวได้ สะอาด คือ ช�ำระลา้ งร่างกายให้สะอาดทกุ ส่วน เช่น การเช็ดตา การลา้ งฟองสบอู่ อกให้หมด ปลอดภยั คอื อ้มุ ให้กระชับ จบั ให้มั่น อยา่ ใหไ้ หลตกนำ้� อยา่ ใหห้ นา้ กระแทกกะละมงั อย่าบบี คอลกู อยา่ ให้ตดิ เชอื้ คือ ปฏบิ ัตติ ามขน้ั ตอนการอาบนำ้� การเชด็ ตา และเชด็ สะดอื ท่ถี กู ตอ้ ง 136 BBLProof
ใบงานท่ี 1 ขนั้ ตอนการอาบน้�ำทารก ขน้ั ตอนการเชด็ สะดือ 137 BBLProof
กจิ กรรมท่ี 2 : อบอุ่น อมิ่ ท้อง สมองดี ด้วยนมแม่ ชนิดา ภู่ทอง, สุภาพรรณ อย่ปู ระเสรฐิ , อัจฉริยา ทองฤทธิ์ นนธนวนณั ท์ สนุ ทรา กจิ กรรมน้ีท�ำเพือ่ · ใหล้ กู ได้อยใู่ กล้ชดิ กบั แม่ ได้กินนมแม่ตามความตอ้ งการ · ให้แม่และลูกไดเ้ รียนรู้ซึง่ กันและกนั · ให้แม่มีความรู้และทกั ษะในการให้นมลูกอยา่ งถูกวิธี · พอ่ / ผู้ดแู ลเดก็ มีสว่ นรว่ มในการชว่ ยเหลอื แมใ่ นการให้นมลกู · สรา้ งเสริมสายใยรกั สายสมั พันธใ์ นครอบครัว สิ่งที่ได้จากการท�ำกจิ กรรมนี้ · ทารกไดก้ นิ นมแมอ่ ยา่ งเตม็ ทตี่ ามความตอ้ งการ พรอ้ มไดร้ บั ความรกั ความอบอนุ่ จากออ้ มกอดแม่ ในขณะ ท่ีกินนมแม่ · แมเ่ ขา้ ใจความต้องการของลกู และลกู ได้รบั การตอบสนองจากแม่อย่างถูกต้อง เหมาะสม · แมเ่ กดิ ความม่ันใจและสามารถให้นมลูกอย่างถูกวธิ ี · พ่อ/ ผ้ดู ูแลเดก็ มคี วามเข้าใจ และมีทักษะในการชว่ ยเหลอื แม่ให้ลกู กนิ นมไดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสม · เกดิ สายใยรัก สายสัมพันธ์ในครอบครัวทย่ี ัง่ ยืน หลกั การและวิธกี ารส�ำคญั จุดสำ�คัญ ขั้นตอนสำ�คัญ · บรรยากาศผอ่ นคลาย ผสู้ อนแสดงความเป็นกันเอง · สงั เกตความพร้อมของผูเ้ รียน โดยสังเกตจาก แววตา 1. การเตรียมความพร้อม : สร้างความค้นุ เคยโดย แนะนำ� ตนเองทง้ั ผู้เรียนและผู้สอน สหี น้า นำ�้ เสยี ง และทา่ ทาง เปดิ สมอง : ใหแ้ มอ่ มุ้ ลูกกอดไว้แนบอกและ · สังเกตสหี น้า ความผ่อนคลายและการมสี ่วนร่วม หลบั ตา ปิดไฟให้มดื พร้อมเปดิ เพลง “ อ่มิ อนุ่ ” ๑ เมอื่ ลืมตาสังเกตแววตา สหี นา้ รอยยม้ิ ของผู้เรยี น นาที แลว้ ลมื ตาขน้ึ เปิดโอกาสให้เล่าความรูส้ กึ 2. การน�ำข้าสู่บทเรยี น : ผสู้ อนต้งั คำ� ถามปลาย · ไม่เฉพาะเจาะจง สรา้ งความเป็นกนั เอง ยม้ิ แยม้ ให้ผู้ เปิด เช่น “วันนค้ี ณุ แม่ให้ลกู ดูดนมหรอื ยงั คะ” เรยี นร้สู กึ อยากตอบหรอื อยากเล่า “รูส้ กึ อยา่ งไรบ้างเวลาลกู ดูดนม” 3. การใหอ้ งคค์ วามรู้ : ผ้สู อนเปิด วดี ิทัศน/์ บรรยาย · จับประเด็นสำ� คัญ น่าสนใจ ไม่ใชเ้ วลานาน ให้ เรือ่ งเทคนคิ การใหน้ มลกู อยา่ งถูกวธิ ี (ตามใบความ เทคนิคการจำ� อย่างง่าย รู้ท่ี 2) 138 BBLProof
ข้นั ตอนสำ�คัญ จดุ สำ�คัญ 4. การสะท้อนกลบั และทดสอบ ความรู้ ความเข้าใจ · กระตุ้น จงู ใจและโน้มน้าว ให้ผ้เู รยี นทกุ คนมีส่วนร่วม ของผเู้ รียน : ใหผ้ เู้ รยี นรว่ มกนั สรปุ ข้ันตอนสำ� คญั ดว้ ยความเต็มใจ ของการเล้ียงลูกดว้ ยนมแม่อยา่ งถกู วธิ ี (ตาม · หากเน้อื หาทสี่ รุปไมค่ รบถ้วน ผสู้ อนต้องสรุปเพม่ิ ใบงานท่ี 2) เตมิ ให้สมบูรณ์ : ให้ผู้เรยี นอ้มุ ลูกดูดนมตนเอง ผ้สู อนสังเกตความ · สงั เกตความพรอ้ มของผเู้ รียนจาก แววตา สหี น้า ถกู ตอ้ งเหมาะสมของท่าอมุ้ และวิธีการให้ลกู ดดู นม นำ�้ เสยี งและทา่ ทาง ไม่ควรบงั คับถ้าไมพ่ ร้อม (ถา้ ไม่มใี หใ้ ชต้ ุ๊กตาสาธติ ) - ถา้ ท่าอมุ้ และวิธีการให้นมไมถ่ ูกตอ้ งใหบ้ อกว่าผิด เพราะอะไร และชีแ้ จงแก้ไขให้ถกู ตอ้ งทันที - ถ้าปฏบิ ัตถิ กู ตอ้ ง ให้เน้นยำ้� ในสิ่งท่ที �ำถกู ต้อง พรอ้ มให้เหตุผล และกล่าวคำ� ชมเชย ให้กำ� ลังใจ 5. การสรุป : ผ้เู รยี นร่วมกนั สรุปข้ันตอนการให้นมแม่ · สร้างบรรยากาศท่ีผอ่ นคลายเพื่อใหผ้ เู้ รยี นกลา้ ที่จะ หลงั การปฏิบตั จิ ริง เปดิ เผยปญั หาและแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น พร้อม : เปดิ โอกาสใหซ้ กั ถาม ปญั หา อปุ สรรค ของการ ทัง้ วธิ กี ารแกป้ ัญหา เลี้ยงลูกดว้ ยนมแม่ ผสู้ อนกระตุน้ ใหผ้ ู้เรยี นร่วมกนั - ผสู้ อนตอบคำ� ถามดว้ ยความเต็มใจดว้ ยอารมณ์ที่ หาวิธีแก้ปญั หา เป็นบวก แก้ไขปญั หาตรงจุด (ถ้ามีอุปสรรคในการให้นมจากเตา้ เชน่ หวั นมส้นั - เน้ือหาครอบคลมุ และมีภาพประกอบ มาก แตก ใหส้ อนวธิ กี ารบบี นม และป้อนนมดว้ ย แก้วแทน) : แนะน�ำทบทวนความรู้ในค่มู อื มารดาหลังคลอด เรือ่ งการใหน้ มลกู อย่างถกู วิธี มีประสทิ ธภิ าพ และชอ่ งทางการตดิ ตอ่ กลับเม่อื ต้องการปรึกษา ปญั หาต่างๆ ความสอดคลอ้ งของกิจกรรมตามหลกั การพฒั นาสมอง Brain-based Learning (BBL) · ทารกมีความสุข ได้อาหารกาย จากการไดก้ ินนมแมอ่ ยา่ งเตม็ ที่ ซึ่งนมแมถ่ อื เปน็ อาหารท่ีส�ำคญั ทีส่ ดุ ต่อลูก มีสารอาหารครบถ้วน มีสารตอ่ สเู้ ชื้อโรค ทำ� ใหไ้ มป่ ว่ ยบอ่ ย และยังมสี ารจ�ำเป็นตอ่ การพัฒนาสมอง และยัง ได้รับอาหารใจจากการทม่ี ีตวั แมอ่ ย่กู ับลูกตลอดเวลา ท�ำให้ลกู ร้สู ึกอบอนุ่ ไดร้ บั การกระตุ้นประสาทสมั ผัส ทั้ง 6 จากการโอบกอด การอุม้ และการสัมผสั อยา่ งใกลช้ ิด การสบตาพูดคยุ กนั ขณะให้นม การไดย้ ินเสียง หัวใจของแม่เต้น กลิ่นกายแม่ รสชาติของท้ังน�้ำนมแม่ท่ีได้ล้ิมรสและจากการสื่อใจถึงกัน ก่อให้เกิดสาย สัมพันธ์ต่อกัน และยังส่งผลถึงการพัฒนาของสมองลูกท่ีต้องด�ำเนินต่อไปอีกมากในระยะหลังคลอดท่ีสืบ เนอื่ งจากการพัฒนาของสมองต้งั แต่อยู่ในครรภ์ · ผเู้ ปน็ พอ่ และผดู้ แู ลเดก็ ไดอ้ งคค์ วามรทู้ ถี่ กู ตอ้ งและเหมาะสม มคี วามมน่ั ใจในการชว่ ยเหลอื แม่ เพอื่ ใหป้ ระสบ ความสำ� เร็จ ในการเล้ียงลกู ดว้ ยนมแม่ และยังเป็นการสร้างให้เกิดสายสัมพนั ธ์ในครอบครัวใหเ้ ขม้ แขง็ 139 BBLProof
ระยะเวลา 30 นาที ส่อื อปุ กรณ์ · ตุ๊กตาจ�ำลอง · เตา้ นมจำ� ลอง · หมอนช่วยอุ้ม · มา้ น่งั รองเทา้ · วีดทิ ัศน์ · แผน่ พบั /ภาพพลิก การประเมินผล · การสงั เกตการฝึกปฏิบตั ขิ องมารดา · การตอบขอ้ ซกั ถาม · ประเมินผลจากคะแนน Latch score 140 BBLProof
ใบความรู้ที่ 2 หลักส�ำคัญในการเล้ียงลูกดว้ ยนมแม่ท่ีหอผปู้ ่วย หลักสำ�คัญ จุดสำ�คัญ 1. ความส�ำคัญ และประโยชนข์ องการใหแ้ มแ่ ละลูกได้ · การให้แม่ลูกอยหู่ ้องเดียวกนั Rooming in อยู่ห้องเดยี วกนั (rooming in) ทำ� ใหล้ ูกไดร้ บั ความอบอนุ่ และไดก้ นิ นมแม่ ตามต้องการ 2. การให้ลูกดูดนมบ่อย ๆ ในระยะ 1-2 วนั แรกหลังค · แมส่ ามารถให้ลูกกินนมไดอ้ ย่างเต็มทแี่ ละ ลอด ควรให้ทกุ 2 ช่วั โมงหรอื วนั ละ 8-10 ครัง้ คร้งั สามารถสงั เกตพฤติกรรมตา่ ง ๆ ของลกู ได้ เชน่ ละอยา่ งน้อย 10 นาที ถ้าลูกหลบั เกิน 3 ช่วั โมง การที่เด็กรอ้ งไม่จ�ำเปน็ ตอ้ งหวิ เสมอไปอาจเป็น ควรปลกู ใหล้ ูกตื่นกินนมและให้แมค่ ลายความกงั วล เพราะผา้ อ้อมเป้อื นจากการขบั ถ่าย รอ้ นหรือ หากน้ำ� นมแม่ ในระยะ 2-3 วันแรก หลงั คลอดจะมี เยน็ เกนิ ไป ไมส่ บาย หรอื ตอ้ งการใหแ้ มอ่ ุม้ กไ็ ด้ จำ� นวนน้อย · การให้ลกู ดดู นมบอ่ ย ๆ จะช่วยกระต้นุ การ 3. ท่าต่าง ๆ ในการให้นมลกู สร้างและหล่งั นำ�้ นม นำ้� นมแม่ในระยะ 2-3 - ทา่ น่ังมี 3 ทา่ คือ วันแรก แม้จะน้อย แต่กเ็ พียงพอสำ� หรบั ลูก 1. ทา่ นง่ั cradle hold แม่ แล้วเพราะลกู ได้รับ อาหารสะสมมาตั้งแต่อยู่ อ้มุ ลูก วางบนตักประคอง ในครรภ์แม่ ถา้ แม่ใหล้ ูกดดู นมอยา่ งถกู วิธี ดูด ศรี ษะลูก โดยใหศ้ รี ษะลูกอยู่ บ่อยสมำ�่ เสมอ น้ำ� นมแมจ่ ะเพิม่ ปริมาณมากขึน้ ตรงขอ้ พับแขนดา้ นในลำ� ตัว เร่ือย ๆ ของลกู อย่ตู ลอดลำ� แขนของแม่ กน้ ลกู อยทู่ ี่อุง้ มือแม่ ใช้ · ท่าน้ีเหมาะส�ำหรับคณุ แมท่ เี่ ต้านมหัวนมปกติ มอื อกี ขา้ งชอ้ นเตา้ นมใส่ปากลกู เป็นทา่ ที่แม่ส่วนใหญ่ถนดั ที่สุด 2. ทา่ น่ัง modified cradle · ทา่ น้ีสามารถควบคมุ การเคลือ่ นไหวของศีรษะ (ท่าขา้ มเตา้ ) แมใ่ ช้ฝา่ มอื รบั ลกู ซ่ึงจะชว่ ยไดม้ ากในลูกท่ีเกดิ ก่อนก�ำหนดที่ ศรี ษะลูก บริเวณท้ายทอยลูก น้ำ� หนกั ตัวนอ้ ย เพราะกลา้ มเน้ือบริเวณคอยงั ดูดนมแม่ดา้ นตรงขา้ มกับมอื ที่ ไม่แขง็ แรง หรือลกู ทมี่ ีปัญหาดดู นมแล้วหลุด แมร่ บั ลูก บ่อย 141 BBLProof
หลกั สำ�คัญ จุดสำ�คญั 3. ท่าอ้มุ ลกู ฟตุ บอล · ทา่ นม้ี ปี ระโยชน์ ในรายแมห่ ลงั ผ่าตัดคลอด ลกู (football hold) แมอ่ ุ้มลกู ใชฝ้ า่ มือ แฝด ลูกตัวเลก็ คลอดก่อนกำ� หนดลกู ที่มีปัญหา รับศีรษะบริเวณท้ายทอยของลูก ดดู นม แลว้ หลดุ บ่อย ๆ ลูกทป่ี ว่ ย แม่ท่เี ต้านม แมส่ ามารถควบคมุ การเคลือ่ นไหว ใหญ่ ใช้เป็นท่าเปล่ยี นต�ำแหนง่ การกดของเหงอื ก ของศีรษะลกู ได้ส่วนลำ� แขนแม่ ประคองไหล่ ลำ� ตวั ลูก ลกู หลุดเวลามีปญั หาหรือหัวนมเจ็บแตก ดูดนมแม่ด้านเดียวกันกับแขนแม่ที่ประคองลูกล�ำตัวลูกอยู่ ด้านใตร้ กั แรแ้ ม่ - ท่านอนให้ดดู นม · ท่าน้ีมีประโยชน์ในการให้นมตอนกลางคืนหรือ (side Lying position) ลูกนอน ในรายหลังผา่ ตัดคลอดวนั แรก ๆ ท่ีแม่อาจจะ ตะแคงหันหน้าเขา้ หาแม่ ประคอง สะดวกในการนอนใหน้ มมากกว่าน่ัง หรอื แม่ ลูกให้ลำ� ตัวชดิ แม่ หรือใช้ผ้าออ้ ม หลังคลอดใหมท่ อี่ อ่ นเพลยี มาก พับหรอื หมอนใบเล็ก ๆ วางดา้ น หลงั ลูก เพอ่ื ไมใ่ ห้ลกู หลงั พลกิ ได้ 4. การให้ลูกดูดนมอยา่ งถกู วิธี · เพราะจะเป็นการล้างสารหลอ่ ล่นื บรเิ วณหัวนม 4.1 การดแู ลเตา้ นม คอื การทำ� ความสะอาดเต้านม ออก ท�ำใหห้ วั นมแหง้ และแตกเปน็ แผลไดง้ ่าย โดยการอาบน้�ำตามปกติ โดยไม่ตอ้ งใช้สบถู่ ูแรงๆ และไม่ · เพ่ือปอ้ งกันไม่ใหท้ ่อนำ�้ นมหกั พบั งอ นำ้� นมไหลไม่ จ�ำเปน็ ต้องเช็ดบรเิ วณหวั นมทุกครั้งก่อนการให้ลูก ดดู นม สะดวก และไมค่ วรใส่ยกทรงชนิดท่มี ลี วดดนั ทรง เพราะอาจไปกดท่อน�้ำนมได้ - การสวมเสอ้ื ยกทรง ตอ้ งเลือกทม่ี ีขนาดพอดกี บั เตา้ นม · ทา่ อุ้มให้ลกู กินนม เป็นส่วนสำ� คัญท่จี ะช่วยให้ 4.2 ทา่ ในการให้นม แม่อาจใช้ท่าน่ังหรือท่านอนแล้ว ทารกงับลานนมได้ตดิ ท�ำให้ลูกดูดนมไดอ้ ย่างมี แต่ความถนดั แตค่ วรเปน็ ทา่ ทแ่ี ม่รู้สึกสบาย ไมเ่ จ็บแผล ประสทิ ธิภาพแม่สามารถอ้มุ ลูกไดห้ ลายทา่ แต่ สว่ นใหญใ่ นวนั แรก ๆ หลังคลอดแมม่ ักให้ลกู ดดู นมในทา่ ไมว่ า่ จะอุ้มทา่ ไหน มีจุดส�ำคญั ที่เหมาะสมกบั นอนแตม่ ีหลกั สำ� คญั คือ แมต่ อ้ งใชม้ อื พยงุ เตา้ นมไว้ขณะให้ สภาวะแมล่ กู ขณะนนั้ 4 ประการ ทตี่ ้องสงั เกต นมลกู หากเปน็ ท่านง่ั ควรนง่ั ให้สบายหลังพงิ พนกั เก้าอ้ี มี ในท่าการอุ้มลกู ใหน้ มของแม่คอื หมอนหรอื เบาะวางบนตกั แม่เพ่ือชว่ ยรองตวั เดก็ หรือรอง 1. Straight line หวั และลำ� ตวั ของลูกอยู่ในแนว แขนแม่ หวั นมแม่อยรู่ ะดับเดียวกับปากลกู เดียวกนั - การสอดหัวนมเข้าปาก ตอ้ งให้ลกึ ทีส่ ุดจนเหงอื กกด 2. Face the breast หน้าของลูกหันหาเตา้ นม บรเิ วณลานนม แม่ จมกู ลูกอยูต่ รงข้ามกับนมแม่ 3. แม่อุ้มลูกแนบชิดตวั แม่ (close) 1. บริเวณส่วนล่างของลำ� ตวั ตอ้ งมกี ารประคอง 142 BBLProof
หลักสำ�คัญ จดุ สำ�คญั 4.3 การจับเต้านม มี · การคบี และการวางนวิ้ ไวท้ ีล่ านนมอาจกดท่อ หลกั การสำ� คัญคอื แม่จะ ตอ้ งวางนวิ้ หัวแม่มอื ไวด้ า้ น นำ�้ นม ทำ� ใหน้ ำ�้ นมไหลไม่สะดวก บนของเตา้ นมอกี นว้ิ วาง ประคองไวใ้ ตเ้ ต้านมไม่คีบ · จะสังเกตได้ว่าถา้ ลกู ดดู ถกู แมจ่ ะไมเ่ จ็บหัวนม ลูก เตา้ นม จะอา้ ปากกว้าง คางชิดเตา้ นมรมิ ฝีปากลา่ งปลนิ้ ออก แกม้ ปอ้ งเตา้ นม กลม ๆ ขณะใหน้ ม แม่ 4.4 การอมหัวนมของลูกจะต้องใหล้ ูกอมลกึ ลานนม ใหล้ ิ้น จะไม่ไดย้ ินเสยี งดูดของลกู จะได้ยนิ เฉพาะเสียง รองบรเิ วณใตล้ านนม กลนื นมเปน็ จงั หวะ · การดงึ หวั นมออกจากปากลูกขณะท่ีลกู ดูดอยู่ จะ - วธิ ีถอนหัวนมออกจากปากลูก ไม่ควรดงึ ขณะทล่ี กู ยังดดู ทำ� ใหห้ วั นมแตกเจบ็ ได้ อยู่ ควรใช้วิธีกดคางลูกเบา ๆ หรือใชน้ ิ้วก้อยสอดเข้าบริเวณ มุมปากระหว่างช่องเหงือกเม่ือลูกอ้าปากจึงค่อยถอนหวั นม ออก 4.5 การจับเรอ - หลงั ให้นมลกู ควรอุ้มลูกพาดบ่า ใช้มือลบู หรอื ตบ · เพื่อปอ้ งกนั การมีลมจากกระเพาะยอ้ นออกมา เบา ๆ เพอื่ ให้ลูกเรอ กอ่ นใหล้ กู นอน ทำ� ให้ลูกอาเจยี นหรอื สำ� ลักนมได้ - การอ้มุ เรออาจใชท้ ่าอุ้มหัวสูง หนั หน้าลกู ให้ตรงกับ หนา้ แม่ เพ่อื ท่ีแม่จะได้กระตุ้นพัฒนาการสมองของลูก จาก การได้มองสบตาและพูดคุยกับลกู ได้ ขอ้ ควรจ�ำ : ท่าอุ้มและการดดู นมที่ถกู ตอ้ ง 3 ต 1 ร ตวั ตรง ตะแคง ติดทอ้ ง รองรับงบั ถึงลาน ปากบานออกไป อยา่ ใหแ้ กม้ บ๋มุ ไมม่ ีเสยี งดงั ฟังแต่ เสียงกลนื จมกู ตอ้ งห่าง ดนั คางให้ชดิ อมมิดลานลา่ งมากกวา่ ลานบน 143 BBLProof
ใบงานท่ี 2 การอุ้มลูกอย่างถูกวิธี (ทา่ นง่ั ทา่ นอน) การใหล้ ูกดูดนมอยา่ งถกู วธิ ี 144 BBLProof
กิจกรรมท่ี 3 : สือ่ รัก...ผสานใจ...ใชน้ วดสัมผสั ชนิดา ภู่ทอง, สุภาพรรณ อยปู่ ระเสริฐ, อจั ฉริยา ทองฤทธ์ิ กจิ กรรมนีท้ �ำเพ่อื · ทารกได้รบั อาหารใจจากสัมผสั ท่อี บอุน่ ทางตา หู ผวิ กาย และทางกลิน่ · ทารกไดร้ บั การกระต้นุ และสร้างเสริมสขุ ภาพกายและใจทถ่ี ูกต้อง เหมาะสม · พอ่ แมแ่ ละผูด้ ูแลเด็ก มคี วามรู้และทกั ษะในการนวดสมั ผสั ทารกที่ถกู ตอ้ ง และสามารถน�ำไปปฏบิ ตั ิไดจ้ รงิ · สรา้ งเสรมิ สายใยรกั สายสมั พนั ธใ์ นครอบครวั สง่ิ ท่ไี ด้จากกจิ กรรมน้ี · ทารกคลายความตงึ เครียด อารมณ์ดี เล้ยี งง่าย กินนมได้มากขนึ้ และนอนหลบั ได้ดี · ทารกมพี ฒั นาการดา้ นอารมณจ์ ิตใจ สังคม และดา้ นรา่ งกาย · พอ่ แม่และผดู้ แู ลเด็ก ปฏบิ ัติได้จรงิ ถกู ต้องในการนวดสัมผสั ทารก · เกดิ สายใยรกั สายสัมพนั ธ์ในครอบครัวที่ยัง่ ยืน หลกั การและวิธีการส�ำคัญ จดุ สำ�คัญ ข้ันตอนสำ�คญั · ผู้สอนแสดงความเปน็ กันเอง เป็น ผู้พูดและผฟู้ ังที่ดี · ผูเ้ รยี นมคี วามพร้อม : สังเกตแววตา สหี น้า น�้ำ 1. เตรยี มความพร้อม : สร้างความคนุ้ เคยโดยแนะนำ� ตนเองทงั้ ผู้เรียนและผสู้ อน เสียง และทา่ ทาง · สงั เกตแววตา สีหน้า รอยย้ิม และการมสี ว่ นร่วม เปิดสมอง : แจกกระดาษ ดนิ สอ ใหว้ าดภาพลูกน้อย ในฝัน แลว้ แลกเปล่ยี นกันดู ขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรมของผเู้ รียน 2. การนำ� เข้าสู่บทเรยี น : ผสู้ อนตงั้ คำ� ถามปลายเปิด · กระต้นุ ใหผ้ ้เู รยี นทุกคนมสี ่วนร่วม ในการทำ� เชน่ “คุณแม่รสู้ ีกอย่างไรตอนสมั ผสั ลกู คร้ังแรก” กจิ กรรม 3. การใหอ้ งคค์ วามรู้ : ผู้สอนพูดถงึ ประโยชน์และ · สัน้ กะทดั รัดและเข้าใจงา่ ย ความส�ำคญั ของการนวดสมั ผสั ทารก · ปฏิบตั ติ ามใบความรู้อย่างระมดั ระวัง : ผสู้ อนดำ� เนนิ การอธบิ ายพร้อมสาธิตวิธกี ารและฝกึ · รปู แบบการเรยี นการสอนเปน็ ไปตามขน้ั ตอนอย่าง ปฏบิ ตั ิการนวดสมั ผัสทารก โดยใชเ้ ด็กแรกเกิดจริง เนน้ การพูดคุยและสบตาทารกในขณะนวดสัมผัส เปน็ ระบบ เน้อื หาชดั เจนเข้าใจง่าย ไมใ่ ช้เวลานาน (ตามใบความรู้ท่ี 3 ) น่าสนใจ ให้พอ่ แม่และผู้ดแู ลเด็กอยากเรยี นรู้ · ผูเ้ รยี นมีความพรอ้ มทจ่ี ะเรียนรู้ โดยสังเกตแววตา สหี นา้ นำ�้ เสยี งและท่าทาง 145 BBLProof
ขนั้ ตอนสำ�คญั จุดสำ�คัญ 4. การสะทอ้ นกลับและทดสอบความรคู้ วามขา้ ใจของ · กรณีทผ่ี เู้ รียนปฏิบัติไม่ถกู ต้อง ที่จดุ ไหน ผ้สู อนต้อง ผเู้ รยี น : ให้ผู้เรยี นลงมือปฏิบัตนิ วดสัมผัสทารกด้วย อธิบายและให้เหตุผลว่าท�ำไมไมถ่ ูกต้องพร้อมชแี้ จง ตนเอง โดยผู้สอนเปน็ ผดู้ แู ลความถูกต้อง เหมาะสม แก้ไขให้ถูกตอ้ งทนั ที อย่างใกลช้ ิด พรอ้ มให้ค�ำแนะน�ำขณะปฏิบตั ิ · ถ้าปฏบิ ัตถิ ูกตอ้ ง ใหเ้ นน้ ยำ้� ในส่งิ ที่ทำ� ถูกตอ้ ง พร้อม กลา่ วคำ� ชมเชย ใหก้ �ำลังใจ 5. การสรปุ : ผเู้ รยี นชว่ ยกนั สรุปขนั้ ตอนการปฏบิ ตั แิ ละ · อยา่ ลืมกระตุ้นใหผ้ ้นู วดพดู คยุ และสบตาทารกไป เปดิ โอกาสให้ใหซ้ ักถามปัญหา ด้วยในขณะทีน่ วดทารก · สร้างบรรยากาศให้เป็นกนั เอง ตอบคำ� ถามดว้ ย ความเตม็ ใจและอารมณ์ท่เี ปน็ บวก แกไ้ ขปญั หา ตรงจุด : แจกแผน่ พบั และวี ซี ดี วิธกี ารนวดสมั ผสั ทารก · ครอบคลุมประเดน็ สำ� คญั และมภี าพประกอบ · เนื้อหาครอบคลุมท้ังประโยชน์ การเตรียมความ พรอ้ มทกุ ด้าน ข้ันตอนการนวดทงั้ 12 ทา่ และ ขอ้ ควรระวัง ความสอดคลอ้ งของกจิ กรรมตามหลักการพัฒนาสมอง Brain-based Learning (BBL) · ทารกมคี วามสขุ ไดอ้ าหารกาย อาหารใจจากการนวดสมั ผสั เนอ่ื งจากวยั ขวบปแี รกเปน็ วยั ทส่ี ำ� คญั อยา่ งยง่ิ ใน การเจรญิ เตบิ โตของเซลลส์ มองและเนอ้ื เยอ่ื ระบบประสาท ตอ่ เนอื่ งจากระยะทท่ี ารกอยใู่ นครรภ์ ความรสู้ กึ จากการสมั ผสั เปน็ ระบบประสาทรบั รรู้ ะดบั แรกๆ ทเ่ี รม่ิ พฒั นาขนึ้ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง การทพ่ี อ่ แมไ่ ดช้ นื่ ชม จอ้ ง มอง โอบกอด สมั ผัสลูก จงึ ก่อใหเ้ กดิ ความรกั ความผูกพนั ลูกมีความสขุ และอบอนุ่ จากการสัมผสั และจาก ผลการศกึ ษาการนวดสมั ผสั ทารก พบวา่ ทารกทไ่ี ดร้ บั การนวดสมั ผสั จะมนี ำ้� หนกั ตวั เพมิ่ ขน้ึ อารมณแ์ จม่ ใส ตน่ื ตัว มีการพฒั นาทางสงั คมมากขึ้น ฉลาด เรยี นรู้ไดเ้ ร็ว นอกจากนนั้ ยังพบว่าระดบั ฮอร์โมนความเครียด ลดลง และมีฮอร์โมนความสขุ เพิ่มขน้ึ · พ่อแมแ่ ละผู้ดแู ลเดก็ ได้องคค์ วามรู้ที่ถูกตอ้ ง เกิดความม่ันใจในกจิ กรรมการนวดสมั ผสั ทารก เป็นการสรา้ ง เสรมิ สายสมั พนั ธใ์ นครอบครวั เนน้ การจดั กระบวนการเรยี นรทู้ ถี่ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั ทารก โดยผา่ นกจิ กรรมท่ี ทำ� โดยพอ่ แมแ่ ละผดู้ แู ล ทารกไดร้ บั การพฒั นาสมองจากการมองสบตา การไดย้ นิ เสยี งพดู คยุ ไดก้ ลน่ิ ตา่ งๆ ท่ีอยู่รอบตัว เช่น กลนิ่ กายพอ่ แม่ กลิน่ โลชัน่ การไดร้ ับสัมผัสทีอ่ อ่ นโยน เกดิ การบนั ทึกความรู้สกึ ต่างๆ ไว้ ในสมอง ซึง่ มีผลตอ่ การเรียนรู้ ท�ำใหเ้ กดิ ความฉลาดเรยี นรู้ไว แม้จะยังพูดไม่ได้ 146 BBLProof
ระยะเวลา 30นาที สอ่ื อปุ กรณ์ · ชุดสาธิตการนวดสมั ผสั ทารก · ตกุ๊ ตาจ�ำลอง · วีดิทศั น์ · คมู่ อื มารดาหลงั คลอด การประเมนิ ผล · สงั เกตการมีส่วนร่วมในการท�ำกจิ กรรม · การตอบขอ้ ซกั ถาม 147 BBLProof
ใบความรู้ท่ี 3 ส่ือรักผสานใจ ใชน้ วดสมั ผัส ความรู้สกึ จากการสัมผัสเป็นระบบประสาทรบั รู้ระดับแรกๆของทารก ที่พัฒนาอยา่ งต่อเน่อื ง การนวดสัมผัส ทารกจะทำ� ใหท้ ารกมคี วามสขุ และอบอนุ่ จากการสมั ผสั ทำ� ใหเ้ กดิ การพฒั นาของสมองจากการมองสบตา การไดย้ นิ เสยี ง พูดคุย ไดก้ ล่นิ ตา่ งๆทีอ่ ยรู่ อบตัว การไดร้ บั สมั ผัสที่ออ่ นโยน เกดิ การบันทึกความรูส้ ึกตา่ งๆ ไว้ในสมอง ซึง่ มผี ลต่อการ เรยี นรู้ ทำ� ให้เกิดความฉลาดเรยี นรไู้ ว แมจ้ ะยงั พดู ไม่ไดก้ ็ตาม หลักการนวดสัมผสั ทารก จดุ สำ�คัญ ข้ันตอนสำ�คัญ - เบาะรองต้องไมน่ มุ่ หรอื แข็งมากเกนิ ไป · การเตรยี มของใช้ · เบาะรองนอนหรือผ้าปูเน้ือหนา · ออยล์ หรอื โลชัน่ · ผา้ อ้อม · การเตรยี มสถานท่ี · อุณหภมู ิหอ้ งเหมาะสม ไม่รอ้ นหรอื เย็นเกินไป - อากาศท่ีรอ้ นหรอื เย็นเกินไปอาจทำ� ให้ลกู ไม่สบายได้ เพราะเวลานวดต้องถอดเสอื้ ผ้าลกู ออก · การเตรยี มทารก · ควรนวดในชว่ งที่ลกู มีความพร้อม - ลกู อารมณ์ดี ไมห่ วิ เช่น ภายหลังอาบน้�ำหรอื อิม่ นม แล้วอยา่ งนอ้ ย 1 ชว่ั โมง เพื่อให้นมได้รับการย่อยก่อน ป้องกันการอาเจียน แต่การนวดบางท่า เช่น ลูบแขนขา ลูบศีรษะ สามารถท�ำได้ทุกเวลา · การเตรยี มผูน้ วด · กอ่ นนวดล้างมอื ใหส้ ะอาด มือควรลืน่ อาจใช้ - ถ้ามอื ไม่ลนื่ ลกู อาจเจบ็ หรอื ระคายเคืองได้ ออยล์ หรอื ใช้โลชน่ั ทาทีม่ อื ก่อน เพอื่ ใหก้ าร - ผ้นู วดไม่ควรใส่เครือ่ งประดบั เชน่ แหวน นาฬกิ า ควร สมั ผัสผิวของลกู เรียบสมำ่� เสมอ ตัดเลบ็ ใหส้ น้ั และสะอาด · วธิ กี ารนวด - พ่อ แม่และผูด้ แู ลเดก็ ควรบอกลกู ว่าจะนวดให้ลูก · ทา่ นวด (12 ทา่ ) และอุ้มกอด รวมทงั้ ในระหว่างการนวด พอ่ แมค่ วรยิ้ม พูดคุย และมองสบตาลูก 148 BBLProof
ข้นั ตอนสำ�คญั จดุ สำ�คญั การนวดศีรษะและใบหน้า · จัดท่าใหล้ กู นอนหงาย วางฝ่ามอื ทง้ั 2 ข้างบน ศีรษะใหน้ ้ิวมอื ประสานกนั เลก็ นอ้ ยตรงแนว กง่ึ กลางศรี ษะลูบลงมาจนถงึ ปลายคาง (ท�ำ 5 ครั้ง) · ใช้ปลายนวิ้ ช้ีและน้วิ กลางลูบไลจ้ ากบรเิ วณหนา้ ผา กลงมาทข่ี มับ (ท�ำ 5 ครง้ั ) การนวดหน้าอก · ใช้นิว้ หัวแมม่ อื ทง้ั 2 ขา้ งวางตรงกลางบรเิ วณ เหนอื รมิ ฝปี ากบน แล้วลากออกมาเป็นเสน้ ตรงจน สุดขอบปาก 5 ครง้ั ตอ่ จากนั้นนวดบรเิ วณใต้ริม ฝีปากล่างในลกั ษณะเดยี วกนั · ใช้ฝ่ามอื ท้งั 2 ข้างลบู ไลจ้ ากบริเวณกลางหน้าอก แยกมอื ออกจากกันไปทางดา้ นขา้ งของล�ำตวั ตาม แนวซี่โครง โค้งลงมาชนกนั ทก่ี ลางท้องน้อย โดย ใหต้ ำ� แหน่งของการเคล่อื นไหว ตง้ั แต่ต้นจนจบ เหมอื นการวาดรูปหวั ใจ (ท�ำ 5 ครัง้ ) 149 BBLProof
ขนั้ ตอนสำ�คญั จดุ สำ�คัญ · จบั ข้อมอื ลูกยกขึ้นเหนอื ศรี ษะ นวดบรเิ วณใต้ การนวดแขน รกั แร้ ซง่ึ เป็นการนวดตอ่ มนำ้� เหลืองใต้รกั แร้ (ท�ำ การนวดกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร เหมอื นกนั ทัง้ สองขา้ ง) 7 ท่า ไอ เลิฟ ยู · นวดแขนลกู ท่ลี ะขา้ ง โดยจับแขนลกู ยกขนึ้ แล้วใช้ มืออกี ข้างจับรอบแขน นวดคลงึ เปน็ ห่วงวงกลม จากตน้ แขนคอ่ ยๆ เล่อื นไปสขู่ อ้ มือ แลว้ เคลอื่ น ลงไปต้นแขน ข้นึ -ลง (ทำ� 5 ครงั้ ) ตอ่ จากนั้นใช้ หวั แม่มือกดฝา่ มือลกู เบาๆ (ทำ� เหมือนกันทั้งสอง ขา้ ง) · เพอ่ื ชว่ ยเพิม่ ประสิทธิภาพในการท�ำงานของกล้าม เนอื้ ในระบบทางเดนิ อาหาร · ใชฝ้ ่ามือลบู เป็นเส้นตรงจากใตร้ าวนมดา้ นซา้ ยถึง บริเวณท้องน้อยเปน็ ตวั I (ด้านขวามือของคณุ ) (ท�ำ 5 ครงั้ ) · ใชฝ้ า่ มอื ลบู เปน็ ตัวแอลกลับหัว บรเิ วณท้องโดย เรม่ิ จากซ้ายไปขวา (ของคณุ ) (ทำ� 5 คร้ัง) · ใชฝ้ ่ามอื ลบู บริเวณทอ้ งเปน็ รูปตัวยูควำ่� โดยเรมิ่ จากซา้ ยไปขวา (ของคณุ ) (ทำ� 5 คร้ัง) 150 BBLProof
ขนั้ ตอนสำ�คญั จุดสำ�คัญ การนวดขา · วางฝา่ มอื ทั้งสองข้างตั้งฉาก โดยเรม่ิ จากใต้ราว นมเคล่อื นมือลงมาด้านล่างถงึ บรเิ วณทอ้ งนอ้ ยที ละขา้ งท�ำเป็นจังหวะ เม่อื มอื ข้างหนึง่ เคล่อื นลง จนสุด ก็เรมิ่ ขา้ งหนึง่ เคลอื่ นลงล่าง ทำ� สลบั กัน (ท�ำ 5 ครัง้ โดยนบั มอื ใดมือหนึง่ เป็นหลัก) ตอ่ จากนัน้ ใชม้ ือซ้ายจับขอ้ เทา้ ทงั้ สองขา้ งรวบเข้า ดว้ ยกัน ชว่ ยผอ่ นคลายกระเพาะ โดยใช้มอื ขวา ลูบจากชายโครงลงมาเหนือหัวเหน่า (ท�ำ 3 ครัง้ ) · ใชน้ ้ิวมือข้างขวาเดนิ ไตบ่ รเิ วณท้องน้อยโดยเริ่ม จากซ้ายไปขวา (ขา้ งขวาของคณุ ) (ทำ� 5 คร้งั ) · นวดขาลูกทลี ะขา้ ง โดยจบั ขายกขน้ึ แลว้ ใชม้ อื อีกข้างจับรอบขา นวดคลึงเปน็ ห่วงวงกลม เริม่ จากต้นขาค่อยๆเลอื่ นไปสปู่ ลายเท้าแล้วเคลื่อน ลง (ทำ� ขา้ งละ 5 ครัง้ ) ตอ่ จากนัน้ ใช้หวั แมม่ ือ กดฝ่าเท้าลกู เบาๆ · ใชฝ้ า่ มอื ทง้ั 2 ขา้ งกล้ิงขาลูกไปมา โดยเรม่ิ จาก หัวเข่าไปข้อเท้า แล้วกล้งิ ลง (ท�ำขา้ งละ 5 ครงั้ ) 151 BBLProof
ข้นั ตอนสำ�คญั จดุ สำ�คญั การนวดหลัง · จับลูกนอนควำ�่ เร่ิมจากบรเิ วณไหลด่ ้านหลัง ถมู อื กบั กับหลังในจังหวะเดินหน้าและถอยหลงั โดย ใหม้ ือหนึ่งเคลือ่ นลงและอกี มอื เคลื่อนขึน้ ขณะ เดยี วกันใหน้ วดเคล่ือนลงมาจนถงึ กน้ กบแล้ว เคล่ือนข้ึน (ข้ึน-ลง 5 ครัง้ ) การนวดควรเรม่ิ นวดจากศีรษะ แขน ขา ไล่ · ขณะนวดควรสังเกตปฏิกริ ิยาโต้ตอบของลกู ดว้ ย ลงไปจนถึงฝา่ เท้าและหลัง โดยทำ� ซำ้� ท่าละ 3 - 5 คร้งั ถา้ ลกู ยิ้ม อารมณ์ดี แสดงวา่ การนวดถูกตอ้ งเหมาะ ระยะเวลารวมทงั้ หมดไม่ควรเกนิ 15 นาที สม ถา้ ลกู ขั ดขืน ไม่ยินยอมหรอื รอ้ งไห้ ควรหยุด ทันที คอ่ ยๆปลอบโยน จนกวา่ เขาจะพรอ้ ม แล้วจงึ เริ่มนวดใหม่ 152 BBLProof
กจิ กรรมที่ 4 เพม่ิ ทุนสมอง ต้องใส่ใจดแู ลทงั้ แม่ลูก ชนิดา ภทู่ อง, สภุ าพรรณ อยปู่ ระเสรฐิ , อจั ฉรยิ า ทองฤทธ์ิ นนธนวนณั ท์ สุนทรา กจิ กรรมน้ที �ำเพอื่ · ทารกไดร้ ับการดูแลและไดร้ บั การตอบสนองความตอ้ งการในด้านต่างๆอย่างถูกต้องเหมาะสม · แม่ได้รูว้ ธิ ดี ูแลสุขภาพของตนเอง ทำ� ใหร้ ่างกายแข็งแรง ป้องกนั การเกดิ ภาวะแทรกซ้อนในระยะหลงั คลอด · สาม/ี ผดู้ แู ลเด็ก มีสว่ นร่วมในการดแู ลคณุ แม่หลังคลอดและทารกแรกเกิด · เพื่อสร้างเสรมิ สายสัมพันธ์ในครอบครวั ส่งิ ท่ีได้จากการท�ำกิจกรรมนี้ · ลูกได้รับความอบอุน่ จากการดูแล เอาใจใส่จากพอ่ แมแ่ ละผดู้ ูแลเด็ก ท�ำใหเ้ ป็นเดก็ เลีย้ งงา่ ย มีสุขภาพกาย แขง็ แรง อารมณด์ ี มจี ิตใจเขม้ แข็ง · แม่มีความรูแ้ ละทักษะท่ถี กู ตอ้ ง เหมาะสม ในการปฏบิ ตั ิตัวและดแู ลสขุ ภาพของตนเอง สังเกตอาการผิด ปกติต่างๆ ไมเ่ กดิ ภาวะแทรกซ้อนใดๆในระยะหลงั คลอด · พ่อแม่ /ผู้ดูแลเดก็ มคี วามรู้ และทกั ษะทถ่ี ูกต้อง เหมาะสมในการเล้ียงดลู ูก · แมม่ คี วามสุข คลายเครียดได้อาหารใจจากการทสี่ ามีและผู้ดแู ลเดก็ ได้มีสว่ นร่วมในการช่วยดูแลแมแ่ ละลูก · เกดิ ความรักความเขา้ ใจกอ่ ใหเ้ กิดสายสมั พนั ธ์ในครอบครวั หลักการและวธิ ีการสำ� คญั ขน้ั ตอนสำ�คัญ จุดสำ�คัญ · ไม่เฉพาะเจาะจง สร้างความเปน็ กันเอง ย้ิมแย้ม ให้ 1. การเตรยี มความพร้อม : สรา้ งความคุน้ เคยโดย แนะนำ� ตนเองทง้ั ผู้เรียนและผ้สู อน พดู คยุ ซกั ถาม ผเู้ รียนรูส้ กึ อยากตอบหรอื อยากเลา่ ประสบการณ์ที่ ความรู้สกึ ก่อนกลบั บ้าน เคยปฏบิ ัติมา เปดิ สมอง : โดยการให้นั่งสมาธิก�ำหนดลมหายใจเขา้ - · สงั เกตสีหนา้ ความผอ่ นคลาย และการมีส่วนรว่ ม ออกลึกๆอย่างผอ่ นคลาย 30 คร้ัง แลว้ ลมื ตาข้นึ เปดิ · เมือ่ ลืมตา สงั เกตแววตา สหี นา้ รอยยม้ิ ของผ้เู รียน โอกาสให้เล่าความรสู้ กึ · เปดิ โอกาสให้ผู้เรียนมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความ 2. การน�ำเขา้ สู่บทเรียน : ผู้สอนจัดกจิ กรรมกลมุ่ โดยให้ คดิ เหน็ ทกุ คนมีสว่ นรว่ มในหวั ขอ้ “การปฏบิ ตั ติ ัวหลังคลอด และการดแู ลทารกแรกเกิด” (ตามใบงาน · สร้างบรรยากาศทสี่ นกุ สนาน ไม่นา่ เบือ่ ท่ี 3) · ส้ัน กะทดั รัดและเขา้ ใจงา่ ย 3. การให้องคค์ วามรู้ : ผ้สู อนให้ความรทู้ ถี่ กู ตอ้ ง เรอ่ื ง “ การเปลย่ี นแปลงของร่างกายในระยะหลงั คลอด การ ปฏบิ ตั ติ วั หลงั คลอด และการดูแลทารกแรกเกิด” 153 BBLProof
ขัน้ ตอนสำ�คญั จดุ สำ�คญั 4. การสะท้อนกลบั และทดสอบความรคู้ วามข้าใจของ · ตอ้ งกระต้นุ ให้ผู้เรยี นสรุปองคค์ วามร้รู ว่ มกัน · ถ้าสรปุ ไม่ถูก ต้องบอกว่าผิดเพราะอะไร และแกไ้ ข ผ้เู รยี น : ให้ผ้เู รียนช่วยกนั สรุปองคค์ วามรู้ (ตามใบ ความร้ทู ่ี 4) ใหถ้ ูกตอ้ ง ถา้ สรุปยงั ไมค่ รอบคลุมต้องเพม่ิ เติมให้ สมบูรณ์ ถา้ สรปุ ไดถ้ ูกต้องใหค้ ำ� ชมเชย : ผเู้ รยี นท�ำแบบทดสอบความรู้ความเขา้ ใจ ตามแบบ · ครอบครวั ละ 1 ชุด ทำ� แบบทดสอบทันทีหลงั เสรจ็ ฟอร์มการประเมินกจิ กรรมที่ 4 สิน้ กจิ กรรม 5. การสรุป : แนะนำ� ทบทวนความรูใ้ นคมู่ ือมารดาหลงั ค · ครอบคลมุ ประเดน็ สำ� คญั และมีภาพประกอบ ลอด เร่ืองการดแู ลสุขภาพมารดาหลงั คลอดและการ ดูแลทารก ความสอดคล้องของกิจกรรมตามหลักการพฒั นาสมอง Brain-based Learning (BBL) 1. การตั้งครรภ์และคลอดบุตร ท�ำให้คุณแม่หลังคลอดเกิดการเปลี่ยนแปลง ท้ังทางด้านร่างกายและจิตใจ สรีระ ทเ่ี ปลีย่ นแปลงไป หรือการต้องทำ� หน้าทค่ี ุณแม่ อาจทำ� ให้คุณแม่เกดิ ความวติ กกังวล ขาดความมัน่ ใจในตนเอง การใหค้ วามรแู้ กค่ ณุ แมห่ ลงั คลอด สามแี ละญาติ เกยี่ วกบั การดแู ลมารดาหลงั คลอดและทารกแรกเกดิ จะเปน็ การ ชว่ ยฟน้ื ฟสู ภาพรา่ งกายคณุ แมห่ ลงั คลอดใหเ้ ปน็ ปกตโิ ดยเรว็ และไมเ่ กดิ ภาวะแทรกซอ้ นภายหลงั คลอด เมอื่ คณุ แมไ่ ดร้ บั การดแู ลทดี่ ี ไดร้ บั อาหารใจจากสามแี ละบคุ คลในครอบครวั ทำ� ใหค้ ณุ แมค่ ลายความวติ กกงั วลเกดิ ความ มน่ั ใจในตนเอง มคี วามสขุ ไมเ่ ครยี ด อกี ทงั้ ยงั สง่ ผลตอ่ ทารก ทจี่ ะไดร้ บั การดแู ลทด่ี ี ไดก้ นิ นมแมเ่ ตม็ ที่ เพราะการ ทีค่ ุณแม่อารมณ์ดไี ม่เครยี ด จะท�ำใหน้ �้ำนมไหลดี 2. ทารกมีความสุขได้รับอาหารกาย อาหารใจ จากการท่ีพ่อแม่และญาติให้การดูแลเอาใจใส่ ได้รับการกระตุ้น ประสาทสมั ผัสทัง้ 6ดา้ น(ตา หู จมูก ลิ้น สมั ผัส ใจ)และการไดร้ ับการตอบสนองทเี่ หมาะสม จะท�ำใหท้ ารกเกิด การเรียนรู้ สามารถท่ีจะจดจ�ำการตอบสนองตา่ งๆได้ และสง่ ผลไปถึงพฤตกิ รรมของเด็กตอนโตได้ เช่น ฉลาด เรียนรู้ไว เลีย้ งง่าย ไม่งอแง เติบโตเป็นเดก็ ที่มจี ิตใจดี ปรับตวั เข้ากับบุคคลอน่ื และสงั คมได้ดี การช่วยเหลอื กนั ภายในครอบครัวท�ำให้เกิดการสร้างเสริมสายสัมพันธ์ท่ีเข้มแข็ง เม่ือสถาบันครอบครัวเข้มแข็งก็ส่งผลให้สังคม และประเทศชาตสิ งบสุข ระยะเวลา 30 นาที สอื่ อุปกรณ์ 1. แผ่นพับ 2. สมดุ บันทกึ สุขภาพแมแ่ ละเด็ก 3. วีดทิ ศน์ 4. แบบประเมนิ ความรคู้ วามเข้าใจ การประเมนิ ผล 1. การสงั เกตสีหน้าทา่ ทางเพือ่ ประเมนิ ความความเข้าใจ 2. การตอบข้อซกั ถาม 3. การตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของผูเ้ รียนโดยใช้แบบสอบถาม 154 BBLProof
ใบงานท่ี 3 กจิ กรรมกลมุ่ การให้ผ้เู รยี นมสี ่วนร่วมในหวั ข้อ การปฏิบตั ติ ัวหลงั คลอดและการดแู ลทารกแรกเกดิ ข้นั ตอน 1. ชีแ้ จงกตกิ าการมสี ว่ นรว่ มแก่ผูเ้ รยี น 2. แจกอุปกรณ์ (ปา้ ยคำ� ตอบ ใช่/ไม่ใช)่ แกผ่ เู้ รยี นทุกคน 3. ถามคำ� ถามปลายปิด เกี่ยวกับการดูแลหลงั คลอดและทารกแรกเกดิ 4. ใหผ้ ู้เรยี นตอบคำ� ถามตามทเี่ ขา้ ใจ หรือตามประสบการณ์ท่เี คยรูม้ า 5. ผู้สอนสังเกต และสรุปจ�ำนวนผูต้ อบคำ� ถามในแต่ล่ะข้อ 6. ผูส้ อนบรรยายตามใบความรทู้ ี่ 4 7. ผเู้ รียนชว่ ยกนั สรปุ องคค์ วามรู้ หลงั จากฟงั บรรยาย ค�ำถาม 1. แม่หลงั คลอดรบั ประทานอาหารไดท้ ุกอยา่ ง ไม่มงี ดเวน้ 2. หลังคลอดอยู่ไฟได้ทันที 3. ควรงดมีเพศสมั พันธ์ 6 สัปดาหห์ ลงั ลอด 4. แม่หลังคลอดไมค่ วรออกกำ� ลังกายเพราะรา่ งกายยงั ไม่พร้อม 5. กนิ ยา ใสห่ ่วง การฉีดยาคุม เป็นการคมุ ก�ำเนดิ ท่ีช่วั คราว 6. ลูกถา่ ยอุจจาระ 10 ครั้งถอื ว่าผดิ ปกติ ให้รบี ไปโรงพยาบาล 7. เมอื่ มตี มุ่ หนองขน้ึ ที่หัวไหลห่ ลังฉีดวคั ซนี วัณโรค ควรใช้ยาฆ่าเชื้อเพอื่ เชด็ หรือฆ่าเชอ้ื โรค 8. ควรเลา่ นทิ านเม่อื ลูกโตแล้ว ไม่ใชแ้ รกเกดิ เพราะลกู ยังไมร่ ู้เร่อื ง 9. สมดุ บนั ทึกสุขภาพเม่ือมารดาคลอดแล้วยงั มปี ระโยชน์ต่อลูก 10. วคั ซีน 2 ชนดิ ที่ลูกได้รับก่อนกลับบา้ นคอื ไวรัสตบั อกั เสบบี กับวัณโรค 155 BBLProof
ใบความรู้ท่ี 4 หลกั การดแู ลสขุ ภาพมารดาหลังคลอดและการดูแลทารก การใหค้ วามรแู้ กค่ ณุ แมห่ ลงั คลอด สามแี ละญาติ เกย่ี วกบั การดแู ลมารดาหลงั คลอดและทารกแรกเกดิ นอกจาก จะเปน็ การฟ้ืนฟรู า่ งกายคณุ แม่แลว้ การได้รบั อาหารใจจากคนรอบข้าง จะทำ� ใหค้ ุณแม่คลายความวิตกกังวล เกดิ ความ ม่นั ใจในตัวเอง และมคี วามพรอ้ มในการดแู ลตนเองและบตุ ร ทารกเม่ือได้รับการดูแลและไดร้ ับการตอบสนองท่ถี กู ต้อง เหมาะสมจากพอ่ แม่และญาติ ทำ� ให้เกิดการเรยี นรู้และไดร้ ับการกระตนุ้ สมอง ที่เกดิ จากการกระต้นุ ประสาทสัมผสั ทั้ง 6 ด้าน (ตา หู จมกู ล้ิน สมั ผสั และ ใจ)ท�ำให้ทารกฉลาดเรียนรู้ไว ไมง่ อแง เมอื่ เติบใหญ่จะสามารถปรับตัวเขา้ กบั บุคคลอ่นื ได้ดี ขัน้ ตอนสำ�คัญ จุดสำ�คัญ · การดูแลมารดาในระยะหลงั คลอด · ควรงดรบั ประทานอาหารรสจัด ของหมกั ดอง ยา 1. อาหารส�ำหรับแม่หลังคลอดควรรบั ประทานอาหาร ทีม่ ปี ระโยชนค์ รบ 5 หมู่ อาหารบ�ำรงุ น้�ำนม และดมื่ ขบั นำ้� คาวปลา ยาดองเหลา้ ชา กาแฟ นำ้� มาก ๆ 2. การรกั ษาความสะอาดของแผลคลอด · แผลควรสะอาด ไมม่ ีเลือดซมึ ไม่บวมแดงหรือเป็น - แผลผา่ ตัดคลอดทางหนา้ ทอ้ ง หนอง ( ครบ 7 วันใหม้ าเปิดแผลตรวจตามแพทยน์ ดั ) · การทำ� ความสะอาดหลงั ขบั ถ่าย ควรเชด็ จากดา้ น แผลคลอดทางชอ่ งคลอดสามารถชะลา้ งดว้ ยนำ�้ สบู่ หนา้ ไปด้านหลัง เพือ่ ปอ้ งกันการตดิ เช้อื ตามปกติ เปลย่ี นผา้ อนามัยเมอื่ ชุ่ม · การอยไู่ ฟจะท�ำใหร้ ่างกายเสยี เหง่อื ออ่ นเพลยี 3. ควรงดอยไู่ ฟ หรือวางกระเปา๋ นำ้� รอ้ น 6 สปั ดาห์ เกิดแผลพุพอง อกั เสบติดเชอื้ และไหมท่เี ยบ็ ไว้ หลังคลอด อาจละลายกอ่ นกำ� หนด ทำ� ใหแ้ ผลแยก ติดเชอื้ ได้ 4. การออกกำ� ลงั กายหลังคลอด · ไม่ควรยกของหนักเกินนำ้� หนักตัวลูก เพราะอาจ - ควรเป็นท่ายืดเหยยี ดกลา้ มเน้ือ ไมอ่ อกแรง ท�ำให้กล้ามเนอื้ มดลกู หย่อนได้ มากเกินไป เช่น การแขม่วทอ้ ง ขมบิ กน้ เป็นการออก · ห้ามออกก�ำลงั กายในทา่ นอนควำ�่ เดด็ ขาด เพราะ ก�ำลงั กายท่ีท�ำได้งา่ ย และไดผ้ ลดตี อ่ ร่างกายแม่ อาจทำ� ให้เกดิ ภาวะลมอดุ ตนั ในเลอื ดได้ 5. การงดมีเพศสมั พันธ์ 6 สปั ดาหห์ ลงั คลอด · เพราะอาจท�ำให้แผลแยก แผลอกั เสบ ทีส่ ำ� คัญ อาจต้ังครรภต์ อ่ แบบไม่รตู้ วั ทำ� ให้มปี ัญหาตามมา จากการมลี กู เรว็ เกินไป 156 BBLProof
ขัน้ ตอนสำ�คญั จดุ สำ�คัญ 6. การวางแผนครอบครวั · ให้ติดต่อแผนกวางแผนครอบครัว เมอ่ื มาตรวจ - แบบถาวร (ท�ำหมนั ) หลังคลอด 6 สปั ดาห์ - แบบไมถ่ าวร (กนิ ยา ฉีดยา ฝังเข็ม การใชถ้ ุง ยางอนามัย) 7. อาการผดิ ปกติทคี่ วรมาพบแพทย์ · น�้ำคาวปลาจะเปลย่ี นจากสแี ดงสด จางลงเรอื่ ยๆ - น้�ำคาวปลาผดิ ปกติ หากกลบั มาเป็นสีแดงสด มีกลิ่นเหม็นแสดงว่ามี การตกเลือด หรอื อาจเกิดการอักเสบภายในโพรง มดลูก - ตัวร้อน มไี ขส้ งู · แสดงว่ามอี าการอกั เสบข้นึ ภายในรา่ งกาย - ปัสสาวะแสบ ขดั · เกิดจากการติดเชอื้ ในระบบทางเดนิ ปัสสาวะ เนอื่ งจากการดแู ลความสะอาดช่องคลอด และ อวัยวะสืบพนั ธ์ุไม่ดีพอ - ปวดศีรษะบอ่ ยและเป็นเวลานาน · อาจเกดิ จากความดันโลหติ สูง พกั ผ่อนไมเ่ พียงพอ - แผลที่เยบ็ ไว้มกี ารอักเสบ หรอื แผลแยก หรอื เครียดจากการคลอด · รอยแผลมีอาการปวด บวมแดง หรือเป็นหนอง 8. การมาตรวจหลงั คลอดตามนดั · หลงั คลอด 6 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจ สุขภาพหลงั คลอด และตรวจมะเรง็ ปากมดลูก 9. การพักผอ่ น · ทารกมักตนื่ ตอนกลางคนื แม่ตอ้ งคอยดแู ลและ - แม่ควรนอนหลับพักผ่อนในเวลากลางวัน ใหน้ ม อาจท�ำใหอ้ อ่ นเพลยี จากการพักผอ่ นไม่ เพียงพอ อยา่ งน้อยวนั ละ 2 ชวั่ โมง 10. ดา้ นจติ ใจ · สามแี ละญาตคิ วรมีสว่ นร่วมในการดูแลทารก และช่วยเหลอื แม่ เพอื่ เปน็ การผ่อนเบาภาระของ - แมค่ วรท�ำจติ ใจใหส้ บาย ลดความวติ กกงั วล แม่ ท�ำให้แมค่ ลายความวิตกกังวลลง รว่ มกิจกรรมภายในครอบครัว 157 BBLProof
ขน้ั ตอนสำ�คญั จดุ สำ�คญั · การดูแลทารก 1. ดแู ลใหท้ ารกได้กินนมแม่ · นมแมม่ สี ารอาหารทมี่ ปี ระโยชนค์ รบถว้ น 2. ดแู ลให้นอนหลบั พกั ผอ่ นอย่างเพียงพอ · มีภูมิต้านทานโรค และเป็นการสรา้ งสัมพันธภาพ - ท่านอนทีเ่ หมาะสมส�ำหรบั ทารกแรก ท่ีดีระหวา่ ง พ่อ แม่ ลูก เกดิ -3 เดือน ควรเป็นทา่ นอนหงาย หรอื ตะแคง · จดั ให้ทารกได้นอนในท่ีสะอาด ปลอดภยั อากาศ (momypedia.com) ถ่ายเทสะดวก - ไมค่ วรให้ทารกนอนเปลแลว้ แกว่งไปมา · เดก็ ทารกวัยแรกเกิดชว่ งคออ่อนไหว ชนั คอได้ไม่ ดนี ัก การเคลือ่ นไหวของคอจึงเป็นลกั ษณะหันไป มาซ้าย- ขวา ดังนัน้ การใหล้ ูกนอนหงายหรอื นอน ตะแคงจึงเป็นทา่ นอนท่ีเหมาะสมมากที่สดุ · ช่วงนีไ้ มค่ วรใหล้ ูกนอนควำ่� โดยไมม่ ีคนดูแลใกล้ ชดิ เพราะอาจท�ำให้เกิดอันตรายท่ีเรียกวา่ ภาวะ SIDS (sudden infant death syndrome) ที่ อาจท�ำให้ทารกเสยี ชีวติ ได้ · นอกจากนก้ี ารศกึ ษายงั พบวา่ ทารกแรกเกิดถงึ อายุ 3 เดือนนี้ถา้ นอนควำ่� จะเรยี นรสู้ ิ่งต่างๆได้น้อย กว่าและเมือ่ โตขึน้ จะมคี วามช่างสงั เกตน้อยกว่า เด็กท่นี อนหงาย สว่ นสิง่ แวดลอ้ มทคี่ วรจดั ในชว่ ง น้ี ควรเปน็ ภาพหรือของเล่นท่มี สี ีสนั สดใส และมี เสียง อาจเคลื่อนไหวในแนวนอนหรอื แนวราบกไ็ ด้ (ทา่ นอนควำ่� เหมาะส�ำหรับทารก 4 เดือนข้นึ ไป) · เพราะทารกอาจเกดิ อาการวิงเวยี นศีรษะและจะ ติดเปล 158 BBLProof
ข้นั ตอนสำ�คัญ จดุ สำ�คัญ 3. การดแู ลการขับถา่ ย · ทารกที่กินนมแมจ่ ะขบั ถา่ ยง่าย โดยถ่ายวันละ - การท�ำความสะอาดหลังการขบั ถ่าย ประมาณ 3-4 คร้งั ลักษณะอจุ จาระเปน็ เนือ้ เละๆ - การท�ำความสะอาดหลงั การขบั ถ่ายของเด็กผู้ นม่ิ ๆ สเี หลอื ง หญิง · เพื่อป้องกันการเปียกชืน้ · ใช้ส�ำลีชบุ น�้ำต้มสุกท่เี ย็นแล้ว เช็ดบริเวณหน้าท้องขา - การท�ำความสะอาดหลงั การขับถา่ ยเดก็ ผ้ชู าย หนบี ต้นขาแต่ละขา้ ง แล้วจงึ เช็ดอวัยวะเพศโดยใช้ ใช้ส�ำลีชุบน�้ำตม้ สกุ ท่เี ยน็ แลว้ เชด็ บรเิ วณหน้าทอ้ งขา สำ� ลีก้อนใหม่โดยเช็ดจากดา้ นหน้าไปด้านหลัง เพือ่ หนีบ ต้นขาแต่ละข้าง ในส่วนอวยั วะเพศ ใหท้ �ำความ ปอ้ งกันไม่ใหเ้ ช้อื โรคจากทวารหนักย้อนมาเปื้อนด้าน สะอาดรอบๆ หนา้ เม่ือแหง้ แลว้ อาจทาครมี ป้องกันความเปยี กชน้ื และไมต่ ้องโรยแป้ง · ไมต่ อ้ งเปดิ หนังหุม้ ปลาย เช็ดใต้อวัยวะเพศรวมท้งั อัณฑะให้ทั่ว แล้วปลอ่ ยให้แห้งไมต่ อ้ งโรยแปง้ เชน่ เดยี วกนั * ถ้าเรม่ิ มผี น่ื แดงใตร้ ่มผ้า ควรเปลีย่ นผ้าอ้อมให้บอ่ ย ขนึ้ ซบั ใหแ้ ห้งปล่อยให้ระบายอากาศซกั พกั กอ่ นใสผ่ า้ ออ้ มใหม่ (ท่มี า:คูม่ อื เลี้ยงลกู สำ� หรับคุณแม่มือใหม่ พญ.บังอรรตั น์ เกยุราพนั ธ์) 4. การดูแลรักษาความสะอาดรา่ งกาย · อาบนำ�้ สระผมทกุ วัน 5. ดูแลความอบอุ่นของร่างกายอยา่ งเพียงพอ · สวมเสือ้ ผ้าที่เหมาะสมกบั อากาศและฤดกู าล 6. การสงั เกตอาการผิดปกติของทารกท่คี วรมาพบ · แสดงวา่ เกิดการตดิ เชอ้ื ในรา่ งกายของทารก แพทย์ · แสดงวา่ มคี วามผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ - ตัวร้อน มไี ข้ - หายใจเร็วหอบ ปกี จมกู บานอกบุม๋ - มกี ารอักเสบบริเวณตาและสะดอื ผวิ หนงั · รอบตา สะดอื ผวิ หนังมอี าการบวมแดงมหี นอง - มีการติดเชื้อในระบบขับถา่ ย · ถ่ายมมี กู เลือดปน หรือสเี ขยี วเปน็ ฟอง มกี ล่นิ คาว มีไข้ ร่วมด้วย - ตวั เหลืองมาก · สงั เกตดทู ่ีตาและผวิ หนงั ถา้ เหน็ ชดั เดก็ มอี าการซมึ ลง ไม่คอ่ ยดูดนม 159 BBLProof
ขั้นตอนสำ�คญั จดุ สำ�คญั 7. อาการปกตขิ องทารกทพี่ บบ่อย · แสดงวา่ ระบบประสาทและการได้ยนิ ของทารกปกติ · เกดิ ขน้ึ ขณะหลบั หรือก�ำลงั ฝนั อาจมกี ารกระตุกแขน - สะดงุ้ หรือผวา (Moro reflex) - กระตุก (twitching) เลก็ น้อย - การบิดตวั · เป็นการเคลื่อนไหวคลา้ ยบิดขเ้ี กียจเทา่ น้ันหลังจาก - การสะอกึ - แหวะนม นอนนานๆ - ถ่ายอจุ จาระกระปรดิ กระปรอย · พบได้ทั่วไปหลังดูดนม เพราะกล้ามเนื้อยึดซ่โี ครง - รอ้ งก่อนถา่ ยปัสสาวะ กับกล้ามเน้ือกระบังลมยังทำ� งานไม่สัมพนั ธก์ ัน และ - ตัวเหลืองเลก็ นอ้ ยในชว่ งสัปดาหแ์ รก อาการสะอกึ สามารถหายได้เอง 8. การดแู ลดา้ นจิตใจของทารก · เวลาดดู นมอาจมลี มเขา้ ไปดว้ ย ถ้าไม่ได้จบั เรอ อาจ แหวะนมได้ ซ่ึงอาจเปน็ อนั ตรายการเรอไลล่ มทุกคร้ัง § การอุ้ม การสมั ผัส การโอบกอดอย่างอ่อน จึงเป็นการป้องกันภาวะนไ้ี ด้ โยน ท�ำให้ทารกร้สู ึกอบอุน่ สขุ สงบ · การกินนมแมซ่ ่งึ มีหวั น้ำ� นม(Colostrum)ชว่ ยขบั ของ เสียออก ถา้ เขา้ ใจผดิ อาจคดิ วา่ ทอ้ งเดนิ เพราะอาจ § ควรตงั้ ช่ือลกู ตง้ั แต่แรกเกดิ และเรียกชื่อ ทกุ ถา่ ยถงึ 10 ครงั้ ตอ่ วัน แตท่ ารกจะปกตดิ ี ครง้ั ท่พี ดู คุยกับลูก · ทารกบางคนใกล้ครบเดอื น ประสาทสมั ผสั ทำ� งาน มากขึ้น จงึ รสู้ กึ ปวดปัสสาวะ เม่ือมนี ำ้� ในกระเพาะ ปัสสาวะมากๆทารกจะรอ้ ง เหมอื นได้รับความเจ็บ ปวดก่อนถ่ายปัสสาวะมา · อาจเกดิ จากการไดร้ บั นำ้� นมแมไ่ มเ่ พยี งพอ การปอ้ งกนั ตอ้ งใหด้ ดู นมแมบ่ อ่ ยๆ 8-12 ครงั้ /วนั งดนำ�้ เปลา่ และ นมผสม ยังไม่จำ� เปน็ ต้องรักษาใด ๆ · ไมค่ วรอุ้มนานเกนิ ไป ควรเป็นการอุ้มเพือ่ ปลอบโยน ใหเ้ งียบ หรือกระต้นุ พัฒนาการขณะทารกต่ืน หาก ทารกหลบั แล้วควรวางเพราะทารกอาจเกดิ อาการ ติดมือ นอนเองไมไ่ ด้ · ขณะอุ้มทารก ไม่ควรเขยา่ แรงๆ เพราะอาจท�ำให้ เกิดอนั ตรายต่อสมองได้ · การพูดคุย ส่งเสียง พยกั หน้าหรือยิ้ม จะเปน็ สื่อ การกระตุน้ พัฒนาการสมองของทารกได้อยา่ งดี 160 BBLProof
ขัน้ ตอนสำ�คญั จดุ สำ�คัญ § การนวดสัมผัสทารก · จะท�ำใหล้ ูกสบายตวั อารมณ์แจม่ ใส นำ้� หนกั ข้นึ ดี - ท�ำตามขน้ั ตอน 12 ท่า หรือท�ำขณะทกี่ ำ� ลัง เนน้ การกระตุ้นประสาทสมั ผสั ทง้ั 5 ดา้ น ซึ่งจะ อุ้มลกู เช่น อาจนวดน้ิว มือ แขน นวิ้ เท้า หรือ ท�ำให้ทารกเกิดการเรียนรู้ แม้จะยังพดู ไมไ่ ด้ นวดเบาๆ ที่เท้าของทารก 9. การฉีดวคั ซีนป้องกนั โรค ก่อนออกจาก รพ.ทารก · บนั ทกึ ไว้ในสมุดสุขภาพ จะไดร้ บั วคั ซีนครบ 2 ชนิด คอื วัคซนี ปอ้ งกันโรค · หลังจากฉดี วัคซีนป้องกนั โรคไปประมาณ 2-3 ไวรสั ตับอกั เสบบี และวัณโรค สปั ดาห์ อาจมีตุ่มหนองขน้ึ บริเวณที่ฉีด หา้ มใชน้ ำ�้ ยา ฆา่ เชือ้ เช็ด ให้ใช้ส�ำลชี ุบนำ�้ ต้มสุกที่เยน็ แล้วเช็ดกพ็ อ 10. การเจาะคัดกรองภาวะพรอ่ งไทรอยด์ฮอรโ์ มน · เพอื่ ปอ้ งกนั ภาวะปญั ญาอ่อนจากการขาดไทรอยด์ เมือ่ ทารกอายุครบ 2 วนั ขน้ึ ไปและสง่ ไปตรวจจะ ฮอร์โมน พ่อแมต่ อ้ งให้เบอร์โทรศัพทท์ ต่ี ดิ ต่องา่ ย ทราบผลประมาณ 2 สปั ดาห์ ที่สุดไว้ หากทารกตอ้ งไดร้ ับการรักษาจะได้ติดตอ่ ได้ รวดเรว็ 11. การพาลกู มาตรวจตามนัด และพบคลินกิ นมแม่ · เพือ่ ตรวจสขุ ภาพซำ้� ประเมนิ ร่างกาย และคลินกิ นมแม่ จะได้ตดิ ตามเรื่องการดดู นม 161 BBLProof
เอกสารอา้ งองิ เกรยี งศกั ด์ิ จรี ะแพทย.์ ภาวะปรกตแิ ละผดิ ปรกตทิ พ่ี บบอ่ ยในทารกแรกเกดิ ., 2555. กรงุ เทพฯ : ดา่ นสทุ ธาการพมิ พ.์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือและการดูแลมารดาหลังคลอดทารก., 2556. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร.์ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . ค่มู อื โรงเรยี นพ่อแม่”สรา้ งพอ่ แม่ให้รอบรู้ สคู่ รอบครวั อบอ่นุ เพ่ือลกู นอ้ ยแข็งแรง เกง่ ดี มีสขุ .”, 2558. กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข. วิไล เลศิ ธรรมเทว.ี นวดสมั ผัสทารก.เอกสารประกอบการบรรยาย เร่ือง กลยุทธ์การส่งเสริมสขุ ภาพทารก., 2551. พษิ ณโุ ลก : (เอกสารอัดส�ำเนา) . สำ� นกั สง่ เสริมสุขภาพ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข. คมู่ อื การอบรมผ้เู ชย่ี วชาญการเล้ยี งลูกด้วยนมแม่. , 2550. โรงพมิ พ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จำ� กัด. 162 BBLProof
แบบประเมินการร่วมกจิ กรรมโรงเรียนพอ่ แม่ กิจกรรมท่ี 1 ยดื หยนุ่ เยอื กเย็น สะอาดกาย ไดอ้ าหารใจ นิยาม ผ่าน หมายถึง ผู้อาบมคี วามมัน่ ใจ และปฏิบัตไิ ด้ถกู ต้องครบถ้วนทกุ ขัน้ ตอน ไม่ผา่ น หมายถงึ ผู้อาบยังขาดความมัน่ ใจ และปฏบิ ตั ยิ ังไมค่ รบถว้ นทุกข้นั ตอน วัน เดอื น ปี ลำ�ดบั ชอ่ื – สกลุ ผลการประเมนิ เหตผุ ลที่ไมผ่ า่ น ผ้ปู ระเมนิ ท่ี ผา่ น ไมผ่ า่ น 163 BBLProof
แบบประเมนิ การเลยี้ งลกู ดว้ ยนมแม่ กจิ กรรมท่ี 2 อบอ่นุ อม่ิ ท้อง สมองดี ด้วยนมแม่ ชอื่ -สกุล ................................................................... อายุ ................. ปี วนั ทคี่ ลอด ................................เวลา ....................น. นำ้� นมเรมิ่ ไหลเมือ่ วันที่ .......................................... การประเมนิ ครง้ั ท่ี 1 คร้งั ท่ี 2 ครง้ั ที่ 3 Latch score วันที่ ................................. วันที่ ................................. วนั ที่ ................................. เช้า บา่ ย/ดึก เช้า บา่ ย/ดกึ เชา้ บ่าย/ดึก ผลการประเมิน 0 คะแนน 2 0 คะแนน 2 0 คะแนน 2 1201 1201 1201 1. Latch on การอมหวั นมของทารก 2. Audible swallowing การได้ยินเสียงกลืน 3. Type of nipple รูปรา่ ง-ขนาดหัวนม 4. Comfort แม่รู้สึกสบายเตา้ นมไมค่ ัดตึง 5. Holding การอ้มุ ลกู คะแนนรวม การไหลของนำ้� นม 012012012012012012 0 = น�้ำนมยงั ไมไ่ หล 1 = น�้ำนมเร่ิมซึม 2 = น้�ำนมไหลดี ปัญหาทีพ่ บ การแก้ไข □ หัวนมสน้ั บอด บุ๋ม □ ใช้ nipple puller, syringe ดงึ , ใส่ปทมุ แก้ว □ หวั นมแตก □ บีบน้�ำนมแม่ทาหัวนม □ เตา้ นมเริ่มคัดตงึ □ สอนการประคบ และบีบน�้ำนม □ เต้านมคดั มาก, อักเสบ □ ประคบเตา้ นมด้วยกะหล่ำ� ปลี □ ลกู มี tongue tie □ ท�ำ frenulotomy □ อนื่ ๆ □ นัดพบคลินิกนมแม่ ทารกถา่ ยอจุ จาระมีสเี หลอื งปน เมอ่ื วนั ท่ี ........................................... เวลา ......................... น. 164 BBLProof
การประเมนิ พฤตกิ รรมการใหน้ มแม่ (Latch score ) หัวขอ้ การประเมิน 2 1 0 คะแนน 1. L = latch แนวเหงอื กลกู วางอยูบ่ น ตอ้ งใชค้ วามพยายามหลาย ลกู ง่วงมาก ไม่ยอมดดู ไม่มี การเลีย การอม ลานน้ำ� นมของแม่ ล้นิ วาง ครง้ั เจา้ หน้าท่ตี อ้ งชว่ ย การอมหวั นม ใต้ราวนม รมิ ฝีปากทัง้ สอง จับหัวนมแมไ่ วใ้ นปากลูก บานออก ดูดเป็นจงั หวะ ลกู จึงดูดนมแม่ได้ ลูกอม เฉพาะปลายหวั นมเล 2. A = audible ไดย้ ินเสียงการกลนื เป็น การกลืนมีนาน ๆ คร้ัง ไมไ่ ด้ยนิ เสียงกลืน เสยี งการกลืนนม ชว่ ง และกลนื เฉพาะเม่ือมีการก ระตุ้น 3. T = type of nipple หวั นมย่ืนออกมาขณะอยู่ หวั นมแบนหรอื ย่ืนเล็ก หัวนมบ๋มุ เข้าไป ลักษณะหวั นมแม่ เฉย ๆ หรือหลงั จากการก น้อย ระตุ้น 4. C = comfort เตา้ นมนุ่ม ยดื หยุน่ ดี แมร่ สู้ กึ ไมส่ บายมีอาการ แม่ไม่สบายมาก และเตา้ ความสบาย หวั นมปกติ แม่บอกสบาย เจ็บปวดเต้านมเลก็ น้อยถึง นมคัดตงึ มาก ปานกลาง 5. H = hold แมอ่ ุ้มลกู กนิ นมได้ถูกตอ้ ง แมต่ ้องการความชว่ ยเหลอื เจ้าหนา้ ท่ีต้องใชค้ วามช่วย การอุ้มลูก โดยไม่อาศยั เจา้ หนา้ ทช่ี ว่ ย จากเจ้าหน้าท่โี ดยการช่วย เหลือแม่ทกุ อยา่ งในการ จัดทา่ ให้ อ้มุ ลกู กนิ นม ผลการประเมิน เกรด 1 = คะแนนน้อยกว่า หรือเทา่ กบั 4 จัดเปน็ กลุ่มเสีย่ งสูง เกรด 2 = คะแนน 5-7 จดั เป็นกลมุ่ เส่ียงคอ่ นข้างน้อย เกรด 3 = คะแนน 8-10 จัดเปน็ กลมุ่ ปกติ 165 BBLProof
แบบประเมนิ การร่วมกิจกรรมโรงเรยี นพ่อแม่ กจิ กรรมที่ 3 ส่อื รัก ผสานใจ ใช้นวดสัมผัส นิยาม ผา่ น หมายถึง ผู้นวดมีความม่นั ใจ และปฏบิ ตั ิไดถ้ ูกต้องครบถ้วนทกุ ขนั้ ตอน ไมผ่ า่ น หมายถึง ผ้นู วดยังขาดความมน่ั ใจ และปฏิบัติยังไมค่ รบถ้วนทกุ ขน้ั ตอน วัน เดอื น ปี ลำ�ดับที่ ชอื่ – สกุล ผลการประเมิน เหตุผลทีไ่ มผ่ ่าน ผ้ปู ระเมิน ผา่ น ไมผ่ ่าน 166 BBLProof
แบบประเมินการรว่ มกจิ กรรมโรงเรยี นพอ่ แม่ กจิ กรรมท่ี 4 “เพิม่ ทุนสมอง ตอ้ งใสใ่ จ ดแู ลทั้งแมล่ กู ” ชื่อ-สกลุ .................................................................................. คะแนนทีไ่ ด.้ ................................. 1. สิง่ ใดทแ่ี ม่หลงั คลอดไมค่ วรรับประทาน £ อาหารครบ 5 หม ู่ £ ยาดองเหล้า ยาขบั นำ้� คาวปลา £ นำ้� สะอาดวนั ละ 2 – 3 ลิตร 2. ทารกควรกินนมแม่อย่างเดียว โดยไมใ่ หน้ �ำ้ นมผสม หรืออาหารเสริมใดๆก่เี ดือน £ 3 เดอื น £ 4 เดือน £ 6 เดือน 3. น้ำ� ยาใดใช้เชด็ สะดอื เด็ก £ เบตา้ ดนี £ แอลกอฮออล์ 70% £ นำ�้ ต้มสุก 4. วคั ซีน 2 ชนิด ท่ีลกู ได้รับกอ่ นกลับบ้าน £ บาดทะยัก โปลิโอ £ ไวรสั ตบั อักเสบบี วณั โรค £ บาดทะยกั วณั โรค 5. หลังฉดี วคั ซีนวัณโรคทหี่ วั ไหล่ เม่อื มตี มุ่ ฝีหนอง อักเสบ ควรท�ำอยา่ งไร £ ใช้เข็มเจาะ หรอื แกะใหต้ ่มุ หนองแตก £ ใช้เบตา้ ดีน หรอื แอลกอฮอล์เช็ดแผล £ ใชส้ �ำลีชุบนำ�้ ตม้ สุก เชด็ บริเวณที่อกั เสบ 6. กอ่ นกลบั บ้านลูกจะได้รบั การตรวจคัดกรองโรคใด £ โรคตบั อักเสบบี £ โรควัณโรค £ โรคเออ๋ หรอื โรคภาวะพรอ่ งไทรอยด์ฮอรโ์ มน 7. ขอ้ ใดไมเ่ หมาะสมกบั การออกก�ำลงั กายของคณุ แม่หลังคลอด £ กวาดบา้ น ถูบ้าน £ ลา้ งถ้วยชาม £ ยกของหนัก 8. แม่หลังคลอดควรงดมีเพศสมั พนั ธ์ อย่างน้อยกสี่ ปั ดาห์ £ 2 สัปดาห์ ( ครึง่ เดือน ) £ 4 สัปดาห์ ( 1 เดอื น ) £ 6 สปั ดาห์ ( เดือนครึง่ ) 9. อาการผิดปกตขิ องลูก ทค่ี วรรีบน�ำมาพบแพทย์ ( ตอบไดม้ ากกว่า 1 ขอ้ ) £ ตวั เหลอื งมากข้นึ ซมึ ไมค่ ่อยดูดนม £ มไี ข้สูง £ ถ่ายเหลว มมี กู เลือดปน £ ถ่ายบ่อย แต่เป็นสีเหลืองทอง เด็กยงั ดูดนมได้ ดสู ดช่ืนดี 10. อาการผิดปกติของแม่หลังคลอด ทค่ี วรมาพบแพทย์ ( ตอบได้มากกวา่ 1 ข้อ) £ ตกเลือดหลงั คลอด £ มไี ขส้ ูง £ นำ้� คาวปลามกี ลิ่นเหมน็ 167 BBLProof
แบบฟอรม์ ประเมินการสอน ตามหลักการพัฒนาสมองทารกในโรงเรียนพอ่ แม่ หอผู้ปว่ ยหลังคลอด โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพ ศูนยอ์ นามยั ท่ี 1 กรงุ เทพฯ ผู้ประเมิน ชอื่ .............................นามสกุล............................เบอรโ์ ทร........................วนั ท่ี............................ กิจกรรมท่ีประเมนิ 2. การสง่ เสริมการเลีย้ งลูกดว้ ยนมแม่ 1. การอาบนำ้� และเช็ดสะดือทารก 4. การดแู ลมารดาหลังคลอด และทารกแรกเกดิ 3. การนวดสัมผสั ทารก การประเมนิ ด้านการสอน ควรปรบั ปรุง พอใช้ ดี ดมี าก 1. ผ้สู อนมกี ารแจง้ หวั ขอ้ เรือ่ ง และวตั ถุประสงคข์ องแต่ละ กิจกรรมไดอ้ ยา่ งชัดเจน 2. มีการนำ� เข้าส่บู ทเรียน ในบรรยากาศทเี่ ปน็ กนั เอง ผูเ้ รียนรู้สึกผ่อนคลาย ไมเ่ ครยี ด 3. ผสู้ อนอธบิ ายเนือ้ หา และสาธิตขนั้ ตอนการฝกึ ปฏิบัตไิ ด้ อย่างตอ่ เนอ่ื งสัมพันธ์กนั 4. ผสู้ อนมวี ธิ ีการสอนและใชส้ ื่อ อุปกรณ์การสอน ทำ� ให้ เข้าใจในเนือ้ หาได้ง่ายขนึ้ และนา่ สนใจ ผ้เู รยี นอยากตดิ ตาม 5. เปดิ โอกาสใหผ้ ูเ้ รียนได้มีสว่ นร่วมในกิจกรรม / แสดง ความคิดเห็น ซกั ถามปัญหา และสรุปเน้ือหารว่ มกัน 6. ระยะเวลาในการสอนและฝึกปฏบิ ตั ิในแตล่ ะกิจกรรม เหมาะสม การประเมินด้านเนอ้ื หา และสิง่ ท่ไี ดร้ ับ น้อยที่สุด น้อย มาก มากท่สี ุด 7. ทา่ นสามารถน�ำความรู้ และทักษะท่ไี ดไ้ ปปฏบิ ตั ิไดจ้ รงิ ท่ี บา้ น และสามารถถ่ายทอดใหบ้ ุคคลในครอบครัวได้ 8. ทา่ นคิดวา่ ทุกกจิ กรรมสง่ ผลถงึ การกระตนุ้ สมองของบุตร หลานของทา่ นท�ำให้เดก็ ฉลาด เรียนรูไ้ ว 9. ทา่ นคิดวา่ ทกุ กจิ กรรมมปี ระโยชนต์ ่อตวั ทา่ น บุตรหลาน และบุคคลในครอบครัวของทา่ น 10. ทา่ นคิดว่าควรมีการเรียนการสอนในรูปแบบนี้ ในหอผู้ ปว่ ยหลังคลอดตอ่ ไป ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... 168 BBLProof
คลินกิ เด็กดี 169 BBLProof
170 BBLProof
แผนการสอนที่ 7 การเล้ียงลกู ให้เกง่ ดี มีความสขุ เป้าหมายรวม : พ่อแม่/ผดู้ แู ลเดก็ มีความรู้ เล้ยี งดลู ูกได้ ลูกมโี ภชนาการ พัฒนาการสมวยั สมองสดใส จิตใจดี มี คุณธรรม และมพี ฤติกรรมเหมาะสม สาระส�ำคญั พอ่ แม่/ผู้ดแู ลเดก็ มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทัศนะคติทดี่ ี และทักษะในการเล้ียงดูเดก็ ปฐมวยั ได้อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสมสอดคลอ้ งตามวัย โดยใช้กิจกรรม ๒ ก ๒ ล (กิน กอด เล่น เลา่ ) เปน็ หลัก กลมุ่ อายุ 1 - 2 เดือน อายุ 4 - 6 เดอื น อายุ 9 - 12 เดอื น อายุ 12 - 36 เดือน อายุ กจิ กรรม - -- สมุดบันทึกสุขภาพ - การเจริญเตบิ โต ลูกรัก (กราฟ) - อาหารตามวยั - ปรมิ าณอาหารท่ี - ปรมิ าณอาหารท่ี - พัฒนาการ ควรได้รับ ควรไดร้ บั กนิ อาหารตามวยั - วคั ซนี - กอดนนั้ สำ� คัญไฉน - จำ� นวนม้อื อาหาร - จำ� นวนมือ้ อาหาร ปลอดภัยแข็งแรง - การเล้ยี งลูกดว้ ย นมแม่ - การเลน่ คอื อะไร? - ทำ� ไมตอ้ งเล่น ความฉลาดทางสมอง - - ประโยชน์การเล่า - กอดนั้นสำ� คญั ไฉน - กอดนั้นสำ� คญั ไฉน และอารมณส์ รา้ ง นทิ าน ด้วยพลงั กอด - - การจดั มมุ หนงั สือ - การเลอื กของเล่น - กิจกรรมการเลน่ เล่น คอื เรยี น เรยี น - ท่ีบ้าน - วธิ กี ารใช้ของเล่น - วิธีการใช้ของเล่น คือเล่น - พัฒนาการสมวยั - การเลอื กหนังสอื - เทคนคิ การเล่า เลา่ นิทาน สร้าง สมองสดใส เก่ง ดี มี นิทาน ปัญญา พัฒนาสมอง ความสุข นทิ าน เดก็ ลกู รักพฒั นาการ - การใช้ค่มู ือ - พฒั นาการสมวยั - พฒั นาการสมวัย สมวัย สมองสดใส DSPM , DAIM สมองสดใส เก่ง ดี สมองสดใส เกง่ ดี เกง่ ดี มีความสขุ มคี วามสขุ มคี วามสขุ อบุ ตั ิเหตุ - สนกุ ปลอดภยั - การใชร้ ถหดั เดนิ - อบุ ัติเหตุท่ีพบบ่อย ไมก่ ลัวนำ�้ 171 BBLProof
กิจกรรมที่ 1 สมุดบนั ทึกสขุ ภาพของลูกรัก กิจกรรมที 2 กินอาหารตามวยั ลูกน้อยเตบิ ใหญ่ แขง็ แรง สมองดี กิจกรรมท่ี 3 ความฉลาดทางสมองและอารมณ์สรา้ งด้วยพลงั กอด กิจกรรมที่ 4 เลน่ คือเรียน เรียน คือเล่น กจิ กรรมท่ี 5 เลา่ นิทาน สร้างปัญญา พัฒนาสมองเดก็ กิจกรรมที่ 6 ลูกรักพฒั นาการสมวัย สมองสดใส เก่ง ดี มคี วามสขุ กจิ กรรมที 7 สนกุ ปลอดภยั ไมก่ ลวั นำ�้ กิจกรรมท่ี 8 ทําอยา่ งไรให้ลกู กินข้าว ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ บั 1. เพอ่ื ใหพ้ อ่ แม/่ ผดู้ ูแลเดก็ มีความรู้ความเข้าใจ มที ศั นะคตทิ ่ีดี ตลอดจนมที ักษะ สามารถน�ำไปใชใ้ นการเลี้ยง ดูเดก็ เพือ่ ให้เด็กมภี าวะโภชนาการสมวัยและพัฒนาการทีด่ ใี นทุกๆด้าน 2. เด็กไดพ้ ัฒนากระบวนความคดิ และการเรียนรไู้ ด้ถกู ตอ้ งตามศกั ยภาพของวัย เพือ่ เปน็ รากฐานไปสู่การเป็น คนดี เก่ง และมีความสุข ระยะเวลาทัง้ หมด 120 นาที รูปแบบกจิ กรรม 1. บรรยาย 2. กิจกรรมกลุ่ม 3. สอนสาธิต จำ� นวนผู้รับบรกิ าร 7 – 10 ครอบครัว 172 BBLProof
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276