๒๙บทที่ ใช้ความขัดแย้งแบบกลั ยาณมติ ร ความไม่เห็นพ้อง หรือความขัดแย้ง ย่อมกระตุ้นความสนใจเสมอ ยทุ ธศาสตรน์ เ้ี ปน็ การใชธ้ รรมชาตขิ องมนษุ ย์ ชว่ ยกระตนุ้ การเรยี นรแู้ ตก่ ารใช้ ความขดั แยง้ กเ็ ปน็ ดาบสองคม คอื มที ง้ั ดา้ นดแี ละดา้ นเสยี ครจู งึ ตอ้ งระมดั ระวงั การใชย้ ทุ ธศาสตรน์ ้ี และพงึ ใช้อยา่ งกัลยาณมิตร ยทุ ธศาสตรแ์ ละวิธกี ารทคี่ รใู ชค้ วามขดั แย้งแบบกลั ยาณมิตร มีดงั ต่อไปน้ี ยุทธศาสตร์ วิธีการ เหน็ ตา่ ง ครูให้นักเรียนอธิบายและป้องกันจุดยืนของตนในประเด็นที่เห็นต่าง โดยครูก�ำหนด อย่างกัลยาณมิตร กติกาว่า ทุกคนมีสิทธ์ิท่ีจะคิดต่าง แต่ในการเสนอความเห็นที่ต่างน้ันต้องใช้ค�ำสุภาพ โหวตในช้นั และเคารพความเหน็ ทีต่ ่าง ครูให้นักเรียนเลือกข้างประเด็นท่ีมีความเห็นแตกต่างกัน ก่อนและหลังโหวตครู สัมมนา ให้อภิปราย จุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละทางเลือก หลังจากอภิปรายครูอาจให้โหวตซ�้ำ ผมมีความเห็นว่า อาจให้นักเรียนท่ีเปล่ียนใจอธิบายหลักฐานและเหตุผลของตน ความเห็น วา่ ท�ำไมจึงเปล่ียนใจ ของผเู้ ช่ียวชาญ ครแู บง่ นกั เรยี นเปน็ กลมุ่ ใหไ้ ปคน้ เรอื่ งราวเกยี่ วกบั ประเดน็ ทมี่ ขี อ้ โตแ้ ยง้ จากแหลง่ ตา่ งๆ มมุ มองตรงกนั ขา้ ม แลว้ นำ� มาอภปิ รายในกลมุ่ แลว้ นำ� เสนอตอ่ ทง้ั ชนั้ และอภปิ รายรว่ มกนั งานทมี่ อบหมาย สรา้ งไดอะแกรม ใหแ้ ต่ละกลุม่ อาจเหมือนกนั หรือตา่ งประเดน็ ย่อยก็ได้ เปรียบเทยี บ ครูให้นักเรียนไปค้นความเห็นของผู้ที่ถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ัน โฟกัสประเด็น ท่ีมีความเหน็ ต่าง แล้วน�ำมาอภิปรายข้อมูลเหตุผลกนั ในชัน้ เรียน ครใู ห้นกั เรียนปอ้ งกันจดุ ยนื ทต่ี รงกนั ขา้ มกบั ตนเอง ครูให้นักเรียนใช้เวนน์ไดอะแกรมเปรียบเทียบความต่างและความเหมือนของสอง หรอื สามแนวความคดิ • 130 •
ยุทธศาสตร์ วธิ กี าร โตว้ าที ครูจัดนักเรียนเป็นทีมโต้วาที ๒ ทีม เป็นฝ่ายเสนอกับฝ่ายค้าน ในประเด็นโต้แย้ง นกั เรยี นแตล่ ะฝา่ ยไดฝ้ กึ กลา่ วนำ� ตรวจสอบประเด็นของฝ่ายตรงขา้ ม แลว้ เสนอขอ้ มูล การประชมุ รฐั สภา หลกั ฐานหกั ลา้ ง ออกกฎหมาย ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งเปน็ “พรรค” ทม่ี คี วามเห็นแตกตา่ งกนั แสดงหลักฐานข้อโต้แยง้ กนั ในท�ำนองเดยี วกนั กบั ในรฐั สภา ครูให้นักเรียนค้นคว้ากฎหมายช้ินใดช้ินหนึ่งท่ีเกี่ยวข้องกับสาระที่เรียน น�ำเอาประเด็น โต้แยง้ มาอภิปรายกันในช้นั เรียน วิธีการตามท่ีเสนอในตารางข้างบน บางเทคนิคครูน�ำมาใช้ได้โดยไม่ต้อง เตรียมตัวล่วงหน้าและใช้เวลาน้อยมาก เช่น เทคนิค “โหวตในช้ัน” ครูสรุป ประเด็นเป็นสองฝ่าย แล้วให้โหวต ให้ฝ่ายที่หน่ึงยืนข้ึน เดินไปท่ีมุมห้องหนึ่ง ใหฝ้ า่ ยทสี่ องยนื ขนึ้ และเดนิ ไปทอ่ี กี มมุ หนงึ่ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะฝา่ ยกลา่ วปกปอ้ งจดุ ยนื ของตน ส่วนวิธีโต้วาทีต้องเตรียมตัวมาก แต่นักเรียนในทีมก็จะได้เรียนรู้เทคนิค การโต้วาทีเพิ่มขึ้นด้วย ซ่ึงประกอบด้วยการกล่าวน�ำเพื่อท�ำให้ประเด็นชัดเจน ตรวจสอบเหตุผลของฝ่ายตรงกันข้าม และการใหเ้ หตุผลหกั ล้าง ค�ำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู “ฉันจะให้นกั เรียนเข้าร่วมในความขัดแยง้ แบบกัลยาณมิตรได้อย่างไร” พฤติกรรมของนักเรียน • นกั เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมโต้แย้งดว้ ยไมตรจี ติ • นกั เรยี นบอกวา่ กจิ กรรมโตแ้ ยง้ แบบกลั ยาณมติ รใหค้ วามสนกุ นา่ สนใจ และไดค้ วามรู้ • นักเรียนอธิบายได้ว่ากิจกรรมขัดแย้งอย่างกัลยาณมิตรช่วยให้ตน เข้าใจสาระความรดู้ ขี นึ้ อยา่ งไร ติดตามอา่ นบนั ทกึ ฉบับเต็มได้ท่ี : https://www.gotoknow.org/posts/630910 • 131 •
๓๐บทท่ี ใช้เกมวชิ าการ เกมเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจแบบติดหนึบ เพราะธรรมชาติของเกม คือความท้าทาย เกมใหค้ วามตน่ื เต้น สนุกสนาน ยทุ ธศาสตร์และวธิ ีการทีค่ รูใช้เกมวชิ าการมีดงั ต่อไปนี้ ยทุ ธศาสตร์ วิธกี าร ส่ิงนี้คอื อะไร ครูสร้างตารางบนกระดาน แถวบนเขียนค�ำแสดงส่ิงของ พร้อมคะแนน ๑๐๐, ๒๐๐, ๓๐๐, ๔๐๐, ๕๐๐ ในคอลมั นซ์ า้ ยมอื ใสค่ ำ� หรอื ภาพ สำ� หรบั เปน็ กญุ แจไข เรยี งลงมา ข้างล่าง โดยยง่ิ ลงมาข้างลา่ งคำ� ย่งิ ยาก และตรงกับคะแนนทีส่ ูงขึน้ บอกชอ่ื ส่งิ นัน้ ครสู รา้ งเกมบอรด์ บนกระดานหนา้ ชนั้ วาดรปู ปริ ะมดิ และแบง่ เปน็ สว่ นๆ ในแตล่ ะสว่ น ใส่ค�ำหรือภาพ แบ่งนักเรียนเป็นทีมในแต่ละทีมมีผู้ใบ้ ๑ คน ท่ีเหลือเป็นผู้ตอบ ผลดั กนั เลน่ ทลี ะทมี โดยจบั เวลาใหผ้ ใู้ บค้ นเดยี วนง่ั หนั หนา้ เขา้ หาบอรด์ นอกนนั้ หนั หลงั ให้ แล้วแขง่ ขันกันหาทมี ชนะ พดู หนง่ึ กิโลเมตรต่อนาที ครูเตรียมกระดาษชุดหน่ึง แต่ละแผ่นเขียนชื่อส่ิงของที่เป็นประเภทเดียวกัน แบ่งนักเรียนเป็นทีม คนหนึ่งของทีมเป็นผู้ใบ้ ท่ีเหลือเป็นผู้ตอบ จับเวลาท่ีทีมตอบค�ำ ไดถ้ กู ทุกคำ� เพ่อื หาทีมชนะ การแขง่ ขันในชน้ั ครคู ดิ คำ� ถามอยา่ งนอ้ ยเทา่ กบั จำ� นวนนกั เรยี นในชนั้ แบง่ นกั เรยี นเปน็ กลมุ่ สมาชกิ กลมุ่ ผลัดกันท�ำหน้าท่ีตอบโดยเล่นทีละกลุ่ม เม่ือครูบอกค�ำถามผู้ตอบมีเวลาปรึกษาเพื่อน ๑๕ วนิ าทแี ลว้ ตอบ คำ� ไหนอยู่นอกประเภท ครสู รา้ งกลมุ่ คำ� ของสงิ่ ทเ่ี ปน็ ประเภทเดยี วกนั แตม่ คี ำ� หนงึ่ ไมอ่ ยใู่ นประเภทนน้ั นกั เรยี น อาจทายคนเดยี วหรอื ทำ� งานเปน็ กลมุ่ กไ็ ด้ โดยครใู หด้ กู ลมุ่ คำ� ทลี ะกลมุ่ และมเี วลาจำ� กดั ในการตอบ โดยเขยี นคำ� ตอบลงบนกระดาษ • 132 •
ยุทธศาสตร์ วิธกี าร แขง่ ขันแบบไม่เอาจรงิ ครใู ชเ้ กมใดกไ็ ดใ้ นการแขง่ ขนั เพอ่ื ความสนกุ สนาน ไมม่ ผี ลเปน็ คะแนนหรอื รางวลั ใดๆ เอาจงั ถามเป็นเกม ครูให้นักเรียนแยกกันเป็น ๔ กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีแผ่นกระดานเขียนค�ำตอบ ครูบอก ค�ำถาม นักเรียนมีเวลาปรึกษากันในกลุ่ม ๑ นาที แล้วเขียนค�ำตอบ เสร็จแล้วครู เกมทบทวนค�ำศัพท์ ใหย้ กคำ� ตอบใหเ้ พอ่ื นดู ครูใช้เกมเพื่อให้นักเรยี นทบทวนค�ำศพั ท์ หากครูต้องการใช้เกมเป็นเครื่องมือให้นักเรียนได้ประโยชน์ด้านเรียน สาระวิชาด้วย ครูก็ต้องออกแบบเน้ือหาในเกมให้เอื้อประโยชน์ดังกล่าว โดยเน้นท่ีเน้ือหาของบทเรียนปัจจุบัน หรือบทเรียนท่ีแล้วและการสร้างเกม กอ็ าจเอาอย่างบางเกมในทีวกี ไ็ ด้ ค�ำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู “ฉนั จะจดั ให้นักเรยี นเรียนโดยใช้เกมวชิ าการได้อยา่ งไร” พฤติกรรมของนักเรียน • นักเรียนเขา้ ร่วมกิจกรรมเล่นเกมดว้ ยความสนกุ สนาน • นักเรยี นบอกไดว้ า่ สาระการเรยี นรจู้ ากเกมคอื อะไร • นกั เรียนอธิบายไดว้ า่ กิจกรรมเล่นเกมช่วยใหต้ นเข้าใจบทเรียนไดด้ ขี นึ้ อยา่ งไร ตดิ ตามอา่ นบนั ทึกฉบบั เต็มได้ท่ี : https://www.gotoknow.org/posts/630983 • 133 •
เร่ืองเล่าจากห้องเรียน คุณครูหนู - กุลธิรัตน์ พันธ์สิริเดช คุณครูหน่วยวิชาธรรมชาติศึกษาและประยุกต์วิทยา ระดับช้ัน ๕ เคยมีค�ำถามว่า “ความรู้สึกท่ีส�ำเร็จในการสอนนั้นเป็นอย่างไร” เพราะฟังเร่ืองเล่า ของใครๆ ก็นึกไม่ออก ความรู้สึกท่ีได้จากประสบการณ์ของตนเองน้ันอย่างมากที่สุดก็คือ “ก็ดีนะ” “แผนน้ีมันก็โอเค” เป็นความรู้สึกประมาณนี้ตลอดสองปีกว่าๆ ท่ีได้เป็นครู จนได้ท�ำแผนการสอน เรื่องการแยกสาร ตอนท�ำแผนคิดแค่ว่าท�ำอย่างไรให้นักเรียนสนุก เพราะปีที่ผ่านมาแผนท่ีใช้สอน เร่ืองน้ีนั้นก็ดีนะแต่ยังไม่สนุกเท่าไหร่ นักเรียน รุ่นนี้ต้องสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนเยอะและ ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ถ้าใช้วิธีเดิมไม่ไหวแน่ๆ ก็เลยคิดกับคู่วิชาว่าน่าจะเป็นเกมดีกว่า แต่จะเล่นอะไรดี เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เร่ืองการแยกสารและสนุกกับการเรียนด้วย และสามารถน�ำความรู้ท่ีตนเอง มีอยู่เดมิ มาใช้ แลว้ ก็คดิ ไดแ้ ละตั้งช่อื เกมวา่ กลอ่ งปรศิ นา วิธีการคือครูจะเตรียมกล่องปริศนาไว้ ๖ กล่อง ในแต่ละกล่องมีของข้างในแตกต่างกัน และ มีค�ำส่ังให้ท�ำภารกิจในกล่องแต่จะไม่ใช้ค�ำท่ีบอกตรงๆ ว่าให้แยกของท่ีอยู่ในกล่อง เพื่อให้นักเรียน ไดล้ องคิดวา่ ต้องทำ� อะไร กลอ่ งที่ ๑ มลี กู ปดั สฟี า้ เมด็ โฟมกนั กระแทก ลกู ปดั มกุ สขี าว ปะปนกนั อยใู่ นกลอ่ ง (โจทยภ์ ารกจิ : มานะต้องการลูกปัดสีฟา้ ไปร้อยสรอ้ ยเพือ่ ใช้เป็นของขวญั ให้เพ่ือน) กล่องท่ี ๒ ทราย กรวด หิน ปนกันอยู่ (โจทย์ภารกิจ : สาโรจน์ต้องการหินเพื่อไปผสมปูน สำ� หรบั สร้างอาคาร) กลอ่ งที่ ๓ แปง้ ขา้ วเปลอื ก หนิ กอ้ นเลก็ ปนกนั อยู่ (โจทยภ์ ารกจิ : ลงุ อมั พรตอ้ งการขา้ วเปลอื ก ไปปลูก) กล่องท่ี ๔ บกี เกอรใ์ สท่ รายและน้�ำ (ทอฝนั ต้องการทรายแหง้ ๆ เพ่ือเตรยี มปลูกกระบองเพชร) กลอ่ งท่ี ๕ ดนิ เหนยี วแชอ่ ยใู่ นนำ้� (โจทยภ์ ารกจิ : ลงุ สมพงษจ์ ะปรบั ปรงุ ดนิ จงึ ตอ้ งวดั ธาตอุ าหาร ในดนิ ) กล่องท่ี ๖ ทรายหยาบ ผสมอยู่กับทรายละเอียด (โจทย์ภารกิจ : มานีต้องการทรายละเอียด เพื่อใช้ท�ำเทียนเจล) กลมุ่ ไหนจะไดก้ ลอ่ งไหนนนั้ จะใชก้ ารสมุ่ เลอื ก ซงึ่ นกั เรยี นจะยงั ไมร่ วู้ า่ ภายในกลอ่ งมอี ะไรจนกวา่ จะได้เปิดกลอ่ ง • 134 •
กตกิ าในการเลน่ ๑. ผ้เู ล่นแตล่ ะกลมุ่ จะได้กลอ่ งปริศนากล่มุ ละ ๑ ชุด ๒. ภายในกลอ่ งแต่ละกลอ่ งจะมภี ารกิจให้ท�ำ ๑ อยา่ ง ๓. มีอุปกรณ์เสริมช่วยในการท�ำภารกิจวางอยู่ด้านหลังห้อง(อุปกรณ์ทุกช้ินที่เลือกไปต้องใช้ หากน�ำไปแลว้ ไม่ได้ใชถ้ ือว่าภารกิจไม่ส�ำเรจ็ ) ๔. เวลาในการวางแผนเลือกอปุ กรณ์ชว่ ยท�ำภารกจิ และลงมอื ทำ� ภารกิจรวมกัน ๑๕ นาที น่ันคือข้อมูลท่ีนักเรียนได้รับรู้ก่อนเปิดกล่อง ทุกคนต่ืนเต้นมากที่จะได้เล่นเกมในห้องเรียน เมื่อหมดเวลาทุกกลุ่มสามารถท�ำภารกิจได้ส�ำเร็จตามที่ได้รับค�ำสั่งไป เมื่อท�ำภารกิจเสร็จแล้วทุกคน เริ่มอยากรู้ว่าเพื่อนกลุ่มอื่นได้รับภารกิจอะไรไปจึง เกิดการแลกเปลี่ยนบอกเล่าภารกิจ และวิธีการ ท�ำภารกิจให้ส�ำเร็จ เหตุผลที่ใช้วิธีการน้ัน ท้ังปัญหาอุปสรรคท่ีพบ วิธีที่ใช้แก้ปัญหากัน ระหว่าง ที่ร่วมแลกเปล่ียนกันก็จะมีความเปิ่นของเพื่อน เช่น เร่ืองข�ำๆ ที่สมาชิกในกลุ่มตัดสินใจท�ำลงไป ทำ� ให้ทกุ คนไดห้ ัวเราะ ข้อผดิ พลาดทีส่ นุกๆ เปน็ การแลกเปลี่ยนที่สนกุ สนานมาก หลงั จากทท่ี กุ กลมุ่ ไดแ้ ลกเปลย่ี นกนั แลว้ ครกู ถ็ ามคำ� ถามกบั นกั เรยี นหอ้ ง ๕/๒ วา่ “คดิ วา่ ภารกจิ ท่ีทุกคนได้รับมีความเหมือนกันอย่างไร” มีเด็กหญิงคนหน่ึงบอกว่า “แยกของท่ีโจทย์ต้องการค่ะ” หลังจากนั้นห้อง ๕/๒ ก็เรียนเรื่องการแยกสารอย่างสนุกสนาน ครูแค่ให้วิธีการแยกแล้วเด็กๆ สามารถช่วยกันบอกวิธีการและหลักการที่จะเลือกใช้เพ่ือแยกสารในรูปแบบต่างๆ ได้ ซึ่งความรู้ เร่ืองการแยกสารเกือบทั้งหมดท่ีเด็กห้อง ๕/๒ ได้เกิดจากเรียนรู้ของตัวเองร่วมกับเพื่อนในห้อง เมื่อสรุปความรู้สึกที่เรียนในคร้ังน้ีเด็กๆ ทุกคนบอกว่าสนุกมาก บางคนให้เหตุผลเพ่ิมเติมว่า ชอบท่ี ได้เรียนวิธีใหม่ๆ ชอบท่ีได้เลือกอุปกรณ์เอง และในการสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ มีเด็กชายคนหนึ่งเขียนว่า “ถา้ ตอ้ งการแยกสารจะตอ้ งดวู า่ สารทต่ี อ้ งการแยกนน้ั มสี ถานะ หรอื คณุ สมบตั อิ ยา่ งไร เพอื่ ทจ่ี ะสามารถ เลือกวิธีการแยกได้อย่างเหมาะสม” ตอนที่ได้อ่านรู้สึกว่าแผนนี้ช่วยท�ำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ ได้ดีจริงๆ นักเรียนสามารถจับหลักของการแยกสารได้ แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนที่เขียนสะท้อนมาแบบน้ี ครูเลยอยากรู้ว่านักเรียนคนอ่ืนๆ เข้าใจเรื่องการแยกสารจริงหรือเปล่า จึงเกิดเกมทุกข์ชาวบ้านขึ้น เพอื่ ใช้ทดสอบวา่ นักเรยี นเข้าใจเรอ่ื งการแยกสารหรอื ไม่ เปน็ ค�ำถามสถานการณ์ ๕ ค�ำถาม • 135 •
๑. ลุงเอ็มจะทานก๋วยเตี๋ยวแต่น�้ำส้มสายชูปนอยู่กับน�้ำมัน ลุงเอ็มต้องใช้วิธีใด เพ่ือให้ได้ น�ำ้ สม้ สายชอู อกมา ๒. ป้าอมั กำ� ลังจะดื่มน�้ำส้มแตต่ อนคนั้ มีเมล็ดส้มหลน่ ลงไปดว้ ย จะชว่ ยให้ป้าอมั นำ� เมลด็ สม้ ออก อย่างไร ๓. ป้าหวานจะไปแก้บนเลยหมักเหล้าจากข้าวไว้ เหล้าที่ได้ขุ่นและหวานจะใช้วิธีใดท�ำให้เหล้าใส และไม่หวาน ๔. ป้าจุ๋มขายน้�ำออ้ ยแต่ขายไม่หมดจงึ อยากนำ� น้ำ� อ้อยไปท�ำเป็นน�้ำตาล ปา้ จมุ๋ ควรใช้วธิ ใี ด ๕. ป้าเจนชอบท�ำเทียนแฟนซีแต่อุปกรณ์มักจะหกมารวมกันจะช่วยป้าเจนจัดระเบียบ ทรายสี เปลือกหอยและตกุ๊ ตา ทป่ี นกันอยอู่ ย่างไร หลังจากทดสอบแล้วพบวา่ เดก็ ๆ หอ้ ง ๕/๒ สามารถเลือกใช้วิธีไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ๙๐% ของหอ้ ง นกั เรยี นอกี ๑๐% เรากส็ ามารถชว่ ยทวนใหเ้ ขาเกดิ ความเขา้ ใจไดม้ ากขน้ึ จากการใชแ้ ผนเรอ่ื งการแยก สารนก้ี บั หอ้ ง ๕/๒ ทำ� ใหน้ กั เรยี นเกดิ แรงบนั ดาลใจในการเรยี นเรอ่ื งการแยกสาร เพราะไดร้ สู้ กึ วา่ สง่ิ ท่ี เขาท�ำมนั ส�ำเร็จท�ำให้เขาอยากรตู้ อ่ ว่าจะมกี ารแยกสารแบบใดอกี นอกจากนก้ี ารใช้ค�ำถามในเกมทุกข์ ชาวบ้านช่วยให้ครูสามารถประเมินได้ว่านักเรียนเข้าใจหรือไม่ คนท่ีไม่เข้าใจครูก็สามารถเข้าไปช่วย เหลือไดท้ ัน ในท่สี ุดเราก็ได้พบแผนทีด่ ี คดิ เลยว่ากับอกี สามห้องทเ่ี หลอื มนั ตอ้ งดีมากแนๆ่ เช่นกนั ปัจจัยความสสำเร็จ ครูสนุกกับการคิดหาวิธีในการช่วยเหลือนักเรียนให้ได้เรียนรู้ และมีความแม่นย�ำ ในหลกั วชิ า มคี วามอยากรอู้ ยากเหน็ เกาะตดิ อยกู่ บั พฤตกิ รรมการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น และสามารถชวนให้นักเรียนน�ำเอาข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาทบทวนเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน ดว้ ยความสขุ ใจ • 136 •
๓๑บทที่ ใหโ้ อกาสนักเรยี นพูดเก่ยี วกบั ตนเอง การให้นักเรียนแบ่งปันเร่ืองเล่าของกันและกันน้ัน ได้ทั้งประโยชน์จาก การเป็นผู้บอกเล่า และการเป็นผู้ฟัง ในการเป็นผู้เล่าเร่ืองของตนนักเรียน ได้ความรู้สึกว่าได้รับการยอมรับจากเพื่อนและได้พัฒนาความม่ันใจ ในภาพลักษณ์ของตนเอง ในการเป็นผู้ฟังนักเรียนได้แรงบันดาลใจจาก เร่อื งราวหรอื ความคดิ ของเพ่ือนทตี่ นคิดไม่ถงึ ยุทธศาสตรแ์ ละวธิ ีการท่ีครใู หโ้ อกาสนกั เรยี นพูดเกี่ยวกบั ตนเอง มีดังตอ่ ไปน้ี ยุทธศาสตร์ วิธีการ สอบถามความสนใจ ในตอนต้นเทอม หรือหน่วยการเรียน ครูท�ำแบบสอบถามความสนใจ โดยอาจถาม เป้าหมายในชีวิต ประวัติส่วนตัวหรือครอบครัว ความรู้เดิมเก่ียวกับหน่วยการเรียน โปรไฟล์การเรียน และความคาดหวังจากหนว่ ยการเรียน ของนักเรียน ครรู วบรวมโปรไฟลก์ ารเรยี นจากการรายงานของนกั เรยี นแตล่ ะคน ไดแ้ ก่ สไตลก์ ารเรยี น (เช่น ทางตา ทางหู โดยการเคล่ือนไหว โดยการวิเคราะห์ หรือโดยการปฏิบัติ) ความเชือ่ มโยงกบั ชวี ติ สภาพบรรยากาศหรอื สภาพแวดล้อมท่ตี นเรยี นไดด้ ีที่สดุ และวิธีแสดงตวั ตนทตี่ นถนัด (เช่น โดยการเขยี น การพดู การใชอ้ วัจนะภาษา การใชศ้ ิลปกรรม หรืออนื่ ๆ) เช่อื มโยงอยา่ งไมเ่ ป็น ครจู ดั ใหม้ ชี ว่ งพกั การสอนเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นบอกวา่ บทเรยี นนน้ั เชอื่ มโยงกบั ประสบการณ์ ทางการระหวา่ งการ ชีวิต งานอดิเรก หรือความสนใจของตนอย่างไร นักเรียนเปรียบเทียบความเหมือน อภปิ รายในชัน้ และความตา่ งระหวา่ งนกั เรยี นแต่ละคนและให้ค�ำอธบิ าย หากครูคุ้นเคยกับประวัติและความชอบของนักเรียน เมื่อสอนสาระครูจะสามารถ เชือ่ มโยงสาระเขา้ กับเร่ืองราวของนักเรยี นคนนนั้ บา้ ง คนโน้นบ้างได้ตลอด • 137 •
เทคนิคน้ี เป็นการเช่ือมโยงความรู้ในบทเรียนเข้ากับเร่ืองใกล้ตัว ของนักเรียน เร้าความสนใจ และเช่ือมโยงสาระความรู้เข้ากับชีวิตจริง และ ยงั ชว่ ยพฒั นาความเปน็ ตวั ตนของนกั เรยี นตามแนวทางของทฤษฎี Chickering’s theory of identity development ได้อกี ด้วย ค�ำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู “ครูจะจดั ให้นักเรียนพดู เกีย่ วกับตนเองได้อย่างไร” พฤติกรรมของนักเรียน • นกั เรยี นหมกมนุ่ อยกู่ บั กจิ กรรมทชี่ ว่ ยใหต้ นสามารถเชอ่ื มโยงเรอื่ งราว ในชีวติ จรงิ เข้ากบั สาระวชิ า • นักเรียนอธิบายได้ว่าการเช่ือมโยงสาระวิชาเข้ากับความสนใจส่วนตัว ชว่ ยให้ชัน้ เรียนเปน็ ทนี่ า่ สนใจ และช่วยความเข้าใจสาระวชิ า • นกั เรียนบอกวา่ การเรยี นมคี วามหมายตอ่ ตนเอง ตดิ ตามอา่ นบันทึกฉบบั เตม็ ไดท้ ่ี : https://www.gotoknow.org/posts/631042 • 138 •
๓๒บทที่ สร้างแรงจูงใจและแรงบนั ดาลใจ ใหแ้ ก่นักเรยี น การสร้างแรงจูงใจสู่แรงบันดาลใจมีเป้าหมายเพื่อปูทางให้นักเรียน เข้าสู่การบรรลุเป้าหมายสูงส่งของตนเอง (self-actualization) ซ่ึงหมายถึง สามารถเชื่อมโยงกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่สูงส่งกว่าตัวเอง หรือรู้สึกว่าตนเอง เป็นสว่ นหนึ่งของสิง่ ท่ีมคี ุณค่าสูงส่งทีต่ นเองต้องการพัฒนาไปสู่ ยุทธศาสตรแ์ ละวธิ ีการทค่ี รสู ร้างแรงจงู ใจและแรงบนั ดาลใจ มดี งั ตอ่ ไปน้ี ยุทธศาสตร์ วิธกี าร ก�ำหนดเป้าหมาย ครูช่วยให้นักเรียนแต่ละคนก�ำหนดเป้าหมายของการเรียนในหน่วยการเรียน ภาคการ ทางวิชาการ ศึกษา และปีการศึกษา และครูช่วยให้นักเรียนก�ำหนดการกระท�ำท่ีจะช่วยให้บรรลุ สรา้ งกระบวนทัศน์ เปา้ หมายเลก็ ๆ ระยะสน้ั อนั จะชว่ ยตอ่ ยอดสกู่ ารบรรลเุ ปา้ หมายทใ่ี หญข่ นึ้ ในระยะยาวขน้ึ พัฒนา (growth ครูอธิบายความหมายของ “กระบวนทัศน์พัฒนา” (https://www.gotoknow.org/ mindset) posts/617868) ซึ่งตรงกันข้ามกับ “กระบวนทัศน์หยุดนิ่ง” (fixed mindset) และ บอกว่าหากนักเรียนต้องการประสบความส�ำเร็จในชีวิต ต้องปลูกฝังกระบวนทัศน์ ฝันถึงอนาคตตนเอง พฒั นาแกต่ นเอง คอื เชอ่ื วา่ ความฉลาดหรอื สมองดี มคี วามสามารถ เปน็ สงิ่ ทสี่ รา้ งขน้ึ ได้ โดยการมานะฝึกฝนอยา่ งไมย่ อ่ ทอ้ ครูจัดให้นักเรียนได้จินตนาการอนาคตของตนเอง เพื่อให้นักเรียนกล้าต้ังเป้าหมาย ชีวิตท่ีดูเสมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ครูอาจยกตัวอย่างนักเรียนรุ่นก่อนๆ ที่สามารถบรรลุ ความใฝฝ่ ัน เพราะความม่งุ มั่นมานะพยายามของตน • 139 •
ยทุ ธศาสตร์ วธิ กี าร โครงการสว่ นตัว ครูส่งเสริมให้นักเรียนท�ำกิจกรรมท่ีตนมีความชอบในระดับคลั่งใคล้ เพื่อส่งเสริมการ โครงการจติ อาสา พฒั นาตนเอง ซึ่งควรทำ� ต่อเน่อื งเป็นโครงการระยะยาว และผมขอเสริมวา่ อาจท�ำเป็น ทมี และควรมคี วามยากเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นไดฝ้ กึ เผชญิ ความยากลำ� บาก หรอื ความลม้ เหลว บันทึกขอบคุณ โดยมคี รูคอยใหก้ �ำลังใจและคำ� แนะนำ� ฝึกสติ โครงการจิตอาสาช่วยให้นักเรียนได้คิดเชื่อมโยงไปยังสิ่งท่ีย่ิงใหญ่กว่าตนเองโดยครูให้ ส่ือสร้างแรงบนั ดาลใจ นักเรียนระดมความคิดกันว่าในชุมชนมีเร่ืองอะไรบ้างให้นักเรียนท�ำกิจกรรมจิตอาสา แล้วให้นักเรียนท�ำเป็นทีม หรือให้ท�ำท้ังช้ัน โดยหมุนเวียนกันไปท�ำอย่างต่อเนื่อง สม�่ำเสมอ ครูต้องระวังอย่าเข้าไปจัดการ ต้องให้นักเรียนจัดการกันเอง เพื่อให้เขาร่วม กันเป็นเจ้าของ ซึ่งกิจกรรมแบบนี้ต้องเสริมด้วยการไตร่ตรองสะท้อนคิด (reflection / AAR) เป้าหมายและ คุณค่าร่วมกัน เพ่ือให้ผลของการปฏิบัติซึมลึกเข้าไปสร้าง แรงบันดาลใจในการท�ำเพ่ือผู้อื่น และเพ่ือสังคมส่วนรวม โดยครูท�ำหน้าท่ีต้ังค�ำถาม ใหน้ กั เรยี นร่วมกันสะทอ้ นคิด ครูริเริ่มฝึกให้นักเรียนเขียนบันทึกขอบคุณ เร่ิมจากครูเขียนเป็นตัวอย่างส่ิงที่ครูรู้สึก ขอบคุณ ไว้บนกระดาน แล้วครูให้นักเรียนระดมความคิด ว่าตนรู้สึกขอบคุณหรือเป็น หนบี้ ญุ คณุ ใคร/อะไรบา้ ง แลว้ ใหน้ กั เรยี นเขยี นบนั ทกึ ขอบคณุ ของตนเองเปน็ ประจำ� เพอื่ กลอ่ มเกลาจติ ใจของตนเอง ครใู หน้ กั เรยี นฝกึ สติ (mindfulness) ใหร้ เู้ ทา่ ทนั ความคดิ ความรสู้ กึ และโลกภายในและ ภายนอกตนเอง โดยอาจใหห้ ายใจเขา้ ออกลกึ ๆ ทำ� สมาธิ หรอื วธิ กี ารอน่ื ๆ (ดวู ธิ กี ารของ โรงเรยี นลำ� ปลายมาศพฒั นาท่ี https://www.gotoknow.org/posts/486958) นอกจาก นั้นในตอนต้นคาบเรียนครูอาจให้นักเรียนเขียนเป้าหมายในคาบน้ันไว้บนหัวกระดาษ และบอกให้หวนกลับไปนึกถึงเปา้ หมายน้นั เป็นระยะๆ ก็เปน็ การฝกึ สตงิ า่ ยๆ วธิ หี นึ่ง สื่อสร้างแรงบันดาลใจอาจเป็นภาพยนตร์ เรื่องเล่า หรือสื่ออ่ืนๆ มีเป้าหมายเพ่ือให้ นักเรียนเห็นว่าความคิดท่ีเป็นอุดมคติของตนนั้นเกิดขึ้นได้จริง หลังจากรับชมส่ือแล้ว ควรมกี ารไตรต่ รองสะทอ้ นคดิ รว่ มกนั วา่ นกั เรยี นแตล่ ะคนเกดิ ความรสู้ กึ นกึ คดิ อะไรบา้ ง • 140 •
เป้าหมายส�ำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเข้าสู่เป้าหมายสูงส่งของตนเอง เป็นเรื่องของการส่ังสมความมีเป้าหมายชีวิต ความมุ่งม่ัน มีปัญญาด้านใน ซ่ึงเป็นส่วนหนงึ่ ของทักษะชีวิต ยุทธศาสตร์สร้างพันธกิจสัมพันธ์ของนักเรียนต่อการเรียนที่ใช้บ่อย ในเกอื บทกุ คาบเรยี นคอื การตรวจสอบและแกไ้ ขเมอื่ นกั เรยี นไมส่ นใจ การเพม่ิ อัตราตอบสนอง การเคลื่อนไหวร่างกาย การด�ำรงอัตราเร็วของการสอนท่ีมี ชีวิตชีวา ความจริงจังและความกระตือรือร้นของครูส่วนยุทธศาสตร์อ่ืนๆ มกี ารใชเ้ ป็นช่วงๆ ตามความเหมาะสม ระดับความเข้มข้นของพันธกิจสัมพันธ์ของนักเรียนต่อการเรียนท้ัง ๑๐ เทคนิคนี้ ไม่เท่ากัน ระดับท่ีธรรมดาท่ีสุดคือ นักเรียนแสดงความสนใจ ขั้นถัดไปคือ มีพลัง ฉงนสนเท่ห์ และมีแรงจูงใจและแรงบันดาลใจตามล�ำดับ ซึ่งจะเห็นว่า การท่ีนักเรียนตั้งใจเรียนเป็นข้ันต่�ำที่สุด ครูท่ีเก่งจะต้องจัด กระบวนการสอนในระดับท่ีสรา้ งแรงบันดาลใจแกศ่ ษิ ย์ ค�ำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู “ครจู ะสรา้ งแรงจูงใจและแรงบันดาลใจให้นกั เรียนไดอ้ ย่างไร” พฤติกรรมของนักเรียน • นักเรียนมีเป้าหมายระยะยาว และรู้ข้ันตอนด�ำเนินการทีละข้ัน ส่เู ปา้ หมายนั้น • นักเรยี นมปี ฏิสมั พันธก์ ับเพ่ือนๆ และคนรอบข้างอย่างมคี วามหมาย • นกั เรียนท�ำโครงการทีต่ นคิดขึ้น และมคี วามหมายต่อตนเอง • นกั เรียนบอกวา่ ชนั้ เรยี นสรา้ งแรงจงู ใจและแรงบันดาลใจ ตดิ ตามอา่ นบันทกึ ฉบบั เตม็ ไดท้ ่ี : https://www.gotoknow.org/posts/631153 • 141 •
เร่ืองเล่าจากห้องเรียนครู ช่วงปิดภาคเรียนก่อนเปิดปีการศึกษา ๒๕๖๐ คุณครูใหม่ - วิมลศรี ศุษิลวรณ์ เปิดชั้นเรียน ให้คุณครูช่วงช้ันที่ ๑ และช่วงช้ันท่ี ๒ ทุกคนท่ีมีความประสงค์จะเข้าร่วม กระบวนการ “พัฒนาครู สู่ความเปน็ โค้ช” มาเรยี นรูด้ ว้ ยกนั เป็นเวลา ๑ สปั ดาห์ กจิ กรรมวันแรก (๖๐ นาที) ครูใหม่เริ่มด้วยการให้ครูแนะน�ำตัวเอง พร้อมท้ังบอกเหตุผลสั้นๆ ว่าท�ำไมจึงอยากเข้ามาเรียน ในช้ันเรียนนี้ เพื่อให้ครูผู้สอนได้รู้จักจุดมุ่งหมายของผู้เรียนก่อนที่จะเริ่มกิจกรรม โดยให้สมาชิก แต่ละกลุ่มท่ีน่ังอยู่ในโต๊ะเดียวกันตามความสมัครใจ แนะน�ำตัวเรียงกันไปโดยใช้เวลาร่วมกัน เคร่ืองบอกหมดเวลาคือ กะลามะพร้าวเจาะรูท่ีลอยน�้ำอยู่ในกาละมัง หากกะลาจมน�้ำเม่ือไรถือว่า หมดเวลา (ประมาณ ๑๕ นาท)ี ดงั นน้ั แตล่ ะกลมุ่ ซง่ึ มจี ำ� นวนสมาชกิ ระหวา่ ง ๕-๖ คน จะตอ้ งบรหิ าร เวลาให้เหมาะสม การจับเวลาด้วยกะลาบอกเวลานี้ท�ำให้คุณครูตื่นตัวกันมาก ครูหลายคนท่ึงในส่ือที่ครูใหม่ เลือกหยิบมาใช้ หลายคนแปลกใจในประสิทธิภาพของสื่อที่ดูธรรมดาๆ ที่เมื่อน�ำเข้ามาใช้ในจังหวะ ที่ถูกต้องแล้วกลับดูพิเศษและก่อให้เกิดความรู้สึกต่ืนเต้น สามารถเร้าความอยากรู้อยากเรียน ให้เพ่มิ ขน้ึ ไดอ้ ย่างมากมาย กิจกรรมการเรียนรู้แรกครูใหม่น�ำภาพเวนน์ไดอะแกรมมาชวนกันตีความ เพ่ือเข้าสู่หัวใจของ การเรยี นรู้สู่ความเป็นโค้ช • 142 •
ประเด็นหลักๆ ท่ีครูทุกคนต้องตระหนัก คือ ครูไม่ได้มีหน้าท่ีส่งต่อความรู้ แต่เม่ือครูรัก ในความรกู้ จ็ ะรวู้ า่ จะท�ำอย่างไรให้เดก็ รกั ในความรทู้ ่คี รูรัก โจทย์การบ้านท่ีครูใหม่ให้ไว้ก่อนหน้าน้ีคือ ให้ครูผู้เข้าร่วมเตรียมเพลงท่ีมีเน้ือหาเกี่ยวกับเวลา มาคนละ ๑ เพลง ครใู หมใ่ ชก้ ลยทุ ธใ์ หค้ รแู ตล่ ะคนคดิ หาเพลงทม่ี คี วามสมั พนั ธก์ บั เวลาตามการตคี วาม ของแตล่ ะคนมาแลกเปลย่ี นกนั เปน็ ตวั สรา้ งบรรยากาศของความอยากรอู้ ยากเรยี นใหเ้ กดิ ขนึ้ ในหมคู่ รู ก่อนหน้าท่ีช้ันเรียนจะเร่ิมต้นข้ึนหลายวันทีเดียว และหากใครผ่านเข้าไปในห้องพักครูในช่วงน้ัน ก็จะ มกั จะไดย้ นิ บทสนทนาดว้ ยนำ้� เสยี งสนกุ สนานเกยี่ วกบั เพลงวา่ ใครเลอื กเพลงอะไรมาใชใ้ นชนั้ เรยี นบา้ ง กิจกรรมที่ครูใหม่ท�ำคือ ให้ครูทุกคนน�ำเพลงของตัวเองมาแบ่งปันในกลุ่มว่าเหตุใดตนเอง จึงเลือกเพลงน้ีมา พร้อมทั้งเฉลยว่า ที่เลือกเพลงเก่ียวกับเวลามาเป็นหัวเร่ืองก็เพราะงานของครู เป็นงานท่ีสัมพันธ์อยู่กับเวลา เร่ืองแรกที่ครูควรท�ำคือการรักษาเวลา ครูต้องท�ำงานการออกแบบ กระบวนการเรียนรู้ไปบนเวลาท่ีเรามีอยู่ เวลาท่ีมีท�ำให้ครูรู้ว่าหากมีเวลาอยู่ ๑๐ นาทีครูจะส่ือสาร ความเข้าใจเร่ืองนี้อย่างไร ถ้ามีเวลาเพ่ิมมากขึ้นเป็น ๑ ชั่วโมงครูจะท�ำกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ นักเรยี นเขา้ ใจเร่ืองนอ้ี ยา่ งไร ครูใหม่ให้แต่ละกลุ่มเลือกเพลงที่เป็นตัวแทนของกลุ่มมา ๑ เพลง พร้อมท้ังบอกเหตุผล ด้วยว่าท�ำไมกลุ่มจึงเลือกเพลงนี้เป็นตัวแทน น่ันเป็นวิธีการสร้างให้ผู้เรียนทุกคนรู้สึกว่าการเรียนรู้ ในชัน้ เรียนน้คี อ่ ยๆ ถกั ทอขึ้นจากความเชอ่ื มโยงเร่อื งราวความสนใจของพวกเขาเข้าดว้ ยกนั • 143 •
ครูใหม่เรียกกลุ่มที่น่ังอยู่ในห้องตามต�ำแหน่งของตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาโดยสุ่มเลือกให้กลุ่ม ๙ นาฬิกาน�ำเสนอก่อน เพื่อเชื่อมโยงต�ำแหน่งของกลุ่มเข้ากับเนื้อหาเร่ืองเวลาท่ีเป็นบทสนทนาหลัก เพื่อให้ผู้เรียนผูกสัมพันธ์กับเรื่องที่เรียนด้วยต�ำแหน่งที่นั่งของตัวเอง แล้วยังใช้ต�ำแหน่งของผังที่น่ัง สร้างช่ือกลุ่มตามเลขบนหน้าปัดนาฬิกาด้วยเป็นการกระชับเวลาในการตั้งชื่อกลุ่ม และยังช่วยสร้าง ความตื่นตัวให้แก่ผู้เรียนด้วยการสร้างความรู้สึกสดใหม่ ว่าครูจะเรียกที่ตัวเลขไหนก่อน มีกลุ่มหนึ่ง นั่งอยู่กลางห้อง ครูจึงตั้งช่ือให้กลุ่มน้ีว่ากลุ่มหมุดนาฬิกา ...ตอนนี้ทุกคนเป็นตัวเลขท่ีอยู่บนหน้าปัด นาฬกิ าและกำ� ลงั เดนิ ไปด้วยกัน กลุ่ม ๖ นาฬิกา เลือกเพลงย่ิงรู้จักยิ่งรักเธอของครูหน่ึง เพราะมีความหมายในการเรียนรู้ และทำ� ในสง่ิ ท่ดี ๆี ข้นึ มา เสียงเพลงดังข้ึนในชั้นเรียนเป็นระยะ เมื่อกลุ่มไหนพูดถึงเพลงของตัวเองก็จะมีการร้อง ออกมาดว้ ย บรรยากาศในชน้ั เรยี นจงึ เตม็ ไปดว้ ยความสขุ ความนา่ สนใจ คละเคลา้ ไปกบั ความตน่ื เตน้ ตน่ื ตัวจนครผู ู้เข้าร่วมคนหนึง่ สะทอ้ นว่ากระบวนการเรยี นรู้วนั นี้สนุกจน “หวั ใจจะวาย” กลุ่มหมุดนาฬิกา เลือกเพลงเวลานาที ซึ่งเป็นเพลงที่ครูกุ๊กเลือกมา ตัวแทนกลุ่มเล่าที่มาที่ไป ให้ฟังเป็นเพลงท่ีครูกุ๊กเคยได้ยินตอนเรียนมหาวิทยาลัย ท่ีตัวเนื้อเพลงสะท้อนถึงค่าของเวลาว่า มคี า่ กว่าสงิ่ ใดๆ ระหวา่ งนน้ั ครใู หมจ่ ะถอดรหสั ชนั้ เรยี นใหค้ รผู เู้ ขา้ รว่ มฟงั ไปเรอ่ื ยๆ วา่ เมอื่ การเรยี นรขู้ องชนั้ เรยี น เดินทางมาถึงตรงน้ีก็จะเห็นได้ตอนนี้ว่าห้องเรียนเป็นของผู้เรียนแล้ว และยังมีการเติมพลังชีวิต ดว้ ยบทเพลงอยู่ตลอดเวลา กลุ่ม ๑ นาฬิกา เลือกเพลงที่แห่งน้ี เป็นเพลงท่ีมีความหมายดีๆ ให้ก�ำลังใจไม่ว่าเวลาจะผ่าน ไปนานเท่าไรเราก็จะให้กำ� ลงั ใจกนั และกนั กลุ่ม ๗ นาฬิกา เลือกเพลง Seven Years ท่ีในเพลงเล่าเรื่องราวของชีวิตในช่วงวัยต่างๆ ว่าสดุ ทา้ ยแล้วเราเกดิ มาคนเดยี วกจ็ บคนเดยี ว • 144 •
ครูใหม่สรุปว่าเพลงของกลุ่มนี้ก�ำลังน�ำพาไปห้องเรียนให้เข้าถึงถึงสัจธรรมของเวลาซึ่งตรง กับตัวเป้าหมายเชิงคุณค่าของแผนท่ีตั้งไว้ นอกจากน้ีครูยังสามารถใช้ตัวเนื้อหาของเพลงท่ีผู้เข้าร่วม เลอื กมาเป็นตัวตรวจสอบพ้นื ภมู ิของความสนใจเพอ่ื นำ� ไปออกแบบแผนการเรยี นรู้ในขน้ั ตอ่ ไปด้วย กลุ่ม ๙ นาฬิกา เลือกเพลงคงเดิม เพราะความหมายว่าชีวิตของคนเปล่ียนผันไปเร่ือยแต่ก็ยัง แพ้ส่ิงหนึ่งคือความสัมพันธ์ของคนท่ีมีจิตใจแน่นอน เหมือนเป็นเพลงท่ีแต่งให้คนรัก ชอบสายตา ของคนรกั ท่ีมใี ห้กับเขาเสมอ ท่ีชอบเพราะใชไ้ ดก้ บั ทุกคนทเ่ี รามีปฏิสัมพนั ธด์ ้วย ครูใหม่บอกว่าเราชอบเพลงเดียวกัน และเน้นว่าเน้ือเพลงท่อนน้ีส�ำคัญ “จะมีอะไรที่ดีไปกว่า... ไปกว่าสายตาของเธอ” เพราะส�ำหรับเด็กนักเรียนแล้ว eye contact ของครูคือการสื่อสารที่มี ความหมายท่ีสุดเพราะสง่ ตรงจากใจสู่ใจ ปัจจัยความสสำเร็จ ครมู คี วามจรงิ จงั และกระตอื รอื รน้ ทจ่ี ะออกแบบแผนการเรยี นรทู้ ต่ี ง้ั ตน้ จากเพลงเกยี่ ว กบั เวลาทนี่ กั เรยี นแตล่ ะคนเปน็ ผเู้ ลอื กมา ซงึ่ แนวคดิ เรอื่ งเวลานค้ี อื critical information ของการพฒั นาครสู คู่ วามเปน็ โคช้ กจิ กรรมทค่ี รเู ลอื กใชม้ าทำ� ใหผ้ เู้ รยี นทกุ คนไดพ้ ดู เกยี่ วกบั ตนเองผา่ นเพลงทเ่ี ลอื กมา ได้ รจู้ กั เพอ่ื นผา่ นเพลงทเี่ พอื่ นเลอื ก ครใู ชท้ สี่ อื่ ทด่ี ธู รรมดาแตไ่ มธ่ รรมดา นำ� เสนอสารสนเทศ ทนี่ า่ สนใจ สามารถสรา้ งแรงจงู ใจและแรงบนั ดาลใจใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มหลายคนตง้ั เปา้ หมายวา่ จะ กลบั ไปทำ� ชน้ั เรยี นทดี่ เี พอ่ื สรา้ งการเรยี นรทู้ มี่ พี ลงั ดงั เชน่ ทตี่ วั เองไดส้ มั ผสั จากชนั้ เรยี นน้ี ครสู งั เกตพลงั ของชน้ั เรยี นและประเมนิ ความเขา้ ใจของผเู้ รยี นทกุ ระยะ ตรวจสอบและ แก้ไขเมอ่ื นกั เรยี นไมส่ นใจ เพม่ิ อตั ราตอบสนอง และใชก้ ารเคลอ่ื นไหวรา่ งกาย โดยเฉพาะ อยา่ งยง่ิ คอื การใชส้ ายตาสง่ ผา่ นพลงั ความกระตอื รอื รน้ ของครไู ปยงั ผเู้ รยี นทกุ คนดว้ ย ความเอาใจใสอ่ ยเู่ สมอ • 145 •
๘ภาค ใช้กตกิ าและขอ้ พงึ ปฏบิ ตั ิ (Implementing Rules and Procedures) ครูต้องทำ� ให้นกั เรยี นสัมผสั กับพืน้ ทีป่ ลอดภยั และมีระเบียบ เออ้ื ต่อการเรียนรู้ในทกุ ขณะ ดว้ ยการบอกกติกา และขอ้ พงึ ปฏบิ ัติทชี่ ดั เจน รวมถึงตอ้ งหาวิธีให้นักเรยี น ปฏบิ ัติตามกตกิ าและข้อพึงปฏบิ ตั ดิ ว้ ยความพรอ้ มใจ ๓๓บทที่ ก�ำหนดกตกิ าและขอ้ พงึ ปฏบิ ตั ิ ๓๔บทท่ี จดั กายภาพของหอ้ งเรยี น ๓๕บทที่ แสดงความตืน่ ตวั รสู้ ถานการณ์ ๓๖บทท่ี แสดงการรับรตู้ อ่ การดำ� เนินตามกติกาและข้อพงึ ปฏบิ ตั ิ ๓๗บทที่ แสดงการรับรูต้ อ่ การไมด่ ำ� เนินตามกตกิ าและขอ้ พงึ ปฏบิ ตั ิ
๓๓บทท่ี กำ� หนดกติกาและขอ้ พึงปฏิบัติ กระบวนการกำ� หนดกตกิ าและขอ้ พงึ ปฏบิ ตั ิ เรม่ิ ตง้ั แตต่ น้ ปกี ารศกึ ษา แต่ ครูควรมกี ารปรบั ปรุงกติกาและ ข้อพงึ ปฏบิ ตั ิ ตลอดทงั้ ปี ยุทธศาสตร์และวธิ กี ารทค่ี รกู ำ� หนดกตกิ าและขอ้ พงึ ปฏิบัตใิ ห้นกั เรยี นถือปฏิบัติ มดี ังต่อไปน้ี ยทุ ธศาสตร์ วิธกี าร ก�ำหนดกติกาและข้อ กติกาและข้อพึงปฏิบัติของห้องเรียนมีความจ�ำเป็นต่อผลการเรียนที่ดีของช้ันเรียน พึงปฏบิ ตั ิจำ� นวนน้อย โดยครคู วรจดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั และจำ� กดั จำ� นวนกตกิ าและขอ้ พงึ ปฏบิ ตั เิ พยี ง ๕ - ๘ ขอ้ ตอ่ ชนั้ เรยี น เมอื่ เรม่ิ ปกี ารศกึ ษาใหม่ ครคู วรกำ� หนดกตกิ าทวั่ ไปของชน้ั เรยี น แลว้ ตอ่ ไป จงึ กำ� หนดกตกิ ายอ่ ย เชน่ การเรมิ่ และจบคาบเรยี นหรอื จบวนั ชว่ งเวลาระหวา่ งคาบเรยี น การใช้วัสดุ เคร่อื งมอื อย่างระมดั ระวงั และประหยัด อธิบายกตกิ าและข้อ ตอนต้นปีการศึกษา หรือต้นภาคเรียน ครูอธิบายกติกาและข้อพึงปฏิบัติ พร้อมท้ัง พงึ ปฏิบัตแิ กน่ ักเรยี น เหตุผลที่ต้องก�ำหนดเช่นนั้นแล้วครูกับนักเรียนร่วมกันก�ำหนดวิธีการบังคับใช้กติกา ทเี่ รยี กวา่ SOP (standard operating procedures) กำ� หนดกตกิ าและข้อ ครูใช้ช่ัวโมงเรียนให้นักเรียนร่วมกันก�ำหนดกติกาและข้อพึงปฏิบัติของช้ันเรียน พงึ ปฏบิ ตั ริ ว่ มกบั นกั เรยี น รวมทั้ง SOP ปรับปรงุ กติกาและข้อ ครกู �ำหนดกติกาทว่ั ไปและน�ำเสนอต่อช้ันเรียน โดยเขียนบนกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรยี น พงึ ปฏบิ ตั ริ ว่ มกบั นกั เรยี น ชว่ ยกนั ระบพุ ฤตกิ รรมหรอื ขอ้ พงึ ปฏบิ ตั ภิ ายใตก้ ตกิ าขอ้ นนั้ ๆ โดยครเู ขยี นลงไปใตก้ ตกิ า น�ำไปตดิ ไว้ในชนั้ เรยี นใหเ้ ห็นชดั เจน ทบทวนกตกิ าและข้อ ครูให้นักเรียนร่วมกันปรับปรุงกติกาและกระบวนการร่วมกับนักเรียน เป็นระยะๆ พงึ ปฏบิ ตั ริ ว่ มกบั นกั เรยี น โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ เมอ่ื ครสู งั เกตวา่ มกี ารทำ� ผิดกติกากนั มาก • 148 •
ยุทธศาสตร์ วิธกี าร ใชค้ �ำขวญั แสดงความเชอ่ื ครูชวนนักเรียนอภิปรายกันเรื่องเสรีภาพ ความเสมอภาค ความรับผิดชอบ ความ ของโรงเรยี น และความ ทา้ ทาย ความเหน็ และความรบั ผดิ ชอบ แลว้ รว่ มกนั กำ� หนดคำ� ขวญั ทแี่ สดงพฤตกิ รรม รับผิดชอบของครแู ละ ทพ่ี งึ ประสงค์ในห้องเรียน และเขยี นตดิ ไวอ้ ยา่ งชัดเจน นักเรยี น เขยี นกตกิ าตดิ ไวร้ อบหอ้ ง ครูเขียนกติกาทั่วไปของช้ันเรียนติดไว้ในที่เห็นเด่นชัด และเขียนกติกาย่อยของ กิจกรรมหนงึ่ ๆ ติดไว้ ณ จดุ ท่ที �ำกจิ กรรมน้นั เขียนธรรมนญู หอ้ งเรยี น ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั เขยี นธรรมนญู หอ้ งเรยี น โดยเขยี นจากกตกิ าและขอ้ พงึ ปฏบิ ตั แิ ลว้ .sh นกั เรยี นทุกคนลงนามประกาศ ใชโ้ ปสเตอรแ์ ละอินโฟ - ครใู ชโ้ ปสเตอรแ์ ละอนิ โฟกราฟกิ เพอื่ แสดงกตกิ า ขอ้ พงึ ปฏบิ ตั ิ และนสิ ยั ทง้ั เพอ่ื ตกแตง่ กราฟกิ ห้อง และเพื่อเน้นย�้ำประเด็นส�ำคัญต่อห้องเรียนท่ีมีประสิทธิผล (มีความมั่นคงใน ความถกู ต้อง ควบคมุ อารมณ์ เปน็ ต้น) ก�ำหนดท่าทางและ มกี ารสอ่ื สารบางเรอ่ื ง ทต่ี อ้ งใชบ้ อ่ ยในหอ้ งเรยี น เชน่ ขอใหเ้ งยี บ ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื สัญญาณ ครูกบั นักเรียนควรตกลงกนั ว่าจะใช้สญั ญาณท่าทางอย่างไร สรา้ งโมเดลหรอื การแสดง เพื่อให้นักเรียนเข้าใจและปฏิบัติตามกติกาชั้นเรียน ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มๆ ให้ สวมบทบาท รบั ผดิ ชอบกตกิ า ๒ กลมุ่ ตอ่ หนงึ่ ขอ้ ในแตล่ ะขอ้ ใหก้ ลมุ่ หนงึ่ เขยี นภาพการต์ นู อกี กลมุ่ หนงึ่ แสดงละครหรือทา่ ทางบอกการปฏบิ ตั ิที่ถกู ต้อง จัดการประชมุ นักเรียน ครปู ระชมุ นกั เรยี นเพอื่ รว่ มกนั ตรวจสอบวา่ กจิ กรรมการเรยี นดำ� เนนิ ไปอยา่ งราบรนื่ และ ในหอ้ ง ไดผ้ ลดหี รอื ไม่ ควรปรบั ปรงุ สว่ นไหน ครหู ยบิ ยกประเดน็ เชงิ การจดั การหอ้ งเรยี น เชน่ กติกาและข้อพึงปฏิบัติขึ้นมาปรึกษา อาจจัดให้นักเรียนเสนอประเด็นท่ีควรน�ำ เข้าสู่ การประชุมลว่ งหนา้ โดยหย่อนความเห็นลงในกล่องรบั ฟังข้อคิดเหน็ ของช้ัน ใหน้ ักเรยี นประเมนิ ครูจัดให้นักเรียนประเมินตนเองเป็นครั้งคราวว่าตนเองปฏิบัติตามกติกาและข้อพึง ตนเอง ปฏิบัติท่ีตกลงกันไว้แค่ไหนโดยให้คะแนนตนเองทีละข้อ จาก ๐ (ไม่ปฏิบัติตามเลย) ถึง ๔ (ปฏบิ ตั ิตามอยา่ งดีเลศิ ) • 149 •
เป้าหมายท่ีแท้จริงของยุทธศาสตร์นี้ คือการสร้างความรู้สึกในสมองของ นกั เรยี นวา่ หอ้ งเรยี นเปน็ พนื้ ทป่ี ลอดภยั และมรี ะเบยี บ อนั จะชว่ ยใหก้ ารเรยี นรู้ ของนักเรียนบรรลุเป้าหมายท่ีลึกและซับซ้อน ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ห้องเรียน ดูสวยงาม เป็นระเบียบในเชิงกายภาพ ดังนั้น ครูจึงต้องใช้เวลาและวิธีการ อธิบายเหตุผลและความส�ำคัญของการปฏิบัติตามกติกา และข้อพึงปฏิบัติ ให้นักเรยี นเขา้ ใจ หมายเหตุสสำคัญ ครูต้องท�ำให้นักเรียนเป็นเจ้าของกติกาและข้อพึงปฏิบัติเหล่าน้ัน เพื่อให้ นักเรียนปฏิบัติเพราะเห็นคุณค่า (volition) ซ่ึงเป็นข้ันจิตใจท่ีสูงกว่าปฏิบัติ เพราะจำ� ใจ (compliance) ซงึ่ การเรยี นรทู้ เ่ี กดิ ขน้ึ นจ้ี ะนำ� ไปสกู่ ารบรรลุ เปา้ หมาย สงู สง่ ของตนเอง (self-actualization) ทต่ี วั นกั เรยี นแตล่ ะคนตง้ั เอาไวไ้ ดใ้ นทส่ี ดุ ค�ำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู “ฉันทำ� อะไรบ้างเพ่อื กำ� หนดกติกาและขอ้ พึงปฏบิ ตั ”ิ พฤติกรรมของนักเรียน • นกั เรยี นสามารถบอกกติกาและข้อพงึ ปฏบิ ตั ไิ ด้ • นกั เรยี นบอกวา่ ห้องเรยี นเปน็ สถานทท่ี ่เี ป็นระเบียบ • นกั เรียนกำ� กบั พฤติกรรมของตนเอง ติดตามอา่ นบนั ทึกฉบับเตม็ ได้ที่ : https://www.gotoknow.org/posts/631226 • 150 •
๓๔บทที่ จัดกายภาพของหอ้ งเรยี น การจัดห้องเรียนทางกายภาพ นอกจากช่วยสร้างความรู้สึกที่ดี ที่เอื้อต่อการเรียนของนักเรียนแล้ว ยังช่วยเอื้อต่อครู ในการสังเกตประเมิน ความกา้ วหนา้ ของชัน้ เรยี น ยุทธศาสตร์และวิธีการทีค่ รูจดั ห้องเรยี นทางกายภาพ มดี ังต่อไปนี้ ยทุ ธศาสตร์ วธิ ีการ ออกแบบการตกแต่ง ครตู ดิ ภาพ โปสเตอร์ ผา้ มา่ น และการตกแตง่ อนื่ ๆ ใหเ้ หมาะตอ่ ฤดกู าล และสอดคลอ้ ง ห้องเรียน กบั กิจกรรมหรือบทเรียนทกี่ ำ� ลังจะเกิดขึน้ จดั แสดงผลงานของ เพ่ือให้นักเรียนรู้สึกมีตัวตนในห้องเรียน ครูจึงต้องจัดแสดงผลงานของนักเรียน และ นักเรียน หาวธิ ใี หก้ ารจดั แสดงนน้ั มสี ว่ นชว่ ยหนนุ การเรยี นรู้ ครคู วรจดั แสดงผลงานของนกั เรยี น ทัง้ ชน้ั และจดั แสดงผลงานทม่ี ีคณุ ภาพเยย่ี ม จัดทว่ี างวสั ดปุ ระกอบ ครูตรวจสอบการจัดวาง/จัดเก็บวัสดุประกอบการเรียนว่าอยู่ในสภาพที่นักเรียนเข้าถึง การเรียน ง่ายและหยิบใช้ง่ายหรือไม่ ของที่ใช้บ่อยควรออยู่ในท่ีเข้าถึงง่ายท่ีสุด ของท่ีนานๆ ใช้คร้ัง เก็บในทีเ่ ขา้ ถึงยาก หรอื ครชู ่วยหยิบให้ จุดตั้งโตะ๊ ครู โต๊ะครูควรอยู่ในต�ำแหน่งท่ีเข้าออกง่าย เป็นจุดที่ช่วยให้ครูกวาดสายตาตรวจสอบ ชน้ั เรียนง่าย การจัดตำ� แหนง่ โตะ๊ การจัดต�ำแหน่งโต๊ะนักเรียนต้องเปล่ียนแปลงได้ตามวิธีเรียน ว่าจะเป็นการเรียนใน นกั เรียน ห้องใหญ่ เรียนเป็นกลุ่มย่อย หรือเรียนคนเดียว ต้องเอื้อให้นักเรียนเคล่ือนไหวไปมา ไดง้ า่ ยและปลอดภยั ตอ้ งใหน้ กั เรยี นไดย้ นิ คำ� พดู (ของครแู ละเพอ่ื นนกั เรยี น) มองเหน็ การสาธติ และเขา้ ถงึ วัสดุที่ตอ้ งการ • 151 •
ยุทธศาสตร์ วิธีการ วางแผนจดั ห้องสอน ครูจัดห้องโดยค�ำนึงว่า นักเรียนสามารถเข้าถึงวัสดุที่ต้องการ ครูสามารถสอน และ ทั้งชนั้ ตรวจตราห้องเรียน นกั เรียนไดย้ นิ เสยี งครแู ละมองเห็นกระดานได้อย่างชดั เจน วางแผนจัดหอ้ งเรียน ครูจัดที่น่ังนักเรียนเป็นกลุ่มๆ ให้ครูเดินไปตรวจตราช่วยเหลือแต่ละกลุ่มได้และแต่ละ แยกกลุม่ กลมุ่ สามารถท�ำงานกลุ่มไดส้ ะดวก วางแผนให้มีโตะ๊ สอน ครูจัดโต๊ะสอนแสดงท่ีนักเรียนมองเห็น และได้ยินชัดเจนจากทุกส่วนของห้อง อยู่ใกล้ แสดง วสั ดทุ ต่ี อ้ งการใช้ในกจิ กรรมสอนแสดงนั้น จัดให้มคี อมพวิ เตอร์และ ครจู ดั ใหม้ คี อมพวิ เตอรแ์ ละเครอื่ งมอื ทางเทคโนโลยชี ว่ ยการเรยี นรโู้ ดยมเี ปา้ หมายชดั เจน เครอื่ งมอื ทางเทคโนโลยี และจัดวางไว้ ณ ต�ำแหน่งทเ่ี หมาะสม จัดให้มีเคร่ืองมือปฏิบัติ ส�ำหรับเครื่องมือปฏิบัติการ ครูต้องค�ำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัยในการใช้ การและวสั ดุที่ใช้ อปุ กรณ์มที ว่ี างทเ่ี ก็บอยา่ งปลอดภัยและเข้าถึงง่าย วางแผนจัดสว่ นหิง้ หิ้งหนังสือมีไว้ประกอบการค้นคว้าเพ่ือการเรียนรู้ส่วนบุคคล กลุ่มย่อย และทั้งช้ัน หนังสือของช้ันเรียน ประเด็นส�ำคัญท่ีครูพึงเอาใจใส่คือ มีหนังสือท่ีจ�ำเป็นหรือส�ำคัญ ห้ิงหนังสืออยู่ตรง ต�ำแหน่งท่ีนักเรียนเข้าถึงง่าย และไม่ขวางทางเคลื่อนไหวของนักเรียนและครู และ อาจมีวัสดชุ ่วยการเรยี นท่ไี ม่ใช่หนงั สือดว้ ย ใหน้ ักเรียนมสี ่วนร่วม ครขู อใหน้ กั เรยี นรว่ มดำ� เนนิ การจดั และตกแตง่ หอ้ งเรยี น ใหอ้ อกความเหน็ ตชิ มแนะนำ� ออกแบบ หรอื อาจออกแบบสอบถามอยา่ งคอ่ นขา้ งเป็นทางการ • 152 •
เป้าหมายของการจัดและตกแต่งห้องเรียนก็เพื่อเอื้อให้เกิดการเรียนรู้ อย่างมีคุณภาพ มีสี มีภาพ และการตกแต่งท่ีดึงดูดความสนใจ เพ่ือสร้าง ความตน่ื ตาต่ืนใจ และสรา้ งใหส้ มองพรอ้ มตอ่ การเรยี นรู้ ยุทธศาสตร์ให้นักเรียนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของการจัดห้องเรียน นอกจาก มีผลทางใจแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้เดิม ของตน ซ่ึงอาจเป็นการเรยี นรู้ตอ่ ยอดความรทู้ เี่ คยเรียนมาแลว้ ดว้ ย ค�ำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู “ฉันทำ� อะไรบ้างเพอื่ ให้สภาพแวดล้อมทางกายภาพเออ้ื ตอ่ การเรียนรู้” พฤติกรรมของนักเรียน • นักเรยี นเคล่ือนไหวไปมาในห้องเรียนได้สะดวก • นักเรียนใช้ประโยชน์วัสดุช่วยการเรียน และหง้ิ หนงั สอื • นักเรยี นเขา้ ถึงผลงานของเพอ่ื นและนำ� มาใช้ประโยชนใ์ นการเรยี นรู้ • นกั เรียนเข้าถึงและใชป้ ระโยชน์สารสนเทศจาก bulletin board • นักเรียนจดจ่ออย่กู บั การสอนอยา่ งสะดวก ติดตามอา่ นบันทกึ ฉบับเตม็ ได้ท่ี : https://www.gotoknow.org/posts/631361 • 153 •
เร่ืองเล่าจากห้องเรียน โรงเรยี นเพลนิ พฒั นาแบง่ การเรยี นรอู้ อกเปน็ ๔ ภาคเรยี น แตล่ ะภาคเรยี นจะมี ๑๐ สปั ดาห์ เมอ่ื ถงึ สปั ดาหท์ ่ี ๖ นกั เรยี นจะตอ้ งออกไปเรยี นรภู้ าคสนาม หลงั จากนนั้ จะกลบั มาทำ� งานประมวลความรู้ และ นำ� ความรทู้ ไ่ี ดร้ บั ทงั้ จากการเรยี นรเู้ ชงิ ชน้ั เรยี นทเ่ี กดิ ขน้ึ ใน ๕ สปั ดาหแ์ รก การทำ� การบา้ นเชงิ โครงงาน การออกภาคสนาม ไปท�ำโครงงานประจ�ำภาคเรียน และเม่ือถึงสัปดาห์ที่ ๑๐ นักเรียนจะต้องท�ำ โครงงาน “ชนื่ ใจ...ได้เรียนรู้” เพือ่ นำ� เสนอการเรียนรู้ของตน หรือของกล่มุ ทเ่ี กดิ ในภาคเรยี นน้ันๆ ในช่วงสัปดาห์ ๑ - ๘ ห้องเรียนจะมีการปรับรูปแบบการเรียนรู้และปรับการใช้พ้ืนท่ีไปตาม กจิ กรรมการเรยี นรทู้ เี่ กดิ ขนึ้ ในแตล่ ะคาบเรยี น หอ้ งเรยี นทกุ หอ้ งจะเชอื่ มตอ่ กนั ดว้ ยโถงกลางทมี่ ลี กั ษณะ เป็นลานท่กี ว้างขวางเพยี งพอท่ีจะท�ำกิจกรรมการเรยี นรู้ไดโ้ ดยสะดวก ในช่วงสัปดาห์ ๙ - ๑๐ ห้องเรียนทุกห้องจะเปล่ียนเป็นห้องท�ำงาน พ้ืนท่ีที่เคยเป็นชั้นเรียน และโถงกลาง จะเปลย่ี นเป็นพ้นื ทขี่ องการนำ� เสนอผลงานการเรยี นรู้ทีม่ ชี วี ิตชีวา ห้องเรียนคณติ ศาสตร์ของนกั เรียนช้ัน ๑ จดั โตะ๊ นกั เรยี นเรียงกันไปเป็นคู่ๆ เพ่อื ใหท้ กุ คนเห็นกระดานได้อย่างชดั เจน • 154 •
บอร์ดจัดแสดงผลงานของนกั เรยี นทหี่ น้าอาคารชว่ งชนั้ ที่ ๑ การใช้โถงหนา้ ชน้ั เรียน ท�ำการทดสอบ ความแขง็ ของวัตถุ ของนกั เรยี นช้นั ๒ • 155 •
การปรบั ห้องเรียนใหเ้ หมาะกับกิจกรรมของหน่วยวิชา ภูมปิ ัญญาภาษาไทยของนักเรียนชนั้ ๓ • 156 •
การเปลีย่ นหอ้ งเรียนให้กลายเปน็ พื้นทนี่ �ำเสนอโครงงาน “ชน่ื ใจ...ได้เรยี นรู้” • 157 •
หอ้ งเรยี นของนักเรยี นช่วงช้นั ท่ี ๒ การนำ� เสนอผลงาน ในชั้นเรยี น • 158 •
การจดั ที่นงั่ ให้เหมาะกับ การท�ำงานกลมุ่ การใชโ้ ถงหน้าช้นั เรียนจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ เรื่องความสมั พันธ์ของระบบนิเวศ ของนกั เรยี นช้ัน ๖ • 159 •
๓๕บทท่ี แสดงความต่นื ตวั รสู้ ถานการณ์ ความต่ืนตัว รู้สถานการณ์ของครูหมายถึงการที่ครูรู้ว่าอะไรก�ำลัง เกิดขึ้นในห้องเรียนอยู่ตลอดเวลา ด้วยการรู้จักสังเกตพฤติกรรมท�ำลาย ความสงบ พฤตกิ รรมแสดงความไมส่ นใจ ฯลฯ แลว้ แสดงใหน้ กั เรยี นตระหนกั ว่าครูรับรู้และหาทางแก้ไขแบบตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ของนักเรยี นท้งั ช้ัน ยุทธศาสตร์และวธิ ีการทคี่ รูแสดงความตน่ื ตวั กระฉับกระเฉง รสู้ ถานการณ์ มดี ังต่อไปน้ี ยทุ ธศาสตร์ วิธีการ ทำ� งานเชงิ รกุ ครูคาดคะเนปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่นนักเรียนบางคนหรือบางกลุ่มอาจเป็นผู้ก่อปัญหา ความไม่เรียบร้อยในช้ันเรียน แล้วครูเชิญนักเรียนกลุ่มนั้นมาพบนอกเวลาเรียน เพอ่ื ท�ำความเข้าใจ และท�ำข้อตกลงเพอื่ ปอ้ งกนั ปญั หา ก�ำกบั ดแู ลนกั เรยี นท้งั ครูสบตานักเรียนเป็นรายคนท่ัวห้อง เพ่ือให้นักเรียนรู้ว่าครูเอาใจใส่ตน ครูเดินไปยัง หอ้ งดว้ ยการเคลอ่ื นไหว พ้นื ท่ีตา่ งๆ ทัว่ ห้องอย่างเท่าๆ กนั และสายตา สังเกตปัญหาทอ่ี าจเกดิ ครตู รวจสอบพฤตกิ รรมของนกั เรยี นทส่ี อ่ วา่ หากปลอ่ ยไวอ้ าจเกดิ เหตใุ หญ่ เชน่ นกั เรยี น ข้ึนและด�ำเนินการตัด เกเรจับกลุม่ ซุบซบิ ครดู �ำเนนิ การเพ่อื ปอ้ งกนั ปญั หาลกุ ลาม ไฟแต่ต้นลม ครูด�ำเนนิ การอย่าง เม่ือครูสังเกตเห็นนักเรียนคนหนึ่ง (หรือกลุ่มหน่ึง) เริ่มมีพฤติกรรมที่ก่อกวนชั้นเรียน จรงิ จังทีละขัน้ ตอน มาตรการแรกคือสบตาเชิงบอกด้วยสายตาให้หยุด หากยังไม่หยุด ครูเดินไปท่ีนักเรียน คนนั้น และแสดงภาษากายให้หยุด หากยังไม่หยุดให้พูดโดยตรงกับนักเรียนคนน้ัน สองต่อสอง หากยังไม่หยุด ครูหยุดการสอนช่ัวคราวและประกาศให้นักเรียนทั้งชั้น ทราบว่าเกิดการละเมดิ กติกาชั้นเรียนข้ึน • 160 •
เป้าหมายของยุทธศาสตร์น้ีคือ ให้นักเรียนรับรู้ว่าครูเอาใจใส่และรู้ ความเปน็ ไปของช้ันเรียนอยตู่ ลอดเวลา หมายเหตุสำส คัญ ยุทธศาสตร์นเี้ ป็นเร่ืองของการแสดงพฤติกรรม ไมใ่ ชก่ ารแสดงอารมณ์ พฤติกรรมของครูในชั้นเรียนเป็นเร่ืองละเอียดอ่อนและซับซ้อน ที่ครู จะตอ้ งฝกึ ฝนไปตลอดชวี ติ ความรกั ความหวงั ดตี อ่ ศษิ ย์ (ความเปน็ ครเู พอ่ื ศษิ ย)์ ทเ่ี ปย่ี มอยใู่ นใจครจู ะปรากฎแกศ่ ษิ ยผ์ า่ นทางสหี นา้ แววตา วาจา ทา่ ทาง ของครู และเข้าไปช่วยเปน็ พลังก�ำกบั พฤตกิ รรมของศิษย์ไดอ้ ีกทางหนึ่ง ดังนั้น นอกจากแสดงความต่ืนตัวแล้ว ครูต้องแสดงความรักและ ความหวังดีตอ่ ศิษย์ด้วย ค�ำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู “ฉันจะทำ� อะไรเพ่ือแสดงความตืน่ ตัว” พฤติกรรมของนักเรียน • นักเรยี นตระหนักวา่ ครรู ับร้พู ฤตกิ รรมของนักเรียน • นกั เรยี นบอกวา่ ครรู ู้ว่ามอี ะไรก�ำลงั เกิดขนึ้ ในหอ้ งเรยี น • นักเรียนยตุ ิพฤตกิ รรมท่ไี ม่เหมาะสม ตดิ ตามอา่ นบนั ทกึ ฉบบั เต็มได้ที่ : https://www.gotoknow.org/posts/631517 • 161 •
เร่ืองเล่าจากห้องเรียน ช้ันเรียนท่ีเอ้ือให้นักเรียนพัฒนาการเรียนรู้ได้ดี คือช้ันเรียนที่ นักเรยี นมีเจตคติทีด่ ตี อ่ ครผู สู้ อน และต่อวชิ าท่ีเรยี น งานเขยี นสะท้อนการเรยี นรู้ของเด็กหญงิ ชัญญา มนต์ธนานนท์ นกั เรยี นชั้น ๒ ภาคเรยี นวริ ยิ ะ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๐ • 162 •
เพราะนักเรียนทุกคนรับรู้ได้ถึงความรัก ความหวังดี ความทุ่มเท และความพยายามที่คุณครูต้อง - นฤตยา ถาวรพรหม มีให้กับพวกเขา เสมอ • 163 •
๓๖บทท่ี แสดงการรับรู้ตอ่ การดำ� เนิน ตามกตกิ า และข้อพึงปฏิบตั ิ การแสดงการรบั รตู้ อ่ การดำ� เนนิ ตามกตกิ าและขอ้ พงึ ปฏบิ ตั ยิ ทุ ธศาสตร์ คือ การให้ข้อมูลป้อนกลับเชิงสร้างสรรค์ (constructive feedback) ต่อนักเรียน เพ่ือเป็นการเสริมพลัง (reinforcement) หรือตัวกระตุ้น (incentive) ให้แกน่ ักเรียนและชว่ ยส่งเสรมิ การมีพฤติกรรมท่ีดี ท่ีพึงประสงค์ นอกจากน้ียังเป็นการส่ือความรู้สึกขอบคุณของครูต่อนักเรียนที่ช่วยเพ่ิม ความผกู พนั ทางใจระหว่างครกู บั ศษิ ยด์ ้วย ยทุ ธศาสตรแ์ ละวิธกี ารท่คี รแู สดงการรบั รตู้ ่อการดำ� เนินตามกติกาและข้อพึงปฏิบตั ิ มีดังตอ่ ไปน้ี ยทุ ธศาสตร์ วิธีการ ครูใช้ค�ำแสดงความ ครูใช้ค�ำแสดงความช่ืนชม เช่น ขอบคุณ ดีมาก ครูพอใจมาก และครูอาจอธิบายสั้นๆ ช่นื ชม ว่าสง่ิ ท่ีครูชืน่ ชมคอื อะไร ใช้ท่าทางแสดงความ ท่าทางแสดงความช่ืนชม เช่น ยกนิ้วหัวแม่มือให้ ย้ิม พยักหน้า หล่ิวตา ตบหลัง ช่นื ชม เพ่ือแสดงความชืน่ ชมท่ีนกั เรยี นอยูใ่ นกตกิ าเป็นอย่างดี ให้รางวลั เป็นส่ิงของ ครใู ห้รางวัลเป็นสิง่ ของเลก็ ๆ นอ้ ยๆ หรือให้โอกาสพิเศษบางอยา่ ง คะแนนความดี ครูใหค้ ะแนนความดีสะสม เอาไปแลกสิง่ ของได้ คะแนนประจ�ำวนั เม่ือเริ่มคาบเรียนนักเรียนทุกคนได้คะแนนต้ังใจเรียนเต็ม ๒๐ คะแนน แบ่งเป็น คะแนนความตรงต่อเวลา ๔ คะแนน การเตรียมตัวล่วงหน้า ๔ คะแนน พฤติกรรม การปฏิบัตงิ าน ๔ คะแนน ความเคารพผู้อ่นื ๔ คะแนน การท�ำงานสำ� เรจ็ ๔ คะแนน หากนักเรียนบกพร่องสว่ นไหนครูกห็ กั คะแนนสว่ นน้นั ลงไปหรือไดศ้ นู ย์ • 164 •
ยทุ ธศาสตร์ วธิ ีการ สบี อกพฤตกิ รรม ครูจดั ใหม้ ีกระดาษสสี ามแผ่นคอื แผ่นสแี ดง บอกพฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงค์ แผ่นสีเหลอื ง พฤติกรรมยอมรับได้แต่ปรับปรุงให้ดีข้ึนได้ แผ่นสีเขียวพฤติกรรมดีเป็นที่ยอมรับ ต้นคาบเรียนนักเรียนทุกคนมีแผ่นสีเขียวอยู่บนโต๊ะ เม่ือการสอนด�ำเนินไปเรื่อยๆ ครูเปลี่ยนสบี ตั รไปตามพฤติกรรมของนักเรียน ประกาศนยี บตั รความดี ครมู อบประกาศนยี บตั รความดแี กน่ กั เรยี น เชน่ ชว่ ยเหลอื เพอื่ นดา้ นการเรยี นใหน้ กั เรยี น น�ำกลบั ไปทีบ่ า้ น เพอื่ ดงึ ดูดพ่อแมเ่ ข้ามามสี ว่ นดูแลสง่ เสรมิ พฤติกรรมของนักเรียน โทรศัพท์ อีเมล์ ครูโทรศัพท์ หรือส่งอีเมล์ หรือไปรษณียบัตรถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง แสดงความชื่นชม ไปรษณยี บัตร พฤตกิ รรมดขี องนกั เรยี น เคร่ืองมือส่งเสริมให้นักเรียนปฏิบัติตามกติกาตามในตารางข้างบน มคี วามแตกตา่ งกนั มากในการปฏบิ ตั ดิ า้ นการลงแรงและเวลา วธิ กี ารทงี่ า่ ยทส่ี ดุ คือการกล่าวชม หรือใช้ภาษากายแสดงความช่ืนชม อย่างไรก็ตาม ควรใช้ หลายวิธีประกอบกัน ค�ำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู “ฉันจะท�ำอย่างไรเพื่อแสดงความรับรู้ต่อการปฏิบัติตามกติกาและ ข้อพงึ ปฏิบตั ”ิ พฤติกรรมของนักเรียน • นกั เรยี นรู้สึกดตี ่อการชื่นชมของครู • นักเรียนบอกวา่ ครรู ับรู้พฤตกิ รรมทด่ี ขี องตน • นกั เรยี นปฏิบัตติ ามกตกิ าและขอ้ พึงปฏิบัติ ติดตามอา่ นบนั ทกึ ฉบบั เต็มไดท้ ่ี : https://www.gotoknow.org/posts/631681 • 165 •
เร่ืองเล่าจากห้องเรียน ในชั้นเรียนภูมิปัญญาภาษาไทยของนักเรียนชั้น ๖ ท่ีคุณครูใหม่ – วมิ ลศรี ศษุ ลิ วรณ์ เปน็ ครูผสู้ อนจะมบี รรยากาศของการชนื่ ชมกันให้เห็น อยู่เสมอ ท้ังค�ำขอบคุณของครูเม่ือนักเรียนตอบค�ำถามท่ีเป็นประโยชน์ ต่อการด�ำเนินไปของชั้นเรียน ค�ำช่ืนชมของเพ่ือนที่เขียนใส่กระดาษโน้ต แผ่นเลก็ ๆ ให้รวู้ ่าผลงานแตล่ ะช้ินดอี ยา่ งไร นอกจากน้ีครูมักมีค�ำชมท่ีนักเรียนเจ้าของผลงานเองก็คาดไม่ถึง มาช่ืนชมด้วย เพราะครูใหม่ใช้เวลาตรวจงานแต่ละช้ินอย่างพิถีพิถัน ในขณะที่ตรวจงานก็คิดไปด้วยว่านักเรียนแต่ละคนมีพัฒนาการอะไร ขณะน้ีนักเรียนส่วนใหญ่มีพัฒนาการอยู่ท่ีระดับใด สมรรถนะที่เกิดข้ึน เป็นไปตามเป้าหมายของแผนการเรียนรู้ท่ีครูต้ังไว้หรือไม่ ถ้ายังไม่ถึง จะทำ� กจิ กรรมอะไรเพม่ิ เตมิ บา้ ง และถา้ หากสมรรถนะไปถงึ ระดบั ทต่ี อ้ งการ แลว้ ในคาบเรยี นหนา้ ครจู ะตอ่ ยอดกิจกรรมการเรยี นรูไ้ ปอยา่ งไรไดอ้ กี • 166 •
ในคาบเรียนในครั้งถัดไป เมื่อได้รับสมุดคืน พวกเขาทุกคน กระตือรือร้นที่จะเปิดอ่านการเขียนสะท้อนผลที่ครูเขียนไว้ในสมุดงาน ทุกเล่มด้วยข้อความชื่นชมท่ีส่ือสารมาถึงนักเรียนเป็นรายบุคคล เพ่ือให้นักเรียนแต่ละคนได้เห็นความก้าวหน้าของตัวเอง เห็นข้อดี ข้อท่ี ควรพัฒนาต่อไป ส่วนมากแล้วนักเรียนก็จะเอามาแลกกันอ่านกับเพื่อน ทน่ี ่ังข้างๆ กัน หลังจากนั้นครูจะน�ำเสนอถ่ายภาพช้ินงานท่ีน่าสนใจท่ีครูเลือกไว้ ตอนท่ีตรวจการบ้านกลับมาเรียนรู้ร่วมกันในช้ันเรียนอีกครั้ง ในข้ันตอน น้ีจะมีการฉายข้ึนจอให้นักเรียนทั้งห้องได้เรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งกล่าว ชนื่ ชมและปรบมอื ใหก้ บั ความสำ� เร็จของเพอื่ นด้วย การท่ีค�ำชื่นชมของครูส่งผลต่อนักเรียนได้เช่นน้ี เพราะครูมีฉันทะ ที่จะติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนแต่ละคนผ่านงานแต่ละชิ้น เพื่อพัฒนาพวกเขาไปทีละก้าวอย่างไม่รีบร้อน เม่ืออยู่ในช้ันเรียนจิตใจ ของครกู จ็ ดจอ่ อย่กู บั การเรยี นร้ขู องนักเรยี นอยตู่ ลอดเวลา • 167 •
วิธีการสะท้อนผลท่ีครูใหม่ใช้มีทั้งการสะท้อนผลเป็นรายบุคคล การสะท้อนผลรายกลุ่ม และการสะท้อนผลให้เห็นภาพรวมของท้ังห้อง สังเกตได้ชัดว่านักเรียนจะรอให้ถึงช่วงเวลาที่ครูจะกล่าวถึงการท�ำงาน ของนักเรียนแต่ละคนแล้วครูน�ำไปต่อภาพสะท้อนให้เห็นเป็นการเรียนรู้ ท่เี กิดขนึ้ ในภาพรวมของทัง้ หอ้ งดว้ ยความตนื่ เต้นทุกครั้ง นอกจากนี้ครูใหม่ยังใช้ยุทธศาสตร์ “รักษาข้อดีเดิม เพ่ิมเติมข้อดี ใหม่” ในการรักษาระดับการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งห้องเอาไว้ นั่นคือ เมอื่ นกั เรยี นแตล่ ะคนรบั รขู้ อ้ ดขี องตนเองจากทเี่ พอ่ื นและครสู ะทอ้ นผลแลว้ ทุกคนจะต้องบันทึกเอาไว้ในสมุดว่าข้อดีในการท�ำงานชิ้นที่แล้วของตน คืออะไร พร้อมกับเลือกข้อดีอีกข้อเพ่ิมเข้ามาเป็นเป้าหมายใหม่ในการ ท�ำงานคร้ังต่อไป และเมื่อท�ำงานส�ำเร็จแล้วครูจะให้นักเรียนอ่านงาน ของตนแล้วย้อนกลับไปประเมินเป้าหมายท่ีตั้งเอาไว้ว่าสามารถท�ำได้ หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด • 168 •
ด้วยเหตุน้ีการเรียนรู้จึงยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ นักเรียนท่ีอยู่ใน ชั้นเรียนนี้จึงไม่มีใครค้างงาน ไม่มีใครได้ใบ “ป” หรือปรับปรุง เพราะ ส่งงานล่าช้ากว่าก�ำหนด เนื่องจากครูใหม่ดูแลทุกคนอย่างใกล้ชิด และ หากพบว่านักเรียนส่งงานไม่ครบก็จะติดตามไปถามปัญหา พร้อมท้ัง ช่วยเหลือให้นักเรียนก้าวข้ามอุปสรรคไปด้วยกัน ท�ำให้ทุกคนเกิด ความร่วมแรงร่วมใจ ชวนกนั สง่ งานกันอย่างพร้อมเพรียง เมื่อจบคาบเรียนทุกคร้ังหลังจากที่นักเรียนกล่าวขอบคุณแล้ว ครจู ะกล่าวขอบคุณและชื่นชมนักเรยี นด้วยสายตา หรอื ดว้ ยวาจาเสมอ • 169 •
๓๗บทท่ี แสดงการรับรู้ตอ่ การไมด่ ำ� เนนิ ตามกตกิ า และขอ้ พงึ ปฏิบัติ เมื่อครูแสดงการรับรู้ต่อพฤติกรรมด้านดีที่ตกลงกันไว้ของนักเรียน ครูก็ต้องแสดงการรับรู้ต่อพฤติกรรมด้านไม่ดีด้วย โดยมีหลักการส�ำคัญว่า ต้องไม่ตามดว้ ยการลงโทษ ยทุ ธศาสตรแ์ ละวธิ กี ารทีค่ รแู สดงการรับรตู้ ่อการไมด่ �ำเนนิ ตามกติกาและข้อพึงปฏบิ ตั ิ มีดังตอ่ ไปนี้ ยุทธศาสตร์ วธิ ีการ สญั ญาณทางวาจา ครูพูดกบั นักเรยี นคนนน้ั ด้วยนำ�้ เสยี งปกติ โดยเรียกช่ือ เตือนว่ากำ� ลังแสดงพฤติกรรมท่ี หยุดชั่วคราว ผดิ ขอ้ ตกลง บอกพฤตกิ รรมที่ถูกต้องและบอกใหห้ ยุดท�ำพฤตกิ รรมทกี่ �ำลังท�ำอยู่ สัญญาณอวัจนะ เมอ่ื มคี นแสดงพฤตกิ รรมไมด่ ี ครหู ยดุ สอนชวั่ คราว ปลอ่ ยใหค้ วามเงยี บเปน็ สญั ญาณ ดงึ หมดเวลากอ่ กวน ความสนใจของนักเรยี นในชั้นไปยงั จดุ ปญั หา ครูใช้การสบตา เดินไปท่ีโต๊ะนักเรียน หรือใช้สัญญาณท่าทาง (สั่นศีรษะ เคาะโต๊ะ แกไ้ ขชดเชย นักเรยี น เลิกคิว้ ฯลฯ) เพอ่ื บอกวา่ สงิ่ ท่ีนกั เรียนก�ำลงั ท�ำเปน็ สง่ิ ไมเ่ หมาะสม ปัจจัยกลุ่ม ครใู หน้ กั เรยี นทก่ี อ่ กวนลกุ ขนึ้ จากโตะ๊ เรยี นของตนไปยงั ตำ� แหนง่ ทก่ี ำ� หนดจนกวา่ จะพรอ้ ม ใหร้ ว่ มมอื กบั ชนั้ เรียน โดยอาจใช้วธิ ีการ ๓ ข้นั ตอน ตามล�ำดับคือ (๑) เตอื น (๒) ลุก ขน้ึ ไปยืนในห้อง (๓) ออกไปยืนนอกหอ้ ง ในกรณีท่ีนักเรียนท�ำลายสิ่งของ ครูให้นักเรียนซ่อมส่ิงน้ันให้กลับใช้การได้ดีและท�ำโทษ ให้ซอ่ มอกี ชิ้นหน่งึ ด้วย ครูก�ำหนดว่านักเรียนท้ังชั้นผ่านการประเมินผลงานต่อเม่ือนักเรียนท้ังช้ันมีพฤติกรรมที่ ผ่านเกณฑ์ เป็นการสร้างเง่ือนไขใหน้ กั เรียนช่วยเหลือตักเตือนแนะนำ� กันเอง • 170 •
ยทุ ธศาสตร์ วิธกี าร ปจั จัยทีบ่ า้ น ครูเชิญพ่อแม่หรือผู้ปกครองของนักเรียนมาที่โรงเรียน เพื่อหารือในกลุ่มผู้ปกครอง ตัว นักเรียนและครูว่าจะร่วมมือกันแก้ไขพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของนักเรียนในช้ันเรียน แผนจดั การ ได้อย่างไร สถานการณใ์ หญ่ ครูวางแผนจัดการสถานการณ์ใหญ่อย่างเป็นระบบ ได้แก่ ประเมินความรุนแรงของ แผนบรู ณาการ สถานการณ์ กมุ สตมิ นั่ รบั ฟงั ขอ้ กงั วลของนกั เรยี นอยา่ งจรงิ จงั เมอื่ นกั เรยี นคนใดอารมณ์ ด้านวนิ ยั เย็นลงแล้วรีบกันออกจากเหตุการณ์ ครูวางแผนบูรณาการในการจัดการด้านวินัยในภาพรวม ท้ังด้านการส่งเสริมวินัย การ ปอ้ งกนั ปญั หาและการแกป้ ญั หาซงึ่ มรี ายละเอยี ดดงั ทไ่ี ดร้ ะบเุ อาไวใ้ นเนอ้ื หาของภาคนแี้ ลว้ หมายเหตุสสำคัญ ครูควรชักชวนให้นักเรียนใช้กระบวนการทางปัญญา ช่วยกันเขียน SOP (standard operating procedures) ในกรณีตา่ งๆ เป็นรายกรณไี ป เช่น กรณี นกั เรียนมาเข้าชนั้ เรยี นสาย มกี ระบวนการท่ตี กลงร่วมกนั ดังน้ี • 171 •
ค�ำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู “ฉันจะท�ำอย่างไรเพ่ือแสดงการรับรู้ต่อการไม่ด�ำเนินตามกติกาและข้อ พงึ ปฏิบัต”ิ พฤติกรรมของนักเรียน • นักเรียนหยดุ ประพฤตไิ มด่ ตี ามสัญญาณจากครู • นกั เรยี นยอมรบั วา่ ความประพฤตขิ องตนมผี ลตอ่ การเรยี นการสอนในชนั้ • นักเรียนบอกว่าครูมีความยุติธรรมในการแก้ปัญหาความประพฤติ ของนกั เรยี น ตดิ ตามอ่านบนั ทึกฉบบั เต็มไดท้ ่ี : https://www.gotoknow.org/posts/631747 • 172 •
๙ภาค สรา้ งความสมั พันธ์ (Building Relationships) ครตู ้องทำ� ให้นกั เรียนร้สู กึ วา่ ตนเปน็ คนมคี ณุ คา่ เปน็ ทย่ี อมรับของครูและเพือ่ นๆ ซ่งึ เปน็ สภาพจิต ที่เอ้อื ตอ่ การเรยี นรู้ เพราะความร้สู กึ วา่ ตนเปน็ ท่ี ยอมรบั น้ีท�ำให้รู้สกึ ผอ่ นคลายและสบายใจ ๓๘บทท่ี ใช้พฤติกรรม ถอ้ ยคำ� และท่าทางที่แสดงว่ารกั ศิษย์ ๓๙บทที่ เข้าใจพื้นฐานและ ความสนใจของนักเรยี น ๔๐บทท่ี มั่นคงในเปา้ หมายและการมวี ินยั
๓๘บทที่ ใช้พฤติกรรม ถ้อยคำ� และท่าทางท่แี สดงวา่ รกั ศิษย์ การใช้พฤติกรรม ถ้อยค�ำ และท่าทางที่แสดงว่ารักศิษย์ เป็นส่ิง ตรงไปตรงมาส�ำหรับแสดงให้นักเรียนเห็นว่าตนได้รับการต้อนรับ ยอมรับ และเห็นคุณคา่ ยทุ ธศาสตร์และวิธกี ารทีค่ รูใช้พฤตกิ รรม ถ้อยค�ำ และท่าทาง ทแ่ี สดงว่ารักศษิ ยม์ ีดังต่อไปน้ี ยทุ ธศาสตร์ วิธกี าร กล่าวค�ำตอ้ นรบั นักเรียน ในตอนตน้ คาบครตู อ้ นรบั นกั เรยี นทปี่ ระตหู อ้ งเรยี น เรยี กชอ่ื เลน่ และกลา่ วคำ� ทกั ทายอยา่ งอนื่ ท่ีประตูห้องเรียน เช่น ชมผลการเรียนท่ผี า่ นมา จดั ประชุมพดู คยุ แบบ การประชมุ แบบไมเ่ ปน็ ทางการ ตา่ งจากการประชมุ เรอ่ื งการเรยี นตรงทนี่ กั เรยี นไมต่ ง้ั เปา้ หมาย ไม่เป็นทางการ ในการประชมุ ครอู าจกลา่ วแสดงความชนื่ ชมของตวั ครเู อง หรอื สง่ ตอ่ คำ� ชมมาจากครคู นอน่ื และ ถามความเหน็ ของนักเรยี นในเร่อื งต่างๆ ครเู ขา้ ร่วมกิจกรรมนอก ครูแสดงความรักและความสนใจในตัวนักเรียน โดยเฉพาะอย่างย่ิงคนที่ยังมีความรู้สึก หอ้ งเรยี นของนกั เรียน แปลกแยก ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมหลังเลิกเรียนของนักเรียนคนน้ัน ซ่ึงครูควรแจ้งนักเรียน ล่วงหนา้ และในระหว่างกิจกรรม ควรหาทางพดู คยุ กับนักเรียน ทักทายช่อื นักเรยี นเมือ่ ครูอาจมีโอกาสพบนักเรียนและผู้ปกครองตามร้านค้า โรงภาพยนตร์ หรือท่ีอื่นๆ ครูทักทาย พบกนั นอกโรงเรยี น โดยเรยี กชื่อนกั เรยี นและแสดงความสนทิ สนม มอบหมายหน้าท่ีพิเศษ ครูมอบหมายนกั เรยี นให้ชว่ ยงาน เช่น แจกเอกสาร รวบรวมการบา้ น น�ำแถวนกั เรยี นเดินไป หรือให้ท�ำหน้าท่หี ัวหน้า ห้องอาหาร เป็นต้น หากนักเรียนท�ำหน้าที่ได้ดี ครูอาจมอบหมายให้เป็นหัวหน้าท�ำงาน บางอยา่ ง เพือ่ แสดงวา่ ครูรกั และเชอ่ื ม่นั ในตวั นักเรียน ก�ำหนดเวลาพดู คุยกับศษิ ย์ ครูก�ำหนดว่าแต่ละวันจะพูดคุยอย่างเป็นกันเองและเป็นส่วนตัวกับศิษย์ก่ีคนหมุนเวียนกันไป โดยอาจพดู คยุ ตอนพกั กลางวัน ตอนพักน้อย ระหว่างการเรียน หรอื หลังเลิกเรยี น • 176 •
ยทุ ธศาสตร์ วธิ ีการ สรา้ งบอรด์ ประกาศ ครสู รา้ งบอรด์ ประกาศตดิ ในหอ้ งหรอื หนา้ หอ้ ง มรี ปู และรายละเอยี ดสว่ นตวั ของนกั เรยี น แตล่ ะ พร้อมรูป คน เชน่ เปา้ หมายชวี ติ งานอดเิ รก ความสนใจ หรอื เรอื่ งขำ� ขนั สว่ นตวั ขอ้ ความนเ้ี ปลยี่ นแปลง ได้เมื่อการเรียนมีความก้าวหน้าไป โดยอาจน�ำเร่ืองราวความส�ำเร็จท่ีน่าช่ืนชมของนักเรียน ใช้พฤตกิ รรมทางกาย แตล่ ะคนใสเ่ พมิ่ เตมิ เข้าไปเรอื่ ยๆ หรืออวัจนะภาษา ครหู มนั่ ตรวจสอบภาษาทา่ ทางของตนวา่ ไดส้ ะทอ้ นความรกั ความสนใจ และใหค้ วามสนบั สนนุ นกั เรียนเพียงใด ถา้ พบวา่ ยังไมม่ ีหรอื มนี ้อยใหป้ รับปรุง ใชอ้ ารมณ์ขัน ครอู าจใชก้ ารยมิ้ ตบหลงั ตบไหล่ นกั เรยี น เพอื่ แสดงความพอใจ ทส่ี ำ� คญั คอื ครตู อ้ งไมเ่ สแสรง้ เพราะเด็กมีความรสู้ ึกไวว่าผ้ใู หญจ่ ริงใจหรอื ไม่ ครอู าจใชย้ ทุ ธศาสตรอ์ ารมณข์ นั เชน่ การลอ้ เลยี น เรอื่ งขำ� ขนั คำ� คม การต์ นู ฯลฯ ในการสอน หลกั การสำ� คญั คอื การสรา้ งความสมั พนั ธเ์ ชงิ บวกระหวา่ งครกู บั นกั เรยี น และระหว่างนักเรียนกับนักเรียนเพ่ือให้นักเรียนรู้สึกว่าตนเป็นบุคคลส�ำคัญ ที่จะต้องรักษาสถานะนี้ไว้ โดยการประพฤติดีอย่างสม่�ำเสมอ ซึ่งสภาพจิตใจ ที่รู้สึกว่าตนได้รับการยอมรับ จะช่วยเป็นพื้นฐานส�ำคัญที่ช่วยเก้ือหนุน ให้นกั เรยี นประสบความส�ำเร็จในการเรียนรู้ ค�ำถามเชิงยุทธศาสตร์ของครู “ฉันจะแสดงพฤตกิ รรม ถ้อยคำ� และท่าทางอย่างไรท่แี สดงวา่ รักศิษย”์ พฤติกรรมของนักเรียน • นกั เรยี นบอกว่าครูเอาใจใส่นักเรยี น • นักเรียนบอกว่าช้นั เรยี นเป็นสถานท่ีแหง่ มติ รภาพ • นักเรยี นตอบสนองค�ำพูดของครู • นกั เรียนตอบสนองอวัจนะภาษาของครู ตดิ ตามอ่านบนั ทึกฉบบั เต็มไดท้ ่ี : https://www.gotoknow.org/posts/632046 • 177 •
๓๙บทที่ เขา้ ใจพ้ืนฐานและความสนใจ ของนกั เรียน เป้าหมายคือเพื่อสร้างความรู้สึกในตัวนักเรียน ว่าครูและเพื่อนๆ ยอมรบั นบั ถอื ตน ซงึ่ ทำ� ไดโ้ ดยเปดิ เผยความสำ� เรจ็ ความชอบ และสงิ่ ที่ไมช่ อบ ของนกั เรียนแตล่ ะคน โปรดสังเกตว่า มนุษย์เรามีความละเอียดอ่อน ครูจึงจ�ำเป็นต้องใช้ จิตวทิ ยาทางการศกึ ษาอยา่ งจรงิ จงั และใช้อยตู่ ลอดเวลา ยุทธศาสตร์และวธิ กี ารท่ีครใู ชเ้ พอื่ ใหต้ นเขา้ ใจพนื้ ฐานและความสนใจของนักเรียน มดี ังตอ่ ไปน้ี ยทุ ธศาสตร์ วิธกี าร ใชแ้ บบสอบถามพนื้ ฐาน ในตอนต้นปีการศึกษาครูแจกแบบสอบถาม ถามค�ำถามเก่ียวกับชีวิตของนักเรียน ของนกั เรยี น ซง่ึ รวมทงั้ ความสนใจทางการเรยี น (วชิ าทช่ี อบมากทสี่ ดุ วชิ าทไี่ มช่ อบทส่ี ดุ ) ความสนใจ ส่วนตัว (งานอดิเรก กีฬา บทเรียน ดนตรี หนังสือ วิดีโอเกม ภาพยนตร์ ทีวีโชว์) ความฝัน ความกลัว ความใฝ่ฝัน สมาชิกครอบครัว กิจกรรมในครอบครัว (ประเพณี วนั หยดุ ยาว การพบปะ ฯลฯ) แบบสอบถามความเห็น แบบสอบถามความเห็นนี้ เน้นความเห็นเกี่ยวกับวิชาที่จะเรียนในภาคการศึกษาน้ัน เพ่ือให้ครูเข้าใจความรู้สึกนึกคิด และพื้นฐานความรู้ของนักเรียน เช่น ครูอาจถาม ความน่าสนใจของเน้ือหาวิชาที่สอนในชั้น หรืออาจถามเพ่ือตรวจสอบความม่ันใจ ในการเรยี นบทเรยี นใดบทเรียนหนึ่ง การพูดคุยระหว่าง ครูนัดคุยกับนักเรียนเป็นการส่วนตัวทีละคน เพ่ือคุยกันท้ังเร่ืองการเรียนและเรื่องอ่ืนๆ ครกู บั นกั เรยี น โดยเฉพาะเรือ่ งส่วนตวั เปน็ การสว่ นตวั • 178 •
ยทุ ธศาสตร์ วธิ กี าร การพบปะระหวา่ ง ครูนัดพบผู้ปกครองเพื่อท�ำความรู้จักและรับรู้เรื่องราวในครอบครัวท่ีครูควรรู้ เช่น ผู้ปกครองกับครู การเดนิ ทางไปพกั ผอ่ นชว่ งหยดุ ยาว และการเปลยี่ นแปลงในครอบครวั ทอี่ าจมผี ลตอ่ เดก็ (เชน่ การหยา่ ร้าง งานศพ การเกดิ การแต่งงาน การเปลีย่ นงาน ฯลฯ) ครอู า่ นจดหมายขา่ ว ครูอ่านข่าวในโรงเรียนจากแหล่งต่างๆ เพื่อรับรู้กิจกรรมและความส�ำเร็จของนักเรียน ของโรงเรียน ในด้านต่างๆ เช่นกีฬา การประกวด การแสดง กิจกรรมจิตอาสา เป็นต้น เพื่อให้รู้จัก นกั เรียนมากข้นึ และใชใ้ นการทักทายและชนื่ ชมศิษย์ สมั ภาษณ์อยา่ งไม่เปน็ ครถู ามค�ำถาม เพือ่ ใหน้ กั เรียนเลา่ เร่ืองชวี ติ ของตนเอง เช่น ตอนเชา้ วันจนั ทร์ครูถามว่า ทางการในชน้ั เรียน นักเรียนไปท�ำอะไรบ้างในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพ่ือให้ครูรับรู้เรื่องราวในชีวิตของ นักเรียน ทำ� ความคนุ้ เคยกับ ครูท�ำความเข้าใจวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมของนักเรียน เช่น เพลงที่ฟัง ศิลปินที่ชื่นชอบ วัฒนธรรมของนักเรยี น นักร้องท่ีชอบ ภาพยนตรท์ ี่ชอบ เป็นต้น เปรยี บเทียบหรืออปุ มัย ครใู หน้ กั เรยี นระบคุ ำ� เปรยี บเทยี บระหวา่ งบทเรยี นกบั ชวี ติ จรงิ ของตน เพอื่ ใหค้ รรู บั ทราบ พนื้ ฐานทางสงั คมและครอบครวั ของนกั เรยี น และนกั เรยี นไดเ้ ขา้ ใจสาระการเรยี นทล่ี กึ ขน้ึ ประวัติส่วนตวั ๖ คำ� ครูให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัวโดยจ�ำกัดค�ำ ๖ ค�ำ โดยจะเขียนเป็นค�ำหรือเป็น ประโยคกไ็ ด้ ตามดว้ ยการอภิปรายท�ำความเข้าใจในชัน้ งานวิจยั สว่ นบคุ คล ครใู หน้ ักเรียนไปค้นคว้าเร่ืองทต่ี นสนใจ (จะเกย่ี วหรอื ไมเ่ กี่ยวกบั วิชาเรียนกไ็ ด)้ แลว้ นำ� มาเล่าในหอ้ งเรียน ค�ำคม ครูใหน้ กั เรยี นรวบรวมคำ� คมท่สี อดคล้องกับบุคลิก ความเชือ่ และแรงบนั ดาลใจของตน เอามาแลกเปลยี่ นกนั ในชน้ั กจิ กรรมนชี้ ว่ ยใหค้ รเู ขา้ ใจบคุ ลกิ และความสนใจของนกั เรยี น แต่ละคน ใหค้ วามเหน็ ตอ่ ผล เมอื่ ครรู พู้ น้ื ฐาน และความสนใจ ความใฝฝ่ นั ของนกั เรยี นแตล่ ะคนแลว้ ครชู วนนกั เรยี น ส�ำเร็จ หรือความสนใจ คนนั้นคยุ เรอื่ งดังกลา่ ว รวมทัง้ ผลของกิจกรรมทนี่ า่ ชื่นชมของตัวนักเรยี นเอง ของนกั เรียน จัดกลุ่ม ครตู งั้ คำ� ถามหรอื คำ� บอก เพอื่ ใหน้ กั เรยี นลกุ ขนึ้ ไปเขา้ กลมุ่ ทมี่ คี วามสนใจ หรอื ทำ� กจิ กรรม หรอื มคี วามใฝ่ฝัน หรือมีความชอบวิชา หรอื มีสไตล์การเรียนแตกตา่ งกัน เป็นกิจกรรม ท่ใี ห้ความสนกุ สนาน และชว่ ยใหน้ กั เรียนรู้จักตนเอง และมเี พอ่ื นทอ่ี ยู่ในกลมุ่ เดียวกนั เป้าหมายการเรียนของ ในระหว่างบทเรียนครูบอกให้นักเรียนแต่ละคนบอกจุดที่ตนสนใจ และเขียนเป้าหมาย นักเรยี นรายคน การเรียนของตน แล้วครูช่วยให้นักเรียนเชื่อมโยงเป้าหมายการเรียนของนักเรียนกับ เป้าหมายการสอนของครู • 179 •
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250