Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานการประเมินตนเอง ปี ๒๕๖๒ กศน.อำเภอขุนยวม

รายงานการประเมินตนเอง ปี ๒๕๖๒ กศน.อำเภอขุนยวม

Published by porntip ruksammork, 2019-10-29 04:52:41

Description: รายงานการประเมินตนเอง ปี ๒๕๖๒ กศน.อำเภอขุนยวม

Search

Read the Text Version

หมายเหตุ วนผไู้ ม่จบ ผเู้ รียนมคี วามรู้ ความสามารถ รอ้ ยละ ลกั สูตร ตามวตั ถปุ ระสงค์ ของหลกั สูตร ระดบั ดมี าก พอใช้ ดี ดมี าก - - 2 2 16 - 3 12 - - 1 2 12 - 1 2 12 - 3 6 26 - 2 2 16 - - 3 12 3 12 2 6 32 4 16 - 3 10 32 - 4 12 64 - 4 6 40 หน้า 83

หลักสูตรชา่ งปูนก่อสร้าง 60 หลกั สูตรช่างไฟฟ้าเบื้องต้น 70 หลกั สตู รธุรกจิ เถา้ แกโ่ ฮมสเตย์ 30 หลกั สตู รช่างปกู ระเบื้อง 15 หลักสูตรการทาอิฐบล็อก 15 หลกั สูตรการขดุ โคก หนอง นา โมเดล 117 หลักสตู รการขยายพนั ธพ์ุ ืช 15 หลักสตู รการบริหารจัดการเรือนเพาะชา 75 หลกั สตู รแปรรปู ผลติ ภัณฑท์ างการเกษตร(นา้ พริกควั่ ) 15 หลักสตู รพ้นื พนื้ ฟูสบื ทอดวัฒนธรรมชนเผา่ ปาเกอญอ 20 หลกั สตู รการเลีย้ งกบในกระชงั 35 หลกั สตู รแปรรปู ผลติ ภณั ฑท์ างการเกษตร(ผลไม้แช่อม่ิ ) 15 หลักสตู รการขยายพนั ธุ์เสาวรส 15 หลกั สตู รการเล้ียงปลาดกุ 45 เฉลยี่ รวมระดบั ดีมาก จากผลการประเมนิ ตนเอง ในตัวบง่ ช้ที ่ี 1.4 ประเด็นท่ี 1 พบวา่ ผูเ้ ร จึงได้คะแนนผลการประเมินคุณภาพ ได้คะแนนเทา่ กับ 1.00 คะแนน รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม

- 4 4 52 - 2 6 62 - 2 4 24 - 3 12 - 1 2 12 - 8 20 89 - 1 2 12 - 4 6 65 - 1 2 12 - 2 18 - 4 5 26 - 3 12 - 3 12 - 3 4 38 80 รยี นมีความรู้ความสามารถตามวตั ถุประสงคข์ องหลักสตู รเปน็ ไปตามคา่ เป้าหมายท่กี าหนด หน้า 84

ประเดน็ ท่ี 2 ผู้เรยี นนาความรู้ไปใช้ในการลดรายจา่ ย หรือเพิม่ รายได้ หรือประกอบอาชีพ หรือพัฒนา ต่อยอดอาชีพหรือเพิ่มมลู คา่ ของสนิ คา้ หรือบรกิ าร เปน็ ไปตามค่าเป้าหมายทก่ี าหนดหรือไม่ สถานศึกษาได้ดาเนินการจัดกิจกรรมอย่างต่อเน่ืองให้ผู้เรียนได้มีความรู้และนาไปใช้ในการลดรายจ่ายเพ่ิม รายได้ หรือประกอบอาชพี หรอื พฒั นาต่อยอดอาชีพหรือเพ่ิมมูลค่าของสินค้าหรือบริการ ซึ่งสถานศึกษาจัดกิจกรรม ตามความต้องการของผู้เรียนและประชาชนแสอดคล้องกับบริบทของชุมชนโดยใช้แบบสารวจความต้องการเรียน อาชีพเพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านอาชีพผู้ร่วมวางแผนประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู กรรมการสถานศึกษาและตวั แทนผเู้ รียนพร้อมออกแบบกจิ กรรมการเรียนท่ีจะตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้ ตรงตามความสนใจและกาหนดค่าเป้าหมายในการกาหนดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนหรือผู้เข้ารับการอบรมมี ความรู้ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร โดยจัดการศึกษาพัฒนาอาชีพ ตามโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ค่าเป้าหมายในประเด็น 2 จานวนผู้เรียนที่คาดว่าจะนาความรู้ ไปใช้ในการลด รายจ่าย หรือเพ่มิ รายได้ หรือประกอบอาชีพ หรือพัฒนาต่อยอดอาชีพหรือเพิ่มมูลค่าของสินค้าหรือบริการ : ร้อยละ 8๐ รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ 85

ตาราง แสดงรายละเอียดการกาหนดคา่ เปา้ หมาย : ผู้เรียนนาความรูท้ ไี่ ดร้ บั ไปใชใ้ น ข้อมูลปี 256 หลกั สูตร จานวนผจู้ บ ลดราย หลักสูตร (คน) เพม่ิ รา 1 อาเภอ 1 อาชีพ หลกั สตู รผลิตภัณฑผ์ า้ ทอกะเหรีย่ ง 30 22 หลกั สตู รแปรรปู ผลติ ภณั ฑจ์ ากกาแฟ 30 21 กลุ่มสนใจ ไมเ่ กิน 30 ชม. 55 40 หลักสตู รพัฒนาผลติ ภัณฑผ์ า้ ทอกะเหรี่ยง 15 11 หลักสตู รเลย้ี งปลาเพือ่ บรโิ ภค 15 10 หลักสตู รขยายพันธ์พชื ไม้ผล 35 23 หลักสูตรแปรรปู ผลติ ภณั ฑท์ างการเกษตร 20 12 หลกั สูตรนา้ ส้มควนั ไม้เพื่อใชง้ านเกษตรอินทรยี ์ 20 14 หลกั สูตรการทาขนมไทย 10 7 หลักสูตรขยายพนั ธ์พชื 15 10 หลักสตู รการทากล้วยฉาบ 20 14 หลักสูตรการตัดเย็บเสื้อผ้า รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม

นการประกอบอาชีพ รวมผนู้ า หมาย 62 ความรไู้ ป เหตุ ใช้(คน) จานวนผนู้ าความรู้ไปใช(้ คน) ยจ่าย/ ประกอบ พฒั นาตอ่ ยอด เพมิ่ มูลค่าสนิ ค้า ายได้ อาชพี อาชีพ หรือบรกิ าร 26 1 1 30 16 1 2 30 0 11 2 2 55 13 1 - 15 03 2 - 15 38 2 2 35 24 3 1 20 44 1 1 20 72 1 - 10 03 1 1 15 44 1 1 20 หน้า 86

ข้อมูลปี 256 หลักสตู ร จานวนผู้จบ ลดราย หลักสตู ร (คน) เพิ่มรา หลักสูตรการทากระดุมไทยใหญ่ หลักสตู รผ้าทอกะเหรี่ยง 20 14 หลกั สตู รการเพาะเห็ดหอม 15 9 หลักสตู รการเลี้ยงกบ 15 12 หลกั สตู รการเล้ยี งปลากินพืช 15 13 หลกั สตู รผลิตภณั ฑ์จากเศษผา้ 35 44 หลักสูตรช่างไม้เบ้ืองต้น 20 14 หลกั สูตรการเลย้ี งไกพ่ ืน้ เมือง 15 11 หลกั สูตรช่างทาสี 15 11 หลักสูตรการเลยี้ งปลาดุก 40 31 20 15 ชั้นเรียนวิชาชพี 31 ชม. ข้ึนไป หลกั สูตรการซ่อมเคร่ืองยนต์เลก็ 45 34 หลักสูตรช่างไม้เบ้ืองต้น 80 62 หลักสูตรช่างเหล็กดดั 50 38 รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม

62 จานวนผูน้ าความรไู้ ปใช้(คน) รวมผนู้ า หมาย ยจ่าย/ ประกอบ พัฒนาต่อยอด เพิม่ มูลค่าสนิ คา้ ความรู้ไป เหตุ ายได้ อาชีพ อาชพี หรือบริการ ใช(้ คน) 44 1 1 20 93 2 1 15 23 - - 15 33 1 - 15 47 3 1 35 44 1 1 20 13 1 - 15 13 1 - 15 18 1 - 40 54 1 - 20 49 1 1 45 2 16 1 1 80 8 10 1 1 50 หนา้ 87

หลักสูตรช่างปนู กอ่ สร้าง 60 45 หลกั สูตรช่างไฟฟ้าเบ้ืองตน้ 70 52 หลกั สตู รธรุ กิจเถ้าแก่โฮมสเตย์ 30 22 หลกั สตู รชา่ งปกู ระเบื้อง 15 10 หลักสูตรการทาอิฐบล็อก 15 10 หลกั สูตรการขุด โคก หนอง นา โมเดล 117 89 หลกั สูตรการขยายพนั ธพุ์ ชื 15 10 หลักสูตรการบรหิ ารจัดการเรือนเพาะชา 75 57 หลักสูตรแปรรูปผลติ ภัณฑ์ทางการเกษตร(นา้ พริกคว่ั ) 15 10 หลกั สูตรพื้นพน้ื ฟูสืบทอดวัฒนธรรมชนเผ่าปาเกอญอ 20 15 หลักสูตรการเล้ยี งกบในกระชงั 35 26 หลักสูตรแปรรูปผลติ ภัณฑท์ างการเกษตร(ผลไม้แช่อมิ่ ) 15 10 หลกั สตู รการขยายพนั ธ์เุ สาวรส 15 10 หลักสตู รการเล้ียงปลาดกุ 45 33 เฉลี่ย การประกอบอา จากผลการประเมินตนเอง พบว่า ผู้เรยี นนาความรไู้ ปใช้ในการประกอบอาชีพ บ่งช้ที ี่ 1.4 ประเดน็ ท่ี 2 ได้คะแนนเท่ากบั 1.0 คะแนน รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม

5 12 2 1 60 2 14 2 2 70 26 1 1 30 03 1 1 15 03 1 1 15 9 23 5 1 117 03 1 1 15 7 15 3 - 75 03 1 1 15 54 1 - 20 67 1 1 35 03 1 1 15 03 1 1 15 39 2 1 45 าชีพ 20.00 พ เป็นไปตามคา่ เปา้ หมายท่กี าหนด ร้อยละ 20 จงึ ไดค้ ะแนนผลการประเมนิ คุณภาพ ในตวั หนา้ 88

ประเด็นท่ี 3 สถานศึกษามีการประเมนิ ผเู้ รยี นและตดิ ตามการนาความรู้ไปใช้ตามคาอธบิ ายตวั บง่ ชี้ที่ 1.4 คะแนน ผลการดาเนนิ งาน สถานศึกษาได้มีการประเมินผู้เรียน และมีการติดตามการนาความรู้ไปใช้ในการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ การ ประกอบอาชีพ พัฒนาอาชีพ หรือเพิ่มมูลค่าสินค้า ซึ่งสถานศึกษาได้ดาเนินการนิเทศติดตามผลอย่างเป็นระบบและ ตอ่ เนอื่ ง และมีการจัดทาคาสั่งแต่งต้ังคณะกรรมการติดตามผล โดยประกอบไปด้วย ข้าราชการ ครูอาสาสมัครกศน. ครูกศน.ตาบล ครูศนู ย์การเรียนชมุ ชน ทอ่ี ยู่ในพืน้ ที่ของแตล่ ะตาบลเพื่อติดตามตรวจเยี่ยมให้กาลังใจผู้เรียน หลังการ จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ในเรอ่ื งการนาความรู้ไปใชใ้ นการลดรายจ่ายเพ่ิมรายได้ประกอบอาชีพ พัฒนาอาชีพ รวมไปถึง การเพิ่มมูลสินค้าหรือการให้บริการ ทั้งโครงการ 1 อาเภอ 1 อาชีพ, ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน แบบช้ันเรียนวิชาชีพ 31 ชม. ขนึ้ ไป และกลมุ่ สนใจไมเ่ กนิ 30 ชม. มกี ารประเมินท่ีเปน็ ระบบท้งั ก่อนเรยี น ระหวา่ งเรยี น และหลังเสร็จสิ้นการ จัดกิจกรรม เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทางด้านความรู้ความสามารถและทักษะ มีการสรุปผลการประเมินให้กับ ผเู้ รียนหรือผู้เขา้ รับการอบรม และสถานศกึ ษาไดม้ กี ารติดตามผู้เรียนหรือผูเ้ ขา้ รับการอบรมแต่ไม่ครบทุกกลุม่ จากผลการประเมนิ ตนเอง พบว่า สถานศึกษามีหลักฐานรอ่ งรอยท่เี ปน็ เหตเุ ปน็ ผล น่าเช่ือถอื ในการ ประเมนิ การเรียนรูข้ องผู้เรียนทกุ คน และมกี ารติดตามผู้เรียน จึงได้คะแนนผลการประเมินคุณภาพในตัวบ่งชี้ที่ 1.4 ประเด็นท่ี 3 ไดค้ ะแนนเท่ากับ 1.0 คะแนน ประเด็นท่ี 4 สถานศกึ ษามีการดาเนินงานท่สี อดคลอ้ งกบั นโยบายและจดุ เนน้ ของสานักงาน กศน./ นโยบายจดุ เนน้ กระทรวงศึกษาธิการ/ ยทุ ธศาสตรแ์ ละเป้าหมายของแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ 20 ปี สถานศึกษาไดด้ าเนนิ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ต่อเนือ่ ง ที่สอดคลอ้ งกับแผนการศึกษาแหง่ ชาติ 20 ปี ๒. ยุทธศาสตร์ดา้ นการสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขนั ๒.๑ เร่งรัดดาเนนิ การจัดการศึกษาอาชีพเพื่อยกระดับทกั ษะอาชีพของประชาชนสฝู่ ีมือแรงงาน ๑) จดั การศกึ ษาอาชีพเพื่อการมีงานทาที่สอดคล้องกับศักยภาพของชุมชน และความต้องการของตลาด ให้ ประชาชนสามารถนาไปประกอบอาชีพได้จริง โดยให้เน้นหลักสูตรการศึกษาอาชีพช่างพ้ืนฐานโดยประยุกต์ใช้ เทคโนโลยใี นการจดั การเรยี นการสอนดา้ นอาชีพ เช่น การเรียนผ่าน Youtube การเรียนผ่านFacebook Liveระบบ การเรียนรู้ในระบบเปิดสาหรับมหาชน (Massive Open Online Courses : MOOCs) คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เป็นต้น รวมถึงสนับสนุนให้เกิดระบบการผลิตที่ครบวงจร และเปิดพ้ืนที่ สว่ นราชการเปน็ ทแี่ สดงสินค้าของชุมชนเพอ่ื เป็นการสร้างรายไดใ้ ห้กบั ชุมชน ๒.๒ พัฒนาทักษะใหป้ ระชาชนเพื่อการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับสนิ ค้าและบรกิ าร ๑) พฒั นาทกั ษะและส่งเสริมใหป้ ระชาชนประกอบธรุ กิจการค้าออนไลน์ (พาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนกิ ส์)มีการใช้ ความคดิ สรา้ งสรรค์เชงิ นวัตกรรมในการประกอบอาชพี สรา้ งทักษะอาชพี ทส่ี ูงขนึ้ ให้กับประชาชนเพ่อื รว่ มขบั เคล่ือน เศรษฐกิจดจิ ทิ ัล ๒) ส่งเสริมใหป้ ระชาชนใช้เทคโนโลยี ในการทาช่องทางเผยแพร่และจาหน่ายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน ให้เป็นระบบครบวงจร และสนับสนุนการจาหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ผ่านศูนย์จาหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ออนไลน์ กศน. (ONIE Online Commerce Center : OOCC) เพื่อจาหน่ายสินค้าออนไลน์ระดับตาบล รวมทั้ง ดาเนนิ การเปดิ ศนู ย์ใหค้ าปรึกษา OOCC กศน. เพื่อเปดิ ช่องทางในการให้คาปรึกษากบั ประชาชนเก่ียวกับการค้า ออนไลน์เบ้ืองต้น รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หนา้ ๘๙

๔. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ๔.๕ พัฒนาหลกั สูตรการจัดการศกึ ษาอาชีพระยะสัน้ ให้มคี วามหลากหลาย ทันสมยั เหมาะสมกับ บรบิ ทของพ้ืนท่ี และตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนผู้รับบริการ อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นสานักงาน กศน.ปีงบประมาณ 256๒ ยุทธศาสตร์ท่ี ๒. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ๒.๑ เร่งรัดดาเนินการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อยกระดับ ทกั ษะอาชพี ของประชาชนส่ฝู มี อื แรงงาน ๑) จัดการศึกษาอาชีพเพ่ือการมีงานทาที่สอดคล้องกับศักยภาพของชุมชน และความต้องการของ ตลาด ให้ประชาชนสามารถนาไปประกอบอาชีพได้จริง โดยให้เน้นหลักสูตรการศึกษาอาชีพ ช่างพื้นฐาน โดยประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยใี นการจดั การเรยี นการสอนด้านอาชีพ เชน่ การเรียนผ่าน Youtube การเรียน ผ่าน Facebook Live ระบบการเรียนรู้ในระบบเปิดสาหรับมหาชน (Massive Open Online Courses : MOOCs) คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เป็นต้น รวมถึงสนับสนุนให้เกิดระบบการผลิต ท่ี ครบวงจร และเปิดพื้นที่ส่วนราชการเป็นที่แสดงสินค้าของชุมชนเพ่ือเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน ๒) บูรณาการ ความร่วมมือในการพัฒนาฝีมือแรงงานกับสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผ่านศูนย์ประสานงานการผลิต และพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษาภาคท่ัวประเทศ เพื่อมุ่งพัฒนาทักษะของประชาชน โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพ และภูมิสังคมเฉพาะของพื้นท่ี และดาเนินการเชิงรุกเพื่อเสริมจุดเด่นในระดับภาค ในการเป็นฐานการผลิตและการ บริการที่สาคัญ รวมถึงมุ่งเน้นสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ เพื่อตอบสนองต่อ ความต้องการของตลาดแรงงานท้ัง ภาคอุตสาหกรรมและการบริการ ๓) พัฒนากลุ่มอาชีพพื้นฐานท่ีรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น เขต พัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก เขตเศรษฐกิจตะวันตก ที่สามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่ระดับฝีมือแรงงาน ๒.๒ พัฒนา ทักษะให้ประชาชนเพ่ือการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับสินค้าและบริการ ๑) พัฒนาทักษะและส่งเสริมให้ประชาชน ประกอบธุรกิจการค้าออนไลน์ (พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมในการประกอบ อาชีพ สร้างทักษะอาชีพท่ีสูงขึ้นให้กับประชาชน เพื่อร่วมขับเคล่ือนเศรษฐกิจดิจิทัล ๒) ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ เทคโนโลยใี นการทาช่องทางเผยแพร่และจาหนา่ ยผลิตภณั ฑข์ องวิสาหกิจ ชุมชนให้เป็นระบบครบวงจรและสนับสนุน การจาหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ผ่านศูนย์จาหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ออนไลน์ กศน. (ONIE Online Commerce Center : OOCC) เพ่ือจาหน่ายสินค้าออนไลน์ระดับตาบล รวมทั้ง ดาเนินการเปิดศูนย์ให้คาปรึกษา OOCC กศน. เพื่อเปิดช่องทางในการให้คาปรึกษากับประชาชนเก่ียวกับการค้า ออนไลน์เบ้ืองต้น ๓) พัฒนาทักษะ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารของประชาชนในรูปแบบต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นทักษะภาษาเพื่ออาชีพ ทั้งใน ภาคธุรกจิ การบริการ และการทอ่ งเทย่ี ว รวมท้ังพัฒนาสื่อการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษ เพ่ือส่งเสริมการใช้ภาษา เพ่อื การส่อื สารและการพัฒนาอาชีพ จากผลการประเมนิ ตนเอง พบว่า สถานศกึ ษามกี ารอธิบายการดาเนนิ งานทส่ี อดคล้องกับ นโยบายและ จดุ เน้นสานกั งาน กศน./นโยบายจุดเนน้ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร/ยุทธศาสตร์และเปา้ หมายของแผนการศกึ ษาแห่งชาติ 20 ปไี ด้อย่างชัดเจน เป็นไปตามคา่ เป้าหมายทกี่ าหนด จงึ ไดค้ ะแนนผลการประเมนิ คณุ ภาพในตวั บ่งช้ีที่ 1.4 ประเดน็ ท่ี 4 ได้คะแนนเท่ากับ 1.00 คะแนน ประเดน็ ที่ 5 สถานศึกษามผี เู้ รยี นท่ีเปน็ ตัวอยา่ งทีด่ ี หรือต้นแบบในการนาความรไู้ ปใช้ สถานศึกษาได้ดาเนินการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสารถและทักษะในการประกอบ อาชพี ของผูเ้ รียนหรือผเู้ ขา้ รับการอบรม นาความรไู้ ปใชใ้ นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ หรือประกอบอาชีพหรือพัฒนา ต่อยอดอาชีพหรือเพิ่มมูลค่าของสินค้าหรือบริการและมีผู้เรียนท่ีเป็นตัวอย่างท่ีดีหรือเป็ นต้นแบบเป็นไปตามค่า เปา้ หมายทกี่ าหนดไว้ ค่าเป้าหมายทกี่ าหนดไวค้ อื จานวน 12 คน จากผูเ้ รียนทน่ี าความรู้ไปปฏบิ ัติจริง สถานศึกษากาหนดคุณลักษณะผู้เรียนเป็นตัวอย่างที่ดีหรือต้นแบบในการนาความรู้ไปใช้ / ประยุกต์ใช้ในการ ดาเนนิ ชวี ติ รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๙๐

1. ตัวอย่างทีด่ ี ผ้เู รยี นสามารถประกอบอาชีพไดจ้ รงิ จาหน่ายได้อย่างตอ่ เน่ืองและหลายชอ่ งทาง 2. ต้นแบบท่ีดี 1. ผูเ้ รยี นสามารถประกอบอาชีพได้จรงิ จาหนา่ ยได้อย่างต่อเนอ่ื งและหลายช่องทาง ๒. ผลิตภัณฑ์เปน็ สนิ คา้ OTOP หรือไดร้ บั การรบั รองจากหนว่ ยงานอ่นื หรอื สามารถ เป็น วทิ ยากรได้ 3. ไดร้ ับรางวลั เกียรติบัตร ยกย่องเชิดชูเกยี รตเิ กย่ี วกับการประกวด หรอื จากการปฏิบัตติ นไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ที่เกย่ี วกับ การนาความรไู้ ปใช้ / ประยุกตใ์ ชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ จากสถานศึกษาหรอื หนว่ ยงานภาครฐั เอกชน ซ่ึงสถานศกึ ษาดาเนินการได้จานวน 12 คน เป็นไปตามค่าเป้าหมายทกี่ าหนด ดังนี้ 1 . นางเยาวภา สา่ เหล่ทู ตวั อยา่ งท่ดี ี ผู้เรยี นสามารถประกอบอาชีพไดจ้ รงิ จาหนา่ ยได้อย่าง ต่อเนือ่ ง 2. นางสนุ พิ อ สกลุ วเิ ชียร และหลายชอ่ งทาง และเปน็ วิทยากรด้านการนาผ้าทอมาประยุกตใ์ ชง้ าน เช่น ทาต้มุ หู และเปน็ วทิ ยากรกลมุ่ อาชีพ กศน.อาเภอขนุ ยวม ๓. นายจารูญ บญุ ทา ตวั อยา่ งท่ีดี ผู้เรยี นสามารถประกอบอาชีพไดจ้ รงิ จาหนา่ ยได้อย่าง ต่อเนอ่ื ง ๔. นายจารูญ จันทะกอง และหลายช่องทาง และเป็นวิทยากรดา้ นการนาผา้ ทอมาประยกุ ต์ใช้งาน ๕. นางเพญ็ นภา หาดสเี งิน เชน่ การทาผา้ คลุมโตะ๊ ทวี ี และเปน็ วทิ ยากรกลุ่มอาชีพ กศน.อาเภอ ๖. นางบัวจนั ทร์ เบา้ จนั ทกึ ขุนยวม ๗. นางธิตริ ัตน์ ไพศาล ตัวอยา่ งทีด่ ี ผเู้ รยี นสามารถประกอบอาชีพได้จริงจาหนา่ ยได้อยา่ ง ต่อเน่ือง ๘. นางคาหลู่ สนุ ันท์ และหลายช่องทาง และเปน็ วิทยากรด้านการการปลูกพชื ผักเกษตรอินทรีย์ ธรรมชาติกลุม่ อาชพี ดา้ นการเกษตรของ กศน.อาเภอขนุ ยวม ตวั อยา่ งทด่ี ี ผเู้ รียนสามารถประกอบอาชีพไดจ้ ริงจาหน่ายได้อยา่ ง ต่อเนอื่ ง และหลายชอ่ งทาง และเป็นวิทยากรด้านการทาหมักกลุ่มอาชีพด้าน การเกษตร ของ กศน.อาเภอขุนยวม ตัวอยา่ งทีด่ ี ผู้เรยี นสามารถประกอบอาชีพไดจ้ รงิ จาหนา่ ยไดอ้ ย่าง ต่อเน่ือง และหลายชอ่ งทาง และเปน็ วิทยากรดา้ นอาหารขนมไทยกลมุ่ อาชพี ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม ตัวอยา่ งทด่ี ี ผู้เรยี นสามารถประกอบอาชีพได้จริงจาหนา่ ยไดอ้ ย่าง ตอ่ เน่ือง และหลายช่องทาง และเปน็ วิทยากรดา้ นอาหารขนมไทย ขนมพ้นื บ้านกลุ่ม อาชีพของ กศน.อาเภอขนุ ยวม ตัวอยา่ งทด่ี ี ผเู้ รียนสามารถประกอบอาชีพได้จริงจาหน่ายไดอ้ ย่าง ตอ่ เน่ือง และหลายช่องทาง และเปน็ วิทยากรด้านอาหารขนมไทยกล่มุ อาชพี ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม ตวั อยา่ งทด่ี ี ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพได้จรงิ จาหนา่ ยได้อย่าง ต่อเนื่อง และหลายชอ่ งทาง และเปน็ วิทยากรด้านอาหารไทยใหญแ่ ละ HOMESTAY กลมุ่ อาชีพของ กศน.อาเภอขุนยวม รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หนา้ ๙๑

๙. นางจันนิภา ทองมี ตวั อย่างทดี่ ี ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพไดจ้ ริงจาหนา่ ยได้อย่าง ต่อเนื่อง และหลายช่องทาง และเป็นวิทยากรดา้ นการตุงจากกระดาษ กลุ่มอาชีพ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม ๑๐. นางณัฏฐกานต์ สิธิ ตวั อย่างทด่ี ี ผเู้ รยี นสามารถประกอบอาชีพได้จริงจาหน่ายไดอ้ ย่าง ตอ่ เน่ือง และหลายช่องทาง และเปน็ วิทยากรดา้ นการทาเส้ือไต และกระดุมไทย ใหญก่ ลมุ่ อาชพี กศน.อาเภอขุนยวม ๑๑. นางอาภรณ์ สนธกิ ุล ตัวอยา่ งทด่ี ี ผเู้ รียนสามารถประกอบอาชพี ไดจ้ รงิ จาหนา่ ยไดอ้ ย่าง ตอ่ เนื่อง และหลายช่องทาง และเปน็ วิทยากรดา้ นการการปลูกพืชผักเกษตรอนิ ทรีย์ ธรรมชาตกิ ลมุ่ อาชพี ดา้ นการเกษตรของ กศน.อาเภอขุนยวม ๑๒. นายเดชาวธุ กรองบริสุทธิ์ ตัวอย่างทีด่ ี ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพได้จรงิ จาหน่ายไดอ้ ย่าง ต่อเนื่อง และหลายช่องทาง และเป็นวิทยากรด้านการการปลูกพืชผักเกษตรอินทรีย์ ธรรมชาติกลุ่มอาชพี ด้านการเกษตรของ กศน.อาเภอขนุ ยวม จากผลการประเมินตนเอง พบว่าสถานศึกษามีผู้เรียนท่ีเป็นตัวอย่างท่ีดี หรือเป็นต้นแบบด้านคุณธรรม เป็นไปตามค่าเป้าหมายที่กาหนด จึงได้คะแนนผลการประเมินคุณภาพในตัวบ่งช้ีท่ี 1.1 ประเด็นที่ 5 ได้คะแนน เทา่ กับ 5.๐๐ คะแนน สรุปผลการประเมนิ ตนเอง ในตัวบ่งช้ีท่ี 1.4 พบว่า สถานศึกษาได้ดาเนินการจัดกิจกรรม โดยมุ่งส่งเสริมให้ ผู้เรยี นไดเ้ รยี นรู้หรือผเู้ ขา้ รับการอบรมมีความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพตามวัตถุประสงค์ของ หลกั สูตร โดยจัดการศึกษาพัฒนาอาชีพโครงการ 1 อาเภอ 1 อาชีพ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนแบบชั้นเรียนวิชาชีพ 31 ช่ัวโมง และกลุ่มสนใจไม่เกิน 30 ช่ัวโมง และสอดคล้องกับแผนพัฒนาแห่งชาติ 20 ปี นโยบายและจุดเน้นของ กระทรวงศึกษาธิการและนโยบายและจุดเน้นงาน กศน.อย่างต่อเน่ือง จึงผลส่งผู้เรียนหรือผู้เข้ารับการอบรมเป็น ตัวอย่างที่ดีของสถานศึกษา จึงได้คะแนนผลการประเมินคุณภาพภายใน ตัวบ่งช้ีที่ 1.4 ได้คะแนนเท่ากับ 4.50 คะแนน ระดับคณุ ภาพ ดมี าก ตัวบง่ ชที้ ี่ 1.5 ผู้เรียนหรือผูเ้ ขา้ รบั การอบรมปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง(คะแนนที่ได้ ๔.5๐) ผลการดาเนนิ งาน จากการประเมนิ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอขุนยวม ในตวั บ่งชีท้ ี่ 1.5 พบว่า สถานศึกษาบรรลุตามเป้าหมายความสาเร็จ ของตัวบ่งช้ีท่ี 1.5 ท่ีกาหนดไว้ ซึ่งได้ 4.5 คะแนน จากคะแนน เต็ม 5 คะแนน ด้วยการดาเนนิ งานของสถานศกึ ษาดงั นี้ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอขุนยวม จัดการศึกษาตามหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ได้แก่ กศน. ตาบลขุนยวม โครงการพัฒนาศกั ยภาพเศรษฐกจิ วธิ ีพอเพียงส่ชู ุมชน โครงการ ปลกู ผกั เกษตรอินทรยี ธ์ รรมชาติ กศน. ตาบลเมืองปอน โครงการเล้ยี งปลาดกุ โครงการปลกู ผักเกษตรอินทรยี ์ ธรรมชาติ โครงการปลกู ผักไฮโดรโปนกิ ส์ กศน. ตาบลแมก่ ิ๊ โครงการปลูกผักเกษตรอนิ ทรยี ์ธรรมชาติ โครงการ ปฏิญญาส่ิงแวดลอ้ มน้อมนาปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง กศน. ตาบลแมอ่ ูคอ โครงการปลูกผักเกษตรอินทรีย์ ธรรมชาติ โครงการขุดโคกหนองนาโมเดล กศน.ตาบลแม่เงา โครงการอบรมกระบวนการจัดการเรียนร้ตู ามหลัก รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หนา้ ๙๒

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.ตาบลแม่ยวม โครงการอบรมกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง โดยมีการจดั การเรียนการสอนตามวตั ถุประสงค์ของหลักสตู ร มีการวดั ผลประเมนิ ผลผู้เรียนวา่ มคี วามรู้ ความสามารถ และทักษะท่ีเกิดจากการเรยี นรู้ จากการประเมนิ ความสาเร็จของโครงการ คิดเปน็ รอ้ ยละ 90 มากกว่าค่าเปา้ หมาย ท่ีกาหนดไว้ คือ รอ้ ยละ 80 ผูเ้ รียนที่จบหลกั สตู รสามารถนาความรไู้ ปใช้ในการลดรายจ่าย เพ่ิมรายไดใ้ นครัวเรือนได้ คดิ เป็นรอ้ ยละ 90 มากกวา่ คา่ เป้าหมายท่กี าหนดไว้ คือ ร้อยละ 80 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุยวม ได้มอบหมายให้ ครู กศน. สารวจ ความต้องการเรียนรู้กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง มีการประชุมเพื่อนาผลการสารวจมาจัดทาแผนการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ จดั ทาโครงการ จดั กิจกรรมการเรยี นรูต้ ามแผน จดั ทาแผนนิเทศติดตาม มอบหมายหน้าท่ีรับผิดชอบ มีการ ดาเนินงานตามแผนการนิเทศ มีการสรุปผล รายงานผลการดาเนินงาน และนาผลมาวิเคราะห์เพ่ือหาจุดบกพร่อง และพฒั นาร่วมกัน โดยมแี บบประเมินผล และแบบตดิ ตามผเู้ รยี นหลังจบหลักสตู รการศึกษาต่อเนื่อง ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอขนุ ยวม มกี ารดาเนินงานที่สอดคลอ้ งดังน้ี สถานศึกษาได้ดาเนินงานตามแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี ตามยุทธศาสตร์ท่ี 5 การจัดการศึกษาเพื่อ สร้างเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ข้อท่ี 2.3 ร้อยละของจานวนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมตาม โครงการน้อมนาแนวคิดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ดังโครงการต่อไปนี้ 1.หลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี งใน ๑๒ หม่บู ้าน ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ข้อ 2.2พัฒนะทักษะให้ประชาชนเพ่ือสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ (2)ส่งเสริมให้ประชาชนใช้เทคโนโลยี ในการทาช่องทางเผยแพร่และจาหน่าย ผลิตภัณฑ์ของวิสากิจชุมชนเป็นระบบครบวงจร และสนับสนุนการจาหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์ผ่านศูนย์จาหน่าย สินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. (ONIE Online Commerce Center : OOCC) เพ่ือจาหน่ายสินค้าระดับตาบล รวมทั้งดาเนินการเปิดศูนย์ให้คาปรึกษา OOCC กศน.เพ่ือเปิดช่องทางให้คาปรึกษากับประชานชนเก่ียวกับการค้า ออนไลนเ์ บอ้ื งตน้ ภารกิจต่อเน่ือง ข้อท่ี 1.3 การศึกษาต่อเน่ือง (4)การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงผ่านกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถยืน หยัดได้อย่างม่ันคง และมีการบริหารในการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนาสู่ความสมดุล และยง่ั ยืนขอ้ ท่ี 1.6 ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน องค์กรหรือภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีแหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ แหล่งโบราณคดี ห้องสมุด เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนศึกษาตามอัธยาศัยให้มีรูปแบบท่ี หลกั หลายและสนองต่อความต้องการของประชาชน ผลการดาเนินงานของสถานศึกษามีผู้เรียนหรือผู้เข้ารับการอบรมที่เป็นตัวอย่างท่ีดีในการนาความรู้ไปใช้ / ประยุกต์ใช้ โดยการกาหนดค่าเป้าหมายไว้ท่ี 14 คน โดยสถานศึกษาพบว่ามีผู้เรียนหรือผู้เข้ารับการอบรมที่พัฒนา ตนพฒั นางานจนเป็นต้นแบบผ้เู ขา้ รับการอบรมตามโครงการท่ีเป็นตัวอย่างที่ดี หรือต้นแบบในการนาความรู้ไปใช้ได้ จานวน 16 คน ดงั นี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม มีผู้เรียนท่ีเป็นตัวอย่างท่ีดี ในการนา ความรูไ้ ปใช้ในการพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคมออย่างต่อเนื่อง จานวน 12 คน ซ่ึงเป็นไปตามค่าเป้าหมาย ท่ี กาหนดไว้ คือ จานวน ๑๒ คน ประกอบดว้ ย กศน.ตาบลขนุ ยวม นายจารญู บุญทา / นางอาภร สันธิกุล เป็นผู้ ที่ดารงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.ตาบลเมืองปอน นายปุด กระจายความรู้ / นายเขื่อง วิลยั เปน็ ผทู้ ีด่ ารงชีวติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน. ตาบลแม่อูคอ นายบุญนา มีใจกว้าง / นาง แสงจันทร์ แก้วธิวา เป็นผู้ท่ีดารงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน. ตาบลแม่ก๊ิ นายประสิทธ์ิ กองตระกุลดี / นายสมชาย หยิ่งผยอง เป็นผู้ท่ีดารงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน. ตาบล รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หนา้ ๙๓

แม่เงา นายจรูญ จันตระกอง เป็นผู้ที่ดารงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.ตาบลแม่ยวม นาย นาพล เวชกิจ / นายพทั ยา ใจสม เปน็ ผทู้ ี่ดารงชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ ตวั บง่ ชที้ ี่ 1.6 ผูเ้ รยี นหรอื ผู้เข้ารับการอบรมสามารถใชเ้ ทคโนโลยไี ดอ้ ย่างเหมาะสม (คะแนนทไี่ ด้ ๔.๕๐ คะแนน) ผลการดาเนนิ งาน จากผลการดาเนินงานของสถานศกึ ษาท่มี ีการดาเนินการจัดกิจกรรมทส่ี อคล้องกบั มาตรฐานท่ี ๑ ตวั บ่งชี้ ท่ี ๑.๖ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม มกี ารประเมินผเู้ ข้ารบั การอบรมตามโครงการ จานวน ๔ หลกั สตู รดังนี้ ๑. โครงการพัฒนาเศรษฐกิจสรา้ งเครอื ขา่ ยดจิ ิทัลชมุ ชน จานวน ๖ ตาบล ๑.๑ หลักสตู รการคา้ ออนไลน์ ๑.๒ หลักสูตรการเขา้ ใจ Digital literacy ๒. โครงการสร้างเครอื ข่ายดิจิทลั ชมุ ชนระดับตาบล ๒.๑ หลกั สูตรการตลาดและการสรา้ งมลู คา่ ใหก้ บั สินคา้ ๒.๒ หลักสตู รการโปรโมทสนิ ค้า ๓. โครงการพัฒนาศกั ยภาพศนู ย์ดิจิทลั ชุมชนและยกระดับศูนยด์ จิ ิทลั ชมุ ชนและศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ๔. โครงการอบรม Smart ONIE เพ่ือสร้าง Smart Famer จานวน ๖ ตาบล ตามแผนปฏิบัติการประจาปี ปงี บประมาณ ๒๕๖๒ ซึ่งมีความสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ๒๐ ปี ในด้านของการเพ่ิมโอกาสทางการศึกษาผ่าน เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา สาหรับคนทุกช่วงวัย และสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ ปงี บประมาณ ๒๕๖๒ พบว่าผู้เรียนที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี โดยมกี ารทดสอบการปฏิบัติ และการสงั เกตพฤตกิ รรม การเรียนรู้รายบุคคลระหว่างเรียน เม่ือสิ้นสุดการจัดอบรมได้ กาหนดใหม้ กี ารทดสอบ ความรู้ ความเข้าใจและการฝึกปฏิบัติ ทั้งนี้ สถานศึกษาไดก้ าหนดเป้าหมายใหเ้ ขา้ รบั การอบรม ทีส่ ามารถใชเ้ ทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ร้อยละ ๘๐ ของผ้เู ข้ารบั การอบรมในระดบั ดีขนึ้ ไป ผลการดาเนินงานของสถานศึกษาในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ พบว่ามีการใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ใน ระดับดมี าก ร้อยละ ๑๐๘ ซึ่งจากการติดตามผู้เข้ารับการอบรม ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนาความรู้ไปใช้ในการแก้ป๎ญหาและ พัฒนาการดารงชวี ติ หรอื การประกอบอาชพี ได้อยา่ งเหมาะสม รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หนา้ ๙๔

ผลการดาเนินงานของสถานศกึ ษาตามเกณฑ์ มดี งั ต่อไปนี้ โครงการ เป้า ผล มคี วามรูค้ วาม นาไปใช้ ตน้ แบบ เข้าใจ (๘๐%) (๗๐%) smart Famer ปกี ารศกึ ษา 2-61 กศน.ตาบลขนุ ยวม 10 15 100 100 2 กศน.ตาบลเมืองปอน 10 22 73 75 2 กศน.ตาบลแม่อูคอ 10 15 92 94.67 1 กศน.ตาบลแมย่ วมน้อย 10 18 95.5 90 1 กศน.ตาบลแมเ่ งา 10 15 86.66 100 1 กศน.ตาบลแม่ก๊ิ 10 20 100 100 1 รวม 60 105 78.17 79.95 8 smart Famer ปกี ารศกึ ษา 1-62 กศน.ตาบลขุนยวม 10 15 100 100 2 กศน.ตาบลเมืองปอน 10 22 73 75 2 กศน.ตาบลแม่อคู อ 10 15 92 94.67 1 กศน.ตาบลแมย่ วมน้อย 10 18 95.5 90 1 กศน.ตาบลแม่เงา 10 15 86.66 100 1 กศน.ตาบลแม่ก๊ิ 10 20 100 100 1 รวม 60 105 78.17 79.95 8 ดิจทิ ลั ชุมชน การค้าออนไลน์ 2-61 กศน.ตาบลขนุ ยวม 15 25 100 100 2 กศน.ตาบลเมืองปอน 15 15 100 100 2 กศน.ตาบลแม่อูคอ 15 30 96.67 100 2 กศน.ตาบลแมย่ วมน้อย 15 30 90 97 2 กศน.ตาบลแมเ่ งา 15 25 98 96 2 กศน.ตาบลแม่กิ๊ 15 20 85 75 2 รวม 90 145 81.38 81.143 12 ดจิ ิทลั ชุมชน หลักสูตรการเขา้ ใจ Digital literacy 2-61 กศน.ตาบลขุนยวม 15 25 100 100 2 กศน.ตาบลเมืองปอน 15 15 100 100 2 กศน.ตาบลแม่อูคอ 15 30 96.67 100 1 กศน.ตาบลแม่ยวมน้อย 15 30 90 97 1 รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๙๕

โครงการ เป้า ผล มคี วามร้คู วาม นาไปใช้ ต้นแบบ เขา้ ใจ (๘๐%) (๗๐%) กศน.ตาบลแมเ่ งา 15 25 98 96 1 กศน.ตาบลแม่กิ๊ 15 20 74 75 1 รวม 90 145 79.81 81.143 8 ดิจิทลั ชุมชน การคา้ ออนไลน์ 1-62 กศน.ตาบลขนุ ยวม 15 25 100 100 2 fกศน.ตาบลแม่อูคอ 15 30 96.67 100 1 กศน.ตาบลแม่ยวมน้อย 15 30 90 97 1 กศน.ตาบลแม่เงา 15 25 98 96 1 กศน.ตาบลแม่กิ๊ 15 20 74 75 1 รวม 75 130 57.69 6 ดจิ ิทลั ชุมชน หลักสตู รการเขา้ ใจ Digital literacy 1-62 กศน.ตาบลขุนยวม 15 25 100 100 2 กศน.ตาบลแม่อูคอ 15 30 96.67 100 1 กศน.ตาบลแม่ยวมน้อย 15 30 90 97 1 กศน.ตาบลแมเ่ งา 15 25 98 96 1 กศน.ตาบลแม่กิ๊ 15 20 74 75 1 รวม 75 130 57.96 57.96 6 ดิจทิ ลั ชุมชน หลักสตู รการตลาดและการสร้างมูลคา่ ใหก้ ับสินคา้ 1-62 กศน.ตาบลเมืองปอน 20 12 75 60 4 รวม 20 12 75 75 4 ดิจทิ ัลชุมชน หลักสตู รการโปรโมทสินคา้ 1-62 กศน.ตาบลเมืองปอน 20 12 75 60 4 รวม 20 12 75 60 4 โครงการอบรมคอมพวิ เตอร์ 40 40 98 96.66 30 เบอื้ งต้น รุ่นที่ ๒ 40 40 98 96.66 75 รวมท้ังหมด 280 435 94.23 93.28 28 1. สถานศึกษาได้กาหนดค่าเป้าหมาย ร้อยละ ๗๐ ของผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ หลักสูตร การเขา้ ใจดจิ ทิ ลั หลักสูตรการคา้ ออนไลน์ จากผลดาเนินงานโครงการดิจิทัลชุมชน พบว่า สถานศึกษาท่ีผู้เข้ารับการ อบรม มีความรู้ความเข้าใจ และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้ ตัวอย่างเช่น นางคาหลู่ ซึ่งเป็นนักศึกษาท่ีมี อายแุ ต่มคี วามตอ้ งการเรยี นรเู้ รื่องดิจิทัล เพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน ซ่ึงเขาเองไม่มีความรู้เรื่องดิจิทัล หรือ การใช้ สมาร์ทโฟนมาก่อน จากการเข้ารับการอบรมหลักสูตร การเข้าใจดิจิทัล ทาให้ผู้เข้ารีบการอบรมเรื่องการใช้มือถือ รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๙๖

สมาร์ทโฟนเพื่อสร้างอาชีพ สามารถใช้สมาร์ทโฟนในการติดต่อสื่อสาร และ ขายของออนไลน์ ทาให้การดาเนินชีวิต ของผูเ้ ข้ารับการอบรม สะดวกสบายขึน้ และสามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันมากข้ึน จานวน ๔๓๕ คน คิดเป็นร้อย ละ ๙๔.๒๓ ซึง่ มคี ่าเปา้ หมาย ทีก่ าหนดไว้อย่ใู นระดบั ๑ คะแนน 2. สถานศึกษาได้กาหนดค่าเป้าหมาย ร้อยละ ๘๐ ของผู้เข้ารับการอบรม สามารถนาความรู้ไปใช้ในการ แก้ป๎ญหาและพัฒนาการดารงชีวิตหรืการประกอบอาชีพ จากเคร่ืองมือประเมินผลและติดตามผู้เข้ารับการอบรม โครงการดิจิทัลชุมชน หลักสูตรการเข้าใจดิจิทัล หลักสูตรการค้าออนไลน์ พบว่าจากผลดาเนินงานโครงการดิจิทัล ชุมชน พบว่า สถานศึกษาทีผู้เข้ารับการอบรม นาความรู้ไปใช้ในการแก้ไขป๎ญหาและพัฒนาการดารงชีวิต หรือ สามารถนาไปประกอบอาชีพได้ ตัวอย่างเช่น นางคาหลู่ สุนันท์ จากผู้เข้ารับการอบรมเรื่องการใช้สาร์ทโฟนในปี การศึกษา 2561 มีการพัฒนาเฟสบุคเป็นเพจเพื่อโฆษณาสินค้าต่างๆ ได้ และทาให้ผู้คนเข้ามาใช้บริการต่างๆ มี รายได้เพิม่ มากข้นึ หรือ นางสาวพัชรินทร์ บุญทา อาชพี เดิมรับจา้ งท่วั ไป สามารถนาความรู้จากการอบรมโดยการทา เป็น Page Facebook ขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ให้กับตนเองและครอบครัวท่ีมีอาชีพเป็นเกษตรกรรม ซ่ึง ความรู้ที่ได้จากการอบรมให้สร้างรายได้เพ่ิมให้กับนางสาวพัชรินทร์ จากการขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จากการ ประเมินผู้เข้าอบรม ทาให้ทราบว่าผู้เข้าอบรมที่สามารถนาความรู้ไปใช้ได้จริงและมีความเข้าใจการใช้ดิจิทัลใน ชีวิตประจาวนั มากข้นึ รอ้ ยละ ๙๓.๒๘ ซงึ่ มคี ่าเปา้ หมาย ทีก่ าหนดไว้อย่ใู นระดบั ๑ คะแนน 3. สถานศึกษามีการประเมินการเรียนรู้และมีการติดตาม การนาความรู้ไปใช้ของผู้เข้ารับการอบรม โครงการดิจิทัลชุมชน หลักสูตรการเข้าใจดิจิทัล หลักสูตรการค้าออนไลน์ ได้มีการกาหนดเครื่องมือ การประเมิน ติดตาม โดยใช้แบบติดตามประเมินผลรายบุคคล แบบทดสอบก่อนเรียน ทดสอบโดยการฝึกปฏิบัติระหว่างเรียน แบบทดสอบหลังเรียน พบวา่ ผลดาเนินงานอยู่ในระดับ ๑ คะแนน 4. สถานศึกษาได้มีการดาเนินการจัดกิจกรรมโครงการดิจิทัลชุมชน ท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานที่ ๑สามารถ กศน.อาเภอขุนยวม มีการประเมินผู้เข้ารับการอบรม โครงการดิจิทัลชุมชน หลักสูตรการเข้าใจดิจิทัล หลักสูตร การคา้ ออนไลน์ ตามแผนปฏิบตั กิ ารประจาปี ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ซึ่งมีความสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ๒๐ ปี ในด้านของการเพ่ิมโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพ่ือการศึกษา สาหรับคนทุกช่วงวัย และ สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ในการพัฒนากาลังคน การวิจัย และ นวตั กรรม เพอื่ พัฒนาความรู้ และทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล ให้กับประชาชนมีความรู้พื้นฐานดิจิทัล ผลดาเนินงานอยู่ ในระดบั ๑ คะแนน 5. สถานศึกษามีตัวอย่างท่ีดี และนาความรู้ไปใช้ โดยการกาหนดค่าเป้าหมาย จานวน ๔๓๕ คนโดย กศน. อาเภอขุนยวม พบว่ามีผู้เข้ารับการอบรมท่ีเป็นตัวอย่างที่ดีหรือต้นแบบจากการเข้ารับการอบรมจานวนท้ังสิ้น ๔ หลกั สูตร จานวน ๑๖ คน ประกอบด้วย ที่ ชอ่ื – สกลุ ชอ่ื เพจ 1 นางคาหลู่ สนุ นั ท์ โฮมสเตย์ยายคาหลู่ บ้านโบราณร้อยปี 2 นางสว่างวรรณ ตาคา เสอื้ ไตป๎กฉลเุ มืองปอน 3 นางอาภรณ์ สนธิกลุ สวนสม้ ห้วยบง ผกั ปลอดสารพษิ 4 นางสาวพัชรนิ ทร์ บญุ ทา ถั่วลายเสือ ผกั ปลอดสารพิษ 5 นางฐิติรตั น์ ไพศาล วสิ าหกจิ ชมุ ชน แปรรูปอาหารบ้านเมืองปอน 6 นางสาวพิมพ์อร กันทา องกี่ถวั่ เนา่ แคบ็ ทรงเครื่อง 7 นางณัฐชยา กอบจิตมน่ั แฮนด์เมด เครอื่ งประดบั รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๙๗

ที่ ชอื่ – สกลุ ช่ือเพจ 8 นางณัฐกานต์ สธิ ิ เส้ือไหใหญเ่ มอื งปอน 9 นางบวั ขาว ศรสี วัสด์ิ บวั ขาวนวดแผนไทย 10 นางณัฐชยา กอบจิตมั่น คณุ อารบ์ ิวตซ้ี าลอน 11 นายองปนุ้ ไชยวิฑูรย์ กบุ๊ ไตเมอื งปอน 12 นางสาวนิตยา ทัศนะวรพจน์ ตาลติ่นเสื้อไตปีกฉลุเมืองปอน 13 นางเพรชรินทร์ บญุ ทา พแี่ มวนวดแผนไทย 14 นางอญั ชลี คาป้อ นอ้ งเนย ปลานงึ่ -ปลาเผา 15 นางเยาวพา สา่ เหล่ทู ผ้าทอหยอ่ เด 16 นายวัลลภ สอุ าภา ร้านลโี อ กะ ไลออน ขุนยวม ตวั บง่ ชีท้ ี่ การศึกษาตามอัธยาศัย ตัวบ่งชี้ท่ี 1.7 ผู้รับบริการได้รับความรู้และาร่วมกิจกรรมโครงการการศึกษาตามหรือประสบการณ์จากการเข้/ อัธยาศยั ผลการดาเนนิ งาน จากการประเมนิ ตนเองความววิ าทของสถานศกึ ษานายตัวบง่ ช้ีท่ี 1.7 พบว่าสถานศึกษาบรรลุตามเป้าหมาย ความสาเร็จของตัวบ่งช้ี 1.7 ท่กี าหนดไวซ้ ึ่งได้ 4.00 คะแนนจากคะแนนเต็ม 5.00 คะแนนด้วยการดาเนินงานของ สถานศกึ ษา ดังน้ี ประเด็นท่ี 1 ผรู้ ับบรกิ ารเข้ารว่ มกจิ กรรมโครงการศึกษาตามอธั ยาศยั เป็นไปตามค่าเปา้ หมายท่กี าหนด/ สถานศึกษาดาเนินการจัดกิจกรรมโครงการการศึกษาตามอัธยาศัยโดยตั้งเป้าหมายผู้รับบริการที่เข้าร่วม/ กิจกรรม/โครงการการศึกษาตามอัธยาศัยจานวน3000 คนซ่ึงผลการดาเนินงานปีงบประมาณ 2562 มี ผู้รบั บริการทไ่ี ด้เข้ารว่ มกิจกรรม โครงการการศึกษาตามอัธยาศัยจานวน/3000 คนซึ่งสูงกว่าค่าเป้าหมายท่ีกาหนด ดังน้ี 1 ค่าเป้าหมายในประเด็นที่ 1 จานวนผู้รับบริการท่ีคาดว่าจะเข้าร่วมกิจกรรมโครงการการศึกษาตาม/ อธั ยาศยั :รอ้ ยละ 75 % ตาราง แสดงรายละเอียดการกาหนดค่าเป้าหมาย ผู้เข้าร่วมบริการที่เข้าร่วมกิจกรรม/โครงการการศึกษาตาม อัธยาศยั ผู้เขา้ รับบริการทเ่ี ขา้ ร่วมกิจกรรม/โครงการการศึกษาตามอัธยาศัย เป้าหมาย(คน) ผู้เขา้ ร่วมกิจกรรม ป2ี 562 (คน) กจิ กรรม/โครงการ จานวนผ้เู ข้าร่วม (คน) หอ้ งสมุด กศน.ตาบล กิจกรรมส่งเสริมการอ่านห้องสมุด 300 300 310 สาหรับชาวตลาด บ้านหนังสอื ชุมชน 500 500 500 กจิ กรรม 2 เมษายน วนั รักการอ่าน 100 100 124 กจิ กรรมหอ้ งสมุดเคล่ือนท่ี 300 300 300 กิจกรรมอาเภอย้ิม 150 150 150 รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๙๘

กิจกรรมสง่ เสริมการอ่าน 3,000 3,000 3,000 300 300 300 กิจกรรมวันเด็กแหง่ ชาติ 100 100 100 กิ จ ก ร ร ม ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร อ่ า น ส า ห รั บ ผู้สูงอายุ จากผลการประเมินตนเองพบว่าสถานศึกษามีผู้รับบริการเป็นไปตามค่าเป้าหมายที่กาหนดจึงได้คะแนนผลการ ประเมนิ คณุ ภาพในตวั บง่ ช้ที ี่ 1.7 ประเดน็ 1 ไดค้ ะแนนเท่ากบั 1.00 คะแนน ประเด็นท่ี 2 ผู้รับบริการที่ได้รับความรู้และ/หรือประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ การศึกษาตามอัธยาศัยเปน็ ไปตามค่าเปา้ หมายทีก่ าหนด สถานศกึ ษามผี รู้ ับบริการหรือผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ได้รับความรู้หรือประสบการณ์ท่ีเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ ศกึ ษาตามอธั ยาศยั ได้กาหนดค่าเป้าหมายคือร้อยละ 80 ของผ้รู บั บรกิ ารทไ่ี ด้รับความร้หู รอื ประสบการณ์จากการเข้า รว่ มกิจกรรมโครงการศึกษาตามอัธยาศยั จากเป้าหมายในแผนการดาเนินงานโครงการการศึกษาตามอัธยาศัยโดยวัด และประเมินผลจาก 2 ค่าเป้าหมายในประเด็นท่ี 2 จานวนผู้รับบริการที่คาดว่าจะได้รับความรู้หรือประสบการณ์ จากการเข้ารว่ มกจิ กรรมโครงการการศึกษาตามอธั ยาศัย:ร้อยละ 82 ตาราง แสดงรายละเอยี ดการกาหนดคา่ เป้าหมาย ผู้รับบริการได้รับความรู้และ/หรือประสบการณ์ จากการ เขา้ รว่ มกจิ กรรม/โครงการการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ข้อมูลปี 2562 กิจกรรม/โครงการ จานวน จานวนผูร้ บั รกิ ารท่ี รอ้ ยละผรู้ ับรกิ ารทไี่ ด้รบั ผเู้ ข้ารว่ ม(คน) ได้รบั ความรู้และ/หรอื ความรู้และ/หรือไดร้ ับ ได้รับประสบการณ์ ประสบการณ์ 1.กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน 300 283 89.85 หอ้ งสมดุ สาหรับชาวตลาด 2.กิจกรรมสง่ เสรมิ การอ่าน 3,000 2,849 85.11 รวม 3,300 3,132 87.48 จากการประเมินตนเองพบว่า ผู้รับบริการที่ได้รับความรู้หรือประสบการณ์จากเป้าหมายท่ีกาหนดร้อยละ 82 สามารถทาได้ร้อยละ 87.48 สูงกว่าค่าเป้าหมายท่ีกาหนดจึงได้คะแนนผลการประเมินคุณภาพในตัวบ่งช้ีที่ 1.7 ประเด็น 2 ไดค้ ะแนนเทา่ กับ 1.00 คะแนน ประเด็นที่ 3 สถานศึกษามีวิธีการหาร่องรอยหลักฐานที่แสดงว่าผู้รับบริการมีความรู้และหรือ ประสบการณท์ ีน่ า่ เชื่อถอื ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย อาเภอขุนยวมได้พิจารณาจากเกียรติบัตร ชิ้นงานการ สังเกตการสมั ภาษณส์ มุดบันทึกกิจกรรมใบงานและแบบสอบถามจากผู้รับบริการรวมท้ังแบบประเมินความพึงพอใจ สรุปผลการดาเนินงานประจาปีงบประมาณ 2562 ซ่ึงพบว่าผู้รับบริการมีความรู้และมีทักษะความพึงพอใจอยู่ใน ระดับมากขึน้ ไป และผ้รู บั บรกิ ารได้นาความรู้ไปพัฒนาตนเองเช่นกนั ทาดอกมะลิ จากกระดาษทิชชู เพ่ือนาไปมอบให้ รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๙๙

คนในครอบครัวและคนท่ีนับถือเพ่ือแสดงความกตัญํูทาการ์ดอวยพรในโอกาสต่างๆเช่นเปเปอร์มาเช่ popup การ ประดษิ ฐ์ของละเลน่ พื้นบา้ นจากวสั ดุเหลือใช้ การทาจักจัน่ และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านห้องสมุดเคล่ือนท่ีเช่นเกมบิง โกอาเซียนพยัญชนะไทยอังกฤษสานวนน่าเล่นเกมถอดรหัสภาพเกมไทยชื่อสโลแกนสินค้ารวมทั้งได้มีการนิ เทศ ติดตามการดาเนินงานโดยคณะกรรมการ นิเทศภายในของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อาเภอขุนยวม จากผลการประเมนิ ตนเองพบวา่ สถานศกึ ษามีหลักฐานร่องรอยท่ีเป็นเหตุเป็นผลน่าเช่ือถือในการเรียนรู้ของ ผู้รับบริการทุกโครงการ บางกิจกรรมจึงได้คะแนนผลการประเมินคุณภาพในตัวบ่งชี้ท่ี 1.7 ประเด็น 3 ได้คะแนน เท่ากบั 0.50 คะแนน ประเด็นที่ 4 สถานศึกษา มีการดาเนินงานท่ีสอดคล้องกับ นโยบายและจุดเน้นของสานักงาน กศน./ นโยบายจดุ เนน้ ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร/ยุทธศาสตร์และเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี สถานศึกษาได้มีการดาเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของสานักงานกศนนโยบายจุดเน้นของ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ยทุ ธศาสตรแ์ ละเป้าหมายของแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ 20 ปีอย่างชดั เจนดงั นี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการพัฒนากาลังคน การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ ข้อ 2.1 ขับเคล่ือนกศนสู่ Smart ONIE ในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ที่เสริมสร้างศักยภาพของ ประชาชนให้สอดคล้องกับการพฒั นาประเทศ 2 พัฒนาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล การใช้ Social Media และ Application ต่างๆ เพื่อพัฒนา รูปแบบการจดั การเรยี นการสอนของครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อ 2.2 พัฒนากาลังคนให้เป็น smart Digital persons SDPs ที่มี ทักษะด้านภาษาและทักษะ Digital เพือ่ รองรบั การพัฒนาประเทศ 1 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ด้าน Digital เพ่ือให้ประชาชนมีความรู้พ้ืนฐานด้านดิจิตอลและความรู้เรื่อง กฎหมายหรือว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ สาหรับการใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันรวมท้ังการ พฒั นาและการเข้าสู่อาชีพ 2 สร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะพ้ืนฐานให้กับประชาชนเก่ียวกับการทาธุรกิจและการค้าออนไลน์ พาณิชยอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ เพื่อรว่ มขบั เคล่อื นเศรษฐกจิ ดิจิทลั ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ดา้ นการพัฒนาและเสริมสร้างศกั ยภาพคนให้มีคณุ ภาพ 3.4 เพ่ิมอัตราการอ่านของประชาชนโดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในรูปแบบต่างๆเช่นอาสาสมัคร ส่งเสริมการอ่านห้องสมุดประชาชนบ้านหนังสือชุมชนห้องสมุดเคลื่อนที่เพื่อพัฒนาให้ประชาชนมีความสามารถใน ระดบั อ่านคล่องเขา้ ใจความคิดวิเคราะห์พื้นฐานและสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์รวมท้ังนา ความรู้ทไ่ี ดร้ ับไปใชป้ ฏบิ ัติจรงิ ในชวี ติ ประจาวนั ยุทธศาสตรท์ ่ี 4 ดา้ นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา 4.3 เพิ่มอัตราการรู้หนงั สือและยกระดบั การรู้หนงั สือของประชาชน 1 เร่งจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มอัตราการรู้หนังสือและคงสภาพการรู้หนังสือ ให้ประชาชนสามารถอ่านออก เขียนได้และคิดเลขเป็นโดยเฉพาะประชาชนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพ้ืนที่ห่างไกล โดยมีการวัดระดับการรู้หนังสือการใช้สื่อกระบวนการและกิจกรรมพัฒนาทักษะในรูปแบบต่างๆท่ี เหมาะสมและ สอดคลอ้ งกบั สภาพพ้นื ที่และกลมุ่ เป้าหมายให้ประชาชนสามารถฟ๎งพูดอ่านและเขียนภาษาไทยเพ่ือประโยชน์ในการ ใช้ชีวิตประจาวันได้ รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หนา้ ๑๐๐

2 ยกระดับการรู้หนังสือของประชาชนโดยจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการรู้หนังสือในรูปแบบต่างๆรวมท้ัง พัฒนาดา้ นเทคโนโลยีทเ่ี ท่าเพ่อื เป็นเคร่ืองมอื ในการเรียนรูต้ ลอดชีวิตของประชาชน 4.5 พลิกโฉม กศน ตาบล สู่ กศน ตาบล 4G 1 พัฒนาครูกศนและบุคลากรที่เก่ียวข้องกับการจัดกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ :Good teacher ให้ เป็นตัวกลางในการเช่ือมโยงความรู้กับผู้รับบริการมีความเป็นครูมืออาชีพมีจิตบริการมีความร อบรู้และทันต่อการ เปลี่ยนแปลงของสังคมเป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้และบริหารจัดการความรู้ที่ดีรวมท้ังเป็นผู้ปฏิบัติงานอย่างมี ความสขุ 2 พัฒนากศนตาบลให้มีบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง: Good Place Best Check In มีความพร้อมในการให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้เป็นแหล่งข้อมูลสาธารณะท่ีง่ายต่อ การเขา้ ถึงและสะดวกต่อการเรยี นรู้ตลอดชีวิตอย่างสรา้ งสรรค์ มีสิ่งอานวยความสะดวกดึงดูดความสนใจและมีความ ปลอดภัยสาหรับผู้รับบริการ 3 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภายในกศนตาบล :Good activities ให้มีความ หลากหลายน่าสนใจตอบสนองความต้องการของชุมชนเพ่ือพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของประชาชนรวมทั้งเปิด โอกาสให้ชุมชนเข้ากันจัดกิจกรรมเพื่อเช่ือมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชน 400 สร้างความร่วมมือกับภาคีคือ ใคร: Good Partner Ship เสือดาทั้งภาครัฐภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน รวมท้ังส่งเสริมและ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพ่ือสร้างความเข้าใจและให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนและจัด การศึกษาและการเรียนรู้ให้กับประชาชนอย่างมีคุณภาพ 4.6 ประสานความร่วมมือหน่วยงานองค์กรหรือภาคส่วน ต่างๆท่ีมีแหล่งเรียนรู้อ่ืนๆเช่นพิพิธภัณฑ์ศูนย์เรียนรู้แหล่งโบราณคดี ห้องสมุดเพ่ือส่งเสริมการจัดการศึกษาตาม อัธยาศยั ใหม้ ีรูปแบบทีห่ ลากหลายและตอบสนองความต้องการของประชาชน ภารกจิ ตอ่ เน่อื ง 1 ดา้ นการจดั การศกึ ษาและการเรียนรู้ 1.4 การศึกษาตามอัธยาศยั 1 ส่งเสริมให้มีการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ในระดับตาบลเพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดกิจกรรม เพ่อื เผยแพร่องค์ความรใู้ นชมุ ชนไดอ้ ยา่ งทว่ั ถงึ 2 จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพ่ือปลูกฝ๎งนิสัยรักการอ่านและพัฒนาความสามารถในการอ่านและ ศกั ยภาพการเรียนรูข้ องประชาชนทกุ กลุม่ เป้าหมาย 3 ส่งเสริมให้มีการสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านให้เกิดข้ึนในสังคมไทยโดย สนับสนุนการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ให้เกิดข้ึนอย่างกว้างขวางและท่ัวถึง เช่นพัฒนาห้องสมุดประชาชนทุกแห่งให้ เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชนส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมก ารอ่านการสร้างเครือข่ายส่งเสริม การอ่านจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้บริการกบั ประชาชนในพ้นื ทีต่ ่างๆทวั่ ถึงสม่าเสมอรวมท้ังเสริมสร้างความพรอ้ มในด้านสอ่ื อุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการ อ่านและการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสรมิ การอา่ นอย่างหลกั หลาย นโยบายจุดเน้น ของกระทรวงศกึ ษาธิการปีงบประมาณ 2562 3. จดุ เนน้ ดา้ นการพฒั นาและเสรมิ สร้างศักยภาพคนแนวทางหลกั 3.3 การส่งเสริมสนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยมีทักษะความรู้ความสามารถและการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่าง เหมาะสมเต็มตามศกั ยภาพโครงการหลกั 14 การส่งเสริมสนบั สนนุ การจดั การศกึ ษาและการให้ความรสู้ าหรบั คนทกุ ช่วงวยั 4 ชานาญดา้ นการสง่ เสรมิ โอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทยี มกนั ทางสงั คมในทางหลกั 4.4 การพัฒนาฐานขอ้ มูลด้านการศึกษาที่มมี าตรฐานเชื่อมโยงและเข้าถงึ ได้ รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๑๐๑

โครงการหลัก 5 การขับเคลื่อนแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการศึกษาเพื่อสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพด้าน การศึกษาบูรณาการด้านสื่อและองค์ความรู้จัดการเรียนรู้จัดทาสื่อสาหรับประชาชนในเร่ืององค์ความรู้เกี่ยวกับ นโยบายการพัฒนาต่างๆของรฐั แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ 20 ปี ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 การพฒั นาศักยภาพคนทุกชว่ งวยั และการสร้างสังคมแหง่ การเรยี นรู้ ข้อ 2.4 แหล่งเรียนรู้ส่ือตาราเรียนนวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐานและประชาชน สามารถเขา้ ถงึ ได้โดยไม่จากัดเวลาและสถานท่ี 1 จานวนแหล่งเรียนรู้ท่ีได้รับการพัฒนาให้สามารถจัดการศึกษาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มี คุณภาพเพ่มิ ข้ึน 2 จานวนแหล่งเรียนรู้ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ท่ีได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนสถานประกอบการสถานบัน ศาสนามูลนิธสิ ถาบนั องค์กรต่างๆในสังคมเพ่มิ ข้นึ / 4 รอ้ ยละของชุมชนท่มี กี ารจดั การแหลง่ เรยี นรทู้ ่มี ีคุณภาพเพิม่ ขนึ้ 5 มีระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาท่ีทันสมัยตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ อยา่ งมีประสิทธิภาพ 9 มรี ะบบคลังข้อมูลเกยี่ วกบั สอ่ื และนวัตกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพมาตรฐานสามารถให้บริการคนทุกช่วง วัยและใช้ประโยชน์รว่ มกันระหวา่ งหน่วยงานได้ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 4 การสรา้ งโอกาสความเสมอภาคและความเทา่ เทยี มทางการศึกษา ขอ้ 2.2 การเพมิ่ โอกาสทางการศกึ ษาผ่านเทคโนโลยีดจิ ิทัลเพอ่ื การศึกษาสาหรับคนทุกชว่ งวัย 1 มีระบบเครอื ข่ายเทคโนโลยีเพ่อื การศึกษาที่ทนั สมยั ตอบสนองตอ่ ความต้องการของผู้เรียนและผู้ใช้บริการ อย่างทว่ั ถึงและมีประสทิ ธภิ าพ 6 ร้อยละ ของผู้ใช้อนิ เตอรเ์ น็ตเพือ่ การค้นคว้าหาความรู้เพ่ิมขึ้น จากผลการประเมนิ ตนเองพบว่าสถานศึกษามีการอธบิ ายการดาเนินงานท่ีสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้น สานกั งานกศนนโยบายจดุ เนน้ กระทรวงศกึ ษาธิการยทุ ธศาสตร์และเป้าหมายของแผนแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี ได้อย่างชัดเจน เป็นไปตามค่าเป้าหมายที่กาหนดจึงได้คะแนนผลการประเมินคุณภาพในตัวบ่งช้ีท่ี 1.7 ประเด็น 4 ไดค้ ะแนนเท่ากับ 1.00 คะแนน ประเด็นท่ี 5 สถานศกึ ษาทม่ี ผี ้รู บั บริการท่เี ปน็ ตัวอย่างทดี่ ี หรอื ต้นแบบตามคาอธิบายตัวบ่งชี้ 1.7 สถานศึกษาและกาหนดค่าเป้าหมายผู้รับบริการท่ีมีการนาความรู้และ/หรือประสบการณ์จากการเข้าร่วม กิจกรรม/โครงการการศึกษาตามอัธยาศัยไปใช้/ประยุกต์ใช้และสามารถเป็นตัวอย่างท่ีดี หรือต้นแบบได้สูงกว่าค่า เปา้ หมายที่กาหนดใหค้ ่าเปา้ หมายทก่ี าหนดไว้ คอื จานวน 5 คน สถานศึกษากาหนดคุณลักษณะผู้เรียนเป็นตัวอย่างท่ีดีหรือต้นแบบในการนา ความรู้ไปใช้ประยุกต์ใช้ในการ ดาเนินชวี ิต ตัวอย่างทด่ี ี ด้านผู้รบั บริการ เปน็ บคุ คลท่ีมกี ารศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนือ่ งและนาความรู้ไปใช้ในการดาเนินชวี ติ ดา้ นสถานที่ ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอขนุ ยวม ดาเนินการใหบ้ ริการการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อย่างตอ่ เนอ่ื ง ด้านการบริการ เป็นบคุ คลทีใ่ หบ้ ริการการจดั การศกึ ษาตามอธั ยาศัยอยา่ งต่อเน่ือง รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๐๒

ต้นแบบที่ดี ด้านผู้รับบริการ เป็นบุคคลที่มีการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเน่ืองและนาความรู้ไปใช้ในการดาเนินชีวิตและเป็นท่ี ยอมรับของสังคม ดา้ นสถานที่ เป็นแหลง่ เรยี นรทู้ ีด่ าเนนิ การใหบ้ ริการการศึกษาตามอัธยาศยั อยา่ งต่อเนอ่ื งและเปน็ ทีศ่ ึกษาดูงานได้ ดา้ นการบรกิ าร เปน็ บคุ คลที่ให้บริการการจัดการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอย่างต่อเน่ืองและเปน็ ท่ียอมรบั ของสังคม ซงึ่ สถานท่ศี กึ ษาดาเนนิ การได้จานวน 5 คนดงั น้ี 1 นายวสิน รักสีขาว เป็นตัวอย่างที่ดีจากการเข้าร่วมกิจกรรมลดการเรียนโดยการนาเทคนิค วิธีการอ่านไป ประยุกตใ์ ช้ในการอา่ นหนังสือเพอื่ เตรยี มตวั สอบเปน็ ผลให้ได้ระดบั คะแนนดขี น้ึ 2 นางสาววรรณกิจ แลงามตา เป็นแบบอย่างที่ดีจากการเขา้ ร่วมกิจกรรมลดเวลาเรียนกล่าวคือสามารถอ่านหนังสือ ไดด้ ขี ้ึนและจับใจความสาคญั ของแต่ละประโยคไดช้ ัดเจนขึ้นจงึ เป็นผลใหร้ ะดบั คะแนนในรายวชิ าภาษาไทยเพ่ิมขน้ึ 3 นางสาวศสิภา ณภาประสาทพร เปน็ ตวั อย่างท่ีดจี ากการเขา้ ร่วมกิจกรรมลดเวลาเรียนโดยการศึกษาค้นคว้าในการ ทาการบา้ นหรือไปใช้ในการประกอบการเรยี นการสอน 4 นางสาวนวลพรรณ ณภาประสาทพร เป็นบุคคลท่ีมีการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเน่ืองและนาความรู้ไปใช้ในการ ดาเนนิ ชวี ติ มาหอ้ งสมดุ เป็นประจาและไดน้ าความร้ทู ่ไี ด้พฒั นาตนเองในการดาเนินชวี ติ โดยได้ความรู้จากหนังสอื 5 นายพงษ์ชัย รักสีขาว เป็นบุคคลท่ีให้บริการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างต่อเนื่องและเป็นท่ียอมรับของ สังคมในด้านล่างการบริการกิจกรรมห้องสมุดประชาชนมาช่วยเหลือด้านการจัดกิจกรรมห้องสมุดเคล่ือนท่ีอย่าง สมา่ เสมอเป็นทยี่ อมรบั ของบุคคลท่ัวไป จากผลการดาเนินงานข้างต้นจะเห็นไดว่าสถานศึกษามีผู้เรียนท่ีเป็นตัวอย่าง ที่ดีหรอื ต้นแบบในการนาความรไู้ ปใชจ้ านวน 2 คนเป็นไปตามคา่ เปา้ หมายทีก่ าหนดจานวน 12 คนดังน้ันในตัวบ่งช้ี ท่ี 1.7 ประเดน็ ท่ี 5 จึงได้คะแนนเทา่ กบั 0.50 คะแนน สรปุ สถานศึกษามีผลการการประเมนิ ตนเองในภาพรวมตวั บ่งชีท้ ี่ 1.7 ผรู้ บั บริการไดร้ ับความรูแ้ ละ/หรือ ประสบการณ์จากการเข้าร่วมกจิ กรรม/โครงการการศึกษาตามอัธยาศยั มีคะแนน ๔ คะแนน ซึง่ มีคณุ ภาพอยใู่ น ระดบั ดี รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หน้า ๑๐๓

จากผลการดาเนินงานของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม ที่สอดคล้อง กับมาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผู้เรียน/ผู้รับบริการดังรายละเอียดข้างต้น สามารถสรุปคะแนนที่ได้ และระดับ คณุ ภาพจากผลการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ได้ดงั รายละเอียดในตารางตอ่ ไปน้ี มาตรฐาน/ตวั บ่งชี้ นา้ หนกั ผลการประเมนิ ตนเอง (คะแนน) คะแนนทไ่ี ด้ ระดบั คณุ ภาพ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผเู้ รยี น/ผูร้ ับบริการ ๕ ๔.๕๐ ดีมาก ๕ ๔.๕๐ ดมี าก การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน ๕ ๓.๕๐ ดี ตวั บ่งชี้ที่ 1.1 ผู้เรียนการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานมคี ุณธรรม ๕ ๔.๕๐ ดีมาก ๕ ๔.๕๐ ดมี าก ตัวบง่ ชีท้ ่ี 1.2 ผเู้ รยี นการศกึ ษาขั้นพื้นฐานมที ักษะ กระบวนการคิด ๕ ๔.๕๐ ดมี าก ทักษะการแสวงหาความรู้ เรยี นรู้อยา่ งต่อเนือ่ ง และ สามารถ นาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ติ ๕ ๔.๐๐ ดี ๓๕ ๓๐.๐๐ ดมี าก ตวั บ่งชี้ท่ี 1.3 ผู้เรยี นการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานมคี วามรู้พ้ืนฐาน การศึกษาต่อเนื่อง ตวั บ่งช้ที ี่ 1.4 ผเู้ รยี นหรอื ผเู้ ขา้ รับการอบรมมีความรู้ ความสามารถ และทกั ษะในการประกอบอาชีพ ตัวบ่งช้ที ี่ 1.5 ผเู้ รียนหรือผเู้ ขา้ รับการอบรมปฏิบตั ิตนตามหลกั ปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพียง ตวั บง่ ช้ที ่ี 1.6 ผู้เรยี นหรอื ผเู้ ขา้ รับการอบรมสามารถใชเ้ ทคโนโลยไี ด้ อย่าง เหมาะสม การศกึ ษาตามอธั ยาศัย ตัวบ่งชที้ ี่ 1.7 ผู้รบั บริการไดร้ บั ความรแู้ ละ/หรือประสบการณ์จาก การเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการการศกึ ษาตามอธั ยาศัย รวม สถานศึกษามีผลการประเมินตนเองในภาพรวม มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผู้เรียน/ผู้รับบริการ มีคะแนนรวม เท่ากับ ๓๐.๐๐ คะแนน ซ่ึงมีคุณภาพอยู่ในระดับ ดีมาก โดยมีจุดเด่น จุดท่ีควรพัฒนา ตัวอย่างที่ดี หรือต้นแบบ และข้อเสนอแนะในการพัฒนา ดงั น้ี ๑. ผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่องมีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพที่หลากหลาย สามารถนาความรู้ไปพัฒนาอาชีพของตนเอง มรี ายได้เลีย้ งครอบครวั ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ๒. ผูเ้ รยี นหรอื ผเู้ ข้ารบั การอบรมปฏิบัติตนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๓. ผู้เรยี นการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานมคี วามร้พู ้นื ฐาน ๔. ผู้เรียนหรือผู้เข้ารับการอบรมสามารถใชเ้ ทคโนโลยีไดอ้ ยา่ งเหมาะสม รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๐๔

จุดทคี่ วรพฒั นา 1. ผู้เรยี นการศึกษาข้นั พนื้ ฐานมีทกั ษะกระบวนการคิดทักษะการแสวงหาความรเู้ รียนรู้อยา่ งต่อเน่อื งและ สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ในการดารงชวี ติ ๒. สถานศกึ ษาควรพัฒนาผู้เรียนการศึกษาข้ันพ้ืนฐานให้มีความรู้พ้ืนฐานมากข้ึน โดยจัดทาโครงการพัฒนา ผู้เรยี นด้านวชิ าการอยา่ งตอ่ เน่อื ง ตัวอยา่ งทีด่ ี ๑. สถานศึกษามีผู้เรียนหรือผู้เข้ารับการอบรมปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีเป็น ต้นแบบทด่ี ี ทเ่ี กิดจากดาเนนิ งานแต่ละโครงการ สามารถนาความรูไ้ ปใชใ้ นการประกอบอาชีพและสามารถถ่ายทอดความรู้ได้ เปน็ ตัวอยา่ งทดี่ ีหรอื ต้นแบบในการนาความรูไ้ ปใช้ ๒. สถานศึกษามีผู้เรียนท่ีเป็นคุณลักษณะตัวอย่างท่ีดีหรือต้นแบบ คือ เป็นผู้เข้ารับการอบรมท่ีมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันและการประกอบอาชีพ รวมถึง สามารถเผยแพรค่ วามรู้ใหแ้ ก่ผ้อู ืน่ ได้. ๓. สถานศึกษามีผู้เรียนที่เป็นตัวอย่างท่ีดีหรือต้นแบบนาความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพและสามารถ ถ่ายทอดความรแู้ ก่ผู้อืน่ ไดจ้ านวน ๑๒ คนเป็นไปตามคา่ เปา้ หมายท่ีสถานศึกษากาหนดไว้ ๔. สถานศึกษามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีคุณลักษณะตัวอย่างที่ดี หรือต้นแบบที่ดีสามารถนาไปใช้ใน ชีวติ ประจาวันและสามารถนาความรูไ้ ปถ่ายทอดให้ผอู้ ่ืนไดจ้ านวน 5 คน ต้นแบบ ๑. ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขนุ ยวม มีตวั อย่างผ้เู รียนการนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงและจากโครงการสร้างปา่ สรา้ งรายได้ ไปประยุกต์ใช้ในชีวติ จนเกิดเหน็ ผล เชน่ นายบญุ นา มใี จกว้าง และอกี ๙ ราย ๒. สถานศึกษามตี วั อยา่ งท่ดี ี และนาความรู้ไปใชใ้ นเรื่องดจิ ติ อลการสรา้ งเพจ โดยการกาหนดคา่ เปา้ หมาย จานวน ๔๓๕ คนโดย กศน.อาเภอขนุ ยวม พบว่ามผี ู้เข้ารับการอบรมท่ีเปน็ ตัวอยา่ งท่ีดีหรือ ตน้ แบบจากการเขา้ รับการอบรม จานวน ๖ คน ขอ้ เสนอแนะในการพฒั นา 1. สถานศกึ ษาควรเพมิ่ ค่าเป้าหมายผูเ้ รยี นการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐานมีทกั ษะกระบวนการคิด ทกั ษะการแสวงหาความรู้ เรยี นรู้อยา่ งต่อเน่อื ง และสามารถประยุกตใ์ ช้ ใหม้ ีค่าเปา้ หมายมากกวา่ ท่ีกาหนด 2. สถานเพ่มิ และกระจายโอกาสในการเข้าถึงบรกิ ารการศึกษาและการเรยี นรทู้ ่ีมคี ุณภาพ มีผเู้ รียนท่ีเปน็ ตวั อยา่ งท่ี ดเี พม่ิ มากขึ้น รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๐๕

มาตรฐานที่ 2 คณุ ภาพการจดั การศกึ ษา/การให้บริการ การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน มาตรฐานท่ี ๒ คณุ ภาพการจดั การศึกษา/การให้บริการ การศึกษาขัน้ พื้นฐาน ตัวบ่งช้ที ี่ ๒.๑ คุณภาพครูการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน ผลการดาเนนิ งาน (คะแนนทไี่ ด้ ๔.๕๐ คะแนน) ประเด็นที่ ๑ สถานศึกษามีการดาเนินงานที่เป็นกระบวนการในการส่งเสริมและพัฒนาครูการศึกษาข้ัน พ้ืนฐานให้มีคุณภาพอย่างไร จากการประเมินตนเองของสถานศึกษาพบว่า สถานศึกษาจัดกระบวนการเรียนรู้ การศกึ ษาขน้ั พื้นฐานประกอบดว้ ยขา้ ราชการครู ครอู าสาสมคั รการศกึ ษานอกโรงเรยี น ครกู ศน.ตาบล ครูศรช. ของ สถานศกึ ษา ซึ่งมีการสง่ เสริมและพฒั นาครูอย่างเป็นข้นั ตอนเห็นการปฏิบัตไิ ดอ้ ยา่ งชัดเจน โดยสถานศึกษากระตุ้นให้ ครมู กี ารแลกเปล่ยี นเรียนรูป้ ระสบการณก์ ารทางานกบั เพ่ือนร่วมงานหรือจากผู้บุคคลท่ีมีประสบการณ์หลังการนิเทศ ติดตาม และจากการประเมินตนเอง นาสภาพป๎ญหาในการจัดการเรียนการสอน การขาดความรู้ในการพัฒนาส่ือ เทคนิค กระบวนการจัดการเรียนรู้ มาประชุม วิเคราะห์ วางแผนในการพัฒนาครู โดยสถานศึกษาได้ดาเนินการจัด โครงการพัฒนาครูตามที่วางไว้ในแผนปฏิบัติงานประจาปี พ.ศ.๒๕๖๒ จานวน ๑๖ โครงการ มีกระบวนการในการ ส่งเสริมพัฒนาครูโดยตั้งแต่การเริ่มดาเนินการจัดโครงการพัฒนาบุคลากรหรือส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม สถานศึกษามีการคัดเลือก หลักสูตรการอบรม คัดเลือกสถานท่ีหรือหน่วยงานท่ีจัด มีการประเมิน ความรู้ของ บุคลากรที่จะสง่ เขา้ อบรมโดยประเมินจากการพน้ื ฐานการศกึ ษา การดาเนินงาน งานที่ได้รับมอบหมาย ส่งครูเข้ารับ การอบรมจากต้นสังกัด และหน่วยงานอื่น เพ่ือพัฒนาให้ความรู้ความสามารถและนาความรู้ที่ได้รับมาเผยแพร่ให้ เพอ่ื นรว่ มงานและพฒั นางานอยา่ งต่อเน่ือง อีกทง้ั สานักงาน กศน.จงั หวดั แมฮ่ ่องสอน มีกระบวนการจัดทาหลักสูตร การอบรม คัดเลือกวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถตามหลักสูตรท่ีจัดอบรมพัฒนาความรู้ มีกระบวนการประเมิน ความรู้ ก่อนและหลังการอบรม Pre test / Post test โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ครูการศึกษาขั้นพื้นฐานของ สถานศกึ ษา ได้รบั การพฒั นาความรใู้ นโครงการต่างๆ ดังน้ี โครงการพฒั นาครู กศน.ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลกั สตู ร กศน.๒๕๕๑ ไดแ้ ก่ ๑. โครงการอบรมกรอบการลงทะเบียนภาคเรียนที่ ๒/ ๒๕๖๑ และการตรวจเช็คกระดาษคาตอบวัดผล สัมฤทธ์ิทางการเรยี น จานวน ๕ คน ๒. โครงการอบรมพฒั นาบคุ ลากรด้านการวัดผลและประเมินผล จานวน 10 คน ๓. โครงการพัฒนาศักยภาพศูนย์ดิจิทัลชุมชนและยกระดับศูนย์ดิจิทัลชุมชนและศูนย์เรียนรู้ ICT ชุมชน จานวน ๑ คน ๔. โครงการอบรมศักยภาพบคุ ลากรด้านเทคโนโลยีรุน่ ท่ี ๔ สถาบันภาคเหนอื จานวน ๑ คน ๕. โครงการบูรณาการสะเตม็ ศกึ ษาดว้ ยระบบทางไกล จานวน ๑ คน ๖. โครงการพัฒนาและจดั กระบวนการเรียนรกู้ ารทาโครงงานสาหรบั ครู จานวน ๓ คน ๗. โครงการวิทย์สร้างคนรวมพลเครือข่าย อาสาสมัครวิทยาศาสตร์ ก้าวสาคัญเพื่อการขับเคลื่อน วทน.สู่ ภูมิภาค จานวน ๑ คน ๘. โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการฟ๎ง พูด ภาษาไทย เพ่ือการสื่อสารสาหรับชุมชนบนพ้ืนท่ีสูง จานวน ๓ คน ๙. โครงการสัมมนาวิชาการเพ่ือพัฒนาศักยภาพ ครูศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” โครงการจดั การศึกษาสาหรับเดก็ และเยาวชนในถนิ่ ทรุ กนั ดารพระราชดารใิ นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี จานวน ๑๓ คน รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๐๖

๑๐. โครงการอบรมสถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย หลักสูตรจิตอาสา ๙๐๑ จานวน ๒๔ คน ๑๑. โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทาแผนกรอบแนวทางการพัฒนาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขน้ั พื้นฐาน จานวน ๑ คน ๑๒. โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการตรวจสอบ สังเคราะห์แนวทาง การพัฒนาหลักสูตรและร่างโครงการ สรา้ งหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ ๒๕๕๑ จานวน ๑ คน ๑๓. โครงการงานสมั มนาวชิ าการสถาบนั กศน.ภาคเหนือ จานวน ๔ คน ๑๔. โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องมาตรฐานการตรวจข้อสอบอัตนัยสาหรับครูผู้สอนภาษาไทย จานวน ๑ คน ๑๕. โครงการพฒั นาศักยภาพครูดา้ นการส่ือสารภาษาองั กฤษ (boot camp) จานวน ๑ คน ๑๖. โครงการอบรมจัดทาและคัดเลือกบัตรข้อสอบ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้น พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ภาคเรยี นที่ ๑/๒๕๖๒ จานวน ๑ คน อีกทง้ั สถานศึกษายังมีการอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรท้ังข้าราชการครู ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน ครู กศน.ตาบล ครู ศรช. ผ่านการให้ความรู้จากการประชุมช้ีแจง เช่น ประชุมประจาเดือนในสังกัด กศน.อาเภอ ขุนยวม โดยก่อนการจัดโครงการสถานศึกษามีการจัดทาหลักสูตรการอบรม กาหนดเน้ือหาการอบรมและคัดเลือก วิทยากรท่ีมีความรู้ความสามารถในการให้ความรู้เรื่องการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานเน่ืองจา กเป็นบุคคลภายนอกท่ีมี ความรคู้ วามชานาญในด้านการจดั การศึกษา หลกั สตู รการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ อีกทั้งการให้ความรู้ ผา่ นเอกสาร ค่มู ือการดาเนนิ งานตา่ งๆในการใหค้ วามรู้และคาแนะนาในการดาเนนิ ให้กบั บุคคลท่ีบรรจุเข้าทางานใหม่ ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยจะเห็นได้จากการจัดกลุ่ม กศน.ตาบลเพ่ือการบริหาร จัดการของสถานศึกษาท่ีให้คาแนะนาในการดาเนินงานต่างๆ ส่งผลให้การดาเนินงานของสถานศึกษาประสบ ความสาเร็จทุกโครงการตามแผนการปฏิบัติงาน โดยสามารถตรวจสอบได้จากการรายงานผลการดาเนินงานใน ระบบDMIS สรุปผลการดาเนนิ งานประจาปี 2562 และส่งผลดีตอ่ การบรรลเุ ป้าหมาย จากผลการดาเนนิ งานข้างต้น พบว่า สถานศึกษาสามารถอธิบายกระบวนการดาเนินงานในการพัฒนา ครูการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ได้อย่างเป็นขั้นตอน เห็นการปฏิบัติอย่างชัดเจนส่งผลต่อความสาเร็จได้ ดังนั้น ในตัว บ่งช้ที ี่ 2.1 ประเดน็ ที่ 1 จงึ ได้ คะแนน เทา่ กบั 1 คะแนน ประเดน็ ท่ี 2 สถานศึกษาทราบไดอ้ ยา่ งไรว่าครูการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน มีความรู้ตามที่ได้รบั การพฒั นา จากการสง่ บุคลากรเข้ารับการพัฒนา สถานศึกษาสามารถตรวจสอบ ตดิ ตามว่าบุคลากรมีความรตู้ ามทรี่ ับ การพฒั นาจากการดาเนินการเข้ารับการอบรมในแต่ละโครงการจากสานกั งานกศน.จงั หวดั แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็น หนว่ ยงานหลักในการสง่ เสริมและพฒั นาความรใู้ ห้ครูการศึกษาขั้นพ้ืนฐานในสังกัด หรือหนว่ ยงานอ่ืนท่ีบุคลากรเขา้ รับการอบรม ซ่ึงจะมีขัน้ ตอน การประเมินความรู้ก่อนการอบรม และหลังอบรม Pre test /Post test ซ่ึงสามารถ ตรวจสอบไดว้ ่าบคุ ลากรมี ความรตู้ ามท่ีได้รับการพัฒนา อีกท้ังสถานศึกษายังสามารถตดิ ตามไดจ้ ากการรายงานผล การเข้ารบั การอบรมของบคุ ลากร และจากการดาเนินงานของบุคลากรหลงั การอบรมอาทิ ๑.โครงการอบรมกรอบ การลงทะเบียนภาคเรียนท่ี ๒/๒๕๖๑ และขอ้ ผดิ พลาดการตรวจสอบกระดาษคาตอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นโดย หลงั จากทค่ี รูไปอบรมนามาชี้แจงเกย่ี วกบั การลงทะเบียนตามแผน ในวันประชมุ ประจาเดือนของบคุ ลากรอาเภอ ขนุ ยวม และก่อนสอบปลายภาคเรยี นได้ทาการติวกอ่ นสอบเพ่ือใหน้ ักศึกษาได้ฝนกระดาษคาตอบท่ถี ูกต้อง ๒.โครงการอบรมพฒั นาบุคลากรด้านการวดั ผลประเมนิ ผลครทู ี่ไปอบรมไดน้ ามาชีแ้ จงเกยี่ วกบั ทาผังข้อสอบการออก ข้อสอบรวมถึงการวัดผลประเมินผล เพ่ือเป็นไปตามความถูกต้องและเหมาะสม ตามกระบวนการจัดการศึกษาขั้น พ้ืนฐาน ๓.โครงการส่งเสรมิ ทักษะการฟง๎ พูด ภาษาไทย เพื่อการส่ือสารสาหรับชุมชนบนพ้ืนท่ีสูง หลังจากที่ครูไป อบรมมาครูได้มาขยายผลต่อครูท่ียังไม่ได้เข้ารับการอบรมและได้นาไปขยายผลสู่พื้นที่เป้าหมายในชุมชนของตนเอง รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๑๐๗

๔. โครงการอบรมสถาบันพระมหากษัรติย์กับประเทศไทย หลักสูตรจิตอาสา ๙๐๑ โดยความรู้นามาขยายต่อ นักศกึ ษา และประชาชนท่ัวไปอาเภอขนุ ยวม เพ่ือให้เกดิ การรกั ชาติ สถาบัน พระมหากษตั รยิ ไ์ ทย ๕. โครงการพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ การทาโครงงานสาหรบั ครู หลังจากครูไปอบรมไดน้ าขยายผลเรอ่ื ง การทาโครงงาน ในทป่ี ระชมุ ประจาเดอื นบคุ ลากรอาเภอขุนยวม เพื่อให้ครู กศน.อาเภอขุนยวม นาไปให้ความรู้ ความเขา้ ใจ เกย่ี วกับการทาโครงงานที่ถูกต้อง ให้นักศึกษา กศน.อาเภอขุนยวม 6. โครงการอบรมวิทยากร แกนนา ครู ข ครู ค หลกั สตู ร Digital literacy โดยหลังผา่ นการอบรมบคุ ลากรสามารถนาความรูเ้ ปน็ วิทยากรใน การอบรม ประชาชนตามโครงการพฒั นาเศรษฐกิจดจิ ิทลั ระดับชมุ ชน ท้ัง 2 หลกั สูตร โดยหลงั การจดั โครงการผผู้ า่ น การอบรม สามารถขายสนิ คา้ ออนไลนได้ซงึ่ สามารถตรวจสอบไดจ้ ากรายงานผลการดาเนินงานจากรายงานในระบบDMIS หรอื จากการอบรมพฒั นาครูตามโครงการการพัฒนาครูการสอนออนไลน์ โดยครูสามารถนาความรู้ ไปพฒั นาปรับปรงุ กระบวนการเรยี นการสอน และเพิม่ ช่องทางการพบกลุ่มผา่ นสอ่ื ออนไลนให้กับผเู้ รียนทไี่ ม่สามารถมาพบกลมุ่ ไดอ้ ยา่ ง สมา่ เสมอ มีช่องทางในการเรยี นรูแ้ ละตดิ ตามงานได้อย่างตอ่ เนือ่ ง โดยครู กศน.ตาบลทุกคนของสถานศึกษาใช้ ช่องทางออนไลน์เปน็ อีกช่องทางหนงึ่ ในการพบกลุ่ม โดยมผี ลการดาเนินงานท่ีทราบวา่ าครูมีความรู้ตามท่ีพัฒนาได้ อยา่ งชดั เจน เช่นแผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ บันทกึ หลังสอน รายงานผลการดาเนนิ งาน และจากเพจ กศน. ตาบลและห้องเรยี นออนไลน์ของแตล่ ะตาบล จากการประเมนิ ตนเองพบว่า สถานศึกษามวี ธิ ีการทท่ี าใหท้ ราบวา่ ครกู ารศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน มคี วามรู้ ตามทไ่ี ด้รบั การพัฒนาไดอ้ ย่างชัดเจน มีความเป็นเหตเุ ปน็ ผล เชือ่ ถือได้ ดงั นัน้ ในตวั บ่งชี้ท่ี 2.1 ประเดน็ ที่ 2 จึง ได้ คะแนน เทา่ กบั 1 คะแนน ประเดน็ ท่ี 3 สถานศึกษามีครูการศึกษาข้นั พื้นฐานท่ีมีคณุ ภาพตามสิ่งที่ไดร้ บั การพัฒนา ครูผู้สอนทกุ คนไดร้ บั การพฒั นา อบรม ส่งเสรมิ ใหม้ ีความรู้ตามเกณฑ์ทส่ี านักงาน กศน.กาหนดไมน่ ้อยกว่า ปีละ 20 ชว่ั โมง ในปีงบประมาณ 2562 ตามเกณฑ์ทีห่ ลักสตู รกาหนด คดิ เป็นรอ้ ยละ 52.61 ซ่ึงดไู ด้ จากวฒุ บิ ัตร และเกยี รติบัตรทผ่ี า่ นการอบรมของครูผ้สู อนที่ทุกคนไดร้ ับ ดังตาราง ตาราง แสดงจานวนครูท่ีเขา้ รับการฝานการอบรมหลกั สตู รต่างๆ ท่เี ก่ียวข้องกบั การจดั การศึกษาพืน้ ฐานของศนู ย์ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาอาเภอขนุ ยวม ครูผู้สอน ครูผ้สู อนที่ ครูผ้สู อนทผี่ ่าน ท่ี โครงการ/หลักสตู ร ท้งั หมด เขา้ รบั การ การอบรมคิด อบรม เป็นร้อยละ 1 โครงการอบรมกรอบการลงทะเบียนภาคเรยี นท่ี ๒/๒๕๖๑ และ 24 5 20.83 ข้อผดิ พลาดการตรวจเช็คกระดาษคาตอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการ เรยี น 2 โครงการอบรมพฒั นาบุคลากรดา้ นการวดั ผลประเมินผล 24 10 41.67 3 โครงการพฒั นาการจดั กระบวนการเรยี นรู้ การทาโครงงาน 24 24 100 สาหรับครู 4 โครงการสมั มนาวิชาการเพื่อพัฒนาศักยภาพ ครูศูนยก์ ารเรียน 24 13 54.17 ชุมชนชาวไทยภเู ขา “แม่ฟ้าหลวง” โครงการจัดการศกึ ษา สาหรับเดก็ และเยาวชนในถนิ่ ทรุ กันดาร รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๑๐๘

ที่ โครงการ/หลกั สตู ร ครผู สู้ อน ครผู ู้สอนท่ี ครผู ู้สอนทผี่ า่ น ทัง้ หมด เขา้ รับการ การอบรมคดิ สมเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี อบรม เป็นร้อยละ 5 โครงการงานสัมมนาวิชาการสถาบนั กศน.ภาคเหนือ 24 4 16.68 6 โครงการส่งเสริมและพฒั นาทักษะการฟ๎ง พดู ภาษาไทย เพื่อ 24 13 54.17 การสื่อสารสาหรบั ชมุ ชนบนพื้นที่สูง 7 โครงการอบรมสถาบันพระมหากษตั ริยก์ ับประเทศไทย หลักสตู ร 24 24 100 จิตอาสา ๙๐๑ 8 โครงการอบรมวิทยากร แกนนา ครู ข ครู ค หลกั สูตร Digital 24 8 33.33 literacy รวมเฉลี่ย ๑๙๒ ๑๐๑ 52.61 จากผลการดาเนินงาน จะเห็นได้ว่า สถานศกึ ษามคี รกู ารศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน ที่มีคณุ ภาพตามส่งิ ท่ไี ด้รบั การพฒั นา ร้อยละ 52.61 ดงั นน้ั ในตัวบ่งชี้ท่ี 2.1 ประเด็นท่ี 3 จงึ ได้คะแนน เทา่ กับ 0.5 คะแนน ประเดน็ ท่ี 4 สถานศกึ ษามีการดาเนินงานทสี่ อดคล้องกับ นโยบายและจดุ เนน้ ของสานกั งาน กศน. / นโยบายจดุ เนน้ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ /ยุทธศาสตรแ์ ละเป้าหมายของแผนการศกึ ษาแห่งชาติ 20 ปี สานกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สานักงาน กศน.) เป็นหน่วยงานที่ก่อตั้ง เพื่อประโยชนใ์ นการสง่ เสริมและสนบั สนนุ การศกึ ษา ให้บุคคลได้รบั การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย อย่างท่ัวถึงและมีคุณภาพตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และพระราชบัญญัติการศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 โดยให้บุคคลซึ่งได้รับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานไปแล้วหรือไม่ก็ตามมีสิทธิได้รับ การศกึ ษาในรปู แบบการศกึ ษานอกระบบหรือการศกึ ษาตามอัธยาศัยได้ วิสัยทัศน์ คนไทยได้รับโอกาสการศึกษาและ การเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถดารงชีวิตที่เหมาะสม กับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จาเป็นในโลกศตวรรษท่ี 21 บทบาทหน้าที่ สานักงาน กศน. มีบทบาทหน้าท่ีตาม บทบัญญัติแห่งพระราชบญั ญตั สิ ง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย นโยบายและจุดเน้นการดาเนินงาน สานักงาน กศน. 1.ยทุ ธศาสตร์ดา้ นความมัน่ คง 1.1 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ท่ีปลูกฝ๎งคุณธรรม สร้างวินัย การมีจิตอาสา และอุดมการณ์ ความยึดม่ันใน สถาบันหลักของชาติ 1) เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจท่ีถูกต้องในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความเป็นพลเมืองดี เคารพความคิดของผู้อ่ืน ยอมรับความแตกต่างและ หลากหลายทางความคดิ และอดุ มการณ์ รวมท้ังสังคมพหุวัฒนธรรม 2) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝ๎ง คุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะและอุดมการณ์ ความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ รวมท้ังการมีจิตอาสา ผ่าน กิจกรรมลูกเสือ กศน. และกิจกรรมอ่ืนๆ ตลอดจน สนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝ๎งคุณธรรม จริยธรรม ให้กับบุคลากรในองค์กร โดยสถานศึกษาได้ดาเนินการ ดังน้ี โครงการอบรมสถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศ ไทย หลกั สตู รจิตอาสา ๙๐๑ โครงการอบรมอาสายุวกาชาดหลักสูตรพ้ืนฐานอาสายุวกาชาด โครงการลูกเสือจิต รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๑๐๙

อาสาเทิดไท้องค์ราชัน โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการฟ๎ง พูด ภาษาไทย เพื่อการส่ือสารสาหรับชุมชนบน พน้ื ท่ีสูง 1.2 ร่วมขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ย่ังยืน โดยบูรณาการขับเคล่ือนการ ทางาน ตามแนวทางประชารัฐ ดาเนินโครงการ/กิจกรรมในพื้นที่ทั้งในระดับตาบล หมู่บ้าน โดยใช้ทีมขับเคล่ือนการพัฒนา ประเทศตามโครงการไทยนยิ ม ยัง่ ยนื ระดับตาบลเป็นแกนหลัก และสนับสนุนกลไกการขับเคลื่อน ในพื้นท่ีทุกระดับ ต้ังแต่จังหวัด อาเภอ ตาบล และหม่บู ้าน จนได้รับรางวัลชมุ ชนไทยนิยมตน้ แบบทกุ ตาบล 1.3 พัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต้ และพื้นท่ีชายแดน 1) พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้มี ความสอดคล้องกับ บริบทของสังคม วัฒนธรรม และพ้ืนที่ เพ่ือสนับสนุนการแก้ไขป๎ญหาและพัฒนาพ้ืนที่ 4) สนับสนุนให้มีการพัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทให้มีสมรรถนะที่สูงข้ึน เพ่ือให้สามารถ ปฏิบัติงานได้อย่างมี ประสทิ ธิภาพ 1.4 ส่งเสรมิ การจัดกระบวนการเรยี นรู้ท่ตี อบสนองกบั การเปลี่ยนแปลงบรบิ ทดา้ นสงั คม การเมือง รวมท้งั ความ ตอ้ งการของประชาชน และชุมชนในรูปแบบทหี่ ลากหลาย ให้ประชาชนคิดเปน็ วิเคราะห์ได้ ตัดสินใจภายใตข้ ้อมลู ที่ ถูกต้อง เชน่ ความรูเ้ รอื่ งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็น ประมขุ /การเลอื กตง้ั ไดแ้ ก่ โครงการสัมมนาวิชาการเพอ่ื พัฒนาศักยภาพ ครูศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา “แมฟ่ ้าหลวง” โครงการ จดั การศึกษาสาหรบั เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกนั ดาร สมเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี 2. ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการพัฒนากาลังคน การวิจัย และนวตั กรรมเพื่อสรา้ งขดี ความสามารถในการ แข่งขนั ของประเทศ 2.2 พฒั นากาลังคนให้มที ักษะความเข้าใจและใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทัล (Digital Literacy) 1) พฒั นา ความรแู้ ละทักษะเทคโนโลยีดจิ ทิ ัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพ่ือให้สามารถ ใช้ Social Media และ Application ตา่ งๆ ในการพัฒนารูปแบบการจดั การเรียนการสอน 2) สง่ เสรมิ การจดั การเรยี นร้ดู า้ นเทคโนโลยี ดจิ ทิ ลั เพ่ือให้ประชาชนมีทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจทิ ัล ทสี่ ามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั รวมทงั้ สรา้ งรายได้ใหก้ บั ตนเองได้ 3) พฒั นาทกั ษะและส่งเสรมิ ใหป้ ระชาชนประกอบธุรกจิ การคา้ ออนไลน์ (พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส)์ มีการใชค้ วามคดิ สร้างสรรคเ์ ชงิ นวตั กรรมในการประกอบอาชีพ สรา้ งทักษะอาชีพทสี่ ูงขนึ้ ให้กับ ประชาชน เพ่อื รว่ มขบั เคล่อื นเศรษฐกิจดจิ ิทัล เกิดผลสาเรจ็ ของเพจการคา้ ออนไลนไ์ ด้แก่ โฮมสเตย์ป้าคาหลู่ บา้ น โบราณร้อยปี https://www.facebook.com/ecbykroopui/ 3. ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพคนให้มคี ุณภาพ 3.1 เร่งรัดดาเนนิ การจดั การศกึ ษาอาชีพเพ่อื ยกระดับทักษะอาชพี ของประชาชนสู่ฝมี อื แรงงาน 1) จัดการศกึ ษาอาชพี เพื่อการมีงานทาท่สี อดคล้องกับศกั ยภาพของชุมชน และความต้องการของ ตลาด ให้ ประชาชนสามารถนาไปประกอบอาชีพได้จริง โดยให้เน้นหลักสูตรการศึกษาอาชีพช่างพื้นฐาน โดย ประยุก ต์ใช้ เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนด้านอาชีพ เช่น การเรียนผ่าน Youtube การเรียนผ่าน Facebook Live ระบบการเรียนรู้ในระบบเปิดสาหรับมหาชน (Massive Open Online Courses : MOOCs) คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เป็นตน้ รวมถึงสนับสนนุ ให้เกดิ ระบบการผลติ ที่ ครบวงจร และเปิดพื้นที่ ส่วนราชการเป็นที่แสดงสินค้าของชุมชนเพ่ือเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน 2) บูรณาการความร่วมมือในการ พัฒนาฝีมือแรงงานกับสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผ่านศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากาลังคน อาชีวศึกษาภาคทั่วประเทศ เพื่อมุ่งพัฒนาทักษะของประชาชน โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพและภูมิสังคมเฉพาะ ของพนื้ ท่ี และดาเนินการเชงิ รกุ เพอ่ื เสริมจุดเด่นในระดับภาคในการเป็นฐานการผลิตและการบริการท่ีสาคัญ รวมถึง มุ่งเน้นสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ เพื่อตอบสนองต่อความ ต้องการของตลาดแรงงานท้ังภาคอุตสาหกรรมและ รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๑๐

การบริการ 3) พัฒนากลุ่มอาชีพพื้นฐานที่รองรับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ท่ีสามารถ พัฒนาศักยภาพไปสู่ระดับฝีมือแรงงาน โดยศึกษาต่อในสถาบันการอาชีวศึกษา ๓.๒ ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ เทคโนโลยีในการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับสินค้า การทาช่องทางเผยแพร่และจาหน่ายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนให้ เป็นระบบครบวงจร และสนับสนุนการจาหน่ายสนิ คา้ และผลิตภัณฑ์ ผ่านศูนย์จาหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. (ONIE Online Commerce Center : OOCC) เพ่ือจาหน่าย สินค้าออนไลน์ระดับตาบล ได้แก่ โครงการ อบรมวิทยากร แกนนา ครู ข ครู ค หลกั สูตร Digital literacy มีผลสาเร็จคอื เพจแตล่ ะกศน.ตาบล 3.3 ส่งเสริมการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนทุกวัย โดยการสร้างความรู้ความเข้าใจ การ สนับสนุนกิจกรรมสุข ภาวะ และสร้างเครือข่ายภาคประชาชน ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ให้กับ ประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในพน้ื ทห่ี า่ งไกล พ้ืนทชี่ ายแดน และชายแดนภาคใต้ โดยประสานงานร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตาบล และเจา้ หน้าที่ อสม. ในการใหค้ วามรู้เก่ียวกับการดูแลสขุ ภาวะอนามยั ให้กบั ประชาชน รวมทั้งผลิตชุดความรู้ เก่ียวกับสุขภาวะ สุขอนามัย เพ่ือใช้ประกอบการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษา ของ กศน. 3.4 เพิ่มอัตราการอ่าน ของประชาชน โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในรูปแบบต่างๆ เช่น อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน ห้องสมุด ประชาชน บ้านหนังสือชุมชน ห้องสมุดเคล่ือนท่ี ผลักดันให้เกิดห้องสมุดสู่การเป็นห้องสมุดเสมือนจริงต้นแบบ เพ่ือ พัฒนาให้ประชาชนมีความสามารถในระดับอ่านคล่อง เข้าใจ ความคิด วิเคราะห์พ้ืนฐาน และสามารถรับรู้ข้อมูล ข่าวสารทถี่ กู ตอ้ งและทนั เหตกุ ารณ์ รวมท้ังนาความร้ทู ี่ไดร้ ับไปใชป้ ฏิบัตจิ รงิ ในชวี ิตประจาวนั จากผลการประเมินตนเอง พบวา่ สถานศกึ ษามกี ารอธบิ ายการดาเนินงานทีส่ อดคล้องกบั นโยบายและ จดุ เนน้ สานกั งาน กศน./นโยบายจดุ เน้นกระทรวงศึกษาธิการ/ยุทธศาสตร์ และเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติ ได้อย่างชัดเจน เปน็ ไปตามคา่ เป้าหมายทกี่ าหนด จงึ ได้คะแนนผลการประเมนิ คณุ ภาพใน ตัวบง่ ชที้ ่ี 2.1 ประเด็น 4 ได้คะแนนเทา่ กับ 1.00 ประเดน็ ท่ี 5 สถานศึกษามีการสง่ เสริมและพัฒนาครูการศึกษาข้ันพนื้ ฐานทเ่ี ป็นตน้ แบบ กศน.อาเภอขุนยวมได้ส่งเสริมและพัฒนาครูการศึกษาขั้นพ้ืนฐานท้ังหมด 24 คน จากครู 24 คน ในการ จัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานและการศึกษาตามอัธยาศัยโดยมีวิธีการดังนี้ สถานศึกษามีกระบวนการส่งเสริมและหรือ พัฒนาครูการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานท่เี ปน็ วธิ ปี ฏบิ ตั ิทดี่ ี (Best Practice) โดยมคี รทู ีผ่ า่ นการพัฒนา สามารถนาความรู้ไปใช้ ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ และส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นนอกจากงาน การศึกษาข้ันพ้ืนฐานแล้ว สถานศึกษายังส่งเสริมให้บุคลากรได้พัฒนาตนเอง จนสามารถเป็นวิทยาการให้กับ หน่วยงานภาคีเครือข่ายในการจัดอบรมให้ความรู้ด้านต่างๆ แก่ประชาชนในพื้นที่ จานวน 6 ตาบล ส่งผลให้การ ทางานของสถานศึกษากับภาคีเครือข่ายเกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น สถานศึกษามีครูท่ีเป็นตัวอย่างท่ีในเร่ืองต่างๆดังนี้ 1.นายศุภักสร พรหมณู เป็นต้นแบบท่ีดีด้านครูภาษาอังกฤษ (boot camp) และนาความรู้ดังกล่าวมาเป็น วทิ ยากรแกนนาขยายผลให้กับ ครู กศน. จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2. นางศุภลักษณ์ อาทิตย์ เป็นต้นแบบท่ีดีด้านการ สอนวิชา ภาษาไทย และเป็นตัวอย่างที่ดีด้านการค้าออนไลน์ 3. นางณัฐณิชาช์ ฝ๎้นเต่ย เป็นต้นแบบท่ีดีด้าน ลูกเสอื ใหม้ คี ณุ วุฒวิ คุ แบดจ์ประเภทลกู เสอื วิสามัญ (R.W.B.) และมีสิทธิประดับเครื่องหมายวูดแบคจ์สองท่อน เป็น วิทยากรลูกเสือและยุวกาชาด ให้ กศน.อาเภอแม่ฮ่องสอน ยังเป็นตัวอย่างท่ีดีในด้านการพัฒนาตนเองให้แก่ครูและ ผู้เรียน 4. นางสาวระพีพรรณ ศรีทองอ่อน เข้าร่วมชุมนุมลูกเสือบาเพ็ญประโยชน์เฉลิมพระเกียรติเน่ืองในโอกาส มหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก “ลูกเสือจิตอาสาทาความดี รวมใจ เทิดไท้องค์ราชัน “กศน.ภาคเหนือ และ เป็นครแู กนนาสนั ทนาการสาหรับผู้สูงอายุของอาเภอขุนยวม 5.นายธานินทร์ สันติธรรมบารมี ได้รับคัดเลือกจาก กศน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อชิงรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และเป็นตัวอย่างที่ดี เร่ืองการใช้ แหลง่ เรียนร้ดู า้ นเศรษฐกิจพอเพยี ง และการจัดการเรียนรู้โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ 6. นางทรงชม วงศ์ใหญ่ เป็นต้นแบบเรื่องดิจิทัลระดับอาเภอ และได้รับคัดเลือกให้ส่งเข้าประกวดระดับประเทศ โฮมสเตย์ป้าคาหลู่ บ้าน รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๑๑

โบราณรอ้ ยปี https://www.facebook.com/ecbykroopui/ 7. นายโอชา ไกวัลรุ่งพิพัฒน์ ได้รับคัดเลือก ศูนย์ สง่ เสริมพัฒนาประชาธปิ ไตย (ศส.ปชต.) ระดับจังหวดั 8.นายยอดยิ่ง พิบุญธรรมวงศ์ เป็นตัวอย่างที่ดีด้านการนา ผเู้ รยี นใช้ส่อื อินเตอร์เนต ในการค้นคว้าหาขอ้ มลู รายวชิ าเลือก 9. นายเจรญิ ชยั พะยิ เป็นตัวอย่างท่ีดีด้านเร่ืองการ ใช้แหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง และการจัดการเรียนรู้โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ สรุปได้ว่าสถานศึกษามี การประเมินครู กศนอาเภอ.ขุนยวมทุกท่าน เข้ารับการประเมินรอบ 6 เดือนของปีงบประมาณพ.ศ. 2562 ด้าน ผลสัมฤทธข์ิ องงานและพฤติกรรมการปฏิบัติงาน แสดงให้เห็นว่าครูมีพฤติกรรมแสดงออกในการปฎิบัติหน้าที่เพ่ือให้ เกิดผลสัมฤทธ์ิของงานและหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบจากผลการปฏิบัติงานจริง จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็น ได้ว่า สถานศึกษามีกระบวนการส่งเสริมและหรือพัฒนาครูการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นวิธีปฏิบัติท่ีดี ( Best Practice) ดงั น้ัน ในตวั บ่งชี้ที่ 2.1 ประเด็นท่ี 5 จงึ ได้คะแนนเทา่ กบั ๑ คะแนน สถานศึกษามผี ลการการประเมินตนเองในภาพรวมตวั บ่งช้ีท่ี 2.1 คุณภาพครกู ารศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน มี คะแนน รวมเท่ากบั 4.50 คะแนน ซึ่งมีคณุ ภาพอยู่ในระดบั ดีมาก ตัวบง่ ช้ีท่ี 2.2 คณุ ภาพของหลกั สตู รสถานศึกษา (คะแนนที่ได้ ๔.๕๐ คะแนน) ผลการดาเนินงาน ประเด็นท่ี 1 สถานศึกษามีการดาเนินงานทีเ่ ปน็ กระบวนการในการพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา สถานศกึ ษา ได้ดาเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ตามโครงสร้างหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับ การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 และทีป่ รับปรุง 2559 โดยพฒั นาหลักสูตรรายวิชาเลือกเสรี ซึ่ง พิจารณา มาจากความต้องการของผู้เรียนเป็นรายบุคคล จัดทาแผนการเรียนรู้เป็นรายบุคคล ให้มีความสอดคล้อง กับสภาพ การเปลย่ี นแปลงของสังคมและ ชุมชน มีจุดมุ่งหมายเพื่อท่ีจะให้หลักสูตรเป็นส่ือในการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ของผู้เรียนรู้จักตนเอง มีชีวิตอยู่ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคมอย่างมีความสุข กระบวนการพัฒนา หลักสูตร สถานศึกษา ได้มีการประชุมครู บุคลากร และผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้อง เพื่อร่วมกันวางแผนพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษา ประกอบด้วยคณะบุคลากรใน กศน.อาเภอขุนยวม จานวน ๒๖ คน ประกอบด้วยผู้บริหาร 1 คน ข้าราชการครู 1 คน บรรณารักษ์ 1 คน ครูอาสาสมัคร ๑๖ คน กศน.ตาบล ๖ คน ครู ศรชฯ จานวน ๒ คน และคณะกรรมการ สถานศึกษา และผู้ท่ีเก่ียวข้อง ซ่ึงได้จัดทาเป็นคาสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินงานคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และงาน วิชาการสถานศึกษา เพ่ือดาเนินการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกเสรี สาหรับใช้ในการจัดกระบวนการ เรยี นรู้ ให้กับนกั ศกึ ษาข้ันพ้ืนฐานทั้ง 3 ระดับ ซ่ึงมีความสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กระบวนการพัฒนาหลักสูตร กศน.อาเภอขุนยวมได้เดาเนินการ รวบรวมและ วเิ คราะห์ ข้อมูลพ้ืนฐานของผู้เรียน สภาพทางสังคม ความต้องการของผู้เรียน ในการนาไปสู่การพัฒนาหลักสูตร ใช้ ทฤษฎี “วงจรเดมมิ่ง PDCA” เป็นตัวกาหนดทิศทางในการดาเนินการพัฒนาหลักสูตร คือ P : Plan วางแผนให้มี ความ ชัดเจน กาหนดบทบาทหน้าท่ีความรับผิดชอบของบุคลากร และระยะเวลาดาเนินการ กาหนดจุดมุ่งหมาย เน้ือหา คาอธิบายรายวิชา ของหลักสูตร D : Do หมายถึง ปฏิบัติตามแผน กาหนดระยะเวลาดาเนินการ กาหนด จุดมุ่งหมาย เน้ือหา คาอธิบายรายวิชา สื่อที่ใช้ประกอบการจัดการเรียน และรูปแบบกระบวนการวัดผลและ ประเมินผล C : Check ตรวจสอบ/ประเมินผลของหลักสูตรท่ีได้พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมซ่ึงสามารถนาไปใช้ใน การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได3จริง A : Action ปรับปรุงแก้ไขดาเนินการให้เหมาะสม ติดตามผลการ ประเมินและพัฒนาหลักสูตรทุกภาคเรียน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ได้แก่.ภาคเรียนที่ 1/2562 และภาคเรียนท่ี 2/2562 เพ่ือให้มีความสอดคล้องตอบสนองตรงความต้องการของผู้เรียน ด้วยกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลทาง สังคม เพื่อศึกษาสภาพสังคมในป๎จจุบันและอนาคตทั้งด้าน เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม ระบบ รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๑๒

ครอบครวั ค่านยิ มของสงั คม รวมถงึ ความเปล่ยี นแปลงทางสังคม แลว้ นามาพฒั นาปรับปรุงหลักสูตรจัดเตรียม ให้กับ ผูเ้ รยี นตรงตามความพรอ้ มความสนใจ จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่าสถานศึกษา มีการดาเนินงานปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา อย่างเป็นระบบ ดังน้ัน ในตวั บง่ ชที้ ี่ 2.2 ประเด็นท่ี 1 จงึ ได้คะแนน เทา่ กบั 1 คะแนน ประเด็นที่ 2 สถานศึกษามีการทบทวน หรือประเมินหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีการประชุมทบทวน หลักสูตรร่วมกับบุคลากร กศน. และผู้เรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ว่าเนื้อหามีความสอดคล้องกับบริบทของอาเภอขุนยวมหรือไม่ และ ประเมินจากแผนการสอน แต่งต้ัง คณะกรรมการนเิ ทศกากบั ตดิ ตามการใช้หลักสตู ร ในระดับประถมศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ซ่ึงได้นามาในการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับ ความต้องการ ของผู้เรียนและชุมชนโดยมี คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการ สถานศึกษา จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นไดว้ ่า สถานศกึ ษาสามารถอธบิ ายวธิ ีการทีท่ าใหท้ ราบว่าสอ่ื ตาม หลักสูตรสถานศึกษามีคุณภาพตามคาอธิบาย ได้อย่างชดั เจน เป็นเหตุเป็นผล ดังนัน้ ในตวั บ่งช้ที ี่ 2.2 ประเด็น ที่ 3 จึงไดค้ ะแนน เท่ากบั 1 คะแนน ประเด็นท่ี 3 สถานศึกษามีการทบทวน หรือติดตาม หรือประเมินกระบวนการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษาเพื่อ นาไปปรับปรุงกระบวนการ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม มี การทบทวน ติดตาม กระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยประชุมช้ีแจงกับคณะกรรมการสถานศึกษา เกี่ยวกับการปรับปรุง พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ใน ปีงบประมาณ 2562 เพื่อใช้ในการจัดกระบวนการเรียน การสอนให้ทันต่อสถานการณใน ป๎จจุบนั และสอดคล้องกับ บริบทของสถานศึกษา ได้เพิ่มรายวิชาเลือกบังคับ จานวน 6 รายวิชา ได้แก่. 1) วิชาการ เงนิ เพ่อื ชวี ติ 1 วชิ าการเงนิ เพอื่ ชีวิต2 วชิ าการเงินเพ่ือชีวิต3 วิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าฯ1 วิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าฯ 2 วิชาการใช้พลังงาน ไฟฟ้าฯ3 และนารายวิชาดังกล่าว จัดทาแผนการลงทะเบียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 และภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2562 และนิเทศโดยฝ่ายงานนิเทศพ้ืนฐานอาเภอขุนยวม ใช้แบบนิเทศของ สานักงาน กศน.จังหวดั แม่ฮ่องสอน ผลพบว่า ครจู ัดการเรียนการสอนตามแผนการสอน เนือ้ หาตรงตามแผนการสอน และใช้ส่ือได้อย่าง เหมาะสม จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า สถานศึกษา มีการทบทวนการประเมิน หลักสูตรสถานศึกษา อย่างเป็นระบบและชัดเจน ดังน้ัน ในตัวบ่งชี้ท่ี 2.2 ประเด็นที่ 3 จึงได้คะแนน เท่ากับ 1 คะแนน ประเด็นท่ี 4 สถานศึกษามีการดาเนินงานท่ีสอดคล้องกับ นโยบายและจุดเน้นของสานักงาน กศน. / นโยบาย จดุ เน้นของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร /ยุทธศาสตร์และเป้าหมายของแผนการศึกษาแหง่ ชาติ 20 ปี สถานศึกษา มีการดาเนินงาน กิจกรรม โครงการสอดคล้อง กับนโยบายและจุดเน้นสานักงาน กศน. ประจาปีงบประมาณ 2562 ยุทธศาสตรท่ี ๔. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ข้อ ๔.๕ พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระยะส้ัน ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับบริบทของ พื้นที่ และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ และภารกิจต่อเนื่อง ข้อที่ ๒. ด้านหลักสูตร สื่อ รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล งานบริการทางวิชาการ และการประกันคุณภาพ การศึกษา ๒.๑ ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ที่หลากหลาย ทนั สมัย รวมทัง้ หลักสตู รท้องถิ่นท่สี อดคล้องกับสภาพบริบทของ พนื้ ท่ี และความตอ้ งการของกลุ่มเป้าหมายและชุมชน ๒.๕ พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษานอกระบบ ทุกหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตรในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานให้ได้มาตรฐาน โดยการนาแบบทดสอบกลาง และ ระบบการสอบอเิ ล็กทรอนกิ ส์(e-Exam) มาใช้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๑๑๓

จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า สถานศึกษามีการดาเนินงานพัฒนาปรับปรุงหลักสูตร สถานศึกษาที่สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของสานักงาน กศน. /นโยบาย จุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ/ ยุทธศาสตรและเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี ดังนั้น ในตัวบ่งชี้ที่ 2.2 ประเด็นที่ 4 จึงได้คะแนน เทา่ กบั 1 คะแนน ประเด็นท่ี 5 สถานศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ท่ีเป็นต้นแบบ ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม กระบวนการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษา โดยประชุมชี้แจงกับ คณะกรรมการสถานศึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในปีงบประมาณ 2562 เพ่ือใช้ในการ จัดกระบวนการเรียน การสอนให้ ทนั ตอ่ สถานการณใ์ นป๎จจบุ นั และสอดคล้องกบั บรบิ ทของสถานศกึ ษา ไดเ้ พ่ิม รายวิชาเลือกบังคบั จานวน 6 รายวิชา ได้แก่ 1) วชิ าการเงนิ เพ่ือชีวติ 1 วชิ าการเงินเพ่ือชวี ิต2 วิชาการเงินเพ่ือชีวิต 3 วิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าฯ1 วิชาการ ใช้พลงั งานไฟฟ้าฯ2 วิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าฯ3 และนารายวิชาดังกล่าว จัดทาแผนการลงทะเบียน ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2562 และภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 และได้มีการบูรณาการ หน่วยการจัดการเรียนการสอน ให้เหมาะสมและเป็นวิธีปฏิบัติท่ีดี ครจู ัดการเรยี นการสอนตามแผนการ สอน เน้ือหาตรงตามแผนการสอน และใช้สื่อ ได้อย่างเหมาะสม สถานศึกษามีกระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาแต่ยังไม่เป็นวิธีปฏิบัติท่ีดี (BestPractice) ดงั นัน้ ในตวั บ่งชี้ ที่ ๒.๒ ประเด็นที่ 5 จงึ ไดค้ ะแนน 0.50 คะแนน ตวั บง่ ช้ีที่ 2.3 คุณภาพสอื่ ตามหลกั สูตรสถานศึกษา (คะแนนทไ่ี ด้ ๔.๐๐ คะแนน) ผลการดาเนนิ งาน ประเดน็ ท่ี 1 สถานศึกษามกี ารดาเนินงานเปน็ กระบวนการในการจัดหาหรือจัดทาสอ่ื สถานศกึ ษา ไดม้ กี ารเปิดรับสมัครนกั ศกึ ษาใหม่และรับลงทะเบียนเรียนนักศึกษาเก่าตามภาคเรียนโดยมีการ ประชาสัมพันธ์ในเขตอาเภอขุนยวมทั้ง 6 ตาบลได้แก่ตาบลแม่ก๊ิ ตาบลแม่เงา ตาบลแม่อูคอ ตาบลแม่ยวมน้อย ตาบลเมืองปอน ตาบลขุนยวม โดยรับสมัครในระหว่างวันท่ี 1 – 30 เมษายน และ 1 – 31 ตุลาคมของทุกปี หลังจากรับสมัครนักศึกษาและลงทะเบียนเรียนเสร็จส้ินแล้ว ได้นาข้อมูลการการรับสมัครนักศึกษาใหม่นามา วิเคราะห์ ผู้เรียนในแต่ละภาคเรียน เพื่อนาผลการวิเคราะห์ มาลงทะเบียนตามแผนของสานักงาน กศน.จังหวัด แม่ฮ่องสอน โดยการมอบหมายให้ ครู กศน.ตาบล สารวจความต้องการสื่อหนังสือแบบเรียนก่อนการเปิดภาคเรียน ตามจานวนของผู้ที่ลงทะเบียนเรียนของแต่ละ กศน.ตาบล 6 แห่ง ในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลายในทุกภาคเรียน และเม่ือได้จานวนความต้องการส่ือแล้ว จะมอบหมายให้งานการศึกษา พ้ืนฐานสรุปผลการลงทะเบียนเรียนในแต่ละรายวิชาที่มีนักศึกษาลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคเรียน มีการประชุม คณะกรรมการสถานศึกษาและองค์กรนักศึกษาเพื่อคัดเลือกสื่อการเรียนการสอน จากน้ันเจ้าหน้าที่พัสดุเสนอขอ อนุมัติจัดซ้ือหรือจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ ตามจานวนที่ต้องการและงบประมาณที่ได้รับจัดสรรในแต่ละภาคเรียน กศน.อาเภอขุนยวม มีการจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อจัดซ้ือจ้างหนังสือแบบเรียนให้ แต่ละสถานศึกษาตามราย หวั เมอื่ สานักงาน กศน.จังหวดั ดาเนนิ การจัดซื้อจัดจ้างเรียบร้อยแล้วและสานักงาน กศน.จังหวัดได้ส่งมอบสื่อให้กับ กศน.อาเภอขุนยวม จากนั้น กศน.อาเภอขุนยวม จะลงทะเบียนเลขคุมสื่อการเรียนการสอนและส่งมอบให้กับ กศน.ตาบลทั้ง 6 ตาบล โดยการให้แต่ละตาบลเขียนใบเบิกพัสดุออกไปเพ่ือใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และทาสมดุ เลขทะเบยี นคุมสื่อการเรียนการสอนไว้บริการให้นักศึกษาและผู้รับบริการมาใช้บริการโดยการบันทึกยืม – คนื สือ่ ทกุ ครั้ง ในแต่ละตาบลจะมสี มดุ บันทกึ การใช้บริการยมื -คนื หนงั สือ และสมดุ คมุ หนังสอื ทุกตาบล นอกจากนี้ยังมีการนาสื่อนวัตกรรมใหม่ ท่ีทันโลกทันเหตุการณ์ป๎จจุบัน เพ่ือไว้ให้บริการสาหรับผู้เรียนได้ นาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้ และผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาค ในการเข้าถึงการให้บริการ การ รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๑๔

เพ่ิมโอกาสทางการศึกษา ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เพ่ือการศึกษาสาหรับทุกเพศทุกวัย มีการนาระบบข้อมูลรายบุคคล และสารสนเทศทางการศึกษาท่ีครอบคลุมถูกต้องเป็นป๎จจุบัน กับผู้ท่ีสนใจที่จะศึกษาหาความรู้เพ่ิมเติมจากส่ือท่ี ได้รับจดั สรร จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า สถานศึกษามีกระบวนการดาเนินงานในการจัดหาหรือจัดทาสื่อ ได้อย่างเป็นข้ันตอน มีการปฏิบัติอย่างชัดเจน ส่งผลต่อความสาเร็จได้ ดังนั้น ในตัวบ่งช้ีที่ 2.3 ประเด็นที่ 1 ได้ คะแนน เท่ากับ 1 คะแนน ประเดน็ ท่ี 2 สถานศกึ ษามกี ารทบทวน หรอื ติดตาม หรอื ประเมินส่ือตามหลักสูตรสถานศกึ ษา สถานศึกษาได้มีการจัดทาคาส่ังแต่งตั้งคณะกรรมการออกนิเทศติดตามงานการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอน โดยมอบหมายใหข้ ้าราชการและครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น ออกนิเทศติดตามงาน ครู กศน.ตาบลใน พ้นื ทที่ ัง้ 6 ตาบล โดยสถานศึกษาไดม้ ีการแบ่งเขตพน้ื ท่ี กศน.ตาบลออกเป็น 3 โซน ซึง่ ประกอบด้วย โซนท่ี 1 ตาบลแมย่ วมน้อย และตาบลแม่อคู อ (จดุ เดน่ งานการศกึ ษาต่อเน่ือง) โซนท่ี 2 ตาบลแมเ่ งา และตาบลแม่กิ๊ (จุดเดน่ งานอัธยาศัย) โซนท่ี 3 ตาบลขุนยวม และตาบลเมืองปอน (จดุ เดน่ ดา้ นงานการศกึ ษานอกระบบข้นั พื้นฐาน) นอกจากนี้ กศน.อาเภอขุนยวมยังมีครูอาสาสมัครนอกโรงเรียน(บนพ้ืนที่สูง)ครูศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟา้ หลวง” (ศศช) 2 โซน ประกอบดว้ ย โซนที่ 1 กลุ่มสักงาม ศศช.บ้านห้วยโปงเลา ศศช.บ้านพะโท ศศช.บ้านพะแข่ ศศช.บ้านร่มเย็น (อยู่ใน พ้นื ทต่ี าบลแม่ก๊ิ) ศศช.บ้านแม่ซอ ศศช.บ้านห้วยไม้ซาง (อยู่ในพื้นท่ีตาบลเมืองปอน) (จุดเด่น ภูมิป๎ญญาท้องถิ่นด้าน การสรา้ งป่าสรา้ งรายได้ เศรษฐกิจพอเพียง วฒั นธรรมชนเผา่ ดีงาม แหล่งเรยี นรหู้ ลากหลาย) โซนท่ี 2 กลุ่มบัวตอง ศศช.บ้านห้วยฮุง (อยู่ในพ้ืนที่ตาบลขุนยวม) ศศช.บ้านแม่สุรินทร์น้อย ศศช.บ้านพะ ยอย ศศช.บ้านหว้ ยบง (อยใู่ นพนื้ ทต่ี าบลแมอ่ คู อ) ศศช.บ้านหัวแม่ละกะ๊ (อยูใ่ นพ้ืนที่ตาบลแม่ยวมน้อย) (จุดเด่น ภูมิ ปญ๎ ญาทอ้ งถ่ินดา้ นการสรา้ งป่าสรา้ งรายได้ เศรษฐกิจพอเพียง วฒั นธรรมชนเผ่าดงี าม แหล่งเรียนรู้หลากหลาย) คณะกรรมการนิเทศและติดตาม ดาเนินงานนิเทศติดตามตามแผนการพบกลุ่มในแต่ละเดือน มี กระบวนการติดตามประเมินคุณภาพสื่อ โดยแต่งต้ังคณะกรรมการนิเทศและติดตามผลการดาเนินงานการจัด การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซ่ึงคุณภาพของส่ือ เป็นประเด็นหน่ึง ในประเด็นการนิเทศท้ังหมด โดยนิเทศการจัดการเรยี นการสอนของครู และมแี บบสอบถามการใช้สือ่ แบบประเมินการใช้สื่อ โดยสอบถามครูและ ผเู้ รยี น วา่ สอื่ มีคณุ ภาพตามหลักสูตรสถานศึกษาหรือไม่ หลังจากนน้ั คณะกรรมการนเิ ทศ จัดทารายงานการประเมิน สื่อ เสนอต่อผู้บรหิ าร สถานศกึ ษา เพื่อเปน็ ขอ้ มูลในการจดั หาสอ่ื แบบเรียนในครั้งตอ่ ไป จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า สถานศึกษามีวิธีการประเมินสื่ออย่างชัดเจน ดังนั้น ในตัวบ่งช้ีที่ 2.3 ประเด็นท่ี 2 จึงได้คะแนน เท่ากบั 1 คะแนน ประเด็นท่ี 3 สถานศึกษามีการทบทวน หรือติดตาม หรือประเมินกระบวนการจัดหาหรือจัดทาส่ือตาม หลกั สูตรสถานศกึ ษา เพอ่ื นาไปปรับปรงุ กระบวนการ สถานศึกษา ได3มีการประชุมและเตรียมการจัดทาหลักสูตรเพื่อนามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนตามหลักสูตรสถานศึกษา โดยสามารถนามาประยุกต์ ปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้ เพื่อให้ ครู กศน.ตาบล ได้ ให้กับนักศึกษานาไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนตามวิชาที่ผู้เรียนสนใจจากการ วเิ คราะห์ขา้ งตน้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อวิเคราะห์ เนือ้ หาของส่ือท่จี ดั ซ้อื (แบบเรียน)ทบทวนผลการติดตามของนิเทศสถานศึกษา นาเข้าท่ีประชุม เพ่ือนาไปปรับปรุงผล จากสภาพป๎ญหาท่ีพบจากการติดตาม เช่น ส่ือในการจัดซื้อมีความล่าช้า ควรปรับปรุงในกระบวนการจัดหา นา รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หนา้ ๑๑๕

ปญ๎ หาดงั กลา่ วมาปรับปรุงในภาคเรียนถัดไป เช่น จัดทาสื่อเพ่ิมเติมให้เน้ือหามีความทันสมัย สอดคล้องกับหลักสูตร และเหมาะสมกับกล่มุ ผเู้ รียนมากขึ้น จากผลการดาเนินงานขา้ งต้น จะเห็นไดว้ ่า สถานศกึ ษาสามารถอธบิ ายวธิ ีการทบทวน หรอื ติดตาม หรอื ประเมินกระบวนการจัดหาหรือจัดทาส่ือ ได้อย่างเป็นขั้นตอน แต่ไม่ชัดเจน ดังนั้น ในตัวบ่งชี้ท่ี 2.3 ประเด็นที่ 3 จึงไดค้ ะแนน เทา่ กบั 0.5 คะแนน ประเด็นที่ 4 สถานศึกษามีการดาเนินงานที่สอดคล้องกับ นโยบายและจุดเน้นของสานักงาน กศน. / นโยบายจดุ เนน้ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ /ยทุ ธศาสตร์และเปา้ หมายของแผนการศกึ ษาแห่งชาติ 20 ปี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม ดาเนินการจัดหาสื่อ ท่ีผ่านการ ตรวจสอบคุณภาพจากสานักงาน กศน. และประเมินทบทวนการใช้ส่ืออย่างต่อเนื่อง และกระจายส่ือแบบเรียนไปยัง กศน.ตาบล และศรช. ครบทุกพ้ืนท่ี เพ่ือการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ ซ่ึงสอดคล้องกับ แผนการศึกษา แห่งชาติ 20 ปี ยุทธศาสตรท์ ่ี 3 การพัฒนาศักยภาพ คนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคม แห่งการเรียนรู้ ข้อ 2.แหล่ง เรียนรู้ สื่อตาราเรียน นวัตกรรม และส่ือการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ จากัดเวลาและสถานท่ี (6) จานวนสื่อตาราเรียน และส่ือ การเรียนรู้ ท่ีผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพจาก หน่วยงาน ท่ีรับผิดชอบเพ่ิมข้ึน (7) จานวนส่ือตาราเรียน และส่ือ การเรียนรู้ ที่ได้รับการพัฒนา โดยการมีส่วนร่วม จากภาครัฐ และเอกชนเพิ่มข้ึน สอดคล้องกับ นโยบาย จุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ 3. จุดเน้นด้านการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพคน แนวทางหลัก 3.1 พัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล โครงการหลัก 1. การพัฒนาหลักสูตรท่ีมีความยืดหยุ่น โครงการพัฒนาสื่อ คู่มือ Application Website โครงการ พัฒนาหนงั สือเรยี น เพ่อื การเรียนร้ใู นห้องเรยี น และสอดคลอ้ งกบั นโยบายและจุดเน้นการดาเนินงาน สานักงาน กศน. ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนให้มีคุณภาพ ข้อ 3.7 ยกระดับคุณภาพการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัด การเรียนการสอน และกิจกรรมพัฒนา คุณภาพผ้เู รียน คณุ ภาพของส่อื และนวตั กรรม รวมทง้ั มาตรฐานของการวัดและประเมินผล เพื่อสร้างความเช่ือม่ันให้ สงั คมเกยี่ วกบั คณุ ภาพการจัดการศึกษาของสานักงาน กศน. จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า สถานศึกษาจัดหาสื่อแบบเรียนที่สอดคล้องกับนโยบายและ จุดเน้นของสานักงาน กศน. /นโยบาย จุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ /ยุทธศาสตร์และเป้าหมายของแผนการ ศกึ ษาแห่งชาติ 20 ดงั น้นั ในตัวบง่ ชีท้ ่ี 2.3 ประเด็นที่ 4 จึงไดค้ ะแนน เทา่ กับ 1 คะแนน ประเดน็ ท่ี 5 สถานศึกษามีการจัดหาหรือจัดทาส่อื ตามหลกั สูตรสถานศึกษา ทเี่ ป็นตน้ แบบ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอขุนยวม นาหลักสูตรของสานักงาน กศน.มาปรับ ให้เหมาะสมกับบริบทและประกาศใช้เป็นหลักสูตรของสถานศึกษา เช่น วิชาเทคโนโลยีเพ่ือการเรียนรู้ วิชาการ เกษตรเพื่อชวี ิต วิชาการทาบัญชีมีพอใช้ให้พอเพียง วิชาความหลากหลายของแหล่งเรียนรู้ วิชาบัญชีชาวบ้าน ในทุก ระดับช้ัน ต้ังแต่ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย เพ่ือให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียนท่ีจะ นาไปศกึ ษาตอ่ และกลมุ่ ผูเ้ รียนท่ี จะนาไปพัฒนาอาชีพของตนเอง จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า สถานศึกษากระบวนการจัดหา หรือจัดทาสื่อตามหลักสูตร สถานศึกษา ที่เป็นวิธีปฏิบัติท่ีดี หรือนวัตกรรม ดังน้ัน ในตัวบ่งชี้ท่ี 2.3 ประเด็นที่ 5 จึงได้คะแนน เท่ากับ 0.5 คะแนน สถานศึกษามีผลการการประเมินตนเองในภาพรวม ตัวบ่งชี้ที่ 2.3 คุณภาพสื่อตามหลักสูตร สถานศึกษา มีคะแนนรวมเท่ากับ 4 คะแนน มคี ุณภาพอยูใ่ นระดับ ดี รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๑๖

ตวั บง่ ช้ีท่ี 2.4 คณุ ภาพการจดั กระบวนการเรียนรู;ตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา (คะแนนที่ได้ ๔.๕๐ คะแนน) ผลการดาเนินงาน ประเดน็ ท่ี 1 ครกู ารศึกษาขนั้ พ้ืนฐานมกี ระบวนการในการออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้รายวิชาหรือ หนว่ ยการเรยี นรู้ทใ่ี หค้ วามสาคญั กับความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลของผเู้ รยี นด้านกระบวนการในการออกแบบและจัด กระบวนการเรยี นรู้ สถานศึกษา ได้นารายวิชาไปจัดทา หลักสูตรสถานศึกษาจัดแผนการเรียนรู้เป็นรายบุคคล หรือกลุ่มตาม ความต้องการของผู้เรียน ชุมชน ซึ่งผู้เรียนจะต้องกาหนดทิศทางในการเรียนของผู้เรียน ครูและผู้เรียนมีการวาง แผนการเรียนรู้รายบุคคลรวมกันให้ครบท้ังหลักสูตร เพ่ือให้การเรียนครบตามโครงสร้างหลักสูตรแล้วนามาจัดทา แผนการเรยี นรตู้ ลอดหลักสูตรตามเง่ือนไขการลงทะเบียนเรยี น ในแต่ละภาคเรยี น การจัดการศกึ ษาสาหรบั กลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายท่ี กศน. รับผิดชอบมีความหลากหลาย เช่น ผู้บกพร่องในด้านต่างๆ เช่น กลุ่ม ผู้สูงอายุการศึกษาทางเลือกที่จัดโดยครอบครัวและองค์กรต่าง ๆ ดังน้ันเพ่ือให้จัดการ เรียนรู้กับกลุ่มเป้าหมาย ดังกล่าวได้ กศน.อาเภอขุนยวมจึงปรับมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้น พื้นฐานพุทธศักราช 2551 ได้โดยการอนุมัติจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการผ่าน ความเห็นชอบของคณะกรรมการ ส่งเสริมสนบั สนุนและประสานงานความร่วมมอื การศึกษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอัธยาศัย วิธีการจดั การเรียนรู้ ไดม้ กี ารจดั กระบวนจัดการเรียนรหู้ ลากหลายรปู แบบ ซงึ่ ในแตล่ ะ รายวิชา ผเู้ รยี นสามารถเลอื กเรยี น รูปแบบใดรูปแบบหน่งึ หรือหลายรปู แบบกไ็ ด้ ขึ้นอยู่กบั ความพร้อมของนักศึกษา ซง่ึ กศน.อาเภอขุนยวมไดม้ กี าร จดั การเรียนการสอนเพ่ือให้เหมาะสมกบั ผเู้ รียนทมี่ ีความหลากหลาย ในรายวิชาทงี่ ่ายผู้เรยี นสามารถเรียนรูไ้ ดด้ ้วย ตนเอง วชิ าทย่ี ากขึ้นจดั สอนในการพบกลุ่ม สาหรับวชิ าทย่ี ากมีความละเอยี ดซบั ซ้อนมีการจัดตวิ โดยวิทยากรที่มี ความเช่ียวชาญผา่ นโครงการยกระดับผลสาฤทธ์ทิ างการเรียนของนักศึกษา กศน.อาเภอขนุ ยวม สื่อการเรียนรู้ การจดั การเรียนรเู้ นน้ ให้ผเู้ รียนแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยการใชส้ ่อื การเรียนรู้ ทีห่ ลากหลาย ไดแ้ ก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ส่ือบุคคล ภูมิป๎ญญา แหล่งเรียนรู้ท่ีมีอยู่ในท้องถิ่น ชุมชน และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ผ้เู รียน ครู ไดพ้ ฒั นาสอ่ื การเรยี นรู้ขน้ึ เอง หรอื นาสือ่ ตา่ ง ๆ ที่มีอยู่ใกล้ ตวั และข้อมูลสารสนเทศท่เี ก่ยี วข้องมาใชใ้ น การเรียนรู้ โดยได้เลือกใช้สื่อต่าง ๆ ซ่ึงจะ ช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณค่า น่าสนใจ ชวนคิด ชวน ตดิ ตาม เข้าใจง่าย เปน็ การกระตุ้น ใหผ้ ู้เรยี นรูจ้ ักวธิ กี ารแสวงหาความรู้ เกิดการเรยี นรูอ้ ย่างกว้างขวาง ลกึ ซึ้ง และ ตอ่ เนอื่ งตลอดเวลา ครูมีการวเิ คราะหผ์ ู้เรียนเป็นรายบุคคลเพือ่ ทราบขอ้ มลู พืน้ ฐานโดยทาแบบทดสอบการปรบั ความรพู้ ื้นฐาน ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลในการนามาวเิ คราะห์ในการจดั ทาแผนการเรียนรู้รายบุคคลโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญซึ่ง ผลจากการรวบรวมข้อมูลผู้เรียน พบว่าผู้เรียนต้องการเรียนรู้ในแผนเพ่ือการศึกษาต่อ ทาง กศน.อาเภอจึงได้ ดาเนินการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยให้ครู กศน.ตาบลทุกคนเข้าร่วมจัดทา แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวทาง โครงการค่ายวิทยาศาสตร์ โครงการปรับพ้ืนฐาน โครงการ ทนุ การศึกษา โครงการยกระดบั ผลสาฤทธิท์ างการเรียนของนกั ศึกษา โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ กศน.ตาบล และ การทาแผน เร่ิมจากการวิเคราะห์สภาพป๎ญหาของชุมชน วิเคราะห์ความยากง่าย ตามโครงสร้างหลักสูตรแต่ละ รายวิชาท่ีมีการลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนน้ัน และจัดทาแผนเป็นหน่วยการเรียนรู้เพื่อใช้จัดกระบวนการเรียนรู้ เปน็ รายสปั ดาห์ โดยมีการใช้ส่ือวธิ ีการวัดผล ประเมินผลที่หลากหลาย ซ่ึงสอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล ของผู้เรียน โดยนาผลจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสภาพป๎ญหาท่ีพบ และข้อเสนอแนะท่ีพบจากการเรียน รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๑๑๗

การสอน บนั ทึกลงในแบบบันทึกหลังสอนและจัดทาวิจัยชั้นเรียนในกรณีที่ผู้เรียนมีป๎ญหา พร้อมจัดทาหนังสือ เสนอ ตอ่ นายทะเบียนและผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาพิจารณาต่อไป จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า ครูสามารถอธิบายกระบวนการดาเนินงานการออกแบบและจัด กระบวนการเรยี นรู้รายวิชาหรอื หน่วยการเรียนรู้ท่ีให้ความสาคัญกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียนได้อย่าง เป็นข้ันตอน ชัดเจน ดงั น้นั ในตัวบง่ ชี้ท่ี 2.4 ประเดน็ ท่ี 1 จงึ ได้คะแนน เทา่ กบั 1 คะแนน ประเด็นท่ี 2 ครูการศึกษาขั้นพื้นฐานทราบว่า ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ บรรลุตามมาตรฐาน ตวั ชวี้ ดั ของรายวิชาหรือหน่วยการเรียนรู้ ดา้ นการวัดและประเมินผล การวดั และประเมินผลมี 3 ระดับ คือ 1. การวัดและประเมินผลการเรียน เป็นรายวิชา ประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต และประเมิน คุณธรรม 2. การประเมนิ คุณภาพการศกึ ษานอกระบบระดับชาติ โดย กศน.อาเภอขุนยวม จดั ให้ผเู้ รยี นเข้ารบั การ ประเมินในภาคเรียนสุดทา้ ยกอ่ นสอบปลายภาคของทุกภาคเรยี น โดยไม่มีผลต่อการไดห้ รือตกของ ผูเ้ รียน 3. การวดั และประเมินผลการเรียนเป็นรายวชิ าเป็นการประเมินเพ่ือทราบสภาพและความก้าวหน้า ทั้งด้าน ความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมจริยธรรม อนั เป็นผลมาจากการจัด กจิ กรรมการเรียนรขู้ อง กศน.อาเภอขนุ ยวม ในแต่ละรายวิชา ด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย โดยเลือกให้สอดคล้องและเหมาะสมกับ ธรรมชาติของรายวิชา ควบคไู่ ปกบั กิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน การกาหนดคะแนนระหวา่ งภาคเรยี นและปลายภาคเรยี น เป็นไปตามเกณฑ์ที่ สานกั งาน กศน. กาหนด โดยการวดั ผลระหว่างภาคเรียน สาหรับการวัดผลปลายภาคเรียนเป็นไปตามทส่ี านกั งาน กศน. กาหนด กศน.อาเภอขุนยวมไดhจดั ใหhมีการวดั และประเมนิ ผลการเรียน ดังนี้ 1. การวัดและประเมินผลผเู้ รยี น กศน.อาเภอขุนยวมดาเนนิ การวัดและประเมินผลผู้เรยี น ดังน้ี การวัดและประเมนิ ผลเปน็ รายวิชา ประกอบดว้ ย 1) การวดั และประเมนิ ผลกอ่ นเรียน 2) การวัดและประเมินผลระหว่างภาคเรยี น 3) การวัดและประเมนิ ผลปลายภาคเรยี น 2. การจดั ทาระเบียบและแนวปฏบิ ตั ใิ นการวัดและประเมินผลการเรยี น ได้จัดทา ระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียน สาหรับให้ผู้เกี่ยวข้องรับรู้และถือปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน เพือ่ ให้การประเมินผลการเรียนมคี วามถูกต้อง ยุติธรรม และมีผลการดาเนินงานท่ีน่าเช่ือถือ เป็นท่ียอมรับของสังคม มีการวางแผน กากับ ติดตามและตรวจสอบการดาเนินการ เพ่ือให้การดาเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ สามารถปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึนได้ทันเหตุการณ์โดยให้มีผู้รับผิดชอบดาเนินการกากับ ติดตามในเร่ือง ต่าง ๆ บทบาทหนา้ ท่ีของผเู้ กยี่ วข้องในการวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผลการเรียนของผเู้ รียน กศน.อาเภอขุนยวมจะตอ้ งเปิดโอกาสใหบ้ คุ คลที่ เกี่ยวขอ้ งใน การจดั การศึกษา ทง้ั ผ้เู รียน ชุมชนเขา้ มามีสว่ นรว่ มกบั ผู้สอนและบคุ ลากรฝ่ายตา่ ง ๆ ของ กศน.อาเภอขุนยวมเพื่อให้ การดาเนนิ การวัดและประเมินผลการเรียนของ กศน.อาเภอชุนยวม เปน็ ไปตามระเบยี บ หรอื แนวปฏิบัติการ วัดและประเมินผล มีการกาหนดภารกิจการวัดและประเมินผล การเรียนให้บุคลากรฝ่ายต่าง ๆ ของ กศน.อาเภอ ขุนยวมรบั ผดิ ชอบร่วมกันมีการดาเนนิ งานอยา่ งเป็นกระบวนการ รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หน้า ๑๑๘

แนวทางการวดั และประเมินผลรายวิชา กศน.อาเภอขนุ ยวม มีการประเมนิ ผลรายวิชาดงั น้ี 1. การวดั และประเมินผลก่อนเรยี น เปน็ การตรวจสอบความรู้ ทกั ษะและความพรอ้ ม ต่าง ๆ ของผู้เรยี น เพื่อเป็นข้อมลู พ้นื ฐานในการจดั กระบวนการเรียนรใู้ ห้เหมาะสมกับสภาพความพร้อม และความรพู้ ้ืนฐานของผ้เู รยี น 2. การวัดและประเมินผลระหว่างภาคเรียน ดาเนินการประเมินผลระหว่าง ภาคเรียน เพื่อทราบ ความก้าวหน้าทั้งด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ และพฤติกรรมการเรียนการร่วมกิจกรรมและผลงาน อันเป็นผลมาจาก การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยจาแนกเป็น 2 ส่วนดังนี้ 2.1) กาหนดสัดส่วนการวัดและประเมินผลรายวิชาใน สาระความรู้พื้นฐาน ระหว่างภาคเรียนเป็นไปตาม เกณฑท์ ่ี สานักงาน กศน. กาหนด โดยการประเมนิ ระหว่างภาคเรยี นใหม้ ีการ ประเมินผลดว้ ยวธิ ีการท่ีหลากหลาย เปน็ ระยะ ๆ อยา่ งต่อเนอ่ื งเพอื่ ทราบพัฒนาการของผ้เู รียน ทั้งน้ี กศน.อาเภอขนุ ยวม กาหนดให้มีการทดสอบระหว่าง ภาคเรียนตามความเหมาะสม และจัดให้มกี ารประเมนิ ดว้ ยวธิ ีอืน่ ๆ ดว้ ย ซ่ึงข้อมูลจากการประเมินกิจกรรมในแต่ละ ครัง้ นาไป พฒั นาปรบั ปรงุ การเรียนรูข้ องผเู้ รยี น 2.2) กาหนดสดั ส่วนการวัดและประเมินผลรายวิชาในอีก 4 สาระ ไดแ้ กส่ าระทักษะ การเรยี นรู้ สาระการ ประกอบอาชีพ สาระทักษะการดาเนินชีวิต และสาระการพัฒนาสังคม การวัดและประเมินผลมีการใช้วิธีการที่ หลากหลายให้สอดคล้องกับสาระรายวิชา วถิ ีชีวิต และกระบวนการ เรียนรู้เม่ือครูนาแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ กับผเู้ รยี นแล้ว ครูไดน้ าเคร่ืองมอื ในการวัดผลประเมินผล เชน่ ใบงาน แบบทดสอบย่อย แบบทดสอบ ก่อนเรียน และ หลังเรียน แบบบันทึกการเรียนรู้ แบบทดสอบกลางภาครายงาน ช้ินงาน โครงงาน เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจและ ความสามารถของผเู้ รียนโดยสอดคล้องกบั ตัวช้ีวดั และมาตรฐานการเรียนรู้ โดยการประเมินผลการเรียนรู้จากใบงาน และแบบทดสอบย่อยในแตล่ ะสปั ดาห์ โดยครูทาผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละสัปดาห์มาจัดลาดับการเรียนรู้ ในรูปแบบวิเคราะห์เพ่ือดูความสามารถของผู้เรียนเพ่ือจัดลาดับของผู้เรียน ตามลาดับ ดีมาก ดี และ อ่อน เพ่ือหา แนวทางนาสภาพป๎ญหาที่พบและแนวทางการแก้ไข โดยการทาวิจัยชั้นเรียนเพ่ือแก้ป๎ญหานักศึกษาท่ี เรียนอ่อน ข้อเสนอแนะในกรณีท่ีไม่สามารถแก้ไขได้ เสนอต่อนายทะเบียนและผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาต่อไปจากผลการ ดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า ครูอธิบายวิธีการวัดผลและประเมินผลผู้เรียนท่ีสอดคล้องกับกระบวนการจัดการ เรยี นรเู้ พ่อื ใหบ้ รรลตุ ามมาตรฐาน และตวั ช้ีวัดของรายวชิ าหรือหน่วยการเรียนรู้ ดังน้ันในตัวบ่งชี้ที่ 2.4 ประเด็นท่ี 2 จงึ ได้คะแนน เทา่ กบั 1 คะแนน ประเด็นท่ี 3 ครูมีการทบทวน หรือติดตาม หรือประเมินกระบวนการ การออกแบบและจัดกระบวนการ เรยี นรู้รายวิชาหรือหน่วย การเรียนรู้เพื่อนาไปปรบั ปรุงกระบวนการ สถานศึกษา มีวิธีการทบทวนหรือติดตามหรือประเมินกรอบกระบวนการออกแบบและจัดกระบวนการ เรียนรรู้ ายวชิ าหรอื หนว่ ยการเรยี นรู้ ดว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ ดงั น้ี 1. สังเกตจากผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเพียงใด สามารถตอบคาถามหรือทาตามตัวช้ีวัด มาตรฐานการเรียนรู้และผลการเรียนที่คาดหวัง ที่กาหนดไว้ มีการประเมินความสามารถ ของผู้เรียนโดยการ เปรียบเทียบความสามารถ ในแต่ละช่วงเวลาท่ีผ่านไปด้วย รวมทั้งการจัดการบริหารหลักสูตรและการเรียนรู้ให้กับ ผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม 2. การตัดสินให้ค่ากับผลที่ได้จากการประเมินจุดมุ่งหมายเพ่ือบ่งชี้คุณภาพของความสามารถ หรือการ ปฏิบัติแสดงจากช้ินงานหรือผลงาน รวมกันทั้งหมดของผู้เรียนตามเกณฑ์คุณภาพที่กาหนดไว้ในมาตรฐานของเรื่อง นัน้ ๆโดยการใช้เครอ่ื งมอื วดั และวิธีการท่ีจะชว่ ยกากบั การเรยี นรูข้ องผู้เรยี นให้เป็นไปตามท่ีกาหนดไว้ 3. กาหนดวิธีการประเมินเพื่อ วินิจฉัยผู้เรียน ท่ีเชื่อถือได้ช่วยให้รู้จริงถึง ความสามารถของผู้เรียนและยัง ทานายต่อไป ได้ว่าผู้เรียนควรจะได้รับการเรียนรู้แบบใดท่ีจะ ทาให้เรียนรู้ได้ดีข้ึน การวัดและประเมิน ภาคปฏิบัติ และการให้ผ้เู รยี นมีสว่ นรว่ มในการประเมินมผี ลตอ่ การตดั สินความสามารถของผเู้ รียน รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หนา้ ๑๑๙

4. มกี าร กากบั ดแู ล ตดิ ตาม ความก้าวหนา้ ในการเรยี นร้ขู องผ้เู รียน 5. จดั ให้มีการตรวจสอบความรอบรแู้ ละเสียงสะท้อนจากผเู้ รียน 6. นาผลการประเมนิ ไปใชใ้ นการตัดสินใหเ้ กรดหรือจัดการการใหแ้ รงจงู ใจและ การเรยี นรู้เพ่มิ เตมิ 7. ความคาดหวังที่กาหนดไวส้ อดคลอ้ งกบั เป้าหมายของการเรียน 8. มีการออกแบบการเรยี นรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนและเป้าหมายการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการ กาหนดเป้าหมายวิธกี ารและหนทางท่ีจะนาไปสู่เปา้ หมายน้ันๆผเู้ รียนเปน็ ผูส้ ร้างความหมายให้เข้าใจไดด้ ว้ ยตนเอง 9. ในการประเมินไม่ใช้ ข้อสอบแบบเลือกตอบเพียงอย่างเดียว แต่ใช้แบบวัดหลายชนิดท่ีจะช่วยประเมิน ความสามารถของผู้เรียนตามสภาพจรงิ ก่อนทีผ่ ู้สอนจะตดั สินใจวางแผนการวัดและประเมินผล เพือ่ ให้สอดคล้อง กับเปา้ หมายของการเรยี นรู้ และวิธสี อน 10. ครูผู้สอนมีการจดบันทึกหลังการเรียน เพ่ือทราบถึงป๎ญหาท่ีเกิดขึ้นเพ่ือนาไปพัฒนาปรับปรุงการเรียน การสอนให้มีคุณภาพยิ่งข้นึ รวมไปถงึ การทาวจิ ยั หนา้ เดยี วเกี่ยวกบั การปญ๎ หาด้านการจัดกระบวนการเรียนสอน เพ่ือ พัฒนาการสอนรวมไปถึงพฒั นาผเู้ รยี น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม มีคาส่ังแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ ภายในเพ่ือติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยผู้นิเทศเป็นผู้ให้คาแนะนาชี้แนะ และสรุปรายงานผลก ารนิเทศ เสนอต่อผู้บริหารโดยผู้บริหารจะมีการประชุมช้ีแจงและทบทวนการดาเนินงาน รวมถึงป๎ญหาจากการใช้แผนการ จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเพ่ือมาพัฒนาปรับปรุง และออกแบบการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับ กระบวนการเรียนรู้ จากผลการดาเนินงานข้างต้นจะเห็นได้ว่า ครูสามารถอธิบายวิธีการทบทวนหรือติดตาม หรือประเมิน กระบวนการการออกแบบและจดั กระบวนการเรียนรู3รายวิชาหรอื หน่วยการเรียนรไู้ ด้อยา่ งเป็นขั้นตอนและชดั เจน ดังน้นั ในตัวบ่งช้ที ่ี 2.4 ประเด็นที่ 3 จงึ ได้คะแนน เทา่ กับ 1 คะแนน ประเด็นท่ี 4 สถานศึกษามีการดาเนินงานที่สอดคล้องกับ นโยบายและจุดเน้นของสานักงาน กศน. / นโยบายจุดเนน้ ของกระทรวงศึกษาธิการ /ยทุ ธศาสตร์และเป้าหมายของแผนการศกึ ษาแห่งชาติ 20 ปี สถานศึกษาได้จัดการศึกษาและฝึกอบรมการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชน ตามโครงการต่าง ๆ อาทิโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิต/โครงการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม การทาฝายชะลอ ความชุ่มชื้น การทาแนวกันไฟ การปลูกป่า เพ่ิมพื้นท่ีสีเขียวและลดภาวะโลกร้อน/โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต โครงการอบรมดูแลผู้สูงอายุ/โครงการอบรมจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการ ทุนการศกึ ษา โครงการอบรมประวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย ซ่ึงการจัดโครงการ/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดและเป้าหมายสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปีใน ยุทธศาสตร์_ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตรงตามวัตถุประสงค์ข้อ 1.3 เพื่อให้คนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพท่ีเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย(3) ผู้เรียนได้รับการพัฒนา อย่างมีคณุ ภาพทง้ั ความรู้ทกั ษะอาชพี ทักษะชวี ิต ทกั ษะการทางาน ที่สอดคล3องกับความต3องการของตลาด งาน รวมท้ังมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสาธารณะ และสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ (4) แรงงานมี ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะตรงตามความต้องการของ ตลาดงาน ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ สามารถเรียนรู้ตลอดชีวิต (5) ผู้สูงวัยได้รับการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถเพ่ือการทางาน อย่างต่อเนื่อง อยู่ อย่างมีศักดิ์ศรีสามารถพ่ึงพาตนเองได้รวมท้ังมีบทบาทในการถ่ายทอด องค์ความรู้และสืบสานภูมิป๎ญญาเพื่อการ พฒั นาชมุ ชน สงั คม และประเทศ สอดคล้องกับนโยบายจุดเน้นของสานักงาน กศน. ตามยุทธศาสตร์ ท่ี 3 ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ข้อ 1 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีปลูกฝ๎งคุณธรรม สร้างวินัย จิต รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หนา้ ๑๒๐

สาธารณะ ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆ เช่น กิจกรรมลูกเสือ กศน. กจิ กรรมจิตอาสา ตลอดจนสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพือ่ ปลกู ฝง๎ คณุ ธรรม จริยธรรมให้กับบุคลากรในองค์กร ข้อ 2 ส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้ท่ีตอบสนองกับการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 รวมทั้งความต้องการของ ประชาชนและชุมชน ในรปู แบบที่หลากหลาย ให้ประชาชนคิดเป็น วิเคราะห์ได้ ตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้อง ข้อ 3 พฒั นาศักยภาพคนด้านทกั ษะและความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 1) พัฒนาความรู้และ ทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สามารถใช้ Social Media และ Application ต่างๆ ในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน 2) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ ประชาชนมีทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ท่ีสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน รวมทั้งสร้าง รายได้ให้กับตนเองได้ฉบับเผยแพร่ออนไลน์ ข้อ 5 ส่งเสริมการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนทุกวัย โดยการสร้าง ความรู้ความเข้าใจการสนับสนุนกิจกรรมสุขภาวะ และสร้างเครือข่ายภาคประชาชน ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และ ควบคุมโรคให้กับประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในพ้ืนท่ีห่างไกล พื้นท่ีชายแดน และชายแดนภาคใต้ โดย ประสานงานร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล และเจ้าหน้าที่ อสม. ในการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุข ภาวะอนามัยให้กับประชาชน รวมท้ังผลิตชุดความรู้เก่ียวกับสุขภาวะ สุขอนามัย เพื่อใช้ประกอบการเรียนรู้ใน หลักสตู รการศึกษาของ กศน. โครงการ ส่งเสริมสุขภาวะชุมชน ข้อ 6 เพ่ิมอัตราการอ่านของประชาชน โดยการจัด กิจกรรมส่งเสริมการอ่านในรูปแบบต่างๆเช่น อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน ห้องสมุดประชาชน บ้านหนังสือชุมชน ห้องสมุดเคลื่อนท่ี ผลักดันให้เกิดห้องสมุดสู่การเป็นห้องสมุดเสมือนจริงต้นแบบ เพ่ือพัฒนาให้ประชาชนมี ความสามารถในระดับอ่านคล่อง เข้าใจความ คิดวิเคราะห์พื้นฐาน และสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารท่ีถูกต้องและทัน เหตกุ ารณ์ รวมท้งั นาความรู้ท่ีไดร้ ับไปใชป้ ฏิบตั ิจริงในชวี ติ ประจาวัน ยุทธศาสตร์ท่ี 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม4.1 เพ่ิมโอกาสทางการศึกษาให้กับ ประชากรวัยเรียนท่ีอยู่นอกระบบการศึกษา 1) เร่งดาเนินการหาตัวตนของประชากรวัยเรียนท่ีอยู่นอกระบบ การศึกษา ใหก้ ลับเข้าสู่ระบบการศกึ ษา โดยใชก้ ลวิธี “เคาะประตูบ้าน รุกถึงที่ ลุยถึงถิ่น” โดยประสานกับสานักงาน ศึกษาธิการจังหวัด เพื่อดาเนินการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์เทียบกับข้อมูลการลงทะเบียนเรียนของทุก หน่วยงาน ค้นหาผ้ทู ี่ไม่ได้อย่ใู นระบบการศึกษาเปน็ รายบคุ คล และรวบรวมจัดทาเป็นฐานข้อมูล และลงพ้ืนท่ีติดตาม หาตัวตนของกลุ่มเป้าหมาย หาสาเหตุของการไม่เข้าเรียน และสอบถามความต้องการในการศึกษาต่อ พร้อมทั้ง จาแนกขอ้ มูลตามประเภทของสาเหตุ และประเภทความต้องการในการศึกษาต่อ และส่งต่อกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้รับ การศึกษาต่อตามความตอ้ งการของกลุ่มเปา้ หมายได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ยุทธศาสตร์ ที่ 5 ด้านส่งเสริมและจัดการศึกษาเพ่ือเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ ส่ิงแวดล้อม ข้อ 5.1 ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันผลกระทบและปรับตัวต้อการ เปล่ียนแปลงสภาพ ภูมิอากาศและภัยพิบัติธรรมชาติ ข3อ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความสาคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริม ความรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการคัดแยก การแปรรูป และการกาจัดขยะ รวมท้ังการจัดการมลพิษในชุมชน ข้อ 5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้พลังงานท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้ทรัพยากรที่ส่งผล กระทบต่อส่ิงแวดล้อมภารกิจต่อเนื่อง ด้านการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ข้อ 1.3 การศึกษาต่อเน่ือง(1) จัด การศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสาคัญกับการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทาในกลุ่ม อาชีพเกษตรกรรมและอาชีพเฉพาะทางหรือการบริการ ท่ีสอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียนความต้องการและ ศักยภาพของแต่ละพื้นท่ี ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน โดยจัดให้มีหนึ่งอาชีพเด่นต่อหน่ึง ศูนย์ฝึกอาชีพ รวมทง้ั ใหม้ กี ารกากบั ตดิ ตาม และรายงานผลการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทาอย่างเป็นระบบ และต่อเนือ่ ง (2) จดั การศึกษาเพอ่ื พฒั นาทักษะชีวิตใหก้ ับทุกกลุ่มเปา้ หมาย ที่สอดคล้องกับความต้องการจาเป็นของ แตล่ ะบคุ คล และมงุ่ เน้นใหท้ กุ กลุ่มเป้าหมายมีทักษะการดารงชีวิตตลอดจนสามารถประกอบอาชีพพ่ึงพาตนเองได้ มี รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หน้า ๑๒๑

ความร้คู วามสามารถในการบรหิ ารจดั การชวี ติ ของตนเองให้อยใู่ นสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถเผชิญสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจา วันได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมสาหรับการปรับตัวให้ทันต่อการ เปล่ียนแปลงของข่าวสารข้อมูลและเทคโนโลยี สมัยใหม่ในอนาคต โดยจัดกิจกรรมท่ีมีเนื้อหาสาคัญต่าง ๆ เช่น สุขภาพกายและจิต การป้องกันภัยยาเสพติด เพศศึกษา คุณธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ผ่านการศึกษารูปแบบต่าง ๆ อาทิ ค่ายพัฒนาทักษะชีวิตการจัดตั้งชมรม/ชุมนุม การส่งเสริม ความสามารถพิเศษต่าง ๆ (3) จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้หลักสูตรและการจัดกระบวนการ เรียนรู้ แบบบูรณาการในรูปแบบของการฝึกอบรม การประชุม สัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัด กิจกรรม จิตอาสา การสร้างชุมชนนักปฏิบัติ และรูปแบบอื่น ๆ ท่ีเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และบริบทของชุมชน แต่ละพืน้ ที่ โดยจัดกระบวนการให้บคุ คลรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน สร้างกระบวนการจิตสาธารณะ การ สร้างจติ สานกึ ความเปน็ ประชาธปิ ไตย ความเปน็ พลเมอื งดี การส่งเสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม การบาเพ็ญ ประโยชน์ใน ชุมชน การบริหารจัดการนา้ การรบั มือกบั สาธารณภยั การอนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม ช่วยเหลือซ่ึง กนั และกนั ในการพฒั นาสงั คมและชุมชนอยา่ งย่งั ยนื (4)การจัดกิจกรรมการเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ผา่ นกระบวนการเรยี นรู้ตลอดชีวิต ในรูปแบบต่าง ๆให้กับประชาชน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถยืนหยัดอยู่ได้ อย่างมั่นคง และมีการบริหาร จัดการความเส่ียงอย่างเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและ ย่ังยนื ผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่าครูการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ดาเนินการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ สอดคล้องกบั นโยบายและจุดเน้นของสานักงาน กศน. /นโยบาย จุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ /ยุทธศาสตร์และ เป้าหมายของแผนการศกึ ษาแห่งชาติ 20 ปี ดังน้นั ในตวั บ่งชี้ท่ี 2.4 ประเดน็ ที่ 4 จึงได้คะแนนเท่ากับ 1 คะแนน ประเด็นที่ 5 ครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้รายวิชาหรือหน่วยการ เรยี นรู้ ท่เี ปน็ ตน้ แบบ สถานศึกษา ได้ออกแบบและจัดกระบวนการกระบวนการเรียนรู้หรือหน่วยการเรียนรู้ ในรูปแบบต่าง ๆท่ีมี คุณภาพและตรงตามหลักสูตร ซ่ึงทาให้ผู้เรียนมีการพัฒนาและมีความรู้ตรงตามตัวบ่งชี้ท่ีได้กาหนดไว้ เห็นได้จาก นกั ศึกษามีผลการเรียนท่ดี ีและจบการศกึ ษาตามหลักสตู ร ครูมีการออกแบบการจดั กระบวนการเรยี นรแู้ บบบูรณาการ ทจ่ี ดั ทาโดยนาหน่วยการเรยี นของวชิ าท่ี ลงทะเบียนในภาคเรยี นมาบรู ณาการเปน็ หนว่ ยการเรียนใหม่ โดยการใช้แนวทางการจัดการศึกษา ให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้และสามารถบูรณาการ การเรียนรู้ในรูปแบบของ Stem Education มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ใน หน่วยการเรียน และการนาเทคนิคการสอนโดยใช้สื่อออนไลท์ Google Classroom คือ Applicationท่ีรวบรวม บริการของ Google ท่ีมีอยู่แล้ว Drive ,Gmail หรือ Sheet เข้ามารวมไว้ด้วยกัน โดยผู้สอนสามารถสร้างห้องเรียน รายวิชาใดๆก็ได้และสามารถนา Application ต่างๆมาปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ในระดับต่างๆ เช่น ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย วิชาวิทยาศาสตร์และวิชาเศรษฐกิจพอเพียง และมีการจัดกระบวนการเรียนรู้รายวิชาหรือ หนว่ ยการเรยี นรู้ทเ่ี ป็นวธิ ีปฏิบตั ทิ ด่ี ี (Best Practice) หรือนวตั กรรม (Innovation) จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า ครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีวิธีการปฏิบัติที่ดีในการออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาท่ีเป็นวิธีปฏิบัติท่ีดี ดังนั้น ในตัวบ่งช้ีที่ 2.4 ประเด็นท่ี 5 จึงได้คะแนน เท่ากับ 0.5 คะแนน สถานศกึ ษามผี ลการการประเมินตนเองในภาพรวม ตวั บง่ ช้ีท่ี 2.4 คณุ ภาพการจดั กระบวนการเรียนรู้ ตามหลักสูตรสถานศกึ ษา มีคะแนนรวมเทา่ กบั 4.5 ซึง่ มคี ณุ ภาพอยู่ในระดับ ดมี าก รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๑๒๒

การศึกษาตอ่ เนอื่ ง ตัวบ่งชที้ ี่ 2.5 คณุ ภาพวิทยากรการศกึ ษาต่อเนื่อง (คะแนนทไ่ี ด้ ๔.๕๐ คะแนน) ผลการดาเนินงาน จากการประเมินของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม ในตัวบ่งชี้ท่ี 2.5 พบวา่ สถานศึกษาบรรลตุ ามเป้าหมายความสาเร็จ ของตัวบ่งชี้ที่ 2.5 ที่กาหนดไว้ ซ่ึงได้ ๔.๕๐ คะแนน ระดับดีมาก จากคะแนนเตม็ 5 คะแนน ด้วยการดาเนนิ งานดังนี้ ประเด็นที่ ๑ สถานศึกษามีการดาเนินงานที่เป็นกระบวนการในการส่งเสริมหรือพัฒนาวิทยากรการศึกษา ตอ่ เนอ่ื งใหม้ ีคณุ ภาพ ดังน้ี ๑. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม มีการดาเนินงานที่เป็นกระบวนการ ในการส่งเสริม หรือพัฒนาวิทยากรการศึกษาต่อเนื่องให้มีคุณภาพ โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการรับสมัครการคัดเลือก วิทยากรวิชาชีพ และวิทยากรการอบรมการศึกษาต่อเนื่อง วิทยากรต้องมาสมัครและกรอกใบสมัครเอง เอกสารท่ี วทิ ยากรต้องแนบ 1. สาเนาบัตรประจาตวั ประชาชน 2.วุฒิการศกึ ษา หรือใบประกาศ 3. รูปถ่ายขนาด 1 นว้ิ 1 รูป ๒. ผู้อานวยการศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอขุนยวม เป็นผู้อนุมัติแต่งตั้ง โดย จัดทาเป็นคาสั่ง เร่ืองแต่งต้ังวิยากรการศึกษาต่อเน่ืองรูปแบบช้ันเรียนวิชาชีพ เร่ืองแต่งตั้งวิยากรการศึกษาต่อเน่ือง รูปแบบกลุ่มสนใจ เป็นต้น ๓. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม ได้มีการประชุมชี้แจงทาความเข้าใจ บทบาทหน้าท่ีของวทิ ยากร การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดทาสื่อ การวัดผลประเมินผล โดยมีนางสาวระพี พรรณ ศรที องออ่ น เจา้ หนา้ ที่งานการศกึ ษาต่อเนอื่ ง เปน็ ผ้ใู ห้ความรูไ้ ด้มีการประเมินกระบวนการเรียนการสอนของ วิทยากร พร้อมท้ังให้คาปรึกษา ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ หลังจากสิ้นสุดการเรียนการสอนแต่ละหลักสูตร/ โครงการ ตามแบบประเมนิ โครงการทุกโครงการ จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า สถานศึกษามกี ระบวนการในการสง่ เสรมิ หรอื พัฒนาวทิ ยากร การศึกษาต่อเน่ืองได้อยา่ งเป็นขน้ั ตอน และชัดเจน ดังนั้น ในตัวบ่งช้ีท่ี 2.5 ประเดน็ ที่ 1 จงึ ไดค้ ะแนน เท่ากับ 1 คะแนน ประเด็นท่ี 2 สถานศึกษาทราบวา่ วิทยากรการศึกษาต่อเนื่องมีความรู้ตามทีไ่ ด้รับการสง่ เสรมิ หรอื พฒั นา ๑. การสรรหาวิทยากร ได้พิจารณาจากคุณสมบัติ ดังนี้ เป็นผู้ที่มีคุณวุฒิหรือเกียรติบัตรรับรอง หรือ หลักฐานอ่นื ๆ ทแี่ สดงว่าเป็นผมู้ ีความรู้ความสามารถ ทักษะ ในสาขาวิชาหรือหลักสูตรน้ัน ๆ เป็นผู้มีความรู้ ความ ชานาญ ประสบการณ์ในการประกอบอาชีพสาขาวิชาหรือหลักสูตรนั้น ๆ หรือเป็นผู้ท่ีมีความสามารถและ ประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียน การนาเสนอ การส่ือสารให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ทักษะ และบรรลุตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรตามที่สถานศึกษากาหนด สาหรับวิทยากรภูมิป๎ญญาได้รับการรับรองจาก ผ้นู าชุมชน ๒. โดยคณะนิเทศติดตามผลการดาเนินงานภายในของสถานศึกษา ซ่ึงสถานศึกษามีการพัฒนาวิทยากร อย่างต่อเน่ืองวิทยากรมีท้ังวิทยากรจากหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน และภูมิป๎ญญา ในการส่งเสริมและ พัฒนาวิทยากรการศึกษาต่อเน่ืองได้มีการยกย่อง เชิดชูเกียรติ โดยการมอบเกียรติบัตรวิทยากรการศึกษาต่อเน่ือง การทบทวน หรือติดตาม หรือประเมินกระบวนการส่งเสริมหรือพัฒนาวิทยากรการศึกษาต่อเนื่องให้มีคุณภาพโดย การนิเทศติดตามผลการดาเนินงานการศึกษาต่อเน่ืองว่ามีผลและคุณภาพตามท่ีต้องการหรือไม่ หากไม่เป็นตามท่ี ตอ้ งการให้แจ้งวิทยากรไดร้ ับการส่งเสริมพัฒนาหรือให้โอกาสวิทยากรท่านอ่ืนๆท่ีมีความรู้ความสามารถด้านอื่นๆมา เปน็ วทิ ยากรครงั้ ตอ่ ไป รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๑๒๓

๓. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม มีการนิเทศ ติดตามวิทยากร การศึกษาตอ่ เนอื่ ง โดยใช้แบบบันทึกการนิเทศ การสังเกต ดูจากช้ินงาน/ผลงาน ภาพถ่าย และรายงานสรุปเล่มงาน ต่อเนอ่ื ง จากผลการดาเนนิ งานขา้ งตน้ จะเห็นได้วา่ สถานศึกษามีวธิ กี ารที่ทาใหท้ ราบว่าวิทยากรการศึกษาตอ่ เนื่องมี ความรู้ตามที่ได้รับการส่งเสรมิ หรอื พฒั นาได้แต่ไมช่ ดั เจน มีความเป็นเหตุเป็นผล ดังนั้น ในตัวบ่งชท้ี ี่ 2.5 ประเด็นท่ี 2 จงึ ไดค้ ะแนน เทา่ กบั ๑ คะแนน ประเดน็ ที่ 3 สถานศึกษามีการทบทวน หรอื ติดตาม หรือประเมนิ กระบวนการในการส่งเสริมหรือพัฒนา วิทยากรการศึกษาตอ่ เน่ืองให้มคี ณุ ภาพ สถานศึกษา ไดม้ ีการทบทวน หรอื ตดิ ตาม หรอื ประเมนิ กระบวนการในการส่งเสรมิ หรอื พัฒนาวทิ ยากร การศึกษาต่อเนอื่ งใหม้ คี ุณภาพดังน้ี ๑. สถานศึกษาได้มีคาสั่งมอบหมายงานครูในพื้นท่ีให้รายงานผลการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ต่อผู้บริหาร สถานศึกษา ๒. สถานศึกษาได้แต่งต้ังคณะกรรมการ นิเทศ ติดตาม และประเมิน การจัดการศึกษาต่อเนื่องและรายงาน ผลการนเิ ทศติดตามทุกกจิ กรรม ๓. สถานศึกษามีการดาเนินงานการจัดกิจกรรมด้านอาชีพ รูปแบบชั้นเรียนศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนวิชาชีพช่าง พื้นฐาน อาทิ งานชา่ งไมเ้ บอื้ งตน้ งานชา่ งปูกระเบ้อื งเบอื้ งต้น ชา่ งซอ่ มคอมพิวเตอร์ และอ่ืน ๆ โครงการ 1 อาเภอ 1 อาชีพ อาทิ การทาขนมไทย โครงการตุงล้านนาภูมิป๎ญญาท้องถิ่น โครงการตัดเย็บและตกแต่งกระเป๋าผ้า อาชีพ กลมุ่ สนใจ อาทิ การทาอาหารไทย โครงการแปรรปู ผ้าทอกะเหร่ียง และอื่น ๆ จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า สถานศึกษามีวิธีการทบทวน หรือติดตาม หรือประเมิน กระบวนการในการส่งเสริม หรือพัฒนาวิทยากรการศึกษาต่อเนื่องได้อย่างเป็นขั้นตอน แต่ไม่ชัดเจน ดังนั้น ในตัว บง่ ชีท้ ี่ 2.5 ประเดน็ ที่ 3 จงึ ไดค้ ะแนน เทา่ กบั ๑ คะแนน ประเด็นที่ 4 สถานศึกษามีการดาเนินงานที่สอดคล้องกับ นโยบายและจุดเน้นของสานักงาน กศน. / นโยบายจดุ เนน้ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร /ยทุ ธศาสตรแ์ ละเป้าหมายของแผนการศึกษาแหง่ ชาติ 20 ปี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม มกี ารดาเนนิ งานท่สี อดคล้องดงั นี้ สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการ สรา้ งสงั คมแหง่ การเรียนรู้ ขอ้ 2.7 ครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน (1) ร้อยละของครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ/ประเภทการศึกษาได้รับการพัฒนาตามมาตรฐาน วชิ าชพี และสามารถปฏบิ ัติงานไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพเพมิ่ ขนึ้ สอดคลอ้ งกับนโยบายและจุดเนน้ สานักงาน กศน. ปงี บประมาณ 256๒ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 ยทุ ธศาสตร์ ด้านการสรา้ งความสามารถในการแข่งขัน 2.1 เรง่ รดั ดาเนินการจดั การศึกษาอาชพี เพ่ือยกระดบั ทักษะอาชีพของประชาชนสฝู่ ีมอื แรงงาน 1) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทาที่สอดคล้องกับศักยภาพของชุมชน และความต้องการของตลาด ให้ ประชาชนสามารถนาไปประกอบอาชพี ไดจ้ ริง โดยให้เนน้ หลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพช่างพื้นฐานโดยประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนด้านอาชีพ เช่น การเรียนผ่าน Youtube การเรียนผ่าน Facebook Live ระบบการเรียนรใู้ นระบบเปิดสาหรบั มหาชน ( Massive Open Online Courses : MOOCs) คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Intruction : CAI) เปน็ ตน้ รวมถึงการสนับสนุนระบบการผลติ ทีค่ รบวงจร และเปิดพ้ืนที่ส่วน ราชการเป็นพนื้ ท่ีแสดงสนิ คา้ ของชุมชนเพ่อื เปน็ การสร้างรายได้ให้กบั ชุมชน รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หน้า ๑๒๔

3) พัฒนากลุ่มอาชีพพ้ืนฐานที่รองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เขตเศรษฐกจิ ภาคตะวนั ตก ที่สามารถพฒั นาศักยภาพไปสรู่ ะดบั ฝีมือแรงงาน 102 2.2 พัฒนาทกั ษะให้ประชาชนเพ่ือการสรา้ งมูลคา่ เพม่ิ ใหก้ บั สนิ ค้าและบริการ 1) พัฒนาทกั ษะและสง่ เสริมใหป้ ระชาชนประกอบธรุ กิจและการค้าออนไลน์ (พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) มีการ ใช้ความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมในการประกอบอาชีพ สร้างทักษะอาชีพที่สูงข้ึนให้ประชาชนเพื่อร่วมขับเคล่ือน เศรษฐกจิ ดิจิทลั 2) ส่งเสรมิ ใหป้ ระชาชนใช้เทคโนโลยี ในการทาช่องทางเผยแพร่และจาหน่ายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน ให้เป็น ระบบ ครบวงจรแล ะสนับส นุนการจาหน่ ายสิน ค้าแล ะผลิตภั ณฑ์ผ่านศูนย์จ า หน่ายสินค้าและผ ลิตภัณฑ์ ออนไลน์ กศน. (ONI Online Commerce Center : OOCC) เพ่ือจาหน่ายสินค้าออนไลน์ระดับตาบล รวมทั้ง ดาเนินการเปิดศูนย์ให้คาปรึกษา OOCC กศน. เพ่ือเปิดช่องทางในการให้คาปรึกษากับประชาชนเก่ียวกับการค้า ออนไลนเ์ บ้อื งต้น 3) พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของประชาชนในรูปแบบต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้น ทักษะภาษาเพ่ืออาชีพท้ังในภาคธุรกิจ การบริการ และการท่องเท่ียว รวมทั้งพัฒนาสื่อการเรียนการสอน ภาษาองั กฤษ เพื่อสง่ เสรมิ การใชภ้ าษาเพอ่ื การสื่อสารและการพัฒนาอาชีพ 4 ยทุ ธศาสตรด์ ้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ข้อ 4.5 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษา อาชีพระยะส้ัน ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับบริบทของพื้นท่ี และตอบสนองความต้องการของ ประชาชนผู้รบั บรกิ าร ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 ยุทธศาสตร์ด้านการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ข้อ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความสาคัญของการสร้างสังคมสีเขียวกับการคัดแยก การแปรรูป และการกาจัดขยะ รวมทั้ง การจัดการมลพิษทางชุมชน จากผลการดาเนินงานข้างต้น จะเห็นได้ว่า สถานศึกษาสามารถอธิบายการดาเนินงานท่ีสอดคล้องกับ นโยบายและจุดเน้นของสานักงาน กศน./นโยบายจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ/ยุทธศาสตร์และเป้าหมายของ แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ 20 ปี ได้อยา่ งชัดเจน ดังนน้ั ในตวั บง่ ช้ที ี่ 2.5 ประเด็นที่ 4 จึงได้คะแนน เทา่ กับ 1 คะแนน ประเดน็ ท่ี 5 สถานศกึ ษามีการส่งเสริม หรือพฒั นาวทิ ยากรการศึกษาตอ่ เนอื่ ง ท่ีเปน็ ตน้ แบบ สถานศึกษา ได้มีการส่งเสริมหรอื พฒั นาวิทยากรการศกึ ษาตอ่ เนือ่ งท่เี ป็นต้นแบบ ดงั นี้ ๑. สถานศกึ ษาได้ส่งเสริมสนับสนนุ สอ่ื การเรยี นรู้ให้กับวิทยากรการศึกษาต่อเนื่อง อาทิ แผ่นพับ ใบความรู้ และมอบใบเกยี รตบิ ัตร เพือ่ ยกย่องเชดิ ชูเป็นวิทยากรเครือข่าย และเปน็ ครภู ูมิป๎ญญา และแหล่งเรยี นรู้ของ กศน. จากผลการดาเนินงานข้างต้น พบว่า สถานศึกษามีกระบวนการส่งเสริม หรือพัฒนาวิทยากรการศึกษา ต่อเนอื่ งทเี่ ปน็ ตน้ แบบ ดงั น้ัน ในตวั บ่งช้ีท่ี 2.5 ประเด็นท่ี 5 จงึ ได;คะแนน เท่ากับ 0.50 คะแนน ตัวบ่งชที้ ่ี 2.6 คณุ ภาพหลักสตู รและส่ือการศกึ ษาต่อเน่ือง (คะแนนทไี่ ด้ ๔.๐๐ คะแนน) ผลการดาเนินงาน ประเด็นที่ 1 สถานศึกษามีการดาเนินงานท่ีเป็น กระบวนการในการจัดหา/จัดทา/พัฒนาหลักสูตรและ ส่อื การศึกษาต่อเนอื่ ง ในปีงบประมาณ 2562 การจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอาเภอขุนยาม ได้จัดกิจกรรมตามนโยบาย ของ สานักงาน กศน. ประกอบด้วย และชุมชน การศึกษาเพื่อ เรียนรู้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพ เป็นการจัดการศึกษาท่ีมุ่งเน้นให้ ผู้เรียนมี ความรู้ เจตคติ และมีทักษะในอาชีพ ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ประกอบด้วย ทักษะเก่ียวกับการ รายงานการประเมนิ ตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๒๕

ปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศพ้ืนฐาน การคิดแก้ป๎ญหา การสื่อสาร มีคุณลักษณะท่ีสาคัญในเร่ืองความ ซื่อสัตย์สุจริต ความคิดเชิงบวก ความมุ่งมั่นในการทางาน การทางานร่วมกับผู้อ่ืน การรักษาส่ิงแวดล้อม และการ คานึงถึง ประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าส่วนตน การจัดกระบวนการเรียนรู้เน้นการปฏิบัติจริง และการเรียนรู้จาก วทิ ยากรหรือ ผรู้ ทู้ ีป่ ระกอบอาชพี นั้น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวมมี กระบวนการในการจัดหา/จัดทา/ พฒั นาหลักสตู รการศึกษาตอ่ เนือ่ งและจดั ทาส่อื ประกอบการเรียนการสอน จานวน 8 ข้อมีขั้นตอนในการดาเนินงาน ดงั น้ี 1. สารวจความตอ้ งการของผเู้ รียนสนใจเรียนในอาชีพ /ทกั ษะชีวิต/การพัฒนาสังคมและชุมชนการเรียนรู้ ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. สถานศึกษาจัดหา หรือพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน โดยสถานศึกษาแต่งต้ัง คณะกรรมการวิชาการ ทาหน้าท่พี ิจารณา /คัดเลอื ก หลกั สตู ร (2.1 ) สถานศึกษาจัดทาขึ้นเอง เช่น หลักสูตรระยะสั่นไม่เกิน 30 ช่ัวโมง เช่น หลักสูตรแปรรูปผ้าทอ กะเหร่ียง หลกั สตู รขยายพันธุ์พืช หลกั สูตรชา่ งไม้ หลกั สูตรเล้ียงปลาดุก หลักสูตรขนมไทย หลักสูตรเลี้ยงไก่พื้นเมือง เป็นต้น หลักสูตร 30 ช่ังโมงข้ึนไป เช่น หลักสูตรช่างไฟฟ้าเบื้องต้น หลักสูตรช่างไม้เบ้ืองต้น หลักสูตรการจัดการ เรอื นเพาะชา หลักสตู รเล้ียงกบในกระชงั หลกั สตู รช่างปนู เบ้ืองต้น เปน็ ตน้ (๒.๒) หลักสูตร ศูนย์ฝึกอาชีพ 1 ตาบล 1 อาชีพ ได้แก่ โครงการผลิตผ้าทอกะเหรี่ยง โครงการการแปรรูป ผลติ ภันทจ์ ากกาแฟ 3. เสนอคณะกรรมการสถานศึกษา ให้ความเห็นชอบ เสนอผู้บริหารสถานศึกษาเพ่ือขออนุมัติการใช้ หลักสูตร 4. ผู้สอน /วิทยากร วิเคราะหผ์ ้เู รียนเก่ยี วกับความรพู้ ้ืนฐาน เป้าหมายท่ีผเู้ รยี นตอ้ งการ 5. จดั ทาสือ่ ประกอบการเรียนให้เหมาะสม เชน่ ใบความรู้ แผ่นพับ โปสเตอร์ 6. ดาเนนิ การจดั กระบวนการเรียนรูต้ ามหลักสตู ร 7. ประเมินผลการเรยี น 8. ติดตามผู้เรียนหลังจากจบหลักสูตร จากผลการดาเนินงานข้างต้น พบว่า สถานศึกษาสามารถอธิบาย กระบวนการดาเนินงานในการจัดหา/ จัดทา/พัฒนาหลักสูตรและสื่อการศึกษาต่อเนื่อง ได้อย่างเป็นข้ันตอน มีการ ปฏิบัติอย่างชดั เจนส่งผลต่อความสาเร็จ ได้ ดังนัน้ ในตวั บ่งช้ีท่ี 2.6 ประเด็นท่ี 1 จึงได้คะแนน เทา่ กบั 0.5 คะแนน ประเด็นที่ 2 สถานศึกษามีการทบทวน หรือติดตาม หรือประเมินหลักสูตรและส่ือการศึกษาต่อเน่ือง สถานศึกษา มีการจัดหา จัดทา และพัฒนาหลักสูตรท่ีตอบสนองความต้องการผู้เรียน มีกระบวนการ ตรวจสอบผล การประเมินหลกั สตู รและสือ่ การศกึ ษาต่อเนือ่ งทเ่ี ป็นไปตามรูปแบบกระบวนการ PDCA โดย ใช้ แบบสอบถามความ ต้องการจากผเู้ รียน ใช้แบบประเมินความพึงพอใจระหว่างการอบรม/ร่วมกิจกรรม มีการ ประเมินผลหลังการอบรม หลักสูตรระยะสั้น เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนาไปประกอบอาชีพและสามารถพัฒนาคุณภาพ ชีวิตให้บรรลุตาม จดุ มงุ่ หมายของหลกั สูตรได้ ผู้บริหารสถานศึกษามีการทบทวนและติดตามหลักสูตรและสื่อการศึกษาต่อเนื่อง ผ่านการประชุมประจา เดือนร่วมบุคลากร ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม โดยใช้การประชุมวางแผน จากพ้นื ทตี่ าบลแตล่ ะแห่งและศศช. เพอ่ื ให้หลักสูตรสถานศึกษามีคุณภาพและทันสมัยสอดคล้องกับบริบทและความ ตอ้ งการ ของชมุ ชน รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขุนยวม หน้า ๑๒๖

จากผลการดาเนินงานข้างต้น พบว่า สถานศึกษาสามารถอธิบาย วิธีการท่ีทาให้ทราบว่าหลักสูตร หรือ ส่ือการศึกษาต่อเน่ืองมีคุณภาพตามคาอธิบาย ได้อย่างใด อย่างหน่ึงดังนั้น ในตัวบ่งชี้ที่ 2.6 ประเด็นท่ี 1 จึงได้ คะแนน เทา่ กบั 0.5 คะแนน ประเด็นท่ี 3 สถานศึกษามีการทบทวน หรอื ตดิ ตาม หรอื ประเมนิ การจดั หา/จดั ทา/พัฒนาหลักสตู รและ สอ่ื การศึกษาต่อเน่ือง เพ่ือนาไปปรบั ปรุงกระบวนการ สถานศึกษา มีการจัดหา/จัดทา/และพัฒนาหลักสูตรการศึกษาต่อเน่ือง โดยใช้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ผล แบบประเมินความพึงพอใจระหว่างการอบรม/ร่วมกิจกรรม โดยนาข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลพ้ืนฐาน สภาพแวดล้อมทอ้ งถน่ิ เศรษฐกจิ และทิศทางการพฒั นาทอ้ งถ่ิน ความกา้ วหน้าทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ความ จาเป็น ความต้องการของชุมชน ยุทธศาสตร์และจุดเน้นนโยบายและแผนงานของหน่วยงาน เพ่ือใช้ในการ จัดหา/ จัดทา/และพัฒนาหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอขุนยวม ได้แต่งตงั้ คณะกรรมการนเิ ทศ ตดิ ตาม การจดั การเรยี นการสอนตามหลักสตู รโดยมอบหมายให้ผู้รับผิดชอบงานนิเทศ รบั ผดิ ชอบการนิเทศ ติดตาม การจัด กิจกรรมในพื้นที่ตาบลแต่ละแห่งและศศช.แต่ละแห่ง ในระหว่างการสอน และ หลงั การสอน โดยการลงพื้นที่ทดี่ าเนินโครงการและใช้แบบนเิ ทศติดตามผล 1. ครผู ้สู อน/วิทยากร/ผรู้ ู้มีความรคู้ วามสามารถในการถา่ ยทอดในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ 2. แหลง่ เรยี นรู้/เหมาะสาหรับการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 3. จดั ทาทาเนียบวทิ ยากร/คุณภาพของวิทยากร 4. จดั ทาฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย/ผู้รับบรกิ าร 5. หลักสูตรสอดคล้องกับความตอ้ งการของผู้เรยี น 6. แผนการเรยี นรมู้ ีความชดั เจนและมีความเหมาะสม 7. สอ่ื วสั ด/ุ อปุ กรณ์มีความพร้อมและพอเพียงต่อการจัดกิจกรรม ซึ่งได้นาผลการนิเทศติดตามเข้าท่ีประชุม คณะกรรมการสถานศึกษาเพ่ือเสนอและร่วมหาข้อบกพร่องในการจัดกิจกรรม โดยมีสมุดบันทึกการประชุม และ แบบนิเทศเป็นหลกั ฐาน จากผลการดาเนินงาน ข้างต้น พบว่า สถานศึกษาสามารถอธิบาย วิธีการทบทวน หรือติดตาม หรือ ประเมินกระบวนการจัดหา/ จัดทาพัฒนาหลักสูตร หรือ สื่อการศึกษาต่อเน่ืองได้อย่างใด อย่างหน่ึง ดังน้ัน ในตัว บ่งช้ีที่ 2.6 ประเด็นท่ี 3 จงึ ไดค้ ะแนน เท่ากบั 1 คะแนน ประเด็นที่ 4 สถานศึกษามีการดาเนินงานท่ีสอดคล้องกับ นโยบายและจุดเน้นของสานักงาน กศน. / นโยบาย จดุ เน้นของกระทรวงศึกษาธกิ าร /ยุทธศาสตร์และเป้าหมายของแผนการศึกษาแหง่ ชาติ 20 ปี สถานศึกษา มีการจัดหา จัดทา และพัฒนาหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องที่สอดคล้องกับ นโยบายและจุดเน้น สานกั งาน กศน. ปีงบประมาณ 2562 ดังน้ี ยุทธศาตร์ที่ 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 2.1 เร่งรัดดาเนินการจัดการศึกษา อาชีพเพ่ือยกระดับทักษะอาชีพของประชาชนสู่ฝีมือแรงงาน 1)จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทาที่สอดคล้องกับ ศักยภาพของชุมชนและความต้องการของตลาดให้ประชาชนสามารถนาไปประกอบอาชีพได้จริง โดยเน้นหลักสูตร การศกึ ษาช่างพ้นื ฐานโดยประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนด้านอาชีพผ่าน Youetube , Facebook Live ,คอมพิวตอร์ช่วยสอน เปน็ ตน้ รวมถึงสนับสนนุ ใหเ้ กิดระบบการผลิตที่ครบวงจร และเปิดพื้นท่ีส่วนราชการเป็น ทแี่ สดงสินค้าของชมุ ชนเพอ่ื เป็นการสร้างรายได้ให้กบั ชมุ ชน ภารกิจต่อเนื่อง ข้อที่ 1.3 การศึกษาตอ่ เน่ือง ๑) จัดการศึกษาอาชพี เพ่อื การมีงานทาอย่างยัง่ ยืน โดยให้ความสาคัญ กบั การจัดการศึกษาอาชีพเพ่ือการมีงานทาในกลมุ่ อาชพี เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณชิ ยกรรม คหกรรม และ อาชีพเฉพาะทาง หรอื การบริการ รวมถงึ การเน้นอาชีพชา่ งพนื้ ฐาน ท่สี อดคลอ้ งกับศักยภาพของผ้เู รยี น ความ รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หน้า ๑๒๗

ต้องการและศกั ยภาพของแต่ละพ้ืนท่ี ตลอดจนสร้างความเขม้ แข็งให้กบั ศนู ย์ฝกึ อาชีพชุมชน โดยจัดให้มหี นึ่งอาชพี เดน่ ตอ่ หนึ่งศนู ยฝ์ ึกอาชพี รวมทงั้ ใหม้ ีการกากับ ตดิ ตาม และรายงานผลการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานอย่าง เป็นระบบและต่อเน่ือง ยุทธศาสตร์ท่ี ๓. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศกั ย์ภาพทรพั ยากรมนุษย์ ๓.๑ ส่งเสรมการจัดกิจกรรมการเรียนรทปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบ ต่อ ส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผานกจิกรรมรูปแบบตางๆ เช่น กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจน สนบั สนนุ ให้มีการจดั กิจกรรมเพ่อื ปลูกฝง๎ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมให้กับบคุ ลากรในองค์กร ๓.๒ สงเสรมการจดกระบวนการเรียนรทตอบสนองกบการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ รวมท้ัง ความ ต้องการของประชาชนและชมชน ในรูปแบบที่หลากหลาย ให้ประชาชนคิดเป็น วิเคราะห์ได้ ตัดสนใจ ภายใต้ข้อมูลที่ ถกู ต้อง ๓.๓ พัฒนาศกั ยภาพคนด้านทักษะและความเขาใจในการใช้เทคโนโลยีดจิ ิทัล (Digital Literacy) ๑) พัฒนาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดิจีทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพ่ือให้สามารถ ใช้Social Media และ Application ตางๆ ในการพัฒนารูปแบบการจดการเรยี นการสอน ๒) ส่งเสรมิ การจัดการเรียนรดู้ านเทคโนโลยีดจี ิทัล เพ่อื ให้ประชาชนมีทกั ษะความเข้าใจและใช้ เทคโนโลยีดีจิทัล สามารถ นาไปใชป้ ระโยชนในชีวิตประจาวัน รวมท้ังสร้างรายไดใ้ ห้กบั ตนเองได้ ๓.๔ สง่ เสริมการพฒั นาสุขภาวะของประชาชนทุกวัย โดยการสร้างความรู้ความเขาใจ การสนับสนุนกิจกรรม สุขภาวะ และสร้างเครือขายภาคประชาชน ในการเฝ้าระวัง ปองกน และควบคมโรค ให้กับประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในพื้นท่ีห่างไกล พื้นท่ีชายแดน และชายแดนภาคใต้ โดยประสานงาน รวมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตาบล และเจ้าหน้าที่ อสม. ในการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะอนามัย ให้กับประชาชน รวมท้ังผลิตชุดความรู้ เกย่ี วกับสขุ ภาวะ สุขอนามยั เพอ่ื ใช้ประกอบการเรยี นรู้ในหลกั สตู ร การศึกษาของ กศน. ๓.๕ เพ่ิมอัตราการอานของประชาชน โดยการจัดกิจกรรมสงเสรมการอานในรูปแบบตางๆ เช่น อาสาสมัคร ส่งเสริมการอ่าน ห้องสมุดประชาชน บ้านหนังสือชุมชน ห้องสมุดเคลื่อนที่ ผลักดันให้เกิดห้องสมุด สู่การเป็นห้องสมุด เสมอนจริงตนแบบ เพ่ือพัฒนาให้ประชาชนมีความสามารถในระดับอ่านคล่อง เขาใจ ความ คิดวิเคราะห์พื้นฐาน และ สามารถรับรู้ขอ้ มลู ข่าวสารที่ถกู ต้องและทนเหตุการณ์รวมท้งั นาความรู้ท่ีได้รับไปใช้ ปฏิบตั จรงิ ในชีวิตประจาวนั การรู้หนังสือ การใช้สื่อ กระบวนการ และกิจกรรมพัฒนา ทักษะในรูปแบบตางๆ ท่ีเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพ พนื้ ท่ีและกล่มุ เปา้ หมาย ๓) ยกระดับการรู้หนังสือของประชาชน โดยจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการรู้หนังสือในรูปแบบ ต่างๆ รวมทั้งพัฒนาให้ ประชาชนมที ักษะทีจ่ าเปน็ ในศตวรรษท่ี๒๑ เพือ่ เป็นเคร่อื งมือในการเรียนรตู้ ลอดชวี ิตของ ประชาชน ยทุ ธศาสตรท์ ๔่ี . ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม ๔.๑ เพิม่ โอกาสทางการศกึ ษาให้กับประชากรวยั เรียนท่อี ย่นู อกระบบการศึกษา ๔.๔ ส่งเสรมิ และสนับสนนุ ให้เกิดตน้ แบบเมอื งแหง่ การเรียนรู้ เพือ่ สงเสรมการเรียนรอยางตอเนื่อง ใหก้ ับ ประชาชนในชมุ ชน โดยกาหนดพน้ื ทนี่ าร่องทีผ่ า่ นมาตรฐานเทยี บวัด (Benchmark) ของสานกงาน กศน. ๔.๕ พัฒนาหลกั สูตรการจดการศึกษาอาชีพระยะสนั ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกบ บริบท ของพื้นท่แี ละตอบสนองความตองการของประชาชนผู้รับบริการ ยุทธศาสตรท์ ๕ี่ . ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการสร้างการเติบโตบนคณุ ภาพชีวิตท่ีเปน็ มติ รต่อส่ิงแวดล้อม ๕.๑ สง่ เสริมให้มีการให้ความรกู้ ับประชาชนเกี่ยวกบั การป้องกันผลกระทบและปรับตัวต่อการ เปล่ียนแปลง สภาพภมู ิอากาศและภัยพิบตั ธิ รรมชาติ รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี ๒๕๖๒ ของ กศน.อาเภอขนุ ยวม หนา้ ๑๒๘


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook