Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การสืบสวนสอบสวน

การสืบสวนสอบสวน

Published by mrnok, 2021-03-29 11:18:13

Description: การสืบสวนสอบสวน

Search

Read the Text Version

วิชา สส. (CI) ๒๒๕๐๑ การสืบสวนสอบสวน

ตําÃÒàÃÂÕ ¹ ËÅÑ¡ÊÙμà ¹Ñ¡àÃÂÕ ¹¹ÒÂÊºÔ ตําÃǨ ÇÔªÒ ÊÊ. (CI) òòõðñ ¡ÒÃÊº× ÊǹÊͺÊǹ เอกสารนี้ “໚¹¤ÇÒÁÅѺ¢Í§·Ò§ÃÒª¡ÒÔ หามมใิ หผูหนงึ่ ผใู ดเผยแพร คดั ลอก ถอดความ หรอื แปลสว นหนงึ่ สว นใด หรอื ทง้ั หมดของเอกสารนเ้ี พอ่ื การอยา งอนื่ นอกจาก “à¾Í×è ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒͺÃÁ” ของขาราชการตํารวจเทาน้ัน การเปดเผยขอความแกบุคคลอ่ืนท่ีไมมีอํานาจหนาที่จะมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ สาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตํา¾ÃÇ.Ȩá.òËõ§‹ ªöÒôμÔ



คํานํา หลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจ (นสต.) เปนหลักสูตรการศึกษาอบรมท่ีมีเปาหมาย เพื่อเสริมสรางใหบุคคลภายนอกผูมีวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเทา ที่เขารับการฝกอบรมมีความรู ความสามารถ และ ทักษะวิชาชีพตาํ รวจ รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพรางกายใหเหมาะสมสําหรับการปฏิบัติงานตํารวจ ในกลุมสายงานปองกันปราบปราม ตลอดจนเตรียมความพรอมทางดานจิตใจและวุฒิภาวะใหมี จติ สํานกึ ในการใหบ ริการเพอ่ื บําบัดทกุ ขบ ํารุงสขุ ของประชาชนเปน สาํ คญั กองบัญชาการศึกษา ไดรวมกับ ครู อาจารย และครูฝก ในสังกัดกองบังคับการ ฝกอบรมตาํ รวจกลาง และกลมุ งานอาจารย กองบัญชาการศึกษา ศูนยฝกอบรมตํารวจภูธรภาค ๑ - ๙ และกองบัญชาการตาํ รวจตระเวนชายแดน ตลอดจนผูทรงคุณวุฒิจากภายนอก จัดทําตาํ ราเรียน หลกั สตู รนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจชดุ นี้ ซงึ่ ประกอบดว ยองคค วามรตู า งๆ ทจ่ี ําเปน ตอ การพฒั นาศกั ยภาพ ของนกั เรยี นนายสบิ ตํารวจใหเ ปน ขา ราชการตาํ รวจทพี่ งึ ประสงคข องประชาชน เพอ่ื ใชส ําหรบั ประกอบ การเรียนการสอนนักเรียนนายสิบตํารวจใหมีความพรอมทั้งดานความรู ความสามารถ กําลังกาย และจติ ใจ จนสามารถเปน ขา ราชการตาํ รวจทป่ี ฏบิ ตั งิ านใหบ รกิ ารสงั คมและประชาชนไดอ ยา งตรงตาม ความตอ งการอยางแทจ รงิ และมคี วามพรอมในการเขาสปู ระชาคมอาเซยี น ขอขอบคุณครู อาจารย ครูฝก และผูทรงคุณวุฒิทุกทาน ที่ไดรวมกันระดมความคิด ใหคาํ ปรึกษา คาํ แนะนาํ ประสบการณที่เปนประโยชน รวมถึงการถายทอดองคความรู ที่เปนประโยชน จนทาํ ใหการจัดทําตาํ ราเรียนหลักสูตรนักเรียนนายสิบตาํ รวจสําเร็จลุลวงไดดวยดี ซ่ึงกองบัญชาการศึกษาหวังเปนอยางย่ิงวาตําราเรียนชุดน้ีคงเปนประโยชนตอการจัดการเรียน การสอนและการจัดการฝกอบรมของครู อาจารย และครูฝก รวมตลอดถึงใชเปนคูมือการปฏิบัติงาน ของขาราชการตํารวจ อันจะสงผลทาํ ใหสํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถสรางความเชื่อมั่น ศรัทธา และความผาสุกใหแ กประชาชนไดอ ยา งแทจ ริง พลตํารวจโท ( อภิรตั นยิ มการ ) ผูบ ัญชาการศกึ ษา



ÊÒúÑÞ Ë¹ÒŒ ÇªÔ Ò ¡ÒÃÊº× ÊǹÊͺÊǹ ñ ๑ º··èÕ ñ º··èÑÇä» ๒ ๑.๑ ความหมายการสบื สวน ๓ ๑.๒ ผูม อี ํานาจในการสบื สวนและเขตอาํ นาจของการสืบสวน ๖ ๑.๓ คณุ สมบตั ิของผสู บื สวน ๑๐ ๑.๔ งานสืบสวนในสถานีตาํ รวจ ๑๖ ๑.๕ ประเภทและวิธกี ารสบื สวน ñù ๑.๖ การสอบสวน ๑๙ ๑๙ º··èÕ ò ¢ÍŒ à·ç¨¨Ã§Ô ๑๙ ๒.๑ ความหมาย ๒๗ ๒.๒ ขอเทจ็ จรงิ กบั ขอ คิดเห็น ó÷ ๒.๓ การแสวงหาขอ เทจ็ จรงิ จากการซักถาม ๓๗ ๒.๔ การแสวงหาขอ เทจ็ จริงโดยวิธกี ารอน่ื ๔๕ öù º··èÕ ó ¡ÒÃáÊǧËÒ¾ÂÒ¹ËÅÑ¡°Ò¹ ๖๙ ๓.๑ การแสวงหาพยานหลกั ฐานจากการจับ/คน/ยึด ๗๒ ๓.๒ พยานหลักฐานท่ีไดจากการลอ ซอ้ื ๗๔ ÷ù º··èÕ ô °Ò¹¢ŒÍÁÙÅ㹡ÒÃÊ׺Êǹ ๗๙ ๔.๑ ฐานขอ มูลการสบื สวนระดับสถานตี ํารวจ ๘๑ ๔.๒ ฐานขอ มลู การสืบสวนระดบั สํานักงานตาํ รวจแหงชาติ ๘๓ ๔.๓ ฐานขอ มูลการสืบสวนจากหนวยงานอน่ื ๙๘ ๑๐๐ º··Õè õ à·¤¹Ô¤¡ÒÃÊ׺Êǹ ๕.๑ เทคนคิ การสังเกตจดจํา ๕.๒ เทคนิคการสาํ รวจสถานท่ี ๕.๓ เทคนคิ การเฝา จดุ ติดตามสะกดรอย ๕.๔ การอําพราง ๕.๕ เทคนคิ การถายภาพในงานสืบสวน

๕.๖ เทคนกิ การไลก ลอ งวงจรปด ˹Ҍ ๕.๗ เทคนคิ การสืบคนขอ มลู ทางอนิ เทอรเ น็ต ๑๐๕ ๕.๘ การวิเคราะหขอ มลู ดว ยโปรแกรม I๒ ๑๐๗ ๕.๙ เทคนคิ เครอ่ื งมอื พิเศษ ๑๐๙ º··èÕ ö àÍ¡ÊÒÃสาํ ËÃºÑ ¡ÒÃÊ׺Êǹ ๑๑๐ ๖.๑ เอกสารทว่ั ไป ññ÷ ๖.๒ เอกสารหมายอาญา ๑๑๗ º··èÕ ÷ á¹Ç·Ò§¡ÒÃÊº× Êǹ¤´áÕ μ‹ÅлÃÐàÀ· ๑๕๘ ๗.๑ แนวทางการสืบสวนคดปี ระทษุ รา ยตอ ชวี ติ รางกาย ñöù ๗.๒ แนวทางการสืบสวนคดปี ระทุษรา ยตอ ทรพั ย ๑๖๙ ๗.๓ แนวทางการสบื สวนคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร ๑๗๔ ๗.๔ แนวทางการสืบสวนคดียาเสพตดิ ๑๗๕ º··èÕ ø ÃÐàºÂÕ º·Õèà¡ÂèÕ Ç¢ÍŒ §¡Ñº¡ÒÃÊ׺Êǹ ๑๗๘ ๘.๑ ระเบยี บเก่ียวกับการสบื สวน ñøó ๘.๒ ระเบียบเกยี่ วกับการจบั /คน/ควบคุม ๑๘๓ ๑๘๔

๑ º··Õè ñ º··èÇÑ ä» ñ.ñ ¤ÇÒÁËÁÒ¡ÒÃÊ׺Êǹ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ÁÒμÃÒ ò (ñð) “การสืบสวน หมายความถึง การแสวงหาขอเท็จจริงและหลักฐาน ซ่ึงพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจไดปฏิบัติไปตามอํานาจและหนาที่ เพ่ือรักษาความสงบเรียบรอย ของประชาชน และเพื่อที่จะทราบรายละเอยี ดแหงความผดิ ” จากบทบัญญัติของมาตรา ๒ (๑๐) อาจจําแนกองคประกอบของการสบื สวนไดดงั น้ี ๑. เปน การแสวงหาขอ เท็จจริง ๒. เปน การแสวงหาหลักฐาน ๓. กระทําโดยเจา พนกั งานฝายปกครองหรือตํารวจ ๔. โดยมีอาํ นาจและหนา ท่ี ๕. เพือ่ รักษาความสงบเรยี บรอ ยของประชาชน ๖. เพอื่ ทราบรายละเอียดแหงความผดิ จากความหมายของการสบื สวนดงั กลา วนน้ั จงึ อาจสรปุ ไดว า การสบื สวนเปน การดาํ เนนิ การ ขน้ั ตน ของพนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ ซงึ่ ไดป ฏบิ ตั ไิ ปตามอาํ นาจหนา ทเี่ พอ่ื บรรลถุ งึ วตั ถปุ ระสงค ในดานการรักษาความสงบเรียบรอยของประชาชน และเพื่อท่ีจะทราบรายละเอียดแหงความผิดใน สาระสําคัญ ๓ ประการ อันเปนหลักสากล คือ จะตองสืบสวนใหพบไดวามีการกระทําผิดกฎหมาย เกดิ ขนึ้ จรงิ หรอื ไม ถา มกี ารกระทาํ ผดิ เกดิ ขนึ้ จรงิ แลว เปน คดอี ะไร ใครเปน ผกู ระทาํ ผดิ ในคดนี น้ั จนกระทง่ั เขา สกู ระบวนการนําตวั คนรา ยมาดําเนนิ คดีตามกฎหมาย ËÇÑ ã¨¢Í§¡ÒÃÊ׺Êǹ

๒ ñ.ò ¼ÁÙŒ อÕ ํา¹Ò¨ã¹¡ÒÃÊ׺ÊǹáÅÐà¢μอาํ ¹Ò¨¢Í§¡ÒÃÊº× Êǹ ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา “ÁÒμÃÒ ò (ñö) พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ หมายความถึง เจาพนักงาน ซง่ึ กฎหมายใหม อี าํ นาจและหนา ทร่ี กั ษาความสงบเรยี บรอ ยของประชาชน ใหร วมทงั้ พศั ดี เจา พนกั งาน กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจาทา พนักงานตรวจคนเขาเมืองและเจาพนักงานอื่นๆ ในเมื่อ ทาํ การอนั เกย่ี วกบั การจบั กมุ ปราบปรามผกู ระทาํ ผดิ กฎหมาย ซง่ึ ตนมหี นา ทต่ี อ งจบั กมุ หรอื ปราบปราม” “ÁÒμÃÒ ñ÷ พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจมีอํานาจทําการสืบสวนคดีอาญาได” ผูท่ีจะมีอํานาจในการสืบสวนคดีอาญาไดนั้น หากดูตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาแลว ผูมีอํานาจในการสืบสวนได คือ พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจนั้นเอง ทั้งน้ี ไมจํากัดวาเปนชั้นยศใด จะเปนสิบตํารวจตรีจนถึงพลตํารวจเอก ก็มีอํานาจสืบสวนไดเชนเดียวกัน อกี ทงั้ เจาพนักงานตาํ รวจทกุ ตาํ แหนง ทุกสายงาน เชน อาํ นวยการ จราจร มอี าํ นาจในการสืบสวน ไดท้ังส้ิน ไมจํากัดวาจะตองเปนเจาพนักงานตาํ รวจท่ีไดรับการแตงตั้งใหดาํ รงตาํ แหนงในสายงาน สืบสวนเทาน้นั ฎีกาที่ ๒๓๙๐/๒๕๒๗จาสิบตํารวจประสงค รับราชการเปนตาํ รวจซ่ึงมีหนาท่ีปฏิบัติ หนาที่ราชการโดยไดรับการแตงตงั้ ตามกฎหมาย ยอ มเปน เจาพนักงาน แมข ณะเกดิ เหตจุ ะถูกสง ตวั ไป ชวยราชการกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน มีตาํ แหนงหนาที่เปนหัวหนาชุดคุมครองตําบล ปากหมัน มีหนาท่ีคุมครองหมูบานและตาํ บล ปองกันการกระทําอันเปนคอมมิวนิสต แตโดยท่ัวไป จาสิบตํารวจประสงคยังมีอํานาจสืบสวนคดีอาญาไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗ ฎีกาที่ ๑๖๗๐/๒๕๐๙ ตํารวจประจําการกองบังคับการตํารวจดับเพลิงจับกุมผูเสียหาย ฐานขายยาผิดประเภท แลวเรียกเงินเพ่ือไมใหจับกุม เปนการกระทําที่ทุจริตตอหนาที่ จะอางวา เปนตํารวจดับเพลิงมีอํานาจดับเพลิงเทานั้น ไมไดมีอํานาจหนาท่ีในการสืบสวนจับกุมผูกระทําผิด หาไดไม เพราะหนาทีด่ ับเพลงิ เปนหนาทีเ่ ฉพาะตามทีท่ างราชการแตงตง้ั ใหปฏบิ ัติ แตโดยทั่วไปแลวจําเลย ยอมมีอํานาจทําการสืบสวนคดีอาญาไดตามกฎหมาย การที่จําเลยเรียกและรับเงินจากผูเสียหาย เพอื่ ไมทาํ การจับกมุ ยอ มมีความผิดฐานทจุ ริตตอหนาที่ ในสวนของฝายปกครองนั้นหมายความรวมถึง นายอําเภอ ปลัดอําเภอ กํานัน ผใู หญบ า น รวมถงึ เจา พนกั งานอน่ื ๆ กม็ อี าํ นาจสบื สวนไดท งั้ สนิ้ เหตทุ เ่ี ปน เชน ดงั กลา วกเ็ พราะพนกั งาน ฝายปกครองหรือตํารวจนั้น หมายความถึงเจาพนักงาน ซ่ึงกฎหมายใหมีอํานาจและหนาท่ีรักษา ความสงบเรียบรอยของประชาชน ทั้งนี้ ใหรวมถึงพัศดี เจาพนักงานสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจา ทา พนกั งานตรวจคนเขา เมอื งและเจา พนกั งานอนื่ ๆ ในเมอ่ื ทาํ การเกย่ี วกบั การจบั กมุ ปราบปราม ผกู ระทาํ ผิด ซงึ่ ตนมีหนาทีต่ อ งจับกมุ หรอื ปราบปราม สาํ หรับในเรือ่ งเขตอาํ นาจการสืบสวนคดอี าญานนั้ ในประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความ อาญามไิ ดม บี ทบญั ญตั ริ ะบเุ รอ่ื งเขตอาํ นาจการสบื สวนไวโ ดยเฉพาะ เชน เรอ่ื งเขตอาํ นาจการสอบสวน ดงั นนั้ ตาํ รวจจงึ มอี าํ นาจและหนา ทสี่ บื สวนคดอี าญา เหตกุ ารณท งั้ หลายทเ่ี กย่ี วแกค วามสงบเรยี บรอ ย ไดทัว่ ราชอาณาจักร

๓ »ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨà¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¤´Õ Å¡Ñ É³Ð ò ¡ÒÃÊ׺Êǹ º··Õè ñ ËÅ¡Ñ ·èÑÇä» ¢ŒÍ ö เมอื่ กฎหมายใหอ าํ นาจพนกั งานฝา ยปกครองและตาํ รวจ มหี นา ทร่ี กั ษาความสงบ เรียบรอยของประชาชน เชนนี้ ตาํ รวจจงึ มีอํานาจและหนา ที่สบื สวนคดีอาญา และเหตุการณท งั้ หลาย ท่ีเก่ียวแกความสงบเรยี บรอยไดท ่วั ราชอาณาจกั ร ฎกี าที่ ๔๗๑๑/๒๕๔๒ จําเลยท่ี ๓ เปนเจาพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ มีอํานาจ จบั กมุ ผกู ระทาํ ความผดิ อาญาไดท ว่ั ราชอาณาจกั ร แมข ณะเกดิ เหตจุ าํ เลยที่ ๓ จะมหี นา ทใ่ี นการบรรเทา สาธารณภัยก็ไมทําใหอํานาจท่ีจําเลยท่ี ๓ มีอยูตามกฎหมายสูญส้ินไป จําเลยท่ี ๓ ยังคงมีอํานาจ อยูโดยบริบูรณในฐานะเจาพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจผูมีอํานาจหนาที่สืบสวนจับกุมผูกระทํา ความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญามาตรา ๒(๑๖) การทีจ่ ําเลยท่ี ๓ จับกมุ โจทก โดยมไิ ดร บั อนุญาตจากผบู งั คับบัญชากอนไมม ีผลกระทบกระทง่ั ตอ อาํ นาจทีจ่ าํ เลยท่ี ๓ มีอยแู ลวตาม กฎหมาย ฎีกาท่ี ๑๒๕๙/๒๕๔๒ แมจาสิบตาํ รวจ ส.เปนเจาพนักงานตํารวจประจาํ สถานี ตาํ รวจนครบาลบางขนุ เทียนกต็ าม แตต าม ป.ว.ิ อ.มาตรา ๒ (๑๖) จา สิบตาํ รวจ ส.มีอาํ นาจและหนา ที่ รักษาความสงบเรียบรอยของประชาชน ทําการจับกุมปราบปรามผูกระทําผิดกฎหมายได และยังมี อํานาจทาํ การสบื สวนคดอี าญาได ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๑๗ อํานาจจบั กมุ ผกู ระทําผิดและสบื สวนคดีอาญา ดงั กลา วน้ี ไมม บี ทบญั ญตั กิ ฎหมายใด จํากดั ใหป ฏบิ ตั หิ นา ทไ่ี ดเ ฉพาะในเขตทอ งทท่ี เี่ จา พนกั งานตํารวจ ผูนั้นประจาํ การอยูเทานั้น เจาพนักงานตาํ รวจดังกลาว จึงมีอาํ นาจจับกุมผูกระทาํ ผิดและสืบสวน คดีอาญาไดทั่วราชอาณาจักร ดังน้ัน จาสิบตํารวจ ส.ยอมมีอํานาจที่จะไปจับกุมจําเลยท่ี ๑ ซ่ึงมีที่อยูใน เขตทองที่ สถานีตํารวจนครบาลวัดพระยาไกร ได เวนแตลักษณะการจับที่ไมมีหมายจับเปนไป โดยมิชอบตาม ป.ว.ิ อ.มาตรา ๗๘, ๘๑ และ ๙๒ หรอื ไมเ ทา น้นั แตเขตอํานาจการสืบสวนของพนักงานฝายปกครอง มีอํานาจสืบสวนในเขตอํานาจท่ีอยู ในความรบั ผดิ ชอบเทา นนั้ ถา เปน กาํ นนั กเ็ ฉพาะในเขตตาํ บลทตี่ นมเี ขตพน้ื ทรี่ บั ผดิ ชอบ ถา เปน ผใู หญบ า น กเ็ ฉพาะในเขตหมบู า นเทา นนั้ เนอ่ื งจากพนกั งานฝา ยปกครองมบี ทบญั ญตั ขิ องพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะ ปกครองทอ งท่ี พ.ศ.๒๔๕๗ กําหนดเขตอํานาจหนา ทีไ่ วโ ดยเฉพาะ ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ ÔÅѡɳл¡¤Ãͧ·ÍŒ §·èÕ ¾.È.òôõ÷ ÁÒμÃÒ ñð ผใู หญบ า นมอี ํานาจหนา ทีป่ กครองบรรดาราษฎรท่ีอยูในเขตหมูบ า น ฎกี าท่ี ๑๔๐/๒๔๙๐ ตํารวจมอี ํานาจสบื สวนคดอี าญาไดท่วั ราชอาณาจักร สวนพนกั งาน ฝา ยปกครองมีอาํ นาจสืบสวนไดอ ยา งจาํ กดั เฉพาะในเขตทองท่ที ต่ี นประจาํ อยูเทา นน้ั ñ.ó ¤Ø³ÊÁºμÑ Ô¢Í§¼ŒÊÙ º× Êǹ การเปนนักสืบนั้นเปนไดทุกคนไมวาจะเปนราษฎรหรือตํารวจทุกชั้นยศ แตทุกคนควรรูถึง เทคนิควิธีการในการสืบสวน การท่ีจะเปนนักสืบที่เกงหรือที่ดีมีประสิทธิภาพนั้นเปนเร่ืองท่ียาก ตองมี ความมานะอดทนและใชความพยายามสูง บางคดีตองอดทน บางคดีตองใชเวลาสืบสวนหารองรอย เปน ระยะเวลานานมาก สาํ หรบั คณุ สมบตั ขิ องนกั สบื ทด่ี จี งึ ควรยดึ ËÅ¡Ñ ø Ã. คอื “Ã¡Ñ ÃͺÌ٠ÃàÔ ÃÁèÔ ÃÇ´àÃÇç Ãͺ¤Íº ÃѺ¼Ô´ªÍº äÃÃŒ ‹Í§ÃÍ àÃÍ×è §Ã‹Ò§¡Ò” ซึง่ มรี ายละเอียดดงั นี้

๔ ñ. μŒÍ§ÁÕã¨ÃÑ¡ บุคคลที่จะเขามาเปนสายลับหรือนักสืบที่ดีไดน้ัน อันดับแรกตองมีใจ รักงานสืบสวน กลาวคือ งานใดก็ตามโดยธรรมชาติของมนุษยแลวถาไดทาํ งานที่ตนเองรักและชอบ แลวยอมประสบความสาํ เร็จ และงานนั้นก็จะบรรลุผลตามที่ตองการ แตถาหากถูกบังคับใหทํางานท่ี ไมชอบและเปนงานท่ีไมถนัดและไมมีใจรักแลว ก็อาจกอใหเกิดปญหาในงานนั้น โดยเฉพาะงานดาน การสืบสวนเปน งานท่ีจะตอ งใชความอดทนอดกล้ันและตอ งมคี วามขยันหมนั่ เพียร จึงจะทําใหผลงาน ออกมาอยางมีประสิทธิภาพเพราะงานสืบสวนเปนงานยากและตอเนื่อง สําหรับผูท่ีจะปฏิบัติงาน ในดา นนคี้ นทจี่ ะมาเปน นกั สบื ทด่ี นี น้ั จะตอ งมคี วามชอบ ความรกั ความเสยี สละเพอ่ื งาน อกี ทงั้ ตอ งเตม็ ไปดวยความอดทน อดกล้นั ขยนั และกระตอื รอื รน ในการทาํ งานอยตู ลอดเวลา ò. μÍŒ §Á¤Õ ÇÒÁÃͺÃÙŒ นกั สบื ท่ีดีตอ งมคี วามรอบรูดงั น้ี ๒.๑ ตองรูตัวบทกฎหมาย ระเบียบ คําสั่ง กฎ ขอบังคับระเบียบงานสารบรรณ ตลอดจนการเขยี นรายงานการสบื สวน ตอ งมกี ารศกึ ษาคน ควา อยตู ลอดเวลาเนอ่ื งจากปจ จบุ นั ทงั้ ระเบยี บ คาํ สงั่ และกฎหมายบางอยา งไดเ ปลยี่ นแปลงแกไ ขใหม ถา ยดึ หลกั เกา อยกู อ็ าจจะผดิ พลาดและเกดิ ปญ หา กับระบบงาน นําความเสียหายมาสหู นว ยงานและตนเองได ๒.๒ ตองรูจักวิธีการสืบสวนกอนเกิดเหตุเปนอยางดี นักสืบที่ดีตองรูจักคนทุกวัย ทุกอาชีพ ทุกประเภทและจะตองมีการสังเกตจดจาํ ที่ดี การสืบสวนนั้นแมวาความผิดยังไมเกิดนักสืบ ตองเสาะแสวงหา และมีความรูถึงขอมูลตางๆ ใหมากท่ีสุด เพ่ือท่ีจะใชเปนแนวทางในการสืบสวน และปอ งกันอาชญากรรมได ความรทู ว่ั ไปในทอ งถน่ิ ตอ งรจู รงิ หลบั ตามองเหน็ ภาพตรอกซอยตา งๆ บา น บคุ คลสาํ คญั บา นนกั ธรุ กจิ บา นในยา นชมุ ชนแออดั โดยเฉพาะบา นในยา นทมี่ กี ารกระทาํ ผดิ กฎหมาย ความรูเกี่ยวกบั ประวัตบิ ุคคล ไมวาจะเปน บุคคลตอ งหาคดอี าญาหรือบคุ คล พนโทษบคุ คลที่เปน ภัยตอ สังคม เจา มอื สถานบรกิ าร บอนการพนัน พวกซือ้ ของเกา มอื ปน ๒.๓ รูจักแสวงหาขาวจากแหลงขาวสารจากสถานท่ีตางๆ เชน รานอินเทอรเน็ต รา นตดั ผม อูซอมรถยนตต างๆ ไนตค ลบั หญิงบริการ หญิงเสิรฟ อาหาร พนกั งานตอ นรับ รานถา ยรปู รานถายเอกสาร พนกั งานกรรมการบรษิ ทั ขนสง บุรษุ ไปรษณีย เปน ตน บุคคลเหลานี้เปน แหลงขาวท่ี จําเปนสําหรับงานสืบสวนอยางมาก จึงตองรูจักบุคคลหลากหลายประเภท โดยเฉพาะชาวบานตอง สรา งความรวมมือใหเ กดิ ขน้ึ ตองใหเกียรตแิ ละยกยองผูอ ่ืนไมด ถู กู ๒.๔ ตอ งมคี วามรเู ร่อื งยทุ ธวิธตี าํ รวจ นักสบื ที่ดจี ะตองหมั่นฝก ฝนหาความรเู ร่ือง ยทุ ธวธิ ตี ํารวจทง้ั หลาย ไมว า จะเปน ยทุ ธวธิ กี ารปด ลอ ม ตรวจคน การจบั กมุ การใชอ าวธุ และควรศกึ ษา ขอ มูลของคนรายใหด ีกอ นวา เปน คนรายประเภทใด เมายาบา บาคลงั่ จับตวั ประกนั หรือมอื ปนรบั จา ง ขอมูลเหลานี้จะเปนเครื่องบงชี้ในการตัดสินใจของนักสืบวาจะตองใชวิธีใดเขาทําการจับกุม เพื่อลด ความสญู เสียทีจ่ ะเกิดขึน้ ไดต ลอดเวลา

๕ ó. μŒÍ§ÁÕ¤ÇÒÁÃÔàÃèÔÁ นักสืบที่ดีจะตองมีความคิดริเร่ิมหาแนวทางในการปรับปรุง และพัฒนางานสบื สวนใหเกิดความสะดวกรวดเรว็ และมีประสิทธิภาพจึงควรดําเนนิ การดังนี้ ๓.๑ ปรับปรุงตัวบุคคลฝายสืบสวนใหมีจํานวนเพียงพอและมีคุณภาพ มีความรู ความสามารถไดร บั การฝก อบรมใหท นั ตอ วทิ ยาการตาํ รวจแผนใหม ซงึ่ มกี ารพฒั นากา วหนา อยตู ลอดเวลา ๓.๒ ปรับปรุงพัฒนาการเก็บขอมูลทะเบียนประวัติอาชญากรรมตางๆ ภาพถาย คนรา ยและขอ มลู ทอ งถน่ิ ทกุ ระดบั ใหม รี ะบบการเกบ็ รวบรวมทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ มกี ารแยกแยะประเภท ของการกระทาํ ความผดิ งา ยตอการคน หา เมือ่ ตอ งการและใหม ีการแลกเปลยี่ นขาวสารประสานงานกนั ระหวา งหนว ยงานเสมอ ๓.๓ นําเทคโนโลยีเขามาชวยในการสืบสวน เชน คอมพิวเตอร กลองซีซีทีวี เครอ่ื งถายวดี โี อ โทรศัพทมอื ถือ กลอ งถายรูป เปนตน ô. μŒÍ§Á¤Õ ÇÒÁÃÇ´àÃçÇ นกั สบื ท่ีดจี ะตอ งยึดหลัก รุก รบ รวดเรว็ ทันทีทันใดเม่ือมีเหตุ หรือคดีเกดิ ข้นึ จะตองปฏบิ ตั ดิ ังน้ี ๔.๑ ตองรีบไปท่ีเกิดเหตุโดยทันที เพราะถาคนรายหลบหนีไปไมไกลสามารถ ติดตามจับกุมไดทันหรือถาคนรายหลบหนีไปแลวก็จะพบเห็นพยานหลักฐานไดมากที่สุดและทําให ชาวบานเชอ่ื ถือวา ตํารวจใหความสนใจและอาจพบปะพยานท่ีเห็นเหตุการณอ ยบู รเิ วณท่ีเกิดเหตุ ๔.๒ ตองรกั ษาสถานท่เี กิดเหตเุ พือ่ ใหวทิ ยาการมาทําการตรวจสถานท่เี กิดเหตุ ๔.๓ พยายามตรวจคนท่ีเกิดเหตุและบริเวณใกลเคียงใหละเอียดเพ่ือแสวงหา พยานหลักฐานทค่ี นรายท้งิ ไว ๔.๔ สอบถามพยานในที่เกิดเหตุเพ่ือหาขอเท็จจริงเบื้องตนใหมากท่ีสุดสําหรับ ใชเปนแนวทางในการสืบสวน õ. Ãͺ¤Íº ผสู บื สวนจะตอ งมคี วามละเอียดรอบคอบในการทํางานไมว า จะเปน การ ตรวจสถานทเี่ กิดเหตุ การตดิ ตามจับกมุ คนราย การหาขา ว การสังเกตจดจาํ มไี หวพริบปฏภิ าณในการ ทํางาน ไมตกใจงาย ไมประมาท กระทําการดวยปญ ญา ดังนั้นจงึ ตองมกี ารเตรียมการที่ดี ตองมีการ วางแผนลว งหนาและตอ งวางแผนภายในขีดจํากดั ของหนวยใหเ กดิ ประโยชนส งู สดุ ö. ÃºÑ ¼Ô´ªÍº นักสบื ทด่ี จี ะตอ งรบั ผิดชอบตอตนเอง เชน มคี วามซ่อื สตั ย ไมมนี ิสัยคดิ โกง ไมส รางความเดอื ดรอ นใหกับผูอ่นื ไมเ ลน การพนนั ไมป ระพฤติผิดลกู เมียผอู น่ื ไมพ ูดปดหรอื โกหก รบั ผดิ ชอบตอ งาน เชน มกี ารรายงานผลการปฏบิ ตั ิ ไมท งิ้ งานโดยไมม เี หตผุ ล รกั ษาความลบั ของหนว ย มีความจริงใจตองานและเพ่ือนรวมงาน และรับผิดชอบตอสวนรวม เชน มีความสามัคคีในหมูคณะ ชว ยเพ่ือนทํางาน ไมเอารัดเอาเปรยี บเห็นแกสว นรวมมากกวา สวนตัว เปนตน ÷. äÌËͧÃÍ นักสืบที่ดีตองทํางานโดยไรรองรอย ทั้งกอนหนาและหลังทํางานแลว ตอ งวางแผนในการสบื สวนใหรอบคอบ ๗.๑ กอนทํางานตองมีการพรางตัวหรือปลอมตัวเขาไปปฏิบัติงาน โดยไมใหผูใด เห็นรอ งรอยวา มาทําอะไร ทีใ่ ด เพือ่ เขา กบั ประชาชนและทอ งถิ่นไดอยา งกลมกลืน

๖ ๗.๒ หลังทํางานตองปกปดไมใหผูใดรูวาเปนตํารวจหรือสายสืบเขาไปหาขาว เพอ่ื ความปลอดภยั ของตนเองและผูท ่ีเราเขา ไปขอขา ว ø. àÃÍ×è §ÃÒ‹ §¡Ò นกั สบื ทดี่ จี ะตอ งมกี ารฝก ฝนออกกาํ ลงั กาย เตรยี มพรอ มในเรอ่ื งกาํ ลงั ทจี่ ะทาํ งานไดท กุ สถานการณ มสี ภาพจติ ใจทเี่ ขม แขง็ อดทน โดยเฉพาะการตดิ ตามจบั กมุ คนรา ยในพน้ื ท่ี ทรุ กันดารหรือพ้นื ท่ปี า โดยสรุปนักสืบที่มีคุณภาพน้ันตองมีใจรัก มีความวิริยะอุตสาหะ มีความฉลาด ไหวพริบดีและมุงมั่นท่ีจะทํางานนั้นใหประสบผลสําเร็จไมทอถอยหรือสืบสวนเพียงครึ่งๆ กลางๆ แลวก็หยุด บางคร้ังเมื่อพบอุปสรรค ก็หมดความพยายามไมทดลองหาวิธีการสืบสวนดานอ่ืนตอไป จึงตองระลึกเสมอวาอาชญากรรมทุกประเภทตองทิ้งรองรอยหรือพยานหลักฐานไวเสมอ พยานหลักฐานน้ันพบไดในท่ีเกิดเหตุหรือบริเวณใกลเคียงน่ันเอง ขึ้นอยูกับตัวนักสืบวาสามารถที่จะ คน พบพยานหลกั ฐานดงั กลา วหรอื ไม นอกจากนนั้ จะตอ งอาศยั ความรทู างวทิ ยาการตาํ รวจเขา มาปรบั ใชใ นการสบื สวน การนําพยานหลกั ฐานท่ีไดจ ากการสืบสวนเขา มาสูส ํานวน ซ่งึ มีรายละเอยี ดในการ สบื สวนตงั้ แตก อ นเกดิ เหตจุ นสามารถจบั กมุ คนรา ยได และสามารถนาํ พยานบคุ คลมาเบกิ ความยนื ยนั การกระทําผดิ จนศาลพพิ ากษาคดีลงโทษผูก ระทําผดิ จงึ ถอื วา ไดทําหนาที่โดยครบถว นสมบรู ณแ ลว ñ.ô §Ò¹Êº× Êǹã¹Ê¶Ò¹ÕตําÃǨ ตามคําส่ัง สํานักงานตํารวจแหงชาติ ท่ี ๕๓๗/๒๕๕๕ เร่ือง กําหนดอํานาจหนาท่ีของ ตาํ แหนงในสถานี ไดก ําหนดอํานาจหนาท่ีของตาํ แหนงฝา ยสืบสวนในสถานตี ํารวจไว ดังตอไปน้ี ËÑÇ˹ŒÒ§Ò¹Êº× Êǹ มีหนาทดี่ งั นี้ เปน หวั หนา ผปู ฏบิ ตั งิ านสบื สวน รบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั การวางแผน อาํ นวยการ สงั่ การ ควบคมุ กํากับ ดแู ล ตรวจสอบ ตดิ ตาม และประเมนิ ผล ตลอดจนการปฏิบตั ิงานในดานการสืบสวนท่เี กย่ี วกบั คดอี าญาทเ่ี กดิ ข้นึ รวมท้งั งานอนื่ ๆ ทมี่ ีลักษณะเกี่ยวของหรอื เปนสวนประกอบของงานน้ใี นเขตพ้นื ท่ี ของสถานีตํารวจ เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานและผูกระทําความผิดอันเปนการอํานวยความยุติธรรม ใหแ กป ระชาชนในการสบื สวนคดอี าญาใหเ กดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ โดยจาํ แนกออกเปน งานตา ง ๆ ดงั น้ี ๑. งานสืบสวนการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา การกระทําความผิด ตามพระราชบัญญัติตาง ๆ ท่ีมีโทษทางอาญา และการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ๒. งานพัฒนากําลังพล งบประมาณ วัสดุอุปกรณ เทคโนโลยี และวิทยาการตางๆ เพ่อื ใชในการสืบสวน ๓. งานสืบสวนหาขา วและระบบขอมลู อาชญากรรม ๔. งานวางระบบการงบประมาณทเ่ี กีย่ วกับงานสบื สวน ๕. งานตรวจสอบ ติดตามและประเมนิ ผล งานวิจยั และพัฒนาการปฏิบตั ติ ามนโยบาย ยุทธศาสตร แผนงานและโครงการตาง ๆ รวมทงั้ การศึกษาและเกบ็ รวบรวมสถิตขิ อ มลู ทเ่ี กย่ี วของกบั งานสืบสวนคดีอาญาทีเ่ กดิ ข้ึน

๗ ๖. งานวางแผนสบื สวน ๗. งานสบื สวนหาขอ เทจ็ จรงิ และหลกั ฐานเพอ่ื ทราบรายละเอยี ดของการกระทาํ ความผดิ ท่ีเกดิ ขึ้นแลว ๘. งานสบื สวนภายหลงั จากรตู วั ผกู ระทําความผดิ ทั้งที่เปนคดที ี่อยูในความรับผดิ ชอบ ของสถานตี าํ รวจ และกรณจี บั กมุ คนรา ยตามหมายจบั ของสถานตี าํ รวจอนื่ เพอ่ื รแู หลง และรายละเอยี ด เพอ่ื ใหมีการจบั กุม ๙. ดําเนินการเพ่ือใหประชาชนมีสวนรวมในการสืบสวน โดยสรางความสัมพันธกับ ประชาชนในพืน้ ท่โี ดยใกลชิดเพือ่ ประโยชนในการหาขา ว ๑๐. กรณพี บการกระทาํ ความผดิ ใหพ จิ ารณาสงั่ การใหผ ใู ตบ งั คบั บญั ชาดาํ เนนิ การจบั กมุ หรือดําเนนิ การจับกมุ ดวยตนเอง ๑๑. ปฏิบตั หิ นา ทีถ่ วายความปลอดภยั แดอ งคพ ระมหากษัตริย พระราชนิ ี และพระบรม วงศานวุ งศ ทีเ่ สด็จพระราชดาํ เนนิ เขา มาในพ้ืนท่ขี องสถานตี ํารวจ ๑๒. ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั งานปอ งกนั ปราบปราม ในการควบคมุ ความสงบเรยี บรอ ยกรณมี ี เหตุพิเศษตา ง ๆ เชน การจดั งานตามประเพณี การชุมนุมประทวง และอนื่ ๆ ๑๓. ปฏิบตั ิงานรว มกับงานปองกนั ปราบปราม เพอื่ ทําการตรวจคนจบั กมุ ๑๔. งานปกปดใหค วามคุม ครองแหลงขา ว และพยาน ๑๕. ประสานการปฏบิ ตั งิ านกบั งานอน่ื ๆ ในสถานตี าํ รวจและหนว ยงานอนื่ ๆ ทเี่ กย่ี วขอ ง อยางใกลช ิดจรงิ จงั เพอ่ื ใหผ ลในการปอ งกัน ระงบั ปราบปราม กระทําความผดิ ๑๖. ใหคําปรึกษา แนะนํา ตลอดจนปรับปรุงแกไขการปฏิบัติงานของผูใตบังคับบัญชา ในงานสบื สวน ๑๗. งานควบคมุ ตรวจสอบการปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจ ทงั้ ในดา นการปฏบิ ตั งิ าน ความประพฤติและระเบียบวินัย ๑๘. การปฏบิ ตั หิ นา ทหี่ ากมเี หตจุ าํ เปน เรง ดว น ใหม อี าํ นาจมอบหมายใหผ ใู ตบ งั คบั บญั ชา ปฏิบัติหนาท่อี ่ืนไดตามความเหมาะสม แตท ้ังนีต้ องไมเ สียหายตอ หนาท่กี ารงานประจาํ ๑๙. ปฏิบตั ิงานอืน่ ๆ ทีเ่ กยี่ วขอ งกบั งานสบื สวน ๒๐. ปฏิบตั ิงานอื่น ๆ ตามที่ผบู ังคบั บญั ชามอบหมาย ¼Ù»Œ ¯ºÔ μÑ §Ô Ò¹Êº× Êǹ ÊÒÃÇÑμÃÊ׺Êǹ มีหนาทด่ี งั น้ี ๑. ควบคุม ตรวจสอบ ใหคําปรกึ ษา แนะนาํ ตลอดจนปรบั ปรุงแกไขการปฏิบตั ิงานของ ผใู ตบังคบั บัญชาในงานสบื สวน ๒. ศกึ ษาเก็บขอมูลในสวนทเ่ี กี่ยวของ และนาํ วิทยาการตางๆ มาใชในการสบื สวน ๓. งานวางแผนสบื สวน

๘ ๔. สบื สวนหาขา วและรวบรวมขอ มลู ขอ เทจ็ จรงิ หลกั ฐาน รวมทง้ั ประสานการปฏบิ ตั กิ บั งานอน่ื ในสถานตี าํ รวจหรอื หนว ยงานอนื่ เพอื่ ประโยชนใ นการรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยของประชาชน อนั ไดแ ก การปองกันเหตรุ าย เหตุรุนแรง การกระทําผดิ ตา ง ๆ ทง้ั จากแหลงขา วทว่ั ไปและแหลง ขาว ที่จดั ต้ังข้นึ ๕. สืบสวนหาขอเท็จจริง และหลักฐานเพ่ือทราบรายละเอียดของการกระทําความผิด ทเี่ กิดข้นึ แลว ๖. สืบสวนภายหลังจากรูตัวผูกระทําความผิด ทั้งท่ีเปนคดีท่ีอยูในความรับผิดชอบ ของสถานตี าํ รวจ และกรณจี บั กมุ คนรา ยตามหมายจบั ของสถานตี าํ รวจอนื่ หรอื หนว ยงานอน่ื เพอื่ รแู หลง และรายละเอยี ดเพือ่ ใหม ีการจบั กมุ ๗. ดําเนินการเพ่ือใหประชาชนมีสวนรวมในการสืบสวน โดยสรางความสัมพันธกับ ประชาชนในพื้นที่อยา งใกลช ิดเพอื่ ประโยชนใ นการหาขาว ๘. กรณีการกระทําความผิดใหดําเนินการจบั กุม โดยพจิ ารณาใชก าํ ลงั ตาํ รวจตามความ เหมาะสมแลว รายงานหัวหนา งานสบื สวนทราบ ๙. ปฏิบัติหนาที่ถวายความปลอดภัยแดองคพระมหากษัตริย พระราชินีและพระบรม วงศานวุ งศ ทเี่ สดจ็ พระราชดาํ เนนิ เขามาในพื้นทีข่ องสถานีตํารวจ ๑๐. ปฏบิ ตั งิ านรว มกบั งานปอ งกนั ปราบปราม ในการควบคมุ ความสงบเรยี บรอ ย กรณมี ี เหตุพเิ ศษตา ง ๆ เชน การจัดงานตามประเพณี การชมุ นมุ ประทว ง และอื่น ๆ ๑๑. ปฏิบตั ิงานรวมกบั งานปอ งกันปราบปราม เพ่อื ทาํ การตรวจคน จบั กมุ ๑๒. เมื่อไดรับคําส่ังไมวาจะเปนคําส่ังโดยฉับพลันทันทีหรือตามแผนที่ผูบังคับบัญชา กําหนดใหป ฏิบัติอยา งหนึ่งอยางใดในการเขาระงับ ปราบปราม จบั กมุ สกดั จับ กใ็ หป ฏิบตั ิตามคําส่ัง ๑๓. งานควบคมุ ตรวจสอบการปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจทงั้ ในดา นการปฏบิ ตั งิ าน ความประพฤตแิ ละระเบียบวินัย ๑๔. การปฏบิ ตั หิ นา ทห่ี ากมเี หตจุ าํ เปน เรง ดว น ใหม อี าํ นาจมอบหมายใหผ ใู ตบ งั คบั บญั ชา ปฏิบัติหนาที่อ่ืนไดตามความเหมาะสม แตทั้งน้ีตองไมเสียหายตอหนาที่การงานประจําและตองรีบ รายงานใหหัวหนางานสืบสวนทราบในทันที ๑๕. ปฏบิ ตั งิ านอ่นื ๆ ทีเ่ กีย่ วของกับงานสืบสวน ๑๖. ปฏบิ ตั ิงานอื่น ๆ ตามทผ่ี บู ังคบั บญั ชามอบหมาย ÃͧÊÒÃÇÑμÃÊº× Êǹ มีหนา ที่ดังนี้ ๑. ปฏบิ ัตงิ านตามท่หี ัวหนางานสบื สวน หรอื สารวัตรสบื สวนมอบหมาย ๒. ปฏบิ ัติงานเชนเดยี วกับสารวตั รสบื สวนตามขอ ๑ – ๑๓ ๓. การปฏบิ ตั หิ นา ทหี่ ากมเี หตจุ าํ เปน เรง ดว น ใหม อี าํ นาจมอบหมายใหผ ใู ตบ งั คบั บญั ชา ปฏิบัติหนาที่อื่นไดตามความเหมาะสม แตท้ังน้ีตองไมเสียหายตอหนาท่ีการงานประจําและตองรีบ รายงานใหห ัวหนา งานสืบสวนหรือสารวัตรสืบสวนทราบในทันที

๙ ๔. ปฏบิ ัตงิ านอื่น ๆ ท่เี กยี่ วของกับงานสืบสวน ๕. ปฏิบัติงานอนื่ ๆ ตามทีผ่ ูบงั คับบัญชามอบหมาย ÃͧÊÒÃÇÑμà (ตาํ á˹‹§¤Çº¼ÙŒºÑ§¤ÑºËÁÙ‹ ¶§Ö ÃͧÊÒÃÇÑμÃ) งานสบื สวน มหี นา ท่ีดงั น้ี ๑. ปฏบิ ตั งิ านในหนา ทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบของตาํ แหนง ระดบั ผบู งั คบั หมทู ป่ี ฏบิ ตั อิ ยเู ดมิ โดยปฏบิ ตั หิ นา ทใ่ี นสายงานสบื สวน ภายใตก ารกาํ กบั ตรวจสอบโดยทว่ั ไป และอาจไดร บั มอบหมายให ควบคุมตรวจสอบการปฏิบตั ิงานของขาราชการตาํ รวจจาํ นวนหนึง่ ๒. ตดั สนิ ใจ วินจิ ฉยั ส่งั การ แกไ ขปญ หาในงานท่ีรับผดิ ชอบใหเสรจ็ ส้ิน ณ จุดเดยี ว ๓. ปฏบิ ัตหิ นา ที่หัวหนาสายสบื ๔. ปฏิบัติงานดวยตนเองในลักษณะของผูมีประสบการณในงานดานสืบสวนของ หนว ยงานนน้ั ๆ ๕. ชว ยเหลอื งานของขาราชการตํารวจระดบั ตาํ แหนง สารวตั รหรือเทียบเทา ๖. ปฏิบตั หิ นาท่ีอ่ืนท่ีเก่ียวของหรือตามทีไ่ ดร บั มอบหมายจากผูบังคบั บัญชา ¼ºŒÙ §Ñ ¤ºÑ ËÁÙ‹ Ê׺Êǹ ทํา˹ŒÒ·è¸Õ ÃØ ¡Òà มีหนาทด่ี ังนี้ (๑) งานธรุ การท่ัวไปของงานสบื สวน (๒) ปฏบิ ัติหนาทถี่ วายความปลอดภัยแดอ งคพระมหากษตั ริย พระราชินี และพระบรม วงศานวุ งศ ทีเ่ สดจ็ พระราชดาํ เนินเขามาในพ้ืนทีข่ องสถานีตาํ รวจ (๓) ปฏิบัติงานรวมกับงานปองกันปราบปราม ในการควบคุมความสงบเรียบรอย กรณมี เี หตพุ ิเศษตาง ๆ เชน การจัดงานตามประเพณี การชุมนมุ ประทว ง และอ่ืน ๆ (๔) ปฏบิ ัติงานรวมกบั งานปอ งกันปราบปราม เพ่อื ทาํ การตรวจคนจับกมุ (๕) ปฏิบตั งิ านอนื่ ๆ ท่เี กย่ี วขอ งกบั งานสบื สวน (๖) ปฏบิ ตั ิงานอื่น ๆ ตามทผี่ บู ังคบั บญั ชามอบหมาย ทํา˹ŒÒ·èÕÊ׺Êǹ มีหนา ท่ีดังน้ี (๑) สบื สวนการกระทาํ ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาและการปฏบิ ตั ติ ามประมวล กฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา (๒) เก็บรวบรวมสถิติขอมูลในสวนที่เกี่ยวของกับงานสืบสวน รายงานขอมูลสืบสวนตอ รองสารวัตรสบื สวน หรือสารวัตรสบื สวน หรอื หัวหนา งานสืบสวน (๓) สบื สวนหาขา วและรวบรวมขอ มลู ขอ เทจ็ จริง หลักฐาน รวมท้ังประสานการปฏิบัติ กบั งานอน่ื ในสถานตี าํ รวจหรอื หนว ยงานอนื่ เพอื่ ประโยชนใ นการรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยของประชาชน อันไดแก การปองกันเหตุราย เหตุรุนแรงการกระทําผิดตางๆ ทั้งจากแหลงขาวท่ัวไปและแหลงขาว ท่จี ดั ตัง้ ขน้ึ (๔) สืบสวนหาขอเท็จจริง และหลักฐานเพื่อทราบรายละเอียดของการกระทําความผิด ทีเ่ กดิ ขึ้นแลว

๑๐ (๕) สืบสวนภายหลังจากรูตัวผูกระทําความผิดท้ังที่เปนคดีท่ีอยูในความรับผิดชอบของ สถานีตํารวจ และกรณีจับกุมคนรายตามหมายจับของสถานีตํารวจอื่นหรือหนวยงานอื่น เพื่อรูแหลง และรายละเอียดเพอื่ ใหมีการจบั กุม (๖) ดําเนินการเพื่อใหประชาชนมีสวนรวมในการสืบสวนโดยสรางความสัมพันธกับ ประชาชนในพ้นื ทอี่ ยางใกลช ิดเพื่อประโยชนใ นการหาขา ว (๗) ปฏิบัติหนาท่ถี วายความปลอดภยั แดองคพ ระมหากษัตริย พระราชินี และพระบรม วงศานวุ งศ ท่ีเสด็จพระราชดาํ เนินเขา มาในพืน้ ที่ของสถานตี ํารวจ (๘) ปฏิบัติงานรวมกับงานปองกันปราบปราม ในการควบคุมความสงบเรียบรอย กรณีมเี หตุพเิ ศษตา ง ๆ เชน การจดั งานตามประเพณี การชมุ นมุ ประทวง และอ่นื ๆ (๙) ปฏบิ ตั ิงานรว มกับงานปอ งกันปราบปราม เพ่อื ทาํ การตรวจคนจบั กุม (๑๐) ปฏิบัติการจบั กมุ เมอ่ื พบการกระทาํ ความผดิ หรอื ไดรบั คําส่ังจากผูบ ังคับบัญชา (๑๑) เมื่อไดรับคําสั่งไมวาจะเปนคําส่ังโดยฉับพลันทันทีหรือตามแผนท่ีผูบังคับบัญชา กาํ หนดใหปฏิบตั ิอยา งหน่ึงอยางใดในการเขาระงบั ปราบปราม จบั กุม สกดั จับ กใ็ หปฏบิ ัติตามคําส่ัง (๑๒) งานท่ีปฏิบัติใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ คําสั่ง ขอบังคับวาดวยเร่ืองน้ันๆ หรอื ตามทผ่ี บู งั คับบญั ชามอบหมาย (๑๓) ปฏิบตั ิงานอื่น ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ งกับงานสบื สวน (๑๔) ปฏบิ ัตงิ านอ่นื ๆ ตามที่ผูบงั คบั บัญชามอบหมาย ñ.õ »ÃÐàÀ·áÅÐÇ¸Ô ¡Õ ÒÃÊ׺Êǹ ñ. ¡ÒÃÊº× Êǹ·ÇèÑ ä» ËÃÍ× ¡ÒÃÊº× Êǹ¡Í‹ ¹à¡´Ô àËμØ คอื การสบื สวนรวบรวมขอ มลู ตา งๆ อันเปน ประโยชนในทางทจ่ี ะนาํ มาใชเ กีย่ วกบั การรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยของประชาชน การสืบสวน ประเภทน้ีเจาพนักงานตํารวจทุกคนตองกระทําเปนปกติเพ่ือหาทางระงับหรือหาทางปองกันมิใหมี เหตรุ า ยเกดิ ข้ึน โดยถือหลกั ดาํ เนินการสืบสวน ดงั นี้ ๑.๑ ภูมิประเทศ ตองรูจักสภาพพ้ืนท่ีในเขตท่ีตนรับผิดชอบ ตลอดจนพื้นที่ ใกลเ คยี ง เสน ทางคมนาคมทง้ั ทางบก และทางนาํ้ เสน ทางสญั จรของประชาชน ทง้ั เสน ทางหลกั ตรอก ซอกซอย เสน ทางลดั การเชอ่ื มตอ กนั ของเสน ทางตา งๆ รวมทงั้ พน้ื ทหี่ รอื เสน ทางทลี่ อ แหลมตอ การเกดิ อาชญากรรมหรอื เหตรุ ายตา ง ๆ โดยใหหม่ันไปตรวจตราและหาทางปอ งกันเหตุ ๑.๒ สถานท่ี ตองรูจักอาคารสถานท่ีสําคัญท่ีควรสนใจเปนพิเศษ เชน สถานทูต ทีพ่ กั อาศยั ของบุคคลสาํ คญั สถานศกึ ษา โรงงาน โรงมหรสพ โรงแรม สถานบรกิ าร ธนาคาร สถานที่ ราชการหรอื สถานที่อ่ืน ซึ่งลอ แหลมตอการกอความไมสงบ วาอยูท ใ่ี ด มที างเขาออกอยางไร และใคร เปน ผดู แู ลรับผดิ ชอบ เปนตน โดยใหส ถานีตาํ รวจทุกแหง ทาํ แผนทีแ่ สดงทตี่ ้งั อาคารและสถานทต่ี างๆ ไวป ระจําสถานี และตอ งตรวจตราแกไขแผนที่ใหตรงกับความเปน จรงิ เสมอ

๑๑ ๑.๓ ประเภทและความประพฤตขิ องบคุ คล เจา พนกั งานตาํ รวจตอ งรวู า ประชาชน ในพ้ืนที่รับผิดชอบผูใดประกอบอาชีพใด ผูใดเปนผูมีอิทธิพล ผูมีประวัติทางโจรกรรม เปนซองโจร รับของโจร ผูท่ีเคยตองโทษ ผูเสพสุรา ยาเสพติดเปนอาจิณ ผูประพฤติเท่ียวเตรไมประกอบอาชีพ และไมม ที อี่ ยเู ปน หลกั แหลง คนเหลา นท้ี กุ สถานตี าํ รวจตอ งทาํ บญั ชไี วโ ดยทางลบั และสบื สวนอยา งใกลช ดิ วา คนจาํ พวกนย้ี งั ประพฤตชิ วั่ หรอื กลบั ตนเปน คนดปี ระการใด แกไ ขเพม่ิ เตมิ บญั ชใี หต รงตามความเปน จรงิ อยูเสมอ และควรสืบสวนใหรูจักบุคคลท่ีควรสนใจเปนพิเศษ เชน บุคคลสาํ คัญ ทูตานุทูต สมาชิก รัฐสภา เปนตน นอกจากน้ีควรสืบสวนถึงกิริยาเปนพิรุธหรือนาสงสัยของบุคคลอีกดวย เชน มั่วสุม ประชมุ เล้ยี งสรุ ากนั หรอื มอี าวธุ เที่ยวเตร ไปมาไมม ีทอี่ ยเู ปนหลกั แหลง เพ่อื เปน แนวทางการสืบสวน ข้ันตอ ไปวา บคุ คลเหลานั้นจะไปกระทําผิด หรอื ไดก ระทําผิดในทางอาญาแลว หลบหนีมาหรือไม ๑.๔ บุคคลหรือส่ิงของที่ควรสงสัย โดยมีเหตุและรายละเอียดตามสมควร เจา พนักงานตํารวจตอ งสืบสวนและตรวจคน เชน คนทมี่ ีอาวธุ เปอ นคราบโลหติ และทํากริ ิยาซอ นเรน เปน พิรุธ หรอื คนที่มสี ิ่งของเกินกวาฐานะซ่ึงบุคคลธรรมดาไมอ าจจะมไี ดหรอื มขี อพิรุธอืน่ ๆ ทน่ี าสงสัย วาไดมาโดยไมสุจริต ตองพยายามสืบสวนใหไดทราบและเก็บไวเปนขอมูล เพื่อดําเนินการตามควร แกก รณีตอ ไป ò. ¡ÒÃÊ׺ÊǹμÒÁàËμ¡Ø Òó· àèÕ ¡´Ô ¢Öé¹ ËÃÍ× ¡ÒÃÊº× ÊǹËÅ§Ñ à¡Ô´àËμØ คอื การสบื สวน ในเมื่อมีเหตุเกิดข้ึนแลว เพ่ือแสวงหาขอเท็จจริงและหลักฐานประกอบคดี เพื่อใหไดรายละเอียดวา ความผิดเกิดข้ึนท่ีใด เม่ือใด ใครเปนผูกระทําผิด วิธีการกระทําความผิดเปนเชนใด ตลอดจนสืบสวน ถงึ มูลเหตุจงู ใจในการกระทําผดิ และใหไ ดตัวผกู ระทําความผิด ¢¹Ñé μ͹¢Í§¡ÒÃÊ׺Êǹ ñõ ¢é¹Ñ μ͹ ๑. การแสวงหาขอ เทจ็ จรงิ ๒. การแสวงหาพยานหลกั ฐานมาพิสจู นยนื ยันขอเทจ็ จริง ตามขอ ๔.๑ ๓. การวเิ คราะหข อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ๔. การสรปุ ขอเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพอ่ื พสิ จู นความผดิ และคนผิด ๕. การสงมอบพยานหลกั ฐานใหพ นักงานสอบสวนผรู ับผดิ ชอบ

๑๒ ๖. การตดิ ตามผูกระทาํ ผิดเพอื่ จบั กมุ มาดําเนินคดี ๗. การเลือกใชวธิ กี ารจบั กมุ ท่มี ีประสิทธิภาพและปลอดภัย ๘. การซกั ถามปากคาํ ผตู อ งหาและพยานทเี่ กย่ี วขอ งเพอ่ื ทราบขอ เทจ็ จรงิ อกี ครง้ั หนงึ่ ๙. การแสวงหาขอเทจ็ จรงิ และพยานหลักฐานเพิม่ เตมิ ๑๐. การตรวจสอบและสรุปขอเท็จจริงพยานหลักฐานเพ่ือพิสูจนความผิดคนผิด กอ นสง ฟองศาล ๑๑. การใหค วามคุม ครองและดูแลพยานบุคคล ๑๒. การใหการเปนพยานในกระบวนการยุติธรรม นับแตช้ันพนักงานสอบสวน อัยการ และศาล ๑๓. การสืบสวนขยายผลใหถ ึงท่ีสุด ๑๔. การเก็บรวบรวมขอมลู ของการกระทําผิด คนผิด การสืบสวน สอบสวน ไวเ ปน แฟมคดีสบื สวนอยางเปน ระบบ ๑๕. การนาํ ขอมลู อาชญากรรมจากแฟม คดีสบื สวนไปใชป ระโยชน ñ. ¡ÒÃáÊǧËÒ¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§·àèÕ ¡ÂÕè ǡѺ¡ÒáÃÐทาํ ¼´Ô เปนการแสวงหาขอเท็จจริงและพยานหลักฐานตาง ๆ ทุกชนิดของนักสืบท้ังกอน เกดิ เหตุ ขณะเกดิ เหตุ และหลงั เกดิ เหตุ เพอื่ นาํ ไปใชใ นการรกั ษาความสงบเรยี บรอ ย วางแผนการปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม และการคลี่คลายคดี ซ่ึงนักสืบจะตองมีความรูเร่ืองพยานหลักฐานในกระบวนการยุติธรรม ไดแก พยานบุคคล พยานวัตถุ พยานเอกสาร และพยานพฤตกิ รรมขอ เทจ็ จรงิ อกี ทัง้ นักสืบยังจะตองรูล กึ ไปอกี วา พยานหลกั ฐานทส่ี ามารถใชไ ดใ นกระบวนพจิ ารณาชน้ั ศาล พยานหลกั ฐานทใ่ี ชไ มไ ดใ นกระบวน พิจารณาช้นั ศาล พยานหลกั ฐานใดมีน้าํ หนกั ไมม นี า้ํ หนัก การกระทาํ ใดของเจาหนาทท่ี ี่จะทาํ ใหศาล ตัดพยานหลักฐานออกจากสํานวนคดี เปนตน เพราะการสืบสวนมิไดจบอยูแคนักสืบ จะตอง นาํ ขอ เทจ็ จรงิ และหลกั ฐานทแี่ สวงหาไดไ ปดาํ เนนิ การออกหมายจบั และสง ใหพ นกั งานสอบสวนรวบรวม เพอ่ื ใหพนกั งานอยั การสงฟอ งและนําตัวผูต อ งหาไปสืบพยานดาํ เนินคดชี น้ั ศาลอีกตอ ไป ¢ŒÍà·¨ç ¨ÃÔ§áÅоÂÒ¹ËÅ¡Ñ °Ò¹·Õàè ¡èÂÕ Ç¡ºÑ ¡ÒáÃÐทาํ ¼´Ô ầ‹ Í͡໹š Ášµn š¸ÉÁ®Èœ Ä®o Ášµn š¸¦É ¼o ‡¦™ªo œ ­¤¼¦–r ¤µ„„ªµn š¸¦É ´¦o¼

๑๓ ¡ÒÃáÊǧËÒ¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§·Õèà¡ÕèÂǡѺ¡ÒáÃÐทํา¼Ô´ à·‹Ò·èÕàËç¹à·‹Ò·èÕÃÙŒ ไดแก การสืบสวน กอนเกิดเหตุ (ขอมูลทองถ่ิน, ฐานขอมูลการสืบสวน เปนตน) การสืบสวนหลังเกิดเหตุ (ส่ิงที่พบเห็น ในท่ีเกิดเหตุจากการตรวจสถานท่เี กิดเหตุ เปน ตน) ซึ่งเปนขอ เทจ็ จริงและพยานหลักฐานที่นกั สบื หาได ในวงรอบแรกในการสบื สวนคดี สว นขอ เทจ็ จรงิ ทเี่ กย่ี วกบั การกระทาํ ผดิ ขณะเกดิ เหตนุ น้ั เปน ขอ เทจ็ จรงิ ทนี่ กั สืบไมร ซู ่ึงนกั สบื จะตอ งหาวิธกี ารใหรับรูใ นวงรอบการสบื สวนตอ ๆ ไป ¡ÒÃáÊǧËÒ¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§·èÕà¡èÕÂǡѺ¡ÒáÃÐทาํ ¼Ô´ÁÒ¡¡Ç‹Ò·ÕèÃѺÃÙŒ ไดแก สวนขอเท็จจริง ที่เก่ียวกับการกระทําผิดกอนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ และขอเท็จจริงและพยานแวดลอม กรณที น่ี กั สืบยงั ไมร ู ซ่ึงนักสบื จะตองหาวิธีการใหร ับรูต อ ไป เชน ๑. จุดท่ีพบศพเปนท่ีเกิดเหตุจริงหรือไม ที่เกิดเหตุหลัก (first crime scene) ท่ีเกดิ เหตรุ อง (secondary crime scene) ๒. ผตู าย เปนใคร ๓. ผตู ายตายเมอื่ ไหร ๔. ผตู ายมาจากไหน จะไปไหน เปน ตน ¡ÒÃáÊǧËҢ͌ à·¨ç ¨Ã§Ô ·àÕè ¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¡ÒáÃÐทาํ ¼´Ô ãˤŒ ú¶ÇŒ ¹ÊÁºÃÙ ³ คอื การหาขอ เทจ็ จรงิ และพยานหลักฐานในสว นจ๊กิ ซอวท่ีขาดหายไปใหครบถวนสมบรู ณ เชน ๑. ประวตั ภิ มู ิหลงั ผูตาย ๒. มูลเหตกุ ารณฆาตกรรม เหตุขดั แยง ของผูตาย ๓. ขอ มลู การใชโ ทรศพั ทเ ปรยี บเทยี บยนื ยนั คาํ ใหก ารของผตู อ งหา พยาน เปน ตน ๔. ผลการตรวจพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตรจากกองพิสูจนหลักฐาน นติ เิ วชวิทยา เปนตน ò. áÊǧËÒ¾ÂÒ¹ËÅ¡Ñ °Ò¹¾Ôʨ٠¹Â ×¹Âѹ¢ŒÍà·ç¨¨Ã§Ô เปน การหาขอ เทจ็ จรงิ และพยานหลกั ฐานมายนื ยนั กบั ขอ เทจ็ จรงิ ทร่ี ทู เ่ี หน็ (เทา ทเี่ หน็ เทา ท่ีรู) มากกวาที่รับรขู องนกั สืบ เชน การสอบพยานยืนยันประวัติภูมิหลงั ของผตู าย เปน ตน ó. ÇÔà¤ÃÒÐˏ¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§áÅоÂÒ¹ËÅÑ¡°Ò¹»ÃСͺ¡Ñ¹ à¾è×Í·ÃҺNjҾÄμÔ¡ÒóáË‹§ ¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕá·Œ¨Ãԧ໚¹Í‹ҧäà คือ การประชุมวิเคราะหขอเท็จจริงทางคดี มีหลักปฏิบัติ ดังน้ี ๑. ตอ งรับฟง เหตุผลของผูรว มประชมุ วเิ คราะห ๒. หลักและเหตุผลการประชุมวิเคราะหขอเท็จจริง ตองอาศัยพยานหลักฐาน ประกอบ จึงจะไดขอเท็จจรงิ ทางคดี ô. ÊÃØ»¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§áÅоÂÒ¹ËÅÑ¡°Ò¹ à¾×è;ÔÊÙ¨¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ¤¹¼Ô´ เปนการสรุป ขอ เทจ็ จรงิ ทางคดี ซงึ่ มีพยานหลกั ฐานประกอบ เพื่อพิสจู นความผิด และเพอื่ ทราบตวั คนราย ๑. ไดข อเท็จจรงิ ๒. มีพยานหลกั ฐานประกอบพรอม ๓. ทราบตวั ผกู ระทําผดิ

๑๔ õ. Ê‹§Áͺ¾ÂÒ¹ËÅÑ¡°Ò¹ãËŒ¾¹Ñ¡§Ò¹ÊͺÊǹ¼ÙŒÃѺ¼Ô´ªÍº หลักงานสืบสวนตองทํา ควบคไู ปกับงานสอบสวน ดงั นี้ ๑. เปน การนาํ พยานหลักฐานเขาสสู ํานวนการสอบสวน ๒. รายงานการสืบสวนประกอบเอกสารที่เก่ียวของ เชน เอกสารการตรวจสอบ การใชโทรศัพทของผูตาย ผูตองสงสัย ขอมูลการวิเคราะหการใชโทรศัพทของผูตองหาจากโปรแกรม Analysis link notebook (I๒) เปน ตน ๓. พนกั งานสอบสวนขออนุมตั ศิ าลออกหมายจับ ö. Ê׺Êǹμ´Ô μÒÁ¼Œ¡Ù ÃÐทาํ ¼Ô´à¾èÍ× ¨Ñº¡ÁØ ÁÒดําà¹¹Ô ¤´Õ ตรวจสอบตามแนวทางตอไปน้ี ๑. ตรวจสอบจากการใชโทรศพั ทเ คลือ่ นท่ี (Cell Side Mobile Phone) ๒. ตรวจสอบจากประกันสงั คม เพ่อื ทราบวาทาํ งานทไี่ หน ๓. ตรวจสอบประกนั สุขภาพ ๔. ตรวจสอบจากเครอื ญาติ ๕. ตรวจสอบจากบุคคลผูกวางขวาง ๖. ใชส ายลบั ๗. ตัง้ รางวลั นําจบั เปน ตน ÷. àÅ×͡㪌ÇÔ¸Õ¡ÒèѺ¡ØÁ·èÕÁÕ»ÃÐÊÔ·¸ÔÀÒ¾áÅлÅÍ´ÀÑ เชน กดดันใหมอบตัว เรยี กมาแจง ขอ กลา วหา เจรจาผา นบุคคลผูก วางขวางในพ้นื ท่ี เปนตน ø. «Ñ¡¶ÒÁ»Ò¡คาํ ¼ŒÙμŒÍ§ËÒáÅоÂÒ¹·èÕà¡èÕÂÇ¢ŒÍ§à¾è×Í·ÃÒº¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§ÍÕ¡¤ÃÑé§Ë¹Öè§ ในการสบื สวน ผูส ืบสวนตอ งมีทักษะและความชํานาญในการซกั ถาม ไดแ ก ๑. การซักถามผูตองสงสัย ตามหลักวิชาเพ่ือใหไดขอเท็จจริงและพยานหลักฐาน ครบถว นสมบรู ณ เพอื่ จับขอพิรุธ หรือเพื่อขยายผลคดี เปน ตน ๒. การซักถามประจักษพยาน ตามประเด็นเพ่ือใหไดประโยชนแกรูปคดี การซักถามน้ัน ผูซักถามจะวางตัวอยางไร ใหพยานเช่ือถือและวางใจท่ีจะใหขอเท็จจริง เปน ไปตามหลกั วชิ า ๓. การซักถามพยานแวดลอม เพ่ือกาํ ชับขอเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เปน ประจกั ษพยาน หรอื พยานนติ ิวทิ ยาศาสตร ใหมีความแนนแฟนมากยง่ิ ขนึ้ เพ่ือเปนประโยชนต อรูปคดี การซกั ถามเพมิ่ เติมเพอื่ ประโยชน ดังน้ี - เพ่อื ทราบขอ เทจ็ จรงิ เพิ่มเตมิ ใหไดร ายละเอียด - เพื่ออุดชองวา งรายละเอยี ดใหส มบูรณ - เพ่ือหาพยานหลกั ฐานเพมิ่ เตมิ ใหล ะเอยี ด ù. áÊǧËҢ͌ à·¨ç ¨ÃÔ§áÅоÂÒ¹ËÅÑ¡°Ò¹à¾èÁÔ àμÔÁ ๑. เพื่อใหคดีสมบรู ณ ๒. เพื่อใหห ลกั ฐานทางคดพี รอ มในการดาํ เนินคดีกับผูต องหา

๑๕ ñð. μÃǨÊͺáÅÐÊÃØ»¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§áÅоÂÒ¹ËÅÑ¡°Ò¹à¾è×;ÔÊÙ¨¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ¤¹¼Ô´ ¡Í‹ ¹Ê§‹ ¿‡Í§ÈÒÅ ๑. ชดุ สืบสวนและพนกั งานสอบสวน ชวยกนั ตรวจสอบ ๒. หวั หนาสถานตี าํ รวจควบคุมตรวจสอบกอ นมีคาํ สง่ั ทางคดี ññ. ãËŒ¤ÇÒÁ¤ŒØÁ¤ÃͧáÅдá٠žÂÒ¹ºØ¤¤Å ๑. ศึกษาดูระเบยี บการคมุ ครองพยาน ๒. เพื่อความปลอดภยั ของพยานท่ีจะเบิกความตอศาล ๓. เพื่อไมใหพ ยานถกู ขม ขแู ละกลบั คาํ ใหการ โดยเฉพาะพยานท่ถี กู กนั ตวั มาจาก ผตู อ งหามาเปน พยาน ñò. ãËŒ¡ÒÃ໚¹¾Âҹ㹡Ãкǹ¡ÒÃÂØμÔ¸ÃÃÁ ¹Ñºá싪éѹ¾¹Ñ¡§Ò¹ÊͺÊǹ ÍÑ¡Òà áÅÐÈÒÅ ๑. นักสืบตองอานและตรวจคําใหการอยางละเอียดกอนลงชื่อในคําใหการ เพราะสวนใหญพนักงานสอบสวนไมไดสอบตอหนา จะสอบอางอิงบันทึกการจับกุมและรายงาน การสืบสวนเพราะบางประเดน็ ซงึ่ เปน ประเดน็ สาํ คัญจะขาดหายไป ๒. นกั สืบที่จะเบกิ ความตอศาล ตอ งเตรยี มตวั กอ นเบิกความ โดยเฉพาะพยานคู ตองเบิกความสอดคลองตรงกัน หากเบิกความขัดแยงกันในขอเท็จจริง อาจทําใหศาลยกฟองเสียรูป คดีได ในคดีสาํ คัญนกั สืบควรไปดูสถานทเี่ กิดเหตุอกี ครง้ั เพราะท่เี กิดเหตุทนายจาํ เลยจะใชประโยชน ในการถามคา น ๓. พยานซึ่งเปนบุคคลธรรมดา นักสืบและพนักงานสอบสวน ควรนัดมาซอม คําใหการกอนเบิกความ เพราะปจจุบันทางอัยการจะไมคอยซอมพยาน ไมใชไมเช่ือถืออัยการ แตร ะยะหลงั ฝา ยผูตอ งหาจะมกี ารวิง่ เตนอัยการ หรือวิ่งผา นทนายความ ñó. Êº× Êǹ¢ÂÒ¼Åã˶Œ Ö§·ÊèÕ Ø´ โดยดวู า ๑. สามารถจบั กุมขยายผลผรู วมกระทําผดิ ท้ังหมด ครบถวนไหมหากไมค รบถว น ดําเนนิ การขยายผลใหครบถว น ๒. เคร่ืองมือเครือ่ งใช อาวุธ หรอื พยานหลกั ฐานอืน่ ๆ ท่ีนา จะมีเหลอื อยเู พิม่ เตมิ ดําเนนิ การตรวจสอบใหค รบถวน ๓. ทรัพยสินของผูเสียหายท่ีถูกประทุษรายยังไมไดคืน ติดตามมาเปนของกลาง และคืนแกเจาทรัพย ซึ่งจะเปนประโยชนแกรูปคดี และสรางความศรัทธาแกประชาชนผูไดรับความ เสยี หาย ๔. สรปุ สาเหตหุ รอื แรงจูงใจในการกระทําผิดสุดทายทีแ่ ทจ รงิ อกี ครั้งหนงึ่ ๕. การกระทําผิดในคดีอ่ืนกอนเกิดเหตุและกอนจับกุม เพื่อฟองลงโทษผูตองหา ใหม ากท่ีสุดเทา ทจี่ ะทําได

๑๖ ñô. ࡺç ÃǺÃÇÁ¢ŒÍÁÅÙ ¢Í§¡ÒáÃÐทํา¼Ô´ ¤¹¼´Ô ¡ÒÃÊº× ÊǹÊͺÊǹ änj໹š á¿Á‡ ¤´Õ Êº× ÊǹÍ‹ҧ໚¹Ãкº ๑. เพอื่ สบื สวนคดีตอใหส าํ เร็จ ๒. เพอ่ื ศกึ ษาวเิ คราะหค ดอี าชญากรรมและบนั ทกึ แนวทางสบื สวนไวเ ปน กรณศี กึ ษา ตอ ไป ñõ. นํา¢ÍŒ ÁÅÙ ÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ¨Ò¡á¿Á‡ ¤´ÊÕ º× Êǹä»ãª»Œ ÃÐ⪹ ในการเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ การปองกันปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบเรียบรอยของประชาชนใหมากย่ิงขึ้น ตอไป ñ.ö ¡ÒÃÊͺÊǹ »ÃÐÁÇÅ¡®ËÁÒÂÇÔ¸Õ¾¨Ô ÒóҤÇÒÁÍÒÞÒ ÁÒμÃÒ ò (๑๑) “การสอบสวน หมายความถึง การรวบรวมพยานหลักฐานและการดําเนินการ ท้ังหลายอื่นตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนไดทําไปเกี่ยวกับความผิด ที่กลาวหาเพ่ือที่จะทราบขอเท็จจริงหรือการพิสูจนความผิด และเพื่อจะเอาตัวผูกระทําผิด มาฟอ งลงโทษ” การสอบสวนจะมีไดเฉพาะกรณีหลังกระทําผิดเทาน้ัน เพราะกฎหมายบัญญัติคํานิยาม ขางตนวาเปนการรวบรวมพยานหลักฐานดําเนินการท้ังหลายอ่ืนซ่ึงพนักงานสอบสวนไดทําไป เก่ียวกับความผิดที่กลาวหา ดังนั้น หากยังไมมีการกลาวหา กลาวคือ ยังไมมีคํารองทุกขหรือ คาํ กลา วโทษ พนักงานสอบสวนไมมีอํานาจสอบสวน และเม่อื พนักงานสอบสวนไมม ีอํานาจสอบสวน พนักงานอัยการก็ไมมีอํานาจฟองคดีตอศาลเพราะกฎหมายหามมิใหพนักงานอัยการยื่นฟองคดีใด ตอศาล โดยมิไดมีการสอบสวนในความผิดน้ันกอนซ่ึงแตกตางจากการสืบสวน ซ่ึงมิไดท้ังกอนการ กระทาํ ผดิ และหลงั กระทาํ ผดิ โดยทกี่ รณกี อ นการกระทาํ ผดิ เปน การทาํ ไปเพอ่ื รกั ษาความสงบเรยี บรอ ย เชน การสง รถตาํ รวจสายตรวจออกพนื้ ทห่ี าขา วและปอ งกนั ปราบปรามจบั กมุ ผกู ระทาํ ผดิ ซง่ึ หนา เปน ตน คํารองทุกข ไดแก การที่ผูเสียหายไดกลาวหาตอเจาหนาท่ีตามบทบัญญัติแหงประมวล กฎหมายนี้ วามีผูกระทําความผิดขึ้น จะรูตัวผูกระทําความผิดหรือไมก็ตาม ซ่ึงกระทําใหเกิดความ เสยี หายแกผ ูเสยี หาย และการกลา วหาเชนนนั้ ไดก ลา วโดยมีเจตนาจะใหผูกระทําความผิดไดร บั โทษ คาํ กลาวโทษ ไดแ ก การทบ่ี ุคคลอื่นซ่งึ ไมใชผ ูเสยี หายไดกลาวหาตอเจาหนาที่ วามบี ุคคล รตู ัวหรือไมก็ดี ไดก ระทําความผิดอยางหนึง่ ขน้ึ ผมู อี าํ นาจสอบสวนคดอี าญา กฎหมายกาํ หนดใหเ ปน หนา ทข่ี องพนกั งานสอบสวนเทา นนั้ ซง่ึ ไดแ ก พนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจชนั้ ผใู หญ ปลดั อาํ เภอ และขา ราชการตาํ รวจซง่ึ มยี ศตงั้ แตช น้ั นายรอยตาํ รวจตรี หรือเทียบเทานายรอ ยตาํ รวจตรขี ึน้ ไป มอี ํานาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งไดเกิด หรอื อา ง หรอื เชอ่ื วา ไดเ กดิ ภายในเขตอาํ นาจของตน หรอื ผตู อ งหามที อ่ี ยู หรอื ถกู จบั ภายในเขตอาํ นาจ

๑๗ ของตนได ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๑๘ หรอื มาตรา ๑๙ และจะมอี าํ นาจ สอบสวนเฉพาะภายในเขตอํานาจของตนเทานั้น แตห ากมีกฎหมายพเิ ศษกาํ หนดใหผ ใู ดเปน พนกั งาน สอบสวน ก็เปนไปตามขอยกเวนน้ันๆ เชน พ.ร.บ.ปองกันปราบปรามยาเสพติดใหโทษ พ.ศ.๒๕๑๙ ใหอ าํ นาจคณะกรรมการ ป.ป.ส. มอี าํ นาจในการสบื สวน สอบสวน และการฟอ งคดคี วามผดิ ตามกฎหมาย เก่ียวกับยาเสพติดใหโทษ หรือ พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามการกระทําเปนโจรสลัด พ.ศ.๒๕๓๔ ใหอ าํ นาจเจา หนา ทที่ หารเรอื ทาํ การสอบสวนในเบอื้ งตน ในความผดิ ฐานโจรสลดั ในทะเลหลวง เปน ตน จากหลักเกณฑของกฎหมายดังกลาวจะเห็นไดวา การสืบสวนสอบสวนในคดีอาญาน้ัน แบงออกเปนงานสืบสวนและงานสอบสวนแยกจากกัน แตงานทั้งสองมีกระบวนการท่ีปฏิบัติควบคู กันไป มีความสัมพันธเช่ือมโยงเปาหมายเดียวกัน น่ันก็คือการรักษาความสงบเรียบรอยใหเกิดขึ้น ในสังคม ซึ่งสังคมจะปลอดภัยไดก็ตอเม่ือมีการบังคับใชกฎหมายอยางสอดลองและมีประสิทธิภาพ นน่ั เอง ¡ÒÃÊ׺Êǹ¡ºÑ ¡ÒÃÊͺÊǹ â´ÂËÅÑ¡¨ÐÁ¤Õ ÇÒÁáμ¡μ‹Ò§·àèÕ Ë¹ç ä´ŒªÑ´ ó »ÃСÒà ñ. ¡ÃͺàÇÅÒ - การสบื สวน อาจจะสบื สวนไดท งั้ กอ นมกี ารกระทาํ ความผดิ เพอื่ รกั ษาความสงบเรยี บรอ ย เชน การไปสืบหาบุคคลท่ีมีพฤติการณไมนาไววางใจมาบันทึกไวในฐานขอมูลเก็บไวกอน หรืออาจ สืบสวนภายหลังจากมีการกระทาํ ความผดิ แลว เพอ่ื ใหไดรายละเอียดของความผดิ - การสอบสวน ตองกระทําภายหลังมีการกระทําความผิดเกิดขึ้นแลวเทาน้ัน เพราะการสอบสวนเปน การรวบรวมพยานหลักฐานเพ่อื นําตัวผูกระทําผดิ มาลงโทษ ò. à¢μอาํ ¹Ò¨ - การสืบสวน มีเขตอํานาจท่ัวราชอาณาจักร ไมวาเจาหนาที่ทองที่ใดก็มีอํานาจสืบสวน ทง้ั สนิ้ - การสอบสวน ตอ งกระทําโดยเจา หนา ท่ขี องทอ งทท่ี ีม่ เี ขตอํานาจ เชน ทองท่ที ีค่ วามผดิ เกิด เชอ่ื วา ไดเกิด อา งวาไดเกดิ หรือทองทท่ี ่ีผูตองหาถกู จับ หรอื ผูตอ งหามีทอี่ ยู เปน ตน ó. ¼ŒÙÁอÕ าํ ¹Ò¨ - ผมู อี าํ นาจสบื สวน ไดแ ก พนกั งานฝา ยปกครองและตาํ รวจ ไมว า จะมชี นั้ ยศใด หรอื หนา ที่ อยางไร ก็มอี าํ นาจสบื สวนทง้ั สน้ิ - ผูมีอํานาจสอบสวน ไดแก พนักงานฝายปกครอง หรือตํารวจช้ันผูใหญ ปลัดอําเภอ และขาราชการตํารวจซ่ึงมียศต้ังแตช้ันนายรอยตํารวจตรีหรือเทียบเทา นายรอยตํารวจตรีข้ึนไป ซง่ึ มเี ขตอาํ นาจและมหี นาทีส่ อบสวน (เชน สว.จราจร สอบสวนไมไ ด เพราะไมมีหนา ที่สอบสวน)

๑๘

๑๙ º··èÕ ò ¢ŒÍà·¨ç ¨Ã§Ô ò.ñ ¤ÇÒÁËÁÒ (ตามพจนานุกรมฉบบั บณั ฑติ ยสถาน ๒๕๒๕) หมายถึง - ความจรงิ , ความเปนจรงิ , ขอ สรุป, ขอพสิ จู น - เร่ืองหรือประเด็นที่เก่ียวของกับเหตุการณ พฤติกรรม หรือสิ่งใดที่เกิดข้ึน ที่มีอยูจริง หรือเปน ไป - (ขอเท็จจริงของกฎหมาย) ขอความหรือเหตุการณที่วินิจฉัยวาเปนจริง (แตกตางจาก ขอ กฎหมาย) ò.ò ¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§¡Ñº¢ÍŒ ¤´Ô àËç¹ ò.ò.ñ ÅѡɳТͧ¢ÍŒ à·ç¨¨Ã§Ô (๑) มคี วามเปนไปได (๒) มีความสมจรงิ (๓) มีหลกั ฐานเชอื่ ถอื ได (๔) มีความสมเหตุสมผล ò.ò.ò ÅѡɳТͧ¢ŒÍ¤Ô´à˹ç (๑) เปนขอ ความแสดงความรสู ึก (๒) เปนขอความแสดงความคาดคะเน (๓) เปน ขอ ความแสดงการเปรียบเทยี บหรืออุปมาอปุ ไมย (๔) เปน ขอ เสนอแนะหรือความคดิ เห็นของผพู ูดหรือผเู ขยี นเอง ò.ò.ó ¢ÍŒ áμ¡μ‹Ò§ÃÐËÇÒ‹ §¢ŒÍà·¨ç ¨Ã§Ô áÅТ͌ ¤´Ô àËç¹ ¢ŒÍà·¨ç ¨ÃÔ§ สามารถพิสูจน สนบั สนนุ ยืนยันได ¢ŒÍ¤Ô´à˹ç เปน ความเหน็ ความรสู กึ นกึ คดิ ของผสู ง สารทสี่ อดแทรกอยใู นเนอ้ื หา ไมส ามารถสนบั สนนุ ยืนยนั ได ò.ó ¡ÒÃáÊǧËÒ¢ŒÍà·ç¨¨Ã§Ô ¨Ò¡¡Òë¡Ñ ¶ÒÁ การซักถามเจา ทุกข ผูเสยี หาย พยาน ผูตอ งสงสยั หรือผูต อ งหาเบอื้ งตนนั้น เปน การซกั ถาม ที่ตองรีบดําเนินการหลังเกดิ เหตใุ หม ๆ เพราะ - ยงั อยูในความจําท่ยี งั ไมลมื เหตุการณทีต่ นไดเหน็ มา - ยงั ไมมผี ูใดมาช้แี นะวาตองพดู อยางไร

๒๐ - ยังไมมีเวลาท่ีจะคิดหรือออกความเห็นที่จะตอเติม หรือคาดคะเนวา เหตุการณนาจะ เปน อยางนั้น นาจะเปน อยางน้ี หรือผลนา จะเปนอยา งไร - ยังไมมีความเกรงกลวั ตออิทธิพลของฝายใดฝายหนึง่ - ยังไมคิดทจี่ ะชวยเหลือ หรอื เอนเอยี งเขาขา งฝา ยใดฝายหน่งึ ÈÔÅ»Ð㹡Òëѡ¶ÒÁ¤´ÍÕ ÒÞÒ¤Í× ÍÐäà คอื กลวธิ ที เ่ี ฉลยี วฉลาดในการซกั ถาม เจา ทกุ ข ผเู สยี หาย พยาน ผตู อ งสงสยั หรอื ผตู อ งหา ดวยวิธีการตางๆ เพ่ือใหผูถูกซักถามพูดความจริงตามท่ีเขาไดเห็นเหตุการณมา แลวนาํ มารวบรวม เปนขอมูลที่มีประโยชนในการสืบสวนหาพยานหลักฐาน และติดตามตัวผูกระทําความผิดมาดาํ เนินคดี และพิสูจนการกระทาํ ความผิดของผูตองหา (และจะตองคอยประสานกับพนักงานสอบสวนทุกระยะ เพ่ือใหการสืบสวนและการสอบสวนเปนไปในทิศทางเดียวกัน และรวดเร็วข้ึนในกรณีที่ผูซักถามมิได เปนพนักงานสอบสวน) ʶҹ·èÕ㹡Òë¡Ñ ¶ÒÁ¤ÇÃ໚¹ÍÂÒ‹ §äà - เปนหอ งธรรมดา เงยี บ ไมมีเสยี งรบกวน - ไมควรมีเสียงวิทยุ โทรทัศน โทรศพั ท หรือรปู ภาพตา ง ๆ ประดับ หรอื ติดตามผนัง - มแี สงสวา งตามปกติทว่ั ๆ ไป อยาใหผ ิดแปลกจากท่ัว ๆ ไป - อยา ใหผ ถู กู ซักถามเกดิ ความวิตกกงั วล หรอื เกดิ ความกลัว - ทนี่ ัง่ จัดตามแบบปกติ ไมห รหู ราเกนิ ไป ¡Òë¡Ñ ¶ÒÁμ‹Ò§ æ Á¨Õ Ø´»ÃÐʧ¤· Õμè ŒÍ§¡Ò÷ÃÒºàËμØ ö »ÃСÒà ¤×Í ๑. ใคร หมายถงึ ใครเปน เจา ทกุ ข ผเู สยี หาย ผกู ลา วหา - ใคร หมายถึง ใครเปน เจา ทกุ ข ผูเสียหาย ผูกลาวหา - คนรา ย ผตู องสงสัย หรอื ผตู องหา - พยานบอกเลา ประจกั ษพ ยานทเ่ี ห็นเหตุการณ - คนตาย คนพบศพ คนนาํ ผูบ าดเจ็บสงโรงพยาบาล - คนจับกุมผตู องหา หรอื รว มกบั เจา หนาท่ีตาํ รวจจับกุมตัวผูตอ งหา - เกยี่ วของเปน พอ แม สามี ภรรยา ๒. ทาํ อะไร หมายถงึ เกิดอะไร คดีเร่ืองอะไร เชน ทํารายรางกาย วง่ิ ราวทรัพย ชิงทรพั ย ปลน ทรัพย หรือฆา เปน ตน ๓. ท่ไี หน หมายถงึ สถานที่เกิดเหตุ เหตเุ กดิ ทไี่ หน เชน เหตุเกดิ ทีบ่ านเลขที.่ ................ ซอย...................ถนน................(ใกลกบั .............) แขวง....................... เขต.............................กทม.

๒๑ ๔. เม่อื ใด หมายถึง เหตเุ กิดเมอ่ื ใด วนั อะไร วนั ท่ีเทา ใด เดอื นใด ปใ ด เวลาใด - จบั คนรายไดเมือ่ ใด - ผูบ าดเจบ็ ตายเมื่อใด - จบั ผตู อ งหาไดเพ่มิ หรอื ยึดของกลางไดเ พ่มิ เมื่อใด วัน เวลาปใ ด ๕. อยางไร หมายถึง คดีนน้ั เกิดอยางไร คนรา ยใชม ดี เปนอาวุธแทงทําราย หรอื ใชอาวธุ ปนยิง หรือคนรายใชรถจักรยานยนตเปนพาหนะว่ิงราวทรัพยกระเปาถือสตรีไป หรือคนรายจํานวน สามคนใชอาวธุ ปน ยงิ เจา ทรัพยตายแลว ปลน เอาทรัพยสนิ ในบา นไป เปนตน ๖. ทําไม หมายถึง สาเหตุของคดีนั้น ซึง่ จะหมายถงึ มูลเหตุจงู ใจในการกระทาํ ความผดิ เชน เรือ่ งชสู าว ประสงคตอ ทรัพย ขัดผลประโยชน วิวาทกนั คาของเถื่อน ยาเสพติด บอ นการพนัน เปน ตน ËÅѡ㹡Òëѡ¶ÒÁãËäŒ ´¼Œ ÅμÒÁ¤ÇÒÁÁ§‹Ø ËÁÒ ¡. ·èÕÁҢͧ¢ÍŒ ÍÒŒ § ขออางหมายถึงอะไร ¢ÍŒ ͌ҧ หมายถงึ คําบอกเลา คาํ ใหก ารของผเู สยี หาย พยาน ผตู อ งหา หรอื ผตู อง สงสัย ท่ีบอกหรือตอบขอซักถาม แลวนาํ มาพิจารณาวาผูบอกเลาหรือผูใหการ อางหรือบอกอะไร บางอยา ง ตวั อยา งเชน เม่อื วนั ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๐ นายเอเหน็ นายบีลักนาิกาขอ มอื ของนายขาว ทีว่ างอยหู ลงั ตเู ย็นในรานกาแฟของนายเขยี ว มนี ายแดงและนายดาํ เหน็ เหตุการณดวย ตามคําบอกเลา ดังกลาวนี้ จะเห็นไดว ามีขอ อางทกี่ ลา วถงึ คอื - ใคร นายเอ เหน็ นายบี - ทาํ อะไร ลักนากิ าขอมือของนายขาว - ทไ่ี หน หลงั ตูเยน็ ในรานกาแฟของนายเขยี ว - เม่อื ใด วนั ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๐ - อยางไร นายบหี ยิบไปโดยมีนายแดงและนายดาํ เห็นเหตกุ ารณ จากขออางดังกลาวขางตน ถือเปนขออางที่จะตองซักถามผูเสียหาย พยาน ผูตองหา หรือผูตองสงสัย ถาเปนเรื่องจริง หรือเหตุการณจริง ก็จะไดคําตอบท่ีสอดคลองในทํานองเดียวกัน หมายถึงเปนหลักฐานที่ใชยืนยันการกระทําความผดิ ËÑǢ͌ ·Õè¤Çëѡ¶ÒÁ·ÇÑè ä» กอนที่จะซกั ถามจะตองพิจารณากอนวา ผูถ กู ซักถามมคี วามรสู กึ อยางไรขณะน้นั ประสาท พรอมหรอื ไม อยใู นสภาวะที่จะใหข อ เท็จจริงไดห รอื ไม เชน กําลังตกใจกลัวหรือต่นื เตน กบั เหตุการณ ที่เห็นมาสด ๆ รอน ๆ หรือไม หรือมีความเก่ียวพันเปนญาติพี่นอง พรรคพวกเพื่อนฝูง หรอื มีสว นไดเสียกบั ใครหรือไม

๒๒ การต้ังหัวขอคําถามแตละคดีไมเหมือนกัน แลวแตประสบการณ ความชาํ นาญ ปฏิภาณ ไหวพริบของผูซักถาม ที่จะกลาวตอไปน้ีเปนหัวขอหลักๆ ท่ีสามารถใชไดเกือบทุกสถานการณ หัวขอทจี่ ะซกั ถาม - มาอยางไร ตัวเขาไปมาอยางไร ทําไมจึงอยูท่ีนั่น หรือเปนเสนทางท่ีตองผาน เปน ประจํา ผา นเวลาใด ฯลฯ - เหตุใดจึงรูเห็นเหตุการณ ผานมาเห็นพอดี หยุดยืนรอรถเมล รถแท็กซี่ หรือน่ังด่ืม กาแฟอยูท่รี านพอดี ฯลฯ - แสงสวางมีหรือไม ถามีเปนแสงสวางจากอะไร ท่ีใด จากหนาบาน หลังบาน หรือรานคามีเสาไฟฟาอยูตรงไหน จุดใด สวางมากนอยเพียงใด หางจากจุดที่เกิดเหตุเทาใด (ขอ นีห้ มายถึงเปนเวลากลางคนื หรือในทมี่ ืด) - อยูห า งเปน ระยะเทา ใด ใกล ไกล เพียงใด ขณะเห็นเหตุการณ เพื่อยนื ยนั วา อยูหา ง ระยะเทาใด เห็นหนา ตาชัดเจนไหม จําเหตกุ ารณไ ดช ดั เจนหรือไม แลวตรวจสอบจากที่เกิดเหตอุ ีกคร้งั วา เปน ไปไดห รอื ไม - เห็นเหตุการณนานเพียงใด เห็นผานหนาแวบเดียว หรือยืนดูอยู ๓-๔ นาที เพ่ือยืนยนั วา จําหนาตาไดแนน อน เปนตน) - ขณะท่ีเหน็ ไดท ําอยา งไรบาง (รอ งตะโกนใหค นทราบ รองใหคนเขามาชวย ยืนดูอยู เฉยๆ หรือโทรศัพทแจง เหตุตาํ รวจ ฯลฯ) - หลังจากไดร เู หน็ เหตุการณแลว ไดท ําอยา งไรบา ง (จดบันทึกไว เลาใหคนอืน่ ฟง หรอื โทรศัพทแ จง ตาํ รวจ ฯลฯ) - เห็นคนรายหนีไปทางไหน มีใครตามไปบางหรือไม คนรายท้ิงอะไรไวบางหรือไม อาจมพี ยานหลกั ฐานตกอยู เปน ตน ¢. àÃÍè× §ÊÀÒ¾¢Í§¢ÍŒ ÍÒŒ § เมอื่ ซกั ถามขอ อา งหลกั แลว จะตอ งซกั ถามสภาพของขอ อา ง ประกอบดวย เพอื่ ใหมีพยานหลกั ฐานหนกั แนนยิ่งขึน้ หรอื เพอ่ื ตรวจสอบวาผถู กู ซักถามพูดความจรงิ หรอื ไม เชน - วันเดือนปท่ีผูถูกซักถามอางน้ัน มีสภาพดินฟาอากาศเปนอยางไร มีฝนตก หรอื ไม ขางขึน้ หรอื ขางแรม มแี สงจันทรสวา งเวลากลางคืนหรอื ไม - บุคคลที่อางถึงท่ีอยูในท่ีเกิดเหตุน้ัน แตละคนแตงกายอยางไร กาํ ลังทําอะไรอยู มีตาํ หนิรูปพรรณอยางไร ชื่ออะไร นามสกุลอะไรทราบหรือไม อายุเทาใด เพื่อพิจารณาวาเขาเห็น เหตุการณจริงหรือไม - สี ไมวาจะเปนการแตงกายของคน วตั ถสุ ่ิงของ รถทีอ่ ยูใ นทีเ่ กดิ เหตหุ รอื ทเี่ ขา มา เก่ยี วของ มสี ีอะไร เพ่ือพิจารณาวาผถู ูกซกั ถามอยูใ นทเี่ กิดเหตหุ รือไม

๒๓ - เสยี ง เสยี งคน เสยี งสตั ว เสยี งรถ จาํ หรอื สงั เกตไดจ ากอะไร เสยี งมคี วามแตกตา ง กนั อยา งไร รถยนต รถจักรยานยนต ไดย ินเสยี งจาํ เจทุกวัน จนจาํ เสียงไดว า เปนเสียงรถอะไร ของใคร ท่ีมาจอดประจาํ หรือเสยี งบุคคลพูดคยุ กนั ไดยินบอ ย ๆ กจ็ ะจําได - กลิน่ มีหรอื ไม ถา มกี ลิ่นอะไร - รส เปน รสอะไร - ตําหนิ ทกุ ส่งิ ตองมีตาํ หนิถา สงั เกตใหดี - ขนาดไมวา จะเปน อาวุธปน มดี ไม รถยนต รถจกั รยานยนต รถปคอพั เปนขนาดใด - จาํ นวน ไมวาจะเปนฝายใด แตละฝายมีจาํ นวนเทาใด ใครทําอยางไร หรือมีคนรา ยจํานวนกีค่ น การแตงกายอยางไร ตําหนิรปู พรรณอยางไร - ชนิดหรือประเภทของทุกอยาง เปนยี่หออะไร ชนิดใด ประเภทใด ถาไมทราบ ใหห าตวั อยางขนาดหรอื ชนดิ ประเภทอยางเดียวกนั หรือใกลเ คยี งกนั ใหดู ¤. ÊÔè§áÇ´ÅÍŒ Á¢Í§¢ŒÍÍÒŒ § จากการสอบถามขออา งหลกั สภาพของขอ อา งแลวอาจจะ ซกั ถามถงึ สง่ิ แวดลอ มของขอ อา งเพอ่ื ประกอบพยานใหห นกั แนน ยง่ิ ขนึ้ ถา ผถู กู ซกั ถามอยใู นเหตกุ ารณ จริงนอกจากจะกลาวถึงขออางแลว ยังสามารถบอกถึงสภาพของขออางและส่ิงแวดลอมของขออาง ในท่เี กิดเหตุไดอ กี ทําใหน า เชือ่ ไดวา ผูนัน้ อยใู นเหตุการณจ รงิ สง่ิ แวดลอมของขอ อา งควรแยกเปน - ประเภทคน นอกจากพยานจะเห็นเหตุการณอยูแลว ยังมีคนอ่ืน ๆ ท่ีผานมา บรเิ วณน้ันอีกหรอื ไม จาํ ไดบางหรือไม มีลกั ษณะอยา งไร อาชพี อะไร เชน มคี นงานกาํ ลงั ซอ มถนนอยู บริเวณนนั้ เปน ตน - ประเภทวตั ถุ มีวัตถสุ ิง่ ของอยางอน่ื อีกหรอื ไม ชนดิ ใด ใชทําอะไร อยูตรงน้ันอกี หรือจุดใดอีกหรอื ไม - ประเภทสัตว มีสัตวอะไรบางหรือไม เชน เลี้ยงนก เล้ียงสุนัข เลี้ยงแมว เล้ียง นกเขา ฯลฯ เล้ยี งไวที่จดุ ใด ใสกรงไวห รอื ไม ¡Òëѡ¶ÒÁàËμ¼Ø ÅáÅТ͌ ͌ҧÁËÕ ÅÑ¡´§Ñ ¹éÕ ผูที่มาใหถอยคําเก่ียวกับคดีตางๆ เมื่อเห็นเหตุการณก็สามารถที่จะมาใหการตาม ความจรงิ แลว จะตอ งมขี อ อา งเสมอ มากนอ ยเพยี งใดขนึ้ อยกู บั สภาวะทเ่ี กดิ เหตุ บางรายเหน็ เหตกุ ารณ มากกม็ ีขออางมาก บางรายเห็นเหตกุ ารณน อยก็มีนอ ย การซักถามจึงตอ ง ๑. ถามเรอ่ื งไปตามลาํ ดบั ขออางอยา ใหส ลับกัน จนเสรจ็ เปน ขอๆ ๒. เอาเหตุผลท่ีหางขออางขึ้นมาถามกอน แลวถามเหตุผลที่ชิดขออาง (เหตุผลหาง ขอ อาง หมายถึง หา งประเดน็ เหตผุ ล ชิดขอ อา ง หมายถงึ เขา ประเดน็ ) ๓. ถามีวัตถุพยานหรือเอกสารเปนพยานหลายชิ้น เอาช้ินที่เปนหลักฐานแนนอน มาถามกอน (ชิน้ ทีเ่ ปน ของกลางใชใ นการกระทําผิด)

๒๔ ÇÔ¸«Õ Ñ¡¶ÒÁ เราทราบแลว วา พยานแตละคนมขี ออางหลายขอ และมีการซักถามเปนขอ ๆ ดังกลา วแลว ดังนัน้ การซักถามจึงตอ งถามเหตุผลท่ีหางขอ อางกอน และเขา มาหาชิดขอ อา ง (การซกั ถามโดยละเอยี ดน้ี เปนเรอื่ งของพนักงานสอบสวนที่จะซกั ถามสอบสวนปากคาํ เพ่ือประโยชนใ นการพิจารณาคดีในชนั้ ศาล แตสาํ หรับฝายสืบสวนไมจาํ เปนตองละเอียดถึงกับตองสอบสวน) การถามเหตุผลที่หางขออางกอน เพ่ือใหผูถูกซักถามยังไมรูคุณหรือโทษของถอยคําที่จะตอบ เพราะถาเขาจะตอบขอที่ชิดขออางกอน กจ็ ะเปน คณุ หรอื โทษทนั ที ถา เขาไมร ตู วั เขาสามารถจะพดู ไดม ากและมปี ระโยชนต อ รปู คดดี ว ย เทา กบั วา ไมใหเ ขารตู วั วา เรากําลงั จะถามใหเ ขา ไปถึงจดุ ท่ีเราตองการแลวน่นั เอง ËÅѡ㹡Òëѡ¶ÒÁ ๑. ควรรีบซกั ถามโดยเร็วท่ีสุด ๒. ถาเขายังต่ืนเตน หรือตกใจกลัวตอเหตุการณที่เกิดขึ้น ตองใหเขาพักผอนกอน จนหายต่ืนเตน ตกใจ หรอื พรอ มท่ีจะใหก ารซกั ถามจงึ ลงมือซกั ถาม ๓. มกี ารเตรียมการลวงหนา ๔. แสดงความเปน กันเองกบั ผถู ูกซกั ถาม ๕. ควบคุมใหต อบตรงประเด็น และอยาใหข ัดกัน ๖. อยาถามนําใหเ ขาตอบวา ใชห รือไมใ ช ๗. ตัง้ ปญหาใหต อบทีละขอ จากขออา งทีห่ างเขามาชดิ ขออา ง ๘. ต้งั ปญ หาทจ่ี ะซักถามใหเ ขาใจงายใหมาก ๙. ควรเลย่ี งคําถามทตี่ อบวา ไมร ไู มเหน็ ๑๐. ถาเขาตอบไมตรงตามเปาที่เราตั้งไวอยาโมโห หรือใชอารมณถึงกับแสดงความ ไมพ อใจออกมา ๑๑. คาํ ตอบขอ ใดทข่ี ดั กนั ควรซกั ถามภายหลงั อกี ครงั้ เพราะบางครงั้ อาจไมพ ดู ความจรงิ àËμØ¼ÅªÔ´¢ŒÍ͌ҧ áÅÐàËμØ¼Åˋҧ¢ŒÍÍÒŒ § ËÁÒ¤ÇÒÁÇ‹ÒÍ‹ҧäà àËμØ¼ÅªÔ´¢ŒÍ͌ҧ ตรงกับกฎหมายใชคําวา เขาประเด็น หมายความวา เปนเหตุผล ท่ีตรงตอขอ อา ง หรอื เปน เหตผุ ลโดยตรงของขอ อางมิใชโดยออม เชน เห็นนาย ก. ลกั วิทยนุ าย ข. àËμØ¼Åˋҧ¢ŒÍ͌ҧ ตรงกบั กฎหมายใชค าํ วา หา งประเด็น ซง่ึ เปน เหตผุ ลทีห่ า งออกไปจาก ขออางอาจจะหางมากนอยแตกตางกัน ไมสามารถชี้ไดวาหางมากเพียงใด ตองถามกอนหลัง ใหพิจารณาวาเมื่อถามแลวผูถูกซักถามจะไมรูสึกวา คําตอบน้ันมีคุณหรือโทษกับเขา เขาสามารถ พูดไดอยางสบายหรือพูดงายๆ ก็คือวา ซักถามกอนเกิดเหตุ เร่ิมต้ังแตตัวผูถูกซักถามกอนมาถึง ทเี่ กิดเหตุนัน่ เองซงึ่ เรียกวา ¡Òëѡ¶ÒÁàËμØ¼Å

๒๕ ËÅ¡Ñ ¡Òëѡ¶ÒÁàËμØ¼Å áÅТ͌ ÍÒŒ § ๑. ถามเหตุผลอดีต คือ ถามเหตุผลกอนเกิดการรูเห็นวา เหตุใดจึงมารูเห็น เพ่ือเปน พน้ื ฐานรับรองเหตปุ จ จุบัน ๒. ถามเหตปุ จ จบุ นั คอื ถามถงึ เหตผุ ลขณะเกดิ เหตุ หรอื เวลาขณะเกดิ เหตวุ า ขณะรเู หน็ ไดท าํ อยางไรบา ง เพ่อื เปนเหตุผลรองรบั เหตผุ ลอนาคต ๓. ถามเหตุผลอนาคต คือ ถามถึงเหตุผลตอนหลังจากการรูเห็นวา จากการรูเห็น มาแลว น้นั ไดทําอยา งไรบา ง เหตผุ ลท้งั สามขอน้ีตองสอดคลอ งกนั แตใ หไดความวา ใคร ทําอะไร ทไ่ี หน เมื่อไร อยา งไร ทําไมเชนกัน ¡Í‹ ¹ทาํ ¡Òë¡Ñ ¶ÒÁμŒÍ§àμÃÂÕ ÁμÇÑ Í‹ҧäà ¡. ¹Ñ¡Ê׺¼ŒÙ«Ñ¡¶ÒÁ ๑. จะตอ งไปดทู ี่เกิดเหตกุ อนทกุ คดี เพ่อื ทราบรายละเอยี ดแหง คดนี น้ั วา - เกดิ เหตุอยา งไร เมอื่ ไร - ในทเ่ี กดิ เหตมุ พี ยานหลกั ฐานอะไรบา ง ทเ่ี ปน รอ งรอยของคนรา ยทงิ้ ไว มกี าร ตอ สู หลกั ฐานสว นตวั ของคนรา ยตกในอยทู ่ีเกิดเหตุ - เวลากลางคนื มแี สงสวา งหรอื ไม จากทใ่ี ด ขนาดใด เหน็ ชดั เจนไหม หา งเทา ใด ฯลฯ ๒. เมือ่ ดทู ีเ่ กดิ เหตแุ ลว ตอ งวางข้ันตอนในการสืบสวนทําอะไรบาง - เตรยี มตวั เตรยี มใจใหพ รอ ม ไมม นี ดั กบั ผใู ดเพอื่ เขา มาขดั จงั หวะในการซกั ถาม ไมรบั โทรศัพท ไมเขา หองนา้ํ ไมท านอาหารหรือไปพกั ผอ นกอ น เปนตน - ส่ิงใดท่ีรูลวงหนา เพ่ือประโยชนในการช่ังน้าํ หนักวา จริงหรือไมจริง ตองเตรยี มขอมูลและขอ เทจ็ จริงเก่ยี วกบั เรอื่ งนน้ั ไวก อน ๓. เตรียมคําถามไววาควรถามอะไรบาง ต้ังคําถามใหมาก คาํ ตอบท่ีมีประโยชน พยายามแยกไวพิจารณาอะไรจริงไมจริง ควรซักถามขออางหางประเด็นกอน แตตองดูวาพยานนั้น เปนพยานประเภทใดดว ย ก. ประเภทประจกั ษพ ยาน เห็นเหตกุ ารณต ลอด เตม็ ใจใหถอ ยคาํ ข. ประเภทเหน็ เหตกุ ารณแ ตไ มต ลอด เหน็ กอ นเกดิ เหตุ เหน็ ขณะเกดิ เหตุ เหน็ หลังเกิดเหตุ มีความตกใจกลัวมาก หรือต่ืนเตน อาจตอเติม หรือมีความเห็นวา ควรจะเปนอยางน้ัน อยางนี้ ค. ประเภทรูเ หตุการณ แตไมเ ตม็ ใจใหก ารเปนพยาน เนอื่ งจาก - กลัวอทิ ธิพลของคนราย จะแกแคน หรอื ทํารายคนในครอบครัว - กลัวเสียเวลาในการไปใหการเปนพยาน

๒๖ - กลัวเปนขาวในหนา หนงั สือพิมพ - ถาเปนพวกที่รวมมอื ทาํ ผิดดว ย กลบั ใจมาใหก ารกลวั ถูกจําคุก ¢. ¼ŒÙ¶¡Ù «¡Ñ ¶ÒÁ¾ÃŒÍÁáÅŒÇËÃÍ× äÁ‹ ๑. พิจารณาวาเขามีความรูสึก หรือประสาทพรอมแลวหรือยัง กาํ ลังตกใจกลัว ตน่ื เตนหรือไม มสี วนไดเสยี กบั คนรายหรือไม เปนญาตพิ นี่ อ งกันหรือไม ๒. ใหเขานัง่ ตามสบาย ชวนคยุ เร่ืองอ่ืนกอน ไมใ หเ ขาเครยี ดหรือมีความกงั วล à·¤¹¤Ô ¡Òëѡ¶ÒÁ การซักถามแหลง ขาวท่ีไดผ ลที่สุด ๑. แหลง ขาวไมรูตัววา ถกู ซกั ถาม ๒. หลกี เล่ียงการจด บันทกึ หรือทาํ อะไรตอหนาแหลงขาวใหเขารวู า ถกู ซักถาม หากตองการบันทึกการซักถาม ใหใชเครื่องมือพิเศษในลักษณะซอน หรืออาํ พราง ในการบนั ทกึ โดยไมใหแหลง ขาวทราบได ÁÕ¨μÔ Ç·Ô ÂÒ㹡Òëѡ¶ÒÁ ๑. คนจะพูดมากหลังจากประสบเหตุการณข มขืน่ มาใหมๆ ๒. คนมักจะคลอยตามความคดิ เหน็ ของผมู อี ํานาจเหนอื ตน ๓. คนมกั จะใหเ หตุผล เมอื่ ตนเองทําผดิ (แกต ัว) ๔. คนมกั จะตกตะลึง เมอื่ เกดิ เหตุการณค ับขนั ๕. คนมกั จะโกรธเมือ่ ถูกลบหลูดูหม่นิ ๖. คนมกั จะชอบการยกยอปอปน ๗. คนมักจะเห็นความสาํ คญั ของตนเอง มากวาเหน็ ความสาํ คญั ของผูอ น่ื ๘. คนมักจะตอบสนองความเมตตาปราณี และเหน็ อกเหน็ ใจทีม่ ีผูอน่ื มอบให Å¡Ñ É³Ðคาํ ¶ÒÁ ๑. ต้งั คาํ ถามงา ยๆ ๒. ตัง้ คาํ ถามตรงไปตรงมาไมออมคอม ๓. ตัง้ คําถามแบบแนบเนยี น และถูกตอ งตามกาลเวลา ๔. มีคาํ ถามมูลฐานอยู ๖ ประการ คอื หลัก ๕ W ๑ H Who (ใคร) What (ทําอะไร) When (เมอ่ื ไหร) Where (ท่ีไหน) Why (ทําไม) How (อยา งไร)

๒๗ ÇÔ¸Õá¡»Œ ˜ÞËÒ㹡Òëѡ¶ÒÁáËŧ‹ ¢‹ÒÇ ๑. พูดออมคอ ม - อดทนฟงเขาพดู ตอ ไป - คอยจบั ผดิ ใหไ ด - ถามย้าํ ใหพดู ยนื ยันอกี ครง้ั ๒. ด้อื ถอื ดี หัวแข็ง - พดู แหย พูดเร็วอยา ใหต งั้ ตัวติด - พดู ดูถกู ดแู คลนดาวา - พูดโอโลม แสดงเหตผุ ล ๓. โกหกเกง - ปลอยใหเขาพูดไปกอน แลวคอยจบั โกหกใหได - เมอ่ื พูดจบ ใหพูดอีกคร้งั วาตรงกนั หรอื ไม - หยดุ ถาม แลวเรียกมาซักถามใหม ò.ô ¡ÒÃáÊǧËҢ͌ à·¨ç ¨ÃÔ§â´ÂÇ¸Ô Õ¡ÒÃÍè×¹ ¢‹ÒÇ ¡ÒÃËÒ¢Ò‹ Ç áËŧ‹ ¢‹ÒÇ ปจจบุ ันอาชญากรรมนับวาเปนปญหาที่สําคัญ ซึง่ นับวนั จะทวีความรุนแรงมากข้ึน ตํารวจ ถือวาเปนเคร่ืองมือของรัฐบาลท่ีมีหนาท่ีในการปองกันปราบปราม แตทวาความสําเร็จดังกลาวจะมี มากนอ ยเพยี งใด จงึ ตอ งพจิ ารณาในดา นการหาขา ว การทต่ี ํารวจจะสามารถดาํ เนนิ การ วางแผนรบั มอื อาชญากรรมจําเปนตองมีขอมูลขาวสารจากแหลงตางๆ และมีการวิเคราะหอยางเปนระบบ ดังน้ัน การขาวจึงนบั ไดวามีความสําคญั ¢Ò‹ Ç คอื อะไร ¢‹ÒÇ คอื ปรากฏการณที่เกิดข้นึ จากการได ดู อา น ฟง ¢Ò‹ Ç แบง ออกเปน ๓ ประเภท คือ ๑. ขาวเปด คือ ขาวที่หาไดจากส่ือมวลชนตางๆ เชน หนังสือพิมพ วิทยุ โทรทัศน ซ่งึ ไดจ ากการดู การฟง และการอา น ถือวา เปน ขาว ๙๕ เปอรเซน็ ตของขาวท้งั หมด ๒. ขา วกง่ึ เปด กึ่งปด คือ ขาวท่ีไมส ามารถหาซือ้ ได แตไดจ ากการตรวจสอบ จากเจาหนา ที่ ท่ีเก่ียวของ เชน งานทะเบยี นตางๆ หรอื หนว ยงานเอกชน โดยใชห นังสือของทางราชการขอความรว มมือ ๓. ขาวปด คือ ขาวท่ีไมมีการเปดเผย อาจหมายถึง ขาวลับ การที่จะใหไดมา ซึ่งขาวดังกลาว จะตองใชวิธีอ่ืนๆ เชน การใชสาย การสงคนสะกดรอยติดตาม หรือการเฝาจุด ซง่ึ ตอ งเสยี คาใชจ า ยสงู

๒๘ ¡ÒÃãªáŒ Ëŧ‹ ¢Ò‹ ÇËÃ×ÍÊÒÂÅºÑ “แหลงขาว หรือ สายลับนั้นก็คือ บุคคลผูซ่ึงยินยอมตกลงท่ีจะมีความสัมพันธในทางลับ ตกลงทจ่ี ะถกู ควบคมุ ในระดับหนงึ่ และจะเปนผจู ัดหาขาวสารหรือการบรกิ ารอ่ืนใดใหแ กเจา หนา ที่” องคประกอบของแหลงขาวหรอื สายลบั นน้ั กค็ อื (๑) มีความสมั พันธใ นทางลบั กับเจา หนาที่ (๒) ตกลงทจ่ี ะถกู เจา หนาท่ีควบคมุ ในระดบั หนงึ่ (๓) ตกลงท่ีจะจดั หาขาวสาร หรอื บรกิ ารแกเจาหนา ทีไ่ ด ดังนั้น “แหลงขาว หรือสายลับเพ่ืองานการสืบสวน” ก็คือ ผูที่ไดตกลงท่ีจะกระทําการใด อนั เปน ประโยชนต อ เจาหนา ที่ เพือ่ การสบื สวนปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรมนัน้ เอง ซึง่ วธิ กี าร “RECRUIT” แหลง ขาว หรอื สายลับนั้น แบง ออกเปน ๒ วธิ ดี วยกันคือ (๑) แบบ Positive หรือ Reward คอื มีผลประโยชนต างตอบแทน (๒) แบบ Negative หรือ Punishment คอื แบบการลงโทษ แบบที่หนึ่ง (Positive หรือ Reward) นั้น เปนระบบท่ีนิยมใชในประเทศที่เจริญแลว เชน ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ฯลฯ เปนการทํางานระหวาง C/O (Case Officer) หรือ เจาหนาท่ีควบคุมกับ C/I (Case Information) หรือแหลงขาวน้ันเอง โดยตางฝายตางไดรับ ผลตอบแทนซง่ึ กนั และกัน คอื เจาหนาที่ไดร ับขอมลู ขา วสาร สวนแหลง ขา วหรือสายลับนั้น จะไดร ับ เปน ผลประโยชนต อบแทน เชน เงินหรอื ส่งิ ของอื่นใดทีแ่ หลงขาวหรือสายตองการ แตทงั้ นตี้ องอยูใน ภาวะท่ีเจาหนาที่ผูควบคุม (C/O) น้ันสามารถใหไดโดยไมขัดตอกฎหมายและระเบียบ ตลอดจนไมเปนการกระตุนใหแหลงขาวนํา “ขอมูลไมจริง” มาใหแบบไมรับผิดชอบและอาจสงผล กระทบตอการปฏิบัตงิ านของผเู ก่ียวขอ งได แบบท่ีสอง (Negative ËÃ×Í Punishment) น้ันเปนระบบท่ีนิยมใชในประเทศ สังคมนิยมหรือประเทศคอมมิวนิสต เนื่องจากเปนประเทศที่ขาดงบประมาณหรือมีงบประมาณนอย หรือชอบใชความรุนแรง เชน ในสมัยสงครามโลก พวกนาซีไดใชพวกยิวในการหาขอมูลขาวสาร หากไมทําตามที่ไดสั่งการไวอาจถูกจับกุม หรือเปดเผยฐานะตนเองทําใหถูกฆาได วิธีน้ีปจจุบัน ยงั มกี ารกระทํากนั อยู เนือ่ งจากไมต องลงทุนแตอ ยา งไร จะเห็นไดวา ประเทศในโลกสวนใหญมักนิยมใชแบบแรกมากกวา เนื่องจาก “แหลงขาว หรือสายลับ” น้ัน จะมีประสิทธิภาพในการทํางานมากกวา มีความจริงใจในการทํางานและมีนํ้าหนัก ของพยานที่ดีกวา แบบทส่ี อง ในเมื่อแหลงขาวหรือสายลับ สวนใหญเปนระบบ (Positive หรือ Reward) เราในฐานะเปน เจา หนา ทตี่ าํ รวจ จงึ ตอ งควรอา นใหอ อกวา แหลง ขา วหรอื สายลบั ตอ งการอะไรเพอื่ เปน แรงจูงใจในการทํางานและเปนเคร่ืองชี้ใหเราทราบวา แหลงขาวหรือสายลับของเราไมได ทํางานเพือ่ หวงั มาทาํ ลายงานของเรา สง่ิ จงู ใจนน้ั ไดแ ก

๒๙ (๑) MONEY คือ พวกตอ งการเงนิ (๒) FAMILY คือ พวกตอ งการใหครอบครัวเปนสุข (๓) SECURITY คอื พวกตองการความปลอดภัยของตนเองหรือครอบครวั (๔) IDEALISM คือ พวกมีแนวความคดิ หรือมอี ุดมคติ (๕) PATRIOTISM คอื พวกรักชาติ (๖) EGOTISM คอื พวกทชี่ อบใหคนอน่ื ใหความสําคญั (๗) FRIENDSHIP คือ มไี มตรีจติ กบั เจา หนาท่ี (๘) ADVANGER คือ พวกชอบทํางานต่นื เตน เสี่ยงภัย (๙) REVENGER คือ พวกตองการลา งแคน ดังน้ันเมื่อเจาหนาท่ีตํารวจหรือ C/O ไดทํางานกับแหลงขาวหรือสายลับประเภทตางๆ ดังที่กลาวมาแลว ก็ควรจะใหสิ่งจูงใจตามที่พวกเขาตองการ หากทําไดจะมีผลทําใหพวกเขาเหลาน้ัน มีแรงจูงใจในการทํางานมากข้ึน แตทั้งนี้จะตองควบคุมพิจารณาใหดี เพราะแหลงขาวหรือสายลับ แตล ะประเภทมีขอดีขอ เสียแตกตางกันไป áËÅ‹§¢Ò‹ Ç การทจ่ี ะไดม าซง่ึ ขา วสารและขอ มลู ทเ่ี กย่ี วกบั การกระทาํ ความผดิ ของคนรา ย จาํ เปน จะตอ ง ทราบถงึ สถานทต่ี า ง ๆ อนั จะทาํ ใหไ ดข า วสารทเ่ี ปน ประโยชนต อ การสบื สวน ซง่ึ สามารถใหค วามหมาย ของคําวา “แหลง ขา ว” ไดด งั นี้ แหลงขาว หมายถึง แหลงหรือสถานที่ ซึ่งคาดคะเนวาจะไดขาวสารที่เปนประโยชนท่ีจะ รูตัวผูกระทําผิด ไดพยานหลักฐานตลอดจนการจับกุมผูกระทําผิด แหลงหรือสถานที่ซึ่งคาดคะเนวา จะไดขาวสารอันเปนประโยชนดังกลาวนั้นมีอยูหลายประการดวยกัน คดีใดควรจะสืบสวนจากที่ใด เพยี งแหง เดียวหรือหลายแหง ก็สดุ แตค วามเหมาะสมและเหตุการณซงึ่ ทส่ี าํ คญั ๆ มดี ังตอ ไปน้ี ñ. ʶҹ·àÕè ¡´Ô àËμØ นบั วา เปน หลกั ฐานสาํ คญั ขอ แรกของคดที งั้ หลายทเ่ี กดิ ขนึ้ ผสู บื สวน ควรจะสนใจและถาสามารถไปดูสถานท่ีเกิดเหตุไดดวยตนเองก็จะเปนประโยชนอยางย่ิงแกการท่ีจะ ทําการตอไป เพราะบรรดาพยานหลักฐานทั้งหลายท่ีไดภายหลังนั้น จะตองไมเปนการขัดกับสถานท่ี เกิดเหตแุ ละเพ่อื ก. พสิ จู นว า ไดม เี หตกุ ารณท เี่ กดิ ขน้ึ จรงิ ตามทก่ี ลา วหาหรอื ไม เพราะคดบี างเรอ่ื ง บางรายอาจแกลงกลาวหากันได เรื่องที่ไมจริงแลวแกลงกลาวหากัน หลักฐานหรือรองรอยตาง ๆ ยอมแสดงพิรธุ หรือไมสมเหตผุ ล ข. เพ่ือจะทราบวามีหลักฐานรองรอย ส่ิงของ หรือสิ่งหน่ึงสิ่งใดซึ่งเปนพยาน หรอื หลกั ฐานในการสบื สวนหาคนรา ยหรอื ผเู กยี่ วขอ งหรอื ไม ในขอ นผ้ี สู บื สวนจะตอ งใชค วามรคู วามชาํ นาญ และความละเอียดรอบคอบในการพจิ ารณา เชน รองเทา ลายน้วิ มอื ปลอกกระสนุ หยดโลหติ ฯลฯ ทต่ี กอยทู เ่ี กดิ เหตเุ ปน ของใคร เกย่ี วขอ งกบั คดอี ยา งไร ยอ มเปน หลกั ฐานทเี่ กยี่ วขอ งในเหตกุ ารณน น้ั ไดด ี

๓๐ ค. เพ่ือทราบสภาพหรือกิริยาอาการของสถานที่ ของบุคคล ของศพ บาดแผล หรือส่ิงของตาง ๆ ในสถานท่ีน้ันเปนอยูอยางไร ภาพของสถานท่ีซึ่งถูกปลนหรือถูกลักทรัพยก็ยอม ปรากฏมีรองรอยการถูกงัดและแตกหัก หรือมีลายนิ้วมือดังกลาวมาแลว กิริยาอาการของบุคคล ซงึ่ อยทู บ่ี า น หรือใกลท่ีเกดิ เหตุ มีพิรธุ นาสงสัยหรือไม ถา หากมีผูต ายกต็ องมีการตรวจชนั สูตรพลกิ ศพ โดยเจา พนักงานตาม ป.วิ.อาญา อีกสวนหนงึ่ ง. ทิศทางการเขาออกของบุคคลหรือเหตุการณท่ีเกิดข้ึนเมื่อไดตรวจสอบ ถามเหตุการณตางๆ ไดความแลวก็ควรจะตองทาํ แผนท่ีเกิดเหตุแสดงรายละเอียดได แผนท่ีน้ี เปน สง่ิ สําคญั ยงิ่ จะตอ งใชเ ปน พยานในชนั้ ศาลตอ ไป จะตอ งเขยี นโดยอาศยั วทิ ยาการทางแผนทปี่ ระกอบ ยิ่งใชมาตราสวนที่ถูกไดก็ยิ่งดี ถาหากเหตุการณสับสนยุงยากหรือมีรายละเอียดมากควรทาํ แผนท่ี สองฉบับแสดงระยะทางติดตอระหวางท่ีเกิดเหตุกับบาน พยานที่รูเห็น สภาพแหงหมูบานน้ัน โดยละเอียดเปนทํานองแผนผังอีกแผนหนึ่ง การตรวจติดตอชองทางเขาออกของคนรายเปน สง่ิ สาํ คญั เพราะสงิ่ ทจี่ ะเปน หลกั ฐานนนั้ อาจจะตกอยทู ท่ี างเขา ออกนน้ั บา งกไ็ ด เชน พวกปลน ขนทรพั ย พาหนไี ป อาจมสี งิ่ ของบางอยา งอยตู ามทางทห่ี นไี ปนน้ั เปน การบอกทศิ ทางทคี่ นรา ยหนี ถา คนรา ยไดร บั บาดเจ็บไปกอ็ าจมรี อยเลอื ด ไดติดตามตอ ไปถงึ ตวั คนรายไดโดยงาย ò. º¤Ø ¤Å·ÍÕè Ò¨ÃËÙŒ ÃÍ× ·ÃÒºàËμ¡Ø Òó บคุ คลทอ่ี าจรหู รอื ทราบเหตกุ ารณม หี ลายประเภท ดว ยกนั แตจ ะกลา วเฉพาะทเี่ หน็ วา เคยไดผ ลในการสบื สวนมาแลว เปน สว นมากเทา นน้ั ซง่ึ อาจแบง แยก ออกเปนไดด งั นี้ ก. ผูเสียหายหรือพรรคพวกของผูเสียหาย ตามปกติแลวบุคคลประเภทน้ีรูเห็น เหตุการณสิ่งใด ยอมไมปกปด มักจะบอกเลาแกพนักงานเจาหนาที่เพราะเปนสวนไดเสียของตน หรอื ของพรรคพวกแตจ ะเช่ือไดเ พียงใดหรือไมจะตอ งพิจารณาตามเหตผุ ล คอื ๑) ตงั้ ใจบอกความจรงิ ตามเหตกุ ารณทเี่ กิดขนึ้ แตอ าจมีบางอยา งท่ีเจา ทกุ ข หรอื ผเู สยี หายสงสยั ไมแ นใ จ แตไ มช แ้ี จงในรายละเอยี ดและมอี ปุ าทานหลงเชอื่ และเดาวา เปน ความจรงิ อาจทาํ ใหเกิดการจับตัวคนรายผิด โดยมีเหตุโกรธเคืองหรือโดยการคะเน และบางส่ิงบางอยาง อาจเกินความจริงไปบางโดยตองการใหคนรายถูกลงโทษอยางหนัก หรือเผื่อเอาไวดังท่ีกลาวกันวา “ปลาตกนํา้ ตวั โต” ก็อาจเปนได ๒) ไมเปดเผยความจริงใหทราบทั้งหมดเพราะเจาทุกขหรือผูเสียหายนั้น มีสวนผิดอยูดวยบาง เชน ลักลอบเลนการพนันเกิดทะเลาะทาํ รายกัน ในชั้นแรกคงจะเลาใหฟง แตเรื่องทํารายกัน สวนสาเหตุท่ีวาทําไมจึงทํารายกันอาจปกปดไว บางรายอาจบอกเปนความเท็จ ท้ังสนิ้ เพือ่ แกลงใสร า ยหรอื แกลง กลา วทาํ โดยเรือ่ งมไิ ดเกิดข้นึ จริง ๓) เจาทุกขบางคนอาจเกรงกลัวคนราย ต่ืนเตนตกใจกลัวมากเกินไป สติยังไมเปนปกติหรือไมไววางใจเจาหนาท่ีซ่ึงไปทําการสอบสวนอาจยังไมบอกความจริงหรือบอก ผิดพลาด ไปไดบาง การสอบถามเจาทุกขในระยะแรก คือ ในตอนสืบสวนเพื่อใหไดความสาํ หรับ

๓๑ การสืบสวนตอไป จึงควรจดบนั ทึกเปน การสบื สวนโดยจดไวเองเพื่อเตือนความจาํ และควรใหเ จาทุกข มีสติดแี ละไววางใจเสียกอ น ๔) ในกรณีที่เจาทุกขผูเสียหายหรือพยานรูเห็นระบุตัวผูตองหาโดยชัดแจง เมื่อปรากฏเปนความจริงแลวจะตองรีบดําเนินการสืบสวนจับกุมผูตองหาโดยดวน มิฉะน้ันแลว อาจทาํ ใหคดีเปนที่นาระแวงสงสัยซ่ึงตรงกันขามกับท่ีเจาทุกขหรือผูเสียหายใหการวาไมรูจักชื่อคนราย แตจาํ หนาไดย อมทําใหก ารสืบสวนจับตัวคนรายเปนไปดวยความลาํ บาก ข. บุคคลซึ่งเกี่ยวของหรือเห็นในการกระทําผิด บุคคลที่รูเห็นในจํานวนน้ีมักจะ เกย่ี วขอ งไปในทางทเี่ ปน พรรคพวกของผตู อ งหาหรอื มสี ว นสมรรู ว มคดิ หรอื การทาํ ความผดิ รว มดว ยกนั กับผตู องหา แตภายหลงั เกิดแตกพวกกันหรอื ทรยศกนั หรือเมื่อถูกจับกมุ แลวรูสึกผิด และรับสารภาพ หรอื ถกู พนกั งานสอบสวนกนั เปนพยาน เปน ตน ค. กํานัน ผูใหญบาน ผูท่ีกวางขวาง หรือเปนท่ีเคารพนับถือของราษฎร กาํ นัน ผูใหญบาน เปนทั้งเจาหนาท่ีและผูอยูใกลชิดติดตอกับราษฎร ถายิ่งเปนผูที่เคารพนับถือดวยแลว ก็ยิ่งเปนผูที่จะใหขอมูลขอเท็จจริงในคดีท่ีเกิดไดอยางดีที่สุด ผูสืบสวนมักจะไดกํานันผูใหญบาน เปน กําลงั สําคญั ในการสบื สวนแสวงหาขอ เทจ็ จรงิ ในตาํ บลใด หมบู า นใด กํานนั หรอื ผใู หญบ า น มเี หลย่ี ม นักเลงกวางขวาง ซื่อสัตยและทาํ จริง เหตุการณโจรผูรายมักจะสงบไมกลารบกวน ในเขตตําบล หรือบา นนัน้ บางทียงั อาจคมุ ครองไปถึงตาํ บล หรือหมูบา นอน่ื อีกดว ย - ผูกวางขวางรูจักคนมาก ก็เปนประโยชนซ่ึงอาจจะทราบเร่ืองหรือรูเห็น เหตุการณไดดี เพราะเหตุที่กวางขวางอาจมีคนคุยหรือเลาใหฟง หรืออาจเก่ียวของ มีแนวทางตอไป ใหไดความ บางคนเปนผทู ีเ่ คารพนบั ถอื ของราษฎรนัน้ ถา พวกเขารเู รอื่ งทราบขาวอะไรมกั จะไมป ดบงั หรือไมก็อาจนําเรอื่ งนนั้ ๆ มาปรกึ ษาหารือหรือขอความชวยเหลอื ง. ผูมีอิทธพิ ลทางนักเลง ผูเ ทีย่ วเตรซ อกแซก คนขับรถรับจาง - ผูมีอิทธิพลในทางนักเลงยอมคบหาสมาคมติดตอกับพวกนักเลง หรือประพฤติมิชอบตางๆ จึงนับไดวา เปนบุคคลท่ีอาจจะรูเห็นเหตุการณไดดี อาจใกลความจริง ดยี ่งิ กวา บคุ คลในจาํ พวก ค.ขา งตน - ผูเท่ียวเตรซอกแซก หมายถึง คนท่ีชอบคบหาสมาคมติดตอกับคนที่ ทาํ มาหากินในทางมิชอบซึ่งตนเองอาจจะไมไดรวมดวย แตเปนคนชอบสนุกหรือไมขัดคอจึงพลอย ไปกับเขาดวย บุคคลชนิดนี้ยอมเปนประโยชนในการสืบสวน และอาจจะเปนสายของเจาพนักงาน ซง่ึ ปลอมแปลงเขา ไปกไ็ ด - คนขับรถรับจาง ปกติยอมขับรถตระเวนรับสงคนในเวลาตางๆ กลางวัน หรือกลางคืน สถานท่ีที่ไปอาจเปนสถานท่ีท่ีนาสงสัย อาจรูเห็นและทราบเหตุการณตางๆ ไดดี บางคราวอาจเปนผูรับสงผูกระทําผิด เปนผูสมรูรวมคิดกับคนรายหรือเห็นเหตุการณ การกระทําผดิ ดว ย

๓๒ จ. บุคคลที่อยูในแหลงอบายมุขตางๆ เชน ซองโสเภณี รานคาจําหนายสุรา บอนการพนัน โรงรับจาํ นาํ ตลอดจนสถานบริการตางๆ เชน อาบอบนวด คาราโอเกะ บุคคล ทอ่ี ยใู นแหลง เหลา นี้ ยอ มมโี อกาสมัว่ สุม หรอื พบปะคนราย ไดท ราบเหตกุ ารณตา งๆ ทาํ นองเดยี วกับ บุคคลจาํ พวก ง. จะมีการแตกตางกันบางก็ดวยสถานที่เหลานี้อาจจะเปนที่พักพิงของคนราย หรือเปน บอ เกดิ อาชญากรรมรายแรงเสียเอง - แหลงรับซ้ือของโจร อูรถเถ่ือน อาจเปนสถานที่ดัดแปลง หรือชําแหละ ชิ้นสว นเพอ่ื ขายเปน อะไหล - รานตัดผม เจาของรานหรือชางตัดผม อาจจะไดยินไดฟงบุคคล หลายประเภทท่ีมาตัดผมพูดคุยกัน ถอยคําที่พูดคุยอาจติดหู และอาจมีประโยชนในการสืบสวน เชน สาํ เนียงการพูด มลี กั ษณะมาจากภาคใด เปนตน - พอคา หรือคนขายของ อาจสังเกตเห็นลักษณะอันผิดสังเกตบางอยาง ของลูกคาท่ีมาซื้อของ เชน มีเงินมากผิดปกติหรือใชจายอยางฟุมเฟอยเกินฐานะ ชวนใหสงสัยวา อาจไดม าโดยไมสุจริต - เจา ของสถานบรกิ ารตา งๆ หรอื พนกั งานในสถานทเ่ี หลา น้ี ยอ มรจู กั บคุ คล ทม่ี าใชบ รกิ าร และความเปน ไปของบุคคลนนั้ ไดเ ปนอยา งดี - รา นถา ยรปู เจา ของรา นอาจรเู รอ่ื งราวเกย่ี วกบั รปู ภาพของบคุ คลทมี่ าจา ง ถา ยรูป ลา ง อดั รูป หรอื มีรปู ทบ่ี ุคคลมาถายไว - พนักงานขนของในบริษัทเดินอากาศสายการบินตางๆ บุคคลเหลานี้ อาจรูเห็นและจดจําลักษณะพิเศษ หรือแปลกประหลาดของหีบหอ กระเปาเดินทาง หรืออาจจํา ผูโดยสารและบุคคลท่ีมาสงผูโดยสารได หากบุคคลหรือหีบหอดังกลาวอยูในขายแหงการสืบสวนแลว พนักงานเหลา น้อี าจใหความสวา งแกผูส บื สวนได - โรงพยาบาล คลินิกทันตกรรม แพทย พยาบาล ทันตแพทย ตลอดจน บุคคลท่ีทํางานในสถานท่ีดังกลาวยอมรูเรื่องเกี่ยวกับอาการความเจ็บปวย หรือบาดแผลตางๆ ได เปน อยา งดโี ดยเฉพาะแผลอนั เกดิ จากอาวธุ ชนดิ ตา งๆ หรอื ของมคี ม เปน ตน โรงพยาบาลยอ มมขี อ มลู วันเวลาทบี่ ุคคลมาทําการรักษาอยู - ผูมีอาชีพทางการขนสงเคร่ืองอุปโภคบริโภคตามบานเรือนยอมรูจัก ตัวบุคคล ท่ีอยูอาศัย ตลอดจนความเปนไปและนิสัยใจคอของบรรดาบุคคลในเขตทองท่ีที่ตนตอง ทํางานเกย่ี วขอ ง - ชา งซอ มประปา ไฟฟา หรือพนักงานเก็บคา ประปา ไฟฟา บุคคลเหลานี้ อาจเปนประโยชนใ นการใหขอมลู ทางการสืบสวนไดท งั้ สน้ิ ๓. สิ่งของตาง ๆ ที่เปนวัตถุพยานในท่ีเกิดเหตุ และของกลางท่ียึดได เปนหลักฐาน อยา งหนึง่ ที่สามารถสืบสวนใหไ ดมูลเหตุ หรอื รตู ัวคนรา ย ซ่ึงวิธสี บื สวนจากสงิ่ เหลาน้ีใชไ ด ๒ วธิ ี คือ ใชท างดา นวิทยาการเขา ชว ย และสบื หาจากตวั บุคคล ในทนี่ จ้ี ะกลาวแตเฉพาะสบื จากบคุ คล

๓๓ ก. ผเู คยใช ผเู คยเหน็ หรือเกย่ี วขอ ง ซ่ึงจาํ สง่ิ ของนนั้ ได ในขอ นมี้ กั จะเปน ปญ หา สําคัญในการพิจารณาเก่ียวกับการโตเถียงกรรมสิทธ์ิในส่ิงของน้ันวาเปนของใคร และการยืนยัน ในขอท่ีวาจําได การใหการวาจาํ ไดโดยไมมีเหตุผลยอมไมอาจรับฟงได เชน ในเรื่องคดีลักทรัพย หรือรับของโจร ถาผูตองหาตอสูกรรมสิทธ์ิของกลางท่ีจับได ถาไมมีหลักฐานยืนยันในเร่ืองของกลาง โดยมีเหตุผลท่มี นี ้าํ หนกั แลว เปนการยากทีจ่ ะใหศ าลลงโทษ ของกลางบางอยางมสี ภาพไมเหมือนกัน หรือมีแตเฉพาะคนบางกลุมบางพวก เชน พระเคร่ือง ภาพถาย เคร่ืองแตงบาน ฯลฯ เปนการงายที่จะสืบหาเจาของ และมักจะไมคอยมีขอโตเถียงกรรมสิทธิ์สิ่งของท่ีตกอยูในท่ีเกิดเหตุ เชน มีดพก หมวกคนราย เปนตน อาจจะสืบหาคนรายไดโดยสอบถามจากคนที่เคยเห็นหรือจําได โดยถือหลกั ดังกลา วขา งตน ข. ผเู ปน เจา ของ หรอื ผปู ระดษิ ฐห รอื จดั ทาํ สง่ิ ของนน้ั บคุ คลในประเภทนย้ี อ มเปน ผูที่จะยืนยันในสิ่งของน้ันมีนํา้ หนักดีกวาการที่เคยเห็นใช เชน เสื้อผาท่ีตัดจากรานเย็บเส้ือผา โดยวิธีวดั ตัด และตดิ ช่ือหรอื ยหี่ อ ของราน ผเู ยบ็ หรอื ตดั ยอ มระลึกไดว า เสอ้ื ที่ตนเยบ็ นนั้ มีรอยตําหนิ หรือรปู ลักษณพ เิ ศษอยา งไร ใครเปนคนวาจา ง และมบี ัญชบี นั ทกึ ขนาดของเสอื้ นั้นปรากฏอยู ค. แหลงหรือสํานักที่อาจรับหรือมีสิ่งของนั้นไว เชน โรงรับจาํ นาํ บางราน หรือบุคคลที่เคยรับซื้อของโจร การที่ติดตามสิ่งของที่หายไป ถาผูสืบสวนรูเบาะแสดังกลาว ยอมสกัดจับของกลางหรือจับของที่ตองการน้ันไดโดยงาย นอกจากน้ัน ยังอาจจะบอกช่ือเจาของ หรือบคุ คลซ่งึ สงสยั วา จะมหี รือใชสง่ิ ของเชนน้นั ได áËŧ‹ ¢ŒÍÁÙÅ·èÕà¡ÂèÕ Ç¡Ñº»ÃЪҡÃáÅкؤ¤Å ในการสืบสวนคดีที่เกิดขึ้นนั้นภายหลังจากการตรวจท่ีเกิดเหตุของผูสืบสวนอาจทราบถึง ตัวคนรายหรือผูกระทาํ ผิดในทันที การติดตามจับกุมโดยเรงรีบจะตองกระทําในเวลานั้น ผูสืบสวน จะตอ งสบื สวนซักถามพยานใหร ถู งึ รปู พรรณของคนรา ย เส้ือผา ที่สวมใสใ นเวลาเกดิ เหตุ ความจําเปน ในการจดจาํ รูปรางหนาตาของคนรายไดดีที่สุดก็คือ ภาพถายของคนรายน้ันเอง การที่จะไดมา ซึ่งภาพถา ยของคนรายหรอื บุคคล ผสู ืบสวนจะตอ งรถู ึงแหลง ขอมูลทีเ่ ก่ียวของกับประชากรและบคุ คล ดังน้ี ๑. กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปนหนวยงานหน่ึงในสาํ นักงานตํารวจแหงชาติ เปนหนวยงานระดับกองบังคับการในสังกัด สํานักงานพิสูจนหลักฐานตาํ รวจเปนแหลงขอมูลชวย ในการสบื สวน เปน สถานทเี่ กบ็ รวบรวมประวตั ิ รปู ถา ย และแผนประทษุ กรรมของคนรา ย ทาํ ใหผ สู บื สวน สามารถท่จี ะคนหาขอมูลบางอยางทีต่ อ งการได ๒. งานทะเบยี นราษฎรและงานทะเบยี นบตั รประจาํ ตวั ประชาชนของหนว ยงานปกครอง สว นกลางและสวนทองถน่ิ เปนแหลง ขอ มลู ทผ่ี สู บื สวนสามารถท่ีจะติดตอ ประสาน เพ่ือทราบถ่นิ ท่ีอยู สถานะบคุ คลในครอบครวั สถานทอ่ี ยใู นปจ จบุ นั ของบคุ คล ภาพถา ยของบคุ คล สามารถใชเ ปน แนวทาง ในการตดิ ตามบคุ คลหรือจบั กุมคนรายได

๓๔ ๓. เรือนจําในสังกัดกรมราชทัณฑ เปนแหลงขอมูลเกี่ยวกับตัวผูตองขังหรือนักโทษ ในกรณีท่ีมีการหลบหนีจากเรือนจาํ ของนักโทษ การติดตามจับกุมตัวน้ันจะกระทาํ ไดบรรลุผลก็จะตอง อาศัยขอมูลท่ีทางเรือนจําตางๆ มี เชน รูปถาย และประวัตินักโทษน้ันๆ ท่ีทางเรือนจาํ ไดจัดทาํ ไว ผูสืบสวนสามารถที่จะประสานงานขอความรว มมอื ได ๔. สถานประกอบการภาครฐั และเอกชน เปน สถานทท่ี อี่ าจรบั บคุ คลเขา ทํางาน ในสาขา วชิ าชพี ตา งๆ ซง่ึ จะตอ งมขี อ มลู เกยี่ วกบั บคุ คล ในบางครง้ั ผสู บื สวนมคี วามจาํ เปน ทจ่ี ะตอ งประสานงาน เพือ่ ใหไ ดข อมลู มาใชป ระโยชนใ นการติดตามบุคคลหรอื คนรา ยทตี่ องการไดอยา งมีประสิทธภิ าพ ¡ÒÃÊÌҧáËÅ‹§¢Ò‹ Ç ¹Ñ¡Ê׺·Ø¡¹ÒÂμŒÍ§ ๑. มีแหลงขาวในแหลง และกลุม ชน ดังนี้ ๑.๑ ทกุ กลุมอาชีพ และชั้นของสังคม ๑.๒ ทกุ แหลงสถานทีท่ ีเ่ ช่อื วามีขาวสารอาชญากรรม เชน ๑.๒.๑ โรงแรม ๑.๒.๒ แฟลต ๑.๒.๓ สถานบรกิ ารใหเชา รถ ๑.๒.๔ ยานชุมชนแออัด ๒. สรา งแหลงขา วเพม่ิ เตมิ และปรบั ปรุงใหท นั สมัยอยูเ สมอ ¡ÒäǺ¤ØÁáÅл¯ºÔ ÑμÔμÍ‹ áËŧ‹ ¢Ò‹ Ç ñ. ¡ÒäǺ¤ÁØ áËÅ‹§¢Ò‹ Ç ใหจ ดั ทาํ เอกสารควบคุมแหลง ขา วซ่ึงไดแ ก ๑.๑ สมดุ คุมแหลง ขาวประจําตัวนกั สบื ทกุ นาย เพ่อื ใหนกั สบื ผนู ้ันทราบวา ๑.๑.๑ ตนเองมีผใู หข าวกคี่ น อยูที่ใดบาง แตละคนมีความสามารถทางใด ๑.๑.๒ ผูใหขาวแตละคน ใหขาวเรื่องอะไรบาง ผลของการสืบสวนในขาว แตล ะเรอื่ งเปน อยา งไร เพอ่ื วดั ความสามารถและความเชื่อถือตวั ผูใหข า วคนนัน้ ๑.๒ สมุดคุมแหลงขาวของหนวยงาน แยกตามประเภทของแหลงขาว เพ่ือให นักสืบไดท ราบวา ๑.๒.๑ มีแหลงขาวอยูที่ใดบางในทองท่ีของตน ใครเปนผูใหขาวในแตละ แหลงขาว นักสืบผูใดมีหนาที่รับผิดชอบควบคุมแหลงขาวใดบาง เม่ือมีความจาํ เปนตองหาขาวจาก แหลง ขา วเหลา น้ัน กส็ ามารถใชไ ดถูกตอ ง

๓๕ ò. ¡Òû¯ºÔ μÑ μÔ ‹ÍáËÅ‹§¢‹ÒÇ ๒.๑ ผูรับผิดชอบแหลงขาวตองติดตอประสานงานกับผูใหขาวตามแหลงตางๆ ท่ีตนรับผิดชอบอยูอยางสมํ่าเสมอ เพื่อกอใหเกิดความใกลชิด ไววางใจและติดตามการแจงขาว ของผูใหข าวอยางตอ เน่อื ง ๒.๒ ผูรับผิดชอบแหลงขาวตองกาํ หนดวิธีการรับ-สงขาว ระหวางตัวนักสืบ กับผูใหขาว ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¤‹Ò¢Í§áËŧ‹ ¢Ò‹ ÇáÅÐμÇÑ ¢Ò‹ Ç ¡ÒûÃÐàÁ¹Ô ¤Ò‹ ¢Í§áËÅ‹§¢Ò‹ Ç ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¤‹Ò¢Í§μÑÇ¢‹ÒÇËÃÍ× à¹Íé× ËҢͧ¢‹ÒÇ (¹‹ÒàªÍè× ¶×Í/äÁ‹¹‹Òàªè×Ͷ×Í) (¹Ò‹ àª×Íè ¶×Í/äÁ¹‹ ‹Òàª×Íè ¶×Í) - ตวั แหลงขาว (สายขา ว/สายลับ) มี ๖ ระดบั - การประเมิน เน้ือขาว (มี ๖ ระดบั ) ก. เชอื่ ไดเ ตม็ ที่ ๑. ไดรับการยนื ยนั จากแหลง ขา วอ่นื ข. เชื่อถอื ได ๒. นา จะเปน ความจริง ค. พอจะเช่อื ถือได ๓. อาจจะเปน ความจรงิ ง. ยงั ไมค วรจะเช่ือถือ ๔. สงสัยวาจะเปนความจรงิ จ. เช่อื ถือไมได ๕. ไมนาจะเปน ไปได ฉ. ไมสามารถกาํ หนดความเชือ่ ถือได ๖. ไมนาตัดสนิ ความจรงิ ได - (ของตางประเทศ) - (ของตา งประเทศ) A * โดยปราศจากขอสงสัยวาเชื่อได ๑. รูวาเปนความจริงโดยปราศจาก แนน อน (ทีม่ าเชอ่ื มน่ั ไดอยา งสมบรู ณ) ขอ สงสยั B * ทผ่ี า นมาเชอ่ื ถอื ไดเปนสวนใหญ ๒. ขาวเปนที่รูจากแหลงแตยังไมได C * ทผี่ า นมาเชื่อถือไมไดเ ปนสว นใหญ รายงานใหเ จา หนา ท่ี X * ไมสามารถตัดสินได (เปนแหลงที่ ๓. ขาวไมเปนท่ีรูจักจากแหลงแตรูมาจาก ไมเ คยใชมากอน) ผูอน่ื และไดมีการบนั ทกึ ไวแ ลว ๔. ไมสามารถตัดสินได* ขาวไมสามารถ รูไ ดจ ากแหลงและผูอน่ื

๓๖ μÒÃÒ§¡ÒûÃÐàÁÔ¹¤‹Ò¡Òâҋ Ç â´Â»ÃÒȨҡ ·Õ輋ҹÁÒ ·èÕ¼Ò‹ ¹ÁÒ äÁ‹ÊÒÁÒö ¢ÍŒ ʧÊÂÑ ÇÒ‹ àªèÍ× ¶×Íä´Œ àª×Íè ¶Í× äÁä‹ ´Œ μ´Ñ ÊԹ䴌 ÁÒμäÇÒÁàª×èÍÁè¹Ñ ¢Í§áËŧ‹ ¢‹ÒÇ àªÍè× ä´Œá¹¹‹ ͹ ໹š ʋǹãËÞ‹ ໹š ʋǹãËÞ‹ มาตรความเท่ียงตรงของขา ว A B CX รวู า เปน ความจรงิ โดยปราศจากขอ สงสยั ๑ A๑ B๑ C๑ X๑ ขาวเปนที่รูจากแหลงแตยังไมได ๒ A๒ B๒ C๒ X๒ รายงานใหเจา หนาท่ี ขาวไมเปนท่ีรูจักจากแหลงแตรูมา ๓ A๓ B๓ C๓ X๓ จากผูอน่ื และไดม กี ารบันทึกไวแลว ไมส ามารถตดั สนิ ได ๔ A๔ B๔ C๔ X๔ ¢‹ÒÇ·Õè ¹‹ÒàªÍè× ¶×Í·ÕèÊ´Ø ¤×Í Añ ¢‹ÒÇ·èÕ äÁ¹‹ ‹Òàª×èͶ×Í·ÊèÕ Ø´ ¤Í× Xô

๓๗ º··èÕ ó ¡ÒÃáÊǧËÒ¾ÂÒ¹ËÅ¡Ñ °Ò¹ áËŧ‹ ·Õ¨è оºÇÑμ¶Ø¾ÂÒ¹ ๑. สถานทเี่ กดิ เหตุ ซงึ่ เปน สถานทท่ี เ่ี กดิ เหตขุ นึ้ และเปน แหลง รวมของบรรดาวตั ถพุ ยาน สวนใหญ เชน รอยลายนว้ิ มือแฝง ปลอกกระสนุ ปน ศพ รอ งรอยคนรา ย เราถอื วาสถานทเี่ กิดเหตคุ อื หัวใจของการสืบสวนหรือขุมทรัพยพยานหลักฐาน คนรายจะท้ิงรองรอยไวเสมอไมมากก็นอยขึ้นกับ เจา หนาทจี่ ะมีความรูค วามสามารถในการทจี่ ะคนหาและเกบ็ วัตถพุ ยานไดม ากนอ ยเพยี งใด ๒. ทต่ี วั ของผเู สยี หาย เชน ในศพ หรอื ในกรณผี ถู กู อาวธุ ปน และมกี ระสนุ ฝง อยใู นรา งกาย หรอื คดีขมขนื กระทาํ ชาํ เรา ซง่ึ วัตถุพยานสําคัญ เชน บาดแผล เสนขน เน้อื เย่อื อสุจิ เปนตน จะอยใู น รางกายผเู สยี หาย ๓. ท่ตี วั คนราย เพราะหากคนรา ยเขาไปในท่ีเกิดเหตแุ ลวนาจะตอ งนาํ สง่ิ ของบางอยา ง หรอื มีส่งิ ของบางอยางตดิ ตวั ไป เชน ทรัพยสิน เศษหิน ดนิ ทราย (ไปกบั พน้ื รองเทา ) หรอื ทิง้ รองรอยไว เชน คราบโลหิต นา้ํ ลาย ลายน้ิวมอื เปน ตน ๔. ที่อ่ืนๆ เชน คนรายยิงคนตายแลวหลบหนีไปพรอมอาวุธปนของกลาง ระหวาง หลบหนีไดนาํ ปน ไปโยนทิ้งแมน ํ้า เปนตน ó.ñ ¡ÒÃáÊǧËÒ¾ÂÒ¹ËÅ¡Ñ °Ò¹¨Ò¡¡ÒèºÑ /¤Œ¹/嫅 ¢Í§¡ÅÒ§ คําวาของกลางในคดีอาญา ไมปรากฏคําอธิบายในกฎหมายใดซ่ึงจะไดอธิบายไว โดยชดั แจง เกย่ี วกบั ความหมาย นอกจากคาํ วา “สงิ่ ของ” ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๒(๑๘) ซึง่ หมายถงึ สังหาริมทรัพยใด ซึ่งอาจใชเ ปนพยานหลกั ฐานในคดีอาญาได ใหรวมทงั้ จดหมาย โทรเลขและเอกสารอยางอื่นๆ ซึ่งแทจริงแลวคาํ วาของกลางยังมีความหมายอยางกวาง มากกวาคาํ วา “ส่ิงของ” ดังนั้น จึงตองอาศัยการตีความจากหลักของเจตนารมณของกฎหมายตางๆ ทีเ่ กี่ยวขอ งซงึ่ ไดกลาวอธิบายไว อาทเิ ชน การสบื สวน คือ การแสวงหาขอ เท็จจรงิ และหลักฐาน ซึ่งในบางครง้ั หลักฐานที่สบื สวนพบ ก็กลายสภาพเปนของกลางในคดีอาญา ดังนั้น ตองทําความเขาใจและควรเรียนรูเกี่ยวกับของกลาง ในคดอี าญาไวป ระกอบ เพราะมฉิ ะนน้ั แลว จะพบเหน็ เจา พนกั งานตาํ รวจไปตรวจคน และยดึ สงิ่ ของตา งๆ มาจํานวนมากมาย แตกลับไมถูกนํามาใชเปนพยานหลักฐานหรือไมไดแปรสภาพมาเปนของกลาง ในคดอี าญาแตอ ยา งใด จงึ มขี อ พพิ าทจาํ นวนมากเกดิ ขน้ึ ตามมาเกยี่ วกบั อาํ นาจการยดึ และระยะเวลา ในการยดึ สงิ่ ของเหลา นน้ั รวมถงึ ปญ หาในการเกบ็ รกั ษาวา ใครจะเปน ผรู บั ผดิ ชอบ ตลอดจนเกดิ ปญ หา เก่ียวกบั การสงมอบสิง่ ของเหลา นนั้ คืนแกเจา ของหรอื ผูมีสิทธ์เิ มือ่ มกี ารยืน่ คํารองขอรบั สง่ิ ของคืน

๓๘ จึงเปนเรื่องจําเปนท่ีเจาพนักงานตํารวจผูมีหนาท่ีในการสืบสวนคดีอาญา ตองมีความรู และทราบถึงเจตนารมณของกฎหมายในการที่จะใหอํานาจเจาพนักงานในการยึดหรืออายัดส่ิงของ เพ่ือประโยชนในการบังคับใชกฎหมาย ซ่ึงเมื่อพิจารณาถึงเจตนารมณของกฎหมายแลว พอจะวาง หลักเกณฑเ กยี่ วกับคาํ วาของกลางในคดีอาญา ไดดังนี้ ๑. หมายถงึ สงิ่ ของทยี่ ึดไวเ พื่อใหศาลมคี ําสั่งริบ (สง่ิ ของทีม่ ไี วเปนความผิด) ๒. หมายถึงสิ่งของทยี่ ึดไวเพราะสงสัยวา เปนส่ิงของทไี่ ดใช มไี วเพื่อใช หรือไดมาจาก การกระทาํ ความผิด (บางสิ่งคืนเจา ของท่แี ทจรงิ บางส่งิ ศาลมีคาํ ส่งั รบิ ) ๓. หมายถงึ สง่ิ ของทยี่ ดึ ไวเ พอ่ื ใชเ ปน พยานหลกั ฐานในคดอี าญา (สว นใหญใ ชเ ปน พยาน หลักฐานในคดีอาญา และอาจส้ินสภาพไปเพราะการตรวจพิสจู น) ๔. หมายถึงสิ่งของที่ยึดไวเพราะหาเจาของที่แทจริงไมได รัฐรักษาผลประโยชนไว เพ่อื ปองกันการโตแยง ทางแพง ของเอกชน (เชน ส่งิ ของตกหลน ทมี่ ผี เู ก็บได) ó.ñ.ñ ÊÔ觢ͧ·ÂèÕ ´Ö äÇŒà¾Íè× ãËŒÈÒÅÁคÕ ําʧÑè ÃºÔ ของกลางในคดีอาญาตามความหมายน้ี หมายถึง สิ่งของท่ีเจาพนักงานผูมี หนา ทส่ี บื สวนตอ งยดึ หรอื อายดั ไวเ สมอ เพอื่ ใหศ าลมคี าํ สง่ั รบิ ซงึ่ ถอื วา เปน การรบิ เดด็ ขาด เปน ไปตาม หลกั กฎหมายในประมวลกฎหมายอาญา ดงั นี้ ÁÒμÃÒ óò ทรัพยสินใดท่ีกฎหมายบัญญัติไววา ผูใดทําหรือมีไวเปนความผิด ใหรบิ เสยี ท้ังส้นิ ไมวา เปน ของผูกระทําความผิด และมีผถู กู ลงโทษตามคําพิพากษาหรอื ไม ÁÒμÃÒ óõ ทรัพยสินซ่ึงศาลพิพากษาใหริบใหตกเปนของแผนดิน แตศาลจะ พิพากษาใหทําใหทรพั ยสินนนั้ ใชไ มไ ดห รือทําลายทรพั ยสินน้ันเสยี กไ็ ด ดังนั้น เม่ือเจาพนักงานตํารวจผูมีหนาท่ีในการสืบสวนคดีอาญา ไดสืบสวนพบ ส่ิงของซึ่งมีลักษณะตามท่ีไดอธิบายแลวขางตน จะตองยึดไวเปนของกลางเสมอ โดยมิตองคํานึงวา จะมีผูตองหาหรือผูที่ตองไดรับโทษตามกฎหมายสําหรับความผิดนั้นๆ หรือไม และระยะเวลา ในการยดึ น้ัน กย็ ึดไวไ ดจ นกวาศาลจะมีคาํ สง่ั รบิ ó.ñ.ò ÊèÔ§¢Í§·èÕÂÖ´äÇŒà¾ÃÒÐʧÊÑÂÇ‹Ò໚¹ÊèÔ§¢Í§·èÕ䴌㪌 ÁÕäÇŒà¾è×Í㪌 ËÃ×Íä´ŒÁÒ¨Ò¡ ¡ÒáÃÐทาํ ¼Ô´ ของกลางในคดีอาญาตามความหมายนี้ หมายถงึ ส่งิ ของทีเ่ จาพนักงานผมู ีหนาที่ สบื สวนไดทราบขอ เท็จจรงิ หรือเพราะมีเหตุอนั ควรสงสยั วาจะเปนสง่ิ ของท่ีไดใ ช มไี วเ พ่อื ใช หรอื ไดม า จากการกระทําผิด จึงตองยึดไวเปนของกลาง เพราะเหตุท่ีหากเปนสิ่งของท่ีไดใช หรือมีไวเพ่ือใช ในการกระทาํ ผดิ จรงิ ทาํ ใหพ สิ จู นไ ดว า มกี ารกระทาํ ผดิ อาญาเกดิ ขนึ้ และทาํ ใหพ อจะทราบรายละเอยี ด แหง ความผดิ นน้ั ๆ นอกจากนน้ั ยงั สามารถนาํ ไปใชเ ปน พยานหลกั ฐานสาํ คญั ในคดอี าญาในชน้ั สอบสวน และการพิจารณาคดีของศาลเพ่ือพสิ จู นค วามผิดผูตองหาหรอื จําเลย สําหรับส่ิงของที่สงสัยวาจะไดมาจากการกระทําผิดก็ตองยึดไวใชเปนพยาน หลักฐานเพ่ือพิสูจนความผิดของผูตองหาหรือจําเลย อาทิเชน ความผิดฐานลักทรัพยหรือรับของโจร นอกจากนคี้ วามสาํ คญั ทต่ี อ งยดึ สง่ิ ของประเภทนไี้ วเ ปน ของกลางคอื กรณที ย่ี ดึ ไวเ พอื่ สง คนื แกเ จา ของ ทแี่ ทจ รงิ หรือผมู ีสทิ ธิในส่งิ ของน้ัน

๓๙ ซง่ึ ของกลางประเภทนเี้ ปน ไปตามหลกั ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา ÁÒμÃÒ öù เหตุที่จะออกหมายคน ไดมีดังตอไปนี้ (๑) เพ่ือพบและยึดสิ่งของซ่ึงจะเปนพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไตส วนมลู ฟองหรือพจิ ารณา (๒) เพ่ือพบและยึดส่ิงของซ่ึงมีไวเปนความผิด หรือไดมาโดยผิดกฎหมาย หรอื มีเหตุอันควรสงสัยวาไดใ ชห รอื ตงั้ ใจจะใชใ นการกระทาํ ความผิด (๓) เพื่อพบและชวยบุคคลซ่ึงไดถูกหนวงเหนี่ยวหรือกักขัง โดยมิชอบดวย กฎหมาย (๔) เพ่อื พบบคุ คลซ่งึ มหี มายใหจับ (๕) เพอ่ื พบและยดึ สงิ่ ของตามคาํ พพิ ากษาหรอื ตามคาํ สงั่ ศาล ในกรณที จี่ ะพบ หรือจะยดึ โดยวิธีอน่ื ไมไดแลว และหลักประมวลกฎหมายอาญา ÁÒμÃÒ óó ในการริบทรัพยสิน นอกจากศาลจะมีอํานาจริบตามกฎหมาย ท่บี ญั ญัตไิ วโ ดยเฉพาะแลว ใหศ าลมอี าํ นาจสง่ั ใหริบทรพั ยสินดังตอไปน้อี ีกดว ย คือ (๑) ทรพั ยสนิ ซ่งึ บคุ คลไดใช หรือมีไวเ พอื่ ใชใ นการกระทาํ ความผดิ หรือ (๒) ทรัพยสนิ ซึ่งบคุ คลไดมาโดยไดกระทาํ ความผิด เวนแตทรพั ยสินเหลานีเ้ ปน ทรัพยส ินของผอู ื่นซ่งึ มไิ ดรเู หน็ เปน ใจดวยในการกระทาํ ความผดิ ÁÒμÃÒ óô บรรดาทรัพยสนิ (๑) ซงึ่ ไดใ หต ามความในมาตรา ๑๔๓ มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๔๙ มาตรา ๑๕๐ มาตรา ๑๖๗ มาตรา ๒๐๑ หรือมาตรา ๒๐๒ หรอื (๒) ซึ่งไดใหเพื่อจูงใจบุคคลใหกระทําความผิด หรือเพ่ือเปนรางวัลในการ ที่บุคคลไดกระทําความผิด ใหริบเสียท้ังส้ิน เวนแตทรัพยสินนั้นเปนของผูอื่นซึ่งมิไดรูเห็นเปนใจดวย ในการกระทาํ ความผิด ÁÒμÃÒ óö ในกรณีท่ศี าลส่งั ใหร บิ ทรพั ยส ินตามมาตรา ๓๓ หรอื มาตรา ๓๔ ไปแลว หากปรากฏในภายหลงั โดยคาํ เสนอของเจาของแทจ ริงวา ผูเปน เจา ของแทจ รงิ มิไดร เู หน็ เปนใจ ดวยในการกระทําความผดิ ก็ใหศาลส่งั ใหค นื ทรัพยส นิ ถาทรพั ยส ินนั้นยังคงมีอยใู นความครอบครอง ของเจาพนักงานแตคําเสนอของเจาของแทจริงนั้นจะตองกระทําตอศาลภายในหน่ึงปนับแตวัน คาํ พิพากษาถงึ ทสี่ ดุ ขอ สงั เกต ประการสาํ คญั ของการยดึ ของกลางประเภทนี้ คอื การตคี วามเกยี่ วกบั คาํ วา เหตุ อันควรสงสัย ซ่ึงตองมีหลักฐานขอเท็จจริงพอสมควรท่ีจะสนับสนุนขออางของเจาพนักงานผูมีหนาที่ ในการสืบสวนอาญา นอกจากนี้ยังมีขอสังเกตเก่ียวกับระยะเวลาในการยึด อายัด วาจะมีกําหนด ถึงเมื่อใด เพราะมูลเหตุอันควรสงสัยน้ัน บางคร้ังไดส้ินสุดลงแลว อํานาจในการยึด อายัด จงึ ควรจะหมดตามไปดว ย เวน แตจ ะมขี อ เทจ็ จรงิ อนื่ มาสนบั สนนุ หรอื ไดเ ปลยี่ นมลู เหตอุ นั ควรสงสยั เปน มูลเหตจุ ริง

๔๐ นอกจากนี้ยังมีขอสังเกตเก่ียวกับหลักเกณฑขอน้ี ในเรื่องการคืนหรือสั่งคืนของกลางที่ยึด หรืออายัดวา ไดก ระทาํ ไปโดยมีการตรวจสอบสทิ ธิ์อยา งแนชัดแลวหรอื ไม กระทบสิทธิข์ องผใู ดหรือไม และผูบุคคลน้ันมีสิทธ์ิไลเบี้ยเอากับผูกระทาํ ความผิดอาญาไดหรือไม ซึ่งในกรณีจะเกี่ยวของสัมพันธ ดังปรากฏอยใู นประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา ÁÒμÃÒ ôó คดีลักทรัพย ว่ิงราว ชิงทรัพย ปลนทรัพย โจรสลัด กรรโชก ฉอโกง ยักยอกหรือรับของโจร ถาผูเสียหายมีสิทธิที่จะเรียกรองทรัพยสิน หรือราคาท่ีเขาสูญเสียไป เน่ืองจากการกระทําผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการย่ืนฟองคดีอาญา ก็ใหเรียกทรัพยสินหรือราคา แทนผเู สียหายดว ย ÁÒμÃÒ ôô การเรียกทรัพยสินหรือราคาคืนตามมาตรากอน พนักงานอัยการ จะขอรวมไปกับคดีอาญาหรือจะย่ืนคํารองในระยะใดระหวางท่ีคดีอาญากาํ ลังพิจารณาอยูในศาลชั้นตน ก็ได คําพพิ ากษาในสว นเรยี กทรพั ยส นิ หรอื ราคาใหร วมเปน สว นหนง่ึ แหง คาํ พพิ ากษา ในคดีอาญา ÁÒμÃÒ ôô/ñ ในคดที ่พี นักงานอัยการเปน โจทก ถา ผเู สยี หายมีสิทธทิ ่จี ะเรยี กเอา คา สนิ ไหมทดแทนเพราะเหตไุ ดร บั อนั ตรายแกช วี ติ รา งกาย จติ ใจ หรอื ไดร บั ความเสอื่ มเสยี ตอ เสรภี าพ ในรางกาย ช่ือเสียงหรือไดรับความเสียหายในทางทรัพยสินอันเน่ืองมาจากการกระทาํ ความผิดของ จาํ เลย ผูเสียหายจะย่ืนคาํ รองตอศาลท่ีพิจารณาคดีอาญาขอใหบังคับจาํ เลยใหคาสินไหมทดแทน แกต นกไ็ ด การยน่ื คํารอ งตามวรรคหน่ึง ผูเสียหายตองย่นื คํารองกอนเริม่ สืบพยาน ในกรณี ที่ไมมีการสืบพยานใหย่ืนคาํ รองกอนศาลวินิจฉัยช้ีขาดคดี และใหถือวาคํารองดังกลาวเปนคาํ ฟอง ตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงและผูเสียหายอยูในฐานะโจทกในคดี สว นแพง นนั้ ทงั้ นี้ คาํ รอ งดงั กลา วตอ งแสดงรายละเอยี ดตามสมควรเกยี่ วกบั ความเสยี หาย และจํานวน คา สนิ ไหมทดแทนทเ่ี รยี กรอ ง หากศาลเหน็ วา คาํ รอ งนน้ั ยงั ขาดสาระสาํ คญั บางเรอ่ื ง ศาลอาจมคี ําสง่ั ให ผูรองแกไ ขคาํ รอ งใหช ัดเจนกไ็ ด คํารองตามวรรคหน่ึงจะมีคาํ ขอประการอ่ืนท่ีมิใชคาํ ขอบังคับใหจาํ เลยชดใช คาสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทาํ ความผิดของจาํ เลยในคดีอาญามิได และตองไมขัดขืน หรอื แยง กบั คําฟอ งในคดอี าญาทพี่ นกั งานอยั การเปน โจทก และในกรณที พ่ี นกั งานอยั การไดด าํ เนนิ การ ตามความใน มาตรา ๔๓ แลว ผเู สยี หายจะยน่ื คํารอ งตามวรรคหนง่ึ เพอ่ื เรยี กทรพั ยส นิ หรอื ราคาทรพั ย อกี ไมได ÁÒμÃÒ ôô/ò เมอ่ื ไดร ับคาํ รอ งตาม มาตรา ๔๔/๑ ใหศ าลแจง ใหจําเลยทราบ หากจาํ เลยใหการประการใดหรือไมประสงคจะใหการใหศาลบันทึกไว ถาหากจําเลยประสงคจะทํา คําใหการเปน หนังสือใหศาลกําหนดระยะเวลายื่นคาํ ใหก ารตามท่ีเหน็ สมควร และเม่อื พนกั งานอัยการ

๔๑ สืบพยานเสร็จศาลจะอนุญาตใหผูเสียหายนาํ พยานเขาสืบถึงคาสินไหมทดแทนไดเทาท่ีจําเปน หรือศาลจะพิจารณาพิพากษาคดอี าญาไปกอนแลวพจิ ารณาพิพากษาคดสี ว นแพงในภายหลัง ถาความปรากฏตอศาลวาผูย่ืนคํารองตาม มาตรา ๔๔/๑ เปนคนยากจน ไมส ามารถจดั หาทนายความไดเ อง ใหศ าลมอี าํ นาจตัง้ ทนายความใหแ กผูนั้น โดยทนายความทไ่ี ดรบั แตงต้งั มีสิทธไิ ดรับเงนิ รางวัลและคา ใชจา ยตามระเบยี บทีค่ ณะกรรมการบรหิ ารศาลยุตธิ รรมกําหนด ÁÒμÃÒ ôõ คดีเรื่องใดถึงแมวาไดฟองในทางอาญาแลวก็ไมตัดสิทธิผูเสียหาย ทจี่ ะฟองในทางแพง อีก ÁÒμÃÒ ôö ในการพิพากษาคดีสว นแพง ศาลจําตอ งถือขอเทจ็ จริงตามทป่ี รากฏ ในคาํ พพิ ากษาคดสี วนอาญา ÁÒμÃÒ ô÷ คาํ พิพากษาคดีสวนแพงตองเปนไปตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย อันวาดวยความรับผิดของบุคคลในทางแพงโดยไมตองคํานึงถึงวาจําเลยตองคาํ พิพากษาวาไดกระทํา ความผดิ หรอื ไม ราคาทรัพยสินที่ส่ังใหจําเลยใชแกผูเสียหายใหศาลกาํ หนดตามราคาอันแทจริง สวนจาํ นวนเงินคาสินไหมทดแทนที่ผูเสียหายจะไดรับนั้น ใหศาลกาํ หนดใหตามความเสียหายแตตอง ไมเ กนิ คาํ ขอ ÁÒμÃÒ ôø เมื่อศาลพิพากษาใหคืนทรพั ยสนิ แตย งั ไมปรากฏตัวเจา ของ เมอื่ ใด ปรากฏตัวเจา ของแลว ใหเจาหนาทีซ่ ึง่ รักษาของคนื ของนน้ั ใหแกเ จาของไป ในกรณีที่ปรากฏตัวเจาของ ใหศาลพิพากษาส่ังใหเจาหนาที่ซ่ึงรักษาของคืน ของนน้ั ใหแ กเจา ของไป เมื่อมีการโตแยงกัน ใหบุคคลท่ีอางวาเปนเจาของอันแทจริงในทรัพยสินน้ัน ฟองเรียกรอ งยังศาลท่มี ีอาํ นาจชาํ ระ ÁÒμÃÒ ôù แมจะไมม ีฟอ งคดสี วนแพง กต็ าม เมื่อพิพากษาคดี สว นอาญาศาล จะสัง่ ใหค นื ทรพั ยสนิ ของกลางแกเจาของก็ได ÁÒμÃÒ õð ในกรณีท่ีศาลสง่ั ใหคืนหรอื ใชร าคาทรัพยส ิน หรอื คาสนิ ไหมทดแทน แกผูเสียหายตามมาตรา ๔๓ และ มาตรา ๔๔ หรือ มาตรา ๔๔/๑ ใหถือวาผูเสียหายน้ันเปน เจา หนีต้ ามคาํ พพิ ากษา ÁÒμÃÒ øõ เจาพนักงานผูจับหรือรับตัวผูถูกจับไว มีอํานาจคนตัวผูตองหา และยดึ สิ่งของตาง ๆ ทอี่ าจใชเ ปนพยานหลกั ฐานได การคน นน้ั จกั ตองทาํ โดยสุภาพ ถา คน ผูห ญิงตอ งใหห ญิงอน่ื เปน ผคู น สง่ิ ของใดท่ยี ดึ ไว เจา พนกั งานมอี ํานาจยึดไวจ นกวาคดถี งึ ทีส่ ุด เม่ือเสรจ็ คดีแลว กใ็ หคนื แกผตู อ งหาหรือแกผอู ่ืน ซึ่งมีสทิ ธิเรยี กรอ งขอคนื ส่ิงของนน้ั เวน แตศ าลจะสั่งเปน อยา งอ่นื

๔๒ ÁÒμÃÒ ùó หามมิใหทําการคนบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เวนแต พนักงาน ฝายปกครองหรือตํารวจเปนผูคนในเม่ือมีเหตุอันควรสงสัยวา บุคคลนั้นมีส่ิงของในความครอบครอง เพื่อจะใชในการกระทาํ ความผิด หรือซึ่งไดมาโดยการกระทําความผิดหรือซึ่งมีไวเปนความผิดจะเห็น ไดวาแมแตศาลยังใหความสําคัญกับการส่ังคืนของกลางประเภทน้ี และก็ยังมีปรากฏอยูในประมวล กฎหมายอาญา ÁÒμÃÒ óó ÇÃä·ÒŒ  เวน แตท รพั ยส นิ เหลา นเ้ี ปน ทรพั ยส นิ ของผอู น่ื ซงึ่ มไิ ดร เู หน็ เปนใจดวยในการกระทาํ ความผดิ ÁÒμÃÒ óô ÇÃ䷌Ҡเวน แตทรัพยส ินนน้ั เปน ของผูอื่นซ่ึงมิไดร เู หน็ เปน ใจดว ย ในการกระทาํ ความผิด ÁÒμÃÒ óö ในกรณที ศ่ี าลสงั่ ใหร ิบทรัพยส นิ ตามมาตรา ๓๓ หรอื มาตรา ๓๔ ไปแลว หากปรากฏในภายหลังโดยคําเสนอของเจา ของแทจริงวา ผูเ ปนเจาของแทจริงมไิ ดร ูเห็นเปนใจ ดว ยในการกระทาํ ความผิด กใ็ หศาลส่งั ใหคืนทรพั ยสนิ ถา ทรพั ยสินน้นั ยังคงมีอยใู นความครอบครอง ของเจาพนักงาน แตคําเสนอของเจาของแทจริงน้ันจะตองกระทําตอศาลภายในหน่ึงปนับแตวัน คําพพิ ากษาถึงทส่ี ดุ ดังน้นั จงึ เปน เร่ืองสําคญั ทีต่ อ งทําความเขาใจอยา งจรงิ จังและใสใจ โดยเฉพาะ อยา งย่งิ เร่อื งของระยะเวลาในการยดึ อายดั และการคืนของกลาง แมในบางครัง้ จะเปนการปฏบิ ตั ขิ อง พนกั งานสอบสวนกต็ าม แตต อ งไมล มื วา เจา พนกั งานผมู หี นา ทส่ี บื สวนคดอี าญา เพราะเปน ผใู ชอ าํ นาจแรก ในการยึดสงิ่ ของเหลาน้นั มาเพยี งเพราะเหตอุ ันควรสงสยั ó.ñ.ó ÊÔ§è ¢Í§·Õè嫅 äÇŒà¾èÍ× ãªàŒ »¹š ¾ÂÒ¹ËÅ¡Ñ °Ò¹ã¹¤´ÍÕ ÒÞÒ ของกลางในคดีอาญาตามความหมายน้ี หมายถึง ส่ิงที่เจาพนักงานผูมีหนาท่ี สืบสวนคดีอาญาเห็นวาเปน หลกั ฐานสําคญั ท่ีทําใหทราบรายละเอยี ดแหง ความผิด และยงั สามารถใช เปน พยานหลกั ฐานในชน้ั สอบสวนเพอ่ื พสิ จู นว า ผตู อ งหากระทาํ ผดิ หรอื บรสิ ทุ ธ์ิ ซง่ึ ของกลางประเภทน้ี มวี ตั ถปุ ระสงคห รอื เจตนารมณข องกฎหมายตา งจากของกลางประเภทท่ี ๒ ขา งตน กลา วคอื ของกลาง ประเภทนี้นอกจากใชพิสูจนหรือยืนยันความผิดของผูตองหาหรือจําเลยในการสอบสวนหรือพิจารณา คดีแลว ยังอาจยึดมาเพื่อใชเปนพยานหลักฐานในการยืนยันความบริสุทธ์ิของผูตองหาหรือจําเลย ซงึ่ อาจมาจากการแสวงหาและยดึ อายดั ของเจา พนกั งานตาํ รวจผมู อี าํ นาจสบื สวนคดอี าญาเอง หรอื มา จากคํากลา วอางของผตู อ งหาหรือจาํ เลยก็ได หลกั กฎหมายทเ่ี กยี่ วขอ งกบั ของกลางประเภทน้ี คอื ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณา ความอาญา ÁÒμÃÒ öù เหตทุ ่จี ะออกหมายคน ไดม ีดงั ตอ ไปนี้ (๑) เพอื่ พบและยดึ สง่ิ ของซงึ่ จะเปน พยานหลกั ฐานประกอบการสอบสวนไตส วน มลู ฟองหรือพจิ ารณา

๔๓ ÁÒμÃÒ ùò หามมิใหคนในท่ีรโหฐานโดยไมมีหมายคนหรือคาํ ส่ังของศาล เวน แตพ นักงานฝา ยปกครองหรือตํารวจเปน ผูคน และในกรณีดังตอ ไปนี้ (๔) เม่ือมีพยานหลักฐานตามสมควรวาส่ิงของท่ีมีไวเปนความผิดหรือไดมา โดยการกระทาํ ความผดิ หรอื ไดใ ชห รอื มไี วเ พอื่ จะใชใ นการกระทาํ ความผดิ หรอื อาจเปน พยานหลกั ฐาน พสิ จู นก ารกระทาํ ความผดิ ไดซ อ นหรอื อยใู นนนั้ ประกอบทงั้ ตอ งมเี หตอุ นั ควรเชอ่ื วา เนอ่ื งจากการเนน่ิ ชา กวาจะเอาหมายคนมาไดส ิง่ ของนั้นจะถกู โยกยายหรือทาํ ลายเสยี กอ น ÁÒμÃÒ ùø การคน ในทรี่ โหฐานนน้ั จะคน ไดแ ตเ ฉพาะเพอ่ื หาตวั คน หรอื สง่ิ ของ ทีต่ อ งการคน เทานนั้ แตมขี อ ยกเวนดงั น้ี (๑) ในกรณีที่คนหาส่ิงของโดยไมจํากัดส่ิง เจาพนักงานผูคนมีอาํ นาจยึด สงิ่ ของใดๆ ซงึ่ นาจะใชเปนพยานหลกั ฐานเพอ่ื เปนประโยชน หรือยนั ผูตองหาหรอื จาํ เลย ÁÒμÃÒ ñóñ ใหพนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิดเทาท่ีสามารถ จะทําได เพ่ือประสงคจะทราบขอเท็จจริงและพฤติการณตางๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกลาวหา เพอ่ื จะรตู ัวผกู ระทาํ ผดิ และพสิ จู นใ หเหน็ ความผิดหรือความบรสิ ุทธิ์ของผูตอ งหา ÁÒμÃÒ ñóò เพ่ือประโยชนแหงการรวบรวมหลักฐาน ใหพนักงานสอบสวน มอี ํานาจดังตอไปนี้ (๑) ตรวจตวั ผเู สยี หายเมอื่ ผนู นั้ ยนิ ยอม หรอื ตรวจตวั ผตู อ งหา หรอื ตรวจสงิ่ ของ หรอื ท่ที างอันสามารถอาจใชเ ปนพยานหลักฐานได ใหรวมทั้งทาํ ภาพถา ย แผนท่ี หรอื ภาพวาดจาํ ลอง หรือพิมพลายน้ิวมือ ลายมือหรือลายเทา กับใหบันทึกรายละเอียดทั้งหลายซึ่งนาจะกระทําใหคดี แจมกระจางข้ึน ในการตรวจตัวผูเสียหายหรือผูตองหาตามวรรคหนึ่ง หากผูเสียหาย หรอื ผตู องหาเปนหญงิ ใหจดั ใหเจาพนกั งานซ่ึงเปนหญิงหรอื หญงิ อ่นื เปนผตู รวจ ทั้งน้ี ในกรณีท่มี เี หตุ อันสมควร ผเู สียหายหรือผตู อ งหาจะขอนําบุคคลใดมาอยรู วมในการตรวจนน้ั ดว ยก็ได (๒) คนเพื่อพบส่ิงของ ซ่ึงมีไวเปนความผิด หรือไดมาโดยการกระทําผิด หรือ ไดใ ช หรอื สงสยั วา ไดใ ชใ นการกระทาํ ผดิ หรอื ซง่ึ อาจใชเ ปน พยานหลกั ฐานได แตต อ งปฏบิ ตั แิ หง ประมวล กฎหมายนี้วาดว ยคน (๓) หมายเรียกบุคคลซึ่งครอบครองส่ิงของ ซ่ึงอาจใชเปนพยานหลักฐานได แตบุคคลท่ีถูกหมายเรียกไมจําตองมาเองเมื่อจัดสงส่ิงของมาตามหมายแลว ใหถือเสมือนไดปฏิบัติ ตามหมาย (๔) ยึดไวซงึ่ ส่งิ ของท่ีคน พบหรอื สง มาดงั กลาวไวในมาตรา (๒) และ (๓) ÁÒμÃÒ òóø ตนฉบับเอกสารเทานั้นท่ีอางเปนพยานได ถาหาตนฉบับไมได สําเนาทร่ี ับรองวา ถูกตอ งหรือพยานบคุ คลทรี่ ูข อ ความ ก็อา งเปนพยานได ถา อา งหนงั สอื ราชการเปน พยาน แมต น ฉบบั ยงั มอี ยจู ะสง สาํ เนาทเ่ี จา หนา ทร่ี บั รอง วาถูกตอ งก็ได เวน แตในหมายเรียกจะบง ไวเปน อยา งอ่นื


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook