Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ผลงานนำเสนอประเภทบรรยาย_CRM_KM

ผลงานนำเสนอประเภทบรรยาย_CRM_KM

Published by Naresuan University Archive, 2020-01-24 03:41:38

Description: ผลงานนำเสนอประเภทบรรยาย_CRM_KM
PULINET2020

Keywords: PULINET

Search

Read the Text Version

การประชุมวิชาการระดับชาติ PULINET คร้ังที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สํานกั หอสมุด มหาวิทยาลยั ทักษณิ หองสมดุ มนุษย : จากทฤษฎสี ูการปฏบิ ัติ Human Library : from Theory to Practice สีรงุ พลธานี, วลยั ลกั ขณ แสงวรรณกูล, ธรี ยุทธ บาลชน สาํ นกั หอสมดุ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน [email protected], [email protected] [email protected] บทคดั ยอ บทความน้ีไดDนําเสนอขั้นตอนของการเปGดใหDบริการ หนังสือมนุษยJ (Human Book) หรือ หนังสือมีชีวิต (Living Book) ของสํานักหอสมุดมหาวิทยาลัยขอนแกSนท่ีไดDดําเนินการรSวมกับชมรมบุคลากรอาวุโส มหาวิทยาลัยขอนแกSน เพื่อเปGดประสบการณJการอSานรูปแบบใหมSใหDกับผDูรับบริการ โดยผูDมาเปXนหนังสือเปXน อาสาสมัครจากชมรมบุคลากรอาวุโสซึ่งถือวSาเปXนสารสนเทศอีกหนึ่งรูปแบบท่ีหDองสมุดจัดใหDบริการนอกเหนือจาก สารสนเทศที่อยูSในรูปของหนังสือ วารสาร หรือสื่ออิเล็กทรอนิกสJ การดําเนินงานเริ่มจาก การใหDความรDูในเรื่อง หนงั สือมนุษยJแกSสมาชิกชมรมบุคลากรอาวโุ ส และบรรณารักษJ หลังจากนน้ั หDองสมุดไดDเปดG รบั อาสาสมัครบุคคลที่ ตอD งการมาเปXนหนังสือมนุษยJ และหวั ขDอทต่ี อD งการมาถSายทอดใหDกบั ผDอู าS น โดยมหี DองสมุดมนุษยJ (Human Library) เปXนผDูประสานงานในการจัดใหDหนังสือและผDูอSานมาพบกัน เพื่อเปXนการอํานวยความสะดวกในการประสานงาน หอD งสมุดไดDจัดทําเว็บไซตJเฉพาะข้นึ เพอ่ื ใหผD DูอSานสามารถเขDามาขอบริการยมื โดยผาS น Google Sheet เบอ้ื งตนD เรามี บุคคลที่พรDอมจะเปXน หนังสือ จํานวน 5 ทSาน และมีรายการหนังสือพรDอมใหDบริการ 12 ชื่อเร่ือง และไดDเปGด ใหบD ริการยมื ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ขณะนไี้ ดใD หบD ริการไปแลวD 4 คร้งั มผี ูDยืมอาS นทงั้ ส้นิ 44 คน คําสาํ คญั : หนงั สอื มนษุ ย,J หนังสอื มีชีวติ , หอD งสมุดมนุษยJ ABSTRACT This article presents the steps how to create human book service of Khon Kaen University Library. This project has collaborated between Khon Kaen University Library and The Senior Citizen Association of Khon Kaen University. The human Library provides opportunities for human books share their experience with readers. The human books are volunteers from The Senior Citizen Association of Khon Kaen University. Human library program is an alternative source of information besides of books, journals, medias, etc… The operation starts from providing

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ PULINET ครง้ั ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สาํ นักหอสมดุ มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ knowledge on human book to librarians and the member of The Senior Citizen Association of Khon Kaen University. After that, the library announced to recruit the volunteers who need to be a book and their topics to share with readers while the library becomes a place for interaction among the human books and readers. The library has created a website for readers to request to borrow the human book, it makes the readers feel more convenient. Now, there are 5 persons ready to be a book which 12 titles available. The first book, “How to speak, read and write English” was borrowed on 26 July 2019 and 3 titles later with 44 readers. Keyword: Human Book, Living Book, Human Library บทนํา หนงั สอื มนษุ ยJ (Human Book) หรือ หนังสือมีชวี ิต (Living Book) ไดDถือกําเนิดขึน้ ท่เี มืองโคเปน ฮาเกน ประเทศเดนมารJคเม่ือ ปt ค.ศ. 2000 โดย Ronni Abergel และไดDรับความนิยมจากผDูอSานอยSางแพรSหลาย จึงไดDทําการกSอตั้ง Human Library Organization ซึ่งไดDจดทะเบียนเปXนองคJกรระหวSางประเทศท่ีไมSแสวงหาผล กาํ ไร โดยมีสํานักงานใหญSอยSูที่เมืองโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมารJก โดยมีวัตถุประสงคJหลักเพ่ือใหDมีการประยุกตJ รูปแบบหDองสมุดมนุษยJเปXนแนวทางในการเรียนรDูอีกหน่ึงรูปแบบ เปXนอีกหนึ่งของนวัตกรรมดDานการบริการ และ หลังจากนัน้ แนวคิดนี้ก็ไดDเผยแพรSไปมากกวาS 70 ประเทศทว่ั โลก และถอื เปXนวธิ กี ารใหมSในการสอนการรDสู ารสนเทศ (Human Library Organization, n.d.) หนังสือมนุษยJคือ “คน” ที่มีความรูD มีประสบการณJ (ทั้งในเชิงลบและเชิงบวก) มีความ เชี่ยวชาญและพรDอมท่ีจะถSายทอดประสบการณJ ความรDู แนวคิด ผSานการสนทนา ใหDกับผDูอSาน (Readers) ดDวย ความยินดีและเต็มใจ โดยมีหDองสมุดเปXนสื่อกลาง (Human Library) และกําหนดกรอบหรือวิธีการของการ ใหDบริการ รวมถึงเปXนส่ือกลางประสานงานระหวาS ง ผอูD Sาน และหนังสือ ไดDมาพบกัน จุดเดSนของหนังสือมนษุ ยJที่ สําคัญก็คือ เปXนแหลSงความรDูจากบุคคลท่ีมีชีวิต โดยผูDอSานหนังสือมีชีวิตจะไดDศึกษาและเรียนรDูจากประสบการณJ หรอื เรอื่ งราวของบคุ คลทีเ่ ปXนหนงั สือโดยตรง จากการสนทนา พูดคุย จากการพูดคุย สนทนา สอบถาม จะทาํ ใหDลด อคติ หรือการแบSงแยกท่ีมีตSอกัน (Blizzard, Yvonne, 2018, p. 1) หDองสมุดประชาชนในหลายประเทศจึงไดDมี บทบาทของการเปนX หDองสมุดมนุษยJเพ่ือใชDเปนX เหตุการณหJ รอื กิจกรรมที่ลดถSายทอดประสบการณJ ความรDูสึก ทเี่ ขา ไดDรับจากสังคมใหDกับผDูอSานไดDเขDาใจถึงความเปXนไปในชีวิตท่ีประสบอยSูผลของการจัดบริการหนังสือมนุษยJของ หDองสมุดประชาชนจึงทําใหDบทบาทของหอD งสมุดกลายเปXนสSวนหน่ึงของสงั คมและทําใหDสงั คมแข็งแกรงS เปXนสถานที่ ของการพบปะพดู คยุ สราD งสมั พนั ธภาพบนความหลากหลายในเชงิ บวก (Augustana Human Library, 2017.p 13 ; Rhodes, 2016, p. 2; Wentz, 2012, p. 39)ความขัดแยงD ดDานสังคม และการแบSงแยกเชอ้ื ชาติ นบั เปXนโอกาสของ ผทDู ่ีสงั คมไมยS อมรับ หรอื ถูกรังเกยี จดาD นเชอื้ ชาติ สีผวิ ไดD นอกจากหอD งสมุดประชาชนแลDว หDองสมดุ มหาวิทยาลยั หลายแหSงก็ไดปD ระยุกตJแนวทางของการ บริการหนังสือมนุษยเJ ขาD มาเปXนอีกหนงึ่ บริการของหอD งสมุด เชSนในประเทศฟลG ปิ ปGนสไJ ดDจัดบริการหนังสือมนษุ ยเJ พื่อ ลดความแตกตSางระหวSางวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มทางเลือกสําหรับการเรียนรDูกับผูDใชDบริการ และการจัดบริการไดDถูก บันทึกเปXนวีดิทัศนJเพอื่ ใหDทกุ คนสามารถชมไดDทางออนไลนJ (Yap, Labangon, & Cajes, 2017, p. 2) สวS นหDองสมุด

การประชุมวชิ าการระดับชาติ PULINET คร้ังท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สาํ นกั หอสมดุ มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ ในมหาวิทยาลัยแคนาดาไดDประยุกตJใชDแนวทางการบริการหนังสือมนุษยJเขDากับหลักสูตรการเรียนการสอน โดย มอบหมายใหDนักศึกษาเก็บขDอมูลการทําวิจัยจาก การเลSาเรื่อง และจากบทความวิชาการ ซ่ึงการใหDบริการดDาน หนังสือมนุษยJจะชSวยใหDผDูวิจัยไดDรับขDอมูลจากการเลSาเร่ือง (Blizzard, &Yvonne, 2018, pp. 1-2) สําหรับใน ประเทศอินเดียใหDความสําคัญกับหDองสมุดมนุษยJในฐานะท่ีเปXนแหลSงรวบรวมภูมิป•ญญาขององคJความรูD (Storehouse of Wisdom) หนังสือภายในหDองสมุดคือการเรียนรูDจากทฤษฎีที่ไดDจากการอSาน แตSทักษะ (Skill) และการฝ„กฝนจะสามารถเรียนรูDไดDผSานหDองสมุดมนุษยJ เนื่องจากบุคคลที่มาเปXนหนังสือน้ันมีประสบการณJตSาง ๆ มากมายจากการประกอบอาชีพ และเพื่อเปXนการเก็บความเปXนมืออาชีพจากบุคคลเหลSานี้ National Skill Development Corporation ไดDจัดตั้งมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาทักษะข้ึนในประเทศอินเดียเพ่ือเปXนหDองสมุด มนษุ ยทJ ีจ่ ะรวบรวมนักวชิ าการเพ่ือพฒั นาทักษะ เปXนอกี หนึ่งนวัตกรรมในการบริการของหDองสมุด โดยเช่อื วSาหนงั สอื มนุษยJจะมสี วS นชวS ยในการพฒั นาขบวนการวิจัยและสรDางนวตั กรรมรSวมกบั คนรSนุ ใหมS (Kumar, 2018, p. 281) ประเทศไทย ไดDมีแนวคิดในการจัดต้ัง “เครือขSายหDองสมุดมนุษยJในประเทศไทย (Thailand Human Library Network : THLN)” ในปt พ.ศ. 2553 โดยมี ผDูชSวยศาสตราจารยJ ดร. คงศักด์ิ สังฆมานนทJ เปXน ผDูรเิ ร่มิ ดําเนนิ การ และไดมD กี ารกําหนดรูปแบบและวธิ กี ารในการใหบD รกิ ารอยาS งเปXนระบบ และมชี ่อื เร่อื งใหDยืมอยSาง หลากหลาย ซ่ึงถือวSาเปXนการเปGดประสบการณJที่แปลกใหมSของหDองสมุดท่ีมอบใหDกับผDูใชDบริการ (http://library.oarit.rmuti.ac.th/humanlibrary/historyhl) เพ่ือเปGดประสบการณJการอSานหนังสือในรูปแบบ ใหมSใหกD บั ผDูอาS น สํานกั หอสมุดมหาวทิ ยาลัยขอนแกSนไดDรSวมกับชมรมบุคลากรอาวุโส มหาวิทยาลัยขอนแกSน มีความ มSุงมน่ั ที่จะพัฒนาหนังสือมีชวี ิตเพ่ือสนบั สนุนการเรยี นรDตู ามอธั ยาศัย การเรียนรDูตลอดชีวิต และสงS เสรมิ การถSายทอด องคคJ วามรแูD ละประสบการณJจากบคุ ลากรอาวโุ สของมหาวิทยาลยั ขอนแกนS ใหเD ปXนส่ือการเรียนรูทD ่มี คี วามหลากหลาย สําหรบั ผDูใชDบริการหอD งสมุด โดยเริม่ จากการเชิญ รองศาสตราจารยJ ดร. ยุพิน เตชะมณี มาบรรยายใหDความรูเD รือ่ ง หนังสือมนุษยJ ใหDกับสมาชิกชมรมบุคลากรผDูอาวุโส หลังจากนั้นทางหDองสมุดไดDเปGดรับสมัครผูDสนใจท่ีจะมาเปXน หนังสือ และมีคณะทํางานไดDติดตSอสัมภาษณJรายละเอียด พรDอมทั้งชื่อหนังสือที่จะเปGดใหDยืมอSาน เบื้องตDนขณะน้ี เรามบี ุคคลท่ีพรอD มจะเปXน หนังสือ แลDวจาํ นวน 5 ทSาน และมีรายการหนังสอื พรDอมใหDบรกิ าร 12 ชอ่ื เร่อื ง วตั ถุประสงค 1. เพื่อเปXนเเหลงS เรียนรูD เเลกเปลีย่ นทศั นะคติ ความคิดเหน็ ระหวาS งบุคลากรอาวโุ สผูใD ชDบริการ 2. เพอ่ื เปGดโอกาสใหDผDใู ชบD ริการไดDรบั บรกิ ารรปู แบบใหมขS องการอSาน ผSานการสนทนาจากผDูมี ประสบการณJและแนวคดิ ท่นี อกเหนือจากหนังสอื ทมี่ ีใหDบรกิ ารในหDองสมดุ ขัน้ ตอนและวธิ ีการดาํ เนนิ งาน 1. สํานกั หอสมุดจดั บรรยายเพือ่ ใหDความรูDในเรอ่ื ง หนังสือมีชวี ิต จากรองศาสตราจารยJ ดร.ยพุ นิ เตชะมณี แกSสมาชกิ ชมรมบคุ ลากรอาวุโส มหาวทิ ยาลยั ขอนแกนS

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ PULINET คร้ังท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สาํ นกั หอสมดุ มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ ภาพท่ี 1 การบรรยายใหDความรDูเรอื่ งหนังสือมนุษยJ 2. สํานักหอสมุดเปดรับอาสามาสมัครบุคคลท่ีตองการเปน หนังสือมีชีวิตพรอมกับหัวขอที่ ตองการแลกเปลย่ี นประสบการณ' 3. ทีมงาน Human Library ติดต3อสัมภาษณ'บุคคลทอ่ี าสาสมัครมาเปนหนังสือมีชวี ติ ถึง เนื้อหา ท่ีตองการใหผูอ3านยมื อ3าน 4. จัดทําเว็บไซตเ' พ่ือใชเปนส่ือกลางในการประชาสัมพนั ธ'ระหวา3 งผอู 3าน และหนังสือมีชวี ิต ผูท่ี 5. สนใจอ3านหนังสือมีชีวิต สามารถลงทะเบียนออนไลน'ผ3านทาง https://library.kku.ac.th/ humanbook.php คลกิ เพอื ลงทะเบยี น ภาพที่ 2 แสดงรายละเอยี ดของการเขDาลงทะเบยี นยมื หนงั สือมนษุ ยผJ Sานเว็บไซตJ 6. ทมี งาน Human library จะเปนผูประสานงานใหผอู 3าน และ หนงั สอื มีชีวิต ในเรือ่ งเวลา ชื่อเรื่อง และสถานท่ีทผ่ี ูอ3านสามารถมายืมหนงั สือมีชีวติ อ3านได โดยมขี ัน้ ตอนท่ีสาํ คญั ดงั ภาพที่ 3

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ PULINET ครั้งที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สาํ นักหอสมุด มหาวทิ ยาลัยทักษณิ ภาพที่ 3 แสดงข้นั ตอนการยมื หนงั สอื มนุษยJ 7. ทีมงาน Human Library บนั ทึกสาระสาํ คญั ของหนงั สอื เพือ่ นําข้นึ เผยแพรผS าS น เว็บไซตJ (อยรูS ะหวSางการดาํ เนินการ) สรุปผล อภปิ รายผล ขอเสนอแนะ และการนาํ ไปใชประโยชน สรปุ ผล 1. จํานวนทรพั ยากรทมี่ ีใหบD รกิ าร หอD งสมุดมีจํานวนหนังสือมีชวี ติ จํานวน 5 ทาS น มรี ายช่ือ หนงั สือใหเD ลอื กอาS น จาํ นวน 12 ช่ือเร่ือง 2. ดาD นการใหDบริการ หอD งสมุดไดDเปดG ใหบD ริการยมื ไปแลวD จาํ นวน 4 ครัง้ ดงั นี้ 2.1 คร้ังที่ 1 วนั ท่ี 26 กรกฎาคม 2562 เร่ือง อาS น พดู ฟง• ภาษาอังกฤษ โดยมี รองศาสตราจารยJ ดร.ยพุ ิน เตชะมณี ทําหนDาทีเ่ ปนX หนงั สือมีชีวติ ภาพที่ 4 บรรยากาศการยืมหนังสอื มนษุ ยเJ ลมS แรก

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ PULINET คร้ังท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สาํ นักหอสมดุ มหาวิทยาลัยทกั ษณิ 2.2 คร้ังที่ 2 วันท่ี 8 สิงหาคม 2562 เรื่อง Happy R2R (From Routine to Research) โดยศาสตราจารยนJ ายแพทยJ สมบูรณJ เทียนทอง ทําหนDาท่ีเปนX หนังสอื มชี วี ติ 2.3 ครง้ั ท่ี 3 วนั ที่ 16 สิงหาคม 2562 เร่อื ง Fake News โดยมี รองศาสตราจารยJ ดร.ยพุ ิน เตชะมณี ทําหนาD ที่เปXน หนังสือมีชวี ิต 2.4 คร้งั ท่ี 4 วันท่ี 27 สิงหาคม 2562 เรอ่ื ง การจดั ทาํ แผนพัฒนาองคJกรเพ่ือกDาวข้นึ สูS ตาํ แหนงS ทางวชิ าการ โดยมี ศาสตราจารยนJ ายแพทยJ สมพร โพธินาม ทาํ หนาD ท่เี ปXน หนงั สอื มชี ีวิต 3. ดาD นผูอD Sานหรอื ผDเู ขาD ใชDบรกิ าร 3.1 จํานวนผูเD ขาD ใชDบริการ และผสูD ังเกตการณJมจี าํ นวนท้ังสิ้น 44 ทSาน 3.2 ผลสะทDอนจากผDูรบั บรกิ ารและผรูD Sวมสงั เกตการณJ มี 2 สSวน สSวนท่ี 1 จากการสมั ภาษณผJ ูDเขDารบั บริการ มีความคดิ เห็นตอS กจิ กรรมดงั น้ี ไมรS จDู ักและไมเS คยไดD ยนิ เกี่ยวกับหนังสือมีชีวิตมากSอน แตSสนใจในหัวขDอ และเช่ือมั่นในตัวบุคคลที่มาเปXน หนังสือ หลังจากท่ีไดDเขDามา อาS นแลDว รDสู กึ ไดDรับประสบการณใJ นเรื่องการอาS นทีแ่ ปลกออกไป และสง่ิ ทไ่ี ดDรับเกินความคาดหมาย ผDูอSานสามารถ ซักถามเรื่องที่สนใจไดDตามประเด็น บางอยSางไมSมีในตํารา ประหยัดเวลาในการอSาน ผDูอSานไดDใหDขDอเสนอแนะวSา เพื่อใหDมคี นรDูจักหนังสอื มีชวี ิตมากข้นึ ทางทมี งานควรจัดทําคลิปวดิ ีโอสั้น ๆ เพอื่ แนะนําใหDผูอD SานไดDทราบวSา หนงั สือ มีชีวิต คืออะไร และหลังจากนี้จะชSวยประชาสัมพันธJใหDมากข้ึนถึงบริการใหมSของหDองสมุด ซึ่งนับวSาเปXนกDาวแรก ของการบริการ สวS นที่ 2 เปXนการเกบ็ ขDอมลู จากแบบสอบถาม ผลปรากฏดงั น้ีคอื ดDานวตั ถุประสงคกJ ารเขDารวS ม คือผDูอSานมีความสนใจในหัวขDอ เปXนบริการท่ีนSาสนใจ ผลที่ไดDจากการเขDารSวมคือ หนังสือมีสาระเชิงลึกนSาศึกษา ขDอมูลท่ีไดDสามารถนําไปใชDประกอบการวิจัย และใชDในการปฏิบัติงานในชีวิตประจําวันไดD ในดDานความคาดหวัง ผูอD าS นไดDแสดงความคดิ เห็นวSาไดDความรูDอยาS งที่ตัง้ ใจไวอD ยSูในระดับ 9 จาก 10 และดDานความพึงพอใจผใDู ชDบริการสวS น ใหญใS หคD าS คะแนนอยSใู นระดบั 9 เชSนกนั อภปิ รายผล การใหบD รกิ ารหนังสอื มนษุ ยJ เปนX การสSงมอบความรDู และประสบการณJ ผSานบทสนทนา ใหกD ับ ผDูรับบริการในระยะเวลาที่ส้ัน แตSไดDความรDูและเน้ือหาท่ีตรงประเด็นตามความสนใจ ความรDูและประสบการณJที่ ผูDรับบริการไดDรับอาจไมSมีในตําราทั่ว ๆ ไป แตSเกิดจากองคJความรDูและประสบการณJของบุคคลที่เปXนหนังสือไดD ประสบหรือสะสมมา หนังสือมนุษยJจึงถือไดDวSาเปXนทรัพยากรสารสนเทศท่ีสําคัญท่ีสามารถตอบสนองใหDกับผูDอSาน ท่ีตDองการความรูDและเนื้อหาเฉพาะเรื่อง โดยไมSตDองใชDเวลาอSานมาก ส่ิงท่ีสําคัญคือหนังสือและผDูอSานสามารถ โตDตอบกันไดD ซง่ึ ทําใหผD DูอSานไดDรับความรูตD รงประเดน็ และแลกเปลย่ี นความคิดเห็นขณะท่ีอาS น ทําใหDเกิดทัศนะคติ ที่ดีตSอกันอยSางไรก็ดีการบริการในฐานะของหDองสมุดมนุษยJยังถือไดDวSาเปXนเรื่องใหมSทั้งคนท่ีเปXนอาสาสมัครมาเปXน หนังสือ และผDูอSาน ยังมีขDอจํากัดของการใหDบริการก็คือ การจัดหาอาสาสมัครเพื่อมาเปXนหนังสือมนุษยJ ซ่ึง อาสาสมคั รหลายทาS นยงั ไมกS ลDาตัดสินใจ ยงั ขอเวลาที่จะศึกษารูปแบบและวิธกี าร สSงผลใหหD Dองสมดุ มีรายช่อื หนังสือ ไมSหลากหลายใหDกับผDูอSานไดDเลือก นอกจากน้ียังมีขDอจํากัดบางประการในการดําเนินงาน เน่ืองจากหนังสือมีชีวิต ขอD มูลบางอยาS ง บางประเด็น อาจไมสS ามารถเปGดเผยไดDท้ังหมด โดยเฉพาะในเรื่องของการที่จะมีผลกระทบไปยัง

การประชุมวิชาการระดับชาติ PULINET ครง้ั ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สาํ นกั หอสมุด มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ บคุ คลอื่น ป•ญหาและอปุ สรรคอีกประการหน่ึงก็คอื เวลา เนอ่ื งจากบางคร้ังผDมู าทําหนDาท่หี นังสือสะดวก แตSผDูอSาน ไมSสะดวก จึงทําใหDมีป•ญหาในเร่ืองของการติดตSอนัดหมาย อยSางไรก็ตามการดําเนินงานในชSวงแรกนี้ยังถือวSาเปXน การทดลองบริการของหDองสมุด ซ่ึงยังไมSไดDศึกษาขDอมูลจากผูDใชDบริการ ในสSวนของหDองสมุดหนังสือมนุษยJ (Human Library) ก็ตDองปรบั รปู แบบ วิธีการ และการจดั การในดาD นของการบรกิ ารใหDเหมาะสมย่ิงขึ้น ทั้งในดDาน สถานที่ การประชาสัมพันธJ และการบันทึกรวบรวมความคิดท่ีไดDจากการอSาน เพื่อเรียบเรียงเปXนสารสนเทศแกS ผูอD SานไดDใชDประโยชนJตอS ไป ขอเสนอแนะ 1. หDองสมดุ ควรจะตอD งมีการศึกษาผใDู ชDถงึ เรือ่ งหรือหัวขDอท่ีผูDรบั บริการตอD งการเรียนรจDู าก หนงั สือมนุษยJ 2. หอD งสมุดจะตอD งใหDความรูDแกผS อูD Sาน ในเรอื่ งของหนงั สือมนษุ ยJ ประโยชนJที่ไดรD บั 3. หอD งสมุดจะตอD งจดั หาหนังสอื มนษุ ยตJ ามหัวขอD ทม่ี ีผอDู Sานเสนอ และตDองเพม่ิ การ ประชาสมั พนั ธใJ หมD ากขึ้น การนาํ ไปใชประโยชน 1. ในดานผูอาน ผอDู าS นจะไดอD าS นหนังสอื ที่สนใจดDวยเวลาท่ีส้ัน การอSานหนงั สอื มนษุ ยเJ ปXน การอาS นทีผ่ าS นบทสนทนา หนงั สือและผอDู าS นสามารถท่ีจะตอบโตกD นั ไดD ผDูอSานสามารถเลอื กอSานเฉพาะหัวขDอท่สี นใจ สามารถท่ีจะซักถามขDอสงสัยไดDทันที สิ่งที่ไดDรับจากการอSานบางครั้งอาจไมSมีในตํารา หรือหนังสือทั่ว ๆ ที่อยSูใน หอD งสมุด ไดDรับรปDู ระสบการณJจากการปฏิบัติจริงจากผDเู ชี่ยวชาญ การอSานหนังสือมนษุ ยจJ ึงสามารถตอบโจทยผJ ูอD Sาน ในกลุSมนไี้ ดDเปXนอยSางดี 2. ในดานของการบรกิ ารหองสมดุ หDองสมดุ จะมีสงั คมของการอSานรปู แบบใหมS กับผDูใชDนอกเหนือจากการที่มหี นงั สอื บนชั้น ผูDอาS นพรอD มที่จะเปดG ใจศกึ ษา เรียนรDู และทําความเขDาใจมนษุ ยJคนอ่ืน ๆ ทม่ี อี ัตลักษณJแตกตาS งและหลากหลาย 3. ในดานขององคกร การมีหนังสอื มนษุ ยใJ หบD รกิ ารจะทําใหมD ีการพัฒนาองคJกรเปนX องคกJ ร แหSงการเรียนรDู การอSานหนังสือมนุษยJ เปXนการถSายทอดองคJความรDูจาก Tacit Knowledge สSู Explicit Knowledge และหDองสมุดในฐานะที่เปXน Human Library จะไดDมีโอกาสจัดเก็บองคJความรูDทไ่ี ดDรับเพื่อเผยแพรSแกS ผสDู นใจตอS ไป 4. ในดานสงั คม เปGดโอกาสใหDผDูทม่ี ีความรDูความสามารถ ไดถD SายทอดองคคJ วามรDู ประสบการณJที่สําคัญแกSคนรSุนใหมS ท่ีอาจนําองคJความรูDที่ไดDรับไปพัฒนาเปXนแนวคิดใหมS เปXนการใชDทรัพยากร มนษุ ยJอยSางมคี ุณคSา และทสี่ ําคัญเหนอื ส่ิงอื่นใด การไดสD นทนา หรือ “การอSานมนษุ ยJ” จะทาํ ใหDลดอคติตSอกนD 5. มีการตอยอดใหเกดิ โครงการใหมของหองสมุดมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน บริการใหD คาํ ปรกึ ษาทางวิชาการจากผูเD ชยี่ วชาญอาวโุ ส (เริ่มดาํ เนินการปงt บประมาณ 2563) รายการอางองิ มหาวิทยาลัยขอนแกนS , สํานกั หอสมุด. (2562). HUMAN BOOK @ KKUL. สืบคDน 21 ตลุ าคม 2562, จาก https://library.kku.ac.th/humanbook.php

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ PULINET คร้ังที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สํานกั หอสมดุ มหาวิทยาลัยทกั ษณิ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน, สาํ นักวิทยบริการและเทคโนโลยสี ารสนเทศ, แผนกงานหอD งสมดุ . (ม.ป.ป.). ประวตั ิหองสมดุ มนษุ ย. สืบคDน 21 ตุลาคม 2562, จาก http://library.oarit.rmuti.ac.th /humanlibrary/historyhl วลิ าวัณยJ อุนS เรอื น. พยาบาลชํานาญการพิเศษ คณะแพทยศาสตร.J (8 สิงหาคม 2562). บทสัมภาษณ.J Augustana Hauman Library. (2017). American Libraries. 48 (Sept.,2), 12-13. Blizzard, Kara; Becker, Yvonne; Goebel, Nancy. (2018). Bringing Women’s Studies to Life: Integrating a Human Library into Augustana’s Women’s Studies Curriculum. College Quarterly, 21(3). 1-18. Retrieved 21 October 2019, from https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1203529.pdf Human Library Organisation. ( n. d. ) . HUMAN LIBRARY. Retrieved 21 October 2019, from https://humanlibrary.org/ Kumar, I. R. ( 2018) . Skillwell to Innovate Human Library is a Storehouse of Wisdom. 2018 5th International Symposium on Emerging Trends and Technologies in Libraries and Information Services (ETTLIS), 280-282 from https://doi.org/10.1109/ETTLIS.2018.8485237 Rhodes, Ella. (2016). Human Library reveals hidden lives. Psychologist, 29(11): 1-2. Wentz, Erin. (2016). The Human Library Sharing the Community with Itself. Public Libraries, 51(3), 38-40. Yap, J. M. , Labangon, D. , & Cajes, M. ( 2017) . Defining, Understanding and Promoting Cultural Diversity Through the Human Library Program. Pakistan Journal of Information Management & Libraries, 19, 1-12.

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ PULINET ครงั้ ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมุด มหาวทิ ยาลัยทักษณิ การพฒั นาสมรรถนะสาหรบั บรรณารักษใ์ นศตวรรษท่ี 21 : กรณศี กึ ษา มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี The Development of Competencies for Librarians in the 21st century: Case Study of Ubon Ratchathani University สพุ าภรณ์ ทาจิตต์ สานกั วิทยบริการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี [email protected] บทคัดยอ่ การวิจยั เรอื่ งนมี้ ีวัตถปุ ระสงคเ์ พื่อ ศกึ ษา เปรียบเทียบความคดิ เหน็ ของบรรณารักษต์ อ่ การพฒั นา สมรรถนะของบรรณารักษ์ห้องสมุดมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประชากรและกลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ บรรณารักษ์ สานักวิทยบริการ และบรรณารักษ์ คณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จานวนทั้งหมด 13 คน และผู้ทรงคณุ วุฒทิ างด้านวิชาชีพบรรณารักษ์ จานวน 10 คน โดยใช้วิธกี ารสุ่มแบบเจาะจง เครือ่ งมอื ท่ีใช้ใน การวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามบรรณารักษ์ และแบบสอบถามผู้ทรงคุณวุฒิ สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถ่ี ค่าร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า บรรณารักษ์ท้ัง 3 กลุ่มงาน คือ งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ งานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ และงานบริการสารสนเทศ มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาสมรรถนะของ บรรณารักษ์ในศตวรรษท่ี 21 ดังน้ี รู้ข้ันตอนและกระบวนการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ การปรับใช้เทคโนโลยี สารสนเทศในการทางานและเพื่อการส่ือสาร มคี วามรบั ผดิ ชอบ ซอื่ สัตยส์ จุ รติ ในการปฏบิ ตั ิงาน มมี นษุ ยสมั พันธ์ที่ดี กบั เพือ่ นรว่ มงานและผู้ใชบ้ รกิ าร มีความอดทน อดกล้นั และมกี ารพฒั นาตนเองสม่าเสมอ คาสาคัญ: สมรรถนะ, บรรณารักษ์, สมรรถนะเฉพาะตาแหน่ง ABSTRACT The purpose of this research is to compare the opinions. Of librarians on capacity development of Ubon Ratchathani University library librarians Population and samples used in the research are librarians, academic resource centers. And a total of 13 faculty librarians in Ubon Ratchathani University and 10 professional librarians using specific sampling methods. The research instruments were the librarians questionnaire. And questionnaire by experts The statistics used in quantitative data analysis are frequency distribution, percentage. The research found that The

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ PULINET คร้งั ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมดุ มหาวทิ ยาลัยทักษิณ librarians in all 3 work groups are Information Resource Development. Information Resource Analysis and information services There are opinions on how to improve the capacity of librarians in the 21st century as follows: Know the process and process of information resources procurement. Applying information technology for work and communication have responsibility Honesty in operation Have good human relations with colleagues and users, have patience, tolerance and self-development Keyword: Competencies, Librarian, Specific performance บทนา โลกที่มีโลกการเปล่ียนแปลงสูงจนก้าวเข้าสู่ยุคแห่งคล่ืนลูกท่ี 4 คือสังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge-Based Society) ทแ่ี ข่งขันกนั ดว้ ยความรใู้ หม่ ทาใหห้ นว่ ยงานตา่ งๆ มุ่งกันปรบั ปรงุ และพฒั นาองค์กร ของตนให้เป็นเลิศ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) ถือว่าเป็นหัวใจในงาน ทุกประเภท องคก์ รใดมรี ะบบการบริหารบุคลากรท่ีดีมีประสิทธภิ าพ เกดิ ผลสาเร็จของงานตามเป้าหมายองค์กรจะ เจรญิ ก้าวหน้า นักบริหารจงึ ให้ความสาคญั ในการพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ โดยเฉพาะการส่งเสรมิ ให้บุคลากรทกุ คนใน องคก์ รไดท้ างานอย่างเต็มความสามารถ มคี วามสขุ และมีความก้าวหน้าในหน้าท่ีการทางานไม่ว่าจะเป็นองค์กรของ เอกชนหรือองค์กรของรัฐบาล (นงนุช วงษ์สุวรรณ, 2536, น. 8) ดังน้ันบุคลากรท่ีองค์กรต้องการน้ันต้องเป็นผู้ทีม่ ี ความรู้ความสามารถ มที กั ษะและความเชี่ยวชาญสามารถทางานรว่ มกับผู้อื่นได้ มีทศั นคติทีด่ ตี ่อการทางาน บรรณารักษ์ยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 ต้องมีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะท่ีสาคัญ คือ 1. ความสามารถหรือทักษะในระดับต้น (สายปฏิบัติ) ซ่ึงประกอบด้วย สามารถท่ีจะยอมรับความนาส่ือออนไลน์เข้า มาใช้เพื่อความสะดวกสบาย สามารถแก้ไขปัญหาด้านเทคโนโลยีแบบเบื้องตน้ สามารถเรียนรู้ดา้ นเทคโนโลยี และ สามารถรวบรวมความรู้ด้านเทคโนโลยีกับเครือข่ายห้องสมุด และ 2. ความสามารถหรือทักษะในระดับสูง (สายการบรหิ าร) ซึ่งประกอบด้วย ทักษะเรือ่ งการบริหารจดั การโครงการ สามารถตอบคาถามและการประเมินงาน บริการห้องสมุด สามารถวิเคราะห์หาความต้องการของผู้ใช้บริการ มีวิสัยทัศน์ในการเปล่ียนภาพลักษณ์ห้องสมุด แบบเดิมไปสู่การเป็นห้องสมุดที่ใช้ส่อื ออนไลน์ สามารถหาจดุ เปลย่ี นด้านเทคโนโลยแี ละเปรยี บเทียบเทคโนโลยีด้าน ต่างๆ และสามารถขายองค์ความรู้หรือนาเสนอห้องสมุดได้ ดังนั้นห้องสมุดและบรรณารักษ์จึงต้องเปล่ียนแปลง ตนเองให้ทันยุคทันเหตุการณ์ โดยห้องสมุดจะต้องมีความทันสมัย บรรณารักษ์จะต้องเป็นผู้รอบรู้และทันต่อ เหตุการณ์พรอ้ มท่ีจะชว่ ยเหลือและให้คาแนะนาแกผ่ ู้ใช้บรกิ ารตลอดเวลา (สนุ ิดา บญุ ญานนท,์ 2554, น. 45) ในปัจจุบันห้องสมุดได้ใช้ความรู้ความสามารถ หรือสมรรถนะ (Competencies) ในการ ประเมินผลการปฏิบัติงาน และพัฒนาบุคลากรด้วยการฝึกอบรมเพ่ือเพิ่มพูนความรู้และทักษะโดยการใช้แนวคิด สมรรถนะ เป็นตัวช้ีวัดศักยภาพของบรรณารักษ์ดงั ได้มีการใช้กรอบแนวคิด สมรรถนะหลัก (Core Competency) ในหอ้ งสมุดสถาบันอดุ มศึกษา โดยศกึ ษาความคิดเห็นในบทบาทของห้องสมดุ สถาบันอดุ มศึกษาไทยรวมทง้ั บทบาท ของนักวชิ าชพี สารสนเทศในศตวรรษหนา้ และพัฒนากรอบแนวคิดสมรรถนะหลัก

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ PULINET ครง้ั ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมดุ มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ สมรรถนะ (Competency) คือความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะส่วนบุคคล ที่มีความสาคัญต่อ การปฏิบัติงาน สมรรถนะมีความสาคัญคือช่วยให้องค์กรสามารถคดั สรรบุคลากรที่มคี วามรู้ ทกั ษะ และพฤตกิ รรมท่ี เหมาะสมกับงานที่ปฏบิ ัตใิ ห้สาเร็จตามความต้องการขององค์กร และยงั สามารถนาไปใช้ในการฝึกอบรมและพัฒนา บุคลากรรวมท้ังยังเป็นตัวช้ีวัดหลักของผลงานขององค์กรว่าบุคลากรจะต้องมีสมรรถนะใดในระดับใดเพ่ือสร้าง ผลงานตามท่ีองค์กรได้คาดหวังไว้ สมรรถนะเป็นเคร่ืองมือชนิดหน่ึงท่ีกาลังได้รับความนิยมและทวี ความสาคัญต่อ การบรหิ ารทรัพยากรมากขึ้นเร่ือยๆ ในวงการบริหารทรัพยากรบุคคล องคก์ รชั้นนาต่างๆ ได้นาเอาระบบสมรรถนะ มาเป็นพน้ื ฐานในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล อย่างเปน็ ระบบ ตอ่ เน่ือง สามารถใชท้ รัพยากรได้อยา่ งถูกทิศทาง และ คุ้มค่ากับการลงทุน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้แก่บุคลากรในองค์กรอีกแนวทางหนึ่งด้วย ดังน้ัน สมรรถนะจงึ มีความสาคญั ตอ่ การบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร ดงั น้ันการเสรมิ สร้างองคค์ วามรู้ ทกั ษะเฉพาะทาง ความเช่ยี วชาญเฉพาะดา้ น และสมรรถนะของ การรู้เท่าทันเป็นตัวแปรสาคัญท่ีจะสร้างทักษะเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพ่ือเสริมสร้างประสิทธิภาพ แหง่ องค์ความรู้ ทกั ษะ ความเชยี่ วชาญเฉพาะดา้ นและสมรรถนะของการปฏิบัติงานเพ่ือประสิทธภิ าพของการเรียนรู้ สาหรับการดารงชีพในสังคมแห่งการเป ลี่ยนแปลง สมรรถนะของบุคคลจึงเป็นปัจจัยสาคัญในการเพิ่ม ขีดความสามารถในการทางานและการแข่งขันท่ีจะช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพ่ือนาไปสู่การพัฒนาองคก์ ร (ชชู ยั สมิทธิไกร, 2552, น. 28) บรรณารักษ์หอ้ งสมดุ มหาวทิ ยาลยั เป็นผมู้ ีบทบาทในการสนบั สนนุ การศกึ ษา การคน้ คว้า การวจิ ัย และการพัฒนาของมหาวิทยาลยั นอกจากบทบาทดงั กล่าว บรรณารกั ษ์ห้องสมดุ มหาวิทยาลัยจะต้องบริหารท้งั เวลา (Time Management) จดั องค์กร (Organizing) บริหารทรพั ยากรตา่ งๆ ทรพั ยากรบุคคล ทรัพยากรสารสนเทศ และจัดบรกิ ารแก่สาธารณะชนท่ามกลางสภาพแวดล้อมต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงในสังคม ด้วยบทบาทและหน้าที่ ของบรรณารักษท์ ี่กล่าวมา บรรณารักษจ์ ึงต้องพัฒนาสมรรถนะของตนเองเพ่ือให้สามารถปฏบิ ตั ิงานและตอบสนอง ความตอ้ งการของผูใ้ ช้ (วิไลวรรณ รตั นพันธ์, 2547, น. 2) ใ นการ ป ฏิ บั ติ งาน บ ร ร ณ ารักษ์ ทั้ ง 3 ต าแ ห น่ ง ง าน คื อ บ ร ร ณ ารั กษ์ ง านพัฒนา ทรพั ยากรสารสนเทศ บรรณารักษ์งานวเิ คราะห์ทรพั ยากรสารสนเทศ และบรรณารกั ษง์ านบริการ บรรณารักษ์ทั้ง 3 ตาแหนง่ งานดงั กล่าว จาเปน็ ตอ้ งมสี มรรถนะต่างๆ ท้ังสมรรถนะทีต่ ้องมีร่วมกนั และสมรรถนะเฉพาะตาแหน่งงาน เพ่อื ให้การดาเนินงานของห้องสมุดบรรลเุ ป้าหมายที่กาหนด (ทักษพร จินตพยุงกุล, 2546, น. 21-22) บรรณารักษ์ งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศมีหน้าท่ีกาหนดนโยบายและงบประมาณในการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศใน รูปแบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย และตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการ ดังน้ัน บรรณารักษ์จึงควรมีความรู้เก่ียวกับผู้ใช้ทรัพยากรและมีทักษะในการคัดเลือกและจัดหาทรัพยากรสารสนเทศได้ อย่างเหมาะสม ซึ่งต้องมีความรู้เร่ืองแหล่งทรัพยากรสารสนเทศ มีปฏิสัมพันธ์กับภายนอกองค์กร มีความรู้เร่ือง ทรัพยากรสารสนเทศในรูปแบบใหม่ สาหรบั บรรณารักษ์งานวเิ คราะหแ์ ละจัดทารายการทรัพยากรสารสนเทศจะต้องมีทั้งความรู้และ ทั กษะ ใ นการ ใ ช้ AACR2 (Anglo American Cataloging Rule) MARC (Machine Readable Cataloging) มี ความรู้และทักษะในการใช้คู่มือวิเคราะห์หมวดหมู่ทรัพยากรท้ังระบบทศนิยมของดิว อ้ี (Dewey Decimal Classification – DDC) หรือระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress Classification – LC) รวมท้ังมี

การประชุมวชิ าการระดับชาติ PULINET ครงั้ ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมุด มหาวทิ ยาลัยทักษณิ ความรู้และทักษะในเรอื่ งการให้หัวเรอ่ื ง (Subject Headings) เพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายในการสืบค้นให้กบั ผู้ใช้ สว่ นบรรณารกั ษ์บริการตอบคาถามและช่วยการค้นคว้าควรมีความรู้และทักษะในการวเิ คราะห์ และประเมินความต้องการของผู้ใช้ ให้คาปรึกษาผู้ใช้ห้องสมุดในการสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศ ให้ผู้ใช้ได้รับ สารสนเทศทีต่ รงกับความต้องการ สง่ เสริมการรู้สารสนเทศช่วยบริการสืบค้นจากแหลง่ สารสนเทศต่างๆ ท้งั ในและ นอกห้องสมดุ ดงั นน้ั จงึ สามารถแยกสมรรถนะของบรรณารักษ์ทกุ ตาแหน่งในห้องสมดุ มหาวิทยาลัย ทงั้ 3 ส่วน ตามตารางท่ี 1 ดังนี้ ตารางที่ 1 แสดงสมรรถนะหลักของบรรณารกั ษห์ ้องสมดุ มหาวทิ ยาลัยในดา้ นความรู้ ทกั ษะ และคณุ ลักษณะ ส่วนบุคคล ความรู้ ทกั ษะ คุณลักษณะ 1. มจี ติ บริการ 1. ผ้ใู ช้และความต้องการ 1. วิเคราะหค์ วามต้องการ 2. ไมเ่ ลอื กปฏิบัติ สารสนเทศ สารสนเทศ 3. ใช้วิชาชพี ดว้ ยความซ่ือสตั ย์ 2. วิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ 2. การวางแผนการบรหิ ารงาน สุจรติ มศี ีลธรรม 4. มมี นษุ ยสมั พันธ์ ของหอ้ งสมุด หอ้ งสมดุ 5. พฒั นาตนเองอย่างสม่าเสมอ 3. การจัดการบุคลากร 3. การจดั การบุคลากร 6. มีความเสียสละ 7. อดทน อดกล้นั 4. การจดั การการเงินและ 4. การจัดทางบประมาณ 8. มีความรับผดิ ชอบ 9. มคี วามกระตอื รอื ร้น งบประมาณ 10. มีทัศนคติทดี่ ตี ่อองคก์ ร 11. เคารพและปฏิบตั ิตาม 5. การประกันคณุ ภาพ 5. การประเมนิ คณุ ภาพ กฎหมายทรพั ย์สินทางปัญญา 6. การตลาด 6. การส่ือสาร 7. ภาวะผนู้ า 7. การวางแผนบริหารความเส่ียง 8. การส่อื สาร 8. การจัดการความเส่ยี ง 9. การบรหิ ารความเสีย่ ง 9. การสรา้ งทมี งาน 10. การจดั การความเปลีย่ นแปลง 10. การใช้อินเทอร์เน็ต 11. ความรว่ มมอื ระหวา่ งหอ้ งสมดุ 11. การใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ 12. อินเทอรเ์ น็ตในการ 12. การจัดการฮารด์ แวรแ์ ละ ติดตอ่ ส่ือสาร ซอฟตแ์ วร์ 13. ฐานข้อมลู 13. การใชเ้ วบ็ เทคโนโลยี 14. โปรแกรมสาเรจ็ รปู 14. การใชโ้ ปรแกรมคน้ หา 15. ฮาร์ดแวรแ์ ละซอฟต์แวร์ในการ 15. การใชฐ้ านขอ้ มลู ใช้งานคอมพิวเตอร์ 16. ระบบห้องสมดุ อตั โนมัติ 16. การใชร้ ะบบหอ้ งสมุดอตั โนมัติ

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ PULINET ครั้งท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมุด มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ 17. เว็บเทคโนโลยี 17. การใชภ้ าษาตา่ งประเทศ ความรู้ 18. โปรแกรมคน้ หา 19. การประชาสัมพนั ธ์ 20. ภาษาตา่ งประเทศ นอกจากสมรรถนะหลักที่บรรณารักษ์พึงมีร่วมกันแล้วยังมีสมรรถนะเฉพาะตาแหน่งของ บรรณารักษ์ท่ีปฏบิ ตั ิหนา้ ทใี่ นฝ่ายต่างๆ ซง่ึ เปน็ ปจั จยั สาคญั ท่จี ะส่งผลต่อความสาเร็จของงานทร่ี ับผิดชอบ สมรรถนะ เฉพาะตาแหน่งงานของบรรณารักษ์ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือสมรรถนะของบรรณารักษ์ งานพัฒนา ทรัพยากรสารสนเทศ สมรรถนะของบรรณารักษ์งานวิเคราะห์และจัดทารายการทรัพยากรสารสนเทศ และ สมรรถนะของบรรณารกั ษ์บรกิ ารตอบคาถามและชว่ ยการค้นคว้า ซงึ่ แตล่ ะสว่ นมรี ายละเอยี ดดงั ตารางท่ี 2 ดงั นี้ ตารางที่ 2 สมรรถนะเฉพาะตาแหน่งงานของบรรณารกั ษ์ ตาแหน่งบรรณารักษ์ ความรู้ ทกั ษะ บรรณารักษง์ านพฒั นา 1. นโยบายพฒั นาทรัพยากร 1. การจดั ทานโยบายพฒั นาทรพั ยากร ทรัพยากรสารสนเทศ สารสนเทศ สารสนเทศ 2. แหล่งทรัพยากรสารสนเทศ 2. การเข้าถึงแหล่งทรพั ยากร 3. ธรุ กจิ การพิมพ์ สารสนเทศ 4. ทรัพยากรสารสนเทศรูปแบบ 3. การคัดเลอื กทรัพยากรสารสนเทศ ใหม่ 4. การจัดหาทรพั ยากรสารสนเทศ 5. การคดั เลอื กทรัพยากรสารสนเทศ 5. การเจรจาต่อรองกบั แหล่งผลติ 6. การประเมนิ ทรัพยากรสารสนเทศ 7. การคัดทรพั ยากรสารสนเทศออก ทรัพยากรสารสนเทศ 8. การผลติ ซ้าหรอื ทาซ้าทรัพยากร 6. การประเมนิ ทรัพยากรสารสนเทศ 7. การคดั ทรพั ยากรสารสนเทศออก สารสนเทศ 8. การบารุงรักษาทรัพยากร บรรณารกั ษ์งานวเิ คราะห์ 1. การทารายการโดยใช้ AACR2 สารสนเทศ และจดั ทารายการทรัพยากร 2. MARC ในการลงรายการ 1. การทารายการโดยใช้ AACR2 สารสนเทศ 2. การทารายการโดยใช้ MARC บรรณานกุ รม 3. การจดั หมวดหมทู่ รัพยากร 3. การจดั หมวดหม่ทู รัพยากร สารสนเทศ สารสนเทศ 4. การจัดทาเมทาดาทา 4. เมทาดาทา 5. การใหห้ วั เรอ่ื ง 5. การใหห้ ัวเรือ่ ง

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ PULINET ครัง้ ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมุด มหาวทิ ยาลัยทักษณิ ตาแหน่งบรรณารักษ์ ความรู้ ทักษะ 6. เวบ็ ไซต์และฐานข้อมูลทางด้านการ 6. การใชเ้ ว็บไซต์และฐานข้อมูล บรรณารกั ษบ์ ริการตอบ จัดทารายการทรัพยากรสารสนเทศ ทางดา้ นการจดั ทารายการทรัพยากร คาถามและช่วยค้นคว้า สารสนเทศ 1.ทรพั ยากรสารสนเทศอา้ งองิ 1. การใชท้ รัพยากรสารสนเทศอ้างอิง 2. การสัมภาษณอ์ ้างอิง 2. การสัมภาษณ์อ้างองิ 3. การสืบคน้ สารสนเทศ 3. การสบื คน้ สารสนเทศ 4. การประมวลสารสนเทศสาเร็จรปู 4. การเขา้ ถึงทรัพยากรสารสนเทศ 5.การรู้สารสนเทศ 5. การประมวลสารสนเทศสาเรจ็ รปู 6. แหลง่ ทรพั ยากรสารสนเทศ 6. การสอนการใชห้ ้องสมดุ และส่งเสรมิ การรสู้ ารสนเทศ จากความสาคัญดังกล่าวบรรณารักษ์จึงต้องมีความต่ืนตัว มีการทบทวนบทบาท หน้าท่ีความ รับผิดชอบของตนเองและมีการพัฒนาสมรรถนะในการทางานต่อไป เพ่ือให้มีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่น ให้กับผูใ้ ช้หอ้ งสมุด ผู้วจิ ยั จึงมคี วามสนใจทจ่ี ะศึกษาการพฒั นาสมรรถนะของบรรณารักษ์ห้องสมุดมหาวิทยาลัยของ รัฐ โดยศกึ ษาความคิดเห็นของบรรณารักษ์ในด้านสมรรถนะของผปู้ ฏบิ ัติงานห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา ซง่ึ ขอ้ มูลท่ี ได้ครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อบรรณารักษ์ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาสมรรถนะในการทางาน และสามารถนาไป ปฏบิ ตั ิงานได้อยา่ งมีประสิทธิภาพตอ่ ไป วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของบรรณารักษ์ต่อการพัฒนาสมรรถนะของบรรณารักษ์ห้องสมุด มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี 2. เพ่ือเปรียบเทียบความคิดเห็นของบรรณารักษ์ต่อการพัฒนาสมรรถนะของบรรณารักษ์ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จาแนกตามมหาวิทยาลัยท่ีสังกัด กลุ่มงานท่ีสังกัด ระดับการศึกษาสูงสุดและ สาขาวิชาที่สาเร็จการศึกษา และประสบการณ์ในการทางาน ขน้ั ตอนและวิธกี ารดาเนินงาน 1.ประชากรและกลุม่ ตัวอยา่ ง 1.1 ประชากร คือ บรรณารักษ์ สานักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจานวน 9 คน เปน็ บรรณารกั ษ์งานจดั หาทรพั ยากรสารสนเทศ จานวน 2 คน บรรณารักษ์งานวิเคราะห์และจัดทารายการทรัพยากร สารสนเทศ จานวน 2 คน และบรรณารักษบ์ รกิ ารตอบคาถามและช่วยค้นคว้า จานวน 5 คน บรรณารักษ์ คณะ จานวน 4 คน ปฏิบตั หิ นา้ ทว่ี เิ คราะหแ์ ละจัดทารายการทรพั ยากรสารสนเทศและ บริการ ตอบคาถามและช่วยค้นคว้า รวม 13 คน และผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวิชาชีพบรรณารักษ์ จานวน 10 คน สุ่มแบบเจาะจง ประกอบดว้ ยผูบ้ ริหารห้องสมดุ 4 คน อาจารย์ (สอนทางด้านบรรณารกั ษ์ จานวน 6 คน) 1.2 กล่มุ ตวั อย่าง คอื บรรณารักษ์ สานักวทิ ยบรกิ าร มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี จานวน

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ PULINET คร้งั ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมุด มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ 9 คน บรรณารกั ษค์ ณะจานวน 4 คน และผทู้ รงคณุ วุฒทิ างดา้ นวิชาชีพบรรณารกั ษ์ จานวน 10 คน 2. เครื่องมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั ได้แก่ การสรา้ งแบบสอบถามฉบับร่าง แบ่งเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนท่ี 1 ข้อมลู สว่ นบุคคลของผตู้ อบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 ความคิดเหน็ ต่อการพฒั นาสมรรถนะของบรรณารกั ษ์ ทัง้ 3 ด้าน คือ 1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) 2. ดา้ นทกั ษะ (Skill) และ 3. ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล (Attributes) ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติมที่เกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะของบรรณารักษ์ เป็นคาถาม แบบปลายเปดิ เพ่อื ให้ผู้ตอบแบบสอบถามมโี อกาสเสนอแนะ 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล ผวู้ จิ ัยไดส้ ง่ แบบสอบถามไปเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลทัง้ หมด 23 ฉบบั ได้รับ กลบั คืนมาและคดั เลือกฉบับที่มคี วามสมบรู ณ์จานวน 23 ฉบบั ซง่ึ เป็นจานวนที่ใช้ในการวิเคราะหข์ ้อมูลสาหรับการ วจิ ยั ในครง้ั น้ี 4. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ผู้วิจัยใชค้ ่าความถแี่ ละค่าร้อยละ สรุปผล อภปิ รายผล ข้อเสนอแนะ และการนาไปใช้ประโยชน์ สรุปผล ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลพบว่า การพัฒนาสมรรถนะสาหรับบรรณารักษ์ในศตวรรษท่ี 21 จากการ เก็บรวบรวมข้อมูลของบรรณารักษ์ 3 งาน คือ 1. งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ 2. งานวิเคราะห์ ทรัพยากรสารสนเทศ และ 3. งานบริการทรัพยากรสารสนเทศ ที่มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาสมรรถนะของ บรรณารักษ์โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ในรูปของ ค่าร้อยละ และวิเคราะห์เน้ือหา พบว่ากลุ่มตัวอย่างซ่ึงเป็น บรรณารักษ์ในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาสมรรถนะของบรรณารกั ษ์ในศตวรรษท่ี 21 เป็นรายด้าน พบว่ามีความคิดเห็นเรียงลาดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล จานวน 21 คน (ร้อยละ 91.30) รองลงมา คือ ด้านทักษะ จานวน 20 คน (ร้อยละ 86.96) และด้านความรู้ จานวน 19 คน (รอ้ ยละ 82.61) โดยพิจารณาเป็นรายดา้ นดังนี้ 1. บรรณารกั ษ์งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ 1.1 ด้านความรู้ โดยรวมและรายด้านไมแ่ ตกตา่ งกัน เม่อื พจิ ารณาเปน็ รายข้อ พบว่า มคี วาม คิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยข้อท่ีมีค่าเฉล่ียสูงสุดคือ รู้ขั้นตอนและกระบวนการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ รองลงมาคือ วสิ ยั ทศั น์ พันธกจิ และกลยุทธ์ของห้องสมดุ รู้เกยี่ วกับหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบัน มีความ รว่ มมือระหวา่ งห้องสมดุ และฐานข้อมูลวทิ ยานิพนธ์และงานวิจยั ภาษาไทย/ภาษาตา่ งประเทศ 1.2 ด้านทกั ษะ โดยรวมและรายดา้ นไมแ่ ตกต่างกนั เมื่อพิจารณาเปน็ รายข้อ พบว่า มคี วาม คิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การสืบค้นข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศผ่านระบบ อินเทอร์เน็ต รองลงมาคือ การปรับใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการทางาน การใช้เทคโนโลยีเพ่ือการสื่อสาร เช่น การส่งE-mail การสง่ ข้อความ เปน็ ต้น การคดั เลอื กและประเมินคุณคา่ ทรัพยากรสารสนเทศ และการเขา้ ถงึ แหล่งจัด จาหนา่ ยทรพั ยากรสารสนเทศทง้ั ในและนอกมหาวทิ ยาลัย สว่ นขอ้ ท่มี ีคา่ เฉลยี่ ต่าสุด คอื สามารถใช้ภาษาตา่ งประเทศ ในการสอื่ สาร

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ PULINET ครงั้ ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมุด มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ 1.3 ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็น รายข้อพบว่าข้อที่มีคา่ เฉลี่ยสูงสุด คือ มีความรับผิดชอบ/ซ่ือสัตย์ในการปฏบิ ัตงิ าน รองลงมาคือมีมนุษยสมั พันธ์ที่ดี กบั ผรู้ ว่ มงานและผู้ใช้บริการ มคี วามอดทน อดกล้นั การพฒั นาตนเองอย่างสม่าเสมอ เพ่อื สร้างศักยภาพ และเคารพ ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ส่วนข้อท่ีมีค่าเฉลีย่ ต่าที่สุด คือ การมีภาวะผู้นา/กล้าตัดสินใจ การจัดลาดับความสาคัญของ งาน และการวิเคราะห์และการแก้ปญั หา 2. งานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ 2.1 ดา้ นความรู้ โดยรวมและรายด้านไมแ่ ตกตา่ งกัน เม่อื พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ มคี วาม คิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยข้อท่ีมีค่าเฉล่ียสูงสุดคือ ความรู้เก่ียวกับเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการ ปฏิบัติงาน รองลงมาคือความรู้พ้ืนฐานการใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสาร รู้เรื่องการจัดหมวดหมู่ทรัพยากร สารสนเทศ หลักการกาหนดเลขเลขเรียกหนังสือ และหัวเรื่อง ส่วนข้อที่มีค่าเฉล่ียต่าที่สุด คือ การลงรายการตาม แบบมาตรฐานการลงรายการสารสนเทศส่อื ดจิ ทิ ัล (RDA) 2.2 ดา้ นทกั ษะ โดยรวมและรายดา้ นไม่แตกต่างกนั เมอ่ื พจิ ารณาเปน็ รายข้อ พบวา่ มคี วาม คิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยข้อท่ีมีค่าเฉล่ียสูงสุดคือ การให้หัวเร่ือง รองลงมา คือ การให้คาสาคัญ (Key Word) การใช้เวบ็ ไซตแ์ ละฐานข้อมูลออนไลน์ สว่ นข้อทม่ี คี ่าเฉล่ยี ต่าสดุ คอื การลงรายการตามแบบมาตรฐาน การลงรายการข้อมูลบรรณานุกรม (AACR2) และการลงรายการตามแบบมาตรฐานการลงรายการระเบียน บรรณานกุ รม (MARC 21) 2.3 ด้านคุณลกั ษณะส่วนบุคคล โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน เม่ือพจิ ารณาเปน็ ราย ข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉล่ียสูงสุด คือ มีความรับผิดชอบ/ซ่ือสัตย์ในการปฏิบัตงิ าน รองลงมาคือมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับ ผู้ร่วมงานและผู้ใช้บริการ มีความอดทน อดกล้ัน การพัฒนาตนเองอย่างสม่าเสมอ เพ่ือสร้างศักยภาพ และเคารพ ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ส่วนข้อท่ีมีค่าเฉล่ียต่าท่ีสุด คือ การมีภาวะผู้นา/กล้าตัดสินใจ การจัดลาดับความสาคัญของ งาน และการวเิ คราะห์และการแก้ปญั หา 3. งานบรกิ ารสารสนเทศ 3.1 ด้านคุณลกั ษณะส่วนบคุ คล โดยรวมและรายด้านไมแ่ ตกตา่ งกัน เมอื่ พิจารณาเปน็ ราย ข้อพบว่าข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ รู้เร่ืองประเภททรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด รองลงมา คือ รู้เกี่ยวกับ กฎระเบียบ ข้อบังคับของห้องสมุด รู้เร่ืองแหล่งข้อมูลทรพั ยากรสารสนเทศท่ีให้บริการ รู้เร่ืองพฤติกรรมและความ ตอ้ งการของผใู้ ช้ และรู้เรื่องการส่ือสาร สว่ นขอ้ ทมี่ ีค่าเฉลี่ยต่าทสี่ ดุ คือ รู้เรือ่ งกฎหมายลขิ สทิ ธ์ิ ความรว่ มมือระหว่าง ห้องสมุด และรู้เรอื่ งทรัพยากรสารสนเทศประเภทอา้ งองิ ท้งั ภาษาไทย/ภาษาตา่ งประเทศ 3.2 ด้านทักษะ โดยรวมและรายด้านไมแ่ ตกตา่ งกนั เมื่อพิจารณาเป็นรายขอ้ พบว่า มคี วาม คิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยข้อที่มีค่าเฉล่ียสูงสุดคือ การสืบค้นสารสนเทศ รองลงมาคือ การให้บริการ สารสนเทศ การสอื่ สารภาษาไทย เทคนิคการซักถามความต้องการของผใู้ ชบ้ ริการ และการใช้ Search Engine เชน่ Google, Wikipedia เป็นต้น ส่วนข้อท่ีมีค่าเฉล่ียต่าท่ีสุด คือ การส่ือสารภาษาอาเซียน และแนะนาการเขียน บทคดั ย่อหรอื สาระสังเขป

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ PULINET ครั้งท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมุด มหาวิทยาลัยทักษิณ 3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะส่วนบคุ คล โดยรวมและรายด้านไม่แตกตา่ งกนั เมอ่ื พิจารณาเปน็ ราย ข้อพบวา่ ขอ้ ทมี่ คี ่าเฉล่ียสูงสดุ คอื ยึดมัน่ ในจรรยาบรรณทางวิชาชีพ รองลงมา คอื มีความรับผดิ ชอบ/ซือ่ สัตยใ์ นการ ปฏบิ ตั งิ าน มมี นุษยสัมพันธ์ท่ดี ีกับผูร้ ว่ มงานและผู้ใช้บริการ เคารพปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บ และมีความอดทน อดกลั้น การพัฒนาตนเองอย่างสม่าเสมอ เพื่อสร้างศักยภาพ ส่วนข้อที่มีค่าเฉล่ียต่าที่สุด คือ การมีภาวะผู้นา/กล้าตัดสนิ ใจ การจดั ลาดับความสาคัญของงาน และการวเิ คราะห์และการแก้ปญั หา อภปิ รายผล จากการศึกษาเรอ่ื ง การพฒั นาสมรรถนะสาหรบั บรรณารักษใ์ นศตวรรษท่ี 21 : กรณีศึกษา มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี ผวู้ จิ ยั ได้นาขอ้ มูลมาอภปิ รายผล ดังนี้ 1. งานพฒั นาทรพั ยากรสารสนเทศ พบว่า บรรณารักษ์ส่วนใหญ่มคี วามคิดเห็นต่อการพฒั นา สมรรถนะสาหรบั บรรณารักษ์ในศตวรรษท่ี 21 : กรณีศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ด้านคุณลักษณะส่วนบคุ คล คือรขู้ ้ันตอนและกระบวนการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ สว่ นด้านทักษะ คอื การสบื ค้นขอ้ มลู ทรพั ยากรสารสนเทศ ผา่ นระบบอนิ เทอร์เนต็ และด้านความรู้ คอื รูข้ น้ั ตอนและกระบวนการจดั หาทรพั ยากรสารสนเทศ วิสัยทศั น์ พันธกิจ และกลยุทธ์ของห้องสมุด รู้เกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบัน ซ่ึงสอดคล้องกับการศึกษาของ พน้ พันธ์ ปลิ กศิริ (2555, น. 163-189) ไดศ้ กึ ษาเรอ่ื งความคาดหวงั ของผู้บรหิ ารห้องสมดุ มหาวิทยาลัยต่อสมรรถนะ เฉพาะตาแหน่งของบรรณารกั ษ์ พบว่าผู้บริหารมคี วามคาดหวงั ตอ่ สมรรถนะของบรรณารักษ์งานต่างๆ ดังนี้ 2. บรรณารักษ์งานพัฒนาทรพั ยากรสารสนเทศควรมีความรู้เรื่องแหล่งสารสนเทศทง้ั ภายใน และภายนอกห้องสมดุ มที ักษะในการคัดเลอื ก ประเมิน และจดั หาทรัพยากรสารสนเทศ 3. บรรณารักษ์งานวิเคราะห์และจัดทารายการทรัพยากรสารสนเทศควรมีความรู้เกี่ยวกับ เว็บไซต์และฐานข้อมูลทางด้านการจัดทารายการทรัพยากรสารสนเทศ และมีทักษะในการจัดหมวดหมู่ทรัพยากร สารสนเทศ มที ักษะในการให้หวั เร่ืองและการจดั ทารายการในรปู แบบทคี่ อมพวิ เตอร์อา่ นได้ 4. บรรณารักษ์บริการตอบคาถามและช่วยการค้นคว้า ควรมีความรู้เรื่องทรัพยากรสารสนเทศ อา้ งองิ และมที กั ษะในการสืบค้นสารสนเทศรปู แบบตา่ งๆ สว่ นคุณลักษณะสว่ นบคุ คลบรรณารักษ์ทุกตาแหนง่ งานควรเป็นผู้มีจิตบริการ คือ มจี ิตใจพร้อมที่ จะให้บริการและบริการอย่างเต็มใจ กระตือรือร้นในการให้บริการ แม้บรรณารักษ์ที่ปฏิบัติงานด้านเทคนิคก็ควร คานงึ ถึงผลการปฏบิ ตั งิ านเสมอวา่ เป็นการปฏบิ ตั ิงานเพ่ือผ้ใู ช้อย่างเดียวกับการปฏิบัตงิ านของบรรณารักษ์งานบริการ ในการทาให้ผู้ใช้ห้องสมุดได้รับสิ่งที่ตนเองต้องการ เกิดความพอใจ ประทับใจและต้องการกลับมาใช้บริการอีกใน โอกาสต่อไป ซ่ึงสอดคล้องกับการศึกษาของ ศิริพร แซ่อึ้ง (2560, น. 102-105) ได้ศึกษาการพัฒนาสมรรถนะของ บรรณารักษ์ห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรัฐ ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาสมรรถนะของบรรณารักษ์ห้องสมุด มหาวิทยาลัยของรัฐ จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของบรรณารักษ์ 3 งาน คือ 1.งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ 2.งานวเิ คราะห์และจัดทารายการทรัพยากรสารสนเทศ และ 3.งานบริการทรพั ยากรสารสนเทศ ที่มีความคิดเห็นต่อ การพัฒนาสมรรถนะของบรรณารักษ์ห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรัฐ พบว่า 1. บรรณารักษ์งานพัฒนาทรัพยากร สารสนเทศ คิดเห็นต่อการพัฒนาสมรรถนะของบรรณารักษ์ห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรฐั ด้านความรู้ควรมีความรู้ เร่อื งขั้นตอนและกระบวนการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศมากที่สดุ รองลงมาคอื มีความรเู้ รื่องวิสยั ทัศน์ พนั ธกจิ และ กลยุทธ์ของห้องสมุดรู้เก่ียวกับหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบัน ด้านทักษะต้องมีทักษะการสืบค้นข้อมูล ทรัพยากรสารสนเทศผา่ นระบบอนิ เตอร์เนต็ รองลงมาคือ มที กั ษะในการปรับใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการทางาน

การประชมุ วิชาการระดับชาติ PULINET ครั้งที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมดุ มหาวิทยาลัยทกั ษณิ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการส่ือสาร การคัดเลือกและประเมินคุณค่าทรัพยากรสารสนเทศ และการเข้าถงึ แหล่งจัดจาหน่ายทรัพยากรสารสนเทศทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ต้องมีความ รับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงาน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงานและผู้ใช้บริการ มีความอดทนอดกล้ัน พฒั นาตนเองอย่างสม่าเสมอ เพอ่ื สร้างศักยภาพ และเคารพปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ 2. บรรณารักษ์งานวิเคราะห์ และจัดทารายการทรัพยากรสารสนเทศ มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาสมรรถนะของบรรณารักษ์ห้องสมุด มหาวิทยาลัยของรัฐ ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล คือ มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงาน มีมนุษยสัมพันธ์ท่ีดีกับผู้ร่วมงานและผู้ใช้บริการ มีความอดทนอดกล้ัน พัฒนาตนเองอย่างสม่าเสมอ เพื่อสร้าง ศกั ยภาพ และเคารพปฏบิ ตั ติ นตามกฎระเบยี บ ส่วนดา้ นทักษะ คือ การใหห้ วั เรอื่ ง การให้คาสาคัญ และดา้ นความรู้ คือ ความรูเ้ กย่ี วกบั เทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นการปฏิบัตงิ านความรูพ้ ้นื ฐานการใช้อินเทอร์เนต็ ในการตดิ ต่อส่ือสาร การจัดหมวดหมู่ทรพั ยากรสารสนเทศกาหนดเลขเรียกหนงั สือและหัวเรื่องภาษาไทย และ 3. บรรณารักษง์ านบริการ ทรัพยากรสารสนเทศ ความคิดเห็นต่อการพัฒนาสมรรถนะของบรรณารักษห์ ้องสมุดมหาวิทยาลัยของรฐั ด้านทักษะ คือ การสืบค้นสารสนเทศ การให้บริการสารสนเทศ การสื่อสารภาษาไทย เทคนิคการซักถามความต้องการของ ผใู้ ชบ้ ริการ และการใช้ Search Engine ส่วนด้านคุณลกั ษณะส่วนบุคคล คอื ยึดมน่ั ในจรรยาบรรณทางวชิ าชีพ ความ รบั ผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริตในการปฏบิ ตั งิ าน มมี นษุ ยสัมพันธท์ ่ีดกี บั ผู้ร่วมงานและผใู้ ช้บรกิ าร เคารพและปฏิบัติตนตาม กฎระเบียบ ข้อบังคับของห้องสมุด ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ อัญมณี ศรีวัชรินท์ (2553, น. 126-133) เรื่อง สมรรถนะตามสายงานบริการของบรรณารักษ์ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาสมรรถนะตามสายงานบริการที่เป็นจริงของบรรณารักษ์ห้องสมุด สถาบนั อดุ มศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และศกึ ษาสมรรถนะตามสายงานบริการทตี่ ้องการ พฒั นาของบรรณารกั ษ์ห้องสมุดสถาบันอดุ มศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถงึ กจิ กรรมท่ีใช้ เ พ่ื อกา ร พั ฒ น า ส ม ร ร ถ น ะ ต า ม ส า ย ง า น บ ริ ก า ร ข อง บ ร ร ณ า รั ก ษ์ ห้ อง ส มุ ด ส ถ า บั น อุ ด ม ศึ กษ า เ อ กช น ใ น เ ข ต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผลการวจิ ยั ในส่วนที่เกี่ยวข้องพบว่าสมรรถนะตามสายงานบริการทางวิชาชีพท่ีเป็น จริงของบรรณารักษ์ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ในด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการ สอนผใู้ ชใ้ หเ้ ขา้ ถงึ แหล่งขอ้ มลู ความร้ทู ีห่ ้องสมุดจัดให้บรกิ าร สว่ นสมรรถนะทางวชิ าชีพท่ีต้องการพัฒนามี 2 ด้าน คือ การพัฒนาสมรรถนะทางด้านความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับวิชาชีพทางห้องสมุดและความรู้เก่ียวกับสารสนเทศ ในด้าน สมรรถนะส่วนบุคคลที่เป็นจรงิ ของบรรณารักษ์ต้องให้การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นให้มาก และสมรรถนะสว่ น บุคคลท่ีต้องการพัฒนาในระดับมากคือ ความสามารถด้านการสื่อสาร สามารถพูด ฟัง อ่าน เขียนภาษาอังกฤษได้ เปน็ อยา่ งดี ข้อเสนอแนะ จากการวิจัยเร่ือง การพัฒนาสมรรถนะสาหรับบรรณารักษใ์ นศตวรรษท่ี 21 ผวู้ จิ ัยมขี ้อเสนอแนะ ในการวิจัย ดงั น้ี 1. ควรมีการจดั อบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการเพ่ือเพม่ิ การพฒั นาสมรรถนะใหส้ อดคลอ้ งกับการ เปลยี่ นแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. หอ้ งสมดุ จะตอ้ งมกี ารจัดบุคลากรใหท้ างานตรงตามสายงาน ภาระงานท่ีรับผดิ ชอบเพื่อให้ สอดคลอ้ งกบั ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะส่วนบคุ คล 3. ผบู้ ริหารห้องสมุดควรกาหนดนโยบายและแผนการพฒั นาบรรณารกั ษใ์ ห้มสี มรรถนะของ

การประชุมวิชาการระดับชาติ PULINET คร้งั ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมดุ มหาวิทยาลัยทกั ษณิ บรรณารักษ์ ท้ัง 3 ดา้ น คือ ความรู้ ทักษะ และคณุ ลกั ษณะส่วนบคุ คล อยา่ งมรี ะบบและเป็นรูปธรรม 4. ผู้วจิ ยั เหน็ วา่ บรรณารักษจ์ าเปน็ ตอ้ งตระหนกั ตอ่ สมรรถนะท้ัง 3 ด้าน และมีการพัฒนา ตนเองอยตู่ ลอดเวลา การนาไปใช้ประโยชน์ การวจิ ยั ครงั้ น้ี บรรณารกั ษ์ไดต้ ระหนักถงึ ความสาคญั ในการพัฒนาสมรรถนะของบรรณารกั ษ์ทงั้ 3 ดา้ น คอื ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ และด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล เพื่อให้สามารถทางานในห้องสมุดเพื่อสนับสนุน การเรียน การสอนไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ ซึ่งใช้เป็นประโยชน์ ดังนี้ 1. บรรณารักษ์ได้รับการอบรมเพ่ือพัฒนาสมรรถนะท้ัง 3 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ และ คุณลกั ษณะสว่ นบุคคล อย่างตอ่ เน่ือง เพื่อเพมิ่ การพัฒนาสมรรถนะใหส้ อดคล้องกับการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี สารสนเทศ 2. บรรณารักษ์ได้ปฏิบัติงานตรงตามสายงาน ภาระงานที่รับผิดชอบที่สอดคล้องกับความรู้ ทักษะ และคณุ ลักษณะสว่ นบคุ คล 3. บรรณารักษ์ได้รับรู้ และใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ทักษะ และ คุณลักษณะส่วนบคุ คล สาหรบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ านห้องสมุดมหาวทิ ยาลยั รายการอา้ งองิ ชชู ัย สมิทธิไกร. (2552). การสรรหาการคัดเลือก และการประเมินผลการปฏิบตั งิ านของบุคลากร (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั . ทกั ษพร จินตพยงุ กลุ . (2546). พฤตกิ รรมการแสวงหาสารนิเทศของบรรณารักษห์ อสมดุ กลาง สถาบนั อุดมศึกษา ของรัฐ (วทิ ยานพิ นธ์ปริญญามหาบณั ฑติ ). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นงนุช วงษส์ วุ รรณ. (2536). การบรหิ ารทรพั ยากรมนุษย์. กรงุ เทพฯ: จามจุลีโปรดักส์. พน้ พันธ์ ปิลกศิร.ิ (2555). ความคาดหวงั ของหอ้ งสมุดมหาวทิ ยาลัยต่อสมรรถนะเฉพาะตาแหน่งบรรณารกั ษ์ (วทิ ยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบัณฑติ ). กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. โมดลู 2 ผู้ใชแ้ ละการพัฒนาทรพั ยากรสารสนเทศ. (2554). ใน บรรณารกั ษ์: คู่มือฝึกอบรมคร.ู (น. 55-91). กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั . โมดูล 3 การวเิ คราะห์ทรพั ยากรสารสนเทศ. (2554). ใน บรรณารักษ์: คมู่ ือฝึกอบรมคร.ู (น. 92-131). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วไิ ลวรรณ รตั นพนั ธ.์ (2547). การสนบั สนุนของห้องสมดุ สถาบันอดุ มศึกษาในการพฒั นาวชิ าชพี ของบรรณารักษ์ (วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑติ ). กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั . ศริ ิพร แซอ่ งึ้ . (2560). การพัฒนาสมรรถนะของบรรณารกั ษ์ห้องสมดุ มหาวทิ ยาลัยของรัฐ (วทิ ยานพิ นธ์ปริญญา มหาบัณฑติ ). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั รามคาแหง. สนุ ิดา บุญญานนท.์ (2554). หอ้ งสมุดในยคุ ปจั จุบันเปน็ มากกวา่ ที่อา่ นหนังสือ. นิตยสารบรรณารักษ์, 4(2), 45-46. อัญมณี ศรีวัชรินท์. (2553). สมรรถนะตามสายงานบริการของบรรณารักษ์ห้องสมดุ สถาบันอดุ มศึกษาเอกชนใน เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารสารสนเทศ, 12(2), 126-133.

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ PULINET ครัง้ ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สํานกั หอสมดุ มหาวิทยาลัยทกั ษณิ นวัตกรรมและการพฒั นาศกั ยภาพของบคุ ลากรสาํ เรจ็ ดวย OKRs Innovation and Performance can Succeed by OKRs องั คณา แซ7เจยี่ หนว7 ยแผน งานยุทธศาสตรแ> ละพฒั นาองค>กร หอสมดุ แหง7 มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร> [email protected] บทคัดย7อ หอสมุดแหDงมหาวิทยาลยั ธรรมศาสตรG ไดIนาํ เครอื่ งมือการวดั ผลการปฏบิ ัติงานดวI ย Objective and Key Results (OKRs) มาปรับใชIในองคGกร มวี ัตถุประสงคเG พื่อยกระดับการปฏิบัตงิ าน เพ่ิมนวัตกรรมใหมๆD และ พัฒนาศักยภาพของบุคลากร โดยไดIเร่ิมนํารDองใชIเครื่องมือดังกลDาวในไตรมาสที่ 4 ป_งบประมาณ 2562 (เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2562) กับกลDุมผIูเขIารDวมโครงการที่ไดIรับการพิจารณาคัดเลือกเขIามา ซึ่งมีท้ังระดับ หัวหนIางาน หัวหนIาหนDวย และระดับปฏิบัติการ จากนั้นขับเคล่ือนตามแนวคิดวงจรการเรียนรูI Deming Cycle (PDCA) คอื 1) Plan การวางแผน กําหนดเปiาหมาย วตั ถปุ ระสงคG ผลลัพธGหลกั หรือคDาเปาi หมาย โดยเริ่มตนI ดIวยการ วางแผนการจัดอบรมเพ่ือถDายทอดความรูIและสรIางความเขIาใจรDวมกัน 2) Do การลงมือทํา เริ่มต้ังแตDการจัดอบรม เร่ือง OKRs ผูIบรหิ ารระดับสูงสDงมอบเปiาหมายและผลลัพธGหลักแกDบุคลากร เพ่ือใหIบุคลากรกําหนดเปiาหมาย และ ผลลพั ธGหลกั ใหIสอดคลIองกับเปiาหมายผบIู รหิ าร 3) Check การตรวจสอบ ดวI ยการติดตามความกIาวหนาI และรายงาน ผลความสําเร็จ เพ่ือใหIเกิดการเรียนรูI รวมถึงการแลกเปลี่ยนเทคนิค ประสบการณGการบรรลุเปiาหมาย และการ แกIปmญหา 4) Action ดําเนินการใชIเคร่ืองมือการวัดผลการปฏิบัติงานดIวย OKRs อยDางเปoนทางการ เพ่ือใหIทุก องคาพยพดําเนินงานไดIบรรลุตามเปาi หมายรDวมกัน จากการทดลองใชIเครื่องมือการวัดผลการปฏิบัติงานดIวย OKRs ในระยะนํารDอง พบวDาหอสมุด แหDงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรGมีจํานวนนวัตกรรมเพิ่มขึ้น 6 นวัตกรรมภายในระยะเวลา 3 เดือน และไดIพัฒนา ศักยภาพของบุคลากร ดIวยการเพ่ิมทักษะดIานการคิดริเริ่มสรIางสรรคG การกลIาแสดงความคิดเห็น ซึ่งจะนําไปสูD แนวปฏิบัติท่ีดี (Best Practice) ตลอดจนเปoนการสรIางวัฒนธรรมองคGกรแหDงการเรียนรูI และองคGกรแหDงความสุข ตอD ไป คําสาํ คัญ: OKRs, การวัดผลการปฏิบัติงาน, เคร่อื งมอื บรหิ ารเปiาหมาย, การตั้งเปiาหมายองคGกร

การประชมุ วิชาการระดับชาติ PULINET ครงั้ ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สาํ นกั หอสมุด มหาวทิ ยาลยั ทักษณิ ABSTRACT Thammasat University Library applied performance measurement tools with Objective and Key Results (OKRs). The Objective is to raise staff’s performance and get the new innovations. This concept get be started in the 4th quarter of the fiscal year 2019 (July-September 2 0 1 9 ) with the project participants that have been selected. Then, driven by the Deming Cycle Learning concept (PDCA), which is 1) Plan, set goals, objectives and key results. By starting with the training to transfer knowledge about OKRs to the participants. 2 ) Do, begins with the training on OKRs to director, supervisor and participants. Director delivers Objective and Key Results to participants to set OKRs align with director. 3 ) Check, with progress tracking and success reports. For learning goal achievement and problem solving. 4) Action, proceeds using official performance measurement tools with OKRs. The experiment using the OKRs performance measurement tool in the pilot phase found that Thammasat University Library has increased 6 innovations in 3 months and has developed the potential of the personnel and teamwork. Moreover, increasing creativity skills dare to comment which will lead to the “Best practice” as well as creating a learning organization culture and happy workplace. Keyword: OKRs, Performance Measurement, Performance Measurement Tools, Goal Setting บทนาํ การวัดผลการปฏบิ ัตงิ านท่ีชอ่ื วDา Objective and Key Results หรอื ทรี่ ูIจักกันในชื่อยอD วาD OKRs นั้น เปoนเครื่องมือท่ีใหIความสาํ คัญกับการมุDงเนIนเปiาหมาย และผลลัพธG ดําเนินการในเรื่องที่สําคัญ มีผลกระทบตDอ องคGกร โดยมีการติดตามผลการดําเนินงานอยDางตDอเนอื่ ง อีกทั้งยังเนนI การทํางานท่ีเชือ่ มโยง สนับสนุนซ่ึงกันและกัน ซงึ่ ถือเปoนกลไกท่ีทําใหIเกดิ การมีสDวนรDวมของบุคลากรทุกระดับ และทําใหIเกิดวัฒนธรรมองคGกรท่ีทํางานกันเปoนทีม อันจะนาํ ไปสกูD ารลดปmญหาการทํางานแคDตามความรับผิดชอบ นอกจากนี้ดIวยลักษณะเดDนอีกประการของ OKRs ท่ี ใหIกําหนดเปiาหมายท่ีทIาทาย ซ่ึงถือเปoนการผลักดันหรือสDงเสรมิ ใหIเกิดนวัตกรรมใหมDๆ และมีสDวนทําใหIพนักงานไดI พัฒนาขีดความสามารถของตนเองใหสI ูงขนึ้ เรอ่ื ยๆ ดวI ย เคร่ืองมือการวัดผลการปฏิบัติงาน OKRs ไดIรับความสนใจและเช่ือวDาสามารถนําไปปรับใชIใน การดําเนินงานขององคGกร หรือบริษัททั้งภายในประเทศและตDางประเทศ ป_ 2016 John Doerr ผูIบริหารบริษัท Google ซ่ึงเปoนบริษัทผIูใหIบริการ Search Engine ชั้นนําระดับโลก และไดIรับความนิยมสูงที่สุด มีสDวนแบDงทาง การตลาด 77.43% ซึ่งถือเปoนผIูนําตลาดดIานบริการดังกลDาว ไดIเลือกใชIเคร่ืองมือการวัดผลการปฏิบัติงานองคGกร อยDาง OKRs และประสบความสําเร็จจนเคร่ืองมือดังกลDาวกลายเปoนที่รIูจักในวงกวIาง และในปmจจุบันมีบริษัทชั้นนํา ระดับโลกหลายบริษัท หลายอุตสาหกรรมไดIเลือกใชI OKRs เชDนเดียวกัน ไดIแกD Linked in, GoPro, Spotify, Flipboard, Twitter, Oracle เปoนตIน เชDนเดยี วกันนีบ้ ริษัทเอกชนชอื่ ดงั หลายแหงD และหนDวยงานภาครัฐในประเทศ ไทย ก็ไดIหันมาใหIความสนใจกับ OKRs เชDน ศรีจันทรG, Jitta, Builk และโรงพยาบาลธรรมศาสตรGเฉลิมพระเกียรติ

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ PULINET คร้ังท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สํานักหอสมดุ มหาวิทยาลยั ทักษณิ เปoนตIน ซึ่งหลายแหDงปรับใชI OKRs จนประสบความสําเร็จ และบางแหDงอยDูในชDวงระยะนํารDอง หรือชDวงเร่ิมตIน ดาํ เนินการตามรปู แบบ OKRs ที่ผDานมาหอสมุดแหDงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรGใชIเคร่ืองมือการวัดผลการปฏิบัติงานดIวย Key Performance Indicator หรือ KPIs ซ่ึงออกแบบตัวช้ีวัดผลงานหลักท่ีเนIนรูปแบบระดับบนลงลDาง (Top-down) กลาD วคือ ผIบู ริหารระดับสงู จะออกแบบตวั ชวี้ ัดระดับองคGกร หนDวยงาน และระดับพนักงาน อีกทั้งลักษณะการทํางาน เปoนไปตามที่ไดIรับมอบหมายเทDาน้ัน ซ่ึงการใชI KPIs ลักษณะดังกลDาวไมDสามารถทําใหIเปiาหมายที่กําหนดไวIสําเร็จ อยDางตDอเน่ือง รวมถึงไมDสามารถนํามาซึ่งการแสดงความคิดเห็น การทํางานรDวมกันเปoนทีม และการเกิดนวัตกรรม ใหมๆD นอกจากน้ีการดําเนินงานดวI ยวิธกี ารดงั กลาD วยังไมสD อดคลอI งกบั พฤติกรรมของบคุ ลากร Generation ใหมD ท่มี ี ความคิดรเิ รมิ่ สราI งสรรคG กลาI แสดงออก พรIอมรับมือกบั ความเปลีย่ นแปลง โดยกลุมD บคุ ลากร Generation ใหมDนถี้ ือ เปoนแรงขับเคลื่อน ผลักดันส่ิงใหมDๆ ขององคGกร ดังนั้นการทํางานลักษณะเดิมจึงอาจสDงผลกระทบตDอการพัฒนา ศักยภาพบคุ ลากร ตลอดจนองคกG รไดI จากประโยชนGของเคร่ืองมือการวัดผลการปฏิบัติงาน OKRs ทที่ ําใหอI งคGกรหรือบรษิ ัทหลายแหDง ประสบความสําเร็จ แตDยังไมDพบวDามีการใชIเคร่ืองมือดังกลDาวอยDางแพรDหลายในหนDวยงานภาครัฐ อันจะเปoน ประโยชนGตDอการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และนําไปสDูการสรIางสรรคGนวตั กรรมใหมDๆ ตลอดจนองคGกรสามารถ บรรลุเปาi หมายตามที่ไดIกาํ หนดไวI ดงั นัน้ การศึกษาน้ีจึงมุงD ที่จะศกึ ษาประสิทธภิ าพและผลกระทบของการดําเนินงานดIวยเคร่ืองมือ การวัดผลการปฏิบัติงาน OKRs กับหอสมุดแหDงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรG เพื่อเปoนแนวทางสําหรับหIองสมุด สถาบนั อดุ มศึกษา หนวD ยงานภาครฐั และภาคเอกชนที่สนใจนํา OKRs ไปประยุกตGใชใI หเI กดิ ประโยชนGสูงสดุ ตDอองคGกร ตDอไป วตั ถปุ ระสงค> เพ่ือศึกษาประสิทธิภาพการดําเนินงานดIวย OKRs และผลกระทบดIานศักยภาพของบุคลากร หอสมดุ แหงD มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตรG ข้ันตอนและวิธีการดาํ เนนิ งาน 1. ศึกษาปmญหาและสาเหตทุ ่ีแทจI ริงของการเกดิ ปmญหา ผูIศึกษาทําการศกึ ษาการใชIเครอื่ งมอื การ วัดผลการปฏิบัติงานดIวย Key Performance Index (KPI) ของหอสมุดฯ โดยการเก็บรวบรวมขIอมูลผลการ ปฏิบัติงานระดับบุคคลของบุคลากรหอสมุดฯ รDวมกับผลการประเมินการปฏิบัติงานองคGกรดIวยตัวชี้วัดของ มหาวิทยาลัย ตัง้ แตDป_ 2556-2560 ซึ่งตัวช้ีวัดบางตัวไมDผDานเกณฑGคDาเปiาหมายที่มหาวิทยาลยั กําหนดไวI เชDน ระดับ ความพึงพอใจของผIูรับบริการ เปoนตIน นอกจากน้ีมีการวิเคราะหGสาเหตุของปmญหาดIวยแผนผังกIางปลา (Fish Bone Diagram) เพ่ือแกไI ขปmญหาหลักอยาD งยัง่ ยืน 2. ศึกษาแนวคิด และทฤษฎที เี่ ก่ียวขIอง ประกอบดวI ย 2.1 การใชเI คร่ืองมอื การวดั ผลการปฏบิ ัติงานดวI ย Objective and Key Results (OKRs) 2.2 แนวคดิ วงจรการเรียนรIู Deming Cycle (PDCA)

การประชุมวิชาการระดับชาติ PULINET คร้งั ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สํานักหอสมุด มหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ 3. ดําเนนิ การปรับใชIเคร่ืองมือการวดั ผลการปฏิบัตงิ านดIวย OKRs โดยแบDงออกเปoน 4 ข้ันตอน ดังน้ี 3.1 Plan (P): หอสมุดแหงD มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตรGมงDุ ม่นั ทจี่ ะดาํ เนนิ งานใหIบรรลุ เปาi หมายที่มหาวทิ ยาลัยกําหนด รDวมกบั วัตถุประสงคGคุณภาพดวI ยการพัฒนานวัตกรรม และยกระดับความพงึ พอใจ ของผูIรบั บริการเปoนสาํ คัญ ดวI ยเหตุน้ีผIูศึกษารDวมกับผIูบรหิ ารระดับสูงจงึ วางแผนงานเพื่อขับเคลื่อน OKRs โดยจดั ใหI มีการอบรมหลักสูตรกลยุทธGวัดผลเพื่อเปล่ียนแปลงองคGกร รDวมกับศึกษา วิเคราะหGขIอมูลหอสมุดฯ ท่ีไมDสามารถ ดําเนนิ งานใหIบรรลุตัวชวี้ ดั องคGกร จากน้ันในป_ 2562 อบรมเชิงปฏิบตั ิการ OKRs และปรบั ใชIเคร่อื งมือการวดั ผลการ ปฏิบัตงิ านดวI ย OKRs ในระยะนาํ รอD ง ตารางท่ี 1 แสดงชวD งเวลาและกิจกรรมทไ่ี ดIวางแผนเพอ่ื สนบั สนนุ ใหเI กิดการดําเนินงานดIวย OKRs ชวD งเวลา กิจกรรม มนี าคม 2560 อบรม เร่ือง “OKRs : Objective and Key Results - กลยุทธGวัดผลเพื่อ เปลยี่ นแปลงองคGกร” โดยศาสตราจารยG ดร.นภดล รมD โพธ์ิ กนั ยายน – พฤศจิกายน 2561 ศึกษา และวิเคราะหปG ญm หา และสาเหตขุ องปญm หาการใชI KPI พฤษภาคม 2562 อบรมเชิงปฏิบัติการ เร่ือง “OKRs : Objective and Key Results” ผูIอํานวยการหอสมุดแหDงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรGสDงมอบเปiาหมาย และ ผลลัพธGหลัก (OKRs) จากนั้นระดับหนDวยงานจึงกําหนดเปiาหมาย และ ผลลพั ธหG ลกั ใหIสอดรับกบั OKRs ของผIูอาํ นวยการ ท้ังนี้กาํ หนดใหเI ร่ิมใชI OKRs ในระดับผูIบริหารสูงสดุ และระดบั หนDวยงาน โดยใหIความรูIดวI ยการ อบรมเชิงปฏิบัติการดIวยแนวคิดการใชI OKRs ใหIแกDบุคลากร อันเปoนการสรIางความเขIาใจเกี่ยวกับแนวคิด รวมถึง การปรับใชIกบั การดําเนนิ งานระดบั หนวD ยงาน และระดับบคุ ลากรตDอไป 3.2 Do (D) : ผบูI ริหารกาํ หนดเปiาหมาย และผลลพั ธGหลกั ทั้งน้ี OKRs ของผIูบริหาร คือ Objective: หอสมดุ แหDงนวตั กรรมลาํ้ สมัย ใสDใจคุณภาพบรกิ ารและสิ่งแวดลอI ม พรอI มกIาวหนIาพฒั นาอยDางยัง่ ยืน Key Result : 3.2.1 นวัตกรรมไมDนIอยกวDา 3 นวัตกรรม 3.2.2 คาํ ชมจากผูIรบั บรกิ ารทกุ หIองสมุดรวมกนั อยDางนIอย 20 คาํ ชม 3.2.3 ปรมิ าณขยะลดลง 2% 3.2.4 ปรมิ าณการใชIไฟฟiาลดลง 5% จากนั้นสDงมอบใหIแกDระดับงาน และระดับหนDวยงาน เพ่ือใหIระดับหนDวยงาน และระดับ ปฏิบัตกิ ารทีไ่ ดIรบั การคัดเลอื กใหIเขIารวD มโครงการ วเิ คราะหG และพจิ ารณาการต้ังเปาi หมาย ผลลัพธหG ลักใหIสอดคลอI ง กับเปiาหมาย และผลลัพธGหลักของผIูบริหาร อันจะนําไปสDูความสําเร็จตามเปiาหมายขององคGกร ซึ่งมีการกําหนด เปiาหมาย และผลลัพธGหลักของผIูอํานวยการหอสมุดแหDงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรG ตลอดจนระดับหนDวยงาน ประกอบดIวย 6 งาน 6 หนDวย จํานวนผูIเขIารDวมดําเนินโครงการท้ังหมด 19 ทDาน และเร่มิ ดําเนินงานดIวย OKRs ใน

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ PULINET ครงั้ ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สํานักหอสมดุ มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ ระยะนํารDอง ไตรมาสท่ี 4 ของป_งบประมาณ 2562 (เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2562) โดยหลังจากที่ไดIรบั OKRs ของผูIอํานวยการหอสมุดแหDงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรGนั้น ผIูเขIารDวมโครงการแตDละหนDวยไดIรDวมกันกําหนด OKRs โดยมีศาสตราจารยG ดร.นภดล รDมโพธิ์ ทําหนIาท่ีเปoนผูIใหคI ําปรึกษา และผIูอํานวยการฯ รDวมพิจารณาเปiาหมายและ ผลลัพธGหลักที่แตDละหนDวยกําหนดข้ึน โดยการกาํ หนดผลลพั ธGหลักของแตDละเปาi หมายมีจํานวนไมDเกิน 5 ขอI ซง่ึ เปoน จํานวนทีส่ ามารถดําเนินการใหIสําเร็จไดIจริงดIวยความมุDงม่นั ต้ังใจ ตามกรอบเวลาที่กําหนด ซ่ึงผูIเขIารDวมโครงการมี ระยะเวลา 3 เดือน ในการดาํ เนินงานดIวยกิจกรรมตาD งๆ เพ่อื ใหIผลลัพธหG ลักและเปาi หมายทก่ี าํ หนดไวสI าํ เรจ็ ยกตวั อย7าง OKRs ของงานบรกิ ารหองสมดุ ตารางท่ี 2 แสดงเปiาหมายและผลลัพธGหลักของงานบริการหIองสมดุ พรอI มความกIาวหนIาและความสําเรจ็ Objective : เพมิ่ คณุ ภาพการบรกิ าร Key Results : ครง่ึ ไตรมาส สนิ้ สุดไตรมาส 1. เป‡ดบริการ Full Text Finder โดยมีคนใชI มผี ใIู ชบI รกิ ารจํานวน 11 คน มีผใIู ชบI รกิ ารจาํ นวน 40 คน บริการไมนD IอยกวาD 50 ครัง้ 2. Digital Collection : สแกนวารสารที่ออก สแกนไดจI าํ นวน 4 รายชอ่ื สแกนไดเI พิ่มอกี 4 รายช่ือ โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรGจํานวน 8 รายชือ่ ยอI นหลงั 1 ป_ 3. Learning Media : จัดทําสื่อการเรียนรูI ทําสอื่ การเรียนรไูI ดIจาํ นวน 2 ช้นิ ทาํ สอ่ื การเรยี นรูเI พิม่ จาํ นวน 2 ชิน้ โดยมีผเIู ขาI ชมไมDนอI ยกวาD 100 คน 1. สราI งรายการอาI งองิ งDายๆ 1. วธิ กี ารต้ังคาD Ezproxy ดวI ย MSword 2. English in Medicine 2. Download รายการอาI งอิง ผเIู ขIาชมรวม 244 คน จาก Google Scholar ผเIู ขIาชมรวมมากกวาD 1,500 คน 3.3 Check (C): ติดตามความกาI วหนIาความสําเร็จของเปาi หมาย และผลลัพธGหลกั ของ ระดับหนDวยงาน และระดับปฏิบัติการที่ไดIมอบไวIใหIแกDผูIบริหารระดับสูงในระยะครึ่งไตรมาส เพ่ือพิจารณา ความกIาวหนIา และปmญหาที่เกิดขึ้นระหวDางการดําเนินการจริง พรIอมแนวทางการแกIปmญหา เพื่อใหIบรรลุเปiาหมาย จากน้นั รายงานความสาํ เร็จของเปาi หมาย และผลลัพธGหลักอกี คร้ังเมือ่ ส้ินสุดไตรมาส ทั้งนี้มวี ตั ถปุ ระสงคเG พื่อเกิดการ เรียนรูIการตั้งเปiาหมาย และผลลัพธGหลักดIวยแนวคิด OKRs และแบDงปmนเทคนิค ประสบการณGความสําเร็จ และ การแกไI ขปญm หาระหวาD งการดําเนนิ งาน โดยกําหนดใหรI ายงานความกIาวหนาI ความสําเร็จในชวD งเดือนสงิ หาคม 2562 ซึ่งผลจากการ รายงานมกี ารปรับคาD เปiาหมายท้ังหมด 4 ผลลัพธGหลกั และยกเลกิ 2 ผลลัพธGหลกั เพือ่ มุDงดําเนนิ งานไปสูDผลลพั ธGหลัก ท่ีเหลือท่ีไดIวางแผนไวIใหIสําเร็จ นอกจากนี้การดําเนินงานดIวย OKRs เปoนระยะเวลา 1 เดือนกวDา พบวDามีจํานวน ผลลัพธGหลักทั้งหมด 33 ตัว มีผลงานท่ีสามารถดําเนินการไดIคDาความสําเร็จเกินรIอยละ 50 คิดเปoนรIอยละ 51.51 อยDางไรก็ตามในวนั ท่ี 23 กนั ยายน 2562 หอสมุดฯ ไดIจัดใหIมีการรายงานความสาํ เร็จของการดําเนินงานดIวย OKRs

การประชุมวิชาการระดับชาติ PULINET คร้ังที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สํานกั หอสมุด มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ ซึ่งนับเปoนเวลากวDา 3 เดือนของการดําเนินงานดIวย OKRs จากจํานวนผลลัพธGหลักท้ังหมด 33 ตัว มีผลงานที่ สามารถดําเนินการไดIคDาความสําเร็จเกินรIอยละ 50 คิดเปoนรIอยละ 75.76 ท้ังน้ีพิจารณาความสําเร็จจากหลักฐาน เชิงประจักษG เชDน จํานวนผูIรับบริการที่ใชIนวัตกรรมดIานบริการท่ีเกิดขึ้นใหมD จํานวนไฟลGดิจิทัลท่ีแปลงมาจาก ทรพั ยากรประเภทสิ่งพมิ พGในระบบ TUDC เปนo ตIน จากผลการดาํ เนนิ งานดIวย OKRs ทําใหหI อสมดุ แหDงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรGมีนวัตกรรม ดาI นบริการเพมิ่ ขึน้ ใหมD จาํ นวน 6 นวตั กรรม ไดIแกD 1. Full Text Finder เปoนบริการคIนหาและจัดสDงเอกสารฉบับเต็ม (Full Text) สําหรับ อาจารยG นักวจิ ัย และนกั ศึกษาบัณฑิตศึกษาของมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตรG เพียงแจIงรายละเอียดของบทความ หรือ Book Chapter ท่ีตIองการ บรรณารักษGจะคIนหาและจัดสDงใหIทางอีเมลภายใน 1-3 วันทําการ ทั้งน้ีบริการเฉพาะ บทความวารสาร และ Book Chapter ในรปู แบบอเิ ล็กทรอนกิ สGเทDาน้นั 2. Learning Media เปoนการสรIางส่ือการเรียนรูIผาD นคลิปวิดโี อ เชDน EZproxy และ English in Medicine และเผยแพรDผDานชอD งทางตาD งๆ เชDน Youtube, Facebook เปoนตIน 3. Digital Collection โดยหIองสมุดสัญญา ธรรมศักด์ิ เปoนการรวบรวมและแปลงรูป ทรัพยากรสารสนเทศใหอI ยใูD นรูปแบบดิจทิ ลั ไดแI กD คําพพิ ากษาฎีกา (เนต)ิ ป_ 2548-2556, วารสารนิติศาสตรG 2512- 2559 วารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตรG 2551-2562, วารสารกฎหมายขนสDงและพาณิชยนาวี 2549-2562 และ Thammasat Business Law Journal 2011-2018 ทั้งนี้เพ่ือใหIผIูรับบริการสามารถเขIาถึงไดIอยDางสะดวกทุกท่ี ทุกเวลา และลดพน้ื ทีก่ ารจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศประเภทสิง่ พิมพG 4. Digital Collection โดยหอสมดุ ปรีดี พนมยงคG ซึ่งรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศประเภท วารสารยIอนหลังป_ 2561 จํานวน 8 ช่ือเรื่อง มาแปลงรูปใหIอยDูในรูปดิจิทัล พรIอมทั้งจัดทําดัชนีเพื่ออํานวยความ สะดวกในการสบื คนI 5. ระบบยืนยันตัวตนเพื่อดาวนGโหลดโปรแกรม เปoนระบบที่ผIูใชIบริการสามารถกรอกรหัส ยืนยนั ตัวบุคคลเพือ่ ดาวนโG หลดโปรแกรมลขิ สทิ ธท์ิ ีห่ อสมดุ ฯ มใี หบI รกิ ารผDานเวบ็ ไซตG เชนD โปรแกรม Endnote 6. User Authen Book Delivery เปoนระบบการรับหนังสือของบริการยืมระหวDางหIองสมุด มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตรG ซ่งึ เพ่มิ ความสะดวกตDอการรับบรกิ าร และลดปรมิ าณการใชกI ระดาษ อยDางไรก็ตามนวัตกรรมดIานบริการตDางๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมานับเปoนส่ิงที่สะทIอนความสําเร็จ ของงานบริการ ซ่ึงเปoนภารกิจหลักของหอสมุดแหDงมหาวิทยาลยั ธรรมศาสตรG แตDจะขาดซึ่งหนวD ยงานสนับสนุนอ่ืนๆ เปoนไมDไดI เพราะทุกหนDวยงานถือเปoนฟmนเฟŠองที่สําคัญดIวยกันท้ังส้ิน ท้ังนี้หนDวยสนับสนุน เชDน หนDวยแผน หนDวย บคุ คล หนDวยบรหิ ารงานท่ัวไป รวD มดําเนนิ งานดIวย OKRs ในการพฒั นาระบบตาD งๆ เพ่อื สนับสนุนใหIการดําเนินงาน ทุกภาคสDวนเปoนไปอยาD งราบรื่น และสะดวกตอD การปฏบิ ตั ิงาน โดยในภาพรวมนวัตกรรมท่ีเพ่ิมข้ึนมาท้ัง 6 นวัตกรรมนี้นับเปoนนวัตกรรมที่ไดIเพ่ิมเติมขึ้นมา จากแผนยุทธศาสตรGท่ีไดIเคยกําหนดไวI ซึ่งการดําเนินงานดIวย OKRs สามารถทําใหIวัตถุประสงคGขององคGกรมี ความกIาวหนIาคิดเปนo รอI ยละ 40 ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน 3.4 Action (A): ผIูอาํ นวยการหอสมุดฯ มีความประสงคใG หIทดลองใชI OKRs ในระยะนํารอD ง

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ PULINET คร้งั ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สํานกั หอสมดุ มหาวิทยาลยั ทักษณิ ตDอไปอีก 1 ไตรมาส เพ่ือใหIผIูเขIารDวมโครงการเกิดการเรียนรูI และสรIางความคุIนเคยกับระบบดังกลDาว กDอนที่จะ ประกาศใชIแนวคดิ OKRs ท่ัวทั้งองคกG รอยาD งเปนo ทางการตDอไป อยาD งไรกต็ ามมแี ผนทจ่ี ะนําระบบการดําเนนิ งานดIวย OKRs ผนวกเขาI กับการกําหนดแผนกลยุทธGขององคกG รดวI ย สรุปผล อภิปรายผล ขอเสนอแนะ และการนําไปใชประโยชน> สรปุ ผล ดIวยระยะเวลากวDา 3 เดือนสําหรับการเร่ิมดําเนินงานดIวย OKRs พบวDา หอสมุดแหDง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตรมG จี าํ นวนนวตั กรรมดาI นบริการเพมิ่ ขึน้ ทงั้ หมด 6 นวัตกรรม ซ่งึ บรรลทุ ้ัง OKRs ท่งี านบริการ กําหนดไวI อีกท้ังบรรลุวัตถุประสงคGคุณภาพของหอสมุดแหDงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรG ท่ีกําหนดไวIวDาจะตIองมี นวัตกรรมอยDางนIอย 5 นวัตกรรมตDอป_ นอกจากน้ีการดําเนินงานของหนDวยงานสนับสนุนอ่ืนๆ ยังมีความกIาวหนIา อยDางตDอเนื่อง อภิปรายผล ดIวยลักษณะเดDนของเคร่ืองมือการวัดผลการปฏิบัติงาน OKRs ที่มีการกําหนดเปiาหมาย ผลลัพธGหลักเพ่ือใหIผูIปฏิบัติงานไดIมDุงเนIนที่จะดําเนินงานในสDวนที่วางแผนไวI อีกทั้งความยืดหยุDนท่ีสามารถ ปรับเปล่ียนผลลัพธGหลักระหวDางการดําเนินงานไดI พรIอมทั้งเพ่ิมแนวทางการแกIปmญหาจากการรDวมประชุม ปรึกษา รายงานความกIาวหนIาของผลการดําเนินงานระหวDางไตรมาสหรือระหวDางป_ ถือเปoนสDวนที่ชวD ยลดความตึงเครียดใน การดําเนนิ งาน และเพ่มิ ลักษณะการทํางานเปนo ทีม อีกทั้งการเป‡ดโอกาสใหIบุคลากรไดIเสนอเปiาหมาย และผลลัพธG หลักที่ตนเองตIองการจะทําน้ัน ชDวยเพ่ิมแรงจูงใจและการมีสDวนรDวมในการดําเนินงานมากยิ่งข้ึน อันจะนําไปสูDการ บรรลุเปiาหมายทไี่ ดกI ําหนดไวI ลักษณะดังกลDาวสอดคลIองกับประธานเจIาหนIาที่บริหาร (CEO) ของบริษัท LinkedIn ท่ีเชื่อวDา การดําเนินงานดIวย OKRs ที่เปiาหมายถูกระบุอยDูในการดําเนินงานท่ีมีกรอบเวลาท่ีจํากัด และเปoนแรงกระตIุนใหI พนกั งานไดIกําหนดเปาi หมายท่ีทIาทายภายใตIจาํ นวน OKRs ท่ีเหมาะสม นอกจากนปี้ ระธานเจIาหนIาทบี่ รหิ าร (CEO) ของบริษทั Humanitec กลาD ววDา “จากการที่บริษทั เลอื กทดลองใชI OKRs เปoนเวลา 2 ไตรมาส ชDวยใหIพนกั งานรับรูI และเขIาใจทิศทางของบริษัทวDากําลังดําเนินไปอยDางไร แลIวพวกเขามีสDวนชDวยอยDางไรท่ีจะทําใหIบริษัทประสบ ความสําเร็จ อีกทง้ั ยังสะทอI นวDาพวกเขารูIสกึ มคี ณุ คDามากข้นึ ” (Jogi, 2019) ในสDวนของผIูอํานวยการหอสมุดแหDงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรGกลDาววDา “การดําเนินงานดIวย OKRs จบั ตอI งไดมI ากกวาD การวัดผลแบบอืน่ ๆ และทาํ ใหไI ดI Focus สิ่งทีท่ ํา เพือ่ ใหIเปาi หมายทใ่ี หไI วสI าํ เร็จ” นอกจากน้ี จากการสอบถามความคิดเห็นของผูIรDวมโครงการจํานวน 19 คน ไดIสะทIอนมุมมองเพ่ือการพัฒนาไวIวDา การ ดําเนินงานดIวย OKRs ยังเปoนเรื่องใหมD และเกิดความรูIสึกกลัวหากทําไมDสําเร็จตามเปiาหมายท่ีใหIไวI อีกท้ังการต้ัง ผลลัพธGหลักยังไมDสอดคลIองกับระยะเวลาการปฏิบัติงานจริง และทรัพยากรพ้ืนฐานไมDเพียงพอในการสนับสนุนใหI เปiาหมายสําเรจ็ นอกจากน้ีการดําเนินงานดIวย OKRs ของหอสมุดฯ ท่ีมีคDาความสําเร็จอยูDท่ีรIอยละ 75.76 ก็ สอดคลIองกับหลักการกําหนด OKRs ท่ีตIองต้ังเปiาหมายใหIทIาทาย ไมDต้ังเปiาหมายต่ําจนเกินไป เพราะจะทําใหIคDา ความสําเร็จถึง 100% ซ่ึงส่ิงน้ีสามารถสะทอI นความเขIาใจในการตงั้ คาD เปาi หมายไดIเปนo อยาD งดี

การประชมุ วิชาการระดับชาติ PULINET ครงั้ ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สํานกั หอสมุด มหาวทิ ยาลัยทักษณิ ขอเสนอแนะ 1. ควรมีการทดลองใชIการดําเนินงานดIวย OKRs อยDางตDอเน่ืองเปoนระยะเวลาหน่ึง เพ่ือใหI บคุ ลากรเกิดความคุนI ชินกับระบบ และมกี ารตื่นตวั กบั การคดิ เสนอความคิดเหน็ ตลอดเวลา อันจะนําไปสDกู ารพฒั นา องคกG รอยDางเปoนเลศิ 2. ควรมีการศึกษาปmจจัยท่ีสDงผลตDอการดําเนินงานดIวย OKRs ของหนDวยงานภาครัฐอ่ืนๆ รDวม ดวI ย การนําไปใชประโยชน> ประโยชนต> อ7 ผรู ับบริการ ผIูรับบริการไดIรับความสะดวกสบาย มีบริการใหมDๆ เพิ่มขึ้นอยDางตDอเนื่อง ตอบสนองตDอ พฤติกรรมท่ีเปลี่ยนไปของผูIรับบริการไดIเปoนอยDางดี อันเปoนผลมาจากนวัตกรรมท่ีไดIรับการขับเคลื่อนจากการ ดาํ เนนิ งานดIวย OKRs ประโยชนต> อ7 หอสมุดแห7งมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร> 1. บรรลุเปiาหมายระดบั องคกG ร และมหาวทิ ยาลัย 2. จํานวนนวัตกรรมท่ีเพิ่มขึ้น สDงผลตDอระดบั ความพงึ พอใจของผูIรับบริการ และการดําเนินงาน ของบุคลากรเปนo ไปอยDางมีประสทิ ธภิ าพ เชนD ลดขัน้ ตอนการทํางาน ลดการสญู เสียเวลา เปนo ตIน 3. พัฒนาศักยภาพบุคลากร เป‡ดโอกาสใหทI กุ คนไดIแสดงออกถึงความสามารถของตนเอง ไอเดีย ใหมๆD อันจะเปoนประโยชนGแกDท้งั ผปIู ฏบิ ตั งิ าน และหIองสมุด 4. ทําใหIเกิดวัฒนธรรมองคGกรแหDงการเรียนรูI และองคGกรแหDงความสุข (Happy Work Place) อันจะนาํ ไปสูDความผกู พันตDอองคกG ร รายการอางอิง Jogi, Ott. Are there good case studies of implementing OKRs. Retrieved 2019, October. from https://blog.weekdone.com/good-case-studies- / implementing-okrs


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook