926 943 – อตุ สาหกรรมยาง ไม้ – อุตสาหกรรมพลาสตกิ งานทวั่ ๆ ไปทน่ี าระบบไฮโดรลิกสไ์ ปใช้ เช่น เครือ่ งอัดข้ึนรปู (Press) เคร่ืองป๊มั ข้ึนรูป (Plung) เครื่องอัด (Bending) เครื่องตัด (Cutting) เครื่องมือลาเลียง ขนถ่าย เคร่ืองบรรจุ เครื่องมือขุดเจาะ อุปกรณ์การยก เคลือ่ นยา้ ย เปน็ ต้น ขอ้ ดขี องระบบไฮโดรลกิ ส์ – สามารถรบั แรง (Load) ได้สงู มาก ท้ังในแนวเส้นตรงและแนวหมุน โดยให้แรงท่ีคงท่ีทุก ความเรว็ – สามารถสง่ ถา่ ยพลงั งานไปไดไ้ กลๆ โดยผา่ นทางท่อไฮโดรลิกสไ์ ปท่ีกระบอกสบู หรือมอเตอรไ์ ฮโดรลกิ ส์ได้ โดยไมต่ ้องใช้โซ่ หรือเพลาส่งกาลังเหมือนระบบทางกล – สามารถควบคุมความเร็วในการเคล่อื นทไ่ี ด้งา่ ยกวา่ ระบบนวิ แมตกิ ส์ และระบบไฟฟ้า – ราคาถูกกวา่ เมื่อเทียบกบั การรับภาระโหลดที่เท่ากัน ข้อด้อยของระบบไฮโดรลกิ ส์ – อุปกรณ์ทางาน จะเคล่อื นที่ช้ากว่าระบบนิวแมติกส์ และไฟฟ้า – การออกแบบวงจร และการติดต้งั เดนิ ท่อจะทาได้ยากกวา่ ระบบนวิ แมติกส์ – สามารถเกดิ การรัว่ ซมึ ของน้ามนั ไดต้ ามจุดข้อต่อตา่ งๆ – การบารงุ รกั ษายากกว่าระบบนิวแมติกส์ และไฟฟ้า ระบบแขนกลในด้านอุตสาหกรรม ในปัจจุบันแขนกลได้ถูกนาไปใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นและไม่ได้จากัดเฉพาะในวงการอุตสาหกรรม เท่านั้น เช่น ทางการแพทย์ งานบริการ เป็นต้น สาหรับแขนกลในงานอุตสาหกรรมเป็นอุปกรณ์หลักของระบบ Flexible Production System (FPS) ซ่ึงเป็นระบบการผลิตที่ทางานอย่างอัตโนมัติ ง่ายในการทาโปรแกรมและ ปรับแต่งเพื่อให้ใช้ได้กับกระบวนการผลิตท่ีมีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท แขนกลสามารถนาไปประยุกต์ใช้งาน เฉพาะอยา่ งได้ เชน่ การพ่นสี การเคลอื บผิว การบรรจุ และการประกอบ เป็นตน้ การประยุกต์ใชง้ านแขนกล เนอ่ื งจากแขนกลเพียงอยา่ งเดยี วไมอ่ าจสามารถใช้งานได้ ดังนนั้ การประยุกต์ใชง้ านจงึ ข้ึนอยกู่ บั ผู้จดั ซอ้ื ว่า จะนาแขนกลไปประกอบกันเป็นระบบอย่างไรเพ่ือให้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ในท่ีนี้ขอสรุปวัตถุประสงค์ที่ นิยมนาแขนกลไปใช้งานได้ดังนี้ซ่ึงในทางปฏิบัติยังมีวัตถุประสงค์ใน การใช้งานแบบอ่ืนๆท่ีไม่ได้กล่าวถึงในท่ีอีก หลายอยา่ ง
944 927 1. การเคล่อื นยา้ ยวัตถหุ รือชิ้นงาน (Pick & Place) เปน็ การนาแขนกลไปใช้งานเพอื่ ขนยา้ ยวัตถุหรอื ช้นิ งานจากทีห่ นง่ึ ไปวางอีกที่หนง่ึ ซึ่งการใช้แขนกลนจี้ ะ สามารถเคล่ือนย้ายได้ตามตาแหน่งทตี่ ้องการได้อย่างแมน่ ยาและสามารถทางานความเร็วสงู และคงที่ จากรูปข้างล่างแสดงตัวอย่างในการเคล่ือนย้ายหรือหยบิ ช้ินงานจากกระบะคัดแยกเอาไปวางทีส่ ายพาน ลาเลียง การใชแ้ ขนกลจะทาให้ทางานไดร้ วดเร็วแม่นยา รปู แสดงการหยิบหรือเคล่ือนย้ายชนิ้ งานจากกระบะคัดแยกเอาไปวางทีส่ ายพานลาเลียง 2. การประกอบชนิ้ งาน (Assembly) การประกอบช้ินงานคือการนาวตั ถุหรือช้ินส่วนไปประกอบกับช้ินส่วนอีกช้ินหนึ่ง ซ่งึ การประกอบเข้าด้วย อาจเป็นการวางประกบเข้ากัน หรืออาจขันสกรู ท้ังนี้ข้ึนอยู่กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างในรูปท่ี 4 แสดง การประกอบชิน้ สว่ นสามเหล่ียม และวงกลมประกอบลงบนชน้ิ งาน(ฐานประกอบ) รปู แสดงการประกอบชิน้ งานและการหยบิ ชิน้ สว่ นจาก Part feeder มาประกอบกับงานทไ่ี หลมาตามสายพาน
945 928 3. การคดั แยกหรือจัดเรียงช้ินงาน (sorting) ช้ินงานท่ีใช้ในการผลิตอาจไม่มีความเป็นระเบียบตัวควบคุมจะสั่งให้แขนกลหยิบชิ้นงานชิ้นน้ันไปวางใน ตาแหน่งที่ถูกต้อง ดังตัวอย่างในรูปท่ีแสดงการทางานของแขนกลกาลังหยิบลูกกุญแจที่อยใู่ นกระบะมาจัดเรียงบน สายพานให้อยใู่ นทศิ ทางเดียวกนั รูป แสดงการทางานของแขนกลกาลงั หยิบลกู กุญแจท่ีอยใู่ นกระบะมาจัดเรยี งบนสายพานให้อยูใ่ นทิศทางเดยี วกัน อา้ งอิง : http://www.stepyourway.com/tag/การประยุกต์ใชง้ านแขนกล ระบบแขนกลในดา้ นการแพทย์ ในงานด้านการแพทย์ เร่ิมนาเอาหุ่นยนต์แขนกลเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยทาการผ่าตัดคนไข้ เน่ืองจาก หุ่นยนต์น้ันสามารถทางานในด้านท่ีมีความละเอียดสูงที่เกินกว่ามนุษย์จะทาได้ เช่น การนาเอาหุ่นยนต์มาใช้งาน ด้านการผ่าตัดสมอง ซ่ึงมีความจาเป็นอย่างมากที่ต้องการความละเอียดในการผ่าตัด หุ่นยนต์แขนกลจึงกลายเป็น ส่วนหนึ่งของการผ่าตัดในด้านการแพทย์ การทางานของหุ่นยนต์แขนกลในการผ่าตัด จะเป็นลักษณะการทางาน ของการควบคุมการผา่ ตัดโดยผ่านทางแพทยผ์ ู้ทาการผ่าตดั อกี ที ซึง่ การผ่าตดั โดยมีหุ่นยนตแ์ ขนกลเข้ามามีส่วนรว่ ม นนั้ จะเน้นเรอ่ื งความปลอดภัยเปน็ อย่างสูง รวมท้ังความสามารถในการเคลื่อนท่ขี องหุ่นยนต์ รวมถึงงานเภสัชกรรม ท่ีมีบางโรงพยาบาลนาหุ่นยนต์มาใช้ในการจ่ายยา การใช้ “แขนกลช่วยผ่าตัด” ถือเป็นวิธีการรักษาท่ีพัฒนาต่อ เน่ืองมาจาก “การผ่าตัดด้วยกล้อง”ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่า การสอดเครื่องมือเข้าไปผ่าตัดในร่างกายของผู้ป่วยโดยไม่ ต้องเปิดปากแผลกว้าง ทาให้ร่างกายผู้ป่วยบอบช้าน้อย มีโอกาสฟ้ืนตัวเร็วกลับบ้านได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery) และหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดยังได้รับการพัฒนาไปอีกข้ันด้วยเทคโนโลยีระบบภาพ 3 มิติที่มีความ ละเอียดสูงและมีกาลังขยายภาพอย่างน้อย 5 เท่า (D High Definition : 3D HD) จากเดมิ ท่ีการผ่าตัดโดยใช้กล้อง สามารถให้เพียงภาพ 2 มิติเท่านั้นในขณะท่ี “แขนกล” ก็ถูกพัฒนาให้ทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ใกล้เคียงกับ “ข้อมือมนุษย์” ทสี่ ามารถพลิกหรือหักงอได้อย่างอิสระตามการควบคุมของศัลยแพทย์ เปรยี บเสมือน มือของศัลยแพทย์ท่ีสามารถสอดเข้าไปทาการผ่าตัดรักษาได้ในบริเวณที่อยู่ลึกหรือที่แคบซ่ึงยากต่อการเข้าถึงกว่า การผา่ ตดั แบบปกติ รูปแสดงระบบแขนกลในด้านการแพทย์
946 929 ระบบแขนกลในด้านการทหาร สาหรับการท่ีจะนาห่นุ ยนตม์ าใช้ในงานการทหาร หรือการรักษาความสงบเรียบรอ้ ย ในปัจจบุ นั นี้หุ่นยนตท์ ่ี ถกู สร้างขึน้ มาในงานดา้ นการทหารนน้ั มีมากมายและสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้จริง ท้ังในด้านการชว่ ยเหลอื ด้านการตรวจจบั วตั ถรุ ะเบิด รูประบบแขนกลในดา้ นการตรวจจับวัตถุระเบดิ ระบบแขนกลในด้านการบรกิ าร ทุกวันน้ีแนวโน้มการใช้งานหุ่นยนต์ในภาคบริการมีโอกาสแซงหน้าหุ่นยนต์ภาคการผลิต มีองค์กรจาก หลากหลายธุรกิจนาหุ่นยนต์ไปใช้ในการให้บริการ ซึ่งการนาหุ่นยนต์มาใช้นั้นเป็นการเข้ามาช่วยเหลือมนุษย์จาก การทางานท่ีหนักและน่าเบื่อ เช่น พนักงานยกกระเป๋าในโรงแรมท่ีสามารถให้บริการเช็กอิน เช็กเอาท์ และยก กระเป๋าลูกค้าไปสง่ ท่ีห้องพัก งานส่วนน้ีหุ่นยนต์สามารถทางานแทนพนักงานบริการได้หมด และสามารถทางานได้ ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเปล่ียนกะด้วย ซ่ึงถือเป็นการทุ่นแรงงานมนุษย์ ทาให้พนักงานมีเวลาทางานที่สร้าง คุณค่าให้กับองค์กรมากขึ้น อย่างไรก็ตามแม้หุ่นยนต์จะสามารถเข้ามาช่วยให้การทางานง่ายข้ึนทั้งฝั่งผู้ให้บริการ และลูกค้าที่มาใช้บริการ แต่หากมีคาถามที่ซับซ้อนและเป็นคาถามที่ไม่ตายตัวนอกเหนือจากที่สั่งการให้หุ่นยนต์ จัดการ รปู ระบบแขนกลในด้านการบรกิ าร
947 930 ระบบแขนกลในดา้ นการเกษตร การนาระบบแขนกลมาใช้ในการเกษตร มีการพฒั นากนั ในหลากหลายแขนง ดว้ ยวัตถุประสงค์ ลด แรงงานคน ลดคา่ ใช้จ่าย เพ่ิมขดี สามารถในการแข่งขนั เพิ่มผลผลิต โดยการใช้เทคโนโลยเี หล่าน้ีในการทางานแทน ซงึ่ มคี วามแม่นยา และทางานได้ครั้งละมากๆ ไม่มีเวลาหยุดพกั ทาใหค้ า่ ใชจ้ า่ ยในการทาเกษตรลดลง เมื่อเทยี บกบั ผลผลติ ทีเ่ พ่ิมข้ึน เช่นการเพาะพันธ์แุ ละปลกู พืช รปู ระบบแขนกลในด้านการเกษตร
948 931 ใบงานที่ 16.1 กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมสาหรับแขนกล คาชแ้ี จง นักเรียนแบ่งกลมุ่ สบื คน้ แยกประเภท และวิเคราะหก์ ระบวนการทางานเกี่ยวกบั ระบบแขนกลในงาน ด้านตา่ งๆ (เลือกทา 1 หัวข้อ) 1. ระบบแขนกลในดา้ นอุตสาหกรรม - เทคโนโลยรี ะบบแขนกลมีผลในดา้ นอุตสาหกรรมอย่างไร - รปู ภาพหรอื วีดีโอเก่ยี วกับการนาเทคโนโลยรี ะบบแขนกลมาใช้ในงานดา้ นอุตสาหกรรม - ผลกระทบตอ่ การนาเทคโนโลยีระบบแขนกลด้านอตุ สาหกรรม - อนาคตของเทคโนโลยรี ะบบแขนกลด้านอุตสาหกรรม 2. ระบบแขนกลในด้านการแพทย์ - เทคโนโลยรี ะบบแขนกลมผี ลส่งผลต่อการรักษาทางการแพทย์อย่างไร - รูปภาพหรือวดี ีโอเกี่ยวกับการนาเทคโนโลยีระบบแขนกลมาใช้ในงานด้านการรักษาทางการแพทย์ - ผลกระทบตอ่ การนาเทคโนโลยรี ะบบแขนกลดา้ นอุตสาหกรรม - อนาคตของเทคโนโลยีระบบแขนกลด้านอุตสาหกรรม 3. ระบบแขนกลในดา้ นการทหาร - เทคโนโลยรี ะบบแขนกลกับการปอ้ งกันประเทศ - รปู ภาพหรือวีดีโอเกยี่ วกบั การนาเทคโนโลยีระบบแขนกลมาใชใ้ นงานดา้ นการทหาร - ผลกระทบต่อการนาเทคโนโลยรี ะบบแขนกลดา้ นการทหาร - อนาคตของเทคโนโลยรี ะบบแขนกลดา้ นการทหาร 4. ระบบแขนกลในด้านการบรกิ าร - เทคโนโลยีระบบแขนกลกับการบริการดา้ นต่างๆ - รปู ภาพหรอื วดี ีโอเกี่ยวกบั การนาเทคโนโลยีระบบแขนกลมาใช้ในงานด้านการบริการ - ผลกระทบต่อการนาเทคโนโลยรี ะบบแขนกลด้านอุตสาหกรรม - อนาคตของเทคโนโลยีระบบแขนกลด้านอุตสาหกรรม 5. ระบบแขนกลในด้านการเกษตร - เทคโนโลยีระบบแขนกลกับงานดา้ นการเกษตรกรรม - รูปภาพหรือวดี ีโอเกยี่ วกับการนาเทคโนโลยีระบบแขนกลมาใชใ้ นงานดา้ นเกษตรกรรม - ผลกระทบต่อการนาเทคโนโลยรี ะบบแขนกลดา้ นเกษตรกรรม - อนาคตของเทคโนโลยีระบบแขนกลด้านเกษตรกรรม
949 932 แบบบันทึกการประเมินผู้เรยี น ดา้ นความรู้ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 16 เรอ่ื ง สารสนเทศกับการแกป้ ัญหา หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เร่อื ง วิศวกรนอ้ ย กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 รายการประเมิน อธบิ ายปัญหาของ บอกการทา�ำ งานของ สถานการณต์ ่าง ๆ ฮารด์ แวร์หรือ สารวจปญั หาหรือ เพอื่ สรปุ กรอบของ เลขที่ ชอื่ -สกลุ ออกแบบสงิ่ ของ ความต้องการของ ปญั หาในการสืบคน้ เคเรคอื่ รง่อื ใชงใ้ ชนใ้ กนาร ตนเอง ชมุ ชนหรือ รวบรวมขอ้ มลู จาก แกกา้ปรัญแกห้ปาญัไดหอ้ ายไ่าดง้ ทอ้ งถน่ิ แหล่งขอ้ มูลท่ี อยเ่าหงมเหามะสาะมสม เชอื่ ถือได้อย่าง เหมาะสม 1 2 3 4 5 เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน 4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก (………….…………………………………….) 3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครูผู้สอน 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรงุ *เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 ขนึ้ ไป
950 933 แบบบันทึกการประเมนิ ผู้เรียน ดา้ นทักษะและกระบวนการ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 16 เรอื่ ง สารสนเทศกับการแก้ปัญหา หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรอื่ ง วิศวกรนอ้ ย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา เทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 รายการประเมิน เลขท่ี ชื่อ-สกลุ สรปุ กรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะหข์ ้อมูลจาก ศาสตร์ตา่ งๆ ทเ่ี ก่ยี วข้อง เพ่ือนาไปสกู่ ารออกแบบแนว ทางการแก้ปญั หาและสรา้ งชิ้นงาน 1 2 3 4 5 เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมิน 4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก (………….…………………………………….) 3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครผู สู้ อน 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรุง *เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 ขึน้ ไป
951 934 แบบบันทึกการประเมนิ ผูเ้ รียน ดา้ นคุณลักษณะ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 16 เรื่อง สารสนเทศกบั การแกป้ ัญหา หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรอ่ื ง วิศวกรน้อย กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา เทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ มคี วาม รายการประเมิน มุ่งมมุ่ง่ันมใั่นนใกนาร รบั ผิดชอบ ซอ่ื สัตย์ กาทราทงำ�างนาน 1 2 3 4 5 เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมิน 4 คะแนน ระดับ 4 ดีมาก (………….…………………………………….) 3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครผู ูส้ อน 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรงุ *เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 ข้นึ ไป
952 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 17 เรือ่ ง ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ป หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรื่อง วศิ วกรน้อย เวลา 2 ชัว่ โมง กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ รายวิชา เทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ขอบเขตเนอื้ หา 1. การสรา้ งชิน้ งานอาจใช้ความรเู้ ร่ือง กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED ขั้นนา 1. เวบ็ ไซต์สาหรบั สบื คน้ เชน่ มอเตอร์ บัซเซอร์ ฯลฯ 1. ครูทบทวนความรู้กอ่ นเรียน โดยร่วมอภิปรายกบั นักเรียนในประเด็น เครอื่ งมือชา่ งไฟฟ้าอเิ ลก็ ทรอนิกส์พนื้ ฐาน 2. อุปกรณ์และเครื่องมอื ในการสร้าง ชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการมีหลาย ต่อไปนี้ 2. เครอ่ื งมือพ้ืนฐานทใ่ี ชใ้ นงานอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ประเภท ต้องเลือกใช้ใหถ้ กู ตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั รวมทัง้ รู้จกั เก็บ 1.1 หลักการในการต่อวงจรไฟฟ้าและอปุ กรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ให้มี https://www.youtube.com/watch?reload รกั ษา ประสิทธภิ าพนน้ั ควรคานึงถึงสงิ่ ใด =9&v=558L2uatVpI จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ด้านความรู้ (แนวคาตอบ) 3. วงจรไฟฟ้าเบ้ืองต้น 1. บอกประเภทและอธบิ ายสมบตั ิ ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ - เลอื กใชใ้ ห้เหมาะสมกบั ประเภทของงาน ใบความรทู้ ่ี 17.1 ไฟฟ้าอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บื้องต้น 2. อธบิ ายการเลือกใช้วัสดุและ - คานึงถึงความปลอดภยั ในการทางาน ใบความรทู้ ่ี 17.2 วสั ดแุ ละเครือ่ งมือช่าง งาน เคร่ืองมอื ชา่ ง ทีเ่ หมาะสมกบั ลกั ษณะ ของงานและความปลอดภัย - มคี วามร้เู ก่ียวกบั การใช้เครอื่ งมือเปน็ อยา่ งดี ไฟฟ้า และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ - เตรยี มความพร้อม เชน่ ตรวจสอบความพร้อมของเคร่ืองมือให้อยู่ใน ใบความรูท้ ี่ 17.3 ความปลอดภยั ในการ สภาพปกตพิ ร้อมใช้งาน ปฏิบัติงาน - เตรียมความพรอ้ มดา้ นร่างกายและแตง่ กายใหเ้ หมาะสมกบั งาน ภาระงาน/ชน้ิ งาน ขน้ั สอน ใบงานที่ 17.1 ทดลองต่อวงจรไฟฟา้ และ 1. ใหน้ ักเรียนศึกษาใบทค่ี วามรู้ 17.1 ถงึ 17.3 แล้วรว่ มกนั อภิปรายครู อิเลก็ ทรอนกิ ส์ ใชค้ าถามนา เพื่อสารวจความรพู้ ื้นฐานก่อนเรยี นของนักเรยี นเก่ยี วกับ ใบงานที่ 17.2 การเลือกใช้เครื่องมือชา่ งที่ ความหมายของคาว่า ไฟฟา้ อิเล็กทรอนิกส์เบ้อื งต้น และครูทาการบันทึก เหมาะสมกับลกั ษณะของงาน คาตอบของผู้เรยี นทกี่ ระดานดา ดงั น้ี ใบงานท่ี 17.3 ความปลอดภัยในการปฏบิ ัตงิ าน 935
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 17 เร่อื ง ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ป 953 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง วศิ วกรนอ้ ย รายวิชา เทคโนโลยี เวลา 2 ชว่ั โมง ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2 1. ทกั ษะดา้ นการวเิ คราะห์ 1.1 ในแต่ละวนั เราได้ใช้สง่ิ อานวยความสะดวกอะไรบา้ ง 1.2 ใครเคยได้ยินหรือรู้ความหมายของคาว่า ไฟฟ้าอเิ ล็กทรอนิกส์ ดา้ นคุณลกั ษณะ เบอื้ งตน้ มาแล้ว หมายถงึ อะไร 1. มคี วามรับผดิ ชอบ (แนวคาตอบ ครชู มเชยนักเรียนทีร่ ว่ มแสดงความคดิ เห็น ไมว่ ่าตอบถูก 2. ซื่อสตั ย์ หรอื ผิด) 3. มุ่งมน่ั ในการทางาน - ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความหมายของ “ไฟฟา้ อิเล็กทรอนกิ สเ์ บื้องต้น” โดยศึกษาใบความรู้ 2. ครูกระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี น โดยการใชค้ าถามชวนคิด วา่ นักเรียนคิดวา่ ไฟฟ้ามีความจาเป็นตอ่ ชีวิตประจาวนั หรอื ไม่ อย่างไร หากไม่มีไฟฟ้าและอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสใ์ นชวี ิตประจาวันนักเรียนจะ ดาเนินชีวติ อยา่ งไร 3. ครูสอนและนักเรียนสนทนา เกย่ี วกบั วงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย ท่ีพบเหน็ ไดใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้แก่ วงจรไฟฟ้าของไฟฉาย ว่า ประกอบไปดว้ ย อะไรบา้ ง แหลง่ กาเนิดไฟฟ้า คือ 1) ถ่านไฟฉายหรือแบตเตอร่ี 2 ก้อน จะ ให้ไฟฟ้ากระแสตรงในวงจร 2) ตัวนาไฟฟ้า คือ โลหะทเี่ ช่อื มตอ่ ระหวา่ งข้ัว ของถ่านไฟฉายกับหลอดไฟ 3) อปุ กรณ์ไฟฟา้ คือ หลอดไฟโดยมีสวติ ชท์ า หน้าที่เปิดปิดกระแสไฟฟ้าในวงจร 4. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ เกยี่ วกับการใชอ้ ุปกรณ์ไฟฟา้ และ 936
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 17 เรอ่ื ง ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ป 954 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง วิศวกรน้อย รายวชิ า เทคโนโลยี เวลา 2 ชัว่ โมง ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 วงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ย การใชง้ านของอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์อนื่ ๆ ทพี่ บเหน็ ในชีวิตประจาวัน ดงั น้ี - การใช้งานที่ทาให้เกดิ แสง เช่น สัญญาณไฟจราจร ไสฟัญทา้ญยารถณยไนฟต์ จราจร ไ-ฟกทาร้าใยชร้งถานยทนที่ ต�ำ ์ ใหเ้ กดิ เสียง เชน่ โทรศัพทเ์ คล่ือนที่ ออดไฟฟ้า-หกนา้ารบใ้าชน้งานท่ีทาให้เกดิ เสียง เชน่ โทรศัพทเ์ คลื่อนที่ อ5อ.ดคไรฟูใหฟ้นา้ กัหเรนยี า้ นบศา้ ึกนษา “ไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนกิ ส”์ ใหน้ ักเรยี นท�ำ ใบงานท่ี 17.1 ทด5ลอ. งคตร่อูใวหง้นจรักไเฟรฟียา้นแศลกึ ะษอเิาลก็“ทไฟรอฟน้าิกอสิเ์ ลก็ ทรอนิกส์” ให้นักเรียนทาใบงานที่ 176..1คทรูสดนลทอนงาตก่อบั วนงกั จเรยีไฟนฟเพ้าอื่แสลระา้ องคเิ ลว็กามทเขรอ้าในจเิกกสยี่ ์วกับหน้าท่ขี องไดโอดวา่ ลกั ษ6ณ. คะรกูสารนตท่อนไดาโกอับดเนปักลเ่งรแยี สนงมเผี พลอื่ตส่อกรา้ รงทค�ำวงาามนเขขอา้ งใวจงเจกรย่ีอวยก่างบั ไรหนตา้ ่อทข่ขี วั้ อAงN- OไดDโEอขดอวงา่ ไดลโกัอษดเณปละง่ กแาสรงตเข่อ้าไกดบั โอขด้ัวบเปวกลข่งอแงสแงบมตผี เตลอตร่อจ่ี กะาทร�ำ ทใหา้ไงฟาฟน้าขไอหงลวคงรจบรวงจร (อวยงจ่ารงปไรดิ ) ไดตโ่ออขดว้ัเปAล่งNแOสงDหEรือขอไดงโไอดดโอมดีกเาปรลท่ง�ำ แงาสนงอเยข่า้างกไรับ ข้ัวบวกของ แบ7ต. คเตรอแู ลระ่จี นะกัทเราียใหนร้ไฟว่ มฟก้านั สไหรปุ ลวค่ารสบมวบงตัจขิรอ(งวตงัวจตร้าปนดิท)านไดคโืออดตเ้าปนลท่งาแนกสางรหไรหอืล ขไดองโกอรดะแมสีกไาฟรฟทา้ าในงาวงนจอรยห่านงไา้ รท่ีของตัวตา้ นทาน คือ ควบคุมปรมิ าณกระแสไฟฟ้าที่ ไหล7ใ.นควงรจูแรลเพะือ่นไักมเใ่ รหีย้กนระรแว่ สมไกฟันฟส้าผร่าุปนวใา่ นวสงมจบรมตั าขิ กอเกงนิตจัวนตท้า�ำนใทหอ้าุปนกครณือ์อตน่ื า้ เนสยีทหาานย ขปกั้นารสริมไราหปุ ณลกขรอะงแกสรไะฟแฟสไ้าฟทฟ่ีไห้าลในในวงวจงจรรหเพนอื่้าทไมีข่ ่ใอหง้กตรวั ะตแ้าสนไทฟาฟน้าผคา่ ือนคในววบงคจุมรมาก เกินจนทาให้อปุ กรณอ์ นื่ เสยี หาย ข้ันสรปุ 937
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 17 เร่ือง ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ ป 955 กหลน่มุวสยากราะรกเราียรนเรรียู้ทนี่ ร3ู้ วิทยาศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นเรร่ือู้ทง่ี 1ว7ิศวกรเรน่อื อ้ งย ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ป 955 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ รเารยื่อวงชิ าวศิ เวทกครโนน้อโลยยี เวลา 2 ช่วั โมง ขั้นส1ร.ุปครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรราปุ ยเวนชิ ้ือาหาเทไฟคฟโนา้ แโลลยะีอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ดังนี้ ช้ันมเธัวยลมาศึก2ษาชปว่ั ีทโ่ีม2ง ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 (แ1น. ควรทูแาลงกะนารกั สเรรยีุปนรไ่วฟมฟก้านั แสลระุปอเินเล้อื ็กหทารไอฟนฟิกา้สแ์ ลเปะ็นอสิเลิ่งก็ทท่ีมรีคอวนากิมสส์าดคังัญน้ีต่อ กา(รแดนาวรทงชางีวกิตาขรอสงรมุปนุษไฟย์ ฟเพ้าแรลาะะชอ่วิเลย็กอทารนอวนยิกคสว์ าเมปส็นะสด่ิงวทกี่มสีคบวาายมสแาลคะัญเพต่ิมอ ปการระดสาิทรธงิภชีวาิตพขกอางรมทนาุษงายน์ เใพนรกาาะรชท่วายงอาานนขวอยงคมวนาุษมยส์ไะดด้ วเชก่นสบตาู้เยย็นแลพะัดเพลิ่มม ปโทรระทสัิทศนธิภ์ ฯาพลฯกาดรัทงนา้ังนานกใานรกเราียรทนารงู้เรา่ืนองขไอฟงฟม้นาแุษลยะ์ไดอ้ิเเลช็ก่นทตรู้เอยน็นิกพสัด์จลึงมมี โคทวรามทสัศานค์ ัญฯลทฯ่ีช่ดวยังในหั้น้กากราสรรเ้ารงียสนิ่งรขู้เอรงื่อเงคไรฟ่ือฟงใ้าชแ้เลหะล่อานิเลั้น็กมทีปรรอะนสิิทกธสิภ์จึางพมี แคลวะามสาสมาาครัญถตทอ่ีชบ่วสยนใอหง้กตาอ่ รคสวรา้ามงตส้อ่ิงงขกอางรเขคอรงื่อมงนใุษช้ยเห์ไดลด้่ายีนง่ิ้ันขมึ้นีประสิทธิภาพ แล2ะ.สนามกั เารรยี ถนตสอรบปุ สแนลอะงบตัน่อทคกึวาเนมือ้ตห้อางกาารเขรอยี งนมรนทู้ ุษ่สี ยา์ไคดญั ้ดลียง่ิ ใขนน้ึ สมดุ เรียน 2. นักเรียนสรุปและบนั ทึกเนือ้ หาการเรยี นรู้ทสี่ าคญั ลงในสมุดเรียน 938
956 939 การวัดและประเมินผล สง่ิ ทต่ี ้องการวัด/ประเมนิ วธิ ีการ เครอ่ื งมือทใ่ี ช้ เกณฑ์ ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงานที่ 17.1 – - แบบประเมินผลดา้ นความรู้ - นกั เรยี นทุกคนผ่าน 1. บอกประเภทและ 17.3 - ใบงานท่ี 17.1 อุปกรณ์ เกณฑ์ไม่ต่ากว่า อธิบายสมบตั ิไฟฟ้าและ ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ รอ้ ยละ 70 อเิ ล็กทรอนกิ ส์ - ใบงานที่ 17.2 หนา้ ทข่ี อง 2. อธิบายการเลือกใช้ ไดโอด วสั ดุและเครื่องมอื ชา่ ง - ใบงานท่ี 17.3 ทดลองตอ่ ทเ่ี หมาะสมกบั ลักษณะของ วงจรไฟฟ้าและ งานและความปลอดภัย อิเลก็ ทรอนกิ ส์ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ กระบวนการเรียนรู้ของ - แบบประเมินผลดา้ น - นักเรียนทกุ คนผา่ น (P) นกั เรยี น กระบวนการคิดวเิ คราะห.์ เกณฑ์ไมต่ ่ากว่า 1. ทักษะดา้ นการ รอ้ ยละ 70 วเิ คราะห์ ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) - แบบประเมินผลดา้ น - นกั เรยี นทกุ คนผา่ น คุณลักษณะเทียบกับเกณฑ์ เกณฑ์ไม่ต่ากว่า 1. มีความรบั ผิดชอบ ร้อยละ 70 222. ซ่ือสัตย์ 3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
957 940 8. บันทึกผลหลังสอน ผลการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ................................................ ปญั หาและอุปสรรค .................................................................................................................................................................... ...... ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ......................................ผสู้ อน (.......................................................) วันท่ี......เดอื น...............................พ.ศ............. 9. ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารหรอื ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย ........................................................................................................... ................................................................ ลงช่ือ ......................................ผตู้ รวจ (.......................................................) วันท่ี......เดือน...............................พ.ศ.............
958 941 ใบความรู้ท่ี 17.1 เรอ่ื ง ไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนกิ ส์เบอ้ื งตน้ ไฟฟา้ อเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งตน้ ไฟฟ้า คือพลังงานรูปแบบหน่ึงที่สามารถเปล่ียนเป็นพลังงานรูปแบบอ่ืนๆ ได้ ตัวอย่างการนาไฟฟ้ามาใช้ ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั เช่น ทาให้เกิดแสงสวา่ งจากหลอดไฟ ทาใหเ้ กิดความรอ้ นจากเตารดี หม้อหุงขา้ ว ทาให้ เกดิ เสยี งจากโทรทศั น์ วทิ ยุ ทาให้เกิดการเคล่อื นที่ เชน่ การหมนุ ของมอเตอร์เคร่ืองซกั ผา้ อิเล็กทรอนิกส์ คือการควบคุมการเคลื่อนท่ีของกระแสไฟฟ้าเพ่ือให้ได้ปริมาณ หรือ ทิศทางการเคลื่อนที่ ของกระแสไฟฟ้าตามท่ีต้องการ การทางานต่างๆ จะต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อควบคุมการเคลื่อนท่ีของ กระแสไฟฟา้ น่ันเอง อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์มีหลายชนดิ ทพ่ี บทวั่ ไป เช่น LED ตวั ตา้ นทาน ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่ิงท่ีมีความสัมพันธ์กันในการสร้างเคร่ืองใช้ไฟฟ้าต่างๆ กล่าวคือ ภายใน เครอื่ งใช้ไฟฟ้าน้ันจะมีอุปกรณ์ตา่ งๆ เชอ่ื มต่อกันอยู่ มีส่วนทใ่ี ห้กระแสไฟฟ้าผ่านครบวงจร เรียกวา่ วงจรไฟฟ้า ซ่ึง ประกอบด้วย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทาหน้าท่ีควบคุมการเคล่ือนท่ีของกระแสไฟฟ้าซึ่งเช่ือมต่อกันภายใน วงจรไฟฟ้าด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดและหน้าท่ีของอุปกรณ์น้ัน หากขาดไฟฟ้าก็จะทาให้อุปกรณ์ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ไมส่ ามารถทางานได้ ตัวอย่างวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่ายที่พบเหน็ ได้ในชวี ิตประจาวนั ได้แก่ วงจรไฟฟ้าของไฟฉาย ซึ่งประกอบด้วย 1. แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้า คอื ถ่านไฟฉายหรอื แบตเตอรี่ 2 กอ้ น จะให้ไฟฟ้ากระแสตรงในวงจร 2. ตวั นาไฟฟ้า คอื โลหะทเ่ี ช่ือมตอ่ ระหวา่ งขวั้ ของถ่านไฟฉายกับหลอดไฟ 3. อปุ กรณ์ไฟฟ้า คือ หลอดไฟโดยมีสวติ ชท์ าหนา้ ที่เปิดปิดกระแสไฟฟา้ ในวงจร
942 แบตเตอรใ่ี ช้สญั ลกั ษณ์ดงั ภาพ
943 ปา้ ยไฟ
944
945 เคร่อื งโกน
946
947 วดั ผดิ ขวั้ มมี ากกวา่ และ อาจจะมฟี ังก์ชนั การใชง้ าน
969565 948 1.13.3สโสคโปคปมิเมตเิ อตรอ์ร์ เคเรคื่อรงื่อมงืดมวืดัดวชัดนชินดนิด้ีนจะ้ีจสะาสมาามราถรวถัดวคัด่คาอ่าอกอมกามเาปเ็ปน็นกรการฟาฟมอมงอเงหเ็หน็นไดไ้ดโ้ดโยดทยั่ทวไ่ัวปไปสโสคโปคปมิเมติเอตรอ์จระ์จมะีรมาีรคาาคแาพแพง ง แลแะลมะีทมี้ัทงแั้งบแบบที่ทเป่ีเ็ปน็นอนอนาลา็อลก็อกแลแะลแะบแบบที่ทเป่ีเ็ปน็นดิจดิทจิัทลัลซึ่งซส่ึงาสมาามราถรเถกเ็บก็บับนันทึทกคึก่าคไ่าดไ้ดค้ วคาวมาจมาจเาปเ็ปน็นขอขงอกงากราใรชใ้ชง้างนานสสโสคโโคคป ปคปือคงือางนาทน่ีทต้อ่ีตง้อกงากราทร่ีทจะี่จจะะจเะหเ็หนส็นัญสัญญาณาณอิเอลิเ็กลท็กทรอรนอิกนสิก์ตส่า์ตง่าๆงๆเชเ่นชน่ ในใงนางนาซน่อซม่อทมีวทีวซี อ่ซม่อเมคเรคื่อรง่ือเงสเียสงียงหหรือรงือางนาทนทางาดง้าดน้าน ดิจดทิจลัทิ อัลิเอลิเก็ลท็กรทอรนอกินสิก์ส์ 1.14.4ไขไคขวคงววงัดวไดั ฟไฟ ไขไคขวคงววงัดวไัดฟไฟเปเ็ปน็เนคเรค่ือรงื่อตงรตวรจวเจชเ็คชเ็กคเรเเงรดงันดไันฟไฟฟ้าท้าี่ทใชี่ใ้ทช้่ัทวไ่ัวปไปเเลเเะลหะหลาลยาๆยคๆนคมนักมจักะจมะีตมิดีตบิด้บาน้าไนวไ้วซ้ ึ่งซไึ่งขไคขวคงววงัดวไัดฟไฟ มีกมาีกราใรชใ้งชา้งนานที่ทง่าี่งย่าเยเลเเะลสะะสดะวดกวกเหเหมามะากะับกับกากราตรรตวรจวเจชเ็คชเ็คเรเเงรดงันดันไฟไฟฟ้าเ้าบเื้บอง้ือตง้นต้นว่าวป่าปล๊ักลไ๊ักฟไฟบบล็อลค็อนค้ัน้ันๆๆมีเมเรีเเงรดงันดันไฟไฟฟ้า ้า หหรือรไือมไ่มภ่ ภายาใยนในไขไคขวคงวเงชเ็คชไ็คกฟไฟปประรกะอกบอบไปไปด้วดย้วยปปลาลยาไยขไคขวคงว,งต, ัวตตัว้าตน้านททานาน, ห, หลอลดอนดีนออี นอน,ส,ปสปริงริงแลแะลจะุดจสุดัมสผัมัสผทัสทาจาาจกาก โลโหลหะะหลหักลกั ากราขรอขงอไงขไคขวคงวเงชเค็ชไค็กฟไฟนน้ั อน้ั าอศาัยศคัยา่คค่าวคาวมาตมา่ตงา่ ศงักศยัก์ขยอ์ขงอกงรกะรแะสแไสฟไฟฟ้า ้านน่ั ก่นั ็คกือ็คกือรกะรแะสแไสฟไฟฟ้าจ้าะจไะหไหลจลาจกาจกุดจทดุ ี่ทมี่มี ศักศยัก์มยา์มกาไกปไปยังยทัง่ีทๆี่ๆมีศมักีศยัก์นย้์นอย้อกยวก่าวน่าั่น่ัเนอเงองโดโยดเยมเ่ือมป่ือปลาลยาไยขไคขวคงวสงัมสผัมัสผกัสับกับตัวตนัวานทาี่ทมีก่มรีกะรแะสแไสฟไฟฟ้า ้ากรกะรแะสแไสฟไฟฟ้าจ้าะจไะหไหลล ผ่าผน่าตนัวตตัว้าตน้าทนทานานเพเพ่ือท่ือทากาากราจราจกาัดกกัดรกะรแะสแใสหใ้หลด้ลลดงลเงหเหลือลเือพเพียงียง0.01.1ถึงถปึงประรมะามณาณ0.02.m2mAAเทเ่ทาน่าั้น้ัทนทาใาหใ้หไม้ไ่เมก่เิดกอิดันอัตนรตารยาย กับกผบั ู้ใผชู้ใ้ชแ้ ลแ้วลจ้วึงจไึงหไลหผล่าผนา่ ไนปไยปังยหังลหอลดอนดอีนอี นอน(ก(รกะรแะสแไสฟไฟฟ้าเ้าพเพยี งยี เงลเก็ลน็ก้อนย้อกย็สกว็ส่าวง่าแงลแ้วล)้วต) อ่ตไอ่ ปไปยงัยรัง่ารง่ากงากยาขยอขงอผงู้ใผชู้ใ้งชา้งนาแนลแ้วล้ว ไหไลหลงลพงพนื้ เน้ื ปเน็ปอน็ นัอคนั รคบรวบงวจงรจรทาทใาหให้ ล้หอลดอนดีอนอี นอตนดิตสดิ วส่าวงา่ ขงึน้ขมึ้นามนานั่ เ่ันอเงอง
966 949 2. เครือ่ งมือช่าง 2.1 หัวแรง้ หัวแร้งมีไว้สาหรับการบัดกรีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ลงบนบอร์ดหรือแผ่นวงจร การบัดกรีสายไฟกับ คอนเน็กเตอร์ แบบตา่ งๆ เป็นต้น หวั แรงทเ่ี ราเหน็ ในท้องตลาดจะมีดว้ ยกันหลายแบบ คอื 2.1.1 หวั แรง้ แบบวตั ต์คงท่ี หัวแรงแบบนคี้ า่ กาลงั วตั ตจ์ ะไมส่ ามารถปรบั ค่าความรอ้ นได้ 2.1.2 หวั แร้งปนื หวั แร้งแบบนส้ี ามารถเปล่ยี นกาลังวตั ตใ์ ห้สงู ขน้ึ ได้โดยการกดปมุ่ 2.1.3 หัวแร้งท่ีสามารถเปล่ียนหัวได้ แบบนี้จะมีราคาสูงและจะสามารถเลือกหัวท่ีเหมาะสมในการบัดกรี งานต่างๆ 2.2 มดี คัตเตอร์ ใช้ในการปอกฉนวน ตัด ขูดหรอื ทาความสะอาดสายไฟ ใชม้ ากในการเดนิ สายไฟฟ้า 2.3 สว่าน ใช้ในการเจาะวัสดตุ า่ ง ๆ งานเดนิ สายไฟบางคร้ังต้องเจาะรเู พือ่ ยึดอุปกรณ์ไฟฟา้ สว่านเจาะไม้มีหลายแบบ หลายขนาด เช่น สว่านข้อเสือ สว่านเฟือง สวา่ นมือชนิดกระแทก สว่านมือด้ามเหล็กและสว่านไฟฟ้าซ่ึงใช้เจาะได้ ท้งั ไมแ้ ละผนังตึก ควรเลอื กใช้ใหเ้ หมาะสมกับงาน
967 950 2.4 เลอ่ื ย มีหลายชนิดหลายแบบทั้งขนาดและรูปร่างเล่ือยท่ีใช้สาหรับงานช่างไฟฟ้า คือเล่ือยปากไม้หรือเลื่อยรอ ปากไม้ เป็นรูปส่เี หลี่ยมผืนผ้า สนั ด้านบนเป็นเหล็กหนา มีฟันเลอ่ื ยละเอยี ด ใช้สาหรบั ตัดปากไมใ้ นการเข้าไมต้ ่างๆ 2.5 คอ้ นเดินสายไฟฟ้า ค้อนเดินสายไฟฟ้า (Electrician Hammer) ค้อนเดินสายไฟฟ้าหรือค้อนช่างไฟฟ้า ใช้สาหรับตอกตะปู เดินสายไฟฟ้า แบบเข็มขัดรัดสายหรือติดต้ังกล่องต่อสายไฟต่าง ๆ ไม่ใช้ขณะมือเป้ือนน้ามัน ไม่ใช้ด้ามกระแทก ช้นิ งาน อยา่ ให้ตกจากโตะ๊ ปฏิบัตงิ าน อย่าใช้หัวคอ้ นแทนทั่ง หลงั ใช้งานเช็ดทาความสะอาด 2.6 คีม คีม (Pliers) ใช้สาหรับการจับช้ินงานเพ่ือทางานใดๆ คือใช้ในงานตัดวัตถุที่ไม่แข็งมากนัก เช่น สายไฟฟ้า ลวด หรือสลกั ล้อคขนาดเล็ก คมี มีรปู ร่างและขนาดต่างๆ กัน ตามลกั ษณะการใช้งาน คีมบางตัวออกแบบมาเพื่อใช้ งานหลายหน้าท่ี เช่นทัง้ ในการจับงานและตัดชิน้ งาน คีมบางแบบ มขี อ้ ต่อเลื่อนท่ีสามารถปรบั ขนาดความกว้างของ ปากในการจบั ชิ้นงานได้การแบง่ ประเภทของคีม และเรียกช่อื จะเป็นไปตามลกั ษณะ การใช้งาน ชนิดของคีมมดี งั นี้ 2.6.1 คมี ปากขยาย - ปากคีมมลี กั ษณะโค้งมนและสามารถขยายออก ลด ใหแ้ คบลงได้ - เหมาะกบั การใช้งานทเ่ี กีย่ วกบั เครื่องกลและงานเคร่ืองยนตป์ ระเภทต่าง ๆ - ปกตคิ ีมจะชุบแขง็ ไม่ควรจับช้ินงานทร่ี อ้ น นอกจากคีมงานเชอ่ื ม ไม่ควรใช้แทน ประแจ อย่าใช้คีมตัดลวดเหล็กสปริง ห้ามใช้ขนั ขั้วไฟแรงสงู ห้ามใชค้ ้อนช่วยตถี ้า
968 951 ตอ้ งการตัดลวดหลังใชง้ านเช็ดทาความสะอาด หยอดนา้ มันจุดขอ้ ต่อ 2.6.2 คมี ตดั ข้าง (คีมปากจ้ิงจก) - ปากคีมมีลักษณะโคง้ มนและสามารถขยายออก ลด ให้แคบลงได้ - เหมาะกับการใชง้ านทเี่ ก่ยี วกบั เคร่ืองกลและงานเครื่องยนตป์ ระเภทต่าง ๆ - ปกติคีมจะชุบแข็ง ไม่ควรจับชน้ิ งานทีร่ อ้ น นอกจากคีมงานเชอื่ ม ไม่ควรใชแ้ ทน ประแจ อย่าใช้คมี ตัดลวดเหล็กสปริง หา้ มใช้ขันขวั้ ไฟแรงสงู หา้ มใชค้ ้อนช่วยตถี า้ ต้องการตดั ลวดหลังใช้งานเชด็ ทาความสะอาด หยอดน้ามันจุดขอ้ ต่อ 2.6.3 คมี ปากแหลม - ปากคีมมลี กั ษณะเรียวแหลม และ มีขนาดเลก็ - เหมาะกับการใช้งานในที่แคบ และ งานไฟฟ้า - ปกตคิ มี จะชุบแขง็ ไม่ควรจับช้ินงานที่รอ้ น นอกจากคีมงานเชอ่ื ม ไม่ควรใช้แทน ประแจ อย่าใชค้ มี ตัดลวดเหล็กสปรงิ หา้ มใชข้ นั ขวั้ ไฟแรงสูง ห้ามใช้ค้อนชว่ ยตีถา้ ตอ้ งการตัดลวดหลังใช้งานเชด็ ทาความสะอาด หยอดน้ามันจดุ ขอ้ ต่อ 2.6.4 คีมตัด - ปากดา้ นข้างมีลักษณะเปน็ คมตัดและชุบแขง็ - ใชส้ าหรบั ตดั ปน๊ิ ลอ็ ค ลวดสายไฟ และ ใช้ปอกสายไฟแบบบาง - ปกตคิ ีมจะชุบแขง็ ไมค่ วรจับชน้ิ งานทีร่ อ้ น นอกจากคมี งานเชื่อม ไม่ควรใชแ้ ทน ประแจ อย่าใชค้ มี ตัดลวดเหล็กสปรงิ หา้ มใชข้ นั ขวั้ ไฟแรงสงู หา้ มใช้ค้อนชว่ ยตีถ้า ต้องการตดั ลวดหลังใชง้ านเชด็ ทาความสะอาด หยอดน้ามันจดุ ขอ้ ต่อ 2.6.5 คมี ล็อค - ออกแบบเปน็ พเิ ศษ ใช้งานเฉพาะ ปลายดา้ มมีสกรูปรบั มีแบบธรรมดา แบบปาก แหลม แบบใชง้ านเช่ือม แบบชนดิ แคลมป์ - ใชส้ าหรับจบั หรอื บีบช้ินงานท่ีแนน่ มาก,บีบท่อนา้ ยาแอร์ - ปกติคมี จะชบุ แขง็ ไม่ควรจับชน้ิ งานที่ร้อน นอกจากคีมงานเช่อื ม ไม่ควรใชแ้ ทน ประแจ อยา่ ใช้คมี ตดั ลวดเหล็กสปริง ห้ามใชข้ ันขั้วไฟแรงสงู หา้ มใช้คอ้ นช่วยตถี า้ ต้องการตดั ลวดหลังใช้งานเชด็ ทาความสะอาด หยอดนา้ มันจุดข้อต่อ 2.6.6 คมี ปอกสายไฟ - ปากคีมมลี ักษณะโคง้ มนและสามารถขยายออก ลด ใหแ้ คบลงได้
969 952 - เหมาะกับการใช้งานทเ่ี กยี่ วกับงานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ใช้ปอกสายไฟขนาดตา่ ง ๆ ได้ - ปกติคีมจะชุบแข็ง ไม่ควรจับชิ้นงานท่ีร้อน นอกจากคีมงานเชื่อม ไม่ควรใช้แทนประแจ อย่าใช้คีมตัดลวดเหล็ก สปริง ห้ามใช้ขันข้ัวไฟแรงสูง ห้ามใช้ค้อนช่วยตีถ้าต้องการตัดลวดหลังใช้งานเช็ดทาความสะอาด หยอดน้ามัน จุดข้อตอ่ การใชค้ ีมดว้ ยความปลอดภยั 1. เลือกใช้คีมให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของคีมชนิดน้ันๆ เช่น คีมตัดไม่เหมาะกับการใช้จับ คีมตัดสายไฟฟ้า ไม่เหมาะทจี่ ะใช้ตดั แผ่นโลหะ เปน็ ตน้ 2. ฟันท่ีปากของคมี จบั ต้องไมส่ กึ หรอ สว่ นปากของคมี ตัดต้องไมท่ ่ือ 3. การจับคีม ควรให้ด้ามคีมอยทู่ ี่ปลายน้ิวท้ัง 4 แล้วใช้องุ้ มือและน้ิวหัวแม่มือกดดา้ มคมี อีกดา้ น จะทาให้มี กาลงั ในการจับหรือตดั 4. การปอกสายไฟฟ้าควรใช้คีมปอกสายไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพราะจะมีขนาดของรูปเท่ากับขนาดของ สายไฟฟ้าพอดสี ่วนการตัดสายไฟฟ้าหรือเส้นลวดที่ไม่ต้องการให้โผล่จากชิ้นงานควรใชค้ มี ตัดปากทแยง 5. ไม่ควรใชค้ ีมตัดโลหะท่ีมขี นาดใหญห่ รือแขง็ เกินไป แต่ให้ใช้กรรไกรแทน 6. ไมค่ วรใชค้ มี ขันหรอื คลายหัวนอต เพราะจะทาใหห้ วั นอตชารุด 7. ถา้ ตอ้ งจับช้นิ งานใหแ้ นน่ ควรใชค้ มี ลอ็ ก 8. ถ้าชิ้นงานมีขนาดใหญ่ ควรใช้คีมปากขยาย การใช้คีมที่ปากเล็กจะไม่มีกาลังท่ีจะจับช้ินงานให้แน่น เพราะ ด้ามของคมี จะถ่างมากไป 9. ถ้าต้องการเก็บคีมไว้นาน ควรหยอดนา้ มนั ท่ีจดุ หมนุ ของคมี และควรมกี ารหยอดนา้ มันเป็นระยะ 10.หลงั จากเลกิ ใชง้ านประจาวัน ควรเช็ดทาความสะอาด แล้วเกบ็ ไว้ในทท่ี ่จี ดั เตรยี มไวห้ รอื ท่ปี ลอดภัย การบารุงรักษา 1. ใชค้ มี ใหถ้ กู ประเภทกับงาน 2. ไม่ควรบีบคมี แรงเกนิ ไปเพราะจะทาใหค้ ีมหัก 3. ไมค่ วรใช้คอ้ นทุบคีมแทนการตดั 4. ไม่ใชค้ ีมแทนค้อนหรอื เครอ่ื งมอื อืน่ ๆ 5. เชด็ ทาความสะอาด หยดน้ามันท่จี ดุ หมุน แล้วชโลมนา้ มนั หลังการใชง้ าน
970 953 ใบความรู้ที่ 17.3 เร่อื ง ความปลอดภัยในการปฏบิ ัตงิ าน ความปลอดภัยในการทางาน คือ สภาพท่ีปลอดภัยจากอุบัติภัยต่างๆอันจะเกิดแก่ร่างกาย ชีวิต หรือ ทรพั ยส์ นิ ในขณะทีป่ ฏบิ ัติงาน ซงึ่ ก็คือ สภาพการทางานที่ถูกต้องโดยปราศจาก \"อบุ ตั ิเหตุ\" ในการทางานนั่นเอง อุบัติเหตุ คือ เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนอย่างไม่คาดหมายและเม่ือเกิดข้ึนแล้วจะมีผลกระทบกระเทือนต่อการ ทการงทานำ�งาทนาใทห�ำ้ทใรหัพท้ ยรส์พั ินย์สเสินยี เสหียาหยาหยรหือรบอื ุคบคคุ ลคไลดไร้ ดับร้ บั าบดาเดจเบ็จ็บกการารเกเกิดิดออุบุบัตตั ิเหิเหตตุนุน้นั ้ันมมักั จะมีตัวการทส่ี �ำาคัญญออยยู่ ู่33ปปรระะกกาารร คอื 1. ตัวบคุ คล คอื ผ้ปู ระกอบการงานในหน้าที่ต่างๆ และเป็นสาเหตุหลกั ทก่ี อ่ ใหเ้ กิดอุบัติเหตุ 2. ส่ิงแวดล้อมคือ ตัวองค์กรท่ีบคุ คลนนั้ ทางานอยู่ 3. เครอ่ื งมือ เคร่ืองจักร คือ อุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการทางาน สาเหตขุ องการเกิดอบุ ตั ิเหตุ 1. สภาพการทางานท่ีไม่ปลอดภยั ในการทางาน อนั ได้แก่ 1.1 เครอื่ งมือ เคร่ืองจักร หรืออปุ กรณใ์ นการทางานทชี่ ารุดหรือเสือ่ มคณุ ภาพ 1.2 พื้นที่ทางานสกปรกหรือเต็มไปดว้ ยเศษวสั ดุ น้าหรือน้ามัน 1.3 ส่วนทเ่ี ปน็ อันตรายหรือส่วนเคล่ือนไหวของเคร่ืองจกั รไม่มีทีก่ าบงั หรือป้องกันอันตราย 1.4 การวางผังไมถ่ ูกต้อง การจัดเก็บสิง่ ของไม่เป็นระเบียบ 1.5 สภาพการทางานไมป่ ลอดภัย เช่น เสยี งดัง อากาศรอ้ น มีฝุน่ ละออง 2. การกระทาท่ีไมป่ ลอดภัยเปน็ สาเหตใุ หญ่ท่ีก่อใหเ้ กิดอุบัตเิ หตุ การเกิดอุบตั ิเหตทุ ้งั หมด การกระทาที่ไม่ ปลอดภัย ไดแ้ ก่ 2.1 สว่ นทเ่ี ป็นอันตรายหรือส่วนเคล่อื นไหวของเครื่องจกั รไม่มที ก่ี าบังหรือป้องกนั อันตราย 2.2 การกระทาท่ขี าดความรู้ ไม่ถูกวิธีหรือไม่ถกู ขั้นตอน 2.3 ความประมาท พลง้ั เผลอ เหมอ่ ลอย 2.4 การมนี ิสัยชอบเสยี่ ง หรอื เจตนาหลีกเลย่ี งเพือ่ ความสะดวกสบาย 2.5 การไม่ปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บความปลอดภยั ในการทางาน 2.6 การทางานโดยไม่มีอปุ กรณ์ป้องกันอนั ตรายสว่ นบคุ คล 2.7 ใช้เครื่องมือไม่เหมาะสมหรอื ผดิ ประเภท 2.8 การทางานโดยสภาพร่างกายหรือจิตใจไมป่ กติ 2.9 ความรีบร้อนเพราะงานตอ้ งการความรวดเรว็ การปอ้ งกันอุบัติเหตุ มหี ลักการหรอื วิธโี ดยแบ่งออกเปน็ 3 สถานการณ์คือ 1. การป้องกนั กอ่ นการเกิดอุบัติเหตุ คอื การปอ้ งกันหรือมีการเตรียมการล่วงหน้า เพ่อื ไม่ให้เกดิ อุบัตเิ หตุ โดยมี หลักการต่างๆ เชน่
971 954 1.1 หลักการ 5 ส. ส่กู ารปอ้ งกันอุบตั เิ หตุ เช่น 1.1.1 สะสาง หมายถึงการแยกแยะงานดี-งานเสีย ใช้-ไม่ใช้ 1.1.2 สะดวก หมายถึงการจดั การ จดั เกบ็ ให้เป็นระเบยี บเปน็ หมวดหมู่ 1.1.3 สะอาด หมายถึงการทาความสะอาดเคร่ืองมือ เครอ่ื งจักรอปุ กรณ์ สถานท่ีกอ่ นและหลังการใช้งาน 1.1.4 สขุ ลกั ษณะ หมายถึงผปู้ ฏิบัตงิ านต้องรักษาสุขอนามยั ของตัวเอง เครอื่ งมอื และสถานที่ 1.1.5 สรา้ งนิสัย หมายถงึ การสรา้ งนิสยั ท่ีดี 1.2 กฎ 5 รู้ 1.2.1 รู้ งานที่ปฏบิ ตั ิวา่ มีอนั ตรายอยา่ งไร มีขั้นตอนการทางานอยา่ งไร 1.2.2 รู้ การเลือกใช้เครอ่ื งมือ เครื่องจกั ร อปุ กรณ์ 1.2.3 รู้ วิธกี ารใช้เคร่อื งมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ 1.2.4 รู้ ขอ้ จากัดการใชเ้ ครอื่ งมือ เคร่ืองจกั ร อุปกรณ์ 1.2.5 รู้ วิธกี ารบารงุ รกั ษาเคร่ืองมอื เครื่องจักร อุปกรณ์ 1.3 ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคบั 2. การปอ้ งกนั ขณะเกิดอุบตั ิเหตุ หมายถงึ การเตรยี มตัวล่วงหนา้ เป็นการลดอนั ตรายให้น้อยลงหรือไมเ่ กิดอันตราย เลย มหี ลักการดังน้ีคือ 2.1 การใชอ้ ุปกรณป์ ้องกันอันตรายส่วนบุคคลเพือ่ ป้องกันอวัยวะของรา่ งกาย ดงั นี้ 2.1.1 หมวกนริ ภัย 2.1.2 อปุ กรณ์ป้องกันใบหนา้ ดวงตา 2.1.3 อุปกรณ์ลดเสยี ง ป้องกันหู 2.1.4 อุปกรณป์ อ้ งกนั ระบบหายใจ 2.1.5 อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย แขนขา 2.1.6 อุปกรณป์ อ้ งกันมือ 2.1.7 อปุ กรณ์ป้องกนั เท้า 3. การป้องกันหลังการเกิดอุบัตเิ หตุ คือการป้องกนั ไมใ่ ห้เกิดอบุ ตั ิเหตซุ า้ ซ้อนข้ึน หรอื มีการลดอันตรายท่ีเกดิ ขึ้น อยา่ งต่อเนอ่ื ง 3.1 การอพยพ การขนย้าย หลังการเกิดอบุ ตั เิ หตุขึ้นจะมีการตกใจ ตื่นกลวั ดงั น้ันควรมกี ารวางแผนการอพยพ หรือการขนย้ายผู้ป่วยอย่างถูกวธิ ี 3.2 การปฐมพยาบาลเบ้อื งต้น เพอื่ ลดอนั ตรายให้น้อยลง เชน่ การห้ามเลือด การผายปอด 3.3 การสารวจความเสียหายหลังการเกิดอบุ ตั ิเหตุ เชน่ ผบู้ าดเจบ็ สถานที่ ปจั จยั ที่ต้องพจิ ารณาในการรักษาความปลอดภัยในการทางาน ประกอบด้วย
972 955 1. เคร่อื งแตง่ กาย และแบบฟอร์มท่ีเหมาะสมของผู้ปฏิบัติงาน อาทิ ชนดิ และแบบของเสอ้ื ผา้ ทรงผม ถงุ มือ รองเทา้ แวน่ ตานริ ภัย การสวมเคร่อื งประดบั และอน่ื ๆมีความถูกต้องเหมาะสมเพียงใด 2. ทาความสะอาดเรยี บร้อย ตรวจสอบสภาพความพร้อม และวนิ ัยทาความสะอาด 3. แสงสว่างพิจารณาในด้านตาแหนง่ ทต่ี ้งั ท่ีเหมาะสมของระบบโครมไฟฟ้า เพ่ือใหค้ วามเข้มส่องสว่างบนโต๊ะ ทางานทเี่ พียงพอและไม่เกดิ เงาหรือแสงสะท้อน รวมทั้งการเลอื กชนิดของหลอดไฟทีเ่ หมาะสมกบั สภาพการทางาน 4. การระบายอากาศ พิจารณาของการไหลเวยี นอากาศเขา้ ออกจากบริเวณทางาน รวมทั้งคณุ ภาพของอากาศ ดว้ ย อาทิ ความชื้นสัมพัทธอ์ ุณหภมู อิ ากาศ ปรมิ าณฝนุ่ ละออง กล่ินควันพิษทม่ี ีอยูใ่ นอากาศนั้น 5. ระบบการจดั เกบ็ และการดแู ลควบคุมวสั ดุ มีการแยกประเภทของวสั ดอุ อกตามประเภทหรอื ไม่ อาทิ เป็น ประเภทโลหะ สารไวไฟ สารพษิ สารเคมีพิเศษต่างๆ รวมท้ังการกาจัดเศษวสั ดทุ ี่เลกิ ใช้แล้วอยา่ งใดบา้ ง 6. ระบบฉกุ เฉิน อาทิ การปฐมพยาบาล การดบั เพลิง ทางหนไี ฟ ทางออกฉุกเฉิน เครื่องชว่ ยชีวติ เครอ่ื งขยาย เสยี ง ระบบสญั ญาณเตอื นภัย ระบบส่อื สารภายในและภายนอก การช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้
973 956 ใบงานที่ 17.1 เรือ่ งทดลองต่อวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จาลองการทดลองต่อวงจรไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ โดยใชส้ อ่ื จาก https://www.tinkercad.com ใบงานท่ี 17.3 น้ีเป็นการทดลองตอ่ วงจรไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ อย่างงา่ ย โดยใช้วงจรจาลองซ่ึงนกั เรยี นต้องสร้าง จาก โปรแกรมจาลองซึ่งสามารถทาได้ท้ังแบบออนไลน์และแบบออฟไลน์ หรือถ้าโรงเรียนมีอุปกรณ์ครบให้ทาการ ทกาดรลทอดงโลดอยงใโชดอ้ ยุปใชกอ้รณปุ ก์จรณงิ ์จซร่งึ กงิ าซรึ่งทกดาลรอทงดโดลยอใงชโดโ้ ปยรใชแ้โกปรรมแจกาลรมอจงม�ำ ลขี ้นัองตมอขีนนั้ดตงั นอ้ีนดังนี้ ขัน้ ตอนท่ี 1 ใหน้ กั เรียนเข้าเว็บไซต์ https://www.tinkercad.com และเข้าโหมดสรา้ ง Circuits ข้นั ตอนท่ี 2 จาลองการทดลอง เพ่ือเปรยี บเทยี บการไหลของอิเล็กตรอนและความสอ่ งสวา่ งของหลอดไฟ ให้ต่อ วงจร ดงั รูป ขนั้ ตอนที่ 3 ทาการทดลองเปลยี่ นคา่ ความต้านทาน เป็น 0 โอห์ม 220 โอหม์ 450 โอหม์ 800 โอหม์ และ 1,000 โอหม์ เพ่ือศึกษาการเปลย่ี นแปลง แรงดนั ไฟฟา้ ความส่องสวา่ งของหลอดไฟและการไหลของอเิ ลก็ ตรอน และบนั ทึกผลจากการทดลองในตารางการทดลอง
974 957 ตารางที่ 1 บนั ทกึ ผลจากการทดลอง ความ แรงดันไฟฟ้า ลกั ษณะการสอ่ งสว่างของหลอดไฟ การเคลือ่ นทข่ี องอิเล็กตรอน ต้านทาน (โวลล)์ (โอห์ม) 09 220 450 800 1000 อภิปรายผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลกั ษณะการส่องสว่างของหลอดไฟ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… การเคล่อื นทข่ี องอิเล็กตรอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………
975 958 ใบงานท่ี 17.2 เรือ่ ง การเลือกใช้เครือ่ งมอื ชา่ งท่เี หมาะสมกับลักษณะของงาน คาช้แี จง จากสถานการณท์ ก่ี าหนดให้ จงเลือกใชเ้ ครอ่ื งมือใหเ้ หมาะสมกับงาน เหตผุ ลที่เลือกใช้ ลักษณะการ กใชา้งราใชน้งแานละแขล้อะคขว้อรรคะววรังระวัง สถานการณ์ที่กาหนดให้ : 1.) หลอดไฟในบา้ นดบั 4.) เดินสายไฟฟา้ ที่ผนงั ไปยงั หลอดไฟ 2.) ตดั สายไฟฟ้าป๊้ัมนา้ เนอ่ื งจากไม่ใช้งาน 5.) วดั ค่าความตา้ นทานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 3.) เชื่อมอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ในวงจรพดั ลม สถานการณ์ เครื่องมือ เหตผุ ลที่เลอื กใช้ ลักษณะการใช้งาน ข้อควรระวงั
976 959 ใบงานท่ี 17.3 เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั งิ าน จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้ 1. ความปลอดภัยในการทางาน หมายถงึ อะไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………............... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….................. 2. อุบัติเหตุ คืออะไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ......…………………………………………………………………………………………………………………………………………………......... 3. การเกิดอุบัติเหตุน้ันมักจะมีสาเหตุท่ีสาคัญอะไรบ้าง ……………………………………………………………………………………………………………………………….....................…………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………............... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. การป้องกันอุบัติเหตุ มีหลักการหรือวิธีป้องกันอุบัติเหตุอย่างไรบ้าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………......... 5. ปัจจัยท่ีต้องพิจารณาในการรักษาความปลอดภัยในการทางานมีอะไรบ้าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
977 960 แบบบนั ทึกการประเมินผู้เรียน ดา้ นความรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 เรอ่ื ง ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง วิศวกรนอ้ ย กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 รายการประเมิน อธอิบธาิบยาย บอกบกอากรการ ปัญหปาญัขอหงาของ ทางทานำ�งขาอนงของ เลขท่ี ชือ่ -สกลุ สำ�สราวรจวจ สสถถาานนกกาารรณณต์ ต์ ่า่างงๆๆ ฮาฮราด์ รแ์ดวแรห์วร์หอื รอื ปญัปัญหาหหาหรือรือคควาวมาม เพเพอ่ื อ่ื สสรรุปุปกกรรออบบขขอองง 1 ออออกกแแบบบสิ่งสขง่ิ อขงอง ปปัญัญหหาในการสืบคน้ 2 เครอื่เคงรใชอื่ ้ใงนใกชา้ในร ตตอ้ อ้ งงกกาารรขของตนเอง รรววบบรรววมมขขอ้ อ้ มมูลูลจจาากก 3 แกกาป้ รญั แหกาป้ ไัญดอ้ หยาา่ ไงด้ ชชุมุมชชนนหหรรอื ือทท้อ้องงถถิ่นิ่น แหลแง่หขลอ้ ่งมขูลอ้ ทมลูี่ ที่ 4 เหอมยา่าะงสเมหมาะสม 5 เชื่อเชถ่ือถไดือ้อไดยอ้ ่ายงา่ ง เหมาะเหสมมาะสม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชือ่ ..............................................ผ้ปู ระเมิน 4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก (………….…………………………………….) ครผู ูส้ อน 3 คะแนน ระดับ 3 ดี 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรุง *เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 ข้นึ ไป
978 961 แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผ้เู รียน ด้านทักษะและกระบวนการ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 17 เรอื่ ง ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรอ่ื ง วิศวกรนอ้ ย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา เทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 เลขท่ี ช่อื -สกลุ รายการประเมนิ สรุปสกรุปอกบรขอบงปขัญองหปาัญรหวบา รรววมบรวม 1 ววเิ เิคครราาะะหห์ข้อมลู จากศาสตรต์ ่าง ๆๆททเ่ี ่ีเกก่ียีย่ ววขขอ้ ้องง 2 เพเ่ือพน่อื านไป�ำ ไสป่กู สาู่กราอรออกอแกบแบแบนแนวทวทางากงาร 3 กาแรกแ้ปกญั ป้ หัญาหแาลแะลสะรส้ารงา้ ชงิน้ชิน้งางนาน 4 5 ลงชือ่ ..............................................ผู้ประเมนิ (………….…………………………………….) เกณฑ์การให้คะแนน ครผู สู้ อน 4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก 3 คะแนน ระดับ 3 ดี 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรุง *เกณฑ์การผ่าน ระดบั 2 ขึน้ ไป
979 962 แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผู้เรยี น ดา้ นคณุ ลกั ษณะ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 17 เรื่อง ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง วิศวกรน้อย กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 เ รายการประเมนิ ลขที่ ชื่อ-สกลุ มีควมามคี วาม ซอ่ื สซตั ่อืยส์ ตั ย์ มงุ่ ม่นัมใุ่งนม่ันใน 1 รับผิดชอบ การทำ�างาน 2 3 4 5 เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ...............................................ผปู้ ระเมิน 4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก (………….…………………………………….) 3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครูผสู้ อน 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรับปรงุ *เกณฑ์การผ่าน ระดับ 2 ข้ึนไป
980 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 18 เร่ือง การออกแบบชิน้ งาน ป หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 เร่อื ง วศิ วกรนอ้ ย เวลา 2 ชวั่ โมง ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ รายวิชา เทคโนโลยี สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ ขอบเขตเน้ือหา กจิ กรรมการเรียนรู้ - ใบความร้ทู ี่ 18.1 เรอ่ื ง ออกแบบแขนกลดว้ ย กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม 1. วิเคราะห์ เปรยี บเทยี บ และตดั สนิ ใจเลอื ก ขัน้ นา - ใบความรทู้ ี่ 18.2 เรือ่ ง การจาลองการสรา้ ง ขอ้ มลู ทจี่ าเป็นในการแกป้ ัญหาโดยคานึงถึงเงื่อนไข 1. นกั เรียนกบั ครสู นทนาเก่ียวกับกิจกรรมทีแ่ ลว้ (แขนกล) แลว้ นา แขนกลด้วย tinkercad หรือ micro:bit ขอ้ สรุปจากการทากิจกรรม (แขนกล) มาอภิปรายผลร่วมกัน ภาระงาน/ช้นิ งาน และทรัพยากรอยา่ งเหมาะสม - ใบงานที่ 18.1 เรื่อง ออกแบบแขนกลด้วย 2. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุม่ ละ 5 คน ศึกษาใบความรู้ท่ี 18.1 เร่อื ง กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม 2. ออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหาทาได้ - ใบงานท่ี 18.2 เรอ่ื ง จาลองระบบแขนกลด้วย ออกแบบแขนกลดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม มาอ่าน tinkercad หรอื micro:bit หลากหลายวิธี เชน่ การร่างภาพ การเขียน สถานการณ์และภารกิจท่ีได้รับมอบหมายในใบงานที่ 18.2 เรือ่ ง แผนภาพ การเขียนผงั งาน 3. การกาหนดขัน้ ตอนระยะเวลาในการทางาน ออกแบบแขนกลดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม โดยการ กอ่ นดาเนินการแก้ปญั หาจะชว่ ยใหก้ ารทางาน วโดายงแกผารนวแาลงแะผอนอแกลแะบอบอแกขแนบกบลแขทน่เี คกล่ือทนเ่ี คทลีไ่ อื่ ดน้ โทด่ีไยดค้ โรดูคยอคยรคูกอรยะกตรนุ้ ะตุ้น สาเรจ็ ได้ตามเป้าหมาย และลดขอ้ ผิดพลาดของการ ทบทวนความรู้เดิมเรอื่ งการแก้ปญั หาดว้ ยกระบวนการเชงิ วิศวกรรม ซ่ึงประกอบดว้ ย 6 ขัน้ ตอน คือ ทางานที่อาจเกดิ ขน้ึ - ระบุปัญหา จดุ ประสงค์การเรียนรู้ - รวบรวมข้อมูลและแนวคิดท่เี กีย่ วข้องกับปญั หา ด้านความรู้ - ออกแบบวิธกี ารแกป้ ญั หา 1. อธบิ ายการเลือกใช้ข้อมูลในการแก้ปัญหาได้ - วางแผนและดาเนินการแกป้ ัญหา อย่างเหมาะสม - ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวธิ ีการแกป้ ัญหา - นาเสนอวธิ ีการแก้ปัญหา ผลการแกป้ ญั หาหรือช้ินงาน 2. อธิบายการออกแบบและข้นั ตอนการแก้ปัญหา 963
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 18 เรื่อง การออกแบบชิ้นงาน ป 981 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรอื่ ง วศิ วกรน้อย รายวชิ า เทคโนโลยี เวลา 2 ชั่วโมง ด้านทักษะและกระบวนการ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 1. สรา้ ง ทดสอบ ประเมนิ และปรับปรงุ แก้ 3. ครูใช้คาถามเพ่ือให้นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายถึง “แขนกลท่ีสามารถ นามาแก้ไขโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมควรมีลักษณะ ชิน้ งาน อย่างไร” 2. นาเสนอผลงานในรปู แบบท่ีหลากหลาย ข้ันสอน ด้านคุณลักษณะ 1. นกั เรยี นศึกษาใบความรู้ที่ 18.2 เรอ่ื ง การจาลองการสร้างแขนกล 1. มคี วามรับผิดชอบ ซอ่ื สัตยแ์ ละมุ่งมั่นใน ด้วย tinkercad หรอื micro:bit เพ่ือจาลองการออกแบบการสรา้ งแขน การทางาน กลดว้ ยโปรแกรม tinkercad หรอื micro:bit ประมาณ 15-20 นาที 2. นกั เรียนรว่ มอภปิ รายเน้ือหาจากใบความรทู้ ี่ศกึ ษา โดยมีครูเปน็ ผู้อานวยการเรียนรู้ 3. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน ระดมความคดิ แลว้ รว่ มกนั ปฏิบตั ิ ใบงานท่ี 18.2 เร่ือง การจาลองการสรา้ งแขนกลด้วย tinkercad หรือ micro:bit โดยนาเสนอหน้าชัน้ เรียน กาหนดเวลาในการทากิจกรรม ประมาณ 5 -10 นาที โดยมคี รเู ป็นผ้กู ระตุน้ และเสรมิ แรง กิจกรรม ตั้งคาถามนาไปสกู่ ารออกแบบและประยุกตใ์ ช้ระบบแขนกล 1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันอภปิ รายถงึ ประเด็นแขนกลในการ กปารระปยรกุะตยกุ์ใชตใ้ ์ นชใ้งนางนาดน้าดน้าตนา่ตง่าๆงๆเชเชน่ น่ ดดา้ ้านนพพลลังังงงาาน สง่ิ แวดลล้ออ้ มมกกาารรเกเกษษตตรร ดา้ นอุตสาหกรรม การแพทย์ การทหาร ฯลฯ ทง้ั นน้ี ักเรียนอาจจะใช้ 964
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 18 เรื่อง การออกแบบชิน้ งาน ป 982 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรอ่ื ง วศิ วกรน้อย เวลา 2 ชัว่ โมง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ รายวิชา เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 เทคนิคในการระบุปัญหาดว้ ย 5W1H และวิเคราะห์สาเหตุและปัจจัย ของปัญหาด้วยแผนผงั กา้ งปลา กิจกรรม การรวบรวมข้อมลู และแนวคดิ ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั ปัญหา 2. หลังจากนกั เรยี นได้กาหนดปญั หาและขอบเขตทต่ี ้องการแกไ้ ข แล้ว ครูควรแนะนาใหน้ ักเรยี นทาการรวบรวมข้อมูลเพ่ือนามาใช้ ออกแบบแนวทางในการแก้ปัญหา โดยในการรวบรวมข้อมูลนนั้ ควรมี การกาหนดประเด็นในการรวบรวมใหช้ ัดเจนเพือ่ ใหไ้ ด้ข้อมูลท่ตี รงกบั ความตอ้ งการ จากนัน้ ครใู ห้นักเรยี นช่วยกันระดมความคิดเพื่อกาหนด ประเดน็ ในการรวบรวมข้อมลู ทสี่ มั พันธ์กบั ปัญหา 3. ครูให้คาแนะนาถงึ แนวทางในการรวบรวมข้อมลู แกน่ ักเรยี น เชน่ การสอบถามหรอื เชิญผ้เู ช่ยี วชาญมาให้ความรู้ การสบื คน้ จากเอกสาร บทความ งานวิจัย การศึกษาดงู านจากแหลง่ เรียนรู้ หรอื สถาน ประกอบการ รวมถึงแหล่งข้อมูลทีเ่ ก่ยี วข้องนวตั กรรมหรือช้ินงาน เช่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา 4. ครใู หค้ าแนะนาในการเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสยี ของช้นิ งานหรอื วธิ กี ารแก้ปัญหาท่ีมีอยู่ 5. นักเรยี นรวบรวมข้อมลู ตามประเด็นท่ีไดก้ าหนดไวข้ องกลุ่ม แล้ว สรุปข้อมลู ที่ได้ 965
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 18 เรอื่ ง การออกแบบช้นิ งาน ป 983 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง วิศวกรนอ้ ย รายวชิ า เทคโนโลยี เวลา 2 ช่ัวโมง ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 2 กิจกรรม การออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา 1. ครูแนะนาให้นกั เรยี นหลังจากรวบรวมข้อมลู และแนวคิดที่ เกี่ยวข้องกับปญั หามาประยุกตเ์ พ่อื ออกแบบแนวทางการแก้ปญั หา แนว หน่ึงทีช่ ว่ ยใหก้ ารออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหาที่ชัดเจน คือ การใช้เทคนิค จาแนก หน้าที่ และ คุณสมบัติ ทีจ่ าเป็นและควรมีต่อการออกแบบการ แกป้ ญั หาน้ัน 2. นกั เรยี นจาแนก หนา้ ที่ และ คุณสมบัติ ทีจ่ าเป็นและควรมตี อ่ การ ออกแบบวธิ กี ารแก้ปัญหาที่นักเรยี นสนใจ 3. ครูใหน้ กั เรียนออกแบบแนวทางในแกการป้ แัญกหป้ าญั ทหี่กาลทมุ่ กี่ สลนมุ่ ใจสนโใดจยใโชด้ยใช้ ขอ้ มลู ที่รวบรวมไว้โดยออกแบบ 2-3 แนวทางในแกากร้ปแญั ก้ปหญัา หแาล้วแใลห้ว้ให้ ตัดสินเลอื กแนวทางในการแก้ปัญหา โดยใชต้ ารางการตัดสิน โดย เปรยี บเทียบ ข้อดี ขอ้ ด้อย รวมท้งั ทรัพยากรทางเทคโนโลยีที่จาเปน็ ต่อ การนามาใชใ้ นการแกป้ ญั หาและเลอื กแนวทางทเี่ หมาะสมท่ีสุด กิจกรรม การวางแผน สร้างชิ้นงานและดาเนินการแก้ปญั หา 1. ครูแนะนานักเรยี นกถาึงกรสารส้างรช้า้นิงชงิน้านงาหนรหอื รพอื ฒั พนฒั านวิธาีกวธิารกี ตาราตมาทม่ีไดท้่ีได้ ออกแบบไว้ ควรมกี ารวางแผนอย่างเป็นลาดบั ขั้นตอน และมีการ กาหนดเปา้ หมายและเวลาในการดาเนนิ งานหรือผู้รับผิดชอบงานในแต่ ละขั้นตอนอย่างชดั เจน จากน้ันจึงลงมอื สร้างช้ินงานหรือพัฒนาวิธกี าร 966
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 18 เรอ่ื ง การออกแบบชิน้ งาน ป 984 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เร่ือง วศิ วกรนอ้ ย เวลา 2 ช่ัวโมง กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ รายวชิ า เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ตามทไ่ี ด้ออกแบบไว้ 2. นกั เรยี นปฏิบัตวิ างแผนการสร้างชิน้ งานหรอื พัฒนาวธิ กี าร แก้ปญั หาอย่างเป็นลาดบั ขนั้ ตอน ตามที่ได้ออกแบบแนวทางไว้ ในกรณี ทชี่ ิ้นงานตอ้ งใชเ้ วลาในการสรา้ งหรอื พัฒนาชน้ิ งาน ครูอาจให้นักเรยี น สรา้ งหรือพฒั นาชิน้ งานในลักษณะแบบจาลองจากชน้ิ งานจรงิ ได้ 1.1 กจิ กรรม การทดสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรงุ งาน 1. กรณีทน่ี ักเรียนได้สร้างช้ินงานหรอื วธิ ีการแก้ไขปัญหาเสร็จ ครูให้ นกั เรยี นทดสอบและประเมินผลการทางานของชนิ้ งานหรือวิธีการวา่ สามารถแก้ปัญหาตามทีไ่ ด้ระบไุ ว้หรือไม่ โดยใหน้ กั เรยี นฝกึ ตง้ั ประเด็น ในการทดสอบ ซงึ่ สอดคลอ้ งกับจุดประสงค์ของชน้ิ งานท่ีสร้างขน้ึ โดย อาจกาหนดในรูปแบบของแบบประเมินรายการรวมท้ังนาข้อมลู การ กเปารยีเปบรเยีทบียเบทขีย้อบดขี ้อขด้อีเขสอ้ยี ขเสอียงขผอลงิตผภลณั ติ ภฑัณ์ที่ผฑลท์ ิตผี่ เลพิต่ือเจพาอ่ื หจนำ�่าหยนเพา่ ย่ือเแพกื่อไ้ แขกไ้ ข ปญั หาน้นั ทไี่ ด้รวบรวมไว้มาร่วมประเมนิ ด้วย 2. นักเรียนกาหนดประเดน็ การประเมนิ ทดสอบและปรับปรงุ งาน 3. ครแู นะนาถงึ แนวทางในการปรบั ปรงุ ช้นิ งาน 4. ครูเสนอแนะให้นักเรยี นเตรียมการนาเสนอ เช่น การทาแผ่นพับ จดั ทา PowerPoint การทาโปสเตอร์ 967
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 18 เรอ่ื ง การออกแบบชิน้ งาน ป 985 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรือ่ ง วศิ วกรนอ้ ย รายวิชา เทคโนโลยี เวลา 2 ช่วั โมง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ข้ันสรปุ 1. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายสรุปผลกิจกรรมการเรียนรู้การ กแากรป้ แญัก้ปหัญาดห้วายด้วกยรกะรบะวบนวกนากราเรชเิงชวิงศิวิศววกกรรรมม 2. นักเรยี นสรปุ และบนั ทึกความรูท้ ไ่ี ด้รบั จากการเรยี นรู้ท่เี ป็น ประเดน็ สาคญั ลงในสมดุ เรยี น 968
986 969 การวดั และประเมินผล วธิ กี าร เครอื่ งมือท่ีใช้ เกณฑ์ ส่งิ ทต่ี ้องการวัด/ประเมนิ - ตรวจใบงานท่ี - แบบประเมินผลด้านความรู้ - นกั เรยี นทุกคนผ่าน ด้านความรู้ (K) 18.1 – 18.2 - ใบงานท่ี 18.1 เรอื่ ง ออกแบบ เกณฑ์ไมต่ ่ากว่า แขนกลด้วยกระบวนการ ร้อยละ 80 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) - สงั เกตพฤติกรรม ออกแบบเชิงวศิ วกรรมแขนกล การเรยี นรขู้ อง ดว้ ย tinkercad หรือ micro:bit - นกั เรียนทกุ คนผา่ น นกั เรียน - ใบงานที่ 18.2 เรื่อง จาลอง เกณฑ์ไมต่ ่ากวา่ ระบบกลไกไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ ร้อยละ 80 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) - แบบประเมนิ ผลดา้ น - นกั เรยี นทุกคนผา่ น กระบวนการคดิ วเิ คราะห์. เกณฑ์ไม่ต่ากวา่ ร้อยละ 80 - แบบประเมินผลด้าน คณุ ลักษณะเทยี บกับเกณฑ์
987 970 8. บันทกึ ผลหลังสอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................ ปัญหาและอุปสรรค .................................................................................................................................................................... ...... ข้อเสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข ........................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ......................................ผูส้ อน (.......................................................) วันท่ี......เดือน...............................พ.ศ............. 9. ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้บริหารหรอื ผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ........................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ......................................ผตู้ รวจ (.......................................................) วนั ที.่ .....เดือน...............................พ.ศ.............
988 971 ใบความรู้ท่ี 18.1 ออกแบบแขนกลดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม ระบบหุ่นยนต์ หรือแขนกล (Robotics or Robot arm System) คือหุ่นจาลองร่างกายมนุษย์ท่ีควบคุม การทางานด้วยเคร่ืองคอมพิวเตอร์ มีจุดประสงค์เพื่อให้ทางานแทนมนุษย์ในงานท่ีต้องการความเร็ว หรือเส่ียง อันตราย เชน่ แขนกลในโรงงานอุตสาหกรรม หรือหุ่นยนต์กู้ระเบดิ เปน็ ต้น การควบคุมหุ่นยนต์ มีองค์ประกอบ 3 อยา่ งทีจ่ ะตอ้ งทางานประสานกัน คือ 1. ตวั ปอ้ น (input) เป็นขอ้ มูลท่ีรับเข้าโดยผา่ น sensors ของหุน่ ยนต์ 2. โปรแกรม (program) เป็นคาสั่งหรือกฎตา่ งๆ ที่กาหนดให้หนุ่ ยนตป์ ฏิบัติงาน 3. ผลลัพธ์ (output) เป็นการทางานของหุ่นยนต์ ซ่ึงโดยปกติจะเป็นเร่ืองของการเคลื่อนไหว (ด้วยมอเตอร์) มีแสงหรือเสียงออกมา ลกั ษณะโครงสรา้ งของหุ่นยนต์ เน่ืองจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมได้รับการออกแบบสร้างขึ้นมาเพ่ือทาหน้าที่แทนคน ดังนั้น ลักษณะการ ออกแบบจึงมักจะเป็นส่วนบนของลาตัวมนุษย์ ประกอบด้วยหัวไหล่ แขน และมือ โดยปกติแล้วมักออกแบบเป็น แขนเดียว ในบางแบบได้ออกแบบให้แขนเคล่ือนที่อยู่บนทางเล่ือนได้ อาจจาแนกโครงสร้างของหุ่นยนต์ได้ 4 แบบ คอื 1. โครงสร้างคาร์ทีเซียน หรือฉาก (cartesian or rectangular) เป็นโครงสร้างท่ีประกอบด้วยส่วนต่างๆ ทว่ี างไวต้ ้งั ฉาก ซึ่งกันและกัน 3 สว่ น ซึ่งทาให้สามารถเคลื่อนท่ีไปยังจดุ ที่ตอ้ งการได้ 2. โครงสร้างทรงกระบอก (cylindrical) มแี ขนเกาะกับแกนกลางซง่ึ เป็นหลัก แขนน้นั สามารถเคล่ือนที่ขึ้น ลงหมุน รอบแกน และสามารถบดิ และหดได้ 3. โครงสร้างเชิงขั้ว (polar) มีลาตวั ท่ีบิดได้ มีแขนท่ีหมนุ และยดื หด ได้ 4. โครงสร้าง Revolute ทกุ แกนการเคลื่อนที่จะเป็นแบบหมนุ (Revolute) รปู แบบการเคล่ือนที่จะคลา้ ย กบั แขนคน ซ่ึงจะประกอบดว้ ย ช่วงเอว ท่อนแขนบน ท่อนแขนลา่ ง ข้อมือ การเคลื่อนท่ีทาให้ได้พืน้ ท่ี การทางาน อ้างอิง : https://cst.tsu.ac.th/courseonline/course/computer_it/AI/robot.html ประโยชน์ที่ไดร้ ับจากแขนกลหนุ่ ยนต์ 1.สามารถทางานตอ่ เนื่องได้ 24 ชัว่ โมง ท่ีเปน็ งานซ้า 2.มีความแน่นอน แม่นยา 3.จานวนช้นิ งานมากข้นึ 4.จานวนการผลิตเพิม่ ขึ้น 5.ประสิทธภิ าพการทางานดีขึ้น
989 972 ตวั อยา่ งการออกแบบระบบแขนกล อา้ งอิง: http://www.stepyourway.com/2018/07/10การควบคุมแขนกลเบอ้ื งต้น อ้างอิง: http://www.stepyourway.com/2018/07/10การควบคุมแขนกลเบอ้ื งต้น
973
974 991
992 975 ใบงานที่ 18.1 ออกแบบแขนกลด้วยกระบวนออกแบบเชงิ วิศวกรรม 1. การออกแบบระบบแขนกลเพ่อื สนองในกจิ กรรมด้าน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………… …………………………… 2. ภารกจิ ของแขนกลเพอ่ื …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……….………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………….……………………… 3. แนวคิดทีเ่ กย่ี วข้อง รายละเอยี ด จากการสบื ค้นขอ้ มลู หรอื ศึกษาเอกสาร ข้อมลู ดา้ น วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วศิ วกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244