843 826 8. บันทึกผลหลงั สอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................ ปญั หาและอปุ สรรค .................................................................................................................................................... ...................... ข้อเสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข ........................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ......................................ผสู้ อน (.......................................................) วันที่......เดือน...............................พ.ศ............. 9. ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารหรือผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย ........................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ......................................ผตู้ รวจ (.......................................................) วนั ท่ี......เดือน...............................พ.ศ.............
827 ต ด ต ลเลอรห์ ลัก
845 828 • NXP/Freescale MAG3110 เป็นเซ็นเซอร์ทิศทางแบบ 3 แกน 3-axis magnetometer เชื่อมต่อผ่าน I2C • คอนเนคเตอร์ Micro USB สาหรบั จ่ายไฟและตอ่ คอมพวิ เตอร์เพื่ออัพปโหลดดโโปปรรแแกกรรมม • คอนเนคเตอร์ Battery แบบ JST รองรับแรงดนั กระแสตรง 3 โวลต์ • หลอด LED 25 ดวง (5x5) เรยี งเปน็ อาเรย์ 5 แถว แถวละ 5 ดวง • คอนเนคเตอร์ 25-pin บนขอบ PCB สองดา้ น เป็นขาสญั ญาณตา่ งๆ ดงั น้ี - 3V - GND - PWM จานวน 2 หรือ 3 ขา แล้วแต่การกาหนดคา่ - GPIO จานวน 6 ถงึ 17 ขา แล้วแต่การกาหนดค่า - Analog Input จานวน 6 ขา - Serial I/O - SPI - I2C - ปมุ่ กดสาหรับผใู้ ช้งานโปรแกรมไดจ้ านวน 2 ปุ่ม - ปุ่มรเี ซต็ 1 ปุ่ม ฟีเจอร์และเซน็ เซอรต์ า่ งๆ ในบอร์ด LED L คอื Light (แสง) E คอื Emitting (เปล่งประกาย) D คือ Diode (ไดโอด) เมอ่ื นาท้ัง 3 คามามารวมกันจะมคี วามหมายวา่ “ไดโอดท่ีสามารถเปลง่ แสงได้”
829
830
831 การบอกทศิ ทาง ใชช้ ิพ NXP/Freescale MAG3110 สอ่ื สารผา่ นทาง I2C Interface
832
850 833 การเขยี นโปรแกรมบนบอร์ด micro:bit บอร์ด micro:bit เป็นบอร์ดไมโครคอนโทรเลอร์ชนิดหน่ึงท่ีถือว่า “มีความยืดหยุ่นในการพัฒนา โปรแกรมสูง” เพราะว่าบอร์ด micro:bit รองรับการพัฒนาโปรแกรมได้หลายภาษา ไม่ว่าจะเป็น JavaScript Block Editor, ภาษา Python และ ภาษา C/C++ ผูใ้ ช้งานสามารถเลือกพัฒนาโปรแกรมไดต้ ามรูปแบบภาษา ท่ี ต น เอ งถ นั ด โ ด ย ใน แ ต่ ล ะ ภ า ษ า ที่ ใช้ ใน ก า ร พั ฒ น า โป ร แ ก ร ม น้ั น จ ะ มี ค ว า ม ย า ก ง่า ย แ ต ก ต่ า งกั น ไป สาหรับโปรแกรมที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมลงบนบอร์ด micro:bit ส่วนใหญ่จะเป็น Online Editor สามารถเรียกใช้งานผ่าน Internet Browser (Google Chrome, Chromium, Microsoft Edge, Mozilla Firefox, Safari) ที่ติดต้ังอยู่บนเคร่ืองคอมพิวเตอร์ได้ทันที ข้อดีของโปรแกรมแบบนี้คือไม่จาเป็นต้องติดตั้ง โปรแกรมเพ่ิมเตมิ ใน Editor บางตวั สามารถแชร์ตัวอยา่ งโค้ตดท่ีเขียนได้เป็น link ได้ สามารถใชง้ านไดใ้ นหลาย แพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นท้ัง Windows OS, Mac OS, Linux OS และยังรองรับการใช้งานบน สมาร์ทโฟนและแทบ็ เลท็ต(Android, iOS) ได้อีกดว้ ย
851 834 ใบงานที่ 11.1 โปรแกรมลูกเต๋า 1. ใหน้ กั เรียนเขยี นโปรแกรมลูกเต๋า โดยใชก้ ารเขยา่ micro:bit เปน็ การนาเขา้ (input) แสดงผลออกมาแบบ สุ่มจากเลข 1 - 6 Blocks JavaScript 2. อธิบายลาดับขนั้ การทางานเชงิ ระบบ นาเขา้ ข้อมลู (Input) กระบวนการ (Process) แสดงผลหรือการสัง่ งาน (Output)
852 835 เฉลยใบงานท่ี 11.1 โปรแกรมลกู เตา๋ 1. ให้นกั เรยี นเขียนโปรแกรมลูกเต๋า โดยใชก้ ารเขยา่ micro:bit เป็นการนาเขา้ (input) แสดงผลออกมาแบบ สุม่ จากเลข 1 - 6 Blocks JavaScript input.onGesture(Gesture.Shake, function () { basic.showNumber(Math.randomRange(1, 6)) }) 2. อธิบายลาดับขัน้ การทางานเชงิ ระบบ นาเขา้ ข้อมูล (Input) กระบวนการ (Process) แสดงผลหรอื การสง่ั งาน (Output) การเขยา่ micro:bit กระบวนการส่มุ ตวั เลขจาก 1 ถงึ 6 แสดงผลตวั เลขทไ่ี ดจ้ ากการสุ่ม ผา่ นหนา้ จอแสดงผล
853 836 ใบงานท่ี 11.2 โปรแกรมควบคมุ ผา่ นสวิตซแ์ ละการใช้ Extension 1. จงเขียนโปรแกรมโดยใช้สวติ ซ์ควบคมุ การแสดงผลดังน้ี กดสวติ ซ์ A แสดงอุณหภมู หิ ้อง ณ ปจั จบุ ัน กดสวติ ซ์ B แสดงระดับแสงของหอ้ ง ณ ปจั จุบนั กด A และ B พร้อมกัน ใหแ้ สดงขอ้ ความ Hello Blocks JavaScript 2. ดาวน์โหลด Extension : Neopixel แล้วเขียนคาสัง่ ให้แสดงผลดงั นี้ แสดงผลไฟวิง่ จากดา้ นซา้ ยไปขวา โดยกาหนดสีของไฟแสดงผลตามตอ้ งการ Blocks JavaScript
854 837 เฉลยใบงานที่ 11.2 โปรแกรมควบคุมผ่านสวิตซ์และการใช้ Extension 1. จงเขยี นโปรแกรมโดยใชส้ วิตซ์ควบคุมการแสดงผลดงั นี้ กดสวิตซ์ A แสดงอุณหภมู ิหอ้ ง ณ ปจั จบุ นั กดสวติ ซ์ B แสดงระดับแสงของหอ้ ง ณ ปจั จบุ ัน กด A และ B พร้อมกนั ให้แสดงข้อความ Hello Blocks JavaScript basic.forever(function () { if (input.buttonIsPressed(Button.A)) { basic.showString(\"\" + input.temperature()) } else if (input.buttonIsPressed(Button.B)) { basic.showString(\"\" + input.lightLevel()) } else if (input.buttonIsPressed(Button.AB)) { basic.showString(\"Hello!\") } }) 2. ดาวนโ์ หลด Extension : Neopixel แลว้ เขยี นคาส่ังให้แสดงผลดงั นี้ แสดงผลไฟว่ิงจากด้านซ้ายไปขวา โดยกาหนดสีของไฟแสดงผลตามตอ้ งการ Blocks JavaScript let item: neopixel.Strip = null item = neopixel.create(DigitalPin.P0, 8, NeoPixelMode.RGBW) item.setBrightness(200) item.showRainbow(1, 360) item.show() basic.pause(500) basic.forever(function () { item.rotate(1) item.show() }) หมายเหตุ มีไฟล์ video ตัวอยา่ ง ชอ่ื 11_1_Extension_Neopixel.mp4
855 838 แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผเู้ รยี น ด้านความรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 11 เรอ่ื ง รู้จักไมโครบตทิ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรื่อง นักออกแบบระบบ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา เทคโนโลยี 2 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2 รายการประเมนิ เลขที่ ชอ่ื -สกลุ บอกหลักการทางาน เข้าใจกระบวนการ ของไมโครบตทิ ได้ ทางานของไมโครบทิต 1 2 3 4 5 เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ 4 คะแนน ระดับ 4 ดีมาก (………….…………………………………….) 3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครูผูส้ อน 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรับปรงุ *เกณฑ์การผา่ น ระดับ 2 ขึน้ ไป
856 839 แบบบันทึกการประเมินผู้เรียน ด้านทักษะและกระบวนการ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 11 เร่ือง รจู้ กั ไมโครบตทิ หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 เรอ่ื ง นกั ออกแบบระบบ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี 2 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 เลขท่ี ชื่อ-สกลุ รายการประเมิน เขยี นโปรแกรมควบคมุ ไมโครบิทต 1 2 ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 3 4 ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน 5 (………….…………………………………….) ครผู ู้สอน เกณฑ์การให้คะแนน 4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก 3 คะแนน ระดับ 3 ดี 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรงุ *เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 ขึ้นไป
857 840 แบบบนั ทึกการประเมนิ ผ้เู รยี น ดา้ นคุณลักษณะ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 11 เรื่อง รูจ้ ักไมโครบติท หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง นักออกแบบระบบ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา เทคโนโลยี 2 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 รายการประเมิน เลขที่ ช่ือ-สกลุ การแกไ้ ข มีความ ซอื่ สตั ย์ มุง่ มัน่ ใน ทางาน ปญั หา รบั ผดิ ชอบ เปน็ ทมี 1 การ 2 อย่างเปน็ ทางาน 3 ระบบ 4 5 เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมิน 4 คะแนน ระดับ 4 ดีมาก (………….…………………………………….) 3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครผู ้สู อน 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรุง *เกณฑ์การผ่าน ระดับ 2 ขึน้ ไป
858 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 เร่อื ง ระบบอตั โนมตั ิด้วยไมโครบตทิ ด หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง นักออกแบบระบบ เวลา 2 ชว่ั โมง กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ รายวชิ า เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ขอบเขตเน้อื หา 1. การพฒั นาระบบอัตโนมัติ กจิ กรรมการเรยี นรู้ สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ 2. การพัฒนาระบบอัตโนมตั ิดว้ ยไมโครบิทต ข้ันนา -เว็บไซต์เขียนโปรแกรมบอรด์ micro:bit จุดประสงค์การเรียนรู้ ดา้ นความรู้ 1. นกั เรยี นร่วมกนั ทบทวนองค์ความรู้เกี่ยวกบั การเขยี นคาส่งั https://makecode.microbit.org/ 1. บอกหลักการพัฒนาระบบอตั โนมัตไิ ด้ ควบคุมไมโครบตทิ - ใบความร้ทู ่ี 12.1 เรอื่ งพัฒนาระบบอัตโนมตั ิดว้ ย 2. อธบิ ายวิธีการพฒั นาระบบอตั โนมัตดิ ว้ ย 2. ครูยกตวั อย่างการนา micro:bit ไปประยุกตใ์ ช้งานและพฒั นา ไมโครบติท ไมโครบิทตได้ เปน็ ระบบอัตโนมตั จิ ากเว็บไซต์ https://makecode.microbit.org ภาระงาน/ช้นิ งาน 3. เขยี นคาส่งั ควบคุมไมโครบตทิ ในการพัฒนา - ใบงานท่ี 12.1 เรอ่ื งพฒั นาระบบอตั โนมัตดิ ว้ ยไม ระบบอตั โนมตั ิได้ 3. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ จะพฒั นาระบบอัตโนมัติ ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ โครบติท ด้วยไมโครบติทอยา่ งไรไดบ้ า้ ง 1. กระบวนการวิทยาศาสตร์ ขัน้ สอน 2. กระบวนการสืบค้นข้อมูล 3. ทกั ษะการคิด การสื่อสาร 1. ครสู าธิตวธิ กี ารพฒั นาระบบอัตโนมตั ิ เช่น “ระบบปิดเปดิ ไฟ 4. ทกั ษะการแกป้ ญั หา ICT ตามระดับแสง” ระบบเปิดปดิ พดั ลม(มอเตอร)์ ตามระดับอุณหภมู ิ หรือระบบควบคุมเซอร์โวมอเตอร์ 2. นกั เรียนปฏบิ ตั ติ ามขั้นตอนท่คี รสู าธติ และทดลองคาสัง่ อน่ื ๆ ตามทีส่ นใจจากใบความรู้ท่ี 12.1 เรื่องพฒั นาระบบอัตโนมัตดิ ว้ ยไม โครบตทิ เป็นเวลา 15 นาที 841
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 12 เร่อื ง ระบบอัตโนมตั ดิ ้วยไมโครบิทต ด 859 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง นกั ออกแบบระบบ รายวชิ า เทคโนโลยี เวลา 2 ชัว่ โมง ด้านคุณลกั ษณะ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 1. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ 3. นกั เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละไม่เกิน 3 คน ประชุมและปรึกษากันใน 2. มีวนิ ยั กลมุ่ เกย่ี วกบั ระบบอตั โนมัตทิ ี่ต้องการทา 3. ใฝเ่ รียนรู้ 4. ม่งุ ม่ันในการทางาน 4. ครใู ห้เวลานกั เรียนแต่ละกลุ่มพัฒนาระบบอตั โนมตั ขิ องตนเอง เป็นเวลา 40 นาที โดยใช้อปุ กรณแ์ ละเครื่องมือท่ีมีอยู่ในห้องเรียน เท่าน้นั และนกั เรยี นสามารถใช้กระดาษ ฟิวเจอร์บอรด์ หรอื วสั ดุ อื่นๆ ประดิษฐเ์ ป็นแบบจาลองอย่างงา่ ยได้ 5. นักเรยี นแต่ละกล่มุ สรุปแนวคิดระบบอตั โนมตั ิของตนเองลงใน ใบงานที่ 12.1 เรือ่ งพัฒนาระบบอตั โนมตั ดิ ้วยไมโครบทิต 6. แตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลงานของตนเอง ขัน้ สรปุ 1. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปเน้อื หารว่ มกนั 2. นกั เรียนสรุปและบนั ทึกเนื้อหาการเรยี นรู้ท่ีสาคญั ลงในสมดุ เรียน 842
860 843 การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี าร เครือ่ งมอื ทีใ่ ช้ เกณฑ์ สิ่งทตี่ ้องการวดั /ประเมนิ ทางานใบงานที่ 12.1 ใบงานที่ 12.1 เรอื่ ง ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 80 เรือ่ งพฒั นาระบบ พัฒนาระบบอัตโนมัติ ดา้ นความรู้ อตั โนมัติด้วยไมโครบทิต ดว้ ยไมโครบิทต 1. บอกหลกั การพฒั นาระบบ การตอบคาถาม แบบบนั ทึกพฤติกรรม ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 80 อตั โนมตั ิได้ การเรียน 2. อธิบายวิธกี ารพัฒนาระบบ สังเกตการณท์ างาน แบบสงั เกตการณท์ างาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 กลุ่ม กล่มุ อตั โนมัติด้วยไมโครบติทได้ 3. เขียนคาสงั่ ควบคุมไมโครบตทิ ในการพัฒนาระบบอตั โนมัติได้ ดา้ นทักษะและกระบวนการ 1. กระบวนการวิทยาศาสตร์ 2. กระบวนการสืบค้นข้อมูล 3. ทักษะการคิด การสื่อสาร 4. ทกั ษะการแกป้ ัญหา ICT ดา้ นคุณลักษณะ 1. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ 2. มวี ินัย 3. ใฝ่เรยี นรู้ 4. มง่ มั่นในการทางาน
861 844 8. บนั ทึกผลหลังสอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................ ปัญหาและอปุ สรรค ............................................................................................................................. ............................................. ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข ............................................................................................................................................................ ............... ลงช่ือ ......................................ผสู้ อน (.......................................................) วนั ที่......เดือน...............................พ.ศ............. 9. ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารหรอื ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ............................................................................................................................................ ............................... ลงช่ือ ......................................ผู้ตรวจ (.......................................................) วนั ท่.ี .....เดือน...............................พ.ศ.............
862 845 ใบความร้ทู ี่ 12.1 พฒั นาระบบอัตโนมัติด้วยไมโครบตทิ ตัวอย่างระบบอัตโนมัติส่ังการมอเตอร์ที่ต่อกับ Pin1 โดยกาหนดให้ตรวจสอบอุณหภูมิ ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาให้มอเตอร(์ พดั ลม) ทางาน และถ้าอณุ หภมู ิต่ากวา่ 30 องศา ใหม้ อเตอร(์ พัดลม) หยดุ ทางาน Blocks JavaScript basic.forever(function () { if (input.temperature() > 30) { pins.digitalWritePin(DigitalPin.P0, 1) basic.showString(\"Tune On\") } else { pins.digitalWritePin(DigitalPin.P0, 0) basic.showString(\"Tune Off\") } }) ตวั อยา่ งระบบอตั โนมตั สิ ่งั การหลอดไฟท่ีต่อกับ Pin1 โดยกาหนดใหต้ รวจสอบระดบั ความสว่าง ถา้ ความสว่าง นอ้ ยกวา่ 50 ให้เปดิ ไฟ แต่ถา้ ความสว่างมคี ่าต้ังแต่ 50 ข้ึนไปให้ปดิ ไฟ Blocks JavaScript basic.forever(function () { if (input.lightLevel() < 50) { pins.digitalWritePin(DigitalPin.P0, 1) basic.showString(\"Open Light\") } else { pins.digitalWritePin(DigitalPin.P0, 0) basic.showString(\"Close Light\") } })
863 846 การควบคมุ เซอรโ์ วมอเตอร์ คาสั่งควบคมุ servo โดย servo จะมีหมนุ ตามทิศทางของ micro:bit Blocks JavaScript pins.servoSetPulse(AnalogPin.P0, 1500) pins.servoWritePin(AnalogPin.P0, 0) basic.forever(function () { pins.servoWritePin(AnalogPin.P0, input.compassHeading()) basic.pause(3000) }) รปู แบบการเชอ่ื มตอ่ อุปกรณ์
864 847 ใบงานท่ี 12.1 พฒั นาระบบอัตโนมัติด้วยไมโครบตทิ สมาชกิ กลุ่ม 3…………………………………………………………….. 1………………………………………………………………. 4……………………………………………………………. 2……………………………………………………………… ชื่อสงิ่ ประดษิ ฐ์....................................................................................................................................................... วัตถุประสงค.์ ........................................................................................................................................................ หลักการทางานของสงิ่ ประดษิ ฐ์ (สามารถวาดเปน็ แผนภาพพร้อมคาอธบิ าย) หลกั การทางาน ............................................................................................ .................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................
865 848 เฉลยใบงานที่ 12.1 พัฒนาระบบอัตโนมตั ิด้วยไมโครบตทิ สมาชิกกลุ่ม 1………………………………………………………………. 3…………………………………………………………….. 2……………………………………………………………… 4……………………………………………………………. ชอ่ื ส่ิงประดิษฐ์....................................................................................................................................................... วัตถุประสงค์......................................................................................................................................................... หลักการทางานของสิ่งประดษิ ฐ์ (สามารถวาดเป็นแผนภาพพร้อมคาอธิบาย) พจิ ารณาความถูกต้อง และความเหมาะสมในการออกแบบแผนภาพ หลักการทางาน พจิ ารณาความสมั พนั ธ์และการอธิบายการทางานของระบบทสี่ อดคล้องกบั แผนภาพ
866 849 แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผู้เรยี น ดา้ นความรู้ แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 12 เร่ือง ระบบอัตโนมัตดิ ้วยไมโครบิทต หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรื่อง นกั ออกแบบระบบ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี 2 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 เลขที่ ช่อื -สกุล บอกหลักการ รายการประเมิน เขียนคาสง่ั ควบคมุ ไม พัฒนาระบบ อธบิ ายวธิ กี ารพัฒนา โครบทิตในการพฒั นา 1 อัตโนมัตไิ ด้ ระบบอตั โนมัติด้วย ระบบอตั โนมัติได้ 2 3 ไมโครบิทตได้ 4 5 เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ 4 คะแนน ระดับ 4 ดีมาก (………….…………………………………….) ครผู ู้สอน 3 คะแนน ระดับ 3 ดี 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรุง *เกณฑ์การผ่าน ระดับ 2 ขน้ึ ไป
867 850 แบบบันทกึ การประเมินผเู้ รยี น ดา้ นทักษะและกระบวนการ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 12 เรอ่ื ง ระบบอัตโนมตั ิด้วยไมโครบิทต หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 เรือ่ ง นักออกแบบระบบ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา เทคโนโลยี 2 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 เลขท่ี ชื่อ-สกุล กระบวนการ รายการประเมนิ ทกั ทษักะษกะาร วทิ ยาศาสตร์ กาแรกแป้ กัญป้ ัญหาหา 1 กระบวนการ ทกั ษะการคิด 2 สืบค้นขอ้ มลู การสอื่ สาร IICCTT 3 4 ลงชือ่ ...................................................ผ้ปู ระเมนิ 5 (………….…………………………………….) ครผู สู้ อน เกณฑ์การให้คะแนน 4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก 3 คะแนน ระดับ 3 ดี 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรงุ *เกณฑ์การผ่าน ระดบั 2 ข้นึ ไป
868 851 แบบบันทึกการประเมนิ ผ้เู รียน ดา้ นคณุ ลักษณะ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12 เรื่อง ระบบอัตโนมัติด้วยไมโครบทิต หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 เรื่อง นกั ออกแบบระบบ กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา เทคโนโลยี 2 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 เลขที่ ชอ่ื -สกุล ซอื่ สัตย์ รายการประเมิน ม่งุ มมุ่งัน่ มใ่ันนในการ สจุ ริต มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ กาทราทง�ำ างนาน 1 2 3 4 5 เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน 4 คะแนน ระดับ 4 ดีมาก (………….…………………………………….) 3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครผู ู้สอน 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรงุ *เกณฑ์การผ่าน ระดบั 2 ขึ้นไป
869 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 13 เรื่อง ออกแบบระบบด้วย Tinkercad ด หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 เรื่อง นักออกแบบระบบ เวลา 2 ชั่วโมง กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ รายวิชา เทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ขอบเขตเนือ้ หา กิจกรรมการเรียนรู้ สอื่ /แหล่งเรียนรู้ 1. พชี คณติ บลู ีนเบื้องต้นสำหรบั กำรใช้ ขนั้ นา - เว็บไซตจ์ ำลองระบบ Tinkercad งำนในกำรเขยี นโปรแกรมโดยใชต้ รรกะและ 1. ครูใหน้ ักเรยี นดวู ดี ิโอกำรทำงำนของระบบอัตโนมัตเิ ก่ียวกบั แผงโซล่ำ www.tinkercad.com ฟังกช์ นั เซลล์ท่หี มุนตำมแสงพระอำทิตย์ เมือ่ นักเรยี นดวู ดี ีโอจบ ครูใช้คำถำมเพ่ือ - คลปิ วดี โิ อกำรทำงำนของระบบอตั โนมัตเิ ก่ยี วกบั 2. กำรเขียนโปรแกรมควบคุมฟังก์ชัน เช่ือมโยงสู่บทเรียนดงั ต่อไปนี้ แผงโซล่ำเซลลท์ ห่ี มนุ ตำมแสงพระอำทติ ย์ เสยี ง โดยใช้ Tinkercad - ทำไมระบบอตั โนมัติ ถึงสำมำรถรบั รู้ และตอบสนองกำรทำงำนได้อย่ำง https://www.youtube.com/watch?v=- ชำญฉลำด? (ครอู ำจยกตัวอย่ำง : เพรำะมหี นว่ ยประมวลผล มกี ำรตรวจสอบ f6FthqPwog ตเงร่ือวนจไสขอเชบงิ ตเงรอื่ รนกไะขเปช็นงิ ตร้นร)กะ เป็นต้น) - ใบควำมรู้ 13.1 เรอื่ ง ตรรกะและฟงั กช์ ันใน ขน้ั สอน Tinkercad 1. นกั เรยี นศึกษำเรื่อง ตรรกะและฟังก์ชัน ในส่ือทค่ี รูนำเสนอประมำณ ภาระงาน/ชนิ้ งาน 15 – 20 นำที - ใบงำนท่ี 13.1 เร่อื ง ตรรกะและฟงั ก์ชันใน 2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มอภปิ รำยจำกเนื้อหำทน่ี กั เรยี นศึกษำ Tinkercad 3. นกั เรียนจบั คู่ กจิ กรรมใบงำนที่ 13.1 เร่อื ง ตรรกะและฟังก์ชนั ใน - ใบงำนที่ 13.2 เร่ือง กำรนำเสนอโฟล์วชำร์ต Tinkercad ฟงั กช์ นั เสียง 4. นกั เรยี นนำเสนอ กิจกรรมตำมใบงำนท่ี 13.2 เรื่อง กำรนำเสนอ สถานท:่ี หอ้ งคอมพิวเตอรท์ ี่เชือ่ มต่ออินเตอรเ์ น็ต โฟล์วชำร์ตฟังกช์ นั เสียง (อำจสุ่มนำเสนอหน้ำชน้ั เรยี น เพ่ือใหน้ กั เรยี นแต่ ละกลุ่มแลกเปล่ียนเรียนรแู้ นวคิดร่วมกนั ) 852
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 13 เร่อื ง ออกแบบระบบดว้ ย Tinkercad ด 870 เร่ือง นกั ออกแบบระบบ หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 รายวชิ า เทคโนโลยี เวลา 2 ช่วั โมง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ข้ันสรุป จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรุปเนือ้ หำร่วมกัน ด้านความรู้ 2. นักเรียนสรุปและบนั ทกึ เนื้อหำกำรเรียนรู้ทสี่ ำคัญลงในสมุดเรยี น 1. อธิบำยกำรทำงำนโปรแกรมคำสงั่ เสยี ง ทำงตรรกะพร้อมท้งั เขยี น flowchart เพ่ือ แสดงกำรทำงำนของโปรแกรมท่อี อกแบบไว้ ดา้ นทักษะและกระบวนการ 1. สำมำรถใช้คำสง่ั ใน Arduino IDE สั่งงำนเสียงโดยใชฟ้ งั ก์ชนั คำสง่ั เสยี งตำม ตรรกะท่ีใหไ้ ว้ ดา้ นคณุ ลักษณะ 1. มีเจตคติที่ดีตอ่ กำรออกแบบและเขยี น โปรแกรม 2. มีควำมรับผิดชอบ ซื่อสัตย์และมุ่งม่นั ในกำรทำงำนเปน็ ทีม 853
871 854 การวัดและประเมินผล สงิ่ ท่ีต้องการวดั วิธีการ เครอื่ งมือที่ใช้ เกณฑ์ 1. ดา้ นความรู้ (K) 1. อธบิ ำยกำรทำงำน 1. ใบงำนท่ี 13.1 - แบบประเมินกำรคดิ - นักเรยี นทกุ คนผำ่ น โปรแกรมคำสั่งเสยี งทำงตรรกะ เรือ่ ง ตรรกะและ วิจำรณญำณ เกณฑ์ไม่ต่ำกว่ำร้อยละ พร้อมทง้ั เขียน flowchart เพอ่ื ฟงั ก์ชันใน -แบบสงั เกตพฤติกรรม 80 แสดงกำรทำงำนของโปรแกรมท่ี Tinkercad -แบบประเมินกำรคิด ออกแบบไว้ 2. ใบงำนท่ี 13.2 วิเครำะห์ 2. สำมำรถใช้คำสงั่ ใน เรอ่ื ง กำรนำเสนอผงั -แบบประเมินผังมโน Arduino IDE ส่งั งำนเสียงโดย งำน (flowchart) ทัศน์ ใชฟ้ งั ก์ชันคำสงั่ เสยี งตำมตรรกะ ฟังกช์ ันเสยี ง -แบบประเมินกำรทำงำน ทใ่ี ห้ไว้ กล่มุ 2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ผลด้ำน - นกั เรยี นทกุ คนผ่ำน 1. ทักษะในกำรทำงำน กำรเรียนรูข้ อง กระบวนกำรเรียนรเู้ ทยี บ เกณฑ์ไม่ต่ำกวำ่ ร้อยละ ร่วมกนั นักเรยี น กบั เกณฑ์ 80 2. ทกั ษะกำรคดิ วเิ ครำะห์ 3. ทักษะกำรส่ือสำร 4. ทกั ษะกำรคิดอยำ่ งมี วจิ ำรณญำณ 5. ทกั ษะควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ 3. ด้านคุณลกั ษณะ (A) - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมินผล - นักเรียนทุกคนผำ่ น 1. ซอ่ื สัตย์สุจริต ของนักเรียน ด้ำนคณุ ลกั ษณะอันพงึ เกณฑ์ไม่ต่ำกวำ่ รอ้ ยละ 2. มีวินยั ประสงค์เทียบกบั เกณฑ์ 80 3. ใฝเ่ รยี นรู้ 4. มงุ่ ม่ันในกำรทำงำน
872 855 8. บนั ทกึ ผลหลงั สอน ผลกำรเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ................................................ ปัญหำและอุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. ขอ้ เสนอแนะและแนวทำงแก้ไข ............................................................................................................................. .............................................. ลงชอื่ ......................................ผ้สู อน (.......................................................) วันท.ี่ .....เดอื น...............................พ.ศ............. 9. ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารหรอื ผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย ............................................................................................................................. .............................................. ลงช่อื ......................................ผู้ตรวจ (.......................................................) วนั ท่.ี .....เดอื น...............................พ.ศ.............
873 856 ใบความรู้ 13.1 เร่อื ง ตรรกะและฟงั ก์ชันใน Tinkercad ตรรกศาสตร์ เป็นวิชำที่ว่ำด้วยควำมนึกคิดอย่ำงเป็นระบบ ปรำชญ์ทั่วไปจึงมีควำมเห็นร่วมกันว่ำ ตรรกศำสตร์ คือ วิชำว่ำดว้ ย กำรใชก้ ฎเกณฑ์ หรือ กำรศกึ ษำระบบข้อเท็จจรงิ ให้ตรงกบั ควำมเช่ือ (อ้ำงอิงจำก : https://sites.google.com/site/computersystemandarchitecture/home/2) ตวั เช่อื มประพจน์ในตรรกศาสตร์ท่นี ยิ มใชใ้ นภาษาซี 1 ตวั เช่ือม หรือ (||) OR กำรใช้เงอื่ นไขน้ีในตำรำงค่ำควำมจริงจะเปน็ จริงหมด ยกเว้นทุกเง่ือนไขที่เป็นเท็จถึงจะไดค้ ำตอบในตำรำงค่ำ ควำมจริงเป็นเทจ็ ดงั ตำรำงค่ำควำมจรงิ ต่อไปน้ี เงือ่ นไขท่ี 1 เง่ือนไขท่ี 2 คำตอบค่ำควำมจริง จรงิ (1) จริง (1) จรงิ (1) จรงิ (1) เท็จ (0) จริง (1) เท็จ (0) จรงิ (1) จริง (1) เทจ็ (0) เท็จ (0) เทจ็ (0) 2 ตวั เชื่อม หรือ (&) AND กำรใช้เง่ือนไขน้ีในตำรำงคำ่ ควำมจรงิ จะเปน็ จรงิ หมด ก็ต่อเม่ือทกุ เง่ือนไขย่อยต้องเป็นจริงทั้งหมด ดงั ตำรำงค่ำควำมจรงิ ต่อไปนี้ เงือ่ นไขที่ 1 เงือ่ นไขที่ 2 คำตอบค่ำควำมจริง จริง (1) จรงิ (1) จรงิ (1) จริง (1) เทจ็ (0) เทจ็ (0) เท็จ (0) จริง (1) เทจ็ (0) เทจ็ (0) เทจ็ (0) เท็จ (0) 3. กำรประยุกต์ใชฟ้ งั ก์ชันเสยี งใน Tinkercad กำรใช้ Tinkercad ในกำรทำเสยี งดนตรีออกมำ เรำสำมำรถประยุกตใ์ ชไ้ ด้กับลำโพงเปียโซ โดยรปู แบบกำร กใชาร้งใำชนง้ จาะนเจปะ็นเปดน็ งั ดนังี้ นี้ tone (หมำยเลขพอรต์ , ควำมถ่ีเสียง, ควำมยำวเสียง) ; ซงึ่ กำรใชง้ ำนจะเปน็ ไปตำมตัวอย่ำงท่ี 1
874 857 ตวั อยา่ งท่ี 1 int snd = 8 ; // ตงั้ ค่ำเสียง snd เปน็ พอรต์ ท่ี 8 void setup() { tone(snd, 660, 3000); // เรยี กใชฟ้ งั ก์ชนั tone(ชอื่ พอรต์ snd,ควำมถี่เสยี ง,ควำมยำวเสียง); } void loop() { } กำรใชง้ ำนคำสัง่ เสยี งในโปรแกรม Tinkercad 1. ข้อมูลอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์ที่ใชใ้ นกำรต่อวงจร รปู อปุ กรณ์ ชอ่ื อุปกรณ์ ขาสญั ญาณทต่ี ่อ Arduino Uno/ชนดิ สัญญาณ Piezo ขำ 8 2. ต่ออปุ กรณด์ ังรูปท่ี 1 รูปที่ 1 ภำพแสดงกำรต่อวงจรประกอบตวั อย่ำงที่ 1 ใน tinkercad.com 3. นำตวั อย่ำง code ตัวอย่ำงที่ 1 ไปวำงใน Code ---> Text ดงั รปู ท่ี 2 รปู ที่ 2 ภำพแสดงกำรนำ Code ในตวั อยำ่ งท่ี 1 มำใชใ้ น tinkercad.com
875 858 ผลการทางานของโปรแกรม : เม่อื โปรแกรมทำงำนโปรแกรมจะปรำกฏเสยี งทีค่ วำมถ่ี 660 Hz ควำมยำวเสยี ง 3 วนิ ำที - หำกต้องกำรแต่งเป็นเพลงสำมำรถดัดแปลง Code เป็นเพลงโดยใช้ตัวโน้๊ต เรำสำมำรถประยุกต์ใช้ได้ ดงั ตัวอยำ่ ง 2 ต่อไปนี้ ช่ือโนต๊ ควำมถเ่ี สียง โน๊ต โด 465 Bb เร 519 C มี 572 D ฟำ 625 Eb ซอล 694 F ลำ 763 G ที 816 Ab ตัวอย่างที่ 2 กำรเล่นโน้ต๊ เสียงดนตรี int snd = 8 ; // ตงั้ ค่ำ snd เปน็ พอรต์ ที่ 8 void setup() { tone(snd, 465, 100); // เสยี งโด delay(500); // หน่วงเวลำ 0.5 วนิ ำที tone(snd, 519, 100); // เสยี งเร delay(500); // หน่วงเวลำ 0.5 วินำที tone(snd, 572, 100); // เสยี งมี delay(500); // หนว่ งเวลำ 0.5 วินำที tone(snd, 625, 100); // เสยี งฟำ delay(500); // หน่วงเวลำ 0.5 วนิ ำที tone(snd, 694, 100); // เสียงซอล delay(500); // หนว่ งเวลำ 0.5 วินำที tone(snd, 763, 100); // เสยี งลำ delay(500); // หนว่ งเวลำ 0.5 วนิ ำที tone(snd, 816, 100); // เสียงที delay(500); // หน่วงเวลำ 0.5 วนิ ำที } void loop (){ }
876 859 รปู ที่ 3 ภำพแสดงกำรนำ Code ในตัวอยำ่ งท่ี 2 มำใชใ้ น tinkercad.com 4. กำรประยกุ ต์ใช้คำส่ังเสยี งตำมเง่ือนไขทำงตรรกะ 4.1 กำรใช้เงื่อนไข หรือ || OR ดัง code ในตัวอย่ำงที่ 3 void setup() { pinMode(7, OUTPUT); // ใหพ้ อรต์ 7 เปน็ OUTPUT } void loop() { int s0 = analogRead(A0); // ให้ s0 เป็นพอรด์ analog 0 int s1 = analogRead(A1); // ให้ s1 เป็นพอร์ด analog 1 if ((s0 > 500) || (s1 > 500)) // ใชเ้ งือ่ นไขหรอื OR { tone(8, 500,500); // หำกเป็นตำมเงือ่ นไขหรอื OR จะมเี สยี งจำกเปยี โซ } else { digitalWrite(7, HIGH); // หำกไม่เปน็ ตำมเง่ือนไขหรอื OR หลอด LED จะติด delay(100); } digitalWrite(7, LOW); // หลอด LED จะดับ }
877 860 รูปท่ี 4 ภำพแสดงกำรนำ Code ในตัวอย่ำงที่ 3 มำใชใ้ น tinkercad.com ผลการทางาน : จะไดค้ ำ่ กำรทำงำนในตำรำง S0>500 S1>500 คำ่ กำรทำงำน จรงิ (1) จริง (1) จริง (1) มเี สยี ง,ไฟดบั จรงิ (1) เท็จ (0) จรงิ (1)มีเสยี ง,ไฟดบั เทจ็ (0) จริง (1) จริง (1)มเี สยี ง,ไฟดับ เท็จ (0) เท็จ (0) เทจ็ (0)ไม่มีเสยี ง,ไฟตดิ 4.2 กำรใช้เงอ่ื นไข และ && AND ดัง code ในตัวอย่ำงท่ี 4 ตวั อยา่ งที่ 4 กำรใชเ้ ง่ือนไขและ && AND void setup() { pinMode(7, OUTPUT); // ใหพ้ อรต์ 7 เปน็ OUTPUT } void loop() { int s0 = analogRead(A0); // ให้ s0 เปน็ พอรด์ analog 0 int s1 = analogRead(A1); // ให้ s1 เปน็ พอรด์ analog 1 if ((s0 > 500) && (s1 > 500)) // ใชเ้ งื่อนไขและ { tone(8, 500,500); // หำกเปน็ ตำมเงอื่ นไขและ AND จะมีเสยี งจำกเปียโซ } else { digitalWrite(7, HIGH); // หำกไม่เป็นตำมเง่ือนไขและ && หลอด LED จะตดิ delay(100); } digitalWrite(7, LOW); // หลอด LED จะดับ }
878 861 รูปท่ี 4 ภำพแสดงกำรนำ Code ในตัวอยำ่ งที่ 4 มำใช้ใน tinkercad.com ผลการทางาน : จะได้คำ่ กำรทำงำนในตำรำง S0>500 S1>500 คำ่ กำรทำงำน จริง (1) มีเสยี ง,ไฟดับ จรงิ (1) จรงิ (1) เท็จ (0)ไม่มีเสยี ง,ไฟติด เท็จ (0)ไม่มีเสียง,ไฟติด จริง (1) เทจ็ (0) เทจ็ (0)ไม่มเี สียง,ไฟติด เท็จ (0) จรงิ (1) เท็จ (0) เท็จ (0)
879 862 ใบงาน ที่ 13.1 เร่ือง ตรรกะและฟังกช์ ันใน Tinkercad รายชอื่ สมาชกิ ในกลุ่มท.่ี .............. 1…………………………………………………………………………… ห้อง......... เลขท…ี่ …… 2…………………………………………………………………………… หอ้ ง......... เลขท่…ี …… 1. ศึกษำใบควำมรทู้ ี่ 13.1 เรื่อง ตรรกะและฟังกช์ ันใน Tinkercad 2. ใหน้ ักเรยี นบอกลักษณะเด่นและข้อแตกตำ่ งของแต่ละเง่ือนไข ดงั ต่อน้ี เงอื่ นไข ลกั ษณะเด่น สง่ิ ทแี่ ตกตา่ งจากเงื่อนไขอ่นื AND OR
880 863 เฉลยใบงาน ที่ 13.1 เร่อื ง ตรรกะและฟังก์ชนั ใน Tinkercad รายชือ่ สมาชกิ ในกลุ่มท่.ี .............. 1…………………………………………………………………………… หอ้ ง......... เลขท่…ี …… 2…………………………………………………………………………… หอ้ ง......... เลขท…ี่ …… 1. ศึกษำใบควำมรู้ท่ี 13.1 เรือ่ ง ตรรกะและฟงั ก์ชันใน Tinkercad 2. ให้นกั เรยี นบอกลักษณะเด่นและข้อแตกตำ่ งของแตล่ ะเง่ือนไข ดังต่อนี้ เงอ่ื นไข ลักษณะเดน่ ส่งิ ทีแ่ ตกตา่ งจากเงื่อนไขอนื่ ถ้ำมีเง่ือนไข 1 อนั เทจ็ จะเป็นเทจ็ AND จรงิ ทัง้ คจู่ ะไดจ้ รงิ OR เทจ็ ทัง้ คู่ จะเป็นเท็จ เปน็ จริงเพยี ง 1 เงื่อนไขกจ็ ะเป็น จรงิ
881 864 ใบงาน ท่ี 13.2 เร่ือง การนาเสนอผงั งาน (flowchart) ฟังก์ชนั เสยี งฟังก์ชนั เสยี ง คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนออกแบบโฟรลว์ ช์ าำร์ต ระบบเทคโนโลยแี ละกำรเขยี นโปรแกรมภำษำซี ตำมสถำนกำรณท์ ่ี กำหนดให้ พร้อมทง้ั นำเสนอหนำ้ ช้ันเรยี น สถานการณ์โปรแกรม : ใหท้ ำกำรต่อ Potentiometer แบบหมนุ จำนวน 2 ตวั เขำ้ กับสญั ญำณ Analog A0 และ A1 พร้อมกับลำโพง Piezo 1 ตวั ต่อเขำ้ กบั ช่อง 3 โดยกำหนดเงื่อนไขกำรทำงำนดังนี้ 1. หำก Potentiometer ทั้งสองมคี ่ำน้อยกวำ่ 300 ใหส้ ่งเสียงดังออกทำงลำโพง โดยใชเ้ ง่ือนไข OR (||) นอกนน้ั ให้ลำโพงดบั Flowchart ระบบเทคโนโลยี โปรแกรมภาษาซี Input Void set up(){ Process } Void set loop(){ } Output
882 865 2. หำก Potentiometer ทง้ั สองมคี ่ำน้อยกวำ่ 300 ให้ส่งเสยี งดงั ออกทำงลำโพง โดยใช้เง่ือนไข AND (&&) นอกน้นั ใหล้ ำโพงดับ Flowchart ระบบเทคโนโลยี โปรแกรมภาษาซี Void set up(){ Input } Process Void set loop(){ } Output
883 866 เฉลยใบงาน ท่ี 13.2 เรื่อง การนาเสนอผังงาน (flowchart) ฟังก์ชนั เสยี งฟังก์ชันเสียง รายชอ่ื สมาชกิ ในกลุ่มท.ี่ .............. 1…………………………………………………………………………… ห้อง......... เลขที…่ …… 2…………………………………………………………………………… ห้อง......... เลขที…่ …… คำชีแ้ จง : ให้นกั เรยี นออกแบบโฟลร์ว์ชาำร์ตต ระบบเทคโนโลยีและกำรเขียนโปรแกรมภำษำซี ตำมสถำนกำรณท์ ี่ กำหนดให้ พร้อมทัง้ นำเสนอหนำ้ ช้นั เรียน สถานการณ์โปรแกรม : ให้ทำกำรต่อ Potentiometer แบบหมุน จำนวน 2 ตัว เขำ้ กบั สญั ญำณ Analog A0 และ A1 พร้อมกับลำโพง Piezo 1 ตัว ต่อเขำ้ กับช่อง 3 โดยกำหนดเงื่อนไขกำรทำงำนดังน้ี 1. หำก Potentiometer ท้ังสองมีค่ำน้อยกว่ำ 300 ให้ส่งเสียงดังออกทำงลำโพง โดยใช้เง่ือนไข OR (||) นอกนั้นให้ลำโพงดับ Flowchart ระบบเทคโนโลยี โปรแกรมภาษาซี Void set up(){ Input Potantiometer } Void set loop(){ Process A0&&A1<300 } Output เกิดเสียง
884 867 2. หำก Potentiometer ทั้งสองมีค่ำน้อยกว่ำ 300 ให้ส่งเสียงดังออกทำงลำโพง โดยใช้เงื่อนไข AND (&&) นอกน้ันให้ลำโพงดับ Flowchart ระบบเทคโนโลยี โปรแกรมภาษาซี Input Void set up(){ Process } Void set loop(){ } Output
885 868 แบบบันทึกการประเมินผ้เู รยี น ดา้ นความรู้ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 13 เร่อื ง ออกแบบระบบด้วย Tinkercad หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 เร่อื ง นักออกแบบระบบ กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี 2 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 รายการประเมนิ เลขที่ ชอื่ -สกลุ อธิบำยกำรทำงำนโปรแกรมคำสง่ั เสยี งทำงตรรกะพรอ้ ม ท้ังเขียน flowchart เพ่ือแสดงกำรทำงำนของโปรแกรม ที่ออกแบบไว้ 1 2 3 4 5 เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน 4 คะแนน ระดับ 4 ดมี ำก (………….…………………………………….) 3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครผู สู้ อน 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรับปรงุ *เกณฑ์กำรผำ่ น ระดับ 2 ขน้ึ ไป
886 869 แบบบันทกึ การประเมนิ ผ้เู รียน ด้านทกั ษะและกระบวนการ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง ออกแบบระบบด้วย Tinkercad หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 เรอ่ื ง นกั ออกแบบระบบ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา เทคโนโลยี 2 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ รายการประเมิน สำมำรถใช้คำสง่ั ใน Arduino IDE สงั่ งำนเสียง 1 โดยใช้ฟงั กช์ นั คำสง่ั เสยี งตำมตรรกะท่ีใหไ้ ว้ 2 3 ลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ 4 (………….…………………………………….) 5 ครผู ู้สอน เกณฑ์กำรให้คะแนน 4 คะแนน ระดับ 4 ดมี ำก 3 คะแนน ระดับ 3 ดี 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรับปรุง *เกณฑ์กำรผำ่ น ระดบั 2 ขนึ้ ไป
887 870 แบบบันทึกการประเมินผู้เรียน ด้านคุณลักษณะ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 13 เร่อื ง ออกแบบระบบด้วย Tinkercad หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรอ่ื ง นักออกแบบระบบ กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี 2 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2 รายการประเมิน เลขที่ ช่ือ-สกลุ มีเจตคติท่ดี ีต่อกำร มคี วำม ซอ่ื สัตย์ มุง่ มน่ั ใน ทำงำน ออกแบบและ รบั ผดิ ชอบ กำรทำงำน เปน็ ทมี เขียนโปรแกรม 1 2 3 4 5 เกณฑ์กำรให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมิน 4 คะแนน ระดับ 4 ดีมำก (………….…………………………………….) 3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครูผสู้ อน 2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้ 1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรงุ *เกณฑ์กำรผำ่ น ระดับ 2 ขน้ึ ไป
888 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 14 เรอื่ ง การใช้งาน LDR และเซอรโ์ วมอเตอรใ์ น Tinkercad ด หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 เรื่อง นกั ออกแบบระบบ เวลา 2 ช่ัวโมง กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ รายวิชา เทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ขอบเขตเน้อื หา กิจกรรมการเรยี นรู้ สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ 1. การเขยี นโปรแกรมควบคมุ LDR และ Servo ข้ันนา - เว็บไซตจ์ าลองระบบ Tinkercad motor โดยใช้ Tinkercad 1. ครใู หน้ ักเรียนร่วมกนั บทบทวนความรู้เดิมจากการเรยี นใน www.tinkercad.com 2. การประยุกตใ์ ช้โปรแกรมเพื่อใช้แกป้ ัญหาเชงิ ชว่ั โมงท่ผี ่านมา -คลิปวีดิโอการทางานของระบบอตั โนมตั ิเก่ียวกบั ระบบ 2. นักเรียนรว่ มกนั คิดวเิ คราะห์เกย่ี วกบั การทางานของ แผงโซล่าเซลล์ท่ีหมุนตามแสงพระอาทติ ย์ หลอดไฟทีใ่ ห้แสงสว่างตามท้องถนน ในประเด็นเกีย่ วกบั การ - https://www.youtube.com/watch?v=- จดุ ประสงค์การเรียนรู้ กกาารหกนำ�หดนรปูดแรูปบแบบใบนใกนากราเปรเิดปปิดิดปอดิ ยอ่ายงา่ ไงรไร(ค(ครรูยยู กกตตวั วั ออย่าง เช่น เเปปิดิด f6FthqPwog ด้านความรู้ ปดิ ตามคา่ ความเข้มความสวา่ งแสง,เปิดปดิ ตามเวลา) และมี - ใบความรูท้ ี่ 14.1 เรอื่ ง การใชง้ าน LDR และเซอร์ 1. อธิบายรปู แบบการเขียนโปรแกรมควบคุม LDR วธิ กี ารหรอื เงอ่ื นไขในการปดิ เปดิ อย่างไร โวมอเตอร์ ใน Tinkercad และ Servo motor เพื่อใชแ้ ก้ปัญหาเชงิ ระบบ ขั้นสอน ภาระงาน/ชนิ้ งาน ด้านทกั ษะและกระบวนการ 1. ครูแนะนาการใชง้ าน LDR และเซออรร์โโ์ววมมออเตร์เอตรอ์ในรใ์ น - ใบงานที่ 14.1 เรอื่ ง การเขียนโปรแกรมควบคุม 1. สามารถใชค้ าสั่ง Arduino IDE ที่ประยกุ ตใ์ ช้กบั Tinkercad และสาธติ วิธกี ารใชง้ านเบือ้ งต้น LDR และ Servo motor โดยใช้ Tinkercad 2. นกั เรียนปฏบิ ัติตามและทดลองเขยี นคาส่งั ควบคุม LDR และ Servo motor เพื่อใชแ้ ก้ปัญหาเชิงระบบ 3. นักเรยี นศกึ ษาใบความรู้ที่ 14.1 เรื่อง การใช้งาน LDR และ ใบงานที่ 14.2 การนาเสนอ Flowchart และ ดา้ นคณุ ลักษณะ โปรแกรมในการใช้ทางเลือก เซอรโ์ วมอเตอร์ ใน Tinkercad ประมาณ 15 – 20 นาที สถานท:ี่ ห้องคอมพิวเตอร์ 1. มีเจตคติท่ีดีต่อการออกแบบและเขยี นโปรแกรม 4. ครแู ละนักเรียนร่วมอภปิ รายจากเนอ้ื หาทนี่ ักเรียนศึกษา 2. มีความรับผิดชอบ 3. ซื่อสัตย์ 5. นักเรยี นจับคทู่ าใบงานที่ 14.1 เร่อื ง การเขียน 4. มุง่ ม่นั ในการทางานเป็นทมี 871
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 14 เรื่อง การใช้งาน LDR และเซอรโ์ วมอเตอรใ์ น Tinkercad ด 889 เรือ่ ง นักออกแบบระบบ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 รายวิชา เทคโนโลยี เวลา 2 ช่ัวโมง กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2 โปรแกรมควบคุม LDR และ Servo motor โดยใช้ Tinkercad 6. นักเรยี นนาเสนอ ใบงานท่ี 14.2 เรือ่ ง การนาเสนอ โฟลว์ ช์ ารร์ต์ตและโปรแกรมในการใช้ทางเลอื ก (อาจสุ่มนาเสนอ หนา้ ชน้ั เรยี น เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มแลกเปลยี่ นเรียนรู้กัน) ขนั้ สรปุ 1. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ เนอื้ หาร่วมกนั 2. นกั เรยี นสรุปและบนั ทึกเนื้อหาการเรียนรู้ท่สี าคญั ลงในสมุด เรียน 872
890 873 การวดั และประเมนิ ผล วิธกี าร เครอื่ งมือทีใ่ ช้ เกณฑ์ สิ่งท่ีต้องการวัด - นักเรียนทกุ คนผา่ น - ใบงานที่ 14.1 เรื่อง การ - แบบประเมินการคดิ เกณฑ์ไมต่ ่ากว่าร้อย 1. ดา้ นความรู้ (K) เขียนโปรแกรมควบคมุ LDR วิจารณญาณ ละ 80 1. การเขียน และ Servo motor โดยใช้ - แบบสงั เกตพฤติกรรม Tinkercad - แบบประเมินการคดิ - นักเรยี นทกุ คนผา่ น โปรแกรมควบคุม LDR และ ใบงานท่ี 14.2 การนาเสนอ วิเคราะห์ เกณฑ์ไม่ต่ากว่ารอ้ ย Servo motor โดยใช้ Flowchart และโปรแกรม - แบบประเมนิ ผังมโนทัศน์ ละ 80 Tinkercad ในการใช้ทางเลือก - แบบประเมนิ การทางาน กลุ่ม - นักเรียนทุกคนผา่ น 2. การประยุกต์ใชโ้ ปรแกรม - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบประเมินผลดา้ น เกณฑ์ไมต่ ่ากวา่ รอ้ ย เพอื่ ใช้แกป้ ัญหาเชงิ ระบบ เรียนร้ขู องนักเรยี น กระบวนการเรยี นรเู้ ทียบ ละ 80 กบั เกณฑ์ 2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - สังเกตพฤติกรรมของ 1. ทกั ษะในการทางาน นกั เรยี น - แบบประเมนิ ผล รว่ มกัน ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ 2. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ ประสงค์เทยี บกบั เกณฑ์ 3. ทกั ษะการสือ่ สาร 4. ทกั ษะการคดิ อยา่ งมี วจิ ารณญาณ 5. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 3. ด้านคณุ ลักษณะ (A) 1. ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ 2. มีวนิ ัย 3. ใฝเ่ รียนรู้ 4. ม่งุ ม่นั ในการทางาน
891 874 8. บันทกึ ผลหลังสอน ผลการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ................................................ ปญั หาและอปุ สรรค .................................................................................................................................................................... ...... ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข ............................................................................................. .............................................................................. ลงชื่อ ......................................ผูส้ อน (.......................................................) วันที.่ .....เดอื น...............................พ.ศ............. 9. ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้บริหารหรอื ผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. .............................................. ลงช่ือ ......................................ผตู้ รวจ (.......................................................) วันที.่ .....เดือน...............................พ.ศ.............
892 875 ใบความรูท้ ่ี 14.1 เร่อื ง การใชง้ าน LDR และเซอร์โวมอเตอร์ ใน Tinkercad ในการใชง้ านโปรแกรม Tinkercad เราสามารถประยุกต์ใช้กบั เซนเซอร์และโมดลู คอ่ นข้างหลากหลาย เพ่ือให้ประยุกต์ใช้งานกับระบบอัตโนมัติได้จริง จึงจาเป็นต้องมีการจาลองการทางานของอุปกรณ์ผ่าน Simulator ของ Tinkercad ก่อน ในเน้ือหาน้ี นักเรียนจะประยุกต์การใช้กับอุปกรณ์ 2 อยา่ ง คือ ตวั ต้านทาน ปรบั ค่าตามแสง และเซอร์โวมอเตอร์ ดังนี้ 1. ตวั ต้านทานปรบั คา่ ตามแสง LDR (Light Dependent Resistor) คือ ตวั ต้านทานชนิดนีส้ ามารถเปลีย่ นความนาไฟฟ้าไดเ้ มื่อมีแสง มาตกกระทบ โฟโตรีซสี เตอร์ ( Photo Resistor) หรือ โฟโตคอนดัคเตอร์ (Photo Conductor) เปน็ ตัว ตา้ นทานทีท่ ามาจากสารก่งึ ตัวนา (Semiconductor) ประเภทแคดเมย่ี มซัลไฟด์ ( Cds : Cadmium Sulfide) หรอื แคดเม่ียมซลิ ินายส์ ( CdSe : Cadmium Selenide) ซึง่ ทั้งสองตวั น้กี ็เป็นสารประเภทกง่ึ ตวั นา เอามาฉาบลงบนแผน่ เซรามิกที่ใช้เป็นฐานรองแล้วต่อขาจากสารท่ีฉาบ ไวอ้ อกมา โครงสรา้ งของ LDR รูปที่ 1 ภาพแสดงโครงสรา้ งของหลอด LDR สาหรบั การใช้ Tinkercad รบั คา่ จากหลอด LDR สามารถสร้างเขยี น Code ไดต้ ามตัวอย่างที่ 1
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244