98 สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐานว4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทำงานและการแก้ปัญหาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ รู้เทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้ คำสำคัญที่เปน็ คุณภาพผู้เรยี น แกนกลาง บรู ณาการ ความรู้ (K) ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ (A) 1. ออกแบบ แนวคดิ เชิงคำนวณ ออกแบบ ทำงาน อัลกอริทึมท่ีใช้ การแก้ปญั หาโดยใช้ แนวคิดเชงิ แนวคดิ เชงิ คำนวณ คำนวณในการ ตัวอยา่ งปญั หาเช่น แก้ปัญหาหรือ -การเข้าแถวตามลำดับ การทำงานท่ี ความสูงใหเ้ ร็วทสี่ ุด พบในชีวิตจริง - จดั เรียงเสอ้ื ให้หาได้ ง่ายทสี่ ุด 2. ออกแบบ ตวั ดำเนนิ การบูลีน เขียน ออกแบบ และเขียน ฟงั กช์ นั โปรแกรม การออกแบบและ ทใ่ี ช้ตรรกะ เขียนโปรแกรมที่มกี ารใช้ และฟงั ก์ชัน ในการ ตรรกะและฟังก์ชนั แกป้ ญั หา การออกแบบ อัลกอริทมึ เพอ่ื แกป้ ญั หา อาจใชแ้ นวคิดเชิง คำนวณในการออกแบบ เพ่ือให้การแก้ปัญหามี ประสิทธิภาพ การแกป้ ญั หาอย่าง เปน็ ข้นั ตอนจะช่วยให้ แกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งมี ประสิทธภิ าพ
ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้ 99 คำสำคัญที่เปน็ คุณภาพผู้เรียน แกนกลาง บูรณาการ ความรู้ (K) ทกั ษะ (P) คุณลกั ษณะ (A) ซอฟต์แวรท์ ่ีใช้ในการ อภปิ ราย แก้ปัญหา การทำงาน เขียนโปรแกรมเชน่ ใช้ ความรบั ผดิ ชอบ - Scratch - python - java -c ตัวอย่างโปรแกรมเช่น - โปรแกรมตัดเกรด - หาคำตอบทั้งหมด ของอสมการหลายตัว แปร 3. อภิปราย องคป์ ระกอบและ องค์ประกอบ หลักการทำงานของ และหลกั การ ระบบคอมพวิ เตอร์ ทำงานของ เทคโนโลยกี ารส่ือสาร ระบบ การประยุกต์ใชง้ าน คอมพวิ เตอร์ และการแกป้ ญั หา และ เบอื้ งตน้ เทคโนโลยีการ สอื่ สารเพื่อ ประยกุ ตใ์ ช้ งานหรือ แก้ปญั หา เบ้ืองต้น 4. ใช้ ใชเ้ ทคโนโลยี เทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ ง สารสนเทศ ปลอดภยั โดยเลอื ก อยา่ ง แนวทางปฏิบัติเม่ือพบ ปลอดภยั มี เน้ือหาท่ีไม่เหมาะสมเชน่ ความ - แจง้ รายงาน รบั ผิดชอบ ผู้เก่ียวขอ้ ง สร้างและ - ปอ้ งกันการเขา้ มา แสดงสทิ ธ์ิใน ของขอ้ มูลท่ีไมเ่ หมาะสม การเผยแพร่ ไม่ตอบโตไ้ ม่เผยแพร่ ผลงาน
ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรู้ 100 แกนกลาง บรู ณาการ คำสำคัญท่เี ป็นคุณภาพผู้เรยี น ความรู้ (K) ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ (A) การใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศอย่างมีความ รับผิดชอบเชน่ - ตระหนกั ถงึ ผลกระทบในการ เผยแพร่ข้อมูล การสร้างและแสดง สทิ ธคิ วามเปน็ เจา้ ของ ผลงาน การกำหนดสทิ ธกิ์ าร ใช้ข้อมูล
101 ตารางวเิ คราะหค์ ำอธบิ ายรายวชิ า รหสั วชิ า ว ๒๓๑๐๑ รายวิชา วิทยาศาสตร์ ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ สาระที่ 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ มาตรฐาน ว 1.1เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวติ กับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างสิง่ มีชีวิตกับ สิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อม รวมทั้งนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ท่เี ป็นคณุ ภาพผ้เู รียน แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทักษะ (P) คุณลกั ษณะ การ (K) (A) ม.๓/๑อธิบาย ระบบนิเวศประกอบดว้ ย อธบิ าย -สังเกต รบั ผดิ ชอบ ปฏิสมั พันธข์ อง องคป์ ระกอบท่ีมีชวี ติ เช่น ปฏิสัมพันธ์ ปฏสิ ัมพันธ์ของ ตอ่ หน้าทีท่ ่ี องค์ประกอบของ พืช สัตว์ จุลนิ ทรยี ์ และ ของ องคป์ ระกอบของ ได้รบั ระบบนเิ วศท่ีได้จาก องคป์ ระกอบที่ไม่มีชวี ิต เช่น องคป์ ระก ระบบนิเวศจาก มอบหมาย การสำรวจ แสง นำ้ อณุ หภมู ิ แร่ธาตุ อบของ การสำรวจได้ แกส๊ องค์ประกอบเหลา่ นี้มี ระบบ -เลอื กและใช้ ปฏสิ มั พันธ์กัน เช่น พชื นิเวศได้ เครือ่ งมือเพอื่ วัด ตอ้ งการแสง นำ้ และแกส๊ ปรมิ าณของ คารบ์ อนไดออกไซด์ในการ องคป์ ระกอบของ สรา้ งอาหาร สัตวต์ อ้ งการ ระบบนเิ วศได้ อาหาร และสภาพแวดล้อม ทเ่ี หมาะสมในการดำรงชวี ิต เช่นอณุ หภูมิ ความชื้น องค์ประกอบทง้ั สองสว่ นนี้ จะต้องมีความสัมพนั ธ์กัน อยา่ งเหมาะสม ระบบนเิ วศ จึงจะสามารถคงอยตู่ ่อไปได้
102 ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรู้ คำสำคัญท่ีเป็นคณุ ภาพผเู้ รียน แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทักษะ (P) คณุ ลักษณะ การ (K) (A) ม.๓/๒อธิบาย -สง่ิ มีชวี ติ กับส่ิงมชี ีวิตมี อธบิ าย -สังเกตรปู แบบ รับผิดชอบ รปู แบบ ความสัมพันธ์ ตอ่ หนา้ ทที่ ี่ รปู แบบความสัมพันธ์ ความสมั พันธก์ นั ในรปู แบบ ความสัมพั ระหว่างสง่ิ มชี วี ิต ได้รบั ระหวา่ งส่งิ มชี ีวติ กับ ตา่ ง ๆ เชน่ ภาวะพ่ึงพากัน นธ์ระหวา่ ง กบั ส่งิ มชี ีวิต มอบหมาย ภาวะองิ อาศัย ภาวะเหย่ือ สง่ิ มชี วี ิต รูปแบบตา่ งๆ และมงุ่ มน่ั ใน สิ่งมชี ีวิตรูปแบบ กับผู้ล่า ภาวะปรสิต กบั จากการสำรวจได้ การศกึ ษา ตา่ งๆ ในแหลง่ ท่ีอยู่ -ส่งิ มีชวี ิตชนิดเดียวกนั ท่ี ส่ิงมีชีวติ -สำรวจและ รปู แบบ จำแนกประเภท เดยี วกัน ท่ีได้จากการ อาศยั อยรู่ ว่ มกันในแหลง่ ท่ี ต่างๆ ได้ โดยจัดกล่มุ สำรวจ อยูเ่ ดียวกัน ในช่วงเวลา สงิ่ มีชวี ติ ตาม ความสมั พันธ์ที่มี เดยี วกัน เรยี กวา่ ประชากร รปู แบบคล้ายคลงึ -กลมุ่ สิง่ มีชีวติ ประกอบด้วย ประชากรของสงิ่ มชี วี ติ หลาย ๆ ชนิด อาศยั อยู่รว่ มกันใน แหล่งทีอ่ ยู่เดยี วกัน กนั ไว้ดว้ ยกันได้ ม. ๓/๓สร้าง - กล่มุ ส่ิงมีชีวิตในระบบ อธิบายการ สงั เกต รับผิดชอบ แบบจำลองในการ นิเวศแบง่ ตามหนา้ ท่ีไดเ้ ป็น ถา่ ยทอด ความสมั พนั ธ์ใน ต่อหนา้ ทท่ี ี่ อธิบายการถ่ายทอด 3 กลมุ่ ไดแ้ ก่ ผผู้ ลิต พลงั งานใน สายใยอาหาร ได้รับ สายใย รปู แบบต่างๆ ได้ มอบหมาย พลังงานในสายใย ผบู้ ริโภค และผยู้ อ่ ยสลาย อาหารได้ อาหาร สารอินทรีย์ ส่ิงมีชีวติ ท้งั 3 กล่มุ น้ี มีความสมั พนั ธก์ นั ผผู้ ลิตเป็นส่ิงมีชีวิตที่สร้าง อาหารไดเ้ อง ม.๓/๔อธิบาย - โดยกระบวนการ อธิบาย สรา้ งแบบจำลอง รบั ผิดชอบ ความสมั พนั ธ์ของ สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ผบู้ รโิ ภค พลงั งานท่ี โซอ่ าหาร ในการ ตอ่ หนา้ ที่ที่ ผผู้ ลติ ผบู้ รโิ ภค และ เปน็ สง่ิ มีชวี ติ ท่ีไม่สามารถ ถกู ถ่ายทอดพลังงาน ไดร้ บั ผยู้ ่อยสลาย สร้างอาหารได้เอง และต้อง ถ่ายทอด ได้ มอบหมาย สารอินทรีย์ในระบบ กินผู้ผลิตหรือส่งิ มชี ีวิตอื่น จากผผู้ ลิต และม่งุ มน่ั ใน นเิ วศ เปน็ อาหาร เมื่อผู้ผลิตและ ไปยัง การศึกษา ผบู้ ริโภคตายลง จะถกู ย่อย ผู้บรโิ ภค โดยผู้ย่อยสลายสารอินทรยี ์ ลำดับ เปล่ยี นสารอินทรยี เ์ ปน็ สารอ ต่าง ๆ นินทรีย์กลับคนื สิ่งแวดล้อม
103 ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรู้ คำสำคัญท่ีเปน็ คุณภาพผ้เู รยี น แกนกลาง บูรณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คณุ ลักษณะ การ (K) (A) ทำใหเ้ กดิ การหมุนเวียนสาร เป็น วัฏจกั ร จำนวนผผู้ ลิต ผบู้ รโิ ภค และผูย้ อ่ ย-สลาย สารอนิ ทรียจ์ ะต้องมคี วาม เหมาะสมจึงทำให้กลมุ่ สิ่งมีชีวิตอยูไ่ ด้อย่างสมดลุ ม. ๓/๕อธิบายการ - พลังงานถกู ถา่ ยทอดจาก อธิบาย สังเกตการ รบั ผิดชอบตอ่ การ ถ่ายทอด หน้าท่ีท่ไี ด้รบั สะสมสารพิษใน ผู้ผลิตไปยงั ผบู้ ริโภคลำดบั ถ่ายทอด พลังงานท่ี มอบหมาย ต่าง ๆ รวมทงั้ ผยู้ ่อยสลาย พลงั งาน ก่อให้เกดิ การ และมงุ่ มั่นใน ส่งิ มีชีวิตในโซอ่ าหาร สารอนิ ทรยี ์ในรูปแบบสายใย ในระบบ สะสมของ การศกึ ษา นเิ วศได้ สารพษิ ได้ อาหารทปี่ ระกอบดว้ ยโซ่ อาหารหลายโซ่ท่สี มั พนั ธ์กัน ในการถา่ ยทอดพลงั งานใน โซอ่ าหาร พลงั งานทถ่ี ูก ถ่ายทอดไปจะลดลงเรื่อย ๆ ตามลำดับของการบรโิ ภค ม. ๓/๖ตระหนักถึง - การถา่ ยทอดพลงั งานใน อธิบาย สงั เกต รับผดิ ชอบตอ่ ความสัมพนั ธ์ของ ระบบนิเวศ อาจทำใหม้ ี ความสัมพั ความสมั พันธ์ หน้าท่ีทไี่ ดร้ บั สารพิษสะสมอยู่ในสงิ่ มชี ีวติ สิ่งมีชวี ิต และ นธข์ องสง่ ของสง่ิ มชี วี ติ มอบหมาย ได้ จนอาจก่อให้เกดิ มชี ีวิตใน และสงิ่ แวดลอ้ ม สิ่งแวดลอ้ มในระบบ อันตรายต่อสงิ่ มีชวี ิต และ ระบบ นเิ วศ โดยไมท่ ำลาย ทำลายสมดุลในระบบนิเวศ นิเวศได้ ในระบบนิเวศได้ สมดลุ ของระบบนิเวศ ดังน้ันการดแู ลรักษาระบบ นิเวศให้เกิดความสมดุล และคงอยู่ตลอดไปจงึ เป็นส่งิ สำคญั
104 มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ เปลย่ี นแปลงทางพนั ธกุ รรมทม่ี ผี ลต่อสง่ิ มชี วี ิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและวิวัฒนาการของส่ิงมชี วี ติ รวมทั้งนำความรู้ ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ คำสำคัญทเ่ี ปน็ คณุ ภาพผู้เรียน แกนกลาง บูรณา ความรู้ ทักษะ (P) คณุ ลกั ษณะ การ (K) (A) ม.๓/๑อธิบาย - ลักษณะทางพนั ธกุ รรมของ อธบิ าย สรา้ ง ทำงานรว่ มกบั ความสัมพันธ์ระหวา่ ง ส่ิงมชี ีวิตสามารถถ่ายทอด ความสัมพั แบบจำลองเพอื่ ผู้อน่ื ได้อยา่ ง ยีนดีเอน็ เอและ จากรุ่นหนึง่ ไปยังอีกรนุ่ หน่ึง นธ์ระหวา่ ง อธิบาย สร้างสรรค์ โครโมโซมโดยใช้ ได้ โดยมียนี เป็นหน่วย ยีน ดีเอน็ ความสมั พนั ธ์ แบบจำลอง ควบคุมลักษณะทาง เอ และ ระหว่างยนี ดี พันธุกรรม โครโมโซม เอ็นเอ และ - โครโมโซมประกอบด้วยดี ได้ โครโมโซมได้ เอน็ เอและโปรตีนขดอยใู่ น นวิ เคลียส ยนี ดเี อน็ เอ และ โครโมโซมมีความสมั พนั ธ์กนั โดยบางส่วนของดเี อ็นเอทำ หนา้ ทีเ่ ป็นยีนท่ีกำหนด ลกั ษณะของส่งิ มีชวี ิต - ส่งิ มีชวี ติ ที่มโี ครโมโซม 2 ชุด โครโมโซมทเี่ ป็นคู่กันมี การเรียงลำดบั ของยนี บน โครโมโซมเหมือนกนั เรยี กวา่ ฮอมอโลกัสโครโมโซม ยนี หนง่ึ ทีอ่ ย่บู นคู่ฮอมอโลกสั โครโมโซม อาจมรี ูปแบบ แตกต่างกนั เรียกแตล่ ะ รปู แบบของยีนท่ีตา่ งกันน้วี า่ แอลลลี ซึ่งการเข้าคู่กนั ของ แอลลีลตา่ ง ๆ
105 ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ทเ่ี ปน็ คุณภาพผ้เู รยี น แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทักษะ (P) คณุ ลกั ษณะ การ (K) (A) อาจสง่ ผลทำใหส้ ิ่งมชี วี ติ มี ลกั ษณะทแ่ี ตกต่างกนั ได้ - ส่งิ มชี วี ิตแตล่ ะชนิดมี จำนวนโครโมโซมคงที่ มนษุ ยม์ ีจำนวนโครโมโซม 23 คู่ เป็นออโตโซม 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่ เพศ หญงิ มีโครโมโซมเพศเป็น XX เพศชายมีโครโมโซมเพศ เปน็ XY ม.๓/๒อธบิ ายการ - เมนเดลได้ศึกษาการ อธิบายการ เขียนแผนภาพ รบั ผิดชอบตอ่ ถ่ายทอดลกั ษณะทาง ถา่ ยทอดลักษณะทาง ถา่ ยทอด แสดงแอลลนี ได้ หน้าทท่ี ไี่ ด้รับ พันธุกรรม จากการ พนั ธุกรรมของต้นถวั่ ชนิด ลกั ษณะ มอบหมาย ผสมโดยพจิ ารณา หนึง่ และนำมาสหู่ ลักการ ทาง และมงุ่ มั่นใน ลักษณะเดยี วท่ีแอลลี พ้ืนฐานของการถ่ายทอด พนั ธุกรรม การศึกษา ลเด่นขม่ แอลลีลดอ้ ย ลักษณะทางพนั ธุกรรมของ จากการ อย่างสมบูรณ์ สิ่งมีชวี ติ ผสมโดย - ส่ิงมีชวี ิตท่ีมีโครโมโซมเปน็ พิจารณา 2 ชดุ ยนี แตล่ ะตำแหนง่ ลักษณะ บนฮอมอโลกสั โครโมโซมมี เดียวที่ 2แอลลีล โดยแอลลีลหนึ่งมา แอลลี จากพ่อ และอกี แอลลีลมา ลเดน่ ขม่ จากแม่ ซึ่งอาจมรี ูปแบบ แอลลี เดียวกนั หรอื แตกต่างกัน ลด้อย แอลลลี ทีแ่ ตกตา่ งกนั น้ี แอล อยา่ ง ลลี หนงึ่ อาจมกี ารแสดงออก สมบรู ณ์ได้ ข่มอีกแอลลีลหนึง่ ได้ เรยี ก แอลลีลน้ันว่าเป็นแอลลี ลเด่น
106 ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้ คำสำคัญทีเ่ ป็นคุณภาพผเู้ รยี น แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คุณลกั ษณะ การ (K) (A) สว่ นแอลลีลที่ถกู ข่มอย่าง สมบูรณเ์ รียกว่าเปน็ แอลลี ลดอ้ ย ม. ๓/๓อธบิ ายการ - เมอ่ื มีการสรา้ งเซลล์ อธบิ ายการ เขียนแผนภาพ รบั ผิดชอบตอ่ เกดิ จีโนไทปแ์ ละฟีโน สบื พันธ์ุ แอลลลี ท่เี ปน็ คู่กัน เกิดจีโน และคำนวณ หน้าที่ทไี่ ดร้ บั ไทปข์ องลูก และ ในแต่ละฮอมอโลกสั ไทปแ์ ละฟี อัตราสว่ นการ มอบหมาย คำนวณอตั ราสว่ น โครโมโซมจะแยกจากกนั โนไทปข์ อง เกดิ จีโนไทป์ และมงุ่ มั่นใน การเกดิ จโี นไทป์ ไปสเู่ ซลลส์ บื พันธ์แุ ตล่ ะเซลล์ ลกู ได้ และฟโี นไทป์ การศึกษา และฟีโนไทป์ของรุ่น โดยแตล่ ะเซลลส์ บื พนั ธุจ์ ะ ของรุ่นลูกได้ ลกู ไดร้ บั เพยี ง 1แอลลีล และจะ มาเข้าคู่กบั แอลลลี ท่ี ตำแหน่งเดียวกันของอกี เซลล์สืบพันธห์ุ น่งึ เมื่อเกิด การปฏิสนธิ จนเกดิ เปน็ จีโน ไทป์และแสดงฟโี นไทปใ์ นรนุ่ ลกู ม.๓/๔อธิบายความ - กระบวนการแบง่ เซลลข์ อง อธบิ าย ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม รับผิดชอบต่อ แตกตา่ งของการแบ่ง สงิ่ มีชีวิตมี 2 แบบ คอื ไมโท ความ เพอ่ื ศกึ ษาการ หนา้ ทีท่ ่ีไดร้ ับ เซลล์แบบไมโทซสิ ซสิ และไมโอซิส แตกต่าง แบง่ เซลล์ได้ มอบหมาย และไมโอซิส - ไมโทซิส เป็นการแบง่ เซลล์ ของการ และมงุ่ มั่นใน เพอ่ื เพ่ิมจำนวนเซลล์ร่างกาย แบง่ เซลล์ การศึกษา ผลจากการแบ่งจะไดเ้ ซลล์ใหม่ แบบไมโท 2 เซลลท์ ่ีมีลักษณะและ ซสิ และไม จำนวนโครโมโซมเหมือนเซลล์ โอซสิ ได้ ตง้ั ต้น - ไมโอซสิ เป็นการแบง่ เซลล์ เพ่ือสร้างเซลล์สบื พนั ธผ์ุ ลจาก การแบง่ จะได้เซลล์ใหม่ 4 เซลล์ ทีม่ ีจำนวนโครโมโซม เป็นคร่งึ หนึ่งของเซลลต์ ั้งตน้
107 ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรู้ คำสำคัญทเี่ ปน็ คณุ ภาพผ้เู รียน แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ การ (K) (A) เมอื่ เกิดการปฏิสนธขิ องเซลล์ สืบพันธุ์ ลูกจะได้รับการ ถ่ายทอดโครโมโซมชดุ หนง่ึ จาก พอ่ และอีกชุดหนึ่งจากแม่ จึง เป็นผลใหร้ ่นุ ลูกมีจำนวน โครโมโซมเทา่ กับรนุ่ พ่อแม่ และจะคงทใ่ี นทุกๆ รนุ่ ม. ๓/๕บอกไดว้ า่ การ - การเปลีย่ นแปลงของยนี อธบิ าย สร้างแผนผงั โครม รับผดิ ชอบ เปลีย่ นแปลงของยีน หรอื โครโมโซมสง่ ผลให้เกดิ การ โมโซมท่ีทำใหเ้ กดิ ต่อหน้าที่ท่ี หรือ โครโมโซมอาจ การเปล่ียนแปลงลักษณะ เปล่ยี นแป โรคทางพนั ธกุ รรม ได้รบั ทำให้เกดิ โรคทาง ทางพันธุกรรมขอส่งิ มชี วี ิต ลงของยีน ได้ มอบหมาย พนั ธกุ รรม พร้อมทั้ง เช่น โรคธาลสั ซเี มยี เกดิ จาก หรือ และมงุ่ มนั ใน ยกตัวอยา่ งโรคทาง การเปลยี่ นแปลงของยนี โครโมโซม การศึกษา อาจทำให้ พันธุกรรม กล่มุ อาการดาวนเ์ กิดจาก การเปลีย่ นแปลงจำนวน เกิดโรค โครโมโซม ทาง พนั ธกุ รรม ได้ ม. ๓/๖ตระหนกั ถงึ - โรคทางพันธุกรรมสามารถ อธิบายการ ลงความเหน็ จาก - ตระหนัก เปลยี่ นแป ข้อมลู ทีร่ วบรวม ถงึ ประโยชน์ ประโยชน์ของความรู้ ถา่ ยทอดจากพ่อแม่ไปสูล่ กู ลงของยนี ได้จากแหลง่ ของความรู้ หรือ เรียนรตู้ า่ งๆ มา เรือ่ งโรคทาง เรอ่ื งโรค ทาง ได้ ดงั น้นั ก่อนแต่งงานและมี โครโมโซม เชื่อมโยงเพื่อ พนั ธกุ รรม ทท่ี ำให้เกิด อธบิ ายการ -รับผิดชอบ พันธุกรรม โดยรวู้ า่ บุตรจงึ ควรป้องกนั โดยการ โรคทาง เปลย่ี นแปลงของ ตอ่ หนา้ ทที่ ี่ พันธุกรรม ยนี หรอื โครโซมท่ี ได้รับ ก่อนแต่งงานควร ตรวจและวินิจฉัยภาวะเสี่ยง มอบหมาย อาจทำใหเ้ กดิ และมงุ่ มันใน ปรกึ ษาแพทยเ์ พ่ือ จากการถ่ายทอดโรคทาง การศกึ ษา ตรวจและวนิ จิ ฉยั พันธกุ รรม ภาวะเสย่ี งของลูกที่ อาจเกิดโรคทาง พันธุกรรม
108 สาระการเรยี นรู้ คำสำคัญทีเ่ ปน็ คณุ ภาพผเู้ รยี น ตวั ช้ีวัด แกนกลาง บูรณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ การ (K) (A) และ โรคทางพนั ธกุ รรม ตวั อย่าง ได้ โรคทาง พนั ธกุ รรม ได้ ม. ๓/๗อธบิ ายการใช้ - มนษุ ย์เปลย่ี นแปลง - อธบิ าย - เขยี นแผนภาพ - รับผิดชอบ ประโยชน์จาก พนั ธกุ รรมของสิ่งมีชีวติ ตาม การ ส่ิงมีชวี ติ ดัดแปร ตอ่ หน้าทที่ ่ี สงิ่ มีชวี ิตดดั แปร ธรรมชาติ เพือ่ ให้ไดส้ ิง่ มีชวี ติ เปลีย่ นแป พันธุกรรมได้ ไดร้ บั พนั ธุกรรมและ ที่มลี กั ษณะตามต้องการ ลง มอบหมาย ผลกระทบท่ีอาจมีต่อ เรียกสิ่งมชี ีวิตน้วี า่ สง่ิ มีชวี ิต พนั ธุกรรม และมงุ่ มน่ั ใน มนุษยแ์ ละ ดดั แปรพันธกุ รรม ของ การศึกษา ส่งิ แวดลอ้ ม โดยใช้ สิง่ มีชวี ิต ข้อมูลทรี่ วบรวมได้ ตาม ธรรมชาติ ได้ ม.๓/๘ตระหนักถงึ -ในปัจจบุ นั มนุษยม์ ีการใช้ - อธิบาย - ลงความเห็น - ตระหนักถงึ ประโยชนแ์ ละ ประโยชน์จากสิ่งมีชวี ิตดดั การใช้ จากข้อมูลเพ่ือ ประโยชน์ ผลกระทบของ แปรพนั ธุกรรมเป็นจำนวน ประโยชน์ อธบิ ายเกีย่ วกับ และ สง่ิ มีชีวติ ดัดแปร มาก เช่น การผลิตอาหาร จาก การสรา้ งส่งิ มชี วี ิต ผลกระทบ พนั ธกุ รรมที่อาจมตี ่อ การผลิตยารกั ษาโรค สิ่งมชี ีวิต ดัดแปรพนั ธุกรรม ของสงิ่ มีชวี ิต มนษุ ย์ และ การเกษตร อยา่ งไรก็ดี ดัดแปร ประโยชน์และ ดัดแปร สิ่งแวดล้อม โดยการ สงั คมยังมีความกังวล พันธกุ รรม ผลกระทบของ พนั ธกุ รรมที่ เผยแพรค่ วามรู้ท่ีได้ เกีย่ วกับผลกระทบของ และ สงิ่ มชี ีวิตดัดแปร อาจมีต่อ จากการโตแ้ ย้งทาง สิง่ มีชีวิตดดั แปรพนั ธกุ รรมที่ ผลกระทบ พนั ธุกรรมต่อ มนษุ ยแ์ ละ วทิ ยาศาสตร์ซึง่ มี มตี ่อสิ่งมชี ีวิตและ ท่ีอาจมีต่อ สังคมและ สง่ิ แวดล้อม ขอ้ มลู สนับสนุน สง่ิ แวดล้อม ซึ่งยังทำการ มนุษยแ์ ละ สิ่งแวดล้อมได้ ตดิ ตามศึกษาผลกระทบ สง่ิ แวดล้อม ดังกล่าว ได้
109 สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ทีเ่ ป็นคุณภาพผูเ้ รียน ตัวชีว้ ัด แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คณุ ลกั ษณะ การ (K) (A) ม.๓/๙เปรียบเทยี บ ความหลากหลายทาง อธบิ าย สามารถจำแนก รับผดิ ชอบ ความหลากหลายทาง ชีวภาพ มี 3 ระดบั ได้แก่ ความ ความหลากหลาย ต่อหน้าท่ีที่ ชีวภาพ ในระดับชนิด ความหลากหลายของระบบ หลากหลา ของระบบนเิ วศได้ ไดร้ ับ สงิ่ มีชวี ติ ในระบบ นเิ วศความหลากหลายของ ยของชนดิ มอบหมาย นเิ วศตา่ งๆ ชนดิ ส่ิงมชี วี ิต และความ สง่ิ มีชวี ติ และมุ่งมนั่ ใน หลากหลายทางพนั ธุกรรม และความ การศึกษา หลากหลา ยทาง พนั ธุกรรม ได้ ม. ๓/๑๐อธบิ าย ความหลากหลายทาง อธิบาย สังเกตระบบนิเวศ รบั ผิดชอบ ความสำคัญของ ชีวภาพน้มี ีความสำคญั ต่อ ความสำคั ทีม่ ีความ ตอ่ หนา้ ทีท่ ี่ ความหลากหลายทาง การรักษาสมดลุ ของระบบ ญต่อการ หลากหลายทาง ได้รับ ชีวภาพท่มี ีต่อการ นเิ วศ ระบบนิเวศทม่ี ีความ รกั ษา ชวี ภาพได้ มอบหมาย รักษาสมดุลของ หลากหลายทางชวี ภาพสูง สมดุลของ และมงุ่ มน่ั ใน ระบบนิเวศ และต่อ จะรักษาสมดุลไดด้ ีกว่า ระบบ การศึกษา มนษุ ย์ ระบบนเิ วศทม่ี ีความ นิเวศ หลากหลายทางชวี ภาพต่ำ กวา่ ม.๓/๑๑แสดงความ ความหลากหลายทาง เปรียบเทยี สังเกตความ ตระหนกั ใน ตระหนักในคุณคา่ ชีวภาพยังมีความสำคญั ต่อ บความ หลากหลายของ คุณคา่ และ และความสำคัญของ มนุษยใ์ นดา้ นต่าง ๆ เช่น ใช้ หลากหลา สิ่งมีชีวติ ท้ังชนดิ ความสำคัญ ความหลากหลายทาง เปน็ อาหารยารักษาโรค ยทาง และจำนวน ของความ ชวี ภาพ โดยมีสว่ น วตั ถดุ ิบในอุตสาหกรรม ชีวภาพใน สง่ิ มีชวี ิตได้ หลากหลาย ร่วมในการดแู ลรกั ษา ต่างๆ ดังนน้ั จงึ เป็นหน้าท่ี ระดับชนดิ ทางชวี ภาพ ความหลากหลาย ของทกุ คนในการดูแลรกั ษา สิ่งมชี วี ติ ใน ทางชีวภาพ ความหลากหลาย ระบบ ทางชีวภาพใหค้ งอยู่ นเิ วศตา่ งๆ ได้
110 สาระท่ี 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ ตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ิของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมบตั ขิ องสสารกับโครงสร้างและแรงยดึ เหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการ เกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ท่เี ป็นคณุ ภาพผเู้ รียน ตวั ช้ีวดั แกนกลาง บูรณา ความรู้ ทักษะ (P) คณุ ลักษณะ การ (K) (A) ม.๓/๑ระบสุ มบัติทาง - พอลิเมอร์ เซรามิก และ - ระบุ - เลอื กใชพ้ อลิเม รบั ผิดชอบ สมบัตทิ าง อร์ประเภท ต่อหน้าที่ที่ กายภาพและการใช้ วสั ดุผสม เป็นวสั ดทุ ี่ใช้มากใน กายภาพ พลาสตกิ ยาง ได้รบั บาง และเส้นใยใน มอบหมาย ประโยชน์วัสดุ ชีวิตประจำวนั ประการ ชีวติ ประจำวนั ได้ และมุ่งม่ันใน ของพอลิ อยา่ งเหมาะสม การศึกษา ประเภทพอลิเมอร์ - พอลิเมอร์เป็นสารประกอบ เมอร์ประ - เลือกใชเ้ ซรามกิ เภท ในชีวิตประจำวนั เซรามกิ ส์ และวัสดุ โมเลกุลใหญ่ที่เกิดจาก พลาสติก ไดอ้ ย่างเหมาะสม ยาง และ - เลอื กใช้วัสดุใน ผสม โดยใช้หลักฐาน โมเลกุลจำนวนมากรวมตวั เส้นใยได้ ชวี ติ ประจำวนั ได้ - ระบุ อย่างเหมาะสม เชิงประจกั ษ์ และ กันทางเคมี เชน่ พลาสติก สมบัติทาง กายภาพ สารสนเทศ ยาง เส้นใย ซ่ึงเป็นพอลเิ มอร์ ของเซรา มิกได้ ทมี่ ีสมบตั ิแตกต่างกัน โดย - ระบุ สมบัติทาง พลาสติกเปน็ พอลิเมอรท์ ่ีขน้ึ กายภาพ ของวสั ดุ รูปเปน็ รูปทรงต่างๆ ได้ ยาง ผสมได้ ยืดหยุ่นได้ ส่วนเส้นใยเป็นพอ ลเิ มอร์ทีส่ ามารถดึงเป็นเสน้ ยาวได้ - พอลเิ มอร์จงึ ใชป้ ระโยชน์ได้ แตกต่างกัน - พอลเิ มอร์ เซรามิก และวสั ดุ ผสมเป็นวัสดุที่ใชม้ ากใน ชีวิตประจำวนั - เซรามกิ เปน็ วัสดทุ ่ผี ลิตจาก ดนิ หิน ทราย และแร่ธาตุ ตา่ ง ๆ จากธรรมชาติและ ส่วนมากจะผ่านการเผาท่ี อณุ หภมู ิสูง เพ่ือให้ได้เนื้อ สารที่แข็งแรง เซรามกิ สามา รถทำเปน็ รปู ทรงตา่ ง ๆ ได้ สมบตั ิทว่ั ไปของเซรามิกจะ แขง็ ทนต่อการสึกกร่อน
111 สาระการเรียนรู้ คำสำคญั ท่เี ป็นคณุ ภาพผเู้ รยี น ตวั ชี้วัด แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ การ (K) (A) และเปราะ สามารถนำไปใช้ อธิบาย เสนอแนะ - ตระหนกั ประโยชนไ์ ด้ เช่น ภาชนะที่ เป็นเครอ่ื งป้ันดนิ เผา แนวทางใน แนวทางในการใช้ ถงึ คณุ ค่า ช้นิ ส่วนอิเล็กทรอนกิ ส์ พอลิ เมอร์ เซรามิก และวสั ดผุ สม การใช้วสั ดุ วสั ดุประเภทพอลิ ของการใช้ เปน็ วัสดุท่ีใช้มากใน ชวี ิตประจำวัน ประเภท เมอร์ เซรามิก วัสดปุ ระเภท ม.๓/๒ตระหนกั ถงึ - วัสดุบางชนิดสลายตวั ยาก พอลเิ มอร์ และวสั ดผุ สม พอลเิ มอร์ คุณคา่ ของการใชว้ ัสดุ เช่น พลาสติก การใช้วสั ดุ ประเภทพอลิเมอร์ อยา่ งฟ่มุ เฟอื ยและไม่ เซรามิก อย่างประหยดั เซรามิก เซรามกิ ส์ และวัสดุ ระมัดระวังอาจกอ่ ปัญหาต่อ ผสม โดยเสนอแนะ สงิ่ แวดลอ้ ม และวัสดุ และคุม้ คา่ ได้ และวสั ดุ แนวทางการใชว้ ัสดุ อยา่ งประหยดั และ คมุ้ ค่า ผสมอย่าง ผสม ประหยัด - รับผิดชอบ และคมุ้ คา่ ตอ่ หน้าท่ที ี่ ได้ ได้รับ มอบหมาย และมงุ่ มน่ั ใน การศึกษา ม. ๓/๓อธิบายการ - การเกิดปฏิกริ ยิ าเคมีหรือ อธบิ ายการ เขียนสมการเคมี รบั ผิดชอบ เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี การเปลยี่ นแปลงทางเคมี เกดิ ปฏกิ ิริ แทนปฏิกริ ิยาเคมี ต่อหนา้ ที่ที่ รวมถงึ การจดั เรยี งตัว ของสารเปน็ การ เปล่ียนแปลงที่ทำให้เกดิ สาร ยาเคมี ทเ่ี กิดข้นึ ได้ ได้รับ ใหม่ โดยสารที่เขา้ ทำ ใหม่ของอะตอมเมื่อ ปฏกิ ริ ยิ าเรียกว่าสารตง้ั ต้น และ มอบหมาย การเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี อธบิ ายการ และมุ่งมั่นใน โดยใช้แบบจำลอง สารใหม่ที่เกดิ ขน้ึ จาก จดั เรยี งตวั การศึกษา และสมการ ขอ้ ความ ปฏิกริ ิยา เรียกวา่ ผลิตภณั ฑ์ ใหมข่ อง การเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี อะตอม ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ คำสำคัญทเ่ี ปน็ คุณภาพผเู้ รียน
112 แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คณุ ลกั ษณะ การ (K) (A) สามารถเขียนแทนได้ด้วย เมื่อ สมการข้อความ เกดิ ปฏกิ ริ ิ ยาเคมไี ด้ ม.๓/๔อธิบายกฎทรง - การเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี อธบิ าย ทดลองเพื่อ รบั ผดิ ชอบ เกย่ี วกบั อธิบายการ ตอ่ หนา้ ที่ท่ี มวล โดยใชห้ ลกั ฐาน อะตอมของสารตัง้ ต้นจะมี กฎทรง เกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี ไดร้ บั การจดั เรยี งตัวใหม่ ได้เป็น มวลได้ และมวลกบั การ มอบหมาย เชงิ ประจกั ษ์ ผลติ ภณั ฑ์ซง่ึ มสี มบตั ิ เกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี และมงุ่ มั่นใน ได้ การศึกษา แตกต่างจากสารต้ังตน้ โดย อะตอมแตล่ ะชนดิ ก่อนและ หลังเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมมี ี จำนวนเทา่ กัน เม่อื เกิดปฏิกิริยาเคมมี วล รวมของสารต้งั ต้นเทา่ กับ มวลรวมของผลติ ภัณฑซ์ ึ่ง เปน็ ไปตามกฎทรงมวล ม. ๓/๕วเิ คราะห์ - เมื่อเกิดปฏิกิรยิ าเคมีมีการ ระบุ ทดลองเพื่อระบุ รับผิดชอบ ประเภท การเปลี่ยนแปลง ตอ่ หน้าทีท่ ่ี ปฏิกิรยิ าดดู ความ ถา่ ยโอนความร้อนควบคู่ไป ของ พลังงานความ ไดร้ บั รอ้ น และปฏิกิรยิ า กับการจัดเรียงตัวใหม่ของ ปฏิกิริยา ร้อนของปฏิกิรยิ า มอบหมาย คายความร้อน จาก อะตอมของสาร ปฏิกริ ยิ าท่ีมี จากการ เคมีได้ และมงุ่ ม่นั ใน การเปลย่ี นแปลง การถา่ ยโอนความร้อนจาก เปลีย่ นแป การศกึ ษา พลงั งาน ความร้อน สิง่ แวดล้อมเขา้ สรู่ ะบบเป็น ลงพลังงาน ปฏิกริ ยิ าดูดความร้อน ความร้อน ของปฏิกิริยา ได้ ปฏกิ ิริยาที่มีการถา่ ยโอน ความร้อนจากระบบออกสู่ ส่งิ แวดล้อมเป็นปฏกิ ิริยาคาย ความร้อน โดยใช้เครื่องมือที่ เหมาะสมในการวัดอุณหภมู ิ เช่น เทอรม์ อมิเตอรห์ ัววัดท่ี สามารถตรวจสอบการ เปล่ียนแปลงของอุณหภูมิได้ อยา่ งต่อเนื่อง สาระการเรยี นรู้ คำสำคัญท่เี ป็นคณุ ภาพผู้เรียน ตัวชีว้ ัด แกนกลาง บรู ณา ความรู้ (K) ทกั ษะ (P) คณุ ลกั ษณะ การ (A)
ม. ๓/๖อธิบาย - ปฏิกริ ยิ าเคมีที่พบใน 113 ปฏิกริ ยิ าการเกดิ สนิม ชีวติ ประจำวันมีหลายชนิด - อธบิ าย เขียนสมการ รบั ผดิ ชอบ การ ขอ้ ความแสดง ตอ่ หนา้ ที่ท่ี ของเหลก็ ปฏิกริ ิยา เชน่ ปฏิกริ ยิ าการเผาไหม้ เกิดปฏิกิรยิ ถึงสารต้งั ต้นที่ ไดร้ บั ของกรดกับโลหะ การเกดิ สนิมของเหลก็ าเคมีที่พบ เข้าทำปฏกิ ริ ยิ า มอบหมาย ปฏกิ ิรยิ าของกรด กบั ปฏกิ ริ ิยาของกรดกบั โลหะ ใน กนั และ และมุ่งม่นั ใน เบสและปฏิกิริยาของ ปฏกิ ิรยิ าของกรดกบั เบส ชีวิตประจำ ผลิตภัณฑท์ ี่ การศกึ ษา เบสกบั โลหะ โดยใช้ วนั โดยใช้ เกดิ ขน้ึ ใน หลักฐานเชงิ ประจักษ์ ปฏิกริ ยิ าของเบสกบั โลหะ หลักฐานเชงิ ปฏกิ ิริยาเคมใี น และอธบิ ายปฏิกิริยา การเกิดฝนกรด การ ประจกั ษ์ ชวี ิตประจำวันได้ การ เผาไหมก้ ารเกดิ สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง และข้อมูล ฝนกรด การสังเคราะห์ ปฏกิ ริ ิยาเคมีสามารถเขียน สารสนเทศ ได้ ด้วยแสง โดยใช้ แทนได้ดว้ ยสมการข้อความ - ระบุ ประโยชน์ สารสนเทศ รวมทงั้ ซึง่ แสดงช่ือของสารตั้งตน้ และโทษ เขียนสมการขอ้ ความ และผลติ ภัณฑ์ เช่นเช้อื เพลงิ ของ ปฏิกริ ยิ า แสดงปฏิกิริยาดงั กลา่ ว + ออกซิเจน→ เคมที ี่พบใน ชวี ิตประจำ คาร์บอนไดออกไซด์ + นำ้ วนั ที่มีต่อ ส่งิ มชี วี ติ ปฏกิ ริ ิยาการเผาไหม้เปน็ และ ส่งิ แวดล้อม ปฏิกริ ยิ าระหว่างสารกับแก๊ส ได้ ออกซเิ จน สารที่ เกิดปฏิกิรยิ าการเผาไหม้ ส่วนใหญเ่ ป็นสารประกอบที่ มีคารบ์ อนและไฮโดรเจน เปน็ องค์ประกอบ ซง่ึ ถ้าเกิด การเผาไหม้อย่างสมบรู ณ์ ปฏิกริ ยิ าเคมีที่พบใน ชวี ิตประจำวัน จะได้ผลติ ภณั ฑ์เป็น คารบ์ อนไดออกไซด์และน้ำ - การเกิดสนิมของเหล็ก เกิด จากปฏกิ ิริยาเคมีระหว่าง เหลก็ น้ำ และแกส๊ ออกซเิ จน
114 สาระการเรยี นรู้ คำสำคัญทเี่ ปน็ คณุ ภาพผูเ้ รียน ตวั ช้ีวดั แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ การ (K) (A) ได้ผลิตภัณฑ์เปน็ สนิมของ เหลก็ - ปฏกิ ิริยาการเผาไหม้และ การเกดิ สนมิ ของเหลก็ เป็น ปฏกิ ิรยิ าระหว่างสารตา่ ง ๆ กับแก๊สออกซิเจน - ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะ กรดทำปฏกิ ิริยากับโลหะได้ หลายชนิด ไดผ้ ลติ ภัณฑ์เปน็ เกลือของโลหะและแกส๊ ไฮโดรเจน - ปฏกิ ิริยาของกรดกบั สารประกอบคาร์บอเนต ได้ ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊ส คารบ์ อนไดออกไซด์ เกลือ ของโลหะ และนำ้ - ปฏิกิริยาของกรดกับเบส ไดผ้ ลิตภณั ฑ์เปน็ เกลอื ของ โลหะและนำ้ หรืออาจได้ เพียงเกลือของโลหะ - ปฏิกิรยิ าของเบสกบั โลหะ บางชนดิ ไดผ้ ลติ ภณั ฑ์เปน็ เกลือของเบสและแกส๊ ไฮโดรเจน - การเกดิ ฝนกรด เป็นผล จากปฏิกิรยิ าระหว่างนำ้ ฝน กับออกไซดข์ องไนโตรเจน หรอื ออกไซดข์ องซัลเฟอรท์ ำ ใหน้ ำ้ ฝนมีสมบัติเป็นกรด
115 สาระการเรยี นรู้ คำสำคัญทเี่ ป็นคุณภาพผเู้ รยี น ตัวชีว้ ัด แกนกลาง บรู ณา ความรู้ (K) ทกั ษะ (P) คณุ ลกั ษณะ การ (A) - การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื เป็นปฏิกิริยา ระหว่างแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์กับนำ้ โดยมีแสงช่วยในการ เกิดปฏกิ ิรยิ าไดผ้ ลติ ภัณฑ์ เปน็ นำ้ ตาลกลโู คสและแกส๊ ออกซเิ จน ม.๓/๗ระบุประโยชน์ - ปฏิกิรยิ าเคมีท่ีพบใน อธบิ าย เขยี นแผนภาพ รับผดิ ชอบ ประโยชน์ ระบปุ ระโยชน์ ต่อหนา้ ที่ท่ี และโทษของ ชีวิตประจำวนั มีทง้ั ประโยชน์ และโทษของ และโทษของ ไดร้ บั ปฏกิ ริ ิยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีได้ มอบหมาย ปฏิกริ ิยาเคมีที่มีต่อ และโทษต่อสิ่งมีชวี ิตและ ทีใ่ ชใ้ น และมุ่งมั่นใน สิง่ มชี วี ิตและ ส่ิงแวดล้อม จงึ ต้อง ชีวติ ประจำวั การศกึ ษา ส่งิ แวดลอ้ มและ ระมดั ระวงั ผลจากปฏกิ ิริยา นได้ ยกตวั อย่างวิธีการ เคมีตลอดจนรู้จักวธิ ปี อ้ งกัน และแกป้ ัญหาทเี่ กดิ จาก ป้องกันและแกป้ ัญหา ปฏกิ ริ ิยาเคมที ี่พบใน ที่เกดิ จากปฏกิ ิริยา ชวี ิตประจำวัน เคมีท่ีพบใน ชวี ติ ประจำวนั จาก การสบื ค้นข้อมลู ม.๓/๘ออกแบบวธิ ี - ความรู้เกย่ี วกบั ปฏิกิริยา บอกถงึ เสนอแนะ รับผิดชอบ ปฏิกริ ิยาเคมี แนวทางในการ ต่อหน้าทที่ ี่ แก้ปญั หาใน เคมี สามารถนำไป ที่ สามารถ ใช้ปฏกิ ริ ิยาเคมี ได้รบั นำไป เพือ่ ปรบั ปรุง มอบหมาย ชีวติ ประจำวัน โดยใช้ ประยกุ ต์ใช้ประโยชนใ์ น ประยุกต์ใช้ ผลิตภัณฑไ์ ด้ และม่งุ ม่นั ใน ความรู้เกยี่ วกับ ชีวติ ประจำวนั และสามารถ ประโยชนใ์ น การศกึ ษา ปฏกิ ิรยิ าเคมี โดย บรู ณาการกบั คณิตศาสตร์ ชวี ติ ประจำวั เทคโนโลยี และ บรู ณาการ วิศวกรรมศาสตร์ เพื่อ วทิ ยาศาสตร์ ปรบั ปรุงผลติ ภัณฑใ์ ห้มี คณิตศาสตร์ คณุ ภาพตามต้องการหรือ เทคโนโลยี และ อาจสร้างนวัตกรรมเพื่อ วศิ วกรรมศาสตร์ ป้องกัน
116 สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ทเ่ี ป็นคณุ ภาพผเู้ รยี น ตวั ช้ีวดั แกนกลาง บูรณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คณุ ลักษณะ การ (K) (A) และแก้ปัญหาที่เกิดจาก ปฏิกิริยาเคมี โดยใช้ความรู้ เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมีเช่น การเปลี่ยนแปลงพลังงาน ความร้อน อันเนื่องมาจาก ปฏิกิริยาเคมี เพื่อเพิ่ม ปรมิ าณผลิต
117 สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐานว 4.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใช้ความรู้ และทักษะทางด้านวิทยาศาสตรค์ ณิตศาสตร์และศาสตร์อืน่ ๆเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมเลอื กใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบตอ่ ชวี ติ สงั คมและสิง่ แวดล้อม สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ทีเ่ ปน็ คุณภาพผู้เรียน ตัวชวี้ ัด แกนกลาง บรู ณาการ ความรู้ (K) ทักษะ (P) คุณลักษณะ (A) 1. วิเคราะห์ เทคโนโลยมี กี าร วิเคราะห์ ใช้ สาเหตุหรือ เปลยี่ นแปลงตลอดเวลา ปัจจัยที่สง่ ผลต่อ ตั้งแตอ่ ดีตจนถงึ ปจั จบุ ันซ่ึง การ มสี าเหตหุ รอื ปัจจยั มาจาก เปลยี่ นแปลง หลายดา้ นเชน่ ของเทคโนโลยี - ปัญหาหรอื ความ และ ตอ้ งการของมนษุ ย์ ความสัมพนั ธ์ - ความก้าวหน้าของ ของเทคโนโลยี ศาสตรต์ ่างๆ กบั ศาสตร์อื่น - การเปลีย่ นแปลง โดยเฉพาะ ทางด้านเศรษฐกจิ สังคม วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรมส่งิ แวดลอ้ ม หรือ เทคโนโลยีมี คณติ ศาสตร์เพ่ือ ความสัมพนั ธก์ ับศาสตรอ์ ื่น เป็นแนว โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์โดย ทางการ วทิ ยาศาสตรเ์ ป็นพ้นื แก้ปญั หาหรือ ฐานความรทู้ ี่นำไปสู่การ พัฒนางาน พฒั นาเทคโนโลยีและ เทคโนโลยที ่ีไดส้ ามารถเปน็ เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการศึกษา ค้นคว้าเพ่ือให้ได้มาซึ่งองค์ ความรู้ใหม่
118 ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ท่ีเป็นคณุ ภาพผ้เู รยี น แกนกลาง บูรณาการ ความรู้ (K) ทักษะ (P) คุณลักษณะ (A) 2. ระบปุ ัญหา ปญั หาหรือความ วิเคราะห์ ใช้ หรือความ ต้องการอาจพบไดใ้ นงาน ตอ้ งการของ อาชพี ของชุมชนหรอื ชุมชนหรือ ทอ้ งถน่ิ ซง่ึ อาจมหี ลาย ท้องถ่นิ เพ่ือ ดา้ นเชน่ พฒั นางาน - ด้านการเกษตร อาชีพสรุปกรอบ - อาหาร ของปญั หา -พลังงาน รวบรวม - การขนส่ง วิเคราะหข์ ้อมูล การวิเคราะห์ และแนวคิดที่ สถานการณ์ปัญหาชว่ ย เก่ยี วข้องกับ ให้เข้าใจเงื่อนไขและ ปญั หาโดย กรอบของปัญหาได้ คำนงึ ถึงความ ชัดเจนจากนน้ั ถูกต้องด้าน ดำเนนิ การสืบคน้ ทรพั ยส์ นิ ทาง รวบรวมขอ้ มูลความรู้ ปญั ญา จากศาสตร์ตา่ งๆท่ี เก่ียวขอ้ งเพ่ือนำไปสู่การ ออกแบบแนวทางการ แกป้ ญั หา 3. ออกแบบ การวเิ คราะห์ วิเคราะห์ เลอื ก วิธีการแก้ปญั หา เปรียบเทียบและ โดยวิเคราะห์ ตัดสนิ ใจเลอื กข้อมูลที่ เปรยี บเทียบ จำเป็นโดยคำนึงถงึ และตัดสนิ ใจ ทรพั ยส์ ินทางปัญญา เลือกข้อมูลที่ เง่ือนไขและทรัพยากร จำเป็นภายใต้ เชน่ เงื่อนไขและ - งบประมาณ ทรัพยากรทีม่ ีอยู่ - เวลา นำเสนอแนว - ข้อมูลและสารสนเทศ ทางการ - วสั ดุ แก้ปญั หาให้ -เครื่องมือและอุปกรณ์ ผ้อู ื่นเขา้ ใจด้วย ช่วยใหไ้ ดแ้ นวทางการ เทคนิคหรือ แกป้ ญั หาท่เี หมาะสม วิธีการที่ การออกแบบแนว หลากหลาย ทางการแกป้ ัญหาทำได้
ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้ 119 วางแผน คำสำคัญท่ีเปน็ คณุ ภาพผ้เู รียน ข้ันตอนการ แกนกลาง บูรณาการ ความรู้ (K) ทกั ษะ (P) คุณลกั ษณะ (A) ทำงานและ ดำเนนิ การ หลากหลายวธิ ีเช่น อธิบาย ปรับปรุง แก้ปัญหา อย่างเป็น - การร่างภาพ ข้ันตอน - การเขยี นแผนภาพ 4. ทดสอบ ประเมินผล -การเขียนผงั งาน และอธบิ าย ปัญหาหรือ เทคนคิ หรือวิธกี ารใน ข้อบกพร่องที่ เกิดข้นึ ภายใต้ การนำเสนอแนวทางการ กรอบเง่ือนไข พรอ้ มทงั้ หา แก้ปญั หามีหลากหลาย แนวทางการ ปรบั ปรงุ แก้ไข เชน่ และนำเสนอ ผลการ - การใช้แผนภมู ิ แก้ปญั หา - ตาราง - ภาพเคลอื่ นไหว การกำหนดขั้นตอน และระยะเวลาในการ ทำงานก่อนดำเนินการ แก้ปญั หาจะช่วยใหก้ าร ทำงานสำเร็จไดต้ าม เปา้ หมายและลด ขอ้ ผิดพลาดของการ ทำงานที่อาจเกดิ ข้นึ การทดสอบและประเมนิ เปน็ การตรวจสอบชนิ้ งาน หรอื วธิ กี ารว่าสามารถ แกป้ ัญหาไดต้ าม วตั ถุประสงค์ภายใต้กรอบ ของปญั หา เพ่อื หา ขอ้ บกพร่องและ ดำเนินการปรบั ปรงุ ให้ สามารถแกไ้ ขปัญหาได้ การนำเสนอผลงานเป็น การถา่ ยทอดแนวคดิ เพอื่ ใหผ้ อู้ ื่นเข้าใจเกยี่ วกับ กระบวนการทำงานและ ชิ้นงานหรือวิธกี ารทีไ่ ด้ซ่งึ สามารถทำได้หลายวธิ เี ช่น - การเขียนรายงาน
ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้ 120 คำสำคัญทเ่ี ป็นคุณภาพผ้เู รียน แกนกลาง บูรณาการ ความรู้ (K) ทกั ษะ (P) คุณลกั ษณะ (A) - การทำแผ่นนำเสนอ ใช้ แก้ปัญหา ผลงาน - การจดั นิทรรศการ - การนำเสนอผ่านส่ือ ออนไลน์ 5. ใช้ความรู้ วัสดุแต่ละประเภทมี และทกั ษะ สมบัตแิ ตกตา่ งกันเช่น เกี่ยวกับวัสดุ - ไม้ อปุ กรณ์ - โลหะ เคร่ืองมอื - พลาสตกิ กลไก ไฟฟา้ จึงต้องมีการวิเคราะห์ และ สมบัติเพ่ือเลอื กใชใ้ ห้ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เหมาะสมกบั ลักษณะ เพอื่ แก้ปัญหา ของงาน หรอื พฒั นา การสรา้ งชน้ิ งานอาจใช้ งานได้อย่าง ความรู้เร่ืองกลไกไฟฟ้า ถกู ต้อง อเิ ล็กทรอนิกสเ์ ช่น เหมาะสมและ - LED ปลอดภยั - มอเตอร์ - บซั เซอร์ - เฟือง - รอก - ลอ้ - เพลา อุปกรณ์และเครื่องมือ ในการสรา้ งช้ินงานหรอื พัฒนาวิธกี ารมหี ลาย ประเภทตอ้ งเลือกใช้ให้ ถูกต้องเหมาะสมและ ปลอดภัยรวมทง้ั ร้จู ักเกบ็ รักษา
121 ตารางวิเคราะห์คำอธิบายรายวิชา รหสั วชิ า ว ๒๓๑๐1 รายวิชา วิทยาศาสตร์ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคล่ืน แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมทั้งนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ทีเ่ ป็นคณุ ภาพผู้เรียน แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คณุ ลกั ษณะ การ (K) (A) ม.๓/๑วเิ คราะห์ - เมือ่ ตอ่ วงจรไฟฟา้ ครบ อธิบาย คำนวณหา มคี วามใฝ่ ความสัมพนั ธร์ ะหว่าง วงจรจะมีกระแสไฟฟ้าออก ความหมา ปรมิ าณท่ี เรียนรแู้ ละมี ความตา่ ง ศักย์ จากขัว้ บวกผา่ นวงจรไฟฟ้า ยของ เกี่ยวข้องกบั วาม ความมุง่ มัน่ กระแสไฟฟา้ และ ไปยังขว้ั ลบของแหล่งกำเนดิ กระแสไฟ สัมพันธ์ระหวา่ ง ในการ ความตา้ นทานและ ไฟฟา้ ซงึ่ วดั คา่ ได้จาก ฟา้ และ กระแสไฟฟา้ ทำงาน คำนวณปรมิ าณท่ี แอมมิเตอร์ ความตา่ ง ความต่างศักย์ เกยี่ วขอ้ งโดยใช้ ศักยไ์ ด้ และความ ต้านทานได้ สมการ������ = ������������ จากหลักฐานเชิง อธบิ าย ปฏิบัตกิ ิจกรรม มคี วามใฝ่ ประจักษ์ ม.๓/๒เขียนกราฟ - ค่าทีบ่ อกความแตกตา่ ง ความสัมพันธ์ระหวา่ ง ของพลังงานไฟฟ้าต่อหน่วย ความ ความสัมพันธ์ เรยี นรแู้ ละมี กระแสไฟฟ้าและ ประจรุ ะหว่างจุด 2 จุด แตกตา่ ง ระหว่าง ความมงุ่ ม่ัน ความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ เรียกวา่ ความต่างศักยซ์ งึ่ วดั ของ กระแสไฟฟา้ กับ ในการ คา่ ไดจ้ ากโวลต์มิเตอร์ พลังงาน ความต่างศักย์ได้ ทำงาน ไฟฟ้าได้ อย่างถูกต้องและ เปน็ ลำดับข้นั ตอน
122 ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้ คำสำคญั ท่เี ปน็ คุณภาพผเู้ รียน แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทักษะ (P) คณุ ลักษณะ การ (K) (A) ม. ๓/๓ใชโ้ วลต์ - ขนาดของกระแสไฟฟา้ มี อธบิ าย หาขนาดของ มคี วามใฝ่ มเิ ตอร์ แอมมิเตอร์ คา่ แปรผันตรงกบั ความตา่ ง อตั ราส่วน กระแสไฟฟา้ มีคา่ เรยี นรูแ้ ละมี ในการวัด ปริมาณ ศักย์ระหวา่ งปลายทง้ั สอง ระหว่าง แปรผนั ตรงกบั ความมุ่งมน่ั ทางไฟฟ้า ของตัวนำ โดยอัตราสว่ น ความตา่ ง ความตา่ งศักย์ ในการ ระหวา่ งความตา่ งศักย์และ ศกั ยแ์ ละ ระหวา่ งปลายทง้ั ทำงาน กระแสไฟฟา้ มีคา่ คงท่ี เรียก กระแสไฟ สองของตวั นำได้ คา่ คงทีน่ ีว้ า่ ความต้านทาน ฟา้ ได้ ม.๓/๔วเิ คราะหค์ วาม - ในวงจรไฟฟ้าประกอบดว้ ย อธิบาย คำนวณหา มคี วาม ต่างศักย์ไฟฟ้าและ แหล่งกำเนดิ ไฟฟา้ ชนิดตัว ปริมาณท่ี มงุ่ มัน่ ในการ กระแสไฟฟา้ ใน สายไฟฟ้า และอปุ กรณ์ ตา้ นทาน เกยี่ วข้องกบั ตวั เรียนรแู้ ละ วงจรไฟฟ้าเม่ือตอ่ ตวั ไฟฟ้า โดยอุปกรณ์ไฟฟา้ แต่ คา่ คงที่ ต้านทานคา่ คงท่ี ทำงานท่ี ต้านทานหลายตัว ละชน้ิ มีความต้านทาน ใน จากแถบสี จากแถบสบี นตัว ไดร้ บั แบบอนกุ รมและแบบ การตอ่ ตวั ต้านทานหลายตวั บนตัว ตา้ นทานได้ มอบหมาย ขนาน จากหลักฐาน มที ง้ั ต่อแบบอนุกรมและ ต้านทาน ตลอดเวลา เชิงประจักษ์ แบบขนาน ได้ ม. ๓/๕เขียน - การต่อตวั ตา้ นทานหลาย อธิบาย เขียนแผนภาพ มคี วาม แผนภาพวงจรไฟฟา้ ตวั แบบอนุกรมใน ความ วงจรไฟฟ้าเม่ือต่อ ม่งุ มัน่ ในการ แสดงการต่อตวั วงจรไฟฟ้า ความตา่ งศักย์ที่ แตกต่าง ตัวต้านทานแบบ เรยี นรู้และ ต้านทานแบบอนกุ รม คร่อมตวั ต้านทานแต่ละตัวมี ของความ อนกุ รมและแบบ ทำงานท่ี และขนาน ค่าเทา่ กบั ผลรวมของความ ตา่ งศกั ย์ ขนานได้ ไดร้ บั ตา่ งศักย์ทค่ี ร่อมตัวตา้ นทาน และ มอบหมาย แต่ละตวั โดยกระแสไฟฟ้าท่ี กระแสไฟ ตลอดเวลา ผ่านตวั ต้านทานแตล่ ะตวั มี ฟ้าใน ค่าเทา่ กัน วงจรไฟฟ้า - การต่อตัวตา้ นทานหลาย เมอื่ ต่อตวั ตวั แบบขนานในวงจรไฟฟ้า ต้านทาน กระแสไฟฟา้ ท่ีผา่ นวงจรมีค่า หลายตัว เทา่ กบั ผลรวมของ แบบ กระแสไฟฟ้าทีผ่ ่านตัว อนุกรม ต้านทานแตล่ ะ
123 ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้ คำสำคัญที่เป็นคุณภาพผูเ้ รียน แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทักษะ (P) คณุ ลักษณะ การ (K) (A) ตัว โดยความต่างศกั ย์ท่ี และแบบ ครอ่ มตัวตา้ นทานแตล่ ะตวั มี ขนานได้ ค่าเท่ากนั ม. ๓/๖บรรยายการ - การต่อตวั ตา้ นทานหลาย อธิบาย คำนวณหาคา่ ของ นำความรู้ ทำงานของช้ินสว่ น ตัวแบบขนานในวงจรไฟฟา้ หลักการ กระแสไฟฟา้ ท่ี เกี่ยวกบั อิเล็กทรอนกิ ส์อยา่ ง กระแสไฟฟา้ ทผี่ ่านวงจรมีค่า ทำงานของ ผ่านวงจรได้ วงจร งา่ ยในวงจรจาก เท่ากับผลรวมของ ชน้ิ ส่วน อิเลก็ ทรอนกิ ข้อมูลท่รี วบรวมได้ กระแสไฟฟา้ ที่ผา่ นตัว อเิ ล็กทรอ ส์เบอื้ งต้นไป ตา้ นทานแตล่ ะตวั โดยความ นกิ สใ์ น ประยุกต์ใช้ ต่างศักย์ท่ีคร่อมตัวต้านทาน วงจร ใน แต่ละตวั มคี า่ เท่ากัน อิเลก็ ทรอ ชวี ติ ประจำวั นกิ ส์อย่าง นได้ ง่ายได้ ม. ๓/๗เขยี น - ชนิ้ ส่วนอเิ ลก็ ทรอนิกส์มี อธิบาย ปฏิบัตกิ จิ กรรม นำความรู้ แผนภาพและต่อ หลายชนดิ เช่น ตัวต้านทาน หนา้ ที่ของ การตอ่ วงจร เกีย่ วกบั ชนิ้ สว่ น ไดโอด ทรานซสิ เตอร์ ตวั ช้ินนสว่ น ทรานซิสเตอร์ได้ วงจร อิเลก็ ทรอนิกส์อย่าง เกบ็ ประจุ โดยช้ินสว่ นแตล่ ะ อิเลก็ ทรอ อยา่ งถูกต้องและ อเิ ล็กทรอนกิ ง่ายในวงจรไฟฟ้า ชนดิ ทำหน้าท่ีแตกตา่ งกัน นิกสใ์ น เปน็ ลำดบั ขน้ั ตอน ส์เบื้องต้นไป เพ่ือให้วงจรทำงานไดต้ าม วงจร ประยกุ ตใ์ ช้ ตอ้ งการ อเิ ลก็ ทรอ ใน - ตัวต้านทานทำหนา้ ที่ นกิ ส์อย่าง ชวี ิตประจำวั ควบคมุ ปรมิ าณกระแสไฟฟ้า ง่ายได้ นได้ ในวงจรไฟฟา้ ไดโอดทำ หน้าท่ใี ห้กระแสไฟฟ้าผ่าน ทางเดยี ว ทรานซสิ เตอรท์ ำ หนา้ ทเี่ ป็นสวิตชป์ ิดหรอื เปดิ วงจรไฟฟ้าและควบคุม ปรมิ าณกระแสไฟฟา้
124 ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้ คำสำคัญทีเ่ ป็นคณุ ภาพผู้เรยี น แกนกลาง บ ู ร ณ า ค ว า ม รู้ ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ (A) การ (K) นำความรู้ ตัวเก็บประจุทำหน้าที่เก็บ เกีย่ วกบั พลงั งาน และคายประจุไฟฟ้า ไฟฟา้ กำลงั ไฟฟา้ ม.๓/๘อธิบายและ - เครอื่ งใช้ไฟฟ้าจะมีคา่ อธิบาย คำนวณหา และการ คำนวณคา่ คำนวณพลงั งาน กำลังไฟฟา้ และความต่าง ความหมา ปริมาณต่าง ๆ ท่ี ไฟฟา้ ไป ประยกุ ต์ใช้ ไฟฟา้ โดยใช้ สมการ ศกั ย์กำกบั ไว้ กำลงั ไฟฟ้ามี ยของ เก่ียวขอ้ งกับ ใน ชวี ิตประจำวั ������ = ������������รวมทั้ง หน่วยเป็นวัตต์ ความตา่ ง พลงั งาน พลังงานไฟฟ้า นได้ คำนวณคา่ ไฟฟ้าของ ศักยม์ หี น่วยเปน็ โวลต์ คา่ ไฟฟ้าและ กำลงั ไฟฟ้า และ สามารถ ประยกุ ตใ์ ช้ เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าในบ้าน ไฟฟา้ ส่วนใหญ่คดิ จาก กำลังไฟฟ้า คา่ ไฟฟา้ ของ งาน เครอื่ งใช้ไฟ พลงั งานไฟฟา้ ทีใ่ ช้ท้ังหมด ได้ เคร่อื งใช้ไฟฟ้า ฟ้าได้อยา่ ง เหมาะสม ซ่งึ หาได้จากผลคณู ของ ในบา้ นได้ ตรงตาม ต้องการ กำลงั ไฟฟา้ ในหน่วย และลดการ ใช้พลังงาน กโิ ลวตั ต์ กับเวลาในหน่วย ไฟฟ้าได้ ช่วั โมง พลังงานไฟฟ้ามี หนว่ ยเปน็ กโิ ลวตั ต์ ช่วั โมง หรอื หนว่ ย ม.๓/๙ตระหนกั ใน - วงจรไฟฟ้าในบา้ นมีการตอ่ -อธิบาย สบื คน้ ขอ้ มลู คุณค่าของการ เคร่ืองใช้ไฟฟ้าแบบขนาน หลักการ เกี่ยวกบั เลือกใช้ เพ่อื ให้ความตา่ งศกั ย์เท่ากัน การจ่าย วงจรไฟฟ้า และ เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยนำ การใชเ้ ครอ่ื งใช้ไฟฟ้าใน กระแสไฟ เคร่ืองใช้ไฟฟา้ ใน เสนอแนะวธิ ีการใช้ ชีวิตประจำวนั ตอ้ งเลอื กใช้ ฟา้ จากโรง บา้ นไดถ้ ูกต้อง เคร่ืองใช้ไฟฟา้ อย่าง เคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่มีความต่าง ผลิตไฟฟ้า ประหยดั และ ศกั ยแ์ ละกำลงั ไฟฟา้ ให้ สู่ ปลอดภยั เหมาะกบั การใช้งาน และ บ้านเรอื น การใชเ้ ครอ่ื งใช้ไฟฟ้าและ ได้ อุปกรณ์ไฟฟ้าต้องใช้อยา่ ง -อธิบาย ถูกต้อง ปลอดภัย และ และ ประหยดั ยกตัวอยา่ ง
125 ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนรู้ คำสำคญั ที่เปน็ คณุ ภาพผู้เรยี น แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ การ (K) (A) การ เลือกใช้ วสั ดุ อปุ กรณ์ สำหรับ วงจรไฟฟ้า ในบา้ นได้ ม. ๓/๑๐สรา้ ง - คล่ืนเกิดจากการส่งผา่ น อธบิ ายการ คำนวณหา เปน็ คนชา่ ง แบบจำลองท่ีอธิบาย พลังงานโดยอาศยั ตวั กลาง เกดิ คลื่น ปริมาณที่ สงั เกต ชา่ ง การเกดิ คล่นื และ และไม่อาศยั ตัวกลาง ใน กลและ เกี่ยวข้องกับ คดิ ช่าง บรรยาย คลื่นกล พลังงานจะถูกาย บรรยาย อตั ราเร็ว ความ สงสยั ใฝ่ สว่ นประกอบของ โอนผา่ นตวั กลางโดยอนภุ าค ส่วนประก ยาวคลืน่ ความถ่ี เรียนรู้ และ คลนื่ ของตัวกลางไม่เคลอ่ื นท่ีไป อบของ และแอมพลิจูดได้ มุ่งม่ันในการ กบั คลน่ื คล่ืนท่แี ผ่ออกมา คลน่ื ได้ เสาะ จากแหล่งกำเนิดคลน่ื อย่าง แสวงหา ต่อเน่ืองและมรี ูปแบบที่ซ้ำ ความรู้ กัน บรรยายไดด้ ว้ ยความ ยาวคล่นื ความถี่ แอมพลิจูด ม.๓/๑๑.อธิบายคลื่น - คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าเปน็ อธบิ าย สบื ค้นขอ้ มลู มีความสนใจ แมเ่ หล็กไฟฟ้าและ คลืน่ ที่ไม่อาศัยตวั กลางใน คลื่น เกีย่ วกบั การ ใฝ่รหู้ รอื สเปกตรัม คล่ืน การเคล่ือนที่ มคี วามถ่ี แม่เหลก็ ไฟ คน้ พบคลืน่ อยากรู้อยาก แม่เหลก็ ไฟฟ้าจาก ตอ่ เนอื่ งเปน็ ชว่ งกว้างมาก ฟ้าและ แม่เหล็กไฟฟา้ เหน็ และ ข้อมลู ทีร่ วบรวมได้ เคลื่อนที่ในสญุ ญากาศด้วย สเปกตรัม และสเปกตรมั ทำงาน อัตราเร็วเทา่ กัน แต่จะ ของคลนื่ ของคลน่ื รว่ มกบั ผอู้ น่ื เคลือ่ นทด่ี ว้ ยอตั ราเรว็ แม่เหลก็ ไฟ แมเ่ หล็กไฟฟา้ ได้ อยา่ ง ต่างกัน คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ ฟ้าได้ สร้างสรรค์ แบ่งออกเปน็ ชว่ งความถีต่ า่ ง ๆ เรียกว่า สเปกตรมั ของ คลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้า
126 ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ที่เป็นคณุ ภาพผู้เรยี น แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คณุ ลักษณะ การ (K) (A) แตล่ ะชว่ งความถ่ีมชี อื่ เรยี ก ตา่ งกัน ได้แก่ คลนื่ วิทยุ ไมโครเวฟ อนิ ฟราเรด แสงท่ี มองเห็น อลั ตราไวโอเลต รังสเี อกซ์และรงั สีแกมมา ซึ่ง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ม. ๓/๑๒ตระหนกั ถงึ - เลเซอร์เปน็ คลน่ื อธบิ าย นำเสนอการใช้ ตระหนกั ถึง ประโยชนแ์ ละ แม่เหลก็ ไฟฟ้าทม่ี ีความยาว และ ประโยชนใ์ นด้าน ประโยชน์ อนั ตรายจาก คลน่ื คลื่นเดยี ว เปน็ ลำแสงขนาน ยกตัวอย่าง ตา่ ง ๆ และ และ แม่เหลก็ ไฟฟา้ โดย และมคี วามเขม้ สูง นำไปใช้ ประโยชน์ อนั ตรายจากคลืน่ อันตรายจาก นำเสนอการใช้ ประโยชนใ์ นด้านต่าง ๆ เช่น ของคล่นื แม่เหล็กไฟฟ้าใน คล่นื ประโยชนใ์ นดา้ น ตา่ ง ด้านการสือ่ สารมีการใช้ แมเ่ หล็กไฟ ชีวติ ประจำวัน แมเ่ หลก็ ๆ และอันตรายจาก เลเซอรส์ ำหรับส่งสารสนเทศ ฟา้ ได้ ไฟฟ้าในชีวิต คลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ ผา่ นเสน้ ใยนำแสง โดยอาศยั ประจำวนั ในชีวติ ประจำวนั หลักการการสะท้อนกลบั ได้ หมดของแสง ดา้ น การแพทยใ์ ชใ้ นการผ่าตัด - คลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้า นอกจากจะสามารถนำไปใช้ ประโยชนแ์ ล้ว ยังมโี ทษตอ่ มนุษยด์ ้วย เชน่ ถา้ มนุษย์ ได้รบั รงั สอี ลั ตราไวโอเลต มากเกนิ ไปอาจจะทำให้เกิด มะเรง็ ผวิ หนัง หรอื ถ้าไดร้ งั สี แกมมาซงึ่ เป็นคลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้าทีม่ ีพลังงานสงู และสามารถทะลผุ ่านเซลล์ และอวัยวะได้
127 สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ที่เป็นคุณภาพผู้เรยี น ตัวชี้วดั แกนกลาง บรู ณา ความรู้ ทักษะ (P) คณุ ลักษณะ การ (K) (A) ม. ๓/๑๖เขียน - แสงขาวประกอบดว้ ยแสง อธบิ ายการ ปฏิบตั กิ ิจกรรม นำความรู้ กระจาย การหักเหของแสง เก่ยี วกบั การ แผนภาพการ สีตา่ ง ๆ เมอื่ แสงขาวผ่าน แสงของ ผ่านตวั กลางทตี่ ่าง หกั เหของ แสงขาว ชนิดกนั ได้อย่าง แสงไปใช้ใน เคล่ือนท่ีของแสง ปริซมึ จะเกิดการกระจาย เมอื่ ผา่ น ถูกต้องและเป็น ชีวิตประจำวั ปริซึมได้ ลำดับขน้ั ตอน นได้ แสดงการเกิดภาพ แสงเป็นแสงสีต่าง ๆ จากเลนสบ์ าง เรียกวา่ สเปกตรัมของแสง ขาว เม่อื เคลื่อนท่ีในตัวกลาง ใด ๆ ทีไ่ ม่ใชอ่ ากาศ จะมี อัตราเรว็ ต่างกนั จึงมีการหัก เหตา่ งกนั ม.๓/๑๗อธบิ าย - การสะทอ้ นและการหักเห อธบิ าย สืบค้นข้อมลู มีความใฝ่ ปรากฏกา เกีย่ วกบั เรยี นรูแ้ ละมี ปรากฏการณ์ที่ ของแสงนำไปใช้อธบิ าย รณ์ท่ี ปรากฏการณ์ที่ ความมุ่งมั่น เก่ียวกับแสง และการ เก่ยี วกบั เก่ียวกับแสงได้ ในการเสาะ ทำงานของทัศน ปรากฏการณ์ทเี่ กยี่ วกับแสง แสงได้ ถูกต้อง แสวงหา อปุ กรณจ์ ากข้อมลู เช่น รุง้ มริ าจ และอธิบาย ความรู้ ท่รี วบรวมได้ การทำงานของทัศนอุปกรณ์ เช่น แว่นขยาย กระจกโค้ง จราจร กล้องโทรทรรศน์ กลอ้ งจุลทรรศน์ และแวน่ ขยาย ม. ๓/๑๘เขียน อธิบายการ เขียนแผนภาพ เห็น แผนภาพการ เคลอื่ นที่ของแสง ทำงานของ การเคล่อื นทขี่ อง ประโยชน์ แสดงการเกิดภาพ ของทศั นอปุ กรณ์และ อุปกรณ์ แสง แสดงการ ของทัศน เลนสต์ า ต่าง ๆ ที่ เกดิ ภาพของทศั น อุปกรณ์ท่ีใช้ ใช้ อุปกรณ์และเลนส์ ในชีวติ ประโยชน์ ตาได้ ประจำวัน จากการ สะทอ้ น และการ หกั เหของ แสงได้
128 สาระการเรียนรู้ คำสำคญั ทีเ่ ป็นคณุ ภาพผู้เรยี น ตัวชวี้ ดั แกนกลาง บูรณา ความรู้ ทักษะ (P) คุณลักษณะ การ (K) (A) ม. ๓/๑๙อธิบายผล - ความสว่างของแสงมผี ลตอ่ อธบิ ายผล เสนอแนะการจัด นำความรู้ ของความสว่างทม่ี ตี ่อ ดวงตามนษุ ย์ การใช้สายตา ของความ ความสว่างให้ เกย่ี วกบั ดวงตา จากข้อมลู ที่ ในสภาพแวดล้อมทมี่ คี วาม สว่างทม่ี ี เหมาะสมในการ ความสว่าง ได้จากการสืบคน้ สว่างไม่เหมาะสมจะเปน็ ต่อดวงตา ทำกิจกรรมต่าง ๆ ของแสงทีม่ ี อนั ตรายต่อดวงตา เช่น การ ได้ ได้ ต่อดวงตาไป ดวู ัตถุในที่มีความสวา่ งมาก ประยกุ ตใ์ ช้ หรือนอ้ ยเกินไป การจ้องดู ในชวี ติ หนา้ จอภาพเป็นเวลานาน ประจำวันได้ ม. ๓/๒๐วัดความ - ความสว่างบนพ้ืนทร่ี บั แสง อธบิ าย คำนวณความส่อง นำความรู้ สว่างของแสงโดยใช้ มีหนว่ ยเป็นลกั ซ์ อปุ กรณว์ ัดความ หน่วยของ สวา่ งของแสงได้ เกย่ี วกับ สวา่ งของแสง ความสว่าง ความสวา่ ง ได้ ของแสงทม่ี ี ต่อดวงตาไป ประยุกต์ใช้ ในชวี ติ ประจำวนั ได้ ม.๓/๒๑ตระหนักใน - ความรเู้ กย่ี วกับความสว่าง อธบิ าย เขยี นประโยชน์ นำความรู้ คุณค่าของความรู้ สามารถนำมาใช้จัดความ ความรู้ เกีย่ วกับการจัด เกีย่ วกับ เรอื่ ง ความสว่างของ สวา่ งใหเ้ หมาะสมกับการทำ เรอื่ ง ความ ความสวา่ งให้ ความสวา่ ง แสงทม่ี ีต่อดวงตาโดย กิจกรรมตา่ ง ๆ เช่น การจัด สว่างของ เหมาะสมได้ ของแสงทีม่ ี วิเคราะห์ ความสวา่ งทีเ่ หมาะสม แสงท่มี ตี ่อ ตอ่ ดวงตาไป สถานการณ์ปัญหา สำหรบั การอา่ นหนังสือ ดวงตาได้ ประยกุ ต์ใช้ และเสนอแนะการจัด ในชีวติ ความสว่างให้ ประจำวันได้ เหมาะสมในการทำ กจิ กรรมต่าง ๆ
129 สาระการเรียนรู้ คำสำคญั ท่ีเปน็ คุณภาพผู้เรยี น ตัวช้ีวดั แกนกลาง บูรณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ การ (K) (A) ม.๓/๑อธบิ ายการ -ในระบบสุรยิ ะมีดวงอาทติ ย์ อธบิ ายการ คำนวณหาปริมาณ มีความสนใจ โคจรของดาวเคราะห์ เป็นศูนยก์ ลางโดยมีดาว โคจรของ ทีเ่ ก่ียวข้องกับแรง ใฝร่ ู้หรือ รอบดวง อาทิตย์ด้วย เคราะหแ์ ละบริวาร ดาว ดาว โน้มถ่วงของดาว อยากรู้อยาก แรงโนม้ ถว่ งจาก เคราะหแ์ คระ ดาวเคราะห์ เคราะห์ เคราะห์ต่าง ๆ เหน็ และ สมการ น้อย ดาวหาง และอื่น ๆ รอบดวง จากสมการกฎแรง ทำงาน F=(Gm1m2) / r2 เช่น วตั ถุคอยเปอรโ์ คจรอยู่ อาทิตย์ โนม้ ถว่ งได้ รว่ มกบั ผอู้ นื่ โดยรอบ ซงึ่ ดาวเคราะห์ ด้วยแรง อยา่ ง และวตั ถุเหล่านโี้ คจรรอบ โน้มถว่ งได้ สร้างสรรค์ ดวงอาทิตยด์ ว้ ยแรงโนม้ ถว่ ง แรงโนม้ ถ่วงเป็นแรงดึงดูด ระหวา่ งวตั ถุสองวัตถุ โดย เป็นสัดสว่ นกับผลคณู ของ มวลทั้งสอง และเป็นสดั สว่ น ผกผนั กับกำลงั สองของ ระยะทางระหว่างวัตถทุ ้ัง สอง แสดงได้โดยสมการF = (Gm1m2)/r2 เมอื่ F แทน ความโน้มถ่วงระหวา่ งมวล ทง้ั สอง G แทนค่านจิ โนม้ ถ่วงสากล m1แทนมวลของ วตั ถุแรก m2 แทนมวลของ วตั ถุท่ีสอง และ r แทน ระยะห่างระหวา่ งวตั ถุทั้ง สอง
130 สาระการเรยี นรู้ คำสำคัญทเ่ี ป็นคณุ ภาพผู้เรยี น ตวั ชว้ี ัด แกนกลาง บูรณา ความรู้ ทักษะ (P) คุณลกั ษณะ การ (K) (A) ม.๓/๒สร้าง - การท่ีโลกโคจรรอบดวง - อธบิ าย สรา้ งแบบจำลองที่ มีความสนใจ แบบจำลองท่ีอธิบาย อาทติ ย์ในลักษณะที่แกนโลก การเกิด อธิบายการเกิดฤดู ใฝร่ ู้หรอื การเกดิ ฤดู และการ เอียงกบั แนวตั้งฉากของ ฤดูกาลได้ และการเคล่ือนที่ อยากรู้อยาก เคล่อื นที่ปรากฏของ ระนาบทางโคจร ทำให้ส่วน - อธิบาย ปรากฏของดวง เห็น และ ดวงอาทติ ย์ ต่าง ๆ บนโลกได้รับปริมาณ การ อาทิตย์ได้ ทำงาน แสงจากดวงอาทติ ย์แตกตา่ ง เคล่ือนที่ รว่ มกบั ผูอ้ ่ืน กันในรอบปี เกดิ เป็นฤดู ปรากฏ อยา่ ง กลางวนั กลางคนื ยาวไม่ ของดวง สร้างสรรค์ เท่ากนั และตำแหน่งการข้ึน อาทติ ย์ได้ และตกของดวงอาทติ ย์ที่ ขอบฟา้ และเส้นทางการข้นึ และตกของดวงอาทติ ย์ เปล่ียนไปในรอบปี ซง่ึ สง่ ผล ตอ่ การดำรงชวี ติ ม. ๓/๓ สรา้ ง - ดวงจนั ทร์โคจรรอบโลก -อธบิ าย -เขยี นแผนภาพ เหน็ แบบจำลองที่อธบิ าย โลกและดวงจนั ทรโ์ คจรรอบ การเกดิ การเกดิ ขา้ งขนึ้ ดวงอาทติ ย์ ดวงจันทรร์ บั ข้างข้ึน แสดงการ ประโยชน์ ขา้ งแรมการ แสงจากดวงอาทิตยค์ รึ่งดวง ข้างแรม เปลี่ยนแปลงเวลา ตลอดเวลา เม่ือดวงจนั ทร์ ของดวง หมุนรอบตัวเอง ของการเกิด การขน้ึ และตก ของ โคจรรอบโลกได้หันส่วน จันทร์ได้ ดวงจนั ทร์และการ สวา่ งมายังโลกแตกต่างกนั -อธิบาย และการโคจรรอบ ข้างข้ึน เกดิ นำ้ ข้นึ นำ้ ลง โลกของดวงจนั ทร์ ขา้ งแรม ได้ -ปฏบิ ัติกิจกรรม จึงทำให้คนบนโลกสังเกต การ การขน้ึ และตกของ ส่วนสว่างของดวงจันทร์ เคล่อื นท่ี ดวงจนั ทร์ได้อยา่ ง แตกต่างไปในแตล่ ะวันเกดิ ปรากฏ ถูกต้องและเปน็ เป็นข้างขึน้ ข้างแรม ของดวง ลำดับขนั้ ตอน - ดวงจนั ทร์โคจรรอบโลกใน จันทรท์ ี่ ทศิ ทางเดียวกนั กบั ท่โี ลก เปล่ียนแป หมุนรอบตัวเอง จึงทำให้ ลงไปได้
131 สาระการเรยี นรู้ คำสำคญั ที่เป็นคุณภาพผ้เู รียน ตวั ช้ีวัด แกนกลาง บูรณา ความรู้ ทักษะ (P) คณุ ลกั ษณะ การ (K) (A) เห็นดวงจันทร์ข้ึนชา้ ไป ประมาณวันละ 50 นาที - แรงโนม้ ถ่วงทดี่ วงจันทร์ ดวงอาทติ ย์กระทำตอ่ โลกทำ ใหเ้ กดิ ปรากฏการณ์นำ้ ขึ้น น้ำลง ซงึ่ สง่ ผลตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มและสงิ่ มีชีวติ บน โลก วันท่ีนำ้ มีระดับการข้นึ สูงสุดและลงต่ำสุดเรียก วัน นำ้ เกิด ส่วนวันที่ระดบั น้ำมี การขึน้ และลงน้อยเรยี ก วัน น้ำตาย โดยวันน้ำเกิด น้ำ ตาย มคี วามสมั พันธ์กบั ขา้ งข้ึนขา้ งข้างแรม ม. ๓/๔ อธิบายการ - เทคโนโลยอี วกาศได้มี -อธบิ าย -สร้างกล้อง -เห็น ใช้ประโยชนข์ อง บทบาทต่อการดำรงชีวิต หลักการ โทรทรรศน์อยา่ ง ประโยชน์ เทคโนโลยี อวกาศ ของมนุษยใ์ นปัจจุบัน ทำงานของ งา่ ยประเภทหักเห ของกล้อง และยกตัวอย่าง มากมาย มนุษย์ได้ใช้ กลอ้ ง แสงได้ โทรทรรศน์ท่ี ความก้าวหนา้ ของ ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยี โทรทรรศ -สบื ค้นข้อมูล ใชใ้ นชีวิต โครงการสำรวจ อวกาศ เช่น ระบบนำทาง นแ์ ต่ละ เกย่ี วกบั ดาวเทยี ม ประจำวนั อวกาศ จากข้อมูลที่ ดว้ ยดาวเทียม (GNSS) การ ประเภทได้ และยานอวกาศได้ -เห็น รวบรวมได้ ตดิ ตามพายุ สถานการณ์ไฟ -อธิบาย ถูกต้อง ประโยชนท์ ี่ ป่า ดาวเทียมชว่ ยภยั แล้ง หลกั การ ได้รบั จาก การตรวจคราบน้ำมันใน ทำงานของ การใช้ ทะเล ดาวเทยี ม ดาวเทียม - โครงการสำรวจอวกาศต่าง และยาน และยาน ๆ ได้พัฒนาเพม่ิ พูนความรู้ อวกาศได้ อวกาศใน ความเขา้ ใจต่อโลก ระบบ สุรยิ ะและเอกภพมากขึ้น
132 สาระการเรยี นรู้ คำสำคัญทเี่ ป็นคุณภาพผ้เู รยี น ตัวช้ีวัด แกนกลาง บูรณา ความรู้ ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ การ (K) (A) การสำรวจ เปน็ ลำดบั ตวั อยา่ งโครงการ อวกาศ สำรวจอวกาศ เชน่ การ สำรวจสง่ิ มีชวี ติ นอกโลก การสำรวจดาวเคราะห์นอก ระบบสุรยิ ะ การสำรวจดาว อังคาร และบรวิ ารอ่ืนของ ดวงอาทิตย์
133 สาระท่ี 4 เทคโนโลยี ม มาตรฐานว4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงานและการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพรู้เท่าทันและมี จริยธรรม ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้ คำสำคญั ทเ่ี ป็นคณุ ภาพผ้เู รียน ความรู้ (K) ทกั ษะ (P) คุณลกั ษณะ (A) แกนกลาง บูรณาการ พฒั นา ทำงาน 1. พัฒนาแอป ข้นั ตอนการพฒั นาแอป พลิเคชนั ทมี่ ี พลิเคชนั การบรู ณาการ Internet of Things กบั วชิ าอ่นื (IoT) อยา่ ง ซอฟต์แวรท์ ี่ใช้ในการ สร้างสรรค์ พฒั นาแอปพลิเคชนั เชน่ - Scratch - python - AppInventor -c - java ตัวอย่างแอปพลิเคชนั เช่น - โปรแกรมแปลงสกุล เงนิ - โปรแกรมผนั เสียง วรรณยกุ ต์ - โปรแกรมจำลองการ แบ่งเซลลร์ ะบบรดนำ้ อตั โนมตั ิ 2. รวบรวม การรวบรวมขอ้ มลู จาก ประมวลผล นำเสนอ ใช้ ข้อมูล แหลง่ ข้อมลู ปฐมภมู แิ ละ ประมวลผล ทตุ ิยภมู ปิ ระมวลผลสรา้ ง ประเมินผล ทางเลอื กประเมินผลจะ นำเสนอข้อมูล ทำให้ได้สารสนเทศเพอ่ื และ ใชใ้ นการแก้ปัญหาหรอื สารสนเทศ การ
ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรู้ 134 แกนกลาง บูรณาการ คำสำคญั ทเ่ี ปน็ คณุ ภาพผูเ้ รียน ความรู้ (K) ทักษะ (P) คณุ ลักษณะ (A) ตามวัตถุ ตดั สนิ ใจได้อยา่ งมี ประสงค์โดยใช้ ประสิทธิภาพ ซอฟต์แวร์หรือ การประมวลผลเปน็ บรกิ ารบน การกระทำกับข้อมูล อินเทอรเ์ น็ตที่ เพ่ือใหไ้ ดผ้ ลลพั ธท์ ่ีมี หลากหลาย ความหมายและมี ประโยชนต์ อ่ การนำไปใช้ งาน การใช้ซอฟต์แวร์หรอื บริการบนอนิ เทอร์เน็ต ทห่ี ลากหลายในการ รวบรวมประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผลนำเสนอจะ ชว่ ยใหแ้ ก้ปัญหาได้อยา่ ง รวดเร็วถกู ตอ้ งและ แม่นยำ ตวั อยา่ งปัญหาเชน่ - การเลอื กโปรโมชัน โทรศัพทใ์ ห้เหมาะกบั พฤติกรรมการใช้งาน - สนิ ค้าเกษตรท่ี ต้องการและสามารถ ปลกู ได้ในสภาพดนิ ของ ทอ้ งถิ่น 3. ประเมิน การประเมนิ ความ วิเคราะห์ ใช้ ความ น่าเชื่อถือของข้อมูลเช่น นา่ เช่อื ถือของ - ตรวจสอบและยืนยัน ข้อมลู ข้อมลู โดยเทียบเคียงจาก วิเคราะหส์ อื่ ขอ้ มลู หลายแหล่ง และ แยกแยะข้อมลู ที่เปน็ ผลกระทบจาก ขอ้ เท็จจริงและ การให้ขา่ วสาร ขอ้ คิดเหน็ หรอื ใช้ ที่ผิดเพ่ือการ PROMPT ใช้งานอยา่ ง การสืบคน้ หาแหล่งตน้ รู้เท่าทัน ตอของข้อมลู
ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้ 135 คำสำคัญทเ่ี ป็นคณุ ภาพผ้เู รยี น 4. ใช้ แกนกลาง บรู ณาการ ความรู้ (K) ทักษะ (P) คณุ ลักษณะ (A) เทคโนโลยี สารสนเทศ เหตุผลวิบัติ (logical ปฏบิ ตั ิ ใช้ อย่าง ปลอดภัยและ fallacy) มีความ รบั ผิดชอบต่อ ผลกระทบจากข่าวสาร สงั คมปฏบิ ตั ิ ตามกฎหมาย ทผ่ี ดิ พลาด เกีย่ วกับ คอมพวิ เตอร์ การรูเ้ ท่าทนั สื่อเชน่ ใชล้ ิขสทิ ธข์ิ อง ผอู้ ่ืนโดยชอบ - การวิเคราะห์ถงึ ธรรม จุดประสงคข์ องขอ้ มูล และผู้ใหข้ ้อมูล - ตคี วาม - แยกแยะเนื้อหาสาระ ของส่ือ - เลอื กแนวปฏิบัติได้ อย่างเหมาะสมเมือ่ พบ ขอ้ มลู ต่างๆ การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ ง ปลอดภัยเช่น - การทำธุรกรรม ออนไลน์ - การซ้ือสนิ ค้า - ซอื้ ซอฟต์แวร์ -ค่าบรกิ ารสมาชิก - ซอื้ ไอเท็ม การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ งมคี วาม รับผิดชอบเช่น - ไมส่ ร้างข่าวลวง - ไม่แชร์ขอ้ มูลโดยไม่ ตรวจสอบขอ้ เท็จจรงิ กฎหมายเกีย่ วกบั คอมพิวเตอร์ การใช้ลขิ สทิ ธิ์ของผู้อ่นื โดยชอบธรรม (fair use)
136 คำอธบิ ายรายวชิ า รหสั วชิ า ว ๒๑๑๐๑ รายวิชา วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (๓ ช่ัวโมง/สัปดาห)์ จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ........................................................................................................................................................................... ศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ศึกษาประเภทโครงสร้างและหนา้ ที่ของส่วนประกอบภายในเซลล์ สิ่งมีชีวิตด้วยกล้องจุลทรรศน์ ศึกษากระบวนการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ด้วยวิธีการแพร่ และการออสโมซิส ศึกษาการดำรงชีวิตของพืช กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง การลำเลียงสารในพืช การเจริญเติบโตของพืช การสืบพันธ์ ของพืชและเทคโนโลยชี ีวภาพของพืช ศึกษาเก่ียวกับสารรอบตัว สมบัตขิ องสาร การจำแนกสารด้วยสถานะ เนื้อสาร และ ขนาดอนุภาคของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร สารบริสุทธิ์ และสารผสม สมบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม การใช้ ความรู้ทางเคมีใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การเลือกใช้สารเคมใี นชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและปลอดภยั โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมูล การสังเกต การวเิ คราะห์ การ ทดลอง การอภิปราย การอธิบายและสรปุ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความตระหนัก มีจิตวิทยาศาสตร์ และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวติ ประจำวนั ตวั ชวี้ ดั ว ๑.2ม.๑/๑ เปรียบเทียบรูปร่างและโครงสรา้ งของเซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว์ รวมท้ังบรรยายหนา้ ที่ของผนังเซลล์ เยือ่ หมุ้ เซลล์ ไซโทพลาสซมึ นวิ เคลียส แวควิ โอล ไมโทคอนเดรีย และคลอโรพลาสต์ ว ๑.2ม.๑/2 ใช้กลอ้ งจุลทรรศน์ ใชแ้ สงศกึ ษาเซลล์ และโครงสรา้ งต่างๆ ภายในเซลล์ ว ๑.2ม.๑/3 อธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างรูปรา่ งกับการทำหนา้ ที่ของเซลล์ ว ๑.2ม.๑/4 อธิบายการจัดระบบของสง่ิ มชี ีวติ โดยเร่ิมจากเซลล์ เน้ือเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะจนเปน็ ส่ิงมชี ีวติ ว ๑.2ม.๑/5 อธิบายกระบวนการแพร่ และออสโมซสิ จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ และยกตวั อยา่ งการแพร่ และออสโม ซสิ ในชวี ิตประจำวนั ว ๑.2ม.๑/6 ระบุปจั จัยท่ีจำเป็นในการสงั เคราะห์ด้วยแสงและผลผลติ ทีเ่ กิดขึ้นจากการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงโดยใช้ หลักการเชงิ ประจักษ์ ว ๑.2ม.๑/7 อธิบายความสำคัญของการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื ตอ่ สิ่งมชี ีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม ว ๑.2ม.๑/8 ตระหนกั ในคุณค่าของพืชท่ีมีตอ่ สงิ่ มีชีวิตและส่ิงแวดล้อมโดยการร่วมกันปลูกและดแู ลรักษาตน้ ไมใ้ น โรงเรยี นและชุมชน ว ๑.2ม.๑/9 บรรยายลักษณะและหน้าที่ ของไซเลมและโฟลเอม็ ว ๑.2ม.๑/10 เขยี นแผนภาพท่บี รรยายทิศทางการลำเลยี งสารในไซเลมและโฟลเอ็มของพืช ว ๑.2ม.๑/11 อธบิ ายการสืบพันธแ์ บบอาศัยเพศและไมอ่ าศยั เพศของพชื ดอก ว ๑.2ม.๑/12 อธิบายลักษณะโครงสรา้ งของดอกท่ีมีส่วนทำใหเ้ กิดการถ่ายเรณูรวมทง้ั บรรยายการปฏสิ นธขิ องพืชดอก การเกิดผลและเมลด็ การกระจายเมล็ด และการงอกของเมล็ด ว ๑.2ม.๑/13 ตระหนักถึงความสำคญั ของสัตวท์ ชี ว่ ยในการถ่ายเรณูของพืชดอก โดยการไม่ทำลายชวี ิตของสตั ว์ทีช่ ว่ ย ในการถา่ ยเรณู ว ๑.2ม.๑/14 อธบิ ายความสำคัญของธาตุอาหารบางชนดิ ที่มผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและการดำรงชวี ิตของพืช ว ๑.2ม.๑/15 เลอื กใชป้ ยุ๋ ท่ีมีธาตอุ าหารเหมาะสมกบั พชื ในสถานการณ์ท่ีกำหนด
137 ว ๑.2ม.๑/16 เลอื กวธิ ีการขยายพนั ธ์พืชให้เหมาะสมกับความต้องการของมนษุ ย์ โดยใช้ความรเู้ กีย่ วกบั การสืบพันธข์ุ อง พชื ว ๑.2ม.๑/17 อธิบายความสำคัญของเทคโนโลยเี พาะเลีย้ งเนื้อเยอ่ื พชื ในการใชป้ ระโยชน์ดา้ นตา่ งๆ ว ๑.2ม.๑/18 ตระหนักถึงประโยชนข์ องการขยายพันธุ์พืช โดยการนำความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน ว 2.1 ม.๑/1 อธิบายสมบตั ิทางกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะ โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจักษ์ท่ี ได้จากการสังเกต การทดสอบและการใชส้ ารสนเทศที่ได้จากแหลง่ ข้อมลู ต่างๆ รวมท้ังจัดกลุ่มธาตุโลหะ กึ่งโลหะ ว 2.1 ม.๑/2 วิเคราะห์ผลจากการใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ และธาตุกมั มันตรังสี และธาตกุ มั มันตรังสี ทม่ี ีต่อ ส่งิ มีชวี ิต สง่ิ แวดลอ้ ม เศรษฐกิจและสังคมจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 2.1 ม.๑/3 ตระหนกั ถึงคณุ ค่าของการใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ กึง่ โลหะ และธาตุกัมมันตรังสี โดยเสนอแนวทางการใช้ ธาตอุ ยา่ งปลอดภยั และคุ้มคา่ ว 2.1 ม.๑/4 เปรียบเทียบจุดเดือด จดุ หลอมเหลวของสารบริสุทธ์ิและของผสม โดยการวัดอณุ หภูมิ เขียนกราฟ แปล ความหมายข้อมลู จากกราฟหรือสารสนเทศ ว 2.1 ม.๑/5 อธิบายและเปรยี บเทียบความหนาแน่นของสารบรสิ ทุ ธ์ิและสารผสม ว 2.1 ม.๑/6 ใช้เครอ่ื งมือวดั มวลและปริมาตรของสารบริสุทธ์ิและสารผสม ว 2.1 ม.๑/7 อธิบายความสัมพันธ์ระหวา่ งอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โดยใช้แบบจำลองและสารสนเทศ ว 2.1 ม.๑/8 อธบิ ายโครงสรา้ งอะตอมท่ปี ระกอบดว้ ยโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน โดยใชแ้ บบจำลอง ว 2.1 ม.๑/9 อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรยี งอนภุ าค แรงยึดเหนย่ี วระหว่างอนุภาค และการเคลือ่ นทข่ี องอนภุ าค ของสสารชนิดเดยี วกนั ในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจำลอง ว 2.1 ม.๑/10 อธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างพลงั งานความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสาร โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ และแบบจำลอง รวม ๒8 ตวั ชว้ี ัด
138 คำอธบิ ายรายวชิ า รหสั วิชา ว ๒1๑๐2 รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรยี น ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน ( 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ ) จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ............................................................................................................................................................................ ศึกษาเกี่ยวกับอุณหภมู ิและการวัด ผลของความร้อนที่มีต่อการเปล่ียนแปลงของสาร การถ่ายโอนความร้อน การ ดูดกลืนและคายความร้อน สมดุลความร้อน องค์ประกอบของบรรยากาศ การแบ่งชั้นบรรยากาศ ผลของรังสีจากดวง อาทติ ย์ตอ่ บรรยากาศ องคป์ ระกอบของบรรยากาศ ได้แก่ อณุ หภมู ิอากาศ ความดันอากาศ ความชน้ื อากาศ ลม เมฆ และ ฝน พายฟุ า้ คะนอง พายุหมุนเขตร้อน มรสุม การพยากรณอ์ ากาศ และการเปลย่ี นแปลงภูมิอากาศของโลก โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การ วเิ คราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธบิ ายและสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อการสิ่งที่เรียนรู้ และนำความ รู้ไป ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ มีคณุ ธรรม และจริยธรรม ตวั ช้ีวัด ว 2.3 ม.๑/๑ วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และคำนวณปริมาณความร้อนท่ีทำให้สสาร เปลี่ยนอณุ หภมู ิและเปล่ยี นสถานะโดยใชส้ มการ Q = mcΔt ,และ Q = mL ว 2.3 ม.๑/๒ ใชเ้ ทอร์มอมิเตอรใ์ นการวัดอุณหภมู ิของสสาร ว 2.3 ม.๑/3 สรา้ งแบบจำลองทอี่ ธิบายการขยายตวั หรอื หดตัวของสสารเนอ่ื งจากไดร้ ับหรือ สญู เสยี ความร้อน ว 2.3 ม.๑/4 ตระหนกั ถึงประโยชน์ของความรขู้ องการหดและขยายตวั ของสสารเนอื่ งจากความ ร้อน โดยวิเคราะห์สถานการณป์ ัญหา และเสนอแนะวิธกี ารนำความรมู้ าแกป้ ญั หา ในชวี ิตประจำวนั ว 2.3 ม.๑/5 วเิ คราะห์สถานการณ์การถา่ ยโอนความร้อนและคำนวณปริมาณความร้อนที่ถ่าย โอนระหว่างสสารจนเกดิ สมดุลความร้อนโดยใช้สมการ Qสญู เสยี = Qไดร้ บั ว 2.3 ม.๑/6 สร้างแบบจำลองทอ่ี ธบิ ายการถ่ายโอนความร้อนโดยการนำความร้อน การพาความ ร้อน การแผ่รังสีความร้อน ว 2.3 ม.๑/7 ออกแบบเลือกใช้และสรา้ งอปุ กรณเ์ พื่อแกป้ ัญหาในชีวติ ประจำวนั โดยใช้ความรู้ เกยี่ วกับการถ่ายโอนความรอ้ น ว 2.2 ม.๑/1 สรา้ งแบบจำลองทีอ่ ธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างความดนั อากาศกับความสูงจากพ้นื โลก ว 3.2 ม.๑/1 สรา้ งแบบจำลองทอ่ี ธิบายการแบ่งชั้นบรรยากาศและเปรยี บเทียบประโยชน์ของ บรรยากาศแตล่ ะชน้ั ว 3.๒ ม.๑/2 อธบิ ายปจั จัยทม่ี ผี ลตอ่ การเปล่ยี นแปลงองคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศจากขอ้ มลู ที่ รวบรวมได้ ว 3.๒ ม.๑/3 เปรยี บเทียบกระบวนการเกิดพายฝุ นฟ้าคะนอง และพายุหมนุ เขตร้อน และผลทมี่ ตี อ่ สิง่ มชี ีวิตและ สิง่ แวดลอ้ ม รวมท้งั นำเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นให้เหมาะสมและปลอดภัย
139 ว 3.๒ ม.๑/4 อธบิ ายการพยากรณ์อากาศ และพยากรณ์อากาศอยา่ งง่ายจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ ว 3.๒ ม.๑/5 ตระหนกั ถึงคณุ ค่าของการพยากรณ์อากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ิตนและ การใช้ประโยชน์จากคำพยากรณ์อากาศ ว 3.๒ ม.๑/6 อธบิ ายสถานการณ์และผลกระทบการเปลย่ี นแปลงภมู ิอากาศโลก จากขอ้ มูลที่รวบรวมได้ ว 3.2 ม.๑/7 ตระหนกั ถึงผลกระทบของการเปล่ยี นแปลงภมู ิอากาศโลก โดยนำเสนอแนว ทางการปฏิบตั ติ น ภายใต้การเปลยี่ นแปลงภูมิอากาศโลก รวม 15 ตวั ชวี้ ัด
140 คำอธบิ ายรายวิชา รหสั วิชา ว 22101 รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น (3 ชัว่ โมง/สปั ดาห์) จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ ............................................................................................................................................................................ ศึกษา วิเคราะห์ อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะที่เกี่ยวข้องในระบบหายใจ กลไกการหายใจเข้าและ ออก โดยใช้ แบบจำลอง กระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊ส ความสำคัญของระบบหายใจ หน้าที่ของอวัยวะใน ระบบขับถ่ายในการกำจัด ของเสียทางไต ความสำคัญของระบบขับถ่ายในการกำจัดของเสียทางไต บรรยาย โครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หลอด เลือด และเลือด การทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดโดยใช้แบบจำลอง ออกแบบการทดลองและทดลองในการ เปรียบเทียบอัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกติและหลังทำกิจกรรม ความสำคัญของระบบหมุนเวียนเลือด อวัยวะและ หน้าทีข่ องอวัยวะในระบบประสาทส่วนกลางในการควบคุม การทำงานตา่ งๆ ของร่างกาย ความสำคญั ของระบบประสาท หน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย และหญิง ผลของฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิง การเปลี่ยนแปลงของ ร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว การตกไข่ การมีประจำเดือน การปฏิสนธิ และการพัฒนาของไซโกต วิธีการคุมกำเนิด ออกแบบการทดลองและทดลอง ในการอธิบายผลของชนิดตวั ละลาย ชนิดของตัวทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อสภาพละลาย ได้ของสาร ผลของ ความดันท่มี ีตอ่ สภาพละลายได้ของสาร ระบปุ รมิ าณตวั ละลายในสารละลาย ในหน่วยความเข้มข้นเป็น ร้อยละ ปริมาตรต่อปรมิ าตร มวลต่อมวล และมวลต่อปริมาตร การนำความรู้เรื่องความเข้มข้นของสารไปใช้ อธิบาย การ แยกสารผสมโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ การสกัดด้วย ตัวทำละลาย แยกสารโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ การ สกัดด้วยตัวทำละลาย นำ วิธกี ารแยกสารไปใช้แก้ปัญหาในชวี ิตประจำวัน โดยใช้การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะการ เรียนรู้ใน ศตวรรษที่ 21 การสืบคน้ ขอ้ มูลและการอภปิ ราย เพอื่ ให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถนำเสนอส่ือสารสิ่งที่เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เห็น คุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรมคา่ ท่ีนยิ มท่ีเหมาะสม และ มีความซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง มีความเป็นธรรมทางสังคม มีจิตสาธารณะ อยู่อย่ างพอเพียง ความละอายความไม่ทนตอ่ การทจุ ริต ตัวชี้วดั ว 1.2 ม.2/1 ระบอุ วยั วะและบรรยายหน้าทีข่ องอวัยวะท่ีเกย่ี วข้องในระบบหายใจ ว 1.2 ม.2/2 อธบิ ายกลไก การหายใจเขา้ และออกโดยใชแ้ บบจำลองรวมท้งั อธบิ าย กระบวนการแลกเปลี่ยน แก๊ส ว 1.2 ม.2/3 ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของ ระบบหายใจโดยการบอก แนวทางในการ ดูแลรกั ษาอวัยวะใน ระบบหายใจ ให้ทำงาน เปน็ ปกติ ว 1.2 ม.2/4 ระบอุ วยั วะและบรรยายหน้าท่ขี องอวัยวะ ในระบบขับถ่าย ในการกำจดั ของเสยี ทางไต ว 1.2 ม.2/5 ตระหนกั ถึง ความสำคัญของ ระบบขบั ถ่าย ในการกำจัด ของเสยี ทางไต โดยการบอก แนวทาง ในการปฏบิ ตั ิตนทช่ี ว่ ยให้ระบบขบั ถา่ ยทำหน้าท่ี ได้อย่างปกติ ว 1.2 ม.2/6 บรรยาย โครงสร้างและ หน้าทข่ี องหัวใจหลอดเลือดและเลอื ด ว 1.2 ม.2/7 อธิบายการทำงานของระบบ หมนุ เวยี นเลอื ดโดยใชแ้ บบ จำลอง
141 ว 1.2 ม.2/8 ออกแบบ การทดลองและ ทดลองในการ เปรียบเทียบ อตั ราการเต้น ของหวั ใจ ขณะปกตแิ ละ หลังทำกิจกรรม ว 1.2 ม.2/9 ตระหนกั ถึง ความสำคัญของระบบหมุนเวยี นเลือดโดยการบอกแนวทางในการดแู ลรักษาอวัยวะ ในระบบ หมุนเวียนเลือด ให้ทำงานเปน็ ปกติ ว 1.2 ม.2/10 ระบุอวัยวะและ บรรยายหน้าที่ของอวยั วะในระบบประสาทสว่ นกลางในการควบคุมการ ทำงานต่างๆ ของร่างกาย ว 1.2 ม.2/11 ตระหนักถงึ ความสำคญั ของระบบประสาทโดยการบอกแนวทาง ในการดูแลรักษารวมถงึ การ ป้องกันการกระทบ กระเทือน และอนั ตรายต่อสมองและไขสันหลงั ว 1.2 ม.2/12 ระบอุ วัยวะและ บรรยายหน้าท่ี ของอวัยวะ ในระบบสบื พันธุ์ ของเพศชาย และเพศหญงิ โดย ใชแ้ บบจำลอง ว 1.2 ม.2/13 อธิบายผล ของฮอร์โมน เพศชายและ เพศหญงิ ท่ีควบคมุ การเปลีย่ นแปลง ของร่างกาย เม่อื เขา้ สู่ วัยหนุ่มสาว ว 1.2 ม.2/14 ตระหนักถงึ การเปล่ียนแปลง ของร่างกาย เมอ่ื เข้าสู่ วัยหน่มุ สาว โดยการดูแล รักษารา่ งกาย และจติ ใจ ของตนเอง ในช่วงที่มีการ เปลย่ี นแปลง ว 1.2 ม.2/15 อธบิ ายการตกไข่ การมีประจำเดอื น การปฏิสนธแิ ละ การพฒั นาของ ไซโกตจนคลอด เปน็ ทารก ว 1.2 ม.2/16 เลอื กวิธกี าร คุมกำเนดิ ทเี่ หมาะสมกบั สถานการณ์ ทีก่ ำหนด ว 1.2 ม.2/17 ตระหนักถึง ผลกระทบของ การต้ังครรภ์ กอ่ นวยั อนั ควรโดยการประพฤตติ นให้เหมาะสม ว 2.1 ม.2/1 อธิบาย การแยกสารผสม โดยการระเหยแห้งการตกผลึกการกลน่ั อยา่ งงา่ ย โครมาโทกราฟี แบบกระดาษการสกัดด้วย ตวั ทำละลายโดยใชห้ ลกั ฐาน เชิงประจักษ์ ว 2.1 ม.2/2 แยกสารโดยการ ระเหยแห้งการตกผลกึ การกล่นั อย่างงา่ ยโครมาโทกราฟี แบบกระดาษ ว 2.1 ม.2/3 นำวิธีการ แยกสารไปใช้ แก้ปัญหา ในชีวติ ประจำวัน โดยบูรณาการ วิทยาศาสตรค์ ณิตศาสตร์ เทคโนโลยแี ละ วศิ วกรรมศาสตร์ ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการ ทดลองและ ทดลองในการ อธิบายผลของ ชนิดตัวละลาย ชนดิ ตวั ทำละลาย อุณหภูมทิ มี่ ตี อ่ สภาพ ละลายไดข้ องสาร รวมทง้ั อธิบาย ผลของความดนั ที่มีต่อสภาพ ละลายได้ ของสารโดยใช้ สารสนเทศ ว 2.1 ม.2/5 ระบปุ ริมาณ ตวั ละลาย ในสารละลาย ในหน่วยความเขม้ ขน้ เปน็ ร้อยละปริมาตรต่อ ปริมาตร มวลต่อมวลและ มวลต่อปรมิ าตร ว 2.1 ม.2/6 ตระหนักถงึ ความสำคัญของการนำความรู้ เรอ่ื งความเข้มข้น ของสารไปใช้โดยยกตัวอย่าง การ ใช้สารละลาย ในชีวติ ประจำวนั อย่างถกู ตอ้ ง และปลอดภัย รวม 23 ตัวชีว้ ัด
142 คำอธิบายรายวิชา รหัสวชิ า ว 22102 รายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน 60 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (3 ชว่ั โมง/สัปดาห์) จำนวน 1.5 หน่วยกติ ............................................................................................................................................................................ ศึกษาวิเคราะห์ การเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นผลของแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในระนาบ เดียวกันที่กระทำกับวัตถุ ปัจจัยที่มีผลต่อความดันของของเหลวแรงพยุง และการจมการลอยของวัตถุในของเหลว แรง เสียดทานสถิตและแรงเสียดทานจลน์ อธิบายโมเมนต์ของแรงเมื่อวัตถุอยู่ในสภาพสมดุลต่อการหมุนและคำนวณ แรง แม่เหล็กแรงไฟฟ้าและแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อวัตถุ สนามแม่เหล็กสนามไฟฟ้าและสนามโน้มถ่วงและทิศทางของแรงที่ กระทำต่อวัตถุ คำนวณการกระจัด อัตราเร็วและความเร็วของการเคลื่อนที่ของวัตถุคำนวณเกี่ยวกับงานและกำลังที่เกิด จากแรงที่กระทำต่อวัตถุ ปัจจัยที่มผี ลต่อพลงั งานจลน์และพลังงานศักย์โน้มถ่วง การเปลี่ยนและการถ่ายโอนพลงั งานโดย ใช้กฎการอนุรกั ษ์พลงั งาน การใช้เชื้อเพลิงซากดกึ ดำบรรพ์ นำเสนอแนวทางการใช้พลงั งานทดแทนทีเ่ หมาะสมในท้องถิ่น และในกลุ่มอาเซียน อธิบายโครงสร้างภายในโลกตามองค์ประกอบทางเคมี กระบวนการผุพังอยู่กับที่การกร่อนและการ สะสมตวั ของตะกอน หนา้ ตดั ดินและกระบวนการเกิดดนิ กระบวนการเกดิ แหลง่ นำ้ ผวิ ดินและแหล่งน้ำใตด้ ิน นำเสนอ แนว ทางการใช้นำ้ อย่างยั่งยืนในท้องถิน่ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง อธิบายกระบวนการเกิดและผลกระทบของนำ้ ท่วมการกดั เซาะ ชายฝง่ั ดนิ ถล่มหลุมยุบแผ่นดนิ ทรดุ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การบันทึก จัดกลุ่มข้อมูล และการอภิปราย เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถนำเสนอสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ เห็น คณุ คา่ ของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั มีจติ วิทยาศาสตร์ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมคา่ ที่นิยมที่เหมาะสม และ มีความซื่อสตั ย์สจุ ริต รับผิดชอบตอ่ การกระทำของตนเอง มีความเป็นธรรมทางสังคม มจี ิตสาธารณะ อยอู่ ย่างพอเพยี งและ ความละอายความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ตัวชีว้ ดั ว 2.2 ม.2/1 พยากรณ์ การเคล่ือนที่ ของวัตถุท่ีเปน็ ผลของแรงลัพธ์ ทเ่ี กิดจาก แรงหลายแรง ทก่ี ระทำต่อ วัตถุ ในแนวเดยี วกัน จากหลักฐาน เชิงประจักษ์ ว 2.2 ม.2/2 เขยี นแผนภาพ แสดงแรงและแรงลัพธ์ ท่ีเกิดจาก แรงหลายแรง ท่กี ระทำต่อวตั ถุ ในแนว เดยี วกนั ว 2.2 ม.2/3 ออกแบบ กำรทดลองและ ทดลองดว้ ยวธิ ี ที่เหมาะสม ในการอธิบาย ปัจจยั ที่มผี ลตอ่ ความดัน ของของเหลว ว 2.2 ม.2/4 วเิ คราะหแ์ รงพยงุ และการจมการลอยของวตั ถุ ในของเหลว จากหลกั ฐาน เชงิ ประจักษ์ ว 2.2 ม.2/5 เขยี นแผนภาพ แสดงแรงทีก่ ระทำต่อวัตถุ ในของเหลว ว 2.2 ม.2/6 อธิบาย แรงเสียดทานสถิตและแรง เสยี ดทานจลน์ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ม.2/7 ออกแบบการทดลองและ ทดลองด้วยวธิ ีทเี่ หมาะสม ในการอธบิ าย ปัจจยั ทม่ี ีผลต่อ ขนาดของ แรงเสยี ดทาน ว 2.2 ม.2/8 เขยี นแผนภาพ แสดงแรงเสียดทาน และแรงอน่ื ๆที่กระทำต่อวตั ถุ ว 2.2 ม.2/9 ตระหนักถึง ประโยชนข์ อง ความรู้เรอื่ ง แรงเสียดทาน โดยวิเคราะห์ สถานการณ์ ปญั หาและ
143 เสนอแนะวธิ ีการ ลดหรอื เพิม่ แรงเสียดทาน ทเี่ ป็นประโยชน์ ต่อการทำ กจิ กรรมใน ชวี ิตประจำวัน ว 2.2 ม.2/10 ออกแบบ การทดลองและ ทดลองด้วยวธิ ี ท่ีเหมาะสม ในการอธบิ าย โมเมนต์ของแรง เม่ือ วตั ถุอย่ใู น สภาพสมดลุ ต่อการหมุนและ คำนวณโดยใช้ สมการM = Fl ว 2.2 ม.2/11 เปรยี บเทียบ แหลง่ ของ สนามแมเ่ หลก็ สนามไฟฟ้าและ สนามโนม้ ถ่วงและทิศทางของ แรงท่ี กระทำตอ่ วัตถุทอ่ี ยู่ ในแต่ละสนาม จากข้อมลู ทรี่ วบรวมได้ ว 2.2 ม.2/12 เขียนแผนภาพแสดงแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้าและ แรงโน้มถว่ ง ทกี่ ระทำต่อวัตถุ ว 2.2 ม.2/13 วเิ คราะห์ ความสัมพันธ์ ระหว่างขนาด ของแรงแม่เหล็กแรงไฟฟ้าและแรงโน้มถ่วง ท่ีกระทำ ต่อวตั ถทุ ี่อยใู่ นสนามนัน้ ๆ กับระยะห่าง จากแหลง่ ของ สนามถงึ วตั ถุ จากขอ้ มูล ที่รวบรวมได้ ว 2.2 ม.2/14 อธิบายและ คำนวณอตั ราเรว็ และความเรว็ ของการเคลือ่ นท่ี ของวตั ถุ โดยใชส้ มการv= s t และ v = s จากหลักฐาน เชิงประจักษ์ t ว 2.2 ม.2/15 เขียนแผนภาพ แสดงการกระจดั และความเร็ว ว 2.3 ม.2/1 วเิ คราะห์สถานการณ์และ คำนวณเกย่ี วกับงานและกำลงั ท่ีเกดิ จากแรง ที่กระทำต่อวัตถุโดยใช้ สมการW = Fs และ จากข้อมูล ทร่ี วบรวมได้ ว 2.3 ม.2/2 วเิ คราะห์ หลักการทำงาน ของเคร่อื งกล อย่างงา่ ยจากขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้ ว 2.3 ม.2/3 ตระหนกั ถึง ประโยชน์ ของความรู้ ของเครื่องกล อย่างงา่ ยโดย บอกประโยชน์และ การ ประยกุ ต์ใช้ ในชีวิตประจำวนั ว 2.3 ม.2/4 ออกแบบและทดลองด้วยวธิ ี ทเี่ หมาะสม ในการอธบิ าย ปจั จยั ทม่ี ีผลตอ่ พลงั งานจลน์ และ พลังงานศักย์ โนม้ ถว่ ง ว 2.3 ม.2/5 แปลความหมายข้อมูลและ อธบิ ายการ เปลีย่ นพลงั งาน ระหว่างพลงั งานศักยโ์ น้มถ่วงและ พลงั งานจลนข์ อง วัตถุโดยพลังงาน กลของวัตถุมีค่ำ คงตัวจากข้อมูล ทรี่ วบรวมได้ ว 2.3 ม.2/6 วิเคราะห์ สถานการณ์ และอธบิ าย การเปล่ียนและ การถา่ ยโอน พลังงาน โดยใช้กฎการอนรุ ักษ์ พลงั งาน ว 3.2 ม.2/1 เปรยี บเทียบ กระบวนการเกิดสมบตั แิ ละการใชป้ ระโยชนร์ วมทง้ั อธิบาย ผลกระทบจาก การใช้ เช้อื เพลิง ซากดึกดำบรรพ์จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 3.2 ม.2/2 แสดงความ ตระหนักถึง ผลจากการใชเ้ ช้อื เพลิง ซากดกึ ดำบรรพโ์ ดยนำเสนอแนวทางการ ใช้ เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ ว 3.2 ม.2/3 เปรยี บเทยี บ ข้อดแี ลข้อจำกดั ของพลงั งาน ทดแทน แตล่ ะประเภท จากการรวบรวม ข้อมลู และนำเสนอแนวทางการใช้ พลงั งานทดแทน ทเ่ี หมาะสม ในทอ้ งถิ่น ว 3.2 ม.2/4 สร้างแบบ จำลองที่อธิบาย โครงสร้างภายในโลกตามองคป์ ระกอบ ทางเคมีจากข้อมูล ท่ี รวบรวมได้ ว 3.2 ม.2/5 อธิบาย กระบวนการ ผพุ งั อยู่กับทีก่ ารกร่อนและ การสะสมตวั ของตะกอน จากแบบจำลอง รวมทั้งยกตวั อย่าง ผลของกระบวนการ ดังกล่าว ท่ีทำใหผ้ วิ โลก เกิดการ เปล่ยี นแปลง ว 3.2 ม.2/6 อธิบายลกั ษณะ ของชัน้ หน้าตัดดิน และกระบวน การเกิดดินจากแบบจำลองรวมทั้งระบุปจั จัยที่ ทำให้ดนิ มีลกั ษณะ และสมบัติ แตกต่างกัน ว 3.2 ม.2/7 ตรวจวดั สมบัติ บางประการของดินโดยใชเ้ ครื่องมือทเ่ี หมาะสมและ นำเสนอแนวทาง การใช้ ประโยชน์ ดินจากข้อมูล สมบัติของดิน
144 ว 3.2 ม.2/8 อธบิ ายปัจจยั และกระบวนการ เกดิ แหลง่ นำ้ ผวิ ดิน และ แหล่งน้ำใตด้ ินจากแบบจำลอง ว 3.2 ม.2/9 สร้างแบบจำลองทอี่ ธบิ ายการใช้และนำเสนอ แนวทางการใชน้ ้ำอยา่ งย่ังยนื ในท้องถิ่น ของตนเอง ว 3.2 ม.2/10 สร้างแบบจำลอง ที่อธิบาย กระบวนการเกิด และผลกระทบ ของนำ้ ทว่ มการกดั เซาะชายฝัง ดินถลม่ หลมุ ยบุ แผน่ ดินทรุด รวม 31 ตวั ช้ีวัด
145 คำอธบิ ายรายวิชา รหัสวชิ า ว ๒๓๑๐๑ รายวชิ า วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรียน ๖๐ช่ัวโมง/ภาคเรยี น(๓ ช่ัวโมง/สัปดาห)์ จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ............................................................................................................................................................................ ศึกษา วิเคราะห์สืบค้นข้อมูล และอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างยีน ดีเอ็นเอ และ โครโมโซม การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเกิดจีโนไทป์และฟีโนไทป์ในรุ่นลูก ความสําคัญของการ แบ่งเซลล์แบบไมโทซิส และไมโอซิส โรคทางพันธุกรรม ประโยชน์และผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรม และอธิบายปฏิสัมพันธ์ของ องค์ประกอบของระบบนิเวศ รูปแบบ ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สายใยอาหาร การสะสมสารพิษในโซ่อาหาร ความ หลากหลายทางชีวภาพ สมบัติทางกายภาพและการใช้ประโยชน์จากวัสดุประเภทพอลิเมอร์เซรามิก และวัสดุผสม การ เกิดปฏิกิรยิ า เคมกี ารเขียนสมการข้อความ กฎทรงมวล การเปลยี่ นแปลงพลงั งานความร้อนของปฏิกิริยา ปฏกิ ิรยิ าเคมี ใน ชีวิตประจําวัน ประโยชน์และโทษของปฏิกิริยาเคมีที่มีตอ่ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม และแนวทางการ แก้ปัญหาที่เกิดจาก ปฏิกริ ยิ าเคมี โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบคน้ ขอ้ มลู บนั ทึกจดั กลมุ่ ขอ้ มลู เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอข้อมูลสือ่ สารสง่ิ ทเี่ รียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ เหน็ คุณค่าของการนำความรไู้ ปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั มจี ิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม และมี ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ รบั ผดิ ชอบต่อการกระทำของตนเอง มีความเป็นธรรมทางสังคม มีจิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง มีการ คดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ สว่ นตนกบั ผลประโยชน์สว่ นรวม รหสั ตัวช้ีวัด ว 1.1 ม.๓/๑ อธิบายปฏสิ มั พนั ธข์ ององค์ประกอบของระบบนิเวศท่ีไดจ้ ากการสำรวจ ว 1.1 ม.๓/๒ อธิบายรปู แบบความสัมพันธ์ระหวา่ งส่งิ มชี วี ติ กบั สง่ิ มีชีวติ รปู แบบตา่ งๆ ในแหลง่ ที่อยู่ เดียวกัน ที่ได้จากการสำรวจ ว 1.1 ม. ๓/๓ สร้างแบบจำลองในการอธบิ ายการถา่ ยทอด พลงั งานในสายใยอาหาร ว 1.1 ม.๓/๔ อธิบายความสัมพันธข์ องผ้ผู ลติ ผบู้ รโิ ภค และผ้ยู อ่ ยสลายสารอินทรยี ์ในระบบนเิ วศ ว 1.1 ม. ๓/๕ อธบิ ายการสะสมสารพษิ ในสงิ่ มีชีวติ ในโซ่อาหาร ว 1.1 ม. ๓/๖ ตระหนกั ถงึ ความสัมพันธ์ของส่ิงมีชวี ติ และสิ่งแวดล้อมในระบบนเิ วศ โดยไม่ทำลาย สมดุลของระบบนิเวศ ว 1.3 ม.๓/๑ อธบิ ายความสมั พันธ์ระหวา่ งยีนดเี อน็ เอและโครโมโซมโดยใชแ้ บบจำลอง ว 1.3 ม.๓/๒ อธบิ ายการถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม จากการผสมโดยพิจารณาลักษณะเดียวท่ี แอลลีลเด่นขม่ แอลลีลด้อยอย่างสมบูรณ์
146 ว 1.3 ม. ๓/๓ อธบิ ายการเกิดจีโนไทปแ์ ละฟีโนไทป์ของลูก และคำนวณอัตราส่วนการเกิดจีโนไทป์ และฟีโนไทปข์ องรุ่นลูก ว 1.3 ม.๓/๔ อธิบายความแตกต่างของการแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ และไมโอซสิ ว 1.3 ม.๓/๕ บอกได้ว่าการเปล่ียนแปลงของยนี หรือ โครโมโซมอาจทำให้เกดิ โรคทางพันธกุ รรม พรอ้ มท้งั ยกตวั อย่างโรคทางพนั ธกุ รรม ว 1.3 ม. ๓/๖ ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ของความรู้เรอ่ื งโรค ทางพันธกุ รรม โดยรู้วา่ ก่อนแต่งงานควร ปรกึ ษาแพทยเ์ พ่ือตรวจและวนิ จิ ฉัยภาวะเสยี่ งของลูกทีอ่ าจเกิดโรคทางพนั ธุกรรม ว 1.3 ม. ๓/๗ อธิบายการใช้ประโยชน์จากส่งิ มีชีวิตดดั แปร พนั ธุกรรมและผลกระทบท่ีอาจมีต่อ มนษุ ย์และ ส่ิงแวดล้อม โดยใช้ข้อมลู ทร่ี วบรวมได้ ว 1.3 ม.๓/๘ ตระหนกั ถึงประโยชน์และผลกระทบของส่งิ มชี ีวิตดัดแปรพันธกุ รรมที่อาจมตี อ่ มนุษย์ และ ส่งิ แวดลอ้ ม โดยการเผยแพร่ความรู้ทีไ่ ด้ จากการโตแ้ ย้งทางวิทยาศาสตรซ์ ่ึงมีข้อมูล สนบั สนนุ ว 1.3 ม.๓/๙ เปรยี บเทียบความหลากหลายทางชีวภาพ ในระดับชนดิ สง่ิ มีชีวติ ในระบบนเิ วศต่าง ๆ ว 1.3 ม.๓/๑๐ อธิบายความสำคัญของความหลากหลายทางชวี ภาพท่มี ีตอ่ การรกั ษาสมดุลของระบบ นเิ วศ และต่อมนุษย์ ว 1.3 ม.๓/๑๑ แสดงความตระหนกั ในคุณค่าและความสำคญั ของความหลากหลายทางชวี ภาพ โดย มสี ว่ นรว่ มในการดแู ลรกั ษาความหลากหลาย ทางชีวภาพ ว 2.1 ม.๓/๑ ระบสุ มบัตทิ างกายภาพและการใช้ประโยชน์วัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรามิกส์ และวสั ดุ ผสม โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์ และสารสนเทศ ว 2.1 ม.๓/๒ ตระหนักถงึ คุณคา่ ของการใช้วสั ดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรามิกส์ และวัสดุผสม โดย เสนอแนะแนวทางการใช้วสั ดอุ ยา่ งประหยัดและคุ้มค่า ว 2.1 ม.๓/๓ อธิบายการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี รวมถึงการจดั เรียงตัวใหมข่ องอะตอมเม่ือการ เกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี โดยใชแ้ บบจำลองและสมการ ขอ้ ความ ว 2.1 ม.๓/๔ อธิบายกฎทรงมวล โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ ว 2.1 ม.๓/๕ วิเคราะหป์ ฏกิ ิริยาดดู ความร้อน และปฏิกิริยาคายความร้อน จากการเปล่ียนแปลง พลังงาน ความรอ้ นของปฏกิ ิริยา ว 2.1 ม.๓/๖ อธิบายปฏกิ ริ ิยาการเกิดสนิมของเหลก็ ปฏิกิริยาของกรดกบั โลหะ ปฏกิ ิริยาของกรด กับเบส และปฏกิ ิริยาของเบสกับโลหะ โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ และอธิบาย ปฏิกิริยาการ เผาไหม้การเกดิ ฝนกรด การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง โดยใช้สารสนเทศ รวมทง้ั เขียนสมการข้อความแสดงปฏกิ ริ ิยาดงั กลา่ ว ว 2.1 ม๓/๗ ระบุประโยชนแ์ ละโทษของปฏกิ ริ ยิ าเคมีที่มตี ่อส่ิงมีชีวติ และสิ่งแวดล้อมและยกตวั อย่าง วิธีการป้องกันและแก้ปัญหาที่เกดิ จากปฏกิ ิรยิ าเคมที ่ีพบในชวี ติ ประจำวันจากการสืบคน้ ข้อมลู
147 ว 2.1 ม.๓/๘ ออกแบบวธิ ีแก้ปญั หาในชีวติ ประจำวัน โดยใชค้ วามร้เู ก่ยี วกบั ปฏิกิรยิ าเคมี โดย บูรณา การวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวศิ วกรรมศาสตร์ รวมทั้งหมด ๒๕ ตวั ชี้วัด