Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารพุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่ 27 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2563

วารสารพุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่ 27 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2563

Published by MBUISC.LIBRARY, 2020-12-02 02:25:38

Description: วารสารพุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่ 27 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2563

Search

Read the Text Version

วารสารพุทธศาสนศกึ ษา จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั ปที่ 27 ฉบบั ท่ี 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม 2563 243 การรองเรยี น • บรรณาธิการควรดําเนินการตามขั้นตอนที่ปรากฎในผังการทํางานท่ี กาํ หนดโดยกองบรรณาธิการวารสาร • บรรณาธิการควรมกี ารตอบกลบั คํารอ งเรยี นในทันที และควรแสดงให ผรู อ งเรยี นมั่นใจไดวา สามารถรองเรยี นไดอีกหากยงั ไมพอใจ ซ่งึ กลไก ดังกลาวนี้ควรปรากฏชัดเจนในวารสาร การสนับสนุนการอภปิ ราย • ควรเปดโอกาสใหผูนิพนธสามารถช้ีแจงความคิดเห็นท่ีอาจไมตรงกับ ผูประเมนิ บทความ • รายงานผลดานลบทม่ี าจากการศึกษาหรอื การวจิ ยั ได สนับสนนุ ความถกู ตองทางวิชาการ • บรรณาธิการควรยึดหลักจริยธรรมสากลในการพิจารณารายละเอียด ของผลงานทีไ่ ดรบั การตีพมิ พ • บรรณาธิการควรมีหลักฐานที่แสดงวาผลงานที่จะตีพิมพน้ันไดรับ ความเห็นชอบโดยกองบรรณาธิการ หรือ ถาเปนบทความวิจัย ควรไดร บั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการพจิ ารณาจรยิ ธรรมการวจิ ยั ในคนฯ ชุดที่ 2 (IRB 2) ของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย หรือของ หนว ยงานตนสงั กัดของผนู พิ นธ การคุมครองขอ มูลสว นบุคคล • บรรณาธิการควรปกปองรักษาความลับของขอมูลสวนบุคคล เชน ความสัมพนั ธร ะหวางผนู ิพนธก บั ผูใหขอ มูล ดงั น้นั บรรณาธิการจึงควร แจงผูนิพนธใหขอหนังสือยินยอมเปนลายลักษณอักษรจากผูใหขอมูล ทป่ี รากฏในผลงาน อยา งไรกต็ ามบรรณาธกิ ารสามารถตพี มิ พบ ทความ

244 วารสารพุทธศาสนศกึ ษา จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย ปที่ 27 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม 2563 ไดโ ดยไมต อ งมเี อกสารยนิ ยอมหากบทความนนั้ มคี วามสาํ คญั ตอ สงั คม ในวงกวา ง หรอื มคี วามยากลําบากในการไดมาซ่งึ เอกสารยินยอม และ บุคคลผูนน้ั ไมคัดคานตอ การตีพมิ พเ ผยแพร การติดตามความประพฤติมชิ อบ • บรรณาธิการไมควรปฏิเสธผลงานท่ีอาจจะมีประเด็นมิชอบในทันที ทันใด แตควรติดตามหาขอเท็จจริงเกี่ยวกับผลงานดังกลาวเพ่ือ ความโปรง ใสกอ นการตพี ิมพ • บรรณาธกิ ารควรแสวงหาคาํ ตอบจากบคุ คลผถู กู กลา วหากอ น แตห าก ไมไ ดร บั คาํ ตอบทนี่ า พอใจกค็ วรตรวจสอบขอ เทจ็ จรงิ โดยการสอบถาม หวั หนาหรอื คณะบคุ คลที่เก่ียวของ • บรรณาธกิ ารควรทาํ ใหเ กดิ ความมนั่ ใจวา การตรวจสอบขอ เทจ็ จรงิ เปน ไปอยา งถกู ตอ งตามหลกั เหตแุ ละผล ปราศจากอคติ ความลาํ เอยี งใด ๆ การรบั รองความถกู ตอ งของผลงานทางวิชาการ • เมอื่ บรรณาธกิ ารพบวา บทความวชิ าการทตี่ พี มิ พไ ปแลว มปี ญ หาทอี่ าจ นําไปสูความเขา ใจผิด หรือเปนรายงานท่ีบิดเบือนขอ เทจ็ จริง จําเปน ตองแกไขทนั ที • หากบรรณาธิการพบวามีการประพฤติทุจริตภายหลังการดําเนินการ ตรวจสอบแลว ตองดําเนินการเพิกถอนบทความนั้นดวยความชัดเจน ท่ีสามารถพิสูจนได ท้ังน้ีการเพิกถอนนี้ตองใหผูอานและระบบฐาน ขอมูลอน่ื ทีอ่ ยูในสายงานวชิ าการประเภทเดียวกนั ทราบดวย ความสัมพันธก ับเจาของวารสาร • บรรณาธิการควรมีอิสระในการตัดสินใจรับผลงานเพ่ือตีพิมพโดย พิจารณาคุณภาพและความเหมาะสมกับผูอานเปนหลัก มากกวา

วารสารพทุ ธศาสนศ กึ ษา จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย ปที่ 27 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม 2563 245 การรับคําสั่งการตีพิมพจากเจาของวารสารซ่ึงอาจหวังผลประโยชน อืน่ จากผลงานนั้น ประเดน็ พิจารณาการตพี มิ พซํ้า • ในการนําผลงานเดิมมาตีพิมพใหมตองใหคงลักษณะเดิมทุกประการ รวมทง้ั ถา มกี ารปรับปรงุ เพม่ิ เตมิ แกไ ข ผูน พิ นธต อ งระบไุ วใ นเชงิ อรรถ วาเคยตพี มิ พท่ีใดมากอ น ผลประโยชนทบั ซอน • บรรณาธิการควรมีระบบในการจัดการผลประโยชนทับซอนของ บรรณาธกิ าร เจาหนาทีว่ ารสาร ผนู พิ นธ ผปู ระเมิน และสมาชกิ กอง บรรณาธิการ กระบวนการจัดการกบั ขอรอ งเรียนและการอทุ ธรณท ่มี ีตอ บรรณาธกิ าร • ขอรองเรียนของ ผูนิพนธ ผูอาน ผูประเมิน อาจมีการสงมาให บรรณาธิการ กองบรรณาธิการ หรือคณะกรรมการดําเนินงาน ศูนยพุทธศาสนศึกษา จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยได โดยรองเรียนเปน ลายลกั ษณอกั ษรตอ บรรณาธิการวารสารโดยตรงกอ นในขนั้ แรก • หากขอรองเรียนไมไดรับการแกไขเปนท่ีนาพอใจ ก็สามารถยื่นขอ รองเรียนน้นั ตอกองบรรณาธกิ ารในขั้นตอนถัดไป • หากขอรองเรียนตอกองบรรณาธิการยังไมไดรับการแกไขเปนที่นา พอใจ ก็สามารถย่ืนอุทธรณตอคณะกรรมการดําเนินงานศูนย พุทธศาสนศึกษา จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ซ่ึงเปนตนสังกัดของ บรรณาธิการไดใ นขน้ั ตอนสุดทา ย • กองบรรณาธิการและคณะกรรมการดําเนินงานฯ จะไมพิจารณา การรองเรียนเกี่ยวกับเน้ือหาของการตัดสินตีพิมพผลงานของ

246 วารสารพุทธศาสนศกึ ษา จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย ปท่ี 27 ฉบบั ท่ี 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม 2563 บรรณาธิการ แตจะพิจารณากระบวนการ หรือขอวิจารณเก่ียวกับ เนือ้ หาในบทบรรณาธิการเทา น้ัน • การตัดสินการอุทธรณโดยคณะคณะกรรมการดําเนินงานศูนย พุทธศาสนศ กึ ษา จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั ถอื เปนเด็ดขาด • กองบรรณาธิการและคณะกรรมการดําเนินงานฯ จะไมพิจารณา เหตุการณที่เกิดขึ้นกอนหนาการเผยแพรเอกสารมาตรฐานทาง จริยธรรมน้ี บทบาทหนาที่ของผูนพิ นธ • ผลงานของผูนิพนธตองเปนผลงานท่ีไมเคยตีพิมพหรือเผยแพรท่ีใด มากอน ถาผูนิพนธสงบทความใหวารสารอ่ืนพิจารณาดวยในขณะ เดียวกัน นิพนธตองยกเลิกการสงบทความใหวารสารอ่ืนทันที เมื่อ วารสารพุทธศาสนศ กึ ษา สงหนงั สือรับรองการตพี ิมพใ หผูนพิ นธ • ผูนิพนธตองไมคัดลอกผลงานของผูอ่ืน และตองมีการอางอิงทุกครั้ง เมื่อนําผลงานของผูอ่ืนมานําเสนอหรืออางอิงในผลงานของตน (ตาม ขอแนะนําของวารสารพุทธศาสนศกึ ษาในการสงบทความเพ่ือตีพมิ พ) • หากผลงานของผูนิพนธเกี่ยวของกับการเก็บขอมูลโดยใชคนเปนผูให ขอมูล หรือใชสัตวในการทดลอง ผูนิพนธควรตรวจสอบใหแนชัดวา ไดดําเนินการตามหลักจริยธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย และขอบังคับ ทเ่ี กยี่ วขอ งอยา งเครง ครดั รวมถงึ ตอ งไดร บั ความยนิ ยอมกอ นการดาํ เนนิ การเก็บรวบรวมขอ มลู ทุกครัง้ • ผูนิพนธตองเปดเผยแหลงทุนสนับสนุนการผลิตผลงานทางวิชาการ (ถา ม)ี • ผูนิพนธพึงตระหนักวาลิขสิทธิ์ของผลงานที่ตีพิมพเปนของวารสาร พุทธศาสนศึกษา และไมนําผลงานไปเผยแพรหรือตีพิมพกับแหลง อืน่ ๆ หลงั จากทีไ่ ดรับการตีพมิ พใ นวารสารฯแลว

วารสารพทุ ธศาสนศ กึ ษา จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั ปที่ 27 ฉบบั ท่ี 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม 2563 247 • ช่ือผูนิพนธที่ปรากฏในบทความตองเปนผูที่มีสวนในผลงานวิชาการ น้ีจรงิ บทบาทหนาทขี่ องผทู รงคุณวฒุ ปิ ระเมินบทความ • ผทู รงคณุ วฒุ ติ อ งคาํ นงึ ถงึ คณุ ภาพบทความเปน หลกั พจิ ารณาบทความ ภายใตหลักการและเหตุผลทางวิชาการโดยปราศจากอคติหรือ ความคดิ เหน็ สวนตัว และไมมีสวนไดสว นเสียกบั ผูนพิ นธ • ผทู รงคณุ วฒุ ติ อ งไมแ สวงหาประโยชนจ ากผลงานทางวชิ าการทต่ี นเอง ไดทาํ การประเมนิ • หากผูทรงคุณวุฒิตรวจสอบพบวาบทความท่ีรับประเมินเปนบทความ ท่คี ดั ลอกผลงานชนิ้ อน่ื ๆ ผทู รงคณุ วฒุ ติ องแจงใหบ รรณาธิการทราบ ตามแบบประเมนิ ผลงานของวารสารฯ • ผูทรงคุณวุฒิตองรักษาระยะเวลาประเมินตามกรอบเวลาประเมิน ที่กําหนด • ผูทรงคุณวุฒิตองไมเปดเผยขอมูลของผลงานใหผูท่ีไมมีสวนเกี่ยวของ ไดร ับรู

248 วารสารพทุ ธศาสนศ กึ ษา จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั ปที่ 27 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม 2563 อางองิ จาก http://www.publicationethics.org/files/2008%20Code%20of%20 Conduct.pdf

วารสารพุทธศาสนศกึ ษา จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย ปท่ี 27 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม 2563 249 ศนู ยพ ุทธศาสนศ ึกษา จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั พระพทุ ธศาสนาเปน ศาสนาประจาํ ชาตไิ ทยมาชา นาน มอี ทิ ธพิ ลตอ วถิ ชี วี ติ วัฒนธรรม และความรูสึกนึกคิดของคนไทยอยางแนบแนนและลึกซึ้ง เรามอง พระพุทธศาสนาได 2 ดาน คือ ดานหลักวิชา และดานปฏิบัติ ดานปฏิบัติน้ัน มีสถาบันสงฆซ ่ึงไดสืบทอดและเผยแผพทุ ธธรรมแกค นท่วั ไปไดอยางดี จนนับไดว า ประเทศไทย เปน ศูนยกลางการปฏบิ ัตพิ ทุ ธธรรมท่สี ําคัญทีส่ ุดแหงหน่งึ ในโลก และ ปจ จุบนั มชี าวตางประเทศสนใจมาปฏบิ ัตพิ ุทธธรรมในประเทศไทยมากข้นึ เร่ือยๆ อน่ึง แมพระพุทธศาสนาจะเปนรากฐานของสังคมไทยมาชานาน แต การศึกษาทางสังคมเกี่ยวกับพฤติกรรมและความเช่ือที่เกิดข้ึนจริงใน หมูชาวพุทธ ยงั ไมก วา งขวางนกั พฤตกิ รรมและความเชอื่ ทางศาสนาของ ชาวพทุ ธมคี วามสมั พนั ธ กับพฤติกรรมและความเช่ือทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม แต การศึกษาเรื่องเหลาน้ีก็ยังไมไดรับความสนใจเทาที่ควร ท้ังๆ ที่การเขาใจเร่ือง เหลา นใ้ี หประโยชนอ ยางมากในการเขา ใจและพฒั นาสังคมไทย ดวยเหตุน้ีจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยจึงไดจัดต้ังศูนยพุทธศาสนศึกษาขึ้น เพอื่ สง เสรมิ การศกึ ษาคน ควา วจิ ยั และเผยแพรอ งคค วามรเู กย่ี วกบั พระพทุ ธศาสนา ในเชิงวิชาการปจจุบัน เปนศูนยกลางการระดมความคิดเพื่อหาทางประยุกต พระพุทธศาสนามาแกปญหาของสังคมและของมวลมนุษยใหกวางขวางและลึกซึ้ง ทงั้ ในระดับชาตแิ ละระดับสากล

250 วารสารพุทธศาสนศ กึ ษา จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั ปท่ี 27 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม 2563

วารสารพุทธศาสนศ กึ ษา จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั ปที่ 27 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม 2563 251 ใบสมัครสมาชิกวารสารพทุ ธศาสนศกึ ษา วารสารพทุ ธศาสนศึกษา มกี ําหนดออกเปน ราย 4 เดอื น คอื ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม-เมษายน) ฉบับท่ี 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม) และ ฉบับที่ 3 (กันยายน-ธันวาคม ขาพเจามีความประสงคจ ะสมคั รสมาชิกวารสารพทุ ธศาสนศ กึ ษา โดยสมัคร [ ] เปน สมาชกิ ต้งั แตปท.่ี ................................ฉบบั ท.่ี ..................... ถงึ ปที่...............................ฉบับท.ี่ .....................รวม............. ฉบับ [ ] ตออายุสมาชกิ ตง้ั งแตปท ี่..............................ถึงปท .ี่ .................. ถงึ ปท .ี่ .....................ฉบบั ท.ี่ .........................รวม................. ฉบบั รวมเปนเงินทั้งสน้ิ .................................บาท กรณุ าสง วารสารไปตามชอื่ และท่อี ยดู ังน้ี (ชอื่ -สกลุ ผรู บั )........................................................................................................ (ทอี่ ยสู าํ หรบั จดั สง )................................................................................................... ................................................................................................................................. ................................................................................................................................. โทรศพั ท. ..............................โทรสาร................................อเี มล.............................. โดยออกใบเสรจ็ ในนาม............................................................................................ อัตราคาสมาชกิ ปละ 60 บาท (ราคาเลมละ 20 บาท) โปรดสง่ั จา ยทางธนาณตั ใิ นนาม “ศนู ยพ ทุ ธศาสนศ กึ ษา จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั สง่ั จา ยปลายทาง “ปณฝ. จุฬาลงกรณ 10332” ลงชอ่ื ............................................................. วนั ท.ี่ ............................................................. ศูนยพุทธศาสนศึกษา โทร.02-218-4654 , 02-218-4656

252 วารสารพุทธศาสนศ กึ ษา จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั ปท่ี 27 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม – สงิ หาคม 2563