146 ที่ หวั เรื่อง ตัวชว้ี ดั เน้ือหา จานวน (ชวั่ โมง) 2 ประวตั ิศาสตรท์ วปี เอเชยี และสงิ่ แวดลอ้ มในทวปี เอเชยี คือ สภาพปุาไม้ ดิน หนิ แร่ แม่น้า ภูเขา ลาคลอง หนอง บงึ ทะเล ชายฝั่ง สัตว์ ปาุ สัตว์ทะเล สตั ว์นา้ จืด เปลือกหอย แนวปะการัง และอื่นๆสง่ ผลต่อทรัพยากร และสิ่งแวดลอ้ มต่างๆ คือ สภาพปุาไม้ ดิน หิน แร่ ภเู ขา แมน่ า้ ลาคลอง หนอง บงึ ทะเล ชายฝ่ัง สัตวป์ าุ สัตว์ 5. นาความร้เู กี่ยวกบั ทะเล สัตวน์ า้ จดื เปลอื ก ทรพั ยากรธรรมชาติของ หอย แนวปะการงั และอน่ื ๆ ประเทศไทยและทวปี เอเชียมา 5.1 ความสาคัญในการ ปรับใชใ้ นการดารงชีวิต และ ดารงชีวติ ให้สอดคล้องกับ ความมนั่ คงของชาติ สภาพทรพั ยากรในประเทศ ไทย และประเทศต่างๆใน ทวปี เอเชีย 5.2 กรณีตวั อยา่ งการปรบั ตัว ในการดารงชวี ติ ที่ สอดคล้องกับสภาพ ทรัพยากรในประเทศไทยและ ประเทศตา่ งๆในทวีปเอเชีย 1. อธบิ ายความเป็นมาของ 1.ประวัติศาสตรส์ งั เขปของ 20 ประวตั ศิ าสตร์ประเทศในทวีป ประเทศในทวีปเอเชีย เอเชีย - จนี - อนิ เดยี - เขมร - ลาว - มาเลเซยี - พมา่ - อินโดนีเซยี
147 ที่ หัวเรอ่ื ง ตวั ชีว้ ดั เน้อื หา จานวน (ช่ัวโมง) - ฟลิ ิปปนิ ส์ - ญ่ีปุน ฯลฯ 2. เหตุการณ์สาคญั ทาง 2. นาเหตุการณ์ใน ประวัตศิ าสตรท์ เ่ี กิดขน้ึ ใน 10 ประวัตศิ าสตร์มาวิเคราะห์ให้ ประเทศไทยและประเทศใน เห็นความเปลยี่ นแปลงทเ่ี กิด ทวีปเอเชีย ขึ้นกบั ประเทศไทย และ - ยคุ ลา่ อาณานิคม ประเทศในทวีปเอเชีย - ยุคสงครามเย็น ฯลฯ 3. เศรษฐศาสตร์ 1.เข้าใจความหมาย 1.1 ความหมาย ความสาคญั 15 15 ความสาคญั ของเศรษฐศาสตร์ ของเศรษฐศาสตร์มหภาค และระบบเศรษฐกจิ และเศรษฐศาสตร์จุลภาค 2.เข้าใจหลักการ และวิธีการ 1.2 ระบบเศรษฐกิจใน ตัดสนิ ใจเลอื กใช้ทรัพยากร ประเทศไทย เพือ่ การผลติ สินคา้ และบริการ 2.หลักการ และวธิ ีการ เลือกใช้ทรัพยากรเพื่อการ 3.เลือกวธิ กี ารที่มีประสิทธิภาพ ผลิต มาใชใ้ นการผลติ สินค้า และ 3.คุณธรรมในการผลติ บรกิ ารอยา่ งมีคุณธรรม 4.รู้และเข้าใจการใชก้ ฎหมาย ค้มุ ครองผู้บริโภค 4.กฎหมาย และข้อมลู การ 5. บอกแหลง่ ข้อมูล การ คมุ้ ครองผบู้ ริโภค คุ้มครองผบู้ ริโภค และ 5.1 หน่วยงานที่ใหค้ วาม กฎหมายคมุ้ ครองผบู้ ริโภค คมุ้ ครองผู้บริโภค 5.2 การพิทักษ์สิทธิ และ 6.1 ตระหนักบทบาท และ ผลประโยชน์ของผ้บู ริโภค ความสาคญั ของการรวมกลุม่ 6.1 ความสาคัญของกลุ่มทาง ทางเศรษฐกจิ ในทวีปเอเซยี เศรษฐกิจในทวปี เอเชีย 6.2 รู้และเข้าใจบทบาท ความสาคญั ของการรวมกลมุ่ 6.2 กลุ่มทางเศรษฐกจิ ตา่ งๆ
148 ที่ หวั เรอื่ ง ตัวช้ีวัด เนื้อหา จานวน (ชัว่ โมง) ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ในทวปี เอเชยี 6.3 ประชาคมเศรษฐกจิ 20 7.วเิ คราะห์ความสัมพนั ธ์ทาง อาเซียน เศรษฐกจิ ของประเทศไทยกบั - ความเป็นมา ประเทศต่างๆในทวปี เอเชยี - ความสาคญั - กฎบตั รอาเซียน 4. การเมือง การปกครอง 1. ร้แู ละเขา้ ใจระบอบ - ความร่วมมอื ดา้ น การเมืองการปกครองต่างๆ ท่ี เศรษฐกิจ ใชอ้ ย่ใู นปัจจบุ นั - ประโยชน์และผลกระทบ 2. วิเคราะหค์ วามแตกตา่ ง ตอ่ ประเทศไทย ของรปู แบบการปกครอง 7.1 สภาพเศรษฐกจิ ของ ระบอบประชาธปิ ไตย และ ประเทศไทยและประเทศ ระบอบอ่ืนๆ ตา่ งๆในทวีปเอเชีย รวมทัง้ ตระหนักในคุณค่าของ 7.2 ระบบเศรษฐกิจของ การปกครองระบอบ ประเทศต่างๆในทวีปเอเชยี ประชาธปิ ไตย 7.8 ลักษณะ ประเภท สินค้าเข้า และสนิ คา้ ออก ของประเทศต่างๆในทวีป เอเชีย 1. การปกครอง ระบอบ ประชาธปิ ไตย และอื่นๆ 2. เปรยี บเทียบรปู แบบ การเมืองการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตย และระบอบ อน่ื ๆ ของประเทศต่างๆ ใน ทวีปเอเชีย
149 คาอธิบายรายวชิ า สค21002 ศาสนาและหนา้ ทีพ่ ลเมือง จานวน 2 หนว่ ยกติ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั 1. มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคณุ คา่ และสบื ทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีของ ประเทศในทวปี เอเชีย 2. มีความรู้ ความเขา้ ใจดาเนินชีวิตตามวิถปี ระชาธิปไตย กฎระเบียบของประเทศเพื่อนบ้าน ศกึ ษาและฝึกทักษะเก่ียวกบั เรอื่ งดงั ต่อไปน้ี 1. ประวัตคิ วามเป็นมาของศาสนาในประเทศไทย และประเทศในทวีปเอเชีย 2. หลักธรรมสาคญั ของการปฏิบตั ติ นให้อยู่รว่ มกันอย่างสนั ติสขุ 3. การบรหิ ารจติ ตามหลักศาสนา 4. การปฏบิ ัติตนเป็นคนดตี ามหลกั คาสอนของแต่ละศาสนา (พุทธ ครสิ ต์ อิสลาม) 5. วัฒนธรรม ประเพณี ที่สาคญั ของประเทศไทยและทวีปเอเชีย 6. การอนุรักษ์ สืบสาน วัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยม จริยธรรมทางสังคม ท่ีพึงประสงค์ของ สงั คมไทย 7. โครงสรา้ งและสาระสาคญั ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับสทิ ธเิ สรภี าพ หนา้ ทข่ี องประชาชน 8. การปฏิรูปการเมืองและจุดเด่นของรัฐธรรมนูญท่ีเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพหน้าที่ของ ประชาชน 9. หลกั การอย่รู ่วมกนั ตามวิถีทางประชาธปิ ไตยบนพนื้ ฐานของคุณธรรมจริยธรรม 10. สถานการณแ์ ละ การมีส่วนรว่ มทางการเมอื งการปกครองในสงั คมไทย 11. สทิ ธิมนษุ ยชนพืน้ ฐาน การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ จัดให้มีการค้นคว้าหาความรู้ จากส่ือเอกสาร ตารา สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภูมิปัญญา สถาบันทาง ศาสนา การฝกึ ปฏิบัติ การทาโครงงาน การจดั กลมุ่ อภิปรายแลกเปลยี่ นเรียนรู้ การวิเคราะห์ สถานการณ์ จาลอง การสรุปผลการเรียนรู้ และนาเสนอในรปู แบบต่างๆ การวดั และประเมินผล ประเมนิ จากการทดสอบ การสงั เกต การประเมินการมีสว่ นร่วมในการทากิจกรรมและการตรวจผลงาน ฯลฯ
150 รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวิชา สค21002 ศาสนาและหนา้ ทพี่ ลเมือง จานวน 2 หน่วยกิต ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ 1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เหน็ คณุ ค่าและสบื ทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณีของประเทศในทวปี เอเชีย 2. มีความรู้ ความเขา้ ใจดาเนินชวี ิตตามวิถปี ระชาธปิ ไตย กฎระเบียบของประเทศเพอ่ื นบ้าน ที่ หัวเรือ่ ง ตัวช้ีวดั เนือ้ หา จานวน (ชั่วโมง) 1. ศาสนา วัฒนธรรม 1. มีความรู้ ความเข้าใจ 1. ความเป็นมาของศาสนาใน 20 ประเพณี เก่ียวกบั ความเป็นมาของ ประเทศไทย ศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย - พุทธ และประเทศในทวีปเอเชยี - ครสิ ต์ - อิสลาม - ฮินดู 2. นาหลักธรรมสาคญั ๆ ใน 2. ความเปน็ มาของศาสนาใน ศาสนาของตน มาประพฤติ ทวปี เอเชยี ปฏิบตั ใิ ห้สามารถอยูร่ ว่ มกันกับ - พุทธ ศาสนาอืน่ ได้อย่างสันติสขุ - ครสิ ต์ - อสิ ลาม - ฮนิ ดู 3. เหน็ ประโยชนใ์ นการนา 3. หลกั ธรรมในแตล่ ะศาสนาที่ หลกั ธรรมคาสอนในศาสนาท่ี ทาใหอ้ ยรู่ ่วมกบั ศาสนาอื่นได้ ตนนับถอื มาประพฤติปฏบิ ัติ อยา่ งมีความสุข ตน เพอ่ื ใหเ้ ป็นคนดีในสังคม - ศาสนาพุทธ คือ พรหมวิหาร4 ฆราวาสธรรม ฯลฯ - ศาสนาครสิ ต์ - ศาสนาอิสลาม - ศาสนาฮินดู 4.นาขอ้ ปฏิบตั ิของบุคคล 4.1 หลกั ธรรมในแต่ละศาสนาที่ ตัวอยา่ งทใี่ ชห้ ลักธรรมทาง ทาใหผ้ นู้ ามาประพฤตปิ ฏิบัติ ศาสนามาปฏิบัตใิ น เป็นคนดใี นศาสนาพทุ ธคือ
151 ท่ี หวั เร่ือง ตวั ช้ีวัด เนอ้ื หา จานวน 2 หนา้ ที่พลเมือง (ชว่ั โมง) ชวี ิตประจาวันมาใชใ้ ห้ เบญจศีล เบญจธรรม พรหม เหมาะสมกับวถิ ีชีวิตของตนเอง วหิ ารธรรมท่ที าให้งาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู 4.2 กรณีตัวอย่างบุคคลตัวอย่าง ในแต่ละศาสนา 5. วฒั นธรรมประเพณใี น 5. มีความรู้ ความเข้าใจใน ประเทศไทยและประเทศใน วัฒนธรรมประเพณีของ เอเชีย ประเทศไทยและประเทศใน - ภาษา เอเชีย - การแตง่ กาย - อาหาร - ประเพณี ฯลฯ 6. การอนรุ กั ษ์ และสืบสาน 6. ตระหนักถึงความสาคญั ใน วฒั นธรรมประเพณี ของ วฒั นธรรมประเพณีของ ประเทศไทย และประเทศใน ประเทศไทยและประเทศใน เอเชยี (กรณีตัวอยา่ ง) เอเชีย 7. การประพฤตปิ ฏิบัติตน เพ่ือ การอนรุ ักษ์ และสบื สาน 7. มีสว่ นรว่ มในการปฏิบัตติ น วัฒนธรรมประเพณีของประเทศ ตามวัฒนธรรมประเพณี ของ ไทยและประเทศในเอเชีย สงั คมไทย 8. ประพฤติตนตามคา่ นยิ ม 8. ค่านิยมทีพ่ ึงประสงคข์ อง 20 จรยิ ธรรมท่พี ึงประสงคข์ อง ประเทศไทยและประเทศต่างๆ สังคมไทย ในเอเชยี 1.รแู้ ละเขา้ ใจความสาคญั ของ 1.1 ความเป็นมา หลกั การ
152 ที่ หัวเรอื่ ง ตัวชว้ี ัด เน้ือหา จานวน (ช่วั โมง) รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักร เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไทย 1.2 โครงสร้าง และสาระสาคัญ ของรัฐธรรมนูญ 1. 3 การปฏิรูปการเมือง และ จุดเดน่ ของรัฐธรรมนญู ท่ี เกีย่ วกับสิทธิเสรภี าพหน้าที่ของ ประชาชน2. หลักการอยู่ 2. รแู้ ละเขา้ ใจหลกั คุณธรรม รว่ มกันตามวิถที าง จริยธรรมของการอยรู่ ว่ มกนั ประชาธิปไตยบนพื้นฐานของ 3. มีสว่ นร่วมทางการเมืองการ คณุ ธรรมจริยธรรม ปกครองตามระบอบ 3.สถานการณ์ และการมสี ว่ น ประชาธิปไตยอันมี ร่วมทางการเมืองการปกครอง พระมหากษัตริยเ์ ปน็ ประมุข4. ตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมี รู้และเข้าใจหลกั สทิ ธมิ นษุ ยชน พระมหากษัตริยเ์ ปน็ ประมุข 5. การมสี ว่ นร่วมในการ 4.หลักสทิ ธิมนษุ ยชน ค้มุ ครองปกปูองตนเอง และ 5. การมีส่วนรว่ มในการ 20 ผอู้ นื่ ตามหลกั สทิ ธิมนุษยชน คมุ้ ครองตนเอง และผู้อืน่ ตาม 6. ตระหนักถึงประโยชน์ของ หลักสทิ ธมิ นุษยชน การมสี ่วนร่วมในการคุ้มครอง 6.ประโยชน์ของการมีสว่ นรว่ ม ปกปอู งตนเอง และผู้อนื่ ตาม ในการคุ้มครองฯ (ยกตัวอยา่ ง) หลกั สิทธมิ นษุ ยชน
คาอธบิ ายรายวิชา สค21003 การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม จานวน 1 หนว่ ยกติ ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดับ มีความรู้ ความเขา้ ใจ หลกั การพัฒนาชุมชน สงั คม สามารถวเิ คราะห์ ข้อมูล และกาหนดแนวทางการ พฒั นาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สังคม ใหส้ อดคล้องกบั สภาพการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ปัจจบุ ัน ศกึ ษาและฝึกทักษะเก่ียวกบั เร่ืองดงั ต่อไปนี้ 1. ความหมาย ความสาคญั ของขอ้ มลู ประโยชนข์ องข้อมลู ตนเอง ชมุ ชน สงั คม 2. เทคนิคและวิธีการจัดเก็บข้อมูล เช่น การจัดเวทีประชาคม การสารวจข้อมูลการประชาพิจารณ์ โดยใช้แบบสอบถาม การสบื ค้นข้อมลู จากแหลง่ ต่างๆ ฯลฯ 3. การวิเคราะหข์ อ้ มลู เพ่ือการจัดทาแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม 4. การจดั ทาแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คมและการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั การจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ จัดให้ผู้เรียนฝึกทักษะจากการปฏิบัติจริงการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดทาแผนพัฒนา ตนเอง ชุมชน สังคม โดยการเข้าร่วมสังเกตการณ์ในสถานการณ์จริง หรือจาการสร้างสถานการณ์จาลอง จดั ทาเวทปี ระชาคม และการศึกษาดูงาน เปรียบเทียบการจัดทาแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ระหว่างกลุ่ม ระหวา่ งชุมชน การวดั และประเมนิ ผล ประเมนิ จากผลงาน และการมีส่วนรว่ มในการจดั ทาแผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม
รายละเอยี ดคาอธบิ ายรายวิชา สค21003 การพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม จานวน 1 หน่วยกิต ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั มีความรู้ ความเข้าใจ หลักการพฒั นาชมุ ชน สังคม สามารถวิเคราะห์ ข้อมูล และกาหนดแนวทางการ พฒั นา ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สังคม ให้สอดคล้องกับสภาพการเปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณ์ปจั จบุ ัน ที่ หัวเรื่อง ตัวชว้ี ัด เนื้อหา จานวน (ชวั่ โมง) 1. พัฒนาชมุ ชน สังคม 1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ 1.หลกั การพัฒนาตนเอง ชุมชน 20 หลักการพฒั นา ชุมชน สังคม สังคม 2. มีความรู้ ความเข้าใจ และ 2. ความหมาย ความสาคัญ เหน็ ความสาคญั ของขอ้ มูล ประโยชน์ ของข้อมลู ดา้ น ตนเอง ครอบครัว ชุมชน - ภมู ิศาสตร์ สังคม - ประวัติศาสตร์ - เศรษฐศาสตร์ - การเมือง การปกครอง - ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี - หน้าท่พี ลเมือง - ทรัพยากร สิ่งแวดลอ้ ม - สาธารณสุข 3.วิเคราะหแ์ ละอธิบายข้อมลู - การศึกษา 3. วธิ กี ารจัดเกบ็ วเิ คราะห์ ข้อมลู ดว้ ยวิธกี ารท่ีหลากหลาย 4. เกดิ ความตระหนกั และมี และเผยแพร่ขอ้ มลู สว่ นรว่ มในการจดั ทา 4. การมสี ว่ นร่วมในการวางแผน แผนพฒั นาชมุ ชน สังคม พฒั นาตนเอง ครอบครวั ชุมชน สังคม 5. กาหนดแนวทางการ 5.1 เทคนิคการมสี ว่ นร่วมใน 20 พัฒนาตนเองครอบครวั การจัดทาแผน เชน่ ชมุ ชน สังคม - การจดั ทาเวทีประชาคม - การประชมุ กล่มุ ย่อย - การสัมมนา - การสารวจประชามติ - การประชาพจิ ารณ์
ท่ี หวั เร่อื ง ตวั ชี้วดั เนื้อหา จานวน (ช่ัวโมง) ฯลฯ 5.2 การจัดทาแผน -ทิศทาง นโยบาย - โครงการ - ผู้รบั ผดิ ชอบ - จัดลาดับความสาคัญ ฯลฯ 5.3 การเผยแพร่สกู่ ารปฏิบตั ิ - การเขยี นรายงาน - การเขียนโครงงาน ฯลฯ 6. นาศกั ยภาพ ของประเทศ 6. การพัฒนาอาชพี ในชุมชน ไทยใน 5 ดา้ นมาเชื่อมโยงสู่ และสังคม งานอาชีพ - อาเซียนกับการพฒั นาอาชพี - จดุ เดน่ ของประเทศไทยในการ ผลักดนั เศรษฐกจิ สร้างสรรค์ - ศกั ยภาพประเทศไทยกับการ พัฒนาอาชีพ
คาอธบิ ายรายวชิ า สค22016 การเงนิ เพอื่ ชีวติ 2 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น จานวน 3 หน่วยกิต (120 ชั่วโมง) มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดับ มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักเก่ียวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครองในทวปี เอเชีย และนามาปรับใชใ้ นการดาเนนิ ชีวิต เพอ่ื ความมัน่ คงของชาติ ศึกษาและฝกึ ทักษะเกี่ยวกับเรอ่ื งดังต่อไปนี้ 1. วา่ ด้วยเรอ่ื งของเงนิ ความหมายและประโยชน์ ประเภทของเงิน เงินฝากและการประกันภัย การชาระเงิน ทางอิเล็กทรอนกิ ส์ โครงสร้างระบบสถาบนั การเงนิ ของประเทศไทย 2. การวางแผนทางการเงนิ การรู้จักฐานะการเงินของตนเอง บันทึกรายรับ-รายจา่ ย เปาู หมายการเงินในชวี ติ การออม 3. สนิ เช่อื ความหมายของสินเช่ือ ลักษณะของสินเชื่อรายย่อย ประเภทและการคานวณดอกเบ้ียเงินกู้ วธิ ีการปอู งกนั ปัญหาหน้ี เครดติ บูโร วธิ ีการแกไ้ ขปัญหาหน้ี หนว่ ยงานทีใ่ หค้ าปรกึ ษาเร่ืองวธิ แี กไ้ ขปัญหาหน้ี 4. สิทธแิ ละหน้าทีข่ องผ้ใู ชบ้ ริการทางการเงนิ สิทธิของผู้ใช้บริการทางการเงิน 4 ประการ หน้าท่ีของผู้ใช้บริการทางการเงิน 5 ประการ รจู้ ักศนู ย์คุม้ ครองผใู้ ช้บริการทางการเงิน (ศคง.) และหน่วยงานท่ีรับท่ีรับเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ การเขียนหนังสือ ร้องเรียนและขั้นตอนที่เกยี่ วข้อง 5. ภยั ทางการเงนิ ลักษณะ การปูองกนั ตนเอง และการแกป้ ญั หาภยั ทางการเงนิ การจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ 1. จัดกลุ่มอภิปรายในเนื้อหาทเ่ี กี่ยวข้อง 2. ศึกษาจากเอกสารและส่ือทุกประเภทที่เก่ียวข้อง เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย และเว็บไซตข์ อง ศคง. 3. จดั ทาโครงการนิทรรศการฐานการเรยี นรู้ 4. เชญิ วทิ ยากรผ้รู ู้มาใหค้ วามรู้เกย่ี วกบั การก่อหนอ้ี ยา่ งเหมาะสม และการวางแผนการเงินใน ชีวติ
การวดั และประเมินผล 1. สงั เกตพฤติกรรมระหวา่ งการเรียนรู้ 2. วัดความรู้จากการทากิจกรรมใบงาน 3. การวดั ผลสมั ฤทธิ์ปลายภาค
คาอธบิ ายรายวิชา สค22016 การเงนิ เพอ่ื ชีวติ 2 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น จานวน 3 หนว่ ยกิต (120 ชว่ั โมง) มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครองในทวีปเอเชีย และนามาปรับใช้ในการดาเนนิ ชีวิต เพอ่ื ความม่ันคงของชาติ ที่ หัวเร่ือง ตวั ชี้วดั เนอื้ หา จานวน 1. ว่าด้วยเรอ่ื งของเงิน ชั่วโมง 1.1 ความหมายและ 24 ชม. ประโยชน์ 1. อธบิ ายความหมาย และ 1. ความหมายและประโยชน์ 1.2 ประเภทของเงนิ ประโยชน์ของเงนิ ของเงิน 2. บอกความหมายและความ 2. ความหมาย ความแตกต่าง แตกต่างของการใหเ้ งนิ และการ ของการใหเ้ งินและการใหย้ มื ใหย้ ืมเงิน เงนิ 1.บอกประเภทและลกั ษณะ 1. เงินไทย ของเงินไทย - ธนบัตร 2. อธบิ ายวธิ ีการตรวจสอบ - เหรียญกษาปณ์ ธนบัตร 2. เงินตราต่างประเทศ 3. บอกสกุลเงินของประเทศใน - สกลุ เงนิ ของประเทศใน ทวีปเอเชีย ทวีปเอเชีย 4. คานวณอัตราแลกเปลี่ยน - อตั ราการแลกเปลี่ยน เงนิ ตราตา่ งประเทศ และวธิ ีการคานวณอตั รา 5. บอกช่องทางการแลกเปลี่ยน แลกเปลย่ี นเงนิ ตรา เงนิ ตราตา่ งประเทศ ต่างประเทศ - ชอ่ งทางการแลกเปลีย่ น เงนิ ตราตา่ งประเทศ
ท่ี หัวเร่ือง ตัวชวี้ ดั เน้อื หา จานวน ชวั่ โมง 1.3 เงินฝาก และการ 1. บอกลกั ษณะบัญชเี งินฝากแต่ 1. ประเภท ลักษณะ ประกันภยั ละประเภท ประโยชน์ ขอ้ จากดั ของการ 2. บอกประโยชน์และขอ้ จากัด ฝากเงิน การฝากเงนิ ประเภทตา่ ง ๆ - บญั ชเี งินฝากออมทรัพย์ - บัญชีเงนิ ฝากประจา - บญั ชีเงินฝากประจา รายเดอื นปลอดภาษี - สลากออมทรัพย์/สลาก ออมสิน 3. บอกความหมายของดอกเบยี้ 2. ความหมายและวธิ กี าร เงนิ ฝาก คานวณดอกเบยี้ เงินฝาก 4. คานวณดอกเบ้ียเงนิ ฝาก อยา่ งง่าย 5. บอกความหมายของการ 3. การคมุ้ ครองเงินฝาก คมุ้ ครองเงนิ ฝาก 6. บอกประเภทของเงนิ ฝากท่ี ได้รบั การคุม้ ครอง 7. อธิบายความหมายและ 4. การประกนั ภัย ประโยชน์ของการประกนั ภัย 8. บอกประเภท และลกั ษณะ การประกันภัยแตล่ ะประเภท 1.4 การชาระเงนิ ทาง 1. บอกความหมาย และ 1. ความหมาย และประโยชน์ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ประโยชนข์ องการชาระเงนิ ทาง ของการชาระเงินทาง อิเล็กทรอนิกส์ อเิ ล็กทรอนิกส์ 2. บอกลกั ษณะของบัตร ATM 2. ลักษณะของบัตร ATM บัตรเดบิต บัตรเครดติ บตั รเดบติ บตั รเครดติ 3. เปรยี บเทียบความแตกตา่ ง บตั ร ATM บัตรเดบิต บตั รเครดิต 1.5 โครงสร้างระบบ 1. บอกโครงสร้างระบบสถาบัน 1. โครงสรา้ งระบบสถาบัน สถาบันการเงนิ ของ การเงนิ ของประเทศไทย การเงินของประเทศไทย ประเทศไทย 2. บอกประเภทของสถาบัน 2. สถาบันการเงนิ และ การเงนิ และหน่วยงานอื่น หนว่ ยงานอ่นื ภายใต้การกากับ ภายใต้การกากบั ของธนาคาร ของธนาคารแหง่ ประเทศไทย แห่งประเทศไทย - ประเภท
ที่ หวั เรื่อง ตวั ช้ีวัด เนือ้ หา จานวน 2. การวางแผนการเงนิ 3. อธบิ ายบทบาทหน้าท่ีของ ชว่ั โมง สถาบันการเงนิ และหนว่ ยงาน - บทบาทหน้าท่ี 2.1 การรู้จักฐานะ อืน่ ภายใตก้ ารกากับของ 35 ชม. การเงนิ ของตนเอง ธนาคารแหง่ ประเทศไทย 1. หลกั การประเมนิ ฐานะทาง การเงนิ ของตนเองโดยคานวณ 2.2 บันทกึ รายรบั - 1. อธบิ ายหลกั การประเมนิ จานวนและอัตราสว่ นดังนี้ รายจา่ ย ฐานะการเงนิ 2. คานวณฐานะการเงินของ - ความม่งั คงั่ สุทธิ ตนเอง - อตั ราส่วนภาระหนสี้ ินต่อ รายได้ (ต่อเดือน) 3. อธิบายลกั ษณะของการมี - จานวนเงินออมเผ่ือ สขุ ภาพการเงนิ ท่ีดี ฉุกเฉนิ 4. ประเมนิ สขุ ภาพการเงนิ ของ - อัตราสว่ นเงินออมตอ่ ตนเอง รายได้ (ต่อเดอื น) 2. การมสี ุขภาพการเงินท่ีดี 1. บอกความแตกต่างของ - ความหมาย “ความจาเปน็ ” และ “ความ - ลกั ษณะการมสี ุขภาพ ต้องการ” การเงินที่ดี ได้แก่ 2. จดั ลาดับความสาคัญของ รายจา่ ย - มีภาระชาระหน้ีไม่เกิน 3. บอกลักษณะของการบนั ทึก 1 ใน 3 ของรายไดต้ ่อเดือน รายรบั -รายจ่าย - ออมอย่างน้อย 1 ใน 4 ของรายได้ต่อเดอื น - มเี งินออมเผ่ือฉุกเฉนิ ประมาณ 6 เทา่ ของรายจ่าย จาเป็นต่อเดือน 1. ความหมายของความ จาเป็นและความต้องการ 2. การจดั ลาดับความสาคัญ ของรายจ่าย 3. ลกั ษณะและประโยชน์ของ บนั ทกึ รายรบั -รายจา่ ย
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวชวี้ ัด เน้ือหา จานวน ชว่ั โมง 4. บอกประโยชน์ของการ บนั ทกึ รายรบั -รายจ่าย 5. จดบนั ทึกรายรับ-รายจา่ ย 4. วธิ บี ันทกึ รายรับ-รายจ่าย 2.3 เป้าหมายการเงนิ 1. บอกประโยชนข์ องการมี 1. ประโยชน์ของการมี ในชวี ิต เปาู หมายการเงินในชีวิต เปูาหมายการเงนิ ในชวี ิต 2. บอกเปาู หมายการเงินที่ควร 2. เปาู หมายการเงนิ ทีค่ วรมใี น มีในชวี ิต ชวี ิต 3. ประเภทของเปาู หมาย การเงนิ - ระยะสน้ั (ไมเ่ กนิ 1 ปี) - ระยะกลาง (1 – 3 ปี) - ระยะยาว (มากกวา่ 3 ปี) 2.4 การออม 3. อธิบายวิธกี ารตั้งเปูาหมาย 4. วธิ ีการตง้ั เปาู หมายการเงิน 3. สนิ เชื่อ การเงินตามหลัก SMART ตามหลกั SMART 4. วางแผนการเงนิ ตาม 5. การวางแผนการเงินให้ เปูาหมายทีต่ ัง้ ไว้ เป็นไปตามเปูาหมายท่ีตงั้ ไว้ 1. อธิบายความหมาย และ 1. ความหมาย และประโยชน์ ประโยชนข์ องการออม ของการออม 2. ตง้ั เปูาหมายการออม 2. เปาู หมายการออม 3. บอกหลกั การออมใหส้ าเร็จ 3. หลักการออมใหส้ าเร็จ 4. อธบิ ายบทบาทหนา้ ที่และ 4. ความร้เู บือ้ งต้นเกี่ยวกบั หลักการของกองทุนการออม กองทุนการออมแหง่ ชาติ แหง่ ชาติ (กอช.) (กอช.) 1. บอกความหมายของ “หน้ดี ี” 1. การประเมินความ 36 ชม. และ “หนีพ้ ึงระวงั ” เหมาะสมก่อนตัดสนิ ใจก่อหน้ี 2. บอกลักษณะของสินเช่ือราย 2. ลักษณะของสนิ เช่ือราย ย่อย ย่อยและการคานวณดอกเบยี้
ที่ หวั เร่ือง ตัวชี้วัด เน้อื หา จานวน ชั่วโมง 3. บอกประเภทดอกเบย้ี เงินกู้ 3. เครดิตบโู ร 4. คานวณดอกเบี้ยเงนิ กู้ 4. วิธีการปูองกนั ปัญหาหนี้ 5. บอกความหมาย และ 5. วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ บทบาทหนา้ ท่ีของเครดิตบโู ร 6. บอกวธิ กี ารตรวจสอบข้อมูล 6. หนว่ ยงานทีใ่ หค้ าปรกึ ษา เครดติ ของตนเอง เกย่ี วกับการแก้ไขปัญหาหนี้ 7. บอกวธิ กี ารปอู งกนั ปญั หาหน้ี 8. บอกวธิ ีการแก้ไขปัญหาหน้ี 9. บอกหน่วยงานที่ให้ คาปรกึ ษาเรื่องวธิ ีแก้ไขปัญหา หน้ี 4. สทิ ธิและหนา้ ที่ของ 1. บอกสิทธขิ องผใู้ ช้บรกิ ารทาง 1. สิทธขิ องผ้ใู ชบ้ รกิ ารทาง 10 ชม. ผู้ใช้บริการทางการเงิน การเงนิ การเงนิ - ได้รบั ขอ้ มลู ทถี่ ูกตอ้ ง - เลือกใช้ผลิตภณั ฑ์และ บรกิ ารได้อย่างอิสระ - รอ้ งเรยี นเพ่ือความเป็น ธรรม - ไดร้ บั การพจิ ารณา ค่าชดเชยหากเกดิ ความ เสยี หาย 2. บอกหนา้ ที่ของผู้ใชบ้ รกิ าร 2. หนา้ ท่ีของผ้ใู ช้บริการทาง ทางการเงนิ การเงิน - วางแผนการเงนิ - ตดิ ตามข้อมูลข่าวสารทาง การเงินอย่างสม่าเสมอ - เข้าใจรายละเอยี ด และ เปรียบเทียบข้อมูลก่อน เลือกใช้ - ตรวจทานความถูกต้องของ ธุรกรรมทางการเงินทุกครั้ง - เม่อื เปน็ หนีต้ ้องชาระหนี้ 3. บอกบทบาทหน้าท่ีของศนู ย์ 3. บทบาทศนู ย์คุ้มครอง คุ้มครองผู้ใชบ้ ริการทางการเงิน ผใู้ ช้บริการทางการเงนิ (ศคง.)
ท่ี หัวเร่อื ง ตวั ชีว้ ดั เนอื้ หา จานวน 5. ภยั ทางการเงิน ชวั่ โมง (ศคง.) และหน่วยงานทรี่ ับเรื่อง และหนว่ ยงานทีร่ บั เรื่อง รอ้ งเรียนอนื่ ๆ รอ้ งเรยี นอ่ืน ๆ 15 ชม. 4. บอกขั้นตอนการร้องเรยี น 4. ขัน้ ตอนการร้องเรยี นและ 5. บอกหลักการเขียนหนังสือ การเขยี นหนงั สือรอ้ งเรยี น ร้องเรียน 1. ประเภท ลกั ษณะ การ 1. บอกประเภทและลกั ษณะ ปอู งกนั ตนเอง และการแก้ไข ของภัยทางการเงนิ ปัญหาของภยั ทางการเงิน 2. บอกวธิ กี ารปูองกันตนเอง จากภัยทางการเงิน - หนน้ี อกระบบ 3. บอกวธิ ีการแก้ปญั หาท่เี กิด - แชร์ลูกโซ่ จากภัยทางการเงิน - ภัยใกล้ตวั เช่น การ หลอกลวงให้จา่ ยเบย้ี ประกนั งวดสุดท้าย ตกทอง / ล็อตเตอร่ปี ลอม - แก๊งคอลเซน็ เตอร์ - ภยั ออนไลน์ (ที่ไมใ่ ช่ ธนาคารออนไลน์) เช่น ภยั ทม่ี าทางสื่อสงั คมออนไลน์
คาอธิบายรายวชิ า สค22020 ประวตั ศิ าสตรช์ าติไทย จานวน 3 หนว่ ยกติ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง ในทวปี เอเชยี และนามาปรบั ใช้ในการดาเนินชีวิต เพอ่ื ความม่นั คงของชาติ การศึกษาและฝกึ ทกั ษะเกยี่ วกับเรือ่ งต่อไปนี้ ความภูมิใจในความเป็นไทย มรดกไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี บทเรียนจาก เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในสมัยกรงุ ศรอี ยุธยาและกรุงธนบุรี และความสัมพันธ์กับต่างประเทศในสมัยกรุง ศรีอยธุ ยาและกรงุ ธนบรุ ี การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ เน้นให้ผู้เรียนแลกเปล่ียนเรียนรู้จากการอภิปลายกลุ่ม ศึกษาจากใบความรู้ เอกสาร ประกอบการเรียนการสอน และเอกสารท่ีเก่ียวข้อง ศึกษาจากอินเทอร์เน็ต ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ส่ือวีดีทัศน์ การทาใบงาน การทาแบบทดสอบ เรียนรู้ด้วยตนเอง การรายงาน การศึกษาแหล่งเรียนรู้ ประสบการณ์ตรง โดยใช้สถานการณ์จริง และฝึกปฏิบตั ิทเ่ี ก่ียวกบั ประวัตศิ าสตรช์ าติไทย การวัดและประเมนิ ผล จากสภาพจรงิ จากการสังเกต การอภิปราย การสัมภาษณ์ ผลการปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วม ในกิจกรรมการเรียนรู้ ความสนใจในกระบวนการเรียนรู้ ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน แบบทดสอบ
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชา สค22020 ประวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย จานวน 3 หน่วยกิต ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักเก่ียวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง ในทวีปเอเชีย และนามาปรับใช้ในการดาเนินชีวิต เพ่อื ความมั่นคงของชาติ ท่ี หัวเรอื่ ง ตวั ชวี้ ดั เน้อื หา จานวน (ชว่ั โมง) 1. ความภมู ใิ จใน 1. อธบิ ายความหมายของชาติ 1. สถาบันหลักของชาติ ความเปน็ ไทย 2. อธิบายความเป็นมาของ 1.1 สถาบนั ชาติ 60 1.1.1 ความหมายของชาติ ชนชาตไิ ทย 1.1.2 ความเป็นมาของชนชาตไิ ทย 3. บอกพระปรีชาสามารถของ 1.1.3 การรวมชาติไทยเปน็ ปึกแผน่ 1.1.4 บทบาทของพระมหากษัตรยิ ์ พระมหากษัตรยิ ์ไทยกบั ไทยในการรวมชาติ การรวมชาติ 1.2 สถาบันศาสนา 1.2.1 ศาสนาพทุ ธ 4. อธบิ ายประวตั คิ วามเปน็ มาของ 1.2.2 ศาสนาคริสต์ ศาสนาพุทธ ครสิ ต์ และอสิ ลาม 1.2.3 ศาสนาอสิ ลาม 1.3 สถาบนั พระมหากษัตริย์ 5. อธิบายความสาคญั ของสถาบัน 1.3.1 บทบาทและความสาคญั ของ ศาสนา สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ 1.3.2 พระปรีชาสามารถของ 6. ระบบุ ทบาท และความสาคญั ของ พระมหากษัตริย์ไทย สถาบันพระมหากษัตริย์ 1.3.3 สถาบันพระมหากษัตริยค์ ือ ศูนยร์ วมใจของคนในชาติ 7. อธิบายบญุ คณุ ของ พระมหากษัตรยิ ์ไทยในอดีต 2. บญุ คณุ ของแผ่นดนิ 2.1 บุญคณุ ของพระมหากษตั รยิ ์ไทย ตง้ั แต่สมัยกรงุ สุโขทยั กรงุ ศรีอยธุ ยา กรุงธนบุรี และกรุงรตั นโกสนิ ทร์ 2.2 พระมหากษัตรยิ ์ไทยในสมัยกรงุ ศรี อยธุ ยาและกรุงธนบรุ ี 2.2.1 รายนามพระมหากษัตรยิ ์
ที่ หวั เร่อื ง ตัวชวี้ ดั เนือ้ หา จานวน (ช่ัวโมง) 2. มรดกไทยสมัย 8. บอกพระปรีชาสามารถ คุณงาม ในสมยั กรุงศรีอยธุ ยา กรุงศรีอยุธยา ความดี และวีรกรรม ของ 2.2.2 รายนามพระมหากษัตรยิ ์ 20 และกรุงธนบุรี สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ่ี 1 (สมเดจ็ พระเจา้ อู่ทอง) ในสมัยกรุงธนบุรี สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ 2.3 วีรกษัตรยิ ์ไทยสมยั กรุงศรอี ยุธยา สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช 2.3.1 สมเดจ็ พระรามาธิบดที ี่ 1 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (สมเดจ็ พระเจ้าอู่ทอง) 9. บอกคุณงามความดีของสมเดจ็ 2.3.2 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระสรุ โิ ยทยั พระสพุ รรณกลั ยา 2.3.3 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขนุ รองปลัดชู ชาวบ้านบางระจัน 2.3.4 สมเด็จพระนารายณม์ หาราช และพระยาพชิ ัยดาบหัก 2.4 วีรกษัตริยไ์ ทยสมัยกรงุ ธนบุรี 2.4.1 สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช 1. อธิบายความหมาย/นยิ าม 2.5 วรี บรุ ุษและวรี สตรไี ทยในสมัยกรุงศรี “มรดกไทย” อยุธยาและกรุงธนบุรี 2.5.1 สมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา 2. อธบิ ายถงึ คุณค่าของประเพณีไทย 1) สมเด็จพระสุริโยทยั 3. บอกเลา่ วัฒนธรรมไทยสมัย 2) พระสุพรรณกัลยา กรุงศรีอยธุ ยา และกรงุ ธนบุรี 3) ขุนรองปลดั ชู การแตง่ กาย การใช้ภาษา 4) ชาวบ้านบางระจัน 2.5.2 สมยั กรุงธนบุรี 1) พระยาพิชัยดาบหัก 1. ความหมาย/นิยาม “มรดกไทย” 2. ประเพณีไทย 2.1 พระราชพิธีพยหุ ยาตราทางชลมารค 2.2 พระราชพิธีจรดพระนังคัล แรกนาขวัญ 2.3 ประเพณีสงกรานต์ 2.4 ประเพณลี งแขกทานา 2.5 ประเพณีเดอื น 11 การแข่งเรอื 2.6 ประเพณีเดือน 12 พิธจี องเปรยี งตาม ประทปี (ชักโคม) 3. วฒั นธรรมไทย 3.1 วฒั นธรรมการแตง่ กาย ในสมยั กรงุ ศรีอยุธยา
ท่ี หัวเรือ่ ง ตวั ชี้วดั เนือ้ หา จานวน (ชั่วโมง) อาหารไทย และการละเลน่ 3.2 ภาษาในสมัยกรงุ ศรีอยธุ ยา เปน็ ตน้ 3.3 อาหารไทยสมยั กรุงศรอี ยุธยา 3.4 การละเลน่ สมยั กรุงศรีอยุธยาและ กรุงธนบรุ ี 4. ยกตวั อยา่ งวรรณกรรมในสมัยกรงุ 4. ศิลปะไทย ศรอี ยธุ ยา และกรุงธนบุรี 4.1 วรรณกรรมสมยั กรงุ ศรีอยุธยา 4.1.1 ลลิ ิตโองการแชง่ น้าหรอื ประกาศ แชง่ นา้ โคลงห้า 4.1.2 มหาชาตคิ าหลวง 4.1.3 ลิลิตยวนพ่าย 4.1.4 ลิลติ พระลอ 4.1.5 กาพย์มหาชาติ 4.1.6 หนงั สอื จินดามณี 5. ระบุลักษณะเดน่ ของ 4.2 สถาปตั ยกรรม สถาปัตยกรรม ประตมิ ากรรม 4.2.1 สถาปัตยกรรมสมยั ไทยในสมยั กรุงศรีอยธุ ยา และกรงุ กรุงศรีอยธุ ยา ธนบุรี 4.2.2 สถาปัตยกรรมสมยั กรงุ ธนบรุ ี 4.3 ประติมากรรม 4.3.1 ประติมากรรมสมยั กรุงศรีอยธุ ยา 6. อธบิ ายความภาคภมู ใิ จ 5. การอนรุ ักษ์มรดกไทย ในมรดกไทย 7. ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่แสดงถงึ ความภาคภูมใิ จในมรดกไทย อยา่ งน้อย 3 ตวั อย่าง 3. บทเรียนจาก 1. เลา่ เหตกุ ารณ์ที่สาคัญทาง 1. สงครามช้างเผือก 30 เหตกุ ารณท์ าง ประวัติศาสตรใ์ นสมัย 2. การเสียกรงุ ศรีอยธุ ยา ครงั้ ท่ี 1 ประวัติศาสตรใ์ น กรงุ ศรีอยธุ ยา และกรงุ ธนบรุ ี 3. สงครามยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวร สมยั กรุงศรี 2. เลือกแนวทางในการนาบทเรียน มหาราช อยุธยาและ จากเหตกุ ารณท์ างประวัตศิ าสตร์ 4. การเสียกรุงศรีอยุธยา คร้งั ท่ี 2 กรงุ ธนบรุ ี ทไี่ ด้มาปรับใช้ในการดาเนนิ ชวี ิต 5. การกอบกูเ้ อกราชของสมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช
ท่ี หัวเร่ือง ตวั ช้วี ดั เน้อื หา จานวน (ชวั่ โมง) 4. ความสัมพันธ์กับ 1. อธิบายความสัมพันธ์กบั 1. ความสมั พันธ์กบั ต่างประเทศ 10 ตา่ งประเทศใน ตา่ งประเทศ ในสมัยกรงุ ศรีอยุธยา ในสมยั กรุงศรีอยธุ ยา สมัยกรุงศรี และสมัยกรุงธนบุรี 1.1 ความสัมพนั ธ์กับรัฐเพือ่ นบา้ น อยธุ ยาและ 2. วิเคราะห์ความสัมพนั ธ์ 1.2 ความสัมพนั ธ์กับประเทศ กรุงธนบุรี กับต่างประเทศ ในทวปี เอเชีย และ ในทวีปเอเชยี ทวีปยุโรปท่ีส่งผลต่อความมั่นคง 1.3 ความสัมพันธ์กับประเทศ ของประเทศ ในทวปี ยุโรป (ชนชาติตะวนั ตก) 1) ด้านเศรษฐกจิ การค้า 2. ความสัมพันธ์กบั ต่างประเทศ 2) ด้านการเมืองการปกครอง ในสมยั กรุงธนบรุ ี 3) ด้านการทูต 2.1 ความสมั พนั ธก์ ับรฐั เพอ่ื นบ้าน 4) ด้านศาสนา และวฒั นธรรม 2.2 ความสมั พันธก์ บั ประเทศ 5) ด้านการศึกษา ในทวีปยโุ รป
อธิบายรายวชิ า สค22019 การเรยี นรูส้ ภู้ ยั ธรรมชาติ 2 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ จานวน 3 หน่วยกติ (120 ช่ัวโมง) มาตรฐานการเรียนรู้ 5.1 มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการ ปกครองในโลก และนามาปรับใช้ในการดาเนนิ ชีวติ เพื่อความม่ันคงของชาติ มาตรฐานการเรียนรูร้ ะดบั มคี วามรู้ความเขา้ ใจและตระหนกั เก่ียวกบั ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการปกครองใน ทวีปเอเชยี และนามาปรบั ใช้ในการดาเนนิ ชวี ติ เพื่อความมั่นคงของชาติ ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวัง 1. อธิบายความหมายของภยั แล้ง วาตภยั อทุ กภยั ดนิ โคลนถลม่ ไฟปุา หมอกควัน แผน่ ดนิ ไหว และ สึนามิ 2. บอกประเภทของวาตภัย และไฟปุา 3. บอกสาเหตุ และปัจจัยการเกิดภยั แล้ง วาตภัย อุทกภยั ดินโคลนถลม่ ไฟปุา หมอกควัน แผ่นดินไหวและสึ นามิ 4. บอกผลกระทบทีเ่ กดิ จากภัยแล้ง วาตภัย อทุ กภัย ดนิ โคลนถล่ม ไฟปุา หมอกควัน แผน่ ดินไหว และสึนามิ 5. ตระหนกั ถงึ ภยั และผลกระทบทเี่ กิดจากภยั แลง้ วาตภัย อุทกภยั ดนิ โคลนถล่ม ไฟปุา หมอกควนั แผน่ ดนิ ไหว และสึนามิ 6. บอกหว้ งเวลาการเกิดภัยแล้งในประเทศไทย 7. บอกฤดูกาลการเกิดไฟปุาในแตล่ ะพืน้ ท่ีของประเทศไทย 8. บอกพ้นื ทเี่ ส่ยี งภัยตอ่ การเกดิ ภัยแล้ง วาตภัย อทุ กภัย ดนิ โคลนถลม่ แผน่ ดนิ ไหว และสึนามิใน ประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชยี 9. บอกสัญญาณบอกเหตกุ ่อนเกดิ อุทกภยั ดินโคลนถล่ม และสึนามิ 10.บอกสถานการณ์ภัยแล้ง วาตภยั อทุ กภยั ดนิ โคลนถล่มไฟปุา หมอกควนั แผน่ ดนิ ไหว และสึนามิ ใน ประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชยี 11.นาเสนอผลการเปรยี บเทียบสถติ ิการเกิดภยั แล้ง วาตภัย อทุ กภัย ดินโคลนถล่ม ไฟปาุ หมอกควัน แผ่นดินไหว และสึนามิของประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชยี 12.บอกวธิ ีการเตรียมความพรอ้ มรบั สถานการณ์การเกิดภัยแล้ง วาตภยั อทุ กภัย ดินโคลนถล่ม ไฟปุา หมอกควัน แผน่ ดินไหว และสึนามิ 13.บอกวธิ กี ารปฏิบัติขณะเกิดภัยแลง้ วาตภัย อทุ กภยั ดนิ โคลนถลม่ ไฟปุา หมอกควัน แผ่นดนิ ไหว และสึนามิ 14.บอกวธิ กี ารปฏบิ ัติหลังเกดิ ภยั แลง้ วาตภัย อทุ กภัย ดนิ ไฟโคลนถล่ม ปุา หมอกควนั แผ่นดินไหว และสนึ ามิในประเทศไทย 15.ระบุบุคลากรที่เก่ียวขอ้ งกับการใหค้ วามช่วยเหลอื ผูป้ ระสบภัยธรรมชาติต่าง ๆ
16.ระบุหน่วยงานที่เกยี่ วข้องกบั การให้ความช่วยเหลือผูป้ ระสบภัยธรรมชาตติ ่าง ๆ ศึกษาและฝึกทักษะ 1.สถานการณ์การเกดิ ภัยแล้ง วาตภยั อทุ กภัย ดนิ โคลนถลม่ ไฟปุา หมอกควัน แผน่ ดินไหว และสึนามิ ประเทศไทย 2. การตรยี มความพร้อมรับมือกบั ภัยแล้ง วาตภัย อทุ กภยั ดนิ โคลนถลม่ ไฟปุา หมอกควัน แผ่นดนิ ไหวและ สึนามิ 3. สัญญาณบอกเหตกุ ่อนเกดิ อุทกภยั และดนิ โคลนถลม่ และสนึ ามิ 4. ผลกระทบจากการเกดิ ภยั แล้ง วาตภยั อทุ กภัย ดนิ โคลนถล่ม ไฟปุา หมอกควัน แผ่นดินไหว และ สึนามิ 5. บคุ ลากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกบั การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติต่าง ๆ การจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ 1. ศกึ ษาจากชุดวิชาการเรียนรู้สภู้ ยั ธรรมชาติ 2 และจากส่ือการเรียนรู้อ่นื ๆ เช่น เอกสาร ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ แหล่งเรียนร้ใู นระบบออนไลน์ ฯลฯ 2. ศกึ ษาจากสภาพจรงิ และแหล่งเรยี นรู้ 3. ศึกษาจากผู้รู้ การเล่าประสบการณ์ การแลกเปลีย่ นเรยี นรูจ้ ากผูป้ ระสบภยั สรปุ ผลการเรยี นรู้ และ นาเสนอในรูปแบบที่หลากหลาย การวัดและการประเมนิ ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน การสังเกต การมสี ว่ นร่วม การทากิจกรรม การตรวจผลงาน
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชา สค22019 การเรียนรู้สภู้ ยั ธรรมชาติ 2 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น จานวน 3 หน่วยกิต (120 ชัว่ โมง) มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดบั มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและตระหนักเก่ียวกบั ภมู ิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการปกครองใน ทวีปเอเชีย และนามาปรับใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ เพือ่ ความมั่นคงของชาติ ท่ี หวั เรื่อง ตวั ช้ีวดั เนื้อหา เวลา (ชว่ั โมง) 1 ภยั แลง้ 1.1 ความหมายของภัยแล้ง 15 1. อธิบายความหมายของภยั แลง้ 1.1.1 ความหมายของภยั แลง้ 2. อธิบายความหมายของฝนแล้ง 1.1.2 ความหมายของฝนแล้ง ฝนท้ิง ฝนทงิ้ ชว่ ง ชว่ ง 1.2 ลักษณะการเกิดภัยแล้ง 1.2.1 สาเหตุและปัจจัยการเกิดภัย แลง้ 1.2.2 ผลกระทบที่เกดิ จากภยั แลง้ 1.2.3 หว้ งเวลาการเกดิ ภยั แลง้ และ พ้นื ทเ่ี สยี่ งภัยตอ่ การเกดิ ภยั แลง้ ใน ประเทศไทย และประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชยี 6.3 สถานการณ์ภยั แล้ง 3. บอกสาเหตุ และปัจจยั การเกิด 6.3.1 สถานการณ์ภัยแลง้ ในประเทศ ภยั แลง้ ไทย 4. บอกผลกระทบที่เกิดจากภัยแลง้ และประเทศในทวปี เอเชีย 5. ตระหนกั ถงึ ภยั และผลกระทบ 6.3.2 สถิตกิ ารเกดิ ภัยแล้งของ ทีเ่ กดิ จากภัยแล้ง ประเทศ 6. บอกห้วงเวลาการเกิดภยั แลง้ ในทวปี เอเชยี และพืน้ ทีเ่ ส่ียงภยั ตอ่ การเกดิ ภัยแลง้ ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชยี 1.4 แนวทางการปอ้ งกันและการ แก้ไขปญั หาผลกระทบที่เกดิ จาก ภัยแล้ง 7. บอกสถานการณ์ภยั แล้งในประเทศ 1.4.1 การเตรียมความพร้อมรับ ไทย และประเทศในทวีปเอเชีย สถานการณ์การเกิดภัยแล้ง 8. นาเสนอผลการเปรียบเทียบ 1.4.2 การปฏิบตั ิขณะเกดิ ภัยแลง้ สถติ ิการเกิดภัยแลง้ ของประเทศใน 1.4.3 การปฏบิ ตั ิตนหลงั เกิดภัยแล้ง
ที่ หัวเรื่อง ตัวชว้ี ดั เนื้อหา เวลา 2 วาตภัย (ชว่ั โมง) ทวีปเอเชยี 2.1 ความหมายของวาตภัย 9. บอกวิธกี ารเตรียมความพร้อมรบั 2.1.1 ความหมายของวาตภยั 15 สถานการณ์การเกิดภัยแล้ง 2.1.2 ประเภทของวาตภยั 10. บอกวิธีการปฏิบัติขณะเกิดภยั แลง้ 2.2 ลักษณะการเกดิ วาตภัย 11. บอกวิธกี ารปฏบิ ัตติ นหลงั เกิดภยั 2.2.1 สาเหตุและปจั จยั การเกิด แลง้ วาตภยั 2.2.2 ผลกระทบท่เี กิดจากวาตภัย 1. บอกความหมายของวาตภัย 2.2.3 พื้นทีเ่ ส่ียงภัยตอ่ การเกิด 2. บอกประเภทของวาตภยั วาตภัย ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ 3. บอกสาเหตุ และปจั จัยการเกิด ในทวีปเอเชยี วาตภัย 4. บอกผลกระทบท่เี กิดจากวาตภยั 2.3 สถานการณ์วาตภยั 5. ตระหนกั ถงึ ภยั และผลกระทบ 2.3.1 สถานการณ์วาตภยั ในประเทศ ท่ีเกิดจากวาตภัย ไทย 6. บอกพืน้ ท่เี สี่ยงภัยตอ่ การเกดิ วาตภัย และประเทศในทวปี เอเชยี ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ 2.3.2 สถิติการเกดิ วาตภยั ใน ในทวปี เอเชยี ประเทศไทย และประเทศตา่ ง ๆ ในทวปี เอเชยี 7. บอกสถานการณ์วาตภยั ในประเทศ 2.4 แนวทางการป้องกนั และการ ไทย และประเทศตา่ ง ๆ ในทวปี เอเชีย แก้ไขปญั หาผลกระทบทีเ่ กดิ จาก 8. นาเสนอผลการเปรยี บเทียบสถติ ิ วาตภัย การเกิดวาตภัยของประเทศต่าง ๆ 2.4.1 การเตรียมความพร้อมรับ ในทวปี เอเชีย สถานการณ์ การเกิดวาตภัย 9. บอกวธิ ีการเตรยี มความพร้อมรับ 2.4.2 การปฏิบตั ิขณะเกดิ วาตภยั สถานการณ์การเกิดวาตภัย 2.4.3 การปฏิบตั ติ นหลงั เกดิ วาตภยั 10. บอกวธิ กี ารปฏบิ ัติขณะเกิดวาตภยั 11. บอกวธิ ีการปฏบิ ตั ติ นหลงั เกดิ วาตภัย
ที่ หวั เร่อื ง ตัวช้ีวดั เนอ้ื หา เวลา (ชว่ั โมง) 3 อุทกภยั 1. อธบิ ายความหมายของอุทกภัย 3.1 ความหมายของอทุ กภัย และ ดินโคลน และดนิ โคลนถลม่ ดินโคลนถลม่ 25 ถลม่ 2. บอกสาเหตุ และปจั จยั การเกิด - ความหมายของอุทกภยั และดนิ อุทกภัย และดนิ โคลนถล่ม โคลน 3. บอกผลกระทบท่ีเกิดจากอุทกภัย ถลม่ และดนิ โคลนถล่ม 3.2 ลักษณะการเกิดอทุ กภยั และ 4. ตระหนกั ถงึ ภยั และผลกระทบทเ่ี กดิ ดนิ โคลนถล่ม จากอุทกภยั และดนิ โคลนถล่ม 3.2.1 สาเหตุและปัจจัยการเกิด 5. บอกสญั ญาณบอกเหตกุ ่อนเกิด อทุ กภยั อทุ กภยั และดนิ โคลนถลม่ และดนิ โคลนถลม่ 6. บอกพืน้ ที่เสย่ี งภัย 3.2.2 ผลกระทบทีเ่ กิดจากอทุ กภัย ต่อการเกิดอุทกภยั และดินโคลนถล่ม และดิน ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ โคลนถลม่ ในทวีปเอเชีย 3.2.3 สัญญาณบอกเหตุก่อนเกดิ 7. บอกสถานการณ์อทุ กภัย และดิน อทุ กภัย โคลนถลม่ ในประเทศไทยและประเทศ และดนิ โคลนถล่ม ตา่ ง ๆ ในทวปี เอเชีย 3.2.4 พื้นท่เี ส่ยี งภยั ต่อการเกิด 8. นาเสนอผลการเปรยี บเทียบ อทุ กภัย และ สถิตกิ ารเกิดอทุ กภยั และดนิ โคลนถล่ม ดินโคลนถลม่ ในประเทศไทยและ ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ประเทศ ในทวีปเอเชยี ตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชยี 9. บอกวิธกี ารเตรยี มความพร้อมรบั 3.3 สถานการณ์อุทกภยั และดิน สถานการณ์การเกิดอุทกภยั และดนิ โคลนถลม่ โคลนถล่ม 3.3.1 สถานการณ์อทุ กภยั และดิน 10. บอกวิธีการปฏบิ ตั ิขณะเกิดอุทกภัย โคลนถล่มในประเทศไทย และ และดินโคลนถลม่ ประเทศต่าง ๆในทวปี เอเชยี 11. บอกวธิ ีการปฏบิ ัตติ นหลังเกดิ 3.3.2 สถติ กิ ารเกดิ อทุ กภัย และดิน อุทกภัย และดินโคลนถล่ม โคลนถล่มในประเทศไทย และ ประเทศตา่ ง ๆในทวีปเอเชีย 3.4 แนวทางการปอ้ งกันและการ แกไ้ ขปัญหาผลกระทบทเ่ี กิดจาก อทุ กภยั และดินโคลนถล่ม 3.4.1 การเตรียมความพร้อมรับ สถานการณ์
ที่ หวั เรอื่ ง ตวั ชวี้ ดั เนอื้ หา เวลา 4 ไฟปา่ (ชั่วโมง) 5 หมอกควนั การเกดิ อทุ กภยั และดนิ โคลนถลม่ 3.4.2 การปฏิบัติขณะเกดิ อทุ กภยั และดิน โคลนถลม่ 3.4.3 การปฏบิ ัตติ นหลงั เกดิ อุทกภยั และดนิ โคลนถลม่ 4.1 ความหมายของไฟปา่ 15 15 1. บอกความหมายของไฟปุา - ความหมายของไฟปาุ 4.2 ลกั ษณะการเกดิ ไฟปา่ 2. บอกสาเหตุ และปัจจยั การเกดิ ไฟปาุ 4.2.1 สาเหตแุ ละปจั จัยการเกิดไฟ 3. บอกชนิดของไฟปาุ ปุา 4. บอกผลกระทบท่เี กิดจากไฟปาุ 4.2.2 ชนดิ ของไฟปุา 5. ตระหนักถงึ ภัยและผลกระทบท่เี กิด 4.2.3 ผลกระทบท่ีเกดิ จากไฟปุา จากไฟปาุ 4.2.4 ฤดกู าลการเกดิ ไฟปาุ ในแต่ละ 6. บอกฤดูกาลการเกิดไฟปุาในแตล่ ะ พื้นทข่ี องประเทศไทยและประเทศ พ้ืนทขี่ องประเทศไทยและประเทศ ตา่ ง ตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชีย ๆ ในทวปี เอเชยี 4.3 สถานการณไ์ ฟป่า 4.3.1 สถานการณ์ไฟปาุ ในประเทศ 7. อธบิ ายสถานการณ์ไฟปุาในประเทศ ไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีป ไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย เอเชีย 8. นาเสนอผลการเปรยี บเทียบสถิติ 4.3.2 สถติ กิ ารเกดิ ไฟปุาของ การเกิดไฟปุาของประเทศไทยและ ประเทศต่าง ๆในทวีปเอเชีย ประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชีย 4.4 แนวทางการป้องกันและการ แก้ไขปญั หาผลกระทบทเ่ี กิดจาก ไฟปา่ 9. บอกวิธีการเตรยี มความพร้อมรับ 4.4.1 การเตรียมความพร้อมรับ สถานการณ์การเกิดไฟปาุ สถานการณ์ 10. บอกวธิ กี ารปฏิบตั ขิ ณะเกิดไฟปุา การเกิดไฟปุา 11. บอกวธิ ีการปฏบิ ัติตนหลงั เกิดไฟปาุ 4.4.2 การปฏิบตั ิขณะเกิดไฟปาุ 4.4.3 การปฏบิ ัตติ นหลังเกดิ ไฟปุา 5.1 ความหมายของหมอกควนั 1. บอกความหมายของหมอกควนั - ความหมายของหมอกควนั 5.2 ลกั ษณะการเกดิ หมอกควัน
ท่ี หัวเรื่อง ตวั ช้วี ัด เนอื้ หา เวลา 6 แผ่นดินไหว (ช่วั โมง) 2. บอกสาเหตุ และปัจจัยการเกิด 5.2.1 สาเหตแุ ละปัจจัยการเกิด หมอกควัน หมอกควัน 3. บอกผลกระทบทเี่ กิดจากหมอกควัน 5.2.2 ผลกระทบทเี่ กดิ จากหมอก 4. ตระหนักถงึ ภยั และผลกระทบทเ่ี กิด ควนั จากหมอกควนั 5.2.3 พืน้ ท่ีท่ีไดร้ ับผลกระทบจาก 5. บอกพนื้ ทีพ่ ้ืนท่ที ่ีไดร้ ับผลกระทบ หมอกควนั ในประเทศไทยและ จากหมอกควันในประเทศไทยและ ประเทศตา่ ง ๆในทวีปเอเชยี ประเทศต่าง ๆ ในทวปี เอเชีย 6. บอกสถานการณ์หมอกควันใน 5.3 สถานการณ์หมอกควัน 15 ประเทศไทย และประเทศในทวปี 5.3.1 สถานการณ์แผ่นดนิ ไหวใน เอเชยี ประเทศไทย และประเทศในทวปี 7. นาเสนอผลการเปรยี บเทียบ เอเชยี สถิติการเกิดหมอกควันในประเทศไทย 5.3.2 สถติ กิ ารเกิดหมอกควันใน และประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชยี ประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ใน ทวปี เอเชีย 8. บอกวิธีการเตรยี มความพร้อมรบั 5.4 แนวทางการปอ้ งกนั และการ สถานการณ์การเกิดหมอกควัน แกไ้ ขปัญหาผลกระทบทเ่ี กิดจาก 9. บอกวิธีการปฏบิ ัติขณะเกดิ หมอก หมอกควนั ควนั 5.4.1 การเตรยี มความพร้อมรับ 10. บอกวิธีการปฏบิ ัตติ นหลังเกิด สถานการณ์การเกิดหมอกควัน หมอกควนั 5.4.2 การปฏิบัตขิ ณะเกิดหมอกควัน 5.4.3 การปฏิบัตติ นหลงั เกิดหมอก 1. อธบิ ายความหมายของแผน่ ดนิ ไหว ควัน 2. บอกสาเหตุ และปัจจัยการเกิด 6.1 ความหมายของแผน่ ดินไหว แผ่นดินไหว - ความหมายของแผ่นดนิ ไหว 3. บอกผลกระทบทเ่ี กิดจาก 6.2 ลักษณะการเกิดแผ่นดินไหว แผน่ ดนิ ไหว 6.2.1 สาเหตุและปจั จัยการเกิด 4. ตระหนักถงึ ภัยและผลกระทบทเี่ กดิ แผ่นดินไหว จากแผ่นดนิ ไหว 6.2.2 ผลกระทบทเ่ี กิดจาก แผน่ ดินไหว 6.2.3 พน้ื ทเี่ ส่ยี งภยั ต่อการเกิด แผ่นดนิ ไหวในประเทศไทยและ
ที่ หวั เรื่อง ตวั ชี้วดั เนื้อหา เวลา 7 สนึ ามิ ประเทศตา่ ง ๆ ในทวปี เอเชีย (ชว่ั โมง) 5. บอกพ้ืนที่เสี่ยงภยั ตอ่ การเกิด แผน่ ดนิ ไหวในประเทศไทยและ 6.3 สถานการณแ์ ผ่นดินไหว 15 ประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชีย 6.3.1 สถานการณ์แผ่นดินไหวใน ประเทศ 6. บอกสถานการณ์แผน่ ดินไหว ไทยและประเทศตา่ ง ๆ ในทวีป ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ เอเชยี ในทวปี เอเชีย 6.3.2 สถติ ิการเกิดแผน่ ดินไหวของ 7. นาเสนอผลการเปรยี บเทยี บ ประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ใน สถติ ิการเกิดแผน่ ดินไหวของประเทศ ทวปี เอเชีย ไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชยี 6.4 แนวทางการปอ้ งกันและการ แก้ไขปัญหาผลกระทบทีเ่ กดิ จาก 8. บอกวธิ กี ารเตรียมความพร้อมรบั แผ่นดนิ ไหว สถานการณ์การเกิดแผน่ ดินไหว 6.4.1 การเตรยี มความพร้อมรับ 9. บอกวิธกี ารปฏิบัตขิ ณะเกดิ สถานการณ์การเกิดแผ่นดินไหว แผน่ ดินไหว 6.4.2 การปฏิบัติขณะเกิด 10. บอกวิธกี ารปฏิบตั ิตนหลงั เกดิ แผน่ ดินไหว แผ่นดนิ ไหว 6.4.3 การปฏิบตั ิตนหลงั เกิด แผ่นดินไหว 1. บอกความหมายของสนึ ามิ 7.1 ความหมายของสนึ ามิ 2. บอกสาเหตุ และปจั จยั การเกดิ - ความหมายของสึนามิ สนึ ามิ 7.2 ลักษณะการเกิดสึนามิ 3. บอกสัญญาณบอกเหตกุ ่อนเกิด 7.2.1 สาเหตุและปจั จยั การเกิด สึนามิ สึนามิ 4. บอกผลกระทบทีเ่ กดิ จากสึนามิ 7.2.2 สัญญาณบอกเหตกุ ่อนเกิดสึ 5. ตระหนกั ถึงภยั และผลกระทบ นามิ ทเ่ี กิดจากสนึ ามิ 7.2.3 ผลกระทบที่เกดิ จากสึนามิ 6. บอกพ้ืนท่เี สี่ยงภัย 7.2.4 พน้ื ที่เสี่ยงภยั ต่อการเกิดสึนามิ ต่อการเกดิ สึนามิในประเทศไทยและ ใน ประเทศตา่ ง ๆ ในทวปี เอเชยี ประเทศไทยและประเทศตา่ ง ๆ ใน ทวปี เอเชีย
ที่ หัวเรื่อง ตวั ชี้วัด เนือ้ หา เวลา (ชัว่ โมง) 8 บคุ ลากร 7. บอกสถานการณส์ นึ ามิในประเทศ 7.3 สถานการณ์สึนามิ และหน่วย 3 งานท่ี ไทย และประเทศในทวปี เอเชีย 7.3.1 สถานการณ์สนึ ามิในประเทศ เก่ียวข้อง กบั การให้ 8. นาเสนอผลการเปรียบเทียบ ไทย ความช่วย เหลอื การ สถติ ิการเกิดสนึ ามิของประเทศไทยและ และประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชีย ประสบภยั ธรรมชาติ ประเทศในทวปี เอเชยี 7.3.2 สถติ ิการเกดิ สึนามขิ อง ประเทศไทย และประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชยี 9. บอกวิธีการเตรยี มความพร้อมรบั 7.4 แนวทางการปอ้ งกนั และการ สถานการณ์การเกิดสนึ ามิ แก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกดิ จาก 10. บอกวิธกี ารปฏิบตั ิขณะเกิดสึนามิ สึนามิ 11. บอกวิธกี ารปฏบิ ตั ติ นหลงั เกิด 7.4.1 การเตรยี มความพร้อมรับ สนึ ามิ สถานการณ์การเกิดสึนามิ 7.4.2 การปฏิบัติขณะเกิดสนึ ามิ 7.4.3 การปฏบิ ัติตนหลงั เกดิ สึนามิ 12. ระบุบคุ ลากรที่เก่ยี วข้องกับการให้ 8.1 บุคลากรท่เี ก่ยี วข้องกบั การให้ ความช่วยเหลอื ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ความช่วยเหลือผูป้ ระสบภัย ตา่ ง ๆ ธรรมชาติต่าง ๆ 13. ระบุหนว่ ยงานทเ่ี ก่ยี วข้องกบั การ 8.2 หนว่ ยงานที่เกี่ยวข้องกับการ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบภยั ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ธรรมชาตติ ่าง ๆ ธรรมชาตติ า่ ง ๆ
คาอธบิ ายรายวชิ า สค22021 ลกู เสอื กศน. จานวน 3 หนว่ ยกิต ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดบั 1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ตระหนักเก่ยี วกับภมู ิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครองในทวปี เอเชีย และนามาปรับใช้ในการดาเนนิ ชวี ติ เพ่อื ความม่ันคงของชาติ 2. มีความรู้ ความเข้าใจ เหน็ คุณคา่ และสืบทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณีของประเทศ ใน ทวีปเอเชยี 3. มีความรู้ ความเข้าใจ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย กฎระเบียบของประเทศ เพอ่ื นบ้าน 4. มีความรู้ ความเข้าใจหลักการพัฒนาชุมชน สังคม สามารถวิเคราะห์ข้อมูล และกาหนด แนวทางการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม ให้สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ ปัจจบุ นั ศกึ ษาและฝกึ ทกั ษะในเรือ่ งต่อไปน้ี ลูกเสือกับการพัฒนา การลูกเสือไทย การลูกเสือโลก คุณธรรม จริยธรรมของลูกเสือ วินัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ลูกเสือ กศน. กับการพัฒนา ลูกเสือ กศน. กับจิตอาสาและการบริการ การเขียนโครงการเพือ่ พฒั นาชมุ ชนและสังคม ทกั ษะลกู เสอื ความปลอดภัยในการเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ การ ปฐมพยาบาล การเดินทางไกล อยู่ค่ายพักแรม และชีวิตชาวค่าย และการฝึกปฏิบัติการเดินทางไกล อยคู่ า่ ยพักแรม และชีวิตชาวค่าย การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ ศึกษาค้นคว้าจากตาราเอกสาร แหล่งการเรียนรู้ในชุมชน ส่ือเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และ ส่ือทีห่ ลากหลาย วิทยากร ผ้รู ู้ ปราชญ์ชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิ จัดกลุ่มศึกษา ค้นคว้า อภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษานอกสถานท่ี นิทรรศการ สาธิต ฝึกปฏิบัติจริงในพื้นท่ี/ชุมชน การฝึกปฏิบัติการเดินทางไกล อยู่ค่ายพักแรม และชีวิตชาวค่าย จัดทาโครงงาน วางแผนและร่วมกันศึกษาจัดทาโครงการ แก้ปัญหาจริง ในชมุ ชน การฝึกปฏบิ ตั กิ ารเดนิ ทางไกล อยคู่ า่ ยพักแรม และชีวิตชาวค่าย การวดั และประเมนิ ผล สังเกตพฤติกรรมในการเรียนรู้ การแลกเปล่ียนเรียนรู้ ความสนใจ ความต้ังใจ ความรับผิดชอบ การปฏิบัติจริง การปฏิบัติงานกลุ่ม ความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ในกลุ่ม แฟูมสะสมงาน ใบงาน ชิ้นงาน ผลงาน แบบทดสอบ ผลการฝกึ ปฏบิ ัติการเดนิ ทางไกล อยคู่ ่ายพักแรม และชวี ิตชาวค่าย
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชา สค22021 ลกู เสือ กศน. จานวน 3 หน่วยกิต ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั 1. มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักเกีย่ วกับภมู ศิ าสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครองในทวปี เอเชยี และนามาปรับใช้ในการดาเนนิ ชีวติ เพือ่ ความม่ันคงของชาติ 2. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคุณคา่ และสืบทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีของประเทศ ใน ทวปี เอเชยี 3. มีความรู้ ความเข้าใจ ดาเนินชวี ิตตามวิถีประชาธิปไตย กฎระเบียบของประเทศเพื่อนบ้าน 4. มีความรู้ ความเข้าใจหลักการพัฒนาชุมชน สังคม สามารถวิเคราะห์ข้อมูล และกาหนด แนวทางการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม ให้สอดคล้องกับสภาพการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ ปจั จุบนั ที่ หัวเรอ่ื ง ตวั ช้วี ดั เนือ้ หา จานวน ชั่วโมง 1 ลกู เสอื 1. อธบิ ายสาระสาคัญของ 1. สาระสาคัญของการลูกเสอื 2 กบั การพัฒนา การลูกเสือ 1.1 วตั ถปุ ระสงค์ของการพฒั นา ลูกเสอื 1.2 หลักการสาคัญของการลูกเสือ 2. ความสาคญั ของการลูกเสอื กบั การ 2. อธบิ ายความสาคัญของ พัฒนา การลูกเสอื กบั การพัฒนา 2.1 การพัฒนาตนเอง 2. 2 ก าร พัฒ น าสั มพั น ธ ภ า พ ระหวา่ งบุคคล 2.3 การพฒั นาสมั พันธภาพภายใน ชมุ ชนและสงั คม 3. ลกู เสอื กับการพัฒนาความเป็น 3. อภปิ รายความเป็น พลเมอื งดี พลเมืองดีในทัศนะของ 3.1 ความหมายของพลเมืองดี ลกู เสอื 3.2 ความเป็นพลเมืองดีในทัศนะ ของการลกู เสอื 2 การลกู เสือไทย 1. อธิบายประวัตลิ ูกเสือไทย 1. ประวตั ลิ ูกเสอื ไทย 3 1.1 พระราชประวัติของ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้า เจา้ อยู่หัว 1.2 กาเนดิ ลูกเสือไทย 1.3 กจิ การลกู เสือไทยแตล่ ะยุค
ท่ี หวั เรอ่ื ง ตวั ชี้วดั เนอ้ื หา จานวน ชั่วโมง 3 การลกู เสือโลก 2. อธบิ ายความรทู้ ว่ั ไป 2. ความร้ทู ว่ั ไปเก่ียวกับคณะลกู เสอื 3 4 คุณธรรม เกีย่ วกบั คณะลูกเสือ แหง่ ชาติ จริยธรรม 6 ของลูกเสอื แห่งชาติ 2.1 คณะลูกเสอื แห่งชาติ 2.2 การบริหารงานของคณะลูกเสือ แห่งชาติ 2.3 การลูกเสอื ในสถานศึกษา 1. อธิบายประวตั ิผใู้ ห้กาเนดิ 1. ประวัตผิ ใู้ ห้กาเนิดลกู เสือโลก ลูกเสือโลก 2. อธบิ ายความสาคัญของ 2. องคก์ ารลูกเสอื โลก องค์การลูกเสือโลก 3. อธิบายความสมั พนั ธ์ 3. ความสัมพนั ธร์ ะหว่างลูกเสือไทย ระหว่างการลูกเสือไทยกบั กับลูกเสอื โลก การลูกเสือโลก 1. อธิบายคาปฏญิ าณ กฎ 1. คาปฏิญาณ กฎ และคตพิ จนข์ อง และคติพจนข์ องลกู เสือ ลกู เสอื 2. ระบคุ ณุ ธรรมและ 2. คุณธรรมและจริยธรรมจาก จรยิ ธรรมตา่ ง ๆ ท่ีเกิดจาก คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสือ คาปฏญิ าณและกฎของ ลกู เสอื 3. ยกตัวอย่างการนา 3. การนาคาปฏิญาณ และกฎของ คาปฏญิ าณและกฎ ลกู เสอื มาใช้ในชวี ิตประจาวนั ของลูกเสือมาใช้ใน ชีวิตประจาวัน
ที่ หวั เรื่อง ตัวชวี้ ัด เนือ้ หา จานวน ช่วั โมง 5 วินยั และความ 1. อธบิ ายความหมาย และ 1. วินัย และความเปน็ ระเบียบ 6 เปน็ ระเบยี บ ความสาคญั ของวินยั เรยี บร้อย 6 เรยี บร้อย 1.1 ความหมายของวนิ ยั และ 12 ความเป็นระเบียบเรียบร้อย 1.2 ความสาคญั ของวนิ ัยและ ความเปน็ ระเบยี บเรียบร้อย 2. อธบิ ายผลกระทบจาก 2. ผลกระทบจากการขาดวินัย การขาดวินยั 3. ยกตัวอย่างแนวทางการ 3. แนวทางการเสรมิ สร้างวินัย และ เสริมสรา้ งวนิ ัย และความ ความเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย เป็นระเบียบเรยี บร้อย 4. อธบิ ายระบบหมูล่ กู เสือ 4. ระบบหมูล่ กู เสอื 5. อธิบายการพัฒนาภาวะ 5. การพัฒนาภาวะผนู้ า - ผูต้ าม ผนู้ า – ผ้ตู าม 6 ลูกเสือ กศน. กับ 1. อธิบายความเปน็ มา และ 1. ลกู เสอื กศน. การพฒั นา ความสาคัญของลูกเสือ กศน. 1.1 ความเป็นมาของลูกเสอื กศน. 1.2 ความสาคญั ของลูกเสือ กศน. 2. อธิบายลกู เสือ กศน. กับ 2. ลกู เสือ กศน. กบั การพัฒนา การพฒั นา 3. อธบิ ายบทบาทหน้าทข่ี อง 3. บทบาทหน้าท่ขี องลูกเสอื กศน. ลกู เสือ กศน. ท่ีมีต่อตนเอง ทม่ี ตี ่อตนเอง ครอบครวั ชุมชน ครอบครวั ชมุ ชน และสงั คม และสงั คม 4. ระบุบทบาทหนา้ ท่ีของ 4. บทบาทหน้าที่ของลูกเสอื กศน. ลกู เสือ กศน. ท่ีมีต่อสถาบัน ที่มีตอ่ สถาบนั หลกั ของชาติ หลกั ของชาติ 7 ลกู เสอื กศน. 1. อธิบายความหมาย และ 1. จติ อาสา และการบรกิ าร กับจติ อาสา และ ความสาคัญของจติ อาสา 1.1 ความหมายของจติ อาสา การบริการ และการบริการ 1.2 ความสาคัญของจติ อาสา 1.3 ความหมายของการบริการ 1.4 ความสาคญั ของการบริการ 2. อธิบายหลักการของ 2. หลักการของจติ อาสา และการ จติ อาสา และการบรกิ าร บริการ 2.1 หลักการของจติ อาสา
ที่ หวั เรื่อง ตัวชีว้ ดั เนอ้ื หา จานวน ชว่ั โมง 2.2 หลกั การของการบรกิ าร 12 3. เสนอผลการปฏิบัติตน 3. การปฏิบตั ติ นในฐานะลกู เสือ 6 ในฐานะลูกเสอื กศน. กศน. เพ่ือเปน็ จติ อาสา และการ เพือ่ เปน็ จิตอาสา ให้บริการ และการใหบ้ ริการ อยา่ งน้อย 2 กิจกรรม 4. ยกตัวอย่างกิจกรรม 4. กิจกรรมจิตอาสา และการ จิตอาสา และการใหบ้ ริการ ให้บรกิ ารของลกู เสือ กศน. ของลูกเสือ กศน. อย่างน้อย 2 กจิ กรรม 8 การเขยี น 1. อธิบายความหมาย 1. การเขยี นโครงการเพ่ือพฒั นา โครงการเพื่อ ความสาคญั ของโครงการ ชุมชนและสงั คม พัฒนาชุมชนและ 1.1 ความหมายของโครงการ สงั คม 1.2 ความสาคัญของโครงการ 2. จาแนกลักษณะของ 2. ลักษณะของโครงการ โครงการ 3. ระบอุ งค์ประกอบของ 3. องคป์ ระกอบของโครงการ โครงการ 4. อธบิ ายขน้ั ตอนการเขยี น 4. ขน้ั ตอนการเขียนโครงการ โครงการ 5. บอกข้ันตอนการ 5. การดาเนนิ การตามโครงการ ดาเนินงานตามโครงการ 6. อภิปรายผลการ 6. การสรุปรายงานผล ปฏบิ ัตงิ านตามโครงการ การดาเนินงานโครงการ และการเสนอผลการ เพ่อื เสนอต่อที่ประชมุ ดาเนนิ งาน 9 ทักษะลูกเสือ 1. อธบิ ายความหมายและ 1. แผนท่ี - เขม็ ทิศ ความสาคญั ของแผนท่ี – 1.1 ความหมาย และความสาคัญ เขม็ ทิศ ของแผนที่ 2. อธบิ ายส่วนประกอบของ 1.2 ความหมาย และความสาคัญ เขม็ ทิศ ของเข็มทิศ 2. วิธกี ารใชแ้ ผนที่ – เข็มทศิ 2.1 วิธกี ารใช้แผนท่ี 2.2 วธิ ีการใชเ้ ขม็ ทศิ
ท่ี หวั เรื่อง ตัวชี้วัด เนอื้ หา จานวน ชัว่ โมง 3. อธิบายวธิ ีการใช้ Google 3. การใช้ Google Map 6 Map 12 4. อธิบายความหมายและ 4. เงื่อนเชอื กและการผกู แน่น ความสาคญั ของเงอื่ นเชือก 4.1 ความหมายของเง่ือนเชือก และการผกู แนน่ และการผูกแน่น 5. ผูกเง่ือนเชือกและบอก 4.2 ความสาคญั ของเงอื่ นเชอื ก ช่อื เง่ือนพรอ้ มประโยชน์ของ และการผกู แนน่ เง่ือนอย่างน้อย 5 เงื่อน 4.3 การผูกเงื่อนเชือกและ 6. สาธติ วธิ ีการผูกเง่อื น การผกู แน่น เชือก 1 วิธี 10 ความปลอดภยั 1. บอกความหมาย และ 1. ความปลอดภัยในการเข้าร่วม ในการเข้าร่วม ความสาคัญของความ กจิ กรรมลูกเสอื กิจกรรมลูกเสือ ปลอดภยั ในการเขา้ ร่วม 1.1 ความหมายของความ กจิ กรรมลูกเสือ ปลอดภัยในการเข้าร่วมกิจกรรม ลูกเสือ 1.2 ความสาคัญของความ ปลอดภัยในการเข้าร่วมกิจกรรม ลูกเสอื 2. บอกหลกั การ วธิ กี าร 2. หลักการ วิธีการในการเฝูาระวงั เฝูาระวงั เบอื้ งตน้ เบือ้ งตน้ ในการเข้ารว่ มกิจกรรม ในการเข้ารว่ มกิจกรรม ลกู เสือ ลกู เสือ 3. การช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุความ 3. อธิบายสถานการณ์หรือ ไม่ปลอดภัยในการเข้าร่วมกิจกรรม โ อ ก า ส ท่ี จ ะ เ กิ ด ค ว า ม ลูกเสือ ไม่ปลอดภัยในการเข้าร่วม 4. การปฏิบัติตนตามหลักความ กจิ กรรมลูกเสือ ปลอดภยั 11 การปฐมพยาบาล 1. อธิบายความหมายและ 1. การปฐมพยาบาล ความสาคญั ของการปฐม 1.1 ความหมายของการปฐม พยาบาล พยาบาล 1.2 ความสาคัญของการปฐม พยาบาล 1.3 หลักการของการปฐมพยาบาล 2. อธิบายวิธกี ารปฐม 2. วิธีการปฐมพยาบาลกรณตี ่าง ๆ
ที่ หวั เรอื่ ง ตัวชว้ี ดั เนอื้ หา จานวน ชวั่ โมง พยาบาลกรณีตา่ ง ๆ 2.1 อุบตั ิเหตุ อย่างน้อย 3 วิธี 2.2 ภาวะการเจ็บปวุ ยโดยปจั จุบนั 6 2.3 พิษแมลงสตั ว์กัดต่อย 3. อธบิ ายวิธีการวดั 2.4 ถกู ทาร้าย สัญญาณชพี และ 3. การวัดสัญญาณชพี การประเมินเบื้องต้น และการประเมินเบ้ืองตน้ 3.1 การวัดสญั ญาณชพี 4. สาธติ วิธีการช่วยชีวติ 3.2 การประเมินเบือ้ งตน้ ขนั้ พ้ืนฐาน 4. วิธกี ารชว่ ยชวี ติ ขนั้ พ้ืนฐาน 12 การเดนิ ทางไกล 1. อธิบายความหมายของ อยูค่ ่ายพักแรม การเดินทางไกล 1. การเดินทางไกล และชีวิตชาวค่าย 1.1 ความหมายของการเดนิ 2. อธบิ ายความหมายของ ทางไกล การอยู่ค่ายพักแรม 1.2 วตั ถุประสงค์ของการเดนิ 3. อธบิ ายการใช้เคร่ืองมือ ทางไกล สาหรบั ชีวติ ชาวค่าย 1.3 หลักการของการเดนิ ทางไกล 1.4 การบรรจเุ ครอื่ งหลงั สาหรับ การเดินทางไกล 2. การอยูค่ ่ายพกั แรม 2.1 ความหมายของการอยู่ค่าย พักแรม 2.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการอยู่ค่าย พักแรม 2.3 หลักการของการอยคู่ ่าย พกั แรม 3. ชีวิตชาวค่าย 3.1 เคร่อื งมือ เครื่องใช้ ท่จี าเป็น สาหรับชวี ิตชาวค่าย 3.2 การสรา้ งครวั ชาวค่าย 3.3 การสร้างเตาประเภทต่าง ๆ 3.4 การประกอบอาหาร แบบชาวคา่ ย 3.5 การกางเตน็ ท์ และการเก็บ เตน็ ทช์ นดิ ต่าง ๆ
ที่ หัวเรอื่ ง ตัวชวี้ ดั เน้ือหา จานวน ชั่วโมง 4. อธบิ ายวิธกี ารจัดการ 4. วธิ ีการจดั การค่ายพักแรม ค่ายพักแรม 4.1 การวางผังค่ายพักแรม 40 4.2 การสุขาภบิ าลในค่ายพักแรม 13 การฝกึ ปฏบิ ตั ิการ 1. วางแผนและปฏิบตั ิ เดนิ ทางไกล กจิ กรรมการเดนิ ทางไกล กจิ กรรมการเดินทางไกล อยู่ค่ายพกั แรม อยคู่ ่ายพกั แรม และชวี ติ อยคู่ ่ายพกั แรม และชีวิตชาวค่าย และชีวิตชาวคา่ ย ชาวคา่ ย ทุกกจิ กรรม 1. กจิ กรรมเสริมสรา้ งคุณธรรม และ 2. ใชช้ ีวิตชาวค่ายร่วมกับ อดุ มการณล์ กู เสือ ผู้อ่นื ในค่ายพกั แรมไดอ้ ย่าง 2. กิจกรรมสร้างค่ายพกั แรม สนกุ สนานและมีความสขุ 3. กิจกรรมชีวติ ชาวคา่ ย 4. กิจกรรมฝกึ ทักษะลูกเสือ 5. กิจกรรมกลางแจง้ 6. กจิ กรรมนันทนาการ และชุมนุม รอบกองไฟ 7. กจิ กรรมนาเสนอผล การดาเนนิ งาน ตามโครงการทไี่ ด้ ดาเนนิ การมากอ่ นการเข้าค่าย
แผนการลงทะเบียน 4 ภาค ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการ ภาคเรียนท่ี1/2562 ภาคเรยี นท่ี2/2562 รหัส รายวิชา วิชาบังคับ นก รหัส รายวิชา พค.21001 คณิตศาสตร์ 4 ทร.21001 ทกั ษะกรเรยี นรู้ สค.21001 สังคมศึกษา 3 พท.21001 ภาษาไทย สค.21002 ศาสนาหน้าทีพ่ ลเมือง 2 สค.21003 การพัฒนาตนเอง ชมุ ขน 1 สงั คม 9 รวม 3 พว.12011 วัสดุศาสตร์2 รวม วิชาเลือก สค.22019 การเรยี นรู้สูภ้ ยั ธรรมขาติ 2 สค22025 ลกู เสอื กศน.2 3 รวม 6 รวม รายวิชาบังคับ+วชิ าเลือก 15 รายวิชาบังคับ+วิชาเลือก
ค ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น รศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอจอมบึง ภาคเรยี นที่1/2563 ภาคเรยี นท่ี2/2563 นก รหัส รายวชิ า นก รหัส รายวิชา นก 5 พว.21001 วิทยาศาสตร์ 4 พต. ภาษาองั กฤษใน 4 21001 ชวี ติ ประจาวัน 4 อช.21001 ชอ่ งทางการ 2 ทช. เศรษฐกิจ 1 พฒั นาอาชีพ 21001 พอเพียง อช.21002 ทกั ษะการพฒั นา 4 ทช. สุขศกึ ษา พล 2 อาชพี 21002 ศกึ ษา อช.21003 พัฒนาอาชีพใหม้ ี 2 ทช. ศลิ ปศึกษา 2 ความเขม้ แข็ง 21003 9 รวม 12 รวม 9 รวม 10 3 พว.22010 การใชพ้ ลังงาน 3 สค. การเงนิ เพื่อชวี ิต 3 ไฟฟาู ใน 22021 2 ชีวิตประจาวัน2 สค ประวัติศาสตร์ 3 3 รวม 22020 ชาติไทย2 12 รายวิชาบังคับ+วชิ าเลือก 3 รวม 6 15 15 รายวชิ าบังคบั +วิชาเลอื ก
วิธีการจัดการเรียนรู้ การศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐานมีวธิ ีการจดั การเรยี นร้ทู หี่ ลากหลาย ไดแ้ ก่ 1. การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง เปน็ วธิ ีการจดั การเรียนร้ทู ่ีผเู้ รยี นกาหนดแผนการเรยี นรขู้ องตนเอง ตามรายวชิ าทลี่ งทะเบยี นเรยี น โดยมคี รูเป็นท่ปี รึกษาและให้คาแนะนาในการการศึกษาหาความรดู้ ้วยตนเอง ภูมปิ ญั ญา ผู้รู้ และส่อื ตา่ ง ๆ 2. การเรียนร้แู บบพบกลมุ่ เป็นวธิ ีการจัดการเรยี นรทู้ ี่กาหนดใหผ้ เู้ รียนมาพบกันโดยมคี รเู ปน็ ผู้ดาเนินการให้เกิดกระบวนการกลุ่ม เพื่อให้มีการอภิปรายแลกเปลยี่ นเรียนรู้ และหาข้อสรุปร่วมกัน 3. การเรยี นรู้แบบทางไกล เป็นวธิ ีการจัดการเรียนรู้จากส่ือต่าง ๆ โดยทผ่ี ู้เรียนและครูจะส่ือสารกัน ทางส่ืออิเลก็ ทรอนกิ สเ์ ปน็ ส่วนใหญ่ หรอื ถา้ มีความจาเป็นอาจพบกนั เปน็ ครัง้ คราว 4. การเรยี นรูแ้ บบช้นั เรยี น เปน็ วธิ ีการจัดการเรียนรทู้ สี่ ถานศึกษากาหนดรายวิชา เวลาเรียน และ สถานที่ ทช่ี ัดเจน ซ่งึ วธิ ีการจัดการเรียนรู้เหมาะสาหรับผู้เรยี นท่มี ีเวลามาเขา้ ชัน้ เรียน 5. การเรยี นรูต้ ามอธั ยาศยั เป็นวธิ กี ารจัดการเรยี นรทู้ ผี่ เู้ รียนสามารถเรยี นรู้ได้ตามความตอ้ งการ และ ความสนใจ จากส่ือเอกสาร ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ หรือจากการฝึกปฏิบัติตามแหล่งเรียนรตู้ ่างๆ แล้วนาความรู้และ ประสบการณ์มาเทียบโอนเขา้ ส่หู ลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐานพุทธศกั ราช 2551 6. การเรยี นรจู้ ากการทาโครงงาน เปน็ วิธีการจัดการเรยี นรูท้ ี่ผู้เรียนกาหนดเร่ืองโดย สมคั รใจ ตามความสนใจ ความต้องการ หรอื สภาพปัญหา ทจี่ ะนาไปสกู่ ารศกึ ษาคน้ คว้า ทดลอง ลงมอื ปฏิบัตจิ รงิ และ มีการสรปุ ผลการดาเนินการตามโครงการ โดยมีครูเปน็ ผู้ให้คาปรึกษา แนะนา อานวยความสะดวก ในการเรียนรู้ และกระตุ้นเสริมแรงใหเ้ กิดการเรียนรู้ 7. การเรียนรรู้ ูปแบบอืน่ ๆ สถานศกึ ษาสามารถออกแบบวธิ ีการจดั การเรียนรใู้ นรูปแบบ อื่น ๆ ได้ ตามความต้องการของผู้เรยี น วธิ กี ารจดั การเรยี นรู้ดงั กลา่ วข้างต้น สถานศึกษาและผ้เู รียนรว่ มกนั กาหนดวธิ เี รยี นโดยเลอื กเรยี นวิธีใด วิธหี น่งึ หรือหลายวิธกี ไ็ ด้ข้นึ อยูก่ ับความยากงา่ ยของเนื้อหา และสอดคล้องกบั วถิ ี ชวี ติ และการทางานของ ผูเ้ รียน โดยขณะเดยี วกนั สถานศึกษาสามารถจัดใหม้ ีการสอนเสริมได้ทุกวิธเี รยี น เพอ่ื เติมเต็มความรูใ้ ห้บรรลุ มาตรฐานการเรียนรู้ การจดั กระบวนการเรยี นรู้ การจดั กระบวนการเรียนร้ตู ามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นคน “คิดเป็น” โดยเน้นพัฒนาทักษะการแสวงหาความรู้ ประยุกต์ใช้ความรู้ และสร้างองค์ความรสู้ าหรับตนเอง และชุมชน สังคม จึงกาหนดรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ กศน. หรือ ONIE MODEL ซึง่ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ท่ีจัดขึ้นอย่างเป็นระบบตามปรัชญา “คิดเป็น” ประกอบด้วย 4 ข้ันตอน ดงั นี้ 1. ขั้นกาหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้ (O: Orientation) 2. ขนั้ แสวงหาขอ้ มลู และจัดการเรียนรู้ (N: New ways of learning) 3. ข้นั ปฏิบตั ิและนาไปประยุกต์ใช้ (I: Implementation) 4. ขั้นประเมนิ ผลการเรียนรู้ (E: Evaluation)
ขั้นท่ี 1 กาหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O: Orientation) เป็นการเรียนรู้จากสภาพ ปัญหา หรือความต้องการของผู้เรียน และชุมชน สังคม โดยให้เชื่อมโยงกับ ประสบการณ์เดิม และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตร ขั้นตอนการเรยี นรู้ 1. ครูและผู้เรียนร่วมกันกาหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ ซึ่งอาจจะได้มาจาก สถานการณ์ในขณะนั้น หรือเป็นเรื่องที่เกิดข้ึนในชีวิตจริง หรือเป็นประเด็นที่กาลังขัดแย้ง และกาลังอยู่ในความ สนใจของชุมชน ซึง่ จะช่วยกระตุ้นให้ผูเ้ รียนกระตือรือร้นที่คดิ จะหาทางออกของปัญหา หรือความต้องการน้ัน ๆ 2. ทาความเข้าใจกับสภาพ ปัญหา ความต้องการในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ โดยดึงความรู้และประสบการณ์ เดิมของผู้เรียน เน้นการมีส่วนร่วม มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สะท้อนความคิดและอภิปราย โดยให้เชื่อมโยงกับ ความรู้ใหม่ 3. วางแผนการเรียนรู้ที่เหมาะสม โดยกิจกรรมการเรียนรู้ที่กาหนดสามารถเห็นแนวทางในการค้นพบ ความรหู้ รอื คาตอบไดด้ ว้ ยตนเอง ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ แสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New ways of learning) การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ โดยศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ และรวบรวมข้อมูลของตนเอง ข้อมูล ของชมุ ชน สงั คม และข้อมลู ทางวชิ าการ จากสื่อและแหล่งความรู้ที่หลากหลายมีการระดมความคิดเห็น วิเคราะห์ สังเคราะหข์ ้อมูล และสรุปเปน็ ความรู้ ขั้นตอนการเรียนรู้ 1. ผู้เรียนแสวงหาความรู้ตามแผนการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้ โดยการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ผ่าน ประสบการณ์ กระบวนการกลุ่ม ศึกษาจากผ้รู ู้/ภูมิปญั ญา และวิธีอืน่ ๆ ทีเ่ หมาะสม 2. ครูและผู้เรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุปความรู้เบ้ืองต้น โดยใช้คาถามปลายเปิดในการชวน คิด ชวนคุย เป็นเครื่องมือ ด้วยกระบวนการการระดมสมอง สะท้อนความคิดและอภิปราย ซ่ึงจะได้ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อใชป้ ฏิบัตแิ ละนาไปประยุกต์ใช้ 3. ผู้เรียนนาความรู้ท่ีได้ไปตรวจสอบความถูกต้อง เพ่ือประเมินความเป็นไปได้โดยวิธีต่าง ๆ เช่น การ ทดลอง การทดสอบ การตรวจสอบกบั ผู้รู้ ข้นั ที่ 3 การปฏิบัตแิ ละนาไปประยุกตใ์ ช้ (I: Implementation) นาความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติ และประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เหมาะสมกับวัฒนธรรม และ สงั คม ขั้นตอนการเรียนรู้ 1.ผ้เู รยี นนาความรู้ไปปฏบิ ตั ิใหส้ อดคล้องกับวถิ ีชวี ติ โดยสงั เกตปรากฏการณ์ จดบนั ทึกผลการนาไปใช้ 2.ปฏิบตั ิการแกไ้ ขข้อบกพร่อง สรุป จดั ทารายงานและรวบรวมไวใ้ นแฟมู สะสมงาน
ขน้ั ที่ 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ (E: Evaluation) ประเมิน ทบทวน แก้ไขข้อบกพร่อง ผลจากการนาความรูไ้ ปประยกุ ต์ใช้แล้วสรุปเปน็ ความรใู้ หม่พร้อม กับเผยแพรผ่ ลงาน ข้นั ตอนการเรียนรู้ 1. ครู และผู้เรียนนาแฟูมสะสมงาน และผลงานที่ได้จากการปฏิบัติมา สรุปเป็นองค์ความรู้ ใช้เป็น สารสนเทศ เพื่อนาเสนอต่อสาธารณชน โดยประเมนิ คณุ ภาพการเรียนรู้ ได้แก่ ประเมินผลการเรียนรู้ กระบวนการ ปฏิบตั ิงาน แหล่งเรยี นรู้ และสารสนเทศท่นี ามาใช้ 2. ครู และผเู้ รยี นรว่ มกนั สร้างเกณฑ์การประเมินคุณภาพการเรยี นรู้ 3. ครู ผู้เรยี น และผ้เู ก่ียวขอ้ งร่วมกันประเมิน พัฒนาการเรยี นรใู้ หเ้ ป็นไปตามเกณฑ์คณุ ภาพการเรียนรู้ ทั้ง 4 ข้ันตอนดังกล่าวข้างต้น เป็นวงจรของกระบวนการเรียนรู้ ตามปรัชญาคิดเป็น ซ่ึงสถานศึกษา สามารถนาหลักการ การจัดกระบวนการเรียนรู้ท้ัง 4 ข้ันตอน ใช้เป็นหลักในการจัดแผนการเรียนรู้โดยปรับใช้ ข้นั ตอนการเรียนร้ไู ดอ้ ยา่ งเหมาะสมตามสภาพของรายวิชา หรือเงือ่ นไขอน่ื ๆ ตามความตอ้ งการของผ้เู รยี น สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้ ในการจดั การเรียนรู้เน้นให้ผูเ้ รยี นแสวงหาความร้ไู ดด้ ้วยตนเอง โดยการใช้สอ่ื การเรียนรู้ท่ีหลากหลาย ไดแ้ ก่ สื่อส่ิงพมิ พ์ สอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์ สื่อบุคคล ภูมปิ ัญญา แหลง่ เรยี นรูท้ ่ีมีอย่ใู นทอ้ งถ่ิน ชุมชน และ แหลง่ เรียนรอู้ ่นื ๆ ผูเ้ รียน ครู สามารถพฒั นาการเรียนรูข้ ้นึ เอง หรือนาสื่อต่างๆท่ีมีอยใู่ กลต้ วั และข้อมูล สารสนเทศทีเ่ กีย่ วข้องมาใชใ้ นการเรยี นรู้ โดยใช้วจิ ารณญาณในการเลอื กใช้สอ่ื ต่างๆ ซงึ่ จะช่วยสง่ เสริม ใหก้ ารเรยี นรูเ้ ป็นไปอยา่ งมคี ุณคา่ นา่ สนใจ ชวนคดิ ชวนตดิ ตาม เขา้ ใจง่าย เป็น การกระตุน้ ให้ผ้เู รียนรูจ้ ัก แสวงหาความรู้ เกดิ การเรยี นร้อู ย่างกว้างขวาง ลกึ ซง้ึ และต่อเนื่องตลอดเวลา การเทียบโอน สถานศึกษาต้องจัดให้มีการเทียบโอนผลการเรียนหรือเทียบโอนความรู้ประสบการณ์ของผู้เรียน ให้เป็นส่วนหน่ึงของผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 โดยสถานศึกษาต้องจัดทาระเบียบหรือแนวปฏิบัติการเทียบโอนให้สอดคล้องกับ แนวทางการเทียบ โอนท่สี านักงาน กศน. กาหนด การวัดและประเมนิ ผลการเรียน การวัดผลและประเมินผลการเรียน เป็นกระบวนการท่ีให้ได้มาซ่ึงข้อมูลสารสนเทศท่ีแสดงถึง การพัฒนา ความก้าวหน้า คาวามสาเร็จ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของผู้เรียน และข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อ การส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนา และเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ เกิดทักษะกระบวนการและค่านิยมท่ีพึง ประสงค์ ซึ่งสถานศกึ ษาในฐานะเป็นผู้รับผดิ ชอบการจดั การศกึ ษา จะต้องจดั ทาระเบียบ และแนวทางปฏิบัติใน การวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา เพ่ือให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝุายถือปฏิบัติร่วมกัน และ เปน็ ไปในมาตรฐานเดียวกัน
1. การวดั และประเมินผลรายวิชา เป็นการประเมินผลการเรยี นรายวิชา สถานศกึ ษาตอ้ งดาเนินการ ควบคู่ไปกบั การจดั กิจกรรมการเรยี นรขู้ องผูเ้ รียน เพ่ือให้ทราบวา่ ผู้เรียนมีความกา้ วหน้าทัง้ ดา้ นความรู้ ทักษะ กระบวนการ คุณธรรม และคา่ นยิ มอันพึงประสงค์ อนั เป็นผลเนอ่ื งมาจากการจดั กิจกรรมการเรียนร้เู พียงใด และต้องมกี ารประเมินผลรวมเพ่อื ทราบว่าผเู้ รียนมผี ลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรู้ หรอื ไม่อยา่ งไร ดังน้ัน การวัดและประเมินผลจงึ ต้องใชเ้ คร่ืองมือและวธิ กี ารทห่ี ลากหลายใหส้ อดคล้องกับสาระ และมาตรฐานการเรยี นรู้และผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั 2. การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพชีวิต เป็นการประเมินสงิ่ ทผี่ ู้เรยี นปฏบิ ตั ิเพ่ือการพฒั นาตนเอง ครอบครวั ชุมชน สงั คม โดยพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกจิ กรรม การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมและผลจากการปฏิบัติ กจิ กรรมของผ้เู รยี น ตามเกณฑท์ ี่สถานศกึ ษากาหนด 3. การประเมินคุณธรรม เปน็ การประเมินส่งิ ทตี่ ้องการปลูกฝังในตวั ผูเ้ รียนโดยประเมินจากกิจกรรม การเรยี นรูท้ ้งั ดา้ นการพฒั นาตน การพฒั นางาน การอยู่ร่วมกนั ในสังคมอย่างมีความสขุ การพัฒนา คณุ ภาพชวี ติ การเข้ารว่ มกจิ กรรม การเรยี นร้ใู นรายวิชาตา่ ง ๆ และกิจกรรมในลกั ษณะอืน่ ๆ ท่สี ถานศึกษาจดั ขน้ึ เพื่อเสริมสรา้ งคุณธรรมใหเ้ กิดขน้ึ กับผูเ้ รียน 4. การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ สถานศึกษาตอ้ งจัดให้ผูเ้ รียนเข้ารบั การ ประเมนิ คุณภาพการศึกษานอกระบบระดบั ชาติ ในภาคเรียนสดุ ท้ายของทกุ ระดับการศึกษาในสาระการเรยี นรู้ ที่สานกั งาน กศน. กาหนดการประเมินคณุ ภาพการศกึ ษานอกระบบระดบั ชาติ มวี ัตถุประสงค์เพื่อทราบผล การเรียนของผเู้ รยี นสาหรับนาไปใช้ในการวางแผนปรบั ปรุงและพัฒนาคณุ ภาพการศึกษานอกระบบตอ่ ไป การ ประเมนิ ดงั กล่าว ไม่มีผลต่อการได้หรอื ตกของผู้เรยี น การจบหลักสูตร ผจู้ บการศึกษาตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ในแต่ ละระดับการศึกษา ต้องผ่านเกณฑ์การจบหลักสูตร ดังน้ี 1. ผ่านการประเมนิ และได้รับการตัดสนิ ผลการเรียนตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากาหนดทั้ง 5 สาระ การ เรียนรู้ และไดต้ ามจานวนหนว่ ยกิตท่ีกาหนดตามโครงสรา้ งหลกั สตู ร 2. ผ่านกระบวนการประเมินกิจกรรมพฒั นาคุณภาพชวี ติ ไม่นอ้ ยกว่า 100 ช่ัวโมง 3. ผา่ นกระบวนการประเมนิ คุณธรรม 4. เข้ารับการประเมนิ คุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ เอกสารหลักฐานการศึกษา เอกสารหลกั ฐานการศึกษาให้เป็นไปตามท่ีกระทรวงศึกษาธิการกาหนด สถานศึกษาทกุ แหง่ ต้องใช้ เอกสารหลกั ฐานการศึกษาเหมอื นกนั เพ่ือประโยชน์ในการสื่อความเข้าใจทต่ี รงกันและการสง่ ต่อ ได้แก่ 1. ระเบียนแสดงผลการเรียน 2. หลักฐานแสดงวฒุ ิการศึกษา (ประกาศนยี บตั ร) 3. แบบรายงานผู้สาเรจ็ การศึกษา
เอกสารหลกั ฐานการศึกษาอืน่ ๆ สถานศึกษาต้องพจิ ารณาจัดทา เพอื่ ใช้ประกอบการจัดการศกึ ษา ตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 ตามท่ีเหน็ สมควร เช่น แบบ ประเมินผลกจิ กรรมพัฒนาคุณภาพชีวติ
เอกสารและสิง่ อา้ งอิง กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ. 2546. แนวทางการพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา สาหรบั สานกั งานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. 2552. หลักสตู รการศึกษานอกระบบ ระดับการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรุงเทพ ฯ : มปท .. 2553 ข. แนวทางการจัดการเรียนรู้. (พมิ พ์คร้ังท่ี 1). กรงุ เทพ ฯ: พบั บลิค เอ็ดดูเคชั่น. . 2553 ค. แนวทางการเทยี บโอนผลการเรียน. (พมิ พค์ รั้งท่ี 1). กรงุ เทพฯ: พับบลคิ เอด็ ดูเคชน่ั . . 2553 ง. แนวทางการพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา. (พมิ พ์ครง้ั ท่ี 1). กรงุ เทพฯ: พบั บลิค เอด็ ดเู คช่นั . . 2553 ก. คู่มอื การดาเนินงาน. (พมิ พ์ครั้งท่ี 1). กรงุ เทพ ฯ: พบั บลคิ เอ็ดดูเคชั่น. กระทรวงมหาดไทย. ขอ้ มูลจังหวัด อาเภอ ในประเทศไทย http://www.moi.go.th/portal/page?_pageid=33,162297&_dad=portal&_schema=PORTAL http://www.amphoe.com/main.php
ภาคผนวก
การกาหนดรหสั รายวิชา การกาหนดรหัสรายวิชาตามหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 โดยกาหนดเป็นตัวอกั ษร 2 หลัก และตัวเลข 5 หลัก ดังน้ี คอื รหัสรายวชิ า ตัวอกั ษร ตัวเลข หลกั ที่ 1-2 หลกั ท่ี 3 หลกั ที่ 4 หลกั ท่ี 5-7 - ทร – ทกั ษะการเรียนรู้ - 0 รายวชิ าทเ่ี รียนได้ท้งั 3 ระดบั - 1. รายวชิ าบงั คบั ลาดับทขี่ อง - ความรู้พืน้ ฐาน รายวชิ า พท - ภาษาไทย - 1 ระดบั ประถมศึกษา - 2. รายวชิ าเลือกที่ พต - ภาษาต่างประเทศ พค - คณิตศาสตร์ - 2 ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น ส่วนกลางพฒั นาขนึ้ พว - วทิ ยาศาสตร์ - อช – การประกอบอาชีพ - 3 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย - 3. รายวชิ าเลือกที่ - ทช – ทกั ษะการดาเนินชีวติ - สค – การพฒั นาสังคม สถานศึกษา พฒั นาขนึ้ การกาหนดรหัสรายวิชาบงั คับกาหนดใหม้ ี 7 หลกั ดังน้ีคือ หลกั ที่ 1 และ 2 เป็นตวั อักษร แทน 5 สาระดงั ผงั ข้างบน หลักท่ี 3 หมายถึง ระดับการศึกษา ตัวเลข 1 , 2 และ3 แทนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามลาดบั สาหรบั เลข 0 หมายถึง รายวิชา ทเี่ รียนไดท้ ง้ั 3 ระดบั หลักที่ 4 หมายถึง ประเภทของรายวิชา ตัวเลข 1 หมายถึง รายวิชาบังคับ และตัวเลข 2 หมายถึงรายวชิ าเลือกท่ีสว่ นกลางพัฒนาขึ้น สาหรบั เลข 3 ใหเ้ ปน็ ประเภทของรายวิชาท่ีสถานศึกษาพัฒนาขึ้น เอง หลกั ท่ี 5-7 หมายถงึ ลาดบั ท่ีของรายวิชาตามสาระตา่ ง ๆ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210