3. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) 1. มวี ินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ ข้ันนำ 1. ครูนำสนทนาเก่ียวปริมาตรและความจขุ องภาชนะตามหนังสือเรียนหนา้ 121 2. ครใู ช้การถาม-ตอบ เช่น ❖ น้ำส้มในโถเตม็ โถหรือไม่ (เต็มโถ) ❖ ตวงนำ้ ส้มในโถไดก้ ีล่ ติ ร (8 ลติ ร) ❖ น้ำส้มในโถมีปริมาตรเท่าไร (8 ลิตร) ขน้ั สอน 3. ครูแนะนำว่า น้ำสม้ เตม็ โถมปี ริมาตร 8 ลติ ร แสดงวา่ โถนมี้ ีความจุ 8 ลิตร และอธิบายเกย่ี วกบั การ หาความจุของภาชนะต่าง ๆ โดยการเทน้ำให้เตม็ ภาชนะน้ัน แล้วตวงนำ้ วา่ มีปริมาตรเท่าไร ภาชนะน้ันจะมีความ จุเทา่ กับน้ำทต่ี วงได้ 4. ครอู าจยกตัวอย่างเพิม่ เติม เช่น สีเตม็ ถังตวงได้ 10 ลติ รพอดี ถังน้ีมีความจุเทา่ ไร หรอื น้ำมันพืชเต็ม ปีบตวงได้ 18 ลติ รพอดี ปีบใบนี้มคี วามจเุ ท่าไร 5. จากน้นั ครูชบู ตั รภาพน้ำอญั ชนั และนำ้ ฝร่งั จากหนังสอื เรียนหน้า 113 6. ครถู ามนกั เรียนว่านำ้ อัญชนั มปี รมิ าตรก่ลี ิตร (10 ลิตร) ดังน้นั โหลแก้วท่ีบรรจนุ ำ้ อัญชนั มคี วามจุ 10 ลิตรใชห่ รือไม่ (ไมใ่ ช่) รไู้ ด้อย่างไร (เพราะนำ้ อญั ชนั ไมเ่ ตม็ โหลแกว้ ) โหลแก้วที่บรรจุน้ำอญั ชนั มีความจุมากกว่า หรอื นอ้ ยกวา่ 10 ลิตร เพราะเหตใุ ด (มากกว่า 10 ลติ ร เพราะนำ้ อญั ชนั 10 ลติ รในโหลแกว้ ยงั ไมเ่ ตม็ โหลแกว้ ยัง สามารถใส่น้ำอัญชนั ไดอ้ ีก) ขัน้ สรปุ 7. สำหรับโหลแกว้ ท่บี รรจนุ ำ้ ฝรงั่ ครูสามารถใชก้ ารถาม-ตอบทำนองเดียวกับกอ่ นหนา้ ครูอาจชบู ัตร ภาพน้ำเตม็ ขวดและนำ้ มันเต็มถังทีร่ ะบุปริมาตรไว้ข้างบรรจภุ ัณฑ์ แล้วถามนักเรยี นวา่ ปริมาตรของนำ้ และ ปริมาตรของนำ้ มนั เท่ากับเทา่ ไร และความจขุ องขวดกับความจุของถงั เทา่ กับเท่าไร 7. ส่ือการเรยี นรู้ 1. หนังสือเรยี นคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. ขวดน้ำอดั ลม เหยอื กน้ำ กระติกนำ้ ถงั นำ้
4. ถ้วยตวงขนาด 1 ลิตร 8. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1. วธิ ีการวดั และประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 2. เครอ่ื งมือ 2.1 แบบฝึกหดั 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม 3. เกณฑก์ ารประเมนิ 3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 8 เรอื่ ง การวัดปรมิ าตร เวลา 18 ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 15 เร่ือง ความจุของภาชนะเปน็ ลิตร เวลา 1 ชัว่ โมง ผสู้ อน นางสาวลภสั รดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต มาตรฐาน ค. 2.1 เข้าใจพ้นื ฐานเกย่ี วกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิง่ ที่ต้องการวัด และนำไปใช้ 2. ตัวช้ีวัด ค 2.1 ป.2/6 วัดและเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นลิตร 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด การวัดปริมาตรของของเหลวหรือของแหง้ ด้วยการตวงอาจบอกปริมาตรเปน็ ช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถว้ ยตวง หรอื ลติ ร อาจทำได้โดยการตวงของเหลวหรอื ของแหง้ ดว้ ยชอ้ นชาช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร หรือเครอื่ งตวงน้ำมนั เช้ือเพลิง การหาความจขุ องภาชนะอาจทำได้โดยเติมนำ้ ใหเ้ ตม็ ภาชนะ แลว้ ตวงน้ำท่ีอยู่ในภาชนะนัน้ ปรมิ าตรของ นำ้ ทต่ี วงได้จะเท่ากบั ความจุของภาชนะน้นั 4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของความจุเป็นลิตรได้ (K) 2. บอกความจุของภาชนะเปน็ ลติ ร (P) 3. รับผิดชอบต่อหนา้ ท่ที ีไ่ ด้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. บอกความจขุ องภาชนะเปน็ ลิตร 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสอื่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่อื มโยง
3. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) 1. มีวนิ ัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั นำ 1. ครใู ห้นักเรยี นทำกิจกรรม ทดลองหาความจขุ องภาชนะ ตามหนังสอื เรียนหน้า 122 เพอ่ื ฝึกการตวง หาความจุของภาชนะ ข้ันสอน 2. ครแู บ่งนักเรียนเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละเท่า ๆ กัน แล้วใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ เลือกภาชนะสำหรับ หาความจุ 3. ครูเลอื กภาชนะมา 1 ชิ้น แลว้ สาธติ วธิ กี ารความจขุ องภาชนะนั้นโดยการเทน้ำใหเ้ ต็มภาชนะน้นั แลว้ ตวงน้ำวา่ ได้กีล่ ติ ร หากไดไ้ ม่เตม็ ลิตร ครูอาจใชค้ ำวา่ ภาชนะนี้มีความจมุ ากกวา่ หรอื น้อยกว่าปรมิ าตรทตี่ วง ได้ เช่น ถ้าครตู วงได้ 2 ลติ รกับอีกไม่ถงึ ลิตร ครอู าจบอกวา่ ภาชนะนีม้ ีความจมุ ากกวา่ 2 ลิตรแตน่ อ้ ยกว่า 3 ลติ ร 4. จากน้นั ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มหาความจุของภาชนะท่เี ลือกไวแ้ ล้วบนั ทกึ ผลของการหาความจใุ น แบบบันทึกกจิ กรรม แล้วให้ตวั แทนแต่ละกลุ่ม 5. นำเสนอผลการหาความจุของภาชนะตา่ ง ๆ ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง 6. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันตอบคำถามตามหนังสอื เรยี นหน้า 123 แล้วใหแ้ ต่ละกลมุ่ นำเสนอคำตอบ ดังนี้ ❖ ขวดใบนม้ี คี วามจุ 1 ลิตร ❖ โถใบนม้ี คี วามจุ 3 ลิตร ❖ ถังน้ีมคี วามจุ 14 ลิตร ❖ กะละมังใบน้มี คี วามจุ 6 ลิตร ❖ เหยือกนีม้ คี วามจมุ ากกวา่ 2 ลติ ร ❖ ถงั ใบนม้ี ีความจุ 16 ลิตร ขน้ั สรุป 7. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น โดยให้นักเรียนแต่ละคนตอบคำถามตามหนงั สือเรียนหน้า 124 ครแู ละนักเรียนช่วยกนั ตรวจสอบคำตอบ ดงั นี้ 1. ผดิ 2. ถูก 3. ถกู 4. ผดิ
8. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ สงิ่ ที่ได้เรียนรู้วา่ การหาความจุของภาชนะอาจทำไดโ้ ดยเติมนำ้ ให้เตม็ ภาชนะ แลว้ ตวงนำ้ ทอี่ ยใู่ นภาชนะน้นั ปรมิ าตรของน้ำท่ีตวงไดจ้ ะเทา่ กับความจุของภาชนะนนั้ 9. จากนั้นให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด 8.7 หน้า 76 - 78 7. สื่อการเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรียนคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. ขวดน้ำอัดลม เหยอื กน้ำ กระตกิ น้ำ ถังนำ้ 4. ถว้ ยตวงขนาด 1 ลติ ร 8. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ 1. วธิ ีการวัดและประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรม 1.3 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ 2. เคร่อื งมือ 2.1 แบบฝกึ หัด 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม 2.3 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตัง้ แต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น 3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค 12101 ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 เรอื่ ง การวัดปริมาตร เวลา 18 ชั่วโมง แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 16 เรอ่ื ง การเปรียบเทยี บความจุของภาชนะ เวลา 1 ชั่วโมง ผูส้ อน นางสาวลภสั รดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ มาตรฐาน ค. 2.1 เข้าใจพ้นื ฐานเก่ียวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ทตี่ อ้ งการวดั และนำไปใช้ 2. ตัวชว้ี ัด ค 2.1 ป.2/6 วัดและเปรียบเทยี บปรมิ าตรและความจุเปน็ ลิตร 3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด การเปรยี บเทียบความจขุ องภาชนะสองภาชนะเปน็ การบอกว่าความจขุ องภาชนะใด เท่ากนั มากกว่ากนั หรือนอ้ ยกว่ากนั อยู่เท่าไร อาจมีหน่วยเปน็ ลติ ร 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธบิ ายความหมายของความจุเปน็ ลติ รได้ (K) 2. เปรียบเทยี บความจุของภาชนะตา่ ง ๆ (P) 3. รับผดิ ชอบต่อหน้าท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. บอกความจขุ องภาชนะเปน็ ลติ ร 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่ือมโยง 3. การแกป้ ญั หา 4. การใหเ้ หตุผล 3. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) 1. มีวินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรยี นรู้ ขน้ั นำ 1. ครูทบทวนเกย่ี วกับการหาความจขุ องภาชนะต่าง ๆ ว่าตอ้ งเตมิ น้ำใหเ้ ต็มภาชนะแลว้ ตวงน้ำว่าได้ ปรมิ าตรเทา่ ไร ปรมิ าตรของนำ้ ทีต่ วงได้จะเทา่ กบั ความจุของภาชนะน้นั 2. จากน้นั ครใู ชค้ ำถาม ถามนักเรยี นวา่ ถา้ ตอ้ งการเปรียบเทยี บความจุของภาชนะต่าง ๆตอ้ งทำอย่างไร นกั เรยี นอาจจะยังตอบไมไ่ ด้ ขัน้ สอน 3. ครสู าธติ การเปรยี บเทียบความจุของภาชนะต่าง ๆโดยการนำภาชนะ 2 ใบทีม่ ีขนาดตา่ งกนั ตกั น้ำให้ เตม็ ภาชนะ จากนนั้ เทนำ้ แต่ละใบใส่โถแก้วทม่ี ีขนาดและรปู รา่ งเดยี วกัน 2 ใบ แลว้ เปรยี บเทยี บระดับน้ำวา่ ระดบั น้ำจากภาชนะใดสงู กว่าแสดงวา่ ภาชนะนั้นมคี วามจุมากกวา่ 4. ครแู นะนำการหาความจุของภาชนะแต่ละใบ ใส่น้ำใหเ้ ตม็ ภาชนะ แลว้ ตวงเพือ่ หาปริมาตรของนำ้ เมือ่ หาความจขุ องภาชนะแตล่ ะใบไดแ้ ลว้ ก็นำความจุมาเปรียบเทยี บกนั ตามหนังสือเรยี นหน้า 125 ขนั เงินมี ความจุ 2 ลติ ร ขันทองมีความจุ 1 ลิตร ดงั นัน้ ขันเงินมีความจมุ ากกว่าขันทองอยู่ 2 - 1 = 1 ลิตร หรือขันทอง มี ความจนุ ้อยกว่าขันเงนิ อยู่ 2 - 1 = 1 ลติ ร 5. ครยู กตวั อยา่ งภาชนะทีม่ คี วามจุต่างกนั 2 ใบ ตามหนงั สือเรยี นหน้า 126 6. ให้นกั เรยี นเปรยี บเทยี บความจขุ องภาชนะโดยใชก้ ารถาม-ตอบ เชน่ ถังใบที่ 1 มคี วามจุเท่าไร ถังใบที่ 2 มีความจุเทา่ ไร ถังใบที่ 1 มีความจมุ ากกวา่ หรือน้อยกวา่ ถังใบท่ี 2 อยเู่ ท่าไร ครคู วรเน้นยำ้ วา่ ภาชนะท่ตี ่างกัน อาจมีความจุเท่ากนั เช่น กะละมงั มีความจุ 3 ลติ ร และถังมคี วามจุ 3 ลิตร เปน็ ต้น 7. จากน้ันครูให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถามในกรอบทา้ ยหนา้ 126 8. ครยู กตัวอยา่ งการเปรียบเทยี บความจุของภาชนะตามทก่ี ำหนดในหนังสือเรยี นหนา้ 127 โดยการ เปรยี บเทียบทลี ะสองส่ิง ครูและนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบคำตอบ ดังน้ี ❖ หม้อใบท่ี 2 มคี วามจุมากท่ีสดุ และหม้อใบที่ 1 มีความจนุ ้อยทสี่ ุด ❖ หมอ้ ใบท่ี 2 มคี วามจมุ ากกว่าหมอ้ ใบท่ี 1 อยู่ 12 – 3 = 9 ลิตร ❖ หมอ้ ใบที่ 2 มีความจมุ ากกวา่ หม้อใบท่ี 3 อยู่ 12 – 8 = 4 ลติ ร ❖ หมอ้ ใบท่ี 1 มคี วามจนุ อ้ ยกวา่ หมอ้ ใบท่ี 3 อยู่ 8 – 3 = 5 ลิตร ขนั้ สรุป 9. ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยให้นกั เรยี นแต่ละคนตอบคำถามตามหนังสือเรยี นหนา้ 128
ครูและนักเรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบคำตอบ 10. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ส่งิ ที่ไดเ้ รียนรู้ ว่าการเปรียบเทียบความจุของภาชนะสองภาชนะ เปน็ การบอกว่าความจุของภาชนะใด เท่ากัน มากกวา่ กัน หรอื น้อยกว่ากันอยเู่ ทา่ ไร อาจมหี นว่ ยเป็นลิตร 11. จากนัน้ ให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด 8.8 หน้า 79 - 80 7. สอ่ื การเรียนรู้ 1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. ขันทม่ี ีขนาดตา่ งกัน 2 ใบ 4. โถแกว้ ใสขนาดและรปู ร่างเดยี วกัน 2 ใบ 8. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหัด 1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ ร่วมกิจกรรม 1.3 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม 2. เครื่องมอื 2.1 แบบฝกึ หัด 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม 2.3 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผ่านตัง้ แต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น 3.3 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจดั การเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 8 เรอื่ ง การวัดปริมาตร เวลา 18 ช่วั โมง แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 17 เร่ือง โจทย์ปญั หาการบวกและโจทยป์ ญั หาการลบ เวลา 1 ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ มาตรฐาน ค. 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเกยี่ วกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ที่ต้องการวัด และนำไปใช้ 2. ตัวชี้วัด ค 2.1 ป.2/6 วัดและเปรยี บเทยี บปริมาตรและความจุเป็นลติ ร 3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด การแก้โจทย์ปัญหาทำไดโ้ ดย อา่ นทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแกป้ ญั หา หาคำตอบและตรวจสอบความ สมเหตุสมผลของคำตอบ 4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายขัน้ ตอนแกโ้ จทยป์ ญั หาการบวกและโจทย์ปญั หาการลบเกี่ยวกบั ปรมิ าตรและความจไุ ด้ (K) 2. แก้โจทยป์ ญั หาการบวกและโจทยป์ ัญหาการลบเกี่ยวกับปรมิ าตรและความจุได้ (P) 3. รับผดิ ชอบต่อหน้าทีท่ ไ่ี ด้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. แกโ้ จทย์ปญั หาการบวกและโจทย์ปญั หาการลบเก่ียวกับปรมิ าตรและความจุ 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชือ่ มโยง 3. การแก้ปัญหา 4. การให้เหตุผล 3. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั นำ 1. ครทู บทวนความร้เู กย่ี วกับการแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและโจทยป์ ญั หาการลบวา่ ในการแก้โจทย์ ปญั หานักเรียนต้องอา่ นทำความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแก้ปญั หาหาคำตอบ และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของ คำตอบ 2. ครนู ำเข้าสู่สถานการณ์โจทยป์ ญั หาตามหนงั สือเรยี นหนา้ 129 เพื่อฝกึ ทกั ษะการแก้ปญั หาการบวก และโจทยป์ ญั หาการลบเกีย่ วกบั ปริมาตรและความจุ ข้ันสอน 3. ครตู ดิ บตั รโจทย์ “มนี ำ้ แดงในกระติกสีเขยี ว 15 ลติ รและน้ำโซดาในกระติกสีฟา้ 8 ลติ ร เทน้ำแดง และนำ้ โซดาลงโหลแกว้ จะไดน้ ้ำแดงผสมนำ้ โซดาก่ีลิตร” 4. ครูให้นกั เรยี นอ่านโจทย์ ทำความเข้าใจโจทยพ์ รอ้ มกัน ครใู ชก้ ารถาม-ตอบโจทย์ถามอะไร โจทย์บอก อะไร แลว้ ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าโจทย์ข้อนีห้ าคำตอบโดยการบวกหรอื การลบ 5. ครอู าจติดบัตรภาพเพื่อช่วยใหน้ กั เรยี นเหน็ ภาพว่าตอ้ งนำมาบวกกันหรอื ลบกนั แล้วครูถามนกั เรียน วา่ จะหาคำตอบได้อยา่ งไร เขียนประโยคสัญลักษณไ์ ด้อย่างไร หาคำตอบได้เท่าไร แลว้ ตรวจสอบความ สมเหตุสมผลของคำตอบ 6. ครูตดิ บตั รโจทย์ตามหนังสือเรยี นหน้า 130 แล้ว ให้นักเรียนช่วยกันวเิ คราะหโ์ จทย์ปัญหาว่า จะหา คำตอบไดอ้ ย่างไร นกั เรียนอาจมวี ิธีคดิ ทแี่ ตกต่างกนั 7. ครคู วรใหน้ กั เรียนที่มีวธิ คี ิดทแ่ี ตกต่างนำเสนอหนา้ ชัน้ เรียน ครคู วรแนะนำเพม่ิ เติมเก่ียวกบั วธิ คี ิดที่ ถูกตอ้ งวา่ เม่ือเทนำ้ มันพชื ออก แสดงว่าปรมิ าตรน้ำมนั พืชลดลง ดงั นนั้ ควรหาคำตอบโดยการลบ 8. ครูแบง่ กล่มุ นักเรยี นให้ช่วยกันคิดหาคำตอบของโจทย์ปัญหาในกรอบทา้ ยหนา้ 130 9. ครตู ิดบตั รโจทย์ตามหนังสือเรยี นหนา้ 131 แล้วใหน้ ักเรียนอ่านโจทย์พรอ้ มกนั และช่วยกนั วิเคราะห์ โจทยป์ ัญหาว่าจะหาคำตอบไดอ้ ยา่ งไร ครูอาจใชก้ ารถาม-ตอบเพอ่ื วเิ คราะห์โจทย์วา่ โจทย์ข้อน้ีหาคำตอบโดย การบวกหรือการลบ ต้องพิจารณาดงั น้ี “ถงั เล็กมีน้ำน้อยกว่าถังใหญ่5 ลติ ร” แต่ถงั ใหญม่ ีนำ้ 18 ลติ ร ดังน้นั ถ้า นำนำ้ ออกจากถงั ใหญ่ 5 ลิตร จะไดน้ ำ้ ในถงั ใหญเ่ ทา่ กับนำ้ ในถงั เลก็ จงึ หาคำตอบโดยการลบ โดยนำ 5 มาลบออก จาก 18 10. เขยี นประโยคสัญลักษณ์ได้ดังน้ี 18 - 5 = หรอื ครอู าจใช้ Bar Model ใหเ้ ห็นปรมิ าตรของนำ้ ในถงั เลก็ และถังใหญ่ ขัน้ สรปุ 11. ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น โดยให้นักเรียนเขยี นประโยคสญั ลักษณ์และหาคำตอบ
เปน็ รายบคุ คลตามหนังสือเรียนหนา้ 132 12. จากนั้นครูและนักเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องและสรปุ สิง่ ทีไ่ ดเ้ รียนรวู้ ่าการแกโ้ จทย์ปัญหา ทำได้โดย อา่ นทำความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแกป้ ัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ 13. จากน้นั ให้นกั เรียนทำแบบฝึกหัด 8.9 หน้า 81 – 82 7. สื่อการเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. บตั รโจทย์ 8. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม 1.3 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 2. เคร่ืองมือ 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม 2.3 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. เกณฑ์การประเมนิ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น 3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น
แผนการจดั การเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 8 เรอื่ ง การวัดปริมาตร เวลา 18 ช่วั โมง แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 18 เร่ือง โจทย์ปญั หาการบวกและโจทยป์ ญั หาการลบ เวลา 1 ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ มาตรฐาน ค. 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเกยี่ วกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ที่ต้องการวัด และนำไปใช้ 2. ตัวชี้วัด ค 2.1 ป.2/6 วัดและเปรยี บเทยี บปริมาตรและความจุเป็นลติ ร 3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด การแก้โจทย์ปัญหาทำไดโ้ ดย อา่ นทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแกป้ ญั หา หาคำตอบและตรวจสอบความ สมเหตุสมผลของคำตอบ 4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายขัน้ ตอนแกโ้ จทยป์ ญั หาการบวกและโจทย์ปญั หาการลบเกี่ยวกบั ปรมิ าตรและความจไุ ด้ (K) 2. แก้โจทยป์ ญั หาการบวกและโจทยป์ ัญหาการลบเกี่ยวกับปรมิ าตรและความจุได้ (P) 3. รับผดิ ชอบต่อหน้าทีท่ ไ่ี ด้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. แกโ้ จทย์ปญั หาการบวกและโจทย์ปญั หาการลบเก่ียวกับปรมิ าตรและความจุ 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชือ่ มโยง 3. การแก้ปัญหา 4. การให้เหตุผล 3. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มุ่งม่ันในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขั้นนำ 1. ครูทบทวนความรเู้ กย่ี วกับการแกโ้ จทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปญั หาการลบว่า ในการแก้โจทย์ ปัญหานกั เรยี นต้องอ่านทำความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแก้ปญั หาหาคำตอบ และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของ คำตอบ 2. ครนู ำเขา้ สสู่ ถานการณโ์ จทย์ปัญหาตามหนังสือเรยี นหนา้ 133 เพื่อฝึกทักษะการแก้ปญั หาการบวก และโจทย์ปญั หาการลบเก่ยี วกับปรมิ าตรและความจุ ข้ันสอน 3. ครใู ช้สถานการณข์ องโจทย์ปัญหาในลักษณะที่มตี ัวไม่ทราบคา่ ครอู าจใชค้ วามสัมพันธ์ของการบวก และการลบช่วยในการหาคำตอบ 4. ครตู ิดบัตรโจทย์ “มีน้ำอยูใ่ นถงั 30 ลิตร ตอ้ งเติมนำ้ อีกกีล่ ิตรจงึ จะเตม็ ถงั ถา้ ถงั น้ีมีความจุ 50 ลิตร” ใหน้ ักเรยี นอ่านทำความเข้าใจโจทย์พรอ้ มกนั ครใู ช้การถาม-ตอบ โดยให้นกั เรยี นสังเกตว่าโจทย์ถามอะไร โจทย์ บอกอะไร และเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์โดยใช้การบวกหรอื การลบตอ้ งพิจารณาจากอะไร จากโจทย์ทบ่ี อกวา่ มี น้ำอยู่ 30 ลติ รต้องเติมอีกเท่าไรจงึ จะเต็มถงั 50 ลิตร สามารถเขียนเปน็ ประโยคสญั ลักษณก์ ารบวกหรอื การลบ ถ้านักเรยี นตอบวา่ การบวก ครถู ามว่า เขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ไดอ้ ยา่ งไร (30 + = 50) ถ้านักเรยี นตอบ วา่ การลบ ครถู ามต่อไปวา่ เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ไดอ้ ย่างไร (50 – 30 = ) 5. ครใู หน้ ักเรยี นช่วยกันหาคำตอบจากประโยคสัญลกั ษณแ์ ลว้ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ สำหรบั ประโยคสัญลักษณ์ 30 + = 50 นักเรียนสามารถใช้ความสัมพันธข์ องการบวกและการลบในการหา ในการหาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าได้ 6. จากน้ันให้นักเรียนชว่ ยกนั หาคำตอบในกรอบท้ายหน้า 133 7. ครตู ดิ บัตรโจทยต์ ามหนงั สือเรยี นหน้า 134 แล้วครใู ห้นกั เรียนช่วยกันหาคำตอบจากประโยค สัญลกั ษณ์ แลว้ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลสำหรับประโยคสญั ลกั ษณ์ 20 - = 16 นกั เรียนสามารถใช้ ความสมั พนั ธ์ของการบวกและการลบ ในการหาค่าของตวั ไม่ทราบคา่ ได้ 8. ครูใหน้ กั เรียนฝกึ ทำโจทย์ปัญหาในกรอบท้ายหนา้ 135 ครอู าจแบ่งกลุ่มนกั เรียนให้ช่วยกันหาคำตอบ ซงึ่ นกั เรียนอาจเขียนประโยคสัญลกั ษณไ์ ดส้ องแบบและใช้ความสมั พนั ธข์ องการบวกและการลบหาคำตอบ แล้ว ให้นกั เรยี นออกมาเฉลยหนา้ ชัน้ เรียน
ขั้นสรปุ 9. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียน โดยให้นักเรยี นเขียนประโยคสัญลักษณแ์ ละหาคำตอบเป็น รายบคุ คลตามหนังสือเรียนหนา้ 135 10. จากนนั้ ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้องและสรุปส่งิ ที่ไดเ้ รียนรวู้ า่ การแกโ้ จทย์ปญั หา ทำไดโ้ ดย อ่านทำความเข้าใจปญั หา วางแผนแก้ปัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ 11. จากนั้นใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัด 8.10 หน้า 83 – 84 7. ส่ือการเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. บัตรโจทย์ 8. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วธิ กี ารวัดและประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหดั 1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม 1.3 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 2. เคร่ืองมอื 2.1 แบบฝกึ หัด 2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 2.3 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. เกณฑ์การประเมนิ 3.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผ่านตงั้ แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน 3.3 การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 12101 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 9 เรื่อง รูปเรขาคณติ เวลา 8 ชว่ั โมง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ือง เตรียมความพรอ้ ม เวลา 1 ชวั่ โมง ผ้สู อน นางสาวลภสั รดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ มาตรฐาน ค. 2.2 เข้าใจและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัติของรปู เรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่างรปู เรขาคณิต และทฤษฏบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้ 2. ตวั ชว้ี ัด ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลกั ษณะของรูปหลายเหล่ยี มและวงกลม 3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด ทรงส่เี หล่ียมมุมฉากและรปู สี่เหล่ียมมุมฉากทรงกลมและวงกลม มีลักษณะแตกต่างกนั รปู หลายเหลีย่ มเปน็ รูปท่มี มี มุ หลายมมุ และมดี ้านหลายด้านเรยี กชอื่ ตามจำนวนดา้ นและจำนวนมุมของรปู หลายเหลีย่ มนน้ั เชน่ รปู สามเหล่ยี ม รูปส่เี หลย่ี ม รปู ห้าเหลย่ี ม วงกลมและวงรเี ป็นรูปทไ่ี ม่มดี ้าน ไม่มมี มุ 4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. จำแนกรูปเรขาคณติ ได้ (K) 2. ระบชุ ื่อรปู เรขาคณติ ต่าง ๆได้ (P) 3. รบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ทที่ ี่ไดร้ ับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. ลักษณะของรูปเรขาคณติ 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชอื่ มโยง 3. การให้เหตุผล
3. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มวี ินัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ข้ันนำ 1. ใช้ขอ้ มูลในหนังสอื เรยี นหน้าเปดิ บท เพ่ือกระต้นุ ความสนใจของนกั เรียนเก่ยี วกบั สง่ิ ของท่มี ีในภาพว่า มีลกั ษณะอย่างไรบา้ ง โดยใช้คำถาม เช่น ❖ ภาพหนา้ เปิดเป็นภาพเกย่ี วกับอะไร ❖ ใครเคยไปเทยี่ วทะเลบ้าง ❖ ในภาพมสี ่ิงของอะไรบา้ ง ❖ ส่งิ ของอะไรบา้ งท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยรูปเรขาคณติ และคลา้ ยรูปเรขาคณิตชนิดใด 2. นกั เรยี นอาจตอบคำถามสดุ ท้ายไดไ้ มค่ รอบคลุม 3. ครนู ำเข้าสบู่ ทเรยี นนโี้ ดยชนี้ ำเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตชนดิ อื่นที่นกั เรียนยังบอกไมไ่ ด้ ข้ันสอน 4. การเตรียมความพร้อมในการเรยี นบทนี้ ใหน้ ักเรยี นทำกจิ กรรม เตรยี มพร้อมเรอื่ งรปู เรขาคณิต โดย ใหจ้ ดั กลุ่มบัตรภาพรปู เรขาคณิตชนิดตา่ ง ๆ ท่คี รูแจกให้ พร้อมบอกเหตุผลทใี่ ช้ในการจดั กลุ่มรปู เรขาคณิต 5. แต่ละกลุ่ม ใหน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอเหตุผลท่ีใชใ้ นการจัดกล่มุ ทุกกลมุ่ เพอ่ื ให้นักเรยี นได้ แสดงความรู้พื้นฐานทม่ี เี กย่ี วรปู เรขาคณิตชนิดต่าง ๆ ข้นั สรปุ 6. ในการจดั กลุ่มหากครเู ห็นว่ารปู เรขาคณิตบางรูปนกั เรียนเคยเรยี นมาแล้วตอน ป.1 ครูอาจแทรก คำถามว่ารูปน้ันเปน็ รูปเรขาคณิตชนิดใด และในการจัดกลุม่ รปู เรขาคณิตของนกั เรยี นนัน้ อาจได้กลุ่มที่แตกตา่ ง กนั และมคี วามหลากหลาย ซง่ึ เป็นสิง่ ท่ีถกู ตอ้ งท้งั หมดถา้ นกั เรียนให้เหตุผลในการจดั กล่มุ นน้ั ได้ 7. สื่อการเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรียนคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 8. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วธิ ีการวัดและประเมินผล 1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้ารว่ มกจิ กรรม 1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
2. เครือ่ งมือ 2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. เกณฑ์การประเมิน 3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน 3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ ผ่านตง้ั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า ค 12101 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 9 เร่ือง รูปเรขาคณิต เวลา 8 ชว่ั โมง แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่อื ง ทรงส่เี หลย่ี มมมุ ฉากกบั รปู สเ่ี หลี่ยมมุมฉาก ทรงกลมกบั วงกลม เวลา 1 ชัว่ โมง ผูส้ อน นางสาวลภสั รดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต มาตรฐาน ค. 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งรปู เรขาคณิต และทฤษฏีบททางเรขาคณติ และนำไปใช้ 2. ตวั ช้วี ัด ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลกั ษณะของรูปหลายเหล่ียมและวงกลม 3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ทรงสี่เหลีย่ มมมุ ฉากและรปู สี่เหล่ยี มมุมฉากทรงกลมและวงกลม มีลักษณะแตกต่างกนั 4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกความหมายของรูปเรขาคณติ สองมิติและสามมิตไิ ด้ (K) 2. จำแนกทรงสี่เหล่ียมมุมฉากกับรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉากทรงกลมกับวงกลมได้ (P) 3. รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. ลกั ษณะของรปู เรขาคณิต 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่อื มโยง 3. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มวี ินยั 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขัน้ นำ 1. ครูทบทวนเก่ยี วกับรูปเรขาคณิตท่ีนกั เรยี นเคยเรยี นมา เช่น รูปสามเหลย่ี ม รูปสเ่ี หลี่ยม วงกลม และวงรี โดยครชู ูบัตรภาพข้นึ ให้นกั เรยี นดู 2. ให้นกั เรียนบอกชื่อของรูปเรขาคณิตที่อย่ใู นภาพน้นั ขัน้ สอน 3. จากนนั้ ครูชกู ล่องทรงส่เี หลี่ยมมุมฉากให้นกั เรยี นสงั เกตว่า กล่องน้ีมีส่วนประกอบเป็นรปู เรขาคณิต ชนดิ ใด นกั เรยี นจะตอบได้ว่า กลอ่ งน้มี ีสว่ นประกอบเปน็ รปู สเี่ หลี่ยม 4. จากนั้นครชู บู ตั รภาพรูปสี่เหลี่ยมชนิดอนื่ ๆ ทไี่ ม่ใช่รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแลว้ ใหน้ ักเรียนบอกชอื่ รปู เรขาคณิตท่อี ยใู่ นบัตรภาพน้นั นกั เรียนจะตอบไดว้ ่า บตั รภาพทั้งหมดเปน็ บัตรภาพของรูปสี่เหล่ยี ม 5. ครูให้นกั เรยี นสงั เกตว่า รปู สเ่ี หลยี่ มที่เป็นสว่ นหนง่ึ ของกลอ่ งกับรูปส่เี หล่ยี มทอี่ ย่ใู นบัตรภาพมลี กั ษณะ ต่างกันอยา่ งไร 6. จากนั้นครูแนะนำรปู สีเ่ หล่ียมท่เี ป็นสว่ นประกอบของกลอ่ งว่าเป็นรูปสเ่ี หลย่ี มมุมฉากและเรยี กทรงทมี่ ี ลักษณะคล้ายกล่องน้วี า่ ทรงส่เี หลยี่ มมุมฉาก 7. ครชู บู ัตรภาพท่เี ป็นรูปส่ีเหลยี่ มมมุ ฉากและบัตรภาพทเี่ ป็นทรงสเ่ี หลี่ยมมุมฉากตามหนงั สอื เรยี นหน้า 141 ให้นกั เรยี นบอกความแตกต่างของทรงสเ่ี หลีย่ มมมุ ฉากกบั รปู ส่เี หล่ียมมมุ ฉาก 8. ครูชบู ตั รภาพรปู สีเ่ หลย่ี มมุมฉากและบัตรภาพทรงสี่เหลีย่ มมุมฉากให้นกั เรยี นบอกช่ือใหถ้ กู ต้อง ขน้ั สรปุ 9. จากนน้ั ให้นักเรยี นบอกว่าสิ่งรอบตวั อะไรบ้างทม่ี ีลกั ษณะคล้ายทรงสเี่ หลย่ี มมมุ ฉาก เชน่ แปลงลบ กระดาน กลอ่ งชอลก์ ตูเ้ ยน็ ตเู้ อกสาร ตู้เกบ็ รองเทา้ ตู้เสือ้ ผ้า ฯลฯ 7. สอ่ื การเรยี นรู้ 1. หนังสือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. บัตรภาพรปู สเี่ หล่ยี มมุมฉาก ทรงสี่เหล่ยี มมุมฉาก ทรงกลมและวงกลม แต่ละรูปมขี นาดต่างกนั และ บตั รภาพรปู สี่เหลี่ยมทีไ่ มใ่ ชร่ ูปส่เี หลย่ี มมุมฉาก 4. สื่อของจริง เช่น กล่องทรงสเ่ี หล่ยี มมุมฉาก
8. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วิธีการวัดและประเมินผล 1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 2. เครือ่ งมือ 2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 3. เกณฑ์การประเมนิ 3.1 การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตง้ั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า ค 12101 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 9 เร่ือง รูปเรขาคณิต เวลา 8 ชว่ั โมง แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 เร่อื ง ทรงส่เี หลย่ี มมมุ ฉากกบั รปู สเ่ี หลี่ยมมุมฉาก ทรงกลมกบั วงกลม เวลา 1 ชัว่ โมง ผูส้ อน นางสาวลภสั รดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต มาตรฐาน ค. 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งรปู เรขาคณิต และทฤษฏีบททางเรขาคณติ และนำไปใช้ 2. ตวั ช้วี ัด ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลกั ษณะของรูปหลายเหล่ียมและวงกลม 3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ทรงสี่เหลีย่ มมมุ ฉากและรปู สี่เหล่ยี มมุมฉากทรงกลมและวงกลม มีลักษณะแตกต่างกนั 4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกความหมายของรูปเรขาคณติ สองมิติและสามมิตไิ ด้ (K) 2. จำแนกทรงสี่เหล่ียมมุมฉากกับรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉากทรงกลมกับวงกลมได้ (P) 3. รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. ลกั ษณะของรปู เรขาคณิต 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่อื มโยง 3. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มวี ินยั 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ข้นั นำ 1. ครูทบทวนเกยี่ วกับวงกลมโดยชบู ัตรภาพทีเ่ ป็นวงกลมหลาย ๆ ขนาด ให้นกั เรียนบอกช่อื รปู เรขาคณิตท่ีอยใู่ นภาพ 2. นกั เรียนต้องบอกไดว้ า่ รปู เรขาคณิตท่ีอยูใ่ นภาพนัน้ เปน็ วงกลม 3. จากนนั้ ครูชูลกู บอลแล้วให้นกั เรียนบอกวา่ มีลักษณะคล้ายรปู เรขาคณติ ชนิดใด นกั เรียนจะตอบว่า วงกลม 4. จากน้ันครูชูกระดาษที่ตัดเปน็ วงกลมแลว้ ให้นักเรียนบอกว่า กระดาษน้ีเปน็ รูปเรขาคณติ ชนิดใด นกั เรียนจะตอบว่า วงกลม ครูถามนกั เรยี นวา่ ลกู บอลกบั กระดาษวงกลมเหมือนหรอื ต่างกนั อยา่ งไร ใหน้ ักเรยี น ชว่ ยกนั อภปิ ราย ขัน้ สอน 5. จากน้นั ครแู นะนำวา่ ลูกบอลมีลักษณะเปน็ ทรงกลม แตก่ ระดาษมลี กั ษณะเปน็ วงกลม 6. ครูแนะนำทรงกลมและวงกลม ตามหนงั สือเรยี นหนา้ 142 แลว้ ครใู หน้ ักเรยี นยกตวั อย่าง สงิ่ ที่อยู่ รอบตวั ว่ามอี ะไรบ้างท่ีมีลักษณะเป็นทรงกลม เชน่ ลูกฟตุ บอล ลูกวอลเลยบ์ อล ลูกปงิ ปอง ลกู กอล์ฟ 7. ครใู ห้นกั เรียนทำกิจกรรม รูปอะไรเอย่ ตามหนังสอื เรียนหน้า 143 โดยครูแจกบัตรภาพท่ีเป็นทรง สี่เหลี่ยมมมุ ฉาก รปู สี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม และวงกลม ท่มี ขี นาดแตกตา่ งกัน 8. ให้นกั เรยี นออกมาหยิบบัตรภาพคนละ 1 บัตร แล้วชูบตั รภาพนั้นพร้อมกับบอกชื่อรูปเรขาคณติ ใน บัตรภาพทต่ี นเองหยบิ ได้ โดยครูและเพื่อนในหอ้ งชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ถ้ามใี ครบอกช่อื รปู เรขาคณิตใน บัตรภาพผดิ ครูให้นกั เรยี นคนนนั้ ดูรูปในบัตรภาพอกี ครั้งแล้วใหบ้ อกช่อื ใหม่จนกว่าจะบอกไดถ้ ูกตอ้ ง โดยครเู ป็น ผู้ชีแ้ นะ 9. ครูอาจใช้บัตรภาพที่รวบรวมไวเ้ ปน็ ส่ือของหนังสือเรียนบทน้ี ใน QR Codeหน้าแรกของบท ขั้นสรุป 10. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี น ตามหนงั สือเรียนหน้า 144 โดยให้นักเรียนตอบคำถามเกีย่ วกับ ทรงส่เี หล่ยี มมุมฉาก รูปสเ่ี หล่ียมมมุ ฉาก ทรงกลม และวงกลม เพ่ือใหน้ ักเรียนไดจ้ ำแนกและบอกชื่อของรปู เรขาคณิตดังกลา่ วได้ 11. จากน้นั ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หัด 9.1 หนา้ 86 - 88 7. ส่ือการเรียนรู้ 1. หนังสือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. บตั รภาพรปู สเี่ หล่ยี มมุมฉาก ทรงสเ่ี หลย่ี มมุมฉาก ทรงกลมและวงกลม แตล่ ะรปู มีขนาดต่างกนั และ
บัตรภาพรูปสี่เหล่ียมทีไ่ ม่ใชร่ ูปสเ่ี หล่ยี มมุมฉาก 4. ส่ือของจรงิ เชน่ กล่องทรงสี่เหลย่ี มมุมฉาก 8. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วิธีการวดั และประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2. เครื่องมอื 2.1 แบบฝึกหดั 2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมนิ 3.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค 12101 ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 9 เรอ่ื ง รปู เรขาคณติ เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เร่อื ง รูปหลายเหลี่ยม เวลา 1 ชัว่ โมง ผสู้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต มาตรฐาน ค. 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รปู เรขาคณิต สมบัติของรปู เรขาคณติ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างรปู เรขาคณิต และทฤษฏบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช้ 2. ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลักษณะของรปู หลายเหล่ยี มและวงกลม 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด รปู หลายเหลี่ยมเปน็ รูปที่มมี มุ หลายมมุ และมีดา้ นหลายดา้ นเรยี กช่ือตามจำนวนด้านและจำนวนมมุ ของรปู หลายเหลีย่ มนัน้ เชน่ รปู สามเหล่ยี ม รปู สเ่ี หล่ยี ม รูปหา้ เหลยี่ ม 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกความหมายของรูปหลายเหลี่ยมได้ (K) 2. จำแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลย่ี มได้ (P) 3. รบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ีทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. ลักษณะของรูปหลายเหลี่ยม 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสื่อสารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชอ่ื มโยง 3. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) 1. มวี นิ ยั 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขน้ั นำ 1. ครทู บทวนเรื่องรปู สามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยมโดยใช้บตั รภาพตามหนังสอื เรียนหนา้ 145 2. ครชู บู ตั รภาพแล้วถามวา่ รปู ในบัตรภาพเป็นรปู เรขาคณิตชนดิ ใดเพราะเหตุใด 3. ครใู หน้ กั เรยี นนำบตั รภาพไปติดบนกระดาน โดยติดบัตรภาพเป็น 2 กล่มุ กลุ่มที่ 1 รูปสามเหลี่ยม กล่มุ ที่ 2 รปู ส่ีเหลย่ี ม 4. ให้นกั เรยี นสงั เกตรูปทีต่ ิดบนกระดานแล้วรว่ มกนั ตอบคำถามอีกคร้งั เชน่ รูปสามเหล่ียมมีลักษณะ อยา่ งไร (มี 3 ดา้ น 3 มุม) รูปสี่เหลีย่ มมีลกั ษณะอยา่ งไร (มี 4 ดา้ น 4 มุม) 5. จากนั้นครูนำเขา้ ส่บู ทเรียนเรอ่ื งรปู หลายเหลยี่ มโดยแนะนำว่า รปู สามเหลย่ี มและรูปสี่เหลี่ยมทอี่ ย่บู น กระดานเปน็ รปู หลายเหลี่ยม ขน้ั สอน 6. ครตู ิดบตั รภาพรปู ห้าเหลย่ี มหลาย ๆ ขนาดบนกระดาน แลว้ ใชก้ ารถามตอบเก่ียวกับลกั ษณะ ของรูปห้าเหล่ียม เชน่ รปู น้ีมกี ่ีด้าน มกี ่ีมมุ 7. ครูแนะนำวา่ รปู ทม่ี ี 5 ดา้ น 5 มุม เรยี กวา่ รูปห้าเหล่ียม 8. จากนนั้ ครูติดบตั รภาพรปู หกเหล่ียมหลาย ๆ ขนาดบนกระดานแล้วถามในทำนองเดียวกนั กบั รปู หา้ เหล่ียม แลว้ ให้นกั เรยี นช่วยกนั อภิปรายว่า รูปหา้ เหลีย่ ม รูปหกเหล่ยี มเป็นรปู หลายเหล่ยี มหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด 9. ครใู ห้นกั เรียนชว่ ยกนั บอกชือ่ ของรูปหลายเหลี่ยมตามหนงั สือเรยี นหนา้ 147โดยถาม-ตอบทีละข้อ เช่น ข้อ 1 ครูถามว่า เปน็ รปู หลายเหลยี่ มชนดิ ใด เพราะเหตใุ ด (เปน็ รปู แปดเหล่ียม เพราะมี 8 ดา้ น 8 มุม) โดย ครอู าจให้นักเรียนนับจำนวนมุมและจำนวนดา้ นในรูปด้วยกไ็ ด้ ข้นั สรปุ 10. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นตามหนังสือเรียนหนา้ 148 โดยให้นักเรียนเลอื กรูปทต่ี รงกบั ช่อื รปู หลายเหลยี่ มทีก่ ำหนดให้พร้อมบอกเหตุผล 11. จากนัน้ ครูและนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้องและชว่ ยกันสรุปส่งิ ที่ไดเ้ รยี นรวู้ า่ รปู สามเหล่ยี ม รปู ส่ีเหล่ียม รปู หา้ เหล่ยี มรปู หกเหลยี่ ม … เปน็ รปู หลายเหล่ยี ม การเรียกชอ่ื ของรูปหลายเหลี่ยมเรยี กตามจำนวนดา้ นและจำนวนมมุ ของรูปหลายเหล่ียมนัน้ 12. จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หัด 9.2หนา้ 89 - 91 7. ส่ือการเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. บตั รภาพรูปหลายเหลี่ยมหลาย ๆ แบบ
8. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ 1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหดั 1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 2. เครือ่ งมือ 2.1 แบบฝกึ หัด 2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมนิ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตร์ รหสั วิชา ค 12101 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 9 เรอื่ ง รูปเรขาคณติ เวลา 8 ชว่ั โมง แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5 เร่ือง วงกลมและวงรี เวลา 1 ชัว่ โมง ผู้สอน นางสาวลภสั รดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณติ มาตรฐาน ค. 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต ความสัมพันธร์ ะหว่างรปู เรขาคณิต และทฤษฏบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้ 2. ตัวชวี้ ัด ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลย่ี มและวงกลม 3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด วงกลมและวงรีเป็นรูปที่ไม่มีด้าน ไม่มีมุม เมื่อพับกระดาษที่เป็นวงกลมจะมีรอยพบั คร่ึงหลายเส้น แต่ละ เส้นยาวเท่ากนั และเมอื่ พบั กระดาษที่เปน็ วงรมี ีรอยพับครึ่งสองเส้น และสองเส้นน้ยี าวไมเ่ ท่ากัน 4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกความหมายของรูปวงกลมและวงรีได้ (K) 2. จำแนกและบอกลกั ษณะของรูปวงกลมและวงรไี ด้ (P) 3. รับผิดชอบตอ่ หน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. ลกั ษณะของรปู หลายเหลี่ยม 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอื่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่อื มโยง 3. การให้เหตุผล 3. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) 1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ ข้นั นำ 1. ครูทบทวนเร่อื งวงกลมและวงรี โดยใช้บัตรภาพตามหนังสือเรยี นหน้า 149 2. ครชู ูบตั รภาพแลว้ ถามว่า รูปในบัตรภาพเป็นรปู เรขาคณิตชนิดใด เพราะเหตุใด 3. ครูใหน้ กั เรยี นนำบตั รภาพไปติดบนกระดาน โดยติดบตั รภาพเปน็ 3 กล่มุ กล่มุ ท่ี 1 รปู หลายเหล่ยี ม กลุม่ ที่ 2 วงกลม กลมุ่ ท่ี 3 วงรี 4. ให้นกั เรยี นสังเกตรูปทต่ี ดิ บนกระดานแล้วรว่ มกนั ตอบคำถามอีกครัง้ เชน่ รปู หลายเหลยี่ มมีลกั ษณะ อยา่ งไร (มดี ้านและมีมมุ ) วงกลมและวงรมี ีลักษณะอยา่ งไร (ไม่มดี า้ นไมม่ มี มุ ) ข้ันสอน 5. ครูให้นกั เรยี นชว่ ยกันทำกจิ กรรมวงกลมกบั วงรี ตามหนงั สือเรยี น หนา้ 150 โดยแจกกระดาษวงกลม และกระดาษวงรี คนละ 1 ชดุ 6. ให้นกั เรยี นทกุ คนพบั ครึ่งกระดาษวงกลมใหส้ องข้างทบั กันสนทิ พอดแี ลว้ ขีดเส้นตามรอยพบั 7. จากนน้ั ทำในลกั ษณะเดียวกนั หลาย ๆ แนวใหไ้ ดม้ ากทส่ี ุดแล้ววดั ความยาวของรอยขีดแต่ละเส้น ทข่ี ดี ไว้ 8. หลังจากนน้ั ร่วมกนั อภปิ รายเก่ียวกบั ความยาวทีว่ ดั ได้ ซง่ึ ครคู วรให้นักเรียนสรปุ ได้วา่ กระดาษวงกลม พับคร่งึ ให้สองขา้ งทบั กนั สนิทพอดี พบั ไดห้ ลายแนว 9. ครใู หน้ กั เรียนชว่ ยกันพจิ ารณารูปตามหนงั สอื เรียนหน้า 151 แล้วบอกว่ารูปใด เป็นวงกลม รูปใดเปน็ วงรี พร้อมท้ังบอกเหตผุ ล ข้นั สรุป 10. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี น ตามหนงั สอื เรียนหน้า 152 โดยให้นกั เรยี นพิจารณารปู ที่กำหนดให้แล้วบอกว่ามีวงกลมก่ีรูป และมวี งรกี ร่ี ปู 11. จากนน้ั ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งและช่วยกนั สรปุ ส่ิงทไ่ี ด้เรียนรวู้ า่ วงกลมและ วงรมี ลี กั ษณะต่างกันวงกลมมรี อยพับครง่ึ หลายเส้น แตล่ ะเส้นยาวเท่ากนั วงรมี ีรอยพับคร่ึงสองเส้น และสองเส้น นย้ี าวไม่เทา่ กนั 12. จากนั้นใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัด 9.3 หน้า 92 – 93 7. สื่อการเรียนรู้ 1. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. บตั รภาพวงกลม วงรี หลาย ๆ ขนาด
4. บตั รภาพรูปหลายเหลย่ี ม 5. กระดาษวงกลม กระดาษวงรี 8. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หดั 1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม 2. เคร่ืองมือ 2.1 แบบฝกึ หดั 2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม 3. เกณฑ์การประเมนิ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ รหัสวชิ า ค 12101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 9 เรื่อง รูปเรขาคณิต เวลา 8 ชว่ั โมง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 เร่อื ง การเขยี นรปู หลายเหล่ยี ม เวลา 1 ช่วั โมง ผูส้ อน นางสาวลภัสรดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณติ มาตรฐาน ค. 2.2 เข้าใจและวิเคราะหร์ ปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณติ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งรปู เรขาคณิต และทฤษฏบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้ 2. ตัวช้ีวัด ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลกั ษณะของรปู หลายเหล่ียมและวงกลม 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด การเขียนรูปหลายเหล่ยี มโดยใช้แบบของรูปมาเป็นแบบ อาจเขยี นตามขอบในหรือขอบนอกของแบบ ของรูปก็ได้ 4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกความหมายของรปู หลายเหล่ยี มได้ (K) 2. เขียนรูปหลายเหล่ยี มโดยใช้แบบของรปู ได้ (P) 3. รบั ผิดชอบต่อหนา้ ที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การเขยี นรูปเรขาคณติ สองมิตโิ ดยใชแ้ บบของรปู 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอื่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่อื มโยง 3. การคิดสรา้ งสรรค์ 3. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มีวินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ข้นั นำ 1. ครูทบทวนการเขยี นรปู สามเหล่ียม รปู ส่ีเหล่ียม วงกลมและวงรี ตามขอบในและขอบนอกโดยใชแ้ บบ ของรปู 2. ส่มุ นักเรียนให้ออกมาชว่ ยกนั เขยี นรูปสามเหล่ียม รปู ส่เี หลีย่ ม วงกลมและวงรตี ามขอบในและขอบ นอกโดยใช้แบบของรูปให้เพ่ือนดบู นกระดาน ข้ันสอน 3. จากน้นั ครแู นะนำแบบของรปู ทเี่ ป็นรูปหลายเหลีย่ มวา่ สามารถเขียนรูปหลายเหลย่ี มตามขอบนอก และขอบในได้ในทำนองเดียวกัน 4. ครูให้นกั เรียนเขียนรปู ห้าเหลย่ี ม รปู หกเหลี่ยม รูปเจ็ดเหลย่ี มและรูปแปดเหล่ยี มโดยใชแ้ บบของรูป ขีดตามขอบใน ตามหนงั สือเรยี นหนา้ 153 และครูตรวจสอบความถูกต้อง 5. ครูให้นกั เรียนเขียนรูปหา้ เหลยี่ ม รปู หกเหลย่ี ม รูปเจ็ดเหลีย่ ม และรูปแปดเหลย่ี มโดยใช้แบบของรปู ขีดตามขอบนอก ตามหนังสือเรียนหน้า 154 และครตู รวจสอบความถกู ต้อง ขน้ั สรปุ 6. จากน้ันครูและนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้องและช่วยกนั สรุปสิ่งทีไ่ ดเ้ รียนรูว้ ่า การเขียนรูป หลายเหลย่ี มอาจใชแ้ บบของรปู มาเปน็ แบบ 7. สือ่ การเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. แบบของรูปหลายเหล่ียม 8. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วิธกี ารวดั และประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม 2. เครือ่ งมือ 2.1 แบบฝึกหดั 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม
3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม ผ่านตงั้ แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค 12101 ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 9 เรื่อง รปู เรขาคณิต เวลา 8 ช่วั โมง แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 7 เร่ือง การเขียนรูปหลายเหลี่ยม เวลา 1 ชวั่ โมง ผูส้ อน นางสาวลภสั รดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต มาตรฐาน ค. 2.2 เข้าใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างรปู เรขาคณิต และทฤษฏบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้ 2. ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลย่ี มและวงกลม 3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด การเขียนรูปหลายเหลย่ี มโดยใช้แบบของรูปมาเปน็ แบบ อาจเขียนตามขอบในหรือขอบนอกของแบบ ของรูปก็ได้ 4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกความหมายของรปู หลายเหลีย่ มได้ (K) 2. เขียนรูปหลายเหลี่ยมโดยใช้แบบของรูปได้ (P) 3. รบั ผิดชอบตอ่ หน้าที่ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การเขียนรปู เรขาคณติ สองมติ ิโดยใชแ้ บบของรปู 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชือ่ มโยง 3. การคิดสรา้ งสรรค์ 3. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) 1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มุ่งม่ันในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขัน้ นำ 2. ครูทบทวนการเขยี นรปู สามเหลย่ี ม รูปสี่เหลย่ี ม วงกลมและวงรี ตามขอบในและขอบนอกโดยใช้แบบ ของรปู ข้ันสอน 3. ครแู บง่ กลุ่มนกั เรียนใหท้ ำกจิ กรรม รวมพลังสรา้ งสรรค์งานประดษิ ฐ์ตามหนงั สอื เรียนหนา้ 155 4. ครูแจกแบบของรปู เรขาคณิต และดนิ สอสี กลุ่มละ 1 ชุด และแจกกระดาษ A4คนละ 1 แผน่ 5. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนสร้างรปู ตามจนิ ตนาการโดยใชแ้ บบของรูปเรขาคณติ ระบายสีต้งั ชอื่ ชน้ิ งาน 6. นำเสนอผลงานใหเ้ พือ่ นรว่ มกันและเปลีย่ นความคิดเห็น ข้ันสรปุ 6. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี น ตามหนงั สือเรยี นหนา้ 156 โดยให้นกั เรียนแต่ละคน เขียนรูปห้าเหลีย่ ม รูปหกเหล่ียม รูปเจ็ดเหลี่ยม และรูปแปดเหล่ียม 7. จากนั้นครแู ละนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและชว่ ยกนั สรปุ ส่งิ ทไ่ี ดเ้ รียนรู้ ว่าการเขยี นรปู หลายเหลี่ยมอาจใชแ้ บบของรูปมาเปน็ แบบ 8. จากน้นั ให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัด 9.4 หนา้ 94 7. สื่อการเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แบบของรปู หลายเหลย่ี ม 8. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1. วิธีการวัดและประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหัด 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเข้าร่วมกจิ กรรม 1.3 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม 2. เคร่อื งมอื 2.1 แบบฝกึ หัด 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2.3 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน 3.3 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค 12101 ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 9 เรอ่ื ง รปู เรขาคณติ เวลา 8 ช่วั โมง แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 8 เรอื่ ง แบบรปู ซ้ำของรปู เรขาคณิตและรปู อ่ืน ๆ เวลา 1 ชัว่ โมง ผู้สอน นางสาวลภสั รดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต มาตรฐาน ค. 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งรปู เรขาคณิต และทฤษฏีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้ 2. ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลักษณะของรปู หลายเหลี่ยมและวงกลม 3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด แบบรูปซำ้ ของรปู เรขาคณิตและรปู อน่ื ๆเปน็ การเรียงรปู เรขาคณติ หรือรปู อ่นื ๆ ซำ้ กันเปน็ ชดุ โดยชุดท่ี ซำ้ ในแบบรปู อาจเกีย่ วกบั รูปร่าง ขนาด หรือสี การหารูปทห่ี ายไปในแบบรูปซำ้ ของรปู เรขาคณติ และรูปอ่ืน ๆ จะต้องหาชดุ ท่ีซำ้ ของแบบรูปก่อน 4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกรปู ทีห่ ายไปในแบบรปู ซำ้ ของรูปเรขาคณิตและรูปอ่ืน ๆได้ (K) 2. เขยี นรปู ที่หายไปในแบบรูปซ้ำของรูปเรขาคณิตและรูปอ่นื ๆได้ (P) 3. รับผดิ ชอบต่อหน้าท่ีทีไ่ ด้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. แบบรูปซ้ำของรปู เรขาคณิตและรูปอ่ืน ๆ 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการส่ือสารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่ือมโยง 3. การคิดสรา้ งสรรค์
3. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ข้ันนำ 1. ครูทบทวนแบบรูปซ้ำของรูปเรขาคณติ ที่เก่ียวกบั สี ขนาด หรอื รปู รา่ ง โดยใช้การถาม-ตอบ เชน่ สรอ้ ยลูกปดั นเ้ี ป็นแบบรปู ซำ้ ทเี่ กยี่ วกับสี ขนาด หรอื รูปรา่ ง (รปู ร่าง) การวางเรยี งกระถางต้นไมใ้ นลักษณะน้เี ปน็ แบบรปู ซ้ำที่เกี่ยวกับสี ขนาด หรือรูปรา่ ง (ขนาด) การวางเรยี งแก้วพลาสติกในลกั ษณะนเี้ ปน็ แบบรูปซ้ำที่เกย่ี วกับสี ขนาด หรอื รปู ร่าง (สี) 2. จากนั้นครูนำเขา้ สู่บทเรียนโดยยกตวั อย่างธงราวในหนงั สอื เรยี นหนา้ 157 แลว้ ใช้การถาม-ตอบ ใน ทำนองเดียวกนั เช่น ❖ ธงราววางเรียงกันอย่างไร ❖ ชุดท่ซี ้ำในแบบรูปคืออะไร ❖ เปน็ แบบรปู ซำ้ ท่เี ก่ียวกับอะไร ❖ ถา้ จะตดิ ธงตอ่ จะติดธงสใี ด 3. ใหน้ ักเรียนช่วยกนั หารปู ที่หายไปในแบบรูปซ้ำในกรอบทา้ ยหน้า 157 ขั้นสอน 4. ครูใหน้ ักเรยี นพิจารณาแบบรปู ซำ้ ในหนงั สือเรียนหนา้ 158 แลว้ ใชก้ ารถาม-ตอบในทำนองเดยี วกนั เชน่ ❖ รปู หกเหล่ยี มวางเรียงกนั อยา่ งไร ❖ ชดุ ท่ีซำ้ ในแบบรูปคืออะไร ❖ เป็นแบบรูปซำ้ ทเี่ กีย่ วกบั อะไร ❖ ถ้าจะวางรูปหกเหลีย่ มตอ่ จะวางรูปใด
5. ครใู ห้นักเรยี นพิจารณาแบบรปู ซ้ำในหนงั สอื เรยี นหนา้ 159 แล้วใชก้ ารถาม-ตอบในทำนองเดยี วกนั เชน่ ❖ ของเลน่ วางเรยี งกันอย่างไร ❖ ชุดที่ซำ้ ในแบบรปู คอื อะไร ❖ เปน็ แบบรปู ซำ้ ที่เกยี่ วกับอะไร ❖ ถ้าจะวางของเลน่ ตอ่ จะวางของเลน่ ชนดิ ใด 6. ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั หารูปทห่ี ายไปในแบบรปู ซ้ำ ในกรอบทา้ ยหน้า 159 7. ครเู นน้ ย้ำวา่ แบบรปู ซ้ำของรูปเรขาคณิตและรปู อน่ื ๆ อาจเก่ยี วกับรปู ร่าง ขนาด หรือสี โดยในชุดที่ ซำ้ จะมกี ี่รปู ก็ได้ แตต่ อ้ งเปน็ ชดุ ทีเ่ หมอื นกนั ซ้ำไปเรื่อย ๆ ขั้นสรปุ 8. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนตามหนงั สอื เรียนหนา้ 160 โดยใหน้ ักเรยี นแต่ละคนบอกรปู ที่ หายไปในแบบรูป 9. จากน้นั ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องและช่วยกันสรปุ ส่ิงทไี่ ด้เรยี นรู้วา่ แบบรปู ซ้ำของ รูปเรขาคณิตและรปู อน่ื ๆ เปน็ การเรียงรูปเรขาคณติ หรอื รูปอ่ืน ๆ ซ้ำกันเปน็ ชุด โดยชุดทซี่ ำ้ ในแบบรปู อาจ เก่ยี วกบั รปู รา่ ง ขนาด หรือสี การหารปู ทหี่ ายไปในแบบรปู ซำ้ ของรูปเรขาคณิตและรปู อนื่ ๆ จะต้องหาชดุ ทีซ่ ้ำ ของแบบรปู ก่อน 10. จากนน้ั ให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัด 9.5หนา้ 95 - 96 7. สื่อการเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แบบของรูปเรขาคณิต 4. แบบของรูปอ่นื ๆ เชน่ ดาว ใบไม้ ดอกไม้ 8. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเข้าร่วมกิจกรรม 2. เครื่องมอื 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมนิ 3.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม ผ่านตง้ั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
แผนการจัดการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า ค 12101 ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 10 เร่ือง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 12 ช่ัวโมง แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 เรือ่ ง เตรียมความพรอ้ ม เวลา 1 ช่วั โมง ผูส้ อน นางสาวลภัสรดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ จำนวน ผลท่ีเกดิ ขึ้นจากการดำเนนิ การสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช้ 2. ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.2/7 หาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคนของ จำนวนนับไม่เกนิ 1,000 และ 0 3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด การหาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคนใหห้ าผลลพั ธใ์ นวงเลบ็ กอ่ นแล้วจงึ หาผลลพั ธส์ ดุ ท้าย 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกวิธีการหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนตามข้ันตอนได้ (K) 2. หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนได้ (P) 3. รับผิดชอบตอ่ หนา้ ทีท่ ี่ไดร้ ับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การบวก ลบ คูณ หารระคน 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสอื่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 3. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มีวินยั 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นำ 1. ใช้ขอ้ มูลในหนังสอื เรียนหนา้ เปดิ บท เพ่ือชักชวนให้นักเรยี นพูดคุยเกย่ี วกบั การบริจาคสงิ่ ของตา่ ง ๆ โดยใช้คำถาม เชน่ ❖ นักเรยี นเคยบรจิ าคส่ิงของหรอื ไม่ ❖ ถ้าเคยบริจาค บริจาคอะไร ❖ บรจิ าคแล้วร้สู ึกอยา่ งไร ❖ นกั เรียนอยากมโี อกาสเปน็ ผ้บู รจิ าคสิง่ ของเพือ่ ช่วยเหลอื ผอู้ ื่นหรือไม่ เพราะอะไร และอยาก บริจาคอะไร ฯลฯ 2. สนทนาเกย่ี วกับจำนวนของเลน่ ท่ีครไู พลินมี และที่ขุนกับแกว้ ตานำมาบรจิ าคเพ่มิ เตมิ เพ่ือใหไ้ ด้ครบ ตามจำนวนทต่ี อ้ งการ 3. ครูอาจถามคำถามนำเขา้ สบู่ ทเรยี นว่า ตอ้ งรับบริจาคของเล่นเพมิ่ อกี กช่ี ิน้ จงึ จะครบ 500 ช้นิ ตาม ตอ้ งการ นกั เรียนบางคนอาจหาคำตอบได้ บางคนอาจหาคำตอบไมไ่ ด้ ครูอาจใช้คำถามถามทีละขัน้ เพอื่ ให้ นักเรยี นช่วยกนั หาคำตอบ ดังน้ี ❖ ขณะนี้เรามขี องเล่นท้ังหมดกช่ี น้ิ หาคำตอบได้อยา่ งไร ❖ ถา้ เราต้องการของเล่นไปบรจิ าค 500 ชน้ิ เราตอ้ งขอรับบรจิ าคเพิม่ อกี กช่ี ิน้ หาคำตอบได้ อยา่ งไร ขั้นสอน 4. ครูใชห้ นงั สือเรยี นหน้าเตรยี มความพร้อมในหนงั สือเรียนหนา้ 164 เพ่ือตรวจสอบความร้พู น้ื ฐาน เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนไมเ่ กิน 100 5. ใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมสนกุ กบั การบวก ลบ คูณ หาร โดยครูชบู ัตรโจทยก์ ารบวก ลบ คณู และการ หาร ใหน้ กั เรียนดทู ลี ะใบ 6. ให้นกั เรียนแขง่ ขันกนั หาคำตอบอาจจะแข่งรายบุคคล หรอื แขง่ เป็นกลุม่ ก็ได้ แตค่ รตู อ้ งใหน้ ักเรยี นได้ ฝกึ คิดทกุ คน ถงึ แม้จะคิดชา้ กค็ วรไดฝ้ ึกและมีการเฉลยคำตอบร่วมกนั ทกุ ข้อ ขนั้ สรปุ 7. ครูให้นักเรยี น ทำแบบบนั ทึกกิจกรรมเปน็ รายบุคคลและเปลี่ยนกนั ตรวจตามทค่ี รแู ละนักเรยี น ช่วยกันเฉลยหรอื อาจจะให้นักเรียนทีม่ ีวธิ ีคดิ ที่แตกตา่ งนำเสนอวิธคี ิดให้เพอื่ นฟงั 7. ส่อื การเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท.
8. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล 1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรม 1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 2. เคร่อื งมือ 2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ 3. เกณฑ์การประเมนิ 3.1 การประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม ผ่านตัง้ แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน 3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ ผ่านตง้ั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตร์ รหสั วิชา ค 12101 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 10 เร่อื ง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 12 ช่ัวโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การหาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 1 ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ จำนวน ผลท่ีเกิดขน้ึ จากการดำเนนิ การสมบัตขิ องการดำเนนิ การและนำไปใช้ 2. ตัวชีว้ ัด ค 1.1 ป.2/7 หาผลลัพธ์การบวก ลบ คณู หารระคนของ จำนวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด การหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนให้หาผลลพั ธ์ในวงเล็บกอ่ นแล้วจึงหาผลลพั ธส์ ดุ ท้าย 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกวิธีการหาผลลัพธ์การบวก ลบ คณู หารระคนตามขั้นตอนได้ (K) 2. หาผลลพั ธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนได้ (P) 3. รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทีท่ ่ีไดร้ ับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การบวก ลบ คูณ หารระคน 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชอ่ื มโยง 3. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มวี ินยั 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขนั้ นำ หรอื 1. ครทู บทวนการบวกจำนวนสามจำนวนหรอื การลบจำนวนสามจำนวน เชน่ 4 + 5 + 7 = 10 − 4 − 1 = 2. ให้นักเรียนนำเสนอข้นั ตอนการหาผลบวก หรือผลลบ ขน้ั สอน 3. จากนัน้ ครแู นะนำเครอื่ งหมายวงเลบ็ และการเขียนเครือ่ งหมายวงเล็บในประโยคสัญลักษณเ์ พื่อ กำหนดขน้ั ตอนการหาผลบวกหรอื ผลลบ เชน่ 4 + (5 + 7) = หรอื 10 − (4 − 1) = เปน็ การให้หา ผลบวกหรือผลลบในวงเลบ็ กอ่ น 4. ครใู ห้นกั เรยี นหาผลลพั ธ์ของ 4 + (5 + 7) = หรอื 10 − (4 − 1) = เม่อื นักเรียนหาผลลพั ธ์ ไดแ้ ลว้ ให้นำไปเปรยี บเทียบกับโจทย์ท่ไี มม่ วี งเลบ็ ว่าผลลพั ธ์เทา่ กันหรอื ไม่ 5. ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภปิ ราย จากนน้ั ครูติดแถบโจทยร์ ะคนตามหนงั สือเรยี นหน้า 165 ดงั น้ี (24 − 7) + 16 = 6. ครใู ช้การถาม-ตอบเพ่อื หาผลลพั ธ์สุดท้าย เช่น ในโจทยม์ เี คร่ืองหมายวงเลบ็ หรอื ไม่ และหาผลลัพธ์ สดุ ท้ายไดอ้ ย่างไร (หาผลลบของ 24 − 7 กอ่ น ได้ 17 แลว้ จงึ นำ 17 ไปบวกกบั 16) ซึ่งผลลพั ธ์สุดท้ายคอื 33 7. ครเู น้นย้ำวา่ การหาผลลัพธต์ อ้ งหาผลลพั ธใ์ นวงเล็บก่อนเสมอ 8. ครูตดิ แถบโจทย์ 24 − (7 + 16) = 9. ครูถามนักเรียนวา่ จะหาผลลัพธ์สดุ ท้ายได้อยา่ งไร (หาผลบวกของ 7 + 16 กอ่ น ได้ 23 แลว้ จงึ นำไป ลบออกจาก 24) แลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกันหาผลลัพธ์สดุ ท้ายซง่ึ ผลลัพธส์ ุดท้ายคือ 1 ข้นั สรปุ 10. ครใู หน้ ักเรยี นสังเกตผลลัพธท์ ไ่ี ดจ้ ากทั้งสองโจทย์วา่ เทา่ กนั หรอื ไม่ (ไมเ่ ทา่ กัน ถึงแมจ้ ะ มีตัวเลขและเครื่องหมาย +,− เหมือนกันแต่วงเลบ็ อย่ใู นตำแหน่งที่ตา่ งกนั ผลลัพธ์อาจจะไม่เท่ากันก็ได้) 7. สือ่ การเรยี นรู้ 1. หนังสือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. แถบโจทยร์ ะคน 8. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วธิ ีการวดั และประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
2. เครอื่ งมือ 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตร์ รหสั วิชา ค 12101 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 10 เร่อื ง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 12 ช่ัวโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การหาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 1 ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ จำนวน ผลท่ีเกิดขน้ึ จากการดำเนนิ การสมบัตขิ องการดำเนนิ การและนำไปใช้ 2. ตัวชีว้ ัด ค 1.1 ป.2/7 หาผลลัพธ์การบวก ลบ คณู หารระคนของ จำนวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด การหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนให้หาผลลพั ธ์ในวงเล็บกอ่ นแล้วจึงหาผลลพั ธส์ ดุ ท้าย 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกวิธีการหาผลลัพธ์การบวก ลบ คณู หารระคนตามขั้นตอนได้ (K) 2. หาผลลพั ธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนได้ (P) 3. รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทีท่ ่ีไดร้ ับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การบวก ลบ คูณ หารระคน 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชอ่ื มโยง 3. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มวี ินยั 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ 1. ครตู ดิ แถบโจทย์ (24 ÷ 4) × 2 = แลว้ ใหน้ ักเรียนช่วยกนั หาผลลพั ธ์สดุ ท้ายโดยหาผลหารของ 24 ÷ 4 กอ่ น ได้ 6 แล้วจึงนำ 6 ไปคณู กับ 2 ผลลัพธ์สดุ ทา้ ยคือ 12 ขั้นสอน 2. ครูติดแถบโจทย์ 24 ÷ (4 × 2) = แล้วให้นกั เรยี นชว่ ยกนั หาผลลัพธส์ ดุ ท้ายโดยตอ้ งหาผลคูณ ของ 4 × 2 ก่อนได้ 8 แลว้ จงึ นำไปหาร 24 ผลลพั ธ์สดุ ทา้ ย คือ 3 3. ครเู น้นยำ้ วา่ การหาผลลัพธต์ อ้ งหาผลลัพธใ์ นวงเลบ็ กอ่ นเสมอ 4. จากนนั้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันหาผลลพั ธ์ ข้อ 1 – 4 ในกรอบทา้ ยหนา้ 166 5. ครูติดแถบโจทย์ (12 + 8) × 2 = แลว้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั หาผลลพั ธส์ ดุ ทา้ ยโดยหาผลบวกของ 12 + 8 ก่อน ได้ 20 แล้วจงึ นำ 20 ไปคูณกับ 2 ผลลพั ธส์ ุดทา้ ย คอื 40 6. ครูติดแถบโจทย์ 35 − (18 ÷ 6) = แลว้ ให้นกั เรยี นชว่ ยกนั หาผลลัพธส์ ดุ ทา้ ยโดยต้องหาผลหาร ของ 18 ÷ 6 กอ่ น ได้ 3 แลว้ จงึ นำไปลบออกจาก 35 ผลลัพธส์ ดุ ท้าย คอื 32 7. ครูและนักเรียนอาจจะชว่ ยกนั หาผลลัพธ์ของโจทย์ตวั อยา่ งท้ังสองโจทยน์ ี้โดยการเปล่ียนตำแหน่งของ วงเลบ็ เพอื่ เปน็ การฝกึ หาคำตอบและฝึกสังเกตคำตอบทไี่ ดเ้ มื่อมีการเปลย่ี นตำแหนง่ ของวงเล็บ 8. ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั หาผลลัพธ์ขอ้ 1 - 4 ในกรอบท้ายหนา้ 167 โดยทำลงในสมดุ ทกุ คน หลังจาก นัน้ อาจสมุ่ นกั เรยี นออกมาแสดงวธิ ีทำบนกระดาน ข้นั สรุป 9. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นตามหนังสือเรียนหนา้ 168 โดยให้นักเรยี นหาผลลพั ธ์เปน็ รายบุคคล 10 จากนั้นครแู ละนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งและช่วยกันสรปุ สง่ิ ทไ่ี ดเ้ รยี นรูว้ ่า การหา ผลลพั ธ์การบวก ลบ คูณ หารระคน ใหห้ าผลลัพธ์ในวงเล็บก่อนแล้วจงึ หาผลลัพธ์สุดทา้ ย 11. จากนน้ั ให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด 10.1 หน้า 98 - 100 7. สอื่ การเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. แถบโจทยร์ ะคน
8. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ 1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหดั 1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 2. เครือ่ งมือ 2.1 แบบฝกึ หัด 2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมนิ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ รหสั วิชา ค 12101 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 10 เร่อื ง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 12 ชั่วโมง แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 เรือ่ ง สถานการณ์การบวก และการลบ 2 ขัน้ ตอน เวลา 1 ช่วั โมง ผสู้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดข้นึ จากการดำเนินการสมบตั ขิ องการดำเนนิ การและนำไปใช้ 2. ตัวช้ีวัด ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ัญหา 2 ขนั้ ตอนของจำนวนนบั ไม่เกนิ 1,000 และ 0 3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด การเขียนประโยคสัญลักษณ์จากสถานการณ์และโจทย์ปัญหา 2 ขั้นตอน โดยใช้วงเล็บเพอื่ ระบวุ ่าต้องหา ผลบวก ผลลบ ผลคูณ หรอื ผลหารของสองจำนวนใดก่อ 4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกวธิ ีการเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์จากสถานการณ์โดยใชว้ งเล็บได้ (K) 2. เขยี นประโยคสัญลกั ษณ์จากสถานการณ์การบวกและการลบ 2 ขน้ั ตอนได้ (P) 3. รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าทที่ ี่ไดร้ ับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การบวก ลบ คณู หารระคน 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่ือมโยง 3. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มีวนิ ัย 2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรยี นรู้ ขั้นนำ 1. ครทู บทวนสถานการณก์ ารบวกและสถานการณก์ ารลบ โดยใชก้ ารถาม–ตอบ เช่น แกว้ ตามขี องเลน่ 8 ชิ้น ขนุ มีของเล่น 14 ชิน้ แก้วตาและขุนมขี องเล่นรวมกัน กช่ี ิ้น (22 ช้ิน) 2. หาคำตอบได้อยา่ งไร (8 + 14 = 22) ครถู ามต่อว่า นำตกุ๊ ตาของแกว้ ตาและขนุ ไปบริจาค 5 ชนิ้ จะ เหลอื ตุ๊กตากีช่ ้ิน (17 ช้นิ ) หาคำตอบได้อย่างไร (22 − 5 = 17) ขน้ั สอน 3. ครเู ขยี นสถานการณก์ ารบวกและสถานการณก์ ารลบนอ้ี กี ครงั้ บนกระดาน โดยเขยี นรวมกนั ดังน้ี “แกว้ ตามีของเลน่ 8 ชิ้น ขนุ มีของเลน่ 14 ชิ้น นำไปบริจาค 5 ช้นิ แกว้ ตาและขุนจะมีของเล่นเหลืออยู่ท้งั หมดกี่ ชิน้ ” 4. ครูถามนกั เรียนวา่ จากสถานการณน์ ี้ แก้วตาและขุนจะมีของเลน่ เหลอื อยู่ทงั้ หมดกช่ี ้นิ (17 ช้ิน) หาคำตอบไดอ้ ย่างไร (หาจำนวนของเลน่ ทงั้ หมดท่ีแกว้ ตาและขนุ มีกอ่ น จะได้ 8 + 14 = 22 หลังจากน้ันนำ จำนวนของเล่นทจ่ี ะไปบริจาคมาลบออกจาก 22 จะได้ 22 − 5 = 17) 5. ครูแนะนำวา่ สถานการณ์ที่ครเู ขยี นบนกระดาน สามารถเขียนประโยคสญั ลกั ษณไ์ ด้ดังน้ี (8 + 14) − 5= 17และเนื่องจากเราหาผลลพั ธ์ของ 8 + 14 ก่อนจึงใส่วงเลบ็ ที่สองจำนวนน้ี 6. จากนนั้ ครูนำสถานการณใ์ นหนงั สอื เรียนหน้า 169 มาจัดกจิ กรรมทำนองเดยี วกบั ตัวอย่างก่อนหนา้ เชน่ ❖ มีกิบ๊ ตดิ ผม 20 อัน พรงุ่ นจ้ี ะนำไปใหเ้ พื่อน 6 อัน จะเหลอื กิบ๊ ตดิ ผมกอ่ี ัน (14 อัน) ❖ หาคำตอบได้อยา่ งไร (20 − 6 = 14) ❖ มกี บ๊ิ ติดผมเหลืออยู่ 14 อัน พ่อซ้ือให้อกี 10 อัน จะมกี ๊บิ ตดิ ผมท้ังหมดก่อี นั (24 อัน) ❖ หาคำตอบไดอ้ ย่างไร (14 + 10 = 24) 7. ครตู ดิ แถบประโยคสถานการณ์กิ๊บติดผมน้บี นกระดาน ใหน้ กั เรยี นเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์ ดังน้ี “มี กิ๊บตดิ ผม 20 อัน พรุ่งนีจ้ ะนำไปใหเ้ พอื่ น 6 อัน วนั เสารพ์ อ่ จะซ้ือให้อกี 10 อัน จะมีกิ๊บติดผมทัง้ หมด 24 อัน” จากสถานการณ์ปัญหา เขียนเป็นประโยคสญั ลักษณไ์ ด้อย่างไร (20 − 6) + 10 = 24 8. ครยู กตัวอยา่ งเพ่มิ เติมจากสถานการณ์ในหนงั สือเรยี นหนา้ 169 กรอบลา่ ง โดยจดั กิจกรรมทำนอง เดยี วกับกอ่ นหน้า ซึ่งจะไดป้ ระโยคสญั ลักษณ์ (20 + 10) − 6 = 24 ครใู ห้นักเรยี นสงั เกตว่าสถานการณ์ตาม กรอบลา่ งนี้ เราหาผลลัพธ์ของ 20 + 10 กอ่ น แล้วจึงลบดว้ ย 6 ดงั น้นั จงึ ใส่วงเลบ็ ที่ 20 กับ 10 ขั้นสรุป 9. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ สิ่งทไ่ี ดเ้ รียนรูว้ ่า เรอื่ งราวหรือสถานการณท์ แี่ สดงให้เห็นถงึ การบวก
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252