และการลบ 2 ขนั้ ตอน สามารถเขียนแสดงได้ดว้ ยประโยคสญั ลกั ษณโ์ ดยใชว้ งเล็บ เพอ่ื ระบวุ า่ ต้องหาผลบวกหรอื ผลลบของสองจำนวนใดก่อน 10. สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แถบประโยคสถานการณ์ต่าง ๆ 11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 1. วิธีการวัดและประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหัด 1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรม 2. เครื่องมือ 2.1 แบบฝกึ หดั 2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม 3. เกณฑก์ ารประเมนิ 3.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจดั การเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค 12101 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 เร่อื ง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 12 ช่ัวโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เร่ือง สถานการณ์การบวก และการลบ 2 ขน้ั ตอน เวลา 1 ชวั่ โมง ผู้สอน นางสาวลภัสรดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 จำนวนและพชี คณิต มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ จำนวน ผลที่เกดิ ขึ้นจากการดำเนนิ การสมบตั ขิ องการดำเนนิ การและนำไปใช้ 2. ตวั ช้วี ัด ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป์ ัญหา 2 ขัน้ ตอนของจำนวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเขียนประโยคสัญลักษณจ์ ากสถานการณ์และโจทย์ปญั หา 2 ข้ันตอน โดยใช้วงเล็บเพอ่ื ระบวุ า่ ตอ้ งหา ผลบวก ผลลบ ผลคูณ หรือ ผลหารของสองจำนวนใดกอ่ น 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกวิธกี ารเขยี นประโยคสัญลกั ษณจ์ ากสถานการณโ์ ดยใชว้ งเล็บได้ (K) 2. เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์จากสถานการณ์การบวกและการลบ 2 ขน้ั ตอนได้ (P) 3. รบั ผิดชอบต่อหน้าท่ที ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การบวก ลบ คณู หารระคน 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชอ่ื มโยง 3. การใหเ้ หตุผล 3. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) 1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขั้นนำ 1. ครตู ดิ แถบประโยคสถานการณ์ มีเงนิ 20 บาท ซื้อน้ำ 5 บาท ซือ้ ลูกช้นิ ป้ิง 10 บาท เหลือเงิน 5 บาท จากสถานการณ์ ครอู ธิบายวา่ นักเรยี นอาจคิดวา่ ต้นกล้ามเี งนิ 20 บาท ซอ้ื น้ำ 5 บาท เหลือเงิน 20 − 5 = 15 บาท กอ่ น จากนั้นตน้ กลา้ จึงไปซอ้ื ลกู ชิน้ ปง้ิ 10 บาท ทำให้ต้นกล้าเหลือเงิน 15 − 10 = 5 บาท 2. เขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ไดเ้ ป็น (20 − 5) − 10 = 5 ขน้ั สอน 3. นักเรียนอาจคิดว่าตน้ กล้าซ้อื น้ำ 5 บาท และซื้อลกู ช้ินปิง้ 10 บาทตน้ กลา้ จ่ายเงินไป 5 + 10 = 15 บาท ก่อนแล้วจงึ คิดจำนวนเงนิ ที่เหลือคือ ตน้ กลา้ เหลือเงนิ 20 − 15 = 5 บาท เขยี นเป็นประโยคสัญลกั ษณ์ได้ เปน็ 20 − (5 + 10) = 5 4. ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ว่าการเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์จากสถานการณอ์ าจเขียนได้หลายแบบซ่ึงจะได้ ผลลัพธส์ ุดท้ายเทา่ กัน และควรใส่เครอ่ื งหมายวงเล็บเพ่อื กำหนดว่าให้หาผลลัพธข์ องสองจำนวนใดก่อน 5. ครูยกตัวอยา่ งสถานการณ์ ร้านค้ามีลกู ปิงปอง 50 ลกู ขนุ ซ้อื ลกู ปิงปอง 10 ลูก รา้ นค้าส่ังมาเพ่ิมอกี 40 ลูก ร้านค้ามีลูกปงิ ปองท้งั หมด 80 ลกู 6. ใหน้ ักเรยี นช่วยกันเขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์จะได้ (50 − 10) + 40 = 80 หรอื นักเรยี นอาจเขียน ประโยคสัญลกั ษณ์ได้เปน็ (50 + 40) - 10 = 80 7. จากนัน้ ครูแบ่งนักเรียนเปน็ กลุม่ แล้วให้นกั เรยี นชว่ ยกันเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์จากสถานการณ์กลมุ่ ละ 1 ขอ้ ตามหนังสอื เรียนหนา้ 171 แล้วให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอ 8. ครูและนกั เรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง สำหรับ ขอ้ 4 ครอู าจอธิบายสถานการณ์ด้วย Bar Model ใหน้ ักเรียนเขา้ ใจกอ่ นแล้วจงึ ให้นักเรยี นเขียนประโยคสญั ลักษณ์ ข้ันสรปุ 9. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นตามหนังสือเรียนหนา้ 172 โดยใหน้ กั เรยี นเขยี นประโยคสัญลักษณ์ จากสถานการณ์เปน็ รายบุคคล 10. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปสิ่งที่ไดเ้ รียนรวู้ ่า เร่ืองราวหรอื สถานการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการบวก และการลบ 2 ขัน้ ตอน สามารถเขยี นแสดงได้ด้วยประโยคสญั ลกั ษณโ์ ดยใชว้ งเลบ็ เพือ่ ระบวุ ่าต้องหาผลบวกหรือ ผลลบของสองจำนวนใดกอ่ น 11. จากนนั้ ใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัด 10.2 หน้า 101
7. ส่ือการเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. แถบประโยคสถานการณ์ต่าง ๆ 8. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ 1. วธิ กี ารวัดและประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหัด 1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 1.3 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม 2. เคร่อื งมอื 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม 2.3 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม ผ่านตงั้ แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น 3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 10 เร่ือง การบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา 12 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 6 เรอ่ื ง โจทย์ปัญหาการบวก และการลบ 2 ขัน้ ตอน เวลา 1 ชั่วโมง ผสู้ อน นางสาวลภัสรดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 จำนวนและพชี คณติ มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ จำนวน ผลที่เกดิ ขึ้นจากการดำเนินการสมบตั ขิ องการดำเนินการและนำไปใช้ 2. ตัวชว้ี ัด ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปัญหา 2 ข้ันตอนของจำนวนนับไม่เกนิ 1,000 และ 0 3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์จากสถานการณแ์ ละโจทย์ปญั หา 2 ขัน้ ตอน โดยใช้วงเล็บเพ่อื ระบุว่าตอ้ งหา ผลบวก ผลลบ ผลคูณ หรือ ผลหารของสองจำนวนใดก่อน การแกโ้ จทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขั้นตอน ทำได้โดยอา่ นทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแกป้ ญั หาและหาคำตอบ 4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกวิธกี ารเขยี นประโยคสัญลักษณจ์ ากสถานการณ์โดยใชว้ งเล็บได้ (K) 2. เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์และหาคำตอบของโจทย์ปัญหา 2 ขัน้ ตอนได้ (P) 3. รบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ทไี่ ด้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. แกโ้ จทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสื่อสารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชื่อมโยง 3. การใหเ้ หตุผล
3. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มวี นิ ัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขั้นนำ 1. ครทู บทวนการเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์และหาคำตอบจากโจทย์ปัญหาการบวกและโจทยป์ ญั หาการ ลบ เชน่ ขนุ มขี องเลน่ 50 ชิน้ บรจิ าคไป 20 ชิน้ ขุนเหลือของเล่นกีช่ ิน้ 2. ให้นักเรียนช่วยกนั เขียนประโยคสัญลักษณ์และหาคำตอบ ข้ันสอน 3. จากนัน้ ครเู ขียนประโยคสญั ลักษณแ์ ละหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาการบวกและการลบ 2 ขัน้ ตอน ตามหนังสือเรยี นหน้า 173 4. ครูติดแถบโจทย์ปัญหา นุ่นออมเงนิ ได้ 125 บาท อั้มออมเงินได้มากกว่านนุ่ 15 บาท พลอยออมเงนิ ได้น้อยกวา่ อมั้ 20 บาท พลอยออมเงินได้ก่บี าท 5. ให้นกั เรยี นอา่ นโจทย์พรอ้ มกนั แลว้ ครูถามว่าโจทย์ถามอะไร โจทยบ์ อกอะไรและจะหาคำตอบได้ อยา่ งไร 6. ครูติดแถบบารโ์ มเดลแทนเงนิ ออมของนุ่น อั้ม และพลอยทีละแผน่ ตามลำดับ พร้อมอธบิ าย ดงั น้ี นนุ่ ออมเงนิ ได้ 125 บาท อั้มออมเงินได้มากกว่านนุ่ 15 บาท อั้มออมเงินได้ 125 + 15 = 140 บาท พลอยออมเงินไดน้ ้อยกว่าอั้ม 20 บาท พลอยออมเงินได้ 140 − 20 = 120 บาท เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ (125 + 15) − 20 = 120 ดงั นน้ั พลอยออมเงินได้ 120 บาท ขัน้ สรุป 7. ครเู นน้ ย้ำวา่ การเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์ถ้าต้องการหาผลลัพธ์ของสองจำนวนใดก่อนให้ใส่ เคร่ืองหมายวงเล็บสองจำนวนนัน้ และในการหาคำตอบต้องหาผลลัพธ์ในวงเล็บก่อน
7. สอื่ การเรียนรู้ 1. หนังสอื เรียนคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แถบโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ 4. แถบบารโ์ มเดล (Bar Model) 8. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วิธีการวัดและประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหัด 1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเข้าร่วมกจิ กรรม 2. เครอื่ งมือ 2.1 แบบฝกึ หดั 2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมนิ 3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 10 เร่ือง การบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา 12 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 7 เรอ่ื ง โจทย์ปัญหาการบวก และการลบ 2 ขัน้ ตอน เวลา 1 ชั่วโมง ผสู้ อน นางสาวลภัสรดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 จำนวนและพชี คณติ มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ จำนวน ผลที่เกดิ ขึ้นจากการดำเนินการสมบตั ขิ องการดำเนินการและนำไปใช้ 2. ตัวชว้ี ัด ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปัญหา 2 ข้ันตอนของจำนวนนับไม่เกนิ 1,000 และ 0 3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์จากสถานการณแ์ ละโจทย์ปญั หา 2 ขัน้ ตอน โดยใช้วงเล็บเพ่อื ระบุว่าตอ้ งหา ผลบวก ผลลบ ผลคูณ หรือ ผลหารของสองจำนวนใดก่อน การแกโ้ จทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขั้นตอน ทำได้โดยอา่ นทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแกป้ ญั หาและหาคำตอบ 4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกวิธกี ารเขยี นประโยคสัญลักษณจ์ ากสถานการณ์โดยใชว้ งเล็บได้ (K) 2. เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์และหาคำตอบของโจทย์ปัญหา 2 ขัน้ ตอนได้ (P) 3. รบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ทไี่ ด้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. แกโ้ จทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสื่อสารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชื่อมโยง 3. การใหเ้ หตุผล
3. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ข้ันนำ 1. ครตู ดิ แถบโจทย์ปญั หา ครูทับทมิ มดี นิ สอ 500 แทง่ บริจาคใหโ้ รงเรียนแรก 250 แท่ง บรจิ าคให้ โรงเรยี นท่ีสอง 200 แท่ง ครูทับทมิ เหลือดนิ สอกแ่ี ท่ง แลว้ ใช้การถาม-ตอบ ขั้นสอน 2. ใหน้ ักเรียนฝึกวเิ คราะห์โจทย์ และคิดวิธีหาคำตอบว่า โจทย์ถามอะไร โจทย์บอกอะไรและจะหา คำตอบไดอ้ ย่างไร 3. ครตู ิดแถบบารโ์ มเดลและอธบิ ายดังน้ี 4. เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ (500 − 250 ) − 200 = หรือ 500 − (250 + 200) = และหาคำตอบได้เท่ากบั 50 ตอบ ครทู ับทมิ เหลือดนิ สอ ๕๐ แท่ง 5. ครูตดิ แถบโจทย์ปัญหา ครูพลอยใสมีกระดาษสี 943 แผ่น ใชไ้ ป 648 แผ่น แบ่งให้เพ่อื น 176 แผ่น ครูพลอยใสเหลือกระดาษสีกแี่ ผน่ 6. ให้นกั เรยี นชว่ ยกันวเิ คราะห์โจทย์แล้วให้หาคำตอบครอู าจเขียนบารโ์ มเดลประกอบคำอธิบายดงั น้ี 7. เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์ (943 − 648) −176 = หรือ 943 − (648 + 176) = และหาคำตอบได้เท่ากบั 119 ตอบ ครูพลอยใสเหลือกระดาษสี ๑๑๙ แผน่
8. ครแู บง่ กลุ่มนักเรียนแล้วใหแ้ ต่ละกลุม่ ช่วยกันวิเคราะห์โจทย์และคิดวธิ ีหาคำตอบโดยเขียนประโยค สญั ลกั ษณ์และคำตอบกล่มุ ละ 1 ขอ้ เมื่อเสรจ็ แลว้ ใหอ้ อกมานำเสนอหนา้ หอ้ งเรยี น ครแู ละนักเรียนชว่ ยกัน ตรวจสอบความถกู ต้อง ข้นั สรุป 9. ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนตามหนังสือเรียนหนา้ 176 โดยใหน้ ักเรยี นเขยี นประโยคสญั ลักษณ์ และหาคำตอบเป็นรายบุคคล 10. จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและชว่ ยกนั สรปุ สิง่ ที่ได้เรยี นรวู้ ่า การแกโ้ จทย์ ปญั หาการบวกและการลบ 2 ข้นั ตอน ทำได้โดยอ่านทำความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแก้ปญั หา และหาคำตอบ 11. จากน้นั ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัด 10.3 หนา้ 102 - 103 7. สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสอื เรียนคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แถบโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ 4. แถบบารโ์ มเดล (Bar Model 8. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหดั 1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรม 1.3 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ 2. เคร่อื งมือ 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม 2.3 แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. เกณฑก์ ารประเมนิ 3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น 3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
ผ่านตงั้ แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจดั การเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 10 เร่ือง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 12 ช่ัวโมง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8 เรอ่ื ง สถานการณก์ ารบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขั้นตอน เวลา 1 ชัว่ โมง ผู้สอน นางสาวลภัสรดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 จำนวนและพชี คณิต มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ จำนวน ผลที่เกิดขึน้ จากการดำเนนิ การสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช้ 2. ตวั ชีว้ ัด ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปญั หา 2 ข้ันตอนของจำนวนนบั ไมเ่ กิน 1,000 และ 0 3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด การเขยี นประโยคสญั ลักษณจ์ ากสถานการณแ์ ละโจทยป์ ัญหา 2 ขั้นตอน โดยใชว้ งเล็บเพือ่ ระบวุ า่ ต้องหา ผลบวก ผลลบ ผลคูณ หรอื ผลหารของสองจำนวนใดก่อน 4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกวธิ ีการเขียนประโยคสัญลกั ษณจ์ ากสถานการณโ์ ดยใช้วงเล็บได้ (K) 2. เขยี นประโยคสัญลกั ษณ์จากสถานการณ์การบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขั้นตอนได้ (P) 3. รับผิดชอบต่อหนา้ ทีท่ ่ไี ด้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การบวก ลบ คูณ หารระคน 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่อื มโยง 3. การใหเ้ หตุผล
3. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มวี ินยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ 1. ครทู บทวนสถานการณ์การบวก สถานการณ์การลบ สถานการณก์ ารคูณ และสถานการณก์ ารหาร โดยใช้การถาม-ตอบ เช่น แก้วตามีเงิน 50 บาท พ่อใหม้ าอกี 20 บาทแกว้ ตามีเงินทั้งหมด 70 บาท 2. ครูถามวา่ สถานการณ์น้เี ป็นสถานการณ์การบวก สถานการณ์การลบ สถานการณ์การคูณ หรอื สถานการณ์การหาร (เนอ่ื งจากสถานการณ์นี้ สามารถเขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณไ์ ด้ 50 + 20 = 70 สถานการณ์น้จี งึ เปน็ สถานการณ์การบวก) ข้ันสอน 3. จากนน้ั ครยู กตวั อยา่ งเพม่ิ เตมิ ต้นกลา้ มขี นม 20 ช้ิน แบ่งให้เพื่อน 15 ชิ้น ตน้ กล้าเหลอื ขนม 5 ชิ้น 4. ครูถามว่า สถานการณ์นเ้ี ป็นสถานการณ์การบวก สถานการณ์การลบสถานการณก์ ารคูณ หรือ สถานการณก์ ารหาร(เนอ่ื งจากสถานการณ์น้สี ามารถเขยี นเป็นประโยคสัญลกั ษณ์ 20 − 15 = 5 สถานการณน์ ี้ เป็นสถานการณก์ ารลบ) 5. ครตู ดิ แถบสถานการณว์ ่า แม่คา้ จดั ขนมเค้กใส่กล่อง 20 กล่อง กล่องละ 8 ช้ิน แม่คา้ มีขนมเค้ก ท้ังหมด 160 ช้นิ 6. ครูถามวา่ สถานการณน์ ี้เป็นสถานการณ์การบวก สถานการณ์การลบสถานการณ์การคูณ หรอื สถานการณ์การหาร (เน่อื งจากสถานการณ์นส้ี ามารถเขียนเป็นประโยค สญั ลกั ษณ์ 20 × 8 = 160 สถานการณ์ นีเ้ ป็นสถานการณก์ ารคณู ) 7. ยกตวั อยา่ งเพม่ิ เตมิ ครูมีลูกอม 50 เมด็ แบง่ ให้นักเรียน 5 คนคนละเทา่ ๆ กัน นกั เรยี นจะไดล้ กู อม คนละ 10 เม็ด 8. ครูถามวา่ สถานการณน์ ี้เป็นสถานการณ์การบวกสถานการณก์ ารลบ สถานการณ์การคูณ หรือ สถานการณ์การหาร (เน่อื งจากสถานการณ์นีส้ ามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ 50 ÷ 5 = 10 สถานการณน์ ี้ เป็นสถานการณก์ ารหาร) ขั้นสรปุ 8. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันสรปุ ส่งิ ทไี่ ดเ้ รยี นรวู้ ่า เรอื่ งราวหรือสถานการณท์ ี่แสดงให้เหน็ ถึงการบวก การลบ
การคณู และการหาร 2 ข้ันตอน สามารถเขยี นแสดงได้ด้วยประโยคสญั ลักษณโ์ ดยใช้วงเล็บเพอื่ ระบุว่าต้องหา ผลบวก ผลลบ ผลคูณ หรอื ผลหารของสองจำนวนใดกอ่ น 7. ส่อื การเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แถบประโยคสถานการณต์ า่ ง ๆ 8. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2. เคร่อื งมอื 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
แผนการจัดการเรยี นรู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 10 เร่ือง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 12 ช่ัวโมง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 9 เรอ่ื ง สถานการณ์การบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขั้นตอน เวลา 1 ชัว่ โมง ผู้สอน นางสาวลภัสรดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 จำนวนและพชี คณิต มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ จำนวน ผลที่เกิดขึน้ จากการดำเนนิ การสมบัตขิ องการดำเนินการและนำไปใช้ 2. ตวั ชีว้ ัด ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ญั หา 2 ข้ันตอนของจำนวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด การเขยี นประโยคสญั ลักษณจ์ ากสถานการณ์และโจทยป์ ัญหา 2 ขั้นตอน โดยใชว้ งเล็บเพือ่ ระบวุ า่ ต้องหา ผลบวก ผลลบ ผลคูณ หรอื ผลหารของสองจำนวนใดกอ่ น 4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกวธิ ีการเขียนประโยคสัญลกั ษณ์จากสถานการณโ์ ดยใช้วงเล็บได้ (K) 2. เขยี นประโยคสัญลกั ษณ์จากสถานการณ์การบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขน้ั ตอนได้ (P) 3. รับผิดชอบต่อหนา้ ทีท่ ่ไี ด้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การบวก ลบ คูณ หารระคน 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่อื มโยง 3. การใหเ้ หตุผล
3. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มีวินยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ข้นั นำ 1. ครนู ำเข้าสู่บทเรียน สถานการณก์ ารบวก การลบ การคณู และการหาร 2 ข้นั ตอน ตามหนังสือเรยี น หนา้ 177 เช่น ครูซอื้ ปากกามา 8 กล่อง แต่ละกล่องมีปากกา 10 ดา้ ม นำไปแจกให้นักเรยี น 50 ด้าม ครูเหลอื ปากกา 30 ด้าม ครตู ิดแถบประโยคสถานการณ์ทีละประโยคตามลำดับ พร้อมถาม-ตอบกบั นกั เรยี น ขน้ั สอน 2. ครูติดแถบประโยค ครซู อ้ื ปากกามา 8 กลอ่ ง แต่ละกล่องมปี ากกา 10 ดา้ ม มีปากกาทัง้ หมด ก่ดี า้ ม 3. ครถู ามนกั เรยี น สถานการณ์นเี้ ขียนเป็นประโยคสัญลกั ษณไ์ ดอ้ ยา่ งไร และคำตอบเปน็ อย่างไร (8 × 10 = คำตอบ 80 ดา้ ม) 4. ครูติดแถบประโยค ครมู ีปากกาอยู่ 80 ด้ามนำไปแจกใหน้ กั เรียน 50 ดา้ ม ครเู หลอื ปากกากี่ดา้ ม 5. ครถู ามนกั เรยี น สถานการณน์ เ้ี ขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ไดอ้ ย่างไร และคำตอบเป็นเทา่ ไร (80 − 50 = คำตอบ 30 ด้าม) 6. เมอื่ นำสถานการณ์ 2 สถานการณ์ขา้ งต้นมาเขียนเปน็ สถานการณ์เดยี ว ครตู ดิ แถบประโยคครูซอื้ ปากกามา 8 กล่อง แต่ละกล่องมปี ากกา 10 ดา้ ม นำไปแจกใหน้ ักเรียน 50 ดา้ ม ครูเหลือปากกา 30 ดา้ ม 7. ครูถามนักเรียนว่า สถานการณ์น้ีเขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณไ์ ด้อยา่ งไร ((8 × 10) −50 = 30) และ การเขียน (8 × 10) ในประโยคสัญลกั ษณ์เพ่ือแสดงวา่ ตอ้ งหาผลคูณของ 8 กับ 10 ก่อน 8. ครูยกตัวอย่างเพมิ่ เตมิ ถ้าเปล่ียนสถานการณเ์ ป็น ขุนนำสมดุ มาบริจาค 35 เล่ม แกว้ ตานำสมดุ มา บริจาคเพ่ิม 4 แพ็ก แพ็กละ 6 เล่ม มีสมดุ บริจาคทัง้ หมด 59 เลม่ โดยติดแถบประโยคสถานการณ์นี้ บนกระดาน 9. ถามนักเรยี นว่า จากสถานการณ์นเี้ ขียนเป็นประโยคสญั ลักษณ์ไดอ้ ยา่ งไร 35 + (4 × 6) = 59 ครู อธิบายเพ่มิ เตมิ วา่ การใส่เครือ่ งหมายวงเลบ็ เพ่ือบอกวา่ ให้หาผลลัพธ์ในวงเล็บก่อน จากสถานการณ์ขา้ งตน้ ถา้ มี นกั เรียนเขียนประโยคสญั ลักษณ์ได้เปน็ (4 × 6) + 35 = 59 กถ็ ือว่าไม่ผิด ข้ันสรปุ 10. ครแู ละนักเรยี นช่วยกนั สรุปสิ่งทีไ่ ด้เรยี นรู้ว่า เรือ่ งราวหรือสถานการณท์ ี่แสดงให้เหน็ ถงึ การบวก การลบ
การคณู และการหาร 2 ข้ันตอน สามารถเขยี นแสดงได้ด้วยประโยคสญั ลักษณโ์ ดยใช้วงเล็บเพอื่ ระบุว่าต้องหา ผลบวก ผลลบ ผลคูณ หรอื ผลหารของสองจำนวนใดกอ่ น 7. ส่อื การเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แถบประโยคสถานการณต์ า่ ง ๆ 8. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2. เคร่อื งมอื 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 เรอื่ ง การบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา 12 ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 10 เรือ่ ง สถานการณ์การบวก การลบ การคณู และการหาร 2 ข้นั ตอน เวลา 1 ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวลภสั รดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณติ มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ จำนวน ผลที่เกิดขน้ึ จากการดำเนินการสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช้ 2. ตวั ชีว้ ัด ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ญั หา 2 ขั้นตอนของจำนวนนบั ไมเ่ กิน 1,000 และ 0 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด การเขียนประโยคสัญลักษณ์จากสถานการณแ์ ละโจทยป์ ัญหา 2 ขน้ั ตอน โดยใชว้ งเล็บเพื่อระบวุ ่าต้องหา ผลบวก ผลลบ ผลคูณ หรอื ผลหารของสองจำนวนใดก่อน 4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกวธิ ีการเขยี นประโยคสญั ลักษณ์จากสถานการณ์โดยใช้วงเล็บได้ (K) 2. เขียนประโยคสัญลักษณ์จากสถานการณ์การบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ข้ันตอนได้ (P) 3. รบั ผิดชอบต่อหน้าทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การบวก ลบ คูณ หารระคน 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสื่อสารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชอื่ มโยง 3. การใหเ้ หตุผล
3. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) 1. มีวนิ ัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นำ 1. ครตู ดิ แถบประโยค ครซู ื้อดินสอ 2 กลอ่ ง แต่ละกลอ่ งมดี นิ สอ 12 แทง่ นำไปแจกนกั เรียน4 คน คน ละเท่า ๆ กนั นกั เรียนไดด้ นิ สอคนละ 6 แท่ง ตามหนงั สือเรียนหน้า 178 จากสถานการณ์ 2. ครถู ามนกั เรยี นว่า มีสถานการณ์ที่เกีย่ วขอ้ ง 2 สถานการณ์ นกั เรียนคิดว่าเป็นสถานการณ์ใดบ้าง (สถานการณ์การคณู ครูซ้อื ดินสอ 2 กลอ่ ง แต่ละกลอ่ งมดี นิ สอ 12 แทง่ ครมู ดี นิ สอ 2 × 12 แท่ง และ สถานการณก์ ารหาร นำดินสอ 2 × 12 แทง่ ไปแจกนักเรยี น 4 คน คนละเท่า ๆ กัน นักเรยี นไดด้ นิ สอคนละ 6 แทง่ ) ครถู ามนักเรียนว่า เขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ได้อยา่ งไร (2 × 12) ÷ 4 = 6 ขัน้ สอน 3. ครูตดิ แถบประโยค ตน้ กลา้ มีเงิน 44 บาท แม่ให้อีก 10 บาท ตน้ กลา้ นำเงนิ ท้งั หมดไปซือ้ สมุด ราคาเลม่ ละเท่ากนั ได้ 6 เล่ม สมุดราคาเล่มละ 9 บาท 4. ครูถามนักเรียนว่ามสี ถานการณ์ที่เก่ยี วข้อง 2 สถานการณ์ นกั เรียนคดิ ว่าเปน็ สถานการณ์ใดบ้าง (สถานการณ์การบวก ตน้ กลา้ มีเงนิ 44 บาท แมใ่ ห้อีก 10 บาท ตน้ กล้ามีเงินท้ังหมด 44 + 10 บาท และ สถานการณ์การหารนำเงนิ 44 + 10 บาท ไปซื้อสมดุ ราคาเลม่ ละเท่ากันได้ 6 เลม่ สมุดราคาเลม่ ละ 9 บาท) 4. ครูถามนักเรยี นว่า เขียนเป็นประโยคสญั ลักษณไ์ ด้อย่างไร (44 + 10) ÷ 6 = 9 หรอื (10 + 44) ÷ 6 = 9 6. ครอู ธิบายเพม่ิ เติมวา่ การเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์จากสถานการณอ์ าจเขียนไดห้ ลายแบบ ซึ่งจะได้ ผลลพั ธ์สุดทา้ ยเทา่ กนั และควรใส่เคร่อื งหมายวงเลบ็ เพือ่ กำหนดวา่ ให้หาผลลพั ธข์ องสองจำนวนใดก่อน 7. ครูยกตัวอย่างสถานการณ์ แมม่ ีนมกลอ่ งอยู่ 28 กลอ่ ง ซ้อื นมเพิม่ 12 แพ็ก แพ็กละ 6 กล่อง แมม่ นี มทง้ั หมด 100 กล่อง ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันเขียนเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์ไดเ้ ป็น 28 + (12 × 6) = 100 หรอื (12 × 6) + 28 = 100 8. จากนั้นครูแบง่ นกั เรียนเป็นกลุ่มแล้วใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันเขยี นประโยคสญั ลักษณ์จากสถานการณก์ ลุ่ม ละ 1 ข้อ ตามหนงั สือเรยี นหน้า 178 9. ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอ ครแู ละนักเรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ขั้นสรปุ 10. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นตามหนังสือเรียนหนา้ 180 โดยใหน้ กั เรียนเขยี นประโยค สญั ลกั ษณ์จากสถานการณ์เป็นรายบคุ คล 11. ครูและนักเรียนชว่ ยกันสรปุ สง่ิ ทไี่ ด้เรียนรวู้ ่า เรือ่ งราวหรอื สถานการณท์ ีแ่ สดงให้เหน็ ถงึ การบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขน้ั ตอน สามารถเขยี นแสดงไดด้ ้วยประโยคสญั ลักษณโ์ ดยใช้วงเลบ็ เพอ่ื ระบุ ว่าต้องหาผลบวก ผลลบ ผลคณู หรอื ผลหารของสองจำนวนใดกอ่ น 12. จากนัน้ ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัด 10.4 หน้า 104 7. ส่อื การเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. แถบประโยคสถานการณ์ต่าง ๆ 8. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 1. วธิ กี ารวัดและประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหดั 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกจิ กรรม 1.3 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม 2. เครอื่ งมอื 2.1 แบบฝกึ หัด 2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม 2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน 3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น
แผนการจดั การเรียนรู้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า ค 12101 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 10 เรอ่ื ง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 12 ชั่วโมง แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 11 เรื่อง โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขั้นตอน เวลา 1 ช่วั โมง ผู้สอน นางสาวลภัสรดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลท่ีเกิดขึ้นจากการดำเนนิ การสมบัตขิ องการดำเนินการและนำไปใช้ 2. ตวั ช้ีวัด ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปัญหา 2 ขน้ั ตอนของจำนวนนับไม่เกนิ 1,000 และ 0 3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด การแกโ้ จทยป์ ญั หาการบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขน้ั ตอน ทำไดโ้ ดยอ่านทำความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแก้ปญั หา และหาคำตอบ 4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกวธิ กี ารเขียนประโยคสญั ลักษณ์จากโจทย์ปัญหาโดยใช้วงเลบ็ ได้ (K) 2. เขียนประโยคสัญลกั ษณ์ หาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขัน้ ตอน ได้ (P) 3. รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่ที ี่ไดร้ ับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การบวก ลบ คูณ หารระคน 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์
2. การเชื่อมโยง 3. การให้เหตุผล 4. การแก้ปัญหา 3. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) 1. มีวนิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั นำ 1. ครทู บทวนการเขยี นประโยคสัญลักษณ์และหาคำตอบจากโจทยป์ ัญหาการบวกและการลบ 2 ข้ันตอน เชน่ ขนุ มีของเลน่ 50 ชนิ้ พ่อซื้อของเล่นใหอ้ กี 10 ชิน้ ขุนบริจาคของเล่นไป 20 ชนิ้ ขุนเหลอื ของเล่นก่ีชิน้ แล้ว ใหน้ ักเรียนช่วยกันเขียนประโยคสญั ลักษณแ์ ละหาคำตอบ ซง่ึ นกั เรียนควรตอบได้ว่า เขียนประโยคสัญลกั ษณ์ได้ เปน็ (50 + 10) − 20 = และคำตอบ คือ 40 ข้ันสอน 2. จากนน้ั ครูการเขียนประโยคสัญลกั ษณแ์ ละหาคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ และ การหาร 2 ขน้ั ตอนตามหนังสือเรยี นหน้า 181 3. ครูตดิ แถบโจทย์ปัญหา แม่ซอ้ื ไอศกรีมรสช็อกโกแลต 12 แท่ง รสมะนาว 6 แท่ง แบง่ ให้เพือ่ น 9 คน คนละเทา่ ๆ กัน เพอ่ื นจะได้ไอศกรีมคนละกแ่ี ท่ง 4. ให้นกั เรยี นอา่ นโจทย์พรอ้ มกัน จากนั้นครถู ามวา่ โจทย์ถามอะไร โจทยบ์ อกอะไร และจะหาคำตอบ ได้อย่างไร โดยใหน้ ักเรยี นวิเคราะหโ์ จทย์ไปทีละข้ันตอน ดังนี้ จากโจทย์ แม่ซ้ือไอศกรีมรสชอ็ กโกแลต 12 แท่ง รสมะนาว 6 แทง่ ครูถามนักเรียนว่า แมซ่ ือ้ ไอศกรมี ทง้ั หมดกี่แทง่ (แม่ซื้อไอศกรมี ท้ังหมด 12 + 6 = 18 แท่ง) จากโจทย์ นำไอศกรีมท้งั หมดมาแบง่ ให้เพอื่ น 9 คน คนละเทา่ ๆ กัน ครถู ามนกั เรยี นวา่ เพือ่ นจะได้ไอศกรมี คน ละกแ่ี ทง่ (เพือ่ นจะไดไ้ อศกรมี คนละ 18 ÷ 9 = 2 แทง่ ) 5. ครถู ามวา่ เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ไดอ้ ย่างไร (12 + 6) ÷ 9 = 2 หรือ (6 + 12) ÷ 9 = 2 6. ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ วา่ ผลลัพธส์ ุดท้ายคอื คำตอบ ดงั นน้ั เพ่ือนจะไดไ้ อศกรมี คนละ 2 แทง่ 7. ครูอาจแนะนำนกั เรยี นให้เขยี นประโยคสญั ลักษณ์ก่อนแลว้ จึงหาคำตอบ ดังน้ี จากโจทย์ แมซ่ ้อื ไอศกรมี รสช็อกโกแลต 12 แท่ง รสมะนาว 6 แทง่ แบง่ ใหเ้ พ่อื น 9 คน คนละเท่า ๆ กนั เพอื่ นจะได้ไอศกรมี คนละก่ีแท่ง 8. ครถู ามนกั เรียนวา่ ในการหาคำตอบจะต้องหาจำนวนของอะไรก่อน (จำนวนไอศกรีมท่แี มซ่ ือ้ มา ทัง้ หมด) ครแู นะนำวา่ จำนวนทต่ี อ้ งการหาก่อนให้เขยี นไว้ในวงเลบ็ แลว้ เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์ให้สอดคลอ้ งกบั โจทย์ ดังนี้ (12 + 6) ÷ 9 = เมื่อได้ประโยคสัญลักษณ์แลว้ จงึ หาคำตอบตามประโยคสญั ลกั ษณ์ทไี่ ด้ ครูเน้นย้ำว่า
ในการเขียนประโยคสัญลักษณ์ ถ้าตอ้ งการหาผลลัพธ์ของสองจำนวนใดก่อนให้ใสเ่ คร่ืองหมายวงเล็บทีส่ อง จำนวนน้ัน อาจเขยี นได้หลายแบบซงึ่ จะไดผ้ ลลัพธ์สดุ ทา้ ยเทา่ กัน ข้นั สรุป 9. จากนัน้ ครูและนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและชว่ ยกันสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรูก้ ารแกโ้ จทย์ ปัญหาการบวก การลบ การคณู และการหาร 2 ขั้นตอน ทำไดโ้ ดยอ่านทำความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา และหาคำตอบ 10. หากมนี ักเรียนคนใดเขียนประโยคสญั ลักษณ์และหาคำตอบไมถ่ กู ตอ้ งครอู าจใหน้ กั เรยี นวเิ คราะห์ โจทย์ใหฟ้ ังกอ่ นแลว้ จึงเขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณ์แลว้ ให้หาคำตอบกับครูเป็นรายบุคคล 7. ส่ือการเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แถบประโยคโจทย์ปัญหาตา่ ง ๆ 8. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 1. วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหัด 1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเข้าร่วมกจิ กรรม 2. เครื่องมอื 2.1 แบบฝกึ หัด 2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม 3. เกณฑ์การประเมิน 3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม ผ่านตงั้ แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
แผนการจัดการเรียนรู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 10 เรอ่ื ง การบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา 12 ช่ัวโมง แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 12 เร่ือง โจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคณู และการหาร 2 ขน้ั ตอน เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวลภสั รดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดขน้ึ จากการดำเนนิ การสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช้ 2. ตัวชวี้ ัด ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป์ ัญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนบั ไมเ่ กิน 1,000 และ 0 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด การแก้โจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขนั้ ตอน ทำได้โดยอ่านทำความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแก้ปญั หา และหาคำตอบ 4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกวิธกี ารเขียนประโยคสัญลักษณจ์ ากโจทย์ปัญหาโดยใช้วงเล็บได้ (K) 2. เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์ หาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ขน้ั ตอนได้ (P) 3. รับผดิ ชอบตอ่ หน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การบวก ลบ คณู หารระคน 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชื่อมโยง 3. การให้เหตุผล 4. การแก้ปัญหา
3. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) 1. มีวนิ ัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้นั นำ 1. ครตู ิดแถบโจทย์ แม่ของขุนทำขนมชนั้ 3 ถาด ตดั เปน็ ช้ินไดถ้ าดละ 12 ชิน้ แล้วนำไปจัดใสถ่ งุ ถุงละ 4 ชิน้ แม่ของขนุ จดั ขนมชนั้ ไดท้ งั้ หมดกี่ถุง 2. ครใู หน้ ักเรียนช่วยกนั วเิ คราะหโ์ จทย์โดยใช้การถาม-ตอบ ดงั น้ี โจทยถ์ ามอะไร (แมข่ องขนุ จดั ขนมช้นั ไดท้ ้งั หมดก่ถี ุง) โจทยบ์ อกอะไร (แมข่ องขนุ ทำขนมชัน้ 3 ถาด ตัดเปน็ ชิน้ ได้ถาดละ 12 ชิ้น แลว้ นำไปจัดใสถ่ ุง ถงุ ละ 4 ชิน้ ) 3. ในการหาคำตอบจะตอ้ งหาจำนวนใดกอ่ น (จำนวนขนมช้ันท่ตี ดั เป็นช้ิน) เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ ไดอ้ ยา่ งไร (3 × 12) ÷ 4 = หาคำตอบได้อยา่ งไร (3 × 12 = 36 แล้วนำ 36 หารดว้ ย 4 ไดค้ ำตอบคือ 9) ดังนั้น แม่ของขนุ จดั ขนมชน้ั ไดท้ ง้ั หมด 9 ถงุ ข้นั สอน 4. ครตู ิดแถบโจทย์ ตน้ กลา้ มีตุก๊ ตาห่นุ ยนต์ 200 ตัว จัดใสก่ ลอ่ ง 6 กล่อง กล่องละ 25 ตวั หลังจดั ใสก่ ล่องแล้ว ยังเหลอื ตุ๊กตาหุ่นยนตท์ ่ีไม่ได้จดั ใส่กลอ่ งกีต่ วั 5. ครใู ห้นักเรยี นชว่ ยกนั วิเคราะหโ์ จทยโ์ ดย ใชก้ ารถาม-ตอบ ดังนี้ โจทย์ถามอะไร (ยังเหลอื ตุ๊กตา หุ่นยนต์ท่ีไม่ไดจ้ ัดใส่กล่องกีต่ วั ) โจทยบ์ อกอะไร (ตน้ กลา้ มตี ๊กุ ตาหนุ่ ยนต์ 200 ตัว จัดใส่กล่อง 6 กล่อง กล่องละ 25 ตัว) 6. ในการหาคำตอบจะตอ้ งหาจำนวนใดกอ่ น (จำนวนตกุ๊ ตาหนุ่ ยนตท์ งั้ หมดทจี่ ดั ใสก่ ลอ่ ง) เขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณไ์ ดอ้ ย่างไร 200 − (6 × 25) = หาคำตอบไดอ้ ย่างไร (6 × 25 = 150 แล้วนำ 150 ลบออกจาก 200 ไดค้ ำตอบคอื 50) ดังน้ัน ยงั เหลอื ต๊กุ ตาหนุ่ ยนตท์ ่ไี ม่ไดจ้ ัดใส่กลอ่ ง 50 ตวั 7. ครูเนน้ ยำ้ วา่ ในการเขียนประโยคสญั ลกั ษณถ์ ้าตอ้ งการหาผลลัพธข์ องสองจำนวนใดกอ่ น ใหใ้ ส่เครอื่ งหมายวงเลบ็ ท่ีสองจำนวนนนั้ 8. ครตู ดิ แถบโจทย์ปญั หา ลุงปลูกผกั ชี 4 แปลง แปลงละ 10 ตน้ ปลูกคะน้า 38 ตน้ ลุงปลูกผักชีและ คะน้าทัง้ หมดกี่ต้น 9. ครใู หน้ กั เรยี นช่วยกนั วเิ คราะหโ์ จทย์โดยใช้การถาม-ตอบ ดงั น้ี โจทยถ์ ามอะไร (ลงุ ปลกู ผักชแี ละคะน้า ทงั้ หมดกี่ตน้ ) โจทย์บอกอะไร (ลงุ ปลกู ผักชี 4 แปลง แปลงละ 10 ต้น ปลูกคะน้า 38 ต้น)
10. ในการหาคำตอบจะต้องหาจำนวนใดก่อน (จำนวนต้นผกั ชที ่ลี ุงปลกู )เขียนเป็นประโยคสัญลกั ษณไ์ ด้ อยา่ งไร (4 × 10) + 38 = หรือ 38 + (4 × 10) = หาคำตอบได้อยา่ งไร (4 × 10 = 40 แลว้ นำ 40 บวกกบั 38 ได้ 78 คำตอบคือ 78) ดังน้นั ลุงปลูกผกั ชแี ละคะนา้ ท้งั หมด 78 ตน้ 11. ครูแบง่ กลมุ่ นกั เรยี นแลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มชว่ ยกันวเิ คราะห์โจทยแ์ ละคิดวิธีหาคำตอบโดยเขียนประโยค สัญลักษณ์และคำตอบกลุ่มละ 1 ขอ้ เมอ่ื เสรจ็ แลว้ ใหอ้ อกมานำเสนอหน้าหอ้ งเรียน ครูและนักเรียนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง ข้ันสรุป 12. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนตามหนังสอื เรยี นหน้า 184 13.จากนน้ั ครแู ละนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้องและชว่ ยกันสรปุ สิง่ ทีไ่ ด้เรยี นรู้การแกโ้ จทย์ ปัญหา การบวก การลบ การคูณและการหาร 2 ขั้นตอน ทำได้โดยอ่านทำความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแกป้ ญั หา และหาคำตอบ 7. สื่อการเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียนคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 8. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วิธกี ารวัดและประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหดั 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม 1.3 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม 2. เคร่ืองมือ 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม 2.3 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3. เกณฑ์การประเมิน 3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม ผ่านตัง้ แต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น 3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่ ผ่านตงั้ แต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตร์ รหสั วิชา ค 12101 ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 11 เรือ่ ง แผนภมู ริ ปู ภาพ เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เรือ่ ง เตรียมความพรอ้ ม เวลา 1 ช่วั โมง ผู้สอน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระท่ี 3 สถิติและความนา่ จะเป็น ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถิติในการแกป้ ัญหา 2. ตวั ช้วี ัด ค 3.1 ป.2/1 ใชข้ ้อมูลจากแผนภมู ริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หาเม่ือกำหนดรปู 1 รูป แทน 2 หนว่ ย 5 หน่วยหรือ 10 หน่วย 3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด แผนภูมริ ปู ภาพเปน็ การใช้รปู ภาพแสดงจำนวนของสงิ่ ต่าง ๆ โดยรูปภาพทีแ่ ทนส่งิ เดียวกนั ตอ้ งเปน็ รปู ภาพ ทเี่ หมือนกนั และมีขนาดเท่ากนั และจำนวนรปู ภาพทีอ่ ยใู่ นแผนภูมริ ปู ภาพนั้นอาจไมใ่ ช่จำนวนทแี่ ท้จริงของส่งิ ตา่ ง ๆ ขึ้นอยกู่ ับข้อกำหนดในแผนภมู ิรูปภาพซ่งึ อาจกำหนดใหร้ ปู 1 รปู แทน1 หน่วย 2 หนว่ ย 5 หน่วย หรอื 10 หน่วย 4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพได้ (K) 2. ตอบคำถามจากแผนภูมิรปู ภาพได้ (P) 3. รับผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ที ี่ไดร้ ับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การอา่ นแผนภูมิรูปภาพ 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสอื่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชือ่ มโยง 3. การแกป้ ญั หา
3. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มีวนิ ยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งม่ันในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรยี นรู้ ขั้นนำ 1. ใชข้ ้อมลู ในหนงั สือเรยี นหนา้ เปิดบท เพ่ือกระตุ้นให้นกั เรียนเหน็ ความสำคัญเกี่ยวกบั การอา่ นข้อมูล ใน แผนภูมริ ปู ภาพ โดยใชค้ ำถาม เชน่ ❖ จากภาพหนา้ เปิดบท นกั เรยี นเหน็ อะไรบ้าง ❖ ในสวนสนกุ มเี คร่อื งเลน่ ชนิดใดบา้ ง ❖ แผนภมู ริ ปู ภาพน้แี สดงอะไร (จำนวนนักเรยี นชั้น ป.2 ทีเ่ ล่นเครื่องเลน่ ชนดิ ต่าง ๆในสวนสนกุ ) ❖ จากแผนภูมริ ูปภาพ นกั เรยี น ป.2 เลน่ เครอ่ื งเล่นอะไรบ้าง (จานบินมหาสนกุ มา้ หมุน รถไฟ เหาะ) ❖ รูปคนในแผนภมู ิรูปภาพ 1 รปู แทนจำนวนกีค่ น ❖ มคี นเล่นจานบนิ มหาสนุกกี่คน ❖ ถ้าเป็นนกั เรยี น นกั เรยี นคิดวา่ ครัง้ ต่อไปนักเรียนจะเลน่ เครื่องเลน่ ชนดิ ใดกอ่ น เพราะเหตุใด ขั้นสอน 2. กอ่ นเรียนเรอื่ ง แผนภมู ริ ปู ภาพเมอ่ื กำหนดรปู 1 รปู แทน 2 หน่วย 5 หน่วย หรอื 10 หน่วย ครูควร ตรวจสอบความรูพ้ ื้นฐานของนักเรยี นเรอื่ งการนบั ทีละ 2 ทีละ 5 และทีละ 10 รวมถึงการเปรยี บเทียบจำนวน การคณู และการหาร โดย แจกตัวนบั (เชน่ ฝาขวดน้ำ กระดุม) ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม 40 50 หรือ 60 ตวั (บาง กลมุ่ ไดไ้ มเ่ ท่ากนั ) 3. ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกนั นบั เพอื่ บอกจำนวน • ส่มุ ตวั แทนนักเรยี น 1 – 3 กลมุ่ ออกมา นำเสนอวธิ ีการนับโดยนักเรยี นอาจใชก้ ารนับทลี ะ 2 นับทีละ 5 หรอื นับทีละ 10 4. ครูใช้คำถามเพ่อื ทบทวนการเปรียบเทียบจำนวน เช่น ❖ กลมุ่ 1 กบั กลมุ่ 2 กลุ่มใดไดต้ ัวนับมากกวา่ ❖ กลมุ่ 3 กบั กลมุ่ 4 กล่มุ ใดได้ตวั นับนอ้ ยกว่า ❖ กลุ่มใดไดต้ วั นบั มากท่ีสุด ❖ กลมุ่ ใดได้ตวั นับน้อยท่สี ุด 5. ครูใช้คำถามเพื่อทบทวนความรู้พ้นื ฐานเรือ่ งการคณู การหาร เชน่ ❖ ตัวนับ 40 ตวั แบง่ เปน็ กอง กองละ 2 ตัว ไดก้ ก่ี อง
❖ ตัวนบั 50 ตัว แบง่ เป็นกอง กองละ 5 ตวั ไดก้ ่ีกอง ❖ ตัวนบั 60 ตัว แบ่งเปน็ กอง กองละ 10 ตวั ไดก้ ีก่ อง ❖ มตี วั นับ 3 กอง แตล่ ะกองมตี วั นับ 10 ตวั มีตวั นับท้งั หมดกี่ตัว ❖ มตี ัวนับ 6 กอง แตล่ ะกองมีตัวนับ 5 ตัว มีตวั นับท้ังหมดกีต่ ัว ❖ มีตัวนับ 12 กอง แตล่ ะกองมีตัวนับ 2 ตัว มีตัวนับท้ังหมดกตี่ วั ข้นั สรปุ 6. จากน้ันให้นักเรียนตอบคำถามตามหนังสอื เรยี นหน้า 188 เพื่อเตรียมความพร้อม เป็นรายบุคคล แลว้ ร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง โดยคำถามขอ้ 1 – 3 นกั เรียนอาจใช้การนบั ทีละ 2 ทีละ 5 ทีละ 10 ตามท่โี จทย์ กำหนด หรืออาจใช้การคูณดว้ ย 2 คูณดว้ ย 5 หรอื คณู ดว้ ย 10 ก็ได้ สำหรบั ขอ้ 4 เปน็ การทบทวนการอา่ น ขอ้ มลู จากแผนภูมริ ูปภาพท่กี ำหนดรปู 1 รปู แทน 1 หน่วย 7. สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 8. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ 1. วิธีการวดั และประเมินผล 1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ ร่วมกิจกรรม 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ 2. เคร่อื งมอื 2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม 2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 การประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม ผ่านตัง้ แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจดั การเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 12101 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 11 เร่ือง แผนภมู ิรปู ภาพ เวลา 8 ชัว่ โมง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 เรื่อง แผนภูมิรปู ภาพท่ีกำหนดรูป 1 รปู แทน 2 หนว่ ย เวลา 1 ช่ัวโมง ผูส้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 3 สถิตแิ ละความน่าจะเปน็ ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรู้ทางสถติ ิในการแกป้ ัญหา 2. ตัวชี้วัด ค 3.1 ป.2/1 ใช้ข้อมูลจากแผนภมู ริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเมื่อกำหนดรปู 1 รูป แทน 2 หน่วย 5 หนว่ ยหรือ 10 หนว่ ย 3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด แผนภมู ริ ูปภาพเป็นการใช้รปู ภาพแสดงจำนวนของสิง่ ต่าง ๆ โดยรูปภาพที่แทนสิ่งเดยี วกนั ต้องเปน็ รูปภาพ ที่เหมอื นกันและมขี นาดเทา่ กนั และจำนวนรปู ภาพทีอ่ ยู่ในแผนภมู ิรปู ภาพนน้ั อาจไมใ่ ชจ่ ำนวนทีแ่ ท้จรงิ ของสงิ่ ต่าง ๆ ขึ้นอยกู่ ับขอ้ กำหนดในแผนภูมริ ูปภาพซงึ่ อาจกำหนดให้รูป 1 รปู แทน1 หน่วย 2 หนว่ ย 5 หนว่ ย หรอื 10 หน่วย 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพทกี่ ำหนดรูป 1 รูปแทน 2 หน่วยได้ (K) 2. ใชข้ อ้ มูลจากแผนภูมริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเมื่อกำหนดรปู 1 รปู แทน 2 หน่วย(P) 3. รับผิดชอบตอ่ หน้าท่ีที่ได้รบั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การอา่ นแผนภมู ิรูปภาพ 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่ือมโยง 3. การแกป้ ญั หา
3. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) 1. มีวนิ ยั 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้ันนำ 1. ครตู ิดแผนภูมริ ปู ภาพแสดงจำนวนนักเรียน ป. 2/1 ที่เล่นกฬี าชนดิ ตา่ ง ๆ ตามหนงั สอื เรียนหนา้ 189 ให้นักเรยี นบอกสง่ิ ทท่ี ราบจากแผนภูมิรูปภาพ หรือครูใช้คำถามเพอื่ ทบทวนความรูเ้ ดิมของนกั เรยี นเกีย่ วกบั การ อ่าน ขอ้ มูลจากแผนภูมริ ปู ภาพ เช่น ❖ แผนภูมริ ปู ภาพนแ้ี สดงอะไร (จำนวนนกั เรียน ป. 2/1 ที่เลน่ กฬี าชนดิ ต่าง ๆ) ❖ นกั เรยี น ป. 2/1 เลน่ กีฬากชี่ นิด อะไรบ้าง (5 ชนิด ได้แก่ ฟตุ บอล ว่ายน้ำ แบดมินตนั ปงิ ปอง และว่ิง) ❖ รูป แทนจำนวนของอะไร (จำนวนของนักเรยี น) ❖ รูป 1 รูป แทนจำนวนนักเรียนกคี่ น (1 คน) ❖ นักเรียน ป. 2/1 เล่นกีฬาชนดิ ใดมากท่สี ุด (ว่ายน้ำ) จำนวนกี่คน ( 20 คน) ขั้นสอน 2. ครนู ำอภปิ รายวา่ จำนวน 1 รูปในแผนภมู ริ ูปภาพแทนจำนวนนักเรยี น 1 คน ถ้ามีจำนวน นักเรียนมากกวา่ น้ี ในแผนภูมิรูปภาพก็จะมีจำนวนมากขนึ้ ทำใหใ้ ชเ้ วลาในการนบั มากขนึ้ และอาจเกิดความ ผิดพลาดในการนบั ได้ง่าย 3. ถา้ ตอ้ งการเขียนแผนภมู ิรูปภาพใหม่ทีใ่ ช้จำนวนรูปภาพน้อยลง ครอู าจจะตอ้ งเปล่ียนข้อกำหนดของ แผนภมู ริ ปู ภาพ และเนือ่ งจากจำนวนนกั เรียนทเ่ี ล่นกฬี าแต่ละชนดิ ส่วนใหญเ่ ปน็ จำนวนทหี่ ารด้วย 2 ลงตวั ครูจงึ ขอกำหนดให้ รปู 1 รูป แทนจำนวนนกั เรียน 2 คนจะเขยี นแผนภูมิรูปภาพได้อย่างไร 4. ครใู ห้นักเรียนมสี ่วนรว่ มดังนี้ ครตู ิดตัวแผนภูมิรูปภาพเปล่า บนกระดานแลว้ แจกกระดาษวงกลมสฟี ้า ใหน้ กั เรียนกลุ่มละ 20 วง 5. ให้แต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันคดิ วา่ ต้องใช้ ก่รี ปู แสดงจำนวนนกั เรยี นทเี่ ลน่ กฬี าว่ายนำ้ 20 คน พรอ้ มบอก วิธีคิด ซงึ่ อาจใชว้ ิธีคิดตามหนงั สือเรียนหนา้ 189 หรือวธิ ีอนื่ กไ็ ด้ 6. ครสู ุม่ ตัวแทนนกั เรยี นออกมาแสดงวธิ คี ิด แล้วติด ในตวั แผนภมู ริ ปู ภาพเปลา่ บนกระดานแสดง จำนวนนักเรียนทีเ่ ล่นกีฬาว่ายน้ำ ขัน้ สรุป
7. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปสงิ่ ทีไ่ ดเ้ รียนรูว้ า่ แผนภูมริ ปู ภาพเปน็ การใช้รูปภาพแสดงจำนวนของส่งิ ตา่ ง ๆ โดยรูปภาพท่แี ทนสิง่ เดยี วกนั ต้องเป็นรปู ภาพที่เหมอื นกนั และมขี นาดเท่ากัน และจำนวนรูปภาพทอี่ ยู่ใน แผนภูมิรปู ภาพนัน้ อาจไม่ใชจ่ ำนวนทแี่ ท้จริงของสิ่งต่าง ๆ ขนึ้ อย่กู ับขอ้ กำหนดในแผนภมู ิรูปภาพซึ่งอาจ กำหนดใหร้ ูป 1 รปู แทน 1 หนว่ ย 2 หน่วย 7. ส่อื การเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรียนคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝกึ คณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แผนภมู ิรูปภาพแสดงจำนวนนกั เรียน ป. 2/1 ที่เล่นกีฬาชนิดต่าง ๆ (กำหนดรูป 1 รูปแทน 1 หนว่ ย) 4. ตวั แผนภูมิรูปภาพเปล่า 5. กระดาษวงกลมสฟี ้า 8. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วิธกี ารวดั และประเมินผล 1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเข้าร่วมกิจกรรม 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุม่ 2. เครื่องมอื 2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม 2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุม่ ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 12101 ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 11 เร่ือง แผนภูมริ ปู ภาพ เวลา 8 ชว่ั โมง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 เร่อื ง แผนภูมริ ปู ภาพทกี่ ำหนดรูป 1 รูปแทน 2 หน่วย เวลา 1 ชั่วโมง ผ้สู อน นางสาวลภสั รดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระท่ี 3 สถติ ิและความน่าจะเปน็ ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา 2. ตวั ชีว้ ัด ค 3.1 ป.2/1 ใชข้ ้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเม่อื กำหนดรปู 1 รูป แทน 2 หนว่ ย 5 หนว่ ยหรือ 10 หน่วย 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด แผนภมู ิรปู ภาพเปน็ การใชร้ ูปภาพแสดงจำนวนของส่งิ ตา่ ง ๆ โดยรูปภาพที่แทนสิ่งเดียวกันต้องเปน็ รูปภาพ ทเ่ี หมือนกันและมขี นาดเทา่ กนั และจำนวนรูปภาพท่ีอยู่ในแผนภมู ิรปู ภาพนั้นอาจไม่ใชจ่ ำนวนทแี่ ท้จริงของส่งิ ตา่ ง ๆ ขึน้ อยู่กับข้อกำหนดในแผนภมู ิรูปภาพซง่ึ อาจกำหนดใหร้ ปู 1 รูปแทน1 หน่วย 2 หนว่ ย 5 หน่วย หรอื 10 หน่วย 4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อา่ นแผนภูมิรปู ภาพที่กำหนดรูป 1 รูปแทน 2 หนว่ ยได้ (K) 2. ใชข้ ้อมูลจากแผนภมู ิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเมือ่ กำหนดรูป 1 รูปแทน 2 หนว่ ย(P) 3. รบั ผิดชอบต่อหน้าท่ีทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การอา่ นแผนภูมริ ปู ภาพ 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสื่อสารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่อื มโยง 3. การแกป้ ัญหา 3. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ม่งุ มั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรยี นรู้ ขั้นนำ 1. จากแผนภมู ริ ปู ภาพตามหนงั สอื เรยี นหนา้ 190 ให้นักเรียนชว่ ยกันบอกสง่ิ ทท่ี ราบจากแผนภูมริ ูปภาพ เช่น ช่ือแผนภูมริ ปู ภาพ ขอ้ กำหนดรายการตา่ ง ๆ จำนวนนักเรยี นทีเ่ ล่นกีฬาชนิดตา่ ง ๆ 2. จากนน้ั ครถู ามคำถาม เชน่ มีนักเรียนเลน่ กฬี าวง่ิ กค่ี น ทราบได้อย่างไร ครสู ุ่มตัวแทนนักเรยี น ออกมานำเสนอวิธคี ดิ ซึ่งนักเรียนอาจใช้วธิ คี ดิ ตามหนังสอื เรียน ขั้นสอน 3. ครสู ุ่มนกั เรยี นตัง้ คำถามจากแผนภมู ิรูปภาพบนกระดาน ที่กำหนด 1 รปู แทนจำนวนนักเรยี น 2 คน แล้วใหน้ กั เรียนคนอ่ืนช่วยกันตอบคำถาม 4. จากนั้นใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนตอบคำถามตามหนงั สือเรยี นหนา้ 190 และใหต้ ัวแทนนักเรยี นออกมา นำเสนอวิธคี ิด 5. จากนัน้ ครใู หน้ ักเรยี นรว่ มกันอภิปรายวา่ แผนภมู ริ ปู ภาพตามหนงั สือเรยี นหนา้ 189 กับ หนา้ 190 เหมอื นกันหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร ตวั อยา่ งคำตอบ เชน่ ❖ เปน็ แผนภูมริ ูปภาพแสดงจำนวนนกั เรยี น ป. 2/1 ท่ีเล่นกีฬาชนิดต่าง ๆ เหมอื นกนั ❖ มรี ายการชนิดกีฬา 5 ชนดิ เหมือนกัน ไดแ้ ก่ ฟุตบอล ว่ายนำ้ แบดมนิ ตนั ปิงปอง และ วง่ิ ❖ มขี ้อกำหนดตา่ งกนั ❖ ใชจ้ ำนวนรปู ภาพในแผนภูมไิ ม่เทา่ กนั 6. จากการอภิปรายไดข้ ้อสงั เกตว่า เมื่อกำหนดให้รปู ภาพ 1 รปู แทนจำนวนของส่ิงตา่ ง ๆไมเ่ ท่ากัน จำนวน รูปภาพในแผนภูมิรูปภาพก็จะต่างกนั ด้วย ถงึ แม้วา่ จำนวนของสง่ิ ต่าง ๆ จะเท่ากันก็ตาม เช่น มีจำนวนนักเรยี นท่ี เล่นกฬี าวา่ ยนำ้ 20 คน ถ้ากำหนดรปู 1 รูป แทนจำนวนนกั เรยี น 1 คน จะได้รูปในแผนภมู ริ ูปภาพ 20 รูป แต่ ถ้า กำหนดรปู 1 รูป แทนจำนวนนกั เรียน 2 คน จะไดร้ ปู ในแผนภมู ริ ปู ภาพ 10 รูป ขัน้ สรุป 7. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ สิ่งทีไ่ ดเ้ รียนร้วู า่ แผนภูมิรปู ภาพเปน็ การใช้รปู ภาพแสดงจำนวนของส่ิง ต่าง ๆ โดยรปู ภาพท่แี ทนสงิ่ เดยี วกันต้องเปน็ รปู ภาพทเี่ หมือนกนั และมีขนาดเท่ากนั และจำนวนรูปภาพทอ่ี ย่ใู น แผนภูมริ ปู ภาพนั้นอาจไมใ่ ชจ่ ำนวนท่แี ท้จรงิ ของสิ่งตา่ ง ๆ ขึน้ อยู่กับขอ้ กำหนดในแผนภูมริ ปู ภาพซึ่งอาจ กำหนดให้รปู 1 รปู แทน 1 หน่วย 2 หนว่ ย
7. สือ่ การเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. แผนภูมริ ปู ภาพแสดงจำนวนนักเรยี น ป. 2/1 ที่เล่นกฬี าชนิดต่าง ๆ (กำหนดรปู 1 รูปแทน 1 หนว่ ย 4. กระดาษวงกลมสีฟ้า 8. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วิธกี ารวัดและประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หดั 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2. เครอื่ งมอื 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม 3. เกณฑ์การประเมิน 3.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ รหัสวชิ า ค 12101 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 11 เร่ือง แผนภมู ิรปู ภาพ เวลา 8 ชัว่ โมง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 เรื่อง แผนภูมิรปู ภาพท่ีกำหนดรปู 1 รปู แทน 2 หน่วย เวลา 1 ชวั่ โมง ผูส้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 3 สถิตแิ ละความน่าจะเปน็ ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามรู้ทางสถิติในการแก้ปญั หา 2. ตัวชี้วัด ค 3.1 ป.2/1 ใช้ข้อมูลจากแผนภมู ริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเมอ่ื กำหนดรูป 1 รูป แทน 2 หน่วย 5 หนว่ ยหรือ 10 หนว่ ย 3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด แผนภมู ริ ูปภาพเป็นการใช้รปู ภาพแสดงจำนวนของสง่ิ ต่าง ๆ โดยรปู ภาพทีแ่ ทนสง่ิ เดยี วกันตอ้ งเป็นรูปภาพ ที่เหมอื นกันและมขี นาดเทา่ กนั และจำนวนรปู ภาพทอี่ ยู่ในแผนภมู ริ ปู ภาพนัน้ อาจไม่ใช่จำนวนทีแ่ ท้จริงของสงิ่ ต่าง ๆ ขึ้นอยกู่ ับขอ้ กำหนดในแผนภูมริ ูปภาพซงึ่ อาจกำหนดให้รูป 1 รปู แทน1 หนว่ ย 2 หน่วย 5 หน่วย หรือ 10 หน่วย 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพทกี่ ำหนดรูป 1 รูปแทน หนว่ ยได้ (K) 2. ใชข้ อ้ มูลจากแผนภูมริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทย2์ ปัญหาเม่ือกำหนดรปู 1 รูปแทน 2 หน่วย(P) 3. รับผิดชอบตอ่ หน้าท่ีที่ได้รบั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การอา่ นแผนภมู ิรูปภาพ 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่ือมโยง 3. การแกป้ ญั หา
3. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มีวนิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขัน้ นำ 1. ครตู ิดแผนภมู ิรูปภาพตามหนังสือเรยี นหนา้ 191 บนกระดาน แล้วใหน้ กั เรียนช่วยกนั หา คำตอบ ดงั นี้ ❖ รปู 1 รูปแทนจำนวนของอะไร (จำนวนของเหรยี ญทอง) และรปู 1 รูป แทนจำนวนเหรียญทอง ก่ี เหรียญ (2 เหรียญ) ❖ ช่ือของแผนภูมริ ปู ภาพน้ีคืออะไร (จำนวนเหรยี ญทองทน่ี กั กฬี าแต่ละสไี ดจ้ ากการแข่งขนั ) ❖ นกั กีฬาสใี ดไดเ้ หรียญทองมากทสี่ ุด (สีชมพู) ไดเ้ หรยี ญทองก่ีเหรียญ (14 เหรียญ) ❖ คิดได้อย่างไร (ใช้การนับทีละ 2 หรือใชก้ ารคูณดว้ ย 2 ) ❖ นกั กฬี าสอี ะไรไดเ้ หรยี ญทองเทา่ กัน และไดก้ ี่เหรียญ (สฟี ้ากับสีเขียวได้เหรยี ญทองเท่ากัน 10 เหรยี ญ) ❖ นกั กฬี าสีฟ้าไดเ้ หรียญทองมากกว่านักกีฬาสแี ดงกเ่ี หรยี ญ คิดอยา่ งไร (2 เหรียญ คิดจากรปู ใน แผนภมู มิ ีมากกวา่ 1 รูป จึงมากกว่าอยู่ 2 เหรยี ญ ข้ันสอน 2. จากนัน้ ให้นกั เรยี นช่วยกันตอบคำถามตามหนังสอื เรียนหนา้ 191 แลว้ ครูสุ่มตัวแทนนกั เรียนตอบ 3. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน โดยให้นกั เรยี นพิจารณาแผนภมู ริ ปู ภาพและตอบคำถามตาม หนงั สอื เรยี นหน้า 192 เป็นรายบคุ คล ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ถ้าพบว่ามนี ักเรยี นทตี่ อบ คำถามไมถ่ ูกต้อง ครอู าจสมุ่ ตัวแทนนกั เรยี นให้ออกมาแสดงแนวคิดในการหาคำตอบ เช่น จากแผนภูมริ ูปภาพ ตอบคำถาม - ข้อ 1 ในการหาคำตอบว่า กฬี าชนิดใดท่ีนกั เรยี นช้นั ป.2 ชอบมากเปน็ อนั ดบั ที่ 2 นั้นอาจใช้การพจิ ารณา จำนวน ในแผนภูมริ ูปภาพวา่ กีฬาชนิดใดมี มากเปน็ อันดบั ที่ 2 จะได้วา่ กีฬาว่ายนำ้ เปน็ กฬี าท่ีนักเรียนชอบ มากเปน็ อนั ดับท่ี 2 มีรูป ในแผนภมู ิ 6 รปู ดังน้นั มีนกั เรียนชอบกีฬาวา่ ยนำ้ 6 × 2 = 12 คน - ข้อ 2 มีรปู ในชอ่ งฟตุ บอลมากกวา่ ปิงปอง 5 รูป ดงั น้นั มนี กั เรยี นชอบฟุตบอลมากกว่าปงิ ปอง 5 × 2 = 10 คน
- ข้อ 3 จากข้อกำหนดวา่ 1 รูปแทนจำนวนนกั เรยี น 2 คน ถ้ามีนักเรยี น 10 คน จะมี ใน แผนภมู ิ 5 รูป ดงั น้ัน กีฬาชนิดใดทีม่ ี มากกว่า 5 รปู แสดงวา่ มีนักเรยี นชอบกีฬาชนดิ นนั้ มากกว่า 10 คน - ขอ้ 4 จากโจทย์ ไดก้ ลา่ วถึงกฬี าบาสเกต็ บอลและแบดมนิ ตัน ดงั นน้ั 1 หรือ 2 จะตอ้ งเปน็ กีฬาบาสเกต็ บอล หรือแบดมินตนั ชนิดใดชนดิ หนึ่ง ถ้ามนี ักเรยี นชอบบาสเกต็ บอลมากกว่า วงิ่ 4 คน แสดงวา่ ต้องมี ใน แผนภมู ิมากกว่าวงิ่ 2 รปู ดงั นน้ั 1 เปน็ กฬี าบาสเก็ตบอล จึงไดว้ า่ 2 เป็นกฬี าแบดมินตัน ข้ันสรปุ 4. จากนั้นครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปส่งิ ที่ได้เรียนรู้ว่า ❖ จำนวนรูปภาพในแผนภมู ริ ปู ภาพอาจไม่ใชจ่ ำนวนทแี่ ท้จรงิ ของสิ่งต่าง ๆ ❖ จำนวนท่ีแทจ้ รงิ ของส่งิ ต่าง ๆ ในแผนภูมริ ูปภาพข้ึนอยู่กบั ข้อกำหนดในแผนภมู ิรูปภาพซ่ึงอาจ กำหนดใหร้ ูป 1 รูปแทนจำนวนท่ีแทจ้ รงิ ของสิง่ ตา่ ง ๆ 1 หน่วย หรอื 2 หนว่ ย 5. จากนนั้ ให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัด 11.1 หน้า 109 - 111 7. สอ่ื การเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 3. แผนภมู ิรปู ภาพแสดงจำนวนนกั เรียน ป. 2 ทเ่ี ลน่ กฬี าชนิดต่าง ๆ 4. แผนภูมริ ปู ภาพแสดงจำนวนเหรยี ญทองทนี่ ักกฬี าแต่ละสีไดจ้ ากการแข่งขัน 8. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ 1. วิธกี ารวัดและประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หดั 1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้ารว่ มกิจกรรม 2. เคร่อื งมอื 2.1 แบบฝกึ หัด 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม ผ่านตง้ั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 12101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 11 เรอื่ ง แผนภูมิรูปภาพ เวลา 8 ชว่ั โมง แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 5 เร่ือง แผนภูมริ ปู ภาพท่ีกำหนดรปู 1 รปู แทน 5 หนว่ ย เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวลภัสรดา สรอ้ ยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 3 สถิติและความนา่ จะเปน็ ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรู้ทางสถติ ิในการแก้ปัญหา 2. ตวั ชวี้ ัด ค 3.1 ป.2/1 ใชข้ อ้ มูลจากแผนภูมริ ูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเมอ่ื กำหนดรปู 1 รปู แทน 2 หนว่ ย 5 หนว่ ยหรอื 10 หน่วย 3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด แผนภมู ิรูปภาพเป็นการใช้รูปภาพแสดงจำนวนของส่ิงตา่ ง ๆ โดยรูปภาพท่แี ทนส่ิงเดยี วกนั ตอ้ งเป็นรูปภาพ ที่เหมือนกันและมีขนาดเท่ากัน และจำนวนรูปภาพท่ีอยู่ในแผนภูมริ ูปภาพน้ันอาจไม่ใช่จำนวนที่แท้จริงของสิ่ง ตา่ ง ๆ ขน้ึ อยูก่ บั ขอ้ กำหนดในแผนภูมิรูปภาพซ่ึงอาจกำหนดให้รูป 1 รูปแทน1 หนว่ ย 2 หนว่ ย 5 หนว่ ย หรือ 10 หนว่ ย การอ่านแผนภูมริ ูปภาพ จะใชข้ อ้ กำหนดในการหาจำนวนท่แี ท้จริงของส่ิงตา่ ง ๆ และนำขอ้ มลู จากแผนภูมิ รูปภาพไปใช้ในการหาคำตอบ 4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. อา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพท่กี ำหนดรูป 1 รูปแทน 5 หนว่ ยได้ (K) 2. ใชข้ อ้ มูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หาเมอ่ื กำหนดรปู 1 รปู แทน 5 หน่วย(P) 3. รับผดิ ชอบตอ่ หน้าทีท่ ่ีได้รบั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรยี นรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การอ่านแผนภูมริ ูปภาพ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการสอื่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเชื่อมโยง 3. การแก้ปญั หา 3. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน 6 กิจกรรมการเรยี นรู้ ขั้นนำ 1. ครกู ำหนดสถานการณต์ ามหนังสอื เรียนหนา้ 193 และติดขอ้ มูลทีไ่ ด้จากการสำรวจจำนวนขนมจีบท่ี คนในครอบครวั กนิ ตั้งแตว่ ันจันทรถ์ งึ วันศุกร์ท่ีแสดงด้วยรอยขีดบนกระดาน แล้วร่วมกันอภปิ รายเพื่อแสดงข้อมูล เปน็ แผนภมู ิรปู ภาพ โดยอาจใช้คำถามดังนี้ ❖ แมส่ ำรวจข้อมูลกวี่ นั (5 วัน) วนั ใดบา้ ง (วันจันทร์ วันองั คาร วันพธุ วนั พฤหัสบดี และวนั ศกุ ร์) ❖ ถา้ ตอ้ งการแสดงข้อมูลน้ดี ว้ ยแผนภูมิรูปภาพ จะต้องมชี อ่ งแสดงรายการก่ชี อ่ ง (5 ชอ่ ง) ❖ แสดงรายการอะไรบ้าง (วันจันทร์ วันองั คาร วันพธุ วนั พฤหสั บดี และวันศกุ ร์) ข้ันสอน 2. จากนนั้ ครตู ดิ ตัวแผนภูมริ ูปภาพเปล่า บนกระดานแล้วเขยี นรายการทีเ่ ป็นชอ่ื วนั ในแต่ละช่อง ❖ รอยขดี ในแต่ละช่องแสดงจำนวนของอะไร (ขนมจบี ) ❖ จากรอยขีดแสดงจำนวนขนมจีบท่ีคนในครอบครวั กินแต่ละวันเป็นจำนวนเท่าไรบ้าง (วันจันทร์ 5 ช้ิน วนั อังคาร 10 ช้นิ วันพุธ 5 ชิน้ วนั พฤหสั บดี 10 ชนิ้ และวนั ศกุ ร์15 ชน้ิ ) ❖ นกั เรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง (เป็นจำนวนท่ี 5 หารลงตัวลง หรอื เปน็ จำนวนที่นับเพ่ิมทลี ะ 5 ) ❖ ถ้าเขียนขอ้ กำหนดในแผนภมู ิรูปภาพน้ี จะต้องกำหนดให้รปู 1 รูปแทนจำนวนขนมจบี ก่ี ช้ิน (5 ชิ้น) ❖ ถา้ ครูกำหนดให้ 1 รูป แทนจำนวนขนมจีบ 5 ช้ิน รายการช่องวนั จันทรใ์ นแผนภูมิ รูปภาพ ตอ้ งมีรปู กี่รูป (1 รปู ) เพราะอะไร (วันจนั ทรค์ รอบครัวนีก้ นิ ขนมจบี 5 ช้ิน) 3 ครูสุ่มนักเรียนออกมาตดิ รูป 1 รปู ในตวั แผนภมู ิรปู ภาพเปล่าช่องวันจันทร์ บนกระดานแล้ว จดั กจิ กรรมทำนองเดียวกนั จนครบทกุ วัน จะไดแ้ ผนภมู ริ ปู ภาพแสดงจำนวนขนมจีบทีค่ นในครอบครัวนก้ี ินต้ังแต่ วนั จนั ทร์ถงึ วันศุกร์ ตามหนงั สือเรยี นหนา้ 193 4. จากนัน้ ครถู ามคำถามเก่ียวกบั แผนภูมริ ปู ภาพ ใหน้ ักเรียนหาคำตอบ แลว้ ร่วมกนั เฉลย เช่น
❖ ในวันพฤหัสบดคี รอบครวั นี้กนิ ขนมจบี กีช่ ้นิ (10 ชิ้น) คดิ ได้อย่างไร (ใช้การนับทีละ 5 หรอื ใช้ การคูณด้วย 5 ) ❖ วนั ศุกร์ครอบครัวน้ีกินขนมจีบมากกวา่ วันจนั ทร์กช่ี น้ิ (10 ชิ้น) ❖ คดิ ได้อย่างไร (หาจำนวนขนมจบี ของวนั จันทร์ ได้ 5 ชิน้ และวนั ศกุ รไ์ ด้ 15 ช้นิ จะได้ว่า ครอบครวั น้ี กนิ ขนมจบี ในวนั ศกุ รม์ ากกวา่ วนั จันทร์ 15 – 5 = 10 ชน้ิ หรอื นบั จำนวน ในแผนภมู ริ ปู ภาพจะไดใ้ นชอ่ ง วนั ศกุ รม์ ีรปู ขนมจบี มากกว่าในชอ่ งวนั จนั ทร์ 2 รปู ดังนน้ั ครอบครวั นก้ี ินขนมจีบในวันศุกรม์ ากกวา่ วันจันทร์ 2 × 5 = 10 ชน้ิ ) ❖ รวม 5 วัน ครอบครัวน้กี ินขนมจีบท้งั หมดกีช่ ้ิน (45 ช้นิ ) ❖ คิดได้อย่างไร (นับ ของทุกวันรวมกันได้ 9 รูป ดังนัน้ รวม 5 วัน ครอบครวั นกี้ ินขนมจีบ ทัง้ หมด 9 × 5 = 45 ชิ้น ) 5. ครูติดแผนภมู ิรปู ภาพแสดงจำนวนข้าวหอ่ สาหร่ายไส้ต่าง ๆ ท่ีแม่ค้าขายได้ใน1 วัน ตามหนงั สือเรียน หน้า 194 ใหน้ ักเรยี นบอกส่ิงที่ทราบจากแผนภูมริ ูปภาพ หรือครูอาจใช้คำถาม เช่น ❖ ช่อื ของแผนภูมริ ูปภาพคอื อะไร (จำนวนข้าวหอ่ สาหรา่ ยไสต้ า่ งๆทแี่ มค่ ้าขายไดใ้ น 1 วัน) ❖ รูป 1 รปู แทนจำนวนของอะไร (แทนจำนวนขา้ วห่อสาหรา่ ย 5 กล่อง) ❖ แม่คา้ ขายข้าวหอ่ สาหร่ายไส้อะไรได้มากทสี่ ดุ กีก่ ล่อง (แซลมอน 60 กลอ่ ง) ❖ คดิ อย่างไร (นับเพม่ิ ทลี ะ 5 หรอื คูณดว้ ย 5 ) ❖ แมค่ ้าขายข้าวห่อสาหรา่ ยไสท้ นู ่าได้นอ้ ยกวา่ ไส้ปูอัดก่กี ล่อง (10 กลอ่ ง) ❖ คดิ อยา่ งไร (ในแผนภมู ริ ปู ภาพข้าวหอ่ สาหร่ายไสท้ ูนา่ มี 8 รปู ซง่ึ นอ้ ยกว่าไส้ปูอัด 2 รูป ดงั นัน้ แมค่ ้าขายขา้ วหอ่ สาหร่ายไสท้ นู า่ ได้น้อยกว่าไส้ปอู ัด 2 × 5 = 10 กลอ่ ง) 6. ให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถามตามหนังสอื เรียนหนา้ 194 แล้วให้ตวั แทนนักเรียนออกมานำเสนอวิธคี ดิ ขัน้ สรปุ 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ สิ่งท่ไี ด้เรยี นรู้ • จำนวนรูปภาพในแผนภูมิรูปภาพอาจไม่ใช่จำนวนที่แท้จริงของส่งิ ต่าง ๆ • จำนวนทีแ่ ท้จรงิ ของสงิ่ ต่าง ๆ ในแผนภมู ริ ูปภาพขนึ้ อย่กู บั ขอ้ กำหนดในแผนภมู ิรูปภาพซ่งึ อาจ กำหนดใหร้ ปู 1 รูปแทนจำนวนที่แท้จรงิ ของสิง่ ตา่ ง ๆ 1 หน่วย 2 หน่วย หรอื 5 หนว่ ย 7. ส่อื การเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียนคณติ ศาสตร์ ป.2 เลม่ 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. ตารางบันทกึ ขอ้ มลู ด้วยรอยขดี ตามสถานการณ์ในหนังสอื หน้า 193 4. บตั รภาพขนมจบี
5. ตวั แผนภูมิรูปภาพเปล่า 6. แผนภูมริ ูปภาพแสดงจำนวนข้าวห่อสาหรา่ ยไส้ต่าง ๆ ท่แี ม่คา้ ขายไดใ้ น 1 วนั 8. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 2. เคร่ืองมอื 2.1 แบบฝกึ หัด 2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมนิ 3.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 11 เรื่อง แผนภมู ริ ปู ภาพ เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6 เร่ือง แผนภูมิรูปภาพที่กำหนดรปู 1 รปู แทน 5 หนว่ ย เวลา 1 ชว่ั โมง ผูส้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระที่ 3 สถติ แิ ละความนา่ จะเปน็ ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแกป้ ญั หา 2. ตวั ช้วี ัด ค 3.1 ป.2/1 ใช้ขอ้ มูลจากแผนภมู ิรปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเมื่อกำหนดรปู 1 รปู แทน 2 หน่วย 5 หน่วยหรือ 10 หนว่ ย 3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด แผนภมู ริ ูปภาพเปน็ การใช้รปู ภาพแสดงจำนวนของสิ่งต่าง ๆ โดยรูปภาพท่แี ทนสิ่งเดยี วกนั ตอ้ งเปน็ รปู ภาพ ที่เหมือนกันและมีขนาดเท่ากัน และจำนวนรูปภาพที่อยูใ่ นแผนภูมริ ูปภาพนั้นอาจไม่ใช่จำนวนที่แท้จริงของสิ่ง ตา่ ง ๆ ขนึ้ อยกู่ บั ข้อกำหนดในแผนภูมริ ูปภาพซ่งึ อาจกำหนดใหร้ ูป 1 รปู แทน1 หนว่ ย 2 หนว่ ย 5 หนว่ ย หรือ 10 หน่วย การอา่ นแผนภูมิรปู ภาพ จะใชข้ ้อกำหนดในการหาจำนวนทแ่ี ท้จรงิ ของสง่ิ ตา่ ง ๆ และนำข้อมลู จากแผนภูมิ รปู ภาพไปใชใ้ นการหาคำตอบ 4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อา่ นแผนภมู ิรูปภาพทก่ี ำหนดรูป 1 รูปแทน 5 หนว่ ยได้ (K) 2. ใชข้ ้อมูลจากแผนภูมิรปู ภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หาเมื่อกำหนดรูป 1 รปู แทน 5 หนว่ ย (P) 3. รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การอา่ นแผนภูมริ ูปภาพ 2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P) 1. ความสามารถในการสอื่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์
2. การเชอ่ื มโยง 3. การแก้ปญั หา 3. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้นั นำ 1. ครใู ห้นักเรียนพิจารณาแผนภูมริ ูปภาพแสดงจำนวนไข่ไก่ทคี่ ณุ ย่าซอ้ื ในแต่ละสปั ดาหต์ ามหนงั สอื เรยี นหน้า 195 แลว้ ให้นกั เรยี นบอกสิง่ ทท่ี ราบจากแผนภมู ิรูปภาพ เช่น ❖ คณุ ย่าซื้อไข่ไก่ 5 สัปดาห์ ❖ จำนวนไข่ไกท่ ่ีคณุ ยา่ ซอ้ื ในแตล่ ะสัปดาห์ ❖ ไขไ่ ก่ 1 รปู แทนจำนวนไขไ่ ก่ 5 ฟอง ❖ สัปดาห์ที่ 2 คุณย่าซื้อไขน่ ้อยทส่ี ุด 15 ฟองคิดจาก 3 × 5 = 15 ❖ สปั ดาห์ท่ี 1 คุณย่าซื้อไขม่ ากกวา่ สปั ดาหท์ ี่ 2 จำนวน 15 ฟอง ขั้นสอน 2. ใหน้ ักเรียนจับคู่แล้วช่วยกนั ตอบคำถามตามหนังสอื เรียนหน้า 195 เมอ่ื นกั เรียนทำเสรจ็ แล้ว ครูสุ่ม ตัวแทนนกั เรียนออกมาเฉลยคำตอบพร้อมแสดงวธิ ีคดิ จนครบทกุ ขอ้ สำหรบั ขอ้ 3 โจทย์บอกราคาไขไ่ ก่ 1 ฟอง ให้ แลว้ ถามวา่ สัปดาห์ที่ 2 คุณยา่ จา่ ยเงนิ ซอื้ ไข่ไกท่ ้ังหมดก่บี าท นักเรียนต้องหาก่อนวา่ คณุ ย่าซอื้ ไข่ไกใ่ นสปั ดาห์ ท่ี 2 ก่ีฟอง แลว้ จงึ หาราคารวมของไข่ไก่ท้ังหมดได้ สำหรบั ข้อ 5 จากแผนภูมริ ปู ภาพน้ีกำหนด 1 รูป แทน จำนวนไข่ไก่ 5 ฟอง ถา้ คุณย่าซอ้ื ไขไ่ ก่เพ่ิมอกี 15 ฟอง แสดงว่าตอ้ งมรี ูป เพิ่มอีก 15 ÷ 5 = 3 รปู 3. ใหน้ ักเรยี นอ่านแผนภมู ริ ปู ภาพและตอบคำถามตามหนังสือเรยี นหน้า 196 เป็นรายบุคคล 4. ครูและนกั เรียนรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 5. ครอู าจสุ่มตัวแทนนักเรยี นใหอ้ อกมาแสดงแนวคดิ ในการหาคำตอบ เช่น ❖ รูป 1 รูปแทนจำนวนของอะไร (จำนวนน้ำหนกั ผลไม้ 5 กิโลกรัม) ❖ ถา้ พอ่ ค้าขายเงาะไดน้ ้อยกวา่ ทเุ รียน 10 กโิ ลกรัมตอ้ งมีรปู ในชอ่ งเงาะมากกวา่ หรือนอ้ ย กว่ารูป ในช่องทเุ รียน (น้อยกวา่ ) กีร่ ปู (2 รปู ) ❖ คิดได้อย่างไร (1 รูปแทนจำนวนนำ้ หนกั ผลไม้ 5 กโิ ลกรมั 2 รปู จงึ แทนจำนวนน้ำหนักผลไม้ 10 กิโลกรมั ) ❖ ชอ่ งใดทมี่ รี ปู นอ้ ยกว่าช่องทเุ รียน 2 รปู (ชอ่ ง 1 )
❖ ดงั นัน้ ชอ่ ง 1 ต้องเป็นผลไมช้ นดิ ใด (เงาะ) ❖ จากโจทย์ พ่อค้าขายเงาะไดม้ ากกว่ามะม่วงก่กี ิโลกรมั (20 กิโลกรัม) ตอ้ งมรี ูป ในชอ่ งเงาะ มากกวา่ หรือนอ้ ยกวา่ รปู ในช่องมะม่วง (มากกวา่ ) กร่ี ูป (4 รปู ) ❖ คิดไดอ้ ยา่ งไร(1 รูปแทนจำนวนน้ำหนักผลไม้ 5 กิโลกรัม 4 รปู จึงแทนจำนวนนำ้ หนักผลไม้ 20 กโิ ลกรมั ) ❖ ช่อง 2 ตอ้ งเป็นผลไม้ชนดิ ใด (มะมว่ ง) ข้ันสรปุ 6. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปสิ่งทไี่ ดเ้ รยี นรู้ • จำนวนรปู ภาพในแผนภมู ริ ปู ภาพอาจไม่ใช่จำนวนท่แี ท้จรงิ ของสิ่งตา่ ง ๆ • จำนวนท่ีแท้จริงของส่ิงตา่ ง ๆ ในแผนภมู ริ ปู ภาพข้ึนอยกู่ ับข้อกำหนดในแผนภมู ิรูปภาพซึ่งอาจ กำหนดให้รปู 1 รูปแทนจำนวนทแี่ ทจ้ รงิ ของสงิ่ ตา่ ง ๆ 1 หน่วย 2 หน่วย หรือ 5 หนว่ ย 7. จากน้นั ให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัด 11.2 หนา้ 112 – 114 7. สอ่ื การเรียนรู้ 1. หนังสอื เรียนคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แผนภูมิรปู ภาพแสดงจำนวนไข่ไกท่ ่คี ุณย่าซ้ือในแต่ละสัปดาห์ชนิดตา่ ง ๆ 8. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วิธกี ารวัดและประเมินผล 1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 2. เครือ่ งมือ 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมนิ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม ผ่านตง้ั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น
แผนการจัดการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 11 เร่ือง แผนภมู ริ ปู ภาพ เวลา 8 ช่วั โมง แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 7 เรือ่ ง แผนภมู ริ ปู ภาพทกี่ ำหนดรูป 1 รปู แทน 10 หน่วย เวลา 1 ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระที่ 3 สถติ แิ ละความนา่ จะเป็น ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา 2. ตัวช้วี ัด ค 3.1 ป.2/1 ใช้ขอ้ มูลจากแผนภูมริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเมื่อกำหนดรปู 1 รูป แทน 2 หนว่ ย 5 หน่วยหรอื 10 หนว่ ย 3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด แผนภูมิรปู ภาพเป็นการใช้รปู ภาพแสดงจำนวนของสิง่ ต่าง ๆ โดยรปู ภาพทีแ่ ทนสง่ิ เดียวกนั ตอ้ งเปน็ รูปภาพ ที่เหมือนกันและมีขนาดเท่ากัน และจำนวนรูปภาพที่อยูใ่ นแผนภูมิรูปภาพน้ันอาจไม่ใช่จำนวนที่แท้จริงของส่งิ ต่าง ๆ ข้นึ อยู่กับขอ้ กำหนดในแผนภมู ริ ูปภาพซ่ึงอาจกำหนดให้รูป 1 รปู แทน1 หน่วย 2 หนว่ ย 5 หนว่ ย หรอื 10 หนว่ ย การอา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพ จะใช้ขอ้ กำหนดในการหาจำนวนทแี่ ทจ้ รงิ ของสง่ิ ต่าง ๆ และนำข้อมูลจากแผนภูมิ รูปภาพไปใชใ้ นการหาคำตอบ 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพทกี่ ำหนดรูป 1 รปู แทน 10 หน่วยได้ (K) 2. ใชข้ ้อมูลจากแผนภมู ริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเมือ่ กำหนดรูป 1 รูปแทน 10 หน่วย (P) 3. รับผิดชอบตอ่ หน้าทที่ ี่ไดร้ บั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การอ่านแผนภมู ิรูปภาพ 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการส่ือสารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่ือมโยง
3. การแกป้ ญั หา 3. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขัน้ นำ 1. ครเู ลา่ สถานการณ์ตามหนังสือเรียนหนา้ 197แล้วตดิ แผนภมู ิรูปภาพแสดงจำนวนอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ ในสวนน้ำให้นกั เรยี นพิจารณาแผนภูมริ ปู ภาพบนกระดานแลว้ บอกสง่ิ ท่ีทราบจากแผนภมู ริ ปู ภาพ เชน่ ช่ือ แผนภูมิ รายการอุปกรณ์ในสวนนำ้ ครูอาจใชค้ ำถาม เช่น ❖ แผนภูมริ ปู ภาพแสดงจำนวนของอะไร (จำนวนอุปกรณ์ชนดิ ต่าง ๆ ในสวนนำ้ ) ❖ ในสวนนำ้ มอี ุปกรณอ์ ะไรบ้าง (หว่ งยาง โฟมว่ายนำ้ เส้ือชชู ีพ หมวกกันนอ๊ ก) ❖ แผนภูมิรูปภาพน้มี ีขอ้ กำหนดอยา่ งไร (รูป 1 รูป แทนจำนวนอุปกรณ์ 10 อัน) ❖ ในหอ้ งอุปกรณ์มีห่วงยางกี่อัน (60 อัน) ❖ คดิ ได้อยา่ งไร (ใช้การนับเพม่ิ ทีละ 10 หรือใช้การคูณด้วย10) ขัน้ สอน 2. ครตู ดิ แผนภูมิรูปภาพแสดงจำนวนผ้ใู ช้บรกิ ารท่ีชอบบริเวณต่าง ๆ ในสวนสนกุ บนกระดาน แล้วให้ นักเรียนพจิ ารณาแผนภูมิรูปภาพ และบอกสิ่งที่ทราบจากแผนภูมริ ปู ภาพ เช่น ชอื่ แผนภูมิ บรเิ วณต่าง ๆ ในสวน สนุก ครอู าจใชค้ ำถาม เชน่ ❖ แผนภมู ิรปู ภาพแสดงจำนวนของอะไร (จำนวนผูใ้ ช้บรกิ ารที่ชอบบริเวณตา่ ง ๆ ในสวนสนุก) ❖ จากแผนภูมริ ปู ภาพ บริเวณตา่ ง ๆ ในสวนสนกุ มีอะไรบ้าง (สวนนำ้ สวนผจญภัย เมอื งจำลอง สวนอาหาร) ❖ แผนภมู ริ ปู ภาพนม้ี ีขอ้ กำหนดอยา่ งไร( 1 รปู แทนจำนวนผใู้ ชบ้ รกิ าร 10 คน) ❖ จากแผนภูมิรูปภาพนกั เรยี นสงั เกตเห็นรปู ดาวมลี ักษณะอย่างไรบา้ ง ( และ ) ❖ รูป 1 รปู แทนจำนวนผู้ใช้บรกิ ารกี่คน(จำนวนผใู้ ช้บริการ 5 คน) ทราบได้อยา่ งไร (เพราะ แทนจำนวนผใู้ ช้บริการ 10 คน ดงั นนั้ แทนจำนวนผ้ใู ชบ้ รกิ าร 5 คน) ❖ บริเวณเมอื งจำลองมีผู้ใช้บรกิ ารก่ีคน (75 คน)
❖ คดิ ได้อยา่ งไร (นบั ดาวทีเ่ ต็มดวงทีละ 10 จะได้ 70 แลว้ นับเพ่มิ อกี 5 จากดาวครึ่งดวง หรือ 7 × 10 = 70 แล้วนำ 70 + 5 = 75 หรอื (7 × 10) + 5 ) = 75 3. จากนั้นให้นกั เรยี นช่วยกนั ต้ังคำถาม พร้อมหาคำตอบ ครูอาจสุ่มตัวแทนนักเรยี นออกมา นำเสนอคำถาม แลว้ ใหเ้ พ่ือนในหอ้ งชว่ ยกันตอบ แลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตอบคำถามในกรอบทา้ ยหน้า 198 ข้ันสรุป 4. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปสิ่งทไี่ ดเ้ รยี นรู้ • จำนวนรปู ภาพในแผนภมู ริ ปู ภาพอาจไม่ใช่จำนวนทแ่ี ท้จรงิ ของส่ิงต่าง ๆ • จำนวนทแ่ี ท้จรงิ ของส่ิงตา่ ง ๆ ในแผนภูมิรูปภาพข้นึ อยู่กบั ขอ้ กำหนดในแผนภูมิรูปภาพซึ่งอาจ กำหนดให้รปู 1 รูปแทนจำนวนที่แท้จรงิ ของสง่ิ ตา่ ง ๆ 1 หน่วย 2 หนว่ ย หรือ 5 หนว่ ย หรือ 10 หน่วย 7. สือ่ การเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรียนคณติ ศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 2. แบบฝึกคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 2 สสวท. 3. แผนภมู ิรูปภาพแสดงจำนวนอุปกรณ์ชนิดต่างๆในสวนน้ำ 8. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล 1.1 ตรวจแบบฝึกหัด 1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเข้าร่วมกจิ กรรม 2. เคร่อื งมอื 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม 3. เกณฑ์การประเมนิ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน
แผนการจัดการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 12101 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 11 เร่ือง แผนภมู ริ ปู ภาพ เวลา 8 ช่วั โมง แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 8 เรือ่ ง แผนภมู ริ ปู ภาพทกี่ ำหนดรูป 1 รปู แทน 10 หน่วย เวลา 1 ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวลภัสรดา สร้อยสน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระที่ 3 สถติ แิ ละความนา่ จะเป็น ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา 2. ตัวช้วี ัด ค 3.1 ป.2/1 ใช้ขอ้ มูลจากแผนภูมริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเมื่อกำหนดรปู 1 รูป แทน 2 หนว่ ย 5 หน่วยหรอื 10 หนว่ ย 3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด แผนภูมิรปู ภาพเป็นการใช้รปู ภาพแสดงจำนวนของสิง่ ต่าง ๆ โดยรปู ภาพทีแ่ ทนสง่ิ เดียวกนั ตอ้ งเปน็ รูปภาพ ที่เหมือนกันและมีขนาดเท่ากัน และจำนวนรูปภาพที่อยูใ่ นแผนภูมิรูปภาพน้ันอาจไม่ใช่จำนวนที่แท้จริงของส่งิ ต่าง ๆ ข้นึ อยู่กับขอ้ กำหนดในแผนภมู ริ ูปภาพซ่ึงอาจกำหนดให้รูป 1 รปู แทน1 หน่วย 2 หนว่ ย 5 หนว่ ย หรอื 10 หนว่ ย การอา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพ จะใช้ขอ้ กำหนดในการหาจำนวนทแี่ ทจ้ รงิ ของสง่ิ ต่าง ๆ และนำข้อมูลจากแผนภูมิ รูปภาพไปใชใ้ นการหาคำตอบ 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพทกี่ ำหนดรูป 1 รปู แทน 10 หน่วยได้ (K) 2. ใชข้ ้อมูลจากแผนภมู ริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเมือ่ กำหนดรูป 1 รูปแทน 10 หน่วย (P) 3. รับผิดชอบตอ่ หน้าทที่ ี่ไดร้ บั มอบหมาย (A) 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ (K) 1. การอ่านแผนภมู ิรูปภาพ 2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1. ความสามารถในการส่ือสารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2. การเช่ือมโยง
3. การแกป้ ัญหา 3. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. มวี นิ ัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขน้ั นำ 1. ครูติดแผนภมู ริ ปู ภาพแสดงจำนวนคนท่ีเข้าแถวรอเล่นเครอื่ งเลน่ ชนดิ ตา่ ง ๆ ในสวนสนุกบนกระดาน ใหน้ กั เรียนพิจารณาแผนภมู ิรปู ภาพแล้วบอกสิ่งท่ีทราบจากแผนภูมิรูปภาพเช่น ❖ แผนภมู ริ ูปภาพน้ีแสดงจำนวนคนท่เี ข้าแถวรอเลน่ เคร่ืองเล่นชนดิ ต่าง ๆ ในสวนสนุก ❖ จากแผนภมู ริ ูปภาพ มเี ครอ่ื งเล่นชนิดต่าง ๆ ใน สวนสนกุ ไดแ้ กร่ ถไฟเหาะ ม้าหมุน เรือไวกง้ิ และ จานบินมหาสนกุ ❖ แผนภูมิรูปภาพน้ีมขี อ้ กำหนด1 รูป แทนจำนวนคน 10 คน ❖ มีคนตอ่ แถวรอเลน่ เรือไวกิง้ นอ้ ยกวา่ คนตอ่ แถวรอเลน่ จานบนิ มหาสนุก 5 คน ขน้ั สอน 2. คำถามตามหนังสอื เรยี นหนา้ 199 ครอู าจสมุ่ ตัวแทนนักเรยี นออกมานำเสนอแนวคดิ ในการหาคำตอบ ครแู ละเพ่ือนชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง หรืออาจให้นกั เรียนจับค่กู นั แลว้ ให้คนใดคนหนง่ึ ต้งั คำถามแลว้ ให้ เพอื่ นอีกคนหนึง่ ตอบ จากนัน้ สลับกนั ต้งั คำถามและตอบคำถาม 3. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยให้นกั เรยี นอ่านแผนภมู ริ ปู ภาพและตอบคำถามตามหนังสือ เรยี นหนา้ 200 เป็นรายบุคคล ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง 4. ครูสุ่มตวั แทนนกั เรียนให้ออกมาแสดงแนวคดิ ในการหาคำตอบ เชน่ - ขอ้ 3 บัตรทขี่ ายได้ต่างกัน 30 ใบแสดงว่า รปู จะต่างกัน3 รปู เพราะ 1 รูปแทนจำนวนบตั ร 10 ใบ - ขอ้ 5 ในแผนภูมิรูปภาพจะต้องมี เพ่มิ อีก 3 รปู เพราะ 1 รูปแทนจำนวนบัตร10 ใบ และเดมิ มี อยแู่ ลว้ 3 รูป รวมเปน็ 6 รูป ขัน้ สรุป 5. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปส่งิ ท่ไี ด้เรยี นรู้ • จำนวนรูปภาพในแผนภูมิรูปภาพอาจไม่ใช่จำนวนทแี่ ท้จริงของสงิ่ ตา่ ง ๆ • จำนวนท่แี ท้จรงิ ของส่ิงต่าง ๆ ในแผนภมู ริ ปู ภาพข้ึนอยู่กบั ขอ้ กำหนดในแผนภมู ริ ูปภาพซ่งึ อาจ กำหนดใหร้ ปู 1 รูปแทนจำนวนท่ีแทจ้ ริงของส่งิ ต่าง ๆ 1 หนว่ ย 2 หน่วย หรอื 5 หน่วย หรอื 10 หน่วย จากน้ันให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัด 11.3 หน้า 115 – 117
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252