114 รวบรวมขอมูลผูเรียน ขอมูลของผเู รียน ๑. ขอมูลของผูเรียน ชอื่ -นามสกลุ นกั เรยี น สุทธาทิพย อินต#ะวนั ชอื่ เลนH ไหม อายุ ๑๔ ป0 เพศ หญงิ เช้อื ชาติ ไทย ประเภทความพิการ บุคคลทีม่ ีความบกพรองทางสตปิ ญ2 ญา โรคประจาํ ตัว ภมู ิแพ' ลักษณะความพิการ ใช'ภาษาไมสมวัย สามารถดูแลตวั เองในชวี ติ ประจําวันไดน' 'อยในการรับประทานอาหาร / การ อาบนํ้า / แปรงฟน2 / การแตงกาย ตอ' งกระตุ'นในการปฏบิ ตั ิกิจวตั รประจําวนั อยูเสมอ ชวยเหลือตนเองใน ชีวิตประจําวันไดต' ํ่ากวาวยั ชอบเลนกับเด็กทมี่ ีอายนุ 'อยกวา หรือไมสามารถเลนกบั เพื่อนตามวัย ไมรจ'ู ัก วธิ กี ารใช' การจดั เกบ็ และการดแู ลรักษาของสวนรวม ไมสามารถควบคุมตนเองทําตามส่ิงท่ีต'องทาํ ลืมงาย / จาํ ในสิ่งทเ่ี รียนมาแล'วไมได' ไมสามารถนาํ ทักษะท่ีเรยี นร'ูไปแกไ' ขป2ญหาเฉพาะหนา' ได' ชวงความสนใจส้นั ไม สามารถรบั ผดิ ชอบงานท่ีต'องทาํ ทาํ ตามคาํ ส่ังตอเนือ่ ง ๒คาํ ส่ังขน้ึ ไปได'ยาก สบั สนงาย สนใจสิ่งรอบตวั น'อย ดแู ลสุขภาพตนเองได'นอ' ย เชน ล'างมือไมเปน? หรือไมรู'จกั รับประทานอาหารทเี่ ป?นประโยชน มีความ ระมดั ระวงั เร่ืองความปลอดภัยตนเองน'อย พฤตกิ รรมของผูเรยี น พฤติกรรมสวH นบุคคล นักเรียนสามารถพดู คยุ สื่อสาร สามารถบอกความต'องการได' มีการแสดงอารมณผานสีหนา' พฤตกิ รรมการเรยี นรู นักเรียนสามารถรบั ร'ูสิ่งเร'ารอบตัวผานการมองเหน็ และการสื่อสาร โดยมกี ารตอบสนองด'วยการ แสดงสีหน'า ย้ิม หัวเราะ สือ่ สาร นักเรียนควรได'รบั การจดั กิจกรรมการเรียนร'ูที่สงเสรมิ การจดจอ โดยมผี ู' ชวยเหลอื ในการทํากิจกรรม ด'วยการกระต'ุนเตือนดว' ยวาจา ตอครง้ั หรอื ใชส' ่งิ อํานวยความสะดวกชวยใน การเรียนรู' เชน แท็บเลต็ เป?นต'น กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยการศึกษาพเิ ศษประจาํ จังหวดั ลาํ ปาง
115 ภาพนักเรียน ความสามารถพน้ื ฐานของผูเรยี น จดุ ออH น ๑.๑ ความสามารถพื้นฐานทางดานราH งกาย สามารถดูแลตัวเองในชวี ติ ประจําวันได'น'อยในการ รับประทานอาหาร / การอาบนํา้ / แปรงฟน2 / การ จดุ เดนH แตงกาย ต'องกระต'นุ ในการปฏิบัติกจิ วัตรประจําวันอยู ๑. นกั เรยี นสามารถใชแ' ขนในการหยิบจบั สง่ิ ของใน เสมอ ชวยเหลือตนเองในชีวติ ประจาํ วันไดต' ่าํ กวาวยั การทาํ กิจกรรมตางๆในชีวติ ประจําวนั ได' ๒. นักเรียนสามารถเดนิ ทางได' ๑.๒ ความสามารถพ้นื ฐานทางดานอารมณ. จิตใจ จุดเดHน จุดอHอน นกั เรยี นสามารถแสดงอารมณ ความรส'ู กึ ผานทางสี นกั เรียนไมสามารถควบคุมอารมณของตนเองได' หน'าได' กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยการศกึ ษาพเิ ศษประจาํ จังหวดั ลาํ ปาง
116 รวบรวมขอมูลผูเรียน ขอมูลของผเู รยี น ๑.๓ ความสามารถพืน้ ฐานทางดานสังคม จุดอHอน ใชภ' าษาไมสมวยั ชอบเลนกับเดก็ ทม่ี ีอายนุ 'อยกวา จุดเดHน หรือไมสามารถเลนกับเพ่ือนตามวัย ดูแลสุขภาพ นกั เรียนรูจ' กั บคุ คลภายในครอบครวั ของตนเอง ได'แก ตนเองได'น'อย เชน ลา' งมือไมเปน? หรือไมร'จู ัก แม ปDา และตา นักเรยี นได'มีโอกาสไดร' จ'ู กั รบั ประทานอาหารท่เี ปน? ประโยชน มีความระมัดระวัง บุคคลภายนอกครอบครวั ได'แก ครูประจําชั้น นัก เร่ืองความปลอดภยั ตนเองนอ' ย กายภาพบาํ บดั นักกิจกรรมบําบดั นกั จิตวทิ ยาคลนิ ิก ๑.๔ ความสามารถพน้ื ฐานทางดานสตปิ ญ] ญา จดุ เดHน จดุ ออH น นักเรียนสามารถรับร'ูสิ่งเร'ารอบตัวผานการมองเห็น นกั เรยี นไมสามารถเรียนร'ูได'ตามพัฒนาการของตนเอง รับร'ูการสัมผัสจากผิวหนัง การหยิบจับ ได'ยินเสียง พฒั นาการจะชา' กวาอายจุ รงิ ประมาณ ๑-๓ ป0 ส่ิงแวดล'อมรอบตัว มีการตอบสนองผานการแสดงสี ไมรจู' กั วิธีการใช' การจดั เก็บ และการดูแลรักษาของ หน'า ย้ิม หัวเราะ และสามารถใช'แขนรวมไปถึงมือ สวนรวม ไมสามารถควบคุมตนเองทําตามส่งิ ทต่ี 'องทํา เพอ่ื สมั ผัสสิ่งตางๆรอบตัว และเอ้ือมมือไปยังเปDาหมาย ลมื งาย / จาํ ในสง่ิ ทเ่ี รยี นมาแลว' ไมได' ไมสามารถนํา ได' ทกั ษะทเ่ี รียนรู'ไปแก'ไขป2ญหาเฉพาะหน'าได' ชวงความ สนใจสัน้ ไมสามารถรับผิดชอบงานที่ต'องทํา ทําตาม คาํ ส่ังตอเน่ือง ๒คาํ ส่ังขึน้ ไปได'ยาก สับสนงาย สนใจสิง่ รอบตวั นอ' ย ๑.๕ ความสามารถพื้นฐานทางดานทักษะจําเปน` เฉพาะความพิการ จดุ เดนH จดุ ออH น นกั เรียนสามารถชวยเหลอื ตนเองได'บา' งแตต'องมีผู' ดแู ลสุขภาพตนเองไดน' 'อย เชน ล'างมือไมเป?น หรอื ไม กระตน'ุ เตือน ร'จู ักรบั ประทานอาหารที่เป?นประโยชน มีความ ระมดั ระวงั เร่ืองความปลอดภัยตนเองน'อย กลุมบรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยการศึกษาพเิ ศษประจําจังหวดั ลําปาง
117 รวบรวมขอมูลผเู รียน กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework การรวบรวมขอมูลผเู รยี นตามกรอบการประเมิน The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities ๑. การเขาใกล-ถอนหนี (Approach-Withdrawal) การดปู ฏกิ ิริยาของเด็กในการเผชิญสง่ิ ใหมH ประสบการณ. บคุ คล/สถานท่ี สงิ่ ของ ความคดิ ๑.๑ อะไรท่ีเป?นตัวช้บี อกวาเด็กเขา' รวม การตอบสนองทางอารมณ สีหนา' ทาทาง ๑.๒ อะไรทีเ่ ป?นตัวชบ้ี อกวาเด็กไมเข'ารวม การตอต'านทางกายภาพหรืออารมณ ๑.๓ มีอะไรที่สังเกตเหน็ วาจูงใจเดก็ บ'าง การตอบสนองทางอารมณ สีหนา' ทาทาง ๑.๔ อะไรท่สี ังเกตเห็นวาเด็กไมสนใจ/หลกี หนีบา' ง การตอต'านทางกายภาพหรืออารมณ ๒. ชHองทางการเรียนรดู านประสาทการรบั รู (Sensory Learning Channels) ๒.๑ เดก็ รบั ขอ' มูลได'โดยวิธีใดบา' ง ประสาทสมั ผัส ๒.๒ เดก็ ตอบสนองตอเสยี งอยางไร เสียงจากบุคคลและเสียงจากสง่ิ แวดลอ' ม ๒.๓ เดก็ ตอบสนองตอส่งิ เรา' ทางสายตาอยางไร การมอง ๒.๔ เด็กตอบสนองตอการสัมผสั อยางไร การยนิ ยอม/ตอต'านทางกายภาพ ๒.๕ เดก็ ใชป' ระสาทสมั ผสั มากกวาหนง่ึ อยางในเวลา ใช เดยี วกนั หรือไม ๒.๖ เด็กแสดงตัวชแี้ นะการรวมหรือไมเขา' รวมในการ ใช ตอบสนองขอ' มลู ทางประสาทสัมผัสเฉพาะหรือไม ๓. สถานะทางชีวพฤตกิ รรม (Bio behavioral State) ชดุ ของสภาพการณด. านชีวพฤตกิ รรมและกายภาพต้งั แตHการนอนหลับจนถึงการต่ืนนอนและการรอง ๓.๑ สภาพป2จจุบันของเดก็ คืออะไร สามารถชวยเหลอื ตนเองได'บ'าง ๓.๒ เดก็ สามารถควบคมุ /เปลย่ี นสภาพของตนได' ไมได' หรอื ไม ๓.๓ เด็กใช'เวลาในการตน่ื ตัวมากน'อยแคไหน นานกวาปกติ ๓.๔ มชี วงกว'างของแตละสภาพเทาใดที่เด็กแสดงให' มชี วงกว'างของสภาพมากกวาเดก็ ท่ีมีพฒั นาการลาช'า เห็นและมแี บบแผนการเปลยี่ นแปลงอะไรระหวาง ไมมีแบบแผนตอการเปล่ยี นแปลงทางสภาพ สภาพ ๓.๕ มีตวั แปรอะไรบา' งท่กี ระทบตอสภาพเด็ก สุขภาพ ส่ิงแวดล'อมภายนอก บคุ คล การดูแล กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยการศึกษาพเิ ศษประจําจังหวัดลาํ ปาง
118 รวบรวมขอมลู ผเู รียน กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๔. การตอบสนองปฏกิ ิริยาตอบสนองของรHางกายในสภาพแวดลอม (Orienting Response) ๔.๑ มีป2จจัยอะไรบ'างท่ที ําใหเ' ด็กการตอบสนองไป การตอบสนองตอสงิ่ เรา' ในทศิ ทางนน้ั ได'ชดั แจ'ง ๔.๒ เดก็ แสดงการตอบสนองตอทิศทางออกอยางไร การใชป' ระสารทสัมผัส สหี น'า ๔.๓ ประสาทการรับรช'ู องทางใดที่ปรากฏเชอื่ มโยง ประสาทสมั ผสั ทางกายจะมากกวาปกติ กับการตอบสนอง (ข'อมูลประสาทการรบั รู'ที่กระต'นุ ใหม' กี ารตอบสนองและประสาทการรับรู'ที่ใช' ประโยชน) ๕. ความจํา (Memory) ๕.๑ เด็กใช/' คุน' กบั สงิ่ เร'าที่คน'ุ ชนิ หรอื ไม คนุ' เคย ๕.๒ การนําเสนอสิง่ เร'าจําเป?นตอ' งใชเ' วลานานหรอื ก่ี หลายครัง้ ครงั้ กอนทเ่ี ดด็ จะค'ุนชิน ๕.๓ เด็กเขา' รวมอกี ครง้ั ไหมเม่ือเปลีย่ นแปลง ไมเข'ารวม ลกั ษณะของสง่ิ เรา' ๕.๔ การตอบสองแตงตางไปหรือไม แตกตาง ๕.๕ เด็กแสดงการตองสนองแตกตางหรือไมกับ แตกตาง บคุ คลท่ีคุย' เคยและไมคนุ' เคย ๕.๕ เดก็ แสดงการรบั รู'หรอื ไมวาส่งิ ของนั้นยังอยูแม' รบั ร'ู จะไมอยใู นสายตาตอนน้ัน ๕.๖ เดก็ เชอื่ มโยงเหตุการณท่ีกําลังเผชญิ กบั สงิ่ ท่ี เชื่อมโยง ตามมาไหม ๕.๗ เด็กแสดงการคาดเดาตอสิง่ /เหตกุ ารณท่ีกําลัง คาดเดา เผชญิ หรือไม ๕.๘ เดก็ แสดงอาการหรือไมเมื่อสิ่งทีเ่ กิดใหมไมตรง แสดงออกทางสีหนา' กบั ความคาดหวัง ๕.๙ เด็กสามารถเรียนร'ูกจิ วตั รงาย ๆ ได'หรือไม ได'บ'าง ต'องกระต'นุ เตือนบอยๆ ๕.๑๐ กิจวัตรทีใ่ ห'เดก็ เรยี นร'จู ําไดไ' หม ได' กลมุ บรหิ ารงานวิชาการ ศูนยการศึกษาพิเศษประจาํ จังหวัดลาํ ปาง
119 รวบรวมขอมูลผเู รียน กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๖. ปฏสิ ัมพนั ธท. างสังคม (Social Interactions) ใช ๖.๑ เด็กหันไปหาบคุ คลหรือไม ใช ๖.๒ เด็กแสดงความผูกพันวามคี วามปลอดภัยกับ บคุ คลสาํ คัญในชวี ติ ของเขา/เธอหรือไม ใช ๖.๓ เด็กมสี วนรวมในการผลดั เปลย่ี นกันเม่ือเรม่ิ มี ปฏสิ มั พันธหรือไม ใช ๖.๔ เดก็ มีสวนรวมในการผลัดเปลยี่ นกนั เมื่อคนอ่นื เรม่ิ ปฏสิ ัมพันธหรือไม ไมทราบ ๖.๕ เด็กผลดั เปลีย่ นกีร่ อบกอนทจี่ ะไมรวม ไมทราบ ๖.๖ เด็กเพม่ิ การผลดั เปลี่ยนการมีปฏสิ ัมพนั ธมาก ข้นึ เพ่ือตอบสนองตอปฏสิ มั พันธของคหู รือไม ๗. การสือ่ สาร (Communication) แสดงออกทางสีหน'า ๗.๑ เด็กแสดงให'เหน็ ความต้ังใจในการสอ่ื สารผาน การใชง' านของสญั ญาณ การเปลงเสยี ง ทาทาง ฯลฯ ไม หรอื ไม อธิบายการส่ือสารท่ีใช' แสดงออกถึงการสื่อสารทางกายภาพ ๗.๒ เด็กใช'สญั ญาณอยางสอดคลอ' งกันหรอื ไม ไมทราบ ๗.๓ เด็กใช'การสอื่ สารแตกตางกนั หรอื ไม อธิบาย ไม การสื่อสารและความความหมายทน่ี าจะเป?น ไม ๗.๔ เมอื่ นําเสนอตัวเลือกเด็กตดั สนิ ใจเลอื กหรือไม เข'าใจ ๗.๕ เดก็ ใช'ทาทางเหมือนบคุ คลทั่วไปใช'หรอื ไม ๗.๖ เดก็ สามารถใช'ของหน่ึงอยางหรอื สัญลกั ษณ สามารถใชก' ารสื่อสารทางสญั ลักษณไดบ' า' ง แทนกจิ กรรมหรือวตั ถุหรือไม ๗.๗ เด็กแสดงใหเ' ห็นความเข'าใจในการสื่อสารโดย ใชส' ญั ลักษณหรือไม (การไดย' ิน ภาพ หรอื การ สมั ผสั ) ๗.๘ เดก็ ใช'การสือ่ สารทางสัญลักษณหรือไม อธิบาย กลุมบรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลาํ ปาง
120 รวบรวมขอมลู ผูเรียน กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๘. การแกป]ญหา (Problem solving) ๘.๑ เดก็ แสดงให'เหน็ สาเหตแุ ละผลกระทบหรือไม ไม ๘.๒ เดก็ แสดงความเข'าใจในวิธกี าร/จุดส้นิ สดุ หรอื ใช การใช'ขนั้ ตอนกลางเพื่อแก'ป2ญหาหรือไม ๘.๓ เด็กแสดงความเขา' ใจในหนา' ทขี่ องวัตถุท่วั ไป ใช หรอื ไม ๘.๔ เดก็ มีวธิ ีการแกป' ญ2 หาอยางไร ไมทราบ ๘.๕ เด็กรกั ษาความสนใจและคงอยกู บั ส่งิ นั้นหรือไม ใช รวบรวมขอมูลผเู รยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๑ ดานสภาพแวดลอมของผเู รียน (Microsystem) บุคคลภายในครอบครัวที่ผเู รียนไววางใจ แม เปน? ผ'ดู แู ลหลัก และเป?นผู'ทีน่ ักเรียนไวว' างใจมากทสี่ ดุ ในทกุ ๆวันแมจะดแู ลกิจวตั รประจําวนั ท้งั หมดของนักเรียน ไดแ' ก จัดเตรยี มอาหารและยาให'แกนักเรียน รวมทั้งดแู ลความสะอาดเสอื้ ผา' และเป?น ผสู' อนนกั เรียนตามตารางกจิ วัตรประจาํ วนั ทค่ี รูประจาํ ช้ันวางแผนไว' พอของนักเรียนเปน? ผูห' ารายได'หลกั ของครอบครวั หากจาํ เป?นต'องทําธรุ ะจะพาแมและบุตรสาวไป สถานที่ทํางานดว' ย ลักษณะทอ่ี ยHอู าศยั (หองอะไรบาง / ความสะอาด) เป?นบ'านช้ันเดียวทําจากปูน มีลานนั่งทํากิจกรรมหน'าบ'านเป?นโต#ะไม' ลานหน'าบ'านมีประตูเล่ือน อาศัยอยูในชุมชน ข'างในบ'านมีห'องนอน ห'องน้ํา และห'องครัว อยางละห'อง มีโทรทัศนและฟอรนิ เจอรเกบ็ ของ ลักษณะหองนํา้ (ระบุรายละเอียด) มหี อ' งนํ้าแบบนัง่ ยอง แบงมุมสําหรับวางถงั อาบนํา้ มีชัน้ วางอปุ กรณทําความสะอาดรางกายและ อปุ กรณทาํ ความสะอาดหอ' งน้ําเปน? สัดสวนเหมาะสม สะอาด โลงสบาย มีประตแู บบกลอนปOดมิดชดิ ลักษณะหองนอน (ระบุรายละเอยี ด) เปน? ทน่ี อนเตยี ง ขนาด ๖ ฟตุ มีมุมสาํ หรบั เกบ็ เสอ้ื ผ'า พื้นที่ในการฝqก/ทาํ กิจกรรมกบั ผเู รยี น (ระบรุ ายละเอยี ด) นกั เรยี นทํากจิ วัตรประจาํ วนั อยูหนา' บา' น และตอนเชา' จะออกไปตลาดขา' งนอกกับแม กลุมบรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยการศกึ ษาพิเศษประจําจังหวดั ลําปาง
121 รวบรวมขอมูลผเู รียน กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๒ ดานความสัมพันธแ. ละปฏสิ มั พันธ.ระหวHางบคุ คลท่ีเกย่ี วของของผเู รียน (Mesosystem) ลกั ษณะของครอบครัวและความสมั พนั ธ.ของบคุ คลในครอบครัว พอแมของนักเรียนทํางานหารายได' ครอบครัวมีชวยเหลือซ่ึงกันและกัน และให'ความเอา ใจใสแกนกั เรยี นเปน? อยางดี ความสัมพันธ.กับบุคคลในหองเรียน/โรงเรยี น นักเรียนได'มีการฝRกและได'ร'ูจัก ครูมานะ ซึ่งเป?นครูประจําช้ันโดยให'บริการทางการศึกษา พิเศษและคําแนะนําแกผ'ูปกครองของนักเรียน โดยครูปOยะนุช เป?นครูประจําอําเภอเมืองรวม ให'บริการและรวมประเมินศักยภาพแกนักเรียน ครูอนุชา เป?นครูกายภาพบําบัด มีหน'าที่ ให'คําปรึกษาและคําแนะนําแกผู'ปกครองด'านการดูแลนักเรียนเกี่ยวกับกล'ามเน้ือ การเคล่ือนไหว และข'อตอ ครูสิรินยาและครูบุษกร เป?นครูกิจกรรมบําบัดมีหน'าท่ีให'คําปรึกษาและคําแนะนํา แกผ'ูปกครองด'านการบูรณาการประสาทความรู'สึก การปรับกิจกรรมให'เหมาะสมกับศักยภาพของ นักเรียน และครูศศิกมล เป?นครูจิตวิทยาคลินิกมีหน'าที่ให'คําปรึกษาและคําแนะนํา แกผูป' กครองเร่อื งพฤตกิ รรมท่ีไมพึงประสงคและแนวทางในการแกไ' ขปญ2 หาพฤตกิ รรมของนกั เรยี น ความสมั พันธ.กับบคุ คลอ่นื ๆ เชHน ญาติพี่นอง เพ่อื น เพื่อนบาน คนในชุมชน เปน` ตน เพื่อนบ'านมาเยี่ยมเยือนบุคคลในครอบครัวบ'างเป?นประจํา โดยพูดคุยกันบริเวณหน'าบ'าน ไมได'เข'ามาในห'องที่นักเรียนพักอาศัยอยู เน่ืองจากสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) กลมุ บรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยการศึกษาพเิ ศษประจําจังหวัดลําปาง
122 รวบรวมขอมูลผูเรียน กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๓ ดานสงิ่ แวดลอมและสภาพสังคมทม่ี ผี ลตอH ครอบครัว (Exosystem) สถานการณป. จ] จุบนั ทีส่ งH ผลกระทบกบั ผูเรียน เน่ืองจากสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นักเรียนมีความเส่ียงตอการติดเชื้อผานระบบทางเดินหายใจได'งายและเส่ียงตอการได'รับเช้ือ และ นักเรียนไมได'รับวัคซีนเพ่ือปDองกันโรคทําให'สมาชิกครอบครัวต'องคอยระมัดระวังตนเองและ ลดการออกไปพบเจอผูค' น จากสภาพเศรษฐกิจในป2จจบุ ัน ส่งิ ของมีราคาแพงขน้ึ ทาํ ให'รายได'ท่ีได'รับไมเพียงพอตอการ นาํ ไปใช'ทั้งครอบครัว สถานท่ที ํางานของพอH แมH/ผูปกครอง พอ แมของนักเรียนทํางานรับจ'างทั่วไป นักเรียนได'รับเบี้ยคนพิการ คาใช'จายพอใช'เป?น วนั ๆ สภาพแวดลอมทางกายภาพ หรอื การจดั ส่ิงอํานวยความสะดวกของชุมชนทผ่ี เู รียน อาศยั อยHู ชุมชนที่นักเรียนอาศัยอยูเป?นชุมชนท่ีอยูรวมกันแบบเครือญาติ มีการให'ความชวยเหลือ และแบงปน2 กนั ระหวางครอบครวั ๒.๔ ดานวฒั นธรรม ประเพณี คHานยิ มของสงั คม (Macrosystem) ครอบครัวของนักเรียนนับถือศาสนาพุทธ เช่ือในการทําความดี สมาชิกในครอบครัวดูแลนักเรียน ด'วยความรักและคิดวาเป?นหน'าท่ีของสมาชิกในครอบครัวที่ต'องชวยเหลือกัน ถึงแม'วาบางครั้งการดูแล นักเรยี นจะทาํ ใหส' มาชิกในครอบครวั ไมไดไ' ปเขา' รวมกิจกรรมของชุมชน กิจกรรมทางศาสนา หรือกิจกรรม ประเพณตี างๆ และมคี วามคาดหวงั ให'พีช่ ายดูและนอ' งเม่อื ตาแดงไมอยู ๒.๕ ดานสง่ิ ตHางๆที่อาจกระทบตHอผเู รียน เชนH กฎหมาย การไดรบั สิทธิดานตHางๆ เทคโนโลยี หรอื แอพพลิเคชน่ั ท่ีเก่ยี วของกบั ผเู รยี นในชีวิตประจําวัน (Chronosystem) นักเรียนได'รับเบี้ยพิการ เดือนละ ๘๐๐ บาท จากเบี้ยยังชีพคนพิการ และได'รับบริการทาง การแพทย ตามโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ตามสวัสดิการของรัฐ อีกท้ังนักเรียนสามารถเข'าถึงส่ือ เทคโนโลยผี านทางโทรศพั ท แท็บเลต และโทรทศั นโดยมีผป'ู กครองกาํ กับดูแล กลมุ บรหิ ารงานวิชาการ ศูนยการศกึ ษาพิเศษประจาํ จังหวัดลําปาง
123 รวบรวมขอมูลผเู รยี น สรปุ เปาv หมายในการพฒั นา ๓. ความคาดหวังของผูปกครองทม่ี ีตอH ตัวผเู รียน ๑) ผูป' กครองมคี วามคาดหวงั ให'นกั เรยี นสามารถชวยเหลอื ตนเองได'บ'าง ๔. เปvาหมายหลักที่ผูเรียนควรไดรบั การพัฒนา/สงH เสริม ๑) นกั เรยี นควรไดร' บั การพัฒนาด'านการชวยเหลือตนเอง ๒) นักเรยี นควรไดร' ับการพฒั นาใหม' ีสมาธิจดจอในการทํากิจกรรม ๕. เปvาหมายหลักทผ่ี เู รียนควรไดรบั การปอv งกัน/แกไขปญ] หา ๑) นักเรียนมีป2ญหาด'านสุขภาพ ทําให'มีข'อจํากัดในการจัดกิจกรรมการเรียนร'ู ครูผ'ูสอนควรศึกษาสภาพ อ า ก า ร ข อ ง นั ก เ รี ย น โ ด ย ล ะ เ อี ย ด แ ล ะ สั ง เ ก ต อ า ก า ร ข อ ง นั ก เ รี ย น ใ น แ ต ล ะ วั น ซึ่ ง มี ค ว า ม แ ต ก ต า ง กั น ไ ป เพอ่ื ใชเ' ปน? ข'อมลู ในการวางแผนการจัดการศึกษา ๒) ครูผ'ูสอนควรจัดกิจกรรมให'มีความเหมาะสมกับอาการและความสามารถของนักเรียนและ เพอ่ื ให'นกั เรยี นสามารถเรยี นรูไ' ด'อยางเตม็ ตามศักยภาพ . . ผบ'ู ันทกึ ข'อมลู …………………………………………… (นายมานะ บญุ ทวี) ตําแหนง พนักงานราชการ วนั ท่ี ๑ เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ กลมุ บรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยการศกึ ษาพิเศษประจําจังหวดั ลําปาง
124 ๖ ประเมินครงั้ ที่.....๗...... แบบคัดกรองบคุ คลทีม่ ีความบกพรองทางสติปญญา ชอื่ -นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว).............สทุ ธาทิพย) อนิ ต*ะวัน .............................................. วัน เดอื น ป+ เกดิ .............๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖.......................อายุ………๑๓……..... ป+ ....................เดือน ระดับช้นั ..........เตรียมความพร3อม..........วัน เดือน ป+ ทีป่ ระเมนิ ................๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๖๕.................. คาํ ช้แี จง ๑ แบบคัดกรองฉบบั น้เี ปนแบบคดั กรองเพื่อประโยชนในทางการจดั การศึกษาเท!านั้น ๒ วิเคราะหลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเปนลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ!อยๆ โดยให2ทํา เครอ่ื งหมาย /ลงในช!อง “ ใช! ” หรือ “ไมใ! ช! ” ทตี่ รงกบั ลักษณะหรือพฤติกรรมน้ันๆ ของเดก็ ๓ ผทู2 าํ การคัดกรองเบื้องตน2 ต2องผา! นการอบรมวธิ ีการใช2 และการประเมิน ตามแบบคัดกรองนี้ และควรสอบถาม ขอ2 มูลเพิ่มเตมิ จากผู2ท่อี ย!ใู กลช2 ิดเด็กมากทสี่ ดุ เช!น ผ2ูปกครองหรือครู เพอ่ื ให2เกดิ ความชัดเจน ถูกต2อง ๔ ผ2ูคดั กรองควรจะมอี ย!างนอ2 ย ๒ คนขนึ้ ไป ท่ี ลกั ษณะ / พฤตกิ รรม ผลการวเิ คราะห) ใช ไมใช ทกั ษะการส่ือสาร ๑ ใชภ2 าษาไม!สมวยั ๒ ไม!เข2าใจคาํ สั่ง ไม!สามารถทําตามคาํ สง่ั ได2 ทกั ษะการดแู ลตนเอง ๓ ไม!สามารถ หรือสามารถดแู ลตวั เองในชีวติ ประจาํ วนั ได2น2อย ในการรบั ประทานอาหาร / การอาบนาํ้ / แปรงฟ@น / การแตง! กาย ๔ ไม!สามารถทาํ ความสะอาดหลงั การขบั ถ!าย ทักษะการดาํ รงชีวิตภายในบา2 น ๕ ตอ2 งกระต2ุนในการปฏิบตั กิ จิ วัตรประจําวนั อย!เู สมอ ๖ ชว! ยเหลือตนเองในชวี ติ ประจําวันไดต2 ํา่ กว!าวยั ทักษะทางสงั คม/การปฏสิ มั พันธกบั ผอู2 ่ืน ๗ ชอบเลน! กับเด็กทมี่ อี ายุน2อยกวา! หรอื ไม!สามารถเล!นกับเพอื่ นตามวัย ๘ เล!นเลยี นแบบผ2ูอืน่ อยา! งไมเ! หมาะสมกับวยั ทักษะการร2ูจกั ใช2ทรัพยากรในชุมชน ๙ มีป@ญหาด2านพฤติกรรมในการใช2ส่ิงของสาธารณะประโยชน เช!น ชอบ ทาํ ลายหรือใช2อย!างไมร! ะมดั ระวัง ๑๐ ไม!รจ2ู ักวธิ ีการใช2 การจดั เก็บ และการดูแลรกั ษาของสว! นรวม ทักษะการรจ2ู ักดูแลควบคมุ ตนเอง ๑๑ เอาแต!ใจตนเอง มีอารมณโกรธ ฉนุ เฉยี วบ!อย ๆ
125 ที่ ลักษณะ / พฤตกิ รรม ผลการวิเคราะห) ใช ไมใช ๑๒ ไม!สามารถควบคุมตนเองทาํ ตามส่งิ ทตี่ 2องทาํ ทักษะการนาํ ความรูม2 าใช2ในชวี ิตประจาํ วัน ๑๓ ลืมงา! ย / จาํ ในสงิ่ ทเี่ รยี นมาแล2วไม!ได2 ๑๔ ไมส! ามารถนาํ ทกั ษะทเ่ี รียนร2ูไปแก2ไขปญ@ หาเฉพาะหน2าได2 ทกั ษะการทาํ งาน ๑๕ ชว! งความสนใจส้ัน ไมส! ามารถรับผดิ ชอบงานทีต่ 2องทาํ ๑๖ ทาํ ตามคาํ สั่งตอ! เนอื่ ง ๒คาํ สง่ั ขน้ึ ไปได2ยาก สับสนงา! ย ทกั ษะการใช2เวลาว!าง ๑๗ สนใจสิง่ รอบตวั น2อย ๑๘ ใช2เวลาวา! งแสดงพฤตกิ รรมทไี่ ม!เหมาะสม ทักษะการรกั ษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย ๑๙ ดูแลสุขภาพตนเองได2น2อย เช!น ล2างมือไม!เปน หรือไม!รู2จักรับประทาน อาหารทเี่ ปนประโยชน ๒๐ มีความระมดั ระวงั เรือ่ งความปลอดภยั ตนเองนอ2 ย หมายเหตุ ทง้ั น้ีพฤติกรรมดังกล!าวต2องเทียบเคยี งกับพัฒนาการของเด็กทว่ั ไป เกณฑก) ารพจิ ารณา แต!ละทักษะจะต2องมีผลการวิเคราะหพฤติกรรมทักษะว!าใช!ท้ัง ๒ข2อ แสดงว!าไม!ผ!านทักษะน้ัน และ หากว!าพบทักษะการปรับตัวไม!ผ!านต้ังแต! ๒ ทักษะข้ึนไป แสดงว!ามีแนวโน2มที่จะเปนบุคคล ที่มคี วามบกพร!อง ทางสตปิ ญ@ ญา ใหจ2 ดั บริการช!วยเหลือทางการศึกษาพิเศษ และส!งต!อให2แพทยตรวจวินิจฉัย ตอ! ไป ผลการคัดกรอง ไม!พบความบกพร!อง พบความบกพร!อง ความคิดเห็นเพม่ิ เติม .....................นักเรียนมีแนวโน2มท่ีจะเปนบุคคลที่มีความบกพร!องทางสติป@ญญา ให2จัดบริการช!วยเหลือ ทางการศกึ ษาพเิ ศษ และสง! ตอ! ใหแ2 พทยตรวจวนิ ิจฉัยต!อไป................................................................
126 ลงชอ่ื .................................................. ใบวุฒบิ ตั ร เลขท่ี ศกศ.ลป.๐๐๓๗/๒๕๖๔ (ผูค2 ดั กรอง) (นางสาวสริ ินยา นนั ทชัย) ลงชอ่ื .................................................. ใบวฒุ ิบัตร เลขท่ี ศกศ.ลป ๒๐/๒๕๖๐ (ผคู2 ดั กรอง) (นางสาวปยM ะนชุ ติ๊บวงศ) ลงชื่อ .................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่ ศกศ.ลป.๐๐๒๖/๒๕๖๓ (ผค2ู ัดกรอง) (นายมานะ บุญทะวี) คาํ ยินยอมของผป3ู กครอง ข2าพเจ2า(นาย / นาง / นางสาว).................นายอภิศักดิ์ อินตPะวัน..................... เปนผู2ปกครองของ (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว).............สทุ ธาทิพย อินตะP วัน............................................................ ยนิ ยอม ไมย! นิ ยอม ให2ดาํ เนินการคัดกรอง (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว)....สุทธาทิพย อินตPะวัน ตามแบบคัดกรองนี้ เม่อื พบวา! มแี นวโนม2 เปนผ2ูทมี่ คี วามบกพรอ! งตามแบบคดั กรองข2างต2น ยนิ ดี ไม!ยินดี ให2จดั บรกิ ารช!วยเหลอื ทางการศกึ ษาพิเศษต!อไป ลงช่ือ ................................................. ผูป2 กครอง (นายอภศิ กั ด์ิ อนิ ตะP วัน)
127 แบบประเมิน หลักสตู รสถานศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน สําหรบั ผเู รยี นพิการ ศูนย#การศึกษาพเิ ศษประจําจังหวัดลําปาง ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ระดบั การศึกษาภาคบงั คบั : ระดับชัน้ ประถมศึกษา (ปท3 ี่ ๒) ชือ่ -สกุล…………………………เด…็ก…ห…ญ…งิ ส…ทุ …ธ…าท…ิพ…ย…% …อิ…นต…Cะ…วัน………………………. วนั ท่ปี ระเมนิ …………………๑…๔…ม…ถิ …ุน…าย…น…๒…๕…๖…๕……………………. อายุ………๑๓…….ป3…………..…เดือน คําช้ีแจง ๑. แบบประเมินตามหลกั สตู รสถานศกึ ษาการศึกษานอกระบบ ระดับการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานสําหรับผูเ\" รยี นพกิ าร ศนู ยก% ารศึกษา พิเศษประจาํ จังหวดั ลําปาง ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ใช\"ประเมนิ สาํ หรบั เด็กท่ีอยใ4ู นระดับการศึกษาภาค บงั คับ ๒. แบบประเมนิ ฉบับนีส้ ามารถใช\"ไดก\" บั ผ\"ูรบั การประเมินทกุ ประเภทความพิการ เกณฑ#การประเมินผล ๑. ผลการประเมนิ ก<อนการพฒั นา ระดับ ๔ หมายถึง ไม4ตอ\" งช4วยเหลอื /ทาํ ได\"ดว\" ยตนเอง ระดบั ๓ หมายถึง กระตน\"ุ เตอื นดว\" ยวาจา ระดับ ๒ หมายถึง กระตน\"ุ เตือนดว\" ยทา4 ทาง และวาจา ระดับ ๑ หมายถงึ กระต\"ุนเตือนทางกาย ท4าทาง และวาจา ระดับ ๐ หมายถึง ตอบสนองผิดหรือไมม4 กี ารตอบสนอง ๒. สรปุ ๒.๑ หนว4 ย ฯ หมายถึง จดั การเรียนการสอนตามหนว4 ยการจดั การเรียนร\"ู ๒.๒ IEP / IFSP หมายถงึ จัดการเรยี นการสอนตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หรอื แผนการใหบ\" รกิ ารช4วยเหลือเฉพาะครอบครัว
128 ๑. สาระการดํารงชีวิตประจําวนั และการจัดการตนเอง คําชแี้ จง ใหทาํ เครื่องหมาย ลงในช<องผลการประเมินท่ีตรงตามสภาพความเป?นจริง ผลการประเมนิ สรุป ท่ี ตัวช้ีวัด กอ< นการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หน<วยฯ IIP/FCSP ๑ ดป ๑.๑/๓ ดแู ลความสะอาดสุขอนามยั ของตนเอง ๒ ดป ๑.๑/๔ ดูแลสุขอนามยั ได\"อยา4 งเหมาะสมตามเพศของตนเอง ๓ ดป ๑.๑/๕ ปฏิบัตติ นตามมาตรการการปอE งกนั โรค ๔ ดป ๑.๒/๔ เลือกเครื่องแตง4 กายหรอื เคร่อื งประดับตามความชอบ สว4 นตวั ๕ ดป ๑.๒/๕ เลอื กเครือ่ งแตง4 กายไดเ\" หมาะสมกบั กาลเทศะและ โอกาส ๖ ดป ๑.๓/๒ บอกเลือกใช\"อปุ กรณแ% ละหอ\" งนาํ้ ภายในบา\" น หอ\" งนาํ้ สาธารณะไดอ\" ยา4 งถกู ตอ\" ง ตรงตามเพศของตนเอง ๗ ดป ๑.๓/๓ ทําความสะอาดตนเองและห\"องน้าํ หลงั ใชห\" อ\" งนาํ้ และ แตง4 กายใหแ\" ล\"วเสร็จกอ4 นออกจากห\"องน้าํ ๘ ดป ๑.๖/๔ ขา\" มถนนอย4างปลอดภัย ๙ ดป ๒.๑/๓ ออกกําลังกาย เล4นกฬี า หรอื นันทนาการตามความถนดั และความสนใจ ๑๐ ดป ๓.๑/๒ บอกอารมณพ% ื้นฐานของตนเอง
129 ผลการประเมนิ สรปุ ที่ ตวั ช้ีวัด กอ< นการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว< ยฯ IIP/FCSP ๑๑ ดป ๓.๑/๕ แสดงสหี น\"า อารมณ%และสนทนาตอบโต\" เม่อื ไดร\" บั คําชมเชย คาํ ตชิ ม หรือคาํ เตือน จากผ\"อู ่ืน ๑๒ ดป ๓.๑/๖ มีความยืดหยนุ4 เมือ่ มีการเปลย่ี นแปลงเวลา หรือจากสถานท่หี น่ึงไปอีกสถานท่ีหน่งึ ๑๓ ดป ๓.๑/๗ ตคี วามหมายสหี นา\" ท4าทาง ภาษากาย และนํ้าเสยี งของ ผู\"อืน่ และตอบสนองอารมณข% องผู\"อน่ื ๒. สาระการเรียนรูและความรูพ้นื ฐาน คาํ ช้แี จง ใหทาํ เครอ่ื งหมาย ลงในชอ< งผลการประเมนิ ท่ตี รงตามสภาพความเปน? จรงิ ท่ี ตวั ชว้ี ัด ผลการประเมนิ สรปุ ก<อนการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หน<วยฯ IIP/FCSP ๑ รพ ๑.๑/๓ ใชก\" ารฟงM การดู การสมั ผัสเพือ่ แสดงความสนใจตอ4 สอ่ื บุคคลและมีสว4 นรว4 มในสถานการณต% า4 ง ๆ ใน ชีวติ ประจาํ วัน ๒ รพ ๑.๑/๔ เลยี นแบบการแสดงออกในการสื่อสารกบั บคุ คลอื่นที่ คุน\" เคยหรอื ไมค4 น\"ุ เคยในสถานการณต% 4าง ๆ ได\" ๓ รพ ๑.๑/๗ ใช\"กระบวนการส่อื สารในการแสวงหาข\"อมูล ข4าวสารใน การตดิ ตามความเคล่ือนไหวต4าง ๆ ในสงั คม สําหรับการ ดาํ รงชวี ิตและการประกอบอาชพี
130 ที่ ตวั ชีว้ ดั ผลการประเมนิ สรุป ก<อนการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว< ยฯ IIP/FCSP ๔ รพ ๑.๒/๑ ใช\"กระบวนการอา4 นในการเลอื กภาพ คําทอ่ี อกเสยี ง เหมอื นเสียงพยญั ชนะต\"นทเ่ี ปOนชอ่ื ของตนเอง สง่ิ ของ บคุ คลอื่นได\" ๕ รพ ๑.๒/๒ ระบุช่ือส่งิ ของ บุคคลทีร่ ูจ\" กั ในหนงั สือภาพ หรอื สือ่ รปู แบบอน่ื ๆ ๖ รพ ๑.๓/๓ เขียนพยัญชนะไทย สระ วรรณยุกต% ได\"ตามศกั ยภาพ เขียนตัวอักษรภาษาองั กฤษดว\" ยวธิ ีการต4าง ๆ ได\"ตาม ศกั ยภาพ ๗ รพ ๓.๑/๑ บอกประวตั ิความเปนO มาของตนเองและครอบครวั โดย ใช\"รูปแบบทห่ี ลากหลาย ๘ รพ ๖.๑/๒ บอกประโยชน%สงิ่ ของเครอ่ื งใชท\" ี่เปนO เทคโนโลยใี น ชีวติ ประจําวัน โดยการบอก ช้ี หยบิ หรอื รปู แบบการ สือ่ สารอืน่ ๆ ๓. สาระสังคมและการเป?นพลเมอื งทีเ่ ขมแข็ง คําชี้แจง ใหทําเครื่องหมาย ลงในช<องผลการประเมินท่ีตรงตามสภาพความเปน? จริง ที่ ตัวชีว้ ดั ผลการประเมิน สรุป ก<อนการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว< ยฯ IIP/FCSP ๑ สพ ๑.๑/๒ ปฏบิ ัตหิ นา\" ทขี่ องตนเองในการเปนO สมาชิกทีด่ ี ของ ครอบครวั ๒ สพ ๑.๑/๔ ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหน\"าทข่ี องตนเองในการเปนO สมาชิกที่ดขี องโรงเรยี น
131 ท่ี ตัวช้วี ดั ผลการประเมิน สรปุ กอ< นการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หน<วยฯ IIP/FCSP ๓ สพ ๑.๑/๖ ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหนา\" ท่ขี องตนเอง ในการเปนO สมาชกิ ทีด่ ขี องชมุ ชนและสังคม ๔ สพ ๓.๑/๒ ปฏิบตั ติ าม ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรม ไทย และมีความกตญั Rูกตเวที ๕ สพ ๓.๒/๑ เขา\" ใจ ตระหนกั ถงึ ความสําคญั ตอ4 ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม และวันสาํ คัญทางศาสนาทตี่ นเอง นบั ถอื ๔. สาระการงานพน้ื ฐานอาชีพ คําชแ้ี จง ใหทําเครื่องหมาย ลงในช<องผลการประเมนิ ท่ตี รงตามสภาพความเปน? จริง ที่ ตวั ชว้ี ดั ผลการประเมิน สรุป ก<อนการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว< ยฯ IIP/FCSP ๑ กอ ๑.๑/๓ เกบ็ ของเลน4 – ของใช\"ส4วนตวั หรือของสมาชกิ ใน ครอบครวั จนเปนO นิสยั ลงชอื่ ..............................ผ\"ปู ระเมนิ ลงชอ่ื ..............................ผ\"ูประเมนิ (นางสาวปUยะนุช ตบิ๊ วงศ%) (นายมานะ บญุ ทว)ี ตําแหน4ง พนกั งานราชการ ตาํ แหนง4 พนักงานราชการ ลงชื่อ..............................ผ\"ูประเมนิ (นางสาวสิรินยา นนั ทชยั ) ตาํ แหนง4 ครูผช\"ู 4วย
132 แบบประเมนิ ความสามารถพนื้ ฐาน หลกั สตู รสถานศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พื้นฐาน สาํ หรับผู\"เรียนพกิ าร ศนู ย%การศกึ ษาพิเศษประจาํ จงั หวัดลําปาง (ฉบบั ปรับปรุง) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ วิชา จาํ เปน2 เฉพาะความบกพรอ3 งทางสติป4ญญา (สป๐๒๐๓) กล3ุมสาระการเรยี นร\"ูจําเป2นเฉพาะความพิการ ชอ่ื -สกลุ ……………………………เ…ด็ก…ห…ญ…งิ …สุท…ธ…า…ทิพ…ย…% …อ…ิน…ตBะ…ว…ัน…………………. วนั ทปี่ ระเมนิ ……………………๑…๔……มถิ…ุน…า…ยน……๒…๕…๖๕……………………. อายุ……๑…๓…….ป<…………..…เดือน คาํ ชีแ้ จง ๑. แบบประเมินตามหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานสําหรับผู\"เรียน พิการ ศูนย%การศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลําปาง (ฉบับปรับปรุง) พุทธศักราช ๒๕๖๕ ใช\"ประเมิน สําหรบั เดก็ ท่อี ยใู6 นระดบั การศึกษาภาคบังคับ ๒. แบบประเมนิ ฉบับนส้ี ามารถใชไ\" ดก\" ับผ\"ูรบั การประเมินผู\"เรียนท่ีมีความบกพร6องทางสติป:ญญา เกณฑ%การประเมินผลก3อนพัฒนา ระดบั ๔ หมายถึง ถกู ต\"อง/ไม6ต\"องชว6 ยเหลือ ระดบั ๓ หมายถงึ ด/ี กระตุน\" เตือนดว\" ยวาจา ระดับ ๒ หมายถึง ใช\"ได\"/กระต\"ุนเตอื นดว\" ยทา6 ทาง ระดบั ๑ หมายถึง ทาํ บ\"างเลก็ น\"อย/กระต\"ุนเตอื นทางกาย ระดับ ๐ หมายถึง ตอบสนองผิดหรือไมม6 ีการตอบสนอง หมายเหตุ กระตุ\"นเตือนทางกาย หมายถงึ ผส\"ู อนจับมือทํา เมื่อเด็กทาํ ได\"ลดการชว6 ยเหลอื ลงโดยให\" แตะข\"อศอกของเดก็ และกระต\"นุ โดยพดู ซ้ําใหเ\" ดก็ ทํา กระตนุ\" เตือนดว\" ยท6าทาง หมายถงึ ผสู\" อนช้ใี หเ\" ด็กทํา/ผงกศีรษะเมื่อเด็กทําถกู ต\"อง/ส6ายหนา\" เม่ือเดก็ ทําไม6ถูกตอ\" ง กระตุ\"นด\"วยวาจา หมายถงึ ผส\"ู อนพดู ใหเ\" ด็กทราบในส่ิงทผี่ ู\"สอนต\"องการให\"เดก็ ทาํ
133 คาํ ช้ีแจง ให\"ทําเครื่องหมาย ลงในช3องผลการประเมนิ ที่ตรงตามสภาพความเปน2 จรงิ ที่ วชิ า ตวั ชี้วดั ผลการประเมนิ สรุป กอ3 นการพัฒนา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หน3วยฯ IIP/FCSP ๑ จําเปนC เฉพาะ สป๑.๑/๑ ความบกพร6อง สือ่ สารได\"เหมาะสมกับ ทางสตปิ ญ: ญา สถานการณ% (สป๐๒๐๓) สป๑.๒/๑ ดแู ลตนเองและความ ปลอดภยั ในชีวติ ประจําวนั สป๑.๓/๑ มีปฏสิ ัมพนั ธ%ทางสังคมกบั ผู\"อน่ื อย6างเหมาะสม สป๑.๔/๑ ใชส\" ิ่งของสาธารณะอย6าง เหมาะสม สป๑.๕/๑ ใช\"อุปกรณช% 6วยในการสอื่ สาร ทางเลือก สป๑.๕/๒ ใช\"อุปกรณช% 6วยในการเขา\" ถงึ คอมพิวเตอร%เพ่ือการเรียนร\"ู สป๑.๕/๓ ใช\"โปรแกรมเสริมผา6 น คอมพิวเตอรเ% พ่ือช6วย ในการเรยี นร\"ู
134 ลงชอื่ ..............................ผปู\" ระเมิน ลงช่ือ..............................ผป\"ู ระเมนิ (นางสาวปยF ะนชุ ตบ๊ิ วงศ%) (นายมานะ บญุ ทวี) ตําแหน6ง พนักงานราชการ ตําแหน6ง พนักงานราชการ ลงช่ือ..............................ผูป\" ระเมนิ (นางสาวสิรนิ ยา นันทชัย) ตาํ แหน6ง ครูผช\"ู 6วย
แบบประเมินทางกิจกรรมบาบัด 135 ชอ่ื -สกลุ เด็กหญิงสุทธาทพิ ย์ อนิ ตะ๊ วนั ศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจาจงั หวัดลาปาง วนั ท่ีประเมิน ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ นักกิจกรรมบาบัด นางสาวบุษกร สนั เทพ 1. ลกั ษณะโดยทว่ั ไป (General appearance) เด็กหญิง รปู ร่างสมสว่ น 2. การประเมินความสามารถดา้ นการเคลอื่ นไหว (Motor Function) 2.1 ทกั ษะกลา้ มเน้ือมดั ใหญ่ (Gross Motor) ระดับความสามารถ (ระบุอายุทีท่ าได้) ระดบั ความสามารถ (ระบุอายุทีท่ าได)้ รายการ ทาได้ด้วย ทาได้แต่ต้อง ทาไม่ได้ รายการประเมนิ ทาไดด้ ้วย ทาได้แตต่ อ้ ง ทาไม่ได้ ประเมิน ตนเอง ชว่ ยเหลือ ตนเอง ช่วยเหลอื ชันคอ ว่ิง พลกิ ตะแคงตวั เดินข้ึน-ลงบันได (เกาะราว) พลิกควา่ หงาย กระโดด 2 ขา นง่ั ได้เอง เดินขึ้น-ลงบนั ได (สลับเทา้ ) คลาน ปั่นจักรยาน 3 ลอ้ เกาะยืน ยนื ขาเดียว ยืน กระโดดขาเดียว เดิน 2.2 การขา้ มแนวกลางลาตวั (Crossing the Midline) มี □ ไมม่ ี สามารถมองตามข้ามแนวกลางลาตวั มี □ ไมม่ ี สามารถนามือทงั้ สองข้างมาใช้ในแนวกลางลาตัว 2.3 ขา้ งทถี่ นดั (Laterality) □ ซ้าย ขวา 2.4 การทางานร่วมกันของร่างกายสองซีก (Bilateral integration) มี □ ไม่มี 2.5 การควบคุมการเคล่ือนไหว (Motor control) มี □ ไมม่ ี สามารถเปลี่ยนรูปแบบการเคล่อื นไหว มี □ ไม่มี ความสามารถในการเคล่ือนไหว (Mobility) รปู แบบการเคล่ือนไหวท่ผี ิดปกติ □ มี □ อาการส่ัน (Tremor) □ การบิดหมนุ ของปลายมอื ปลายเท้าคล้ายการฟ้อนรา (Chorea) □ การเคลื่อนไหวของแขนขาสะเปะสะปะ (Athetosis) □ ความตึงตวั ของกลา้ มเน้ือไมแ่ นน่ อน (Fluctuate) ไม่มี มกี ารเดนิ สะเปะสะปะ เหมือนการทรงตัวไม่ดี (Ataxic Gait) □ มี ไม่มี เดินต่อส้นเทา้ ทาได้ □ทาไม่ได้(ไม่เขา้ ใจ) ทดสอบ Finger to Nose Test□ มกี ารกะระยะไมถ่ ูก(Dysmetria) ทาได้ □ทาไมไ่ ด้(ไมเ่ ข้าใจ) ทดสอบการเคลือ่ นไหวสลับแบบเรว็ (Diadochokinesia) ทาได้ □ทาไม่ได้(ไม่เข้าใจ) 2.6 การวางแผนการเคลื่อนไหว (Praxis) *มีแบบทดสอบมาตรฐาน* ทาได้ □ทาไมไ่ ด้(ไมเ่ ข้าใจ) - การเลียนแบบทา่ ทาง ทาได้ □ทาไมไ่ ด้(ไม่เขา้ ใจ) - การเลยี นแบบเคลื่อนไหว 2.7 การประสานงานของกลา้ มเนื้อมัดเล็ก (Fine coordination) .ใช้มอื ทากจิ กรรมไดต้ ามปกติ
136 แบบประเมินทกั ษะการเคล่ือนไหวของกลา้ มเนื้อมัดเล็ก รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ ทาได้ด้วยตนเอง ทาไดแ้ ต่ตอ้ งใหก้ ารช่วยเหลอื ทาไมไ่ ด้ การสบตา (eye contact) การมองตาม (eye following) การใช้แขนและมือ การเอื้อม (Reach Out) การกา (Grasp) 1. การกา (Power grasp) การกาแบบตะขอ (Hook) การกาทรงกลม (Spherical grasp) การกาทรงกระบอก (Cylindrical grasp) 2. การหยิบจับ (Precise grasp) การนา (Carry /hold ) การปล่อย (Release) การใช้สองมอื การใชก้ รรไกร การใชอ้ ุปกรณเ์ ครือ่ งใชใ้ นการรบั ประทานอาหาร การใชม้ อื ในการเขียน ความคล่องแคลว่ ของการใช้มอื การประสานสมั พนั ธ์ระหวา่ งมือกบั ตา (eye-hand coordination) การควบคุมการเคลอื่ นไหวรมิ ฝปี าก การปดิ ปาก (Lip Closure) การเคล่ือนไหวลิ้น (Tongue) การควบคุมขากรรไกร (Jaw control) การดูด (Sucking) / การเป่า การกลืน (Swallowing) การเค้ยี ว (Chewing) ความผดิ ปกติอวยั วะในชอ่ งปากทพี่ บ □ พบ ไม่พบ 1. ภาวะล้ินจุกปาก (Tongue thrust) □ พบ ไม่พบ 2. ภาวะกัดฟัน (Tooth Grinding) □ พบ ไมพ่ บ 3. ภาวะนา้ ลายไหลยืด (Drooling) □ พบ ไม่พบ 4. ภาวะล้นิ ไกส่ ัน้ □ พบ ไมพ่ บ 5. ภาวะเคลื่อนไหวล้นิ ได้น้อย □ พบ ไม่พบ 6. ภาวะปากแหวง่ เพดานโหว่ หมายเหตุ (ข้อมูลเพ่มิ เติม)
137 การประเมินการรบั ความรูส้ กึ 1. ตระหนักร้ถู ึงส่ิงเร้า มี □ ไม่มี 2. การรบั ความรูส้ กึ (Sensation) ใส่ N=Normal (ปกติ) I=Impaired (บกพร่อง) L=Loss (สูญเสยี ) การรบั ความร้สู กึ ทางผวิ หนัง (Tactile) - การรับรถู้ ึงสัมผสั แผว่ เบา (Light touch) : ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย - แรงกด (Pressure) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสยี - อณุ หภูมิ (Temperature) : ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย - ความเจ็บ (Pain) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสยี - แรงสนั่ สะเทือน (Vibration) : □ ปกติ บกพร่อง □ สญู เสยี การรับความรู้สึกจากกลา้ มเนอ้ื เอน็ และข้อ (Proprioceptive): ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย การรบั ความรสู้ กึ จากระบบการทรงตวั (Vestibular) : ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย การรบั ขอ้ มูลจากการมองเห็น (Visual) : ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย การรับขอ้ มูลจากการไดย้ นิ (Auditory) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สญู เสีย การรบั ขอ้ มลู จากตมุ่ รบั รส (Gustatory) : ปกติ □ บกพร่อง □ สูญเสยี 3. กระบวนการรบั รู้ □ มี ไม่มี การรับรู้โดยการคลา (Stereognosis) มี □ ไม่มี การรบั รกู้ ารเคลอ่ื นไหว (Kinesthesis) มี □ ไมม่ ี การตอบสนองต่อความเจ็บปวด (Pain Respone) มี □ ไม่มี การรบั รสู้ ว่ นต่างๆของร่างกาย (Body Scheme) มี □ ไม่มี การรับรู้ซ้าย-ขวา (Right-Left Discrimination) มี □ ไม่มี การรบั รรู้ ปู ทรง (Form constancy) มี □ ไมม่ ี การรบั รู้ตาแหน่ง (Position in space) มี □ ไมม่ ี การรับรภู้ าพรวม (Visual-Closure) มี □ ไม่มี การรับรู้การแยกภาพ (Figure Ground) มี □ ไมม่ ี การรับร้คู วามลึก (Depth Perception) มี □ ไมม่ ี การรับรู้มิตสิ ัมพันธ์ (Spatial Relation)
138 แบบแจกแจงปญั หาและการตั้งเป้าประสงค์ สรปุ ปัญหาของนักเรยี น - นกั เรียนไม่สามารถทากิจกรรมทีซ่ บั ซ้อนเกนิ ๒ ขัน้ ตอนได้ - นักเรียนไม่สามารถรบั ร้รู ูปทรงผา่ นการคลาได้ - นักเรียนไม่สามารถรับรูแ้ รงส่นั สะเทือนได้ เป้าประสงค์ - ภายในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ นกั เรียนสามารถทากิจกรรมท่ีมคี าสั่ง ๒ ข้ันตอนได้ ๘/๑๐ ครัง้ - ภายในปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ นกั เรียนสามารถรับรู้รปู ทรงผา่ นการคลาได้ถูกตอ้ ง ๘/๑๐ ครง้ั - ภายในปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ นักเรียนสามารถรบั ร้แู รงสั่นสะเทือนไดผ้ ่านกจิ กรรมนั่งโตะ๊ ๘/๑๐ คร้ัง (ลงชอื่ ) ( นางสาวบุษกร สนั เทพ ) นกั กิจกรรมบาบดั ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕
แบบสรปุ การรบั บรกิ ารกิจกร ช่ือ-สกลุ เด็กหญิงสทุ ธาทิพย์ อนิ ตะ๊ วัน หอ้ งเรยี น อาเภอเมอื ง ๓ อายุ ๑๔ ปี วนั เดอื นปี ท่ีประเมินกอ่ นการรับบรกิ ารกจิ กรรมบาบดั ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ วนั เดอื นปี ท่ีประเมนิ หลังการรบั บรกิ ารกจิ กรรมบาบดั ๓๑ มนี าคม ๒๕๖๖ สรุปปญั หาของ ผลการประเมินก่อน นักเรียน การรบั บรกิ าร เป้าประสงค์ การทากิจกรรมตาม - นกั เรียนไมส่ ามารถทา - ภายในปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ นักเรยี คาสง่ั กิจกรรมท่ีซบั ซ้อนเกิน สามารถทากิจกรรมทีม่ คี าสั่ง ๒ ขน้ั ต ๒ ข้นั ตอนได้ ได้ ๘/๑๐ ครั้ง การรบั ร้รู ูปทรงผา่ น - นักเรียนไมส่ ามารถ - ภายในปีการศึกษา ๒๕๖๕ นกั เรยี การคลา รับรู้รปู ทรงผา่ นการ สามารถรบั รู้รูปทรงผา่ นการคลาได้ คลาได้ ถูกต้อง ๘/๑๐ คร้งั การรับรู้ - นกั เรียนไมส่ ามารถ - ภายในปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ นักเรยี แรงส่นั สะเทือน รับรู้แรงสน่ั สะเทือนได้ สามารถรบั รู้แรงสัน่ สะเทือนได้ผ่าน กจิ กรรมนั่งโต๊ะ ๘/๑๐ ครัง้ สรปุ ผลการให้บริการกิจกรรมบาบดั ๑. เปา้ ประสงคท์ ั้งหมด ๓ ข้อ ๒. ผลการพฒั นา บรรลุเปา้ ประสงค์ ๓ ข้อ ไมบ่ รรลุเป้าประสงค์ - ขอ้ ขอ้ เสนอแนะในปีต่อไป นักเรียนควรไดร้ บั การพัฒนาจากผดู้ แู ล โดยมีครูเป็นผู้ให้คาแนะนา เพ่ือพฒั น
139 รรมบาบดั ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ผลการประเมนิ หลัง ผลการพัฒนาตามเปา้ ประสงค์ การรบั บริการ บรรล/ุ ผา่ น ไมบ่ รรล/ุ ไมผ่ า่ น ยน นกั เรียนสามารถทากจิ กรรมที่มีคาส่งั ๒ ตอน ขัน้ ตอนได้ ๘/๑๐ ครง้ั โดยการกระตุ้น ทางวาจา ยน นักเรียนสามารถรับรู้รปู ทรงผ่านการ คลาได้ถูกต้อง ๘/๑๐ ครั้ง ยน นกั เรียนสามารถรับรู้แรงส่นั สะเทือนได้ ผา่ นกจิ กรรมนง่ั โต๊ะ ๘/๑๐ ครง้ั โดย การกระตุน้ ดว้ ยวาจา นาการที่ดีขึน้ (ลงช่ือ) ( นางสาวบุษกร สนั เทพ ) นกั กิจกรรมบาบัด วันท่ี ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๖
* BBBB 140 _ ๑ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ศูนย์การศกึ ษาพเิ ศษประจาจงั หวัดลาปาง วนั ที่รบั การประเมนิ ..๒...ฟ......w.....ก... ..ร..ร........ ผ้ปู ระเมิน ..น...า..ย..อ..น..ุช..า.....โ...ส...ส...้ม...ก.บ............ ๑. ข้อมลู ทวั่ ไป ช่ือ……ด….ญ…. …ส…ุก…ยา…ทิ…พย…์ …อิน…ต…๊ะว…นั ……….....………… ช่ือเลน่ ................................ เพศ ชาย feหญงิ วนั เดอื น ปเี กิด................................... อายุ .......ป.ี .........เดือน โรคประจาตัว ................................. การวินจิ ฉัยทางการแพทย์……บ…ก…พ…ร.่อ..ง...ท..า.ง..ส..ต...ิป..ัญ....ญ...า............................................................................. อาการสาคัญ (Chief complaint) …- ……….…………………………...………………………………………..……… ข้อควรระวัง....._...................................................................................................................................... ห้องเรยี น ..ป..ร..บั ..บ..้า..น.....อ..ํา.เ..ภ..อ..เ.ม..ือ..ง...........................ครปู ระจาช้นั ....น..า..ย..ม..า..น..ะ......บ...ุญ....ท...ว.ี........................ ๒. การสังเกตเบ้อื งต้น ปกติ ผดิ ปกติ การสังเกต ปกติ ผิดปกติ ๙. เทา้ ปกุ การสังเกต ✓ ๑๐. เทา้ แบน r ๑. ลักษณะสีผิว ๑๑. แผลกดทบั ๒. หลังโกง่ . ๑๒. การหายใจ . ๓. หลงั คด . ๑๓. การพดู ๔. หลงั แอน่ ๑๔. การมองเหน็ . ๕. เขา่ ชิด . ๑๕. การเค้ยี ว ๖. เข่าโก่ง ๑๖. การกลืน r ๗. ระดบั ขอ้ สะโพก . . ๘. ความยาวขา ๒ ขา้ ง . . . r . r เพ่มิ เติม ....ั..................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรุงคร้ังท่ี ๓ วนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 514
Pages: