111 รวบรวมขอมูลผเู รยี น กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๔. การตอบสนองปฏกิ ิริยาตอบสนองของรHางกายในสภาพแวดลอม (Orienting Response) ๔.๑ มีป2จจัยอะไรบ'างท่ที ําใหเ' ด็กการตอบสนองไป การตอบสนองตอสงิ่ เรา' ในทศิ ทางนน้ั ไดช' ดั แจ'ง ๔.๒ เดก็ แสดงการตอบสนองตอทิศทางออกอยางไร การใชป' ระสารทสัมผัส สหี น'า ๔.๓ ประสาทการรับรช'ู องทางใดที่ปรากฏเชอื่ มโยง ประสาทสมั ผสั ทางกายจะมากกวาปกติ กับการตอบสนอง (ข'อมูลประสาทการรบั รู'ที่กระต'นุ ใหม' กี ารตอบสนองและประสาทการรับรู'ที่ใช' ประโยชน) ๕. ความจํา (Memory) ๕.๑ เด็กใช/' คุน' กบั ส่งิ เร'าที่คน'ุ ชนิ หรอื ไม คนุ' เคย ๕.๒ การนําเสนอส่ิงเร'าจําเป@นตอ' งใชเ' วลานานหรอื ก่ี หลายครัง้ ครงั้ กอนทเ่ี ดด็ จะคน'ุ ชิน ๕.๓ เด็กเขา' รวมอกี ครง้ั ไหมเม่ือเปลีย่ นแปลง ไมเข'ารวม ลกั ษณะของส่งิ เรา' ๕.๔ การตอบสองแตงตางไปหรือไม แตกตาง ๕.๕ เด็กแสดงการตองสนองแตกตางหรือไมกับ แตกตาง บคุ คลท่ีคุย' เคยและไมคนุ' เคย ๕.๕ เดก็ แสดงการรบั รู'หรอื ไมวาส่งิ ของนั้นยังอยูแม' รบั ร'ู จะไมอยใู นสายตาตอนน้ัน ๕.๖ เดก็ เชอื่ มโยงเหตกุ ารณท่ีกําลังเผชญิ กบั สงิ่ ท่ี เชื่อมโยง ตามมาไหม ๕.๗ เด็กแสดงการคาดเดาตอสิง่ /เหตกุ ารณท่ีกําลัง คาดเดา เผชญิ หรือไม ๕.๘ เด็กแสดงอาการหรือไมเมื่อสิ่งทีเ่ กิดใหมไมตรง แสดงออกทางสีหนา' กบั ความคาดหวัง ๕.๙ เด็กสามารถเรียนร'ูกจิ วตั รงาย ๆ ได'หรอื ไม ได'บ'าง ต'องกระต'นุ เตือนบอยๆ ๕.๑๐ กิจวัตรท่ใี หเ' ดก็ เรยี นร'จู ําไดไ' หม ได' กลมุ บรหิ ารงานวิชาการ ศูนยการศึกษาพิเศษประจาํ จังหวัดลาํ ปาง
112 รวบรวมขอมูลผูเรียน กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๖. ปฏสิ ัมพนั ธท. างสังคม (Social Interactions) ใช ๖.๑ เด็กหันไปหาบคุ คลหรือไม ใช ๖.๒ เด็กแสดงความผูกพันวามคี วามปลอดภยั กับ บคุ คลสาํ คัญในชวี ติ ของเขา/เธอหรือไม ใช ๖.๓ เด็กมสี วนรวมในการผลดั เปล่ยี นกนั เมื่อเรม่ิ มี ปฏสิ มั พันธหรือไม ใช ๖.๔ เดก็ มีสวนรวมในการผลดั เปลยี่ นกันเมื่อคนอ่นื เรม่ิ ปฏสิ ัมพันธหรือไม ไมทราบ ๖.๕ เดก็ ผลดั เปลีย่ นกีร่ อบกอนทจี่ ะไมรวม ไมทราบ ๖.๖ เด็กเพม่ิ การผลัดเปลี่ยนการมีปฏสิ มั พนั ธมาก ข้นึ เพ่ือตอบสนองตอปฏสิ มั พันธของคหู รือไม ๗. การสือ่ สาร (Communication) แสดงออกทางสีหน'า ๗.๑ เด็กแสดงให'เหน็ ความต้ังใจในการสอ่ื สารผาน การใชง' านของสญั ญาณ การเปลงเสยี ง ทาทาง ฯลฯ ไม หรอื ไม อธิบายการส่ือสารท่ีใช' แสดงออกถึงการสื่อสารทางกายภาพ ๗.๒ เด็กใช'สญั ญาณอยางสอดคลอ' งกันหรอื ไม ไมทราบ ๗.๓ เด็กใช'การสอื่ สารแตกตางกนั หรอื ไม อธิบาย ไม การสื่อสารและความความหมายทน่ี าจะเปน@ ไม ๗.๔ เมอื่ นําเสนอตัวเลือกเด็กตดั สินใจเลอื กหรือไม เข'าใจ ๗.๕ เดก็ ใช'ทาทางเหมือนบคุ คลทั่วไปใช'หรอื ไม ๗.๖ เดก็ สามารถใช'ของหน่ึงอยางหรอื สัญลกั ษณ สามารถใชก' ารสื่อสารทางสญั ลักษณไดบ' า' ง แทนกจิ กรรมหรือวตั ถุหรือไม ๗.๗ เด็กแสดงใหเ' หน็ ความเข'าใจในการสื่อสารโดย ใชส' ญั ลักษณหรือไม (การไดย' ิน ภาพ หรอื การ สมั ผสั ) ๗.๘ เดก็ ใช'การสือ่ สารทางสัญลักษณหรือไม อธิบาย กลุมบรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลาํ ปาง
113 รวบรวมขอมลู ผเู รียน กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๘. การแกปญ] หา (Problem solving) ๘.๑ เดก็ แสดงใหเ' ห็นสาเหตแุ ละผลกระทบหรือไม ไม ๘.๒ เดก็ แสดงความเขา' ใจในวิธีการ/จุดสิน้ สดุ หรือ ใช การใชข' ้นั ตอนกลางเพ่ือแกป' 2ญหาหรอื ไม ๘.๓ เด็กแสดงความเข'าใจในหน'าท่ีของวัตถทุ วั่ ไป ใช หรือไม ๘.๔ เดก็ มวี ิธกี ารแก'ป2ญหาอยางไร ไมทราบ ๘.๕ เด็กรักษาความสนใจและคงอยูกบั สง่ิ นนั้ หรือไม ใช รวบรวมขอมลู ผูเรียน กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๑ ดานสภาพแวดลอมของผูเรยี น (Microsystem) บุคคลภายในครอบครัวท่ีผเู รียนไววางใจ พอ เป@นผ'ดู แู ลหลกั เปน@ ผ'หู ารายได' และเปน@ ผู'ทีน่ กั เรียนไว'วางใจมากท่สี ุด ในทุกๆวันพอจะดูแล กจิ วัตรประจําวนั ทัง้ หมดของนักเรยี น ได'แก จดั เตรยี มอาหารและยาใหแ' กนกั เรยี น รวมทัง้ ดูแลความสะอาด เสือ้ ผา' และเปน@ ผูส' อนนักเรยี นตามตารางกิจวตั รประจําวันที่ครปู ระจาํ ชั้นวางแผนไว' สวนแมหยาร'างกันไมมี ได'ปฏิสมั พันธทางครอบครัวหรือดูแลนกั เรียนสวนพชี่ ายแวะมานอนบา' นบางครงั้ ต'องออกไปหางานทําและ ใชช' ีวติ ของตนเอง ลกั ษณะทอ่ี ยูHอาศยั (หองอะไรบาง / ความสะอาด) เปน@ บา' นชน้ั เดียวทําจากปูน มีหอ' งน้ําและห'องครวั แยกออกจาตวั บา' น ในบ'านมีโทรทัศน ตู'เส้ือผ'า ต'ู เกบ็ ของ ยารักษาโรค และห'องนอนหนึ่งหอ' ง ข'างหน'าบา' นมีราวตากผ'า ลกั ษณะหองนา้ํ (ระบรุ ายละเอียด) มหี อ' งนาํ้ แบบน่งั ยอง ไมกว'าง แบงมมุ สาํ หรบั วางถงั อาบนํา้ มีชน้ั วางอุปกรณทาํ ความสะอาด รางกายและอุปกรณทําความสะอาดห'องนาํ้ เป@นสดั สวนเหมาะสม สะอาด โลงสบาย มีประตูแบบกลอนปดQ มิดชดิ และใชเ' ปน@ ทส่ี ําหรบั ซักผ'าแบบมือ ลกั ษณะหองนอน (ระบุรายละเอยี ด) เป@นท่ีนอนวางราบกับพน้ื ขนาด ๖ ฟตุ มีมุมสําหรับเก็บเสือ้ ผ'า นอนรวมกนั พอลกู พ้ืนท่ีในการฝqก/ทาํ กจิ กรรมกบั ผูเรยี น (ระบุรายละเอยี ด) นักเรยี นทํากจิ วตั รประจําวนั อยูในบา' น และออกมานอกบ'านบ'างบางคร้งั กลมุ บรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยการศกึ ษาพเิ ศษประจาํ จังหวัดลําปาง
114 รวบรวมขอมูลผูเรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนิเวศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๒ ดานความสัมพนั ธแ. ละปฏิสัมพันธ.ระหวHางบคุ คลท่เี ก่ียวของของผูเรียน (Mesosystem) ลักษณะของครอบครวั และความสัมพันธข. องบุคคลในครอบครัว ปจ2 จบุ นั แมของนกั เรยี นหยารา' งกนั มีแคพอของนักเรียนทํางานหารายได' และมีพี่ชายคอย ดูแลบ'างบางครั้ง ครอบครัวมีชวยเหลอื ซง่ึ กนั และกัน และให'ความเอาใจใสแกนกั เรยี นเปน@ อยางดี ความสมั พันธก. ับบคุ คลในหองเรียน/โรงเรยี น นักเรียนได'มีการฝTกและได'รู'จัก ครูมานะ ซึ่งเป@นครูประจําช้ันโดยให'บริการทางการศึกษา พิเศษและคําแนะนําแกผู'ปกครองของนักเรียน โดยครูปQยะนุช เป@นครูประจําอําเภอเมืองรวม ให'บริการและรวมประเมินศักยภาพแกนักเรียน ครูอนุชา เป@นครูกายภาพบําบัด มีหน'าท่ี ให'คําปรึกษาและคําแนะนําแกผ'ูปกครองด'านการดูแลนักเรียนเก่ียวกับกล'ามเน้ือ การเคล่ือนไหว และข'อตอ ครูสิรินยาและครูบุษกร เป@นครูกิจกรรมบําบัดมีหน'าท่ีให'คําปรึกษาและคําแนะนํา แกผ'ูปกครองด'านการบูรณาการประสาทความรู'สึก การปรับกิจกรรมให'เหมาะสมกับศักยภาพของ นักเรียน และครูศศิกมล เป@นครูจิตวิทยาคลินิกมีหน'าท่ีให'คําปรึกษาและคําแนะนํา แกผู'ปกครองเรือ่ งพฤตกิ รรมที่ไมพึงประสงคและแนวทางในการแก'ไขป2ญหาพฤตกิ รรมของนักเรียน ความสมั พนั ธ.กบั บคุ คลอ่ืนๆ เชนH ญาตพิ ่ีนอง เพ่ือน เพ่ือนบาน คนในชมุ ชน เปน` ตน เพื่อนบ'านมาเย่ียมเยือนบุคคลในครอบครัวบ'างเป@นประจํา โดยพูดคุยกันบริเวณหน'าบ'าน ไมได'เข'ามาในห'องที่นักเรียนพักอาศัยอยู เนื่องจากสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) กลุมบรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยการศกึ ษาพิเศษประจําจังหวัดลําปาง
115 รวบรวมขอมูลผูเรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนิเวศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๓ ดานส่ิงแวดลอมและสภาพสงั คมที่มีผลตอH ครอบครวั (Exosystem) สถานการณ.ป]จจุบันท่ีสงH ผลกระทบกับผูเรยี น เน่ืองจากสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นักเรียนมีความเส่ียงตอการติดเช้ือผานระบบทางเดินหายใจได'งายและเสี่ยงตอการได'รับเชื้อ และ นักเรียนไมได'รับวัคซีนเพ่ือปEองกันโรคทําให'สมาชิกครอบครัวต'องคอยระมัดระวังตนเองและ ลดการออกไปพบเจอผค'ู น จากสภาพเศรษฐกิจในป2จจุบัน สงิ่ ของมีราคาแพงขนึ้ ทาํ ให'รายได'ท่ีได'รับไมเพียงพอตอการ นําไปใช'ท้ังครอบครัว สถานทที่ ํางานของพอH แม/H ผปู กครอง พอของนกั เรียนทาํ งานรับจา' งท่วั ไป ไมมที ่ที าํ งานเป@นหลักแหลง และนักเรียนได'รับเบ้ียคน พกิ าร คาใชจ' ายพอใชเ' ป@นวนั ๆ สภาพแวดลอมทางกายภาพ หรอื การจัดสงิ่ อาํ นวยความสะดวกของชมุ ชนท่ีผูเรียน อาศัยอยูH ชุมชนที่นักเรียนอาศัยอยูเป@นชุมชนท่ีอยูรวมกันแบบเครือญาติ มีการให'ความชวยเหลือ และแบงป2นกันระหวางครอบครัว ๒.๔ ดานวฒั นธรรม ประเพณี คHานิยมของสังคม (Macrosystem) ครอบครัวของนักเรียนนับถือศาสนาพุทธ เชื่อในการทําความดี สมาชิกในครอบครัวดูแลนักเรียน ด'วยความรักและคิดวาเป@นหน'าที่ของสมาชิกในครอบครัวที่ต'องชวยเหลือกัน ถึงแม'วาบางครั้งการดูแล นักเรยี นจะทาํ ใหส' มาชิกในครอบครวั ไมได'ไปเข'ารวมกิจกรรมของชุมชน กิจกรรมทางศาสนา หรือกิจกรรม ประเพณตี างๆ และมีความคาดหวังให'พีช่ ายดูและน'องเมือ่ ตาแดงไมอยู ๒.๕ ดานสิ่งตาH งๆท่ีอาจกระทบตHอผูเรียน เชนH กฎหมาย การไดรบั สทิ ธดิ านตHางๆ เทคโนโลยี หรือแอพพลิเคช่นั ทเี่ กีย่ วของกับผูเรยี นในชีวิตประจาํ วัน (Chronosystem) นักเรียนได'รับเบ้ียพิการ เดือนละ ๘๐๐ บาท จากเบ้ียยังชีพคนพิการ และได'รับบริการทาง การแพทย ตามโครงการ ๓๐ บาทรักษาทกุ โรค ตามสวสั ดิการของรฐั นักเรียนได'รับการให'บริการทางการศึกษาจากศูนยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลําปาง โครงการ ปรับบ'านเป@นหอ' งเรียนเปล่ียนพอแมเป@นครู ห'องเรยี นอาํ เภอเมือง โดยไมเสียคาใช'จาย และมีโอกาสได'รับ ทุนการศึกษาฯ มูลนิธิคุณพุม ป0ลาสุด ป0การศึกษา ๒๕๖๕ เป@นเงินจํานวน ๕,๐๐๐ บาท อีกท้ังนักเรียน สามารถเขา' ถึงส่อื เทคโนโลยผี านทางโทรศัพท แทบ็ เลต และโทรทศั นโดยมีผู'ปกครองกาํ กบั ดแู ล กลุมบรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลาํ ปาง
116 รวบรวมขอมูลผเู รยี น สรปุ เปาv หมายในการพฒั นา ๓. ความคาดหวังของผูปกครองทม่ี ีตอH ตัวผเู รียน ๑) ผูป' กครองมคี วามคาดหวงั ให'นกั เรยี นสามารถชวยเหลอื ตนเองได'บ'าง ๔. เปvาหมายหลักที่ผูเรียนควรไดรบั การพัฒนา/สงH เสริม ๑) นกั เรยี นควรไดร' บั การพัฒนาด'านการชวยเหลือตนเอง ๒) นักเรยี นควรไดร' ับการพฒั นาใหม' ีสมาธิจดจอในการทํากิจกรรม ๕. เปvาหมายหลักทผ่ี เู รียนควรไดรบั การปอv งกัน/แกไขปญ] หา ๑) นักเรียนมีป2ญหาด'านสุขภาพ ทําให'มีข'อจํากัดในการจัดกิจกรรมการเรียนร'ู ครูผ'ูสอนควรศึกษาสภาพ อ า ก า ร ข อ ง นั ก เ รี ย น โ ด ย ล ะ เ อี ย ด แ ล ะ สั ง เ ก ต อ า ก า ร ข อ ง นั ก เ รี ย น ใ น แ ต ล ะ วั น ซึ่ ง มี ค ว า ม แ ต ก ต า ง กั น ไ ป เพอ่ื ใชเ' ปน@ ข'อมลู ในการวางแผนการจัดการศึกษา ๒) ครูผ'ูสอนควรจัดกิจกรรมให'มีความเหมาะสมกับอาการและความสามารถของนักเรียนและ เพอ่ื ให'นกั เรยี นสามารถเรยี นรูไ' ด'อยางเตม็ ตามศักยภาพ . . ผบ'ู ันทกึ ข'อมลู …………………………………………… (นายมานะ บญุ ทวี) ตําแหนง พนักงานราชการ วนั ท่ี ๑ เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ กลมุ บรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยการศกึ ษาพิเศษประจําจังหวดั ลําปาง
117 ๖ ประเมินคร้งั ท่ี.....๗......... แบบคดั กรองบคุ คลทีม่ คี วามบกพรองทางสติปญญา ช่อื -นามสกลุ (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว).............ดนุพร ธรรมสทิ ธิ์.............................................. วัน เดอื น ป* เกดิ .............๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๙.......................อายุ………๑๕……..... ป* ....................เดอื น ระดบั ชน้ั ..........เตรียมความพร3อม..........วัน เดือน ป* ท่ีประเมนิ ................๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๖๔.................. คาํ ชี้แจง ๑ แบบคัดกรองฉบับนเ้ี ปนแบบคดั กรองเพ่ือประโยชนในทางการจัดการศึกษาเท!าน้ัน ๒ วเิ คราะหลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเปนลักษณะหรือพฤติกรรม ท่ีเด็กแสดงออกบ!อยๆ โดยให2ทํา เครื่องหมาย /ลงในชอ! ง “ ใช! ” หรอื “ไม!ใช! ” ที่ตรงกบั ลักษณะหรือพฤติกรรมนั้นๆ ของเด็ก ๓ ผ2ูทาํ การคัดกรองเบื้องต2นต2องผา! นการอบรมวิธกี ารใช2 และการประเมนิ ตามแบบคัดกรองนี้ และควรสอบถาม ข2อมลู เพ่มิ เตมิ จากผทู2 อี่ ย!ูใกล2ชดิ เด็กมากทส่ี ุด เช!น ผป2ู กครองหรอื ครู เพอ่ื ให2เกิด ความชัดเจน ถกู ตอ2 ง ๔ ผคู2 ดั กรองควรจะมีอยา! งนอ2 ย ๒ คนข้ึนไป ที่ ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวเิ คราะห= ใช ไมใช ทักษะการส่ือสาร ๑ ใช2ภาษาไม!สมวยั ๒ ไมเ! ขา2 ใจคาํ ส่งั ไมส! ามารถทําตามคาํ ส่งั ได2 ทกั ษะการดแู ลตนเอง ๓ ไม!สามารถ หรอื สามารถดูแลตวั เองในชีวติ ประจาํ วนั ไดน2 2อย ในการรับประทานอาหาร / การอาบน้าํ / แปรงฟน@ / การแต!งกาย ๔ ไม!สามารถทําความสะอาดหลงั การขบั ถา! ย ทักษะการดาํ รงชีวิตภายในบา2 น ๕ ต2องกระตุ2นในการปฏิบัติกิจวัตรประจําวันอยู!เสมอ ๖ ชว! ยเหลือตนเองในชีวิตประจาํ วนั ไดต2 ่าํ กวา! วัย ทักษะทางสงั คม/การปฏสิ มั พันธกับผอู2 น่ื ๗ ชอบเล!นกับเด็กท่มี อี ายุนอ2 ยกวา! หรอื ไม!สามารถเล!นกบั เพอื่ นตามวัย ๘ เล!นเลียนแบบผอ2ู ืน่ อย!างไมเ! หมาะสมกับวยั ทกั ษะการรู2จกั ใช2ทรัพยากรในชมุ ชน ๙ มีป@ญหาด2านพฤติกรรมในการใช2สิ่งของสาธารณะประโยชน เช!น ชอบ ทําลายหรอื ใชอ2 ย!างไม!ระมัดระวงั ๑๐ ไมร! 2จู ักวิธกี ารใช2 การจดั เกบ็ และการดูแลรักษาของสว! นรวม ทกั ษะการรจ2ู ักดแู ลควบคมุ ตนเอง ๑๑ เอาแตใ! จตนเอง มอี ารมณโกรธ ฉุนเฉียวบอ! ย ๆ
118 ที่ ลักษณะ / พฤตกิ รรม ผลการวิเคราะห= ใช ไมใช ๑๒ ไม!สามารถควบคุมตนเองทาํ ตามส่งิ ทตี่ 2องทาํ ทักษะการนาํ ความรูม2 าใช2ในชวี ิตประจาํ วัน ๑๓ ลืมงา! ย / จาํ ในสงิ่ ทเี่ รยี นมาแล2วไม!ได2 ๑๔ ไมส! ามารถนาํ ทกั ษะทเ่ี รียนร2ูไปแก2ไขปญ@ หาเฉพาะหน2าได2 ทกั ษะการทาํ งาน ๑๕ ชว! งความสนใจส้ัน ไมส! ามารถรับผดิ ชอบงานทีต่ 2องทาํ ๑๖ ทาํ ตามคาํ สั่งตอ! เนอื่ ง ๒คาํ สง่ั ขน้ึ ไปได2ยาก สับสนงา! ย ทกั ษะการใช2เวลาว!าง ๑๗ สนใจสิง่ รอบตวั น2อย ๑๘ ใช2เวลาวา! งแสดงพฤตกิ รรมทไี่ ม!เหมาะสม ทักษะการรกั ษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย ๑๙ ดูแลสุขภาพตนเองได2น2อย เช!น ล2างมือไม!เปน หรือไม!รู2จักรับประทาน อาหารทเี่ ปนประโยชน ๒๐ มีความระมดั ระวงั เรือ่ งความปลอดภยั ตนเองนอ2 ย หมายเหตุ ทง้ั น้ีพฤติกรรมดังกล!าวต2องเทียบเคยี งกับพัฒนาการของเด็กทว่ั ไป เกณฑก= ารพจิ ารณา แต!ละทักษะจะต2องมีผลการวิเคราะหพฤติกรรมทักษะว!าใช!ท้ัง ๒ข2อ แสดงว!าไม!ผ!านทักษะน้ัน และ หากว!าพบทักษะการปรับตัวไม!ผ!านต้ังแต! ๒ ทักษะข้ึนไป แสดงว!ามีแนวโน2มที่จะเปนบุคคล ที่มคี วามบกพร!อง ทางสตปิ ญ@ ญา ใหจ2 ดั บริการช!วยเหลือทางการศึกษาพิเศษ และส!งต!อให2แพทยตรวจวินิจฉัย ตอ! ไป ผลการคัดกรอง ไม!พบความบกพร!อง พบความบกพร!อง ความคิดเห็นเพม่ิ เติม .....................นักเรียนมีแนวโน2มท่ีจะเปนบุคคลที่มีความบกพร!องทางสติป@ญญา ให2จัดบริการช!วยเหลือ ทางการศกึ ษาพเิ ศษ และสง! ตอ! ใหแ2 พทยตรวจวนิ ิจฉัยต!อไป................................................................
119 ลงช่อื .................................................. ใบวฒุ บิ ตั ร เลขที่ ศกศ.ลป.๐๐๓๗/๒๕๖๔ (ผค2ู ดั กรอง) (นางสาวสริ นิ ยา นันทชัย) ลงชอื่ .................................................. ใบวุฒิบตั ร เลขที่ ศกศ.ลป ๒๐/๒๕๖๐ (ผูค2 ัดกรอง) (นางสาวปยM ะนชุ ต๊บิ วงศ) ลงช่อื .................................................. ใบวฒุ ิบตั ร เลขท่ี ศกศ.ลป.๐๐๒๖/๒๕๖๓ (ผ2ูคัดกรอง) (นายมานะ บุญทะวี) คาํ ยินยอมของผู3ปกครอง ข2าพเจ2า(นาย / นาง / นางสาว).................จันทรแดง ธรรมสิทธิ์..................... เปนผู2ปกครองของ (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) .......................ดนุพร ธรรมสิทธ์ิ............................................................ ยนิ ยอม ไม!ยนิ ยอม ให2ดําเนินการคัดกรอง (ด.ช./ ด.ญ./ นาย / น.ส.)........ดนุพร ธรรมสิทธ์ิ........... ตามแบบคดั กรองน้ี เมอ่ื พบวา! มีแนวโน2มเปนผทู2 ีม่ ีความบกพร!องตามแบบคัดกรองข2างต2น ยินดี ไม!ยินดี ให2จดั บริการช!วยเหลือทางการศึกษาพเิ ศษต!อไป ลงช่อื ................................................. ผ2ูปกครอง (นายจันทรแดง ธรรมสทิ ธ์ิ)
120 แบบประเมนิ หลักสตู รสถานศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สําหรบั ผเู รียนพิการ ศนู ย#การศึกษาพิเศษประจําจงั หวัดลําปาง ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ระดับการศึกษาภาคบังคับ : ระดับชัน้ ประถมศึกษา (ป3ที่ ๒) ชือ่ -สกุล…………………………น…า…ยด…น…ุพ…ร…ธ…ร…รม…ส…ิท…ธิ์ ………………………………. วันทป่ี ระเมิน …………………๑…๔…ม…ิถ…นุ …าย…น…๒…๕…๖…๕……………………. อายุ………๑๖…….ป3…………..…เดือน คาํ ช้แี จง ๑. แบบประเมนิ ตามหลกั สตู รสถานศึกษาการศกึ ษานอกระบบ ระดับการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานสาํ หรับผู\"เรยี นพกิ าร ศูนย%การศกึ ษา พเิ ศษประจําจงั หวดั ลําปาง ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ใช\"ประเมินสาํ หรบั เดก็ ทอ่ี ยใู4 นระดับการศกึ ษาภาค บงั คบั ๒. แบบประเมินฉบับนี้สามารถใช\"ไดก\" ับผูร\" ับการประเมินทุกประเภทความพกิ าร เกณฑ#การประเมนิ ผล ๑. ผลการประเมนิ ก<อนการพฒั นา ระดบั ๔ หมายถงึ ไม4ต\"องชว4 ยเหลือ/ทาํ ได\"ดว\" ยตนเอง ระดับ ๓ หมายถงึ กระตุน\" เตอื นดว\" ยวาจา ระดับ ๒ หมายถึง กระตุ\"นเตอื นดว\" ยท4าทาง และวาจา ระดับ ๑ หมายถงึ กระตน\"ุ เตอื นทางกาย ทา4 ทาง และวาจา ระดับ ๐ หมายถึง ตอบสนองผดิ หรอื ไมม4 ีการตอบสนอง ๒. สรปุ ๒.๑ หน4วย ฯ หมายถึง จดั การเรยี นการสอนตามหนว4 ยการจดั การเรียนรู\" ๒.๒ IEP / IFSP หมายถงึ จดั การเรียนการสอนตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบคุ คล หรอื แผนการใหบ\" ริการช4วยเหลือเฉพาะครอบครัว
121 ๑. สาระการดํารงชีวิตประจําวนั และการจัดการตนเอง คําชแี้ จง ใหทาํ เครื่องหมาย ลงในช<องผลการประเมินท่ีตรงตามสภาพความเป?นจริง ผลการประเมนิ สรุป ท่ี ตัวช้ีวัด กอ< นการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หน<วยฯ IIP/FCSP ๑ ดป ๑.๑/๓ ดแู ลความสะอาดสุขอนามยั ของตนเอง ๒ ดป ๑.๑/๔ ดูแลสุขอนามยั ได\"อยา4 งเหมาะสมตามเพศของตนเอง ๓ ดป ๑.๑/๕ ปฏิบัตติ นตามมาตรการการปอD งกนั โรค ๔ ดป ๑.๒/๔ เลือกเครื่องแตง4 กายหรอื เคร่อื งประดับตามความชอบ สว4 นตวั ๕ ดป ๑.๒/๕ เลอื กเครือ่ งแตง4 กายไดเ\" หมาะสมกบั กาลเทศะและ โอกาส ๖ ดป ๑.๓/๒ บอกเลือกใช\"อปุ กรณแ% ละหอ\" งนาํ้ ภายในบา\" น หอ\" งนาํ้ สาธารณะไดอ\" ยา4 งถกู ตอ\" ง ตรงตามเพศของตนเอง ๗ ดป ๑.๓/๓ ทําความสะอาดตนเองและห\"องน้าํ หลงั ใชห\" อ\" งนาํ้ และ แตง4 กายใหแ\" ล\"วเสร็จกอ4 นออกจากห\"องน้าํ ๘ ดป ๑.๖/๔ ขา\" มถนนอย4างปลอดภัย ๙ ดป ๒.๑/๓ ออกกําลังกาย เล4นกฬี า หรอื นันทนาการตามความถนดั และความสนใจ ๑๐ ดป ๓.๑/๒ บอกอารมณพ% ื้นฐานของตนเอง
122 ผลการประเมนิ สรปุ ที่ ตวั ช้ีวัด กอ< นการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว< ยฯ IIP/FCSP ๑๑ ดป ๓.๑/๕ แสดงสหี น\"า อารมณ%และสนทนาตอบโต\" เม่อื ไดร\" บั คําชมเชย คาํ ตชิ ม หรือคาํ เตือน จากผ\"อู ่ืน ๑๒ ดป ๓.๑/๖ มีความยืดหยนุ4 เมือ่ มีการเปลย่ี นแปลงเวลา หรือจากสถานท่หี น่ึงไปอีกสถานท่ีหน่งึ ๑๓ ดป ๓.๑/๗ ตคี วามหมายสหี นา\" ท4าทาง ภาษากาย และนํ้าเสยี งของ ผู\"อืน่ และตอบสนองอารมณข% องผู\"อน่ื ๒. สาระการเรียนรูและความรูพ้นื ฐาน คาํ ช้แี จง ใหทาํ เครอ่ื งหมาย ลงในชอ< งผลการประเมนิ ท่ตี รงตามสภาพความเปน? จรงิ ท่ี ตวั ชว้ี ัด ผลการประเมนิ สรปุ ก<อนการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หน<วยฯ IIP/FCSP ๑ รพ ๑.๑/๓ ใชก\" ารฟงL การดู การสมั ผัสเพือ่ แสดงความสนใจตอ4 สอ่ื บุคคลและมีสว4 นรว4 มในสถานการณต% า4 ง ๆ ใน ชีวติ ประจาํ วัน ๒ รพ ๑.๑/๔ เลยี นแบบการแสดงออกในการสื่อสารกบั บคุ คลอื่นที่ คุน\" เคยหรอื ไมค4 น\"ุ เคยในสถานการณต% 4าง ๆ ได\" ๓ รพ ๑.๑/๗ ใช\"กระบวนการส่อื สารในการแสวงหาข\"อมูล ข4าวสารใน การตดิ ตามความเคล่ือนไหวต4าง ๆ ในสงั คม สําหรับการ ดาํ รงชวี ิตและการประกอบอาชพี
123 ที่ ตวั ชีว้ ดั ผลการประเมนิ สรุป ก<อนการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว< ยฯ IIP/FCSP ๔ รพ ๑.๒/๑ ใช\"กระบวนการอา4 นในการเลอื กภาพ คําทอ่ี อกเสยี ง เหมอื นเสียงพยญั ชนะต\"นทเ่ี ปOนชอ่ื ของตนเอง สง่ิ ของ บคุ คลอื่นได\" ๕ รพ ๑.๒/๒ ระบุช่ือส่งิ ของ บุคคลทีร่ ูจ\" กั ในหนงั สือภาพ หรอื สือ่ รปู แบบอน่ื ๆ ๖ รพ ๑.๓/๓ เขียนพยัญชนะไทย สระ วรรณยุกต% ได\"ตามศกั ยภาพ เขียนตัวอักษรภาษาองั กฤษดว\" ยวธิ ีการต4าง ๆ ได\"ตาม ศกั ยภาพ ๗ รพ ๓.๑/๑ บอกประวตั ิความเปนO มาของตนเองและครอบครวั โดย ใช\"รูปแบบทห่ี ลากหลาย ๘ รพ ๖.๑/๒ บอกประโยชน%สงิ่ ของเครอ่ื งใชท\" ี่เปนO เทคโนโลยใี น ชีวติ ประจําวัน โดยการบอก ช้ี หยบิ หรอื รปู แบบการ สือ่ สารอืน่ ๆ ๓. สาระสังคมและการเป?นพลเมอื งทีเ่ ขมแข็ง คําชี้แจง ใหทําเครื่องหมาย ลงในช<องผลการประเมินท่ีตรงตามสภาพความเปน? จริง ที่ ตัวชีว้ ดั ผลการประเมิน สรุป ก<อนการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว< ยฯ IIP/FCSP ๑ สพ ๑.๑/๒ ปฏบิ ัตหิ นา\" ทขี่ องตนเองในการเปนO สมาชิกทีด่ ี ของ ครอบครวั ๒ สพ ๑.๑/๔ ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหน\"าทข่ี องตนเองในการเปนO สมาชิกที่ดขี องโรงเรยี น
124 ท่ี ตัวช้วี ดั ผลการประเมิน สรปุ กอ< นการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หน<วยฯ IIP/FCSP ๓ สพ ๑.๑/๖ ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหนา\" ท่ขี องตนเอง ในการเปนO สมาชกิ ทีด่ ขี องชมุ ชนและสังคม ๔ สพ ๓.๑/๒ ปฏิบตั ติ าม ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรม ไทย และมีความกตญั Rูกตเวที ๕ สพ ๓.๒/๑ เขา\" ใจ ตระหนกั ถงึ ความสําคญั ตอ4 ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม และวันสาํ คัญทางศาสนาทตี่ นเอง นบั ถอื ๔. สาระการงานพน้ื ฐานอาชีพ คําชแ้ี จง ใหทําเครื่องหมาย ลงในช<องผลการประเมนิ ท่ตี รงตามสภาพความเปน? จริง ที่ ตวั ชว้ี ดั ผลการประเมิน สรุป ก<อนการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว< ยฯ IIP/FCSP ๑ กอ ๑.๑/๓ เกบ็ ของเลน4 – ของใช\"ส4วนตวั หรือของสมาชกิ ใน ครอบครวั จนเปนO นิสยั ลงชอื่ ..............................ผ\"ปู ระเมนิ ลงชอ่ื ..............................ผ\"ูประเมนิ (นางสาวปUยะนุช ตบิ๊ วงศ%) (นายมานะ บญุ ทว)ี ตําแหน4ง พนกั งานราชการ ตาํ แหนง4 พนักงานราชการ ลงชื่อ..............................ผ\"ูประเมนิ (นางสาวสิรินยา นนั ทชยั ) ตาํ แหนง4 ครูผช\"ู 4วย
125 แบบประเมินความสามารถพน้ื ฐาน หลกั สตู รสถานศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน สําหรับผเู\" รยี นพกิ าร ศูนย%การศึกษาพเิ ศษประจําจงั หวดั ลาํ ปาง (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ วิชา จําเป2นเฉพาะความบกพรอ3 งทางสตปิ 4ญญา (สป๐๒๐๓) กล3ุมสาระการเรียนรจ\"ู ําเป2นเฉพาะความพิการ ชอ่ื -สกุล……………………………น…า…ย…ดน…พุ …ร…ธ…ร…รม…ส…ิท…ธ์ิ……………………………. วันท่ีประเมิน ……………………๑…๔……มิถ…ุน…า…ยน……๒…๕…๖๕……………………. อายุ……๑…๖…….ป<…………..…เดอื น คาํ ชแ้ี จง ๑. แบบประเมินตามหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานสําหรับผู\"เรียน พิการ ศูนย%การศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลําปาง (ฉบับปรับปรุง) พุทธศักราช ๒๕๖๕ ใช\"ประเมิน สําหรับเดก็ ท่ีอยใ6ู นระดบั การศกึ ษาภาคบงั คับ ๒. แบบประเมนิ ฉบับน้ีสามารถใชไ\" ดก\" ับผร\"ู บั การประเมินผ\"ูเรียนทม่ี ีความบกพร6องทางสติป:ญญา เกณฑก% ารประเมนิ ผลก3อนพัฒนา ระดบั ๔ หมายถงึ ถูกต\"อง/ไมต6 อ\" งช6วยเหลือ ระดับ ๓ หมายถึง ด/ี กระต\"นุ เตือนดว\" ยวาจา ระดบั ๒ หมายถึง ใช\"ได\"/กระตุ\"นเตอื นด\"วยท6าทาง ระดับ ๑ หมายถึง ทําบ\"างเลก็ น\"อย/กระต\"ุนเตือนทางกาย ระดบั ๐ หมายถงึ ตอบสนองผิดหรอื ไม6มกี ารตอบสนอง หมายเหตุ กระตุน\" เตือนทางกาย หมายถึง ผ\"สู อนจบั มือทํา เม่อื เดก็ ทาํ ได\"ลดการช6วยเหลอื ลงโดยให\" แตะขอ\" ศอกของเดก็ และกระต\"นุ โดยพดู ซํ้าให\"เด็กทํา กระตุ\"นเตือนด\"วยท6าทาง หมายถงึ ผ\"สู อนชีใ้ หเ\" ด็กทาํ /ผงกศีรษะเม่ือเด็กทําถกู ต\"อง/ส6ายหน\"า เม่ือเดก็ ทําไม6ถูกตอ\" ง กระตน\"ุ ดว\" ยวาจา หมายถึง ผส\"ู อนพดู ใหเ\" ด็กทราบในส่งิ ท่ีผูส\" อนต\"องการให\"เด็กทาํ
126 คาํ ช้ีแจง ให\"ทําเครื่องหมาย ลงในช3องผลการประเมนิ ที่ตรงตามสภาพความเปน2 จรงิ ที่ วชิ า ตวั ชี้วดั ผลการประเมนิ สรุป กอ3 นการพัฒนา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หน3วยฯ IIP/FCSP ๑ จําเปนC เฉพาะ สป๑.๑/๑ ความบกพร6อง สือ่ สารได\"เหมาะสมกับ ทางสตปิ ญ: ญา สถานการณ% (สป๐๒๐๓) สป๑.๒/๑ ดแู ลตนเองและความ ปลอดภยั ในชีวติ ประจําวนั สป๑.๓/๑ มีปฏสิ ัมพนั ธ%ทางสังคมกบั ผู\"อน่ื อย6างเหมาะสม สป๑.๔/๑ ใชส\" ิ่งของสาธารณะอย6าง เหมาะสม สป๑.๕/๑ ใช\"อุปกรณช% 6วยในการสอื่ สาร ทางเลือก สป๑.๕/๒ ใช\"อุปกรณช% 6วยในการเขา\" ถงึ คอมพิวเตอร%เพ่ือการเรียนร\"ู สป๑.๕/๓ ใช\"โปรแกรมเสริมผา6 น คอมพิวเตอรเ% พ่ือช6วย ในการเรยี นร\"ู
127 ลงชอื่ ..............................ผปู\" ระเมิน ลงช่ือ..............................ผป\"ู ระเมนิ (นางสาวปยF ะนชุ ตบ๊ิ วงศ%) (นายมานะ บญุ ทวี) ตําแหน6ง พนักงานราชการ ตําแหน6ง พนักงานราชการ ลงช่ือ..............................ผูป\" ระเมนิ (นางสาวสิรนิ ยา นันทชัย) ตาํ แหน6ง ครูผช\"ู 6วย
ชือ่ -สกลุ นายดนพุ ร ธรรมสิทธิ์ 128 แบบประเมินทางกจิ กรรมบาบัด วันทป่ี ระเมิน ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ นกั กิจกรรมบาบดั นางสาวบษุ กร สันเทพ ศูนย์การศกึ ษาพเิ ศษประจาจงั หวัดลาปาง 1. ลักษณะโดยทวั่ ไป (General appearance) เด็กชาย ผมสั้น รูปร่างผอม นั่งรถเข็น 2. การประเมนิ ความสามารถด้านการเคล่ือนไหว (Motor Function) 2.1 ทกั ษะกลา้ มเน้ือมัดใหญ่ (Gross Motor) ระดับความสามารถ (ระบอุ ายทุ ่ที าได้) ระดับความสามารถ (ระบุอายทุ ี่ทาได้) รายการ ทาได้ดว้ ย ทาไดแ้ ต่ต้อง ทาไมไ่ ด้ รายการประเมิน ทาได้ดว้ ย ทาได้แต่ต้อง ทาไม่ได้ ประเมนิ ตนเอง ช่วยเหลอื ตนเอง ช่วยเหลือ ชันคอ วิง่ พลกิ ตะแคงตวั เดนิ ข้ึน-ลงบันได (เกาะราว) พลกิ คว่าหงาย กระโดด 2 ขา นั่งได้เอง เดนิ ข้นึ -ลงบันได (สลับเทา้ ) คลาน ปั่นจกั รยาน 3 ล้อ เกาะยืน ยนื ขาเดยี ว ยนื กระโดดขาเดยี ว เดิน 2.2 การขา้ มแนวกลางลาตัว (Crossing the Midline) มี □ ไม่มี สามารถมองตามข้ามแนวกลางลาตวั มี □ ไม่มี สามารถนามือทัง้ สองข้างมาใช้ในแนวกลางลาตัว 2.3 ข้างท่ถี นดั (Laterality) □ ซ้าย ขวา 2.4 การทางานร่วมกนั ของร่างกายสองซกี (Bilateral integration) มี □ ไม่มี 2.5 การควบคุมการเคล่ือนไหว (Motor control) มี □ ไม่มี สามารถเปล่ยี นรปู แบบการเคลอ่ื นไหว มี □ ไม่มี ความสามารถในการเคลือ่ นไหว (Mobility) รปู แบบการเคลื่อนไหวท่ีผดิ ปกติ □ มี □ อาการส่นั (Tremor) □ การบิดหมุนของปลายมอื ปลายเทา้ คล้ายการฟ้อนรา (Chorea) □ การเคล่ือนไหวของแขนขาสะเปะสะปะ (Athetosis) □ ความตงึ ตวั ของกลา้ มเน้ือไม่แน่นอน (Fluctuate) ไม่มี มกี ารเดินสะเปะสะปะ เหมือนการทรงตวั ไม่ดี (Ataxic Gait) □ มี ไม่มี เดนิ ตอ่ สน้ เท้า ทาได้ □ทาไม่ได้(ไมเ่ ข้าใจ) ทดสอบ Finger to Nose Test□ มีการกะระยะไม่ถูก(Dysmetria) ทาได้ □ทาไม่ได้(ไมเ่ ขา้ ใจ) ทดสอบการเคลื่อนไหวสลับแบบเร็ว (Diadochokinesia) ทาได้ □ทาไมไ่ ด้(ไมเ่ ข้าใจ) 2.6 การวางแผนการเคล่ือนไหว (Praxis) *มแี บบทดสอบมาตรฐาน* ทาได้ □ทาไมไ่ ด้(ไมเ่ ข้าใจ) - การเลยี นแบบทา่ ทาง ทาได้ □ทาไมไ่ ด้(ไม่เขา้ ใจ) - การเลยี นแบบเคล่ือนไหว 2.7 การประสานงานของกลา้ มเนื้อมดั เล็ก (Fine coordination) .ใชม้ ือทากิจกรรมได้ตามปกติ
129 แบบประเมินทกั ษะการเคล่ือนไหวของกลา้ มเนื้อมัดเล็ก รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ ทาได้ด้วยตนเอง ทาไดแ้ ต่ตอ้ งใหก้ ารช่วยเหลอื ทาไมไ่ ด้ การสบตา (eye contact) การมองตาม (eye following) การใช้แขนและมือ การเอื้อม (Reach Out) การกา (Grasp) 1. การกา (Power grasp) การกาแบบตะขอ (Hook) การกาทรงกลม (Spherical grasp) การกาทรงกระบอก (Cylindrical grasp) 2. การหยิบจับ (Precise grasp) การนา (Carry /hold ) การปล่อย (Release) การใช้สองมอื การใชก้ รรไกร การใชอ้ ุปกรณเ์ ครือ่ งใชใ้ นการรบั ประทานอาหาร การใชม้ อื ในการเขียน ความคล่องแคลว่ ของการใช้มอื การประสานสมั พนั ธ์ระหวา่ งมือกบั ตา (eye-hand coordination) การควบคุมการเคลอื่ นไหวรมิ ฝปี าก การปดิ ปาก (Lip Closure) การเคล่ือนไหวลิ้น (Tongue) การควบคุมขากรรไกร (Jaw control) การดูด (Sucking) / การเป่า การกลืน (Swallowing) การเค้ยี ว (Chewing) ความผดิ ปกติอวยั วะในชอ่ งปากทพี่ บ □ พบ ไม่พบ 1. ภาวะล้ินจุกปาก (Tongue thrust) □ พบ ไม่พบ 2. ภาวะกัดฟัน (Tooth Grinding) □ พบ ไมพ่ บ 3. ภาวะนา้ ลายไหลยืด (Drooling) □ พบ ไม่พบ 4. ภาวะล้นิ ไกส่ ัน้ □ พบ ไมพ่ บ 5. ภาวะเคลื่อนไหวล้นิ ได้น้อย □ พบ ไม่พบ 6. ภาวะปากแหวง่ เพดานโหว่ หมายเหตุ (ข้อมูลเพ่มิ เติม)
130 การประเมินการรบั ความรูส้ กึ 1. ตระหนักร้ถู ึงส่ิงเร้า มี □ ไม่มี 2. การรบั ความรูส้ กึ (Sensation) ใส่ N=Normal (ปกติ) I=Impaired (บกพร่อง) L=Loss (สูญเสยี ) การรบั ความร้สู กึ ทางผวิ หนัง (Tactile) - การรับรถู้ ึงสัมผสั แผว่ เบา (Light touch) : ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย - แรงกด (Pressure) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสยี - อณุ หภูมิ (Temperature) : ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย - ความเจ็บ (Pain) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสยี - แรงสนั่ สะเทือน (Vibration) : □ ปกติ บกพร่อง □ สญู เสยี การรับความรู้สึกจากกลา้ มเนอ้ื เอน็ และข้อ (Proprioceptive): ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย การรบั ความรสู้ กึ จากระบบการทรงตวั (Vestibular) : ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย การรบั ขอ้ มูลจากการมองเห็น (Visual) : ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย การรับขอ้ มูลจากการไดย้ นิ (Auditory) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สญู เสีย การรบั ขอ้ มลู จากตมุ่ รบั รส (Gustatory) : ปกติ □ บกพร่อง □ สูญเสยี 3. กระบวนการรบั รู้ □ มี ไม่มี การรับรู้โดยการคลา (Stereognosis) มี □ ไม่มี การรบั รกู้ ารเคลอ่ื นไหว (Kinesthesis) มี □ ไมม่ ี การตอบสนองต่อความเจ็บปวด (Pain Respone) มี □ ไม่มี การรบั รสู้ ว่ นต่างๆของร่างกาย (Body Scheme) มี □ ไม่มี การรับรู้ซ้าย-ขวา (Right-Left Discrimination) มี □ ไม่มี การรบั รรู้ ปู ทรง (Form constancy) มี □ ไมม่ ี การรบั รู้ตาแหน่ง (Position in space) มี □ ไมม่ ี การรับรภู้ าพรวม (Visual-Closure) มี □ ไม่มี การรับรู้การแยกภาพ (Figure Ground) มี □ ไมม่ ี การรับร้คู วามลึก (Depth Perception) มี □ ไมม่ ี การรับรู้มิตสิ ัมพันธ์ (Spatial Relation)
131 แบบแจกแจงปญั หาและการตั้งเป้าประสงค์ สรปุ ปัญหาของนักเรยี น - นกั เรียนไม่สามารถทากิจกรรมทีซ่ บั ซ้อนเกนิ ๒ ขัน้ ตอนได้ - นักเรียนไม่สามารถรบั ร้รู ูปทรงผา่ นการคลาได้ - นักเรียนไม่สามารถรับรูแ้ รงส่นั สะเทือนได้ เป้าประสงค์ - ภายในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ นกั เรียนสามารถทากิจกรรมท่ีมคี าสั่ง ๒ ข้ันตอนได้ ๘/๑๐ ครัง้ - ภายในปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ นกั เรียนสามารถรับรู้รปู ทรงผา่ นการคลาได้ถูกตอ้ ง ๘/๑๐ ครง้ั - ภายในปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ นักเรียนสามารถรบั ร้แู รงสั่นสะเทือนไดผ้ ่านกจิ กรรมนั่งโตะ๊ ๘/๑๐ คร้ัง (ลงชอื่ ) ( นางสาวบุษกร สนั เทพ ) นกั กิจกรรมบาบดั ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕
แบบสรปุ การรบั บริการกิจกร ชอ่ื -สกลุ นายดนุพร ธรรมสิทธิ์ หอ้ งเรียน อาเภอเมือง ๒ อายุ ๑๖ ปี วันเดอื นปี ท่ีประเมินกอ่ นการรบั บรกิ ารกิจกรรมบาบดั ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ วันเดอื นปี ที่ประเมินหลังการรับบรกิ ารกจิ กรรมบาบัด ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๖ สรุปปญั หาของ ผลการประเมนิ ก่อน นักเรียน การรับบรกิ าร เปา้ ประสงค์ การทากจิ กรรมตาม - นักเรยี นไมส่ ามารถทา - ภายในปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ นกั เรีย คาสง่ั กจิ กรรมที่ซับซอ้ นเกิน สามารถทากจิ กรรมทีม่ ีคาสงั่ ๒ ขนั้ ต ๒ ขั้นตอนได้ ได้ ๘/๑๐ คร้ัง การรับรู้รูปทรงผา่ น - นกั เรยี นไมส่ ามารถ - ภายในปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ นักเรยี การคลา รบั รรู้ ูปทรงผา่ นการ สามารถรบั รู้รปู ทรงผา่ นการคลาได้ คลาได้ ถกู ต้อง ๘/๑๐ ครัง้ การรับรู้ - นกั เรียนไม่สามารถ - ภายในปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ นกั เรีย แรงส่นั สะเทือน รบั รแู้ รงสัน่ สะเทือนได้ สามารถรบั รแู้ รงสัน่ สะเทือนไดผ้ า่ น กิจกรรมนงั่ โต๊ะ ๘/๑๐ คร้ัง สรุปผลการใหบ้ ริการกจิ กรรมบาบัด ๑. เปา้ ประสงคท์ ้ังหมด ๓ ขอ้ ๒. ผลการพัฒนา บรรลุเปา้ ประสงค์ ๓ ข้อ ไมบ่ รรลุเป้าประสงค์ - ขอ้ ขอ้ เสนอแนะในปีต่อไป นกั เรียนควรได้รบั การพัฒนาจากผู้ดแู ล โดยมคี รูเปน็ ผใู้ ห้คาแนะนา เพื่อพัฒน
132 รรมบาบดั ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ผลการประเมนิ หลัง ผลการพัฒนาตามเปา้ ประสงค์ การรบั บริการ บรรล/ุ ผา่ น ไมบ่ รรล/ุ ไมผ่ า่ น ยน นกั เรียนสามารถทากจิ กรรมที่มีคาส่งั ๒ ตอน ขัน้ ตอนได้ ๘/๑๐ ครง้ั โดยการกระตุ้น ทางวาจา ยน นักเรียนสามารถรับรู้รปู ทรงผ่านการ คลาได้ถูกต้อง ๘/๑๐ ครั้ง ยน นกั เรียนสามารถรับรู้แรงส่นั สะเทือนได้ ผา่ นกจิ กรรมนง่ั โต๊ะ ๘/๑๐ ครง้ั โดย การกระตุน้ ดว้ ยวาจา นาการที่ดีขึน้ (ลงช่ือ) ( นางสาวบุษกร สนั เทพ ) นกั กิจกรรมบาบัด วันท่ี ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๖
* BBBB 133 _ ๑ แบบประเมินทางกายภาพบาบัด ศนู ย์การศกึ ษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง วันท่รี บั การประเมนิ ..๒...ฟ......w.....ก... ..ร..ร........ ผู้ประเมิน ..น...า..ย..อ..น..ุช..า.....โ...ส...ส...้ม...ก.บ............ ๑. ขอ้ มูลทว่ั ไป ชอ่ื ……ด….ช…. …ด…นุ…พ…ร……ธร…รม…สิ…ทธ…์ ……….....………… ชื่อเล่น....ก..ุ.๊ก...ก..ิก๊.................... เพศ clชาย หญงิ วนั เดอื น ปเี กิด....ต..อ......ร....ก.... ...6..8..๔...๙....... อายุ .๑.ฟ.....ป.ี ...-......'เดอื น โรคประจาตัว ....ภ..ู.ม..ิแ...พ..้................... การวินจิ ฉยั ทางการแพทย์……บ…ก…พ…ร.่อ..ง...ท..า.ง..ส..ต...ิป..ัญ....ญ...า............................................................................. อาการสาคัญ (Chief complaint) …- ……….…………………………...………………………………………..……… ข้อควรระวัง....._...................................................................................................................................... ห้องเรยี น ..ป..ร..บั ..บ..้า..น.....อ..ํา.เ..ภ..อ..เ.ม..ือ..ง...........................ครูประจาชน้ั ....น..า..ย..ม..า..น..ะ......บ...ุญ....ท...ว.ี........................ ๒. การสังเกตเบอ้ื งตน้ ปกติ ผิดปกติ การสังเกต ปกติ ผดิ ปกติ ๙. เทา้ ปุก การสังเกต ✓ ๑๐. เทา้ แบน r ๑. ลักษณะสีผิว ๑๑. แผลกดทับ ๒. หลังโกง่ . ๑๒. การหายใจ . ๓. หลังคด . ๑๓. การพูด ๔. หลังแอน่ ๑๔. การมองเหน็ . ๕. เข่าชดิ . ๑๕. การเค้ียว ๖. เขา่ โกง่ ๑๖. การกลนื r ๗. ระดับขอ้ สะโพก . . ๘. ความยาวขา ๒ ข้าง . . . r . r เพ่มิ เติม ....ั..................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ คร้ังท่ี ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
134 ๒ ๓. พฒั นาการตามวยั ความสามารถ ทาได้ ทาไม่ได้ ความสามารถ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ๖. น่ังทรงตัว ๑. ชันคอ . ๗. ลกุ ข้ึนยืน . ๘. ยนื ทรงตัว . ๒. พลกิ คว่าพลกิ หงาย . ๙. เดนิ ๑๐. พูด . ๓. คบื . . ๔. คลาน . / ๕. ลกุ ขนึ้ นั่ง r เพ่มิ เติม ....-............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................... ................................. ๔. การประเมินทางกายภาพบาบดั มาตรฐานที่ ๑ การเพิม่ หรือคงสภาพองศาการเคล่ือนไหวของข้อต่อ ตวั บง่ ชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต / เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ๑.๑ เพิม่ หรือคง ๑. ยกแขนข้ึนได้ ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว สภาพองศาการ จากัดการเคลื่อนไหว เคลอื่ นไหวของ เพม่ิ เตมิ ................................. ร่างกายสว่ นบน ................................................ ๒. เหยยี ดแขนออกไป / เต็มชว่ งการเคลื่อนไหว ดา้ นหลังได้ ไม่เตม็ ช่วงการเคลือ่ นไหว จากดั การเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ ๓. กางแขนออกได้ / เตม็ ช่วงการเคลอื่ นไหว ไม่เตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว จากดั การเคลื่อนไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ ๔. หุบแขนเขา้ ได้ - เต็มช่วงการเคลื่อนไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว จากัดการเคลือ่ นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
135 ๓ ตัวบ่งช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สงั เกต ๕. งอข้อศอกเข้าได้ เต็มชว่ งการเคลอ่ื นไหว ๖. เหยียดขอ้ ศอกออกได้ ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว จากัดการเคลอ่ื นไหว เพมิ่ เตมิ ................................. เตม็ ช่วงการเคลือ่ นไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคลอื่ นไหว :/ จากัดการเคลื่อนไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ ๗. กระดกข้อมือลงได้ เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคลือ่ นไหว จากัดการเคลื่อนไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ rเตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว ๘. กระดกข้อมือขึน้ ได้ ไม่เตม็ ช่วงการเคล่อื นไหว จากดั การเคลอ่ื นไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ๙. กามือได้ ................................................ / เตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว จากดั การเคลอ่ื นไหว เพิม่ เตมิ ................................. ................................................ ๑๐. แบมอื ได้ / เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอื่ นไหว จากดั การเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ๑.๒ เพม่ิ หรือคง ๑. งอข้อสะโพกเข้าได้ ................................................ r เต็มชว่ งการเคลอื่ นไหว สภาพองศาการ ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว เคลือ่ นไหวของ จากดั การเคลอ่ื นไหว รา่ งกายส่วนลา่ ง เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครั้งท่ี ๓ วันที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
136 ๔ ตัวบ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สงั เกต ๒. เหยียดข้อสะโพก กลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ r เต็มชว่ งการเคลอ่ื นไหว ออกได้ ๓. กางข้อสะโพกออกได้ ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคลือ่ นไหว ๔. หุบข้อสะโพกเขา้ ได้ จากดั การเคลอื่ นไหว ๕. งอเขา่ เข้าได้ เพ่ิมเตมิ ................................. ๖. เหยยี ดเข่าออกได้ ................................................ / เต็มชว่ งการเคลื่อนไหว ๗. กระดกข้อเท้าลงได้ ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่ือนไหว ๘. กระดกข้อเทา้ ข้ึนได้ จากดั การเคล่อื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ :/ เต็มช่วงการเคลื่อนไหว ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคลือ่ นไหว จากัดการเคล่ือนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ เต็มชว่ งการเคลอ่ื นไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว จากัดการเคลอื่ นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ เต็มชว่ งการเคล่อื นไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว จากดั การเคล่ือนไหว เพิม่ เตมิ ................................. ................................................ เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว ะ ไม่เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว จากดั การเคล่อื นไหว เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................ เต็มช่วงการเคลอ่ื นไหว ไม่เตม็ ช่วงการเคลอื่ นไหว จากดั การเคลือ่ นไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครั้งที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
137 ๕ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สงั เกต ๙. หมุนข้อเทา้ ได้ -เต็มช่วงการเคลอ่ื นไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคล่ือนไหว จากดั การเคลอื่ นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ ๑๐. งอน้วิ เท้าได้ เต็มช่วงการเคลื่อนไหว มาตรฐานท่ี ๒ การปรบั สมดุลความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ะ ไม่เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว ตัวบง่ ชี้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ จากดั การเคลือ่ นไหวข้อสงั เกต เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ ๒.๑ ปรบั สมดลุ ๑. ปรบั สมดลุ ความ ระดบั ๐ ระดับ ๑ ความตงึ ตัว ตงึ ตวั กล้ามเนื้อ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ ของกล้ามเนื้อ ยกแขนขนึ้ ได้ ระดับ ๓ ระดับ ๔ รา่ งกายสว่ นบน เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๒. ปรบั สมดุลความ r ระดับ ๐ ระดับ ๑ ตงึ ตัวกลา้ มเน้ือ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ เหยียดแขนออกไป ระดบั ๓ ระดบั ๔ ด้านหลงั ได้ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ปรับสมดุลความ ะ ระดบั ๐ ระดับ ๑ ตงึ ตวั กล้ามเน้ือ กางแขนออกได้ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพิม่ เตมิ ................................. ................................................. ๔. ปรบั สมดลุ ความ ระดบั ๐ ระดับ ๑ ตงึ ตวั กลา้ มเนื้อ ระดับ ๑+ ระดับ ๒ หบุ แขนเขา้ ได้ ระดบั ๓ ระดับ ๔ เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................. กลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ท่ี ๓ วนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
138 ๖ ตวั บง่ ชี้ สภาพท่พี งึ ประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สงั เกต ๕. ปรบั สมดลุ ความ - ระดบั ๐ ระดับ ๑ ตึงตัวกลา้ มเนื้อ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ งอข้อศอกเข้าได้ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................. ๖. ปรับสมดุลความ / ระดบั ๐ ระดบั ๑ ตงึ ตวั กล้ามเน้ือ ระดับ ๑+ ระดับ ๒ เหยียดข้อศอกออกได้ ระดบั ๓ ระดับ ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. r ระดับ ๐ ระดบั ๑ ๗. ปรับสมดุลความ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ ตงึ ตัวกลา้ มเน้ือ ระดับ ๓ ระดับ ๔ กระดกข้อมือลงได้ เพมิ่ เตมิ ................................. ๘. ปรบั สมดลุ ความ ................................................. / ระดับ ๐ ระดับ ๑ ตึงตวั กลา้ มเนื้อ ระดับ ๑+ ระดับ ๒ กระดกข้อมือข้นึ ได้ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๙. ปรับสมดุลความ :/ระดับ๐ ระดับ๑ ตึงตัวกลา้ มเนื้อ กามือได้ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ ระดับ ๓ ระดับ ๔ ๑๐. ปรับสมดุลความ เพ่ิมเตมิ ................................. ตึงตวั กล้ามเน้ือ ................................................. แบมอื มอื ได้ ระดบั ๐ ระดับ ๑ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๒.๒ ปรับสมดุล ๑. ปรับสมดุลความตงึ ตวั ระดับ ๐ ระดบั ๑ ความตึงตัว กล้ามเนอ้ื งอสะโพก ระดับ ๑+ ระดบั ๒ ของกล้ามเน้ือ เข้าได้ ระดับ ๓ ระดับ ๔ รา่ งกายส่วนลา่ ง เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้ังท่ี ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
139 ๗ ตัวบ่งช้ี สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สงั เกต กลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ ๒. ปรบั สมดุลความตึงตวั / ระดบั ๐ ระดบั ๑ กลา้ มเนือ้ เหยียด ระดบั ๑+ ระดับ ๒ สะโพกออกได้ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๓. ปรับสมดลุ ความตงึ ตวั - ระดับ ๐ ระดับ ๑ กล้ามเนอื้ กางสะโพก ระดบั ๑+ ระดับ ๒ ออกได้ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. ๔. ปรบั สมดุลความตึงตวั r ระดบั ๐ ระดบั ๑ กลา้ มเนื้อหบุ สะโพก ระดบั ๑+ ระดบั ๒ เขา้ ได้ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. r ระดับ ๐ ระดับ ๑ ๕. ปรับสมดลุ ความตึงตัว ระดับ ๑+ ระดับ ๒ กลา้ มเน้อื งอเข่าเขา้ ได้ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพ่มิ เตมิ ................................. ๖. ปรับสมดุลความตงึ ตัว ................................................. r ระดบั ๐ ระดบั ๑ กลา้ มเนอื้ เหยียดเข่า ระดับ ๑+ ระดับ ๒ ออกได้ ระดบั ๓ ระดับ ๔ เพิม่ เตมิ ................................. ................................................. ๗. ปรบั สมดลุ ความตงึ ตวั ะ ระดบั ๐ ระดับ ๑ กล้ามเนื้อกระดก ขอ้ เท้าลงได้ ระดบั ๑+ ระดับ ๒ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๘. ปรับสมดลุ ความตึงตวั ระดับ ๐ ระดบั ๑ กล้ามเนอ้ื กระดก ระดบั ๑+ ระดับ ๒ ขอ้ เท้าขนึ้ ได้ ระดบั ๓ ระดับ ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงครงั้ ท่ี ๓ วนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
140 ๘ หมายเหตุ ๐ หมายถงึ ความตงึ ตวั ของกล้ามเนอ้ื ไมม่ กี ารเพ่ิมขึน้ ๑ หมายถึง ความตึงตัวของกล้ามเน้อื สูงขึน้ เลก็ นอ้ ย (เฉพาะชว่ งการเคลอ่ื นไหวแรกหรือสดุ ท้าย) ๑+ หมายถึง ความตึงตวั ของกลา้ มเน้ือสูงข้ึนเลก็ นอ้ ย (ชว่ งการเคลือ่ นไหวแรกและยังมีอยู่แต่ไม่ถึงครึ่งของช่วงการเคลื่อนไหว ๒ หมายถงึ ความตึงตัวของกลา้ มเนื้อเพิ่มตลอดช่วงการเคลือ่ นไหว แตส่ ามารถเคล่ือนได้จนสดุ ชว่ ง ๓ หมายถึง ความตึงตัวของกล้ามเนื้อมากขึ้นและทาการเคล่อื นไหวไดย้ ากแต่ยังสามารถเคลื่อนไดจ้ นสุด ๔ หมายถงึ แขง็ เกรง็ ในท่างอหรือเหยยี ด มาตรฐานที่ ๓ การจดั ทา่ ให้เหมาะสมและการควบคมุ การเคลื่อนไหวในขณะทากจิ กรรม ตวั บง่ ช้ี สภาพทพี่ ึงประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สังเกต r ทาไดด้ ว้ ยตนเอง ๓.๑ จัดทา่ ให้ ๑. จดั ทา่ นอนหงาย มีผชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ นอ้ ย เหมาะสม ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มผี ชู้ ่วยเหลือปานกลาง มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ๒. จดั ทา่ นอนควา่ ....................................................... / ทาได้ดว้ ยตนเอง ไดอ้ ย่างเหมาะสม มผี ชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ น้อย มผี ชู้ ่วยเหลอื ปานกลาง มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพิ่มเตมิ ......................................... ๓. จัดท่านอนตะแคง ....................................................... / ทาได้ดว้ ยตนเอง ได้อยา่ งเหมาะสม มผี ชู้ ่วยเหลอื เลก็ น้อย มผี ชู้ ว่ ยเหลอื ปานกลาง มีผูช้ ่วยเหลือมาก เพมิ่ เตมิ ......................................... ....................................................... r ทาไดด้ ว้ ยตนเอง ๔. จัดท่านัง่ ขาเปน็ วง มีผชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ น้อย ได้อยา่ งเหมาะสม มีผชู้ ่วยเหลือปานกลาง มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพ่มิ เตมิ ......................................... ....................................................... กลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรุงครง้ั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 507
Pages: