Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (3) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

(3) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

Published by agenda.ebook, 2021-02-03 01:28:47

Description: (3) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 10 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566

Search

Read the Text Version

- ๒๗ - (๗) พิจารณาและสั่งเลื่อนเงนิ เดอื นขา้ ราชการตำรวจระดับ ส.๓ ลงมาในสงั กัด ในการพจิ ารณา ดงั กลา่ วสำหรบั ผู้ดำรงตำแหน่งตัง้ แต่รองผ้กู ำกับการลงมา ต้องรบั ฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ของผบู้ งั คบั บัญชาของผนู้ น้ั ด้วย (๘) ปฏบิ ัตหิ น้าที่อ่นื ตามกฎหมาย ระเบยี บ ข้อบงั คับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนกั งานตำรวจแห่งชาติ หนา้ ท่แี ละอำนาจของผูบ้ ังคับการตำรวจภูธรจงั หวัดในการกำกบั ดูแลการปฏิบัตริ าชการ ของข้าราชการตำรวจทีส่ งั กดั กองบัญชาการอ่ืน และปฏบิ ัติราชการประจำอยใู่ นจงั หวัดนั้น ให้เป็นไปตาม กฎหมาย ระเบยี บ ข้อบงั คับ หรือคำสัง่ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกองบัญชาการ หรือมตขิ อง คณะรัฐมนตรี หรอื การสัง่ การของนายกรฐั มนตรีด้วย ในการน้ี ให้มอี ำนาจสงั่ การใด ๆ เพ่ือให้เกิด การประสานงานและความรว่ มมือกนั ในการปฏิบตั หิ น้าที่หรอื ยบั ยัง้ การกระทำใด ๆ ของข้าราชการตำรวจ ทีป่ ฏิบัตหิ นา้ ที่อยู่ในจงั หวัดที่ขัดตอ่ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรอื คำส่ังของสำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติ หรอื กองบัญชาการ มตขิ องคณะรฐั มนตรี หรือการสงั่ การของนายกรฐั มนตรไี ว้ช่ัวคราว แลว้ รายงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการที่เกย่ี วขอ้ ง ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการท่สี ำนกั งาน ตำรวจแหง่ ชาติกำหนด มาตรา ๖๑ ภายใตบ้ ังคับมาตรา ๑๕ (๕) ในส่วนราชการตา่ ง ๆ ของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ จะใหม้ ตี ำแหน่งขา้ ราชการตำรวจตำแหนง่ ใด จำนวนเทา่ ใด และคุณสมบัตเิ ฉพาะสำหรบั ตำแหน่ง อย่างใด และจะให้มยี ศหรือไม่ และถ้าใหม้ ียศจะใหม้ ียศใด รวมตลอดถงึ การตัดโอนตำแหน่งจาก ส่วนราชการหนึ่งไปเพ่ิมใหอ้ ีกส่วนราชการหนึ่ง ใหเ้ ปน็ ไปตามที่ ก.ตร. กำหนด โดยใหค้ ำนึงถึงลักษณะ หน้าทแ่ี ละความรบั ผิดชอบ ปรมิ าณและคณุ ภาพของงาน รวมทัง้ ความมปี ระสทิ ธภิ าพ ประสิทธผิ ล ความไม่ซ้ำซ้อน และการประหยดั เปน็ หลัก ให้เป็นหน้าที่ของ ก.ตร. ท่จี ะตอ้ งทบทวนอตั รากำลงั ของแตล่ ะส่วนราชการ ให้สอดคล้องกบั ความรบั ผิดชอบและปริมาณของงานท่ีเปลยี่ นแปลงไปให้ทนั ต่อสถานการณ์ มาตรา ๖๒ ให้ขา้ ราชการตำรวจซึง่ ดำรงตำแหนง่ ตามมาตรา ๕๔ ในกล่มุ สายงาน สืบสวนสอบสวนท่ีดำรงตำแหน่งและปฏบิ ตั ิหน้าที่งานสืบสวนสอบสวนจรงิ และกลุ่มสายงานปอ้ งกนั และปราบปรามท่ีดำรงตำแหน่งและปฏบิ ตั ิหน้าทงี่ านป้องกันและปราบปรามจรงิ ไดร้ ับเงินเพิ่ม เปน็ กรณีพิเศษตามอัตราท่ี ก.ตร. กำหนดโดยความเหน็ ชอบของกระทรวงการคลงั โดยจะกำหนดให้ ผดู้ ำรงตำแหนง่ ดังกลา่ วซ่ึงปฏิบตั หิ น้าท่ปี ระจำท่สี ถานีตำรวจไดร้ บั เงนิ เพิ่มพิเศษสงู กว่าผูซ้ ง่ึ ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี ในหน่วยงานอื่นก็ได้ ให้ ก.ตร. และกระทรวงการคลงั ร่วมกนั พิจารณาทบทวนเงินเพิ่มพเิ ศษตามวรรคหนงึ่ ให้สอดคล้องกบั สภาวะทางเศรษฐกจิ ในทุกสามปี ในการกำหนดจำนวนเงนิ เพิ่มเปน็ กรณีพิเศษตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง และการให้ ความเห็นชอบของกระทรวงการคลังตามวรรคหนึ่ง ต้องคำนึงถึงคา่ ใช้จา่ ยในการปฏบิ ัติงาน และการดำรงตน อยู่ในความยุตธิ รรมได้อย่างมีเกยี รติ โดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนท่ีรฐั จา่ ยให้แก่ข้าราชการฝา่ ยอน่ื ที่เกีย่ วกับกระบวนการยุติธรรมประกอบด้วย

- ๒๘ - หมวด ๓ การบรรจุ การแตง่ ตัง้ และการเลือ่ นขัน้ เงินเดือน มาตรา ๖๓ ผู้ทจี่ ะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ต้องมีคุณสมบตั ิและไม่มี ลกั ษณะตอ้ งห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มสี ญั ชาตไิ ทยโดยการเกดิ (๒) มอี ายุไมต่ ่ำกว่าสบิ แปดปี (๓) เปน็ ผู้เล่ือมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ (๔) ไมเ่ ปน็ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรอื ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง (๕) มคี ุณสมบัตแิ ละไม่มีลักษณะต้องหา้ มอ่นื ตามท่ีกำหนดในกฎ ก.ตร. มาตรา ๖๔ การบรรจบุ ุคคลเขา้ รบั ราชการเป็นข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตนิ ้ี ให้ผบู้ งั คบั บัญชาตามทีก่ ำหนดในระเบยี บ ก.ตร. เป็นผ้มู ีอำนาจสัง่ บรรจุและแต่งตั้ง มาตรา ๖๕ การบรรจบุ ุคคลเข้ารบั ราชการเปน็ ข้าราชการตำรวจชน้ั พลตำรวจ ชนั้ ประทวน และชนั้ สญั ญาบัตร ใหบ้ รรจุจากบคุ คลผู้ได้รับคดั เลือกหรือสอบแข่งขันได้ หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการคัดเลือกหรือการสอบแขง่ ขนั ใหเ้ ป็นไปตามท่กี ำหนดในกฎ ก.ตร. และให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผูบ้ งั คับบัญชาที่ได้รับมอบอำนาจจากผูบ้ ญั ชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนนิ การคัดเลือกหรือสอบแข่งขัน มาตรา ๖๖ ในการบรรจุและแต่งต้งั ขา้ ราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรทีม่ ิใชต่ ำแหน่งประเภท วชิ าชพี เฉพาะ ให้ดำรงตำแหนง่ และปฏบิ ตั ิหน้าที่ในสว่ นราชการใด ใหด้ ำเนนิ การ ดังต่อไปนี้ (๑) ถา้ ผู้ท่จี ะได้รับการบรรจุและแต่งตงั้ เปน็ ผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ใหผ้ ้ทู ่ีสำเร็จการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรีซึง่ มีคะแนนทุกประเภทเฉล่ยี ตลอดหลักสูตรสงู สดุ มีสิทธิเลือก กอ่ นเรยี งตามลำดบั ไป (๒) ถ้าผทู้ ีจ่ ะไดร้ บั การบรรจแุ ละแต่งตั้งเป็นผู้สอบคัดเลือกหรอื แข่งขนั ได้ ให้ผู้ท่ีสอบคัดเลอื ก หรือแขง่ ขนั ได้และมีคะแนนทุกประเภทรวมกันสูงสุดมสี ทิ ธเิ ลอื กก่อนเรียงตามลำดับไป (๓) ในกรณีอนื่ นอกจาก (๑) และ (๒) ให้ดำเนินการตามวิธกี ารท่ี ก.ตร. กำหนด หลักเกณฑ์และวธิ กี ารเลือกตาม (๑) และ (๒) ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ี ก.ตร. กำหนด ในกรณจี ำเป็น เพื่อประโยชน์ของทางราชการ ก.ตร. จะกำหนดเง่อื นไขในการเลอื กด้วยก็ได้ มาตรา ๖๗ ผู้ไดร้ บั การบรรจุเขา้ รับราชการเป็นข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๖๕ ให้ทดลอง ปฏบิ ตั หิ น้าท่รี าชการในตำแหน่งทไี่ ดร้ บั แตง่ ตง้ั โดยมีกำหนดระยะเวลาไมน่ ้อยกวา่ หกเดอื น

- ๒๙ - หลักเกณฑแ์ ละวิธีการเกี่ยวกับการทดลอง การประเมินผลการทดลอง การรายงาน ผลการทดลอง และการยกเว้นไมต่ ้องทดลองปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ราชการ รวมทงั้ การสงั่ ให้ออกจากราชการ อันเน่ืองมาจากการทดลองปฏิบตั ิหน้าท่รี าชการ ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีกำหนดในกฎ ก.ตร. ผใู้ ดถกู สั่งให้ออกจากราชการระหวา่ งทดลองปฏิบตั ิหนา้ ทร่ี าชการ ไม่ให้ถือวา่ ผู้นัน้ เคยเป็น ขา้ ราชการตำรวจ แต่ท้งั น้ี ไม่กระทบกระเทือนถึงการปฏบิ ตั หิ น้าทรี่ าชการ หรอื การรบั เงินเดือน หรือผลประโยชน์อนื่ ท่ไี ดร้ ับจากทางราชการในระหว่างท่ผี นู้ ้ันทดลองปฏบิ ัติหน้าที่ราชการ มาตรา ๖๘ ในการบรรจแุ ละแตง่ ตั้งบุคคลเขา้ รับราชการเป็นขา้ ราชการตำรวจ ในชนั้ สัญญาบัตรทมี่ ิใช่ตำแหนง่ ประเภทวชิ าชพี เฉพาะ ผู้บังคบั บญั ชาต้องแตง่ ตั้งให้ดำรงตำแหนง่ เพื่อปฏิบตั ิหนา้ ที่ในกลุ่มสายงานที่ผนู้ ั้นมีความรู้ ความชำนาญหรือความถนดั และมงุ่ หมายให้ผู้น้นั ได้มีโอกาสปฏบิ ตั ิหนา้ ทดี่ ้านต่าง ๆ อยา่ งหลากหลาย ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์ท่ี ก.ตร. กำหนด ในการแต่งตัง้ บคุ คลขา้ ราชการตำรวจใหด้ ำรงตำแหน่งต้ังแต่ระดับสารวตั รขึ้นไป ในกลุ่มสายงานใด ใหพ้ ิจารณาตามโดยคำนึงถึงอาวโุ ส ความร้คู วามสามารถ ทักษะ ความสมัครใจ และความจำเปน็ ของทางราชการประกอบกนั และต้องเป็นไปตามหลกั เกณฑ์และเงื่อนไขทีก่ ำหนดไว้ ในหมวดน้ี มาตรา ๖๙ การแต่งตัง้ ข้าราชการตำรวจใหด้ ำรงตำแหนง่ ให้แตง่ ตงั้ ตามหลกั เกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ตำแหน่งผู้บญั ชาการตำรวจแหง่ ชาติ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจาก ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอกซึ่งดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติหรือรองผบู้ ญั ชาการตำรวจแหง่ ชาติ (๒) ตำแหน่งรองผู้บญั ชาการตำรวจแห่งชาตแิ ละจเรตำรวจแหง่ ชาติ จะได้ทรงพระกรุณา โปรดเกลา้ ฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโทหรือพลตำรวจเอก และเคยดำรงตำแหน่ง ผชู้ ว่ ยผ้บู ัญชาการตำรวจแห่งชาตหิ รอื รองจเรตำรวจแห่งชาติมาแลว้ ไมน่ ้อยกว่าหนึง่ ปี แต่ในกรณี ทไี่ ม่มีผใู้ ดเคยดำรงตำแหน่งผชู้ ่วยผบู้ ัญชาการตำรวจแห่งชาตหิ รือรองจเรตำรวจแหง่ ชาตมิ าแลว้ ถึงหน่ึงปี ให้แต่งตั้งผทู้ เ่ี คยดำรงตำแหน่งผชู้ ่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือรองจเรตำรวจแห่งชาติ นานท่ีสุดเรียงตามลำดับ (๓) ตำแหน่งผ้ชู ่วยผบู้ ญั ชาการตำรวจแห่งชาติและรองจเรตำรวจแหง่ ชาติ จะได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แตง่ ตงั้ จากขา้ ราชการตำรวจยศพลตำรวจโท และเคยดำรงตำแหน่งระดบั ผบู้ ญั ชาการหรอื จเรตำรวจมาแลว้ ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (๔) ตำแหนง่ ผ้บู ญั ชาการและจเรตำรวจ จะไดท้ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ตง้ั จาก ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรหี รือพลตำรวจโท และเคยดำรงตำแหน่งระดบั รองผู้บัญชาการ หรือรองจเรตำรวจมาแลว้ ไม่น้อยกว่าสองปี (๕) ตำแหน่งรองผู้บญั ชาการและรองจเรตำรวจ จะไดท้ รงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ แตง่ ตั้งจาก ขา้ ราชการตำรวจยศพลตำรวจตรี และเคยดำรงตำแหน่งระดับผูบ้ งั คบั การมาแลว้ ไมน่ ้อยกวา่ สามปี

- ๓๐ - (๖) ตำแหน่งผบู้ ังคบั การ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ตง้ั จากขา้ ราชการตำรวจ ยศพนั ตำรวจเอกซงึ่ ไดร้ ับอตั ราเงนิ เดอื นพันตำรวจเอก (พเิ ศษ) หรือพลตำรวจตรี และเคยดำรงตำแหน่ง ระดับรองผู้บังคบั การมาแล้วไม่นอ้ ยกว่าสี่ปี (๗) ตำแหน่งรองผู้บงั คบั การ ใหแ้ ต่งตงั้ จากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกหรือพนั ตำรวจเอก ซึง่ ได้รับอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พเิ ศษ) และเคยดำรงตำแหนง่ ระดับผู้กำกับการมาแลว้ ไม่นอ้ ย กว่าสี่ปี (๘) ตำแหนง่ ผกู้ ำกับการ ใหแ้ ต่งตง้ั จากข้าราชการตำรวจยศพนั ตำรวจโทหรือพนั ตำรวจเอก และเคยดำรงตำแหน่งระดบั รองผ้กู ำกบั การมาแล้วไม่น้อยกว่าสปี่ ี (๙) ตำแหน่งรองผู้กำกับการและสารวัตรใหญ่ ให้แต่งต้ังจากขา้ ราชการตำรวจยศพันตำรวจโท และเคยดำรงตำแหน่งระดับสารวตั รมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี (๑๐) ตำแหน่งสารวตั ร ใหแ้ ต่งตัง้ จากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอกข้นึ ไป แตไ่ มส่ ูงกวา่ พนั ตำรวจโท และเคยดำรงตำแหน่งระดับรองสารวัตรมาแลว้ ไมน่ อ้ ยกว่าเจ็ดปี (๑๑) ตำแหน่งรองสารวัตร ให้แตง่ ต้ังจากขา้ ราชการตำรวจยศรอ้ ยตำรวจตรขี ึ้นไป แตไ่ มส่ งู กว่ารอ้ ยตำรวจเอก (๑๒) ตำแหนง่ ผบู้ งั คบั หมู่ ให้แต่งต้งั จากขา้ ราชการตำรวจยศสบิ ตำรวจตรขี ้ึนไป แต่ไม่สูงกว่า ดาบตำรวจ (๑๓) ตำแหนง่ รองผูบ้ งั คบั หมู่ ให้แตง่ ต้งั จากข้าราชการตำรวจช้นั พลตำรวจ ระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้นับระยะเวลาท่ีดำรงตำแหนง่ จริง มิให้นับระยะเวลาทวคี ูณ โดยใหน้ ับสิบสองเดือนเป็นหนึง่ ปี เว้นแต่ (๑) ขา้ ราชการตำรวจที่ได้รับการบรรจแุ ต่งต้ังหรอื แตง่ ตั้งเล่อื นชัน้ เป็นสัญญาบตั ร คร้ังแรก หากนับระยะเวลาตั้งแต่วนั ที่เรมิ่ เปน็ ข้าราชการตำรวจชั้นสญั ญาบตั รถึงวนั ที่ ๓๐ กนั ยายน มีระยะเวลารวมแลว้ ไม่นอ้ ยกวา่ แปดเดือน ให้นบั เป็นหนงึ่ ปี (๒) ข้าราชการตำรวจชนั้ สัญญาบัตรที่ได้รบั การแต่งต้ังเลือ่ นตำแหน่งสูงขึ้นในวาระ ประจำปี ไม่ว่าจะได้รับการแต่งตัง้ เม่อื ใดกต็ าม ให้นบั ระยะเวลาการดำรงตำแหนง่ ถึงวนั ท่ี ๓๐ กันยายน เปน็ หน่ึงปี กรณที ี่มเี หตุจำเปน็ เพอื่ ประโยชนแ์ ก่ทางราชการ ก.ตร. จะมีมติลดระยะเวลาการดำรง ตำแหนง่ ในการแต่งตัง้ ใหด้ ำรงตำแหน่งระดบั ผ้บู งั คับการขึ้นไปเฉพาะบคุ คลใดเปน็ กรณี ๆ ไป เปน็ การเฉพาะให้แตกต่างไปจากทีก่ ำหนดไว้ในวรรคหนง่ึ กไ็ ด้ มติดังกล่าวตอ้ งมคี ะแนนเสยี ง เปน็ เอกฉันท์ การแต่งตัง้ ขา้ ราชการตำรวจใหด้ ำรงตำแหนง่ ตาม (๒) ถงึ (๑๓) อาจแต่งต้ังให้ดำรงตำแหนง่ เทยี บเท่าด้วยก็ได้ ข้าราชการตำรวจซ่งึ ดำรงตำแหนง่ ตามมาตรา ๖๙ (๑๒) หรือ (๑๓) อาจไดร้ บั การคดั เลือก และแตง่ ตั้งให้ดำรงตำแหน่งและมียศตามมาตรา ๖๙ (๑๑) ได้ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารทกี่ ำหนดไวใ้ น กฎ ก.ตร. ข้าราชการตำรวจซงึ่ ดำรงตำแหนง่ ตามมาตรา ๖๙ (๑๓) อาจไดร้ บั การคัดเลอื กและแต่งต้ัง ใหด้ ำรงตำแหน่งและมยี ศตามมาตรา ๖๙ (๑๒) ได้ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่ีกำหนดไว้ในกฎ ก.ตร.

- ๓๑ - มาตรา ๗๐ การคดั เลอื กแตง่ ตั้งขา้ ราชการตำรวจใหด้ ำรงตำแหนง่ ตามมาตรา ๖๙ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปน้ี (๑) การแต่งตงั้ ข้าราชการตำรวจใหด้ ำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๙ (๑) ใหน้ ายกรัฐมนตรี คัดเลือกรายชอ่ื ขา้ ราชการตำรวจผู้มคี ุณสมบตั ติ ามมาตรา ๖๙ (๑) โดยคำนึงถงึ อาวุโสและความรู้ ความสามารถประกอบกนั โดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนหรืองานปอ้ งกันปราบปราม เสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเหน็ ชอบก่อน แลว้ ใหน้ ายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แต่งตง้ั (๒) การแต่งตัง้ ข้าราชการตำรวจใหด้ ำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๙ (๒) ใหผ้ ู้บญั ชาการ ตำรวจแหง่ ชาติคดั เลอื กรายชอ่ื ข้าราชการตำรวจเสนอ ก.ตร. เพอื่ พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แลว้ ใหน้ ายกรฐั มนตรีนำความกราบบงั คมทูลเพื่อทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ต้ัง (๓) การแตง่ ตงั้ ข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๙ (๓) และ (๔) ใหผ้ ู้บัญชาการ ตำรวจแหง่ ชาตคิ ัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจตามที่คณะกรรมการพจิ ารณาการแตง่ ตั้งขา้ ราชการตำรวจ ตามมาตรา ๗๓ (๑) (ก) เสนอแนะ แล้วเสนอ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบ แล้วจงึ นำเสนอนายกรัฐมนตรี นำความกราบบังคมทูลเพ่ือทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ตง้ั (๔) การแตง่ ตงั้ ข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๙ (๕) และ (๖) ใหผ้ ูบ้ ัญชาการ ตำรวจแหง่ ชาตคิ ดั เลือกรายชือ่ ขา้ ราชการตำรวจตามท่ีคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตามมาตรา ๗๓ (๑) (ก) เสนอแนะ โดยให้นำข้อมูลการเสนอแต่งตง้ั ของหัวหน้าส่วนราชการระดับ กองบญั ชาการทีไ่ ด้มกี ารพิจารณาเสนอในรปู คณะกรรมการตามทีก่ ำหนดในกฎ ก.ตร. มาประกอบ การพจิ ารณาด้วย หากมคี วามเห็นแตกตา่ งจากขอ้ มูลการเสนอแตง่ ต้งั ของหัวหนา้ สว่ นราชการ ใหช้ แี้ จง เหตผุ ลตอ่ คณะกรรมการพิจารณาการแต่งตง้ั ข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๗๓ (๑) (ก) ก่อนเสนอ ก.ตร. พจิ ารณาให้ความเห็นชอบ แล้วจึงนำเสนอนายกรัฐมนตรนี ำความกราบบงั คมทูลเพื่อทรงพระกรณุ า โปรดเกล้าฯ แตง่ ตั้ง การจัดทำข้อมลู การเสนอแตง่ ตง้ั ของหัวหนา้ สว่ นราชการตาม (๔) ใหพ้ ิจารณาเสนอรายชื่อ ไดเ้ ฉพาะขา้ ราชการตำรวจท่ีดำรงตำแหน่งในสังกัดเท่านั้น ในกรณที ี่ ก.ตร. ตรวจสอบแล้วเหน็ ว่าไม่เป็นไปตามหลกั เกณฑ์และเงอ่ื นไขที่พระราชบัญญัตนิ ี้ กำหนด ใหแ้ จ้งให้ผู้บญั ชาการตำรวจแหง่ ชาตเิ พอื่ ดำเนินการให้ถกู ต้องต่อไป มาตรา ๗๑ การแตง่ ต้ังข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๙ (๗) ลงมา ในสำนกั งานผ้บู ัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผบู้ ัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้มอี ำนาจสั่งแตง่ ตง้ั ในส่วนกองบัญชาการทม่ี ิไดส้ ังกดั สำนักงานผบู้ ญั ชาการตำรวจแหง่ ชาติ ใหผ้ ู้บญั ชาการเป็นผู้มอี ำนาจ สั่งแต่งตงั้ โดยใหน้ ำข้อมลู การเสนอแตง่ ตัง้ ของหวั หน้าสว่ นราชการระดับกองบัญชาการหรอื กองบังคับการ แลว้ แตก่ รณี ที่ไดม้ ีการพิจารณาเสนอในรปู คณะกรรมการตามทกี่ ำหนดในกฎ ก.ตร. มาประกอบ การพจิ ารณาด้วย หากมคี วามเหน็ แตกต่างจากขอ้ มูลการเสนอแต่งตง้ั ของหัวหน้าส่วนราชการ ใหช้ ้ีแจง เหตผุ ลต่อคณะกรรมการพจิ ารณาการแต่งตงั้ ข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๗๓ การจดั ทำข้อมลู การเสนอแต่งตัง้ ตามวรรคหนง่ึ ให้พจิ ารณาเสนอรายชอ่ื ได้เฉพาะข้าราชการ ตำรวจทด่ี ำรงตำแหน่งในสงั กัดเทา่ น้นั

- ๓๒ - การแต่งตง้ั ข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๙ (๑๑) ลงมาไมส่ ูงกวา่ ตำแหน่งเดิมภายในกองบญั ชาการในสำนกั งานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ใหผ้ ู้บัญชาการเปน็ ผู้มอี ำนาจ สง่ั แตง่ ตงั้ สำหรับการแต่งตัง้ ภายในกองบังคับการ ให้ผบู้ งั คับการเป็นผู้มีอำนาจสั่งแตง่ ตั้ง การแตง่ ต้งั ข้าราชการตำรวจใหด้ ำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๙ (๗) ลงมาไม่สงู กว่าตำแหนง่ เดิม ระหว่างส่วนราชการตามมาตรา ๑๑ (๑) และ (๒) ใหผ้ บู้ ญั ชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการท่ีเกี่ยวข้อง ทำความตกลงกันแลว้ ให้ผูบ้ ญั ชาการตำรวจแห่งชาตหิ รือผูบ้ ัญชาการทปี่ ระสงค์จะแต่งต้ังขา้ ราชการตำรวจ ผู้นั้นเป็นผ้สู ง่ั แต่งตั้ง สำหรับการแต่งตง้ั ข้าราชการตำรวจระหวา่ งกองบญั ชาการที่มิไดส้ งั กดั สำนักงาน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ใหผ้ บู้ ญั ชาการทีเ่ กีย่ วข้องทำความตกลงกัน แลว้ ให้ผู้บญั ชาการทีป่ ระสงค์ จะแตง่ ต้ังขา้ ราชการตำรวจผู้นัน้ เปน็ ผูส้ ั่งแตง่ ตั้ง มาตรา ๗๒ การแตง่ ตั้งขา้ ราชการตำรวจเล่ือนตำแหน่งสูงขึน้ ตามมาตรา ๖๙ (๗) ลงมา ในสว่ นราชการตามมาตรา ๑๑ (๑) และ (๒) ใหพ้ ิจารณาแตง่ ตง้ั ได้เฉพาะผทู้ ี่ดำรงตำแหน่งในสว่ นราชการนั้น มาตรา ๗๓ การคัดเลอื กหรือแตง่ ต้ังข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๖๙ (๓) ลงมา ใหม้ คี ณะกรรมการพจิ ารณาการแต่งตง้ั ข้าราชการตำรวจเพื่อทำหนา้ ที่พจิ ารณาตรวจสอบคณุ สมบัติ และความเหมาะสมในการคดั เลอื กหรอื แตง่ ตัง้ ข้าราชการตำรวจดำรงตำแหนง่ ต่าง ๆ กอ่ นทีผ่ มู้ อี ำนาจ คัดเลือกหรือส่งั แต่งต้ัง ดังต่อไปนี้ (๑) คณะกรรมการพิจารณาการแตง่ ตง้ั ข้าราชการตำรวจระดบั สำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติ มีอำนาจหนา้ ทแี่ ละอำนาจพจิ ารณาคดั เลือกข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหนง่ ตามมาตรา ๖๙ (๓) ถึง (๖) และพิจารณาแตง่ ตั้งขา้ ราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๙ (๗) ลงมาในสังกัดสำนกั งาน ผบู้ ัญชาการตำรวจแหง่ ชาติ โดยมอี งคป์ ระกอบดงั นี้ (ก) การคดั เลือกข้าราชการตำรวจใหด้ ำรงตำแหนง่ ตามมาตรา ๖๙ (๓) ถงึ (๖) ประกอบด้วย ผบู้ ัญชาการตำรวจแห่งชาติเปน็ ประธาน จเรตำรวจแหง่ ชาติ และรองผ้บู ญั ชาการ ตำรวจแหง่ ชาติทุกคน เป็นกรรมการ และผู้แทนสำนกั งาน ก.พ. จำนวนหนึง่ คน เปน็ กรรมการ (ข) การแตง่ ตง้ั ข้าราชการตำรวจใหด้ ำรงตำแหนง่ ตามมาตรา ๖๙ (๗) ลงมา ในสงั กัดสำนกั งานผบู้ ญั ชาการตำรวจแห่งชาติ ประกอบด้วย ผ้บู ญั ชาการตำรวจแห่งชาตเิ ป็นประธาน จเรตำรวจแหง่ ชาติและรองผู้บญั ชาการตำรวจแห่งชาตทิ ุกคน เป็นกรรมการ ให้ผ้บู ัญชาการหนว่ ยงานทม่ี ีหนา้ ทรี่ ับผิดชอบงานบรหิ ารงานบุคคลเป็นเลขานุการ และผบู้ งั คบั การหน่วยงานท่ีมีหน้าทรี่ บั ผิดชอบงานกำลงั พลเป็นผ้ชู ่วยเลขานุการ (๒) คณะกรรมการพิจารณาการแตง่ ตง้ั ข้าราชการตำรวจระดับกองบญั ชาการ มีอำนาจ หนา้ ที่และอำนาจพจิ ารณาแต่งตง้ั ขา้ ราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๙ (๗) ลงมาในสังกดั กองบัญชาการท่ีมิไดส้ งั กดั สำนักงานผบู้ ญั ชาการตำรวจแหง่ ชาติ หรือตามมาตรา ๖๙ (๑๑) ลงมาไม่สูงกว่า ตำแหน่งเดิมภายในกองบัญชาการในสังกัดสำนักงานผบู้ ญั ชาการตำรวจแหง่ ชาติ แล้วแต่กรณี ประกอบดว้ ย หัวหนา้ สว่ นราชการระดบั กองบัญชาการเป็นประธาน และรองหวั หนา้ ส่วนราชการเปน็ กรรมการ ใหผ้ บู้ ังคับการหรือผู้กำกับการ แล้วแต่กรณี ทีร่ ับผดิ ชอบงานกำลงั พลเปน็ เลขานุการ และผูก้ ำกับการหรือสารวตั ร แลว้ แตก่ รณี ทร่ี บั ผดิ ชอบงานกำลังพลเปน็ ผชู้ ่วยเลขานุการ

- ๓๓ - (๓) คณะกรรมการพจิ ารณาการแตง่ ต้ังข้าราชการตำรวจระดับกองบังคับการ มีอำนาจหนา้ ที่ และอำนาจพิจารณาแตง่ ตั้งขา้ ราชการตำรวจให้ดำรงตำแหนง่ ตามมาตรา ๖๙ (๑๑) ลงมาไม่สูงกว่า ตำแหน่งเดมิ ภายในสังกดั ประกอบด้วย หวั หนา้ สว่ นราชการระดับกองบงั คับการเป็นประธาน และรองหัวหนา้ ส่วนราชการเปน็ กรรมการ สำหรบั กองบังคับการตำรวจนครบาลและตำรวจภธู รจังหวดั ใหผ้ ู้แทนคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบริหารงานตำรวจของกองบังคบั การตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวดั จำนวน ๑หน่ึงคน ร่วมเปน็ กรรมการดว้ ย ใหผ้ ู้กำกับการท่รี ับผิดชอบงานกำลังพลเปน็ เลขานกุ าร และสารวัตรท่ีรับผิดชอบ งานกำลังพลเปน็ ผู้ชว่ ยเลขานุการ การคดั เลือกหรอื แต่งตงั้ ขา้ ราชการตำรวจตามมาตรา ๖๙ (๓) ลงมา ใหผ้ มู้ ีอำนาจคดั เลอื ก หรือแตง่ ตัง้ พิจารณาจากรายช่ือขา้ ราชการตำรวจทค่ี ณะกรรมการพจิ ารณาการแต่งต้ังขา้ ราชการตำรวจ มมี ติเสนอแนะ การแตง่ ตงั้ เพ่ือสับเปลีย่ นหมนุ เวียนข้าราชการตำรวจทด่ี ำรงตำแหน่งควบปรับระดับ เพิม่ ลดได้ในตวั เองในกลมุ่ สายงานสบื สวนสอบสวนตามมาตรา ๕๔ วรรคสาม ใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขท่ี ก.ตร. กำหนด มาตรา ๗๔ ภายใตบ้ ังคบั มาตรา ๘๐ การคดั เลอื กหรือแต่งต้งั ขา้ ราชการตำรวจ เลอ่ื นตำแหน่งสงู ขึ้นในแตล่ ะระดบั ตำแหน่ง ใหพ้ ิจารณาดงั ต่อไปน้ี (๑) ภายใต้บังคบั มาตรา ๘๐ วรรคสอง ระดับรองผ้บู ัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจ แหง่ ชาตลิ งมาถึงผูช้ ว่ ยผบู้ ัญชาการตำรวจแห่งชาติและรองจเรตำรวจแหง่ ชาติ ให้พิจารณาจากผมู้ คี วามรู้ ความสามารถในบญั ชรี ายชือ่ ตามวรรคสามและไดจ้ ดั เรียงตามลำดับอาวโุ ส (๒) ระดับผู้บญั ชาการและจเรตำรวจลงมาถึงผบู้ งั คับการ ให้พิจารณาจากผู้เหมาะสม มคี วามรคู้ วามสามารถในบัญชีรายช่อื ตามวรรคสามและได้จัดเรียงตามลำดบั อาวโุ สจำนวนไม่น้อยกว่า รอ้ ยละห้าสิบของจำนวนตำแหน่งวา่ งในแตล่ ะระดบั (๓) ระดับรองผ้บู ังคับการลงมาถึงสารวัตร ใหพ้ จิ ารณาจากผมู้ คี วามร้คู วามสามารถในบัญชี รายช่ือตามวรรคสามและได้จัดเรยี งตามลำดับอาวุโสจำนวนไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละสามสิบสามของจำนวน ตำแหนง่ วา่ งในแตล่ ะระดับตำแหน่งของสว่ นราชการตามมาตรา ๑๑ (๔) จำนวนตำแหน่งวา่ งทเ่ี หลือจากการพิจารณาตาม (๒) และ (๓) ใหพ้ จิ ารณาโดยคำนงึ ถงึ อาวุโสและความร้คู วามสามารถประกอบกนั ในการพจิ ารณาความรู้ความสามารถ ใหค้ ำนึงถงึ ประวตั ิการรบั ราชการ ผลการปฏบิ ัติงาน และความประพฤติ โดยให้ ก.ตร. กำหนด ให้มีและผลการประเมนิ ความพึงพอใจในบริการท่ปี ระชาชน หรอื ผู้รับบรกิ ารได้รบั จากสถานตี ำรวจ กองกำกบั การ หรือหน่วยงานอ่ืนทเ่ี ทียบเท่า และเมือ่ หนว่ ยงาน ได้รับคะแนนความพงึ พอใจเป็นจำนวนเท่าใด ใหถ้ อื ว่าผู้ซ่ึงปฏิบัติหน้าท่ีในหน่วยงานนนั้ ได้รับคะแนน นั้นเท่ากันการให้บริการของข้าราชการตำรวจประกอบด้วย ทั้งน้ี ให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ี ก.ตร. กำหนด การพิจารณาเล่ือนตำแหน่งสงู ข้ึนตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) ใหพ้ ิจารณาคัดเลือกหรือแต่งต้ัง ได้เฉพาะจากผ้ทู ม่ี ีรายช่ือตามทีป่ รากฏอยู่ในบัญชีข้อมลู ผู้เหมาะสมรายชอ่ื ผู้อยใู่ นเกณฑ์ที่สมควรได้รบั

- ๓๔ - การเล่อื นตำแหนง่ สูงขน้ึ เท่าน้ัน ท้ังน้ี การจดั ทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมรายชอื่ ผู้อย่ใู นเกณฑท์ ่สี มควรไดร้ บั การเลอื่ นตำแหนง่ สงู ขึ้นซึ่งตอ้ งพิจารณาจากความรู้ความสามารถตามวรรคสอง และการจดั ประเภท ตำแหนง่ เพื่อใช้ในการคำนวณสดั ส่วนอาวุโสเพอื่ เล่อื นตำแหน่งสงู ขึ้น ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการ ที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ตร. โดยในการจัดเรยี งลำดับในบัญชีรายชอื่ ใหจ้ ัดผซู้ งึ่ มีลำดบั อาวโุ สสูงกวา่ ได้อยู่ใน ลำดับทเ่ี หนอื กวา่ สำหรับการแตง่ ตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขนึ้ ในตำแหน่งควบปรับระดับเพม่ิ -ลดเพิม่ ลดได้ในตวั เอง ให้เปน็ ไปตามที่ ก.ตร. กำหนด สำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติอาจกำหนดให้มีหลกั เกณฑ์การคดั เลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรง ตำแหนง่ ระดับผบู้ ังคบั การข้ึนไปสำหรับผู้ทีจ่ ะครบเกษยี ณอายรุ าชการเป็นการเฉพาะ ท้งั น้ี ให้กำหนดไว้ ในกฎ ก.ตร. มาตรา ๗๕ ภายใตบ้ งั คับมาตรา ๗๖ มาตรา ๘๐ และมาตรา ๘๒ การคัดเลอื กหรือแต่งต้งั ข้าราชการตำรวจเลอื่ นตำแหนง่ สงู ข้นึ ดำรงตำแหนง่ ตามมาตรา ๖๙ (๔) ถึง (๙) ในกลุ่มสายงานใด กลุ่มสายงานหนึ่งตามมาตรา ๕๓ ใหพ้ ิจารณาจากขา้ ราชการตำรวจทมี่ ีระยะเวลาการดำรงตำแหนง่ ในกลุ่มสายงานน้ันในระดบั ตำแหน่งปจั จบุ นั รวมกันแลว้ ไม่น้อยกว่าก่ึงหน่ึงของระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ทกี่ ำหนดให้เล่ือนตำแหนง่ สูงขึน้ ในระดับตำแหน่งถัดขน้ึ ไปตามมาตรา ๖๙ การคัดเลือกหรอื แต่งตง้ั ขา้ ราชการตำรวจตามมาตรา ๖๙ (๔) ถงึ (๙) สบั เปล่ียนหมนุ เวยี น ใหด้ ำรงตำแหน่งต่าง ๆ หรือในกลมุ่ สายงานใดกลุ่มสายงานหนงึ่ ตามมาตรา ๕๓ ใหพ้ ิจารณาจากขา้ ราชการ ตำรวจทเ่ี คยดำรงตำแหน่งในกลุม่ สายงานน้นั ในระดับตำแหน่งปัจจุบันมาก่อนหรือมรี ะยะเวลาการดำรง ตำแหน่งในระดับถดั ลงไปสองระดับตำแหนง่ ในกลุม่ สายงานน้นั ไม่นอ้ ยกว่าสองในสามของระยะเวลา การดำรงตำแหน่งท่ีกำหนดให้เล่ือนตำแหน่งสูงขึน้ ในระดับตำแหนง่ ปัจจุบันตามมาตรา ๖๙ ใหน้ ับระยะเวลาการดำรงตำแหนง่ ในกลุม่ สายงานสืบสวนสอบสวนตามมาตรา ๕๓ (๓) เป็นระยะเวลาการดำรงตำแหนง่ ในและกลุ่มสายงานป้องกันปราบปรามตามมาตรา ๕๓ (๔) ดว้ ย เป็นระยะเวลาการดำรงตำแหน่งท่ีเก้ือกลู ระหวา่ งกันได้ในทั้งสองกลุ่มสายงาน การแต่งต้งั ขา้ ราชการตำรวจตามมาตรา ๖๙ (๗) ลงมาท่จี ะร้องขอสมัครใจขอรบั การแต่งตงั้ สบั เปลีย่ นหมุนเวียนในระดบั ตำแหน่งเท่าเดิม ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีกำหนดในกฎ ก.ตร. มาตรา ๗๖ ภายใต้บงั คบั มาตรา ๘๐ และมาตรา ๘๒ การแต่งตง้ั ข้าราชการตำรวจ ชนั้ สัญญาบตั รเลอ่ื นดำรงตำแหนง่ สงู ขน้ึ ในกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวนทุกระดบั ตำแหน่ง ให้พจิ ารณา ไดเ้ ฉพาะผทู้ ี่มีระยะเวลาการดำรงตำแหนง่ ในกลมุ่ สายงานสืบสวนสอบสวนในระดบั ตำแหน่งปัจจบุ นั รวมกนั แล้วไม่น้อยกวา่ กึ่งหนึ่งของระยะเวลาการดำรงตำแหนง่ ท่ีกำหนดให้เลื่อนตำแหน่งสงู ขึ้นในระดับ ตำแหน่งถัดขนึ้ ไปตามมาตรา ๖๙ สำหรับการแตง่ ตง้ั สบั เปลยี่ นหมุนเวียนให้ดำรงตำแหน่งในกลมุ่ สายงานสบื สวนสอบสวน ใหพ้ ิจารณาจากผู้ทมี่ ีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในระดับตำแหนง่ ปจั จบุ ันและระดับตำแหน่งถดั ลงไป หนึ่งระดับในกล่มุ สายงานสบื สวนสอบสวนรวมกันแลว้ ไมน่ อ้ ยกว่ากึ่งหน่งึ ของระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง

- ๓๕ - ทีก่ ำหนดใหเ้ ลื่อนตำแหน่งสงู ขน้ึ ในระดบั ตำแหนง่ ปจั จบุ นั ตามมาตรา ๖๙ เว้นแตเ่ ปน็ การแตง่ ตงั้ สบั เปลย่ี นหมุนเวียนใหด้ ำรงตำแหนง่ ตามมาตรา ๖๙ (๑๑) ใหน้ บั ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในกลมุ่ สายงานป้องกันปราบปรามตามมาตรา ๕๓ (๔) และกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวนตามมาตรา ๕๓ (๓) เปน็ ระยะเวลาการดำรงตำแหนง่ ท่ีเกอ้ื กลู ระหวา่ งกันไดใ้ นทัง้ สองกลมุ่ สายงาน การแตง่ ต้งั ขา้ ราชการตำรวจในกลมุ่ สายงานสืบสวนสอบสวนซึ่งดำรงตำแหน่งควบปรับระดบั เพ่มิ ลดได้ในตัวเองตามมาตรา ๕๔ วรรคสาม ใหด้ ำรงตำแหน่งสงู ขึน้ ให้พิจารณาจากผ้ทู ่ีดำรงตำแหน่งครบ ตามระยะเวลาท่ีกำหนดและผ่านเกณฑ์ประเมินความรคู้ วามสามารถตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี ก.ตร. กำหนดแล้ว ท้งั นี้ โดยไม่ต้องอยภู่ ายใต้เง่ือนไขของมาตรา ๗๔ (๓) มาตรา ๗๗ ในการแตง่ ตั้งข้าราชการตำรวจเลอ่ื นดำรงตำแหน่งหัวหนา้ สถานตี ำรวจระดับ ผ้กู ำกับการเป็นคร้ังแรก ใหแ้ ต่งตั้งไปดำรงตำแหนง่ ในสถานตี ำรวจระดบั เลก็ กลางตามมาตรา ๑๓ (๑) (๒) มาตรา ๗๘ ในกรณที ผ่ี ู้บัญชาการตำรวจแหง่ ชาติเหน็ ว่าการใช้อำนาจในการแตง่ ต้ัง ของผู้บญั ชาการไม่เปน็ ธรรม หรอื มีกรณีไม่ชอบดว้ ยหลกั เกณฑ์หรือวิธกี ารท่ี ก.ตร. กำหนด หรอื มเี หตุผล ความจำเปน็ อย่างยิ่งทจี่ ะต้องให้ข้าราชการตำรวจซ่ึงดำรงตำแหนง่ ตั้งแต่มาตรา ๖๙ (๗) ลงมา พ้นจาก พืน้ ทห่ี รือหน้าท่ี หรอื เหน็ ว่าหากดำรงตำแหน่งเดมิ ต่อไปจะก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายแก่ทางราชการ หรือมเี หตุพเิ ศษตามท่ี ก.ตร. กำหนด ใหผ้ ู้บญั ชาการตำรวจแหง่ ชาตมิ ีอำนาจสัง่ แต่งต้ังข้าราชการตำรวจ ใหด้ ำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๙ (๗) ลงมา ไดต้ ามควรแก่กรณี มาตรา ๗๙ ข้าราชการตำรวจผ้ใู ดเหน็ ว่าตนไม่ได้รับความเปน็ ธรรมในการเรียงลำดับอาวุโส หรอื ในการแต่งต้ัง ให้มีสิทธริ ้องทุกขต์ ่อ ก.พ.ค.ตร. ภายในสามสิบวนั นับแต่วันทท่ี ราบคำสั่งแตง่ ตงั้ คำร้องทกุ ข์ตามวรรคหน่งึ ให้ ก.พ.ค.ตร. พิจารณาวินิจฉัยให้แลว้ เสรจ็ ภายในสามสิบวนั นับแตว่ ันทไี่ ด้รับคำรอ้ งทกุ ข์ คำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. ใหเ้ ปน็ ทส่ี ดุ เวน้ แต่ในกรณีที่ผรู้ อ้ งทกุ ข์ไม่พอใจในผลการพจิ ารณา ของ ก.พ.ค.ตร. ให้มสี ิทธอิ ุทธรณต์ อ่ ศาลปกครองสูงสดุ ไดภ้ ายในเก้าสบิ วันนับแต่วนั ที่ไดร้ ับแจง้ ผล การพิจารณาของ ก.พ.ค.ตร. ในกรณีที่ ก.พ.ค.ตร. หรือศาลปกครองสงู สุดวินิจฉัยหรือพพิ ากษาว่าในการเรียงลำดบั อาวุโส หรือในการแต่งตัง้ ผู้บงั คบั บัญชาไม่ปฏบิ ตั ติ ามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบญั ญตั ินี้ในการเรียงลำดบั อาวโุ สหรอื การแตง่ ตง้ั ให้ถือวา่ ผู้บงั คับบัญชากระทำผดิ วินัย และใหผ้ บู้ ังคบั บัญชาผูม้ อี ำนาจพจิ ารณา ลงโทษผ้นู ั้นตามควรแก่กรณภี ายในสามสิบวันนบั แตว่ ันที่ได้รับแจ้งจาก ก.พ.ค.ตร. หรอื นับแต่วันที่ ศาลปกครองสงู สุดมีคำพิพากษาหรอื คำสั่ง โดยไม่ต้องดำเนินการสอบสวนอีก แลว้ รายงานให้ ก.ตร. ทราบ ในกรณีที่ ก.ตร. มีมตวิ ่าการไม่ปฏิบัติตามหลกั เกณฑ์ดังกล่าวเปน็ การจงใจเพอ่ื ช่วยเหลือบุคคลหนงึ่ บคุ คลใดหรือเพ่ือใหเ้ กิดความเสยี หายแกผ่ ใู้ ด ให้ถือวา่ ผู้บงั คับบัญชาผูน้ ้ันกระทำผิดวินัยอยา่ งรา้ ยแรง และให้ผบู้ ังคบั บัญชาผู้มอี ำนาจดำเนนิ การลงโทษผนู้ ้ันโดยไม่ตอ้ งดำเนนิ การสอบสวน

- ๓๖ - ผูใ้ ดให้ ขอให้ หรือรบั ว่าจะให้ทรัพย์สินหรอื ประโยชน์อนื่ ใด หรอื แอบอา้ งอำนาจของบุคคลใด หรือเรยี ก รับ ยอมจะรบั ทรัพยส์ นิ หรอื ประโยชนอ์ นื่ ใด หรอื กระทำการใดอนั มิชอบ เพ่ือใหม้ กี ารแต่งตั้ง หรอื ไม่แต่งตงั้ ผูใ้ ดให้ดำรงตำแหนง่ ใด ไมว่ ่าการแต่งต้ังหรือไมแ่ ต่งตง้ั น้นั จะชอบดว้ ยหลกั เกณฑ์ ตามพระราชบัญญัตนิ ้ีหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไมเ่ กนิ ห้าปี มาตรา ๘๐ เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแตง่ ตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ให้ ก.ตร. ออกกฎ ก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวธิ ีการแต่งตง้ั และโยกยา้ ยข้าราชการตำรวจไว้ให้ชดั เจนแน่นอน โดยอยา่ งนอ้ ยต้องมหี ลกั เกณฑเ์ ก่ียวกบั การจัดลำดับอาวโุ สขา้ ราชการตำรวจเพ่ือใช้ในการคดั เลือก หรอื แตง่ ต้งั การกำหนดวาระประจำปี ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งท่กี ำหนดให้เลือ่ นตำแหนง่ สงู ขึน้ การนบั ระยะเวลาการดำรงตำแหนง่ การนับจำนวนตำแหน่งวา่ ง การคำนวณสดั สว่ นอาวุโสเพ่ือเลื่อนตำแหน่ง สงู ขน้ึ การจดั ประเภทตำแหนง่ เพอื่ ใชใ้ นการคำนวณสัดส่วนอาวุโสเพือ่ เลื่อนตำแหนง่ สงู ข้ึน และการจัดทำ บัญชีข้อมลู ผู้เหมาะสมรายชื่อผอู้ ยู่ในเกณฑ์ท่สี มควรไดร้ บั การเลื่อนตำแหน่งสูงข้ึน กฎ ก.ตร. ดงั กลา่ ว ใหม้ ผี ลใชบ้ งั คบั เม่ือพ้นกำหนดหนึ่งรอ้ ยแปดสบิ วันนบั แตว่ ันประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ในกรณีจำเป็นเพ่อื ประโยชน์ของสำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติ ก.ตร. จะมีมตดิ ้วยคะแนนเสยี ง เปน็ เอกฉนั ท์ เพอื่ แตง่ ต้ังบุคคลใดใหด้ ำรงตำแหน่งข้าราชการตำรวจแตกตา่ งไปจากหลักเกณฑ์ และวธิ กี ารทีก่ ำหนดในหมวดนี้กไ็ ด้ มาตรา ๘๑ ภายใตบ้ งั คับมาตรา ๙๑ ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีคุณวุฒิสงู ขนึ้ และมีสทิ ธิได้รบั เงนิ เดอื นสงู ข้ึนตามที่ ก.ตร. กำหนด ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๘๗ เป็นผูม้ ีอำนาจสัง่ เลือ่ น มาตรา ๘๒ การบรรจุบุคคลเข้ารบั ราชการเปน็ ข้าราชการตำรวจหรอื การแต่งตั้ง ขา้ ราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งใด ผู้ไดร้ ับการบรรจุหรือไดร้ ับการแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัตเิ ฉพาะ สำหรบั ตำแหนง่ ตามท่ี ก.ตร. กำหนดตามมาตรา ๖๑ เว้นแตม่ ีเหตผุ ลและความจำเปน็ และมใิ ชเ่ ป็น ตำแหน่งในกลุ่มสายงานสบื สวนสอบสวน ก.ตร. อาจอนมุ ตั ิใหบ้ รรจหุ รือแตง่ ตั้งข้าราชการตำรวจ ซง่ึ ไม่มีคุณสมบัตเิ ฉพาะสำหรับตำแหนง่ ตามท่ีกำหนดไว้ก็ได้ การแต่งตง้ั ข้าราชการตำรวจไปดำรงตำแหนง่ อืน่ ในสำนกั งานตำรวจแห่งชาติ ตอ้ งแต่งตัง้ ใหด้ ำรงตำแหนง่ ทไ่ี ม่ตำ่ กวา่ ตำแหนง่ เดมิ เวน้ แต่มีเหตุผลและความจำเปน็ ก.ตร. อาจอนุมัตใิ ห้แตง่ ต้ัง ใหด้ ำรงตำแหน่งที่ตำ่ กวา่ ตำแหน่งเดมิ เป็นพิเศษเฉพาะรายได้ มาตรา ๘๓ การสงั่ ใหข้ า้ ราชการตำรวจไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสว่ นราชการใด ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรอื สำรองราชการในส่วนราชการใดในสำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติ โดยให้พน้ จากตำแหน่งหน้าทีเ่ ดมิ และโดยจะใหข้ าดจากอตั ราเงนิ เดือนในตำแหนง่ เดิมหรือไมก่ ็ได้ ใหผ้ ูม้ อี ำนาจ ดังต่อไปนี้เป็นผู้สั่งได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอื่ นไขทกี่ ำหนดในกฎ ก.ตร. (๑) ประธาน ก.ตร. ตามมติของ ก.ตร. สำหรบั ผูบ้ ญั ชาการตำรวจแหง่ ชาติ (๒) ผู้บัญชาการตำรวจแหง่ ชาติสำหรบั ข้าราชการตำรวจทุกตำแหน่ง

- ๓๗ - (๓) ผู้บัญชาการสำหรับขา้ ราชการตำรวจในกองบญั ชาการหรือในส่วนราชการทีเ่ รียกชือ่ อยา่ งอน่ื ทม่ี ีฐานะเทยี บเทา่ กองบัญชาการ มาตรา ๘๔ ห้ามมิให้สง่ั ใหข้ ้าราชการตำรวจท่ีสังกดั สถานีตำรวจตามมาตรา ๑๓ ไปปฏบิ ัติ หนา้ ทีใ่ นสว่ นราชการอ่ืนที่มิใช่สถานีตำรวจ เว้นแตใ่ นคำส่งั นั้นจะส่งั ให้ขา้ ราชการตำรวจอื่นมาปฏิบัติ หนา้ ท่ีน้ันแทนในสถานีตำรวจแทนนั้น แล้วแตก่ รณี การสง่ั ให้ข้าราชการตำรวจไปรกั ษาความปลอดภัยบคุ คลสำคัญตามตำแหน่งที่ ก.ตร. กำหนด ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด ซึ่งตอ้ งเสนอ ก.ตร. เพอื่ ทราบและประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ทั้งน้ี จะสัง่ ไดเ้ มอ่ื ผ้ดู ำรงตำแหนง่ ดังกล่าวรอ้ งขอโดยจะระบตุ วั บุคคลมไิ ด้ แตข่ า้ ราชการตำรวจท่ีถูกส่ังนั้นตอ้ งสมคั รใจด้วย และเม่อื ผู้ขอพน้ จากตำแหนง่ ใหส้ ั่งใหข้ ้าราชการตำรวจ ที่ไปรกั ษาความปลอดภัยนนั้ กลบั มาปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในสามสบิ วันนับแต่วันท่ี ผขู้ อพน้ จากตำแหน่ง แตถ่ า้ ผู้ขอเคยดำรงตำแหน่งนายกรฐั มนตรแี ละไมเ่ คยตอ้ งคำพพิ ากษาอนั ถงึ ท่สี ดุ ใหล้ งโทษจำคกุ ถ้าผ้นู น้ั ไดร้ ้องขอใหร้ ักษาความปลอดภยั ตอ่ ไป จะสงั่ ใหข้ า้ ราชการตำรวจไปรกั ษา ความปลอดภยั ผขู้ อนั้นตอ่ ไปอีกกไ็ ด้ ผู้บงั คับบัญชาผใู้ ดร้วู ่าผู้ใต้บังคบั บญั ชาไม่มาปฏบิ ัติราชการตดิ ต่อกนั เกินสบิ หา้ วนั โดยไม่มี เหตุอันสมควร ให้ผู้บงั คับบัญชาผู้น้นั ดำเนนิ การทางวนิ ยั ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนบั แตว่ ันท่รี ู้ ในกรณี ทผ่ี ู้บงั คับบัญชาผู้น้นั ไม่มีอำนาจดำเนนิ การทางวินัย ใหร้ ายงานให้ผบู้ ังคบั บัญชาในระดับเหนอื ขนึ้ ไปทราบ เพือ่ ดำเนนิ การทางวนิ ยั ต่อไปให้แลว้ เสร็จภายในหกสิบวันนบั แตว่ ันทีไ่ ดร้ บั รายงาน เวน้ แตม่ เี หตุผล ความจำเปน็ ซึ่งทำใหก้ ารดำเนินการทางวนิ ยั ไมแ่ ลว้ เสรจ็ ภายในกำหนดระยะเวลาดงั กล่าว ก็ใหข้ ยาย ระยะเวลาได้อีกไมเ่ กินสองคร้ังโดยแตล่ ะครั้งจะต้องไมเ่ กินหกสบิ วัน และใหผ้ ู้บังคบั บัญชาผ้มู อี ำนาจ สงั่ ดำเนินการทางวินยั ส่ังให้ข้าราชการตำรวจผ้นู ้นั พกั ราชการไวก้ ่อนต้งั แต่วันที่มีคำสัง่ เม่ือผลการดำเนนิ การ ทางวินัยปรากฏว่าผู้นัน้ ขาดราชการติดต่อกันเกนิ สิบหา้ วันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ใหส้ ั่งลงโทษโดยเรว็ โดยใหม้ ีผลตง้ั แตว่ นั ที่พักราชการ มาตรา ๘๕ การโอนข้าราชการตำรวจไปรบั ราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอ่นื จะกระทำไดเ้ มื่อเจ้าตวั สมัครใจและสว่ นราชการหรอื หน่วยงานต้องการจะรบั โอนผู้นัน้ โดยใหส้ ว่ นราชการ หรือหนว่ ยงานท่ขี อรบั โอนทำความตกลงกับสำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติ มาตรา ๘๖ ให้ผูม้ อี ำนาจตามมาตรา ๖๔ เปน็ ผูส้ ั่งบรรจใุ นกรณี ดังต่อไปน้ี (๑) การโอนข้าราชการซงึ่ ไมใ่ ชข่ า้ ราชการตำรวจหรอื การโอนพนักงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่นิ มาบรรจเุ ป็นข้าราชการตำรวจ ยกเวน้ ขา้ ราชการการเมือง ขา้ ราชการซึง่ อยู่ในระหวา่ งทดลอง ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีราชการ และพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ซึ่งอยู่ในระหวา่ งทดลองปฏิบตั ิงาน ให้กระทำไดเ้ ม่ือเจา้ ตวั สมคั รใจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการจะรับโอนผ้นู ัน้ โดยใหส้ ำนักงาน ตำรวจแห่งชาติทำความตกลงกับผ้มู อี ำนาจสั่งบรรจขุ องสว่ นราชการหรอื หนว่ ยงานสงั กัดเดมิ ในการนี้ ใหส้ ำนกั งานตำรวจแห่งชาติพิจารณาโดยคำนงึ ถึงประโยชน์ทีท่ างราชการตำรวจจะไดร้ ับ ทง้ั น้ี ในการ

- ๓๘ - ดำเนินการรับโอน การกำหนดตำแหน่ง ช้นั ยศ และอตั ราเงินเดอื น และการนบั เวลาราชการ ให้เปน็ ไปตาม หลกั เกณฑ์และวิธีการท่ีกำหนดในกฎ ก.ตร. (๒) การกลบั เขา้ รบั ราชการเป็นข้าราชการตำรวจ (ก) ขา้ ราชการตำรวจซ่ึงได้รับอนมุ ตั ิจากคณะรฐั มนตรใี ห้ออกจากราชการไปปฏิบัติงานใด ๆ โดยใหน้ ับเวลาระหวา่ งนัน้ สำหรบั การคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยบำเหนจ็ บำนาญข้าราชการ ถา้ ผู้นัน้ ขอกลบั เข้ารบั ราชการภายในกำหนดเวลาที่คณะรฐั มนตรีอนุมตั ิ แตไ่ ม่เกนิ ส่ปี ีนบั แต่วันออกจากราชการไปปฏบิ ตั ิงานดงั กลา่ ว ให้สำนกั งานตำรวจแห่งชาติรบั ผนู้ ัน้ กลับเข้า รบั ราชการ ทั้งนี้ ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการทีก่ ำหนดในกฎ ก.ตร. (ข) ขา้ ราชการตำรวจซ่งึ ออกจากราชการไปแลว้ และไม่ใช่เปน็ กรณอี อกจากราชการ ในระหว่างทดลองปฏิบัตหิ น้าทีร่ าชการ ถ้าสมคั รเข้ารบั ราชการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติตอ้ งการ ทจี่ ะรบั ผูน้ ้นั เขา้ รับราชการและมีอตั ราวา่ ง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการบรรจุและแต่งตั้ง ทง้ั น้ี ตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการท่กี ำหนดในกฎ ก.ตร. (ค) ขา้ ราชการซ่ึงมิใช่ขา้ ราชการตำรวจหรือพนักงานขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ซง่ึ ออกจากราชการหรือออกจากงานไปแลว้ แต่ไม่รวมถึงข้าราชการการเมือง ข้าราชการซึง่ ออก จากราชการในระหวา่ งทดลองปฏิบัตหิ นา้ ท่ีราชการและพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซึ่งออกจากงานในระหว่างทดลองปฏบิ ตั งิ าน ถา้ สมัครเขา้ รับราชการเป็นขา้ ราชการตำรวจ และเม่ือสำนกั งานตำรวจแห่งชาตเิ ห็นสมควรรับบุคคลนนั้ กลับเขา้ รับราชการในตำแหน่งข้าราชการตำรวจ ในการนี้ ใหส้ ำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติพิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์ทท่ี างราชการตำรวจจะได้รบั ทงั้ น้ี การดำเนนิ การให้กลบั เข้ารับราชการ การกำหนดตำแหนง่ ชั้นยศ และอัตราเงินเดือน และการนบั เวลา ราชการให้เป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการทก่ี ำหนดในกฎ ก.ตร. มาตรา ๘๗ ใหผ้ ้บู ัญชาการตำรวจแห่งชาตเิ ปน็ ผสู้ ัง่ เลื่อนเงินเดอื นขา้ ราชการตำรวจ ระดบั ส.๘ ระดับ ส.๗ และระดับ ส.๖ ทไ่ี ม่อยู่ในอำนาจของผ้บู ญั ชาการตามมาตรา ๕๘ (๕) ท้ังนี้ เมือ่ ไดร้ ับ ความเหน็ ชอบจาก ก.ตร. แลว้ การสงั่ เลือ่ นเงนิ เดอื นขา้ ราชการตำรวจต้ังแตร่ ะดบั ส.๕ ลงมา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ทก่ี ำหนดในระเบยี บ ก.ตร. การพจิ ารณาเลื่อนเงนิ เดือนข้าราชการตำรวจ ใหค้ ำนึงถึงคุณภาพและปริมาณงาน ประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผลของงานทไ่ี ด้ปฏิบตั มิ า ความสามารถ และความอุตสาหะในการปฏิบัตหิ นา้ ท่ี ตลอดจนการรักษาวินยั และการปฏิบัตติ นเหมาะสมกบั การเปน็ ขา้ ราชการตำรวจตามรายงานของ ผู้บงั คับบัญชาตามลำดับชน้ั ทง้ั นี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการทกี่ ำหนดในกฎ ก.ตร. การเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพเิ ศษเกนิ สองขั้น ต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ตร. เปน็ พเิ ศษเฉพาะราย มาตรา ๘๘ ข้าราชการตำรวจผูใ้ ดถึงแก่ความตายเน่ืองจากการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ราชการ ก.ตร. จะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้ผนู้ ้ันเปน็ กรณีพเิ ศษเพอื่ ประโยชนใ์ นการคำนวณบำเหนจ็ บำนาญกไ็ ด้

- ๓๙ - มาตรา ๘๙ ใหผ้ ู้บงั คบั บญั ชามหี นา้ ที่พฒั นาผู้ใต้บงั คับบัญชาเพื่อเพมิ่ ความรู้ ทักษะ ทศั นคติ คุณธรรมและจริยธรรม รวมท้ังประเมนิ ผลการปฏบิ ัตริ าชการของผ้ใู ตบ้ ังคบั บัญชา เพ่ือใชป้ ระกอบ การพิจารณาแต่งต้ังและเล่ือนเงินเดอื น ทง้ั น้ี ตามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.ตร. หมวด ๔ เงินเดอื น เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มอ่นื มาตรา ๙๐ อตั ราเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เปน็ ไปตามบัญชีทา้ ยพระราชบัญญตั นิ ้ี อัตราเงินประจำตำแหน่งและการรบั เงินประจำตำแหน่งของขา้ ราชการตำรวจ ให้เป็นไปตาม บัญชีท้ายพระราชบัญญตั นิ ี้ ท้ังนี้ เงนิ ประจำตำแหนง่ ไม่ถือเปน็ เงนิ เดือน ขา้ ราชการตำรวจตำแหน่งใดจะไดร้ บั เงนิ ประจำตำแหน่งท้ายพระราชบัญญัตนิ ้ีในอตั ราใด ให้เป็นไปตามท่กี ำหนดในพระราชกฤษฎีกา ในกรณีที่สมควรปรบั อัตราเงินเดือนขา้ ราชการตำรวจให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ที่เปลย่ี นแปลงไป ถ้าการปรบั อัตราเงนิ เดือนดังกลา่ วเป็นการปรับเพม่ิ ร้อยละเท่ากนั ทุกอัตรา และไม่เกิน ร้อยละสบิ ของอัตราทีใ่ ชบ้ งั คับอยู่ และเม่ือไดร้ ับอนุมัตงิ บประมาณรายจ่ายจากรัฐสภาเพื่อการนั้นแลว้ การปรับใหก้ ระทำไดโ้ ดยตราเป็นพระราชกฤษฎกี า และให้ถอื ว่าบัญชีอัตราเงินเดือนทา้ ยพระราชกฤษฎกี า ดังกล่าวเปน็ บญั ชอี ตั ราเงินเดือนทา้ ยพระราชบัญญัติน้ี ทง้ั นี้ ในกรณีที่การปรับเป็นร้อยละเท่ากันทุกอตั รา ดงั กลา่ ว หากทำให้อตั ราหนง่ึ อัตราใดมเี ศษไม่ถึงสิบบาท ให้ปรับตวั เลขเงนิ เดือนของอตั ราดงั กลา่ ว ให้เพมิ่ ขน้ึ เปน็ สบิ บาท และมใิ หถ้ ือว่าเป็นการปรับอตั ราร้อยละท่แี ตกต่างกัน การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจใหเ้ ขา้ อันดบั และข้ัน ระดับและชั้น ระดับและข้ัน หรอื ชั้นและขนั้ แลว้ แต่กรณี ตามบญั ชอี ัตราเงนิ เดอื นขา้ ราชการตำรวจตามวรรคหนงึ่ และวรรคสี่ ใหเ้ ปน็ ไป ตามหลกั เกณฑ์และวิธกี ารท่ี ก.ตร. กำหนด และใหม้ ีผลเป็นการแก้ไขข้นั หรือชน้ั เงินเดือนขา้ ราชการตำรวจ ที่กำหนดไว้ในกฎหรอื มติคณะรฐั มนตรที ี่เกย่ี วข้อง มาตรา ๙๑ ใหข้ ้าราชการตำรวจไดร้ บั เงนิ เดอื น ดงั ต่อไปน้ี (๑) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ซงึ่ ดำรงตำแหน่งผ้บู ัญชาการตำรวจแหง่ ชาติ ให้ได้รบั เงินเดือนข้ันสูงสดุ ของระดับ ส.๙ (๒) ขา้ ราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ใหไ้ ด้รับเงินเดือนระดับ ส.๘ (๓) ขา้ ราชการตำรวจยศพลตำรวจโท ให้ได้รบั เงนิ เดอื นระดับ ส.๗ (๔) ขา้ ราชการตำรวจยศพลตำรวจตรี ใหไ้ ด้รับเงนิ เดือนระดบั ส.๖ (๕) ขา้ ราชการตำรวจยศพนั ตำรวจเอก อัตราเงินเดือนพนั ตำรวจเอก (พเิ ศษ) ใหไ้ ดร้ ับ เงนิ เดือนระดับ ส.๕ (๖) ข้าราชการตำรวจยศพนั ตำรวจเอก ให้ได้รบั เงินเดือนระดับ ส.๔ (๗) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโท ใหไ้ ด้รบั เงินเดือนระดับ ส.๓ (๘) ข้าราชการตำรวจยศพนั ตำรวจตรี ให้ไดร้ บั เงินเดือนระดับ ส.๒

- ๔๐ - (๙) ขา้ ราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอก รอ้ ยตำรวจโท และรอ้ ยตำรวจตรี ให้ได้รับเงนิ เดือน ระดบั ส.๑ (๑๐) ข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ ให้ไดร้ บั เงนิ เดือนระดบั ป.๓ (๑๑) ข้าราชการตำรวจยศจ่าสิบตำรวจ อตั ราเงินเดือนจา่ สิบตำรวจ (พเิ ศษ) ใหไ้ ดร้ ับ เงินเดอื นระดับ ป.๒ (๑๒) ข้าราชการตำรวจยศจ่าสิบตำรวจ สบิ ตำรวจเอก สิบตำรวจโท และสบิ ตำรวจตรี ให้ได้รบั เงินเดอื นระดับ ป.๑ (๑๓) ขา้ ราชการตำรวจชนั้ พลตำรวจสำรอง ใหไ้ ด้รับเงินเดอื นระดับ พ.๑ ใหข้ า้ ราชการตำรวจตามวรรคหนง่ึ ไดร้ บั เงินเดือนในข้ันตำ่ ของระดับน้ัน ๆ ในกรณีทจี่ ะให้ ไดร้ ับเงนิ เดือนสูงกว่าหรือตำ่ กวา่ ขนั้ ต่ำหรือสูงกวา่ ขั้นสูงของระดับ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และวิธกี าร ท่กี ำหนดในกฎ ก.ตร. ขา้ ราชการตำรวจตาม (๒) ถึง (๑๓) อาจไดร้ ับเงินเดือนในระดับสงู ข้นึ กวา่ ที่กำหนดไว้ใน วรรคหนึ่งก็ได้ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซ่ึงในพระราชกฤษฎกี าดังกลา่ วให้กำหนดหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขการไดร้ บั เงนิ เดือนในระดบั สูงขึน้ ดงั กล่าวและการรับเงนิ ประจำตำแหน่งไวด้ ว้ ย มาตรา ๙๒ ความในมาตรา ๙๐ และมาตรา ๙๑ มิให้ใชบ้ ังคับแก่ขา้ ราชการตำรวจทไ่ี ม่มียศ ขา้ ราชการตำรวจที่ไม่มียศตำแหน่งใดจะไดร้ บั เงินเดือนและเงินประจำตำแหนง่ ในอัตราใด ใหเ้ ป็นไปตามทีก่ ำหนดในพระราชกฤษฎกี าท่ีออกตามมาตรา ๘ วรรคสอง โดยให้เทียบเคียงกับข้าราชการ ฝ่ายพลเรอื นในตำแหน่งที่คล้ายคลึงกันหรอื ในระดับเดยี วกนั มาตรา ๙๓ ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเปน็ เพื่อเปน็ การเยยี วยา ให้ขา้ ราชการตำรวจ ได้รบั เงนิ เดือนหรอื เงนิ ประจำตำแหน่งทีเ่ หมาะสมและเป็นธรรม ก.ตร. อาจกำหนดให้ขา้ ราชการตำรวจ ได้รับการเยียวยาโดยให้ได้รบั เงนิ เดือนหรอื เงนิ ประจำตำแหนง่ ตามทเ่ี ห็นสมควรเป็นกรณี ๆ ไปก็ได้ ทง้ั นี้ ให้เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และวิธกี ารท่คี ณะรัฐมนตรีกำหนด มาตรา ๙๔ ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงนิ เพ่ิมคา่ ครองชีพชว่ั คราวตามภาวะเศรษฐกจิ ทง้ั นี้ ตามจำนวน หลกั เกณฑ์ และวิธกี ารทก่ี ำหนดในพระราชกฤษฎกี า มาตรา ๙๕ ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงนิ เพิ่มพิเศษรายเดือน เงินเพิ่มอน่ื หรือเงนิ ช่วยเหลือ ตามทค่ี ณะรัฐมนตรีกำหนด มาตรา ๙๖ ข้าราชการตำรวจอาจได้รบั เงินเพ่ิมสำหรับตำแหน่งทปี่ ระจำอยูใ่ นต่างประเทศ หรอื ตำแหนง่ ที่มีเหตุพเิ ศษตามทก่ี ำหนดในระเบยี บ ก.ตร. โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

- ๔๑ - หมวด ๕ การรกั ษาราชการแทนและการปฏิบัตริ าชการแทน มาตรา ๙๗ ในกรณีท่ตี ำแหน่งขา้ ราชการตำรวจในส่วนราชการหรือหนว่ ยงานใดในสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติวา่ งลง หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดไม่สามารถปฏิบตั ิราชการได้ ให้ผู้บงั คับบัญชาดังตอ่ ไปน้ี สง่ั ให้ ข้าราชการตำรวจซ่งึ เหน็ สมควรรกั ษาราชการแทนในตำแหนง่ นน้ั ได้ (๑) นายกรัฐมนตรี สำหรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (๒) ผ้บู ัญชาการตำรวจแหง่ ชาติ สำหรบั ตำแหนง่ ตง้ั แตร่ องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแหง่ ชาติ หรือตำแหน่งเทียบเท่าลงมา (๓) ผบู้ ัญชาการหรอื ตำแหนง่ เทยี บเทา่ สำหรับตำแหนง่ ตั้งแตผ่ ู้บงั คบั การหรือตำแหนง่ เทียบเท่าลงมาในสว่ นราชการนน้ั (๔) ผู้บังคบั การหรือตำแหน่งเทยี บเท่า สำหรบั ตำแหน่งตั้งแต่ผกู้ ำกับการหรือตำแหน่ง เทียบเท่าลงมาในสว่ นราชการน้นั ในกรณที ี่ไม่มีการแตง่ ตง้ั ให้ขา้ ราชการตำรวจผใู้ ดรักษาราชการแทนและมีผู้ดำรงตำแหน่งรอง ของตำแหนง่ น้นั ใหผ้ ู้ดำรงตำแหนง่ รองเป็นผรู้ ักษาราชการแทน ถ้าไมม่ ีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือมี แตไ่ ม่อาจปฏิบตั ริ าชการได้ และมผี ู้ดำรงตำแหน่งผู้ชว่ ยของตำแหนง่ ดงั กลา่ ว ให้ผ้ดู ำรงตำแหนง่ ผู้ชว่ ย เป็นผู้รกั ษาราชการแทนในตำแหน่งนน้ั ถา้ มีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรอื ผู้ช่วยหลายคน ใหผ้ ู้มอี าวโุ ส ตามทีก่ ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผรู้ กั ษาราชการแทน ถ้าไมม่ ีท้ังผ้ดู ำรงตำแหน่งรองหรอื ผูช้ ่วย หรือมแี ต่ไม่อาจปฏบิ ตั ิราชการได้ ก็ให้ข้าราชการตำรวจชน้ั สัญญาบัตร ผมู้ อี าวุโสตามท่ีกำหนด ในระเบียบ ก.ตร. ในส่วนราชการหรือหน่วยงานน้ันเปน็ ผู้รักษาราชการแทน เพอื่ ประโยชน์ของทางราชการ ข้าราชการตำรวจที่ไดร้ ับการแตง่ ตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ตามมาตรา ๖๙ (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) เป็นการย้อนหลัง การปฏิบตั หิ น้าท่หี รือการใช้อำนาจในตำแหน่งเดมิ ท่ไี ด้กระทำไปกอ่ นมปี ระกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตง้ั ใหเ้ ป็นอนั ใชไ้ ด้ มาตรา ๙๘ นอกจากท่บี ญั ญัตไิ ว้ในพระราชบัญญัติน้ี อำนาจในการสั่ง การอนญุ าต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ และการดำเนนิ การดา้ นอ่นื ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตจิ ะพึงปฏบิ ัติ หรอื ดำเนนิ การตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำส่งั ใด หรอื มติของคณะรัฐมนตรีในเร่อื งใด ในกิจการของแต่ละกองบัญชาการ ใหผ้ ้บู ญั ชาการของแตล่ ะกองบัญชาการน้ันเปน็ ผ้ปู ฏิบัติราชการแทน ผูบ้ ญั ชาการตำรวจแห่งชาติ ในการปฏิบตั ิราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง ผ้บู ัญชาการ จะมอบหมายใหร้ องผบู้ ญั ชาการปฏบิ ตั ริ าชการแทนก็ได้ ใหผ้ บู้ ญั ชาการตำรวจแหง่ ชาติมีหนา้ ทีก่ ำกบั ติดตามผลการปฏิบัตริ าชการของผูบ้ ญั ชาการ ตามวรรคหนง่ึ และให้มีอำนาจแนะนำและแก้ไขการปฏบิ ัติราชการของผู้บัญชาการตามวรรคหนงึ่ ในกรณีจำเปน็ เพ่ือรักษาประโยชน์ของทางราชการหรือการระงบั ความเสยี หายทีอ่ าจเกิดขึ้น จากการใช้อำนาจของผู้บัญชาการตามวรรคหน่งึ ผู้บัญชาการตำรวจแหง่ ชาตจิ ะระงบั การใชอ้ ำนาจของ

- ๔๒ - ผู้บญั ชาการดงั กล่าวไว้เป็นการชวั่ คราวและใชอ้ ำนาจนนั้ ด้วยตนเองก็ได้ ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่ ก.ตร.ก.ต.ช. กำหนด มาตรา ๙๙ เพื่อประโยชนใ์ นการบรหิ ารราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อำนาจ ในการส่ัง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัตริ าชการ หรือการดำเนนิ การอน่ื ใดทผ่ี บู้ ญั ชาการตำรวจแห่งชาติ หรือหวั หนา้ สว่ นราชการหรือหวั หนา้ หนว่ ยงานจะพึงปฏบิ ตั ิ หรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบยี บ ข้อบงั คับ คำสงั่ หรือมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบยี บ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรใี นเร่ืองนั้น มิไดก้ ำหนดเร่ืองการมอบอำนาจไว้เป็นอยา่ งอนื่ หรือมไิ ดห้ ้ามเรอื่ งการมอบอำนาจไว้ ผูบ้ ญั ชาการตำรวจ แห่งชาติหรอื หัวหนา้ ส่วนราชการหรือหัวหน้าหนว่ ยงาน อาจมอบอำนาจให้ผดู้ ำรงตำแหนง่ รองหรือผชู้ ว่ ย หรือผดู้ ำรงตำแหน่งหัวหนา้ ส่วนราชการหรือหัวหนา้ หนว่ ยงานถัดลงไปตามลำดับ หรือผูด้ ำรงตำแหน่ง เทยี บเทา่ หรอื ข้าราชการตำรวจช้นั สัญญาบตั รในสว่ นราชการหรือในหนว่ ยงานน้ันปฏิบัติราชการแทนได้ การมอบอำนาจตามวรรคหนง่ึ ใหท้ ำเป็นหนังสอื และให้ผู้มอบอำนาจมหี น้าทแ่ี นะนำ กำกับ และติดตามการปฏบิ ตั ิราชการของผู้รับมอบอำนาจ และในกรณีท่เี หน็ วา่ ผู้รับมอบอำนาจปฏบิ ัตริ าชการ ในเร่ืองใดโดยไม่สมควร ให้มีอำนาจแก้ไขการปฏบิ ตั ริ าชการของผ้รู ับมอบอำนาจนัน้ ได้ เม่ือมีการมอบอำนาจแล้ว ผูร้ ับมอบอำนาจมหี น้าท่ีตอ้ งรับมอบอำนาจนน้ั และจะมอบ อำนาจน้นั ใหแ้ กผ่ ดู้ ำรงตำแหน่งอนื่ ต่อไปไม่ได้ เว้นแต่จะไดร้ บั ความเห็นชอบจากผ้มู อบอำนาจไว้ เป็นกรณี ๆ ไป มาตรา ๑๐๐ ใหผ้ รู้ ักษาราชการแทนตามมาตรา ๙๗ มหี น้าท่แี ละอำนาจเชน่ เดียวกบั ผซู้ งึ่ ตนแทน ในกรณีท่ีกฎหมาย ระเบยี บ ข้อบงั คับ ประกาศ คำสง่ั หรือมติคณะรัฐมนตรี แตง่ ต้ังใหผ้ ู้ดำรง ตำแหนง่ ใดเป็นกรรมการหรอื ใหม้ ีหน้าที่และอำนาจอยา่ งใด ใหผ้ รู้ กั ษาราชการแทนมหี น้าทีแ่ ละอำนาจ เป็นกรรมการหรือมหี นา้ ท่แี ละอำนาจเช่นเดียวกับผูด้ ำรงตำแหน่งนัน้ ในระหวา่ งทีร่ กั ษาราชการแทน การสง่ั ใหร้ ักษาราชการแทนใหม้ ผี ลนับแต่เวลาทีผ่ ู้ไดร้ ับแต่งต้ังเขา้ รับหน้าที่ และให้ผดู้ ำรง ตำแหน่งรองหรือตำแหน่งผู้ชว่ ยพ้นจากความเป็นผรู้ กั ษาราชการแทนนับแต่เวลาทีผ่ ู้ได้รบั แต่งต้ังเข้ารับหน้าที่ ทงั้ น้ี ไม่เปน็ การกระทบกระเทือนถึงการใดทีผ่ ้นู นั้ ได้ปฏิบตั ิไปแลว้ ในระหวา่ งเปน็ ผรู้ ักษาราชการแทน มาตรา ๑๐๑ ในกรณที ี่มีกฎหมาย ระเบยี บ ข้อบังคับ ประกาศ คำสง่ั หรอื มตคิ ณะรฐั มนตรี กำหนดใหห้ นา้ ทห่ี รืออำนาจใดเป็นของปลดั กระทรวง การใช้อำนาจหรือปฏบิ ัตหิ น้าทด่ี ังกลา่ วสำหรับ ส่วนราชการหรอื หน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ถอื เป็นหนา้ ทแี่ ละอำนาจของผบู้ ัญชาการ ตำรวจแหง่ ชาติ หมวด ๖ วนิ ยั และการรักษาวนิ ยั

- ๔๓ - มาตรา ๑๐๒ ข้าราชการตำรวจต้องถือและปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มตคิ ณะรัฐมนตรี และจรรยาบรรณของตำรวจตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. และต้องรกั ษาวนิ ัยตามทบ่ี ญั ญัตไิ ว้ ในหมวดนีโ้ ดยเครง่ ครดั กฎ ก.ตร. ตามวรรคหนง่ึ ให้มีผลใชบ้ ังคบั เมื่อพน้ กำหนดหกสิบวนั นบั แต่วนั ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๐๓ การกระทำผิดวินยั อย่างไมร่ ้ายแรง ได้แก่ การไม่รกั ษาวินัยตามที่บญั ญัติ ข้าราชการตำรวจต้องกระทำการอันเป็นข้อปฏิบตั ิและหรือต้องไม่กระทำการอนั เป็นข้อห้ามในเรอ่ื ง ดังตอ่ ไปนี้ (๑) ตอ้ งปฏิบัติหนา้ ทรี่ าชการดว้ ยความซอ่ื สัตย์ สุจรติ และเทย่ี งธรรม เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรฐั มนตรี จรรยาบรรณของตำรวจ และนโยบายของรัฐบาล โดยไมใ่ ห้ เสียหายแก่ราชการ (๒) ต้องปฏิบตั ิตามคำสงั่ ของผูบ้ งั คับบัญชาซึ่งส่งั ในหนา้ ทร่ี าชการโดยชอบด้วยกฎหมาย และระเบียบของทางราชการในเรื่องท่ไี มเ่ กยี่ วกับการมีความเห็นทางคดหี รือการตรวจพสิ จู น์ โดยไม่ขดั ขนื หรอื หลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏบิ ัตติ ามคำสัง่ นัน้ จะทำใหเ้ สียหายแก่ราชการ หรอื จะเปน็ การไม่รักษา ประโยชน์ของทางราชการ จะเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อใหผ้ ูบ้ งั คับบัญชาทบทวนคำส่ังน้ันก็ได้ และเม่ือไดเ้ สนอความเห็นแลว้ ถ้าผู้บังคับบัญชายนื ยนั ใหป้ ฏิบตั ติ ามคำสั่งเดิม ผูอ้ ยูใ่ ตบ้ ังคบั บญั ชา ตอ้ งปฏิบัติตาม (๓) ตอ้ งรักษาระเบยี บการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ ผู้น้อยตามสายการบังคับบัญชา ยศ และตำแหน่ง (๔) ตอ้ งอทุ ิศเวลาของตนใหแ้ ก่ราชการ จะละทง้ิ หรือทอดท้ิงหนา้ ท่รี าชการมิได้ (๕) ต้องปฏบิ ัติราชการโดยมิให้เปน็ การกระทำการข้ามผบู้ ังคบั บญั ชาเหนอื ตน เว้นแต่ ผูบ้ ังคบั บญั ชาเหนอื ขึน้ ไปเปน็ ผ้สู งั่ ใหก้ ระทำ หรือได้รบั อนญุ าตเปน็ พเิ ศษชวั่ คร้ังคราว (๖) ต้องรักษาความลับของทางราชการ (๗) ต้องสภุ าพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี และไม่กระทำการอย่างใดทเ่ี ป็นการกล่ันแกล้งกัน และตอ้ งชว่ ยเหลือกันในการปฏิบตั ริ าชการระหว่างขา้ ราชการด้วยกนั และผรู้ ว่ มปฏบิ ตั ริ าชการ (๘) ตอ้ งต้อนรบั ใหบ้ ริการ ให้ความสะดวก ให้ความเปน็ ธรรมและให้การสงเคราะห์ ช่วยเหลือตามสมควรแกป่ ระชาชนผตู้ ิดตอ่ ราชการ หรือในการปฏบิ ัติราชการเก่ียวกับหน้าที่ของตน โดยไมช่ ักชา้ และดว้ ยความสุภาพเรียบรอ้ ยโดยห้ามมใิ ห้ดูหมน่ิ เหยียดหยาม กดขี่หรือขม่ เหงประชาชน ผ้ตู ิดต่อราชการหรือในการปฏิบัติราชการเก่ยี วกับหนา้ ท่ีของตน (๙) ต้องปฏบิ ตั หิ นา้ ทีร่ าชการดว้ ยความตัง้ ใจ อุตสาหะ เพือ่ ให้เกิดผลดหี รือความก้าวหน้า แกร่ าชการ เอาใจใส่ ระมดั ระวงั รกั ษาผลประโยชนข์ องทางราชการ และต้องไมป่ ระมาทเลนิ เล่อ ในหน้าทร่ี าชการ (๑๐) ตอ้ งไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้แตกความสามคั คีระหวา่ งขา้ ราชการตำรวจ และไม่กระทำการอย่างใดท่เี ป็นการกลัน่ แกลง้ กัน

- ๔๔ - (๑๑) ตอ้ งไม่รายงานเทจ็ ต่อผบู้ ังคับบญั ชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซงึ่ ควรต้องแจ้ง ถือวา่ เปน็ การรายงานเทจ็ ด้วย (๑๒) ต้องไม่ใช้กริ ยิ าวาจาหรือประพฤติตนในลกั ษณะที่ไม่สมควร (๑๓) ตอ้ งไมก่ ระทำการอันได้ชือ่ วา่ เปน็ ผู้ประพฤตชิ ัว่ (๑๔) ต้องไม่กระทำด้วยประการใด ๆ ในลกั ษณะทเ่ี ป็นการบงั คับผ้บู งั คบั บัญชาเป็นทางให้ เสยี ระเบียบแบบแผนวนิ ยั ตำรวจ (๑๕) ตอ้ งไมก่ ระทำหรือละเว้นการกระทำใด ๆ อันเปน็ เหตุให้เสียหายแกร่ าชการหรือทำให้ เสยี ระเบยี บแบบแผนของตำรวจ (๑๖) ตอ้ งไม่กระทำการหรือยอมใหผ้ ู้อน่ื กระทำการหาผลประโยชน์อนั อาจทำให้เสยี ความ เทย่ี งธรรมในการปฏิบัติหนา้ ที่ราชการหรอื เสือ่ มเสียเกยี รตศิ ักด์ขิ องตำแหนง่ หน้าท่ีราชการของตน (๑๗) ตอ้ งไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผจู้ ดั การ หรือดำรงตำแหน่งอน่ื ใดทมี่ ีลักษณะงาน คลา้ ยคลึงกนั น้ันในห้างห้นุ สว่ นหรอื บริษัท (๑๘) กระทำการหรือไมก่ ระทำการตามทกี่ ำหนดในกฎ ก.ตร. หรอื กระทำการอันถอื วา่ กระทำความผิดวินยั ตามพระราชบัญญัตนิ ี้ ข้าราชการตำรวจผูใ้ ดไมป่ ฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ผู้นน้ั เปน็ ผกู้ ระทำผิดวินยั มาตรา ๑๐๔ การกระทำผดิ วินัยอย่างร้ายแรง ได้แก่ การกระทำดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบตั ิหรือละเว้นการปฏิบตั หิ น้าท่รี าชการโดยมิชอบเพ่ือให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับ ประโยชนท์ ม่ี คิ วรได้หรือเป็นเหตใุ หผ้ ูอ้ ่ืนได้รบั ความเสยี หาย (๒) ล่วงละเมิดหรอื คุกคามทางเพศตามท่ี ก.ตร. กำหนด (๓) ละทงิ้ หรือทอดทง้ิ หนา้ ที่ราชการโดยไมม่ ีเหตุอนั สมควร เปน็ เหตใุ หเ้ สียหายแก่ราชการ อยา่ งร้ายแรง หรือละทงิ้ หนา้ ทีร่ าชการติดต่อในคราวเดยี วกันเปน็ เวลาเกนิ สบิ หา้ วันโดยไม่มเี หตอุ ันสมควร หรือโดยมพี ฤตกิ ารณอ์ ันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บของทางราชการ (๔) ดหู มิ่น เหยียดหยาม กดข่ี ขม่ เหง หรอื ทำร้ายประชาชนผตู้ ดิ ตอ่ ราชการหรือในระหว่าง ปฏบิ ตั ิหน้าทรี่ าชการ หรอื ในระหว่างทแ่ี ต่งเครอ่ื งแบบตำรวจ (๕) กระทำความผดิ อาญาจนได้รบั โทษจำคกุ หรือโทษท่หี นักกว่าโทษจำคุกโดยคำพิพากษา ถงึ ท่ีสดุ ให้จำคุกหรือใหร้ บั โทษทห่ี นกั กว่าโทษจำคุก เวน้ แตเ่ ป็นโทษสำหรับความผดิ ท่ีได้กระทำโดยประมาท หรอื ความผิดลหุโทษ (๖) กระทำการอนั ได้ช่อื วา่ เป็นผปู้ ระพฤติชว่ั อย่างรา้ ยแรง (๗) กระทำการอันเป็นการฝา่ ฝืนมาตรา ๑๘ วรรคสาม หรือไมป่ ฏิบัตติ ามมาตรา ๔๓ วรรคสอง (๘) ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามหลักเกณฑ์ในการแตง่ ต้งั โดยจงใจเพ่อื ชว่ ยเหลือบคุ คลหน่ึงบุคคลใด หรือเพ่ือให้เกิดความเสียหายแกผ่ ูใ้ ดตามมาตรา ๗๙ วรรคส่ี หรอื กระทำการตามมาตรา ๗๙ วรรคห้า (๙) กระทำหรือละเวน้ การกระทำใด ๆ รวมทง้ั การกระทำผิดตามมาตรา ๑๐๓ อันเปน็ เหตใุ ห้ เสียหายแกร่ าชการอย่างรา้ ยแรง (๑๐) กระทำการหรือไม่กระทำการตามทีก่ ำหนดในกฎ ก.ตร.

- ๔๕ - มาตรา ๑๐๕ ใหผ้ ้บู ังคบั บัญชามหี น้าที่เสรมิ สรา้ งและพฒั นาให้ผู้อยู่ใต้บงั คบั บัญชามีวินยั และป้องกนั มิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวนิ ัย และดำเนินการทางวินยั แกผ่ ู้อยใู่ ต้บงั คบั บัญชาซง่ึ มีกรณี อันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินยั วธิ กี ารเสรมิ สรา้ งและพฒั นาใหผ้ ้อู ยูใ่ ตบ้ ังคบั บญั ชามีวินัยและการป้องกนั มิให้ผ้อู ยู่ ใต้บงั คับบญั ชากระทำผิดวนิ ัย ให้เป็นไปตามทก่ี ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เม่ือปรากฏกรณีมีมลู ท่ีควรจะกล่าวหาวา่ ข้าราชการตำรวจผ้ใู ดกระทำผดิ วนิ ัย ให้ผูบ้ งั คับบัญชา ดำเนินการทางวินัยทนั ทตี ามที่บญั ญตั ิไว้ในหมวด ๗ ผู้บังคับบัญชาผ้ใู ดละเลยไม่ปฏบิ ัตติ ามมาตราน้แี ละตามหมวด ๗ หรือปฏิบตั หิ นา้ ที่ดังกล่าว โดยไม่สจุ รติ ให้ถอื ว่าผูน้ ้นั กระทำผิดวินัย มาตรา ๑๐๖ เม่อื มีความจำเปน็ อันไม่อาจหลีกเลย่ี งได้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาวนิ ยั และปราบปรามข้าราชการตำรวจผูก้ ่อการกำเริบ หรือเพื่อบังคับข้าราชการตำรวจผลู้ ะทิ้งหน้าที่ ใหก้ ลบั ทำหนา้ ที่ของตน ผบู้ ังคับบญั ชาอาจใช้อาวุธหรอื กำลังบงั คบั ได้ และถ้าได้กระทำโดยสุจรติ ตามสมควรแก่เหตแุ ลว้ ผบู้ งั คับบญั ชาหรอื ผู้ชว่ ยเหลือไม่ต้องรับผิดทง้ั ทางแพ่งและทางอาญา เม่อื มีเหตุดงั กลา่ ว ผ้บู ังคบั บัญชาจะต้องรายงานไปยังผู้บังคับบญั ชาเหนอื ตนตามลำดบั ชน้ั จนถึงผบู้ ัญชาการตำรวจแหง่ ชาตโิ ดยเรว็ มาตรา ๑๐๗ โทษทางวินยั มี ๗ สถาน ดังต่อไปนี้ (๑) ภาคทัณฑ์ (๒) ทัณฑกรรม (๓) กกั ยาม (๔) กกั ขงั (๕) ตัดเงนิ เดือน (๖) ปลดออก (๗) ไลอ่ อก การลงโทษภาคทัณฑ์ ไดแ้ ก่ การลงโทษแก่ผู้กระทำผิดอนั ควรต้องรับโทษสถานหนง่ึ สถานใด แต่มีเหตุอันควรปรานี จึงเพยี งแค่แสดงความผิดผูน้ นั้ ใหป้ รากฏไว้ การลงโทษทัณฑกรรม ได้แก่ การใหท้ ำงานโยธา การใหอ้ ยู่เวรยามนอกจากหน้าทปี่ ระจำ หรือการให้ทำงานสาธารณประโยชนซ์ ึ่งตอ้ งไม่เกินหกช่วั โมงตอ่ หนง่ึ วัน การลงโทษกักยาม ได้แก่ การกักตัวไวใ้ นบริเวณใดบริเวณหน่ึงทสี่ มควรตามที่จะกำหนด การลงโทษกักขงั ไดแ้ ก่ การขังในทีจ่ ดั ไว้เพ่ือควบคุมแต่เฉพาะคนเดียวหรือหลายคนรวมกัน ตามท่จี ะได้มีคำสัง่ การลงโทษกักยามหรือกกั ขังจะใชง้ านโยธาหรืองานอืน่ ของทางราชการดว้ ยกไ็ ด้ แต่ต้องไม่เกนิ หกชว่ั โมงต่อหนึ่งวัน

- ๔๖ - มาตรา ๑๐๘ การลงโทษขา้ ราชการตำรวจให้ทำเป็นคำสัง่ โดยระบใุ นคำส่งั ดว้ ยว่า ผถู้ ูกลงโทษกระทำผดิ วนิ ยั ในกรณใี ดและมาตราใด วธิ กี ารออกคำส่ังเก่ียวกบั การลงโทษ ใหเ้ ปน็ ไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. หมวด ๗ การดำเนนิ การทางวินัย มาตรา ๑๐๙ เมอื่ มีการกลา่ วหาหรอื มีกรณเี ป็นท่สี งสัยว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำ ผิดวนิ ัย ใหผ้ ้บู งั คับบัญชามหี น้าทีพ่ จิ ารณาพฤตกิ ารณ์และหลักฐานในเบื้องต้นว่ากรณมี ีมูลท่ีควรกลา่ วหาว่า ผู้นนั้ กระทำผดิ วินัยหรอื ไม่ ในกรณีจำเป็นหรือเหน็ สมควรจะให้ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจรงิ ก่อนก็ได้ ในการสืบสวนข้อเท็จจริงจะมอบหมายให้บุคคลหนง่ึ หรือหลายคนชว่ ยกนั ดำเนนิ การสบื สวนก็ได้ ในการดำเนนิ การสบื สวนตามวรรคหน่ึง ต้องใหโ้ อกาสผู้ถูกกล่าวหาได้ชแี้ จงข้อเท็จจริง โดยจะกำหนดเวลาให้ช้ีแจงก็ได้ ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มมี ลู ที่ควรกลา่ วหาว่ากระทำผิดวินยั ให้สงั่ ยุตเิ รื่องได้ ถ้าเห็นว่ากรณมี ีมลู ทค่ี วรกลา่ วหาวา่ กระทำผดิ วินัย ให้ดำเนินการตอ่ ไปตามมาตรา ๑๑๐ หรอื มาตรา ๑๑๑ แลว้ แตก่ รณี ทันที มาตรา ๑๑๐ เมื่อข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาวา่ กระทำผิดวินยั อยา่ งไม่ร้ายแรง และได้มี การดำเนินการตามมาตรา ๑๐๙ แลว้ ถ้าฟงั ได้ว่ากระทำผิดวินัยอยา่ งไมร่ ้ายแรง ใหผ้ บู้ ังคบั บัญชาพจิ ารณา สัง่ การตามมาตรา ๑๑๖ โดยเร็ว ในกรณีทมี่ ีการสืบสวน ใหน้ ำผลการสืบสวนมาใชป้ ระกอบการพจิ ารณา ดำเนินสั่งการ มาตรา ๑๑๑ เมื่อข้าราชการตำรวจถกู กลา่ วหาว่ากระทำผิดวนิ ยั อย่างร้ายแรง ให้แต่งตง้ั คณะกรรมการขน้ึ ทำการสอบสวน ในการสอบสวนตอ้ งแจ้งขอ้ กลา่ วหาและสรปุ พยานหลกั ฐานทส่ี นบั สนนุ ขอ้ กลา่ วหาเทา่ ที่มีใหผ้ ้ถู ูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบหุ รอื ไม่ระบชุ อ่ื พยานก็ได้ ท้งั นี้ เพื่อให้ผถู้ ูกกล่าวหา ชแ้ี จงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา เม่ือดำเนินการแล้ว ถ้าฟังได้วา่ ผถู้ ูกกลา่ วหาได้กระทำผดิ วินัย ให้ดำเนินการ ต่อไปตามมาตรา ๑๑๖ หรอื มาตรา ๑๑๗ แลว้ แตก่ รณี ถา้ ฟงั ไมไ่ ดว้ า่ ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวนิ ัย ใหส้ ง่ั ยุตเิ ร่ือง ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๙๗ หรือผ้บู ังคับบัญชาอืน่ ตามทก่ี ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผสู้ ัง่ แต่งต้งั คณะกรรมการสอบสวนตามวรรคหน่ึง ในกรณีท่ีขา้ ราชการตำรวจตำแหนง่ ต่างกันถกู กลา่ วหาวา่ กระทำผิดวนิ ัยอย่างร้ายแรงรว่ มกัน ใหผ้ ูม้ อี ำนาจสำหรบั ผู้ถูกกล่าวหาที่มีตำแหน่งในระดับสงู กว่าเปน็ ผสู้ ง่ั แตง่ ตงั้ คณะกรรมการสอบสวน ในกรณีทผี่ ูบ้ งั คับบัญชาไดแ้ ต่งตั้งคณะกรรมการขน้ึ ทำการสอบสวนผถู้ ูกกล่าวหา ตามมาตรา ๑๒๙ แม้คำสง่ั แต่งตงั้ คณะกรรมการสอบสวนจะมิไดก้ ำหนดให้สอบสวนในความผิดวนิ ยั อยา่ งร้ายแรง แตผ่ ลการสอบสวนปรากฏว่าผถู้ กู กลา่ วหากระทำผิดวนิ ยั อย่างร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชา ดำเนนิ การสัง่ การตามผลการสอบสวนโดยไมต่ ้องแต่งตง้ั คณะกรรมการสอบสวนหรือดำเนินการสอบสวนใหม่

- ๔๗ - แตท่ ั้งนี้ ต้องแจ้งขอ้ กล่าวหาและสรุปพยานหลกั ฐานทส่ี นับสนุนขอ้ กล่าวหาเท่าทม่ี ีให้ผู้ถูกกลา่ วหาทราบ โดยจะระบุหรือไมร่ ะบุพยานก็ได้ และต้องใหโ้ อกาสผถู้ ูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาไดด้ ้วย มาตรา ๑๑๒ หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และระยะเวลาเกย่ี วกับการสบื สวน การสอบสวน และการดำเนินการตามมาตรา ๑๐๙ มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑๙ วรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. ในการพิจารณาของผู้บงั คับบัญชาผมู้ ีอำนาจตามมาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๖ หรือมาตรา ๑๑๗ ให้พจิ ารณาสง่ั การใหแ้ ล้วเสร็จภายในหกสบิ วันนบั แต่วนั ได้รับสำนวนท่คี รบถ้วนสมบรู ณ์ เวน้ แต่มเี หตุ จำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้กใ็ ห้ขออนุมตั ติ อ่ ผูบ้ ังคับบญั ชาเหนอื ขนึ้ ไปตามมาตรา ๙๗ เพอ่ื ขยาย ระยะเวลาได้อีกไม่เกินสองครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกนิ สามสิบวนั ในการน้ี หากยังพิจารณา ไมแ่ ลว้ เสร็จ ใหผ้ ู้บงั คบั บัญชาเหนอื ขึน้ ไปนนั้ พจิ ารณาสงั่ การแทนภายในสามสบิ วนั นบั แต่วันครบกำหนด เวลาดังกล่าว พร้อมทั้งให้สัง่ ลงโทษทางวินยั แก่ผ้บู ังคบั บัญชาผู้น้ันโดยไม่ต้องดำเนินการสบื สวนหรือสอบสวน ในกรณีที่เป็นความผิดทปี่ รากฏชัดแจง้ ตามท่ีกำหนดในกฎ ก.ตร. จะดำเนนิ การทางวนิ ยั โดยไมต่ ้องสอบสวนก็ได้ ในระหวา่ งการสอบสวน จะนำเหตแุ หง่ การถกู สอบสวนมาเป็นข้ออา้ งในการดำเนนิ การใด ใหก้ ระทบตอ่ สิทธิของผู้ถกู สอบสวนไมไ่ ด้ เว้นแตผ่ ้บู งั คบั บัญชาจะสั่งพักราชการหรือสง่ั ให้ออกจากราชการ ไว้กอ่ นตามขอ้ เสนอแนะของคณะกรรมการสอบสวน มาตรา ๑๑๓ ในการดำเนนิ การทางวินยั แก่ขา้ ราชการตำรวจ หากเรอื่ งท่ขี ้าราชการตำรวจ ถกู กลา่ วหาเป็นเรือ่ งที่อยู่ในระหวา่ งการดำเนนิ การตามหน้าท่ีและอำนาจของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาตหิ รือคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตในภาครฐั อยู่ด้วย ก็ไม่เปน็ เหตุใหต้ ้องชะลอการดำเนนิ การทางวนิ ัย และใหผ้ ู้บงั คับบญั ชาดำเนินการทางวินัยและลงโทษ ทางวินัยต่อไปได้โดยไมต่ ้องรอผลการช้ีมลู ของคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ หรอื คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตในภาครฐั ในกรณที ี่ผบู้ ังคับบญั ชาได้รบั สำนวนการไตส่ วนของคณะกรรมการป้องกนั และปราบปราม การทุจรติ แห่งชาติหรือคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ ในภาครัฐวา่ กรณีมมี ูลความผดิ ทางวินัย ใหผ้ บู้ ังคบั บัญชาพจิ ารณาลงโทษทางวนิ ยั แกข่ ้าราชการตำรวจผนู้ ัน้ ตามทคี่ ณะกรรมการปอ้ งกัน และปราบปรามการทจุ ริตแหง่ ชาติหรอื คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครฐั ได้มีมติ โดยไม่ต้องต้งั คณะกรรมการสอบสวนทางวนิ ัย และหากการกระทำผิดวนิ ัยดงั กลา่ วเป็นกรณีท่ีมีการฟ้อง เป็นคดีอาญาด้วยในฐานความผิดเดียวกัน แลว้ ต่อมาศาลได้มคี ำพิพากษาถงึ ท่ีสุดวา่ การกระทำของจำเลย ไม่เปน็ ความผดิ อาญาหรือจำเลยมไิ ดก้ ระทำความผิด ให้ดำเนินการแต่งต้ังคณะกรรมการสอบสวนขึ้น เพอ่ื พิจารณาทบทวนการลงโทษทางวินัยที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยนำคำพพิ ากษาดังกล่าวมาประกอบ การพจิ ารณาดว้ ย หากผลการพิจารณาสอดคลอ้ งกบั ผลของคำพิพากษา ก็ใหแ้ ก้ไขคำสัง่ ให้ถกู ต้อง และมี คำสงั่ ให้รบั ข้าราชการตำรวจผนู้ ้ันกลับเขา้ รบั ราชการ แต่ถา้ ผูน้ นั้ พน้ จากราชการไปก่อนแล้ว กใ็ ห้เยยี วยา ชดเชยตามสมควรความเป็นธรรมแก่กรณี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook