รายงาน ของ คณะกรรมาธกิ ารพจิ ารณา ร่างรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี ..) พุทธศกั ราช .... (แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ มาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) รัฐสภา สำนักกรรมาธกิ าร ๒ สำนักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร
ที่ สผ ๐๐๑๘.๑๓/ (สำเนา) รัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสติ กทม. ๑๐๓๐๐ สงิ หาคม ๒๕๖๔ เรอื่ ง รา่ งรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ ..) พทุ ธศักราช .... (แกไ้ ขเพ่ิมเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) กราบเรียน ประธานรัฐสภา สิ่งที่สง่ มาดว้ ย รา่ งรัฐธรรมนูญดงั กล่าวข้างต้น พร้อมด้วยรายงานของคณะกรรมาธิการ จำนวน ๑ ชดุ ตามที่ที่ประชมุ รว่ มกนั ของรัฐสภาได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับคณะ เป็นผูเ้ สนอ) และตงั้ กรรมาธกิ ารขึ้นคณะหนึ่งเพ่อื พจิ ารณา ซ่งึ กรรมาธิการคณะนป้ี ระกอบด้วย ๑. นายกมลศกั ดิ์ ลีวาเมาะ ๒. ศาสตราจารย์พิเศษกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ ๓. นายกิตติ วะสีนนท์ ๔. นายคารม พลพรกลาง ๕. นายคำนูณ สทิ ธสิ มาน ๖. นายจเด็จ อนิ สวา่ ง ๗. นายจตพุ ร เจริญเช้ือ ๘. นายจกั รพันธ์ พรนิมิตร ๙. นายเจตน์ ศริ ธรานนท์ ๑๐. นายชลน่าน ศรแี ก้ว ๑๑. นายชัยชนะ เดชเดโช ๑๒. นายชินวรณ์ บณุ ยเกียรติ ๑๓. นายฐติ นิ ันท์ แสงนาค ๑๔. นายณฏั ฐ์ชนน ศรกี อ่ เกือ้ ๑๕. นายดเิ รกฤทธิ์ เจนครองธรรม ๑๖. นายถวิล เปลยี่ นศรี ๑๗. นายธีรัจชยั พนั ธมุ าศ ๑๘. นางสาวนภาพร เพ็ชรจ์ นิ ดา ๑๙. พลเอก นาวนิ ดำริกาญจน์ ๒๐. นายนิกร จำนง ๒๑. นายนิรมติ สุจารี ๒๒. นายบัญญตั ิ บรรทัดฐาน ๒๓. นายปดิพทั ธ์ สนั ตภิ าดา ๒๔. นายประสทิ ธิ์ ปทมุ ารักษ์ ๒๕. นายพรชยั ตระกลู วรานนท์ ๒๖. นางพรรณสิริ กลุ นาถศิริ ๒๗. พลเรอื เอก พัลลภ ตมิศานนท์ ๒๘. นายไพบลู ย์ นติ ติ ะวนั ๒๙. นายมหรรณพ เดชวทิ ักษ์ ๓๐. รองศาสตราจารย์รงค์ บญุ สวยขวัญ ๓๑. นายรังสมิ นั ต์ โรม ๓๒. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ๓๓. พลเอก วีรัณ ฉนั ทศาสตรโ์ กศล ๓๔. นายศรศี ักด์ิ วัฒนพรมงคล ๓๕. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓๖. นายสงวน พงษ์มณี ๓๗. นายสมคิด เชอื้ คง ๓๘. นายสมชาย แสวงการ ๓๙. นายสมบตั ิ ศรีสุรินทร์ ๔๐. นายสมศกั ดิ์ คุณเงนิ ๔๑. นายสทุ ิน คลังแสง ๔๒. นายสุภดชิ อากาศฤกษ์ ๔๓. นายสรุ สทิ ธิ์ นิธวิ ุฒวิ รรกั ษ์ ๔๔. นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ ๔๕. นายองอาจ วงษป์ ระยรู /บดั นี้ ...
-๒- บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาร่างรฐั ธรรมนูญดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมา เพอื่ ไดโ้ ปรดนำเสนอต่อทีป่ ระชมุ รัฐสภาพจิ ารณาตอ่ ไป ขอแสดงความนับถืออยา่ งยิง่ (ลงชอื่ ) ไพบลู ย์ นิตติ ะวัน (นายไพบูลย์ นติ ิตะวัน) ประธานคณะกรรมาธกิ าร พิจารณาร่างรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบบั ท่ี ..) พุทธศกั ราช .... (แก้ไขเพม่ิ เติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) สำนกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร สำนกั กรรมาธกิ าร ๒ โทรศพั ท์ ๐ ๒๒๔๒ ๕๙๐๐ ตอ่ ๖๓๑๐ สำเนาถูกต้อง (นางสาวกลั ยรัชต์ ขาวสำอางค์) ผู้อำนวยการสำนักกรรมาธกิ าร ๒ รัฐภมู ิ คำศรี/รา่ ง ตรีทิพยนภิ า ธานี/พิมพ์ จินดารักษ์ แสงกาญจนวนชิ /ตรวจ ตรวจทาน คร้ังท่ี ๑ อจั ฉรา สวนสมุทร, เผา่ พนั ธ์ุ นวลสง่ , สกนธ์ พรหมบุญตา ครงั้ ที่ ๒ รัฐภูมิ คำศร,ี เฉลมิ ศกั ด์ิ ใจชำนิ, นฤพนธ์ ธุลจี ันทร์ ครง้ั ที่ ๓ จินดารักษ์ แสงกาญจนวนิช
รายงานคณะกรรมาธิการ ตามท่ที ่ีประชมุ ร่วมกนั ของรฐั สภา คร้งั ที่ ๒ (สมยั สามัญประจำปคี รงั้ ท่หี นึ่ง) วนั พธุ ท่ี ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ และครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ และวันศุกร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับคณะ เปน็ ผเู้ สนอ) และต้ังกรรมาธกิ ารข้นึ คณะหน่งึ เพอื่ พจิ ารณา กำหนดการแปรญตั ติภายใน ๑๕ วนั น้ัน บัดน้ี คณะกรรมาธกิ ารไดด้ ำเนนิ การแลว้ ปรากฏผลดงั นี้ ๑. คณะกรรมาธกิ ารได้มีมตเิ ลอื กตงั้ (๑) นายไพบูลย์ นติ ติ ะวัน เป็นประธานคณะกรรมาธิการ (๒) นายมหรรณพ เดชวทิ กั ษ์ เปน็ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทหี่ นึ่ง (๓) นายสทุ นิ คลังแสง เป็นรองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี อง (๔) นายศุภชัย ใจสมทุ ร เปน็ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม (๕) นายสมชาย แสวงการ เปน็ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทส่ี ่ี (๖) นายชินวรณ์ บณุ ยเกียรติ เปน็ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทหี่ า้ (๗) นายธรี จั ชัย พันธุมาศ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่ีหก (๘) นายสุรสทิ ธ์ิ นธิ ิวฒุ ิวรรกั ษ์ เปน็ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทเ่ี จด็ (๙) นายวิรชั รัตนเศรษฐ เปน็ กรรมาธกิ ารและที่ปรึกษา (๑๐) นายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นกรรมาธิการและท่ีปรึกษา (๑๑) ศาสตราจารย์พิเศษกาญจนารัตน์ ลีวโิ รจน์ เป็นกรรมาธิการและที่ปรึกษา (๑๒) นายจเด็จ อินสวา่ ง เป็นกรรมาธกิ ารและที่ปรึกษา (๑๓) นายกติ ติ วะสนี นท์ เป็นกรรมาธกิ ารและที่ปรึกษา (๑๔) นางสวุ รรณี สิรเิ วชชะพนั ธ์ เป็นกรรมาธกิ ารและที่ปรึกษา (๑๕) นายเจตน์ ศิรธรานนท์ เป็นกรรมาธกิ ารและที่ปรึกษา (๑๖) นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ เป็นกรรมาธิการและทีป่ รึกษา (๑๗) นายชลน่าน ศรแี ก้ว เป็นกรรมาธิการและที่ปรึกษา (๑๘) นายรงั สิมันต์ โรม เป็นกรรมาธิการและทป่ี รึกษา (๑๙) นายดเิ รกฤทธ์ิ เจนครองธรรม เปน็ โฆษกคณะกรรมาธกิ าร (๒๐) นายชัยชนะ เดชเดโช เป็นโฆษกคณะกรรมาธกิ าร (๒๑) นายประสิทธ์ิ ปทุมารักษ์ เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (๒๒) นายณฏั ฐช์ นน ศรกี ่อเก้ือ เป็นโฆษกคณะกรรมาธกิ าร (๒๓) นายปดิพทั ธ์ สันตภิ าดา เปน็ โฆษกคณะกรรมาธิการ (๒๔) นายจตุพร เจริญเชอ้ื เปน็ โฆษกคณะกรรมาธิการ (๒๕) นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ เปน็ โฆษกคณะกรรมาธกิ าร (๒๖) นายนิกร จำนง เปน็ เลขานุการคณะกรรมาธกิ าร
(๒) (๒๗) นายจักรพนั ธ์ พรนิมิตร เปน็ ผูช้ ว่ ยเลขานุการคณะกรรมาธิการ คนทห่ี นึ่ง (๒๘) นายองอาจ วงษ์ประยรู เป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ คนทีส่ อง (๒๙) นายฐติ นิ นั ท์ แสงนาค เปน็ ผชู้ ่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ คนท่ีสาม (๓๐) นางสาวนภาพร เพช็ ร์จนิ ดา เป็นผชู้ ่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ คนทีส่ ี่ ๒. คณะกรรมาธิการได้มีมติตั้ง นายรัฐภูมิ คำศรี นิติกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงาน บริการเอกสารอ้างอิง สำนักกรรมาธิการ ๒ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ในคณะกรรมาธิการ ตามขอ้ บังคับการประชมุ รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๗๐ ๓. ผูซ้ ง่ึ คณะรัฐมนตรีได้แจง้ ขอใหม้ าชี้แจงแสดงความคิดเห็น คอื สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ (๑) นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกต้ัง (๒) นายวชิ าญ อนงค์ รองผู้อำนวยการสำนกั วจิ ยั และวิชาการ รกั ษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนกั บรหิ ารการเลือกต้ังและออกเสยี งประชามติ ๑ (๓) นางสธุ าทิพย์ ชคทานนท์ ผอู้ ำนวยการฝ่ายบรหิ ารการเลอื กต้งั และออกเสยี งประชามติ ๑ (๔) นายเมธา ไชยสขุ ัง พนกั งานการเลือกตัง้ ชำนาญการ ๔. ผ้ซู งึ่ คณะกรรมาธกิ ารได้เชิญมาชีแ้ จงแสดงความคิดเหน็ คอื สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎร (๑) นางสินี ส้มมี ผอู้ ำนวยการสำนักการประชุม (๒) นายอโณทัย รอดมุ้ย นติ ิกรเช่ยี วชาญ สำนกั กรรมาธกิ าร ๒ ๕. รา่ งรัฐธรรมนูญฉบับน้ี มีผเู้ สนอคำแปรญตั ติ จำนวน ๕๔ คน คอื (๑) นายกิตติศกั ดิ์ คณาสวสั ด์ิ (๒) ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม (๓) นายโกศล ปัทมะ (๔) นายขจิตร ชยั นิคม (๕) นายคำพอง เทพาคำ (๖) นายจาตุรงค์ เพ็งนรพฒั น์ (๗) นายจิรัฏฐ์ ทองสวุ รรณ์ (๘) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (๙) นายจุลพันธ์ อมรวิวฒั น์ (๑๐) นายฉลาด ขามช่วง (๑๑) นายเฉลิมชยั เฟื่องคอน (๑๒) นายชวลติ วิชยสทุ ธิ์
(๓) (๑๓) นายไชยวฒั นา ติณรตั น์ (๑๔) นายณฐั ชา บุญไชยอินสวสั ด์ิ (๑๕) นายณฐั พงษ์ เรอื งปญั ญาวฒุ ิ (๑๖) นายณฐั วฒุ ิ บวั ประทมุ (๑๗) นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ (๑๘) นายดะนยั มะหพิ นั ธ์ (๑๙) นายเท่าพภิ พ ล้มิ จติ รกร (๒๐) นายธนสั ถ์ ทวีเกือ้ กลู กิจ (๒๑) นายนพคุณ รัฐผไท (๒๒) นายนิคม บุญวเิ ศษ (๒๓) นายนยิ ม เวชกามา (๒๔) นายบุญฐนิ ประทุมลี (๒๕) นางสาวเบญจา แสงจนั ทร์ (๒๖) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง (๒๗) นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ (๒๘) นายปรญิ ญา ชว่ ยเกตุ คีรรี ัตน์ (๒๙) นายปรญิ ญา ฤกษห์ ร่าย (๓๐) นายไผ่ ลิกค์ (๓๑) นายไพจิต ศรีวรขาน (๓๒) นายภาคภูมิ บลู ย์ประมขุ (๓๓) นายมานพ คีรีภูวดล (๓๔) นางมกุ ดา พงษส์ มบตั ิ (๓๕) พลเอก เลศิ รตั น์ รตั นวานชิ (๓๖) นายวิรัช พันธมุ ะผล (๓๗) นายวริ ัตน์ วรศสิรนิ (๓๘) นายวิวฒั น์ชยั โหตระไวศยะ (๓๙) นายวสิ าร เตชะธรี าวฒั น์ (๔๐) นายศราวุธ เพชรพนมพร (๔๑) พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร (๔๒) นายสมชาย ฝัง่ ชลจติ ร (๔๓) นายสญั ญา นลิ สพุ รรณ (๔๔) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย (๔๕) นางสาวสุทธวรรณ สบุ รรณ ณ อยธุ ยา (๔๖) นายสุทศั น์ เงนิ หมน่ื (๔๗) นายสรุ ทนิ พิจารณ์ (๔๘) นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ (๔๙) นายเสรี สวุ รรณภานนท์
(๔) (๕๐) นายอนุชา น้อยวงศ์ (๕๑) นายอนรุ ักษ์ จรุ ีมาศ (๕๒) นายอรรถกร ศริ ลิ ทั ธยากร (๕๓) นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ (๕๔) นายเอกราช ชา่ งเหลา อนึ่ง คำแปรญัตติของนายวิรัช พันธุมะผล นายบุญฐิน ประทุมลี และนายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ถือวา่ ตกไปตามขอ้ บงั คับการประชุมรฐั สภา พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๗๒ ๖. ผลการพจิ ารณา ไม่มีการแกไ้ ข ชื่อรา่ งรัฐธรรมนญู คำปรารภ ไม่มกี ารแกไ้ ข มาตรา ๑ ไม่มกี ารแกไ้ ข มาตรา ๒ มกี ารแก้ไข มาตรา ๓ แกไ้ ขมาตรา ๘๓ มกี ารแกไ้ ข มกี รรมาธิการขอสงวนความเหน็ และผแู้ ปรญตั ติขอสงวนคำแปรญัตติ นายธรี จั ชัย พนั ธมุ าศ และนายรังสิมันต์ โรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไข เพม่ิ เตมิ ความในมาตรา ๓ เป็นดงั น้ี “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมา จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวนหน่ึงรอ้ ยคนดังนี้ (๑) สมาชิกซ่งึ มาจากการเลือกตง้ั แบบแบ่งเขตเลือกต้ังจำนวนสามรอ้ ยหา้ สิบคน (๒) สมาชิกแบบบัญชรี ายช่ือซ่งึ มาจากการเลือกตัง้ พรรคการเมืองจำนวนหน่งึ รอ้ ยห้าสบิ คน การเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้บัตรเลือกตงั้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลอื กตั้งหนึง่ ใบ และบตั รเลอื กตงั้ พรรคการเมืองหน่ึงใบ ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วย สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรเทา่ ที่มีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อย ห้าสบิ คน ใหส้ มาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่อื ประกอบด้วยสมาชกิ เท่าทม่ี ีอยู่””
(๕) นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติม ความในมาตรา ๓ เปน็ ดงั น้ี “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซ่ึงมา จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวนหน่งึ ร้อยคนดังน้ี (๑) สมาชกิ ซงึ่ มาจากการเลอื กตงั้ แบบแบ่งเขตเลือกต้ังจำนวนสามร้อยเจด็ สิบห้าคน (๒) สมาชิกแบบบญั ชรี ายชื่อซ่งึ มาจากการเลือกตั้งพรรคการเมืองจำนวนหน่ึงร้อยย่ีสบิ ห้าคน การเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้บัตรเลือกตง้ั สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลอื กตง้ั หนึ่งใบ และบตั รเลือกตง้ั พรรคการเมืองหน่งึ ใบ ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าท่มี อี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อย ยส่ี ิบห้าคน ใหส้ มาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชื่อประกอบดว้ ยสมาชิกเทา่ ท่มี ีอยู่”” นายไผ่ ลิกค์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายเอกราช ช่างเหลา นายสัญญา นิลสุพรรณ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติม ความในมาตรา ๓ เป็นดงั น้ี “มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๘๓ สภาผ้แู ทนราษฎรประกอบดว้ ยสมาชกิ จำนวนหา้ ร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมา จากการเลอื กตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้งั จำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซ่งึ มาจากการเลอื กตั้งแบบบญั ชรี ายชื่อ จำนวนหนึ่งร้อยคนดงั นี้ (๑) สมาชกิ ซึง่ มาจากการเลือกต้ังแบบแบง่ เขตเลือกต้ังจำนวนสีร่ ้อยคน (๒) สมาชิกซึง่ มาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองจำนวนหนง่ึ ร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้ บตั รเลอื กต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบละหนง่ึ ใบ ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเทา่ ทม่ี ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ให้สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายช่อื ประกอบด้วยสมาชิกเท่าทีม่ ีอยู่”” คณะกรรมาธิการไดช้ ้ีแจงแล้ว ผู้แปรญตั ติพอใจ
(๖) นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน และพลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความใน มาตรา ๓ เปน็ ดงั นี้ “มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชข้ ้อความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซง่ึ มาจากการเลือกตง้ั แบบแบ่งเขตเลือกต้ังจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชกิ ซ่งึ มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือ จำนวนหน่ึงรอ้ ยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้ บตั รเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบละหน่งึ ใบ ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเท่าทมี่ อี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชอ่ื ประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มอี ย”ู่ ” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ด้วย ผแู้ ปรญัตติขอสงวน นายสาทติ ย์ วงศห์ นองเตย และนายอนุชา น้อยวงศ์ ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความใน มาตรา ๓ เป็นดังน้ี “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชข้ ้อความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซงึ่ มาจากการเลือกตง้ั แบบแบ่งเขตเลือกต้ังจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชกิ ซงึ่ มาจากการเลือกต้งั แบบบัญชีรายชื่อ จำนวนหนึง่ ร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบละหน่ึงใบ ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรเทา่ ทม่ี ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ใหส้ มาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายชอ่ื ประกอบดว้ ยสมาชกิ เทา่ ที่มีอยู”่ ” คณะกรรมาธกิ ารได้ชี้แจงแล้ว ผูแ้ ปรญัตติพอใจ พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร ขอแปรญตั ติแกไ้ ขเพิม่ เติมความในมาตรา ๓ เปน็ ดังน้ี “มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
(๗) “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่สามร้อยเจ็ดสิบห้าคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบบญั ชรี ายช่ือจำนวนหนึง่ รอ้ ยยีส่ ิบหา้ คน ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิ ก สภาผแู้ ทนราษฎรเท่าทม่ี ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อย ย่สี บิ หา้ คน ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายชอ่ื ประกอบดว้ ยสมาชิกเท่าที่มอี ยู่”” คณะกรรมาธิการไม่เหน็ ดว้ ย ผแู้ ปรญัตตขิ อสงวน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ขอแปรญตั ติแกไ้ ขเพิม่ เติมความในมาตรา ๓ เป็นดังนี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกที่ประชาชนเลือกตั้งจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกต้ัง แบบบัญชรี ายชือ่ จำนวนหนึง่ ร้อยคน ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรเท่าท่ีมอี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ให้สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายช่อื ประกอบด้วยสมาชกิ เท่าทม่ี อี ยู”่ ” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นด้วย ผูแ้ ปรญัตติขอสงวน นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธ์ิ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ นายไพจิต ศรีวรขาน นายณัฐวุฒิ ประเสรฐิ สวุ รรณ และนายอนรุ กั ษ์ จรุ มี าศ ขอแปรญัตตแิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ความในมาตรา ๓ เปน็ ดงั นี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมา จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวนหนึง่ ร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยเสรี โดยตรง และลับ โดยใหใ้ ช้บัตรเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบละหนึ่งใบ
(๘) ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเทา่ ทม่ี อี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ใหส้ มาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบบญั ชีรายช่ือประกอบด้วยสมาชิกเทา่ ทีม่ ีอยู่”” คณะกรรมาธิการไดช้ ี้แจงแล้ว ผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายนิยม เวชกามา ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓ เป็นดงั น้ี “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่สามร้อยห้าสิบคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกต้ัง แบบบญั ชรี ายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยห้าสิบคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยเสรี โดยตรง และลับ โดยใหใ้ ช้บตั รเลือกตงั้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบละหน่ึงใบ ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผูแ้ ทนราษฎรเท่าทม่ี ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อย หา้ สิบคน ให้สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่อื ประกอบดว้ ยสมาชิกเท่าที่มีอยู่”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ ห็นดว้ ย ผู้แปรญตั ติขอสงวน นายสรุ ทิน พิจารณ์ ขอแปรญัตติแกไ้ ขเพ่มิ เติมความในมาตรา ๓ เปน็ ดังนี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่สามร้อยเจ็ดสิบห้าคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกต้ัง แบบบัญชีรายชือ่ จำนวนหนงึ่ ร้อยยส่ี บิ หา้ คน ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรเทา่ ทมี่ ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อย ย่ีสิบหา้ คน ให้สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายชอื่ ประกอบด้วยสมาชกิ เท่าทม่ี อี ยู่”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ หน็ ด้วย ผแู้ ปรญตั ติขอสงวน
(๙) นายสุทัศน์ เงินหมื่น และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความใน มาตรา ๓ เป็นดงั นี้ “มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซงึ่ มาจากการเลือกตั้งแบบแบง่ เขตเลือกตง้ั จำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึง่ มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือ จำนวนหนึง่ รอ้ ยคน ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผ้แู ทนราษฎรเทา่ ทม่ี ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ให้สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบบญั ชีรายชื่อประกอบดว้ ยสมาชกิ เทา่ ทม่ี ีอยู่ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้ บัตรเลือกตงั้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบละหน่งึ ใบ”” คณะกรรมาธิการได้ชีแ้ จงแลว้ ผู้แปรญัตติพอใจ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสด์ิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นายสมชาย ฝั่งชลจิตร นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายมานพ คีรีภูวดล นายคำพอง เทพาคำ และนายวิรตั น์ วรศสิรนิ ขอแปรญัตติแกไ้ ขเพิม่ เติมความในมาตรา ๓ เป็นดังนี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซง่ึ มา จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวนหนึง่ รอ้ ยคนดังนี้ (๑) สมาชกิ ซ่งึ มาจากการเลอื กตง้ั แบบแบ่งเขตเลือกตัง้ จำนวนสามรอ้ ยหา้ สบิ คน (๒) สมาชกิ แบบบัญชรี ายชื่อซง่ึ มาจากการเลือกตั้งพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งรอ้ ยหา้ สบิ คน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลอื กตัง้ หนงึ่ ใบ และบัตรเลือกตัง้ พรรคการเมอื งหนง่ึ ใบ ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเทา่ ท่มี อี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อย ห้าสิบคน ใหส้ มาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายช่อื ประกอบดว้ ยสมาชิกเท่าทม่ี ีอยู่”” คณะกรรมาธิการไม่เหน็ ดว้ ย ผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวน
(๑๐) นายนิคม บุญวิเศษ ขอแปรญตั ตแิ กไ้ ขเพ่ิมเตมิ ความในมาตรา ๓ เป็นดังน้ี “มาตรา ๓ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชข้ ้อความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวนหนงึ่ รอ้ ยคน ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเทา่ ทม่ี ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ให้สมาชิกที่ได้คะแนนมากที่สุดลำดับถัดไป ตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เป็นสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่อื ประกอบดว้ ยสมาชิกเทา่ ท่ีมอี ยู่ใหค้ รบหน่ึงร้อยคน”” คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผแู้ ปรญัตตขิ อสงวน ศาสตราจารยโ์ กวิทย์ พวงงาม ขอแปรญัตติแกไ้ ขเพ่มิ เติมความในมาตรา ๓ เป็นดังนี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใชข้ ้อความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่สามร้อยห้าสิบคน และสมาชิกซ่ึงมาจากการเลือกต้ัง แบบบญั ชรี ายช่อื จำนวนหน่ึงร้อยห้าสบิ คน ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเท่าทีม่ อี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อย ห้าสิบคน ใหส้ มาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่อื ประกอบดว้ ยสมาชิกเท่าทม่ี ีอยู่”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ ห็นดว้ ย ผู้แปรญตั ติขอสงวน มาตรา ๓/๑ แก้ไขมาตรา ๘๕ คณะกรรมาธิการเพม่ิ ขน้ึ ใหม่ มกี รรมาธิการขอสงวนความเหน็ และผ้แู ปรญตั ตขิ อสงวนคำแปรญัตติ นายศุภชัย ใจสมุทร นายธีรัจชัย พันธุมาศ นายเจตน์ ศิรธรานนท์ นายรังสิมันต์ โรม และนายคำนูณ สทิ ธสิ มาน (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้ตดั มาตรา ๓/๑ ออกทั้งมาตรา นายไผ่ ลิกค์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายเอกราช ช่างเหลา นายสัญญา นิลสุพรรณ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข นายอนุชา น้อยวงศ์ นายสทุ ัศน์ เงนิ หมื่น และนายจุรินทร์ ลักษณวศิ ิษฏ์ ขอแปรญตั ติเพม่ิ ความเปน็ มาตรา ๓/๑ ดังน้ี
(๑๑) “มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง โดยให้ แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลย กไ็ ด้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด เปน็ ผไู้ ดร้ บั เลอื กต้งั หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตาม พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการเลือกต้งั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุ อันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของ เขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกต้ัง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการกระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไม่วา่ จะไดป้ ระกาศผลการเลอื กตง้ั แลว้ หรอื ไม่กต็ าม”” คณะกรรมาธกิ ารได้ช้แี จงแลว้ ผแู้ ปรญัตติพอใจ นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน และพลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็น มาตรา ๓/๑ ดงั น้ี “มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๕ การเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลอื กตัง้ ใหแ้ ตล่ ะเขตเลือกตั้ง มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละ หนง่ึ คะแนน โดยจะลงคะแนนเลอื กผู้สมัครรับเลอื กตัง้ ผใู้ ดหรอื จะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยกไ็ ด้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด เป็นผู้ได้รบั เลอื กตั้ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้สมัคร รบั เลอื กตัง้ ตอ้ งยนื่ หลักฐานแสดงการเสยี ภาษเี งนิ ได้ประกอบการสมคั รรับเลือกต้งั ดว้ ยก็ได้ ใหค้ ณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกต้งั เม่ือตรวจสอบเบ้ืองตน้ แลว้ มเี หตุอันควร เชอื่ ว่าผลการเลอื กต้ังเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมจี ำนวนไม่น้อยกวา่ ร้อยละเก้าสิบหา้ ของเขตเลือกตั้ง ทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
(๑๒) แต่ตอ้ งไมช่ ้ากวา่ สามสบิ วนั นับแต่วันเลอื กตงั้ ทั้งน้ี การประกาศผลดังกล่าวไม่เปน็ การตัดหน้าท่ีและอำนาจของ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำ การทุจริตในการเลือกต้ัง หรือการเลือกต้ังไมเ่ ป็นไปโดยสจุ รติ หรือเที่ยงธรรมไมว่ ่าจะได้ประกาศผลการเลือกตั้ง แลว้ หรอื ไมก่ ต็ าม”” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นด้วย ผู้แปรญตั ติขอสงวน พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร ขอแปรญัตติเพ่ิมความเปน็ มาตรา ๓/๑ ดังนี้ “มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้ แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลย กไ็ ด้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนเสียงเกินร้อยละห้าสิบขึ้นไปถือว่าเป็นผู้ได้รับการเลือกต้ัง แต่ถ้าเขตเลือกตั้งใดไม่มีผู้สมัครได้คะแนนเสียงเกินกว่าร้อยละห้าสิบ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนเสียง เป็นอันดับที่หนึ่งและอันดับที่สองมีสิทธิเข้าไปเลือกตั้งในรอบที่สอง และให้ผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด และมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ทั้งนี้ ให้นำคะแนนผลจากการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งแรกมาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตอ่ ไป พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ใหถ้ อื ว่าไมม่ ผี ู้ใดในบญั ชรี ายช่อื ของพรรคการเมอื งน้ันได้รับการเลอื กตง้ั และมิให้นำคะแนนเสียงดังกลา่ วมารวม คำนวณเพือ่ หาสดั ส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชื่อ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ผู้สมัคร รับเลอื กตงั้ ยืน่ หลักฐานแสดงการเสยี ภาษเี งินไดป้ ระกอบการเลือกตงั้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้า ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสี่สิบห้าวันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการกระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมว่ า่ จะไดป้ ระกาศผลการเลือกตง้ั แล้วหรือไม่ก็ตาม”” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นด้วย ผแู้ ปรญัตติขอสงวน
(๑๓) นายเสรี สุวรรณภานนท์ ขอแปรญัตติเพิ่มความเปน็ มาตรา ๓/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธี ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลบั ให้แต่ละจังหวัดแบ่งเขตเลือกต้ัง โดยแตล่ ะเขตเลือกต้ังมีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้ไม่เกินสามคน ตามอัตราส่วนของจำนวนราษฎรหนึ่งแสนหกหมื่นคนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนหนึ่งคน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนน เลือกผู้สมคั รรับเลอื กตง้ั ผ้ใู ดหรอื จะลงคะแนนไม่เลอื กผใู้ ดเลยก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้คะแนนสูงสุดและผู้ได้รับคะแนนเป็นลำดับรองลงมารวมแล้ว ไม่เกินจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในแต่ละเขต และมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด เป็นผ้ไู ดร้ บั เลอื กต้งั หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การจัดอัตราส่วนของจำนวนราษฎร ในเขตเลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วย การเลอื กตั้งสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุ อันสมควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเปน็ ไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละเก้าสิบหา้ ของ เขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกต้ัง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าหกสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าทีแ่ ละอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งทีจ่ ะต้องดำเนินการสบื สวน ไตส่ วน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อนั ควรสงสยั ว่ามีการกระทำทุจริตในการเลือกตั้ง หรอื การเลอื กต้งั ไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ยี งธรรมไม่ว่าจะได้ ประกาศผลการเลือกตั้งแล้วหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหกเดือนนับแต่วันที่ได้ ประกาศผลการเลอื กตั้งไปแลว้ ”” คณะกรรมาธิการไม่เหน็ ด้วย ผแู้ ปรญัตติขอสงวน นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ และนายไพจิต ศรีวรขาน ขอแปรญัตติ เพิม่ ความเปน็ มาตรา ๓/๑ ดังน้ี “มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใช้ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้แต่ละ เขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธเิ ลอื กตั้งมสี ิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกต้ัง ไดค้ นละหน่งึ คะแนน โดยจะลงคะแนนเลอื กผ้สู มัครรบั เลอื กตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไมเ่ ลอื กผู้ใดเลยกไ็ ด้
(๑๔) ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด เป็นผู้ได้รับเลือกต้ัง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้สมัคร รบั เลอื กต้งั ต้องย่ืนหลักฐานแสดงการเสยี ภาษีเงินไดป้ ระกอบการสมัครรับเลอื กต้งั ด้วยก็ได้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้า ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้น และประกาศผลการเลือกต้ัง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการกระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมว่ ่าจะไดป้ ระกาศผลการเลือกตั้งแล้วหรอื ไม่ก็ตาม”” คณะกรรมาธิการไม่เห็นดว้ ย ผู้แปรญัตตขิ อสงวน นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็นมาตรา ๓/๑ ดังนี้ “มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๕ การเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้งั ให้แต่ละเขตเลอื กต้ัง มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้ คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด และมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือก ผูส้ มคั รใดเปน็ ผู้ไดร้ ับเลือกตง้ั หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่กฎหมายดังกล่าวมีการบัญญัตใิ ห้มีการระงบั สิทธิการสมัครรับเลือกเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลอื กตั้ง หรือให้มีการเพิกถอนสิทธิเลือกตง้ั หรอื การสั่งให้มีการเลอื กตัง้ ใหม่ภายหลงั ลงคะแนนเลือกต้งั ให้อำนาจในการมีคำสง่ั ดังกลา่ วเปน็ ของศาลยุติธรรม เวน้ แต่เปน็ การเลือกตั้งใหม่ตามมาตรา ๙๒ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุ อันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมและมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของ เขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งนี้ การประกาศผลการเลือกตั้งดังกล่าว ไม่เป็นการตดั หนา้ ทีแ่ ละอำนาจของคณะกรรมการการเลอื กตั้งท่จี ะดำเนินการสืบสวน ไต่สวนหรือวนิ จิ ฉยั กรณี
(๑๕) มีเหตุและพยานหลักฐานว่ามีการกระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือ เที่ยงธรรม ไมว่ ่าจะได้ประกาศผลเลือกต้ังแลว้ หรอื ไมก่ ต็ าม”” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นดว้ ย ผแู้ ปรญัตติขอสงวน นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม และนายวิรัตน์ วรศสิริน ขอแปรญัตติ เพิ่มความเป็นมาตรา ๓/๑ ดังน้ี “มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๘๕ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียง ลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละหนึ่งคน และผู้มี สิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผ้ใู ด หรือจะลงคะแนนไมเ่ ลอื กผูใ้ ดเลยกไ็ ด้ ให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้สมัครใด เปน็ ผไู้ ดร้ บั เลอื กตัง้ หลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่น ทเี่ กี่ยวขอ้ งใหเ้ ป็นไปตามพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุ อันควรเช่ือวา่ ผลการเลือกต้ังเป็นไปโดยสุจริตและเทย่ี งธรรม และมีจำนวนไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละเก้าสิบห้าของเขต เลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ โดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งนี้ การประกาศผลการเลือกตั้งดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัย กรณีมีเหตุ และพยานหลักฐานว่ามกี ารกระทำการทจุ ริตในการเลือกตง้ั หรือการเลอื กตั้งไม่เปน็ ไปโดยสจุ รติ หรือเท่ียงธรรม ไมว่ า่ จะได้ประกาศผลการเลอื กตั้งแล้วหรือไมก่ ็ตาม”” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ดว้ ย ผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวน นายสาทติ ย์ วงศ์หนองเตย ขอแปรญัตตเิ พ่มิ ความเป็นมาตรา ๓/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้ แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลย กไ็ ด้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่ เลือกผู้ใด เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ
(๑๖) คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุ อันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของ เขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผล การเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการกระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมว่ ่าจะไดป้ ระกาศผลการเลอื กต้งั แลว้ หรือไมก่ ต็ าม”” คณะกรรมาธิการได้ช้แี จงแลว้ ผู้แปรญตั ติพอใจ มาตรา ๓/๒ แกไ้ ขมาตรา ๘๖ คณะกรรมาธิการเพิม่ ขน้ึ ใหม่ มกี รรมาธกิ ารขอสงวนความเหน็ และผ้แู ปรญัตติขอสงวนคำแปรญตั ติ นายศุภชัย ใจสมุทร นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายรังสิมันต์ โรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้ตัดมาตรา ๓/๒ ออกทง้ั มาตรา นายชลน่าน ศรีแก้ว (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้เพิ่มความเป็นมาตรา ๓/๓ ดงั น้ี “มาตรา ๓/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใช้ความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๐ การเลือกตงั้ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชือ่ ให้ผู้มสี ิทธเิ ลอื กต้งั มีสทิ ธิ ออกเสยี งลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อผูส้ มัครรบั เลือกตั้งท่พี รรคการเมืองจดั ทำขึน้ โดยให้ผมู้ ีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิ ออกเสียงลงคะแนนเลือกบญั ชีรายชอ่ื ใดบัญชีรายชื่อหนงึ่ เพยี งบัญชีเดยี ว และให้ถือเขตประเทศเปน็ เขตเลอื กตัง้ บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้พรรคการเมืองจัดทำขึ้นพรรคการเมืองละ หนึ่งบัญชีไม่เกินบัญชีละหนึ่งร้อยคน และให้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกต้ัง สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตั้ง การจัดทำบัญชีรายชื่อตามวรรคสอง ต้องให้สมาชิกของพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการ พิจารณาด้วย โดยต้องคำนึงถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ และความเท่าเทียมกันระหว่างชาย และหญิง”” นายไผ่ ลิกค์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายเอกราช ช่างเหลา นายสัญญา นิลสุพรรณ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข และนายอนุชา น้อยวงศ์ ขอแปรญัตติเพมิ่ ความเป็นมาตรา ๓/๒ และมาตรา ๓/๓ ดังน้ี “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้แี ทน
(๑๗) “มาตรา ๘๖ การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรที่แตล่ ะจังหวัดจะพึงมีและการแบ่ง เขตเลอื กตง้ั ให้ดำเนินการตามวิธกี าร ดงั ต่อไปน้ี (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวน ราษฎรตอ่ สมาชิกหนง่ึ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผูแ้ ทนราษฎรในจงั หวดั น้ันได้หนงึ่ คน โดยให้ถือเขตจงั หวัดเป็นเขตเลอื กตั้ง (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจงั หวดั นั้นเพม่ิ ขนึ้ อีกหน่งึ คนทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนงึ่ คน (๔) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดน้ันมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน ส่รี ้อยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจัง หวัด ออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ให้ติดต่อกนั และต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแตล่ ะเขตใกล้เคียงกนั ” มาตรา ๓/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๙๐ พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้วไม่น้อยกว่า หนง่ึ ร้อยเขตเลือกตงั้ ให้มสี ิทธิส่งผู้สมคั รรับเลือกตัง้ แบบบญั ชรี ายช่ือได้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียง ลงคะแนนเลือกบัญชีรายช่ือผูส้ มัครรบั เลือกตั้งที่พรรคการเมืองจดั ทำขึน้ โดยให้ผ้มู สี ิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียง ลงคะแนนเลือกบัญชรี ายชอ่ื ใดบัญชรี ายช่ือหนงึ่ เพียงบัญชีเดียว และให้ถอื เขตประเทศเปน็ เขตเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามวรรคสอง ให้พรรคการเมืองจัดทำขึ้นพรรคการเมืองละ หนึ่งบัญชี ไม่เกินบัญชลี ะหน่ึงร้อยคน และให้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งกอ่ นปิดการรับสมคั รรับเลอื กตั้ง สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลือกต้ัง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองใดที่ได้ยื่นไว้แล้ว ถ้าปรากฏว่าก่อนหรือ ในวันเลือกตั้งมีเหตุไม่ว่าด้วยประการใดที่มีผลทำให้บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นมีจำนวนผู้สมัคร รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่ครบตามจำนวนที่พรรคการเมืองนั้นได้ยื่นไว้ ให้ถือว่าบัญชีรายชื่อของ พรรคการเมืองนั้นมีจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่และในกรณีนี้ให้ถือว่า สภาผู้แทนราษฎรประกอบดว้ ยสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรเท่าทม่ี ีอยู่ การจัดทำบัญชีผู้รับสมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองสำหรับการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยจัดทำรายชื่อเรียงตามลำดับหมายเลข รายชื่อในบัญชีต้องไม่ซ้ำกับ บัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองอื่นจัดทำขึ้น และไม่ซ้ำกับรายชื่อของผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ตามมาตรา ๘๗”” คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงแลว้ ผแู้ ปรญัตติพอใจ
(๑๘) นายสุทศั น์ เงนิ หมืน่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอแปรญัตติ เพม่ิ ความเป็นมาตรา ๓/๒ ดงั นี้ “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๘๖ การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรท่ีแตล่ ะจังหวัดจะพึงมแี ละการแบ่ง เขตเลอื กตง้ั ให้ดำเนนิ การตามวธิ ีการ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวน ราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนัน้ ไดห้ นง่ึ คน โดยให้ถอื เขตจังหวดั เป็นเขตเลือกตั้ง (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจงั หวดั นั้นเพ่ิมขึน้ อีกหนึง่ คนทุกจำนวนราษฎรทถี่ ึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชกิ หน่ึงคน (๔) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน สร่ี อ้ ยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ให้ติดตอ่ กนั และต้องจดั ใหม้ จี ำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคยี งกนั ”” คณะกรรมาธิการไดช้ แี้ จงแลว้ ผแู้ ปรญัตติพอใจ นายเฉลิมชัย เฟอ่ื งคอน ขอแปรญตั ติเพม่ิ ความเป็นมาตรา ๓/๒ และมาตรา ๓/๓ ดงั นี้ “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๘๖ การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรท่ีแตล่ ะจังหวัดจะพึงมแี ละการแบ่ง เขตเลอื กตง้ั ให้ดำเนนิ การตามวิธกี าร ดังนี้ (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้งเฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวน ราษฎรตอ่ สมาชิกหน่งึ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนัน้ ไดห้ น่ึงคน โดยใหถ้ ือเขตจังหวดั เป็นเขตเลือกตง้ั (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจงั หวัดนั้นเพม่ิ ขึ้นอีกหนงึ่ คนทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑจ์ ำนวนราษฎรต่อสมาชกิ หนึง่ คน
(๑๙) (๔) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน สร่ี ้อยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ใหต้ ดิ ต่อกนั และตอ้ งจัดให้มจี ำนวนราษฎรในแตล่ ะเขตใกลเ้ คียงกัน” มาตรา ๓/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๙๐ พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว ให้มีสิทธิ ส่งผูส้ มัครรบั เลือกตงั้ แบบบัญชีรายชือ่ ได้ การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อให้พรรคการเมืองจัดทำบัญชีรายชื่อพรรคละ หน่ึงบัญชี ไม่เกนิ บญั ชีละหน่งึ ร้อยคน โดยผู้สมคั รรบั เลือกต้งั ของแต่ละพรรคการเมืองต้องไม่ซ้ำกันและไม่ซ้ำกับ รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกต้ัง กอ่ นปดิ การรบั สมัครรับเลือกตง้ั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลือกตงั้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียง ลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พรรคการเมืองได้จัดทำขึ้น โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิ ออกเสยี งลงคะแนนเลอื กบัญชีรายชอื่ ใดบัญชีรายชือ่ หนงึ่ เพยี งบัญชีเดียว และให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตง้ั บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองใดที่ได้ยื่นไว้แล้วถ้าปรากฏว่าก่อนหรือ ในวันเลือกตั้งมีเหตุไม่ว่าด้วยประการใดที่มีผลทำให้บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นมีจำนวนผู้สมัคร รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่ครบตามจำนวนที่พรรคการเมืองนั้นได้ยื่นไว้ ให้ถือว่าบัญชีรายชื่อของ พรรคการเมืองนั้นมีจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่และในกรณีนี้ให้ถือว่า สภาผู้แทนราษฎรประกอบสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรเทา่ ทม่ี ีอย”ู่ ” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นด้วย ผ้แู ปรญัตติขอสงวน พลเอก เลศิ รัตน์ รตั นวานชิ ขอแปรญัตติเพิม่ ความเป็นมาตรา ๓/๒ และมาตรา ๓/๓ ดังนี้ “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๖ การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรท่ีแต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่ง เขตเลือกตง้ั ใหด้ ำเนนิ การตามวิธกี าร ดังนี้ (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้งเฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวน ราษฎรตอ่ สมาชิกหนงึ่ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผ้แู ทนราษฎรในจงั หวัดนนั้ ไดห้ นงึ่ คน โดยให้ถือเขตจงั หวดั เป็นเขตเลอื กตัง้
(๒๐) (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวัดนั้นเพม่ิ ขน้ึ อีกหน่งึ คนทกุ จำนวนราษฎรท่ถี งึ เกณฑจ์ ำนวนราษฎรต่อสมาชกิ หนึง่ คน (๔) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน สรี่ อ้ ยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ใหต้ ดิ ตอ่ กนั และต้องจดั ให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกลเ้ คียงกัน” มาตรา ๓/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๐ พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว ให้มีสิทธิ สง่ ผู้สมคั รรบั เลือกตัง้ แบบบญั ชีรายชื่อได้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียง ลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พรรคการเมืองได้จัดทำขึ้น โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิ ออกเสยี งลงคะแนนเลือกบัญชรี ายชอื่ ใดบัญชีรายชือ่ หนึ่งเพียงบญั ชเี ดียว และให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลอื กตง้ั การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อให้พรรคการเมืองจัดทำบัญชีรายชื่อพรรคละ หน่ึงบญั ชี ไม่เกนิ บัญชลี ะหนงึ่ ร้อยคน โดยผ้สู มคั รรับเลอื กต้งั ของแตล่ ะพรรคการเมืองต้องไม่ซำ้ กันและไม่ซ้ำกับ รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกต้ัง ก่อนปดิ การรบั สมคั รรับเลอื กตั้งสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตงั้ บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองใดที่ได้ยื่นไว้แล้ว ถ้าปรากฏว่าก่อนหรือ ในวันเลือกตั้งมีเหตุไม่ว่าด้วยประการใดที่มีผลทำให้บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นมีจำนวน ผู้สมัคร รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่ครบตามจำนวนที่พรรคการเมืองนั้นได้ยื่นไว้ ให้ถือว่าบัญชีรายชื่อของ พรรคการเมืองนั้นมีจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่และในกรณีนี้ให้ถือว่า สภาผแู้ ทนราษฎรประกอบดว้ ยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าท่มี ีอยู่”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ หน็ ด้วย ผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวน พลตำรวจโท ศานติ ย์ มหถาวร ขอแปรญตั ติเพม่ิ ความเป็นมาตรา ๓/๒ ดงั น้ี “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๖ การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรที่แตล่ ะจังหวัดจะพงึ มีและการแบ่ง เขตเลือกตั้ง ให้ดำเนินการตามวิธีการ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๒๑) (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกต้ัง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามร้อยเจด็ สิบหา้ คน จำนวนที่ได้รับให้ถือวา่ เป็นจำนวนราษฎรตอ่ สมาชกิ หนงึ่ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรในจงั หวัดนนั้ ได้หนง่ึ คน โดยให้ถอื เขตจังหวัดเปน็ เขตเลือกต้งั (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจงั หวดั นนั้ เพิม่ ขน้ึ อีกหนง่ึ คนทกุ จำนวนราษฎรทีถ่ งึ เกณฑจ์ ำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน (๔) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสามร้อยเจ็ดสิบห้าคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณ ตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบ จำนวนสามร้อยเจ็ดสบิ หา้ คน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ใหต้ ิดตอ่ กันและตอ้ งจดั ให้มจี ำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เห็นด้วย ผูแ้ ปรญัตตขิ อสงวน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็นมาตรา ๓/๒ มาตรา ๓/๓ และมาตรา ๓/๔ ดังนี้ “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๖ การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีแตล่ ะจังหวัดจะพงึ มแี ละการแบ่ง เขตเลอื กตงั้ ใหด้ ำเนนิ การตามวธิ กี าร ดงั ต่อไปน้ี (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวน ราษฎรต่อสมาชกิ หนึ่งคน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในเขตเลอื กตั้งนัน้ ไดห้ น่งึ คน โดยให้ถือเขตจงั หวดั เป็นเขตเลือกตงั้ (๓) เขตเลือกตง้ั ใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชกิ หน่ึงคน ใหม้ ีสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร ในเขตเลือกตั้งนั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรหนึ่งแสนหกหมื่นคนต่อสมาชิก หนึ่งคน โดยให้เขตการเลือกตั้งนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคนตามเกณฑ์จำนวนราษฎร หน่งึ แสนหกหมนื่ คนตอ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนงึ่ คนดังกลา่ ว (๔) เม่ือไดจ้ ำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรของแตล่ ะจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถา้ จำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน เขตเลือกตั้งใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (๓) มากที่สุด ให้เขตเลือกตง้ั ท่ยี งั ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสามคนให้มสี มาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพ่ิมข้นึ อีกหน่ึงคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวิธีการดังกล่าวแก่เขตการเลือกตั้งที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้น ในลำดับรองลงมาในเขตการเลอื กตง้ั ทีย่ งั ไม่ครบจำนวนสามคนตามลำดับจนครบจำนวนสี่ร้อยคน
(๒๒) (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งกำหนดการแบ่งเขตการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด ตาม (๑) (๒) (๓) (๔) ข้างต้น ตามลำดับ ตามจำนวนราษฎร ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งเทา่ จำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรที่พึงมี โดยต้อง แบง่ พืน้ ทข่ี องเขตเลอื กต้งั แต่ละเขตใหต้ ดิ ต่อกันและต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคยี งกนั ” มาตรา ๓/๓ ให้เพิ่มความเป็นมาตรา ๘๘/๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ดังน้ี “มาตรา ๘๘/๑ ในการเลอื กตั้งทว่ั ไป ใหผ้ ู้มสี ิทธิเลอื กต้ังมีสทิ ธิออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชี รายช่อื ผู้สมคั รรับเลือกต้ังทพ่ี รรคการเมืองจดั ทำข้ึนเพยี งบัญชเี ดียว และมีสทิ ธิออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัคร รบั เลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลอื กตัง้ ในเขตเลอื กตงั้ นน้ั ได้หนึ่งคน ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการ เลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งซึ่งว่างลง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกต้ังผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ ในเขตเลอื กต้งั นน้ั ได้หนึง่ คน ในแต่ละเขตเลือกตั้ง ให้ดำเนินการนับคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งรวมกันและประกาศผล การนับคะแนนโดยเปิดเผย ทั้งนี้ ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งแต่เพียงแห่งเดียวในเขตเลือกตั้งนั้นตามท่ี คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด เว้นแต่ เป็นกรณีที่มีความจำเป็นเฉพาะท้องที่ คณะกรรมการการเลือกต้ัง จะกำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร การนับคะแนนและการประกาศคะแนนที่บัญชีรายชื่อแต่ละบัญชีได้รับในแต่ละเขตเลือกตั้ง ใหน้ ำความในวรรคสามมาใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม” มาตรา ๓/๔ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๙๐ การเลือกตงั้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายชือ่ ให้ผู้มีสิทธเิ ลือกตงั้ มีสิทธิ ออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้น โดยให้เลือกบัญชีรายชื่อใด บญั ชรี ายชอื่ หน่ึงเพยี งบญั ชีเดียว และให้ถือเขตประเทศเปน็ เขตเลอื กตั้ง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้พรรคการเมืองจัดทำขึ้นพรรคการเมืองละ หนึ่งบัญชีไม่เกินบัญชีละหนึ่งร้อยคน และให้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนวันเปิดสมัครรับเลือกต้ัง สมาชิกซ่งึ มาจากการเลือกตงั้ แบบแบง่ เขตเลือกตั้ง รายช่อื ของบุคคลในบญั ชรี ายชอ่ื ตามวรรคหนงึ่ จะตอ้ ง (๑) ประกอบดว้ ยรายชอ่ื ผูส้ มคั รรับเลือกต้งั จากภูมิภาคต่าง ๆ อยา่ งเปน็ ธรรม (๒) ไม่ซ้ำกับรายชื่อในบัญชีที่พรรคการเมืองอื่นจัดทำขึ้น และไม่ซ้ำกับรายชื่อของผู้สมัคร รับเลอื กตงั้ แบบแบง่ เขตเลือกตง้ั ตามมาตรา ๘๗ และ (๓) จดั ทำรายช่ือเรยี งตามลำดบั หมายเลข”” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นดว้ ย ผ้แู ปรญัตตขิ อสงวน
(๒๓) นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธ์ิ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ และนายไพจิต ศรีวรขาน ขอแปรญัตติ เพิ่มความเปน็ มาตรา ๓/๒ และมาตรา ๓/๓ ดังนี้ “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใชค้ วามตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๘๖ การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรท่ีแต่ละจังหวัดจะพึงมแี ละการแบ่ง เขตเลือกตัง้ ใหด้ ำเนินการตามวิธีการ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวน ราษฎรตอ่ สมาชิกหน่งึ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มี สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรในจงั หวัดน้ันได้หนง่ึ คน โดยให้ถอื เขตจังหวดั เป็นเขตเลอื กต้ัง (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวัดนัน้ เพิม่ ข้ึนอีกหน่งึ คนทุกจำนวนราษฎรทถี่ งึ เกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชกิ หนงึ่ คน (๔) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน สรี่ อ้ ยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ใหเ้ ปน็ ธรรม โดยมีพน้ื ท่ตี ิดต่อกันและต้องจัดให้มจี ำนวนราษฎรในแตล่ ะเขตใกล้เคยี งกัน” มาตรา ๓/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๙๐ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกเสยี งลงคะแนนเลือกบัญชรี ายชื่อผสู้ มัครรับเลือกต้ังท่ีพรรคการเมืองไดจ้ ัดทำขึ้นเพยี งบัญชีเดียว และให้ถือ เขตประเทศเป็นเขตเลอื กตัง้ บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้พรรคการเมืองจัดทำขึ้นพรรคการเมืองละ หนึ่งบัญชี ไม่เกินบัญชีละหนึ่งร้อยคน โดยเรียงตามลำดับหมายเลข โดยรายชื่อในบัญชีดังกล่าวต้องไม่ซ้ำกับ บัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองอื่นจัดทำขึ้น และไม่ซ้ำกับรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และให้ ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลอื กต้งั ”” คณะกรรมาธิการไม่เหน็ ด้วย ผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวน
(๒๔) นายณัฐวฒุ ิ ประเสรฐิ สุวรรณ และนายอนุรักษ์ จุรมี าศ ขอแปรญตั ตเิ พ่ิมความเปน็ มาตรา ๓/๒ ดังน้ี “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใชค้ วามต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๘๖ การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีแตล่ ะจังหวัดจะพงึ มแี ละการแบ่ง เขตเลอื กต้ัง ให้ดำเนินการตามวิธกี าร ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวน ราษฎรตอ่ สมาชิกหนง่ึ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มี สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนนั้ ไดห้ นงึ่ คน โดยใหถ้ อื เขตจงั หวัดเปน็ เขตเลือกต้ัง (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวดั น้ันเพ่ิมข้นึ อกี หนงึ่ คนทกุ จำนวนราษฎรท่ถี งึ เกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชกิ หนึ่งคน (๔) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน สร่ี ้อยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ใหเ้ ปน็ ธรรม โดยมีพน้ื ท่ีติดต่อกนั และตอ้ งจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกนั ”” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นด้วย ผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวน นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม และนายวิรัตน์ วรศสิริน ขอแปรญัตติ เพิม่ ความเป็นมาตรา ๓/๒ ดังน้ี “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๐ การส่งผสู้ มคั รรับเลอื กตงั้ แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ให้พรรคการเมือง จดั ทำบัญชรี ายช่อื พรรคละหนึง่ บญั ชี โดยผสู้ มคั รรับเลอื กตง้ั ของแตล่ ะพรรคการเมอื งต้องไมซ่ ้ำกนั และไม่ซ้ำกับ รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก่อนปิดการรบั สมคั รรับเลอื กตงั้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลอื กตั้ง การจัดทำบัญชีรายชื่อตามวรรคหนึ่ง ต้องคำนึงถึงผู้สมัครรับเลือกต้ังจากภูมิภาคต่าง ๆ และ ความเท่าเทยี มทางเพศ”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เหน็ ด้วย ผูแ้ ปรญตั ตขิ อสงวน
(๒๕) มาตรา ๔ แกไ้ ขมาตรา ๙๑ มกี ารแกไ้ ข มกี รรมาธิการขอสงวนความเหน็ และผแู้ ปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ นายธีรัจชัย พันธุมาศ (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติมความ ในมาตรา ๔ เป็นดงั น้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค การเมอื งทีจ่ ะไดร้ บั เลอื กต้ัง ให้นำใช้วธิ ีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยถอื เขตประเทศเปน็ เขตเลือกต้ัง และให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนที่แต่ละเลือกพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกัน ทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์ กนั โดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ท่ีส่งผู้สมัครรบั เลือกตั้งซง่ึ มรี ายช่ือในแบบบัญชีรายช่ือของ แต่ละพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๐ ได้รับเลือกตามเกณฑ์คนละหนึ่งคะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับ หมายเลขในบัญชีรายชื่อของโดยจะลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรใด หรือจะ ลงคะแนนไมเ่ ลือกพรรคการเมืองใดเลยก็ได้ พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงตามวรรคหนึ่ง น้อยกว่าร้อยละศูนย์จุดสองของคะแนนเสียง รวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียง ดงั กล่าวมารวมคำนวณเพื่อหาสัดสว่ นจำนวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายชอ่ื ตามวรรคสาม การคำนวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ใหด้ ำเนนิ การตามหลกั เกณฑ์ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) นำคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองได้รบั ตามวรรคหนง่ึ หารด้วยห้าร้อย (๒) นำผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจำนวนคะแนนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับ ตามวรรคหนึ่ง จำนวนที่ได้รับให้ถือเป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ โดยให้ จัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตามสัดส่วน และจำนวน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรทแี่ ต่ละพรรคการเมืองจะพึงมไี ด้ทุกพรรครวมกนั เท่ากับหา้ ร้อยคน (๓) นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วยจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกต้ัง ผลลพั ธค์ ือจำนวนสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่อื ท่ีพรรคการเมอื งน้นั จะไดร้ บั (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตงั้ เทา่ กับหรือสูงกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมอื งนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ให้พรรคการเมืองนั้น มีจำนวนสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รบั จากการเลือกตงั้ แบบแบ่งเขตเลอื กต้ัง (๕) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่ได้คำนวณได้ตาม (๓) ของ แต่ละพรรคการเมืองรวมกันเกินหนึ่งร้อยห้าสิบคน ให้ปรับลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ ของแต่ละพรรคการเมืองลงตามสัดสว่ นใหร้ วมกนั เทา่ กบั หนึ่งร้อยหา้ สิบคน (๖) เมื่อได้จำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัคร รับเลือกตั้งตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎร
(๒๖) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่ เกี่ยวข้อง รวมทั้งการคำนวณจำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองในกรณีที่มีการ จัดการเลือกตั้งใหม่หรือในกรณีอื่น ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”” นายนิกร จำนง และนายปดิพัทธ์ สันติภาดา (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ ความในมาตรา ๔ เป็นดังน้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดสว่ นผสู้ มคั รรับเลือกตง้ั ตามบัญชรี ายช่ือของแต่ละพรรคการเมือง ที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศแล้ว นำจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดตามมาตรา ๘๓ วรรคหนึ่ง มาคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของ แต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธก์ ันโดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตง้ั ซึ่งมีรายชื่อในบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับ หมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ใน พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกตงั้ สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นท่ี เกย่ี วข้อง ใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร”” นายรังสมิ ันต์ โรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพม่ิ เตมิ ความในมาตรา ๔ เปน็ ดงั น้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค การเมอื งทีจ่ ะได้รับเลอื กต้ัง ให้นำใชว้ ิธอี อกเสยี งลงคะแนนโดยตรงและลบั โดยถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง และให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนที่แต่ละเลือกพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันท้ัง ประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กัน โดยตรงกบั จำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ที่ส่งผู้สมัครรบั เลือกตั้งซ่งึ มรี ายชือ่ ในแบบบัญชีรายชื่อของแต่ ละพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๐ ได้รับเลือกตามเกณฑ์คนละหนึ่งคะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับ หมายเลขในบัญชีรายชื่อของโดยจะลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรใด หรือจะ ลงคะแนนไม่เลอื กพรรคการเมืองใดเลยก็ได้ พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงตามวรรคหนึ่ง น้อยกว่าร้อยละศูนย์จุดสองของคะแนนเสียง รวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียง ดงั กลา่ วมารวมคำนวณเพื่อหาสัดสว่ นจำนวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายช่ือตามวรรคสาม
(๒๗) การคำนวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ให้ดำเนนิ การตามหลกั เกณฑ์ ดงั ต่อไปน้ี (๑) นำคะแนนรวมท้งั ประเทศทพ่ี รรคการเมืองได้รับตามวรรคหนึ่ง หารด้วยห้ารอ้ ย (๒) นำผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจำนวนคะแนนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รั บ ตามวรรคหนึ่ง จำนวนที่ได้รับให้ถือเป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ โดยให้ จัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตามสัดส่วน และจำนวน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรทีแ่ ต่ละพรรคการเมืองจะพงึ มไี ด้ทุกพรรครวมกันเท่ากบั ห้าร้อยคน (๓) นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วย จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง ในทกุ เขตเลอื กตง้ั ผลลัพธค์ อื จำนวนสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชอื่ ทีพ่ รรคการเมอื งน้นั จะได้รับ (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตง้ั เทา่ กับหรอื สูงกวา่ จำนวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมอื งนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ให้พรรคการเมืองน้ัน มีจำนวนสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรตามจำนวนทีไ่ ด้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลอื กตง้ั (๕) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่ได้คำนวณได้ตาม (๓) ของ แต่ละพรรคการเมืองรวมกันเกินจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๘๓ ให้ปรับลดจำนวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองลงตามสัดส่วนให้รวมกนั เทา่ กบั จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายชื่อท่ีกำหนดไว้ตามมาตรา ๘๓ (๖) เมื่อได้จำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัคร รับเลือกตั้งตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่น ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการคำนวณจำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองในกรณีที่มี การจัดการเลือกตั้งใหม่หรือในกรณีอื่น ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”” นายชลน่าน ศรีแก้ว (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติมความใน มาตรา ๔ เป็นดงั น้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละ พรรคการเมืองที่จะใดได้รับเลือกต้ัง ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รบั การเลือกตั้งมาเสียงน้อยกว่า ร้อยละหนึ่งของจำนวนคะแนนเสียงรวมกันทั้งประเทศแล้วให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นหาสัดส่วนท่ีสมั พันธ์กนั โดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผสู้ มคั รรับเลือกตั้งซ่ึงมีรายช่ือใน บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมอื งได้รบั เลือกตามเกณฑ์คะแนนทีค่ ำนวณได้เรียงตามลำดับหมายเลข
(๒๘) ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวรรคสอง การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมือง จะได้รับ ให้ดำเนนิ การดังต่อไปน้ี (๑) ใหร้ วมผลคะแนนท่ีทกุ พรรคการเมอื งได้รับจากการเลือกต้ังแบบบัญชรี ายช่อื (๒) ให้นำคะแนนจากบัญชรี ายชื่อของพรรคการเมืองท่ีได้รบั คะแนนน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของ จำนวนคะแนนทน่ี ับไดท้ ้ังหมดตาม (๑) หักออกโดยไม่นำมารวมคำนวณสดั สว่ นผสู้ มคั รรบั เลอื กตัง้ (๓) ให้นำคะแนนรวมที่เหลือภายหลังจากหักคะแนนแล้วตาม (๒) หารด้วยหนึ่งรอ้ ย ผลลัพธ์ ทไ่ี ด้ถือเป็นจำนวนคะแนนเฉลี่ยตอ่ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรหนึง่ คน (๔) ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้รับ ให้นำคะแนนรวมของบญั ชรี ายช่ือแต่ละพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนร้อยละหน่ึงขนึ้ ไปหารด้วยจำนวนคะแนน เฉล่ียตาม (๓) ผลลัพธท์ ่ีเปน็ จำนวนเต็มท่ีไดร้ ับคือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนั้นพึงได้รับ โดยเรยี งลำดบั จากรายช่ือแรกของบญั ชีรายช่อื เป็นลำดับไป (๕) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจำนวน ไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ตาม (๔) เป็นเศษที่มีจำนวนมากที่สุดได้รับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เรียงตามลำดับจนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทีพ่ รรคการเมืองทัง้ หมดได้รบั รวมกนั ครบหน่งึ ร้อยคน จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับตามผลการคำนวณ ตามวรรคสอง จะต้องไม่เกนิ จำนวนตามที่ปรากฏในบัญชรี ายชื่อท่ีพรรคการเมืองนัน้ ได้จัดทำขนึ้ และยงั มีสถานะ เปน็ ผู้สมคั รรับเลอื กตัง้ อยู่ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร”” นายไผ่ ลิกค์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายเอกราช ช่างเหลา นายสัญญา นิลสุพรรณ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติม ความในมาตรา ๔ เป็นดังน้ี “มาตรา ๔ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสดั สว่ นผสู้ มคั รรบั เลือกตั้งตามบัญชรี ายชอ่ื ของแต่ละพรรคการเมือง ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ การเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชี รายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร
(๒๙) พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงนอ้ ยกว่าร้อยละหนึ่งของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวม คำนวณเพอื่ หาสดั สว่ นจำนวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรตามวรรคหน่ึง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร”” คณะกรรมาธิการได้ชีแ้ จงแล้ว ผแู้ ปรญัตติพอใจ นายเฉลมิ ชัย เฟื่องคอน ขอแปรญตั ติแก้ไขเพ่มิ เติมความในมาตรา ๔ เป็นดังน้ี “มาตรา ๔ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๙๑ ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสดั สว่ นผสู้ มคั รรบั เลือกตงั้ ตามบัญชีรายชือ่ ของแต่ละพรรคการเมือง ท่จี ะไดร้ บั เลือกตงั้ ให้นำคะแนนที่แตล่ ะพรรคการเมอื งได้รับการเลอื กตง้ั มารวมกันทง้ั ประเทศแล้วคำนวณ เพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวน คะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกตงั้ สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรใหด้ ำเนินการดังต่อไปน้ี (๑) ให้รวมผลการนับคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชี รายชือ่ (๒) ให้นำคะแนนรวมจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ได้รับตาม (๑) หารด้วยหนึ่งร้อย ผลลัพธท์ ไี่ ดถ้ ือเป็นจำนวนคะแนนเฉลย่ี ต่อสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรหนงึ่ คน (๓) ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้รับ ให้นำคะแนนรวมของบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคการเมืองหารด้วยจำนวนคะแนนเฉลี่ยตาม (๒) ผลลัพธ์ที่เป็น จำนวนเตม็ ท่ีได้รบั คือ จำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรทีพ่ รรคการเมืองนน้ั ได้รับ โดยเรยี งลำดบั จากรายชื่อแรก ของบญั ชรี ายชอ่ื เป็นลำดบั ไป (๔) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจำนวน ไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ตาม (๓) เป็นเศษที่มีจำนวนมากที่ สุดได้รับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนเรียงตามลำดับจนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทพี่ รรคการเมืองทัง้ หมดได้รับรวมกนั ครบจำนวนหน่งึ ร้อยคน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”” คณะกรรมาธิการไม่เห็นดว้ ย ผแู้ ปรญัตตขิ อสงวน
(๓๐) นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธ์ิ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ นายไพจิต ศรีวรขาน นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และนายอนุรกั ษ์ จรุ ีมาศ ขอแปรญตั ติแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ความในมาตรา ๔ เป็นดังนี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละ พรรคการเมืองที่จะใดได้รับเลือกตั้ง ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมาเสียงน้อยกวา่ ร้อยละหนึ่งของจำนวนคะแนนเสียงรวมกันทั้งประเทศแล้วให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นหาสัดส่วนทีส่ ัมพนั ธก์ ันโดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมคั รรับเลือกตั้งซึ่งมีรายช่ือใน บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมอื งได้รับเลอื กตามเกณฑ์คะแนนที่คำนวณไดเ้ รยี งตามลำดับหมายเลข ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรตามวรรคสอง การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมือง จะได้รับ ใหด้ ำเนนิ การดังต่อไปน้ี (๑) ให้รวมผลคะแนนทท่ี ุกพรรคการเมอื งไดร้ บั จากการเลือกตัง้ แบบบัญชีรายช่อื (๒) ให้นำคะแนนจากบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองท่ีได้รับคะแนนน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของ จำนวนคะแนนทีน่ ับได้ทั้งหมดตาม (๑) หักออกโดยไม่นำมารวมคำนวณสดั สว่ นผสู้ มคั รรับเลือกตั้ง (๓) ให้นำคะแนนรวมที่เหลือภายหลังจากหักคะแนนแล้วตาม (๒) หารด้วยหนึ่งร้อย ผลลัพธ์ ที่ได้ถือเปน็ จำนวนคะแนนเฉลยี่ ตอ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึง่ คน (๔) ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้รับ ใหน้ ำคะแนนรวมของบญั ชรี ายชื่อแต่ละพรรคการเมืองท่ีไดร้ ับคะแนนร้อยละหน่ึงขึน้ ไปหารด้วยจำนวนคะแนน เฉล่ียตาม (๓) ผลลัพธท์ เี่ ปน็ จำนวนเต็มที่ไดร้ บั คือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนั้นพึงได้รับ โดยเรียงลำดับจากรายช่ือแรกของบญั ชีรายชือ่ เปน็ ลำดับไป (๕) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจำนวน ไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ตาม (๔) เป็นเศษที่มีจำนวนมากที่สุดได้รับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เรียงตามลำดับจนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทพี่ รรคการเมืองทงั้ หมดไดร้ ับรวมกนั ครบหน่งึ ร้อยคน จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับตามผลการคำนวณ ตามวรรคสอง จะต้องไม่เกนิ จำนวนตามท่ปี รากฏในบัญชีรายช่อื ทพ่ี รรคการเมืองนนั้ ได้จัดทำขึ้นและยังมีสถานะ เป็นผู้สมคั รรบั เลือกตัง้ อยู่ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกตงั้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เหน็ ดว้ ย ผ้แู ปรญตั ติขอสงวน
(๓๑) นายอนุชา น้อยวงศ์ ขอแปรญตั ตแิ กไ้ ขเพมิ่ เติมความในมาตรา ๔ เปน็ ดงั นี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสดั ส่วนผู้สมัครรับเลอื กตั้งตามบญั ชีรายช่อื ของแต่ละพรรคการเมือง ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ การเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชี รายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับหมายเลข ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ เงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนบั คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง รวมทงั้ การอนื่ ที่เก่ียวข้อง ใหเ้ ปน็ ไปตามทบ่ี ัญญตั ไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวม คำนวณเพอ่ื หาสัดสว่ นจำนวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรตามวรรคหนึ่ง”” คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว ผู้แปรญัตติพอใจ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายนิยม เวชกามา ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความใน มาตรา ๔ เป็นดงั นี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดสว่ นผู้สมคั รรับเลือกต้งั ตามบญั ชรี ายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ทีจ่ ะใดได้รับเลือกตั้ง ให้นำคะแนนท่แี ตล่ ะพรรคการเมืองไดร้ ับการเลอื กตัง้ มาเสียงน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของ จำนวนคะแนนเสียงรวมกันท้ังประเทศแล้วใหถ้ ือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชรี ายชอื่ นั้นได้รับเลือกตง้ั และมใิ หน้ ำคะแนน เสียงดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นหาสัดส่วน ที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชีรายช่ือ ของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรตามวรรคสอง การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับ ให้ดำเนินการดังต่อไปน้ี (๑) ใหร้ วมผลคะแนนท่ที กุ พรรคการเมอื งไดร้ บั จากการเลอื กตัง้ แบบบญั ชีรายช่ือ (๒) ให้นำคะแนนจากบัญชรี ายชื่อของพรรคการเมืองท่ีได้รบั คะแนนน้อยกว่าร้อยละหน่ึงของ จำนวนคะแนนที่นับได้ทัง้ หมดตาม (๑) หกั ออกโดยไมน่ ำมารวมคำนวณสดั สว่ นผสู้ มัครรับเลือกตง้ั (๓) ให้นำคะแนนรวมท่ีเหลือภายหลังจากหักคะแนนแล้วตาม (๒) หารด้วยหนึ่งร้อยห้าสิบ ผลลพั ธท์ ่ไี ดถ้ อื เป็นจำนวนคะแนนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนง่ึ คน
(๓๒) (๔) ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้รับ ใหน้ ำคะแนนรวมของบญั ชีรายช่อื แต่ละพรรคการเมืองทไี่ ด้รบั คะแนนร้อยละหน่ึงขน้ึ ไป หารด้วยจำนวนคะแนน เฉลยี่ ตาม (๓) ผลลพั ธท์ ่เี ป็นจำนวนเต็มท่ีได้รับคือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนั้นพึงได้รับ โดยเรยี งลำดับจากรายชอ่ื แรกของบญั ชรี ายชอื่ เป็นลำดบั ไป (๕) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจำนวน ไม่ครบหนึ่งร้อยห้าสิบคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ตาม (๔) เป็นเศษที่มีจำนวนมากที่สุดได้รับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เรียงตามลำดับจนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทพ่ี รรคการเมอื งท้ังหมดไดร้ บั รวมกันครบหน่ึงร้อยหา้ สิบคน จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับตามผลการคำนวณ ตามวรรคสอง จะตอ้ งไมเ่ กนิ จำนวนตามทป่ี รากฏในบัญชรี ายชอ่ื ที่พรรคการเมืองนน้ั ได้จัดทำข้ึนและยงั มีสถานะ เป็นผสู้ มคั รรับเลือกต้ังอยู่ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้งและการอื่นที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร”” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ดว้ ย ผูแ้ ปรญัตติขอสงวน นายสุทัศน์ เงินหมื่น และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความใน มาตรา ๔ เป็นดงั นี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดสว่ นผสู้ มัครรบั เลือกตัง้ ตามบญั ชรี ายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศแล้วคำนวณ เพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวนคะแนน รวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึง่ มีรายช่ือในบัญชีรายชือ่ ของแต่ละพรรคการเมืองไดร้ ับเลือกตามเกณฑ์ คะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และ วิธกี ารทีบ่ ัญญัติไว้ในพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยการเลอื กตั้งสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร บญั ชีรายชอ่ื ของพรรคการเมืองใดไดค้ ะแนนเสยี งน้อยกว่าร้อยละหนง่ึ ของจำนวนคะแนนเสียง รวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคำนวณ เพ่อื หาสัดส่วนจำนวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร”” คณะกรรมาธิการได้ชแ้ี จงแล้ว ผแู้ ปรญัตติพอใจ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นายสมชาย ฝั่งชลจิตร นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายมานพ ครี ภี วู ดล นายคำพอง เทพาคำ และนายวริ ัตน์ วรศสริ นิ ขอแปรญัตตแิ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ความในมาตรา ๔ เปน็ ดงั น้ี
(๓๓) “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมือง ท่ีจะได้รับเลอื กตงั้ ให้นำใช้วิธีออกเสยี งลงคะแนนโดยตรงและลบั โดยถือเขตประเทศเปน็ เขตเลือกตั้ง และให้ ผ้มู ีสทิ ธเิ ลือกต้ังมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทแี่ ตล่ ะเลือกพรรคการเมืองได้รับการเลอื กตงั้ มารวมกันทั้งประเทศ แล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรง กับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ทสี่ ง่ ผูส้ มัครรบั เลือกต้ังซึ่งมีรายช่ือในแบบบญั ชรี ายชื่อของแต่ละพรรค การเมืองตามมาตรา ๙๐ ได้รับเลือกตามเกณฑ์คนละหนึ่งคะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับหมายเลข ในบัญชีรายชื่อของโดยจะลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่บัญญตั ไิ ว้ ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใด หรือจะลงคะแนน ไมเ่ ลือกพรรคการเมอื งใดเลยก็ได้ พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงตามวรรคหนึ่ง น้อยกว่าร้อยละศูนย์จุดสองของคะแนนเสียง รวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียง ดงั กลา่ วมารวมคำนวณเพอื่ หาสัดสว่ นจำนวนสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชีรายช่อื ตามวรรคสาม การคำนวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ใหด้ ำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) นำคะแนนรวมทงั้ ประเทศที่พรรคการเมืองได้รบั ตามวรรคหนง่ึ หารดว้ ยหา้ รอ้ ย (๒) นำผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจำนวนคะแนนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับ ตามวรรคหนึ่ง จำนวนที่ได้รับให้ถือเป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ โดยให้ จัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตามสัดส่วน และจำนวน สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรท่ีแตล่ ะพรรคการเมืองจะพงึ มไี ด้ทุกพรรครวมกันเทา่ กบั หา้ รอ้ ยคน (๓) นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วย จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง ในทกุ เขตเลือกตง้ั ผลลัพธค์ ือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่ือท่ีพรรคการเมอื งน้นั จะไดร้ ับ (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตัง้ เทา่ กบั หรือสูงกวา่ จำนวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพงึ มีได้ตาม (๒) ใหพ้ รรคการเมืองน้ัน มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนท่ไี ดร้ ับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตัง้ (๕) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่ได้คำนวณได้ตาม (๓) ของ แต่ละพรรคการเมืองรวมกันเกินหนึ่งร้อยห้าสิบคน ให้ปรับลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของแตล่ ะพรรคการเมืองลงตามสดั ส่วนใหร้ วมกนั เทา่ กับหนงึ่ ร้อยหา้ สิบคน (๖) เมื่อได้จำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัคร รับเลือกตั้งตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอ่ืน ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการคำนวณจำนวนผูไ้ ด้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองในกรณีท่ีมีการ
(๓๔) จัดการเลือกตั้งใหม่หรือในกรณีอื่น ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร”” คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผแู้ ปรญตั ติขอสงวน ศาสตราจารยโ์ กวิทย์ พวงงาม ขอแปรญตั ตแิ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ ความในมาตรา ๔ เปน็ ดงั นี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดสว่ นผู้สมัครรับเลือกต้ังตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นำใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกต้ัง และให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนที่แต่ละเลือกพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกัน ทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กัน โดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในแบบบัญชีรายชื่อของ แต่ละพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๐ ได้รับเลือกตามเกณฑ์คนละหนึ่งคะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับ หมายเลขในบัญชีรายชื่อของโดยจะลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ท่ีบญั ญตั ไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใด หรอื จะ ลงคะแนนไม่เลือกพรรคการเมอื งใดเลยก็ได้ การคำนวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ใหด้ ำเนนิ การตามหลกั เกณฑด์ ังต่อไปน้ี (๑) นำคะแนนรวมทัง้ ประเทศที่พรรคการเมืองได้รับตามวรรคหนึ่ง หารด้วยหา้ รอ้ ย (๒) นำผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจำนวนคะแนนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับ ตามวรรคหนึ่ง จำนวนที่ได้รับให้ถือเป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ โดยให้จัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตามสัดส่วนและจำนวน สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรที่แต่ละพรรคการเมอื งจะพึงมีได้ทกุ พรรครวมกนั เท่ากับหา้ ร้อยคน (๓) นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วย จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง ในทกุ เขตเลอื กตั้ง ผลลพั ธค์ อื จำนวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายชอ่ื ท่ีพรรคการเมืองนนั้ จะไดร้ บั (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตง้ั เทา่ กบั หรือสูงกวา่ จำนวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ใหพ้ รรคการเมืองนั้น มจี ำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับจากการเลือกตง้ั แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (๕) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่คำนวณได้ตาม (๓) ของ แต่ละพรรคการเมืองรวมกันเกินหนึ่งร้อยห้าสิบคน ใหป้ รับลดจำนวนสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ ของแตล่ ะพรรคการเมืองลงตามสัดส่วนให้รวมกนั เท่ากบั หนง่ึ ร้อยหา้ สิบคน (๖) เมื่อได้จำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัคร รับเลือกตั้งตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิก สภาผ้แู ทนราษฎร
(๓๕) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้งและการอื่น ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการคำนวณจำนวนผูไ้ ด้รับการเลือกตั้งแบบบญั ชรี าชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ในกรณีที่มี การจัดการเลือกตั้งใหม่หรือในกรณีอื่น ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ัง สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เห็นดว้ ย ผู้แปรญตั ตขิ อสงวน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอแปรญตั ติแก้ไขเพ่มิ เติมความในมาตรา ๔ เป็นดงั น้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๙๑ ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อและจากระบบ เขตเลือกตั้งของแตล่ ะพรรคการเมืองท่ีจะไดร้ บั เลือกต้ัง ให้นำคะแนนที่แตล่ ะพรรคการเมืองได้รับการเลือกต้ัง จ า ก ค ะ แ น น ร ว ม ร ะ บ บ บ ั ญ ช ี ร า ย ช ื ่ อ ม า ร ว ม ก ั น ท ั ้ ง ป ร ะ เ ท ศ แ ล ้ ว ค ำ น ว ณ เ พ ื ่ อ แ บ ่ ง ห า จ ำ น ว น ผู้ ส ม า ชิ ก สภาผู้แทนราษฎรที่จะได้รบั เลอื กพึงมีของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสดั สว่ นที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวน คะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองได้รับ เลือกตามเกณฑค์ ะแนนท่คี ำนวณไดเ้ รียงตามลำดบั หมายเลขในบัญชีรายชอ่ื ของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ัง สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรก่อน การคำนวณหาสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรของแตล่ ะพรรคการเมืองให้ดำเนนิ การตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) นำคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชี รายชื่อครบหนึ่งร้อยชื่อและส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งระบบเขตเลือกตั้งอย่างน้อยหนึ่งร้อยเขตเลือกตั้ง ได้รับจาก บัตรเลือกตง้ั ระบบบญั ชรี ายชื่อหารด้วยหา้ ร้อยอนั เปน็ จำนวนสมาชกิ ทัง้ หมดของสภาผแู้ ทนราษฎร (๒) นำผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจำนวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองตาม (๑) แต่ละพรรคที่ได้รับจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเขตเลือกตั้งทุกเขต จำนวน ทไ่ี ด้รบั ใหถ้ อื เปน็ จำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรทีพ่ รรคการเมืองน้นั จะพงึ มีได้ (๓) นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วยจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกต้ัง ผลลพั ธค์ ือจำนวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อทพี่ รรคการเมอื งน้ันจะได้รบั (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เทา่ กบั หรือสงู กวา่ จำนวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ให้พรรคการเมืองนั้น มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับการ จัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่า จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้ พรรคการเมืองใดดังกลา่ วมสี มาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรเกนิ จำนวนท่ีจะพงึ มีไดต้ าม (๒)
(๓๖) (๕) เมื่อได้จำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้วให้ผู้สมัคร รบั เลือกตง้ั ตามลำดบั หมายเลขในบัญชรี ายช่ือสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองนั้น เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใดตายภายหลังวันปิดรับสมัคร รับเลือกตั้งแต่ก่อนเวลาปิดการลงคะแนนในวันเลือกตั้ง ให้นำคะแนนที่มีผู้ลงคะแนนให้มาคำนวณตาม (๑) และ (๒) ดว้ ย การนับคะแนน หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ การคิดอัตราส่วน และการประกาศผล การเลือกตง้ั ให้เปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เห็นด้วย ผ้แู ปรญัตติขอสงวน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานชิ ขอแปรญตั ตแิ ก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๔ เปน็ ดงั น้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๙๑ การคำนวณสดั ส่วนผ้สู มัครรับเลอื กตัง้ ตามบญั ชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ทจี่ ะใดได้รับเลือกต้ัง ให้นำคะแนนทแ่ี ต่ละพรรคการเมอื งได้รับการเลอื กตง้ั มาเสยี งน้อยกว่าร้อยละหน่ึงของ จำนวนคะแนนเสียงรวมกันทงั้ ประเทศแล้วให้ถือว่าไมม่ ีผู้ใดในบัญชีรายช่ือน้นั ได้รบั เลือกตั้ง และมใิ ห้นำคะแนน เสียงดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นหาสัดส่วน ที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชีรายชื่อ ของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรตามวรรคสอง การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ทจ่ี ะไดร้ ับเลอื กตงั้ เปน็ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชอ่ื ใหด้ ำเนนิ การดังตอ่ ไปนี้ (๑) ให้รวมผลการนับคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชี รายชอื่ (๒) ให้นำคะแนนจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองท่ีได้รบั คะแนนน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของ จำนวนคะแนนท่ีนับได้ท้ังหมดตาม (๑) หกั ออกโดยไม่นำมารวมคำนวณสัดส่วนผู้สมคั รรบั เลอื กตง้ั (๓) ให้นำคะแนนรวมที่เหลือภายหลังจากหักคะแนนแล้วตาม (๒) หารด้วยหนึ่งร้อย ผลลัพธ์ ที่ได้ถือเปน็ จำนวนคะแนนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหน่งึ คน (๔) ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้รับ ให้นำคะแนนรวมของบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคการเมืองหารด้วยจำนวนคะแนนเฉลี่ยตาม (๒) ผลลัพธ์ที่เป็น จำนวนเต็มที่ไดร้ ับคือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนั้นได้รับ โดยเรียงลำดับจากรายชื่อแรก ของบญั ชีรายชอื่ เป็นลำดบั ไป (๕) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีได้รับรวมกันทุกพรรคการเมือง มีจำนวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ตาม (๔) เป็นเศษที่มีจำนวนมากที่สุดได้รับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เรียงตามลำดับจนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทพ่ี รรคการเมอื งท้งั หมดได้รบั รวมกนั ครบจำนวนหนึง่ ร้อยคน
(๓๗) จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับตามผลการคำนวณ ตามวรรคสอง จะตอ้ งไม่เกินจำนวนตามที่ปรากฏในบัญชีรายช่ือที่พรรคการเมืองนน้ั ได้จัดทำข้นึ และยงั มีสถานะ เปน็ ผ้สู มคั รรบั เลือกตั้งอยู่ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการเลอื กตงั้ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เหน็ ดว้ ย ผู้แปรญัตตขิ อสงวน มาตรา ๔/๑ แก้ไขมาตรา ๙๒ คณะกรรมาธิการเพ่ิมขนึ้ ใหม่ มกี รรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตตขิ อสงวนคำแปรญัตติ นายศุภชัย ใจสมุทร นายธีรัจชัย พันธุมาศ นายรังสิมันต์ โรม และนายคำนูณ สิทธิสมาน (กรรมาธกิ าร) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้ตัดมาตรา ๔/๑ ออกทง้ั มาตรา นายชลนา่ น ศรีแก้ว (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอใหเ้ พม่ิ ความเปน็ มาตรา ๔/๑/๑ ดังน้ี “มาตรา ๔/๑/๑ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๓ ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย” นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้เพิ่มความเป็นมาตรา ๔/๑/๑ ดังน้ี “มาตรา ๔/๑/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ ให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๙๓ ในการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อใหม่ในบางเขตหรือบางหน่วยการเลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ หรือยังไม่มีการประกาศผลการเลือกตั้งครบทุกเขตเลือกตั้งไม่ว่าด้วยเหตุใด การคำนวณจำนวน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองพึงได้รับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขท่ีบญั ญตั ไิ ว้ในพระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกตัง้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร”” นายไผ่ ลิกค์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายเอกราช ช่างเหลา นายสัญญา นิลสุพรรณ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็น มาตรา ๔/๑ และมาตรา ๔/๒ ดังน้ี “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณี เชน่ นี้ ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังดำเนนิ การให้มีการรับสมัครผสู้ มัครรับเลือกต้ังใหม่ โดยผสู้ มัครรับเลือกตั้งเดิม ทกุ รายไม่มีสทิ ธิสมัครรับเลอื กตงั้ ในการเลอื กตั้งท่ีจะจัดขน้ึ ใหม่นนั้ ”
(๓๘) มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐” คณะกรรมาธิการได้ชแี้ จงแล้ว ผแู้ ปรญตั ติพอใจ นายอนชุ า น้อยวงศ์ ขอแปรญตั ติเพ่มิ ความเป็นมาตรา ๔/๑ ดังน้ี “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณี เช่นนี้ ใหค้ ณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนนิ การให้มีการรับสมัครผสู้ มัครรับเลือกตั้งใหม่ โดยผูส้ มัครรับเลือกต้ังเดิม ทกุ รายไม่มสี ทิ ธิสมัครรบั เลอื กตงั้ ในการเลือกต้ังทจ่ี ะจัดขึ้นใหม่นั้น”” คณะกรรมาธิการได้ช้แี จงแลว้ ผู้แปรญตั ติพอใจ นายสุทัศน์ เงินหมื่น และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็นมาตรา ๔/๑ และมาตรา ๔/๒ ดังนี้ “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณี เชน่ นี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้มีการรับสมัครผู้สมัครรบั เลือกต้ังใหม่ โดยผู้สมคั รรับเลือกตั้งเดิม ทุกรายไม่มีสทิ ธสิ มัครรับเลอื กตง้ั ในการเลอื กต้ังท่ีจะจัดขน้ึ ใหมน่ นั้ ”” คณะกรรมาธิการไดช้ ้ีแจงแลว้ ผูแ้ ปรญัตติพอใจ “มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนี้แทน “มาตรา ๙๓ ในการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อใหม่ในบางเขต หรือบางหน่วยเลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ หรือยังไม่มีการประกาศ ผลการเลือกตั้งครบทุกเขตเลือกตั้งไม่ว่าด้วยเหตุใด การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองพึงได้รับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร ในกรณีท่ีผลการคำนวณตามวรรคหนึ่งทำใหจ้ ำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ ของพรรคการเมืองใดลดลง ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นในลำดับท้าย ตามลำดับพน้ จากตำแหนง่ ”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ ห็นดว้ ย ผู้แปรญตั ตขิ อสงวน
(๓๙) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอแปรญัตติเพิม่ ความเป็นมาตรา ๔/๑ และมาตรา ๔/๒ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณี เช่นน้ี ใหค้ ณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนนิ การให้มีการรับสมัครผสู้ มัครรับเลือกตั้งใหม่ โดยผสู้ มคั รรับเลือกตั้งเดิม ทกุ รายไมม่ ีสิทธสิ มคั รรับเลอื กตงั้ ในการเลอื กต้ังทจ่ี ะจัดขนึ้ ใหม่นั้น” มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๓ ในการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อใหม่ในบางเขต หรือบางหน่วยเลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ หรือยังไม่มีการประกาศ ผลการเลือกตั้งครบทุกเขตเลือกตั้งไม่ว่าด้วยเหตุใด การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองพึงได้รับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ในกรณีทผ่ี ลการคำนวณตามวรรคหนึง่ ทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมืองใดลดลง ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นในลำดับท้าย ตามลำดับพ้นจากตำแหน่ง”” คณะกรรมาธิการไดช้ ีแ้ จงแล้ว ผแู้ ปรญัตติพอใจ พลเอก เลิศรตั น์ รตั นวานชิ ขอแปรญตั ตเิ พม่ิ ความเปน็ มาตรา ๔/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณี เช่นน้ี ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังดำเนนิ การให้มีการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมคั รรับเลือกตั้งเดิม ทกุ รายไม่มีสิทธสิ มัครรับเลือกตง้ั ในการเลอื กตั้งทจ่ี ะจัดขึ้นใหมน่ ั้น”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เห็นด้วย ผู้แปรญตั ตขิ อสงวน นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ นายไพจิต ศรีวรขาน นายณัฐวุฒิ ประเสรฐิ สุวรรณ และนายอนุรกั ษ์ จุรีมาศ ขอแปรญัตติเพ่ิมความเป็นมาตรา ๔/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใช้ความต่อไปน้ีแทน
(๔๐) “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณี เช่นน้ี ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้มีการรับสมัครรับเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งเดิม ทุกรายไมม่ ีสทิ ธิสมัครรับเลือกตงั้ ท่ีจะจัดขน้ึ ใหมน่ น้ั ”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ หน็ ด้วย ผู้แปรญตั ตขิ อสงวน นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม และนายวิรัตน์ วรศสิริน ขอแปรญัตติ เพม่ิ ความเป็นมาตรา ๔/๑ ดังน้ี “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใชค้ วามตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้ง มากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดการเลือกต้ัง ในเขตเลือกตัง้ น้นั ใหม่ โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนนิ การรับสมัครผสู้ มัครรบั เลือกต้ังใหม่ และผู้สมัคร รับเลือกตง้ั เดิมทกุ รายไม่มสี ทิ ธิสมคั รรับเลือกตงั้ ในการเลือกต้ังท่ีจะจดั ขน้ึ ใหมน่ น้ั ”” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ด้วย ผแู้ ปรญัตตขิ อสงวน มาตรา ๔/๒ ยกเลกิ มาตรา ๙๔ คณะกรรมาธิการเพ่ิมขึน้ ใหม่ มกี รรมาธกิ ารขอสงวนความเห็น และผแู้ ปรญตั ติขอสงวนคำแปรญตั ติ นายศุภชัย ใจสมุทร นายธีรัจชัย พันธุมาศ นายเจตน์ ศิรธรานนท์ นายรังสิมันต์ โรม และนายคำนณู สิทธสิ มาน (กรรมาธกิ าร) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้ตดั มาตรา ๔/๒ ออกทง้ั มาตรา นายไผ่ ลิกค์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายเอกราช ช่างเหลา นายสัญญา นิลสุพรรณ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็น มาตรา ๔/๓ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๙๔ ถ้าต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งใดขึ้นใหม่เพราะเหตุที่การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม มิให้มีผลกระทบกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๙๑”” คณะกรรมาธกิ ารไดช้ ี้แจงแล้ว ผแู้ ปรญัตติพอใจ นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน และพลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็น มาตรา ๔/๑ ดังน้ี “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐” คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผูแ้ ปรญัตตขิ อสงวน
(๔๑) นายอนุชา น้อยวงศ์ ขอแปรญตั ติเพม่ิ ความเปน็ มาตรา ๔/๒ ดงั น้ี “มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐” คณะกรรมาธกิ ารไดช้ ี้แจงแลว้ ผแู้ ปรญตั ติพอใจ นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ นายไพจิต ศรีวรขาน นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และนายอนรุ ักษ์ จุรมี าศ ขอแปรญัตติเพม่ิ ความเป็นมาตรา ๔/๒ ดังน้ี “มาตรา ๔/๒ ใหย้ กเลิกมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย” คณะกรรมาธิการไม่เห็นดว้ ย ผู้แปรญัตติขอสงวน นายสทุ ัศน์ เงินหม่ืน นายจุรนิ ทร์ ลกั ษณวศิ ิษฏ์ และนายสาทติ ย์ วงศห์ นองเตย ขอแปรญตั ติ เพ่มิ ความเป็นมาตรา ๔/๓ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๙๔ ภายในอายุของสภาผู้แทนราษฎรหลังจากวนั เลอื กตั้งอันเป็นการเลอื กตั้งทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในเขตเลือกตั้งใดขึ้นใหม่ เพราะเหตุที่การเลือกต้ัง ในเขตเลือกต้ังน้ันมิไดเ้ ปน็ ไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม ให้นำความในมาตรา ๙๓ มาใช้บงั คบั โดยอนโุ ลม การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่อายุ ของสภาผู้แทนราษฎรมีเวลาเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน มิให้มีผลกระทบกับการคำนวณสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายช่ือทแ่ี ต่ละพรรคการเมืองไดร้ บั ตามมาตรา ๙๑”” คณะกรรมาธกิ ารไดช้ ีแ้ จงแล้ว ผแู้ ปรญัตติพอใจ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม และนายวิรัตน์ วรศสิริน ขอแปรญัตติ เพ่ิมความเปน็ มาตรา ๔/๒ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใช้ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๙๔ ภายในหนึง่ ปหี ลงั จากวันเลอื กต้ังอันเปน็ การเลือกตั้งทั่วไป ถา้ ต้องมกี ารเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ังในเขตเลือกต้ังใดข้ึนใหม่ เพราะเหตุที่การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งน้ัน มิได้เปน็ ไปโดยสุจริตและเทย่ี งธรรม ใหน้ ำความในมาตรา ๙๓ มาใชโ้ ดยอนโุ ลม การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างไม่ว่าด้วยเหตุใดภายหลังพ้นเวลา หนึ่งปีนับแต่วันเลือกตั้งทั่วไป มิให้มีผลกระทบกับการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แตล่ ะพรรคการเมือง จะพงึ มีตามมาตรา ๙๑ วรรคสาม”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ ห็นดว้ ย ผู้แปรญตั ติขอสงวน
(๔๒) มาตรา ๔/๓ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึน้ ใหม่ มกี รรมาธิการขอสงวนความเห็น นายศุภชัย ใจสมุทร นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายรังสิมันต์ โรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้ตดั มาตรา ๔/๓ ออกทัง้ มาตรา มาตรา ๔/๔ คณะกรรมาธิการเพ่มิ ขน้ึ ใหม่ มกี รรมาธกิ ารขอสงวนความเห็น และผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวนคำแปรญตั ติ นายศุภชัย ใจสมุทร นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายรังสิมันต์ โรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเหน็ โดยขอให้ตดั มาตรา ๔/๔ ออกทั้งมาตรา นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ และนายไพจิต ศรีวรขาน ขอแปรญัตติ เพ่มิ ความเป็นมาตรา ๔/๓ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๓ ภายใต้บังคับมาตรา ๔/๔ ในวาระเริ่มแรก มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๐ มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ มาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจนกว่าจะถึงวันที่ กำหนดให้มีการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรเปน็ การทั่วไปครงั้ แรกภายหลงั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญน้ี ในระหว่างที่ยังมิให้นำบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญนี้มาใช้บังคับตามวรรคหนึ่ง ให้บทบัญญัติของมาตราดังกล่าวก่อนการแก้ไขเพิ่ม เติมหรือ ก่อนที่ถูกยกเลิกโดยรัฐธรรมนูญนี้และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่ีตราขน้ึ เพื่อให้เปน็ ไปตามบทบัญญตั ินน้ั ยังคงนำมาใชบ้ ังคบั ต่อไป” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ดว้ ย ผู้แปรญตั ติขอสงวน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายนิยม เวชกามา ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็นมาตรา ๔/๑ ดังนี้ “มาตรา ๔/๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๔/๔ ในวาระเริ่มแรก มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญนี้มาใช้บังคับกับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจนกว่าจะถึงวันที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการท่วั ไปครงั้ แรกภายหลงั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ในระหว่างที่ยังมิให้นำบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญนี้มาใช้บังคับตามวรรคหนึ่ง ให้บทบัญญัติของมาตราดังกล่าวก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมหรือ ก่อนที่ถูกยกเลิกโดยรัฐธรรมนูญนี้และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทีต่ ราข้นึ เพอ่ื ให้เป็นไปตามบทบญั ญตั นิ ้นั ยงั คงนำมาใช้บังคบั ต่อไป” คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผู้แปรญัตติขอสงวน
(๔๓) มาตรา ๔/๕ คณะกรรมาธิการเพมิ่ ข้นึ ใหม่ มกี รรมาธกิ ารขอสงวนความเห็น และผู้แปรญตั ตขิ อสงวนคำแปรญัตติ นายศุภชัย ใจสมุทร นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายรังสิมันต์ โรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเหน็ โดยขอให้ตดั มาตรา ๔/๕ ออกท้งั มาตรา นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธ์ิ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ และนายไพจิต ศรีวรขาน ขอแปรญัตติ เพิ่มความเป็นมาตรา ๔/๔ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๔ ให้รัฐสภาดำเนินการพิจารณาและให้ความเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้แล้วเสรจ็ ภายในเกา้ สบิ วนั นบั แต่วันประกาศใช้รฐั ธรรมนูญนี้ ในกรณีที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จและต้องมีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญน้ี เพื่อใช้บังคับกับการเลือกตั้งนน้ั และให้ข้อกำหนดตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งใช้บังคับแทนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรในสว่ นท่ขี ัดหรือแยง้ กับรฐั ธรรมนญู นี้” คณะกรรมาธกิ ารไม่เห็นด้วย ผ้แู ปรญตั ตขิ อสงวน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายนิยม เวชกามา ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็นมาตรา ๔/๒ และมาตรา ๔/๓ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๒ ให้รัฐสภาดำเนินการพิจารณาและให้ความเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญน้ี ให้แล้วเสรจ็ ภายในเกา้ สบิ วันนับแตว่ ันประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญนี้ ในกรณีที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จและต้องมีการเลือกต้ัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนญู นี้ เพื่อใช้บังคับกับการเลือกตั้งนั้น และให้ข้อกำหนดตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งใช้บังคับแทนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญั ติ ประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรในส่วนทขี่ ดั หรือแย้งกับรัฐธรรมนญู น้ี มาตรา ๔/๓ ให้งดใช้บทบัญญตั ิมาตรา ๙๒ เฉพาะส่วนที่มใิ หน้ ับคะแนนที่ผูส้ มคั รรับเลือกตัง้ แต่ละคนได้รับไปใช้ในการคำนวณตามมาตรา ๙๑ บทบัญญัติมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยไว้ชั่วคราว ในระหว่างที่บทบัญญัติมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซ่งึ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยรฐั ธรรมนูญน้ี มีผลใช้บังคบั ตามมาตรา ๔/๑” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ ห็นด้วย ผแู้ ปรญตั ติขอสงวน
(๔๔) ๗. ได้เสนอร่างรฐั ธรรมนญู ตามทไี่ ด้มกี ารแก้ไขเพ่ิมเติมมาพร้อมกับรายงานนี้ด้วยแลว้ (นายนกิ ร จำนง) เลขานุการคณะกรรมาธิการ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384