Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (3) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

(3) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

Published by agenda.ebook, 2021-08-24 09:20:33

Description: เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 – 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ 9 – 10 มิถุนายน 2565

Search

Read the Text Version

(๒๕) “มาตรา ๑๒๓ เมื่อรวบรวมผลการนับคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น รวมท้ัง คะแนนท่ีไดจ้ ากการออกเสยี งลงคะแนนก่อนวันเลอื กต้ังและการลงคะแนนเลือกต้ังนอกราชอาณาจักรแล้ว ใหค้ ณะกรรมการการเลือกต้ังประจำเขตเลือกต้งั ดำเนินการ ดงั ต่อไปนี้ (๑) ประกาศผลการนับรวมคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง และคะแนนท่ไี ม่เลือกผสู้ มัครผ้ใู ด (๒) ประกาศผลการนับรวมคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชอื่ และคะแนนที่ไม่เลอื กบญั ชีรายช่อื ของพรรคการเมอื งใด (๓) ใหร้ ายงานประกาศผลการรวมคะแนนตาม (๑) และ (๒) ต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ประจำจังหวดั เพ่ือรายงานคณะกรรมการโดยเรว็ การรายงานผลตาม (๓) ให้เผยแพรเ่ ป็นขอ้ มูลอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ์ หป้ ระชาชนทราบโดยท่วั ไป เพื่อให้การรวมคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ เขตเลือกตงั้ อาจมอบหมายใหบ้ คุ คลหรอื คณะบุคคลช่วยเหลอื ในการรวมคะแนนได้ตามความจำเปน็ ”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เห็นดว้ ย ผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวน มาตรา ๒๒ แกไ้ ขมาตรา ๑๒๖ วรรคหน่งึ ไมม่ กี ารแกไ้ ข มาตรา ๒๓ แก้ไขมาตรา ๑๒๘ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญตั ตขิ อสงวนคำแปรญตั ติ นายกิตติ วะสีนนท์ พลเอก อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ และพลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเหน็ โดยขอให้แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ความในมาตรา ๒๓ เป็นดังนี้ “มาตรา ๒๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าดว้ ยการเลือกต้งั สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๑๒๘ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายชื่อจาก ผู้อำนวยการการเลือกต้ังประจำจังหวัดแล้ว ให้ดำเนนิ การคำนวณสัดส่วนหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่พี รรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ และให้ดำเนินการคำนวณเพ่ือหาผู้ที่ได้รับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบญั ชรี ายช่อื ดงั ต่อไปน้ี โดยในกรณีที่มีเศษใหใ้ ช้ทศนิยมสีต่ ำแหนง่ (๑) ให้รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทกุ พรรคการเมอื งได้รับจากการเลือกต้ังแบบบัญชรี ายชอ่ื ท้งั ประเทศ (๒) ให้นำคะแนนรวมจาก (๑) หารด้วยหนึ่งห้าร้อยอันเป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมด ของสภาผู้แทนราษฎร ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พงึ มหี น่งึ คน (๓) ในการคำนวณหานำผลลัพธ์ตาม (๒) ไปหารจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คะแนนรวมทั้งประเทศที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่ของแต่ละพรรคการเมืองจะได้รับ ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ หารด้วยคะแนนเฉล่ีย ตาม (๒) ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนท่ีให้ถือเป็นจำนวนเต็มคือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้รับเบื้องต้น และเมื่อได้คำนวณตาม (๖) (๗) หรือ (๘) ถ้ามีแล้ว จงึ ให้ถอื ว่าเปน็ จำนวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรที่พรรคการเมืองนัน้ จะพึงมีได้

(๒๖) (๔) ในกรณีที่นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง จะพึงมีได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจำนวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ ที่เป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็มและพรรคการเมืองที่มีเศษหลังจากการคำนวณตาม (๓) พรรคใด เป็นหรือมีเศษลบด้วยจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ท้งั หมดทพ่ี รรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกต้ัง ผลลพั ธ์ทไ่ี ด้คือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่ออีกหนึ่งคนเรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายช่อื ทพี่ รรคการเมืองท้งั หมดน้ันจะไดร้ บั รวมกนั ครบจำนวนหน่ึงรอ้ ยคนเลือกตั้ง (๕) ในการดำเนินการภายใต้บังคับ (๖) ให้จัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองจะได้รับให้ครบหนึ่งร้อยคน โดยจัดสรรให้พรรคการเมืองตามผลลัพธ์ ตาม (๔) ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ เกินเป็นจำนวนเต็มก่อน หากยงั ไมค่ รบหน่ึงรอ้ ยคน ให้ตัวแทนของพรรคการเมืองทม่ี ีเศษเทา่ กันจับสลาก ตามวันและเวลาที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อให้จากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรรจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือเพิ่มอีกหนึ่งคนตามลำดับจนครบจำนวนหนึ่งร้อยคน ในกรณีท่ี มเี ศษเท่ากนั ใหด้ ำเนนิ การตาม (๗) (๖) ถ้าพรรคการเมืองใดมผี ู้ได้รับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลือกต้ัง เท่ากับหรือสูงกว่าจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรที่พรรคการเมอื งนั้นจะพึงมไี ด้ตาม (๓) ให้พรรคการเมืองน้ัน มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่ได้รับการจัดสรร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลือกตั้งต่ำกว่า จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๓) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้ พรรคการเมอื งใดดงั กล่าวมสี มาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรเกนิ จำนวนที่จะพึงมีไดต้ าม (๓) (๗) ในการจัดสรรตาม (๖) แล้ว ปรากฏว่ายังจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรร จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหนึ่งคนตามลำดับจนครบจำนวนหนึ่งร้อยคน กรณีที่เศษที่เหลือของแต่ละพรรคการเมืองเท่ากัน จนทำให้ไม่สามารถจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายช่ือได้ครบจำนวนหน่ึงร้อยคน ให้นำค่าเฉลี่ยคะแนนของแต่ละพรรคการเมืองต่อจำนวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรที่พึงมีหนึ่งคนมาพิจารณา โดยหากพรรคการเมืองใดมีค่าเฉลี่ยคะแนนของพรรคการเมือง ต่อจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมีหนึ่งคนมากกว่าพรรคการเมืองอื่น ให้พรรคการเมืองน้ัน มีสิทธิได้รับการจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหนึ่งคน และหากยังมีจำนวน ค่าเฉล่ยี ดงั กลา่ วเท่ากนั อีกให้ใชว้ ธิ ีจบั สลาก (๘) ในกรณีที่คำนวณตาม (๖) แล้ว ปรากฏว่าพรรคการเมืองทุกพรรคได้รับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อรวมกันแล้วเกินหนึ่งร้อยคน ให้ดำเนินการคำนวณปรับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหม่ โดยคำนวณตามอัตราส่วนที่ทุกพรรคจะได้รับการจัดสรร จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเมื่อรวมแล้วไม่เกินหนึ่งร้อยคน โดยให้นำจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับคูณด้วยหนึ่งร้อย หารด้วยผลบวกของ หนึ่งร้อยกับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชือ่ ที่เกินจำนวนหนึ่งร้อย และให้นำ (๕) มาใช้ ในการคำนวณด้วยโดยอนโุ ลม

(๒๗) (๙) เม่ือไดจ้ ำนวนผู้ได้รบั เลอื กต้ังแบบบัญชรี ายช่ือของแตล่ ะพรรคการเมืองแลว้ ให้ผูส้ มัคร ตามลำดับหมายเลขในบญั ชีรายชื่อของพรรคการเมืองน้นั เป็นผไู้ ด้รับเลอื กตงั้ เป็นสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ให้ถือว่าผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนที่ พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผลการคำนวณตามวรรคหนึ่งได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลข ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชอ่ื เท่าที่มีอยู่ในแต่ละบญั ชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนั้นได้ส่งสมัคร จำนวนที่ยังขาดอยู่ให้เป็นไป ตามมาตรา ๘๓ วรรคสี่ ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้ การดำเนนิ การตาม (๑) ถึง (๙) ใหเ้ ป็นไปตามท่ีคณะกรรมการกำหนด”” รองศาสตราจารย์สมชัย ศรสี ุทธิยากร และนายอคั รเดช วงษพ์ ิทกั ษ์โรจน์ (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเหน็ โดยขอใหแ้ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ความในมาตรา ๒๓ เปน็ ดังนี้ “มาตรา ๒๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๑๒๘ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายชื่อจาก ผอู้ ำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแล้ว ใหด้ ำเนนิ การคำนวณสดั ส่วนหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่พี รรคการเมืองน้ันจะพึงมีได้ และให้ดำเนินการคำนวณเพ่ือหาผู้ท่ีได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชรี ายชอ่ื ดงั ตอ่ ไปน้ี โดยในกรณที ่มี ีเศษให้ใชท้ ศนยิ มสตี่ ำแหน่ง (๑) ให้รวมผลคะแนนทั้งหมดทที่ ุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบญั ชีรายชอื่ ท้งั ประเทศ (๒) ให้นำคะแนนรวมจาก (๑) หารด้วยหนึ่งห้าร้อยอันเป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมด ของสภาผู้แทนราษฎร ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ พึงมหี นง่ึ คน (๓) ในการคำนวณหานำผลลัพธ์ตาม (๒) ไปหารจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คะแนนรวมทั้งประเทศที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อท่ีของแต่ละพรรคการเมืองจะได้รับ ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ หารด้วยคะแนนเฉล่ีย ตาม (๒) ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนที่ให้ถือเป็นจำนวนเต็มคือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้รับเบื้องต้น และเมื่อได้คำนวณตาม (๖) (๗) หรือ (๘) ถ้ามีแล้ว จึงใหถ้ ือวา่ เป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทพ่ี รรคการเมอื งนน้ั จะพึงมีได้ (๔) ในกรณีท่ีนำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง จะพึงมีได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจำนวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ ที่เป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็มและพรรคการเมืองที่มีเศษหลังจากการคำนวณตาม (๓) พรรคใด เป็นหรือมีเศษลบด้วยจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ทง้ั หมดท่พี รรคการเมืองน้ันได้รับเลือกต้ังในทุกเขตเลือกต้ัง ผลลัพธท์ ไี่ ดค้ ือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่ออีกหนึ่งคนเรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายช่ือทพ่ี รรคการเมืองทัง้ หมดนน้ั จะไดร้ ับรวมกนั ครบจำนวนหน่ึงร้อยคนเลือกตัง้ (๕) ในการดำเนินการภายใต้บังคับ (๖) ให้จัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองจะได้รับให้ครบหนึ่งร้อยคน โดยจัดสรรให้พรรคการเมืองตามผลลัพธ์ ตาม (๔) ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ

(๒๘) เกินเป็นจำนวนเตม็ ก่อน หากยังไมค่ รบหน่งึ ร้อยคน ให้ตัวแทนของพรรคการเมอื งที่มีเศษเทา่ กันจับสลาก ตามวันและเวลาที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อให้จากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรรจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหนึ่งคนตามลำดับจนครบจำนวนหนึ่งร้อยคน ในกรณีท่ี มีเศษเทา่ กันให้ดำเนนิ การตาม (๗) (๖) ถา้ พรรคการเมืองใดมีผู้ไดร้ บั เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง เท่ากับหรือสงู กว่าจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมไี ด้ตาม (๓) ให้พรรคการเมืองนนั้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับการ จัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต่ำกว่าจำนวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรทีพ่ รรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๓) ตามอัตราสว่ น แต่ต้องไม่มี ผลใหพ้ รรคการเมืองใดดังกลา่ วมีสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรเกนิ จำนวนที่จะพงึ มีได้ตาม (๓) (๗) ในการจัดสรรตาม (๖) แล้ว ปรากฏว่ายังจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรร จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหนึ่งคนตามลำดับจนครบจำนวนหนึ่งร้อยคน กรณีที่เศษที่เหลือของแต่ละพรรคการเมืองเท่ากัน จนทำให้ไม่สามารถจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อได้ครบจำนวนหนึ่งร้อยคนให้นำค่าเฉลี่ยคะแนนของแต่ละพรรคการเมืองต่อจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่พึงมีหนึ่งคนมาพิจารณา โดยหากพรรคการเมืองใดมีค่าเฉลี่ยคะแนนของพรรคการเมือง ต่อจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมีหนึ่งคนมากกว่าพรรคการเมืองอื่น ให้พรรคการเมืองน้ัน มีสิทธิได้รับการจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหนึ่งคน และหากยังมีจำนวน ค่าเฉล่ยี ดงั กล่าวเท่ากันอกี ใหใ้ ชว้ ิธีจบั สลาก (๘) ในกรณีที่คำนวณตาม (๖) แล้ว ปรากฏว่าพรรคการเมืองทุกพรรคได้รับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อรวมกันแล้วเกินหน่ึงร้อยคน ให้ดำเนินการคำนวณปรับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหม่ โดยคำนวณตามอัตราส่วนที่ทุกพรรคจะได้รับการจัดสรร จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเมื่อรวมแล้วไม่เกินหนึ่งร้อยคน โดยให้นำจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับคูณด้วยหนึ่งร้อย หารด้วยผลบวกของ หนึ่งร้อยกับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชือ่ ที่เกินจำนวนหนึ่งร้อย และให้นำ (๕) มาใช้ ในการคำนวณด้วยโดยอนโุ ลม (๙) เมอื่ ไดจ้ ำนวนผไู้ ดร้ บั เลือกต้ังแบบบัญชรี ายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองแลว้ ใหผ้ ู้สมัคร ตามลำดับหมายเลขในบัญชรี ายชอ่ื ของพรรคการเมืองนน้ั เปน็ ผู้ได้รบั เลือกตัง้ เปน็ สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร ให้ถือว่าผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนที่ พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผลการคำนวณตามวรรคหนึ่งได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลข ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ เท่าที่มีอยู่ในแต่ละบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนัน้ ได้ส่งสมัคร จำนวนที่ยังขาดอยู่ให้เป็นไป ตามมาตรา ๘๓ วรรคส่ี ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย ท้งั นี้ การดำเนนิ การตาม (๑) ถึง (๙) ใหเ้ ปน็ ไปตามท่คี ณะกรรมการกำหนด””

(๒๙) นายระวี มาศฉมาดล (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๓ เปน็ ดังน้ี “มาตรา ๒๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลือกต้ังสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๑๒๘ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายชื่อจาก ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแล้ว ให้ดำเนินการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทพ่ี รรคการเมืองจะพึงมไี ด้ และใหด้ ำเนินการคำนวณเพื่อหาผู้ที่ไดร้ ับเลือกต้ังเป็นสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร แบบบญั ชรี ายชอ่ื ดังตอ่ ไปน้ี โดยในกรณที ีม่ เี ศษให้ใช้ทศนิยมส่ีตำแหน่ง (๑) ให้รวมผลคะแนนท้ังหมดที่ทุกพรรคการเมืองไดร้ ับจากการเลือกต้ังแบบบัญชรี ายชื่อ ท้งั ประเทศ (๒) ให้นำคะแนนรวมจาก (๑) หารด้วยหนึ่งห้าร้อยอันเป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมด ของสภาผู้แทนราษฎร ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พึงมหี นึง่ คน (๓) ในการคำนวณหานำผลลัพธ์ตาม (๒) ไปหารจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คะแนนรวมทั้งประเทศทไี่ ด้รับจากการเลือกตง้ั แบบบญั ชรี ายชื่อทข่ี องแตล่ ะพรรคการเมืองจะได้รับ ให้นำ คะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ หารด้วยคะแนนเฉลี่ย ตาม (๒) ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนที่ให้ถือเป็นจำนวนเต็มคือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้รับเบื้องต้น และเมื่อได้คำนวณตาม (๖) (๗) หรือ (๘) ถ้ามีแล้ว จงึ ใหถ้ อื วา่ เปน็ จำนวนสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรทีพ่ รรคการเมอื งนัน้ จะพึงมีได้ (๔) ในกรณีที่นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง จะพึงมีได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจำนวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ ที่เป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็มและพรรคการเมืองที่มีเศษหลังจากการคำนวณตาม (๓) พรรคใด เป็นหรือมีเศษลบด้วยจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกต้ัง ผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่ออีกหนึ่งคนเรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อที่พรรคการเมอื งทง้ั หมดนน้ั จะไดร้ บั รวมกนั ครบจำนวนหนง่ึ ร้อยคนเบ้ืองตน้ (๕) ในการดำเนินการภายใต้บังคับ (๖) ให้จัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองจะได้รับให้ครบหนึ่งร้อยคน โดยจัดสรรให้พรรคการเมืองตามผลลัพธ์ ตาม (๔) ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ เกนิ เป็นจำนวนเตม็ กอ่ น หากยังไม่ครบหนง่ึ ร้อยคน ให้ตวั แทนของพรรคการเมืองท่มี ีเศษเทา่ กันจับสลาก ตามวันและเวลาที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อให้จากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรรจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหนึ่งคนตามลำดับจนครบจำนวนหนึ่งร้อยคน ในกรณีท่ี มเี ศษเทา่ กันให้ดำเนินการตาม (๗) (๖) ถ้าพรรคการเมืองใดมผี ู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง เทา่ กบั หรือสูงกวา่ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองน้ันจะพึงมีได้ตาม (๓) ใหพ้ รรคการเมืองนั้น มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับ การจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(๓๐) แบบบัญชีรายชอื่ ท้งั หมดไปจดั สรรใหแ้ ก่พรรคการเมืองท่ีมีจำนวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ต่ำกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทีพ่ รรคการเมอื งนั้นจะพึงมีได้ตาม (๓) ตามอัตราสว่ น แต่ต้องไม่มี ผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมสี มาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรเกินจำนวนที่จะพงึ มีได้ตาม (๓) (๗) ในการจัดสรรตาม (๖) แล้ว ปรากฏว่ายังจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรร จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหนึ่งคนตามลำดับจนครบจำนวนหนึ่งร้อยคน กรณีที่เศษที่เหลือของแต่ละพรรคการเมืองเท่ากัน จนทำให้ไม่สามารถจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายช่ือได้ครบจำนวนหน่ึงร้อยคน ให้นำค่าเฉลี่ยคะแนนของแต่ละพรรคการเมืองต่อจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่พึงมีหนึ่งคนมาพิจารณา โดยหากพรรคการเมืองใดมีค่าเฉลี่ยคะแนนของพรรคการเมือง ต่อจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมีหนึ่งคนมากกว่าพรรคการเมืองอื่น ให้พรรคการเมืองนั้นมีสิทธิ ได้รับการจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหนึ่งคน และหากยังมีจำนวนค่าเฉล่ีย ดงั กล่าวเทา่ กนั อกี ให้ใช้วธิ จี ับสลาก (๘) ในกรณีที่คำนวณตาม (๖) แล้ว ปรากฏว่าพรรคการเมืองทุกพรรคได้รับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อรวมกันแล้วเกินหนึ่งร้อยคน ให้ดำเนินการคำนวณปรับจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหม่ โดยคำนวณตามอัตราส่วนที่ทุกพรรคจะได้รับการจัดสรร จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเมื่อรวมแล้วไม่เกินหนึ่งร้อยคน โดยให้นำจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับคูณด้วยหนึ่งร้อย หารด้วยผลบวกของ หนึ่งร้อยกับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายชือ่ ที่เกินจำนวนหนึ่งร้อย และให้นำ (๕) มาใช้ ในการคำนวณด้วยโดยอนุโลม (๙) เม่ือได้จำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัครตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจนครบจำนวนแต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่ในแต่ละบัญชี รายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนั้นได้ส่งสมัคร จำนวนที่ขาดอยู่ให้เป็นไปตามมาตรา ๘๓ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ให้ถือว่าผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนที่ พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผลการคำนวณตามวรรคหนึ่งได้รับเลือกตั้งเรียง ตามลำดับหมายเลข ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชอ่ื เท่าที่มีอยู่ในแตล่ ะบญั ชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนั้นได้ส่งสมัคร จำนวนที่ยังขาดอยู่ให้เปน็ ไป ตามมาตรา ๘๓ วรรคส่ี ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย ท้งั นี้ การดำเนินการตาม (๑) ถงึ (๙) ให้เป็นไปตามทค่ี ณะกรรมการกำหนด”” นายปกรณ์วฒุ ิ อุดมพพิ ฒั น์สกุล ขอแปรญัตตแิ ก้ไขเพม่ิ เติมความในมาตรา ๒๓ เป็นดังนี้ “มาตรา ๒๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๑๒๘ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ จากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจนครบทุกจังหวัดแล้ว ให้ดำเนินการคำนวณสัดส่วน เพอ่ื หาผไู้ ด้รับเลือกต้ังเป็นสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชอื่ ดงั ตอ่ ไปน้ี

(๓๑) (๑) ให้รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองไดร้ ับจากการเลือกต้ังแบบบัญชรี ายชื่อ ท้ังประเทศ (๒) ให้นำคะแนนรวมจาก (๑) หารด้วยหนึ่งร้อย ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นคะแนนเฉลี่ย ต่อสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายชอ่ื หนึง่ คน (๓) ในการคำนวณหาจำนวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่ือที่แตล่ ะพรรคการเมือง จะได้รับ ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ หารด้วยคะแนน เฉลี่ยตาม (๒) ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนท่ีเป็นจำนวนเต็มตัวเลขที่มีทศนิยมหกตำแหน่งคือจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายชือ่ ทพี่ รรคการเมอื งน้ันพึงไดร้ ับ (๓/๑) นำผลลัพธ์จาก (๓) ปัดลงให้เหลือเฉพาะส่วนที่จำนวนเต็มคือจำนวนสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชื่อท่ีพรรคการเมืองนั้นไดร้ ับ (๔) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองได้รับ รวมกันทุกพรรคการเมืองมีจำนวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้ทำการปรับสัดส่วนโดยนำผลลัพธ์ตาม (๓) ของแต่ละพรรคการเมืองที่มีคูณด้วยหนึ่งร้อยแล้วหารด้วยผลรวมของผลลัพธ์ที่เป็นเศษโดยไม่มี จำนวนเต็มและจาก (๓/๑) ของทุกพรรคการเมืองที่มีเศษหลังจากการคำนวณตาม (๓) พรรคใด เป็นหรือมีเศษจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับผลลัพธ์ที่ได้เป็นตัวเลขที่มีทศนิยมหกตำแหน่ง คือจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่ออีกหนึ่งคนเรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองทั้งหมดนั้นพึงได้รับรวมกันครบจำนวน หนง่ึ รอ้ ยคนหลงั การปรับสัดสว่ น (๔/๑) นำผลลัพธ์จาก (๔) ปัดลงให้เหลือเฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็มคือจำนวน สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบบญั ชีรายชอ่ื ที่พรรคการเมืองนัน้ ได้รบั หลงั การปรับสัดส่วน (๔/๒) หลังจากการคำนวณใน (๔/๑) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายช่ือที่พรรคการเมืองได้รับรวมกนั ทุกพรรคการเมืองมีจำนวนไม่ครบหน่ึงร้อยคน ใหพ้ รรคการเมือง ที่มีผลลัพธท์ ี่เป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็มและพรรคการเมืองทีม่ ีเศษหลังจากการคำนวณตาม (๔) พรรคใด เป็นหรือมีเศษจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่ออีกหนึ่งคน เรียงตามลำดับจนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองทั้งหมด ไดร้ ับรวมกันครบจำนวนหน่ึงร้อยคน (๔/๓) หลังจากการคำนวณใน (๔/๑) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อทีพ่ รรคการเมืองได้รับรวมกันทกุ พรรคการเมืองมีจำนวนเกินหนึ่งรอ้ ยคน ให้พรรคการเมือง ที่มีเศษหลังจากการคำนวณตาม (๔) พรรคใดเป็นหรือมีเศษจำนวนน้อยที่สุด ให้ได้รับจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อลดลงหนึ่งคนเรียงตามลำดับจนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบญั ชีรายช่อื ทพี่ รรคการเมืองทง้ั หมดไดร้ บั รวมกันครบจำนวนหนึ่งรอ้ ยคน (๕) ในการดำเนินการตาม (๔)(๔/๒) และ (๔/๓) ถ้าในลำดับใดมีจำนวนเศษเท่ากัน และจะทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไม่ครบหรือเกินจำนวนหนึ่งร้อยคน ให้ตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีเศษเท่ากันจับสลากตามวันและเวลาที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อให้ได้ สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือครบจำนวน ให้ถือว่าผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนที่ พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผลการคำนวณตามวรรคหนึ่งได้รับเลื อกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลข

(๓๒) ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ เท่าที่มีอยู่ในแต่ละบญั ชีรายชือ่ ผู้สมัครที่พรรคการเมืองนั้นได้ส่งสมัคร จำนวนที่ยังขาดอยู่ให้เปน็ ไป ตามมาตรา ๘๓ วรรคส่ี ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย”” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นดว้ ย ผแู้ ปรญตั ติขอสงวน พลตำรวจโท วิศนุ ม่วงแพรสี และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ขอแปรญัตติแก้ไข เพิม่ เตมิ ความในมาตรา ๒๓ เป็นดังน้ี “มาตรา ๒๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลือกตงั้ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๑๒๘ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายช่ือ จากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแล้ว ให้ดำเนินการคำนวณสัดส่วนเพื่อหาผู้ได้รับเลือกตั้ง เป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชี รายช่ือจะพงึ ได้รบั จากการเลอื กตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ให้คำนวณตามวธิ กี ารดังต่อไปนี้ (๑) ให้รวมผลนำคะแนนทั้งหมดท่ีทุกแต่ละพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกต้ัง แบบบัญชีรายชือ่ ทง้ั ประเทศมารวมกันหารด้วยหา้ รอ้ ยอันเป็นจำนวนสมาชกิ ทง้ั หมดของสภาผู้แทนราษฎร (๒) ให้นำคะแนนรวมจากผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารด้วยหน่ึงรอ้ ย ผลลพั ธ์จำนวนคะแนน รวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวนที่ได้รับ ใหถ้ อื เป็นคะแนนเฉลี่ยตอ่ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชือ่ หนง่ึ คนที่พรรคการเมืองนั้น จะพงึ มี (๓) ในการคำนวณหาให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีแต่ละ พรรคการเมืองจะได้รับ ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วย จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมด ที่แต่ละพรรคการเมืองนั้นได้รับหารด้วย คะแนนเฉลี่ยตาม (๒)เลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็มคือจำนวน สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่อื ท่พี รรคการเมืองน้นั จะไดร้ ับ (๔) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีแต่ละพรรคการเมือง ได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองจะพึงมีตาม (๒) มีจำนวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมือง ท่มี ีผลลพั ธ์ท่ีเป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็มและมากกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมือง ที่มีเศษหลังจากการคำนวณตาม (๓) พรรคใดเป็นหรือมีเศษจำนวนมากที่สุดนั้นได้รับแบบแบ่งเขต เลือกตั้งทุกเขตรวมกัน ให้ได้รับจำนวนเพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบจากบัญชีรายชื่ออีกหนึ่งคน เรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีของพรรคการเมืองนั้นจนเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายช่ือทพ่ี รรคการเมอื งทง้ั หมดได้รับคำนวณไดต้ าม (๒) หากจำนวนสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อที่คำนวณได้ดังกล่าว รวมกันครบจำนวนไม่เกินหนึ่งร้อยคน ให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบญั ชรี ายชอื่ ของแตล่ ะพรรคการเมอื งเปน็ ไปตามทค่ี ำนวณได้นั้น (๕) ในการดำเนินการตาม (๔) ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวน ถา้ พรรคการเมืองใดมผี ู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ังเท่ากับหรือสูงกว่า จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ให้พรรคการเมืองน้ัน มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและ ไม่มีสิทธิได้รับ

(๓๓) การจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเกินจำนวนหนึ่งร้อยคน ให้ตัวแทนของ พรรคการเมืองที่มีเศษเท่ากันจับสลากตามวันและเวลาที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อให้ได้และให้นำ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบจำนวนทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมือง ที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าว มสี มาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรเกนิ จำนวนที่จะพึงมีได้ตาม (๒) (๖) เมื่อได้จำนวนผู้ได้รับเลือกตัง้ แบบบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัคร ตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองน้ัน เป็นผไู้ ดร้ ับเลอื กต้ังเปน็ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร ใ ห ้ ถ ื อ ว ่า ผ ู้ สม ั คร ต า ม บ ั ญช ี ร า ยช ื ่อ ผู้ สม ั คร ข อ ง พร ร ค กา ร เ ม ือ งต า ม จ ำ น ว นที่ พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผลการคำนวณตามวรรคหนึ่งได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลข ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ เท่าที่มีอยู่ในแตล่ ะบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนั้นได้ส่งสมัคร จำนวนที่ยังขาดอยู่ให้เปน็ ไป ตามมาตรา ๘๓ วรรคส่ี ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ ห็นดว้ ย ผแู้ ปรญัตติขอสงวน นายรังสมิ นั ต์ โรม ขอแปรญตั ติแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ความในมาตรา ๒๓ เป็นดังนี้ “มาตรา ๒๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๒๘ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานผลรวมคะแนนการคำนวณหาจำนวน ส ม า ช ิ ก ส ภ า ผ ู ้ แ ท น ร า ษ ฎ ร แ บ บ บ ั ญ ช ี ร า ย ช ื ่ อ จ า ก ผ ู ้ อ ำ น ว ย ก า ร ก า ร เ ล ื อ ก ต ั ้ ง ป ร ะ จ ำ จ ั ง ห ว ั ดแ ล้ ว ให้ดำเนินการคำนวณสัดส่วนเพื่อหาผู้ได้รับของแต่ละพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายช่ือ จะพึงได้รับจากการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้คำนวณตามวิธีการ ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ให้รวมผลคะแนนทั้งหมดท่ีทุกพรรคการเมืองได้รับคะแนนจากการบัตรเลือกต้ัง แบบบญั ชีรายชอื่ ท้ังประเทศ (๒) ให้นำคะแนนรวมจาก (๑) หารด้วยหนึ่งร้อย ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่อื หน่ึงคน (๓) ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่ซึ่งแต่ละ พรรคการเมืองจะได้รับ ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อท่ีของแต่ละพรรคการเมือง ท่ีได้รับ หารด้วยคะแนนเฉลี่ยตาม (๒) ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็มคือจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชื่อที่พรรคการเมอื งนั้นได้รับ โดยเรียงตามลำดบั หมายเลขในบัญชีรายช่อื ของพรรคการเมืองนั้น (๔) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองได้รับ รวมกันทุกพรรคการเมืองมีจำนวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ที่เป็นเศษโดยไม่มี จำนวนเต็มและพรรคการเมืองที่มีเศษหลังจากการคำนวณตาม (๓) พรรคใดเป็นหรือมีเศษทีม่ ีจำนวน มากที่สุด ให้ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนเรียงตามลำดับ

(๓๔) จนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองทั้งหมดได้รับรวมกัน ครบจำนวนหนง่ึ รอ้ ยคน (๕) ในการดำเนินการตาม (๔) ถ้าในลำดับใดมีเศษคะแนนเท่ากันและจะทำให้จำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเกินจำนวนหนึ่งร้อยคน ให้ตัวแทนของพรรคการเมือง ที่มีเศษคะแนนเท่ากันจับสลากตามโดยตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีคะแนนเท่ากันภายในวันและเวลา ที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อใหไ้ ด้สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบจำนวน ให้ถือว่าผ้สู มัครตามจำนวนสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่อื ผู้สมคั รของแต่ละ พรรคการเมืองตามจำนวนท่ีพรรคการเมืองน้ันจะได้รับตามผลการคำนวณตามวรรคหน่ึงได้รับเลือกต้ัง เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ข้างต้น จะต้องไม่เกิน จำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่ในแต่ละบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนั้น ได้ส่งสมัคร จำนวนทยี่ ังขาดอยู่ให้เป็นไปตามมาตรา ๘๓ วรรคสี่ ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทยจดั ทำขึ้น”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ หน็ ด้วย ผู้แปรญตั ตขิ อสงวน นายปรีดา บญุ เพลงิ ขอแปรญัตติแกไ้ ขเพ่ิมเติมความในมาตรา ๒๓ เป็นดังน้ี “มาตรา ๒๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลอื กตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๑๒๘ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายช่ือ จากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวดั แล้ว ให้ดำเนินการคำนวณสัดส่วนเพื่อหาผูไ้ ด้รับเลือกตัง้ เป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชี รายชอ่ื จะพึงไดร้ ับจากการเลือกตั้งแบบบญั ชีรายชอื่ ให้คำนวณตามวธิ ีการ ดงั ต่อไปนี้ (๑) ให้รวมผลนำคะแนนทั้งหมดท่ีทุกแต่ละพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกต้ัง แบบบญั ชรี ายชื่อทั้งประเทศมารวมกันหารด้วยหา้ รอ้ ยอันเป็นจำนวนสมาชิกท้งั หมดของสภาผแู้ ทนราษฎร (๒) ใหน้ ำคะแนนรวมจากผลลพั ธ์ตาม (๑) ไปหารดว้ ยหนง่ึ รอ้ ย ผลลัพธ์จำนวน คะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน ที่ได้รับให้ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคน ที่พรรคการเมอื งนนั้ พงึ จะมี (๓) ในการคำนวณหาให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีแต่ละ พรรคการเมืองจะได้รับ ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วย จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมด ที่แต่ละพรรคการเมืองนั้นได้รับหารด้วย คะแนนเฉลี่ยตาม (๒)เลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็มคือจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่พี รรคการเมอื งนน้ั จะได้รบั (๔) ในกรณีท่ีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมือง ได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองจะพึงมีตาม (๒) มีจำนวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมือง ทีม่ ีผลลัพธท์ ่ีเป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็มและมากกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมือง ที่มีเศษหลังจากการคำนวณตาม (๓) พรรคใดเป็นหรือมีเศษจำนวนมากที่สุดนั้นได้รับแบบแบ่งเขต เลือกตั้งทุกเขตรวมกัน ให้ได้รับจำนวนเพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบจากบัญชีรายชื่ออีกหนึ่งคน เรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีของพรรคการเมืองนั้นจนเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี

(๓๕) รายชื่อท่ีพรรคการเมืองทั้งหมดได้รับคำนวณได้ตาม (๒) หากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อที่คำนวณได้ดังกล่าว รวมกันครบจำนวนไม่เกินหนึ่งร้อยคน ให้จำนวนสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายชอ่ื ของแต่ละพรรคการเมอื งเป็นไปตามท่ีคำนวณได้นั้น (๕) ในการดำเนินการตาม (๔) ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวน ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเท่ากับ หรือสูงกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ให้พรรคการเมืองนั้น มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับ การจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเกินจำนวนหนึ่งร้อยคน ให้ตัวแทนของ พรรคการเมืองที่มีเศษเท่ากันจับสลากตามวันและเวลาที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อให้ได้และให้นำ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบจำนวนทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมือง ที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าว มสี มาชกิ สภาผู้แทนราษฎรเกินจำนวนทีพ่ ึงมไี ด้ตาม (๒) (๖) เมื่อได้จำนวนผู้ได้รับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมอื งน้นั เป็นผู้ไดร้ บั เลอื กต้ังเป็นสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร ให้ถือว่าผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนท่ี พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผลการคำนวณตามวรรคหนึ่งได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลข ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชอ่ื เท่าที่มีอยู่ในแต่ละบญั ชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนัน้ ได้ส่งสมัคร จำนวนที่ยังขาดอยู่ให้เป็นไป ตามมาตรา ๘๓ วรรคส่ี ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ ห็นด้วย ผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวน ศาสตราจารยโ์ กวทิ ย์ พวงงาม ขอแปรญตั ตแิ กไ้ ขเพม่ิ เติมความในมาตรา ๒๓ เปน็ ดังน้ี “มาตรา ๒๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๑๒๘ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายช่ือ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแล้ว ให้ดำเนินการคำนวณสัดส่วน เพ่ือหาผไู้ ดร้ ับเลอื กตงั้ เปน็ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายช่ือ ดงั ต่อไปนี้ (๑) ให้รวมผลคะแนนท้ังหมดที่ทกุ พรรคการเมืองไดร้ ับจากการเลือกต้ังแบบบัญชีรายชอ่ื และแบบแบง่ เขตเลอื กต้ังทัง้ ประเทศ (๒) ให้นำผลคะแนนรวมจาก (๑) หารด้วยหนึ่งห้าร้อย ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นคะแนน เฉลย่ี ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายชื่อหน่ึงคน (๓) ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละ พรรคการเมืองจะได้รับ ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตง้ั แบบบัญชีรายชอ่ื ทแี่ ตล่ ะนำผลลัพธ์ตาม (๒) ไปหารจำนวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรคท่ีได้รับหารด้วยคะแนนเฉล่ีย ตาม (๒) ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนท่ีการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทุกเขต

(๓๖) จำนวนท่ีไดร้ ับให้ถือเป็นจำนวนเต็มคือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชอ่ื ท่ีพรรคการเมืองนั้น พงึ มไี ดร้ ับ (๓/๑) นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๓) ลบด้วย จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกต้ัง ในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์คือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้น จะไดร้ ับ (๓/๒) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ แบ่งเขตเลือกต้ังเท่ากับหรือสูงกว่าจำนวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรทีพ่ รรคการเมอื งนั้นจะพึงมไี ด้ตาม (๓) ให้พรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และให้นำจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองทมี่ ีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๓) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลใหพ้ รรคการเมืองใดดังกล่าวมสี มาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจำนวนท่ีพึงจะมี ได้ตาม (๓) (๔) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองได้รับ รวมกันทุกพรรคการเมืองท่ีมีจำนวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ที่เป็นเศษโดยไม่มี จำนวนเต็มและพรรคการเมืองที่มีเศษหลังจากการคำนวณตาม (๓) พรรคใดเป็นหรือมีเศษจำนวน มากท่ีสดุ ใหไ้ ด้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชือ่ อีกหนึ่งคนเรียงตามลำดับ จนกว่าจะมี จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือที่พรรคการเมืองทั้งหมดได้รับรวมกันครบจำนวน หนึ่งรอ้ ยคน (๕) ในการดำเนินการตาม (๔) ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเกินจำนวนหนึ่งร้อยคน ให้ตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีเศษเท่ากัน จับสลากตามวันและเวลาที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อให้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ครบจำนวน ให้ถือว่าผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนที่ พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผลการคำนวณตามวรรคหนึ่งได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลข ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชอื่ เท่าที่มีอยู่ในแตล่ ะบญั ชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนัน้ ได้ส่งสมัคร จำนวนที่ยังขาดอยู่ให้เป็นไป ตามมาตรา ๘๓ วรรคสี่ ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย”” คณะกรรมาธิการไม่เห็นดว้ ย ผ้แู ปรญตั ตขิ อสงวน มาตรา ๒๔ แกไ้ ขมาตรา ๑๒๙ ไม่มกี ารแกไ้ ข มีผแู้ ปรญตั ติขอสงวนคำแปรญัตติ นายรังสมิ นั ต์ โรม ขอแปรญตั ตแิ ก้ไขความในมาตรา ๒๔ เป็นดังน้ี “มาตรา ๒๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน

(๓๗) “มาตรา ๑๒๙ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการคำนวณสัดส่วนจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองตามมาตรา ๑๒๘ แล้ว และคณะกรรมการ มหี ลกั ฐานอันควรเช่อื ได้วา่ การเลอื กต้ังน้นั เป็นไปโดยสุจริตและเทีย่ งธรรม ให้คณะกรรมการประกาศ ผลการเลือกตั้งว่าผู้สมัครผู้ใดเป็นผู้ได้รับการเลอื กตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ ให้แลว้ เสร็จโดยเรว็ แต่ต้องไม่ช้ากวา่ หกสบิ วนั นบั แตว่ นั เลือกต้ัง”” คณะกรรมาธิการไม่เหน็ ดว้ ย ผแู้ ปรญัตตขิ อสงวน มาตรา ๒๕ แกไ้ ขมาตรา ๑๓๐ ไมม่ ีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญตั ติ นายรังสิมันต์ โรม ขอแปรญัตติแกไ้ ขความในมาตรา ๒๕ เป็นดังน้ี “มาตรา ๒๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓๐ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ด้วยการเลอื กต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๓๐ เมื่อคณะกรรมการประกาศผลการเลือกตั้งแล้วให้นำผลการเลือกต้ัง ไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเมื่อมีประธานรัฐสภาแล้ว ให้ส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชี รายชือ่ ของทกุ พรรคการเมืองไปยังประธานรัฐสภาเพือ่ ทราบโดยเร็ว”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ หน็ ดว้ ย ผูแ้ ปรญัตตขิ อสงวน มาตรา ๒๖ ยกเลกิ มาตรา ๑๓๑ ไมม่ กี ารแกไ้ ข มาตรา ๒๗ แกไ้ ขมาตรา ๑๓๒ วรรคหน่ึง มีการแก้ไข มกี รรมาธกิ ารขอสงวนความเหน็ และผู้แปรญตั ติขอสงวนคำแปรญตั ติ นายธีรัจชยั พนั ธุมาศ นายปดพิ ทั ธ์ สนั ติภาดา และนายณฐั วุฒิ บัวประทุม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพิ่มเตมิ ความในมาตรา ๒๗ เปน็ ดังน้ี “มาตรา ๒๗ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งสาม วรรคสี่ วรรคห้า และวรรคหกของ มาตรา ๑๓๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๑๓๒ ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัคร ผู้ใดกระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือมีหลักฐาน อนั ควรเชอื่ ได้ว่าผสู้ มคั รผู้ใดกอ่ ใหบ้ ุคคลอืน่ กระทำ สนับสนนุ หรือรูเ้ ห็นเปน็ ใจใหบ้ ุคคลอน่ื กระทำการ ดังกล่าว หรือรู้ว่ามีการกระทำดังกล่าวแล้วไม่ดำเนินการเพื่อระงับการกระทำนั้น หรือกระทำการ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการ จนอาจเป็นเหตุให้การเลือกตั้งนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการมีคำส่ัง ดงั ต่อไปน้ี (๑) ในกรณีที่การกระทำการนั้นเป็นการกระทำเกี่ยวกับการเลือกตั้งแบบ แบ่งเขตเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการสั่งยกเลิกการเลือกตั้งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ และสั่งระงับ สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครซึ่งกระทำการเช่นนั้นทุกรายไว้เป็นการชั่วคราว เป็นระยะเวลา ไมเ่ กนิ หน่ึงปนี ับแต่วันท่ีคณะกรรมการมคี ำส่ัง

(๓๘) (๒) ในกรณีที่การกระทำการนั้นเป็นการกระทำเกี่ยวกับการเลือกตั้งแบบบัญชี รายชื่อ ให้บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนให้แก่บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นในหน่วยเลือกตั้งน้ัน เป็นบัตรเสีย และให้คณะกรรมการสั่งมิให้นับเป็นคะแนนในการคำนวณหาจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ มิให้นำความในมาตรา ๑๑๘ วรรคสอง มาใช้บังคับแก่บัตรเสียดังกล่าว เฉพาะกรณีที่คณะกรรมการมีคำสั่งภายหลังการ นบั คะแนนแลว้ ”” นายรังสมิ นั ต์ โรม ขอแปรญตั ตแิ กไ้ ขเพ่ิมเตมิ ความในมาตรา ๒๗ เป็นดงั นี้ “มาตรา ๒๗ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งสาม วรรคสี่ วรรคห้า และวรรคหกของ มาตรา ๑๓๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๓๒ ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัคร ผู้ใดกระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือมีหลักฐาน อันควรเช่ือได้ว่าผสู้ มคั รผ้ใู ดกอ่ ใหบ้ ุคคลอืน่ กระทำ สนบั สนนุ หรือรเู้ หน็ เป็นใจใหบ้ คุ คลอ่ืนกระทำการ ดังกล่าว หรือรู้ว่ามีการกระทำดังกล่าวแล้วไม่ดำเนินการเพื่อระงับการกระทำนั้น หรือกระทำการ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการ จนอาจเป็นเหตุให้การเลือกตั้งนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการมีคำสั่ง ดังต่อไปน้ี (๑) ในกรณีที่การกระทำการนั้นเป็นการกระทำเกี่ยวกับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เลือกตั้ง ให้คณะกรรมการสั่งยกเลิกการเลือกตั้งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ และสั่งระงับสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งของผู้สมัครซึ่งกระทำการเช่นนั้นทุกรายไว้เป็นการชั่วคราว เป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันท่ีคณะกรรมการมีคำสั่ง (๒) ในกรณีที่การกระทำการนั้นเป็นการกระทำเกี่ยวกับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ให้บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนให้แก่บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นในหน่วยเลือกตั้งนั้นเป็น บัตรเสีย และใหค้ ณะกรรมการสั่งมใิ ห้นับเป็นคะแนนในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ มิให้นำความในมาตรา ๑๑๘ วรรคสอง มาใช้บังคับ แก่บัตรเสียดงั กลา่ ว เฉพาะกรณที ค่ี ณะกรรมการมคี ำสงั่ ภายหลังการนับคะแนนแลว้ ”” คณะกรรมาธิการไม่เห็นดว้ ย ผู้แปรญัตติขอสงวน มาตรา ๒๘ แก้ไขมาตรา ๑๓๖ วรรคหนึง่ มกี ารแกไ้ ข มีผูแ้ ปรญัตติขอสงวนคำแปรญตั ติ นายเสรี สวุ รรณภานนท์ ขอแปรญัตติแก้ไขเพ่มิ เติมความในมาตรา ๒๘ เปน็ ดงั นี้ “มาตรา ๒๘ ใหย้ กเลิกความในวรรคหนงึ่ ของมาตรา ๑๓๖ แห่งพระราชบัญญัตปิ ระกอบ รฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๓๖ ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ใดให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้เงินหรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ทั้งนี้ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกตง้ั ให้แก่ผสู้ มัครผใู้ ดหรอื บญั ชรี ายช่ือของพรรคการเมืองใด หรอื ให้งดเว้นลงคะแนนเลือกต้ัง ผู้สมัครผู้ใดหรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือให้ลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดหรือบัญชีรายชื่อ

(๓๙) ของพรรคการเมืองใด ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดเงินหรือทรัพย์สินของผู้นั้นไว้เป็นการ ช่ัวคราวจนกว่าศาลจะมคี ำพพิ ากษาหรอื คำส่งั ”” คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผแู้ ปรญัตติขอสงวน นายรังสิมนั ต์ โรม ขอแปรญตั ตติ ัดมาตรา ๒๘ ออกทง้ั มาตรา คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นด้วย ผ้แู ปรญัตติขอสงวน มาตรา ๒๙ แกไ้ ขมาตรา ๑๓๗ ไมม่ ีการแกไ้ ข มกี รรมาธกิ ารขอสงวนความเหน็ และผู้แปรญัตตขิ อสงวนคำแปรญัตติ นายธีรจั ชยั พันธมุ าศ นายปดิพัทธ์ สนั ตภิ าดา และนายณัฐวฒุ ิ บวั ประทมุ (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเหน็ โดยขอให้แกไ้ ขความในมาตรา ๒๙ เป็นดงั นี้ “มาตรา ๒๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๑๓๗ ก่อนหรือในวันเลือกตั้ง ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะดำเนินการ สอดส่อง สืบสวน ไต่สวน หรือแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบให้การเลือกต้ัง เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ถ้าคณะกรรมการสืบสวนหรือไต่สวนแล้ว มีเหตุอันควรสงสัยว่า การเลอื กตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือกรรมการแตล่ ะคนพบเห็นการกระทำหรือการงดเว้น การกระทำใดอนั อาจเป็นเหตใุ หก้ ารเลอื กตั้งมิไดเ้ ปน็ ไปโดยสุจริตหรือเทย่ี งธรรม หรือเปน็ ไปโดยมิชอบด้วย กฎหมาย ให้มีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกตั้ง และสั่งให้ดำเนินการ เลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่สำหรับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งแบบ บัญชีรายชื่อที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย หรือทุกหน่วยเลือกตั้งได้ ในกรณีที่เป็นการดำเนินการของกรรมการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอื่ นไขที่คณะกรรมการกำหนด”” นายรงั สมิ ันต์ โรม ขอแปรญัตตติ ดั มาตรา ๒๙ ออกทง้ั มาตรา คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ ห็นด้วย ผู้แปรญตั ติขอสงวน มาตรา ๒๙/๑ แก้ไขมาตรา ๑๔๐ วรรคหน่ึง คณะกรรมาธิการเพม่ิ ขึน้ ใหม่ มกี รรมาธิการขอสงวนความเห็น และผูแ้ ปรญตั ติขอสงวนคำแปรญตั ติ นายธีรัจชยั พนั ธุมาศ นายปดิพัทธ์ สนั ติภาดา และนายณัฐวฒุ ิ บวั ประทุม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเหน็ โดยขอใหเ้ พม่ิ ความเป็นมาตรา ๒๙/๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙/๑/๑๙ ดงั น้ี “มาตรา ๒๙/๑/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๓ แห่งพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๔๓ ผู้ใดกระทำการอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้อืน่ เข้าใจผิดว่าผ้สู มัครผู้ใดกระทำการ ฝ่าฝืนหรือไมป่ ฏิบตั ติ ามพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู น้ี ตอ้ งระวางโทษจำคุกไมเ่ กนิ สองปี หรือปรับ ไมเ่ กินสห่ี มน่ื บาท

(๔๐) ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการเพื่อจะแกล้งให้ผู้สมัครนั้นถูกเพิกถอนสิทธิสมัคร รับเลือกตั้ง หรือเพื่อไม่ให้มีการประกาศผลการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับ ตงั้ แต่หน่ึงแสนบาทถึงสองแสนบาท ถา้ การกระทำตามวรรคหนึ่งเปน็ การแจง้ หรือให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการ ต้องระวางโทษ จำคกุ ต้ังแต่เจด็ ปถี ึงสบิ ปี และปรบั ตัง้ แต่หนึ่งแสนสหี่ มื่นบาทถึงสองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้งั สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๑๔๔ ผู้ใดจงใจกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหาย หรือใหเ้ ป็นบัตรเสีย หรอื กระทำดว้ ยประการใด ๆ แก่บัตรเสียเพ่ือใหเ้ ป็นบตั รทใ่ี ช้ได้ ต้องระวางโทษจำคุก ไมเ่ กนิ ห้าปี และปรบั ไมเ่ กินหนึง่ แสนบาท ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษ จำคกุ ตั้งแต่หนง่ึ ปถี ึงสบิ ปี และปรับตั้งแต่สองหมืน่ บาทถึงสองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๓ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๔๕ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๔๕ ผู้ใดไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งซึ่งมีหน้าที่และอำนาจ ในการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง มีหรือครอบครองไว้ซึ่งบัตรเลือกตั้งโดยไม่ชอบ ไม่ว่าบัตรเลือกตั้งนั้น จะเป็นบัตรเลือกตั้งที่สำนักงานเป็นผู้จัดให้มีขึ้นหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตง้ั แต่สองหม่นื บาทถงึ หนึ่งแสนบาท หรือท้ังจำท้งั ปรับ” มาตรา ๒๙/๑/๔ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๔๘ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๑๔๘ ผู้ใดเล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใด ๆ เกี่ยวกับผลของ การเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือท้งั จำทั้งปรบั และให้ศาลสง่ั เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลอื กตั้งของผ้จู ัดให้มีการเล่น” มาตรา ๒๙/๑/๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๙ แหง่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ด้วยการเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๑๔๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๗๘ วรรคหนง่ึ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่หนง่ึ ปถี งึ สิบปี หรอื ปรบั ต้ังแต่สองหมื่นบาทถงึ หนงึ่ แสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๐ แหง่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๑๕๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน สีห่ มนื่ บาท หรือทัง้ จำท้ังปรบั ” มาตรา ๒๙/๑/๗ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๕๑ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๕๑ ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกต้ัง

(๔๑) หรือทำหนงั สือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรบั เลือกต้ังแบบบัญชีรายช่ือ ต้องระวางโทษ จำคกุ ตั้งแตห่ นง่ึ ปีถงึ สบิ ปี และปรบั ตั้งแตส่ องหมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๘ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๑๕๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ด้วยการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๑๕๒ ผู้สมัครผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับต้ังแต่สองหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๙ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๑๕๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กตงั้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๑๕๓ ผู้สมัครผู้ใดทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา ๔๕ หรอื มาตรา ๕๗ อันเปน็ เท็จ ตอ้ งระวางโทษจำคุกไมเ่ กินสองปี หรอื ปรับไม่เกินสี่หม่ืนบาท หรอื ท้ังจำท้ังปรบั ” มาตรา ๒๙/๑/๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๑๕๔ ผู้สมัครผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๓ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึง่ แสนบาท หรือปรับเป็นจำนวนสามเท่าของจำนวนเงินที่เกินค่าใชจ้ ่าย ท่คี ณะกรรมการกำหนด แลว้ แตจ่ ำนวนใดจะมากกว่ากนั หรือท้ังจำทงั้ ปรบั ในกรณีที่พรรคการเมืองกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ สองแสนบาทถึงสองล้านบาท หรอื ปรับเปน็ จำนวนสามเท่าของจำนวนเงินที่เกนิ ค่าใช้จ่ายท่ีคณะกรรมการ กำหนด แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่ากนั ในกรณีที่พรรคการเมืองกระทำความผิดตามวรรคสอง ถ้าหัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธิการพรรคการเมือง หรือเหรัญญิกของพรรคการเมืองรู้เห็นเป็นใจด้วยกับการกระทำความผิด ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไวใ้ นวรรคหนง่ึ ” มาตรา ๒๙/๑/๑๑ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๑๕๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๑๕๕ ผู้สมัครหรือหัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่าย ต่อคณะกรรมการภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือจงใจยื่นเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ตามมาตรา ๖๗ ต้องระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กินสองปี หรอื ปรับไม่เกนิ ส่หี ม่ืนบาท หรือทัง้ จำทัง้ ปรับ ถา้ บัญชรี ายชื่อและรายจ่ายที่ยื่นตามมาตรา ๖๗ เปน็ เทจ็ ผูส้ มัครหรือหัวหน้าพรรคการเมือง ต้องระวางโทษจำคกุ ตง้ั แตห่ นง่ึ ปถี งึ หา้ ปี และปรบั ตั้งแตส่ องหมน่ื บาทถึงหนึ่งแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๑๒ ให้ยกเลิกวรรคสามของมาตรา ๑๕๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๙/๑/๑๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแี้ ทน

(๔๒) “มาตรา ๑๕๙ ผ้ใู ดฝา่ ฝืนมาตรา ๗๓ (๓) (๔) หรือ (๕) ตอ้ งระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้นำความในมาตรา ๑๕๘ วรรคสอง มาใช้บังคับด้วย” มาตรา ๒๙/๑/๑๔ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๑๖๐ แหง่ พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๑๖๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๔ หรือหาเสียงเลือกตั้งไม่ว่าด้วยประการใด เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อหรือเข้าใจผิดว่าเป็นนโยบายของพรรคการเมืองตามมาตรา ๗๔ ต้องระวางโทษ จำคุกต้ังแตห่ นึ่งปีถงึ สบิ ปี หรอื ปรบั ตัง้ แต่สองหม่นื บาทถงึ สองแสนบาท หรอื ทั้งจำทั้งปรบั ” มาตรา ๒๙/๑/๑๕ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๑๖๓ แห่งพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๑๖๓ ผู้ใดฝา่ ฝนื มาตรา ๙๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๐๔ ต้องระวางโทษจำคุก ตงั้ แตห่ น่งึ ปถี ึงสบิ ปี และปรบั ต้ังแตส่ องหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๑๖ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งและวรรคสองของมาตรา ๑๖๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๑๖๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙๕ วรรคสอง มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๘ มาตรา ๑๐๐ หรือมาตรา ๑๐๑ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือท้ังจำทั้งปรบั ในกรณีทีผ่ ้ฝู ่าฝืนตามวรรคหน่ึงเปน็ ผู้รบั หรอื ยอมจะรับเงนิ ทรัพยส์ ิน หรอื ประโยชน์อื่นใด ถ้าได้แจ้งถึงการกระทำดังกล่าวต่อคณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายก่อนถูกจับกุม ผู้น้ัน ไม่ตอ้ งรบั โทษ” มาตรา ๒๙/๑/๑๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๖๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการเลอื กตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ “มาตรา ๑๖๕/๑ ผู้ใดกระทำการให้เกิดอุปสรรคตอ่ การนับคะแนนหรอื ทำให้ประชาชน ผู้สังเกตการณ์นับคะแนนไม่สามารถเห็นบัตรลงคะแนนและเครื่องหมายลงคะแนนอย่างชัดเจน หรือขัดขวางการบันทึกและเผยแพร่ภาพและเสียงของประชาชนผู้สังเกตการณ์นับคะแนนตามมาตรา ๑๑๗ ตอ้ งระวางโทษจำคุกไมเ่ กนิ ห้าปี หรือปรบั ไม่เกนิ หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทงั้ ปรับ ถ้าผู้กระทำผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุก ตง้ั แตห่ นึ่งปถี งึ สบิ ปี และปรับตัง้ แตส่ องหมื่นบาทถงึ สองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๑๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๖๖/๑ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ “มาตรา ๑๖๖/๑ ผู้ใดกระทำการอันเป็นเหตุให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับ บัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนนตามมาตรา ๑๒๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน หนง่ึ แสนบาท หรือทงั้ จำท้งั ปรบั ถ้าผู้กระทำผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุก ตัง้ แตห่ น่ึงปถี งึ สบิ ปี และปรบั ต้งั แต่สองหมืน่ บาทถึงสองแสนบาท”

(๔๓) มาตรา ๒๙/๑/๑๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๑๖๘ ในกรณีที่พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญน้ีกำหนดให้ศาลส่ังเพิกถอน สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ให้การเพิกถอนสิทธิดังกล่าวมีผลในทันทีและเริ่มนับระยะเวลานับแต่วันที่ ศาลมีคำส่งั หรือคำพิพากษา เวน้ แตศ่ าลอุทธรณ์หรอื ศาลฎีกาจะมีคำสง่ั หรอื คำพิพากษาเป็นอยา่ งอนื่ ”” นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้เพิ่มความ เป็นมาตรา ๒๙/๑/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๒๙/๑/๑ ใหย้ กเลกิ วรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๑๖๔ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑” นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้เพิ่มความ เป็นมาตรา ๒๙/๑/๑ ดงั น้ี “มาตรา ๒๙/๑/๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๖๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ “มาตรา ๑๖๕/๑ ผู้ใดกระทำการให้เกิดอุปสรรคต่อการนับคะแนนหรือทำให้ประชาชน ผู้สังเกตการณ์การนับคะแนนไม่สามารถเห็นบัตรลงคะแนนและเครื่องหมายลงคะแนนอย่างชัดเจน หรือขัดขวางการบันทึกและเผยแพร่ภาพและเสียงของประชาชนผู้สังเกตการณ์การนับคะแนน ตามมาตรา ๑๑๗ ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กินห้าปี หรอื ปรบั ไมเ่ กินหนึง่ แสนบาท หรือทั้งจำทัง้ ปรบั ถ้าผู้กระทำผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุก ตงั้ แตห่ น่ึงปถี งึ สบิ ปี และปรบั ตง้ั แตส่ องหม่ืนบาทถงึ สองแสนบาท”” นายรังสิมันต์ โรม ขอแปรญตั ติเพ่มิ ความเปน็ มาตรา ๒๙/๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙/๑/๑๙ ดงั นี้ “มาตรา ๒๙/๑/๑ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๑๔๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ด้วยการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๑๔๓ ผูใ้ ดกระทำการอันเปน็ เทจ็ เพื่อใหผ้ ู้อนื่ เขา้ ใจผิดว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำการ ฝา่ ฝนื หรอื ไมป่ ฏิบตั ิตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนญู น้ี ตอ้ งระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับ ไม่เกินสีห่ มนื่ บาท ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการเพื่อจะกลั่นแกล้งให้ผู้สมัครผู้นั้นถูกเพิกถอน สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพื่อไม่ให้มีการประกาศผลการเลอื กตั้ง ต้องระวางโทษจำคกุ ตั้งแตห่ ้าปีถงึ สบิ ปี และปรับตัง้ แตห่ น่งึ แสนบาทถึงสองแสนบาท ถา้ การกระทำตามวรรคหน่ึงเปน็ การแจง้ หรือให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการ ตอ้ งระวางโทษ จำคุกตงั้ แต่เจด็ ปีถึงสบิ ปี และปรบั ตง้ั แตห่ น่งึ แสนสห่ี มน่ื บาทถึงสองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกตัง้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนแี้ ทน

(๔๔) “มาตรา ๑๔๔ ผู้ใดจงใจกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหาย หรอื ใหเ้ ปน็ บัตรเสยี หรือกระทำด้วยประการใด ๆ แกบ่ ัตรเสยี เพ่อื ให้เป็นบัตรทใ่ี ช้ได้ ต้องระวางโทษจำคุก ไมเ่ กินหา้ ปีและปรับไม่เกินหนึง่ แสนบาท ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่หน่ึงปถี ึงสิบปี และปรับต้ังแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๓ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๔๕ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๑๔๕ ผู้ใดไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งซึ่งมีหน้าที่และอำนาจ ในการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง มีหรือครอบครองไว้ซึ่งบัตรเลือกตั้งโดยมิชอบ ไม่ว่าบัตรเลือกตั้งนั้น จะเป็นบัตรเลือกตั้งที่สำนักงานเป็นผู้จัดให้มีขึ้นหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรอื ปรบั ตั้งแตส่ องหม่ืนบาทถึงหนึง่ แสนบาท หรือท้งั จำท้ังปรบั ” มาตรา ๒๙/๑/๔ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๔๘ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๔๘ ผู้ใดเล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใด ๆ เกี่ยวกับผลของ การเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทัง้ ปรับ และให้ศาลส่ังเพกิ ถอนสทิ ธสิ มคั รรับเลือกตงั้ ของผจู้ ดั ใหม้ ีการเล่น” มาตรา ๒๙/๑/๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ด้วยการเลอื กตงั้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๔๙ ผู้ใดฝ่าฝนื มาตรา ๒๓ วรรคหนงึ่ หรือมาตรา ๗๘ วรรคหน่ึง ตอ้ งระวางโทษ จำคกุ ต้ังแตห่ นงึ่ ปีถึงสบิ ปี และปรบั ต้งั แตส่ องหมื่นบาทถงึ สองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๐ แหง่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๑๕๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน สี่หมืน่ บาท หรอื ทัง้ จำทั้งปรบั ” มาตรา ๒๙/๑/๗ ให้ยกเลิกความในวรรคหนง่ึ ของมาตรา ๑๕๑ แห่งพระราชบญั ญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๑๕๑ ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้ง หรือทำหนงั สือยนิ ยอมใหพ้ รรคการเมอื งเสนอรายช่ือเพ่ือสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษ จำคกุ ต้ังแต่หนง่ึ ปถี ึงสิบปี และปรบั ตง้ั แตส่ องหมืน่ บาทถงึ สองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๒ แหง่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๕๒ ผู้สมัครผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรบั ต้ังแต่สองหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท”

(๔๕) มาตรา ๒๙/๑/๙ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๑๕๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๑๕๓ ผู้สมัครผู้ใดทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา ๔๕ หรอื มาตรา ๕๗ อนั เปน็ เทจ็ ต้องระวางโทษจำคุกไมเ่ กินสองปี หรอื ปรับไม่เกินส่ีหม่ืนบาท หรือท้ังจำท้ังปรับ” มาตรา ๒๙/๑/๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลือกต้ังสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๕๔ ผู้สมัครผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๓ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือปรับเป็นจำนวนสามเท่าของจำนวนเงินที่เกินค่าใช้จ่าย ทคี่ ณะกรรมการกำหนด แลว้ แต่จำนวนใดจะมากกวา่ กนั หรอื ทงั้ จำทัง้ ปรับ ในกรณีที่พรรคการเมืองกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ สองแสนบาทถึงสองล้านบาท หรอื ปรบั เปน็ จำนวนสามเท่าของจำนวนเงนิ ท่ีเกินค่าใช้จ่ายท่ีคณะกรรมการ กำหนด แลว้ แตจ่ ำนวนใดจะมากกวา่ กัน ในกรณีที่พรรคการเมืองกระทำความผิดตามวรรคสอง ถ้าหัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธิการพรรคการเมือง หรือเหรัญญิกพรรคการเมืองรู้เหน็ เป็นใจด้วยกบั การกระทำความผิด ต้องรับโทษ ตามทีบ่ ัญญตั ิไว้ในวรรคหนง่ึ ” มาตรา ๒๙/๑/๑๑ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๑๕๕ แหง่ พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๑๕๕ ผู้สมัครหรือหัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่าย ต่อคณะกรรมการภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือจงใจยื่นเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ตามมาตรา ๖๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกนิ สองปี หรือปรบั ไม่เกนิ สหี่ ม่นื บาท หรือท้งั จำทง้ั ปรบั ถ้าบัญชรี ายรับและรายจ่ายที่ยนื่ ตามมาตรา ๖๗ เป็นเท็จ ผู้สมัครหรือหัวหน้าพรรคการเมือง ต้องระวางโทษจำคกุ ตง้ั แตห่ นึ่งปีถึงหา้ ปี และปรบั ตัง้ แตส่ องหม่นื บาทถงึ หนงึ่ แสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๑๒ ให้ยกเลิกวรรคสามของมาตรา ๑๕๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนญู ว่าด้วยการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๙/๑/๑๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๙ แหง่ พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๑๕๙ ผใู้ ดฝ่าฝืนมาตรา ๗๓ (๓) (๔) หรอื (๕) ตอ้ งระวางโทษจำคุกต้ังแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้นำความในมาตรา ๑๕๘ วรรคสอง มาใช้บงั คบั ด้วย” มาตรา ๒๙/๑/๑๔ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๑๖๐ แหง่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๑๖๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๔ หรือหาเสียงเลือกตั้งไม่ว่าด้วยประการใดเพื่อให้ ประชาชนหลงเชื่อหรือเข้าใจผิดว่าเป็นนโยบายของพรรคการเมืองตามมาตรา ๗๔ ต้องระวางโทษจำคุก ตง้ั แต่หน่งึ ปีถงึ สิบปี หรอื ปรบั ตัง้ แตส่ องหมืน่ บาทถึงสองแสนบาท หรือทงั้ จำทั้งปรับ”

(๔๖) มาตรา ๒๙/๑/๑๕ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๑๖๓ แหง่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๑๖๓ ผู้ใดฝา่ ฝืนมาตรา ๙๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๐๔ ต้องระวางโทษจำคุก ต้ังแต่หนง่ึ ปถี ึงสิบปี และปรับตงั้ แตส่ องหมืน่ บาทถึงสองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๑๖ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งและวรรคสองของมาตรา ๑๖๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๑๖๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙๕ วรรคสอง มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๘ มาตรา ๑๐๐ หรือมาตรา ๑๐๑ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรอื ท้งั จำทง้ั ปรบั ในกรณีทผี่ ู้ฝา่ ฝนื ตามวรรคหน่ึงเปน็ ผู้รบั หรือยอมจะรบั เงนิ ทรัพยส์ ิน หรอื ประโยชน์อ่นื ใด ถ้าได้แจ้งถึงการกระทำดังกล่าวต่อคณะกรรมการ หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายก่อนถูกจับกุม ผู้นั้น ไม่ตอ้ งรบั โทษ” มาตรา ๒๙/๑/๑๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๖๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกตงั้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ “มาตรา ๑๖๕/๑ ผู้ใดกระทำการให้เกดิ อุปสรรคต่อการนับคะแนนหรือทำให้ประชาชน ผู้สังเกตการณ์การนับคะแนนไม่สามารถเห็นบัตรลงคะแนนและเครื่องหมายลงคะแนนอย่างชัดเจน หรือขัดขวางการบันทึกและเผยแพร่ภาพและเสียงของประชาชนผู้สังเกตการณ์การนับคะแนน ตามมาตรา ๑๑๗ ต้องระวางโทษจำคกุ ไม่เกนิ ห้าปี หรือปรับไมเ่ กนิ หนึง่ แสนบาท หรอื ทัง้ จำท้งั ปรับ ถ้าผู้กระทำผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุก ต้งั แต่หนึ่งปถี ึงสิบปี และปรับตัง้ แต่สองหมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๑๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๖๖/๑ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ “มาตรา ๑๖๖/๑ ผู้ใดกระทำการอันเป็นเหตุให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับ บัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนนตามมาตรา ๑๒๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน หน่งึ แสนบาท หรือทงั้ จำท้ังปรับ ถ้าผู้กระทำผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุก ต้ังแตห่ น่งึ ปีถึงสิบปี และปรับตั้งแตส่ องหมืน่ บาทถึงสองแสนบาท” มาตรา ๒๙/๑/๑๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๑๖๘ ในกรณีที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้กำหนดให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ให้การเพิกถอนสิทธิดังกล่าวมีผลในทันทีและเริ่มนับระยะเวลานับแต่วันที่ ศาลมคี ำสงั่ หรือคำพพิ ากษา เวน้ แตศ่ าลอทุ ธรณห์ รอื ศาลฎกี าจะมีคำส่งั หรือคำพพิ ากษาเป็นอย่างอื่น”” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ด้วย ผู้แปรญตั ตขิ อสงวน

(๔๗) มาตรา ๒๙/๒ แกไ้ ขมาตรา ๑๖๙ คณะกรรมาธิการเพิม่ ข้นึ ใหม่ มาตรา ๓๐ ไมม่ ีการแกไ้ ข มาตรา ๓๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๒ ไม่มกี ารแก้ไข ๘. ขอ้ สังเกตของคณะกรรมาธกิ ารวิสามัญ คณะกรรมาธิการวิสามัญไดพ้ ิจารณารา่ งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับน้แี ลว้ เห็นว่า ควรมีข้อสังเกตที่คณะกรรมการการเลือกตั้งควรทราบหรือควรปฏิบัติ ไว้ในรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา โดยมีข้อสังเกตว่า ในการกำหนดรูปแบบ บัตรเลือกตั้ง โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบด้วย หมายเลขประจำตัวผู้สมัครและช่องทำเครื่องหมาย จะแบ่งเป็นสองแถวหรือสามแถวตามแนวต้ัง แล้วแต่จำนวนผู้สมัคร โดยแต่ละแถวจะเรียงชิดกัน ทำให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเกิดความสับสนในการ ทำเครื่องหมายลงคะแนนว่าเป็นการลงคะแนนให้กับผู้สมัครหมายเลขใด ระหว่างหมายเลขประจำตัว ผสู้ มคั รทางซ้ายในแถวเดยี วกนั หรือหมายเลขประจำตัวผู้สมัครทางขวาซึง่ อยู่ต่างแถวกัน ทำให้การออกเสียง ลงคะแนนไม่เปน็ ไปตามเจตนาของผู้ใชส้ ิทธเิ ลือกตัง้ อย่างแทจ้ ริง ดงั นัน้ ในการกำหนดรปู แบบบตั รเลือกตั้ง ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องออกแบบรูปแบบ บัตรเลือกตั้งให้แต่ละแถวของแต่ละหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร มีเส้นทึบคั่น เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า ช่องทำเครื่องหมายลงคะแนนใดเป็นของหมายเลขประจำตัวผู้สมัครผู้ใด เพื่อมิให้ผู้ใช้สิทธิเลือกต้ัง เกดิ ความสบั สนในการลงคะแนน ๙. ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม และขอ้ สงั เกตของคณะกรรมาธิการวสิ ามญั มาพรอ้ มกบั รายงานน้ดี ้วยแล้ว (นายนกิ ร จำนง) เลขานุการคณะกรรมาธิการวสิ ามญั

บนั ทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร (ฉบบั ที่ ..) พ.ศ. .... หลกั การ แก้ไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลอื กตงั้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังต่อไปน้ี (๑) แก้ไขเพ่มิ เติมใหค้ ณะกรรมการการเลือกต้ังจดั ใหม้ ีการเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลอื กตั้งและแบบบัญชีรายชือ่ (แก้ไขเพมิ่ เติมมาตรา ๑๑) (๒) แก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดวันและสถานท่ที ่ีพรรคการเมืองจะสง่ บัญชีรายช่ือผสู้ มัคร รบั เลือกตั้งสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่อื (แกไ้ ขเพมิ่ เติมมาตรา ๑๒ (๔)) (๓) แก้ไขเพ่ิมเติมจำนวนคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกต้ัง (แก้ไขเพิม่ เติมมาตรา ๑๙ (๑)) (๔) แก้ไขเพม่ิ เติมวิธีการคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรที่แต่ละจงั หวดั จะพึงมี และการแบง่ เขตเลือกต้ัง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๖) (๕) แก้ไขเพ่มิ เติมการตรวจสอบสิทธิการสมัครรบั เลอื กตงั้ ของผสู้ มัครรบั เลือกตัง้ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตัง้ โดยตัดเรื่องการคำนวณสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร แบบบญั ชีรายชื่อออก (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๔ วรรคสอง) (๖) แก้ไขเพ่มิ เติมการจดั ทำบัญชรี ายชือ่ ในส่วนท่เี กย่ี วกบั จำนวนผ้สู มัครแบบบัญชีรายชอ่ื (แก้ไขเพม่ิ เติมมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง) (๗) กำหนดใหน้ ำบทบญั ญตั ิเกี่ยวกับการใหห้ มายเลขประจำตวั ผู้สมคั รรับเลือกตั้ง สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลือกต้งั มาใช้บังคับแกผ่ ูส้ มคั รรับเลือกตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร แบบบญั ชรี ายชอ่ื (เพมิ่ มาตรา ๕๗ วรรคห้า) (๘) แก้ไขเพม่ิ เติมการกำหนดจำนวนเงินคา่ ใช้จ่ายในการเลือกตงั้ ของผู้สมัครรบั เลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรและพรรคการเมือง (แก้ไขเพมิ่ เติมมาตรา ๖๒) (๙) แก้ไขเพิม่ เติมข้อห้ามในการหาเสียง การออกเสยี งลงคะแนน การนับคะแนน และการประกาศผลการนับคะแนน เพ่ือให้ครอบคลุมการเลือกตั้งแบบบัญชรี ายช่อื (แกไ้ ขเพ่มิ เติม มาตรา ๗๓ มาตรา ๘๔ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๙ มาตรา ๑๑๓ วรรคสอง มาตรา ๑๑๗ วรรคสอง มาตรา ๑๑๘ (๔) (๕) และ (๖) และมาตรา ๑๒๓) (๑๐) แกไ้ ขเพิ่มเติมการดำเนินการในกรณที ผ่ี ลการนับคะแนนปรากฏว่าจำนวน ผ้มู าใชส้ ิทธิเลอื กตัง้ ไม่ตรงกบั จำนวนบตั รเลอื กต้งั ทใี่ ช้ออกเสยี งลงคะแนน (แก้ไขเพ่มิ เติมมาตรา ๑๒๒) (๑๑) แก้ไขเพ่มิ เตมิ การคำนวณสดั สว่ นเพอื่ หาผู้ได้รับเลอื กต้งั เป็นสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร แบบบญั ชีรายช่อื (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒๖ วรรคหนงึ่ และมาตรา ๑๒๘ และยกเลิกมาตรา ๑๓๑) (๑๒) กำหนดให้มีการประกาศผลการเลอื กตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายชื่อ (แก้ไขเพ่ิมเติมมาตรา ๑๒๙)

-๒- (๑๓) กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตงั้ ประกาศผลการเลือกต้ังในราชกิจจานุเบกษา และสง่ บัญชีรายชื่อผสู้ มคั รรบั เลือกต้ังสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชื่อใหป้ ระธานรัฐสภาทราบ (แก้ไขเพิม่ เติมมาตรา ๑๓๐) (๑๔) แก้ไขเพิ่มเตมิ การดำเนินการกรณีการเลอื กตงั้ มิไดเ้ ป็นไปโดยสจุ ริตหรอื เท่ียงธรรม (แก้ไขเพ่มิ เติมมาตรา ๑๓๒ วรรคหนึง่ มาตรา ๑๓๖ วรรคหนงึ่ และมาตรา ๑๓๗) เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย แก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๖๔ กำหนดให้สภาผแู้ ทนราษฎรประกอบดว้ ยสมาชิกจำนวนหา้ ร้อยคน โดยเป็นสมาชกิ ซงึ่ มาจากการเลือกต้ัง แบบแบ่งเขตเลือกต้ังจำนวนส่ีร้อยคน และสมาชกิ ซ่ึงมาจากการเลือกตงั้ แบบบัญชีรายช่อื จำนวนหนง่ึ ร้อยคน โดยใหใ้ ชบ้ ตั รเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบละหนงึ่ ใบ และการคำนวณสัดสว่ นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรตามบัญชรี ายชอ่ื ของแต่ละพรรคการเมอื งทจ่ี ะได้รับเลือกต้ังใหเ้ ป็นสดั ส่วน ที่สมั พันธก์ ันโดยตรงกับจำนวนคะแนนท่แี ตล่ ะพรรคการเมืองไดร้ ับการเลอื กต้ังรวมกนั ท้ังประเทศ โดยหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่ือ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอื่น ทีเ่ กี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการเลอื กตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ประกอบกับเปน็ การสมควรแกไ้ ขเพ่ิมเติมบทบัญญตั ิเพ่อื เพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการดำเนินการเลอื กตงั้ และการตรวจสอบการเลอื กตั้งใหเ้ ป็นไปโดยสุจรติ และเท่ียงธรรม จึงจำเปน็ ต้องตราพระราชบัญญตั ิ ประกอบรัฐธรรมนูญน้ี

ร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... .......................................... .......................................... .......................................... ................................................................................................................................................. ....................................... โดยที่เป็นการสมควรแกไ้ ขเพ่ิมเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลอื กตงั้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู นีม้ ีบทบัญญตั ิบางประการเกยี่ วกับการจำกัด สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๗ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๗ ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหก้ ระทำได้โดยอาศยั อำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเปน็ ในการจำกัดสทิ ธิและเสรภี าพของบุคคลตามพระราชบัญญตั ิ ประกอบรฐั ธรรมนญู น้ี เพ่ือให้การดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปน็ ไปโดยสุจรติ และเท่ยี งธรรม ซงึ่ การตราพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู นสี้ อดคล้องกบั เง่อื นไขท่ีบัญญตั ไิ ว้ ในมาตรา ๒๖ ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว ................................................................................................................................................. ....................................... มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญนีเ้ รียกว่า “พระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบบั ที่ ..) พ.ศ. ….” มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญนี้ใหใ้ ช้บังคับต้ังแตว่ นั ถัดจากวันประกาศ ในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ต้นไป

-๒- มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๑๑ แหง่ พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๑ เมอ่ื มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตัง้ ทวั่ ไปขนึ้ ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการ ดำเนินการจัดให้มกี ารเลือกตัง้ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) การเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตัง้ จำนวนสี่รอ้ ยคน ซึง่ เปน็ การออกเสียงลงคะแนนเลอื กตง้ั ผูส้ มัครเป็นรายบคุ คลตามการแบ่งเขตเลือกตัง้ ที่กำหนด เขตเลือกตั้งละหน่งึ คน (๒) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชอื่ จำนวนหน่ึงรอ้ ยคน ซ่งึ เปน็ การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งบัญชีรายช่อื ผูส้ มคั รทพี่ รรคการเมืองจดั ทำขนึ้ โดยเลือก เพียงพรรคการเมอื งเดียวทัง้ ประเทศ” มาตรา ๔ ให้ยกเลกิ ความใน (๔) ของมาตรา ๑๒ แหง่ พระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนแี้ ทน “(๔) กำหนดวนั และสถานที่ท่ีพรรคการเมืองจะส่งบญั ชีรายช่ือผ้สู มัครแบบบัญชรี ายชอ่ื ” มาตรา ๕ ใหย้ กเลกิ ความใน (๑) ของมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าดว้ ยการเลือกต้งั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปนแ้ี ทน “(๑) คณะกรรมการประจำหนว่ ยเลอื กตัง้ เก้าคน มหี น้าทีเ่ ก่ียวกบั การออกเสยี งลงคะแนน ในทเ่ี ลอื กต้ังและนับคะแนนของหน่วยเลอื กต้ังแตล่ ะแหง่ ในกรณที ่หี น่วยเลอื กต้ังใดมีความจำเปน็ อาจแตง่ ตั้งกรรมการประจำหนว่ ยเลือกต้ังเพ่มิ ได้ตามหลกั เกณฑ์และไมเ่ กินจำนวนที่คณะกรรมการ กำหนด” มาตรา ๖ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๒๖ แหง่ พระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญ วา่ ด้วยการเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๒๖ การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรท่แี ตล่ ะจังหวัดจะพงึ มี และการแบ่งเขตเลือกตั้ง ใหด้ ำเนินการตามวิธกี าร ดงั ต่อไปน้ี (๑) ใหใ้ ช้จำนวนราษฎรท้งั ประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรทปี่ ระกาศในปีสุดท้าย ก่อนปที ่ีมีการเลือกต้ัง เฉลย่ี ด้วยจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนท่ไี ด้รับให้ถอื ว่า เปน็ จำนวนราษฎรต่อสมาชกิ หนง่ึ คน (๒) จังหวัดใดมรี าษฎรไมถ่ ึงเกณฑจ์ ำนวนราษฎรต่อสมาชกิ หนึง่ คนตาม (๑) ให้มี สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรในจังหวดั นนั้ ไดห้ น่ึงคน โดยใหถ้ ือเขตจังหวัดเปน็ เขตเลือกต้ัง (๓) จงั หวัดใดมรี าษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชกิ หนงึ่ คน ใหม้ ีสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร ในจังหวัดนน้ั เพ่มิ ขึน้ อีกหนึง่ คนทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรตอ่ สมาชิกหน่งึ คน (๔) เมอ่ื ไดจ้ ำนวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แลว้ ถา้ จำนวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรยังไม่ครบสรี่ ้อยคน จงั หวดั ใดมเี ศษทีเ่ หลือจากการคำนวณตาม (๓) มากทสี่ ดุ ใหจ้ ังหวัดนน้ั มีสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรเพิ่มขน้ึ อีกหน่งึ คน และให้เพ่ิมสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร

-๓- ตามวิธกี ารดังกล่าวแกจ่ ังหวดั ที่มีเศษท่เี หลอื จากการคำนวณน้นั ในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน สร่ี ้อยคน (๕) จังหวดั ใดมกี ารเลือกต้งั ได้เกนิ หนึ่งคน ใหแ้ บ่งเขตจงั หวัดออกเปน็ เขตเลอื กตัง้ เทา่ จำนวน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรทพี่ ึงมี โดยตอ้ งแบ่งพื้นท่ีของเขตเลือกตงั้ แตล่ ะเขตให้ติดต่อกนั และต้องจัดให้มี จำนวนราษฎรในแตล่ ะเขตใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ ผลต่างของจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตงั้ จะเกนิ ร้อยละสบิ ของจำนวนเฉล่ียต่อสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรหนงึ่ คนในจังหวดั นั้นมไิ ด้ เว้นแตเ่ ปน็ กรณีที่มคี วามจำเปน็ เพอ่ื ให้ราษฎรในชุมชนเดียวกันหรอื ใกลเ้ คยี งกันสามารถเดินทางได้โดยสะดวก” มาตรา ๖/๑ ใหเ้ พิม่ ความต่อไปนเ้ี ปน็ มาตรา ๓๐/๑ แห่งพระราชบญั ญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ “มาตรา ๓๐/๑ การออกเสยี งลงคะแนนเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ใช้หนว่ ยเลือกต้งั และที่เลือกต้ังตามท่ีกำหนดไว้สำหรบั การเลอื กต้งั แบบแบ่งเขตเลอื กตง้ั ” มาตรา ๖/๒ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๓๖ แหง่ พระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๓๖ เมอื่ มีการประกาศกำหนดวนั เลือกตง้ั ครัง้ ใดแล้ว ให้คณะกรรมการการเลอื กตั้ง ประจำเขตเลือกต้ังหรอื ผ้ซู ง่ึ คณะกรรมการมอบหมาย จัดทำบัญชรี ายชื่อผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตั้งของแตล่ ะ หน่วยเลือกตง้ั และปิดประกาศไว้ ณ ทีเ่ ลอื กตัง้ หรือบริเวณใกล้เคียงกบั ท่ีเลือกต้ัง หรือสถานท่ีที่ประชาชน สะดวกในการตรวจสอบก่อนวนั เลือกตัง้ ไมน่ ้อยกวา่ ยี่สิบห้าวัน ให้แจ้งรายช่ือผู้มสี ทิ ธิเลือกตง้ั ในทะเบียนบ้านไปยงั เจ้าบา้ นใหท้ ราบกอ่ นวันเลือกต้งั ไม่น้อยกว่ายสี่ บิ วนั และจะจัดให้มกี ารตรวจสอบรายชื่อผูม้ สี ิทธเิ ลือกตงั้ โดยวธิ กี ารทางอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยก็ได้ บัญชรี ายชอ่ื ผมู้ สี ิทธเิ ลอื กต้ังตามวรรคหนึ่ง มใิ หร้ ะบเุ ลขประจำตวั ประชาชนของผู้มีสทิ ธิ เลอื กตง้ั บญั ชีรายช่อื ผู้มสี ิทธเิ ลือกต้ังที่จดั ทำขน้ึ เพอื่ ประโยชน์ของเจ้าหนา้ ทใ่ี นการตรวจสอบ ผู้มาใชส้ ทิ ธิเลือกต้ัง ณ ท่เี ลือกต้งั ให้ระบุเลขประจำตวั ประชาชนของผู้มสี ทิ ธเิ ลือกต้งั ดว้ ย การจดั ทำบญั ชรี ายชอ่ื ผู้มสี ทิ ธิเลอื กตง้ั การปิดประกาศ การแจง้ รายช่ือผูม้ สี ิทธิเลอื กต้ัง และการจดั ใหม้ ีการตรวจสอบรายช่ือผูม้ ีสทิ ธเิ ลือกตั้งโดยวธิ ีการทางอเิ ล็กทรอนิกส์ ให้เปน็ ไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด” มาตรา ๗ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๕๓ แหง่ พระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการเลอื กต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๕๓ กอ่ นประกาศผลการเลือกตั้ง หากผ้อู ำนวยการการเลอื กตงั้ ประจำเขตเลือกตัง้ ตรวจสอบแล้วเหน็ ว่าผสู้ มคั รผู้ใดไม่มสี ิทธสิ มัครรับเลือกตั้งเนอื่ งจากขาดคุณสมบตั หิ รือมีลกั ษณะต้องห้าม มใิ ห้ใช้สิทธิสมัครรับเลอื กต้ังและผ้สู มัครผ้นู ้ันได้คะแนนอยใู่ นลำดบั ท่จี ะได้รบั การเลือกตั้ง ใหเ้ สนอเรอื่ ง ตอ่ คณะกรรมการเพื่อวินิจฉัย ในกรณีท่ีคณะกรรมการวินจิ ฉัยวา่ ผู้สมัครผ้นู นั้ มเี หตดุ ังกลา่ ว ใหม้ คี ำสัง่ ยกเลกิ การเลือกต้ังในเขตเลอื กตัง้ นัน้ และส่ังให้ดำเนินการเลือกตัง้ ใหม่

-๔- ในกรณตี ามวรรคหน่งึ หากผสู้ มคั รผูน้ ้นั รู้อยู่แล้ววา่ ตนเปน็ ผไู้ มม่ ีสทิ ธสิ มคั รรบั เลอื กตง้ั ใหค้ ณะกรรมการสั่งระงับสทิ ธสิ มัครรบั เลือกตั้งไวเ้ ป็นการชัว่ คราว และดำเนินการตอ่ ไปตามมาตรา ๑๓๘” มาตรา ๘ ให้ยกเลกิ ความในวรรคสองของมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความตอ่ ไปน้แี ทน “ในกรณีตามวรรคหนง่ึ หากผ้สู มัครผู้น้ันรูอ้ ยูแ่ ลว้ วา่ ตนเปน็ ผูไ้ มม่ ีสิทธิสมัครรบั เลอื กตัง้ แลว้ ปกปิด หรอื ไมแ่ จ้งข้อความจริงนั้น ให้ถือว่าการเลือกตัง้ ในเขตเลือกตั้งน้นั มิไดเ้ ปน็ ไปโดยสจุ ริตหรือเท่ียงธรรม และใหศ้ าลรัฐธรรมนญู มีคำสงั่ เพกิ ถอนสิทธิสมัครรับเลอื กตงั้ ของผูน้ น้ั ” มาตรา ๙ ให้ยกเลกิ ความในวรรคหนึง่ ของมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบญั ญัตปิ ระกอบ รฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๕๖ พรรคการเมืองใดสง่ ผู้สมคั รแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแลว้ ให้มีสทิ ธสิ ง่ ผสู้ มคั ร แบบบญั ชรี ายชื่อได้พรรคละหนง่ึ บัญชี มีจำนวนไม่เกินหน่ึงร้อยรายชอื่ ตามหลักเกณฑด์ งั ต่อไปนี้ (๑) ดำเนนิ การสรรหาผสู้ มัครแบบบญั ชรี ายช่อื ตามวธิ กี ารที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบ รฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยพรรคการเมอื ง (๒) พรรคการเมืองจะเสนอรายชอื่ บคุ คลใดต้องได้รบั ความยินยอมเปน็ หนังสือจากบุคคลนั้น และบุคคลดังกลา่ วต้องเปน็ สมาชิกของพรรคการเมืองท่ีจะเสนอรายชื่อเพียงพรรคเดียว (๓) ให้จัดทำบญั ชีรายช่ือตามแบบทคี่ ณะกรรมการกำหนด โดยจดั เรียงลำดบั รายชือ่ ผ้สู มคั ร ตามลำดับหมายเลข (๔) รายชื่อในบัญชผี สู้ มัครของพรรคการเมืองต้องไม่ซ้ำกับพรรคการเมอื งอนื่ และไมซ่ ้ำ กับรายชื่อผสู้ มคั รแบบแบ่งเขตเลอื กตั้ง” มาตรา ๑๐ ให้เพม่ิ ความตอ่ ไปน้เี ป็นวรรคห้าของมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัตปิ ระกอบ รฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการเลอื กตั้งสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ “ใหน้ ำความในมาตรา ๔๘ มาใช้บงั คบั แก่การให้หมายเลขประจำตัวสำหรับผสู้ มัคร แบบบญั ชีรายชื่อดว้ ยโดยอนโุ ลม” มาตรา ๑๑ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าดว้ ยการเลือกตงั้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๖๒ ใหค้ ณะกรรมการประกาศกำหนดจำนวนเงินคา่ ใชจ้ า่ ยในการเลือกตั้ง ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) จำนวนเงนิ คา่ ใช้จ่ายในการเลือกตัง้ ของผ้สู มัครแบบแบ่งเขตเลือกตง้ั ทจี่ ะใช้จา่ ย ในการเลือกตั้ง (๒) จำนวนเงนิ คา่ ใช้จ่ายในการเลอื กตงั้ ของพรรคการเมืองท่ีจะใช้จา่ ยในการเลือกต้ัง ในกรณที ี่ผู้สมัครแบบบญั ชีรายชอื่ ผใู้ ดของพรรคการเมืองได้ใชจ้ า่ ยไปเพ่ือการเลือกตง้ั เป็นจำนวนเท่าใด ให้นบั รวมเป็นคา่ ใชจ้ า่ ยของพรรคการเมืองดว้ ย

-๕- ในการกำหนดจำนวนเงนิ คา่ ใช้จา่ ยในการเลือกต้ังตาม (๒) จะกำหนดโดยใช้จำนวนสมาชิก ของพรรคการเมืองทีส่ ่งสมัครรับเลือกตงั้ เป็นรายบุคคลมาเปน็ ฐานในการคำนวณมิได้ โดยใหค้ ณะกรรมการ หารือกับหวั หน้าพรรคการเมือง และให้มกี ารทบทวนการกำหนดจำนวนเงนิ ดงั กล่าวให้สอดคล้องกบั ความจำเปน็ และสภาวะทางเศรษฐกิจอย่างน้อยทุกสี่ปี” มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญตั ปิ ระกอบ รฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๗๓ ห้ามมใิ ห้ผสู้ มคั รหรือผใู้ ดกระทำการอย่างหนึ่งอยา่ งใดเพื่อจูงใจใหผ้ ู้มสี ิทธิ เลอื กต้ังลงคะแนนใหแ้ กต่ นเองหรือผู้สมัครอนื่ หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือพรรคการเมืองใด หรอื ให้งดเวน้ การลงคะแนนให้แกผ่ สู้ มคั ร หรือบัญชีรายชอื่ ของพรรคการเมืองใด หรือพรรคการเมืองใด หรอื การชกั ชวนใหไ้ ปลงคะแนนไม่เลอื กผ้ใู ดเปน็ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร หรอื ไม่เลือกบัญชรี ายชื่อ ของพรรคการเมืองใด หรือพรรคการเมืองใด ด้วยวธิ กี ารดงั ต่อไปน้ี (๑) จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพยส์ ิน หรือผลประโยชน์อ่ืนใด อนั อาจคำนวณเปน็ เงนิ ไดแ้ ก่ผู้ใด (๒) ให้ เสนอให้ หรือสญั ญาวา่ จะให้เงนิ ทรัพยส์ นิ หรอื ประโยชนอ์ ่นื ใดไมว่ ่าจะโดยตรง หรอื โดยอ้อมแกช่ ุมชน สมาคม มลู นธิ ิ วดั สถานศกึ ษา สถานสงเคราะห์ หรอื สถาบันอ่นื ใด (๓) ทำการโฆษณาหาเสียงดว้ ยการจดั ให้มมี หรสพหรอื การร่ืนเริงตา่ ง ๆ (๔) เล้ียงหรือรบั จะจัดเลี้ยงผ้ใู ด (๕) หลอกลวง บงั คับ ขเู่ ขญ็ ใชอ้ ิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรอื จูงใจใหเ้ ขา้ ใจผดิ ในคะแนนนิยมของผูส้ มัครหรือพรรคการเมือง” มาตรา ๑๓ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๘๔ แหง่ พระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญ วา่ ด้วยการเลือกตงั้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๔ การออกเสียงลงคะแนนให้ใชบ้ ตั รเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร แบบละหน่งึ ใบ ซึ่งต้องมลี ักษณะแตกต่างท่สี ามารถจำแนกออกจากกันได้อย่างชดั เจน บัตรเลือกตัง้ แบบแบง่ เขตเลอื กต้ังต้องมชี อ่ งทำเคร่ืองหมายและหมายเลขไม่น้อยกวา่ จำนวน ผู้สมัครในเขตเลือกตงั้ นน้ั บัตรเลอื กตง้ั แบบบัญชีรายชื่อตอ้ งมชี ่องทำเครอื่ งหมายและหมายเลขของบญั ชีรายชอ่ื ของพรรคการเมืองและชอื่ พรรคการเมืองพร้อมภาพเคร่ืองหมายพรรคการเมืองครบทุกพรรคที่ส่งสมัคร รบั เลอื กต้งั แบบบญั ชีรายชือ่ บัตรเลือกตั้งตามวรรคสองและวรรคสามต้องมีชอ่ งทำเคร่ืองหมายว่าไม่เลือกผู้สมัครใด หรือบัญชีรายชือ่ ของพรรคการเมืองใด แลว้ แตก่ รณี ดว้ ย การออกเสียงลงคะแนนใหเ้ ป็นไปตามวธิ ีการท่ีคณะกรรมการกำหนด”

-๖- มาตรา ๑๔ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๙๑ แห่งพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนูญ ว่าดว้ ยการเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๑ การออกเสยี งลงคะแนน ใหท้ ำเคร่ืองหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมาย ของหมายเลขผสู้ มคั รหรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองในบัตรเลอื กต้งั และในกรณที ีผ่ มู้ ีสทิ ธเิ ลอื กต้ัง ประสงค์จะออกเสยี งลงคะแนนไม่เลอื กผ้สู มัครผู้ใดหรือบัญชีรายชือ่ ของพรรคการเมืองใด ใหท้ ำ เครอื่ งหมายกากบาทลงในชอ่ งทำเคร่ืองหมาย “ไม่เลือกผ้สู มคั รผู้ใด” หรอื “ไมเ่ ลอื กบญั ชีรายชอ่ื ของพรรคการเมืองใด”” มาตรา ๑๕ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๙๓ แห่งพระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๓ ภายใต้บังคบั มาตรา ๙๒ เม่ือผ้มู สี ทิ ธิเลือกตั้งทำเคร่ืองหมายกากบาท ลงในบัตรเลือกตั้งแลว้ ใหพ้ ับบัตรเลอื กต้งั เพ่ือมิให้ผู้อนื่ ทราบว่าลงคะแนนอยา่ งไร แลว้ ใหน้ ำบตั รเลอื กตั้งน้นั ใสล่ งในหบี บัตรเลอื กต้งั ดว้ ยตนเองต่อหน้ากรรมการประจำหนว่ ยเลือกตง้ั หรือในกรณตี ามมาตรา ๙๒ กรรมการประจำหนว่ ยเลือกตั้งจะช่วยใสล่ งในหีบบัตรเลือกต้ังแทนก็ได้ แตต่ ้องทำต่อหน้าผู้มีสทิ ธิเลือกต้ังน้ัน” มาตรา ๑๖ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๙๙ แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๙๙ ห้ามมใิ หผ้ ้มู สี ิทธเิ ลือกตัง้ นำบัตรเลือกต้ังทอ่ี อกเสียงลงคะแนนแลว้ แสดงต่อผู้อน่ื เพ่ือใหผ้ อู้ ่นื ทราบวา่ ตนไดล้ งคะแนนอยา่ งไร” มาตรา ๑๗ ให้ยกเลกิ ความในวรรคสองของมาตรา ๑๑๓ แหง่ พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนญู ว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “ในการออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักร คณะกรรมการโดยความเห็นชอบ ของกระทรวงการต่างประเทศจะกำหนดให้มกี ารนบั คะแนนนอกราชอาณาจักรก็ได้ หากจะเป็นการ สะดวก รวดเร็ว และมคี ่าใช้จ่ายทีน่ อ้ ยกวา่ การดำเนินการตามวรรคหน่งึ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธกี าร ท่ีคณะกรรมการกำหนด หลกั เกณฑ์ดังกล่าวจะกำหนดให้แตกตา่ งไปจากมาตรา ๑๙ วรรคหนงึ่ (๑) และ (๒) ตามความจำเปน็ และเหมาะสมก็ได้” มาตรา ๑๘ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๑๑๗ แห่งพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบ รฐั ธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้แี ทน “การนับคะแนนให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารท่ีคณะกรรมการกำหนด ซ่ึงตอ้ งกำหนดให้มกี ารนบั คะแนนท่ีผูม้ สี ิทธิเลือกต้ังทำเครือ่ งหมายในชอ่ งทำเคร่ืองหมาย “ไม่เลือก ผสู้ มคั รผ้ใู ด” หรือ “ไมเ่ ลือกบัญชรี ายชอ่ื ของพรรคการเมืองใด” ด้วย รวมท้งั ตอ้ งกำหนดให้มีการ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนทมี่ าสังเกตการณ์การนับคะแนนสามารถเห็นบัตรเลือกตั้งและเครื่องหมาย ลงคะแนน และบันทึกภาพและเสยี งการนับคะแนนได้โดยไมเ่ ปน็ การขัดขวางการปฏบิ ัติหน้าท่ขี อง เจา้ พนกั งานผู้ดำเนนิ การเลือกตัง้ ”

-๗- มาตรา ๑๙ ให้ยกเลกิ ความใน (๔) (๕) และ (๖) ของมาตรา ๑๑๘ แหง่ พระราชบัญญตั ิ ประกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปน้ีแทน “(๔) บตั รที่ทำเครื่องหมายลงคะแนนให้แกผ่ ูส้ มัครเกินจำนวนหน่ึงคน หรือเลือกบัญชรี ายชอื่ ของพรรคการเมืองเกินหนึ่งบัญชีรายช่ือ (๕) บัตรทีไ่ มอ่ าจทราบได้ว่าลงคะแนนให้แก่ผูส้ มัครหรือบัญชรี ายชอ่ื ของพรรคการเมืองใด เวน้ แต่เปน็ การทำเครื่องหมายในช่อง “ไม่เลือกผสู้ มคั รผใู้ ด” หรือ “ไม่เลอื กบัญชรี ายชื่อของพรรคการเมืองใด” (๖) บัตรทที่ ำเคร่ืองหมายลงคะแนนให้แกผ่ ้สู มัครหรือบัญชรี ายชือ่ ของพรรคการเมือง และทำเครื่องหมายในช่อง “ไมเ่ ลือกผ้สู มัครผใู้ ด” หรือ “ไม่เลือกบญั ชรี ายชอื่ ของพรรคการเมอื งใด” ดว้ ย” มาตรา ๑๙/๑ ใหย้ กเลิกความในวรรคหน่งึ ของมาตรา ๑๒๐ แหง่ พระราชบญั ญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๒๐ เม่ือการนบั คะแนน ณ ทเ่ี ลือกต้ังเสรจ็ สิ้นแลว้ ให้คณะกรรมการ ประจำหน่วยเลอื กต้ังประกาศผลการนบั คะแนนของหน่วยเลือกตั้งนัน้ จำนวนบตั รเลอื กตั้งทใี่ ช้ และจำนวนบัตรเลอื กตง้ั ท่ีเหลือจากการออกเสียงลงคะแนน ทั้งนี้ ให้กระทำโดยเปิดเผย และรายงาน ผลการนับคะแนนต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำเขตเลอื กต้ังโดยเรว็ ในการนี้ ใหค้ ณะกรรมการ การเลือกตัง้ ประจำเขตเลือกต้ังบนั ทกึ ข้อมลู ดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเลก็ ทรอนกิ ส์ผ่านชอ่ งทางที่คณะกรรมการ กำหนดและต้องเผยแพร่ใหป้ ระชาชนเข้าถึงไดโ้ ดยทวั่ ไปภายในเจด็ สบิ สองชั่วโมงหลังปิดการออกเสยี ง ลงคะแนน ยกเว้นการนับคะแนนไม่สามารถกระทำไดต้ ามมาตรา ๑๒๑” มาตรา ๒๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๒ แห่งพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๑๒๒ ในกรณที ่ผี ลการนบั คะแนนปรากฏวา่ จำนวนผูม้ าใช้สทิ ธิเลือกตั้ง ไม่ตรงกับจำนวนบตั รเลือกต้งั ท่ีใชอ้ อกเสยี งลงคะแนน ให้คณะกรรมการประจำหนว่ ยเลอื กตั้ง ดำเนนิ การตรวจสอบความถูกต้อง หากยงั ไมต่ รงกันอีกให้รายงานความไม่ถูกตอ้ งตรงกนั พรอ้ มเหตผุ ล ตอ่ คณะกรรมการ พร้อมทั้งแจง้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตง้ั ทราบ และนำสง่ หบี บัตร และอุปกรณแ์ ก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหรือผู้ซง่ึ คณะกรรมการการเลือกตง้ั ประจำ เขตเลือกตั้งมอบหมาย เมอ่ื คณะกรรมการไดร้ บั รายงานตามวรรคหน่งึ แล้ว ให้ส่งั ใหม้ กี ารนับคะแนนใหม่ สำหรบั การเลือกตงั้ แบบแบ่งเขตเลอื กตงั้ หรือการเลือกตง้ั แบบบญั ชีรายชอื่ ในหนว่ ยเลอื กตัง้ น้นั หรอื ส่ัง ให้ออกเสยี งลงคะแนนใหมใ่ นหนว่ ยเลอื กตั้งนน้ั เว้นแต่คณะกรรมการจะมีความเหน็ ว่าความไม่ถกู ต้อง ตรงกันน้นั มิได้เกดิ จากการทุจริตและไม่ทำใหผ้ ลการเลอื กตั้งในเขตเลือกตงั้ นั้นหรือผลการคำนวณสดั ส่วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายชอ่ื ของแตล่ ะพรรคการเมอื งเปล่ยี นแปลงไป จะสั่งให้ยุตกิ ็ได้”

-๘- มาตรา ๒๑ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๑๒๓ เมือ่ รวบรวมผลการนบั คะแนนทุกหนว่ ยเลอื กตั้งในเขตเลอื กต้ังนนั้ รวมท้งั คะแนนท่ีได้จากการออกเสยี งลงคะแนนกอ่ นวันเลือกต้งั และการลงคะแนนเลอื กตงั้ นอกราชอาณาจักรแล้ว ใหค้ ณะกรรมการการเลือกต้ังประจำเขตเลือกต้ังดำเนนิ การ ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ประกาศผลการนับคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลือกตัง้ และคะแนน ที่ไมเ่ ลือกผู้สมคั รผู้ใด (๒) ประกาศผลการนบั คะแนนท่แี ตล่ ะพรรคการเมืองได้รบั จากการเลือกตง้ั แบบบัญชีรายชอ่ื และคะแนนที่ไมเ่ ลือกบญั ชรี ายช่อื ของพรรคการเมืองใด (๓) รายงานประกาศผลการนับคะแนนตาม (๑) และ (๒) ต่อผอู้ ำนวยการการเลือกตง้ั ประจำจงั หวดั เพ่ือรายงานคณะกรรมการโดยเร็ว เพ่ือประโยชน์ในการรวบรวมผลการนบั คะแนนตามวรรคหนง่ึ คณะกรรมการการเลือกต้ัง ประจำเขตเลือกต้ังอาจมอบหมายใหบ้ คุ คลหรอื คณะบุคคลชว่ ยเหลือในการรวมผลการนับคะแนนได้ ตามความจำเปน็ ” มาตรา ๒๒ ใหย้ กเลิกความในวรรคหน่ึงของมาตรา ๑๒๖ แห่งพระราชบญั ญัติประกอบ รัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการเลือกต้ังสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๑๒๖ เขตเลือกตงั้ ท่ีไมม่ ผี ู้สมัครรายใดได้รับคะแนนเสยี งมากกว่าคะแนนเสยี ง ที่ไม่เลือกผสู้ มัครผู้ใดเปน็ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนน้ั ให้คณะกรรมการจัดให้มีการเลือกต้ังใหม่ ในกรณเี ช่นนี้ ใหค้ ณะกรรมการดำเนินการให้มีการรบั สมคั รผสู้ มัครใหม่ โดยผ้สู มคั รเดมิ ทุกรายไม่มสี ทิ ธิ สมคั รรบั เลอื กตั้งในการเลือกตงั้ ทจี่ ะจัดขน้ึ ใหมน่ ั้น” มาตรา ๒๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒๘ แห่งพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๑๒๘ เมือ่ คณะกรรมการได้รบั รายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายชอื่ จากผ้อู ำนวยการการเลือกต้งั ประจำจงั หวดั แล้ว ให้ดำเนินการคำนวณสดั ส่วนเพ่ือหาผู้ได้รบั เลือกต้งั เปน็ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่อื ดงั ต่อไปนี้ (๑) ใหร้ วมผลคะแนนท้ังหมดท่ีทกุ พรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชรี ายชื่อ ทัง้ ประเทศ (๒) ให้นำคะแนนรวมจาก (๑) หารดว้ ยหนงึ่ ร้อย ผลลพั ธท์ ่ีไดใ้ ห้ถือเปน็ คะแนนเฉลี่ย ตอ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายชอื่ หนึง่ คน (๓) ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีแต่ละพรรคการเมือง จะไดร้ บั ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชอ่ื ท่แี ต่ละพรรคการเมืองได้รบั หารดว้ ยคะแนน เฉลยี่ ตาม (๒) ผลลัพธท์ ี่ไดเ้ ฉพาะสว่ นท่ีเป็นจำนวนเต็มคือจำนวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชอื่ ท่พี รรคการเมืองน้นั ไดร้ ับ (๔) ในกรณีทีจ่ ำนวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่ือท่พี รรคการเมืองไดร้ ับ รวมกนั ทุกพรรคการเมืองมจี ำนวนไม่ครบหนึง่ ร้อยคน ให้พรรคการเมืองท่ีมผี ลลัพธ์ที่เปน็ เศษโดยไม่มี

-๙- จำนวนเต็มและพรรคการเมอื งทมี่ ีเศษหลงั จากการคำนวณตาม (๓) พรรคใดเป็นหรือมเี ศษจำนวน มากที่สดุ ให้ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายช่อื อีกหน่ึงคนเรยี งตามลำดับ จนกว่า จะมีจำนวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชือ่ ที่พรรคการเมืองท้ังหมดได้รบั รวมกันครบจำนวน หนึง่ ร้อยคน (๕) ในการดำเนนิ การตาม (๔) ถ้าในลำดบั ใดมีเศษเทา่ กันและจะทำใหจ้ ำนวน สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายชอ่ื เกินจำนวนหน่ึงร้อยคน ให้ตวั แทนของพรรคการเมือง ที่มีเศษเท่ากันจับสลากตามวันและเวลาท่คี ณะกรรมการกำหนด เพื่อให้ได้สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร แบบบัญชีรายชือ่ ครบจำนวน ใหถ้ อื วา่ ผสู้ มคั รตามบัญชีรายชอ่ื ผ้สู มคั รของพรรคการเมืองตามจำนวนทพ่ี รรคการเมอื งนั้น ได้รับตามผลการคำนวณตามวรรคหนง่ึ ได้รับเลอื กต้งั เรียงตามลำดับหมายเลขในบญั ชรี ายชอ่ื ของ พรรคการเมอื งนัน้ จนครบจำนวน แตต่ อ้ งไม่เกนิ จำนวนผู้สมัครแบบบญั ชีรายชอื่ เท่าทมี่ ีอยู่ในแตล่ ะบญั ชี รายชอื่ ผ้สู มัครที่พรรคการเมอื งน้ันได้ส่งสมัคร จำนวนทยี่ ังขาดอยใู่ หเ้ ป็นไปตามมาตรา ๘๓ วรรคส่ี ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย” มาตรา ๒๔ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๑๒๙ แห่งพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการเลอื กตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๒๙ เมอื่ คณะกรรมการดำเนินการคำนวณสดั ส่วนจำนวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร แบบบัญชรี ายชอ่ื ของแต่ละพรรคการเมืองตามมาตรา ๑๒๘ แลว้ และคณะกรรมการมีหลักฐานอันควร เชอื่ ไดว้ ่าการเลือกตั้งน้นั เป็นไปโดยสุจริตและเทีย่ งธรรม ให้คณะกรรมการประกาศผลการเลอื กตง้ั ว่าผู้สมัครผู้ใดเปน็ ผ้ไู ด้รับการเลือกตงั้ เปน็ สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชีรายชอ่ื ใหแ้ ล้วเสร็จโดยเรว็ แตต่ อ้ งไมช่ า้ กว่าหกสิบวนั นบั แต่วันเลอื กต้งั ” มาตรา ๒๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓๐ แหง่ พระราชบญั ญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๑๓๐ เมือ่ คณะกรรมการประกาศผลการเลอื กตัง้ แล้ว ให้นำผลการเลือกต้ัง ไปประกาศในราชกิจจานเุ บกษา และเมื่อมีประธานรัฐสภาแล้ว ให้ส่งบัญชีรายช่ือผสู้ มคั รแบบบัญชรี ายช่ือ ของทกุ พรรคการเมอื งไปยังประธานรฐั สภาเพ่อื ทราบโดยเร็ว” มาตรา ๒๖ ให้ยกเลิกมาตรา ๑๓๑ แห่งพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วย การเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๗ ใหย้ กเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๓๒ แหง่ พระราชบัญญตั ปิ ระกอบ รฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๑๓๒ กอ่ นประกาศผลการเลอื กตัง้ ถา้ มีหลกั ฐานอนั ควรเช่ือไดว้ า่ ผสู้ มัครผใู้ ด กระทำการอันเป็นเหตุให้การเลอื กตั้งน้ันมิไดเ้ ป็นไปโดยสจุ ริตหรือเทีย่ งธรรม หรือมหี ลกั ฐานอันควรเชือ่ ไดว้ า่ ผูส้ มคั รผู้ใดก่อใหบ้ คุ คลอ่ืนกระทำ สนับสนนุ หรือรเู้ ห็นเปน็ ใจใหบ้ ุคคลอน่ื กระทำการดังกลา่ ว หรอื รวู้ า่ มีการกระทำดังกล่าวแล้วไม่ดำเนินการเพ่ือระงบั การกระทำน้ัน หรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน

- ๑๐ - พระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู น้ี ระเบยี บหรือประกาศของคณะกรรมการ จนอาจเปน็ เหตใุ ห้ การเลอื กตงั้ นน้ั มิได้เปน็ ไปโดยสจุ ริตหรือเท่ียงธรรม ใหค้ ณะกรรมการมคี ำส่งั ดงั ต่อไปน้ี (๑) ในกรณีทีก่ ารกระทำการน้ันเป็นการกระทำเกยี่ วกับการเลอื กตงั้ แบบแบง่ เขตเลอื กต้งั ให้คณะกรรมการสั่งยกเลิกการเลอื กตงั้ และให้มกี ารเลือกต้ังใหม่ และสงั่ ระงบั สิทธสิ มคั รรับเลอื กต้งั ของผสู้ มัครซึง่ กระทำการเชน่ น้นั ทุกรายไว้เปน็ การชั่วคราว เป็นระยะเวลาไม่เกินหน่ึงปีนับแต่วนั ที่ คณะกรรมการมีคำสั่ง (๒) ในกรณีท่กี ารกระทำการน้ันเป็นการกระทำเก่ียวกบั การเลอื กตงั้ แบบบัญชรี ายช่อื ใหบ้ ัตรเลือกต้ังทีล่ งคะแนนให้แกบ่ ญั ชรี ายช่ือของพรรคการเมอื งนัน้ ในหนว่ ยเลือกตงั้ นน้ั เป็นบัตรเสีย และใหค้ ณะกรรมการสั่งมใิ ห้นับเปน็ คะแนนในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชือ่ ของพรรคการเมืองน้นั ท้ังน้ี เฉพาะในเขตพ้นื ท่ที ี่มีการกระทำนัน้ และมใิ ห้นำความ ในมาตรา ๑๑๘ วรรคสอง มาใช้บงั คบั แก่บัตรเสียดังกล่าว เฉพาะกรณีที่คณะกรรมการมีคำสั่งภายหลงั การนบั คะแนนแลว้ ในการน้ี การกำหนดเขตพน้ื ทท่ี ่ีมีการกระทำน้นั คณะกรรมการอาจกำหนดจาก หนว่ ยเลือกต้งั หรือเขตเลือกต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตง้ั ก็ได้ โดยคำนึงถึงผลกระทบ แห่งการกระทำน้นั ” มาตรา ๒๘ ให้ยกเลิกความในวรรคหนง่ึ ของมาตรา ๑๓๖ แห่งพระราชบัญญตั ิประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการเลือกต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๓๖ ในกรณที ่ีมีหลักฐานอันควรเชื่อไดว้ า่ ผู้ใดให้ เสนอให้ สญั ญาวา่ จะให้ หรอื จดั เตรียมเพอื่ จะให้เงนิ ทรัพยส์ นิ หรือประโยชนอ์ ื่นใด ทงั้ นี้ เพอื่ จูงใจใหผ้ ูม้ ีสิทธเิ ลอื กตงั้ ลงคะแนน เลือกตง้ั ให้แกผ่ ู้สมัครผูใ้ ด หรือบัญชีรายชือ่ ของพรรคการเมืองใด หรอื พรรคการเมืองใด หรอื ใหง้ ดเว้น ลงคะแนนเลือกต้ังผู้สมคั รผู้ใด หรือบัญชรี ายช่อื ของพรรคการเมืองใด หรือพรรคการเมอื งใด หรือให้ลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผใู้ ด หรือบญั ชีรายชอื่ ของพรรคการเมืองใด หรอื พรรคการเมอื งใด ใหค้ ณะกรรมการมีอำนาจสัง่ ยึดหรอื อายัดเงนิ หรือทรพั ย์สินของผนู้ ั้นไวเ้ ป็นการช่วั คราวจนกวา่ ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำส่ัง” มาตรา ๒๙ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๑๓๗ แห่งพระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญ ว่าดว้ ยการเลือกต้ังสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใชค้ วามต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๓๗ ก่อนหรือในวันเลือกตั้ง ใหเ้ ปน็ หน้าที่ของคณะกรรมการที่จะดำเนินการ สอดส่อง สบื สวน ไตส่ วน หรือแสวงหาข้อเทจ็ จริงและพยานหลกั ฐาน เพ่อื ตรวจสอบใหก้ ารเลอื กต้งั เปน็ ไปโดยสจุ รติ และเที่ยงธรรม ถ้าคณะกรรมการสบื สวนหรือไต่สวนแล้ว มเี หตอุ ันควรสงสยั ว่า การเลอื กตั้งมิไดเ้ ป็นไปโดยสุจริตหรอื เที่ยงธรรม หรือกรรมการแตล่ ะคนพบเห็นการกระทำหรอื การงดเว้น การกระทำใดอนั อาจเปน็ เหตุให้การเลอื กตั้งมิไดเ้ ป็นไปโดยสุจรติ หรือเทย่ี งธรรม หรอื เปน็ ไปโดยมชิ อบด้วย กฎหมาย ให้มีอำนาจสัง่ ระงับ ยับย้ัง แก้ไขเปลยี่ นแปลง หรือยกเลกิ การเลอื กต้งั และสง่ั ให้ดำเนนิ การ เลือกต้ังใหมห่ รอื นบั คะแนนใหม่สำหรับการเลือกต้ังแบบแบง่ เขตเลอื กต้งั หรอื การเลอื กตง้ั แบบบญั ชี รายชอื่ ทีม่ ีเหตุอนั ควรสงสัยวา่ มไิ ดเ้ ป็นไปโดยสุจรติ หรอื เท่ียงธรรมในหนว่ ยเลอื กตัง้ บางหน่วยหรือ

- ๑๑ - ทกุ หน่วยเลอื กตั้งได้ ในกรณีที่เปน็ การดำเนนิ การของกรรมการใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเง่ือนไขทค่ี ณะกรรมการกำหนด” มาตรา ๒๙/๑ ใหย้ กเลิกความในวรรคหนึง่ ของมาตรา ๑๔๐ แหง่ พระราชบัญญัตปิ ระกอบ รฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๑๔๐ ผมู้ ีสิทธเิ ลือกตัง้ ผ้สู มคั ร หรือพรรคการเมอื งทสี่ ่งผู้สมคั รแบบแบง่ เขต เลือกตง้ั หรือพรรคการเมืองท่ีสง่ ผสู้ มัครแบบบญั ชรี ายชื่อ มีสทิ ธยิ ่ืนคัดค้านต่อคณะกรรมการว่า การเลอื กต้ังในเขตเลอื กตั้งท่ีตนมีสิทธเิ ลอื กต้งั หรือท่ตี นสมัครรบั เลือกตั้ง หรอื ท่ีพรรคการเมืองส่งผู้สมัคร แบบแบ่งเขตเลอื กตั้ง หรอื ท่ีพรรคการเมืองส่งผสู้ มัครแบบบัญชีรายชื่อ แล้วแต่กรณี มิไดเ้ ปน็ ไปโดยสุจริต หรอื เทย่ี งธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย” มาตรา ๒๙/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖๙ แหง่ พระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยการเลอื กตงั้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๑๖๙ ในกรณที ่ีปรากฏว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบ รฐั ธรรมนญู นี้เกิดข้นึ ในเขตเลือกตัง้ ใด ให้ถือว่าผ้สู มคั รหรือพรรคการเมอื งทส่ี ง่ ผูส้ มัครในเขตเลือกตัง้ นัน้ เป็นผู้เสยี หายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในกรณีท่ีปรากฏวา่ มกี ารกระทำความผิดตามพระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญน้ีเกิดข้ึน ในการเลือกตั้งแบบบญั ชีรายชื่อ ใหถ้ ือว่าผ้สู มัครหรือพรรคการเมืองท่ีสง่ ผสู้ มคั รเป็นผเู้ สยี หายตามประมวล กฎหมายวิธพี ิจารณาความอาญา” มาตรา ๓๐ การแบ่งเขตเลอื กตงั้ ตามพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึง่ มอี ยู่ในวนั ก่อนวนั ที่พระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญน้ีใชบ้ ังคบั ใหย้ งั คงมผี ลใชบ้ งั คับได้ต่อไปสำหรบั การเลือกตัง้ แทนตำแหน่งทวี่ ่างทอี่ าจจะมีข้นึ ก่อนการเลอื กต้ังทว่ั ไป มาตรา ๓๑ การดำเนินการใด ๆ ตามพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลือกต้ัง สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู นี้ ให้มีผลใช้บงั คับไดก้ บั การดำเนินการเพ่ือการเลือกต้ังทว่ั ไปท่จี ะมีขน้ึ ภายหลงั วนั ทพ่ี ระราชบัญญัตปิ ระกอบ รฐั ธรรมนูญนี้ใชบ้ ังคับ มาตรา ๓๒ ใหป้ ระธานกรรมการการเลือกตงั้ รักษาการตามพระราชบัญญตั ิประกอบ รฐั ธรรมนญู น้ี ผ้รู ับสนองพระบรมราชโองการ .......................................... นายกรัฐมนตรี

พิมพ์ท่ี : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผ้แู ทนราษฎร





รายงาน ของ คณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั พจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญ วา่ ด้วยการเลอื กตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... รฐั สภา พจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยพรรคการเมอื ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สำนกั กรรมาธกิ าร ๒ สำนักงานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร





รายงานคณะกรรมาธกิ ารวิสามญั ตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ และครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันศุกร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ประชมุ ได้พิจารณาและลงมตริ บั หลักการแห่งรา่ งพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรฐั มนตรี เป็นผเู้ สนอ) ร่างพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิเชียร ชวลิต กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอนันต์ ผลอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และเห็นชอบ ส่งให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของนายวิเชียร ชวลิต กับคณะ เป็นหลักในการ พจิ ารณา นั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการวสิ ามัญไดด้ ำเนินการแล้ว ปรากฏผลดงั นี้ ๑. คณะกรรมาธิการวสิ ามญั ไดม้ มี ตเิ ลือกตงั้ (๑) นายสาธติ ปิตเุ ตชะ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ (๒) นายมหรรณพ เดชวิทกั ษ์ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนทห่ี นึง่ (๓) นายสามารถ แก้วมีชยั เปน็ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง (๔) นายอนันต์ ผลอำนวย เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนทสี่ าม (๕) นายสมชาย แสวงการ เปน็ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ (๖) นายธรี ัจชัย พนั ธุมาศ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่ีหา้ (๗) นายศุภชยั ใจสมุทร เปน็ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่หี ก (๘) ศาสตราจารย์พิเศษกาญจนารัตน์ ลีวโิ รจน์ เปน็ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่เจ็ด (๙) นายชินวรณ์ บุณยเกยี รติ เปน็ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทแ่ี ปด (๑๐) นายกลา้ นรงค์ จนั ทกิ เปน็ กรรมาธกิ ารและที่ปรึกษา (๑๑) นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เปน็ กรรมาธกิ ารและทป่ี รกึ ษา (๑๒) รองศาสตราจารย์ชศู ักดิ์ ศริ ินลิ เป็นกรรมาธิการและทป่ี รกึ ษา (๑๓) พลเอก ยอดยุทธ บญุ ญาธกิ าร เป็นกรรมาธิการและที่ปรึกษา (๑๔) นายบญุ สิงห์ วรนิ ทรร์ ักษ์ เป็นกรรมาธกิ ารและทป่ี รึกษา (๑๕) นายประยุทธ์ ศิริพานชิ ย์ เป็นกรรมาธกิ ารและท่ีปรกึ ษา (๑๖) พลเอก อกนษิ ฐ์ หมืน่ สวัสดิ์ เป็นกรรมาธกิ ารและที่ปรึกษา (๑๗) นายวนั มหู ะมดั นอร์ มะทา เปน็ กรรมาธิการและท่ปี รกึ ษา (๑๘) นายกติ ติ วะสีนนท์ เป็นกรรมาธกิ ารและทป่ี รึกษา (๑๙) นายประสทิ ธ์ิ ปทุมารักษ์ เปน็ กรรมาธิการและที่ปรกึ ษา (๒๐) นายดเิ รกฤทธิ์ เจนครองธรรม เปน็ โฆษกคณะกรรมาธกิ าร (๒๑) รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ

(๒) (๒๒) รองศาสตราจารย์สมชยั ศรีสุทธิยากร เปน็ โฆษกคณะกรรมาธิการ (๒๓) นางสาวปิยฉัฏฐ์ วนั เฉลมิ เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (๒๔) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (๒๕) นายสมคิด เชื้อคง เปน็ โฆษกคณะกรรมาธิการ (๒๖) นายปดพิ ัทธ์ สันติภาดา เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (๒๗) นายนิกร จำนง เปน็ เลขานุการคณะกรรมาธกิ าร (๒๘) นายจกั รพันธ์ พรนิมิตร เปน็ ผู้ชว่ ยเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร ๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติตั้ง นายรัฐภูมิ คำศรี นิติกรเชี่ยวชาญ กลุ่มงาน บริการเอกสารอ้างอิง สำนกั กรรมาธกิ าร ๒ สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร เปน็ ผู้ช่วยเลขานุการ ในคณะกรรมาธิการ ตามขอ้ บงั คับการประชมุ รฐั สภา พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๗๐ ๓. ผู้ซ่งึ คณะรัฐมนตรีได้แจง้ ขอให้มาชี้แจงแสดงความเห็น คอื สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ัง (๑) นายกติ ติพล พยัคฆเดชาพนั รองผอู้ ำนวยการสำนกั บรหิ าร การสนับสนุนโดยรฐั (๒) นายวิชาญ อนงค์ รองผู้อำนวยการสำนักบริหารการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ ๑ (๓) นายโชคดี ด้วงแปน้ ผอู้ ำนวยการฝา่ ยกิจการพรรคการเมอื ง (๔) นางสุธาทพิ ย์ ชคทานนท์ ผูอ้ ำนวยการฝ่ายบรหิ ารการเลอื กต้งั และออกเสียงประชามติ (๕) นายทรงยศศกั ย์ กนกวรรณจำรัส นกั วิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ (๖) นายเมธา ไชยสขุ งั พนักงานการเลือกต้งั ชำนาญการ ๔. ผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ คอื นกั กฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นักกฎหมายกฤษฎกี าชำนาญการพิเศษ (๑) นางพรพิมล สมั ฤทธ์ผิ ่อง นกั กฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ (๒) นางรชั นี รจุ ิขจรเดช นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการ (๓) นางสาวสินีนาถ ภะวัง (๔) นายศรศักด์ิ ตนั ติวรวทิ ย์ ๕. ผลการดำเนนิ การตามมาตรา ๗๗ ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย คณะกรรมาธกิ ารวสิ ามัญได้นำผลการรบั ฟงั ความคิดเหน็ และการวิเคราะห์ผลกระทบท่ีอาจ เกิดข้นึ จากร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบบั ท่ี ..) พ.ศ. .... ซ่ึงคณะรัฐมนตรี ได้ส่งให้รัฐสภาตามหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๓/๔๒๖๒ ลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เร่ือง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบบั ท่ี ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวม ๒ ฉบับ

(๓) และผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยพรรคการเมือง (ฉบบั ที่ ..) พ.ศ. .... ซง่ึ นายวิเชียร ชวลิต กับคณะ และนายอนันต์ ผลอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมาประกอบการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการวสิ ามัญอยา่ งรอบด้านตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว ๖. ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับน้ี มีผูเ้ สนอคำแปรญัตติ จำนวน ๑๑ คน คอื (๑) ศาสตราจารยโ์ กวิทย์ พวงงาม (๒) นายขจติ ร ชัยนิคม (๓) นายเฉลมิ ชยั เฟอ่ื งคอน (๔) นายธญั วัจน์ กมลวงศว์ ฒั น์ (๕) นายนิยม เวชกามา (๖) นายประเสริฐ บญุ เรอื ง (๗) นายพจิ ารณ์ เชาวพฒั นวงศ์ (๘) นายมณเฑยี ร บุญตัน (๙) นายรังสิมนั ต์ โรม (๑๐) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย (๑๑) นายเสรี สุวรรณภานนท์ ๗. ผลการพิจารณา ช่ือรา่ งพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญ ไมม่ กี ารแกไ้ ข คำปรารภ มกี ารแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแกไ้ ข มีกรรมาธิการขอสงวนความเหน็ และผู้แปรญัตตขิ อสงวนคำแปรญตั ติ นายสามารถ แก้วมีชัย รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นายสมคดิ เชอื้ คง นายกฤช เอื้อวงศ์ นายชลนา่ น ศรีแกว้ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และนายสุขุมพงศ์ โงน่ คำ (กรรมาธกิ าร) ขอสงวนความเหน็ โดยขอให้เพมิ่ ความเปน็ มาตรา ๒/๑ ดงั น้ี “มาตรา ๒/๑ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๙ บคุ คลซงึ่ มีอุดมการณท์ างการเมืองในแนวทางเดยี วกัน และมีคุณสมบตั ิ และไมม่ ลี ักษณะตอ้ งห้าม ดังตอ่ ไปน้ี จำนวนไมน่ อ้ ยกว่าหา้ ร้อยคนอาจร่วมกนั ดำเนินการเพอื่ จดั ตั้ง พรรคการเมอื งตามพระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู นี้ได้

(๔) (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ตอ้ งได้สัญชาตไิ ทยมาแล้วไมน่ อ้ ยกว่าห้าปี (๒) มีอายไุ มต่ ่ำกวา่ สิบแปดปีบริบูรณ์ (๓) ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา ๙๖ (๑) (๒) หรือ (๔) ของรัฐธรรมนูญ (๔) ไม่เป็นบุคคลต้องหา้ มมิให้ใชส้ ิทธิสมัครรับเลอื กตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๖) (๑๑) หรอื (๑๖) ของรัฐธรรมนูญ (๕) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอจดทะเบียน จัดตงั้ พรรคการเมือง เว้นแตใ่ นความผิดอนั ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ (๖) ไม่เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ หรอื กฎหมายวา่ ด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผดิ ฐานฟอกเงนิ (๗) ไมเ่ ปน็ สมาชิกวุฒสิ ภาหรือไม่เคยเป็นสมาชิกวุฒสิ ภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงยังไม่เกิน สองปี (๘) ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นหรือผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอ่ืน ตามมาตรา ๑๑ หรอื ผู้แจง้ การจัดเตรียมการจัดต้ังพรรคการเมืองอ่ืนตามมาตรา ๑๘”” นายนิยม เวชกามา และนายประเสริฐ บุญเรือง ขอแปรญัตตเิ พ่มิ ความเปน็ มาตรา ๒/๑ ดังนี้ “มาตรา ๒/๑ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๙ บุคคลซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองในแนวทางเดียวกัน และมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ จำนวนไม่น้อยกว่าห้าร้อยคนอาจร่วมกันดำเนินการเพื่อจัดตั้ง พรรคการเมอื งตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู น้ีได้ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ตอ้ งไดส้ ญั ชาติไทยมาแลว้ ไม่น้อยกวา่ ห้าปี (๒) มอี ายุไมต่ ำ่ กว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ (๓) ไมเ่ ปน็ บุคคลตอ้ งห้ามมใิ ห้ใช้สทิ ธเิ ลอื กตั้งตามมาตรา ๙๖ ของรฐั ธรรมนูญ (๔) ไมเ่ ปน็ สมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผู้ย่ืนคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น ตามมาตรา ๑๑ หรอื ผู้แจง้ การเตรียมการจดั ต้งั พรรคการเมอื งอ่นื ตามมาตรา ๑๘”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เหน็ ด้วย ผแู้ ปรญตั ติขอสงวน นายรังสมิ ันต์ โรม ขอแปรญตั ติเพิ่มความเป็นมาตรา ๒/๑ ดงั น้ี “มาตรา ๒/๑ ให้ยกเลิกวรรคสองของมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐” คณะกรรมาธกิ ารไม่เหน็ ดว้ ย ผูแ้ ปรญัตติขอสงวน

(๕) มาตรา ๓ แกไ้ ขมาตรา ๑๕ วรรคหนงึ่ (๑๕) ไม่มกี ารแก้ไข มีกรรมาธกิ ารขอสงวนความเห็น และผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวนคำแปรญตั ติ นายสามารถ แก้วมีชัย รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นายสมคิด เชื้อคง นายกฤช เออ้ื วงศ์ นายชลน่าน ศรแี กว้ นายพงศเ์ ทพ เทพกาญจนา และนายสุขุมพงศ์ โงน่ คำ (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเหน็ โดยขอให้แก้ไขความในมาตรา ๓ เปน็ ดังน้ี “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความใน (๑๕) ของวรรคหนึ่ง ของมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนแ้ี ทน “(๑๕) รายได้ของพรรคการเมือง และอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง ซึง่ ตอ้ งเรยี กเกบ็ จากสมาชิกไมน่ ้อยกว่าปลี ะยี่สิบบาท”” นายณฐั วฒุ ิ บัวประทุม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเหน็ โดยขอให้แก้ไขความในมาตรา ๓ เป็นดังน้ี “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความใน (๑๕) ของวรรคหนึ่ง ของมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนีแ้ ทน “(๑๕) รายได้ของพรรคการเมือง และอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง ซง่ึ ตอ้ งเรียกเกบ็ จากสมาชกิ ไม่น้อยกว่าปลี ะยสี่ ิบบาท”” ศาสตราจารยโ์ กวิทย์ พวงงาม ขอแปรญตั ติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓ เปน็ ดงั นี้ “มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความใน (๑๕) ของวรรคหน่ึง ของมาตรา ๑๕ แหง่ พระราชบัญญตั ิ ประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปน้ีแทน “(๑๕) รายได้ของพรรคการเมือง และอัตราคา่ ธรรมเนยี มและคา่ บำรุงพรรคการเมือง ซ่งึ ตอ้ งเรียกเก็บจากให้เป็นไปตามความสมัครใจของสมาชิกไม่น้อยกว่าปลี ะย่สี บิ บาท หรือตามท่ีกำหนดไว้ ในข้อบังคบั ก็ได้”” คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผ้แู ปรญตั ติขอสงวน นายรงั สิมันต์ โรม ขอแปรญตั ติแกไ้ ขเพมิ่ เติมความในมาตรา ๓ เป็นดงั นี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความใน (๑๕) และ (๑๖) ของวรรคหนึ่ง ของมาตรา ๑๕ แหง่ พระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปนี้แทน “(๑๕) รายได้รับของพรรคการเมือง และอตั ราค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง ซง่ึ ต้องเรียกเก็บจากสมาชิกไมน่ ้อยกว่าปลี ะยส่ี ิบบาท (๑๖) สาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด”” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ด้วย ผู้แปรญัตติขอสงวน

(๖) มาตรา ๔ แกไ้ ขมาตรา ๑๕ วรรคส่ี ไมม่ กี ารแก้ไข มกี รรมาธกิ ารขอสงวนความเหน็ และผู้แปรญตั ติขอสงวนคำแปรญตั ติ นายสามารถ แก้วมีชัย รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นายสมคิด เชอ้ื คง นายกฤช เออื้ วงศ์ นายชลนา่ น ศรแี กว้ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และนายสุขุมพงศ์ โง่นคำ (กรรมาธกิ าร) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพิม่ เติมความในมาตรา ๔ เปน็ ดังนี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในวรรคสี่ของมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้แี ทน “ พ ร ร ค ก า ร เ ม ื อ ง อ า จ ก ำ ห น ด ใ ห้ เ ร ี ย ก เ ก ็ บ ค ่ า บ ำ ร ุ ง พ ร ร ค ก า ร เ ม ื อ ง จ า ก ส ม า ชิ ก แบบตลอดชพี พรรค ตามอตั ราที่กำหนดไว้ในขอ้ บงั คบั กไ็ ด้ แตต่ ้องไม่นอ้ ยกว่าสองร้อยบาท”” นายณฐั วุฒิ บัวประทมุ (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเหน็ โดยขอให้แก้ไขความในมาตรา ๔ เป็นดังนี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในวรรคสี่ของมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความตอ่ ไปนี้แทน “พรรคการเมอื งอาจกำหนดให้เรยี กเก็บค่าบำรุงพรรคการเมืองจากสมาชิกแบบตลอดชีพ ตามอตั ราทก่ี ำหนดในขอ้ บงั คบั ก็ได้ แตต่ อ้ งไมน่ ้อยกวา่ สองร้อยบาท”” นายขจิตร ชัยนิคม ขอแปรญตั ตแิ ก้ไขเพ่มิ เตมิ ความในมาตรา ๔ เป็นดงั นี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในวรรคสี่ของมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนญู ว่าด้วยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน “พรรคการเมืองอาจกำหนดให้เรียกเก็บค่าบำรุงพรรคการเมืองจากสมาชิกแบบตลอดชีพ ตามอัตราทกี่ ำหนดในข้อบงั คบั ก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกวา่ สองร้อยเกินห้าพันบาท”” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ดว้ ย ผแู้ ปรญัตตขิ อสงวน ศาสตราจารยโ์ กวิทย์ พวงงาม ขอแปรญตั ติแก้ไขเพ่ิมเติมความในมาตรา ๔ เป็นดังน้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในวรรคสี่ของมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปนี้แทน “พรรคการเมืองอาจกำหนดให้เรียกเก็บค่าสมาชิกมีส่วนร่วมในการจ่ายเงินบำรุงพรรค การเมืองจากสมาชกิ แบบตลอดชีพตามอตั ราท่ีกำหนดไว้ในขอ้ บังคับกไ็ ด้ แตต่ ้องไม่นอ้ ยกว่าสองรอ้ ยบาท”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ หน็ ด้วย ผูแ้ ปรญตั ติขอสงวน นายรงั สิมันต์ โรม ขอแปรญตั ตแิ กไ้ ขความในมาตรา ๔ เป็นดังน้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในวรรคสี่ของมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “พรรคการเมอื งอาจกำหนดให้เรียกเก็บค่าบำรุงพรรคการเมืองจากสมาชิกแบบตลอดชีพ ตามอตั ราทกี่ ำหนดในข้อบงั คบั กไ็ ด้ แตต่ อ้ งไมน่ อ้ ยกว่าสองรอ้ ยบาท”” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ดว้ ย ผแู้ ปรญัตตขิ อสงวน

(๗) มาตรา ๔/๑ แก้ไขมาตรา ๒๔ คณะกรรมาธิการเพมิ่ ขึ้นใหม่ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผแู้ ปรญัตตขิ อสงวนคำแปรญัตติ นายสมชาย แสวงการ นายธีรัจชัย พันธุมาศ นายกล้านรงค์ จันทิก พลเอก อกนิษฐ์ หมนื่ สวัสดิ์ นายกติ ติ วะสนี นท์ นายประสิทธ์ิ ปทมุ ารกั ษ์ นายปดพิ ทั ธ์ สนั ตภิ าดา นางสาวปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม นางวรารัตน์ อติแพทย์ และนางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอใหต้ ัดมาตรา ๔/๑ ออกทั้งมาตรา นายสามารถ แก้วมีชัย รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นายสมคิด เช้อื คง นายกฤช เอ้ือวงศ์ นายชลนา่ น ศรีแก้ว นายพงศเ์ ทพ เทพกาญจนา และนายสุขุมพงศ์ โงน่ คำ (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้เพม่ิ ความเป็นมาตรา ๔/๑ และมาตรา ๔/๒ ดงั น้ี “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ด้วยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๒๔ สมาชิกต้องมคี ุณสมบตั ิและไม่มีลักษณะต้องหา้ มตามท่ีกำหนดในข้อบังคับ ซึง่ อย่างน้อยต้องมีอายุไมต่ ำ่ กวา่ สิบแปดปี และมีคณุ สมบตั แิ ละไม่มลี ักษณะต้องหา้ มตามมาตรา ๙ (๑) (๓) (๕) (๖) (๗) และ (๘) และมาตรา ๙๘ (๑๑) และ (๑๖) ของรัฐธรรมนูญ” “มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลกิ ความในวรรคหนง่ึ ของมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบญั ญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๒๗ สมาชิกภาพของสมาชิกเริ่มต้นตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาชิกมีคำส่ัง รบั เขา้ เปน็ สมาชิกโดยจะสิน้ สดุ ลงตามท่กี ำหนดในขอ้ บังคับซ่ึงอยา่ งน้อยตอ้ งประกอบด้วยเหตดุ ังต่อไปนี้ (๑) ลาออก (๒) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๔ เว้นแต่เป็นกรณีมีลักษณะ ตอ้ งหา้ มตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเป็นการบวชตามประเพณีนิยม แต่ในระหว่างมีลักษณะ ต้องหา้ มดงั กล่าวจะใชส้ ทิ ธใิ นฐานะสมาชกิ มไิ ด้”” นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้เพิ่มความ เป็นมาตรา ๔/๑ ดังน้ี “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๔ สมาชกิ ตอ้ งมีคุณสมบตั ิและไมม่ ลี ักษณะต้องหา้ มตามท่ีกำหนดในข้อบังคับ ซงึ่ อยา่ งน้อยต้องมอี ายไุ ม่ต่ำกวา่ สิบแปดปี และมคี ณุ สมบตั แิ ละไมม่ ลี ักษณะต้องหา้ ม ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้ สญั ชาติไทยมาแล้วไมน่ ้อยกวา่ หา้ ปี (๒) ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ (๓) ไม่เปน็ สมาชิกวุฒิสภา (๔) ไม่เปน็ สมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผู้ย่นื คําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น ตามมาตรา ๑๑ หรอื ผู้แจง้ การเตรยี มการจดั ตง้ั พรรคการเมอื งอ่นื ตามมาตรา ๑๘””

(๘) นายณัฐวุฒิ บัวประทุม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้เพิ่มความเป็น มาตรา ๔/๑ ดังนี้ “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๒๔ สมาชิกต้องมีคุณสมบัติและไม่มลี ักษณะต้องหา้ มตามที่กำหนดในข้อบังคับ ซ่งึ อย่างนอ้ ยต้องมอี ายุไมต่ ่ำกวา่ สบิ แปดปี และมคี ณุ สมบตั แิ ละไมม่ ีลกั ษณะต้องหา้ ม ดังตอ่ ไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้ สญั ชาติไทยมาแลว้ ไม่น้อยกวา่ หา้ ปี (๒) ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔) (๕) (๖) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรอื (๑๘) ของรฐั ธรรมนญู (๓) ไม่เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุกว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ราชการ หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของ พนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวล กฎหมายอาญา เวน้ แตเ่ ป็นการรอการลงโทษ (๔) ไม่เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุกว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วย การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในความผดิ ฐานฟอกเงนิ (๕) ไมเ่ ป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอ่ืนหรือผู้ย่ืนคำขอจดทะเบียนจัดต้ังพรรคการเมืองอ่ืน ตามมาตรา ๑๑ หรอื ผ้แู จ้งการจดั เตรียมการจัดตัง้ พรรคการเมืองอนื่ ตามมาตรา ๑๘”” นายรังสมิ ันต์ โรม ขอแปรญัตติเพมิ่ ความเป็นมาตรา ๔/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐” คณะกรรมาธิการไม่เหน็ ด้วย ผู้แปรญตั ติขอสงวน มาตรา ๕ แก้ไขมาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง มีการแกไ้ ข มผี ้แู ปรญัตตขิ อสงวนคำแปรญตั ติ นายรงั สมิ ันต์ โรม ขอแปรญัตติตัดมาตรา ๕ ออกทงั้ มาตรา และเพ่มิ ความเป็นมาตรา ๕/๑ และมาตรา ๕/๒ ดงั น้ี “มาตรา ๕/๑ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๙ แห่งร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๓๙ องคป์ ระชมุ ของที่ประชมุ ใหญใ่ ห้เป็นไปตามท่ีกำหนดในข้อบังคับซึง่ อย่างน้อย ตอ้ งประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรคการเมืองไมน่ ้อยกว่ากึ่งหน่ึงของจำนวนกรรมการบริหารพรรคการเมือง ทั้งหมด ผู้แทนของสาขาพรรคการเมืองไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสาขาพรรคการเมือง ตัวแทน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook