บนั ทึกหลักการและเหตผุ ล ประกอบรา่ งรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบับท่ี ..) พทุ ธศักราช .... หลกั การ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ มาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑ เหตุผล โดยทม่ี าตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย ได้กาหนดสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน มสี มาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนสามร้อยห้าสบิ คน สมาชิกซึ่งมาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองจานวนหน่ึงร้อยห้าสิบคนเป็นจานวนที่ไม่สอดคล้องต่อจานวน ประชากรในแต่ละเขตเลือกต้ัง หากมีการกาหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจานวนส่ีร้อยคนก็จะทาให้ การดูแลปัญหาของประชาชนมีความใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึนจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และการคานวณคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายช่ือก็มีความจาเป็นที่จะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน และเป็นธรรมต่อพรรคการเมืองและต้องเคารพหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชน การให้มีบัตรเลือกต้ังสองใบ เพ่ือให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต ย่อมทาให้ประชาชนได้ใช้เจตจานงในการเลือกตั้งท่ีสอดคล้องกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น จึงจาเป็นต้องตรา รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย แกไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ที่ ..) พุทธศักราช ....
รา่ ง รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบับท่ี ..) พุทธศักราช .... ...................................... ...................................... ...................................... ......................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. โดยท่เี ป็นการสมควรแก้ไขเพ่ิมเตมิ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ......................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. มาตรา ๑ รัฐธรรมนูญน้ีเรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พทุ ธศกั ราช ....” มาตรา ๒ รัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นตน้ ไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมา จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนส่ีร้อยคน และสมาชิกซ่ึงมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือ จานวนหนง่ึ รอ้ ยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยเสรี โดยตรงและลับ โดยให้ ใชบ้ ัตรเลือกตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบละหนง่ึ ใบ ในกรณีท่ีตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วย สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรเท่าทม่ี ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ท่ีทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจานวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่ือประกอบดว้ ยสมาชกิ เทา่ ทม่ี อี ยู่” มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้แต่ละ เขตเลือกต้ังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกต้ัง ได้คนละหนงึ่ คะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผูส้ มัครรบั เลอื กตงั้ ผู้ใด หรือจะลงคะแนนไมเ่ ลือกผู้ใดเลยก็ได้
2 ให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด เปน็ ผ้ไู ดร้ ับเลอื กตงั้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกต้ัง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกฎหมายดังกล่าวจะกาหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องยนื่ หลักฐานแสดงการเสียภาษเี งนิ ได้ประกอบการสมัครรบั เลือกต้งั ดว้ ยก็ได้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเม่ือตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควร เชอ่ื ว่าผลการเลือกต้งั เป็นไปโดยสจุ รติ และเทยี่ งธรรม และมจี านวนไม่น้อยกวา่ ร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้ง ท้ังหมด ซ่ึงคณะกรรมการการเลือกต้ังต้องตรวจสอบเบ้ืองต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ตอ้ งไม่ช้ากวา่ สามสิบวนั นบั แต่วนั เลอื กตัง้ ทั้งนี้ การประกาศผลดงั กล่าวไม่เป็นการตัดหน้าท่ีและอานาจของ คณะกรรมการการเลือกต้ังที่จะดาเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทา การทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกต้ังไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรมไม่ว่าจะได้ประกาศผลการเลือกต้ัง แล้วหรอื ไม่ก็ตาม” มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๘๖ การกาหนดจานวนสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรท่ีแต่ละจงั หวัดจะพึงมีและการแบ่งเขต เลือกตง้ั ใหด้ าเนนิ การตามวธิ กี าร ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ให้ใช้จานวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสดุ ท้ายก่อนปีท่ีมี การเลือกต้ัง เฉลี่ยด้วยจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จานวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจานวนราษฎร ต่อสมาชิกหนึง่ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในจงั หวัดนน้ั ไดห้ นึง่ คน โดยให้ถอื เขตจังหวัดเปน็ เขตเลือกต้งั (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจานวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวดั นน้ั เพิ่มขน้ึ อีกหนึ่งคนทกุ จานวนราษฎรท่ถี ึงเกณฑจ์ านวนราษฎรต่อสมาชกิ หนึง่ คน (๔) เม่ือได้จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษท่ีเหลือจากการคานวณตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดน้ันมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มข้ึนอีกหน่ึงคน และให้เพ่ิมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวิธีการ ดังกล่าวแก่จงั หวดั ทม่ี ีเศษทเี่ หลอื จากการคานวณน้นั ในลาดบั รองลงมาตามลาดบั จนครบจานวนสร่ี ้อยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหน่ึงคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็น เขตเลือกต้ังเท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกต้ังแต่ละเขตให้ติดต่อกัน และต้องจดั ใหม้ ีจานวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคยี งกัน” มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกต้ังตามบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมือง ที่จะได้รับเลือกต้ัง ให้นาคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันท้ังประเทศแล้วคานวณ เพื่อแบ่งจานวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนท่ีสัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวนคะแนนรวม ข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังซึ่งมีรายชื่อในบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์
3 คะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับหมายเลขในบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองนนั้ ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์และ วธิ ีการทบ่ี ัญญตั ิไวใ้ นพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร หลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงือ่ นไขในการสมัครรับเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชีรายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอ่ืนที่เกี่ยวข้อง ใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลอื กตั้งสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร” มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งท่ีไมม่ ีผ้สู มัครรับเลอื กต้ังรายใดได้รับคะแนนเสียงเลอื กต้ังมากกว่าคะแนนเสียง ท่ีไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมการการเลอื กตั้งดาเนนิ การให้มกี ารรับสมัครผู้สมัครรับเลือกต้งั ใหม่ โดยผสู้ มัครรบั เลือกตัง้ เดิมทกุ ราย ไมม่ สี ิทธสิ มคั รรบั เลือกต้ังในการเลอื กตงั้ ทจ่ี ะจัดข้ึนใหมน่ ้ัน” มาตรา ๔/๒ ใหย้ กเลกิ มาตรา ๙๔ ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย มาตรา ๔/๓ ใหย้ กเลิกวรรคสามของมาตรา ๑๐๕ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย มาตรา ๔/๔ ภายใต้บงั คับมาตรา ๔/๕ ในวาระเริม่ แรก มใิ ห้นาบทบัญญัติมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญน้ี มาใช้บังคับกับการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจนกว่าจะถึงวันท่ีกาหนดให้มีการเลือกต้ัง สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรเปน็ การท่ัวไปครัง้ แรกภายหลังประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญนี้ ในระหว่างท่ียังมิให้นาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญนี้มาใช้บังคับตามวรรคหน่ึง ให้บทบัญญัติของมาตราดังกล่าวก่อนการแก้ไขเพ่ิมเติมหรือก่อนท่ี ถูกยกเลิกโดยรัฐธรรมนูญนี้และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่ีตราขน้ึ เพื่อใหเ้ ปน็ ไปตามบทบญั ญัตินั้นยงั คงนามาใช้บงั คบั ต่อไป มาตรา ๔/๕ ให้รัฐสภาดาเนินการตามมาตรา ๑๓๒ เพ่ือพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรให้เป็นไปตามรัฐธรรมนญู นี้ โดยต้องพิจารณา ให้แลว้ เสร็จภายในหนงึ่ รอ้ ยยี่สบิ วนั นบั แต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ในกรณีที่ยังไม่สามารถดาเนินการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในส่วนท่ีขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญน้ีให้แล้วเสร็จได้ตามวรรคหนึ่ง และต้องมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการท่ัวไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอานาจประกาศ กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนร าษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญน้ี เพอ่ื ใช้บังคบั กับการเลอื กตงั้ น้ันไปพลางก่อน ผูร้ บั สนองพระบรมราชโองการ ......................................... นายกรัฐมนตรี
พิมพ์ท่ี : สำนกั กำรพิมพ์ สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร
รายงาน ของ คณะกรรมาธิการพจิ ารณา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย แก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพ่ิมเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) รัฐสภา (ฉบบั แก้ไขเพม่ิ เตมิ ) สานกั กรรมาธิการ ๒ สานักงานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร
ที่ สผ ๐๐๑๘.๑๓/ (สำเนำ) รัฐสภา ด ถนนสามเสน เขตดุสติ กทม. ๑๐๓๐๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ เรอื่ ง ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ที่ ..) พุทธศกั ราช .... (แก้ไขเพ่ิมเตมิ มาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) (สว่ นทแี่ กไ้ ขเพมิ่ เติม) กราบเรียน ประธานรฐั สภา ส่ิงทส่ี ง่ มาด้วย ร่างรฐั ธรรมนญู ดงั กล่าวข้างต้น (ส่วนท่ีแก้ไขเพม่ิ เตมิ ) พรอ้ มดว้ ยรายงานของคณะกรรมาธิการ (สว่ นทแี่ ก้ไขเพิ่มเติม) จานวน ๑ ชุด ตามที่ท่ีประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจาปีครั้งท่ีหน่ึง) วันพุธที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ และคร้ังที่ ๓ (สมัยสามัญประจาปีคร้ังที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ และวันศุกร์ ท่ี ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบับท่ี ..) พทุ ธศักราช .... (แกไ้ ขเพิ่มเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และต้ังกรรมาธิการข้ึนคณะหน่ึงเพื่อพิจารณา กาหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน โดยคณะกรรมาธิการได้พิจารณารา่ งรัฐธรรมนูญดงั กลา่ วเสร็จแลว้ และเสนอร่างรัฐธรรมนูญตามทแี่ ก้ไขเพิ่มเติม พร้อมรายงานตอ่ ประธานรัฐสภา เม่ือวันศุกร์ที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๔ นนั้ คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมเมื่อวันอังคารที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ พิจารณาทบทวน ปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพ่ิมเติม มาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) และมีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับท่ีคณะกรรมาธิการได้เสนอ ร่างรัฐธรรมนูญตามท่ีแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมรายงาน เมื่อวันศุกร์ท่ี ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๔ จึงกราบเรียนมา เพื่อไดโ้ ปรดนาเสนอตอ่ ทป่ี ระชุมรว่ มกนั ของรัฐสภาพจิ ารณาต่อไป ขอแสดงความนบั ถืออย่างย่งิ (ลงชื่อ) ไพบลู ย์ นติ ติ ะวัน (นายไพบลู ย์ นิติตะวนั ) ประธานคณะกรรมาธิการ พจิ ารณารา่ งรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ..) พทุ ธศกั ราช .... (แก้ไขเพมิ่ เติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) สานกั งานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร สานกั กรรมาธิการ ๒ โทร. ๐ ๒๒๔๒ ๕๙๐๐ ตอ่ ๖๓๑๐
-๒- สาเนาถกู ต้อง (นางสาวกัลยรชั ต์ ขาวสาอางค์) ผู้อานวยการสานักกรรมาธกิ าร ๒ รฐั ภมู ิ คาศรี/ร่าง ตรีทพิ ยนิภา ธาน/ี พมิ พ์ จนิ ดารักษ์ แสงกาญจนวนชิ /ตรวจ ตรวจทาน ครั้งที่ ๑ อจั ฉรา สวนสมุทร, เผา่ พนั ธ์ุ นวลสง่ , สกนธ์ พรหมบุญตา คร้ังที่ ๒ รฐั ภมู ิ คาศร,ี เฉลิมศกั ดิ์ ใจชาน,ิ นฤพนธ์ ธุลีจันทร์ ครงั้ ที่ ๓ จินดารกั ษ์ แสงกาญจนวนิช
รายงานคณะกรรมาธิการ (ฉบบั แกไ้ ขเพิ่มเติม) ตามทที่ ป่ี ระชุมรว่ มกนั ของรฐั สภา ครั้งที่ ๒ (สมยั สามญั ประจาปีครง้ั ท่หี นึ่ง) วนั พธุ ท่ี ๒๓ มิถนุ ายน ๒๕๖๔ และคร้ังท่ี ๓ (สมัยสามัญประจาปีคร้ังท่ีหนึ่ง) วันพฤหัสบดีท่ี ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ และวันศุกร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพ่ิมเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และต้ังกรรมาธิการขึ้นคณะหน่ึงเพื่อพิจารณา กาหนดการแปรญัตติภา ยใน ๑๕ วัน โดยคณะกรรมาธกิ ารได้พจิ ารณารา่ งรัฐธรรมนูญดังกลา่ วเสร็จแล้ว และเสนอร่างรฐั ธรรมนญู ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม พรอ้ มรายงานตอ่ ประธานรัฐสภา เม่ือวันศกุ ร์ท่ี ๑๓ สงิ หาคม ๒๕๖๔ น้นั คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมเม่ือวันอังคารที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ พิจารณาทบทวน ปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) และมีมติแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญฉบับท่ีคณะกรรมาธิการได้เสนอร่าง รฐั ธรรมนญู ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมพร้อมรายงาน เมื่อวนั ศกุ รท์ ี่ ๑๓ สงิ หาคม ๒๕๖๓ ดงั น้ี ๖. ผลการพจิ ารณา ไมม่ กี ารแก้ไข ชอื่ รา่ งรัฐธรรมนญู คาปรารภ ไม่มีการแกไ้ ข มาตรา ๑ ไมม่ ีการแก้ไข มาตรา ๒ มกี ารแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๘๓ มกี ารแกไ้ ข มกี รรมาธกิ ารขอสงวนความเหน็ และผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวนคาแปรญตั ติ นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายรังสิมันต์ โรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไข เพิม่ เตมิ ความในมาตรา ๓ เป็นดงั น้ี “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนหา้ ร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมา จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจานวนส่ีร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือ จานวนหน่งึ รอ้ ยคนดงั นี้ (๑) สมาชิกซ่งึ มาจากการเลือกต้ังแบบแบง่ เขตเลือกตัง้ จานวนสามร้อยหา้ สิบคน (๒) สมาชิกแบบบญั ชรี ายชอ่ื ซ่งึ มาจากการเลอื กตัง้ พรรคการเมืองจานวนหน่ึงร้อยหา้ สิบคน
(๒) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหใ้ ชบ้ ัตรเลือกต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบง่ เขต เลอื กตั้งหนงึ่ ใบ และบตั รเลือกตงั้ พรรคการเมอื งหน่งึ ใบ ในกรณีที่ตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วย สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรเทา่ ท่มี อี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจานวนไม่ถึงหน่ึงร้อย ห้าสิบคน ใหส้ มาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายช่ือประกอบดว้ ยสมาชิกเท่าทีม่ อี ยู่”” นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพ่ิมเติม ความในมาตรา ๓ เปน็ ดังนี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซ่ึงมา จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกต้ังแบบบัญชีรายช่ือ จานวนหนง่ึ ร้อยคนดังนี้ (๑) สมาชิกซง่ึ มาจากการเลอื กตงั้ แบบแบ่งเขตเลือกตั้งจานวนสามรอ้ ยเจด็ สบิ หา้ คน (๒) สมาชกิ แบบบญั ชีรายชอ่ื ซงึ่ มาจากการเลือกตั้งพรรคการเมืองจานวนหน่งึ รอ้ ยยี่สบิ หา้ คน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้บัตรเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบง่ เขต เลือกตั้งหนงึ่ ใบ และบัตรเลือกตง้ั พรรคการเมืองหนงึ่ ใบ ในกรณีที่ตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วย สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรเท่าที่มีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจานวนไม่ถึงหน่ึงร้อย ยส่ี ิบหา้ คน ใหส้ มาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายชื่อประกอบด้วยสมาชิกเทา่ ทีม่ อี ยู่”” นายชลน่าน ศรีแก้ว (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็นโดยขอให้เพ่ิมความเป็นมาตรา ๓/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้แต่ ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกต้ังได้คนละหนึง่ คะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผ้สู มคั รรับเลือกต้ังผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงท่ีไม่เลือกผู้ใด เปน็ ผไู้ ดร้ ับเลือกตง้ั หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนนการรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอื่นท่ีเกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
(๓) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกฎหมายดังกลา่ วจะกาหนดให้ผูส้ มัครรับ เลือกต้ังต้องยืน่ หลกั ฐานแสดงการเสยี ภาษเี งนิ ได้ประกอบการสมคั รรบั เลือกต้งั ด้วยก็ได้ ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังประกาศผลการเลือกตั้งเมอื่ ตรวจสอบเบ้ืองตน้ แลว้ มเี หตอุ นั ควร เชอื่ ว่าผลการเลือกตงั้ เปน็ ไปโดยสุจรติ และเท่ยี งธรรม และมีจานวนไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกต้ัง ท้ังหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบ้ืองต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ตอ้ งไมช่ ้ากว่าสามสบิ วันนับแต่วนั เลือกต้ัง ท้งั นี้ การประกาศผลดงั กล่าวไม่เป็นการตัดหน้าที่และอานาจของ คณะกรรมการการเลือกต้ังท่ีจะดาเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทา การทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรมไม่ว่าจะได้ประกาศผลการเลือกตั้ง แลว้ หรือไม่ก็ตาม”” นายไผ่ ลิกค์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายเอกราช ช่างเหลา นายสัญญา นิลสุพรรณ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ขอแปรญัตติแก้ไขเพ่ิมเติม ความในมาตรา ๓ และเพ่มิ ความเปน็ มาตรา ๓/๑ ดงั น้ี “มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๘๓ ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๓ สภาผ้แู ทนราษฎรประกอบด้วยสมาชกิ จานวนห้าร้อยคน โดยเปน็ สมาชกิ ซง่ึ มา จากการเลอื กต้ังแบบแบ่งเขตเลอื กตัง้ จานวนสรี่ อ้ ยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตงั้ แบบบัญชรี ายช่ือ จานวนหนึ่งรอ้ ยคนดังน้ี (๑) สมาชิกซึ่งมาจากการเลอื กต้งั แบบแบง่ เขตเลือกตั้งจานวนส่ีรอ้ ยคน (๒) สมาชกิ ซึ่งมาจากบญั ชรี ายช่ือของพรรคการเมืองจานวนหนงึ่ ร้อยคน การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้ บตั รเลือกตงั้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบละหนึ่งใบ ในกรณีที่ตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเท่าทีม่ อี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจานวนไม่ถึงหน่ึงร้อยคน ใหส้ มาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายชือ่ ประกอบด้วยสมาชิกเท่าทม่ี อี ยู่” มาตรา ๓/๑ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง โดยให้ แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกต้ังได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลย ก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่ึงได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงท่ีไม่เลือก ผู้ใด เป็นผ้ไู ดร้ บั เลือกต้ัง
(๔) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะ แนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุ อันควรเชื่อว่าผลการเลือกต้ังเป็นไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม และมีจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของ เขตเลือกตั้งท้ังหมด ซ่ึงคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกต้ัง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งน้ี การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งท่ีจะดาเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการกระทาการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไม่วา่ จะไดป้ ระกาศผลการเลือกต้งั แล้วหรอื ไม่ก็ตาม”” คณะกรรมาธกิ ารไดช้ แ้ี จงแล้ว ผแู้ ปรญัตติพอใจ นายเฉลิมชัย เฟ่ืองคอน และพลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ขอแปรญัตติแก้ไขเพ่ิมเติมความใน มาตรา ๓ และเพม่ิ ความเป็นมาตรา ๓/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซึง่ มาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจานวนส่ีร้อยคน และสมาชิกซ่ึงมาจากการเลือกต้งั แบบบญั ชีรายชื่อ จานวนหนงึ่ รอ้ ยคน การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้ บัตรเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบละหนงึ่ ใบ ในกรณีท่ีตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข้ึนแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเทา่ ที่มีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ท่ีทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจานวนไม่ถึงหน่ึงร้อยคน ใหส้ มาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อประกอบดว้ ยสมาชกิ เท่าทมี่ อี ยู่” มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๕ การเลอื กต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตง้ั ให้แตล่ ะเขตเลือกตั้ง มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกต้ังได้คนละ หนงึ่ คะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผสู้ มคั รรับเลอื กตงั้ ผู้ใดหรอื จะลงคะแนนไม่เลือกผใู้ ดเลยก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังซ่ึงได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด เป็นผู้ไดร้ ับเลือกตงั้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกต้ัง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอื่นที่เก่ียวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
(๕) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกฎหมายดังกล่าวจะกาหนดให้ผู้สมัคร รับเลอื กตั้งต้องยืน่ หลักฐานแสดงการเสียภาษเี งนิ ได้ประกอบการสมคั รรบั เลอื กต้ังดว้ ยก็ได้ ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังประกาศผลการเลือกต้ังเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแลว้ มีเหตอุ นั ควร เช่อื วา่ ผลการเลอื กตง้ั เป็นไปโดยสุจริตและเทีย่ งธรรม และมีจานวนไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละเก้าสิบหา้ ของเขตเลือกต้ัง ทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบ้ืองต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ตอ้ งไม่ชา้ กว่าสามสบิ วันนบั แตว่ ันเลือกต้ัง ท้ังนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการตดั หน้าที่และอานาจของ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดาเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทา การทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรอื เท่ียงธรรมไม่ว่าจะได้ประกาศผลการเลือกตงั้ แล้วหรอื ไมก่ ต็ าม”” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นดว้ ย ผู้แปรญตั ติขอสงวน นายอนุชา น้อยวงศ์ ขอแปรญตั ติแก้ไขเพ่ิมเติมความในมาตรา ๓ และเพม่ิ ความเป็นมาตรา ๓/๑ ดังน้ี “มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนส่ีร้อยคน และสมาชกิ ซ่ึงมาจากการเลือกตงั้ แบบบญั ชีรายชื่อ จานวนหนึ่งร้อยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้ บัตรเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบละหนงึ่ ใบ ในกรณีท่ีตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรเทา่ ทม่ี อี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ท่ีทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจานวนไม่ถึงหน่ึงร้อยคน ให้สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายชื่อประกอบดว้ ยสมาชิกเทา่ ท่ีมอี ยู่” มาตรา ๓/๑ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง โดยให้ แต่ละเขตเลือกต้ังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกต้ัง มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกตั้งได้คนละหน่ึงคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลย ก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่ึงได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงท่ีไม่เลือก ผู้ใด เปน็ ผู้ได้รับเลือกตั้ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอื่นที่เก่ียวข้อง ให้เป็นไปตาม พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร
(๖) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุ อันควรเชื่อว่าผลการเลือกต้ังเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของ เขตเลือกต้ังทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกต้ังต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกต้ัง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกต้ัง ทั้งนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการการเลือกต้ังท่ีจะดาเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการกระทาการทุจริตในการเลือกต้ัง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธ รรม ไมว่ ่าจะได้ประกาศผลการเลือกตั้งแล้วหรอื ไม่ก็ตาม”” คณะกรรมาธกิ ารได้ช้ีแจงแลว้ ผ้แู ปรญัตติพอใจ นายสาทติ ย์ วงศ์หนองเตย ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓ และเพ่ิมความเป็น มาตรา ๓/๑ ดังนี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใชข้ อ้ ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซ่งึ มาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตงั้ แบบบัญชีรายชื่อ จานวนหนึ่งรอ้ ยคน การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้ บตั รเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบละหนึ่งใบ ในกรณีท่ีตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผ้แู ทนราษฎรเท่าท่ีมีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจานวนไม่ถึงหน่ึงร้อยคน ให้สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชือ่ ประกอบดว้ ยสมาชิกเท่าที่มอี ยู่” มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง โดยให้ แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหน่ึงคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกตั้งได้คนละหน่ึงคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลย กไ็ ด้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่ึงได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงท่ีไม่เลือก ผู้ใด เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอ่ืนท่ีเกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุ อันควรเช่ือว่าผลการเลือกต้ังเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของ เขตเลือกตั้งท้ังหมด ซ่ึงคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบ้ืองต้นและประกาศผลการเลือกตั้ง
(๗) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกต้ัง ท้ังนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการการเลือกต้ังที่จะดาเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการกระทาการทุจริตในการเลือกต้ัง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรม ไมว่ า่ จะไดป้ ระกาศผลการเลอื กตงั้ แล้วหรือไมก่ ต็ าม”” คณะกรรมาธกิ ารได้ช้แี จงแลว้ ผ้แู ปรญตั ติพอใจ พลตารวจโท ศานิตย์ มหถาวร ขอแปรญัตติแก้ไขเพ่ิมเติมความในมาตรา ๓ และเพ่ิมความ เปน็ มาตรา ๓/๑ ดังนี้ “มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชข้ อ้ ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจานวนส่ีสามร้อยเจ็ดสิบห้าคน และสมาชิกซ่ึงมาจากการเลือกต้ัง แบบบัญชีรายช่อื จานวนหนงึ่ ร้อยยี่สบิ หา้ คน ในกรณีท่ีตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งท่ีว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผูแ้ ทนราษฎรเทา่ ท่มี อี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจานวนไม่ถึงหน่ึงร้อย ยสี่ ิบหา้ คน ใหส้ มาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่ือประกอบด้วยสมาชิกเท่าทม่ี ีอยู่” มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซ่ึงมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง โดยให้ แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกต้ังได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกต้ังผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลย กไ็ ด้ ให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังท่ีได้คะแนนเสียงเกินร้อยละห้าสิบขึ้นไปถือว่าเป็นผู้ได้รับการเลือกต้ัง แต่ถ้าเขตเลือกต้ังใดไม่มีผู้สมัครได้คะแนนเสียงเกินกว่าร้อยละห้าสิบ ให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังท่ีได้คะแนนเสียง เป็นอันดับท่ีหน่ึงและอันดับที่สองมีสิทธิเข้าไปเลือกตั้งในรอบที่สอง และให้ผู้สมัครซ่ึงได้รับคะแนนสูงสุด และมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงท่ีไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ทั้งนี้ ให้นาคะแนนผลจากการเลือกต้ัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในคร้ังแรกมาเป็นเกณฑ์ในการคานวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ ตอ่ ไป พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละหน่ึงของจานวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ให้ถอื วา่ ไม่มผี ูใ้ ดในบญั ชีรายชื่อของพรรคการเมืองนนั้ ได้รบั การเลือกต้ัง และมิให้นาคะแนนเสยี งดงั กล่าวมารวม คานวณเพอื่ หาสัดส่วนจานวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นท่ีเก่ียวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
(๘) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกฎหมายดังกล่าวกาหนดให้ผู้สมัคร รบั เลือกต้งั ยน่ื หลกั ฐานแสดงการเสยี ภาษเี งินได้ประกอบการเลือกตัง้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกต้ังเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเช่ือว่าผลการเลือกต้ังเป็นไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม และมีจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้า ของเขตเลือกต้ังทั้งหมด ซ่ึงคณะกรรมการการเลือกต้ังต้องตรวจสอบเบ้ืองต้นและประกาศผลการเลือกต้ัง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าส่ีสิบห้าวันนับแต่วันเลือกต้ัง ท้ังน้ี การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดาเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการกระทาการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกต้ังไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรม ไม่วา่ จะได้ประกาศผลการเลือกต้งั แล้วหรือไมก่ ต็ าม”” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นด้วย ผแู้ ปรญัตติขอสงวน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓ และเพ่ิมความเป็น มาตรา ๓/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกท่ีประชาชนเลือกต้ังจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนส่ีร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกต้ัง แบบบัญชีรายชือ่ จานวนหน่ึงร้อยคน ในกรณีท่ีตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข้ึนแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเทา่ ท่ีมอี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจานวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ใหส้ มาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชื่อประกอบด้วยสมาชกิ เทา่ ที่มีอยู่” มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซ่ึงมาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธี ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลบั ให้แต่ละจังหวดั แบ่งเขตเลือกตั้ง โดยแต่ละเขตเลอื กต้ังมีสมาชกิ สภาผูแ้ ทน ราษฎรได้ไม่เกินสามคน ตามอัตราส่วนของจานวนราษฎรหน่ึงแสนหกหมื่นคนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จานวนหน่ึงคน และผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกต้ังได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนน เลือกผสู้ มัครรับเลอื กตั้งผู้ใดหรือจะลงคะแนนไม่เลอื กผู้ใดเลยก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้คะแนนสูงสุดและผู้ได้รับคะแนนเป็นลาดับรองลงมา รว มแล้ว ไม่เกินจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในแต่ละเขต และมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด เป็นผไู้ ด้รับเลอื กตง้ั หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกต้ัง การจัดอัตราส่วนของจานวนราษฎร ในเขตเลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกต้ังในแต่ละจังหวัด การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน
(๙) การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุ อันสมควรเชื่อว่าผลการเลือกต้ังเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของ เขตเลือกตั้งทั้งหมด ซ่ึงคณะกรรมการการเลือกต้ังต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าหกสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งน้ี การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการการเลือกต้ังที่จะต้องดาเนินการสบื สวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยวา่ มีการกระทาทุจริตในการเลือกตงั้ หรอื การเลือกต้งั ไม่เปน็ ไปโดยสุจริตหรือเทย่ี งธรรมไมว่ ่าจะได้ ประกาศผลการเลือกต้ังแล้วหรือไม่ก็ตาม ท้ังน้ี ต้องดาเนินการให้แล้วเสร็จภายในหกเดือนนับแต่วันท่ีได้ ประกาศผลการเลอื กตั้งไปแล้ว”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ หน็ ดว้ ย ผแู้ ปรญัตติขอสงวน นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสด์ิ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธ์ิ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอานาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ และนายไพจิต ศรีวรขาน ขอแปรญัตติแก้ไข เพ่ิมเติมความในมาตรา ๓ และเพ่มิ ความเปน็ มาตรา ๓/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซ่ึงมา จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซ่ึงมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือ จานวนหนึง่ รอ้ ยคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยเสรี โดยตรง และลับ โดยใหใ้ ชบ้ ตั รเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบละหนงึ่ ใบ ในกรณีท่ีตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผูแ้ ทนราษฎรเทา่ ที่มอี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจานวนไม่ถึงหน่ึงร้อยคน ให้สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่ือประกอบด้วยสมาชิกเท่าทมี่ ีอยู่” มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ให้แต่ละ เขตเลือกต้ังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหน่ึงคนและผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ได้คนละหนงึ่ คะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผ้สู มคั รรบั เลอื กตัง้ ผใู้ ด หรือจะลงคะแนนไม่เลอื กผู้ใดเลยก็ได้
(๑๐) ให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงท่ีไม่เลือกผู้ใด เป็นผ้ไู ด้รับเลือกตัง้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอื่นท่ีเกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกฎหมายดังกล่าวจะกาหนดให้ผู้สมัคร รับเลือกตง้ั ต้องยืน่ หลกั ฐานแสดงการเสยี ภาษเี งินไดป้ ระกอบการสมคั รรับเลอื กตง้ั ด้วยก็ได้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเช่ือว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม และมีจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้า ของเขตเลือกตั้งท้ังหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกต้ังต้องตรวจสอบเบื้องต้น และประกาศผลการเลือกต้ัง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ท้ังนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งท่ีจะดาเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการกระทาการทุจริตในการเลือกต้ัง หรือการเลือกต้ังไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรม ไม่ว่าจะได้ประกาศผลการเลือกต้งั แลว้ หรือไม่กต็ าม”” คณะกรรมาธกิ ารได้ชีแ้ จงแล้ว ผแู้ ปรญตั ติขอสงวน ประเสริฐสุวรรณ และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓ และเพม่ิ ความเปน็ มาตรา ๓/๑ ดังนี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมา จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจานวนส่ีร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือ จานวนหนงึ่ ร้อยคน การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยเสรี โดยตรง และลับ โดยใหใ้ ช้บัตรเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบละหนึง่ ใบ ในกรณีที่ตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งท่ีว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรเทา่ ทมี่ อี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจานวนไม่ถึงหน่ึงร้อยคน ให้สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายชอ่ื ประกอบด้วยสมาชิกเทา่ ท่มี อี ยู่” มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๘๕ การเลอื กต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลือกตัง้ ใหแ้ ตล่ ะเขตเลือกต้ัง มีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหน่ึงคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกต้ังได้ คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกต้ังผู้สมัครรับเลือกต้ังผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้
(๑๑) ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่ึงได้รับคะแนนสูงสุด และมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงท่ีไม่เลือก ผสู้ มคั รใดเปน็ ผู้ไดร้ ับเลอื กตัง้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครเลือกต้ัง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอ่ืนที่เก่ียวข้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร ในกรณีที่กฎหมายดังกล่าวมีการบัญญัติให้มีการระงบั สิทธิการสมัครรับเลือกเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือให้มีการเพิกถอนสิทธิเลือกต้ัง หรือการสง่ั ใหม้ ีการเลอื กตง้ั ใหม่ภายหลงั ลงคะแนนเลอื กตั้งให้อานาจในการมีคาสั่งดงั กล่าวเป็นของศาลยุติธรรม เวน้ แต่เป็นการเลอื กตง้ั ใหมต่ ามมาตรา ๙๒ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกต้ังเม่ือตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุ อันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรมและมีจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของ เขตเลือกต้ังทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกต้ังต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ท้ังนี้ การประกาศผลการเลือกตั้งดังกล่าว ไม่เป็นการตัดหนา้ ท่ีและอานาจของคณะกรรมการการเลือกต้ังท่ีจะดาเนินการสืบสวน ไตส่ วนหรอื วนิ จิ ฉยั กรณี มีเหตุและพยานหลักฐานว่ามีการกระทาการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกต้ังมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือ เท่ียงธรรม ไม่ว่าจะไดป้ ระกาศผลเลอื กตงั้ แล้วหรือไมก่ ต็ าม”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เห็นด้วย ผแู้ ปรญัตติขอสงวน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายนิยม เวชกามา ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓ เป็นดังน้ี “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซ่ึงมาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนส่ีสามร้อยห้าสิบคน และสมาชิกซ่ึงมาจากการเลือกต้ัง แบบบญั ชรี ายชือ่ จานวนหนึ่งร้อยหา้ สบิ คน การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยเสรี โดยตรง และลับ โดยให้ใชบ้ ัตรเลือกตงั้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบละหน่ึงใบ ในกรณีที่ตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งท่ีว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผูแ้ ทนราษฎรเทา่ ท่มี ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจานวนไม่ถึงหนึ่งร้อย หา้ สิบคน ใหส้ มาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชือ่ ประกอบดว้ ยสมาชกิ เทา่ ทีม่ ีอยู่”” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ด้วย ผแู้ ปรญตั ติขอสงวน นายสรุ ทิน พจิ ารณ์ ขอแปรญัตตแิ กไ้ ขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓ เป็นดังน้ี “มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใชข้ อ้ ความตอ่ ไปน้แี ทน
(๑๒) “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซ่ึงมาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจานวนส่ีสามร้อยเจ็ดสิบห้าคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกต้ัง แบบบญั ชรี ายช่ือจานวนหน่ึงรอ้ ยย่สี ิบห้าคน ในกรณีท่ีตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข้ึนแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรเทา่ ทมี่ ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจานวนไม่ถึงหนึ่งร้อย ย่สี บิ ห้าคน ให้สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชือ่ ประกอบดว้ ยสมาชิกเทา่ ท่ีมีอยู่”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เห็นด้วย ผแู้ ปรญตั ติขอสงวน นายสุทัศน์ เงินหม่ืน และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความใน มาตรา ๓ และเพมิ่ ความเป็นมาตรา ๓/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซ่ึงมาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซ่ึงมาจากการเลอื กต้ังแบบบญั ชีรายช่อื จานวนหน่งึ รอ้ ยคน ในกรณีที่ตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มอี ยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ท่ีทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจานวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ให้สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือประกอบดว้ ยสมาชกิ เทา่ ที่มีอยู่ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้ บัตรเลือกตงั้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบละหนง่ึ ใบ” มาตรา ๓/๑ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง โดยให้ แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหน่ึงคนและผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกต้ังได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลย ก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงท่ีไม่เลือก ผู้ใด เป็นผไู้ ดร้ ับเลือกต้งั หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกต้ัง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอ่ืนที่เก่ียวข้อง ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร
(๑๓) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุ อันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของ เขตเลือกตั้งท้ังหมด ซ่ึงคณะกรรมการการเลือกต้ังต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกต้ัง ท้ังน้ี การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการการเลือกต้ังที่จะดาเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการกระทาการทุจริตในการเลือกต้ัง หรือการเลือกต้ังไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรม ไม่ว่าจะได้ประกาศผลการเลอื กต้ังแล้วหรือไมก่ ็ตาม”” คณะกรรมาธิการไดช้ ้ีแจงแล้ว ผู้แปรญตั ติพอใจ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายเท่าพิภพ ล้ิมจิตรกร นายสมชาย ฝั่งชลจิตร นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ นายมานพ คีรีภูวดล และนายคาพอง เทพาคา ขอแปรญัตติแก้ไข เพมิ่ เติมความในมาตรา ๓ เป็นดงั นี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซ่ึงมา จากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซ่ึงมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จานวนหนงึ่ รอ้ ยคนดังน้ี (๑) สมาชิกซ่งึ มาจากการเลอื กตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนสามร้อยห้าสิบคน (๒) สมาชิกแบบบญั ชีรายช่ือซ่งึ มาจากการเลอื กตง้ั พรรคการเมืองจานวนหน่ึงรอ้ ยหา้ สิบคน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหใ้ ช้บัตรเลือกตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลือกต้งั หนึ่งใบ และบัตรเลอื กตง้ั พรรคการเมืองหนงึ่ ใบ ในกรณีท่ีตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข้ึนแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรเทา่ ที่มีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจานวนไม่ถึงหน่ึงร้อย ห้าสบิ คน ให้สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชือ่ ประกอบดว้ ยสมาชกิ เท่าทีม่ อี ยู่”” คณะกรรมาธิการไม่เหน็ ดว้ ย ผแู้ ปรญัตตขิ อสงวน นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม และนายวิรัตน์ วรศสิริน ขอแปรญัตติแก้ไข เพม่ิ เติมความในมาตรา ๓ และเพิ่มความเปน็ มาตรา ๓/๑ ดงั นี้ “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมา จากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจานวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซ่ึงมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จานวนหนึง่ รอ้ ยคนดงั น้ี
(๑๔) (๑) สมาชิกซึง่ มาจากการเลอื กต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตัง้ จานวนสามรอ้ ยหา้ สบิ คน (๒) สมาชกิ แบบบัญชีรายชอื่ ซง่ึ มาจากการเลอื กต้ังพรรคการเมืองจานวนหนง่ึ รอ้ ยห้าสิบคน การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหใ้ ชบ้ ัตรเลอื กตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลอื กต้งั หนึ่งใบ และบัตรเลือกตงั้ พรรคการเมืองหน่ึงใบ ในกรณีที่ตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข้ึนแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรเทา่ ทม่ี ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจานวนไม่ถึงหนึ่งร้อย หา้ สิบคน ให้สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชอ่ื ประกอบด้วยสมาชกิ เท่าทีม่ ีอยู่” มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๘๕ การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียง ลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้แต่ละเขตเลือกต้ังมีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละหนึ่งคน และผู้มี สิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกต้ัง ผูใ้ ด หรอื จะลงคะแนนไม่เลอื กผใู้ ดเลยกไ็ ด้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงท่ีไม่เลือกผู้สมัครใด เปน็ ผ้ไู ดร้ บั เลือกตั้ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบง่ เขต เลือกต้ัง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอ่ืน ท่ีเกยี่ วข้องใหเ้ ป็นไปตามพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุ อันควรเชื่อวา่ ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจานวนไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละเก้าสิบห้าของเขต เลือกตั้งท้ังหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบ้ืองต้นและประกาศผลการเลือกต้ังให้แล้วเสร็จ โดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันเลือกต้ัง ท้ังนี้ การประกาศผลการเลือกตั้งดังกล่าวไม่เป็นการ ตัดหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งท่ีจะดาเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัย กรณีมีเหตุ และพยานหลกั ฐานวา่ มีการกระทาการทุจริตในการเลือกต้ัง หรอื การเลอื กตั้งไม่เป็นไปโดยสุจรติ หรือเท่ียงธรรม ไมว่ า่ จะไดป้ ระกาศผลการเลอื กตงั้ แลว้ หรือไม่กต็ าม”” คณะกรรมาธิการไม่เห็นดว้ ย ผแู้ ปรญัตตขิ อสงวน นายนิคม บุญวิเศษ ขอแปรญัตตแิ ก้ไขเพ่มิ เติมความในมาตรา ๓ เปน็ ดังน้ี “มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกต้ังแบบบัญชีรายช่ือ จานวนหนงึ่ รอ้ ยคน
(๑๕) ในกรณีที่ตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข้ึนแทนตาแหน่งท่ีว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผูแ้ ทนราษฎรเท่าทีม่ ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ท่ีทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจานวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ให้สมาชิกท่ีได้คะแนนมากที่สุดลาดับถัดไป ตามลาดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายชอื่ ประกอบด้วยสมาชกิ เทา่ ท่ีมีอยู่ให้ครบหนึ่งรอ้ ยคน”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เหน็ ดว้ ย ผแู้ ปรญัตติขอสงวน ศาสตราจารย์โกวทิ ย์ พวงงาม ขอแปรญตั ตแิ ก้ไขเพิ่มเตมิ ความในมาตรา ๓ เปน็ ดังน้ี “มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๓ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใชข้ อ้ ความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิก ซ่ึงมาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจานวนส่ีสามร้อยห้าสิบคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบบญั ชีรายชอ่ื จานวนหนง่ึ รอ้ ยหา้ สิบคน ในกรณีท่ีตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกต้ัง หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข้ึนแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเท่าทม่ี ีอยู่ ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจานวนไม่ถึงหนึ่งร้อย หา้ สิบคน ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่ือประกอบดว้ ยสมาชิกเทา่ ทม่ี ีอยู่”” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ดว้ ย ผู้แปรญัตตขิ อสงวน มาตรา ๓/๑ แกไ้ ขมาตรา ๘๖ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มกี รรมาธิการขอสงวนความเห็น และผูแ้ ปรญตั ตขิ อสงวนคาแปรญัตติ นายศุภชัย ใจสมุทร นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายรังสิมันต์ โรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้ตดั มาตรา ๓/๑ ออกทั้งมาตรา นายชลน่าน ศรีแก้ว (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้เพ่ิมความเป็นมาตรา ๓/๒ ดงั น้ี “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๙๐ การเลือกต้งั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายช่ือ ให้ผู้มีสทิ ธเิ ลือกตัง้ มีสทิ ธิ ออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พรรคการเมืองจดั ทาข้ึน โดยให้ผ้มู ีสิทธเิ ลอื กต้ังมีสิทธิ ออกเสียงลงคะแนนเลอื กบัญชรี ายชื่อใดบญั ชีรายช่อื หน่งึ เพียงบญั ชเี ดยี ว และใหถ้ ือเขตประเทศเป็นเขตเลอื กตั้ง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้พรรคการเมืองจัดทาขึ้นพรรคการเมืองละ หน่ึงบัญชีไม่เกินบัญชีละหน่ึงร้อยคน และให้ย่ืนต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กต้ัง
(๑๖) การจัดทาบัญชีรายช่ือตามวรรคสอง ต้องให้สมาชิกของพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการ พิจารณาด้วย โดยต้องคานึงถึงผู้สมัครรับเลือกต้ังจากภูมิภาคต่าง ๆ และความเท่าเทียมกันระหว่างชาย และหญงิ ”” นายไผ่ ลิกค์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายเอกราช ช่างเหลา นายสัญญา นิลสุพรรณ นายธนัสถ์ ทวีเก้ือกูลกิจ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข และนายอนุชา น้อยวงศ์ ขอแปรญัตติเพิม่ ความเป็นมาตรา ๓/๒ และมาตรา ๓/๓ ดงั น้ี “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๘๖ การกาหนดจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่ง เขตเลือกตั้ง ให้ดาเนนิ การตามวิธีการ ดงั ต่อไปนี้ (๑) ให้ใช้จานวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีท่ีมีการเลือกต้ัง เฉลี่ยด้วยจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่ีร้อยคน จานวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจานวน ราษฎรต่อสมาชกิ หน่งึ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผ้แู ทนราษฎรในจังหวดั นั้นไดห้ น่ึงคน โดยใหถ้ อื เขตจังหวัดเปน็ เขตเลือกต้งั (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจงั หวดั นัน้ เพ่มิ ขึน้ อกี หนึ่งคนทุกจานวนราษฎรทีถ่ ึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชกิ หนง่ึ คน (๔) เมื่อได้จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบส่ีร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคานวณตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหน่ึงคน และให้เพ่ิมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดท่ีมีเศษที่เหลือจากการคานวณนั้นในลาดับรองลงมาตามลาดับจนครบจานวน สี่ร้อยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกต้ังเท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพ้ืนท่ีของเขตเลือกต้ังแต่ละเขต ให้ตดิ ต่อกันและต้องจัดใหม้ ีจานวนราษฎรในแต่ละเขตใกลเ้ คียงกัน” มาตรา ๓/๓ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๙๐ ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๐ พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้วไม่น้อยกว่า หนง่ึ ร้อยเขตเลอื กตง้ั ใหม้ ีสิทธิส่งผ้สู มัครรับเลือกตัง้ แบบบัญชีรายชอ่ื ได้ การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียง ลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อผู้สมัครรบั เลือกตั้งท่ีพรรคการเมืองจดั ทาขึน้ โดยให้ผู้มสี ิทธิเลือกตั้งมีสทิ ธิออกเสียง ลงคะแนนเลือกบัญชีรายช่อื ใดบัญชรี ายชอ่ื หนง่ึ เพียงบัญชเี ดียว และใหถ้ อื เขตประเทศเป็นเขตเลอื กต้ัง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามวรรคสอง ให้พรรคการเมืองจัดทาขึ้นพรรคการเมืองละ หนึ่งบัญชี ไม่เกินบัญชีละหนึ่งร้อยคน และให้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกต้ัง สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลือกตัง้
(๑๗) บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกต้ังของพรรคการเมืองใดที่ได้ย่ืนไว้แล้ว ถ้าปรากฏว่าก่อนหรือ ในวันเลือกต้ังมีเหตุไม่ว่าด้วยประการใดที่มีผลทาให้บัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองน้ั นมีจานวนผู้สมัคร รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่ครบตามจานวนที่พรรคการเมืองนั้นได้ยื่นไว้ ให้ถือว่าบัญชีรายช่ือของ พ ร ร ค ก า ร เ มื อ ง น้ั น มี จ า น ว น ผู้ ส มั ค ร รั บ เ ลื อ ก ตั้ ง แ บ บ บั ญ ชี ร า ย ชื่ อ เ ท่ า ท่ี มี อ ยู่ แ ล ะ ใ น ก ร ณี นี้ ใ ห้ ถื อ ว่ า สภาผูแ้ ทนราษฎรประกอบดว้ ยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเทา่ ทม่ี ีอยู่ การจัดทาบัญชีผู้รับสมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองสาหรับการเลือกต้ังสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ โดยจัดทารายชื่อเรียงตามลาดับหมายเลข รายช่ือในบัญชีต้องไม่ซ้ากับ บัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองอ่ืนจัดทาข้ึน และไม่ซ้ากับรายช่ือของผู้สมัครรับเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ตามมาตรา ๘๗”” คณะกรรมาธกิ ารไดช้ ี้แจงแล้ว ผ้แู ปรญัตติพอใจ นายสุทัศน์ เงนิ หม่ืน นายจุรินทร์ ลกั ษณวิศษิ ฏ์ และนายสาทติ ย์ วงศห์ นองเตย ขอแปรญัตติ เพม่ิ ความเปน็ มาตรา ๓/๒ ดังนี้ “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๘๖ การกาหนดจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่ง เขตเลือกตั้ง ใหด้ าเนินการตามวิธกี าร ดังตอ่ ไปน้ี (๑) ให้ใช้จานวนราษฎรท้ังประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จานวนท่ีได้รับให้ถือว่าเป็นจานวน ราษฎรตอ่ สมาชกิ หนึ่งคน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรในจังหวดั นัน้ ไดห้ นึง่ คน โดยใหถ้ ือเขตจงั หวดั เปน็ เขตเลือกตัง้ (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจงั หวัดนัน้ เพ่มิ ขึน้ อกี หนง่ึ คนทุกจานวนราษฎรทีถ่ ึงเกณฑจ์ านวนราษฎรต่อสมาชิกหนึง่ คน (๔) เมื่อได้จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษท่ีเหลือจากการคานวณตาม (๓) มากท่ีสุด ให้จังหวัดน้ันมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพ่ิมข้ึนอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคานวณนั้นในลาดับรอ งลงมาตามลาดับจนครบจานวน สรี่ อ้ ยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหน่ึงคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกต้ังเท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกต้ังแต่ละเขต ให้ติดตอ่ กันและตอ้ งจัดให้มีจานวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกนั ”” คณะกรรมาธิการได้ชแี้ จงแลว้ ผแู้ ปรญัตติพอใจ นายเฉลิมชัย เฟอ่ื งคอน ขอแปรญตั ตเิ พิ่มความเป็นมาตรา ๓/๒ และมาตรา ๓/๓ ดงั นี้ “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน
(๑๘) “มาตรา ๘๖ การกาหนดจานวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรท่ีแต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่ง เขตเลอื กตั้ง ให้ดาเนนิ การตามวธิ ีการ ดังน้ี (๑) ให้ใช้จานวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกต้ังเฉล่ียด้วยจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่ีร้อยคน จานวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจานวน ราษฎรตอ่ สมาชิกหนง่ึ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในจงั หวดั น้ันไดห้ นงึ่ คน โดยใหถ้ ือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตง้ั (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจงั หวัดน้ันเพ่มิ ขน้ึ อกี หนึง่ คนทุกจานวนราษฎรท่ีถึงเกณฑจ์ านวนราษฎรต่อสมาชกิ หนึ่งคน (๔) เม่ือได้จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบส่ีร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคานวณตาม (๓) มากท่ีสุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพ่ิมขึ้นอีกหน่ึงคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษท่ีเหลือจากการคานวณน้ันในลาดับรองลงมาตามลาดับจนครบจานวน สรี่ ้อยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกต้ังแต่ละเขต ใหต้ ดิ ตอ่ กันและตอ้ งจัดให้มีจานวนราษฎรในแตล่ ะเขตใกล้เคียงกนั ” มาตรา ๓/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๐ พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว ให้มีสิทธิ ส่งผู้สมัครรบั เลอื กตั้งแบบบญั ชรี ายชื่อได้ การส่งผู้สมัครรับเลื อกตั้งแบบบัญชีรายชื่อให้พรรคการเมืองจัดทา บัญชีรายช่ือพรร คล ะ หนึ่งบญั ชี ไม่เกนิ บัญชีละหน่ึงร้อยคน โดยผูส้ มคั รรบั เลอื กตั้งของแต่ละพรรคการเมืองต้องไม่ซ้ากนั และไม่ซ้ากับ รายช่ือผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยส่งบัญชีรายช่ือดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง กอ่ นปดิ การรับสมคั รรับเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียง ลงคะแนนเลือกบัญชีรายช่ือผู้สมัครรับเลือกตั้งท่ีพรรคการเมืองได้จัดทาข้ึน โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิ ออกเสยี งลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อใดบัญชีรายช่อื หนึ่งเพียงบัญชเี ดยี ว และใหถ้ อื เขตประเทศเป็นเขตเลือกต้งั บัญชีรายช่ือผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองใดท่ีได้ย่ืนไว้แล้วถ้าปรากฏว่าก่อนหรือ ในวันเลือกต้ังมีเหตุไม่ว่าด้วยประการใดที่มีผลทาให้บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองน้ันมีจานวนผู้สมัค ร รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือไม่ครบตามจานวนท่ีพรรคการเมืองน้ันได้ยื่นไว้ ให้ถือว่าบัญชีรายช่ือของ พ ร ร ค ก า ร เ มื อ ง น้ั น มี จ า น ว น ผู้ ส มั ค ร รั บ เ ลื อ ก ต้ั ง แ บ บ บั ญ ชี ร า ย ช่ื อ เ ท่ า ที่ มี อ ยู่ แ ล ะ ใ น ก ร ณี น้ี ใ ห้ ถื อ ว่ า สภาผแู้ ทนราษฎรประกอบสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรเท่าทีม่ ีอยู่”” คณะกรรมาธิการไม่เหน็ ด้วย ผแู้ ปรญตั ตขิ อสงวน
(๑๙) พลเอก เลิศรตั น์ รัตนวานชิ ขอแปรญตั ตเิ พิ่มความเปน็ มาตรา ๓/๒ และมาตรา ๓/๓ ดังน้ี “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๘๖ การกาหนดจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่ง เขตเลือกต้งั ใหด้ าเนินการตามวิธีการ ดงั นี้ (๑) ให้ใช้จานวนราษฎรท้ังประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรท่ีประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้งเฉลี่ยด้วยจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่ีร้อยคน จานวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจานวน ราษฎรต่อสมาชิกหนึง่ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรในจงั หวัดน้ันได้หน่งึ คน โดยให้ถอื เขตจงั หวัดเป็นเขตเลอื กต้ัง (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจงั หวดั นน้ั เพ่มิ ขนึ้ อีกหน่งึ คนทุกจานวนราษฎรท่ีถงึ เกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชกิ หน่งึ คน (๔) เม่ือได้จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคานวณตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดน้ันมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพ่ิมขึ้นอีกหน่ึงคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคานวณน้ันในลาดับรองลงมาตามลาดับจนครบจานวน สร่ี ้อยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพ้ืนท่ีของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ให้ติดต่อกันและตอ้ งจดั ให้มจี านวนราษฎรในแตล่ ะเขตใกล้เคียงกนั ” มาตรา ๓/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๙๐ พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว ให้มีสิทธิ ส่งผู้สมคั รรับเลือกตั้งแบบบญั ชีรายชื่อได้ การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ ให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียง ลงคะแนนเลือกบัญชีรายช่ือผู้สมัครรับเลือกต้ังท่ีพรรคการเมืองได้จัดทาข้ึน โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิ ออกเสยี งลงคะแนนเลอื กบญั ชีรายชอ่ื ใดบัญชรี ายช่อื หน่งึ เพยี งบัญชีเดยี ว และให้ถอื เขตประเทศเปน็ เขตเลือกต้ัง การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือให้พรรคการเมืองจัดทาบัญชีรายชื่อพรรคละ หน่งึ บัญชี ไมเ่ กนิ บัญชลี ะหนึ่งร้อยคน โดยผสู้ มคั รรบั เลอื กตั้งของแตล่ ะพรรคการเมืองต้องไม่ซ้ากันและไม่ซ้ากับ รายช่ือผู้สมัครรับเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง โดยส่งบัญชีรายช่ือดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกต้ัง กอ่ นปิดการรบั สมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตัง้ บัญชีรายช่ือผู้สมัครรับเลือกต้ังของพรรคการเมืองใดที่ได้ย่ืนไว้แล้ว ถ้าปรากฏว่าก่อนหรือ ในวันเลือกตั้งมีเหตุไม่ว่าด้วยประการใดที่มีผลทาให้บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นมีจานวนผู้สมัคร รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือไม่ครบตามจานวนที่พรรคการเมืองนั้นได้ย่ืนไว้ ให้ถือว่าบัญชีรายชื่อของ พ ร ร ค ก า ร เ มื อ ง นั้ น มี จ า น ว น ผู้ ส มั ค ร รั บ เ ลื อ ก ตั้ ง แ บ บ บั ญ ชี ร า ย ช่ื อ เ ท่ า ที่ มี อ ยู่ แ ล ะ ใ น ก ร ณี น้ี ใ ห้ ถื อ ว่ า สภาผู้แทนราษฎรประกอบดว้ ยสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรเทา่ ทม่ี อี ยู่”” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นด้วย ผูแ้ ปรญัตตขิ อสงวน
(๒๐) พลตารวจโท ศานติ ย์ มหถาวร ขอแปรญตั ติเพมิ่ ความเป็นมาตรา ๓/๒ ดงั นี้ “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๘๖ การกาหนดจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่ง เขตเลือกตง้ั ใหด้ าเนนิ การตามวธิ กี าร ดังต่อไปน้ี (๑) ให้ใช้จานวนราษฎรท้ังประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกต้ัง เฉล่ียด้วยจานวนสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรสามร้อยเจ็ดสิบห้าคน จานวนท่ีได้รับให้ถือวา่ เปน็ จานวนราษฎรต่อสมาชกิ หน่งึ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรในจังหวดั นั้นได้หนึง่ คน โดยใหถ้ ือเขตจังหวดั เป็นเขตเลือกตง้ั (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจงั หวัดนั้นเพม่ิ ขน้ึ อีกหนงึ่ คนทกุ จานวนราษฎรท่ีถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคน (๔) เมื่อได้จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสามร้อยเจ็ดสิบห้าคน จังหวัดใดมีเศษท่ีเหลือจากการคานวณ ตาม (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคานวณน้ันในลาดับรองลงมาตามลาดับจนครบ จานวนสามรอ้ ยเจด็ สิบห้าคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกต้ังเท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพึงมี โดยต้องแบ่งพื้นท่ีของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ให้ติดตอ่ กันและตอ้ งจดั ใหม้ จี านวนราษฎรในแตล่ ะเขตใกล้เคียงกนั ”” คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผ้แู ปรญัตติขอสงวน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ขอแปรญัตติเพ่ิมความเป็นมาตรา ๓/๒ มาตรา ๓/๓ และมาตรา ๓/๔ ดังน้ี “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๘๖ การกาหนดจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่ง เขตเลอื กต้ัง ให้ดาเนินการตามวธิ กี าร ดังต่อไปน้ี (๑) ให้ใช้จานวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรท่ีประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จานวนท่ีได้รับให้ถือว่าเป็นจานวน ราษฎรต่อสมาชกิ หนึ่งคน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้มีสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรในเขตเลือกต้ังน้ันไดห้ นงึ่ คน โดยให้ถือเขตจังหวัดเปน็ เขตเลือกตัง้ (๓) เขตเลอื กตง้ั ใดมีราษฎรเกนิ จานวนราษฎรตอ่ สมาชิกหน่งึ คน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเขตเลือกต้ังน้ันเพ่ิมขึ้นอีกหน่ึงคนทุกจานวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรหน่ึงแสนหกหมื่นคนต่อสมาชิก
(๒๑) หน่ึงคน โดยให้เขตการเลือกต้ังนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคนตามเกณฑ์จานวนราษฎร หนึ่งแสนหกหมื่นคนตอ่ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรหน่งึ คนดงั กลา่ ว (๔) เมื่อไดจ้ านวนสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรของแต่ละจังหวดั ตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน เขตเลือกตั้งใดมีเศษท่ีเหลือจากการคานวณตาม (๓) มากที่สุด ให้เขตเลอื กตง้ั ที่ยงั ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยงั ไมค่ รบสามคนให้มสี มาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรเพม่ิ ขนึ้ อกี หน่ึงคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวิธีการดังกล่าวแก่เขตการเลือกต้ังท่ีมีเศษท่ีเหลือจากการคานวณนั้น ในลาดบั รองลงมาในเขตการเลือกต้งั ทีย่ งั ไม่ครบจานวนสามคนตามลาดบั จนครบจานวนสี่รอ้ ยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหน่ึงคน ให้คณะกรรมการ การเลือกต้ังกาหนดการแบ่งเขตการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด ตาม (๑) (๒) (๓) (๔) ข้างต้น ตามลาดับ ตามจานวนราษฎร ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกต้ังเท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพึงมี โดยต้อง แบ่งพื้นที่ของเขตเลอื กตัง้ แตล่ ะเขตใหต้ ิดต่อกันและต้องจดั ให้มีจานวนราษฎรในแตล่ ะเขตใกลเ้ คียงกัน” มาตรา ๓/๓ ให้เพิ่มความเป็นมาตรา ๘๘/๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ดังน้ี “มาตรา ๘๘/๑ ในการเลือกตั้งทั่วไป ใหผ้ ้มู ีสทิ ธเิ ลือกต้ังมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชี รายช่อื ผู้สมคั รรับเลือกต้ังท่ีพรรคการเมืองจดั ทาข้ึนเพียงบัญชเี ดียว และมีสทิ ธอิ อกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัคร รับเลอื กตง้ั แบบแบ่งเขตเลอื กต้ังในเขตเลอื กตัง้ น้นั ไดห้ น่ึงคน ในการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีมาจากการ เลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังซ่ึงว่างลง ให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกตง้ั ผสู้ มัครรบั เลอื กต้ังในเขตเลอื กตั้งนัน้ ไดห้ นง่ึ คน ในแต่ละเขตเลือกต้ัง ให้ดาเนินการนับคะแนนทุกหน่วยเลือกต้ังรวมกันและประกาศผล การนับคะแนนโดยเปิดเผย ท้ังน้ี ณ สถานท่ีแห่งใดแห่งหน่ึงแต่เพียงแห่งเดียวในเขตเลือกต้ังนั้นตามท่ี คณะกรรมการการเลือกตั้งกาหนด เว้นแต่ เป็นกรณีท่ีมีความจาเป็นเฉพาะท้องที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะกาหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้ ท้ังน้ี ตามท่ีบัญญัติในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ัง สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร การนับคะแนนและการประกาศคะแนนที่บัญชีรายชื่อแต่ละบัญชีได้รับในแต่ละเขตเลือกต้ัง ให้นาความในวรรคสามมาใช้บงั คบั โดยอนุโลม” มาตรา ๓/๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๙๐ การเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชื่อ ให้ผู้มีสิทธเิ ลอื กตัง้ มสี ิทธิ ออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายช่ือผู้สมัครรับเลือกต้ังท่ีพรรคการเมืองจัดทาข้ึน โดยให้เลือกบัญชีรายช่ือใด บญั ชีรายชือ่ หน่ึงเพยี งบญั ชเี ดยี ว และให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกต้ัง บัญชีรายช่ือผู้สมัครรับเลือกตั้งตามวรรคหน่ึง ให้พรรคการเมืองจัดทาข้ึนพรรคการเมืองละ หนึ่งบัญชีไม่เกินบัญชีละหน่ึงร้อยคน และให้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนวันเปิดสมัครรับเลือกต้ัง สมาชกิ ซ่ึงมาจากการเลือกต้งั แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รายชื่อของบคุ คลในบัญชรี ายช่ือตามวรรคหนึ่งจะต้อง (๑) ประกอบด้วยรายชือ่ ผู้สมัครรบั เลอื กตง้ั จากภูมภิ าคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม
(๒๒) (๒) ไม่ซ้ากับรายช่ือในบัญชีที่พรรคการเมืองอื่นจัดทาขึ้น และไม่ซ้ากับรายช่ือของผู้สมัคร รบั เลอื กตงั้ แบบแบง่ เขตเลอื กต้งั ตามมาตรา ๘๗ และ (๓) จดั ทารายชื่อเรียงตามลาดับหมายเลข”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ หน็ ด้วย ผูแ้ ปรญตั ตขิ อสงวน นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักด์ิ คณาสวัสดิ์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธ์ิ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอานาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ และนายไพจิต ศรีวรขาน ขอแปรญัตติ เพม่ิ ความเป็นมาตรา ๓/๒ และมาตรา ๓/๓ ดังนี้ “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๘๖ การกาหนดจานวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรท่ีแต่ละจงั หวัดจะพึงมีและการแบ่ง เขตเลือกต้งั ใหด้ าเนนิ การตามวธิ ีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ใช้จานวนราษฎรท้ังประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีท่ีมีการเลือกต้ัง เฉลี่ยด้วยจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จานวนท่ีได้รับให้ถือว่าเป็นจานวน ราษฎรต่อสมาชกิ หน่งึ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคนตาม (๑) ให้มี สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรในจงั หวัดนนั้ ไดห้ นง่ึ คน โดยให้ถอื เขตจังหวดั เปน็ เขตเลอื กตัง้ (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจานวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวดั น้นั เพม่ิ ขึ้นอกี หน่งึ คนทกุ จานวนราษฎรทถี่ ึงเกณฑจ์ านวนราษฎรต่อสมาชิกหนึง่ คน (๔) เมื่อได้จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคานวณตาม (๓) มากท่ีสุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษท่ีเหลือจากการคานวณน้ันในลาดับรอง ลงมาตามลาดับจนครบจานวน สร่ี อ้ ยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกต้ังเท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพึงมี โดยต้องแบ่งพ้ืนท่ีของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ให้เป็นธรรม โดยมีพน้ื ทีต่ ิดตอ่ กนั และตอ้ งจดั ให้มีจานวนราษฎรในแตล่ ะเขตใกล้เคยี งกนั ” มาตรา ๓/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๙๐ การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ัง ออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายช่ือผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พรรคการเมืองได้จัดทาข้นึ เพียงบัญชเี ดยี ว และให้ถือ เขตประเทศเปน็ เขตเลอื กตั้ง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกต้ังตามวรรคหน่ึง ให้พรรคการเมืองจัดทาข้ึนพรรคการเมืองละ หน่ึงบัญชี ไม่เกินบัญชีละหนึ่งร้อยคน โดยเรียงตามลาดับหมายเลข โดยรายชื่อในบัญชีดังกล่าวต้องไม่ซ้ากับ
(๒๓) บัญชีรายช่ือท่ีพรรคการเมืองอื่นจัดทาข้ึน และไม่ซ้ากับรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง และให้ ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลอื กตงั้ ”” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นด้วย ผแู้ ปรญัตตขิ อสงวน นายณัฐวฒุ ิ ประเสรฐิ สุวรรณ และนายอนุรักษ์ จรุ ีมาศ ขอแปรญตั ติเพมิ่ ความเปน็ มาตรา ๓/๒ ดงั น้ี “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใช้ความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๘๖ การกาหนดจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แตล่ ะจงั หวัดจะพึงมีและการแบ่ง เขตเลอื กตง้ั ให้ดาเนนิ การตามวิธีการ ดงั ต่อไปน้ี (๑) ให้ใช้จานวนราษฎรท้ังประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรท่ีประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกต้ัง เฉล่ียด้วยจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จานวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจานวน ราษฎรต่อสมาชิกหนงึ่ คน (๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิกหน่ึงคนตาม (๑) ให้มี สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรในจงั หวัดน้นั ไดห้ นง่ึ คน โดยใหถ้ ือเขตจงั หวัดเปน็ เขตเลอื กตง้ั (๓) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจงั หวัดน้ันเพ่ิมขึน้ อกี หนงึ่ คนทกุ จานวนราษฎรทถ่ี งึ เกณฑจ์ านวนราษฎรต่อสมาชกิ หนึ่งคน (๔) เมื่อได้จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบส่ีร้อยคน จังหวัดใดมีเศษท่ีเหลือจากการคานวณตาม (๓) มากท่ีสุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพ่ิมขึ้นอีกหน่ึงคน และให้เพ่ิมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษท่ีเหลือจากการคานวณนั้นในลาดับรองลงมาตามลาดับจนครบจานวน สร่ี ้อยคน (๕) จังหวัดใดมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัด ออกเป็นเขตเลือกต้ังเท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพ้ืนที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ให้เป็นธรรม โดยมีพน้ื ทตี่ ดิ ตอ่ กันและตอ้ งจดั ให้มจี านวนราษฎรในแต่ละเขตใกลเ้ คียงกนั ”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ ห็นด้วย ผ้แู ปรญตั ตขิ อสงวน นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม และนายวิรัตน์ วรศสิริน ขอแปรญัตติ เพมิ่ ความเปน็ มาตรา ๓/๒ ดังนี้ “มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ ใช้ความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๙๐ การสง่ ผสู้ มคั รรบั เลือกต้งั แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ใหพ้ รรคการเมือง จัดทาบัญชรี ายชื่อพรรคละหน่งึ บญั ชี โดยผสู้ มัครรบั เลอื กตงั้ ของแต่ละพรรคการเมืองต้องไมซ่ า้ กัน และไมซ่ ้ากับ รายช่ือผู้สมัครรับเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง โดยส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกต้ัง ก่อนปิดการรบั สมัครรบั เลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตัง้
(๒๔) การจัดทาบัญชีรายช่ือตามวรรคหน่ึง ต้องคานึงถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ และ ความเท่าเทยี มทางเพศ”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เห็นด้วย ผูแ้ ปรญตั ติขอสงวน มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๙๑ มีการแก้ไข มกี รรมาธกิ ารขอสงวนความเห็น และผูแ้ ปรญัตติขอสงวนคาแปรญตั ติ นายธีรัจชัย พันธุมาศ (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติมความ ในมาตรา ๔ เปน็ ดงั นี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกต้ังตามบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรค การเมืองท่จี ะได้รับเลอื กตัง้ ให้นาใชว้ ธิ อี อกเสยี งลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง และให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนที่แต่ละเลือกพรรคการเมืองได้รับการเลือกต้ังมารวมกัน ท้ังประเทศแล้วคานวณเพื่อแบ่งจานวนผู้ท่ีจะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนท่ีสัมพันธ์ กันโดยตรงกับจานวนคะแนนรวมข้างตน้ โดยให้ท่ีส่งผู้สมัครรับเลือกต้ังซึ่งมีรายชื่อในแบบบัญชีรายชอ่ื ของ แต่ละพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๐ ได้รับเลือกตามเกณฑ์คนละหน่ึงคะแนนท่ีคานวณได้เรียงตามลาดับ หมายเลขในบัญชีรายช่ือของโดยจะลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองนั้น ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการท่ี บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใด หรือจะ ลงคะแนนไมเ่ ลอื กพรรคการเมืองใดเลยก็ได้ พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงตามวรรคหนึ่ง น้อยกว่าร้อยละศูนย์จุดสองของคะแนนเสียง รวมท้ังประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกต้ัง และมิให้นาคะแนนเสียง ดงั กลา่ วมารวมคานวณเพ่ือหาสัดส่วนจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายชอ่ื ตามวรรคสาม ก า ร ค า น ว ณ ห า ส ม า ชิ ก ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร แ บ บ บั ญ ชี ร า ย ชื่ อ ข อ ง แ ต่ ล ะ พ ร ร ค ก า ร เ มื อ ง ให้ดาเนนิ การตามหลักเกณฑ์ ดงั ต่อไปนี้ (๑) นาคะแนนรวมท้งั ประเทศท่พี รรคการเมืองได้รับตามวรรคหนงึ่ หารดว้ ยหา้ ร้อย (๒) นาผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจานวนคะแนนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคท่ีได้รับ ตามวรรคหน่ึง จานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองน้ันจะพึงมีได้ โดยให้ จัดสรรจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตามสัดส่วน และจานวน สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรท่แี ตล่ ะพรรคการเมอื งจะพงึ มีได้ทุกพรรครวมกันเท่ากับหา้ รอ้ ยคน (๓) นาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วยจานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ังทั้งหมดท่ีพรรคการเมืองน้ันได้รับเลือกต้ังในทุกเขตเลือกต้ัง ผลลัพธ์คือจานวนสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีพรรคการเมืองนัน้ จะได้รบั (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เทา่ กบั หรือสูงกว่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองน้นั จะพึงมีได้ตาม (๒) ใหพ้ รรคการเมืองน้ัน มจี านวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรตามจานวนที่ได้รับจากการเลอื กตั้งแบบแบง่ เขตเลอื กต้ัง
(๒๕) (๕) ในกรณีท่ีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่ได้คานวณได้ตาม (๓) ของ แต่ละพรรคการเมืองรวมกันเกินหนึ่งร้อยห้าสิบคน ให้ปรับลดจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของแต่ละพรรคการเมืองลงตามสัดส่วนใหร้ วมกนั เท่ากับหนงึ่ ร้อยหา้ สบิ คน (๖) เม่ือได้จานวนผู้ได้รับเลือกต้ังแบบบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัคร รับเลือกตั้งตามลาดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกต้ังเป็นสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายช่ือ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่ เกี่ยวข้อง รวมทั้งการคานวณจานวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองในกรณีท่ีมีการ จัดการเลือกต้ังใหม่หรือในกรณีอื่น ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ัง สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร”” นายนิกร จานง และนายปดิพัทธ์ สันติภาดา (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้ แกไ้ ขเพ่ิมเติมความในมาตรา ๔ เป็นดงั นี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสดั สว่ นผสู้ มคั รรบั เลือกต้งั ตามบัญชรี ายชื่อของแตล่ ะพรรคการเมือง ที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นาคะแนนท่ีแต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกต้ังมารวมกันท้ังประเทศแล้วนาจานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดตามมาตรา ๘๓ วรรคหนึ่ง มาคานวณเพ่ือแบ่งจานวนผู้ที่จะได้รับเลือกของ แต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนท่ีสัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซ่ึงมีรายช่ือในบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนท่ีคานวณได้เรียงตามลาดับ หมายเลขในบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองนั้น ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีบัญญัติไว้ใน พระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยการเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอ่ืนท่ี เก่ียวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร”” นายรังสิมนั ต์ โรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเหน็ โดยขอให้แกไ้ ขเพมิ่ เติมความในมาตรา ๔ เปน็ ดงั น้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค การเมืองทจ่ี ะได้รับเลอื กตงั้ ให้นาใช้วธิ ีออกเสยี งลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยถอื เขตประเทศเป็นเขตเลือกต้ัง และให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนท่ีแต่ละเลือกพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้ง ประเทศแล้วคานวณเพื่อแบ่งจานวนผู้ท่ีจะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กัน โดยตรงกับจานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ท่ีส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่ึงมีรายชื่อในแบบบัญชีรายช่ือของแต่ ละพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๐ ได้รับเลือกตามเกณฑ์คนละหน่ึงคะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับ
(๒๖) หมายเลขในบัญชีรายช่ือของโดยจะลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองน้ัน ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการท่ี บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใด หรือจะ ลงคะแนนไม่เลอื กพรรคการเมอื งใดเลยก็ได้ พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงตามวรรคหนึ่ง น้อยกว่าร้อยละศูนย์จุดสองของคะแนนเสียง รวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกต้ัง และมิให้นาคะแนนเสียง ดังกล่าวมารวมคานวณเพื่อหาสดั สว่ นจานวนสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามวรรคสาม การคานวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ใหด้ าเนินการตามหลกั เกณฑ์ ดงั ต่อไปนี้ (๑) นาคะแนนรวมทัง้ ประเทศท่ีพรรคการเมืองไดร้ บั ตามวรรคหน่งึ หารด้วยหา้ รอ้ ย (๒) นาผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจานวนคะแนนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคท่ีได้รับ ตามวรรคหนึ่ง จานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ โดยให้ จัดสรรจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีแต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตามสัดส่วน และจา นวน สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรท่ีแตล่ ะพรรคการเมอื งจะพึงมีได้ทกุ พรรครวมกนั เท่ากับหา้ ร้อยคน (๓) นาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วย จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดท่ีพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกต้ัง ในทุกเขตเลือกตง้ั ผลลัพธค์ ือจานวนสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่อื ทีพ่ รรคการเมืองนั้นจะได้รบั (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เทา่ กบั หรอื สูงกว่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนน้ั จะพงึ มีได้ตาม (๒) ใหพ้ รรคการเมืองนั้น มีจานวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรตามจานวนทไ่ี ดร้ ับจากการเลือกตง้ั แบบแบ่งเขตเลอื กตั้ง (๕) ในกรณีที่จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือท่ีได้คานวณได้ตาม (๓) ของ แต่ละพรรคการเมืองรวมกันเกินจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีกาหนดไว้ตามมาตรา ๘๓ ให้ปรับลดจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองลงตามสัดส่วนให้รวมกัน เทา่ กับจานวนสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่ือทกี่ าหนดไว้ตามมาตรา ๘๓ (๖) เม่ือได้จานวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัคร รับเลือกตั้งตามลาดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองน้ันเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผ้แู ทนราษฎร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่น ท่ีเก่ียวข้อง รวมท้ังการคานวณจานวนผู้ได้รับเลือกต้ังแบบบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองในกรณีท่ีมี การจัดการเลือกต้ังใหม่หรือในกรณีอ่ืน ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”” นายชลน่าน ศรีแก้ว (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพ่ิมเติมความใน มาตรา ๔ และเพ่ิมความเป็นมาตรา ๔/๑ มาตรา ๔/๒ มาตรา ๔/๓ และมาตรา ๔/๔ ดงั น้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความตอ่ ไปน้แี ทน
(๒๗) “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกต้ังตามบัญชีรายช่ือของแต่ละ พรรคการเมืองที่จะใดได้รับเลือกตั้ง ให้นาคะแนนท่ีแต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมาเสียงน้อยกว่า ร้อยละหน่ึงของจานวนคะแนนเสียงรวมกันท้ังประเทศแล้วให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายช่ือน้ันได้รับเลือกต้ัง และมิให้นาคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคานวณเพื่อแบ่งจานวนผู้ท่ีจะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นหาสัดส่วนที่สัมพันธก์ ันโดยตรงกับจานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อใน บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลอื กตามเกณฑ์คะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับหมายเลข ในบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองน้ัน ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลอื กต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรตามวรรคสอง การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกต้ังแบบบัญชีรายช่ือท่ีแต่ละพรรคการเมืองจะไ ด้รับ ใหด้ าเนินการดังต่อไปน้ี (๑) ใหร้ วมผลคะแนนทีท่ กุ พรรคการเมอื งไดร้ บั จากการเลอื กตง้ั แบบบัญชีรายชื่อ (๒) ใหน้ าคะแนนจากบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองท่ีได้รับคะแนนน้อยกว่าร้อยละหน่ึงของ จานวนคะแนนที่นับไดท้ งั้ หมดตาม (๑) หักออกโดยไม่นามารวมคานวณสัดสว่ นผู้สมคั รรบั เลือกตง้ั (๓) ให้นาคะแนนรวมท่ีเหลือภายหลังจากหักคะแนนแลว้ ตาม (๒) หารด้วยหน่ึงร้อย ผลลัพธ์ ท่ีไดถ้ ือเป็นจานวนคะแนนเฉลยี่ ต่อสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรหนง่ึ คน (๔) ในการคานวณหาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้รับ ให้นาคะแนนรวมของบัญชีรายช่ือแต่ละพรรคการเมืองท่ีได้รับคะแนนร้อยละหนึง่ ขึ้นไปหารด้วยจานวนคะแนน เฉล่ียตาม (๓) ผลลัพธ์ท่ีเป็นจานวนเต็มที่ได้รับคือจานวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรที่พรรคการเมืองน้ันพึงได้รับ โดยเรยี งลาดับจากรายชอื่ แรกของบญั ชรี ายชอ่ื เปน็ ลาดับไป (๕) ในกรณีที่จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจานวน ไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ตาม (๔) เป็นเศษที่มีจานวนมากที่สุดได้รับจานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มข้ึนอีกหนึ่งคน เรียงตามลาดับจนกว่าจะมีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่พี รรคการเมอื งทั้งหมดไดร้ ับรวมกนั ครบหนึ่งร้อยคน จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองท่ีจะได้รับตามผลการคานวณ ตามวรรคสอง จะตอ้ งไม่เกินจานวนตามทป่ี รากฏในบัญชีรายชอื่ ทพี่ รรคการเมอื งน้นั ได้จัดทาขนึ้ และยังมีสถานะ เปน็ ผู้สมัครรบั เลอื กตัง้ อยู่ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกต้ัง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอ่ืนท่ีเก่ียวข้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร” มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย และให้ใช้ ความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกต้ังท่ีไม่มีผสู้ มัครรบั เลอื กตง้ั รายใดได้รับคะแนนเสยี งเลอื กต้ังมากกว่าคะแนน เสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดาเนินการใหม้ ีการรบั สมัครผสู้ มัครรับเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมคั รรับเลือกต้ังเดิมทุกราย ไม่มสี ทิ ธสิ มคั รรับเลือกตงั้ ในการเลือกต้ังที่จะจัดขึ้นใหมน่ นั้ ”
(๒๘) มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๓ ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔/๓ ใหย้ กเลกิ มาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย มาตรา ๔/๔ ใหย้ กเลิกวรรคสามของมาตรา ๑๐๕ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย” นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอใหเ้ พ่ิมความเปน็ มาตรา ๔/๑/๑ ดังน้ี “มาตรา ๔/๑/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ ใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๙๓ ในการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อใหม่ในบางเขตหรือบางหน่วยการเลือกต้ังก่อนประกาศผลการเลือกต้ัง หรือการเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ หรือยังไม่มีการประกาศผลการเลือกตั้งครบทุกเขตเลือกตั้งไม่ว่าด้วยเหตุใด การคานวณจานวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือที่แต่ละพรรคการเมืองพึงได้รับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงอ่ื นไขที่บญั ญตั ไิ ว้ในพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการเลือกต้งั สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร”” นายไผ่ ลิกค์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายเอกราช ช่างเหลา นายสัญญา นิลสุพรรณ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติม ความในมาตรา ๔ เพ่มิ ความเปน็ มาตรา ๔/๑ มาตรา ๔/๒ และมาตรา ๔/๓ ดงั นี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดสว่ นผูส้ มคั รรับเลือกตัง้ ตามบัญชีรายช่ือของแตล่ ะพรรคการเมือง ท่ีจะได้รับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้นาคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ การเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศแล้วคานวณเพื่อแบ่งจานวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชี รายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับหมายเลขในบัญชี รายช่ือของพรรคการเมืองนั้น ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลือกต้ังสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของจานวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกต้ัง และมิให้นาคะแนนเสียงดังกล่าวมารวม คานวณเพ่ือหาสัดส่วนจานวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรตามวรรคหนง่ึ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอื่นท่ีเก่ียวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการเลือกตงั้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร” มาตรา ๔/๑ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้แี ทน
(๒๙) “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงท่ีไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณี เช่นนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังดาเนินการให้มีการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกต้ังใหม่ โดยผู้สมัครรับเลือกต้ังเดิม ทุกรายไมม่ สี ิทธิสมัครรับเลือกตงั้ ในการเลือกต้ังที่จะจัดขึ้นใหมน่ นั้ ” มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๓ ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔/๓ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๙๔ ถ้าต้องมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ในเขตเลือกตั้งใดขึ้นใหม่เพราะเหตุที่การเลือกต้ังในเขตเลือกต้ังนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม มิให้มีผลกระทบกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองท่ีได้รับเลือกต้ัง ตามมาตรา ๙๑”” คณะกรรมาธิการไดช้ แ้ี จงแล้ว ผู้แปรญัตติพอใจ นายเฉลิมชัย เฟ่ืองคอน ขอแปรญัตติแก้ไขเพ่ิมเติมความในมาตรา ๔ และเพ่ิมความเป็น มาตรา ๔/๑ ดงั น้ี “มาตรา ๔ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสดั สว่ นผสู้ มคั รรบั เลือกตั้งตามบัญชรี ายช่ือของแต่ละพรรคการเมือง ทจ่ี ะได้รบั เลือกตง้ั ให้นาคะแนนทีแ่ ตล่ ะพรรคการเมืองได้รับการเลอื กต้ังมารวมกนั ท้ังประเทศแลว้ คานวณ เพื่อแบ่งจานวนผู้ท่ีจะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวน คะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังซึ่งมีรายช่ือในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนท่ีคานวณได้เรียงตามลาดับหมายเลขในบัญชี รายช่ือของพรรคการเมืองน้ัน ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลอื กตงั้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ดาเนนิ การดังต่อไปนี้ (๑) ให้รวมผลการนับคะแนนท้ังหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกต้ังแบบบัญชี รายชือ่ (๒) ให้นาคะแนนรวมจากบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองท่ีได้รับตาม (๑) หารด้วยหนึ่งร้อย ผลลพั ธ์ท่ไี ดถ้ อื เป็นจานวนคะแนนเฉลีย่ ตอ่ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรหนงึ่ คน (๓) ในการคานวณหาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซ่ึงแต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้รับ ให้นาคะแนนรวมของบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคการเมืองหารด้วยจานวนคะแนนเฉล่ียตาม (๒) ผลลัพธ์ที่เป็น จานวนเตม็ ท่ีไดร้ ับคอื จานวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนน้ั ไดร้ ับ โดยเรียงลาดบั จากรายชื่อแรก ของบญั ชีรายชือ่ เป็นลาดับไป (๔) ในกรณีท่ีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจานวน ไม่ครบหน่ึงร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ตาม (๓) เป็นเศษท่ีมีจานวนมากที่สุดได้รับจานวน
(๓๐) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพ่ิมขึ้นอีกหนึ่งคนเรียงตามลาดับจนกว่าจะมีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรคการเมอื งทง้ั หมดไดร้ บั รวมกนั ครบจานวนหน่งึ ร้อยคน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ัง และการอ่ืนท่ีเกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร” มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐” คณะกรรมาธิการไมเ่ ห็นดว้ ย ผู้แปรญัตติขอสงวน นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักด์ิ คณาสวัสด์ิ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธ์ิ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอานาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ นายไพจิต ศรีวรขาน นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๔ และเพ่ิมความเป็น มาตรา ๔/๑ และมาตรา ๔/๒ ดังนี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายช่ือของแต่ละ พรรคการเมืองท่ีจะใดได้รับเลือกต้ัง ให้นาคะแนนท่ีแต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมาเสียงน้อยกว่า ร้อยละหน่ึงของจานวนคะแนนเสียงรวมกันทั้งประเทศแล้วให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อน้ันได้รับเลือกต้ัง และมิให้นาคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคานวณเพื่อแบ่งจานวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นหาสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวนคะแนนรวมข้างตน้ โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่ึงมีรายชื่อใน บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลอื กตามเกณฑ์คะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับหมายเลข ในบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองน้ัน ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวรรคสอง การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกต้ังแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับ ใหด้ าเนนิ การดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ใหร้ วมผลคะแนนที่ทุกพรรคการเมอื งไดร้ บั จากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือ (๒) ใหน้ าคะแนนจากบญั ชีรายช่ือของพรรคการเมืองที่ได้รบั คะแนนน้อยกว่าร้อยละหน่ึงของ จานวนคะแนนทนี่ ับได้ทัง้ หมดตาม (๑) หกั ออกโดยไมน่ ามารวมคานวณสดั ส่วนผู้สมัครรับเลอื กตั้ง (๓) ให้นาคะแนนรวมท่ีเหลือภายหลังจากหักคะแนนแลว้ ตาม (๒) หารด้วยหนึ่งร้อย ผลลัพธ์ ท่ไี ด้ถอื เปน็ จานวนคะแนนเฉลีย่ ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหน่ึงคน (๔) ในการคานวณหาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้รับ ให้นาคะแนนรวมของบัญชรี ายช่ือแต่ละพรรคการเมืองท่ีได้รับคะแนนร้อยละหน่ึงข้ึนไปหารด้วยจานวนคะแนน เฉลี่ยตาม (๓) ผลลัพธ์ท่ีเปน็ จานวนเต็มท่ีไดร้ ับคือจานวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนั้นพึงไดร้ ับ โดยเรยี งลาดับจากรายช่ือแรกของบัญชีรายชือ่ เปน็ ลาดบั ไป
(๓๑) (๕) ในกรณีที่จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจานวน ไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ตาม (๔) เป็นเศษท่ีมีจานวนมากท่ีสุดได้รับจานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เรียงตามลาดับจนกว่าจะมีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทพ่ี รรคการเมอื งทง้ั หมดไดร้ ับรวมกันครบหนึง่ ร้อยคน จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ล ะพรรคการเมืองท่ีจะได้ รับตามผล การคา นว ณ ตามวรรคสอง จะตอ้ งไมเ่ กินจานวนตามท่ปี รากฏในบัญชีรายชื่อทพี่ รรคการเมอื งน้ันไดจ้ ัดทาข้ึนและยังมีสถานะ เปน็ ผ้สู มคั รรับเลอื กตั้งอยู่ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกต้ัง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นท่ีเกี่ยวข้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งท่ีไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกต้ังมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกต้ังน้ัน ให้จัดให้มีการเลือกต้ังใหม่ ในกรณี เช่นนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังดาเนินการให้มีการรับสมัครรับเลือกต้ังใหม่ โดยผู้สมัครรับเลือกต้ังเดิม ทกุ รายไมม่ ีสิทธสิ มคั รรบั เลอื กตั้งทจี่ ะจัดขน้ึ ใหมน่ ้ัน” มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลกิ มาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย” คณะกรรมาธกิ ารไม่เห็นดว้ ย ผู้แปรญตั ติขอสงวน นายอนุชา น้อยวงศ์ ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๔ เพิ่มความเป็นมาตรา ๔/๑ และมาตรา ๔/๒ ดงั นี้ “มาตรา ๔ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๙๑ ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ข้อความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดสว่ นผู้สมัครรับเลอื กต้ังตามบัญชรี ายช่ือของแตล่ ะพรรคการเมือง ที่จะได้รับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ ให้นาคะแนนท่ีแต่ละพรรคการเมืองได้รับ การเลือกต้ังมารวมกันท้ังประเทศแล้วคานวณเพื่อแบ่งจานวนผู้ท่ีจะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนท่ีสัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชี รายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับหมายเลข ในบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ เง่ือนไขในการสมัครรับเลือกต้ัง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลอื กตั้ง รวมทง้ั การอืน่ ทีเ่ กยี่ วข้อง ให้เป็นไปตามที่บัญญตั ไิ ว้ในพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละหน่ึงของจานวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกต้ัง และมิให้นาคะแนนเสียงดังกล่าวมารวม คานวณเพอ่ื หาสัดส่วนจานวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรตามวรรคหนง่ึ ”
(๓๒) มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๙๒ ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกต้ังท่ีไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกต้ังใหม่ ในกรณี เชน่ น้ี ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังดาเนินการให้มีการรับสมัครผสู้ มัครรับเลือกตั้งใหม่ โดยผูส้ มัครรับเลือกต้ังเดิม ทกุ รายไมม่ สี ิทธสิ มัครรบั เลือกต้งั ในการเลอื กต้ังทีจ่ ะจัดขน้ึ ใหมน่ ้นั ” มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐” คณะกรรมาธิการไดช้ ้แี จงแล้ว ผแู้ ปรญัตติพอใจ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายนิยม เวชกามา ขอแปรญัตติแก้ไขเพ่ิมเติมความใน มาตรา ๔ เปน็ ดงั น้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสดั ส่วนผสู้ มคั รรับเลือกตั้งตามบัญชีรายช่ือของแตล่ ะพรรคการเมือง ที่จะใดได้รับเลอื กตั้ง ให้นาคะแนนทแี่ ต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลอื กต้งั มาเสียงน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของ จานวนคะแนนเสียงรวมกนั ท้ังประเทศแลว้ ใหถ้ ือวา่ ไมม่ ีผู้ใดในบัญชรี ายช่ือนั้นไดร้ ับเลือกต้ัง และมใิ หน้ าคะแนน เสียงดังกล่าวมารวมคานวณเพื่อแบ่งจานวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นหาสัดส่วน ท่ีสัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชีรายช่ือ ของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับหมายเลขในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมืองน้ัน ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรตามวรรคสอง การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกต้ังแบบบัญชีรายช่ือที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับ ให้ดาเนนิ การดังต่อไปนี้ (๑) ให้รวมผลคะแนนทท่ี กุ พรรคการเมอื งไดร้ บั จากการเลอื กตง้ั แบบบัญชีรายชอื่ (๒) ให้นาคะแนนจากบญั ชีรายชื่อของพรรคการเมืองท่ีได้รบั คะแนนน้อยกว่าร้อยละหน่ึงของ จานวนคะแนนท่ีนับไดท้ ั้งหมดตาม (๑) หกั ออกโดยไมน่ ามารวมคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตงั้ (๓) ให้นาคะแนนรวมที่เหลือภายหลังจากหักคะแนนแล้วตาม (๒) หารด้วยหนึ่งร้อยห้าสิบ ผลลัพธ์ที่ได้ถือเป็นจานวนคะแนนเฉลีย่ ต่อสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรหนง่ึ คน (๔) ในการคานวณหาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซ่ึงแต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้รับ ใหน้ าคะแนนรวมของบญั ชีรายช่อื แต่ละพรรคการเมอื งท่ีได้รบั คะแนนร้อยละหน่ึงขน้ึ ไป หารดว้ ยจานวนคะแนน เฉล่ียตาม (๓) ผลลัพธ์ท่ีเป็นจานวนเต็มที่ไดร้ ับคือจานวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นพึงไดร้ ับ โดยเรยี งลาดับจากรายชือ่ แรกของบญั ชีรายช่ือเปน็ ลาดบั ไป (๕) ในกรณีที่จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจานวน ไม่ครบหนึ่งร้อยห้าสิบคน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ตาม (๔) เป็นเศษที่มีจานวนมากท่ีสุดได้รับจานวน
(๓๓) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มข้ึนอีกหนึ่งคน เรียงตามลาดับจนกว่าจะมีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่ีพรรคการเมืองท้ังหมดไดร้ บั รวมกันครบหนึง่ ร้อยห้าสิบคน จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับตามผล การคานวณ ตามวรรคสอง จะตอ้ งไมเ่ กนิ จานวนตามทปี่ รากฏในบัญชีรายชื่อทพี่ รรคการเมืองนั้นได้จดั ทาข้นึ และยังมีสถานะ เป็นผสู้ มัครรับเลอื กตัง้ อยู่ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกต้ัง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกต้ังและการอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการเลอื กตั้งสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร”” คณะกรรมาธิการไมเ่ หน็ ดว้ ย ผู้แปรญัตติขอสงวน นายสุทัศน์ เงินหม่ืน และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขอแปรญัตติแก้ไขเพ่ิมเติมความใน มาตรา ๔ เพิ่มความเปน็ มาตรา ๔/๑ มาตรา ๔/๒ และมาตรา ๔/๓ ดังน้ี “มาตรา ๔ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสดั ส่วนผ้สู มคั รรับเลอื กต้ังตามบัญชรี ายช่ือของแตล่ ะพรรคการเมือง ที่จะได้รับเลือกต้ัง ให้นาคะแนนท่ีแต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกต้ังมารวมกันท้ังประเทศแล้วคานวณ เพ่ือแบ่งจานวนผู้ท่ีจะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวนคะแนน รวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่ึงมีรายชื่อในบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์ คะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับหมายเลขในบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองนั้น ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์ และ วิธีการท่ีบญั ญัตไิ ว้ในพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร บัญชรี ายช่ือของพรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของจานวนคะแนนเสียง รวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีน้ันได้รับเลือกตั้ง และมิให้นาคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคานวณ เพื่อหาสัดส่วนจานวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร” มาตรา ๔/๑ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๙๒ ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกต้ังที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกต้ังรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกต้ังมากกว่า คะแนนเสียงท่ีไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งน้ัน ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณี เชน่ นี้ ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังดาเนินการให้มีการรับสมัครผสู้ มัครรับเลือกต้ังใหม่ โดยผสู้ มคั รรับเลือกต้ังเดิม ทกุ รายไมม่ สี ทิ ธสิ มัครรบั เลือกต้ังในการเลือกต้ังที่จะจัดขึ้นใหมน่ ้ัน”” คณะกรรมาธิการได้ช้แี จงแลว้ ผแู้ ปรญตั ติพอใจ “มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๙๓ ในการเลือกต้ังทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อใหม่ในบางเขต หรือบางหน่วยเลือกต้ังก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ หรือยังไม่มีการประกาศ
(๓๔) ผลการเลือกตั้งครบทุกเขตเลือกตั้งไม่ว่าด้วยเหตุใด การคานวณจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายช่ือท่ีแต่ละพรรคการเมืองพึงได้รับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลือกตงั้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ในกรณีทผ่ี ลการคานวณตามวรรคหนงึ่ ทาใหจ้ านวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมืองใดลดลง ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองน้ันในลาดับท้าย ตามลาดบั พ้นจากตาแหน่ง”” คณะกรรมาธิการไม่เหน็ ดว้ ย ผู้แปรญตั ตขิ อสงวน “มาตรา ๔/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๔ ภายในอายุของสภาผู้แทนราษฎรหลังจากวันเลือกต้ังอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือในเขตเลือกตั้งใดข้ึนใหม่ เพราะเหตุท่ีการเลือกต้ัง ในเขตเลอื กตง้ั น้นั มไิ ดเ้ ปน็ ไปโดยสุจริตและเทยี่ งธรรม ใหน้ าความในมาตรา ๙๓ มาใช้บงั คับโดยอนุโลม การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือตามวรรคหน่ึง ในกรณีท่ีอายุ ของสภาผู้แทนราษฎรมีเวลาเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน มิให้มีผลกระทบกับการคานวณสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายช่ือทีแ่ ตล่ ะพรรคการเมืองได้รับตามมาตรา ๙๑”” คณะกรรมาธกิ ารได้ช้ีแจงแล้ว ผู้แปรญตั ติพอใจ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสด์ิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายเท่าพิภพ ล้ิมจิตรกร นายสมชาย ฝั่งชลจิตร นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ นายมานพ คีรีภูวดล และนายคาพอง เทพาคา ขอแปรญัตติแก้ไข เพ่มิ เติมความในมาตรา ๔ เปน็ ดงั น้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ขอ้ ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกต้ังตามบัญชีรายชือ่ ของแต่ละพรรคการเมือง ท่ีจะได้รับเลือกตั้ง ให้นาใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกต้ัง และให้ ผ้มู สี ิทธเิ ลอื กตัง้ มสี ทิ ธิออกเสียงลงคะแนนทีแ่ ต่ละเลือกพรรคการเมอื งได้รับการเลือกต้ังมารวมกันทงั้ ประเทศ แล้วคานวณเพ่ือแบ่งจานวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรง กับจานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในแบบบญั ชีรายชื่อของแต่ละพรรค การเมืองตามมาตรา ๙๐ ได้รับเลือกตามเกณฑ์คนละหนึ่งคะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับหมายเลข ในบัญชีรายชื่อของโดยจะลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองน้ัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่บัญญัติไว้ ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใด หรือจะลงคะแนน ไม่เลือกพรรคการเมอื งใดเลยก็ได้ พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงตามวรรคหนึ่ง น้อยกว่าร้อยละศูนย์จุดสองของคะแนนเสียง รวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกต้ัง และมิให้นาคะแนนเสียง ดงั กล่าวมารวมคานวณเพ่อื หาสัดสว่ นจานวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่อื ตามวรรคสาม
(๓๕) การคานวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ให้ดาเนนิ การตามหลกั เกณฑ์ ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) นาคะแนนรวมทง้ั ประเทศท่พี รรคการเมืองไดร้ ับตามวรรคหน่ึง หารด้วยห้าร้อย (๒) นาผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจานวนคะแนนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคท่ีได้รับ ตามวรรคหนึ่ง จานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ โดยให้ จัดสรรจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีแต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตามสัดส่วน และจานวน สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรท่ีแตล่ ะพรรคการเมืองจะพึงมไี ด้ทุกพรรครวมกันเทา่ กับห้าร้อยคน (๓) นาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วย จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ังทั้งหมดที่พรรคการเมืองน้ันได้รับเลือกต้ัง ในทุกเขตเลอื กตง้ั ผลลพั ธ์คอื จานวนสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชีรายชอื่ ท่ีพรรคการเมอื งนัน้ จะได้รับ (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เทา่ กบั หรือสูงกว่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ใหพ้ รรคการเมืองน้ัน มจี านวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรตามจานวนทีไ่ ด้รับจากการเลอื กตัง้ แบบแบง่ เขตเลือกตง้ั (๕) ในกรณีท่ีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่ได้คานวณได้ตาม (๓) ของ แต่ละพรรคการเมืองรวมกันเกินหน่ึงร้อยห้าสิบคน ให้ปรับลดจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของแตล่ ะพรรคการเมอื งลงตามสัดส่วนใหร้ วมกนั เท่ากบั หน่งึ ร้อยห้าสิบคน (๖) เม่ือได้จานวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัคร รับเลือกตั้งตามลาดับหมายเลขในบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองน้ันเป็นผู้ได้รับเลือกต้ังเป็นสมาชิก สภาผูแ้ ทนราษฎร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายช่ือ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอ่ืน ที่เก่ียวข้อง รวมท้ังการคานวณจานวนผู้ได้รับเลือกต้ังแบบบัญชีรายช่อื ของแต่ละพรรคการเมืองในกรณีท่ีมีการ จัดการเลือกตั้งใหม่หรือในกรณีอื่น ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ัง สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร”” คณะกรรมาธิการไม่เหน็ ดว้ ย ผ้แู ปรญตั ตขิ อสงวน นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม และนายวิรัตน์ วรศสิริน ขอแปรญัตติแก้ไข เพิ่มเติมความในมาตรา ๔ เพิ่มความเป็นมาตรา ๔/๑ และมาตรา ๔/๒ ดงั น้ี “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ข้อความตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกต้ังตามบัญชีรายชอ่ื ของแต่ละพรรคการเมือง ที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นาใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง และให้ ผู้มสี ทิ ธเิ ลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทแ่ี ตล่ ะเลือกพรรคการเมอื งได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทง้ั ประเทศ แล้วคานวณเพ่ือแบ่งจานวนผู้ท่ีจะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนท่ีสัมพันธ์กันโดยตรง กับจานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกต้ังซึ่งมีรายช่ือในแบบบัญชีรายชื่อของแตล่ ะพรรค การเมืองตามมาตรา ๙๐ ได้รับเลือกตามเกณฑ์คนละหนึ่งคะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับหมายเลข
(๓๖) ในบัญชีรายช่ือของโดยจะลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองน้ัน ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการท่ีบัญญัติไว้ ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใด หรือจะลงคะแนน ไมเ่ ลือกพรรคการเมอื งใดเลยก็ได้ พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงตามวรรคหน่ึง น้อยกว่าร้อยละศูนย์จุดสองของคะแนนเสียง รวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นาคะแนนเสียง ดังกล่าวมารวมคานวณเพือ่ หาสดั ส่วนจานวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือตามวรรคสาม การคานวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ให้ดาเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) นาคะแนนรวมท้ังประเทศทีพ่ รรคการเมืองไดร้ ับตามวรรคหน่งึ หารดว้ ยห้าร้อย (๒) นาผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจานวนคะแนนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคท่ีได้รับ ตามวรรคหน่ึง จานวนท่ีได้รับให้ถือเป็นจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ โดยให้ จัดสรรจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีแต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตามสัดส่วน และจานวน สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรท่แี ตล่ ะพรรคการเมืองจะพงึ มไี ด้ทุกพรรครวมกนั เทา่ กับหา้ รอ้ ยคน (๓) นาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วย จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดท่ี พรรคการเมืองน้ันได้รับเลือกต้ัง ในทุกเขตเลือกตงั้ ผลลัพธ์คือจานวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชือ่ ท่ีพรรคการเมอื งน้นั จะได้รับ (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เท่ากบั หรอื สูงกว่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนน้ั จะพงึ มีได้ตาม (๒) ให้พรรคการเมืองนั้น มจี านวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรตามจานวนทไี่ ดร้ บั จากการเลือกตัง้ แบบแบง่ เขตเลอื กต้งั (๕) ในกรณีท่ีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีได้คานวณได้ตาม (๓) ของ แต่ละพรรคการเมืองรวมกันเกินหน่ึงร้อยห้าสิบคน ให้ปรับลดจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของแตล่ ะพรรคการเมืองลงตามสดั ส่วนใหร้ วมกันเทา่ กับหนึ่งร้อยห้าสบิ คน (๖) เมื่อได้จานวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัคร รับเลือกตั้งตามลาดับ หมา ยเล ขใน บัญชีรา ยชื่อ ข อง พรร ค การเ มื องนั้ นเป็นผู้ ได้ รับเลื อ กตั้ งเป็นส ม า ชิ ก สภาผแู้ ทนราษฎร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอ่ืน ที่เกี่ยวข้อง รวมท้ังการคานวณจานวนผไู้ ด้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองในกรณีที่มีการ จัดการเลือกต้ังใหม่หรือในกรณีอื่น ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ัง สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร” มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกตั้งท่ีไม่มีผู้สมัครรับเลือกต้ังรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้ง มากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตัง้ น้นั ใหม่ โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดาเนินการรับสมัครผู้สมัครรับเลอื กต้ังใหม่ และผู้สมคั ร รับเลอื กตัง้ เดิมทุกรายไมม่ สี ิทธิสมคั รรับเลือกตงั้ ในการเลือกต้งั ทจี่ ะจดั ขนึ้ ใหมน่ ้นั ”
(๓๗) มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๙๔ ภายในหน่งึ ปหี ลงั จากวนั เลือกต้ังอันเป็นการเลือกต้ังทั่วไป ถา้ ต้องมีการเลือกต้ัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ังในเขตเลือกต้ังใดขึ้นใหม่ เพราะเหตุที่การเลือกต้ังในเขตเลือกต้ังน้ัน มิได้เปน็ ไปโดยสจุ ริตและเท่ยี งธรรม ใหน้ าความในมาตรา ๙๓ มาใช้โดยอนุโลม การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตาแหน่งที่ว่างไม่ว่าด้วยเหตุใดภายหลังพ้นเวลา หน่ึงปีนับแต่วันเลือกต้ังท่ัวไป มิให้มีผลกระทบกับการคานวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละพรรคการเมือง จะพึงมีตามมาตรา ๙๑ วรรคสาม”” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ ห็นด้วย ผ้แู ปรญัตตขิ อสงวน ศาสตราจารยโ์ กวทิ ย์ พวงงาม ขอแปรญัตติแก้ไขเพ่ิมเตมิ ความในมาตรา ๔ เป็นดังนี้ “มาตรา ๔ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชข้ อ้ ความตอ่ ไปนี้แทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกต้ังตามบัญชีรายช่อื ของแต่ละพรรคการเมือง ท่ีจะได้รับเลือกต้ัง ให้นาใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกต้ัง และให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนที่แต่ละเลือกพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกัน ท้ังประเทศแล้วคานวณเพื่อแบ่งจานวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนท่ีสัมพันธ์กัน โดยตรงกับจานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่ึงมีรายชื่อในแบบบัญชีรายช่ือของ แต่ละพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๐ ได้รับเลือกตามเกณฑ์คนละหน่ึงคะแนนที่คานวณได้เรียงตามลาดับ หมายเลขในบัญชีรายช่ือของโดยจะลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองนั้น ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ท่ีบญั ญัติไว้ในพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยการเลอื กต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใด หรือจะ ลงคะแนนไมเ่ ลอื กพรรคการเมืองใดเลยก็ได้ ก า ร ค า น ว ณ ห า ส ม า ชิ ก ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร แ บ บ บั ญ ชี ร า ย ชื่ อ ข อ ง แ ต่ ล ะ พ ร ร ค ก า ร เ มื อ ง ใหด้ าเนินการตามหลกั เกณฑด์ งั ตอ่ ไปนี้ (๑) นาคะแนนรวมทัง้ ประเทศที่พรรคการเมืองไดร้ ับตามวรรคหนงึ่ หารดว้ ยห้ารอ้ ย (๒) นาผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจานวนคะแนนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคท่ีได้รับ ตามวรรคหน่ึง จานวนท่ีได้รับให้ถือเป็นจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองน้ั นจะพึงมีได้ โดยให้จัดสรรจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีแต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ตามสัดส่วนและจานวน สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรท่แี ตล่ ะพรรคการเมืองจะพึงมีได้ทกุ พรรครวมกนั เท่ากับหา้ รอ้ ยคน (๓) นาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วย จ า น ว น ส ม า ชิ ก ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร แ บ บ แ บ่ ง เ ข ต เ ลื อ ก ต้ั ง ทั้ ง ห ม ด ท่ี พ ร ร ค ก า ร เ มื อ ง น้ั น ไ ด้ รั บ เ ลื อ ก ตั้ ง ในทกุ เขตเลอื กตง้ั ผลลพั ธ์คอื จานวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายชื่อที่พรรคการเมอื งน้นั จะไดร้ ับ (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เท่ากับหรือสูงกว่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนัน้ จะพงึ มีได้ตาม (๒) ให้พรรคการเมืองนั้น มีจานวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรตามจานวนท่ไี ดร้ ับจากการเลือกตง้ั แบบแบง่ เขตเลือกต้ัง
(๓๘) (๕) ในกรณีท่ีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือท่ีคานวณได้ตาม (๓) ของ แตล่ ะพรรคการเมืองรวมกนั เกนิ หน่ึงร้อยห้าสบิ คน ใหป้ รบั ลดจานวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชีรายช่ือ ของแตล่ ะพรรคการเมืองลงตามสดั ส่วนให้รวมกันเท่ากับหนงึ่ ร้อยหา้ สบิ คน (๖) เม่ือได้จานวนผู้ได้รับเลือกต้ังแบบบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัคร รับเลือกตั้งตามลาดับหมายเลขในบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองนั้น เป็นผู้ได้รับเลือกต้ังเป็น สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้งและการอ่ืน ท่ีเกี่ยวข้อง รวมทั้งการคานวณจานวนผู้ได้รับการเลือกต้ังแบบบัญชีราชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ในกรณีท่ีมี การจัดการเลือกตั้งใหม่หรือในกรณีอ่ืน ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เหน็ ดว้ ย ผ้แู ปรญัตตขิ อสงวน นายสาทิตย์ วงศห์ นองเตย ขอแปรญตั ติแก้ไขเพ่ิมเติมความในมาตรา ๔ เพิ่มความเป็นมาตรา ๔/๑ มาตรา ๔/๒ และมาตรา ๔/๓ ดงั นี้ “มาตรา ๔ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ขอ้ ความตอ่ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายช่ือและจากระบบ เขตเลือกต้ังของแต่ละพรรคการเมืองท่ีจะได้รับเลือกตั้ง ให้นาคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้ง จ า ก ค ะ แ น น ร ว ม ร ะ บ บ บั ญ ชี ร า ย ช่ื อ ม า ร ว ม กั น ทั้ ง ป ร ะ เ ท ศ แ ล้ ว ค า น ว ณ เ พื่ อ แ บ่ ง ห า จ า น ว น ผู้ ส ม า ชิ ก สภาผู้แทนราษฎรที่จะได้รับเลอื กพึงมีของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนท่ีสัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวน คะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่ึงมีรายชื่อในบัญชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมืองได้รับ เลอื กตามเกณฑค์ ะแนนทีค่ านวณได้เรยี งตามลาดับหมายเลขในบัญชีรายชอื่ ของพรรคการเมอื งนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อน การคานวณหาสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรของแตล่ ะพรรคการเมืองให้ดาเนนิ การตามหลกั เกณฑ์ ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) นาคะแนนรวมท้ังประเทศท่ีพรรคการเมืองทุกพรรคท่ีส่งผู้สมัครรับเลือกต้ังแบบบัญชี รายชื่อครบหน่ึงร้อยช่ือและส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งระบบเขตเลือกต้ังอย่างน้อยหน่ึงร้อยเขตเลือกต้ัง ได้รับจาก บตั รเลือกตงั้ ระบบบญั ชรี ายชอื่ หารด้วยห้าร้อยอนั เป็นจานวนสมาชกิ ทัง้ หมดของสภาผูแ้ ทนราษฎร (๒) นาผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจานวนคะแนนรวมท้ังประเทศของพรรคการเมืองตาม (๑) แต่ละพรรคท่ีได้รับจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือเขตเลือกต้ังทุกเขต จานวน ท่ไี ดร้ ับให้ถอื เป็นจานวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรที่พรรคการเมืองน้นั จะพงึ มีได้ (๓) นาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วยจานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ังทั้งหมดที่พรรคการเมืองน้ันได้รับเลือกต้ังในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลพั ธค์ อื จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่อื ทพี่ รรคการเมอื งนั้นจะได้รับ
(๓๙) (๔) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง เท่ากบั หรือสูงกว่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองน้นั จะพึงมีได้ตาม (๒) ให้พรรคการเมืองน้ัน มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจานวนท่ีได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง และไม่มีสิทธิได้รับการ จัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและให้นาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ ทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ากว่า จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (๒) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้ พรรคการเมืองใดดงั กลา่ วมสี มาชกิ สภาผู้แทนราษฎรเกนิ จานวนทีจ่ ะพึงมีได้ตาม (๒) (๕) เมื่อได้จานวนผู้ได้รับเลือกต้ังแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้วให้ผู้สมัคร รบั เลอื กต้ังตามลาดบั หมายเลขในบัญชีรายช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายชื่อของพรรคการเมืองนั้น เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรณีท่ีผู้สมัครรับเลือกต้ังผู้ใดตายภายหลังวันปิดรับสมัคร รับเลือกตั้งแต่ก่อนเวลาปิดการลงคะแนนในวันเลือกตั้ง ให้นาคะแนนท่ีมีผู้ลงคะแนนให้มาคานวณตาม (๑) และ (๒) ดว้ ย การนับคะแนน หลักเกณฑ์และวิธีการคานวณ การคิดอัตราส่วน และการประกาศผล การเลือกตง้ั ให้เปน็ ไปตามพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”” คณะกรรมาธกิ ารไม่เหน็ ดว้ ย ผู้แปรญตั ตขิ อสงวน “มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ช้ความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกต้ังที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกต้ังรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า คะแนนเสียงท่ีไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกต้ังนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณี เชน่ นี้ ใหค้ ณะกรรมการการเลือกตั้งดาเนนิ การให้มีการรับสมัครผูส้ มัครรับเลือกตั้งใหม่ โดยผสู้ มคั รรับเลือกต้ังเดิม ทุกรายไม่มีสิทธสิ มัครรบั เลือกตั้งในการเลอื กต้ังท่จี ะจัดขน้ึ ใหม่นั้น” มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๓ ในการเลือกต้ังทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกต้ังแบบบัญชีรายชื่อใหม่ในบางเขต หรือบางหน่วยเลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกต้ัง หรือการเลือกต้ังยังไม่แล้วเสร็จ หรือยังไม่มีการประกาศ ผลการเลือกตั้งครบทุกเขตเลือกต้ังไม่ว่าด้วยเหตุใด การคานวณจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายช่ือที่แต่ละพรรคการเมืองพึงได้รับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีบัญญัติไว้ใน พระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลอื กต้งั สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร ในกรณีทีผ่ ลการคานวณตามวรรคหน่งึ ทาให้จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมืองใดลดลง ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองน้ันในลาดับท้าย ตามลาดับพ้นจากตาแหนง่ ” มาตรา ๔/๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนีแ้ ทน
(๔๐) “มาตรา ๙๔ ภายในอายุของสภาผู้แทนราษฎรหลังจากวันเลือกต้ังอันเป็นการเลือกตั้งท่ัวไป ถ้าต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือในเขตเลือกตั้งใดข้ึนใหม่ เพราะเหตุท่ีการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งนัน้ มไิ ดเ้ ป็นไปโดยสุจรติ และเทย่ี งธรรม ให้นาความในมาตรา ๙๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่อายุ ของสภาผู้แทนราษฎรมีเวลาเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน มิให้มีผลกระทบกับการคานวณสมาชิก สภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่อื ที่แตล่ ะพรรคการเมอื งได้รับตามมาตรา ๙๑”” คณะกรรมาธกิ ารไดช้ แ้ี จงแล้ว ผูแ้ ปรญัตตพิ อใจ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ขอแปรญัตติแก้ไขเพ่ิมเติมความในมาตรา ๔ เพ่ิมความเป็น มาตรา ๔/๑ และมาตรา ๔/๒ เป็นดังนี้ “มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๑ ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชข้ อ้ ความตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๙๑ การคานวณสัดสว่ นผู้สมัครรบั เลือกตง้ั ตามบญั ชีรายช่ือของแต่ละพรรคการเมือง ท่จี ะใดได้รับเลือกต้ัง ให้นาคะแนนทแ่ี ต่ละพรรคการเมอื งได้รับการเลอื กตัง้ มาเสียงน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของ จานวนคะแนนเสียงรวมกันทั้งประเทศแล้วใหถ้ ือว่าไมม่ ีผู้ใดในบญั ชีรายชื่อน้นั ได้รบั เลือกต้ัง และมใิ ห้นาคะแนน เสียงดังกล่าวมารวมคานวณเพื่อแบ่งจานวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นหาสัดส่วน ท่ีสัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังซ่ึงมีรายชื่อในบัญชีรายชื่อ ของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนท่ีคานวณได้เรียงต ามลาดับหมายเลขในบัญ ชี รายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกต้งั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรตามวรรคสอง ก า ร ค า น ว ณ สั ด ส่ ว น ผู้ ส มั ค ร รั บ เ ลื อ ก ต้ั ง ต า ม บั ญ ชี ร า ย ช่ื อ ข อ ง แ ต่ ล ะ พ ร ร ค ก า ร เ มื อ ง ทจ่ี ะไดร้ ับเลอื กตั้งเป็นสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชอื่ ให้ดาเนินการดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ให้รวมผลการนับคะแนนท้ังหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกต้ังแบบบัญชี รายชื่อ (๒) ให้นาคะแนนจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ได้รบั คะแนนน้อยกว่าร้อยละหน่ึงของ จานวนคะแนนท่ีนับได้ท้ังหมดตาม (๑) หกั ออกโดยไมน่ ามารวมคานวณสดั สว่ นผสู้ มคั รรบั เลอื กตัง้ (๓) ให้นาคะแนนรวมที่เหลือภายหลังจากหักคะแนนแลว้ ตาม (๒) หารด้วยหน่ึงร้อย ผลลัพธ์ ทไ่ี ดถ้ ือเปน็ จานวนคะแนนเฉล่ยี ต่อสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรหน่ึงคน (๔) ในการคานวณหาจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้รับ ให้นาคะแนนรวมของบัญชีรายช่ือแต่ละพรรคการเมืองหารด้วยจานวนคะแนนเฉลี่ยตาม (๒) ผลลัพธ์ท่ีเป็น จานวนเต็มท่ีไดร้ ับคือจานวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองน้ันได้รับ โดยเรียงลาดับจากรายช่ือแรก ของบญั ชีรายชือ่ เป็นลาดบั ไป (๕) ในกรณีที่จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับรวมกันทุกพรรคการเมือง มีจานวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้พรรคการเมืองท่ีมีผลลัพธ์ตาม (๔) เป็นเศษที่มีจานวนมากท่ีสุดได้รับจานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหน่ึงคน เรียงตามลาดับจนกว่าจะมีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่พี รรคการเมืองท้งั หมดได้รับรวมกนั ครบจานวนหน่งึ ร้อยคน
(๔๑) จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองท่ีจะได้รับตามผลการคานวณ ตามวรรคสอง จะต้องไมเ่ กนิ จานวนตามท่ปี รากฏในบัญชีรายช่อื ท่ีพรรคการเมอื งน้นั ได้จดั ทาขนึ้ และยังมสี ถานะ เปน็ ผู้สมคั รรบั เลือกตง้ั อยู่ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับ คะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอ่ืนที่เก่ียวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร” มาตรา ๔/๑ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๙๒ เขตเลือกต้ังท่ีไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกต้ังมากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกต้ังใหม่ ในกรณี เช่นนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดาเนินการให้มีการรับสมัครผ้สู มัครรับเลือกตั้งใหม่ โดยผสู้ มคั รรับเลือกต้ังเดิม ทกุ รายไมม่ สี ิทธิสมัครรบั เลือกต้ังในการเลอื กตั้งทจ่ี ะจัดขึน้ ใหม่นั้น” มาตรา ๔/๒ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐” คณะกรรมาธกิ ารไม่เหน็ ด้วย ผูแ้ ปรญตั ตขิ อสงวน มาตรา ๔/๑ คณะกรรมาธกิ ารเพ่ิมขึ้นใหม่ มกี รรมาธิการขอสงวนความเหน็ และผูแ้ ปรญัตติขอสงวนคาแปรญัตติ นายศุภชัย ใจสมุทร นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายรังสิมันต์ โรม (กรรมาธิการ) ขอสงวนความเห็น โดยขอให้ตดั มาตรา ๔/๑ ออกทง้ั มาตรา นายโกศล ปัทมะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายกิตติศักด์ิ คณาสวัสดิ์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายนพคุณ รัฐผไท นางมุกดา พงษ์สมบัติ นายฉลาด ขามช่วง นายศราวุธ เพชรพนมพร นายขจิตร ชัยนิคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายเอกชัย ทรงอานาจเจริญ นายดะนัย มะหิพันธ์ และนายไพจิต ศรีวรขาน ขอแปรญัตติ เพิม่ ความเป็นมาตรา ๔/๓ และเพิ่มความเปน็ มาตรา ๔/๔ ดงั นี้ “มาตรา ๔/๓ ภายใต้บังคับมาตรา ๔/๔ ในวาระเริ่มแรก มิให้นาบทบัญญัติมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๐ มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยรัฐธรรมนูญน้ี มาใช้บังคับกับการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจนกว่าจะถึงวันท่ี กาหนดใหม้ ีการเลือกต้ังสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรเป็นการท่ัวไปคร้งั แรกภายหลงั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู นี้ ในระหว่างที่ยังมิให้นาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติม โดยรัฐธรรมนูญน้ีมาใช้บังคับตามวรรคหนึ่ง ให้บทบัญญัติของมาตราดังกล่าวก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมหรือ ก่อนท่ีถูกย กเลิ กโ ดยรัฐ ธ รร มนู ญนี้ แล ะ พร ะร าช บั ญญั ติ ปร ะ ก อ บรัฐ ธ ร รม นูญว่ าด้ว ย การ เลื อ กต้ั งส ม า ชิ ก สภาผู้แทนราษฎรทตี่ ราขน้ึ เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ไปตามบทบญั ญตั นิ ั้นยงั คงนามาใช้บงั คบั ต่อไป
(๔๒) มาตรา ๔/๔ ให้รัฐสภาดาเนินการพิจารณาและให้ความเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพ่ือให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญน้ี ใหแ้ ลว้ เสร็จภายในเกา้ สบิ วันนบั แต่วนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญนี้ ในกรณที ีย่ ังไมส่ ามารถดาเนนิ การตามวรรคหนึ่งใหแ้ ลว้ เสรจ็ และต้องมีการเลอื กต้ังสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเป็นการท่ัวไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอานาจประกาศกาหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญน้ี เพ่ือใช้บังคับกับการเลือกต้ังน้ัน และให้ข้อกาหนดตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกต้ังใช้บังคับแทนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการเลอื กตงั้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในส่วนท่ีขัดหรือแยง้ กับรฐั ธรรมนูญน้ี” คณะกรรมาธกิ ารไม่เหน็ ดว้ ย ผูแ้ ปรญัตติขอสงวน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายนิยม เวชกามา ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็นมาตรา ๔/๑ มาตรา ๔/๒ และมาตรา ๔/๓ ดงั น้ี “มาตรา ๔/๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๔/๔ ในวาระเร่ิมแรก มิให้นาบทบัญญัติมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติม โดยรัฐธรรมนูญนี้มาใช้บังคับกับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจนกว่าจะถึงวันที่กาหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปน็ การท่ัวไปคร้ังแรกภายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนญู นี้ ในระหว่างท่ียังมิให้นาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญนี้มาใช้บังคับตามวรรคหน่ึง ให้บทบัญญัติของมาตราดังกล่าวก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมหรือ ก่อนท่ีถูกยกเลิกโดยรัฐธรรมนูญนี้และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่ีตราข้นึ เพอื่ ใหเ้ ปน็ ไปตามบทบัญญัตนิ ัน้ ยังคงนามาใชบ้ งั คับต่อไป มาตรา ๔/๒ ให้รัฐสภาดาเนินการพิจารณาและให้ความเห็นชอบการแก้ไขเพ่ิมเติม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญน้ี ใหแ้ ล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนบั แต่วนั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญน้ี ในกรณีที่ยังไม่สามารถดาเนินการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จและต้องมีการเลือกต้ังสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเป็นการท่ัวไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอานาจประกาศกาหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนี้ เพื่อใช้บังคับกับการเลือกตั้งน้ัน และให้ข้อกาหนดตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งใช้บังคับแทนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรในส่วนท่ีขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนญู นี้ มาตรา ๔/๓ ให้งดใช้บทบัญญัติมาตรา ๙๒ เฉพาะส่วนที่มิให้นับคะแนนท่ีผู้สมัครรับเลอื กต้ัง แต่ละคนได้รับไปใช้ในการคานวณตามมาตรา ๙๑ บทบัญญัติมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยไว้ช่ัวคราว ในระหว่างท่ีบทบัญญัติมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซงึ่ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยรัฐธรรมนญู น้ี มผี ลใช้บังคบั ตามมาตรา ๔/๑” คณะกรรมาธกิ ารไมเ่ หน็ ด้วย ผูแ้ ปรญตั ติขอสงวน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384