คำนำ กระทรวงการคลัง ได้ประกาศใช้ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 แทนระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นมา เพ่ือให้มีความสอดคล้องกับ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 รวมท้ังปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข ท่ีเก่ียวข้อง ให้สอดคล้องกบั สถานการณป์ จั จุบันและอนาคต กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะเป็นหน่วยงานกลางในการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย จึงรวบรวมระเบียบ หลักเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ตามระเบียบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 สาหรับ เป็นคู่มือในการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสอดคล้องกับ ระเบยี บ หลกั เกณฑท์ ก่ี าหนด หวังเป็นอย่างย่ิงว่าคู่มือฉบับนี้ จะช่วยสร้างความเข้าใจและเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่และ หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสทิ ธิผลตอ่ ไป นายบุญธรรม เลศิ สุขเี กษม อธบิ ดกี รมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สารบญั กก- -112 คำนำ ก-1 สารบัญ ก-5 สารบญั ตาราง ก-6 สารบัญภาพ 3 สว่ นท่ี 1 แนวทางปฏบิ ัติในการให้ความชว่ ยเหลือผปู้ ระสบภัยพบิ ัติกรณีฉกุ เฉนิ ตามระเบยี บ กระทรวงการคลงั ฯ 16 แนวทางปฏิบตั ิในการให้ความช่วยเหลอื ผู้ประสบภัยพบิ ัติกรณฉี กุ เฉนิ ตามระเบยี บ 19 กระทรวงการคลงั ฯ สรุปการใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยบั ยั้งภยั พบิ ตั ิกรณีฉุกเฉิน 21 26 (วงเงิน ๑๐ ล้านบาท) ในพื้นท่ีจงั หวดั สรปุ การใชจ้ า่ ยเงนิ ทดรองราชการในการใหค้ วามช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 29 30 (วงเงิน ๒๐ ล้านบาท) ในพ้ืนที่จังหวัด 35 สรุปอตั ราจ่ายเงนิ ชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัย ตามหลกั เกณฑฯ์ 35 สรุปหลกั เกณฑว์ ิธปี ฏบิ ัตปิ ลีกย่อยเกย่ี วกบั การให้ความช่วยเหลอื ด้านการเกษตร 37 ผปู้ ระสบภยั พบิ ัติกรณีฉกุ เฉิน พ.ศ. ๒564 41 แผนผงั การใช้จา่ ยเงินทดรองราชการเพ่ือชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพิบัตกิ รณีฉกุ เฉิน 42 แผนผังการประกาศเขตการใหค้ วามช่วยเหลือผู้ประสบภัยพบิ ตั ิกรณีฉกุ เฉนิ 42 แผนผงั ขัน้ ตอนการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพบิ ตั กิ รณฉี กุ เฉนิ ในพน้ื ท่จี งั หวดั 43 43 - เชงิ ป้องกนั หรอื ยบั ยั้งภัยพิบัตกิ รณฉี ุกเฉนิ (วงเงนิ ๑๐ ลา้ นบาท) - เชิงบรรเทาความเดือดรอ้ น (วงเงนิ ๒๐ ล้านบาท) 43 43 ส่วนที่ 2 ระเบยี บกระทรวงการคลัง ว่าดว้ ยเงินทดรองราชการเพ่อื ช่วยเหลือผู้ประสบภยั พิบตั ิ 44 กรณฉี ุกเฉนิ พ.ศ. 2562 44 นิยาม 44 หมวด 1 เงินทดรองราชการ 45 45 - ส่วนราชการทม่ี วี งเงนิ ทดรองราชการ 45 - การจัดสรรเงนิ ทดรองราชการ 46 - การอนุมตั ิให้ส่วนราชการอน่ื มวี งเงินทดรองราชการและการขอขยาย 46 วงเงินทดรองราชการ - ผู้มีอำนาจอนมุ ตั จิ ่ายเงนิ ทดรองราชการ - ยุตกิ ารอนมุ ตั ิจา่ ยเงนิ ทดรองราชการ หมวด 2 คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผูป้ ระสบภัยพิบัติ - คณะกรรมการให้ความช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พิบัติอำเภอ/กง่ิ อำเภอ - คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัตจิ งั หวดั - การประชุมคณะกรรมการ หมวด 3 การให้ความชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ - วตั ถปุ ระสงค์การใหค้ วามช่วยเหลอื ผู้ประสบภยั พบิ ตั ิ - การใช้จ่ายเงนิ ทดรองราชการในเชงิ ป้องกันหรือยับย้งั ภยั พบิ ัติกรณฉี ุกเฉนิ - การใชจ้ ่ายเงินทดรองราชการ กรณภี ัยทเี่ กดิ จากโรคหรือการระบาดของสัตว์ หรือพชื ทุกชนิด
ก - 2 ก - 21 - การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลอื ผ้ปู ระสบภยั พบิ ัติกรณีฉกุ เฉิน 46 - การให้ความชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพน้ื ที่กรงุ เทพมหานคร 47 - การให้ความชว่ ยเหลือผปู้ ระสบภัยพิบัติในจังหวดั อืน่ 47 - การให้ความช่วยเหลือผูป้ ระสบภยั พิบัติของกระทรวงกลาโหม ก - 2 48 - การขอรับการสนับสนนุ การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภยั พบิ ตั ิ 48 หมวด 4 การจ่ายและการชดใชเ้ งนิ ทดรองราชการ 49 - การจา่ ยเงนิ ทดรองราชการ 49 - การขอรับโอนเงินงบประมาณรายจ่ายเพือ่ ชดใช้เงินทดรองราชการ 49 หมวด 5 การจดั หาและการควบคุมพัสดุ 50 - การจัดหาพัสดุ การตรวจรับ การบรหิ ารพสั ดุ 50 หมวด 6 การตรวจสอบตดิ ตามการใชจ้ ่ายเงนิ ทดรองราชการ 51 - คณะกรรมการตรวจสอบตดิ ตามการใชจ้ ่ายเงนิ ทดรองราชการกระทรวงการคลงั 51 บทเฉพาะกาล 52 หลักเกณฑ์การใชจ้ ่ายเงินทดรองราชการเพ่ือชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 53 พ.ศ. 2563 - ดา้ นการดำรงชีพ 53 - ดา้ นสงั คมสงเคราะห์ 55 - ดา้ นการแพทย์และการสาธารณสุข 55 - ดา้ นการเกษตร (ดา้ นพชื ดา้ นประมง ดา้ นปศุสัตว์ และด้านการเกษตรอนื่ ) 55 - ด้านบรรเทาสาธารณภยั 57 - ด้านการปฏบิ ตั ิงานให้ความชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั 57 หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเก่ียวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัย 60 พิบตั กิ รณีฉุกเฉนิ พ.ศ. 2564 64 66 ประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับย้ังภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ลงวันท่ี 70 11 กุมภาพนั ธ์ 2563 ประกาศกรมป้ องกันและบรรเทาสาธารณภั ย เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ลงวันท่ี 11 กมุ ภาพันธ์ 2563 ประกาศกระทรวงกลาโหม เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือ ผปู้ ระสบภัยพิบตั ิกรณีฉุกเฉนิ ลงวันท่ี 22 ตุลาคม 2556 ส่วนที่ 3 ตัวอย่างแบบฟอรม์ ต่างๆ การใชจ้ า่ ยวงเงินทดรองราชการเชิงปอ้ งกันหรือยับย้งั ภยั พบิ ตั ิกรณีฉุกเฉนิ 75 - บัญชีสรปุ การให้ความชว่ ยเหลือผูป้ ระสบภยั พบิ ตั ิ เชงิ ป้องกันหรอื ยบั ยั้งภัยพบิ ัติ 76 กรณีฉุกเฉิน (ปย.2) - รายละเอยี ดการให้ความช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพบิ ัติ เชิงป้องกนั หรอื ยับยง้ั ภยั พิบัติ กรณฉี ุกเฉิน (ปย.1)
กก- -13 สว่ นที่ 4 การใช้จ่ายวงเงินทดรองราชการเชิงบรรเทาความเดือดร้อน (สำหรบั ทกุ ด้าน) 77 - บัญชสี รุปการให้ความช่วยเหลอื ผู้ประสบภยั พบิ ตั ิกรณีฉุกเฉนิ 85 - รายละเอยี ดการให้ความช่วยเหลอื ผ้ปู ระสบภัยพบิ ตั ิกรณฉี ุกเฉิน 96 การให้ความช่วยเหลอื ด้านการดำรงชีพ 97 102 การให้ความช่วยเหลอื ดา้ นการปฏบิ ัตงิ านใหค้ วามช่วยเหลอื ผู้ประสบภยั 107 112 การให้ความช่วยเหลอื ด้านเกษตร 117 121 - ด้านพืช 125 - ดา้ นประมง 125 125 - ด้านปศสุ ัตว์ 126 126 - ด้านเกลอื ทะเล 126 127 หนังสือขออนมุ ัตงิ บประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงนิ ทดรองราชการ 127 127 ตัวอยา่ ง การบนั ทึกรายงานการประชมุ 127 127 สรุปประเด็นข้อหารอื 128 นิยาม 128 128 - แนวทางการพิจารณา “ภัยพิบัต”ิ ตามระเบียบกระทรวงการคลงั ฯ - นิยามและความหมายของภยั แล้ง ฝนแล้ง และฝนท้งิ ช่วง 129 - ประชาชนปลูกบ้านเรือนบริเวณทสี่ าธารณประโยชน์ ประสบภัยพิบตั ใิ ห้ความชว่ ยเหลือได้ 129 - กรณนี ำ้ ทะเลหนนุ ไม่ใชภ่ ัยพิบตั กิ รณฉี ุกเฉิน - ข้าวท่ตี ากไวใ้ นนางอกเน่าเสียหาย ไมเ่ ขา้ ขา่ ยเปน็ ภยั พิบัตกิ รณีฉุกเฉนิ 129 - ศตั รพู ืช (หนนู า) ระบาดไม่ใช่ภยั พบิ ัติกรณีฉุกเฉนิ 130 - ศัตรูพชื ระบาด (หอยเชอร)่ี ไม่ใชภ่ ยั พบิ ัตกิ รณฉี ุกเฉนิ 130 - ผู้ประสบภัยพิบตั ิ แม้ไมใ่ ช่ผูถ้ ือสญั ชาตไิ ทยก็ช่วยเหลือได้ 130 - กรณอี ัคคภี ยั ไฟปา่ ในพืน้ ท่เี ขตอุทยานแห่งชาติ ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือฯ ได้ - กรณกี ารอพยพหนีภยั สงครามและการก่อความไมส่ งบจากภยั พบิ ัติทเี่ กิดขน้ึ จากนอกประเทศ 130 - นติ ิบคุ คล ไม่ใชผ่ ปู้ ระสบภัยพิบัติ ไมส่ ามารถให้ความชว่ ยเหลือได้ 131 - การช่วยเหลอื เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแครงในบอ่ ดิน ไม่เข้าข่ายเปน็ ภยั พบิ ตั กิ รณีฉกุ เฉิน 131 - การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผเู้ สียชีวิต จากวาตภยั เน่อื งจากเรือประมงล่ม การประกาศเขตการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผ้ปู ระสบภยั พบิ ัติกรณีฉกุ เฉนิ - การประกาศเขตการให้ความชว่ ยเหลือฯ - ประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้า งดส่งนำ้ เขา้ พน้ื ทีเ่ กษตร พชื ผลการเกษตรเสียหาย การให้ความช่วยเหลอื ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉกุ เฉนิ - กรณีภยั แลง้ ลักษณะดินในพืน้ ทเี่ พาะปลูกไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว ให้ชว่ ยเหลอื ได้ - ประกาศงดส่งน้ำให้ทราบลว่ งหนา้ ในชว่ งฤดแู ล้ง ไมเ่ ขา้ หลกั เกณฑ์ทีจ่ ะช่วยเหลือได้ - การชุมนุมประทว้ ง ไมส่ ามารถใชจ้ ่ายเงนิ ทดรองราชการได้ - เกษตรกรเผาหญ้าหรือป่า เกิดไฟลุกลามพืชผลการเกษตรของตนเองและผู้อ่ืนเสียหาย ใหช้ ว่ ยเหลอื ได้ - การขดุ ลอกขยายสระนำ้ เกนิ กว่าสภาพเดมิ ไมส่ ามารถใชจ้ า่ ยเงินทดรองราชการได้ การนับระยะเวลาการให้ความชว่ ยเหลือ อำนาจหน้าท่ีในใชจ้ ่ายเงนิ ทดรองราชการเชงิ ป้องกันฯ และการเบกิ จา่ ยเงินให้แกห่ นว่ ยงานฯ
ก - 4 กก--14 หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงนิ ทดรองราชการเพอื่ ชว่ ยเหลือผปู้ ระสบภัยพิบตั กิ รณฉี ุกเฉนิ 131 - ความหมายของ “ท่อี ยอู่ าศยั ประจำ” และ “ค่าเครื่องมือประกอบอาชพี ” 131 - กรณเี กิดอัคคีภัย ผู้ประสบภยั เปน็ ผู้เช่าตึกแบบเช่าเซง้ ไม่สามารถช่วยเหลอื ได้ 132 - อาสาสมัครรกั ษาดินแดนเบกิ เงนิ ตอบแทนการปฏิบตั งิ านนอกเวลาราชการไม่ได้ 132 - ผู้ประสบภัยมีอาชีพหลักเป็นเกษตรกร เครื่องมือประกอบอาชีพได้รับความเสียหาย 132 ชว่ ยเหลือได้ 133 ภาคผนวก 133 หนงั สือราชการ 133 ตอบขอ้ หารือ 133 แบบฟอร์ม ขา่ วประชาสัมพนั ธ์ แหลง่ ข้อมลู Website : กองชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภัย (http://assist.disaster.go.th)
กก- 1- 5 สารบญั ตาราง ตารางท่ี 1 คำอธิบายการวิเคราะห์และประเมนิ สถานการณ์ในการป้องกันหรือยบั ย้งั ภยั พบิ ตั กิ รณีฉกุ เฉนิ 17 18 ตารางที่ 2 การวเิ คราะห์และประเมินสถานการณ์การใช้จา่ ยเงนิ ทดรองราชการในเชิงปอ้ งกนั หรือยับยงั้ ภยั พิบตั ิกรณีฉุกเฉนิ (ตัวอยา่ ง) 21 ตารางที่ 3 สรุปอัตราจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการ 26 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 ตารางที่ 4 สรุปหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบ ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564
ก-6 ก-6 ก - 61 สารบัญภาพ ภาพที่ 1 แผนผงั Infographic แนวทางการใชจ้ า่ ยเงินทดรองราชการ 28 29 ภาพท่ี 2 แผนผงั การใชจ้ า่ ยเงินทดรองราชการตามระเบยี บกระทรวงการคลงั ฯ 30 31 ภาพที่ 3 แผนผงั การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลอื ผู้ประสบภยั พบิ ัตกิ รณีฉุกเฉิน 32 ภาพท่ี 4 แผนผังการประกาศเขตการใหค้ วามชว่ ยเหลือผปู้ ระสบภัยพบิ ัติกรณฉี ุกเฉิน กรณีโรคระบาดในมนุษย์ 33 ภาพที่ 5 แผนผงั การประกาศเขตการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพบิ ัตกิ รณฉี กุ เฉิน 34 กรณีโรคระบาดสตั ว์ 35 ภาพที่ 6 แผนผังการประกาศเขตการใหค้ วามชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยพิบตั กิ รณฉี กุ เฉนิ 36 กรณีโรคระบาดในพืช 37 ภาพที่ 6 แผนผงั การประกาศสิน้ สุดสาธารณภัย/ภยั พบิ ตั กิ รณีฉุกเฉนิ 38 ภาพที่ 7 แผนผงั ข้ันตอนการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพบิ ัติกรณฉี ุกเฉินในพ้นื ที่จงั หวัด กรณีเงนิ ทดรองราชการเชงิ ป้องกนั หรือยบั ย้งั ภยั พิบัตกิ รณีฉุกเฉิน (วงเงิน 10 ล้านบาท) ภาพท่ี 8 แผนผงั ข้นั ตอนและวิธีการจา่ ยเงินทดรองราชการในเชิงป้องกนั หรือยบั ยง้ั ภัยพิบตั กิ รณฉี ุกเฉิน ภาพท่ี 9 แผนผังขน้ั ตอนการให้ความชว่ ยเหลอื ผ้ปู ระสบภยั พิบตั กิ รณฉี ุกเฉนิ ในพื้นที่จงั หวดั กรณีเงินทดรองราชการเชิงบรรเทาความเดือดร้อน (วงเงิน 20 ล้านบาท) ภาพที่ 10 แผนผังข้นั ตอนและวธิ ีการจา่ ยเงนิ ทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลอื ผู้ประสบภัยพบิ ัติกรณีฉุกเฉิน
ส่วนที่ 1 แนวทางปฏิบตั ิในการให้ความชว่ ยเหลือ ผ้ปู ระสบภยั พบิ ัตกิ รณีฉุกเฉิน ตามระเบยี บกระทรวงการคลังฯ
3 แนวทางปฏิบตั ิในการใหค้ วามช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พิบตั ิกรณีฉกุ เฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลงั ว่าดว้ ยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผปู้ ระสบภยั พิบตั ิกรณีฉกุ เฉิน พ.ศ. 2562 สาระสาคญั ของระเบยี บ อาศัยอานาจตามความในมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้กาหนดระเบียบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลใช้บังคับต้ังแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นมา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และให้มีความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ ส่วนราชการสามารถเบิกเงินจากคลังเป็นเงินทดรองราชการเพื่อทดรองจ่ายในกรณีที่เกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน และ มีความจาเป็นเร่งด่วนท่ีต้องให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณ ซ่ึงการเบิกจ่ายเงินให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ อัตราการช่วยเหลือท่ีกระทรวงการคลังกาหนด และเมื่อส่วนราชการได้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผูป้ ระสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปแล้ว ต้องดาเนินการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายเพ่ือชดใช้เงินทดรอง ราชการตามทรี่ ะเบยี บกาหนด นยิ าม “ภยั พิบตั ”ิ หมายความว่า สาธารณภัย อันได้แก่ อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง ภาวะฝนแล้ง ฝนทิง้ ชว่ ง ภยั จากลกู เห็บ ภัยอันเกิดจากไฟป่า ภัยท่ีเกิดจากโรคหรือการระบาดของแมลง หรือศัตรูพืชทุกชนิด ภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่หรือระบาดในมนุษย์ อากาศหนาวจัดผิดปกติ ภัยสงคราม และภัยอันเน่ืองมาจาก การกระทาของผกู้ ่อการรา้ ย กองกาลังจากนอกประเทศ ตลอดจนภัยอื่น ๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติหรือมีบุคคล หรือสัตว์ทาให้เกิดขึ้น ซ่ึงก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือทาให้เกิดความเสียหาย แกท่ รัพย์สินของประชาชน “ฉุกเฉิน” หมายความว่า เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วนหรือเป็นที่คาดหมายว่าจะเกิดข้ึนในเวลา อนั ใกล้และจาเปน็ ตอ้ งรบี แกไ้ ขโดยฉบั พลนั “ผู้ประสบภัยพิบัติ” หมายความว่า ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน แต่ไมร่ วมถึงสว่ นราชการหรือหนว่ ยงานของรฐั “การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร” ให้หมายความรวมถึง การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบ ภยั พิบัติดา้ นการปศสุ ัตวแ์ ละด้านการประมงด้วย “การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์และฟ้ืนฟูผู้ประสบภัย” หมายความว่า การให้ ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระยะส้ัน เพ่ือให้ผู้ประสบภัยพิบัตินั้นสามารถช่วยตนเองได้ เช่น การใหค้ วามชว่ ยเหลอื เด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนพิการซ่ึงหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต พิการหรือบาดเจ็บจากภัยพิบัติ การขนย้ายครอบครัว และการส่งเสริมอาชีพระยะสั้นแก่ครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ ตลอดจน การให้คาปรึกษาแนะนาและการส่งต่อให้แก่หน่วยงานผู้มีหน้าท่ีรับผิดชอบ อันเป็นการจาเป็นเพื่อให้ การดารงชวี ิตเข้าสู่สภาวะปกตโิ ดยเรว็ “การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการสาธารณสุข” หมายความว่า การให้ความ ชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพบิ ัตดิ า้ นกายและจติ ซงึ่ ประกอบดว้ ยการรักษาพยาบาล การสง่ เสรมิ สุขภาพ การป้องกัน และควบคุมโรค การฟนื้ ฟูสมรรถภาพและการสาธารณสุขที่จาเปน็ เพอื่ ใหก้ ารดารงชวี ิตเขา้ สสู่ ภาวะปกตโิ ดยเรว็
4 แนวทางการพจิ ารณา “ภัยพบิ ัติ” ของกระทรวงการคลงั มีดังน้ี ๑. ภยั ที่เกดิ ขนึ้ ตอ้ งมลี กั ษณะเป็นภัยพบิ ัติ คอื (1) มีการกระทาหรือเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีบุคคล หรือสัตว์ ทาให้เกิดขึ้น ซึ่งทาให้ เกดิ อันตรายหรอื ความเสียหายแกช่ วี ิต รา่ งกาย หรอื ทรัพย์สินของคนในสงั คมหรอื ชมุ ชน (2) ต้องเป็นสาธารณภัย กล่าวคือ ภัยท่ีเกิดแก่คนหมู่มาก มิใช่เกิดแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยชุมชน ที่ประสบภยั พิบตั ไิ ม่สามารถปอ้ งกันหรือจัดการแกไ้ ขกับภัยพิบัติที่เกดิ ข้ึนได้ดว้ ยตนเอง ๒. เปน็ ภัยทเ่ี กิดข้นึ โดยปจั จุบนั ทันดว่ น ๓. จาเปน็ ตอ้ งแกไ้ ขโดยฉบั พลัน ๔. อยู่ในระหวา่ งทีย่ ังไมไ่ ดร้ บั เงนิ งบประมาณรายจ่าย กรณีท่ีจะถือว่า เป็นภัยพิบัติตามนัยระเบียบฯ น้ัน ได้กาหนดไว้อย่างกว้างขวาง เพ่ือให้ครอบคลุม สถานการณ์หรือเหตุต่าง ๆ ท่ีอาจเกิดข้ึนนอกเหนือจากเหตุการณ์ตามท่ีระบุไว้ และหากกรณีเป็นไปตาม องค์ประกอบดังกล่าวครบถ้วน ส่วนราชการย่อมสามารถพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบฯ ได้ ตามความจาเป็นและเหมาะสม แต่หากความเดือดร้อนเสียหายดังกล่าวมิได้เป็นภัยพิบัติอันเป็นสาธารณภัย ตลอดจนมิได้มีองค์ประกอบอ่ืน ๆ ครบถ้วนแล้ว ย่อมไม่เข้าข่ายที่จะเบิกจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบฯ ได้ หากส่วนราชการมีนโยบายหรือจาเป็นต้องให้ความช่วยเหลือ ก็อาจพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามกฎหมาย หรอื ระเบียบอื่นที่วา่ ด้วยการน้นั ตามแตก่ รณี นอกจากนี้ ในการพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภัยที่เกิดข้ึนบางกรณีว่าเข้าข่ายเป็น “ภัยพิบัติ” ท่ีจะสามารถให้ความช่วยเหลือตามระเบียบฯ ได้หรือไม่ น้ัน ต้องนาข้อมูลทางวิชาการของหน่วยงาน ท่ีเกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาว่า เข้าองค์ประกอบตามคานิยามโดยครบถ้วนหรือไม่ หากปรากฏ ข้อเท็จจริงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสาธารณภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน และ เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จาเป็นต้องรีบแก้ไขเพ่ือบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแก่ประชาชนก็สามารถ พจิ ารณาใหค้ วามชว่ ยเหลือตามระเบยี บฯ ไดต้ ามความจาเปน็ และเหมาะสม ขอบเขตการใช้จ่ายเงินทดรองราชการ ระเบียบฯ ได้กาหนดให้ส่วนราชการมีวงเงินทดรองราชการ ใน 2 กรณี ดงั น้ี ๑. กรณีคาดหมายว่าจะเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินข้ึนในเวลาอันใกล้ ให้ใช้เพื่อการป้องกันหรือยับย้ัง ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซ่ึงจาเป็นต้องรีบดาเนินการโดยฉับพลัน โดยไม่ต้องประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพบิ ตั ิกรณฉี ุกเฉนิ (ระเบียบฯ ขอ้ ๑๘) ๒. กรณีเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินขึ้น และได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบ ภัยพบิ ตั กิ รณีฉุกเฉินแล้ว ใหใ้ ชเ้ พื่อช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินหรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือ ผูป้ ระสบภัยพิบัติ โดยเร่งด่วนตามความจาเป็นและเหมาะสม โดยมุ่งหมายท่ีจะบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ของผูป้ ระสบภัยพบิ ตั ิ แต่มิไดม้ ุ่งหมายทีจ่ ะชดใช้ความเสยี หายให้แกผ่ ใู้ ด (ระเบียบฯ ข้อ ๑๖) วัตถุประสงคข์ องระเบยี บ ๑. เพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระหว่างท่ียังไม่ได้รับ เงินงบประมาณรายจา่ ย (ระเบยี บฯ ขอ้ 8) ๒. เพื่อวางหลักเกณฑ์สาหรับส่วนราชการในการดาเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วนตามความจาเป็น และเหมาะสม เมื่อเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินข้ึน ในท้องที่หนึ่งท้องที่ใด โดยมุ่งหมายท่ีจะบรรเทาความเดือดร้อน เฉพาะหนา้ ของผูป้ ระสบภัยพบิ ตั ิ แต่มไิ ดม้ งุ่ หมายที่จะชดใช้ความเสยี หายใหแ้ ก่ผู้ใด (ระเบียบฯ ขอ้ 16)
5 ๓. การใช้จ่ายเงนิ ทดรองราชการเพือ่ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินต้องเป็นค่าใช้จ่ายท่ีจาเป็น ในการดารงชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนหรือเป็นการซ่อมแซมให้คืนสู่สภาพเดิม อันเป็นการบรรเทา ความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยไม่สามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างหรือสาธารณูปโภค ทีถ่ าวรหรือก่อสรา้ งใหมไ่ ด้ (ระเบยี บฯ ขอ้ ๑๗) ๑. เงนิ ทดรองราชการ ๑.๑ ส่วนราชการที่มวี งเงนิ ทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในการให้ ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และผู้มีอานาจอนุมัติจ่ายเงินทดรอง ราชการ (ระเบียบฯ ข้อ ๘ และข้อ ๙) สว่ นราชการ วงเงิน (บาท) ผูม้ อี านาจอนุมตั ิจา่ ย สานกั เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี สานักนายกรฐั มนตรี 100,000,000 นายกรัฐมนตรี สานกั งานปลดั กระทรวง กระทรวงกลาโหม 50,000,000 สานักงานปลดั กระทรวง กระทรวงการพฒั นาสังคม 10,000,000 ปลัดกระทรวงกลาโหม และความมนั่ คงของมนุษย์ ปลดั กระทรวงการพฒั นาสังคม สานักงานปลดั กระทรวง กระทรวงเกษตรและ 50,000,000 และความม่ันคงของมนษุ ย์ สหกรณ์ ปลดั กระทรวงเกษตรและ สานักงานปลดั กระทรวง กระทรวงมหาดไทย 50,000,000 สหกรณ์ สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสขุ 10,000,000 ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั 50,000,000 ปลดั กระทรวงสาธารณสุข อธบิ ดีกรมปอ้ งกนั และบรรเทา สานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั 20,000,000 สาธารณภัย แห่งละ ผู้ว่าราชการจงั หวดั อำเภอ : เฉพำะกรณที ผี่ วู้ ่ำรำชกำรจังหวดั ไมเ่ กนิ นำยอำเภอ จดั สรรวงเงินทดรองรำชกำรใหต้ ำมควำมจำเป็น 500,000 ๑.๒ การจัดสรรวงเงนิ ทดรองราชการ (๑) ปลัดกระทรวงกลาโหม มีอานาจจัดสรรเงินทดรองราชการของสานักงานปลัดกระทรวง กลาโหม แกห่ น่วยงานในสงั กัดกระทรวงกลาโหมตามความจาเปน็ และเหมาะสม (๒) ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอานาจจัดสรรเงินทดรองราชการของจังหวัด แก่อาเภอหรือกิ่งอาเภอ ตามความจาเป็นและเหมาะสม ซึ่งแต่ละแห่งต้องมีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท กรณีที่มีความจาเป็นจะจัดสรร เพ่มิ เตมิ ใหอ้ ีกก็ได้ และใหแ้ จง้ กระทรวงการคลงั ทราบ ๑.๓ การมอบหมายการอนมุ ตั ิจา่ ยเงนิ ทดรองราชการ ผู้มีอานาจอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการตามข้อ ๑.๑ อาจมอบหมายให้บุคคลอื่นซึ่งเป็น ข้าราชการในสังกัดอนมุ ัตจิ ่ายเงนิ ทดรองราชการแทนตนก็ได้ ๑.๔ การอนมุ ัตใิ ห้สว่ นราชการอืน่ มีวงเงนิ ทดรองราชการและการขอขยายวงเงนิ ทดรองราชการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอานาจอนุมัติให้ส่วนราชการอ่ืน มีวงเงินทดรองราชการ เพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้ตามความเหมาะสมจาเป็น และกรณีวงเงินทดรองราชการ ไม่เพียงพอ ให้ส่วนราชการดังกล่าวหรือส่วนราชการท่ีมีวงเงินทดรองราชการตามระเบียบฯ สามารถขอขยาย วงเงินทดรองราชการเพ่ิมเติมโดยตรงต่อกระทรวงการคลังได้ (ระเบียบฯ ข้อ ๘ วรรคท้าย) กรณีจังหวัดจะขอ
6 ขยายวงเงินทดรองราชการให้สง่ เรอื่ งผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพ่ือกล่ันกรองและตรวจสอบก่อน เสนอกระทรวงการคลังทุกครง้ั โดยให้มขี ้อมลู เพือ่ ประกอบการพิจารณา ดงั นี้ (๑) รายการค่าใชจ้ า่ ยที่ได้ใชจ้ ่ายจากวงเงนิ ทดรองราชการตามระเบียบฯ (๒) จานวนเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ท่ีเหลืออยู่ก่อน การขออนุมัตขิ ยายวงเงนิ ทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผปู้ ระสบภยั พบิ ตั ิ (๓) เหตุผลความจาเป็นเร่งด่วนท่ีจะขออนุมัติให้ขยายวงเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือ ผปู้ ระสบภัยพิบัติ (๔) รายการค่าใช้จ่ายของวงเงินท่ีขออนุมัติให้ขยาย และการประมาณการราคาของรายการ ดังกลา่ ว (๕) มีการรวบรวมใบสาคัญและเอกสารที่เก่ียวข้องกับการใช้จ่ายเงินส่งให้กรมบัญชีกลาง ภายในเวลาท่ีกาหนด หรอื ไม่ อย่างไร พร้อมทั้งกรอกข้อมูลตามแบบรายงานการใช้จ่ายเงินทดรองราชการฯ ท่ีกาหนด (หนังสือ กรมบญั ชกี ลาง ท่ี กค ๐๔๐๖.๓/๑๕๕๓๒ ลงวันท่ี ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖) ๑.๕ การยุตกิ ารอนมุ ัตจิ ่ายเงินทดรองราชการ (ระเบียบฯ ข้อ ๑๐) ให้ส่วนราชการที่มีวงเงินทดรองราชการยุติการอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือ ผปู้ ระสบภัยพิบตั กิ รณฉี กุ เฉิน ในกรณใี ดกรณีหน่งึ ทเ่ี กิดขึ้นกอ่ น ดงั นี้ (๑) เมอ่ื ส่วนราชการได้รบั การจดั สรรงบประมาณรายจา่ ยเพ่ือชว่ ยเหลือผู้ประสบภยั แลว้ (๒) เม่ือส้ินสุดระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือตามประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ผปู้ ระสบภัยพิบตั ิกรณีฉกุ เฉนิ (๓) มีการประกาศยุติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย (กรณีเกิดภัยพบิ ัตใิ นกรงุ เทพมหานคร) หรือผ้วู า่ ราชการจังหวดั (กรณเี กิดภัยพบิ ัติในจังหวัด) ๒. การใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรอื ยับย้ังภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เม่ือเป็นท่ีคาดหมายว่าจะเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินข้ึนในเวลาอันใกล้ และจาเป็นต้องรีบดาเนินการ โดยฉับพลัน ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือสานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับย้ังภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้ ภายในวงเงินไม่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเงินทดรองราชการประเภทนี้ไม่สามารถจัดสรรให้แก่หน่วยงานอื่นได้ แต่สามารถ มอบหมายใหห้ น่วยงาน/อาเภอ เป็นผดู้ าเนินการแลว้ ขอเบกิ จา่ ยจากเงนิ ทดรองราชการน้ีได้ ๒.๑ วัตถุประสงค์ (๑) เป็นการใช้จ่ายเงินเมื่อคาดหมายว่าจะเกิดภัยพิบัติข้ึนในเวลาอันใกล้ และจาเป็นต้องรีบ ปอ้ งกันหรอื ยับย้งั โดยฉบั พลนั (ระเบียบฯ ข้อ 18) (๒) เพ่ือให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติโดยเร่งด่วนตามความจาเป็นและ เหมาะสมโดยมุ่งหมายท่ีจะบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน หรือเป็นการซ่อมแซมให้คืนสู่ สภาพเดมิ โดยไม่สามารถใช้จา่ ยเงนิ ทดรองราชการเพือ่ สร้างสง่ิ กอ่ สร้าง หรือสาธารณูปโภคท่ีถาวรหรือก่อสร้าง ใหม่ได้ (ระเบยี บฯ ข้อ ๑๗) ๒.๒ ความหมาย “ในเชิงป้องกันหรือยับยั้ง” การดาเนินการใดที่จาเป็นต้องกระทาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อสถานการณ์ภัยพิบัติที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ และจาเป็นต้องรีบดาเนินการป้องกันและยับยั้ง ภัยพิบัติดังกล่าวโดยฉับพลัน เพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติท่ีจะเกิดข้ึน ซ่ึงหากไม่ดาเนินการป้องกันหรือยับยั้ง ภัยพิบตั ดิ ังกล่าวอาจสง่ ผลกอ่ ใหเ้ กิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรอื ความเสียหายแก่ทรพั ยส์ นิ ของ
7 ประชาชนหรือของรัฐ (ประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข การใชจ้ ่ายเงนิ ทดรองราชการในเชงิ ป้องกันหรือยบั ย้ังภยั พิบัติกรณฉี ุกเฉิน ลงวันที่ 11 กมุ ภาพันธ์ 2563 ข้อ 2) ๒.๓ อานาจหน้าท่ีการใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และผู้มีอานาจอนุมัตจิ ่ายเงนิ (๑) ในกรุงเทพมหานคร ให้เป็นอานาจหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยอธบิ ดกี รมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย เปน็ ผู้มีอานาจอนุมตั ิจา่ ยเงิน (๒) ในจังหวัดอื่น ให้เป็นอานาจหน้าที่ของสานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โดยผู้วา่ ราชการจังหวดั เป็นผูม้ อี านาจอนมุ ัตจิ ่ายเงนิ ๒.๔ ไม่ต้องประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน แต่เมื่อดาเนินการ ปอ้ งกนั หรอื ยับย้ังภยั พบิ ตั กิ รณีฉกุ เฉนิ แล้ว หากไมส่ ามารถป้องกันหรือยับย้ังภัยพิบัติได้ ก็ให้ประกาศเขตการให้ ความชว่ ยเหลือผ้ปู ระสบภยั พบิ ตั ิกรณีฉุกเฉนิ ตอ่ ไป ๒.๕ การใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติน้ี ไม่รวมถึงการป้องกันหรือ ยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่เกิดจากโรคหรือการระบาดของสัตว์หรือพืชทุกชนิด ซ่ึงหากเกิดกรณีดังกล่าว ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้จ่ายจากเงินงบประมาณของหน่วยงานก่อน เม่ือไม่สามารถป้องกันได้ และเกิดโรคหรือการแพร่ระบาดแล้ว และงบประมาณไม่เพียงพอ ให้สามารถใช้จ่ายจากเงินทดรองราชการ ของสานกั งานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ (ระเบยี บฯ ข้อ ๑๙) ๒.๖ วิธีปฏิบัติในการใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับย้ังภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินทดรอง ราชการในเชงิ ป้องกันหรือยบั ยงั้ ภยั พบิ ตั กิ รณฉี ุกเฉิน ลงวนั ท่ี 11 กุมภาพันธ์ 2563 (1) ให้ผูว้ ่าราชการจงั หวัดแต่งตั้งเจ้าหน้าท่ีของส่วนราชการท่ีเก่ียวข้องกับการดาเนินการป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติ อย่างน้อย ๕ คน เป็นคณะกรรมการเพ่ือทาหน้าที่ประเมินสถานการณ์ ระดับความรุนแรง ของภัยพิบัติ วิเคราะห์สถานการณ์ความเป็นไปได้ พฤติการณ์ ปัจจัยบ่งชี้ต่าง ๆ ว่ามีความจาเป็นต้องป้องกัน หรือยบั ยัง้ รวมทงั้ การเสนอมาตรการและแนวทางในการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัด (ประกาศฯ ข้อ 4) (2) รายการค่าใช้จ่ายท่ีสามารถเบิกจ่ายได้ ได้แก่ ค่าแรงงาน ค่าจ้างเหมา ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าซ่อมแซมเคร่ืองมือ เคร่ืองจักรกล ยานพาหนะ ค่าจัดหาพลังงานและน้ามันเชื้อเพลิง ค่าจัดหาพลังงานไฟฟ้า ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเจ้าหน้าท่ี ค่าอาหารจัดเลี้ยงเจ้าหน้าที่และผู้มาให้ความช่วยเหลือ หากมเี หตุจาเป็นที่จะต้องจา่ ยนอกเหนือจากรายการดังกล่าว ให้คณะกรรมการ ตามข้อ ๒.๖ (๑) เป็นผู้พิจารณา กาหนดและเสนอผวู้ ่าราชการจงั หวัดเพ่ืออนุมตั ิจา่ ย (ประกาศฯ ขอ้ 5) (3) การจดั หาพสั ดุและการควบคมุ พัสดุให้ถอื ปฏิบัติตามกฎหมายว่าดว้ ยการจัดซ้ือจัดจ้างและ บริหารพสั ดภุ าครฐั (ระเบยี บฯ ขอ้ 34) (๔) เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้อนุมัติให้ใช้จ่ายเงินแล้ว ให้รายงานให้กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภยั ทราบภายใน ๒๔ ชว่ั โมงนับแต่อนมุ ตั ิ (ประกาศฯ ข้อ 6) ๓. การใชจ้ ่ายเงินทดรองราชการในการให้ความชว่ ยเหลอื หรอื สนบั สนุนการให้ความช่วยเหลอื ผูป้ ระสบภยั พบิ ัติ ๓.๑ การประกาศเขตการให้ความชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบภัยพบิ ัติกรณฉี ุกเฉนิ เม่ือมีภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเกิดข้ึน ให้ผู้มีอานาจต่อไปนี้ดาเนินการประกาศเขตการให้ ความช่วยเหลือผปู้ ระสบภยั พิบตั กิ รณฉี กุ เฉนิ (๑) ในกรุงเทพมหานคร เป็นอานาจของอธิบดีกรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย (๒) ในจังหวัดอื่น เป็นอานาจของผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือ ผปู้ ระสบภัยพบิ ัตจิ งั หวดั (ก.ช.ภ.จ.)
8 กรณีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในจังหวัด หากไม่สามารถประชุม ก.ช.ภ.จ. ได้ทันท่วงที และผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าความเสียหายเป็นภัยพิบัติตามระเบียบฯ ก็ให้มีอานาจ ประกาศเขตการให้ความชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปก่อนได้ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจาก ก.ช.ภ.จ. (ระเบียบฯ ขอ้ ๒๐) ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ต้องมีรายการครบถ้วน ตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประกาศเขต การให้ความช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพบิ ตั กิ รณีฉุกเฉนิ ลงวนั ท่ี 11 กุมภาพันธ์ 2563 เม่อื ไดป้ ระกาศเขตการให้ความชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว ให้ส่วนราชการหรือ ห น่ ว ย ง า น ที่ เ ก่ี ย ว ข้ อ ง ด า เ นิ น ก า ร ช่ ว ย เ ห ลื อ ผู้ ป ร ะ ส บ ภั ย พิ บั ติ ต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ที่ ก า ห น ด (ระเบียบฯ ข้อ ๒๑) ๓.2 การดาเนนิ การให้ความชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั ๓.2.๑ ในกรงุ เทพมหานคร (ระเบียบฯ ข้อ ๒๒) (๑) ให้กรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย ดาเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทุกด้าน เว้นด้านสังคมสงเคราะห์และฟ้ืนฟูผู้ประสบภัย ด้านการเกษตร และด้านการแพทย์และการสาธารณสุข โดยใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ท่ขี องกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสขุ แล้วแตก่ รณี (๒) กรณีส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐซ่ึงไม่มีวงเงินทดรองราชการตามระเบียบน้ี ได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือ หรือถูกสั่งการให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้ขอรับการสนับสนุน จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เว้นแต่การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบภัย ด้านการเกษตร ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขให้เป็นอานาจหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมน่ั คงของมนษุ ย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข แลว้ แตก่ รณี (๓) กรณีมีเหตุจาเป็นเพ่ือประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ใหส้ านกั เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรีหรือสานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สามารถสนับสนุนเงินทดรองราชการ เพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยไม่ต้องให้ ส่วนราชการดงั กลา่ วขอรบั การสนบั สนนุ ก่อนได้ (๔) กรณีมีความจาเป็นเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และกระทรวงกลาโหม ได้รับการรอ้ งขอหรือถกู สงั่ การ หน่วยงานดงั กลา่ วสามารถดาเนินการใหค้ วามช่วยเหลอื ไดโ้ ดยตรง ๓.๒.๒ ในจงั หวัดอ่ืน (ระเบียบฯ ข้อ ๒๓) (๑) การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของอาเภอหรือกิ่งอาเภอ ต้องเป็นไปตาม มติของคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอาเภอ (ก.ช.ภ.อ.) ภายในวงเงินทดรองราชการ ท่ีผู้ว่าราชการจังหวัดจัดสรรให้ และกรณีท่ีมีความจาเป็นต้องใช้เงินเพ่ือดาเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ มากกว่าวงเงนิ ท่ีไดร้ ับจดั สรรให้อาเภอขอรับการสนับสนุนโดยตรงจากจังหวัด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติ การจ่ายเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินของจังหวัดเพ่ือสนับสนุนการดังกล่าว หรอื ดาเนินการให้ความชว่ ยเหลือตามมติของคณะกรรมการให้ความชว่ ยเหลือผู้ประสบภยั พบิ ตั จิ ังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) กรณีไม่สามารถประชุม ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.จ. แล้วแต่กรณี ได้ทันท่วงที หากนายอาเภอ หรือผู้วา่ ราชการจงั หวดั แลว้ แตก่ รณี เห็นว่าความเสียหายดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบฯ ก็ให้มีอานาจพิจารณา อนมุ ัติการให้ความชว่ ยเหลอื ไปกอ่ นได้ โดยไมต่ อ้ งขอความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.จ. (๒) กรณีส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐซ่ึงไม่มีวงเงินทดรองราชการ ตามระเบียบนี้ไดร้ ับการรอ้ งขอ หรอื ถูกส่งั การใหช้ ว่ ยเหลือผูป้ ระสบภัยพบิ ตั ิ ให้ขอรบั การสนับสนนุ จากจังหวัด
9 (๓) กรณีท่ีมีความจาเป็นเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยหรือกระทรวงกลาโหม แล้วแต่กรณี ได้รับการร้องขอหรือถูกส่ังการ ให้หน่วยงานดังกล่าว สามารถ ดาเนินการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ไดโ้ ดยตรง และรายงานให้ ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.จ. ทราบ เว้นแต่กรณีการให้การ สนับสนุนและการช่วยเหลือในด้านวัสดุอุปกรณ์ เคร่ืองมือเคร่ืองใช้ ยานพาหนะ และส่ิงอื่น ๆ เพื่อใช้ในการ ปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้กรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยสามารถดาเนินการให้ความช่วยเหลือได้ โดยไมต่ อ้ งร้องขอ (๔) กรณีท่ีมีความจาเป็นเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ให้กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงสาธารณสุข มีอานาจโอนเงิน ทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้แก่จังหวัดเพ่ือใช้ในการให้ควา มช่วยเหลือ ผู้ประสบภยั พิบัตไิ ด้ตามภารกิจของส่วนราชการเจา้ ของเงนิ โดยไมต่ อ้ งใหจ้ งั หวัดขอรับการสนับสนนุ กอ่ นได้ (๕) กรณีมีเหตุจาเป็นเพ่ือประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติให้สานัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวงมหาดไทยมีอานาจโอนเงินทดรองราชการเพ่ือช่ว ยเหลือผู้ประสบ ภยั พบิ ัติใหแ้ กจ่ งั หวัด โดยไมต่ อ้ งให้จงั หวัดขอรับการสนบั สนุนกอ่ นได้ สาหรับการโอนเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้แก่ จังหวดั ให้ดาเนนิ การตามวิธีการที่กระทรวงการคลงั กาหนด ๓.๒.๓ การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพบิ ตั ิของกระทรวงกลาโหม การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของกระทรวงกลาโหมท้ังในกรุงเทพมหานคร และจังหวัด ให้สานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่ได้รับมอบหมาย ดาเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างกระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังและสานักงบประมาณ เพ่ือให้การช่วยเหลือ เป็นไปโดยทวั่ ถึงและไมซ่ ้าซ้อนกนั (ระเบยี บฯ ข้อ ๒๔) ๓.๒.๔ คณะกรรมการใหค้ วามช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบตั ิ ระเบียบกาหนดให้จังหวัดแต่งต้ังคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ทั้งในระดับอาเภอหรอื กง่ิ อาเภอและระดับจงั หวดั ดังน้ี คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอาเภอ/ก่ิงอาเภอ (ก.ช.ภ.อ./ ก.ช.ภ.กอ.) ประกอบดว้ ย ประธานกรรมการ - นายอาเภอหรือปลดั อาเภอผเู้ ปน็ หวั หน้าประจาก่ิงอาเภอ กรรมการ - หวั หนา้ สว่ นราชการประจาอาเภอหรอื กิง่ อาเภอทเี่ กี่ยวขอ้ ง หรือผู้แทนไมเ่ กินสี่คน - ผูแ้ ทนกระทรวงกลาโหมหนึง่ คน - ผู้แทนกรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยหนึง่ คน - ผูแ้ ทนองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในเขตอาเภอหรือ ก่งิ อาเภอน้นั หนึง่ คน กรรมการและเลขานกุ าร - ปลดั อาเภอหวั หนา้ ฝา่ ยความมน่ั คง (ระเบียบฯ ขอ้ ๑๑) มีหน้าที่และอานาจ (๑) สารวจความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินท่ีเกิดข้ึนในอาเภอหรือกิ่งอาเภอ แล้วแต่กรณี และความตอ้ งการรับความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ของผ้ปู ระสบภัยพิบตั ิ โดยจัดทาบญั ชเี ปน็ ประเภทไว้
10 (๒) ตรวจสอบและกลั่นกรองการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในด้านต่าง ๆ ตามท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้สารวจความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในแต่ละพ้ืนที่ ทีร่ บั ผดิ ชอบตามอานาจหน้าทท่ี ก่ี ฎหมายกาหนด (๓) พิจารณาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีกระทรวงการคลัง กาหนด (๔) ประสานงานและร่วมดาเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกับ ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.กอ. อ่ืน ในกรณีที่เกิดภยั พิบัติกรณฉี ุกเฉนิ ขึน้ ในหลายอาเภอหรือหลายก่ิงอาเภอ (๕) รายงานผลการสารวจตาม (๑) และการแก้ไขความเดือดร้อนเฉพาะหนา้ ทไี่ ด้ดาเนนิ การ ไปแลว้ ให้ ก.ช.ภ.จ. ทราบหรือเพื่อพิจารณาดาเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่อไป (๖) แต่งต้ังคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเพื่อสนับสนุน การปฏิบัติงาน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามท่ี ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.กอ. มอบหมาย แล้วแต่กรณี (ระเบยี บฯ ข้อ ๑๒) คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผปู้ ระสบภยั พิบตั ิระดับจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ประกอบดว้ ย ประธานกรรมการ - ผวู้ ่าราชการจงั หวัด กรรมการ - ปลัดจังหวัด - พาณิชย์จังหวัด - โยธาธกิ ารและผงั เมอื งจังหวดั - ผแู้ ทนกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คง ของมนษุ ย์หน่งึ คน - ผ้แู ทนกระทรวงกลาโหมหน่งึ คน - ผแู้ ทนกระทรวงเกษตรและสหกรณห์ น่งึ คน - ผแู้ ทนกระทรวงสาธารณสุขหนึง่ คน - ผูแ้ ทนองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ หน่งึ คน - ผ้แู ทนส่วนราชการทเ่ี กีย่ วข้องกับภยั พิบตั ิกรณีฉุกเฉิน ไมเ่ กินสคี่ น - ประธานหอการคา้ จังหวัดหรือสภาอุตสาหกรรมจงั หวัด หรือผแู้ ทนในเขตจงั หวดั นั้นหน่ึงคน กรรมการและเลขานุการ - หัวหน้าสานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ระเบียบฯ ข้อ ๑๓) มีหนา้ ทแ่ี ละอานาจ (๑) ตรวจสอบและกลั่นกรองการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านต่าง ๆ ตามท่ี ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.กอ. ได้สารวจความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินท่ีเกิดขึ้นในแต่ละพ้ืนที่ ท่รี บั ผดิ ชอบตามอานาจหนา้ ทีท่ ีก่ ฎหมายกาหนด (๒) พิจารณาช่วยเหลือผู้ประ สบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี กระทรวงการคลงั กาหนด (๓) ระดมสรรพกาลัง ควบคุม เร่งรัด และประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อให้ผู้ประสบภัยพิบัติได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วทั่วถึง และไม่ซา้ ซ้อน
11 (๔) พิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติสาหรับส่วนราชการหรือ หน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่มีวงเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน แต่จาเป็นต้อง ดาเนนิ การช่วยเหลือผูป้ ระสบภยั พิบัตติ ามมติของ ก.ช.ภ.จ. (๕) จดั ทาโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ กาลังคน อุปกรณ์ เคร่ืองมือเคร่ืองใช้ ยานพาหนะ และอ่ืน ๆ ทีจ่ าเปน็ จากสว่ นกลางในกรณภี ยั พิบตั ิกรณฉี ุกเฉินท่ีเกิดขึ้นเกินกว่าความสามารถของจงั หวดั (๖) ประสานงานและร่วมดาเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกับ ก.ช.ภ.จ. อ่ืน ในกรณีภัยพิบัตกิ รณฉี ุกเฉินเกดิ ข้นึ ในหลายจงั หวัด (๗) รายงานความเสียหายจากภัยพบิ ตั กิ รณฉี ุกเฉนิ ท่ีเกดิ ขน้ึ ในจังหวัด การแก้ไขความ เดือดร้อนเฉพาะหน้าท่ีได้ดาเนินการไปแล้ว และโครงการขอรับการสนับสนุนการช่วยเห ลือผู้ประสบ ภัยพิบัติจากส่วนกลางให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทราบหรือเพ่ือพิจารณาดาเนินการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบตั ติ อ่ ไป (๘) พิจารณาประกาศเขตการใหค้ วามช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินร่วมกับ ผวู้ ่าราชการจังหวัด (ระเบยี บฯ ข้อ ๑๔) การประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทุกระดับ (ก.ช.ภ.อ./ก.ช.ภ.กอ./ ก.ช.ภ.จ.) ต้องมีกรรมการมาประชุมไมน่ ้อยกวา่ กึ่งหนึ่งของจานวนกรรมการทงั้ หมด จึงจะเป็นองค์ประชมุ ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้ให้กรรมการที่มาประชุม เลือกกรรมการคนหนงึ่ เปน็ ประธานในทีป่ ระชุม มติของท่ีประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรณีท่ีมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุม ลงคะแนนเสียงอกี หน่งึ เสยี งเปน็ เสยี งช้ีขาด (ระเบียบฯ ข้อ ๑๕) ๓.๒.๕ ระยะเวลาการให้ความช่วยเหลอื ผู้ประสบภยั พิบตั ิกรณีฉุกเฉนิ การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ มีกาหนด ๓ เดือนนับแต่วันที่เกิดภัย กรณีมีเหตุจาเป็นไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันภายในกาหนด ให้ย่ืนขอขยายระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือต่อกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก่อนระยะเวลาการให้ ความช่วยเหลือจะสิ้นสุดลงไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน โดยชี้แจงเหตุผลความจาเป็นและระบุระยะเวลาที่จะ ขอขยายระยะเวลาฯ ซ่ึงอานาจอนุมัติเป็นของอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ประกาศกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ลงวนั ที่ 11 กมุ ภาพันธ์ 2563) ๓.๒.๖ การขอยกเว้นการปฏบิ ัติตามระเบียบฯ และการขออนุมตั ิปฏิบตั ินอกเหนือหลักเกณฑ์ฯ (๑) การใช้จ่ายเงินทดรองราชการจะต้องถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ “โดยเครง่ ครัด” หากมีความจาเปน็ ไมส่ ามารถปฏิบัตไิ ด้ ให้เสนอเรอ่ื ง “ขอยกเว้นการปฏิบตั ติ ามระเบียบฯ” (๒) รายการค่าใช้จ่ายและอัตราการจ่ายเงิน จะต้องถือปฏิบัติตาม “หลักเกณฑ์การ ใช้จ่ายเงินฯ” ท่ีกระทรวงการคลังกาหนด หากมีความจาเป็นต้องจ่ายนอกเหนือหลักเกณฑ์ ให้เสนอเรื่อง “ขออนมุ ัติปฏบิ ัตนิ อกเหนอื หลักเกณฑ์ฯ” การเสนอเร่ืองทั้งสองกรณีข้างต้น ให้เสนอผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพอื่ เสนอตอ่ ไปยงั กระทรวงการคลังผู้มีอานาจอนุมัติ ท้ังน้ี “การยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบ” หรือ “การปฏิบัติ นอกเหนอื หลักเกณฑ์” จะกระทาไดต้ ่อเมือ่ ได้รบั อนมุ ตั ิจากกระทรวงการคลังแลว้ เทา่ น้ัน
12 ๔. การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร ๔.๑ การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากภัยท่ีเกิดจากโรคหรือการระบาดของสัตว์หรือพืช ทุกชนิด ให้ใช้จ่ายจากเงินงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อน หากงบประมาณไม่เพียงพอ อาจใช้จ่ายจากเงินทดรองราชการในอานาจของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีวงเงินทดรองราชการ จานวน 50,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ระเบียบฯ ข้อ ๑๙) ๔.๒ หากเป็นความเสียหายที่เกิดจากภัยอื่น ๆ ให้ใช้จ่ายจากเงินทดรองราชการในอานาจผู้ว่าราชการ จังหวัดก่อน เม่ือไม่เพียงพอให้เสนอเรื่องขอขยายวงเงินทดรองราชการไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อกล่ันกรองและตรวจสอบก่อนเสนอกระทรวงการคลังพิจารณา หรืออาจขอรับการสนับสนุนการให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติไปยังสานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซ่ึงมีวงเงินทดรองราชการ จานวน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ระเบียบข้อ ๘ (๔)) ๕. การจดั ซ้ือจดั จา้ ง การจัดหาพัสดุ การตรวจรับพัสดุ และการบริหารพัสดุ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติให้ส่วน ราชการถอื ปฏบิ ัติตามกฎหมายวา่ ด้วยการจัดซ้อื จดั จ้างและการบรหิ ารพสั ดุภาครฐั (ระเบยี บฯ ขอ้ ๓4) ๖. การตรวจสอบติดตามการใชจ้ ่ายเงนิ ทดรองราชการ 6.1 ให้ผู้มีอานาจอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการของส่วนราชการท่ีมีวงเงินทดรองราชการ ตามระเบียบฯ ข้อ ๘ ได้แก่ สำนักเลขำธิกำรนำยกรัฐมนตรี สำนักนำยกรัฐมนตรี สำนักงำนปลัดกระทรวง กลำโหม สำนักงำนปลัดกระทรวงกำรพัฒนำสังคมและควำมม่ันคงของมนุษย์ สำนักงำนปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ สำนักงำนปลัดกระทรวงมหำดไทย สำนักงำนปลัดกระทรวงสำธำรณสุข และกรมป้องกัน และบรรเทำสำธำรณภัย มอบหมายให้ตรวจสอบภายในของหน่วยงาน ดาเนินการตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ทดรองราชการแล้วรายงานผลการตรวจสอบให้ผู้มีอานาจอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการของส่วนราชการทราบ ภายใน ๓๐ วันนับแต่วนั ทสี่ ้นิ สดุ ระยะเวลาการใหค้ วามชว่ ยเหลอื (ระเบียบฯ ขอ้ ๓๕ (๑)) 6.2 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้ผู้ตรวจสอบภายในของจังหวัด ดาเนินการตรวจสอบการใช้จ่าย เงินทดรองราชการ แล้วรายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันท่ีส้ินสุด ระยะเวลาการใหค้ วามช่วยเหลอื (ระเบียบฯ ขอ้ ๓๕ (๒)) ให้สานักงานคลังจังหวัดเป็นศูนย์ประสานงานเก่ียวกับการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบ ภยั พิบตั ิกรณฉี ุกเฉนิ ของจังหวดั 6.3 ให้ส่วนราชการเจ้าของวงเงินทดรองราชการ ส่งรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวไปยัง กรมบัญชีกลาง ภายใน ๑๕ วนั นบั แต่วนั ท่ไี ดร้ บั รายงาน 6.4 ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายเงินทดรองราชการกระทรวงการคลัง ประกอบดว้ ย ประธานกรรมการ - อธบิ ดกี รมบัญชีกลาง กรรมการ - ผ้แู ทนสานกั งบประมาณ - ผแู้ ทนสานักงานตรวจเงินแผน่ ดนิ กรรมการและเลขานุการ - ผู้แทนกรมบญั ชกี ลาง มีหน้าที่และอานาจ รับปัญหาข้อร้องเรียนจากประชาชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาการ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติซ่ึงเป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม หรือไม่เป็นไปตามระเบียบน้ี
13 พร้อมท้ังตรวจสอบและแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดาเนินการต่อไปตามท่ีเห็นสมควร และเม่ือ หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องดาเนินการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนตามแล้ว ให้แจ้งคณะกรรมการตรวจสอบติดตาม การใช้จ่ายเงินทดรองราชการกระทรวงการคลังทราบด้วย และแต่งตั้งคณะทางานเพื่อปฏิบัติงานตามท่ี คณะกรรมการตรวจสอบตดิ ตามการใชจ้ ่ายเงนิ ทดรองราชการกระทรวงการคลงั มอบหมาย ให้กรมบัญชีกลางเป็นศูนย์ตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภยั พบิ ัติกรณีฉุกเฉนิ และทาหน้าทีส่ นับสนนุ การดาเนนิ งานของคณะกรรมการฯ (ระเบียบฯ ข้อ 36 ขอ้ 37 และขอ้ ๓8) 7. การชดใช้เงินทดรองราชการ เม่ือส่วนราชการได้ใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปแล้ว จะต้องดาเนนิ การขอรับการจดั สรรเงนิ งบประมาณรายจ่ายเพ่ือชดใช้เงินทดรองราชการ ดงั น้ี 7.1 ส่วนราชการที่มีวงเงินทดรองราชการ ได้แก่ สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สานัก นายกรฐั มนตรี สานักงานปลัดกระทรวง กลาโหม สานักงานปลดั กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของ มนุษย์ สานกั งานปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สานกั งานปลดั กระทรวงมหาดไทย สานักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข และกรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั ให้ดาเนนิ การตามแนวทางต่อไปน้ี (ระเบียบฯ ข้อ ๓0) (1) รวบรวมใบสาคัญและเอกสารที่เก่ียวข้องกับการจ่ายเงิน เพ่ือส่งให้กรมบัญชีกลาง ภายใน สามสบิ วันทาการนบั แต่วนั ทไ่ี ด้รบั เงนิ จากคลัง เม่ือกรมบัญชีกลางได้รับใบสาคัญและเอกสารท่ีเก่ียวข้องกับการ จ่ายเงินแล้วให้ดาเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานดังกล่าว เม่ือถูกต้องครบถ้วนแล้วให้เบิกเงินงบประมาณ รายจา่ ยโดยวิธีเบิกหกั ผลกั สง่ เพ่ือชดใช้เงินทดรองราชการใหแ้ กส่ ว่ นราชการโดยเรว็ (ระเบยี บฯ ข้อ 30 (1) ) (2) เม่ือได้จ่ายเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปแล้ว ให้จัดทา รายงานการใช้จ่ายเงินซึ่งผู้มีอานาจอนุมัติรับรองและเก็บหลักฐานใบสาคัญต้นฉบับไว้ท่ีส่วนราชการน้ัน เพื่อให้ สานักงานการตรวจเงินแผน่ ดนิ ตรวจสอบ (ระเบยี บฯ ขอ้ 30 (2) ) 7.2 ส่วนราชการหรือหน่วยงานอ่ืนของรัฐท่ีได้รับการสนับสนุนหรือได้รับโอนเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากส่วนราชการที่มีวงเงินทดรองราชการตามระเบียบฯ ให้ส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐดังกล่าวส่งใบสาคัญและเอกสารท่ีเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินมายังส่วนราชการเจ้าของเงิน ภายในสส่ี บิ หา้ ทาการนับแตว่ นั ทไ่ี ด้รบั เงิน และให้ส่วนราชการเจา้ ของเงนิ ดาเนินการตามวิธีการในข้อ 7.1 ท้ังน้ี ระยะเวลาในการดาเนินการขอรับโอนเงินงบประมาณรายจ่าย เพื่อชดใช้เงินทดรองราชการจะต้องเสร็จสิ้น ภายในเจด็ สิบห้าวนั ทาการ (ระเบยี บฯ ข้อ 31 ) 7.3 สานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ให้จัดส่งใบสาคัญและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ การจ่ายเงินไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายในสี่สิบห้าวันทาการนับแต่วันที่ได้รับเงินโดยมีเอกสาร ทจ่ี ะต้องจัดส่ง ดงั น้ี (หนังสอื กรมบญั ชีกลาง ด่วนทส่ี ดุ ท่ี กค 0๔0๒.๔/ว 3๕๙ ลงวันที่ ๓0 กันยายน ๒๕๕๘) (1) หนังสือนาส่งเอกสารของจงั หวัด (2) ประกาศเขตการใหค้ วามช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พิบัติกรณฉี ุกเฉิน (3) รายงานการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ก.ช.ภ.อ. (ระดับอาเภอ) หรือ ก.ช.ภ.จ. (ระดับจังหวัด) แลว้ แต่กรณี (4) หนังสืออนุมัติการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติท่ีลงนาม โดยผวู้ ่าราชการจงั หวัดหรือนายอาเภอแล้วแตก่ รณี (ผูม้ อี านาจอนุมัติจ่ายเงนิ ตามขอ้ 9 ของระเบยี บฯ)
14 (5) เอกสารการขอเบิกเงินนอกงบประมาณ (แบบ ขบ.03, แบบ บช.01, แบบ นส.02, แบบ ขจ.05 พรอ้ ม SAP R/3) จากระบบ GFMIS (6) แบบบัญชีสรุปการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และรายละเอียด เกีย่ วกบั การให้ความชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพิบตั ิ (แบบ ชภ.1) (สาหรับทกุ ดา้ น) (7) แบบบัญชสี รุปการให้ความชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เชิงป้องกันหรือยับย้ังภัยพิบัติกรณี ฉุกเฉิน (แบบ ปย. 2) และรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เชิงป้องกันหรือยับย้ังภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉนิ (แบบ ปย. 1) (เฉพาะเงนิ เชิงป้องกันหรือยบั ย้งั ภัยพิบตั ิกรณีฉุกเฉนิ ) (8) แบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (แบบ สภ.1, แบบ สภ.2, แบบ 5 มรณบัตร แบบ ปค.14 ใบแจ้งความ แบบสอบข้อเท็จจริง หนังสือรับรองการตายและใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี) (สาหรับ ดา้ นการดารงชพี ) (9) แบบประมวลความเสียหายด้านการเกษตร (แบบ กษ.02, แบบ กษ.03, แบบ กษ.04 หรือรายงานการโอนเงนิ เขา้ บัญชีเกษตรกรผปู้ ระสบภัย) (10) บัญชีแสดงรายการใช้จ่ายค่าจ้างเหมาเคร่ืองสูบน้า/ยานพาหนะ หรือน้ามันเช้ือเพลิง และหลอ่ ล่นื ฯ (แบบ สภ.4) แผนการแจกจา่ ยน้า (สาหรบั ดา้ นการปฏบิ ตั ิงานให้ความช่วยเหลือผปู้ ระสบภัย) (11) หลักฐานการจ่ายเงินและเอกสารประกอบรายการ เอกสารการดาเนินการจัดซื้อ/จัดจ้าง และเอกสารทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง เชน่ แบบประมาณการ ปร.4 และ แบบ ปร.5 (ถา้ ม)ี (12) หนังสืออนุมัตขิ ยายระยะเวลาการใหค้ วามช่วยเหลือผ้ปู ระสบภยั พิบัติกรณฉี ุกเฉิน (ถา้ มี) (13) หนังสืออนุมตั ขิ ยายวงเงินทดรองราชการเพื่อชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบภัยพิบตั กิ รณฉี ุกเฉิน (ถ้ามี) (14) หนังสืออนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบและปฏิบัตินอกเหนือหลักเกณฑ์จาก กระทรวงการคลัง (ถ้าม)ี ขอ้ สังเกตบางประการในการตรวจสอบเอกสารก่อนส่งไปยงั กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1. หนังสือนาส่งต้องระบุข้อความสาคัญ เช่น ประเภทภัยพิบัติที่เกิด ครั้งที่และวันท่ีของ รายงานการประชุมฯ ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.จ. เลขที่และวันที่ของเอกสารขอเบิก (ขบ.03) จานวนเงิน ที่ขอรับโอนและข้อความขอยืนยันและรับรองว่าได้ดาเนินการใช้จ่ายเงินทดรองราชการถูกต้องเป็นจริง ตามระเบียบและหลักเกณฑฯ์ (ตามตัวอยา่ งในค่มู ือฯ หน้า 117 และ ๑19) 2. ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ต้องมีการประกาศเขตฯ ก่อนการดาเนนิ การให้ความช่วยเหลือฯ (ตามระเบียบ ข้อ 21) และมีรายการครบถ้วนตามท่ีกาหนด เช่น ระบุ ภัยพิบัติท่ีเกิด ระบุพ้ืนท่ีระดับอาเภอ ตาบล หมู่บ้าน ระบุวันที่เกิดภัย และระบุวันท่ีประกาศภัย ให้ชัดเจน (ให้ถอื ปฏบิ ัตติ ามระเบียบขอ้ 5 และขอ้ 20 และประกาศกรม ปภ.ฯ ลงวนั ท่ี 11 กุมภาพนั ธ์ 2563) 3. รายงานการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ก.ช.ภ.อ. (ระดับ อาเภอ) หรือ ก.ช.ภ.จ. (ระดับจังหวัด) ข้อความสาคัญที่ต้องระบุ คือ รายช่ือผู้เข้าร่วมประชุมเพ่ือตรวจสอบ องค์ประชุม, คร้ังท่ีและวันที่ท่ีมีการประชุม, รายละเอียดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน, ภัยที่เกิด, จานวนเงิน และมติของที่ประชุม (กรณีไม่สามารถประชุม ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.จ. ได้ทันท่วงที ให้แนบบันทึกอนมุ ัตกิ ารให้ความชว่ ยเหลอื ไปกอ่ นโดยอาศยั อานาจตามระเบียบ ขอ้ 23 (1) วรรคสอง)
15 4. หนังสืออนุมัติการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจะต้องลงนาม โดยผู้มีอานาจอนุมัติจ่ายเงินตามข้อ 9 ของระเบียบฯ และต้องอนุมัติก่อนดาเนินการให้ความช่วยเหลือ ตามระเบยี บฯ 5. แบบรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (แบบ ชภ.1) ตอ้ งระบุสภาพเดิม ความเสยี หาย การใหค้ วามช่วยเหลือ พ้นื ท่ี จานวนเงิน และอา้ งอิงหลกั เกณฑ์ฯ ใหถ้ ูกตอ้ ง ๖. แบบบัญชีสรุปการให้ความช่วยเหลือฯ เป็นการสรุปรายการให้ความช่วยเหลือ ในแตล่ ะดา้ นใหถ้ ูกต้อง ครบถว้ น สอดคลอ้ งกบั แบบ ชภ.1 และรายงานการประชุมฯ ๗. กรณีจังหวัดได้รับอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน จะต้องแนบหนังสืออนุมัตจิ ากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประกอบดว้ ย ๘. กรณีจังหวัดได้รับอนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินจากกระทรวงการคลัง หรือได้รับอนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบและปฏิบัตินอกเหนือ หลักเกณฑ์ จะตอ้ งแนบหนงั สืออนุมัติจากกระทรวงการคลงั ประกอบด้วย
16 สรปุ การใชจ้ า่ ยเงินทดรองราชการในเชิงปอ้ งกนั หรอื ยบั ยั้งภัยพิบตั กิ รณีฉุกเฉิน (วงเงิน ๑๐ ล้านบาท) ในพ้ืนท่ีจงั หวดั ตามประกาศกรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย ลงวนั ที่ 11 กมุ ภาพันธ์ 2563 เรื่องหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไข การใชจ้ ่ายเงินทดรองราชการเชงิ ป้องกนั หรือยบั ยั้งภยั พิบัติกรณฉี ุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าดว้ ยเงินทดรองราชการเพอ่ื ช่วยเหลือผู้ประสบภยั พิบัติกรณีฉุกเฉนิ พ.ศ. ๒๕62 ...................................... วัตถุประสงค์ 1. เป็นการใชจ้ า่ ยเงนิ เมื่อคาดหมายว่าจะเกิดภัยพิบัติขึ้นในเวลาอันใกล้ และจาเป็นต้องรีบป้องกันหรือยับย้ัง โดยฉบั พลนั (ระเบียบฯ ขอ้ 18) 2. เพือ่ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ประชาชนผ้ปู ระสบภยั พิบัตโิ ดยเร่งด่วนตามความจาเป็นและเหมาะสม โดยมุ่งหมาย ท่ีจะบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน หรือเป็นการซ่อมแซมให้คืนสู่สภาพเดิม โดยไม่สามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อสร้างส่ิงก่อสร้าง หรือสาธารณูปโภคที่ถาวรหรือก่อสร้างใหม่ได้ (ระเบียบฯ ข้อ ๑๗) แนวทางปฏิบตั ิ ๑. การใช้จ่ายเงินเป็นอานาจหน้าที่ของสานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โดยผู้ว่าราชการ จังหวัดเป็นผู้มีอานาจอนุมัติจ่าย (ระเบียบฯ ข้อ 18 (2)) ไม่สามารถจัดสรรให้แก่หน่วยงานอ่ืนได้ แต่สามารถมอบหมายใหห้ นว่ ยงาน/อาเภอเป็นผู้ดาเนนิ โครงการ แลว้ ขอเบิกจา่ ยจากเงนิ ทดรองราชการนี้ได้ ๒. มีวงเงินไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท (ระเบียบฯ ข้อ 18 วรรคแรก) ซึ่งไม่สามารถขอขยายวงเงินได้ และไม่ต้อง ประกาศเขตการให้ความชว่ ยเหลือผู้ประสบภยั พบิ ตั ิกรณฉี กุ เฉิน 3. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ังเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินการป้องกันหรือยับย้ัง ภัยพิบัติ อย่างน้อย ๕ คน เป็นคณะกรรมการ ทาหน้าที่ประเมินสถานการณ์ ระดับความรุนแรงของภัย วิเคราะห์สถานการณ์ความเป็นไปได้ พฤติการณ์/ปัจจัยบ่งชี้ต่างๆ ว่ามีความจาเป็นต้องป้องกันหรือยับยั้ง เสนอมาตรการ และแนวทางในการปอ้ งกนั หรอื ยับยงั้ ภยั พบิ ัติดงั กล่าวตอ่ ผู้ว่าราชการจังหวัด (ประกาศฯ ข้อ 4) 4. รายการค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกจ่ายได้ ได้แก่ ค่าแรงงาน ค่าจ้างเหมา ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าซ่อมแซม เครื่องมือ เครื่องจักรกล ยานพาหนะ ค่าจัดหาพลังงานและน้ามันเชื้อเพลิง ค่าจัดหาพลังงานไฟฟ้า ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเจ้าหน้าท่ี ค่าอาหารจัดเล้ียงเจ้าหน้าท่ีและผู้มาให้ความช่วยเหลือ หากมีเหตุจาเป็นท่ีจะต้องจ่ายนอกเหนือจากรายการดังกล่าว ให้คณะกรรมการ ตามข้อ ๓ เป็นผู้พิจารณา กาหนดและเสนอผ้วู ่าราชการจังหวดั เพื่ออนุมตั จิ า่ ย (ประกาศฯ ข้อ 5) 5. การจัดหาและการควบคุมพัสดุให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซ้ือจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ (ประกาศฯ ขอ้ 8) 6. เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติให้ใช้จ่ายเงินแล้ว ให้รายงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทราบ ภายใน ๒๔ ชัว่ โมงนบั แตอ่ นมุ ัติ (ประกาศฯ ขอ้ 6) 7. เมื่อจังหวัดได้ใช้จ่ายเงินทดรองราชการกรณีน้ีแล้ว ให้เร่งจัดส่งเอกสารให้กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย ภายใน 45 วันทาการนับแต่วันที่ได้รับเงินจากคลัง เพื่อดาเนินการขอรับจัดสรร เงินงบประมาณรายจา่ ยเพอ่ื ชดใช้เงินทดรองราชการไปยังกระทรวงการคลัง (ประกาศฯ ขอ้ 8)
17 คำอธิบำยกำรวเิ ครำะห์ และประเมินสถำนกำรณ์ ในกำรป้องกนั หรือยบั ย้งั ภยั พิบัติกรณฉี ุกเฉิน ประเดน็ คำอธิบำย 1. สถานการณ์ปัจจุบันในพื้นท่ี - ข้อมลู ทางวิชาการ สภาพอากาศ ปรมิ าณน้าฝน สถานการณ์นา้ เหตกุ ารณ์ ภั ย พิ บั ติ ท่ี ค า ด ห ม า ย ว่ า ห้วงระยะเวลาท่ีคาดว่าจะเกิด และข้อมลู อื่น ๆ ของหน่วยงานที่เก่ียวข้อง จะเกิดข้ึนในเวลาอันใกล้ แ ล ะ ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ไ ด้ ท่ี เช่น กรมอตุ นุ ิยมวทิ ยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี กรมอทุ กศาสตร์ ภัยพบิ ตั จิ ะเกดิ ขึ้น GISTDA เป็นต้น - ประเภทภัย - แนวโนม้ การเกิดภัย - ข้อมลู พ้นื ท่เี สี่ยงภัย และพน้ื ทท่ี ี่เกิดภยั ในอดตี 2. ระดับความรุนแรงของ - ระดับความรุนแรงของภัย เช่น ลักษณะพืนท่ีเป็นที่ลุ่มแอ่งกระทะ ท่ีลุ่ม ภัยพบิ ัติ ท่อี าจเกดิ ขึน้ ริมลา้ นา้ เมื่อเกิดฝนตกหนักมโี อกาสเกดิ ภยั พบิ ตั ิรุนแรง เปน็ ตน้ - คาดการณ์ระยะเวลา และบรเิ วณพืนท่ีท่คี าดหมายวา่ จะเกดิ ภยั - ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดทังทางตรงและทางอ้อม เช่น จ้านวนประชาชน ที่จะได้รับผลกระทบ (ด้านชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ฯลฯ) ภาคเกษตรกรรม สงิ่ สาธารณประโยชน์ แหล่งน้า ป่าไม้ ชายฝั่ง เปน็ ตน้ 3. พฤติการณ์ ปัจจัยบ่งชี้ต่าง ๆ - มีความจ้าเป็นต้องรีบด้าเนินการป้องกันและยับยังภัยพิบัติโดยฉับพลัน ว่ามีความจาเป็นต้องป้องกัน เพอ่ื ลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึน ซึ่งหากไม่ด้าเนินการอาจส่งผล หรื อยั บ ย้ัง ภั ยพิ บั ติ ก ร ณี ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือความเสียหาย ฉกุ เฉิน แก่ทรพั ย์สินของประชาชนหรือของรัฐ - ความพร้อม ศักยภาพและทรัพยากรในพืนท่ีในการป้องกันหรือยับยัง ภยั พบิ ตั ดิ ว้ ยตนเอง เช่น ข้อมูลด้านเส้นทางคมนาคม ข้อมูลเครื่องจักรกล พืนที่ปลอดภัย/จุดอพยพ/ศูนย์พักพิงช่ัวคราว การฝึกซ้อมแผนในพืนท่ี ขอ้ มลู กลมุ่ เส่ียงและกล่มุ เปราะบาง เป็นต้น 4. มาตรการและแนวทาง - ต้องเป็นมาตรการและแนวทางที่จ้าเป็นต้องรีบด้าเนินการป้องกันหรือ ในการป้องกันหรือยับย้ัง ยับยังภัยพิบัติโดยฉับพลัน เพ่ือลดผลกระทบจากภัยพิบัติท่ีจะเกิดขึน ภัยพิบตั ิทอี่ าจจะเกิดขน้ึ ซ่ึงหากไม่ด้าเนินการป้องกันหรือยับยังภัยพิบัติดังกล่าว อาจส่งผล ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือความเสียหาย แก่ทรพั ย์สนิ ของประชาชนหรือของรฐั โดยมาตรการและแนวทางดังกล่าว จะต้องสอดคล้องกับระยะเวลาของสถานการณ์ภัยที่คาดหมายว่าจะ เกดิ ขนึ ในเวลาอนั ใกล้ดว้ ย ท่ีมา : หนังสอื กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ดว่ นท่ีสดุ ที่ มท 0605/ว 924 ลงวนั ที่ 1 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 (หนา้ 150)
18 (ตวั อยา่ ง) การวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ สถานการณ์ การใช้จ่ายเงนิ ทดรองราชการในเชิงปอ้ งกนั หรือยับย้ังภยั พิบัตกิ รณีฉุกเฉนิ ภยั ท่คี าดหมายว่าจะเกิดอุทกภยั ประเด็น ข้อเท็จจริง/ รายละเอียด/ ผลการประเมิน และวเิ คราะหฯ์ 1. สถานการณ์ปัจจุบันในพ้ืนที่ ภัยพิบัติ - กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศว่า ท่ีคาดหมายว่าจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ และ ในพ้ืนทีจ่ ะเกิดฝนตกหนักมาก และเกดิ น้าท่วมฉบั พลัน ความเป็นไปได้ท่ี ภยั พิบตั ิจะเกิดขึ้น - ข้อมูลพื้นที่ทางด้านเหนือของจังหวัด มีเหตุอุทกภัย นา้ ทว่ มสูงในพื้นที่ - เป็นพ้ืนที่ลุ่มแอ่งกระทะ และติดล้าคลอง ดังน้ัน เม่ือเกิด ฝนตกหนัก และน้าท่วมฉบั พลัน จะมโี อกาสเกิดน้าท่วมสงู 2. ระดบั ความรุนแรงของภยั พบิ ัตทิ ี่อาจเกิดขนึ้ จะเกดิ น้าทว่ มสูงเป็นบรเิ วณกว้าง 3. พฤติการณ์ ปัจจัยบ่งชี้ต่าง ๆ ว่ามีความ ประชาชนอยู่อาศัยในพ้ืนท่ีเป็นจ้านวนมาก และยังไม่มี จ้าเป็น ต้องป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณี การฝึกซ้อมแผน/ไม่มีเครื่องมือ/ระบบเตือนภัย ในพื้นที่ ฉกุ เฉนิ เป็นต้น 4. มาตรการและแนวทางในการป้องกันหรือ - จัดท้าคันก้ันน้าช่ัวคราว/ก้าจัดสิ่งกีดขวางทางน้า ยบั ยัง้ ภัยพบิ ัติท่ีอาจจะเกดิ ข้ึน เพ่ือลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น โดยใช้จ่าย จากเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งฯ ระบุ จ้านวนเงนิ ทมี่ า : หนงั สอื กรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั ดว่ นทส่ี ดุ ท่ี มท 0605/ว 924 ลงวนั ที่ 1 กุมภาพนั ธ์ 2564
19 สรุปการใช้จ่ายเงินทดรองราชการในการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พิบตั กิ รณีฉกุ เฉนิ (วงเงิน ๒๐ ลา้ นบาท) ในพ้ืนท่ีจังหวดั ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าดว้ ยเงนิ ทดรองราชการเพอื่ ช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพบิ ตั กิ รณีฉกุ เฉนิ พ.ศ. ๒๕62 ...................................... วตั ถุประสงค์ ๑. เพื่อช่วยเหลือหรอื สนับสนุนการใหค้ วามช่วยเหลือผปู้ ระสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในระหว่างท่ียังไม่ได้รับ เงนิ งบประมาณรายจ่าย (ระเบยี บฯ ข้อ 8) ๒. เพ่ือวางหลักเกณฑ์สาหรับส่วนราชการในการดาเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วนตามความจาเป็น และเหมาะสม เมื่อเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินข้ึน ในท้องท่ีหน่ึงท้องท่ีใดโดยมุ่งหมายท่ีจะบรรเทา ความเดือดร้อนเฉพาะหนา้ ของผู้ประสบภยั พบิ ตั ิ แต่มิได้มุ่งหมายที่จะชดใชค้ วามเสยี หายใหแ้ กผ่ ้ใู ด (ขอ้ 16) ๓. เพ่ือช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายท่ีจาเป็นในการดารงชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนหรือเป็นการ ซ่อมแซมให้คนื สู่สภาพเดิมอันเปน็ การบรรเทาความเดือดรอ้ นเฉพาะหน้า โดยไม่สามารถใช้เพ่ือสร้างส่ิงก่อสร้าง หรอื สาธารณูปโภคทถ่ี าวรหรือก่อสร้างใหม่ได้ (ระเบียบฯ ข้อ 17) แนวทางปฏบิ ัติ 1. การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ - เป็นอานาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับ ก.ช.ภ.จ. (ระเบียบฯ ข้อ 20 (2)) หากไม่สามารถ ประชุม ก.ช.ภ.จ. ไดท้ นั และผ้วู ่าราชการจังหวัดเห็นว่าความเสียหายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ฯ ก็ให้มี อานาจประกาศเขตฯ โดยไม่ต้องขอความเหน็ ชอบจาก ก.ช.ภ.จ. (ระเบยี บฯ ขอ้ 20 วรรคท้าย) - ให้อาเภอรายงานตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาน้ันเป็นรายหมู่บ้าน/ชุมชน หากเกิดภัยพิบัติ เป็นวงกว้าง ให้รายงานเพิ่มเติมเป็นรายพ้ืนท่ีตามความเสียหายที่เกิดข้ึนจริง (ประกาศกรม ปภ. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน ข้อ 1 (3)) - เม่อื ภยั พิบัตสิ ิ้นสดุ ลง ให้รายงานจังหวดั ทราบทนั ที เพื่อประกาศวนั ส้นิ สดุ ภัย (ประกาศฯ ข้อ 1 วรรคท้าย) 2. การจัดสรรวงเงนิ - ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้มีอานาจจัดสรรวงเงินให้แก่อาเภอ แห่งละไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท กรณีมีความจาเป็นจะจัดสรรเพิ่มใหอ้ ีกกไ็ ด้ (ระเบียบฯ ขอ้ 8 วรรคสอง) - อาเภอจะสามารถใช้จ่ายวงเงินท่ีได้รับจัดสรรได้ ต่อเมื่อได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบข้อ ๒๐ แล้ว ให้ดาเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีกาหนด (ระเบียบฯ ข้อ 21) โดยให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตาม มติที่ประชุม ก.ช.ภ.อ./กอ./ก.ช.ภ.จ. หรือ นายอาเภอ/ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอานาจอนุมัติให้ ความช่วยเหลอื ไปก่อนได้ แล้วแตก่ รณี ๓. การขยายระยะเวลาการใหค้ วามช่วยเหลอื ผู้ประสบภัยพบิ ตั ิ - ระยะเวลาการใหค้ วามชว่ ยเหลือ มกี าหนด ๓ เดือน นับแตว่ ันทเ่ี กิดภยั (ประกาศฯ ข้อ 1 (5)) - หากไม่สามารถให้ความชว่ ยเหลอื ไดท้ นั ภายในกาหนด ให้ยนื่ ขอขยายระยะเวลาการให้ความชว่ ยเหลอื ล่วงหนา้ ก่อนทรี่ ะยะเวลาการให้ความชว่ ยเหลือจะสิ้นสุดลงไมน่ ้อยกว่า 15 วัน (ประกาศฯ ข้อ 2) - การอนุมัตใิ หข้ ยายระยะเวลาการใหค้ วามชว่ ยเหลือเปน็ อานาจของอธบิ ดี ปภ. (ประกาศฯ ข้อ 3) ๔. การขอขยายวงเงินทดรองราชการ - กรณีเกิดภัยพิบัติในพ้ืนที่และก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง หากวงเงินทดรองราชการท่ีมีอยู่ ไม่เพยี งพอ ใหร้ ีบเสนอขอขยายวงเงินต่อกระทรวงการคลัง (ระเบียบฯ ข้อ 8 วรรคท้าย) โดยเสนอ เรือ่ งผา่ นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั โดยเร็ว เพ่อื สง่ ให้กระทรวงการคลงั พิจารณา
20 ๕. การให้ความชว่ ยเหลือด้านการเกษตร - ภัยท่ีเกิดจากโรคหรือการระบาดของสัตว์หรือพืชทุกชนิด ให้ใช้จ่ายจากเงินงบประมาณ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กอ่ น หากงบประมาณไมเ่ พยี งพอ ใหใ้ ช้จ่ายจากเงินทดรองราชการ ในอานาจของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีวงเงินทดรองราชการ จานวน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ระเบยี บฯ ขอ้ 19) - หากเป็นความเสียหายท่ีเกิดจากภัยอ่ืนๆ ให้ใช้จ่ายจากเงินทดรองราชการในอานาจผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนเมื่อไม่เพียงพอให้เสนอเร่ืองขอขยายวงเงินทดรองราชการไปยังกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยเพื่อกลั่นกรองและตรวจสอบก่อนเสนอกระทรวงการคลังพิจารณา หรืออาจขอรับ การสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติไปยังสานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ซึง่ มวี งเงินทดรองราชการ จานวน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ระเบยี บฯ ข้อ 8 (4)) - อัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านการเกษตร เป็นไปตามหลักเกณฑ์ปลีกย่อยฯ ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังแล้ว เช่น ช่วยเหลือตามพ้ืนท่ีท่ีเสียหายจริง รายละไม่เกนิ ๓๐ ไร่ ข้าว ไร่ละ ๑,340 บาท พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ ๑,980 บาท ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอ่ืนๆ ไรล่ ะ 4,048 บาท เปน็ ตน้ (หลกั เกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ ด้านการเกษตรผู้ประสบภยั พบิ ัตกิ รณฉี กุ เฉนิ พ.ศ. 2564) ๖. การจัดหาพสั ดุ จัดหาพัสดุ การตรวจรับพัสดุ และการบริหารพัสดุ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบรหิ ารพสั ดภุ าครัฐ (ระเบยี บฯ ข้อ 34) ๗. การขอยกเว้นการปฏบิ ตั ิตามระเบยี บ และการขออนุมตั ิปฏิบตั ินอกเหนอื หลกั เกณฑ์ - การใช้จ่ายเงินทดรองราชการ จะต้องถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยเคร่งครัด หากมีความจาเป็นไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้เสนอเรื่อง “ขอยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบฯ” (ระเบียบฯ ข้อ 7) - รายการค่าใช้จ่ายและอัตราการจ่ายเงิน จะต้องถือปฏิบัติตาม “หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินฯ” ที่กระทรวงการคลังกาหนด หากมีความจาเป็นต้องจ่ายนอกเหนือหลักเกณฑ์ ให้เสนอเร่ือง “ขออนุมัติ ปฏิบตั ินอกเหนือหลักเกณฑฯ์ ” (ระเบยี บฯ ขอ้ 27) - การเสนอเร่ืองทัง้ สองกรณขี า้ งตน้ ให้เสนอผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพ่ือเสนอต่อไป ยงั กระทรวงการคลงั ผู้มีอานาจอนุมัติ ท้ังน้ี “การยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบ” หรือ “การปฏิบัติ นอกเหนอื หลกั เกณฑ์” จะกระทาไดต้ ่อเมอ่ื ได้รับอนมุ ัตจิ ากกระทรวงการคลงั แล้วเท่าน้นั ๘. การจัดสง่ เอกสารเพือ่ ขออนมุ ัติเงนิ งบประมาณชดใชเ้ งนิ ทดรองราชการ - เม่ือจังหวัดได้ใช้วงเงินทดรองราชการไปแล้ว ให้รีบจัดส่งเอกสารให้กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยภายใน 45 วันทาการนับแต่วันท่ีได้รับเงิน เพ่ือดาเนินการขอรับจัดสรรเงินงบประมาณ รายจ่ายเพอ่ื ชดใชเ้ งินทดรองราชการไปยงั กระทรวงการคลัง (ระเบยี บฯ ข้อ 31 วรรคแรก)
21 สรุปอัตราจ่ายเงนิ ช่วยเหลือผ้ปู ระสบภยั ตามหลักเกณฑ์การใชจ้ า่ ยเงินทดรองราชการเพอ่ื ชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพิบตั กิ รณฉี ุกเฉนิ พ.ศ. 2563 (มีผลใชบ้ งั คับต้งั แตว่ นั ท่ี 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นตน้ ไป) 5.1 ดา้ นการดารงชพี ขอ้ รายการ จานวนเงิน (บาท) เงอ่ื นไข 1 คา่ อาหารจดั เลย้ี งวนั ละไมเ่ กิน 3 มือ้ มื้อละไม่เกิน 50 บาท/คน เท่าท่จี ่ายจรงิ 2 ถุงยังชพี ชุดละไมเ่ กิน 700 บาท/ครอบครัว เทา่ ท่ีจ่ายจริง 3 ค่าจัดซอ้ื หรือจัดหาน้าบรโิ ภคและใช้สอยในทอี่ ย่อู าศัย ตามความจา้ เป็น เท่าที่จ่ายจริง 4 ค่าใช้จ่ายในการด้ารงชีพเบือ้ งต้น ครอบครัวละไมเ่ กิน 3,800 บาท กรณีท่ีอยูอ่ าศยั เสยี หาย ทง้ั หลัง 5 คา่ วัสดซุ อ่ มแซมที่อยู่อาศัยประจ้าซ่งึ ผูป้ ระสบภยั หลงั ละไม่เกนิ 49,500 บาท เทา่ ที่จ่ายจริง เปน็ เจ้าของทไี่ ดร้ ับความเสียหาย 6 ค่าวัสดซุ ่อมแซมหรือสรา้ งยุ้งข้าว โรงเรือนสา้ หรบั เกบ็ ครอบครัวละไม่เกนิ 5,700 บาท เทา่ ท่จี ่ายจรงิ พชื ผลและคอกสัตว์ทไี่ ดร้ บั ความเสยี หาย 7 กรณีผปู้ ระสบภัยเช่าบา้ นเรือนของผอู้ ่ืน และบา้ นเชา่ ครอบครัวละไมเ่ กนิ ไม่เกนิ 2 เดือน เสยี หายจากภยั พบิ ตั ิทง้ั หลังหรอื บางส่วนจนอยูอ่ าศยั 1,800 บาท/เดอื น ไมไ่ ด้ ใหช้ ่วยเหลอื เป็นคา่ เช่าบา้ นแกผ่ ู้ประสบภยั พิบตั ิ 8 - คา่ ดัดแปลงสถานที่ส้าหรับเปน็ ทพ่ี กั ชว่ั คราว - ครอบครัวละไม่เกิน 2,500 บาท เท่าทจ่ี ่ายจริง - ค่าผ้าใบ/ผา้ พลาสตกิ /วสั ดอุ ่นื ๆ สา้ หรบั กนั แดดกันฝน - ครอบครวั ละไมเ่ กิน 1,000 บาท เท่าทจ่ี ่ายจรงิ 9 ค่าใช้จา่ ยท่ีสว่ นราชการจดั หาสาธารณูปโภคในทพี่ ัก ช่ัวคราว - ค่าไฟฟ้า/อปุ กรณ์แสงสวา่ งอ่นื ๆ - ตามความจา้ เป็น เท่าทจี่ า่ ยจรงิ - คา่ น้าบรโิ ภคและใช้สอย/อปุ กรณบ์ รรจุน้า - ตามความจ้าเปน็ เทา่ ทจี่ า่ ยจรงิ - จัดสร้างหรอื จดั หาหอ้ งน้า ห้องส้วม 1 ท/่ี 10 คน - ที่ละไมเ่ กนิ 1,700 บาท/1 ท/ี่ 10 คน เทา่ ที่จา่ ยจรงิ - จัดสร้างทีร่ องรับ ท้าลาย หรอื กา้ จดั ขยะมูลฝอย - ตามความจา้ เปน็ เท่าทจ่ี า่ ยจริง 10 ค่าเครอื่ งนุ่งห่ม รายละไม่เกิน 1,100 บาท เทา่ ทจ่ี ่ายจรงิ 11 ค่าเคร่ืองมือประกอบอาชพี และหรอื เงนิ ทนุ สา้ หรบั ครอบครวั ละไมเ่ กิน เทา่ ทจ่ี ่ายจรงิ ผปู้ ระสบภยั พิบัตทิ ี่เปน็ อาชีพหลกั ในการหาเลย้ี งครอบครวั 11,400 บาท 12 คา่ ช่วยเหลือผู้บาดเจบ็ จ่ายได้กรณีใดกรณหี นึ่ง - กรณีบาดเจบ็ สาหสั - ช่วยเหลือเบ้ืองตน้ เป็นเงิน - รกั ษาตัวใน 4,000 บาท สถานพยาบาล - กรณีบาดเจ็บถงึ ขน้ั พกิ าร - ช่วยเหลอื เบ้อื งตน้ เป็นเงิน 3 วนั ข้นึ ไป 13,300 บาท - ไม่สามารถประกอบ - กรณีสาธารณภยั ขนาดใหญ่ หรือรุนแรงเปน็ ทสี่ ะเทือน - จา่ ยเงินและหรอื ส่ิงของปลอบขวญั อาชพี ตามปกติได้ ขวัญของประชาชนท่ัวไป รายละไม่เกิน 2,300 บาท - ผู้ได้รบั บาดเจ็บทีร่ กั ษา ตวั ในสถานพยาบาล 13 - ค่าจัดการศพ - รายละไมเ่ กิน 29,700 บาท - เสยี ชีวติ - เงินสงเคราะหค์ รอบครวั - เงินสงเคราะหค์ รอบครัว - ผเู้ สยี ชีวิตเปน็ หวั หน้า อีกไมเ่ กิน 29,700 บาท ครอบครัวหรือเปน็ ผหู้ า รายไดเ้ ลย้ี งดคู รอบครวั 14 ค่าจดั ซ้อื เครอ่ื งกนั หนาว คนละไมเ่ กนิ 300 บาท อุณหภูมติ า้่ กวา่ 8 องศา จงั หวดั หนึง่ ไมเ่ กนิ งบประมาณ เซลเซียส ตดิ ต่อกนั เกนิ ปลี ะ 1,200,000 บาท 3 วัน
22 ขอ้ รายการ จานวนเงิน (บาท) เง่อื นไข 15 ค่าเครอ่ื งครัวและอุปกรณใ์ นการประกอบอาหาร ครอบครัวละไม่เกิน 3,500 บาท เทา่ ทจ่ี า่ ยจริง เทา่ ที่จา่ ยจริง 16 ค่าเครือ่ งนอน คนละไมเ่ กิน 1,000 บาท เงือ่ นไข 5.2 ดา้ นสังคมสงเคราะห์ จานวนเงิน (บาท) เท่าทจ่ี ่ายจริง คนละไมเ่ กิน 2,000 บาท ไมเ่ กนิ 10 วัน ข้อ รายการ วนั ละไม่เกิน 500 บาท เท่าทจ่ี ่ายจรงิ 1 ค่าใชจ้ า่ ยส้าหรับอปุ กรณ์การฝกึ อาชีพ ภายในวงเงินไมเ่ กิน 10,000 บาท เทา่ ทีจ่ ่ายจริง 2 ค่าตอบแทนวิทยากร ครอบครวั ละไม่เกิน 4,000 บาท 3 ค่าใช้จา่ ยในการด้าเนินงานปฏิบัติการฝกึ อบรม เงือ่ นไข 4 เงนิ ทุนประกอบอาชีพทไ่ี ดร้ บั การฝึกอบรม - 5.3 ดา้ นการแพทย์และการสาธารณสขุ - - ข้อ รายการ จานวนเงิน (บาท) - - 1 ค่าวสั ดุ เคมีภณั ฑ์ อาหาร และเวชภัณฑ์ ส้าหรับแจกจา่ ย เท่าท่จี ่ายจรงิ ประชาชน เทา่ ท่ีจ่ายจรงิ - คา่ วัสดุ เคมีภณั ฑ์ ท้าความสะอาดบอ่ นา้ ต้ืน - บ่อน้าละไมเ่ กิน 250 บาท - ค่าน้าดืม่ แกค่ รอบครวั ทข่ี าดแคลนน้าสะอาดบรโิ ภค - ครอบครวั ละไมเ่ กนิ 200 บาท - ค่าอาหารเสรมิ โปรตีน เพ่อื ฟน้ื ฟูสภาพร่างกาย - ครอบครัวละไม่เกนิ 570 บาท และเสรมิ สร้างภูมคิ มุ้ กนั โรค - ค่าวัสดุ เคมีภณั ฑ์ สา้ หรบั แจกจา่ ยประชาชน - ครวั เรือนละไมเ่ กิน 250 บาท - ค่ายาชดุ ชว่ ยเหลือผ้ปู ระสบภยั (8 รายการ) - ราคาตามบญั ชีราคาส้าหรบั หน่วยงาน ราชการ องค์การเภสชั กรรม 2 คา่ วสั ดุ เคมีภณั ฑ์ วัสดวุ ิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ สา้ หรับไป ปฏิบตั งิ านช่วยเหลือประชาชน ตามความจา้ เป็น (ปรับปรงุ สขุ าภบิ าลและอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม) - ค่ายาและเวชภณั ฑ์ ส้าหรบั การรกั ษาพยาบาล หรือ ป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรค - ค่าวสั ดุทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารหาเชอื้ ในคน - ค่าวสั ดแุ ละชดุ ทดสอบทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารในน้า อาหาร และอากาศ - ค่าตรวจวเิ คราะห์ทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารหาเชือ้ ในคน - คา่ ตรวจวเิ คราะห์ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารในน้า อาหาร และอากาศ 3 จดั หาวสั ดุควบคุมและป้องกันโรคระบาดในภาวะภยั พบิ ตั ิ จัดหายาและเวชภณั ฑส์ ้าหรบั ไปปฏบิ ัตงิ าน การควบคมุ ตามความจา้ เป็น ปอ้ งกันโรคและการปฏบิ ัติการดา้ นการแพทย์ เพอื่ ชว่ ยเหลือ ประชาชนในภาวะภยั พบิ ตั ิ - ค่าวสั ดเุ ก็บตวั อยา่ ง น้ายา และสารเคมีในการเกบ็ ตัวอยา่ งและวิเคราะหก์ ๊าซซลั เฟอรไ์ ดออกไซด์
23 5.4 ดา้ นการเกษตร ให้ดา้ เนนิ การชว่ ยเหลือแกผ่ ู้ประสบภัยพบิ ตั ทิ ี่ข้ึนทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับหน่วยงาน ทีก่ ้ากบั ดแู ลแต่ละดา้ นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนเกดิ ภัยพิบัตแิ ล้วเทา่ นั้น โดยเบิกจา่ ยได้ ดังนี้ ขอ้ 5.4.1 ด้านพืช ขอ้ รายการ จานวนเงิน (บาท) เงอื่ นไข 1 พืชตายหรือเสียหาย ตามจ้านวนพื้นท่ีท้าเกษตรจริง ตามอตั ราท่กี ระทรวงเกษตร ต า ม จ้ า น ว น พ้ื น ท่ี เ พ า ะ ป ลู ก ท่ีเสียหายจริงไม่เกิน ครัวเรือน ทีไ่ ดร้ บั ความเสียหาย และสหกรณก์ า้ หนด ละ 30 ไร่ โดยคิดจากต้นทุน การผลิตเฉลีย่ 2 ค่าใช้จ่ายในการขุดลอก ขนย้ายหิน ดิน ทราย ไม้ ไมเ่ กนิ ไรล่ ะ 7,000 บาท โ ค ล น ร ว ม ทั้ ง ซ า ก วั ส ดุ ท่ี ทั บ ถ ม พ้ื น ท่ี แ ป ล ง ไ ม่ ส า ม า ร ถ เ พ า ะ ป ลู ก ไ ด้ แ ล ะ เกษตรกรรม หน่วยงานของรัฐไม่สามารถ เ ข้ า ไ ป ใ ห้ ค ว า ม ช่ ว ย เ ห ลื อ ไ ด้ 3 ค่าขนยา้ ยปัจจัยการผลติ และผลผลิต กรณีประชาชน ตามอตั ราทีก่ ระทรวงเกษตร ขนาดพน้ื ทีไ่ มเ่ กิน 5 ไร่ มคี วามจา้ เป็นตอ้ งขนย้ายปัจจัยการผลิตและผลผลิต และสหกรณ์กา้ หนด ทีค่ าดวา่ จะได้รบั ผลกระทบจากภยั พิบัติ อตั รารอ้ ยละ 50 ของปจั จยั การผลิตและผลผลิตของ เกษตรกรทดี่ ้าเนนิ การขนยา้ ย ข้อ 5.4.2 ด้านประมง ข้อ รายการ จานวนเงิน (บาท) เงื่อนไข ตามความจ้าเป็นและเหมาะสม 1 ให้ด้าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยท่ีสัตว์น้าตาย ตามอัตราทก่ี ระทรวงเกษตรและ หรือสูญหาย โดยสนับสนุนพันธ์ุสัตว์น้า อาหาร สหกรณ์กา้ หนด สตั วน์ ้า วสั ดุทางการประมง ข้อ 5.4.3 ด้านปศุสัตว์ จานวนเงิน (บาท) เงอ่ื นไข ตามความจ้าเปน็ และเหมาะสม ตามราคาทอ้ งตลาด ขอ้ รายการ 1 จัดหาอาหารสัตว์ วัคซีนและเวชภัณฑ์รักษาสัตว์ ตามความจ้าเปน็ และเหมาะสม ตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร เงือ่ นไข และอตั ราท่กี ระทรวงเกษตร เพอ่ื ฟ้ืนฟูสขุ ภาพสตั วเ์ ลีย้ ง และจดั หาอาหารส้าเร็จรปู และสหกรณ์ก้าหนด 2 ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่สัตว์ตาย หรือสูญหาย หรือแปลงหญา้ อาหารสตั ว์เสียหาย ข้อ 5.4.4 ดา้ นการเกษตรอ่ืน จานวนเงิน (บาท) เงอ่ื นไข ต า ม อั ต ร า ท่ี ก ร ะ ท ร ว ง เ ก ษ ต ร เพ่อื การเพาะปลกู พืชหรือ ข้อ รายการ และสหกรณ์กา้ หนด ประกอบกิจกรรมดา้ นการเกษตร 1 คา่ ปรับเกล่ียพน้ื ที่ การไถพรวน ยกรอ่ ง ทเ่ี ป็นการบรรเทาปญั หาความ ตามอัตราท่ีกระทรวงเกษตรและ เดือดรอ้ นของผูป้ ระสบภัยพบิ ตั ิ การกอ่ สร้างคนั ดนิ สหกรณก์ ้าหนด ใหส้ ามารถใชง้ านได้ในชว่ งฉุกเฉิน 2 คา่ ซอ่ มแซมอาคารชลประทานและระบบชลประทาน - จา่ ยเปน็ รายวนั ตามราคาท้องถ่ิน เพ่ือใช้ในการขนย้ายสัตว์เลี้ยง เฉพาะในสว่ นทเี่ กีย่ วกบั การระบายนา้ - เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตาม ท่ี ป ร ะ ส บ ภั ย แ ล ะ ท่ี น้ า ไ ป ความจ้าเปน็ สนับสนุนหรือขนส่งพืชหญ้า 3 ค่าจ้างเหมารถยนต์ รถไฟ เรอื บรรทุก อาหารสตั วห์ รืออาหารสตั ว์ - คา่ จา้ งเหมารถยนต์และเรอื บรรทุกของเอกชน - ค่าระวางบรรทุกทางรถไฟ
24 จานวนเงิน (บาท) เง่อื นไข จานวนเงิน (บาท) ช่วยเหลือราษฎรที่ขาดแคลน 5.5 ดา้ นบรรเทาสาธารณภยั น้าอุปโภคบริโภค ตามความ จ้าเปน็ ข้อ รายการ เ พื่ อ ใ ห้ ส า ม า ร ถ ใ ช้ เ ก็ บ น้ า ไ ว้ 1 จัดหาภาชนะรองรบั น้า อุปโภค - มิได้อยู่ในความรับผิดชอบ 2 ซ่อมแซมภาชนะรองรบั นา้ ท่ชี า้ รดุ เสยี หาย ของส่วนราชการ 3 ซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ท่ีได้รับความเสียหายจาก - กระท้าได้เฉพาะกรณีเร่งด่วน จ้าเป็นเพื่อให้กลับคนื ส่สู ภาพเดิม ภยั พบิ ัติ - ไม่ซ้าซ้อนกับโครงการท่ีได้รับ ส้ า ห รั บ ก า ร ซ่ อม แ ซ ม สิ่ ง ส า ธ า ร ณ ป ร ะ โ ย ช น์ที่ อ ยู่ งบประมาณดา้ เนินการในบริเวณ นัน้ อยู่แล้ว ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้าเนินการ - สิ่งสาธารณประโยชน์ที่ต้องใช้ ได้ต่อเมื่อ กรณงี บประมาณเพอื่ กรณีฉุกเฉินหรือจ้าเป็นซึ่งตั้งไว้ ร ะ ย ะ เ ว ล า ก า ร ซ่ อ ม แ ซ ม ในปีนั้นได้ใช้จ่ายหมดแล้ว หากไม่ซ่อมแซมจะเกิดความ เกิน 45 วัน ให้ใช้งบประมาณ เสียหายต่อส่ิงสาธารณประโยชน์ หรือสร้างความเดือดร้อนแก่ ปกตดิ ้าเนินการ ประชาชนโดยรวม ทั้งน้ี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมี หนังสอื ยนื ยันขอ้ มลู งบประมาณดังกล่าว สิ่งก่อสร้างสาธารณประโยชน์ ที่กีดขวางทางน้า หรือกิ่งไม้ ส้าหรับสะพานหรือถนน หรือถนนท่ีมีท่อระบายน้า ต้นไม้ เศษสวะ กอไผ่ ฯลฯ ท่ีได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับคืน ท่ีอุดช่องทางน้าเป็นอุปสรรค สูส่ ภาพเดิมได้ ให้ก่อสร้างสะพานไม้ช่ัวคราว หรือเท่าท่ีจ้าเป็น ตอ่ การระบายน้า เร่งดว่ น เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ เพือ่ แก้ไขเหตุการณ์กรณีเร่งด่วน ฉุกเฉินจากภัยพิบัติ ที่ท้าความ กรณีเกิดภัยพิบัติเป็นระยะเวลานาน ท้าให้ประชาชนได้รับ เสยี หายต่อสิ่งสาธารณประโยชน์ ความเดือดร้อนในการสัญจรไปมาให้จัดท้าสะพานไม้ทางเดิน หรื อเสี ยหายต่ อประชาชน ชั่วคราวได้ โดยส่วนรวม เท่าที่จ่ายจริง 4 จ้างเหมาก้าจัดสิ่งกีดขวางทางน้าท่ีอุดช่องทางน้า เป็นอุปสรรค ตามความจ้าเป็นและเหมาะสม ต่อการระบายน้า ท้าให้สิ่งสาธารณประโยชน์ต้านทานน้าไม่ไหว เกิดความช้ารุดเสียหาย หรือเกิดความเสียหายต่อชีวิตและ เงอ่ื นไข ทรัพยส์ นิ ช้ า รุ ด เ สี ย ห า ย ใ น ร ะ ห ว่ า ง 5 จัดหาวัสดุ ได้แก่ กระสอบทราย ดิน ลูกรัง เสาเข็ม ไม้แบบ ปฏิบัติงานตามความจ้าเป็น เป็นต้น ให้อยู่ในสภาพเดิม เฉพาะกรณี จา้ เป็นเรง่ ดว่ น 5.6 ดา้ นการปฏิบตั ิงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ค้ านึ งถึ งความ จ้ าเ ป็ นแล ะ การประหยัด และการให้ราษฎร ขอ้ รายการ มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร ช่ ว ย เ ห ลื อ 1 ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์ ยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้า ตนเองเปน็ ส้าคัญ หรือผลักดันน้า เคร่ืองป่ันไฟ เคร่ืองมืออุปกรณ์ด้านการกู้ชีพ กู้ภัยของทางราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และเอกชน ทน่ี า้ มาช่วยเหลือโดยสมคั รใจและไมค่ ิดมูลค่า 2 ค่าน้ามันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น/ค่ากระแสไฟฟ้า ส้าหรับ ยานพาหนะ เครื่องจักรกล และเคร่ืองสูบน้าหรือผลักดันน้า เครื่องป่ันไฟ เครื่องมืออุปกรณ์ด้านการกู้ชีพกู้ภัยของทาง ราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและเอกชนท่ีน้ามาใช้ ปฏิบตั งิ านช่วยเหลือ โดยความสมัครใจ โดยไมค่ ิดมูลค่า
25 ขอ้ รายการ จานวนเงิน (บาท) เง่ือนไข 3 ค่าเช่าหรือจ้างเหมาเครื่องสูบน้าหรือเครื่องผลักดันน้า จ่ายค่าเช่าเป็นรายวัน เทา่ ท่ีจ้าเปน็ เร่งด่วน ยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องปั่นไฟ ตลอดจนเคร่ืองมือ ตามราคาทอ้ งถ่ิน อุปกรณด์ ้านการกู้ชพี กภู้ ัย 4 ค่าจ้างเหมาหรือจ้างแรงงานแบกหามส่ิงของ รวมทั้งค่าจ้าง จ่ายตามอัตราค่าจ้าง ให้ใช้เจ้าหน้าท่ีของส่วนราชการ เหมาแรงงานจดั หีบห่อ แรงงานขั้นต้่า ตาม ก่อนกรณีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ประกาศกระทรวง ให้จ้างบคุ คลภายนอกได้ แรงงาน 5 ค่าตอบแทน ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา ค่าใช้จ่าย ตามระเบียบของทาง กรณีท่ีงบประมาณไม่เพียงพอ ในการเดิ นทางส้ าหรั บเจ้ าหน้ าท่ีที่ออกปฏิ บั ติ งาน ใ ห้ ราชการ หรือมไิ ด้ต้ังไวเ้ พอ่ื การนี้ ความชว่ ยเหลือประชาชนในพืน้ ทป่ี ระสบภัย - ให้เบิกจ่ายได้ 2 คน/1 จุดท่ีต้ัง - เจ้าหนา้ ทค่ี วบคุมเคร่ืองสูบนา้ หรือเครอื่ งผลักดนั น้า เครอ่ื งสูบนา้ หรอื เครื่องผลักดันน้า - จา้ นวน 1 คน/รถยนต์ 1 คนั - เจ้าหน้าท่ีคนขับรถยนต์บรรทุกเครื่องสูบน้า วัสดุ และ - ไม่เกิน 10 คน/1 หนว่ ย/ครั้ง ครภุ ณั ฑ์ - ไมเ่ กิน 3 คน/หน่วย/ครัง้ - หนว่ ยแพทยเ์ คลื่อนทอี่ อกปฏบิ ตั งิ าน - ออกปฏิบัติงานครั้งละไม่เกิน - หนว่ ยสขุ ศกึ ษาและประชาสมั พนั ธเ์ คลือ่ นทีอ่ อกปฏบิ ัตงิ าน 3 คน - หนว่ ยปฏิบตั ิงานด้านปอ้ งกัน ควบคมุ โรค - ค่าตอบแทนส้าหรับบุคคลภายนอก (ผู้ที่มิใช่ข้าราชการ ต า ม อั ต ร า ค่ า จ้ า ง ลูกจา้ งฯ) แรงงานขั้นต่้า ตาม ประกาศกระทรวง แรงงาน 6 ค่าอาหารจดั เลย้ี งเจา้ หน้าทขี่ องทางราชการและผมู้ าใหค้ วาม มอื้ ละไม่เกิน วนั ละไมเ่ กนิ 3 มอื้ ชว่ ยเหลือ 50 บาท/คน และต้องไมไ่ ดร้ ับเงนิ อน่ื ใด จากทางราชการ 7 คา่ ใชจ้ า่ ยในการรบั - ส่ง และติดตอ่ สอื่ สาร เทา่ ท่จี า่ ยจรงิ ตามความจา้ เป็น 8 ค่าวัสดุส้านักงาน/วัสดุจัดหีบห่อ/ค่าจ้างเหมาบริการอื่นๆ ตามระเบียบของทาง เกี่ยวเน่อื งในการชว่ ยเหลอื ท่ีจ้าเป็น เช่น ค่าเช่าเคร่ืองถ่ายเอกสาร เคร่ืองคอมพิวเตอร์ ราชการ ผปู้ ระสบภยั ใหเ้ บกิ ได้ เป็นตน้
26 สรปุ หลักเกณฑ์วธิ ปี ฏบิ ัตปิ ลีกย่อยเก่ียวกับการให้ความช่วยเหลือดา้ นการเกษตร ผปู้ ระสบภยั พิบัตกิ รณฉี ุกเฉนิ พ.ศ. 2564 (มผี ลใชบ้ งั คับวนั ท่ีเกิดภยั ตั้งแต่วันท่ี 1 กนั ยายน 2564) ข้อ รายการ จานวนเงิน (บาท) เงื่อนไข 1 ดา้ นพชื ให้ความชว่ ยเหลือเป็นเงิน ดังน้ี 1.1 กรณีพืชตายหรือเสยี หาย - ข้าว - 1,340 บาท / ไร่ ช่วยเหลือตามจ้านวนพ้ืนที่ - พชื ไร่และพืชผกั - 1,980 บาท / ไร่ เพาะ ปลูกท่ีเสียห ายจริ ง - ไม้ผลไม้ยนื ต้น และอื่นๆ - 4,048 บาท / ไร่ ไม่เกนิ ครัวเรือนละ 30 ไร่ 1.2 กรณีพ้ืนท่ที ้าการเพาะปลูกไดถ้ ูกหนิ ดิน ทราย ไม้ ไมเ่ กินไร่ละ- ๗,000 บาท ไมส่ ามารถเพาะปลูกได้และ โคลน รวมทั้งซากวัสดุทุกชนิดทับถม หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถ เข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ ชว่ ยเหลือพืน้ ทไ่ี ม่เกิน 5 ไร่ 2 ดา้ นประมง ใหค้ วามช่วยเหลือเปน็ เงนิ ดังนี้ 2.1 กุ้งก้ามกราม กุง้ ทะเล ปทู ะเล หรอื หอยทะเล - 11,750 บาท /ไร่ - ไมเ่ กินรายละ 5 ไร่ 2.2 ปลาหรือสัตว์น้าอื่นท่ีเล้ียงในบ่อดิน นาข้าว หรือ - 4,682 บาท / ไร่ - คดิ เฉพาะพ้ืนทเี่ ล้ยี ง ไม่เกนิ ร่องสวน รายละ 5 ไร่ 2.3 สัตว์น้าท่ีเล้ียงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือท่ีเลี้ยง - 368 บาท / ตารางเมตร - ไมเ่ กินรายละ 80 ตารางเมตร ในลักษณะท่คี ล้ายคลึงกนั หากคิดค้านวณพ้ืนที่เลี้ยงแล้วผู้เพาะเล้ียงสัตว์น้า ที่ประสบภัยพิบัติรายใดจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงิน ต้า่ กว่า 368 บาท ให้ช่วยเหลอื ในอัตรารายละ 368 บาท 3 ดา้ นปศสุ ตั ว์ ให้ช่วยเหลือเปน็ เงนิ ดงั น้ี 3.1 กรณีที่เป็นการจัดหาอาหารสัตว์ วัคซีนและ - ตามราคาท้องตลาด หรือ เวชภัณฑ์รักษาสัตว์ เพ่ือการฟื้นฟูสุขภาพสัตว์เล้ียง ตามความจา้ เปน็ เหมาะสม และการจดั หาอาหารสตั ว์ 3.2 กรณีแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรตาย - ๑,๙๘๐ บาท/ไร่ - ไม่เกนิ รายละ ๓๐ ไร่ หรือเสียหายจนไม่สามารถฟ้ืนฟูหรือเยียวยาให้กลับสู่ สภาพเดมิ ได้ 3.3 กรณีสัตว์ตายหรือสูญหาย ดังนี้ 1. โค - ไมเ่ กินรายละ 5 ตวั - อายนุ อ้ ยกวา่ 6 เดือน - ตวั ละไมเ่ กนิ 13,000 บาท - อายุ 6 เดอื น ถงึ 1 ปี - ตวั ละไม่เกิน 22,000 บาท - อายุมากกวา่ 1 ปี ถึง 2 ปี - ตัวละไมเ่ กนิ 29,000 บาท - อายมุ ากกว่า 2 ปี ขน้ึ ไป - ตัวละไมเ่ กนิ 35,000 บาท 2. กระบอื ไม่เกนิ รายละ 5 ตวั - อายุนอ้ ยกวา่ 6 เดือน - ตัวละไม่เกิน 15,000 บาท - อายุ 6 เดอื น ถงึ 1 ปี - ตัวละไม่เกนิ 24,000 บาท - อายุมากกวา่ 1 ปี ถงึ 2 ปี - ตัวละไม่เกนิ 32,000 บาท - อายุมากกวา่ 2 ปี ขนึ้ ไป - ตัวละไม่เกนิ 39,000 บาท 3. สกุ ร ไมเ่ กินรายละ 10 ตัว - อายุ 1 - 30 วนั - ตัวละไม่เกนิ 1,500 บาท - อายุมากกว่า 30 วนั ขนึ้ ไป - ตวั ละไมเ่ กนิ 3,000 บาท 4. แพะ/แกะ ไม่เกินรายละ 10 ตัว - อายุ 1 - 30 วัน - ตัวละไม่เกนิ 1,500 บาท - อายมุ ากกว่า 30 วนั - ตวั ละไมเ่ กิน 3,000 บาท
27 ขอ้ รายการ จานวนเงิน (บาท) เง่อื นไข ไม่เกินรายละ 300 ตัว 5. ไก่พนื้ เมอื ง/ไกง่ วง - อายุ 1 - 21 วัน - ตวั ละไมเ่ กนิ 30 บาท ไม่เกินรายละ 1,000 ตัว - อายมุ ากกวา่ 21 วนั ขนึ้ ไป - ตัวละไมเ่ กิน 80 บาท ไมเ่ กนิ รายละ 1,000 ตวั 6. ไกไ่ ข่ - ตัวละไม่เกนิ 30 บาท - อายุ 1 - 21 วัน ไมเ่ กนิ รายละ 1,000 ตัว - อายุมากกว่า 21 วัน ข้นึ ไป - ตัวละไมเ่ กิน 100 บาท ไม่เกินรายละ 1,000 ตัว 7. ไกเ่ นื้อ - ตัวละไม่เกนิ 20 บาท - อายุ 1 - 21 วัน ไม่เกินรายละ 1,000 ตวั - อายมุ ากกวา่ 21 วนั ข้นึ ไป - ตวั ละไมเ่ กิน 50 บาท ไมเ่ กนิ รายละ 10 ตัว 8. เปด็ ไข่ ไมเ่ กนิ รายละ 300 ตัว - อายุ 1 - 21 วนั - ตวั ละไมเ่ กิน 30 บาท - อายุมากกว่า 21 วัน ขน้ึ ไป - ตวั ละไมเ่ กนิ 100 บาท ช่วยเหลือพื้นทท่ี เ่ี สยี หายจริง 9. เปด็ เน้ือ/เป็ดเทศ - ตัวละไมเ่ กนิ 30 บาท ช่วยเหลอื พ้นื ท่ที ่เี สยี หายจรงิ - อายุ 1 - 21 วนั ไม่เกินครัวเรือนละ ๓๐ ไร่ - อายุมากกวา่ 21 วนั ขึน้ ไป - ตวั ละไม่เกนิ 80 บาท 10. นกกระทา - อายุ 1 - 21 วนั - ตัวละไมเ่ กนิ 10 บาท - อายุมากกวา่ 21 วนั ข้ึนไป - ตัวละไม่เกนิ 30 บาท 11. นกกระจอกเทศ ตัวละไม่เกิน 2,000 บาท 12. ห่าน ตวั ละไม่เกิน 100 บาท 4 ด้านการเกษตรอื่น ให้ช่วยเหลือตามจ้านวนพ้ืนที่ ทเี่ สยี หายจริง ดงั นี้ ๔.๑ ค่าใช้จ่ายในการด้าเนินการปรับเกลี่ยพ้ืนที่ - เหมาจ่าย 800 บาท/ไร่ การไถพรวน การก่อสร้างคันดินเพื่อการเพาะปลูกพืช หรือประกอบกจิ กรรมดา้ นการเกษตร ๔.๒ ค่าใช้จ่ายในการด้าเนินการปรับพื้นที่ท้านา - ๑,๒๒๐ บาท/ไร่ เกลือทะเล ๔.๓ ค่าซ่อมแซมอาคารชลประทานและระบบ ราคางานตามราคากลาง ชลประทานให้สามารถใช้งานได้ ในช่วงฉุกเฉิน ทไ่ี ด้รับอนมุ ตั จิ ากส้านกั เฉพาะในส่วนท่ีเกี่ยวกับการระบายน้า ในกรณี งบประมาณหรือกระทรวง ใช้เคร่ืองจักรกลของส่วนราชการในสังกัดกระทรวง การคลัง มาใช้โดยอนุโลม เกษตรและสหกรณ์ เพ่ือด้าเนินการขุดลอกเปิดทางน้า - ให้จ่ายเป็นรายวัน งานก้าจัดวัชพืชที่กีดขวางการระบายน้า งานขุดลอก ตามราคาทอ้ งถิ่น ดิน ทราย วัสดุที่ทับถม ทางระบายนา้ - ให้เบิกจ่ายไดเ้ ท่าทีจ่ ่ายจริง ๔.๔ ค่าจ้างเหมารถยนต์ ค่าระวางบรรทุกรถไฟและ ตามความจา้ เปน็ เรือบรรทุกของเอกชน เพ่ือใช้ในการขนย้ายสัตว์เล้ียง ท่ีประสบภัย และที่น้าไปสนับสนุนหรือขนส่งพืชหญ้า อาหารสตั ว์ หรอื อาหารสัตว์ ใหเ้ บกิ จ่าย ดังนี้ ๔.๔.๑ ค่าจ้างเหมารถยนต์และเรือบรรทุก ของเอกชน ๔.๔.๒ คา่ ระวางบรรทกุ ทางรถไฟ 5 กรณีมีความจ้าเป็น หากรายการใดมิได้ก้าหนดให้จ่าย เป็นเงินให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้มีอ้านาจอนุมัติให้การ ช่วยเหลือพิจารณาให้จ่ายเป็นเงินก็ได้ โดยค้านึงถึง สภาพและเหตกุ ารณต์ ามความเหมาะสม
28
29 แผนผัง : การใชจ้ ่ายเงินทดรองราชการเพอื่ ชว่ ยเหลือผปู้ ระสบภยั พบิ ัติ ภยั พบิ ตั ิ คาดวา่ จะ ไดร้ บั รายงานสาธารณภยั / เกิดภยั ปรากฏพนื้ ทป่ี ระสบภยั พิบตั แิ ละความเสยี หายชดั เจน 1 ประกาศพืน้ ทปี่ ระสบสาธารณภยั / ขยายพนื้ ท/่ี ขยายเวลา ไมต่ อ้ งประกาศเขต ประกาศเขตการใหค้ วามช่วยเหลอื ฯ 2 เปิดว1งเงินทดรองฯ ขยายวงเงิน 3 ใหค้ วามช่วยเหลอื ใชจ้ า่ ยเงิน จงั หวดั /กรม ผปู้ ระสบภยั เงิน สง่ิ ของ จดั ซอื้ ทรพั ยส์ นิ จดั จา้ ง สาธารณะ หลกั ฐานทางการเงิน รวบรวม / จดั เก็บ เบยี้ เลยี้ ง จนท. อนื่ ๆ คา่ วสั ดุ 4 นา้ มนั เชือ้ เพลงิ คา่ ใชจ้ า่ ยอนื่ ๆ 5 ขอเบกิ เงินชดใชเ้ งินทดรองฯ รวบรวม / จดั เก็บ หมายเหตุ : เส้นประ คือ การใช้จ่ายวงเงนิ ทดรองราชการในเชงิ ปอ้ งกันหรือยบั ยัง้ ภัยพิบัติกรณฉี ุกเฉนิ (10 ล้านบาท) เส้นทึบ คือ การใชจ้ า่ ยวงเงินทดรองราชการในการให้ความชว่ ยเหลอื หรือสนบั สนุนการให้ความชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภยั พบิ ตั ิ (20 ล้านบาท)
30 แผนผัง : การประกาศเขตการใหค้ วามช่วยเหลือผู้ประสบภยั พบิ ตั ิกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลงั ว่าดว้ ยเงนิ ทดรองราชการเพอ่ื ชว่ ยเหลือผปู้ ระสบภัยพิบัติกรณฉี กุ เฉนิ พ.ศ. 2562 วัตถุประสงค์ เพื่อนำเงนิ ทดรองรำชกำรมำใชจ้ ำ่ ยในกำรให้ควำมชว่ ยเหลอื หรอื สนบั สนุน กำรให้ควำมชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พิบตั ิกรณฉี ุกเฉนิ เมื่อเกิดภัยพิบตั ิฉุกเฉิน - รวบรวมรำยละเอียดเหตกุ ำรณ/์ ในพื้นท่ี สถำนกำรณ์ กทม. อำเภอ หนว่ ยงำนท่ีเกย่ี วข้อง - จดั ทำรำยงำนสถำนกำรณ์ - รับรองวำ่ ได้เกดิ ควำมเสียหำยในพื้นทจ่ี ริง ทำหนงั สอื พรอ้ มรบั รองเอกสำรเหตกุ ำรณ์ - ขอให้จังหวดั /กรมปอ้ งกนั ฯ ประกำศเปน็ เขตฯ มำยงั ปภ. / สนง.ปภ.จังหวดั กรณีปรากฏพนื้ ที่ ประสบภยั พิบัตแิ ละ ความเสียหายชัดเจน กรณีเพ่ิมเติม ตรวจสอบเอกสำรและขอ้ มลู - กทม. เปน็ อานาจของ อปภ. ปภ. / สนง.ปภ.จังหวัด - จงั หวดั เปน็ อานาจของ ผวจ. + ก.ช.ภ.จ. ข้อพจิ ำรณำ *** หากสถานการณ์ ต้องช่วยเหลอื เรง่ ด่วน เสนอผู้มอี ำนำจพจิ ำรณำ ผวจ. สามารถประกาศเขตฯ โดยไม่ขอ 1. มลี ักษณะ เปน็ “ภยั พิบัติ” ความเห็นชอบจาก ก.ช.ภ.จ. ได้ - เกิดอนั ตรายหรือความเสยี หาย แก่ชวี ิต รา่ งกาย หรือทรัพย์สนิ อปภ. /ผวจ +ก.ช.ภ.จ. / ผวจ. ประกาศเขตฯ มีรายการดงั นี้ - เกิดแก่คนหมมู่ าก - ชุมชนไมส่ ามารถป้องกนั หรอื แล้วแตก่ รณี ประเภทภัยพิบัตกิ รณีฉกุ เฉิน จัดการแกไ้ ขไดด้ ว้ ยตนเอง วนั เดอื น ปี ท่เี กดิ ภัยพิบตั ิ และวนั เดอื น ปี 2. เปน็ ภยั ที่เกดิ ขึ้นโดยปัจจบุ ัน ทส่ี ้นิ สดุ ภัยพบิ ตั ิ กรณยี ังไมย่ ตุ ิให้ระบุใน ทันดว่ น พิจำรณำ ประกำศว่ำ “ภยั พิบตั ิกรณฉี กุ เฉยงั ไมย่ ุติ” 3. จาเปน็ ต้องแก้ไขโดยฉับพลนั 4. อยใู่ นระหวา่ งทีย่ งั ไมไ่ ด้รบั อนุมัติ เมื่อยุติแลว้ ให้ประกำศ “วนั สิน้ สุดภัย” เงินงบประมาณรายจา่ ย พื้นที่ที่เกิดภยั พิบัติ ให้ระบุเฉพำะพนื้ ที่ ชุมชน หมู่บ้ำน ตำบล อำเภอท่ีเกดิ ภัย พิบตั กิ รณฉี ุกเฉนิ เทำ่ น้นั หำกภยั พบิ ตั ิสง่ ผลกระทบเปน็ วงกว้ำงขึ้น ประกำศเขตกำรใหค้ วำมชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพบิ ตั ิกรณีฉกุ เฉิน ให้ประกำศเพิ่มเติมตำมพ้นื ท่ีควำม ปภ. / สนง.ปภ.จังหวดั ส่งประกำศฯ เสียหำยท่เี กิดขึน้ จริง และให้ระบุให้ ชัดเจนว่ำเป็นกำรประกำศเขตกำรให้ ควำมชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพิบัตกิ รณี ฉกุ เฉินเพิ่มเตมิ ให้ระบุประเภทควำมเสียหำย อำทิ ชีวิต สนง.ปภ.จงั หวดั รำยงำน ปภ. ทนั ที ทรพั ย์สนิ ท่ีอยอู่ ำศัย พน้ื ที่กำรเกษตร ผา่ นระบบขอ้ มูลสาธารณภัย หรือส่ิงสำธำรณประโยชน์ เป็นต้น เวลำเริม่ ตน้ และเวลำสิน้ สุดกำรชว่ ยเหลือฯ ต้องไม่เกนิ 3 เดอื น นบั แตว่ ันทเ่ี กดิ ภัย ที่มำ 1. ระเบียบกระทรวงกำรคลงั ฯ ขอ้ 20 และข้อ ๒๑ หากระยะเวลาการช่วยเหลือเกิน ๓ เดอื น 2. ประกำศ ปภ. เรอื่ ง หลกั เกณฑ์ วธิ กี ำรและเงือ่ นไขกำรประกำศเขตกำรใหค้ วำมช่วยเหลอื ให้ขออนมุ ัตขิ ยายระยะเวลาฯ ตอ่ อธิบดี ผ้ปู ระสบภยั พิบัตกิ รณีฉุกเฉิน ลงวนั ท่ี 11 กมุ ภำพันธ์ 2563 กรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย 3. หนงั สือกรมบัญชกี ลำง ด่วนท่ีสดุ ท่ี กค 0406.3/30326 ลงวันที่ 23 กันยำยน 2557
31 แผนผัง : การประกาศเขตการใหค้ วามช่วยเหลือผู้ประสบภยั พิบตั ิกรณีฉุกเฉนิ กรณีโรคระบาดในมนษุ ย์ (พ้ืนท่จี งั หวัด) ตามระเบยี บกระทรวงการคลัง วา่ ดว้ ยเงินทดรองราชการเพ่ือชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณฉี กุ เฉิน พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 และ 9 เกดิ โรคระบาดในมนุษย์ ระเบยี บ กค. พ.ศ. 2562 พ.ร.บ. โรคตดิ ต่อ วัตถุประสงค์ ประกาศพ้นื ทีโ่ รคระบาด/เขตติดโรค รวบรวมเอกสารและขอ้ มูล เพอ่ื นาเงินทดรอง รายละเอียดทางวชิ าการ ราชการมาใชจ้ า่ ยในการ (รฐั มนตรโี ดยคาแนะนาของ ให้ความชว่ ยเหลอื หรือ (สนง.ปภ.จังหวดั ) สนบั สนนุ การให้ความ คณะกรรมการดา้ นวชิ าการ) ช่วยเหลอื ผปู้ ระสบ เสนอผ้มู อี านาจพจิ ารณา ภยั พบิ ตั ิกรณฉี กุ เฉิน รายงานสถานการณ์โรคระบาดในพน้ื ที่ (ผวจ / ผวจ.+ ก.ช.ภ.จ.) (คณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ จังหวดั ) พิจารณาอนมุ ตั ิ ประกาศเขตฯ มรี ายการดังนี้ ประกาศเขตการให้ความชว่ ยเหลือ ประเภทภัยพบิ ตั กิ รณฉี ุกเฉิน ผู้ประสบภัยพบิ ัติกรณีฉุกเฉนิ วนั เดือน ปี ทเี่ กดิ ภัยพิบัติ และวัน เดอื น ปี (สนง.ปภ.จังหวัด) ทส่ี น้ิ สุดภยั พิบตั ิ กรณยี งั ไมย่ ตุ ิให้ระบุใน สนง.ปภ.จังหวัด รายงาน ปภ. ทันที ประกาศว่า “ภยั พบิ ตั กิ รณีฉุกเฉินยงั ไมย่ ตุ ิ” ผา่ นระบบข้อมลู สาธารณภัย เมือ่ ยุตแิ ล้วให้ประกาศ “วนั สิ้นสดุ ภยั ” พ้ืนที่ที่เกิดภัยพิบตั ิ ใหร้ ะบุเฉพาะพืน้ ที่ ชมุ ชน หมบู่ ้าน ตาบล อาเภอท่เี กดิ ภยั พิบตั ิ กรณฉี ุกเฉินเทา่ นั้น หากภยั พบิ ัติสง่ ผลกระทบเป็นวงกว้างข้นึ ให้ ประกาศเพมิ่ เตมิ ตามพ้นื ทคี่ วามเสียหายท่ี เกิดข้นึ จรงิ และให้ระบุให้ชัดเจนวา่ เปน็ การ ประกาศเขตการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พบิ ัตกิ รณีฉกุ เฉนิ เพ่มิ เตมิ เวลาเริม่ ตน้ และเวลาสนิ้ สดุ การช่วยเหลอื ฯ ต้องไม่เกนิ 3 เดอื น นบั แตว่ นั ที่เกดิ ภัย หากระยะเวลาการช่วยเหลือเกนิ ๓ เดือน ท่ีมา 1. พระราชบญั ญตั โิ รคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 และ 9 ใหข้ ออนุมัตขิ ยายระยะเวลาฯ ต่ออธบิ ดี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ๒. ระเบียบกระทรวงการคลงั ฯ ข้อ 20 และขอ้ ๒๑ 3. ประกาศ ปภ. เรอ่ื ง หลักเกณฑ์ วิธกี ารและเง่อื นไขการประกาศเขตการ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบภยั พิบตั ิกรณฉี ุกเฉิน ลงวันที่ 11 กมุ ภาพันธ์ 2563
32 แผนผัง : การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภยั พบิ ตั ิกรณีฉกุ เฉิน กรณีโรคระบาดสัตว์ (พนื้ ท่ีจังหวดั ) ตามระเบยี บกระทรวงการคลัง ว่าดว้ ยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลอื ผู้ประสบภยั พิบัตกิ รณีฉกุ เฉิน พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 4 เกิดโรคระบาดสัตว์ วัตถปุ ระสงค์ พ.ร.บ. โรคระบาดสตั วฯ์ ระเบยี บ กค. พ.ศ. 2562 เ พ่ื อ น ำ เ งิ น ท ด ร อ ง ร ำ ช ก ำ ร ม ำ ใ ช้ จ่ ำ ย ในกำรให้ควำมช่วยเหลือหรือสนับสนุน ประกาศเขตโรคระบาดช่วั คราว ใหอ้ ำเภอตรวจสอบและยืนยนั ขอ้ มูลตำมหลักวชิ ำกำร กำรให้ควำมช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (ปศสุ ตั วอ์ าเภอ) พรอ้ มทำหนงั สอื รำยงำนเหตกุ ำรณม์ ำยัง กรณีฉกุ เฉิน ปภ. / สนง.ปภ.จังหวัด ประกาศเขตภยั พบิ ตั โิ รคระบาดสตั ว์ - รวบรวมรำยละเอียดเหตุกำรณ์/สถำนกำรณ์ (ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ) - จัดทำรำยงำนสถำนกำรณ์ - รบั รองวำ่ ไดเ้ กิดควำมเสยี หำยในพนื้ ท่จี ริง รวบรวมตรวจสอบเอกสำรและขอ้ มลู รำยละเอียด โดย ปภ. / สนง.ปภ.จังหวดั ประกาศเขตฯ มรี ายการดังน้ี เสนอผ้มู อี ำนำจพจิ ำรณำ ผวจ + ก.ช.ภ.จ. ประเภทภยั พบิ ัตกิ รณีฉกุ เฉิน วนั เดือน ปี ท่เี กดิ ภัยพบิ ตั ิ และวนั เดือน ปี พิจำรณำอนมุ ตั ิ ท่สี ้ินสดุ ภยั พบิ ตั ิ กรณยี ังไมย่ ุติให้ระบุใน ประกำศเขตกำรให้ควำมช่วยเหลือ ผปู้ ระสบภยั พิบตั ิกรณีฉกุ เฉิน ประกาศว่า “ภยั พิบัติกรณีฉุกเฉินยังไมย่ ตุ ิ” ปภ. / สนง.ปภ.จังหวัด เมื่อยุติแล้วใหป้ ระกาศ “วันส้ินสุดภยั ” พน้ื ทีท่ เี่ กิดภยั พบิ ัติ ให้ระบุเฉพาะพืน้ ที่ ชุมชน หมู่บ้าน ตาบล อาเภอท่ีเกดิ ภัยพิบัติ กรณีฉกุ เฉินเทา่ น้ัน หากภยั พบิ ตั ิส่งผลกระทบเป็นวงกว้างข้ึนให้ ประกาศเพ่มิ เติมตามพืน้ ที่ความเสยี หายที่ เกดิ ขน้ึ จริง และให้ระบใุ หช้ ัดเจนวา่ เปน็ การ ประกาศเขตการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบภยั พบิ ตั ิกรณฉี กุ เฉินเพมิ่ เตมิ เวลาเร่ิมตน้ และเวลาส้นิ สดุ การช่วยเหลือฯ ต้องไม่เกิน 3 เดือน นับแตว่ ันที่เกดิ ภัย สนง.ปภ.จังหวดั รำยงำน ปภ. ทันที ผา่ นระบบข้อมลู สาธารณภัย หำกระยะเวลำกำรช่วยเหลือเกิน ๓ เดือน ทีม่ า 1. พระราชบัญญัติโรคระบาดสตั ว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 4 ให้ขออนมุ ัติขยำยระยะเวลำฯ ตอ่ อธบิ ดี กรมป้องกันและบรรเทำสำธำรณภยั ๒. ระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 20 และขอ้ ๒๑ 3. ประกาศ ปภ. เรอื่ ง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการและเง่ือนไขการประกาศเขตการให้ความชว่ ยเหลือ ผูป้ ระสบภยั พิบัตกิ รณฉี กุ เฉิน ลงวันท่ี 11 กมุ ภาพันธ์ 2563
33 แผนผัง : การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภยั พบิ ัติกรณฉี ุกเฉิน กรณีโรคระบาดในพืช (พืน้ ท่ีจังหวัด) ตามระเบียบกระทรวงการคลัง วา่ ดว้ ยเงนิ ทดรองราชการเพอื่ ชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบภยั พบิ ตั ิกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 วัตถปุ ระสงค์ โรคระบาดในพชื ระเบยี บ กค. พ.ศ. 2562 ระเบียบกระทรวงกำรคลงั ฯ ข้อ 23(4) เพ่อื ใหส้ ว่ น ตรวจสอบและยนื ยนั การระบาดในพืน้ ท่ี รายงานสถานการณ์การระบาด/ รำชกำรหรอื หน่วยงำนอน่ื ตามขอ้ มลู ตามหลกั วชิ าการของ ความเสยี หายไปยงั จงั หวัด ของรฐั ทม่ี ีวงเงินทดรอง หนว่ ยงานในสังกัด (อำเภอ/หน่วยงำนท่เี กีย่ วขอ้ ง) รำชกำร สำมำรถดำเนนิ กำร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพิบัติ กรณฉี ุกเฉนิ ตำมภำรกจิ เอกสารรับรอง รวบรวมตรวจสอบเอกสารและ สถานการณ์การระบาดในพน้ื ที่ ข้อมูลรายละเอยี ด ตามขอ้ มูลหลกั วชิ าการฯ โดย ปภ. / สนง.ปภ.จังหวดั (สำนักงำนเกษตรจังหวดั /หนว่ ยงำน เสนอผมู้ อี านาจพิจารณา ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง) (ผวจ + ก.ช.ภ.จ. /กรณไี ม่สำมำรถประชมุ ก.ช.ภ.จ.) หำกระยะเวลำกำรช่วยเหลือเกิน ๓ เดอื น พิจารณาอนมุ ตั ิ ใหข้ ออนมุ ัติขยำยระยะเวลำฯ ต่ออธบิ ดี กรมปอ้ งกนั และบรรเทำสำธำรณภัย ประกาศเขตการใหค้ วามช่วยเหลอื ผูป้ ระสบภยั พิบตั ิกรณฉี กุ เฉิน ปภ. / สนง.ปภ.จงั หวัด สนง.ปภ.จงั หวัด รายงาน ปภ. ทันที ผา่ นระบบข้อมูลสาธารณภยั ท่มี า 1. ระเบยี บกระทรวงการคลงั ฯ ข้อ 20 และข้อ ๒๑ ๒. ประกาศ ปภ. เร่อื ง หลกั เกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พบิ ัตกิ รณีฉกุ เฉิน ลงวันท่ี 11 กุมภาพนั ธ์ 2563
34 แผนผัง : การประกาศสน้ิ สุดภัยพบิ ตั ิกรณีฉกุ เฉิน (ทกุ ประเภทภยั ) ตามระเบียบกระทรวงการคลงั วา่ ด้วยเงนิ ทดรองราชการเพอื่ ชว่ ยเหลอื ผ้ปู ระสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉนิ พ.ศ. 2562 เมือ่ ภยั พิบตั ิฉกุ เฉินในพน้ื ที่ไดส้ ้ินสุดลง - จดั ทำรำยงำนส้นิ สุดสถำนกำรณ/์ ขอ้ มลู ทำง อำเภอ/หน่วยงำนท่ีเกย่ี วขอ้ ง วิชำกำรด้ำนกำรเกษตร (พชื /ประมง/ ปศุสตั ว์) ในพ้นื ทท่ี ีไ่ ด้มีกำรประกำศเขตฯ ทำหนังสือพร้อมรับรองเอกสำร กำรสิ้นสุดภัยพบิ ตั ิ - ขอให้จังหวดั /กรมปอ้ งกันฯ ประกำศส้นิ สดุ มำยงั สนง.ปภ.จังหวดั ภัยพิบตั กิ รณีฉกุ เฉนิ ตรวจสอบเอกสำรและขอ้ มูล สนง.ปภ.จงั หวัด เสนอผู้มอี ำนำจพิจำรณำ ผวจ. พิจำรณำอนุมัติ ประกำศสิน้ สุดภัยพิบัตกิ รณีฉกุ เฉนิ สนง.ปภ.จงั หวัด สนง.ปภ.จงั หวัด รำยงำน ปภ. ทันที ผ่านระบบขอ้ มลู สาธารณภยั หมำยเหตุ 1. ในจังหวัดเดียวกนั กำรสน้ิ สดุ ภัยพบิ ัติในแตล่ ะทอ้ งที่ไม่ตรงกนั ใหน้ ับสถำนกำรณ์ส้ินสดุ ในทอ้ งทีส่ ุดท้ำย 2. กำรสิน้ สดุ สถำนกำรณภ์ ัยพบิ ตั ฉิ ุกเฉิน ไม่ได้หมำยถงึ กำรส้ินสุดกำรใหค้ วำมช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพิบตั ิ 3. ระยะเวลำกำรให้ควำมชว่ ยเหลอื ฯ ตอ้ งไมเ่ กนิ 3 เดอื น นับแตว่ ันที่เกดิ ภัย ทม่ี ำ 1. ระเบยี บกระทรวงกำรคลังฯ ข้อ 20 และขอ้ ๒๑ 2. ประกำศ ปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วธิ กี ำรและเง่ือนไขกำรประกำศเขตกำรให้ควำมช่วยเหลอื ผู้ประสบภัยพิบัติ กรณฉี กุ เฉิน ลงวนั ท่ี 11 กุมภำพันธ์ 2563
35 แผนผงั : ขั้นตอนกำรใช้จำยเงนิ ทดรองรำชกำรในเชงิ ป้องกนั หรือยับย้ังภยั พิบตั ิกรณฉ่ี กเฉนิ ่ในพ่นื้ ทจี่ งั หวดั ตำมระเบียบกระทรวงกำรคลัง่วำด้วยเงินทดรองรำชกำรเพื่อชวยเหลือผ้ปู ระสบภยั พบิ ตั กิ รณฉี กเฉนิ พ.ศ. 2562 (วงเง่นิ ่10 ลำ้ นบำท่ตอทกภัย) คำดหมำยวำ ไมต้องประกำศเขตกำรใหค้ วำม จำเป็นต้อง วงเงนิ 10 ลำ้ นบำท่ จะเกดิ ภยั พิบตั ่ิ ชวยเหลือผปู้ ระสบภั่ยพบิ ั่ตฯิ รีบดำเนน่ิ กำร กรณ่ฉี กเฉ่นิ ขึน้ โดยฉบั พลัน (ไมเพยี งพอขอขยำย ในเวลำอ่นั ใกล่้ วงเงนิ ไมได้) (รบ.18) ผวจ.แตงตง้ั คณะกรรมกำรฯ คณะกรรมกำรปอ้ งกนั และยบั ย้ังฯ ทำหน้ำท่ี (ประกำศ ปภ.) (อยำงน้อย5 คน)(ประกำศปภ.) 1.ประเมนิ สถำนกำรณ์ระดับ รำยงำน ปภ. ภำยใน 24 ชม. เสนอ ผวจ. อน่มัติจำยเงนิ (รบ.18(2)) ควำมรนแรงของภ่ยั พิบัติ วิเครำะห์สถำนกำรณ์ สนง.ปภ.จ.่แจ้งคลงั สนง.ปภ.จ. ใชจ้ ำยเงินตำมหลักเกณฑฯ์ (รบ.18(2)) ควำมเป็นไปได้ พฤตกิ ำรณ์ ต้ังวงเงนิ ตำมมติท่ปี ระชมฯ คำใชจ้ ำยเชงิ ป้องกนั หรือยบั ยั้ง (ประกำศ ปภ.) ปัจ่ จยั บงช้วี ำมคี วำมจำเป็น ตอ้ งปอ้ งกนั หรอื ยับย้งั คลงั กำหนด “รหสั ภัย” 1. คำแรงงำน คำจำ้ งเหมำ 2. เสนอมำตรกำร/แนวทำง ให้ อปภ. 2. คำวสั ด่อปกรณ์ ทใี่ ช้ในกำรดำเนินกำรปอ้ งกันฯ ปอ้ งกนั หรือยบั ยงั้ ตอ่ ผวจ. 3. คำซอมแซมเครื่องมือ่เคร่ืองจกั รกล ยำนพำหนะ 3. พจิ ำรณำกำหนดรำยกำร มอี ำนำจวินจิ ฉยั ชขี้ ำด ซึ่งชำรดเสียหำยระหวำงปฏบิ ัติงำนตำมควำมจำเป่น็ คำใชจ้ ำยท่ีจำเปน็ เพ่ือประโยชน์ ในกำรปฏบิ ัติตำมหลักเกณฑ์ฯ 4. คำจดั หำพลังงำนเชอ้ื เพลงิ และหลอล่ืน ในกำรดำเนินกำรในเชงิ ป้องกัน 5. คำจัดหำพลงั งำนไฟฟำ้ หรอื ยบั ย้ัง โดยคำวนิ ิจฉยั นนั่้ ถือเปน่็ 6. คำตอบแทน คำใช้จำยในกำรเดนิ ทำงสำหรบั เจ้ำหนำ้ ที่ หลักเกณฑ์ฯ (ประกำศ ปภ.) ทอี่ อกปฏิบัตงิ ำน ให้เบิกจำยในกรณ่ีที่งบปกตไิ มเพียงพอ กรณีท่ีมีเหตจำเปน็ ต้องเบิกจำย ไมใชบ้ ังคับกับกำรปอ้ งกนั หรอื มไิ ด้ต้งั ไว้เพอื่ กำรน้ี ให้เบิกจำยตำมระเบียบทำงรำชกำร นอกเหนือจำกคำใช้จำย่่่่่่่่่่่่่่ หรอื ยับยั้งโรคหรือกำรระบำด ร7ำ.ชคกำำอรำหำรจดั เลย้ี งเจำ้ หน้ำทขี่ องทำงรำชกำรหรือผมู้ ำให้ควำม ของสัตว์หรือพืชทกชนดิ ให้ ชวยเหลอื วนั ละไมเกิน 3 ม้ือ ม้ือละไมเกิน 50 บำทตอคน ทงั้ น้ี ท่กี ำหนดใหเ้ สนอคณะกรรมกำรฯ กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินกำร ตอ้ งไมได้รับเงินอืน่ ใดจำกทำงรำชกำรอ่ีก พิจำรณำกอน่(ประกำศ่ปภ.) (รบ.18่วรรคท้ำย) ในกรณีทต่ี อ้ งอพยพประชำชนทีอ่ ำจได้รับผลกระทบจำก ภสยัถพำนิบกัตำฯิ ร่ณให์ ้เบิกจำยคำอำหำรจัดเล้ียงให้ประชำชน่วันละไมเกิน 3่ม้ือ่มอื้ ละไมเกนิ ่50่บำทตอคน ่่่่่่กำรเบกิ เงน่ิ จำกคลงั (รบ.28) ดำเนินกำรจดั หำพสั ด (รบ.34) สนง.ปภ.จ่เสนอผ้มู อี ำนำจ่แจง้ ต้งั เลขวงเงนิ ในระบบ่Dims ่่่่่สนง.ปภ.จ. ขอยมื เงิน และเสนอผูม้ ีอำนำจอนมตั ิ ถอื ปฏิบัตติ ำมกฎหมำยวำด้วยกำรจัดซอื้ จดั จำ้ ง และกำรบรหิ ำรพสั ดภำครัฐ ่่่่สนง.ปภ.จ. วำง ขบ.03 ในระบบ GFMIS คลังอนมตั /ิ โอนเงินเข้ำบัญชเี งนิ นอกของ่สนง.ปภ.จ. วันเริ่มต้นนบั ระยะเวลำสงเร่ือง/เอกสำร เมื่อดำเนนิ กำรแล้วแตย่ ังไมสำมำรถปอ้ งกนั ขออนมตั ิ งปม.ชดใช้เงนิ ทดรองฯ จำกจังหวัด หรือยับยงั้ ได้ ให้ประกำศเขตกำรให้ควำม ถงึ กรมปอ้ งกันฯ เสนอ รมว.มท. เหน็ ชอบ ชวยเหลือฯ เพอื่ ดำเนินกำรเชงิ บรรเทำควำม ถึงกรมบญั ชีกลำง 75 วนั ทำกำร (รบ.30,31) เดื่อดร้อน วงเงนิ 20 ลำ้ นบำท ตอไป (รบ.18) 45 วันทำกำร ขออน่มัติ งปม. ชดใช้เงนิ ทดรองฯ จงั หวัดสงรำยงำนกำรใชจ้ ำยเงนิ ฯ่ไปยัง นับจำกวันรบั เงินจำกคลัง ผตู้ รวจสอบภำยในของสวนรำชกำรนน้ั ๆ่ จังหวัดสงหนังสือ/เอกสำร ถึงกรมปอ้ งกนั ฯ ดำเนินกำรตรวจสอบกำรใช้เงนิ ทดรองรำชกำร่ 75 วนั ทำกำร (รวม 75 วัน) กรมป้องกันฯ (ชภ.) เสนอ รมว.มท. ใหค้ วำม เห็นชอบ และสงเร่อื งไปยงั กรมบญั ชกี ลำง แลว้ รำยงำนผลให้ผมู้ ีอำนำจทรำบ่่ ภำยใน่30่วันนบั แตวนั ที่สิ้นสดระยะเวลำ กำรให้ควำมชวยเหลอื ฯ กองชวยเหลือฯ่กรม่ปภ. กรมบญั ชกี ลำงอนมตั ิ กรมบญั ชีกลำงไมอนมตั ิ กองชวยเหลือฯ่กรม่ปภ.่แจ้งจงั หวดั ่ แจง้ จังหวดั พร้อมเบกิ หักผลกั สง ทำให้วงเงิน ๑0่ลำ้ นบำท่ลดลง
36 แผนผัง : ขนั้ ตอนและวธิ ีการจายเงินทดรองราชการในเชิงปอ งกันหรอื ยบั ย้ังภัยพิบัตกิ รณฉี ุกเฉนิ ไมตอ งประกาศเขตการใหค วามชวยเหลือผูประสบภยั พิบตั ฯิ อาํ เภอ/หนวยงานท่ีเก่ียวขอ ง คาดหมายวา จะเกิดภยั พิบตั กิ รณีฉกุ เฉินข้ึนในเวลาอันใกล รายงานสถานการณ แนวโนมความรนุ แรงที่จะสง ผลกระทบ ทําใหเกิดความเสยี หายไปยงั จังหวดั ประชมุ คณะกรรมการดําเนินการในเชงิ ผวจ.แตง ต้ังคณะกรรมการฯ ปองกันหรอื ยับยัง้ ภยั พบิ ัติกรณีฉุกเฉนิ (อยา งนอย 5 คน) (ประกาศ ปภ.) สนง.ปภ.จ. จดั ทาํ บนั ทึกเสนอมาตรการ/แนวทางในการปองกนั หรอื ยบั ยง้ั ภัยพิบตั ิ รวมถงึ รายการคาใชจายทจ่ี าํ เปน ตอผวู า ราชการจงั หวดั ผวจ. พิจารณาเห็นชอบมาตรการและ อนุมตั คิ าใชจ า ย สนง.ปภ. แจงหนวยงานทเี่ กี่ยวของดําเนนิ การตามมาตรการ/แนวทางทีไ่ ดร บั การเหน็ ชอบและอนุมัติ การเบกิ เงินจากคลัง 1. สนง.ปภ.จ. บันทกึ ขอ มลู ในระบบ DIMS ระบบจะออกเลข DIMS (เลขอา งอิงขอเปดภัย) เสนอผูมีอาํ นาจอนมุ ัติ รายละเอยี ดผปู ระสบภยั และจาํ นวนเงินการ 2. คลังจ. ตรวจสอบขอ มลู ในระบบ DIMS และตั้งเลขวงเงนิ ในระบบ GFMIS ใหความชว ยเหลอื ตามทคี่ ณะกรรมการฯ เหน็ ชอบ และผวจ.อนุมตั กิ ารใชจ า ยเงินตาม 3. อาํ เภอ/หนวยงานขอยืมเงิน โดย สนง.ปภ.จ.เสนอ มาตรการทเี่ หน็ ชอบ ผมู ีอํานาจพิจารณาอนุมัติยืมเงนิ สนง.ปภ.จ.ควบคมุ การเบิกจา ยเงนิ ตามแบบ ท.1, ท.2 (หนังสอื กค 0410.3/ว 105 4. สนง.ปภ.จ. วาง ขบ.03 ในระบบ GFMIS ลงวนั ท่ี 26 กันยายน 2562) และคลงั จังหวดั อนุมตั ิ 5. กรมบัญชีกลางโอนเงนิ เขา บญั ชเี งินนอกงบประมาณ ของ สนง.ปภ.จงั หวดั 6. จา ยเช็คใหกับอําเภอ/หนวยงานทเี่ กีย่ วขอ ง หนว ยงานท่ไี ดร บั วงเงินชว ยเหลือ ดําเนนิ การปองกันหรอื ยับยงั้ ภยั พิบัติ ควบคมุ การเบกิ จายเงนิ ตามแบบ ท.3 (รวมถึงการดาํ เนนิ การจัดซ้อื จดั จางตามระเบียบ (หนงั สอื กค 0410.3/ว 105 ลงวันที่ 26 กันยายน 2562) เม่อื ไดร บั มอบอาํ นาจ) สงเอกสารหลกั ฐานการชว ยเหลอื ผปู ระสบภัยพิบัติ พรอ มแบบ ท.3 ไปยงั สนง.ปภ.จ. สนง.ปภ.จ. ดําเนนิ การขอรบั โอนเงินงบประมาณรายจา ย เพือ่ ชดใชเ งนิ ทดรองราชการฯ ประจําปง บประมาณ (ตามเอกสาร GFMIS ขบ.0๓)
37 แผนผัง : ขัน้ ตอนกำรให้ควำมชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พบิ ตั ิกรณฉี กุ เฉิน ในพื้นทีจ่ ังหวดั ตำมระเบยี บกระทรวงกำรคลงั วำ่ ดว้ ยเงนิ ทดรองรำชกำรเพอื่ ชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพิบัตกิ รณฉี ุกเฉนิ พ.ศ. 2562 วงเงนิ จังหวดั (เชงิ บรรเทำควำมเดอื ดร้อน 20 ล้ำนบำทตอ่ ทกุ ภยั ) เกิดภัยพบิ ตั ิ เปน็ กรณีฉุกเฉิน - ประกำศตำมขอ้ เท็จจรงิ ทเี่ กิด - ขยำยพ้นื ที่ให้พิจำรณำประกำศเขตฯ เพิม่ เติม ประกำศเขตกำรใหค้ วำมชว่ ยเหลอื ผ้ปู ระสบภัยพิบตั กิ รณฉี กุ เฉนิ - เมอ่ื ภยั พบิ ตั ไิ ด้ยุติแล้วใหป้ ระกำศส้ินสุดภยั จัดสรรครง้ั แรก ผวจ. ร่วมกบั ก.ช.ภ.จ. ประกำศเขตฯ ชว่ ยเหลือภำยใน 3 เดือน นบั แต่วนั ท่เี กิดภยั กรณปี ระชมุ ก.ช.ภ.จ.ไม่ทันทว่ งที ผวจ.ประกำศเขตฯ ได้ อำเภอละไมเ่ กนิ 5 แสนบำท ขอขยำยเวลำช่วยเหลือเกนิ ๓ เดอื น ครง้ั ตอ่ ไปไม่กำหนดวงเงนิ ขออนมุ ตั ิตอ่ อธิบดีกรมป้องกนั ฯ กรณที ่ี 1 ผวจ. จัดสรรเงินทดรองฯ กรณที ี่ 2 ผวจ. ไม่ไดจ้ ัดสรรเงินทดรองฯ ก.ช.ภ.อ. สำรวจควำมเสียหำย/ตรวจสอบ/พิจำรณำชว่ ยเหลอื ตำมหลกั เกณฑฯ์ /รำยงำนผล/แตง่ ตัง้ คณะอนุกรรมกำรฯ ช่วยเหลอื ตำมมติ ก.ช.ภ.อ. อำเภอขอรับกำรสนับสนุนจงั หวดั กำรขอยกเว้น กำรปฏิบัตติ ำม กรณปี ระชมุ ก.ช.ภ.อ. มรี ำยงำนกำรประชมุ ก.ช.ภ.อ. ชว่ ยเหลอื ตำมติ ก.ช.ภ.จ. ระเบียบและ มมี ตอิ นมุ ัติ/เห็นชอบใหค้ วำมชว่ ยเหลอื กำรขออนุมตั ิจ่ำย กรณีประชุม ก.ช.ภ.จ. มรี ำยงำนกำรประชมุ ก.ช.ภ.จ. กรณีประชุม ก.ช.ภ.อ.ไม่ทันทว่ งที มบี ันทกึ ขอ้ ควำม มมี ติอนมุ ัต/ิ เห็นชอบให้ควำมช่วยเหลอื นอกเหนอื ทนี่ ำยอำเภออนมุ ัต/ิ เหน็ ชอบให้ควำมชว่ ยเหลอื ไปก่อน หลักเกณฑ์ให้ กรณีประชุม ก.ช.ภ.จ.ไม่ทนั ท่วงที มบี นั ทกึ ขอ้ ควำมท่ีผวู้ ำ่ สนง.ปภ.จ. แจ้งคลงั เพื่อตั้งวงเงินประมำณกำร รำชกำรจงั หวดั อนมุ ตั /ิ เหน็ ชอบให้ควำมชว่ ยเหลอื ไปกอ่ น จงั หวัด ขออนมุ ัตติ อ่ นำยอำเภออนมุ ตั จิ ่ำยเงนิ ตำมมติ ก.ช.ภ.อ. สนง.ปภ.จ.แจง้ คลังเพือ่ ต้ังวงเงนิ ประมำณกำร กระทรวงกำรคลัง ผำ่ นกรมป้องกันฯ ผวจ. อนุมตั ิจำ่ ยเงนิ ตำมมติ ก.ช.ภ.จ. ๒๐ ลำ้ นบำท ไม่เพยี งพอใหจ้ งั หวดั ขอขยำยวงเงนิ ตอ่ กระทรวงกำรคลัง ผำ่ นกรมป้องกันฯ วงเงินขยำย ไมค่ มุ ยอดรวมกับ ๒๐ ลำ้ นบำท กำรขอยกเว้นกำรปฏบิ ัติ จ่ำยเป็นเงิน ดำเนินกำรช่วยเหลือ กำรจัดหำ เริ่มต้นนับระยะเวลานับแต่ ตามระเบียบและการขอ วั น ท่ี รั บ เ งิ น จ า ก ค ลั ง อนุมัตจิ า่ ยนอกเหนือ กำรจดั หำพสั ดถุ ือปฏิบัติตำมกฎหมำยวำ่ ดว้ ย ส่งเรื่อง/เอกสาร ขออนุมัติ หลักเกณฑ์ให้ขออนมุ ตั ิตอ่ กำรจัดซ้ือจัดจ้ำงและกำรบริหำรพัสดุภำครฐั งปม.ชดใชเ้ งินทดรองฯ จาก จังหวัดผ่านกรมป้องกันฯุ กระทรวงกำรคลังผ เสนอุรมว.มท. เห็นชอบถึง กรมบัญชีกลางุภายในุ75 กำรเบิกเงินจำกคลัง วนั ทาการ สนง.ปภ.จ. เสนอผู้มีอำนำจ แจง้ ตัง้ เลขวงเงนิ ในระบบ Dims คลงั อนมุ ตั ิ/โอนเงินเข้ำบัญชี เงินนอกของ สนง.ปภ.จ. จังหวัดสง่ รำยงำนกำรใช้ อำเภอ/หน่วยงำนขอยืมเงนิ และเสนอผู้มีอำนำจอนุมัติ จ่ำยเงินฯ ไปยัง คบจ. สนง.ปภ.จ.วำง ขบ.03 ในระบบ GFMIS สนง.ปภ.จ. โอนเงนิ ภำยใน ๑๕ วนั นับแต่วันท่ี เข้ำบัญชอี ำเภอ/หนว่ ยงำน สิน้ สดุ ระยะเวลำกำรให้ ขออนมุ ตั ิ งปม.ชดใชเ้ งนิ ทดรองฯ จังคหววำัดมสช่งว่ สยำเเหนลำใอื บฯสำคัญและเอกสำรทเี่ กี่ยวข้อง กองชว่ ยเหลือฯ แจ้งจังหวัด ทีส่ ่งมำ ปภ. แจ้งใหส้ ำนักงำนคลังจังหวัดทรำบ จงั หวัดสง่ หนงั สือ/เอกสำรถงึ กรมปอ้ งกันฯ จดั หำเงนิ อ่นื ชดใช้คืนคลัง ไมเ่ กนิ 3 วัน นับแตว่ ันที่ส่งหนังสือ กรมป้องกันฯ (ชภ.) เสนอ รมว.มท.ใหค้ วำมเห็นชอบ ก่อนสง่ เรอ่ื งไปยังกรมบญั ชีกลำง จังหวัดส่งรำยงำนกำรใชจ้ ่ำยเงินฯ ไปยังผู้ตรวจสอบ ภำยในของส่วนรำชกำรนนั้ ๆ ดำเนินกำรตรวจสอบ กำรใช้จำ่ ยเงินทดรองรำชกำร แล้วรำยงำนผล ให้ผู้มีอำนำจทรำบ ภำยใน 30 วัน นับแต่วันที่ ส้ินสุดระยะเวลำกำรใหค้ วำมช่วยเหลอื ฯ กองช่วยเหลอื ฯ กรมบญั ชกี ลำงอนมุ ตั ิ กรมบัญชีกลำงไม่อนมุ ตั ิ แจง้ จังหวดั พรอ้ มเบกิ หักผลกั สง่
38 แผนผงั : ขัน้ ตอนและวิธกี ารจา ยเงินทดรองราชการเพื่อชวยเหลอื ผูป ระสบภัยพบิ ัตกิ รณฉี ุกเฉิน ประกาศเขตการใหความชว ยเหลือผูป ระสบภยั พิบัติกรณีฉกุ เฉิน ตามขอ 20 กรณที ่ี 1 ผวจ. จัดสรรเงินทดรองฯ กรณีท่ี 2 ผวจ. ไมไดจดั สรรเงนิ ทดรองฯ ก.ช.ภ.อ. มีมติเห็นชอบใหช วยเหลอื / 1. การตรวจสอบขอเทจ็ จรงิ ก.ช.ภ.อ. มีมติเหน็ ชอบใหช ว ยเหลอื / ขอ 23(1) วรรคทา ย กรณีท่ไี มสามารถประชมุ 2. เอกสารหลกั ฐาน/ภาพความ ขอ 23(1) วรรคทา ย กรณที ่ีไมสามารถประชมุ นายอาํ เภออนมุ ตั ใิ ชจ้ า่ ยเงินทดรองราชการ เสยี หายพรอ มการรบั รอง ก.ช.ภ.จ. มมี ตเิ ห็นชอบใหช ว ยเหลอื / ตามมตทิ ปี่ ระชมุ กชภอ. ขอ 23(1) วรรคทา ย กรณที ่ไี มส ามารถประชมุ ผวจ.อนมุ ตั ใิ ชจ้ า่ ยเงินทดรองราชการ ตามมตทิ ่ปี ระชมุ กชภจ. รายละเอียดผูประสบภัยและจํานวนเงินการ การเบิกเงินจากคลงั ใหค วามชวยเหลือตามมติทปี่ ระชมุ กชภจ./ กชภอ. แนบทา ยสญั ญาเงนิ ยมื 1. สนง.ปภ.จ. บันทึกขอมูลในระบบ DIMS ระบบจะออกเลข สนง.ปภ.จ.ควบคุมการเบกิ จา ยเงนิ ตามแบบ DIMS (เลขอา งอิงขอเปดภยั ) เสนอผมู ีอํานาจอนุมตั ิ ท.1, ท.2 (หนงั สอื กค 0410.3/ว105 ลว. 26 ก.ย. 2562) 2. คลงั จ. ตรวจสอบขอ มลู ในระบบ DIMS และต้งั เลขวงเงนิ ในระบบ GFMIS หนวยงานทีไ่ ดรับวงเงนิ ชว ยเหลอื ควบคมุ การเบกิ จา ยเงินตามแบบ ท.3 (หนงั สอื กค 3. อาํ เภอ/หนวยงานขอยมื เงนิ โดย สนง.ปภ.จ.เสนอ 0410.3/ว105 ลว. 26 ก.ย. 2562) ผมู อี ํานาจพจิ ารณาอนุมตั ยิ ืมเงิน 4. สนง.ปภ.จ. วาง ขบ.03 ในระบบ GFMIS และคลงั จังหวัดอนมุ ัติ 5. กรมบัญชีกลางโอนเงนิ เขา บญั ชีเงินนอกงบประมาณ ของ สนง.ปภ.จังหวัด 6. จา ยเช็คใหก บั อําเภอ/หนว ยงานท่ีเกีย่ วของ ดําเนนิ การชวยเหลอื ผูประสบภยั (รวมถึงการดําเนินการจดั ซอ้ื จดั จา งตามระเบยี บ กรณกี ารไดรบั การจัดสรรเงนิ ทดรอง) สง เอกสารหลักฐานการเหลอื ผปู ระสบภัยพิบตั ิ พรอมแบบ ท.3 ไปยัง สนง.ปภ.จ. สนง.ปภ.จ. ดาํ เนนิ การขอรับโอนเงนิ งบประมาณรายจา ย เพื่อชดใชเงนิ ทดรองราชการฯ ประจําปง บประมาณ (จากเอกสาร GFMIS ขบ.0๓) สนง.ปภ.จงั หวัด ตรวจสอบการจายเงิน ขอ มลู ใน “ทะเบียนคุมการโอนเงินของจังหวัด” รวมกบั ขอ มลู ในแบบ ท.1 ท.2 ท.3 (สําหรบั สงขอ มลู การเบิกจา ยไปยังตรวจสอบภายในจงั หวัดและสํานักงานคลังจังหวดั )
ส่วนที่ 2 ระเบียบ หลกั เกณฑ์ วธิ ดี ำเนนิ กำร ทีเ่ กี่ยวข้อง
41 ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภยั พบิ ัติกรณีฉกุ เฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยท่ีเป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๖ ให้มีความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ และเพ่ือให้ส่วนราชการมีวงเงินทดรองราชการในการ ใ ห้ ค ว า ม ช่ ว ย เ ห ลื อ ห รื อ ส นั บ ส นุ น ก า ร ใ ห้ ค ว า ม ช่ ว ย เ ห ลื อ ผู้ ป ร ะ ส บ ภั ย พิ บั ติ เ ป็ น ก ร ณี จ า เ ป็ น เ ร่ ง ด่ ว น ท่ีไม่สามารถรอการเบิกเงินจากงบประมาณได้ อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปน้ี ขอ้ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือ ผปู้ ระสบภัยพบิ ตั ิกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒” ขอ้ ๒ ระเบียบนี้ให้ใชบ้ ังคบั ต้งั แตว่ นั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ต้นไป ขอ้ ๓ ให้ยกเลกิ (๑) ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณฉี กุ เฉิน พ.ศ. ๒๕๕๖ (๒) ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อ ๔ ระเบียบน้ีไม่ใช้บังคับกับการจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง วา่ ดว้ ยเงินทดรองราชการเพอ่ื ใช้จา่ ยกรณฉี ุกเฉินหรอื จาเป็นในการรกั ษาความมั่นคงของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๕ ในระเบยี บน้ี “ภัยพิบัติ” หมายความว่า สาธารณภัยอันได้แก่ อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง ภาวะฝนแล้ง ฝนท้ิงช่วง ภัยจากลูกเห็บ ภัยอันเกิดจากไฟป่า ภัยที่เกิดจากโรคหรื อการระบาด ของแมลง หรือศัตรูพืชทุกชนิด ภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่หรือระบาดในมนุษย์ อากาศหนาวจัดผิดปกติ ภัยสงคราม และภัยอันเน่ืองมาจากการกระทาของผู้ก่อการร้าย กองกาลังจากนอกประเทศ ตลอดจน ภัยอื่น ๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติหรือมีบุคคลหรือสัตว์ทาให้เกิดข้ึน ซ่ึงก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือทาใหเ้ กดิ ความเสยี หายแกท่ รพั ย์สนิ ของประชาชน “ฉุกเฉิน” หมายความว่า เกิดข้ึนโดยปัจจุบันทันด่วนหรือเป็นท่ีคาดหมายว่าจะเกิดขึ้น ในเวลาอันใกลแ้ ละจาเป็นต้องรบี แก้ไขโดยฉับพลัน
42 “ผู้ประสบภัยพิบัติ” หมายความว่า ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน แต่ไมร่ วมถงึ ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ “การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร” ให้หมายความรวมถึง การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัตดิ ้านการปศุสัตวแ์ ละดา้ นการประมงดว้ ย “การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบภัย” หมายความว่า การให้ ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระยะส้ัน เพ่ือให้ผู้ประสบภัยพิบัตินั้นสามารถช่วยตนเองได้ เช่น การให้ความช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนพิการซ่ึงหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต พิการหรือบาดเจ็บ จากภัยพิบัติ การขนย้ายครอบครัว และการส่งเสริมอาชีพระยะสั้นแก่ครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ ตลอดจนการให้คาปรึกษาแนะนาและการส่งต่อให้แก่หน่วยงานผู้มีหน้าท่ีรับผิดชอบ อันเป็นการจาเป็น เพื่อให้การดารงชีวติ เขา้ สูส่ ภาวะปกตโิ ดยเรว็ “การให้ความช่วยเหลือดา้ นการแพทย์และการสาธารณสุข” หมายความว่า การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติด้านกายและจิต ซึ่งประกอบด้วยการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน และควบคุมโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพและการสาธารณสุขที่จาเป็น เพ่ือให้การดารงชีวิตเข้าสู่สภาวะปกติ โดยเร็ว ข้อ ๖ ให้ปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบนี้และมีอานาจกาหนดหลักเกณฑ์ และวธิ ปี ฏิบัติเพ่ือให้เปน็ ไปตามระเบียบนี้ ข้อ ๗ การปฏิบัตใิ นกรณีใดทรี่ ะเบียบน้ีไม่ได้กาหนดไว้ หรือการยกเว้นการปฏิบัติในกรณีใด ตามระเบียบนี้ใหส้ ่วนราชการขอทาความตกลงกับกระทรวงการคลงั หมวด ๑ เงินทดรองราชการ ขอ้ ๘ ให้ส่วนราชการมีวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระหว่างท่ียังไม่ได้รับ เงนิ งบประมาณรายจา่ ยดงั นี้ (๑) สานกั เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี สานกั นายกรฐั มนตรี ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๒) สานกั งานปลัดกระทรวง กระทรวงกลาโหม ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๓) สานกั งานปลัดกระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคม และความม่ันคงของมนุษย์ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๔) สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๕) สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๖) สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสขุ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๗) กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๘) สานักงานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แห่งละ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
43 ในการน้ี ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมมีอานาจจัดสรรเงินทดรองราชการตาม (๒) แก่หน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงกลาโหมตามความจาเป็นและเหมาะสม และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอานาจจัดสรร เงินทดรองราชการตาม (๘) แก่อาเภอหรือก่ิงอาเภอตามความจาเป็นและเหมาะสม ซ่ึงแต่ละแห่ง ต้องมีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท้ังน้ี ในกรณีท่ีมีความจาเป็น จะจัดสรรเพิ่มเติมให้อีกก็ได้ และให้แจ้งกระทรวงการคลงั ทราบดว้ ย กรณีเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอานาจอนุมัติให้ส่วนราชการอ่ืน มี ว ง เ งิ น ท ด ร อ ง ร า ช ก า ร เ พ่ื อ ช่ ว ย เ ห ลื อ ผู้ ป ร ะ ส บ ภั ย พิ บั ติ ก ร ณี ฉุ ก เ ฉิ น ไ ด้ ต า ม ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม จ า เ ป็ น และกรณีท่ีวงเงินทดรองราชการไม่พอ ให้ส่วนราชการดังกล่าวหรือส่วนราชการตามวรรคหนึ่งสามารถ ขอขยายวงเงินทดรองราชการเพ่ิมโดยตรงต่อกระทรวงการคลังได้ แล้วให้รายงานการอนุมัติดังกล่าว ให้นายกรฐั มนตรีทราบ ข้อ ๙ การอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการภายในวงเงินตามข้อ ๘ ให้เป็นอานาจของ ผดู้ ารงตาแหน่ง ดงั ต่อไปน้ี (๑) นายกรัฐมนตรี สาหรับกรณีตามขอ้ ๘ (๑) (๒) ปลัดกระทรวงกลาโหม สาหรับกรณีตามขอ้ ๘ (๒) (๓) ปลัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์ สาหรับกรณตี ามข้อ ๘ (๓) (๔) ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สาหรบั กรณตี ามขอ้ ๘ (๔) (๕) ปลัดกระทรวงมหาดไทย สาหรับกรณีตามขอ้ ๘ (๕) (๖) ปลัดกระทรวงสาธารณสขุ สาหรบั กรณตี ามขอ้ ๘ (๖) (๗) อธิบดีกรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย สาหรบั กรณีตามข้อ ๘ (๗) (๘) ผู้ว่าราชการจังหวัด สาหรับกรณีตามข้อ ๘ (๘) เว้นแต่การอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการ ของอาเภอหรือกิ่งอาเภอภายในวงเงินที่จัดสรรให้ ให้เป็นอานาจของนายอาเภอหรือปลัดอาเภอ ผู้เป็นหวั หน้าประจาก่งิ อาเภอ แล้วแต่กรณี ผ้มู อี านาจอนุมัตจิ ่ายเงินทดรองราชการตามวรรคหนึ่ง อาจมอบหมายใหบ้ ุคคลอนื่ ซึง่ เปน็ ขา้ ราชการ ในสงั กัดอนุมตั ิจ่ายเงนิ ทดรองราชการแทนตนกไ็ ด้ ในกรณีท่ีมีเหตุอันควรคาดหมายได้ว่าจะเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินข้ึนในจังหวัดใดและมีความจาเป็น ต้องเตรียมเงินสดไว้เพื่อใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในวันหยุดราชการ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น มอี านาจเบกิ เงินทดรองราชการตามข้อ ๘ (๘) ไว้เพื่อสารองจ่ายได้ตามความเหมาะสมจาเป็น และเม่ือภัยพิบัติ กรณฉี กุ เฉินสน้ิ สดุ ลงใหน้ าเงินทเ่ี หลอื สง่ คนื คลงั ขอ้ ๑๐ ให้ส่วนราชการตามข้อ ๘ ยุติการอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือ ผู้ประสบภยั พิบตั กิ รณีฉกุ เฉิน ในกรณีใดกรณหี นงึ่ ทีเ่ กิดขึน้ ก่อน ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) เม่ือส่วนราชการตามข้อ ๘ ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพบิ ตั ิแล้ว (๒) เม่ือสิ้นสุดระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือตามประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ผ้ปู ระสบภัยพบิ ตั กิ รณีฉุกเฉิน (๓) มีการประกาศยุติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากอธิบดีกรมป้ องกัน และบรรเทาสาธารณภัยหรือผูว้ า่ ราชการจงั หวัด แล้วแต่กรณี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148