แผนการจัดการเรยี นรู้ รหัสวชิ า......20404-2103....... วิชา ...........อาหารว่าง................ ประเภทวิชา......คหกรรม.......สาขาวชิ า........อาหารและโภชนาการ.......... หลักสูตร.....ประกาศนียบตั รวิชาชีพ......(ภาคทฤษฎ/ี ปฏิบตั )ิ จัดทาโดย นางสาวอาริยา นยิ มชาติ ตาแหน่ง ครูผู้ชว่ ย ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาฉะเชงิ เทรา สถาบนั การอาชวี ศึกษาภาคกลาง 3
คานา แผนการสอนวิชา อาหารว่าง รหัสวิชา 20404-2103 ฉบับนี้จัดทาขึ้นเพ่ือใช้เป็นคู่มือครู สาหรับ ประกอบการจดั การเรียนการสอนหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชี พ.ศ. 2556 ประเภทวิชาคหกรรม โดยได้ยึด แนวทางปฏิบัติในการดาเนินการทั้งรูปแบบและเนื้อหารายวิชาจากคณะกรรมการพัฒนาจัดทาแผนการสอน รายวิชา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช) ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึ กษา กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย อุปกรณ์เคร่ืองใช้ในการเตรียมอาหาร เทคนิคพื้นฐานในการประกอบ อาหาร เน้ือสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้ ธัญชาติและแป้ง น้าตาล ไขมันและน้ามัน เครอ่ื งเทศ เคร่ืองปรุงรส ซึ่งจะครอบคลุมจุดประสงค์รายวิชา และมีเนื้อหา สอดคล้องกับ คาอธิบายรายวิชา ตามกาหนดในหลักสูตร ส่วนสาคัญของแผนการสอนรายวิชาจะประกอบด้วย หัวข้อวิชา รายการสอน และ จดุ ประสงคก์ ารสอน ทส่ี ามารถเป็นตัวบ่งช้ีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไม่ว่าจะเป็นด้านพุทธิ พิสัย ทักษะพิสัย และจิตพสิ ัย การจัดทาแผนการสอนรายวิชาน้ี ถือเป็นเป้าหมายหน่ึงของผู้จัดทาท่ีจะพัฒนางานด้านวิชาการสู่ กระบวนการจดั การเรียนการสอนอย่างมีประสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ล เพอื่ ประโยชน์ นางสาวอารยิ า นยิ มชาติ วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาฉะเชงิ เทรา
สารบัญ หน้า คานา 1 สารบัญ 2 ลักษณะรายวิชา 3 สมรรถนะประจาหนว่ ย 5 ตารางวิเคราะหห์ ลักสูตร 9 กาหนดการสอน กรอบแนวทางการจัดการเรียนรู้และการประเมินผลตามสภาพจริงประจาหน่วยการเรยี นรู้ 12 39 แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 1 ความรู้พ้นื ฐานอาหารวา่ ง 67 แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 2 เครื่องมืออปุ กรณ์และวัตถุดบิ ในการประกอบอาหารวา่ ง 91 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 3 การจดั ตกแตง่ และการบรกิ ารอาหารวา่ ง 118 แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 4 การบรรจภุ ณั ฑ์ และการเก็บรกั ษาอาหาร 145 แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 5 อาหารว่างไทย 167 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 6 อาหารว่างจนี แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 7 อาหารวา่ งสากล
ส่วนท่ี 1 การวิเคราะห์รายวชิ า
ลักษณะรายวชิ า รหสั วิชา........20404-2103...........ชอ่ื วชิ า.................อาหารวา่ ง....................................................... หน่วยกิต……………2(4)……………………......เวลาเรยี นต่อภาค...................72...........................ช่วั โมง จุดประสงคร์ ายวชิ า 1. เขา้ ใจเกี่ยวกับวตั ถุดบิ และอุปกรณห์ ลกั การประกอบอาหารว่างการจดั ตกแต่งการบรรจุภัณฑแ์ ละ เกบ็ รักษาอาหาร 2. สามารถเตรียม วตั ถุดบิ อุปกรณ์ประกอบอาหารวา่ ง จดั ตกแต่ง เลือกใช้บรรจภุ ณั ฑ์ บรกิ าร และเก็บรกั ษาอาหาร 3. มีเจตคติ และกจิ นสิ ยั ที่ดใี นการทางาน ปฏบิ ตั ิงานด้วยความเป็นระเบยี บ เรียบร้อย ประณีต รอบคอบ และมคี วามรับผิดชอบ มีความคดิ สร้างสรรค์ สมรรถนะรายวชิ า 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับ หลกั การและกระบวนการการประกอบอาหารว่าง 2. เลือกวตั ถดุ ิบ เคร่ืองมอื อปุ กรณ์ในการประกอบอาหารว่าง ตามหลกั การและกระบวนการ 3. ประกอบอาหารว่างตามหลักการและกระบวนการ 4. เลือกบรรจภุ ัณฑ์เหมาะสมกับประเภทของอาหารว่าง คาอธิบายรายวิชา ปฏิบตั ิเก่ียวกับการเตรียมวตั ถุดบิ และอปุ กรณ์ การประกอบอาหารว่าง การจัดตกแตง่ และบริการ การบรรจุภัณฑ์และเก็บรักษาอาหาร
สมรรถนะประจาหน่วย เวลาเรียน (ชม.) ทฤษฎี ปฏบิ ัติ รวม ท่ี สมรรถนะประจาหน่วย 1 34 1 ความรพู้ ้นื ฐานอาหารวา่ ง 2 24 2 เครือ่ งมอื อุปกรณ์และวตั ถดุ ิบในการประกอบอาหารว่าง 0 44 3 การจัดตกแตง่ และการบรกิ ารอาหารวา่ ง 1 34 4 การบรรจภุ ัณฑ์ และการเกบ็ รักษาอาหาร 0 44 5 อาหารว่างไทย 0 44 6 อาหารว่างจนี 0 44 7 อาหารว่างสากล ประเมนิ ผล รวม 4 24 28
ตารางวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหัสวิชา.....20404-2103........วิชา..........อาหารว่าง.......................หนว่ ยกิต....2(4)...... ชัน้ .......ปวช........................สาขาวิชา/กลุ่มวิชา/......อาหารและโภชนาการ.......... พฤติกรรม พุทธิพิสยั ช่ือหน่วย ความ ู้ร ความเ ้ขาใจ นาไปใ ้ช ิวเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมิน ่คา ทักษะพิสัย จิตพิสัย รวม ลาดับ จานวนคาบ หน่วยท่ี 1 ความรู้พืน้ ฐานอาหารวา่ ง 1. ความหมายและความเปน็ มา 2. ประเภทของอาหารวา่ ง 111- - - - 1 4 4 4 3. ประโยชน์และลกั ษณะที่ดขี องอาหารว่าง 4. หลกั ปฏิบตั ิการทาอาหารวา่ ง 5. คาจากัดความอาหารว่างบางชนิด หนว่ ยที่ 2 เครอ่ื งมืออปุ กรณ์และวัตถดุ ิบในการประกอบ อาหารวา่ ง 1. เครือ่ งมืออปุ กรณ์ในการประกอบอาหารว่าง 1111 1 - 1 1 7 2 8 2. การเลือก การดูแล และการเกบ็ รกั ษาเครอ่ื งมืออปุ กรณ์ 3. การเลอื ดวตั ถดุ ิบในการประกอบอาหารวา่ ง หน่วยท่ี 3 การจัดตกแต่งและการบริการอาหารว่าง 1. การจัดตกแตง่ อาหารว่าง 1.1 หลักทั่วไปในการจัดตกแตง่ อาหารวา่ ง 1.2 การเลือกใช้วสั ดุตกแต่งโตะ๊ อาหารวา่ ง 1.3 การเตรยี มและการจัดตกแตง่ ผลไม้ 1111 1- 1 1 7 2 8 2. การจัดบริการอาหารวา่ ง 2.1 ขอ้ ความพจิ ารณาในการจดั บรกิ ารอาหารวา่ ง 2.2 ชว่ งเวลาสาหรบั การจัดบริการอาหารวา่ ง 2.3 การจัดบริการอาหารว่างนอกสถานที่ หน่วยท่ี 4 การบรรจภุ ณั ฑ์ และการเกบ็ รกั ษาอาหาร 1.ความหมายและความสาคัญของบรรจภุ ณั ฑ์ 2.หน้าที่ของบรรจุภณั ฑ์ 1111 1 - - 1 6 3 4 3.ประเภทของบรรจุภณั ฑ์ 4.สุขลกั ษณะของบรรจภุ ัณฑอ์ าหาร 5.หลกั การออกแบบบรรจุภณั ฑ์
6.กระดาษเพอื่ บรรจภุ ัณฑ์อาหารว่าง 1 1 1 1 1 1 1 1 8 1 24 7.การเกบ็ รกั ษาอาหาร หน่วยที่ 5 อาหารว่างไทย 1 1 1 1 1 1 1 1 8 1 12 1. มา้ ฮอ่ 1 1 1 1 1 1 1 1 8 1 12 2. ล่าเตียง/หร่มุ 3. คา้ งคาวเผอื ก 7 7 7 6 6 3 5 7 48 72 4. กระทงทอง 1112 24 3 1 5. หมูโสรง่ 6. ถุงทอง 7. ชอ่ มว่ ง 8. ขนมจีบไทย 9. สาคไู สห้ มู 10. เมยี่ งคาเสวย 11. ทองพลไุ สไ้ ก่ 12. ปนั้ สบิ นงึ่ ไส้ปลา/ปัน้ สบิ ทอดไส้หมูหยอง หนว่ ยท่ี 6 อาหารวา่ งจีน 1. กว๋ ยเตย๋ี วหลอด 2. ขนมกยุ ชา่ ย 3. ปอเปีย๊ ะทอด/ปอเป๊ียะสด 4. ขนมจบี 5. เห็ดหอมสอดไส้ 6. ผดั กาดสอดไสห้ มู หนว่ ยที่ 7 อาหารว่างสากล 1. คานาเป้ 2. แซนดว์ ชิ 3. วอฟเฟิล 4. โดนัทผงฟู 5. เคก้ ถว้ ย 6. คุกกไี้ สส้ ับปะรด รวม ลาดบั ความสาคัญ
กาหนดการสอน ช่ือหนว่ ยการเรียนร้/ู สมรรถนะประจาหนว่ ย เกณฑ์การปฏบิ ัติงาน สปั ดาห์ ชวั่ โมง รายการสอน ท่ี ท่ี หนว่ ยที่ 1 ความร้พู น้ื ฐานอาหาร 1.อธิบายเกยี่ วกบั ความรู้ 1.แบบทดสอบกอ่ น วา่ ง พื้นฐานอาหารวา่ ง เรยี น/หลงั เรียน 1.ความหมายและความเป็นมา 2.อธบิ ายประเภทของ 2.แบบประเมิน 2.ประเภทของอาหารว่าง อาหารวา่ งได้ คุณธรรมจรยิ ธรรม 3.ประโยชน์และลักษณะทด่ี ีของ 3.อธบิ ายประโยชนแ์ ละ อาหารว่าง ลกั ษณะที่ดขี องอาหารวา่ ง 1 1-4 4.หลักปฏิบตั กิ ารทาอาหารวา่ ง ได้ 5.คาจากัดความอาหารวา่ งบาง 4.อธิบายหลกั การ ชนิด ปฏบิ ัติการทาอาหารว่าง และคาจากัดความอาหาร ว่างได้ หนว่ ยท่ี 2 เครือ่ งมอื อปุ กรณแ์ ละ 1.อธบิ ายความรู้เก่ียวกบั 1.แบบทดสอบก่อน วตั ถุดบิ ในการประกอบอาหาร เครื่องมอื อุปกรณ์ในการ เรยี น/หลงั เรยี น วา่ ง ประกอบอาหารว่างได้ 2.สาธิตการการใช้ 1.เคร่อื งมอื อุปกรณใ์ นการ 2.อธบิ ายการเลอื ก การ เครื่องมอื อุปกรณ์ละ ประกอบอาหารวา่ ง ดูแล และการเก็บรักษา ชนิดได้อยา่ งถกู ตอ้ ง 2-3 5-12 2.การเลือก การดแู ล และการ เครือ่ งมืออปุ กรณ์ได้ และเหมาะสมกบั การ เกบ็ รกั ษาเคร่อื งมอื อุปกรณ์ 3.อธิบายการเลือดวัตถุดิบ ใช้งาน 3.การเลือดวัตถดุ ิบในการ ในการประกอบอาหารว่าง 3.แบบประเมิน ประกอบอาหารวา่ ง ได้ คณุ ธรรมจริยธรรม หน่วยท่ี 3 การจัดตกแต่งและ 1.แสคงความรคู้ วามเขา้ ใจ 1.แบบทดสอบก่อน การบรกิ ารอาหารว่าง เกย่ี วกบั การจัดตกแตง่ เรยี น/หลงั เรยี น 1.การจดั ตกแต่งอาหารวา่ ง อาหารวา่ ง หลกั ท่วั ไปใน 2.สาธติ การการการจดั 1.1.หลกั ทั่วไปในการจัดตกแต่ง การจดั ตกแต่งอาหารวา่ ง ตกแต่งและการบริการ อาหารวา่ ง การเลอื กใชว้ ัสดตุ กแต่ง อาหารว่างไดอ้ ย่าง 4-5 13-20 1.2.การเลอื กใชว้ สั ดุตกแต่งโต๊ะ โตะ๊ อาหารว่าง การเตรียม ถูกต้องและเหมาะสม อาหารวา่ ง และการจัดตกแตง่ ผลไม้ได้ 3.แบบประเมนิ 1.3.การเตรียมและการจัด 2.แสคงความรคู้ วามเขา้ ใจ คณุ ธรรมจริยธรรม ตกแต่งผลไม้ เก่ียวกบั การจัดบรกิ าร 2.การจดั บริการอาหารว่าง อาหารวา่ ง ขอ้ ความ
2.1.ขอ้ ความพจิ ารณาในการ พจิ ารณาในการจดั บรกิ าร จดั บรกิ ารอาหารวา่ ง อาหารว่าง ช่วงเวลา 2.2.ชว่ งเวลาสาหรับการ สาหรับการจดั บรกิ าร จดั บรกิ ารอาหารว่าง อาหารว่าง และการ 2.3.การจดั บริการอาหารวา่ ง จัดบรกิ ารอาหารวา่ งนอก นอกสถานท่ี สถานท่ี ได้ หน่วยท่ี 4 บรรจุภณั ฑแ์ ละการ 1.อธบิ ายความหมาย 1.แบบทดสอบก่อน เก็บรกั ษา ความสาคญั ของบรรจุ เรียน/หลังเรยี น 1.ความหมายและความสาคัญ ภณั ฑ์ได้ 2.สาธิตการเลอื กใช้ ของบรรจุภณั ฑ์ 2.อธบิ ายหนา้ ท่ขี องบรรจุ บรรจภุ ณั ฑแ์ ละการ 2.หนา้ ทขี่ องบรรจภุ ัณฑ์ ภัณฑ์ได้ เก็บรักษาอาหารแต่ละ 3.ประเภทของบรรจภุ ณั ฑ์ 3.อธิบายประเภทของ ประเภทและชนิดได้ 4.สุขลกั ษณะของบรรจภุ ณั ฑ์ บรรจุภัณฑ์ได้ อยา่ งถกู ต้องและ อาหาร 4.อธบิ ายสุขลักษณะของ เหมาะสมกบั ชนิดของ 6 21-24 5.หลกั การออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ บรรจุภณั ฑ์อาหารได้ อาหารวา่ ง 6.กระดาษเพอ่ื บรรจภุ ณั ฑอ์ าหาร 5.อธิบายหลกั การ 3.แบบประเมนิ วา่ ง ออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ได้ คณุ ธรรมจริยธรรม 7.การเกบ็ รกั ษาอาหาร 6.อธิบายกระดาษเพอ่ื บรรจภุ ัณฑ์อาหารว่าง 7.อธบิ ายการเก็บรกั ษา อาหาร หน่วยท่ี 5 อาหารวา่ งไทย 1. อธบิ ายหลกั การ 1.แบบทดสอบก่อน 1. หลกั การประกอบอาหารวา่ ง ประกอบอาหารวา่ งไทย เรียน/หลงั เรยี น ไทย 2. อธิบายการเลอื กวัตถุดิบ 2.สาธิตหลักการ 2. การเลอื กวัตถดุ ิบในการ ในการประกอบอาหารว่าง ประกอบอาหารว่าง ประกอบอาหารว่างไทย ไทย ไทย 7-12 25-48 3. ลักษณะของอาหารว่างไทยแต่ 3. อธบิ ายลักษณะของ 3.ปฏิบตั อิ าหารว่าง ละชนดิ อาหารว่างไทยแต่ละชนิด ไทยแตล่ ะชนิด 4.ปฏบิ ัติการประกอบ 4.แบบประเมิน อาหารว่างไทยแต่ละชนิด คุณธรรมจรยิ ธรรม หนว่ ยท่ี 6 อาหารวา่ งจนี 1. อธบิ ายหลกั การ 1.แบบทดสอบกอ่ น 1. หลกั การประกอบอาหารวา่ ง ประกอบอาหารวา่ งจนี เรียน/หลังเรยี น 13-15 49-60 จีน 2. อธิบายการเลือกวตั ถุดบิ 2.สาธิตหลักการ
2. การเลอื กวตั ถดุ ิบในการ ในการประกอบอาหารวา่ ง ประกอบอาหารว่าง ประกอบอาหารว่างจีน จนี จีน 3. ลักษณะของอาหารว่างจนี แต่ 3. อธิบายลักษณะของ 3.ปฏบิ ัตอิ าหารว่างจนี ละชนดิ อาหารว่างจนี แตล่ ะชนดิ แตล่ ะชนดิ 4.ปฏบิ ัตกิ ารประกอบ 4.แบบประเมนิ อาหารวา่ งจีนแต่ละชนิด คุณธรรมจริยธรรม หน่วยที่ 7 อาหารวา่ งสากล 1. อธิบายหลกั การ 1.แบบทดสอบก่อน 1. หลักการประกอบอาหารวา่ ง ประกอบอาหารว่างสากล เรียน/หลงั เรยี น สากล 2. อธิบายการเลือกวัตถุดบิ 2.สาธิตหลกั การ 2. การเลอื กวัตถุดิบในการ ในการประกอบอาหารวา่ ง ประกอบอาหารว่าง ประกอบอาหารว่างสากล สากล สากล 13-15 61-72 3. ลักษณะของอาหารวา่ งสากล 3. อธิบายลกั ษณะของ 3.ปฏบิ ัตอิ าหารวา่ ง แตล่ ะชนิด อาหารวา่ งสากลแต่ละชนดิ สากลแต่ละชนดิ 4.ปฏบิ ัตกิ ารประกอบ 4.แบบประเมิน อาหารว่างจีนแต่ละชนิด คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
ส่วนที่ 2 แผนการจดั การเรียนร้บู รู ณาการ และการประเมินตามสภาพจรงิ รายหนว่ ยการเรยี นรู้
กรอบแนวทางการจัดการเรียนรูแ้ ละการประเมินผลตามสภาพจริงประจาหนว่ ยการเรียนรู้ แนวทางการประเมนิ หน่วย รายการสอน สมรรถนะ เกณฑก์ ารปฏิบัติงาน ทดสอบความ ู้ร ท่ี ประเมินการป ิฏบั ิตงาน ประเมินผลงาน ประเมินพฤ ิตกรรม อื่น ๆ ความร้พู นื้ ฐานอาหารวา่ ง 1.อธบิ ายเก่ยี วกับความรู้ 1.แบบทดสอบก่อน 1.ความหมายและความเป็นมา พนื้ ฐานอาหารวา่ ง เรยี น/หลงั เรียน 2.ประเภทของอาหารวา่ ง 2.อธบิ ายประเภทของอาหาร 2.แบบประเมิน 3.ประโยชนแ์ ละลกั ษณะท่ดี ี ว่างได้ คุณธรรมจรยิ ธรรม 1 ของอาหารวา่ ง 3.อธิบายประโยชน์และ 4.หลกั ปฏิบตั ิการทาอาหารว่าง ลกั ษณะทด่ี ขี องอาหารว่างได้ 5.คาจากดั ความอาหารวา่ งบาง 4.อธบิ ายหลักการปฏิบัตกิ าร ชนดิ ทาอาหารวา่ ง และคาจากัด ความอาหารวา่ งได้ เคร่ืองมอื อุปกรณ์และวัตถดุ ิบ 1.อธิบายความรเู้ ก่ียวกับ 1.แบบทดสอบกอ่ น ในการประกอบอาหารว่าง เครอ่ื งมืออปุ กรณใ์ นการ เรยี น/หลังเรยี น 1.เครอื่ งมอื อปุ กรณใ์ นการ ประกอบอาหารว่างได้ 2.สาธติ การการใช้ ประกอบอาหารวา่ ง 2.อธบิ ายการเลอื ก การดูแล เครอื่ งมอื อปุ กรณ์ละ 2 2.การเลือก การดูแล และการ และการเก็บรักษาเคร่ืองมือ ชนิดไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง เก็บรักษาเครอื่ งมืออุปกรณ์ อปุ กรณไ์ ด้ และเหมาะสมกับการใช้ 3.การเลอื ดวัตถุดิบในการ 3.อธิบายการเลือดวตั ถุดบิ ใน งาน ประกอบอาหาร การประกอบอาหารวา่ งได้ 3.แบบประเมิน คุณธรรมจริยธรรม การจัดตกแต่งและการบริการ 1.แสคงความรู้ความเข้าใจ 1.แบบทดสอบกอ่ น อาหารวา่ ง เกยี่ วกบั การจดั ตกแตง่ อาหาร เรยี น/หลงั เรียน 1.การจดั ตกแต่งอาหารวา่ ง ว่าง หลกั ท่วั ไปในการจัด 2.สาธิตการการการจดั 3 1.1.หลักทัว่ ไปในการจัด ตกแต่งอาหารว่าง การ ตกแตง่ และการบรกิ าร ตกแตง่ อาหารวา่ ง เลอื กใชว้ ัสดตุ กแต่งโต๊ะอาหาร อาหารว่างไดอ้ ย่าง 1.2.การเลือกใชว้ ัสดตุ กแต่ง ว่าง การเตรยี มและการจัด ถูกต้องและเหมาะสม โต๊ะอาหารว่าง ตกแต่งผลไม้ได้ 3.แบบประเมิน 1.3.การเตรยี มและการจัด 2.แสคงความรคู้ วามเข้าใจ คุณธรรมจริยธรรม
แนวทางการประเมนิ เกณฑก์ ารปฏิบัติงาน หนว่ ย รายการสอน สมรรถนะ ทดสอบความ ู้ร ท่ี ประเมินการป ิฏบั ิตงาน ประเมินผลงาน ประเมินพฤ ิตกรรม อื่น ๆ ตกแต่งผลไม้ เก่ียวกบั การจดั บรกิ ารอาหาร 2.การจัดบริการอาหารวา่ ง วา่ ง ขอ้ ความพิจารณาในการ 2.1.ข้อความพจิ ารณาในการ จัดบริการอาหารวา่ ง ช่วงเวลา จัดบริการอาหารวา่ ง สาหรับการจดั บริการอาหาร 2.2.ชว่ งเวลาสาหรับการ ว่าง และการจัดบริการอาหาร จัดบรกิ ารอาหารว่าง ว่างนอกสถานท่ี ได้ 2.3.การจัดบริการอาหารว่าง นอกสถานท่ี บรรจภุ ณั ฑ์และการเกบ็ รักษา 2.อธบิ ายความหมาย 1.แบบทดสอบก่อน 1.ความหมายและความสาคัญ ความสาคญั ของบรรจภุ ณั ฑ์ได้ เรียน/หลังเรยี น ของบรรจุภัณฑ์ 2.อธบิ ายหนา้ ท่ขี องบรรจุ 2.สาธติ การเลือกใช้ 2.หน้าทขี่ องบรรจุภณั ฑ์ ภณั ฑ์ได้ บรรจุภณั ฑแ์ ละการเกบ็ 3.ประเภทของบรรจภุ ัณฑ์ 3.อธบิ ายประเภทของบรรจุ รกั ษาอาหารแต่ละ 4.สุขลกั ษณะของบรรจุภัณฑ์ ภณั ฑ์ได้ ประเภทและชนิดได้ 4 อาหาร 4.อธิบายสขุ ลกั ษณะของบรรจุ อย่างถูกต้องและ 5.หลกั การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ ภัณฑอ์ าหารได้ เหมาะสมกบั ชนิดของ 6.กระดาษเพื่อบรรจุภณั ฑ์ 5.อธบิ ายหลักการออกแบบ อาหารว่าง อาหารวา่ ง บรรจุภัณฑ์ได้ 3.แบบประเมิน 7.การเกบ็ รกั ษาอาหาร 6.อธบิ ายกระดาษเพื่อบรรจุ คณุ ธรรมจริยธรรม ภัณฑ์อาหารวา่ ง 7.อธิบายการเกบ็ รักษาอาหาร หนว่ ยท่ี 5 อาหารว่างไทย 1. อธิบายหลักการประกอบ 1.แบบทดสอบกอ่ น 1. หลกั การประกอบอาหารว่าง อาหารวา่ งไทย เรียน/หลังเรยี น 5 ไทย 2. อธิบายการเลอื กวตั ถุดบิ ใน 2.สาธิตหลักการ 2. การเลอื กวัตถดุ ิบในการ การประกอบอาหารว่างไทย ประกอบอาหารวา่ งไทย ประกอบอาหารวา่ งไทย 3. อธิบายลักษณะของอาหาร 3.ปฏิบตั ิอาหารว่างไทย
แนวทางการประเมิน เกณฑก์ ารปฏบิ ัติงาน หนว่ ย รายการสอน สมรรถนะ ทดสอบความ ู้ร ท่ี ประเมินการป ิฏบั ิตงาน ประเมินผลงาน ประเมินพฤ ิตกรรม อื่น ๆ 3. ลักษณะของอาหารวา่ งไทย วา่ งไทยแตล่ ะชนดิ แตล่ ะชนิด แต่ละชนิด 4.ปฏิบตั กิ ารประกอบอาหาร 4.แบบประเมิน ว่างไทยแตล่ ะชนดิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม หนว่ ยที่ 6 อาหารวา่ งจีน 1. อธิบายหลักการประกอบ 1.แบบทดสอบก่อน 1. หลกั การประกอบอาหารว่าง อาหารวา่ งจนี เรียน/หลังเรียน จนี 2. อธิบายการเลือกวัตถุดิบใน 2.สาธิตหลักการ 6 2. การเลือกวัตถุดิบในการ การประกอบอาหารวา่ งจีน ประกอบอาหารว่างจีน ประกอบอาหารวา่ งจนี 3. อธิบายลักษณะของอาหาร 3.ปฏิบัตอิ าหารว่างจีน 3. ลักษณะของอาหารว่างจีน ว่างจนี แตล่ ะชนิด แตล่ ะชนิด แตล่ ะชนิด 4.ปฏิบตั ิการประกอบอาหาร 4.แบบประเมิน วา่ งจีนแต่ละชนดิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม หนว่ ยท่ี 7 อาหารวา่ งสากล 1. อธบิ ายหลกั การประกอบ 1.แบบทดสอบก่อน 1. หลกั การประกอบอาหารว่าง อาหารว่างสากล เรียน/หลังเรียน สากล 2. อธิบายการเลือกวตั ถุดบิ ใน 2.สาธิตหลักการ 2. การเลอื กวตั ถดุ ิบในการ การประกอบอาหารวา่ งสากล ประกอบอาหารวา่ ง 7 ประกอบอาหารว่างสากล 3. อธิบายลักษณะของอาหาร สากล 3. ลักษณะของอาหารว่าง ว่างสากลแต่ละชนดิ 3.ปฏบิ ัติอาหารว่าง สากลแต่ละชนิด 4.ปฏิบัตกิ ารประกอบอาหาร สากลแตล่ ะชนิด ว่างจีนแต่ละชนดิ 4.แบบประเมนิ คุณธรรมจรยิ ธรรม
12 แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยท่.ี ......1...........จำนวน.......4......ช่วั โมง จำนวนชว่ั โมงรวม .........72......ช่ัวโมง สปั ดำหท์ ่.ี ....1....... ช่ือวิชำ...............อำหำรวำ่ ง............................................................................ ชอ่ื หนว่ ย...........ควำมร้พู น้ื ฐำนอำหำรว่ำง..................................................... ช่อื เร่ือง.............ควำมรู้พื้นฐำนอำหำรวำ่ ง...................................................... 1. สาระสาคญั อำหำรวำ่ งเป็นอำหำรทร่ี ับประทำนระหว่ำงม้อื หรือระหวำ่ งอำหำรมือ้ หลักเกิดข้นึ จำกกำรถำ่ ยทอด ทำงวฒั นธรรมกำรรบั ประทำนของมนุษย์ แบง่ เป็นอำหำรว่ำงนำ้ อำหำรวำ่ งแห้ง มที ัง้ อำหำรว่ำงไทย อำหำรว่ำงจนี และอำหำรว่ำงสำกล อำหำรว่ำงควรเป็นอำหำรที่รับประทำนง่ำย อรอ่ ย สวยงำม ไม่เสยี รสง่ำย และทุกคนควนรับประทำนได้ บรรเทำควำมหิว ผ่อนคลำยควำมเครยี ด สรำ้ งบรรยำกำศ และให้คุณค่ำทำง โภชนำกำรตำมสมควร กำรปฏิบัติอำหำรว่ำงใหไ้ ด้ดีตอ้ งรู้หลกั กำรฝกึ ฝนให้มคี วำมชำนำญ และหลักกำรประกอบใหม้ ีรสชำติ ชำ่ งประดษิ ฐ์ สดและสะอำด เช่น เมย่ี ง ข้ำวจี่ ข้ำวโอต๊ ผำ่ นตำดูเปน็ อำหำรแปลก เช่น หมูโสร่ง หรุม่ โอเต๊ำ คันจี เป็นต้น 2. สมรรถนะประจาหน่วย 1. อธิบำยเกีย่ วกบั ควำมรู้พ้นื ฐำนอำหำรวำ่ ง 2. อธิบำยประเภทของอำหำรวำ่ งได้ 3. อธบิ ำยประโยชนแ์ ละลกั ษณะทด่ี ีของอำหำรว่ำงได้ 4. อธิบำยหลกั กำรปฏิบัติกำรทำอำหำรวำ่ ง และคำจำกดั ควำมอำหำรวำ่ งได้ 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ . 3.1 จุดประสงคป์ ลำยทำง 1. เพอื่ ใหน้ กั เรยี นมีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจและอธิบำยควำมรู้ทั่วไปเกย่ี วกับอำหำรวำ่ งได้ 2. เพอ่ื ให้นกั เรียนมีกจิ นิสัยในกำรเรียนทีด่ ี 3.2 จุดประสงค์นำทำง 1. บอกประเภทของอำหำรว่ำงได้ 2. บอกประโยชนแ์ ละลกั ษณะที่ดีของอำหำรวำ่ งได้ 3. บอกหลกั กำรปฏิบัติกำรทำอำหำรว่ำง และคำจำกดั ควำมอำหำรว่ำงได้
13 4. สาระการเรยี นรู้ ความรเู้ กย่ี วกบั หลักการประกอบอาหารวา่ ง 1.ควำมหมำยและควำมเปน็ มำ 2.ประเภทของอำหำรว่ำง 3.ประโยชน์และลกั ษณะที่ดขี องอำหำรวำ่ ง 4.หลักปฏบิ ตั กิ ำรทำอำหำรว่ำง 5.คำจำกัดควำมอำหำรว่ำงบำงชนิด 5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สัปดาหท์ .่ี ....1......) ข้ันตอนการเรียนรู้ หรือกจิ กรรมผู้เรียน ขน้ั ตอนการจดั การเรียนรู้ หรือกิจกรรมครู - ฟังคำชีแ้ จง ปฐมนิเทศ - ซกั ถำมเมอื่ มขี อ้ สงสยั ขั้นเตรยี ม - ตอบคำถำม ช้แี จงเก่ยี วกบั กำรเรยี นกำรสอนในรำยวิชำ อำหำรวำ่ ง - คำอธิบำยรำยวิชำ - จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ - กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอน - กำรวัดผลและประเมนิ ผล - เอกสำรประกอบกำรสอนวิชำอำหำรว่ำง - แบบทดสอบควำมร้พู ้ืนฐำน ข้นั สอน - นักเรียนตัง้ ใจฟัง และแสดงควำมคิดเห็น - ครใู ห้นกั เรียนทำขอ้ สอบกอ่ นเรยี น ซึ่งให้ - นกั เรยี นแสดงควำมคิดเหน็ - ร่วมสนทนำและวเิ ครำะหข์ องนกั เรียน เวลำทำ 30 นำที เป็นขอ้ สอบแบบ ปรนัย เพื่อเป็น - ใหค้ วำมร่วมมือในกำรแสดงควำมคดิ เห็น กำรตรวจวัดควำมรพู้ ื้นฐำนควำมร้ขู องนักเรียน - อธิบำยควำมหมำยและควำมเปน็ มำ - ประเภทของอำหำรวำ่ ง - ประโยชนแ์ ละลักษณะท่ีดีของอำหำรวำ่ ง - หลักปฏบิ ัตกิ ำรทำอำหำรวำ่ ง - คำจำกัดควำมอำหำรว่ำงบำงชนดิ - ครใู หน้ กั เรยี นทำขอ้ สอบหลังเรยี น ซง่ึ ให้ เวลำทำ 30 นำที เป็นขอ้ สอบแบบ ปรนัย
14 - นกั เรยี นตง้ั ใจฟังและปฏบิ ตั ิตำม ข้ันสรปุ - รว่ มสนทนำตำมควำมเข้ำใจของนักศึกษำ - ครรู ว่ มกบั นกั เรียนกำหนดทศิ ทำงในกำรเรยี น - ระดมควำมคิด ชว่ ยกนั สรปุ พร้อมท้ังกำรจดบนั ทกึ กำรสอน - นกั เรยี นตรวจขอ้ สอบกอ่ นและหลังเรียน สรุปผล - ครเู ฉลยข้อสอบ คะแนน - นักเรยี นตอบคำถำม 10 ข้อ ใหม่ อกี รอบ 6. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้ - เอกสำรประกอบกำรเรียนกำรสอนอำหำรว่ำง - หนังสืออำหำรว่ำง - ใบควำมรู้ - แบบทดสอบ 7. หลกั ฐานการเรียนรู้ 7.1 หลักฐานความรู้ 1.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ชดุ ท่ี 1 2.คะแนนของนกั เรยี นแตล่ ะคน 7.2 หลักฐานการปฏิบตั งิ าน 1.สมุดจดบันทึกของนกั เรยี น 2.บอกและแสดงควำมคิดเหน็ ได้ ตำมวัตถุประสงค์ 8. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 8.1 เคร่ืองมอื ประเมนิ - แบบฝึกหดั /ใบงำน - แบบสงั เกตจำกพฤติกรรมกำรเข้ำชน้ั เรยี น - แบบทดสอบ - แบบประเมนิ จิตพิสัย 8.2 เกณฑ์การประเมนิ - เฉลยแบบทดสอบ - แบบประเมินจิตพิสยั 9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานทม่ี อบหมาย (ถ้าม)ี - 10. เอกสารอา้ งอิง อภิสทิ ธ์ิ ประสงค์สุข. อำหำรวำ่ ง. บ.สำนักแมบ่ ำ้ น, กรุงเทพมหำนคร, 2563
15 ใบความรู้ท.ี่ .1...... หน่วยที.่ ....1..... ภาคเรียนท่ี 1/2564 รหัสวชิ า 20404-2103 ชอ่ื วิชา อำหำรว่ำง เวลารวม 72 ชว่ั โมง เวลา 4 ชั่วโมง ชอื่ หน่วย ควำมรูพ้ ้ืนฐำนอำหำรว่ำง ชอื่ เร่ือง ควำมรูพ้ ้นื ฐำนอำหำรวำ่ ง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ท่ัวไป - นักเรยี นรูเ้ กี่ยวกับควำมหมำยและควำมเปน็ มำอำหำรว่ำงได้ - นักเรยี นสำมำรถอธิบำยประเภทของอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรียนอธบิ ำยประโยชน์และลกั ษณะท่ดี ขี องอำหำรวำ่ งได้ - นักเรียนอธิบำยหลกั ปฏิบัติกำรทำอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรียนอธิบำยคำจำกดั ควำมอำหำรวำ่ งบำงชนิดได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม - นกั เรียนสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเกยี่ วกบั ควำมหมำยและควำมเป็นมำอำหำรวำ่ งได้ - นักเรียนสำมำรถอธิบำยประเภทของอำหำรว่ำงได้ - นักเรยี นสำมำรถอธบิ ำยประโยชน์และลักษณะท่ดี ขี องอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรียนสำมำรถอธบิ ำยหลกั ปฏบิ ัติกำรทำอำหำรว่ำงได้ - นกั เรียนสำมำรถอธิบำยคำจำกดั ควำมอำหำรวำ่ งบำงชนดิ ได้ สมรรถนะรายหนว่ ย 1.ควำมหมำยและควำมเป็นมำ 2.ประเภทของอำหำรวำ่ ง 3.ประโยชนแ์ ละลักษณะท่ดี ีของอำหำรวำ่ ง 4.หลกั ปฏบิ ตั กิ ำรทำอำหำรว่ำง 5.คำจำกดั ควำมอำหำรวำ่ งบำงชนดิ เนื้อหาสาระ 1.ความหมายและความเป็นมาของอาหารว่าง อำหำรวำ่ ง ตำมพจนำนุกรมฉบับรำชบัณฑิตสถำน พ.ศ.2542 ให้ควำมหมำยไวว้ ่ำ อำหำรว่ำง หมำยถึง ของกินนอกเวลำกินอำหำรตำมปกติ แต่มกั กนิ เวลำบำ่ ย อำหำรวำ่ ง โดยท่ัวไป หมำยถึง อำหำรระหวำ่ งมืออำหำรหลกั ซ่ึงมีผู้ให้ควำมหมำยไว้คลำ้ ยคลงึ กันไว้ ดงั น้ี ธนศกั ดิ์ (2551) ได้ใหค้ วำมหมำย อำหำรว่ำงไว้ว่ำ หมำยถึง อำหำรทร่ี ับ ประทำนในระหวำ่ งมืออำหำร ใหญ่ ๆ เปน็ อำหำรท่มี ีลักษณะง่ำยตอ่ กำรรับประทำน ใช้เวลำในกำรรบั ประทำนและปรงุ ค่อนข้ำงน้อย แตม่ ี
16 คุณค่ำทำงโภชนำกำรคอ่ นข้ำงสูง อำหำรอำจมีทงั้ อำหำรคำว – หวำน ตำมแต่ละบุคคลจะเลอื กรับประทำน มี กำรจัดตกแต่งท่ีสวยงำม ลกั ษณะพอดีคำ อภิญญำ (ม.ป.ป.) ได้ให้ควำมหมำย อำหำรว่ำงไว้ว่ำ อำหำรวำ่ ง เป็นอำหำรประเภทอำหำรเบำ ๆ มี ปริมำณอำหำรน้อยกว่ำอำหำรประจำม้อื มที งั้ ของว่ำงคำวและของวำ่ งหวำน มีลักษณะเปน็ ชิ้นเล็ก ๆ ขนำดพอ คำ หยบิ รับประทำนได้สะดวก ของว่ำงคำวจะมีรสชำติหลำกหลำย เช่น รสเปร้ียว เค็ม เชน่ พวงแหนมทอดมำ จดั เป็นคำ ๆ หรอื ไส้กรอกอีสำน ส่วนรสเค็ม หวำนเล็กนอ้ ย เช่น ช่อมว่ ง ข้ำวเกรียบปำกหมอ้ ลักษณะของกำร ประกอบอำหำรว่ำงจะมลี ักษณะน่มุ และกรอบ ส่วนอำหำรว่ำงหวำน มักจะนิยมนำขนมไทยมำจัดเปน็ ของว่ำง หวำน กำรจัดอำหำรวำ่ ง อำหำรวำ่ งนยิ มรับประทำนกนั ในระหวำ่ งอำหำรม้อื เชำ้ กับอำหำรม้ือกลำงวนั ระยะเวลำ 10.00 – 11.00 น. หรือระหว่ำงอำหำรมอื กลำงวัน กับอำหำรมือเย็นระยะเวลำ 15.00 – 16.00 น. นอกจำกนี้ ยังมีอำหำรว่ำงม้ือดกึ หลังจำกอำหำรเย็นก่อนนอน หรือ หลงั จำกทำงำนพิเศษนอนดกึ หรอื เท่ยี วเตร่ อำหำรว่ำงท่ีเป็นน้ำซง่ึ มักจะเสริ ฟ์ ปริมำณน้อย เช่น มกั กะโรนนี ้ำ เกย้ี วนำ้ กระเพำะปลำ ฯลฯ มำโนช (2551) ได้ให้ควำมหมำยว่ำ อำหำรว่ำงไวว้ ำ่ หมำยถงึ อำหำรระหว่ำงม้ือ เป็นอำหำร รับประทำนเลน่ ท่ีมปี ริมำณอำหำรนอ้ ยกวำ่ อำหำรประจำมื้อ อำจเปน็ อำหำรนำ้ หรอื อำหำรแหง้ มีทั้งคำวและ หวำน มชี น้ิ เล็กขนำดพอคำ จัดใสก่ ระทงสวยงำม หยิบรบั ประทำนง่ำยสะดวกในกำรจัด เช่น สำคูไส้หมู กระทง ทอง ข้ำวเหนียวหนำ้ ต่ำง ๆ บรรจใุ นกระทงเล็ก ๆ อำหำรวำ่ งใช้รับประทำนควบคู่กับเคร่อื งดม่ื ร้อน ๆ หรอื น้ำ ผลไม้อยำ่ งใดอยำ่ งหน่ึง อำหำรว่ำง มกั นิยมรับประทำนกนั ในระหว่ำงมอื เชำ้ กับมอื กลำงวนั หรอื ระหว่ำงมือกลำงวนั กับม้ือเยน็ อำหำรว่ำงไทยมมี ำกมำยหลำยชนิดทงั้ ชนดิ น้ำและชนดิ แห้ง กำรกำหนดรำยกำรอำหำรว่ำงเป็นส่ิงสำคญั อยำ่ ง ยิ่งที่ ผู้ประกอบอำหำรหรอื ผ้มู หี น้ำท่ีรับผดิ ชอบในเรื่องอำหำรต้องมีควำมรู้ทำงโภชนำกำรและกำรปฏบิ ัตกิ ำร รวมท้ังมโนภำพท่ีจะทำใหอ้ ำหำรนำ่ รับประทำน ไมใ่ ช่มีควำมชำนำญในด้ำนกำรประกอบอำหำรเพยี งอยำ่ ง เดยี วจำเป็นตอ้ งมีท้ังศำสตรแ์ ละศลิ ป์ในกำรจัดกำรใหด้ ึงดูดสำยตำ อุบล (2549) ไดใ้ ห้ควำมหมำย อำหำรวำ่ งไวว้ ่ำ หมำยถึง อำหำรระหวำ่ งม้ือเปน็ ประเภทอำหำรเบำ ๆ มปี รมิ ำณอำหำรน้อยกว่ำอำหำรประจำม้ือ อำจจะเป็นอำหำรน้ำหรืออำหำรแหง้ มที ง้ั คำวและหวำน หรอื เป็น อำหำรชน้ิ เลก็ ๆ ขนำดพอคำ หยบิ รับประทำนได้ง่ำย จดั ให้สวยงำมนำ่ รับประทำนเปน็ ทง้ั อำหำรและอำหำร นำนำชำติ หรือรบั ประทำนควบคกู่ บั เครื่องดื่มรอ้ น หรือนำผลไม้อยำ่ งใดอย่ำงหนง่ึ จำกกำรศกึ ษำควำมหมำยของอำหำรว่ำง สรปุ ไดว้ ำ่ อำหำรว่ำง หมำยถงึ อำหำรที่ใช้รบั ประทำน ระหว่ำงมื้อเปน็ อำหำรเบำ ๆ มีปรมิ ำณน้อยกว่ำอำหำรประจำม้ือ อำจจะเป็นอำหำรน้ำหรืออำหำรแห้ง มที งั้ อำหำรคำวและอำหำรหวำน หรอื เปน็ อำหำรช้ินเล็ก ๆ ขนำดพอคำ หยบิ รบั ประทำนได้งำ่ ย จัดให้สวยงำม น่ำ รับประทำนมีท้ังอำหำรไทยและอำหำรนำนำชำติ รบั ประทำนควบค่กู บั เครอ่ื งด่ืมร้อน เครื่องดืม่ เย็น หรือนำ้ ผลไม้ อย่ำงใดอย่ำงหนึง่ อำหำรว่ำงของไทยมีมำนำนแลว้ จะเหน็ ได้ในสมยั ต้นรัตนโกสินทร์ 2. ประวตั ิความเป็นมาของอาหารวา่ ง อาหารว่างไทยสมัยโบราณ
17 อำหำรวำ่ งไทยมีมำนำนตั้งแตส่ มยั โบรำณ แม่บ้ำนสมัยก่อนจะใช้เวลำว่ำงในกำรทำอำหำรวำ่ งเก็บไว้ โดยใช้วสั ดเุ หลอื จำกอำหำรมอื หลักนำมำใช้ให้เป็นประโยชน์ และใช้วัสดุท่มี มี ำกในฤดกู ำลมำประกอบเป็น อำหำรว่ำง เช่น ขำ้ วตงั หน้ำต้ัง เมยี่ งลำว เมย่ี งส้ม ขำ้ วตู ขำ้ วตอกตั้ง ข้ำวเมำ่ หม่ี ขนมจบี ปนั้ สิบทอด ฯลฯ เมอื่ มกี ำรตอ้ นรบั แขกก็จะนำอำหำรมำเลี้ยงแขก พร้อมกับเสิรฟ์ น้ำผลไม้หรอื นำ้ เยน็ ลอยดอกมะลิ ตอ่ มำมีกำร พบปะติดตอ่ กับคนต่ำงชำติ รับเอำวฒั นธรรมของชำติต่ำง ๆ เขำ้ มำ จีนเปน็ ชนชำตทิ ี่ใกล้ชิดกบั ไทยมำก วัฒนธรรมของจนี นิยมดื่มชำ ชงดมื่ ร้อน ๆ ตลอดวัน ใช้ดืม่ เองและเลี้ยงแขกด้วย ถ้ำเป็นแขกพิเศษจะมกี ำร รบั รองด้วยน้ำชำชงแก่ ๆ กับขนมหวำน อำหำรว่ำงที่เป็นขนมของจนี ได้แก่ ขนมงำตัด ถว่ั ตัด ขนมเปีย๊ ะ ขนม โกอ๋ ่อน ฟักเชื่อม อำหำรวำ่ งท่ีเป็นของคำว ได้แก่ ซำลำเปำ ขนมกุยชำ่ ย ขนมจบี ฯลฯ ขนมจีบไทย (รายการตารบั ทอง พ.ศ.2545) ขนมจบี ไทย เป็นอำหำรที่แสดงฝีมือของผู้ทำในหลำยส่วน นับแต่ไสท้ ี่ปรับได้รสกลมกล่อม แป้งที่ผสม กวนจนไดท้ ี่คือเหนยี วและนม่ิ ส่ิงท่เี ป็นจดุ เด่นที่สุดนั้นเห็นจะเป็นแป้งที่ดเู หมอื นรำวผำ้ บำง รอบรูปทรงขนม ส่ิงทพี่ ระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ทรงพระรำชนิพนธไ์ วใ้ นกำพย์เห่เรือชมเคร่ืองคำวหวำนว่ำ ขนมจีบ เจา้ จีบหอ่ งามสมสอ่ ประพิมพ์ประพาย นึกนอ้ งนุ่งจบี ถวาย ชายพกจบี กลีบแนบเนียน ขนมจีบแต่เดิมมีชอ่ื ว่ำ “ขนมไส้หมู” โดยเรียกตำมไส้ของขนม แลว้ จงึ เปลี่ยนมำเรยี กว่ำ ขนมจบี ใน สมัยรัชกำลที่ 2 ตำมบทพระรำชนพิ นธ์ ขนมจบี นบั ว่ำเป็นอำหำรว่ำงท่ีนยิ มกินกนั ในวงกว้ำง ตำรับเดิมมีเฉพำะ ไสห้ มู จึงไดม้ ีกำรดดั แปลงเป็นไส้ต่ำง ๆ ทงั้ กุ้ง ปลำ และไก่ ลา่ เตยี งกบั หรมุ่ (รายการตารบั ทอง พ.ศ.2545) อำหำรช่ือแปลกท้งั สองอย่ำงน้อยในประเภทของวำ่ ง คนปัจจบุ นั รู้จกั กำพย์เหเ่ รือชมเครื่องคำวหวำน ในรชั กำลที่ 2 นักเรียนกำรเรอื นทุกคนรู้จกั เพรำะเปน็ ตำรับอำหำรวำ่ งชนิดหนง่ึ ที่ต้องฝึกหดั เปน็ เบ้ืองต้น เน่ืองจำกเปน็ ตำรับเกำ่ แก่ บำงคนคิดวำ่ หรมุ่ กับล่ำเตยี งเปน็ อำหำรชนิดเดียวกนั ทำงผหู้ ญงิ เปล่ียน ภำสกรวงศ์ ทำ่ นผู้นี้ถือว่ำเป็นผู้บุกเบิกกำรเกบ็ รวบรวมตำรับอำหำรทุกชนิดอย่ำงมแี บบแผน ท่ำนได้กลำ่ วถึงข้อแตกตำ่ ง อยำ่ งชัดเจนของหรุ่มกับล่ำเตยี วไว้ว่ำ ล่ำเตยี ง ใชไ้ ส้กุ้ง สับละเอยี ดห่อเลก็ กว่ำไขท่ หี่ ่อทำเปน็ ตำข่ำย หรุ่ม ใช้ไส้ หมสู ับละเอยี ด ห่อใหญ่ ไขท่ ี่ใชห้ ่อละเลงเป็นแผ่นบำง ๆ ในขณะท่ีเคร่ืองปรุงรสทุกอยำ่ งเหมือนกัน ขา้ วเหนียวหนา้ กงุ้ (รายการตารบั ทอง พ.ศ.2545) ในบรรดำอำหำรไทยท่ีถือวำ่ ไดร้ บั อทิ ธิพลจำกอำหำรมุสลมิ มำนั้น ข้ำวเหนยี วหนำ้ กุ้ง นบั วำ่ นำ่ สนใจ เปน็ พิเศษมำกกว่ำอำหำรชนดิ อ่ืน เพรำะมีลกั ษณะกำรสรำ้ งสรรค์ดดั แปลงมำกกวำ่ กำรเลียนแบบท้ังหมด แต่ เดมิ คอื ข้ำวเหนยี วมนู หน้ำตำ่ ง ๆ แตน่ ำมำเพ่มิ เติมรสชำติและลักษณะแปลกใหม่ จนในท่ีสุดมำลงตัวท่ีสขี อง ขำ้ วเหนยี วและรสชำติพิเศษของหน้ำกงุ้ ที่มรี สจัด ผัดลักษณะเดียวกับของคำว ท้ังยังชูรสด้วยใบมะกรูด กำรมูน ขำ้ วเหนยี วให้เปน็ สีเหลือง สีเหลืองน้ันได้มำจำกขมิ้นชันเป็นเคร่ืองเทศชนดิ หนง่ึ ทีใ่ ห้สอี ันเปน็ เอกลกั ษณะของ อำหำรมุสลิม นอกเหนอื จำกผงกะหร่ี ขม้ินมีทง้ั แบบสดและแห้ง เมี่ยงคา (รายการตารบั ทอง พ.ศ.2546)
18 เมย่ี ง เป็นภำษำถน่ิ พำยพั ใชเ้ รยี กตน้ ไมช้ นิดหน่ึงท่ีมกั ขนึ้ ตำมหบุ เขำทำงภำคเหนือ เม่ียงเปน็ อำหำร พ้ืนบำ้ นลำ้ นนำทีส่ นั นษิ ฐำนว่ำเขำ้ มำมีบทบำทในสำรับกับข้ำวกลำงสมัยรตั นโกสินทรน์ ี่เองโดยเฉพำะเมอื่ พระ รำชชำยำเจำ้ ดำรำรศั มถี วำยตวั เข้ำเปน็ บำทบริจำริกำในพระบำทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หวั ทรงนำเอำ วฒั นธรรมกำรกนิ อยอู่ ยำ่ งลำ้ นนำมำใช้ในตำหนักของพระองค์ นับวำ่ พระรำชรำชำเจ้ำดำรำรัศมีทรงเป็นผู้ นำเอำเมยี่ งมำสู่สำรบั ของอำหำรว่ำงในรำชสำนักสยำม แมแ้ ต่พระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ำเจ้ำอยู่หวั ยงั ทรง โปรดเครื่องวำ่ งประเภทเม่ียงน้ีเช่นกัน โดยทรงพรรณนำถึง เม่ยี งไว้ในพระรำชนิพนธ์กำพย์เหเ่ รือชมเครอ่ื งว่ำง ไว้อย่ำงคล้องจองว่ำ เมี่ยงคาน้าลายสอ เม่ียงสมอ เมยี่ งปลาทู เคลา้ คลกุ คลุกไกห่ มู นา้ พรกิ กล้ัว ทัว่ โอชา ขนมค้างคาว (รายการตารับทอง พ.ศ.2546) รชั สมัยของพระบำทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้ำจุฬำโลก รัชกำลที่ 1 องค์ปฐมกษตั ริย์แห่งรำชวงศ์จกั รี ซ่ึง เป็นช่วงเวลำเร่ิมสรำ้ งบ้ำนเมือง กำรค้ำพำณิชยแ์ ละศลิ ปะแขนงตำ่ ง ๆ รวมถึงศลิ ปะในกำรปรงุ อำหำรยงั ไม่ ร่งุ เรือง อยำ่ งในกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ยคุ ต่อมำ ยงั มเี จ้ำนำยฝำ่ ยในอยู่สองพระองค์ ท่ีมีควำมประณตี เช่ยี วชำญใน กำรทำของวำ่ งจนเปน็ ท่ีเล่ืองลอื องค์แรกนบั เปน็ พระน้องเธอในรชั กำลที่ 1 พระนำมว่ำกรมหลวงนรนิ ทร์เวที หรอื เจ้ำครอกวัดโพธ์ิ อกี พระองคเ์ ป็นเจ้ำตำรับในกำรทำขนมไสห้ มูและขนมค้ำงคำว จนผู้คนในยุคนั้นเรียกกัน ตดิ ปำกว่ำ “ขนมคำ้ งคำวเจ้ำครอกทองอยู่” อาหารวา่ งไทยสมยั ปจั จุบัน ในปจั จบุ นั อำหำรว่ำงหรืออำหำรระหว่ำงมอื้ มคี วำมจำเป็นสำหรบั ครอบครวั โดยเฉพำะคนที่ต้องเดนิ ทำงไกลระหวำ่ งบ้ำนกับท่ีทำงำน รวมท้ังเด็กๆ ที่ต้องไปโรงเรียน เนื่องจำกชว่ งเวลำของกำรกินอำหำรมื้อ สำคัญแต่ละม้ือหำ่ งกนั มำก บำงคนกินอำหำรเชำ้ ตั้งแต่ 6 โมง เพื่อใหท้ ันกบั กำรเดนิ ทำงไปทำงำนหรือไป โรงเรียน กว่ำจะถงึ มอื กลำงวนั ก็หวิ เสียก่อน จึงควรต้องกนิ อำหำรระหว่ำงมอื้ เพ่อื ประทังควำมหวิ และทั้ง ระยะเวลำระหวำ่ งมือ้ กลำงวนั กับมอ้ื เยน็ หำ่ งกนั มำก จงึ จำเป็นต้องกินอำหำรระหวำ่ งมื้อก่อนมื้อเย็นอีกครั้ง อำหำรระหวำ่ งมื้อควรเปน็ อำหำรท่ีย่อยงำ่ ย ทำง่ำย กนิ แล้วไมอ่ ่ิมจนเกนิ ไป และสะดวกที่จะรบั ประทำนไม่ ย่งุ ยำกในเร่ืองของภำชนะและกำรจัดเสิรฟ์ ควรเป็นอำหำรที่เปน็ ชนิ้ เปน็ คำหรือถ้วยเลก็ ๆ ซง่ึ รบั ประทำนได้ สะดวก แตต่ ้องคำนงึ ดว้ ยวำ่ อำหำรระหวำ่ งม้ือควรจะประกอบด้วย อำหำรหลำยอย่ำง ๆ เช่น แป้ง ไข่ น้ำตำล นม ผกั ผลไม้ เพ่ือให้ได้คุณค่ำและสำรอำหำรครบ เคร่ืองดืม่ จะรอ้ นหรือเยน็ กไ็ ด้ แลว้ แต่โอกำสและสถำนท่ี จดั เลี้ยง ในบำงครงั้ เจ้ำภำพไมไ่ ดค้ ำนึงถงึ สำรอำหำรและพลังงำนทีไ่ ด้รับจำกกำรรบั ประทำนอำหำรวำ่ งในแต่ ละคร้ัง กำรจดั เสิร์ฟอำหำรวำ่ งในแต่ละมอื้ ผ้บู ริโภคควรได้รับพลังงำนประมำณ 200 – 300 แคลอรีตอ่ มื้อ โดย ไดพ้ ลังงำนจำกข้ำว แป้ง และน้ำตำล รอ้ ยละ 50 – 80 ไดพ้ ลังงำนจำกเน้ือสตั ว์ ไข่ นม และถ่วั เมล็ดแห้ง รอ้ ย ละ 10 – 15 และได้พลังงำนจำกไขมัน ร้อยละ 30 – 35 สว่ นมำกอำหำรว่ำงไทย (ขนมไทย) จะมสี ่วนประกอบ หลกั ทสี่ ำคัญ คอื แปง้ นำ้ ตำล ไข่ และกะทิ ซ่ึงให้พลังงำนมำกถ้ำรับประทำนตดิ ต่อกันทกุ วันเปน็ เวลำนำนจะ
19 ทำใหอ้ ว้ น ปัจจบุ นั กำรจดั เล้ยี งอำหำรว่ำงไทยตำมสถำนทต่ี ำ่ ง ๆ จงึ ได้ปรับเปลี่ยนรำยกำรตำมควำมตอ้ งกำรของ ผ้จู ัดงำนว่ำตอ้ งกำรอำหำรชนดิ ใด เช่น งำนฉลองมงคลสมรสนยิ มใช้อำหำรและขนมทมี่ ชี ื่อเปน็ มงคลทอง เช่น กระทงทอง ข้ำวเกรยี บปำกหม้อ สำคไู ส้หมู ขนมไทยที่มรี สหวำน เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง อำลัว ทองเอก เปน็ ต้น และมผี ลไม้ตำมฤดูกำล หรือเครื่องด่ืม เชน่ น้ำสมนุ ไพรหรือ นำ้ ผลไม้สด เปน็ ต้น 3.ประเภทของอาหารว่าง อาหารวา่ งที่นิยมจัดเสิร์ฟ ในปจั จุบัน แบ่งออกไดด้ ังน้ี 3.1. อาหารว่างไทย (คาว หวาน) อำหำรวำ่ งที่คนไทยรับประทำนมมี ำกมำยหลำยชนดิ ท้ังชนดิ น้ำและ ชนิดแห้ง ของว่ำงชนิดนำ้ ไม่นยิ มเลี้ยงในตอนบำ่ ย แต่นิยมจัดเล้ียงอำหำรว่ำงชนดิ แหง้ เป็นสว่ นใหญ่ เช่น ปนั้ สบิ นึ่งไสต้ ำ่ ง ๆ กระทงทอง ขนมเบอื้ งกรอบ สำคูไสห้ มู เม่ียงลำว ของหวำน เช่น ขนมสอดไส้ ขนมเผือก ตะโก้ ขนมตม้ เปน็ ตน้ 3.2. อาหารว่างจีน (คาว หวาน) ทจ่ี ดั เล้ียงมีมำกเช่นกัน คือ มที งั้ ของว่ำงชนดิ นำ้ เชน่ โจก๊ กระเพำะปลำ ก๋วยเตี๋ยว เกีย้ วนำ้ เปน็ ต้น ส่วนอำหำรว่ำงชนิดแห้ง มกั จะเป็นของทอดหรอื น่ึง เชน่ ขนมจีบ ปนั้ สิบนึ่ง ขนมเปย๊ี ะ ปอเปย๊ี ะทอด ปอเปยี๊ ะสด และซำลำเปำ เปน็ ตน้ 3.3. อาหารว่างสากล นิยมกันมำกในกำรจัดเลี้ยงงำนใหญ่ ๆ เพื่อรับรองแขก เพรำะจัดได้สวยงำมและ น่ำรับประทำน อำหำรท่ีรับประทำนอำจเปลี่ยนแปลงได้ตำมควำมต้องกำรของเจำ้ ภำพ อำหำรวำ่ งสำกลที่นิยม จดั รบั ประทำนมดี ัง น้ี - น้ำชำรอ้ น พร้อมทั้งนม น้ำตำล และมะนำว ถ้ำอำกำศร้อนควรเปน็ ชำเย็น ถ้ำเลย้ี งคนจำนวน มำกควรมที ้ัง นำ้ ชำและกำแฟ ท้ัง รอ้ นและเย็น - แซนดว์ ชิ ต่ำง ๆ - ขนม เชน่ เค้กตำ่ ง ๆ คุกก้ี พำยตำ่ ง ๆ - เยลล่ดี ำว - ผลไม้ตำมฤดูกำล - ไอศกรีม ถ้ำเลี้ยงคนจำนวนนอ้ ยหรอื กนั เองควรลดของลงตำมสดั ส่วน มนี ้ำชำ แซนดว์ ิช ขนม ผลไม้ โดยมำกถำ้ ผ้รู บั ประทำนมคี วำมสนิทสนมเป็นกนั เอง แขกไมม่ ำกนกั ไมต่ ้องมีแซนดว์ ิชและผลไมก้ ็ไดท้ ้ังนี้ เนือ่ งจำกควำมเคยชินและควำมพอใจของเจำ้ ภำพ 3.4. อาหารว่างแบบประยุกต์ กำรประกอบอำหำรว่ำงนั้น เรำไมจ่ ำเป็นจะตอ้ งทำอำหำรชนิดเดยี วเสมอ ไป ผปู้ ระกอบอำหำรจำเปน็ ตอ้ งดัดแปลงให้เหมำะสมตำมควำมนยิ มของผู้รับประทำนและทันสมัยไมซ่ ้ำกนั ทงั้ นี้เพ่ือให้ได้รส สแี ละลักษณะของอำหำรมองดแู ล้วน่ำรับประทำน กำรนำอำหำรแบบต่ำง ๆ มำประยุกต์กค็ ือ กำรนำอำหำรวำ่ งไทย – จนี สำกลมำจัดผสมผสำนรวมกัน ในกำรจดั เลีย้ งรับรองแขก เพ่อื ให้อำหำรมีรสชำติท่ีแตกตำ่ งกันออกไป และมีควำมสวยงำม
20 ถ้ำเลย้ี งคนจำนวนมำกควรมีทง้ั นำ้ ผลไม้ น้ำชำ กำแฟ ให้เลอื ก กำรจดั เล้ียงอำจจัดเป็นโตะ๊ หรือจะ จัดเสิร์ฟแต่ละคนก็ไดค้ วรมีอำหำรจำพวกเนื้อ สลัด เป็นอำหำรว่ำงอีก 1 – 2 อยำ่ ง และอำหำรพวกพำย ผลไม้ เปน็ ตน้ อำหำรท่ีใชใ้ นแบบประยุกตม์ ีดังน้ี - ชำร้อน พร้อมทั้งนมสด ครมี น้ำตำล ถำ้ ให้ดคี วรเปน็ นำ้ ตำลปอนด์ มะนำว ถ้ำอำกำศร้อนควร เปน็ ชำเย็นหรือ ถ้ำเลี้ยงมำก ๆ ควรมที ้ัง ชำร้อนและชำเย็น - แซนด์วิช ตำ่ ง ๆ - เค้ก ต่ำง ๆ - ขนมจบี ไทย ปั้นสิบ กระทงทอง - ไสก้ รอก - เยลลี่ต่ำง ๆ - ผลไม้ตำมฤดูกำล - ซำลำเปำไสห้ วำนและเค็ม - ไอศกรมี ขอ้ สำคญั ในกำรจดั เล้ียง อำหำรควรมีสีสนั แตกตำ่ งกันเพรำะจะทำใหน้ ่ำรับประทำนและสวยงำม บำงโอกำสเจ้ำภำพคำนึง ถงึ คำ่ ใชจ้ ่ำยในเรืองสถำนท่ีและกำรบริกำร 4. ชนิดของอาหารว่าง มกี ำรจัดแบ่งชนิด ของอำหำรว่ำงไดห้ ลำยลกั ษณะตำมกระบวนกำรปรุงให้อำหำรสกุ หรือกำรเตรียมส่วนผสม ของอำหำร เช่น กำรจัดแบ่งชนดิ ของอำหำรวำ่ งตำมลักษณะกำรเตรยี มส่วนผสมแบง่ ออกเป็น 2 ชนิด คือ 1. อำหำรว่ำงคำว คือ อำหำรว่ำงท่ีมเี น้ือสัตวเ์ ป็นส่วนประกอบ เช่น เนอื้ หมู เน้ือกุ้ง เนือ้ ปลำ มำผสม กบั วัตถดุ ิบชนิดต่ำง ๆ ตำมต้องกำร เชน่ สำคูไส้หมู ขำ้ วเกรียบปำกหม้อ หรุ่ม เป็นต้น 2. อำหำรว่ำงหวำน คือ อำหำรที่มีส่วนประกอบของแป้ง น้ำตำล กะทิ นม เนย และไข่ เช่น เค้ก คุกก้ี พำย ขนมปงั ขนมหยกมณี ขนมตะโก้ ลูกชุบ และเม็ดขนุน เป็นต้น 5. หลักการประกอบอาหารว่าง อำหำรวำ่ งเปน็ อำหำรที่ประกอบขน้ึ ไดง้ ่ำยและใชร้ ะยะเวลำในกำรประกอบไม่มำกนัก กำรประกอบ อำหำรว่ำงให้น่ำรับ ประทำนน้ันขน้ึ อยกู่ ับปจั จยั หลำยด้ำนดงั นี้ 1. มีคณุ คำ่ ทำงโภชนำกำร คือ รับประทำนอำหำรจะตอ้ งไดส้ ำรอำหำรครบทุก หมวด 2. สำรบั หรอื รำยกำรอำหำรทไี่ ด้มำตรฐำน คือ อำหำรทที่ ำสำเรจ็ ทุกครั้งจะต้องเหมือนเดิม เช่น รสชำติ ลักษณะและสีสัน เป็นต้น 3. กำรเลือกซ้ือวตั ถุดบิ ทนี่ ำมำประกอบอำหำร ควรเลอื กซื้อวัตถดุ ิบ ที่สดและใหม่มีควำมเหมำะสมกับ อำหำรแต่ละประเภท 4. เลอื กวตั ถุดิบตำมฤดูกำลและมใี นทอ้ งถิ่นเพรำะวตั ถทุ ม่ี ีตำมฤดกู ำลและในท้องถ่ินหำงำ่ ย รำคำถกู และคุณภำพดี
21 5. คำนึงถึงลักษณะสีสนั เพื่อใหเ้ กดิ ควำมสวยงำมและรสชำตอิ รอ่ ย 6. คำนงึ ถงึ อุปกรณ์และเคร่อื งมอื ที่จะใช้ในกำรประกอบอำหำรทุกคร้ังว่ำมีเพยี งพอหรือไม่ 7. งบประมำณ เป็นสิง่ สำคัญท่ีจะกำหนดรำยกำรอำหำรในแตล่ ะคร้ัง 8. เวลำและแรงงำน ที่ใช้ในกำรประกอบอำหำรจะตอ้ งเหมำะสม 9. สถำนทแ่ี ละกำรบริกำร ตอ้ งมคี วำมสัมพนั ธ์กัน เชน่ จดั เล้ียงในโรงแรมระดับ 5 ดำว (กำร จัดบริกำรจะต้องมีพนักงำนบริกำรทมี่ ีทกั ษะ) 6. ประโยชน์และลักษณะทีด่ ขี องอาหารวา่ ง ลกั ษณะของอาหารว่างท่ีดคี วรมีลกั ษณะดัง ตอ่ ไปนี้ 1. เปน็ อำหำรที่ทกุ คนรับประทำนได้ 2. เป็นอำหำรทร่ี ับ ประทำนง่ำย และรสชำติอร่อย 3. เป็นอำหำรที่ปรุง ไว้นำนกไ็ มเ่ สียรสชำติ 4. ชิ้นพอคำและมีลกั ษณะสวยงำม มองดูแลว้ น่ำรับประทำน 5. เป็นอำหำรท่ีใช้เวลำในกำรประกอบไม่ยุง่ ยำก 6. เป็นอำหำรทรี่ ับประทำนคูก่ บั อำหำรชนิดอ่ืนได้ 7. สีสันและลักษณะสมั ผสั ควรแตกตำ่ งกัน 8. มคี ุณค่ำทำงโภชนำกำร ประเภทอาหารว่างแบ่งตามลักษณะการจัดเล้ยี ง ไดด้ ัง น้ี 1. กำรจดั อำหำรว่ำงในโอกำสปกติ หมำยถงึ กำรจดั เล้ยี งภำยในครอบครัวหรอื กลุม่ ญำติสนทิ และเพื่อน กำรคิดรำยกำรอำหำรไมจ่ ำเปน็ จะตอ้ งเข้ำชุดกนั ก็ได้ รำยกำรอำหำรอำจจัดตำมควำมพอใจของเจำ้ ภำพ หรอื จัดตำมควำมตอ้ งกำรของสมำชกิ ในครอบครัว โดยไมต่ ้องคำนึงถงึ หลกั กำรและกฎเกณฑ์มำกนกั รำยกำร อำหำรไม่ต้องเข้ำชดุ กันกไ็ ด้ และมวี ิธปี ระกอบที่ไมย่ ุ่งยำกและพิถพี ถิ นั มำกนัก ตวั อย่ำงรำยกำรอำหำร เช่น ขนมสอดไส้ ขนมชน้ั ขนมหม้อแกง ขนมปุยฝ้ำย เค้กมว้ น คกุ กี้ ปั้นสบิ นึง่ เคร่ืองดม่ื เช่น นำ้ กระเจ๊ยี บ โอเล้ียง กำแฟเยน็ ชำมะนำว กำแฟ ฯลฯ 2. กำรจัด อำหำรวำ่ งในโอกำสพิเศษ หมำยถึง กำรจดั เลย้ี งอำหำรว่ำงที่มไี มบ่ ่อยครั้งมำกนัก ในหน่ึงปี จะมคี ร้ังเดียว เชน่ กำรจดั ประชุมสมั มนำทำงวชิ ำกำร กำรเล้ียงรับรองแขกพิเศษ งำนเปิดป้ำยอำคำรหรอื บรษิ ทั ตำ่ ง ๆ กำรเล้ียงฉลองท่ีได้รับตำแหนง่ ใหม่ เป็นตน้ รำยกำรอำหำรจะต้องเขำ้ ชุดกัน คือ มที ั้งอำหำรวำ่ ง คำว อำหำรว่ำงหวำนและมีวิธกี ำรประกอบท่ียุ่งยำก พถิ ีพิถัน อำหำรที่สำเร็จออกมำจะตอ้ งสวยงำมทกุ อย่ำง ตัวอยำ่ งรำยกำรอำหำร เช่น กระทงทอง หยกมณี แซนดว์ ิช ข้ำวเหนยี วหนำ้ ต่ำง ๆ (หน้ำกุ้ง ปลำ หนำ้ กระฉีก หน้ำสังขยำ) ผลไม้ เช่น องุ่นม่วง สับปะรด แตงโม เครื่องด่ืม เช่น ชำ กำแฟ หรอื น้ำผลไม้ เปน็ ต้น ปจั จุบนั จะเห็นไดว้ ่ำ อำหำรว่ำงมบี ทบำทในชวี ิต ประจำวัน ของคนไทยเกอื บทุกครอบครวั ไม่ว่ำจะ จัดเล้ียงในโอกำสใดก็ตำม เจ้ำภำพจะเสิร์ฟ อำหำรว่ำงให้แขกรับประทำนกอ่ นท่ีจะได้รบั ประทำนอำหำรมื้อ หลกั เพรำะอำหำรว่ำงช่วยทำให้แขกทม่ี ำร่วมงำนไม่หิวจนเกินไปในช่วงท่ีรอรับประทำนอำหำรม้ือหลัก
22 ลกั ษณะของอำหำรว่ำง อำหำรว่ำงแบ่งตำมลกั ษณะท่ีใช้ในกำรจัดเลย้ี ง แบง่ ได้ 4 ประเภท คอื 1. อำหำรว่ำงท่ีเปน็ อำหำรแห้ง ได้แก่ - ข้ำวตงั หน้ำตั้ง - ขนมจบี ซำลำเปำ - พำยตำ่ ง ๆ - ปนั้ สิบนึ่งหรอื ทอด - คุกก้ี บสิ กิต - เค้ก ต่ำงๆ ฯลฯ 2. อำหำรว่ำงชนิดน้ำ ไดแ้ ก่ - ก๋วยเต๋ยี วน้ำ หมู เป็ด ไก่ - บะหมี่น้ำ หมู ไก่ เปด็ - มกั กะโรนนี ้ำ - กระเพำะปลำ - โจก๊ หมู กุง้ ไก่ - เกยี้ วน้ำ - เคร่ืองด่ืม รอ้ น – เย็น 3. อำหำรวำ่ งประเภทกบั แกล้ม อำหำรประเภทน้ีใชร้ ับประทำนกับเครื่องด่ืมประเภทแอลกอฮอล์ ส่วนใหญ่จะเปน็ อำหำรประเภทยำ ลำบ พล่ำต่ำง ๆ ของทอด อำหำรขบเคี้ยว เชน่ - ยำไส้กรอก - ยำสำมกรอบ - ยำเล็บมอื นำง - ลำบหมู เน้ือ ลำบเป็ด ลำบปลำดุก - พลำ่ หมู เนือ้ กุ้ง พล่ำ ปลำดกุ - ทอดมันกุ้ง ปลำ ฯลฯ 4. อำหำรวำ่ งแบบค็อกเทล อำหำรว่ำงแบบคอ็ กเทล ได้แก่ พวกแซนด์วิชต่ำง ๆ ตัดเปน็ ชิ้นเลก็ ๆ หรอื ออรเ์ ดิร์ฟ ชนิดต่ำง ๆ เช่น ข้ำวเกรยี บทอด เมด็ มะมว่ งหิมพำนตท์ อด มันทอด ถวั่ ทอดกบั แกลม้ ที่เป็นชิ้นเลก็ ๆ หยบิ งำ่ ย สะดวกใน กำรรับประทำน ปัจจุบนั ส่วนใหญ่กำรจัดเลี้ยงค็อกเทลนยิ มจัดเล้ยี งในงำนต่ำง ๆ ดัง นี้ - งำนวันเกดิ - งำนมงคลสมรส - งำนรำตรีสโมสร - งำนแสดงมหกรรมสินค้ำ
23 - งำนสังสรรค์ - งำนประชุมสัมมนำ เวลาในการจัดเล้ียงอาหารว่าง แบ่งได้ดังน้ี 1. อาหารวา่ งเช้า จัดเล้ยี งเวลำประมำณ 10.00 – 11.30 น. เรยี กว่ำ Coffee Brake เครือ่ งดืม่ ที่นยิ มใช้จดั เลี้ยง คอื ชำ และกำแฟ ท่ีขนมประเภทบิสกิต หรือคุกก้ีบ้ำงเล็กน้อย ส่วนมำกวิธีกำรบริกำรจะตัดเสริ ฟ์ ในจำนเดียวกัน บริกำรเป็นท่ี ๆ ท่ีละคน ใช้ในโอกำสพบปะสนทนำหรือมีกำรประชุมสมั มนำ 2. อาหารว่างบา่ ย โดยท่ัวไปจะมี 2 ประเภท ตำมชนิด ของกำรจดั เล้ียง คือ - อำหำรวำ่ งบำ่ ยชนิดมอี ำหำรแบบสำกล ระยะเวลำรบั ประทำน 15.00 – 16.00 น. หรือ เรยี กอีกอยำ่ งหน่ึงว่ำ โตะ๊ High tea อำหำรทใ่ี ชร้ บั ประทำนกเ็ ช่นเดียวกบั โตะ๊ อำหรว่ำงบำ่ ย แต่มอี ำหำรคำว ฝร่ังเพ่ิม เชน่ ไก่อบ สเต็ก หรอื กุ้งทอด ฯลฯ อำหำรคำวต่ำง ๆ เปลี่ยนแปลงได้ตำมตอ้ งกำรโดยมำกใชเ้ พยี ง 1 – 2 อย่ำงเท่ำนัน้ ในกำรจดั เล้ียงแบบ High tea จะมเี หล้ำตำ่ ง ๆ ไดแ้ ก่ เหล้ำแชมเปญกับไวนแ์ ดง ในกรณที ่ี อำหำรเปน็ เน้ือสตั ว์ ใชเ้ หล้ำแชมเปญ ไวนข์ ำวใช้กับอำหำรคำวประเภทปลำหรอื จะมีเพียงอย่ำงเดียวกไ็ ด้ โอกำสทใี่ ช้จะเป็นกำรเลยี้ งรบั รองแขกผู้มีเกยี รติ และงำนอื่น ๆ ซ่ึงจัด เป็น งำนใหญม่ ำก ๆ - จัดเลีย้ งในระยะเวลำประมำณ 15.30 – 17.00 น. ใช้ในโอกำสต่ำง ๆ กนั เช่น งำนเล้ียงตอ้ นรับแสดง ควำมยนิ ดี เลี้ยงเนื่องในกำรแขง่ ขันกฬี ำตำ่ ง ๆ งำนประชมุ สัมมนำ ส่วนมำกจัด แบบบฟุ เฟต่ ์ (Buffet) จัดตั้ง โตะ๊ หรอื จดั ใส่จำน ใสถ่ ำด ให้คนนำไปเสริ ์ฟ แต่ละคน 3. อาหารวา่ งดึก จะจดั เลีย้ งก่อนนอกหรอื หลังจำกทำงำนพิเศษตอนดึก หรือกลบั มำเทีย่ วเตรร่ ะยะเวลำ ประมำณ 22.00 – 23.00 น. เรยี ก Supper อำหำรวำ่ งดกึ ไม่ควรจะเป็นอำหำรหนัก ควรจะเปน็ อำหำรประเภทเครื่องด่มื เชน่ นม ผลไม้ กำรจัดเล้ียงจะแบบบริกำรด้วยตนเอง หรือมคี นคอยจดั เสิร์ฟให้ แล้ว แต่จำนวนแขก เทคนิคการประกอบอาหารว่าง เทคนิค คือ ศิลปะหรือกลวิธเี ฉพำะ เทคนิคในกำรประกอบอำหำรวำ่ ง จึงหมำยถึง ศิลปะในกำรทำ กำรปรงุ อำหำรว่ำงให้มลี ักษณะท่ีน่ำรับประทำน ได้ลกั ษณะท่ีดี รสชำติอร่อย สะอำด ปลอดภัย และมี ประโยชน์ต่อร่ำงกำย ส่งิ ทคี่ วรเรียนรู้เกยี่ วกบั เทคนคิ ในการประกอบอาหารว่าง คือ 1. การวางแผนการปฏิบัตงิ าน กำรวำงแผนกำรปฏบิ ัติงำนที่ดคี วรดำเนินกำรตำมข้ันตอน ดังต่อไปน้ี 1.1 ตรวจสอบควำมถูกต้องของคำสง่ั หรือจุดประสงคก์ ่อนลงมือปฏิบตั ิงำนทุกคร้ัง 1.2 วำงแผนกำรปฏิบัตงิ ำน เพ่ือใหไ้ ด้ผลสำเร็จทันเวลำและถกู ตอ้ งตำมทที่ตอ้ งกำร 1.3 จดั เตรียมวัสดุ เคร่ืองมอื เครื่องใช้ ในกำรผลติ และบรกิ ำรอำหำรให้ครบ 1.4 จัดวำงเคร่อื งมือ อุปกรณ์ เคร่ืองปรงุ รสและสว่ นประกอบตำ่ ง ๆ ให้เปน็ ระบบ
24 1.5 เตรียมปฏิบตั ิงำนให้เสรจ็ ตำมขน้ั ตอน กอ่ นจะเร่ิม ทำงำนในขั้น ตอนต่อไป 1.6 พยำยำมจัดระบบกำรทำงำนให้สัมพนั ธ์กนั ในระหว่ำงกำรทำงำน เช่น กำรเตรียม กำรปรงุ อำหำรจะตอ้ งดำเนนิ ควบคู่กันไป 1.7 รักษำบริเวณทำงำนใหม้ ีระเบียบ และสะอำดเสมอ 2. การจดั ตารับอาหาร หมำยถงึ คำแนะนำและขั้นตอนกำรประกอบอำหำร ซ่ึงประกอบด้วย - รำยกำร ชนิด และปริมำณของสว่ นผสม - รำยละเอียดขนั้ ตอนวธิ ีกำรเตรียมและประกอบอำหำร - คำแนะนำกำรใชภ้ ำชนะท่ีจะทำและเสิรฟ์ อำหำร - กำรกำหนดว่ำแต่ละตำรับอำหำรจะเสิร์ฟได้กท่ี ี่ ตำรับอำหำรบำงตำรับสำมำรถตำมได้ทุกอย่ำงโดยไมต่ อ้ งดัดแปลง เชน่ ตำรับกำรทำขนมอบ ส่วน ตำรับทใ่ี ช้ในครัวเป็นเพียงแนวทำงปฏิบัติทด่ี ีเท่ำนั้น ซ่ึงผูป้ ระกอบอำหำรจะต้องมีกำรตดั แปลงตำมปริมำณและ คุณภำพของส่วนผสมท่ีใช้แตกต่ำงกันรวมท้ังปัจจัยอ่ืน ๆ เชน่ ควำมร้อน ซ่ึงมีผลกระทบต่อ ผลิตภัณฑ์ ดัง นั้นผู้ ประกอบอำหำรจะต้องมวี ิจำรณญำณ และประสบกำรณใ์ นกำรทำ เพรำะกำรประกอบอำหำรแต่ละครั้ง อณุ หภูมหิ รอื ควำมร้อนที่ใช้จะไม่เท่ำกนั ถงึ แมว้ ่ำเตำหงุ ตม้ หรือตู้อบจะใหค้ วำมรอ้ นเหมอื นกนั ดงั นั้นผู้ ประกอบอำหำรจะต้องนกึ เสมอวำ่ ทกุ อยำ่ งจะตอ้ งมีควำมแตกตำ่ งกันแต่ไม่มำกนกั ตำรบั อำหำรจึงเปน็ เพียง หลกั และแนวทำงในกำรประกอบเท่ำ น้ัน 3. การจดั เสิรฟ์ อำหำรท่ีจะอร่อยถกู ใจผู้บริโภคนั้นไมไ่ ด้อยู่ทกี่ ำรเตรยี มและกำรปรุงเทำ่ นั้น อำหำรท่ี สำเรจ็ จะตอ้ งมสี ีสนั และรูปรำ่ งสวยงำมด้วย ไม่วำ่ จะเปน็ อำหำรที่ใชจ้ ัดเล้ียงในโอกำสใดก็ตำม อกี ส่ิงหนึ่งท่ีควร คำนงึ ถึง คือ กำรจดั กำรเสริ ฟ์ โดยกำรนำอำหำรลงภำชนะแต่ละอย่ำงใหเ้ หมำะสมและสวยงำม รวมท้ังกำร ตกแต่ง ประดับประดำง่ำย ๆ บนภำชนะท่ีจะใช้จัดเสริ ฟ์ ทำใหม้ องดูอำหำรแล้วนำ่ รับ ประทำนเพิ่มมำกข้ึน กำรทำอำหำรวำ่ งใหม้ องดูนำ่ รบั ประทำน เปน็ กำรเชญิ ชวนใหท้ กุ คนอยำกรบั ประทำนอำหำรและ เปน็ กำรช่วยกระตน้ น้ำย่อยไดเ้ ป็นอยำ่ งดี ทำให้คนที่มองเหน็ เกดิ ควำมร้สู ึกวำ่ อำหำรน้ันมรี สชำติอร่อยข้ึนได้ กำรทำใหอ้ ำหำรวำ่ งมองดูน่ำรบั ประทำนนนั้ ขึ้นอยกู่ บั องค์ประกอบหลำยอย่ำง เชน่ 3.1 สสี ัน ทกุ คนต้องยอมรับว่ำสสี ันของอำหำรมสี ่วนชว่ ยให้อำหำรจำนนั้น ๆ มองดูน่ำรบั ประทำนมำก ยิง่ ขน้ึ เช่น ขนมจีบปมู ีไข่ปวู ำงอย่บู นตวั ขนมจีบทำให้มองดนู ่ำรบั ประทำนมำกกว่ำที่มขี นมจีบวำงไวเ้ ฉย ๆ 3.2 ขนำดและรปู ร่ำง ของอำหำรควรจดั เตรียมและปรงุ อำหำรให้มรี ูปร่ำงน่ำรับประทำนเนื่องจำก เป็นอำหำรท่รี ับประทำนระหว่ำงม้ือไมใ่ ช่อำหำรหลกั ส่วนประกอบที่จดั เตรียมกอ่ นปรงุ ควรจะหั่นเป็น เสน้ หรอื สีเ่ หลยี่ มลูกเต่ำ เพื่อควำมสะดวกในกำรปรุง และจัดเสิร์ฟ 3.3 กำรจดั ตกแต่ง จะตอ้ งจดั ตกแต่งให้เกดิ ควำมสวยงำมนอกจำกจะมำจำกรำยกำรอำหำรแล้ว จะตอ้ งมอี ปุ กรณเ์ ป็นส่วนประกอบดว้ ย เชน่ จำนหรอื ภำชนะจะต้องเขำ้ ชุดกัน ยกตัวอย่ำง ขนมลูกชบุ ควรจะ จดั ตกแตง่ ลงบนภำชนะทีเ่ ป็นแกว้ จะทำใหข้ นมมีควำมสวยงำม นำ่ รบั ประทำนมำกกวำ่ กำรทจี่ ะจัดขนมลกู ชบุ ลงบนภำชนะที่ทำดว้ ยไม้หรอื หวำย 3.4 รสชำติของอำหำร ถำ้ มตี ำรับทด่ี ีได้มำตรฐำนและเลือกใช้วตั ถดุ ิบ ในกำรผลติ ที่ใหมแ่ ละสดหรือ
25 ใชข้ องท่ีมีตำมฤดูกำลจะทำใหร้ สชำตขิ องอำหำรอร่อยเพ่มิ มำกขึ้น 3.5 กำรเตรียม เปน็ อกี ขึ้นตอนหน่ึงท่ีสำคญั ที่ทกุ คนไม่ควรมองข้ำม เริ่มตงั้ แตก่ ำรเตรยี มวตั ถุดบิ ท้งั หมด คอื ของสดและของแห้ง อะไรควรทำกอ่ น ทำหลัง เช่น เน้ือสตั ว์ ผักและผลไม้ ควรหั่น อย่ำงไร จึงจะได้ ของใหม่และสด เพื่อรักษำคณุ ค่ำทำงโภชนำกำรไวใ้ ห้เหมอื นเดิมมำกท่ีสุด 3.6 กำรประกอบ อำหำรจะอร่อยหรอื ไม่นนั้ กำรประกอบมีส่วนสำคัญมำก กำรท่ไี ม่ทำตำม ขนั้ ตอนหรอื ทำผดิ วธิ ี เชน่ กำรผสมส่วนผสมผดิ หรือใสอ่ ะไรกอ่ นหรอื หลงั จะทำใหอ้ ำหำรรสชำตไิ มอ่ รอ่ ย เทำ่ ท่ีควร ฉะน้ัน ในกำรประกอบอำหำรทกุ ครั้งควรจะศกึ ษำวธิ กี ำรทำให้ละเอียดก่อนท่ีจะลงมอื ประกอบ อำหำร แบบฝกึ หัด/เฉลย ตอนที่ 1 คาช้แี จง จงเติมคำลงในชอ่ งว่ำงให้ได้ใจควำมสมบรู ณ์ ๑) อำหำรวำ่ ง หมำยถึง อำหำรท่ใี ช้รบั ประทำนระหวำ่ งมอ้ื เปน็ อำหำรเบำ ๆ มีปริมำณน้อยกวำ่ อำหำรประจำมอ้ื อำจจะเป็น อำหำรนำ้ หรืออำหำรแหง้ มที ั้งอำหำรคำวและอำหำรหวำน หรือเป็นอำหำรชน้ิ เลก็ ๆ ขนำดพอคำ หยิบ รบั ประทำนได้งำ่ ย จดั ให้สวยงำม น่ำรับประทำนมีทงั้ อำหำรไทยและอำหำรนำนำชำติ รับประทำนควบคู่กับ เครือ่ งดม่ื ร้อน เครื่องดืม่ เยน็ หรอื น้ำผลไม้ อย่ำงใดอย่ำงหนงึ่ ๒) ในกำรจดั อำหำรวำ่ ง นยิ มรบั ประทำนกันในระหวำ่ งช่ำงเวลำใดบำ้ ง ระหว่ำงอำหำรมื้อเช้ำกับอำหำรมื้อกลำงวนั ระยะเวลำ 10.00 – 11.00 น. หรอื ระหวำ่ งอำหำรมือ กลำงวัน กบั อำหำรมอื เยน็ ระยะเวลำ 15.00 – 16.00 น. นอกจำกนี้ ยงั มีอำหำรวำ่ งมอ้ื ดกึ หลงั จำกอำหำร เยน็ กอ่ นนอน หรอื หลงั จำกทำงำนพิเศษนอนดึกหรอื เทย่ี วเตร่ อำหำรว่ำงทีเ่ ป็นนำ้ ซ่ึงมักจะเสิร์ฟปรมิ ำณ นอ้ ย ๓) อำหำรวำ่ งท่ีนยิ มจดั เสิร์ฟ ในปัจจุบนั แบง่ ออกได้ก่ปี ระเภท อะไรบำ้ ง แบง่ ออกได้ 4 ประเภท ได้แก่ 1.อำหำรวำ่ งไทย (คำว หวำน) 2.อำหำรว่ำงจีน (คำว หวำน) 3.อำหำรว่ำงสำกล (คำว หวำน) 4.อำหำรว่ำงประยุกต์ ๔) ให้นักเรียนยกตัวอย่ำงอำหำรวำ่ งไทย มำ 5 อย่ำง อะไรบ้ำง ได้แก่ ม้ำฮอ้ ล่ำเตยี ง หรมุ่ ชอ่ มว่ ง ขนมจบี ไทย
26 ๕) ใหน้ กั เรียนยกตัวอยำ่ งอำหำรว่ำงจีน มำ 5 อยำ่ ง อะไรบำ้ ง ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวหลอด กุยชา่ ย ขนมจีบ สาหรา่ ยห่อกุ้ง ปอเปย๊ี ะ ๖) ใหน้ กั เรยี นยกตัวอยำ่ งอำหำรวำ่ งสำกล มำ 5 อยำ่ ง อะไรบำ้ ง ได้แก่ แซนด์วชิ ต่าง ๆ /ขนม เชน่ เคก้ ต่าง ๆ คุกกี้ พายต่าง ๆ /เยลล่ีดาว/ผลไม้ตามฤดกู าล / ไอศกรีม ๗) กำรจัดแบ่งชนดิ ของอำหำรว่ำงมีก่ี ชนดิ อะไรบำ้ ง พร้อมอธิบำย มี 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ 1. อำหำรว่ำงคำว คือ อำหำรว่ำงท่ีมเี นื้อสตั ว์เป็นส่วนประกอบ เช่น เน้อื หมู เน้ือกุ้ง เนือ้ ปลำ มำผสม กบั วตั ถุดิบชนิดต่ำง ๆ ตำมต้องกำร เช่น สำคไู ส้หมู ขำ้ วเกรียบปำกหม้อ หรุ่ม เป็นต้น 2. อำหำรว่ำงหวำน คือ อำหำรท่ีมีสว่ นประกอบของแป้ง น้ำตำล กะทิ นม เนย และไข่ เช่น เค้ก คุกก้ี พำย ขนมปัง ขนมหยกมณี ขนมตะโก้ ลูกชุบ และเม็ดขนุน เปน็ ต้น ๘) ใหน้ กั เรยี นอธิบำยหลักกำรประกอบอำหำรวำ่ ง มำโดยละเอยี ด 1. มคี ุณคำ่ ทำงโภชนำกำร คอื รับประทำนอำหำรจะต้องไดส้ ำรอำหำรครบทกุ หมวด 2. สำรับหรือรำยกำรอำหำรที่ไดม้ ำตรฐำน คือ อำหำรทที่ ำสำเร็จทุกครงั้ จะต้องเหมอื นเดิม เช่น รสชำติ ลกั ษณะและสีสัน เปน็ ต้น 3. กำรเลือกซ้อื วตั ถดุ บิ ท่นี ำมำประกอบอำหำร ควรเลอื กซื้อวัตถดุ บิ ทีส่ ดและใหมม่ ีควำมเหมำะสมกบั อำหำรแตล่ ะประเภท 4. เลอื กวัตถุดิบตำมฤดกู ำลและมีในทอ้ งถนิ่ เพรำะวตั ถุทีม่ ีตำมฤดกู ำลและในท้องถิ่นหำงำ่ ย รำคำถูก และคุณภำพดี 5. คำนงึ ถงึ ลกั ษณะสีสัน เพือ่ ให้เกดิ ควำมสวยงำมและรสชำติอรอ่ ย 6. คำนงึ ถึงอุปกรณ์และเครอ่ื งมอื ท่จี ะใช้ในกำรประกอบอำหำรทุกครง้ั วำ่ มเี พยี งพอหรือไม่ 7. งบประมำณ เป็นสง่ิ สำคญั ท่ีจะกำหนดรำยกำรอำหำรในแต่ละครัง้ 8. เวลำและแรงงำน ที่ใช้ในกำรประกอบอำหำรจะตอ้ งเหมำะสม 9. สถำนทแี่ ละกำรบรกิ ำร ตอ้ งมีควำมสมั พันธก์ ัน เชน่ จัดเล้ยี งในโรงแรมระดับ 5 ดำว (กำร จัดบริกำรจะต้องมีพนกั งำนบริกำรที่มีทักษะ) ๙) ใหน้ กั เรยี นบอกสงิ่ ทคี่ วรเรยี นรู้เกย่ี วกบั เทคนคิ ในกำรประกอบอำหำรวำ่ ง คือ 1. กำรวำงแผนกำรปฏิบตั งิ ำน 2. กำรจัดตำรบั อำหำร 3. กำรจดั เสริ ฟ์ ๑๐) ใหน้ กั เรยี นบอกประโยชนแ์ ละลักษณะที่ดขี องอำหำรวำ่ ง ลักษณะของอำหำรว่ำงท่ีดีควรมลี กั ษณะดัง ตอ่ ไปน้ี 1. เปน็ อำหำรที่ทกุ คนรบั ประทำนได้ 2. เป็นอำหำรที่รบั ประทำนงำ่ ย และรสชำตอิ รอ่ ย
27 3. เปน็ อำหำรท่ีปรุง ไวน้ ำนกไ็ ม่เสยี รสชำติ 4. ชน้ิ พอคำและมลี ักษณะสวยงำม มองดแู ลว้ น่ำรับประทำน 5. เปน็ อำหำรท่ีใชเ้ วลำในกำรประกอบไมย่ ่งุ ยำก 6. เป็นอำหำรทร่ี บั ประทำนคูก่ ับอำหำรชนดิ อ่ืนได้ 7. สีสนั และลักษณะสมั ผสั ควรแตกตำ่ งกัน 8. มคี ณุ ค่ำทำงโภชนำกำร เอกสารอา้ งอิง วรนทิ ร ประทมุพงษ์. (2563). กำรเลือกใชว้ ัตถุดบิ และอปุ กรณ์หลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ ง.สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
ใบงานที่..1... 28 หนว่ ยท.ี่ ........1.............. รหัสวิชา...20404-2103.... ชอ่ื วชิ า......อาหารวา่ ง......... สอนคร้ังที.่ .....1............. ชื่อหนว่ ย.........ควำมรู้พืน้ ฐำนอำหำรว่ำง........................... เวลารวม......72...ชั่วโมง ชื่องาน.........ควำมรพู้ น้ื ฐำนอำหำรวำ่ ง............................................. จานวน........4.....ชว่ั โมง จุดประสงค์การเรยี นรู้ จดุ ประสงค์ท่ัวไป - นักเรียนรเู้ กี่ยวกบั ควำมหมำยและควำมเปน็ มำอำหำรว่ำงได้ - นักเรียนสำมำรถอธบิ ำยประเภทของอำหำรวำ่ งได้ - นักเรียนอธบิ ำยประโยชน์และลกั ษณะทดี่ ขี องอำหำรว่ำงได้ - นกั เรียนอธิบำยหลกั ปฏิบัตกิ ำรทำอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรยี นอธิบำยคำจำกดั ควำมอำหำรวำ่ งบำงชนิดได้ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม - นกั เรียนสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเกย่ี วกับควำมหมำยและควำมเปน็ มำอำหำรวำ่ งได้ - นักเรยี นสำมำรถอธิบำยประเภทของอำหำรวำ่ งได้ - นักเรยี นสำมำรถอธบิ ำยประโยชน์และลักษณะที่ดีของอำหำรว่ำงได้ - นกั เรียนสำมำรถอธิบำยหลกั ปฏิบัติกำรทำอำหำรวำ่ งได้ - นักเรยี นสำมำรถอธิบำยคำจำกดั ควำมอำหำรว่ำงบำงชนดิ ได้ สมรรถนะรายหนว่ ย 1.ควำมหมำยและควำมเปน็ มำ 2.ประเภทของอำหำรวำ่ ง 3.ประโยชน์และลกั ษณะที่ดีของอำหำรว่ำง 4.หลกั ปฏบิ ัตกิ ำรทำอำหำรวำ่ ง 5.คำจำกดั ควำมอำหำรว่ำงบำงชนดิ เครือ่ งมือ วสั ดุ – อปุ กรณ์ 1. หนังสอื อำหำรว่ำง 2. ใบควำมรูป้ ระกอบกำรเรียนกำรสอนอำหำรว่ำง 3. แบบฝกึ หดั /แบบทดสอบ ลาดับข้ันตอนการปฏบิ ตั ิงาน 1. ให้นกั ศกึ ษำแบ่งกลมุ่ ตำมควำมเหมำะสม เพอ่ื ศึกษำและอภิปรำย 1.1 อธบิ ำยควำมหมำยและควำมเปน็ มำ ประเภทของอำหำรวำ่ ง 1.2 อธิบำยประโยชน์และลกั ษณะที่ดีของอำหำรว่ำง
29 1.3 อธบิ ำยหลักปฏิบตั กิ ำรทำอำหำรว่ำง 2. เขียนอภิปรำยและวเิ ครำะห์ใส่กระดำษ 3. นำผลงำนสง่ ครูผู้สอนเพือ่ ประเมนิ ผล ภาพประกอบ - ข้อควรระวัง ผเู้ รียนควรตรวจสอบข้อมูลกอ่ นให้ถถ่ี ้วน ละเอยี ด และรอบคอบกอ่ น เพอื่ ปอ้ งกนั ควำมผดิ พลำดก่อน กำรสง่ งำน ข้อเสนอแนะ (ถ้าม)ี นกั ศึกษำควรมภี ำพประกอบกำรนำเสนองำน และสำมำรถอธิบำยเน้อื หำใหส้ อดคลอ้ งกบั ภำพให้ถูกต้อง การประเมินผล (ตอ้ งระบเุ กณฑ์การประเมนิ ใหช้ ัดเจน) 1. สังเกตผ้เู รียนมคี วำมสนใจ เกิดควำมเข้ำใจในสำระกำรเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตือรอื ร้นใน กำรแสดงควำมคิดเหน็ และสรปุ สำระกำรเรยี นร้ปู ระจำหนว่ ย 2. ทำใบงำนไดอ้ ย่ำงถกู ตอ้ ง ทันเวลำท่กี ำหนด ใบงำนสะอำดและเป็นระเบยี บ 3. ผเู้ รียนทำแบบฝึกหัดหลงั เรียนไดถ้ กู ต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่ำงตำ่ เอกสารอา้ งองิ วรนทิ ร ประทมุพงษ์. (2563). กำรเลอื กใชว้ ัตถดุ ิบ และอุปกรณ์หลักกำรประกอบอำหำรว่ำง.สบื ค้น เมอ่ื 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
ใบกิจกรรมท่.ี ..1.. หน่วยท.ี่ .....1..............3. 0 รหสั วชิ า...20404-2103.... ชื่อวชิ า....อาหารวา่ ง.......... สอนครงั้ ที่.....1............ ชือ่ หนว่ ย..........ควำมรู้พ้ืนฐำนอำหำรว่ำง............................. เวลารวม....72....ชั่วโมง ชอ่ื งาน........ควำมรพู้ น้ื ฐำนอำหำรวำ่ ง............................................................ จานวน......4........ช่ัวโมง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จดุ ประสงคท์ ่ัวไป - นักเรยี นรู้เกีย่ วกับควำมหมำยและควำมเปน็ มำอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรียนสำมำรถอธิบำยประเภทของอำหำรว่ำงได้ - นักเรียนอธิบำยประโยชนแ์ ละลักษณะทีด่ ขี องอำหำรวำ่ งได้ - นักเรยี นอธบิ ำยหลักปฏิบตั ิกำรทำอำหำรว่ำงได้ - นกั เรยี นอธบิ ำยคำจำกัดควำมอำหำรว่ำงบำงชนดิ ได้ จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม - นักเรยี นสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกบั ควำมหมำยและควำมเป็นมำอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรยี นสำมำรถอธบิ ำยประเภทของอำหำรวำ่ งได้ - นักเรียนสำมำรถอธิบำยประโยชนแ์ ละลักษณะท่ีดขี องอำหำรว่ำงได้ - นักเรยี นสำมำรถอธบิ ำยหลักปฏบิ ัตกิ ำรทำอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรยี นสำมำรถอธิบำยคำจำกัดควำมอำหำรวำ่ งบำงชนดิ ได้ สมรรถนะรายหน่วย 1.ควำมหมำยและควำมเป็นมำ 2.ประเภทของอำหำรวำ่ ง 3.ประโยชนแ์ ละลักษณะท่ดี ีของอำหำรว่ำง 4.หลักปฏิบตั กิ ำรทำอำหำรว่ำง 5.คำจำกัดควำมอำหำรวำ่ งบำงชนดิ เคร่ืองมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. หนังสืออำหำรวำ่ ง 2. ใบควำมรู้ประกอบกำรเรียนกำรสอนอำหำรวำ่ ง 3. แบบฝกึ หัด/แบบทดสอบ ลาดบั กิจกรรม 1. ผ้เู รียนตอ้ งใหค้ วำมสนใจในกำรศึกษำ เพื่อหำเทคนิค วธิ กี ำร หรือหลกั กำรง่ำยเพอื่ ให้หำคำตอบได้ อยำ่ งถกู ต้อง และรวดเรว็ โดยกำร ตั้งใจฟงั หลักกำร เทคนิควิธกี ำรท่ีครูผู้สอนสรปุ ในขณะท่ีทำกำรสอน และนำ ขอ้ สงสยั ซักถำมครูในกำรเรยี นทกุ ครง้ั ที่เกดิ ควำมสบั สน และไมเ่ ข้ำใจ 2. ผูม้ ีกำรทบทวนบทเรยี น ตลอดเพ่อื เสรมิ สร้ำงควำมเข้ำใจอยำ่ งแท้จริง
31 3. ผู้เรียนหมนั่ ทำใบงำน แบบฝึกหัด และแกไ้ ขขอ้ ทผ่ี ิดให้ถูกตอ้ งเสมอ 4. ผู้เรียนตอ้ งสร้ำงมโนภำพใหเ้ กดิ ควำมคิดรวบยอดในสำระกำรเรยี นรูแ้ ละเทคนิควธิ ีกำรพร้อมกบั ควำม จำเป็นในกำรนำไปประยุกต์ใช้ใหเ้ กิดข้นึ โดยตนเองให้ไดเ้ พือ่ เกิดควำมรคู้ วำมเข้ำใจอย่ำงแท้จริงไมใ่ ช่เกิดจำก กำรท่องจำ 5. ผู้เรยี นต้องดำเนินกำรตำมกจิ กรรมหรืองำนท่ไี ดร้ ับมอบหมำย ให้เสร็จส้ินภำยในระยะเวลำทกี่ ำหนด และฝกึ ฝนตนเองเสมอ เมอื่ ได้รบั มอบหมำยงำนมำ การประเมินผล (ตอ้ งระบุเกณฑ์การประเมนิ ใหช้ ัดเจน) 1. สังเกตผู้เรยี นมีควำมสนใจ เกิดควำมเข้ำใจในสำระกำรเรียนรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตือรอื ร้นใน กำรแสดงควำมคิดเหน็ และสรุปสำระกำรเรยี นร้ปู ระจำหน่วย 2. ทำใบงำนได้อยำ่ งถกู ต้อง ทนั เวลำทีก่ ำหนด ใบงำนสะอำดและเปน็ ระเบยี บ 3. ผู้เรียนทำแบบฝกึ หัดหลงั เรียนได้ถกู ต้อง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อย่ำงตำ่ เอกสารอา้ งองิ วรนทิ ร ประทมุพงษ์. (2563). กำรเลอื กใช้วตั ถุดิบ และอปุ กรณ์หลักกำรประกอบอำหำรวำ่ ง. สบื คน้ เม่ือ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
32 ใบปฏบิ ตั ิงานท่.ี .1... หน่วยท่.ี .........1............ รหสั วิชา....20404-2103.... ช่ือวชิ า......อาหารวา่ ง.......... สอนครั้งท่.ี .....1............. ชือ่ หนว่ ย..........ควำมรพู้ ้นื ฐำนอำหำรวำ่ ง......................... จานวนรวม...72..ชัว่ โมง ช่ืองาน............ควำมรพู้ นื้ ฐำนอำหำรวำ่ ง............................................ จานวน......4......ช่ัวโมง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จุดประสงคท์ ั่วไป - นักเรยี นรเู้ ก่ียวกบั ควำมหมำยและควำมเปน็ มำอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรียนสำมำรถอธิบำยประเภทของอำหำรว่ำงได้ - นกั เรยี นอธิบำยประโยชน์และลกั ษณะทดี่ ีของอำหำรวำ่ งได้ - นักเรียนอธิบำยหลักปฏบิ ตั กิ ำรทำอำหำรว่ำงได้ - นักเรียนอธิบำยคำจำกดั ควำมอำหำรว่ำงบำงชนิดได้ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม - นักเรยี นสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเกย่ี วกับควำมหมำยและควำมเป็นมำอำหำรวำ่ งได้ - นักเรียนสำมำรถอธบิ ำยประเภทของอำหำรวำ่ งได้ - นักเรียนสำมำรถอธิบำยประโยชนแ์ ละลักษณะท่ีดขี องอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรยี นสำมำรถอธบิ ำยหลกั ปฏบิ ัตกิ ำรทำอำหำรว่ำงได้ - นักเรยี นสำมำรถอธิบำยคำจำกัดควำมอำหำรวำ่ งบำงชนดิ ได้ สมรรถนะรายหนว่ ย 1.ควำมหมำยและควำมเป็นมำ 2.ประเภทของอำหำรวำ่ ง 3.ประโยชนแ์ ละลักษณะทด่ี ขี องอำหำรว่ำง 4.หลกั ปฏบิ ตั กิ ำรทำอำหำรว่ำง 5.คำจำกัดควำมอำหำรวำ่ งบำงชนดิ เคร่ืองมอื /วสั ดุ อปุ กรณ์ (จานวน ขนาด) 1. หนงั สอื อำหำรวำ่ ง 2. ใบควำมรปู้ ระกอบกำรเรยี นกำรสอนอำหำรว่ำง 3. แบบฝกึ หดั /แบบทดสอบ ลาดับข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน 1. ให้นกั ศกึ ษำแบง่ กล่มุ ตำมควำมเหมำะสม เพ่อื ศึกษำและอภิปรำย 1.1 อธิบำยควำมหมำยและควำมเปน็ มำ ประเภทของอำหำรวำ่ ง 1.2 อธิบำยประโยชนแ์ ละลกั ษณะท่ีดีของอำหำรว่ำง
33 1.3 อธิบำยหลักปฏบิ ตั กิ ำรทำอำหำรว่ำง 2. เขียนอภิปรำยและวเิ ครำะหใ์ สก่ ระดำษ 3. นำผลงำนส่งครูผู้สอนเพื่อประเมินผล ภาพประกอบ - ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมลู กอ่ นให้ถีถ่ ว้ น ละเอยี ด และรอบคอบก่อน เพื่อปอ้ งกันควำมผิดพลำดก่อน กำรส่งงำน ข้อเสนอแนะ (ถา้ ม)ี นักศกึ ษำควรมภี ำพประกอบกำรนำเสนองำน และสำมำรถอธบิ ำยเนอื้ หำใหส้ อดคลอ้ งกับภำพให้ ถูกต้อง กำรประเมินผล (ตอ้ งระบเุ กณฑก์ ำรประเมินใหช้ ัดเจน) 1. สงั เกตผู้เรยี นมคี วำมสนใจ เกิดควำมเขำ้ ใจในสำระกำรเรียนรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตือรอื รน้ ในกำร แสดงควำมคิดเห็นและสรปุ สำระกำรเรยี นรปู้ ระจำหนว่ ย 2. ทำใบงำนไดอ้ ย่ำงถูกต้อง ทนั เวลำที่กำหนด ใบงำนสะอำดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝกึ หดั หลังเรยี นได้ถกู ตอ้ ง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่ำงต่ำ เอกสารอา้ งอิง วรนิทร ประทมุพงษ.์ (2563). กำรเลือกใช้วตั ถุดบิ และอปุ กรณ์หลักกำรประกอบอำหำรวำ่ ง. สบื คน้ เมือ่ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
ใบมอมหมายงานท.ี่ .1... 34 หนว่ ยที.่ ....1.................. รหัสวชิ า..20404-2103.. ชอื่ วิชา.....อาหารวา่ ง............ สอนครง้ั ท่ี......1............. ช่ือหน่วย..........ควำมรพู้ นื้ ฐำนอำหำรวำ่ ง.................................................................. ชื่องาน...........ควำมรู้พ้นื ฐำนอำหำรวำ่ ง........................................................................................ จุดประสงค์การเรยี นรู้ - นกั เรยี นรูเ้ กีย่ วกบั ควำมหมำยและควำมเปน็ มำอำหำรวำ่ งได้ - นักเรยี นสำมำรถอธบิ ำยประเภทของอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรียนอธบิ ำยประโยชนแ์ ละลักษณะท่ดี ขี องอำหำรวำ่ งได้ - นักเรยี นอธบิ ำยหลกั ปฏิบัตกิ ำรทำอำหำรวำ่ งได้ - นักเรียนอธบิ ำยคำจำกัดควำมอำหำรวำ่ งบำงชนิดได้ แนวทางการปฏิบัตงิ าน 1. ให้ผู้เรยี นปฏบิ ัติงำนตำมใบงำน ใบกิจกรรม ใบปฏิบัติงำน อยำ่ งเครง่ ครดั ตำมหัวข้อท่ีได้รบั มอบหมำย ให้เสร็จสน้ิ ตำมระยะเวลำทกี่ ำหนด พร้อมท้ังกำรจัดทำรำยงำน และนำเสนองำนอย่ำงถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระเบยี บเรียบร้อย 2. ใหผ้ ูเ้ รยี นแบง่ หน้ำท่ีกบั เพอ่ื นในกลุ่มให้ชัดเจน และสำมำรถเขำ้ ใจเนอ้ื หำตำมหวั ข้อดงั กล่ำว ได้ อย่ำงถูกตอ้ ง ครบถ้วน แหลง่ ค้นคว้า 1. หนังสอื อำหำรว่ำง 2. ใบควำมรปู้ ระกอบกำรเรียนกำรสอนอำหำรว่ำง 3. แบบฝึกหดั /แบบทดสอบ คาถาม/ปญั หา - กาหนดเวลาสง่ งาน - เอกสารอ้างอิง วรนทิ ร ประทมพุ งษ์. (2563). กำรเลอื กใชว้ ตั ถดุ ิบ และอปุ กรณ์หลกั กำรประกอบอำหำรว่ำง. สืบค้น เมอ่ื 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
35 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรียนร้ทู ี่............................................................................................................................. ช่อื กลมุ่ .........................................................................ชั้น................................................................ รายช่อื สมาชกิ 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ท่ี รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 ควำมถูกต้องของเนอ้ื หำ 2 ควำมประณีตสวยงำม 3 ควำมคดิ รเิ ริม่ สร้ำงสรรค์ 4 สำระประโยชน์ 5 ................................................................. รวม ผู้ประเมิน.............................................. วันท่ี..............เดอื น...............................พ.ศ...................
36 เกณฑก์ ารประเมิน 1. ความถูกต้องของเนื้อหา 3 คะแนน = มเี น้ือหำสำระสำคัญครบถ้วน สอื่ ควำมหมำยชัดเจนและมีรูปภำพประกอบ 2 คะแนน = มเี นื้อหำสำระสำคญั ครบถว้ น สอ่ื ควำมหมำยและมีรูปภำพไมต่ รงเนื้อหำ 1 คะแนน = มเี น้อื หำสำระสำคญั ไมช่ ดั เจน และไมค่ รบถว้ น 2. ความประณตี สวยงาม 3 คะแนน = รปู ภำพสวยงำม ตวั อกั ษรคมชัด สีสันเหมำะสม กำรวำงรปู แบบสมดุล 2 คะแนน = รูปภำพสวยงำม ตวั อักษรคมชัด กำรวำงรูปแบบสมดุล 1 คะแนน = รูปภำพไมส่ วยงำม กำรวำงรูปแบบสมดลุ 3. ความคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์ 3 คะแนน = รปู แบบกำรนำเสนอแปลกใหม่ มีกำรประยุกต์ใชว้ ัสดุอุปกรณใ์ นท้องถิน่ และประหยัด 2 คะแนน = รูปแบบกำรนำเสนอแปลกใหม่ มีกำรประยกุ ต์ใชว้ ัสดอุ ุปกรณใ์ นทอ้ งถ่ิน แตไ่ มป่ ระหยัด 1 คะแนน = รูปแบบกำรนำเสนอไมแ่ ปลกใหม่ ไมน่ ำ่ สนใจ 4. สารประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ควำมคดิ รวบยอดเกย่ี วกับองคป์ ระกอบ ครอบคลุมและชดั เจน 2 คะแนน = ให้ควำมคดิ รวบยอดเกยี่ วกับองค์ประกอบ ไมค่ รอบคลมุ แต่ชัดเจน 1 คะแนน = ให้ควำมคิดรวบยอดเก่ียวกับองคป์ ระกอบ ไมค่ รอบคลมุ และไมช่ ัดเจน 5..................................................................
37 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน หน่วยการเรียนรทู้ ี่............................................................................................................................. ชื่อกลมุ่ .........................................................................ชน้ั ................................................................ รายชอ่ื สมาชกิ 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ที่ รายการประเมนิ คะแนน หมายเหตุ 321 1 กำรเตรยี มควำมพร้อม 2 เนอ้ื หำสำระ 3 รปู แบบกำรนำเสนอ 4 กำรมสี ่วนร่วมของสมำชิกในกลุ่ม 5 กำรรกั ษำเวลำ 6 ควำมสนใจของผฟู้ งั รวม ผปู้ ระเมิน.............................................. วนั ท.่ี .............เดอื น...............................พ.ศ...................
38 เกณฑ์การประเมนิ 1. การเตรยี มความพรอ้ ม 3 คะแนน = มีกำรจดั เตรยี มสถำนที่ สื่อ/อุปกรณ์ไวอ้ ย่ำงพรอ้ มเพรยี ง 2 คะแนน = มสี ่อื /อปุ กรณพ์ รอ้ ม ขำดกำรจัดเตรียมสถำนที่ 1 คะแนน = สื่อ/อปุ กรณไ์ ม่เพยี งพอ ขำดกำรจัดเตรยี มสถำนที่ 2. เนอ้ื หาสาระ 3 คะแนน = สำระสำคัญครบถ้วน ตรงตำมจดุ ประสงค์ 2 คะแนน = สำระสำคญั ไมค่ รบ ตรงตำมจดุ ประสงค์ 1 คะแนน = สำระสำคญั ไมค่ รบ ไมต่ รงตำมจุดประสงค์ 3. รูปแบบการนาเสนอ 3 คะแนน = มรี ปู แบบกำรนำเสนอทเ่ี หมำะสม ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มีส่อื และ ใช้เทคโนโลยปี ระกอบกำรนำเสนอ นำวัสดุในทอ้ งถ่นิ มำประยกุ ตใ์ ช้ อย่ำงคุ้มค่ำและประหยัด 2 คะแนน = ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มสี ื่อและใช้เทคโนโลยีประกอบกำรนำเสนอ ขำดกำรประยกุ ต์ใชว้ สั ดใุ นท้องถิ่น 1 คะแนน = เทคนคิ กำรนำเสนอไมเ่ หมำะสม ไม่นำ่ สนใจ 4. การมสี ่วนร่วมของสมาชิก 3 คะแนน = สมำชกิ ทกุ คนมีบทบำทและมสี ่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 2 คะแนน = สมำชกิ สว่ นใหญ่มบี ทบำทและมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมกลมุ่ 1 คะแนน = สมำชกิ ส่วนนอ้ ยมบี ทบำทและมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม 5. การรกั ษาเวลา 3 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมได้ตำมเวลำท่กี ำหนด 2 คะแนน = ดำเนนิ กจิ กรรมเร็วกวำ่ เวลำทีก่ ำหนด 1 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมชำ้ กวำ่ เวลำท่กี ำหนด 6. ความสนใจของผฟู้ ัง 3 คะแนน = ผู้ฟงั มำกกวำ่ ร้อยละ 80 สนใจ และให้ควำมรว่ มมือ 2 คะแนน = ผ้ฟู ังร้อยละ 70 – 80 สนใจ แลให้ควำมร่วมมอื 1 คะแนน = ผฟู้ งั นอ้ ยกว่ำ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วำมรว่ มมือ
39 แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี.......2..........จำนวน.......8......ชั่วโมง จำนวนชว่ั โมงรวม .........8......ชว่ั โมง สปั ดำห์ท่.ี ....2-3....... ชอ่ื วชิ ำ...............อำหำรวำ่ ง............................................................................ ช่ือหน่วย...........เคร่อื งมอื อปุ กรณแ์ ละวตั ถดุ บิ ในกำรประกอบอำหำรวำ่ ง…………….. ช่อื เร่อื ง..............เครื่องมอื อปุ กรณ์และวตั ถุดบิ ในกำรประกอบอำหำรวำ่ ง…………….. 1. สาระสาคัญ เคร่อื งมืออปุ กรณใ์ นกำรประกอบอำหำรว่ำง มีเหมอื นเครอื่ งมอื อุปกรณป์ ระกอบอำหำรหลัก โดยทว่ั ไป แบ่งออกเปน็ 3 หมวด คอื อปุ กรณ์ที่ใช้สำหรบั ตรวจสอบปริมำณ อุปกรณ์ใชส้ ำหรบั กำรเตรียม อำหำร และอุปกรณ์ท่ใี ช้ในกำรประกอบอำหำร กำรเลอื ก กำรดูแล และกำรเก็บรกั ษำเคร่อื งมืออปุ กรณ์ใน กำรจดั ทำอำหำรวำ่ ง ควรจดั เป็นหมวดหมู่ เน้นควำมสะอำด เก็บงำ่ ยหำยรู้ ดงู ำมตำม วัตถดุ ิบทใี ช้ในกำรประกอบอำหำรว่ำงมที งั้ ประเภทเนอ้ื สตั ว์ พชื ผกั ผลไม้ อำหำรกระป๋อง และ อำหำรแช่แข็ง ควรศึกษำวิธีกำรเลอื กวัตถุดบิ ใหเ้ หมำะสมกบั ประเภทของอำหำรว่ำงทจ่ี ะทำเพือ่ ควำมถูกตอ้ ง สะอำด ประหยัด และถกู สุขลกั ษณะ 2. สมรรถนะประจาหน่วย 1. อธบิ ำยควำมรู้เกย่ี วกบั เคร่อื งมืออุปกรณ์ในกำรประกอบอำหำรวำ่ งได้ 2. อธบิ ำยกำรเลอื ก กำรดูแล และกำรเก็บรักษำเคร่อื งมืออุปกรณ์ได้ 3. อธบิ ำยกำรเลือดวัตถุดิบในกำรประกอบอำหำรวำ่ งได้ 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ . 3.1 จดุ ประสงค์ปลำยทำง 1. เพอื่ ให้นกั เรียนมีควำมร้คู วำมเข้ำใจและควำมรเู้ กยี่ วกบั เครื่องมืออปุ กรณใ์ นกำรประกอบ อำหำรว่ำงได้ 2. เพ่ือให้นกั เรียนมกี จิ นิสัยในกำรเรยี นทีด่ ี 3.2 จุดประสงค์นำทำง 1. บอกชือ่ เครอื่ งมืออปุ กรณ์ทใ่ี ช้ประกอบอำหำรว่ำงตำมทีก่ ำหนดให้ได้ 2. บอกวิธีใช้ กำรดแู ลรกั ษำเคร่ืองอุปกรณป์ ระกอบอำหำรวำ่ งตำมทกี่ ำหนดใหไ้ ด้ 3. อธบิ ำยวธิ ีกำรเลอื กเนือ้ สตั ว์ ท่ีนำมำประกอบอำหำรว่ำงตำมทีก่ ำหนดใหไ้ ด้ 4. บอกแนวทำงกำรเลอื กผกั ผลไม้ ทน่ี ำมำประกอบอำหำรว่ำงตำมท่ีกำหนดใหไ้ ด้
40 4. สาระการเรยี นรู้ 1.เครอ่ื งมอื อปุ กรณใ์ นกำรประกอบอำหำรวำ่ ง 2.กำรเลือก กำรดแู ล และกำรเก็บรกั ษำเครอ่ื งมืออปุ กรณ์ 3.กำรเลอื ดวตั ถุดิบในกำรประกอบอำหำรว่ำง 5. กจิ กรรมการเรียนรู้ (สัปดาหท์ ี่.....2-3......) ขัน้ ตอนการเรียนรู้ หรอื กิจกรรมผเู้ รยี น ข้นั ตอนการจัดการเรยี นรู้ หรอื กจิ กรรมครู - ฟงั คำชแ้ี จง ข้ันเตรยี ม - ซักถำมเม่อื มีข้อสงสัย 1. ครูชแี้ จงให้นกั ศกึ ษำทรำบถึง แนวทำงในกำร - ตอบคำถำม ปฏิบตั ิตนเก่ยี ว กับกำรเรียนกำรสอนกำร -นกั เรยี นบอกอปุ กรณ์เครื่องใช้ในกำรเตรยี มอำหำรทีร่ ู้ ประเมนิ ผล กำรเรยี น และได้ อบรมคุณลักษณะที่ -นักเรยี นดภู ำพพำวเวอร์พอยทต์ ัวอยำ่ งของอปุ กรณ์ พงึ ประสงค์ คือ เรอ่ื งควำมมีวินยั โดยเฉพำะกำร เคร่ืองใช้ในกำรเตรยี มอำหำรว่ำง แตง่ กำย กำรตรงต่อเวลำ กฎระเบียบกำรใช้ -นักเรียนรับเอกสำรประกอบกำรสอนเร่อื งควำมรู้ ห้องปฏบิ ตั กิ ำร กำรรกั ษำควำมสะอำดภำยในหอ้ ง เก่ยี วกบั อปุ กรณ์เครอ่ื งใช้ในกำรเตรยี มอำหำรว่ำง -นักเรียนฟงั ครกู ลำ่ วถงึ ควำมรเู้ รอื่ งอุปกรณ์เคร่ืองใช้ใน 2. ครูสอบถำมนกั เรยี นในชน้ั เรียนเรื่องควำมรู้ กำรเตรยี มอำหำรวำ่ ง พน้ื ฐำนเกยี่ วกบั เครื่องมอื อุปกรณแ์ ละวตั ถดุ บิ ใน กำรประกอบอำหำรว่ำง ขน้ั สอน - ครใู หน้ ักเรยี นทำขอ้ สอบกอ่ นเรียน ซึง่ ให้ เวลำทำ 30 นำที เปน็ ข้อสอบแบบ ปรนัย เพ่ือเป็น กำรตรวจวดั ควำมรพู้ น้ื ฐำนควำมรขู้ องนักเรยี น - อธิบำยเครอ่ื งมอื อุปกรณ์ทีใ่ ช้ประกอบอำหำร ว่ำง - อธบิ ำยวิธใี ช้ กำรดแู ลรักษำเคร่อื งอุปกรณ์ ประกอบอำหำรวำ่ ง - อธบิ ำยวธิ กี ำรเลือกเนอ้ื สตั ว์ ที่นำมำประกอบ อำหำรวำ่ ง - อธิบำยกำรเลอื กผกั ผลไม้ ทีน่ ำมำประกอบ อำหำรวำ่ ง - ครใู ห้นกั เรียนทำขอ้ สอบหลงั เรียน ซงึ่ ให้ เวลำทำ 30 นำที เป็นข้อสอบแบบ ปรนัย ขนั้ สรุป - นกั เรยี นตง้ั ใจฟงั และปฏบิ ตั ิตำม
41 - ครแู จกใบงำนให้กับนักเรียนเพ่ือทำกำรฝกึ ปฏิบัติ - รว่ มสนทนำตำมควำมเข้ำใจของนกั ศึกษำ - ครูให้นักเรียนทำแบบประเมินท้ำยบทประจำ - ระดมควำมคดิ ชว่ ยกนั สรุป พร้อมทง้ั กำรจดบนั ทกึ หนว่ ย และสง่ แบบฝกึ หัด ตำมเวลำที่กำหนด - นักเรียนตรวจขอ้ สอบก่อนและหลงั เรยี น สรปุ ผล - ครปู ระเมินผลกำรเรยี นของนักเรยี น และนำผล คะแนน กำรประเมินคนื ให้กบั นกั เรยี น พรอ้ มเฉลยรว่ มกับ - นักเรยี นตอบคำถำม 10 ข้อ ใหม่ อกี รอบ นักเรียน 6. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้ - เอกสำรประกอบกำรเรียนกำรสอนอำหำรวำ่ ง - หนงั สืออำหำรว่ำง - ใบควำมรู้ - แบบทดสอบ 7. หลักฐานการเรียนรู้ 7.1 หลักฐานความรู้ 1.แบบทดสอบก่อนเรยี น ชุดที่ 2 2.คะแนนของนกั เรียนแต่ละคน 7.2 หลักฐานการปฏบิ ตั งิ าน 1.สมดุ จดบนั ทกึ ของนกั เรียน 2.บอกและแสดงควำมคิดเห็นได้ ตำมวัตถปุ ระสงค์ 8. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 8.1 เครอื่ งมอื ประเมิน - แบบฝึกหัด/ใบงำน - แบบสังเกตจำกพฤตกิ รรมกำรเขำ้ ชน้ั เรียน - แบบทดสอบ - แบบประเมนิ จิตพสิ ัย 8.2 เกณฑ์การประเมนิ - เฉลยแบบทดสอบ - แบบประเมินจติ พิสัย 9. กจิ กรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย (ถ้าม)ี - 10. เอกสารอา้ งองิ อภสิ ทิ ธ์ิ ประสงคส์ ุข. อำหำรว่ำง. บ.สำนกั แม่บำ้ น, กรงุ เทพมหำนคร, 2563
42 ใบความรู้ท.ี่ .2...... หนว่ ยที่.....2-3..... รหสั วชิ า 20404-2103 ชื่อวชิ า อำหำรวำ่ ง ภาคเรียนท่ี 1/2564 ช่อื หนว่ ย เครอ่ื งมืออุปกรณแ์ ละวตั ถดุ บิ ในกำรประกอบอำหำรวำ่ ง เวลารวม 72 ช่วั โมง ช่ือเร่ือง เครื่องมอื อปุ กรณแ์ ละวัตถดุ ิบในกำรประกอบอำหำรว่ำง เวลา 8 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรยี นรู้ จุดประสงค์ท่ัวไป - นักเรยี นรูเ้ กย่ี วกับเครอ่ื งมอื อปุ กรณ์ในกำรประกอบอำหำรว่ำงได้ - นักเรียนบอกชอ่ื เคร่อื งมอื อุปกรณท์ ีใ่ ช้ประกอบอำหำรว่ำงตำมท่ีกำหนดให้ได้ - นกั เรียนบอกวิธใี ช้ กำรดแู ลรกั ษำเคร่อื งอุปกรณ์ประกอบอำหำรว่ำงตำมท่ีกำหนดใหไ้ ด้ - นักเรยี นอธบิ ำยวธิ กี ำรเลือกเนื้อสตั ว์ ทน่ี ำมำประกอบอำหำรว่ำงตำมท่กี ำหนดให้ได้ - นักเรียนบอกแนวทำงกำรเลอื กผกั ผลไม้ ที่นำมำประกอบอำหำรว่ำงตำมทก่ี ำหนดให้ได้ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม - นักเรียนสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเก่ียวกบั เครอ่ื งมืออปุ กรณ์ในกำรประกอบอำหำรวำ่ งได้ - นกั เรยี นสำมำรถบอกชือ่ เคร่ืองมืออุปกรณท์ ใี่ ช้ประกอบอำหำรว่ำงตำมท่ีกำหนดใหไ้ ด้ - นกั เรียนสำมำรถบอกวิธใี ช้ กำรดูแลรักษำเคร่อื งอุปกรณ์ประกอบอำหำรวำ่ งตำมที่กำหนดใหไ้ ด้ - นกั เรยี นสำมำรถอธบิ ำยวธิ ีกำรเลอื กเน้อื สัตว์ ทน่ี ำมำประกอบอำหำรว่ำงตำมท่กี ำหนดให้ได้ - นกั เรยี นสำมำรถบอกแนวทำงกำรเลือกผัก ผลไม้ ท่ีนำมำประกอบอำหำรว่ำงตำมทีก่ ำหนดให้ได้ สมรรถนะรายหนว่ ย 1. เครอ่ื งมืออุปกรณ์ในกำรประกอบอำหำรวำ่ ง 2. กำรเลอื ก กำรดูแล และกำรเกบ็ รกั ษำเคร่อื งมอื อปุ กรณ์ 3. กำรเลือดวัตถดุ บิ ในกำรประกอบอำหำรว่ำง เนอื้ หาสาระ 1.เครือ่ งมอื อปุ กรณใ์ นการประกอบอาหารวา่ ง ในกำรทำอำหำรทกุ คร้ัง จะตอ้ งมกี ำรเตรียมอปุ กรณท์ ุกอยำ่ งให้พร้อมก่อนท่ีจะลงมือประกอบอำหำร อุปกรณเ์ ครือ่ งใชใ้ นครวั มีมำกมำยหลำยชนดิ กำรรู้จักอปุ กรณเ์ ครอ่ื งใชแ้ ละวธิ กี ำรใช้อย่ำงถกู ตอ้ ง จะชว่ ยใน กำรประกอบอำหำรที่มปี ระสิทธภิ ำพ ประหยดั เวลำ แรงงำน และยงั ชว่ ยทำใหอ้ ำหำรทป่ี รุงสำเร็จไดล้ กั ษณะท่ี ดมี คี ณุ ภำพ อุปกรณ์ท่ีใชใ้ นกำรเตรยี มอำหำรประกอบดว้ ย 1.1 อุปกรณท์ ใ่ี ชก้ ารชั่ง ตวง (1) เครอื่ งชง่ั เครอื่ งชง่ั ที่ใชก้ นั อยทู่ ว่ั ไปมี 2 ขนำด คือ เครอ่ื งชง่ั ขนำดใหญ่ สำหรบั ชงั่ ส่วนผสมทม่ี ี จำนวนมำก ซงึ่ ในกำรประกอบอำหำรในปจั จุบนั นยิ มใชก้ ำรช่ังมำกกว่ำกำรตวง กำรชั่งจะชว่ ยในกำรประหยัด
43 เวลำ แรงงำนและมีควำมเทีย่ งตรงได้เป็นอย่ำงดี เคร่ืองชัง่ ขนำดใหญม่ นี ้ำหนักต้ังแต่ 15 – 30 กิโลกรมั วสั ดทุ ที่ ำเครื่องช่ังจะมวี ัสดุเคลือบสีปอ้ งกันสนมิ กำรใช้เคร่อื งชง่ั จะตอ้ งดูแลควำมสะอำดไม่ใหน้ ำ้ หรือเศษ อำหำรเปรอะบนเครื่องช่งั กำรเคลื่อนย้ำยไมค่ วรหิ้วเพรำะจะทำให้เกิด กำรคลำดเคล่ือนไมเ่ ที่ยงตรง เคร่ืองชง่ั ขนำดเลก็ เหมำะสำหรับกำรชั่งเครอื่ งปรงุ จำนวนนอ้ ย นำ้ หนกั ตงั้ แต่ 500 – 1,000 กรมั และไม่เกนิ 2,000 กรัม ทำด้วยโลหะหรือพลำสติกเหนยี ว สำหรับเครอื่ งชั่งบำงชนดิ สำมำรถแยกจำกออก เพือ่ เทส่วนผสม เช่น ผงฟู เกลอื สำหรบั เครอ่ื งชั่งในปัจจบุ นั มีระบบดจิ ติ อลเข้ำมำเพ่ือควำมสะอำดและควำม แม่นยำใหแ้ ก่ผชู้ ั่ง กำรดูแลเครอ่ื งชงั่ ควรระมัดระวงั กำรตกหลน่ ซึ่งจะทำให้เครอื่ งชงั่ แตกหกั ไดง้ ่ำย เครื่องช่ังขนำดใหญ่ เคร่อื งชง่ั ขนำดเลก็ การเลือกซ้ือ เครื่องชง่ั ท้ังขนำดใหญ่และขนำดเล็ก เคร่ืองชงั่ ขนำดเลก็ มตี ั้งแต่ขนำด 500 กรัม 1 กโิ ลกรมั เป็นต้นไป ทำจำกพลำสติก โลหะ ชนิดทท่ี ำจำกโลหะมีควำมทนทำนกว่ำพลำสตกิ กำรเลอื กเครื่องชั่งท่ีใชใ้ น ครัวเรือนควรเลอื กเคร่ืองช่ังทม่ี คี วำมละเอยี ดขนำด 500 กรัม หรอื 1 กิโลกรัม วิธที า กำรชั่งของแห้ง ควรใช้กระดำษหรือแผ่นพลำสตกิ ทส่ี ะอำดรองรับของทชี่ งั่ เพอ่ื ไมใ่ หจ้ ำนรองสกปรก เปรอะเปอ้ื นจำกอำหำร เพอื่ ควำมสะดวกในกำรชั่งอำหำรได้อยำ่ งรวดเรว็ และทำควำมสะอำดเคร่ืองชงั่ ได้ (2) เคร่อื งตวง เครอื่ งตวงที่ใช้กันอยู่ท่ัวไปมี 2 ชนิด คือ ช้อนตวงมำตรฐำน มี 4 ขนำด คอื 1 ชอ้ น โต๊ะ 1 ช้อนชำ ½ ชอ้ นชำ และ ¼ ชอ้ นชำ ซึง่ จดั อยู่ในชุดเดียวกนั ทำดว้ ยอลมู เิ นียม พลำสตกิ และโลหะ ไม่ เป็นสนมิ หรือสแตนเลส ชุดเครื่องตวง การเลือกซื้อ กำรเลือกซ้ือชนิดที่ทำจำกสแตนเลส เพรำะมีควำมคงทน อำยกุ ำรใชง้ ำนได้นำนมำกอลูมเิ นียมและ พลำสตกิ ควรใช้ช้อนตวงแต่ละขนำดติดอยู่เปน็ ชุดเพื่อปอ้ งกันกำรสูญหำย
44 วธิ ีทา กำรตวงของแห้งควรใช้ชอ้ นตักของแห้งชนดิ น้ันใสลงในช้อนตวง ใช้มีดตรงปำดสว่ นเกินออกให้ เรียบ สว่ นของเหลว เช่น น้ำ นำ้ มนั นำ้ กะทิ ฯลฯ ใหต้ วงของเหลวใส่ถ้วยใช้ช้อนตักของเหลวในถว้ ยใหเ้ สมอ ปำกชอ้ น กำรใช้ช้อนตวงอลูมเิ นียมอย่ำงอด้ำมที่ถือจะทำใหด้ ้ำมหกั งำ่ ย เพรำะอลูมิเนยี มเปรำะและไม่สำมำรถ เช่อื มต่ออปุ กรณ์ชนดิ น้ีได้ ถ้วยตวงมำตรฐำน ถ้วยตวงท่ีใช้กันอยู่ท่วั ไปมี 2 ชนิด คือ ถว้ ยตวงของเหลว ถว้ ยตวงชนิดน้ี ทำด้วยแกว้ หรอื พลำสตกิ ใช้สำหรบั ตวงของเหลว ได้แก่ น้ำเชือ่ ม นำ้ มัน กะทิ น้ำมะนำว นำ้ ส้ม ฯลฯ ท่ีนยิ มใช้ มีหลำยชนดิ ตั้งแต่ 1 , 2, และ 4 ถว้ ยข้ึนไป ทกุ ขนำดมีขีดบอกสัดส่วนและจำนวนเลขอย่ำงชัดเจน เชน่ 1/4 , 1/3 , 1/2 ,2/3 ,3/4 ถว้ ยตวง การเลือกซื้อ ถ้วยตวงควรเป็นชิดที่เป็นแกว้ ทนไฟ ด้วยคณุ สมบตั ขิ องถว้ ยแก้วทนไฟจะมีอำยุกำรใช้งำนได้ นำนกว่ำถว้ ยพลำสติกทนตอ่ ควำมรอ้ นท่ีตวง เช่น กำรตวงน้ำมันรอ้ ง นอกจำกน้นั ควรเลือกชนิดท่ีแสดง ปรมิ ำตรดว้ ย สีแดง ให้มองเหน็ ได้ชดั และปำกแก้ว เป็นพวงเพื่อควำมสะดวกในกำรริน วธิ ีใช้ ใช้ตวงของเหลว เชน่ นำ้ กะทิ นำ้ นำ้ มัน ฯลฯ กำรตวงให้เทลงในถ้วยตวงท่ีวำงบนพ้ืนเรยี บใหข้ ดี บอกปริมำตรอยู่ในระดับสำยตำตำมท่ีต้องกำร ถ้วยตวงของแห้ง ทำด้วยอลมู ิเนียม พลำสตกิ สตี ำ่ ง ๆ เหลก็ ไมเ่ ป็นสนมิ หรอื สแตนเลส ใช้สำหรับ ตวงของแห้งชนดิ ต่ำงๆ น้ำตำล นมผง เนย ฯลฯ ถ้วยตวงชนิด นที้ ำเปน็ ชุด 4 ขนำด 1/4 ,1/3 ,1/2, 1ถว้ ยตวง การเลือกซ้ือ ถ้วยตวงของแห้งชนิดท่ีทำจำกสแตนเลส มีควำมคงทนถำวร ทนต่อควำมเป็นกรดเป็นด่ำงส่วนถว้ ย ตวงชนิดอลูมิเนียมควรเลือกใช้ชนิด ท่ีมีควำมหนำพอทีจ่ ะคงรปู ทรง กำรใช้ถว้ ยตวงควรจัดใหอ้ ยู่เปน็ ชดุ มหี ว่ ง รอ้ ยเปน็ พวงปอ้ งกันกำรสญู หำย สำหรบั ถว้ ยตวงพลำสตกิ ควรเลือกชนดิ ที่ทนตอ่ ควำมร้อน มฉิ ะนั้น จะทำให้ พลำสตกิ โค้งงอเม่ือ ตวงของร้อน ทำใหก้ ำรตวงไมแ่ น่นอน วิธีใช้ ใช้ตวงของแห้งชนดิ ต่ำง ๆ แป้ง นำ้ ตำล ฯลฯ วธิ ีกำรตวงตักของแห้งน้ัน ๆ ใส่ถ้วยให้พูน ใช้สันมดี หรือมีดปำด ปำดส่วนที่เกนิ ออกไปให้เสมอขอบถ้วย ห้ำมใช้ถ้วยตวงตกั ลงในสง่ิ ของท่ีจะตวง เพรำะถ้วยตวง จะกดลงในเนื้อทีต่ วง ทำใหแ้ น่นปริมำณชนดิ น้ันจะไม่แนน่ อน สว่ นของทีเ่ ปยี ก เช่น น้ำตำลปบ๊ี เผอื กนึ่งบดสุก ควรใช้ชอ้ นตักใส่ถ้วย กดให้แนน่ พอประมำณ เมื่อเทออกจำกถ้วยตวงจะทรงรูปถว้ ย 1.2. อุปกรณ์ทใี่ ชก้ ารหั่น ตัด สับ บด (1) มดี มีดที่ใช้ในกำรหั่นอำหำรมีหลำยชนิด ได้แก่ - มดี หั่น ใช้หน่ั ของทัว่ ไป ตัวมีดควรยำวกวำ่ มดี ปอก ยำวประมำณ 5 นิ้วฟุต ไม่รวมดำ้ มปลำย แหลม จะสะดวกในกำรเลำะกระดูก มดี หน่ั จะมีควำมคมบำง ถำ้ หนำเกนิ ไปจะหั่นลำบำกของท่ีหั่น ออกมำจะ ไม่สวย
45 - มดี ปอก ถำ้ มดี สน้ั ประมำณ 3 นิ้ว ใบมีดเล็กกว่ำมีดห่ัน มที ้ังชนดิ ปลำยแหลมและปลำยมนใช้ ปอกเปลอื กผัก ผลไม้ ปลำยมีดแหลมเพื่อเจำะหรือแซะ - มดี สับ ตวั มีด กว้ำงมสี ันหนำ เพ่ือใหม้ นี ำ้ หนักเบำ ใชส้ ับอำหำรให้ละเอียดเท่ำท่ีต้องกำร - มีดปำด เป็นมีดท่ีไม่มีคมทั้งสองด้ำนใบมีด แบนเรยี บใช้สำหรบั ปำดหรือ ทำ - มดี ฟันเลื่อย ใช้สำหรับหน่ั ของประเภทเนื้อนุ่ม เชน่ ขนมปัง ขนมเค้ก - มดี ควำ้ น ใบมีดเรยี ว ปลำยแหลมเรียวเลก็ โคง้ เล็กนอ้ ย ใชส้ ำหรบั เซำะหรือคว้ำนผลไม้หรอื สลกั ผัก - มดี แล,่ เลำะเนือ้ ใบมดี ค่อนข้ำงโค้งและหนำ มีหยกั ฟนั ปลำใช้แลเ่ นอื้ สัตว์ออกจำกกระดกู ได้ ใช้ แล่เลำเนื้อสัตว์ที่ปรุงร้อน ๆ ออกจำกกระดูก - ที่ปอก ใช้ปอกเปลือกโดยเฉพำะ ลักษณะคมมีดหันเข้ำหำกันและมีดำ้ มถอื มดี ทำจำกโลหะ ต่ำง ๆ กัน การเลือกซ้ือ ควรเลือกมีด ชนิดท่ีทำจำกสแตนเลสหรอื ทองเหลือง เพรำะไม่เป็นสนิมใบมดี และด้ำมยึดตดิ แน่น วธิ ีใช้ ใช้มีดใหถ้ กู ต้องตำมวัตถุประสงค์ในกำรเตรยี มอำหำร เช่น ไมใ่ ชม้ ีดสับมำหั่นหรือไม่ใช้มีดคว้ำนมำ ปอก เปน็ ต้น มดี ชนิดตำ่ ง ๆ (2) เขียง โดยท่ัวไป มี 2 ประเภท คือ เขยี งที่ทำด้วยไม้และเขียงท่ีทำด้วยพลำสติก เขียงประเภท ไมเ้ หมะกับกำรใชง้ ำนหนกั สำมำรถทนตอ่ กำรสบั และขูดไดเ้ ปน็ อยำ่ งดี ควรเลือกซื้อที่ทำด้วยไม้เน้ือแข็งและ เป็นไมแ้ ก่ มเี น้ือเหนียว ผวิ เรยี บ ไดแ้ กเ่ ขยี งที่ทำจำกไมม้ ะขำม สำหรับเขยี งพลำสติก พ้นื ผิวมกั ไม่เรยี บและถ้ำ ใชง้ ำนหนักจะทำใหเ้ ขียงมีรอยลึก กำรเลือกซื้อควรเลือกที่เปน็ พลำสติกท่ีขำว มคี วำมเหนยี วและควรเลือก ขนำดทไี่ มใ่ หญ่จนเกินไป การเลือกซ้ือ ควรเลือกซื้อเขยี งเป็นเนื้อไม้ ทท่ี ำจำกไม้มะขำม ไมม่ รี อยรำ้ วหรอื เขยี งพลำสติกเน้ือแขง็ ลักษณะ จะดูสวยงำม มรี ำคำแพงกว่ำเขียงไม้ วธิ ีใช้ กำรใช้เขียงเป็นท่ีรองสำหรบั หั่น สับ ซอย ควรเลอื กใช้ให้เหมำะสมกบั งำนน้นั เชน่ กำรหนั่ ซอย ใช้เขยี งพลำสตกิ ได้ดีแต่ไมค่ วรนำเขียงพลำสติกมำสับอำหำร กำรใช้เขียงอย่ำใชร้ วมกบั อำหำรคำว จะทำ
46 ใหอ้ ำหำรหวำนมกี ล่ินคำวได้ เขยี งท่ีใชไ้ ปนำน ๆ ตรงกลำงจะเป็นแอง่ ลึก กำรทำควำมสะอำดเขยี งทำได้ 2 วิธี คอื กำรลำ้ งน้ำแลว้ เช็ดใหแ้ หง้ ใช้มีดขูดข้ีเขียงออกสำหรบั เขยี งไม้ เขยี ง 1.3. เคร่ืองผสม เครื่องบดไฟฟ้ำนเ้ี ป็นเครอ่ื งบดละเอยี ดและเครื่องผสม สำมำรถใชง้ ำนได้ทั้งบดละเอียดและผสม ประกอบดว้ ยโถแกว้ ใบมดี ท่กี น้ โถแกว้ มีปมุ่ บงั คบั ควำมเรว็ ตำมตอ้ งกำร ซ่ึงในกำรบดละเอียด ผกั ผลไม้ บด อำหำรแหง้ ประเภทถั่ว ใช้ปน่ั น้ำผลไม้ กำรใช้ไม่ควรใช้งำนติดต่อกันนำนเกนิ ไปเพรำะจะทำให้เครื่องร้อนทำให้ มอเตอรไ์ หม้ ควรหยุดพกั ในระหวำ่ งกำรบดอำหำร ให้เครื่องเยน็ เสียก่อนแล้วจึงเร่ิมบดใหม่ เวลำบดควรเริ่ม ด้วยควำมเร็วต่ำก่อน จึงค่อยเพ่ิม ควำมเร็วสงู ตำมลำดบั การเลือกซื้อ เครื่องผสมอำหำรมหี ลำยชนดิ ควรเลอื กซื้อชนดิ มคี วำมแขง็ แรงทนทำนเชื่อถือได้ เป็นชนดิ ท่ี มชี ่อื คนทั่วไปรจู้ ัก และก่อนซ้ืออำจสอบถำมผู้ทเ่ี คยใชม้ ำกอ่ น วิธีใช้ - เครื่องผสมอำหำรควรใช้กับ อำหำรทมี่ นี ำ้ พอสมควร เพรำะถ้ำอำหำรขน้ จะทำใหฝ้ ืด เครื่องจะ รอ้ นและอำจไหมไ้ ด้ - อยำ่ ปนั่ ติดต่อ กนั เป็น ระยะเวลำนำนเกิน ไป อำจทำใหเ้ คร่อื งรอ้ นหรือ ไหม้ได้ - ขณะปนั่ อำจหยดุ เปน็ ครั้งครำวเพ่ือขดู อำหำรจำกของภำชนะ - ไม่ควรขูดอำหำรในขณะที่เคร่ืองผสมกำลังทำงำน อำจทำใหเ้ กดิ กำรเสยี หำยได้ - เมอ่ื ปน่ั เสรจ็ ปิดเครือ่ งยกหัวป่นั ขึ้น - กอ่ นทำควำมสะอำดต้องถอดปล๊ักก่อนทุกคร้ัง เพอ่ื ปอ้ งกนั อนั ตรำยจำกไฟฟ้ำที่อำจช็อตได้ - ตวั หวั ปนั่ ถอดออกล้ำงทำควำมสะอำดได้ แตต่ วั เคร่ืองให้ใช้ผ้ำชุบนำ้ พอหมำด ๆ เชด็ ให้สะอำด เคร่ืองผสมอำหำร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204