41 4. ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษากับบุคคล ครอบครัวชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสังคม อืน่ 5. ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนาสถานประกอบการและสถาบันสังคมอื่น ได้รับความช่วยเหลือทางด้านวิชาการตาม ความ เหมาะสมและจำเปน็ 6. ส่งเสริม และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ท้ังด้านคุณภาพและปริมาณ เพื่อการเรียนรู้ ตลอดชีวติ อยา่ งมี ประสทิ ธิภาพ 15. กา จดทำ ะเ ยี และแนวปฏิ เิ ก่ียวก งานด้านวิชากา ข ง ถานศกึ ษา ท าทและหน้าท่ี 1. ศึกษาและวิเคราะห์ระเบียบ และแนวปฏิบัติเก่ียวกับงานด้านวิชาการของ สถานศึกษาเพ่อื ให้ ผทู้ ี่ เก่ยี วข้องรับรู้ และถือปฏบิ ัติเป็นแนวเดียวกัน 2. จัดระเบียบ และแนวปฏิบัติเก่ียวกับงานด้านวิชาการของสถานศึกษา เพื่อให้ผู้ที่ เกีย่ วข้องรบั รู้ และถือปฏบิ ัตเิ ป็นแนวเดียวกนั 3. ตรวจสอบร่างระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานด้านวิชาการของสถานศึกษา และแก้ไขปรับปรุง 4. นำระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานด้านวิชาการของสถานศึกษาไปสู่การ ปฏิบัติ 5. ตรวจสอบ และประเมินผล การใช้ระเบียบและแนวปฏิบัติเก่ียวกับงานด้าน วิชาการของสถานศกึ ษาและนำไปแก้ไขปรับปรงุ ให้เหมาะสมตอ่ ไป 16. กา คดเลื กหนง ื แ เ ียนเพ่ื ใช้ใน ถานศกึ ษา ท าทและหน้าที่ 1. ศึกษา วิเคราะห์ คัดเลือกหนังสือเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีคุณภาพ สอดคลอ้ งกบั หลักสูตรสถานศึกษา เพ่อื เปน็ หนงั สือแบบเรียนใช้ในการจัดการเรียนการสอน 2. จัดทำหนังสือเรียน หนังสือเสริมประสบการณ์ หนังสืออ่านประกอบ แบบฝึกหัด ใบงาน ใบความรู้ เพอื่ ใชป้ ระกอบการเรยี นการสอน 3. ตรวจพิจารณาคุณภาพ หนังสือเรียนเรียน หนังสือเสริมประสบการณ์ หนังสือ อา่ นประกอบ แบบฝกึ หดั ใบงาน ใบความรู้ เพ่อื ใช้ประกอบการเรยี นการสอน 17. กา พฒนาและใช้ ื่ เทคโนโลยเี พื่ กา ศึกษา ท าทและหนา้ ที่
42 1. จัดให้มีการร่วมกันกำหนดนโยบายวางแผนในเร่ืองการจัดหาและพัฒนาส่ือการ เรียนรแู้ ละ เทคโนโลยีเพอื่ การศึกษา 2. พัฒนาบุคลากรใสถานศึกษาในเร่ืองเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ และ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พร้อมทั้งให้มีการจัดตั้งเครือข่ายทางวิชาการ ชมรมวิชาการเพื่อเป็นแหล่ง การเรยี นรู้ 4. พัฒนาและใช้ส่ือและเทคโนโลยีทางการศึกษา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสื่อและ เทคโนโลยีทางการศึกษาท่ีให้ข้อเท็จจริงเพ่ือสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆเกิดข้ึน โดยเฉพาะหาแหล่งสื่อที่ เสรมิ การจัด การศกึ ษาของสถานศกึ ษาใหม้ ีประสิทธภิ าพ 5. พัฒนาห้องสมุดของสถานศึกษา ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา และ ชมุ ชน 6. นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในการจัดหา ผลิต ใช้ และพัฒนาส่อื และ เทคโนโลยที างการศกึ ษา งาน ิหา คุ คล ข ขาย / ภา กจิ กา หิ า งาน ุคคล ความหมายของการบริหารงานบคุ คล การบริหารงานบุคคล คือ เป็นการบริหารทรัพยากรเพื่อใช้คนให้เหมาะสมกับงาน โดยมี เป้าหมายของการบริหารงานบุคคล คือการได้มาซึ่งมีความรู้ความสามารถเหมาะสม ตามความ ต้องการของหน่วยงาน หลักการท่ัวไปของการบริหารงานบุคคล หมายถึง การกระทำใด ๆของฝ่าย บริหารท่ีจะทำให้บุคคลสองฝา่ ยในหน่วยงาน คือฝ่ายบริหาร และฝ่ายปฏิบตั ิ เกดิ ความเข้าใจในหน้าท่ี บทบาท และความสัมพันธ์ของงานจนมีแนวคิดท่ีจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยยึดความเจริญก้าวหน้า ของหน่วยงานเป็นหลัก เป้าหมายของการบริหารงานบุคคล คือ การดำเนินงานขององค์การบรรลุ เป้าหมาย ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสบความสำเร็จในการ ทำงาน และพัฒนาวิชาชีพของบุคลากร ความสำคัญและความจำเป็นของการบริหารงานบคุ คล การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ บุคลากรนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างย่ิง การจะให้การจัด การศึกษาในโรงเรียนประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายตอ้ งอาศัยทรัพยากรท่ีจำเป็น 4 อย่าง คือ คน เงิน วัสดุ การจัดการ ซึ่งการใช้ทรัพยากรทั้ง 4 ให้เกิดประโยชน์ต้องคำนึงถึง 3 หลัก คือ หลักความเสมอ ภาค หลกั ประสิทธิภาพ และหลักประสิทธิผล โรงเรียนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา และใหค้ วามรู้แก่ สมาชิกในสังคม ในโรงเรียนมีขอบขา่ ย ปัจจยั หลายอยา่ งทีต่ ้องดำเนนิ งาน ซึง่ ทกุ ภาระกิจมีความสำคัญ และจำเป็นที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนกัน ปัจจัยและทรัพยากรต่าง ๆมีความสำคัญ คน นับว่ามี
43 ความสำคัญ เพราะคนเป็นผู้ใช้ปัจจัยในการบริหารอื่น ๆ ดังนั้นการจัดการศึกษาจะมีประสิทธิภาพ มี ประสทิ ธผิ ลเพียงไรย่อมขึ้นกบั คน ในองค์การ 1. กา วางแผน ากำลงและกำหนด ำแหนง 1.1 การวเิ คราะหแ์ ละวางแผนอตั รากำลังคน แนวทางการปฏบิ ัติ 1) วิเคราะหภ์ ารกิจและประเมินสภาพความตอ้ งการกำลงั คนกบั ภารกิจของสถานศึกษา 2) จัดทำแผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาโดยความ เห็นชอบ ของคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานตามเกณฑ์ท่ี ก.ค.ศ. กำหนด 3) นำเสนอแผนอัตรากำลงั เพ่ือขอความเห็นชอบต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพนื้ ท่ีการศึกษา 4) นำแผนอตั รากำลังของสถานศกึ ษาสู่การปฏิบตั ิ 1.2 การกำหนดตำแหนง่ แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1) สถานศึกษาขอปรับปรุการกำหนดตำแหน่ง / ขอเล่ือนวิทยฐานะ / ขอเปล่ียนแปลง เง่ือนไขตำแหน่ง / ขอกำหนดตำแหน่งเพ่ิมจกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สถานศกึ ษาไปยงั สำนักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษา 2) ประเมนิ เพือ่ ขอเล่อื นวทิ ยฐานะขอเปลยี่ นแปลงเงื่อนไขตำแหน่ง / ขอกำหนดตำแหนง่ เพ่ิมข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาตามหลกั เกณฑ์ท่ี ก.ค.ศ. กำหนด 3) ส่งค้ำขอปรับปรุงหนดตำแหน่ง / เพ่ือเลื่อนวิทยฐานะ / ซอเปลี่ยนแปลงเลื่อนไขตำแหน่ง / ขอกำหนดตำแหน่งเพ่ิมจากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาต่อสำนักงาน เขตพ้ืนท่ีการศึกษาเพื่อนำเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นท่ีกำรศึกษา และหรือ ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณีพิจารณา อนมุ ตั แิ ละเสนอผู้มอี ำนาจแต่งตัง้ 2. กา หาและ จแุ ง ง้ 2.1 ดำเนินการสรรหาเพ่ือบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศกึ ษาในสถานศกึ ษา กรณีได้รับมอบอำนาจจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา แนวทางการปฏิบตั ิ 1) การสอบแข่งขัน การสอบคัดเลือกและการคัดเลือกในกรณีจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ใน ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครู และคลกกางการศึกษาอื่นในสถานศึกษา ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และ วิธีการท่ี ก.ค.ศ. กำหนด
44 2) การบรรจุแตง่ ตงั้ ผูช้ ำนาญการหรือผเู้ ช่ยี วชาญระตับสูง (1) ใหส้ ถานศกึ ษาเสนอเหตุผลและคความจำเป็นอย่างย่ิงตอ่ การเรียนการสอนของ สถานศึกษไปยังสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา เพื่อขความเห็นขอบจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพ้ืนท่ีการศึกษา และขออนมุ ัติตอ่ ก.ค.ศ. (2) เม่ือ ก.ค.ศ. อนุมัติแล้วให้สถานศึกษาดำเนินการบรรจุและแต่งต้ังในตำแหน่ง วทิ ยฐานะและให้ไดร้ บั เงินเตอื นตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด 2.2 การจ้างลูกจ้างประจำและลกู จา้ งชั่วคราว แนวทางการปฏบิ ัติ 1) กรณีการจ้างลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวโดยใช้งินงบประมาณให้ดำเนินการตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทวงการคลังหรือตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขัน้ พน้ื ฐานกำาหนด 2) กรณีการจ้างลูกจ้างประจำและลูกจ้างช่ัวคราวกรณีอื่นนอกเหนือจาก 1) สถานศึกษา สามารถดำเนินการจ้างลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวของสถานศึกษาได้ โดยใช้เงินรายได้ของ สถานศกึ ษา ภายใต้หลกั เกณฑ์และวธิ กี ารท่ีสถานศกึ ษากำหนด 2.3 การแตง่ ตัง้ ย้าย โอนขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา 1) การยา้ ยขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การย้ายข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษในเขตพื้นท่ีการศึกษาหรือเขตพื้นที่ การศกึ ษาอนื่ แนวทางการปฏบิ ัติ (1) เสนอคำร้องขอย้ายไปยังสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา เพ่ือดำเนินการนำเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาอ่ืน เพอื่ พิจารณาอนุมตั ิของผู้ประสงค์ยา้ ยและผู้รับยา้ ยแลว้ แต่กรณี (2) บรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาท่ีรับย้ายมาจาก สถานศึกษาอื่นในเขตพื้นท่ีการศึกษาหรือเขตพ้ืนที่กรศึกษาอ่ืน สำหรับตำแหน่งข้าราชการครูและ บคุ ลากรทางการศึกษา (3) รายงนการบรรจุแต่งต้ังและข้อมูลประวัติส่วนตัว ไปยังสำนักงานเขตพื้นท่ี การศึกษาเพ่ือจัดทำทะเบยี นประวัตติ ่อไป 2) การโอนหรืการเปล่ียนสถานะของขา้ ราชการหรือพนักงานส่วนท้องถนิ่ แนวทางการปฏิบัติ (ม. 58) 1) เสนอคำรอ้ งขอโอนของข้าราชการพนักงานสาวนท้องถิ่นไปยงั เขตพ้นื ที่การศึกษา เพอ่ื ดำเนินการตอ่ ไป
45 2) บรรจุแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพ้ืนที่ การศกึ ษากำหนด 2.4 การบรรจุกลับเขา้ รับราชการ การบรรจุกลับเข้ารับราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา กรณีออกจกราชการ (มาตรา 64) ออกจากราชการตามมติคณะรัฐมนตรี(มาตรา 66) และ ลาออกจากพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือข้าราชการอ่ืนที่ไม่ใช่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (มาตรา 67) แนวทางกา ปฏิ ิ กรณีออกจากราชการ (มาตร 64) เสนอคำขอของผู้ขอกลับเข้ารับราชการไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพ่ือขออนุติ อ.กค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาสำหรับตำแหน่งข้าราชการครู และบคุ ลากร ทางการศึกษา ให้ผูม้ ีอำนาจตามมาตรา 53 ส่ังบรรจแุ ละแตง่ ต้ัง กรณีออกจกราชการตามมติคณะรัฐมนตรี (มาตร 65) ให้ย่ืนเรื่องขอกลับเข้ารับ ราชการภายในกำหนดเวลาท่ีคณะมนตรีนมัติแต่ไม่เกิน 4 ปี ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ส่ังบรรจุ แต่งต้งั กรณีออกจากราชการเพื่อรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร (มาตรา 66) ให้ยื่นเรือ่ งขอกลับเข้ารับราชการภายในกำหนด 180 วัน นับแตว่ ันพ้นจากราชการทหาร ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สงั่ บรรจแุ ตง่ ต้ัง กรณีลออกจากพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือข้าราชการอื่นท่ีไม่ใช่ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา(มาตรา 67) สดรเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ให้ผู้มีอำนาจสงั่ บรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 53 ที่ต้องการจะรับเข้ารับราชการ เสนอเรื่องไปให้ก.ค.ศ. หรือผู้ท่ี ก.ค.ศ. มอบหมายพิจารณาอนุมัติ เม่ือได้รับอนุมัติแล้วให้ผู้มีอำนาจ ตามมาตรา 53 สงั่ บรรจุและแตง่ ตง้ั 2.5 การรักษาราชการแทนและรักษาการในตำแหนง่ แนวทางการปฏบิ ัติ กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้รอง ผอู้ ำนวยการสถานศึกษารักษาราชการแทนถ้ามีรองผู้อำนวยการสถานศึกษาหลายคนให้ผูอ้ ำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาคนใดคนหนึ่งรักษาราชการแทน ถ้า ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยกรสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้ สถานศึกษาเสนอข้าราชการท่ีเหมาะสม ให้ผู้อำนวการสำนักงานขตพื้นท่ีการศึกษาแต่งต้ังข้าราชการ
46 ในสถานศึกษา คนใดคนหน่ึงเป็นผู้รกั ษารชการแทน (มาตรา 54 แห่งกฎหมายระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ) กรณีตำแหน่งข้าราชการครู และบคุ ลากรทางการศึกษาตำแหนง่ ใดว่างลงหรือผู้ดำรงตำแหน่ง ไม่สมารถปฏบิ ัตหิ นา้ ทีร่ าชการ ให้ผู้มอี ำนาจสังบรรจุและแต่งต้ังตามมาตรา 53 ส่งั ให้ข้าราชกรครูและ บุคลากรทางการศึกษารักษาการในตำแหน่ง (มาตรา 68 แห่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู และบคุ ลากรทางการศึกษา) 3. กา เ ิม ้างป ะ ิทธภิ าพในกา ปฏิ ิ าชกา 3.1 การพฒั นาขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 1) การพฒั นาก่อนมอบหมายการปฏิบัติหนา้ ที่ แนวทางการปฏิบัติ (1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาดำเนินการปฐมนิเทศแก่ผู้ที่ได้รับการสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง เปน็ ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา (2) แจ้งภาระงานมาตรฐานคุณภาพงาน มาตรฐานวิชาชีพ จรรยาบรรณวิชาชีพเกณฑ์การ ประเมินผลงาน ฯลฯ แกข่ ้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศึกษา ก่อนมกี ารมอบหมาย หนา้ ที่ให้ปฏิบัตงิ าน (3) ดำเนนิ การติดตม ประเมนิ ผลและจดั ให้มีการพฒั นาตามความเหมาะสมและต่อเน่ือง 2) การพฒั นาระหวา่ งปฏิบตั ิหน้าทร่ี าชการ (ม.79) แนวทางการปฏิบตั ิ (1) ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาตนเองของข้าราชกรครูและ บคุ ลากรทางการศกึ ษาและสถานศึกษา (2) กำหนดหลักสูตรการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นในการพัฒนา ตนเองของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและสถานศกึ ษา (3) ดำเนินการพัฒนาตามหลกั สูตร (4) ติดตาม ประเมินการพฒั นา (5) รายงานผลการดำเนนิ งานไปยงั สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา 3) การพฒั นากอ่ นเลอ่ื นตำแหน่ง (ม. 80) แนวทางการปฏบิ ัติ (1) ศึกษา วิเคราะห์ คณุ ลักษณะเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ลักษณะงานตามตำแหน่งท่ี ได้รบั การปรบั ปรงุ กำหนดตำแหน่งของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา (2) ดำเนินการอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติท่ีดี คุณธรรม จริยธรรมและ จรรยาบรรณวิชาชพี ทีเ่ หมาะสม
47 (3) ติดตาม ประเมนิ การพัฒนา 4) การพัฒนากรณีไมผ่ ่านการประเมินวทิ ยฐานะ (ม.55) แนวทางการปฏบิ ตั ิ (1) ดำเนินการตามหลกั เกณฑ์และวิธกี ารท่ี ก.ค.ศ. กำหนด (2) รายงานผลการดำเนินงานไปยังสำนกั งานเขตพนื้ ท่ี 3.2 การเล่ือนขัน้ เงนิ เตอื นขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 1) การเลอื่ นขนั้ เงินเดอื นกรณีปกติและกรณีพิเศษ แนวทางการปฏิบัติ (1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาแต่งต้ังคณะกรรมการพิจารณาความดีความชอบของ ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา (2) คณะกรรมการพจิ รณาความดีความชอบพจิ ารณาตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการเลอ่ื น ขน้ั เงินเดอื น (3) ผู้อำนวยการสถานศึกษาพิจารณาสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา กรณีสั่งไม่เลื่อนชั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศกึ ษาในสถานศึกษา ต้องชี้แจงเหตใุ ห้ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าวทราบ กรณีเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาท่ีถึงแก่ความตายอัน เน่ืองมาจากการปฏิบัตหิ น้าที่ราชการให้รายงานไปยังสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาเพื่อดำเนนิ การตาม หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด (4) รายงานการส่ังเลื่อนและไม่เลื่อนชั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศกึ ษไปยังสำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาเพ่ือจัดเกบ็ ข้อมูลลงในทะเบียนประวตั ติ ่อไป 2) การเล่ือนข้นั เงินเดอื นกรณถี ึงแคค่ วามตายอันเนื่องมาจากการปฏิบตั ิหน้าที่ ราชการ แนวทางการปฏิบตั ิ (1) แจ้งช่ือผู้ตายและข้อเท็จริงที่เก่ียวข้องกับการตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติ ราชการให้สำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาเพ่ือดำเนนิ การขอความเห็นชอบไปยังคณะรฐั มนตรี (2) ส่ังเล่ือนขั้นงิดือนให้แก่ผู้ตายเป็นกรณีพิเศษ เพ่ือประโยชน์ในการคำนวณ บำเหนจ็ บำนาญ (3) รายงานผลการดำเนนิ การไปยังสำนักงานเขตพน้ื ทเี่ พอ่ื ดำเนนิ การต่อไป 3) การเลอ่ื นขั้นเงนิ เดอื นกรณไี ปศกึ ษาต่อ ฝกึ อบรม ดูงานหรือปฏบิ ตั ิงานวจิ ยั แนวทางการปฏิบัติ (1) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลของผู้ไปศึกษาต่อฝึกอบรม ดงู านหรือ ปฏิบัตงิ านวิจยั จากสถานศกึ ษา หรือสถานฝกึ อบรม ฯลๆ
48 (2) ดำเนินการพิจารณาตามระเบยี บท่ี ก.ค.ศ. กำหนด (3) สั่งเล่ือนข้นั เงนิ เดอื นสำหรบั ผทู้ ่ปี ฏิบตั ิตามหลักเกณฑ์ท่กี ำหนด (4) รายงานผลการดำเนนิ การไปยังสำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา 3.3 การเพิม่ ค่าจา้ งลกู จ้างประจำและลกู จา้ งชั่วคราว แนวทางการปฏบิ ัติ กรณีการเพิ่มค่าจ้างประจำและลูกจ้างช่ัวคราวโดยใช้เงินงบประมาณให้ดำเนินการ ต า ม ห ลั ก เก ณ ฑ์ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ที่ ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร ค ลั ง ห รื อ ต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ท่ี ส ำ นั ก ง า น คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานกำหนด กรณีการเพ่ิมดำจ้างลูกจ้างประจำและลูกจ้างช่ัวคราวกรณีอื่นนอกเหนือจาก สถานศึกษาสามารถดำเนินการจ้างลูกจ้างประจำและลูกจ้างช่ัวคราวของสถานศึกษได้ โดยใช้เงิน รายไดข้ องสถานศึกษาภายใตห้ ลักเกณฑ์และวิธกี ารที่สถานศกึ ษากำหนด 3.4 การดำเนนิ การเก่ยี วกบั บัญชีถอื จ่ายเงนิ เดอื น แนวทางการปฏิบัติ ดำเนนิ การตามท่กี ระทรวงการคลงั กำหนด 3.5 เงนิ วทิ ยฐานะและค่าตอบแทนอ่นื แนวทางการปฏิบัติ ดำเนินการตามทีก่ ระทรวงการคลังกำหนด 3.6 งานทะเบยี นประวัติ 1) จัดทำและเก็บรักษทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและลูกจ้าง แนวทางการปฏิบัติ (1) สถานศึกษาจัดทำทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2 ฉบบั (2) สถานศึกษาเก็บไว้ 1 ฉบับ ส่งไปเก็บรักษาไว้ท่ีสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา1 ฉบับ (3) เปล่ยี นแปลง บันทึกขอ้ มูล ลงในทะเบยี นประวตั ิ 2) การแกไ้ ขวัน เดอื น ปีเกดิ ของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาและลูกจ้าง แนวการปฏบิ ตั ิ (1) ข้าราชการครูและบคุ ลกรทางการศึกษาและลูกจา้ งประสงค์ขอแกไ้ ข วัน เดือน ปี เกิด ย่ืนคำขอตามแบบท่ีกำหนดโดยแนบเอกสารต่อผู้บังคับบัญชาข้ันตัน ประกอบด้วยสูติบัตร ทะเบยี นราษฎร์ หลกั ฐานทางการศกึ ษา (2) ตรวจสอบความถกู ต้อง (3) นำเสนอไปยังสำนกั งานเขตพน้ื ทีการศึกษาเพ่ือขออนุมัติการแก้ไขต่อ ก.ค.ศ.
49 (4) ดำเนนิ การแกไ้ ขในทะเบยี นประวัติ (5) แจง้ หนว่ ยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง 3.7 งานเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ์ แนวทางการปฏิบตั ิ 1) ต รว จ ส อ บ ผู้ มี คุ ณ ส ม บั ติ ค รบ ถ้ ว น ส ค ว รได้ รับ ก ารเส น อ ข อ พ ระ ราช ท าน เครอ่ื งราชอิสริยาภรณ์ 2) ดำเนนิ การในการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ และเหรยี ญจักรพรรดิมาลา แกขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาในสงั กัดตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารทก่ี ฎหมายกำหนด 3) จัด ท ำท ะเบี ยน ผู้ได้รับ เค ร่ืองราช อิ สริย าภ รณ์ แ ละเห รียญ จัก รพ รรดิ ม าล า เครือ่ งราชอสิ ริยาภรณ์ดเิ รกคณุ าภรณ์ และผู้คืนเครือ่ งราชอิสรภิ รณ์ 3.8 การขอมบี ัตรประจำตัวเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1)ผ้ขู อมบี ัตรกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนบคุ คลต่าง ๆ โดยมีเอกสารหลกั ฐานทเี่ กี่ยวข้อง 2) ตรวจสอบเอกสารความถูกตอ้ ง 3) นำเสนอผู้มีอำนาจลงนามในบัตรประจำตัว โดยผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับโดยคุม ทะเบียนประวัตไิ ว้ 4) สง่ คืนบัตรประจำตัวถงึ สถานศึกษา 3.9 งานขอหนังสือรับรอง งานขออนุญาตให้ข้าราชการไปต่างประเทศ งานขออนุญาตลา อุปสมบท งานขอพระราชทานเพลิงศพ การลาศึกษาต่อ ยกย่องเชิดชูเกียรติและให้ได้รับเงินวิทยา พฒั น์ และการจดั สวัสดิการ ดำเนนิ การตามกฎหมาย ระเบียบ หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการทเี่ กยี่ วขอ้ ง 4. วนิ ยและกา กษาวินย 4.1 กรณีความผดิ วนิ ัยไมร่ ้ายแรง แนวทางการปฏิบตั ิ 1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาแต่งต้ังคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการสอบสวนให้ได้ความจริง และความยุติธรรมโดยไม่ชักช้า เมื่อมีกรณีอันมีมูลท่ีควรกล่วหาวข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศกึ ษาในสถานศกึ ษากระทำผดิ วินยั ไม่รา้ ยแรง 2) ผู้อำนวยการสถานศึกษาสั่งยุติเร่ืองในกรณีท่ีคณะกรรมการสอบสวนแล้วพบว่าไม่ได้ กระทำผิดวินัย หรือสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดข้ันเงินเดือน ตามที่คณะกรรมการ สอบสวนแลว้ พบวา่ มคี วามผิดวินยั ไมร่ า้ ยแรง 3) รายงานดำเนินานทางวินยั ไมร่ ้ายแรงไปยงั สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา
50 4.2 กรณคี วามผิดวนิ ยั ร้ายแรง แนวทางการปฏิบัติ 1) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งต้ังตามมาตรา 53 แห่งกฎหมายระเบียบข้าราชการครูและ บคุ ลากรทางการศึกษแตง่ ต้ังคณะกรมการสอบสวนกรณีอันมมี ูลว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาผดิ วนิ ัยอย่างร้ายแรง ตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการทกี่ ำหนดในกฎ ก.ค.ศ. 2) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งต้ังตามมาตรา 53 แห่งกฎหมายระเบียบข้าราชการครูและ บคุ ลากรทางการศึกษ เสนอผลการพจิ รณาให้ อ.กศ. เขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาพิจารณาลงโทษ 3) ผู้มีอำนาจส่ังบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 53 แห่งกฎหมายระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา สั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออกตามผลการพิจารณาของ อ.ก.ค ศ. เขตพื้นที่ การศึกษา 4) รายงานการดำเนนิ งานทางวินัยไปยงั สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษา 4.3 การอทุ ธรณ์ 1) การอทุ ธรณก์ รณีความผดิ วนิ ัย แนวทางการปฏบิ ตั ิ กรณีการอุทธรณ์ความผิดวินัยที่ไม่ร้ายแรง ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษายื่นเรื่องอุทรณ์แต่ อ.ก.ค.ศ. เขตพ้ืนท่ีการศึกษาภายใน 30 วันนับแต่วันท่ีได้รับแจ้งคำส่ังตาม หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ี ก.ค.ศ.กำหนด กรณีอุทรณ์ความผิดวนิ ัยรา้ ยแรง ให้ข้ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษายื่นเรื่อง ขออุทรณ์ต่อ ก.คศ. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี ก.ค.ศ. กำหนด 4.4 การร้องทกุ ข์ แนวทางการปฏบิ ตั ิ กรณีข้าราชการครูและบุคลกกางการศึกษาไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีความคับ ข้องใจเน่ืองมาจากการกระทำของผู้บังคับบัญชาหรือการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ให้ ร้องทกุ ข์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นท่กี ารศึกษา หรือ ก.ค.ศ. แล้วแตก่ รณี 4.5 การเสรมิ สรา้ งและการปอ้ งกนั การกระทำผิดวนิ ัย แนวทางการปฏิบัติ 1) ให้ผู้อำนวยการสถานศกึ ษาปฏบิ ตั ิตนเปน็ แบบอย่างทด่ี ีต่อผ้ใู ต้บงั คับบญั ชา 2) ดำเนินการให้ความรู้ ฝึกอบรมการสร้างขวัญและกำลังใจการจูงใจ ฯลฯในอันท่ีจะ เสรมิ สรา้ งและพัฒนาเจตคติ จติ สำนึก และพฤติกรรมของผใู้ ตบ้ งั คบั บัญชา
51 3) หม่ันสังเกตตรวจสอบดูแลเอาใจใส่ ป้องกันและขจัดเหตุเพ่ือมีให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำ ผดิ วนิ ัยตามควรแกก่ รณี 5. งาน กจาก าชกา 5.1 การลาออกจากราชการ แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาพิจารณาอนุญาตการลาออกจากราชการของครูผู้ช่วย ครูและ บุคลากรทางการศึกษาอนื่ 2) รายงานอนุญาตการลาออกไปยงั สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา 5.2 การให้ออกจากราชการ กรณีไม่พันทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไม่ผ่านการเตรียมความ พร้อมและพฒั นาอย่างเข้มตำ่ กวา่ เกณฑ์ท่ี ก.ค.ศ.กำหนด แนวทางการปฏิบัติ 1) ดำเนินการให้ข้าราชการครูและบคุ ลากทางการศกึ ษาทดลองปฏิบัติหนา้ ที่ราชการหรือเข้า รับการพัฒนาอย่างเข้มตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารตามทีก่ ำหนดในกฎ ก.ค.ศ. กำหนด 2) ดำเนินการประเมินผลกรปฏิบัติงนตามหน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบท่กี ำหนดไว้ในมาตรฐาน กำหนดตำแหนง่ 3) ผู้อำนวยการสถานศึกษาสั่งให้ผู้ท่ีไม่ผ่านการประเมินการทดลองปฏิบตั ิราชการหรอื เตรยี ม ความพรอ้ มและพฒั นาอย่างเขม้ ออกจากราชการ 5.3 การออกจากราชการกรณีขาดคุณสมบัติทวั่ ไป แนวทางการปฏบิ ัติ 1) สถานศึกษาตรวจสอบคุณสมบัติครูผู้ชว่ ย ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษาอน่ื 2) ผู้อำนวยการสถานศึกษาส่ังให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการ หากภายหลังปรากฎว่าขาดคุณสมบัตทิ ั่วไปตามมาตรา 30 แห่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบขา้ ราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา 3) รายงานการส่งั ใหอ้ อกจกราชการไปยังสำนกั งานเขตพน้ื ท่ี 5.4 การให้ออกจากราชการไวก้ ่อน แนวทางการปฏิบตั ิ 1) ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษาสั่งพักราชการหรือส่ังใหอ้ อกจากราชการไวก้ ่อนในกรณีท่ีครูผ้ชู ่วย ครู และบุคลกรทางการศึกษาอ่ืน มีกรณีถูกกล่วหาวกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกต้ัง คณะกรรมการ สอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหว่ากระทำผิดทางอาญา (เว้นแต่ได้กระทำผิด โดยประมาท หรือ
52 ความผดิ ลหโุ ทษ) 2) รายงานการส่ังพกั ราชการหรือการให้ออกจากราชการไวก้ ่อน ไปยงั สำนกั งานเขตพน้ื ที่ การศึกษา 5.5 การใหอ้ อกจากราชการเพราะเหตรุ บั ราชการนานหรอื เหตทุ ดแทน ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดและรายงานการออกจาก ราชการไปยังสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษานอกจากดำเนินการตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. แล้วยัง สามารถดำเนินการได้ ดังต่อไปนี้ คอื 1) กรณเี จบ็ ปว่ ยโดยไม่สามารถปฏบิ ัติหนา้ ทโ่ี ดยสม่ำเสมอ แนวทางการปฏิบตั ิ (1) ตรวจสอบข้อเท็จจริงเก่ียวกบั การปฏบิ ัตริ าชการอนั เน่อื งมาจากการเจ็บป่วย (2) ถ้าผู้อำนวยการสถานศึกษาส่ังให้ออกจกราชการเม่ือเห็นว่าไม่สามารถปฏิบัติ ราชการได้ (3) รายงานการสัง่ ให้ออกจกราชการไปยังสำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา 2) กรณไี ปปฏิบัติงานตามความประสงคข์ องทางราชการ แนวทางการปฏิบตั ิ (1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาส่ังให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาท่ีสมัคร ใจจะไปปฏบิ ัติรชการตามความประสงค์ของทางราชการออกจากราชการ (2) รายงานการสงั่ ใหอ้ อกจากราชการไปยงั สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษา 3) กรณีส่ังให้ออกจากราชการเพราะขาดคุณสมบัติทั่วไป ตามมาตรา 30 แห่งกฎหมาย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลการทางการศึกษา กรณีเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย (ม.30 (1)) กรณีเป็นผู้ ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถิ่น ตาม ( ม.304)) กรณีเป็นคนไร้ ความสามารถ หรอื จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรอื เปน็ โรคที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. (ม.30(5) (7)) กรณี เป็นกรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื งหรือเป็นเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมอื ง (ม30(8)) หรอื กรณเี ป็นบคุ คล ลม้ ละลาย (ม.30 (9)) แนวทางการปฏบิ ัติ (1) สถานศกึ ษาตรวจสอบคุณสมบัติครผู ู้ช่วย ครู และบุคลากรทางการศึกษาอืน่ ตาม คุณสมบัติในมาตรา (ม.30 (1) (4) (5) (7) (8) หรือ (9) แห่งกฎหมายระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา (2) ผู้อำนวยการสถานศึกษาสั่งใหผ้ ขู้ าดคุณสมบัติ ตามข้อ 1 ออกจากราชการ (3) รายงานการส่ังให้ออกจากราชการไปยังสำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา
53 4) กรณีขาดคุณสมบัติทั่วไป กรณีมีเหตุสงสัยว่าเป็นผู้ไม่เลื่อมใส่ในการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (ม.30 (3) ) แนวทางการปฏิบตั ิ (1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาส่ังแต่งต้ังคณะกรมการสอบสวนเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย วา่ ครูผู้ช่วย ครู และบุคลากรทางการศึกษาอน่ื ผูใ้ ดเปน็ ผู้ขาดคุณสมบัตทิ ั่วไป (ม.30 (3) ) (2) ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษาเสนอผลการสอบสวนตอ่ อ.ก.ค.ศ.เขตพืน้ ที่การศกึ ษา (3) เม่ือ อ.กค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามีมติเห็นว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปตาม มาตรา 30 (3) ใหผ้ ูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษาสง่ั ให้ออกจากราชการ 5) กรณีเหตุอันควรสงสัยว่าหย่อนความสามารถกพร่องในหน้าท่ีราชการหรือประพฤติตนไม่ เหมาะสม แนวทางการปฏบิ ตั ิ (1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาสั่งแตต่ ้ังคณะกรรมการสอบสวนเม่ือครูผชู้ ่วย ครู และบุ คลการทางการศึกษาอ่ืน มีกรณีถูกกล่วหาหรือมีเหตุอัควรสงสัยว่าหน่อยความสามารถในอันที่จะ ปฏบิ ตั หิ น้าท่ีราชการบกพรอ่ งในหนา้ ท่ีราชการหรือประพฤตติ นไมเ่ หมาะสม (2) ถ้าคณะกรมการสอบสวนและผู้อำนวยการสถานศึกษาเห็นว่าครูผู้ช่วยครูและ บคุ ลากรทางการศึกษาอืน่ ไมเ่ ป็นผู้หยอ่ นความสามรถไม่บกพร่องในหนา้ ที่ราชการ หรือเป็นผูป้ ระพฤติ ตนเหมาะสม ให้สั่งยุติเรื่อง แต่ถ้าคณะกรมการสอบสวนและผู้อำนวยการสถานศึกษาเห็นว่าเป็นผู้ หย่อนความสามารถบกพร่องในหน้าที่ราชการหรือประตนไม่หมาะสม ให้ส่งเร่ืองไปยังสำนักงานเขต พืน้ ท่กี ารศกึ ษาเพ่ือเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นทกี่ ารศึกษาพิจารณา (3) เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพ้ืนที่มีมตีให้ผู้น้ันออกจกราชการให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา สัง่ ให้ออกจากราชการเพอ่ื รบั บำเหนจ็ บำนาญเหตทุ ดแทน 5.6 กรณมี มี ลทินมวั หมอง แนวทางการปฏบิ ัติ (1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาส่ังแต่งต้ังคณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรงกรณีมี เหตุอันควรสงสัยอย่างย่ิงว่าครูผู้ช่วย ครู และบุคลากรทางการศึกษาอ่ืนได้มีการกระทำความผิดวินัย อย่างร้ายแรงแต่การสอบสวนไม่ได้ความแน่ชัดพอที่สั่งลงโทษวินัยอย่างร้ายแร ถ้าให้รับราชการต่อไป จะทำใหเ้ สยี หายตอ่ ทางราชการอายา่ งร้ายแรง (2) ผู้อำนวยการสถานศึกษาเสนอผการสอบสวนไปยังสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา เพอื่ เสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาพจิ ารณา
54 (3) เมอื่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นท่ีกรศึกษามมี ติให้ผู้นั้นออกจากราชการเพราะมมี ลทินหรือ มัวหมองกรณีที่ถูกสอบสวนข้างต้น ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาสั่งให้ออกจากราชการเพ่ือรับบำเหน็จ เหตทุ ดแทน 5.7 กรณีได้รับโทษจำคุกโดยคำส่ังของศาลหรือรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกใน ความผิดท่ไี ด้กระทำโดยประมาทหารอื ความผิดลหุโทษ แนวทางการปฏบิ ตั ิ (1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาส่ังให้ออกจากราชการเพ่ือรับบำเหน็จบำนาญเหตุ ทดแทนเม่ือปรากฏว่าครูผู้ช่วย ครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่น ได้รับโทษจำคุกโดยคำส่ังของศาล หรือรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้ให้จำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิด ลหุโทษ (2) รายงานผลการสั่งให้ออกจากราชการไปยังสำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษา ด้าน หิ า งานง ป ะมาณ อนิ สอน บวั เขยี ว (2537 : 164-167) กล่าววา่ งบประมาณ หมายถงึ แผนการดำเนินงานของกจิ การใดกิจการหนึ่งทเ่ี ขียนไวเ้ ปน็ ลายลกั ษณ์ อกั ษรสำหรับระยะใดเวลา หน่ึงในอนาคต งบประมาณเปน็ การวางแผน การจดั หา และการใชท้ รัพยากรที่มีอยอู่ ยา่ งประหยัด แตเ่ กดิ ผลประโยชนอ์ ย่างสูงสดุ ซ่ึงตามปกติกำหนดแผนดังกลา่ วออกเป็นตวั เลข เพ่ือให้หนว่ ยงาน สามารถดำเนินงานได้ผลสำเร็จตามเป้าหมายงบประมาณอาจจะเป็นตัวกำหนดงบการเงินของกิจการ ไว้ลว่ งหนา้ เพ่ือควบคุมการดำเนินงาน โดยมีการวางแผนในระยะเวลาใดชว่ งใดชว่ งหนึ่ง ส่วนใหญอ่ าจ เป็น 6เดอื น1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี หรอื 15 ปี นงลกั ษณ์ สุทธิวัฒนพันธ์ (2544 : 17) ได้นิยามคำว่า งบประมาณ หมายถึง การวางแผนการ บรหิ ารของรัฐบาลโดยแสดงถึงกิจกรรมโครงการท่ีจะจัดทำและหน่วยงานท่ีรับผิดชอบมีการประมาณ ค่าใช้จ่าย และที่มาของรายได้เพ่ือการใช้จ่ายนั้น ๆตามระยะเวลาท่ีแน่นอนท่ีเรียกว่าปีงบประมาณ และเป็นแผนบริหารที่ฝา่ ยบริหารจัดทำขนึ้ เพอื่ เสนอขออนุมตั ิจากรฐั สภา Sherwood (1964 อา้ งถงึ ใน นงลักษณ์ สุทธวิ ัฒนพันธ์, 2544 : 16) ให้ทัศนะว่างบประมาณ คือ แผนเบ็ดเสร็จ ซึ่งแสดงออกในรูปของตัวเงิน แสดงโครงการการดำเนินงานท้ังหมดในระยะเวลา หนึ่ง แผนนี้จะรวมถึงการกะประมาณ บริการ กิจกรรม โครงการ และการใช้จ่าย ตลอดจนทรัพยากร ท่ีจำเป็นในการสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายตามแผนน้ีซ่ึงประกอบด้วยการกระทำ 3 ขนั้ ตอน คอื การจดั เตรียม การอนุมตั ิ และการบริหารงบประมาณ อารีลักษณ์ พงษ์โสภา (2545 : 12) กล่าวว่า งบประมาณ หมายถึง แผนท่ีจัดทำขึ้นเพ่ือเป็น เครอื่ งมอื ทแี่ สดงถงึ นโยบายของผ้บู ริหารในการดำเนินงานและควบคุมเพ่ือให้บรรลวุ ัตถุประสงค์
55 Schiavo – Campo และ Tommasi (1999 อ้างถึงใน ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,2546 : 55) กล่าวถึง งบประมาณว่า รวมถึงรายได้และรายจ่ายทั้งหมดของรัฐบาล ซ่ึงไม่ว่าจะนำไปใช้ใน โครงการอะไรหรือนำมาจากแหลง่ ใดก็ตาม อรัญ ธรรมโน (2548 : 48) ได้ให้ความหมายงบประมาณว่า หมายถึง แผนการด้านรายจ่าย การหารายไดโ้ ดยกำหนดเป็นแผนประจำปี อเนก เธียรถาวร (อา้ งถึงใน พรชยั ลขิ ิตธรรมโรจน์, 2550 : 21) กล่าวว่างบประมาณหมายถึง แผนการเงินของรัฐบาลที่จัดทำขึ้นเพ่ือแสดงรายรับรายจ่ายของโครงการต่าง ๆท่ีกำหนดว่าจะทำใน ระยะเวลาท่ีกำหนด โดยกำหนดเงินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายของแต่ละโครงการว่าจะต้องใช้จ่ายเงิน เป็นจำนวนเท่าใด และจะหาเงินจากทางใดเพ่ือนำมาใชจ้ า่ ยตามโครงการน้ัน ๆ เบญจมาศ ขจรคำ และประจวบ เพ่ิมสุวรรณ (อ้างถึงใน พรชัย ลิขิตธรรมโรจน์,2550 : 21) ได้ให้ความหมายของงบประมาณว่า หมายถึง แผนการเงินซ่ึงแสดงวัตถุประสงค์และจำนวนของ รายจา่ ยและแหล่งทมี่ า และจำนวนของรายรบั ในระยะเวลาหน่ึง ชาญชัย มุสิกนิศากร (อ้างถึงใน พรชัย ลิขิตธรรมโรจน์, 2550 : 21) อธิบายว่างบประมาณ เป็นเอกสารประมาณการรายได้-รายจ่ายที่มีระยะเวลากำหนดจุดเริ่มต้นและส้ินสุดท่ีแน่นอนโดยปกติ 1 ปี เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสนีธรรม (อ้างถึงใน พรชัย ลิขิตธรรมโรจน์, 2550 : 21)ได้นิยามคำว่า งบประมาณว่า หมายถึง แผนการปฏิบัติงานของรัฐบาล แสดงในรูปตัวเงินท่ีเสนอต่อรัฐสภาในช่วง ระยะเวลาหน่ึง สรุปได้ว่า งบประมาณ หมายถึง การกำหนดแผนการใช้จ่ายเงินหรือประมาณการ รายรับ-รายจ่ายล่วงหน้า การจดั สรรทรัพยากรท่ีมีอยอู่ ย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซ่ึงแสดงในรูป ตัวเงินมีระยะเวลากำหนดที่แน่นอน โดยแสดงกิจกรรมหรือโครงการท่ีจะปฏิบัติ ซึ่งแผนน้ีจะรวมถึง การกะประมาณ บริการ กิจกรรม/โครงการ และค่าใช้จ่าย ตลอดจนทรัพยากรที่จำเป็นในการ สนับสนุน การดำเนินงานให้บรรลตุ ามแผน ด้านกา หิ า ง ป ะมาณ 1.1 การจัดทำแผนงบประมาณและคำขอต้ังงบประมาณเพื่อเสนอต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการหรือ เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน แลว้ แตก่ รณี 1) จัดทำขอ้ มูลสารสนเทศทางการเงินของสถานศึกษา ไดแ้ ก่ แผนช้ันเรียน ขอ้ มลู ครูนกั เรยี น และสง่ิ อำนวยความสะดวกของสถานศกึ ษา โดยความรว่ มมอื ของสำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา 2) จดั ทำกรอบงบประมาณรายจ่ายลว่ งหน้า และแผนงบประมาณ 3) เสนอแผนงบประมาณขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานเพ่ือใช้ เปน็ คำขอต้ังงบประมาณต่อสำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษา
56 1.2 การจัดทำแผนปฏิบัติการใช้จ่ายเงินตามที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานโดยตรง 1) จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีและแผนการใช้จ่ายงบประมาณภายใต้ความร่วมมือของ สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา 2) ขอความเห็นชอบแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณต่อคณะกรรมการ สถานศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน 1.3 การอนมุ ตั กิ ารใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รับจดั สรร ผู้อำนวยการสถานศึกษาอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณตามงาน/โครงการที่กำหนดไว้ใน แผนปฏิบตั ิการประจำปี และแผนการใชจ้ า่ ยเงินภายใตค้ วามรว่ มมือของสำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา 1.4 การขอโอนและการขอเปลีย่ นแปลงงบประมาณ 1) ตรวจสอบรายละเอียดรายการงบประมาณท่ีจำเป็นต้องขอโอนหรือเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับสถานศึกษาประเภทที่ 1 เสนอความเห็นชอบคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน แล้ว เสนอ ขอโอนหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณต่อสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษ า เพ่ือ ดำเนินการตอ่ ไป 1.5 การรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณ 1) รายงานผลการดำเนินงาน ผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี ไปยังสำนักงานเขต พน้ื ทก่ี ารศึกษา 1.6 การตรวจสอบติดตามและรายงานการใช้งบประมาณ 1) จัดการให้มีการตรวจสอบและติดตามให้ กลุ่ม ฝ่ายงาน ในสถานศึกษา รายงานผลการ ปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่าย งบประมาณตามแบบท่ีสำนักงบประมาณกำหนด และจัดส่งไปยังสำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาทุกไตร มาส ภายในระยะเวลาทีส่ ำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษากำหนด 2) จดั ทำรายงานประจำปีทแี่ สดงถงึ ความสำเรจ็ ในการปฏบิ ัติงาน และจัดส่งให้สำนกั งานเขต พ้ืนท่กี ารศกึ ษาภายในระยะเวลาท่ีสำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษากำหนด 1.7 การตรวจสอบติดตามและรายงานการใช้ผลผลติ จากงบประมาณ 1) ประเมนิ คุณภาพการปฏิบตั ิงานตามท่ไี ด้รบั มอบหมาย 2) วางแผนประเมนิ ประสทิ ธภิ าพ และประสทิ ธิผลการดำเนินงานของสถานศกึ ษา 3) วิเคราะห์และประเมินความมีประสิทธภิ าพ ประหยดั และความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร ของหน่วยงานในสถานศึกษา 1.8 การระดมทรพั ยากรและการลงทุนเพื่อการศกึ ษา
57 1) วางแผน รณรงค์ ส่งเสริมการระดมทุนการศึกษาและทุนเพ่ือการพัฒนาการศึกษาให้ ดำเนนิ งานไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพและเกิดประสิทธผิ ล คมุ้ คา่ และมคี วามโปรง่ ใส 2) จดั ทำขอ้ มูลสารสนเทศ และระบบการรับจ่ายทุนการศกึ ษาและเพ่ือการพัฒนาการศึกษา ใหด้ ำเนินงานได้อยา่ งมีประสิทธิภาพและเกดิ ประสิทธผิ ล คุ้มคา่ และมคี วามโปร่งใส 3) สรุป รายงาน เผยแพร่ และเชิดชูเกียรติผู้สนับสนุนทุนการศึกษาและทุนเพื่อการพัฒนา สถานศึกษา โดยความชอบของคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน 1.9 การปฏิบตั ิงานอื่นใดตามที่ไดร้ ับมอบหมายเกยี่ วกับกองทนุ เพอื่ การศึกษา 1) จัดทำรายการทรัพยากรเพื่อเป็นสารสนเทศได้แก่แหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษา แหล่ง เรียนรู้ในท้องถิ่นทั้งท่ีเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถ่ิน แหล่งเรียนรู้ที่เป็นสถาน ประกอบการ เพ่ือการรับรู้ของบุคลากรในสถานศึกษา นักเรียนและบุคคลทั่วไปจำได้เกิดการใช้ ทรพั ยากรร่วมกนั ในการจัดการศกึ ษา 2) วางระบบหรอื กำหนดแนวปฏบิ ัตกิ ารใช้ทรัพยากรรว่ มกันกับบุคคล หน่วยงานรฐั บาลและ เอกชนเพื่อใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สุด 3) กระตุ้นให้บุคคลในสถานศึกษาร่วมใช้ทรัพยากรภายในและภายนอก รวมทั้งให้บริการ การใช้ทรัพยากรภายในเพ่ือประโยชนต์ อ่ การเรียนรูแ้ ละสง่ เสริมการศึกษาในชมุ ชน 4) ประสานความร่วมมือกับผู้รับผิดชอบแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรที่มนุษย์สร้าง ทรพั ยากรบุคคลทม่ี ีศกั ยภาพให้การสนับสนนุ การจัดการศกึ ษา 5) ดำเนินการเชิดชูเกียรติบุคคลและหน่วยงานท้ังภาครัฐและเอกชน ที่สนับสนุนการใช้ ทรพั ยากรร่วมกนั เพ่ือการศึกษาของสถานศกึ ษา 1.10 การบริหารจดั การทรพั ยากรเพื่อการศกึ ษา 1) การวางแผนพัสดุล่วงหน้า 3 ปี ให้ดำเนินการตามกระบวนการของการวางแผน งบประมาณ 2) การจัดทำแผนการจัดหาพัสดุให้ฝ่ายที่ทำหน้าที่จดั ซื้อจัดจา้ งเป็นผู้ดำเนินการ โดยให้ฝ่าย ที่ต้องการใช้พัสดุ จัดทำรายละเอียดพัสดุที่ต้องการ คือรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณ ราคา คุณลักษณะเฉพาะ หรือแบบรูปรายการและระยะเวลาที่ต้องการนี้ต้องเป็นไปตามแผนปฏิบัติการ ประจำปี (แผนปฏิบัติงาน) และตามที่ระบุไว้ในเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี สง่ ใหฝ้ ่ายที่ทำหน้าท่ีจดั ซือ้ จัดจ้างเพอ่ื จัดทำแผนการจัดหาพัสดุ 3) ฝ่ายท่ีจัดทำแผนการจัดหาพัสดุทำการรวบรวมข้อมูลรายละเอียดจากฝ่ายท่ีต้องการใช้ พัสดุโดยมีการสอบทานกับแผนปฏิบัติงานและเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี และความเหมาะสมของวิธีการจัดหาว่าควรเป็นการซื้อ การเช่าหรือการจัดทำเองแล้วจำนำ ข้อมูลที่สอบทานแล้วมาจัดทำแผนการจัดหาพัสดุในภาพรวมของสถานศึกษา
58 1.11 การวางแผนพสั ดุ 1) กำหนดแบบรูปรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะเพื่อประกอบการขอต้ังงบประมาณ ส่งให้ สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา 2) กรณีที่เป็นการจัดหาจากเงินนอกงบประมาณให้กำหนดแบบรูปรายการหรือคุณ ลักษณะเฉพาะได้โดยให้พิจารณาจากแบบมาตรฐานก่อนหากไม่เหมาะสมก็ให้กำหน ดตามความ ต้องการโดยยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรมและเปน็ ประโยชนก์ บั ทางราชการ 1.12 การกำหนดรูปแบบรายการ หรือคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์ หรือสิ่งก่อสร้างท่ีใช้เงิน งบประมาณเพ่อื เสนอต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการหรือเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน แล้วแต่กรณี 1.1การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งของที่จะซื้อ/จ้าง ให้ตรงต่อความต้องการหรือให้ ตอบสนองต่อการใช้งาน และเปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบยี บ มตคิ ณะกรรมการ 1.13 การพัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการจดั ทำและจดั หาพสั ดุ 1.1 ศึกษาทำความเข้าใจโปรแกรมระบบข้อมูลพื้นฐานของส่วนกลางให้ชั ดเจน เช่น โปรแกรมข้อมลู นกั เรยี น รายบุคคล โปรแกรมข้อมลู บคุ ลากร โปรแกรมครภุ ัณฑ์และสิ่งกอ่ สรา้ ง ฯลฯ 1.2 วางแผนและจัดเก็บข้อมูลให้เป็นไปตามเวลา และเงื่อนไขโดยมีการสอบทานความ ถูกตอ้ งของขอ้ มูล 1.14 การจดั หาพัสดุ 1) การจัดหาพัสดุถือปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุของส่วนราชการและคำสั่งมอบ อำนาจของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน 2) การจัดทำพัสดุถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาว่าด้วยการให้สถานศึกษารับจัดทำ รบั บรกิ าร 1.15 การควบคมุ ดูแล บำรุงรกั ษาและจำหน่ายพัสดุ 1) จัดทำทะเบียนคุมทรัพยส์ ินและบัญชีวสั ดไุ ม่ว่าจะได้มาดว้ ยการจัดหาหรือการรบั บริจาค 2) ควบคุมพสั ดุให้อยูใ่ นสภาพพรอ้ มการใช้งาน 3) ตรวจสอบพัสดุประจำปี และให้มีการจำหน่ายพัสดุที่ชำรุด เส่ือมสภาพหรือไม่ใช้ใน ราชการอีกต่อไป 4) พัสดุท่ีเปน็ ท่ดี ินหรือส่งิ ก่อสร้าง กรณีที่ไดม้ าดว้ ยเงินงบประมาณใหด้ ำเนนิ การข้ึนทะเบยี น เป็นราชพัสดุ กรณีท่ีได้มาจากการรับบริจาคหรือจากเงินรายได้สถานศึกษาให้ข้ึนทะเบียนเป็น กรรมสทิ ธิข์ องสถานศึกษา 1.16 การจัดหาผลประโยชนจ์ ากทรพั ย์สนิ
59 1) การดำเนินการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินขององค์กร ปกครองส่วนท้องถ่ินนั้น องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นจะต้องดำเนินการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สิน ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน ให้เป็นไปตามหลัก กฎหมายปกครอง กฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนด ต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องด้วย เพราะหากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ไม่ดำเนินการจัดหาประโยชน์ใน ทรพั ย์สนิ ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินตามหลักกฎหมายปกครอง กฎหมายระเบียบ ขอ้ กำหนดต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ก็อาจจะทำให้การดำเนินการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินน้ัน ไม่ชอบด้วยกฎหมายและอาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย แก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นนน้ั และเจา้ หน้าที่ผปู้ ฏบิ ัติที่เก่ียวขอ้ งดว้ ย 1.17 การเบิกเงนิ จากคลงั 1) วงเงินงบประมาณและเงินประจำงวดที่ได้รับอนุมัติตามแผนงานของแต่ละงานหรือ โครงการเพอ่ื มิให้มกี ารใช้จา่ ยเงนิ เกินวงเงนิ ที่ไดร้ ับอนมุ ตั ิและใหเ้ ป็นไปตามแผนงาน 2) ดำเนินการจัดหาหรือก่อหนี้ผูกพัน รวมถึงตรวจสอบเอกสารตามข้อผูกพันที่จะต้อง จ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิ์ให้เป็นไปตามที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวกับการเงิน ซึ่งได้มีการ อนุญาตให้ส่วนราชการผู้ใช้งบประมาณเบิกจ่ายเงินได้ ถ้าหากรายการในหมวดรายจ่ายใดที่ยังไม่ มี กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เก่ียวกับการเงินอนุญาตให้ส่วนราชการผู้ใช้งบประมาณเบิก จ่ายเงินจาก ทางราชการได้ แต่ส่วนราชการผู้ใช้งบประมาณมีความจำเป็นท่ีจะต้องเบิกจ่ายเงิน รายการดังกล่าว เพือ่ นำไปใช้จ่ายกจ็ ะต้องไดร้ บั อนญุ าตจากกระทรวงการคลงั กอ่ น 1.18 การรับเงนิ การเก็บรกั ษาเงนิ และการจ่ายเงนิ 1) การปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงิน และการจ่ายเงินให้ปฏิบัติตามระเบียบท่ีกระทรวงการคลัง กำหนดคือ ระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังในหน้าท่ีของอำเภอ พ.ศ. 2520 โดย สถานศึกษาสามารถกำหนดวิธีปฏิบัติเพ่ิมเติมได้ตามความเหมาะสมแต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบ ดังกล่าว 2) การปฏิบตั ิเกี่ยวกบั การเก็บรกั ษาเงนิ ใหป้ ฏิบัติตามระเบียบท่ีกระทรวงการคลังกำหนดคือ ระเบยี บการเกบ็ รกั ษาเงนิ และการนำเงินสง่ คลังในสว่ นของราชการ พ.ศ. 2520 โดยอนุโลม 1.19 การนำเงินสง่ คลงั 1) การนำเงินส่งคลังให้นำส่งต่อสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ตามระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังในหน้าที่ของอำเภอพ.ศ. 2520 หากนำส่งเป็น เงินสดให้ตัง้ คณะกรรมการนำสง่ เงินดว้ ย 1.20 การจดั ทำบัญชีการเงิน
60 1) ให้จัดทำบัญชีการเงินตามระบบท่ีเคยจัดทำอยู่เดิม คือ ตามระบบท่ีกำหนดไว้ในคู่มือการ บัญชีหน่วยงานย่อย พ.ศ. 2515 หรือตามระบบการควบคุมการเงินของหน่วยงานย่อย พ.ศ. 2544 แลว้ แตก่ รณี 1.21 การจดั ทำรายงานทางการเงินและงบการเงิน 1) จดั ทำรายงานตามท่ีกำหนดในคู่มือการบัญชสี ำหรบั หน่วยงานย่อย พ.ศ. 2515 หรือ ตาม ระบบการควบคมุ การเงนิ ของหนว่ ยงานยอ่ ยพ.ศ. 2515 แลว้ แต่กรณี 2) จดั ทำรายงานการรับจ่ายเงินรายไดส้ ถานศึกษา ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานกำหนด คือ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าด้วยหลักเกณฑ์ อัตราและวิธีการนำเงินรายได้สถานศึกษาไปจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของสถานศึ กษาที่ เป็นนิติบุคคลรายได้สถานศึกษาไปจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการของสถานศึกษาท่ีเป็นนิติบุคคล ใน สงั กดั เขตพื้นท่ีการศึกษา 1.22 การจัดทำหรือจัดหาแบบพมิ พ์บัญชี ทะเบยี น และรายงาน 1) แบบพิมพ์บัญชี ทะเบียนและแบบรายงานให้จัดทำตามแบบท่ีกำหนดในคู่มือการบัญชี สำหรับหน่วยงานยอ่ ย พ.ศ. 2515 หรอื ตามระบบการควบคุมการเงินของหน่วยงานย่อย พ.ศ. 2544 กา ิหา งานท่วไป ความหมายงานบริหารท่วั ไป งานบริหารท่ัวไป หมายถึง การบริหารงานท่ัวไปเป็นงานท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดระบบบริหาร องค์การ ให้การบริหารงานอ่ืน ๆ บรรลุผลตามมาตรฐาน คุณภาพและเป้าหมายท่ีกำหนดไว้ โดยมี บทบาทหลักในการประสาน ส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการบริการงานทุก รปู แบบ ความสำคญั งานบริหารท่ัวไปมีความสำคัญในการสนับสนุน ส่งเสริมการปฎิบัติงานของโรงเรียนให้บรรลุ ตามนโยบาลเเละมาตราฐานการศกึ ษาทโ่ี รงเรยี นไดก้ ำหนดไวต้ ามคณะกรรมการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน 1. กา พฒนา ะ และเค ื ขายข้ มลู า นเทศ กฎหมาย ะเ ีย ข้ งค ป ะกาศ คำ ง่ ทเี่ กี่ยวข้ ง 1) พ.ร.บ.ข้อมลู ข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 2) ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรวี า่ ดว้ ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ. 2544 3) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2546และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2548 4) ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรีวา่ ด้วยการรกั ษาความปลอดภัยแหง่ ชาตพิ .ศ. 2517 5) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ ารวา่ ดว้ ยการประชาสมั พันธแ์ ละการให้ขา้ ราชการ พ.ศ.2548
61 ข้น นกา ดำเนินงาน 1) สำรวจระบบและจัดทำทะเบียนการเช่ือมโยงข้อมูลสารสนเทศกับหน่วยงานหรือองค์กรที่ เกี่ยวขอ้ งและเปน็ ประโยชน์ตอ่ ภารกิจการจดการศึกษาของสถานศึกษา 2) ออกแบบและจัดทำระบบฐานข้อมูลของสถานศึกษา เช่น ฐานข้อมูลนักเรียน ข้อมูล บุคลากร ข้อมูลสื่อการเรียนการสอน ข้อมูลครุภัณฑ์ อาคารสถานท่ี ข้อมูลชุมชน ฯลฯ เพื่อใช้ในการ บริหารจัดการภายในสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับระบบฐานข้อมูลของสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน 3) พฒั นาบุคลากรผู้รบั ผดิ ชอบระบบเครือข่ายข้อมลู สารสนเทศใหม่ความรู้ความสามารถและ ทกั ษะในการปฏิบัตภิ ารกิจและส่งเสริมสนบั สนนุ ให้บคุ ลากรในสถานศึกษาใช้ระบบข้อมลู สารสนเทศ 4) จัดระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศเชื่อมโยงกับสถานศึกษาอ่ืน สำนักงานเขตพ้ืนที่ การศึกษาและสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน 5) นำเสนอและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศเพอื่ การบริหารบริการและการประชาสัมพนั ธ์ 6) ทำการประเมินและประสานงานระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศและปรับปรุงพัฒนาเป็น ระยะ ๆ มหี นา้ ที่ ผดิ ช ดงนี้ 1. จัดทำระบบเครอื ข่ายขอ้ มลู สารสนเทศเพอื่ เชื่อมฐานข้อมลู ภายในโรงเรียน 2. จัดทำเว็บไซต์, Line, facebook และ วารสารประจำเดือนเพ่ือเผยแพร่ข่าวสารของ โรงเรยี น 3. จัดหา Hardware และ Software ให้สามารถรองรบั การปฏิบัติงานด้านธุรการตามระบบ ทกี่ ำหนดให้ 4. ดำเนนิ กิจกรรมตามแผนงาน / โครงการงานเทคโนโลยีสารสนเทศ 5. จัดทำขอ้ มลู สารสนเทศในงานเทคโนโลยสี ารสนเทศ 6. รับผดิ ชอบเอกสารงานเทคโนโลยีสารสนเทศ 7. ดำเนนิ การในส่วนของงบประมาณที่เกี่ยวขอ้ ง 8. ประสานและรว่ มดำเนินงานกบั คณะกรรมการและครูท่ีรับผิดชอบงานทุกชั้นเรยี น 9. รายงานผลการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาระบบข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศเมื่อ ส้นิ ปกี ารศกึ ษา 10. ปฏบิ ตั งิ านอน่ื ๆ ตามทไี่ ด้รับมอบหมาย 2. กา ป ะ านงานและพฒนาเค ื ขายกา ศกึ ษา กฎหมาย ะเ ีย ข้ งค ป ะกาศ คำ ่งทเ่ี กยี่ วข้ ง 1) พ.ร.บ. การศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี2) พ.ศ.2545
62 2) พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ.2546 ขน้ นกา ดำเนนิ งาน 1) กำหนดรูปแบบเครือข่ายและวัตถุประสงค์ในการประสาน ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับ ภารกจิ งานจัดการศึกษา 2) จัดทำแผนประสานงานและพัฒนาเครือข่าย 3) ประสานงานกับหน่วยงานและสถาบันท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือจัดทำ ข้อตกลงและการพัฒนา เครือข่ายรว่ มกัน 4) กำหนดบุคลากรผู้รบั ผิดชอบการประสานงานตามภารกิจอย่างชดั เจน และเหมาะสม 5) ประสานงานกับเครือข่ายการศึกษา เพื่อแสวงหาความร่วมมือความช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน การบรหิ ารและจัดการศึกษาของสถานศึกษา 6) เผยแพรข่ อ้ มลู เครอื ข่ายการศกึ ษาใหบ้ ุคลากรในสถานศกึ ษาและผู้เก่ียวข้องทราบ 7) กำหนดแผนโครงการหรือกิจกรรม เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายการศึกษาท่ี เกีย่ วข้อง กับสถานศึกษา 8) ให้ความร่วมมือและสนับสนุนทางวิชาการแก่เครือข่ายการศึกษาของสถานศึกษาและ สำนกั งาน เขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาอย่างต่อเน่ือง 3. กา วางแผนกา หิ า งานกา ศกึ ษา กฎหมาย ะเ ีย ข้ งค ป ะกาศ คำ ่งท่ีเก่ยี วข้ ง 1) พ.ร.บ. การศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี ก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 2) พระราชบญั ญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 3) พระราชบัญญัตริ ะเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 4) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการบริหารจัดการและขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของ สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ที่เป็นนติ ิบคุ คลในสำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546 5) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการภายในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาข้ัน พน้ื ฐานหรอื ส่วนราชการทีเ่ รยี กชื่ออย่างอื่น พ.ศ. 2547 ข้น นกา ดำเนินงาน 1) กำหนดมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านตามโครงสร้างและตัวชีว้ ัดตามความสำเร็จ 2) วัดและประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานบรรลุตัวชี้วัดระดับดีมากดี พอใช้หรือปรับปรุง
63 3) วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรครายมาตรฐานการปฏิบัติงานเพื่อหาเหตุ ปัจจัยและกำหนดแนวทางการผดุงรักษาการพัฒนาเเละการปรับปรุงตามกรณีจัดทำเป็นข้อเสนอการ จดั ทำแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาและแผนปฏิบัตกิ ารประจำปงี บประมาณ 4) ปรับโครงสร้างการปฏิบัติงานตามข้อมูลการวิเคราะห์ให้รองรับภารกิจท่ีจำเป็นและ นโยบายสำคญั 5) กำหนดประเด็นตัวชวี้ ัดเกณฑ์ความสำเร็จการกำกบั ติดตามให้สอดคล้องกับแผนปฏบิ ตั กิ าร ประจำปีงบประมาณและประเดน็ การประเมนิ ผลตามแผนพฒั นาการศึกษาของสถานศึกษาประจำปี 6) กลุ่มงานและฝ่ายประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานด้วยตนเองและ คณะบริหารสถานศึกษา นโยบายประเด็นพิจารณารับฟังคำชี้แจงเพ่ือประเมินภาพความสำเร็จระดับ สถานศึกษารายมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน 7) จัดทำรายงานและรายงานสาธารณชนเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการ เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายของกานศึกษาและพัฒนาระบบโครงสร้างการ ปฏิบัติงานตอ่ ไป 4 งานวิจยเพ่ื พฒนานโย ายและแผน กฎหมาย ะเ ยี ข้ งค ป ะกาศ คำ ง่ ท่ีเกยี่ วข้ ง 1) พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาตพิ .ศ. 2542 และท่แี กไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ขน้ นกา ดำเนนิ งาน 1. ตรวจสอบ วิเคราะห์ ผลการดำเนินงานตามเป้าหมายผลผลิต ตัวชี้วัดความสำเร็จรายกล ยุทธ์ และมาตรฐานการศึกษาข้ันพ้ืนฐานทย่ี งั ไมบ่ รรลผุ ลสำเร็จ 2. ต้ังประเด็นหรือสมมุติฐาน เพื่อเป็นแนวทางในการหาคำตอบ โดยศึกษาองค์ประกอบ ตัว แปร ของปจั จัยภายนอก ( ชมุ ชน ทอ้ งถน่ิ ) และองค์ประกอบภายในสถานศึกษา 3. ศกึ ษาสภาพปัจจุบันปญั หาตามกรณแี ละดำเนินการวจิ ัยเชิงพฒั นา 4. นำผลการวจิ ยั มาปรับใชใ้ นการจดั ทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 5. กา จด ะ กา หิ า และพฒนา งคก์ กฎหมาย ะเ ีย ข้ งค ป ะกาศ คำ ่ง ที่เก่ยี วข้ ง 1) พระราชบัญญัตริ ะเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 2) พระราชบญั ญตั ิระเบยี บข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 3) พระราชกฤษฎกี าว่าด้วยหลักเกณฑแ์ ละวิธิีการบรหิ ารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546 4) ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารว่าดว้ ยการบรหิ ารจดั การและขอบเขตการปฏิบตั ิหน้าท่ี
64 ของสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐานทีเ่ ปน็ นิตบิ ุคคลในสา นักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษา พ.ศ. 2546 5) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑก์ ารแบ่งสว่ นราชการภายในสถานศึกษาท่จี ัดการศกึ ษา ขั้นพ้ืนฐานหรอื สว่ นราชการท่ีเรยี กช่อื อย่างอ่นื พ.ศ. 2547 6) คู่มอื หรอื แนวทางการจดการความรู้สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศกึ ษา ขน้ นกา ดำเนินงาน การจัดระบบการบริหาร 6. กา พฒนามา ฐานกา ปฏิ ิงาน กฎหมาย ะเ ยี ข้ งค ป ะกาศ คำ ง่ ท่เี กย่ี วข้ ง 1) พระราชบัญญัตริ ะเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547 2) พระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2546 3) มาตรฐานการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน ข้น นกา ดำเนนิ งาน 1) ศกึ ษาระเบยี บ กฎหมาย และมาตรฐานการปฏบิ ัติงาน ทเ่ี กี่ยวข้อง 2) กำหนดมาตรฐานและตัวบ่งชี้หรือดัชนีช้ีวัดผลการปฏิบัติงานของงาน ตามโครงสร้างและ รายบคุ คลโดยการมีสว่ นรว่ มของบคุ คลากรทุกฝา่ ย 3) สร้างความเข้าใจการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยให้เป็นข้อ ตกลงร่วมกันของบุคลากร ทกุ คน 4) สร้างเครอ่ื งมอื ในการประเมินมาตรฐาน ควบคมุ กำกับ ติดตาม การปฏิบัตงิ าน 5) ประเมินการปฏบิ ัติงานตามเครือ่ งมือของสถานศกึ ษาทีจ่ ัดทำข้นึ 6) นำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงพัฒนามาตรฐานและระบบการประเมินผลการ ปฏบิ ัติงานใหม่ประสิทธภิ าพมากขึน้ 7. งานเทคโนโลยเี พ่ื กา ศึกษา กฎหมาย ะเ ีย ข้ งค ป ะกาศ คำ ่ง ท่เี ก่ยี วข้ ง 1) พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติพ.ศ. 2542และทีแ่ กไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 2) หลักเกณฑ์แนวปฏิบัติเกย่ี วกบั การพฒั นาด้านเทคโนโลยีการศึกษา ข้น นกา ดำเนินงาน 1) ศึกษาความตอ้ งการจา เป็นด้านเทคโนโลยีท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการจัดการศึกษาของสถานศกึ ษา 2) วางแผนดำเนินการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษามาใช้ในการบริหารและ พัฒนาการศึกษาของสถานศกึ ษา 3) ระดมการจัดหาเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาในงานดา้ นตา่ งๆ ของสถานศึกษา
65 4) พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการใช้บำรุงรักษาและส่งเสริมสนับสนุนให้ บุคลากรนำเทคโนโลยมี าใช้ในการบริหาร และพัฒนาการศกึ ษา 5) สง่ เสริมใหม่การศึกษาวิจยั และพัฒนาการผลิตสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพอื่ การศึกษา รวมทงั้ เผยแพร่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษา 6) ติดตาม ประเมินผลการใช้เทคโนโลยีการศึกษา เพื่อความคุ้มค่าและเหมาะสมกั บ กระบวนการพฒั นาการจดั การศึกษาของสถานศึกษา 8. กา ดำเนนิ งานธุ กา 1. เก็บรวบรวมเอกสารทง้ั หมดของปเี กา่ ออกจากแฟม้ แล้วเข้าเลม่ โดย หน้าปกพิมพ์เรื่องและ ปี พ.ศ. ของงานไว้ จากน้ันทำสันแฟ้มงานเปลีย่ น ปี พ.ศ. ใหม่ ได้แก่ สันแฟ้มคำส่ังโรงเรียน , สันแฟม้ งาน ผอ. 2. ทุกปี ต้องจดั เตรยี มเอกสารดงั นี้ 2.1 แบบบนั ทกึ ขอเปลีย่ นเวรประจำวัน 2.2 แบบบันทกึ เวรประจำวัน 2.3 แบบบนั ทึกขออนุญาตใช้รถ 2.4 แบบบันทกึ ขอ้ ความภายใน 2.5 แบบบันทึกขออนุญาตไมม่ ารว่ มกจิ กรรม 2.6 แบบขออนุญาตออกนอกโรงเรียน (ไปราชการ) 2.7 แบบขออนุญาตออกนอกโรงเรยี น (ไปกิจธรุ ะส่วนตัว) 2.8 เปลี่ยนเล่มทะเบียนหนังสือรบั และทะเบยี นหนังสอื สง่ 3. งานท่ีตอ้ งทำประจำปกี ารศกึ ษา 3.1 พิมพ์รายชื่อนกั เรยี นช้ันอนุบาล 1 – ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ประจำปกี ารศึกษา ใหม่ 3.2 พิมพ์รายช่ือนักเรียนกิจกรรม 1 คน 1 หน้าท่ี ชั้นอนุบาล 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปี ท่ี 3 3.3 พิมพร์ ายชอ่ื นักเรียนทเี่ ปน็ สมาชิกชุมนมุ ชั้นประถมปีท่ี 4 – ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 3.4 แบบบันทึกรายการออมทรัพย(์ ทำไมเ่ กนิ วันที่ 10 มิถุนายน) 3.5 แบบควบคมุ การแจกจา่ ยนม (ทำไมเ่ กนิ วันที่ 10 มิถนุ ายน) 3.6 แบบควบคมุ การแจกอาหารกลางวนั (ทำไมเ่ กนิ วันที่ 10 มถิ นุ ายน) 3.7 แบบบนั ทึกกิจกรรมแนะแนว (ทำไม่เกนิ วันที่ 10 มิถุนายน) 3.8 แบบบนั ทึกกิจกรรมโฮมรูม (ทำไมเ่ กินวันที่ 10 มิถนุ ายน) 4. งานท่ตี อ้ งทำประจำวัน การลงทะเบยี นรับ - สง่ หนังสอื ราชการ มขี ั้นตอนดังน้ี
66 4.1 จั ด พิ ม พ์ เอ ก ส า ร จ า ก โ ป ร แ ก ร ม Smart Area โ ด ย เข้ า เว็ บ ไ ซ ต์ http://www.aya1.go.th เลอื กทเ่ี มนู Smart Area หรือ http://amss.aya1.go.th/index.php ดังเอกสารแนบ 4.2 กรณีหนังสือรับ ให้พิมพ์หนังสือราชการออกมาและประทับตราลงรับหนังสือ จากนั้น ลงทะเบยี นรับหนังสือในเล่มทะเบียนหนังสอื รบั และนำเอกสารใส่สมดุ เสนอเซ็นเสนอรอง ผอู้ ำนวยการตรวจก่อนนำเสนอผอู้ ำนวยการโรงเรยี น หลงั จากผู้อำนวยการโรงเรยี น เกษียนหนงั สือเสรจ็ ธรุ การจะต้องจัดสง่ เอกสารให้ผูท้ ่ีได้รับมอบหมายเซ็นรับเอกสารในเล่ม ทะเบียนหนังสอื รบั 4.3 กรณีหนังสือส่ง ให้จดั ทำหนังสือราชการทจี่ ะส่งและพิมพห์ นังสือเปน็ 2 ชุด โดย ประทับตราสำเนาคู่ฉบับด้านบนของครุฑ จำนวน 1 ชุด และลงทะเบียนส่งหนังสือในเล่ม ทะเบียน 3 หนังสือส่ง และนำเอกสารใส่สมุดเสนอเซ็นเสนอผู้อำนวยการโรงเรียน หลังจาก นน้ั นำส่งนอกหน่วยงาน เช่น สง่ สพป. อย. 1 , ส่ง อบจ. , ส่งวดั , สง่ สถานทรี่ าชการอ่ืนเป็น ตน้ 4.4 ช่วยงานพัสดุจดั ทำเอกสารจัดซอื้ จัดจ้าง 4.5 งานเลขานกุ ารผอู้ ำนวยการโรงเรียน 4.6 ดแู ลความเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ยของหอ้ งสำนักงาน 4.7 ปฏบิ ตั งิ านอน่ื ๆ ตามทไี่ ด้รับมอบหมาย 5. จดั พิมพเ์ อกสารต่าง ๆ ของโรงเรยี น และสงั่ ซ้อื เคร่อื งใชส้ ำนกั งานในแต่ละเดือน 5.1 บันทกึ ข้อความ 5.2 แบบบนั ทกึ รบั ทราบ 5.3 บันทกึ ขออนมุ ัตถิ ่ายเอกสาร 5.4 บนั ทึกขออนญุ าตไปราชการ 5.5 ใบขอเบกิ เงิน 5.6 คำร้องขอย้าย 5.7 คำร้องขอใบแทนวฒุ ิ 5.8 ขออนุมัติใชเ้ งนิ งบประมาณตามแผน/โครงการ หมายเหตุ แบบฟอรม์ ต่างๆ ดงั เอกสารแนบท้าย 9. กา ดูแล าคา ถานท่แี ละ ภาพแวดล้ ม กฎหมาย ะเ ยี ข้ งค ป ะกาศ คำ ่ง ทีเ่ กี่ยวข้ ง ระเบยี บ กระทรวงศึกษาธิการวา่ ดว้ ยการใช้อาคารสถานท่ขี องสถานศึกษา พ.ศ. 2539
67 ข้อ 4 ผู้ใดประสงค์จะขอใช้อาคารสถานที่ของสถานศกึ ษา ให้ยืน่ คำ ขอต่อหัวหน้าสถานศึกษาน้ันตาม แบบทกี่ ำหนด ข้อ 5 การขอใช้อาคารสถานท่ีอนุญาตให้ใช้เป็นการชั่ว คราวเท่าน้ัน และต้องอยู่ในเง่ือนไข ดังต่อไปน้ี 5.1 ไม่ใช้อาคารสถานท่กี ระทา ในส่ิงผิดกฎหมาย 5.2 ไม่ใช้อาคารสถานท่ีในการแสดงท่ีขัด ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีต่อ ประชาชน 5.3 ไม่ใช้อาคารสถานที่เพ่ือจัดงานร่ืนเริงในรูปแบบต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดเสียงดังจนเป็นเหตุ เดอื ดรอ้ นรำคาญแกผ่ ู้อยู่อาศยั ในบรเิ วณใกลเ้ คียง 5.4 ไม่ใช้อาคารสถานท่ีจัดกิจกรรมบางประเภท เช่น ดิสโกเธค หรือกิจกรรมอืน่ ๆ ในทำนอง เดยี วกนั ในอาคารสถานทข่ี องสถานศกึ ษา 5.5 ไม่ใช้อาคารสถานทีเ่ พอ่ื การอย่างอื่นนอกเหนือไปจากทร่ี ะบุไว้ในคำขออาคารสถานท่ี 5.6 โดยที่สถานศึกษาเป็นสถานที่ราชการ บุคคลอ่ืนจะเข้ามาต้องปฏิบัติตนให้ชอบด้วย วัฒนธรรมและศีลธรรมอันดีตลอดท้ังต้องเชื่อฟังหัวหน้าสถานศึกษา หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย ซ้ึงเป็น ผู้รบั ผิดชอบรกั ษาสถานทน่ี ั้น 5.7 การใช้อาคารสถานที่เพ่ือหาเสียงเลือกต้ังหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมือง จะต้องไม่ กระทบต่อการเรียนการสอนของสถานศึกษาน้ัน ๆ ตอ้ งให้ความเป็นธรรมและเสมอภาคกับ ทุกพรรค การเมอื ง ข้อ 6 ให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาอนุญาตการขอใช้อาคารสถานที่คร้ังละไม่เกินเจ็ด วนั หากเกินกำหนดตอ้ งเสนอตอ่ ผู้มอี ำนาจเพ่ือพิจารณาอนุญาต การอนุญาตให้ใช้อาคารสถานท่ีตามข้อ 5.7จะอนุญาตเป็นระยะเวลาเท่าใด ให้อยู่ในดุลยพินิจของ หัวหน้าสถานศึกษานั้น ข้อ 7 การอนุญาตให้ใช้อาคารสถานท่ีหากเกินอำนาจของหัวหน้าสถานศึกษา ให้ผู้มีอำนาจ ดงั ต่อไปน้เี ปน็ ผู้พจิ ารณาอนญุ าต 7.1 สถานศึกษาสังกัดส่วนกลาง ให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมเจ้าสังกัดหรือหัวหน้าส่วน ราชการทีเ่ รยี กชอ่ื อยา่ งอนื่ ที่มีฐานะเป็นกรม 7.2 สถานศึกษาสังกัดส่วนกลาง ต้ังอยู่ในส่วนภูมิภาคและอยู่ในความควบคุมดูแลของผู้ว่า ราชการจงั หวัดให้เป็นอำนาจผู้วา่ ราชการจังหวัด 7.3 สถานศึกษาสังกัดงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติให้เป็นอำนาจของ ผู้อำนวยการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร หรือผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดแล้วแต่ กรณีผมู้ ีอำนาจอนุญาตให้ใช้อาคารสถานทีอ่ าจมอบหมายผู้เหน็ สมควรอนุญาตแทนกไ็ ด้
68 ข้อ 8 เมื่อปรากฏโดยชัดแจ้งว่าการใช้อาคารสถานท่ีเป็นการผิดเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามทร่ี ะบุไว้ในข้อ 5 ให้ หวั หน้าสถานศึกษาหรือผู้มอี ำนาจอนุญาตสง่ั ระงบั การใช้นัน้ ได้ ข้อ 9 ในระหวา่ งการใช้อาคารสถานท่ีหากเกิดความชำรุดเสียหายแก่ทรัพย์สนิ ท่ีใชน้ ้ัน ผู้ขอใช้ อาคารสถานทตี่ ้องรบั ผิดชอบต่อความชำรุดเสยี หายและจัดการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม ข้อ 10 การขอใชอ้ าคารสถานที่นนั้ ผู้ขอใชต้ อ้ งชำระค่าบำรงุ ดังต่อไปนี้คือ 10.1 คา่ นา้ ค่าไฟ ตามความส้ินเปลอื ง 10.2 คา่ บำรุงอาคารสถานทแ่ี ละอุปกรณ์ 10.3 คา่ ตอบแทนคนงานภารโรง หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้กำหนดค่าบำรุงและอาจพิจารณายกเว้นค่าบำรุงได้และส่งเงินค่าบำรุงเข้า เปน็ เงนิ บำรงุ การศึกษาของสถานศึกษา 10. กา จดทำ ำมะโนผู้เ ยี น 1. ประสานกบั ชุมชนและทอ้ งถนิ่ ในการสำรวจและจดั ทำสำมะโนผู้เรยี นทีจ่ ะเข้ารับบริการ ทางการศกึ ษาของโรงเรยี น 2. เสนอสำมะโนผเู้ รยี นให้เขตพื้นท่ีการศึกษารบั ทราบ 3. จดั ระบบข้อมลู สารสนเทศจากการสำมะโนผเู้ รยี น 4. เสนอขอ้ มลู สารสนเทศการสำมะโนผเู้ รียนของโรงเรียน 5. ปฏิบัตงิ านอืน่ ๆ ตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย 6. รายงานผลการดำเนินงานตามโครงการงานจัดทำสำมะโนผ้เู รียนเมื่อสนิ้ ปีการศึกษา 11. กา นกเ ียน 1. แต่งต้ังคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียน จากผู้ท่ีไม่ได้รับผลประโยชน์จากการรับ นักเรียนและเป็นท่ียอมรับของสาธารณชนในเรื่องหลักธรรมาภิบาลร่วมเป็นกรรมการ โดยขอความ เหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน 2. ประกาศรับสมัครนักเรียนให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย (ฉบับช่ัวคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ พระราชบัญญัติการศึกษาการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพ่ิมเติมทุกฉบับ พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.๒๕๔๕ พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ และแก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๐ และ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เร่ือง การกระจายอำนาจการบริหารและการ จัดการศึกษาของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานไปยังคณะกรรมการ สำนักงานเขต พ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ. ๒๕๕๐
69 นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แนวปฏิบัติของสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ประถมศึกษา 3. สนบั สนุนให้นักเรยี นและผ้ปู กครองมโี อกาสเยยี่ มชมโรงเรยี นเพอ่ื ประกอบการตัดสินใจ 4. ให้โรงเรียนมีบทบาทหน้าท่ีที่จะต้องส่งเสริมให้เด็กท่ีอยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ท้ัง เดก็ ปกติ เด็กพิการ ผู้ด้อยโอกาสและผู้มีความสามรถพิเศษ รวมท้ังผู้ใหญ่ท่ียังไม่จบการศึกษาภาคบังคับได้เข้า เรียนการศกึ ษาภาคบังคับอย่างทัว่ ถงึ 5. ปฏิบตั งิ านอนื่ ๆตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย 6. รายงานผลการดำเนินงามตามโครงการงานรับนักเรียนเมื่อสิ้นโครงการต่อสำนักงานเขต พนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษา 12. กา เ น ความเหน็ เกย่ี วก เ ่ื งกา จด ้ง ยุ วมห ื เลกิ ถานศึกษา ขน้ นกา ดำเนนิ งาน ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดตั้ง รวม หรือเลิกสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2550 ไดก้ ำหนดหลกั เกณฑ์และแนวทางในการพจิ ารณารวมสถานศกึ ษา โดยมขี ั้นตอนและแนวปฏบิ ตั ิ ดังนี้ ะด ถานศกึ ษา 1. การจัดทำข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษาสถานศึกษาจัดทำข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา ประกอบการรวมสถานศึกษาตามแบบข้อมูลพ้ืนฐานของสถานศึกษา 2. การจัดทำแผนการรวมสถานศึกษาสถานศึกษาร่วมกนั จัดทำแผนการรวมสถานศึกษา โดย มีผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง ร่วมกันดำเนินการตามแบบการ รวมสถานศกึ ษา 3. การรับฟงั ความคิดเห็น สถานศึกษาที่จะรวมกันดำเนินการประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นจากผู้ป กครอง นักเรียนและชุมชน และการจัดทำรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น ตามแบบสรุปผลการรับฟัง ความคดิ เห็น ซ่งึ ในการรับฟงั ความคดิ เหน็ นจี้ ะมผี ู้มีสว่ นเกีย่ วขอ้ ง ดังน้ี 3.1 ผบู้ ริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน 3.2 คณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน 3.3 องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น กำนนั ผใู้ หญบ่ ้าน 3.4 ผปู้ กครอง ชมุ ชน ศษิ ย์เกา่ 3.5 ผูน้ ำทางการศกึ ษา ผู้นำศาสนา 4. การเสนอแผนการรวมสถานศกึ ษา
70 สถานศึกษาท่ีจะรวมกันเสนอแผนการรวมสถานศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษาข้ัน พ้ืนฐานและจัดส่งแผนการรวมสถานศึกษาให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานำเสนอคณะกรรมการ ศกึ ษาจังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา (เดิมเสนอคณะกรรมการเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษา) 5. การรวมสถานศกึ ษา เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา(เดิมเสนอ คณะกรรมการเขตพน้ื ที่การศึกษา) ใหส้ ถานศกึ ษาดำเนินการรวมสถานศกึ ษา 13. กา ป ะ านกา จดกา ศกึ ษาใน ะ น ก ะ และ าม ธยาศย 1. ศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย ตลอดจนขอบข่าย ภารกิจของ สถานศึกษาและหน่วยงานทเี่ กีย่ วขอ้ ง 2. สำรวจความต้องการในการเข้ารับการบริการศึกษาและความพร้อมของสถานศึกษาและ ชุมชนเพ่อื เสนอ นโยบายการจัดการศกึ ษาทุกรปู แบบ ทง้ั ในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศยั 3. กำหนดแนวทางและความเช่อื มโยงในการจัดการและพัฒนาการศกึ ษาของสถานศกึ ษา ท้ัง การศึกษาใน ระบบ การศึกษานอกระบบ และการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ตามความต้องการของ ผูเ้ รียนและทอ้ งถิ่นที่ สอดคล้องกับแนวทางของสำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษา 4. ดำเนินการจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหน่ึงหรือทั้ง 3 รูปแบบตามความเหมาะสม และศักยภาพของ สถานศึกษา รวมทั้งเช่ือมโยงประสานความร่วมมือและส่งเสริมสนับสนุนการจัด การศกึ ษาของบคุ คล ชุมชน องค์กร หนว่ ยงานและสถาบันสงั คมอ่ืนท่ีจดั การศึกษา 5. ตดิ ตามประเมินผลการจัดการศกึ ษาท้ังในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศยั เพ่ือปรับปรุง แกไ้ ขและ พฒั นาให้มีประสทิ ธภิ าพ 14. กา ะดมท พยาก เพื่ กา ศกึ ษา การระดมทรัพยากรทางการศึกษา เป็นการระดมสรรพกำลังทุกส่วนในสังคมเพ่ือการจัด การศึกษา ทุกส่วนของสังคมได้แก่ ครอบครัว ชุมชน รัฐ เอกชน องค์กรชุมชนและส่ือมวลชน จะต้อง ตระหนักสำนึก รับผิดชอบร่วมกันในการจัดการศึกษาทุกขั้นตอนแทนการผลักภาระให้เป็นความ รับผิดชอบของรฐั เพยี งอย่างเดยี ว แต่รฐั ต้องมีเจตจำนงท่ีแน่วแน่และจริงจังเพราะการศกึ ษาเป็นหัวใจ ของการพัฒนาประเทศ เป็นโครงสร้างพ้ืนฐาน ทางสติปัญญาท่ีสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลและความ เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของสังคมและประเทศชาติโดย ส่วนรวม (รุ่ง แก้วแดง,2546) หรืออาจ กล่าวได้ว่าการระดมทรัพยากร หมายถึงการแสวงหาการนำมา การรวบรวม และการขอรับการ สนับสนุนทรัพยากรท่ีใช้ในการบริหารจัดการศึกษาหรือขอความร่วมมือ หรือประสาน ความร่วมมือ จากแหล่างต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินการบริหารจัดการศึกษา ซ่ึงทรัพยากรทางการศึกษา ทัง้ ที่เป็นเงินและไม่ใช่เงิน (หมายถึง บุคคล ภูมิปัญญา แรงงาน ความรู้ เทคโนโลยี/นวัตกรรม สื่อการ เรียน วัสดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งแตง่ กาย ครุภณั ฑ์ สงิ่ ก่อสรา้ ง เปน็ ต้น) การระดมทรัพยากรเพ่ือการศึกษาเป็นหน้าที่ของหน่วยงานทางการศึกษาที่ต้องขอรับการ สนับสนุน ทรัพยากรจากทุกภาคส่วนเพื่อใช้ในการบริหารจัดการศึกษา การระดมทรัพยากรทาง การศึกษาหน่วยงานทาง การศึกษา ต้องกำหนดแนวคิด หลักการ และกลยุทธ์ และวิธีการระดม ทรัพยากรทางการศึกษาให้ชัดเจน ดังกรณี ตัวอย่าง การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาของ สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
71 15. กา ทศนศกึ ษา กฎหมาย ะเ ยี ข้ งค ป ะกาศ คำ ง่ ท่ีเก่ยี วข้ ง ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2548 การพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา หมายความว่า การที่ครู อาจารย์ หรือ หวั หน้า สถานศกึ ษา พานักเรยี นและนักศึกษาไปทำกจิ กรรมการเรยี นการสอนนอกสถานศึกษา ต้ังแต่ สองคนข้ึนไป ซึ่งอาจไปเวลาเปิดทำการสอนหรือไม่ก็ได้แต่ไม่รวมถึงการเดินทางไกลและการเข้าค่าย พักแรมของลกู เสอื ยุวกาชาด และเนตรนารีและการไปนอกสถานท่ีตามคำส่ังในทางราชการ หลกเกณฑ์ละเข้าปฏิ ิในกา พานกเ ียนไปน ก ถานศึกษา พ.ศ. 2548 มีข้ึน นกา ปฏิ ดิ งน้ี 1) การพาไปนอกสถานศกึ ษาไมค่ ้างคืน ครูผู้รบั ผิดชอบโครงการทำเรือ่ งเสนอผบู้ ริหารสถานศกึ ษาพจิ ารณาอนญุ าต 2) การพาไปนอกสถานศกึ ษาค้างคนื ครูผู้รับผิดชอบโครงการทำเรื่องเสนอผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเร่ืองเข้าสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา เพอ่ื ผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาพจิ ารณาอนุญาต 3) การพาไปนอกราชอาณาจักร ครูผู้รับผิดชอบโครงการทำเรื่องเสนอผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเรื่องเข้าสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา เพอื่ ดำเนนิ การตามขั้นตอน ข้ กำหนด าม ะเ ยี ทีค่ ว ท า 1) ครูผ้คู วบคุมจำเป็นตอ้ งมีครทู เ่ี ปน็ ผู้ช่วยผู้ควบคุม เพ่ือดแู ลในการเดนิ ทาง โดยกำหนดให้ครู หนง่ึ คนต่อนกั เรียนไม่เกนิ 30คน 2) ทำการขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง เพ่ือขอคำแนะนำหรือ ขอความรว่ มมอื และต้องทำปา้ ยแสดงให้เห็นวา่ ยานพาหนะนั้นบรรทกุ นกั เรยี น ในการดำเนินการทุกข้นั ตอน ตอ้ งทำการขออนญุ าตผู้ปกครองของนักเรียนทกุ ครง้ั และหลงั จากกลบั มา ต้องรายงานผลการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศกึ ษาใหก้ บั ผู้ส่งั อนญุ าตทราบ 16. งานกิจกา นกเ ยี น งผู้ ำนวยกา กลุมงาน ิหา กิจกา นกเ ยี น 1. เป็นทปี่ รึกษาของผู้อำนวยการเก่ยี วกบั กลมุ่ งานบรหิ ารกิจการนักเรียน 2. ร่วมจัดทำแผนงาน/โครงการ วางแผนการดำเนินงานและกำหนดปฏิทินกลุ่มงานบริหาร กิจการนกั เรียน 3. กำกับ นิเทศ ติดตามงานทุกงานกลุ่มงานบริหารกิจการนักเรียนให้ดำเนินไปอย่างเป็น ระบบตามระเบียบของทางราชการและตามแผนงาน/โครงการ
72 4. กำกับ ดูแล กลั่นกรองเอกสาร ในสำนักงานกลุ่มงานบริหารกิจการนักเรียน เสนอความ คดิ เหน็ เพอื่ ปฏิบัตหิ รือสั่งการอนุญาตหรอื อนุมตั ิแลว้ แต่กรณี 5. เป็นกรรมการพิจารณาความผิดของนักเรียนที่ประพฤติผิดระเบียบวินัยของโรงเรียนกับ คณะกรรมการกลุม่ งานบรหิ ารกจิ การนกั เรียน 6. ให้คำแนะนำในด้านความประพฤติของนักเรียน และครู-อาจารย์ให้สามารถปรับตัวเข้ากับ สังคม และระเบยี บ วฒั นธรรมประเพณี 7. วางแผนป้องกนั ควบคมุ และการแกป้ ัญหา การมาโรงเรียนของนักเรียน และพฤตกิ รรมท่ี ไม่ เหมาะสมกบั สภาพนักเรียน 8. วางแผนการปฏบิ ตั ิงานเกยี่ วกบั ระเบียบวินัย 9. บรหิ ารและบงั คบั บัญชาตามสายงานท่รี บั ผิดชอบ 10. วางแผนและจัดให้มีการรวบรวมข้อมูล สถิติเกี่ยวกับงานกลุ่มงานบริหารกิจการนักเรียน ใหเ้ ป็นปจั จบุ นั เพอื่ ป้องกันและแก้ไข 11. ติดตอ่ ประสานงานกับผปู้ กครอง ตดิ ตามแกไ้ ขพฤติกรรมที่ไมเ่ หมาะสมของนักเรียน 12. ออกเยีย่ มบ้านนักเรียนที่มปี ญั หาตามโอกาสอันควร 13. ช่วยเหลอื และใหบ้ รกิ ารนกั เรยี นทม่ี ีปัญหาตามโอกาสอันควร 14. จัดทำสถติ ิ รวบรวมข้อมูลเกย่ี วกับพฤตกิ รรมของนกั เรยี นเพ่ือแก้ไขปรังปรงุ ต่อไป 15. ตดิ ตามและประเมินผลงานฝา่ ยกจิ การนักเรียนและรายงานตามสายงาน 16. ปฏิบัติหน้าท่ีอน่ื ตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย งาน กษาวนิ ยและแก้ไขพฤ กิ มทไี่ มพงึ ป ะ งคข์ งนกเ ยี น 1. จัดทำข้อมลู นกั เรียนท่ีมคี วามประพฤตไิ มเ่ หมาะสม 2. จัดให้มีการกำหนดวธิ กี ารแก้ไขพฤตกิ รรมที่ไมเ่ หมาะสมของนักเรียน 3. จดั ทำหลกั ฐานการแก้ไขพฤตกิ รรมตามวิธกี ารทก่ี ำหนด 4. ตดิ ตามเร่งรดั การมาโรงเรยี น การเข้าห้องเรียน ของนกั เรยี น 5. ควบคุม กำกับดูแล เอาใจใส่ แกไ้ ข นกั เรียนทีม่ ีความประพฤติไม่เหมาะสม 6. ประสานงานกับฝ่ายแนะแนวของโรงเรียน ร่วมแก้ไข นักเรียนที่มีความประพฤติไม่ เหมาะสมของนกั เรยี น 7. ประสานกับผู้ปกครอง ครูประจำชั้น เพื่อร่วมแก้ไขพฤติกรรมนักเรียนที่มีพฤติกรรมท่ีไม่ เหมาะสม 8. จัดทำเอกสารเพอ่ื คดั กรองนกั เรียน 9. การตดิ ตามประเมนิ ผลและรายงานใหผ้ บู้ ังคับบัญชาทราบ 10. ปฏิบัตงิ านอนื่ ทไี่ ด้รับมอบหมาย
73 งาน งเ ิมป ะชาธปิ ไ ยและ ภานกเ ยี น 1. จัดทำเอกสารช้ีแจง เผยแพรห่ ลกั การของประชาธปิ ไตยโรงเรียน 2. จดั ใหม้ หี ลักฐานการจดั กิจกรรมสง่ เสริมประชาธปิ ไตย 3. ประสานกับครูของโรงเรียน/ฝ่ายต่างๆเพ่ือจัดกิจกรรมคณะกรรมการนักเรียน ให้ สอดคล้องกับนโยบาย ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน 4.สนับสนนุ ส่งเสริมใหม้ บี รรยากาศของประชาธปิ ไตยในโรงเรยี นอยา่ งเด่นชดั 5. จัดให้มีการเลือกตง้ั คณะกรรมการนักเรียนปีละ 1 คร้งั 6. ร่วมกับคณะกรรมการสภานักเรียน เป็นท่ีปรึกษาในการประชุม ตลอดทั้งวางแผนงาน/ โครงการสำหรับปฏิบัตงิ านของคณะกรรมการสภานักเรียน 7. ประสานกับนักเรียนในการทำความเข้าใจในกิจการของโรงเรียน เพื่อความสามัคคี การ เคารพนบนอบ ของนักเรยี นต่อครู 8. สง่ เสรมิ ให้คำปรกึ ษา แนะนำ เกีย่ วกับการทำกจิ กรรมของคณะกรรมการนกั เรยี นให้อยใู่ น ขอบข่ายที่เหมาะสม และไมข่ ัดต่อระเบียบของโรงเรียน 9. จดั ทำคู่มอื คณะกรรมการสภานักเรียน 10. ส่งเสริมให้นักเรียนจัดกิจกรรมและเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญของชาติ/ศาสนา / พระมหากษัตรยิ ์และความเป็นไทย เพอ่ื แสดงออกในด้านประชาธปิ ไตย 11. ให้โอกาสครู นักเรยี น แสดงความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะต่อโรงเรียน 12. ติดตามประเมนิ ผล และรายงานผลใหผ้ ู้บรหิ ารทราบ งานป้ งกนแกไ้ ขปั หา า เ พ ดิ /เ ด ์ และกา ก ะทำท่ผี ดิ กฎหมาย ผดิ วนิ ย 1. จดั ทำสถิตขิ ้อมลู นกั เรียนท่ีมพี ฤติกรรมเก่ียวข้องกับสารเสพตดิ ชนดิ ต่างๆ 2. ประสานงานกับครปู ระจำชัน้ และผปู้ กครองนกั เรียนกล่มุ เสี่ยง 3. การวางแผน สรา้ งเครอื ข่ายเฝ้าระวัง 4. การตรวจค้นหาสารเสพตดิ และสงิ่ ผิดกฎหมาย 5. การสุ่มตรวจปัสสาวะนกั เรียนกลมุ่ เสย่ี ง 6. ร่วมมอื กับชุมชนในการรณรงค์ตอ่ ตา้ นยาเสพตดิ และโรคเอดส์ 7. ดำเนนิ การอบรมนักเรยี นกลมุ่ เส่ยี ง 8. จัดใหม้ กี ิจกรรมสง่ เสริมเวลาว่างใหเ้ กิดประโยชนเ์ ช่น กิจกรรมลานกีฬาตา้ นยาเสพติด 9. การใหค้ ำปรกึ ษาเป็นรายบคุ คล 10. การรายงานขอ้ มลู ยาเสพติดให้หนว่ ยงานที่เกีย่ วข้อง 11. การติดตามประเมินผลและรายงานให้ผู้บังคบั บัญชาทราบ 12. ปฏบิ ัติงานอืน่ ทไี่ ด้รบั มอบหมาย
74 13. จดั ทำข้อมูลสถิตนิ กั เรียนกลุ่มมพี ฤติกรรมเส่ียงต่อการตดิ เชอ้ื เอดส์ 14. ประสานงานกบั ครูท่ีปรึกษาและผปู้ กครองนักเรียนกลมุ่ เสยี่ ง 15. เฝ้าระวงั การระบาดของสถานการณ์เอดส์ 16. ร่วมมือกบั ชุมชนในการรณรงค์ตอ่ ตา้ นโรคเอดส์ 17. จัดกิจกรรมรณรงคใ์ ห้ความรู้แกน่ ักเรียนในการป้องกันโรคเอดส์ 18. การใหค้ ำปรึกษานกั เรียนเป็นรายบุคคล 19. ตดิ ต่อและประสานงานกับหนว่ ยงานท่เี กย่ี วข้อง 20. การติดตามและประเมนิ ผลการดำเนนิ งานให้ผบู้ ังคบั บญั ชาทราบ งานแนะแนวเพื่ กา ศึกษา และ าชีพ 1. รับสง่ ตอ่ นกั เรียนจากครทู ปี่ รึกษาตามระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น 2. ให้การบริการ ด้านการให้คำปรึกษา และช่วยเหลือแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ในด้าน การเรียน , การศกึ ษาต่อ , การประกอบอาชพี , ทนุ การศึกษา , การพฒั นาทกั ษะชวี ิตและสังคม 3. ดำเนินการประสานงานกับฝ่ายอื่นๆ เพื่อให้นักเรียนได้รับประโยชน์จากกระบวนการแนะ แนว 4. จัดปา้ ยนเิ ทศ ข้อมลู ขา่ วสาร ด้านการแนะแนวอย่างตอ่ เน่อื ง ทนั เหตุการณ์ 5. ร่วมกบั สมาคมผปู้ กครอง – ครู โรงเรียน ในการจัดหาทุนการศกึ ษา 6. ดำเนินการคดั เลอื กนกั เรยี นเพอ่ื เข้ารบั ทุนการศึกษาประจำปี 7. จดั กิจกรรมคาบแนะแนว จดั หลักสูตรและคมู่ ือการดำเนนิ การด้านกิจกรรมแนะแนว 8. ตดิ ตามนกั เรยี นทีจ่ บการศกึ ษา ในดา้ นการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ 9. รายงานผลนักเรียนรับทุนการศกึ ษา ข้อมูลสถติ ขิ องงานแนะแนวตอ่ ผู้บรหิ ารสถานศึกษา 10. ประสานความร่วมมือกับครูที่ปรึกษาเพ่ือคัดเลือกนักเรียนให้ได้รับทุนปัจจัยพื้นฐานตาม ความเหมาะสม 11. ปฏบิ ตั ิหนา้ ทอี่ ่นื ๆ ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย งานพฒนา ะ ดแู ลชวยเหลื นกเ ียน 1. จดั ทำคำสัง่ แต่งตง้ั คณะกรรมการระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรียนของโรงเรยี น 2. จัดทำเอกสารทเี่ กี่ยวข้องกับระบบดูแลช่วยเหลือนกั เรียนใหก้ บั ครูที่ปรกึ ษา 3. ตรวจสอบการโฮมรมู ของครทู ี่ปรึกษาประจำชั้นเกีย่ วกบั ระบบดูแลชว่ ยเหลือนักเรยี น 4. ปฐมนเิ ทศนักเรียนทุกระดบั ช้นั 5. จดั ใหม้ ีการประชุมผูป้ กครองนักเรยี น ในชนั้ เรียนภาคเรยี นละ 1 ครัง้ 6. ประสานงานกับหวั หน้าระดับชน้ั ในการกำกับดแู ลการปฏบิ ตั ิงานของครทู ีป่ รึกษา 7. ประสานครทู ีป่ รกึ ษาเพือ่ ออกเยีย่ มบา้ นนักเรียนตามความเหมาะสม
75 8. ตดิ ตาม สรปุ ประเมินผล และรายงานการดำเนนิ งาน / โครงการต่อผทู้ ีเ่ ก่ียวขอ้ ง 9. ปฏิบตั ิงานอ่นื ทีไ่ ด้รับมอบหมาย กลมุ งานป้ งกน ุ ิเห ุนกเ ยี น จ าจ 1. จัดทำข้อมลู ผู้ใชร้ ถจกั รยานยนตใ์ นโรงเรียน 2. รวบรวมข้อมูลนกั เรยี นทีเ่ ดนิ ทางมาด้วยรถโดยสาร 3. ดูแลการเดินทางมาโรงเรียนท้งั ไปและกลับของนกั เรียน 4. ให้ความรใู้ นการขบั ขรี่ ถจักรยานยนตอ์ ย่างถูกตอ้ งตามกฎจราจร 5. จัดระเบยี บการใชย้ านพาหนะของนักเรยี นและครบู ุคลากรในสถานศึกษา 6. รณรงคแ์ ละอำนวยความสะดวกประสานกับเจ้าหน้าท่ีสำนักงานขนส่งจัดทำใบอนุญาตขับ ขร่ี ถจกั รยานยนต์และรถยนต์ 7. กำกบั ดูแลรณรงค์ นักเรียน ครู และบุคลากรใหส้ วมใสห่ มวกนิรภยั และรักษาวนิ ยั จราจร 8. ควบคุมการออกนอกบริเวณโรงเรียนของนักเรียนร่วมกับครปู ระจำชั้น หัวหน้าระดับ และ ครเู วรประจำวัน 9. ปฏิบัติงานอื่นๆทไี่ ดร้ ับมอบหมาย งานหวหน้า ะด 1. ออกคำสั่งแต่งตั้งหวั หนา้ ระดบั และครูที่ปรึกษาประจำชัน้ ในแต่ละปกี ารศึกษา 2. ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับงานกิจการนักเรียนในระดับช้ัน ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน ท่ี กำหนด 3. ประสานงานกับครูท่ีปรึกษา และผู้ปกครองนักเรียน เพื่อร่วมแก้ไขพัฒนานักเรียนที่มี พฤตกิ รรมทไ่ี ม่เหมาะสมกับสภาพนกั เรยี น 4. ช้ีแจง กฎระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียนให้นักเรียนในระดับให้เข้าใจและชัดเจน ง่ายต่อ การ ปฏิบัติ 5. อบรม ตรวจ ควบคุมดูแล แกไ้ ข เกย่ี วกบั ความประพฤติของนักเรยี นในระดับ 6. จัดทำระเบยี นความประพฤติ ตรวจเชค็ ควบคมุ การเข้าร่วมกิจกรรม สถติ กิ ารมาสาย การ ขอ อนญุ าตออกนอกบรเิ วณโรงเรียนเป็นปัจจุบัน 7. ควบคุม กำกับดูแลการมาเรียน การลา การมาสายของนักเรียน โดยส่งหนังสือถึง ผปู้ กครองเมอ่ื นกั เรยี นขาดเรียน 3 วนั ขึ้นไป 8. จัดแบ่งนักเรียน ครู ไปร่วมพิธีหรือกิจกรรมกับทางราชการ ทั้งรัฐพิธีและราชพิธีหรือ กจิ กรรมกบั ทางราชการ ทง้ั รฐั พิธแี ละราชพิธี 9. ติดตาม สรุป ประเมนิ ผล และรายงานการดำเนนิ งาน / โครงการตอ่ ผทู้ ่ีเกี่ยวข้อง 10. ปฏบิ ตั ิงานอืน่ ๆทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
76 ค ูท่ีป ึกษา 1. รว่ มพิธีกิจกรรมหน้าเสาธง กำกับดูแล ควบคุมการเข้าแถว สวดมนต์ ร้องเพลงชาติ การ เดินแถวเข้าช้ันเรียนของนักเรียน พร้อมท้ังบันทึกการมาเข้าแถว การเข้าร่วมกิจกรรมที่ จดั ข้ึนในสมุดสำรวจการเข้ารว่ มกจิ กรรมทุก ครง้ั ทีม่ ีกจิ กรรม 2. เข้าโฮมรูม อบรมนักเรียน พร้อมทั้งบันทึกการเข้าโฮมรูมของนักเรียน เรื่องท่ีอบรม แนะนำนกั เรียนทกุ วัน 3. จัดทำระเบียนความประพฤติ และชี้แจงเก่ียวกับกฎระเบียบวินัย ข้อบังคับ ให้นักเรียน เข้าใจและชัดเจนง่ายตอ่ การปฏิบัติ 4. ควบคุม กำกับดแู ล แก้ไข ให้คำแนะนำนักเรยี นในช้ันเกี่ยวกับความประพฤติการแตง่ กาย การมา เรยี น ฯลฯ โดยประสานงานกับหวั หน้าระดับ และ ผู้ปกครองในกรณีท่ีนกั เรียนมี ปัญหา 5. ดูแลการทำความสะอาดห้องเรียน ของนักเรียนที่เป็นเวรประจำวัน ตลอดท้ังการจัดโต๊ะ เก้าอี้ให้เป็น ระเบียบ และควบคุม ส่งเสริมการจัดบอร์ด เร่ืองที่น่าสนใจ มีประโยชน์ต่อ การศึกษา หรือ วนั สำคัญทางราชการ และ ศาสนา 6. ติดตามผลการเรียนของนักเรียน โดยเฉพาะอย่างย่ิงนักเรียนที่ติด 0,ร,มส,มผ ทั้งต้อง ประสานงานกบั ฝา่ ยวดั ผล ฝ่ายแนะแนว และผู้ปกครอง 7. ชี้แจงและทำความเข้าใจเก่ียวกับการตัดสินผลการเรียน การจบหลักสูตร การเลือกกลุ่ม การเรียน การ ทำกิจกรรมในคาบอิสระ กิจกรรมชุมนุม ฯลฯ ให้นักเรียนทราบอย่าง ชัดเจน 8. อบรม ตักเตือน และทำโทษนักเรียนตามระเบียบบทลงโทษที่โรงเรียนกำหนด เม่ือ นกั เรียนประพฤติ ผดิ ระเบยี บวนิ ัยของโรงเรยี น 9. เป็นท่ีปรึกษานักเรียนให้กับนักเรียนในความรับผิดชอบ เพื่อป้องกัน แก้ไข และส่งเสริม ให้นักเรียนมี พฤตกิ รรมทดี่ ี 10. ตรวจตราดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยของนักเรียนเช่น ความสะอาดของนักเรียน ความ สะอาดของ เคร่ืองแต่งกาย หอ้ งเรียน การรับประทานอาหาร สขุ ภาพ อนามยั ความเป็น ระเบยี บอน่ื ๆ 11. อบรมให้นักเรียนรู้จักวิธีใช้สิ่งของส่วนรวม เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ประตู ห้องน้ำ ห้องส้วม ฯลฯ ให้ถูกวิธี 12. ตรวจค้น ตรวจหา ส่ิงของต้องห้าม ผิดกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับของโรงเรียนนักเรียน ในที่ ปรกึ ษาสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกระทำผิดหรือไม่เหมาะสมกับสภาพ นักเรียน
77 13. จดั ทำสมดุ รายงานประจำตัวนักเรียนให้เรยี บรอ้ ย ถกู ต้อง และส่งผู้ปกครองใหท้ ันเวลา 14. เป็นตวั อย่างที่ดแี ก่นักเรยี นด้านการแต่งกาย ประพฤตปิ ฏิบัติตนเหมาะสม วางตวั เป็นครู ท่ีดี ตลอดเวลา 15. ตดิ ตาม สรุป ประเมนิ ผล และรายงานการดำเนนิ งาน / โครงการต่อผู้ท่เี กีย่ วขอ้ ง 16. ปฏบิ ตั ิงานอน่ื ๆ ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย คณะก มกา นกเ ยี น (คณะก มกา ภานกเ ยี น) 1. เป็นตวั แทนของนกั เรียนในการร่วมทำกิจกรรมของโรงเรยี น-ชุมชน 2. ประสานงานระหว่างนกั เรียนกบั ครใู นโรงเรยี นในกิจการงานของโรงเรยี น 3. ริเริ่มและจัดทำโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน นักเรียน และชุมชนตามความ เหน็ ชอบ ของผู้บรหิ ารโรงเรียน 4. เผยแพร่หลักการประชาธิปไตยให้นักเรียนทราบโดยทั่วกัน โดยมีหลักการปฏิบัติและ ต่อเน่อื ง 5. ร่วมกับกิจการนักเรียนของโรงเรียนในการเสนอปรับปรุงระเบียบ ข้อบังคับที่ไม่ขัดต่อ ระเบยี บขอ้ บังคบั ของทางโรงเรียน 6. ประพฤติตนเป็นแบบอย่างท่ีดีทั้งในด้านการเรียน การเสียสละ การเข้าร่วมกิจกรรมการ ให้ความร่วมมอื การเคารพกฎระเบยี บข้อบงั คับ ฯลฯ 7. ให้ความร่วมมือกับฝ่ายกิจการนักเรียนเกี่ยวกับการควบคุมการเข้าแถวการสอดส่อง นกั เรยี นทีม่ ี ความประพฤตไิ ม่เหมาะสม 8. ร่วมกับฝ่ายวิชาการและงานแนะแนวเพ่ือช่วยเผยแพร่การศึกษาต่อ กระตุ้นเตือนเพื่อนๆ ท่ตี ิด \"0\", \"ร\", \"มส\", \"มผ\" ใหร้ บี แกเ้ พือ่ ผลการจบการศกึ ษา 9. ระเบียบข้อบังคับต่างๆที่คณะกรรมการนักเรียนร่างข้ึน และปรับปรุงออกใช้ในเรื่องต่างๆ จะต้อง เสนอผ่านครูที่ปรึกษา คณะกรรมการนักเรียน รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารกิจการ นักเรียน ท้ังนโ้ี ดยความเหน็ ชอบ ของผู้อำนวยการอนุมตั กิ ่อน จงึ ประกาศใชไ้ ด้ 10. ตดิ ตาม สรปุ ประเมินผล และรายงานการดำเนนิ งาน / โครงการตอ่ ผูท้ ่ีเก่ยี วข้อง 11. ปฏบิ ัติงานอนื่ ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย งานเว ป ะจำวน 1. จัดทำคำส่ังเวรประจำวนั สมุดบนั ทึกเวรประจำวนั สมุดบันทึกนักเรียนมาสาย โดยยดึ หลัก ความเหมาะสม 2. ตรวจสอบความสะอาดเรยี บรอ้ ยทัว่ ไปทงั้ ภายในและนอกสถานศกึ ษา 3. จัดทำบันทกึ สถติ ิ การขาด ลา มาสาย ของนักเรียนและเหตุการณ์ประจำวนั และให้ความ เห็นชอบ อนุญาต หรือไม่อนญุ าตในการออกนอกสถานศึกษาของนักเรียนในแต่ละวัน
78 4. ตรวจตราหรือวา่ กล่าวตักเตือนนกั เรียนที่กระทำผดิ ระเบยี บของสถานศึกษา และแจง้ ให้ครู ปรกึ ษา หรอื ฝา่ ยปกครองหรือผู้ท่ผี ูอ้ ำนวยการมอบหมายเพื่อพิจารณาโทษต่อไป 5. มาปฏิบัติหน้าท่ีครูเวรประจำวันก่อนเวลาเร่ิมต้นทำการปกติ และต้องรออยู่จนกว่า นกั เรียนจะกลบั หมดหรืออย่างช้าหลงั หมดเวลาเลกิ เรยี น 10 นาที 6. รับผิดชอบเหตุการณ์ประจำวันให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีปัญหาให้รายงานกลุ่ม งานบริหารกิจการนกั เรียน 7. สรุปเหตุการณป์ ระจำวันลงในสมุดบนั เวรประจำวัน 8. ปฏบิ ัตงิ านอ่ืนๆ ทไ่ี ด้รับมอบหมาย งานเค ื ขายผู้ปกค งนกเ ียน 1. จัดตั้งเครือข่ายผู้ปกครองระดับห้องเรียน เครือข่ายผู้ปกครองระดับช้ันเรียน เครือข่าย ผปู้ กครองระดับคณะกรรมการบริหารเครือข่าย 2. กำกับ ติดตาม และประสานงาน เครือข่ายผู้ปกครอง ทั้งดานการทำงานและระดม ทรัพยากรสนับสนุนการศกึ ษา 3. ปฏิบัตงิ านอ่ืนๆ ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย คณะก มกา ิหา งานกจิ กา นกเ ียน ( คุ ลาก ท้งหมด) 1. รว่ มให้คำปรึกษา และรวบรวมจัดทำระเบียบ ข้อบังคบั เก่ียวกับงานกิจการนักเรียน จัดทำ แผนงานฝ่าย กิจการนักเรียนให้สอดคล้องกับนโยบายและเกณฑ์การ ประเมินมาตรฐานประกัน คุณภาพภายในโรงเรยี น 2. จัดทำเอกสารเก่ียวกับแผนภูมิสายงาน กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ และพรรณนางาน ของบคุ ลากรในสว่ นทีเ่ กีย่ วกบั งานบริหารกิจการนักเรยี น 3. รว่ มวางแผนจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ ให้นักเรียนมีวินัย มีคณุ ธรรม จริยธรรม 4. รว่ มวางแผนและจัดกิจกรรมดำเนนิ งานสง่ เสรมิ ประชาธิปไตยในโรงเรยี น 5. รว่ มวางแผนและจดั กิจกรรมดำเนินงานแก้ไขพฤตกิ รรมทไ่ี ม่เหมาะสมของนักเรียน 6. ประสานงานกบั บคุ ลากรในโรงเรยี นเพ่อื ให้เกิดความเข้าใจ ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน 7. เผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธก์ ิจกรรมงานกจิ การนกั เรยี น 8. ติดตาม สรุป ประเมินผล และรายงานการดำเนินงาน / โครงการตอ่ ผู้ท่เี กยี่ วขอ้ ง 9. งานอืน่ ๆ ที่ไดร้ ับมอบหมาย งาน ำนกงานกลมุ งาน ิหา กิจกา นกเ ียน 1. รบั ส่งหนังสือ ร่างพิมพ์หนังสือ ทำระเบียบวาระและบนั ทึกการประชุม บันทึกเสนอ เก็บ หนงั สือราชการ 2. ประสานงาน ติดตาม เกยี่ วกับหนงั สอื ทีม่ าถึงฝ่ายกจิ การนกั เรยี น
79 3. ออกใบรับรองความประพฤตใิ ห้กบั นักเรียน 4. วางแผนดำเนนิ การควบคมุ ลงทะเบยี นวัสดุ ครุภณั ฑ์ของฝ่ายกิจการนกั เรยี น 5. จดั ทำแบบฟอรม์ ต่างๆ ในฝ่ายกจิ การนักเรยี น 6. จดั ทำแผนงานโครงการ และปฏทิ ินปฏิบตั งิ านกจิ การนักเรียน ทำหนงั สือค่มู ือนกั เรียน 7. เกบ็ รวบรวมสถติ ิในดา้ นตา่ งๆ เก่ียวกับงานในฝ่ายกิจการนกั เรยี น 8. รวบรวมคะแนน รายงานระเบียบวินัยเก่ียวกับงานพฤติกรรมนักเรียนท่ีตกเกณฑ์การ ประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 9. จัดทำเอกสารเก่ยี วกบั ระเบียบ กฎขอ้ บังคับ และแนวปฏบิ ัติ เพอื่ ใชใ้ นโรงเรียน 10. เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ระเบียบวินัย กฎข้อบังคับ แนวปฏิบัติให้บุคลากรและนักเรียน ทราบโดยทัว่ กนั 11. กำหนดแผนภมู ิการจัดองคก์ รฝา่ ยกจิ การนกั เรยี น 12. จัดทำเอกสารพรรณนางาน 13. ออกแบบประเมินงานทกุ งาน ในฝา่ ยกิจการนกั เรียน 14. วิเคราะห์ผลการนำเนินงานกิจการนักเรียน และรายงานให้รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการ นกั เรยี น ให้รับทราบ เพ่ือนำผลการวิเคราะห์ไปปรบั ปรุงงานกจิ การนักเรียน 15. จดั ทำระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี (17) กา ป ะชา มพนธง์ านกา ศกึ ษา 1. ทำหน้าที่ออกติดตามความเคลื่อนไหวในการจัดกิจกรรมทุกอย่างภายในและภายนอก โรงเรียนนำมาประชาสมั พนั ธ์ 2. ต้อนรับแขก ผู้ปกครองนักเรียน และการบริการน้ำดื่มพร้อมทั้งตามตัวบุคคลที่ผู้มาเยี่ยม ต้องการพบ 3. จัดทำโปสเตอร์ ใบประกาศ เขียนป้ายประกาศ เพ่ือประกาศให้ชัดเจนว่า ในแต่ละวันมี กจิ กรรมอะไรบา้ ง เพ่ือความเขา้ ใจรว่ มกนั 4. ตดิ ต่อกับหนว่ ยงานภายนอกต่างๆ ตามความจำเป็นและความตอ้ งการของโรงเรยี น 5. จัดทำเอกสารประชาสมั พนั ธ์ เพือ่ กระจายขา่ วความเคล่ือนไหวให้ครู และนกั เรียนทราบ 6. ร่วมมือกับงานโสตทัศนศึกษา ในการปรับปรุงเกี่ยวกับระบบเสียงตามสายในโรงเรียนให้ดี ข้ึน 7. ทำหน้าที่บำรงุ ขวญั และให้กำลังใจแก่บุคลากรทุกคนของโรงเรียน โดยการประกาศเกียรติ คุณ 8. เผยแพร่ชื่อเสียง เกียรติคุณ และกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนให้ประชาชนทราบโดยผ่าน สือ่ แขนงต่างๆ
80 9. ติดตามข่าวความเคล่ือนไหว หาข้อมูลจากสังคมภายนอกที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ ความกา้ วหน้า ของครู และนกั เรยี น 10. ติดตอ่ ประสานงานกบั ทกุ ฝา่ ย เพอ่ื ใหก้ จิ กรรมทกุ ฝา่ ยบรรลุเป้าหมาย 11. จัดทำเอกสารประชาสัมพันธโ์ รงเรียนอย่างน้อยปีละชนดิ 12. จัดทำรายงานเสนอผลการดำเนินงานของงานท่ีรับผิดชอบต่อรองผู้อำนวยการฝ่าย บรหิ ารท่วั ไป 13. ประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ี เพื่อประกอบความดีความชอบต่อ รอง ผอู้ ำนวยการฝา่ ยบรหิ ารท่ัวไป 14. ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่อ่ืนๆ ตามที่ผ้บู งั คบั บญั ชามอบหมาย (18) กา งเ มิ น นุนและป ะ านกา จดกา ศกึ ษาข ง ุคคล ชุมชน งค์ก หนวยงานและ ถา น งคม ่นื ทจี่ ดกา ศกึ ษา กฎหมาย ะเ ยี ข้ งค ป ะกาศ คำ ง่ ทเี่ ก่ยี วข้ ง 1) พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาตพิ .ศ. 2542และท่ีแกไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 2) หลักสูตรการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2551 3) กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐานในครอบครัว พ.ศ. 2547 ข้น นกา ดำเนนิ งาน 1) ประสาน ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ ในสิทธิและหน้าท่ีในการจัดการศึกษาของ บคุ คลครอบครัว ชุมชน สถาบนั ทางศาสนาและสถานประกอบการ ฯลฯ 2) ประสานให้ความร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ในการส่งเสริมและพัฒนา ความสามารถในการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว ชุมชน สถาบันทางศาสนาและสถาน ประกอบการ เป็นต้น 3) สนับสนุนให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองมีความรู้ ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูและให้ การศกึ ษาแก่บตุ รหรอื บคุ คลซง้ึ อยู่ในการปกครองดูแล 4) ให้ความร่วมมือกับสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา ติดตามผลการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครวั ชมุ ชน สถาบนั ทางศาสนาและสถานประกอบการ (19) งานป ะ าน าชกา ก วนภูมิภาคและ วนท้ งถน่ิ กฎหมาย ะเ ยี ข้ งค ป ะกาศ คำ ่ง ท่เี กยี่ วข้ ง 1) พระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง่ ชาตพิ .ศ. 2542และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 ขน้ นกา ดำเนินงาน 1) ศึกษา สำรวจและกำหนดภารกิจ ท้ังภารกิจหลักและภารกิจที่ได้รับมอบหมายที่จะต้อง ประสานกบั หน่วยราชการกับสว่ นภูมิภาคและส่วนท้องถ่นิ
81 2) กำหนดรูปแบบภารกิจข้ันตอนวิธีิการตลอดจนเทคนิคต่างๆ ในการประสานงาน ให้ สอดคล้องเหมาะสมกับเรื่องที่จะประสานงาน 3) จัดเตรียมเอกสาร สื่อ เครื่องมือและช่องทางการประสานงานใหม่ ความพร้อม เอ้ือ ประโยชน์และสะดวกตอ่ การประสานงาน 4) กำหนดบุคลากรผู้รบั ผิดชอบการประสานงานตามภารกิจอยา่ งชัดเจนเหมาะสม 5) ประสานความร่วมมือกับหนว่ ยราชการส่วนภมู ิภาคและส่วนท้องถิ่น ในการจัดและพัฒนา การศกึ ษารว่ มกัน 6) ประเมนิ ผลการดำเนนิ การ (20) กา ายงานผลกา ปฏิ งิ าน กฎหมาย ะเ ีย ข้ งค ป ะกาศ คำ ่ง ทเ่ี กย่ี วข้ ง 1) พระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542และทีแ่ ก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 2) พระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ขน้ นกา ดำเนินงาน 1) จดั ระบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมนิ ผลและการรายงาน ผลการพฒั นาการศกึ ษา 2) จัดทำ เกณฑ์มาตรฐาน ตัวบ่งช้ีและเกณฑ์การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการ พัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา 3) ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาตาม ระบบท่ีกำหนดไว้ 4) จัดทำรายงานผลการพัฒนาการศึกษาประจา ปีของสถานศึกษา เสนอต่อคณะกรรมการ สถานศกึ ษาไดร้ ับทราบ และเผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์ให้สาธารณชนไดร้ ับทราบ 5) ปรับปรุงและพัฒนาระบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและการรายงานผลการ พัฒนาการศึกษาของสถานศกึ ษา (21) กา จด ะ กา คว คุมภายในหนวยงาน หลกกา คว คมุ ภายใน ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ว่าด้วยการกําหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544 1. า ะ าํ ค ข ง ะเ ีย ฯ ะเ ยี ข้ 4 กาํ หนดให้ผกู้ ํากบั ดูแล และฝ่ายบรหิ ารเปน็ ผรู้ ับผิดชอบในการนํามาตรฐาน การควบคุมภายในท้ายระเบียบไปเปน็ แนวทางในการจัดวางระบบควบคมุ ภายในของหนว่ ยงานให้เกิด ประสทิ ธผิ ล ดําเนินงานอย่างมปี ระสิทธิภาพ และบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคข์ องการควบคุมภายใน
82 ะเ ีย ข้ 5 กําหนดให้หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐ นํามาตรฐานการควบคุมภายใน ที่ออก ตามระเบียบฯ น้ี ไปใช้เป็นแนวทางในการจัดวางระบบการควบคุมภายในใหแ้ ลว้ เสร็จภายใน 1 ปี นับ แตว่ ันท่ีระเบยี บฯ มีผลใช้บงั คับ (27 ตลุ าคม พ.ศ. 2544) และรายงานความคบื หนา้ ทกุ 60 วัน ต่อผู้กํากับ ดูแล และคณะกรรมการตรวจสอบ พรอ้ มทง้ั ส่งสาํ เนาให้สํานักงานคณะกรรมการตรวจเงิน แผน่ ดนิ ะเ ีย ข้ 6 กําหนดให้หน่วยงานภาครัฐประเมินการควบคุมภายในแล้วรายงานต่อ คณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดิน ผู้กาํ กบั ดูแล และคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยปีละครัง้ ภายใน 90 วัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ (30 กันยายน) หรือปีปฏิทิน (31 ธันวาคม) เพื่อปรับปรุงการ ควบคุมภายในให้มปี ระสิทธิผล เหมาะสมกบั สภาพแวดล้อมและความเส่ยี งทเ่ี ปล่ยี นแปลงอยเู่ สมอ ะเ ีย ข้ 7 หน่วยรับตรวจไม่สามารถปฏิบตั ไิ ดใ้ หต้ กลงกับคณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดิน ะเ ีย ข้ 8 การเจตนาปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ โดยไม่มีเหตุอันควร คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินสามารถเสนอข้อสังเกตและรายงานตามลําดับข้ัน ซ่ึงอาจมีผลต่อการ พจิ ารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี แนวทางกา จดทํา ายงานกา ป ะเมินผลกา คว คุมภายใน ระเบยี บคณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดินว่าด้วยการกาํ หนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544 ข้อ 6 ระบุว่า “ให้ผู้รับตรวจรายงานต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้กํากับ ดูแล และ คณะกรรมการตรวจสอบเก่ียวกับการควบคุมภายในอย่างน้อยปีละหน่ึงครั้งภายในเก้าสิบวันนับจาก วันสนิ้ ปีงบประมาณ” โดยมีรายละเอียดดังน้ี 1. ทาํ ความเห็นว่าระบบการควบคมุ ภายในของหน่วยรบั ตรวจทใี่ ชอ้ ยู่มีมาตรฐานตามระเบยี บ น้ีหรือไม่ 2. รายงานผลการประเมนิ ความเพียงพอและประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายในในการ บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายท่ีกําหนด รวมทั้งข้อมูลสรุปผลการประเมินแต่ละองค์ประกอบของ การควบคมุ ภายใน ประกอบดว้ ย (ก) สภาพแวดลอ้ มของการควบคมุ (ข) การประเมนิ ความเส่ยี ง (ค) กิจกรรมการควบคุม (ง) สารสนเทศและการส่ือสาร (จ) การตดิ ตามประเมินผล 3. จุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในพร้อมข้อเสนอแนะและแผนการปรับปรุงระบบการ ควบคมุ ภายใน
83 แนวทางการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการของคณะกรรมการตรวจสอบและ ประเมินผลภาคราชการ (ค.ต.ป.) กําหนดให้หน่วยรับตรวจจัดส่งรายงานให้กระทรวงปีละ 2 ครั้ง คือ รายงานระหวา่ งปี (รอบ 6 เดอื น) และรายงานประจาํ ปี (รอบ 12 เดือน) มีหน้าที่ ผดิ ช ดงน้ี 1. จัดทำโครงการงานระบบควบคมุ ภายใน 2 แตง่ ต้งั คณะทำงาน / กรรมการติดตามประเมนิ ผลการควบคุมภายใน 3. นำแบบปอ. 3 (ปีงบประมาณที่แล้ว) มาติดตามผลการดำเนินงานว่าใต้ดำเนินการตาม แผนการปรับปรงุ หรือไม่อยา่ งไรแล้วสรปุ ผลการดำเนินงานลงในแบบตติ ตามปอ. 3 4. ประเมนิ องค์ประกอบของการควบคุมภายใน (5 องค์ประอบ) ในระดับหน่วยรบั ตรวจแล้ว สรปุ ลงในแบบปอ. 2 5. เมื่อดำเนินการตามข้อ 1-3 เรียบร้อยแล้วให้นำกิจกรรม / งานที่มีความเส่ียงหลงเหลือ ตามข้อ 2 และกิจกรรม / งานที่เป็นความเส่ียงท่ีพบใหม่ตามข้อ 3 และแบบปย. 2 ของกลุ่ม / งานที่ ส่งมาให้คณะทำงาน / กรรมการที่แต่งตั้งพิจารณากิจกรรม / งานท่ีเป็นความเสี่ยงในระดับหน่วยรับ ตรวจแลว้ สรปุ ลงในแบบปอ. 3 6. นำกิจกรรม / งานในแบบปอ. 3 มาสรปุ ลงในในแบบปอ. 1 7. ส่งสำเนาแบบปอ. 1, แบบปอ. 2, แบบปอ. 3 และแบบติดตามปอ. 3 ให้หัวหน้าหน่วย ตรวจสอบภายในของสพป. สอบทานการประเมินผลดังกล่าวแล้วหัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน สรุปผลการสอบทานลงในแบบปส. 8. เม่ือ ผอ.รร. ตรวจสอบภายในสอบทานเสร็จเรียบรอ้ ยแล้วให้นำแบบรายงานดังกล่าวเสนอ ผอ. สพป. พระนครศรีอยธุ ยาเขต 1 พิจารณาลงนาม 9. จัดส่งเฉพาะแบบปอ. 1 ให้สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยาภายในวันท่ี 30 ธนั วาคมของทกุ ปี 10. จัดทำแบบรายงานการควบคุมภายในตามระเบยี บท่คี ตง. กำหนด 11. การดำเนินการจัดทำแบบรายงานการควบคุมภายในตามระเบียบคตง. ว่าด้วยการ กำหนดมาตรฐานการควบคมุ ภายใน พ.ศ. 2544 ให้ครบตามแบบฟอร์มทก่ี ำหนด 12. แบบฟอรม์ สำหรบั การดำเนนิ การสามารถโหลดได้ http://www.aval.go.th/intControl.html 13. ปฏิบัติงานอ่นื ๆ ตามที่ไดร้ บั มอบหมาย 14. รายงานผลการดำเนินงานตามโครงการระบบควบคมุ ภายในเมื่อสน้ิ ปกี ารศกึ ษา (22) แนวทางกา จดกิจก มเพ่ื ป เปลีย่ นพฤ กิ มในกา ลงโทษนกเ ียน กฎหมาย ะเ ีย ข้ งค ป ะกาศ คำ ่งทีเ่ กี่ยวข้ ง 1) พระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542และทแี่ ก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545
84 2) พระราชบัญญตั ิค้มุ ครองเด็ก พ.ศ. 2546 3) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวา่ ดว้ ยการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความ ประพฤตนิ กั เรียนนักศกึ ษา พ.ศ. 2548 ข้น นกา ดำเนนิ งาน 1) ศกึ ษาสภาพปัญหาเก่ียวกบั พฤตกิ รรมของนักเรยี น ระเบียบกฎหมายทีเ่ กี่ยวขอ้ ง 2) ประชุมชี้แจงให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพ่ือสร้างความเข้าใจและให้ความร่วมมือในการดูแล ช่วยเหลือและพัฒนาพฤตกิ รรมนักเรยี น 3) วางแผนกำหนดนโยบายการดำเนนิ งานปกครองนกั เรยี น เพอ่ื 3.1) การสง่ เสรมิ ให้นกั เรยี นมีวินัย คุณธรรม จริยธรรม 3.2) การป้องกันและการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพ ติดในโรงเรียน การปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคเอดส์ในโรงเรยี น 4) ดำเนินการบริหารงานปกครองนักเรียน โดยกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจนและ ประสานการดำเนินการปกครองรว่ มกันระหว่างสถานศึกษาและทุกฝา่ ยทเี่ ก่ียวข้อง 5) ประเมินผลการปฏิบัติงาน ความพึงพอใจของบุคลากร ให้ดำเนินไปตามระเบียบอย่างมี ประสิทธภิ าพ 6) ประเมินผลการปฏบิ ัติงานและความพึงพอใจของบคุ ลากรและผู้ทเี่ กี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อการ ปรับปรงุ พัฒนาการดำเนนิ งานเปน็ ระยะ ๆ
85 กา หิ า งาน ะด ุดมศึกษา ข งมหาวิทยาลย าชภฎวไลย ลงก ณ์ ในพ ะ ม าชปู ถมภ์ ภาพที่ 2.1 โครงสรา้ งการบริหารงานมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ ทม่ี า : http://www.vru.ac.th/about-vru/structure-vru.htm ายละเ ยี ดโค ง ้างกา ิหา งานข งคณะภายในมหาวทิ ยาลย าชภฎวไลย ลงก ณ์ 1. คณะ าธา ณ ขุ ภาพที่ 2.2 โครงสรา้ งการบริหารงานของคณะสาธารณสุข ทมี่ า : http://www.vru.ac.th/about-vru/structure-vru.htm
86 2. คณะค ศุ า ์ ภาพที่ 2.3 โครงสรา้ งการบริหารงานของคณะครุศาสตร์ ที่มา : http://edu.vru.ac.th/main/?page_id=7588 3. คณะมนษุ ยศา แ์ ละ งคมศา ์ ภาพที่ 2.4 โครงสร้างการบริหารงานของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ท่ีมา : http://huso.vru.ac.th/aboutST.php
87 4. คณะวทิ ยากา จดกา ภาพที่ 2.5 โครงสรา้ งการบริหารงานของคณะวทิ ยาการจัดการ ทม่ี า : http://fms.vru.ac.th/structure_fms.php 5. คณะวิทยาศา แ์ ละเทคโนโลยี ภาพที่ 2.6 โครงสรา้ งการบริหารงานของคณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มา : http://www.vru.ac.th/about-vru/structure-vru.htm
88 6. คณะเทคโนโลยีกา เกษ ภาพท่ี 2.7 โครงสรา้ งการบริหารงานของคณะเทคโนโลยีการเกษตร ท่ีมา : http://agri.vru.ac.th/?page=Organizational-Chart 7. ณฑิ มหาวทิ ยาลย ภาพที่ 2.8 โครงสร้างการบริหารงานของบัณฑติ มหาวทิ ยาลัย ที่มา : http://grad.vru.ac.th/about_graduate/ga_stuare.php
89 ายละเ ยี ดโค ง ้างกา ิหา งาน ำนกงาน / ถา น มหาวทิ ยาลย าชภฏวไลย ลงก ณ์ 1. ำนกงาน ธกิ า ดี ภาพท่ี 2.9 โครงสร้างสำนกั งานอธิการบดี ทีม่ า : http://pres.vru.ac.th/?page_id=8552 ำนกงาน ธิกา ดี ไดแ้ บง่ ส่วนราชการตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการเรือ่ งการแบง่ สว่ น ราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2549 กำหนดให้ “สำนักงานอธิการบดี” เป็นส่วนราชท่ีจัดต้ังโดยกฎกระทรวงศึกษาธิการแบ่งส่วนราชการ เปน็ หนว่ ยงานที่มีฐานะเทียบเทา่ กองตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 3 หนว่ ยงาน ดังนี้ 1. ก งกลาง เป็นหน่วยงานท่ีเป็นศูนย์กลางการให้บริการ และการบริหารงานของสถาบัน ซึ่งต้องมีการ ประสานงานกบั บุคลากรทุกฝ่าย ทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัย รวมทั้งผู้บรหิ าร คณาจารย์ นักศึกษา พนักงาน คนงาน และบุคคลภายนอกที่มาติดต่อ เดิมเรียกว่า “ฝ่ายธุรการ” ต้ังข้ึนต้ังแต่เริ่มเปิด ดำเนินการเป็น “โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวทิ ยาลงกรณ์” “โรงเรียนสตรีเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์” และ ได้รับการสถาปนาเป็นวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ เม่ือวันที่ 1 ตุลาคม 2513 จึงได้เปล่ียนช่ือ จาก“ฝ่ายธุรการ” เป็น “สำนักงานอธิการ” โดยแบ่งงานและหน้าท่ีออกเป็น 10 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่าย เลขานกุ าร ฝ่ายธุรการ ฝ่ายการเจ้าหน้าที่ ฝา่ ยการเงนิ ฝ่ายพัสดุ ฝ่ายยานพาหนะ ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่าย อนามยั ฝา่ ยประชาสมั พันธ์ และฝา่ ยเอกสารการพมิ พ์
90 2. ก งนโย ายและแผน ภาพท่ี 2.10 โครงสร้างกองนโยบายและแผน ท่ีมา : http://plan.vru.ac.th/?page_id=1813 กองนโยบายและแผน เดิมเป็นแผนกแผนงานและประเมินผล โดยมีหัวหน้าแผนก เป็น ผู้รับผิดชอบ ซ่ึงเป็นแผนกหน่ึงที่อยู่ในความรับผิดชอบของรองผู้อำนวยการฝ่ายบ ริหาร ตาม พระราชบัญญัตวิ ิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ต่อมามีการแก้ไขพระราชบัญญตั ิวิทยาลยั ครู พ.ศ. 2518 เป็น พระราชบญั ญตั วิ ทิ ยาลยั ครู (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2527 และได้ยกฐานะข้ึนเป็นกองนโยบายและแผน 3. ำนกงาน งเ ิมวิชากา และงานทะเ ยี น ภาพที่ 2.11 โครงสรา้ งสำนักงานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบยี น ท่ีมา : http://acad.vru.ac.th/about_acad/ac_stuare.php
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253