Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่ ตามกรอบ CEFR ระดับมัธยม

คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่ ตามกรอบ CEFR ระดับมัธยม

Published by Suthon Promlee, 2022-03-29 06:39:30

Description: CEFR Manual for Secondary Level1

Search

Read the Text Version

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Test Hotel Reservation Complete the conversation with the suitable words. Front desk : Good afternoon, Wattana Park Hotel. (1)____________ Guest : I’d like to make a reservation. Do you have a room (2)____ Front desk Guest for 10th July? Front desk : Certainly, sir. (3) _________________? Guest : Adisak Siripan. Front desk : Could you spell that please? Guest : My first name is A-D-I-S-A-K and my last name is Front desk Guest S-I-R-I-P-A-N. Front desk : Right, Mr. Siripan, (4)__________________? Guest : I’d like to stay for three nights. Front desk : (5) _____________________? Guest : Just one. Front desk : You haven’t stayed with us before, have you? Guest : (6) ____________. This is my first time in Trang Province. Front desk : Ok. We have a single room, double room, and twin room with Guest Front desk city view available. Guest : (7)________________________________? Front desk : It is one thousand baht per night. : Ok. I will have a single room. Guest : Will you be paying by (8)___________? Front desk : Yes, I will. It’s VISA. The number is 6734 4317 5534 1379. : So that’s 6734 4317 5534 1379. And your (9)________, please. : 259/1 Chiangmai-Maetang Road, Maetang District, Chiangmai. : Ok, your single room for three nights (10)_________. Your reservation number is DP 12345. We look forward to seeing you on the 10th July. : Great. Thank you. : You’re welcome. คู่มอื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 93

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 1. a. Who’s calling? b. How do you do? c. Can I help you? d. What would you like? b. available 2. a. booking d. comfortable c. charging b. Are you Mr. Adisak? d. May I have your name, please? 3. a. Can I have your phone, please? b. How many people are there in your party? c. How do you spell your name? d. Where are you staying now? b. Which room would you like? 4. a. How long would you like to stay? d. How can you pay? c. When would you like to stay? b. No, I haven’t. d. I don’t know. 5. a. Who is going to stay? b. Can I reserve a single room? c. How many people will there be? d. What time should I check out? b. cash 6. a. Yes, I have. d. credit card c. Yes, I am a stranger here. b. address d. e-mail 7. a. What is the price of a single room? b. is free c. How much is the current exchange? d. is recommended 8. a. cheque c. travelling ticket 9. a. phone number c. ID card 10. a. is charged c. is confirmed Answer Keys 1. c 6. b 2. b 7. a 3. d 8. d 4. a 9. b 5. c 10. c ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม : กจิ กรรมการสนทนาการจองโรงแรม (Hotel Reservation) มขี น้ั ตอนดงั น้ี กจิ กรรมการนาํ เสนอ 1. ครูสนทนากับนักเรียนเก่ียวกับประสบการณการเขาพักในโรงแรมวามี ขน้ั ตอนอะไรบา ง 2. ครูนําเสนอ / ทบทวน คําศัพท สํานวน และโครงสรางประโยคใชใน การสนทนา กจิ กรรมการฝก 3. นกั เรยี นศกึ ษาบตั รคาํ ศพั ท สาํ นวนภาษาทใ่ี ชใ นการจองโรงแรม 4. นกั เรยี นจบั คฝู ก สนทนาตามบทสนทนาจองโรงแรม (Hotel Reservation) โดยฝก สนทนาตามครกู อ น และจบั คฝู ก กบั เพอ่ื น กจิ กรรมการนาํ ไปใช 5. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบเพอ่ื ตรวจสอบความรคู วามเขา ใจในเรอ่ื งการพดู จอง โรงแรม 6. นกั เรยี นจบั คเู พอ่ื นแสดงบทบาทสมมตุ ิ สนทนาโตต อบ โดยนกั เรยี นอาจ เปลย่ี นแปลงคาํ ถาม / คาํ ตอบ ตามความเหมาะสม 94 คู่มอื การจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 3. กิจกรรม : การพดู แสดงความคิดเหน็ B1 ทกั ษะหลัก : ARGUING A CASE Interaction & Meaningful Communication เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถอธิบายส้นั ๆ และใหเ หตผุ ลประกอบความคิดเหน็ ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคิดเหน็ อยา งมีประสิทธภิ าพ ต 1.3 นาํ เสนอขอ มลู ขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรือ่ งตาง ๆ โดยการพดู 2. แนวการสอนเพ่อื การสอ่ื สาร (CLT) - Interaction : การเรยี นรภู าษาทส่ี องจะเกดิ ขน้ึ ไดง ายถา นักเรียนไดป ฏิสัมพนั ธหรอื สื่อสาร ในภาษาน้นั อยา งมีความหมาย - Meaningful Communication : การสอ่ื สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอื่ นกั เรยี นผา นกระบวนการ ทเี่ กยี่ วขอ งกับตน มปี ระโยชน นาสนใจ และมสี ว นรว ม หวั ขอเรื่อง : Tsunami การเตรียมการ / ส่อื / อปุ กรณ : - ครูเตรียมภาพ และวีดทิ ัศนเกย่ี วกบั Tsunami ไวใ หน กั เรยี นอภิปราย และแสดงความรสู ึก - ตัวอยา งคาํ สัง่ ทีใ่ ชในกิจกรรม “Discuss with the teacher anything you know or feel about TSUNAMI. You may relate your own experience to TSUNAMI.” คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 95

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ภาพ Tsunami วีดิทัศน Tsunami สามารถ download ไดจาก http://www.youtube.com/watch?v=5-zfCBCq-8I หรือ http://www.youtube.com/watch?v=PYSRlOtqHTs ขน้ั ตอนการจัดกจิ กรรม : กจิ กรรมการนาํ เสนอ 1. นกั เรยี นสนทนากบั ครถู งึ ภยั ทางธรรมชาตวิ า มอี ะไรบา ง สาเหตกุ ารเกดิ และผลกระทบ กจิ กรรมการฝก 2. นกั เรยี นดภู าพและวดี ทิ ศั นท ค่ี รเู ตรยี มไว นกั เรยี นจบั กลมุ เพอื่ นกลมุ ละ 3 – 4 คน อภปิ รายแสดงความคดิ เห็น 3. เสรจ็ แลวครูสุม เรียกนักเรยี นแตล ะกลมุ แสดงความคดิ เหน็ กจิ กรรมการนําไปใช 4. นกั เรยี นใหข อ มลู รายละเอยี ดเกยี่ วกบั ภาพโดยอาศยั ประสบการณเ ดมิ ทนี่ กั เรยี นรู รวมทง้ั แสดงความรสู กึ เกยี่ วกบั เรอ่ื งทนี่ กั เรยี นจะไดฟ ง จาก การวิเคราะหภาพ โดยเขียนประโยคส้ัน ๆ ขอ ควรคาํ นงึ กิจกรรมอภิปราย (Discuss) สามารถใชใ นขน้ั ตอนการสอนกอนฟง (pre-listening) กอนอาน (pre-reading) หรือหลังจากทไ่ี ดฟ ง (post-listening) หรอื อา น (post-reading) 96 คมู่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education แนวคดิ เกย่ี วกบั การเรยี นการสอนการอา น การอา นคอื การสอ่ื ความรู ความรสู กึ นกึ คดิ ระหวา งผเู ขยี น และผอู า น โดยผอู า นเขา ใจในสญั ลกั ษณ เครอ่ื งหมายรปู ภาพ ประโยค ขอ ความ ตวั อกั ษร คาํ และขอ ความทพ่ี มิ พห รอื เขยี นขน้ึ มา ดว ยการสงั เกต และพจิ ารณา ซง่ึ มคี วามหมายตรงกบั ผสู อ่ื สารเขยี น โดยเปน กระบวนการปฏสิ มั พนั ธแ ละการตคี วามระหวา ง ผเู ขยี นและผอู า น ซง่ึ จะเขา ใจมากหรอื นอ ยแคไ หน ขน้ึ อยกู บั ความรเู ดมิ และการทาํ นาย ความรเู กย่ี วกบั เรอ่ื ง ความหมายของศพั ท โครงสรา งทางไวยากรณ ตลอดจนความเขา ใจในเรอ่ื งความสอดคลอ งตอ เนอ่ื งของประโยค แตล ะประโยค และโครงสรา งของขอ เขยี นดว ย การจาํ แนกประเภทการอา น การแบง ประเภทการอา นแบง ได 2 ประเภทคอื 1. การอา นออกเสยี ง (Oral Reading) เปน การอา นเพอ่ื ฝก ความถกู ตอ ง (Accuracy) และความ คลอ งแคลว (Fluency) 2. การอา นในใจ (Silent Reading) เปน การอา นเพอ่ื รบั รแู ละทาํ ความเขา ใจในสง่ิ ทอ่ี า น ซง่ึ เปน การ อา นอยา งมจี ดุ มงุ หมาย 1. การอา นออกเสยี ง การฝก ใหน กั เรยี นอา นออกเสยี งไดอ ยา ง ถกู ตอ ง และคลอ งแคลว ควรฝก ฝน ไปตามลาํ ดบั โดยใชก จิ กรรม ดงั น้ี 1.1 Basic Steps of Teaching (BST) มขี น้ั ตอนการฝก ตอ เนอ่ื งกนั ไป ดงั น้ี - ครอู า นขอ ความทง้ั หมด 1 ครง้ั / นกั เรยี นฟง - ครอู า นทลี ะประโยค / นกั เรยี นทง้ั หมดอา นตาม - ครอู า นทลี ะประโยค / นกั เรยี นอา นตามทลี ะคน (อาจขา มขน้ั ตอนนไ้ี ด ถา นกั เรยี นสว นใหญ อา นไดด แี ลว ) - นกั เรยี นอา นคนละประโยค ใหต อ เนอ่ื งกนั ไปจนจบขอ ความทง้ั หมด - นกั เรยี นฝก อา นเอง - สมุ นกั เรยี นอา น 1.2 Reading for Fluency (Chain Reading) คอื กจิ กรรมการฝก ใหน กั เรยี นอา นประโยคคนละ ประโยคอยา งตอ เนอ่ื งกนั ไป เสมอื นคนอา นคนเดยี วกนั โดยครสู มุ เรยี กนกั เรยี นจากหมายเลขลกู โซ เชน ครเู รยี ก Chain-number One นกั เรยี นทม่ี หี มายเลขลงทา ยดว ย 2, 12, 22, 32, 42 จะเปน ผอู า นขอ ความ คนละประโยคตอ เนอ่ื งกนั ไป หากสะดดุ หรอื ตดิ ขดั ทน่ี กั เรยี นคนใด ถอื วา โซข าด ตอ งเรม่ิ ตน ทค่ี นแรกใหม หรอื เปลย่ี น Chain-number ใหม 1.3 Reading and Look up คอื กจิ กรรมการฝก ใหน กั เรยี นแตล ะคนอา นขอ ความโดยใชว ธิ อี า น แลว จาํ ประโยค แลว เงยหนา ขน้ึ พดู ประโยคนน้ั ๆ อยา งรวดเรว็ คลา ยวธิ อี า นแบบนกั ขา ว 1.4 Speed Reading คอื กจิ กรรมการฝก ใหน กั เรยี นแตล ะคนอา นขอ ความโดยเรว็ ทส่ี ดุ เทา ทจ่ี ะเรว็ ได คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 97

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education การอานแบบน้อี าจไมคํานึงถึงความถูกตองทุกตัวอักษร แตตองอานโดยไมขามคํา เปนการฝกธรรมชาติ ในการอา นเพอ่ื ความคลอ งแคลว (Fluency) และเปน การหลกี เลย่ี งการอา นแบบสะกดทลี ะคาํ 1.5 Reading for Accuracy คอื กจิ กรรมการฝก อา นทม่ี งุ เนน ความถกู ตอ งชดั เจนในการออกเสยี ง ทง้ั stress / intonation / cluster / final sounds ใหต รงตามหลกั เกณฑข องการออกเสยี ง (Pronunciation) โดยอาจนาํ Speed Reading มาใชใ นการฝก และเพม่ิ ความถกู ตอ งชดั เจนในการออกเสยี งสง่ิ ทต่ี อ งการ จะเปน ผลใหน กั เรยี นมคี วามสามารถในการอา นไดอ ยา งถกู ตอ ง (Accuracy) และ คลอ งแคลว (Fluency) ควบคกู นั ไป 2. การอา นในใจ เปน การอา นเพอ่ื รบั รแู ละทาํ ความเขา ใจในสง่ิ ทอ่ี า น ซง่ึ เปน การอา นอยา งมจี ดุ มงุ หมาย เชน เดยี วกบั การฟง ตา งกนั ทก่ี ารฟง ใชก ารรบั รจู ากเสยี งทไ่ี ดย นิ ในขณะทก่ี ารอา นจะใชก ารรบั รจู ากตวั อกั ษร ทผ่ี า นสายตา ทกั ษะการอา นภาษาองั กฤษเปน ทกั ษะทส่ี ามารถฝก ฝนใหน กั เรยี นเกดิ ความชาํ นาญและมคี วาม สามารถเพม่ิ พนู ขน้ึ ได ดว ยเทคนคิ วธิ กี ารโดยเฉพาะ ครผู สู อนจงึ ควรมคี วามรแู ละเทคนคิ ในการสอนทกั ษะ การอา นใหแ กน กั เรยี นเพอ่ื ใหก ารอา นแตล ะลกั ษณะประสบผลสาํ เรจ็ เทคนคิ การอา นเรอ่ื งใหเ ขา ใจ วธิ กี ารอา นมหี ลายเทคนคิ วธิ ี แตท ส่ี าํ คญั ๆ และนยิ มใชก นั มากคอื 1. Skimming 2. Scanning 3. Surveying 4. Intensive Reading 1. Skimming การอานแบบสกิมม่ิง หรืออานแบบ “ขามคํา” น้ี เปนรูปแบบการอานเร็วอยางหน่ึง คือ จะอา นดว ยความเรว็ คอ นขา งสงู มาก การอา นแบบนจ้ี ะไมอ า นทกุ คาํ แตจ ะอา นขา มเปน ตอน ๆ ไป อาจจะ เปน คาํ ประโยค หรอื บรรทดั ๆ ไป ไมต ดิ ตอ กนั กไ็ ด กลา วคอื อาจจะอา นตอนนก้ี อ นแลว ขา มไปประมาณส่ี หรอื หา ประโยค จงึ จะอา นขอ ความตอนใหมต อ ไป ถา เหน็ วา จาํ เปน และสาํ คญั การอา นในลกั ษณะน้ี ผอู า น ทราบดวี า เนอ้ื หาบางอยา งจะขาดหายไป อยา งไรกต็ าม การอา นแบบนม้ี จี ดุ มงุ หมายสาํ คญั อยู 2 ประการ คอื 1) เพอ่ื จบั สาระหรอื ใจความสาํ คญั โดยทว่ั ๆ ไป 2) เพอ่ื เขา ใจรายละเอยี ดทส่ี าํ คญั บางสง่ิ บางอยา งเทา นน้ั 2. Scanning การอา นแบบสแกนนง่ิ หรอื แบบ “กวาดสายตา” เปน เทคนคิ การอา นเรว็ อกี วธิ หี นง่ึ โดยใชส ายตา อา นกวาดขอ ความอยา งครา วๆ และรวดเรว็ การอา นแบบนม้ี จี ดุ มงุ หมายเพยี งเพอ่ื จะคน หาขอ มลู หรอื คาํ ตอบ เฉพาะสาํ หรบั คาํ ถามบางขอ ทต่ี อ งการเทา นน้ั เชน การคน หารายชอ่ื หรอื เลขหมายโทรศพั ทใ นสมดุ โทรศพั ท ในการอา นแบบกวาดสายตาน้ี มขี อ ควรจาํ ไวอ ยา งหนง่ึ คอื ไมจ าํ เปน ตอ งเขา ใจหรอื รคู าํ ศพั ทใ นขอ ความทก่ี าํ ลงั อา น นน้ั หมดทกุ คาํ ทง้ั น้ี เพราะวา จดุ มงุ หมายในการอา นของเราเพยี งแตต อ งการทจ่ี ะหาคาํ บางคาํ ตวั เลขบางตวั หรือคําตอบบางขอเทาน้นั ถาไดส่งิ ท่ตี องการเหลาน้แี ลวก็ถือวาไดใชเทคนิคการอานแบบน้จี นสัมฤทธิผล ตามทไ่ี ดม งุ หวงั ไว 98 ค่มู อื การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 3. Surveying การอา นแบบสาํ รวจ Surveying เปน การอา นแบบสาํ รวจเบอ้ื งตน ใชอ า นบทความหรอื หนงั สอื ประเภททม่ี เี นอ้ื หาคอ นขา งยากและซบั ซอ น เพอ่ื เปน การตรวจสอบดกู อ น อยา งรวดเรว็ และครา ว ๆ ตง้ั แต เรม่ิ แรกเลยทเี ดยี ว วา บทความหรอื หนงั สอื นน้ั ๆ สมควรทจ่ี ะอา นใหล ะเอยี ดและลกึ ซง้ึ อกี ตอ ไปหรอื ไม 4. Intensive Reading การอา นแบบเขม Intensive Reading ซง่ึ มจี ดุ มงุ หมายเพอ่ื การศกึ ษาหาขอ มลู เปน การอา น เชงิ พนิ จิ พเิ คราะหแ ละละเอยี ดถถ่ี ว นเพอ่ื ความถกู ตอ ง และความเขา ใจอยา งลกึ ซง้ึ เกย่ี วกบั ความคดิ และเหตผุ ล ของผเู ขยี นในเกอื บทกุ แงท กุ มมุ หรอื ทกุ ขน้ั ตอน การอา นแบบเขม นม้ี กั จะใหค วามสาํ คญั ในเรอ่ื งของความเขา ใจ ในสง่ิ ทอ่ี า นมากยง่ิ กวา ความเรว็ ขน้ั ตอนและกจิ กรรมการสอนการอา น กจิ กรรมการสอนทกั ษะการอา น แบง เปน 3 กจิ กรรม คอื 1. กจิ กรรมนาํ เขา สกู ารอา น (Pre-Reading Activities) เปน การสรา งความสนใจและปพู น้ื ความรู ในเรอ่ื งทจ่ี ะอา น ครผู สู อนอาจใชก จิ กรรมนาํ ใหน กั เรยี นไดม ขี อ มลู บางสว นเพอ่ื ชว ยสรา งความเขา ใจในบรบิ ท กอ นเรม่ิ ตน อา นสารทก่ี าํ หนดให โดยทว่ั ไป มี 2 ขน้ั ตอน คอื - ขน้ั Personalization เปน ขน้ั สนทนา โตต อบ ระหวา งครกู บั นกั เรยี น หรอื ระหวา งนกั เรยี น กบั นกั เรยี น เพอ่ื ทบทวนความรเู ดมิ และเตรยี มรบั ความรใู หมจ ากการอา น - ขน้ั Predicting เปน ขน้ั ทใ่ี หน กั เรยี นคาดเดาเกย่ี วกบั เรอ่ื งทจ่ี ะอา น โดยอาจใชร ปู ภาพ แผนภมู ิ หวั เรอ่ื ง ฯลฯ ทเ่ี กย่ี วขอ งกบั เรอ่ื งทจ่ี ะไดอ า น แลว นาํ มาสนทนา หรอื อภปิ ราย หรอื หาคาํ ตอบเกย่ี วกบั ภาพนน้ั ๆ หรอื อาจฝก กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั คาํ ศพั ท เชน ขดี เสน ใต หรอื วงกลมลอ มรอบคาํ ศพั ทใ นสารทอ่ี า น หรอื อา น คาํ ถามเกย่ี วกบั เรอ่ื งทจ่ี ะไดอ า น เพอ่ื ใหน กั เรยี นไดท ราบแนวทางวา จะไดอ า นสารเกย่ี วกบั เรอ่ื งใด เปน การเตรยี ม ตวั ลว งหนา เกย่ี วกบั ขอ มลู ประกอบการอา น และคน หาคาํ ตอบทจ่ี ะไดจ ากการอา นสารนน้ั ๆ หรอื ทบทวนคาํ ศพั ท จากความรเู ดมิ ทมี่ อี ยู ซงึ่ จะปรากฏในสารทจ่ี ะไดอ า น โดยอาจใชว ธิ บี อกความหมาย หรอื ทาํ แบบฝก หดั เตมิ คาํ ฯลฯ 2. กิจกรรมระหวางการอาน หรือขณะท่สี อนอาน (While-Reading Activities) เปนการ ทาํ ความเขา ใจโครงสรา งและเนอ้ื ความในเรอ่ื งทอ่ี า น กจิ กรรมนม้ี ใิ ชก ารทดสอบการอา น แตเ ปน การ “ฝก ทกั ษะ การอา นเพอ่ื ความเขา ใจ” กจิ กรรมระหวา งการอา นน้ี ควรหลกี เลย่ี งการจดั กจิ กรรมทม่ี งุ เนน ใหน กั เรยี นไดป ฏบิ ตั ิ ทกั ษะอน่ื ๆ เชน การฟง หรอื การเขยี น อาจจดั กจิ กรรมใหพ ดู โตต อบไดบ า งเลก็ นอ ย เนอ่ื งจากจะเปน การ เบย่ี งเบนทกั ษะทต่ี อ งการฝก ไปสทู กั ษะอน่ื โดยมไิ ดเ จตนา กจิ กรรมทจ่ี ดั ใหใ นขณะอา น ควรเปน ประเภทตอ ไปน้ี - Questioning คอื การตง้ั คาํ ถามเกย่ี วกบั เรอ่ื งทอ่ี า น ขณะอา นจบยอ หนา เพอ่ื ใหท ราบวา ใคร ทาํ อะไร ทไ่ี หน และอยา งไร - Predicting คอื การใหค าดเดาวา ยอ หนา ตอ ไปนา จะพดู เกย่ี วกบั อะไร - Clarifying คอื การหาความชดั เจนของคาํ ศพั ท หรอื วลี ในเนอ้ื เรอ่ื งทอ่ี า น - Summarizing คอื การสรปุ ในแตล ะยอ หนา ทอ่ี า นเพอ่ื จบั ใจความสาํ คญั คู่มือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 99

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education - Matching คอื อา นแลว จบั คคู าํ ศพั ท กบั คาํ จาํ กดั ความ หรอื จบั คปู ระโยค เนอ้ื เรอ่ื งกบั ภาพ แผนภมู ิ - Ordering คอื อา นแลว เรยี งภาพ แผนภมู ิ ตามเนอ้ื เรอ่ื งทอ่ี า น หรอื เรยี งประโยค (Sentences) ตามลาํ ดบั เรอ่ื งหรอื เรยี งเนอ้ื หาแตล ะตอน (Paragraph) ตามลาํ ดบั ของเนอ้ื เรอ่ื ง - Completing คอื อา นแลว เตมิ คาํ สาํ นวน ประโยค ขอ ความ ลงในภาพ แผนภมู ิ ตาราง ฯลฯ ตามเรอ่ื งทอ่ี า น - Correcting คอื อา นแลว แกไ ขคาํ สาํ นวน ประโยค ขอ ความ ใหถ กู ตอ งตามเนอ้ื เรอ่ื งทไ่ี ดอ า น - Deciding คอื อา นแลว เลอื กคาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง (Multiple Choice) หรอื เลอื กประโยคถกู ผดิ (True/False) หรอื เลอื กวา มปี ระโยคนน้ั ๆ ในเนอ้ื เรอ่ื งหรอื ไม หรอื เลอื กวา ประโยคนน้ั เปน ขอ เทจ็ จรงิ (Fact) หรอื เปน ความคดิ เหน็ (Opinion) - Supplying / Identifying คอื อา นแลว หาประโยคหวั ขอ เรอ่ื ง (Topic Sentence) หรอื สรปุ ใจความสาํ คญั (Conclusion) หรอื จบั ใจความสาํ คญั (Main Idea) หรอื ตง้ั ชอ่ื เรอ่ื ง (Title) หรอื ยอ เรอ่ื ง (Summary) หรอื หาขอ มลู รายละเอยี ดจากเรอ่ื ง (Specific Information) - เขยี นแผนผงั ความสมั พนั ธข องเนอ้ื เรอ่ื ง - เตมิ ขอ ความลงในแผนผงั ของเนอ้ื เรอ่ื ง 3. กจิ กรรมหลงั การอา น (Post-Reading Activities) เปน กจิ กรรมทม่ี งุ ใหน กั เรยี นไดฝ ก การใช ภาษาในลกั ษณะทกั ษะสมั พนั ธเ พม่ิ ขน้ึ จากการอา น ทง้ั การฟง การพดู และการเขยี น หลงั จากทไ่ี ดฝ ก ปฏบิ ตั ิ กจิ กรรมระหวา งการอา นแลว โดยอาจฝก การแขง ขนั เกย่ี วกบั คาํ ศพั ท สาํ นวน ไวยากรณ จากเรอ่ื งทไ่ี ดอ า น เปน การตรวจสอบทบทวนความรู ความถกู ตอ งของคาํ ศพั ท สาํ นวน โครงสรา งไวยากรณ หรอื ฝก ทกั ษะการฟง การพดู โดยใหน กั เรยี นรว มกนั ตง้ั คาํ ถามเกย่ี วกบั เนอ้ื เรอ่ื งแลว ชว ยกนั หาคาํ ตอบ สาํ หรบั นกั เรยี นระดบั สงู อาจใหพ ดู อภปิ รายเกย่ี วกบั อารมณห รอื เจตคตขิ องผเู ขยี นเรอ่ื งนน้ั หรอื ฝก ทกั ษะการเขยี นแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งทไ่ี ดอ า น ใหแ สดงบทบาทสมมติ ใหเ ขยี นเรอ่ื งหรอื เขยี นโตต อบ เชน เขยี นจดหมาย เขยี นบท สนทนา เขยี นแบบฟอรม วาดรปู เปน ตน ควรฝก ใหน กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ สรปุ สาระและสง่ิ ทไ่ี ดร บั จาก การอา นหรอื ประสบการณ การคดิ แกป ญ หา หรอื แสดงความคดิ สรา งสรรคท กุ ครง้ั วิธีการสอนควรเนนการส่อื สารอยา งมีความหมาย ครูควรจดั กจิ กรรมใหน กั เรียนอานเพ่อื สอ่ื สาร อยา งมคี วามหมาย ไมใ ชอ า นเพอ่ื ตอบคาํ ถามทา ยบทแตเ พยี งอยา งเดยี ว วธิ สี อนอา นเพอ่ื การสอ่ื สารจงึ เนน เทคนคิ ดงั ตอ ไปน้ี 1. การเตมิ ขอ มลู ทข่ี าดหายไป (Information Gap) 2. การอา นเพอ่ื แกป ญ หา (Problem Solving) 3. การอา นเพอ่ื ถา ยโอนขอ มลู (Information Transfer) บทอา นทน่ี าํ มาใชส อนควรเปน เอกสารจรงิ (Authentic Material) เอกสารจรงิ คอื เอกสารทไ่ี ม ไดเขียนข้นึ มาเพ่อื จุดประสงคในการสอนภาษาโดยตรง เพราะบทอานท่เี ขียนข้นึ เพ่อื เปนเคร่อื งมือในการ สอนศัพทและไวยากรณ จะมีลักษณะท่ไี มเปนธรรมชาติ เน่อื งจากผเู ขียนจะคํานึงถึงโครงสรางหรือหลัก 100 คูม่ อื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ไวยากรณท ต่ี อ งการสอนมากเกนิ ไป บทอา นทเ่ี ปน เอกสารจรงิ ซง่ึ ใชใ นชวี ติ ประจาํ วนั ไดแ ก โฆษณา ขา ว ฉลากยา หรอื ปา ยประกาศ เปน ตน และในการนาํ เอกสารจรงิ มาใชไ มค วรแกไ ขใหภ าษางา ยขน้ึ สรปุ หรอื ยอ เพราะจะทาํ ใหข อ ความผดิ ไปจากเดมิ เนอ่ื งจากเอกสารทผ่ี อู า นจะไดพ บในชวี ติ ประจาํ วนั นน้ั ไมม ใี ครมาปรบั ระดบั ความยากงา ยให ตวั อยา งแผนการจดั การเรยี นการสอนทกั ษะการอา น 1. กจิ กรรม : Filling in the grid A2 ทกั ษะหลกั : Read for orientation Inviduality เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถหาขอมูลท่ีสําคัญในบทโฆษณาแผนพับ ใบปลิว หนาเว็บ (web page) แคตตาล็อก ตารางเวลา ฯลฯ ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขาใจและตีความเรอื่ งท่ฟี ง จากสื่อประเภทตา ง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอยา งมีเหตุผล 2. แนวการสอนเพอ่ื การสื่อสาร (CLT) นักเรียนแตละคนมหี นทางพฒั นาภาษาของตนเอง และมอี ัตราการพัฒนาทไี่ มเทา กัน และมี ความตอ งการและแรงจูงใจในการเรียนภาษาทตี่ า งกัน หวั ขอเร่อื ง : การอา นแผน พบั โฆษณา การเตรยี มการ / ส่ือ / อุปกรณ : ครเู ก็บรวบรวมแผนพบั โฆษณา หวั ขอ ท่สี นใจ ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม : กิจกรรมกอนอา น 1. นกั เรยี นพดู คยุ ตอบคาํ ถามครเู รอ่ื งประเทศทน่ี กั เรยี นสนใจ และขอ มลู อะไรบา ง ทน่ี กั เรยี นอยากรเู กย่ี วกบั ประเทศนน้ั หรอื ครอู าจใชภ าพประเทศตา ง ๆ นาํ สนทนา 2. นกั เรยี นทกุ คนรบั แผน พบั หรอื สาํ เนาแผน พบั ดงั ตวั อยา งใหน กั เรยี นทกุ คน ถา เปน โรงเรยี นท่มี คี วามพรอมอาจฉายโปรเจค็ เตอรแ ผน พับ ใหนักเรยี นดู กจิ กรรมระหวา งอา น 3. นักเรียนแตละคนรับเเละอานใบงานเพ่ือหาขอมูลท่ีตองการกรอก ลงในตารางทก่ี าํ หนด เพอ่ื ฝก การหาเฉพาะขอ มลู ทต่ี อ งการ แลว เฉลยคาํ ตอบ 4. แจกสาํ เนาแผน พบั แผน ใหมท มี่ ที ง้ั ดา นหนา และดา นหลงั ทมี่ ขี อ มลู มากขนึ้ และใบงานใหแกน กั เรียนไดฝกทกั ษะการอา นเพ่ิมข้ึน กจิ กรรมหลงั อา น 5. นักเรียนแตละคนดําเนินการศึกษาขอมูลตามหัวขอที่ปรากฏ ในแผนพับท่ีไดอานไปแลว ออกแบบจัดทําแผนพับนําเสนอสถานท่ี ทองเท่ียวที่นักเรียนสนใจ สืบคนขอมูลจากอินเตอรเน็ต อาจใชวิธี วาดเขยี น หรือใชค อมพวิ เตอรสรา งสรรคผ ลงาน ขอ ควรคาํ นงึ : สาํ หรบั นกั เรยี นทร่ี ะดบั ความสามารถสงู ขนึ้ ใหห าเนอ้ื เรอ่ื งหรอื บทความทม่ี คี วามยากมากขนึ้ คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 101

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ใบงานท่ี 1 Fill in the Grid with the information you read from the Brochure. Name Location Most Population Language Religions Currency Type of of the important government Country cities 102 ค่มู ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education เฉลย Name Location Most Population Language Religions Currency Type of of the At the important government Country southeast cities Greece end of Europe The most 11,295,002 Greek, Greek Euro Parliamentary important Turkish Orthodox republic city is And others With Athens, the Muslim, second is Jewish, Thessaloniki Catholic and the third and is Patra. Potestant คู่มือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 103

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 104 ค่มู ือการจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ใบงานที่ 2 Fill in the Grid with the information you read from the Brochure. Name of the Location Attractions Things to do Weather Place เฉลย Name of the Location Attractions Things to do Weather Place Salinas Valley In California, U.S.A - Museum of fun - Play Golf at So good Weather - Western Stage Twin Creeks Golf that it was named Course the city with the - Wine tasting best climate in the - Agricultural and unite Canada sightseeing tours คมู่ ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 105

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education The Place I’d like to go Travel Brochure Fun things to do I’d like to go for vacation (Name of place) .................................................... here because .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... .................................................... 106 คมู่ ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 2. กจิ กรรม : Look and Find A2 ทักษะหลัก : Read info. & Argument Interaction & Meaningful Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขา ใจใจความสาํ คญั ของคําบรรยาย ขาวสนั้ ๆ ถาผอู านมคี วามรูเรอ่ื งเก่ียวกับเรอื่ งน้นั ๆ บางอยแู ลว เชน ขาวเก่ยี วกับกีฬา และบุคคลทีม่ ชี ื่อเสียง ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.2 มที กั ษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ มลู ขา วสาร สถานการณ ขา ว เรอื่ งทอี่ ยู ในความสนใจ และสอ่ื สารไดอยา งตอเนอื่ ง 2. แนวการสอนเพอ่ื การส่อื สาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาที่สองจะเกิดขึ้นไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือสื่อสาร ในภาษานั้นอยา งมีความหมาย - Meaningful Communication : การสอื่ สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื ผเู รยี นผา นกระบวนการ ท่ีเกี่ยวของกบั ตน มปี ระโยชน นาสนใจ และมสี วนรวม หวั ขอ เรื่อง : การอานขาว การเตรียมการ /ส่ือ / อปุ กรณ : ครูเตรียมหาขาวท่ีมีหัวขอเหตกุ ารณทีส่ นใจ ข้นั ตอนการจัดกจิ กรรม : กจิ กรรมกอนอา น 1. นกั เรียนกับครพู ดู คุยเรอื่ งขา วหรือเหตกุ ารณท่ีเกิดขึน้ 2. นักเรียนรับสาํ เนาขา วจากหนงั สอื พมิ พ กระดาษและดินสอ ถาเปน โรงเรียนทม่ี ีความพรอ ม อาจฉายโปรเจค็ เตอรใหนักเรียนดู กิจกรรมระหวา งอา น 3. นกั เรยี นตอบคาํ ถามประมาณ 5 – 10 ขอ โดยอา นเนอื้ เรอื่ ง แลว เขยี น คําตอบใหเร็วที่สุด คนทที่ าํ เสรจ็ กอ นเปน ผชู นะ กิจกรรมหลงั อา น 4. นักเรยี นอานขา ว “Tourists Shocked As They See Oil Slicks Throughout Bangsaen Beach” อกี ครง้ั แลว เขยี นแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับขา วนี้ 4 – 5 ประโยค ขอควรคาํ นงึ : 1. นกั เรยี นอาจอา นหนงั สอื พมิ พ เพอื่ หาจาํ นวนตวั เลขในการวดั เศษสว น ฯลฯ หรอื อาจเปน เรอ่ื งราว ในสงั คมปจ จบุ นั เรอ่ื งท่ีนกั เรยี นสนใจ 2. ควรใหนกั เรยี นไดแสดงความคดิ เห็น และเจตคตติ อเร่ืองทีไ่ ดอานหลังการอาน 3. เม่อื เริ่มแนะนํา เกมครคู วรนําเสนอคาํ ถามเพยี ง 2 - 3 ขอเทา นน้ั เพ่ิมจาํ นวนขอ คาํ ถามขึน้ เมือ่ นกั เรียนคนุ เคยกบั หมวดหมูตาง ๆ ของหนงั สือพิมพ คู่มือการจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 107

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตวั อยางขาว Tourists Shocked As They See Oil Slicks Throughout Bangsaen Beach CHONBURI – October 10, 2013 [PDN]; Local journalists reported that leaked oil slicks were found throughout the lengthy Bang Saen beach. Oil was also found within the sea water, worrying tourists that came to visit the beach. Visitors from Bangkok told reporters that they drove about 130 Km. from Bangkok in order to visit their weekend getaway, Bang Saen. But when they were about to go into the water, they were able to pick up a sophisticated smell of oil. As they walked further down the beach, they saw slicks of oil throughout the beach which shocked them as they have not seen anything like this before. Following several reports, a clean-up was organized by the Saen Suk district. The clean-up took about 40 minutes, but traces of the oil was still present. Though the origins of the oil is still unknown, environment related organizations presume that a boat had spilled the oil in the middle of ocean, making the wind blow the oil to the Bang Saen beaches. Questions : Answers : 1. Where did the tourists see oil slick? 1. Bangsaen Beach Chonburi 2. When did the tourists see oil slick? 2. October 10, 2013 3. How far is it from Bangkok to Bangsean? 3. 130 Km 4. What did they smell? 4. smell of oil. 5. How did they feel when they saw slick oil? 5. They felt shocked. 6. Who did the clean – up? 6. Saen Suk district 7. Where did the environment related organizations 7. It spilled from a boat. think the oil was from? 108 คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 3. กจิ กรรม : Reading an Article B1 ทกั ษะหลกั : Read info & Argument Collaboration & Sharing atmosphere เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขา ใจประเดน็ หลกั ในบทความสั้น ๆ จากหนังสือพิมพ และนติ ยสารเกีย่ วกบั เหตุการณ ปจ จบุ ัน และหัวขอ ทค่ี ุนเคย ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู : ต 1.1 เขา ใจและสามารถตีความเร่อื งท่ฟี ง และอานจากสื่อประเภทตาง ๆ และสามารถแสดง ความคิดเห็นอยา งมวี จิ ารณญาณ เชน บทความจากหนงั สือพมิ พ 2. แนวการสอนภาษาเพือ่ การสอ่ื สาร (CLT) : หอ งเรียนเปรยี บเสมอื นชมุ ชนที่นักเรียนสามารถเรยี นรแู ละแบงปนการเรยี นรูซึ่งกันและกัน หัวขอเร่อื ง : การอา นบทความ การเตรียมการ / สื่อ / อปุ กรณ : ครูเตรยี มบทความเรอ่ื ง Night work could damage your health สาํ หรบั นักเรียนทกุ คน ข้นั ตอนการจัดกิจกรรม : กจิ กรรมกอนอาน 1. นักเรียนจับคูคุยกับเพ่ือนเร่ือง Working at night แลวเปลี่ยนคู สัก 2-3 คร้งั แลวครสู มุ เลอื กนกั เรยี นพดู แสดงความคิดเหน็ 2. นกั เรยี นเเตล ะครู บั ใบงาน BEFORE READING ใหน กั เรยี นแตล ะคู ตอบคาํ ถาม ขอ 1 True/False ตามความคดิ ของตนเองกอ น 3. นกั เรยี นเดาวาเรือ่ งท่ีจะไดอา นนา จะเปน เร่อื งเกี่ยวกับอะไร กจิ กรรมระหวางอาน 4. นักเรยี นรบั บทความเรอื่ ง Night work could damage your health เพอ่ื อาน แลวนกั เรียนและครูชว ยกันเฉลยใบงาน 5. นกั เรยี นรบั ใบงานที่ 2 เเละจบั คคู าํ ศพั ทแ ละความหมาย โดยดจู ากบทความ ท่อี า น 6. นกั เรียนชว ยกนั เฉลยใบงานท่ี 2 7. นกั เรียนรบั ใบงานที่ 3 Gap Fill เเละชว ยกันเลือกคําท่ีอยใู น คอลัมนขวามือมาเติมในชองวาง ใหไดใจความท่ีสมบูรณ แลวครูและ นกั เรยี นชวยกนั เฉลยคําตอบ กิจกรรมหลงั อาน 8. นักเรียนรับแบบทดสอบเเละทํา เเลวนักเรียนเเละครูชวยกันเฉลย คําตอบ ขอ ควรคํานงึ : 1. ควรทําความเขาใจกับนักเรียนถึงวิธีอานและทําแบบฝกกอน โดยใช Concept Checking Questions 2. ถา เปนโรงเรียนทีม่ ีความพรอม ครอู าจใหนักเรียนเปนผเู สนอหวั ขอบทความทีส่ นใจ คมู่ อื การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 109

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ใบงานที่ 1. TRUE / FALSE : Read the headline. Guess if a-h below are true (T) or false (F). a. Night shifts decrease the risk of getting diabetes. T/F b. The research is from a British university. T/F c. As many as 1,500 genes could be damaged by irregular sleep patterns. T/F d. A professor found out why sleeping patterns that affect genes exist. T/F e. The human body has about 240,000 genes. T/F f. Irregular sleeping patterns can weaken the immune system. T/F g. Irregular sleep affects 97% of all our genes that depend on rhythms. T/F h. A doctor said it was easy for society to function without night workers. T/F เฉลย h. F TRUE / FALSE a. F b. T c. T d. F e. F f. T g. T 110 คู่มือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Night work could damage your health บทความเรอื่ ง Night work could damage your health A new study suggests working shifts at night can be damaging to one’s health. In particular, it increases the risk of several cancers, diabetes, mental illnesses, and various heart diseases. Researchers from the Sleep Research Centre at the U.K.’s University of Surrey discovered that many genes in the body needed to follow a regular 24-hour cycle, during which the body sleeps at night. If this cycle is broken, up to 1,500 genes could get damaged, eventually resulting in potentially life- threatening diseases. Professor Derk-Jan Dijk said: “The study has important implications because we now need to discover why these rhythms exist and think about the consequences of that.” The human body has around 24,000 genes. Many of these switch off if the body does not follow a regular sleeping pattern. This can cause parts of the immune system to become less efficient, making us more susceptible to illnesses. Study co-author Dr Simon Archer said: “Over 97 percent of rhythmic genes become out-of-sync with mistimed sleep, which really explains why we feel so bad during jet lag or if we have to work irregular shifts.” Dr Dijk said that despite the results of the research, it would be difficult for people to change their lifestyles. He explained it was difficult for society to function without people working night shifts, but said people needed to understand the dangers and “mitigate the impact”. ทม่ี า : http://www.breakingnewsenglish.com/1401/140123-night-work.html#ixzz2wmgMr4I3 คู่มอื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 111

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ใบงานที่ 2. SYNONYM MATCH : Match the following synonyms from the article. 1. study a reactions operate 2 damaging b turn harmful 3. resulting in c. prone report 4. cycle d lessen rhythm 5. consequences e. in spite of leading to 6. switch f 7. susceptible g. 8. despite h. 9. function i 10. mitigate j เฉลย 1. f 2. b 3.j 4. h 5. a 6. c 7. e 8. i 9. b 10. g 112 คมู่ อื การจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ใบงานท่ี 3. GAP FILL Fill in the gaps with the words given on the right. A new study suggests working shifts at night can be damaging to eventually one’s health. In particular, it increases the (1) __________ of several cancers, follow diabetes, mental illnesses, and (2) __________ heart diseases. Researchers exist from the Sleep Research Centre at the U.K.’s University of Surrey discovered risk that many (3) _______________ in the body needed to (4) _______________ implications a regular 24-hour cycle, during which the body sleeps at night. If this cycle broken is (5) __________, up to 1,500 genes could get damaged, (6) __________ various resulting in potentially life-threatening diseases. Professor Derk-Jan Dijk said: genes “The study has important (7) __________ because we now need to discover why these rhythms (8) _________ and think about the consequences of that.” The human body has around 24,000 genes. Many of these (9) jet ______ off if the body does not follow a regular sleeping (10) ____________. efficient This can cause parts of the immune system to become less (11) __________, function making us more susceptible to illnesses. Study co-author Dr Simon Archer switch said: “Over 97 per cent of (12) _________ genes become out-of-sync with impact mistimed sleep, which really explains why we feel so bad during (13) ________ pattern lag or if we have to work irregular shifts.” Dr Dijk said that despite the results (14) __________ of the research, it would be difficult for people to change rhythmic their lifestyles. He explained it was difficult for society to (15) __________ without people working night shifts, but said people needed to understand the dangers and “mitigate the (16) __________ “. เฉลยคําตอบ 2. various 3. genes 4. follow 1. risk 6. eventually 7. implications 8. exist 5. broken 10. pattern 11. efficient 12. rhythmic 9. switch 14. results 15. function 16. impact 13. jet lag คูม่ อื การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 113

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education แบบทดสอบ Choose the best answer. 6. What do many genes do if they do not 1. What suggested working shifts at night follow a regular sleeping pattern? could damage one’s health? a) merge with adjacent genes a) an Internet website b) double in size b) a documentary c) switch off c) a hospital d) work faster d) a report 2. In which country is the university that 7. What did the article say becomes less conducted the research? efficient with irregular sleep? a) Ukraine a) the immune system b) England b) studying English c) South Africa c) the rhythm of life d) the USA d) illness 3. How many genes could get damaged? 8. What else is mentioned that upsets our a) all of them sleeping pattern? b) 24,000 a) alcohol c) 14,520 b) alarm clocks d) as many as 1,500 c) jet lag 4. What could damaged genes potentially d) stress and anxiety result in? a) compensation claims 9. What did a doctor say was difficult for b) the gene pool people to change? c) life-threatening diseases a) results d) weight loss b) their lifestyle 5. What did a professor say we needed c) pajamas (USA) pyjamas (UK) to discover? d) genes a) the missing gene b) ourselves 10. What did the doctor say people needed c) the secret of life to understand? d) why rhythms exist a) the dangers of irregular sleep b) how many genes we have เฉลย c) how to look after your genes d) gene therapy 1. f 2. b 3.j 4. h 5. a 6. c 7. e 8. i 9. b 10. g 114 คู่มอื การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 4. กจิ กรรม : Filling in diagrams A2+ ทกั ษะหลัก : Read Instructions Effective tasks เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขาใจคําแนะนําท่ใี ชภาษางา ย ๆ เชน โทรศพั ทสาธารณะ เครื่องจาํ หนา ยต๋วั สาธารณะ ขอมูลเกี่ยวกับความปลอดภยั และการบอกทศิ ทาง ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรียนรู : ต 1.1 เขาใจและสามารถตคี วามเรอ่ื งที่ฟง และอานจากสอื่ ประเภทตา ง ๆ และสามารถแสดง ความคิดเหน็ อยา งมวี จิ ารณญาณ เชน คําแนะนาํ การใชเครื่องจําหนายตัว๋ สาธารณะ 2. แนวการสอนภาษาเพ่ือการสื่อสาร (CLT) : กิจกรรมภาษาหรือแบบฝกหัดท่ีมีคุณภาพในชั้นเรียน จะทําใหนักเรียนมีโอกาสที่จะสื่อ ความหมายในภาษา เพ่มิ พูนแหลงการเรียนรภู าษา สงั เกตการใชภ าษา และมสี ว นในการรว ม สื่อสาร การสื่อสารจะมีความหมายก็ตอเมื่อนักเรียนผานกระบวนการที่เก่ียวของกับตน มปี ระโยชน นา สนใจ และมสี ว นรว ม หวั ขอ เร่อื ง : การอานคาํ ชี้แจง การเตรยี มการ / สอ่ื / อุปกรณ : ครูเตรยี มบทอานเรยี งลําดับขน้ั ตอน How to Buy Bangkok’s BTS Skytrain Tickets ข้ันตอนการจัดกจิ กรรม : กิจกรรมกอ นอา น 1. นักเรียนพูดคุยกับครูเร่ืองการเดินทางโดยใชระบบขนสงสาธารณะ ในกรุงเทพฯ เชน การเดนิ ทางโดยใชรถไฟฟา BTS เปน ตน 2. นักเรยี นชว ยกันพูดสรปุ ขนั้ ตอนการขน้ึ รถไฟฟา BTS กจิ กรรมระหวา งอา น 3. นกั เรยี นเเตล ะคนรบั ใบงานประโยคทเี่ ปน ขนั้ ตอนการซอื้ ตว๋ั รถไฟฟา BTS ทไ่ี มเ รยี งลาํ ดบั 4. นักเรียนนําวิธีการและข้ันตอนการซื้อตั๋วรถไฟฟา BTS มาเรียงใน Flow Chart กิจกรรมหลงั อาน 5. นักเรยี นเปรียบเทยี บคําตอบกบั เพอื่ น 6. นักเรยี นและครชู วยกนั เฉลยคําตอบทถี่ ูกตอง 7. นักเรยี นรวมอภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั การใชร ถไฟฟา BTS ขอควรคาํ นงึ : 1. ถา เปนโรงเรียนทีม่ คี วามพรอ มใหน ักเรยี นดจู าก YOUTUBE 2. อาจหาขั้นตอนวิธีการปฏิบัติที่หลากหลายมาใหนักเรียนฝกทักษะ การอา น คมู่ ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 115

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ใบงาน The flow chart on the right is meant to show the steps for buying Bangkok’s BTS Skytrain tickets. Place the instructions below in the flow chart. Some of the instructions are not required - you should only include those which are relevant to the task. How to Buy Bangkok’s BTS Skytrain tickets Ticket machine only accepts coins. Next to the train stop is the fare amount you need to pay. Pick up your train ticket from the machine. You can change your bills at one of the open booths. Press the white button for the fare amount until it lights up. Find out what stop you’re getting off the train. Make sure you have baht in coins. Insert the coins. The machine gives back change in coins.. 116 คมู่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education เฉลย How to Buy Bangkok’s BTS Skytrain tickets Ticket machine only accepts coins. Make sure you have baht in coins. You can change your bills at one of the open booths. Find out what stop you’re getting off the train. Next to the train stop is the fare amount you need to pay. Press the white button for the fare amount until it lights up. Insert the coins. The machine gives back change in coins. Pick up your train ticket from the machine. คู่มอื การจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 117

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 5. กิจกรรม : Read and Do B1 ทกั ษะหลัก : Read Instructions Collaboration & Sharing atmosphere เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถปฏิบตั ิตามคําสง่ั คาํ ช้แี จง และข้นั ตอนงาย ๆ เชน ข้นั ตอนในการเลนเกม การใชอ ปุ กรณ ชนิดตาง ๆ ทีค่ นุ เคย หรอื การทําอาหาร ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู : ต 1.1 เขาใจและสามารถตคี วามเรื่องท่ฟี งและอา นจากสอ่ื ประเภทตา ง ๆ และสามารถแสดง ความคดิ เหน็ อยา งมวี ิจารณญาณ เชน ปฏบิ ตั ิตามคําแนะนํา คําช้แี จง ทอี่ าน 2. แนวการสอนภาษาเพ่อื การสอ่ื สาร (CLT) : หองเรยี นเปรยี บเสมอื นชุมชนที่นักเรียนสามารถเรยี นรแู ละแบงปน การเรียนรูซึ่งกนั และกัน หวั ขอ เร่ือง : การอานคาํ สงั่ คําชีแ้ จง การเตรียมการ / สื่อ / อปุ กรณ : ครเู ตรียมบทอานเรียงลําดับข้ันตอน How to Make Your Own Recycled Paper ขนั้ ตอนการจัดกิจกรรม : กจิ กรรมกอนอาน 1. นกั เรยี นสนทนากบั ครถู งึ การนาํ วสั ดจุ ากกระดาษมาใชใ หม โดยใหน กั เรยี น บอกตัวอยางผลติ ภณั ฑท นี่ กั เรียนเคยใชหรอื รจู กั 2. นกั เรียนฟง ครูเสนอคําศพั ท 3. นกั เรียนดภู าพการทาํ Recycle สิ่งของจากกระดาษมาใหนกั เรียนดู 4. นกั เรียนเเบง กลมุ ๆ ละ 3 คน กิจกรรมระหวางอาน 5. นกั เรยี นรบั บตั รทม่ี ปี ระโยคหรอื หลายประโยคขนั้ ตอน How to Make Your Own Recycled Paper อยใู นแตละใบใหน กั เรียนแตล ะกลมุ ถาเปนโรงเรยี นท่มี คี วามพรอ มอาจฉายโปรเจ็คเตอรใ หน ักเรยี นดู 6. นักเรียนตองเรยี งบตั รใหถกู ตองตามลาํ ดับข้นั ตอน กจิ กรรมหลงั อาน 7. นักเรียนทดลองฝกปฏิบัติตามข้ันตอน หรือนักเรียนในกลุมรวมกัน ผลิตผลิตภัณฑตามความสนใจ ขอควรคาํ นึง : 1. เปล่ยี นชดุ เน้ือเรอื่ งและเพ่มิ ตวั ชี้วัดความกา วหนา ของนักเรยี น 2. ใชบ ัตรจาํ นวนมากนอ ย ขึน้ อยูกบั ระดบั ของนกั เรยี น 118 คู่มอื การจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตวั อยา งบทอานเรียงลาํ ดบั ขั้นตอน How to Make Your Own Recycled Paper Don’t throw away your old newspapers. Try making your own recycled paper! Recycled paper can be made from old newspaper, following the instructions below. Recycling paper uses cellulose (plant fibers) over and over again, it uses less electricity, less water, a lot less pollution, and it saves trees from being cut down! You will need : • a food processor or an old blender • an electric iron • an old wire hanger • an old pair of panty hose • newspaper or other paper, torn into 2-inch squares • white glue • water • an insect screen or strainer (optional) • food coloring (optional) • a big sink or tub filled with 4 inches of water • Make sure you have a place to work where you can make a big mess! Step ........ : Make a frame out of the coat hanger. You’ll need a frame for each piece of paper you make. Stretch the hanger and bend it into a rectangle/square shape. Take one leg of the panty hose and stretch it carefully over the hanger frame. Make sure it is tight and flat. Step ........ : Put a handful of the torn up paper and some water into the food processor or blender. Blend the mixture on high until it becomes mushy. Keep adding paper and water until you have a big gray blob. You may have to add a little more water to keep things moving smoothly. Keep the food processor on until all the paper has disappeared. Then leave it on for 2 minutes. For some color, add a handful of brown or red onion skin (not the onion itself, just the papery outer skin). คู่มือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 119

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Step ........ : Put 2 tablespoons of white glue in the sink water and add all of the paper pulp you just made. Mix it really well. Use your hands. Step ........ : Scoop the frame to the bottom of the sink, then lift it slowly. (Count to 20 slowly while you are lifting.) Let the water drain out for about a minute. Step ........ : Hang the frames on a clothesline or put them out in the sun. Wait until they are completely dry with no dampness at all. You can then gently peel off the paper. Step ........ : Use the iron, set on the hottest setting, to steam out your paper. You can keep making paper until the pulp is all strained out of the sink. Mix up the sink every time you make a new piece. Advice : Try other things like using in insect screen over a wood frame, or a strainer instead of the pantyhose and hanger. Try adding lots of food coloring, for colored paper, or try adding lint or leaves to the food processor. Your paper will have an interesting texture. Making your own paper can be fun, and it’s a great way to re-use old paper. You can recycle all kinds of paper for re-use. Sometimes paper printed from color-inkjet printers will run, that is, the color will bleed off and become part of your new paper, but that can make for an interesting effect! 120 คู่มอื การจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Answer keys How to Make Your Own Recycled Paper Don’t throw away your old newspapers. Try making your own recycled paper! Recycled paper can be made from old newspaper, following the instructions below. Recycling paper uses cellulose (plant fibers) over and over again, it uses less electricity, less water, a lot less pollution, and it saves trees from being cut down! You will need : • a food processor or an old blender • an electric iron • an old wire hanger • an old pair of panty hose • newspaper or other paper, torn into 2-inch squares • white glue • water • an insect screen or strainer (optional) • food coloring (optional) • a big sink or tub filled with 4 inches of water • Make sure you have a place to work where you can make a big mess! Step One : Make a frame out of the coat hanger. You’ll need a frame for each piece of paper you make. Stretch the hanger and bend it into a rectangle/square shape. Take one leg of the panty hose and stretch it carefully over the hanger frame. Make sure it is tight and flat. Step Two : Put a handful of the torn up paper and some water into the food processor or blender. Blend the mixture on high until it becomes mushy. Keep adding paper and water until you have a big gray blob. You may have to add a little more water to keep things moving smoothly. Keep the food processor on until all the paper has disappeared. Then leave it on for 2 minutes. For some color, add a handful of brown or red onion skin (not the onion itself, just the papery outer skin). ค่มู อื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 121

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Step Three : Put 2 tablespoons of white glue in the sink water and add all of the paper pulp you just made. Mix it really well. Use your hands. Step Four : Scoop the frame to the bottom of the sink, then lift it slowly. (Count to 20 slowly while you are lifting.) Let the water drain out for about a minute. Step Five : Hang the frames on a clothesline or put them out in the sun. Wait until they are completely dry with no dampness at all. You can then gently peel off the paper. Step Six : Use the iron, set on the hottest setting, to steam out your paper. You can keep making paper until the pulp is all strained out of the sink. Mix up the sink every time you make a new piece. Advice : Try other things like using in insect screen over a wood frame, or a strainer instead of the pantyhose and hanger. Try adding lots of food coloring, for colored paper, or try adding lint or leaves to the food processor. Your paper will have an interesting texture. Making your own paper can be fun, and it’s a great way to re-use old paper. You can recycle all kinds of paper for re-use. Sometimes paper printed from color-inkjet printers will run, that is, the color will bleed off and become part of your new paper, but that can make for an interesting effect! 122 คูม่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 6. กจิ กรรม : Matching the elucidation with B1 the pictures Effective Tasks ทกั ษะหลกั : Read Instructions เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถปฏิบัติตามคําสัง่ คําชแ้ี จง และขัน้ ตอนงา ย ๆ เชน ขนั้ ตอนในการเลน เกม การใช อุปกรณช นดิ ตาง ๆ ทคี่ ุนเคย หรอื การทําอาหาร ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู : ต 1.1 เขาใจและสามารถตีความเร่ืองที่ฟงและอานจากสือ่ ประเภทตา ง ๆ และสามารถแสดง ความคดิ เห็นอยา งมีวจิ ารณญาณ เชน ปฏิบัติตามคาํ แนะนาํ คาํ ชีแ้ จง ทอ่ี า น 2. แนวการสอนภาษาเพื่อการสอื่ สาร (CLT) : กิจกรรมภาษาหรือแบบฝกหัดท่ีมีคุณภาพในช้ันเรียนจะทําใหนักเรียนมีโอกาสที่จะสื่อ ความหมายในภาษา เพิ่มพูนแหลง การเรียนรภู าษา สงั เกตการใชภาษา และมีสว นในการรว มสอ่ื สาร หัวขอ เรอ่ื ง : การอา นคาํ ชีแ้ จง ขั้นตอนตา ง ๆ การเตรยี มการ/สือ่ /อุปกรณ : ครเู ตรยี มบทอานคาํ ชี้แจง เรื่อง What should I do if an earthquake occurs? สาํ หรบั นกั เรียน ทุกคน ข้นั ตอนการจัดกจิ กรรม : กิจกรรมกอนอาน 1. นักเรียนดูภาพปรากฏการณแผนดินไหวเเละพูดคุยกับครูวา เมอ่ื เกดิ แผน ดนิ ไหวควรทาํ อยา งไร ใหต นเองและบคุ คลทอ่ี ยดู ว ยปลอดภยั ทสี่ ุด 2. นาํ เสนอคาํ ศพั ทท นี่ กั เรยี นควรทราบจากคาํ ชแ้ี จงทอ่ี า น เชน disasters, aftershocks, extinguish, warp, evacuate ฯลฯ กจิ กรรมระหวา งอาน 3. นักเรียนจับคูทํางานที่ครูแจกใหโดยอานคําช้ีแจงและจับคูกับภาพ ทสี่ มั พนั ธก นั 4. เมื่อนกั เรยี นทําเสรจ็ ครเู ฉลยตรวจดูความถกู ตอง กจิ กรรมหลงั อา น 5. นักเรียนเขียนสรุปคําชี้แจงงาย ๆ จากการอานโดยใชถอยคําของ นักเรียนเอง ขอควรคํานึง : 1. สามารถนาํ กจิ กรรมน้ไี ปใชก ับโรงเรียนพรอ มและพรอมมาก โดยนกั เรียนใชข อมลู และสบื คน จากอนิ เตอรเ น็ตไดอยางหลากหลาย 2. สําหรบั นกั เรยี นระดบั เกง ครูอาจใหออกแบบตารางหลังการอานเองได คู่มอื การจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 123

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ใบงาน Read the elucidation and match each item with the picture. Items pictures • Protect yourself a. Protect your head with a helmet or cushion, and hide in a safe place, such as under a table. Running outside is potentially dangerous, because roof tiles and glass may fall on you. • Extinguish Flames b. Major aftershocks can come after the smallest earthquakes. Calmly extinguish any nearby flames. Caution!! If you are cooking, oil or boiling water may spill during the quake. Under such circumstances, you should immediately distance yourself from the oil or water and extinguish the flames after the quake stops. • Open your door and secure an escape route c. Earthquakes can warp buildings, especially apartment buildings, making it impossible to open doors and escape. Open doors and windows to secure an escape route and prevent yourself from becoming trapped. • Be careful of broken glass d. You may injure your feet on broken glass and other objects. Prepare a flashlight and slippers near your bed so you will be able to move safely. • Never return to your house e Once you have evacuated, never return to the house to get money or possessions. You may become trapped under debris or caught in a fire. Try to avoid entering your house until safety is confirmed. • Walk to your refuge area f Many emergency vehicles, such as fire engines and ambulances, will be using roads during disasters. Obstructing emergency vehicles immediately increases the damage caused by a disaster. Never use cars during an earthquake. 124 คมู่ อื การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Items pictures • Avoid phone calls after a disaster g pictures Phone line usage jumps up during disasters f because of people trying to confirm the safety of themselves h or others. This can obstruct emergency phone calls, such as d 110, 119, and utility information. g Please avoid unnecessary phone calls. When you a want to confirm the safety of a person, try to use the NTT b Disaster Telephone Message Service (171) or make conversations e as short as possible. c • Calmly obtain accurate information h False rumors and information can spread during disasters, leading to further confusion. Obtain accurate information from the TV or radio and don’t get tricked by misinformation. Answer keys Items • Protect yourself • Extinguish Flames • Open your door and secure an escape route • Be careful of broken glass • Never return to your house • Walk to your refuge area • Avoid phone calls after a disaster • Calmly obtain accurate information ทม่ี า : http://www.city.sendai.jp/syoubou/bousai-e/05.html คู่มือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 125

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 7. กจิ กรรม : It happened like this A2 ทกั ษะหลัก : Read literature Interaction, Meaningful Communication เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขา ใจประเดน็ สําคญั ทีอ่ า นเกี่ยวกบั เรอื่ งในชีวติ ประจําวนั ทง่ี าย ๆ และสน้ั ๆ โดยเฉพาะ อยา งย่ิงเมอ่ื มสี ่ือประกอบ ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู : ต 1.1 เขาใจและสามารถตคี วามเรอื่ งทฟ่ี ง และอานจากส่ือประเภทตา ง ๆ และสามารถแสดง ความคดิ เห็นอยา งมวี ิจารณญาณ เชน การลาํ ดับเหตกุ ารณจ ากเร่อื งทีอ่ า น 2. แนวการสอนภาษาเพอื่ การสอื่ สาร (CLT): - การเรียนรูภาษาที่สองจะเกิดข้ึนไดงายถานักเรียนไดปฏิสัมพันธหรือส่ือสารในภาษาน้ัน อยางมคี วามหมาย - การสอ่ื สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื นกั เรยี นผา นกระบวนการทเี่ กย่ี วขอ งกบั ตน มปี ระโยชน นา สนใจ และมีสวนรว ม หวั ขอเรอื่ ง : การลาํ ดับเหตุการณ การเตรยี มการ / ส่ือ / อปุ กรณ : ครเู ตรียมบทอานเรยี งลําดับเหตุการณส าํ หรับนักเรียน ขั้นตอนการจดั กิจกรรม : กิจกรรมกอนอาน 1. นักเรียนสนทนากับครูถึงเหตุการณท่ีเกิดขึ้น หรือใหนักเรียนออกมา เลาเหตุการณท่ีตนพบ เสร็จแลวครูถามนักเรียนถึงลําดับเหตุการณ ทีเ่ กดิ กอน-หลงั 2. ครนู าํ เสนอคาํ ศพั ท 3. นกั เรียนแบงกลุม ๆ ละ 3 คน กจิ กรรมระหวางอาน 4. นักเรียนรับบัตรที่มีประโยคหรือหลายประโยคตามลําดับเหตุการณ ของเรอ่ื งทีน่ ํามาใหอาน 5. นกั เรยี นตอ งเรยี งบตั รใหถ กู ตอ งตามลาํ ดบั เหตกุ ารณท เ่ี กดิ ขนึ้ สง่ิ ทคี่ วรมี ในบัตร ไดแก วันท่เี กดิ เหตุการณ กระบวนการ ขัน้ ตอนในการผลิต ผลติ ภณั ฑ ปรากฏการณ หรอื สงิ่ อน่ื ๆ ทค่ี รแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตดั สนิ ใจ เพื่อเปนการตรวจคําตอบควรมีหมายเลขหรือตัวอักษรไวดานหลัง ของบัตรแตล ะใบ เพ่อื แสดงลาํ ดับของเรือ่ งราวทเี่ กิดขึ้น กจิ กรรมหลังอาน 6. หลังจากเฉลยแลวนักเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็นการกระทํา ของตวั ละครวา เปน คนเชน ไร ทําไมจงึ ทําอยางนั้น 7. นกั เรียนแสดงบทบาทสมมตติ ามเนอ้ื เรอื่ ง ขอควรคํานงึ : 1. เปลยี่ นชดุ เนื้อเรื่องและเพ่ิมตัวชี้วัดความกา วหนาของนักเรียน 2. ใชบ ตั รจาํ นวน 10 – 15 บัตรในแตล ะชุด เพ่ือใหเกมยาวเปน ทน่ี า สนใจ 3. นกั เรียนสามารถชวยทําบัตรที่จะใชไ ด 4. เม่ือนักเรยี นมีประสบการณม ากขึน้ ใชจํานวนบัตรมากข้ึนได 126 คู่มือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตวั อยา งเนือ้ เร่อื งสาํ หรบั การลําดบั เหตุการณ One day, Jean Sot’s mother wanted to go to town. “Now Jean,” she said, “I want you to guard the door. “Yes, Mama,” Jean Sot agreed. Jean’s mother left for town. Jean waited and waited for her to get back. But she was gone a very long time. Jean got worried, and decided to look for her. But he remembered he had promised to guard the door. So Jean took the door off of its hinges and carried it on his back when he went to look for his mother. Along the way, Jean Sot saw some robbers coming along the path, carrying a heavy sack of money. Jean Sot was frightened. They sat down and began to count their money. The chief robber counted out the money for each man, saying: “This is for you, and this is for you, and this is for you.” “And that one’s for me,” Jean Sot cried. The robbers were startled. They looked around, but couldn’t see anyone. The chief robber began counting again: “This is for you, and this is for you, and this is for you.” Again, Jean Sot said: “That one’s for me!” “Who is that?” called the chief robber. “I will wring his fool neck!” Jean Sot was so scared he began to shake, and the door fell off his back and down onto the robbers. “The Devil is throwing doors at us!” shouted one of the robbers. They were so frightened that all the robbers ran away without their money. So Jean Sot climbed down the tree, picked up the money and the door and took them home to his mother. คมู่ อื การจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 127

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education เฉลย One day, Jean Sot’s mother wanted to go to town. “Now Jean,” she said, “I want you to guard the door. “Yes, Mama,” Jean Sot agreed. Jean’s mother left for town. Jean waited and waited for her to get back. But she was gone a very long time. Jean got worried, and decided to look for her. But he remembered he had promised to guard the door. So Jean took the door off of its hinges and carried it on his back when he went to look for his mother. Along the way, Jean Sot saw some robbers coming along the path, carrying a heavy sack of money. Jean Sot was frightened. He adjusted the door on his back as best as he could and climbed up a nearby tree to wait for the robbers to go by. But the robbers stopped underneath the tree! They sat down and began to count their money. The chief robber counted out the money for each man, saying: “This is for you, and this is for you, and this is for you.” “And that one’s for me,” Jean Sot cried. The robbers were startled. They looked around, but couldn’t see anyone. The chief robber began counting again: “This is for you, and this is for you, and this is for you.” Again, Jean Sot said: “That one’s for me!” “Who is that?” called the chief robber. “I will wring his fool neck!” Jean Sot was so scared he began to shake, and the door fell off his back and down onto the robbers. “The Devil is throwing doors at us!” shouted one of the robbers. They were so frightened that all the robbers ran away without their money. So Jean Sot climbed down the tree, picked up the money and the door and took them home to his mother. ทม่ี า : http://dict.longdo.com/search/passage คําถามใหน กั เรยี นแสดงความคดิ เห็น 1. What kind of man do you think Jean Sot is? Why do you think so? 2. Why do you think he decide to go and see his mom? 3. According to the passage what do you think the robbers are afraid of? Why? 128 คมู่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 8. กจิ กรรม : Read and Answer A2 ทักษะหลัก : Correspondence Interaction, Meaningful Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขา ใจและโตต อบจดหมายสว นตวั เกย่ี วกบั เหตกุ ารณต า ง ๆ ความรสู กึ และความปรารถนา ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู : ต 1.1 เขา ใจและสามารถตีความเร่ืองทีฟ่ งและอา นจากส่ือประเภทตาง ๆ และสามารถแสดง ความคดิ เห็นอยา งมวี จิ ารณญาณ เชน การเขยี นตอบจดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกสที่อา น 2. แนวการสอนภาษาเพอ่ื การส่อื สาร (CLT) : - การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดขึ้นไดงายถานักเรียนไดปฏิสัมพันธหรือสื่อสารในภาษานั้น อยางมคี วามหมาย - การสอ่ื สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื นกั เรยี นผา นกระบวนการทเี่ กยี่ วขอ งกบั ตน มปี ระโยชน นาสนใจ และนามีสวนรว ม หัวขอเรอื่ ง : An e - mail (จดหมายอเิ ล็กทรอนกิ ส) การเตรียมการ / สอื่ / อุปกรณ : เตรียม e-mail (จดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส) เนือ้ หางาย ๆ พรอ มคําถาม เพื่อตรวจสอบความเขา ใจ ของนกั เรียน เก่ียวกบั เรื่องทีเ่ พอื่ นเขียนมาและตอบไดต รงประเด็น ขัน้ ตอนการจัดกิจกรรม : กจิ กรรมกอ นอาน 1. นกั เรยี นสนทนากบั ครถู งึ สอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ สต า ง ๆ ทน่ี กั เรยี นนยิ มใชส อื่ สาร กบั เพ่ือน กิจกรรมระหวางอาน 2. นกั เรยี นทกุ คนรบั e-mail (จดหมายอเิ ลคทรอนกิ ส) เนอื้ หางา ย ๆ พรอ มคาํ ถาม 3. นกั เรียนอา นใหเขาใจ และ ตอบคาํ ถาม 4. นักเรียนและครูชว ยกนั เฉลยคําตอบ กิจกรรมหลงั อา น 5. นกั เรียนเขียน e-mail (จดหมายอเิ ล็กทรอนิกส) ตอบ Sara โดยใช คําตอบจากคําถามท่ี Sara ถามในจดหมายของเธอเปนเเนวการเขียน ขอ ควรคาํ นึง : 1. ครูควรทําความเขาใจกับนักเรียนถึงวิธีอานและทําแบบฝกกอน โดยใช Concept Checking Questions 2. ถาเปนโรงเรียนพรอม ครูใหนักเรียนสงจดหมายอิเล็กทรอนิกสตอบ Sara โดยใช e-mail address ของคุณครูเเทน Sara คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 129

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ใบงาน You have received an e – mail from your English – speaking friend, Sara, who is planning to open a restaurant. Read Sara’s e-mail and then choose the answer given to Sara’s e-mail. E – mail Sara Martins E – mail Sara Martins From : 16th March 2006 From : 16th March 2006 Sent : Restaurant Sent : Restaurant Subject : Subject : You remember how Alex and I have always .......................................................................... wanted to open a restaurant – well, we’re .......................................................................... going to do it! .......................................................................... We want to serve food from different countries .......................................................................... in our restaurant so we’re planning to travel .......................................................................... around to collect some ideas. We want to .......................................................................... come to your country. When is the best .......................................................................... time to come? (Say when and why) .......................................................................... We want to find out what people cook at .......................................................................... home every day. What’s the best way for .......................................................................... us to do that? (Suggest...) .......................................................................... We’d also like to go to some local restaurants .......................................................................... which serve traditional food. Can you .......................................................................... recommend one? (yes, give details) .......................................................................... When we open the restaurant in July, we’d .......................................................................... like you to come. Will you be free? ........................................................................... (No, because......) ........................................................................... ........................................................................... Reply soon, ........................................................................... Sara .......................................................................... ทม่ี า : First Certificate in English , Handbook for teachers for examinations from December 2008 University of Cambridge ESOL Examinations 130 ค่มู อื การจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Answer the questions about the letter. เฉลย 1. What do Sara and Alex want to do? 1. They want to open a restaurant. 2. What kind of food do they want to 2. They want to serve food from different serve? countries in their restaurant. 3. Where do they want to go? 3. They want come to my country, Thailand. 4. Why do they want to go there? 4. The want to find out what people cook 5. What do they want you to recommend at home every day to them? 5. They want me to recommend some local 6. What would they like you to do at last? restaurants which serve traditional food. 6. They want me to join opening the restaurant in July. บรรณานกุ รม จนิ ตนา ยอดนา้ํ คาํ และคณะ. (2547). หนงั สอื สง เสรมิ การอา นภาษาองั กฤษระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน เรอ่ื ง “Petchabun Province”. ปรญิ ญานพิ นธ ศศ.ม. มหาวทิ ยาลยั นเรศวร. วรรณี โสมประยูร. (2542). การสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา. พิมพคร้ังท่ี 3. กรุงเทพฯ : ไทยวฒั นาพานชิ . สมุ ติ รา องั วฒั นกลุ . (2535). การวจิ ยั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษ. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พจ ฬุ าลงกรณ มหาวทิ ยาลยั . อาํ นาจ บญุ ศริ วิ บิ ลู ย และคณะ. (2540). เอกสารการสอนชดุ วชิ าการอา นภาษาองั กฤษ (พมิ พค รง้ั ท่ี 3). กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. Cambridge ESOL. (2008). First Certificate in English, Handbook for teachers for examinations. Cambridge: University of Cambridge Press. Day, R., Richard. (n.d). New Ways in Teaching Reading. Richards, C., Jack. (n.d). Teachers of English to Speakers of Other languages. คูม่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 131

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education แนวคดิ เกย่ี วกบั การเรยี นการสอนการเขยี น การเขยี น คอื กระบวนการของการถา ยทอดความรสู กึ นกึ คดิ ของผเู ขยี นออกมา โดยใชส ญั ลกั ษณ ตัวอักษรซ่ึงผูเขียนจะตองเรียบเรียงความคิดอยางเปนระบบ และถูกตองตามโครงสรางและไวยากรณ ของการเขยี น เพอ่ื สอ่ื ความหมายใหผ อู า นเขา ใจ หรอื กลา วอกี นยั หนง่ึ วา การเขยี นคอื การสอ่ื สารใหผ อู น่ื ไดร บั รดู ว ยขอ ความเปน ลายลกั ษณอ กั ษร มจี ดุ มงุ หมายเพอ่ื ถา ยทอดความคดิ ของผสู ง สารคอื ผเู ขยี นไปสผู รู บั สารคอื ผอู า น มกี ารเขยี นไดถ กู ตอ งทง้ั ในดา นการใชค าํ ศพั ท การสะกดตวั การใชเ ครอ่ื งหมายวรรคตอน แบบแผน แบบสรา งตามภาษานยิ มของเจา ของภาษา การสอนเขยี นภาษาองั กฤษของนกั เรยี นไทย จดุ มงุ หมายเพอ่ื ใหน กั เรยี นสามารถเขยี นเลยี นแบบ เจา ของภาษา มใิ ชก ารสอนเขยี นเพอ่ื สอ่ื สารเตม็ รปู แบบ แตจ ะเปน การฝก ทกั ษะการเขยี นอยา งเปน ระบบท่ี ถกู ตอ ง อนั เปน รากฐานสาํ คญั ในการเขยี นเพอ่ื การสอ่ื สารไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพในระดบั สงู ไดต อ ไป ดงั นน้ั สง่ิ ทค่ี รตู อ งคาํ นงึ ถงึ ใหม ากทส่ี ดุ คอื ตอ งใหน กั เรยี นมขี อ มลู เกย่ี วกบั คาํ ศพั ท (Vocabulary) ไวยากรณ (Grammar) และเน้อื หา (Content) อยางเพียงพอท่จี ะเปนแนวทางใหนักเรียนสามารถคิดและเขียนได ในการสอนการเขยี นควรคาํ นงึ ถงึ ประเดน็ ตอ ไปน้ี 1. ทกั ษะการเขยี นกเ็ ชน เดยี วกบั การอา น คอื เปน ทกั ษะทต่ี อ จากกระบวนการเรยี นรใู นการฟง และ การพดู ฉะนน้ั กอ นทค่ี รจู ะใหน กั เรยี นเขยี นอะไร จะตอ งแนใ จวา นกั เรยี นสามารถพดู ออกเสยี งคาํ หรอื ประโยค ขอ ความนน้ั ๆ ได อา นคาํ ขอ ความหรอื ประโยคนน้ั ออก และเขา ใจความหมายของคาํ ขอ ความหรอื ประโยคนน้ั กอ นทจ่ี ะเขยี น 2. การเขียนเปนทักษะท่ีชวยสนับสนุนใหนักเรียนเรียนรู และจําในส่ิงท่ีเรียนไดไมวาจะเปน การเรยี นรกู ารสะกดคาํ การใชเ ครอ่ื งหมายวรรคตอน การใชไ วยากรณ และคาํ ศพั ทส าํ นวน ดงั นน้ั ถา นกั เรยี น ไดม โี อกาสฝก ฝนทกั ษะการเขยี นอยา งสมา่ํ เสมอ นกั เรยี นจะเรยี นรแู ละจาํ สง่ิ ทเ่ี ขาเรยี นไดด ยี ง่ิ ขน้ึ ครจู งึ ควร จดั ใหม กี จิ กรรมการเขยี นเปน ระยะ ๆ สมา่ํ เสมอ เพอ่ื ชว ยใหน กั เรยี นฝก ฝนสง่ิ ทเ่ี รยี นมาและยงั สามารถเกบ็ งานเขยี นสะสมไวเ พอ่ื กลบั มาทบทวนดไู ดภ ายหลงั 3. ทกั ษะการอา นและการเขยี นมคี วามสมั พนั ธก นั และสนบั สนนุ ซง่ึ กนั และกนั ครจู งึ ควรจดั กจิ กรรม การอา นและการเขยี นใหต อ เนอ่ื งและเกย่ี วเนอ่ื งกนั เชน ใหเ ขยี นเครอ่ื งปรงุ ตา ง ๆ หลงั การอา นวธิ กี ารปรงุ อาหาร ใหเ ขยี นขอ ความเกย่ี วกบั ตวั ละครในเรอ่ื ง เปน ตน 4. นกั เรยี นควรทราบวตั ถปุ ระสงคแ ละขอบขา ยการเขยี น นกั เรยี นจงึ จะเขยี นไดต อ งประเดน็ ฉะนน้ั กอ นใหน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมการเขยี นใด ๆ ครคู วรชแ้ี จงวตั ถปุ ระสงคใ นการเขยี นอยา งชดั เจน และกาํ หนด ขอบขายการเขียนน้ัน ๆ เชน ตองการใหเขียนคํา ขอความ หรือประโยค จํานวน ความยาว เทาไร เขยี นเรอ่ื งอะไร และอยา งไร เชน เขยี นโดยใชค าํ ศพั ทแ ละไวยากรณใ นบททเ่ี รยี นมา การสอนการเขยี นควรคาํ นงึ ถงึ องคป ระกอบดา นเนอ้ื หา (Content) ขอ ความทผ่ี เู ขยี นตอ งการสอ่ื ใหก บั ผอู า น รปู แบบ (Form) การวางรปู แบบของการเขยี นไวยากรณ (Grammar) การใชก ฎไวยากรณ และโครงสรา งประโยคตา ง ๆ ลลี าในการใชภ าษา (Style) การเลอื กใชศ พั ท สาํ นวนเพอ่ื ใหเ กดิ อรรถรสทางภาษา กลไกทางภาษา (Mechanics) การใชเ ครอ่ื งหมายวรรคตอน การสะกด คาํ ศพั ท และการใชอ กั ษรตวั เลก็ และใหญไ ดอ ยา งถกู ตอ ง 132 คมู่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education กจิ กรรมการเขยี น การสอนการเขยี นอาจแบง ไดเ ปน 4 ลกั ษณะ ดงั น้ี 1. การเขยี นแบบคดั ลอก (Mechanical Copying) คอื การลอกคํา ขอความ หรือประโยค โดยไมต อ งสรา งภาษาของตนเอง มกั เปน กจิ กรรมทใ่ี ชก บั นกั เรยี นในระดบั ตน ๆ เชน การคดั ลายมอื เขยี นตาม รอยประ การโยงภาพและขอ ความทเ่ี ขา คกู นั แลว ลอกขอ ความ จดั ลาํ ดบั ตวั อกั ษรแลว เขยี นคาํ ใหถ กู ตอ ง หรอื จดั ลาํ ดบั ประโยคและเขยี นขอ ความทถ่ี กู ตอ ง Mechanical Copying เปน การฝก เขยี นโดยการคดั ลอกคาํ ประโยค หรอื ขอ ความทก่ี าํ หนดให ในขณะทเ่ี ขยี นคดั ลอก นกั เรยี นจะเกดิ การเรยี นรกู ารสะกดคาํ การประกอบคาํ เขา เปน รปู ประโยค และอาจเปน การฝก อา นในใจไปพรอ มกนั ขอ เสยี ของการเขยี นในลกั ษณะน้ี คอื ในบางกจิ กรรม นกั เรยี นอาจลอกคาํ ขอ ความ หรอื ประโยค โดยไมเ ขา ใจความหมาย และกจิ กรรมการเขยี นแบบนไ้ี มไ ดเ ออ้ื ใหนักเรียนมีสวนรวมในการสรางภาษาของตนเอง ลักษณะกิจกรรมแบบน้ีอาจไมทาทายความสามารถ ของนกั เรยี น ครจู งึ ควรพจิ ารณาไมค วรจดั กจิ กรรมการเขยี นในแบบนม้ี ากเกนิ ไป 2. การเขียนแบบควบคุม (Controlled Writing) เปนกิจกรรมในการสอนทักษะการเขียน ทม่ี งุ เนน ในเรอ่ื งความถกู ตอ งของรปู แบบ โดยครใู หเ นอ้ื หาและรปู แบบภาษาสาํ หรบั นกั เรยี นใชใ นการเขยี น ครจู ะเปน ผกู าํ หนดสว นทเ่ี ปลย่ี นแปลงใหน กั เรยี น นกั เรยี นจะถกู จาํ กดั ในดา นความคดิ อสิ ระ สรา งสรรค เชน การเปลย่ี นรปู ทางไวยากรณ คาํ ศพั ทใ นประโยค รปู แบบประโยคทต่ี อ งใช ตวั อยา งยอ หนา สาํ หรบั เลยี นแบบ หรอื ขอ ความสาํ หรบั เตมิ ใหส มบรู ณ ขอ ดขี องการเขยี นแบบควบคมุ น้ี คอื การปอ งกนั มใิ หน กั เรยี นเขยี นผดิ ตง้ั แตเ รม่ิ ตน กจิ กรรมทน่ี าํ มาใชใ นการฝก เขยี น เชน - Copying เปน การฝก เขยี นโดยการคดั ลอกคาํ ประโยค หรอื ขอ ความทก่ี าํ หนดให ในขณะทเ่ี ขยี น คดั ลอก นกั เรยี นจะเกดิ การเรยี นรกู ารสะกดคาํ การประกอบคาํ เขา เปน รปู ประโยค และอาจเปน การฝก อา น ในใจไปพรอ มกนั - Gap Filling เปน การฝก เขยี นโดยเลอื กคาํ ทก่ี าํ หนดให มาเขยี นเตมิ ลงในชอ งวา งของประโยค นกั เรยี นจะไดฝ ก การใชค าํ ชนดิ ตา ง ๆ (Part of Speech) ทง้ั ดา นความหมาย และดา นไวยากรณ - Re-ordering Words เปนการฝกเขียนโดยเรียบเรียงคําท่กี ําหนดใหเปนประโยค นักเรียน ไดฝ ก การใชค าํ ในประโยคอยา งถกู ตอ งตามหลกั ไวยากรณ และเรยี นรคู วามหมายของประโยคไปพรอ มกนั - Changing Forms of Certain words เปน การฝก เขยี นโดยเปลย่ี นแปลงคาํ ทก่ี าํ หนดใหใ นประโยค ใหเ ปน รปู พจน หรอื รปู กาลตา ง ๆ หรอื รปู ประโยคคาํ ถาม ประโยคปฏเิ สธ ฯลฯ นกั เรยี นไดฝ ก การเปลย่ี น รปู แบบของคาํ ไดอ ยา งสอดคลอ งกบั ชนดิ และหนา ทข่ี องคาํ ในประโยค - Substitution Tables เปน การฝก เขยี นโดยเลอื กคาํ ทก่ี าํ หนดใหใ นตารางมาเขยี นเปน ประโยค ตามโครงสรา งทก่ี าํ หนด นกั เรยี นไดฝ ก การเลอื กใชค าํ ทห่ี ลากหลายในโครงสรา งประโยคเดยี วกนั และไดฝ ก ทาํ ความเขา ใจในความหมายของคาํ หรอื ประโยคดว ย 3. การเขยี นแบบกง่ึ ควบคมุ (Less – Controlled Writing) เปน แบบฝก เขยี นทม่ี กี ารควบคมุ นอ ยลง และนกั เรยี นมอี สิ ระในการเขยี นมากขน้ึ การฝก การเขยี นในลกั ษณะน้ี ครจู ะกาํ หนดเคา โครงหรอื รูปแบบ แลวใหนักเรียนเขียนตอเติมสวนท่ขี าดหายไปใหสมบูรณ วิธีการน้ีชวยใหนักเรียนพัฒนาทักษะ ความสามารถในการเขยี นไดม ากขน้ึ อนั จะนาํ ไปสกู ารเขยี นอยา งอสิ ระไดใ นโอกาสตอ ไป ตวั อยา งกจิ กรรม ฝก การเขยี นแบบกง่ึ อสิ ระมดี งั น้ี คมู่ อื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 133

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education - Sentence Combining เปน การฝก เขยี นโดยเชอ่ื มประโยค 2 ประโยคเขา ดว ยกนั ดว ยคาํ ขยาย หรือคําเช่ือมประโยค นักเรียนไดฝกการเขียนเรียบเรียงประโยคโดยใชคําขยาย หรือคําเช่ือมประโยค ในตาํ แหนง ทถ่ี กู ตอ ง - Describing People เปน การฝก การเขยี นบรรยาย คน สตั ว สง่ิ ของ สถานท่ี โดยใชค าํ คณุ ศพั ท แสดงคณุ ลกั ษณะของสง่ิ ทก่ี าํ หนดให นกั เรยี นไดฝ ก การใชค าํ คณุ ศพั ทข ยายคาํ นามไดอ ยา งสอดคลอ ง และ ตรงตามตาํ แหนง ทค่ี วรจะเปน - Questions and Answers Composition เปน การฝก การเขยี นเรอ่ื งราว ภายหลงั จากการฝก ถามตอบปากเปลา แลว โดยอาจใหจ บั คแู ลว สลบั กนั ถามตอบปากเปลา เกย่ี วกบั เรอ่ื งราวทก่ี าํ หนดให แตล ะคน จดบนั ทกึ คาํ ตอบของตนเองไว หลงั จากนน้ั จงึ ใหเ ขยี นเรยี บเรยี งเปน เรอ่ื งราว 1 ยอ หนา นกั เรยี นไดฝ ก การ เขยี นเรอ่ื งราวตอ เนอ่ื งกนั โดยมคี าํ ถามเปน สอ่ื นาํ ความคดิ หรอื เปน สอ่ื ในการคน หาคาํ ตอบ นกั เรยี นจะมี ขอ มลู เปน รายขอ ทส่ี ามารถนาํ มาเรยี บเรยี งตอ เนอ่ื งกนั ไปไดอ ยา งนอ ย 1 เรอ่ื ง - Parallel Writing เปน การฝก การเขยี นเรอ่ื งราวเทยี บเคยี งกบั เรอ่ื งทอ่ี า น โดยเขยี นจากขอ มลู หรอื ประเดน็ สาํ คญั ทก่ี าํ หนดให ซง่ึ มลี กั ษณะเทยี บเคยี งกบั ความหมายและโครงสรา งประโยคของเรอ่ื งทอ่ี า น เม่อื นักเรียนไดอานเร่อื งและศึกษารูปแบบการเขียนเรียบเรียงเร่อื งน้นั แลว นักเรียนสามารถนําขอมูลหรือ ประเดน็ ทก่ี าํ หนดใหม าเขยี นเลยี นแบบ หรอื เทยี บเคยี งกบั เรอ่ื งทอ่ี า นได - Dictation เปน การฝก เขยี นตามคาํ บอก ซง่ึ เปน กจิ กรรมทว่ี ดั ความรคู วามสามารถของนกั เรยี น ในหลายๆ ดา น เชน การสะกดคาํ ความเขา ใจดา นโครงสรา งประโยค ไวยากรณ รวมถงึ ความหมายของคาํ ประโยค หรอื ขอ ความทเ่ี ขยี น 4. การเขยี นแบบอสิ ระ (Free Writing) เปน แบบฝก เขยี นทไ่ี มม กี ารควบคมุ แตอ ยา งใด นกั เรยี นมี อสิ ระเสรใี นการเขยี น เปด โอกาสใหน กั เรยี นไดแ สดงความคดิ จนิ ตนาการอยา งกวา งขวาง การเขยี นในลกั ษณะน้ี ครจู ะกาํ หนดเพยี งหวั ขอ เรอ่ื งหรอื สถานการณ แลว ใหน กั เรยี นเขยี นเรอ่ื งราวตามความคดิ ของตนเอง วธิ กี ารน้ี ชว ยใหน กั เรยี นพฒั นาทกั ษะความสามารถในการเขยี นไดเ ตม็ ท่ี ขอ จาํ กดั ของการเขยี นลกั ษณะน้ี คอื นกั เรยี น มีขอมูลท่เี ปนคลังคํา โครงสรางประโยค ไวยากรณ เปนองคความรอู ยคู อนขางนอย สงผลใหการเขียน อยา งอสิ ระน้ี ไมป ระสบผลสาํ เรจ็ เทา ทค่ี วร กจิ กรรมการเขยี น เชน การเขยี นความเรยี งทค่ี รกู าํ หนดหวั ขอ ให หรอื เขยี นบทสนทนา กจิ กรรมการเขยี นแบบนค้ี รจู ะตอ งเตรยี มนกั เรยี นเปน อยา งดกี อ นทจ่ี ะใหน กั เรยี นเขยี น โดยมหี ลกั ในการเตรยี มตวั ดงั น้ี 4.1 กาํ หนดเนอ้ื หากอ นการเขยี นโดยการพดู เกย่ี วกบั สง่ิ ทจ่ี ะเขยี น ควรใหน กั เรยี นแสดงความคดิ ใหม ากทส่ี ดุ และอาจใหน กั เรยี นแตล ะคนสรา ง Web หรอื เครอื ขา ยเนอ้ื หาเกย่ี วกบั สง่ิ ทจ่ี ะเขยี น จากนน้ั จงึ ใหน กั เรยี นกาํ หนดโครงรา งของเรอ่ื งทจ่ี ะเขยี นโดยขยายความเนอ้ื หาจากคาํ ทอ่ี ยใู น Web แลว จงึ ลงมอื เขยี น 4.2 ครไู มค วรกาํ หนดหวั เรอ่ื งซง่ึ ไมเ กย่ี วขอ งกบั สง่ิ ทน่ี กั เรยี นมปี ระสบการณ ครไู มค วรสง่ั งาน เขยี นลกั ษณะนใ้ี หเ ปน การบา นโดยมไิ ดช ว ยนกั เรยี นเตรยี มตวั ในการเขยี น และไมค วรกาํ หนดใหน กั เรยี นเขยี น หวั ขอ หรอื เรอ่ื งทย่ี ากเกนิ ความสามารถของนกั เรยี น นอกจากกจิ กรรมการเขยี นทก่ี ลา วมา ยงั มกี จิ กรรมการเขยี นอกี หลายตวั อยา ง เชน 1. การเขยี นเรอ่ื งราวของตวั เอง (Writing about yourself) 2. การเขยี นเรอ่ื งราวเกย่ี วกบั ครอบครวั และเพอ่ื น (Writing about your family and friends) 134 คู่มือการจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 3. การเขยี นเกย่ี วกบั กจิ วตั รประจาํ วนั (Writing about daily activities) 4. การเขยี นเกย่ี วกบั การดาํ เนนิ ชวี ติ (Writing about lifestyles) 5. การเขยี นเกย่ี วกบั บคุ คลตา ง ๆ (Writing about people) 6. การเขยี นเกย่ี วกบั สถานทต่ี า ง ๆ (Writing about places) 7. การเขยี นบรรยาย (Writing a description) 8. การเขยี นคาํ สง่ั (Writing instructions) 9. การเขยี นเกย่ี วกบั เหตกุ ารณใ นอดตี (Writing about past events) 10. การจดรายการการซอ้ื ของ (Making a shopping list) 11. การเขยี นบตั รอวยพร (Writing greeting cards) 12. การเขยี นปา ย (Writing labels) 13. การเขยี นขอ ความบนกาํ แพงตามอาคารตา ง ๆ (Writing graffiti on a wall) 14. การเขยี นจดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (E- mail writing) 15. การทาํ ขอ สอบการสะกดคาํ (Doing a spelling test) 16. การเขยี นไปรษณยี บตั ร (Writing a postcard) 17. การเขยี นบนั ทกึ ประจาํ วนั (Taking notes in a diary) 18. การเขยี นบนั ทกึ ขอ ความใหก บั ครอบครวั (Taking notes for the family) 19. การเขยี นบตั รเชญิ (Writing an invitation) 20. การเขยี นคาํ สง่ั (Writing instructions for others) 21. การเขยี นใบสง่ั จา ยเงนิ (Writing a cheque) 22. การเขยี นบนั ทกึ ขอ ความทางโทรศพั ท (Taking a phone message) 23. การเขยี นคาํ สภุ าษติ (Writing a proverb) 24. การเขยี นทอ่ี ยู (Writing an address) การสอนทกั ษะการเขยี นมขี อ เสนอแนะสาํ หรบั ครู เชน แบบฝก หดั เขยี นนน้ั ใหท าํ ในหอ งเรยี นนอ ย ทส่ี ดุ ควรจะใหท าํ เปน การบา น เวลาสว นใหญน า จะใชเ ปน การฝก ฟง และอา นทค่ี รจู ะตอ งควบคมุ อยา งใกลช ดิ การสอนตามคาํ บอกมปี ระโยชนม าก จะตอ งทาํ ในหอ งเรยี นเชน เดยี วกบั แบบฝก หดั เขยี น ซง่ึ เปน สว นของ การฝก ความเขา ใจในการฟง แบบฝก หดั เขยี นตอ งสมั พนั ธก บั เนอ้ื หาทเ่ี รยี นมาแลว ในแตล ะหนว ย เพอ่ื เสรมิ ความแมน ยาํ ใหก บั ทกั ษะ พดู อา น และเขยี น กิจกรรมการสอนทักษะการเขียนมีกิจกรรมกอนการเขียนซ่ึงเปนการใหความรูพ้ืนฐานเก่ียวกับ กลไกทางการเขยี นในเรอ่ื งตา ง ๆ เชน การสะกดคาํ การใชเ ครอ่ื งหมายวรรคตอน การใชก าล (Tense) และศพั ทท เ่ี กย่ี วขอ งกบั หวั ขอ ทจ่ี ะเขยี น กจิ กรรมระหวา งการเขยี น เปน กจิ กรรมทค่ี รนู าํ มาใชใ นการฝก ทกั ษะ การเขยี น เชน นาํ ภาพประกอบมาใหน กั เรยี นเขยี นเรอ่ื งจากภาพ นาํ เทปบทสนทนามาเปด ใหน กั เรยี นฟง แลว ใหน กั เรยี นเขยี นเปน เรอ่ื งเลา หรอื สรปุ เรอ่ื งทไ่ี ดย นิ กจิ กรรมหลงั การเขยี น เมอ่ื นกั เรยี นเขยี นเสรจ็ เรยี บรอ ยแลว อาจนาํ มาอา นในชน้ั เรยี นผใู หเ พอ่ื น รว มชน้ั ฟง ตลอดจนนาํ มาแสดงความคดิ เหน็ และวจิ ารณว า ขอ เขยี นนน้ั วา ดี ถกู ตอ งในการสอ่ื ความมากนอ ยเพยี งไร และการใชภ าษาถกู ตอ งเหมาะสมหรอื ไม และมขี อ ทต่ี อ งปรบั ปรงุ แกไ ขเพม่ิ เตมิ อยา งไรบา ง คูม่ อื การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 135

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education เมอ่ื นกั เรยี นไดช น้ิ งานจากการฝก ทกั ษะการเขยี น การตรวจงานเขยี นเปน สง่ิ ทค่ี รตู อ งดาํ เนนิ การตอ ไป ซง่ึ ครคู วรคาํ นงึ ถงึ สง่ิ ตอ ไปน้ี 1. การใหร ะดบั คะแนน A, B, C หรอื /7, /8 ,…/10 การใหค ะแนนแบบนเ้ี ปน การประเมนิ การเขยี นโดยรวม ไมค วรเนน เฉพาะความถกู ตอ งทางไวยากรณเ ปน เกณฑ แตย งั ตอ งดวู า นกั เรยี นสามารถ ใชภ าษาสอ่ื ความคดิ ไดช ดั เจนหรอื ไม และพฒั นาความคดิ และเรอ่ื งราวทเ่ี ขยี นดี เหมาะสมมากนอ ยเพยี งไร 2. การแสดงความคดิ เหน็ ตอ การเขยี น good, fair, needs improvement, careless ครพู งึ ตระหนกั วา การแสดงความคดิ เหน็ ตอ งานเขยี นของนกั เรยี น เปน การชใ้ี หน กั เรยี นเหน็ ทง้ั จดุ เดน และขอ ดอ ย ครคู วร กลา วชมสง่ิ ทน่ี กั เรยี นเขยี นดแี ลว และคอ ยชใ้ี หเ หน็ จดุ ทย่ี งั บกพรอ งใหค าํ แนะนาํ ทเ่ี ปน ประโยชนต อ การปรบั ปรงุ แกไ ข 3. การตรวจแกไ ขทผ่ี ดิ ทผ่ี ดิ ซง่ึ นกั เรยี นเขยี นมานน้ั นกั เรยี นควรวเิ คราะหด ว ยวา มาจากสาเหตใุ ด ผดิ เพราะนกั เรยี นไมร จู งึ ใชผ ดิ เขยี นผดิ หรอื ผดิ เพราะความสะเพรา 4. การตรวจแกไ ขทผ่ี ดิ สามารถทาํ ไดด ว ยวธิ ตี า ง ๆ เชน การตรวจแกไ ขทผ่ี ดิ ทง้ั หมด ครตู อ งใชเ วลา มากในการตรวจงาน วธิ นี ท้ี าํ ใหน กั เรยี นไมไ ดฝ ก คดิ ดว ยตนเองวา ทเ่ี ขยี นไปนน้ั ผดิ อยา งไร การตรวจแกไ ข ทผ่ี ดิ เฉพาะบางสว น ครผู สู อนอาจแกไ ขเฉพาะจดุ ทเ่ี หน็ วา สาํ คญั นกั เรยี นควรใหค วามสนใจในขอ บกพรอ งนน้ั ใหม าก เชน เรอ่ื ง Tense, Subject Verb Agreement การชใ้ี หน กั เรยี นเหน็ ทผ่ี ดิ วธิ นี อ้ี าจทาํ ไดโ ดยขดี เสน ใต หรอื วงกลมลอ มทผ่ี ดิ โดยมกี ารตกลงเรอ่ื งเครอ่ื งหมายในการใชส ญั ลกั ษณต า ง ๆ กบั นกั เรยี น เชน sp = spelling error, ss = error in sentence structure เปน ตน 5. ครอู าจยกกรณที น่ี กั เรยี นทาํ ผดิ กนั มากหรอื ผดิ ซา้ํ ๆ มายกตวั อยา งขน้ึ กระดานดาํ แกไ ขให ถกู ตอ งในชน้ั เรยี น โดยใหน กั เรยี นทกุ คนไดม สี ว นรว มออกความเหน็ ในการแกไ ขทผ่ี ดิ ใหถ กู ตอ ง 136 คู่มอื การจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตวั อยา งแผนการจดั การเรยี นการสอนทกั ษะการเขยี น 1. กจิ กรรม : การเขียนจดหมายโตต อบ B1 (Exchanging E-mails) Interaction & Meaningful Communication ทกั ษะหลกั : Overall Writing เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขียนขอความส้ัน ๆ เขาใจงาย ในหัวขอทีค่ ุน เคย ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู : ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร การแสดงความรูสึก และความคดิ เหน็ อยา งมปี ระสทิ ธิภาพ 2. แนวการสอนภาษาเพือ่ การส่ือสาร (CLT) : - การเรียนรูภาษาที่สองจะเกิดข้ึนไดงายถานักเรียนไดปฏิสัมพันธหรือสื่อสารในภาษานั้น อยา งมคี วามหมาย - การสอื่ สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื นกั เรยี นผา นกระบวนการทเ่ี กย่ี วขอ งกบั ตน มปี ระโยชน นาสนใจ และมสี ว นรว ม หวั ขอ เร่ือง : Personal Topics (การเขยี นจดหมายอิเล็กทรอนกิ สในหวั ขอ เกี่ยวกบั ตนเอง) การเตรยี มการ / ส่อื / อุปกรณ : เตรียมเขียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส (ใชรูปแบบการเขียนจดหมาย) แนะนําตัวครูตอนักเรียน เลา ถึงตวั เอง งานบาน และครอบครัว ขนั้ ตอนการจัดกิจกรรม : กิจกรรมกอนเขยี น 1. นักเรยี นสนทนากบั ครูเรือ่ งตัวอยา งจดหมายอเิ ล็กทรอนิกส โดยการ ตั้งคําถาม เชน เปนจดหมายอะไร เขียนถึงใคร มีใจความสําคัญ อะไร 2. นักเรยี นสงั เกตรปู แบบ (Form) ของจดหมาย กจิ กรรมระหวา งเขียน 3. นักเรียนเขียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส (หรือจดหมาย) เเบบเดียว กับตัวอยางถึงครู 4. เมื่อนักเรียนสงจดหมายอิเล็กทรอนิกส (หรือจดหมาย) ใหครู ครเู ขยี นจดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ สอ กี ฉบบั ตอบความเหน็ ทน่ี กั เรยี นเขยี น โดยใหจ ดหมายโตต อบนมี้ ีลกั ษณะเปน การส่อื สารจริง กจิ กรรมหลงั เขยี น 5. นกั เรียนอาสาสมัครอา นจดหมายของตนเองหนา ช้ันเรยี น ขอ ควรคาํ นึง : - เก็บจดหมายโตต อบนใ้ี หเปนเรื่องสว นตัวระหวา งครกู บั นักเรียนแตล ะคน - ไมจาํ เปนตองตรวจแกภาษาในจดหมาย คูม่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 137

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตัวอยา งจดหมาย Dear Everybody, If we are to work together for one year, it is important that we get to know each other better. To this end I‛d like you to write me an e-mail introducing yourselves, telling me something about you and your family. I live in Thailand, just the south of Bangkok. I work for St. Paul Convent full time. This means that I have to be here on the weekdays during the school semesters. The rest of my days are spent either students-language training in Chiangmai or preparing lessons in my house in Thonburi. I also spend a month wandering round the north of Thailand each year. It‛s a long time to spend away from home. My husband, Nadej, looks after our two children and a pet dog in Thonburi. Our eldest is a girl, Yaya, and our youngest is a boy, Mark, aged 13. Please tell me about yourself. Maybe you could mail me by tomorrow night. Sincerely yours, Warunee 138 คมู่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 2. กิจกรรม : โตต อบอนทุ นิ กบั นักเรียน A2 (Sharing journals with students) Individuality ทกั ษะหลัก : Creative เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขียนเก่ียวกับสิ่งของและบุคคลที่ตนเองรูจักเปนอยางดีดวยการใชภาษางาย ๆ เชน รายละเอียดของเพือ่ น สงิ่ ทีเ่ กิดขึน้ ในแตละวัน ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรียนรู : ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร การแสดงความรูสึก และความคดิ เหน็ อยา งมปี ระสิทธภิ าพ 2. แนวการสอนภาษาเพือ่ การส่ือสาร (CLT) : นกั เรียนแตล ะคนมีหนทางพัฒนาภาษาของตนเอง และมีอตั ราการพฒั นาทไี่ มเ ทา กนั และมี ความตอ งการและแรงจูงใจในการเรยี นภาษาที่ตา งกนั หวั ขอเรื่อง : Personal Topics (การเขยี นจดหมายเกีย่ วกับตนเอง) การเตรียมการ / ส่ือ / อปุ กรณ : เตรยี มหวั ขอ เกี่ยวกับเรอื่ งสวนตัวท่นี ักเรยี นตอ งการเขียน ขั้นตอนการจดั กิจกรรม : กจิ กรรมกอนเขยี น 1. นักเรยี นศึกษาสมดุ บนั ทกึ ของครทู ่เี ตรียมมาใหดู แลวตั้งคําถาม เชน สมดุ อะไร มไี วเ พื่ออะไร เปนตน 2. นักเรียนทุกคนรับสมุดบันทึก ใหถือวาสมุดเลมนี้เปนสมบัติสวนตัว ของแตล ะคน โดยมขี อ แมว า เปน สว นสาํ คญั สว นหนง่ึ ของวชิ าการเขยี น และตองอนญุ าตใหครอู านได แตมิใหนกั เรียนคนอ่นื ๆ อา น 3. อธิบายใหนักเรียนเขาใจวาสมุดบันทึกเหลาน้ีจะเก็บไวในที่ท่ีจัดไว เฉพาะในหองเรียน และเจาของจะนํากลับไปบานไดก็ตอเม่ือไดรับ อนญุ าตจากครเู สยี กอน จนถงึ ปลายเทอมหรอื เมอื่ เรียนจบวชิ านีแ้ ลว สมุดจึงจะไปอยูกับเจา ของตลอดไป กจิ กรรมระหวางเขียน 4. นักเรียนเขียนเรื่องราวที่ตนเองตองการเขียน โดยใชรูปแบบ การเขียนท่ีหลากหลายลีลาตามทตี่ นเองถนดั ลงในสมดุ ตอนเริ่มตน คาบเรียนประมาณวันละสบิ นาทที กุ วัน ชว งเวลาดังกลา วอาจขยาย ไดเ ปน ครงั้ คราวตามสภาพการณท จ่ี าํ เปน หรอื โอกาสทอี่ าํ นวย นกั เรยี น อาจเขียนเปนโนตสัน้ ๆ กอนเขียนจริง 5. อธิบายวา งานเขียนนจ้ี ะไมมกี ารตรวจใหคะแนนหรือประเมินผล 6. บันทึกท่ีนักเรียนเขียนในแตละวันน้ัน ครูจะอานและตอบโตตอทาย เปน ปฏสิ ัมพันธร ะหวา งนักเรยี นและครู กิจกรรมหลังเขียน 7. นกั เรยี นแลกเปลย่ี นแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ประโยชนข องการเขยี น บนั ทกึ กบั เพอ่ื น ขอ ควรคาํ นึง : - เกบ็ จดหมายโตตอบน้ีใหเปน เรอื่ งสวนตัวระหวางครูกับนักเรียนแตละคน - ไมจ าํ เปนตอ งตรวจแกภาษาในจดหมาย คู่มอื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 139

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 3. กิจกรรม : ทําความรจู ักกับนกั เรยี น A2 (Getting to Know You) Teacher as a facilitator ทกั ษะหลกั : Reports: Info & argument เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถกรอกแบบสอบถาม ใหขอ มูลเก่ยี วกับวุฒกิ ารศกึ ษา งาน ความสนใจ และทักษะตา ง ๆ ของตนเอง ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู : ต 1.2 มที กั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ มลู ขา วสาร การแสดงความรสู กึ และ ความคดิ เหน็ อยา งมปี ระสิทธิภาพ 2. แนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) : บทบาทของครูในหองเรียนคือ ผูชวยสรางบรรยากาศในการเรียนรู สรางโอกาสใหนักเรียน ไดฝ ก และใชภาษา และใหผ ลยอนกลับในการใชภ าษาและการเรียนภาษาของนกั เรียน หัวขอเรอื่ ง : Our Group or Our Class (การเขยี นเร่อื งราวเก่ียวกับเพอื่ น) การเตรียมการ / สอื่ / อุปกรณ : เตรยี มคําถามเกีย่ วกับสง่ิ ทีน่ า สนใจในอนาคตของนักเรียน ขั้นตอนการจัดกิจกรรม : กิจกรรมกอนเขยี น 1. นกั เรยี นแตล ะคนจะไดส มั ภาษณส มาชกิ คนหนงึ่ ในกลมุ เพอื่ หาขอ มลู ภมู หิ ลัง หรอื ขอ มลู ทีน่ าสนใจเปน พิเศษเกีย่ วกับเพอื่ นคนนนั้ 2. นกั เรยี นชว ยกนั เสนอคาํ ตอบทน่ี า สนใจในการสมั ภาษณ ครพู ยายาม เเลว นาํ ใหน กั เรยี นตงั้ คาํ ถามเกย่ี วกบั สงิ่ ทน่ี า สนใจในอนาคต เปน ตน ครูเขียนขอคําถามในรูปแบบที่ถูกตองบนกระดาน ตามระดับ ความสามารถในการนําเสนอคาํ ถามของนกั เรียน 3. นกั เรยี นท้งั ชน้ั คดิ เรอ่ื งอื่น ๆ ท่ีตนเองอยากทราบ (ไมควรเปนเรอ่ื ง สว นตวั เกนิ ไป) แลว ใหช ว ยกนั บอกขอ คาํ ถามเพมิ่ ครเู ขยี นบนกระดาน ตวั อยางคาํ ถาม เชน - What makes you happy? - What would you like to be in the future and why? - Do you support the present government, why or why not? - Are you optimistic about the future? - Could you live by yourself on an island for a month, why and how, or why not? - What will you be doing in 10 years from now? 140 คูม่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education กิจกรรมระหวา งเขยี น 4. นักเรียนจับคูสัมภาษณซึ่งกันและกัน โดยแตละคนจะตองถาม คาํ ถามอยา งนอ ย 5 คาํ ถาม และไมใ หเ ปน คาํ ถามพน้ื ๆ จนเกนิ ไป เพ่ือใหแนใจวามีขอบขายขอมูลกวางขวางพอสมควร และครูจํากัด เวลาใหเหมาะสม (เพื่อมิใหใชเวลาไปกับขอหน่ึงขอใดมากเกินไป) ทกุ คนควรจดบันทกึ คาํ ตอบของคูสนทนา 5. นักเรียนใชขอมูลท่ีบันทึกไวมาเขียนบรรยายคูสนทนาของตนเอง สนั้ ๆ ครคู วรใหเ ลอื กใชเ ฉพาะขอ มลู สว นทผี่ เู ขยี นคดิ วา นา สนใจทส่ี ดุ กจิ กรรมหลังเขยี น 6. นักเรียนและคูสนทนาแลกเปลี่ยนกันอานขอเขียนที่เพื่อนเขียน บรรยายตนเองและอาจจะแนะนาํ ใหเ พอ่ื นเปลย่ี นขอ มลู ไดห ากตอ งการ 7. นักเรียนเผยแพรผลงานของกลุมตัวเองไดโดยการติดแสดงบนผนัง ภายใตหวั ขอ “Our Group” คมู่ อื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 141

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 4. กจิ กรรม : การเขยี นรายงานขา ว B1 (Writing a newscast) Interaction & Meaningful Communication ทักษะหลัก : Reports (Info & argument) เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขียนรายงานส้นั ๆ ท่ีเปนทางการ ถายโอนขอขอ เท็จจริงในชีวติ ประจาํ วัน ท่เี กี่ยวขอ งกบั ตนเอง ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู : ต 1.2 มที กั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ มลู ขา วสาร การแสดงความรูส กึ และ ความคิดเห็นอยางมีประสิทธิภาพ 2. แนวการสอนภาษาเพื่อการสอื่ สาร (CLT) : - การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดขึ้นไดงายถานักเรียนไดปฏิสัมพันธหรือส่ือสารในภาษาน้ัน อยางมีความหมาย - การสอื่ สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื นกั เรยี นผา นกระบวนการทเี่ กยี่ วขอ งกบั ตน มปี ระโยชน นาสนใจและมสี วนรวม หัวขอเร่อื ง : The News (การเขยี นรายงานขา ว) การเตรียมการ / สื่อ / อุปกรณ : เตรยี มอดั เทปรายการขา วทมี่ คี วามยาวพอสมควรหลาย ๆ ขา ว และเตรยี มรายการหนงึ่ ในสามขอ ตอ ไปน้ี โดยพิจารณาจากระดับกลมุ นกั เรียนและความจาํ เปน หรือความตอ งการชี้นาํ จากครู 1. พาดหวั ขอขา วหนังสอื พมิ พจํานวนหน่ึง 2. สรปุ ขาวจากหนา “ขา วสนั้ ” ในหนังสือพมิ พ 3. รายงานขาวสน้ั ๆ จากหนงั สือพมิ พจ ํานวนหน่ึง ข้นั ตอนการจัดกิจกรรม : กจิ กรรมกอนเขียน 1. นกั เรยี นฟงขาวและระดมสมองวิเคราะหเ คา โครง การเรยี บเรียงขา ว แตล ะขา ว ฟงดูวามเี นื้อหาแตละสวนเปน อยา งไร เชน สว นใดเปน เหตุการณท่ีเกิดขึ้น เปนฉากหลังของเหตุการณ เปนขอคิดเห็น ที่ขดั แยงกนั ของบรรดาผูอยูร วมหรือเห็นเหตุการณน ัน้ ๆ ตลอดจน การคาดการณใ นอนาคต 2. นักเรียนเขียนสคริปตสําหรับรายงานขาวทางวิทยุระดับทองถ่ินหรือ ระดบั ชาตคิ รจู ะเลอื กใหท าํ ระดบั ใด ขน้ึ อยกู บั ความสนใจของนกั เรยี น และขอมูลขาวสารท่นี ักเรยี นทราบ 3. นกั เรยี นจบั คหู รอื กลมุ เลก็ ๆ 4. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ควรปรกึ ษาหารอื หรอื ตกลงกนั เรอ่ื งเนอ้ื หา และรปู แบบการ ลําดบั เรียงความกอน แลวจึงลงมอื เขียนสคริปต ระหวา งน้นั ครูควร เดินตรวจและชี้แนะดานรปู แบบภาษา 142 คมู่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่