English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education กจิ กรรมระหวา งเขยี น 5. ใชส อื่ ทเ่ี ตรยี มมาขา งตน อยา งใดอยา งหนงึ่ เพอื่ เรมิ่ ตน กจิ กรรมสาํ หรบั นกั เรยี นบางระดบั พาดหวั ขอ ขา ว (แจกใหก ลมุ ละหนง่ึ ชน้ิ ) แตห ากใช บทสรุปขาวจาก “ขาวส้นั ” นักเรียนก็อาจไดเน้อื หาดานความคิด มากขน้ึ บางกลมุ อาจจาํ เปน ตอ งใชร ายงานขา วขนาดสน้ั มาฝก ทาํ โนต จับใจความสําคัญจากการอานกอน แลวครูเก็บรายงานขาวกลับคืน ไมใ หน ักเรยี นดอู ีก จากน้ันนกั เรียนเขยี นบทพดู กิจกรรมหลังเขียน 6. สคริปตท่ีเขียนเสร็จแลวควรนํามารายงานออกอากาศ จะทําได มากนอยแคไหน ขึน้ อยกู บั อปุ กรณท ่มี ี ขอควรคาํ นึง : นักเรียนอาจแสดงหนาชั้นเปนทีมผูรายงานขาว แตละคนเปนตัวแทนจากแตละกลุมอัดรายงาน ขาวของตนเองลงในซีดีหรือยูทูบ ซึ่งสามารถเปดซําหรือยอนกลับเพื่อใหขอวิจารณ หรือรายงานขาว ในรปู วีดทิ ศั นซ ่งึ ฉายใหช มกันทัง้ ช้ัน คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 143
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 5. กิจกรรม : การใชค าํ เชอ่ื มแบบแยง ความ B1+ (Using connectors of concession) Effective Tasks ทกั ษะหลกั : Correspondence เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขยี นจดหมายและจดหมายอิเล็กทรอนิกสบรรยายประสบการณและความรูสึกได ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู : ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร การแสดงความรูสึก และความคิดเห็นอยา งมีประสิทธภิ าพ 2. แนวการสอนภาษาเพ่อื การส่อื สาร (CLT) : กิจกรรมภาษาหรือแบบฝกหัดที่มีคุณภาพในชั้นเรียนจะทําใหนักเรียนมีโอกาสที่จะสื่อ ความหมายในภาษา เพ่ิมพูนแหลงการเรียนรูภาษา สังเกตการใชภาษา และมีสวนในการรวมส่ือสาร การสื่อสารจะมีความหมายก็ตอเม่ือนักเรียนผานกระบวนการที่เก่ียวของกับตน มีประโยชน นาสนใจ และมสี ว นรวม หวั ขอ เร่อื ง : A letter of Complaint (การเขยี นจดหมายแบบแยงความ) การเตรยี มการ / ส่อื / อุปกรณ : - ครูนําเสนอบริบท ใหนักเรียนสมมติตนเองเปนผูปกครองท่ีไดชมละครโทรทัศนรวมกับ บตุ รหลาน ละครเรอื่ งนอี้ อกอากาศหวั คาํ่ และมฉี ากการใชก าํ ลงั ความรนุ แรง ซงึ่ ทาํ ใหเ ดก็ ๆ ไดร บั ผลกระทบ นักเรียนไดทราบวาบริษัทโทรทัศนมีนโยบายหามออกอากาศรายการที่มีความรุนแรงจนกวาจะถึงชวงดึก จึงเขียนจดหมายแสดงความไมเห็นดว ยทีจ่ ะออกอากาศละครเร่อื งน้ันในตอนหัวค่าํ - ครูเตรียมทาํ สําเนาจดหมายและใบงาน ขน้ั ตอนการจดั กิจกรรม : กจิ กรรมกอนเขยี น 1. นกั เรยี นรับฟงสถานการณจ ากครู 2. นักเรียนตอบคําถามครูวาบริษัทโทรทัศนควรมีนโยบายเกี่ยวกับ การออกอากาศฉากท่ีมีการใชความรุนแรงหรือไม อยางไร ใหนักเรยี นชว ยกันเสนอแนวทางปฏบิ ัติ 3. นกั เรยี นรบั เเจกจดหมายเเละใบงาน นกั เรยี นอา นจดหมายครา ว ๆ เพ่ือบอกวาเหตุใดผูเขียนจึงแสดงความไมเห็นดวย และนักเรียน เห็นดว ยกบั ผูเขยี นหรือไม กิจกรรมระหวางเขียน 4. นกั เรยี นศกึ ษาประโยคทขี่ นึ้ ตน ดว ย ‘In spite of…’ พรอ มฟง ครอู ธบิ ายวา มวี ธิ ี สอ่ื ความเชน นไี้ ดห ลายวธิ ี แลว นกั เรยี นทง้ั ชนั้ ชว ยกนั เตมิ กรอบประโยค ในใบงาน ใหเปนประโยคท่ีสมบรู ณโ ดยความหมายคงเดิม 5. นกั เรยี นเลอื กใชโ ครงสรา งและวธิ เี ชอื่ มโยงความคดิ จากตวั อยา งทใี่ ห เพ่อื ใหเ ลือกนํามาเขยี นจดหมาย 1 ฉบับ จากหวั ขอ ตอไปน้ี - Write to an English school you studied last summer and which has still not sent you a certificate of attendance. 144 คูม่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education They said they would send it within 3 weeks and it is now a month later. - Write a letter to your local municipality. They said that a pile of rubbish outside your house would be taken away. That was two months ago. กจิ กรรมหลงั เขียน 6. เมื่อนักเรียนเขียนเรียบรอยแลว ครูนําจดหมายทั้งหมดไปติดไวท่ี ฝาผนงั หอ งเรยี น เพอ่ื ใหน กั เรยี นคนอนื่ ในชน้ั รว มกนั อภปิ ราย และครู แนะนําเพม่ิ เตมิ ในกรณีที่มขี อบกพรอง ขอ ควรคาํ นงึ : การสอนดว ยกรอบประโยคเรือ่ งการรองเรียน การตอ วา หรอื การบน (Complaint) นับวา เปน วธิ หี นงึ่ ทไี่ ดผ ลดี ทาํ ใหเ หน็ วา การใชค าํ เชอื่ มมวี ธิ กี ารใชต ามกฎไวยากรณอ ยา งไร แตค วรจะทาํ ในบรบิ ท แมว า จะเปนการเขยี นจดหมายเพียงฉบับสนั้ ๆ กต็ าม เพราะจะทาํ ใหง านเขยี นมคี วามหมายและโครงสรางตาง ๆ กจ็ ะตดิ อยใู นความทรงจาํ ไดนาน คูม่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 145
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตัวอยางจดหมาย Dear Sir, I am writing to complain about the programme ‘Kaen Tong Kha (แคน ตอ งฆา )’ which was shown on channel 3 last Monday. In spite of your published promise not to show unsuitable programme for children early in the evening, this was shown at seven o’clock, a popular time for younger viewers. The programme showed a man pushing a young child off a bridge into the river below. This kind of violence is unforgivable. My children were frightened and it was difficult to explain it to them. Yours faithfully, Mario ตวั อยางใบงาน ใบงาน 1.……………………………………………………………however…………………………………………… 2. Despite……………………………………………………………………………………………………………………. 3.………………………………………………………………yet……………………………………………………. 4. Although…………………………………………………………………………………………………………………. 5. ……………………………………………………………….nevertheless…………………………………………. 146 คูม่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 6. กจิ กรรม : การสมั ภาษณ (Interviewing people) A2 ทักษะหลกั : Creative Interaction & Meaningful Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขียนเก่ียวกับส่ิงของและบุคคลท่ีตนเองรูจักเปนอยางดีดวยการใชภาษางาย ๆ เชน รายละเอียดของเพ่อื น ส่ิงทเี่ กดิ ข้ึนในแตล ะวัน ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรียนรู : ต 1.2 มที กั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ มลู ขา วสาร การแสดงความรสู กึ และ ความคิดเหน็ อยา งมปี ระสิทธิภาพ 2. แนวการสอนภาษาเพอ่ื การส่อื สาร (CLT) : - การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดข้ึนไดงายถานักเรียนไดปฏิสัมพันธหรือสื่อสารในภาษานั้น อยางมคี วามหมาย - การส่ือสารจะมีความหมายก็ตอเม่ือนักเรียนผานกระบวนการที่เก่ียวของกับตน มีประโยชน นา สนใจ และมสี วนรวม หัวขอเร่ือง : A holiday jobs report (การเขยี นรายงานเกีย่ วกบั ตนเอง ครอบครัว และเพอื่ น) การเตรยี มการ / สือ่ / อปุ กรณ : เตรียมตัวอยางบทอานท่ีนักเรียนตองเขียนบท เชน กีฬาท่ีโปรดปราน การใชเวลาวันหยุด ทผ่ี านมาความคิดเหน็ เก่ยี วกับอาชพี ในอนาคต ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรม : กิจกรรมกอนเขียน 1. นําเขาสูหัวขอเรื่องงานพิเศษนอกเวลาเรียนหรือชวงปดภาคเรียน โดยถามวา ใครบา งในชนั้ เรยี นทม่ี ปี ระสบการณท าํ งานดงั กลา ว แลว ให นกั เรยี นทง้ั ชน้ั ชว ยกนั ตง้ั คาํ ถามเกย่ี วกบั ประสบการณจ ากเพอ่ื นทเ่ี คย ทาํ งานนนั้ ๆ 2. นักเรียนทั้งชั้นเสนอคําถาม และชวยกันคิดวาขอคําถามท่ีตนถาม เพ่ือนนั้นจะจัดจําแนกเขาหัวขอใดบาง ครูเขียนตารางจัดหัวขอ บนกระดาน 3. นักเรียนท้ังช้ันอานตัวอยางบทอานสั้น ๆ ที่ครูแจก ครูใชคําถาม บนกระดาน ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรียน ครอู าจเพ่ิมเติมหัวขอ ท่ีไดจ ากการอานในตารางบนกระดาน กิจกรรมระหวา งเขยี น 4. นกั เรยี นแตล ะคนสมั ภาษณเ พอื่ นในชน้ั หนง่ึ คน โดยใชค าํ ถามบนกระดาน และใหจดบันทึกคําตอบที่ไดอีกวิธีหน่ึงท่ีอาจทําไดคือใหสัมภาษณ เปนการบาน นักเรียนอาจสัมภาษณเพ่ือนหรือสมาชิกคนหนึ่ง ในครอบครัวกไ็ ด 5. นักเรียนใชบ ันทึกเปน ขอ มูลสาํ หรบั การเขียนรายงาน กจิ กรรมหลงั เขยี น 6. นกั เรียนอาสาสมัครออกมาอานรายงานของตนหนา ชนั้ 7. นกั เรยี นจดั แสดงงานเขยี นของตนเองทงั้ ชน้ั โดยมภี าพของผใู หส มั ภาษณ ตดิ ไวคกู ัน ขอ ควรคาํ นึง : - ถา นกั เรยี นทาํ งานเขยี นทบ่ี า น อาจสมั ภาษณเ ปน ภาษาแมก ไ็ ด แตง านเขยี นตอ งเขยี นเปน ภาษาองั กฤษ - การจัดแสดงงานเขียนเปนวิธีการสรางแรงจูงใจดวยการเผยแพรสูสาธารณชนวิธีหน่ึง ถา นกั เรยี นทราบลว งหนา วา ผลงานจะได “ตพี มิ พเ ผยแพร” กจ็ ะเปน รางวลั จงู ใจใหต อ งการสรา ง งานท่ชี ดั เจนและมจี ินตนาการดวย ค่มู ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 147
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตัวอยางบทอา น Passawee Maourer, fourteen years old, works at a neighborhood convenience store on Saturday. He starts stocking the shelves at eight and, after the store opens at nine, he wheels trolleys out to the customers‛ cars in the car park and sometimes to nearby houses. He likes delivering the groceries because he usually gets 6s some tips but he doesn‛t enjoy stocking shelves so much. “It‛s easy but boring. I prefer talking to customers.” Passawee likes working. “I enjoy earning money. I make 300 baht a day. I‛m saving up for a good mobile phone.” ตัวอยา งบทอา น 1 My birthday is………………………… (they add the date) 2 I have………brothers and ………sisters. (they add numbers in words) 3 I live in ……………………………. (they add a place name) 4 I go to school and my favorite is…………………… (they add a subject) 5 When I’m at home I like to………………. (they add an activity) 6 I love music and my favorite group/singer is………........ (they add a group/singer) 7 My favorite TV program is………………………… (they add a TV program) 8 Last summer I went to……….for my holidays. (they add a place) 9 When I was there I met……………………. (they add a person) 10 One other thing about me is that I………………… (open) 148 คูม่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 7. กจิ กรรม : การเขียนเร่ือง (Writing narrative) A2 ทักษะหลกั : Creative Individuality, Collaboration & Sharing atmosphere เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขียนบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับประสบการณ ความฝน เหตุการณที่จินตนาการ รวมท้งั ความรูสกึ และการตอบสนอง ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู : ต 1.2 มที กั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ มลู ขา วสาร การแสดงความรสู กึ และ ความคดิ เห็นอยา งมีประสิทธิภาพ 2. แนวการสอนภาษาเพ่ือการส่ือสาร (CLT) : - นกั เรยี นแตล ะคนมีหนทางพฒั นาภาษาของตนเอง และมอี ัตราการพฒั นาทีไ่ มเทากนั และ มคี วามตองการและแรงจูงใจในการเรยี นภาษาทต่ี า งกนั - หองเรียนเปรยี บเสมือนชุมชนที่นักเรยี นสามารถเรยี นรแู ละแบง ปน การเรียนรูซ่งึ กันและกนั หัวขอ เรอ่ื ง : A Story on TV (Narrative) (การเขยี นเรือ่ ง) การเตรยี มการ / ส่ือ / อุปกรณ : - เตรยี มชุดบตั รภาพ (ชดุ ละ 6 ภาพ) เทากบั จาํ นวนกลมุ ของนกั เรียน - เตรยี มกระดาษขนาด A3 เทากบั จํานวนกลุม (กลมุ ละ 2 แผน ) ของนกั เรยี นในหอง - เตรียมกระดาษ Post it 3 สี ๆ ละ 4 แผน ตอนกั เรยี น 1 กลมุ ขน้ั ตอนการจัดกจิ กรรม : กจิ กรรมกอนเขยี น 1. นักเรียนพูดคุยสนทนากับครูเก่ียวกับภาพยนตรในทีวี และกําหนด สถานการณวากลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศจะจัดประกวด เรอ่ื งสน้ั จากจนิ ตนาการ 3 ฉาก ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ชว ยกนั เขยี นเรอ่ื ง 2. นักเรียนน่งั เปนกลุม ๆ ละ 6 คน รบั อุปกรณจ ากครู ประกอบดวย บัตรภาพจํานวน 3 เร่ือง ๆ ละ 2 แผน กระดาษ Post it 3 สี (สีละ 4 แผน ตอ 1 เร่ือง) และกระดาษ ขนาด A3 กลมุ ละ 2 แผน กจิ กรรมระหวา งเขยี น 3. นักเรยี นแตละกลมุ จบั คูกนั เลือกบัตรภาพ คูละ 1 เรอื่ ง แตละคน ศกึ ษาภาพของตัวเอง ลงมือจนิ ตนาการเรื่องราว แลว เขยี นเหตกุ ารณ ประกอบภาพทงั้ 2 ภาพลงในกระดาษ Post it 4. นักเรียนแตละคนปะกระดาษ Post it ของตนเองลงในกระดาษ ขนาด A3 5. นักเรียนแตละกลุมชวยกันอานเรื่องแตละเร่ือง แลวชวยกันเขียน เรอื่ งใหมข องกลมุ จะไดเ รอื่ งจากจนิ ตนาการกลมุ ละ 3 เรอ่ื ง คดั ลอกเรอ่ื ง ทั้งสามลงในกระดาษ ขนาด A3 และชว ยกนั เขียนตอนจบของเรอ่ื ง กิจกรรมหลังเขยี น 6. นักเรียนทั้งชั้นจัดแสดงงานเขียน โดยมีนักเรียนแตละกลุม เดนิ ไปอา นเรอ่ื งของกลมุ อน่ื ๆ และเขยี นขอ คดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งนน้ั ๆ ขอ ควรคาํ นงึ : - ครตู อ งเนน ยา้ํ กบั นกั เรยี นวา ใหเ ขยี นแสดงความคดิ เหน็ เชงิ สรา งสรรค เพอ่ื เปน กาํ ลงั ใจกนั และกนั - ครคู วรนําเสนอความรทู างไวยากรณ เรอ่ื ง Past Tense ค่มู อื การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 149
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตัวอยา งบทอา น บตั รภาพชุดที่ 1 บตั รภาพชดุ ที่ 2 บตั รภาพชดุ ที่ 3 ตัวอยางการปะกระดาษ Post it เร่ือง 2 เรอื่ ง 3 hhhhh เร่ือง 2 เรื่อง 3 hhhhh hhhhh hhhhh 150 คมู่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education แนวคดิ เกย่ี วกบั การเรยี นการสอนคาํ ศพั ท ปจ จบุ นั เปน โลกของขอ มลู ขา วสาร ภาษาองั กฤษเปน ภาษาทใ่ี ชใ นการตดิ ตอ สอ่ื สารแลกเปลย่ี นขอ มลู อยา งแพรห ลาย ประเทศไทยตดิ ตอ สอ่ื สารกบั ประเทศตา ง ๆ มากขน้ึ จงึ มกี ารใชภ าษาองั กฤษ ในฐานะทเ่ี ปน ภาษาตา งประเทศและเปน ภาษาสอ่ื กลางในการสอ่ื สารเพม่ิ ขน้ึ ผทู ม่ี คี วามรดู า นภาษาองั กฤษดยี อ มสามารถ ปรบั ตวั ไดด ใี นสงั คม นกั เรยี นจาํ เปน ตอ งเรยี นรทู กั ษะการใชภ าษาองั กฤษในระดบั ทส่ี ามารถสอ่ื สารกบั เจา ของ ภาษาและผทู ่ไี มใชเจาของภาษา ครูจึงจําเปนตองพัฒนาความสามารถในการใชภาษาอังกฤษของนักเรียน เพอ่ื ใหส ามารถใชภ าษาเพอ่ื การสอ่ื สารและปรบั ตวั ใหเ ขา กบั สงั คมในปจ จบุ นั และในอนาคต การเรยี นรคู าํ ศพั ทเ ปน องคป ระกอบทส่ี าํ คญั ตอ การเรยี นรภู าษาเพอ่ื การสอ่ื สารเพราะเปน สง่ิ ทน่ี กั เรยี น ใชส อ่ื ความหมาย ความรสู กึ นกึ คดิ ความตอ งการหรอื ความรตู า ง ๆ ไมว า จะดว ยการฟง พดู อา น และเขยี น ผทู เ่ี รยี นรภู าษาไดด ี จะตอ งรคู าํ ศพั ทใ หม ากพอ จดจาํ ได และนาํ ไปใชไ ดอ ยา งถกู ตอ ง คลอ งแคลว หากไมร ู คาํ ศพั ทก ไ็ มส ามารถนาํ ไปใชเ รยี บเรยี งประโยคเพอ่ื สอ่ื สารหรอื บอกความตอ งการได หรอื หากรคู าํ ศพั ทไ มม ากพอ การสอ่ื สารอาจไมส ามารถดาํ เนนิ ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ดงั นน้ั ในการสอนภาษาภาษาองั กฤษ ครจู งึ จาํ เปน ตอ งมที กั ษะในการจดั กระบวนการเรยี นการสอน ใหมีความนาสนใจ เพ่อื ใหนักเรียนไดเรียนรแู ละจดจําคําศัพทไดมากโดยผานการจัดกิจกรรมท่เี หมาะสม สอดคลอ งกบั ระดบั และความตอ งการของนกั เรยี น อนั จะสง ผลใหเ กดิ ประสทิ ธภิ าพการจดั การเรยี นการสอน ภาษาองั กฤษใหม ากขน้ึ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคอ ยา งแทจ รงิ ประเภทของคาํ ศพั ท ประเภทของคาํ ศพั ทส ามารถแบง ออกเปน 2 ประเภทใหญ ๆ ตามลกั ษณะการใช คอื 1. คาํ ศพั ทท ใ่ี ชเ พอ่ื รบั สาร (Receptive Vocabulary) คอื คาํ ศพั ทท ใ่ี ชเ พอ่ื การรบั รู เปน คาํ ศพั ท ทน่ี กั เรยี นไดร บั จากการฟง และการอา น นกั เรยี นสามารถจาํ ไดเ มอ่ื คาํ ศพั ทอ ยใู นบรบิ ท 2. คาํ ศพั ทท ใ่ี ชเ พอ่ื สอ่ื สาร (Productive Vocabulary) คอื คาํ ศพั ทท ใ่ี ชเ พอ่ื การสอ่ื สาร เปน คาํ ศพั ท ทน่ี กั เรยี นเขา ใจ ออกเสยี งไดถ กู ตอ ง และสามารถนาํ ไปใชไ ดอ ยา งถกู ตอ ง นอกจากนน้ั คาํ ศพั ทย งั สามารถแบง ออกตามลกั ษณะทกั ษะทางภาษา คอื 1. คําศัพทเพ่ือการฟง ซ่งึ เปนคําศัพทท่ใี ชมากในนักเรียนวัยเด็ก เพราะไมเคยรภู าษามากอน เปน คาํ ศพั ทท ค่ี อ นขา งงา ยและการเรยี นรเู กดิ จากการฟง กอ น 2. คาํ ศพั ทเ พอ่ื การพดู เปน คาํ ศพั ทท ใ่ี ชใ นภาษาพดู ซง่ึ ตอ งสมั พนั ธก บั การฟง คาํ ศพั ทท ใ่ี ชใ นการ พดู นน้ั ตอ งสามารถใชส อ่ื ความหมายได 3. คาํ ศพั ทเ พอ่ื การอา น เปน คาํ ศพั ทท ใ่ี ชใ นการอา น และเปน ปญ หามากสาํ หรบั นกั เรยี นดา นภาษา เพราะตอ งนาํ ความรดู า นความหมายไปตคี วามเนอ้ื หาหรอื ขอ ความทอ่ี า น 4. คาํ ศพั ทเ พอ่ื การเขยี น เปน คาํ ศพั ทท ใ่ี ชใ นการเขยี น ซง่ึ ถอื วา เปน ทกั ษะทส่ี งู และยาก เปน คาํ ศพั ท ทน่ี กั เรยี นจะตอ งไดร บั การสอนทถ่ี กู ตอ งและเปน ทางการ คู่มือการจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 151
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education องคป ระกอบของคาํ ศพั ท คาํ ศพั ทม อี งคป ระกอบทส่ี าํ คญั ดงั น้ี 1. รปู คาํ (Form) ไดแ ก รปู รา ง หรอื การสะกดคาํ นน้ั ๆ 2. ความหมาย (Meaning) ไดแ ก ความหมายของคาํ ๆ นน้ั จะมคี วามหมายตามพจนานกุ รม ทางไวยากรณ การเรยี งคาํ และความหมายจากเสยี งขน้ึ – ลง 3. ขอบเขตของการใชค าํ (Distribution) ซง่ึ มขี อ จาํ กดั แตกตา งกนั ไปแลว แตไ วยากรณ คอื ในภาษาองั กฤษ การลําดับคําในประโยคเปนส่ิงสําคัญ ตําแหนงคําท่ีตางกัน ทําใหคําน้ัน ๆ มีความหมายแตกตางไป และคาํ บางคาํ ใชใ นภาษาพดู เทา นน้ั ไมใ ชใ นภาษาเขยี น ในทางกลบั กนั คาํ บางคาํ กใ็ ชใ นภาษาเขยี นเทา นน้ั ขน้ั ตอนการสอนคาํ ศพั ทใ นชน้ั เรยี น มที ฤษฎดี า นการสอนคาํ ศพั ทม ากมาย แตน กั เรยี นยงั คงตอ งจดจาํ คาํ ศพั ทเ พอ่ื ใชป ระกอบประโยค ในการสอ่ื สาร หลกั การสาํ คญั มวี า 1. กาํ หนดจดุ มงุ หมายวา สอนคาํ ศพั ทเ รอ่ื งอะไร คาํ ไหน จาํ นวนกค่ี าํ 2. สอนคาํ ศพั ทท ส่ี อดคลอ งกบั ความสนใจและความตอ งการของนกั เรยี น 3. ทบทวนคาํ ศพั ทท ส่ี อนหลาย ๆ ครง้ั 4. สอนคาํ ศพั ทจ ากบรบิ ท เพอ่ื ใหค าํ ศพั ทม คี วามหมายชดั เจน ไมก าํ กวม การเรียนรคู ําศัพทเปนกระบวนการท่ซี ับซอน ไมเหมือนการเรียนรกู ฎและโครงสรางไวยากรณ แตเ ปน การสะสมความรดู า นคาํ ศพั ทท ลี ะคาํ โดยทว่ั ไปความสาํ คญั อยทู ก่ี ารจดจาํ คาํ ศพั ท แตร ะหวา งกระบวนการ เรยี นรคู าํ ศพั ท ปญ หาทม่ี กั เกดิ ขน้ึ คอื การจดจาํ คาํ ศพั ทข องนกั เรยี น ดงั นน้ั กจิ กรรมการเรยี นการสอนจงึ มี สว นสาํ คญั ใหน กั เรยี นเกดิ การเรยี นรแู ละการจดจาํ คาํ ศพั ทใ หไ ดม ากทส่ี ดุ นอกจากนน้ั แลว ครยู งั ตอ งใหน กั เรยี น มโี อกาสไดฟ ง และฝก ออกเสยี งทถ่ี กู ตอ งชดั เจน รคู วามหมาย และฝก ใชค าํ นน้ั ๆ ในประโยคตา ง ๆ ดว ย 152 คู่มอื การจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตวั อยางการจดั กจิ กรรมการสอนคาํ ศพั ท ลาํ ดบั CEFR ทกั ษะหลกั เปา หมาย (ตาม CEFR) กจิ กรรม 1. A2 Range ใหน กั เรยี นมคี าํ ศพั ทม ากเพยี งพอทจ่ี ะสอ่ื สาร Chain Word ในสถานการณป ระจาํ วนั อยา งงา ย ๆ ได 2. A2 Precision นกั เรยี นสามารถสอ่ื สารสง่ิ ทต่ี อ งการจะบอก Guess the Word ในการสนทนาทม่ี ขี อ มลู จาํ กดั 3. A2+ Range ใหน กั เรยี นมคี าํ ศพั ทม ากเพยี งพอทจ่ี ะสอ่ื สาร Vocabulary Bingo ในหวั ขอ และสถานการณใ นชวี ติ ประจาํ วนั ท่ีคุนเคย แตบางคร้ังอาจตองเลือกใช คาํ ศพั ทท ง่ี า ยกวา 4. A2+ Accuracy นกั เรยี นสามารถใชโ ครงสรา งประโยคธรรมดา What is my word? ในสถานการณป ระจาํ วนั 5. A2+ Accuracy นกั เรยี นสามารถใชโ ครงสรา งประโยคธรรมดา Mine the Text ในสถานการณป ระจาํ วนั 6. B1 Compensation เลอื กใชค าํ ศพั ทท ม่ี คี วามหมายคลา ยคลงึ กนั Word Formation เมอ่ื ไมส ามารถนกึ คดิ คาํ ศพั ทไ ด รวมทง้ั ขอ ใหค สู นทนาชว ยแกไ ขในสง่ิ ทพ่ี ดู ไมถ กู 7. B1 Quality of Language เชอ่ื มโยงกลมุ ของวลใี หเ ปน โครงสรา งใหมท ม่ี ี Matching การเชอ่ื มตอ และเรยี งลาํ ดบั วลอี ยา งเหมาะสม 8. B1 Quality of Language รคู าํ ศพั ทเ พยี งพอในการเลา เรอ่ื งครอบครวั Around It Goes งานอดเิ รก ความสนใจ การทาํ งาน 9. B1 Quality of language การเดนิ ทาง ขา วสารและเหตกุ ารณป ระจาํ วนั What can you hear and smell in the picture? 10. B1+ Range มคี วามรดู า นภาษาพอทจ่ี ะอธบิ ายสถานการณ Anything Goes ทไ่ี มป กติ หรอื ไมส ามารถคาดเดาได และ สามารถแสดงความคดิ เหน็ ตอ หวั ขอ 11. B1+ Precision ในชวี ติ ประจาํ วนั Brain Power Words 12. B1+ Accuracy สามารถอธบิ ายประเดน็ สาํ คญั ทเี่ กย่ี วเนอื่ งกบั Concept Cube ความคดิ ปญ หา หรอื โตเ ถยี งแบบมเี หตผุ ล ค่มู ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 153
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตวั อยา งแผนการจดั การเรยี นการสอนคาํ ศพั ท 1. กิจกรรม : ทบทวนคําศัพท A2 ทกั ษะหลัก : Range Effective Tasks เปา หมายตามกรอบ CEFR : มคี ําศัพทม ากเพยี งพอที่จะสื่อสารในสถานการณประจาํ วันอยางงาย ๆ ได ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก และ ความคิดเหน็ อยางมปี ระสิทธภิ าพ 2. แนวการสอนเพือ่ การสื่อสาร (CLT) กิจกรรมภาษาหรือแบบฝกหัดที่มีคุณภาพในช้ันเรียนจะทําใหนักเรียนมีโอกาสท่ีจะสื่อ ความหมายในภาษา เพม่ิ พูนแหลง การเรยี นรูภาษา สงั เกตการใชภาษา และมีสวนในการรวมสือ่ สาร หวั ขอเรือ่ ง : Chain Word การเตรียมการ / สอื่ / อุปกรณ : ใหนักเรียนตอคําศัพทโดยยึดอักษรตัวสุดทายของคําแรก มาเปนตัวแรกของคําถัดไป โดยเมื่อ นักเรยี นพดู คาํ ศัพทแ ลว ใหสะกดคําศพั ทน้นั ๆ ดว ย เพ่อื ใหเพ่ือนคนถัดไปทราบวา คาํ ศพั ทท ่พี ดู นั้นลงทาย ดวยตวั อักษรอะไร เชน monk key yes snake elephant ข้ันตอนการจดั กิจกรรม : 1. นกั เรียนทกุ คนยืนข้ึน 2. คําแรกอาจกาํ หนดโดยครู แลว ใหนักเรยี นคนแรกเร่มิ เลน แลววนจนครบทุกคน 3. นักเรยี นคนใดตอบไมไ ดใหน ั่งลง 4. เลนไปเรอื่ ย ๆ จนกวาจะเหลอื คนสุดทา ย จงึ จะจบเกม และไดผชู นะ ขอ ควรคํานงึ : - ในกรณีทเี่ ลน กบั เดก็ เลก็ ครอู าจเขียนคําศพั ทบ นกระดานกไ็ ด เพ่ือใหน กั เรียนไดเ หน็ คาํ ศพั ท เพราะนักเรยี นอาจสะกดคาํ ไมเกง คําศพั ทที่นํามาใชอาจกาํ หนดเปนหมวดหมกู ็ได เชน คาํ นาม คํากรยิ า เปน ตน แตถา ระบุเจาะจงมากไป คําศัพทท ีจ่ ะเลนอาจมีนอย ในกรณีทเี่ ปนมีความสามารถมากขนึ้ อาจให พยายามใชคาํ ศัพทยาวขน้ึ และมกี ารแปลดวย - การตอศัพทอาจใหตอจากเสียงคําทายของคําศัพทหรือคําแปลน้ัน ๆ ก็ได โดยจะเปนภาษา องั กฤษ หรือไทยก็ได เชน market ตลาด ฉลาด clever offer เสนอ เธอ she 154 คมู่ ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 2. กิจกรรม : เสริม / ทบทวนคําศพั ท A2 ทกั ษะหลัก : Precision Meaningful Communication เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถสือ่ สารสงิ่ ทตี่ อ งการจะบอกดว ยการแลกเปล่ียนขอ มลู ที่งา ยและตรงประเดน็ บางครง้ั ตอ ง มีการปรบั เปลี่ยนขอ ความใหเ หมาะสม ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.3 นาํ เสนอขอ มลู ขา วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งตาง ๆ โดยการพูด และการเขียน 2. แนวการสอนเพ่อื การสอื่ สาร (CLT) การสื่อสารจะมีความหมายก็ตอเมื่อนักเรียนผานกระบวนการที่เกี่ยวของกับตน มีประโยชน นาสนใจ และมสี วนรว ม หัวขอ เร่ือง : Guess the word การเตรียมการ / ส่อื / อุปกรณ : นกั เรยี นเดาคาํ ศัพทจ ากกลมุ คําและประโยคใบบนกระดาน Example clues: I am a noun but I am very important. I begin with the letter ‘f’. People in prison have lost it and want it back. People demand it when it is taken away by dictators. It is related to speech. คําตอบ (Puzzle word = Freedom) ข้นั ตอนการจดั กจิ กรรม : 1. เลือกคําศัพทที่สัมพันธกับเน้ือหาท่ีนักเรียนเรียนมาแลว ครูเขียนกลุมคําและประโยคใบ บนกระดาน 2. นกั เรียนเเบงเปนกลุม ยอ ย ใหอ านและเดาวา คําศพั ทท ค่ี รูใบคอื คําวา อะไร 3. นกั เรียนเลือกเลน 3 – 4 คําหากเปน กิจกรรมนาํ เขา สูบ ทเรยี น หรือหลาย ๆ คาํ หากตองการ เปน กิจกรรมเสริม ขอควรคํานึง : - อาจใชก ารอานคําใบใ หนักเรียนฟง แลว ตอบ แทนการเขยี นเพอ่ื ฝกทักษะการฟง - อาจแบง กลุมนักเรียน ผลดั กนั เขียนประโยคใหเ พอื่ นเดาความหมายของคาํ ศพั ท เพือ่ กระตุน การมีสว นรว มของนักเรยี น - คาํ ศพั ทท เี่ ลอื ก ควรแจง ขอบเขตของคาํ ศพั ทใ หน กั เรยี นทราบกอ นทาํ กจิ กรรม อาจเลอื กคาํ ศพั ท บทเดียว หรือหลายบท หรืออาจเปน คาํ ศพั ทจ ากบทสนทนา คมู่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 155
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 3. กิจกรรม : คําศัพทป ระจาํ บท A2 ทักษะหลัก : Range Individuality เปาหมายตามกรอบ CEFR : มคี ําศัพทม ากเพยี งพอทจี่ ะส่ือสารในสถานการณป ระจาํ วันอยา งงาย ๆ ได ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคดิ เห็นอยางมปี ระสทิ ธิภาพ 2. แนวการสอนเพอื่ การส่อื สาร (CLT) นักเรียนแตละคนมีหนทางพัฒนาภาษาของตนเอง และมีอัตราการพัฒนาที่ไมเทากันและมี ความตอ งการและแรงจงู ใจในการเรียนภาษาทตี่ างกนั หัวขอ เรือ่ ง : Vocabulary Bingo การเตรยี มการ / สอื่ / อุปกรณ : แผนตาราง Bingo จํานวนชอ งมากหรือนอ ย ตามปรมิ าณคําศัพทท ีน่ ักเรียนเรยี นในแตละบท ขน้ั ตอนการจัดกจิ กรรม : 1. นกั เรียนรับแผน ตาราง Bingo ตามจาํ นวนคําศพั ทท ่นี กั เรียนตองการทบทวนหรอื วัดผล 2. นักเรยี นเตมิ คําศัพทท ีไ่ ดเรยี นประจําบท ลงในตาราง Bingo ทกุ ชอง 3. นักเรียนอาสาสมคั รใบคาํ แสดงทาทาง วาดรูป บอกคําตรงขาม คําทมี่ คี วามหมายเหมือน หรืออธิบายความหมายของคาํ ทลี ะคํา 4. นกั เรยี นกากบาทคําศัพทที่ครบู อกหรือแสดงในขอ 2. ทลี ะคํา 5. นักเรียนทสี่ ามารถเรยี งคําศพั ททถ่ี ูกกากบาทจนเปนเสน ตรงได และตอ งพดู คําศัพทตวั สุดทา ย ในรปู แบบของประโยคทส่ี มบูรณตามความคดิ ของนกั เรยี น จะเปน ผูชนะ ขอ ควรคาํ นึง : - อาจกาํ หนดคาํ ศพั ทใ นตาราง Bingo ใหเหมอื นกนั กไ็ ด - อาจอนุญาตใหนักเรียนเปดหนังสือ ในข้ันตอนการเติมคําศัพท สําหรับนักเรียนกลุมท่ีมี ความสามารถดา นภาษานอย - อาจใหนักเรียนเลนเปนคู และทายกิจกรรมใหนักเรียนแตงประโยคจากคําศัพททุกคําท่ีครู แสดงในขอ 2. 156 คมู่ อื การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 4. กิจกรรม : ฝกทกั ษะการฟง เสียงคําศพั ท A2+ ทกั ษะหลัก : Accuracy Accuracy & Fluency เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถใชโครงสรา งประโยคงาย ๆ ไดอยางถูกตองในสถานการณประจาํ วนั ทั่ว ๆ ไป ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขาใจและตีความเร่ืองท่ีฟงและอานจากส่ือประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็น อยา งมีเหตผุ ล 2. แนวการสอนเพอ่ื การสื่อสาร (CLT) การเรยี นภาษาเปน การเรยี นรทู คี่ อ ยเปน คอ ยไป ทนี่ กั เรยี นเรยี นรจู ากการใชภ าษาและจากการ ลองผดิ ลองถกู ในภาษา และถงึ แมค วามผดิ พลาดในการใชภ าษาจะเปนเรื่องธรรมดาท่เี กิดขึน้ ในการเรียนรู แตเปาหมายปลายทางของการเรียนภาษาคอื การมีความสามารถในการใชภ าษาอยา งถูกตองและเหมาะสม หวั ขอ เร่อื ง : What is my word? การเตรียมการ / ส่อื / อปุ กรณ : คาํ ศพั ทเ ก่ียวกบั ส่งิ ทมี่ องเห็นไดใ นหองเรยี น ขน้ั ตอนการการจัดกจิ กรรม : 1. ครูเรมิ่ ดว ยการพดู ประโยด I am thinking of something in the room. Its name begins like the word “water.” What is it? 2. นกั เรียนตองตง้ั ใจฟง วาครูพูดคาํ วา อะไร และเสยี งตน ของคําศพั ทค าํ นัน้ คือเสียงอะไร เพอ่ื ใช ในการเดาคําตอบ 3 นกั เรียนอาจถามคําถามเพอื่ ตรวจสอบคาํ ตอบ เชน Is it the wall ? หากคําตอบไมถ กู ครอู าจตอบ No, it is not the wall. ดงั นน้ั นกั เรยี นตอ งถามตอ จนกวา จะไดค าํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง จงึ จะไดค ะแนน 4. นกั เรียนคนทตี่ อบถูก จะเปนคนพูดตอไปแทนทคี่ รู ขอ ควรคาํ นึง : - คําศัพทท่ีเลือกในกจิ กรรม ควรเปน คาํ ศพั ทท มี่ องเห็นได - อาจประยุกตใชกจิ กรรมน้ีกบั เสียงทา ยของคําศพั ทกไ็ ด - ควรใชกจิ กรรมนี้ ในเวลาเพยี งสนั้ ๆ เชนนาํ เขาสูบ ทเรยี น คูม่ ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 157
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 5. กจิ กรรม : ทบทวนคําศพั ท A2+ ทกั ษะหลกั : Accuracy Collaboration & Sharing atmosphere เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถใชโครงสรา งประโยคงา ย ๆ ไดอ ยา งถกู ตองในสถานการณป ระจําวันทวั่ ๆ ไป ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.2 มที กั ษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอมลู ขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคิดเหน็ อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ 2. แนวการสอนเพ่อื การส่ือสาร (CLT) หอ งเรยี นเปรยี บเสมือนชมุ ชนทีน่ ักเรียนสามารถเรยี นรูและแบงปน การเรยี นรซู ง่ึ กันและกัน หัวขอเร่ือง : Mime the text การเตรียมการ / ส่อื / อปุ กรณ : บทอาน ใชส อน reading และ speaking หรือใชป ระเมนิ ความสามารถดานคาํ ศพั ทข องนักเรียน ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม : 1. เตรียมบทอา นท่ีมีคาํ นามเปนรปู ธรรม คาํ คณุ ศพั ท หรืออาจจะมกี รยิ าวิเศษณด ว ยกไ็ ด ซ่งึ เปน ใบงาน หรือเปน บทอา นจากแบบเรยี น เชน - Elephants are big and grey. African elephants have very big ears. They have long ‘noses’. - Tigers are big cats. They have long tails, stripes and sharp teeth. They eat other animal. 2. นกั เรยี นจบั คทู าํ กจิ กรรม ครแู จกบทอา น (จากขอ 1.) ใหน กั เรยี นทกุ คอู า นภายในเวลา 2-3 นาที นกั เรยี นปรกึ ษาคูของตัวเอง ชว ยกันออกทา ทางตามบทอา น ๆ นั้น ๆ ตามลําดับ เชน หากตอ งการระบุ คําวา grey อาจชี้ไปท่ีสิง่ ของที่มีสีนไ้ี ด หรือหากตองการบอกชื่อทวีป Africa กอ็ าจวาดแผนท่ีก็ได ควรมี การตกลงกนั เร่ืองทา ทางท่จี ะใชใ นการบอก prepositions และ tenses 3. นักเรียนในคูแบงเปน Student A และStudent B 4. Student A เทานนั้ ท่ีดบู ทอา นได และแสดงทา ไปตามลาํ ดับทลี ะประโยค หรอื หยุดเปนชวง ๆ เพ่ือให Student B พูดประโยคตามทาทางของ Student A หากจาํ เปน Student A ทาํ ทาซ้าํ และชว ยแก ภาษาได จนกวา Student B จะพูดประโยคไดถ กู ตองทง้ั หมด หลังจากนนั้ Student B เปน คนแสดงทาทาง จากบทอานทไี่ ดรับ แลวให Student A พดู ประโยคตามทาทางของ Student B 5. นักเรียนรับบทอานอันใหม Student A และ Student B สลับบทบาท และทํากิจกรรม ตามขอ 2-4 อีกคร้ัง 6. นักเรยี นสง บทอา นท้ังหมด แลว ครูสุม คูนักเรียนแสดงทา ทางตงั้ แตต นจนจบ ตามเวลาท่ีมพี อ ขอควรคํานงึ : - หากการใบค าํ เปน การแสดงทา จากกลอนหรอื เพลง ขอ 6. อาจเปน การเปด เพลงซาํ เพอื่ ใหแ สดง ทา ทางพรอ มกนั ทง้ั หอ ง - อาจตกลงกันวา สามารถพูด grammar words แทนคํา a, an, the หรือ in, among, etc. ได หรืออาจตกลงกันวาจะใชท า ทางอะไรแทนคําท่ีไมสามารถแสดงทาทางได 158 คมู่ อื การจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 6. กจิ กรรม : สรางคาํ ศัพท B1 ทักษะหลกั : Compensation Accuracy & Fluency เปา หมายตามกรอบ CEFR : การเรียนภาษาเปนการเรียนรูที่คอยเปนคอยไป ที่นักเรียนเรียนรูจากการใชภาษาและจากการ ลองผดิ ลองถูกในภาษา และถึงแมค วามผดิ พลาดในการใชภาษาจะเปน เร่อื งธรรมดาทีเ่ กิดขึ้นในการเรยี นรู แตเ ปา หมายปลายทางของการเรยี นภาษาคอื การมคี วามสามารถในการใชภาษาอยา งถกู ตองและเหมาะสม ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.3 นาํ เสนอขอ มลู ขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งตา ง ๆ โดยการพดู และ การเขยี น 2. แนวการสอนเพอ่ื การส่ือสาร (CLT) การเรียนภาษาเปนการเรียนรูที่คอยเปนคอยไป ที่นักเรียนเรียนรูจากการใชภาษาและจากการ ลองผิดลองถกู ในภาษา และถึงแมความผิดพลาดในการใชภ าษาจะเปนเรือ่ งธรรมดาทเี่ กิดขึ้นในการเรยี นรู แตเ ปา หมายปลายทางของการเรียนภาษาคอื การมีความสามารถในการใชภาษาอยางถูกตอ งและเหมาะสม หัวขอเรอ่ื ง : Word Formation การเตรยี มการ / ส่ือ / อุปกรณ : - บัตรคาํ ขนาด 2X4 นิว้ อยา งนอ ย 48 ใบ เขียนคําศัพททเ่ี ปน รากศพั ทเดียวกันชุดละ 4 ใบ ดงั นี้ fear fearing feared fearful feared feared fear fear fearing fear fearing feared fearful fearful fearful fearing - ตวั อยา ง ศัพทท่อี าจนํามาใชเขียนในบตั รคาํ หรอื เปน คาํ ศพั ทอ ่ืนตามตอ งการ เชน rain rained raining rainy march marched marching marches thank thanks thanked thankful คมู่ ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 159
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ขั้นตอนการจัดกิจกรรม : 1. นกั เรยี นเเบง กลมุ ๆ ละ 3 – 4 คน นง่ั เปนวงกลม 2. นกั เรยี นสับบัตรคําเหมือนสับไพ แจกคนละ 6 ใบ บตั รคําทเ่ี หลือควาํ ลงตรงกลางโตะ 3. เมอ่ื นกั เรยี นไดร บั บัตร จะจดั บตั รโดยจดั ใหบ ัตรอยชู ดุ เดยี วกันเรียงใกลกนั ผเู ลน ตองพยายาม หาบัตรคาํ ชดุ เดียวกนั ใหค รบ 4 ใบ ถามีครบทั้ง 4 ใบ ใหพ ดู ดัง ๆ วา “BOOK” และวางบตั รทง้ั ส่ีใบลง แลว สามารถหยิบบัตรในกองขน้ึ มาทดแทนเทาจาํ นวนทีว่ างลง 4. นกั เรยี นเลน วนไปทางใดทางหนงึ่ เชน วนซา ย ผเู ลน ทางซา ยของผแู จกบตั รเปน ผเู รยี ก และจะพดู คาํ ศพั ทต ามบตั รในมือ เพ่ือหาบัตรในชุดเดยี วกนั โดยอา นศพั ทบ รรทัดที่ 2, 3 หรอื 4 กไ็ ดต ามบตั รท่ีถืออยู หากผเู ลน คนใดมบี ตั รดงั กลา วตอ งวางเพอ่ื ใหก บั ผเู รยี ก ผเู รยี กมสี ทิ ธเ์ิ รยี กไปเรอ่ื ย ๆ จนไมม บี ตั รจากการเรยี ก กห็ ยิบจากกอง 1 ใบ และวางลง เปน การจบการเลนของผเู ลน คนนี้ 5. คนถัดไปทางซา ย ก็เร่มิ เลน แบบเดียวกนั 6. นกั เรียนท่ีได BOOKS มากท่ีสดุ จะเปนผชู นะ ขอ ควรคาํ นงึ : - เกณฑการเลนสามารถเปล่ยี นแปลงได เชน หาบัตรคาํ ในชดุ เดียวกนั ได 1 คู ใหว างลงได - ควรเปลยี่ นคําศพั ทใหม ๆ แทนคาํ ศพั ทท ีใ่ ชอ ยเู ดมิ 160 คูม่ อื การจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 7. กิจกรรม : สํานวน / วลี B1 ทักษะหลัก : Quality of Language Meaningful Communication เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถเช่ือมโยงกลุมของวลีใหเปนโครงสรางใหมที่มีการเช่ือมตอและเรียงลําดับวลี อยา งเหมาะสม ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก และ ความคดิ เห็นอยางมปี ระสิทธภิ าพ 2. แนวการสอนเพ่ือการสื่อสาร (CLT) การส่ือสารท่ีมีความหมายเปนผลมาจากการท่ีนักเรียนประมวลผลเน้ือหาที่สัมพันธกับตนเอง ตรงกับ ความตั้งใจ นาสนใจ และนักเรยี นมีสวนรว ม หวั ขอเรือ่ ง : Matching การเตรียมการ / สือ่ / อุปกรณ : - บตั รคําศพั ท Food idiom a. a piece of cake f. in a pickle b. couch of cake g. cucumber c. food for thought h. went pear-shaped d. not my cup of tea i. salt of the earth e. hot cakes j. bread and butter - แถบประโยค 1. Most of my colleagues go for a drink after work on Fridays but I don’t normally go. Going to the pub is _________. 2. My brother works hard during the week but at the weekends he spends most of his time lying on the sofa watching TV. He can be a real ________. 3. The whole peace settlement ______when the terrorists planted a bomb in the main railway station. 4. I went windsurfing for the first time on Saturday. I thought it was going to be ______ but I soon realized it was a lit more difficult than expected. 5. So you write novels and poetry, do you? Yes, but sports journalism’s my ______ 6. Did you see the way Sandra handles that aggressive customer? She was a cool as a _____. 7. It would only take the cost of a few fighter planes to get rid of leprosy from the world. That’s _______, isn’t it? 8. I really like Janet. She’s uncomplicated and honest. What you see is what you get. She’s always helping people. She’s the _______. คู่มือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 161
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 9. This is the new Nintendo football game. We’ve only got two left in the shop. They’ve been selling like _______. 10. I’m ______. I’ve got to be at the dentist’s in 10 minutes and I am expecting an important phone call. Could you answer my phone and say I’ll be back in about an hour’s time? เฉลย a. F b. T c. T d. F e. F f. T g.T h. F ขนั้ ตอนการจัดกจิ กรรม : 1. นักเรียนเเบงกลุมละ 3-4 คน 2. นกั เรยี นรบั บัตรคําและแถบประโยค 1 ชุดตอ กลุม ประกอบดวยบัตรคาํ 10 คาํ เเละ เเถบประโยค 10 ประโยค 3. นกั เรยี นในกลมุ ชวยกันจับคหู าคําตอบ หากไดแ ลวใหย นื ข้นึ 4. กลมุ ทหี่ าคาํ ตอบไดถ ูกตองครบถวนกอนเปน ผชู นะ ขอ ควรคํานึง : - หลังจากเลนเกมสามารถนํามาทําเปนใบงานรายบุคคล เพื่อใหนักเรียนไดทบทวนศัพท ทีเ่ รียนมาแลวหลายครั้ง อาจมีใบงานการจับคกู อนกไ็ ด เชน Instructions : Match each idiom with its meaning. a. a piece of cake easy b. couch of cake lazy c. food for thought something to think about d. not my cup of tea I don’t like it very much e. hot cakes very quickly f. in a pickle I have a problem g. cucumber calm h. went pear-shaped go wrong i. salt of the earth genuine/realistic j. bread and butter How I earn money 162 คู่มอื การจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 8. กิจกรรม : Suffix Revision B1 ทกั ษะหลกั : Quality of Language Meaningful Communication เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถเชอ่ื มโยงกลมุ ของวลใี หเ ปน โครงสรา งใหมท ม่ี กี ารเชอื่ มตอ และเรยี งลาํ ดบั วลอี ยา งเหมาะสม ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก และ ความคดิ เหน็ อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ 2. แนวการสอนเพอ่ื การสื่อสาร (CLT) การส่ือสารที่มีความหมายเปนผลมาจากการท่ีนักเรียนประมวลผลเนื้อหาท่ีสัมพันธกับตนเอง ตรงกับความตง้ั ใจ นา สนใจ และนักเรยี นมีสว นรว ม หัวขอเรือ่ ง : Around It Goes การเตรยี มการ / สือ่ / อุปกรณ : ทาํ วงกลมจากกระดานหรอื กระดาษแขง็ พรอ มเขม็ ชค้ี ลา ยเขม็ นากิ า เขยี น suffix ทใ่ี ชล งทา ยคาํ ไวท่ีขอบกระดานตามตัวอยาง ขั้นตอนการจดั กิจกรรม : 1. นกั เรยี นแบงกลมุ ๆ ละ 3-5 คน 2. ตัวแทนกลมุ ออกมาหนาหอ งหมนุ เขม็ เมอ่ื หยดุ ท่ี suffix ตัวใด นักเรียนตอ งพูดคาํ ศัพททมี่ ี suffix นั้น ๆ พรอมบอกความหมาย กลุมใดบอกคําศพั ทไ ดถ กู ตองและมากที่สดุ จะเปนผูช นะ โดยกําหนด เวลาใหเเตล ะกลมุ เทา ๆ กัน (2-3 นาท)ี ขอควรคาํ นึง : - สามารถใช prefix แทน suffix ได - หากไมสะดวกทาํ กระดานหรือกระดาษแข็ง อาจใชการจบั สลากแทน - หลงั จากการเลน เกม ควรใหน กั เรยี นทบทวนคาํ ศพั ท ลงตารางเปนแถวตาม suffix แตล ะตัว โดยกําหนดจาํ นวนคํา แลวนาํ มาแตง ประโยค ค่มู ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 163
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 9. กจิ กรรม : เพม่ิ พนู คาํ ศพั ทเ กย่ี วกบั ประสาทสมั ผสั B1 ทักษะหลัก : Quality of language Effective Tasks เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถรคู าํ ศพั ทเ พยี งพอในการเลา เรอื่ งครอบครวั งานอดเิ รก ความสนใจ การทาํ งาน การเดนิ ทาง ขาวสารและเหตกุ ารณประจําวนั ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคดิ เห็นอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ 2. แนวการสอนเพอื่ การสื่อสาร (CLT) กจิ กรรมภาษาหรอื แบบฝก หดั ทม่ี คี ณุ ภาพในชนั้ เรยี นจะทาํ ใหน กั เรยี นมโี อกาสทจ่ี ะสอ่ื ความหมาย ในภาษา เพ่มิ พูนแหลง การเรียนรูภาษา สงั เกตการใชภ าษา และมสี ว นในการรวมสอื่ สาร การสือ่ สารจะมี ความหมายกต็ อ เม่ือนกั เรียนผานกระบวนการทเ่ี ก่ียวขอ งกบั ตน มีประโยชน นาสนใจ และมสี ว นรว ม หวั ขอ เร่ือง : What can you hear and smell in the picture? การเตรียมการ / สือ่ / อปุ กรณ : - ใชส อน speaking - ใชสอนคาํ ศัพทเกย่ี วกับสัมผสั ทงั้ 5 ขนั้ ตอนการจัดกจิ กรรม : 1. นักเรียนจับคูดูภาพในแบบเรียนและแตงประโยคบรรยายเกี่ยวกับภาพนั้น ประมาณ 3-4 ประโยค 2. นักเรียนบรรยายภาพใหเพื่อน ๆ ในหองฟง จะพบวาส่ิงท่ีบรรยายมักเปนส่ิงท่ีมองเห็น จากภาพ 3. นกั เรียนดภู าพวาดภาพตา หู จมกู ล้ิน และมอื ที่ครวู าดบนกระดาน อธบิ ายใหน กั เรยี นฟง วา บางครงั้ การบรรยายภาพอาจพดู ถงึ สง่ิ ทมี่ องไมเ หน็ ดว ยตา เชน กลน่ิ รสชาติ อารมณ ความรสู กึ พน้ื ผวิ กไ็ ด 4. นกั เรียนจบั คูอีกครั้ง และใหดจู ากภาพเดิมวา มีอะไรเกย่ี วขอ งกับสมั ผัสทั้ง 5 เชน เสียง กลิ่น รสชาตแิ ละพืน้ ผวิ บาง แลวใหนกั เรียนเขยี นเพ่ิมเตมิ เชน There is a tree in the middle. A woman is sitting under it. อาจเพ่ิมเติมเปน There is a tree in the middle. Its trunk is smooth. A bird is singing in it. The woman is sitting under it. She is wearing perfume. 5. นกั เรยี นบรรยายภาพทไ่ี ดเ พม่ิ เตมิ ประโยคเกย่ี วกบั สมั ผสั ตา ง ๆ ใหเ พอ่ื น ๆ ในหอ งฟง อกี ครง้ั 6. นักเรียนชว ยกันสรุปวา ไดเรยี นรูอะไรเพ่ิมเติมเก่ยี วกบั กจิ กรรมนี้บาง ขอควรคาํ นึง : อาจใหนักเรียนทําเปนการบาน โดยใหนักเรียนเขียนประโยคบรรยายภาพที่มีสัมผัสทั้ง 5 ที่ได ชว ยกนั แตงในหอ ง หรอื ทําเปน รายบคุ คล 164 คู่มือการจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 10. กิจกรรม : เสริม / ทบทวนคําศัพท B1 ทักษะหลกั : Range Meaningful Communication เปาหมายตามกรอบ CEFR : มีวงขอบเขตของภาษาท่ีเพียงพอที่จะอธิบายสถานการณที่คาดคิดและไมสามารถคาดการณได ลวงหนา แสดงความคิดเห็นในเชิงรูปธรรมหรือวฒั นธรรมตลอดจนเรอ่ื งราวในชีวติ ประจาํ วนั (เชน ดนตรี ภาพยนตร) ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคิดเห็นอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ 2. แนวการสอนเพอ่ื การสื่อสาร (CLT) การส่ือสารจะมีความหมายก็ตอเมื่อนักเรียนผานกระบวนการท่ีเก่ียวของกับตน มีประโยชน นาสนใจ และมสี วนรว ม หวั ขอเรอื่ ง : Anything Goes การเตรยี มการ / สือ่ / อปุ กรณ : เปนการทบทวนความรูการใชคาํ ศัพท ทง้ั base word, prefix, suffix ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม : 1. นกั เรียนศึกษากลมุ คําพั ทท่ีครูนาํ เสนอบนกระดาน หรอื นาํ เสนอผาน projector 2. นกั เรยี นตอบคาํ ถามเกย่ี วกบั คาํ ศพั ทท ค่ี รสู มุ ชท้ี ลี ะคาํ ไมต ามลาํ ดบั และตอบคาํ ถามประโยค สาํ หรบั คาํ ศพั ทแ ตล ะคาํ หรอื ทลี ะสองคาํ ดังตวั อยา ง i. What part of speech is …………………. ? ii. What is the definition of …………………….. ? iii. Give another form of ……………………….. . iv. Spell (a derivative or inflected form of)……………….. . v. Use …………….. in a sentence. vi. Use …………………… and ……………… in a sentence. vii. What do …………….and …………………have in common? viii. Find two words that have to do with ……………………….. . ix. Find a (the) root (or prefix, suffix) in …………………….. . ขอควรคาํ นงึ : อาจแบงกลุมแขงขันกันตอบ เพื่อกระตุนการมีสวนรวมของนักเรียน โดยใหนักเรียนทําทุกขอ กลมุ ละหนึ่งคํา กลมุ ไหนใชเ วลานอยกวา และมคี ําตอบถูกมากกวา จะไดคะแนนมากกวา คมู่ อื การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 165
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 11. กิจกรรม : เรียนรศู พั ทใ หม B1+ ทักษะหลกั : Precision Language Discovery / เปา หมายตามกรอบ CEFR : Analysis / Reflection สามารถอธบิ ายประเดน็ สาํ คญั ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั ความคดิ ขอ ปญ หา ขอ โตแ ยง อยา งชดั เจนสมเหตสุ มผล ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคดิ เห็นอยา งมปี ระสิทธภิ าพ 2. แนวการสอนเพ่ือการส่อื สาร (CLT) การเรียนภาษาเกดิ จากการทํากิจกรรมการเรยี นรูแบบอุปนยั (inductive learning) คือ ผาน กระบวนการคน พบกฎและรปู แบบของภาษาดวยตนเอง และจากกิจกรรมการเรยี นรทู ่สี อนกฎและรปู แบบ ของภาษา (deductive learning) หวั ขอเรอื่ ง : Brain Power Words การเตรียมการ / สือ่ / อุปกรณ : ใชสอนในขนั้ Pre reading ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม : 1. นักเรยี นเปนกลมุ ยอย และใหหาคาํ ศพั ททน่ี ักเรยี นคดิ วายาก จากบทอานทีค่ รแู จกให 2. นกั เรยี นแปะกระดาษ post it หรือวงกลม บริเวณคาํ ศพั ททีค่ ดิ วายากนนั้ ๆ 3. นกั เรยี นระดมสมอง ชว ยกนั หาความหมายของคาํ ศพั ทท ค่ี ดิ วา ยากนน้ั ๆ โดยการเดาความหมาย จากบรบิ ท ดงั นี้ i. Clues of substitution : A known word would make sense in the context and is probably a good definition. ii. Clues of definition : The word is defined in the text (many textbooks do this) iii. Clues of opposition : Words “ not, unlike ” etc. are excellent clues to what a word is not and thus help define the words. 4. นักเรียนตรวจสอบความถกู ตอ งของคําตอบกบั ครู ขอควรคาํ นงึ : หากบทอานเปน เรอื่ งยาว ๆ ครอู าจตัดเปน สวน ๆ สําหรับแตล ะกลมุ แตกตา งกัน 166 คูม่ อื การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 12. กิจกรรม : นาํ คาํ ศพั ทไปใช B1+ ทักษะหลกั : Accuracy Meaningful Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถสอ่ื สารไดอ ยา งถกู ตอ งและสมเหตผุ ลในบรบิ ททค่ี นุ เคย แมว า จะมผี ลกระทบหรอื อปุ สรรค จากภาษาแมบางก็ตาม ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคิดเห็นอยา งมปี ระสิทธิภาพ 2. แนวการสอนเพอ่ื การสอ่ื สาร (CLT) การสื่อสารท่ีมีความหมายเปนผลมาจากการที่นักเรียนประมวลผลเนื้อหาท่ีสัมพันธกับตนเอง ตรงกบั ความต้ังใจ นาสนใจและนักเรียนมีสวนรว ม หวั ขอ เรอื่ ง : Concept Cube การเตรียมการ / ส่อื / อปุ กรณ : - ใชสอนในข้ัน Wrap up หรือใชใ นการประเมนิ - เตรียมกระดาษสเี่ หลีย่ มจัตุรัส ขั้นตอนการจัดกิจกรรม : 1. นักเรียนรับกระดาษ สี่เหลยี่ มจัตุรสั 6 ดา น ดา นละ 4 นิว้ สําหรบั พบั เปนลกู เตาได ดงั ภาพ 2. นกั เรยี นเขยี นตามคาํ ส่ังลงบนแตละดานของลกู เตา ดังนี้ ดา นท่ี 1. เขยี นคําศพั ท ดานท่ี 2. ใหบ อก part of speech ของคําศัพท ดานท่ี 3. ใหบอกคาํ หรอื วลที ี่มีความหมายเหมือนกับคําศพั ท ดา นท่ี 4. ใหบอกคํา หรอื วลีท่ีมคี วามหมายตรงกันขามกับคาํ ศัพท ดา นที่ 5. ใหบ อกคาํ ศพั ทอ น่ื เชน base word / คาํ ทเี่ ตมิ prefix / คาํ ทเี่ ตมิ suffix ทอี่ ยใู น family เดยี วกัน ดานที่ 6. ใหบ อกประโยคตัวอยางหน่งึ ประโยคที่มีคาํ ศัพทนั้นอยู 3. นกั เรยี นตดั กระดาษและพบั ขึน้ ติดกาวใหเปน รปู ลูกเตา 4. นักเรียนฟง คาํ ศพั ททีละคําท่ีครเู ลือกจากบทเรียน ไมว าจะเปนบทอาน หรอื บทสนทนากไ็ ด 5. นักเรยี นจับคหู รอื กลุมเล็ก ๆ ทอยลูกเตา คําศัพท และอา นคําสัง่ ดา นบนของลูกเตา ที่ทอยได แลว ปฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั นน้ั ๆ ทลี ะคาํ ครอู าจใหเ ขยี นลงกระดาษ หรอื ใหบ อกปากเปลา หากเปน การ แขงขันเปนกลุมยอ ย 6. นกั เรียนเเละครูชวยกันตรวจสอบความถกู ตองของคาํ ตอบ ขอควรคํานงึ : - การท่นี กั เรยี นตอ งลุน ทุกคร้ังท่ีทอยลกู เตา จะกระตุนใหน ักเรยี นมีสว นรว มในหอ งเรียน - นักเรยี นตอ งพึง่ ตัวเอง เรียนรูด วยตนเอง เพราะคาํ ส่ังของแตละคนอาจไมเหมอื นกัน ดงั น้ัน บางคนครอู าจตอ งชว ยเหลอื บาง คู่มือการจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 167
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education บรรณานุกรม Hatch, Evlyn and Cheryl Brown. (1995). Vocabulary, Semantics and language Education. Cambridge : Cambridge University Press. Poedjosoedarmo, Gloria. Teaching Pronunciation : Why, What, When, and How, RELC Portfolio Series 9, Singapore : SEAMEO Regional Language Centre. Schmitt, Norbert. (2000). Vocabulary in Language Teaching. Cambridge : Cambridge University Press. Ur, Penny. (1996). A Course in Language Teaching : Practice and Theory, Cambridge : Cambridge University Press 168 คู่มือการจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education แนวคดิ เกย่ี วกบั การเรยี นการสอนไวยากรณ การสอนภาษาแบบสอ่ื สาร (Communicative Language Teaching : CLT) คอื แนวคดิ ซง่ึ เชอ่ื ม ระหวา งความรทู างภาษา (linguistic knowledge) ทกั ษะทางภาษา (language skills) และความสามารถ ในการสอ่ื สาร (communicative ability) เพอ่ื ใหผ เู รยี นสามารถเรยี นรโู ครงสรา งภาษาเพอ่ื สอ่ื สาร ขอแยก องคป ระกอบของความสามารถในการสอ่ื สารไว 4 องคป ระกอบ ดงั น้ี 1. ความสามารถทางดา นไวยากรณห รอื โครงสรา ง (grammatical competence) หมายถงึ ความรู ทางดา นภาษา ไดแ ก ความรเู กย่ี วกบั คาํ ศพั ท โครงสรา งของคาํ ประโยค ตลอดจนการสะกดและการออกเสยี ง 2. ความสามารถดา นสงั คม (sociolinguistic competence) หมายถงึ การใชค าํ และโครงสรา ง ประโยคไดเ หมาะสมตามบรบิ ทของสงั คม เชน การขอโทษ การขอบคณุ การถามทศิ ทางและขอ มลู ตา ง ๆ และการใชป ระโยคคาํ สง่ั เปน ตน 3. ความสามารถในการใชโ ครงสรา งภาษาเพอ่ื สอ่ื ความหมายดา นการพดู และเขยี น (discourse competence) หมายถงึ ความสามารถในการเชอ่ื มระหวา งโครงสรา งภาษา (grammatical form) กบั ความหมาย (meaning) ในการพดู และเขยี นตามรปู แบบ และสถานการณท แ่ี ตกตา งกนั 4. ความสามารถในการใชก ลวธิ ใี นการสอ่ื ความหมาย (strategic competence) หมายถงึ การใช เทคนคิ เพอ่ื ใหก ารตดิ ตอ สอ่ื สารประสบความสาํ เรจ็ โดยเฉพาะการสอ่ื สารดา นการพดู ถา ผพู ดู มกี ลวธิ ใี นการ ทจ่ี ะไมท าํ ใหก ารสนทนานน้ั ๆ หยดุ ลงกลางคนั เชน การใชภ าษาทา ทาง (body language) การขยายความ โดยใชค าํ ศพั ทอ น่ื แทนคาํ ทผ่ี พู ดู นกึ ไมอ อก เปน ตน จะเห็นไดวา CLT ไมไดละเลยโครงสรางทางไวยากรณ แตในการสอนโครงสรางทางไวยากรณ ตอ งเนน การนาํ หลกั ไวยากรณเ หลา นไ้ี ปใช เพอ่ื การสอ่ื ความหมายหรอื การสอ่ื สาร แสดงใหเ หน็ ถงึ ความสาํ คญั ของกฎเกณฑแ ละโครงสรา งทางภาษา ถา ปราศจากกฎเกณฑแ ละโครงสรา งแลว ความสามารถทางการสอ่ื สาร ของผเู รยี นจะถกู จาํ กดั ดงั นน้ั ความคลอ งแคลว ในการใชภ าษา (fluency) และความถกู ตอ งในการใชภ าษา (accuracy) จงึ มคี วามสาํ คญั เทา กนั กระบวนการสอนไวยากรณเ พอ่ื การสอ่ื สาร 1. ขน้ั นาํ เขา สบู ทเรยี น (Warm up/Lead in) มจี ดุ มงุ หมายเพอ่ื ใหน กั เรยี นเกดิ ความพรอ มและ อยากรอู ยากเรยี นในบทใหม เนอ้ื หาจะเชอ่ื มโยงไปสสู าระสาํ คญั ของบทนน้ั ๆ เมอ่ื ครผู สู อนเหน็ วา นกั เรยี น มคี วามพรอ ม เกดิ ความสนกุ และสนใจอยากเรยี นแลว กเ็ รม่ิ เรยี นเนอ้ื หาตอ ไป กจิ กรรมทก่ี าํ หนดไวใ นขน้ั น้ี มหี ลากหลาย เชน เลน เกม ปรศิ นาคาํ ทาย เพอ่ื ทบทวนความรทู เ่ี รยี นมาแลว 2. ขน้ั นาํ เสนอ (Presentation) ในขน้ั นค้ี รจู ะใหข อ มลู ทางภาษาแกน กั เรยี น มกี ารนาํ เสนอศพั ทใ หม โครงสรา งทางไวยากรณ เนอ้ื หาใหม ใหเ ขา ใจทง้ั รปู แบบและความหมาย กจิ กรรมทก่ี าํ หนดไวป ระกอบดว ย การใหฟ ง เนอ้ื หาใหม ใหน กั เรยี นฝก พดู ตาม ในขน้ั นค้ี รเู ปน ผใู หค วามรทู างภาษาทถ่ี กู ตอ ง และเปน แบบอยา ง ทถ่ี กู ตอ งในการออกเสยี ง คอื Informant (ผใู หค วามร)ู รปู แบบของภาษาจงึ เนน ทค่ี วามถกู ตอ ง (Accuracy) เปน หลกั ในขน้ั นาํ เสนอน้ี เนน การใหผ เู รยี นไดเ ขา ใจความหมาย (Meaning) ของไวยากรณท น่ี าํ เสนอกอ น แลวตามดวยรูจักรูปแบบหรือโครงสรางทางไวยากรณน้ัน ๆ (Form) และจบลงดวยการออกเสียง (Pronunciation) ดังน้ัน ในข้ันน้ีสามารถท่ีจะจดจําประเด็นสําคัญในการนําเสนอในรูปอักษรยอ คอื MFP คู่มอื การจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 169
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 3. ขน้ั ฝก (Practice) ในขน้ั นน้ี กั เรยี นจะไดฝ ก ใชภ าษาทเ่ี รยี นมาแลว ในขน้ั นาํ เสนอ โดยมวี ตั ถปุ ระสงค ใหน กั เรยี นใชภ าษาไดถ กู ตอ ง ขณะเดยี วกนั กเ็ นน เรอ่ื งการใชภ าษาใหค ลอ งแคลว (fluency) การฝก อาจจะฝก ทง้ั ชน้ั เปน กลมุ เปน คู หรอื รายบคุ คล ขน้ั นเ้ี ปน โอกาสทค่ี รจู ะแกไ ขขอ ผดิ พลาดของนกั เรยี นในการใชภ าษา ซง่ึ การแกไ ขขอ ผดิ พลาดนน้ั ควรทาํ หลงั การฝก หากทาํ ระหวา งทน่ี กั เรยี นกาํ ลงั ลองผดิ ลองถกู อยู ความมน่ั ใจ ทจ่ี ะใชภ าษาใหค ลอ งแคลว อาจลดลงได หรอื อาจจะเปด โอกาสใหน กั เรยี นไดฝ ก อยา งอสิ ระ Learning by Doing 4. ข้นั การใชภาษา (Production) มีจุดมงุ หมายเพ่อื ใหนักเรียนนําคําหรือประโยคท่ฝี กมาแลว มาใชใ นสถานการณต า ง ๆ ในรปู แบบกจิ กรรมหลากหลาย เพอ่ื ใหเ กดิ ความคลอ งแคลว (fluency) และเกดิ ความสนุกสนาน ในข้นั น้เี ปนข้นั ท่เี นนนักเรียนเปนผทู ํากิจกรรม ครูคอยใหความชวยเหลือ ถานักเรียน ผดิ พลาด อยา ขดั จงั หวะ ใหป ลอ ยไปกอ น เพอ่ื ใหน กั เรยี นรสู กึ สบายใจ กจิ กรรมทก่ี าํ หนดไวม หี ลากหลาย เชน การเลน เกม การทาํ ชน้ิ งาน การทาํ แบบฝก การนาํ เสนอผลงาน 5. ข้นั สรุป (Wrap up) เปนข้นั สุดทายของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแตละช่วั โมง จุดประสงคคือ เพ่อื สรุปส่งิ ท่ไี ดเรียนแลว กิจกรรมท่เี สนอแนะไวอาจจะเปนการนําเสนอรายงานของกลมุ ทาํ แบบฝก หดั เพอ่ื สรปุ ความรู หรอื เลน เกมเพอ่ื ทดสอบสง่ิ ทเ่ี รยี นมาแลว ในแตล ะขน้ั ของการสอนไวยากรณเ พอ่ื การสอ่ื สาร ผสู อนสามารถใชก จิ กรรมไดห ลากหลายขน้ึ อยกู บั บรบิ ทดา นผเู รยี นและสง่ิ แวดลอ ม กจิ กรรมการสอนภาษาเพอ่ื การสอ่ื สาร การจดั กจิ กรรมใน 3 ขน้ั ตอนสาํ คญั ของการสอนภาษาเพอ่ื การสอ่ื สารนน้ั สามารถใชก จิ กรรมได หลากหลายกจิ กรรม ซง่ึ ครผู สู อนจะตอ งเลอื กใชต ามความเหมาะสมกบั ชน้ั เรยี นและนกั เรยี น ดงั น้ี Presentation Practice Production Rules Drills Role-play Examples Practice activities Simulations Diagrams Elicited dialogues Discussions Timelines Jazz chants Debate Substitution tables Copying Conversations CCQS Exercises Stories Questions about form Guided writing Poems Questions about use Examples Essays Problems/puzzles Course book texts Novels Error analysis Stories Newspapers Explanations/lectures Discrete sounds, words Blogs Demonstrations Course book tasks Chat room Gestures/mime Cloze, etc. Ads Pictures/visual aids E-mail/snail/mail Cuisenaire rods Tweets Contexts and situations Repetition Elicitation Voice/intonation/silence Discussion Personalization Models/toys, etc. 170 คู่มอื การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education คมู่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 171
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตัวอยา งการจดั กิจกรรมการสอนไวยากรณ ลาํ ดบั CEFR เปา หมาย (ตาม CEFR) กจิ กรรม 1. A2 Description: Mime story สามารถอธบิ ายสง่ิ ทท่ี าํ ในวนั หยดุ สดุ สปั ดาหห รอื ในวนั หยดุ ทผ่ี า นมา ของตนเอง 2. A2 Description: Guess the Word สามารถอธบิ ายสง่ิ ทท่ี าํ ในวนั หยดุ สดุ สปั ดาหห รอื ในวนั หยดุ ทผ่ี า นมา ของตนเอง A2+ Linking text and ideas: สามารถใชค าํ เชอ่ื มทส่ี าํ คญั เพอ่ื เลา เรอ่ื ง (เชน “first” “then” “after” และ “later”) 3. A2 Conversation: Vocabulary Bingo สามารถถามและตอบคาํ ถามเกย่ี วกบั บา น ประเทศ การทาํ งาน และเวลาวา ง ความชอบและไมช อบ 4. B1 Conversation : Board Game สามารถแสดงออกและโตต อบตอ ความรสู กึ และทศั นคติ เชน ความประหลาดใจ ความสขุ ความเศรา ความสนใจและไมส นใจ 5. A2 Transactions : Card Game สามารถสอ่ื สารในสถานการณต า ง ๆ ในชวี ติ ประจาํ วนั เชน Ordering food and drink, shopping or using post offices and banks. 6. B1 Description: Chain story สามารถบรรยายกจิ กรรม เหตกุ ารณ หรอื ประสบการณข องตนเอง ในอดตี (เชน กจิ กรรมทท่ี าํ ในวนั สดุ สปั ดาห ในวนั หยดุ ตา ง ๆ) 7. A2+ Conversation : Class Survey สามารถสนทนากบั เพอ่ื น ๆ ถาม ตอบคาํ ถามงา ย ๆ เกย่ี วกบั หวั ขอ ทค่ี นุ เคย (เชน อากาศ งานอดเิ รก สตั วเ ลย้ี ง ดนตรี กฬี า) 8. A2+ Conversation : Conversation Grid สามารถสนทนากบั เพอ่ื น ๆ ถาม ตอบคาํ ถามงา ย ๆ เกย่ี วกบั หวั ขอ ท่ี คนุ เคย (เชน อากาศ งานอดเิ รก สตั วเ ลย้ี ง ดนตรี กฬี า) 9. A2 Conversation : Simulation สามารถถามและตอบคาํ ถามเกย่ี วกบั บา น ประเทศ การทาํ งาน และ เวลาวา ง ความชอบ และ ไมช อบ 10. A2+ Transactions : Information Gap สามารถพดู ขอขอ มลู ทว่ั ๆ ไปเกย่ี วกบั การเดนิ ทาง การซอ้ื ตว๋ั และสามารถถา ยโอนขอ มลู ทท่ี ราบเกย่ี วกบั สถานท่ี เวลา ราคา ฯลฯ 11. B1 Discussion : Line Dialogue สามารถเสนอหรือขอความคิดเห็นสวนบุคคลในการอภิปรายแบบ ไมเ ปน ทางการกบั เพอ่ื น แสดงความเหน็ ดว ยและไมเ หน็ ดว ยอยา งสภุ าพ 172 คู่มอื การจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตวั อยา งแผนการจดั การเรยี นการสอนไวยากรณ 1. กจิ กรรม : Mime story (ใชใ นขน้ั Presentation) A2 ทกั ษะหลกั : Description Collaboration & Sharing atmosphere เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถอธิบายสิ่งทีท่ าํ ในวันหยุดสุดสปั ดาหหรอื ในวันหยุดท่ีผา นมาของตนเอง ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.3 นาํ เสนอขอ มลู ขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งตาง ๆ โดยการพดู และเขยี น 2. แนวการสอนเพื่อการส่ือสาร (CLT) หอ งเรยี นเปรยี บเสมือนชุมชนท่ผี ูเรยี นสามารถเรียนรูและแบงปนการเรยี นรซู ่งึ กันและกนั หัวขอ เรอื่ ง : การพดู และเขียนเก่ยี วกบั ประสบการณ การเตรียมสื่อ / อุปกรณ : ครูเตรยี มภาพแสดงทาทางตา ง ๆ จํานวน 6 ภาพ ไวยากรณ : Past Simple Tense : Regular and irregular verbs หนาทที่ างภาษา : describing experiences คาํ ศพั ท : - Regular verbs: opened, looked at, jumped out, brushed, waited, remembered - Irregular verbs: was, got dressed, took a shower, ran ขัน้ ตอนการจัดกิจกรรม : 1. นักเรียนชวยครเู ลาเร่ืองสัก 1 เรอื่ ง ครเู ขียนขอ ความบนกระดานวา ‘Yesterday morning Arthur…’ 2. นกั เรยี นดูครูแสดงทาทางที่ 1 “ลืมตา” (opening eyes) และแสดงภาพที่ 1 ซกั ไซค าํ ตอบจาก นกั เรยี น และถา นกั เรยี นตอบถกู วา ‘open his eyes’ ใหค รชู ไี้ ปทค่ี าํ วา Yesterday ในขอ ความ แลว เขยี น ‘-ed’ ถานักเรยี นยังนกึ ไมอ อก ครพู ูด ‘opened his eyes’ แลว ใหนกั เรยี นออกเสยี งตาม หลังจากน้นั ใหนักเรียน อานขอความ ‘Yesterday morning Arthur opened his eyes’ และอธบิ ายวาเมื่อพดู ถงึ เหตุการณใ นอดตี คาํ กริยาตองใชร ูปอดีตดว ย พรอ มท้ังช้ีไปทคี่ าํ วา ‘Yesterday’ และ ‘opened’ 3. นกั เรยี นดคู รแู สดงทา ทางตอ ๆ ไป เชน “มองไปทนี่ ากิ า” (Looking at the clock) และแสดง ภาพ ซกั ไซค าํ ตอบจากนกั เรยี นวา Arthur ทาํ อะไรไปเรอ่ื ย ๆ จนจบเรอ่ื ง และในแตล ะทา ทางเมอื่ ครซู กั ไซไ ด คาํ ตอบแลว ครตู อ งใหนักเรียนไดเ ห็นรูปอดีตของคํากริยานัน้ ๆ และออกเสยี งคํานั้น ๆ และประโยค past simple ใหได 4. ใหน กั เรยี นจบั คกู นั ชว ยกนั เลา เรอ่ื งของ Arthur โดยเมอ่ื นกั เรยี นเลา เหตกุ ารณแ ตล ะเหตกุ ารณ ครกู ็จะเขยี นขอ ความบนกระดาน ดงั นี้ คู่มอื การจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 173
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Yesterday morning Arthur opened his eyes / and looked at his clock. / ’Oh no! 9.15!’/ He was late for work! / He jumped out of bed, / brushed his teeth, / took a shower, / got dressed / and ran to the bus stop. / He waited for ten minutes. / No bus! / Then suddenly he remembered / It was Sunday!. 5. ครตู รวจสอบความเขาใจของนักเรยี นดว ยคาํ ถาม (Concept checking questions) เชน Does Arthur open his eyes now? (No) / Is Arthur looking his clock now? (No) / What time did the clock say? (9.15) Did he hurry? (Yes) / Could he take a bus? (No) / Did he go to work? (No) Why? (it was Sunday) ขอควรคํานงึ : กิจกรรมการสอนไวยากรณนัน้ ครคู วรกาํ หนดบรบิ ทหรอื สถานการณใ หใ กลต วั ผเู รยี นมากท่สี ดุ ภาพประกอบการใบคาํ (Miming) 174 คู่มอื การจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 2. กจิ กรรม : Strip story (ใชใ นขัน้ Practice) A2, A2+ ทกั ษะหลัก : A2 Description, Collaboration & Sharing atmosphere A2+ Linking text and ideas เปา หมายตามกรอบ CEFR : - สามารถอธิบายส่งิ ทีท่ ําในวนั หยุดสุดสปั ดาหห รอื ในวันหยดุ ทีผ่ านมาของตนเอง - สามารถใชคาํ เช่อื มที่สําคัญเพือ่ เลา เรื่อง (เชน “first” “then” “after” และ “later”) ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.3 นําเสนอขอ มูลขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่อื งตาง ๆ โดยการพดู และเขยี น 2. แนวการสอนเพอ่ื การสอ่ื สาร (CLT) หองเรยี นเปรยี บเสมอื นชมุ ชนท่ผี ูเรยี นสามารถเรยี นรแู ละแบง ปนการเรยี นรูซึง่ กนั และกนั หวั ขอ เรื่อง : การพูดและเขยี นเกย่ี วกบั ประสบการณก ารศกึ ษานอกหอ งเรยี น (school trip) การเตรยี มการ / ส่อื / อุปกรณ : 1. ครเู ตรียมแถบประโยคสาํ หรบั ใหนกั เรียนเรียงลําดับเหตกุ ารณ 2. ครูนาํ เสนอความรูเ รอ่ื ง past simple tense และ sequencing words ไวยากรณ : - Past Simple Tense : Yesterday our class went to Dusit zoo. - Sequencing words : First, Then, After that, Finally หนา ทท่ี างภาษา : describing experiences คาํ ศพั ท : - Past Tense Verbs - Regular verbs : walked, stayed - Irregular verbs : went, took, got off, saw, were, etc. ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม : 1. แบงนักเรียนนง่ั เปนกลุม ๆ ละ 9 คน 2. นกั เรยี นรบั แจกแถบประโยคทไ่ี มไ ดเ รยี งลาํ ดบั เหตกุ ารณใ หน กั เรยี นกลมุ ละ 1 ชดุ แตล ะชดุ ประกอบดว ย ประโยค 9 ประโยค 3. นักเรียนแตละคนในกลุม อานออกเสียงเหตุการณในแถบประโยคท่ีตนเองไดรับทีละคน จนครบทุกคน 4. นักเรยี นเรยี งลาํ ดบั เหตุการณโดยวางแถบประโยคลงบนโตะในกลมุ ของตนเอง 5. นักเรยี นชวยกันเลา เร่อื ง โดยใส Sequencing words เพอ่ื เชอ่ื มโยงเหตุการณใ หเ หมาะสม 6. นักเรียนแตละกลุม อานออกเสียงเหตกุ ารณพรอ มกันดงั ๆ จนครบทุกกลมุ 7. นักเรียนและครรู วมกันอภิปราย สรุปเหตุการณท ี่เกิดขึน้ ตามลาํ ดบั ท่ถี ูกตอง ขอควรคํานึง : กิจกรรมนี้เปน กิจกรรมท่อี าจจะอยใู นข้ันตอน Practice หลังจากท่คี รไู ดทาํ การสอน เร่ือง Past Simple Tense และคําเชอื่ มแลว หรืออาจจะอยใู นข้นั ตอนการ Wrap Up ซง่ึ เปน ข้นั ตอนสรุปความรู คมู่ อื การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 175
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education แถบประโยค We stayed at the National Zoo for two hours. # Then we saw the seals. # The pandas were so cute! # At 11:30 AM we took the Metro back to school. # Yesterday our class went to the National Zoo # in Washington, DC. At 9:00 AM we took the Metro and got off at the # Woodley Park stop. We walked about three blocks from the Metro to the # National Zoo. First, we saw the giraffes and elephants. # Finally we saw the pandas. # Suggested story Yesterday our class went to the National Zoo in Washington, DC. At 9:00 AM we took the Metro and got off at the Woodley Park stop. We walked about three blocks from the Metro to the National Zoo. First, we saw the giraffes and elephants. Then we saw the seals. Finally we saw the pandas. The pandas were so cute! We stayed at the National Zoo for two hours. At 11:30 AM we took the Metro back to school. 176 คู่มือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 3. กจิ กรรม : บงิ โก (Bingo Game)-Human Bingo A2 ทักษะหลัก : Conversation Interaction, Accuracy & fluency เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถถามและตอบคําถามเก่ียวกบั บาน ประเทศ การทํางาน และ เวลาวา ง ความชอบ และ ไมช อบ ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคิดเห็นอยางมีประสทิ ธภิ าพ 2. แนวการสอนเพ่อื การส่ือสาร (CLT) - การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดข้ึนไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือส่ือสารในภาษานั้นอยางมี ความหมาย - การเรียนภาษาเปน การเรยี นรทู ่คี อยเปนคอยไป ทีผ่ เู รยี นเรียนรูจากการใชภ าษาและจากการ ลองผดิ ลองถูกในภาษา และถงึ แมความผิดพลาดในการใชภ าษาจะเปน เรอ่ื งธรรมดาท่ีเกดิ ขึ้นในการเรียนรู แตเ ปา หมายปลายทางของการเรยี นภาษาคือการมคี วามสามารถในการใชภาษาอยางถกู ตองและเหมาะสม หวั ขอ เรื่อง : การสนทนาถามและตอบเกยี่ วกบั ขอมูลสว นตวั การเตรียมสือ่ / อุปกรณ : - สาํ เนาบตั รบิงโก เทา จาํ นวนนักเรยี น และแสดงรูปแบบการบิงโกใหนกั เรียนเห็นอยา งชัดเจน ไวยากรณ : - Yes/No questions (Present Simple tense) - Are you from a small town? / Do you like chocolate? - Who likes chocolate? หนา ทท่ี างภาษา : Asking for answering personal information คําศัพท : personal fact and habit - like chocolate, get up, is from, is married, has…, live, eat, drink, etc. ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม : 1. นักเรยี นทบทวนการตง้ั คาํ ถาม Present Simple Tense และรบั แจกบตั รบิงโกใหผูเรียน 2. นกั เรยี นฟง ครอู ธบิ ายวา ตอ งเดนิ ไปรอบ ๆ หอ งและถามเพอ่ื นดว ยคาํ ถามทเ่ี ปน Yes/No question ตาม prompts ทป่ี รากฏในบตั รบงิ โก ถาเพือ่ นตอบ ‘No’ ใหเ ดนิ ไปถามเพื่อนคนตอ ไป แตถา เพื่อนตอบ ‘Yes’ ใหเขียนชื่อเพอ่ื นคนน้นั ลงใต prompts ทนี่ ักเรยี นถามเพ่อื นคนนนั้ แลว เดนิ ไปถามคนอ่ืน ๆ ตอไป 3. นักเรียนคนแรกที่มีชื่อเพื่อน ๆ ปรากฏเปนแถวตามรูปแบบบิงโกแบบใดแบบหน่ึง สงเสียง ‘Bingo’ ถือวา เกมหยุด 4. ตรวจสอบรปู แบบบงิ โกและถา ไมถ กู ตอ ง ใหเ ลน เกมตอ ไปจนกวา หาตวั คนท่ี Bingo ไดถ กู ตอ ง 5. ตรวจสอบความถกู ตอ งของคาํ ตอบ ดว ยการถามคําถามผูท ีม่ ชี อื่ ปรากฏในแนว Bingo ขอควรคาํ นงึ : กิจกรรมน้ีเปนกิจกรรมท่ีอาจจะอยูในข้ันตอน Practice หรือใชเปนเกมในการทดสอบความรู ในขน้ั สรปุ (Wrap Up) และครูสามารถมอบหมายงานใหผเู รียนเขยี นขอมลู ของคนทีผ่ ูเรียนสนใจตอไป คมู่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 177
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education บตั รบิงโก Ge7t:u0p0 at choLcikoelate Asmrealflrotomwna Are married Have a dog Live in an Like to go Favorite color Favorite class Have more apartment jogging is green is grammar brothers than sisters Drink coffee Eat healthy Are studying Food FREE Like to swim Inmtohries sthcahnool 2 years Sometimes Take a abrlaeckwesahroinegs Wealerncsoenstact are dating forget to shower in the someone from brush teeth morning another school Eat lunch at Take the bus are taking Have a pet Drink milk 12 noon to school a bus to school for breakfast 178 คูม่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 4. กิจกรรม : บงิ โก Board Game : What’s the matter? B1 ทักษะหลกั : Conversation Interaction, Accuracy & fluency เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถแสดงออกและโตต อบตอ ความรสู กึ และทศั นคติ เชน ความประหลาดใจ ความสขุ ความเศรา ความสนใจและไมส นใจ ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคดิ เห็นอยา งมีประสทิ ธิภาพ 2. แนวการสอนเพอ่ื การสือ่ สาร (CLT) - การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดขึ้นไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือส่ือสารในภาษาน้ันอยางมี ความหมาย - การเรียนภาษาเปน การเรียนรูทีค่ อยเปนคอยไป ท่ผี เู รียนเรียนรูจ ากการใชภาษาและจากการ ลองผิดลองถูกในภาษา และถงึ แมความผดิ พลาดในการใชภ าษาจะเปน เรือ่ งธรรมดาท่เี กิดขึ้นในการเรยี นรู แตเ ปา หมายปลายทางของการเรยี นภาษาคือการมีความสามารถในการใชภาษาอยางถูกตอ งและเหมาะสม หวั ขอ เรื่อง : การสนทนาถามและตามเก่ยี วกบั ความรูสกึ (Asking and answering about health) การเตรียมการ / สอ่ื / อุปกรณ : - แผน ภาพ เทา กบั จาํ นวนกลุมของนกั เรยี น - ลกู เตา กลุมละ 1 ลูก - prompts คาํ แนะนํา ไวยากรณ : - What’s the matter with you? - การใช verb to have: I have a……(backache). - การใชก ริยาชว ย ‘should’: You / He / She shouldn’t… (lift heavy things). You / He / She should … (stay in bed for a while). หนาทีท่ างภาษา : Talking about health problem. คาํ ศพั ท : Sickness - a cough, a broken leg, a headache, a fever, a stuffy nose, measles, a bloody nose, a sore throat, feel dizzy, a runny nose, a bruise, an earache, feel sleepy, a cold, a burn, a backache, a bloody nose คู่มอื การจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 179
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ข้ันตอนการจัดกจิ กรรม : 1. นักเรยี นนั่งเปนกลุม ๆ ละ 4 – 5 คน และจดั ลําดบั การเลน 2. นักเรยี นรับแผนภาพ กลมุ ละ 1 แผน เเละเตรยี มส่ิงเปนสญั ลักษณแทนตัวนักเรยี นไวสาํ หรับ วางบนแผนภาพ 3. ผเู ลน คนแรกโยนลกู เตา แลว นบั ชอ งตามจาํ นวนทป่ี รากฏในลกู เตา ผเู ลน ลาํ ดบั ตอ ไปถามคาํ ถาม “What’s the matter with you?” 4. ผเู ลน คนแรกดภู าพในชอ งทต่ี นไดว างสญั ลกั ษณเ อาไว แลว ตอบคาํ ถามใหส อดคลอ งกบั คาํ ถาม และภาพท่ีอยใู นชอง เชน I have a headache / He / She has a headache. ถาผเู ลน ตอบคําถาม ไดถูกตอ งกส็ ามารถวางสญั ลักษณของตนไวทีช่ อ งนัน้ ๆ ได แตถาตอบไมไดกต็ อ งกลบั ไปทเ่ี ดิม 5. ผูเลนคนตอ ๆ ไปใหคาํ แนะนําโดยดจู าก prompts แลว ดาํ เนินกิจกรรมตามขอ 3 – 4 จนกวา ผูเลน คนใดคนหน่ึงถึงเสนชัยกอ น ขอควรคาํ นงึ : - โครงสรางประโยคสามารถเปล่ียนแปลงไดตามความเหมาะสมของบริบทของภาษาและ ความพรอมของผูเรยี น - ถึงแมวาจะมีผูเลนไปถึงเสนชัยแลว เกมอาจจะไมหยุดก็ได ใหนักเรียนที่เหลือเลนเกมตอไป จนทุกคนถงึ เสนชยั (อาจจะใชเวลานาน) - กิจกรรมนี้เปนกิจกรรมที่อาจจะอยูในข้ันการฝก (Practice) หรือเปนเกมใชทดสอบความรู ในขั้นสรุป (Wrap up) 180 คมู่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
Office of the Basic Education Commission EngMliisnhistLraynogfuEadguecIantsiotintute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Start Go back 3 spaces Go a head 3 spaces Miss a turn Miss a turn Finish When aWnyhoeneapnlyaocnees opnlacaensy soqnuarney, tshqeuaorteh,etrhsetuodtehnetrs satsukdheinmts/haesrkabhoimu/thheeraaltbho,utthehneahlteh/,shtheen he/hsahsetohaasnstwoear nasbwouetr haebaoltuht bhaesaeldthobnatsheedpoicntutrheeinptihcetusrequianret.he square. 1S9tu8den ts�A:�Wp�lah�yaet�’rs�:th�Ie�hma�vae�tte�_r_�_w_�_it_�h__�y_o�_u_�?_.�(�a �co�u�gh�) ���������MPr�sKo.dWo�uma�cnket�adamn�beye������ คมู่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 181
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 5. กิจกรรม : Conversation grid - Personal Information B1 ทักษะหลัก : Conversation Interaction, Accuracy & fluency เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถบรรยายกิจกรรม เหตกุ ารณ หรอื ประสบการณของตนในอดตี ได (เชน กิจกรรมทที่ ําใน วันสุดสัปดาห หรือวันหยุด) ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.3 นําเสนอเสนอขอมูลขาวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตาง ๆ โดยการพดู และเขียน 2. แนวการสอนเพอ่ื การสื่อสาร (CLT) การสอ่ื สารเปน กระบวนการเนน ภาพรวม (holistic process) ทตี่ อ งใชท ง้ั ทกั ษะทางภาษา และ ทศั นภาวะ (modality) หลายรปู แบบ หวั ขอ เรือ่ ง : การพดู บรรยาย การเขยี นและการอานประสบการณ การเตรียมการ / สอื่ / อุปกรณ : แถบประโยคเร่มิ ตน และบตั รคาํ ศัพท (คํากรยิ า) ไวยากรณ : - Past Simple Tense: Yesterday I decided to go to the park. - Past Continuous Tense: The old man was reading a newspaper. หนาทีท่ างภาษา : describing events คาํ ศพั ท : - Past Simple Tense: - Regular verbs: decided, walked, watched, played, passed, opened, etc. - Irregular verbs: went, took, got off, saw, were, fell off, etc ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม : 1. นักเรยี นน่งั เปน กลุม ๆ ละ 4-5 คน และจัดลาํ ดับการเลน 2. นกั เรียนรบั บตั รคําศพั ท (คาํ กรยิ าชองที่ 1) ใหสมาชกิ กลุมแตละกลมุ คนละจํานวนเทา ๆ กัน และแถบประโยคเรมิ่ ตน กลุมละ 1 แถบ 3. หงายแถบประโยคเรม่ิ ตน ตรงกลางโตะ นกั เรยี นคนที่ 1 วางบตั รคาํ ศพั ทต อ จากประโยคเรม่ิ ตน พรอมกบั เลาเหตกุ ารณท เ่ี กดิ ข้ึนตอมาโดยใชกริยา past simple tense หรอื past continuous tense แลวแตบริบท ทําตอไปเร่ือย ๆ จนหมดบัตร คนตอ ๆ ไปหงายบัตรและเลาเหตุการณตอไปเร่ือย ๆ จนหมดคําศพั ท เชน Starting sentence : Yesterday I decided to go to the park. Student 1 : I saw an old man sitting on a bench. Student 2 : The old man was reading a newspaper. Student 3 : The newspaper fell off the bench when the man got up. 182 คมู่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 4. เมื่อแตละกลุมเลาเรื่องภายในกลุมจบแลว ใหแตละกลุมชวยกันเขียนเรื่องและสงตัวแทน ออกมาอา นเร่ืองทีช่ ว ยกนั เขียนใหเพ่อื น ๆ ท้ังหอ งฟง ขอควรคาํ นึง : - โครงสรางประโยคสามารถเปล่ียนแปลงไดตามความเหมาะสมของบริบทและความพรอม ของผูเ รียน - กิจกรรมน้ีเปนกิจกรรมท่ีอาจจะอยูในข้ันการฝก (Practice) และอาจไปถึงข้ันการใชภาษา (Production) ตวั อยา งแถบประโยคเรม่ิ ตน และบตั รคาํ ศพั ท Yesterday I decided to go to the park. read see fall off break meet walk ค่มู อื การจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 183
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 6. กจิ กรรม : Conversation grid - Personal Information A2+ ทกั ษะหลกั : Conversation Interaction, Integration of skills เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถสนทนากับเพื่อน ๆ ถาม ตอบคําถามงาย ๆ เก่ียวกับหัวขอที่คุนเคย (เชน อากาศ งานอดิเรก สัตวเล้ยี ง ดนตรี กีฬา) ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคดิ เหน็ อยางมปี ระสิทธิภาพ 2. แนวการสอนเพ่ือการสอ่ื สาร (CLT) - การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดข้ึนไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือสื่อสารในภาษาน้ัน อยางมีความหมาย - การสอ่ื สารเปนกระบวนการเนนภาพรวม (holistic process) ทต่ี องใชท้ังทักษะทางภาษา และทัศนภาวะ (modality) หลายรปู แบบ หัวขอเรื่อง : การสนทนาถามและตอบเก่ียวกับขอ มลู ของบคุ คล การเตรียมการ / สื่อ / อปุ กรณ : - ตารางสนทนา (Conversation grid) ขนาดใหญส าํ หรับครูประกอบการอธบิ าย 1 แผน - ตารางสนทนา (Conversation grid) ขนาดเลก็ สาํ หรบั นกั เรยี นบนั ทกึ คาํ ตอบ เทา จาํ นวนนกั เรยี น ไวยากรณ : - Present Simple Tense: Routine and fact about personal information - Wh-Questions: What’s your name? Which school are you from? What subject do you like best? What do you want to be in the future? หนา ท่ีทางภาษา : Asking for and giving information คําศพั ท : Occupation and subjects in school ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม : 1. นกั เรยี นฟง ครเู สนอตวั อยา งตารางสนทนา (Conversation grid) ขนาดใหญ และ elicit คาํ ถาม ทจี่ ะใชในการถามหาคําตอบ เชน Name? = What’s your name?, Future occupation? = What do you want to be in the future? 2. นกั เรียนรับตารางสนทนา (Conversation grid) ขนาดเล็กใหนักเรยี นคนละแผน 3. นักเรียนฟงสมมติสถานการณวาวันนี้ใหนักเรียนสัมภาษณเพ่ือนใหม เพ่ือเก็บขอมูลใหกับ หนังสือพมิ พข องโรงเรยี น “Today you are going to interview five classmates for the school newspaper. You have to ask questions and write the answers in the grids.” 184 คูม่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 4. เม่ือแตล ะกลมุ เขาใจวิธีการทาํ กิจกรรมแลว นักเรยี นเรมิ่ ทาํ กจิ กรรม โดยครูเดินสังเกตการทํา กิจกรรม 5. เม่ือเสียงพูดคุยสงบลง ครูอภปิ รายรวมกบั นกั เรียนอาจจะถามคําถามโดยใช ‘who’ หรือหา อาสาสมัครใหออกมาบอกเลาสง่ิ ผูเ รยี นแตละคนไดขอมูลมา ขอควรคาํ นึง : - โครงสรางประโยคและจํานวนคําถามสามารถเปลี่ยนแปลงไดตามความเหมาะสมของบริบท และความพรอมของนักเรียน - ครูสามารถส่งั งานใหน ักเรยี นทาํ ช้ินงาน profile ของเพอ่ื นท่ไี ดไ ปสัมภาษณ - กิจกรรมน้ีเปนกิจกรรมที่อาจอยูในข้ันการฝก (Practice) และอาจไปถึงข้ันการใชภาษา (Production) ตัวอยา งตารางการสนทนา Name? From which school? Favorite subject? Future occupation? 1 2 3 4 5 คมู่ อื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 185
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 7. กจิ กรรม : Line Dialogue – I don’t like apple. B1 What about you? Meaningful Communication, ทกั ษะหลัก : Discussion Accuracy & Fluency เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเสนอหรือขอความคิดเห็นสวนบุคคลในการอภิปรายแบบไมเปนทางการกับเพ่ือน แสดงความเหน็ ดวยและไมเ ห็นดวยอยา งสภุ าพ ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.2 ทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก และ ความคดิ เหน็ อยางมีประสิทธิภาพ 2. แนวการสอนเพ่ือการส่ือสาร (CLT) - การสือ่ สารจะมีความหมายกต็ อ เมื่อผเู รียนผานกระบวนการที่เก่ียวขอ งกบั ตน มปี ระโยชน นาสนใจ และมีสวนรวม - การเรียนภาษาเปนการเรียนรูท่ีคอยเปนคอยไปถูกในภาษา และถึงแมความผิดพลาด ในการใชภ าษาจะเปน เรอ่ื งธรรมดาทเี่ กดิ ขน้ึ ในการเรยี นรู แตเ ปา หมายปลายทางของการเรยี นภาษาคอื การมี ความสามารถในการใชภาษาอยา งถกู ตองและเหมาะสม การเตรียมการ / ส่อื / อปุ กรณ : สําเนาบตั รภาพ 5 ชดุ ๆ ละ 5 ภาพ เทากับจํานวนกลมุ นกั เรยี น ไวยากรณ : การใช So & Neither หนาท่ีทางภาษา : Agreeing and disagreeing คําศพั ท : fruits – pear, kiwi, peach, grapes, strawberry food – hamburger, pizza, sandwich, fish and chips, spaghetti flower – tulip, rose, lotus, lily, sunflower animal – cat, dog, snake, spider, frog vegetable – broccoli, cabbage, cucumber, tomato, potato ข้ันตอนการจดั กิจกรรม : 1. นกั เรยี นออกเปน กลมุ ๆ ละ 10 คน ในแตละกลมุ ยืนหันหนาเขา หากันแถวละ 5 คน กําหนด เปน แถว A และแถว B 2. นักเรียนแถว A รับบัตรภาพจากครู แลวพูดแสดงความคิดเห็นวาชอบหรือไมชอบสิ่งที่อยู ในภาพ พรอมกับแสดงภาพใหค สู นทนาในแถว B ดู 3. นกั เรียนแถว B แสดงความคดิ เห็นคลอยตามเชงิ บอกเลา โดยใช So เมอื่ นกั เรยี นแถว A ชอบ และนกั เรียนแถว B แสดงความคดิ เหน็ คลอยตามเชงิ ปฏิเสธ โดยใช Neither เม่อื นกั เรียนแถว A ไมชอบ แตถา นกั เรยี นแถว B มคี วามเห็นขดั แยงกับนักเรียนแถว A ใหใ ช But แลว ตามดวยขอความทขี่ ดั แยง เชน 186 ค่มู ือการจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education นกั เรียนแถว A และ B มีความเหน็ คลอยตามเชงิ บอกเลา A : I like having kiwi. B : So do I นกั เรยี นแถว A และ B มีความเห็นคลอยตามเชงิ ปฏเิ สธ A : I don’t like having kiwi. B : Neither do I. นักเรียนแถว A และ B มีความเห็นขดั แยงหรือไมตรงกนั A : I don’t like having kiwi. B : But I do. หรือ But I like it. 4. เมือ่ จบการสนทนา ใหนักเรยี นแถว B กา วเทา ขวาไปดา นขาง 1 กาว เพ่ือเปลยี่ นคูสนทนา นักเรียนคนแรกของแถว B วิ่งไปอยูทายแถว เริ่มการสนทนา ทําเชนน้ีจนนักเรียนแถว B แตละคน ไดส นทนากบั นักเรียนแถว A ครบทกุ คน 5. นกั เรียนแถว A เปลี่ยนเปนแถว B แลว เร่ิมทาํ กิจกรรม Line Dialogue จนครบทกุ คน ขอควรคาํ นึง : - ครอู าจจะสลบั บทบาทของนกั เรยี นและดาํ เนนิ กจิ กรรมซาํ้ เพอ่ื วา นกั เรยี นจะไดม โี อกาสเปน ทงั้ ผูถามและตอบคาํ ถาม - กิจกรรมน้เี ปนกิจกรรมทีอ่ าจอยใู นข้ันการฝก (Practice) คู่มือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 187
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education บตั รภาพ 188 คู่มอื การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education คมู่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 189
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 190 ค่มู ือการจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education บรรณานกุ รม Garber, R., Peter. (2008). 50 Communications Activities, Icebreakers, and Exercises. Massachusetts: HRD Press. Hadfield, Jill. (1985). Elementary Communication Games. Glasgow : Bell and Bain. ______. (1996). Advanced Communication Games. Harlow : Longman. ______. (2003). Intermediate Grammar Games. Malaysia : Longman. Richards, C., Jack. (2006). Communicative Language Teaching Today. Cambridge : Cambridge University Press. Scrivener, Jim. (n.d.). Teaching English Grammar. Oxford : Macmillan. Woodward, W., Suzanne. (1997). Fun With Grammar. New Jersey : Prentice-Hall Regents. ค่มู อื การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 191
English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education บทที่ 5 การวดั และประเมินผลการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษ บทท่ี 5 ค่มู ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227