Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่ ตามกรอบ CEFR ระดับมัธยม

คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่ ตามกรอบ CEFR ระดับมัธยม

Published by Suthon Promlee, 2022-03-29 06:39:30

Description: CEFR Manual for Secondary Level1

Search

Read the Text Version

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education (Information gap) การแสดงบทบาทสมมตุ ิ (Role-play) ฝก ดว ยการเลน เกมทม่ี กี ารควบคมุ การใชภ าษา เปน ตน 3. ขน้ั นาํ ไปใช (Production) เปน การฝก ใชภ าษาเพอ่ื การสอ่ื สาร เปรยี บเสมอื นการถา ยโอนการเรยี นรู ภาษาจากสถานการณใ นชน้ั เรยี นไปสกู ารนาํ ภาษาไปใชจ รงิ การฝก ใชภ าษาเพอ่ื การสอ่ื สารโดยทว่ั ไป มงุ หวงั ให ผเู รยี นไดล องใชภ าษาในสถานการณต า ง ๆ ทจ่ี าํ ลองจากสถานการณจ รงิ หรอื ทเ่ี ปน สถานการณจ รงิ ดว ยตนเอง โดยครผู สู อนเปน เพยี งผแู นะแนวทางเทา นน้ั สว นผเู รยี นมหี นา ทใ่ี นการผลติ ภาษา กจิ กรรมทใ่ี หผ เู รยี นปฏบิ ตั ิ ควรเปน กจิ กรรมทใ่ี หผ เู รยี นมคี วามตอ งการและมจี ดุ มงุ หมายในการสอ่ื สาร และเปด โอกาสใหผ เู รยี นไดเ ลอื ก ใชภ าษาหรอื เนอ้ื หาดว ยตนเองมากทส่ี ดุ อกี ทง้ั ผเู รยี นควรจะไดป ระเมนิ ผลการสอ่ื สารของตนจากผลสะทอ นกลบั ของผรู ว มสอ่ื สารดว ย เพอ่ื ใหก ารสอ่ื สารเหมอื นจรงิ มากทส่ี ดุ กระบวนการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร กระบวนการเรียนการสอนตามแนวการสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารท่ีมีประสิทธิภาพน้ัน ขน้ึ อยกู บั องคป ระกอบ 3 ประการคอื กจิ กรรม เทคนคิ การสอน และบทบาทของผเู รยี นและครผู สู อน 1. กิจกรรม เปนองคประกอบท่ีมีความสําคัญมากในกระบวนการสอนภาษาเพ่ือการส่ือสาร เพราะเปนสวนท่ชี วยใหผเู รียนมีโอกาสไดใชภาษาในการส่อื สารท่สี มจริงในหองเรียน (Richards, 2006) กจิ กรรมทด่ี นี น้ั จะขน้ึ อยกู บั ลกั ษณะของกจิ กรรม และลกั ษณะของการจดั กจิ กรรม 1.1 ลกั ษณะของกจิ กรรมทเ่ี ออ้ื ตอ การเรยี นการสอนภาษาเพอ่ื การสอ่ื สาร มดี งั น้ี 1) กจิ กรรมสอดคลอ งกบั จดุ ประสงคบ ทเรยี น 2)กจิ กรรมมจี ดุ มงุ หมายในการใชภ าษาเพอ่ื สอ่ื ความหมาย 3)กจิ กรรมทาํ ใหเ กดิ ความจาํ เปน ทจ่ี ะสอ่ื ความหมาย 4)กจิ กรรมเปด โอกาสใหผ เู รยี นรบั รผู ลของการสอ่ื ความหมาย 5)กจิ กรรมนา สนใจเเละทา ทาย 6)กจิ กรรมเปด โอกาสใหผ เู รยี นมโี อกาสเลอื กตามความตอ งการ 7)กจิ กรรมเปด โอกาสใหผ เู รยี นไดใ ชค วามรแู ละประสบการณท ม่ี อี ยู 8)กจิ กรรมฝก ใหผ เู รยี นมกี ลยทุ ธก ารเรยี นรู 1.2 ลกั ษณะของการจดั กจิ กรรม การจดั กจิ กรรมในการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สารนน้ั สามารถทําไดหลายลักษณะ กอใหเกิดปฏิสัมพันธหลายรูปแบบในช้นั เรียน เชน ปฏิสัมพันธระหวาง ผเู รยี น – บทเรยี น ผเู รยี น - ผเู รยี น ผเู รยี น - ครผู สู อน ทจ่ี ะชว ยใหผ เู รยี นไดฝ ก ใชภ าษาในรปู แบบตา ง ๆ ลกั ษณะการจดั กจิ กรรมมดี งั น้ี 1) การจดั กจิ กรรมรายบคุ คล (Individual work) เปน กจิ กรรมทฝ่ี ก พง่ึ ตนเองในการเรยี นรู (Autonomous learning) เปด โอกาสใหผ เู รยี นเลอื กทาํ กจิ กรรมตามลลี าการเรยี นรู (Learning style) ในรปู แบบ ทต่ี นตอ งการ ในเวลาทเ่ี หมาะสมกบั ตนเอง และสามารถทาํ ไดน อกชน้ั เรยี น กจิ กรรมทเ่ี หมาะสมกบั กจิ กรรม รายบคุ คล ไดแ ก การอา นหนงั สอื นอกเวลา การเลน เกมตา ง ๆ เชน เกมปรศิ นาอกั ษรไขว เกมสรา งคาํ เปน ตน คมู่ อื การจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 43

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 2)การจดั กจิ กรรมแบบคู (Pair work) เปน กจิ กรรมทส่ี ง เสรมิ ใหผ เู รยี นมปี ฏสิ มั พนั ธร ะหวา ง ผเู รยี นดว ยกนั ทจ่ี ะตอ งคดิ และทาํ รว มกนั (Collaborative learning) ทาํ ใหเ กดิ การใชภ าษาในสถานการณท เ่ี หมอื นจรงิ อยา งไรกต็ าม ระหวา งทาํ กจิ กรรมครผู สู อนจะเปน ผคู วบคมุ คอยใหค วามชว ยเหลอื เมอ่ื ผเู รยี นตอ งการ กจิ กรรม ทเ่ี หมาะสมกบั กจิ กรรมรายคู ไดแ ก การถามหาขอ มลู ทต่ี นขาดหายไปจากคขู องตน (Information gap) การแสดงบทบาทสมมติ (role-play) เปน ตน 3)การจดั กจิ กรรมแบบกลมุ (Group work) เปน กจิ กรรมทส่ี ง เสรมิ ใหผ เู รยี นมภี าวะอสิ ระ (Autonomy) ลดการพง่ึ ครผู สู อน จาํ นวนผเู รยี นในแตล ะกลมุ ขน้ึ อยลู กั ษณะงานแตไ มค วรเกนิ 6 คน กจิ กรรม ทเ่ี หมาะสมกบั กจิ กรรมแบบกลมุ ไดแ ก การอภปิ ราย (Discussion) การอา นและฟง สว นตา ง ๆ ของเรอ่ื งราว แลวนําสวนเหลาน้มี าปะติดปะตอกัน (Jigsaw reading/listening) การชวยหาขอมูลเพ่อื มาทําโครงงาน การเลน เกมตา ง ๆ เชน เกมตอ คาํ เกมยส่ี บิ คาํ ถาม เปน ตน 4)การจดั กจิ กรรมแบบทาํ รว มกนั ทง้ั ชน้ั (Class work) เปน กจิ กรรมทส่ี ง เสรมิ ใหผ เู รยี น มปี ฏสิ มั พนั ธก บั ครผู สู อน เปน กจิ กรรมทผ่ี เู รยี นทาํ พรอ มกนั ทง้ั หอ ง ครผู สู อนสามารถชน้ี าํ และควบคมุ กจิ กรรม ไดม ากกวา กจิ กรรมทจ่ี ดั ในลกั ษณะอน่ื กจิ กรรมทเ่ี หมาะสมกบั กจิ กรรมแบบทาํ รว มกนั ทง้ั ชน้ั ไดแ ก การฝก ออกเสยี งคาํ ฝก การอา นออกเสยี ง การทาํ ตามคาํ สง่ั การอภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ เปน ตน 2. เทคนคิ การสอน เทคนคิ การสอนเปน องคป ระกอบทส่ี าํ คญั มากในกระบวนการเรยี นการสอน เพอ่ื การสอ่ื สาร เพราะเทคนคิ การสอนทเ่ี หมาะสมจะชว ยใหก ารเรยี นการสอนเพอ่ื การสอ่ื สารประสบความสาํ เรจ็ เทคนคิ การสอนทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ไดแ ก 2.1 ใหผเู รียนไดพบและไดใชภาษาในการส่อื สารใหมากท่สี ุด การส่อื สารท่สี มจริงคือการท่ี ผเู รียนมงุ ความสนใจไปท่สี ารท่สี ่อื ออกมาหรือสารท่ตี องการส่อื ออกไป ไมใชมงุ ท่ตี ัวภาษา (Breen และ Candlin, 1980) 2.2 ใชอ ปุ กรณแ ละสอ่ื การสอนทช่ี ว ยใหผ เู รยี นเขา ใจภาษาไดง า ยขน้ึ สอ่ื ตามแนวการสอนแบบ CLT ประกอบดว ย 2.2.1 เนอ้ื หา (Text-based materials) คอื แบบเรยี นทจ่ี ดั กจิ กรรมเนน การสอนแบบ CLT เชน มกี จิ กรรมใหผ เู รยี นแสดงบทบาทสมมติ กจิ กรรมคู หรอื กจิ กรรมกลมุ 2.2.2 งาน/กจิ กรรม (Task-based materials) คอื สอ่ื ทเ่ี นน การทาํ กจิ กรรมและภาระงาน ทเ่ี นน ใหผ เู รยี นไดท าํ งานกลมุ เพอ่ื ใหเ กดิ กระบวนการเรยี นรู 2.2.3 ส่ือจริง (Realia / Authentic materials) คือ ส่ือท่ีใชจริงในชีวิตประจําวัน เชน ปา ยประกาศ โฆษณา รปู ภาพ แผนท่ี แผน พบั และหนงั สอื พมิ พ เปน ตน 2.3 หาวิธีการท่ที ําใหผเู รียนไมรสู ึกเครียดระหวางเรียน และสรางบรรยากาศท่ที ําใหผเู รียน ไมอ ายเวลาตอบผดิ (Dulay, Burt และ Krashen, 1982) 2.4 ศกึ ษาความสนใจของผเู รยี นและแทรกสง่ิ ทผ่ี เู รยี นสนใจไวใ นบทเรยี นดว ย และครผู สู อนควร เรยี นรดู ว ยวา ผเู รยี นชอบทาํ งานกบั ผใู ด 2.5 เนน กระบวนการเรยี นรขู องผเู รยี น (Process) มากกวา ผลงานการเรยี นรู (Product) 3. บทบาทของครผู สู อนและผเู รยี น Jack C. Richards (2006) ไดเ สนอบทบาทครแู ละผเู รยี นทต่ี อ งปรบั เปลย่ี นในการจดั การเรยี น การสอนภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร ดงั น้ี 44 คู่มอื การจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 3.1 บทบาทครผู สู อน (Teacher’s role) ครมู บี ทบาทเปน ผเู ตรยี มและดาํ เนนิ การจดั กจิ กรรม เพ่อื การส่อื สาร ใหผเู รียนไดมีโอกาสใชภาษาใหมากท่สี ุด ครูผสู อนจะควบคุมการเรียนในชวงท่มี ีการฝก รูปแบบภาษาเทาน้ัน แตในชวงท่ีใหผูเรียนใชภาษา ครูผูสอนจะลดบทบาทลงเปนเพียงผูกํากับรายการ คอยใหค วามสะดวก ตลอดจนใหค วามชว ยเหลอื เมอ่ื ผเู รยี นตอ งการเทา นน้ั ครจู ะกระตนุ ใหก าํ ลงั ใจ ชว ยเหลอื ใหผ เู รยี นสามารถใชภ าษาเพอ่ื การสอ่ื สารใหไ ดค วามหมายและถกู ตอ งตามหลกั ไวยากรณ อนั เปน การเชอ่ื ม ชอ งวา งระหวา งความสามารถทางไวยากรณ (grammar competence) และความสามารถทางดา นสอ่ื สาร (communicative competence) ของผเู รียน และครูผสู อนจะไมข ดั จังหวะในขณะท่ผี เู รียนกาํ ลังใชภ าษา ถึงแมว าผเู รียนจะใชภาษาไมถูกตอ งกต็ าม แตครจู ะชว ยอธบิ ายและใหค วามชวยเหลอื ก็ตอ เมอ่ื การส่อื สาร ของผเู รยี นชะงกั งนั อยา งไรกต็ าม ครผู สู อนยงั คงเปน แหลง ความรู (Resource) ใหผ เู รยี นเมอ่ื เขาตอ งการ เปน ผเู ตรยี มผเู รยี นใหพ รอ มกอ นการเรยี นรู รวมทง้ั เปน ผใู หข อ มลู ทางภาษาแกผ เู รยี น ครผู สู อนตอ งพยายาม ใชภ าษาองั กฤษในการสอ่ื สารในหอ งเรยี นใหม ากทส่ี ดุ เปน ผสู รา งบรรยากาศในหอ งเรยี นใหผ เู รยี นอยากเรยี นรู นอกจากน้ี ครผู สู อนยงั เปน ผปู ระเมนิ ผลการเรยี นรู และใหข อ มลู สะทอ นกลบั แกผ เู รยี นอกี ดว ย 3.2 บทบาทผเู รยี น (Learner’s role) ในการเรยี นการสอนภาษาเพอ่ื การสอ่ื สาร ผเู รยี นมบี ทบาท สําคัญในหองเรียนมากกวาครูผูสอน ผูเรียนเปนผูมีสวนรวมในการเรียนรู ไดลงมือใชภาษาดวยตนเอง โดยการเเลกเปลย่ี นขอ มลู กบั เพอ่ื น การชว ยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั ทาํ ใหเ กดิ การเรยี นรจู ากการทาํ กจิ กรรมกลมุ รว มกนั และผเู รียนพยายามเรียนรดู วยตนเองเพ่มิ ข้นึ โดยนําส่งิ ท่ตี นเรียนรใู นหองเรียนเปนเคร่อื งมือชวยในการหา ความรเู พม่ิ เตมิ นอกหอ งเรยี น เชน การอา นหนงั สอื ภาษาองั กฤษ เรยี นรเู พม่ิ เตมิ ในสง่ิ ทต่ี นสนใจจากหอ งสมดุ อนิ เทอรเ นต็ เปน ตน นอกจากน้ี ผเู รยี นยงั สามารถประเมนิ ผลการเรยี นรดู ว ยตนเอง และสามารถใหข อ มลู ยอ นกลบั แกเ พอ่ื รว มชน้ั เรยี นไดอ กี ดว ย บรรณานกุ รม สมุ ติ รา องั วฒั นกลุ . วธิ สี อนสอ่ื สารทกั ษะฟง ภาษาองั กฤษ. กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั , 2540. Canale M. & Swain M. (1980). Theoretical Base of Communicative Approaches to Second Language Teaching and Testing. Retrieved December 1, 2007. Chaiklin, S. (2003). ‘‘ The Zone of Proximal Development in Voygotsky’s analysis of learning and instruction.” In koulin, A., Gindis, B., Ageyev, V. & Miller, S. (Eds.) Vygotsky’s educational \\theory and practice in cultural context. 39-64. Cambridge : Cambridge University Larsen - Freeman, Diane. (2002). Techniques and Principles in Language Teaching Cambridge : Cambridge University Press. Littlewood, William T. (1991). Techniques and Principles in Language Teaching. Oxford: Oxford University Press. Littlewood William T. (2007). Communicative and task-based language teaching in East Asian Classrooms. Richards, Jack C. (2006). Communicative Language Teaching Today. Cambridge : Cambridge University Press. Willis, Jane. (1996). A Framework for Task-Based Learning. Harlow : Longman. คมู่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 45

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education บทท่ี 4 กจิ กรรมการเรย� นการสอนภาษาองั กฤษ บทที่ 4 คู่มอื การจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education บทที่ 4 กิจกรรมการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษ การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษแนวใหมใ นศตวรรษท่ี 21 ครจู ะตอ งปรบั แนวทาง การเรยี นการสอน (pedagogy) โดยครจู ะตอ งทาํ ใหผ เู รยี นรกั ทจ่ี ะเรยี นรตู ลอดชวี ติ และมเี ปา หมายในการสอน ทจ่ี ะทาํ ใหผ เู รยี นมที กั ษะชวี ติ ทกั ษะการคดิ และทกั ษะดา นไอที ซง่ึ ไอทใี นทน่ี ไ้ี มไ ดห มายถงึ ใชค อมพวิ เตอรเ ปน หรอื ใชไ อแพดเปน แตห มายถงึ การทผ่ี เู รยี นรวู า เมอ่ื เขาอยากรเู รอ่ื งใดเรอ่ื งหนง่ึ เขาจะไปคน หาขอ มลู (data) เหลา นน้ั ไดท ไ่ี หน และเมอ่ื ไดข อ มลู มาผเู รยี นตอ งวเิ คราะหไ ดว า ขอ มลู เหลา นน้ั มคี วามนา เชอ่ื ถอื เพยี งใด และ สามารถแปลงขอ มลู เปน ความรู (knowledge) ได ซง่ึ สง่ิ เหลา นเ้ี กดิ จากการฝก ฝน ครจู ะตอ งใหผ เู รยี นไดม ี โอกาสทดลองดว ยตนเอง การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษควรคาํ นงึ ถงึ กรอบอา งองิ ความสามารถ ทางภาษาของสหภาพยโุ รป ไดแ ก The Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) ซง่ึ มกี ารปรบั จดุ เนน การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษใหเ ปน ไปตามธรรมชาตขิ องการเรยี นรู โดยเนน การสอ่ื สาร เรม่ิ จากการสอนทกั ษะการฟง ตามดว ยการพดู การอา น และการเขยี น ตามลาํ ดบั โดยมกี ารสอนไวยากรณ แทรกอยใู นทกุ ทกั ษะ แนวคดิ เกย่ี วกบั การเรยี นการสอนการฟง การฟง ในชวี ติ ประจาํ วนั เกดิ ขน้ึ ไดใ น 2 กรณี คอื การฟง ทไ่ี ดย นิ โดยมไิ ดต ง้ั ใจในสถานการณร อบตวั ทว่ั ๆ ไป (Casual Listening) และการฟง อยา งตง้ั ใจทม่ี จี ดุ มงุ หมาย (Focused Listening) ซง่ึ เปน การรบั รู และทาํ ความเขา ใจใน “สาร” ทผ่ี อู น่ื สอ่ื ความมาสเู รา ทกั ษะการฟง ภาษาองั กฤษเปน สง่ิ สาํ คญั ทต่ี อ งฝก ฝนให ผเู รยี นเกดิ ความชาํ นาญและมคี วามสามารถในการฟง อยา งเขา ใจในสารทไ่ี ดร บั ฟง ครผู สู อนควรมคี วามรแู ละ เทคนคิ ในการสอนทกั ษะการฟง เพอ่ื จดั การเรยี นรใู หแ กผ เู รยี นใหป ระสบผลสาํ เรจ็ การสอนทกั ษะการฟง ภาษาองั กฤษ การออกแบบกจิ กรรมเพอ่ื สง เสรมิ ทกั ษะการฟง ครูควรคํานึงถึงสถานการณห รอื บริบทโดยเลือก เนอ้ื หา และออกแบบกจิ กรรมทห่ี ลากหลาย นา สนใจ มขี อ ควรพจิ ารณา 2 ประการ คอื 1.1 สถานการณใ นการฟง สถานการณท ก่ี อ ใหเ กดิ การฟง ภาษาองั กฤษไดน น้ั ควรเปน สถานการณ ของการฟง ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในชวี ติ จรงิ สถานการณจ รงิ หรอื สถานการณจ าํ ลองในหอ งเรยี น ซง่ึ อาจเปน การฟง คาํ สง่ั ครู การฟง เพอ่ื นสนทนา การฟง บทสนทนาจากบทเรยี น การฟง รายการวทิ ยุ โทรทศั น วดี ทิ ศั น 1.2 กิจกรรมในการสอนฟง แบงเปน 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมกอนการฟง (Pre-listening) กจิ กรรมระหวา งการฟง หรอื ขณะทส่ี อนฟง (While-listening) และกจิ กรรมหลงั การฟง (Post-listening) แตล ะกจิ กรรมอาจใชเ ทคนคิ ดงั น้ี 1.2.1 กจิ กรรมกอ นการฟง (Pre-listening) ผเู รยี นจะฟง ขอ ความไดอ ยา งเขา ใจ ควรตอ งมี ขอ มลู บางสว นเกย่ี วกบั ขอ ความทฟ่ี ง โดยครผู สู อนอาจใชก จิ กรรมนาํ ใหผ เู รยี นไดม ขี อ มลู บางสว นเพอ่ื ชว ยสรา ง คูม่ ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 47

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ความเขา ใจในบรบิ ท กอ นการรบั ฟง สารทก่ี าํ หนดให เชน การใชร ปู ภาพ อาจใหผ เู รยี นดรู ปู ภาพทเ่ี กย่ี วกบั เรอ่ื ง ทจ่ี ะฟง สนทนา อภปิ ราย หรอื หาคาํ ตอบเกย่ี วกบั ภาพนน้ั ๆ การเขยี นรายการคาํ ศพั ท อาจจะใหผ เู รยี นจดั ทาํ รายการคาํ ศพั ทเ ดมิ ทร่ี จู กั โดยใชว ธิ กี ารเขยี นบนั ทกึ คาํ ศพั ทท ไ่ี ดย นิ ขณะรบั ฟง สาร หรอื การขดี เสน ใต หรอื วงกลมลอ มรอบคาํ ศพั ทใ นสารทอ่ี า นและฟง ไปพรอ ม ๆ กนั การอา นคาํ ถาม อาจใหผ เู รยี นอา นคาํ ถามทเ่ี กย่ี วขอ ง กบั เรอ่ื งราวในสารทจ่ี ะฟง เพอ่ื ใหผ เู รยี นไดท ราบแนวทางวา จะไดฟ ง เกย่ี วกบั เรอ่ื งใด เปน การเตรยี มตวั ลว งหนา เกย่ี วกบั ขอ มลู ประกอบการฟง และคน หาคาํ ตอบทจ่ี ะไดจ ากการฟง สารนน้ั ๆ การทบทวนคาํ ศพั ทท เ่ี กย่ี วขอ ง อาจทบทวนคาํ ศพั ทจ ากความรเู ดมิ ทม่ี อี ยแู ลว ซง่ึ จะปรากฏอกี ในสารทจ่ี ะไดฟ ง เปน การชว ยทบทวนขอ มลู สว นหนง่ึ ของสารทจ่ี ะไดเ รยี นรใู หมจ ากการฟง 1.2.2 กจิ กรรมระหวา งการฟง หรอื กจิ กรรมขณะทส่ี อนฟง (While-listening) เปน กจิ กรรม ทใ่ี หผ เู รยี นไดฝ ก ปฏบิ ตั ใิ นขณะทฟ่ี ง สารนน้ั ๆ กจิ กรรมนม้ี ใิ ชก ารทดสอบการฟง แตเ ปน การฝก ทกั ษะการฟง เพอ่ื ความเขา ใจ 1.2.3 กิจกรรมหลังการฟง (Post-listening) เปนกิจกรรมท่มี งุ ใหผเู รียนไดฝกการใชภาษา ภายหลงั จากทไ่ี ดฝ ก ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมระหวา งการฟง แลว เชน อาจฝก ทกั ษะการเขยี น สาํ หรบั ผเู รยี นระดบั ตน โดยใหเ ขยี นตามคาํ บอก (Dictation) ประโยคทไ่ี ดฟ ง มาแลว เปน การตรวจสอบความรู ความถกู ตอ งของการ เขยี นคาํ ศพั ท สาํ นวน โครงสรา งไวยากรณ ของประโยคนน้ั ๆ หรอื ฝก ทกั ษะการพดู สาํ หรบั ผเู รยี นระดบั สงู โดยการใหอ ภปิ รายเกย่ี วกบั สารทไ่ี ดฟ ง หรอื อภปิ รายเกย่ี วกบั อารมณห รอื เจตคตขิ องผพู ดู ตวั อยา งการจดั กจิ กรรมการสอนทกั ษะการฟง ลําดับ CEFR ทกั ษะหลกั เปา หมาย (ตาม CEFR) กจิ กรรม 1 A2 Overall Listening 2 A2+ Overall Listening สามารถเขา ใจขอ มลู และคาํ ถามงา ย ๆ เกย่ี วกบั ฟง แลว ชี้ ครอบครวั ผคู น บา น งาน และงานอดเิ รก (Listen and Point) 3 B1 Overall Listening สามารถเขาใจสิง่ ทผี่ ูพูดพดู เพื่อตอบสนอง ฟงแลว เรียง 4 B1+ Overall Listening ความตอ งการทนั ที ในกรณที ผี่ พู ดู พดู อยา ง ลาํ ดับประโยค ชา และชดั เจน (Sequencing sentence cards) สามารถเขา ใจประเดน็ หลกั คาํ พดู หรอื ถอ ยคาํ ฟง แลวแสดงบทบาท ที่เปนมาตรฐานชัดเจน เก่ียวกับเรื่องท่ี สมมตุ ิ (Listen and Act) คนุ เคยเหตกุ ารณใ นชวี ติ ประจาํ วนั ทก่ี าํ หนดให สามารถกลา วซาํ้ หรอื พดู ใหค วามกระจา ง ในบางโอกาส สามารถเขา ใจขอ มลู ทต่ี รงไปตรงมาเกย่ี วกบั ฟง แลว นําเสนอ ชวี ติ ประจาํ วัน การศึกษา หรอื หวั ขอ งาน (Listen and Present) ทเี่ กย่ี วขอ งกบั ขอ ความทว่ั ไป และรายละเอยี ด ทเ่ี ฉพาะเจาะจงทช่ี ดั เจนในสาํ เนยี งทคี่ นุ เคย 48 คูม่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ลําดับ CEFR ทกั ษะหลัก เปา หมาย (ตาม CEFR) กจิ กรรม 5 A2 Listen to สามารถเขาใจสิ่งที่คูสนทนาพูด ในชีวิต ฟงแลว วาดภาพ Interlocutor ประจาํ วนั อยา งงา ย ๆ โดยการพดู ชา ๆ และ (Listen and Draw) ชดั เจน และพยายามชว ยใหค สู นทนาเขา ใจ 6 A2+ Listen to สามารถเขา ใจในสง่ิ ทผ่ี อู นื่ สนทนากบั ตนเอง ฟงแลวเขยี นเสนทาง 7 B1 Interlocutor เกย่ี วกบั เรอ่ื งตา ง ๆ ในชวี ติ ประจาํ วนั และ (Listen and Specify) 8 B1+ Listen to สามารถขอความชวยเหลอื ได Interlocutor Listen to สามารถเขาใจส่ิงท่ีคูสนทนาพูดในชีวิต ฟงแลวเรียงภาพ Interlocutor ประจําวนั แตบ างครั้งตอ งขอใหค สู นทนา (Muddled pictures) ใหค วามกระจา งในรายละเอียดเฉพาะ สามารถเขา ใจบทสนทนาในชวี ติ ประจาํ วนั ฟง แลวตอบคาํ ถาม ในสําเนียงทีค่ นุ เคย (Stop and Ask) 9 A2 Listen in Discussion สามารถเขาใจบทสนทนาสน้ั ๆ เกีย่ วกับ ฟง แลว เรยี งแถบประโยค ครอบครวั งานอดเิ รก และชวี ติ ประจาํ วนั ได ตามลําดับ โดยพูดอยา งชา ๆ และชดั เจน (Muddled sentences) 10 A2+ Listen in Discussion สามารถแยกประเดน็ การอภปิ รายตาง ๆ ฟงแลว พดู สรุปประเดน็ ท่ีพูดอยา งชาและชดั เจน สําคัญ (Summarizing) 11 B1 Listen in Discussion สามารถเขา ใจประเดน็ หลกั ของการอภปิ ราย ฟง แลว พดู แสดงความรสู กึ ในหัวขอที่คนุ เคยเกีย่ วกบั สถานการณ (How do you feel?) ในชวี ติ ประจาํ วัน เมื่อพูดอยางชัดเจน แตบ างครงั้ จาํ เปน ตอ งขอรายละเอยี ดตา ง ๆ เพ่อื ความเขาใจ 12 B1+ Listen in Discussion สามารถเขา ใจประเดน็ หลกั ของการสนทนา ฟงแลว อภิปราย เพม่ิ เตมิ โดยทว่ั ไปถา ผพู ดู พดู อยา งชดั เจน (Listen and Discuss) 13 B1 Listen สามารถเขา ใจขอมลู เฉพาะท่งี า ย ๆ เชน ฟงแลว ปฏิบัติตาม Announcements การปฏิบัติตามคําส่ัง คําช้ีแจงในการใช (Listen and Do) อุปกรณช นิดตาง ๆ ท่ีคนุ เคย 14 A2+ Listen in Audience สามารถเขาใจเนือ้ เรื่องสัน้ ๆ งาย ๆ ฟง แลว เขยี นเสนทาง เมื่อผูพดู พูดชา และชัดเจน (Listen and Specify) 15 B1 Listen in Audience สามารถเขา ใจถอยคําในบทสนทนาส้นั ๆ ฟง แลวเขียนหนงั สอื ท่มี ีความหมายโดยตรงในหัวขอ ทีค่ นุ เคย (Make a book) 16 B1+ Listen in Audience สามารถเขา ใจคําบรรยายหรอื พดู คุย ฟงแลว เขียนผัง ในสาขาวิชาของตัวเอง ในเร่อื งทีค่ นุ เคย (Story flowchart) และมกี ารนําเสนอโครงสรา งอยา งชดั เจน 17 A2 Listen to TV, Film สามารถบอกหัวเรื่องและใจความสําคัญ ฟงแลวตอบคาํ ถาม ของการรายงานขาวในประเด็นตาง ๆ (Stop and Ask) ทางโทรทัศนไ ด คมู่ อื การจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 49

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ลําดับ CEFR ทกั ษะหลกั เปา หมาย (ตาม CEFR) กจิ กรรม 18 A2+ Listen to TV, Film สามารถจับใจความสําคัญของขาวทาง ฟง แลว ตรวจคําตอบ 19 B1 โทรทัศนไดทัน ในกรณีท่ีผูประกาศพูด (Gapped story) 20 B1+ อยางชา และชัดเจน เปนขา วท่คี นุ เคยและ มีภาพประกอบขาวเพื่อชว ยในการเขาใจ Listen to TV, Film สามารถเขาใจประเด็นหลักในรายการ ฟง แลว เลา เรอ่ื งตรงกนั ขา ม โทรทัศนเก่ียวกับหัวขอที่คุนเคยเม่ือผูพูด (Retell with Opposites) พูดอยางชา ๆ และชดั เจน Listen to TV, Film สามารถเขาใจรายการโทรทัศนในหัวขอ ฟงแลว เลา เกี่ยวกบั ท่ีสนใจ เมื่อผูพ ูด พดู อยางชดั เจน ประสบการณข องตนเอง (Your own experience) 21 A2 Listen สามารถเขา ใจขอ มลู งา ย ๆ สน้ั ๆ และ ฟง แลว จบั คูภ าพ Announcements ชดั เจนเกยี่ วกบั สนามบนิ สถานรี ถไฟ เชน กบั ประโยค 22 A2+ “The train to London leaves at 04.30.” (Listen and Match) 23 B1 Listen และสามารถเขาใจใจความสาํ คญั เกีย่ วกบั 24 B1+ Announcements ประกาศตา ง ๆ เชน การพยากรณอ ากาศ ฯลฯ Listen สามารถเขาใจใจความสําคัญของขอความ ฟงแลว เตมิ ขอความ Announcements ประกาศและคาํ แนะนาํ ทง่ี า ย สน้ั และชดั เจน (Gapped Story) Listen สามารถเขาใจขอ มลู เฉพาะท่ีงาย ๆ เชน ฟงแลว ปฏิบตั ิตาม Announcements การปฏิบัติตามคําส่ัง คําชี้แจงในการใช (Listen and Do) อปุ กรณช นิดตาง ๆ ที่คนุ เคย สามารถเขาใจขอ มูลในประกาศ ฟง แลว ปฏิบัตติ าม และขอ ความอน่ื ๆ ทเ่ี ปน ขอ เทจ็ จรงิ ทบ่ี นั ทกึ ไว (Listen and Do) เมอื่ ผพู ดู พดู ดว ยภาษามาตรฐานและชดั เจน CEFR CEFR CEFR CEFR 50 คู่มอื การจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตวั อยา งแผนการจดั การเรยี นการสอนทกั ษะการฟง ระดบั ของ CEFR ระดับความพรอมของโรงเรยี น พรอ มนอย พรอมนอ ย - พรอมปานกลาง พรอ มมาก 1. กจิ กรรม : ฟง แลว ช้ี A2 (Listen and Point) Interaction & Meaningful Communication ทักษะหลกั : Overall Listening เปาหมายตามกรอบ CEFR : เเนวการสอนเพื่อการสอ่ื สาร (CLT) สามารถเขาใจขอ มูลและคําถามงา ย ๆ เกีย่ วกับครอบครวั ผคู น บา น งาน และงานอดิเรก ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขา ใจและตคี วามเรอ่ื งทฟ่ี ง จากสอ่ื ประเภทตา ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา งมเี หตผุ ล 2. แนวการสอนเพื่อการสอื่ สาร (CLT) - Interaction : การเรยี นรูภาษาท่ีสองจะเกดิ ขนึ้ ไดงายถาผูเรยี นไดป ฏิสัมพันธห รอื ส่อื สาร ในภาษาน้ันอยางมคี วามหมาย - Meaningful Communication : การสอ่ื สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื ผเู รยี นผา นกระบวนการ ทีเ่ กี่ยวขอ งกับตน มีประโยชน นา สนใจ และมสี ว นรว ม หวั ขอ เรอ่ื ง : Stamps Collecting การเตรยี มการ / สอื่ / อุปกรณ : - ครเู ตรยี มชดุ แผน ภาพเกย่ี วกบั เรอ่ื ง Hobbies ทจ่ี ะใหน กั เรยี นฟง เพอ่ื ใหน กั เรยี นระบโุ ดยการฟง แลวช้ภี าพวา ขอความที่กาํ ลังฟง เปนขอ ความตรงกับภาพใดในชดุ แผนงาน - ตวั อยางคําสง่ั ท่ใี ชใ นกจิ กรรม “Listen to the story and point at the pictures” ขนั้ ตอนการจดั กิจกรรม : กิจกรรมการฟงเรอ่ื งราวแลวระบโุ ดยการชไี้ ปที่ภาพ (Listen and Point) มีขัน้ ตอนดงั น้ี กจิ กรรมกอนฟง 1. นกั เรยี นฟงครสู อบถามเกย่ี วกบั งานอดเิ รกที่นกั เรยี นทํา กิจกรรมระหวางฟง 2. นกั เรียนรับชุดแผนภาพเกยี่ วกับเรื่อง Hobbies หลาย ๆ งานอดิเรก ประมาณ 3 – 6 ภาพ โดยในชุดแผนภาพจะมภี าพทีต่ รงกบั เน้ือเร่ืองที่นกั เรยี นฟง 1 – 2 ภาพ 3. นักเรียนฟงเรื่อง Hobbies และช้ีไปที่ภาพท่ีเก่ียวกับเหตุการณ ท่กี าํ ลังเกดิ ข้นึ ในเรอ่ื ง 4. นักเรียนตรวจคําตอบจากการฟงเทปอีกคร้ัง โดยครูหยุดเทป เปน ระยะ ใหน ักเรยี นโชวภ าพคาํ ตอบ กจิ กรรมหลงั ฟง 5. นักเรยี นเขียนหรอื พดู เก่ยี วกบั งานอดิเรกใหเ พื่อนในกลมุ ฟง ขอ ควรคาํ นึง : นักเรียนควรเปนผูคนพบคําตอบเองโดยครูสามารถเปดโอกาสใหนักเรียนฟงซํ้าหลาย ๆ รอบ จนกระทั่งนกั เรยี นม่ันใจ และสามารถยนื ยนั คําตอบของตนไดถ ูกตอ ง คมู่ ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 51

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 2. กิจกรรม : ฟงแลว ลาํ ดบั ประโยค A2 (Sequencing sentence cards) Interaction & Meaningful ทกั ษะหลกั : Overall Listening Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขา ใจสงิ่ ทผี่ พู ดู พดู เพอ่ื ตอบสนองความตอ งการทนั ที ในกรณที ผ่ี พู ดู พดู อยา งชา และชดั เจน ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.1 เขาใจและตคี วามเรื่องทีฟ่ งจากส่ือประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยา งมเี หตุผล 2. แนวการสอนเพ่อื การส่ือสาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดขึ้นไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือสื่อสาร ในภาษานั้นอยา งมคี วามหมาย - Meaningful Communication : การสอ่ื สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื ผเู รยี นผา นกระบวนการ ทีเ่ ก่ียวขอ งกบั ตน มปี ระโยชน นาสนใจ และมีสวนรว ม หัวขอเรื่อง : The Luck of a Child หรือเรื่องอะไรกไ็ ดส น้ั ๆ เหมาะกับระดับชั้น การเตรียมการ / สอ่ื / อุปกรณ : - ครูเตรียมบัตรขอความเกี่ยวกับเร่ืองท่ีจะใหนักเรียนฟงเพ่ือใหนักเรียนเรียงตามลําดับกอน หลงั และเรอื่ งราว บทความสน้ั ๆ จากวดี ทิ ศั น สอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส หรอื สง่ิ พมิ พอ นื่ ๆ ในกรณที คี่ รเู ปน ผอู านใหน กั เรียนฟง - ตัวอยา งคาํ สัง่ ท่ีใชใ นกิจกรรม : “Put the sentence cards in order before you listen to the story.” ขั้นตอนการจดั กิจกรรม : กิจกรรมการเรียงลําดับเหตุการณในบัตรขอความตามท่ีนักเรียนคิดวานาจะเกิดขึ้นกอนหลัง ตามเนื้อเรอื่ ง (Sequencing Sentence cards) มีขั้นตอนดงั น้ี กจิ กรรมกอนฟง 1. นักเรียนนั่งเปนกลุม รับใบกิจกรรม ซึ่งเปนบัตรขอความเก่ียวกับ เรอ่ื งทจี่ ะไดฟง ตดั เปน ขอความ 1 – 2 ประโยค 2. นกั เรียนเรียงบัตรขอ ความที่คิดวานาจะเกดิ ขึ้นกอนหลงั ตามเน้อื เรื่อง กจิ กรรมระหวางฟง 3. นักเรียนฟงเร่ือง แลวเรียงลําดับกอนหลังบัตรขอความตามเหตุการณ ทเ่ี กดิ ข้ึนในเนือ้ เรื่องทีฟ่ ง กิจกรรมหลังฟง 4. นักเรยี นตอบคาํ ถามสัน้ ๆ จากเน้ือเรือ่ ง ขอ ควรคาํ นงึ : 1. นักเรียนควรเปนฝายตรวจคําตอบเองโดยครูเปดโอกาสใหนักเรียนฟงซํ้าหลาย ๆ รอบ จนกระทง่ั นกั เรียนม่นั ใจ และสามารถยนื ยนั คําตอบของตนไดถ ูกตอง 2. ถา มีศพั ทใ หม หรอื ศัพทที่ตองทบทวน ครูควรสอน / ทบทวนกอนการฟง 52 คู่มอื การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 3. กจิ กรรม : ฟง แลว แสดงบทบาทสมมตุ ิ (Listen and Act) A2 ทักษะหลัก : Overall Listening Interaction & Meaningful Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขา ใจขอมลู และคําถามงาย ๆ เก่ยี วกับครอบครัว ผูคน บา น งาน และงานอดเิ รก ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.1 เขา ใจและตคี วามเรอื่ งที่ฟง จากสื่อประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยา งมเี หตผุ ล 2. แนวการสอนเพอ่ื การสอ่ื สาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาที่สองจะเกิดขึ้นไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือส่ือสาร ในภาษานัน้ อยางมคี วามหมาย - Meaningful Communication : การสอื่ สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื ผเู รยี นผา นกระบวนการ ทีเ่ ก่ียวของกบั ตน มปี ระโยชน นา สนใจ และมสี วนรว ม หัวขอ เรื่อง : In a Restaurant (http://www.youtube.com/watch?v=KIXPSykQ5fk) การเตรยี มการ / สอ่ื / อุปกรณ : - ครูเตรียมบทสนทนาเกี่ยวกับเหตุการณในภัตตาคาร เพ่ือเปนการกําหนดสถานการณ ใหนักเรยี น เตรียมบตั รขอความการสนทนาใหน ักเรยี นเรยี งลาํ ดับการสนทนา - นักเรียนน่ังเปนกลุมแลวฟงบทสนทนาเก่ียวกับเหตุการณในภัตตาคารจนเขาใจ จากนั้น ชวยกันเขียนบทสนทนาของตนเองเก่ียวกบั การส่งั อาหาร - นกั เรยี นซอ มบทและคิวการแสดงใหค ลอง และสง ตัวแทนกลมุ แสดงบทบาทสมมติ - นกั เรยี นและครรู ว มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั บทบาทการแสดง บทพดู สาํ นวน ไวยากรณ - ตัวอยางกจิ กรรมฟงแลว แสดงบทบาท มดี งั นี้ ค่มู ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 53

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education บัตรขอความ Welcome to McDonald’s Home of the Big Mac. Would you like a Big Mac Value Meal today? No, thanks. I’d like a Double Cheeseburger. Would you like to make that a meal with medium fries and a drink? Umm. Sure. Would you like to make that a large meal, with large fires and a drink? No, thanks. Medium is fine. OK. For here or to go? For here. Alright. Your total is $4.75. OK. Here’s a five. Just a second. I think I have 75 cents. Your order number is 37. We’ll call you when it’s ready. Instructions : - Listen to the dialogue about two customers and waiter in a restaurant and then create dishes for a restaurant menu. Each dish comes with a description of the ingredients and the price. Before class, make one copy of the worksheet for each student. - Begin their menu by thinking of a name for their restaurant. Then, complete the rest of the menu with dishes you like to eat. - When you have finished, display your menus on the classroom wall for the other students to see. And then be in groups of three, one student is the waiter, and the other two students are the diners. Then, practice restaurant role-plays using the menus you have created. 54 คู่มือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Make a Menu ____________________ Restaurant Starter 1. ________________________________ Price: __________ Ingredients: _______________________________________ 2. ________________________________Price: __________ Ingredients: _______________________________________ 3. _______________________________ Price: __________ Ingredients: __________________________ Main Course 1. ________________________________ Price: __________ Ingredients: _______________________________________ 2. ________________________________Price: __________ Ingredients: ______________________________________ 3. _______________________________ Price: _________ Ingredients: ______________________________________ Dessert 1. ________________________________ Price: __________ Ingredients: _______________________________________ 2. ________________________________Price: __________ Ingredients: ______________________________________ 3. _______________________________ Price: _________ Ingredients: ______________________________________ ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม : กจิ กรรมกอ นฟง 1. นักเรียนนัง่ เปนกลุมเรียงบตั รขอความใหเปน บทสนทนาทถี่ กู ตอง กจิ กรรมระหวา งฟง 2. นักเรยี นนง่ั เปนกลุม แลวฟง บทสนทนาเกี่ยวกับเหตกุ ารณในภัตตาคาร ขณะฟง ตรวจความถกู ตอ งของบทสนทนา และแกไ ขใหถ กู ตอ ง แลว จากนน้ั ชวยกันเขียนรายการอาหาร บทพดู ขอ ความ สาํ นวน ประโยค เรยี งตามลาํ ดบั กอ นหลัง กิจกรรมหลังฟง 3. นกั เรยี นซอ มบทและควิ การแสดงใหค ลอ ง และแสดงบทบาทสมมตเิ ปน กลมุ 4. นักเรียนและครรู ว มกันแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับบทบาทสมมติ ขอควรคาํ นงึ : ขณะนกั เรียนเขียนบทพูด ขอ ความ สํานวน ประโยค และครูควรใหโ อกาสนักเรยี นฟงบทสนทนา หลาย ๆ รอบ และควรจดั เตรียมเอกสารตวั อยา งตลอดจน website ตัวอยา งใหน ักเรยี นไดสบื คน คู่มือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 55

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 4. กจิ กรรม : ฟง แลว นําเสนอ (Listen and Present) B1 ทกั ษะหลกั : Overall Listening Interaction & Meaningful Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขาใจขอ มลู ท่ีตรงไปตรงมาเกยี่ วกบั ชวี ติ ประจาํ วัน การศึกษา หรือหัวของานทีเ่ กยี่ วขอ ง กบั ขอความทัว่ ไป และรายละเอยี ดทเ่ี ฉพาะเจาะจงที่ชัดเจน ในสาํ เนียงทค่ี ุนเคย ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขาใจและตีความเรื่องทฟี่ งจากสื่อประเภทตาง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา งมเี หตุผล 2. แนวการสอนเพื่อการสื่อสาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดข้ึนไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือสื่อสาร ในภาษานน้ั อยา งมีความหมาย - Meaningful Communication : การสอื่ สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื ผเู รยี นผา นกระบวนการ ท่ีเก่ยี วของกบั ตน มปี ระโยชน นาสนใจ และมสี ว นรวม หัวขอ เรอื่ ง : หวั ขอ ตามบทอานท่ีครเู ตรยี มใหน กั เรยี น ความยาวและความยากใหเ หมาะสมกบั ระดบั ชน้ั การเตรียมการ / สื่อ / อุปกรณ : - ครูเตรยี มอานเรอ่ื ง The Unfruitful Tree สําหรบั ฟง โดยเปล่ยี นบทอานเปน เสยี งเจาของภาษา โดยใช โปรแกรม Voki ซง่ึ สามารถเปลย่ี นขอ ความอกั ษรเปน เสยี งไดจ าก http://www.voki.com และเตรียมใบงานใหน กั เรียน ตามตัวอยา ง - ตวั อยา งคาํ ส่ังที่ใชในกจิ กรรม “Listen to the story then choose the words or phrases you like. Write the poem with the words or phrases you choose.” ตัวอยางการเขยี นโคลง (ครูควรหาตัวอยา งหลาย ๆ ตัวอยา งทส่ี นั้ ๆ เพอื่ ใหน ักเรยี นสรุปแนวทางในการเขยี นโคลงภาษาอังกฤษ) My Poem is: I wonder how my life has been, So beautiful as you have seen, I posses famous clothes and cars, I can’t be compared to any stars! 56 คมู่ อื การจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Write a poem with the words and phrases you choose. The space for your poem is here: ......................................................................................................... ......................................................................................................... ......................................................................................................... ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรม : กิจกรรมฟง แลว นาํ เสนอ (Listen and Present) มขี ั้นตอนดงั นี้ กิจกรรมกอนฟง 1. นกั เรียนสนทนากบั ครถู ึงโคลงที่นกั เรียนเคยฟง หรอื ชอบ 2. นักเรียนรับใบกิจกรรมฟงแลว เขียนโคลง (Phrases you like) ฟงเรือ่ ง จากโปรแกรม Voki ที่ครเู ตรียมไวใหฟง กจิ กรรมระหวา งฟง 3. ขณะฟง นักเรียนเขยี นคําศัพทท ี่นกั เรยี นชอบหรอื เปนคาํ สาํ คัญไว เพ่อื ใช คําศพั ทเ หลา นน้ั แตงโคลงส้ัน ๆ คนละ 1 บท กิจกรรมหลังฟง 4. นักเรยี นศึกษาใบงานแลวเขียนโคลงคนละ 1 บท 5. นักเรียนแลกเปล่ียนโคลงท่ีเขียนกับเพ่ือนในชั้นเรียน โดยติดไวท่ีบอรด และใหเ พือ่ น ๆ เขยี นแสดงความคิดเหน็ กับโคลงที่นักเรยี นแตง ขอ ควรคาํ นึง : 1. นักเรียนควรฟง เร่ืองจากโปรแกรม Voki ซํ้าหลาย ๆ รอบ จนกระทัง่ สามารถเลอื กคาํ ศัพท ทีต่ วั เองชอบได 2. ครคู วรอธบิ ายวธิ กี ารแตง โคลงพรอ มทง้ั เตรยี ม website แสดงตวั อยา งโคลงสนั้ ๆ ไวใ หน กั เรยี น อยางหลากหลาย คู่มือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 57

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 5. กิจกรรม : ฟง แลววาดภาพ (Listen and Draw) A2 ทกั ษะหลัก : Listen to Interlocutor Interaction & Meaningful Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขาใจส่ิงทค่ี สู นทนาพูดในชีวติ ประจําวนั อยางงาย ๆ โดยการพูดชา ๆ และชัดเจน และ พยายามชว ยใหค ูสนทนาเขา ใจ ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขาใจและตีความเรอื่ งท่ฟี งจากสอ่ื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอยา งมีเหตุผล 2. แนวการสอนเพ่อื การสื่อสาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภ าษาที่สองจะเกดิ ขน้ึ ไดงา ยถา ผเู รียนไดป ฏิสัมพันธห รือสื่อสาร ในภาษานนั้ อยางมีความหมาย - Meaningful Communication : การสอ่ื สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอื่ ผเู รยี นผา นกระบวนการ ทเี่ กย่ี วขอ งกบั ตน มีประโยชน นา สนใจ และมีสวนรว ม หัวขอ เรือ่ ง : Thumbelina การเตรยี มการ / สอ่ื / อปุ กรณ : - ครูเตรยี ม website (http://www.youtube.com/watch?v7TOKWrYIuHg) เพือ่ เปดเสยี ง ใหนกั เรียนฟงเรื่อง Thumbelina และเตรยี มกระดาษสาํ หรบั วาดภาพไวใหนักเรียน - ตวั อยา งคําสง่ั ทใ่ี ชในกิจกรรม “Listen to Thumbelina and then draw the picture of the story on the paper provided.” ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม : กจิ กรรมกอ นฟง 1. นกั เรยี นฟง ครพู ดู บรรยายภาพสตั วง า ย ๆ แลว นกั เรยี นบอกชอื่ สตั ว สกั 2 – 3 ชนดิ 2. นักเรียนรับกระดาษท่ีเตรยี มไวค นละ 1 แผน กจิ กรรมระหวา งฟง 3. นกั เรียนฟง เรอื่ ง Thumbelina จาก YouTube ทีค่ รูเตรียมไว 4. นักเรียนวาดภาพเก่ียวกับเร่ืองท่ีฟง เสร็จแลวนักเรียนจับคูเพ่ือน เปรียบเทยี บภาพกบั เพอื่ น กจิ กรรมหลงั ฟง 5. นกั เรยี นเขยี นบรรยายภาพสัน้ ๆ แลวนาํ เสนอโดยตดิ ไวบนผนังหองเรียน เพอ่ื ใหเ พ่อื น ๆ ดู แลวเลอื กภาพท่มี ีรายละเอยี ดสมบรู ณท ่สี ดุ 58 คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 6. กิจกรรม : ฟง แลว ตอบคาํ ถาม (Stop and Ask) B1+ ทักษะหลกั : Listen to Interlocutor Interaction & Meaningful Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขา ใจบทสนทนาในชวี ิตประจาํ วันในสาํ เนียงที่คนุ เคย ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขา ใจและตีความเรือ่ งท่ีฟงจากส่ือประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยา งมีเหตผุ ล ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและ ความคดิ เห็นอยางมีประสทิ ธิภาพ 2. แนวการสอนเพื่อการส่อื สาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาที่สองจะเกิดขึ้นไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือส่ือสาร ในภาษาน้ันอยา งมีความหมาย - Meaningful Communication : การสอื่ สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอื่ ผเู รยี นผา นกระบวนการ ที่เกีย่ วขอ งกบั ตน มปี ระโยชน นา สนใจ และมสี ว นรวม หวั ขอเรอ่ื ง : บทความท่ีนา สนใจ ความยาวใหเ หมาะสมกับระดับชั้น การเตรยี มการ / สอื่ / อุปกรณ : - ครเู ตรยี มบทความสําหรบั ฟง โดยเปลยี่ นบทอา นเปน เสยี งเจา ของภาษา ซง่ึ สามารถเลอื กไดท ง้ั เสยี งผูชายและผูห ญิง โดยใชโ ปรแกรม Voki - ตัวอยางคําสั่งทีใ่ ชใ นกจิ กรรม “Listen to the tape twice. Then I will play the tape again and pause to ask all of you the questions.” ขนั้ ตอนการจดั กจิ กรรม : กิจกรรมฟง แลวตอบคําถาม (Stop and Ask) มีขัน้ ตอนดังน้ี กิจกรรมกอนฟง 1. นักเรยี นฟงบทความที่ครูเตรยี มผา นโปรแกรม Voki 2 รอบ แลวบอกวา เปน เร่ืองเก่ยี วกบั อะไร กจิ กรรมระหวา งฟง 2. เปดเทปรอบที่ 3 ครูหยุดเทปเปนชวง ๆ แลว ถามคาํ ถามนกั เรียน หรือ อาจจัดใหนักเรียนทํางานเปนคู / กลุม แลวเขียนคําตอบลงในกระดาษ ในขณะท่นี ักเรยี นฟงคําถามจากครู 3. นักเรียนตรวจสอบคําตอบพรอมกัน โดยเปดเทปอีกคร้ังในแตละคําถาม และนักเรยี นชว ยกนั เฉลยคาํ ตอบ กจิ กรรมหลงั ฟง 4. นกั เรียนเขยี นคําตอบที่ถกู ตอง ขอควรคํานงึ : - นักเรียนควรฟง เร่ืองจากโปรแกรม Voki ซ้ําหลาย ๆ รอบ จนกระทงั่ สามารถตอบคาํ ถามได - กิจกรรมฟงแลว ตอบคําถาม (Stop and Ask) สามารถใชเ พ่อื ดงึ ความสนใจของนกั เรยี นมาสู บทความ และใชตรวจสอบความเขา ในการฟงของนกั เรยี นในขณะทฟี่ ง คู่มอื การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 59

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 7. กิจกรรม : ฟง แลว เรยี งแถบประโยคตามลาํ ดบั (Muddled A2 sentences) Interaction & Meaningful ทกั ษะหลกั : Listen in Discussion Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขาใจบทสนทนาส้ัน ๆ เก่ียวกับครอบครัว งานอดิเรก และชีวิตประจําวันได โดยพูด อยางชา ๆ และชดั เจน ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.1 เขาใจและตคี วามเรอื่ งที่ฟง จากสอ่ื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยา งมีเหตุผล 2. แนวการสอนเพอ่ื การส่อื สาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดข้ึนไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือสื่อสาร ในภาษานั้นอยา งมคี วามหมาย - Meaningful Communication : การสอื่ สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอื่ ผเู รยี นผา นกระบวนการ ท่เี กีย่ วของกับตน มปี ระโยชน นา สนใจ และมสี วนรว ม หัวขอ เรือ่ ง : หัวขอเรื่องตามบทความท่ีครูเตรียมไว ความยาวและความยากงายใหเหมาะสมกับระดับชั้น ทเี่ ตรียมไว การเตรียมการ / สอ่ื / อปุ กรณ : - ครูเตรียมแถบประโยคเกี่ยวกับเร่ืองที่เตรียมไวที่จะใหนักเรียนฟง เพ่ือใหนักเรียนฟงแลว เรียงลาํ ดบั - ครูเตรียมแถบบันทึกเสียงจากเสียงครูผูสอน เจาของภาษา หรือเสียงจากโปรแกรม Voki ซงึ่ สามารถเขาไปเปล่ยี นขอ ความอักษรเปนเสยี งไดจาก http://www.voki.com ขนั้ ตอนการจัดกจิ กรรม : กจิ กรรมฟงแลวเรียงแถบประโยคตามลําดับ (Muddled sentences) มีขนั้ ตอนดงั น้ี กิจกรรมกอ นฟง 1. นกั เรยี นแบง กลมุ ๆ ละ 3 – 5 คน และรบั แถบประโยคเกยี่ วกบั บทความ ท่ตี องฟง แลวชว ยกนั เรยี งแถบประโยคใหถกู ตอ ง กจิ กรรมระหวา งฟง 2. นักเรยี นฟงบทความเร่ืองทค่ี รเู ตรยี มไว 2 – 3 รอบ 3. นกั เรียนชว ยกนั เรียงแถบประโยคขณะฟงบทความ อกี 1 รอบ กจิ กรรมหลงั ฟง 4. นักเรยี นเดนิ ดคู าํ ตอบของเพอ่ื นกลุมอนื่ แลวอภปิ รายคําตอบรวมกนั 5. นกั เรียนตรวจสอบคําตอบพรอ มกนั โดยการเปด เทปอีกครัง้ ขอควรคํานึง : กจิ กรรมฟง แลว เรยี งแถบประโยค (Muddled sentences) นเี้ ปน กจิ กรรมทใี่ ชใ นขน้ั ตอนทนี่ กั เรยี น กาํ ลังฟง (While-listening Activity) 60 คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 8. กจิ กรรม : ฟงแลว พูดแสดงความรสู ึก B1 (How would you feel?) Interaction & Meaningful ทกั ษะหลกั : Listen to Interlocutor Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขา ใจประเดน็ หลกั ของการอภปิ รายในหวั ขอ ทคี่ นุ เคยเกยี่ วกบั สถานการณใ นชวี ติ ประจาํ วนั เมอื่ พูดอยา งชัดเจน แตบ างคร้งั จําเปน ตองขอรายละเอยี ดตา ง ๆ เพอ่ื ความเขา ใจ ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขา ใจและตีความเรอื่ งที่ฟง จากสอื่ ประเภทตา ง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา งมเี หตุผล 2. แนวการสอนเพอ่ื การสอ่ื สาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาทส่ี องจะเกดิ ขึ้นไดงายถาผเู รยี นไดปฏิสมั พันธห รอื สื่อสาร ในภาษานั้นอยางมคี วามหมาย - Meaningful Communication : การสอื่ สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอื่ ผเู รยี นผา นกระบวนการ ท่เี ก่ียวขอ งกบั ตน มปี ระโยชน นา สนใจ และมีสวนรว ม หวั ขอ เรื่อง : Miraculous tales of tsunami rescues การเตรยี มการ / ส่ือ / อุปกรณ : - ครเู ตรยี มแถบบนั ทึกเสียงบทความเร่ือง Miraculous tales of tsunami rescues จากเสียง ครผู ูสอน เจาของภาษา หรือเสียงจากโปรแกรม Voki ซ่งึ สามารถเขา ไปเปล่ียนขอ ความอักษร เปนเสยี งไดจาก http://www.voki.com - บทความเรอื่ ง Miraculous tales of tsunami rescues ทีจ่ ะใหนกั เรยี นฟง - กิจกรรมฟง แลวพูดแสดงความรูสึก (How would you feel?) มดี งั นี้ คมู่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 61

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of EducationListen and Interlocutor Miraculous tales of tsunami rescues Japan asia-pacific regions news Japanese rescue team Sunday managed to save the life of Hiromitsu Shinkawa, a 60-year-old man who survived Japan’s devastating earthquake and tsunami by clinging to the top of his roof. Shinkawa was found close to 10 miles out at sea. “I thought today was the last day of my life,” Shinkawa told his rescuers, reported CNN. He and his wife returned to their home in Minamisoma after the earthquake to collect their belongings but they were then hit by the tsunami that slammed the city. He watched his wife be swept out to sea, but he managed to stay alive by grasping to his home. He drifted in the Pacific Ocean for two days. Rescuers on a Maritime Self-Defense Force destroyer saw him, waving a red flag, and sent a smaller boat to save him. Shinkawa told workers after his rescue that other boats and helicopters had passed him but had not noticed him among the debris. He was able to survive on his roof because of the mild weather conditions and calm seas after the tsunami, according to military officials. Shinkawa’s town, Minamisoma, has been reportedly razed to the ground by the disaster. Parts of the town are now no more than mud and debris. In another miraculous recovery, an elderly woman was pulled from her completely collapsed home in the city of Natori. ขัน้ ตอนการจัดกิจกรรม : กจิ กรรมฟงแลวพูดแสดงความรูสึก (How would you feel?) มขี นั้ ตอนดงั นี้ กิจกรรมกอนฟง 1. นักเรียนดวู ดี ทิ ัศนเหตกุ ารณเกยี่ วกับ Tsunami จาก http://www.youtube.com/watch?v=IRXlHhxhq64 2. นักเรยี นบอกความรสู กึ เกี่ยวกบั การเกดิ Tsunami กิจกรรมระหวา งฟง 3. นักเรียนฟงบทความเรื่อง Miraculous tales of tsunami rescues จากแถบบนั ทกึ เสียงทีค่ รเู ตรียมไว 4. นกั เรยี นฟง แลว พูดแสดงความรูสกึ (How would you feel?) เม่อื ครหู ยดุ ถามคําถามเปนระยะ ในขณะทนี่ ักเรยี นฟง กจิ กรรมหลงั ฟง 5. นักเรียนเขยี นแสดงความรูสึก 62 ค่มู ือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 9. กิจกรรม : ฟง แลว วาดภาพ (Listen and Draw) A2+ ทกั ษะหลกั : Listen in Audience Interaction & Meaningful Communication เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขา ใจเนอื้ เรื่องส้ัน ๆ งาย ๆ เมื่อผูพูดพดู ชา และชดั เจน ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขา ใจและตีความเร่อื งที่ฟง จากสอื่ ประเภทตา ง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอยางมีเหตผุ ล 2. แนวการสอนเพ่อื การสื่อสาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดขึ้นไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือส่ือสาร ในภาษาน้ันอยางมีความหมาย - Meaningful Communication : การสอ่ื สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอื่ ผเู รยี นผา นกระบวนการ ท่ีเกยี่ วขอ งกบั ตน มีประโยชน นา สนใจ และมสี ว นรวม หวั ขอเร่ือง : The Woodman and His axe หรอื นทิ านทม่ี คี ติสอนใจสนั้ ๆ 1 เร่ือง การเตรยี มการ/สอ่ื /อุปกรณ : - ครูเตรยี มกระดาษวาดเขียน ดินสอสี - แถบบนั ทึกเสยี งนิทานเร่อื ง The Woodman and His axe หรอื นทิ านท่ีครูเลอื กมา 1 เร่อื ง จากเสียงครูผูสอน เจาของภาษา หรือเสียงจากโปรแกรม Voki ซ่ึงสามารถเขาไปเปล่ียนขอความอักษร เปนเสียงไดจ าก http://www.voki.com - ตัวอยา งคาํ สงั่ ท่ีใชใ นกิจกรรม “Listen to “The Woodman and His axe” then, draw and color pictures from the story.” The Woodman and His axe One day a poor woodman lost his axe. He hunted all day, but Listen and Draw he could not find it. He was very sad, for how could he make a living for his family without an axe? Besides he had no money with which to buy a new one. As night came on, he sank down by the roadside and buried his face in his hands. He heard a noise in the bushes and raised his head. A stranger was standing by him. “What is the matter?” asked the stranger. The woodman told him of his trouble. “I am sorry your axe is lost,” said the stranger. “Would you know it if you were to see it? I found an axe in the road. It may be yours. Is this it?” he asked, holding out a gold axe. “No,” answered the woodman, “that is not my axe. All the money I ever earned would not ค่มู อื การจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 63

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Listen and Draw buy such an axe as that.” “I found another,” said the man. “This must be the one,” and he held out a silver “No, that is not mine,” replied the woodman. “I am too poor a man to own such an axe as that.” “Well, here is another axe that I found. Is this yours?” The stranger held out an old axe of steel. “That is mine, oh, that is mine!” cried the woodman, springing up joyously and taking his axe from the stranger. “Now we shall not starve. Thank you, kind sir. Where did you find it?” The stranger said, “All three of the axees are yours. I am glad to make you a present of the gold axe and the silver axe. Let me have your hand. I am happy to meet an honest man.” The woodman’s neighbors heard of his good fortune. One of them lost his axe. He appeared to feel very sad over his loss. He sat down by the roadside and bowed his head, looking out of the corners of his eyes for the stranger. At last he saw the stranger coming around a bend in the road. The sun showed upon a gold axe which he carried in his hand. He stopped in front of the woodman. “Why do you grieve, my friend?” he asked. “I have lost my axe with which I earned my living,” the woodman replied. “Cheer up,” said the stranger. “I have an axe here. Is it yours?” “That is the very one,” said the woodman. “Thank you, stranger,” and he reached out his hand to take the gold axe. But the stranger drew back, and put the axe behind him. “It is not your axe. It is my own, and you wish to claim it. You are both dishonest and untruthful;” and he turned away. (Ref. : http://www.rickwalton.com/folktale/50fabl24.htm) ขน้ั ตอนการจดั กิจกรรม : กจิ กรรมฟงแลว วาดภาพ (Listen and Draw) มีข้ันตอนดังน้ี กิจกรรมกอ นฟง 1. นักเรียนทบทวนคําศัพท กจิ กรรมระหวางฟง 2. นกั เรยี นฟงบทความเร่อื ง The Woodman and His axe ที่ครเู ตรียมไว 3. นักเรียนฟงแลววาดภาพ (Listen and Draw) เพ่ือสรุปความเขาใจ เก่ยี วกับเรอื่ ง กิจกรรมหลังฟง 4. นกั เรยี นนาํ เสนอภาพวาดของตนเพอ่ื แลกเปลย่ี นกนั ดู โดยตดิ ไวท ผ่ี นงั หอ ง 5. นักเรยี นชวยกันเลือกภาพที่สมบรู ณ และมรี ายละเอยี ดครบถว นท่ีสุด ขอ ควรคาํ นึง : นกั เรยี นฟง เร่ือง The Woodman and His axe จากแถบบันทกึ เสียงที่ครไู ดบนั ทกึ ไวกอ นแลว ดวยเสียงครู หรอื เสยี งจากโปรแกรม Voki ซ่ึงครสู ามารถสรา งไดจาก http://www.voki.com 64 คมู่ ือการจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 10. กิจกรรม : ฟงแลวเขยี นผงั (Story flowchart) B1+ ทกั ษะหลัก : Listen in Audience Interaction & Meaningful Communication เปา หมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขาใจคําบรรยายหรือพูดคุยในสาขาวิชาของตัวเอง ในเรื่องท่ีคุนเคยและมีการนําเสนอ โครงสรา งอยา งชดั เจน ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขาใจและตีความเรื่องท่ีฟงจากสื่อประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา งมเี หตุผล 2. แนวการสอนเพอ่ื การส่อื สาร (CLT) - Interaction : การเรียนรภู าษาทีส่ องจะเกิดขนึ้ ไดง า ยถา ผูเรียนไดป ฏสิ ัมพันธห รอื สอื่ สาร ในภาษานน้ั อยา งมคี วามหมาย - Meaningful Communication : การสอื่ สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื ผเู รยี นผา นกระบวนการ ท่ีเกีย่ วของกับตน มปี ระโยชน นาสนใจ และมสี ว นรว ม หัวขอ เรอื่ ง : A scar การเตรยี มการ / สื่อ / อปุ กรณ : - ครเู ตรยี มใบกจิ กรรม (WORKSHEET) เพอ่ื ใหน กั เรยี นเขยี นผงั เรอ่ื ง และเตรยี มแถบบนั ทกึ เสยี ง บทความเรื่อง A scar จากเสียงครูผูสอน เจาของภาษา หรือเสียงจากโปรแกรม Voki ซ่งึ สามารถเขาไปเปลย่ี นขอความอักษรเปนเสียงไดจ าก http://www.voki.com - บทความเรือ่ ง A scar ทีจ่ ะใหนักเรียนฟง และตวั อยา งใบกจิ กรรม มดี งั น้ี A scar Story flowchart Patrice Hyde, MD Holly loved nothing more than riding her bike. But one day, she missed a curb and hit the pavement— splat! Now her knee was scraped and her elbow was cut. Her brother Darren helped Holly up and used his T-shirt to dab at the blood on her elbow. “Wow,” he said, “You’re probably going to have a huge scar.” What Exactly Is a Scar? A scar is the pale pink, brown, or silvery patch of skin that grows in the place where you once had a cut, scrape, or sore. A scar is your skin’s way of repairing itself from injury. Scars are part of life and they show what you’ve been through. For some people, scars are special. A kid might have a scar on his chest because he had heart surgery as a baby. Or you might have a scar from chickenpox. ค่มู อื การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 65

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Story flowchart Centuries ago, warriors showed off their scars as symbols of their bravery and to impress their friends with the exciting tales about how each one happened. No matter what caused your scar, here’s how your skin repaired the open wound. The skin made bunch of collagen— tough, white protein fibers that act like bridges — to reconnect the broken tissue. As the body did its healing work, a dry, temporary crust formed over the wound. This crust is called a scab. The scab’s job is to protect the wound as the damaged skin heals underneath. Eventually, a scab dries up and falls off on its own, leaving behind the repaired skin and, often, a scar. A scar isn’t always a sure thing, though. You can take steps to prevent or reduce scarring. You can help your skin heal itself by treating it well during the healing process. Keep the wound covered as it heals so you can keep out bacteria and germs. Avoid picking at the scab because it tears at the collagen and could introduce germs into the wound. Some doctors say vitamin C found in oranges and other citrus fruits helps by speeding up the creation of new skin cells and the shedding of old ones. Also, some people believe rubbing vitamin E on the wound after the scab begins forming can aid the healing process. Your parent can talk to your doctor about whether you should try this. Some scars fade over time. If yours doesn’t and it bothers you, there are treatments that can make a scar less noticeable, such as skin- smoothing medicated creams, waterproof makeup, or even minor surgery. Talk to your parent and doctor to find out if any of these treatments would be right for you. Sometimes the best medicine might just be to talk. Tell your parent or doctor what’s bothering you about your scar and how you feel on the inside. Because when the inside feels good, the outside always seems to look better! (Ref. : http://kidshealth.org/kid/ill_injure/aches/scars.html#cat113 66 คู่มอื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Worksheet Instruction : Complete the story flowchart with the following given words. treating it well during the skin’s way of repairing itself falls off on its own healing process from injury symbols of bravery drink more vitamin C dries up underneath the damaged skin heals often become a scar to protect the wound underneath shows what you’ve been leaving behind the repaired wearing kneepads, helmets how your skin repaired the skin & other protective gear open wound crust formed over the wound grows where you once had a cut คมู่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 67

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Story Flowchart Story Flowchart scar scab prevent or reduce scarring 68 ค่มู ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Answer key skin’s way of repairing Story Flowchart how your skin repaired itself from injury scar the open wound symbols of bravery shows what you’ve grows where you once been had a cut crust formed over the wound falls off on its own the damaged skin to protect the wound scab heals underneath leaving behind the repaired skin often become a scar dries up underneath drink more vitamin C rub vitamin E on prevent avoid picking at the wound or reduce the scab keep the wound scarring covered as it heals treating it well wearing kneepads, during the healing helmets & other process คู่มอื การจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 69

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ข้ันตอนการจัดกจิ กรรม : กจิ กรรมฟงแลว เขยี นผงั (Story flowchart) มีข้ันตอนดงั นี้ กจิ กรรมกอนฟง 1. นกั เรยี นรบั ใบกจิ กรรม (Worksheet) เพอ่ื ศกึ ษา และบอกวา กาํ ลงั จะไดฟ ง เรื่องเกี่ยวกบั อะไร กจิ กรรมระหวา งฟง 2. นกั เรยี นฟง เรื่อง A scar ทคี่ รเู ตรยี มไว 3. นกั เรยี นฟง แลว เขยี นผงั (Story flowchart) เพอ่ื สรปุ ความเขา ใจเกย่ี วกบั เรอ่ื ง กิจกรรมหลงั ฟง 4. นักเรียนนําเสนอผงั ของตนและรวมอภปิ รายผงั กับเพื่อน เพอื่ แลกเปลย่ี น เรยี นรู และใหเหตผุ ลการเลอื กคาํ ตอบ ขอ ควรคาํ นงึ : นักเรยี นฟง เรอ่ื ง A scar จากแถบบันทกึ เสยี งทคี่ รไู ดบนั ทึกไวก อ นแลว ดว ยเสยี งครู หรอื เสยี งจากโปรแกรม Voki ซึ่งครสู ามารถสรา งไดจาก http://www.voki.com 70 คมู่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 11. กิจกรรม : ฟงแลว ตอบคําถาม (Stop and Ask) B2 ทกั ษะหลกั : Listen to TV, film Interaction & Meaningful เปาหมายตามกรอบ CEFR : Communication สามารถบอกหวั เรือ่ งและใจความสําคัญของการรายงานขา วในประเดน็ ตา ง ๆ ทางโทรทัศนได ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขาใจและตีความเร่อื งทฟี่ งจากสื่อประเภทตา ง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอยา งมเี หตุผล ต 1.3 นาํ เสนอขอมูลขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่ืองตาง ๆ โดยการพูด และการเขียน 2. แนวการสอนเพือ่ การส่ือสาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดขึ้นไดงายถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรือส่ือสาร ในภาษาน้ันอยางมคี วามหมาย - Meaningful Communication : การสอ่ื สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอ่ื ผเู รยี นผา นกระบวนการ ทีเ่ กย่ี วขอ งกับตน มีประโยชน นา สนใจ และมสี ว นรว ม หวั ขอ เรื่อง : รายงานขา ว 1 เรอ่ื ง ทอี่ ยใู นความสนใจของนกั เรยี น โดยมคี วามยาวและระดบั ความยากงา ยเหมาะสม กบั นักเรียนในระดับชัน้ การเตรียมการ / ส่อื / อุปกรณ : ครเู ตรยี มรายงานขาวทางโทรทศั น 1 เรอ่ื ง เพือ่ ใหนกั เรียนฟง แลว ตอบคําถามจาก web Questions for Stop and Ask 1. What was the news about? 2. What crashed missing in the South China Sea? 3. How many people were on board? 4. How many nationalities of the passengers on board? 5. Which passenger nationalities is the biggest number? Answer 1. An air plane crash missing mysteriously. 2. Malaysia Airlines. 3. 239 People 4. 14 5. Chinese ขัน้ ตอนการจัดกจิ กรรม : กจิ กรรมฟง แลวตอบคําถาม (Stop and Ask) มีขั้นตอนดงั นี้ กจิ กรรมกอ นฟง 1. นกั เรียนสนทนากบั ครูถึงรายการขา วตาง ๆ ทางทวี ี กิจกรรมระหวา งฟง 2. นกั เรียนดรู ายงานขา วทางโทรทัศน เรอื่ ง Malaysia Airlines Crash ที่ครู เตรียมไว 3. นักเรียนฟงแลว ตอบคาํ ถามเพอ่ื สรปุ ความเขา ใจเกยี่ วกบั รายงานขาว กิจกรรมหลงั ฟง 4. นกั เรียนแสดงบทบาทสมมตุ อิ านขา วทีต่ นสนใจ ขอ ควรคํานงึ : นกั เรยี นสามารถดรู ายงานขา วทางโทรทศั นซ า้ํ หลาย ๆ รอบ จนกระทง่ั สามารถยนื ยนั คาํ ตอบไดถ กู ตอ ง คู่มอื การจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 71

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 12. กิจกรรม : ฟง แลว เลา เกยี่ วกบั ประสบการณข องตนเอง B1+ (Your own experience) Interaction & Meaningful ทกั ษะหลัก : Listen to TV, film Communication เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขา ใจรายการโทรทัศนในหัวขอทส่ี นใจเมอ่ื ผพู ูดพูดอยา งชัดเจน ความสอดคลอง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.1 เขา ใจและตคี วามเรอ่ื งท่ีฟงจากส่อื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยางมีเหตุผล ต 1.3 นาํ เสนอขอมูลขาวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งตา ง ๆ โดยการพูด และการเขยี น 2. แนวการสอนเพอ่ื การสอ่ื สาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาทีส่ องจะเกิดขึน้ ไดง า ยถาผเู รียนไดปฏสิ ัมพนั ธหรือสอื่ สาร ในภาษานั้นอยางมีความหมาย - Meaningful Communication : การสอื่ สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอื่ ผเู รยี นผา นกระบวนการ ท่ีเก่ียวขอ งกับตน มีประโยชน นาสนใจ และมีสว นรวม หัวขอ เรอื่ ง : What Is Global Warming? การเตรยี มการ / ส่ือ / อุปกรณ : ครูเตรียมวีดิทัศน เร่อื ง What Is Global Warming? เพือ่ ใหนักเรียนดู แลว พูดเลา ประสบการณ (Your own experience) ซงึ่ สามารถ download ไดจ าก http://www.youtube.com/watch?v=n94lepehpm4 ข้นั ตอนการจัดกิจกรรม : กิจกรรมฟงแลว เลา เกี่ยวกับประสบการณข องตนเอง (Your own experience) มขี ้นั ตอนดงั น้ี กจิ กรรมกอนฟง 1. นักเรียนดูคาํ ศัพทท่คี รเู ขยี นบนกระดาน Global Warming นกั เรยี นชว ยกนั บอกหรอื ออกมาเตมิ คาํ ทเ่ี กย่ี วขอ งตามผงั ทค่ี รกู าํ หนดให กจิ กรรมระหวางฟง 2. นักเรียนดูวีดิทัศน เรื่อง What is Global Warming ท่ีครูเตรียมไว ขณะดู นักเรยี นเขียนคําศพั ทห รอื จดโนต กจิ กรรมหลงั ฟง 3. เมอ่ื นกั เรยี นดวู ดี ทิ ศั นจ บแลว นกั เรยี นโยงประสบการณข องตนทสี่ มั พนั ธ กับ วีดทิ ัศนท ด่ี ู แลวเลา ประสบการณใ หเพื่อน ๆ ฟง ขอ ควรคํานึง : - ครูสามารถต้ังคําถามนํา เพ่ือกระตุนใหนักเรียนสามารถเช่ือมโยงประสบการณของตนกับ วีดทิ ัศนท ดี่ ูได - นักเรยี นสามารถชวยกันเลาเปน กลุม ไดหากมีประสบการณคลา ยกนั 72 ค่มู ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 13. กจิ กรรม : ฟง แลวปฏิบัติตาม (Listen and Do) B1+ ทกั ษะหลกั : Listen to TV, film Interaction & Meaningful Communication เปาหมายตามกรอบ CEFR : สามารถเขาใจขอมลู ในประกาศและขอความอ่นื ๆ ท่เี ปนขอเทจ็ จรงิ ท่บี ันทกึ ไว เมอ่ื ผูพดู พดู ดว ย ภาษามาตรฐานและชดั เจน ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.1 เขา ใจและตีความเรอ่ื งทีฟ่ ง จากส่อื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอยางมเี หตุผล 2. แนวการสอนเพือ่ การสื่อสาร (CLT) - Interaction : การเรียนรูภาษาท่ีสองจะเกิดขนึ้ ไดงา ยถาผูเรียนไดปฏิสัมพันธหรอื สอื่ สารใน ภาษานัน้ อยา งมคี วามหมาย - Meaningful Communication : การสอ่ื สารจะมคี วามหมายกต็ อ เมอื่ ผเู รยี นผา นกระบวนการ ที่เก่ียวของกับตน มปี ระโยชน นา สนใจ และมีสวนรวม หัวขอ เร่ือง : How to Use a Blender การเตรียมการ / สอื่ / อุปกรณ : - ครเู ตรียมเครื่องปนมา 1 เคร่อื ง พรอมกบั นําเชอ่ื มและผลไมท ีส่ ามารถหาได - ครเู ตรยี มแถบบนั ทกึ เสยี ง ขน้ั ตอนในการใชเ ครอ่ื งปน (How to Use a Blender) จากเสยี งครผู สู อน ซง่ึ เปน เจา ของภาษา หรอื เสยี งจากโปรแกรม Voki ซง่ึ สามารถเขา ไปเปลย่ี นขอ ความอกั ษรเปน เสยี งได จาก http://www.voki.com คูม่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 73

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Listen and Interlocutor Script for Listen and Do Shortly this wonderful appliance will be your best friend. After a few experiments, you’ll wonder what you can’t make with this thing. And all you do is press a button and go. See Step 1 below to get started making pretty much anything. 1. Make sure the blender is plugged in, clean, and in working condition. You can pretty much eyeball this one -- if it looks like it’s in okay condition, it’s probably safe to use. 2. Put your ingredients inside. We’ll cover the things you can put inside in the next section, but for now just know that it all goes in there, pretty much however you want. It’s a good idea to get a little liquid near the bottom to get everything going otherwise the solid stuff doesn’t move around very easily. If you’re blending ice, you’ll need a little bit of liquid to get it going. The ice floats in water, letting the blades do their thing. No water and the ice will just wedge itself against the sides, slowly melting. 3. Close the lid and hold the cover tightly. That little cap that comes off? That’s the feeder cap. You can leave your blender going, remove the feeder cap, and add in a few more (albeit small) things if you’d like. But other than that, it’s best to leave the lid on -- or else you might end up with blender goo on your walls. If it doesn’t start, make sure the bottom of the blender is placed securely in the base. If the base and the blender aren’t meeting just so, it can’t make the connection to start whizzing and whirring. If it doesn’t start, make sure the bottom of the blender is placed securely in the base. If the base and the blender aren’t meeting just so, it can’t make the connection to start whizzing and whirring. 4. Blend! Try experimenting with the buttons. Choose an appropriate speed setting depending on what you are blending. Generally speaking, the further you go to the right, the higher the speed. Chop, grate, grind, blend, mix, stir, puree, whip, and liquefy -- don’t worry too much about these. You can’t really use any “incorrectly.” If it isn’t the consistency you want it to be, try a higher speed. If that doesn’t work, stop the blender, take off the lid, mix it up, and start again. 5. Open it up and pour it out. If you’re done that is. You may need to scrape out the bottom or undo the blades to get it all out of there, especially if it’s thick. That’s it. Clean the blender. Take off the blades from the jar and wash the two parts separately. Just run them under warm water with a little soap; alternatively, you can put them in your dishwasher. It’s safe. Never, ever, ever put the base in water! If you get it gunny, take a wet cloth or sponge to it. It’s hard to hurt it -- and water (or any other liquid) is really the only way. 74 คมู่ ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ขั้นตอนการจัดกิจกรรม : กิจกรรมฟงแลวปฏบิ ตั ติ าม (Listen and Do) มีข้นั ตอนดงั น้ี กจิ กรรมกอ นฟง 1. นักเรียนสนทนากับครูถึงเรื่องการทําอาหาร / เคร่ืองดื่ม หรือใช ภาพประกอบการสนทนา กจิ กรรมระหวา งฟง 2. นกั เรยี นฟงข้นั ตอนในการใชเครือ่ งปน (How to Use a Blender) ทีค่ รูเตรียมไว 3. ขณะฟงนักเรียนสลับกันปฏิบัติตามข้ันตอนในการใชเคร่ืองปน (How to Use a Blender) โดยใชวสั ดทุ คี่ รเู ตรยี มไวให กจิ กรรมหลังฟง 4. นกั เรียนชว ยกนั เขียนขั้นตอนตามทไ่ี ดปฏบิ ตั ิ ขอควรคาํ นงึ : นกั เรยี นสามารถฟง ขนั้ ตอนในการใชเ คร่อื งปน จนกระทง่ั สามารถปฏิบัติตามไดถ กู ตอง คู่มอื การจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 75

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education แนวคดิ เกย่ี วกบั การเรยี นการสอนการพดู การพูดเปนการส่ือสารความคิด ประสบการณ และความตองการของผูพูดไปสูผูฟง เพ่ือส่ือ ความหมายใหผ ฟู ง เกดิ ความเขา ใจ โดยอาศยั นา้ํ เสยี ง ภาษา และกริ ยิ าทา ทาง อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพและถกู ตอ ง ตามจรรยามารยาทและประเพณนี ยิ มของสงั คม ใหผ ฟู ง รบั รแู ละเกดิ การตอบสนอง เปน ทกั ษะทส่ี าํ คญั สาํ หรบั บคุ คลในการสอ่ื สารในชวี ติ ประจาํ วนั ในการประกอบอาชพี ธรุ กจิ ตา ง ๆ ในการเรยี นการสอนภาษาตา งประเทศ การพดู เปน การสอ่ื สารแบบเผชญิ หนา (Face To Face Communication) ระหวา งบคุ คล ดงั นน้ั การพดู จะประสบความสาํ เรจ็ ยอ มตอ งมอี งคป ระกอบดงั ตอ ไปน้ี 1. ผพู ดู (Speaker) เปน ผสู อ่ื สารไปยงั ผฟู ง จงึ ตอ งแสดงความสามารถในการพดู ถา ยทอดความรสู กึ ขอคดิ เหน็ ขอ เทจ็ จริง ตลอดจนทัศนคติของตนไปสผู ฟู งใหดีทส่ี ดุ เทา ท่ที าํ ได โดยการรจู กั ใชภาษา เสยี ง อากปั กรยิ า และรจู กั สะสมความคดิ อา นทม่ี คี ณุ คา มปี ระโยชน และรวบรวมการเตรยี มความคดิ ตา ง ๆ เหลา นน้ั ใหเ ปน ระเบยี บ เพอ่ื ถา ยทอดใหผ ฟู ง ทราบ ผฟู ง กจ็ ะเขา ใจไดง า ย แจม แจง และรวดเรว็ 2. สาระหรือเน้ือเร่ืองท่ีพูด (Speech) ผูพูดควรจะพูดเร่ืองท่ีตนถนัดและมีความรูในดานน้ัน มกี ารเตรยี มลาํ ดบั และการดาํ เนนิ เรอ่ื งทด่ี ี และถกู ตอ ง 3. ผฟู ง (Audience) การสอ่ื ความหมายเปน ขบวนการตดิ ตอ ทางสงั คมทม่ี ผี พู ดู เปน ผใู ห ผฟู ง เปน ผรู บั ผพู ดู จะสอ่ื ความหมายไดต รงเปา หมายยง่ิ ขน้ึ หากรจู กั วเิ คราะหผ ฟู ง 4. เครอ่ื งมอื ในการสอ่ื ความหมาย (Communication Channel) สง่ิ ทช่ี ว ยถา ยทอดความรสู กึ นกึ คดิ ของผพู ดู ไปใหค นฟง เชน เสยี ง สหี นา อากปั กรยิ า ทา ทาง และอาจรวมไปถงึ โสตทศั นปู กรณอ น่ื ๆ 5. ความมงุ หมายหรอื ผลทเ่ี กดิ จากการพดู การพดู ทกุ ชนดิ จะตอ งมจี ดุ มงุ หมายหรอื ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ การสอนทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษ ในการจัดการเรียนการสอนการพูดภาษาอังกฤษควรจัดใหเหมาะสม โดยออกแบบกิจกรรม เพ่อื เสริมทักษะการพูดจากงายไปหายากเพ่อื ลดความวิตกกังวลของนักเรียน กิจกรรมควรเปนท่ียอมรับ ของเจา ของภาษาดว ย นกั เรยี นควรไดร บั การสง เสรมิ พฒั นาการทางการพดู ทเ่ี หมาะสมและไดฝ ก บอ ย ๆ เพอ่ื การสอ่ื สารถา ยทอดความรสู กึ นกึ คดิ และความตอ งการของตนเองใหผ อู น่ื เขา ใจ โดยใชน า้ํ เสยี ง อากปั กริ ยิ า ซง่ึ เปน พฤตกิ รรมทไ่ี มใ ชค าํ พดู ดว ย และพดู ใหถ กู ตอ งและชดั เจนขน้ึ การสอนทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษมี ขน้ั ตอนและกจิ กรรมตา ง ๆ กนั ดงั ตอ ไปน้ี 1. ขน้ั บอกจุดประสงคและข้นั เสนอเน้อื หา ครคู วรจะบอกใหน กั เรียนรถู ึงสง่ิ ทจ่ี ะเรียน โดยการ ตง้ั คาํ ถาม เลา เรอ่ื ง หรอื ใชส อ่ื ตา ง ๆ ชว งหลงั จากนาํ เสนอเนอ้ื หาซง่ึ อยใู นรปู บรบิ ท ครจู ะตอ งใหน กั เรยี นสงั เกต ลกั ษณะของภาษา ความหมายของขอ ความทจ่ี ะพดู เชน ผพู ดู เปน ใคร พดู เกย่ี วกบั อะไร สถานทพ่ี ดู และ จดุ ประสงคใ นการพดู 2. ขน้ั การฝก การฝก จะกระทาํ ทนั ทหี ลงั จากเสนอเนอ้ื หา อาจจะฝก พดู พรอ ม ๆ กนั หรอื เปน คู โดยการฝก เรม่ิ จากการฝก โดยมกี รอบหรอื การควบคมุ ตอ มากล็ ดการควบคมุ ลงจนนกั เรยี นสามารถใชภ าษาได 3. ขน้ั ถา ยโอน เปน ขน้ั ตอนทน่ี าํ ความรทู ไ่ี ดม าใชใ นรปู แบบการใชภ าษาอยา งอสิ ระ ใกลเ คยี งกบั สถานการณท เ่ี ปน จรงิ เชน การทาํ บทบาทสมมติ การนาํ เสนอ การสาธติ เปน ตน 76 คมู่ อื การจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ตวั อยา งการจดั กจิ กรรมการสอนทกั ษะการพดู ลาํ ดบั CEFR ทกั ษะหลกั เปา หมาย (ตาม CEFR) กจิ กรรม 1 A2 Conversation - สามารถสอบถามความรสู กึ ของผอู น่ื กระโดดมาเลา เรอ่ื ง 2 A2+ Conversation ตามสถานการณท ห่ี ลากหลาย เชน (Jump on the pictures) 3 B1 Conversation “Are you hungry? ” or 4 B1+ Conversation “Are you ok ?” และบอกความรสู กึ 5 A2 Discussion ของตนเอง - สามารถถามและตอบคาํ ถามเกย่ี วกบั บา น ประเทศ การทาํ งาน และเวลาวา ง ความชอบและไมช อบ - สามารถถามและตอบคําถามเก่ียวกับ เหตกุ ารณท ผ่ี า นมา เชน เวลาและสถานท่ี ของงานเลย้ี ง ผคู นในงานเลย้ี ง และสง่ิ ท่ี เกดิ ขน้ึ ทน่ี น่ั - สามารถเชอ้ื เชญิ และตอบรบั หรอื ปฏเิ สธ การเชอ้ื เชญิ อยา งสภุ าพ - สามารถขอโทษ และตอบรบั การขอโทษ - สามารถสนทนากบั เพอ่ื น ๆ ถามตอบ สนทนาจากศพั ท 10 คาํ คาํ ถามงา ย ๆ เกย่ี วกบั หวั ขอ ทค่ี นุ เคย (เชน (Ten key words) อากาศ งานอดเิ รก สตั วเ ลย้ี ง ดนตรี กฬี า) - สามารถถามและตอบคาํ ถามงา ย ๆ เกย่ี วกบั เหตกุ ารณใ นอดตี (เชน เมอ่ื วานน้ี สปั ดาหก อ น ปก อ น) - สามารถเรม่ิ สนทนา ดาํ เนนิ การสนทนา สนทนาเปนคู ๆ และจบการสนทนางาย ๆ ในหัวขอท่ี (Insight the scene) คนุ เคยหรอื สนใจ - สามารถแสดงออกและโตต อบ ตอ ความ รสู กึ และทศั นคติ เชน ความประหลาดใจ ความสขุ ความเศรา ความสนใจและไมส นใจ สามารถเรม่ิ สนทนาในหวั ขอ ทค่ี นุ เคย หรอื โตต อบกบั เพอ่ื น ความสนใจสวนบุคคล และชวยใหการ (Argument between สนทนาดาํ เนนิ ตอ ไป โดยแสดงและโตต อบ friends) คาํ แนะนาํ ความคดิ เหน็ ทศั นคติ อารมณ ความรสู กึ เปน ตน สามารถรว มอภปิ รายและวางแผนกบั ผอู นื่ แขง ขนั สะกดศพั ท เชน what to do, where to go and เปน กลมุ when to meet. (Spelling Contest) คูม่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 77

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ลาํ ดบั CEFR ทกั ษะหลกั เปา หมาย (ตาม CEFR) กจิ กรรม 6 A2+ Discussion 7 B1 - สามารถพดู ขอและใหค วามคดิ เหน็ บอกหนอ ยใชอ ยา งไร Discussion แสดงความเหน็ ดว ยและไมเ หน็ ดว ยแบบงา ย ๆ (Explains how to use it) 8 B1+ - สามารถหารอื เกย่ี วกบั เรอ่ื งตา ง ๆ ทจ่ี ะ Discussion ทาํ สถานทท่ี จ่ี ะไป ฯลฯ 9 A2 10 A2+ Information - สามารถเสนอหรือขอความคิดเห็น สนทนาจากศพั ท 10 คาํ 11 B1 Exchange สวนบุคคลในการอภิปรายแบบไมเปน (Ten key words) 12 B1+ Information ทางการกบั เพอ่ื น แสดงความเหน็ ดว ยและ 13 A2 Exchange ไมเ หน็ ดว ยอยา งสภุ าพ Information - สามารถชว ยแกป ญ หาไดต รงประเดน็ Exchange และสามารถแลกเปลย่ี นความเหน็ กบั ผอู น่ื ได Information Exchange - สามารถแสดงความคดิ เหน็ ตอ หวั ขอ อะไรคือความจรงิ Transactions ทเ่ี ปน นามธรรม เชน ภาพยนตร ดนตรี (What’s the truth?) อธบิ ายการตอบสนองหวั ขอ เหลา นน้ั และถามความคดิ ของผอู น่ื - สามารถเปรียบเทียบและแสดงความ ขดั แยง อภปิ รายในสง่ิ ทท่ี าํ และสถานท่ี ทไ่ี ป เปน ตน สามารถถามและบอกทศิ ทางโดยใชแ ผนท่ี บอกทางคนตาบอด หรอื แผนผงั (Lead The Blind) สามารถบอกและปฏบิ ตั ติ ามทศิ ทาง ฝา สง่ิ กดี ขวาง และคําอธิบายข้นั ตอนท่ไี มซับซอน เชน (Obstacle Race) อธบิ ายวธิ กี ารไปยงั สถานทใ่ี ดสถานทห่ี นง่ึ - สามารถคน ควา และถา ยโอนขอ เทจ็ จรงิ สาธติ การพบั กระดาษ ทเ่ี ปน ขอ มลู ไมซ บั ซอ น (Modern Paper Craft - สามารถขอและปฏบิ ตั ติ ามคาํ แนะนาํ Demonstration) อยา งครบถว น สามารถใหคําแนะนําท่ปี ฏิบัติไดตอวิธีทํา สาธติ การทาํ อาหาร เชน การทาํ อาหาร การซอ้ื ตว๋ั จากเครอ่ื ง (Cooking ขายตว๋ั หรอื การใชซ อฟตแ วร Demonstration) - สามารถสอ่ื สารในสถานการณต า ง ๆ การสง่ั อาหารและ ในชวี ติ ประจาํ วนั เชน Ordering food and เครอ่ื งดม่ื drink, shopping or using post offices (Ordering Food & and banks. Drinks) - ใชภ าษาในการสอบถามเกย่ี วกบั ขอ มลู พน้ื ฐานในการเดนิ ทาง รถประจาํ ทาง รถไฟ แทก็ ซ่ี และการซอ้ื ตว๋ั 78 คู่มอื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ลาํ ดบั CEFR ทกั ษะหลกั เปา หมาย (ตาม CEFR) กจิ กรรม 14 A2+ Transactions 15 B1 Transactions - สามารถดาํ เนนิ ชวี ติ ประจาํ วนั ในสถานการณ ไปชอ ปปง กนั เถอะ 16 B1+ Transactions ตา ง ๆ เชน การจบั จา ยซอ้ื ของ การรบั ประทาน (Let’s go shopping) 17 A2 Description อาหารนอกบา น และการตรวจสอบเวลาใน การเดนิ ทาง 18 A2+ Information - สามารถพดู ขอขอ มลู ทว่ั ๆ ไป เกย่ี วกบั การ Exchange เดนิ ทาง การซอ้ื ตว๋ั และสามารถถา ยโอนขอ มลู ทท่ี ราบเกย่ี วกบั สถานท่ี เวลา ราคา ฯลฯ - สามารถจดั การกบั สง่ิ ทไ่ี มค าดคดิ ซง่ึ อาจ การจองโรงแรม เกดิ ขน้ึ ในชว งวนั หยดุ เชน การพบทนั ตแพทย (Hotel Reservation) หรอื ซอ มจกั รยาน - สามารถสนทนานดั หมายดว ยตนเอง หรอื ทางโทรศพั ท เชน การจองตว๋ั เครอ่ื งบนิ โรงแรม รถเชา ภตั ตาคาร โรงภาพยนตร เปน ตน สามารถรอ งทกุ ขอ ยา งไดผ ลตอ รา นคา หรอื รอ งทุกขต อ โรงแรม โรงแรม (Hotel Complaints Role play) - สามารถอธบิ ายเกย่ี วกบั ตนเอง ครอบครวั โยนบอลเลา เรอ่ื ง และบคุ คลอน่ื (Throw the Ball and - สามารถอธบิ ายเกย่ี วกบั การศกึ ษาของตน Continue the Story) งานทท่ี าํ ในปจ จบุ นั หรอื ในอดตี - สามารถอธบิ ายงานอดเิ รกและความสนใจ ของตนเอง - สามารถอธบิ ายเกย่ี วกบั บา น และทอ่ี ยู อาศยั ของตนเอง - สามารถอธบิ ายสง่ิ ทท่ี าํ ในวนั หยดุ สดุ สปั ดาห หรอื ในวนั หยดุ ทผ่ี า นมาของตนเอง - สามารถพดู คยุ เกย่ี วกบั แผนการสาํ หรบั วนั หยดุ สดุ สปั ดาหห รอื วนั หยดุ ครง้ั ตอ ไป ของตนเอง - สามารถบรรยายถงึ สถานทท่ี ช่ี อบ งานในฝน (เชน เมอื ง ทพ่ี กั ในชว งวนั หยดุ ) (My Dream Job) - สามารถบอกสง่ิ ทท่ี าํ เปน ประจาํ ทบ่ี า น ทท่ี าํ งาน และในเวลาวา ง - สามารถบรรยายแผนการ การจดั การ และสง่ิ ทเ่ี ลอื ก - สามารถบรรยายกจิ กรรม เหตกุ ารณ หรอื ประสบการณข องตนเองในอดตี (เชน กจิ กรรมทท่ี าํ ในวนั สดุ สปั ดาห ในวนั หยดุ ตา ง ๆ) - สามารถบรรยายประสบการณใ นการเรยี น หรอื ประสบการณใ นการทาํ งาน คมู่ อื การจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 79

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ลาํ ดบั CEFR ทกั ษะหลกั เปา หมาย (ตาม CEFR) กจิ กรรม 19 B1 Description - สามารถบรรยายเรอ่ื งทค่ี นุ เคย ตามความ เลา เรอ่ื งจากปก 20 B1+ Description สนใจอยา งหลากหลาย (Front Cover) - สามารถเลา รายละเอยี ดเกย่ี วกบั ประสบการณ 21 A2 Arguing a case ความรสู กึ และการตอบสนอง 22 A2+ Arguing a case 23 B1 Arguing a case - สามารถบรรยายเหตกุ ารณห รอื อบุ ตั กิ ารณ เลา ประสบการณ 24 B1+ Arguing a case ไดอ ยา งชดั เจนตรงประเดน็ (Your own experience) 25 A2 Presentations - สามารถแสดงความรสู กึ เกย่ี วกบั 26 A2+ Presentations ประสบการณข องตนเองและอธบิ ายเหตผุ ลได 27 B1 Presentations อธบิ ายเหตผุ ลวา ชอบหรอื ไมช อบสง่ิ ใด อธิบายเหตผุ ล 28 B1+ Presentations (What’s your opinion?) 29 A2 - ถา มเี วลาเตรยี มตวั นกั เรยี นสามารถอธบิ าย เลอื กหวั ขอ แลว โตแ ยง 30 A2+ Summarizing และใหเ หตผุ ลการกระทาํ และแผนการ (Choose a topic and อยา งสน้ั ๆ ได then argue) อธบิ ายสน้ั ๆ และใหเ หตผุ ลประกอบ อภปิ ราย ความคดิ เหน็ (Discuss) บรหิ ารจดั การกบั การโตแ ยง ได โตว าที (A panel Discussion) ถา มเี วลาทจ่ี ะเตรยี มความพรอ ม ใหข อ มลู นาํ เสนอกฬี าทช่ี อบ พน้ื ฐานเกย่ี วกบั สง่ิ ทต่ี นเองรดู ี ตวั อยา งเชน (Present the poster of ประเทศ กฬี าทเ่ี ลน เปน ทมี วงดนตรี ฯลฯ your favorite game) สามารถนาํ เสนอประเทศ ทมี กฬี า วงดนตรี พยากรณอ ากาศเอง พยากรณอ ากาศ ฯลฯ แกผ ฟู ง (Make a voice and sound recording of a news broadcast) สามารถนาํ เสนอเรอ่ื งราวสน้ั ๆ ทเ่ี ตรยี มมา เลอื กหวั ขอ แลว โตแ ยง ลว งหนา ในหวั ขอ ทค่ี นุ เคย เชน My country (Choose a topic and และตอบคาํ ถามไดอ ยา งชดั เจน then argue) สามารถนาํ เสนอผลงานทเ่ี ตรยี มมาลว งหนา นาํ เสนอผลงาน โดยจดั และตอบคาํ ถามได ทาํ เปน เรยี งความดจิ ติ อล (Create a digital essay with images text and a music background) -- สามารถสรปุ เรอ่ื งสน้ั ๆ ทอ่ี า น โดยใชภ าษา วเิ คราะหแ ยกเร่ือง จากเรอ่ื งทอ่ี า น (Mixing two stories) 80 คมู่ อื การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education ลาํ ดบั CEFR ทกั ษะหลกั เปา หมาย (ตาม CEFR) กจิ กรรม 31 B1 Summarizing สามารถสรุปประเด็นสําคัญของขอความ เลา เรอ่ื งจากเรอ่ื งทไ่ี ดฟ ง 32 B1+ Summarizing สน้ั ๆ ทอ่ี า น (Retelling the story) สามารถสรปุ และนาํ เสนอเรอ่ื งใกลต วั ทไ่ี มใ ช เลา เรอ่ื งจากคาํ ตรงขา ม กจิ วตั รประจาํ วนั จากแหลง ขอ มลู ทห่ี ลากหลาย (Retelling with opposites) ตวั อยา งแผนการจดั การเรยี นการสอนทกั ษะการพดู 1. กิจกรรม : สง่ั อาหารและเครือ่ งด่มื A2 (Ordering Food and Drinks) Effective Tasks ทักษะหลัก : TRANSACTIONS เปา หมายตามกรอบ CEFR : - สามารถสื่อสารในสถานการณตาง ๆ ในชีวิตประจําวัน เชน Ordering food and drink, shopping or using post offices and banks. - ใชภ าษาในการสอบถามเกย่ี วกบั ขอ มลู พน้ื ฐานในการเดนิ ทาง รถประจาํ ทาง รถไฟ แทก็ ซี่ และ การซื้อตั๋ว ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรียนรู ต 1.2 มที กั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรสู กึ และ ความคิดเห็นอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ ต 4.1 ใชภาษาตา งประเทศในสถานการณตา ง ๆ ท้งั ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม 2. แนวการสอนเพอื่ การส่อื สาร (CLT) - Effective Tasks : กจิ กรรมภาษาหรอื แบบฝก หดั ที่มคี ณุ ภาพในชั้นเรยี น จะทําใหนกั เรยี น มโี อกาสทจ่ี ะสอ่ื ความหมายในภาษา เพม่ิ พนู แหลง การเรยี นรภู าษา สงั เกตการใชภ าษา และ มีสวนในการรว มสอ่ื สาร หวั ขอ เร่อื ง : Ordering Food and Drinks การเตรยี มการ / สือ่ / อุปกรณ : - ครูเตรียมใบความรู คาํ ศัพท และสํานวนภาษาเกย่ี วกบั การส่ังอาหารและเครื่องด่ืม แบบฝก วดี ทิ ศั นน าํ เสนอรา นอาหารของ Stanley และวดี ทิ ศั น เรอ่ื ง At the Restaurant (Download จาก http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=maYZsq-http:// www.youtube.com/watch?v=jxbw8V42BlE&feature=player_detailpage - แบบทดสอบเพ่อื ตรวจสอบความเขาใจและความสามารถในการสอ่ื สารของนักเรียน - ตัวอยา งใบความรู และแบบฝก มีดงั นี้ คมู่ อื การจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 81

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Handout 1 Vocabulary / Expressions Match the word with its meaning then pronounce the words and expressions below. No. Word Meaning 1. waiter (n.) _____อาหารเรม่ิ ตน / อาหารเรยี กนา้ํ ยอ ย 2. waitress (n.) _____ขนมหวาน 3. customer (n.) _____น้าํ สม 4. recommend (v.) _____การเลือก / ตวั เลือก 5. sound like (v.) _____พนักงานเสรฟิ ชาย 6. right back (adv.) _____ใบเสรจ็ (คา อาหาร) 7. order (v.) _____เงินทอน 8. choice (n.) _____พนกั งานเสริฟหญิง 9. starter/ appetizer (n.) _____เดย๋ี วกลับมา 10. main course (n.) _____จายเงนิ 11. orange juice (n.) _____เก็บ / รกั ษา 12. bill / check (n.) _____ดูเหมอื น 13. dessert (n.) _____ลกู คา 14. pay (n.) _____เมนู /รายการอาหาร 15. keep (v.) _____อาหารจานหลกั 16. change (n.) _____สงั่ (อาหาร) 17. menu (n.) _____แนะนํา (อาหาร) 18. Can I have the menu, please? 27. What are you going to have? 19. Certainly sir, here it is. 28. What would you like to drink? 20. Can I help you? 29. I will have a bowl of chicken soup… 21. It sounds like a good idea. 30. I’d like a glass of orange juice, please. 22. Would you like something to drink? 23. I’ll be right back with your order. 24. What do you recommend for an appetizer? 25. Would you like to order dessert? 82 คู่มือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Handout 2 Ordering Food and Drinks In pairs, study and practice the following dialogues. Customer : Table for one, please Waiter : Follow me, sir. Customer : Can I have the menu, please? Waiter : Certainly sir, here it is. Customer : Thank you. What do you recommend for an appetizer? Waiter : The grilled chicken with tomato sauce. It’s a good choice. Customer : It sounds like a good idea. I will have that. Waiter : Would you like something to drink? Customer : Yes, I’d like a coke. Waiter : I’ll be right back with your order. Customer : Thank you. Waitress : Hello, Can I help you? Customer : Yes, I’d like to have some lunch. Waitress : What are you going to have? Customer : I will have a bowl of chicken soup for a starter and a grilled Waitress : cheese sandwich for a main course, please. Customer : What would you like to drink? Waitress : I’d like a glass of orange juice, please. Customer : Would you like to order dessert? Waitress : No, thank you. Just the bill. Customer : Certainly. Waitress : I don’t have my glasses. How much is for lunch? Customer : That’s 290 baht. Waitress : Here you are. Thank you very much. Customer : You’re welcome. Have a good day. Thank you, the same to you. (ปรบั ปรุงมาจาก http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=maYZsq--55U) คู่มือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 83

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Handout 3 Ordering Food and Drinks Study the following expressions to order food in a restaurant. Expressions Meaning Do you have any free tables? มโี ตะ วา งไหม? A table for ..., please ขอโตะสาํ หรับ ... คะ/ครบั I'd like to make a reservation. ฉันตอ งการจองโตะ I'd like to book a table, please. ฉันตองการจองโตะลว งหนา คะ /ครบั I've got a reservation. ฉนั จองโตะเอาไว Do you have a reservation? คณุ จองโตะไวห รือเปลา ? Do you serve breakfast/lunch/dinner? คณุ บริการ/จาํ หนา ย อาหารเชา /อาหารกลางวัน/ อาหารเย็น หรอื เปลา ? What dish do you recommend? คุณแนะนําอาหารอะไรคะ/ครับ What do you have for dessert? คุณทานอะไรเปน ขนมหวานคะ/ครบั May I have the check, please? กรณุ าคดิ เงินดวยคะ /ครบั I'm sorry, we're out of that ขอโทษคะ/ครบั ของหมด For my starter I'll have the soup, and for my ฉันขอเริ่มดวยซุป และขอสเตกเปน จานหลกั main course the steak Would you like anything else? ตองการอะไรเพ่มิ อีกไหมคะ/ครับ? The bill, please คิดเงนิ ดวยคะ /ครับ Could I have the bill, please? กรณุ าคิดเงนิ ดวยคะ/ครบั Can I pay by card? ฉนั จายดว ยการดไดไหม? Do you take credit cards? คุณมีเครดติ การด หรือเปลา ? Is service included? รวมคาบริการดวยหรอื เปลา ? Can we pay separately? จา ยแยกกนั ไดไ หม? I'll get this ผม/ฉันจายเอง คะ /ครับ let's split it แยกกนั จายเถอะ let's share the bill ขอชวยจายดว ยเถอะ Please wait to be seated กรุณารอที่นงั่ Reserved จองแลว Service included รวมคา บริการ Service not included ไมรวมคา บรกิ าร Enjoy your meal! ทานใหอ รอ ยนะ! (From http://www.speakenglish.co.uk/phrases/at_a_restaurant?lang=th) 84 คู่มือการจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Worksheet 1 Stanley’s Restaurant Watch and listen to the video then answer the questions. (Download จาก http://www.youtube.com/watch?v=maYZsq--55U) 1. Who is the owner of the restaurant? ___________________________________________ 2. Does he cook different kinds of food? ___________________________________________ 3. Complete the following table about Stanley’s cooking. Days Kinds of Food Monday …………………………………………. Tuesday …………………………………………. Wednesday …………………………………………. Thursday …………………………………………. Friday …………………………………………. Saturday …………………………………………. Sunday …………………………………………. 4. Does he cook Russian food? ___________________________________________ คมู่ ือการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 85

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Complete the dialogue. Worksheet 2 Ordering Food and Drinks Waiter: : Customer Good evening. Can I (1)___________ you? Yes, I (2)_________to have some dinner. Waiter : (3)______you like a (4)____________? Yes, I’d like spring rolls, (5)__________. Customer : What (6)______ you going to have for a (7)______ course? I (8)_________have grilled salmon with mustard. Waiter : What would you like to (9)__________? A glass of diet coke, please. Customer : What (10)________you have for (11)___________? Blueberry cheesecake, please. Waiter : Here’s your order. Enjoy your (12)_____________! Thanks. Customer : Would you like (13)__________ else? No, thanks. Can I have the (14)_________, please? Waiter : Sure. Here you (15)______. I cannot see clearly. (16)__________is the dinner? Customer : That will ____(17)_____ 450 baht. Can I (18)__________ by credit (19)__________? Waiter : Yes, (20) _____can. Thank you very much. Have a nice day. Bye! Customer : Waiter : Customer : Waiter : Customer : Waiter : Customer : Waiter : Customer : 86 คู่มอื การจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Answer Keys Worksheet 1 Italian food 1. Stanley Greek 2. Yes, he does. Chinese food 3. Monday Puerto Rican Japanese food Tuesday Mexican food Wednesday American food Thursday Friday Saturday Sunday 4. No, he doesn’t Handout 1 Meaning 9 อาหารเริ่มตน/อาหารเรยี กนาํ ยอย No. Word 13 ขนมหวาน 1. waiter (n.) 11 น้าํ สม 2. waitress (n.) 8 การเลือก/ตัวเลือก 3. customer (n.) 1 พนักงานเสิรฟ ชาย 4. recommend (v.) 12 ใบเสร็จ (คา อาหาร) 5. sound like (v.) 16 เงินทอน 6. right back (adv.) 2 พนักงานเสิรฟหญงิ 7. order (v.) 6 เดยี๋ วกลบั มา 8. choice (n.) 14 จายเงิน 9. starter/appetizer (n.) 15 เก็บ/รักษา 10. main course (n.) 5 ดูเหมอื น 11. orange juice (n.) 3 ลกู คา 12. bill/check (n.) 17 เมน/ู รายการอาหาร 13. dessert (n.) 10 อาหารจานหลัก 14. pay (n.) 7 สงั่ (อาหาร) 15. keep (v.) 4 แนะนาํ (อาหาร) 16. change (n.) 17. menu (n.) คู่มอื การจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 87

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Worksheet 2 1. help 11. dessert 2. would like 12. meal 3. Would 13. anything 4. starter 14. bill 5. please 15. are 6. are 16. How much 7. main 17. be 8. will 18. pay 9. drink 19. card 10. do 20. you ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม : กจิ กรรมการสนทนาการสง่ั อาหารและเครอ่ื งดม่ื (Ordering Food and Drinks) มขี น้ั ตอนดงั น้ี กจิ กรรมการนาํ เสนอ 1. นักเรยี นฟง ครนู าํ เสนอคาํ ศพั ท สาํ นวน และโครงสรา งประโยคทใ่ี ช ในการสนทนา โดยเลอื กใชเ ทคนคิ การสอนศพั ท และกระบวนการเรยี นรู แบบตา ง ๆ ทเ่ี หมาะสมเพอ่ื ใหน กั เรยี นเกดิ การเรยี นรู หรอื ครอู าจใหน กั เรยี น ชว ยกนั ยกตวั อยา งประโยคทใ่ี ชใ นการสนทนาในรา นอาหาร กจิ กรรมการฝก 2. นกั เรยี นศกึ ษาคาํ ศพั ท สาํ นวนภาษา และประโยคทใ่ี ชใ นการสง่ั อาหาร และเครอ่ื งดม่ื ตามใบความรู (Handout) 3. นกั เรยี นทาํ แบบฝก (Worksheet) เพอ่ื ตรวจสอบความรคู วามเขา ใจ ในเรอ่ื งการสง่ั อาหารและเครอ่ื งดม่ื กจิ กรรมการนาํ ไปใช 4. นกั เรยี นแสดงบทบาทสมมตุ ิ สนทนาตามสถานการณท ก่ี าํ หนดให ขอ ควรคาํ นงึ : นกั เรยี นสามารถเพม่ิ เตมิ หรอื เปลย่ี นแปลงบทสนทนาไดต ามระดบั ชน้ั 88 คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education 2. กิจกรรม : การจองโรงแรม (Hotel Reservation) B1 ทกั ษะหลัก : TRANSACTIONS Effective Tasks เปา หมายตามกรอบ CEFR : - สามารถจัดการกับสงิ่ ท่ีไมคาดคิดซึง่ อาจเกิดขนึ้ ในชว งวนั หยดุ เชน การพบทนั ตแพทย หรอื ซอ มจักรยาน - สามารถสนทนานัดหมายดวยตนเองหรือทางโทรศัพท เชน การจองตั๋วเคร่ืองบิน โรงแรม รถเชา ภัตตาคาร โรงภาพยนตร เปน ตน ความสอดคลอ ง : 1. มาตรฐานการเรยี นรู ต 1.2 มที กั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ มลู ขาวสาร แสดงความรูส ึก และความคิดเหน็ อยา งมีประสิทธิภาพ ต 4.1 ใชภาษาตางประเทศในสถานการณตา ง ๆ ท้ังในสถานศึกษา ชมุ ชน และสงั คม 2. แนวการสอนเพือ่ การสือ่ สาร (CLT) - Effective Tasks : กจิ กรรมภาษาหรอื แบบฝกหดั ที่มีคุณภาพในชน้ั เรยี น จะทําใหน ักเรยี น มโี อกาสทจ่ี ะสอ่ื ความหมายในภาษา เพมิ่ พนู แหลง การเรยี นรภู าษา สงั เกตการใชภ าษา และ มีสวนในการรวมส่ือสาร หัวขอ เรอ่ื ง : Hotel Reservation การเตรยี มการ / ส่ือ / อุปกรณ : - ครูเตรียมบทสนทนาระหวา ง Receptionist กบั Guest บัตรคําศพั ท สาํ นวนภาษาทีเ่ ก่ยี วกับ การพดู จองโรงแรม เพอ่ื ใหน กั เรยี นไดศ กึ ษาและเตรยี มแบบทดสอบ เพอ่ื ตรวจสอบความเขา ใจ และความสามารถในการส่อื สารของนักเรียน - ตัวอยางบทสนทนาการจองโรงแรม บัตรคําศพั ท และแบบทดสอบ มีดงั น้ี คมู่ ือการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่ 89

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Handout 1 Hotel Reservation Read and make understanding of the conversation. (ปรบั ปรงุ มาจากเอกสารประกอบการสอนการสนทนาภาษาองั กฤษเพอ่ื การโรงแรม อาจารยพ รรณกาญจน จรี างกลู มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนดสุ ติ 2554 หนา 40) Receptionist : Good morning, Thamrin Thana Hotel. Can I help you? Hotel Reservation Guest : I’d like to make a reservation. Do you have any vacancies? Receptionist : Certainly, ma’am. Could I get your name, please? Guest : Mary Cooper Receptionist : Could you spell that please? Guest : My first name is M-A-R-Y and my last name is C-O-O-P-E-R. Receptionist : Right, Ms. Cooper, when would you like to stay? Guest : I’d like to stay for two nights, from 10th July. Receptionist : How many people will there be? Guest : Just my friend and I. Receptionist : You haven’t stayed with us before, have you? Guest : No, I haven’t. Receptionist : O.K. We have a single room, double room, and twin room Guest Receptionist with city view available. Guest : What is the room rate for a double room? Receptionist : A double room is one thousand and five hundred baht per night. Guest : O.K. I will have a double room. Receptionist : Will you be paying by credit card? Guest : Yes, I will. It’s VISA. The number is 4216 6800 1156 9713. Receptionist : So that’s 4216 6800 1156 9713. And your address, please. : Unit1/111 King St, Newton, Sydney, Australia. Guest : O.K, your double room for two nights is confirmed. Receptionist Your reservation number is DP 12345. We look forward to seeing you on the 10th July. : Great. Thank you. : You’re welcome. 90 ค่มู ือการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเเนวใหม่

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Handout 2 Vocabulary/Expressions Pronounce and study the meaning of the following words and expression. No. Word Part of Speech Meaning 1. reservation (n.) การจอง (การจองหอ งพกั / การสาํ รองหอ งพกั ) 2. certainly (adv.) อยา งแนน อน 3. spell (v.) อา นสะกดคํา 4. first name ชอ่ื 5. last name (n.) นามสกุล 6. stay (n.) พกั อยู 7. vacancy (v.) วาง มอี ยู 8. single room (n.) หอ งพกั แบบเตยี งนอนเดย่ี วหนง่ึ เตยี ง 9. double room (n.) หอ งพกั แบบเตยี งนอนเดย่ี วขนาดใหญ 1 เตียง 10. twin room (n.) หองพกั แบบเตยี งนอนเดี่ยว 2 เตียง 11. available (n.) มีอยู ใชป ระโยชนได 12. rate (adj.) ราคา 13. credit card (n.) บตั รเครดติ / บตั รชาํ ระสนิ คาแทนเงินสด 14. confirm (n.) ยนื ยนั 15. receptionist (v.) พนักงานตอ นรับ 16. guest (n.) แขก / ลูกคา / ผูม าพักอาศัย (n.) 17. Can I help you? 18. I’d like to make a reservation. 19. Do you have any vacancies? 20. Could I get your name, please? 21. Could you spell that, please? 22. When would you like to stay? 23. I’d like to stay for two nights, from 10th July. 24. How many people will there be? 25. You haven’t stayed with us before, have you? 26. What is the room rate for a double room? 27. We look forward to seeing you on the 10th. คูม่ อื การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่ 91

English Language Institute Office of the Basic Education Commission Ministry of Education Handout 3 Hotel Reservations In pairs, study and practice the following dialogues. Guest/Traveler - Reserving a Hotel Room over the Phone Hello, can I reserve a room over the phone, please? Hi, I’d like to reserve a double room, please. Hello, I want to reserve a single room for next week. Hello, I’d like to book a twin room, please. Guest/Traveler - Reserving a Hotel Room at a Hotel Do you have any vacancies? Do you have a room available for 5th October? Do you have a double room available for 3 nights? Can I book a room for tonight? What’s the price of a double room? I’d like a single, non-smoking room for tonight, please. I’d like a double room with two beds, please. What’s the room rate for a single room? Receptionist/ Front Desk - Common Questions to ask a Guest How long will you be staying? How many nights will you be staying? Can / May I help you? / How can I help you? Would you like a smoking or non-smoking room? Would you like a double bed or twin beds? May I have your name and phone number please? May I ask you to fill out this form for me please? (Source: http://2ndnature-online-eikaiwa.com/Expressions/Module-7/Module-7-Intro.htm) 92 คมู่ อื การจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษเเนวใหม่