แผนการจดั การเรยี นรู้ สัปดาห์ท่ี 7 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั : ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ชือ่ รายวชิ า : วิทยาศาสตร์ 3 รหสั วชิ า: ว 13101 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 อากาศและชีวติ ของสตั ว์ เวลา : 4 ชั่วโมง 1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั มาตรฐานการเรยี นรู้/ผลการเรียนรู้ ว 3.2 ป.3/1 ระบุส่วนประกอบของอากาศ บรรยาย ความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของ มลพิษทาง อากาศตอ่ ส่งิ มีชีวิต จากข้อมูลที่ รวบรวมได้ ว 3.2 ป.3/2 ตระหนักถงึ ความสำคญั ของอากาศ โดย นำเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการลดการ เกดิ มลพิษ ทางอากาศ 2. สาระสำคัญ อากาศประกอบดว้ ยแก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซเิ จน คารบ์ อนไดออกไซด์ แกส๊ อ่นื ๆ รวมทัง้ ไอน้ำ และฝุ่นละออง สิง่ มชี ีวติ ทุกชนดิ ใชอ้ ากาศในการหายใจ และอากาศยังมปี ระโยชน์ในด้านต่าง ๆ อกี มากมาย อากาศเคลอ่ื นที่จากบริเวณท่ี มอี ณุ หภมู ิตำ่ ไปยังบริเวณทมี่ อี ุณหภูมสิ งู กวา่ โดยอากาศท่เี คลอื่ นท่ใี นแนวราบทำให้เกดิ ลม แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดมลพิษทางอากาศ เช่น ใช้พาหนะร่วมกัน หรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่ลดมลพิษ ทาง อากาศ 3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดา้ น K - สงั เกต รวบรวมขอ้ มูลและระบุส่วนประกอบของอากาศ - สังเกตและบรรยายสง่ิ ที่พบในอากาศกับมลพิษ ทางอากาศ - รวบรวมข้อมลู และนำเสนอแนวทางการ ปฏบิ ตั ิตนในการลดมลพษิ ทางอากาศ ดา้ น P - มีทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ด้าน A - มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ 4. สาระการเรยี นรู้ - สังเกต รวบรวมขอ้ มลู และระบสุ ่วนประกอบของอากาศ - สังเกตและบรรยายสงิ่ ที่พบในอากาศกับมลพิษ ทางอากาศ 5. ทกั ษะกระบวนการ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 1. การสังเกต 2. การจำแนกประเภท 3. การลงความเหน็ จากข้อมูล 4. การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ 6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. อยู่อยา่ ง
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน 7. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน 1) ความสามารถในการสอ่ื สาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต 8. บรู ณาการสาระท้องถิ่น/สวนพฤกษศาสตร์ - 9. หลกั ฐานการเรยี นรู้ (ชิน้ งาน/ภาระงาน) 1. แบบบันทึกกิจกรรม 10.สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 สสวท. 2. แบบบันทึกกจิ กรรม 3. แบบทดสอบ 4. แหล่งเรียนรู้ เชน่ หนังสือ วารสาร อนิ เทอรเ์ น็ต 11. กิจกรรมการเรียนรู้ ชว่ั โมงที่ 1 เร่อื ง : สว่ นประกอบของอากาศ (3) ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั เตรยี มกิจกรรม เตรียมอปุ กรณก์ ารเรียน ส่อื การเรียนการสอน ขั้นที่ 2 ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรียน 1.ครูนำภาพแผนภูมิวงกลมแสดงส่วนประกอบของอากาศให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายตาม ประเด็นคำถามตอ่ ไปนี้ - ในอากาศประกอบดว้ ยแก๊สชนิดใดบ้าง - อากาศประกอบดว้ ยแก๊สชนดิ ใดมากที่สดุ - สิง่ มีชวี ิตใช้แกส๊ ชนดิ ใดในอากาศในการหายใจ ขั้นท่ี 3 ข้นั ดำเนนิ การสอน 2. หลังจากนักเรียนอภิปรายข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบของอากาศในชั่วโมงที่ผ่านมาแล้ว นักเรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันคิดรูปแบบการนำเสนอส่วนประกอบของ อากาศในรูปแบบที่น่าสนใจ โดยใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่ครูเตรียมให้ซึ่ง อาจจะเป็นกระดาษ สีไม้ หรือคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรม เช่น โปรแกรมกราฟิก (paint) โปรแกรมเอกสาร (Microsoft word) หรอื แท็บเล็ตที่มีโปรแกรมประยกุ ต์ หรือโทรศพั ท์เคล่อื นทเี่ พือ่ นำมาใช้ ถ่ายภาพหรือบันทึกภาพเคลือ่ นไหว
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เลือกในเวลาที่เหมาะสม โดยครูอาจให้นักเรียนให้คะแนนการ นำเสนอของเพอ่ื นทีม่ รี ปู แบบ น่าสนใจมากที่สุด 4. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามในสิ่งที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ส่วนประกอบของอากาศ รวมทั้งตรวจสอบ แนวคดิ คลาดเคลอ่ื นของ นกั เรียน จากนั้นรว่ มกนั อภปิ รายและลงข้อสรปุ ว่า อากาศโดยทว่ั ไป เป็นอากาศชนื้ ประกอบด้วย แก๊สต่าง ๆ ในปริมาณที่แตกต่างกัน ซึ่ง แก๊สที่มีปริมาณมากที่สุดคือแก๊สไนโตรเจน รองลงมาเป็นแก๊ส ออกซิเจน แก๊ส คารบ์ อนไดออกไซด์และแก๊สอ่นื ๆ เชน่ อารก์ อน ตามลำดับ และไอน้ำซงึ่ มปี ริมาณแตกต่างกันตามแตล่ ะพื้นท่ี สว่ น อากาศ แหง้ จะมแี กส๊ ทุกชนิดเป็นสว่ นประกอบ ยกเวน้ ไอนำ้ 5. นกั เรียนตอบคำถามใน ฉนั ร้อู ะไร และรว่ มกนั อภิปรายเพ่อื ใหไ้ ดแ้ นว คำตอบทีถ่ ูกต้อง 6. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ ส่ิงท่ีได้เรียนรู้ในกิจกรรมนี้ จากนน้ั นกั เรยี นอ่าน สิง่ ท่ไี ด้เรยี นรู้ และเปรียบเทียบกับข้อสรุป ของตนเอง 7. ครูกระตุ้นให้นกั เรียนฝึกตั้งคำถามเกี่ยวกับเร่ืองทีส่ งสัยหรืออยากรู้ เพิ่มเติมใน อยากรู้อีกว่า จากนั้นครูอาจสมุ่ นกั เรียน 2 -3 คน นำเสนอคำถามของตนเองหน้าชัน้ เรยี น และใหน้ กั เรยี นร่วมกนั อภิปราย เกย่ี วกับคำถามท่ีนำเสนอ ขัน้ ที่ 4 ขั้นสรุป 8. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ว่าได้ฝกึ ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 อะไรบ้างและในขั้นตอนใด S6 นำเสนอส่วนประกอบของ อากาศในรปู แบบที่น่าสนใจ S8 อภปิ รายส่วนประกอบของ อากาศ C4 นำเสนอขอ้ มูลจากการสังเกต และจากการอ่านใบความรู้เรอื่ ง ส่วนประกอบของอากาศให้ ผ้อู ่นื เข้าใจ C5 ทำงานร่วมกับผู้อื่นและแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ ส่วนประกอบของอากาศโดย ร่วมกันอภิปราย สว่ นประกอบ ของอากาศในใบความรู้และนำ ข้อมลู มาจัดกระทำข้อมลู ใน รูปแบบที่นา่ สนใจ ครอู ธิบายเพ่มิ เติม หากนกั เรยี นยังไมเ่ ขา้ ใจคำวา่ ควบแน่น ดังนี้ การควบแน่นเกิดขน้ึ เม่ือสว่ นประกอบของอากาศ คือไอน้ำซึ่งมีสถานะ แก๊สและมองไม่เห็น เมื่อไอน้ำสัมผัสกับบริเวณที่เย็นกว่าหรือทีม่ ี อุณหภูมิต่ำกว่า เช่น บริเวณผิวของ ถุงพลาสติกที่นำไปแช่ในกระติก น้ำแข็ง ไอน้ำจะเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำซึ่งการที่แก๊ส (ไอน้ำ) เปลี่ยน สถานะเป็นของเหลว (น้ำ) เรียกว่า การควบแน่น เราจึงพบน้ำทบ่ี รเิ วณ ผวิ ดา้ นในของถงุ พลาสตกิ ซ่งึ เกดิ จากการควบแนน่ ของไอนำ้ นัน่ เอง ครูอธบิ ายเพมิ่ เติม หากนกั เรียนยังไม่เข้าใจว่า อากาศทีเ่ รามองไมเ่ ห็นนั้นประกอบดว้ ยสว่ นประกอบหลายชนิดท่ีมี ปริมาณแตกต่างกัน ประกอบด้วยแก๊สหลายชนิด ได้แก่ แก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สอาร์กอน แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ ไอน้ำ และฝุ่นละออง ซึ่งแต่ละส่วนประกอบของอากาศนี้จะมีปริมาณมาก–นอ้ ยแตกต่างกนั ไปในแต่ ละบริเวณ การวดั และการประเมนิ ผล วิธวี ดั เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ เปา้ หมาย ตรวจแบบบนั ทึกกิจกรรม แบบบนั ทกึ กิจกรรม นกั เรียนได้คะแนน ดา้ นความรู้ (K) ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ รอ้ ยละ 60 ข้นึ ไป ระบุสว่ นประกอบของอากาศ กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ บรรยายความสำคัญของอากาศ แบบสังเกต นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) พฤติกรรม การประเมินระดับ สังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี นในการ พอใช้ขน้ึ ไป ปฏิบตั กิ ิจกรรม
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่นั แบบประเมิน นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ ความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั การประเมินระดบั ในการทำงาน ในการทำงาน คณุ ลักษณะ พอใช้ขึ้นไป ระดบั คุณภาพ 2 ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์ 1) ความสามารถในการส่อื สาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ชีวติ พฤติกรรม บันทึกหลังการสอน ปัญหาและอปุ สรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา ผลการจดั การเรยี นรู้ - นักเรยี นบางคนไม่สามารถทำได้ด้วย - อธบิ ายเพมิ่ เติมให้นักเรยี น ด้านความรู้ (K) - นกั เรียนรอ้ ยละ 95 ระบุ ตนเอง สว่ นประกอบของอากาศ บรรยาย ความสำคัญของอากาศ ได้ - นกั เรยี นบางคนไมม่ สี มาธิในการเรยี น - ครูอบรมตกั เตือน และให้นกั เรยี นปฏิบตั ิ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ใหม่อีกครัง้ - นกั เรียนร้อยละ 98 ต้ังใจปฏบิ ัติ กิจกรรม - นักเรยี นบางคนไมม่ สี มาธใิ นการเรยี น - ครอู บรมตกั เตือน และสงั เกตพฤติกรรม ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) ของนักเรยี นใหม่หลงั จากอบรมตักเตือน - นกั เรียนร้อยละ 98 ความมีวนิ ัย แล้ว ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน ลงช่อื ผ้สู อน (นายอสิ รานุวัฒน์ ริดสมเงนิ ) ลงช่อื ลงชอื่ (นายอสิ รานวุ ัฒน์ รดิ สมเงิน) (นางสาวสุขใจ ปรีศิร)ิ หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ ลงชื่อ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพันธ์ุ) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นอรรถวิทย์
ชัว่ โมงที่ 2 เรือ่ ง : ลดมลพิษทางอากาศ (1) ขน้ั ท่ี 1 ขั้นเตรียมกิจกรรม เตรียมอุปกรณก์ ารเรยี น ส่อื การเรยี นการสอน ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ นำเข้าส่บู ทเรยี น 1. ครนู ำรปู บริเวณท่ีมีการจราจรแออดั หรือบริเวณก่อสรา้ งหรือวีดีทัศนท์ ่ี แสดงสภาพอากาศในบริเวณทมี่ ฝี ุ่น ละอองมาก ๆ และมคี นสวม หน้ากากอนามยั เพอื่ ตรวจสอบความรู้เดิมเกีย่ วกบั มลพิษทางอากาศ โดยใชค้ ำถามนักเรยี น ดงั น้ี 1.1 เพราะเหตุใดคนในรูปจึงสวมหน้ากากอนามยั (นักเรยี นตอบ ตามความเข้าใจของตนเอง เช่น เพราะ บริเวณน้นั มีฝนุ่ ละออง มาก) 1.2 นักเรียนคิดว่าบริเวณที่มีฝนุ่ ละอองมาก ๆ เปน็ บริเวณทม่ี มี ลพิษ ทางอากาศหรือไม่ อยา่ งไร (นกั เรยี น ตอบตามความเข้าใจของ ตนเอง เชน่ บรเิ วณทมี่ ฝี ่นุ ละอองมาก ๆ เป็นบรเิ วณที่มีมลพิษ ทางอากาศท่อี าจก่อใหเ้ กิด อนั ตรายต่อส่งิ มชี วี ติ หากฝุน่ ละออง เหลา่ นัน้ เขา้ ไปในร่างกายของเรา เช่น เขา้ ตาจะทำให้ระคาย เคืองตา หรอื เข้าจมูกอาจ ทำใหห้ ายใจไมส่ ะดวก) 1.3 ตัง้ แตต่ น่ื นอนจนเข้านอน นักเรียนได้ทำอะไรบ้างทกี่ ่อใหเ้ กดิ มลพิษทางอากาศ (นักเรยี นตอบตาม ประสบการณ์ของตนเอง) 1.4 แนวทางการปฏบิ ัตติ นเพ่ือลดมลพิษทางอากาศทำได้อยา่ งไร (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจของ ตนเอง) ขั้นที่ 3 ขั้นดำเนินการสอน 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนเข้าสู่กิจกรรมที่ 1.2 โดยใช้คำถาม ดังนี้ กิจกรรมใดบ้างที่ก่อให้เกิดมลพิษ ทางอากาศ และเราจะปฏิบัติตน อย่างไรเพอ่ื ลดมลพิษทางอากาศ (นกั เรยี นตอบตามความเข้าใจของ ตนเอง ซง่ึ นักเรียนจะ ค้นพบคำตอบจากการทำกิจกรรม) 3. นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม และ ทำเป็นคิดเป็น ครูและนักเรียนร่วมกัน อภิปรายเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ จดุ ประสงคใ์ นการทำกิจกรรม โดย ใชค้ ำถามดังนี้ 3.1 กจิ กรรมนี้นักเรียนจะได้เรียนเรื่องอะไร (ส่ิงที่พบในอากาศกับ มลพษิ ทางอากาศ แนวทางการปฏิบัติ ตนเพอ่ื ลดมลพิษทาง อากาศ) 3.2 นักเรียนจะได้เรียนรเู้ รื่องนี้ด้วยวธิ ีใด (สงั เกตและรวบรวมข้อมลู ) 3.3 เมื่อเรียนแล้วนักเรียนจะทำอะไรได้ (บรรยายสิ่งที่พบในอากาศ กับมลพิษทางอากาศ และนำเสนอ แนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการ ลดมลพษิ ทางอากาศ) 4. นักเรียนบันทกึ จดุ ประสงค์ตอนท่ี 1 และ ตอนที่ 2 ลงในแบบบันทึก กิจกรรม หน้า 52 และ 53 โดยครูให้ความ ช่วยเหลือเพอ่ื ให้นกั เรยี นเติม จดุ ประสงค์ให้ถกู ต้อง 5. นกั เรยี นอา่ นสง่ิ ท่ีตอ้ งใช้ในการทำกจิ กรรม จากน้นั ครูนำวัสดุอปุ กรณท์ ่ี ใช้ในการทำกจิ กรรมมาแสดงให้นักเรียน ดทู ีละอยา่ ง ประกอบดว้ ย 1. เทปใส 2. เชือก 3. กรรไกร 4. ไมบ้ รรทดั 5. กระดาษเทาขาวทีเ่ จาะชอ่ ง 6. ครใู หน้ กั เรียนศกึ ษาขนั้ ตอนการทำกจิ กรรมคร่าวๆในหนังสือเรียนหน้า 55 แล้วใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมในช่ัวโมง ถดั ไป
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นสรุป 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก ๆ เป็นบริเวณที่มีมลพิษ ทางอากาศที่อาจก่อให้เกิด อนั ตรายตอ่ สงิ่ มชี ีวิต หากฝุ่นละออง เหลา่ น้นั เขา้ ไปในร่างกายของเรา เชน่ เข้าตาจะทำใหร้ ะคาย เคืองตา หรอื เข้าจมูกอาจ ทำให้หายใจไม่สะดวก การวัดและการประเมินผล เปา้ หมาย วธิ ีวัด เครื่องมอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน ดา้ นความรู้ (K) ตรวจแบบบันทกึ กิจกรรม / ชิน้ งาน แบบบันทึกกจิ กรรม นักเรียนได้คะแนน กจิ กรรม เรือ่ ง มลพิษทางอากาศ ร้อยละ 60 ขึน้ ไป ด้านทักษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสังเกต นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี นในการ กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดบั ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม พอใช้ขน้ึ ไป ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมัน่ แบบประเมนิ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ ความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน คณุ ลกั ษณะ การประเมินระดบั ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์ พอใช้ขึน้ ไป ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ระดับคุณภาพ 2 ความสามารถในการสื่อสาร การคิด พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การแก้ปัญหาการใชท้ ักษะชีวิต บนั ทกึ หลังการสอน ผลการจดั การเรยี นรู้ ปญั หาและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา ดา้ นความรู้ (K) - นกั เรยี นบางคนไม่สามารถทำได้ดว้ ย - อธบิ ายเพิ่มเติมให้นักเรียน - นักเรียนรอ้ ยละ 98 อธิบายมลพษิ ตนเอง ทางอากาศได้ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) - นกั เรยี นร้อยละ 98 ต้ังใจปฏบิ ตั ิ - นกั เรียนบางคนไมม่ ีสมาธใิ นการเรยี น - ครูอบรมตกั เตือน และใหน้ กั เรียนปฏิบัติ กิจกรรม ใหมอ่ ีกครัง้ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) - นกั เรียนร้อยละ 98 ความมีวนิ ยั - นักเรียนบางคนไมม่ ีสมาธใิ นการเรียน - ครูอบรมตกั เตอื น และสงั เกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มัน่ ในการทำงาน ของนักเรยี นหลังจากอบรมตักเตอื นแลว้ ลงชอ่ื ผู้สอน (นายอิสรานุวฒั น์ รดิ สมเงนิ ) ลงชื่อ ลงชอ่ื (นายอิสรานุวฒั น์ ริดสมเงิน) (นางสาวสขุ ใจ ปรีศิร)ิ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
ลงชื่อ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพันธ์ุ) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนอรรถวทิ ย์ ช่ัวโมงท่ี 3 เร่ือง : ลดมลพิษทางอากาศ (2) ขั้นท่ี 1 ขนั้ เตรียมกจิ กรรม เตรยี มอุปกรณ์การเรยี น ส่ือการเรียนการสอน ขัน้ ที่ 2 ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียนหน้า 55 นักเรียนอ่านสิ่งที่ต้องใช้ในการทำกิจกรรม จากนนั้ ครูนำวสั ดอุ ปุ กรณ์ท่ี ใชใ้ นการทำกิจกรรมมาแสดงให้นกั เรยี นดูทลี ะอย่าง ซ่ึงประกอบไปด้วย 1. เทปใส 2. เชือก 3. กรรไกร 4. ไม้บรรทัด 5. กระดาษเทาขาวที่เจาะช่อง ข้นั ท่ี 3 ขนั้ ดำเนินการสอน 2. นักเรียนอ่าน ทำอย่างไร ตอนที่ 1 ทีละข้อ ครูฝึกทักษะการอ่านโดยใช้ วิธีฝึกอ่านทีเ่ หมาะสมกบั ความสามารถ ของนักเรียน จากนั้นครู ตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการทำกิจกรรมจนนักเรียนเข้าใจลำดับการทำกิจกรรม โดยใช้ คำถามดังน้ี 2.1 นักเรียนต้องเจาะกระดาษเทาขาวแล้วติดเทปใสดังรูปกี่แผ่น (2 แผ่น) 2.2 นักเรียนต้องนำกระดาษที่ติดเทปใสไปแขวนที่ใดบ้าง แขวน อย่างไร (แขวนที่โรงเรียนและที่บ้าน แขวนโดยเจาะรูด้านบน ของกระดาษสำหรับร้อยเชือก และนำไปแขวนตามทตี่ ่าง ๆ อย่างนอ้ ย 2 วัน) หมายเหตุ ครูควรแนะนำให้นักเรียนแขวนกระดาษบริเวณที่โล่ง นอกอาคารหรือนอกบ้าน แต่ไม่ควรมีลมพัดแรง หรือมี ผู้คน รบกวน 2.3 นักเรียนต้องสังเกตอะไรบ้าง และสังเกตเมื่อใด (สังเกตบริเวณ เทปใสด้านที่เป็นกาวกอ่ นนำไปแขวน และหลังจากแขวนแล้ว 2 วัน และสงั เกตสภาพแวดล้อมของบริเวณทน่ี ำกระดาษเทาขาว ไปแขวน) 2.4 นักเรียนต้องใช้แว่นขยายเมื่อต้องการสังเกตสิ่งใด (ใช้แว่นขยาย สังเกตบริเวณเทปใสให้ละเอียดขึ้น หลังจากแขวนกระดาษไว้ที่ บรเิ วณต่าง ๆ เป็นเวลา 2 วัน) 2.5 นกั เรยี นจะบันทกึ ผลการสังเกตทใ่ี ด (บันทกึ ลงในแบบบนั ทกึ กจิ กรรมหน้า 52) 2.6 นักเรียนต้องร่วมกันอภิปรายและลงความเห็นจากผลการสังเกต เกี่ยวกับเรื่องอะไร และบันทึกที่ใด (ตอ้ งร่วมกันอภิปรายและลง ความเหน็ เกีย่ วกับสง่ิ ทพ่ี บบนเทปใสว่าเกดิ จากสภาพแวดลอ้ ม บรเิ วณทแ่ี ขวนกระดาษเทาขาว น้นั มีมลพิษทางอากาศหรือไม่ เพราะเหตุใด บันทกึ ในแบบบนั ทกึ กิจกรรมหน้า 53) 2.7 นักเรียนจะเรียงลำดบั วธิ กี ารทำกิจกรรมทั้งหมดอยา่ งไร (1) เจาะกระดาษเทาขาว 2 แผ่นและติดเทปใส สงั เกต (2) นำกระดาษไปแขวนท่ีโรงเรยี น และทีบ่ า้ น (3) แขวนกระดาษไว้อยา่ งนอ้ ย 2 วนั สงั เกต
(4) อภิปรายวา่ ผลทีไ่ ดจ้ ากการทำกจิ กรรมและวิเคราะห์ว่าเกดิ จากมลพษิ ทางอากาศหรือไม่ เพราะเหตใุ ด ครบู ันทกึ ขนั้ ตอนการทำกิจกรรมบนกระดานเพ่ือเป็นแนวทางใน การทำกจิ กรรมของนักเรยี น 3. เมื่อนักเรียนเข้าใจขั้นตอนการทำกิจกรรมแล้ว นักเรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันทำกิจกรรมตามลำดับ ซึ่งขณะ นกั เรียนทำกิจกรรม ครคู วรเดินดู การทำกิจกรรมของนกั เรยี นเพอ่ื ให้คำแนะนำหรอื ช่วยเหลือความจำเป็น 4. หลังจากทำกิจกรรมครบ 2 วัน นักเรียนบันทึกผลการสังเกตลักษณะ ของเทปใสด้านที่เป็นกาวที่แขวนไว้ตาม บรเิ วณต่าง ๆ ของโรงเรยี นและ แขวนไว้ทบี่ า้ น จากนน้ั ครูอาจให้นักเรยี นนำเสนอผลการสงั เกต พรอ้ ม บอกสภาพแวดล้อม ของบริเวณที่แขวนไว้ โดยครูอาจเขียนตาราง 1 ลักษณะของเทปใสบนกระดาษที่นำไปแขวนไว้บริเวณต่าง ๆ ตาม แบบ บนั ทกึ กจิ กรรม หนา้ 52 ไวบ้ นกระดาน 5. ครูนำผลการทำกิจกรรม มาอภปิ ราย โดยใช้คำถามดงั นี้ 5.1 บริเวณเทปใสด้านที่เป็นกาวบนแผ่นกระดาษ ก่อนและหลัง นำไปแขวนในบริเวณต่าง ๆ มีลักษณะ เหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร (แตกต่างกัน โดยก่อนนำแผ่นกระดาษไปแขวนไม่พบ สิ่งใดติดอยู่บนเทปใส แต่เมื่อแขวน แผน่ กระดาษเป็นเวลา 2 วัน พบว่ามีฝ่นุ ละอองเล็ก ๆ มีผงสดี ำเล็ก ๆ ติดอยบู่ นเทปใส) 5.2 สิ่งที่พบบนเทปใสทีใ่ นบรเิ วณต่าง ๆ ของโรงเรียนแตกต่างกัน หรือไม่ อย่างไร (คำตอบขึ้นอยู่กบั การ ทำกจิ กรรม เชน่ ไม่ แตกต่างกนั คอื มีฝนุ่ ละอองติดอยบู่ นเทปใสเหมือนกนั หรอื แตกตา่ งกนั คอื มีปรมิ าณฝ่นุ ละอองท่ีพบ ไม่เท่ากนั โดยบริเวณ ริมถนนมปี ริมาณฝุ่นละอองติดท่ีเทปใสมากกว่าใต้ตน้ ไม้) 5.3 สิ่งที่พบบนเทปใสที่บ้านของนักเรียนแต่ละคนแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (คำตอบขึ้นอยู่กับการทำ กิจกรรม เช่น ไมแ่ ตกตา่ งกนั คอื มีฝ่นุ ละอองติดอยบู่ นเทปใสในปรมิ าณที่เทา่ กัน หรอื แตกตา่ งกนั คือ มปี ริมาณฝุ่นละออง ทพ่ี บในปรมิ าณที่ไมเ่ ท่ากนั โดยบริเวณตดิ ถนนมีปรมิ าณฝุ่นละอองตดิ ที่เทปใสมากกว่า ภายในบ้าน) 5.4 เพราะเหตุใด แต่ละบริเวณจึงพบปริมาณฝุ่นละอองแตกต่างกัน (เพราะสภาพแวดล้อมของแต่ละ บริเวณแตกต่างกัน) 5.5 ส่งิ ทที่ ำให้เกิดมลพษิ ทางอากาศในกจิ กรรมน้ีคอื อะไร (ฝุ่น ละออง) 5.6 บริเวณใดของโรงเรียนที่มีมลพิษทางอากาศ เพราะเหตุใด (คำตอบขึ้นอยู่กับผลการทำกิจกรรม เช่น บริเวณรมิ ถนนเพราะ มีฝุน่ ละอองมาก) 5.7 ถ้าเราสูดอากาศที่อยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก เราจะเป็น อย่างไร (นักเรียนอาจตอบว่า อาจป่วย หายใจไมส่ ะดวก) 6. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อตอบคำ ถามใน ฉันรู้อะไร ตอนที่ 1 โดยครู อาจใช้คำถามเพิ่มเติมในการอภิปราย เพือ่ ให้ได้แนวคำตอบท่ถี ูกต้อง 7. ครูเชอ่ื มโยงผลการทำกิจกรรมในตอนที่ 1 เขา้ สูก่ ิจกรรมตอนท่ี 2 โดย ใช้คำถามดงั น้ี 7.1 ถา้ เราตอ้ งอาศยั อยู่ในบริเวณที่มีมลพษิ ทางอากาศ เราต้อง ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไร เพราะเหตุใด (นักเรียน ตอบตามความเข้าใจ ของตนเอง เช่น ควรสวมหน้ากากอนามัย หรือหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ในบริเวณนั้นเป็นเวลานาน เพราะ อาจเกิดอนั ตรายตอ่ รา่ งกาย ได)้ 7.2 กิจกรรมใดบ้างในชีวิตประจำวันที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และมีแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลด มลพิษทางอากาศอย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น การทิ้งขยะโดยไม่ คัดแยกขยะ ซึ่งทำให้เกิดกลิ่น เน่าเหม็น แนวทางการปฏิบตั ิคอื ควรคัดแยกขยะก่อนทง้ิ )
8. นักเรียนอ่านทำอย่างไร ตอนที่ 2 ทีละข้อ ครูฝึกทักษะการอ่านโดยใช้ วิธีฝึกอ่านที่เหมาะสมกับความสามารถ ของนกั เรียน จากน้นั ครู ตรวจสอบความเขา้ ใจเก่ียวกับข้นั ตอนการทำกิจกรรม โดยใช้คำถาม ดงั นี้ 8.1 เมื่อสังเกตรูป นักเรียนต้องบันทึกอะไรบ้าง และบันทึกที่ใด (บันทึกกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ ทาง อากาศ ผลของมลพิษทาง อากาศที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดมลพิษ ทางอากาศที่เกิดจากกิจกรรม นั้น ๆ ลงในแบบบนั ทกึ กิจกรรม หนา้ 53-54) 8.2 นักเรียนรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องอะไร (รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมลพิษทาง อากาศทีเ่ กดิ จากฝนุ่ ละออง แกส๊ หรือสารเจอื ปนตา่ ง ๆ และนำเสนอแนวทางการปฏบิ ัติตน เพ่ือลดมลพิษทางอากาศ) 8.3 นกั เรียนบนั ทึกผลการวิเคราะห์แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลด มลพิษทางอากาศที่ใด (ในแบบบันทึก กจิ กรรมหน้า 54) 8.4 นักเรียนจะนำเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นเพ่ือลดมลพิษทาง อากาศในรูปแบบใดทนี่ ่าสนใจ (นกั เรียน ตอบตามที่คิดไว้ เช่น ทำแผนผังความคิด วาดรูป โปรแกรมกราฟิก (paint) โปรแกรม เอกสาร (Microsoft word) โปรแกรมประยุกต์ ถา่ ยภาพน่ิงหรือ ถา่ ยภาพเคล่อื นไหวโดยใชโ้ ทรศัพท์เคล่อื นท่ี) ขนั้ ที่ 4 ข้นั สรุป 9. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปกิจกรรม - ส่ิงทีพ่ บในกิจกรรมคือ ฝุน่ ละออง ทำใหเ้ กิดมลพิษทางอากาศ เพราะเป็นสิ่งเจือปนอยู่ในอากาศที่มีผลต่อสุขภาพ ของสิง่ มชี ีวติ - แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดมลพิษทางอากาศแนวคำตอบ เช่น การปลูกต้นไม้ การใช้รถสาธารณะหรือการ เดินทางไป ด้วยกันเพื่อลดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้ เชื้อเพลิงจากรถยนต์หลายคัน การคัด แยกขยะก่อนทิ้งเพ่ือใหส้ ามารถนำขยะ ทใ่ี ชแ้ ล้วกลับไปใช้ใหมเ่ พอ่ื ช่วยลดปริมาณขยะ การวัดและการประเมนิ ผล วิธวี ดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ เปา้ หมาย ตรวจแบบจำลอง / ชนิ้ งาน แบบบนั ทกึ กจิ กรรม นักเรยี นได้คะแนน ด้านความรู้ (K) กจิ กรรมมลพษิ ทางอากาศ / แบบประเมิน ร้อยละ 60 ขนึ้ ไป ด้านทักษะกระบวนการ (P) สังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี นในการ ประเมินการทำกจิ กรรมทักษะ แบบสังเกต นักเรียนผา่ นเกณฑ์ ปฏิบัตกิ จิ กรรม ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดบั ความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่ัน ในการทำงาน พอใช้ขึ้นไป ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่นั แบบประเมนิ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1) ความสามารถในการสือ่ สาร 2) ความสามารถในการคิด ในการทำงาน คุณลักษณะ การประเมินระดบั 3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะ อนั พงึ ประสงค์ พอใช้ข้ึนไป ชีวิต สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2 พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
บันทึกหลังการสอน ผลการจดั การเรียนรู้ ปญั หาและอปุ สรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา ด้านความรู้ (K) - นักเรียนบางคนไม่สามารถทำได้ด้วย - อธิบายเพิ่มเติมใหน้ กั เรยี น - นกั เรียนร้อยละ 98 อธบิ ายมลพษิ ตนเอง ทางอากาศ และสร้างช้ินงานได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรยี นร้อยละ 98 ต้ังใจปฏบิ ัติ - นกั เรียนบางคนไม่มสี มาธิในการเรียน - ครอู บรมตกั เตือน และใหน้ ักเรยี นปฏบิ ตั ิ กิจกรรม ใหม่อีกครั้ง ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) - นกั เรยี นร้อยละ 98 ความมีวนิ ยั - นกั เรียนบางคนไม่มีสมาธิในการเรียน - ครอู บรมตักเตือน และสงั เกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน ของนักเรียนใหมห่ ลงั จากอบรมตักเตือน แล้ว ลงชอ่ื ผสู้ อน (นายอิสรานวุ ฒั น์ ริดสมเงนิ ) ลงชอ่ื ลงช่อื (นายอสิ รานุวฒั น์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสุขใจ ปรีศิริ) หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ ลงชอ่ื (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพันธ์ุ) ผู้อำนวยการโรงเรียนอรรถวิทย์ ชว่ั โมงท่ี 4 เรอื่ ง : ลดมลพิษทางอากาศ (3) ขั้นท่ี 1 ขน้ั เตรยี มกิจกรรม เตรียมอุปกรณ์การเรียน ส่ือการเรยี นการสอน ขนั้ ท่ี 2 ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำในชั่วโมงที่แล้ว และร่วมกันสรุปทบทวน อกี ครัง้ - สง่ิ ที่พบในกจิ กรรมคือ ฝุ่นละออง ทำใหเ้ กดิ มลพิษทางอากาศ เพราะเปน็ ส่ิงเจอื ปนอยู่ในอากาศท่ีมีผลต่อสุขภาพ ของสง่ิ มีชวี ิต - แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดมลพิษทางอากาศแนวคำตอบ เช่น การปลูกต้นไม้ การใช้รถสาธารณะหรือการ เดินทางไป ด้วยกันเพื่อลดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้ เชื้อเพลิงจากรถยนต์หลายคัน การคัด แยกขยะกอ่ นท้ิงเพ่ือใหส้ ามารถนำขยะ ทใี่ ชแ้ ลว้ กลับไปใช้ใหม่เพื่อชว่ ยลดปริมาณขยะ ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั ดำเนินการสอน 2. นักเรยี นจะเรียงลำดบั วิธกี ารทำกจิ กรรมอย่างไร
(1) สงั เกตรปู หน้า 56 (2) วิเคราะห์กิจกรรมท่กี ่อใหเ้ กดิ มลพิษทางอากาศและผลต่อ สง่ิ มีชวี ิต แนวทางการปฏบิ ัติตนเพื่อลด มลพษิ ทางอากาศ บันทกึ ผล (3) ศึกษาขอ้ มลู เกีย่ วกบั มลพิษทางอากาศ (4) วเิ คราะห์และนำเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นเพอื่ ลดมลพษิ ทางอากาศ บนั ทึกผล ครูบนั ทึกข้นั ตอน การทำกิจกรรมบนกระดานเพื่อเป็นแนวทางใน การทำกิจกรรมของนักเรยี น 3. เม่ือนักเรยี นเขา้ ใจวธิ กี ารทำกจิ กรรมในทำอย่างไร ตอนที่ 2 แลว้ ให้ นักเรียนทำกจิ กรรมไปทีละข้อและบันทกึ ผล โดยครูคอยแนะนำและให้ ความช่วยเหลือตามความจำเปน็ 4. หลังจากทำกิจกรรมเสรจ็ แลว้ นกั เรียนแต่ละกล่มุ นำเสนอข้อมูล เกี่ยวกับมลพษิ ทางอากาศซึง่ นักเรยี นไดจ้ ัด กระทำในรูปแบบท่ีนา่ สนใจ โดยอาจใหจ้ ดั แสดงหนา้ หอ้ งเรียนแล้วให้นักเรยี นทกุ คนเดินชมผลงาน ของเพ่อื น แล้วรว่ มกัน ใหค้ ะแนนการนำเสนอของกลุ่มทีน่ า่ สนใจมาก ที่สดุ 5. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันอภิปราย โดยใชค้ ำถามดงั น้ี 5.1 จากรปู กจิ กรรมใดบ้างท่กี ่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และสง่ ผลต่อสง่ิ มีชวี ิตอย่างไร (การปล่อยควันจากรถยนต์ ควันจาก โรงงานอุตสาหกรรมก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศเพราะทำให้เกิด ฝุ่นละอองจำนวน มาก และมแี กส๊ พิษในอากาศ การทง้ิ ขยะและ การขบั ถา่ ยของสุนัขกอ่ ให้เกดิ มลพิษทางอากาศเพราะทำใหเ้ กิด กลิ่นเหมน็ ) 5.2 กิจกรรมดังกล่าว (ข้อ 15.1) ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร (นักเรียน ตอบตามความคิดของตนเอง เช่น ควันจากรถยนต์และควันจาก โรงงานอุตสาหกรรมมีผลต่อการหายใจของทั้งมนุษย์ สัตว์ และ พืช บดบังแสงที่พืชนำมาใช้ ในการสร้างอาหาร ทำให้บ้านเรือน สกปรก และถ้ามีควันมาก ๆ จะทำให้มีผลต่อการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ไม่ชัดเจน การทิ้ง ขยะไม่ถกู ท่ที ำให้เกดิ ความสกปรก เปน็ แหล่งสะสมเชือ้ โรคท่ีอาจกอ่ ใหเ้ กดิ โรคตา่ ง ๆ ในมนษุ ยแ์ ละ สัตวไ์ ด้) 5.3 แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดมลพิษทางอากาศที่เกิดจาก กิจกรรมดังกล่าว ทำได้อย่างไร (นักเรียน ตอบตามความคดิ ของ ตนเอง เชน่ ใช้รถสาธารณะ ปลกู ตน้ ไม้ ลดการใชว้ สั ดทุ ี่ทำให้ เกดิ ขยะ) 6. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตอบหรือซักถามในสิ่งที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การลดมลพิษทางอากาศ จากน้ัน ร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรุปว่า อากาศที่มีฝุ่นละอองจำนวนมาก การเพิ่มปริมาณของแก๊ส หรือสาร เจือปนต่าง ๆ เป็น จำนวนมาก ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ และส่งผล ต่อสิ่งมีชีวิต เช่น หายใจไม่สะดวกหรืออาจเป็นโรคเกี่ยวกับระบบ หายใจหรือโรคอื่น ๆ ตามมาได้ ซึ่งแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดมลพิษ ทางอากาศทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับสาเหตุของการ เกดิ มลพิษทางอากาศ ในแตล่ ะบริเวณ 7. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร ตอนที่ 2 และ ร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้แนวคำตอบที่ ถูกต้อง 8. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งทีไ่ ด้เรียนรู้ในกิจกรรมนี้ จากนั้นนักเรียนอ่าน สิ่งที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการปฏบิ ัติ ตนเพือ่ ลดมลพิษทางอากาศ และเปรียบเทยี บกับขอ้ สรุปของตนเอง 9. ครูกระตุ้นให้นักเรยี นฝึกตัง้ คำถามเกี่ยวกับเร่ืองทีส่ งสัยหรืออยากรู้เพิ่มเติม ใน อยากรู้อีกว่า จากนั้นครูอาจสุ่ม นักเรียน 2 -3 คน นำเสนอคำถามของ ตนเองหน้าชั้นเรียน และให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับคำถามที่ นำเสนอ 10. ครนู ักเรยี นอภิปรายเพื่อให้ทบทวนว่าได้ฝึกทักษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 อะไรบา้ งและในขน้ั ตอน ใดบา้ ง
ขั้นที่ 4 ขัน้ สรุป 11. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ กิจกรรม กิจกรรมหลายกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ควันที่เกิดจากการใช้รถยนต์ การเผาขยะ การทิ้งขยะ ก่อให้เกิด มลพิษทางอากาศ ซึ่งส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต เช่น การหายใจนำแก๊สที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเข้าไป กลิ่นเหม็นมีผ ลทำให้วิงเวียน ศีรษะ หรอื ขยะทห่ี มักหมมทำให้เกิดโรคได้ ส่วนแนวทางการปฏิบัตติ นเพื่อลด มลพษิ ทางอากาศมีหลายวิธีข้ึนอยู่กับสาเหตุ ของการเกดิ มลพิษ เช่น การปลูก ตน้ ไม้ช่วยลดปริมาณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง แนวทางการปฏบิ ัติตนเพ่ือลดมลพิษทางอากาศมีหลายวธิ ีขน้ึ อยู่กับ สาเหตขุ องการเกิดมลพิษทางอากาศ เช่น การ ปลูกต้นไม้เพื่อลดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง การ เผาขยะ การเผาป่า หรือการคัดแยกขยะ ก่อนทง้ิ เพ่อื ลดปรมิ าณขยะ การวัดและการประเมนิ ผล เป้าหมาย วธิ ีวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน ด้านความรู้ (K) ตรวจแบบบนั ทึกกจิ กรรม แบบบนั ทกึ กจิ กรรม นักเรียนได้คะแนน กจิ กรรมแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อ ร้อยละ 60 ข้ึนไป ลดมลพษิ ทางอากาศ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกิจกรรมทักษะ แบบสังเกต นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นในการ กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดับ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม พอใช้ขนึ้ ไป ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A) สงั เกตความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ ม่ัน แบบประเมนิ นกั เรียนผ่านเกณฑ์ ความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน คณุ ลักษณะ การประเมินระดบั ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ พอใช้ขึ้นไป ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2 ความสามารถในการสื่อสาร พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ การคิด การแกป้ ญั หา การใช้ทักษะ ชวี ิต บนั ทึกหลังการสอน ผลการจดั การเรียนรู้ ปัญหาและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ัญหา ดา้ นความรู้ (K) - นักเรยี นบางคนไมส่ ามารถทำไดด้ ้วย - อธิบายเพม่ิ เติมให้นักเรยี น - นักเรยี นร้อยละ 98 อธิบาย ตนเอง นำเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นเพ่ือ ลดมลพิษทางอากาศได้ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนบางคนไมม่ ีสมาธิในการเรียน - ครอู บรมตักเตือน และให้นักเรียนปฏิบตั ิ - นักเรยี นรอ้ ยละ 98 ต้ังใจปฏิบตั ิ ใหมอ่ ีกคร้งั กจิ กรรม ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) - นกั เรียนบางคนไม่มสี มาธิในการเรียน - ครอู บรมตักเตอื น และสังเกตพฤติกรรม ของนักเรียนใหมห่ ลังจากอบรมตกั เตือน - นกั เรียนรอ้ ยละ 98 ความมีวนิ ัย แลว้ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน
ลงชอื่ ผสู้ อน (นายอิสรานวุ ัฒน์ รดิ สมเงนิ ) ลงช่ือ ลงชอ่ื (นายอสิ รานุวฒั น์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสขุ ใจ ปรีศริ )ิ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผูอ้ ำนวยการกลุม่ บริหารวิชาการ ลงชอ่ื (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพันธ์ุ) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นอรรถวิทย์ ตาราง แสดงการวเิ คราะหท์ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรต์ ามระดบั ความสามารถของนกั เรยี น โดยอาจใช้เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ กระบวนการ รายการประเมนิ ระดับความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ การบรรยาย S1 การสงั เกต รายละเอียดของส่ิง ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรงุ (1) ที่สังเกต S8 การลงความเหน็ สามารถใชป้ ระสาท สามารถใช้ สามารถใชป้ ระสาท จากข้อมูล การลงความเห็น จากข้อมูลวา่ การ สมั ผสั และแวน่ ประสาทสมั ผัส สมั ผสั และแวน่ ขยาย สังเกตส่งิ ต่างๆ โดย ใชแ้ ว่นขยายทำให้ ขยายเกบ็ และแวน่ ขยาย เก็บรายละเอยี ด ไดข้ ้อมูลท่ชี ดั เจน และละเอยี ดวา่ การ รายละเอียดข้อมูล เก็บรายละเอยี ด ข้อมลู ของส่ิงท่ี สงั เกตโดยใช้ตา เปลา่ ของส่ิงทสี่ งั เกตได้ ข้อมูลของสิง่ ท่ี สังเกตได้เพียง ด้วยตนเอง โดยไม่ สงั เกตได้ จากการ บางส่วนแม้วา่ จะได้ เพ่มิ ความคดิ เห็น ช้แี นะของครหู รือ รับคำชแ้ี นะจากครู ผอู้ ่ืนหรือมีการ หรอื ผอู้ ่ืน เพมิ่ เติมความ คดิ เห็น สามารถลง สามารถลง ลงความเห็นจาก ความเห็นจาก ความเห็นจาก ข้อมลู วา่ การสงั เกต ข้อมูลว่าการสังเกต ข้อมลู ว่าการ สง่ิ ตา่ งๆ โดยใช้แวน่ ส่ิงตา่ งๆ โดยใช้แว่น สังเกตสงิ่ ต่างๆ ขยายทำให้ไดข้ ้อมูล ขยายทำให้ไดข้ ้อมลู โดยใช้แว่นขยาย ท่ที ่ีแตกต่างจากการ ท่ีชัดเจนและ ทำให้ได้ข้อมลู ที่ สังเกตโดยใช้ตา ละเอยี ดว่าการ ชดั เจนและ เปลา่ แตไ่ ม่สามารถ สงั เกตโดยใชต้ า ละเอียดว่าการ บอกได้วา่ แตกต่าง
เปล่าได้อยา่ ง สงั เกตโดยใช้ตา อยา่ งไร แมจ้ ะได้ ถกู ต้องและชัดเจน เปล่าลงความเหน็ รบั คำชแี้ นะจากครู ได้ด้วยตนเอง ได้อยา่ งถูกตอ้ ง หรือผ้อู น่ื และชัดเจนจาก การชี้แนะของครู หรอื ผู้อ่ืน S13 การ การตคี วามหมาย สามารถ สามารถ สามารถ ตคี วามหมายข้อมูล และลงข้อสรุป ขอ้ มูลจากการ ตีความหมายข้อมูล ตีความหมาย ตคี วามหมายข้อมลู สงั เกตและการ จากการสงั เกตและ ข้อมูลจากการ จากการสังเกตและ อภปิ รายไดว้ า่ การอภปิ รายไดว้ ่า สงั เกตและการ การอภปิ รายได้ว่า ลกั ษณะของ ลกั ษณะของ อภปิ รายไดว้ า่ ลักษณะของ ส่ิงมชี ีวติ เม่อื สังเกต สิ่งมชี วี ติ เมือ่ สังเกต ลกั ษณะของ ส่ิงมชี ีวิตเม่อื สังเกต ดว้ ยตาเปลา่ และใช้ ดว้ ยตาเปลา่ และใช้ สิ่งมีชวี ิตเม่อื ด้วยตาเปล่าและใช้ แวน่ ขยายมีลกั ษณะ แวน่ ขยายมลี ักษณะ สังเกตดว้ ยตา แวน่ ขยายได้เพียง บางอย่างเหมือนกนั บางอย่างเหมอื นกัน เปล่าและใช้แวน่ บางส่าวนและลง และลักษณะ และลกั ษณะ ขยายมีลกั ษณะ ขอ้ สรปุ ได้ไม่สมบรู ณ์ บางอยา่ งแตกต่าง บางอย่างแตกต่าง บางอย่าง แม้วา่ จะไดร้ บั คำ กนั และลงข้อสรปุ กันและลงขอ้ สรุป เหมอื นกนั และ ช้แี นะจากครหู รือ ได้วา่ การสงั เกตสิ่ง ได้วา่ การสังเกตสงิ่ ลักษณะบางอย่าง ผอู้ ่นื ต่างๆ โดยใชแ้ ว่น ตา่ งๆ โดยใชแ้ วน่ แตกต่างกันและ ขยายทำให้ไดข้ ้อมูล ขยายทำให้ไดข้ ้อมูล ลงขอ้ สรปุ ไดว้ ่า ท่ชี ดั เจนและ ที่ชดั เจนและ การสังเกตสิง่ รายละเอียดกว่า รายละเอียดกวา่ ต่างๆ โดยใชแ้ วน่ การสังเกตดว้ ยตา การสังเกตดว้ ยตา ขยายทำให้ได้ เปล่า เปลา่ ได้ดว้ ยตนเอง ขอ้ มลู ทชี่ ัดเจน และรายละเอยี ด กวา่ การสงั เกต ด้วยตาเปลา่ จาก การช้ีแนะของครู หรอื ผู้อนื่
ตาราง แสดงการวเิ คราะหท์ ักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ตามระดบั ความสามารถของนักเรยี น โดยอาจใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ดังน้ี กระบวนการ รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรงุ (1) C4 การส่ือสาร การนำเสนอ นำเสนอข้อมลู นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมูลจาก ข้อมลู จากการ จากการสงั เกต จากการสงั เกต การสังเกตลักษณะ สังเกตลกั ษณะ ลักษณะของสง่ิ ลักษณะของสง่ิ ของสงิ่ ต่างๆ ใน ของสิง่ ตา่ งๆ ใน ตา่ งๆ ในรปู แบบ ต่างๆ ในรปู แบบ รูปแบบของรูปวาด รูปแบบของรูป ของรูปวาดให้ ของรปู วาดให้ ให้ผอู้ ืน่ เขา้ ใจได้ วาดใหผ้ ูอ้ ่นื เข้าใจ ผู้อื่นเขา้ ใจได้ ผอู้ น่ื เข้าใจได้ เพียงบางสว่ น อย่างถูกต้องและ อย่างถูกต้อง และ แมว้ ่าจะได้รบั คำ รวดเรว็ ไดด้ ว้ ย รวดเร็วจากการ ชแ้ี นะจากครูหรือ ตนเอง ชี้แนะของครหู รือ ผอู้ ื่น ผอู้ นื่ C5 ความรว่ มมือ การทำงาน สามารถทำงาน สามารถทำงาน สามารถทำงาน รว่ มกับผู้อ่นื และ รว่ มกบั ผูอ้ นื่ ไดด้ ี รว่ มกบั ผู้อ่นื และ รว่ มกับผูอ้ ืน่ ไดบ้ า้ ง การแสดงความ มสี ่วนร่วมในการ การแสดงความ แตไ่ ม่ค่อยแสดง คิดเห็นเกย่ี วกบั แสดงความ คดิ เห็นเก่ียวกบั ความคดิ เห็น ประโยชน์ของการ คดิ เหน็ เกี่ยวกับ ประโยชน์ของการ เกีย่ วกบั ประโยชน์ ใชแ้ วน่ ขยายใน ประโยชนข์ องการ ใช้แวน่ ขยายใน ของการใช้แวน่ การสังเกตสิ่ง ใชแ้ ว่นขยายใน การสังเกตส่งิ ขยายในการสังเกต ต่างๆ รวมทั้ง การสังเกตสงิ่ ตา่ งๆ รวมท้ัง ส่ิงต่างๆ รวมท้ัง ยอมรบั ความ ต่างๆ รวมทัง้ ยอมรับความ ยอมรบั ความ คิดเห็นของผ้อู ่นื ยอมรับความ คดิ เหน็ ของผู้อืน่ คดิ เหน็ ของผูอ้ ่นื คิดเหน็ ของผู้อ่นื เป็นบางชว่ งเวลา ตลอดช่วงเวลา ของการทำ ของการทำ กจิ กรรม กจิ กรรม
การประเมินจากการทำกจิ กรรม 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรงุ ระดับคะแนน ระดับคะแนน 3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถงึ พอใช้ รหสั ส่ิงที่ประเมิน ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ S1 การสังเกต S8 การลงความเห็นจากข้อมูล S13 การตคี วามหมายข้อมูลและลงขอ้ สรุป ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 C4 การส่ือสาร C5 ความรว่ มมือ
แผนการจดั การเรยี นรู้ สัปดาห์ที่ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั : ประถมศกึ ษาปีที่ 3 ช่อื รายวิชา : วิทยาศาสตร์ 3 รหัสวชิ า: ว 13101 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 อากาศและชวี ติ ของสัตว์ เวลา : 4 ช่ัวโมง 1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัดมาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรยี นรู้ ว3.2 ป.3/3 อธบิ ายการเกดิ ลมจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์ ว3.2 ป.3/4 บรรยายประโยชน์และโทษของลมจาก ข้อมูลท่ีรวบรวมได้ 2. สาระสำคัญ ลม คืออากาศท่ีเคลื่อนท่ี เกดิ จากความแตกต่างกันของ อณุ หภมู ิอากาศบริเวณที่อยู่ใกล้กัน โดยอากาศบริเวณ ท่ี มีอณุ หภูมิสงู จะลอยตัวสงู ข้ึน และอากาศบรเิ วณทม่ี ี อณุ หภมู ิตำ่ กว่าจะเคล่ือนเข้าไปแทนที่ ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนในการ ผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรม ต่าง ๆ ของมนษุ ย์ หากลมเคลอ่ื นทีด่ ว้ ยความเรว็ สงู อาจทำใหเ้ กดิ อันตรายและความเสยี หายตอ่ ชีวติ และ ทรพั ยส์ นิ ได้ 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ดา้ น K - วดั และเปรยี บเทยี บอุณหภูมิของอากาศในบรเิ วณ ต่าง ๆ - สร้างแบบจำลองและอธบิ ายการเกดิ ลม - สบื คน้ ขอ้ มูลและบรรยายประโยชน์และโทษของลม ด้าน P - มที ักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ดา้ น A - มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ 4. สาระการเรยี นรู้ - วัดและเปรยี บเทยี บอุณหภมู ิของอากาศในบริเวณต่าง ๆ - อธิบายการเกิดลม - อธบิ ายประโยชน์และโทษของลม 5. ทกั ษะกระบวนการ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1. การสังเกต 2. การจำแนกประเภท 3. การลงความเห็นจากข้อมูล 4. การตคี วามหมายขอ้ มูลและลงข้อสรปุ 6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รียนรู้ 2. อยูอ่ ย่าง 3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต 8. บรู ณาการสาระทอ้ งถิ่น/สวนพฤกษศาสตร์ - 9. หลักฐานการเรยี นรู้ (ชน้ิ งาน/ภาระงาน) 1. แบบบันทึกกิจกรรม 10.สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 สสวท. 2. แบบบนั ทึกกจิ กรรม 3. แบบทดสอบ 4. แหล่งเรียนรู้ เชน่ หนังสอื วารสาร อนิ เทอร์เน็ต 11. กิจกรรมการเรยี นรู้ ชว่ั โมงที่ 1 เรอ่ื ง : การเกิดลม (1) ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั เตรยี มกจิ กรรม เตรยี มอุปกรณ์การเรยี น สื่อการเรียนการสอน ขนั้ ท่ี 2 ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนครูสนทนาเกี่ยวกับอากาศในวันนี้ ว่าเป็นอย่างไร ครูทดสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับ อณุ หภูมขิ องอากาศในแตล่ ะวัน และในแต่ละสถานที่ โดยนำรปู สถานท่ีทม่ี ีสภาพแวดล้อมแตกต่าง กนั เชน่ ป่า สนามหญ้า โล่งแจง้ มาใหน้ ักเรยี นสงั เกต จากน้นั ครู อาจใช้คำถามดังนี้ 1.1 ในเวลาเดียวกัน อุณหภูมิของอากาศตามบริเวณต่าง ๆ จะ เท่ากันหรือไม่ และจะรู้ได้อย่างไร (นักเรียนตอบ ตามความ เข้าใจของตนเอง เช่น ไม่เท่ากัน ในป่าจะมีอุณหภูมิของ อากาศต่ำกว่าสนามหญ้าโล่งแจ้ง รู้ได้จากการใช้ เครอื่ งวดั อุณหภูมิ เช่น เทอร์มอมิเตอร์ มาวดั อณุ หภูมขิ องอากาศ) ขนั้ ที่ 3 ขนั้ ดำเนินการสอน 2. ครเู ช่ือมโยงความรู้เดิมของนักเรียนไปสู่การทำกิจกรรมที่ 1.3 โดย ใชค้ ำถามดังนี้ อากาศตามสถานท่ีต่าง ๆ ซ่ึง มีอุณหภูมิแตกต่างกัน หรือไม่ อากาศจะเคลื่อนที่ไปอย่างไร และเกี่ยวข้องกับการเกิดลม หรือไม่ (นักเรียนตอบตามความ เขา้ ใจ) จากน้ันครชู กั ชวนนกั เรยี น หาคำตอบจากการทำกิจกรรม 3. นักเรยี นอ่าน ชื่อกจิ กรรม และ ทำเปน็ คิดเป็น ในหนงั สือเรียนหน้า 60 จากน้นั ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภิปราย เพอื่ ตรวจสอบความ เข้าใจจุดประสงคใ์ นการทำกิจกรรม โดยใช้คำถามดังนี้ 3.1 กจิ กรรมน้ีนักเรยี นจะได้เรียนเรื่องอะไร (อณุ หภูมขิ องอากาศ ในบริเวณต่าง ๆ การเกดิ ลม ประโยชน์และโทษ ของลม) 3.2 นกั เรียนจะไดเ้ รยี นร้เู ร่ืองนด้ี ว้ ยวิธใี ด (การวัด การสร้าง แบบจำลอง และการสืบคน้ ข้อมลู ) 3.3 เมื่อเรยี นจบแล้ว นักเรยี นจะทำอะไรได้ (เปรียบเทยี บอณุ หภูมิ ของอากาศในบริเวณต่าง ๆ อธบิ ายการเกิดลม และบรรยาย ประโยชนแ์ ละโทษของลม)
4. นักเรียนบันทึกจุดประสงค์ข้อที่ 1 ลงในแบบบันทึกกิจกรรม หน้า 59 และข้อที่ 2 และ 3 ลงในแบบบันทึก กิจกรรมหน้า 60 จากนั้น อ่านสิ่งที่ต้องใช้ ในการทำกิจกรรม จากนั้นครูนำวสั ดุอุปกรณท์ ี่ใช้ ในการทำกิจกรรมมาแสดงให้ นกั เรียนดทู ีละอยา่ ง 5. นักเรียนอ่าน ทำอย่างไร ตอนที่ 1 โดยครูใช้วิธีฝึกทักษะการอ่านที่ เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน จากนั้นครูตรวจสอบความ เขา้ ใจเก่ยี วกบั ลำดบั ขัน้ ตอนการทำกจิ กรรม โดยใช้คำถามดงั นี้ 5.1 ตอ้ งเลือกบรเิ วณท่จี ะวัดอณุ หภมู ิของอากาศท่ีไม่ซ้ำกบั กลมุ่ อน่ื ๆ กี่บริเวณ (2-3 บรเิ วณ) 5.2 ใช้เคร่ืองมอื ใดวดั อุณหภูมขิ องอากาศ (เทอรมอมเิ ตอร์) 5.3 การเตรียมเครอื่ งมือท่จี ะนำไปวัดทำไดอ้ ยา่ งไร และจะแขวน เครือ่ งมือน้ีอย่างไร (ใช้กระดาษทำเป็นกรวยแล้ว นำมาหุ้ม กระเปาะของเทอรมอมิเตอร์ และนำเทอรมอมิเตอร์ไปแขวน ให้ปลายเทอรมอมิเตอร์สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 1 เมตร) 5.4 เพราะเหตุใดจึงต้องหุ้มกระเปาะเทอรมอมิเตอร์ไว้ (นักเรียน ตอบตามความเข้าใจ แต่ครูควรเฉลยว่าการใช้ กระดาษหมุ้ กระเปาะไวเ้ พือ่ ไม่ใหก้ ระเปาะเทอรมอมเิ ตอร์ถูกแสงอาทติ ย์ โดยตรง เพราะเราต้องการวัดอณุ หภูมิของอากาศ ไมต่ อ้ งการ วัดอณุ หภูมขิ องแสงอาทติ ย)์ 6. ก่อนจะให้นักเรียนทำกิจกรรมตอนที่ 1 ครูให้นักเรียนสังเกต ลักษณะของเทอรมอมิเตอร์ และสาธิตวิธีวัด อุณหภูมขิ องอากาศ จากน้นั ใหน้ ักเรียนฝกึ วัดอุณหภมู ขิ องอากาศจนนักเรียนสามารถทำ ได้อย่างถูกต้อง 7. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันเลือกสถานที่ท่ีไม่ซ้ำกัน และครูควร แนะนำใหเ้ ลือกสถานที่ทั้งทเี่ ป็นกลางแจ้ง เช่น สนามหน้าโรงเรียน และสถานที่ในร่ม เช่น ใต้ต้นไม้ หรือใต้อาคารเรียน นอกจากนี้ ควรให้นักเรียนตกลงเวลาที่จะวัด อุณหภูมิของอากาศตามสถานที่ ต่าง ๆ ให้เหมือนกัน เพื่อให้สามารถเปรียบเทยี บข้อมูลได้ง่าย โดย อาจเลือกช่วงเวลาพัก กลางวันท่ีนกั เรียนวา่ งพรอ้ มกนั ขน้ั ที่ 4 ขั้นสรุป 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปอุณหภูมิของอากาศในเวลาเดียวกัน แต่ในสถานที่ซึ่งมีสภาพแวดล้อมต่างกัน เช่น ในทรี่ ่ม และบรเิ วณกลางแจ้ง อาจจะมีอุณหภูมไิ ม่เท่ากัน การวัดและการประเมินผล วธิ ีวดั เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ เปา้ หมาย ตรวจแบบบันทกึ กจิ กรรม แบบบันทึกกิจกรรม นกั เรียนได้คะแนน ดา้ นความรู้ (K) รอ้ ยละ 60 ขึ้นไป วัดและเปรียบเทียบอณุ หภูมขิ อง อากาศในบรเิ วณ ตา่ ง ๆ ประเมินการทำกจิ กรรมทักษะ แบบสังเกต นักเรียนผ่านเกณฑ์ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดับ สงั เกตพฤติกรรมนักเรยี นในการ พอใช้ขนึ้ ไป ปฏิบัตกิ จิ กรรม สังเกตความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มั่น แบบประเมนิ นักเรียนผ่านเกณฑ์ ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) การประเมนิ ระดบั ความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่นั ในการทำงาน คณุ ลกั ษณะ พอใช้ขึน้ ไป ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2 1) ความสามารถในการสอื่ สาร พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การคดิ การแกป้ ัญหา การใช้ทักษะ ปญั หาและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา ชวี ิต - นักเรียนบางคนไม่สามารถทำไดด้ ว้ ย - อธิบายเพม่ิ เติมใหน้ กั เรยี น บันทึกหลังการสอน ผลการจดั การเรียนรู้ ตนเอง ดา้ นความรู้ (K) - นกั เรยี นบางคนไม่มสี มาธใิ นการเรียน - ครอู บรมตักเตือน และใหน้ ักเรยี นปฏิบตั ิ - นักเรยี นรอ้ ยละ 98 วัดและ ใหมอ่ ีกคร้ัง เปรยี บเทยี บอุณหภมู ขิ องอากาศใน บริเวณ ตา่ ง ๆ ได้ - นกั เรยี นบางคนไมม่ ีสมาธใิ นการเรยี น - ครูอบรมตกั เตอื น และสงั เกตพฤติกรรม ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ของนักเรียนใหมห่ ลงั จากอบรมตักเตือน - นกั เรยี นร้อยละ 98 ต้ังใจปฏิบตั ิ แลว้ กจิ กรรม ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) - นกั เรียนร้อยละ 98 ความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มัน่ ในการทำงาน ลงชื่อ ผสู้ อน (นายอสิ รานวุ ัฒน์ ริดสมเงิน) ลงชื่อ ลงชื่อ (นายอสิ รานุวัฒน์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสขุ ใจ ปรศี ริ )ิ หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ ลงชอื่ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพันธุ์) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นอรรถวิทย์ ชว่ั โมงท่ี 2 เรือ่ ง : การเกดิ ลม (2) ขัน้ ที่ 1 ข้นั เตรียมกจิ กรรม เตรยี มอปุ กรณก์ ารเรียน ส่อื การเรียนการสอน ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรียน 1. ครกู ลา่ วทกั ทายนักเรียนครูสนทนาเกยี่ วกบั เร่ืองที่เรยี นในช่ัวโมงที่ผ่านมา 2. ครูเช่อื มโยงเขา้ ส่กู ิจกรรมตอนท่ี 2 โดยถามวา่ อณุ หภมู ิของอากาศ ที่แตกต่างกันในบริเวณต่าง ๆ มผี ลทำให้ เกดิ ลมได้หรือไม่ อย่างไร (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง) ครชู กั ชวนใหน้ กั เรียนหา คำตอบจากการทำกจิ กรรม
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั ดำเนนิ การสอน 3. นกั เรยี นอา่ น ส่งิ ท่ีต้องใช้ ในการทำกิจกรรม จากน้ันครนู ำวสั ดุ อปุ กรณ์สำหรับใช้ในกิจกรรมตอนที่ 2 มาแสดง ใหน้ กั เรียนดูทีละ อย่าง 4. นักเรียนอ่าน ทำอย่างไร ตอนที่ 2 ข้อ 1-6 โดยครูใช้วิธีฝึกทักษะ การอ่านที่เหมาะสมกับความสามารถของ นักเรียน จากนั้นครู ตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับลำดับขั้นตอนการทำกิจกรรม และ อาจใช้คำถามพร้อมกับเขียนลำดับ ข้นั ตอนบนกระดาน ดงั นี้ 4.1 นักเรียนจะสร้างแบบจำลองโดยใช้ขวดพลาสติกกีใ่ บ ขวดแต่ ละใบมีขนาดอย่างไร (ใช้ขวดพลาสตกิ 2 ใบ ขวด ใหญ่ 1 ใบ และขวดเลก็ 1 ใบ) 4.2 นักเรยี นจะนำขวดแตล่ ะใบมาประกอบกันดังรูปได้อย่างไร (ตดั ก้นขวดท้ังสองใบ แล้วทำเครอ่ื งหมายกากบาท ตรง ตำแหน่งที่จะสอดปากขวดใบเลก็ เข้าไป จากนั้นกรีดขวดใบ ใหญ่ตามรอยกากบาท แล้วเสียบปากขวดใบเล็กเข้าไปใน ชอ่ งใหแ้ น่น) 4.3 เทียนไขทใ่ี ชใ้ นกิจกรรมต้องสูงเทา่ ใด (สงู เท่ากบั ความสูง ของปากขวดใบเลก็ ที่วางนอนอย)ู่ 4.4 กจิ กรรมนนี้ ักเรียนจะวัดอณุ หภูมิของอากาศเหนือปากขวด ในแนวตงั้ และปลายขวดแนวนอนก่คี ร้ัง แต่ละครั้ง วัดเมอ่ื ไร (วัด 2 ครั้ง คร้งั แรกวดั กอ่ นจุดเทยี นไข และวัดอกี คร้ังหลงั จุดเทียนไข) 4.5 เมื่อยังไม่จุดเทียนไข สิ่งที่ต้องสังเกตและบันทึกผลเมื่อใช้ธูป ที่มีควันจ่อท่ีปลายขวดในแนวนอนคืออะไร และ ต้องบันทกึ ทใี่ ด (สงั เกตการเคล่ือนท่ีของควันธปู แล้ววาดลูกศรแสดง ทิศทางทค่ี วันธูปเคลือ่ นท่ีไป โดยบนั ทกึ ในแบบบนั ทึก กิจกรรมหนา้ 61) 4.6 นักเรียนต้องพยากรณ์และบันทึกสิ่งใด (พยากรณ์และบันทึก ว่าควันธูปจะเคลื่อนที่อย่างไร เมื่อจุดเทียนไข แลว้ นำธูปที่มีควันจ่อท่ปี ลายขวดแนวนอนและบันทึกการพยากรณ์การ เคลื่อนทขี่ องควนั ธปู ในตารางที่ 3 หนา้ 60) 4.7 บันทึกผลการสังเกตการเคล่ือนที่ของควันธูปหลังจุดเทียน ไขอย่างไร และบันทึกที่ใด (เขียนลูกศรแสดงการ เคล่ือนที่ ของควันธูป โดยเขียนหัวลูกศรชี้ทิศทางที่ควันธูปเคลื่อนที่ไป แล้วบันทึกในแบบบันทึกกิจกรรมหน้า 61) ครู แนะนำเพิม่ เตมิ วา่ ควรใช้ดินนำ้ มันหรือฝาขวดรองฐาน เทียนไขเพอ่ื ไม่ให้น้ำตาเทยี นหยดลงบนโต๊ะ และการดบั ไฟจากไม้ขีด ไฟใหป้ ลอดภัยทำไดโ้ ดยปักไมข้ ดี ไฟท่ีตดิ ไฟลงในกระป๋อง บรรจุทราย 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมตามลำดับที่เขียนไว้บนกระดาน ครูควรให้คำแนะนำและช่วยเหลือแต่ละกลมุ่ ตามความจำเป็น 6. นกั เรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลการท ากจิ กรรมในตารางท่ีครเู ตรียมไว้ บนกระดาน จากน้นั ครแู ละนกั เรยี นร่วมกัน อภปิ ราย โดยอาจใช้ ค าถามดังนี้ 6.1 อณุ หภมู ิของอากาศเหนือปากขวดแนวตงั้ และปลายขวด แนวนอนก่อนจุดเทยี นไขและหลงั จุดเทียนไข เท่ากัน หรือไม่ อย่างไร (ไม่เท่ากัน โดยก่อนจุดเทยี นไข อุณหภูมิของอากาศ ที่ปากขวดแนวตัง้ และปลายขวดแนวนอนเทา่ กนั หรือ ใกลเ้ คยี งกัน แต่หลงั จากจุดเทยี นไขแล้ว อณุ หภูมิของ อากาศเหนือปากขวดแนวตงั้ จะมากกวา่ ปลายขวดแนวนอน) 6.2 ผลการพยากรณ์การเคลื่อนที่ของควันธูปก่อนทำกิจกรรม เหมือนหรือแตกต่างจากผลการสังเกตเมื่อทำ กิจกรรม หรือไม่ อย่างไร (เมื่อจุดเทียนไข ควันธูปเคลื่อนที่จากปลาย ขวดแนวนอนไปยังขวดแนวตั้ง แล้วเคลื่อนที่ขึ้น ไป ทางปาก ขวดแนวตัง้ ซ่งึ อาจจะเหมอื นหรือแตกตา่ งจากการพยากรณ์ ของนกั เรยี น) 6.3 ควันธูปเคลอื่ นทไี่ ด้อยา่ งไร (อากาศพาควนั ธปู ให้เคลอื่ นทไ่ี ป)
6.4 การเคลื่อนที่ของควันธูปก่อนจุดเทียนไขและหลังจุดเทียนไข แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (ก่อนจุดเทียนไข ควันธูปไม่เข้า ไปในขวดแนวนอน แต่เมื่อจุดเทียนไขแล้ว ควันธูปเคลื่อนที่ เข้าไปในขวดแนวนอน แล้วเคลื่อนที่สูงข้ึน ออกไปทางปาก ขวดแนวตัง้ ) 6.5 จากแบบจำลอง อากาศเคลื่อนที่จากบริเวณใดไปบริเวณใด (อากาศเคลื่อนที่จากปลายขวดแนวนอนที่มี อุณหภูมิต่ำกว่า ไปยงั ขวดแนวต้งั ทม่ี ีอณุ หภูมสิ ูงกว่า แล้วอากาศจะเคล่อื นที่ สูงขึ้นในแนวต้ัง) 6.6 อากาศเคลื่อนที่ในขวดได้เพราะเหตุใด (อุณหภูมิของอากาศ เหนือปากขวดแนวต้ังและปลายขวดแนวนอนไม่ เทา่ กนั ) ขั้นที่ 4 ขั้นสรุป 7. ครูและนักเรียนรว่ มกันอภิปรายเพื่อใหไ้ ด้ข้อสรปุ วา่ เมื่ออุณหภูมิ ของอากาศ 2 แหง่ แตกต่างกนั จะทำให้อากาศ เคลื่อนที่จากบริเวณ ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าในแนวราบไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า จากนั้นอากาศก็จะเคลื่อนที่สูงขึ้นใน แนวตั้ง (S13) การวัดและการประเมินผล เป้าหมาย วิธีวดั เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ ดา้ นความรู้ (K) ตรวจแบบบนั ทกึ กิจกรรม / ช้นิ งาน แบบบนั ทกึ กจิ กรรม นกั เรยี นได้คะแนน สรา้ งแบบจำลองและอธิบายการ ร้อยละ 60 ขนึ้ ไป เกดิ ลม ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสงั เกต นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมนักเรียนในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดับ ปฏบิ ัติกจิ กรรม พอใช้ขน้ึ ไป ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) สงั เกตความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่ัน แบบประเมิน นกั เรียนผ่านเกณฑ์ ความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ัน ในการทำงาน คณุ ลกั ษณะ การประเมินระดบั ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ พอใช้ขน้ึ ไป ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคุณภาพ 2 ความสามารถในการสื่อสาร การคิด พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การแก้ปัญหาการใชท้ ักษะชวี ติ บันทกึ หลังการสอน ผลการจดั การเรียนรู้ ปัญหาและอปุ สรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา ด้านความรู้ (K) - นักเรียนบางคนไมส่ ามารถทำได้ด้วย - อธบิ ายเพิ่มเติมให้นักเรียน - นักเรียนรอ้ ยละ 98 สรา้ ง ตนเอง แบบจำลองและอธบิ ายการเกิดลม ได้ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) - นกั เรยี นบางคนไม่มีสมาธิในการเรียน - ครูอบรมตกั เตอื น และให้นกั เรียนปฏบิ ัติ - นกั เรียนร้อยละ 98 ต้ังใจปฏิบัติ ใหม่อีกคร้ัง กจิ กรรม
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) - นักเรียนบางคนไม่มีสมาธใิ นการเรียน - ครูอบรมตกั เตอื น และสงั เกตพฤติกรรม - นกั เรยี นร้อยละ 98 ความมีวนิ ยั ของนักเรยี นหลังจากอบรมตักเตือนแล้ว ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน ลงชอ่ื ผสู้ อน (นายอิสรานุวฒั น์ ริดสมเงิน) ลงช่ือ ลงชื่อ (นายอสิ รานุวัฒน์ รดิ สมเงิน) (นางสาวสขุ ใจ ปรศี ริ ิ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผูอ้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ ลงชื่อ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพันธ์ุ) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนอรรถวทิ ย์ ชว่ั โมงที่ 3 เรือ่ ง : การเกดิ ลม (3) ขน้ั ท่ี 1 ข้นั เตรียมกจิ กรรม เตรียมอุปกรณก์ ารเรยี น สอ่ื การเรียนการสอน ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ นำเข้าสู่บทเรยี น 1. ครกู ล่าวทักทายนักเรยี นครูสนทนาเกี่ยวกับเร่ืองที่เรยี นในชว่ั โมงทผี่ า่ นมา ขน้ั ที่ 3 ขั้นดำเนินการสอน 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมตามขั้นตอนที่บันทึกไว้บนกระดาน ขณะที่ทำกิจกรรมครูควรช่วยเหลือและให้ คำแนะนำตามความ จำเปน็ 3. เมื่อทุกกลุ่มสำรวจอุณหภูมิตามเวลาท่ีกำหนดแล้ว ครูอาจให้ นักเรียนนำข้อมลู มาบันทึกในตารางบนกระดาน หรือกระดาษปรูฟ๊ ทีค่ รูเขยี นเตรยี มไวใ้ ห้ ซงึ่ ติดแสดงไว้หนา้ ชั้นเรียน 4. นักเรียนนำเสนอผลการสำรวจอณุ หภมู ิของอากาศ จากนั้นครูและ นักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรม จากข้อมลู ในตารางโดย ใชค้ ำถามดงั นี้ 4.1 อุณหภมู ขิ องอากาศในบรเิ วณต่าง ๆ ในเวลาเดยี วกนั แตกตา่ งกนั หรือไม่ อย่างไร (อุณหภูมิของอากาศบริเวณ ต่าง ๆ ในเวลาเดียวกันจะแตกต่างกัน เช่น บริเวณที่อยู่ใน ที่ร่มใต้ต้นไม้ จะมีอุณหภูมิของอากาศต่ำกว่าบริเวณ กลาง สนามหนา้ โรงเรยี น ) 4.2 เพราะเหตุใดสถานที่ต่างกัน จึงมีอุณหภูมแิ ตกต่างกัน (เพราะ แต่ละสถานที่มีสภาพแวดล้อมแตกตา่ งกัน เชน่ บริเวณทมี่ ี ตน้ ไม้ใหญท่ ำให้ร่ม จึงไดร้ บั ความร้อนจากแสงอาทิตยน์ ้อย ทำให้มอี ุณหภมู ขิ องอากาศตำ่ กว่าบรเิ วณท่โี ลง่ แจง้ ) 5. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรปุ ว่า อณุ หภมู ขิ อง อากาศแต่ละสถานท่ีในเวลาเดียวกันอาจจะไม่ เทา่ กัน (S13) 6. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายและตอบคำถามใน ฉันร้อู ะไร ตอนที่ 1 ใน แบบบันทกึ กิจกรรมหน้า 63 โดยครูอาจใช้ คำถามเพ่ิมเตมิ เพ่ือให้ได้ แนวคำตอบท่ีถูกต้อง
ขนั้ ที่ 4 ข้นั สรุป 7. อณุ หภมู ิของ อากาศแตล่ ะสถานท่ใี นเวลาเดยี วกันอาจจะไมเ่ ท่ากัน (S13) การวดั และการประเมินผล เป้าหมาย วธิ ีวัด เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารประเมิน ดา้ นความรู้ (K) แบบบนั ทกึ กจิ กรรม แบบบนั ทกึ กจิ กรรม นกั เรยี นได้คะแนน อธบิ ายการเกิดลม / แบบประเมิน ร้อยละ 60 ขึน้ ไป ด้านทักษะกระบวนการ (P) ประเมินการทำกิจกรรมทักษะ แบบสงั เกต นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤติกรรมนักเรียนในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดบั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม พอใช้ขนึ้ ไป ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) สังเกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั แบบประเมิน นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ ความมีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มั่น ในการทำงาน คุณลักษณะ การประเมนิ ระดับ ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์ พอใช้ข้นึ ไป ด้านสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2 ความสามารถในการสอื่ สาร พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การคิด การแกป้ ญั หา การใชท้ ักษะชีวิต บันทกึ หลังการสอน ผลการจัดการเรียนรู้ ปญั หาและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ดา้ นความรู้ (K) - นักเรียนบางคนไมส่ ามารถทำไดด้ ้วย - อธบิ ายเพิ่มเติมใหน้ กั เรียน - นักเรียนร้อยละ 98 สรา้ ง ตนเอง แบบจำลองและอธิบายการเกิดลมได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนร้อยละ 98 ตั้งใจปฏิบัติ - นักเรียนบางคนไมม่ ีสมาธิในการเรียน - ครอู บรมตักเตือน และให้นักเรียนปฏิบัติ กจิ กรรม ใหม่อีกคร้งั ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) - นักเรียนร้อยละ 98 ความมีวนิ ัย - นักเรียนบางคนไมม่ ีสมาธิในการเรียน - ครูอบรมตักเตือน และสังเกตพฤตกิ รรมของ ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการทำงาน นักเรยี นใหม่หลังจากอบรมตกั เตอื นแลว้ ลงชอื่ ผสู้ อน (นายอสิ รานุวฒั น์ รดิ สมเงิน) ลงชอื่ ลงชอื่ (นายอสิ รานุวัฒน์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสุขใจ ปรศี ริ )ิ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ลงชื่อ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพนั ธุ์) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นอรรถวทิ ย์
ชวั่ โมงที่ 4 เรอ่ื ง : การเกิดลม (4) ขั้นที่ 1 ข้ันเตรียมกจิ กรรม เตรียมอปุ กรณก์ ารเรยี น สื่อการเรียนการสอน ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรียน 1. ครกู ล่าวทกั ทายนกั เรียนครสู นทนาเกี่ยวกับเร่ืองทเี่ รียนในช่วั โมงทีผ่ ่านมา 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปอีกครั้งเมื่ออุณหภูมิ ของอากาศ 2 แห่งแตกต่างกัน จะทำให้อากาศเคลื่อนที่จาก บริเวณ ที่มอี ุณหภูมิต่ำกวา่ ในแนวราบไปยังบริเวณท่มี อี ุณหภูมสิ ูงกว่า จากน้นั อากาศก็จะเคลื่อนทีส่ ูงขึน้ ในแนวตัง้ ขนั้ ท่ี 3 ข้ันดำเนนิ การสอน 3. นักเรยี นร่วมกนั อ่านทำอย่างไร ตอนที่ 2 ขอ้ ที่ 7-9 โดยครใู ชว้ ธิ ฝี กึ ทกั ษะการอา่ นที่เหมาะสมกับความสามารถ ของนกั เรียน จากนัน้ ครู ตรวจสอบความเข้าใจเก่ยี วกับลำดับขน้ั ตอนการทำกิจกรรม โดยใช้ ค าถามดังน้ี 3.1 นกั เรียนอ่านใบความรู้เกี่ยวกบั เร่อื งอะไร (การเกิดลม ประโยชน์และโทษของลม) 3.2 เม่ืออ่านใบความร้จู บแลว้ นกั เรียนต้องรว่ มกันอภปิ ราย เกย่ี วกับเรื่องอะไร (อธบิ ายการเกิดลมจากแบบจำลอง และ ข้อมูลจากการอ่านใบความรู้ ประโยชน์และโทษของลม) ครูมอบหมายให้นักเรียนอ่านใบความรู้เกี่ยวกับการเกิดลม ประโยชนแ์ ละโทษของลมนอกเวลาเรียน จากนัน้ ร่วมกนั อภิปราย ผลการอา่ นใบความรใู้ นการเรยี นครง้ั ถัดไป 4. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภิปรายเกีย่ วกับการเกดิ ลม ประโยชนแ์ ละ โทษของลม โดยอาจใช้คำถามดังนี้ 4.1 ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร (ลมเกิดขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนที่ของ อากาศเนื่องจากความแตกต่างของอุณหภูมิที่อยู่ บริเวณ ใกลเ้ คียงกนั ) 4.2 ข้อมูลจากแบบจำลองและจากการอ่านใบความรู้ มีสิ่งใดที่ เหมือนกัน (สิ่งที่เหมือนกันคือ พบว่าอากาศ สามารถ เคล่อื นที่ได้เมอ่ื มคี วามแตกตา่ งของอุณหภมู ขิ องอากาศ 2 บริเวณ) 4.3 จากการอา่ นใบความรู้ทำให้ทราบข้อมลู ใดเพิ่มเตมิ เกีย่ วกบั การเกิดลมบ้าง (ข้อมูลเพิ่มเติมที่ไดจ้ ากการอ่านใบ ความรูค้ อื เมอ่ื อากาศ 2 บรเิ วณท่อี ยู่ใกลก้ นั มีอณุ หภูมิไมเ่ ทา่ กัน อากาศที่มอี ุณหภมู สิ ูงกวา่ จะเคลื่อนทส่ี ูงขึ้นในแนวต้ัง และ อากาศที่มอี ุณหภมู ิต่ำกวา่ จะเคลอ่ื นเข้าไปแทนที่ในแนวราบ ทำใหเ้ กดิ การเคลอื่ นทขี่ องอากาศ เรียกวา่ ลม) 4.4 แบบจำลองนเ้ี หมือนและแตกต่างจากการเกิดลมตาม ธรรมชาติอย่างไร (สิ่งท่ีเหมือนกัน คือ เกิดการเคลื่อนที่ ของ อากาศจากการท่ีอากาศ 2 บริเวณ มีอณุ หภูมแิ ตกตา่ งกนั ส่ิงที่แตกตา่ งกันคอื แบบจำลองมีขนาดเล็กกว่าการเกิดลมใน ธรรมชาติ และในแบบจำลองแหล่งท่ีใหค้ วามรอ้ นคือ เทยี นไข แต่ในธรรมชาตแิ หลง่ ทใี่ ห้ความรอ้ นคือดวงอาทติ ย)์ 4.5 จากการอ่านใบความรู้ ตวั อย่างประโยชน์ของลมมีอะไรบา้ ง (ใชแ้ ล่นเรอื ใบ ช่วยให้เมล็ดพันธพุ์ ชื กระจายไปได้ ไกล ใช้หมุนระหดั วดิ นำ้ ใช้หมุนกังหันลมเพอ่ื ผลติ ไฟฟา้ ) 4.6 ตัวอย่างโทษของลมมีอะไรบ้าง (ลมที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว สูงหรือพายุ จะทำให้บ้านเรือนเสียหาย หรือลม พดั พากลิน่ เหมน็ เขา้ มาในบ้านได)้ 5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปตอนที่ 2 ว่าเมื่อ อุณหภูมิของอากาศ 2 บริเวณแตกต่างกัน อากาศที่มีอุณหภูมิสูง กว่าจะเคลื่อนท่สี ูงขึ้นในแนวต้ัง และอากาศทม่ี อี ุณหภมู ิต่ำกว่าจะ เคล่อื นเขา้ ไปแทนทใี่ นแนวราบ ทำ ให้เกดิ ลม ซ่ึงลมมีท้งั ประโยชน์ และโทษตอ่ สิ่งมีชีวิตและส่งิ แวดล้อม (C4) 6. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร ตอนที่ 2 ใน แบบบันทึกกิจกรรมหน้า 63-65 โดยครู อาจใชค้ ำถามเพิม่ เติม เพอ่ื ให้ได้แนวคำตอบที่ถูกต้อง 7. นักเรียนร่วมกันอ่านรู้อะไรในเรื่องนี้ ในหนงั สอื เรยี น หน้า 67-68 ครนู ำอภิปรายเพื่อน าไปสู่ข้อสรุปเกี่ยวกับสิ่ง ที่ได้เรียนรู้ในเรื่องนี้ จากนั้นครูกระตุ้นให้นักเรยี นตอบคำถามในช่วงท้ายของเนื้อเรื่อง ซึ่งเป็นคำถามเพื่อเชื่อมโยงไปสู่การ
เรียนเนื้อหาในบทถัดไป ดังนี้ “นอกจากอากาศเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตแล้ว ในการเจริญเติบโตและ ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตยังต้องการอะไรอีก บ้าง” นักเรียนสามารถตอบตามความเข้าใจของตนเอง โดย นักเรียนจะหา คำตอบไดจ้ ากการเรียนในเรอื่ งตอ่ ไป ขัน้ ที่ 4 ข้ันสรุป 8. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ ว่าไดฝ้ ึกทกั ษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์และทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 อะไรบ้าง และในขน้ั ตอนใดบ้าง ตอนท่ี 1 S1 สังเกตลักษณะสภาพแวดล้อมในบริเวณที่ วัดอณุ หภูมขิ องอากาศ S2 วัดอุณหภูมิของอากาศในบริเวณต่าง ๆ โดยใช้เทอร์มอมิเตอร์ และระบุหน่วยของ อุณหภูมิของอากาศ S8 ลงความเหน็ จากข้อมูลเกี่ยวกบั ความ แตกต่างของอุณหภมู ขิ องอากาศในแตล่ ะ สถานทใ่ี นเวลาเดยี วกัน C5 รว่ มกันทำงานกับผูอ้ น่ื ในการสำรวจ อุณหภมู ิของอากาศในบริเวณตา่ ง ๆ ตอนท่ี 2 S1 สังเกตการเคลอื่ นท่ีของควันธปู จากแบบจำลอง S2 วัดอุณหภูมิของอากาศโดยใช้เทอรมอมเิ ตอรแ์ ละระบุ หนว่ ยของอุณหภูมิของอากาศ S7 พยากรณ์การเคลือ่ นทข่ี องควนั ธปู จากแบบจำลอง S14 สรา้ งแบบจา ลองการเกดิ ลมและใช้แบบจำลอง อธบิ ายการเกิดลม C2 คดิ โดยใชเ้ หตุผลเพ่ือสรา้ งคำอธิบายการเกิดลมจาก แบบจำลองและจากข้อมลู ท่รี วบรวมได้ C4 น าเสนอขอ้ มูลจากใบความรู้และการอภปิ รายการเกิด ลม ประโยชนแ์ ละโทษของลม C5 รว่ มกนั เพื่อสรา้ งแบบจำลอง และสืบค้นข้อมูลเกยี่ วกับ ประโยชนแ์ ละโทษของลม 9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป เมื่อ อุณหภูมิของอากาศ 2 บริเวณแตกต่างกัน อากาศที่มีอุณหภูมิสูง กว่าจะ เคลื่อนที่สูงขึ้นในแนวตั้ง และอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจะ เคลื่อนเข้าไปแทนที่ในแนวราบ ทำให้เกิดลม ซึ่งลมมีทั้ง ประโยชน์ และโทษตอ่ สง่ิ มีชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม การวัดและการประเมนิ ผล เป้าหมาย วธิ ีวดั เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K) ตรวจแบบบันทกึ กิจกรรม แบบบนั ทกึ กิจกรรม นกั เรยี นได้คะแนน สบื ค้นขอ้ มูลและบรรยายประโยชน์ รอ้ ยละ 60 ข้ึนไป และโทษของลม ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสงั เกต นักเรียนผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมนกั เรียนในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดับ ปฏิบัติกิจกรรม พอใช้ขน้ึ ไป ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) สงั เกตความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ัน แบบประเมิน นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ ความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ มนั่ ในการทำงาน คุณลกั ษณะ การประเมนิ ระดับ ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ พอใช้ขึ้นไป ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2 ความสามารถในการสื่อสาร พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
การคดิ การแกป้ ญั หา การใช้ทกั ษะ ชวี ิต บนั ทึกหลังการสอน ผลการจัดการเรียนรู้ ปญั หาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ัญหา ด้านความรู้ (K) - นักเรียนบางคนไมส่ ามารถทำได้ด้วย - อธบิ ายเพ่ิมเติมให้นักเรยี น - นักเรียนร้อยละ 98 สืบคน้ ข้อมูล ตนเอง และบรรยายประโยชนแ์ ละโทษของ ลมได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นกั เรียนบางคนไม่มีสมาธิในการเรียน - ครูอบรมตกั เตือน และใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - นกั เรยี นร้อยละ 98 ตั้งใจปฏิบัติ ใหม่อีกคร้ัง กิจกรรม ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) - นกั เรียนบางคนไม่มีสมาธิในการเรียน - ครอู บรมตกั เตือน และสงั เกตพฤติกรรม ของนักเรียนใหมห่ ลงั จากอบรมตักเตือน - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 ความมีวนิ ยั แลว้ ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ มั่นในการทำงาน ลงช่ือ ผู้สอน (นายอิสรานวุ ฒั น์ รดิ สมเงนิ ) ลงชื่อ ลงชอ่ื (นายอิสรานวุ ัฒน์ รดิ สมเงิน) (นางสาวสขุ ใจ ปรีศิริ) หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ ลงชื่อ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพนั ธ์ุ) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนอรรถวิทย์ ตาราง แสดงการวิเคราะหท์ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามระดับความสามารถของนักเรยี น โดยอาจใช้เกณฑ์การประเมนิ ดังน้ี กระบวนการ รายการประเมนิ ระดับความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ S1 การสังเกต การบรรยาย ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) รายละเอียดของส่ิง ทีส่ ังเกต สามารถใช้ประสาท สามารถใช้ สามารถใชป้ ระสาท สัมผสั และแว่น ประสาทสัมผสั สัมผัสและแวน่ ขยาย ขยายเก็บ และแว่นขยาย เกบ็ รายละเอยี ด รายละเอยี ดขอ้ มูล เกบ็ รายละเอียด ข้อมลู ของสงิ่ ที่ ของส่งิ ทส่ี งั เกตได้ ขอ้ มลู ของสง่ิ ที่ สังเกตไดเ้ พยี ง
ดว้ ยตนเอง โดยไม่ สงั เกตได้ จากการ บางสว่ นแมว้ า่ จะได้ เพ่มิ ความคิดเหน็ ชีแ้ นะของครหู รือ รับคำชี้แนะจากครู ผู้อ่ืนหรือมีการ หรอื ผูอ้ ื่น เพมิ่ เติมความ คิดเหน็ S8 การลงความเหน็ การลงความเหน็ สามารถลง สามารถลง ลงความเหน็ จาก จากข้อมูล จากข้อมลู ว่าการ ความเหน็ จาก ความเหน็ จาก ขอ้ มลู ว่าการสงั เกต S13 การ ตีความหมายข้อมูล สังเกตสงิ่ ต่างๆ โดย ข้อมูลวา่ การสังเกต ข้อมูลว่าการ สิ่งต่างๆ โดยใช้แวน่ และลงข้อสรุป ใช้แว่นขยายทำให้ สิ่งต่างๆ โดยใช้แว่น สังเกตสง่ิ ต่างๆ ขยายทำให้ไดข้ ้อมลู ได้ข้อมลู ทีช่ ัดเจน ขยายทำให้ไดข้ ้อมลู โดยใช้แวน่ ขยาย ที่ท่แี ตกตา่ งจากการ และละเอียดว่าการ ทีช่ ดั เจนและ ทำใหไ้ ด้ขอ้ มูลท่ี สังเกตโดยใช้ตา สงั เกตโดยใช้ตา ละเอยี ดว่าการ ชดั เจนและ เปลา่ แต่ไม่สามารถ เปลา่ สังเกตโดยใช้ตา ละเอียดวา่ การ บอกได้วา่ แตกต่าง เปล่าไดอ้ ยา่ ง สงั เกตโดยใชต้ า อย่างไร แม้จะได้ ถกู ต้องและชดั เจน เปลา่ ลงความเหน็ รับคำชแ้ี นะจากครู ไดด้ ว้ ยตนเอง ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง หรือผอู้ ื่น และชัดเจนจาก การชีแ้ นะของครู หรือผอู้ ืน่ การตคี วามหมาย สามารถ สามารถ สามารถ ขอ้ มูลจากการ ตีความหมายข้อมลู ตคี วามหมาย ตีความหมายข้อมูล สังเกตและการ จากการสงั เกตและ ข้อมูลจากการ จากการสงั เกตและ อภิปรายได้ว่า การอภปิ รายไดว้ ่า สงั เกตและการ การอภิปรายได้วา่ ลกั ษณะของ ลักษณะของ อภปิ รายไดว้ า่ ลกั ษณะของ สิ่งมชี ีวิตเมอ่ื สงั เกต สิ่งมชี ีวิตเม่ือสังเกต ลักษณะของ สิ่งมีชวี ิตเมอ่ื สังเกต ด้วยตาเปล่าและใช้ ด้วยตาเปล่าและใช้ สง่ิ มีชีวิตเม่อื ด้วยตาเปล่าและใช้ แว่นขยายมีลกั ษณะ แว่นขยายมีลักษณะ สงั เกตด้วยตา แวน่ ขยายได้เพยี ง บางอยา่ งเหมือนกนั บางอย่างเหมือนกัน เปล่าและใชแ้ ว่น บางส่าวนและลง และลกั ษณะ และลกั ษณะ ขยายมีลกั ษณะ ข้อสรุปได้ไม่สมบูรณ์ บางอยา่ งแตกต่าง บางอยา่ งแตกต่าง บางอย่าง แมว้ ่าจะได้รับคำ กันและลงขอ้ สรปุ กนั และลงขอ้ สรปุ เหมอื นกันและ
ได้ว่าการสังเกตส่ิง ไดว้ า่ การสงั เกตส่ิง ลกั ษณะบางอย่าง ชแี้ นะจากครหู รือ ตา่ งๆ โดยใชแ้ วน่ ต่างๆ โดยใชแ้ ว่น แตกตา่ งกันและ ผูอ้ น่ื ขยายทำให้ได้ข้อมูล ขยายทำให้ได้ข้อมลู ลงขอ้ สรปุ ไดว้ า่ ท่ีชัดเจนและ ท่ีชดั เจนและ การสังเกตส่ิง รายละเอยี ดกว่า รายละเอียดกว่า ต่างๆ โดยใช้แว่น การสังเกตด้วยตา การสงั เกตด้วยตา ขยายทำให้ได้ เปล่า เปล่าไดด้ ้วยตนเอง ขอ้ มลู ทช่ี ัดเจน และรายละเอยี ด กว่าการสงั เกต ด้วยตาเปลา่ จาก การชี้แนะของครู หรือผอู้ ่ืน ตาราง แสดงการวิเคราะหท์ ักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ตามระดบั ความสามารถของนักเรียน โดยอาจใช้เกณฑก์ ารประเมนิ ดงั นี้ กระบวนการ รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรงุ (1) C4 การส่ือสาร การนำเสนอ นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมูลจาก ขอ้ มลู จากการ จากการสงั เกต จากการสงั เกต การสงั เกตลกั ษณะ สังเกตลักษณะ ลักษณะของสิง่ ลักษณะของส่งิ ของสิง่ ตา่ งๆ ใน ของสิง่ ตา่ งๆ ใน ต่างๆ ในรปู แบบ ตา่ งๆ ในรูปแบบ รปู แบบของรูปวาด รูปแบบของรูป ของรปู วาดให้ ของรปู วาดให้ ใหผ้ อู้ ่นื เขา้ ใจได้ วาดใหผ้ ูอ้ ่ืนเข้าใจ ผอู้ นื่ เขา้ ใจได้ ผอู้ ่ืนเขา้ ใจได้ เพยี งบางส่วน อยา่ งถูกต้องและ อย่างถูกต้อง และ แมว้ ่าจะไดร้ ับคำ รวดเร็วได้ดว้ ย รวดเรว็ จากการ ชีแ้ นะจากครหู รือ ตนเอง ชีแ้ นะของครหู รือ ผอู้ ่ืน ผ้อู ื่น C5 ความรว่ มมือ การทำงาน สามารถทำงาน สามารถทำงาน สามารถทำงาน ร่วมกบั ผู้อน่ื และ รว่ มกบั ผู้อ่นื ได้ดี ร่วมกบั ผู้อน่ื และ รว่ มกบั ผู้อืน่ ได้บา้ ง การแสดงความ มสี ว่ นรว่ มในการ การแสดงความ แตไ่ ม่คอ่ ยแสดง คิดเห็นเกีย่ วกับ แสดงความ คิดเหน็ เกย่ี วกบั ความคดิ เหน็ ประโยชน์ของการ คดิ เห็นเกี่ยวกบั ประโยชนข์ องการ เก่ยี วกบั ประโยชน์
ใช้แว่นขยายใน ประโยชนข์ องการ ใช้แวน่ ขยายใน ของการใช้แวน่ การสงั เกตสิ่ง ใชแ้ วน่ ขยายใน การสงั เกตสงิ่ ขยายในการสงั เกต ต่างๆ รวมท้ัง การสงั เกตสิ่ง ต่างๆ รวมทัง้ สงิ่ ตา่ งๆ รวมทงั้ ยอมรับความ ต่างๆ รวมทัง้ ยอมรับความ ยอมรับความ คิดเหน็ ของผ้อู ื่น ยอมรบั ความ คดิ เหน็ ของผ้อู ่ืน คิดเห็นของผู้อ่นื คดิ เห็นของผู้อ่นื เป็นบางชว่ งเวลา ตลอดช่วงเวลา ของการทำ ของการทำ กิจกรรม กจิ กรรม การประเมินจากการทำกิจกรรม 1 คะแนน หมายถึง ควรปรบั ปรุง ระดับคะแนน ระดับคะแนน 3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถงึ พอใช้ รหสั ส่งิ ท่ปี ระเมนิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ S1 การสงั เกต S8 การลงความเหน็ จากข้อมลู S13 การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 C4 การสอ่ื สาร C5 ความร่วมมือ
แผนการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ 9 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ : วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้น : ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ชือ่ รายวิชา : วิทยาศาสตร์ 3 รหัสวชิ า: ว 13101 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 อากาศและชวี ิตของสัตว์ เวลา : 4 ชั่วโมง 1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั มาตรฐานการเรยี นรู้/ผลการเรียนรู้ ว 1.2 ป.3/1 บรรยายสง่ิ ที่จำเป็นตอ่ การดำรงชวี ติ และการ เจริญเตบิ โตของมนษุ ย์และสัตว์ โดยใชข้ ้อมูล ท่ี รวบรวมได้ ว3.2 ป.3/4 บรรยายประโยชนแ์ ละโทษของลมจาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ 2. สาระสำคญั - มนษุ ยแ์ ละสัตว์ตอ้ งการอาหาร น้ำ และอากาศ เพื่อการ ดำรงชีวติ และการเจริญเตบิ โต - สัตว์ต้องการสิ่งที่จำเป็นต่าง ๆ ในการเจริญเติบโต และการดำรงชีวิตเช่นเดียวกับมนุษย์ เมื่อสัตว์เจริญเติบโต เป็นตัวเต็มวัย จะสืบพันธุ์และมีลูก เมื่อลูกเจริญเติบโตเป็น ตัวเต็มวัยก็จะสืบพันธุ์และมีลูกต่อไปอีก การเปลี่ยนแปลง นี้มี การหมุนเวียนเป็นแบบรูปคงที่ซ้ำเดิมอย่างต่อเนื่องเป็น วัฏจักรชีวิต โดยสัตว์แต่ละชนิดจะมีวัฏจักรชีวิตที่เฉพาะ และ แตกต่างกัน สัตว์มีประโยชน์ต่อมนุษย์หลายด้าน เรา จึงควรดูแลตนเองและดูแลสัตว์ให้ได้รับสิ่งที่จำเป็นต่าง ๆ ในการ เจริญเตบิ โตและการดำรงชวี ิตอย่างเหมาะสม และ ตอ้ งไมท่ ำใหว้ ฏั จักรชวี ิตของสตั ว์เปลยี่ นแปลงไป - มนษุ ยแ์ ละสตั วต์ ้องการอาหาร นำ้ และอากาศ เพ่ือการ ดำรงชีวติ และการเจริญเตบิ โต 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้าน K - นกั เรียนสามารถสรปุ เก่ียวกับบทเรียนนี้ได้ (บทที่ 1) - บรรยายสิง่ ทีจ่ ำเป็นต่อการเจรญิ เติบโตและ การดำรงชีวติ ของสัตวแ์ ละมนษุ ย์ - ดูแลตนเองและสตั ว์ให้ไดร้ ับอาหาร น้ำ และ อากาศอย่างเหมาะสม - สรา้ งแบบจำลองทบ่ี รรยายวัฏจักรชีวติ ของสตั ว์ และเปรียบเทยี บวัฏจกั รชวี ติ ของสตั ว์บางชนิด - บอกแนวทางการไม่ทำใหว้ ฏั จกั รชวี ติ ของสตั ว์ เปลย่ี นแปลง สงั เกต รวบรวมขอ้ มลู และระบุส่วนประกอบของ อากาศ ด้าน P - มีทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ด้าน A - มีจติ วทิ ยาศาสตร์ 4. สาระการเรียนรู้ - การดำรงชวี ติ และการ เจรญิ เตบิ โตของมนษุ ยแ์ ละสตั ว์ - อธบิ ายการเกดิ ลมจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ 5. ทักษะกระบวนการ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1. การสังเกต 2. การจำแนกประเภท 3. การลงความเหน็ จากข้อมูล
4. การตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรุป 6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. อยู่อยา่ ง 3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน 1) ความสามารถในการส่ือสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ 8. บรู ณาการสาระท้องถิน่ /สวนพฤกษศาสตร์ - 9. หลกั ฐานการเรียนรู้ (ช้ินงาน/ภาระงาน) 1. แบบบันทกึ กจิ กรรม 10.สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 สสวท. 2. แบบบันทึกกจิ กรรม 3. แบบทดสอบ 4. แหลง่ เรยี นรู้ เช่น หนังสอื วารสาร อินเทอร์เนต็ 11. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงท่ี 1 เรื่อง : กิจกรรมท้ายบทอากาศและความสำคัญตอ่ สิ่งมีชวี ิต ข้ันที่ 1 ข้นั เตรียมกิจกรรม เตรยี มอุปกรณ์การเรยี น ส่ือการเรยี นการสอน ขัน้ ที่ 2 ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรียน 1. ครกู ล่าวทกั ทายนกั เรยี นครสู นทนาเกีย่ วกับเร่อื งท่ีเรยี นในช่วั โมงทผ่ี า่ นมา ขน้ั ที่ 3 ขั้นดำเนินการสอน 1. นักเรยี นวาดรูปหรือเขยี นสรุปส่งิ ที่ได้เรียนรู้จากบทนี้ ในแบบบนั ทกึ กจิ กรรมหน้า 66 2. นักเรียนตรวจสอบการสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ของตนเองโดยเปรียบเทียบกับ ภาพสรุปเนื้อหาประจำบทในหัวข้อ รู้อะไรในบทน้ี ในหนงั สือเรียน หนา้ 70-71 3. นกั เรยี นกลบั ไปตรวจสอบคำตอบของตนเองในสำรวจความรู้ก่อนเรยี น ในแบบบันทกึ กิจกรรม หน้า 44-45 อีก ครั้ง ถ้าคำตอบของนักเรียนไม่ ถูกต้องให้ขีดเส้นทับข้อความเหลา่ นั้น แล้วแก้ไขให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ครูอาจนำคำถามใน รูปนำบทในหนงั สือเรยี น หนา้ 46 มาร่วมกัน อภิปรายคำตอบอกี คร้ัง ดงั นี้ 3.1 อากาศมีส่วนประกอบอะไรบ้าง (อากาศมีส่วนประกอบของแก๊ส ไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊ส คารบ์ อนไดออกไซดใ์ นปริมาณท่ี ต่างกนั นอกจากนีย้ งั มีแกส๊ อ่ืน รวมท้ังมไี อนำ้ เป็นสว่ นประกอบ) 3.2 การเคลื่อนที่ของอากาศทำให้เกิดปรากฏการณ์ใดบนโลกบ้าง (การ เคลื่อนที่ของอากาศทำให้เกิดลม โดยลม จะเคลือ่ นท่ีจากบริเวณที่ อากาศมอี ณุ หภูมติ ำ่ ไปยงั บริเวณที่อากาศมีอณุ หภูมิสงู )
4. นักเรียนทำแบบฝึกหัดท้ายบทที่ 1 อากาศและความสำคัญต่อ สิ่งมีชีวิต ในแบบบันทึกกิจกรรมหน้า 67-69 จากนั้นนำเสนอคำตอบ หน้าชั้นเรียน ถ้าคำตอบยังไม่ถูกต้องครูควรนำอภิปรายหรือให้ สถานการณ์เพิ่มเติมเพื่อแก้ไข แนวคดิ คลาดเคลื่อนให้ถกู ต้อง 5. นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรม ร่วมคิด ร่วมทำ โดยนักเรียนร่วมกันระดม ความคิดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก ลม ถ้าบ้านของนักเรียนอยู่ใน พื้นที่ที่มีลมพัดแรงเกือบทั้งวัน โดยอาจให้นักเรยี นนำเสนอหน้าชั้นเรยี น หรือทำผังความคดิ บนกระดาษปร๊ฟู และตดิ แสดงทผ่ี นังห้อง ขน้ั ท่ี 4 ขัน้ สรุป 6.ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ - อากาศมีส่วนประกอบของแก๊ส ไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่ ต่างกัน นอกจากน้ียังมแี ก๊สอ่ืน รวมทั้งมีไอนำ้ เปน็ ส่วนประกอบ - การ เคล่อื นท่ขี องอากาศทำใหเ้ กดิ ลม โดยลมจะเคลอื่ นที่จากบริเวณที่ อากาศมอี ุณหภูมติ ่ำไปยังบริเวณท่ีอากาศ มีอณุ หภูมิสงู การวดั และการประเมนิ ผล วิธวี ดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมิน เปา้ หมาย ตรวจแบบบนั ทึกกจิ กรรม แบบบันทกึ กิจกรรม นักเรยี นได้คะแนน ดา้ นความรู้ (K) รอ้ ยละ 60 ขนึ้ ไป นกั เรยี นสามารถสรปุ เกีย่ วกบั บทเรยี นนี้ได้ ประเมนิ การทำกิจกรรมทักษะ แบบสังเกต นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดบั สงั เกตพฤตกิ รรมนักเรียนในการ พอใช้ข้นึ ไป ปฏิบตั ิกจิ กรรม สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มั่น แบบประเมิน นกั เรียนผ่านเกณฑ์ ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) การประเมนิ ระดบั ความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน คุณลกั ษณะ พอใช้ข้ึนไป ในการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 อนั พงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต การคิด การแกป้ ัญหา การใช้ทักษะ พฤติกรรม ชวี ิต ปญั หาและอปุ สรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ัญหา บนั ทกึ หลังการสอน ผลการจัดการเรยี นรู้ - นกั เรยี นบางคนไม่สามารถทำไดด้ ว้ ย - อธิบายเพิ่มเติมใหน้ กั เรยี น ดา้ นความรู้ (K) ตนเอง - นักเรียนร้อยละ 98 สามารถสรปุ เกย่ี วกบั บทเรยี นน้ีได้ - นักเรียนบางคนไม่มสี มาธิในการเรยี น - ครูอบรมตกั เตือน และใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั ิ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) ใหมอ่ ีกครงั้ - นักเรียนรอ้ ยละ 98 ต้ังใจปฏิบัติ กจิ กรรม
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) - นักเรยี นบางคนไมม่ สี มาธใิ นการเรยี น - ครูอบรมตกั เตือน และสงั เกตพฤติกรรม - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 ความมีวินัย ของนักเรยี นใหม่หลังจากอบรมตักเตือน ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แลว้ ลงช่อื ผูส้ อน (นายอิสรานวุ ฒั น์ ริดสมเงนิ ) ลงชอื่ ลงชอื่ (นายอสิ รานุวัฒน์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสขุ ใจ ปรีศริ )ิ หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผ้อู ำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ ลงชือ่ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพันธ์ุ) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนอรรถวิทย์ ชวั่ โมงท่ี 2 เรอ่ื ง : การดำรงชีวิตของสัตว์ ขั้นที่ 1 ข้ันเตรียมกิจกรรม เตรยี มอุปกรณก์ ารเรยี น สือ่ การเรยี นการสอน ข้ันที่ 2 ข้ันนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น 1. ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น แจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรใู้ ห้นกั เรียนทราบ 2. ครูทบทวนความรูพ้ ืน้ ฐานเกี่ยวกับส่ิงที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของ พืช โดยนำต้นพืชของจริง หรือรูปพืช มา ให้นกั เรยี นสงั เกต หรอื ให้ นักเรยี นสงั เกตพืชท่อี ยรู่ อบ ๆ ห้องเรียน แล้วใชค้ ำถามดงั น้ี 1.1 สิ่งนี้คืออะไร และเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่ (ต้นพืช หรือต้นไม้ หรือ ตอบชื่อพืชที่ครูนำมาให้สังเกต และสิ่งนี้เปน็ สง่ิ มีชีวติ ) 1.2 พชื ตอ้ งการส่ิงทีจ่ ำเป็นใดสำหรับการเจรญิ เติบโตบ้าง (น้ำ แสง อากาศ ธาตอุ าหาร) 1.3 สิง่ ที่จำเปน็ ตา่ ง ๆ ในขอ้ 1.2 มีความจำเป็นต่อการเจรญิ เติบโต ของพืชอย่างไร (พชื ใช้น้ำในการงอกของเมล็ด สร้างอาหาร และ ลำเลียงอาหารและธาตุอาหาร ใช้แสงในการสร้างอาหาร ใช้ อากาศในการงอกของเมล็ด หายใจ และ สรา้ งอาหาร และใช้ ธาตอุ าหารเพื่อชว่ ยให้เจรญิ เตบิ โตไดเ้ ป็นปกต)ิ 1.4 นอกจากพชื แล้วยงั มอี ะไรอีกบ้างท่ีเป็นสิ่งมีชวี ิต (มนษุ ย์และ สัตว)์ ขั้นที่ 3 ขัน้ ดำเนินการสอน 2. ครตู รวจสอบความรูเ้ ดิมเก่ียวกบั สิ่งท่จี ำเป็นต่อการเจรญิ เติบโตและ การดำรงชวี ิตของสัตว์และมนุษย์ และการ เปล่ยี นแปลงขณะ เจรญิ เตบิ โตของสตั ว์และมนษุ ย์ โดยใช้คำถามดงั น้ี 2.1 สตั วแ์ ละมนุษย์ต้องการสง่ิ ทจี่ ำเปน็ ต่อการเจรญิ เติบโตและการดำรงชวี ติ เหมือนกบั พชื หรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตาม ความเข้าใจของตนเอง เช่น ไม่เหมือนกัน พืชต้องการแสง น้ำ อากาศ ธาตุอาหาร สำหรับการ เจริญเติบโตและการดำรงชีวิต ส่วนสัตว์และมนุษย์ต้องการอาหาร น้ำ และอากาศ สำหรับ การเจริญเติบโตและการ ดำรงชีวติ )
2.2 ในขณะเจรญิ เติบโต มนษุ ยแ์ ละสัตวม์ ีการเปลีย่ นแปลงหรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ ของตนเอง เช่น มีการ เปลี่ยนแปลง โดยขณะเจริญเติบโตมนุษย์และสัตว์จะมีขนาด ร่างกายใหญ่ขึ้น หรือสัตว์บางชนิดมี รปู รา่ งลักษณะ และรูปแบบ การดำรงชีวติ ทเ่ี ปล่ยี นแปลงไปในขณะเจริญเติบโต) 3. ครูให้นักเรียนอ่านชือ่ บท และจุดประสงค์การเรียนรู้ประจำบท ใน หนังสือเรียน หน้า 75 จากนั้นครูใช้คำถาม ดังน้ี 3.1 บทนี้จะได้เรียนเร่ืองอะไร (การดำรงชวี ติ ของสัตว์) 3.2 จากจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เม่อื เรียนจบบทนนี้ กั เรียนสามารถ ทำอะไรไดบ้ า้ ง - บรรยายสิง่ ทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การเจริญเตบิ โตและการดำรงชีวติ ของ สัตว์และมนุษย์ - ดแู ลตนเองและสัตวใ์ ห้ได้รบั อาหาร น้ำ และอากาศอย่าง เหมาะสม - สร้างแบบจำลองท่บี รรยายวัฏจกั รชีวติ ของสัตวแ์ ละ เปรยี บเทียบวัฏจกั รชวี ิตของสตั วบ์ างชนิด - บอกแนวทางการไม่ทำให้วฏั จักรชวี ติ ของสตั วเ์ ปลยี่ นแปลง) 4. นักเรียนอ่านแนวคิดสำคัญ ในหนังสือเรียน หน้า 76 จากนั้นครูใช้ คำถามว่า จากการอ่านแนวคิดสำคัญ นักเรยี นคดิ ว่าจะไดเ้ รยี น เกี่ยวกับเรือ่ งอะไรบ้าง - ส่งิ ที่จำเป็นต่อการเจริญเตบิ โตและการดำรงชีวติ ของสัตว์และ มนษุ ย์ - วัฏจักรชีวิตของสัตว์ - การดแู ลตนเองและสัตว์ให้ได้รบั อาหาร นำ้ และอากาศอย่าง เหมาะสม - การไมท่ ำใหว้ ฏั จักรชวี ิตของสัตว์เปลี่ยนแปลง) 5. ครูชักชวนให้นักเรียนสังเกตรูปและอ่านเนื้อเรื่องในหนังสอื เรียน หน้า 76 โดยครูฝึกทักษะการอ่านตามวิธีการ อา่ นท่ีเหมาะสมกบั ความสามารถของนกั เรยี น จากนั้นครูใชค้ ำถามเพอ่ื ตรวจสอบความ เข้าใจจากการอ่าน ดังน้ี 5.1 รปู นคี้ ือสถานท่ีใด (พิพิธภัณฑ์สตั วน์ ำ้ ) 5.2 นกั เรียนเคยไปเที่ยวพิพิธภณั ฑส์ ัตว์นำ้ หรือไม่ (นักเรยี นตอบตาม ประสบการณข์ องตนเองซึ่งอาจมีทั้ง ที่เคยไปและไมเ่ คยไป) 5.3 นกั เรียนคดิ วา่ คนในรปู นี้คอื ใคร (นกั ประดานำ้ ) 5.4 นกั ประดาน้ำ ดำน้ำลงไปในตปู้ ลาเพื่ออะไร (ให้อาหารปลา) 5.5 นักประดาน้ำ สามารถอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานได้หรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของ ตนเอง เชน่ อย่ไู ด้นาน เพราะ เมื่ออย่ใู ต้น้ำ นักประดาน้ำใช้ถงั ออกซิเจนชว่ ยในการหายใจ) 5.6 ถ้านักเรียนลงไปในน้ำ จะอยู่ได้นานเหมือนนักประดาน้ำหรือไม่ เพราะเหตุใด (นักเรียนตอบตาม ความเขา้ ใจของตนเอง เชน่ อยไู่ ด้ไม่นานเหมือนนกั ประดานำ้ เพราะมนุษย์ไมส่ ามารถหายใจ ใตน้ ้ำได้) 5.7 ปลาสามารถอยู่ในนำ้ ตลอดเวลาได้เพราะเหตุใด (นักเรียนตอบ ตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ปลา ใชเ้ หงอื กในการหายใจ) 5.8 ปลาต้องการอะไรบ้างสำหรับการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของ ตนเอง เชน่ ปลาตอ้ งการ อาหาร นำ้ และอากาศสำหรบั การเจรญิ เติบโตและ การดำรงชีวติ ) 6. ครูชกั ชวนนักเรียนตอบคำถามเกยี่ วกับการดำรงชวี ิตของสัตว์ใน สำรวจความรู้กอ่ นเรยี น 7. นักเรียนทำสำรวจความรกู้ ่อนเรียน ในแบบบันทกึ กจิ กรรม หน้า 72-76 โดยใหน้ ักเรยี นอา่ นคำถามแตล่ ะข้อ ครู ตรวจสอบความเข้าใจ ของนักเรียน จนแน่ใจว่านักเรียนสามารถทำได้ด้วยตนเอง จึงให้ นักเรียนตอบคำถาม โดยคำตอบ ของแต่ละคนอาจแตกตา่ งกัน และ คำตอบอาจถกู หรอื ผิดกไ็ ด้
ขน้ั ที่ 4 ขนั้ สรุป 8. ครูสงั เกตการตอบคำถามของนักเรยี นเพื่อตรวจสอบวา่ นักเรยี นมี แนวคดิ เกยี่ วกับการดำรงชีวติ ของสตั ว์อย่างไร บ้าง หรืออาจสุ่มให้ นักเรียน 2-3 คน นำเสนอคำตอบของตนเอง ครูยังไม่ต้องเฉลย คำตอบ แต่จะให้นักเรียนย้อนกลับมา ตรวจสอบอีกครั้งหลังเรียนจบ บทนี้แล้ว ทั้งนี้ครูอาจบันทึกแนวคิดคลาดเคลื่อนหรือแนวคิดที่ น่าสนใจของนักเรียน แล้ว นำมาออกแบบการจัดการเรียนการสอน เพื่อแก้ไขแนวคิดคลาดเคลื่อนให้ถูกต้อง และต่อยอดแนวคิดที่ น่าสนใจของ นักเรยี น การวดั และการประเมินผล เป้าหมาย วธิ ีวดั เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน ดา้ นความรู้ (K) ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม แบบบันทึกกิจกรรม นักเรยี นได้คะแนน ตรวจสอบความรเู้ ดมิ เกีย่ วกับส่ิงที่ รอ้ ยละ 60 ขนึ้ ไป จำเป็นต่อการเจรญิ เตบิ โต ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ประเมินการทำกจิ กรรมทักษะ แบบสังเกต นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมนักเรยี นในการ กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดับ ปฏิบตั ิกิจกรรม พอใช้ข้ึนไป ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) สงั เกตความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่ัน แบบประเมนิ นักเรยี นผ่านเกณฑ์ ความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน คุณลกั ษณะ การประเมนิ ระดับ ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ พอใช้ข้นึ ไป ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2 ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การแก้ปัญหาการใช้ทักษะชีวิต บันทกึ หลังการสอน ผลการจัดการเรียนรู้ ปัญหาและอปุ สรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ด้านความรู้ (K) - นกั เรียนบางคนไม่สามารถทำไดด้ ้วย - อธิบายเพิ่มเติมใหน้ กั เรยี น - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 มคี วามรู้เดมิ ตนเอง เกี่ยวกับสงิ่ ทีจ่ ำเปน็ ต่อการ เจริญเติบโต ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นกั เรียนบางคนไม่มีสมาธใิ นการเรียน - ครูอบรมตกั เตอื น และใหน้ ักเรียนปฏิบัติ - นักเรียนร้อยละ 98 ต้ังใจปฏบิ ัติ ใหม่อีกคร้งั กิจกรรม - ครูอบรมตักเตอื น และสงั เกตพฤติกรรม ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) - นกั เรียนบางคนไม่มีสมาธใิ นการเรยี น ของนักเรียนหลงั จากอบรมตักเตอื นแล้ว - นักเรยี นรอ้ ยละ 98 ความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่ันในการทำงาน
ลงช่อื ผสู้ อน (นายอิสรานวุ ฒั น์ รดิ สมเงิน) ลงชอื่ ลงชอ่ื (นายอสิ รานวุ ฒั น์ รดิ สมเงิน) (นางสาวสุขใจ ปรศี ิร)ิ หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รองผ้อู ำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ ลงชื่อ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพนั ธุ์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนอรรถวทิ ย์ ช่ัวโมงที่ 3 เรื่อง : ส่งิ ทจ่ี ำเป็นต่อการเจรญิ เติบโตและการดำรงชีวิตของสตั ว์และมนุษย์ ขน้ั ที่ 1 ข้นั เตรียมกจิ กรรม เตรียมอุปกรณก์ ารเรยี น สื่อการเรียนการสอน ขน้ั ที่ 2 ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรียน 1. ครูตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นต่อการเจรญิ เติบโตและ การดำรงชีวิตของสัตว์ โดยนำไข่ไก่มาให้ นักเรยี นสงั เกต จากนนั้ ร่วมกนั อภิปรายโดยใช้คำถามดังต่อไปนี้ 1.1 ส่งิ นค้ี ืออะไร (ไขไ่ ก)่ 1.2 ไขไ่ กเ่ ปน็ ส่ิงมชี ีวิตหรอื ไม่ (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ไข่ไก่เปน็ ส่ิงมชี วี ิต) 1.3 นักเรียนคิดว่า ไข่จะฟักออกมาเป็นอะไร (นักเรียนตอบตาม ความเข้าใจของตนเอง เช่น ไข่จะฟักออกมา เปน็ ลูกไกห่ รอื ลูกเจ๊ียบ) 1.4 ไข่และลูกไก่ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร (นักเรียนตอบตามความ เข้าใจของตนเอง เช่น ไข่และลูกไก่เป็น ระยะหน่ึงของวัฏจักรชวี ติ ของไก่ โดยภายในไข่จะมีตวั อ่อน จากนนั้ ตวั ออ่ นจะฟกั ออกมาเป็น ลกู ไก่หรือลูกเจี๊ยบ) 1.5 ลูกไก่ต้องการสิ่งใดบ้างในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ลกู ไก่ต้องการอาหาร นำ้ และอากาศในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวติ ) 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนสู่การเรยี นเรื่องการเจริญเติบโตและ การดำรงชีวิตของสัตว์ โดยใช้คำถาม ว่า ไก่และสตั วช์ นิดอื่น ๆ ตอ้ งการ ส่ิงทจ่ี ำเป็นใดบา้ งในการเจริญเติบโตและการดำรงชวี ิต ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั ดำเนินการสอน 3. ครูให้นักเรียนอ่านชื่อเรื่อง และคิดก่อนอ่าน ในหนังสือเรียน หน้า 78 จากนั้นร่วมกันอภิปรายเ พื่อหาแนว คำตอบและนำเสนอ ครูบนั ทกึ คำตอบ ของนกั เรียนบนกระดานเพ่อื ใชเ้ ปรียบเทยี บคำตอบหลงั การอ่านเร่ือง 4. นักเรียนอ่านคำสำคัญ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (หากนักเรียนอ่าน ไม่ได้ ครูควรสอนอ่านให้ถูกต้อง) จากน้นั ครูชักชวนให้นักเรียนอธิบาย ความหมายของคำสำคัญตามความเขา้ ใจของตนเอง 5. นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องในหนังสือเรียน หน้า 78-79 โดยครูฝึกทักษะ การอ่านตามวิธีการอ่านที่เหมาะสมกับ ความสามารถของนักเรียน ครู ตรวจสอบความเข้าใจจากการอา่ น โดยใช้คำถามดังนี้ 5.1 แมไ่ กก่ กไขเ่ พ่ืออะไร (ให้ความอบอุน่ แกไ่ ข)่ 5.2 ไก่ท่ีฟักออกมาจากไข่ เรียกว่าอะไร (ลกู เจย๊ี บ)
5.3 ลกู เจี๊ยบมลี ักษณะอย่างไร (ตัวเล็ก มีขนอ่อนสเี หลอื ง) 5.4 ข้าวตูสงสัยเกี่ยวกับเรื่องอะไร (ลูกเจี๊ยบต้องการสิ่งที่จำเป็นใดบ้าง เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตและ ดำรงชวี ติ อย่ไู ด้) 5.5 การดำรงชีวติ คืออะไร (การมชี ีวิตอยู่ต่อไปได้) 5.6 นักเรียนคิดว่าลูกเจี๊ยบน่าจะเจริญเติบโตและดำรงชีวิตได้หรือไม่ เพราะเหตุใด (นักเรียนตอบตาม ความเข้าใจของตนเอง เช่น ได้ เพราะลูกเจย๊ี บกนิ อาหาร กนิ นำ้ และหายใจ) 5.7 ขา้ วตนู ั่งมองแม่ไกแ่ ละลูกเจี๊ยบทำอะไร (คยุ้ เข่ยี หาอาหาร) 5.8 แม่ไกแ่ ละลูกไกท่ ำส่ิงนน้ั เพ่อื อะไร (เพื่อหาอาหาร) 5.9 ระหว่างท่ขี า้ วตนู ง่ั มองแม่ไกก่ บั ลกู เจ๊ยี บ เกดิ อะไรขึ้นระหว่างน้ัน (พ่อเรยี กไปดูข่าว) 5.10 พอ่ กำลังดูข่าวเกีย่ วกับเร่ืองอะไร (การพบตัวนักฟุตบอลเยาวชน ทีมหน่ึงทเี่ ข้าไปติดอย่ใู นถ้ำ) 5.11 ทีมนักฟตุ บอลเขา้ ไปตดิ อยู่ในถ้ำเป็นเวลากี่วนั (10 วนั ) 5.12 เพราะเหตุใดนกั ฟุตบอลจงึ ออกจากถ้ำไม่ได้ (เพราะมีนำ้ จำนวน มากกัน้ ทางออกไว)้ 5.13 ขณะติดอยใู่ นถำ้ นกั ฟตุ บอลมีอาการอย่างไร เพราะเหตใุ ดจึงมี อาการเช่นนัน้ (ออ่ นเพลีย เพราะไม่มี อาหาร และมนี ำ้ ไมเ่ พยี งพอ) 5.14 พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ในถ้ำเป็นเวลาหลายวันได้อย่างไร (ดื่มน้ำที่ ไหลลงมาตามหินย้อยและทุกคน พยายามอยูน่ ง่ิ ๆ เพื่อใช้พลังงาน ของรา่ งกายให้น้อยทส่ี ดุ ) 5.15 ถ้าไมม่ เี จา้ หน้าที่เข้าไปค้นหาหรือให้การชว่ ยเหลือ พวกเขาจะเป็น อยา่ งไร (นกั เรยี นตอบตามความ เข้าใจของตนเอง เช่น พวกเขา อาจไมม่ ีชวี ิตรอด หรืออาจจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เน่อื งจาก ร่างกายอ่อนแอ จนอาจทำ ใหเ้ สยี ชวี ิต) ขั้นสรุปจากการอา่ น ขนั้ ท่ี 4 ข้นั สรุป 6. ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่อ่านซึ่งควรสรุปได้ว่า แม่ไก่กกไข่เพื่อให้ ความอบอุ่นแก่ไข่ เมื่อไข่ฟักออกมา เปน็ ลกู เจยี๊ บ ลกู เจย๊ี บตอ้ งการส่ิงท่ี จำเป็นตา่ ง ๆ สำหรับการเจริญเตบิ โตและการดำรงชีวิต สว่ นนกั ฟตุ บอล ท่ีตดิ อยู่ในถ้ำมี ร่างกายอ่อนแอ เพราะไม่ได้รับอาหารและน้ำอย่าง เพียงพอ พวกเขาก็ต้องการสิ่งที่จำเป็นต่าง ๆ สำหรับการเจริญเติบโต และการดำรงชีวิตเช่นเดยี วกนั 7. นกั เรยี นตอบคำถามในรู้หรือยัง ในแบบบนั ทกึ กจิ กรรม หนา้ 77 8. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อเปรียบเทียบคำตอบของนักเรียนใน รู้หรือยัง กับคำตอบที่เคยตอบและ บนั ทึกไว้ในคดิ ก่อนอ่าน 9. ครูให้นกั เรยี นตอบคำถามทา้ ยเรอื่ งทีอ่ า่ น ดังน้ี 9.1 เจ้าหน้าที่ต้องส่งสิ่งใดเข้าไปช่วยเหลือนักฟุตบอลทีมนี้ เพื่อให้ พวกเขายังคงดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ (นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจ ของตนเอง) 9.2 สัตว์ต้องการสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต เช่นเดียวกับมนุษย์หรือไม่ (นักเรียน ตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง) ครูยังไมเ่ ฉลยคำตอบแตช่ กั ชวนให้นักเรยี นหาคำตอบจากการทำกิจกรรม
การวดั และการประเมินผล วธิ วี ดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ เปา้ หมาย แบบบนั ทึกกจิ กรรม แบบบนั ทกึ กจิ กรรม นักเรียนได้คะแนน / แบบประเมนิ ร้อยละ 60 ขน้ึ ไป ด้านความรู้ (K) อธบิ ายส่ิงท่จี ำเป็นต่อการเจริญ ประเมินการทำกิจกรรมทักษะ แบบสังเกต นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ เติบโตและการดำรงชวี ติ ของสัตว์ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดับ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) พอใช้ขนึ้ ไป สังเกตพฤติกรรมนักเรียนในการ สังเกตความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มั่น แบบประเมิน นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ ปฏิบตั ิกิจกรรม การประเมินระดบั ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ในการทำงาน คณุ ลักษณะ พอใช้ข้นึ ไป ความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ระดบั คุณภาพ 2 ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ ด้านสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ความสามารถในการส่ือสาร พฤติกรรม การคิด การแก้ปญั หา การใชท้ กั ษะชีวติ ปัญหาและอปุ สรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา บนั ทึกหลังการสอน - นกั เรยี นบางคนไมส่ ามารถทำได้ด้วย - อธิบายเพิม่ เติมใหน้ ักเรียน ผลการจดั การเรยี นรู้ ตนเอง ด้านความรู้ (K) - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 อธิบายสิง่ ที่ - นักเรียนบางคนไมม่ ีสมาธิในการเรยี น - ครอู บรมตักเตือน และให้นักเรยี นปฏบิ ัติ จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการ ใหมอ่ ีกครงั้ ดำรงชีวติ ของสัตว์ได้ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - นกั เรียนบางคนไม่มีสมาธใิ นการเรียน - ครอู บรมตักเตือน และสังเกตพฤติกรรมของ - นักเรียนรอ้ ยละ 98 ต้ังใจปฏิบตั ิ นักเรียนใหม่หลังจากอบรมตกั เตอื นแลว้ กิจกรรม ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) - นกั เรียนร้อยละ 98 ความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน ลงช่อื ผู้สอน (นายอสิ รานุวฒั น์ ริดสมเงนิ ) ลงช่ือ ลงช่ือ (นายอิสรานวุ ฒั น์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสุขใจ ปรีศริ ิ) หัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ ลงชอ่ื (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพนั ธ์ุ) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นอรรถวิทย์
ชว่ั โมงที่ 4 เร่อื ง : สัตวต์ ้องการสงิ่ ใดในการเจริญเติบโตและการดำรงชวี ิต (1) ขนั้ ท่ี 1 ขั้นเตรียมกิจกรรม เตรียมอปุ กรณก์ ารเรยี น สอื่ การเรียนการสอน ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น 1. ครูตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับสิ่งท่ีจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสตั ว์ โดยครู นำรูปสัตว์ชนิดใดชนิด หนึ่ง เช่น สุนัข แมว ซึ่งมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ 1 รูป และมีร่างกายซูบ ผอม อ่อนแรง 1 รูป มา ให้นกั เรยี นสังเกต จากน้ันใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภปิ ราย โดยใช้คำถามดังต่อไปนี้ 1.1 สตั ว์ในรปู นีเ้ ป็นสัตวช์ นิดใด (นักเรยี นตอบชอื่ สตั ว์ในรปู ) 1.2 สัตว์ในรูปทั้งสองมีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (นักเรียน ตอบตามที่สังเกตได้ เช่น แตกต่างกัน โดย สัตว์ในรูปหนึ่งมีร่างกาย แข็งแรงสมบูรณ์ ร่างกายสะอาด ส่วนสัตว์อีกรูปหนึ่งมีร่างกาย อ่อนแอและซูบ ผอม) 1.3 เพราะเหตุใดสัตว์ในรูปทั้งสองนี้จึงมีลักษณะแตกต่างกัน (นักเรียน ตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น เพราะสัตว์ได้รับอาหารที่ แตกต่างกัน ตัวหนึ่งอาจจะได้กินอาหารอย่างเพียงพอ ส่วนอีกตัว หนึ่งอาจจะไม่ได้กิน อาหาร) 1.4 นกั เรยี นเคยเลยี้ งสัตวช์ นดิ น้หี รือไม่ และถา้ เลย้ี งสัตว์ในรปู อยากให้ สัตว์เลี้ยงเหมือนรูปใด (นักเรียน ตอบตามประสบการณ์ของตนเอง ซึ่งอาจจะมีทั้งเคยเลี้ยงและไม่เคยเลี้ยง และถ้าจะเลี้ยงสัตว์ในรูป อยากให้สัตว์เลี้ยง เหมอื นรปู ทสี่ ัตว์มีร่างกายแขง็ แรงสมบรู ณ์ เพราะ สัตวม์ ีสุขภาพดี นา่ รกั สะอาด) 1.5 นักเรียนจะเลี้ยงสัตว์อย่างไรให้มีลักษณะตามความต้องการ (นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง เช่น ให้อาหารและนำ้ แกส่ ัตว์ ใหส้ ัตวอ์ ยู่ในที่ท่ีมอี ากาศสะอาด รวมท้ังทำความสะอาดรา่ งกายสตั ว์ ให้สะอาดอยู่เสมอ) 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนเข้าสู่กิจกรรมที่ 1.1 โดยใช้คำถามว่า เราจะเลี้ยงสัตว์ให้มีสุขภาพดีและ รา่ งกายแขง็ แรงได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ข้ันดำเนนิ การสอน 3. นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม และทำเป็นคิดเป็น จากนั้นร่วมกันอภิปราย เพื่อตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับ จุดประสงคใ์ นการทำกจิ กรรม โดยใช้ คำถาม ดงั นี้ 3.1 กจิ กรรมน้นี กั เรยี นจะได้เรียนเรือ่ งอะไร (สิง่ ทจี่ ำเปน็ ต่อการ เจรญิ เติบโตและการดำรงชวี ติ ของสตั ว์) 3.2 นกั เรยี นจะได้เรยี นรเู้ ร่อื งนี้ดว้ ยวธิ ีใด (การสงั เกต) 3.3 เมื่อเรียนแล้วนักเรียนจะทำอะไรได้ (บรรยายสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของ สัตว์ และบอกแนวทางในการ ดูแลสัตว์ใหไ้ ด้รับสิ่งท่ีจำเป็นอย่างเหมาะสม) 4. นกั เรียนบันทึกจุดประสงค์ลงในแบบบนั ทึกกจิ กรรม หนา้ 78 5. นักเรียนอา่ นสิ่งทต่ี ้องใช้ในการทำกิจกรรม ซ่ึงถ้านักเรียนไม่รจู้ กั วสั ดุ อปุ กรณบ์ างอยา่ ง ครูควรนำสง่ิ นั้นมาแสดง ใหด้ ู 6. นักเรียนอ่านทำอย่างไร ข้อ 1-5 ทีละข้อ โดยครูใช้วิธีฝึกการอ่าน ที่เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน จากนั้นครูตรวจสอบความ เข้าใจเกี่ยวกับวิธีการทำกิจกรรม จนนักเรียนเข้าใจลำดับการทำกิจกรรม (ครูอาจเขียนขั้นตอน การทำกิจกรรมบนกระดาน)
ข้ันท่ี 4 ข้ันสรุป 7. กิจกรรมน้นี ักเรยี นจะได้เรียนเรื่อง สิ่งทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การ เจรญิ เตบิ โตและการดำรงชวี ิตของสัตวด์ ว้ ยวิธกี าร การสังเกตและนักเรียน บรรยายสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสัตว์ และบอกแนวทางใน การ ดแู ลสัตวใ์ หไ้ ด้รบั สิ่งทจ่ี ำเป็นอยา่ งเหมาะสม การวัดและการประเมินผล วธิ วี ัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ เป้าหมาย ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม แบบบนั ทึกกิจกรรม นกั เรียนได้คะแนน ด้านความรู้ (K) ร้อยละ 60 ขนึ้ ไป - บอกแนวทางในการดูแลสัตวใ์ ห้ ได้รับสิง่ ทจี่ ำเป็น ต่อการ ประเมินการทำกิจกรรมทักษะ แบบสังเกต นักเรียนผา่ นเกณฑ์ เจริญเตบิ โตและการดำรงชีวติ อย่าง กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดับ เหมาะสม พอใช้ข้นึ ไป - สงั เกตและบรรยายสง่ิ ทจี่ ำเป็นต่อ สงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่ัน แบบประเมนิ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ การเจริญเตบิ โต และการดำรงชวี ติ การประเมินระดบั ของสัตว์ ในการทำงาน คุณลักษณะ พอใช้ข้ึนไป ด้านทักษะกระบวนการ (P) ระดับคุณภาพ 2 สงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียนในการ อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ ปฏิบัตกิ ิจกรรม ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน พฤติกรรม ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ปัญหาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแก้ปัญหา การใช้ทักษะ - นักเรยี นบางคนไมส่ ามารถทำไดด้ ว้ ย - อธบิ ายเพ่ิมเติมให้นกั เรียน ชีวติ บันทกึ หลังการสอน ตนเอง ผลการจัดการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) - นักเรียนร้อยละ 98 บอกแนวทาง ในการดูแลสัตว์ใหไ้ ด้รับส่งิ ทจี่ ำเป็น ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและการ ดำรงชีวิตอย่าง เหมาะสมได้ - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 สงั เกตและ บรรยายสิ่งทจี่ ำเป็นต่อการ เจรญิ เติบโต และการดำรงชวี ติ ของ สัตว์ได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) - นกั เรยี นบางคนไม่มสี มาธิในการเรียน - ครูอบรมตักเตอื น และใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - นักเรียนร้อยละ 98 ต้ังใจปฏบิ ัติ ใหม่อีกคร้งั กจิ กรรม - นักเรยี นบางคนไม่มสี มาธใิ นการเรียน - ครอู บรมตักเตือน และสงั เกตพฤติกรรม ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) ของนักเรยี นใหมห่ ลังจากอบรมตักเตือน แลว้ - นกั เรียนร้อยละ 98 ความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมัน่ ในการทำงาน ลงชื่อ ผสู้ อน (นายอสิ รานุวัฒน์ ริดสมเงิน) ลงชอ่ื ลงชื่อ (นายอิสรานวุ ัฒน์ รดิ สมเงิน) (นางสาวสขุ ใจ ปรศี ริ )ิ หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ ลงช่อื (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพันธุ์) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นอรรถวิทย์ ตาราง แสดงการวิเคราะหท์ ักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรต์ ามระดบั ความสามารถของนักเรยี น โดยอาจใชเ้ กณฑ์การประเมิน ดงั นี้ กระบวนการ รายการประเมิน ระดบั ความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ การบรรยาย S1 การสงั เกต รายละเอยี ดของสิ่ง ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรงุ (1) ท่สี งั เกต S8 การลงความเหน็ สามารถใช้ประสาท สามารถใช้ สามารถใชป้ ระสาท จากข้อมูล การลงความเหน็ จากข้อมลู วา่ การ สัมผสั และแวน่ ประสาทสัมผัส สมั ผสั และแว่นขยาย ขยายเก็บ และแว่นขยาย เกบ็ รายละเอยี ด รายละเอยี ดข้อมูล เก็บรายละเอยี ด ข้อมลู ของส่งิ ที่ ของส่งิ ทสี่ งั เกตได้ ข้อมลู ของสิง่ ท่ี สงั เกตไดเ้ พียง ด้วยตนเอง โดยไม่ สังเกตได้ จากการ บางส่วนแมว้ า่ จะได้ เพิม่ ความคิดเหน็ ชแ้ี นะของครูหรือ รบั คำชีแ้ นะจากครู ผู้อ่นื หรือมีการ หรอื ผอู้ น่ื เพิ่มเติมความ คดิ เหน็ สามารถลง สามารถลง ลงความเห็นจาก ความเหน็ จาก ความเห็นจาก ข้อมลู ว่าการสงั เกต
สังเกตสง่ิ ต่างๆ โดย ขอ้ มูลว่าการสงั เกต ข้อมลู ว่าการ สิง่ ตา่ งๆ โดยใชแ้ วน่ ใช้แวน่ ขยายทำให้ สงิ่ ตา่ งๆ โดยใชแ้ ว่น สงั เกตส่งิ ตา่ งๆ ขยายทำให้ไดข้ ้อมูล ได้ข้อมลู ที่ชดั เจน ขยายทำให้ได้ข้อมูล โดยใชแ้ ว่นขยาย ทท่ี แ่ี ตกต่างจากการ และละเอียดว่าการ ทช่ี ัดเจนและ ทำให้ได้ข้อมูลที่ สังเกตโดยใช้ตา สังเกตโดยใช้ตา ละเอียดวา่ การ ชัดเจนและ เปลา่ แต่ไม่สามารถ เปลา่ สงั เกตโดยใชต้ า ละเอียดว่าการ บอกได้ว่าแตกตา่ ง เปลา่ ได้อย่าง สงั เกตโดยใชต้ า อยา่ งไร แมจ้ ะได้ ถกู ต้องและชดั เจน เปลา่ ลงความเหน็ รบั คำช้ีแนะจากครู ได้ด้วยตนเอง ได้อย่างถูกต้อง หรือผู้อน่ื และชัดเจนจาก การช้แี นะของครู หรอื ผู้อ่นื S13 การ การตีความหมาย สามารถ สามารถ สามารถ ตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรุป ข้อมูลจากการ ตคี วามหมายข้อมลู ตีความหมาย ตีความหมายข้อมูล สังเกตและการ จากการสังเกตและ ข้อมูลจากการ จากการสงั เกตและ อภิปรายไดว้ ่า การอภิปรายไดว้ ่า สังเกตและการ การอภปิ รายได้ว่า ลักษณะของ ลักษณะของ อภิปรายไดว้ ่า ลกั ษณะของ สิ่งมีชีวติ เมื่อสังเกต สง่ิ มีชวี ติ เมอื่ สังเกต ลกั ษณะของ สิ่งมีชีวิตเม่ือสงั เกต ดว้ ยตาเปลา่ และใช้ ดว้ ยตาเปล่าและใช้ สง่ิ มีชีวติ เมอื่ ด้วยตาเปล่าและใช้ แวน่ ขยายมลี ักษณะ แวน่ ขยายมลี กั ษณะ สังเกตดว้ ยตา แวน่ ขยายไดเ้ พยี ง บางอยา่ งเหมือนกนั บางอย่างเหมอื นกัน เปลา่ และใช้แว่น บางส่าวนและลง และลักษณะ และลกั ษณะ ขยายมีลักษณะ ข้อสรปุ ได้ไม่สมบรู ณ์ บางอย่างแตกต่าง บางอยา่ งแตกต่าง บางอย่าง แมว้ ่าจะได้รับคำ กันและลงข้อสรุป กนั และลงข้อสรุป เหมอื นกนั และ ชแ้ี นะจากครหู รือ ได้วา่ การสงั เกตสิ่ง ได้ว่าการสังเกตสิง่ ลักษณะบางอย่าง ผู้อ่นื ต่างๆ โดยใชแ้ ว่น ตา่ งๆ โดยใช้แว่น แตกต่างกันและ ขยายทำให้ไดข้ ้อมูล ขยายทำให้ได้ข้อมลู ลงข้อสรปุ ได้ว่า ทช่ี ัดเจนและ ทช่ี ดั เจนและ การสงั เกตสิ่ง รายละเอียดกวา่ รายละเอียดกว่า ต่างๆ โดยใช้แว่น การสงั เกตดว้ ยตา การสังเกตดว้ ยตา ขยายทำให้ได้ เปลา่ เปล่าได้ด้วยตนเอง ขอ้ มลู ท่ชี ดั เจน
และรายละเอยี ด กว่าการสงั เกต ด้วยตาเปล่าจาก การช้ีแนะของครู หรอื ผู้อนื่ ตาราง แสดงการวิเคราะห์ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ตามระดบั ความสามารถของนักเรียน โดยอาจใชเ้ กณฑก์ ารประเมิน ดังนี้ กระบวนการ รายการประเมิน ระดบั ความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) C4 การสือ่ สาร การนำเสนอ นำเสนอข้อมลู นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมลู จาก ขอ้ มูลจากการ จากการสังเกต จากการสังเกต การสงั เกตลักษณะ สังเกตลักษณะ ลักษณะของสิง่ ลักษณะของสิง่ ของสิ่งต่างๆ ใน ของสิ่งต่างๆ ใน ต่างๆ ในรปู แบบ ตา่ งๆ ในรูปแบบ รปู แบบของรปู วาด รปู แบบของรูป ของรปู วาดให้ ของรปู วาดให้ ให้ผอู้ ืน่ เขา้ ใจได้ วาดให้ผอู้ ื่นเขา้ ใจ ผ้อู ่ืนเข้าใจได้ ผู้อื่นเข้าใจได้ เพยี งบางสว่ น อย่างถูกต้องและ อยา่ งถูกต้อง และ แมว้ า่ จะได้รับคำ รวดเรว็ ได้ด้วย รวดเรว็ จากการ ช้แี นะจากครูหรือ ตนเอง ช้ีแนะของครหู รือ ผู้อ่ืน ผูอ้ นื่ C5 ความรว่ มมือ การทำงาน สามารถทำงาน สามารถทำงาน สามารถทำงาน รว่ มกับผู้อ่นื และ ร่วมกับผู้อืน่ ไดด้ ี ร่วมกับผอู้ ่ืนและ ร่วมกับผู้อืน่ ได้บ้าง การแสดงความ มสี ว่ นรว่ มในการ การแสดงความ แตไ่ ม่คอ่ ยแสดง คดิ เห็นเก่ยี วกับ แสดงความ คดิ เห็นเกีย่ วกบั ความคดิ เหน็ ประโยชนข์ องการ คดิ เหน็ เก่ยี วกบั ประโยชนข์ องการ เกี่ยวกบั ประโยชน์ ใชแ้ ว่นขยายใน ประโยชนข์ องการ ใช้แวน่ ขยายใน ของการใช้แวน่ การสังเกตส่ิง ใชแ้ ว่นขยายใน การสงั เกตสง่ิ ขยายในการสังเกต ตา่ งๆ รวมทงั้ การสงั เกตสง่ิ ต่างๆ รวมทงั้ สิง่ ตา่ งๆ รวมทั้ง ยอมรับความ ต่างๆ รวมทัง้ ยอมรับความ ยอมรับความ คดิ เห็นของผู้อนื่ ยอมรับความ คดิ เห็นของผูอ้ น่ื คิดเหน็ ของผู้อนื่ คดิ เห็นของผู้อืน่ เป็นบางช่วงเวลา ตลอดชว่ งเวลา ของการทำ กจิ กรรม
ของการทำ กจิ กรรม การประเมนิ จากการทำกิจกรรม 1 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรงุ ระดบั คะแนน ระดับคะแนน 3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถงึ พอใช้ รหสั สงิ่ ท่ีประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ S1 การสังเกต S8 การลงความเหน็ จากข้อมลู S13 การตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรุป ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 C4 การสื่อสาร C5 ความรว่ มมอื
สัปดาหท์ ่ี 10 สอบกลางภาคเรียน
แผนการจัดการเรยี นรู้ สัปดาห์ท่ี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ : วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้น : ประถมศึกษาปีที่ 3 ชอ่ื รายวิชา : วิทยาศาสตร์ 3 รหสั วิชา: ว 13101 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 อากาศและชีวิตของสัตว์ เวลา : 4 ช่ัวโมง 1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั มาตรฐานการเรยี นรู้/ผลการเรียนรู้ ว 1.2 ป.3/1 บรรยายส่ิงท่ีจำเป็นต่อการดำรงชีวติ และการ เจริญเติบโตของมนษุ ยแ์ ละสตั ว์ โดยใชข้ ้อมลู ท่ี รวบรวมได้ ว 1.2 ป.3/2 ตระหนกั ถงึ ประโยชนข์ อง อาหาร น้ำ และอากาศ โดย การดูแลตนเองและสัตวใ์ ห้ ได้รับ สง่ิ เหล่านี้ อย่าง เหมาะสม 2. สาระสำคญั มนุษยแ์ ละสัตว์ต้องการอาหาร น้ำ และอากาศ เพอ่ื การ ดำรงชีวิตและการเจรญิ เตบิ โต 3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดา้ น K 1. สังเกตและบรรยายส่ิงท่ีจำเปน็ ตอ่ การเจริญเติบโต และการดำรงชวี ติ ของสัตว์ 2. บอกแนวทางในการดูแลสัตวใ์ ห้ไดร้ ับสิ่งท่จี ำเป็น ต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตอยา่ ง เหมาะสม ดา้ น P - มที ักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ด้าน A - มีจิตวทิ ยาศาสตร์ 4. สาระการเรียนรู้ - การดำรงชวี ติ และการ เจรญิ เติบโตของมนษุ ย์และสัตว์ 5. ทกั ษะกระบวนการ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 1. การสงั เกต 2. การจำแนกประเภท 3. การลงความเห็นจากข้อมูล 4. การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรุป 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. อยอู่ ย่าง 3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน 7. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน 1) ความสามารถในการสอื่ สาร 2) ความสามารถในการคดิ 3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4) ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
8. บรู ณาการสาระท้องถนิ่ /สวนพฤกษศาสตร์ - 9. หลกั ฐานการเรียนรู้ (ชนิ้ งาน/ภาระงาน) 1. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม 10.สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 สสวท. 2. แบบบนั ทึกกิจกรรม 3. แบบทดสอบ 4. แหล่งเรยี นรู้ เช่น หนังสอื วารสาร อนิ เทอร์เนต็ 11. กิจกรรมการเรยี นรู้ ช่วั โมงที่ 1 เรอ่ื ง : สตั ว์ต้องการส่งิ ใดในการเจริญเติบโตและการดำรงชวี ิต (2) ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั เตรียมกจิ กรรม เตรยี มอุปกรณก์ ารเรยี น ส่ือการเรียนการสอน ขัน้ ที่ 2 ขัน้ นำเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรยี นอา่ นสงิ่ ทตี่ ้องใช้ในการทำกจิ กรรม ซ่งึ ถา้ นกั เรียนไมร่ จู้ ักวสั ดุ อปุ กรณบ์ างอยา่ ง ครูควรนำส่งิ นนั้ มาแสดง ใหด้ ู ข้นั ที่ 3 ข้ันดำเนนิ การสอน 2. ครูนักเรียนอ่านทำอย่างไร ข้อ 1-5 ทีละข้อ โดยครูใช้วิธีฝึกการอ่าน ที่เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน จากนั้นครูตรวจสอบความ เข้าใจเกี่ยวกับวธิ ีการทำกิจกรรม จนนักเรียนเข้าใจลำดับการทำกิจกรรม (ครูอาจเขียนขั้นตอน การทำกจิ กรรมบนกระดาน) โดยครูใชค้ ำถามดงั น้ี 2.1 นกั เรยี นตอ้ งทำอะไรเป็นอนั ดับแรก (ร่วมกันอภิปรายและเลือกชนดิ ปลาทจี่ ะเลย้ี ง) 2.2 นกั เรยี นสบื ค้นขอ้ มูลและอภิปรายเก่ยี วกบั เรอ่ื งอะไร (วธิ กี ารเลีย้ ง ปลา) 2.3 นกั เรียนสามารถสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงปลาไดจ้ ากที่ ใดบา้ ง (อินเทอร์เน็ต หนงั สือ สอบถามครูหรือ ผปู้ กครอง) 2.4 เมื่อสืบค้นข้อมูลแล้ว นักเรียนต้องทำอะไรต่อไป (วางแผนการเลี้ยง ปลา จัดภาชนะสำหรับเลี้ยงปลาและ เล้ยี งปลาตามแผนที่วางไว)้ 2.5 เมื่อเลี้ยงปลาแล้ว นักเรียนต้องทำอะไรบ้าง (สังเกตพฤติกรรมและ การเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะของปลา โดยการวัดความยาวของ ปลา) 2.6 นักเรียนจะนำปลาออกมาเพื่อวัดความยาวได้อยา่ งไร (ใช้กระชอน ตักปลาตักปลามาวางบนสำลีท่ีชุ่มน้ำ แล้ว ใช้สำลที ่ีชุ่มนำ้ อีกแผ่นวาง บนตัวปลา) 2.7 นักเรยี นจะใชอ้ ะไรวดั ความยาวของปลา (ไม้บรรทดั ) 2.8 เมื่อตักปลาออกมาแล้ว นักเรียนจะวัดความยาวของปลาอย่างไร (นำไม้บรรทัดมาวางเทียบกับตัวปลาตั้งแต่ หวั ปลาจนถึงหางปลา) ในกรณที ีน่ ักเรยี นใช้ไมบ้ รรทดั ไม่ถนดั อาจใช้แถบกระดาษวัด ความยาวของปลา โดยทำเครื่องหมาย บนแถบกระดาษเพื่อใช้เป็น ตำแหน่งปลายสดุ ของหัวปลา แล้วนำแถบกระดาษมาทาบกับ ตัวปลา ทำเครื่องหมายที่ปลาย สดุ ของหางปลา จากนัน้ นำแถบกระดาษท่ีทำเคร่ืองหมายแล้ว ไปเทียบกับไมบ้ รรทัดแลว้ อา่ นคา่ ทั้งนคี้ รคู วรสาธติ วิธีการวัด ความยาวของปลาให้นกั เรยี นดูก่อน ลงมือทำกจิ กรรม
2.9 เพราะเหตุใดจึงวัดการเจริญเติบโตของปลาด้วยวิธีดังกล่าว (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ปลาจะอยนู่ ่งิ พอทจ่ี ะ สามารถวัดความยาวไดโ้ ดยไม่ได้รับอันตราย) 2.10 นกั เรยี นตอ้ งสงั เกตและวดั ความยาวของปลากี่ครัง้ และวดั แต่ละ ครงั้ หา่ งกนั ก่วี นั (3 ครัง้ โดยวัดสัปดาห์ละ 1 ครงั้ ) 2.11 เมื่อวัดความยาวของปลาครบ 3 สัปดาห์แล้ว นักเรียนต้องทำอะไร ต่อไป (นำเสนอผลการเลี้ยงปลาและ อภปิ รายเก่ยี วกบั พฤตกิ รรม ของปลาและผลการวัดความยาวของปลา) 3. หลังจากเลี้ยงปลาครบ 3 สัปดาห์แล้ว ครูให้นักเรียนนำเสนอผลการ เลี้ยงปลา เช่น วิธีการเลี้ยงปลา การ เจริญเติบโตของปลา และอภิปราย เกี่ยวกับพฤติกรรมของปลาและผลการวัดความยาวของปลา ตามแนว คำถาม ดังน้ี 3.1 นักเรยี นเลือกเลยี้ งปลาอะไร (นักเรยี นตอบชื่อปลาท่ีนำมาเลีย้ ง) 3.2 นกั เรยี นมวี ธิ ีการเลยี้ งปลาอยา่ งไร (นักเรียนตอบตามทที่ ำจริง) 3.3 ปลามพี ฤติกรรมอย่างไรบ้าง (นกั เรยี นตอบตามทีส่ งั เกตได้ เช่น วา่ ยน้ำ อ้าปากกนิ อาหาร อ้าและหุบปากบ่อย ๆ มีการขยบั บริเวณ เหงอื กตลอดเวลา) 3.4 เพราะเหตุใดปลาจึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น (นักเรียนตอบตามความ เข้าใจของตนเอง เช่น ปลาเคลื่อนที่ กิน อาหาร หายใจ และนำน้ำ เขา้ สู่รา่ งกาย) 3.5 ความยาวของตวั ปลามีการเปล่ยี นแปลงหรือไม่ อย่างไร (นกั เรยี น ตอบตามผลการทำกิจกรรม เช่น ความยาว ของตัวปลามกี าร เปลยี่ นแปลง โดยปลามีความยาวเพิ่มขน้ึ ) 3.6 ปลาทเ่ี ล้ียงมกี ารเจริญเตบิ โตหรอื ไม่รู้ไดอ้ ย่างไร (นักเรียนตอบตาม ความจรงิ เชน่ ปลามกี ารเจริญเตบิ โต รู้ได้ จากในแต่ละสปั ดาห์ ปลา มีความยาวเพิม่ ขน้ึ ขนั้ ที่ 4 ขัน้ สรุป 4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรม หลังจากเลี้ยงปลาครบ 3 สัปดาห์ จากการสังเกตนักเรียนพบว่า ปลามี พฤติกรรมว่ายน้ำ อ้าปากกินอาหาร อ้าและหุบปากบ่อย ๆ มีการขยับบริเวณ เหงือกตลอดเวลา เพราะปลาเคลื่อนที่ กิน อาหาร หายใจ และนำน้ำ เข้าสู่ร่างกายและความยาวของตัวปลามีการ เปลี่ยนแปลง โดยปลามีความยาวเพิ่มขึ้นหลังจาก สงั เกตในแตล่ ะสัปดาห์ การวัดและการประเมนิ ผล วธิ วี ัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมิน เปา้ หมาย ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม แบบบันทกึ กจิ กรรม นักเรียนได้คะแนน ดา้ นความรู้ (K) รอ้ ยละ 60 ขน้ึ ไป นกั เรียนสงั เกตและบรรยายสิ่งที่ จำเป็นต่อการเจรญิ เติบโต และการ ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสังเกต นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ ดำรงชีวติ ของสัตว์ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดบั ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) พอใช้ขึ้นไป สังเกตพฤติกรรมนกั เรียนในการ สังเกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ ม่ัน แบบประเมิน นักเรียนผ่านเกณฑ์ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม การประเมนิ ระดับ ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) ในการทำงาน คณุ ลักษณะ พอใช้ขึ้นไป ความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2 1) ความสามารถในการสื่อสาร พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การคิด การแกป้ ัญหา การใช้ทักษะ ปัญหาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา ชีวิต - นักเรียนบางคนไม่สามารถทำได้ดว้ ย - อธบิ ายเพ่ิมเติมใหน้ กั เรยี น บนั ทึกหลังการสอน ผลการจัดการเรียนรู้ ตนเอง ด้านความรู้ (K) - นักเรยี นบางคนไมม่ ีสมาธิในการเรียน - ครูอบรมตกั เตือน และใหน้ กั เรยี นปฏิบตั ิ - นักเรียนร้อยละ 98 สงั เกตและ ใหมอ่ ีกครง้ั บรรยายสิ่งที่จำเปน็ ตอ่ การ เจริญเตบิ โต และการดำรงชวี ิตของ - นกั เรียนบางคนไม่มีสมาธิในการเรยี น - ครอู บรมตกั เตอื น และสงั เกตพฤติกรรม สตั ว์ได้ ของนักเรยี นใหมห่ ลงั จากอบรมตกั เตือน ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) แล้ว - นักเรยี นรอ้ ยละ 98 ตั้งใจปฏิบตั ิ กจิ กรรม ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) - นกั เรียนรอ้ ยละ 98 ความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่ันในการทำงาน ลงชื่อ ผูส้ อน (นายอสิ รานุวฒั น์ ริดสมเงนิ ) ลงช่ือ ลงช่ือ (นายอสิ รานุวัฒน์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสขุ ใจ ปรศี ริ )ิ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ ลงช่อื (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพนั ธ์ุ) ผู้อำนวยการโรงเรยี นอรรถวทิ ย์ ช่ัวโมงท่ี 2 เรอื่ ง : สัตวต์ ้องการสิง่ ใดในการเจรญิ เติบโตและการดำรงชีวิต (3) ขน้ั ท่ี 1 ขั้นเตรียมกจิ กรรม เตรียมอปุ กรณก์ ารเรียน สอ่ื การเรยี นการสอน ข้ันท่ี 2 ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. นกั เรียนอา่ นส่งิ ท่ีตอ้ งใช้ในการทำกิจกรรม ซงึ่ ถ้านักเรียนไม่รูจ้ ักวัสดุ อปุ กรณบ์ างอยา่ ง ครูควรนำส่งิ น้ันมาแสดง ให้ดู ข้นั ท่ี 3 ข้นั ดำเนินการสอน 2. นักเรียนอ่านทำอย่างไร ข้อ 6-7 โดยครูใช้วิธีฝึกการอ่านที่เหมาะสมกับ ความสามารถของนักเรียน จากนั้นครู
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259