Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3

Published by Atsreport61, 2023-02-18 10:48:24

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3

Search

Read the Text Version

ตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับ วิธีการทำกิจกรรม จนนักเรียนเข้าใจลำดับการทำกิจกรรม (ครูอาจเขียน ขั้นตอนการทำ กิจกรรมบนกระดาน) โดยครูใช้คำถามดงั น้ี 2.1 นกั เรียนตอ้ งอ่านใบความรเู้ ร่ืองอะไร (ชวี ิตของปลา) 2.2 นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสัตว์ชนิด อื่น ๆ ได้จากที่ใด (วดี ีทศั น)์ 2.3 เมื่อดูวีดีทัศน์แล้ว นักเรียนต้องอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง (สิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการ ดำรงชวี ติ ของสัตว์ และสัตว์ ไดร้ ับส่ิงเหลา่ นั้นอยา่ งเหมาะสมหรือไม่) 3. เมื่อนักเรียนเข้าใจวิธีการทำกิจกรรมในทำอย่างไร ข้อ 6-7 แล้ว ครูให้ นักเรียนเริ่มปฏิบัติตามขั้นตอนของ กจิ กรรม 4. หลังจากทำกจิ กรรมแล้ว ครูใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภิปรายผลการทำ กจิ กรรม โดยใชค้ ำถามดงั ตอ่ ไปนี้ 4.1 จากการเลี้ยงปลาและสังเกตพฤติกรรมพบว่าปลามีการอ้าปาก และหุบปากตลอดเวลา ปลาทำพฤติกรรม เช่นนั้นเพ่ืออะไร (เพ่ือ นำน้ำเขา้ สูร่ า่ งกาย) 4.2 ปลาได้รบั แก๊สออกซเิ จนด้วยวธิ ีใด (เมอื่ นำ้ ไหลผา่ นเหงือก เหงอื กจะชว่ ยกรองแกส๊ ออกซเิ จนจากน้ำ ทำใหป้ ลา ไดร้ ับแกส๊ ออกซิเจน) ครอู าจจะใหค้ วามรูแ้ ก่นักเรยี นเพมิ่ เติมเก่ยี วกบั แกส๊ ออกซิเจน โดยเช่อื มโยงความรพู้ ื้นฐานจากบทที่ 1 อากาศมแี ก๊สออกซิเจนเป็น ส่วนประกอบ ซึง่ สิง่ มชี ีวติ ใช้แกส๊ ออกซิเจนในการหายใจ และในน้ำกม็ ี แกส๊ ออกซิเจนละลาย อยู่ ซึ่งสตั วน์ ้ำจะใชแ้ กส๊ ออกซิเจนในน้ำในการ หายใจ 4.3 นอกจากน้ำและแก๊สออกซเิ จนแล้ว ปลายงั ตอ้ งการสง่ิ ทีจ่ ำเป็น ใดอีก (อาหาร) 4.4 การเลยี้ งปลาทถี่ กู ตอ้ งและเหมาะสมทำได้อยา่ งไร (เล้ยี งปลาใน นำ้ ทส่ี ะอาดและมแี กส๊ ออกซเิ จนอย่างเพียงพอ ใหป้ ลาไดร้ ับ อาหารตามความเหมาะสมกับชนดิ ของปลาและขนาดของปลา) 5.5 ในวีดทิ ัศนม์ ีสตั วอ์ ะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามทส่ี งั เกตจาก วีดีทศั น์) 5.6 สัตว์แตล่ ะชนดิ ตอ้ งการส่งิ ใดเพอ่ื ให้ร่างกายเจริญเตบิ โตและ ดำรงชีวิตอยไู่ ด้ (อาหาร น้ำ และอากาศ) 6. ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรยี นซกั ถามในส่ิงท่อี ยากร้เู พิ่มเติมเกยี่ วกบั สง่ิ ท่ี จำเป็นต่อการเจรญิ เติบโตและการดำรงชีวิต ของสัตว์ จากนั้นร่วมกัน อภิปรายและลงข้อสรุปว่า ร่างกายของสัตว์มีการเจริญเติบโต สังเกตได้จากความยาวของลำตัว หรือขนาดของสัตวม์ ีการเปล่ยี นแปลง ซ่ึงสงิ่ ที่ จำเป็นต่อการเจริญเตบิ โตและการดำรงชวี ิตของสัตว์ ได้แก่ อาหาร น้ำ และ อากาศซง่ึ มีแก๊สออกซเิ จนเปน็ สว่ นประกอบ เราควรดแู ลสัตวใ์ ห้ ไดร้ บั สิ่งทจ่ี ำเปน็ เหล่านอี้ ย่างเหมาะสม 7. นักเรียนตอบคำถามในฉันรอู้ ะไร และร่วมกันอภปิ รายเพือ่ ใหไ้ ด้แนว คำตอบทถ่ี กู ต้อง 8. นักเรียนสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ในกิจกรรมนี้ จากนั้นครูให้นักเรียนอ่าน สิ่งที่ ได้เรียนรู้ และเปรียบเทียบกับข้อสรุป ของตนเอง 9. ครูกระตุ้นให้นักเรียนฝึกตั้งคำถามเกีย่ วกับเรื่องที่สงสัยหรืออยากรู้ เพิ่มเติมใน อยากรู้อีกว่า จากนั้นครูอาจสุม่ นักเรียน 2-3 คน นำเสนอ คำถามของตนเองหน้าชั้นเรียน และให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย เกี่ยวกับคำถามที่นำเสนอ 10. ครูนำอภิปรายเพื่อให้นักเรียนทบทวนว่าได้ฝึกทกั ษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 อะไรบ้างและในขน้ั ตอนใด ขน้ั ที่ 4 ขนั้ สรุป 11. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป ร่างกายของสัตว์มีการเจริญเติบโต สังเกตได้จากความยาวของลำตัวหรือขนาด ของสัตวม์ ีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสง่ิ ท่ีจำเปน็ ต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสตั ว์ ไดแ้ ก่ อาหาร น้ำ และอากาศซ่ึงมี แกส๊ ออกซเิ จนเป็นสว่ นประกอบ เราควรดูแลสัตวใ์ ห้ ไดร้ ับสิง่ ท่จี ำเปน็ เหล่าน้ีอยา่ งเหมาะสม

การวดั และการประเมนิ ผล เปา้ หมาย วธิ วี ัด เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) ตรวจแบบบนั ทึกกจิ กรรม แบบบนั ทึกกจิ กรรม นกั เรียนได้คะแนน ส่ิงทจี่ ำเปน็ ต่อการเจริญเตบิ โตและ ร้อยละ 60 ขึ้นไป การดำรงชวี ติ ของสตั ว์ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสงั เกต นักเรียนผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดับ ปฏิบัติกิจกรรม พอใช้ข้ึนไป ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั แบบประเมนิ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ ความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน คุณลักษณะ การประเมินระดับ ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ พอใช้ข้ึนไป ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคุณภาพ 2 ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ การแก้ปัญหาการใชท้ ักษะชีวิต บันทกึ หลังการสอน ผลการจดั การเรียนรู้ ปัญหาและอปุ สรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ดา้ นความรู้ (K) - นกั เรียนบางคนไมส่ ามารถทำไดด้ ว้ ย - อธบิ ายเพ่ิมเติมให้นักเรยี น - นักเรยี นรอ้ ยละ 98 อธิบายสงิ่ ท่ี ตนเอง จำเป็นต่อการเจริญเตบิ โตและการ ดำรงชีวติ ของสตั ว์ได้ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) - นกั เรยี นบางคนไม่มีสมาธใิ นการเรียน - ครูอบรมตกั เตอื น และใหน้ กั เรยี นปฏิบัติ - นกั เรยี นร้อยละ 98 ต้ังใจปฏบิ ตั ิ ใหม่อีกครัง้ กจิ กรรม ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) - นักเรียนบางคนไม่มสี มาธใิ นการเรียน - ครูอบรมตกั เตอื น และสงั เกตพฤติกรรม - นักเรยี นร้อยละ 98 ความมีวนิ ัย ของนักเรยี นหลงั จากอบรมตักเตอื นแลว้ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมนั่ ในการทำงาน ลงชื่อ ผ้สู อน (นายอสิ รานวุ ฒั น์ ริดสมเงนิ ) ลงชอ่ื ลงชอื่ (นายอิสรานุวฒั น์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสขุ ใจ ปรศี ริ ิ) หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกล่มุ บรหิ ารวชิ าการ ลงชอื่ (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพนั ธุ์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นอรรถวทิ ย์

ชัว่ โมงที่ 3 เร่ือง : มนุษย์ต้องการสงิ่ ใดใน การเจริญเติบโตและการดำรงชีวติ (1) ข้นั ที่ 1 ขน้ั เตรยี มกิจกรรม เตรียมอปุ กรณก์ ารเรยี น สอ่ื การเรยี นการสอน ขั้นท่ี 2 ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น 1. ครูทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสัตว์ โดยใช้คำถาม ดังต่อไปน้ี 1.1 สตั วต์ อ้ งการสง่ิ ทจี่ ำเป็นใดบา้ งสำหรับการเจริญเติบโตและการดำรงชวี ติ (อาหาร นำ้ และอากาศ) 1.2 เราจะดูแลสัตว์ให้ได้รับสิ่งที่จำเปน็ ต่าง ๆ อย่างเหมาะสมได้อย่างไร (ให้อาหารที่เหมาะสมกับชนิดและขนาด ของสตั ว์ ใหน้ ำ้ สะอาดอยา่ ง เพียงพอ และใหอ้ ยใู่ นทีม่ อี ากาศถ่ายเทสะดวก) 2. ครูตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการ ดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยใช้คำถาม ดงั ตอ่ ไปนี้ 2.1 นักเรียนคิดว่าตัวเรามีการเจริญเติบโตหรือไม่ รู้ได้อย่างไร (นักเรียน ตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ตัว เรามีการเจรญิ เติบโต รู้ได้ จากนำ้ หนักและส่วนสงู ที่เพ่มิ ขน้ึ ขนาดลำตวั ใหญข่ ้นึ ) 2.2 อะไรคือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราเจริญเติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้ (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น อาหาร น้ำ อากาศ) 2.3 ในแตล่ ะวนั นักเรียนไดร้ บั สง่ิ ท่จี ำเปน็ ต่อการเจริญเตบิ โตและ การดำรงชวี ิตเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร (นกั เรียน ตอบตามความ เข้าใจของตนเอง เชน่ เหมาะสม เพราะเรารับประทานอาหารท่ีมี ประโยชน์ ครบถ้วน ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ และอยใู่ นที่ทมี่ อี ากาศ สะอาด) 3. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนเข้าสู่กิจกรรมที่ 1.2 โดยใช้คำถามว่า มนุษย์ต้องการสิ่งที่จำเป็นต่ อการ เจรญิ เติบโตและการดำรงชีวิตใดบ้าง ขนั้ ที่ 3 ขนั้ ดำเนนิ การสอน 4. นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม และทำเป็นคิดเป็น จากนั้นร่วมกันอภิปราย เพื่อตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับ จดุ ประสงคใ์ นการทำกจิ กรรม โดยใช้ คำถาม ดังนี้ 4.1 กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้เรียนเรื่องอะไร (สิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของมนุษย์) 4.2 นกั เรียนจะได้เรียนรูเ้ รื่องนีด้ ว้ ยวธิ ีใด (การรวบรวมข้อมลู ) 4.3 เมื่อเรียนแล้วนักเรียนจะทำอะไรได้ (บรรยายสิ่งที่จำเป็นต่อ การเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของมนุษย์ และบอกบอกแนวทางในการดแู ลสตั วใ์ ห้ได้รับสิง่ ทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การเจริญเตบิ โตและการดำรงชวี ติ อยา่ ง เหมาะสม 5. นักเรียนบันทึกจุดประสงคล์ งในแบบบนั ทึกกิจกรรม หนา้ 82 6. นักเรียนอ่านสิ่งที่ต้องใช้ในการทำกิจกรรม ถ้านักเรียนไม่รู้จักวัสดุ อุปกรณ์บางอย่าง ครูควรนำวัสดุอุปกรณ์ เหลา่ นัน้ มาแสดงใหด้ ู หรอื ถา้ นกั เรียนไมร่ ู้วธิ กี ารใช้อุปกรณ์ ครูควรแนะนำและสาธิตวิธีการใชอ้ ุปกรณ์ 7. นักเรียนอ่านทำอย่างไรทีละข้อ โดยครูใช้วิธีฝึกการอ่านที่เหมาะสมกับ ความสามารถของนักเรียน จากนั้นครู ตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับ วิธีการทำกิจกรรม จนนักเรียนเข้าใจลำดับการทำกิจกรรม (ครูอาจเขียน ขั้น ตอนการทำ กิจกรรมบนกระดาน) โดยครใู ชค้ ำถามดังน้ี 7.1 นักเรยี นต้องบนั ทึกขอ้ มูลอะไรบ้าง (น้ำหนกั และสว่ นสงู ของตนเอง เมือ่ อยรู่ ะดับชั้น ป.2) 7.2 สิง่ ท่จี ะตอ้ งทำตอ่ ไปคืออะไร (ชงั่ น้ำหนกั และวดั ส่วนสูง แลว้ หา ผลตา่ งของนำ้ หนกั และสว่ นสงู ระหวา่ งชนั้ ป.2 และ ป.3)

7.3 นักเรียนตอ้ งอภปิ รายเกี่ยวกับเร่ืองอะไร (สาเหตทุ ่ีทำให้นำ้ หนักและ สว่ นสงู ของตนเองและเพ่ือนเปลี่ยนแปลง ในเวลา 1 ปี) 7.4 นกั เรยี นตอ้ งอ่านใบความรเู้ รอื่ งอะไร (สิ่งทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การ เจรญิ เตบิ โตและการดำรงชีวติ ของมนุษย์) 7.5 เมื่ออ่านใบความรู้แล้ว นักเรียนต้องทำอะไรต่อไป (อภิปรายข้อมูล จากใบความรู้และวิเคราะห์ว่า ใน ชีวิตประจำวันของเราได้รับสิ่งที่ จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตเหมาะสมหรือไม่ และ บอกแนวทางในการ ดแู ลตนเองให้ได้รบั ส่งิ เหล่านัน้ อย่างเหมาะสม) ขนั้ ที่ 4 ขัน้ สรุป 8. เมื่อเรียนแล้วนักเรียนจะบรรยายสิ่งที่จำเป็นต่อ การเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของมนุษย์ และบอกบอก แนวทางในการดแู ลสัตว์ให้ไดร้ ับส่งิ ทจ่ี ำเปน็ ต่อการเจรญิ เตบิ โตและการดำรงชีวติ อย่าง เหมาะสม การวัดและการประเมนิ ผล วธิ ีวดั เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ เปา้ หมาย แบบบนั ทึกกจิ กรรม แบบบันทึกกิจกรรม นกั เรียนได้คะแนน / แบบประเมิน รอ้ ยละ 60 ขน้ึ ไป ด้านความรู้ (K) อธิบายสิง่ ท่จี ำเป็นต่อการเจริญ ประเมินการทำกจิ กรรมทักษะ แบบสงั เกต นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ เติบโตและการดำรงชีวติ ของมนุษย์ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดบั ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) พอใช้ขึ้นไป สงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นในการ สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมัน่ แบบประเมนิ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ ปฏิบัติกจิ กรรม การประเมินระดบั ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ในการทำงาน คุณลักษณะ พอใช้ข้นึ ไป ความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ระดับคุณภาพ 2 ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ความสามารถในการสื่อสาร พฤติกรรม การคิด การแก้ปญั หา การใชท้ กั ษะชีวติ ปัญหาและอปุ สรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา บันทึกหลังการสอน - นักเรยี นบางคนไมส่ ามารถทำไดด้ ้วย - อธบิ ายเพม่ิ เติมให้นักเรยี น ผลการจัดการเรยี นรู้ ตนเอง ด้านความรู้ (K) - นกั เรียนร้อยละ 98 อธบิ ายสิง่ ที่ - นกั เรยี นบางคนไมม่ สี มาธใิ นการเรียน - ครอู บรมตักเตอื น และให้นักเรยี นปฏบิ ตั ิ จำเป็นตอ่ การเจรญิ เติบโตและการ ใหมอ่ ีกครงั้ ดำรงชวี ติ ของมนุษยไ์ ด้ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - นกั เรียนบางคนไมม่ สี มาธิในการเรียน - ครอู บรมตักเตอื น และสงั เกตพฤติกรรมของ - นกั เรยี นร้อยละ 98 ตั้งใจปฏบิ ัติ นักเรียนใหมห่ ลังจากอบรมตักเตือนแล้ว กจิ กรรม ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) - นักเรยี นรอ้ ยละ 98 ความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่นั ในการทำงาน

ลงช่อื ผู้สอน (นายอิสรานุวัฒน์ ริดสมเงิน) ลงชือ่ ลงชอ่ื (นายอิสรานวุ ัฒน์ รดิ สมเงิน) (นางสาวสขุ ใจ ปรศี ริ )ิ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ลงชือ่ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพันธ์ุ) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนอรรถวิทย์ ชั่วโมงท่ี 4 เรือ่ ง : มนุษย์ต้องการสิ่งใดใน การเจริญเติบโตและการดำรงชวี ิต (2) ขัน้ ที่ 1 ข้ันเตรียมกจิ กรรม เตรียมอุปกรณ์การเรียน สือ่ การเรยี นการสอน ข้นั ท่ี 2 ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น 1. ครูให้นกั เรยี นอา่ นทำความเขา้ ใจวิธีการทำกจิ กรรมในทำอย่างไร อีกคร้งั ใหน้ กั เรยี นเริม่ ปฏิบตั ิตามขน้ั ตอนของ กจิ กรรม ข้ันท่ี 3 ขัน้ ดำเนินการสอน 2. หลงั จากทำกิจกรรมแล้ว ครใู หน้ กั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายผลการทำ กจิ กรรม โดยใช้คำถามดงั ต่อไปนี้ 2.1 จากระดับชัน้ ป.2 จนถงึ ปัจจบุ ัน น้ำหนักและสว่ นสงู ของนกั เรยี นมี การเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อยา่ งไร (นกั เรียน ตอบตามความเป็นจริง เช่น น้ำหนักและส่วนสูงมีการเปลี่ยนแปลง โดยน้ำหนักและส่วนสูง เพิ่มขึ้นจากระดับชั้น ป. 2) 2.2 ร่างกายของเรามีการเจริญเติบโตหรือไม่ รู้ได้อย่างไร (นักเรียนตอบ ตามความเข้าใจของตนเอง เช่น มี รู้ได้ จากการมีน้ำหนักและสว่ นสงู เพ่มิ ขนึ้ ) 2.3 เพราะเหตุใดร่างกายของเราจึงมีการเจริญเติบโต (นักเรียนตอบตาม ความเข้าใจของตนเอง เช่น เพราะเรา รับประทานอาหารที่มปี ระโยชน์อย่างครบถ้วนและหลากหลาย ดื่มน้ำสะอาดอย่าง เพียงพอ และอยู่ในที่ท่ีมีอากาศสะอาด และถ่ายเทสะดวก) 2.4 ส่ิงท่จี ำเปน็ ตอ่ การเจรญิ เติบโตและการดำรงชวี ิตของเรามีอะไรบา้ ง (อาหาร น้ำ และอากาศ) 2.5 อาหารมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร (ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ให้ พลงั งาน และชว่ ยให้ร่างกาย ทำงานไดอ้ ยา่ งปกติ) 2.6 เราควรรับประทานอาหารอย่างไรจึงจะเหมาะสมต่อการ เจริญเติบโตและการดำรงชีวิต (เราควรรับประทาน อาหารทมี่ ี ประโยชนใ์ หค้ รบถว้ นและหลากหลายในปรมิ าณท่เี หมาะสมกบั ความตอ้ งการของร่างกาย ไม่รบั ประทานอาหาร มากหรอื นอ้ ย เกนิ ไป ไม่รบั ประทานอาหารที่มีรสจัด และลดการรับประทาน อาหารทม่ี นี ำ้ มนั หรือไขมันเป็นส่วนประกอบ) 2.7 น้ำมปี ระโยชน์ต่อร่างกายของเราอยา่ งไร (ช่วยให้ร่างกาย เจริญเตบิ โตและดำรงชีวติ ไดอ้ ย่างปกติ) 2.8 เราไดร้ บั น้ำจากทใี่ ดบ้าง (จากการรบั ประทานอาหารและการดมื่ นำ้ สะอาด) 2.9 เราควรดมื่ นำ้ ต่อวันประมาณเทา่ ใดจึงจะเหมาะสม (ประมาณ 6-8 แกว้ ต่อวนั ) 2.10 เด็กชาย A (ชื่อนักเรียนชายที่มรี ปู ร่างใหญ่ที่สุดในหอ้ ง) กับ เด็กหญิง B (ชื่อนักเรยี นหญิงที่มีรูปร่างเลก็ ทีส่ ุด ในห้อง) ควรดื่มน้ำ ในปริมาณเท่ากันหรือไม่ เพราะเหตุใด (นักเรียนตอบตามความ เข้าใจของตนเอง ซึ่งควรตอบได้ว่า ไม่

เทา่ กนั ปริมาณนำ้ ทแี่ ตล่ ะ คนต้องการขึ้นอยกู่ ับปัจจยั ตา่ ง ๆ เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก กจิ กรรม ต่าง ๆ ทที่ ำ ซึง่ เดก็ ชาย A ควร ดืม่ นำ้ มากกวา่ เด็กหญิง B) 2.11 นอกจากอาหารและนำ้ แล้ว รา่ งกายของเรายงั ตอ้ งการสงิ่ ใด อีก (อากาศ) 2.12 อากาศทอ่ี ยูร่ อบตวั เรามีสิง่ ใดที่จำเปน็ ตอ่ ร่างกายของเรา (แก๊ส ออกซิเจน) 2.13 ทำอย่างไรจึงจะได้รับแก๊สออกซิเจนจากอากาศอย่างเพียงพอ (อยู่ ในสถานที่ที่มีอากาศสะอาดและถ่ายเท สะดวก) 2.14 นอกจากร่างกายได้รับสิ่งที่จำเป็นต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว เราควรทำ อย่างไรเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมี สขุ ภาพด ี(ออกกำลงั กายและ พักผอ่ นอยา่ งเพยี งพอ) 3. ครูเปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนซกั ถามในส่งิ ทอี่ ยากรู้เพิ่มเตมิ เกีย่ วกับสงิ่ ท่ี จำเป็นตอ่ การเจรญิ เติบโตและการดำรงชีวิต ของมนุษย์ จากนั้นร่วมกัน อภิปรายและลงข้อสรุปว่า ร่างกายของเรามีการเจริญเติบโต สังเกตได้ จากน้ำหนักและส่วนสงู เพิ่มขึ้น สิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการ ดำรงชีวิตของมนุษย์ ได้แก่ อาหาร น้ำ และอากาศ โดยอาหารช่วยให้ ร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และให้พลังงาน แก่ร่างกาย น้ำและอากาศช่วยให้ร่ างกายทำงานได้ อยา่ งปกติ ดงั น้ันจงึ ควรดูแลตนเองให้ไดร้ บั สงิ่ ทีจ่ ำเป็นเหล่านนั้ อยา่ งเหมาะสม (S13) 4. นักเรียนตอบคำถามใน ฉนั รอู้ ะไร และรว่ มกันอภิปรายเพื่อใหไ้ ด้แนว คำตอบท่ถี กู ตอ้ ง 5. นักเรียนสรุปสิ่งที่ได้เรยี นรู้ในกิจกรรมนี้ จากนั้นครูให้นักเรียนอ่าน ส่ิงที่ ได้เรียนรู้ และเปรียบเทียบกับข้อสรปุ ของตนเอง 6. ครูกระตุ้นให้นักเรียนฝึกตั้งคำถามเกีย่ วกับเรื่องที่สงสัยหรอื อยากรู้ เพิ่มเติมใน อยากรู้อีกว่า จากนั้นครูอาจสุ่ม นักเรียน 2-3 คน นำเสนอ คำถามของตนเองหน้าชั้นเรียน และให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย เกี่ยวกับคำถามที่นำเสนอ 7. ครูนำอภิปรายเพื่อให้นักเรียนทบทวนว่าได้ฝึกทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 อะไรบ้างและในขนั้ ตอนใด 8. นกั เรียนร่วมกันอ่านรู้อะไรในเร่ืองนี้ ในหนงั สือเรียนหน้า 89 ครูนำ อภิปรายเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ เรียนรู้ในเรื่องนี้ จากนั้นครู กระตุ้นให้นักเรียนตอบคำถามในช่วงท้ายของเนื้อเรื่อง ซึ่งเป็นคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การ เรียนเนื้อหาในบทถัดไป ดังนี้ “ในขณะที่มนุษย์ และสัตว์เจรญิ เตบิ โต ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง” นักเรียน สามารถตอบตามความเข้าใจของตนเอง ซ่งึ จะหาคำตอบได้ จากการเรยี นในบทต่อไป ข้นั ที่ 4 ข้ันสรุป 9. รา่ งกายของเรามกี ารเจรญิ เติบโต สงั เกตได้ จากนำ้ หนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้น สง่ิ ที่จำเปน็ ต่อการเจริญเติบโตและ การ ดำรงชีวติ ของมนษุ ย์ ได้แก่ อาหาร น้ำ และอากาศ โดยอาหารช่วยให้ รา่ งกายเจรญิ เตบิ โต แข็งแรง ซ่อมแซมส่วนท่ีสึก หรอ และให้พลังงาน แก่ร่างกาย น้ำและอากาศช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ ดังนั้นจึง ควรดูแลตนเองให้ได้รับสิ่งที่ จำเป็นเหลา่ น้นั อย่างเหมาะสม (S13) การวดั และการประเมินผล วิธีวดั เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การประเมิน เปา้ หมาย ตรวจแบบบันทกึ กจิ กรรม แบบบนั ทกึ กิจกรรม นักเรยี นได้คะแนน ดา้ นความรู้ (K) รอ้ ยละ 60 ข้นึ ไป - สิง่ ทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การเจรญิ เติบโต และการดำรงชวี ติ ของมนุษย์

ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ประเมินการทำกิจกรรมทักษะ แบบสงั เกต นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี นในการ กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดบั ปฏิบัติกจิ กรรม พอใช้ขึน้ ไป ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ มน่ั แบบประเมิน นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ ความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่น การประเมนิ ระดับ ในการทำงาน ในการทำงาน คุณลกั ษณะ พอใช้ขึ้นไป ระดบั คุณภาพ 2 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกป้ ญั หา การใช้ทกั ษะ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ชีวิต บนั ทกึ หลังการสอน พฤติกรรม ผลการจัดการเรียนรู้ ปญั หาและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา ด้านความรู้ (K) - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 บอกสง่ิ ท่ี - นักเรยี นบางคนไม่สามารถทำได้ดว้ ย - อธบิ ายเพม่ิ เติมให้นกั เรยี น จำเปน็ ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและการ ดำรงชีวิตของมนุษย์ได้ ตนเอง ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนร้อยละ 98 ตั้งใจปฏบิ ัติ - นักเรียนบางคนไมม่ สี มาธใิ นการเรียน - ครูอบรมตกั เตือน และใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ กจิ กรรม ใหมอ่ ีกคร้งั ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) - นักเรยี นบางคนไมม่ สี มาธิในการเรียน - ครอู บรมตักเตือน และสังเกตพฤติกรรม ของนักเรียนใหม่หลังจากอบรมตักเตือน - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 ความมีวนิ ัย แลว้ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน ลงชือ่ ผูส้ อน (นายอิสรานุวัฒน์ ริดสมเงิน) ลงช่อื ลงช่ือ (นายอสิ รานุวัฒน์ รดิ สมเงิน) (นางสาวสขุ ใจ ปรศี ริ )ิ หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลุม่ บริหารวิชาการ ลงชอื่ (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพนั ธ์ุ) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนอรรถวทิ ย์

ตาราง แสดงการวเิ คราะหท์ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามระดบั ความสามารถของนกั เรยี น โดยอาจใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ดังน้ี กระบวนการ รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ การบรรยาย S1 การสังเกต รายละเอยี ดของส่ิง ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1) ทีส่ ังเกต S8 การลงความเหน็ สามารถใชป้ ระสาท สามารถใช้ สามารถใช้ประสาท จากข้อมลู การลงความเหน็ จากข้อมูลว่าการ สัมผสั และแว่น ประสาทสมั ผสั สัมผสั และแวน่ ขยาย S13 การ สังเกตสิง่ ต่างๆ โดย ตีความหมายข้อมลู ใชแ้ ว่นขยายทำให้ ขยายเก็บ และแว่นขยาย เก็บรายละเอยี ด และลงข้อสรปุ ไดข้ ้อมลู ที่ชดั เจน และละเอยี ดว่าการ รายละเอียดข้อมลู เก็บรายละเอียด ข้อมลู ของสงิ่ ท่ี สงั เกตโดยใชต้ า เปล่า ของสิ่งทส่ี งั เกตได้ ขอ้ มลู ของสง่ิ ท่ี สังเกตได้เพยี ง การตคี วามหมาย ดว้ ยตนเอง โดยไม่ สังเกตได้ จากการ บางสว่ นแม้วา่ จะได้ ข้อมูลจากการ สงั เกตและการ เพมิ่ ความคดิ เห็น ชแ้ี นะของครหู รือ รบั คำช้แี นะจากครู ผอู้ ื่นหรือมีการ หรอื ผอู้ ืน่ เพิ่มเติมความ คดิ เหน็ สามารถลง สามารถลง ลงความเหน็ จาก ความเหน็ จาก ความเหน็ จาก ขอ้ มูลว่าการสงั เกต ข้อมูลว่าการสังเกต ข้อมลู ว่าการ สิ่งตา่ งๆ โดยใชแ้ ว่น สิ่งต่างๆ โดยใช้แวน่ สงั เกตสิ่งตา่ งๆ ขยายทำให้ได้ข้อมูล ขยายทำให้ได้ข้อมลู โดยใช้แว่นขยาย ท่ที แี่ ตกต่างจากการ ที่ชดั เจนและ ทำให้ได้ข้อมลู ที่ สังเกตโดยใช้ตา ละเอียดว่าการ ชัดเจนและ เปล่าแต่ไม่สามารถ สังเกตโดยใช้ตา ละเอยี ดว่าการ บอกไดว้ า่ แตกต่าง เปล่าไดอ้ ยา่ ง สงั เกตโดยใชต้ า อยา่ งไร แมจ้ ะได้ ถูกต้องและชดั เจน เปลา่ ลงความเห็น รับคำช้ีแนะจากครู ได้ดว้ ยตนเอง ได้อย่างถกู ต้อง หรือผอู้ น่ื และชัดเจนจาก การชแี้ นะของครู หรือผ้อู ื่น สามารถ สามารถ สามารถ ตคี วามหมายข้อมลู ตีความหมาย ตีความหมายข้อมูล จากการสงั เกตและ ขอ้ มลู จากการ จากการสังเกตและ

อภปิ รายไดว้ า่ การอภิปรายไดว้ ่า สงั เกตและการ การอภปิ รายไดว้ า่ ลักษณะของ ลกั ษณะของ อภิปรายได้วา่ ลกั ษณะของ สิ่งมชี วี ติ เมื่อสงั เกต สงิ่ มชี วี ิตเมื่อสังเกต ลกั ษณะของ สงิ่ มีชวี ิตเมื่อสงั เกต ด้วยตาเปลา่ และใช้ ด้วยตาเปลา่ และใช้ สงิ่ มชี ีวติ เมือ่ ด้วยตาเปล่าและใช้ แวน่ ขยายมลี กั ษณะ แว่นขยายมีลักษณะ สังเกตดว้ ยตา แว่นขยายได้เพยี ง บางอยา่ งเหมือนกนั บางอยา่ งเหมือนกัน เปล่าและใชแ้ วน่ บางส่าวนและลง และลักษณะ และลกั ษณะ ขยายมลี ักษณะ ขอ้ สรุปได้ไม่สมบรู ณ์ บางอย่างแตกต่าง บางอย่างแตกต่าง บางอยา่ ง แม้วา่ จะได้รับคำ กนั และลงข้อสรปุ กันและลงขอ้ สรปุ เหมอื นกนั และ ช้ีแนะจากครหู รือ ไดว้ า่ การสังเกตสงิ่ ไดว้ า่ การสังเกตส่งิ ลกั ษณะบางอยา่ ง ผู้อนื่ ตา่ งๆ โดยใช้แว่น ตา่ งๆ โดยใชแ้ ว่น แตกตา่ งกนั และ ขยายทำให้ไดข้ ้อมลู ขยายทำให้ไดข้ ้อมลู ลงขอ้ สรุปไดว้ า่ ทช่ี ดั เจนและ ทชี่ ดั เจนและ การสังเกตสง่ิ รายละเอยี ดกวา่ รายละเอียดกว่า ต่างๆ โดยใชแ้ ว่น การสงั เกตดว้ ยตา การสังเกตด้วยตา ขยายทำให้ได้ เปล่า เปลา่ ได้ด้วยตนเอง ขอ้ มูลทช่ี ัดเจน และรายละเอยี ด กวา่ การสังเกต ดว้ ยตาเปล่าจาก การชแี้ นะของครู หรือผู้อื่น ตาราง แสดงการวิเคราะหท์ ักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ตามระดับความสามารถของนกั เรียน โดยอาจใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ดงั นี้ กระบวนการ รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) C4 การสอื่ สาร การนำเสนอ นำเสนอข้อมลู นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมลู จาก ขอ้ มูลจากการ จากการสงั เกต จากการสงั เกต การสงั เกตลกั ษณะ สงั เกตลักษณะ ลกั ษณะของสิง่ ลกั ษณะของสงิ่ ของสิ่งต่างๆ ใน ของสง่ิ ต่างๆ ใน ตา่ งๆ ในรปู แบบ ตา่ งๆ ในรูปแบบ รปู แบบของรปู วาด รูปแบบของรปู ของรปู วาดให้ ของรปู วาดให้ ใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจได้ วาดใหผ้ อู้ นื่ เข้าใจ ผอู้ น่ื เข้าใจได้ ผอู้ น่ื เขา้ ใจได้ เพยี งบางส่วน อย่างถูกต้องและ อยา่ งถูกต้อง และ แมว้ ่าจะไดร้ ับคำ

รวดเรว็ ได้ด้วย รวดเร็วจากการ ช้แี นะจากครูหรือ ตนเอง ชแี้ นะของครหู รือ ผอู้ ืน่ ผูอ้ นื่ C5 ความรว่ มมือ การทำงาน สามารถทำงาน สามารถทำงาน สามารถทำงาน รว่ มกบั ผู้อื่นและ ร่วมกับผู้อืน่ ได้ดี ร่วมกับผอู้ ่นื และ รว่ มกับผูอ้ ื่นไดบ้ ้าง การแสดงความ มสี ่วนรว่ มในการ การแสดงความ แตไ่ ม่ค่อยแสดง คิดเห็นเกีย่ วกบั แสดงความ คดิ เห็นเกย่ี วกับ ความคดิ เห็น ประโยชนข์ องการ คิดเห็นเกย่ี วกับ ประโยชนข์ องการ เก่ียวกบั ประโยชน์ ใชแ้ วน่ ขยายใน ประโยชนข์ องการ ใช้แวน่ ขยายใน ของการใชแ้ ว่น การสังเกตส่ิง ใช้แว่นขยายใน การสังเกตสงิ่ ขยายในการสังเกต ตา่ งๆ รวมท้ัง การสงั เกตส่งิ ตา่ งๆ รวมท้ัง สิง่ ต่างๆ รวมทงั้ ยอมรบั ความ ต่างๆ รวมทง้ั ยอมรับความ ยอมรบั ความ คดิ เห็นของผอู้ น่ื ยอมรบั ความ คดิ เห็นของผ้อู น่ื คดิ เหน็ ของผู้อน่ื คดิ เห็นของผู้อ่นื เป็นบางชว่ งเวลา ตลอดชว่ งเวลา ของการทำ ของการทำ กิจกรรม กิจกรรม การประเมินจากการทำกิจกรรม 1 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรุง ระดบั คะแนน ระดับคะแนน 3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ รหสั สง่ิ ทป่ี ระเมนิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ S1 การสังเกต S8 การลงความเหน็ จากข้อมลู S13 การตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 C4 การสื่อสาร C5 ความรว่ มมอื

แผนการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ท่ี 12 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ : ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ช่ือรายวชิ า : วิทยาศาสตร์ 3 รหัสวชิ า: ว 13101 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 อากาศและชีวิตของสตั ว์ เวลา : 4 ช่ัวโมง 1. สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั มาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรยี นรู้ ว 1.2 ป.3/3 สร้างแบบจำลองทบ่ี รรยายวฏั จักรชีวติ ของ สัตว์ และเปรยี บเทียบวฏั จกั รชวี ิตของสตั ว์ บางชนิด ว 1.2 ป.3/1 บรรยายสิ่งทจ่ี ำเปน็ ต่อการดำรงชีวิตและการ เจรญิ เติบโตของมนุษยแ์ ละสัตว์ โดยใชข้ อ้ มูล ที่ รวบรวมได้ 2. สาระสำคัญ สัตว์เมื่อเป็นตัวเต็มวัยจะสืบพันธุ์มีลูก เมื่อลูก เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยก็สืบพันธุ์มีลูกต่อไ ปได้อีก หมุนเวียน ต่อเนอื่ งเปน็ วัฏจักรชีวติ ของสัตว์ ซึ่งสัตว์ แตล่ ะชนดิ เชน่ ผเี ส้ือ กบ ไก่ มนษุ ย์จะมวี ัฏจกั รชวี ติ ท่ี เฉพาะ และแตกตา่ งกัน 3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดา้ น K 1. รวบรวมขอ้ มลู และสรา้ งแบบจำลองที่บรรยาย วฏั จักรชีวิตของสัตว์ 2. เปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสตั วช์ นิดต่าง ๆ 3. อภปิ รายและบอกแนวทางการไม่ทำใหว้ ฏั จักรชีวิต ของสตั ว์เปล่ียนแปลง ด้าน P - มีทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดา้ น A - มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ 4. สาระการเรยี นรู้ - วัฏจักรชีวติ ของสัตว์ที่เปลย่ี นแปลง 5. ทักษะกระบวนการ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 1. การสังเกต 2. การจำแนกประเภท 3. การลงความเห็นจากขอ้ มูล 4. การตคี วามหมายขอ้ มูลและลงข้อสรุป 6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. ใฝเ่ รียนรู้ 2. อยู่อย่าง 3. มุ่งม่ันในการทำงาน 7. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน 1) ความสามารถในการสอื่ สาร 2) ความสามารถในการคดิ 3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา

4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ 8. บูรณาการสาระท้องถน่ิ /สวนพฤกษศาสตร์ - 9. หลักฐานการเรยี นรู้ (ช้ินงาน/ภาระงาน) 1. แบบบนั ทึกกิจกรรม 10.สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ 1. หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 สสวท. 2. แบบบันทกึ กจิ กรรม 3. แบบทดสอบ 4. แหล่งเรียนรู้ เช่น หนังสือ วารสาร อนิ เทอรเ์ นต็ 11. กิจกรรมการเรยี นรู้ ช่ัวโมงที่ 1 เร่อื ง : วัฏจักรชีวิตของสัตว์ ข้นั ที่ 1 ขั้นเตรียมกิจกรรม เตรียมอุปกรณ์การเรยี น ส่ือการเรยี นการสอน ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรยี น 1. ครูตรวจสอบความรูเ้ ดมิ เก่ียวกบั วฏั จกั รชวี ิตของสัตว์ โดยใช้คำถามดงั นี้ 1.1 เมื่อลูกเจี๊ยบฟักออกมาจากไข่ ลูกเจี๊ยบจะเจริญเติบโตไปเป็นอะไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ลกู เจยี๊ บจะ เจรญิ เติบโตไปเปน็ ไกต่ ัวเตม็ วัย) 1.2 ในขณะเจริญเตบิ โต รา่ งกายของลูกเจย๊ี บมีการเปลย่ี นแปลงหรือไม่ อยา่ งไร (นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจของ ตนเอง เช่น มกี าร เปลี่ยนแปลง โดยลูกเจี๊ยบจะมขี นาดลำตวั ใหญ่ข้ึน ขนแข็งข้ึน สีขน เปลย่ี นแปลง) 1.3 นกั เรยี นเคยสังเกตลูกสัตว์อ่ืน ๆ อีกหรือไม่ และคิดวา่ ลูกสตั ว์ เหลา่ น้นั เจริญเติบโตไปเปน็ อะไร (นักเรียนตอบ ตามความเข้าใจของ ตนเอง เช่น เคยเหน็ ลูกสุนัข โดยลกู สุนขั เจริญเติบโตไปเปน็ สุนัข ท่ีมขี นาดตวั ใหญข่ น้ึ ) 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนสู่การเรียนเรื่องวัฏจักรชีวิตของสัตว์ โดยใช้คำถามว่า ในขณะเจริญเติบโต รูปรา่ งลกั ษณะและการดำรงชีวิต ของสตั ว์ชนดิ ต่าง ๆ มีการเปล่ียนแปลงหรือไม่ อยา่ งไร ข้ันที่ 3 ขนั้ ดำเนนิ การสอน 3. ครูให้นักเรียนอ่านชื่อเรื่อง และคิดก่อนอ่าน ในหนังสือเรียน หน้า 91 จากนั้นร่วมกันอภิปรายเพื่อหาแนว คำตอบและนำเสนอ ครูบันทึกคำตอบ ของนักเรียนบนกระดานเพ่อื ใชเ้ ปรยี บเทยี บคำตอบหลังการอา่ นเรื่อง 4. นักเรียนอ่านคำสำคัญ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (หากนักเรียนอ่าน ไม่ได้ ครูควรสอนอ่านให้ถูกต้อง) จากนั้นครชู กั ชวนใหน้ กั เรยี นอธิบาย ความหมายของคำสำคญั ตามความเขา้ ใจของตนเอง 5. นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องในหนังสือเรียน หน้า 91 โดยครูฝึกทักษะการอ่าน ตามวิธีการอ่านที่เหมาะสมกับ ความสามารถของนกั เรยี น ครตู รวจสอบ ความเข้าใจจากการอา่ น โดยใชค้ ำถามดงั นี้ 5.1 ขา้ วตเู ลย้ี งสตั วช์ นิดใด (สนุ ขั ) 5.2 สุนัขของข้าวตูมีการเจริญเติบโตหรือไม่ อย่างไร (สุนัขมีการ เจริญเติบโต โดยสุนัขมีขนาดลำตัวใหญ่ขึ้น) 5.3 ข้าวตูเลี้ยงดูสุนัขอย่างไร สุนัขจึงสามารถเจริญเติบโตและดำรงชีวิต อยู่ได้ (ข้าวตูให้อาหารและน้ำอย่าง เพยี งพอ และสร้างบา้ นใหส้ นุ ัข ในบรเิ วณทีม่ ีอากาศถ่ายเทสะดวก) 5.4 ขณะที่ลูกสุนัขเจริญเติบโต สุนัขมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง (สุนัขมีขนาดลำตัวใหญ่ขึ้น เมื่อถึงระยะหน่ึง

สนุ ขั พร้อมจะสืบพนั ธ์ุ เพือ่ มลี ูกต่อไป) 5.5 ผลทเ่ี กดิ จากการสืบพันธ์ขุ องสุนัข คืออะไร (จะไดล้ กู สนุ ัขตัวเล็ก) 5.6 รปู รา่ งลกั ษณะของลูกสนุ ัขเหมือนหรือแตกต่างจากสุนัขตวั เตม็ วัย (เหมอื นกัน คือ ลกู สุนขั จะมีรูปร่างลักษณะ เหมอื นกับสนุ ขั ตวั เต็มวัย แต่จะมีขนาดเลก็ กวา่ สุนขั ตัวเต็มวยั ) 5.7 การเปลี่ยนแปลงของสุนัขขณะเจริญเติบโตเป็นวัฏจักรชีวิตหรือไม่ อย่างไร (เป็นวัฏจักรชีวิต สุนัขที่ เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยจะสืบพันธุ์ และมีลูก เมื่อลูกสุนัขเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยก็จะสืบพันธุ์และมี ลูกต่อไปอีก หมนุ เวียนเปน็ แบบรปู คงทซ่ี ำ้ เดมิ อย่างต่อเนอ่ื งเป็น วัฏจักรชีวิตของสุนัข) 5.8 นักเรยี นสามารถเขียนแผนภาพวัฏจักรชีวิตของสนุ ัขไดอ้ ยา่ งไร ลกู สุนัข สนุ ขั ตวั เต็มวยั ครูอาจสุ่มนักเรียน 2-3 คน ออกมาเขียนแผนภาพวัฏจักรชีวิต ของสุนัขบนกระดาน ถ้านักเรียนเขียนไม่ได้ครูควรอธิบาย เพิ่มเติม เกี่ยวกับการเขียนวัฏจักรชีวิต หรืออาจนำแผนภาพวัฏจักรชีวิตของ พืชที่เคยเรียนผ่านมาในระดับชั้น ป.2 มาให้ นักเรยี นดอู ีกครง้ั 5.9 นอกจากสนุ ขั แลว้ สตั วช์ นดิ อน่ื ๆ มีวฏั จักรชวี ติ หรอื ไม่ (สตั วช์ นิด อ่นื ๆ ก็มวี ฏั จักรชวี ิตเช่นกัน) ขั้นที่ 4 ขน้ั สรุป 6. ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่อ่าน ซึ่งควรสรุปได้ว่า ในขณะ เจริญเติบโตสัตว์ชนิดต่าง ๆ จะมีการ เปลี่ยนแปลงรปู ร่างลักษณะ โดย สตั วท์ ่เี จริญเตบิ โตจนเป็นตวั เต็มวยั จะมกี ารสืบพันธ์ุและมลี ูก เมือ่ ลกู เจริญเตบิ โตตอ่ ไปจน เปน็ ตวั เตม็ วยั ก็จะสืบพันธแ์ุ ละมีลกู ตอ่ ไปอีก หมุนเวยี นเป็นแบบรปู คงทีซ่ ้ำเดมิ อย่างตอ่ เน่อื งเป็นวัฏจักรชีวติ ของสัตว์ 7. นกั เรียนตอบคำถามในรู้หรือยงั ในแบบบนั ทึกกิจกรรม หนา้ 86 8. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อเปรียบเทียบคำตอบของนักเรียนใน รู้หรือยัง กับคำตอบที่เคยตอบและ บันทกึ ไวใ้ นคิดก่อนอ่าน 9. ครูใหน้ ักเรยี นตอบคำถามท้ายเร่ืองที่อ่าน ดังนี้ วัฏจกั รชีวติ ของสตั ว์ ชนิดตา่ ง ๆ เหมือนหรอื แตกตา่ งกนั อย่างไร (นักเรียนตอบคำถามตาม ความเข้าใจของตนเอง) ครูยังไม่เฉลยคำตอบแต่ชักชวนให้นักเรียนหาคำตอบจากการทำ กจิ กรรม การวัดและการประเมนิ ผล เป้าหมาย วิธีวดั เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน แบบบันทกึ กจิ กรรม นกั เรียนได้คะแนน ด้านความรู้ (K) ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม ร้อยละ 60 ข้ึนไป รวบรวมขอ้ มูลและสร้างแบบจำลอง ทีบ่ รรยายวฏั จักรชวี ิตของสัตว์ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสังเกต นักเรียนผา่ นเกณฑ์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดบั สงั เกตพฤตกิ รรมนักเรียนในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พอใช้ขนึ้ ไป ปฏิบัติกิจกรรม

ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) สังเกตความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมั่น แบบประเมิน นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ ความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ การประเมนิ ระดบั ในการทำงาน ในการทำงาน คุณลักษณะ พอใช้ขน้ึ ไป ระดับคุณภาพ 2 ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน อนั พงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ 1) ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแกป้ ัญหา การใชท้ ักษะ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ชวี ติ พฤติกรรม บันทึกหลังการสอน ปัญหาและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา ผลการจดั การเรยี นรู้ - นักเรียนบางคนไม่สามารถทำได้ด้วย - อธบิ ายเพ่มิ เติมใหน้ กั เรียน ดา้ นความรู้ (K) - นกั เรยี นร้อยละ 98 รวบรวม ตนเอง ข้อมลู และสรา้ งแบบจำลองที่ บรรยายวัฏจกั รชวี ติ ของสตั ว์ได้ - นักเรยี นบางคนไม่มีสมาธใิ นการเรียน - ครอู บรมตักเตอื น และใหน้ ักเรยี นปฏบิ ัติ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ใหมอ่ ีกครัง้ - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 ตั้งใจปฏบิ ัติ กจิ กรรม - นักเรยี นบางคนไมม่ ีสมาธิในการเรียน - ครอู บรมตักเตอื น และสงั เกตพฤติกรรม ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) ของนักเรยี นใหม่หลงั จากอบรมตกั เตือน - นกั เรยี นร้อยละ 98 ความมีวนิ ยั แลว้ ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ันในการทำงาน ลงชอ่ื ผสู้ อน (นายอสิ รานวุ ฒั น์ ริดสมเงนิ ) ลงชอื่ ลงช่ือ (นายอิสรานุวัฒน์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสขุ ใจ ปรีศริ ิ) หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รองผูอ้ ำนวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ ลงชือ่ (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพนั ธุ์) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนอรรถวทิ ย์

ช่วั โมงท่ี 2 เรือ่ ง : วัฏจักรชีวติ ของสัตว์เป็นอยา่ งไร (1) ขนั้ ท่ี 1 ขั้นเตรียมกจิ กรรม เตรียมอุปกรณก์ ารเรียน สื่อการเรยี นการสอน ข้ันท่ี 2 ขั้นนำเข้าส่บู ทเรียน 1. ครูตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตของสัตว์ โดยนำ รูปหนอนชนิดหนึ่งมาให้นักเรียนดู จากนั้นอภิปรายโดยใช้คำถามดงั นี้ 1.1 รปู น้เี ปน็ สิ่งมชี วี ิตชนดิ ใด (นกั เรียนตอบตามประสบการณข์ อง ตนเอง เช่น สตั ว์ หนอน หนอนผเี สื้อ) 1.2 หนอนเกดิ มาได้อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง เชน่ หนอนฟกั ออกมาจากไข่) 1.3 หนอนมีการเจริญเติบโตหรือไม่ ถา้ มี เม่ือหนอนเจริญเติบโตจะมี การเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง (นักเรียนตอบ ตามความเข้าใจของ ตนเอง เช่น หนอนมีการเจรญิ เติบโต โดยเปล่ียนเป็นดกั แด้ หรือ เปลยี่ นเป็นแมลงวนั ) 1.4 นกั เรียนคดิ วา่ หนอนมวี ัฏจักรชวี ติ หรือไม่ อยา่ งไร (นักเรยี นตอบ ตามความเขา้ ใจของตนเอง เช่น หนอนมีวัฏ จักรชีวิต เมื่อหนอน เจริญเติบโตต่อไปจะเปลี่ยนเป็นดักแด้ ดักแด้เจริญเติบโตไปเป็น ผีเสื้อตัวเต็มวัย เมื่อผีเสื้อตัวเต็มวัย สืบพนั ธุ์จะวางไข่ จากนน้ั ไขจ่ ะ ฟักออกมาเปน็ หนอนอกี ครั้ง หมุนเวียนอย่างต่อเนอ่ื งเป็นวัฏจกั ร ชีวติ ) 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนเข้าสูก่ ิจกรรมที่ 2 โดยใช้คำถามว่า วัฏจักรชีวิตของหนอนและสัตว์ชนดิ อนื่ ๆ เปน็ อย่างไร ขน้ั ที่ 3 ขั้นดำเนินการสอน 3. นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม และทำเป็นคิดเป็น จากนั้นร่วมกันอภิปราย เพื่อตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับ จดุ ประสงคใ์ นการทำกิจกรรม โดยครู ใช้คำถาม ดงั นี้ 3.1 กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้เรียนเรื่องอะไร (วัฏจักรชีวิตของสัตว์และ การไม่ทำให้วัฏจักรชีวิตของสัตว์ เปล่ียนแปลง) 3.2 นกั เรยี นจะไดเ้ รยี นรเู้ ร่ืองน้ดี ้วยวธิ ใี ด (การรวบรวมข้อมูลและ การสรา้ งแบบจำลอง) 3.3 เม่อื เรียนแล้วนกั เรียนจะทำอะไรได้ (บรรยายวัฏจกั รชวี ิตของสัตว์ เปรยี บเทยี บวัฏจกั รชวี ติ ของสัตว์ชนิดตา่ ง ๆ และบอกแนวทางการ ไมท่ ำให้วฏั จักรชีวิตของสัตวเ์ ปล่ียนแปลง) 4. นักเรียนบันทึกจุดประสงค์ตอนที่ 1 ลงในแบบบันทึกกิจกรรม หน้า 86 และจุดประสงค์ตอนที่ 2 ลงในแบบ บนั ทกึ กิจกรรม หน้า 90 5. นักเรยี นอา่ นสงิ่ ทต่ี ้องใชใ้ นการทำกิจกรรม โดยครนู ำวสั ดอุ ปุ กรณท์ ใ่ี ช้ใน กจิ กรรมมาแสดงใหน้ ักเรียนดู 6. นักเรยี นอา่ นทำอยา่ งไร ตอนที่ 1 ทลี ะขอ้ โดยครฝู กึ การอ่านตามความ เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน จากนั้นร่วมกันอภิปรายเพ่ือสรปุ ขัน้ ตอนการทำกิจกรรม โดยครูใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี 6.1 นักเรียนต้องสังเกตบัตรภาพแสดงการเจริญเติบโตในระยะต่าง ๆ ของสัตว์ชนิดใดบ้าง (มนุษย์ ไก่ และผีเส้ือ ไหม) 6.2 เมื่อสังเกตบัตรภาพแล้ว นักเรียนต้องทำอะไร (จับคู่บัตรภาพแสดง การเจริญเติบโตของมนุษย์ ไก่ และผีเสื้อ ไหม กบั บัตรคำ) 6.3 เมื่อจับคู่บัตรภาพกับบัตรคำแล้ว นักเรียนต้องอภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง อะไร (การเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะ การกินอาหาร และแหลง่ ทอี่ ยู่ขณะเจรญิ เติบโตของมนษุ ย์ ไก่ และผีเสื้อไหม) 6.4 นักเรียนต้องเขียนแผนภาพและนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องอะไร (วัฏจักร ชีวิตของมนุษย์ ไก่ และผีเสื้อไหม) 6.5 นกั เรยี นตอ้ งอภิปรายและเปรียบเทียบเกี่ยวกบั เรื่องอะไรบ้าง (รปู ร่างลกั ษณะ การกนิ อาหาร และแหล่งท่ีอยู่)

7. เม่ือนักเรยี นเข้าใจวิธีการทำกจิ กรรมในทำอย่างไรแลว้ ให้นกั เรียนเร่มิ ปฏบิ ัตติ ามขนั้ ตอนของกิจกรรม 8. หลงั จากทำกจิ กรรมแลว้ ครูนำอภิปรายผลการทำกจิ กรรม โดยใช้คำถาม ดังต่อไปนี้ 8.1 นักเรียนเข้าใจคำว่าแรกเกิดว่าอย่างไร (นักเรียนตอบตามความ เข้าใจของตนเอง ถ้านักเรียนยังตอบไมไ่ ด้ ครู อาจให้ความรู้เพิ่มเติม ว่า แรกเกิด เป็นระยะที่เมื่อมนุษย์คลอดออกมาจากท้องแม่ หรือ สัตว์ฟักออกมาจากไข่ หรือสัตว์ คลอดออกมาจากท้องแม่) 8.2 ลำดับการเปลย่ี นแปลงรปู รา่ งลักษณะ การกนิ อาหาร และแหลง่ ท่ี อย่ขู องมนษุ ย์เป็นอยา่ งไร (มนุษยใ์ นวัยแรก เกิดจะเจริญเติบโตขึ้น ตามวัยจนเป็นมนุษย์ตัวเต็มวัยที่สามารถสืบพันธุ์และมีลูกได้ รูปร่าง ลักษณะ การกินอาหาร และ แหล่งท่ีอยู่ของมนุษยใ์ นแต่ละระยะจะ คล้ายกัน แตม่ นษุ ยใ์ นวยั แรกเกิดจะมขี นาดเลก็ กว่า ดืม่ นมเปน็ อาหาร แต่เมื่อโตขึ้น จะกนิ อาหารไดห้ ลากหลายประเภท เชน่ เดยี วกบั ตวั เต็มวยั มบี ้านเปน็ ทอี่ ยู่อาศัย) 8.3 เขียนแผนภาพวัฏจกั รชีวติ ของมนุษย์ไดอ้ ยา่ งไร 8.4 ลำดับการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งที่ อยู่ของไก่เป็นอย่างไร (เมื่อไก่ตัวเต็มวัย สืบพันธุ์จะวางไข่บนกองฟาง หรือพื้นดิน ไข่มีรูปร่างคล้ายวงรี ภายในมีตัวอ่อนที่มีรูปร่างลกั ษณะ คล้ายไก่ตัวเต็มวัย ใช้ไข่ แดงเป็นอาหาร ต่อมาตัวอ่อนจะฟักออกมา เป็นลูกเจ๊ียบและเจริญเติบโตตอ่ ไปเปน็ ไกต่ ัวเต็มวัย ลูกเจี๊ยบมี รูปร่างลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งที่อยู่คล้ายไก่ตัวเต็มวัย กิน ได้ทั้งพืชและสัตว์ คุ้ยเขี่ยหาอาหารบนพื้นดิน แต่ลูกเจี๊ยบจะมีขนาด เลก็ กว่า) 8.5 เขยี นแผนภาพวัฏจกั รชวี ิตของไกไ่ ด้อยา่ งไร

8.6 ลำดบั การเปลย่ี นแปลงรูปร่างลักษณะ การกนิ อาหาร และแหลง่ ที่ อยู่ของผเี ส้ือไหมเป็นอย่างไร (เมื่อผีเสื้อไหม ตวั เต็มวยั สบื พนั ธจ์ุ ะ วางไข่ ไขม่ ีลักษณะกลม ขนาดเลก็ ภายในมีตวั ออ่ นและอาหาร สำหรับเลี้ยงตัวอ่อน จากน้ันหนอนจะ ฟักออกมาจากไข่ มีลำตัวเป็น ปล้อง กินใบหม่อนเป็นอาหาร แล้วหนอนจะเจริญเติบโตต่อไปเป็น ดักแด้ มีลักษณะกลมรี ไม่กินอาหาร ต่อมาดักแด้จะเจริญเติบโต ต่อไปเป็นผีเสื้อไหมตัวเต็มวัย มีลำตัวเป็นปล้อง มีปีก 2 ข้าง ไม่กิน อาหาร สามารถสบื พนั ธแ์ุ ละวางไข่ได้) 8.7 เขียนแผนภาพวฏั จักรชวี ติ ของผเี สือ้ ไหมไดอ้ ย่างไร 8.8 สัตว์ชนิดใดบ้างที่มีวัฏจักรชีวิตแบบไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งที่อยู่ ในขณะเจริญเตบิ โตต้งั แต่ แรกเกิดจนเป็นตัวเตม็ วยั (ไกแ่ ละมนษุ ย์) 8.9 วัฏจักรชีวิตของมนุษย์และไก่ เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร (สิ่งที่ แตกต่างกัน คือ รูปร่างลักษณะ การกิน อาหาร และแหล่งที่อยูใ่ นวัฏ จักรชีวิตของมนุษย์แตกต่างกับวัฏจักรชีวิตของไก่ แต่สิ่งทีเ่ หมือนกัน คือ ในขณะเจริญเติบโต ตั้งแต่แรกเกิดจนเป็นตัวเต็มวัย มนุษย์และ ไก่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะ การกินอาหาร และแหล่ง ที่อยู่) 8.10 วัฏจักรชีวิตของไก่และผีเสื้อไหมแตกต่างกันอย่างไร (รูปร่าง ลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งที่อยู่ในวัฏ จักรชีวิตของไก่จะ แตกต่างกับวัฏจักรชวี ิตของผีเสื้อไหม และในขณะเจริญเตบิ โต ตั้งแต่ออกจากไข่จนเปน็ ตัวเต็มวยั ไก่จะ ไมม่ กี ารเปล่ียนแปลง รปู ร่างลกั ษณะ การกินอาหาร และแหลง่ ท่ีอยู่ แตผ่ เี ส้ือไหมมกี าร เปล่ียนแปลงดังกล่าว) 8.11 นอกจากไก่และมนุษย์ นักเรียนคิดว่ามีสัตว์อะไรอีกบ้างที่ไม่มีการ เปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะ การกิน อาหาร และแหล่งทอ่ี ยู่ตง้ั แต่ แรกเกดิ จนเปน็ ตวั เต็มวัย ร้ไู ดอ้ ยา่ งไร (นักเรียนตอบตามความคิด ของตนเอง ซึ่งครูอาจจะให้ นกั เรยี นยกตัวอย่างสัตวท์ ่ีเคยพบเห็น ในชวี ิตประจำวนั เช่น สุนขั แมว นก ปลาหางนกยูง โดยร้ไู ดจ้ าก การท่ีสัตว์เหล่าน้ัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะ การกิน อาหาร และแหล่งที่อยู่ในขณะเจริญเติบโต ซึ่งลูกของสัตว์เหล่านั้น มีรูปร่าง ลกั ษณะคลา้ ยกับสตั วต์ ัวเต็มวัย แต่มขี นาดเลก็ กวา่ ) 8.12 นอกจากผีเสอ้ื ไหม นักเรยี นคดิ ว่ามสี ัตว์อะไรอีกบา้ งท่ีมีการ เปล่ยี นแปลงรูปรา่ งลกั ษณะ การกินอาหาร และ แหล่งที่อยู่ตั้งแต่ แรกเกิดจนเป็นตัวเต็มวัย รู้ได้อย่างไร (นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง ซึ่งครูอาจจะให้นักเรียน ยกตัวอย่างสัตว์ที่เคยพบเห็น ในชีวิตประจำวัน เช่น ยุง กบ โดยรู้ได้จากการที่สัตว์เหล่านั้นมีการ เปลี่ยนแปลงรูปร่าง ลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งที่อยู่ในขณะ เจริญเติบโต) เม่ือนักเรียนตอบคำถามข้อ 8.11-8.12 แล้ว ครูอาจจะให้ นักเรียนเขียนวฏั จักรชีวติ ของสัตว์ท่ีนกั เรียนยกตวั อย่าง โดยครู อาจใหค้ ำแนะนำเพิ่มเติมเก่ียวกบั วัฏจักรชีวิตของสัตว์ชนิด นนั้ ๆ 9. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามในสิ่งที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฏจักร ชีวิตของสัตว์ จากนั้นร่วมกันอภิปราย และลงขอ้ สรุปว่า สตั วช์ นิดต่าง ๆ มวี ฏั จักรชีวติ ทมี่ ลี ักษณะเฉพาะและแตกต่างกัน โดยสตั ว์บางชนดิ จะมี การเปล่ียนแปลง รูปร่างลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งที่อยู่ในขณะ เจริญเติบโต แต่สัตว์บางชนิดไม่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ( S13) 10. นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร ตอนที่ 1 และร่วมกนั อภปิ รายเพ่อื ให้ ไดแ้ นวคำตอบที่ถูกตอ้ ง ข้นั ที่ 4 ข้ันสรุป 11.สัตว์ชนิดตา่ ง ๆ มวี ัฏจักรชีวติ ทีม่ ลี ักษณะเฉพาะและแตกต่างกนั โดยสตั ว์บางชนดิ จะมี การเปลย่ี นแปลงรูปร่าง ลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งที่อยูใ่ นขณะ เจรญิ เตบิ โต แต่สัตว์บางชนิดไม่มีการเปลีย่ นแปลงดังกล่าว (S13)

การวดั และการประเมนิ ผล เป้าหมาย วธิ ีวัด เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ด้านความรู้ (K) ตรวจแบบบนั ทกึ กิจกรรม แบบบนั ทกึ กจิ กรรม นักเรยี นได้คะแนน สร้างแบบจำลองทีบ่ รรยายวัฏจักร ร้อยละ 60 ข้นึ ไป ชีวิตของสตั ว์ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสงั เกต นกั เรียนผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดับ ปฏิบตั ิกิจกรรม พอใช้ข้ึนไป ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมน่ั แบบประเมนิ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ ความมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่ัน ในการทำงาน คุณลักษณะ การประเมนิ ระดบั ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์ พอใช้ขึน้ ไป ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2 ความสามารถในการสื่อสาร การคิด พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ การแกป้ ัญหาการใช้ทักษะชีวิต บันทกึ หลังการสอน ผลการจดั การเรียนรู้ ปัญหาและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ัญหา ดา้ นความรู้ (K) - นกั เรียนบางคนไม่สามารถทำได้ดว้ ย - อธบิ ายเพิ่มเติมใหน้ กั เรียน - นักเรียนรอ้ ยละ 98 สรา้ ง ตนเอง แบบจำลองที่บรรยายวัฏจักรชีวติ ของสตั ว์ได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นกั เรียนบางคนไม่มีสมาธใิ นการเรียน - ครอู บรมตกั เตอื น และให้นกั เรียนปฏิบัติ - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 ต้ังใจปฏบิ ัติ ใหม่อีกครัง้ กจิ กรรม ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) - นกั เรยี นบางคนไมม่ สี มาธิในการเรียน - ครูอบรมตกั เตอื น และสังเกตพฤติกรรม - นกั เรียนร้อยละ 98 ความมีวนิ ยั ของนักเรยี นหลงั จากอบรมตักเตือนแล้ว ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน ลงชื่อ ผู้สอน (นายอสิ รานวุ ฒั น์ ริดสมเงนิ ) ลงชอ่ื ลงชอื่ (นายอสิ รานุวฒั น์ ริดสมเงนิ ) (นางสาวสุขใจ ปรีศริ ิ) หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ ลงชื่อ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพนั ธ์ุ) ผู้อำนวยการโรงเรยี นอรรถวิทย์

ชว่ั โมงท่ี 3 เรือ่ ง : สรา้ งแบบจำลองทบี่ รรยายวัฏจกั รชีวิตของสตั ว์ ข้ันท่ี 1 ข้นั เตรียมกจิ กรรม เตรยี มอุปกรณ์การเรยี น ส่ือการเรยี นการสอน ขั้นที่ 2 ขนั้ นำเข้าส่บู ทเรยี น 1. นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรอู้ ะไร ตอนที่ 1 และร่วมกนั อภิปรายเพอ่ื ให้ ไดแ้ นวคำตอบท่ีถกู ต้อง 2. ครใู ชค้ ำถามเชื่อมโยงความรู้ที่ได้จากตอนท่ี 1 ไปยงั ตอนท่ี 2 โดยใช้ คำถามว่า ถา้ วฏั จักรชีวิตของสัตว์ชนิดต่าง ๆ ถกู ทำลายลง จะเปน็ อย่างไร ขน้ั ที่ 3 ขัน้ ดำเนินการสอน 3. นักเรียนอา่ นทำอยา่ งไร ตอนท่ี 2 ทีละขอ้ โดยครูฝึกการอ่านตามความ เหมาะสมกบั ความสามารถของนักเรียน จากนน้ั ร่วมกนั อภิปรายเพ่ือ สรุปข้นั ตอนการทำกิจกรรม โดยครใู ช้คำถามต่อไปนี้ 3.1 นกั เรียนตอ้ งสืบคน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั วัฏจักรชีวติ ของสัตวช์ นิด ใดบา้ ง (กบและปลาท)ู 3.2 นกั เรยี นสามารถสืบคน้ ข้อมูลจากแหล่งใด (อนิ เทอรเ์ น็ต หนงั สือ สอบถามครหู รือผปู้ กครอง) 3.3 หลังจากอ่านสถานการณแ์ ล้ว นักเรียนต้องอภปิ รายเก่ียวกับ เรื่องอะไร (การกระทำในแต่ละสถานการณ์มีผล ต่อวัฏจกั รชวี ติ ของสตั วช์ นดิ น้นั หรือไม่ อยา่ งไร) 4. เมื่อนักเรียนเข้าใจวิธีการทำกิจกรรมในทำอย่างไรแล้ว ให้นักเรียนเริ่ม ปฏิบัติตามขั้นตอนของกิ จกรรม 14. หลงั จากทำกิจกรรมแลว้ ครนู ำอภปิ รายผลการทำกิจกรรม โดยใช้ คำถามดงั ต่อไปน้ี 4.1 วัฏจกั รชีวติ ของกบเปน็ อยา่ งไร (เมอ่ื กบตัวเตม็ วยั สบื พันธจุ์ ะ วางไข่ ไข่กบมลี กั ษณะกลม เกาะกันเป็นแพลอย ในนำ้ เม่ือได้รบั การผสมจะเจริญเติบโตเป็นลูกอ๊อด มสี ว่ นหัวกลม มีหาง กินสาหรา่ ยหรือพืชน้ำเปน็ อาหาร จากน้ันลูกอ๊อด จะเจรญิ เติบโต ตอ่ ไปเป็นลูกกบ เรม่ิ ขนึ้ มาอยู่บนบก กินแมลงเป็นอาหาร ต่อมา ลูกกบจะเจริญเติบโตเปน็ กบตัวเต็มวัย ซึ่ง มีรูปร่างลักษณะ การ กินอาหาร และแหล่งที่อยู่คล้ายลูกกบ แต่มีขนาดใหญ่กว่า สามารถสืบพันธุ์ และวางไ ข่ต่อไปได้) 4.2 นกั เรียนเขยี นแผนภาพวัฏจักรชีวิตของกบไดอ้ ย่างไร 4.5 จากสถานการณ์ท่ี 1 เกิดอะไรข้ึนกบั ลูกอ๊อด (มนุษย์จับลูกอ๊อด ไปทำอาหาร และแบง่ ขาย) 4.6 การกระทำของมนุษย์ในสถานการณ์ที่ 1 ส่งผลต่อวัฏจักรชีวิต ของกบหรือไม่ อย่างไร (ส่งผล เพราะการจับ ลูกอ๊อดไปทำอาหาร จะทำให้จำนวนลูกอ๊อดลดลง จะส่งผลให้จำนวนลูกกบ กบตัวเต็มวัย และไข่กบลดลงไปด้วย ทำ ใหว้ ัฏจักรชวี ติ ของกบ เปลย่ี นแปลงไป) 4.7 จากสถานการณท์ ี่ 2 เกดิ อะไรขน้ึ กบั ลกู ปลาทู (มนุษย์ลกั ลอบจับ ลกู ปลาทูไปทำปลาทูตากแหง้ ) 4.8 การกระทำของมนุษย์ในสถานการณ์ที่ 2 ส่งผลต่อวัฏจักรชีวิต ของปลาทูหรือไม่ อย่างไร (ส่งผล เพราะการ จับลูกปลาทูไปทำ ปลาทูตากแห้ง จะทำให้จำนวนลูกปลาทูลดลง ส่งผลให้จำนวน ปลาทูตัวเต็มวัยและไข่ปลาทูลดลงไป ด้วย ทำให้วัฏจักรชวี ติ ของ ปลาทเู ปลี่ยนแปลงไป) 4.9 ถ้าสถานการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จะเกิดอะไร ขึ้นกับกบและปลาทู (กบและปลาทู จะมี จำนวนลดลงไปเรือ่ ย ๆ จนอาจทำให้สัตวท์ ้ังสองชนดิ สูญพนั ธ)์ุ 4.10 นักเรียนควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้วัฏจักรชีวิตของกบและปลาทู เปลี่ยนแปลงไป (นักเรียนตอบตามความ เข้าใจของตนเอง เช่น ช่วยกันดูแล ไม่จับลูกอ๊อดและลูกปลาทูไปกิน ไปขาย หรือ ไม่ทำลายระยะใดระยะหนึ่งของวัฏ จักรชีวิตของกบและปลาทู) 5. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามในสิ่งที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการไม่ ทำให้วัฏจักรชีวิตของสัตว์เปลี่ยนแปลง จากนั้นร่วมกันอภิปรายและ ลงข้อสรุปว่า การทำลายสัตว์ในระยะใดระยะหนึ่งของการเจริญเติบโต จะทำให้วัฏจักรชีวิต

ของสัตว์เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงควรช่วยกัน ดูแลและไม่ทำลายชีวิตสัตว์ เพื่อให้วัฏจักรชีวิตของสัตว์ยังคงดำเนิน ต่อไปได้ (S13) 6. นกั เรียนตอบคำถามใน ฉนั รอู้ ะไร ตอนท่ี 2 และรว่ มกนั อภิปรายเพ่อื ให้ ไดแ้ นวคำตอบทถ่ี กู ตอ้ ง 7. นกั เรยี นอา่ น สิ่งท่ีไดเ้ รยี นรู้ และเปรยี บเทยี บกบั ขอ้ สรปุ ท่ไี ดจ้ ากการ อภิปราย 8. ครูกระตุ้นให้นักเรียนฝกึ ตั้งคำถามเกีย่ วกับเรือ่ งที่สงสัยหรืออยากรู้ เพิ่มเติมใน อยากรู้อีกว่า จากนั้นครูอาจสุ่ม นักเรียน 2-3 คน นำเสนอคำถามของตนเองหน้าชั้นเรียน และให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย เกี่ยวกับคำถามที่นำเสนอ 9. ครูนำอภิปรายเพื่อให้นักเรียนทบทวนว่าได้ฝึกทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 อะไรบา้ งและในขน้ั ตอนใด 10. นกั เรยี นรว่ มกันอ่าน รู้อะไรในเร่ืองน้ี ในหนังสือเรียน หน้า 97 ครูนำ อภปิ รายเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปเก่ียวกับส่ิงท่ี ได้เรียนรู้ในเร่ืองนี้ และให้ นักเรียนสังเกตวัฏจักรชีวิตของไก่โดยใช้แอปพลิเคชนั สำหรับการสังเกต ภาพเสมือนจริงสามมิติ (AR) เรื่องวัฏจักรชวี ติ ของไก่ ในหนังสือเรียน หน้า 98 เป็นสื่อประกอบเพิ่มเตมิ จากนั้นครูกระตุ้นใหน้ ักเรียนตอบ คำถาม ในช่วงท้ายของเนื้อเรื่อง ซึ่งเป็นคำถามเพื่อเชื่อมโยงไปสู่การ เรียนเนื้อหาในบทถัดไป ดังนี้ “สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา ที่ไม่ใช่ สิ่งมีชีวิตก็มี การเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใด และจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร” นักเรยี นสามารถตอบตามความเข้าใจ ของตนเอง ซึ่งจะหาคำตอบไดจ้ ากการเรยี นในบทต่อไป 11. นักเรียนร่วมกันอ่านเกร็ดน่ารู้ ในหนังสือเรียน หน้า 100 และอภิปราย ร่วมกันเกี่ยวกับประโยชน์ของวัฏจักร ชวี ิตของสตั ว์ ขนั้ ที่ 4 ขน้ั สรุป 12. การทำลายสัตว์ในระยะใดระยะหนึ่งของการเจริญเติบโต จะทำให้วัฏจักรชีวิตของสัตว์เกิดการเปลี่ยนแปลง ดงั นั้นจงึ ควรช่วยกัน ดูแลและไม่ทำลายชวี ติ สตั ว์ เพ่ือใหว้ ัฏจกั รชีวิตของสตั ว์ยังคงดำเนิน ต่อไปได้ (S13) การวัดและการประเมินผล เป้าหมาย วธิ วี ัด เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารประเมิน ด้านความรู้ (K) แบบบนั ทกึ กจิ กรรม แบบบันทึกกิจกรรม นักเรียนได้คะแนน อภิปรายและบอกแนวทางการไมท่ ำ / แบบประเมนิ ร้อยละ 60 ขน้ึ ไป ใหว้ ัฏจกั รชีวิตของสัตวเ์ ปลี่ยนแปลง ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกิจกรรมทักษะ แบบสงั เกต นักเรียนผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี นในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดับ ปฏบิ ัติกิจกรรม พอใช้ขึ้นไป ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) สงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมน่ั แบบประเมนิ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ ความมวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมน่ั ในการทำงาน คุณลกั ษณะ การประเมินระดับ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์ พอใช้ขึ้นไป ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2 ความสามารถในการสือ่ สาร พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ การคิด การแก้ปญั หา การใช้ทักษะชวี ิต บันทกึ หลังการสอน ผลการจดั การเรยี นรู้ ปัญหาและอปุ สรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา

ดา้ นความรู้ (K) - นักเรยี นบางคนไมส่ ามารถทำได้ดว้ ย - อธบิ ายเพม่ิ เติมใหน้ ักเรียน - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 อภิปรายและ ตนเอง บอกแนวทางการไม่ทำใหว้ ฏั จักร - ครอู บรมตักเตือน และใหน้ กั เรยี นปฏบิ ัติ ชีวติ ของสตั ว์เปลยี่ นแปลงได้ - นักเรยี นบางคนไมม่ สี มาธใิ นการเรียน ใหมอ่ ีกครง้ั ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) - ครอู บรมตักเตือน และสงั เกตพฤตกิ รรมของ - นกั เรียนรอ้ ยละ 98 ตั้งใจปฏิบัติ - นักเรยี นบางคนไม่มีสมาธิในการเรยี น นกั เรียนใหม่หลังจากอบรมตกั เตือนแลว้ กิจกรรม ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) - นักเรยี นร้อยละ 98 ความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน ลงช่อื ผสู้ อน (นายอสิ รานวุ ฒั น์ ริดสมเงนิ ) ลงช่ือ ลงชอ่ื (นายอสิ รานวุ ัฒน์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสขุ ใจ ปรีศริ ิ) หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ลงชื่อ (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพนั ธ์ุ) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนอรรถวิทย์ ชวั่ โมงท่ี 4 เรือ่ ง : มนุษย์ต้องการส่ิงใดใน การเจริญเตบิ โตและการดำรงชวี ิต (2) ข้ันที่ 1 ขัน้ เตรียมกิจกรรม เตรียมอปุ กรณ์การเรยี น สอื่ การเรียนการสอน ขนั้ ท่ี 2 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนวาดรูปหรือเขียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทนี้ตาม ความเข้าใจของตนเอง ในแบบบันทึกกิจกรรม หน้า 94 2. นักเรียนตรวจสอบการสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ของตนเองโดยเปรียบเทียบกับ แผนภาพในหัวข้อ รู้อะไรในบทนี้ ใน หนงั สือเรียน หนา้ 101 3. นักเรียนกลับไปตรวจสอบคำตอบของตนเองใน สำรวจความรู้ก่อนเรียน ในแบบบันทึกกิจกรรม หน้า 72-76 อีกครั้ง ถ้าคำตอบของนักเรียนไม่ ถูกต้องให้ขีดเสน้ ทับข้อความเหล่านั้น แล้วแก้ไขให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ครูอาจนำคำถาม ในรูปนำบทในหนงั สือเรยี นหนา้ 76 มารว่ มกันอภปิ ราย คำตอบอกี ครัง้ ดงั น้ี 3.1 จากรูป นกั ประดานำ้ สามารถอยู่ใต้นำ้ เป็นเวลานานไดเ้ พราะเหตุใด (นกั ประดาน้ำใช้ถังออกซิเจนเพ่ือช่วยให้ หายใจในนำ้ ได้) 3.2 นักเรียนจะสามารถอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานได้เช่นเดียวกับ นักประดาน้ำหรือไม่ อย่างไร (ถ้าไม่ใช้ถังออกซิเจน จะ ไมส่ ามารถ อยู่ใต้นำ้ เป็นเวลานานได้ แต่ถ้าใชถ้ ังออกซเิ จนจะสามารถอยูใ่ ต้น้ำ เป็นเวลานานไดเ้ ช่นเดียวกับนักประดาน้ำ)

3.3 เพราะเหตุใดปลาที่อยู่ในตู้จงึ เจริญเติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้ (ปลา ได้รับอาหารจากการที่นักประดาน้ำดำลง ไปใหอ้ าหาร และในตูม้ ีน้ำ ซง่ึ ในนำ้ มีแกส๊ ออกซิเจน ทำใหป้ ลาได้รับน้ำและแก๊สออกซเิ จนอย่าง เพียงพอ) 3.4 ปลามีวัฏจักรชีวิตอย่างไร (ปลาตัวเต็มวัยจะสืบพันธุ์แล้ววางไข่ จากนั้นลูกปลาจะฟักออกมาจากไข่ แล้ว เจรญิ เติบโตต่อไปจนเปน็ ปลาตัวเตม็ วัยที่สามารถสืบพนั ธ์แุ ละมีลกู ต่อไปได้) 3.5 วฏั จกั รชวี ิตของปลาเหมอื นและแตกต่างกับวฏั จกั รชีวติ ของสตั ว์ ชนดิ อนื่ อย่างไร (วฏั จักรชวี ิตของปลาแตกตา่ ง กับสัตว์ชนิดอื่น คือ รูปร่างลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งที่อยู่ในแต่ละระยะของ วัฏจักรชีวิตของปลาจะแตกต่างกับ สัตว์ชนิดอื่น ซึ่งสัตว์แต่ละชนิด จะมีวัฏจักรชีวิตทีม่ ีลักษณะเฉพาะและแตกต่างกัน ส่วนสิ่งที่ เหมือนกับสัตว์บางชนิด เช่น ไก่ คือ ในขณะเจริญเติบโตตั้งแต่ออก จากไข่จนเป็นตัวเต็มวัย ปลาและสัตว์บางชนิดจะไม่มีการ เปลี่ยนแปลงรูปร่าง ลักษณะ การกนิ อาหาร และแหลง่ ทอี่ ยใู่ นขณะ เจรญิ เตบิ โต) ครูสามารถให้ความรู้แก่นักเรียนเพิ่มเติมได้ว่า ปลาบางชนิด เช่น ปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลาเข็ม ออกลูกเปน็ ตวั คือ ปลา ตวั เตม็ วัยจะไม่วางไข่ แตจ่ ะออกลกู มาเปน็ ลูกปลาขนาดเล็ก ท่ีมี รปู รา่ งลักษณะเหมือนกบั ปลาตวั เต็มวัย ข้ันท่ี 3 ข้นั ดำเนินการสอน 4. นักเรียนทำ แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2 การดำรงชีวิตของสัตว์ ใน แบบบันทึกกิจกรรมหน้า 102 จากนั้นนำเสนอ คำตอบหน้าชั้นเรียน ถ้าคำตอบยังไม่ถูกต้องครูควรนำอภิปรายหรือให้สถานการณ์เพิ่มเติมเพื่อ แก้ไขแนวคิดคลาดเคลื่อน ใหถ้ กู ต้อง 5. นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรม ร่วมคิด ร่วมทำ โดยร่วมกันสืบค้นข้อมูล วัฏจักรชีวิตของยุงลาย และใช้ความรู้ เกีย่ วกับวัฏจกั รชวี ติ ของยุงลายมา จัดทำแผนภาพเพอ่ื บอกแนวทางการป้องกันโรคไขเ้ ลือดออก 6. นักเรียนอ่านและอภิปรายเนื้อเรื่องในหัวข้อ วิทย์ใกล้ตัว ในหนังสือเรียน หน้า 104 โดยครูกระตุ้นให้นักเรียน เหน็ ความสำคัญของความรู้จากสิ่งที่ ไดเ้ รยี นรูใ้ นหนว่ ยนี้ ว่าสามารถนำไปใชป้ ระโยชน์ได้อยา่ งไรบา้ ง 7. นักเรยี นรว่ มกันตอบคำถามสำคัญของหนว่ ยในหนังสือเรียนหน้า 44 อีกครัง้ ดังน้ี - สงิ่ มชี วี ติ ใช้สงิ่ ใดบ้างในการ ดำรงชีวิต และใช้อย่างไร (สิ่งมีชีวิตใช้ อาหาร น้ำ และอากาศในการดำรงชีวิต โดยรับประทานอาหารที่มี ประโยชน์อย่ าง ครบถ้วน หลากหลาย และเหมาะสมกับความ ต้องการของร่างกาย ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ และอยู่ในที่ที่มี อากาศ สะอาดและถา่ ยเทสะดวก) ถา้ คำตอบยงั ไมถ่ ูกตอ้ ง ใหน้ กั เรยี นอภปิ รายรว่ มกนั เพือ่ ใหไ้ ดค้ ำตอบที่ถกู ตอ้ ง ข้ันท่ี 4 ขนั้ สรุป 8. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ อีกครงั้ ส่งิ มีชีวิตใช้ส่ิงใดบา้ งในการดำรงชีวิต และใชอ้ ย่างไร วฏั จักรชวี ติ ของปลาเหมือนและแตกต่างกบั วัฏจักรชวี ิตของสัตว์ ชนิดอื่นอยา่ งไร (วฏั จักรชวี ติ ของปลาแตกต่างกับ สัตว์ชนิดอื่น คือ รูปร่างลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งที่อยู่ในแต่ละระยะของ วัฏจักรชีวิตของปลาจะแตกต่างกับสตั ว์ ชนิดอื่น ซึ่งสัตว์แต่ละชนิด จะมีวัฏจักรชีวิตท่ีมีลักษณะเฉพาะและแตกต่างกัน ส่วนสิ่งที่ เหมือนกับสัตว์บางชนิด เช่น ไก่ คือ ในขณะเจริญเติบโตตั้งแต่ออก จากไข่จนเป็นตัวเต็มวัย ปลาและสัตว์บางชนิดจะไม่มีการ เปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะ การกินอาหาร และแหล่งท่อี ยู่ในขณะ เจรญิ เตบิ โต) และปลาบางชนิด เช่น ปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลาเข็ม ออกลูกเป็น ตัว คือ ปลา ตวั เตม็ วยั จะไมว่ างไข่ แต่จะออกลูกมาเป็นลูกปลาขนาดเล็กที่มี รูปรา่ งลักษณะเหมอื นกบั ปลาตัวเตม็ วัย การวดั และการประเมินผล วิธวี ดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ เปา้ หมาย ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม แบบบนั ทกึ กิจกรรม นกั เรียนได้คะแนน ดา้ นความรู้ (K) รอ้ ยละ 60 ข้นึ ไป

- มนุษยแ์ ละสัตวต์ ้องการอาหาร น้ำ และอากาศ เพอื่ การ ดำรงชวี ิตและ การเจรญิ เตบิ โต ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมินการทำกจิ กรรมทักษะ แบบสงั เกต นักเรยี นผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤติกรรมนักเรยี นในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดบั ปฏิบัติกจิ กรรม พอใช้ขน้ึ ไป ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่นั แบบประเมนิ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ ความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มั่น ในการทำงาน คุณลกั ษณะ การประเมินระดบั ในการทำงาน อันพึงประสงค์ พอใช้ข้ึนไป ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2 ความสามารถในการส่ือสาร การคิด พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การแกป้ ัญหา การใช้ทักษะชวี ติ บนั ทึกหลังการสอน ผลการจัดการเรยี นรู้ ปัญหาและอปุ สรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ัญหา ดา้ นความรู้ (K) - นกั เรียนบางคนไมส่ ามารถทำได้ด้วย - อธิบายเพิม่ เติมให้นักเรียน - นักเรียนรอ้ ยละ 98 อธบิ ายวา่ ตนเอง มนษุ ยแ์ ละสัตว์ต้องการอาหาร นำ้ และอากาศ เพือ่ การดำรงชวี ติ และ การเจริญเติบโตได้ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) - นักเรียนบางคนไมม่ สี มาธิในการเรยี น - ครอู บรมตกั เตอื น และใหน้ กั เรียนปฏบิ ัติ - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 ต้ังใจปฏิบัติ ใหมอ่ ีกคร้ัง กิจกรรม ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) - นกั เรียนบางคนไมม่ สี มาธใิ นการเรยี น - ครูอบรมตกั เตอื น และสงั เกตพฤติกรรม - นกั เรียนรอ้ ยละ 98 ความมีวนิ ยั ของนักเรยี นใหม่หลังจากอบรมตักเตือน ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่นั ในการทำงาน แลว้ ลงช่อื ผูส้ อน (นายอสิ รานุวัฒน์ รดิ สมเงิน) ลงช่อื ลงชอ่ื (นายอสิ รานุวัฒน์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสุขใจ ปรีศริ ิ) หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ ลงชื่อ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพนั ธ์ุ) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นอรรถวิทย์

ตาราง แสดงการวเิ คราะหท์ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตามระดบั ความสามารถของนกั เรยี น โดยอาจใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ดังน้ี กระบวนการ รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ การบรรยาย S1 การสังเกต รายละเอยี ดของส่ิง ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1) ทีส่ ังเกต S8 การลงความเหน็ สามารถใชป้ ระสาท สามารถใช้ สามารถใช้ประสาท จากข้อมลู การลงความเหน็ จากข้อมูลว่าการ สัมผสั และแว่น ประสาทสมั ผสั สัมผสั และแวน่ ขยาย S13 การ สังเกตสิง่ ต่างๆ โดย ตีความหมายข้อมลู ใชแ้ ว่นขยายทำให้ ขยายเก็บ และแว่นขยาย เก็บรายละเอยี ด และลงข้อสรปุ ไดข้ ้อมลู ที่ชดั เจน และละเอยี ดว่าการ รายละเอียดข้อมลู เก็บรายละเอียด ข้อมลู ของสงิ่ ท่ี สงั เกตโดยใชต้ า เปล่า ของสิ่งทส่ี งั เกตได้ ขอ้ มลู ของสง่ิ ท่ี สังเกตได้เพยี ง การตคี วามหมาย ดว้ ยตนเอง โดยไม่ สังเกตได้ จากการ บางสว่ นแม้วา่ จะได้ ข้อมูลจากการ สงั เกตและการ เพมิ่ ความคดิ เห็น ชแ้ี นะของครหู รือ รบั คำช้แี นะจากครู ผอู้ ื่นหรือมีการ หรอื ผอู้ ืน่ เพิ่มเติมความ คดิ เหน็ สามารถลง สามารถลง ลงความเหน็ จาก ความเหน็ จาก ความเหน็ จาก ขอ้ มูลว่าการสงั เกต ข้อมูลว่าการสังเกต ข้อมลู ว่าการ สิ่งตา่ งๆ โดยใชแ้ ว่น สิ่งต่างๆ โดยใช้แวน่ สงั เกตสิ่งตา่ งๆ ขยายทำให้ได้ข้อมูล ขยายทำให้ได้ข้อมลู โดยใช้แว่นขยาย ท่ที แี่ ตกต่างจากการ ที่ชดั เจนและ ทำให้ได้ข้อมลู ที่ สังเกตโดยใช้ตา ละเอียดว่าการ ชัดเจนและ เปล่าแต่ไม่สามารถ สังเกตโดยใช้ตา ละเอยี ดว่าการ บอกไดว้ า่ แตกต่าง เปล่าไดอ้ ยา่ ง สงั เกตโดยใชต้ า อยา่ งไร แมจ้ ะได้ ถูกต้องและชดั เจน เปลา่ ลงความเห็น รับคำช้ีแนะจากครู ได้ดว้ ยตนเอง ได้อย่างถกู ต้อง หรือผอู้ น่ื และชัดเจนจาก การชแี้ นะของครู หรือผ้อู ื่น สามารถ สามารถ สามารถ ตคี วามหมายข้อมลู ตีความหมาย ตีความหมายข้อมูล จากการสงั เกตและ ขอ้ มลู จากการ จากการสังเกตและ

อภปิ รายไดว้ า่ การอภิปรายไดว้ ่า สงั เกตและการ การอภปิ รายไดว้ า่ ลักษณะของ ลกั ษณะของ อภิปรายได้วา่ ลกั ษณะของ สิ่งมชี วี ติ เมื่อสงั เกต สงิ่ มชี วี ิตเมื่อสังเกต ลกั ษณะของ สงิ่ มีชวี ิตเมื่อสงั เกต ด้วยตาเปลา่ และใช้ ด้วยตาเปลา่ และใช้ สงิ่ มชี ีวติ เมือ่ ด้วยตาเปล่าและใช้ แวน่ ขยายมลี กั ษณะ แว่นขยายมีลักษณะ สังเกตดว้ ยตา แว่นขยายได้เพยี ง บางอยา่ งเหมือนกนั บางอยา่ งเหมือนกัน เปล่าและใชแ้ วน่ บางส่าวนและลง และลักษณะ และลกั ษณะ ขยายมลี ักษณะ ขอ้ สรุปได้ไม่สมบรู ณ์ บางอย่างแตกต่าง บางอย่างแตกต่าง บางอยา่ ง แม้วา่ จะได้รับคำ กนั และลงข้อสรปุ กันและลงขอ้ สรปุ เหมอื นกนั และ ช้ีแนะจากครหู รือ ไดว้ า่ การสังเกตสงิ่ ไดว้ า่ การสังเกตส่งิ ลกั ษณะบางอยา่ ง ผู้อนื่ ตา่ งๆ โดยใช้แว่น ตา่ งๆ โดยใชแ้ ว่น แตกตา่ งกนั และ ขยายทำให้ไดข้ ้อมลู ขยายทำให้ไดข้ ้อมลู ลงขอ้ สรุปไดว้ า่ ทช่ี ดั เจนและ ทชี่ ดั เจนและ การสังเกตสง่ิ รายละเอยี ดกวา่ รายละเอียดกว่า ต่างๆ โดยใชแ้ ว่น การสงั เกตดว้ ยตา การสังเกตด้วยตา ขยายทำให้ได้ เปล่า เปลา่ ได้ด้วยตนเอง ขอ้ มูลทช่ี ัดเจน และรายละเอยี ด กวา่ การสังเกต ดว้ ยตาเปล่าจาก การชแี้ นะของครู หรือผู้อื่น ตาราง แสดงการวิเคราะหท์ ักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ตามระดับความสามารถของนกั เรียน โดยอาจใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ดงั นี้ กระบวนการ รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) C4 การสอื่ สาร การนำเสนอ นำเสนอข้อมลู นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมลู จาก ขอ้ มูลจากการ จากการสงั เกต จากการสงั เกต การสงั เกตลกั ษณะ สงั เกตลักษณะ ลกั ษณะของสิง่ ลกั ษณะของสงิ่ ของสิ่งต่างๆ ใน ของสง่ิ ต่างๆ ใน ตา่ งๆ ในรปู แบบ ตา่ งๆ ในรูปแบบ รปู แบบของรปู วาด รูปแบบของรปู ของรปู วาดให้ ของรปู วาดให้ ใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจได้ วาดใหผ้ อู้ นื่ เข้าใจ ผอู้ น่ื เข้าใจได้ ผอู้ น่ื เขา้ ใจได้ เพยี งบางส่วน อย่างถูกต้องและ อยา่ งถูกต้อง และ แมว้ ่าจะไดร้ ับคำ

รวดเรว็ ได้ด้วย รวดเร็วจากการ ช้แี นะจากครูหรือ ตนเอง ชแี้ นะของครหู รือ ผอู้ ืน่ ผูอ้ นื่ C5 ความรว่ มมือ การทำงาน สามารถทำงาน สามารถทำงาน สามารถทำงาน รว่ มกบั ผู้อื่นและ ร่วมกับผู้อืน่ ได้ดี ร่วมกับผอู้ ่นื และ รว่ มกับผูอ้ ื่นไดบ้ ้าง การแสดงความ มสี ่วนรว่ มในการ การแสดงความ แตไ่ ม่ค่อยแสดง คิดเห็นเกีย่ วกบั แสดงความ คดิ เห็นเกย่ี วกับ ความคดิ เห็น ประโยชนข์ องการ คิดเห็นเกย่ี วกับ ประโยชนข์ องการ เก่ียวกบั ประโยชน์ ใชแ้ วน่ ขยายใน ประโยชนข์ องการ ใช้แวน่ ขยายใน ของการใชแ้ ว่น การสังเกตส่ิง ใช้แว่นขยายใน การสังเกตสงิ่ ขยายในการสังเกต ตา่ งๆ รวมท้ัง การสงั เกตส่งิ ตา่ งๆ รวมท้ัง สิง่ ต่างๆ รวมทงั้ ยอมรบั ความ ต่างๆ รวมทง้ั ยอมรับความ ยอมรบั ความ คดิ เห็นของผอู้ น่ื ยอมรบั ความ คดิ เห็นของผ้อู น่ื คดิ เหน็ ของผู้อน่ื คดิ เห็นของผู้อ่นื เป็นบางชว่ งเวลา ตลอดชว่ งเวลา ของการทำ ของการทำ กิจกรรม กิจกรรม การประเมินจากการทำกิจกรรม 1 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรุง ระดบั คะแนน ระดับคะแนน 3 คะแนน หมายถงึ ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช้ รหสั สง่ิ ทป่ี ระเมนิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ S1 การสังเกต S8 การลงความเหน็ จากข้อมลู S13 การตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 C4 การสื่อสาร C5 ความรว่ มมอื

แผนการจัดการเรยี นรู้ สัปดาห์ที่ 13 กล่มุ สาระการเรียนรู้ : วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั : ประถมศึกษาปที ่ี 3 ชอ่ื รายวชิ า : วิทยาศาสตร์ 3 รหัสวชิ า: ว 13101 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 อากาศและชวี ติ ของสตั ว์ (เสริม) เวลา : 4 ช่ัวโมง 1. สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั มาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ ว 1.2 ป.3/1 บรรยายส่ิงที่จำเป็นตอ่ การดำรงชวี ิตและการเจริญเติบโตของมนษุ ย์และสตั ว์ โดยใชข้ ้อมลู ที่รวบรวมได้ 2. สาระสำคัญ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตจึงต้องการอาหาร น้ำ และอากาศ เพื่อการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของร่างกาย อาหาร ชว่ ยใหร้ ่างกายแขง็ แรงและเจรญิ เตบิ โต นำ้ ช่วยใหร้ ่างกายทำงานได้อยา่ งปกติ อากาศใช้ในการหายใจ 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ด้าน K - บรรยายสง่ิ ที่จำเปน็ ต่อการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนษุ ย์ได้ ดา้ น P - มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ - สืบค้นและบอกปจั จัยท่จี ำเป็นตอ่ การดำรงชวี ิตของมนุษย์ได้ ดา้ น A - มีจิตวิทยาศาสตร์ - ยกตวั อย่างการใชป้ ระโยชน์ของปัจจยั ทจ่ี ำเป็นต่อการดำรงชวี ติ ของมนุษย์มาปรบั ใช้ในชีวติ ประจำวันได้ 4. สาระการเรยี นรู้ - ปจั จยั ทจี่ ำเปน็ ต่อการดำรงชวี ติ ของมนุษย์ 5. ทักษะกระบวนการ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1. การสงั เกต 2. การจำแนกประเภท 3. การลงความเห็นจากขอ้ มูล 4. การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ 6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รียนรู้ 2. อยอู่ ยา่ ง 3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน 7. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น 1) ความสามารถในการส่ือสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

8. บูรณาการสาระทอ้ งถนิ่ /สวนพฤกษศาสตร์ - 9. หลกั ฐานการเรยี นรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) 1. ใบงาน / สมดุ / แบบบนั ทึกกจิ กรรม 10.สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 สสวท. 2. ใบงาน 3. แบบทดสอบ 4. แหลง่ เรยี นรู้ เชน่ หนงั สอื วารสาร อนิ เทอรเ์ น็ต 11. กิจกรรมการเรียนรู้ ช่วั โมงท่ี 1 เรอ่ื ง : ปัจจัยท่จี ำเปน็ ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ (1) เสริม ข้นั ที่ 1 ข้นั เตรยี มกิจกรรม เตรยี มอปุ กรณก์ ารเรียน สอื่ การเรยี นการสอน ขน้ั ท่ี 2 ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน ขัน้ กระตุน้ ความสนใจ 1.ครูตั้งคำถามเพือ่ นำเขา้ สู่บทเรียน นักเรียนคิดว่า ทำไมมนุษย์และสัตว์ต้องกินอาหาร แล้วให้ชว่ ยกันแสดงความ คดิ เหน็ (แนวตอบ มนุษยแ์ ละสตั ว์ตอ้ งกินอาหารเพอ่ื ใหร้ ่างกายเจริญเติบโตและดำรงชวี ิตอยู่ได)้ 2. นกั เรยี นดูภาพบทท่ี 1 ปจั จัยในการดำรงชวี ิตของมนุษย์และสตั ว์ แล้วช่วยกนั ตอบคำถาม ดังนี้ - สิง่ ใดในภาพมีผลต่อการดำรงชวี ติ ของมนษุ ย์บ้าง (แนวตอบ อาหาร) - สัตวต์ ้องการอาหารในการดำรงชีวิตเหมือนมนุษย์หรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ สตั วต์ ้องการอาหารในการ ดำรงชวี ิตเหมือนมนษุ ย์ เพราะสตั วต์ ้องการอาหารเพื่อการเจริญเติบโตและการดำรงชวี ิต) 3. นกั เรยี นรว่ มกนั อา่ นคำศัพทท์ ่เี กีย่ วขอ้ งกับปัจจยั ในการดำรงชีวิตของมนุษยแ์ ละสตั วจ์ ากหนังสือเรยี น 4. นกั เรียนอ่านชวนกันอ่านชวนกนั คิดก่อนเรียน ตอนการดำรงชีวิตของมนษุ ย์ แล้วชว่ ยกนั ตอบคำถาม - เพอ่ื น ๆ คดิ วา่ หากเราขาดปจั จยั ใดปจั จยั หนง่ึ ไปจะสง่ ผลกระทบตอ่ รา่ งกายของเราหรอื ไม่ อย่างไร 5. ครูอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมว่า ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของมนุษย์ เราต้องการปัจจัยต่าง ๆ ในการ ดำรงชีวิต ได้แก่ อาหาร น้ำ และอากาศ ถ้าเราขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป อาจจะทำให้เราดำรงชีวิตอยู่อย่างยากลำบากและตาย ในที่สดุ 6. ครูตั้งคำถามว่า สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์มีอะไรบ้าง เพื่อน ๆ จะได้เรียนรู้จากการทำกิจกรรม ตอ่ ไปน้ี ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั ดำเนนิ การสอน ขนั้ สำรวจคน้ หา 1. นักเรียนศึกษาการทำกิจกรรมการดำรงชวี ติ ของมนุษย์ ตอนที่ ดังน้ี 1) กระดาษแข็ง 1 แผน่ 2) เครื่องวัดส่วนสงู 1 เคร่ือง 3) เครอ่ื งชง่ั นำ้ หนัก 1 เคร่ือง 4) แหลง่ ข้อมลู เชน่ หนงั สอื เรยี น อินเทอรเ์ น็ต

5) ขอ้ มลู นำ้ หนักและส่วนสูงจากสมดุ รายงานสขุ ภาพประจำปี 2. นกั เรยี นแตล่ ะคนชัง่ น้ำหนักและวดั ส่วนสงู ของตนเอง พร้อมกบั บนั ทกึ ผลลงในสมดุ ประจำตวั นักเรยี น 3. นักเรียนเขียนขอ้ มลู น้ำหนักและส่วนสงู ของปที ีผ่ ่านมาของตนเอง 4. นักเรียนเปรียบเทยี บคา่ น้ำหนกั และสว่ นสูงของนักเรยี นทีเ่ ปลีย่ นแปลงไปจากปีที่แล้ว 5. ครูสมุ่ ถามนักเรียน โดยครตู ง้ั คำถาม ดังนี้ - ร่างกายของนักเรยี นเป็นอยา่ งไร (แนวตอบ ขึน้ อยู่กบั นำ้ หนักและสว่ นสงู ของนักเรียน) - รา่ งกายของนกั เรยี นมกี ารเจริญเตบิ โตหรือไม่ แล้วนกั เรยี นคดิ ว่า “สง่ิ ใดบา้ งทที่ ำใหร้ า่ งกายของนักเรียน มีการเจริญเติบโต” (แนวตอบ รา่ งกายมกี ารเติบโตขน้ึ เพราะการรับประทานอาหาร) 6. ครูให้นักเรียนสำรวจเพื่อนอีก 5 คน ว่าน้ำหนักและส่วนสูงมีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกับตนเองหรือไม่ แล้ว บนั ทึกขอ้ มูลลงในสมดุ ประจำตวั นักเรียน ขัน้ ที่ 4 ขน้ั สรุป 7. นกั เรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายและสรุปผลการทำกจิ กรรมเก่ียวกับการเจริญเตบิ โตของมนุษย์ การวัดและการประเมินผล วิธีวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การประเมิน เปา้ หมาย แบบบันทึกกจิ กรรม / สมดุ แบบบันทกึ กจิ กรรม นักเรียนได้คะแนน ด้านความรู้ (K) ร้อยละ 60 ข้ึนไป บรรยายสงิ่ ทีจ่ ำเป็นตอ่ การดำรง ชีวิตและการเจรญิ เติบโตของมนุษย์ ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสังเกต นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดบั สงั เกตพฤติกรรมนักเรียนในการ พอใช้ขึน้ ไป ปฏิบัติกิจกรรม สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มั่น แบบประเมิน นักเรยี นผ่านเกณฑ์ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) การประเมินระดบั ความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมน่ั ในการทำงาน คณุ ลักษณะ พอใช้ข้ึนไป ในการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 1) ความสามารถในการส่ือสาร สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ ักษะ พฤติกรรม ชีวติ ปัญหาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา บนั ทกึ หลังการสอน ผลการจดั การเรียนรู้ - นกั เรียนบางคนไม่สามารถทำไดด้ ว้ ย - อธิบายเพิ่มเติมใหน้ ักเรียน ด้านความรู้ (K) ตนเอง - นกั เรียนรอ้ ยละ 98 บรรยายสิ่งที่ จำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ติ และการ - นกั เรยี นบางคนไมม่ ีสมาธิในการเรยี น - ครอู บรมตกั เตือน และให้นักเรยี นปฏิบัติ เจริญเติบโตของมนุษย์ได้ ใหมอ่ ีกคร้ัง ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) - นักเรยี นร้อยละ 98 ตั้งใจปฏิบัติ กจิ กรรม

ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) - นักเรียนบางคนไม่มีสมาธใิ นการเรียน - ครอู บรมตักเตือน และสงั เกตพฤติกรรม - นกั เรยี นรอ้ ยละ 98 ความมีวนิ ัย ของนักเรยี นใหม่หลงั จากอบรมตกั เตือน ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ันในการทำงาน แล้ว ลงช่ือ ผสู้ อน (นายอสิ รานุวัฒน์ ริดสมเงิน) ลงชือ่ ลงช่อื (นายอิสรานุวฒั น์ ริดสมเงิน) (นางสาวสขุ ใจ ปรศี ิร)ิ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รองผ้อู ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ลงช่อื (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพนั ธุ์) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนอรรถวทิ ย์ ชัว่ โมงท่ี 2 เรือ่ ง : ปจั จัยท่ีจำเป็นตอ่ การดำรงชีวติ ของมนุษย์ (2) เสริม ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั เตรียมกิจกรรม เตรียมอุปกรณก์ ารเรยี น ส่ือการเรียนการสอน ขน้ั ที่ 2 ขั้นนำเข้าสูบ่ ทเรยี น 1. ครูทบทวนส่งิ ท่ีเรียนมา ขนั้ ที่ 3 ขั้นดำเนินการสอน 1. ครตู ดิ ภาพปจั จยั ที่จำเป็นต่อการดำรงชวี ิตของมนุษย์บนกระดาน แล้วให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถามว่า ภาพใด เป็นปจั จยั ที่จำเป็นต่อการดำรงชวี ิตของมนษุ ย์ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4-5 คน เพื่อศึกษาและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการ เจรญิ เติบโตของมนุษย์ และประโยชนข์ องปจั จัย แล้วบันทกึ ขอ้ มลู 3. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและรวบรวมข้อมูล พร้อมกับนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนผัง แผนภาพ ลงในกระดาษแขง็ พรอ้ มตกแต่งใหส้ วยงาม 4. ครูเปิด PowerPoint เรื่อง ปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ (อาหาร) จากนั้นตั้งคำถามกระตุ้น ความคิดว่า ถา้ คนเราขาดอาหาร 3 สัปดาห์ จะตายหรอื ไม่ โดยใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ 5. นักเรยี นทำกิจกรรมหนตู อบได้ ลงในสมดุ ประจำตวั นักเรียน โดยมีคำถาม ดงั นี้ - ในวนั ทีอ่ ากาศร้อน หากไมม่ ีน้ำเปล่า นกั เรยี นจะเลอื กด่ืมนำ้ แตงโมปัน่ หรือน้ำสม้ ป่นั เพราะเหตใุ ด 6. ครอู ธิบายเพิ่มเติมว่า ในการเจรญิ เติบโตและการดำรงชีวิตของมนุษย์ เราต้องการปจั จยั ตา่ ง ๆ ในการดำรงชีวิต และทำให้เราเจริญเตบิ โตขึ้น มี 3 ประการ คือ อาหาร น้ำ และอากาศ ถ้าเราขาดส่ิงใดสิ่งหนึง่ ไป จะทำให้เราดำรงชวี ติ อยู่ ได้อยา่ งยากลำบาก ข้ันที่ 4 ขน้ั สรุป 7. นกั เรยี นและครูร่วมกนั อภิปรายและสรปุ ผลการทำกิจกรรม

การวดั และการประเมนิ ผล เป้าหมาย วิธีวดั เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารประเมิน ดา้ นความรู้ (K) แบบบนั ทกึ กจิ กรรม / สมดุ แบบบันทึกกจิ กรรม นักเรียนได้คะแนน บรรยายส่ิงทจ่ี ำเปน็ ต่อการดำรง ร้อยละ 60 ขึน้ ไป ชวี ิตและการเจรญิ เติบโตของมนษุ ย์ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมินการทำกจิ กรรมทักษะ แบบสังเกต นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤติกรรมนกั เรียนในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดบั ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม พอใช้ขนึ้ ไป ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั แบบประเมนิ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ ความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมน่ั ในการทำงาน คุณลักษณะ การประเมินระดบั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์ พอใช้ข้ึนไป ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2 ความสามารถในการส่ือสาร การคิด พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การแก้ปัญหาการใชท้ ักษะชีวิต บันทึกหลังการสอน ผลการจัดการเรยี นรู้ ปญั หาและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ัญหา ดา้ นความรู้ (K) - นักเรยี นบางคนไม่สามารถทำไดด้ ้วย - อธบิ ายเพ่ิมเติมให้นกั เรยี น - นักเรยี นร้อยละ 98 บรรยายส่ิงที่ ตนเอง จำเป็นต่อการดำรง ชีวติ และการ เจรญิ เตบิ โตของมนุษย์ ได้ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) - นกั เรียนบางคนไมม่ สี มาธใิ นการเรียน - ครูอบรมตักเตอื น และใหน้ ักเรยี นปฏิบตั ิ - นกั เรียนรอ้ ยละ 98 ตั้งใจปฏบิ ัติ ใหม่อีกครงั้ กจิ กรรม ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) - นักเรยี นบางคนไม่มสี มาธิในการเรยี น - ครูอบรมตักเตอื น และสังเกตพฤติกรรม - นกั เรียนรอ้ ยละ 98 มวี นิ ยั ใฝ่ ของนักเรยี นหลงั จากอบรมตักเตอื นแลว้ เรียนรู้ และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน ลงชอ่ื ผ้สู อน (นายอสิ รานุวฒั น์ ริดสมเงนิ ) ลงชอ่ื ลงชอ่ื (นายอิสรานวุ ฒั น์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสขุ ใจ ปรศี ริ ิ) หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ ลงช่ือ (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพนั ธ์ุ) ผู้อำนวยการโรงเรียนอรรถวิทย์

ชวั่ โมงที่ 3 เร่ือง : ปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชวี ิตของมนษุ ย์ (3) เสริม ข้ันท่ี 1 ข้นั เตรียมกจิ กรรม เตรยี มอุปกรณ์การเรียน ส่อื การเรยี นการสอน ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น 1. ครูทบทวนสิ่งท่เี รยี นมา ขน้ั ที่ 3 ขัน้ ดำเนินการสอน 1. ครูสุม่ ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทำกจิ กรรมหน้าชัน้ เรยี น โดยครูต้ังคำถาม ดังนี้ - ปจั จัยทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวติ และการเจริญเติบโตของมนษุ ย์มีอะไรบ้าง (แนวตอบ อาหาร นำ้ และอากาศ) - ประโยชน์ของปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์มีอะไรบ้าง (แนวตอบ อาหาร ช่วย ให้ร่างกายของเราเจริญเติบโต แข็งแรง และดำรงชีวิตอยู่ได้ น้ำ ช่วยทำให้ร่างกายของเราทำงานได้ตามปกติ ช่วยในการ ลำเลียงและขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายอากาศ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ เราต้องการ อากาศในการหายใจ เพราะแก๊สออกซิเจนที่อยู่ในอากาศมีความจำเป็นต่อร่างกายของเรา ทำให้ระบบอวัยวะต่าง ๆ ใน รา่ งกายทำงานได้ตามปกติ) 2. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการรับประทานอาหารให้มีสุขภาพที่ดี โดยครูถามคำถามใน ประเดน็ ดงั น้ี - นักเรียนคิดวา่ อาหารชนดิ ใดท่ีมีประโยชน์ตอ่ ร่างกาย (แนวตอบ เนอื้ สตั ว์ นม ไข่ ผกั ผลไม)้ - อาหารชนิดใดท่ีทำให้เราอ้วน (แนวตอบ อาหารท่มี แี ป้งและไขมนั มากเกินไป) 3. ครูนำภาพอาหารมาให้นักเรียนดู จากภาพอาหารชนิดใดที่ควรรับประทานและอาหารชนิดใดที่ไม่ควร รับประทาน เพราะเหตุใด (แนวตอบ ข้าวผัดและผลไม้ เป็นอาหารที่ควรรับประทาน เพราะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อ ร่างกาย มนั ฝรั่งทอดและน้ำอัดลมไม่ควรรบั ประทาน เพราะเปน็ อาหารให้ประโยชนน์ ้อยและอาจทำใหเ้ กดิ โรคอว้ นได)้ ขน้ั ท่ี 4 ขัน้ สรุป นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้จากการเรียนจนได้ข้อสรุปว่า ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของมนุษย์ เราตอ้ งการปจั จัยต่าง ๆ มี 3 ประการ คือ อาหาร น้ำ และอากาศ การวัดและการประเมนิ ผล เปา้ หมาย วธิ ีวัด เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การประเมนิ ด้านความรู้ (K) แบบบันทึกกจิ กรรม / สมดุ แบบบันทึกกจิ กรรม นกั เรยี นได้คะแนน บรรยายส่งิ ทจี่ ำเปน็ ต่อการดำรง / แบบประเมิน ร้อยละ 60 ขึ้นไป ชวี ิตและการเจริญเตบิ โตของมนุษย์ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสงั เกต นกั เรียนผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤตกิ รรมนกั เรียนในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดับ ปฏิบตั กิ ิจกรรม พอใช้ข้ึนไป ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่นั แบบประเมนิ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ ความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมน่ั ในการทำงาน คณุ ลักษณะ การประเมินระดับ ในการทำงาน อันพึงประสงค์ พอใช้ขนึ้ ไป ด้านสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคุณภาพ 2 ความสามารถในการส่อื สาร พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์

การคดิ การแกป้ ญั หา การใชท้ ักษะชวี ิต ปัญหาและอปุ สรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา บนั ทึกหลังการสอน - นกั เรยี นบางคนไม่สามารถทำไดด้ ้วย - อธบิ ายเพมิ่ เติมให้นักเรยี น ผลการจดั การเรียนรู้ ตนเอง ดา้ นความรู้ (K) - นักเรยี นบางคนไมม่ ีสมาธิในการเรยี น - ครูอบรมตกั เตอื น และใหน้ ักเรยี นปฏบิ ตั ิ - นักเรยี นร้อยละ 98 บรรยายส่งิ ท่ี ใหมอ่ ีกคร้ัง จำเป็นตอ่ การดำรง ชวี ติ และการ เจริญเตบิ โตของมนษุ ย์ได้ - นกั เรียนบางคนไมม่ สี มาธิในการเรยี น - ครูอบรมตกั เตอื น และสงั เกตพฤติกรรมของ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) นกั เรยี นใหมห่ ลงั จากอบรมตกั เตือนแลว้ - นกั เรียนร้อยละ 98 ตั้งใจปฏิบตั ิ กิจกรรม ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) - นักเรยี นรอ้ ยละ 98 ความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่ันในการทำงาน ลงชื่อ ผูส้ อน (นายอสิ รานุวัฒน์ รดิ สมเงนิ ) ลงชอื่ ลงชือ่ (นายอสิ รานวุ ฒั น์ รดิ สมเงิน) (นางสาวสขุ ใจ ปรีศิริ) หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รองผอู้ ำนวยการกลุม่ บริหารวิชาการ ลงช่อื (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพันธุ์) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นอรรถวิทย์ ชว่ั โมงท่ี 4 เรอ่ื ง : ปจั จัยท่ีจำเปน็ ต่อการดำรงชวี ิตของมนุษย์ (4) เสริม ขน้ั ที่ 1 ข้ันเตรียมกจิ กรรม เตรยี มอปุ กรณก์ ารเรียน ส่ือการเรียนการสอน ขนั้ ท่ี 2 ข้นั นำเขา้ สู่บทเรียน 1. ครูให้นกั เรยี นวาดรปู หรือเขียนสรุปส่งิ ทไี่ ดเ้ รยี นรู้จากบทน้ตี าม ความเขา้ ใจของตนเอง ขน้ั ท่ี 3 ขนั้ ดำเนินการสอน 2. นักเรียนตรวจสอบการสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ของตนเองโดยเปรียบเทียบกับ แผนภาพในหัวข้อ รู้อะไรในบทนี้ ใน หนังสอื เรียน 3. นักเรียนกลับไปตรวจสอบคำตอบของตนเองใน สำรวจความรู้ก่อนเรียนอีกครั้ง ถ้าคำตอบของนักเรียนไม่ ถูกตอ้ งใหข้ ดี เส้นทับขอ้ ความเหลา่ น้นั แลว้ แก้ไขใหถ้ กู ต้อง ขั้นท่ี 4 ขัน้ สรุป นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้จากการเรียนจนได้ข้อสรุปว่า ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของมนุษย์ เราต้องการปัจจัยตา่ ง ๆ มี 3 ประการ คอื อาหาร น้ำ และอากาศ

การวัดและการประเมนิ ผล เป้าหมาย วธิ ีวดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารประเมิน ด้านความรู้ (K) ตรวจแบบบนั ทกึ กจิ กรรม / สมดุ แบบบันทกึ กิจกรรม นักเรียนได้คะแนน - บรรยายสิง่ ทีจ่ ำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวิต รอ้ ยละ 60 ขึน้ ไป และการเจรญิ เตบิ โตของมนษุ ยไ์ ด้ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสังเกต นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤตกิ รรมนกั เรียนในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดบั ปฏิบัตกิ ิจกรรม พอใช้ขน้ึ ไป ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่นั แบบประเมิน นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ ความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน คณุ ลักษณะ การประเมนิ ระดับ ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ พอใช้ขนึ้ ไป ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคุณภาพ 2 ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ การแกป้ ัญหา การใช้ทักษะชีวติ บนั ทกึ หลังการสอน ผลการจัดการเรยี นรู้ ปญั หาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ด้านความรู้ (K) - นกั เรยี นบางคนไมส่ ามารถทำได้ดว้ ย - อธิบายเพมิ่ เติมให้นกั เรียน - นกั เรียนรอ้ ยละ 98 บรรยายสิง่ ที่ ตนเอง จำเปน็ ตอ่ การดำรง ชวี ิตและการ เจรญิ เติบโตของมนุษย์ได้ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - นกั เรียนบางคนไม่มสี มาธิในการเรยี น - ครูอบรมตักเตือน และให้นักเรยี นปฏิบตั ิ - นกั เรยี นร้อยละ 98 ต้ังใจปฏบิ ตั ิ ใหม่อีกครัง้ กจิ กรรม ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) - นักเรียนบางคนไม่มสี มาธิในการเรยี น - ครูอบรมตักเตือน และสังเกตพฤติกรรม ของนักเรียนใหม่หลังจากอบรมตักเตือน - นักเรยี นรอ้ ยละ 98 ความมีวินัย แลว้ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน ลงชอ่ื ผู้สอน (นายอสิ รานุวัฒน์ ริดสมเงิน) ลงชอื่ ลงชื่อ (นายอสิ รานุวัฒน์ รดิ สมเงิน) (นางสาวสขุ ใจ ปรีศิร)ิ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รองผูอ้ ำนวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ ลงช่อื (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพนั ธุ์) ผ้อู ำนวยการโรงเรียนอรรถวทิ ย์

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล ชื่อ..............................................................................เลขที่........... ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 หอ้ ง....... คำชแี้ จง : ผ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดับ คะแนน ข้อ การสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน ระดับความคดิ เห็น 321 มีวินยั 1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลงในการเรียนสม่ำเสมอ 2 ปฏบิ ัติตามคำตักเตือนของครู 3 ทำงานที่ไดร้ บั มอบหมายอย่างต้งั ใจ ใฝ่เรียนรู้ 4 ร่วมทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ทค่ี รจู ดั ใหอ้ ยา่ งตัง้ ใจ 5 หมั่นซักถามเม่ือเกิดข้อสงสยั 6 เอาใจใสง่ านทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย มงุ่ มั่นในการทำงาน 7 สนใจทำกจิ กรรมกับเพอื่ นอย่างกระตือรือรน้ 8 ปฏิบัตหิ นา้ ท่ที ี่ได้รบั มอบหมายอยา่ งตง้ั ใจ 9 ส่งงานอย่างสม่ำเสมอ เกณฑใ์ ห้คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง (70%) ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง (50%) ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 23-27 ดมี าก 18-22 ดี 13-17 พอใช้ ปรับปรุง ต่ำกวา่ 13

แบบประเมินผลงาน วชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3 คำช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนประเมินผลงานของนักเรียนแต่ละคน โดยใส่ตัวเลขลงในช่องวา่ งตามเกณฑ์การประเมิน ดังน้ี 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง รายการประเมนิ สมาชกิ ในกลุ่ม คนที่ 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 คนท่ี 4 คนที่ 5 ดา้ นผลงาน 1. ความถกู ต้องของผลงาน 2. การนำความรจู้ ากผลงานไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน ดา้ นการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ 3. การใช้เหตผุ ลประกอบการทำผลงาน 4. การเช่ือมโยงความรู้ทเ่ี รยี นมาเข้ากับการทำผลงาน ดา้ นการคดิ สรา้ งสรรค์ 5. ความสวยงามและความน่าสนใจของผลงาน ด้านการสอ่ื สาร 6. ระดับเสยี งและทา่ ทางประกอบการนำเสนอผลงาน 7. การถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ ด้านการมีสว่ นร่วมในการทำงาน 8. การมสี ว่ นร่วมในการทำงาน 9. การปรับตัวและการแบง่ หนา้ ที่ในการทำงาน คะแนนรวม (แตล่ ะคน) เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน วชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน รายการประเมิน ดี พอใช้ ปรับปรุง (3 คะแนน) (2 คะแนน) (1 คะแนน) ด้านผลงาน ความถูกต้องของผลงาน ผลงานของนักเรียนถูกต้อง ผ ล งานของนักเรียน ผลงานของนักเรียนถูกต้อง ตามวัตถุประสงค์ของงาน ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ตามวัตถุประสงค์ของงาน ครบถว้ น ของงานเป็นสว่ นใหญ่ บางสว่ น การนำความรู้จากผลงานไปใช้ใน อธบิ ายการนำความรู้ อธบิ ายการนำความรู้ อธิบายการนำความรู้ ชวี ติ ประจำวัน ที่ได้จากการทำผลงานไปใช้ ที่ได้จากการทำผลงาน ท่ีได้จากการทำผลงานไปใช้ ในชีวติ ประจำวัน ไปใช้ในชวี ิตประจำวัน ในชวี ิตประจำวนั ได้ตรงประเด็น ไ ด ้ ต ร ง ป ร ะ เ ด ็ น เ ป็ น ไดต้ รงประเดน็ บางสว่ น ส่วนใหญ่

ดา้ นการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การใช้เหตุผลประกอบการทำ อธิบายเหตุผลในการ อธิบายเหตุผลในการ อธิบายเหตุผลในการ ผลงาน เลือกใช้แนวคิดของตนเอง เ ล ื อกใช้ แ นวค ิ ด ขอ ง เลือกใช้แนวคิดของตนเอง ไปสร้างผลงานได้ชัดเจน ตนเองไปสร้างผลงานได้ ไ ป ส ร ้ า ง ผ ล ง า นไ ด ้ ต ร ง ตรงประเดน็ ตรงประเดน็ เป็นสว่ นใหญ่ ประเดน็ บางส่วน การเช่อื มโยงความรูท้ ีเ่ รยี นมา เขา้ สามารถอธิบายความรู้ที่ สามารถอธิบายความรู้ท่ี สามารถอธิบายความรู้ท่ี กับการทำผลงาน เรียนมาเชื่อมโยงกับการทำ เรียนมาเชื่อมโยงกับการ เรียนมาเชื่อมโยงกับการทำ ผลงานได้ตรงประเด็น ทำผลงานได้ตรงประเด็น ผ ล งา นไ ด ้ ต ร งป ร ะ เ ด็ น เปน็ สว่ นใหญ่ บางสว่ น ดา้ นการคดิ สร้างสรรค์ ความสวยงามและความน่าสนใจ ผลงานมคี วามสวยงาม ไม่ ผลงานมีความสวยงาม ผลงานมีความสวยงาม แต่ ของผลงาน ซ้ำแบบใคร และโดดเดน่ ไม่ซ้ำแบบใคร แต่ไม่ คล้ายคลึงกับผลงานของ โดดเด่น ผอู้ นื่ ดา้ นการสื่อสาร ระดับเสียงและท่าทางประกอบ พูดเสียงดัง ชัดเจน และใช้ พูดเสียงดัง ชัดเจน และ พูดเสียงเบา ไม่ชัดเจน และ การนำเสนอผลงาน ท่าทางประกอบการนำเสนอ ใช้ท่าทางประกอบการ ไม่มีการใช้ท่าทางประกอบ สมำ่ เสมอ นำเสนอเป็นส่วนใหญ่ การนำเสนอ ด้านการสอ่ื สาร การถา่ ยทอดความร้คู วามเขา้ ใจ พูดถ่ายทอดความรู้ความ พูดถ่ายทอดความรู้ความ พูดถ่ายทอดความรู้ความ เข้าใจของตนเองได้ถูกต้อง เ ข ้ า ใ จ ข อ งต นเ องไ ด้ เข้าใจของตนเองได้ตรง ตรงประเดน็ อย่างชัดเจน ถูกต้องตรงประเด็นเป็น ประเด็นบางส่วน สว่ นใหญ่ ด้านการมีสว่ นร่วมในการทำงาน การมสี ว่ นร่วมในการทำงาน มีส่วนร่วมในการทำงานกับ มีส่วนร่วมในการทำงาน สามารถให้ความร่วมมือใน เพื่อนด้วยความตั้งใจอย่าง กับเพอื่ นเปน็ ส่วนใหญ่ การทำงานร่วมกับเพ่ือนเป็น สมำ่ เสมอ บางครงั้ การปรับตัวและการแบ่งหน้าที่ใน สามารถปรับตัวเข้ากับ สามารถปรับตัวเข้ากับ สามารถปรับตัวเข้ากับ การทำงาน บทบาทและหน้าทท่ี ไี่ ดร้ บั ใน บทบาทและหนา้ ทที่ ี่ได้รับ บทบาทและหน้าท่ที ่ไี ดร้ บั ใน ก า ร ท ำ ง า น ไ ด ้ ด ี อ ย ่ า ง ในการทำงานได้ดีเป็น การทำงานเป็นบางคร้ัง ต้อง สม่ำเสมอ สว่ นใหญ่ ได้รบั คำแนะนำจากครู เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ คะแนน ระดับคณุ ภาพ 21-27 ดี 14-20 ต่ำกว่า 14 พอใช้ ปรับปรงุ

แผนการจดั การเรียนรู้ สัปดาห์ท่ี 14 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน : ประถมศึกษาปีท่ี 3 ชอ่ื รายวชิ า : วิทยาศาสตร์ 3 รหสั วิชา: ว 13101 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 อากาศและชีวติ ของสัตว์ (เสรมิ ) เวลา : 4 ชั่วโมง 1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ัดมาตรฐานการเรยี นรู้/ผลการเรยี นรู้ ว 1.2 ป.3/1 บรรยายสิ่งท่จี ำเป็นตอ่ การดำรงชีวติ และการเจรญิ เตบิ โตของมนษุ ย์และสตั ว์ โดยใชข้ ้อมลู ที่รวบรวมได้ 2. สาระสำคัญ สัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตจงึ ตอ้ งการอาหาร นำ้ และอากาศ เพอ่ื การดำรงชีวิตและการเจริญเติบโต 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ด้าน K - บรรยายสง่ิ ท่ีจำเป็นต่อการดำรงชวี ติ และการเจรญิ เติบโตของสตั ว์ได้ ด้าน P - มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ - สืบค้นและบอกปัจจัยท่ีจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสตั ว์ได้ ดา้ น A - มจี ติ วิทยาศาสตร์ - เหน็ ความสำคัญของปัจจัยที่จำเปน็ ต่อการดำรงชีวติ ของสัตว์ 4. สาระการเรียนรู้ - สตั วต์ อ้ งการอาหาร น้ำ และอากาศ เพ่ือการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโต 5. ทกั ษะกระบวนการ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 1. การสงั เกต 2. การจำแนกประเภท 3. การลงความเหน็ จากข้อมูล 4. การตีความหมายขอ้ มลู และลงข้อสรปุ 6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ใฝ่เรยี นรู้ 2. อยอู่ ย่าง 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น 1) ความสามารถในการสอ่ื สาร 2) ความสามารถในการคดิ 3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ 8. บูรณาการสาระท้องถ่ิน/สวนพฤกษศาสตร์ -

9. หลักฐานการเรยี นรู้ (ชนิ้ งาน/ภาระงาน) 1. ใบงาน / สมุด / แบบบันทึกกิจกรรม 10.สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 สสวท. 2. ใบงาน 3. แบบทดสอบ 4. แหลง่ เรยี นรู้ เช่น หนังสอื วารสาร อนิ เทอรเ์ นต็ 11. กิจกรรมการเรยี นรู้ ชัว่ โมงท่ี 1 เร่อื ง : ปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสตั ว์ (1) เสริม ขน้ั ท่ี 1 ข้ันเตรียมกจิ กรรม เตรียมอุปกรณก์ ารเรยี น ส่อื การเรียนการสอน ข้นั ท่ี 2 ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น 1. ครูนำภาพสัตว์แตล่ ะชนดิ มาให้นักเรียนดู แล้วช่วยกนั บอกว่า อาหารท่ีสัตว์แตล่ ะชนิดกินคืออะไร และสัตว์ชนิด ใดบา้ งท่ีกนิ อาหารเหมือนกนั 2. สัตว์ต่าง ๆ ต้องการปัจจัยในการดำรงชวี ติ เหมอื นกับมนษุ ย์หรือไม่ ครูให้นักเรียนคิดหาคำตอบไว้ในใจ แล้วครู พดู กระตุ้นนกั เรียนว่า เราจะได้ศกึ ษาจากกจิ กรรมต่อไปน้ี ขน้ั ท่ี 3 ข้ันดำเนินการสอน 1. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนน้ั ศึกษา ปัจจัยท่ีจำเป็นตอ่ การดำรงชีวิตของสตั ว์ 2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ สืบค้นขอ้ มลู เกี่ยวกบั การเลี้ยงลกู ปลาหางนกยูงที่ถูกต้อง 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายผลการทดลองและสรุปผลภายในกลุ่ม เพื่อนำเสนอผลการทดลองหน้าช้ัน เรยี น ขน้ั ที่ 4 ข้ันสรุป 1. นักเรียนนำขอ้ มูลมาจดั กระทำในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนภาพ แผนผัง ลงในกระดาษแขง็ การวดั และการประเมนิ ผล วธิ ีวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารประเมิน เปา้ หมาย แบบบันทึกกจิ กรรม / สมุด แบบบันทึกกิจกรรม นกั เรียนได้คะแนน ดา้ นความรู้ (K) ร้อยละ 60 ขน้ึ ไป บรรยายส่ิงทีจ่ ำเป็นต่อการดำรง ชีวติ และการเจรญิ เติบโตของสัตว์

ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกจิ กรรมทักษะ แบบสังเกต นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมนกั เรยี นในการ กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดับ ปฏิบัตกิ จิ กรรม พอใช้ขึ้นไป ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) สังเกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มัน่ แบบประเมิน นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ ความมีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมน่ั การประเมินระดบั ในการทำงาน ในการทำงาน คณุ ลักษณะ พอใช้ข้ึนไป ระดบั คุณภาพ 2 ด้านสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น อันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์ 1) ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใชท้ ักษะ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ชวี ิต พฤติกรรม บนั ทึกหลังการสอน ปญั หาและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ผลการจดั การเรยี นรู้ - นกั เรยี นบางคนไม่สามารถทำได้ด้วย - อธบิ ายเพ่มิ เติมให้นักเรยี น ด้านความรู้ (K) - นกั เรยี นร้อยละ 98 บรรยายสิ่งที่ ตนเอง จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการ เจริญเติบโตของสตั ว์ได้ - นกั เรยี นบางคนไมม่ สี มาธิในการเรียน - ครอู บรมตักเตอื น และให้นักเรยี นปฏบิ ตั ิ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ใหมอ่ ีกครง้ั - นักเรยี นรอ้ ยละ 98 ตั้งใจปฏบิ ัติ กิจกรรม - นักเรยี นบางคนไมม่ ีสมาธิในการเรยี น - ครูอบรมตกั เตือน และสังเกตพฤติกรรม ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ของนักเรียนใหม่หลงั จากอบรมตักเตือน - นกั เรยี นร้อยละ 98 ความมีวินยั แล้ว ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มั่นในการทำงาน ลงชื่อ ผู้สอน (นายอิสรานวุ ฒั น์ ริดสมเงนิ ) ลงชอ่ื ลงชอื่ (นายอสิ รานุวัฒน์ ริดสมเงิน) (นางสาวสุขใจ ปรีศริ )ิ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รองผอู้ ำนวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ ลงช่อื (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพันธ์ุ) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นอรรถวทิ ย์

ชวั่ โมงท่ี 2 เรอ่ื ง : ปจั จัยที่จำเปน็ ต่อการดำรงชีวิตของสตั ว์ (2) เสรมิ ข้นั ท่ี 1 ขน้ั เตรยี มกจิ กรรม เตรยี มอปุ กรณ์การเรียน สื่อการเรียนการสอน ข้นั ที่ 2 ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. ครูทบทวนสง่ิ ที่เรียนมา ขัน้ ที่ 3 ข้ันดำเนินการสอน 2. ครูนำภาพสัตวช์ นดิ ต่าง ๆ 5-6 ชนิด ตดิ บนกระดาน แล้วให้นกั เรียนชว่ ยกันบอกว่า อาหารท่ีสตั ว์ แต่ละชนิดกิน คอื อะไร และสตั วช์ นดิ ใดบ้างทีก่ นิ อาหารเหมือนกัน และใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั กำหนดปัญหาเรือ่ งอาหารของสตั ว์ 3. ครูสนทนากบั นักเรยี นเก่ียวกบั อาหารทส่ี ัตว์แต่ละชนดิ กิน ครตู ้งั คำถามนักเรยี นวา่ ทำไมสัตว์แต่ละชนิดถงึ มีชีวิต อยู่ได้ (แนวคำตอบ กนิ อาหาร กินนำ้ และหายใจ) 4. ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา่ สตั วเ์ ป็นส่ิงมชี วี ติ ทต่ี อ้ งการอาหาร นำ้ และอากาศ เพ่ือใชใ้ นการดำรงชวี ิต - อาหาร สัตว์ต่าง ๆ ต้องกินอาหารเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้ สัตว์แต่ละชนิดจะกินอาหาร แตกต่างกัน สัตวบ์ างชนดิ กินพืชเปน็ อาหาร สตั ว์บางชนิดกนิ สัตว์ดว้ ยกนั เองเป็นอาหาร และสตั ว์บางชนดิ กินทง้ั พืชและสัตว์ เปน็ อาหาร ถ้าสตั ว์ตา่ ง ๆ ไม่ไดก้ นิ อาหารเป็นเวลานาน ๆ กจ็ ะตายในทสี่ ดุ - น้ำ สัตว์ทุกชนิดต้องการน้ำในการดำรงชีวิต สัตว์ต้องกินน้ำเพื่อให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ เพราะน้ำเป็น สว่ นประกอบของร่างกาย ถ้าขาดน้ำเป็นเวลานาน ๆ สัตวก์ ็จะตาย - อากาศ สัตว์ทุกชนิดต้องการอากาศหายใจ เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะแก๊สออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศมีความ จำเป็นต่อร่างกายของสัตว์ สัตว์ที่อยู่บนบกจะหายใจโดยใช้อากาศที่อยู่รอบตัว ส่วนสัตว์ที่อยู่ในน้ำจะหายใจโดยใช้แ ก๊ส ออกซเิ จนท่มี ีอยใู่ นน้ำ ขั้นที่ 4 ขน้ั สรุป 7. นักเรียนและครรู ว่ มกนั อภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรม การวดั และการประเมนิ ผล เปา้ หมาย วิธวี ดั เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) แบบบันทึกกิจกรรม / สมดุ แบบบันทึกกจิ กรรม นกั เรียนได้คะแนน บรรยายส่งิ ทจ่ี ำเป็นต่อการดำรง ร้อยละ 60 ขึ้นไป ชีวติ และการเจรญิ เตบิ โตของสัตว์ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมินการทำกจิ กรรมทักษะ แบบสงั เกต นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมนักเรียนในการ กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดับ ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม พอใช้ขึ้นไป ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) สงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ ม่ัน แบบประเมิน นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ ความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มัน่ ในการทำงาน คณุ ลักษณะ การประเมินระดับ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์ พอใช้ข้นึ ไป ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ระดับคุณภาพ 2 ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ การแกป้ ัญหาการใชท้ ักษะชวี ติ

บนั ทกึ หลังการสอน ปัญหาและอปุ สรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา ผลการจดั การเรยี นรู้ - นกั เรยี นบางคนไมส่ ามารถทำไดด้ ้วย - อธบิ ายเพ่ิมเติมให้นกั เรยี น ดา้ นความรู้ (K) - นักเรยี นรอ้ ยละ 98 บรรยายสิง่ ท่ี ตนเอง จำเปน็ ต่อการดำรงชีวิตและการ เจริญเติบโตของสัตว์ได้ - นักเรยี นบางคนไม่มีสมาธใิ นการเรียน - ครอู บรมตกั เตอื น และให้นกั เรยี นปฏิบัติ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) ใหมอ่ ีกคร้ัง - นกั เรียนร้อยละ 98 ตั้งใจปฏิบตั ิ กจิ กรรม - นักเรียนบางคนไมม่ ีสมาธใิ นการเรียน - ครูอบรมตกั เตอื น และสงั เกตพฤติกรรม ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) ของนักเรยี นหลังจากอบรมตักเตอื นแล้ว - นกั เรียนรอ้ ยละ 98 มีวนิ ัย ใฝ่ เรยี นรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน ลงชือ่ ผู้สอน (นายอิสรานุวัฒน์ ริดสมเงนิ ) ลงชือ่ ลงชอ่ื (นายอสิ รานวุ ัฒน์ ริดสมเงนิ ) (นางสาวสุขใจ ปรศี ิร)ิ หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ ลงช่ือ (นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพันธุ์) ผู้อำนวยการโรงเรยี นอรรถวิทย์ ชัว่ โมงที่ 3 เรื่อง : ปจั จัยทีจ่ ำเปน็ ต่อการดำรงชวี ติ ของสตั ว์ (3) เสริม ขน้ั ท่ี 1 ข้นั เตรยี มกจิ กรรม เตรียมอปุ กรณ์การเรียน ส่ือการเรยี นการสอน ข้ันที่ 2 ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน 1. ครทู บทวนสง่ิ ทีเ่ รียนมา ข้นั ที่ 3 ขน้ั ดำเนินการสอน 1. นักเรียนศึกษาสรุปสาระสำคัญ เพอื่ ตรวจสอบกับการเขยี นสรุปความรู้ทนี่ ักเรยี นทำไวใ้ นสมดุ ประจำตวั นักเรียน 2. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 4-5 คน ทำกิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกสัตว์มากลุ่มละ 1 ชนิด จากนั้นศึกษาวิธีเลี้ยงสัตว์จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ พร้อมเตรียม อปุ กรณ์ที่จะใชใ้ นการเลย้ี งสัตว์ 4. นักเรียนแต่ละกลุม่ ดูแลสตั วเ์ ลี้ยงของกลุ่มตนเองเป็นเวลา 2-3 เดือน โดยแบ่งหน้าทีก่ ันทำภายในกลุ่ม และจด บนั ทึกขอ้ มลู ของสัตว์เล้ยี ง ลงในใบงาน กจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรู้ 5. ใหน้ ักเรยี นนำสัตว์เล้ยี งของแตล่ ะกลุ่มมาเปรียบเทียบกันและรายงานผลการทำกจิ กรรม 6. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั ประเมินผลการทำกิจกรรมของแตล่ ะกลุ่ม

ขนั้ ที่ 4 ข้นั สรุป นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้จากการเรียนจนได้ข้อสรุปว่า ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของ สัตว์ ต้องการปัจจยั ตา่ ง ๆ มี 3 ประการ คอื อาหาร น้ำ และอากาศ การวดั และการประเมนิ ผล เป้าหมาย วิธวี ัด เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ดา้ นความรู้ (K) แบบบันทึกกจิ กรรม / สมุด แบบบันทึกกิจกรรม นักเรยี นได้คะแนน บรรยายส่งิ ทจี่ ำเป็นต่อการดำรง / แบบประเมิน ร้อยละ 60 ข้ึนไป ชีวิตและการเจรญิ เตบิ โตของสัตว์ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การทำกิจกรรมทักษะ แบบสังเกต นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมนิ ระดบั ปฏิบตั กิ ิจกรรม พอใช้ขึ้นไป ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ มั่น แบบประเมนิ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ ความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ ม่นั ในการทำงาน คณุ ลกั ษณะ การประเมินระดบั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์ พอใช้ขน้ึ ไป ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2 ความสามารถในการส่ือสาร พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ การคิด การแก้ปญั หา การใชท้ กั ษะชีวิต บันทกึ หลังการสอน ผลการจดั การเรียนรู้ ปัญหาและอปุ สรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ดา้ นความรู้ (K) - นักเรียนบางคนไมส่ ามารถทำไดด้ ้วย - อธบิ ายเพ่ิมเติมให้นักเรยี น - นักเรยี นร้อยละ 98 บรรยายสิ่งที่ ตนเอง จำเปน็ ต่อการดำรง ชีวติ และการ เจรญิ เติบโตของสตั ว์ได้ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) - นกั เรยี นบางคนไมม่ ีสมาธิในการเรยี น - ครอู บรมตักเตือน และให้นักเรียนปฏิบัติ - นักเรียนรอ้ ยละ 98 ตั้งใจปฏบิ ตั ิ ใหมอ่ ีกคร้งั กิจกรรม ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) - นกั เรียนบางคนไมม่ สี มาธใิ นการเรียน - ครูอบรมตักเตอื น และสังเกตพฤติกรรมของ - นักเรียนร้อยละ 98 ความมีวนิ ยั นกั เรยี นใหมห่ ลงั จากอบรมตักเตอื นแลว้ ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่นั ในการทำงาน ลงชือ่ ผสู้ อน (นายอิสรานวุ ัฒน์ รดิ สมเงนิ ) ลงชือ่ ลงชอื่ (นายอิสรานุวัฒน์ รดิ สมเงิน) (นางสาวสขุ ใจ ปรีศิริ) หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ

ลงช่อื (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพันธ์ุ) ผู้อำนวยการโรงเรยี นอรรถวิทย์ ช่ัวโมงที่ 4 เรอื่ ง : ปจั จัยท่จี ำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวิตของสตั ว์ (4) เสรมิ ขนั้ ท่ี 1 ขั้นเตรียมกจิ กรรม เตรยี มอปุ กรณก์ ารเรยี น ส่ือการเรยี นการสอน ขัน้ ท่ี 2 ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนวาดรูปหรือเขียนสรปุ สิง่ ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ ตามความเข้าใจของตนเอง ขั้นท่ี 3 ขน้ั ดำเนินการสอน 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับอาหารที่สัตว์แต่ละชนิดกิน แล้วตั้งคำถามนักเรียนว่า นักเรียนสังเกตสัตว์ท่ี นักเรียนร้จู กั ว่าทำไมจงึ มชี ีวติ อยไู่ ด้ (แนวคำตอบ ข้ึนอยู่กับคำตอบของนกั เรียน) 2.ใหน้ ักเรียนบอกเหตุผลว่า สตั ว์กินอาหารเพื่ออะไร และสัตว์ตอ้ งการสิ่งใดในการดำรงชวี ติ เพอ่ื ใหเ้ จรญิ เตบิ โต (แนวคำตอบ ข้ึนอย่กู ับคำตอบของนักเรยี น) 3. นักเรียนร่วมกันตอบว่า สัตว์แต่ละชนิดต้องการปัจจัยในการดำรงชีวิตเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ เหมอื นกนั สัตวต์ ้องกินอาหาร น้ำ และหายใจ) 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4-5 คน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการขาดสารอาหารของมนุษย์ตาม หัวขอ้ ดังต่อไปน้ี - โรคขาดสารอาหารคืออะไร - สาเหตุของการเกดิ โรคขาดสารอาหาร - อาการของคนท่ีเปน็ โรคขาดสารอาหาร - ผลกระทบทเี่ กดิ จากโรคขาดสารอาหารในชีวติ ประจำวัน - วธิ กี ารดูแลรักษาผู้ท่เี ป็นโรคขาดสารอาหาร 5. นักเรียนบันทึกข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นมาจัดกระทำในรูปแบบแผนผัง ลงในกระดาษแข็งพร้อมตกแต่งให้ สวยงามและมีความนา่ สนใจ พร้อมนำเสนอหน้าชั้นเรียน ขั้นที่ 4 ข้ันสรุป นกั เรียนและครูรว่ มกันสรุปความรจู้ ากการเรียนจนได้ข้อสรุปวา่ ในการเจรญิ เติบโตและการดำรงชีวิตของสัตว์ต้อง กนิ อาหาร น้ำ และหายใจ การวัดและการประเมนิ ผล เปา้ หมาย วธิ ีวัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ ด้านความรู้ (K) ตรวจแบบบันทกึ กิจกรรม / สมดุ แบบบนั ทกึ กจิ กรรม นกั เรยี นได้คะแนน - บรรยายสง่ิ ทีจ่ ำเปน็ ต่อการดำรงชวี ิต ร้อยละ 60 ขึน้ ไป และการเจรญิ เตบิ โตของสัตว์ได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ประเมินการทำกิจกรรมทักษะ แบบสังเกต นักเรียนผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤติกรรมนกั เรียนในการ กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์ พฤติกรรม การประเมินระดับ ปฏิบัติกิจกรรม พอใช้ขึน้ ไป

ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) สงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ มน่ั แบบประเมนิ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ ความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน คณุ ลักษณะ การประเมนิ ระดบั ในการทำงาน อันพึงประสงค์ พอใช้ขนึ้ ไป ด้านสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2 ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การแกป้ ัญหา การใชท้ ักษะชีวิต บนั ทกึ หลังการสอน ผลการจดั การเรยี นรู้ ปัญหาและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ัญหา ดา้ นความรู้ (K) - นักเรียนบางคนไม่สามารถทำไดด้ ้วย - อธบิ ายเพ่มิ เติมใหน้ กั เรยี น - นักเรยี นร้อยละ 98 บรรยายส่งิ ที่ ตนเอง จำเป็นตอ่ การดำรง ชวี ิตและการ เจรญิ เตบิ โตของสตั ว์ได้ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนบางคนไมม่ ีสมาธใิ นการเรียน - ครูอบรมตักเตือน และให้นักเรยี นปฏิบัติ - นกั เรียนรอ้ ยละ 98 ตั้งใจปฏบิ ตั ิ ใหมอ่ ีกคร้งั กจิ กรรม ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) - นักเรยี นบางคนไมม่ สี มาธใิ นการเรียน - ครอู บรมตกั เตอื น และสังเกตพฤติกรรม ของนักเรียนใหม่หลังจากอบรมตักเตือน - นักเรียนร้อยละ 98 ความมีวินยั แล้ว ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มั่นในการทำงาน ลงชือ่ ผู้สอน (นายอิสรานวุ ัฒน์ ริดสมเงิน) ลงช่อื ลงช่ือ (นายอิสรานวุ ฒั น์ รดิ สมเงนิ ) (นางสาวสขุ ใจ ปรีศริ ิ) หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ ลงช่อื (นางถนอมจติ ต์ ขุททะกะพนั ธุ์) ผ้อู ำนวยการโรงเรียนอรรถวิทย์

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล ชื่อ..............................................................................เลขที่........... ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 หอ้ ง....... คำชแี้ จง : ผ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดับ คะแนน ข้อ การสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน ระดับความคดิ เห็น 321 มีวินยั 1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลงในการเรียนสม่ำเสมอ 2 ปฏบิ ัติตามคำตักเตือนของครู 3 ทำงานที่ไดร้ บั มอบหมายอย่างต้งั ใจ ใฝ่เรียนรู้ 4 ร่วมทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ทค่ี รจู ดั ใหอ้ ยา่ งตัง้ ใจ 5 หมั่นซักถามเม่ือเกิดข้อสงสยั 6 เอาใจใสง่ านทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย มงุ่ มั่นในการทำงาน 7 สนใจทำกจิ กรรมกับเพอื่ นอย่างกระตือรือรน้ 8 ปฏิบัตหิ นา้ ท่ที ี่ได้รบั มอบหมายอยา่ งตง้ั ใจ 9 ส่งงานอย่างสม่ำเสมอ เกณฑใ์ ห้คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง (70%) ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง (50%) ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 23-27 ดมี าก 18-22 ดี 13-17 พอใช้ ปรับปรุง ต่ำกวา่ 13

แบบประเมินผลงาน วชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3 คำช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนประเมินผลงานของนักเรียนแต่ละคน โดยใส่ตัวเลขลงในช่องวา่ งตามเกณฑ์การประเมิน ดังน้ี 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง รายการประเมนิ สมาชกิ ในกลุ่ม คนที่ 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 คนท่ี 4 คนที่ 5 ดา้ นผลงาน 1. ความถกู ต้องของผลงาน 2. การนำความรจู้ ากผลงานไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน ดา้ นการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ 3. การใช้เหตผุ ลประกอบการทำผลงาน 4. การเช่ือมโยงความรู้ทเ่ี รยี นมาเข้ากับการทำผลงาน ดา้ นการคดิ สรา้ งสรรค์ 5. ความสวยงามและความน่าสนใจของผลงาน ด้านการสอ่ื สาร 6. ระดับเสยี งและทา่ ทางประกอบการนำเสนอผลงาน 7. การถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ ด้านการมีสว่ นร่วมในการทำงาน 8. การมสี ว่ นร่วมในการทำงาน 9. การปรับตัวและการแบง่ หนา้ ที่ในการทำงาน คะแนนรวม (แตล่ ะคน) เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน วชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน รายการประเมิน ดี พอใช้ ปรับปรุง (3 คะแนน) (2 คะแนน) (1 คะแนน) ด้านผลงาน ความถูกต้องของผลงาน ผลงานของนักเรียนถูกต้อง ผ ล งานของนักเรียน ผลงานของนักเรียนถูกต้อง ตามวัตถุประสงค์ของงาน ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ตามวัตถุประสงค์ของงาน ครบถว้ น ของงานเป็นสว่ นใหญ่ บางสว่ น การนำความรู้จากผลงานไปใช้ใน อธบิ ายการนำความรู้ อธบิ ายการนำความรู้ อธิบายการนำความรู้ ชวี ติ ประจำวัน ที่ได้จากการทำผลงานไปใช้ ที่ได้จากการทำผลงาน ท่ีได้จากการทำผลงานไปใช้ ในชีวติ ประจำวัน ไปใช้ในชวี ิตประจำวัน ในชวี ิตประจำวนั ได้ตรงประเด็น ไ ด ้ ต ร ง ป ร ะ เ ด ็ น เ ป็ น ไดต้ รงประเดน็ บางสว่ น ส่วนใหญ่

ดา้ นการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การใช้เหตุผลประกอบการทำ อธิบายเหตุผลในการ อธิบายเหตุผลในการ อธิบายเหตุผลในการ ผลงาน เลือกใช้แนวคิดของตนเอง เ ล ื อกใช้ แ นวค ิ ด ขอ ง เลือกใช้แนวคิดของตนเอง ไปสร้างผลงานได้ชัดเจน ตนเองไปสร้างผลงานได้ ไ ป ส ร ้ า ง ผ ล ง า นไ ด ้ ต ร ง ตรงประเดน็ ตรงประเดน็ เป็นสว่ นใหญ่ ประเดน็ บางส่วน การเช่อื มโยงความรูท้ ีเ่ รยี นมา เขา้ สามารถอธิบายความรู้ที่ สามารถอธิบายความรู้ท่ี สามารถอธิบายความรู้ท่ี กับการทำผลงาน เรียนมาเชื่อมโยงกับการทำ เรียนมาเชื่อมโยงกับการ เรียนมาเชื่อมโยงกับการทำ ผลงานได้ตรงประเด็น ทำผลงานได้ตรงประเด็น ผ ล งา นไ ด ้ ต ร งป ร ะ เ ด็ น เปน็ สว่ นใหญ่ บางสว่ น ดา้ นการคดิ สร้างสรรค์ ความสวยงามและความน่าสนใจ ผลงานมคี วามสวยงาม ไม่ ผลงานมีความสวยงาม ผลงานมีความสวยงาม แต่ ของผลงาน ซ้ำแบบใคร และโดดเดน่ ไม่ซ้ำแบบใคร แต่ไม่ คล้ายคลึงกับผลงานของ โดดเด่น ผอู้ นื่ ดา้ นการสื่อสาร ระดับเสียงและท่าทางประกอบ พูดเสียงดัง ชัดเจน และใช้ พูดเสียงดัง ชัดเจน และ พูดเสียงเบา ไม่ชัดเจน และ การนำเสนอผลงาน ท่าทางประกอบการนำเสนอ ใช้ท่าทางประกอบการ ไม่มีการใช้ท่าทางประกอบ สมำ่ เสมอ นำเสนอเป็นส่วนใหญ่ การนำเสนอ ด้านการสอ่ื สาร การถา่ ยทอดความร้คู วามเขา้ ใจ พูดถ่ายทอดความรู้ความ พูดถ่ายทอดความรู้ความ พูดถ่ายทอดความรู้ความ เข้าใจของตนเองได้ถูกต้อง เ ข ้ า ใ จ ข อ งต นเ องไ ด้ เข้าใจของตนเองได้ตรง ตรงประเดน็ อย่างชัดเจน ถูกต้องตรงประเด็นเป็น ประเด็นบางส่วน สว่ นใหญ่ ด้านการมีสว่ นร่วมในการทำงาน การมสี ว่ นร่วมในการทำงาน มีส่วนร่วมในการทำงานกับ มีส่วนร่วมในการทำงาน สามารถให้ความร่วมมือใน เพื่อนด้วยความตั้งใจอย่าง กับเพอื่ นเปน็ ส่วนใหญ่ การทำงานร่วมกับเพ่ือนเป็น สมำ่ เสมอ บางครงั้ การปรับตัวและการแบ่งหน้าที่ใน สามารถปรับตัวเข้ากับ สามารถปรับตัวเข้ากับ สามารถปรับตัวเข้ากับ การทำงาน บทบาทและหน้าทท่ี ไี่ ดร้ บั ใน บทบาทและหนา้ ทที่ ี่ได้รับ บทบาทและหน้าท่ที ่ไี ดร้ บั ใน ก า ร ท ำ ง า น ไ ด ้ ด ี อ ย ่ า ง ในการทำงานได้ดีเป็น การทำงานเป็นบางคร้ัง ต้อง สม่ำเสมอ สว่ นใหญ่ ได้รบั คำแนะนำจากครู เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ คะแนน ระดับคณุ ภาพ 21-27 ดี 14-20 ต่ำกว่า 14 พอใช้ ปรับปรงุ

แผนการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ 15 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ : วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั : ประถมศึกษาปที ี่ 3 ชือ่ รายวิชา : วิทยาศาสตร์ 3 รหสั วชิ า: ว 13101 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 อากาศและชวี ิตของสตั ว์ (เสรมิ ) เวลา : 4 ชั่วโมง 1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัดมาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ ว 1.2 ป.3/3 สร้างแบบจำลองท่ีบรรยายวฏั จักรชวี ิตของสัตว์ และเปรยี บเทยี บวัฏจักรชวี ิตของสัตว์บางชนดิ ป.3/4 ตระหนักถึงคุณค่าของชีวติ สตั ว์ โดยไม่ทำให้วัฏจักรของสัตว์เปลย่ี นแปลง 2. สาระสำคัญ สัตว์เมื่อเป็นตัวเต็มวัยจะสืบพันธุ์มีลูก เมื่อลูกเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยก็สืบพันธุ์มีลูกต่อไปได้อีกหมุนเวียน ตอ่ เน่อื งเป็นวฏั จกั รชีวิตของสัตว์ สัตว์แตล่ ะชนิด เช่น ผเี สอ้ื กบ ไก่ มนษุ ย์ จะมีวฏั จกั รชีวิตท่เี ฉพาะและแตกตา่ งกนั ไป 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ด้าน K - อธิบายวฏั จกั รของสัตว์บางชนิดได้ ด้าน P - มีทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ - สรา้ งแบบจำลองเพ่ือบรรยายวฏั จักรชีวติ ของสตั วไ์ ด้ ดา้ น A - มีจติ วิทยาศาสตร์ - ตระหนักถงึ คณุ คา่ ของชีวิตสตั ว์ โดยไม่ทำใหว้ ัฏจักรชวี ติ ของสัตวเ์ ปลยี่ นแปลง 4. สาระการเรียนรู้ - วัฏจกั รชีวติ ของสตั ว์ 5. ทักษะกระบวนการ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1. การสังเกต 2. การจำแนกประเภท 3. การลงความเหน็ จากข้อมูล 4. การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ 6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. ใฝเ่ รียนรู้ 2. อยอู่ ยา่ ง 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 7. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น 1) ความสามารถในการส่ือสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

8. บูรณาการสาระทอ้ งถ่นิ /สวนพฤกษศาสตร์ - 9. หลกั ฐานการเรยี นรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) 1. ใบงาน / สมุด / แบบบนั ทึกกจิ กรรม 10.สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 สสวท. 2. ใบงาน 3. แบบทดสอบ 4. แหล่งเรียนรู้ เช่น หนงั สือ วารสาร อินเทอร์เนต็ 11. กิจกรรมการเรยี นรู้ ชว่ั โมงที่ 1 เรอ่ื ง : วฏั จกั รชีวติ ของสตั ว์ (1) เสริม ข้ันที่ 1 ข้ันเตรียมกจิ กรรม เตรียมอุปกรณก์ ารเรยี น สอ่ื การเรียนการสอน ขั้นที่ 2 ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น 1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สนทนา เกี่ยวกับการเจรญิ เติบโตของสตั ว์ โดยครตู งั้ คำถามนกั เรยี นตอ่ ไปน้ี - วัฏจักรชีวิตของสัตว์คืออะไร (แนวตอบ สัตว์บางชนดิ เมื่อมีการผสมพันธุ์จะเจรญิ เติบโตเป็นตัวอ่อน จากนั้นตวั อ่อนจะเจรญิ เติบโตไปเปน็ ตัวเต็มวยั จนกระทัง่ สืบพนั ธไ์ุ ด้ หมนุ เวียนตอ่ เนื่องเปน็ วฏั จักรแบบนี้ไปเรือ่ ย ๆ) - นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วตอบคำถามว่าสัตว์ในภาพมีวัฏจักรชีวิตหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ สัตว์ในภาพ คือ ผีเสื้อ มีวัฏจักรชีวิต คือ ออกลูกเป็นไข่ แล้วฟักออกจากไข่เป็นตัวอ่อน จากนั้นเป็น ดกั แด้ และเจริญเติบโตเต็มท่ี พร้อมทจี่ ะสืบพนั ธแ์ ละขยายพนั ธ์ุได)้ ขั้นท่ี 3 ขน้ั ดำเนินการสอน 2. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันเรยี นรคู้ ำศพั ท์ทเี่ ก่ียวขอ้ งกับการเรียนในบทที่ 2 3. นกั เรยี นอา่ นชวนอ่านชวนคิดกอ่ นเรยี น ตอน ชวี ติ ของผีเสือ้ 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา่ ผีเสื้อเป็นสัตว์ชนดิ หนึ่งท่ีมีวัฏจักรชีวิต โดยเริ่มจากฟักออกจากไข่และเจริญเติบโตไปเปน็ ผีเสื้อที่มีปีกแล้วบินได้ จากสถานการณ์ดังกล่าว นักเรียนคิดว่า ผีเสื้อมีวัฏจักรชีวิต กี่ระยะ และในแต่ละระยะแตกต่างกัน อย่างไร (แนวตอบ ผีเสื้อมีวัฏจักรชีวิต 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ไข่ ระยะที่ 2 ตัวอ่อน (หนอน) ระยะที่ 3 ดักแด้ และระยะที่ 4 ตัวเต็มวัย) 5. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพสัตว์ แล้วครูต้ังคำถามเพอื่ กระต้นุ นกั เรยี น ดงั น้ี 1) ภาพไข่ไก่ แลว้ ตั้งคำถามนักเรยี น ดงั น้ี - ไขไ่ กเ่ กิดมาจากอะไร (แนวตอบ แม่ไก)่ - ถา้ เราไม่กนิ ไขไ่ ก่ แลว้ ต่อไปไขไ่ กจ่ ะเปน็ อยา่ งไร (แนวตอบ ไข่ไกจ่ ะฟักออกมาเป็นลูกไก่ แลว้ เจรญิ เติบโต เปน็ แม่ไกแ่ ละสืบพนั ธุ์ต่อไป) 2) ภาพแม่ม้าลายและลูกม้าลายกำลังกินอาหาร ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วครูต้ัง คำถาม ดงั นี้ - วัฏจักรของสัตว์แตล่ ะชนิดแตกต่างกันหรอื ไม่ นกั เรียนจะไดศ้ กึ ษาจากการทำกิจกรรมต่อไป


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook