Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 2565

หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 2565

Published by นนนภรรท โสมณวัฒน์, 2022-08-24 04:18:05

Description: หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 2565

Search

Read the Text Version

45 ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ๒. ระบบุ ทบาทหนา้ ท่ี และวิธีการเขา้ ดำรง  บทบาทหนา้ ที่ และวิธกี ารเข้าดำรงตำแหนง่ ตำแหน่งของผู้บริหารทอ้ งถิ่น ของผู้บริหารท้องถ่นิ เช่นนายก อบต. นายกเทศมนตรี นายก อบจ. ผวู้ า่ ราชการ กทม. ๓. วเิ คราะหป์ ระโยชนท์ ชี่ มุ ชน จะไดร้ ับ  องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ กบั บริการ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ สาธารณประโยชนใ์ นชุมชน ป.๖ ๑. เปรียบเทียบบทบาท หนา้ ทข่ี อง  บทบาท หน้าท่ี ขององค์กรปกครองสว่ น องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นและรฐั บาล ท้องถน่ิ และรฐั บาล ๒. มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ทีส่ ่งเสรมิ  กจิ กรรมต่าง ๆ เพื่อสง่ เสรมิ ประชาธปิ ไตย ประชาธิปไตยในท้องถ่ินและประเทศ ในทอ้ งถ่ินและประเทศ ๓. อภปิ รายบทบาท ความสำคญั ในการใช้  การมสี ่วนในการออกกฎหมาย ระเบยี บ สิทธอิ อกเสยี งเลอื กตั้งตามระบอบ กตกิ า การเลอื กต้ัง ประชาธิปไตย  สอดสอ่ งดูแลผู้มีพฤติกรรมการกระทำผิด การเลือกตงั้ และแจ้งตอ่ เจ้าหน้าที่ ผ้รู ับผดิ ชอบ  ตรวจสอบคุณสมบัติ  การใช้สิทธอิ อกเสยี งเลอื กต้ังตามระบอบ ประชาธิปไตย

46 สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส ๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรท่ีมี อยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพอื่ การดำรงชีวิตอยา่ งมีดลุ ยภาพ ชัน้ ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.๑ ๑. ระบสุ นิ คา้ และบรกิ ารท่ใี ช้ประโยชน์  สนิ คา้ และบริการท่ีใชอ้ ยใู่ นชีวิตประจำวนั ในชวี ิตประจำวัน เชน่ ดินสอ กระดาษ ยาสฟี ัน  สนิ ค้าและบริการท่ีไดม้ าโดยไมใ่ ช้เงนิ เชน่ มผี ู้ใหห้ รือการใชข้ องแลกของ  สนิ คา้ และบริการทีไ่ ด้มาจากการใช้เงินซ้อื  ใชป้ ระโยชน์จากสนิ ค้าและบริการให้คมุ้ คา่ ๒. ยกตัวอย่างการใช้จ่ายเงินในชีวติ  การใชจ้ า่ ยเงนิ ในชวี ิตประจำวันเพอ่ื ซ้อื สนิ คา้ ประจำวนั ท่ีไมเ่ กินตวั และเหน็ ประโยชน์ และบรกิ าร ของการออม  ประโยชนข์ องการใชจ้ ่ายเงินท่ีไม่เกนิ ตวั  ประโยชน์ของการออม  โทษของการใช้จ่ายเงนิ เกนิ ตัว  วางแผนการใชจ้ ่าย ๓. ยกตัวอย่างการใชท้ รพั ยากร  ทรพั ยากรท่ีใชใ้ นชวี ิตประจำวนั เช่น ดินสอ ในชีวิตประจำวนั อย่างประหยดั กระดาษ เสอ้ื ผา้ อาหาร  ทรพั ยากรส่วนรวม เช่น โตะ๊ เก้าอ้ี นกั เรยี น สาธารณปู โภคตา่ ง ๆ  วธิ กี ารใช้ทรพั ยากรทงั้ ของส่วนตวั และ สว่ นรวมอย่างถูกตอ้ ง และประหยัดและ ป.๒ ๑. ระบุทรพั ยากรท่ีนำมาผลติ สนิ คา้ คุ้มคา่  ทรพั ยากรที่นำมาใช้ในการผลิตสนิ คา้ และ และบรกิ ารทใี่ ช้ในชวี ติ ประจำวัน บรกิ ารท่ีใช้ในครอบครวั และโรงเรยี น เช่น ดนิ สอและกระดาษท่ีผลติ จากไม้ รวมทัง้ เคร่ืองจักรและแรงงานการผลิต  ผลของการใช้ทรัพยากรในการผลิตที่ หลากหลายที่มีตอ่ ราคา คณุ ค่าและประโยชน์ ของสนิ ค้าและบริการ รวมท้ังส่ิงแวดล้อม ๒. บอกท่มี าของรายได้และรายจา่ ย  การประกอบอาชพี ของครอบครัว

47 ช้นั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ของตนเองและครอบครัว  การแสวงหารายไดท้ ่สี จุ ริตและเหมาะสม  รายไดแ้ ละรายจา่ ยในภาพรวมของครอบครวั  รายได้และรายจา่ ยของตนเอง ๓. บันทกึ รายรับรายจา่ ยของตนเอง  วธิ ีการทำบัญชีรายรับรายจา่ ยของตนเอง อยา่ งงา่ ย ๆ  รายการของรายรบั ท่ีเป็นรายไดท้ เ่ี หมาะสม และไมเ่ หมาะสม  รายการของรายจ่ายท่ีเหมาะสมและ ไม่เหมาะสม ๔. สรปุ ผลดขี องการใช้จา่ ยท่ีเหมาะสมกับ  ท่ีมาของรายได้ท่ีสุจรติ รายได้และการออม  การใชจ้ ่ายท่ีเหมาะสม  ผลดีของการใชจ้ ่ายท่เี หมาะสมกับรายได้  การออมและผลดีของการออม  การนำเงนิ ท่เี หลอื มาใช้ให้เกดิ ประโยชน์ เช่น การช่วยเหลอื สาธารณกุศล ป.๓ ๑. จำแนกความต้องการและความจำเปน็  สินค้าท่ีจำเป็นในการดำรงชีวิตที่ เรยี กว่า ในการใชส้ ินค้าและบรกิ ารในการดำรง ปจั จัย ๔ ชีวิต  สินคา้ ทเี่ ปน็ ความต้องการของมนษุ ย์อาจ เป็นสนิ ค้าที่จำเปน็ หรอื ไม่จำเป็นตอ่ การ ดำรงชีวิต  ประโยชน์และคุณค่าของสนิ คา้ และบรกิ าร ที่สนองความต้องการของมนุษย์  หลักการเลือกสนิ คา้ ที่จำเปน็  ความหมายของผู้ผลติ และผูบ้ ริโภค ๒. วิเคราะห์การใชจ้ ่ายของตนเอง  ใชบ้ ัญชรี บั จ่ายวเิ คราะหก์ ารใช้จา่ ยท่ีจำเปน็ และเหมาะสม  วางแผนการใช้จา่ ยเงนิ ของตนเอง  วางแผนการแสวงหารายได้ที่สุจรติ และ เหมาะสม  วางแผนการนำเงนิ ท่เี หลอื จ่ายมาใชอ้ ย่าง เหมาะสม

48 ชั้น ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ๓.อธบิ ายได้วา่ ทรัพยากรทม่ี ีอยจู่ ำกดั มีผล  ความหมายของผู้ผลติ และผูบ้ ริโภค ต่อการผลิตและบรโิ ภคสินคา้ และบรกิ าร  ความหมายของสนิ ค้าและบรกิ าร  ปัญหาพนื้ ฐานทางเศรษฐกจิ ทเ่ี กดิ จากความ หายากของทรัพยากรกับความต้องการของ มนุษย์ทมี่ ไี ม่จำกัด ป.๔ ๑. ระบปุ ัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การเลือกซอื้ สนิ ค้า  สินค้าและบรกิ ารทีม่ อี ยูห่ ลากหลายในตลาด และบริการ ท่มี ีความแตกตา่ งด้านราคาและคณุ ภาพ  ปัจจยั ทมี่ ีผลต่อการเลอื กซือ้ สนิ ค้าและบรกิ าร ท่ีมมี ากมาย ซึง่ ขนึ้ อย่กู บั ผ้ซู อื้ ผขู้ าย และ ตวั สินค้า เช่น ความพงึ พอใจของผู้ซอ้ื ราคาสินค้า การโฆษณา คุณภาพของสินค้า ๒. บอกสทิ ธพิ ้นื ฐานและรักษา  สทิ ธิพ้ืนฐานของผบู้ รโิ ภค ผลประโยชนข์ องตนเองในฐานะผู้บริโภค  สนิ คา้ และบรกิ ารทีม่ ีเครอ่ื งหมายรบั รอง คุณภาพ  หลักการและวิธีการเลอื กบรโิ ภค ๓. อธบิ ายหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพียง  หลกั การของเศรษฐกจิ พอเพียง และนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ของตนเอง  การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการ ดำรงชวี ติ เชน่ การแตง่ กาย การกินอาหาร การใช้จ่าย ป.๕ ๑. อธิบายปจั จยั การผลิตสนิ ค้าและบริการ  ความหมายและประเภทของปจั จยั การผลติ ประกอบด้วย ทีด่ นิ แรงงาน ทนุ และ ผปู้ ระกอบการ  เทคโนโลยีในการผลติ สนิ ค้าและบริการ  ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ราคานำ้ มนั วัตถุดบิ  พฤตกิ รรมของผู้บรโิ ภค  ตัวอยา่ งการผลิตสนิ คา้ และบริการท่ีมอี ยู่ใน ท้องถ่นิ หรือแหลง่ ผลิตสินค้าและบรกิ ารใน ชมุ ชน ๒. ประยุกตใ์ ชแ้ นวคิดของปรชั ญา  หลกั การปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของเศรษฐกจิ พอเพียงในการทำกจิ กรรม  การประยกุ ตใ์ ช้ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ต่าง ๆ ในครอบครัว โรงเรยี นและชุมชน ในกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในครอบครวั โรงเรยี น

49 ช้นั ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง และชมุ ชน เชน่ การประหยดั พลงั งาน และค่าใชจ้ ่ายในบ้าน โรงเรยี น การวางแผน การผลิตสินคา้ และบริการเพ่ือลดความ สญู เสียทุกประเภท การใช้ภิปัญญาทอ้ งถ่ิน  ตวั อยา่ งการผลติ สินคา้ และบรกิ ารในชุมชน เชน่ หน่งึ ตำบลหนงึ่ ผลติ ภัณฑ์หรือโอทอป ๓. อธบิ ายหลักการสำคญั และประโยชน์  หลักการและประโยชนข์ องสหกรณ์ ของสหกรณ์  ประเภทของสหกรณโ์ ดยสงั เขป  สหกรณ์ในโรงเรยี น (เนน้ ฝึกปฏบิ ตั จิ รงิ )  การประยุกตห์ ลักการของสหกรณ์มาใช้ ในชวี ติ ประจำวัน ป.๖ ๑. อธิบายบทบาทของผู้ผลติ ที่มี  บทบาทของผผู้ ลิตท่มี ีคณุ ภาพ เชน่ ความรับผิดชอบ คำนึงถงึ สิ่งแวดลอ้ ม มีจรรยาบรรณ ความรบั ผิดชอบต่อสงั คม วางแผนก่อนเรม่ิ ลง ๒. อธบิ ายบทบาทของผู้บรโิ ภค มอื ทำกจิ กรรมต่าง ๆ เพอื่ ลดความผิดพลาด ท่รี เู้ ทา่ ทัน และการสูญเสีย ฯลฯ  ทัศนคติในการใชท้ รัพยากรอย่าง มปี ระสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ล  ประโยชนข์ องการผลิตสินค้าที่มคี ุณภาพ  คุณสมบตั ขิ องผู้บรโิ ภคท่ดี ี  พฤตกิ รรมของผ้บู รโิ ภคทบี่ กพร่อง  คุณค่าและประโยชนข์ องผู้บรโิ ภคทร่ี ู้เท่าทนั ท่ี มีตอ่ ตนเอง ครอบครวั และสงั คม ๓. บอกวธิ แี ละประโยชนข์ องการใช้  ความหมาย และความจำเป็นของทรัพยากร ทรพั ยากรอย่างยงั่ ยืน  หลักการและวิธใี ช้ทรพั ยากรให้เกิดประโยชน์ สงู สุด (ลดการสูญเสียทุกประเภท)  วิธีการสร้างจติ สำนกึ ให้คนในชาตริ ูค้ ุณคา่ ของทรัพยากรทีม่ ีอยู่จำกดั  วางแผนการใชท้ รัพยากร โดยประยุกต์เทคนิค และวธิ ีการใหม่ ๆ ให้เกิดประโยชน์แกส่ ังคม และประเทศชาติ และทันกับสภาพทาง เศรษฐกิจและสงั คม

50 สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจและความจำเปน็ ของการร่วมมอื กันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ชน้ั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.๑ ๑. อธบิ ายเหตุผลความจำเป็นท่คี นตอ้ ง  ความหมาย ประเภทและความสำคัญ ทำงานอย่างสุจรติ ของการทำงาน  เหตผุ ลของการทำงาน  ผลของการทำงานประเภทต่าง ๆ ท่มี ตี ่อ ครอบครวั และสังคม  การทำงานอยา่ งสุจรติ ทำให้สังคมสงบสุข ป.๒ ๑. อธบิ ายการแลกเปลีย่ นสินค้า  ความหมายและความสำคญั ของ และบรกิ ารโดยวิธีตา่ ง ๆ การแลกเปลย่ี นสินคา้ และบรกิ าร  ลกั ษณะของการแลกเปลีย่ นสินค้า และบริการโดยไม่ใช้เงนิ รวมทง้ั การแบง่ ปนั การชว่ ยเหลอื  ลกั ษณะการแลกเปล่ยี นสินค้าและบริการ ๒. บอกความสัมพนั ธ์ระหว่างผซู้ ้ือ โดยการใชเ้ งิน และผขู้ าย  ความหมายและบทบาทของผู้ซอ้ื ป.๓ ๑. บอกสินค้าและบรกิ ารทรี่ ัฐจัดหา และผู้ขายผู้ผลิตและผู้บริโภคพอสงั เขป  ความสัมพนั ธร์ ะหว่างผูซ้ ื้อและผูข้ ายใน การกำหนดราคาสนิ ค้าและบรกิ าร  ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งผูซ้ ้อื และผู้ขาย ทำให้สังคมสงบสุข และประเทศมน่ั คง  สนิ ค้าและบริการทภี่ าครฐั ทกุ ระดับจดั หา และใหบ้ รกิ ารแกป่ ระชาชน และใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชน เชน่ ถนน โรงเรยี น สวนสาธารณะ การสาธารณสุข การบรรเทาสาธารณภัย ๒. บอกความสำคัญของภาษีและบทบาท  ความหมายและความสำคัญของภาษีท่ีรัฐ ของประชาชนในการเสยี ภาษี นำมาสรา้ งความเจรญิ และให้บริการแก่ ประชาชน  ตัวอยา่ งของภาษี เชน่ ภาษรี ายได้บุคคล ธรรมดา ภาษีมูลค่าเพม่ิ ฯลฯ

51 ช้ัน ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง  บทบาทหนา้ ทข่ี องประชาชนในการเสีย ภาษี ๓. อธบิ ายเหตุผลการแขง่ ขนั ทางการค้า  ความสำคญั และผลกระทบของการแขง่ ขัน ทม่ี ผี ลทำใหร้ าคาสนิ คา้ ลดลง ทางการค้าท่ีมีผลทำใหร้ าคาสนิ คา้ ลดลง ป.๔ ๑. อธิบายความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกจิ  อาชีพ สินคา้ และบริการต่าง ๆ ท่ีผลิต ของคนในชุมชน ในชมุ ชน  การพง่ึ พาอาศัยกันภายในชุมชนทาง ด้านเศรษฐกจิ เช่น ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง ผซู้ ื้อ ผูข้ าย การกูห้ นีย้ มื สนิ  การสร้างความเข้มแขง็ ให้ชุมชนด้วย การใชส้ ง่ิ ของท่ีผลติ ในชมุ ชน ๒. อธบิ ายหนา้ ทเี่ บอื้ งต้นของเงนิ  ความหมายและประเภทของเงนิ  หนา้ ท่ีเบื้องต้นของเงินในระบบเศรษฐกจิ  สกุลเงินสำคญั ท่ีใช้ในการซ้ือขาย แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ป.๕ ๑. อธิบายบทบาทหน้าท่ีเบอื้ งต้น  บทบาทหน้าที่ของธนาคารโดยสงั เขป ของธนาคาร  ดอกเบี้ยเงนิ ฝาก และดอกเบย้ี กู้ยืม  การฝากเงนิ / การถอนเงิน ๒. จำแนกผลดีและผลเสยี ของการกยู้ ืม  ผลดแี ละผลเสียของการก้ยู ืมเงนิ ท้ังนอก ระบบและในระบบท่มี ตี ่อระบบเศรษฐกจิ เชน่ การเสยี ดอกเบ้ีย การลงทนุ การซอ้ื ของอปุ โภคเพมิ่ ขึน้ ท่นี ำไปสู่ความฟ้งุ เฟอ้ ฟุ่มเฟอื ย เปน็ ตน้ ป.๖ ๑. อธิบายความสมั พนั ธร์ ะหว่างผ้ผู ลติ  ความสมั พันธ์ระหว่างผู้ผลิต ผู้บรโิ ภค ผู้บริโภค ธนาคาร และรัฐบาล ธนาคาร และรฐั บาล ท่ีมีตอ่ ระบบ เศรษฐกจิ อยา่ งสังเขป เช่นการแลก เปลยี่ นสนิ ค้าและบรกิ าร รายได้และ รายจา่ ย การออมกับธนาคาร การลงทนุ  แผนผังแสดงความสมั พนั ธ์ ของหนว่ ยเศรษฐกิจ  ภาษีและหน่วยงานทจ่ี ดั เกบ็ ภาษี

52 ชนั้ ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง  สทิ ธิของผบู้ ริโภค และสิทธขิ องผู้ใช้ แรงงานในประเทศไทย  การหารายได้ รายจา่ ย การออม การลงทุน ซง่ึ แสดง ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ผู้ผลติ ผบู้ รโิ ภค และรฐั บาล ๒. ยกตวั อย่างการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ  การรวมกลุ่มเชิงเศรษฐกิจเพ่ือประสาน ภายในท้องถิ่น ประโยชน์ในท้องถนิ่ เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กลมุ่ แมบ่ ้าน กองทนุ หมู่บ้าน

53 สาระท่ี ๔ ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลา และยคุ สมัยทางประวตั ศิ าสตร์ สามารถใช้วิธีการ ทางประวัติศาสตร์มาวเิ คราะหเ์ หตุการณ์ต่าง ๆ อยา่ งเปน็ ระบบ ชน้ั ตัวชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.๑ ๑. บอกวนั เดอื น ปี และการนับช่วงเวลา  ชื่อ วนั เดือน ปี ตามระบบสรุ ยิ คติทปี่ รากฏ ตามปฏทิ ินท่ีใชใ้ นชีวติ ประจำวัน ในปฏิทนิ  ชื่อ วัน เดอื น ปี ตามระบบจนั ทรคติใน ปฏทิ ิน  ช่วงเวลาท่ใี ช้ในชวี ิตประจำวัน เชน่ เชา้ วันนี้ ตอนเยน็ ๒. เรยี งลำดับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน  เหตกุ ารณท์ ี่เกดิ ขึน้ ในชวี ติ ประจำวันของ ตามวนั เวลาทเ่ี กิดขึ้น นกั เรยี น เช่น รับประทานอาหาร ต่ืนนอน เข้านอน เรียนหนังสอื เลน่ กฬี า ฯลฯ  ใชค้ ำบอกช่วงเวลา แสดงลำดบั เหตกุ ารณ์ ที่เกดิ ขึ้นได้ ๓. บอกประวตั ิความเปน็ มาของตนเอง  วิธีการสืบคน้ ประวัติความเปน็ มาของตนเอง และครอบครวั โดยสอบถามผู้เก่ียวข้อง และครอบครวั อยา่ งงา่ ย ๆ  การบอกเลา่ ประวัตคิ วามเปน็ มาของตนเอง และครอบครวั อย่างส้ัน ๆ ป.๒ ๑. ใช้คำระบเุ วลาท่ีแสดงเหตกุ ารณใ์ นอดีต  คำที่แสดงชว่ งเวลาในอดีต ปจั จุบัน และ ปจั จบุ นั และอนาคต อนาคต เชน่ วนั นี้ เมอ่ื วานนี้ พร่งุ นี้ เดอื นน้ี เดือนหน้า เดอื นกอ่ น  วนั สำคัญท่ีปรากฏในปฏทิ ินท่ีแสดง เหตกุ ารณ์สำคญั ในอดตี และปัจจุบนั  ใช้คำบอกช่วงเวลา อดีต ปัจจบุ ัน อนาคต แสดงเหตกุ ารณ์ได้ ๒. ลำดับเหตกุ ารณ์ที่เกิดขึน้ ในครอบครัว  วิธีการสืบค้นเหตกุ ารณ์ท่ผี า่ นมาแล้ว หรือในชีวิตของตนเองโดยใชห้ ลกั ฐาน ท่ีเกดิ ขน้ึ กับตนเองและครอบครวั ที่เกย่ี วข้อง โดยใชห้ ลักฐานทเี่ กี่ยวขอ้ ง เช่น ภาพถ่าย  สูติบตั ร ทะเบียนบ้าน  ใช้คำทบ่ี อกช่วงเวลาแสดงเหตกุ ารณ์ ทเ่ี กิดขึ้นในครอบครวั หรือในชวี ติ ตนเอง

54 ชั้น ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง  ใชเ้ สน้ เวลา (Time Line) ลำดบั เหตกุ ารณ์ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ได้ ป.๓ ๑. เทียบศักราชท่ีสำคญั ตามปฏิทินท่ใี ช้  ทม่ี าของศกั ราชทีป่ รากฏในปฏิทนิ เช่น ในชีวติ ประจำวัน พุทธศกั ราช คริสตศ์ ักราชอย่างสงั เขป (ถา้ เป็นมุสลมิ ควรเรียนฮจิ เราะห์ศกั ราชด้วย )  วิธีการเทียบ พ.ศ. เปน็ ค.ศ. หรือ ค.ศ. เป็น พ.ศ.  ตัวอย่างการเทยี บศกั ราช ในเหตกุ ารณ์ ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั นกั เรียน เช่น ปีเกดิ ของ นกั เรียน เป็นตน้ ๒. แสดงลำดบั เหตกุ ารณ์สำคญั ของโรงเรยี น  วธิ กี ารสบื คน้ เหตุการณ์สำคญั ของโรงเรียน และชมุ ชนโดยระบุหลักฐานและแหล่งข้อมลู และชุมชนโดยใช้หลกั ฐาน และ ทเ่ี กย่ี วข้อง แหล่งขอ้ มลู ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง  ใชเ้ สน้ เวลา (Time Line) ลำดับเหตุการณ์ ที่เกดิ ข้นึ ในโรงเรียนและชุมชน ป.๔ ๑. นบั ช่วง เวลา เป็นทศวรรษ ศตวรรษ  ความหมายและชว่ งเวลาของทศวรรษ และสหสั วรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ  การใช้ทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เพือ่ ทำความเข้าใจชว่ งเวลาในเอกสารเช่น หนังสือพิมพ์ ๒. อธบิ ายยคุ สมัยในการศึกษาประวตั ิ  เกณฑก์ ารแบ่งยคุ สมัยในการศึกษา ของมนษุ ยชาตโิ ดยสังเขป ประวตั ศิ าสตร์ทแ่ี บง่ เป็นยคุ ก่อน ประวัตศิ าสตร์และยุคประวัตศิ าสตร์  ยคุ สมัยท่ีใชใ้ นการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย เช่นสมัยก่อนสุโขทยั สมัยสโุ ขทัย สมยั อยุธยา สมัยธนบุรี และสมยั รตั นโกสนิ ทร์ ๓. แยกแยะประเภทหลกั ฐานที่ใชใ้ น  ประเภทของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ การศึกษาความเป็นมาของทอ้ งถ่ิน ที่แบ่งเป็นหลกั ฐานชั้นต้น และหลกั ฐาน ชั้นรอง  ตวั อยา่ งหลักฐานท่ีใช้ในการศึกษา ความเป็นมาของทอ้ งถิน่ ของตน

55 ชน้ั ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง  การจำแนกหลกั ฐานของทอ้ งถนิ่ เป็น หลกั ฐานชั้นต้นและหลักฐานชน้ั รอง ป.๕ ๑. สบื ค้นความเป็นมาของทอ้ งถนิ่ โดยใช้  วิธีการสืบคน้ ความเปน็ มาของทอ้ งถิ่น หลกั ฐานท่หี ลากหลาย  หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ทม่ี อี ยู่ในท้องถิ่น ทเ่ี กิดขนึ้ ตามช่วงเวลาต่างๆ เชน่ เครือ่ งมือ เครอ่ื งใช้ อาวุธ โบราณสถาน โบราณวัตถุ  การนำเสนอความเป็นมาของท้องถน่ิ โดย อา้ งองิ หลักฐานทห่ี ลากหลายดว้ ยวธิ กี าร ตา่ ง ๆ เชน่ การเล่าเร่อื งการเขียนอย่าง งา่ ย ๆ การจัดนิทรรศการ ๒. รวบรวมขอ้ มลู จากแหล่งต่าง ๆ เพือ่  การตงั้ คำถามทางประวัติศาสตรเ์ ก่ยี วกบั ตอบคำถามทางประวตั ศิ าสตร์ ความเปน็ มาของท้องถน่ิ เช่น มีเหตกุ ารณ์ อย่างมเี หตุผล ใดเกิดขนึ้ ในชว่ งเวลาใด เพราะสาเหตุใด และมีผลกระทบอย่างไร  แหลง่ ขอ้ มลู และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ในทอ้ งถ่นิ เพอ่ื ตอบคำถามดงั กลา่ ว เชน่ เอกสาร เรื่องเล่า ตำนานท้องถนิ่ โบราณสถาน โบราณวตั ถุ ฯลฯ  การใช้ข้อมูลท่ีพบเพื่อตอบคำถามได้ อย่างมเี หตผุ ล ๓. อธบิ ายความแตกตา่ งระหว่าง  ตวั อย่างเรอ่ื งราวจากเอกสารต่าง ๆ ท่ี ความจรงิ กบั ข้อเท็จจริงเกี่ยวกบั เร่อื งราว สามารถแสดงนัยของความคดิ เห็นกบั ขอ้ มูล ในท้องถ่ิน เช่น หนังสือพมิ พ์ บทความจากเอกสาร ต่าง ๆ เป็นต้น  ตวั อย่างขอ้ มูลจากหลักฐานทาง ประวตั ิศาสตร์ ในท้องถิ่นทแ่ี สดงความจริง กบั ข้อเท็จจรงิ  สรุปประเดน็ สำคัญเกีย่ วกับขอ้ มูลในทอ้ งถิน่ ป.๖ ๑. อธิบายความสำคญั ของวิธีการทาง  ความหมายและความสำคญั ของวธิ ีการทาง ประวัตศิ าสตรใ์ นการศึกษาเร่อื งราวทาง ประวัตศิ าสตรอ์ ยา่ งงา่ ย ๆ ท่ีเหมาะสมกับ ประวตั ิศาสตรอ์ ยา่ งงา่ ย ๆ นกั เรียน

56 ชนั้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง  การนำวิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ไปใชศ้ ึกษา เร่อื งราวในท้องถน่ิ เชน่ ความเปน็ มาของ ภมู ินามของสถานทีใ่ นท้องถ่ิน ๒. นำเสนอข้อมูลจากหลักฐานทหี่ ลากหลาย  ตัวอยา่ งหลกั ฐานท่ีเหมาะสมกับนักเรียนท่ี ในการทำความเข้าใจเร่ืองราวสำคัญในอดีต นำมาใช้ในการศกึ ษาเหตุการณ์สำคญั ใน ประวัตศิ าสตร์ไทย สมยั รตั นโกสนิ ทร์ เชน่ พระราชหตั ถเลขาของรัชกาลที่ ๔ หรือ รชั กาลที่ ๕ กฎหมายสำคญั ฯลฯ ( เชอื่ มโยงกับ มฐ. ส ๔.๓ )  สรปุ ขอ้ มูลทไี่ ด้จากหลกั ฐานทั้งความจริง และขอ้ เทจ็ จริง  การนำเสนอขอ้ มูลท่ไี ด้จากหลักฐาน ทางประวัตศิ าสตร์ด้วยวิธกี ารตา่ ง ๆ เช่น การเล่าเร่อื ง การจัดนทิ รรศการ การเขียน รายงาน

57 สาระที่ ๔ ประวตั ิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพฒั นาการของมนษุ ยชาติจากอดตี จนถงึ ปัจจุบัน ในด้านความสัมพนั ธ์และ การเปลยี่ นแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนอื่ ง ตระหนกั ถงึ ความสำคัญและสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขน้ึ ชั้น ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.๑ ๑. บอกความเปลีย่ นแปลงของสภาพ  ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม แวดล้อม ส่ิงของ เครื่องใช้ หรือการดำเนนิ สง่ิ ของ เครื่องใช้ หรือการดำเนนิ ชวี ติ ชวี ติ ของตนเองกับสมยั ของพ่อแม่ ปยู่ า่ ของอดีตกับปัจจุบันที่เป็นรูปธรรม ตายาย และใกล้ตัวเดก็ เชน่ การใช้ควายไถนา รถไถนา เตารีด ถนน เกวยี น รถอแี ตน๋  สาเหตแุ ละผลของการเปลยี่ นแปลง ของส่งิ ต่าง ๆ ตามกาลเวลา ๒. บอกเหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขึ้นในอดีต  เหตกุ ารณ์สำคัญท่เี กิดข้ึนในครอบครวั ที่มผี ลกระทบตอ่ ตนเองในปัจจุบัน เช่น การย้ายบา้ น การหยา่ รา้ ง การสญู เสียบุคคลในครอบครวั ป.๒ ๑. สบื ค้นถงึ การเปล่ียนแปลง  วธิ ีการสืบคน้ ข้อมูลอย่างง่าย ๆ เชน่ ในวถิ ีชวี ิตประจำวนั ของคนในชมุ ชน การสอบถามพอ่ แม่ ผรู้ ู้ ของตนจากอดีตถึงปัจจุบัน  วถิ ชี วี ติ ของคนในชุมชน เช่น การประกอบอาชีพ การแตง่ กาย การสอ่ื สาร ประเพณใี น ชมุ ชนจากอดีต ถงึ ปจั จุบัน  สาเหตุของการเปล่ียนแปลงวถิ ีชีวิตของคน ในชุมชน ๒. อธิบายผลกระทบของการเปล่ียนแปลง  การเปล่ียนแปลงของวิถีชวี ิตของคน ทม่ี ีต่อวถิ ีชีวิตของคนในชุมชน ในชุมชนทางด้านต่าง ๆ  ผลกระทบของการเปลย่ี นแปลงทีม่ ตี ่อ วิถีชวี ิตของคนในชมุ ชน ป.๓ ๑. ระบปุ ัจจัยที่มีอิทธิพลตอ่ การต้งั ถิ่นฐาน  ปัจจยั การตั้งถนิ่ ฐานของชมุ ชนซ่งึ ข้ึนอย่กู บั และพัฒนาการของชุมชน ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางสังคม เชน่ ความเจริญทางเทคโนโลยี การคมนาคม ความปลอดภัย

58 ชน้ั ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ๒. สรปุ ลักษณะท่ีสำคัญของ  ปัจจัยทม่ี อี ทิ ธิพลตอ่ พฒั นาการของชมุ ชน ขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรม ท้งั ปัจจัยทางภมู ิศาสตร์ และปจั จยั ทาง ของชมุ ชน สงั คม  ขนบธรรมเนยี ม ประเพณแี ละวัฒนธรรม ชุมชนของตนทเ่ี กดิ จากปัจจยั ทาง ภูมศิ าสตร์และปัจจัยทางสังคม ๓. เปรียบเทยี บความเหมอื น  ขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรม และความตา่ งทางวัฒนธรรมของชุมชน ของชุมชน อนื่ ๆ ทมี่ ีความเหมือนและ ตนเองกบั ชมุ ชนอ่นื ๆ ความตา่ งกบั ชุมชนของตนเอง ป. ๔ ๑. อธบิ ายการตง้ั หลักแหล่ง และพัฒนาการของมนุษยย์ คุ กอ่ น  พัฒนาการของมนุษยย์ คุ ก่อน ประวตั ศิ าสตร์และยุคประวตั ิศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์และยคุ ประวตั ิศาสตร์ โดยสังเขป ในดินแดนไทย โดยสังเขป  หลักฐานการตงั้ หลกั แหล่งของมนุษย์ ยคุ กอ่ นประวตั ศิ าสตรใ์ นดนิ แดนไทย โดยสงั เขป ๒. ยกตัวอย่างหลกั ฐานทาง  หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรท์ ่ีพบ ประวัติศาสตรท์ ีพ่ บในท้องถิ่นทแี่ สดง ในทอ้ งถิน่ ทแี่ สดงพัฒนาการ พัฒนาการของมนษุ ยชาติ ของมนษุ ยชาตใิ นดินแดนไทยโดยสังเขป ป.๕ ๑. อธิบายอิทธิพลของอารยธรรมอินเดยี  การเขา้ มาของอารยธรรมอนิ เดยี และจีน และจนี ทม่ี ีต่อไทย และเอเชยี ตะวนั ออก ในดนิ แดนไทยและภมู ภิ าคเอเชยี เฉียงใต้ โดยสงั เขป ตะวันออกเฉียงใตโ้ ดยสงั เขป  อทิ ธพิ ลของอารยธรรมอินเดียและจนี ทม่ี ีตอ่ ไทย และคนในภมู ิภาคเอเชีย ตะวนั ออกเฉยี งใต้ เช่น ศาสนาและ ๒. อภิปรายอิทธพิ ลของวฒั นธรรม ความเชือ่ ภาษา การแต่งกาย อาหาร ต่างชาติทีม่ ีต่อสงั คมไทยปัจจบุ ัน  การเขา้ มาของวฒั นธรรมตา่ งชาตใิ น สงั คมไทย เช่น อาหาร ภาษา การแต่งกาย โดยสงั เขป ดนตรี โดยระบุลักษณะ สาเหตุและผล  อทิ ธพิ ลทหี่ ลากหลายในกระแสของ วฒั นธรรมต่างชาตติ อ่ สังคมไทยในปัจจบุ ัน

59 ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ป.๖ ๑. อธิบายสภาพสงั คม เศรษฐกจิ  ใชแ้ ผนท่แี สดงที่ต้งั และอาณาเขตของ และการเมอื งของประเทศเพ่อื นบา้ น ประเทศต่าง ๆ ในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออก ในปัจจุบนั เฉียงใต้ ๒. บอกความสมั พนั ธข์ องกลุ่มอาเซียน  สภาพสงั คม เศรษฐกจิ และการเมือง โดยสังเขป ของประเทศเพ่ือนบา้ นของไทยโดยสังเขป  ตัวอย่างความเหมือนและ ความต่าง ระหว่างไทยกบั ประเทศเพอื่ นบา้ น เชน่ ภาษา ศาสนา การปกครอง  ความเปน็ มาของกลุ่มอาเซียนโดยสังเขป  สมาชิกของอาเซยี นในปัจจุบัน  ความสัมพนั ธข์ องกลมุ่ อาเซยี นทาง เศรษฐกจิ และสงั คมในปัจจบุ ันโดยสงั เขป

60 สาระท่ี ๔ ประวตั ิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มีความรัก ความภูมใิ จและธำรง ความเปน็ ไทย ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ป.๑ ๑. อธบิ ายความหมายและความสำคัญ  ความหมายและความสำคญั ของ ของสัญลักษณ์สำคญั ของชาตไิ ทย สัญลกั ษณ์ที่สำคัญของชาตไิ ทย ไดแ้ ก่ และปฏบิ ตั ิตนได้ถกู ตอ้ ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ (ธงชาติ เพลงชาติ พระพุทธรปู พระบรมฉายาลกั ษณ์)  การเคารพธงชาติ การร้องเพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี เคารพ ศาสนวตั ถุ ศาสนสถาน  เอกลักษณอ์ ื่น ๆ เช่น แผนที่ประเทศไทย ประเพณไี ทย อาหารไทย (อาหารไทย ทต่ี ่างชาตยิ กย่อง เชน่ ต้มยำก้งุ ผัดไทย) ที่มีความภาคภมู ิใจ และมสี ่วนรว่ ม ท่ีจะอนรุ ักษไ์ ว้ ๒. บอกสถานท่ีสำคัญซ่งึ เปน็ แหลง่  ตัวอยา่ งของแหล่งวฒั นธรรมในชุมชน วฒั นธรรมในชุมชน ที่ใกล้ตวั นักเรยี น เชน่ วัด ตลาด พิพิธภัณฑ์ มสั ยิด โบสถค์ ริสต์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ  คุณค่าและความสำคญั ของแหล่ง วฒั นธรรมในชมุ ชนในดา้ นต่าง ๆ เช่น เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งเรียนรู้ ๓. ระบสุ ิ่งทต่ี นรกั และภาคภมู ิใจ  ตวั อยา่ งสิ่งทเ่ี ป็นความภาคภมู ิใจใน ในทอ้ งถิน่ ทอ้ งถิน่ เชน่ สิ่งของ สถานที่ ภาษาถ่นิ ประเพณี และวฒั นธรรม ฯลฯ ที่เปน็ สิง่ ที่ใกล้ตวั นกั เรียน และเปน็ รูปธรรม ชดั เจน  คุณคา่ และประโยชนข์ องสิ่งตา่ งๆเหล่าน้นั ป.๒ ๑. ระบุบคุ คลท่ีทำประโยชนต์ อ่ ท้องถน่ิ  บุคคลในท้องถิ่นทท่ี ำคุณประโยชน์ หรอื ประเทศชาติ

61 ช้นั ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ต่อการสร้างสรรค์วัฒนธรรม และความ ม่ันคงของท้องถนิ่ และประเทศชาติ ในอดีตทีค่ วรนำเป็นแบบอยา่ ง  ผลงานของบุคคลในท้องถิ่น ท่นี า่ ภาคภมู ใิ จ ๒. ยกตวั อยา่ งวฒั นธรรม ประเพณี  ตัวอย่างของวัฒนธรรมประเพณไี ทย และภูมปิ ัญญาไทยที่ภาคภูมิใจ เชน่ การทำความเคารพ อาหารไทย และควรอนุรักษ์ไว้ ภาษาไทย ประเพณสี งกรานต์ ฯลฯ  คุณค่าของวฒั นธรรม และประเพณไี ทย ท่ีมตี ่อสงั คมไทย  ภมู ปิ ัญญาของคนไทยในท้องถิน่ ของ นักเรยี น ป.๓ ๑. ระบพุ ระนามและพระราชกรณียกจิ  พระราชประวัติ พระราชกรณยี กิจ โดยสังเขปของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทย โดยสงั เขปของพอ่ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย์ ท่ีเปน็ ผู้สถาปนาอาณาจกั รไทย สมเด็จพระรามาธิบดที ี่ ๑ (พระเจ้าอทู่ อง) สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก- มหาราช ผ้สู ถาปนาอาณาจักรไทย สโุ ขทัย อยุธยา ธนบรุ ี และรตั นโกสนิ ทร์ ตามลำดบั  อาณาจกั รไทยอื่น ๆ ทผ่ี นวกรวมเข้าเปน็ สว่ นหน่ึงของชาติไทย เชน่ ล้านนา นครศรธี รรมราช ๒. อธิบายพระราชประวัตแิ ละพระราช  พระราชประวตั แิ ละพระราชกรณยี กิจ กรณยี กิจของพระมหากษัตรยิ ์ ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั - ในรัชกาลปัจจบุ นั โดยสังเขป ภมู ิพลอดลุ ยเดช และสมเด็จ- พระบรมราชนิ ีนาถโดยสงั เขป ๓. เลา่ วีรกรรมของบรรพบุรษุ ไทย  วรี กรรมของบรรพบรุ ษุ ไทยทีม่ สี ว่ น ท่มี สี ว่ นปกป้องประเทศชาติ ปกปอ้ งประเทศชาติ เช่น ทา้ วเทพสตรี ท้าวศรีสุนทร ชาวบา้ นบางระจัน  พระยาพชิ ยั ดาบหกั สมเด็จพระ-นเรศวร มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

62 ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.๔ ๑. อธบิ ายพัฒนาการของอาณา  การสถาปนาอาณาจกั รสุโขทยั โดยสังเขป จักรสุโขทยั โดยสงั เขป  พฒั นาการของอาณาจักรสโุ ขทัยทางด้าน การเมอื งการปกครอง และเศรษฐกจิ โดยสงั เขป ๒. บอกประวตั ิและผลงานของบุคคล  ประวัติ และผลงานของบคุ คลสำคญั สำคัญสมัยสุโขทัย สมัยสโุ ขทัย เชน่ พอ่ ขนุ ศรอี นิ ทราทิตย์ พ่อขนุ รามคำแหงมหาราช พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไทยโดยสังเขป) ๓. อธิบายภมู ิปญั ญาไทยทสี่ ำคญั  ภูมปิ ัญญาไทยในสมยั สุโขทัย เช่น สมัยสุโขทัยท่ีน่าภาคภูมใิ จ และควรค่า ภาษาไทย ศิลปกรรมสโุ ขทยั ท่ไี ดร้ ับ การยกยอ่ งเป็นมรดกโลก แก่การอนุรักษ์  คุณค่าของภมู ิปัญญาไทยที่สบื ตอ่ ถึง ปจั จุบันท่นี า่ ภาคภมู ิใจและควรคา่ แก่การอนุรักษ์ ป.๕ ๑. อธิบายพฒั นาการของอาณาจกั ร  การสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยา โดยสงั เขป อยุธยาและธนบรุ ีโดยสงั เขป  พฒั นาการของอาณาจักรอยุธยาการด้าน การเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจ โดยสงั เขป  ภมู ิปญั ญาไทยสมัยอยธุ ยาโดยสงั เขป เชน่ ศิลปกรรม การค้า วรรณกรรม ๒. อธิบายปัจจยั ที่สง่ เสรมิ ความเจรญิ  ปจั จัยท่ีส่งเสริมความเจรญิ รุ่งเรอื ง รงุ่ เรืองทางเศรษฐกจิ และการปกครอง ทางเศรษฐกจิ และการปกครอง ของอาณาจกั รอยุธยา ของอาณาจกั รอยธุ ยา ๓. บอกประวัตแิ ละผลงานของบุคคล  ผลงานของบุคคลสำคญั ในสมยั อยธุ ยา สำคัญสมัยอยธุ ยาและธนบุรีท่นี า่ เชน่ สมเดจ็ พระรามาธิบดที ี่ ๑ สมเด็จ- ภาคภมู ิใจ พระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระนเรศวร- มหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ชาวบา้ นบางระจัน เปน็ ต้น

63 ช้นั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ๔. อธิบายภมู ปิ ญั ญาไทยที่สำคัญ  การกอบกูเ้ อกราชและการสถาปนา สมยั อยุธยาและธนบุรีที่นา่ ภาคภมู ใิ จ อาณาจกั รธนบรุ โี ดยสังเขป และควรค่าแกก่ ารอนุรักษ์ไว้  พระราชประวัติ และผลงานของ พระเจ้าตากสนิ มหาราชโดยสงั เขป ป.๖ ๑. อธบิ ายพัฒนาการของไทย  การสถาปนาอาณาจกั รรตั นโกสนิ ทร์ สมัยรัตนโกสนิ ทร์ โดยสงั เขป โดยสงั เขป ๒. อธบิ ายปัจจยั ท่สี ่งเสริม  ปัจจัยที่ส่งเสรมิ ความเจริญรุง่ เรืองทาง ความเจรญิ รุ่งเรอื งทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจและการปกครองของไทย และการปกครองของไทยสมั ในสมยั รตั นโกสินทร์ รตั นโกสนิ ทร์  พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์ โดยสงั เขป ตามช่วงเวลาตา่ ง ๆ เชน่ สมยั รตั นโกสนิ ทร์ตอนตน้ สมยั ปฏิรปู ๓. ยกตวั อย่างผลงานของบคุ คลสำคัญ ประเทศ และสมัยประชาธิปไตย ดา้ นตา่ ง ๆ สมยั รตั นโกสินทร์  ผลงานของบคุ คลสำคญั ทางด้านตา่ ง ๆ ในสมยั รตั นโกสนิ ทร์ เชน่ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระบวรราชเจา้ มหาสรุ สิงหนาท พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ - ๔. อธิบายภมู ิปญั ญาไทยทส่ี ำคญั สมยั เจ้าอยูห่ วั ฯลฯ รตั นโกสนิ ทรท์ นี่ ่าภาคภูมิใจ  ภูมิปญั ญาไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร์ และควรคา่ แก่การอนรุ ักษ์ไว้ เชน่ ศิลปกรรม วรรณกรรม

64 สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธข์ องสรรพสิ่งซง่ึ มีผลตอ่ กันและกัน ใน ระบบของธรรมชาติ ใช้แผนท่แี ละเครอ่ื งมือทางภูมศิ าสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ สรปุ และใชข้ ้อมูลภูมสิ ารสนเทศอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ชัน้ ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป.๑ ๑. แยกแยะสงิ่ ต่าง ๆ รอบตวั ทเ่ี กิดขึ้นเอง  สิง่ ต่าง ๆ รอบตวั ทเี่ กิดขนึ้ เองตาม ตามธรรมชาติและท่มี นษุ ย์สรา้ งขนึ้ ธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขน้ึ ๒. ระบุความสมั พันธข์ องตำแหน่ง  ความสมั พันธ์ของตำแหนง่ ระยะ ระยะ ทศิ ของสิ่งตา่ ง ๆ รอบตวั ทิศของสิ่งตา่ งๆ รอบตัว เช่น ท่อี ยอู่ าศยั บา้ น เพอ่ื นบา้ น ต้นไม้ ถนน ทงุ่ นา ไร่ สวน ทรี่ าบ ภูเขา แหล่งนำ้ ๓. ระบุทศิ หลักและทต่ี ง้ั ของสง่ิ ตา่ งๆ  ทิศหลัก (เหนอื ตะวันออก ใต้ ตะวันตก) และ ที่ตั้งของส่งิ ต่าง ๆ รอบตัว ๔. ใชแ้ ผนผังง่าย ๆ ในการแสดง  แผนผังแสดงตำแหนง่ สง่ิ ตา่ ง ๆ ใน ตำแหน่งของสงิ่ ต่างๆในหอ้ งเรยี น ห้องเรียน ๕. สังเกตและบอกการเปลีย่ นแปลง  การเปลย่ี นแปลงของสภาพอากาศในรอบ ของสภาพอากาศในรอบวัน วัน เชน่ กลางวัน กลางคนื ความร้อนของ อากาศ - ฝน - เมฆ - ลม ป.๒ ๑. ระบสุ ิ่งตา่ งๆ ทเี่ ปน็ ธรรมชาติ  สง่ิ ต่างๆ ทเี่ ป็นธรรมชาตกิ ับทมี่ นุษย์สร้าง กับทีม่ นษุ ย์สร้างข้นึ ซ่งึ ปรากฏระหว่าง ขน้ึ ซ่ึงปรากฏระหวา่ งโรงเรียนกบั บ้าน โรงเรยี นกับบ้าน ๒. ระบตุ ำแหนง่ อย่างงา่ ยและลักษณะ  ตำแหน่งอยา่ งงา่ ยและลักษณะทางกายภาพของ ทางกายภาพของส่งิ ต่างๆท่ปี รากฏในลูกโลก สง่ิ ต่างๆท่ปี รากฏในลูกโลก แผนที่ แผนผงั แผนท่ี แผนผงั และภาพถา่ ย และภาพถา่ ยเชน่ ภเู ขา ทร่ี าบ แม่น้ำ ต้นไม้ อากาศ ทะเล ๓. อธิบายความสมั พนั ธ์ของ  ความสมั พันธ์ของปรากฏการณ์ระหวา่ ง ปรากฏการณ์ระหวา่ งโลก ดวงอาทติ ย์ โลก ดวงอาทติ ยแ์ ละดวงจนั ทร์เช่น และดวงจันทร์ ขา้ งข้นึ ขา้ งแรม ฤดูกาลตา่ ง ๆ ป.๓ ๑. ใช้แผนท่ี แผนผัง และภาพถ่ายใน  แผนท่ี แผนผงั และภาพถ่าย การหาข้อมูลทางภูมิศาสตรใ์ นชุมชนได้  ความสัมพันธข์ องตำแหน่ง ระยะ ทิศทาง อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

65 ชัน้ ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ๒. เขียนแผนผังงา่ ยๆ เพ่ือแสดง  ตำแหนง่ ที่ตงั้ สมั พนั ธ์ของสถานที่สำคัญใน ตำแหน่งทีต่ ้งั ของสถานท่สี ำคัญใน บริเวณโรงเรียนและชมุ ชน เช่นสถานที่ บรเิ วณโรงเรียนและชมุ ชน ราชการ อำเภอ ตลาด โรงพยาบาล ไปรษณยี ์ ฯลฯ ๓ .บอกความสัมพันธข์ องลักษณะ  ภูมปิ ระเทศ และภูมิอากาศที่มีผลต่อ กายภาพกับลักษณะทางสังคมของ สภาพสงั คมในชมุ ชน ชุมชน ป.๔ ๑. ใชแ้ ผนท่ี ภาพถ่าย ระบลุ ักษณะ  แผนท่ี/ภาพถา่ ย ลักษณะทางกายภาพ สำคญั ทางกายภาพของจังหวดั ตนเอง ของจงั หวดั ตนเอง ๒. ระบแุ หล่งทรัพยากรและส่งิ ตา่ ง ๆ  ตำแหนง่ ระยะทางและทศิ ของ ในจังหวดั ของตนเองด้วยแผนท่ี ทรพั ยากรและสิง่ ตา่ ง ๆ ในจังหวดั ของ ตนเอง ๓. ใชแ้ ผนท่อี ธิบายความสัมพนั ธ์ของสิง่  แผนท่แี สดงความสมั พนั ธ์ของสิ่งต่าง ๆ ตา่ ง ๆ ท่ีมีอยู่ในจังหวัด ท่ีมอี ยใู่ นจังหวดั  ลักษณะทางกายภาพ (ภมู ิลกั ษณ์หรือ ภูมปิ ระเทศและภูมิอากาศ) ที่มผี ลตอ่ สภาพสังคมของจังหวดั ป.๕ ๑. รตู้ ำแหน่ง (พกิ ัดภูมิศาสตร์ ละติจดู  ตำแหนง่ (พกิ ดั ภูมศิ าสตร์ ละติจูด ลองจิจูด) ระยะ ทศิ ทางของภมู ภิ าค ลองจจิ ูด) ระยะ ทิศทาง ของภมู ภิ าค ของตนเอง ของตนเอง ๒. ระบลุ กั ษณะภูมิลักษณท์ ี่สำคัญใน  ภมู ิลกั ษณท์ ี่สำคญั ในภมู ิภาคของตนเอง ภูมภิ าคของตนเองในแผนที่ เช่น แมน่ ำ้ ภเู ขา ป่าไม้ ๓. อธิบายความสมั พนั ธข์ องลกั ษณะทาง  ความสมั พันธ์ของลกั ษณะทางกายภาพ กายภาพกบั ลกั ษณะทางสังคมในภูมิภาค (ภูมลิ ักษณ์และภูมิอากาศ) และลกั ษณะ ของตนเอง ทางสังคม (ภมู ิสังคม) ในภมู ิภาคของ ตนเอง ป.๖ ๑. ใช้เครอื่ งมอื ทางภมู ิศาสตร์ (แผนท่ี  เคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์ (แผนที่ ภาพถ่าย ภาพถา่ ยชนดิ ตา่ ง ๆ ) ระบุลกั ษณะ ชนดิ ต่าง ๆ ) ทแ่ี สดงลกั ษณะทางกายภาพ สำคัญทางกายภาพและสังคมของ ของประเทศ ประเทศ

66 ช้นั ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ๒. อธิบายความสมั พันธร์ ะหว่าง  ความสัมพันธร์ ะหวา่ งลกั ษณะทาง ลักษณะทางกายภาพกับปรากฏการณ์ กายภาพกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ทางธรรมชาติของประเทศ ของประเทศ เชน่ อุทกภยั แผ่นดนิ ไหว วาตภยั  ภมู ิลักษณ์ท่มี ีตอ่ ภมู สิ งั คมของประเทศไทย

67 สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กบั สภาพแวดล้อมทางกายภาพทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ การสร้างสรรค์วฒั นธรรม มีจิตสำนึกและมสี ว่ นรว่ มในการอนรุ ักษท์ รัพยากร และสงิ่ แวดล้อม เพ่ือการพัฒนาทีย่ ่งั ยืน ชั้น ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. บอกส่ิงต่าง ๆ ท่ีเกดิ ตามธรรมชาติ  ลักษณะภมู ิประเทศ ภมู อิ ากาศมีผลต่อ ทส่ี ง่ ผลต่อความเปน็ อย่ขู องมนษุ ย์ ความเปน็ อยขู่ องมนษุ ย์ เช่น ที่อยูอ่ าศัย เครือ่ งแต่งกายและอาหาร ๒. สังเกตและ เปรียบเทียบการเปล่ียน  การเปล่ยี นแปลงของสภาพ แวดลอ้ มท่อี ย่รู อบตัว แปลงของสภาพแวดลอ้ มท่อี ยรู่ อบตวั ๓. มสี ว่ นร่วมในการจดั ระเบยี บ  การรเู้ ท่าทนั ส่งิ แวดลอ้ มและปรับตวั เข้ากบั สิ่งแวดลอ้ มทบ่ี ้านและช้ันเรยี น ส่ิงแวดล้อม ป.๒ ๑. อธิบายความสำคัญและคุณค่า  คุณค่าของสงิ่ แวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น ของส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติและ ในการประกอบอาชีพ ทางสังคม  คุณค่าของสง่ิ แวดลอ้ มทางสงั คม เช่น สง่ิ ปลูกสรา้ งเพ่ือการดำรงชพี ๒. แยกแยะและใช้ทรัพยากร ธรรมชาติ  ความหมายของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ใช้แลว้ ไม่หมดไปและทีใ่ ชแ้ ล้วหมดไป  ประเภททรัพยากรธรรมชาติ ได้อย่างคุ้มค่า o ใช้แล้วหมดไป เชน่ แร่ o ใชแ้ ลว้ ไม่หมด เช่น บรรยากาศ นำ้ o ใชแ้ ล้วมีการเกิดขน้ึ มา ทดแทน หรือรกั ษาไว้ได้ เชน่ ดิน ป่าไม้ สตั วป์ า่ o วิธใี ชท้ รพั ยากรอย่างคุ้มคา่ ๓. อธบิ ายความสัมพนั ธข์ องฤดูกาล  ความสมั พนั ธ์ของฤดูกาลกับการดำเนิน กบั การดำเนนิ ชวี ิตของมนษุ ย์ ชวี ติ ของมนุษย์ ๔. มสี ่วนร่วมในการฟน้ื ฟปู รับปรงุ  การเปล่ียนแปลงของส่งิ แวดล้อม สง่ิ แวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน  การรักษาและฟืน้ ฟสู ิ่งแวดลอ้ ม ป.๓ ๑. เปรยี บเทยี บการเปลีย่ นแปลง  สภาพแวดลอ้ มในชุมชนในอดีตและ สภาพแวดลอ้ มในชมุ ชนจากอดีต ปจั จุบัน ถึงปจั จุบัน

68 ช้นั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ๒. อธิบายการพง่ึ พาสิ่งแวดลอ้ ม  การพงึ่ พาส่งิ แวดล้อม ในการดำรงชีวติ ของ และทรพั ยากรธรรมชาตใิ นการสนอง มนษุ ย์ เชน่ การคมนาคม บ้านเรือน ความตอ้ งการพืน้ ฐานของมนุษย์ และการประกอบอาชพี ในชมุ ชน และการประกอบอาชพี  การประกอบอาชีพท่ีเปน็ ผลมาจาก สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในชุมชน ๓. อธิบายเกี่ยวกบั มลพษิ  มลพิษทเ่ี กิดจากการกระทำของมนุษย์ และการกอ่ ใหเ้ กดิ มลพิษโดยมนษุ ย์ ๔. อธิบายความแตกตา่ งของเมือง  ลักษณะของเมืองและชนบท และชนบท ๕. ตระหนักถึงการเปล่ยี นแปลงของ  การเพิม่ และสูญเสยี สิ่งแวดล้อมทำให้ สิ่งแวดล้อมในชมุ ชน ชมุ ชนเปลยี่ นแปลง ป.๔ ๑. อธิบายสภาพ แวดล้อมทางกายภาพ  สภาพ แวดลอ้ มทางกายภาพของชุมชนท่ี ของชมุ ชนที่สง่ ผลต่อการดำเนนิ ชวี ิต สง่ ผลต่อการดำเนินชวี ิตของคนในจังหวัด ของคนในจังหวัด เช่น ลักษณะบา้ น อาหาร ๒. อธบิ ายการเปล่ียนแปลงสภาพ  การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในจงั หวัด แวดลอ้ มในจังหวัดและผลท่ีเกดิ และผลท่เี กิดจากการเปล่ยี นแปลง เช่น จากการเปลี่ยนแปลงนนั้ การต้ังถนิ่ ฐาน การย้ายถน่ิ ๓. มสี ่วนร่วมในการอนุรกั ษส์ ิ่งแวดล้อม  การอนรุ ักษส์ ิง่ แวดล้อมและ ในจงั หวัด ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นจังหวดั ป.๕ ๑. วเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมทางกายภาพ  สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพทมี่ อี ิทธพิ ลตอ่ ที่มีอทิ ธิพลต่อลักษณะการตั้งถ่ินฐาน ลักษณะการตัง้ ถิน่ ฐานและการยา้ ยถนิ่ ของ และการย้ายถน่ิ ของประชากร ประชากรในภมู ิภาค ในภมู ิภาค ๒. อธบิ ายอิทธพิ ลของสิง่ แวดล้อม  อิทธพิ ลของส่งิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติท่ี ทางธรรมชาตทิ ีก่ ่อให้เกิดวถิ ชี วี ติ ก่อใหเ้ กิดวิถชี ีวติ และการสร้างสรรค์ และการสรา้ งสรรค์วฒั นธรรมในภมู ิภาค วัฒนธรรมในภูมภิ าค ๓. นำเสนอตวั อยา่ งทสี่ ะทอ้ นให้เหน็ ผล  ผลจากการรักษาและการทำลาย จากการรักษาและการทำลาย สภาพแวดลอ้ ม สภาพแวดลอ้ ม และเสนอแนวคดิ ในการรักษาสภาพแวดล้อมในภูมิภาค  แนวทางการอนรุ กั ษ์และรกั ษา สภาพแวดล้อมในภมู ิภาค

69 ช้นั ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป.๖ ๑. วเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธ์ระหวา่ ง  สิง่ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ กับสงิ่ แวดลอ้ ม สิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาตกิ บั สง่ิ แวดลอ้ ม ทางสังคมในประเทศ ทางสังคมในประเทศ  ความสัมพันธ์และผลกระทบ ๒. อธบิ ายการแปลงสภาพธรรมชาติ  ผลท่ีเกดิ จากการปรบั เปล่ียน หรอื ดัดแปลง ในประเทศไทยจากอดีตถึงปจั จุบนั สภาพธรรมชาติในประเทศจากอดีต ถึง และผลท่ีเกดิ ข้ึนจากการเปลยี่ นแปลงนั้น ปจั จุบนั และผลทเ่ี กดิ ขึ้น (ประชากร เศรษฐกิจ สงั คม อาชพี และวฒั นธรรม) ๓. จดั ทำแผนการใช้ทรัพยากรในชมุ ชน  แนวทางการใช้ทรัพยากรของคนในชมุ ชน ใหใ้ ช้ไดน้ านข้นึ โดยมีจิตสำนกึ รคู้ ณุ ค่าของ ทรพั ยากร แผนอนุรกั ษ์ทรัยากรในชมุ ชน หรือแผน อนรุ กั ษ์

70

71

72

73

74

75

76

77

78

79

80

81

82

83

84

85

86

87

88

89

90

91

92

93

94